กฎหมายอิสลามฯ ๒.๐๕.๕๔...

1/23

กฎหมายอิสลาม [Sharia Law]
วาดวยครอบครัว - มรดก และการพิจารณาคดี พ.ศ.........
บทนํา
กฎหมายอิสลาม หรือที่เราไดยนิ เรียกขานกันเปนภาษาอาหรับวา กฎหมายชารีอะห [Sharia
Law] เปนกฎหมายที่กําหนดการปฏิบัติ ขอหาม การพิจารณาคดีบนพื้นฐานคัมภีรอัลกุรอาน ตามหลัก
ศาสนาอิสลาม
ซึ่งมีบทกําหนดวาดวยเรื่องตางๆหลายบท แตแนนอนที่สุดในเมื่อประเทศไทยยังมิไดเปลี่ยนเปน
รัฐอิสลาม ก็ไมสามารถเอากฎหมายชารีอะหที่เขียนโดยพระเจาฉบับสมบูรณมาใช แมแตประเทศที่มี
ศาสนาอิสลามเปนศาสนาประจําชาติหลายๆประเทศ ก็ยังไมสามารถนํามาใชไดอยางสมบูรณ
บางประเทศทีม่ ีชนสวนใหญเปนมุสลิม เชนประเทศมาเลเซีย ทั้งๆที่รัฐกลันตันมีอิสระในการ
กําหนดกฎหมายของรัฐเอง ไดพยายามที่จะนํามาใชแต ก็ยังติดอยูทรี่ ัฐบาลกลางไมเห็นดวย
ประเทศปากีสถาน
ขอใหรัฐบาลนํากฎหมายอิสลามฉบับสมบูรณจากคัมภีรอลั กุรอานมาใช
ประทวงถึงกับเกิดจลาจลยึดมัสยิดแดง จนรัฐบาลตองใชการปราบปราม นักศึกษาที่เขามารวมประทวงได
กลายเปนโลใหกับแกนนําจนเสียชีวติ ไปมากมาย
ถาหากทานผูอา นไดศึกษาจากบทวิเคราะห กฎหมายอิสลามวาดวยครอบครัว มรดก และการ
พิจารณาคดีทภี่ ูวดล แดนไทยไดวิเคราะหแลว ก็คือฉบับที่ทานกําลังจะอานฉบับนี้ ทานจะมองทะลุ เห็น
เลหเหลี่ยม และกลยุทธทีจ่ ะชิงความไดเปรียบ เปนฐานเพื่อที่จะเสนอกฎหมายวาดวยเรื่องตางๆ เปน
ประเด็นๆไป
กฎหมายชารีอะห หรือกฎหมายอิสลามวาดวยครอบครัว มรดกฯ นี่แหละที่มุสลิมในประเทศไทย
พยายามทีเ่ สนอเขาสภาฯ เปนกฎหมายที่ยดึ ถือเอาบทบัญญัติจากคัมภีรอัลกุรอานมาใชตัดสินคดีความ
เปนเรื่องใหชวนศึกษาดวยความสงสัยวาในนั้นมีอะไร? บางประเทศถึงกับเดินขบวนแสดงพลัง
กดดันรัฐบาลที่จะใหรัฐบาลนํามาใชใหได
แตละประเทศแตละผูนํามีวิธคี ิดตางกัน มีมุมมองเรื่องกฎหมายอิสลามแตกตางกันราวฟากับเหว
ทําใหเราเกิดความสงสัยเปนอยางยิ่งในยีน หรือ ดี เอ็น เอ ทีก่ อเกิดความเปนมนุษยระดับผูน ําของสอง
ประเทศ

กฎหมายอิสลามฯ ๒.๐๕.๕๔...2/23
หนึ่งนายกรัฐมนตรี จากหนึ่งประเทศที่อวดตัววาไมเคยเปนเมืองขึ้นใครมากอน เสนอเองวา “จะ
ใหใชกฎหมายอิสลามวาดวยครอบครัว และ ทรัพยสนิ มาใชในประเทศ” ตอบแทนการฆาพี่นอ งชาติ
เดียวกันทีล่ งคะแนนเสียงใหไดเปนนายกรัฐมนตรีนั่นคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีแหง
ประเทศไทย ไดพูดไวกับ สํานักขาวบลูมเบิรก (bloomberg ) เมื่อ ๒๒ มิ.ย.๕๒
อีกหนึ่งนายกรัฐมนตรี จากประเทศใตรม ธงของประเทศที่มีกษัตริยาเปนประมุข ที่ครั้งหนึ่งใน
อดีตเคยเปนเจาของแผนดินบนโลกนี้หลายๆประเทศ จนกระทั่งไดชอื่ วาเปนประเทศที่พระอาทิตยไมเคย
ตกดิน แตปจ จุบันนีแ้ ผนดินในอาณัติเหลานี้ไดหดหายไปเกือบหมดแลว ทานนายกฯของประเทศนี้ได
ประกาศวา “การทีม่ ุสลิมเดินขบวนเพื่อใหใชกฎหมายอิสลาม (ชารีอะห) ปกครอง นั้นใหออกไปจาก
ประเทศที่ทานเปนผูน ําไดทนั ที”
เควิน รัดด [Kevin Rudd] นายกรัฐมนตรีประเทศออสเตรเลียคือผูที่ไดกลาวประโยคนี้ ทาน
คิดกาวไกลทันโลกปจจุบัน
ที่ประเทศตางๆทัว่ ยุโรปและอเมริกาที่ไดพากันตอตานกฎหมายอิสลาม
(Sharia Law) หลายๆประเทศตางก็ไมยอมใหใชกฎหมายฉบับนี้ในแผนดินตนเอง
การทีน่ ายกฯไทยสนับสนุนใหนํากฎหมายอิสลาม (Sharia Law) มาใชในประเทศไทย เชื่อได
วาเปนความคิดของทานนายกฯเอง ที่เติบโตอยูใ นสิ่งแวดลอมที่สวยสดงดงาม ลืมตาก็เห็นกะลา เปด
สมองรูประสาจากสถาบันการศึกษาในประเทศอังกฤษประเทศที่พระอาทิตยไมเคยตกดิน แตปจจุบันนี้
แผนดินที่เหลือกําลังจะถูกมุสลิม takeover
ซึ่งอาจจะเปนประเทศไทยที่จะถูกมุสลิม takeover
ตามหลังไปติดๆ
ดังนั้น พอจะเชื่อไดวานายกฯทั้งสองคนนี้ จะเปนผูท ี่ไดรับการจารึกชื่อและวงศตระกูลไวใน
ประวัติศาสตรของโลกแนนอน แตอาจจะอยูในคนละเลม และใชวัสดุบันทึกตางกัน
เนื่องจากทีไ่ ดเขียนไวแลวเดิม เปน “บทความเรือ่ งกฎหมายอิสลาม” หรือ กฎหมายชารีอะห แต
มิไดเปนการ “วิเคราะห พ.ร.บ.อิสลาม” รายมาตรา
แตบทความทีท่ านกําลังอานอยูฉบับนี้เปนบทที่ “วิเคราะหและวิจารณเนื้อหาในพ.ร.บ.อิสลาม”
ที่กําลังจะเสนอเขาสภาผูแ ทนราษฎร
ถาจะเอาทั้งสองบทความมาเขียนตอเนื่องกันจะมีความยาวมากเกินไป
ดังนั้นจะไดนําเอาบาง
สาระจากบทความเรื่องกฎหมายชารีอะหมาเสริมบทวิเคราะหพ.ร.บ.ฯในฉบับนี้ เพื่อเปนการขยายความ
เขาใจที่ตอเนื่อง

กฎหมายอิสลามฯ ๒.๐๕.๕๔...3/23
ที่ผานมา
ไดเคยมีรางฯกฎหมายอิสลามฉบับที่เสนอโดยนายนัจมุดดีน อูมา นายวิรัตน กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา
พรรคประชาธิปตย รางฯของศอ.บต.โดยนาย ภานุ อุทัยรัตน นายฮอชาลี มาเหล็ม ไดเสนอเพื่อนําเขาสภา
ฯ แตไมผานการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาดวยเหตุผลดานงบประมาณ
ตอมาไดมีการรางใหมอีกครัง้ คราวนี้หมายมั่นปนมือวาตองผานใหได ราง พ.ร.บ.ฉบับนี้นี่แหละ
ที่ภูวดล แดนไทยไดนําใหพวกเราไดมาศึกษากัน

กอนอื่นขอพูดกับเพื่อนรวมแผนดินทุกศาสนา
ถึงพี่นองชาวไทยทุกๆศาสนา เปนความรูส ึกที่เหมือนๆกับทุกทานที่เกิดบนแผนดินไทย อยู กิน
ประกอบอาชีพเลีย้ งตนและครอบครัว จนกระทั่ง ตายทิ้งรางทับถมไวบนแผนดินนี้
แผนดินนี้ใชไหม? ที่รองรับวิถกี ารดํารงของทานทั้งหลายที่มีความเชื่อตางกัน การกิน การอยู
ตางกัน แลวเราอยูกันอยางไมมีปญหามานับรอย นับพันป
ศาสนาและความเชื่อเปนปญหาไหม? ตอบไดวาไมมีเลย
แตขณะนี้มีคนที่ฟุงซาน ทะยานไฝอํานาจ กําลังจะทําใหแผนดินนีล้ ุกเปนไฟ ศาสนาและความ
เชื่อนั้นไมเคยฆาใครทําลายใคร แตถามนุษยเอาศาสนามาใชเพื่ออํานาจ...ละก็! นั่นแหละ...จะเผาโลกนี้
ใหมอดไหมยิ่งกวาไฟบัลลัยกัลป ทานจะรับหรือไม ?
และแลว... “วันสิ้นโลก” ที่เขาทั้งหลายอยากจะพบ อยากจะเห็น
จะไดพาพากเขาไปอยูดว ยกัน ก็เพราะฝมือพวกเขากันเอง
<><><><>

บทวิเคราะหและวิจารณ

พระราชบัญญัติการใชกฎหมายอิสลามวาดวยครอบครัว
มรดก และการพิจารณาคดี พ.ศ.........
เนื่องจากความสําคัญของพ.ร.บ.ฯ ตองเริ่มศึกษาตั้งแตเริม่ กลาวถึงหลักการ และ เหตุผล จึงขอยก
มาวิเคราะหและวิจารณกัน ตั้งแตตรงนั้น
หลักการ
ปรับปรุงกฎหมายวาดวยการใชกฎหมายอิสลามวาดวยครอบครัว มรดกและการ
พิจารณาคดี

กฎหมายอิสลามฯ ๒.๐๕.๕๔...4/23
เหตุผล
โดยที่รฐั ธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยมาตรา ๓๗
กําหนดใหบคุ คลยอม
มีเสรีภาพบริบรู ณในการถือศาสนา นิกายของศาสนา หรือ ลัทธินิยมในทางศาสนาและ
ยอมมีเสรีภาพในการปฏิบัตติ ามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ หรือ ปฏิบัติพธิ ีกรรมตาม
ความเชื่อถือของตน เมื่อไมเปนปฏิปก ษตอหนาที่ของพลเมือง และไมเปนการขัดตอ
ความสงบเรียบรอยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
* “ แตพระราชบัญญัตวิ า ดวยการใชกฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปตตานี นราธิวาส
ยะลา และสตูล พ.ศ.๒๔๘๙ นั้น ยังไมสอดคลองกับสภาวการณของประเทศ”
** “และ ของนานาประเทศที่มีอิสลามิกชน ซึ่งมุสลิมในประเทศไทยนอกเขตจังหวัด
ปตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล ก็มีความตองการนํากฎหมายอิสลามมาบังคับใช
เกี่ยวกับเรือ่ งครอบครัวและมรดกดวยเชนกัน”
***
“จึงจําเปนตองปรับปรุงพระราชบัญญัตวิ าดวยการใชกฎหมายอิสลามในเขต
จังหวัดปตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.๒๔๘๙ เพื่อ(ให)สอดคลองกับสภาวการณ
ในปจจุบัน ไมใหเกิดความเหลือ่ มล้าํ ในการพิจารณาคดี และเปนการอํานวยความ
ยุตธิ รรมใหมุสลิมในประเทศไทยไดใชหลักศาสนาเปนบรรทัดฐานในการพิจารณาคดีวา
ดวยครอบครัวและมรดก และสอดคลองกับการพิจารณาคดีของประเทศมุสลิมทั่วโลก”
อีกทั้งสถานการณปจ จุบันประเทศไทยไดพฒ
ั นาความสัมพันธกับประเทศในโลกอิสลาม
ในเชิงเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม จึงมีความจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้
ขอสังเกต

จากเหตุผล มีขอสังเกตใหเห็นวา

ไดพยายามยกเหตุผล หลายแงหลายมุมมาเปนขออางใหเห็นวา ควรจะนํากฎหมายอิสลาม
มาใชเปนอยางยิ่ง นั่นแสดงถึงเจตนารมณที่แนวแน และวิธีคิดที่บงเจตนาจะตองเอาใหไดของผู
รางพ.ร.บ.นี้
ดวยขอความขางตนที่ยกมาเปนเหตุผลมีเนือ้ หาที่เปนสาระ ซึ่งแตกประเด็นเพื่อศึกษาไดดังนี้
จากประเด็นที่ ๑

แตพระราชบัญญัติวาดวยการใชกฎหมายอิสลาม ในเขตจังหวัดปตตานี
นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.๒๔๘๙ นั้น ยังไมสอดคลองกับสภาวการณของ
ประเทศ (หมายถึงภายในประเทศ)
*

กฎหมายอิสลามฯ ๒.๐๕.๕๔...5/23
หมายความวา

ที่รัฐบาลจัดใหมีพระราชบัญญัตวิ าดวยครอบครัว ตั้งแตป พ.ศ.๒๔๘๙นั้นยังไม
เปนที่พอใจของชาวอิสลาม จึงตองมีการฆาพีน่ อง ไทยทั้งพุทธ และ มุสลิม เพื่อ
กดดันรัฐบาลกอนที่จะขอใชกฎหมายฉบับนี้ ดังที่เห็นกันอยูทุกวันดังสภาวการณ
ของประเทศทีเ่ ปนอยู...ใชหรือไม?

ดังนั้นสรุปไดวา

เมื่อไดกฎหมายฯฉบับนีแ้ ลวเหตุการณจะสงบลงทันทีใชหรือไม? หรือ....ตองขอ
กฎหมายอื่นๆเชน กฎหมายวาดวย ทรัพยสนิ วากัฟ ...... หรือวาดวยกองทุนซะกาต
หรืออื่นๆๆๆอีก

ถาเชนนั้น

บอกไดวาผูร างฯพ.ร.บ.ฯนี้ไดรูเห็นเปนใจการมี และการเกิดสภาวการณที่มีการฆา
และทําลายกันเชนที่เปนอยูทกุ ๆวัน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต

จากประเด็นที่ ๒

** “และ ของนานาประเทศที่มีอิสลามิกชน (หมายถึงประเทศอิสลามทั่วโลก)

ซึ่งมุสลิมในประเทศไทยนอกเขตจังหวัดปตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล ก็มี
ความตองการนํากฎหมายอิสลามมาบังคับใชเกีย่ วกับเรือ่ งครอบครัวและมรดกดวย
เชนกัน”
หมายความวา

รัฐบาลไทยจะตองจัดใหในทุกๆกรณี ทุกๆเรื่อง ใหเหมือนกับประเทศที่เปนรัฐ
อิสลาม ที่มีมุสลิมอพยพเขาไปอาศัยอยู แลวสรางสถานการณกดดัน

ขอถามวา

จําเปนไหมทีร่ ฐั บาลจะตองจัดใหทุกๆเรื่อง? ขอถามตอวาเราจะเอาประเทศไหน
เปนตัวอยาง?
๑.

จะเอาประเทศปากีสถาน ทีเ่ รียกรองใหใชกฎหมายอิสลามเต็มรูปแบบ จน
มีเหตุการณฆากันเองไมหยุด ฆาไดแมแตผูทเี่ สนอตัวมาใหประชาชน
เลือกเปนผูน ําประเทศตนเองเชนนางเบ็นนาซี บุตโต

๒.

หรือจะเอาอยางอัฟกานิสถาน ที่ไมเคยรางศึกสงครามภายใน กดขีส่ ตรี
เหมือนสัตวเลีย้ ง

๓.

หรือจะเอาอยางมาเลเซีย ที่กดขี่ชนกลุมนอยตางชาติพันธุเ ปนแบบอยาง

ทานผูต องการใหใชพ.ร.บ.ฯนี้จะตองตอบใหไดวา
อิสลามิกชนไดตอบสนองนโยบายของรัฐฯอะไรบาง?

กฎหมายอิสลามฯ ๒.๐๕.๕๔...6/23
รัฐบาลขอใหทานคุมกําเนิด เพื่อการจัดสรรงบประมาณใหประชาชนทุกหมูเหลารวมทั้งอิสลามิกชนเองได
อยางมีประสิทธิภาพ ทั้งดานการศึกษา การเปนอยู ความปลอดภัยและอนามัยของ
พวกเราทุกๆคน
กลับโตวา

“เปนการขัดกับหลักศาสนา!” ก็ไมวากัน

ภูวดลฯ ไดเคยถามวา มีลกู มากๆแลวจะรับผิดชอบไหวหรือ?
คําตอบ
แต

“เปนหนาที่ของรัฐบาลตองดูแล รับผิดชอบ”

อัลเลาะหมิไดกําหนดใหมุสลิมจะตองมีภรรยาหลายๆคน
เยี่ยงนี้ควรเรียกไดวาไมรูจกั พอเพียง

แตกลับแขงขันกันมี

ไมสนับสนุนสวนรวม แลวยังจะทําตัวเบียดเบียนสวนรวมอีก นอกจากไมพอเพียง
แลว ก็ควรทีจ่ ะเรียกไดวา “มักมากในกาม” อีกดวย
และขอถามอีกวา

อะไรเปนตัวบงบอกวาประชาชนตองการนํากฎหมายอิสลามมาบังคับใช? หรืออาง
เพื่อหวังประโยชนสวนตน
เพราะการใชกฎหมายอิสลามใชหรือไม ทีม่ ีบทลงโทษใหเฆี่ยนตีเหมือนวัวเหมือนควาย

กฎหมายอิสลามใชหรือไมที่ ผูชายทําผูหญิงทองแลวไมรบั (เรี่องจริง..ในประเทศบังคลา
เทศ) เพียงแตยกคัมภีรกุรอานขึ้นมาสาบานวาไมไดกระทําดังขอกลาวหา เพียงเทานีผ้ ูชายก็เปนผู
บริสุทธิแ์ ลว ฝายสตรีเปนฝายเสียหาย เปนเหยื่อทางเพศ ผูชายไมรับผิดชอบ ไดปฏิเสธโดยอาศัย
คัมภีรอลั กุรอานเปนพยาน สตรีผูนั้นก็ถกู หาวา “โกหก” ทันที และแลวผูนําศาสนาไดสั่งขับเธอ
ไปใหพนหมูบาน และโบย ๓๙ ครั้ง เรื่องนี้ภวู ดลฯเคยเขียนไวในบทความ “กฎหมายชารีอะห”
อานรายละเอียดเพิ่มเติมไดที่

http://www.surasiha.com/Charia01.asp

พฤติกรรมเชนนี้แมแตทํากับสัตว มนุษยผูที่ไดรับการอบรมจิตมาดีแลวจะยอมรับไมได
แลวอยางนี้หรือ?ที่จะเอามาใชในประเทศไทย คนไทยสวนใหญจะรับไมได ไมยอมรับ ไมอยาก
เห็น ไมอยากใหเอาวัฒนธรรมสัตวปามาใชในประเทศไทย เวนแตคิดจะตั้งรัฐอิสระซอนประเทศ
ไทยเทานัน้
ประเด็นที่ ๓

*** “จึงจําเปนตองปรับปรุงพระราชบัญญัตวิ าดวยการใชกฎหมายอิสลามในเขต

จังหวัดปตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล เพื่อสอดคลองกับสภาวการณในปจจุบัน
“ไมใหเกิดความเหลื่อมล้าํ ”ในการพิจารณาคดี และเปนการ “อํานวยความ

กฎหมายอิสลามฯ ๒.๐๕.๕๔...7/23
ยุตธิ รรม”
ใหมุสลิมในประเทศไทยไดใชหลักศาสนาเปนบรรทัดฐานในการ
พิจารณาคดีวาดวยครอบครัวและมรดก และสอดคลองกับการพิจารณาคดีของ
ประเทศมุสลิมทั่วโลก”
ขอสังเกต

โดยเปาหมายปนเรื่องของการขจัด “ความเหลื่อมล้ํา” และผดุง “ความยุตธิ รรม”

ตองถามวา ความเหลื่อมล้ําทีก่ ลาวถึง เปนความเหลื่อมล้ําในมุสลิมดวยกันซึ่งมาจากหลาย
เผาพันธุหลายสํานักคิดใชหรือไม?
ไมวามุสลิมปุสตุนหรือปาทานจากปากีสถาน มุสลิมมาลายู มุสลิมโรฮิงยาที่หลบหนีเขา
เมือง มุสลิมกําปงจามจากเขมร มุสลิมเชื้อสายจีน มุสลิมตางสํานักคิด หรือตางนิกาย เชน มุสลิมสุนหนี่
มุสลิมชีอะห ที่ตางก็ไมยอมเขาสุเหราเดียวกัน
เดียวกัน
มากกวา

ดังนั้น เทากับอาศัยกฎหมายอิสลามนี้สรางอิทธิพลเหนือใหเขาทั้งหลายเขามาอยูใ ตอาณัติ
เพื่อจะไดครองอํานาจเปนใหญแตผูเดียว เปนการครอบงําชนทุกกลุมเหนือรัฐบาลไทยเสีย

ไมคิดบางหรือวา ถายิง่ นํากฎหมายนี้มาใชจะยิ่งเกิดความเหลื่อมล้ํา เหลื่อมล้ํากับอิสลาม
ดวยกันที่อยากอยูเมืองไทยเพราะไมมีกฎหมายที่มีบทลงโทษแบบปาเถือ่ น
เชนเดียวกันกับมีมุสลิม
มากมายที่อยากเปลีย่ นศาสนาแตเปลี่ยนไมไดเพราะกฎหมายอิสลามไดกําหนด “ความตาย” ไวใหกับผูที่
ละทิ้งศาสนา กับผูที่ไมปฏิบตั ิกิจศาสนาดวยความตั้งใจ
อยาใจแคบ
อาศัยกฎหมายอิสลามฉบับนี้สรางความเหลื่อมล้ําระหวางคนไทยศาสนา
ตางๆ กับคนไทยมุสลิม นั่นคือ “สิทธิสภาพนอกอาณาเขต” ที่พระพุทธเจาหลวงทรงโทมนัสและเพียร
พยายามเดินทางไปครึ่งโลกเพื่อแกไขปญหานี้ หวังใหแผนดินไทยเปนแผนดินที่รม เย็นทุกศาสนาอยูสุข
อยูรว มกันมีความเทาเทียมกัน ที่ถูกตองแลวจะไดขึ้นสวรรคไปอยูกับอัลเลาะหหรือไม? อยูที่การปฏิบัติ
ตน มิใชที่กฎหมาย
แตบัดนี้คลอยหลังจากรัชสมัยของพระพุทธเจาหลวงเพียง ๑๐๐ ป (พระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกลาเจาอยูหัว เสด็จสวรรคต เมื่อวันเสาร ที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๓ ) มุสลิมที่เคยเปนผูม าอาศัย
แผนดินอยูอยางรมเย็นมาตลอดบนแผนดินนี้ จะอาศัยนักการเมืองปญญาออนเปนผูท เี่ สนอเพื่อนํากลับมา
ใชบนแผนดินนี้อีก จะเรียกวาขาดจิตสํานึกตอแผนดินไดหรือไม?
สรุป

ดวย “เหตุ” ที่อางเพื่อนําพ.ร.บ.นี้ มาใช สรุป “ผล” ไดวา

ใชกฎหมายนีแ้ ลวเทากับไป “เกิดความเหลื่อมล้ํา” และ ไดสรางอภิสิทธิ์เหนือใครๆในสังคม

กฎหมายอิสลามฯ ๒.๐๕.๕๔...8/23
เมื่อมีอภิสิทธิช์ นเกิดขึ้นเทากับ ความ “อยุติธรรม” ก็ไดเกิดกับศาสนาทุกๆศาสนา
บนแผนดินไทยนั่นเอง
<><>

มนุษยทุกคนทีอ่ าศัยอยูบนโลกนี้ลว นมีสองมือ
ดวยกันทั้งสิ้น

หนึ่งมือกุมคัมภีร

และอีกมือเกาะเกี่ยวสังคม

ดวยคัมภีรที่บม จิตสอนใหดาํ รงความเปนมนุษยที่สมบูรณ แตอีกมือที่เกาะเกี่ยวกับสังคมทําใหเกิด
ความผูกพันซึง่ กันและกัน ยอมรับกันและกัน ยอมรับกันในความตาง ความขาด ความเกินของทุกๆฝาย
หรือเรียกวาตางยอมขาดทุนกันเสียบางในทุกๆแขนงของสังคม ไมวาวัฒนธรรม ภาษา ฯลฯ มิใชไมยอม
กันเลย คิดแตจะแยกตั้งเปนภาคีของตนเองเพียงอยางเดียวไมวาอยูร ว มสังคมไหนๆก็มแี ตปญ
 หา ซึ่งมิใช
วิสัยศาสนาใดๆจะกําหนดใหเปนเชนนั้น
เสนอกฎหมายในรัฐสภาไทย พระเจาอยูหัวทรงลงพระปรมาภิไธย ภาษาไทยมีปญหาตรงไหน?
ดวยคําเรียกทีเ่ คยใชเรียกผูต ดั สินคดีความในพ.ร.บ.อิสลามที่ผานมา คือ “ดาโตะยุตธิ รรม” ก็ดีอยู
แลวเพราะมีภาษาไทยอยูดว ย แตในพ.ร.บ.อิสลามฉบับนี้ไดเปลี่ยนมาใชเปน “กอฎี” ซึ่งเปนภาษาอาหรับ
ดังวาประเทศไทยมิใชพระราชอาณาจักร ไดเปลีย่ นเปนรัฐอิสลามไปแลว
ถึงแมคําวา “กอฎี” จะไดใชมากอนตัง้ แตสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวทรง
โปรดเกลาฯใหตั้ง “โตะกอฎี” เปนผูตัดสินคดีความ แตเมื่อตอมาไดเปลี่ยนใชเปน “ดาโตะยุตธิ รรม” ให
มีคําซึ่งเปนภาษาไทยกํากับบอกถึงความเปนไทยควบคูไ ปแลวในเวลาตอมา ก็ควรที่จะใชตอไปไมควรไป
เปลี่ยนเพียงเพือ่ อยากอวดตนวาเปนผูร ูมาจากดินแดนไกลโพน
ความรูสึกทีว่ าภาษาไทยไมโกเทาภาษาอาหรับนี้ ไดเคยไดเกิดขึ้นแลวเมื่อไมนานมานี้
เมื่อสมัยที่ผบ.ทบ.มุสลิมพลเอกสนธิ บุญยรัตกลินยึดอํานาจทํารัฐประหารไดสําเร็จเมื่อ ๑๙
กันยายน พ.ศ.๒๕๔๙ จากนั้นไดตั้งหนาตั้งตารางพ.ร.บ.เพื่ออิสลามหลายฉบับ ในครั้งนัน้ มีพ.ร.บ.สําคัญ
หนึ่งฉบับไดรา งฯกันหลายกลุม หนึ่งในกลุมนั้นมีรางทีจ่ ะเสนอสูสภาฯโดยกลุมนายนิเด วาบาทีป่ รึกษา
ของพลเอกสุรยุทธ จุลานนทนายกรัฐมนตรีขณะนั้น ไดใหชื่อพ.ร.บ.นั้นวา “สภาที่ปรึกษาสูงสุด
แหงชาติ”
ตอมาเมื่อมีการประชาพิจารณครั้งสุดทาย เมื่อกลางเดือน มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๐ ทีโ่ รงแรมเฟรส
ถนนเพชรบุรตี ัดใหมโดยมีพล.อ.วัฒนชัย ฉายเหมือนวงศที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท
ฝายความมั่นคง ทําหนาที่ประธานในที่ประชุม

กฎหมายอิสลามฯ ๒.๐๕.๕๔...9/23
ในที่ประชุมไดเสนอใหแกไขคําวา “สภาที่ปรึกษาสูงสุดแหงชาติ” ที่เปนภาษาไทย เปลี่ยนเปน
“สภาซูรอ” เนื่องจาก คําวา “สภาซูรอ เปนภาษาอาหรับ”
โดยขอเท็จจริง
สภาซูรอนี้ ในประเทศมาเลเซียซึ่งเปนประเทศที่มีศาสนาอิสลามเปนศาสนาประจําชาติก็ไมมี
ถาจะมีก็มีเฉพาะบางรัฐ คือรัฐกลันตันทีม่ ีเปาหมายผนวกสามจังหวัดชายแดนภาคใตเขาดวยกัน
นั่นเพราะเขามีเปาหมายจะปกครองรัฐกลันตันดวยกฎหมายอิสลาม (ชารีอะห) เต็มสมบูรณแบบ แตเขา
เรียกสภาที่ปรึกษาสูงสุด วา “สภาอูลามาห”
เหยียบความเหลือ่ มล้ํา - กาวขามยุตธิ รรม - กระโจนขึน้ บัลลังก
ขอใหทานผูใฝรกู ําลังศึกษาเรื่องของกฎหมายอิสลามอยูข ณะนีไ้ ดโปรดพิจารณาดวยวา ที่มาตรา
๘ ระบุไววา
องคคณะกอฎีของศาลจังหวัดแผนดคดีครอบครัวมรดกอิสลาม
จะตองประกอบดวย กอฎี
จํานวนไมนอยกวา “สอง” คน และผูพพิ ากษาอีก “หนึ่ง” คน จึงจะเปนองคคณะในการ
พิจารณา คือ ๒ ตอ ๑
องคคณะกอฎีของศาลฎีกาแผนกคดีครอบครัวมรดกอิสลาม
จะตองประกอบดวย กอฎี
จํานวนไมนอยกวา “สาม” คนและผูพพิ ากษาอีก “สอง” คนจึงจะเปนองคคณะ คือ ๓
ตอ ๒
สัดสวนที่เอาแตได
ในเมื่อ แยกศาลไปเปนศาลอิสลามตางหากแลวยังจะเอาผูพิพากษาไปนั่งดวยทําไม? เมื่อใหมีศาล
อิสลามแลวยอมตองมีบุคลากรธุรการเปนของตนเอง อาคาร อุปกรณคุรุภณ
ั ทเปนของตนเองพรอมเพรียง
ถาจะมองในความเปนจริงแลว
นั่นคือการตั้งอาณาจักรของตนเองแตเอาผูพ ิพากษามาเปนไมประดับ
เทานั้น
จะเอามาเปนทีป่ รึกษา ก็ตองมาพิจารณาวาจะปรึกษาในแงใด การตัดสินคดีความลวนเปนไปตาม
บทบัญญัติในคัมภีรฯ ผูพ ิพากษาไทยก็ไมมีความรูทจี่ ะไปใหความเห็น
ความรูด านกฎหมายไทยผูตดั สินคดีอิสลามก็ไมมีเลย ผูพิพากษาอาจจะแยงไมเห็นดวยยอมไมมี
ผลอะไรดวยจํานวนผูตดั สินคดีอิสลามมีจํานวนมากกวา

กฎหมายอิสลามฯ ๒.๐๕.๕๔...10/23
สมมุติวาดาโตะยุตธิ รรมจะพิพากษาใหสตรีที่มีชู ตองถูกขวางกอนหินจนตาย หรือ ตัดสินใหทํา
โทษโดยการเฆีย่ น ผูพิพากษาไทยก็ไมอาจจะคานได ทั้งขออางหลักคัมภีร และจํานวนสัดสวนของการให
ความเห็น ผูพ ิพากษาไทยเปนไดอยางเดียวคือไปนั่งเปนพยานใหการตัดสินนั้นมีขออางวาผูพ ิพากษาไทย
รับรูและเห็นชอบแลวเทานัน้ เอง
ดวยสัดสวนดังกลาวนอกจากเอาแตไดแลว ก็ยังหามีตรงไหนที่ระบุไววา “หามผูพิพากษาที่เปน
มุสลิมขึ้นนั่งบัลลังก” ไม! ...ไมมี
ดังนั้นวันหนึ่งผูพิพากษาในศาลใดศาลหนึง่ เปนมุสลิมเขาไปอีกนั่นหมายถึงสัดสวนยิง่ เปลี่ยน
ตาชั่งซึ่งเอียงอยูแลวจะกระเทเรทันที
ทั้งที่ ในประเทศไทยมีสัดสวนประชากรมุสลิม อยูแค ๑๐ เปอรเซ็นต อยางนี้เรียกวาเปนการตั้ง
ภาคีครอบงําศาลไดหรือไม?
เมื่อใดที่พ.ร.บ.นี้ผานการพิจารณาจากสภาผูแทนราษฎร และ พระเจาอยูหัวทรงลงพระปรมาภิไธย
แลว นั่นหมายความวาไมมใี ครทายอนาคตของประเทศไทย และพระพุทธศาสนาไดอกี แลว
อยางนี้เรียกวาเหลื่อมล้ําไดหรือไม?? อยางนี้หรือที่จะนั่งบัลลังกตัดสินคดีความ???
<><>

เงินของไทย แตทําผลงานเอาหนานายอาหรับ แถมหมกเม็ดไวตอ ยอดในวันหนา
มาตรา.๑๑

เพื่อเปนการอํานวยความสะดวกและความยุติธรรมใหแกผฟู องคดีในการฟองคดี
ครอบครัวมรดกอิสลามตอศาล
ใหสํานักงานศาลจัดใหมีเจาหนาที่ศาลหรือที่
ปรึกษาหรือผูม ีความรูด านนิติศาสตรอิสลามเปนผูใ หคําปรึกษา
แนะนําและ
ชวยเหลือในการฟองคดีโดยไมตองเสียคาใชจายใดๆ

ขอถามวา

เอาเงินที่ไหนมาจายคาเจาหนาที่ คนไทยพุทธไมไดร่ํารวยนะจะบอกให ...ถาอยาง
นี้ชาวไทยพุทธตองเรงทํางานหาเงินมาจายภาษีใหรัฐบาล เพี่อจะไดเอาไปจายคา
เจาหนาที่นิติกรมุสลิม แตทีไทยพุทธขึ้นศาลตองจางทนายฯเองงั้นหรือ?
ประเทศไทยมิไดร่ํารวยเปนเศรษฐีน้ํามันนะ ...จะโชวผลงานใหนายอาหรับดู ก็อยา
ใหพี่นองไทยพุทธเดือดรอนสิ

เริ่มตน..ศาลไทย

พื้นฐานการศึกษา ถึงแมจะเรียนนิติศาสตรอิสลามมาก็จริง แตภาษาไทยในระดับ
โรงเรียนปอเนาะนั้น จะเขามาทํางานเชื่อมโยงและสื่อสารกับ เจาหนาทีก่ ระทรวง
ยุติธรรม ยอมไมราบรื่น

กฎหมายอิสลามฯ ๒.๐๕.๕๔...11/23
ทายสุด...ศาลอาหรับ

ในที่สุด...ตองใหเจาหนาที่กระทรวงยุตธิ รรมตองเรียนภาษาอาหรับอีกจนได

นิรโทษกรรมลวงหนาใหกับตนเอง...ใครจะทําไม?
การออกกฎหมายเพิ่มเงินเดือนใหกับตนเองก็เคยถูกศาลพิพากษาใหมีความผิดไปแลว แตการ
ออกกฎหมายนิรโทษกรรมใหตนเองก็เคยมีแตไมมีความผิด นั่นเพราะอํานาจปนทีม่ ีอยูในมือ จากกบฏก็
เลยกลายเปนปฏิรูปเสียนี่เพราะยึดอํานาจไดสําเร็จ
มาคราวนี้พรรคการเมืองทีเ่ ปนรัฐบาลซึ่งผูเ ปนผูร วมรางและรวมเสนอกฎหมายฉบับนี้ ยอมรูล ึก
เรื่องกฎหมายอิสลามดี จึงไดออกกฎหมายนิรโทษกรรมใหกับตนเองลวงหนาที่ พ.ร.บ.ฯจะออกใชเพื่อ
ปองกันตนเองไวกอน
จากมาตรา ๑๔
“ในกรณีที่การปฏิบตั ิตามคําพิพากษาของศาลหรือ ตามขอบัญญัติกฎหมายอิสลาม
วาดวยครอบครัวและมรดกตามพระมหาคัมภีรอลั กุรอาน มีผลเปนการขัดหรือแยง
หรือไมชอบดวยกฎหมายใดใหถือวาเปนการกระทําที่ชอบดวยกฎหมาย และไม
อาจถือเปนความผิดที่จะตองรับโทษตามกฎหมายใด”
ก็นาสงสัยวาทําไมถึงออกกฎหมายนิรโทษกรรมใหกับตนเองลวงหนาเชนนี้? ก็เขาใจไดเมื่ออาน
มาตราตอไปคือ มาตรา ๑๕ ซึ่งระบุไววา
มาตรา.๑๕
กระบวนการพิจารณาคดี การบังคับคดี หรือการดําเนินการใดที่มไิ ดบัญญัตไิ วใน
พระราชบัญญัตินี้ ใหนําบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงมา
ใชบังคับโดยอนุโลมเทาที่ไมขัดหรือแยงกับขอบัญญัตกิ ฎหมายอิสลามวาดวย
ครอบครัวและมรดกตามพระมหาคัมภีรอัลกุรอาน
สรุปไดวา
เรื่องนี“้ เขารู” (รูวา ในคัมภีรอลั กุรอานมีอะไรที่จะนํามาใชแลวฝนกฎของโลกสากล และฝน
วัฒนธรรมไทย) แต!“เราไมร”ู (วามีอะไรซอนไวในคัมภีรอลั กุรอาน) นั่นเองจึงตองเขียนกันไวกอน
ดู ดี! ดี! ....มีอะไรในกอไผ ?
มีอะไรที่เราจะไดเห็นในกฎหมายมาตรา ๑๕. นี้ นั่นคือ “บทบัญญัติ ซึ่งมีศักดิ์ศรีสูงกวา
“ขอบัญญัต”ิ แตมาคราวนี้ “บทบัญญัต(ิ ของประมวลกฎหมายวิธพ
ี ิจารณาความแพง)” ถูกลดศักดิศ์ รีให
ต่ําวา “ขอบัญญัติ (กฎหมายอิสลามวาดวยครอบครัวฯ)” เสียแลว
นานไปๆ “ศักดิ์ศรีของรัฐธรรมนูญถูกลดใหมีศักดิ์ศรีต่ํากวาพระราชบัญญัติเพื่ออิสลามฉบับนี”้
ในเมื่อทุกๆอยางอิสลามจะตองได! และนักการเมืองจะใหเสียอยางใครจะทําไม? จะเห็นไดวา ตั้งแตมี
พ.ร.บ.ฯนี้อะไรที่ไมนาใหก็ให (เงินไปฮัจจและอื่นๆ) อะไรที่ชาวพุทธควรไดแตนักการเมืองไมใหก็ไมมี
ทางที่จะได (เงินอุดหนุนการศึกษา พระสงฆไดรูปละ “สองรอยกับอีกเกาบาท”/ป - นักเรียนปอเนาะหัว
ละ “กวาหมื่นบาท”/ป)”

กฎหมายอิสลามฯ ๒.๐๕.๕๔...12/23
จะขอยกเรื่องสําคัญมาเปนขอสังเกตเฝาระวังอีกสักเรื่อง คือ
ตอไป! บนแผนดินไทยที่เรียกวา “ราชอาณาจักรไทย” แหงนี้ “พระราชอํานาจของ
พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว” จะไมยิ่งใหญไปกวา “คัมภีรก รุ อาน” ! ก็อยาไดแปลกใจ
ก็ใครละเปนคนยอม? เขาไมไดทําอยางฉับพลันทันที แตใชวิธีคอยๆแทรก คอยๆซึมจนเราไม
รูสึก...ก็โดยความชวยเหลือจากนักการเมืองไงละ
คนไทยทุกๆคนตองถามตนเองวา พวกเราเองที่เปนชาวพุทธสวนใหญใชไหมละ? เปนผูสงเขาไป
นั่งในสภาฯ ดังนั้นยอมเปนหนาที่ของเจาของสิทธิจะตองรับผิดชอบ และจะตองจัดการกันเอง
อีกหนึ่งตัวอยางเห็นๆกันอยู อานผานตากันมาแลว คือคําวา “พระมหาคัมภีรอ ัลกุรอาน” นั้น
เทาที่เรียกกันตลอดมาก็คือ “คัมภีรกรุ อาน” เทานั้น มิไดมีการเรียกวา พระมหาคัมภีรอลั กุรอาน แตอยาง
ใด
แตถาถอยยอนกลับไปหาหลักฐานเดิมๆของอิสลามเอง ก็เรียก คัมภีรกรุ อาน หรือ คัมภีรโ กหราน
จริงๆ ไมมีคําวา “อัล” มาประดับใหเปน “อัลกุรอาน” เสียดวยซ้ํา
มาถึงตอนนี้
ไดโอกาสนักการเมืองไทยกําลังใหรางวัลที่ชว ยฆาคนไทยทั้งพุทธและมุสลิมใน
พื้นที่จ.ช.ต.ก็ถอื โอกาสแทรกคําวา “พระมหาคัมภีรอัลกุรอาน” ไปในประสาทอันดานชาตอสัมผัสลงไป
ในพระราชบัญญัติที่คนไมคอยอานกัน ถึงจะอานก็เปนจํานวนผูร ับรูเพียงเล็กนอย แถมประสาทตายดาน
เสียอีกก็ไมมผี ลอะไร
เมื่อชนสวนใหญรูจะทวงติงก็ไมทันเพราะสภาฯของผูท รงเกียรติไดยกมือใหเปน
“พระมหา
คัมภีรอลั กุรอาน” ของแผนดินไทยไปเรียบรอยแลว
แลวใครละที่เปนตัวตั้งตัวตีเสนอพ.ร.บ.อิสลามฉบับนี้ ก็พรรคประชาธิปตยทกี่ ําลังเปนรัฐบาลอยู
นี่ไงเปนคนรวมรางและรวมเสนอพ.ร.บ.ฯฉบับนี้ เขาสภาฯ
ความเคยชินทีอ่ ิสลามไดบม ไดปอนขอมูลเพียงมุมเดียว คอยๆแทรก..คอยๆซึม ใหรับรูทีละเล็ก
ละนอยผูร ับก็ไมเฉลียวใจไมรูสึกอะไร จนกระทั่งวันหนึ่งออกฎหมาย “ดูหมิ่นอิสลาม” มีโทษหนักกวา
“หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” “ย่ํายีกดขีพ
่ ระพุทธศาสนาไมมีความผิด” และจะกลายเปนความชอบธรรม
พึงปฏิบัติ เมื่อนั้นก็สายไปแลวทีจ่ ะกลับลํา

“สภาที่ปรึกษาสูงสุดแหงชาติ” ภาษาไทยใชไมได เปลี่ยนเปนใช “สภาชูรอ” แทน เพราะเปน
ภาษาอาหรับ
ก็ไมใชเพราะมีภาษาไทยปน ตองใช “กอฎี” เพราะเปนภาษาอาหรับ

“ดะโตะยุติธรรม”
ลวนๆ
แต! “พระ” - “มหา” และ “คัมภีร” ทั้งสามคําลวนเปนภาษาบาลีที่ใชอยูในศาสนาพุทธ

เมื่อเอามานําหนา อัลกุรอาน ...ก็ยินดี! ถือเสียวาเปนการกลาว “นะโม
ตัสสะ ภะคะวะโต” กอนเขา อัลกุรอานก็แลวกันนะ ก็ดีแลวสวดนะโม
ฯแลวจะไดเลิกนิสัยชอบฆากันเสียที

กฎหมายอิสลามฯ ๒.๐๕.๕๔...13/23
ชาวพุทธนารัก คบงาย จิตเมตตา ไมหวงเล็กหวงนอย ไมเหมือนชาวมาเลเซีย หวงคําวา “อัล
เลาะห [allah]” ไมยอมใหชาวคริสตใช เนื่องจากคําวา “อาหลา [allah]” ของศาสนาคริสตใชอักษร
เดียวกัน ตางเพียงสําเนียงเรียกขานเทานั้น หวงตัวอักษรจนทะเลาะกับชาวคริสต ถึงกับเผาโบสถคริสตใน
มาเลเซียในเดือนมกราคม ป พ.ศ.๒๕๕๓
น้ําผึ้งเคลือบยาพิษ
มาตรา ๑๖
ใหนําบทบัญญัติของพระราชบัญญัตินี้ และประมวลกฎหมายวิธพี ิจารณาความ
แพงในสวนทีว่ าดวยการพิจารณาพิพากษาและการชี้ขาดตัดสินคดี มาใชบังคับแก
การพิจารณาพิพากษาและการชี้ขาดตัดสินคดีในศาลฎีกา และแผนกคดีครอบครัว
และมรดกตามพระมหาคัมภีรอัลกุรอาน
ฟงดูดี ยกยองกฎหมายแพงที่พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวทรงลงพระปรมาภิไธย และทรง
ประกาศใหใช เปนที่สูงสุด มาบังคับใชจนถึงศาลฎีกา
แต!! ตองยอนกลับไปอานขอความในมาตรา ๑๕ ก็จะพบวา
“ใหนําบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธพ
ี ิจารณาความแพง
(ที่พระเจาอยูหัวทรงลงพระ
ปรมาภิไธย) มาใชบังคับโดยอนุโลมเทาที่ไมขัดหรือแยงกับขอบัญญัติกฎหมายอิสลาม (ที่อัล
เลาะหบญ
ั ญัติ)”
นั่นคือ อิสลามไดขึ้นยืน กาวขึ้นไปเหยียบบนหัวนักการเมืองพรรครัฐบาล แลวชูพระราชอํานาจ
ขึ้นสูงสุดไวเหนือหัว...เหยียดตัวตรง แลวยังเขยงเทาชูใหสูงขึ้นไปอีก ....และแลว..... ทุมลงกับพื้นอยางสุด
แรง ดวยคําวา “เทาที่ไมขัดหรือแยงกับขอบัญญัตกิ ฎหมายอิสลามวาดวยครอบครัวและมรดกตามพระ
มหาคัมภีรอ ัลกุรอาน ”
มาถึงตรงนี้เราก็ไดรูวาเขาคิดอะไร? แตไมสําคัญเทากับ “เราเสียใจที่คนไทยพุทธของเราเองที่
มิไดใชปญ
 ญา หรือ “กาลามสูตร” ของพระพุทธองคมาพิจารณา ทําใหถูกหลอกใชเอาไดงายๆ” ตองถาม
ตัวของเราเองวา ถึงเวลาที่เราจะพิจารณาตัวเราเองกันไดแลวหรือยัง?
นั่นเปนการเรียนรูจากตัวอักษรบนพระราชบัญญัติที่นกั การเมืองทีเ่ ราลงคะแนนเลือกเขาไปนั่งใน
สภาฯกําลังจะเสนอ
ตอไปนี้จะเปนประเด็นคิด และเปนการประเมินจากเหตุการณทวั่ โลก วาอะไรจะเกิดขึ้นกับ
แผนดินเกิดของเราบางถานักการเมืองของเราอุมกฎหมายอิสลามฯ ผานสภาฯ
มาเรียนรูจากเหตุการณจริงที่ไดเกิดขึ้นแลว และกําลังจะเกิดขึ้นบาง
ประเด็นคิด
ถาหากกฎหมายนีผ้ านสภาฯ ขั้นตอนตอไปจะตองมีสํานักงานชารีอะห และศาลชารีอะหเพื่อ
บริหารงานกฎหมายนี้โดยเฉพาะใชหรือไม?

กฎหมายอิสลามฯ ๒.๐๕.๕๔...14/23
เปนอันวาชาวมาลายูมุสลิม (เพราะไมยอมเปนไทย!) จะตองใชงบประมาณของภาษีจากไทยพุทธ
ไปบริหารประเทศอิสระในไทยใชหรือไม?
คําถามตอไปเพื่อเจริญสติผทู รงเกียรติ
สมรสกับมุสลิมจะตอง

ขอถามวาถาหากไทยพุทธไมวาเปนหญิงหรือชายเมื่อ

o

จดทะเบียนทีส่ ํานักงานชารีอะหแทนสํานักงานเขต และที่วาการอําเภอ ใชหรือไม?

o

และคูสมรสตองเปนมุสลิมโดยอัตโนมัติทนั ที โดยบทบัญญัติในคัมภีรฯ ใชหรือไม?

o

ถาหากเขาไมสามารถทนอยูร วมกันตอไปได มีความประสงคจะหยาขาดจากกันจะตอง
จดทะเบียนหยา ณ ที่ทําการของอิสลามใชหรือไม?

o

ถาใช เมื่อหยากันแลวทรัพยสินที่รวมสรางกันมา... จะใชศาลใดตัดสินการแบงทรัพยสิน
เหลานั้น?

o

เมื่อหยากันแลวสถานการณเปนมุสลิมสิ้นสุดไปโดยอัตโนมัติหรือไม? หรือตองใชศาล
อิสลามชี้ขาดสถานะในการเปลี่ยนศาสนา?

o

ถาหากศาลไมอนุมัติละ ? คนๆนั้นจะตองเปนมุสลิมตลอดไปใชหรือไม? และเขาจะอยูใ น
สังคมใดในเมือ่ ในสํามโนครัวและบัตรประชาชนระบุไววาเขาเปนอิสลาม

o

ถาหากศาลยังไมชี้ขาดใหเปลี่ยนศาสนาได จะไปวัดในศาสนาพุทธ ฟงธรรม ปฏิบัติ
ธรรม กราบพระไมได มิฉะนั้นจะกลายเปนคน “ละทิ้งศาสนาอิสลาม” หรือ “การไมเอา
ใจใสตอการปฏิบัติศาสนกิจอิสลามดวยความเลื่อมใส” นั่นจะมีโทษถึงแกความตายมิใช
หรือ?

o

อนาคตถาจําเลยขัดขืนไมยอมรับคําพิพากษา จะตองมีเจาหนาที่ และหนวยงานบังคับคดี
อีกหรือไม? เปนงบประมาณของแผนดินจากเงินภาษีของประชาชนใชหรือไม?

o

ถาหากในวันหนึ่งขางหนาเขาจะแตงงานใหมเขาจะตองไปจดทะเบียนที่ใด สํานักงาน
เขตและทีว่ าการอําเภอคงไมรับจดฯแนนอน ถาหากจดทะเบียนที่สํานักงานจดทะเบียน
ของอิสลาม ดังนั้นสามีหรือภรรยาคนใหมจะตองเปนอิสลามโดยอัตโนมัติใชหรือไม?

เรื่องการเปลี่ยนศาสนา ถาหากตอบวา “เปลีย่ นศาสนาไดไมมีปญ
 หา” นั่นคือ “มุสาวาทา !”
โปรดอานขาวตอไปนี้

กฎหมายอิสลามฯ ๒.๐๕.๕๔...15/23

ศาลแพงมาเลยปดคํารองหญิงมุสลิมขอเปลี่ยนนับถือศาสนาคริสต
ปูตราจายา - ศาลแพงแดนเสือเหลืองไมยอมตัดสินคดีหญิงมุสลิมขอเปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต
โบยเปนหนาที่ของศาลอิสลาม
สํานักขาวตางประเทศรายงานเมื่อวันพุธ (30 พ.ค.) วาคณะผูพิพากษาศาลฎีกามาเลเซียไดปฏิเสธที่
จะพิจารณาคํารองของนางลีนา จอย หญิงมุสลิมที่ตองการไดรับการรับรองอยางถูกตองตาม
กฎหมายภายหลังจากที่เปลีย่ นไปนับถือศาสนาคริสตแลว โดยกลาววาเรื่องนี้อยูใ นอํานาจหนาที่
ของศาลชาเรีย หรือศาลอิสลาม ซึ่งศาลแพงไมสามารถเขาไปแทรกแซงตรงจุดนี้ได
จาก คม ชัด ลึก
31 พ.ค.50
เนื่องจาก คดีนี้เปนขาวที่สอื่ ฯทั่วโลกสนใจ ผูเ ขียนขอนําเสนอบทคัดยอขอความสําคัญจากขาวเดียวกันใน
หัวขอขาว “Malaysia: woman fights for right to convert” จากสื่อฯ Religioscope
[http://religion.info/english/articles/article_110.shtml] ดังนี้
o

However, according to a Malaysian newspaper report in May 2001, High
Court Judge Datuk Faiza Tamby Chik declared that, “As a Malay, the
plaintiff exists under the tenets of Islam until her death.”

อยางไรก็ตาม ตามที่หนังสือพิมพมาเลเซียไดรายงานเมื่อ เดือนพฤษภาคมป พ.ศ.๒๕๔๔ ผู
พิพากษาศาลสูงดาโตะ ไฟซา แทมบี้ ชิก ประกาศวา “ในฐานะที่เปนชาวมาเลย ผูร อ งทุกขจะตอง
อยูภายใตคําสอนของอิสลามจนกวาเธอจะตาย”
o

This ruling created huge obstacles for Lina Joy. The Quran states that the act
of apostasy -- or abandoning the Muslim faith -- is punishable by death. A
sharia court is therefore highly unlikely to grant permission for a change of
religion.

คําวินิจฉัยของศาลไดสรางอุปสรรคใหกับ ลีนา จอย (เนือ่ งจาก..ผูเ ขียน) คัมภีร กุรอาน ไดบญ
ั ญัติ
ไววา “การละทิ้งศาสนาตนเอง” หรือ “การไมเอาใจใสตอการปฏิบัติศาสนกิจอิสลามดวยความ
เลื่อมใส” จะมีโทษถึงแกความตาย ดังนัน้ ไมนาจะเปนไปไดที่ศาลศาสนาอิสลามจะยินยอมและ
อนุญาตใหเปลี่ยนศาสนา
ฮะฮา!...เปลี่ยนศาสนาไดไมมีปญหา! โกหก....หมกเม็ด! ฉอฉล! เลือดเย็น ! คิดไมซื่อกับ
แผนดินนี้เสียแลว
เทาที่ผานมาอะไรๆก็ตามหลักศาสนาขอใชกฎหมายอิสลามก็เพื่อถูกตองตามหลัก
ศาสนา

กฎหมายอิสลามฯ ๒.๐๕.๕๔...16/23
ถา! ตามหลักศาสนา...ถึงตายนะ!
นับวาเปนความเลือดเย็นเห็นชีวิตคนเปนแคทรัพยสิน
เรื่องนีเ้ ปนเรื่องของความศรัทธามิใช
ทรัพยสินหรืออสังหาริมทรัพยที่สามารถจดทะเบียนเพื่อครอบครองเปนสมบัติสวนตัวได
<><><>

ทานผูอ านที่เคารพ
คนหลบหนีเขาเมืองไทยมีจํานวนเทาไหรแลว ? ยังหาสถิติจริงๆไมได โดยการประเมินวาไม
นาจะต่ําวาหนึง่ แสนคน ที่ผา นมาจํานวนมีมากมายขนาดนี้เชื่อไดวาทํากันเปนขบวนการแนนอน
หนวยงานความมั่นคงไดรวมกันทํางานและไดออกมาแถลงผลงานเมือ่ ไมนานนี้ จากขาวพาดหัว
“จับ3โรฮิงญาคามนุษยพันอัลกออิดะห-อีแลม”

ในสื่อ กรุงเทพธุรกิจออนไลน วันที่ 16 มิถุนายน 2552 18:06
โปรดสังเกต พวกที่ถกู จับนี้ คือ ขบวนการขนคน มิใชธรุ กิจคามนุษยเพื่อเงิน! ทําไมจึงเชื่อ
เชนนั้น ขอใหทานผูอานพิจารณาดูเถิดวา คนจนๆไรรากจะเอาเงินมาจากไหน? มาจายคาบริการ
ขอตอไป ...ตองศึกษาวายิวกอตั้งประเทศไดอยางไร? ถาหากไมมีขบวนการไซออนนิสมขนคน
เขาปาเลสไตน ยิวก็ตั้งประเทศอิสราเอลไมได
ยิว กับ มุสลิมเปนศัตรูกันถึงกับประกาศ “จะลบอิสราเอลออกจาแผนที่โลก” ใหได คูอาฆาตคูนี้
ห้ําหั่นกันมานานเลหกลทันกัน ยุทธวิธีทอี่ ิสลามนํามาใชทั่วโลกสวนหนึ่งก็มาจากยิว เปนบทเรียนที่ยวิ ให
ไว
ขั้นตอนตอไปของขบวนการขนมุสลิมเขาไทย คือ รอกฎหมายชารีอะหผาน
ทานผูอานโปรดคิดถึงวันทีก่ ฎหมายชารีอะหผานสภาฯ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวไดทรงลง
พระปรมาภิไธยแลว ถึอวาเปนกฎหมายสูงสุดจะตองปฏิบัติตามนั้น ใครจะลบลางมิได
คนมุสลิมหลบหนีเขาเมืองจํานวนนับแสนคน สวนมากจะมาเดี่ยวเปนชายหนุมไมมีครอบครัวมา
ดวย เขามีคาเทากับศูนยสําหรับสถิติประชากรมุสลิมในประเทศไทย
เมื่อใดที่แตงงานจดทะเบียนสมรสและตองจดทะเบียนทีส่ ํานักงานศาลอิสลาม ที่เปนหนวยงาน
อิสระนอกอํานาจรัฐ ถาแตงงานกับคนไทยอิสลามพื้นเมืองจะมีคาประชากรมุสลิมเพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง คือ
มุสลิมหลบหนีเขาเมืองคนนั้นจะเพิ่มคาประชากรมุสลิมให
ในฐานะไดจดทะเบียนสมรสกับคนไทย
พื้นเมือง

กฎหมายอิสลามฯ ๒.๐๕.๕๔...17/23
ถาจะคุยกับนักกฎหมายไทยก็จะถูกคานวา...เปนไปไมได! สถานะคนหลบหนีเขาเมืองก็ยังเปน
สถานะติดตัวอยู......จริง! ถูกตอง!
มีอะไรบางที่ไมถูกตองตามกฎหมาย เมื่อเลยเถิดเปนปญหาแลวแกไขทีหลังไดสําเร็จ วินมอรเตอร
ไซค...ไง? วินรถตู...ไง? ทําอะไรไดไหม? บานเราไมเคยคิดปองกันปญหา เฝากินตามน้ํา คอยตาม
แกปญ
 หาเมื่อปญหาลนทวมจมูกแลวอยูเสมอ ดังนั้นไทยจึงมีปญหาทวมเมือง
ถาหากเขาอยูจ นมีลูกดวยกัน ๑ แสนคนทีห่ ลบหนีเขาเมืองจะมีคาประชากรมุสลิมเพิม่ เทากับ ๒
แสนคือตัวพอกับลูกที่คลอดแลวหรือลูกในทอง ไมคิดตัวแมเปนดัชนีเพิ่ม
ถามวา...พอมหาจําเริญผูเ ชี่ยวชาญระเบียงศาลจะลงมาแกปญหาไหม?
ความรับผิดชอบของอีกฝายหนึ่งไปแลว

ปญหานี้ถกู ตัดตอนเปน

จะเนรเทศหรือ? จะสงไปที่ไหน? ประเทศใด? ลองสิคราวนีโ้ ดนองคกรอิสลามโลกจะมาเยี่ยม
และกลาวหาวารังแกคนมุสลิม ขอหาไปพรากครอบครัวเขา คราวนี้ละมุสลิมทั้งหลายก็จะมีปฏิกริ ิยากดดัน
ขมขู เหมือนคนไทยทั้งหลายเปนฝุนใตเทา คราวนี้ก็สมน้ําหนาบรรพบุรุษคนคานนัน่ แหละที่มีลกู โง!
แลวถาหากพวกหลบหนีเขาเมืองหนึ่งแสนคนแตงงานกับไทยพุทธ หมายความวาสถิติประชากร
ไทยพุทธลดลงหนึ่งแสนคนแตไปเพิ่มประชากรใหมุสลิมอีกหนึ่งแสนคน กับตัวพอที่หลบหนีเขาเมืองอีก
หนึ่งแสนคนเปนสองแสนคน ดวยเวลาอันสั้นลูกทีจ่ ะออกตามมาจะเพิ่มประชากรมุสลิมเพิ่มขึ้นจาก ศูนย
เปน ๓๐๐,๐๐๐ คนทันที อยาลืมวา สํามโนประชากรมุสลิม มีอยูในมือของศาลชารีอะหทางการไทยคอย
แตรับรายงานเทานั้น
เมื่อนั้น ที่เคยคานการระบุศาสนาในบัตรประจําตัวประชาชน ก็จะกลายเปนสนับสนุนใหระบุ
ในทันที
เรียนทานผูอ านที่เคารพ
กอนจบบทความนี้ ภูวดล แดนไทยขอกราบสักการะดวงวิญญาณองคพระบูรพกษัตริย พระมหา
วีรกษัตริย โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว ผูทรงรักลูกและหวงลูกหลานชาวไทยดวย
จิตสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระองคทรงตรอมพระทัย โทมนัสจากเหตุการณ ร.ศ.๑๑๒ ถึงกับยอม
สวรรคตเสียดีกวาอยูเ ห็นประเทศชาติเสียบานเมือง ดังที่ไดคัดยอบางบาท ของพระราชนิพนธโคลง ฉันท
ถวายแดเจานายพี่นอง ๒-๓ พระองค ดังนี้
เปนเด็กมีสุขคลาย ดิรฉาน
รูสุขรูทกุ ขหาญ ขลาดดวย

กฎหมายอิสลามฯ ๒.๐๕.๕๔...18/23
ละอยางละอยางพาล หยอนเพราะ เผลอแฮ
คลายกับผูจ วนมวย ชีพสั้น สติสูญ
และพระองคมิใชหรือที่ไดทรงเหน็ดเหนื่อยพระวรกาย เดินทางไปทัว่ โลกเพื่อแกปญ
 หาอธิปไตย
“สิทธิสภาพนอกอาณาเขต” ใหพวกเราคนไทยทั้งชาติไดมีอธิปไตยในดินแดนของเราเองชัว่ ลูกหลาน
แตคราวนีล้ ูกหลานของพระองคทําระยํานํากลับมาใชอกี ทําประเทศไทยใหมรี ัฐฯซอนรัฐฯ เปน
แบบอยางใหเห็นวา “ฆาพี่นอ งไทยพุทธ ไทยมุสลิมแลวได”
พวกเราชาวไทยทุกๆคนกําลังถูกนักการเมืองสันดานลาหลอกวา ตองใหใชกฎหมายชารีอะหเพื่อ
ความสงบและเปนการถายตัวประกันสถานการณชายแดนใตใหกลับสูค วามสงบ
เราไดปลอยใหเปนภาระของนักการเมืองโดยที่มิไดปริปากมานานเทาใดแลว คราวนีค้ งจะยอมให
นักการเมือง “ทรยศ” อธิปไตยที่พระพุทธเจาหลวงทรงตอสูและนํากลับมาใหลูกหลานมิไดอีกตอไป
เราไมยอมใหนํา “สิทธิสภาพนอกอาณาเขต” กลับมาใชบนแผนดินนีอ้ ีกแลว
<><><>

จากใจผูเขียนกอนจาก ถึงเพื่อนมุสลิมที่อยูในไทยทุกๆทาน เราอยูบนแผนดินเดียวกัน เราตองมี
ความปรารถนาดีตอกัน ดังนัน้ บทวิเคราะหและวิจารณนี้มีวตั ถุประสงคเพื่อ
๑.

ขจัดสาเหตุแหงปญหาที่จะเกิดความแตกแยกของการอยูร ว มกันของคนในชาติ

๒.

เพื่อความเทาเทียมกันไมเหลื่อมล้ําของชนทุกๆหมูเหลาที่จะอยูร ว มกัน

๓.

เพื่อไมเปดโอกาสและสนับสนุนใหบุคคลบางกลุม
๑.๑

อาศัยศาสนากาวขึ้นสูอํานาจ โดยอาศัยเหตุการณความไมสงบชายแดนใตเปน
เงื่อนไข

๑.๒

สรางบาปกอทารุณกรรมบนแผนดินบริสุทธิ์ ที่มีพรหมวิหารสี่วิถีพุทธเปนเรือน
ใหไดอยูสุขอาศัยรวมกัน ซึ่งถือไดวาเปนการเสนอรางพ.ร.บ.ฯนี้บนความตาย
ของเพื่อนรวมชาติ ทั้งศาสนาเดียวกันและตางศาสนา คือบาปหนักและทรยศตอ
ความเปนมนุษยยงิ่ นัก

๑.๓

สรางปมเขื่องยกศาสนาตน สรางเงื่อนไขใหศาสนาอิสลามมีความไดเปรียบ แผ
ขยายอิทธิพล และ มีอํานาจครอบงําเหนือศาสนาอื่นๆ

กฎหมายอิสลามฯ ๒.๐๕.๕๔...19/23
๑.๔

***

อาศัยความดอยปญญาของคนของรัฐฯ ใชอํานาจรัฐฯผานองคกรการบริหาร
ราชการของรัฐฯ ทําใหเกิดความไดเปรียบเสียเปรียบ เหลื่อมล้ําในการอยูร ว มกัน
กับศาสนาตางๆในประเทศไทยอันเปนสาเหตุใหเกิดความรุนแรงในอนาคต

ที่สําคัญเหนืออื่นใด คือ จากหลายๆประเทศบนโลกดุนยา(โลกมนุษย)นี้ ฆากันไมเลิก
แทบจะเปนการลางเผาพันธุม นุษย ก็ดว ยเจตนาคร่าํ เครง เรงรัด กาวไปสูการเปนอิสลามที่
บริสุทธิ์ทั้งสิ้น ดังนั้น บทความนี้มีวัตถุประสงคอยางจริงจัง...เพื่อ
๑.๕

“ปกปองศาสนาอิสลามที่เปนศาสนาแหงสันติ”

ใหบรรลุเปาประสงคของ
ศาสนาอิสลาม และไมมวั หมองโดยนักหาประโยชนบนความตายของเพื่อน
มนุษย ที่มีทั้งสรางอิทธิพลเพื่อตนเอง และคายาเสพติดเพื่อมอมเมาเยาวชนและ
หาเงินเปนทุนการปฏิบัติการฯ

ขอองคศาสดาผูปรารถนาดีตอ มนุษยโลกทุกๆพระองค
จงประสาทพรใหมนุษยทุกๆชีวติ ทีอ่ ยูอ าศัยบนโลกนี้มีความปรารถนาดีตอ กัน
อยูร วมกันดวยจิตวิญญาณของมนุษยที่เขาใจดีตอ กัน เทอญ
ภูวดล แดนไทย
<><><><>

ผนวกทายบทกฎหมายอิสลาม
มองไปขางหนา
ขอเปนโอกาสที่จะตอทายดวยสาระกระตุกเตือน
เมือ่ มองไปขางหนาเห็นผูทรงเกียรติถือธง
นําหนา ลากพระราชบัญญัตอิ ิสลามใหมชักแถวพาเหรดเขาสภาฯ ก็ใหหวง
พระราชบัญญัติ ตอไปที่ประชาชนทุกๆคนทําความรูจักคุนเคยและศึกษากันใหถองแท เพื่อจะได
พิจารณาวาควรสนับสนุนใหนํามาใชหรือไม ? ไดแก

ก.)

กฎหมายอิสลาม...วาดวยกองทุนซักกาด

ขอกลาวโดยสรุป “ซะกาต” หมายถึง ทานบังคับ หรือ ภาษีศาสนา ที่มุสลิมทุกๆคนตองจายทุกๆ
รอบ ๑ ป ตามที่ศาสนาอิสลามไดบัญญัตไิ ว

กฎหมายอิสลามฯ ๒.๐๕.๕๔...20/23
ขอกําหนด

มุสลิมทุกๆคนจะตองบริจาคโดยคําสั่งซึ่งไดระบุไวในคัมภีรอลั กุรอาน บทที่ ๒ วรรคที่
๑๑๐ วา “จงดํารงละหมาดและจงบริจาคซะกาต”

คําสาปแชง

สวนผูที่ไมยอมบริจาคซะกาต มีคําสาปแชงไวใน บทที่ ๑๔ วรรคที่ ๖-๗ วา “ความวิบัติ
จงเปนของผูต งั้ ภาคีทั้งหลาย ซึ่งพวกเขาไมบริจาค”

ซะกาตมีหลายประเภท เชน ซะกาตอาหาร ซะกาตทรัพยสิน
ซะกาตทรัพยสิน เชน ทองคํา เงินแทง และเงินตรา ตองบริจาคในอัตรา ๒.๕
เปอรเซ็นต อนึ่ง สําหรับเครือ่ งประดับก็ตอ งนํามาออกซะกาตเชนกัน

ยกตัวอยาง
ผูมีสิทธิรับซะกาต

๑.

บุคคลที่องคอัลเลาะห ไดกําหนดไวในคัมภีรอลั กุรอานใหเปนผูมีสิทธิรับซะกาต
ตองเปนมุสลิมเทานั้น ผูทนี่ ับถือศาสนาอื่นไมมีสิทธิรบั ซะกาต ผูมสี ิทธิรับซะกาต
ไดแกมุสลิม ๘ ประเภท คือ
คนอนาถา คือ ผูที่มีความเปนอยูอยางแรนแคน

๒. คนขัดสน คือ ผูที่หาไดไมคอ ยพอใช
๓. ผูรวบรวมและจายซะกาต คือ เจาหนาที่ของรัฐ (หรือ..นายอากรบอนเบี้ยในอดีต)
๔. ผูที่ควรแกการปลอบใจ เชน ผูทกี่ ําลังจะเขามารับอิสลามหรือผูทไี่ ดเขามารับ
อิสลามแลว ซึง่ ในปจจุบนั มีคนไทยมุสลิมหลายคนทีอ่ ยูในภาวะนี้ คือ ถูกตัดขาด
จากครอบครัวเมื่อหันมาเขารับอิสลาม
๕. ใชซะกาตเพื่อไถทาสหรือเชลยใหเปนอิสระ
๖.

ผูที่มีหนี้สินลนพนตัว อันเปนหนี้ที่ไมไดเกิดจากการทําผิดศาสนบัญญัติ เชน จาก
การเลนการพนัน ฯลฯ

๗. ใชในแนวทางของพระผูเปนเจา ซึ่งในประเด็นนี้กวางมาก เชน นําไปสราง
โรงเรียน โรงพยาบาล สาธารณสถานตาง ๆ ปกปองประเทศ หรือทําการตอสูเพื่อ
รักษาไวซึ่งหลักการอิสลาม
๘. ผูที่อยูใ นระหวางเดินทางไกล และอยูในภาวะที่ตองการความชวยเหลือ

กฎหมายอิสลามฯ ๒.๐๕.๕๔...21/23

ราง...พระราชบัญญัติ สงเสริมการดําเนินกิจการกองทุนซะกาต
คัดยอจาก บทความของ นายชํานาญ นิศารัตน
มาตรการดูดเงิน ไดถกู กําหนดไวใน มาตรา ๑๖ ดังนี้
ใหจัดตั้งกองทุนหนึ่งเรียกวา “กองทุนสงเสริมกิจการกองทุนซะกาต” ประกอบดวยเงิน
และทรัพยสินตามมาตรา ๑๗ เพื่อใชเปนทุนหมุนเวียนสําหรับการดําเนินงาน การสงเสริม
และใหความชวยเหลือในการดําเนินกิจการของกองทุนซะกาต
โดยมีสํานักงานเปน
ผูบริหารหรือจัดการกองทุนและมีคณะกรรมการเปนผูควบคุมดูแลกองทุน
เอาเงินมาจากไหน?
เงินและทรัพยสินของกองทุนประกอบดวย

มาตรา ๑๗

(๑) เงินที่รฐั บาลจัดสรรให
(๒) เงินชวยเหลือจากตางประเทศ
(๓) เงินหรือทรัพยสินที่มีผูมอบหรืออุทิศให
(๔) ผลประโยชนที่เกิดจากเงินตาม (๑) (๒) และ (๓)
ตามพ.ร.บ.ฯ นี้

ไดกําหนดใหเปนหนาที่ของรัฐบาลจะตองจัดสรรเงินเปนงบประมาณรายไดของ
สํานักงานฯไว ตาม มาตรา ๒๗ ดังนี้

(๑) เงินที่รฐั บาลจายใหเปนทุนประเดิม
(๒) เงินอุดหนุนทัว่ ไปทีร่ ัฐบาลจัดสรรใหเปนรายป
หลักการรับบริจาคซะกาต และ การแจกจายซะกาต
ประการ คือ

ตามศาสนบัญญัติของศาสนาอิสลาม สรุปได ๓

๑.

ศาสนาอิสลาม หามรับบริจาคซะกาตจากคนตางศาสนา

๒.

ผูมีสิทธิไดรับซะกาต ไดแกมุสลิม ๘ จําพวก เทานั้น

๓.

ผูมีสิทธิรับซะกาตนั้นตองเปนผูนับถือศาสนาอิสลาม
ไดรับ

คนตางศาสนาไมมีสิทธิ

กฎหมายอิสลามฯ ๒.๐๕.๕๔...22/23
เปนอันวา

ชาวพุทธทุกคน ตองชวยกันทํางานใหหนักขึ้นเปนภาษีใหรัฐบาลเอาเงินไปจายให
เปนงบประมาณกองทุนซะกาต (ทัง้ ๆทีผ่ ิดหลักศาสนา รับเงินจากคนตาง

ศาสนาไมได) เพื่ออิสลามนําไปอุดหนุนเฉพาะผูที่เปนมุสลิม และ ผูที่กําลังจะ
เปลี่ยนศาสนาเขารับอิสลาม ซึ่งชาวพุทธไมมีสิทธิไดรับอานิสงคจากหยาดเหงื่อ
แรงงานนีแ้ ตอยางใด
<><><>

ข.) กฎหมายอิสลาม...วาดวยทรัพยสนิ วากัฟ
วัตถุประสงค
ระดมทรัพยากรที่มีอยูใ นทองถิ่นเพื่อนํามาใชใหเกิดการพัฒนาแกทองถิ่นเอง และแกสังคมมุสลิม
โดยรวม สวนมากจะเปนที่ดนิ นํารายไดจากการหาผลประโยชนในที่ดนิ เหลานั้น เพือ่

การพัฒนากิจกรรมทางศาสนาอิสลาม เชนสรางมัสยิด สรางสุเหรา สรางสุสาน
สรางโรงเรียนสอนคัมภีรก ุรอาน และสอนศาสนาอิสลาม

ใหความชวยเหลือแกผูที่ประสบภัยทางธรรมชาติ

ใหทุนการศึกษาโดยเฉพาะทุนการศึกษาตอในตางประเทศทางดานศาสนาอิสลาม

ประชาชนตองมีสติ คํานึงถึงขอตอไปนี้
๑.) มีการกวานซื้อที่ดิน พื้นทีร่ มิ ทะเลทัง้ หมดทั้งดามขวาน รวมทั้งพืน้ ทีร่ ิมทะเลดาน
ทิศตะวันออกของไทยดานจันทบุรี ในชวงที่กําลังถูกกวานซื้อ ผูขายไมทราบวา
ใครซื้อ และมีวัตถุประสงควา ซื้อไปทําไม ก็ยอมขายใหเปนธรรมดา
๒.) ที่ดินทั้งอําเภอ ไดเปลีย่ นมือไปเปนทรัพยสินของผูมเี ปาประสงครอกฎหมายวา
ดวยทรัพยสินวากัฟ ผานสภาผูแทนราษฎร
ตอเมื่อพรอมทั้งขอ ๑) และ ขอ ๒) และศาลอิสลามที่ไดขยายงานมาคุมครอง และพิพากษาคดีวา
ดวยกองทุนซะกาต และวาดวยทรัพยสินวากัฟ จากทีน่ ักการเมืองไดเสนอและจากที่สภาฯไดผานพ.ร.บ.
ดังกลาว เมื่อนัน้ จะพรอมใจกันยกที่ดินนั้นใหเปนทรัพยสินวากัฟ นั่นคือ ที่ดินตรงนัน้ ใครจะแตะตองมิได
เวนคืนมิได เชนเดียวกับทีด่ ินที่เปนสุสาน หรือ กุโบรนั่นแหละ ผลคือ
ตามขอ ๑)

ประเทศไทยถูกปดทางออกทางทะเลหมดสิ้น

กฎหมายอิสลามฯ ๒.๐๕.๕๔...23/23
ตามขอ ๒)

อําเภอนั้นทั้งอําเภอเปลี่ยนชือ่ อําเภอจากภาษาไทยเปนภาษาอาหรับทันที

พี่นอ งไทยทั้งแผนดินคิดเองนะครับวา เอาไหม? เอาหรือไมเอาเปนสิทธิของทาน!!

แต ...ภูวดล แดนไทยไมเอาครับ
ภูวดล แดนไทย
ปรับปรุงใหม ๒ พ.ค.๕๔

สติมนุษยชนไทย
<< ฝากถึงนักการเมืองไทย >>
<<>>

สงครามยุคตอไปนี้
จะเปนสงครามที่ฝายที่มุงรายตอแผนดินไทย จะใชเลหห ลอกลอประชาชน
ใหขบถตอแผนดินตนเอง
ดังนั้น
ถาหากประชาชนไทย ไม “รูเรา” เพื่อปรับตนเอง
ไม “รูเขา” เทาทันในเลหเหลี่ยมผูประสงคราย
เรานั่นแหละจะเปนผูที่จะลมนาวาไทยเสียเอง
<<>>

ภูวดล แดนไทย

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful