ข้อบังคับแพทยสภา

ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๔๙

อาศั ย อำา นาจตามความในมาตรา ๒๑ (๓) (ช) แห่ ง พระราช
บัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕ คณะกรรมการแพทยสภาด้วยความ
เห็นชอบของสภานายกพิเศษตามมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพ
เวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕ อันเป็ นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการที่

เกี่ยวกับการจำากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับ
มาตรา ๕๐ แห่งรัฐธรรมนูญ แห่ งราชอาณาจัก รไทย บัญ ญัติ ให้ ก ระทำา ได้
โดยอาศัยอำา นาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการแพทยสภา
ออกข้อบังคับไว้ดังต่อไปนี้

ข้ อ ๑ ข้อ บัง คับ นี้ เ รี ยกว่ า “ข้อ บัง คับ แพทยสภาว่ าด้ ว ยการ

รักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๔๙”

ข้อ ๒[๑] ให้ใช้ข้อบังคับนี้ ตัง้ แต่สามสิบวันนั บแต่วันประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษา เป็ นต้นไป

ข้ อ ๓ ตั ้ ง แต่ วั น ใช้ ข้ อ บั ง คั บ แพทยสภาว่ า ด้ ว ยการรั ก ษา
จริ ย ธรรมแห่ ง วิ ช าชี พ เวชกรรมพ.ศ. ๒๕๔๙ สื บ ไป ให้ ย กเลิ ก บรรดาข้ อ
บังคับดังต่อไปนี้

(๑) ข้ อ บั ง คั บ แพทยสภาว่ า ด้ ว ยการรั ก ษาจริ ย ธรรมแห่ ง

วิชาชีพเวชกรรม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๓

(๒) ข้ อ บั ง คั บ แพทยสภาว่ า ด้ ว ยการรั ก ษาจริ ย ธรรมแห่ ง

วิชาชีพเวชกรรม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๘

(๓) ข้ อ บั ง คั บ แพทยสภาว่ า ด้ ว ยการรั ก ษาจริ ย ธรรมแห่ ง

วิชาชีพเวชกรรม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓

(๔) ข้ อ บั ง คั บ แพทยสภาว่ า ด้ ว ยการรั ก ษาจริ ย ธรรมแห่ ง

วิชาชีพเวชกรรม (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๔

(๕) ข้ อ บั ง คั บ แพทยสภาว่ า ด้ ว ยการรั ก ษาจริ ย ธรรมแห่ ง

วิชาชีพเวชกรรม (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๕

(๖) ข้ อ บั ง คั บ แพทยสภาว่ า ด้ ว ยการรั ก ษาจริ ย ธรรมแห่ ง

วิชาชีพเวชกรรม (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๔๕

หมวด ๑
บทนิยาม

ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้ “วิชาชีพเวชกรรม” หมายความว่า วิชาชีพที่กระทำาต่อมนุษย์ เกี่ยวกับการตรวจโรคการวินิจฉัยโรค การบำาบัดโรค การป้องกันโรค การ ผดุงครรภ์ การปรับสายตาด้วยเลนส์สัมผัสการแทงเข็มหรือการฝั งเข็มเพื่อ บำา บัดโรคหรือเพื่อระงับความรู้สึกและหมายความรวมถึงการกระทำา ทาง ศัลยกรรม การใช้รังสี การฉีดยา หรือสสาร การสอดใส่วัตถุใดๆ เข้าไปใน ร่างกาย ทัง้ นี้เพื่อการคุมกำาเนิด การเสริมสวย หรือการบำารุงร่างกายด้วย “โรค” หมายความว่า ความเจ็บป่ วย การบาดเจ็บ ความผิด ปกติของร่างกายหรือจิตใจและหมายความรวมถึงอาการที่เกิดจากภาวะดัง กล่าวด้วย “ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้ข้ ึน ทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็ นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภา “การศึกษาวิจัยและการทดลองในมนุษย์” หมายความว่าการ ศึ ก ษาวิ จัย และการทดลองเภสัช ผลิ ต ภั ณ ฑ์ เครื่ อ งมื อ แพทย์ การศึ ก ษา ธรรมชาติ ข องโรค การวินิ จฉั ย การรั ก ษา การส่ ง เสริ ม สุ ข ภาพ และการ ป้ องกันโรคที่กระทำา ต่อมนุษย์ รวมทัง้ การศึกษาวิจัยจากเวชระเบียนและ สิ่งส่งตรวจต่างๆ จากร่างกายของมนุษย์ด้วย “ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ด้ า น จ ริ ย ธ ร ร ม ” ห ม า ย ค ว า ม ว่ า ค ณ ะ กรรมการที่สถาบัน องค์กรหรือหน่ วยงานแต่งตัง้ ขึ้นเพื่อทำาหน้ าที่ทบทวน พิจารณาด้านจริยธรรมของการศึก ษาวิจัยและการทดลองในมนุษย์ เพื่ อ คุ้มครองสิทธิ ความปลอดภัยและความเป็ นอยู่ที่ดีของอาสาสมัครในการ ศึกษาวิจัยและการทดลองในมนุษย์ .

“แนวทางจริ ย ธรรมของการศึ ก ษาวิ จั ย และการทดลองใน มนุษย์” หมายความว่า แนวทางหรือหลักเกณฑ์ด้านจริยธรรมเกี่ยวกับการ ศึกษาวิจัยและการทดลองในมนุษย์ เช่น ปฏิญญาเฮลซิงกิและแนวทางฯ ที่ แต่ละสถาบันกำาหนด เป็ นต้น “จรรยาบรรณของนั ก วิจัย” หมายความว่า จรรยาบรรณนั ก วิจัยของสภาวิจัยแห่งชาติ “โฆษณาการประกอบวิ ช าชี พ เวชกรรม” หมายความว่ า กระทำา การไม่ ว่ า โดยวิ ธี ใ ดๆ ให้ ป ระชาชนเห็ น หรื อ ทราบข้ อ ความ ภาพ เครื่องหมาย หรือกระทำา อย่างใดๆ ให้บุคคลทัว ่ ไปเข้าใจความหมาย เพื่อ ประโยชน์ของตน “สถานพยาบาล” หมายความว่า สถานพยาบาลตามกฎหมาย ว่าด้วยสถานพยาบาล “โฆษณาสถานพยาบาล” หมายความถึง กระทำาการไม่ว่าโดย วิธีใดๆ ให้ประชาชนเห็นหรือทราบข้อความ ภาพ เครื่องหมาย หรือกระทำา อย่ า งใดๆ ให้ บุ ค คลทั ่ว ไปเข้ า ใจความหมายเพื่ อประโยชน์ ข องสถาน พยาบาล “การปลู ก ถ่ า ยอวั ย วะ” หมายความว่ า การประกอบวิ ช าชี พ เวชกรรมที่ เ กี่ ย วกั บ การปลู ก ถ่ า ยอวั ย วะ หรื อ เปลี่ ย นอวั ย วะต่ อ ไปนี้ คื อ หั ว ใจ ปอด ตั บ ตั บ อ่ อ น ไต และอวั ย วะอื่ นตามที่ แ พทยสภาประกาศ กำาหนด “ผู้บริจาค” หมายความว่า บุคคลผู้บริจาคอวัยวะของตน เพื่อ การปลูกถ่ายอวัยวะ .

“การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำา เนิ ดเม็ดโลหิต” หมายความว่าการ ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่เกี่ยวกับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำาเนิ ดเม็ดโลหิต จากไขกระดูก กระแสโลหิตหรือ โลหิตจากรก “ผู้บริจาค” หมายความว่า บุคคลผู้บริจาคเซลล์ต้นกำาเนิ ดเม็ด โลหิตหรือบริจาคโลหิตจากรกเพื่อการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำา เนิ ดเม็ดโลหิต ให้กับผู้อ่ ืน “ผลิต ภัณ ฑ์สุ ข ภาพ” หมายความว่ า อาหาร ยา วั ต ถุ ที่ อ อก ์ ่ อ จิ ต และประสาท ยาเสพติ ด ให้ โ ทษที่ ใ ช้ ใ นทางการแพทย์ เครื่ อ ง ฤทธิ ต สำา อาง เครื่ อ งมื อแพทย์ วัต ถุอั น ตรายและผลิ ต ภั ณ ฑ์ อ่ ื น ตามที่ ก ฎหมาย กำาหนด รวมทัง้ สิ่งอื่นใดที่มีผลต่อสุขภาพของผู้ใช้ตามที่แพทยสภากำาหนด “ผู้ประกอบธุรกิจ” หมายความว่ า ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์สุขภาพและให้หมายความรวมถึงผู้แทนของผู้ประกอบธุรกิจดัง กล่าวด้วย หมวด ๒ หลักทัว ่ ไป ข้อ ๕ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมย่อมดำา รงตนให้สมควรใน สังคมโดยธรรม และเคารพต่อกฎหมายของบ้านเมือง .

ข้ อ ๖ ผู้ ป ระกอบวิ ช าชี พ เวชกรรมย่ อ มไม่ ป ระพฤติ ห รื อ ์ ห่งวิชาชีพ กระทำาการใดๆ อันอาจเป็ นเหตุให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิแ ข้อ ๗ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมย่อมประกอบวิชาชีพด้วย เจตนาดี โดยไม่คำา นึ งถึงฐานะเชื้ อ ชาติ สัญ ชาติ ศาสนา สัง คม หรือ ลัท ธิ การเมือง ข้ อ ๘ ผู้ ป ระกอบวิ ช าชี พ เวชกรรมต้ อ งไม่ โ ฆษณา ใช้ จ้ า ง หรือ ยิน ยอมให้ ผู้ อ่ ื น โฆษณาการประกอบวิ ช าชี พ เวชกรรม ความรู้ ค วาม ชำานาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมของตน ข้ อ ๙ ผู้ ป ระกอบวิ ช าชี พ เวชกรรมต้ อ งไม่ โ ฆษณา ใช้ จ้ า ง หรือให้ผู้อ่ ืนโฆษณาการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ความรู้ความชำา นาญใน การประกอบวิชาชีพเวชกรรมของผู้อ่ ืน กรณีต่อไปนี้ ข้ อ ๑๐ การโฆษณาตามข้ อ ๘ และข้ อ ๙ อาจกระทำา ได้ ใ น (๑) การแสดงผลงานในวารสารทางวิ ช าการทางการแพทย์ และสาธารณสุขหรือในการประชุมวิชาการทางการแพทย์และสาธารณสุข สาธารณะ (๒) การแสดงผลงานในหน้ าที่ หรือในการบำา เพ็ญประโยชน์ .

(๓) การแสดงผลงานหรือความก้าวหน้ าทางวิชาการหรือการ ค้นพบวิธีการและเทคนิ คใหม่ๆ ในการรักษาโรคซึ่งเป็ นที่ยอมรับทางการ แพทย์เพื่อการศึกษาของมวลชน (๔) การประกาศเกี ยรติคุ ณ เป็ นทางการโดยสถาบัน วิช าการ สมาคม หรือมูลนิธิ ข้อ ๑๑ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมอาจแสดงข้อความ เกี่ยว กั บ การประกอบวิ ช าชี พ เวชกรรมของตนที่ สำา นั ก งานได้ เ พี ย งข้ อ ความ เฉพาะเรื่องต่อไปนี้ (๑) ชื่อ นามสกุล และอาจมีคำา ประกอบชื่อได้เพียงคำา ว่านาย แพทย์หรือแพทย์หญิง อภิไธยตำาแหน่งทางวิชาการ ฐานันดรศักดิ ์ ยศ และ บรรดาศักดิ ์ เท่านัน ้ (๒) ชื่อปริญญา วุฒิบัตรหรือหนั งสืออนุมัติ หรือหนั งสือแสดง คุ ณ วุ ฒิ อ ย่ า งอื่ น ซึ่ งตนได้ รั บ มาโดยวิ ธี ก ารถู ก ต้ อ งตามกฎเกณฑ์ ของ แพทยสภาหรือสถาบันนัน ้ ๆ (๓) สาขาของวิชาชีพเวชกรรม (๔) เวลาทำาการ .

ข้ อ ๑๒ ผู้ ป ระกอบวิ ช าชี พ เวชกรรมอาจแจ้ ง ความการ ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเฉพาะการแสดงที่อยู่ ที่ตัง้ สำา นั กงาน หมายเลข โทรศัพท์ และหรือข้อความที่อนุญาตในหมวด ๓ ข้อ ๑๑ เท่านั น ้ ข้ อ ๑๓ ผู้ ป ระกอบวิ ช าชี พ เวชกรรมผู้ ทำา การเผยแพร่ ห รื อ ตอบปั ญหาทางสื่อมวลชน ถ้าแสดงตนว่าเป็ นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม สามารถแจ้งสถานที่ประกอบวิชาชีพเวชกรรมได้ แต่ต้องไม่เป็ นการสื่อไป ในทำา นองโฆษณาโอ้ อ วดเกิ น ความเป็ นจริ ง หลอกลวง หรื อ ทำา ให้ ผู้ ป่ วย หลงเชื่อมาใช้บริการและในการแจ้งสถานที่ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้อง ไม่ปรากฏหมายเลขโทรศัพท์ส่วนตัวในทีเ่ ดียวกัน ข้อ ๑๔ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องระมัดระวังตามวิสัยที่ พึงมี มิให้การประกอบวิชาชีพเวชกรรม ของตนแพร่ออกไปในสื่อมวลชน เป็ นทำานองโฆษณาความรู้ความสามารถ หมวด ๔ การประกอบวิชาชีพเวชกรรม .

ข้อ ๑๕ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องรักษามาตรฐานของ การประกอบวิชาชีพเวชกรรมในระดับที่ดีที่สุดในสถานการณ์นั้นๆ ภายใต้ ความสามารถและข้อจำากัดตามภาวะ วิสัย และพฤติการณ์ที่มีอยู่ ข้อ ๑๖ ผู้ประกอบวิชาชีพ เวชกรรมต้ องไม่เ รียกร้อ งสิน จ้าง รางวัลพิเศษนอกเหนือจากค่าบริการที่ควรได้รับ ข้อ ๑๗ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่จูงใจหรือชักชวนผู้ ป่ วยให้มารับบริการทางวิชาชีพเวชกรรม เพื่อผลประโยชน์ของตน ข้ อ ๑๘ ผู้ ป ระกอบวิ ช าชี พ เวชกรรมต้ อ งไม่ ใ ห้ หรื อ รั บ ผล ประโยชน์เป็ นค่าตอบแทนเนื่องจากการรับ หรือส่งผู้ป่วยเพื่อรับบริการทาง วิชาชีพเวชกรรม หรือเพื่อการอื่นใด ข้อ ๑๙ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องปฏิบัติต่อผู้ป่วยโดย สุภาพ ข้อ ๒๐ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องปฏิบัติต่อผู้ป่วยโดย ปราศจากการบังคับขู่เข็ญ .

ข้อ ๒๑ ผู้ประกอบวิชาชีพ เวชกรรมต้องไม่หลอกลวงผู้ป่วย ให้หลงเข้าใจผิดเพื่อประโยชน์ของตน ข้อ ๒๒ ผู้ประกอบวิชาชีพ เวชกรรมต้อ งไม่ประกอบวิชาชีพ โดยไม่คำานึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย ข้อ ๒๓ ผู้ประกอบวิชาชีพ เวชกรรมต้อ งไม่ประกอบวิชาชีพ โดยไม่คำานึงถึงความสิ้นเปลืองของผู้ป่วย ข้ อ ๒๔ ผู้ ป ระกอบวิ ช าชี พ เวชกรรมต้ อ งไม่ สั ่ ง ใช้ หรื อ สนั บสนุน การใช้ ย าตำา รั บ ลั บ รวมทั ้ง ใช้ อุ ป กรณ์ ก ารแพทย์ อั น ไม่ เ ปิ ดเผย ส่วนประกอบ ข้ อ ๒๕ ผู้ ประกอบวิ ชาชี พ เวชกรรมต้ อ งไม่ เ จตนาทุ จ ริ ต ใน การออกใบรับรองแพทย์ ข้อ ๒๖ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่ให้ค วามเห็นโดย ไม่สุจริตอันเกี่ยวกับวิชาชีพเวชกรรม .

ข้อ ๒๗ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่เปิ ดเผยความลับ ของผู้ป่วย หรือผู้ป่วยที่เสียชีวิตแล้วซึ่งตนทราบมาเนื่ องจากการประกอบ วิ ช าชี พ เว้น แต่ ไ ด้ รั บ ความยิ น ยอมโดยชอบด้ ว ยกฎหมาย หรื อ เมื่ อ ต้ อ ง ปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามหน้ าที่ ข้ อ ๒๘ ผู้ ประกอบวิ ชาชี พ เวชกรรมต้ อ งไม่ ป ฏิ เ สธการช่ ว ย เหลือผู้ที่อยู่ในระยะอันตรายจากการเจ็บป่ วยเมื่อได้รับคำา ขอร้อง และตน อยู่ในฐานะที่จะช่วยได้ เว้นแต่ผู้ป่วยไม่อยู่ในสภาวะฉุกเฉินอันจำา เป็ นเร่ง ด่วนและเป็ นอันตรายต่อชีวิตโดยต้องให้คำาแนะนำ าที่เหมาะสม ข้อ ๒๙ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่ใช้ หรือสนั บสนุน ให้ มี ก ารประกอบวิ ช าชี พ เวชกรรมหรื อ วิ ช าชี พ ใดๆ ทางการแพทย์ ห รื อ สาธารณสุข หรือการประกอบโรคศิลปะโดยผิดกฎหมาย หมวด ๕ การปฏิบัติต่อผู้ร่วมวิชาชีพ ข้ อ ๓๐ ผู้ ป ระกอบวิ ช าชี พ เวชกรรมพึ ง ยกย่ อ งให้ เ กี ย รติ ์ รีซ่ ึงกันและกัน เคารพในศักดิศ .

ข้อ ๓๑ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่ทับถมให้ร้ายหรือ กลัน ่ แกล้งกัน ข้อ ๓๒ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่ชักจูงผู้ป่วยของผู้ อื่นมาเป็ นของตน หมวด ๖ การปฏิบัติต่อผู้ร่วมงาน ข้อ ๓๓ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมพึงยกย่องให้เกียรติและ ์ รีของผู้ร่วมงาน เคารพในศักดิศ ข้อ ๓๔ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่ทับถมให้ร้ายหรือ กลัน ่ แกล้งผู้ร่วมงาน ข้อ ๓๕ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมพึงส่งเสริมและสนั บสนุน การประกอบวิชาชีพของผู้ร่วมงาน .

หมวด ๗ การปฏิบัติตนเกี่ยวกับสถานพยาบาล ข้อ ๓๖ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่เป็ นผู้ดำา เนิ นการสถาน พยาบาลต้องไม่โฆษณาสถานพยาบาลหรือยิน ยอมให้ผู้อ่ ื น โฆษณาสถาน พยาบาลที่ตนเป็ นผู้ดำาเนินการในลักษณะดังต่อไปนี้ (๑) โฆษณาสถานพยาบาลในทำา นองโอ้ อ วดการประกอบ วิชาชีพเวชกรรม หรือกิจกรรมอื่นของสถานพยาบาลเกินกว่าที่เป็ นจริง (๒) โฆษณาสถานพยาบาลโดยโอ้ อ วดกิ จ กรรมของสถาน พยาบาลนัน ้ หรือสรรพคุณของเครื่องมือเครื่องใช้ของสถานพยาบาล ไปใน ทำา นองจู ง ใจให้ ผู้ อ่ ื นเข้ า ใจผิ ด โดยไม่ ถู ก ต้ อ งตามหลั ก วิ ช าการที่ เ ป็ น มาตรฐานของวิชาชีพเวชกรรม หรือทำา ให้ประชาชนเกิดความคาดหวังใน สรรพคุณเกินความเป็ นจริง (๓) โฆษณาสถานพยาบาลที่มีลักษณะเป็ นการลามก ไม่สุภาพ สำาหรับสาธารณชนทัว ่ ไปหรือมีลักษณะเป็ นการกระตุ้น หรือยัว ่ ยุกามารมณ์ หรือเป็ นการขัดต่อศีลธรรมอันดี (๔) โฆษณาสถานพยาบาลทำานองว่าจะให้ส่วนลดเป็ นเงินหรือ ให้ ผ ลประโยชน์ ต อบแทนแก่ ผู้ ใ ดให้ เ ป็ นไปตามระเบี ย บที่ แ พทยสภา กำาหนด .

(๕) โฆษณาสถานพยาบาลว่ามีผู้ประกอบวิชาชีพ เวชกรรมผู้ หนึ่งผู้ใดมาประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสถานพยาบาลนั น ้ โดยไม่เป็ นความ จริง ข้อ ๓๗ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่เป็ นผู้ดำา เนิ นการสถาน พยาบาล ต้ อ งไม่ ใ ห้ ห รื อ ยอมให้ มี ก ารให้ ค่ า ตอบแทนเป็ นเงิ น หรื อ ผล ประโยชน์ตอบแทนใดๆ แก่ผู้ชักนำ าผู้ไปขอรับบริการจากสถานพยาบาลนั น ้ ข้อ ๓๘ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่เป็ นผู้ดำา เนิ นการสถาน พยาบาล ต้องไม่ให้หรือยินยอมให้มีการประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือวิชา ชีพใดๆ ทางการแพทย์ หรือการสาธารณสุข หรือการประกอบโรคศิลปะโดยผิดกฎหมายในสถานพยาบาลนั น ้ ๆ ข้ อ ๓๙ ผู้ป ระกอบวิ ช าชี พ เวชกรรมผู้ ใ ดไปทำา การประกอบ วิชาชีพเวชกรรมในสถานพยาบาล มีสิทธิที่จะประกาศหรือยินยอมให้มีการ ประกาศชื่ อของตน ณ สถานพยาบาลนั ้น เฉพาะผู้ ที่ ป ฏิ บั ติ ง านเป็ นเวลา แน่ น อน หรื อ ปฏิ บั ติ ง านเป็ นประจำา เท่ า นั ้ น โดยต้ อ งมี ข้ อ ความระบุ วั น เวลาที่ไปปฏิบัติงานประกอบชื่อของตนไว้ในประกาศนั น ้ ให้ชัดเจนด้วย ข้อ ๔๐ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ใดที่ไปทำา การประกอบ วิชาชีพเวชกรรมในสถานพยาบาล ถ้ามิไ ด้เ ป็ นผู้ปฏิบัติงานประจำา หรือไป .

ปฏิบัติงานไม่เป็ นเวลาที่แน่ นอน ไม่มีสิทธิที่จะให้มีการประกาศชื่อของตน ณ สถานพยาบาลนั ้ น เว้ น แต่ ผู้ ป ระกอบวิ ช าชี พ เวชกรรมจะมี ก ารทำา ข้ อ ตกลงเป็ นลายลักษณ์อักษรกับผู้ดำาเนินการสถานพยาบาลนั น ้ ๆ หมวด ๘ การปฏิบัติตนในกรณีที่มีความสัมพันธ์กับผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ข้ อ ๔๑ ผู้ ป ระกอบวิ ช าชี พ เวชกรรมต้ อ งไม่ รั บ เงิ น จากผู้ ประกอบธุ ร กิ จ ไม่ ว่ า กรณี ใ ดๆ ยกเว้น กรณี รั บ ค่ า ตอบแทนจากการเป็ นที่ ปรึกษา เป็ นวิทยากรการบรรยายทางวิชาการ เป็ นผู้ไ ด้รับทุนวิจัยจาก ผู้ ประกอบธุรกิจดังกล่าว ข้ อ ๔๒ ผู้ ป ระกอบวิ ช าชี พ เวชกรรมต้ อ งไม่ รั บ สิ่ ง ของ การ บริการ หรือนั นทนาการที่มีมูลค่าเกินกว่าสามพันบาทจากผู้ประกอบธุรกิจ ไม่ว่ากรณีใดๆ ยกเว้นสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์ แก่งานด้านวิชาการที่ส่งผล ถึ ง การบริ ก ารที่ ยั ง ประโยชน์ แ ก่ ผู้ ป่ วย โดยให้ รั บ ในนามของสถาบั น ต้ น สังกัด .

ข้ อ ๔๓ ผู้ ป ระกอบวิ ช าชี พ เวชกรรมผู้ ใ ด เมื่ อรั บ ทุ น จากผู้ ประกอบธุรกิจในการไปดูงานไปประชุม หรือไปบรรยายทางวิชาการทัง้ ใน และต่างประเทศ ให้รับทุนได้เฉพาะค่าเดินทาง ค่าลงทะเบียน ค่าวิทยากร ค่าอาหาร และค่าที่พัก สำา หรับเฉพาะตนเองเท่านั ้น และจำา กัดเฉพาะช่วง เวลาของการดูงาน การประชุม หรือการบรรยายเท่านั น ้ ข้อ ๔๔ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ใด ถ้าต้องการแสดงตน เพื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพใดๆ ต่อสาธารณชนจะต้องไม่ใช้คำา ว่า นาย แพทย์ แพทย์หญิง คำาอื่นใด หรือกระทำาการไม่ว่าโดยวิธีใดๆ ให้ประชาชน เห็นหรือทราบข้อความ ภาพ เครื่องหมาย หรือกระทำาอย่างใดๆ ให้บุคคล ทัว ่ ไปเข้าใจว่าเป็ นแพทย์หรือผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ข้อ ๔๕ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ใด เมื่อแสดงความเห็น ต่ อ สาธารณะโดยการพู ด การเขี ย น หรื อ โดยวิ ธี ก ารอื่ น ใดที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์สุขภาพใด ต้องแสดงโดยเปิ ดเผยในขณะเดียวกัน นั ้นด้วยว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องโดยได้รับผลประโยชน์ ใดๆ จากผู้ประกอบ ธุ ร กิ จ นั ้น เช่ น เป็ นที่ ป รึ ก ษา เป็ นผู้ ร่ ว มทุ น เป็ นผู้ ไ ด้ รั บ ทุ น ไปดู ง าน ไป ประชุมหรือบรรยายจากผู้ประกอบธุรกิจนั น ้ ๆ ข้อ ๔๖ ราชวิทยาลัย และวิท ยาลัยในสั งกั ดแพทยสภาอาจ วางระเบียบกำาหนดแนวปฏิบัติตามข้อบังคับในหมวดนี้ สำาหรับผู้ประกอบ วิชาชีพเวชกรรมที่เป็ นสมาชิกของราชวิทยาลัยและวิทยาลัยนั ้นๆ ได้เท่าที่ ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ .

หมวด ๙ การศึกษาวิจัยและการทดลองในมนุษย์ ข้อ ๔๗ ผู้ประกอบวิ ชาชีพ เวชกรรมผู้ทำา การศึ ก ษาวิ จัย และ การทดลองในมนุ ษ ย์ ต้ อ งได้ รั บ ความยิ น ยอมจากผู้ ถู ก ทดลอง และต้ อ ง พร้อมที่จะป้องกันผู้ถูกทดลองจากอันตรายที่เกิดขึ้นจากการทดลองนั น ้ ข้ อ ๔๘ ผู้ ป ระกอบวิ ช าชี พ เวชกรรมต้ อ งปฏิ บั ติ ต่ อ ผู้ ถู ก ทดลองเช่นเดียวกับการปฏิบัติต่อผู้ป่วยในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตาม หมวด ๔ โดยอนุโลม ข้ อ ๔๙ ผู้ ป ระกอบวิ ช าชี พ เวชกรรมต้ อ งรั บ ผิ ด ชอบต่ อ อันตรายหรือผลเสียหาย เนื่ องจากการทดลองที่บังเกิดต่อผู้ถูกทดลองอัน มิใช่ความผิดของผู้ถูกทดลองเอง ข้อ ๕๐ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ทำา การหรือร่วมทำา การ ศึ ก ษาวิ จั ย หรื อ การทดลองในมนุ ษ ย์ สามารถทำา การวิ จั ย ได้ เ ฉพาะเมื่ อ .

โครงการศึก ษาวิจัย หรือการทดลองดังกล่า ว ได้รับการพิจารณาเห็ น ชอบ จากคณะกรรมการด้านจริยธรรมที่เกี่ยวข้องแล้วเท่านั น ้ ข้อ ๕๑ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ทำา การหรือร่วมทำา การ ศึกษาวิจัยหรือการทดลองในมนุษย์จะต้องปฏิบัติตามแนวทางจริยธรรม ของการศึกษาวิจัย และการทดลองในมนุษย์และจรรยาบรรณของนักวิจัย หมวด ๑๐ การประกอบวิชาชีพเวชกรรมเกี่ยวกับการปลูกถ่ายอวัยวะ ข้ อ ๕๒ การปลู ก ถ่ า ยอวั ย วะที่ ผู้ บ ริ จ าคประสงค์ จ ะบริ จ าค อวั ย วะขณะที่ ยั ง มี ชี วิ ต ผู้ ป ระกอบวิ ช าชี พ เวชกรรมผู้ ทำา การปลู ก ถ่ า ย อวัยวะต้องดำาเนินการตามเกณฑ์ต่อไปนี้ (๑) ผู้ บ ริ จ าคต้ อ งเป็ นญาติ โ ดยสายเลื อ ด หรื อ คู่ ส มรสที่ จ ด ทะเบียนสมรสกับผู้รับอวัยวะมาแล้วอย่างน้ อยสามปี เท่านั ้น ยกเว้นกรณี เป็ นการปลู ก ถ่ า ยอวั ย วะจากผู้ บ ริ จ าคที่ เ ป็ นผู้ ไ ด้ รั บ การวิ นิ จ ฉั ย ว่ า อยู่ ใ น เกณฑ์สมองตายตามประกาศแพทยสภา (๒) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ทำาการปลูกถ่ายอวัยวะต้อง ทำา การตรวจสอบ และรวบรวมหลักฐานที่แสดงว่า ผู้บริจาคเป็ นญาติโ ดย .

๑ ผู้ ที่ ส มองตายตามเกณฑ์ ก ารวิ นิ จ ฉั ย ของแพทยสภา เท่านั ้น ที่ผู้ประกอบวิ ชาชีพ เวชกรรมจะนำ า เอาอวัยวะไปทำา การปลูก ถ่าย อวัยวะ และผู้ที่สมองตายดังกล่าวต้องไม่มีภาวะดังต่อไปนี้ ๕๓.สายเลือด หรือเป็ นคู่สมรสกับผู้รับอวัยวะ โดยต้องเก็บหลักฐานดังกล่าวไว้ ในรายงานผู้ป่วยของผู้รับอวัยวะ (๓) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ทำาการปลูกถ่ายอวัยวะ ต้อง อธิบายให้ผู้บริจาคเข้าใจถึงความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่างๆ แก่ผู้บริจาค ทัง้ จากการผ่าตัด หรือหลังการผ่าตัดอวัยวะที่บริจาคออกแล้วเมื่อผู้บริจาค เข้ า ใจและเต็ ม ใจที่ จ ะบริ จ าคแล้ ว จึ ง ลงนามแสดงความยิ น ยอมบริ จ าค อวัยวะไว้เป็ นลายลักษณ์อักษร (Informed consent form) (๔) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ทำาการปลูกถ่ายอวัยวะ ต้อง ทำา หลักฐานเป็ นหนั งสือเพื่อแสดงว่าไม่มีก ารจ่ายค่าตอบแทนแก่ผู้บริจาค เป็ นค่าอวัยวะ (๕) ผู้ บ ริ จ าคต้ อ งมี สุ ข ภาพสมบู ร ณ์ เ หมาะสมที่ จ ะบริ จ าค อวัยวะได้ ข้อ ๕๓ การปลูกถ่ายอวัยวะที่ใช้อวัยวะจากผู้ที่สมองตายต้อง ดำาเนินการตามเกณฑ์ต่อไปนี้ ๕๓.๑.๓ การทดสอบเอช ไอ วี (HIV) ให้ผลบวก .๑ มะเร็งทุกชนิด ยกเว้นมะเร็งสมองชนิดปฐมภูมิ ๕๓.๑.๑.๒ ติดเชื้อทัว ่ ไป และโลหิตเป็ นพิษ ๕๓.

๒ การขอบริ จ าคอวั ย วะจากญาติ ผู้ เ สี ย ชี วิ ต ตามเกณฑ์ สมองตายของแพทยสภาต้องดำาเนิ นการโดยคณะแพทย์ หรือผู้ได้รับมอบ หมายจากคณะแพทย์เท่านั ้น สำา หรับการริเริ่มขอบริจาคคณะแพทย์ หรือ พยาบาลที่รับผิดชอบดูแลผู้ป่วยที่เสียชีวิตควรเป็ นผู้ริเริ่ม ๕๓.๖ ก่อนที่จะเอาอวัยวะออกจากผู้ที่สมองตาย ซึ่งต้องมีการ ชันสูตรพลิกศพตามกฎหมายต้องแจ้งให้ผู้ชันสูตรพลิกศพทราบก่อน และ .๕๓.๑.๓ ๕๓.๓ ญาติผู้ตายที่จะบริจาคอวัยวะต้องเป็ นทายาทหรือผู้แทน โดยชอบธรรมของผู้ตาย และจะเป็ นผู้ลงนามบริจาคอวัยวะเป็ นลายลักษณ์ อักษร พร้อมทัง้ มีพยานลงนามรับรองไม่น้อยกว่าสองคน ๕๓.๕ ผู้ ป่ ว ย ที่ เ ป็ น โ ร ค วั ว บ้ า (Creutzfuldt Jacob disease) หรือผู้ป่วยที่เป็ นโรคสมองเสื่อมที่ไม่ทราบ สาเหตุแน่นอน ๕๓.๓ ได้ ให้ถือว่าเอกสารแสดงความจำานงบริจาคอวัยวะที่ผู้บริจาคอวัยวะ ให้ ไ ว้ กั บ ศู น ย์ รั บ บริ จ าคอวั ย วะ สภากาชาดไทย เป็ นเอกสารที่ ใ ช้ แ ทน เอกสารในข้อ ๕๓.๔ ญาติ ผู้ ต ายที่ บ ริ จ าคต้ อ งทำา คำา รั บ รองเป็ นลายลั ก ษณ์ อักษรว่าจะไม่รับสิ่งตอบแทนเป็ นค่าอวัยวะโดยเด็ดขาด ๕๓.๕ ในกรณีที่ผู้ตายได้แสดงความจำานงบริจาคอวัยวะไว้กับ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย และมีบัตรประจำาตัวผู้ที่แสดงความ จำา นงบริ จ าคอวั ย วะดั ง กล่ า ว ถ้ า ไม่ ส ามารถติ ด ตามหาญาติ ผู้ ต ายในข้ อ ๕๓.๑ .๔ ผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็ นโรคพิษสุนัขบ้า ผู้ป่วยที่เป็ น โรคสมองอัก เสบเฉีย บพลัน หรื อไขสั น หลัง อัก เสบเฉีย บพลัน หรือ ปลาย ประสาทอักเสบเฉียบพลัน ทีต ่ ายโดยไม่ทราบสาเหตุแน่นอน ๕ ๓ .

ศัลยแพทย์ผู้ผ่าตัดอวัยวะจากศพต้องบันทึกการนำ า อวัยวะออกไปจากศพ นัน ้ ไว้ในเวชระเบียนของผู้ตายด้วย ข้อ ๕๔ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ทำาการปลูกถ่ายอวัยวะ ต้องเป็ นศัลยแพทย์ผู้ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติจากแพทยสภา ข้อ ๕๕ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ทำาการปลูกถ่ายอวัยวะ ต้องกระทำาการปลูกถ่ายอวัยวะในสถานพยาบาลของรัฐหรือเอกชน ซึ่งเป็ น สมาชิกของศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย หมวด ๑๑ การประกอบวิชาชีพเวชกรรมเกี่ยวกับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำาเนิดเม็ด โลหิตจากผู้บริจาค ข้อ ๕๖ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ทำา การปลูก ถ่ายเซลล์ ต้นกำาเนิดเม็ดโลหิตต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) เป็ นอายุรแพทย์โรคเลือด หรือกุมารแพทย์โรคเลือดผู้ได้ รับวุฒิบัตร หรือหนังสืออนุมัติจากแพทยสภา หรือ .

(๒) เป็ นอายุ ร แพทย์ ห รื อ กุ ม ารแพทย์ ที่ ผ่ า นการอบรมตาม หลักสูตรการฝึ กอบรมการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำาเนิ ดเม็ดโลหิตที่แพทยสภา รับรอง ข้อ ๕๗ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ทำา การปลูก ถ่ายเซลล์ ต้นกำาเนิ ดเม็ดโลหิตในกรณีที่ผู้บริจาค และผู้รับบริจาคไม่ใช่ญาติโดยสาย เลือด (Unrelated donor) นอกจากจะต้องมีคุณสมบัติตามข้อ ๕๖ แล้ว จะ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ด้วย คือ (๑) มีประสบการณ์ก ารปลูกถ่ายไขกระดูก ไม่น้ อยกว่าสองปี และ (๒) ได้รับการรับรองจากคณะอนุกรรมการปลูกถ่ายเซลล์ต้น กำาเนิด เม็ดโลหิต ข้อ ๕๘ ให้มีคณะอนุก รรมการปลูกถ่ายเซลล์ต้น กำา เนิ ดเม็ด โลหิตประกอบด้วย ผู้แทนจากสมาคมปลูกถ่ายไขกระดูกแห่งประเทศไทย ๑ คน ผู้แทนสมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย ๑ คน ผู้แทนศูนย์บริการ โลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย ๑ คน ผู้แทนสถาบันที่มีประสบการณ์ ใน การปลูก ถ่ายไขกระดูก สถาบัน ละ ๑ คน อย่างน้ อย ๔ คน แต่ไ ม่เกิน ๕ คน กรรมการแพทยสภา ๒ คนให้คณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ ง มีหน้ าที่ ๕๗ (๑) พิจารณาให้การรับรองผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามข้อ .

๒ มีพ ยาบาลประจำา หอผู้ป่วยปลูก ถ่ายไขกระดูก ตลอด เวลาในอัตราส่วน ของพยาบาลต่อผู้ป่วย ไม่น้อยกว่า ๑:๓ ๒.๑ มีแพทย์เฉพาะทางสาขาอื่นๆ ได้แก่ (๑) กุมารเวชศาสตร์ และ/หรืออายุรศาสตร์ ในสาขา โรคหัวใจ โรคติดเชื้อโรคทางเดินอาหาร โรคไต โรคปอด (๒) ศัลยศาสตร์ (๓) ธนาคารเลือด ๒.(๒) เพิกถอนให้การรับรองกรณีที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ขาดคุณสมบัติ หรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำาหนดไว้ในหมวดนี้ ข้อ ๕๙ คณะอนุกรรมการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำาเนิ ดเม็ดโลหิต จะให้การรับรองผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามข้อ ๕๗ ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้ (๑) ประกอบวิชาชีพ เวชกรรมในสถานพยาบาลที่มีจำา นวนผู้ ป่ วยที่ปลูกถ่ายไขกระดูกจากพี่น้องที่มี เอชแอลเอ ตรงกันไม่น้อยกว่าสิบ รายต่อปี ดังต่อไปนี้ (๒) ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสถานพยาบาลที่มีคุณสมบัติ ๒.๓ องค์ประกอบอื่นๆ (๑) มีห้องแยกที่ให้การรักษาผู้ป่วยเม็ดโลหิตขาวตำ่า .

(๒) หออภิบาลผู้ป่วยหนัก (๓) สามารถให้การตรวจทางห้องปฏิบัติการ และการ ตรวจทางภาพรังสีได้ตลอดยี่สิบสี่ชัว ่ โมง ตลอดยี่สิบสี่ชัว ่ โมง (๔) สามารถให้ โ ลหิ ต และส่ ว นประกอบของโลหิ ต ได้ ข้ อ ๖๐ การปลู ก ถ่ า ยเซลล์ ต้ น กำา เนิ ด จากไขกระดู ก หรื อ กระแสโลหิต ในกรณีผู้บริจาคและผู้รับบริจาคมิใช่ญาติให้ศูนย์บริการโลหิต แ ห่ ง ช า ติ ส ภ า ก า ช า ด ไ ท ย ดำา เ นิ น ก า ร จั ด ห า ผู้ บ ริ จ า ค (Donor Registration) โดยการจัดตัง้ National Stem cell Donor Program ภาย ใต้การกำากับดูแลของแพทยสภา ข้อ ๖๑ ในการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำาเนิ ดเม็ดโลหิต ผู้ประกอบ วิชาชีพ เวชกรรมผู้ทำา การปลูกถ่ายเซลล์ต้น กำา เนิ ดเม็ดโลหิต ต้องดำา เนิ น การตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑) ตรวจสุขภาพผู้บริจาคว่าเป็ นผู้มีสุขภาพสมบูรณ์เหมาะสม ที่จะบริจาคเซลล์ต้นกำาเนิดเม็ดโลหิตได้ (๒) อธิบายให้ผู้บริจาคเข้าใจถึงความเสี่ยงที่จ ะเกิดอัน ตราย ต่ า งๆ แก่ ผู้ บ ริ จ าคในระหว่ า งการบริ จ าคและภายหลั ง การบริ จ าค เมื่ อ ผู้ บริจาคเข้าใจและเต็มใจที่จะบริจาคแล้ว จึงลงนามแสดงความยินยอมใน แบบใบยินยอมบริจาคเซลล์ต้นกำาเนิ ดเม็ดโลหิต ซึ่งแนบท้ายข้อบังคับนี้ ไว้ .

เป็ นลายลักษณ์อักษร กรณีเป็ นการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำาเนิ ดเม็ดโลหิตโดย การใช้เลือดจากรกให้ผู้บริจาคหรือสามีเป็ นผู้ลงนามแสดงความยินยอม (๓) จัดให้มีการทำา หลัก ฐานเป็ นหนั งสือเพื่ อแสดงว่าไม่มีการ จ่ายค่าตอบแทนเป็ นค่าเซลล์ตน ้ กำาเนิดเม็ดโลหิตแก่ผู้บริจาค ข้อ ๖๒ ผู้ประกอบวิ ชาชี พ เวชกรรมผู้ ทำา การปลูก ถ่า ยเซลล์ ต้นกำาเนิ ดเม็ดโลหิตสามารถเก็บเซลล์ต้นกำาเนิ ดเม็ดโลหิตไว้ในห้องปฏิบัติ การ เพื่อการปลูกถ่ายในอนาคตได้ตามความเหมาะสม ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ สมศักดิ ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา .

เอกสารประกอบหมายเลข ๓ ๔. เอกสารประกอบหมายเลข ๒ ๓. เอกสารประกอบหมายเลข ๑ ๒. เอกสารประกอบหมายเลข ๖ (ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย) . เอกสารประกอบหมายเลข ๕ ๖.[เอกสารแนบท้าย] ๑. เอกสารประกอบหมายเลข ๔ ๕.