You are on page 1of 129

6

42101
5
1

เอกสารประกอบการสอน รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน 6
รหัสวิชา อ 42101 ระดับ
ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง The changing year นี้ ได้แบ่งเนื้อหาเป็น 3 บท
เรียน ดังนี้
Lesson 1 The Seasons
Lesson 2 The Countryside
Lesson 3 Weather Forecasts
เอกสารประกอบการสอนนี้ ผู้เขียนได้สืบค้นข้อมูลจากแหล่ง
เรียนรู้ทางอินเตอร์เนท และเอกสารต่างๆโดยจัดเรียงเนื้อหาความ
รูต
้ ามลำาดับก่อนหลังอย่างเหมาะสม มี ภาพประกอบที่หลากหลาย
และแบบฝึกหัดจากง่ายไปหายาก โดยเน้นการอ่านเพื่อความเข้าใจ
มุง่ ให้นักเรียนคิดวิเคราะห์หาคำาตอบและ จูงใจให้นักเรียนศึกษา
หาความรูด ้ ้วยตนเอง ปลูกฝังให้นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม
เพื่อให้นักเรียนใช้ประกอบการเรียน สามารถนำาความรู้ที่ได้ไป
พัฒนาคุณภาพชีวิต และเป็นตำาราประกอบการเรียนรู้รายวิชา
ภาษาต่างประเทศ และรายวิชาอื่นๆในระดับที่สูงขึ้น ทัง้ เป็นแหล่ง
ความรู้ทท ี่ ำาให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ล่วงหน้าได้ด้วยตนเองอย่าง
มีความสุขและ เกิดเจตคติที่ดีตอ ่ การเรียนภาษาอังกฤษ
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารประกอบการสอนชุดนี้ คงอำานวย
ประโยชน์ต่อการเรียนการสอนภาษาอังกฤษตามสมควร และช่วย
ให้นักเรียนสามารถค้นพบวิธีการหาความรู้อย่างถาวร สืบต่อไป
ภายหน้าหากท่านนำาไปใช้มข ี ้อเสนอแนะผู้เขียนยินดีรับฟังและขอ
ขอบคุณในความอนุเคราะห์นั้น ณ โอกาสนี้ด้วย
ขอขอบคุณนายสุนิตย์ พิมาน ผู้อำานวยการโรงเรียนเมือง
สุราษฎร์ธานี นางจันทรา ศรีสข ุ รองผูอ
้ ำานวยการกลุม ่ บริหาร
งานวิชาการโรงเรียนเมืองสุราษฎร์ธานี และผศ.ดร.ธงชัย เครือ
หงส์คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏ
สุราษฎร์ธานีผู้ให้คำาปรึกษาและแนะนำาในการจัดทำาเอกสาร
ประกอบการสอนชุดนี้

นายกมลพันธ์ จามพัฒน์

คำานำา
สารบัญ
สารบัญภาพ
คำาชี้แจง (1)
กำาหนดการเรียน (2)
มาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน/มาตรฐานการเรียนรู้ช่วง (4)
ชั้น
มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น (5)
การวัดผลประเมินผล (16)
วิเคราะห์ผลการเรียนรูท้ ี่คาดหวังและสาระการเรียนรู้ (21)
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายภาค (29)
คำาอธิบายรายวิชา (32)
ตารางการออกแบบหน่วยการเรียนรู้ (33)
ตารางวิเคราะห์ความสอดคล้องผลการเรียนรู้ที่คาดหวังสู่หน่วยการ (38)
เรียนรู้
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง/จุดประสงค์การเรียนรู้ (48)
แผนบริหารการสอนประจำาวิชา (49)
เอกสารประกอบการสอน Lesson 1 The Seasons 1
What is season? 2
- Causes and Effects 3
- Reckoning Meteorology 7
- Traditional 10
- The seasons 12
- Geography of the Earth 13
- Latitude and Longitude 14
- The seasons and Axis Tilt 17
- Solstices 18
- Equinoxes 18
- New Words 19
- Exercise 1.1 22
- Exercise 1.2 23
- Exercise 1.3 24
- Exercise 1.4 25
เอกสารอ้างอิง 27
เอกสารประกอบการสอน Lesson 2 The Countryside 28
- A countryside for health and wellbeing.
The Physical and Mental Health Benefits of Green Exercise. 29
- Bill Bryson Interview 31
- Know your countryside 34
- New Words 39
- Exercise 2.1 43
- Exercise 2.2 44
- Exercise 2.3 45
- Exercise 2.4 46
เอกสารอ้างอิง 48
เอกสารประกอบการสอน Lesson 3 Weather Forecast 49
What is the weather forecast? 50
- What is the difference between weather and climate? 50
- The effect of weather on our lives. 51
- Weather Forecasting 52
- Observation 54
- Surface observations 55
- Upper-air observations-Radar 57
- Radar 58
- Satellites 59
- Analysis 62
- Forecaster 63
- Role of the forecaster 66
- Weather Icons 67
- New Words 71
- Exercise 3.1 74
- Exercise 3.2 75
- Exercise 3.3 76
- Exercise 3.4 77
เอกสารอ้างอิง 79
บรรณานุกรม 80
ภาคผนวก 82
แบบทดสอบก่อน – หลังเรียน Pre-Test Post – Test The Changing Year 83
ข้อสอบประเมินผลผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง Exercise 1.1-3.4 103
เฉลยแบบทดสอบและแบบฝึกหัด 118
แผนการจัดการเรียนรู้แผนที่ 1 119
แผนการจัดการเรียนรู้แผนที่ 2
แผนการจัดการเรียนรู้แผนที่ 3
แผนการจัดการเรียนรู้แผนที่ 4
แผนการจัดการเรียนรู้แผนที่ 5
แผนการจัดการเรียนรู้แผนที่ 6
แผนการจัดการเรียนรู้แผนที่ 7
แผนการจัดการเรียนรู้แผนที่ 8

ภาพที่ 1.1 Seasons. 1


ภาพที่ 1.2 Illumination of the earth during various seasons. 2
ภาพที่ 1.3 Diagram of the seasons . 3
ภาพที่ 1.4 The North Pole I 4
ภาพที่ 1.5 The North Pole II 4
ภาพที่ 1.6 Axial Tilt 5
ภาพที่ 1.7 This is what the Tilt of the Earth is in 2008. 6
ภาพที่ 1.8 Elliptical Orbit. 6
ภาพที่ 1.9 Sun Earth Relations 6
ภาพที่ 1.10 Seasons 7
ภาพที่ 1.11 Equinox and Solstice 8
ภาพที่ 1.12 Northern Hemisphere 9
ภาพที่ 1.13 Southern Hemisphere 9
ภาพที่ 1.14 Midsummer 10
ภาพที่ 1.15 Midwinter 11
ภาพที่ 1.16 Happy-Nowruz. 11
ภาพที่ 1.17 Summer-solstice 12
ภาพที่ 1.18 Imaginary lines 13
ภาพที่ 1.19 Latitude and Longitude. 14
ภาพที่ 1.20 Latitude 15
ภาพที่ 1.21 Longitude 15
ภาพที่ 1.22 Meridian 16
ภาพที่ 1.23 The seasons on Earth. 17
ภาพที่ 1.24 Vernal equinox 18
ภาพที่ 2.1 In the countryside 28
ภาพที่ 2.2 Countryside Activities 29
ภาพที่ 2.3 Bill Bryson 31
ภาพที่ 2.4 Riding in the woods. 34
ภาพที่ 2.5 Dry stone walls 35
ภาพที่ 2.6 Natural Environment. 36
ภาพที่ 2.7 Fresh open area 37
ภาพที่ 2.8 Wannabe there? 38
ภาพที่ 3.1 Weather Today 49
ภาพที่ 3.2 Weather Office 50
ภาพที่ 3.3 Weather affects . 51
ภาพที่ 3.4 Weather online 51
ภาพที่ 3.5 Weather forecasting 52
ภาพที่ 3.6 Analysis of mean sea-level pressure (isobars) and weather fronts 53
ภาพที่ 3.7: 48-hour forecast of isobars and rain 53
ภาพที่ 3.8 48-hour forecast of isobars and weather fronts prepared by a forecaster 54
ภาพที่ 3.9 Sources of observational data 54
ภาพที่ 3.10 A typical automatic observing site © Crown 55
ภาพที่ 3.11 Ocean Weather Ship Starella © Crown 56
ภาพที่ 3.12 Met Office Buoy © Crown 56
ภาพที่ 3.13 A radiosonde launch © Crown 57
ภาพที่ 3.14 Chenies rainfall radar © Crown 58
ภาพที่ 3.15 An example radar image© Crown 59
ภาพที่ 3.16 Artist's impression of a satellite 60
ภาพที่ 3.17 A typical visible satellite image © EUMETSAT/Met Office 60
ภาพที่ 3.18 Meteosat 61
ภาพที่ 3.19 A typical analysis chart © Crown 62
ภาพที่ 3.20 NEC SX-8 supercomputer © Crown 63

ภาพที่ 3.21 Some of the physical processes represented in computer models used to 64
forecast the weather.
ภาพที่ 3.22 'mesoscale model' 65
ภาพที่ 3.23 Data assimilation 65
ภาพที่ 3.24 Forecaster at work © Crown 66
ภาพที่ 3.25 Weather Icons 1 67
ภาพที่ 3.26 Weather Icons 2 67
ภาพที่ 3.27 Weather Icons 3 68
ภาพที่ 3.28 Weather Icons 4 68
ภาพที่ 3.29 Weather Icons 5 69
ภาพที่ 3.30 Weather Icons 6 69
ภาพที่ 3.31 Weather Icons 7 70
1. นักเรียนจะได้รับเอกสารประกอบการสอนเรือ ่ ง The Changing Year
คนละ 1 เล่มเพื่อใช้ใน
การเรียนการสอนในชั้นเรียน ให้นักเรียนศึกษากำาหนดการเรียน
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังและ
จุดประสงค์การเรียนรูต ้ ามลำาดับ
2. นักเรียนทำาแบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-Test) เพื่อสำารวจความรู้เดิม
เท่านั้น
3. เอกสารประกอบการสอนนี้มีเนื้อหาสาระให้นักเรียนได้ศึกษา
จำานวน 3 หน่วย 19 บทเรียน
นักเรียนศึกษาไปทีละหัวข้อตามลำาดับ ในแต่ละหัวข้อมีแบบฝึกหัด
วัดผลและประเมินผลการ
เรียนรู้
4. นักเรียนสามารถศึกษารายละเอียดบทเรียนต่างๆล่วงหน้า เพื่อ
เตรียมตัวเรียนรู้ในห้องเรียน
เมือ
่ ครูอธิบายเพิ่มเติมแล้วนักเรียนจะสามารถเข้าใจบทเรียน
ต่างๆได้งา่ ยและรวดเร็วขึ้น
5. นักเรียนทำาแบบฝึกหัด เพื่อฝึกทักษะ การอ่านเพื่อความเข้าใจ
หาเหตุผล และฝึกการหาคำาตอบ
ที่ถูกต้อง นักเรียนควรทำาแบบฝึกหัดด้วยตนเองอย่างสมำ่าเสมอ
หรือร่วมกันคิดแบบเพื่อนช่วย
เพื่อน
6. นักเรียนทำาข้อสอบประเมินผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง เพือ ่ เก็บ
คะแนนระหว่างเรียน
7. นักเรียนทำาแบบทดสอบหลังเรียน (Post-Test) เมือ่ เรียนจบ 3 หน่วย
แล้ว เพื่อหา
ความก้าวหน้าในการเรียน

Lesson 1 The Seasons 3


- What is season?
- Causes and effects
- Polar day and night
- The Earth
- The seasons and Axis Tilt
- Reckoning Meteorology
- Astronomical
- Traditional
- Geography of the Earth
- The seasons
- Latitude and longitude
Lesson 2 The Countryside 2
- A countryside for health and wellbeing.
The Physical and Mental Health
Benefits of Green Exercise.
- Bill Bryson Interview
- Know your countryside
Lesson 3 Weather Forecasts 3
What is the difference between weather and climate?
- The effect of weather on our lives.
- Weather Forecasting
- Observation
- Surface observations
- Upper-air observations-Radar
- Radar
- Satellites
- Analysis
- Forecaster
- Role of the forecaster
- Weather Icons

รวม 8
/

1
1.1 เข้าใจกระบวนการฟังและการอ่าน
สามารถตีความเรือ ่ งที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ
และนำาความรู้มาใช้อย่างมีวิจารณญาณ
1.2 มีทักษะในการสือ ่ สารทางภาษา แลก
เปลีย่ นข้อมูล ข่าวสาร แสดงความรู้สึก และความคิด
เห็น โดยใช้เทคโนโลยีและการจัดการที่เหมาะสม เพื่อ
การเรียนรู้ตลอดชีวิต
1.3 เข้าใจกระบวนการพูด การเขียน และ
สือ
่ สารข้อมูล ความคิดเห็น และความคิดรวบยอดใน
เรื่องต่างๆได้อย่างสร้างสรรค์ มีประสิทธิภาพและมี
สุนทรียภาพ
2
2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำาไปใช้ได้อย่าง
เหมาะสมกับกาลเทศะ
2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่าง
ระหว่างภาษา และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับ
ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำามาใช้อย่างมี
วิจารณญาณ
3

3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชือ
่ มโยงความรู้
กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นและเป็น
พื้นฐานในการพัฒนาและเปิดโลกทัศน์ของตน
4

4.1 สามารถใช้ภาษาต่างประเทศ ตาม


สถานการณ์ตา่ ง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน
และสังคม
4.2 สามารถใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครือ
่ งมือ
ในการเรียนรู้ การศึกษาต่อ
การประกอบอาชีพ การสร้างความร่วมมือ และการ
อยู่ร่วมกันในสังคม

1 :
1.1 : เข้าใจกระบวนการฟัง และการอ่าน
สามารถตีความเรือ ่ งที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภท ต่าง ๆ และนำา
ความรู้มาใช้อย่างมีวิจารณญาณ

ป. 1-3 ป. 4-6 ม. 1-3 ม. 4-6


1. เข้าใจคำา 1. เข้าใจคำาสั่ง
1. เข้าใจภาษา 1. เข้าใจนำ้าเสียง
สั่ง คำาขอ คำาขอร้อง ท่าทาง นำ้า ความ รูส ้ ึกของผู้
ร้อง ภาษา ภาษาท่าทาง เสียง ความรูส ้ ึก พูด รวมทั้ง คำา
ท่าทาง และ คำา ของผู้พูด รวมทั้ง ชี้แจง คำา
และประโยค แนะนำาใน เข้าใจคำาสั่ง บรรยาย คำา
ง่าย ๆ ใน สังคม-รอบตัว คำาขอร้อง คำา แนะนำา
สถานการณ์ แนะนำา คำา สารสนเทศ และ
ใกล้ตัว อธิบาย ทีพ ่ บใน คู่มือต่าง ๆ
สื่อจริง
2. อ่านออก 2. อ่านออก 2. อ่านออกเสียง 2. อ่านออกเสียง
เสียงคำากลุม่ เสียงคำา บทอ่านได้ถูกต้อง บทอ่านได้ถูก
คำา และ ประโยค และ ตามหลักการออก ต้องตามหลักการ
ประโยคง่าย ข้อความง่าย ๆ เสียง และเหมาะ- ออกเสียง และ
ๆ ได้ถูกต้อง ได้ถูกต้องตาม สมกับเนื้อหาที่ เหมาะ-สมกับ
ตามหลัก หลักการออก อ่าน เนื้อหาที่อ่าน
การออก เสียง
เสียง
3.เข้าใจคำา 3. เข้าใจ 3. เข้าใจ และ 3. เข้าใจ ตีความ
กลุ่มคำา และ ประโยค ตีความสื่อ ที่ไม่ใช่ และ/หรือแสดง
ประโยค ข้อความสั้น ๆ ความเรียง(Non-text ความคิดเห็น
โดยถ่ายโอน โดย ถ่าย Information) ในรูป เกี่ยวกับสื่อทีเ่ ป็น
เป็นภาพ โอนเป็นภาพ แบบต่าง ๆ โดย ความเรียงและ
หรือ หรือ ถ่ายโอนเป็น ไม่ใช่ความเรียง
สัญลักษณ์ สัญลักษณ์ ข้อความ ที่ใช้ ในรูปแบบต่าง ๆ
ง่าย ๆ และถ่ายโอน ถ้อยคำาของ ที่ซับซ้อนขึ้น
ข้อมูลจาก ตนเอง หรือถ่าย ถ่ายโอนเป็น
ภาพ หรือ โอนข้อความเป็น ข้อความ ที่ใช้
สัญลักษณ์ สื่อที่ไม่ใช่ความ ถ้อยคำาของ
เป็นประโยค เรียง ตนเอง
หรือ
ข้อความสั้น ๆ

4.เข้าใจบท 4. เข้าใจบท 4. เข้าใจ ตีความ 4. เข้าใจ


สนทนา สนทนา และแสดงความ ตีความ วิเคราะห์
เรือ
่ งสั้น ๆ เรือ่ งสั้น เรื่อง คิดเห็น เกีย ่ ว และแสดงความ
หรือนิทาน เล่า และ กับข้อความ คิดเห็นเกีย่ วกับ
ง่าย ทีม
่ ีภาพ นิทาน ข้อมูลและ ข้อความ ข้อมูล
ประกอบ ข่าวสาร จากสื่อ ข่าวสาร
สิ่งพิมพ์ หรือ สือ ่ บทความ
อิเล็กทรอนิกส์ สารคดี บันเทิง
เกี่ยวกับเรื่องที่อยู่ คดีที่ซับซ้อนขึ้น
ในความสนใจใน จากสื่อสิ่งพิมพ์
ชีวิตประจำาวัน หรือ สือ

อิเล็กทรอนิกส์
1 :
1.2: มีทักษะในการสื่อสารทางภาษา แลกเปลี่ยน
ข้อมูล ข่าวสาร และแสดงความรู้และความคิดเห็นโดยใช้เทคโนโลยี
และการจัดการทีเ่ หมาะสมเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ป.1-3 ป. 4-6 ม. 1-3 ม. 4-6


1. ใช้ภาษาง่าย 1. ใช้ภาษาง่าย 1. ใช้ภาษาตาม 1. ใช้ภาษาตาม
ๆ สั้น เพื่อ ๆ เพื่อสร้าง มารยาททาง มารยาททาง
สร้างความ ความสัมพันธ์ สังคม เพือ ่ สังคม เพือ ่
สัมพันธ์ ระหว่างบุคคล สร้างความ สร้าง ความ
ระหว่างบุคคล โดยใช้ สัมพันธ์ สัมพันธ์
โดยใช้สื่อ นวัตกรรมง่าย ระหว่างบุคคล ระหว่างบุคคล
นวัตกรรม ๆ และสื่อ และสามารถ และสามารถ
ง่ายๆ เทคโนโลยีที่มี ดำาเนินการ ดำาเนินการ
อยู่ในสถาน สื่อสารอย่างต่อ สื่อสารอย่างต่อ
ศึกษา เนื่องโดยใช้สื่อ เนื่องและ
เทคโนโลยีที่มี เหมาะสม โดย
อยู่ในแหล่งการ ใช้สอื่
เรียนรู้ทั้งใน เทคโนโลยีที่มี
และนอกสถาน อยู่ใน แหล่ง
ศึกษา การ เรียนรู้
ทั้งในและนอก
สถานศึกษา
2. ใช้ภาษาง่าย 2. ใช้ภาษาง่าย 2. ใช้ภาษาเพื่อ 2. ใช้ภาษาเพื่อ
ๆ สั้น ๆ เพื่อ ๆ เพื่อแสดง แสดงความคิด แสดงความ คิด
แสดงความ ความต้องการ เห็น แสดง เห็น แสดง
ต้องการของ ของตน เสนอ ความต้องการ ความต้องการ
ตนโดยใช้สื่อ ความช่วยเหลือ ของตน เสนอ ของตน เสนอ
เทคโนโลยี แก่ผู้อื่น และ ความช่วยเหลือ บริการแก่ผู้อื่น
ง่ายๆที่มีอยู่ใน แลกเปลี่ยน และบริการแก่ เจรจาต่อรอง
สถานศึกษา ความคิดเห็น ผู้อื่น และ และวางแผน
โดยใช้สื่อ วางแผนใน ในการเรียน
เทคโนโลยีที่มี การเรียน โดย โดยใช้สื่อ
อยู่ในแหล่งการ ใช้สอ ื่ เทคโนโลยีที่มี
เรียนรู้ทั้งใน เทคโนโลยีที่มี อยู่ในแหล่งการ
และนอกสถาน อยู่ในแหล่งการ เรียนรู้ ทั้งใน
ศึกษา เรียนรู้ทั้งใน และนอกสถาน
และนอกสถาน ศึกษา
ศึกษา
3. ใช้ภาษาง่าย 3. ใช้ภาษาง่าย 3. ใช้ภาษาเพื่อ 3. ใช้ภาษาเพื่อ
ๆ เพื่อขอ และ ๆ เพื่อขอและ ขอ และให้ ขอ และให้
ให้ข้อมูล เกีย
่ ว ให้ข้อมูล ข้อมูล อธิบาย ข้อมูล อธิบาย
กับ บุคคล อธิบายเกี่ยวกับ บรรยาย บรรยาย
และสิ่งต่าง ๆ บุคคลและสิ่ง เปรียบเทียบ เปรียบเทียบ
รอบตัว โดยใช้ ต่าง ๆ ที่ เรือ
่ งราวต่าง ๆ แลกเปลี่ยน
ประโยชน์จาก พบเห็นในชีวิต ใน ชีวิตประจำา ความรูเ้ กี่ยวกับ
สื่อการเรียน ประจำาวัน และ วัน เรือ
่ งราว หรือ
ทางภาษา และ สร้างองค์ความ ประสบการณ์ ประเด็นปัญหา
ผล จากการฝึก รู้โดยใช้ ของตนเอง ต่าง ๆ ตลอด
ทักษะต่าง ๆ ประโยชน์จาก และสิ่งทีต ่ น จน เหตุการณ์
สื่อการเรียน สนใจ สร้าง ในปัจจุบัน
ทางภาษา และ องค์ความรู้โดย ชุมชนและ
ผลจากการฝึก ใช้ ประโยชน์ สังคม สร้าง
ทักษะต่าง ๆ จาก สือ
่ การ องค์ความรู้
เรียนทางภาษา โดยใช้
และผลจากการ ประโยชน์จาก
ฝึก สื่อการ เรียน
ทักษะต่าง ๆ ทางภาษา และ
รวมทั้ง ผล จากการฝึก
วางแผนใน ทักษะ
การเรียน และ
อาชีพ
4. ใช้ภาษาง่าย 4. ใช้ภาษาง่าย 4.ใช้ภาษาเพื่อ 4.ใช้ภาษาเพื่อ
ๆ เพื่อแสดง ๆ เพื่อแสดง แสดงความรู้สึก แสดงความรู้สึก
ความรูส ้ ึกของ ความรูส ้ ึกของ ของตนเกี่ยวกับ ของตน เกี่ยวกับ
ตน โดยใช้ ตน และบอก เรื่องราวต่าง ๆ เหตุการณ์ ทั้ง
ประโยชน์จาก เหตุผล โดยใช้ ในชีวิตประจำา ใน อดีต ปัจจุบัน
สื่อการเรียน ประโยชน์จาก วัน และ และอนาคต
โครงการใน พร้อมทั้งให้
ทางภาษา และ สื่อการเรียน
อนาคตพร้อมทั้ง เหตุผลโดยใช้
ผลจากการฝึก ทางภาษา และ ให้เหตุผล โดย ประโยชน์จาก
ทักษะต่างๆ ผลจากการฝึก ใช้ ประโยชน์ สื่อการเรียนทาง
รวมทั้งรู้วิธี ทักษะต่าง ๆ จากสื่อการเรียน ภาษา และผล
การเรียน รวมทั้งเลือกวิธี ทางภาษา และ จากการฝึก
ภาษาต่าง การเรียนภาษา ผลจากการฝึก ทักษะต่าง ๆ
ประเทศที่ได้ ต่างประเทศที่ ทักษะต่าง ๆ รวมทั้งแสวงหา
ผล ได้ผล รวมทั้งแสวงหา วิธีการเรียน
วิธีการเรียน ภาษาต่าง
ภาษาต่าง ประเทศที่เหมาะ
ประเทศที่เหมาะ สมกับตนเอง
สมกับตนเอง

1 :
1.3 : เข้าใจกระบวนการพูด การเขียน และสื่อสาร
ข้อมูล ความคิดเห็น และความคิดรวบยอด ในเรื่องต่าง ๆ ได้
อย่างสร้างสรรค์ มีประสิทธิภาพ และมีสุนทรียภาพ

ป.1-3 ป. 4-6 ม. 1-3 ม. 4-6


1. ให้ข้อมูล 1.ให้ข้อมูลง่าย
1. นำาเสนอ 1.นำาเสนอข้อมูล
เกี่ยวกับ ๆ เกี่ยวกับข้อมูล เรือ
่ งราว
ตนเอง และ ตนเอง สิง่ เรือ
่ งราวสั้น ๆ รายงานที่เกีย ่ ว
สิ่งใกล้ตัว แวดล้อม และหรือ กิจวัตร กับ
ทั่วไปด้วย สังคมใกล้ตัว
ประจำาวัน ประสบการณ์
ท่าทาง ภาพ ด้วยข้อความประสบการณ์ รวมทั้ง
คำา และ สั้น ๆ รวมทั้ง เหตุการณ์
ข้อความสั้น ๆ เหตุการณ์ หรือเรื่องทั่วไป
ทั่วไป
2. นำาเสนอ 2. นำาเสนอ 2. นำาเสนอ 2. นำาเสนอ
ความคิด รวบ ความคิด รวบ ความคิด ความคิด รวบ
ยอดเกี่ยวกับ ยอดเกี่ยวกับ รวบยอด เกี่ยว ยอดเกี่ยวกับ
ข้อมูลต่าง ๆ เรือ่ ง ต่าง ๆ กับ เหตุการณ์ ต่าง
ในกิจวัตร ที่ใกล้ตัว ประสบการณ์ ๆ กิจกรรม
ประจำาวัน ส่วนตัว หรือ สินค้า หรือ
เหตุการณ์ต่าง บริการ ในท้อง
ๆ ถิ่นของตนด้วย
วิธีการที่หลาก
หลาย
3. นำาเสนอ 3.นำาเสนอ 3. นำาเสนอ 3. นำาเสนอ
ความคิด ความคิดเห็น ความคิดเห็นที่ ความคิดเห็นที่
เห็นทีม ่ ีต่อ ที่มต
ี ่อเรื่อง มีต่อเหตุการณ์ มีต่อเหตุการณ์
ข้อมูล ต่าง ๆ ที่ใกล้ ต่าง ๆ ในท้อง ต่าง ๆ
ข้อเท็จจริงได้ ตัวได้อย่างมี ถิ่นและสังคม กิจกรรม
อย่าง ถูกต้อง วิจารณญาณ โลกได้อย่าง สินค้า หรือ
สร้างสรรค์ บริการในท้อง
ถิ่นของตนด้วย
วิธีการที่หลาก
หลาย ได้อย่าง
สร้างสรรค์
และมี
ประสิทธิภาพ
4. นำาเสนอ 4. นำาเสนอ 4. นำาเสนอ 4. นำาเสนอบท
กิจกรรมทาง บทเพลง หรือ บทเพลง กวี หรือบท
ภาษาที่เหมาะ บทกวีที่เป็นที่ บทละครสั้น ละครสั้น (Skit)
สมกับวัย ตาม รู้จัก หรือข้อมูล (Skit) เหตุการณ์ โดยใช้เค้าโครง
ความสนใจ จากสื่อประเภท บทกวี หรือ ตามแนวคิด
ด้วยความ ต่าง ๆ ตาม ข้อมูลจากสื่อ ของเจ้าของ
สนุกสนาน ความสนใจ ประเภทต่าง ๆ ภาษา หรือ
ด้วยความ ตามความ แต่งขึ้น ด้วย
สนุกสนาน สนใจ ด้วย ความ
ความ เพลิดเพลิน
สนุกสนาน

2 :
2.1 : เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำาไปใช้ได้อย่าง เหมาะสมกับ
กาลเทศะ

ป.1-3 ป. 4-6 ม. 1-3 ม. 4-6


1. เข้าใจรูป 1. เข้าใจรูปแบบ 1. ใช้ภาษาและ 1. ใช้ภาษาและ
แบบ พฤติกรรม และ ท่าทาง ใน ท่าทาง ในการ
พฤติกรรม การใช้ถ้อยคำา การสื่อสารได้ สื่อสารได้
และการ ใช้ สำานวน ใน เหมาะสมกับ เหมาะสมกับ
ถ้อยคำา การติดต่อ ระดับบุคคล ระดับบุคคล
สำานวนง่าย ๆ ปฏิสัมพันธ์ และวัฒนธรรม กาลเทศะ และ
ในการติดต่อ ตามวัฒนธรรม ของเจ้าของ วัฒนธรรมของ
ปฏิสัมพันธ์ ของ ภาษา เจ้าของภาษา
ตาม เจ้าของภาษา
วัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษา
2 รู้จัก 2. รูจ
้ ัก 2..รูท
้ ี่มาและ 2. แสดงความ
ขนบธรรมเนีย ขนบธรรมเนีย เหตุผลของงาน คิดเห็นต่อ
ม ประเพณี ม ประเพณี ประเพณี วัน วัฒนธรรม
เทศกาล งาน เทศกาล งาน สำาคัญของชาติ ประเพณี
ฉลองใน ฉลอง ใน ศาสนา และ ความเชื่อ และ
วัฒนธรรมของ วัฒนธรรมของ วัฒนธรรมของ ความเป็นอยู่
เจ้าของภาษา เจ้าของภาษา เจ้าของภาษา ของเจ้าของ
ภาษา

2 :
2.2 : เข้าใจความเหมือนและความแตกต่าง
ระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับ ภาษาและ
วัฒนธรรมไทย และนำามาใช้อย่างมีวิจารณญาณ

ป.1-3 ป. 4-6 ม. 1-3 ม. 4-6


1. เข้าใจความ 1. เข้าใจ ความ
1. เข้าใจความ 1. เข้าใจความ
แตกต่าง แตกต่าง แตกต่าง แตกต่าง
ระหว่าง ภาษา ระหว่างภาษาระหว่างภาษา ระหว่างภาษา
ต่างประเทศ ต่างประเทศกับ
ต่างประเทศกับ ต่างประเทศกับ
กับภาษาไทย ภาษาไทยใน ภาษาไทยใน ภาษาไทยใน
ในเรื่อง เสียง เรือ่ งเสียง สระ
เรือ่ งคำา วลี เรือ่ งคำา วลี
สระ พยัญชนะ พยัญชนะ คำาสำานวน สำานวน
คำา วลี วลี ประโยค ประโยค ประโยค และ
ประโยค และ และข้อความ และข้อความที่ ข้อความที่ซับ
ข้อความง่าย ๆ ง่าย ๆ และนำา
ซับซ้อน และ ซ้อนยิ่งขึ้นและ
ไปใช้อย่างถูก
นำาไปใช้อย่าง นำาไปใช้อย่างมี
ต้อง ถูกต้องและ วิจารณญาณ
เหมาะสม
2. เข้าใจความ 2. เข้าใจความ 2. เข้าใจความ 2. เข้าใจความ
เหมือน และ เหมือน และ เหมือน และ เหมือน และ
ความแตกต่าง ความ แตกต่าง ความ แตกต่าง ความแตกต่าง
ระหว่าง ระหว่าง ระหว่าง ระหว่าง
วัฒนธรรมของ วัฒนธรรมของ วัฒนธรรมของ วัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษา เจ้าของภาษา เจ้าของภาษา เจ้าของภาษา
กับวัฒนธรรม กับของไทยที่มี กับของไทยที่มี กับของไทยที่มี
ไทย อิทธิพลต่อการ อิทธิพลต่อการ อิทธิพลต่อการ
ใช้ภาษา และ ใช้ภาษา และ ใช้ภาษา และ
นำาไปใช้อย่าง นำาไปใช้ได้ นำาไปใช้อย่างมี
เหมาะสม อย่างเหมาะสม วิจารณญาณ
3. เห็น 3. เห็น 3. เห็น 3. เห็น
ประโยชน์ของ ประโยชน์ของ ประโยชน์ของ ประโยชน์ของ
การรู้ภาษา การรู้ภาษาต่าง การรู้ภาษาต่าง การรู้ภาษาต่าง
ต่าง-ประเทศ ประเทศในการ ประเทศในการ ประเทศในการ
ในการ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้
แสวงหาความ ความบันเทิง การเข้าสู่สังคม การเข้าสู่สังคม
รู้และความ และการเข้าสู่ และอาชีพ และอาชีพ
บันเทิง สังคม

2 :
2.2 : เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่าง
ภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา กับภาษาและวัฒนธรรม
ไทย และนำามาใช้อย่างมีวิจารณญาณ

ป.1-3 ป. 4-6 ม. 1-3 ม. 4-6


4.สนใจเข้าร่วม 4.สนใจเข้าร่วม 4. เห็นคุณค่า 4. เห็นคุณค่า
กิจกรรมทาง กิจกรรมทาง และเข้าร่วม และจัด
ภาษา และ ภาษา และ กิจกรรมทาง กิจกรรมทาง
วัฒนธรรม วัฒนธรรม ภาษาและ ภาษา และ
วัฒนธรรมตาม วัฒนธรรม
ความสนใจ ตามความ
สนใจ
5. ตระหนักใน 5. ตระหนักใน
คุณค่าของ คุณค่าของ
ภาษาและ ภาษาและ
วัฒนธรรมที่ วัฒนธรรมที่
เรียน และนำา เรียน และนำา
ความรู้ความ ความรู้ความ
เข้าใจเกี่ยวกับ เข้าใจเกี่ยวกับ
ภาษาและ ภาษาและ
วัฒนธรรมมา วัฒนธรรมมา
ประยุกต์ในการ ประยุกต์ใน
พัฒนาตนเอง การพัฒนา
ครอบครัว ตนเอง
ชุมชน และ ครอบครัว
สังคม ชุมชน และ
สังคม

3:

3.1 : ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชือ
่ มโยงความ
รู้กับกลุม
่ สาระการเรียนรู้อื่น
และเป็นพื้นฐานในการพัฒนาและเปิดโลกทัศน์ของตน

ป.1-3 ป. 4-6 ม. 1-3 ม. 4-6


1.เข้าใจคำาและ 1. เข้าใจและ 1. เข้าใจและ 1. วิเคราะห์และ
กลุ่มคำาภาษา ถ่ายทอด ถ่ายทอด สังเคราะห์
ต่างประเทศที่ เนือ ้ หาสาระ เนื้อหาสาระ เนือ้ หาสาระ
เกี่ยวข้องกับ ภาษา ต่าง ภาษา ต่าง ภาษาต่าง-
กลุ่มสาระการ ประเทศง่ายๆ ประเทศที่ ประเทศที่
เรียนรู้อื่นๆ ทีเ่ กี่ยวข้องกับ เกี่ยวข้องกับ เกี่ยวข้องกับ
กลุม ่ สาระการ กลุ่มสาระการ กลุม ่ สาระการ
เรียนรู้อื่นๆ เรียนรู้อื่นจาก เรียนรู้ อื่นๆ
แหล่งข้อมูลที่
หลากหลาย
2.ถ่ายทอด 2. เข้าใจและ 2. ใช้ภาษาต่าง 2. ใช้ภาษาต่าง
ความหมาย ถ่ายทอด ประเทศในการ ประเทศในการ
ของคำาและ เนือ้ หาสาระที่ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้
กลุ่มคำาที่ เกี่ยวข้องกับ เกี่ยวข้องกับ ทีเ่ กี่ยวข้องกับ
เกี่ยวข้องกับ กลุม ่ สาระการ กลุ่มสาระ-การ กลุม ่ สาระการ
กลุ่มสาระการ เรียนรู้อื่นๆ เรียนรู้อื่น ๆ เรียนรู้อื่น เพื่อ
เรียนรู้อื่นๆ เป็นภาษาต่าง ด้วยวิธีการที่ ขยายโลกทัศน์
เป็นภาษาต่าง ประเทศ หลากหลาย จากแหล่ง
ประเทศ ข้อมูลที่หลาก
หลาย ใน
รูปแบบต่าง ๆ
3.อภิปรายเกี่ยว
กับ
ประสบการณ์
ที่ได้รับจากการ
ใช้ภาษาต่าง
ประเทศในการ
ค้นคว้าเนื้อหา
สาระที่
เกี่ยวข้องกับ
กลุม ่ สาระการ
เรียนรู้อื่นๆ
เป็นภาษาต่าง-
ประเทศ
4:

4.1: สามารถใช้ภาษาต่างประเทศตามสถานการณ์
ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม

ป.1-3 ป. 4-6 ม. 1-3 ม. 4-6


1.ใช้ภาษาต่าง 1. ใช้ภาษาต่าง 1. ใช้ภาษาต่าง 1. ใช้ภาษาต่าง
ประเทศตาม ประเทศตาม ประเทศตาม ประเทศตาม
สถานการณ์ สถานการณ์ สถานการณ์ สถานการณ์
ต่างๆ ใน ต่าง ๆ ใน ต่าง ๆ ภายใน ต่าง ๆ ภายใน
สถานศึกษา สถานศึกษา สถานศึกษา สถานศึกษา
ด้วยวิธีการและ และชุมชน และชุมชน ด้วย
รูปแบบ ง่าย ๆ ด้วยวิธีการและ วิธีการและรูป
รูปแบบที่หลาก แบบที่หลาก
หลาย หลายและซับ
ซ้อน
2. ใช้ภาษาต่าง 2. ใช้ภาษาต่าง 2. ใช้ภาษาต่าง
ประเทศ ประเทศ ประเทศสื่อสาร
สือ
่ สารกับ สือ
่ สารในรูป ในรูปแบบ ต่าง
บุคคลภายใน แบบ ต่าง ๆ ๆ กับบุคคล
สถานศึกษา กับบุคคล ภายในสถาน
ภายในสถาน ศึกษา
ศึกษา และ ชุมชน และ
ชุมชน สังคม
4.2: สามารถใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือใน
การเรียนรู้ การศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ การสร้างความร่วม
มือ และการอยู่ร่วมกันในสังคม

ป.1-3 ป. 4-6 ม. 1-3 ม. 4-6


1.ใช้ภาษาต่าง 1. ใช้ภาษาต่าง 1.ใช้ภาษาต่าง 1.ใช้ภาษาต่าง
ประเทศอย่าง ประเทศเพื่อ ประเทศเพื่อ ประเทศเพื่อ
ง่าย เพือ่ สื่อสาร สื่อสารขั้นพื้น สื่อสารในการ สือ
่ สารในการ
ขั้นพื้นฐานเกี่ยว ฐานเกีย ่ วกับ ทำางาน และ ทำางาน สมัคร
กับอาชีพต่างๆ อาชีพต่าง ๆ ใน สมัครงานใน งาน และ
ใน ท้องถิ่นของ สถานการณ์ สถานการณ์ ประกอบอาชีพ
ตน จำาลอง หรือ จำาลอง หรือ รวมทั้งการขอ
สถานการณ์จริง สถานการณ์จริง และให้ข้อมูล
เกี่ยวกับอาชีพ
ในสถานการณ์
จำาลองและ/
หรือ
สถานการณ์
จริง
2. ใช้ภาษาต่าง 2.ใช้ภาษาต่าง 2.ใช้ภาษาต่าง
ประเทศ ประเทศในการ ประเทศ ใน
ในการปฏิบัติ ปฏิบัติงานร่วม การปฏิบัติงาน
งานร่วม กับผู้อื่นอย่างมี ร่วมกับผู้อื่น
กับผู้อื่นอย่างมี ความสุข โดย อย่างมีความ
ความสุข โดย รู้จักควบคุม สุข โดยรู้จัก
รู้จักรับฟังความ ตนเอง รับฟัง ควบคุมตนเอง
คิดเห็นของผู้อื่น ความคิดเห็นของ รับฟังความคิด
และแสดงความ ผู้อื่น แสดง เห็นของผู้อื่น
คิดเห็นของตน ความคิดเห็นของ แสดงความคิด
อย่างเหมาะสม ตนอย่างเหมาะ เห็นของตน
สม และเจรจา อย่างเหมาะสม
โน้มน้าว ต่อรอง และเจรจาโน้ม
อย่างมีเหตุผล น้าว ต่อรอง
อย่างมีเหตุผล
3.ใช้ภาษาต่าง 3.ใช้ภาษาต่าง
ประเทศเฉพาะ ประเทศเฉพาะ
ด้านเพื่อการ ด้านเพื่อการ
สื่อสาร การ สือ
่ สาร การ
จัดการด้านการ จัดการด้าน
เรียน การศึกษา การเรียน การ
ต่อ และ/ หรือ ศึกษาต่อ และ/
ด้านอาชีพ หรือด้านอาชีพ

4. ใช้ภาษาต่าง 4.ใช้ภาษาต่าง
ประเทศ เผย ประเทศ
แพร่ เผยแพร่
ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์
ข้อมูลข่าวสาร ข้อมูลข่าวสาร
ของชุมชน ท้อง ของชุมชน
ถิ่น หรือ ท้องถิ่น และ
ประเทศชาติ ใน ประเทศชาติ
การส่งเสริมหรือ ในการสร้าง
สร้างความร่วม ความร่วมมือ
มือในสังคม เชิงสร้างสรรค์
และการ
แข่งขันใน
สังคมโลก

กำาหนดมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นไว้เฉพาะส่วนทีจ ่ ำาเป็น
เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำารงชีวิตให้มีคุณภาพสำาหรับผู้เรียนทุกคน
สถานศึกษาจึงต้องจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนทุกคนบรรลุมาตรฐาน
การเรียนรู้ช่วงชั้นที่กำาหนดไว้ทั้งหมด
สำาหรับสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ตามความสามารถ
ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน สถานศึกษาสามารถ
พัฒนาเพิ่มเติม เพือ่ ให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ
ในการจัดการเรียนการสอนใด ๆ ก็ตาม การสอนกับการวัด
ประเมินผลมีความ เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันมาตั้งแต่ต้นจนอาจกล่าว
ได้ว่า เมื่อมีการสอนต้องมีการประเมินผลควบคู่ไปด้วยเสมอ เพียง
แต่วิธีการวัดและการประเมินอาจเปลี่ยนรูปแบบไปตามยุคสมัย
การประเมินเป็นส่วนที่สำาคัญและจำาเป็นของกระบวนการเรียนการ
สอน ซึ่งมีความหมายมากกว่าการให้เป็นเกรดหรือคะแนนรวม
แต่เป็นการหาคำาตอบทีส ่ ร้างสรรค์ในทางบวก และให้ข้อมูลย้อน
กลับ (Feedback) เกี่ยวกับความก้าวหน้าของผูเ้ รียน เพื่อตรวจสอบว่า
การสอนนั้นบรรลุเป้าหมายในระดับใด ผลจากการประเมินจะนำา
ไปสู่การตัดสินใจ ที่มีผลต่อโรงเรียนในเชิงบริหารและการสร้าง
ความเชือ ่ มั่นในสังคม การประเมินที่ดส ี ่วนหนึ่งต้องเป็นเสมือน
เครื่องช่วย ในการเรียน และอีกส่วนหนึ่งเป็นเสมือนเครือ ่ งมือใน
การวัด และบ่งบอกถึงความสามารถของผู้เรียนตลอดหลักสูตรตาม
มาตรฐานการเรียนรู้
หลักการสำาคัญในการประเมินผลที่พึงพิจารณา คือ การ
ประเมินผลควรมีลักษณะเป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
เน้นคุณลักษณะและความสามารถของผู้เรียนเป็นภาพรวม ผล
การประเมินต้องชี้ให้เห็นผลการปรับปรุงการสอนของครูผส ู้ อน
และความสำาเร็จของผู้เรียนตามเป้าหมายหลักสูตร บ่งบอกถึง
ความสามารถในการนำาความรู้และทักษะไปใช้ในชีวิตจริงได้ ทัง้
ยังส่งเสริมให้ผเู้ รียนได้แสดงความสามารถที่หลากหลาย ไม่แยก
เด็ดขาดจากการเรียนการสอน เป็นการให้ขอ ้ มูลที่ทำาให้ผเู้ รียน
แต่ละคนรู้จักตนเอง และมองเห็นแนวทางที่จะปรับปรุงตนเองให้ดี
ขึน
้ โดยเน้นความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการให้ข้อมูล
ตรวจสอบและทบทวนซึ่งกันและกัน เน้นที่การวัดกระบวนการ
(Process) เท่า ๆ กับการวัดผลผลิต (Product) ของกระบวนการ เน้นการ
วัดทีส ่ ะท้อนให้เห็นถึงการใช้ความคิดพิจารณาไตร่ตรองรวมทั้ง
การใช้เหตุผลและการแก้ปัญหา
ข้อมูลที่จะนำามาใช้ประเมินจะต้องได้มาโดยกระบวนการเก็บ
รวบรวม จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย และสอดคล้องกับรูปแบบ
การประเมินผลตามหลักสูตรโดยใช้ เครื่องมือและวิธีการประเมิน
ทีม่ ีหลากหลายรูปแบบ เลือกนำามาใช้ให้สอดคล้องเหมาะสมกับ
กระบวนการสอนของผู้สอนและกระบวนการเรียนรู้ของผูเ้ รียน
เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด บางครั้งอาจต้องปรับวิธีการ หรือ
ดัดแปลงเครื่องมือวัด เพื่อใช้สำาหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ
บางกรณีจำาเป็นต้องใช้เทคนิคการประเมิน ทีผ ่ สมผสานหรือหลาก
หลาย เพื่อให้ได้ภาพเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ของผูเ้ รียนที่กว้างและ
สมบูรณ์ขึ้น

จากกระบวนการจัดการเรียนรูท ้ ี่เปลี่ยนแปลง ภาระงานด้าน


การประเมินผลการเรียน ระบบการวัดและประเมินผล ที่สถาน
ศึกษาจะต้องดำาเนินการ จึงต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วย เพื่อให้เกิด
ความสอดคล้องกัน การประเมินผลตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้น
ฐาน จึงเน้นไปที่การวัดและการประเมินผล ที่จะนำาไปสู่การชี้ให้
เห็นสภาพที่แท้จริงของผูเ้ รียน และสภาพจริงของการเรียนการ
สอน จากพฤติกรรมที่ผเู้ รียนได้แสดงออก (Student Performance)
สะท้อนให้เห็นความสามารถอย่างหลากหลายในการพัฒนาคนที่
ชัดเจน สอดคล้องกับสมรรถภาพทีม ่ ีในตนเอง และจากการลงมือ
ปฏิบัติจริง ซึ่งชี้ให้เห็นวิธีการตัดสินใจ และการแก้ปัญหาด้วย
ตนเอง การใช้กิจกรรมการประเมินตามสภาพจริง (Authentic
Assessment) จะช่วยให้ค้นพบได้ว่า ผู้เรียนเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ มาก
น้อยเพียงใด นอกจากระบบการวัดและประเมินผลจะปรับเปลี่ยน
แล้ว ผู้ทเี่ กี่ยวข้องกับการประเมินจะต้องปรับเปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่ง
มีเพียงครูผู้สอน เป็นบุคคลหลายกลุม ่ ได้แก่ ครูผู้สอน ผูเ้ รียน ซึ่ง
ทำาหน้าทีท่ ั้งประเมินตนเอง และประเมินเพื่อน (ในกลุ่ม) ผู้ปกครอง
เป็นต้น ทั้งนี้ผู้เกีย
่ วข้องควรมีส่วนร่วมในการกำาหนดเป้าหมาย วิธี
การและเกณฑ์ต่างๆ ในการประเมินด้วยส่วนลักษณะภาษาที่นำามา
ประเมิน ควรเป็นภาษาที่ใช้ในสถานการณ์การสือ ่ สารตามสภาพ
จริง คือ เป็นข้อความสมบูรณ์ในตัวเอง เป็นภาษาทีเ่ จ้าของภาษา
ใช้ มีความเป็นธรรมชาติอยู่ในบริบท ทั้งนีต ้ ้องคำานึงถึงความ
สามารถและประสบการณ์ของผูเ้ รียนด้วย การประเมินความ
สามารถในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ควรประเมินความสามารถ
ในการสื่อ ความหมายจริง ๆ ไม่ควรแยกการใช้ภาษาออกจาก
สถานการณ์ และควรวัดให้ครอบคลุม องค์ประกอบทางภาษา
อันประกอบด้วยความรูเ้ รื่องเสียง คำาศัพท์ โครงสร้าง การใช้
ภาษาในสถานการณ์ และกลวิธีในการสื่อสาร แนวการประเมิน
เช่นนี้ช่วยเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างหลักสูตร การสอน
และการประเมิน
ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ สถานศึกษาจะต้องทำา
หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติของสถานศึกษาไว้ เพื่อให้บุคลากรที่
เกี่ยวข้องทุกฝ่ายถือปฏิบัติร่วมกัน และเป็นไปในมาตรฐาน
เดียวกัน สถานศึกษาต้องมีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้
เรียนทั้งในระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา และระดับชาติ โดยมี
จุดมุ่งหมายสำาคัญเพื่อนำาผลการประเมินไปใช้ในการพัฒนาผู้เรียน
ปรับปรุงการจัดการเรียนรู้และใช้เป็นข้อมูลสร้างความมั่นใจ เกีย ่ ว
กับคุณภาพของผู้เรียนและสถานศึกษาแก่ผู้เกีย ่ วข้องต่อไป

มีจุดมุ่งหมายเพื่อได้ทราบความก้าวหน้าของผู้เรียนด้านความ
รู้ ทักษะกระบวนการ คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมอันพึง
ประสงค์ อันเป็นผลเนื่องจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตาม
มาตรฐานการเรียนรูท ้ ี่กำาหนดไว้ของแต่ละรายวิชา ดังนั้น การ
ประเมินความสามารถในการใช้ภาษาจึงต้องเน้นวิธีการและเครื่อง
มือวัดที่หลากหลาย เน้นการปฏิบัติให้สอดคล้องและเหมาะสมกับ
สาระการเรียนรู้ กระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน และสามารถ
ดำาเนินการอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียน
เช่น การวัดภาคปฏิบัติ การสังเกต การสัมภาษณ์ การตรวจผล
งาน การบันทึกพฤติกรรม แฟ้มสะสมงาน ฯลฯ ทั้งนี้ วิธีการและ
เครื่องมือวัดที่เลือกใช้ตอ
้ งสอดคล้องกับเนื้อหาภาษาหรือทักษะที่
ต้องการวัดด้วย สรุปลักษณะของการประเมินผลทางภาษาเป็น
แผนภูมิที่ปรับจากของ Heartland AEA ได้ดังนี้

( ASSESSMENT PROFILE)
ข้อทดสอบมาตรฐาน
การวาดภาพ Drawingโครงงาน Projects Standardized Tests
การสาธิต Demonstrations
ข้อทดสอบท้ายหน่วยการเรียนรู้ End-
วิดิทัศน์/แถบเสียง Video/Audio Tapes Of-Unit Test
การทดลอง Experiments
สุนทรพจน์ Speeches ข้อทดสอบที่ครูทำาขึ้น
การปฏิบัติการจริง ข้อ Teacher-Made Tests
การเขียนรายงาน ทดสอบทั่วไป Performance
Written Reports การสื่อสารส่วนบุคคล
Paper-and-
Personal Communication
การโต้วาที Pencil Test
Debates การอภิปรายกลุ่มย่อย
Small-Group Discussions

การสังเกต การ
ซักถามObservation เป็น
ปฏิสัมพันธ์ในชั้นเรียน
Classroom Interaction การสัมภาษณ์
Interviews
การมีส่วนร่วมของผู้เรียน
Student Participation/ Involvement

ผลการประเมินในระดับชั้นเรียน ทำาให้ผเู้ รียนได้ทราบระดับ


ความก้าวหน้าและความสำาเร็จของตน สามารถนำาผลไปพัฒนา
ปรับปรุงการเรียนรู้และควบคุมการเรียนรู้ของตนเอง ทำาให้ผู้สอน
ได้รู้ถึงความสามารถและเข้าใจความต้องการของผู้เรียนเป็นราย
บุคคล ตลอดจนมองเห็นภาพความเปลี่ยนแปลงของผู้เรียนอย่าง
ต่อเนื่อง สามารถช่วยเหลือแก้ไขข้อบกพร่องได้ทันท่วงที และนำา
มาจัดกลุ่มผู้เรียนได้ รวมทั้งใช้ประเมินผลการจัดกิจกรรมของ
ตนเอง ทำาให้ผู้ปกครองได้ทราบระดับความสำาเร็จของผู้เรียน
สามารถให้การสนับสนุนส่งเสริม เพื่อพัฒนาผู้เรียนได้

เป็นการประเมินเพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าของการเรียนรู้
และตัดสินผลการเรียน สถานศึกษาต้องจัดให้มีการประเมินผล
การเรียนรู้รายชั้นปีและช่วงชั้น เพือ ่ นำาข้อมูลที่ได้จากการประเมิน
นี้ไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพของ
กระบวนการจัดการเรียนรู้ และคุณภาพของผู้เรียนให้เป็นไปตาม
มาตรฐานการเรียนรู้ รวมทั้งนำาผลการประเมินช่วงชั้นไป
พิจารณาตัดสินการเลื่อนช่วงชั้นของผู้เรียน
การประเมินผลนี้จะช่วยให้ข้อมูลอย่างดีสำาหรับผู้สอนในการ
พิจารณาว่าการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผเู้ รียน มีประสิทธิภาพหรือมี
คุณภาพเพียงใด โดยดูจากผลการเรียนรู้ดา้ นความรู้ ทักษะ และ
เจตคติของผูเ้ รียนว่าอยู่ในระดับน่าพอใจหรือไม่ ข้อมูลผลการเรียน
รู้นี้จะเป็นข้อมูลย้อนกลับด้านกระบวนการจัดการเรียนรู้ และ
ปัจจัยอื่นที่สนับสนุนการเรียนรู้ของผูเ้ รียนว่าเพียงพอและเหมาะ
สมกับความต้องการหรือไม่ ผลจากการประเมินจะช่วยให้ ผูส ้ อน
และสถานศึกษานำามาเป็นข้อมูลในการตัดสินใจปรับปรุงระบบการ
จัดการเรียนรู้เพื่อให้ได้ผลการพัฒนาการเรียนรู้ของผูเ้ รียนที่พึง
ประสงค์
นอกจากนี้ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาสามารถช่วยผู้
เรียนในการปรับปรุงแก้ไขผลการเรียน การวางแผน การศึกษา
ต่อ และการประกอบอาชีพ ผู้สอนสามารถวางแผนช่วยเหลือผู้
เรียนให้เรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น ฝ่ายแนะแนวสามารถจัดบริการแนะแนว
ได้อย่างเหมาะสม ผู้บริหารได้ทราบถึงมาตรฐานด้านวิชาการของ
โรงเรียน และสามารถปรับสภาพการจัดการเรียนรู้ และช่วยให้ผู้
ปกครองรู้ความก้าวหน้าของผู้เรียนด้านต่างๆ เพื่อสนับสนุน
พัฒนาการของผู้เรียน
ในการประเมินผลระดับสถานศึกษา สามารถทำาได้ด้วยการ
ใช้การทดสอบแบบต่าง ๆ ร่วมกับบันทึกพฤติกรรมของผู้เรียน โดย
ลักษณะภาษาทีน ่ ำามาทดสอบและจุดประสงค์ในการประเมินควร
สอดคล้องกับมาตรฐานและสาระการเรียนรู้รายปี มาตรฐานการ
เรียนรู้ช่วงชั้น (Benchmark) และองค์ความรู้ (Body of Language) ทีก
่ ำาหนด
ในกรณีที่ผู้เรียนไม่ผ่าน มาตรฐานการเรียนรูท ้ ี่กำาหนดไว้
สถานศึกษาต้องจัดให้มีการเรียนการสอนซ่อมเสริม และการ
ประเมินผลการเรียนรู้ควบคู่ไปด้วย

สถานศึกษาต้องจัดให้ผเู้ รียนทุกคนที่เรียนในปีสุดท้ายของ
แต่ละช่วงชั้น เข้ารับการประเมินคุณภาพระดับชาติ สำาหรับกลุ่ม
ภาษาต่างประเทศจะมุ่งเป็นการประเมินความสามารถในการใช้
ภาษา ทั้งความรู้ทางภาษาและความสามารถในการสื่อสารที่
จำาเป็นและมีความสำาคัญตามระดับชั้น ผลจากการประเมินที่ได้
นอกจากจะเป็นตัวบ่งชี้คุณภาพการเรียนการสอนภาษาต่าง
ประเทศของผู้เรียน ของสถานศึกษาแต่ละแห่ง และของประเทศ
ในภาพรวมแล้ว ยังใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาตัดสินใจ
เกี่ยวกับการกำาหนดนโยบายระดับชาติ เพือ ่ ใช้ในการวางแผน
พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ และภาษาต่าง
ประเทศอื่น ๆ ในระดับประเทศ และในระดับสถานศึกษาต่อไป
6 42101
5
1 :
1.1 : เข้ า ใจ กร ะบวนก า ร ฟั ง แล ะก า ร อ่ า น
สามารถตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภท ต่าง ๆ และนำา
ความรู้มาใช้อย่างมีวิจารณญาณ
มาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรูท ้ ี่คาด สาระการเรียนรู้
ช่วงชั้นที่ 4 หวัง
1. เข้าใจนำ้าเสียง 1. เข้าใจนำ้าเสียง -ภาษาท่าทางนำ้า
ความ รูส ้ ึกของผู้ ความ รูส ้ ึกของผู้ เสียง ความ รูส ้ ึก
พูด รวมทั้ง คำา พูด รวมทั้ง คำา ของผู้พูด
ชี้แจง คำาบรรยาย ชี้แจง คำาบรรยาย - คำาชี้แจง คำา
คำาแนะนำา คำาแนะนำา บรรยาย คำา
สารสนเทศ และ สารสนเทศ และ แนะนำา
คู่มือต่าง ๆ คู่มือต่าง ๆ สารสนเทศ และ
คู่มือต่าง ๆ
2. อ่านออกเสียงบท 2. อ่านออกเสียงบท -บทอ่านประเภท
อ่านได้ถูกต้องตาม อ่านได้ถูกต้องตาม ต่างๆที่มีความยาก
หลักการออกเสียง หลักการออกเสียง ง่าย และเหมาะสม
และเหมาะ-สมกับ และเหมาะ-สมกับ กับระดับชั้น
เนื้อหาที่อ่าน เนื้อหาที่อ่าน
3. เข้าใจ ตีความ 3. เข้าใจ ตีความ -สื่อที่เป็นความเรียง
และ/หรือแสดง และ/หรือแสดง และไม่ใช่ความ
ความคิดเห็นเกี่ยว ความคิดเห็นเกี่ยว เรียงในรูปแบบ
กับสื่อที่เป็นความ กับสื่อที่เป็นความ ต่าง ๆ ที่ซับซ้อน
เรียงและไม่ใช่ เรียงและไม่ใช่ ขึ้น
ความเรียงในรูป ความเรียงในรูป
แบบต่าง ๆ ที่ซับ แบบต่าง ๆ ที่ซับ
ซ้อนขึ้น ถ่ายโอน ซ้อนขึ้น ถ่ายโอน
เป็นข้อความ ทีใ่ ช้ เป็นข้อความ ทีใ่ ช้
ถ้อยคำาของตนเอง ถ้อยคำาของตนเอง
4. เข้าใจ ตีความ 4. เข้าใจ ตีความ - ข้อความ ข้อมูล
วิเคราะห์ และ วิเคราะห์ และ ข่าวสาร บทความ
แสดงความคิดเห็น แสดงความคิดเห็น สารคดี บันเทิงคดี
เกี่ยวกับ ข้อความ เกีย่ วกับ ข้อความ ทีซ่ ับซ้อนขึ้น จาก
ข้อมูล ข่าวสาร ข้อมูล ข่าวสาร สื่อสิ่งพิมพ์หรือสือ

บทความ สารคดี บทความ สารคดี อิเล็กทรอนิกส์
บันเทิงคดีที่ซับซ้อน บันเทิงคดีที่ซับซ้อน
ขึ้นจากสื่อสิ่งพิมพ์ ขึ้น จากสื่อสิ่งพิมพ์
หรือสื่อ หรือสื่อ
อิเล็กทรอนิกส์ อิเล็กทรอนิกส์

1.2: มีทักษะในการสื่อสารทางภาษา แลกเปลี่ยน


ข้อมูล ข่าวสาร และแสดงความรู้และความคิดเห็นโดย
ใช้เทคโนโลยีและการจัดการที่เหมาะสมเพื่อการเรียนรู้
ตลอดชีวิต
มาตรฐานการเรียนรูช ้ ่วง ผลการเรียนรูท ้ ี่คาดหวัง สาระการเรียนรู้
ชั้นที่ 4
1. ใช้ภาษาตามมารยาท 1. ใช้ภาษาตามมารยาท -ภาษาที่ใช้ตาม
ทางสังคม เพื่อสร้าง ทางสังคม เพื่อสร้าง มารยาททาง
ความสัมพันธ์ระหว่าง ความสัมพันธ์ระหว่าง สังคมเพื่อสร้าง
บุคคล และสามารถ บุคคล และสามารถ ความสัมพันธ์
ดำาเนินการสื่อสารอย่าง ดำาเนินการสื่อสาร ระหว่างบุคคล
ต่อเนื่องและเหมาะสม อย่างต่อเนื่องและ
โดยใช้สื่อเทคโนโลยีทม ี่ ี เหมาะสม โดยใช้สื่อ
อยู่ใน แหล่งการ เรียน เทคโนโลยีที่มีอยู่ใน
รู้ ทั้งในและนอกสถาน แหล่งการ เรียนรู้ ทัง้
ศึกษา ในและนอกสถาน
ศึกษา
2. ใช้ภาษาเพื่อแสดงความ 2. ใช้ภาษาเพื่อแสดง - ภาษาที่ใช้เพื่อ
คิดเห็น แสดงความ ความ คิดเห็น แสดง แสดงความ คิด
ต้องการของตน ความต้องการของตน เห็น แสดงความ
เสนอบริการแก่ผู้อื่น เสนอบริการแก่ผู้อื่น ต้องการของ
เจรจาต่อรอง และ เจรจาต่อรอง และ ตนเอง เสนอ
วางแผนในการเรียน วางแผนในการเรียน บริการแก่ผ้อ ู ื่น
โดยใช้สื่อเทคโนโลยีทม ี่ ี โดยใช้สื่อเทคโนโลยีที่ และการ เจรจา
อยู่ในแหล่งการเรียนรู้ มีอยู่ในแหล่งการเรียน ต่อรอง
ทั้งในและนอกสถาน รู้ ทั้งในและนอก
ศึกษา สถานศึกษา
3. ใช้ภาษาเพื่อขอ และให้ 3. ใช้ภาษาเพื่อขอ และ - ภาษาที่ใช้เพื่อขอ
ข้อมูล อธิบาย บรรยาย ให้ข้อมูล อธิบาย และให้ข้อมูล
เปรียบเทียบ แลก บรรยาย เปรียบเทียบ อธิบาย บรรยาย
เปลี่ยน ความรู้เกี่ยวกับ แลกเปลี่ยน ความรู้ เปรียบเทียบ แลก
เรือ
่ งราว หรือประเด็น เกี่ยวกับเรื่องราว เปลี่ยนความรู้
ปัญหาต่าง ๆ ตลอดจน หรือประเด็นปัญหา เกี่ยวกับเรื่องราว
เหตุการณ์ในปัจจุบัน ต่าง ๆ ตลอดจน หรือประเด็น
เหตุการณ์ในปัจจุบัน ปัญหาต่าง ๆ
- เหตุการณ์ต่างๆใน
ปัจจุบัน
4. ใช้ภาษาเพื่อแสดง 4. ใช้ภาษาเพื่อแสดง -ภาษาที่ใช้แสดง
ความรูส้ ึกของตน เกี่ยว ความรูส ้ ึกของตน ความรูส ้ ึกของตน
กับเหตุการณ์ เกี่ยวกับเหตุการณ์ เกี่ยวกับ
ทั้งใน อดีต ปัจจุบัน ทั้งใน อดีต ปัจจุบัน เหตุการณ์
และอนาคต พร้อมทั้ง และอนาคต พร้อมทั้ง ทั้งใน อดีต
ให้เหตุผลโดยใช้ ให้เหตุผลโดยใช้ ปัจจุบัน และ
ประโยชน์จากสื่อการ ประโยชน์จากสื่อการ อนาคต
เรียนทางภาษา และผล เรียนทางภาษา และ
จากการฝึกทักษะต่าง ๆ ผลจากการฝึกทักษะ
รวมทั้งแสวงหาวิธีการ ต่าง ๆ รวมทั้งแสวงหา
เรียนภาษาต่างประเทศ วิธีการเรียนภาษาต่าง
ที่เหมาะสมกับตนเอง ประเทศทีเ่ หมาะสมกับ
ตนเอง

1.3

มาตรฐานการเรียนรูช ้ ่วง ผลการเรียนรูท ้ ี่คาดหวัง สาระการเรียนรู้


ชั้นที่ 4
1. นำาเสนอข้อมูล เรื่อง 1. นำาเสนอข้อมูล เรื่อง -ข้อมูล เรือ
่ งราว
ราว รายงานทีเ่ กี่ยวกับ ราว รายงานทีเ่ กี่ยวกับ รายงานที่เกีย ่ วกับ
ประสบการณ์ รวมทั้ง ประสบการณ์ รวมทั้ง ประสบการณ์
เหตุการณ์ หรือเรื่อง เหตุการณ์ หรือเรื่อง รวมทั้งเหตุการณ์
ทั่วไป ทั่วไป หรือเรื่องทั่วไป
2. นำาเสนอความคิด รวบ 2. นำาเสนอความคิด รวบ -ความคิด รวบยอด
ยอดเกี่ยวกับ ยอดเกีย่ วกับ เกี่ยวกับ
เหตุการณ์ ต่าง ๆ เหตุการณ์ ต่าง ๆ เหตุการณ์ ต่าง ๆ
กิจกรรม สินค้า หรือ กิจกรรม สินค้า หรือ กิจกรรม สินค้า
บริการ ในท้องถิ่นของ บริการ ในท้องถิ่นของ หรือบริการ ใน
ตนด้วยวิธีการที่หลาก ตนด้วยวิธีการที่หลาก ท้องถิ่น
หลาย หลาย
3. นำาเสนอความคิดเห็นที่ 3. นำาเสนอความคิดเห็นที่ -ความคิดเห็นที่มี
มีต่อเหตุการณ์ตา่ ง ๆ มีต่อเหตุการณ์ตา่ ง ๆ ต่อเหตุการณ์ต่าง
กิจกรรม สินค้า หรือ กิจกรรม สินค้า หรือ ๆ กิจกรรม
บริการในท้องถิ่นของ บริการในท้องถิ่นของ สินค้า หรือ
ตนด้วยวิธีการที่หลาก ตนด้วยวิธีการที่หลาก บริการในท้องถิ่น
หลาย ได้อย่าง หลาย ได้อย่าง ขอ
สร้างสรรค์ และมี สร้างสรรค์ และมี
ประสิทธิภาพ ประสิทธิภาพ
4. นำาเสนอบทกวี หรือบท 4. นำาเสนอบทกวี หรือ -บทกวี หรือบท
ละครสั้น (Skit) โดยใช้ บทละครสั้น (Skit) โดย ละครสั้น (Skit) ที่
เค้าโครงตามแนวคิด ใช้เค้าโครงตาม แต่งขึ้นโดยใช้
ของเจ้าของภาษา หรือ แนวคิดของเจ้าของ เค้าโครงตาม
แต่งขึ้น ด้วยความ ภาษา หรือแต่งขึ้น แนวคิดของ
เพลิดเพลิน ด้วยความเพลิดเพลิน เจ้าของภาษา
หรือแต่งขึ้น ด้วย
ความเพลิดเพลิน

2 :
2.1 : เข้ า ใจความสั ม พั น ธ์ ร ะหว่ า งภาษากั บ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
และนำาไปใช้ได้อย่าง เหมาะสมกับกาลเทศะ
มาตรฐานการเรียนรูช ้ ่วง ผลการเรียนรูท ้ ี่คาดหวัง สาระการเรียนรู้
ชั้นที่ 4
1. ใช้ภาษาและท่าทาง ใน 1. ใช้ภาษาและท่าทาง ใน - ภาษาและท่าทาง
การสื่อสารได้เหมาะสม การสื่อสารได้เหมาะ ที่ใช้ ในการ
กับระดับบุคคล สมกับระดับบุคคล สื่อสาร
กาลเทศะ และ กาลเทศะ และ
วัฒนธรรมของเจ้าของ วัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษา ภาษา
2. แสดงความคิดเห็นต่อ 2. แสดงความคิดเห็นต่อ - วัฒนธรรม
วัฒนธรรม ประเพณี วัฒนธรรม ประเพณี ประเพณี ความ
ความเชื่อ และความ ความเชื่อ และความ เชือ่ และความ
เป็นอยู่ของเจ้าของ เป็นอยู่ของเจ้าของ เป็นอยู่ของ
ภาษา ภาษา เจ้าของภาษา

2.2 : เข้ า ใจความเหมื อ นและความแตกต่ า ง


ระหว่ า งภาษาและวั ฒ นธรรมของเจ้ า ของภาษากั บ ภาษาและ
วัฒนธรรมไทย และนำามาใช้อย่างมีวิจารณญาณ
มาตรฐานการเรียนรูช ้ ่วง ผลการเรียนรูท ้ ี่คาดหวัง สาระการเรียนรู้
ชั้นที่ 4
1. เข้าใจความแตกต่าง 1. เข้าใจความแตกต่าง - ความแตกต่าง
ระหว่างภาษาต่าง ระหว่างภาษาต่าง ระหว่างภาษา
ประเทศกับภาษาไทย ประเทศกับภาษาไทย ต่างประเทศกับ
ในเรื่องคำา วลี สำานวน ในเรื่องคำา วลี ภาษาไทยใน
ประโยค และข้อความ สำานวน ประโยค และ เรือ
่ งคำา วลี
ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นและนำา ข้อความที่ซับซ้อนยิ่ง สำานวน ประโยค
ไปใช้อย่างมี ขึ้นและนำาไปใช้อย่างมี และข้อความที่ซับ
วิจารณญาณ วิจารณญาณ ซ้อน
2. เข้าใจความเหมือน 2. เข้าใจความเหมือน - ความเหมือน และ
และความแตกต่าง และความแตกต่าง ความแตกต่าง
ระหว่างวัฒนธรรมของ ระหว่างวัฒนธรรม ระหว่าง
เจ้าของภาษากับของ ของเจ้าของภาษากับ วัฒนธรรมของ
ไทยทีม่ ีอิทธิพลต่อการ ของไทยที่มอ ี ิทธิพลต่อ เจ้าของภาษากับ
ใช้ภาษา และนำาไปใช้ การใช้ภาษา และนำา ของไทยที่มี
อย่างมีวิจารณญาณ ไปใช้อย่างมี อิทธิพลต่อการใช้
วิจารณญาณ ภาษา
3. เห็นประโยชน์ของการรู้ 3. เห็นประโยชน์ของการ - ประโยชน์ของการ
ภาษาต่างประเทศใน รู้ภาษาต่างประเทศใน รู้ภาษาต่าง
การแสวงหาความรู้ การแสวงหาความรู้ ประเทศในการ
การเข้าสู่สังคมและ การเข้าสู่สังคมและ แสวงหาความรู้
อาชีพ อาชีพ การเข้าสู่สังคม
และอาชีพ
4. เห็นคุณค่า และจัด 4. เห็นคุณค่า และจัด -คุณค่า และ
กิจกรรมทางภาษา และ กิจกรรมทางภาษา กิจกรรมทาง
วัฒนธรรมตามความ และวัฒนธรรมตาม ภาษา และ
สนใจ ความสนใจ วัฒนธรรม
5. ตระหนักในคุณค่าของ 5. ตระหนักในคุณค่าของ - คุณค่าของภาษา
ภาษาและวัฒนธรรมที่ ภาษาและวัฒนธรรมที่ และวัฒนธรรม
เรียน และนำาความรู้ เรียน และนำาความรู้
ความเข้าใจเกี่ยวกับ ความเข้าใจเกี่ยวกับ
ภาษาและวัฒนธรรมมา ภาษาและวัฒนธรรม
ประยุกต์ในการพัฒนา มาประยุกต์ในการ
ตนเอง ครอบครัว พัฒนาตนเอง
ชุมชน และสังคม ครอบครัว ชุมชน และ
สังคม
3 :

3.1 : ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชือ ่ มโยงความ


รู้กับกลุม
่ สาระการเรียนรู้อื่น
และเป็นพื้นฐานในการพัฒนาและเปิดโลกทัศน์ของ
ตน
มาตรฐานการเรียนรูช ้ ่วง ผลการเรียนรูท ้ ี่คาดหวัง สาระการเรียนรู้
ชั้นที่ 4
1. วิเคราะห์และ 1. วิเคราะห์และ - เนือ ้ หาสาระ
สังเคราะห์เนื้อหาสาระ สังเคราะห์เนื้อหาสาระ ภาษาต่าง
ภาษาต่าง-ประเทศที่ ภาษาต่าง-ประเทศที่ ประเทศที่
เกี่ยวข้องกับกลุม ่ สาระ เกี่ยวข้องกับกลุม ่ สาระ เกี่ยวข้องกับกลุม ่
การเรียนรู้ อื่นๆ การเรียนรู้ อื่นๆ สาระการเรียนรู้
อื่นๆ
2. ใช้ภาษาต่างประเทศใน 2. ใช้ภาษาต่างประเทศ - ภาษาต่างประเทศ
การแสวงหาความรูท ้ ี่ ในการแสวงหาความรู้ ที่เกีย่ วข้องกับ
เกี่ยวข้องกับกลุม ่ สาระ ที่เกีย
่ วข้องกับกลุ่ม กลุ่มสาระการ
การเรียนรู้อื่น เพื่อ สาระการเรียนรู้อื่น เรียนรู้อื่น
ขยายโลกทัศน์จาก เพื่อขยายโลกทัศน์จาก
แหล่งข้อมูลทีห ่ ลาก แหล่งข้อมูลทีห ่ ลาก
หลาย ใน รูปแบบ หลาย ใน รูปแบบ
ต่าง ๆ ต่าง ๆ
3. อภิปรายเกี่ยวกับ 3. วิเคราะห์และ - เนือ้ หาสาระภาษา
ประสบการณ์ ที่ สังเคราะห์เนื้อหาสาระ ต่าง-ประเทศที่
ได้รับจากการใช้ภาษา ภาษาต่าง-ประเทศที่ เกี่ยวข้องกับกลุม ่
ต่างประเทศในการ เกี่ยวข้องกับกลุม ่ สาระ สาระการเรียนรู้
ค้นคว้าเนื้อหาสาระที่ การเรียนรู้ อื่นๆ อื่นๆ
เกี่ยวข้องกับกลุม ่ สาระ
การเรียนรู้อื่นๆ เป็น
ภาษาต่าง-ประเทศ
4 :

4.1: สามารถใช้ภาษาต่างประเทศตามสถานการณ์
ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม
มาตรฐานการเรียนรูช ้ ่วง ผลการเรียนรูท ้ ี่คาดหวัง สาระการเรียนรู้
ชั้นที่ 4
1. ใช้ภาษาต่างประเทศ 1. ใช้ภาษาต่างประเทศ - ภาษาต่างประเทศ
ตามสถานการณ์ต่าง ๆ ตามสถานการณ์ต่าง ๆ ในสถานการณ์
ภายในสถานศึกษา ภายในสถานศึกษา ต่าง ๆ ภายใน
และชุมชน ด้วยวิธีการ และชุมชน ด้วยวิธีการ สถานศึกษา และ
และรูปแบบที่หลาก และรูปแบบที่หลาก ชุมชน
หลายและซับซ้อน หลายและซับซ้อน
2. ใช้ภาษาต่างประเทศ 2. ใช้ภาษาต่างประเทศ -ภาษาต่างประเทศ
สื่อสารในรูปแบบ ต่าง สื่อสารในรูปแบบ ต่าง ที่ใช้สื่อสารในรูป
ๆ กับบุคคล ภายใน ๆ กับบุคคล ภายใน แบบ ต่าง ๆ กับ
สถานศึกษา ชุมชน สถานศึกษา บุคคล ภายใน
และสังคม ชุมชน และสังคม สถานศึกษา
ชุมชน และสังคม
4.2 สามารถใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือใน
การเรียนรู้ การศึกษาต่อ การ ประกอบอาชีพ การสร้างความร่วม
มือ และการอยู่ร่วมกันในสังคม
มาตรฐานการเรียนรูช ้ ่วง ผลการเรียนรูท ้ ี่คาดหวัง สาระการเรียนรู้
ชั้นที่ 4
1. ใช้ภาษาต่างประเทศ 1. ใช้ภาษาต่างประเทศ -ภาษาต่างประเทศ
เพื่อสือ่ สารในการ เพื่อสือ่ สารในการ เพื่อการสื่อสาร
ทำางาน สมัครงาน ทำางาน สมัครงาน ในการทำางาน
และประกอบอาชีพ และประกอบอาชีพ สมัครงาน และ
รวมทั้งการขอและให้ รวมทั้งการขอและให้ ประกอบอาชีพ
ข้อมูลเกีย ่ วกับอาชีพใน ข้อมูลเกีย ่ วกับอาชีพ - ข้อมูลเกี่ยวกับ
สถานการณ์จำาลอง ในสถานการณ์จำาลอง อาชีพ
และ/ หรือ และ/ หรือ
สถานการณ์จริง สถานการณ์จริง
2. ใช้ภาษาต่างประเทศ 2. ใช้ภาษาต่างประเทศ - ภาษาต่าง
ในการปฏิบัติงานร่วม ในการปฏิบัติงานร่วม ประเทศที่ใช้ใน
กับผู้อื่นอย่างมีความสุข กับผู้อื่นอย่างมีความ การปฏิบัติงาน
โดยรูจ ้ ักควบคุมตนเอง สุข โดยรู้จักควบคุม ร่วมกับผู้อื่น
รับฟังความคิดเห็นของ ตนเอง รับฟังความคิด
ผู้อื่น แสดงความคิด เห็นของผูอ ้ ื่น แสดง
เห็นของตนอย่าง ความคิดเห็นของตน
เหมาะสม และเจรจา อย่าง
โน้มน้าว ต่อรองอย่าง เหมาะสม และเจรจา
มีเหตุผล โน้มน้าว ต่อรองอย่าง
มีเหตุผล
3. ใช้ภาษาต่างประเทศ 3. ใช้ภาษาต่างประเทศ - ภาษาต่าง
เฉพาะด้านเพื่อการ เฉพาะด้านเพื่อการ ประเทศเพื่อการ
สื่อสาร การจัดการด้าน สื่อสาร การจัดการ สื่อสาร
การเรียน การศึกษาต่อ ด้านการเรียน การ - ภาษาต่าง
และ/ หรือด้านอาชีพ ศึกษาต่อ และ/ หรือ ประเทศเพือ่ การ
ด้านอาชีพ จัดการด้านการ
เรียนต่อ
- ภาษาต่าง
ประเทศเพื่อ
อาชีพ
4. ใช้ภาษาต่างประเทศ 4. ใช้ภาษาต่างประเทศ - ข้อมูลข่าวสาร
เผยแพร่ เผยแพร่ ของชุมชน ท้อง
ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ถิ่นและประเทศ
ข่าวสารของชุมชน ข่าวสารของชุมชน ชาติ
ท้องถิ่น และประเทศ ท้องถิ่น และประเทศ
ชาติ ในการสร้าง ชาติ ในการสร้าง
ความร่วมมือเชิง ความร่วมมือเชิง
สร้างสรรค์ และการ สร้างสรรค์ และการ
แข่งขันในสังคมโลก แข่งขันในสังคมโลก

6
42101
5

1 :
1.1 : เข้าใจกระบวนการฟัง และการอ่าน
สามารถตีความเรือ
่ งที่ฟังและอ่านจากสื่อ
ประเภท ต่าง ๆ และนำาความรู้มาใช้อย่างมี
วิจารณญาณ
1. เข้าใจนำ้าเสียง ความรู้สึกของผู้พูดรวมทั้งคำาชี้แจงคำาบรรยาย คำา
แนะนำาสารสนเทศและคู่มือต่าง ๆ
2. อ่านออกเสียงบทอ่านได้ถูกต้องตามหลักการออกเสียง และ
เหมาะ-สมกับเนื้อหาที่อ่าน
3. เข้าใจ ตีความ และ/หรือแสดงความคิดเห็นเกีย ่ วกับสื่อที่เป็นความ
เรียงและไม่ใช่ความเรียงในรูปแบบต่าง ๆ ที่ซับซ้อนขึ้น ถ่ายโอน
เป็นข้อความ ที่ใช้ ถ้อยคำาของตนเอง
4. เข้าใจ ตีความ วิเคราะห์ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ
ข้อความ ข้อมูล ข่าวสาร บทความ สารคดี บันเทิงคดีที่ซับซ้อน
ขึน
้ จากสือ ่ สิ่งพิมพ์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์
5. ใช้ภาษาตามมารยาททางสังคม เพือ ่ สร้าง ความสัมพันธ์ระหว่าง
บุคคล และสามารถดำาเนินการสือ ่ สารอย่างต่อเนื่องและเหมาะ
สม โดยใช้สื่อเทคโนโลยีทม ี่ ีอยู่ใน แหล่งการ เรียนรู้ ทั้งในและ
นอกสถานศึกษา
6. ใช้ภาษาเพื่อแสดงความ คิดเห็น แสดงความต้องการของตน
เสนอบริการแก่ผอ ู้ ื่น เจรจาต่อรอง และวางแผนในการเรียน
โดยใช้สอ ื่ เทคโนโลยีที่มีอยู่ในแหล่งการเรียนรู้ ทั้งในและนอก
สถานศึกษา
7. ใช้ภาษาเพื่อขอและให้ข้อมูล อธิบาย บรรยาย เปรียบเทียบ แลก
เปลีย่ น ความรู้เกีย ่ วกับเรือ ่ งราว หรือประเด็นปัญหาต่าง ๆ
ตลอดจน เหตุการณ์ในปัจจุบัน
8. ใช้ภาษาเพื่อแสดงความรูส ้ ึกของตน เกี่ยวกับเหตุการณ์ทั้งใน
อดีต ปัจจุบัน และอนาคต พร้อมทั้งให้เหตุผลโดยใช้ ประโยชน์
จากสื่อการเรียนทางภาษา และผลจากการฝึกทักษะต่าง ๆ รวม
ทั้งแสวงหาวิธีการเรียนภาษาต่างประเทศที่เหมาะสมกับตนเอง
9. นำาเสนอข้อมูล เรือ ่ งราว รายงานทีเ่ กี่ยวกับประสบการณ์ รวม
ทั้งเหตุการณ์ หรือเรื่องทั่วไป
10. นำาเสนอความคิด รวบยอดเกี่ยวกับ เหตุการณ์ ต่าง ๆกิจกรรม
สินค้า หรือบริการ ในท้องถิ่นของตนด้วยวิธีการที่หลากหลาย
11. นำาเสนอความคิดเห็นที่มีตอ ่ เหตุการณ์ต่าง ๆ กิจกรรม สินค้า
หรือบริการในท้องถิ่นของตนด้วยวิธีการที่หลากหลาย ได้อย่าง
สร้างสรรค์ และมีประสิทธิภาพ
12. นำาเสนอบทกวี หรือบทละครสั้น (Skit) โดยใช้เค้าโครงตาม
แนวคิดของเจ้าของภาษา หรือแต่งขึ้น ด้วยความเพลิดเพลิน

2 :
2.1 : เข้ า ใจความสั ม พั น ธ์ ร ะหว่ า งภาษากั บ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
และนำาไปใช้ได้อย่าง เหมาะสมกับกาลเทศะ
13. ใช้ภาษาและท่าทาง ในการสื่อสารได้เหมาะสมกับระดับบุคคล
กาลเทศะ และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
14. แสดงความคิดเห็นต่อวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ และ
ความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา
15. เข้าใจความแตกต่างระหว่างภาษาต่างประเทศกับภาษาไทยใน
เรื่องคำา วลี สำานวน ประโยค และข้อความที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นและ
นำาไปใช้อย่างมีวิจารณญาณ
16. เข้าใจความเหมือน และความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษากับของไทยทีม ่ ีอิทธิพลต่อการใช้ภาษา และนำาไปใช้
อย่างมีวิจารณญาณ
17. เห็นประโยชน์ของการรู้ภาษาต่างประเทศในการแสวงหาความรู้
การเข้าสูส่ ังคมและอาชีพ
18. เห็นคุณค่า และจัด กิจกรรมทางภาษา และวัฒนธรรมตาม
ความสนใจ
19. ตระหนักในคุณค่าของภาษาและวัฒนธรรมทีเ่ รียน และนำา
ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาษาและวัฒนธรรมมาประยุกต์ใน
การพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน และสังคม

3 :

3.1 : ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชือ
่ มโยงความ
รู้กับกลุม
่ สาระการเรียนรู้อื่น
และเป็นพื้นฐานในการพัฒนาและเปิดโลกทัศน์ของ
ตน
20. วิเคราะห์และสังเคราะห์เนื้อหาสาระภาษาต่าง-ประเทศที่
เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ อื่นๆ
21. ใช้ภาษาต่างประเทศในการแสวงหาความรู้ที่เกีย ่ วข้องกับกลุ่ม
สาระการเรียนรู้อื่น เพื่อขยาย
โลกทัศน์จากแหล่งข้อมูลทีห ่ ลากหลาย ใน รูปแบบต่าง ๆ
22. อภิปรายเกี่ยวกับประสบการณ์ ที่ได้รับจากการใช้ภาษาต่าง
ประเทศในการค้นคว้าเนื้อหาสาระ
ที่เกีย
่ วข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรูอ้ ื่นๆ เป็นภาษาต่าง-ประเทศ

4:

4.1: สามารถใช้ภาษาต่างประเทศตามสถานการณ์
ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา
ชุมชนและสังคม
23. ใช้ภาษาต่างประเทศตามสถานการณ์ต่าง ๆ ภายในสถานศึกษา
และชุมชน ด้วยวิธีการและ
รูปแบบที่หลากหลายและซับซ้อน
24. ใช้ภาษาต่างประเทศสื่อสารในรูปแบบ ต่าง ๆ กับบุคคล ภายใน
สถานศึกษา ชุมชน และสังคม
25. ใช้ภาษาต่างประเทศเพื่อสือ
่ สารในการทำางาน สมัครงาน และ
ประกอบอาชีพ รวมทั้งการขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพใน
สถานการณ์จำาลองและ/ หรือสถานการณ์จริง
26. ใช้ภาษาต่างประเทศ ในการปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความ
สุข โดยรู้จักควบคุมตนเอง รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น แสดง
ความคิดเห็นของตนอย่างเหมาะสม และเจรจาโน้มน้าว ต่อรอง
อย่างมีเหตุผล
27. ใช้ภาษาต่างประเทศเฉพาะด้านเพื่อการ สื่อสาร การจัดการด้าน
การเรียน การศึกษาต่อ และ/ หรือด้านอาชีพ
28. ใช้ภาษาต่างประเทศ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ขอ ้ มูลข่าวสารของ
ชุมชน ท้องถิ่น และประเทศชาติ ในการสร้างความร่วมมือเชิง
สร้างสรรค์ และการแข่งขันในสังคมโลก

6
5 40
1.0

ฝึกทักษะการฟัง พูด อ่านและเขียน สารหรือข้อมูล ประเภท


ต่าง ๆ ของสถานการณ์การใช้ภาษา ตลอดจนเข้าใจภาษาและ
ท่าทางในการสือ่ สารได้อย่างเหมาะสมกับระดับบุคคล กาลเทศะ
และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
เข้าใจรูปแบบ กระบวนการและกลวิธีการใช้ภาษาเพื่อการ
สือ
่ สาร แลกเปลี่ยน ข้อมูล ข่าวสารเหตุการณ์ สำาคัญต่าง ๆ ภายใน
โรงเรียน ชุมชน สังคม เข้าร่วมกิจกรรมวันสำาคัญ ประเพณีและ
วัฒนธรรมอย่างมั่นใจ
เห็นคุณค่าภาษาอังกฤษ สามารถนำาไปใช้เป็นเครื่องมือ
แสวงหาความรูเ้ พิ่มเติมจากแหล่งวิทยาการด้วยตนเองเป็นปกติ
วิสัย และเชื่อมโยงกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ ได้
เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเป็น
พื้นฐานการศึกษาและการประกอบอาชีพโอกาสต่อไป

6
42101
5

1 8 Home and Abroad 1.


- Personal background
- Films books and music -ฟังคำาศัพท์
- English worldwide -ฟังข้อความสั้นๆ
- Second generation -ฟังบทสนทนา
Grammar 2.
Present Perfect Continuous+ for/since
Present Perfect Simple -พูดทักทายแนะนำาตนเอง
Past participle: irregular verbs -พูดสนทนาโต้ตอบ
Topic Vocabulary 3.
Entertainment
-อ่านและออกเสียงคำาศัพท์
Family
-อ่านข้อมูล
Numbers
-อ่านบทสนทนา
Time
4.
Communication Focus
Talking about background and interest
- เขียนประโยค
Giving facts and figures
- เขียนให้ขอ ้ มูล
Talking about travel experience
- เขียนกรอกแบบฟอร์ม
Writing a postcard
5. ประเมินจากผลงานและ
การนำาเสนอ
6. ประเมินคุณลักษณะอัน
พึงประสงค์
-ใฝ่รู้ใฝ่เรียน
-มีระเบียบวินัย
-มีทักษะในกระบวนการ
กลุ่ม
-รักการอ่าน

1 2 3

4 5 6

2 8 A Family on TV
- Dark hair 1.
- A Popular Show
- What’s on TV? -ฟังคำาศัพท์
- He’s good at skiing -ฟังข้อความสั้นๆ
-ฟังบทสนทนา
Grammar 2.
Adjective order
Present simple tense for explaining -พูดทักทายแนะนำาตนเอง
procedures -พูดสนทนาโต้ตอบ
Present perfect+ yet /already/ just 3.
Gerund
-อ่านและออกเสียงคำาศัพท์
Topic Vocabulary -อ่านข้อมูล
Appearance -อ่านบทสนทนา
Leisure 4.
Television
- เขียนประโยค
- เขียนให้ขอ
้ มูล
Communication Focus
- เขียนกรอกแบบฟอร์ม
Describing people
5. ประเมินจากผลงานและ
Explaining procedures
การนำาเสนอ
Reading a TV schedule 6. ประเมินคุณลักษณะอัน
Talking about leisure activities พึงประสงค์
-ใฝ่รู้ใฝ่เรียน
-มีระเบียบวินัย
-มีทักษะในกระบวนการ
กลุ่ม
-รักการอ่าน

1 2 3

4 5 6

3 8 Meg’s flat 1.
- An attic flat
- Near the station -ฟังคำาศัพท์
- Looking for a flat -ฟังข้อความสั้นๆ
- Melbourne and London -ฟังบทสนทนา
2.
Grammar
Can/can’t for ability -พูดทักทายแนะนำาตนเอง
Imperatives for directions -พูดสนทนาโต้ตอบ
When/if +present+ imperatives 3.
Will/ won’t for predictions and promises
-อ่านและออกเสียงคำาศัพท์
Comparative and superlative adjectives
-อ่านข้อมูล
(not as…….as)
-อ่านบทสนทนา
4.
Topic Vocabulary
Accommodation
- เขียนประโยค
Furniture and equipment
- เขียนให้ขอ
้ มูล
Location
- เขียนกรอกแบบฟอร์ม
Transport 5. ประเมินจากผลงานและ
Directions การนำาเสนอ
6. ประเมินคุณลักษณะอัน
Communication Focus พึงประสงค์
Describing a flat or house -ใฝ่รู้ใฝ่เรียน
Giving direction -มีระเบียบวินัย
Reading advertisements -มีทักษะในกระบวนการ
Comparing places กลุ่ม
-รักการอ่าน

1 2 3

4 5 6

4 4 The local shop 1.


- A Hundred and one things
- For sale -ฟังคำาศัพท์
- Special Occasions -ฟังข้อความสั้นๆ
- The Paper boy -ฟังบทสนทนา
2.
Grammar
Plural nouns :-s, -es, -ies, -ves -พูดทักทายแนะนำาตนเอง
Countable / uncountable nouns -พูดสนทนาโต้ตอบ
Present continuous for fixed arrangement 3.
Going to for intentions
-อ่านและออกเสียงคำาศัพท์
-อ่านข้อมูล
Topic Vocabulary -อ่านบทสนทนา
Food 4.
Months
Numbers - เขียนประโยค
Streets - เขียนให้ขอ ้ มูล
- เขียนกรอกแบบฟอร์ม
Communication Focus 5. ประเมินจากผลงานและ
Shopping การนำาเสนอ
Answering Advertisements 6. ประเมินคุณลักษณะอัน
Talking about fixed arrangement พึงประสงค์
-ใฝ่รู้ใฝ่เรียน
Making resolutions
-มีระเบียบวินัย
-มีทักษะในกระบวนการ
กลุ่ม
-รักการอ่าน

1 2 3

4 5 6

5 12 The Changing Year 1.


- The Seasons
- The countryside -ฟังคำาศัพท์
- Weather Forecast -ฟังข้อความสั้นๆ
-ฟังบทสนทนา
Grammar 2.
Present simple -พูดทักทายแนะนำาตนเอง
Past simple -พูดสนทนาโต้ตอบ
3.
Topic Vocabulary
Seasons -อ่านและออกเสียงคำาศัพท์
Countryside -อ่านข้อมูล
Weather Forecast -อ่านบทสนทนา
Communication Focus 4.
Describing the weather น
Talking about advantages and - เขียนประโยค
disadvantages - เขียนให้ขอ ้ มูล
Making predictions - เขียนกรอกแบบฟอร์ม
Reading the weather forecast 5. ประเมินจากผลงานและ
การนำาเสนอ
6. ประเมินคุณลักษณะอัน
พึงประสงค์
-ใฝ่รู้ใฝ่เรียน
-มีระเบียบวินัย
-มีทักษะในกระบวนการ
กลุ่ม
-รักการอ่าน

1 2 3

4 5 6
5
6
42101


1. 8 มาตรฐาน 1. - เข้าใจนำ้าเสียง ความ รูส ้ ึกของผู้


Home and 1.1,1.2.1,1.2.2, พูด รวมทั้ง คำาชี้แจง คำาบรรยาย
Abroad 1.2.3,1.3.1,2.1.1, คำาแนะนำา สารสนเทศ และคู่มือ
2.1.2,2.2.1,2.2.2, ต่าง ๆ
-ใช้ภาษาตามมารยาททางสังคม
3.1.1, 4.1.1,
เพื่อสร้าง ความสัมพันธ์ระหว่าง
4.2.2,4.2.3 บุคคล และสามารถดำาเนินการ
สื่อสารอย่างต่อเนื่องและเหมาะ
สม โดยใช้สื่อเทคโนโลยีที่มอ ี ยู่ใน
แหล่งการ เรียนรู้ ทัง้ ในและนอก
สถานศึกษา
-ใช้ภาษาเพื่อแสดงความ คิดเห็น
แสดงความต้องการของตน
เสนอบริการแก่ผู้อื่น เจรจาต่อ
รอง และวางแผนในการเรียน
โดยใช้สื่อเทคโนโลยีทม ี่ ีอยู่ใน
แหล่งการเรียนรู้ ทัง้ ในและนอก
สถานศึกษา
-ใช้ภาษาเพื่อขอ และให้ข้อมูล อธิบาย
บรรยาย เปรียบเทียบ แลกเปลี่ยน
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องราว หรือ
ประเด็นปัญหาต่าง ๆ ตลอดจน
เหตุการณ์ในปัจจุบัน
- นำาเสนอข้อมูลเรื่องราว รายงานที่
เกี่ยวกับประสบการณ์ รวมทั้ง
เหตุการณ์ หรือเรื่องทั่วไป
-ใช้ภาษาและท่าทาง ในการสื่อสาร
ได้เหมาะสมกับระดับบุคคล
กาลเทศะ และวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษา
- แสดงความคิดเห็นต่อวัฒนธรรม
ประเพณี ความเชื่อ และความ
เป็นอยู่ของเจ้าของภาษา
-วิเคราะห์และสังเคราะห์เนื้อหา
สาระภาษาต่าง-ประเทศที่
เกี่ยวข้องกับกลุม
่ สาระการเรียนรู้
อื่นๆ
- ใช้ภาษาต่างประเทศตาม
สถานการณ์ต่าง ๆ ภายในสถาน
ศึกษา และชุมชน ด้วยวิธีการและ
รูปแบบที่หลากหลายและซับซ้อน
-ใช้ภาษาต่างประเทศในการปฏิบัติ
งานร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข
โดยรูจ้ ักควบคุมตนเอง รับฟัง
ความคิดเห็นของผู้อื่น แสดง
ความคิดเห็นของตนอย่าง เหมาะ
สม และเจรจาโน้มน้าว ต่อรอง
อย่างมีเหตุผล
-ใช้ภาษาต่างประเทศเฉพาะด้าน
เพื่อการสื่อสาร การจัดการด้าน
การเรียน การศึกษาต่อ และ/ หรือ
ด้านอาชีพ


2. 8 มาตรฐาน 1. - เข้าใจนำ้าเสียง ความ รูส ้ ึกของผู้
A Family 1.1,1.1.2,1.1.3, พูด รวมทั้ง คำาชี้แจง คำาบรรยาย
on TV 1.2.1,1.2.2,1.2.3, คำาแนะนำา สารสนเทศ และคู่มือ
1.3.1,2.1.1, ต่าง ๆ
-อ่านออกเสียงบทอ่านได้ถูกต้อง
2.1.2,2.2.1,2.2.2,
ตามหลักการออกเสียง และ
2.2.3, 2.2.4, 2.2.5, เหมาะ-สมกับเนื้อหาที่อา่ น
3.1.1, 4.1.1, 4.2.2 -เข้าใจ ตีความ และ/หรือแสดง
ความคิดเห็นเกี่ยวกับสื่อที่เป็น
ความเรียงและไม่ใช่ความเรียงใน
รูปแบบต่าง ๆ ทีซ่ ับซ้อนขึ้น ถ่าย
โอนเป็นข้อความ ทีใ่ ช้ ถ้อยคำา
ของตนเอง
-ใช้ภาษาตามมารยาททางสังคม
เพื่อสร้าง ความสัมพันธ์ระหว่าง
บุคคล และสามารถดำาเนินการ
สื่อสารอย่างต่อเนื่องและเหมาะ
สม โดยใช้สื่อเทคโนโลยีที่มอ ี ยู่ใน
แหล่งการ เรียนรู้ ทัง้ ในและนอก
สถานศึกษา
- ใช้ภาษาเพื่อแสดงความ คิดเห็น
แสดงความต้องการของตน
เสนอบริการแก่ผู้อื่น เจรจาต่อ
รอง และวางแผนในการเรียน
โดยใช้สื่อเทคโนโลยีทม ี่ ีอยู่ใน
แหล่งการเรียนรู้ ทัง้ ในและนอก
สถานศึกษา
-ใช้ภาษาเพื่อขอ และให้ข้อมูล อธิบาย
บรรยาย เปรียบเทียบ แลกเปลี่ยน
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องราว หรือ
ประเด็นปัญหาต่าง ๆ ตลอดจน
เหตุการณ์ในปัจจุบัน
- นำาเสนอข้อมูล เรื่องราว รายงานที่
เกี่ยวกับประสบการณ์ รวมทั้ง
เหตุการณ์ หรือเรื่องทั่วไป
-ใช้ภาษาและท่าทาง ในการสื่อสาร
ได้เหมาะสมกับระดับบุคคล
กาลเทศะ และวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษา

- . เข้าใจความเหมือน และความ
แตกต่างระหว่างวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษากับของไทยที่มี
อิทธิพลต่อการใช้ภาษา และนำา
ไปใช้อย่างมีวิจารณญาณ
-. เห็นประโยชน์ของการรู้ภาษาต่าง
ประเทศในการแสวงหาความรู้
การเข้าสู่สังคมและอาชีพ
-เห็นคุณค่า และจัด กิจกรรมทาง
ภาษา และวัฒนธรรมตามความ
สนใจ
- ตระหนักในคุณค่าของภาษาและ
วัฒนธรรมทีเ่ รียน และนำาความรู้
ความเข้าใจเกี่ยวกับภาษาและ
วัฒนธรรมมาประยุกต์ในการ
พัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน
และสังคม
- วิเคราะห์และสังเคราะห์เนื้อหา
สาระภาษาต่าง-ประเทศที่
เกี่ยวข้องกับกลุม
่ สาระการเรียนรู้
อื่นๆ
-ใช้ภาษาต่างประเทศตาม
สถานการณ์ต่าง ๆ ภายในสถาน
ศึกษา และชุมชน ด้วยวิธีการและ
รูปแบบที่หลากหลายและซับซ้อน
-ใช้ภาษาต่างประเทศสื่อสารในรูป
แบบ ต่าง ๆ กับบุคคล ภายใน
สถานศึกษา ชุมชน และสังคม


3. 8 มาตรฐาน 1. - เข้าใจนำ้าเสียง ความ รูส ้ ึกของผู้


Meg’s flat 1.1,1.2.1,1.2.2, พูด รวมทั้ง คำาชี้แจง คำาบรรยาย
1.2.3,1.3.1,2.1.1, คำาแนะนำา สารสนเทศ และคู่มือ
2.1.2,2.2.1,2.2.2, ต่าง ๆ
-ใช้ภาษาตามมารยาททางสังคม
3.1.1, 4.1.1,
เพื่อสร้าง ความสัมพันธ์ระหว่าง
4.2.2,4.2.3 บุคคล และสามารถดำาเนินการ
สื่อสารอย่างต่อเนื่องและเหมาะ
สม โดยใช้สื่อเทคโนโลยีที่มอ ี ยู่ใน
แหล่งการ เรียนรู้ ทัง้ ในและนอก
สถานศึกษา
-ใช้ภาษาเพื่อแสดงความ คิดเห็น
แสดงความต้องการของตน
เสนอบริการแก่ผู้อื่น เจรจาต่อ
รอง และวางแผนในการเรียน
โดยใช้สื่อเทคโนโลยีทม ี่ ีอยู่ใน
แหล่งการเรียนรู้ ทัง้ ในและนอก
สถานศึกษา
-ใช้ภาษาเพื่อขอ และให้ข้อมูล อธิบาย
บรรยาย เปรียบเทียบ แลกเปลี่ยน
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องราว หรือ
ประเด็นปัญหาต่าง ๆ ตลอดจน
เหตุการณ์ในปัจจุบัน
- นำาเสนอข้อมูล เรื่องราว รายงานที่
เกี่ยวกับประสบการณ์ รวมทั้ง
เหตุการณ์ หรือเรื่องทั่วไป
-ใช้ภาษาและท่าทาง ในการสื่อสาร
ได้เหมาะสมกับระดับบุคคล
กาลเทศะ และวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษา
- แสดงความคิดเห็นต่อวัฒนธรรม
ประเพณี ความเชื่อ และความ
เป็นอยู่ของเจ้าของภาษา
-วิเคราะห์และสังเคราะห์เนื้อหา
สาระภาษาต่าง-ประเทศที่
เกี่ยวข้องกับกลุม
่ สาระการเรียนรู้
อื่นๆ
- ใช้ภาษาต่างประเทศตาม
สถานการณ์ต่าง ๆ ภายในสถาน
ศึกษา และชุมชน ด้วยวิธีการและ
รูปแบบที่หลากหลายและซับซ้อน
-ใช้ภาษาต่างประเทศในการปฏิบัติ
งานร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข
โดยรูจ้ ักควบคุมตนเอง รับฟัง
ความคิดเห็นของผู้อื่น แสดง
ความคิดเห็นของตนอย่าง เหมาะ
สม และเจรจาโน้มน้าว ต่อรอง
อย่างมีเหตุผล
-ใช้ภาษาต่างประเทศเฉพาะด้าน
เพื่อการสื่อสาร การจัดการด้าน
การเรียน การศึกษาต่อ และ/ หรือ
ด้านอาชีพ

4. 4 มาตรฐาน 1. - เข้าใจนำ้าเสียง ความ รูส ้ ึกของผู้


The local 1.1,1.1.2,1.2.1, พูด รวมทั้ง คำาชี้แจง คำาบรรยาย
shop 1.2.2,1.2.3,1.3.1, คำาแนะนำา สารสนเทศ และคู่มือ
1.3.2, 1.3.3, ต่าง ๆ
-เข้าใจ ตีความ และ/หรือแสดง
2.1.1,2.2.1,2.2.2,
ความคิดเห็นเกี่ยวกับสื่อที่เป็น
2.2.3,3.1.1, 3.1.2 ความเรียงและไม่ใช่ความเรียงใน
4.1.2,4.2.1,4.2.2, รูปแบบต่าง ๆ ทีซ่ ับซ้อนขึ้น ถ่าย
4.2.4 โอนเป็นข้อความ ทีใ่ ช้ ถ้อยคำา
ของตนเอง
-ใช้ภาษาตามมารยาททางสังคม
เพื่อสร้าง ความสัมพันธ์ระหว่าง
บุคคล และสามารถดำาเนินการ
สื่อสารอย่างต่อเนื่องและเหมาะ
สม โดยใช้สื่อเทคโนโลยีที่มอ ี ยู่ใน
แหล่งการ เรียนรู้ ทัง้ ในและนอก
สถานศึกษา
-ใช้ภาษาเพื่อแสดงความ คิดเห็น
แสดงความต้องการของตน
เสนอบริการแก่ผู้อื่น เจรจาต่อ
รอง และวางแผนในการเรียน
โดยใช้สื่อเทคโนโลยีทม ี่ ีอยู่ใน
แหล่งการเรียนรู้ ทัง้ ในและนอก
สถานศึกษา
-ใช้ภาษาเพื่อขอ และให้ข้อมูล อธิบาย
บรรยาย เปรียบเทียบ แลกเปลี่ยน
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องราว หรือ
ประเด็นปัญหาต่าง ๆ ตลอดจน
เหตุการณ์ในปัจจุบัน
- นำาเสนอข้อมูล เรื่องราว
รายงานที่เกีย
่ วกับประสบการณ์
รวมทั้งเหตุการณ์ หรือเรือ ่ ง
ทั่วไป
- นำาเสนอความคิด รวบยอดเกี่ยว
กับเหตุการณ์
ต่าง ๆกิจกรรม สินค้า หรือ
บริการ ในท้องถิ่นของตนด้วยวิธี
การที่หลากหลาย
- นำาเสนอความคิดเห็นที่มต ี ่อ
เหตุการณ์ต่าง ๆ กิจกรรม
สินค้า หรือบริการในท้องถิ่นของ
ตนด้วยวิธีการที่หลากหลาย ได้
อย่างสร้างสรรค์ และมี
ประสิทธิภาพ

-ใช้ภาษาและท่าทาง ในการสื่อสาร
ได้เหมาะสมกับระดับบุคคล
กาลเทศะ และวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษา
-เข้าใจความเหมือน และความแตก
ต่างระหว่างวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษากับของไทยที่มี
อิทธิพลต่อการใช้ภาษา และนำา
ไปใช้อย่างมีวิจารณญาณ
-เห็นประโยชน์ของการรู้ภาษาต่าง
ประเทศในการแสวงหาความรู้
การเข้าสู่สังคมและอาชีพ
-วิเคราะห์และสังเคราะห์เนื้อหา
สาระภาษาต่าง-ประเทศที่
เกี่ยวข้องกับกลุม่ สาระการเรียนรู้
อื่นๆ
- ใช้ภาษาต่างประเทศตาม
สถานการณ์ต่าง ๆ ภายในสถาน
ศึกษา และชุมชน ด้วยวิธีการและ
รูปแบบที่หลากหลายและซับซ้อน
-ใช้ภาษาต่างประเทศเพื่อสือ ่ สารใน
การทำางาน สมัครงาน และ
ประกอบอาชีพ รวมทั้งการขอและ
ให้ข้อมูลเกีย
่ วกับอาชีพใน
สถานการณ์จำาลองและ/ หรือ
สถานการณ์จริง
-ใช้ภาษาต่างประเทศในการปฏิบัติ
งานร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข
โดยรูจ้ ักควบคุมตนเอง รับฟัง
ความคิดเห็นของผู้อื่น แสดง
ความคิดเห็นของตนอย่าง เหมาะ
สม และเจรจาโน้มน้าว ต่อรอง
อย่างมีเหตุผล
-ใช้ภาษาต่างประเทศสื่อสารในรูป
แบบ ต่าง ๆ กับบุคคล ภายใน
สถานศึกษา ชุมชน และสังคม
-ใช้ภาษาต่างประเทศเฉพาะด้าน
เพื่อการสื่อสาร การจัดการด้าน
การเรียน การศึกษาต่อ และ/ หรือ
ด้านอาชีพ
-ใช้ภาษาต่างประเทศ เผยแพร่
ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของ
ชุมชน ท้องถิ่น และประเทศชาติ
ในการสร้างความร่วมมือเชิง
สร้างสรรค์ และการแข่งขันใน
สังคมโลก


5. 12 มาตรฐาน 1. - เข้าใจนำ้าเสียง ความ รูส ้ ึกของผู้


The 1.1, พูด รวมทั้ง คำาชี้แจง คำาบรรยาย
changing 1.1.3,1.2.1,1.2.2, คำาแนะนำา สารสนเทศ และคู่มือ
year 1.3.1,1.3.2,2.1.1,2 ต่าง ๆ
-เข้าใจ ตีความ และ/หรือแสดง
.2.1,2.2.2,2.2.3,
ความคิดเห็นเกี่ยวกับสื่อที่เป็น
3.1.1, 3.1.2 ความเรียงและไม่ใช่ความเรียงใน
4.1.1,4.2.1,4.2.2, รูปแบบต่าง ๆ ทีซ่ ับซ้อนขึ้น ถ่าย
4.2.4 โอนเป็นข้อความ ทีใ่ ช้ ถ้อยคำา
ของตนเอง
-ใช้ภาษาตามมารยาททางสังคม
เพื่อสร้าง ความสัมพันธ์ระหว่าง
บุคคล และสามารถดำาเนินการ
สื่อสารอย่างต่อเนื่องและเหมาะ
สม โดยใช้สื่อเทคโนโลยีที่มอ ี ยู่ใน
แหล่งการ เรียนรู้ ทัง้ ในและนอก
สถานศึกษา
-ใช้ภาษาเพื่อแสดงความ คิดเห็น
แสดงความต้องการของตน
เสนอบริการแก่ผู้อื่น เจรจาต่อ
รอง และวางแผนในการเรียน
โดยใช้สื่อเทคโนโลยีทม ี่ ีอยู่ใน
แหล่งการเรียนรู้ ทัง้ ในและนอก
สถานศึกษา
-นำาเสนอข้อมูลเรือ่ งราว รายงานที่
เกี่ยวกับประสบการณ์ รวมทั้ง
เหตุการณ์ หรือเรื่องทั่วไป
-นำาเสนอความคิด รวบยอดเกี่ยวกับ
เหตุการณ์ ต่าง ๆ กิจกรรม
สินค้า หรือบริการ ในท้องถิ่น
ของตนด้วยวิธีการที่หลากหลาย
-ใช้ภาษาและท่าทาง ในการสื่อสาร
ได้เหมาะสมกับระดับบุคคล
กาลเทศะ และวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษา
-. แสดงความคิดเห็นต่อวัฒนธรรม
ประเพณี ความเชื่อ และความ
เป็นอยู่ของเจ้าของภาษา
-เข้าใจความเหมือน และความแตก
ต่างระหว่างวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษากับของไทยที่มี
อิทธิพลต่อการใช้ภาษา และนำา
ไปใช้อย่างมีวิจารณญาณ
-เห็นประโยชน์ของการรู้ภาษาต่าง
ประเทศในการแสวงหาความรู้
การเข้าสู่สังคมและอาชีพ
-วิเคราะห์และสังเคราะห์เนื้อหา
สาระภาษาต่าง-ประเทศที่
เกี่ยวข้องกับกลุม
่ สาระการเรียนรู้
อื่นๆ
-ใช้ภาษาต่างประเทศในการ
แสวงหาความรู้ที่เกีย ่ วข้องกับ
กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น เพื่อขยาย
โลกทัศน์จากแหล่งข้อมูลทีห ่ ลาก
หลาย ใน รูปแบบต่าง ๆ
-ใช้ภาษาต่างประเทศตาม
สถานการณ์ต่าง ๆ ภายในสถาน
ศึกษา และชุมชน ด้วยวิธีการและ
รูปแบบที่หลากหลายและซับซ้อน
-ใช้ภาษาต่างประเทศเพื่อสือ ่ สารใน
การทำางาน สมัครงาน และ
ประกอบอาชีพ รวมทั้งการขอและ
ให้ข้อมูลเกีย
่ วกับอาชีพใน
สถานการณ์จำาลองและ/ หรือ
สถานการณ์จริง
-ใช้ภาษาต่างประเทศในการปฏิบัติ
งานร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข
โดยรูจ้ ักควบคุมตนเอง รับฟัง
ความคิดเห็นของผู้อื่น แสดง
ความคิดเห็นของตนอย่าง เหมาะ
สม และเจรจาโน้มน้าว ต่อรอง
อย่างมีเหตุผล
-ใช้ภาษาต่างประเทศ เผยแพร่
ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของ
ชุมชน ท้องถิ่น และประเทศชาติ
ในการสร้างความร่วมมือเชิง
สร้างสรรค์ และการแข่งขันใน
สังคมโลก
6
42101
5
Lesson A
The Seasons.

Seasons.
่ า http://www.mrdowling.com/images/601seasons.jpg
ทีม
What Is season ?

A season is one of the major divisions of the year, generally based on yearly periodic
changes in weather.

Seasons happen due to the yearly revolution of the Earth around the Sun and the tilt of
the Earth's axis relative to the plane of revolution. In Temperate and Polar regions, the seasons are
marked by changes in the amount of sunlight which may cause animals to go into hibernation or
to migrate, and plants to be dormant.

The Northern hemisphere is closer to the sun at times of the year than the southern, it is
exposed to more light causing summer to come into action at different times as the earth revolves.

In temperate and polar regions generally four seasons are recognized: spring, summer,
autumn, winter.

In some tropical and subtropical regions it is more common to speak of the rainy (or wet,
or monsoon) season versus the dry season, because the amount of precipitation may vary more
dramatically than the average temperature. In other tropical areas a three-way division into hot,
rainy and cool season is used. In some parts of the world, special "seasons" are loosely defined
based upon important events such as a hurricane season, tornado season or a wildfire season.

Causes and effects.


Illumination of the earth during various seasons
ที่มา http://en.wikipedia.org/wiki/Image:Seasonearth.png

Diagram of the seasons


ที่มา http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/1/12/Seasons.svg

This is a diagram of the seasons, regardless of the time of day (i.e. the Earth's rotation on
its axis), the North Pole will be dark, and the South Pole will be illuminated; see also arctic
winter. In addition to the density of incident light, the dissipation of light in the atmosphere is
greater when it falls at a shallow angle.

The seasons result from the Earth's axis being tilted to its orbital plane; it deviates by an
angle of approximately 23.5 degrees. Thus, at any given time during summer or winter, one part
of the planet is more directly exposed to the rays of the Sun. This exposure alternates as the Earth
revolves in its orbit. At any given time, regardless of season, the northern and southern
hemispheres experience opposite seasons.

It is easy to observe the effect of the axis tilt from the change in day length, and altitude
of the Sun at noon (the culmination of the Sun), during a year.
Seasonal weather differences between hemispheres are further caused by the elliptical
orbit of Earth. Earth reaches perihelion (the point in its orbit closest to the Sun) in January, and it
reaches aphelion (farthest point from the Sun) in July. Even though the effect this has on Earth's
seasons is minor, it does noticeably soften the northern hemisphere's winters and summers. In the
southern hemisphere, the opposite effect is observed.

Seasonal weather fluctuations (changes) also depend on factors such as proximity to


oceans or other large bodies of water, currents in those oceans, El Niño and other oceanic cycles,
and prevailing winds.

In the temperate and polar regions, seasons are marked by changes in the amount of
sunlight, which in turn often causes cycles of dormancy in plants and hibernation in animals.
These effects vary with latitude and with proximity to bodies of water. For example, the South
Pole is in the middle of the continent of Antarctica and therefore a considerable distance from the
moderating influence of the southern oceans. The North Pole is in the Arctic Ocean, and thus its
temperature extremes are buffered by the water. The result is that the South Pole is consistently
colder during the southern winter than the North Pole during the northern winter.

The North Pole

ที่มา http://www.crystalinks.com/northpole.jpg
The North Pole

ที่มา http://pcwin.com/media/images/screen/dArt_North_Pole_vol_1_49451.jpg

The cycle of seasons in the polar and temperate zones of one hemisphere is opposite to
that in the other. When it is summer in the Northern hemisphere, it is winter in the Southern
hemisphere, and vice versa.

In the tropics, there is no noticeable change in the amount of sunlight. However, many
regions (such as the northern Indian ocean) are subject to monsoon rain and wind cycles. A study
of temperature records over the past 300 years shows that the climatic seasons, and thus the
seasonal year, are governed by the anomalistic year rather than the tropical year.

In meteorological terms, the summer solstice and winter solstice (or the maximum and
minimum insolation respectively) do not fall in the middles of summer and winter. The heights of
these seasons occur up to a month later because of seasonal lag. Seasons, though, are not always
defined in meteorological terms.

Compared to axial tilt, other factors contribute little to seasonal temperature changes. The
seasons are not the result of the variation in Earth’s distance to the sun because of its elliptical
orbit. Orbital eccentricity can influence temperatures, but on Earth, this effect is small and is
more than counteracted by other factors; research shows that the Earth as a whole is actually
slightly warmer when farther from the sun. Mars however experiences wide temperature
variations and violent dust storms every year at perihelion.
Axial Tilt

ที่มา http://staffwww.fullcoll.edu/tmorris/elements_of_ecology/images/axial_tilt.jpg

This is what the Tilt of the Earth is in 2008.

ที่มา http://www.2012-online.net/images/AxialTilt_2_26%20degree%20increase.jpg

Elliptical Orbit.
่ า http://www.eso.org/public/outreach/eduoff/vt-2004/Background/Infol2/vt2004-if11-
ทีม
fig1.jpg

Sun Earth Relations

ที่มา http://www.earth.rochester.edu/fehnlab/ees215/fig17_1.jpg

Reckoning Meteorological

Meteorological seasons are reckoned by temperature, with summer being the hottest
quarter of the year and winter the coldest quarter of the year.

Using this reckoning, the Roman calendar began the year and the spring season on the
first of March, with each season occupying three months. This reckoning is also used in
Denmark, the former USSR, and Australia. In the modern United Kingdom there are no hard and
fast rules about seasons, and informally many people use this reckoning.

So, in meteorology for the Northern hemisphere: spring begins on March 1, summer on
June 1, autumn on September 1, and winter on December 1. Conversely, for the Southern
hemisphere: summer begins on December1, autumn on March 1, winter on June 1, and spring on
September 1.
Seasons

่ า http://en.wikipedia.org/wiki/Image:Seasons1.svg
ทีม

In astronomical reckoning, the seasons begin at the solstices and equinoxes. The cross-
quarter days are considered seasonal midpoints. The length of these seasons is not uniform
because of the elliptical orbit of the earth and its different speeds along that orbit.

In the conventional United States calendar: Winter (89 days) begins on 21 December, the
winter solstice; spring (92 days) on 20 March, the vernal equinox; summer (93 days) on 20 June,
the summer solstice; and autumn (90 days) on 22 September, the autumnal equinox.
Equinox and Solstice

ที่มา http://www.bigelow.org/virtual/handson/seasons.gif

Because of the differences in the Northern and Southern Hemispheres, it is no longer


considered appropriate to use the northern-seasonal designations for the astronomical quarter
days. The modern convention for them is: March Equinox; June Solstice; September Equinox;
and December Solstice

Northern Hemisphere

ทีม
่ า
http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/9/91/Earth_equator_northern_hemisphere.
Southern Hemisphere
่ า http://farm3.static.flickr.com/2108/2433484860_c3c5231da6_o.jpg
ทีม

Traditional

Traditional seasons are reckoned by insolation, with summer being the quarter of the year
with the greatest insolation and winter the quarter with the least. These seasons begin about 4
weeks earlier than the meteorological seasons and 7 weeks earlier than the astronomical seasons.

In traditional reckoning, the seasons begin at the cross-quarter days. The solstices and
equinoxes are the midpoints of these seasons. For example, the days of greatest and least
insolation are considered the "midsummer" and "midwinter" respectively.

This reckoning is used by various traditional cultures in the Northern Hemisphere,


including East Asian and Irish cultures. In Iran, Afghanistan and some other parts of middle east
the beginning of the astronomical spring is the beginning of the new year which is called Nowruz.

So, according to traditional reckoning, winter begins between 5 November and 10


November; spring between 2 February and 7 February, ; summer between 4 May and 10 May ;
and autumn between 3 August and 10 August, The middle of each season is considered Mid-
winter, between 20 December and 23 December,; Mid-spring, between 19 March and 22 March,);
Mid-summer, between 19 June and 23 June,; and Mid-autumn, between 21 September and 24
September, .

Midsummer
่ า http://www.darknessandlight.co.uk/pictures_black_white/midsummer_common_199.jpg
ทีม

Midwinter
ที่มา http://k53.pbase.com/o4/67/629667/1/54647264.BeautifulDay8bit_MG_1536.jpg
Happy-Nowruz.
่ า http://img2.travelblog.org/Photos/5935/134363/t/940659-Happy-Nowruz-2006-1.jpg
ทีม

The Seasons

There are four key dates in the year. These occur on 21 March, June, September and
December.

• 21 March is the Vernal Equinox and represents the beginning of spring in the northern
hemisphere. It is the point at which the Sun crosses the Equator as it travels northwards.
At this time day and night are of equal length, hence equinox - 'equal night'.
• 21 June is the Summer Solstice or Midsummer's Day in the northern hemisphere, when
the Sun has reached its further point north of the Equator (Tropic of Cancer). As more
sunlight reaches the northern hemisphere the days last longer than the nights. The day
after, the sun begins to travel south and the days start to shorten.
• 21 September is the Autumnal Equinox when the sun crosses the Equator going south.
• 21 December is the Winter Solstice and is shortest day in the northern hemisphere; it is
the middle of summer in the southern hemisphere. The Sun has reached its furthest point
of travel south - the Tropic of Capricorn.

The seasons are, of course, reversed in the southern hemisphere - autumn in March, winter in
June, spring in September and summer in December.

summer-solstice

ที่มา http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/c/c8/Earth-lighting-summer-
solstice_EN.png/800px-Earth-lighting-summer-solstice_EN.png

Geography of the Earth

There are a number of imaginary lines that circle the Earth perpendicular to its axis.
Imaginary lines

ที่มา http://visual.merriam-webster.com/images/earth/geography/cartography/earth-coordinate-
system.jpg

• The Equator runs around the centre of the Earth splitting it equally north and south.
• The Tropic of Cancer encircles the Earth 23.5° north of the Equator. During the
seasons, this is the furthest point north that the sun can appear to travel.
• The Tropic of Capricorn encircles the Earth 23.5° south of the Equator. It is the furthest
point that the sun appears to travel south.
• The Arctic Circle is 23.5° from the North Pole. When the North Pole is pointing away
from the sun, all areas inside this circle stay in perpetual darkness.
• The Antarctic circle is 23.5° from the South Pole. Again it represents an area that the
sun never reaches during certain times of the year.

Latitude and Longitude.


ที่มา http://www.hammondmap.com/catalog/classroom_activities/latlong1.htm

To find a place exactly, you need crossing lines that create an intersection. This is a grid
system. One grid system is used by mapmakers all over the world. It helps you locate any place
on Earth. It is known as the latitude and longitude grid.
Latitude
Halfway between the North Pole and the South Pole is an imaginary line, the equator.
The equator goes around the middle of Earth like a belt. It divides our planet into the Northern
Hemisphere and the Southern Hemisphere. The equator is a line of latitude. The other lines of
latitude are north and south of the equator. They are parallel to the equator. Parallel lines run in
the same direction and are an equal distance apart at all points. They never meet. Thus, lines of
latitude are also called parallels. They run east-west around the globe.
Parallels measure distance north or south of the equator. This distance is measured in
degrees. Earth, as a circle, is divided into 360 degrees (360o).We measure latitude starting at the
equator. Its address is zero degrees latitude, or 0o latitude. The distance from the equator to the
North Pole is 1/4 of the distance around the Earth. So the North Pole is at 90 degrees north
latitude. The distance from the equator to the South Pole is also 1/4 of the distance around the
Earth. What is the latitude of the South Pole?
Latitude

ที่มา http://www.hammondmap.com/catalog/classroom_activities/latlong1.htm

You can measure your latitude by using the night sky. In the Northern Hemisphere, find
the North Star, Polaris. Extend one arm toward the star. Extend your other are toward the horizon.
The horizon is the point where the sky and land seem to meet in the distance.Use a protractor to
measure the number of degrees between your outstretched arms. If the angle is 40 degrees, you
are locate 40o north. At the equator, Polaris appears right at the horizon. You are at 0o latitude.
What latitude do you find if you try this? How close is this to an accurate figure found in an atlas?
Longitude

Longitude

ที่มา http://www.hammondmap.com/catalog/classroom_activities/latlong1.htm
Another set of imaginary lines helps us measure distance east and west. These are lines
of longitude. Each line of longitude runs from the North Pole to the South Pole. These lines are
also called meridians. Each meridian travels halfway around the Earth. Along its imaginary
journey it crosses each line of latitude once. These intersections mark an exact location for any
point on Earth.
Longitude lines are measured in degrees, just as latitude. However, there is no natural
starting or stopping point for east and west. So mapmakers need a place to begin. They call that
line of longitude the prime meridian. Its address is zero degrees longitude, or 0o longitude.
From the prime meridian, you can travel west halfway around the Earth to the 180o east longitude
line. At the 180o line, east meets west: 180o E and 180o We are the same line!

Meridian

ที่มา http://www.hammondmap.com/catalog/classroom_activities/latlong1.htm

Look at the globe above. Notice that the lines of longitude do not stay the same distance
from each other. Meridians are the farthest apart at the equator. They are closer together at the
poles. In fact, one degree east-west is 69 miles at the equator. At the poles there is no distance
between each degree line. They all meet at the same spot!
The Seasons and Axis Tilt.

The seasons on Earth.


ที่มา http://www.enchantedlearning.com/subjects/astronomy/planets/earth/Seasons.shtml

The Earth's seasons are not caused by the differences in the distance from the Sun
throughout the year (these differences are extremely small). The seasons are the result of the tilt
of the Earth's axis.

The Earth's axis is tilted from perpendicular to the plane of the ecliptic by 23.45°. This
tilting is what gives us the four seasons of the year - spring, summer, autumn (fall) and winter.
Since the axis is tilted, different parts of the globe are oriented towards the Sun at different times
of the year.

Summer is warmer than winter (in each hemisphere) because the Sun's rays hit the Earth
at a more direct angle during summer than during winter and also because the days are much
longer than the nights during the summer. During the winter, the Sun's rays hit the Earth at an
extreme angle, and the days are very short. These effects are due to the tilt of the Earth's axis.
Solstices
The solstices are days when the Sun reaches its farthest northern and southern declinations.
The winter solstice occurs on December 21 or 22 and marks the beginning of winter (this is the
shortest day of the year). The summer solstice occurs on June 21 and marks the beginning of
summer (this is the longest day of the year).

Equinoxes
Equinoxes are days in which day and night are of equal duration. The two yearly equinoxes
occur when the Sun crosses the celestial equator.

The vernal equinox occurs in late March (this is the beginning of spring in the Northern
Hemisphere and the beginning of fall in the Southern Hemisphere); the autumnal equinox occurs
in late September (this is the beginning of fall in the Northern Hemisphere and the beginning of
spring in the Southern Hemisphere).

Vernal equinox

ที่มา http://www.glyphweb.com/esky/_images/diagrams/vernalequinox.gif
New Words.

Headword Part of Speech Definition/meaning


periodic adjective periodical [only before noun]happening a number of
times, usually at regular times:
revolution noun [countable] a complete change in ways of thinking,
methods of working etc
tilt verb to move or make something move into a position where
one side is higher than the other
region noun a large area of a country or of the world, usually without
exact limits [= area]:
Temperate noun one of the two parts of the Earth that are north and south
of the tropics
Polar adjective close to or relating to the North Pole or the South Pole:
hibernate verb if an animal hibernates, it sleeps for the whole winter
dormant. adjective not active or not growing at the present time but able to
be active later [≠ active]
migrate verb 1.if birds or animals migrate, they travel regularly from
one part of the world to another
2.if people migrate, they go to live in another area or
country, especially in order to find work
hemisphere noun a half of the earth, especially one of the halves above and
below the equator:
tropical adjective 1.coming from or existing in the hottest parts of the
world:
The tropical rain forests, tropical fruit, tropical
diseases/medicine
2.weather that is tropical is very hot and wet:
a steamy tropical night
Headword Part of Speech Definition/meaning
precipitation noun 1.rain, snow etc that falls on the ground, or the amount of
rain, snow etc that falls
2.a chemical process in which a solid substance is
separated from a liquid
average adjective the average amount is the amount you get when you add
together several quantities and divide this by the total
number of quantities:
rotation noun 1.when something turns with a circular movement around
a central point
2.rotation of one complete circular turn around a central
point
density noun 1.the degree to which an area is filled with people or
things
density of the size and density of settlements areas of
high population density
2.the relationship between the mass of something and its
size
deviates verb to change what you are doing so that you are not
following an expected plan, idea, or type of behaviour
elliptical adjective 1.having the shape of an ellipse:
2.elliptical speech or writing is difficult to understand
because more is meant than is actually said:
Prevailing wind noun a wind that blows over a particular area most of the time
consistent adjective always behaving in the same way or having the same
attitudes, standards etc - usually used to show approval
vice versa adverb used to say that the opposite of a situation you have just
described is also true:

Headword Part of Speech Definition/meaning


solstice noun the time when the sun is furthest north or south of the
equator
reckoning noun calculation that is based on a careful guess rather than on
exact knowledge
astronomical adjective relating to the scientific study of the stars
equinox noun one of the two times in a year when night and day are of
equal length:
perpendicular adjective 1.not leaning to one side or the other but exactly vertical
2 be perpendicular to something if one line is
perpendicular to another line, they form an angle of 90
degrees
oriented adjective giving a lot of time, effort, or attention to one particular
thing:
decline noun a decrease in the quality, quantity, or importance of
something
celestial adjective relating to the sky or heaven
vernal adjective relating to the spring:
grid noun 1.a pattern of straight lines that cross each other and form
squares:
2.a set of numbered lines printed on a map so that the
exact position of any place can be referred to:
parallel adjective two lines, paths etc that are parallel to each other are the
same distance apart along their whole length:
meridians. noun 1.one of the imaginary lines from the North Pole to the
South Pole, drawn on a map of the Earth
2 the meridian the highest point reached by the sun or
another star, when seen from a point on the Earth's
surface
Matching.
Match the correct meaning in X and Y .
X Y
1. grid a. another name for the pole star
2. parallel b. a set of numbered lines printed on a
map so that the exact position of any
place can be referred to:
3. meteorology c. two lines, paths etc that are parallel to
each other are the same distance apart
along their whole length:
4. Polaris d. when something turns with a circular
movement around a central point
5. rotation e. the scientific study of weather
conditions

X Y
6. average a. the distance north or south of the
equator
7. deviates b. the amount you get when you add
together several quantities and divide
this by the total number of quantities:
8. latitude c. not active or not growing at the present
time but able to be active later
9. tilt d. to change what you are doing so that
you are not following an expected plan,
idea, or type of behaviour
10. dormant. e. to move or make something move into
a position where one side is higher than
the other
True or False.
Write T for true statements and F for the false ones in the boxes given below.
1. The solstices are days when the earth reaches its farthest northern and
southern declinations.
2. The solstice occurs on December 21 or 22 and marks the beginning of
winter (this is the shortest day of the year).
3. Equinoxes are days in which day and night are of equal duration.
4. The seasons are not the result of the tilt of the Earth's axis.
5. In astronomical reckoning, the seasons begin at the solstices and
equinoxes.
6. When it is summer in the Northern hemisphere, it is always winter in the
Southern hemisphere.
7. The seasons result from the Earth's axis being tilted to its orbital plane; it
deviates by an angle of approximately 33.5 degrees.
8. A season is one of the major divisions of the year, generally based on
yearly periodic changes in weather.
9. Seasons happen due to the yearly revolution of the Sun around the Earth
and the tilt of the Earth's axis relative to the plane of revolution.
10. Earth reaches perihelion (the point in its orbit closest to the Sun)
in January, and it reaches aphelion (farthest point from the Sun) in July

Matching.
Match the correct meaning in X and Y .
X Y
1. hibernation a. a complete change in ways of thinking,
methods of working
2. revolution b. if an animal hibernates, it sleeps for the
whole winter
3. periodic c. a measure of how hot or cold a place or
thing is
4. dormant d. happening a number of times, usually
at regular times:
5. temperature e. not active or not growing at the present
time but able to be active later

X Y
6. precipitation a. to make a light shine on something, or
to fill a place with light:
7. illuminate b. the imaginary line around which a
large round object, such as the Earth,
turns:
8. atmosphere c. to show something that is usually
covered or hidden:
9. expose d. the mixture of gases that surrounds the
Earth
10. axis e. rain, snow etc that falls on the ground,
or the amount of rain, snow etc that
falls

Cloze Test.
Fills in the correct words or phrases
The seasons
The seasons result from the Earth's _________1.being tilted to its orbital plane; it_____ 2.by
an angle of approximately 23.5 ________3. Thus, at any given time during summer or winter,
one part of the _________4. is more directly exposed to the rays of the Sun . This exposure
alternates as the Earth _________5. in its orbit. At any given time, regardless of season, the
northern and southern _________6. experience opposite seasons.

It is easy to observe the effect of the axis tilt from the change in day length, and ______7. of
the Sun at noon (the culmination of the Sun), during a year.

Seasonal weather ________8. between hemispheres are further caused by the elliptical orbit of
Earth. Earth reaches _________9. (the point in its orbit closest to the Sun) in January, and it
reaches _________10. (farthest point from the Sun) in July. Even though the effect this has on
Earth's seasons is minor, it does noticeably soften the northern hemisphere's winters and
summers. In the southern hemisphere, the opposite effect is observed.

axis deviates planet hemispheres aphelion

degrees revolves altitude differences perihelion

Pre-test
The seasons.
1.How many seasons are there in United Kingdom?
a. one
b. two
c. three
d. four
2.What are their correct names ?
a. winter fall autumn summer
b. fall sunny rainy summer
c. autumn spring fall winter
d. summer spring fall autumn
3. In which area a three-way division into hot , rainy and cool season is used.
a. Tropical
b. Northern hemisphere
c. Southern hemisphere
d. Temperate and Polar
4. The cycle of seasons in the polar and temperate zones of one hemisphere is opposite to that in
the other so when it is summer in the Northern hemisphere, it is __________ in the
Southern hemisphere, and vice versa.
a. winter.
b. fall
c. autumn
d. spring

5. The seasons result from the Earth's axis being tilted to its orbital plane; it deviates by an angle
of approximately _______. Thus, at any given time during summer or winter, one part of the
planet is more directly exposed to the rays of the Sun .
a. 23.5 degrees
b. 33.5 degrees
c. 32.5 degrees
d. 3.5 degrees
6. Seasonal weather fluctuations (changes) also depend on factors such as proximity to oceans or
other large bodies of water, ____________
a. currents in those oceans
b. El Niño and other oceanic cycles
c. and prevailing winds
d. all correct
7. Meteorological seasons are reckoned by _______________, with summer being the hottest
quarter of the year and winter the coldest quarter of the year.
a. temperature
b. humid
c. snow
d. Earth’s orbit
8. In the conventional United States calendar: How many days are there in Winter which begins
on 21 December, the winter solstice; spring begins on 20 March, the vernal equinox; summer
begins on 20 June, the summer solstice; and autumn begins on 22 September, the autumnal
equinox.
a. 89 days
b. 92 days
c. 93 days
d. 90 days

9. What are The solstices?


a. The days when the Sun reaches its farthest northern and southern declinations.
b. The days when the Earth reaches its farthest northern and southern declinations.
c. The days when the Moon reaches its farthest northern and southern declinations.
b. The days when the Earth reaches its nearest northern and southern declinations.
10. What are The Equinoxes?
a. The days in which day and night are of equal duration.
a. The weeks in which day and night are of equal duration.
a. The months in which day and night are of equal duration.
a. The years in which day and night are of equal duration.
11. Seasonal weather differences between hemispheres are further caused by the_______of Earth.
Earth reaches perihelion (the point in its orbit closest to the Sun) in January, and it reaches
aphelion (farthest point from the Sun) in July.
a. elliptical orbit
b. solar eclipse
c. moon eclipse
d. tides
12.The South Pole is in the middle of the continent of __________ and therefore a considerable
distance from the moderating influence of the southern oceans.
a. Antarctica
b. Artic
c. Asia
d. Europe
13. The North Pole is in the____________, and thus its temperature extremes are buffered by the
water.
a. Arctic Ocean
b. Pacific
c. Antarctic
d. Indian
14. The periods of "midnight sun" (or _________________ for the other side of the globe) are
progressively longer.
a. "midday park"
b. "midday spark"
c. "midday dark"
d. "midnight hot"
15. How many of the imaginary lines that are circled the Earth perpendicular to its axis?
a. two
b. three
c. four
d. five

Post-test
The seasons.
1.How many seasons are there in United Kingdom?
a. one
b. two
c. three
d. four
2.What are their correct names ?
a. winter fall autumn summer
b. fall sunny rainy summer
c. autumn spring fall winter
d. summer spring fall autumn
3. In which area a three-way division into hot , rainy and cool season is used.
a. Tropical
b. Northern hemisphere
c. Southern hemisphere
d. Temperate and Polar
4. The cycle of seasons in the polar and temperate zones of one hemisphere is opposite to that in
the other so when it is summer in the Northern hemisphere, it is __________ in the
Southern hemisphere, and vice versa.
a. winter.
b. fall
c. autumn
d. spring

5. The seasons result from the Earth's axis being tilted to its orbital plane; it deviates by an angle
of approximately _______. Thus, at any given time during summer or winter, one part of the
planet is more directly exposed to the rays of the Sun .
a. 23.5 degrees
b. 33.5 degrees
c. 32.5 degrees
d. 3.5 degrees
6. Seasonal weather fluctuations (changes) also depend on factors such as proximity to oceans or
other large bodies of water, ____________
a. currents in those oceans
b. El Niño and other oceanic cycles
c. and prevailing winds
d. all correct
7. Meteorological seasons are reckoned by _______________, with summer being the hottest
quarter of the year and winter the coldest quarter of the year.
a. temperature
b. humid
c. snow
d. Earth’s orbit
8. In the conventional United States calendar: How many days are there in Winter which begins
on 21 December, the winter solstice; spring begins on 20 March, the vernal equinox; summer
begins on 20 June, the summer solstice; and autumn begins on 22 September, the autumnal
equinox.
a. 89 days
b. 92 days
c. 93 days
d. 90 days

9. What are The solstices?


a. The days when the Sun reaches its farthest northern and southern declinations.
b. The days when the Earth reaches its farthest northern and southern declinations.
c. The days when the Moon reaches its farthest northern and southern declinations.
b. The days when the Earth reaches its nearest northern and southern declinations.
10. What are The Equinoxes?
a. The days in which day and night are of equal duration.
a. The weeks in which day and night are of equal duration.
a. The months in which day and night are of equal duration.
a. The years in which day and night are of equal duration.
11. Seasonal weather differences between hemispheres are further caused by the_______of Earth.
Earth reaches perihelion (the point in its orbit closest to the Sun) in January, and it reaches
aphelion (farthest point from the Sun) in July.
a. elliptical orbit
b. solar eclipse
c. moon eclipse
d. tides
12.The South Pole is in the middle of the continent of __________ and therefore a considerable
distance from the moderating influence of the southern oceans.
a. Antarctica
b. Artic
c. Asia
d. Europe
13. The North Pole is in the____________, and thus its temperature extremes are buffered by the
water.
a. Arctic Ocean
b. Pacific
c. Antarctic
d. Indian
14. The periods of "midnight sun" (or _________________ for the other side of the globe) are
progressively longer.
a. "midday park"
b. "midday spark"
c. "midday dark"
d. "midnight hot"
15. How many of the imaginary lines that are circled the Earth perpendicular to its axis?
a. two
b. three
c. four
d. five

6
42101
5
Lesson B
The Countryside

In the countryside
ที่มา http://www.thailand.com/travel/pic/rice_field2.jpg

A Countryside for Health and Wellbeing:


The Physical and Mental Health Benefits of Green Exercise.
Countryside Activities
่ า www.countrysiderecreation.org.uk.
ทีม
How does nature make us feel? Much, of course, depends on what else is important in our
lives. Is it a good or a bad day? Irrespective of where we come from, it seems that the presence of
living things makes us feel good. They help us when we feel stressed, and if there is green
vegetation, blue sky and water in the scene, then we like it even more. This idea that the quality
of nature affects our mental health is not a new one, but it has not greatly affected the planning of
our urban and rural environments, nor the setting of public health priorities.
In the UK, more than 80% of people live in urban areas (Defra, 2004), though the greater
growth is now in rural areas. Urban settings by definition have less nature than rural ones. And
less green nature means reduced mental well-being, or at least less opportunity to recover from
mental stress. As natural green environments have increasingly come under pressure from
economic development, so it seems our own wellbeing has suffered as a consequence. Today,
stress and mental ill-health are becoming more common, and the associated public health costs
are growing.
The World Health Organisation estimates that depression and depression-related illness
will become the greatest source of ill-health by 2020. This is partly because some other
behaviours, such as smoking, over-eating and high alcohol consumption, are likely to be coping
mechanisms for mental ill-health and stress, and have their own serious consequences. In
addition, many urgent physical health challenges, including obesity and coronary heart disease,
are also connected to sedentary lifestyles. Yet it is known that physically active people have a
lower risk of dying from coronary heart disease, type II diabetes, hypertension and colon cancer.
In the UK, there is evidence for a dramatic fall in physical activity over the past 50 years.

Bill Bryson Interview.


ที่มา www.ukyp.org.uk/
Bill Bryson Fact-file
Where’s he from?
Bill Bryson was born in Iowa, USA, in 1951.
Why is he over here then?
A backpacking expedition in 1973 brought him to England where he met his wife and
decided to stay and be a journalist and writer. Having gone back to the United States in 1995 he
returned to live in Norfolk in 2003.
So what’s he done?
He is arguably most famous for writing autobiographical travel books (Notes from a
Small Island, Notes from a Big Country) as well as books on language and science (The Mother
Tongue, A Short History of Nearly Everything) but has spent much of his life as a journalist for
The Times and The Independent.
I see. So is he any good?
In 2006 he was awarded an OBE for his contribution to literature adding to the numerous
awards he has had for his work. His writing is often funny and insightful as well as being quite
accessible.
Wow, that’s pretty good. So how come he likes litter then?
He doesn’t! Having always been fascinated by British heritage and the beauty of its
countryside he became President of the Campaign to Protect Rural England (CPRE) in May 2007,
establishing an antilittering campaign across the country. The campaign is going from strength to
strength and he knows young people play a huge role in reducing litter, so that’s why he
interviewed with UK Youth Parliament
Bill Bryson is a world famous author and President of the Campaign to Protect Rural
England. Albert Simango (Deputy MYP Kingston upon Thames) and Jack Mayorcas
(UKYP London PG Rep) met up with him to talk about his current anti-litter campaign ...

“Walking in the countryside is so beautiful,


why would you want to make it ugly?”

How did you come to be President of the Campaign to Protect Rural England and what
made you want to get involved in this campaign?
I just got really annoyed about litter. Walking in the countryside is so beautiful, why
would you want to make it ugly? I didn’t know how to run a campaign so I approached the
Campaign to Protect Rural England and they invited me to be their President. I am quite actively
involved with the organisation but being President is a ceremonial role like being a symbol or a
frontman.
There have been other antilitter campaigns before, what is different about this one that you
feel will be able to make a clear difference?
I think the moment is right for this sort of campaign. There are lots of people who feel
the same way about litter and want to do something about it. We are going to push hard and get
people to join the crusade and I believe there is a real chance the message will get through. We
want a clean, tidy Britain.
Did you ever drop litter when you were young?
I can honestly say I have never littered through choice. There are times when we are in a
position where we are forced to though - I recently got stopped at St Pancras when I tried to take
my coffee through security to get on the Eurostar. They made me put my coffee cup on the floor!
Where appropriate, authorities have more of a duty to provide waste bins.
Research showed that one of the major reasons for young people dropping litter was
laziness, how can we tackle such a problem?
We need to explain through intelligent advertising campaigns that there is a consequence
to dropping litter. Just as if you are caught speeding and you get points drivers who drop litter out
of their car windows should get given 3 points on their driver’s licence.
If somebody drops litter what does it say about them?
It says that they aren’t thinking. I can’t see why you wouldn’t want to keep the
countryside looking lovely. It doesn’t make sense. People appreciate a clean environment. You
wouldn’t expect to check into a hotel room and be faced with an unmade bed!
We as a nation are behind with schemes such as bottle returns and charging for plastic
bags, why do you think this is?
I think British society can be conservative. Whilst that is often a great thing and means
that historical buildings and traditions are really well preserved, it can sometimes mean that as a
nation things take time to change. It is the duty of the younger generation to take it forward and
make changes.
What do you think is the main problem facing young people of our generation, besides
littering and flytipping?
I think life used to be easier when I was your age. I think education is a really big issue
facing young people. You have to be a lot more serious about it. It is also much harder to be an
immigrant these days. When I first got here it was easy!
Know your Countryside.
Know your countryside
The Irish Countryside is a national treasure that we, the Irish people, should be proud of.
It has a wealth of opportunities to offer. It is also a place of work for 130,000 farmers.

Riding in the woods.


ที่มา http://www.agriaware.ie/factsheet/12052409990011fact_countryside.pdf.

Why live in the countryside?


• Clean, fresh air
• More playing room for children
• Less traffic
• Outdoor activities on your doorstep
• Housing and living costs may be reduced
• Open spaces
• Less noise
• More chances for family activities
• The chance of more interaction with neighbours.
Opinions of new rural dwellers
The following are some of the findings of recent research by Agri Aware:
• 80% respondents considered their quality of life in the countryside to be good, citing peace and
relaxation as the main advantages to living there
• 91% stated that their area was welcoming for new dwellers.
• 69% described the community spirit in their area as being good
• 70% of non-farmers considered farming to be important to the local economy.

Why is agriculture important?


• The Irish food and drink industry is valued at over €16 billion of which more than €7 billion is
exported to175 countries worldwide.
• The agriculture and food industry accounts for 9% of GDP and approximately 15% of total
employment.
• It guarantees the nation’s food supply.
• It protects and cares for the natural environment.
• It is the rock on which the tourist industry is based
- without agriculture, the countryside would become wild and inaccessible.
• It provides hundreds of opportunities for leisure pursuits, sports and hobbies.

Dry stone walls


ที่มา http://www.agriaware.ie/factsheet/12052409990011fact_countryside.pdf.

So, what do 130,000 Irish farmers do everyday?


Farmers work all year around to provide Irish consumers with food. Some of the work involved is
detailed below:
• 6 million cattle must be calved, milked, fed, housed and cared for.
• 4 million sheep must be lambed, fed, shorn and cared for.
• 1.7 million pigs must be housed, fed and cared for.
• 13 million poultry birds must be housed, fed and cared for.
• 306,000 hectares of land must be ploughed, sown and sprayed to grow cereals (wheat, oats and
barley) to be harvested each year.
• 13,000 hectares of land must be ploughed, sown and sprayed to grow potatoes to be harvested
each year.
• 69,000 hectares of land must be ploughed, sown and sprayed for other crops, fruit and
horticulture each year.
• 3.8 million hectares of land must maintained for growing grass. Grass is used for grazing
animals, cutting silage and making hay.
• Farmers are also investing in alternative activities on their farms including: angling, forestry,
organic food production, deer production, B&B accommodation, pony treking, tourist trails, open
farms for children and visitors, wind farms and much more.
Natural Environment.
ที่มา http://www.agriaware.ie/factsheet/12052409990011fact_countryside.pdf.

Farming and the environment Fact


• Over €2.5 billion has been spent by farmers over the past ten years to construct better animal
housing and manure storage facilities on Irish farms.
• Farmers follow strict voluntary and mandatory codes of practice to ensure proper use of
nutrients on farms.
• Agriculture recycles 100% of all animal manures that it produces.
• Animal manure is not waste, it is an important source of nutrients for crops.
• Approximately 50,000 farmers are participating in the REPS (Rural Environmental Protection
Scheme) voluntary scheme. Farmer’s involved in REPS follow a comprehensive environmental
plan for their farms. REPS has been a major success and contributes to better water quality, an
increase in wild birds and other species, and generally a more varied and natural landscape.
Fresh open area
่ า http://www.agriaware.ie/factsheet/12052409990011fact_countryside.pdf
ทีม
Be safe! - Considerations for countryside users
• Seek permission from the landowner in advance of visiting land.
• Obey all warning signs.
• Do not interfere with livestock, wildlife, plants, crops or machinery.
• Keep children under close control and supervision.
• Do not enter farmland if you have a dog with you, even on a leash, unless with the permission
of the landowner.
• Don’t leave litter behind.
• Avoid any damage to hedges, fences or dry stone walls.
• Guard against fire, especially near forests.
• Avoid all livestock because of the possible danger to yourself and/or distress it can cause to the
animals.
• Drive carefully on narrow country roads, always expect machinery around the corner.
• Make sure that your car does not block points of access or exit and is parked safely.
• Leave all farm gates as you find them.
• If following a recognised walking route, keep to the trail.
Wannabe there?
่ า http://www.agriaware.ie/factsheet/12052409990011fact_countryside.pdf
ทีม
New words.

Headword Part of Speech Definition/meaning


countryside noun land that is outside cities and towns [= the country]:
nature noun everything in the physical world that is not controlled by
humans, such as wild plants and animals, earth and rocks, and
the weather:
Irrespective adverb used when saying that a particular fact has no effect on a
situation and is not important.
presence noun when someone or something is present in a particular place
mental adjective relating to the health or state of someone's mind
environment noun the air, water, and land on Earth, which can be harmed by
man's activities :
urban adjective relating to towns and cities
rural adjective happening in or relating to the countryside, not the city
priorities noun the thing that you think is most important and that needs
attention before anything else:
economic adjective 1.relating to trade, industry, and the management of money
2.an economic process, activity etc produces enough profit for
it to continue
consequence noun something that happens as a result of a particular action or set
of conditions
depression noun 1.a medical condition that makes you very unhappy and
anxious and often prevents you from living a normal life:
2. a feeling of sadness that makes you think there is no hope
for the future:
3. a part of a surface that is lower than the other parts:
depressions in the ground
5. a mass of air under low pressure, that usually causes rain
Headword Part of Speech Definition/meaning
consumption noun the amount of energy, oil, electricity etc that is used
obesity noun when someone is very fat in a way that is unhealthy
coronary noun if someone has a coronary, their heart suddenly stops working
because the flow of blood to it has been blocked by a small
piece of solid blood [= heart attack]
sedentary adjective spending a lot of time sitting down, and not moving or
exercising very much
diabetes noun a serious disease in which there is too much sugar in your
blood
hypertension noun a medical condition in which your blood pressure is too high
expedition noun 1.a long and carefully organized journey, especially to a
dangerous or unfamiliar place, or the people that make this
journey:
2.a short journey, usually made for a particular purpose
journalist noun someone who writes news reports for newspapers, magazines,
television, or radio
arguably adverb used when giving your opinion to say that there are good
reasons why something might be true:
contribution noun something that you give or do in order to help something be
successful
OBE noun Officer of the Order of the British Empire
a special honour given to some British people for things they
have done for their country. OBE is written after someone's
name to show that they have been given this honour:
insightful adjective able to understand or showing that you understand what a
situation or person is really like [= perceptive]
heritage noun the traditional beliefs, values, customs etc of a family,
country, or society
Headword Part of Speech Definition/meaning
campaign noun a series of actions intended to achieve a particular result
relating to politics or business, or a social improvement:
crusade noun 1.a determined attempt to change something because you
think you are morally right [↪ campaign]
2.one of a series of wars fought in the 11th, 12th, and 13th
centuries by Christian armies trying to take Palestine from the
Muslims
honestly adverb used to emphasize that what you are saying is true, even
though it may seem surprising:
appropriate adjective correct or suitable for a particular time, situation, or purpose
intelligent adjective an intelligent person has a high level of mental ability and is
good at understanding ideas and thinking clearly:
generation noun 1.all people of about the same age:
2 .all the members of a family of about the same age:
3.the average period of time between the birth of a person and
the birth of that person's children
4 .a group of things that were developed from something else,
or from which better things were developed
immigrant noun someone who enters another country to live there permanently
treasure noun 1.a group of valuable things such as gold, silver, jewels etc
buried/hidden/sunken treasure
2.a very valuable and important object such as a painting or
ancient document:
3.someone who is very useful or important to you:
wealth noun a large amount of money, property etc that a person or
country owns:
2.a wealth of something a lot of something useful or good:
Headword Part of Speech Definition/meaning
dweller noun a person or animal that lives in a particular place:
graze verb if an animal grazes, or if you graze it, it eats grass that is
growing
alternative adjective an alternative idea, plan etc is different from the one you have
and can be used instead
accommodation noun a place for someone to stay, live, or work:
trek noun 1.a long and difficult journey, made especially on foot as an
adventure [= hike]:
2.a distance that seems long when you walk it:
trail noun a rough path across countryside or through a forest:
billion number 1.the number 1,000,000,000:
2.British English old use the number 1,000,000,000,000
manure noun waste matter from animals that is mixed with soil to improve
the soil and help plants grow
strict adjective expecting people to obey rules or to do what you say
voluntary adjective 1.an organization etc that is organized or supported by people
who give their money, services etc because they want to and
who do not intend to make a profit:
2. work etc that is done by people who do it because they
want to, and who are not paid:
mandatory adjective if something is mandatory, the law says it must be done
nutrients noun a chemical or food that provides what is needed for plants or
animals to live and grow:
landscape noun an area of countryside or land of a particular type, used
especially when talking about its appearance:
livestock noun animals such as cows and sheep that are kept on a farm
interfere verb to deliberately get involved in a situation where you are not
wanted or needed
Matching.
Match the correct meaning in X and Y .

X Y
1. trail a. a chemical or food that provides what
is needed for plants or animals to live
and grow:
2. treasure b. a person or animal that lives in a
particular place:
3. dweller c. waste matter from animals that is
mixed with soil to improve the soil and
help plants grow
4. nutrients d. a rough path across countryside or
through a forest:
5. manure e. a group of valuable things such as gold,
silver, jewels etc

X Y
6. appropriate a. the traditional beliefs, values, customs
etc of a family, country, or society
7. honestly b. correct or suitable for a particular time,
situation, or purpose
8. heritage c. if someone has , their heart suddenly
stops working because the flow of
blood to it has been blocked by a small
piece of solid blood
9. mental d. used to emphasize that what you are
saying is true
10. coronary e. relating to the health or state of
someone's mind
True or False.
Write T for true statements and F for the false ones in the boxes given below.

1. Bill Bryson was born in Iowa, UK, in 1951.


2. A backpacking expedition in 1973 brought him to England where he met
his boss and decided to stay and be a journalist and writer.
3. He has spent much of his life as a journalist for The Times and The
Independent.
4. In 2005 he was awarded an OBE for his contribution to literature adding to
the numerous awards he has had for his work. His writing is often funny
and insightful as well as being quite.
5. The campaign is going from strength to strength and he knows young
people play a huge role in reducing litter, so that’s why he interviewed
with UK Youth Parliament .
6. This idea that the quality of nature affects our mental health is not a new
one, but it has not greatly affected the planning of our urban and rural
environments, nor the setting of public health priorities.
7. In addition, many urgent physical health challenges, including obesity and
coronary heart disease, are also connected to sedentary lifestyles.
8. Irrespective of where we come from, it seems that the presence of living
things makes us feel depressed. They help us when we feel stressed, and if
there is green vegetation, blue sky and water in the scene, then we like it
even more.
9. The World Health Organisation estimates that depression and depression-
related illness will become the greatest source of ill-health by 2022.
10. Yet it is known that physically active people have a lower risk of dying
from coronary heart disease, type II diabetes, hypertension and lung
cancer. In the UK, there is evidence for a dramatic fall in physical activity
over the past 50 years.

Cloze Test.
Fills in the correct words or phrases
How does nature make us feel? Much, of course, ______1. on what else is important in our
lives. Is it a good or a bad day? _______2. of where we come from, it seems that the presence of
living things makes us feel good. They help us when we feel stressed, and if there is green
_________3., blue sky and water in the scene, then we like it even more. This idea that the
quality of nature _________4. our mental health is not a new one, but it has not greatly affected
the planning of our urban and rural _________5., nor the setting of public health priorities.
In the UK, more than 80% of people live in _______6 areas (Defra, 2004), though the
greater growth is now in rural areas. Urban settings by ________7. have less nature than rural
ones. And less green nature means _______8. mental well-being, or at least less opportunity to
recover from mental stress. As ________9. green environments have increasingly come under
pressure from economic development, so it seems our own wellbeing has suffered as a
________10. Today, stress and mental ill-health are becoming more common, and the associated
public health costs are growing.

depends vegetation urban reduced natural


Irrespective affects consequence environments definition

Pre-test
The Countryside.
1. The World Health Organisation _______________ that depression and depression-related
illness will become the greatest source of ill-health by 2020.
a. estimates
b. estimated
c. estimate
d. estimatize
2. Yet it is known that physically active people have a lower risk of dying from _____?
a. coronary heart disease
b. type II diabetes
c. hypertension
d. all of them
3. Bill Bryson is an______________ journalist and writer.
a. American
b. Cuban
c. German
d. British
4. Agriculture recycles 100% of all animal manures that it produces.
a. produced
b. producing
c. produces
d. products
5. Drive carefully on narrow country roads, always.
a. not wide
b. wide
c. shallow
d. deep

6.What are the advantages of living in the countryside?


a. Clean, fresh air
b. Less traffic jam
c. Open spaces
d. All correct
7. What are the disadvantages of living in the countryside?
a. Clean, fresh air
b. Less nightlife
c. Open spaces
d. More playing room for children
8.According to the findings of recent research by Agri Aware : How many percent of the
respondents considered their quality of life in the countryside to be good, citing peace and
relaxation as the main advantages to living there?
a. 75%
b. 85%
c. 80%
d. 90%
9. For how many billion has been spent by farmers over the past ten years to construct better
animal housing and manure storage facilities on Irish farms?
a. Over €5.2
b. Over €2.5
c. Over €3.5
d. Over €1.5
10. Animal manure is not waste, it is an important source of nutrients for crops.
What is the meaning of the underlined word?
a. waste matter from human that is mixed with soil to improve the soil and help plants grow
b. waste matter from animals that is mixed with soil to improve the soil and help plants grow
c. the way in which something is done or happens
d. polite ways of behaving in social situations

11. Avoid any damage to hedges, fences or dry stone walls.


What is the meaning of the underlined word?
a. a row of small bushes or trees growing close together, divide one field or garden from
another
b. a small bushes or trees growing close together
c. a row of small rocks lying close together, divide one field or garden from another
d. small bush or tree growing together
12. Make sure that your car does not block points of access or exit and is parked safely.
The underlined word can be replaced by
a. enter
b. entrance
c. gate
d. depart
13. A backpacking expedition in 1973 brought him to England where he met his wife and decided
to stay and be a journalist and writer.
What is the meaning of the underlined word?
a. a short journey, usually made for a particular purpose
b. a long and carefully organized journey, especially to a dangerous or unfamiliar place,
or the people that make this journey:
c. a funny adventure
d. Both a and b
14. He established an antilittering campaign across the country.
a. a small insect that lives in large groups
b. supporting or approving of something
c. opposed to
d. before someone or something

15. I didn’t know how to run a campaign so I approached the Campaign to Protect Rural England
and they invited me to be their President.
a. a series of actions intended to achieve a particular result relating to politics or business,
or a social improvement:
b. someone who is staying in a tent or shelter
c. a North American reindeer
d. the goods that are being carried in a ship or plane

Post-test
The Countryside.
1. The World Health Organisation _______________ that depression and depression-related
illness will become the greatest source of ill-health by 2020.
a. estimates
b. estimated
c. estimate
d. estimatize
2. Yet it is known that physically active people have a lower risk of dying from _____?
a. coronary heart disease
b. type II diabetes
c. hypertension
d. all of them
3. Bill Bryson is an______________ journalist and writer.
a. American
b. Cuban
c. German
d. British
4. Agriculture recycles 100% of all animal manures that it produces.
a. produced
b. producing
c. produces
d. products
5. Drive carefully on narrow country roads, always.
a. not wide
b. wide
c. shallow
d. deep

6.What are the advantages of living in the countryside?


a. Clean, fresh air
b. Less traffic jam
c. Open spaces
d. All correct
7. What are the disadvantages of living in the countryside?
a. Clean, fresh air
b. Less nightlife
c. Open spaces
d. More playing room for children
8.According to the findings of recent research by Agri Aware : How many percent of the
respondents considered their quality of life in the countryside to be good, citing peace and
relaxation as the main advantages to living there?
a. 75%
b. 85%
c. 80%
d. 90%
9. For how many billion has been spent by farmers over the past ten years to construct better
animal housing and manure storage facilities on Irish farms?
a. Over €5.2
b. Over €2.5
c. Over €3.5
d. Over €1.5
10. Animal manure is not waste, it is an important source of nutrients for crops.
What is the meaning of the underlined word?
a. waste matter from human that is mixed with soil to improve the soil and help plants grow
b. waste matter from animals that is mixed with soil to improve the soil and help plants grow
c. the way in which something is done or happens
d. polite ways of behaving in social situations

11. Avoid any damage to hedges, fences or dry stone walls.


What is the meaning of the underlined word?
a. a row of small bushes or trees growing close together, divide one field or garden from
another
b. a small bushes or trees growing close together
c. a row of small rocks lying close together, divide one field or garden from another
d. small bush or tree growing together
12. Make sure that your car does not block points of access or exit and is parked safely.
The underlined word can be replaced by
a. enter
b. entrance
c. gate
d. depart
13. A backpacking expedition in 1973 brought him to England where he met his wife and decided
to stay and be a journalist and writer.
What is the meaning of the underlined word?
a. a short journey, usually made for a particular purpose
b. a long and carefully organized journey, especially to a dangerous or unfamiliar place,
or the people that make this journey:
c. a funny adventure
d. Both a and b
14. He established an antilittering campaign across the country.
a. a small insect that lives in large groups
b. supporting or approving of something
c. opposed to
d. before someone or something

15. I didn’t know how to run a campaign so I approached the Campaign to Protect Rural England
and they invited me to be their President.
a. a series of actions intended to achieve a particular result relating to politics or business,
or a social improvement:
b. someone who is staying in a tent or shelter
c. a North American reindeer
d. the goods that are being carried in a ship or plane