ความรูความเขาใจในเพศวิถีและสุขภาพทางเพศของ

ชายที่มีเพศสัมพันธกบั ชาย และสาวประเภทสอง
คูมือสําหรับผูเขาอบรม

1

คํานํา
ป จ จุ บั น นี้ อั ต ราความชุ ก ของการติ ด เชื้ อ เอชไอวี ใ นประเทศไทยมี อั ต ราที่ สู ง โดยเฉพาะในกลุ ม ชายที่ มี
เพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง แมจะมีการทํางานในสวนของภาคองคกรชุมชนมากขึ้นเพื่อสามารถ
เขาถึงกลุมเปาหมายดังกลาวในการใหความรูและขอมูลดานการปองกันเอชไอวี ซึ่งสงผลใหกลุมเปาหมาย
สามารถประเมินความเสี่ยงของตัวเองและมีพฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัยมากขึ้น แตยังมีกลุมเปาหมาย
จํานวนไมมากที่สามารถเขาสูการบริการใหการปรึกษาและตรวจเอชไอวี (VCT service) องคการเอฟเอชไอ
(FHI) รวมกับ USAID และ Pact Thailand จึงไดรวมมือกันจัดโครงการสาธิตการใหบริการ ใหการปรึกษาและ
การตรวจเอชไอวี ใ นกลุ ม ชายที่ มี เ พศสั ม พั น ธ กั บ ชายและสาวประเภทสองใน 3 จั ง หวั ด ได แ ก กรุ ง เทพฯ
เชียงใหม และ ชลบุรี (พัทยา) โดยมีเปาหมายเพื่อใหโรงพยาบาล คลินิก หรือหนวยบริการที่เขารวมในโครงการ
สาธิตนี้สามารถเขาใจถึงอุปสรรคในการใหบริการกับกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองทัง้ ใน
สวนของการบริการและระดับบุคคล และสามารถพัฒนาปรับปรุงบริการของตนเพื่อลดอุปสรรคตางๆ ที่มีตอ
กลุมเปาหมายใหลดนอยลง และในทายที่สุด คาดหวังวา หลังจากมีการพัฒนาปรับปรุงบริการแลว อัตราการใช
บริการดังกลาวโดยกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองจะเพิ่มมากขึ้นตามลําดับ
จากการเก็บขอมูลเบื้องตนของโครงการ พบวา อุปสรรคหลักประการหนึ่งที่ทําใหกลุมเปาหมายไมเขามาใช
บริการดังกลาว คือ ทัศนคติเชิงลบของผูใหคําปรึกษาและเจาหนาที่ที่เกี่ยวของที่มีตอกลุมชายที่มีเพศสัมพันธ
กับชายและสาวประเภทสอง คูมือการอบรมฉบับนี้จึงไดรับการปรับปรุงขึ้นเพื่อใหขอมูลและสรางความรูความ
เขาใจในประเด็นดานสุขภาพทางเพศของชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองในประเทศไทย ทั้งใน
สวนของวิถีชีวิตและเพศวิถีของกลุมดังกลาว

กิตติกรรมประกาศ
คูมือการฝกอบรมฉบับนี้ดัดแปลงจากชุดฝกอบรมเรื่อง “ขอพึงรูและความเขาใจในเรื่องเพศในการสงเสริม
สุขภาพทางเพศสําหรับชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย” ขององคการเอฟเอชไอ สํานักงานประเทศเวียตนาม (FHI
Vietnam Office) และเรียบเรียงโดย ดร.แคธลีน เคซี่ย จากองคการเอฟเอชไอ สํานักงานภูมิภาคเอเชียและ
แปซิฟก (FHI APRO) และคุณเกรก คารล จากศูนยวิจัยโรคเอดส สภากาชาดไทย
ทั้งนี้ไดรับงบประมาณสนับสนุนจากองคการความชวยเหลือแหงรัฐบาลสหรัฐอเมริกา (USAID)

2

สารบัญ
หนา
บทที่ 1: ใครคือชายที่มีเพศสัมพันธกบั ชายและสาวประเภทสอง

4

บทที่ 2: กรอบความคิดเกีย่ วกับชายทีม่ ีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองใน
สังคมไทย

8

บทที่ 3: ความเสี่ยงและความเปราะบาง/โอกาสเสีย่ งตอการติดเชื้อเอชไอวีของ
ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง

12

บทที่ 4: ความซับซอนของความเสี่ยงตอการติดเชือ้ เอชไอวีในประเทศไทย

16

บทที่ 5: ความจําเปนในการใหบริการดานสุขภาพและวิธีการเขาถึงชายที่มี
เพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง

20

บทที่ 6: สุขภาพทางเพศและความตองการดานจิตวิทยาสังคมของชายที่มี
เพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง

22

บทที่ 7: วิธกี ารมีเพศสัมพันธที่ปลอดภัย

24

บทที่ 8: การใหคําปรึกษากับชายที่มีเพศสัมพันธกบั ชายที่มเี ชื้อเอชไอวีและสาว
ประเภทสองที่มีเชื้อเอชไอวี

28

บทที่ 9: การปรับสภาพแวดลอมของสถานบริการสุขภาพ

29

บทที่ 10: บทสรุปสําหรับผูใหบริการดานสุขภาพ

38

เอกสารอางอิง

39

3

บทที่ 1
ใครคือ ชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย และสาวประเภทสอง ?
คําวา “ชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย” หมายถึง ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายโดย ไมคํานึงวาจะมีเพศสภาวะแบบ
ใดหรือจะแสดงตัววาเปนเพศใด คําๆนี้มีขึ้นเนื่องจากปกติแลวมีชายที่รักเพศเดียวกันเพียงกลุมนอยเทานั้นที่จะ
ยอมรับวาตนเปนเกย หรือรักเพศเดียวกัน หรือเปนผูที่รักทั้งสองเพศ ในขณะที่ชายดังกลาวสวนใหญจะเรียก
ตัวเองตามพฤติกรรมและอัตลักษณทางเพศตามสภาพสังคมของตน โดยไมไดตัดสินตนเองตามพฤติกรรมทาง
เพศกับชายดวยกันแตอยางใด ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายหลายคนคิดวาตนเปนชายรักหญิงมากกวาชายรัก
เพศเดียวกันหรือชายรักสองเพศ โดยเฉพาะอยางยิ่งถาหากเขายังมีเพศสัมพันธกับผูหญิง หรือแตงงานแลว
หรือเปนฝายรุกในการมีเพศสัมพันธทางทวารหนัก หรือมีเพศสัมพันธกับผูชายเพื่อแลกกับเงินหรือสิ่งตอบแทน
อื่นๆ
ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายมีดวยกันหลายประเภท ซึ่งอาจแตกตางกันไปโดยขึ้นอยูกับเหตุปจจัยดังตอไปนี้ :
• อัตลักษณทางเพศโดยไมเกี่ยวของกับพฤติกรรมทางเพศ เชน (เกย คนรักเพศเดียวกัน คนรักตางเพศ
คนรักสองเพศ และสาวประเภทสอง รวมถึงเพศวิถีหรืออัตลักษณทางเพศอื่นๆ ที่อาจใชเรียกกัน)
• การยอมรับและเปดเผยอัตลักษณทางเพศของตนเอง
• คูนอน (ชาย/ หญิง / และ/หรือสาวประเภทสอง)
• เหตุผลในการมีเพศสัมพันธกับคูนอน (ชอบอยูแลว ถูกบังคับ มีแรงจูงใจในการหารายได ความสะดวก
ความสนุก และหรืออยูในสภาพแวดลอมที่มีแตผูชายลวน)
• บทบาทในการมีเพศสัมพันธ (เปนฝายรุก ฝายรับ หรือไดทั้งสองอยาง) และ
• ลักษณะที่เกี่ยวของกับเพศสภาวะ บทบาทและพฤติกรรม เชน เปนผูหญิง เปนผูชาย เปนแมน บุคลิก
ออกสาว คนที่แตงตัวเปนหญิง หรือแตงตัวตรงกับเพศสภาวะของตน)
ผูใหบริการสุขภาพควรรูอะไรบางเกี่ยวกับอัตลักษณทางเพศและพฤติกรรมทางเพศของผูใชบริการ ?
คําวา “ชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย” เปนคําที่ใชกันอยางแพรหลายในการทํางานดานเอชไอวี เพราะเปนคําที่ใช
สื่อถึงพฤติกรรมที่ทําใหชายเหลานี้มีโอกาสเสี่ยงตอการติดเชื้อ อยางไรก็ตาม ไดมีการโตแยงกันกันวาคําๆนี้
มุงเนนถึงพฤติกรรมทางเพศมากเกินไปซึ่งทําใหไมสามารถครอบคลุมถึงมิติดานอื่นๆ เชน อารมณความรูสึก
ความสัมพันธ อัตลักษณทางเพศ เปนสาเหตุใหบางองคกรหรือคนบางคนนิยมใชคําวา “ผูชายที่มีเพศสัมพันธ
กับผูชาย” มากกวา เพราะใหความหมายที่กวางกวา และสามารถครอบคุลมผูชายทุกประเภทที่มีเพศสัมพันธ
กับคนเพศเดียวกัน โดยเฉพาะอยางยิ่งคําวา “ผูชาย” ไมมีขอจํากัดดานอายุ จึงหมายรวมถึงเด็กผูชายที่มี
เพศสัมพันธกับเด็กผูชายดวยกัน และความสัมพันธทางเพศระหวางชายและเด็กชายอีกดวย (หมายเหตุ: เปน
อธิบายความของคําศัพทระหวาง men who have sex with men และ male who have sex with male)
อาจกลาวไดวาคําวา “ชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย” เปนการตอบสนองทางภาษาที่กําเนิดขึ้นในวัฒนธรรม
ตะวันตกเพื่อการอธิบายถึงกิจกรรมทางเพศระหวางชายดวยกัน อีกทั้งการกําเนิด วัฒนธรรมเกย ในประเทศ
ทางตะวันตกในชวงศตวรรษที่ 20 มีสวนทําใหเกิดความเชื่อที่วาคนเรามี 2 ประเภทเทานั้น นั่นก็คือ ผูที่เปนเกย
(รักเพศเดียวกัน) และชายจริงหญิงแท (รักตางเพศ) ซึ่งในปจจุบันแมวาแนวคิดเชนนี้จะเริ่มปรับเปลี่ยนไป แตก็
มีคนจํานวนมากในหลากหลายประเทศที่ยังคงแนวคิดเชนนี้ไว ผูชายจํานวนมากถือวาการมีเพศสัมพันธกับ
ชายดวยกันเปนแคสวนหนึ่งของชีวิตทางเพศของตนเทานั้น และไมมีความเกี่ยวของกับอัตลักษณทางเพศหรือ
สังคมของตนแตอยางใด ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายบางคนอาจสังเกตเห็นไดอยางชัดเจนในสังคมของเรา เชน
ชายที่ชอบแตงตัวเปนหญิงหรือใชเสื้อผาสิ่งของเครื่องใชของผูหญิง ในขณะที่ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายบาง
คนก็ดูกลมกลืนเหมือนผูชายทั่วไปจนไมสามารถรูไดเลยวาผูนั้นเปนชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย ดังนั้นในบาง
สังคมที่ไมเคยพบเห็นผูที่รักเพศเดียวกัน ก็อาจทําใหเกิดความเขาใจวาในสังคมนั้นไมมีผูที่รักเพศเดียวกันอยู
เลย แมวาในความเปนจริงแลว การมีเพศสัมพันธระหวางชายดวยกันมีอยูในเกือบทุกสังคม ดังนั้นการที่สังคม
ปฏิเสธถึงการมีอยูของผูที่รักเพศเดียวกันจึงไมใชภาพสะทอนความเปนจริงในสังคม
4

อาจเปนไปไดวาชายที่มีเพศสัมพันธกับชายสวนใหญในเกือบทุกประเทศในทวีปเอเชียเปนชายที่ไมยอมรับ
พฤติกรรมทางเพศของตนที่แตกตางไปจากผูชายทั่วไปในสังคม และมักไมกลายอมรับโดยเปดเผยวาตนเปน
เกยหรือเปนชายรักเพศเดียวกัน และไมกลายอมรับและพยายามปดบังวา ตนก็มีเพศสัมพันธกับชายหรือมี
ความสัมพันธกับชาย ซึ่งชายเหลานี้บางคนก็แตงงานและมีเพศสัมพันธกับผูหญิง บางคนยอมรับวาตนเปนชาย
รักสองเพศ บางคนก็คิดวาตนเองเปนชายรักหญิง หรือรักสองเพศ โดยมีเพศสัมพันธกับชายอื่นเปนบางครั้งเพื่อ
ตอบสนองความสุขทางเพศ เนื่องจากไมสามารถหาคูนอนที่เปนหญิงได ผูชายบางคนมีเพศสัมพันธกับสาว
ประเภทสองโดยไมไดคิดวาตนเองเปนเกยหรือเปนผูรักเพศเดียวกัน เพราะผูนั้นไมถือวาสาวประเภทสองเปน
ผูชายในสังคมของตน แตกลับถือเสมืองวาสาวประเภทสองก็เปนผูหญิงคนหนึ่ง

คนขามเพศ (Transgender) และเพศกํากวม (intersex)
คําศัพทที่ใชเรียกทัว่ ไป
คนขามเพศ เปนคําที่มีความหมายกวางที่ใชเรียกผูที่ไมไดมีลักษณะของ “ชายและหญิง” อยางชัดเจน
หรือใชเรียกคนที่ไมยอมรับเพศสภาพที่ถือกําเนิดมาของตนเอง บางครั้งอาจเรียกคนขามเพศวาผูที่มีความ
แปรผันทางเพศสภาพ
ผูมีจิตใจเหมือนเพศตรงขาม (transsexual) หมายถึง ผูที่รูสึกวาอัตลักษณทางเพศของตนไมตรงกับ
รางกายของตนที่ถือกําเนิดมาหรือไมตรงกับเพศสภาพของตนที่ถูกกําหนดโดยสังคม รวมทั้งหมายถึงผูที่
แปลงเพศจากชายเปนหญิง (male-to-female - MTF) หรือจากหญิงเปนชาย (female-to-male - FTM) และ
ยังหมายรวมถึงผูที่ยังไมไดผาตัดแปลงเพศ (“pre-op”) หรือ ผูที่ผาตัดแปลงเพศแลว (“post-op”) อีก
ดวย นอกจากนี้บางคนก็เรียกตัวเองวาผูที่ไมตองการผาตัดแปลงเพศ (”no-op”)
การแตงกายขามเพศ (Cross-dressing) หมายถึง การแตงกายดวยเสื้อผาที่ตามปกติแลวจะสวมใสโดยผูที่
มีเพศสภาพตรงกันขามซึ่งอาจใชเรียกทั้งผูมีจิตใจเหมือนเพศตรงขามและผูที่แตงกายขามเพศ (Crossdressers) ผูที่แตงกายขามเพศหรือบางครั้งเรียกอีกอยางหนึ่งวาชายที่ชอบแตงหญิง (transvestites) มักเปน
คําที่ใชเรียกผูที่ชอบแตงกายเหมือนเพศตรงขามแตไมไดมีความรูสึกขัดแยงในใจเกี่ยวกับเพศสรีระและอัต
ลักษณทางเพศของตนแตอยางใด ผูที่แตงกายขามเพศสวนใหญเปนผูชายที่รักตางเพศแตแตงกายขาม
เพศเพื่อความสนุกสนาน เพื่อแสดงบทบาทสมมุติ เพื่อคลายเครียด หรือเพื่อความพึงพอใจทางเพศ
โดยทั่วไปแลวมักจะไมคอยเรียกผูหญิงที่ชอบแตงตัวเหมือนผูชายวาเปนผูแตงกายขามเพศ เนื่องจาก
สังคมยอมใหผูหญิงแตงกายไดหลากหลายมากกวาผูชาย (เชนสามารถสวมกางเกงหรือไวผมสั้นได เปน
ตน)
นอกจากนี้ยังมีคําอีกหลายคําที่ใชเรียกบุคคลนั้นๆ ตามความคิดและความรูสึกของคนในสังคมหรือ
ตามการเปลี่ยนแปลงของเพศสภาพ เชน การขามผาน (Passing) หมายถึง ลักษณะของบุคคลที่คนใน
สั ง คมมองว า เหมื อ นกั บ มี เ พศสภาพที่ ต รงกั น ข า ม ส ว นคํ า ว า การเปลี่ ย นเพศสภาพ (Transitioning)
5

หมายถึงกระบวนการในการเปลี่ยนจากเพศสภาพหนึ่งไปเปนเพศสภาพตรงขาม ซึ่งเปนกระบวนการของ
การพัฒนาการที่มีหลายขั้นตอน
ในปจจุบันคนเราอาจไดยินคําวา เพศกํากวม (intersex) มากขึ้น คํานี้มักจะใชในวงการสาธารณสุขที่
ทํางานเกี่ยวกับสถานะทางเพศ (gender orientation) เพศกํากวมเกิดจากความผิดปกติในการพัฒนา
ลักษณะทางกายภาพที่บงบอกเพศจึงทําใหบุคคลนั้นมีลักษณะที่เปนเพศกํากวม (intersex conditions) ซึ่ง
อาจรวมถึงการมีความผิดปกติของอวัยวะเพศภายนอกหรืออวัยวะสืบพันธุภายใน โครโมโซมเพศหรือ
ฮอรโมนทางเพศ ดังตอไปนี้:
• อวัยวะเพศที่ปรากฏภายนอกไมสามารถบอกไดชัดเจนวาเปนชายหรือหญิง
• การพัฒนาของอวัยวะสืบพันธุภายในไมสมบูรณหรือผิดปกติ
• ความไมสอดคลองกันของลักษณะอวัยวะเพศภายนอกกับอวัยวะสืบพันธุภายใน
• ความผิดปกติของโครโมโซมเพศ
• ลักษณะที่ผิดปกติของอัณฑะหรือรังไข
• รางกายผลิตฮอรโมนเพศมากเกินไปหรือนอยเกินไป หรือ
• รางกายไมสามารถตอบสนองตอฮอรโมนเพศไดตามปกติ
การวินิจฉัยลักษณะที่เปนเพศกํากวมนี้อาจไมถูกตองเสมอไป แมแตผูเชี่ยวชาญเองบางครั้งก็ไมสามารถ
ตกลงกันไดวาอะไรที่เขาขายลักษณะที่เปนเพศกํากวมที่แทจริง และหนวยงานภาครัฐเองก็ไมไดเก็บ
ขอมูลสถิติเกี่ยวกับจํานวนคนที่มีเพศกํากวมอีกดวย ผูเชี่ยวชาญบางคนประมาณการวาเด็ก 1 คนใน
ทุก 1,500 คนที่เกิดมาจะมีอวัยวะเพศซึ่งไมสามารถบอกไดชัดเจนวาเปนเพศชายหรือเพศหญิง
เพศวิถีของผูที่มีเพศกํากวม
เด็กที่มีลักษณะที่เปนเพศกํากวมสวนใหญมักจะเติบโตขึ้นเปนคนรักตางเพศ แตบางคนที่มีลักษณะที่เปน
เพศกํากวมบางอยางมีแนวโนนสูงที่จะเติบโตขึ้นเปนผูใหญที่เปนเกย เลสเบี้ยน หรือเปนคนรักสองเพศ
หมายเหตุ: ในคูมือเลมนี้ขอใชคําศัพทเรียก คนขามเพศ วา “สาวประเภทสอง”

มีผูชายจํานวนมากที่โดยธรรมชาติแลวเปนผูที่ชอบผูหญิง แตมีความจําเปนตองมีเพศสัมพันธกับผูชายดวยกัน
เนื่องจากไมสามารถหาผูหญิงมาเปนคูและมีเพศสัมพันธดวยได เนื่องดวยเงื่อนไขหลายประการ อาจจะดวย
การอยูในสังคมแบบอนุรักษนิยมซึ่งไมอนุญาตใหหญิงชายอยูรวมกัน หรืออยูในสภาพแวดลอมที่มีแตชายลวน
เปนระยะเวลายาวนาน เชน เรือนจํา คายทหาร ที่พักของแรงงานตางชาติ หรือสถานศึกษาชายลวน การที่ไม
สามารถมีเพศสัมพันธกับผูหญิงไดทําใหผูชายเหลานี้จําเปนตองหาทางออกเพื่อระบายความตองการทางเพศ
ดวยการมีเพศสัมพันธกับผูชายดวยกัน พฤติกรรมทางเพศนี้ไมไดมีความเกี่ยวของกับการเปนเกยหรือการเปน
ชายรักเพศเดียวกันแตอยางใด ชายบริการในหลายประเทศในทวีปเอเชียสวนใหญรูตัวดีวาเปนชายรักหญิง แต
6

จะยอมมีเพศสัมพันธกับผูชายดวยก็เพราะจําตองหารายไดเลี้ยงครอบครัว คนเหลานี้สวนใหญมีคูครองหรือมี
คนรักเปนผูหญิง แตก็มีชายบริการจํานวนมากที่รูวาตัวเองเปนเกยหรือชายรักชาย และมีเพศสัมพันธเฉพาะกับ
ผูชายดวยกันเทานั้น ผูชายบางคนชอบมีเพศสัมพันธกับผูชายเทานั้นแตไมไดตองการมีเพศสัมพันธกับผูหญิง
แตกลับถูกบังคับใหแตงงานและมีครอบครัวจึงทําใหตองมีเพศสัมพันธกับผูหญิง บางคนชอบผูชายแตก็มี
เพศสัมพันธกับผูหญิงได หรือในทางกลับกันบางคนชอบผูหญิงแตก็มีเพศสัมพันธกับชายได บางคนตองการมี
เพศสัมพันธเฉพาะกับผูหญิงเทานั้นแตอาจจะมีเพศสัมพันธกับผูชายเพื่อแลกกับเงินหรืออาจจะเปนเพราะไม
สามารถหาผูหญิงมานอนดวยได ในทํานองเดียวกัน สถานการณเชนนี้ก็อาจจะเกิดขึ้นไดกับสาวประเภทสอง
เชนกัน อันเนื่องมาจากความจําเปนบางประการ
ทําไมผูชายบางคนจึงมีรักเพศเดียวกัน ?
ไมมีขอมูลแนชัดวา เพราะเหตุใดหลายคนจึงเปนผูที่รักตางเพศ และทําไมบางคนจึงรักเพศเดียวกัน บางทฤษฎี
ใหความสําคัญกับความแตกตางดานชีววิทยาระหวางคนที่เปนคนรักตางเพศและคนรักเพศเดียวกัน เชน ระบบ
รางกายและสมอง และทฤษฎีนี้ยังเชื่ออีกวา คนบางคนเกิดมาพรอมกับเพศวิถีที่ถูกกําหนดมาตั้งแตเกิด แตจาก
การทดลองและทดสอบเพื่อหาความแตกตางของชายทั้งสองประเภทนี้ โดยการวัดระดับฮอรโมน ตรวจสอบ
อวัยวะที่บงบอกเพศ และโครงสรางของสมอง ก็ยังไมพบหลักฐานที่สามารถใชแยกประเภทของคนทั้งสองแบบ
นี้ไดอยางชัดเจน
ในทางจิตวิทยามีคําอธิบายที่มุงเนนปจจัยทางดานอิทธิพลจากประสบการณชีวิต รูปแบบของการเลี้ยงดูในวัย
เด็ก ความสัมพันธกับคนอื่นๆ โดยเฉพาะอยางยิ่งกับพอแม ความคิดเรื่องเพศวิถีและพฤติกรรมของบุคคลจะ
ไดรับอิทธิพลมาจากสภาพแวดลอมในครอบครัว ประสบการณสวนตัว และความรูสึกนึกคิดเกี่ยวกับตัวเองของ
บุคคลนั้นๆเอง ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องเพศมักจะกอตัวขึ้นจากคานิยมของครอบครัว ซึ่งในภายหลังความเชื่อ
เหลานี้จะแปรเปลี่ยนไปตามประสบการณทางเพศซึ่งอาจเปนความรูสึกที่ดีหรือความรูสึกในเชิงลบก็ได และ
ความรูสึกเหลานี้เองที่จะทําใหเขาตัดสินใจที่จะมีพฤติกรรมทางเพศไปในทางใดทางหนึ่งหรือเลือกคูนอนเปน
แบบใดในที่สุด แตอยางไรก็ตามในตลอดชวงชีวิตของคนๆหนึ่ง สิ่งที่มีอิทธิพลที่สุดตอพัฒนาการและพฤติกรรม
ทางเพศก็คือความรูสึกนึกคิดเกี่ยวกับตัวเองของบุคคลนั่นเอง
นอกจากนี้ยังมีอีกทฤษฎีหนึ่งกลาววา การที่คนเราเลือกที่จะเปนเพศใดนั้นขึ้นอยูกับความตั้งใจของแตละคน
และการที่ผูชายบางคนมีเพศสัมพันธกับผูชายดวยกัน เกิดขึ้นเพราะมีความตองการจะหลีกเลี่ยงบทบาททาง
เพศที่สังคมกําหนด แตละทฤษฎีที่กลาวมานี้ยังมีหลักฐานสนับสนุนไมมากนัก ดังนั้นจึงมีนักวิจัยหลายคนคิด
วารสนิยมทางเพศเปนผลรวมกันที่เกิดมาจากทั้งปจจัยทางธรรมชาติและปจจัยสภาพแวดลอมทางสังคม
ชายขายบริการและสาวประเภทสองที่ขายบริการ
ผูขายบริการทางเพศครอบคลุมถึงกลุมคนที่แตกตางหลากหลาย จึงไมสามารถจะระบุไดอยางชัดเจนวา คน
เหลานี้มีพฤติกรรมและทัศนคติเรื่องการปองกันการติดเชื้อเอชไอวีและการดูแลรักษาตนเองอยางไร เชน บาง
คนอาจจะเปนผูใชยาเสพติดชนิดฉีด บางคนเปนชายหรือหญิงที่แตงงานแลว บางคนเปนลูกจาง (ถูกบังคับ
หลอกลวง ขมขูใหขายบริการ หรือถูกสงไปตางประเทศ) บางคนอาจจะเปนนักเรียนนักศึกษา หรือชนกลุมนอย
ผูขายบริการอาจมีเพศสภาวะไดทุกรูปแบบ (ชาย หญิง หรือคนขามเพศ) บางคนอาจจะทํางานนี้ชั่วคราว แต
บางคนยึดเปนอาชีพประจําของตน การจัดบริการสุขภาพทั้งดานการปองกันและดูแลรักษาจึงตองดูแลให
ครอบคลุม ไมเฉพาะตัวผูใหบริการทางเพศเทานั้น แตรวมถึงคูนอน สามี ภรรยา พอแมดวย

7

บทที่ 2
กรอบความคิดเกี่ยวกับชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองในสังคมไทย

คําวา “ชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย” (MSM) ใชเพื่ออธิบายพฤติกรรมมากกวาการบงบอกถึงอัตลักษณ คําๆนี้มี
ขึ้นเพื่ออธิบายถึงชายทุกคนที่มีเพศสัมพันธกับชายดวยกัน โดยไมคํานึงวาสภาพแวดลอม ความชอบ หรือการ
ระบุเพศของตนจะเปนอยางไร (Foreman, 2003) คําๆ นี้เริ่มเปนที่รูจักในประเทศไทยในชวงป 2523 พรอมๆ
กับการแพรระบาดของเชื้อเอชไอวี การหาคําอื่นที่มีความหมายเทียบเคียงในภาษาไทยมาใชทดแทนคํานี้
คอนขางทําไดยาก จึงมีการใชคํานี้กันอยางแพรหลาย ซึ่งคนไทยสวนใหญอาจจะไมคุนเคยเทาใดนัก ในขณะที่
คํ า ที่ เ ป น ที่ รู จัก คุ น หู ม ากกว า ในสั ง คมไทย คื อ คํ า ว า “กะเทย” แต คํ า ว า กะเทยนั้ น ไม ไ ด มี ค วามหมายที่ จ ะ
ครอบคลุมพฤติกรรมทางเพศทั้งหมดของชายที่มีเพศสัมพันธกับชายได สวนคําอื่นๆ ที่ใชเพื่ออธิบายพฤติกรรม
เพศของชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย เชน เกย แมคํานี้จะเขาใจไดไมยากในการตีความทั่วไป แตก็มีความหมาย
ที่แตกตางออกไปตามสภาพแวดลอมและสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของแตละบุคคล
ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายประเภทตางๆ 1
เรื่องชายรักชายไมใชเรื่องใหมสําหรับประเทศไทย แตพฤติกรรมดังกลาวกลับตองปกปดซอนเรน เพราะเปน
เรื่องละเอียดออนซึ่งเกิดมาจากบรรทัดฐานและคานิยมทางสังคมไทย และเนื่องจากผูที่มีพฤติกรรมเชนนี้มักจะ
ถูกตีตราจากสังคมรอบขาง จึงเปนเหตุใหชายที่มีเพศสัมพันธกับชายมีรูปแบบในการแสดงออกถึงตัวตนหรืออัต
ลักษณทางเพศของตนที่หลากหลายแตกตางกันออกไป
ในต างจั งหวัดหรื อในสังคมชนบทของไทย พฤติกรรมทางเพศระหวางชายดวยกัน ถูกจํ ากัดอยูเ พียงคําวา
“กะเทย” กับ “ผูชาย” คําวา กะเทย เปนคําไทยเดิมที่มีความหมายถึงผูหญิงหรือผูชายซึ่งอยากเปนอีกเพศหนึ่ง
ในภาษาสมัยใหมคํานี้หมายถึงคนมีความรูสึกเปนเพศตรงขาม พยายามทําตัวใหเปนเพศที่ตนตองการ หรือ
เปนชายที่กระตุงกระติ้ง ซึ่งอาจถูกเรียกดวยคําตางๆ ที่มีความหมายวาเปนกะเทย แตในตางจังหวัดหรือใน
สังคมเขตชนบทมักจะไมรังเกียจคนที่เปนกะเทย อีกทั้งกะเทยยังสามารถมีสวนรวมในกิจกรรมทางสังคมได
โดยเฉพาะอยางยิ่งในระดับครอบครัวและหมูบาน การยอมรับโดยปริยายเชนนี้มักเกิดจากความเชื่อของคนใน

1

1

Excerpts from: HIV and Men Who Have Sex with Men : HIV/AIDS and Human Rights in Southeast Asia. Expert Meeting on
HIV/AIDS, Organized by Asia-Pacific Regional Office of the United Nations of the High Commissioner for Human Rights (OHCHR),
23 – 24 March 2004. Adapted from "HIV and men who have sex with men: Perspectives from selected Asian Countries" Roy Chan,
Ashok Row Kavi, Greg Carl, Shivanada Khan, Dede Oetomo, Michael L. Tan and Tim Brown, AIDS 1998, 12 (Suppl B):S59-S68.
The current article updates the situation focusing on the countries of Southeast Asia, and with an emphasis on human rights in
relation to MSM and HIV/AIDS

8

ชนบทวาเปนเรื่องของเวรกรรมจากการประพฤติผิดในกามที่ติดตัวมาตั้งแตอดีตชาติ ดังนั้นการที่กะเทยจะ
แสดงออกถึงความสนใจในเพศเดียวกันจึงถือเปนเรื่องธรรมดา
บทบาทของผูชายที่มีเพศสัมพันธกับชายอาจกําหนดหรือจําแนกไดยากกวา โดยทั่วๆ ไป มักหมายถึงชายที่คิด
วาตนเปนชายแทแตมีเพศสัมพันธกับทั้งหญิงและชาย การที่สังคมยังมีคานิยมวาผูหญิงจะตองรักนวลสงวนตัว
จนกวาจะแตงงาน ทําใหผูชายไทยตองหาทางออกในการระบายความตองการทางเพศกับหญิงบริการ และอีก
ทางเลือกหนึ่งก็คือกะเทยนั่นเอง โดยเฉพาะอยางยิ่งความเปนชายหรือเพศวิถีของผูชายจะถือวาปรกติเมื่อตนมี
บทบาทเปนฝายรุกกับกะเทย ทางออกอีกทางหนึ่งคือวิธีที่เรียกวาเพื่อนชวยเพื่อน หมายถึง การที่ผูชายสองคน
มีความเขาใจและใกลชิดสนิทสนมกันในภาวะแวดลอมที่มีแตเพศเดียวกัน จึงอาศัยรางกายของกันและกันใน
การสนองความตองการทางเพศ เพราะตองรักษาความบริสุทธิ์หรือพรหมจรรยผูหญิง การกระทําเชนนี้ไมนับวา
เปนการรักเพศเดียวกัน เพราะเปนเพียงเรื่องของทางกายที่ไมมีความรูสึกทางอารมณหรือจิตใจมาเกี่ยวของ2
แตเมื่อใดที่มีอารมณความรูสึกเขามาเกี่ยวของ ก็จะทําใหเขาใจไดยากวาทําไมผูชายคนหนึ่งจึงเกิดความรูสึก
รักใครชอบพอผูชายเหมือนกันไดทั้งๆ ที่ก็เปนผูชายเหมือนกันและไมมีลักษณะของความเปนกะเทยแตอยางใด
ดังนั้นความสัมพันธระหวางคนเพศเดียวกันจึงอาจเกิดขึ้นและดําเนินตอไปไดตราบเทาที่ไมเปดเผยใหผูอื่น
ไดรับรู
ในสังคมกึ่งชนบทหรือสังคมเมืองในตางจังหวัด แมจะยังมีแนวคิดและความรูสึกของการแบงแยกความเปนชาย
และการเปนกะเทยตามที่ไดอธิบายไวขางตน แตคําวา “เกย” ก็เริ่มเปนที่รูจักและเขาใจมากขึ้น แมในชนบทที่
หางไกลออกไปคําวาเกยจะมีความหมายเหมือนกะเทย แตในสังคมเมือง คําวาเกย จะหมายถึงผูชายที่มี
ลั ก ษณะเหมื อนผู ช ายทั่ วไป เพี ย งแต ช อบผูช ายด ว ยกัน แม ว า คํ า ว า เกยจ ะสามารถครอบคลุ ม ถึ ง อารมณ
ความรูสึกของการชอบเพศเดียวกันของชายได แตคําวา เกยคิง หรือ เกยควีน ก็ชวยใหเขาใจถึงบทบาทใน
ความสัมพันธและบทบาททางเพศไดดียิ่งขึ้น
ในสังคมเมืองคําวา เกย ถือเปนคําเรียกธรรมดาเหมือนกับคําวา ผูชาย และ กะเทย แตคําที่แสดงถึงบทบาท
ทางเพศกลับไมแนนอนหรือตายตัวเสมอไป ในรายงานเรื่อง พลวัตและบริบทของเพศสัมพันธระหวางชายกับ
ชายในประเทศอินโดนีเชียและประเทศไทย3 ระบุวา “บทบาทในกิจกรรมทางเพศและเพศสภาวะของแตละคน
อาจจะไมมีความสัมพันธกันแตอยางใด” ดังนั้นจึงไมแนนอนเสมอไปวา ผูที่มีลักษณะภายนอกเหมือนชาย
ทั่ ว ไปจะมี เ พศสั ม พั น ธ เ ป น ฝ า ยรุ ก และผู ที่ มี ลั ก ษณะกระตุ ง กระติ้ ง เหมื อ นผู ห ญิ ง จะเป น ฝ า ยรั บ เท า นั้ น
เชนเดียวกับคําวา “ไบ” บางครั้งอาจหมายถึงชายที่มีเพศสัมพันธกับชายหรือหญิงก็ได หรือบางครั้งก็อาจ
หมายถึงคนที่เปนไดทั้งรุกและรับในการมีเพศสัมพันธกับผูชายดวยกัน (หรือบางคนเรียกวา “โบธ”)

2

Lyttleton C: Framing Thai sexuality. TAJA 1995, 6:135-139.
The Dynamics and Contexts of Male-to-Male Sex in Indonesia and Thailand, Australian Research Centre in Sex, Health and
Society and La Trobe University, 2006.
3

9

ดวยเหตุที่ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายมีความหลากหลายไปตามลักษณะทางสังคม อีกทั้งนิยามที่ไมชัดเจน
ตายตัว ความเขาใจของผูใหบริการสาธารณสุขเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ทําใหผูมารับบริการมีความเสี่ยงจึงเปนเรื่อง
ที่สําคัญยิ่ง เพราะจะชวยปองกันมิใหทําการประเมินหรือตัดสินผูมารับบริการจากบุคลิกภายนอกเทานั้น
คําศัพทที่ใชเรียกและผลกระทบ
แมการมีเพศสัมพันธกับเพศเดียวกันในระหวางผูใหญที่สมัครใจเปนเรื่องไมผิดกฎหมายในประเทศไทย แตการ
มีเพศสัมพันธระหวางชายกับชายยังคงถูกจํากัดดวยกรอบทางสังคมและวัฒนธรรม ดังนั้นการที่สังคมตีตราตอ
ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายจึงเปนปจจัยที่ชวยเพิ่มความเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวีและสงผลกระทบตอสุขภาพ
ของผูนั้น เพราะอาจทําใหชายเหลานี้หลีกเลี่ยงหรือไมกลาที่จะไปรับบริการทางสังคมและสาธารณสุข ทายที่สุด
ก็จะไมสามารถเขาถึงคนกลุมนี้ได ซึ่งเปนกลุมที่ตองการขอมูล ความเขาใจ และการปรึกษามากที่สุด4
การตีตราทางสังคมสามารถเห็นไดจากถอยคําหรือความหมายที่ใชเรียกชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย คําบางคํา
อาจเปนที่ยอมรับได แตในขณะที่บางคําแสดงถึงการตีตราและการดูถูกชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย เชน คําวา
“ตุด” (ซึ่งไดรับอิทธิพลมาจากภาพยนตรเรื่อง ตุดซี่ ใชเรียกชายที่กระตุงกระติ้ง กะเทย หรือคนขามเพศ) คําวา
บอย (ปรับมาจากคําภาษาอังกฤษที่ใชเรียกชายที่มีเพศสัมพันธกับชายทั่วๆ ไป แตมีความหมายบงบอกถึง
สถานภาพในความสั ม พั น ธ ) เลดี้ บ อย (เป น คํ า ภาษาอั ง กฤษที่ ใ ช เ รี ย กคนข า มเพศ) มั น นี่ บ อย (เป น คํ า
ภาษาอังกฤษที่ใชเรียกชายขายบริการ) โดยทั่วไปคําที่กลาวมาขางตนบางคนก็อาจจะใชคําศัพทเหลานี้ในการ
ใชเรียกตัวเองเวลาพูดคุยกับคนที่มีความสัมพันธใกลชิด แตคําเหลานี้ผูอื่นไมควรใชในการสื่อสารกับคนที่อยู
ภายนอกความสัมพันธหรือเครือขายทางสังคมหรือเครือขายเพื่อนของตน เชน ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายบาง
คน อาจจะเรียกกัน และกัน ว า “กะเทย” แต ถาเปน คนอื่ นที่ไมมีความสนิท คุน เคยแตอยางใดมาเรี ยกแบบ
เดียวกันนี้ก็จะทําใหรูสึกโกรธหรือขุนเคืองใจเปนอยางมาก
ดังนั้นผูใหบริการทางสาธารณสุขจึงไมควรใชคําที่กลาวมาขางตนเรียกผูอื่นที่ไมสนิท (แมผูนั้นจะใชคําศัพท
เดียวกันเรียกตัวเองก็ตามเวลาพูดคุยในกลุมเพื่อนที่สนิท) แตควรเรียกตามที่ผูมารับบริการตองการใหเรียก
เพราะการระบุเพศของคนๆ หนึ่งอาจไมใชภาพสะทอนพฤติกรรมทางเพศของคนๆ นั้น นอกจากนี้นผูใหบริการ
บางคนอาจจะเคยพบวา มีผูมารับบริการชาวตางชาติที่เปนคนรักเพศเดียวกันที่มาขอรับการตรวจเอชไอวี
เพราะไมสะดวกใจที่จะไปรับบริการการตรวจเอชไอวีในประเทศตนเองเนื่องจากการเปนผูที่รักเพศเดียวกันใน
ประเทศของเขานั้ นถื อเปน เรื่ องผิดกฎหมาย ผูมาขอรั บบริการกลุ มนี้จึง อาจรูสึก อึดอัดและลําบากใจที่จะ
เป ดเผยรสนิ ย มทางเพศของตนให ผู อื่ น ไดท ราบ (โดยเฉพาะผูใ หบ ริก ารสาธารณสุ ข) ดั ง นั้ น ผู ใ หบ ริก าร
สาธารณสุขจึงควรมุงเนนทําความเขาใจถึงพฤติกรรมทางเพศของผูมารับบริการมากกวาที่จะใหความสนใจใน
รสนิยมทางเพศหรืออัตลักษณทางเพศของผูนั้น
4

McCamish M, Storer G, Carl G, Kengkanrua K: Why should more attention be given to male-male sex encounters in Thailand. IV
International Congress on AIDS in Asia and the Pacific. Manila, October 1997 [abstract C(P)082].

10

การเปดเผยอัตลักษณทางเพศและรสนิยมทางเพศ
แมวาในประเทศไทยจะไมมีการรังเกียจหรือดูถูกการรักเพศเดียวกันอยางชัดเจนมากนักเมื่อเปรียบเทียบกับ
ประเทศอื่นๆแลว แตไมไดหมายความวาการรักเพศเดียวกันจะเปนที่ยอมรับโดยทั่วไปในสังคม และแมจะเห็น
วาในสังคมจะไมไดมีมาตรการในการปองกันหรือลงโทษผูที่รักเพศเดียวกัน แตการที่สังคมรับไดเชนนี้ก็ไมได
แปลวาเปนการยอมรับโดยสิ้งเชิง ทั้งนี้จะเห็นไดจากการชายที่มีเพศสัมพันธกับชายบางคนแสดงความวิตก
กังวลกลัววาการเปดเผยพฤติกรรมทางเพศของตนอาจสงผลกระทบตอหนาที่การงาน หรืออาจถึงขั้นถูกไลออก
จากงาน บางคนแสดงความรูสึกอึดอัดใจที่ตองมีชีวิตสองรูปแบบ แบบหนึ่งคือการแสดงใหครอบครัวและเพื่อน
รวมงานยอมรับ อีกแบบหนึ่งคือการไดเปนตัวของตัวเองกับคนที่เปนชายที่มีเพศสัมพันธกับชายดวยกัน แมวา
การแสดงความรังเกียจและดูถูกในสังคมอาจไมชัดเจนนัก แตชายที่มีเพศสัมพันธกับชายสวนใหญก็ยังคงไม
กลาเปดเผยตัวตนที่แทจริงของตัวเอง ดังนั้นการเปดเผยจึงมักจํากัดอยูแตเฉพาะกลุมคนสนิท เชนเพื่อนสนิทที่
คบกันมาเปนเวลานาน เพื่อนเกาสมัยที่เปนนักเรียน เพื่อนรวมงานที่สนิทกันมาก หรือคูของตนเทานั้น
การใหบริการตางๆที่มีในประเทศไทย มักมีเปาหมายเฉพาะสําหรับประชากรกลุมใดกลุมหนึ่งอยางชัดเจน เชน
การบริการสําหรับชายแท เกย สาวประเภทสอง ชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย หรือชายขายบริการ ซึ่งยังคงเปน
การแบงบนพื้นฐานของเรื่องเพศมากกวาที่จะมุงประเด็นการใหบริการไปที่เรื่องของพฤติกรรม จึงทําใหคนกลุม
นี้ยิ่งเผชิญกับความเสี่ยงในการติดเชื้อมากขึ้นเพราะความกลัวที่จะถูกเปดเผยความลับในเรื่องเพศ ทําใหคน
เหลานั้นไมกลาที่จะยอมรับพฤติกรรมทางเพศของตน และยังไมกลาเขาไปรับขอมูลขาวสารและบริการตรวจ
รักษาโรคติดตอทางเพศสัมพันธ และการตรวจเอชไอวี ไปจนถึงําการบริการดานสุขภาพที่เหมาะสมอื่นๆดวย
เครือขายทางเพศของชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย
เครือขายทางเพศของชายที่มีเพศสัมพันธกับชายมักเกิดจากปฏิสัมพันธระหวางคนที่มีอัตลักษณทางเพศหลาย
แบบ ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายอาจมีเพศสัมพันธกับคนในกลุมเดียวกัน หรือกับชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย
กลุมอื่นๆ และกับชายหรือหญิงที่เปนคนรักตางเพศดวย ในรายงานเรื่อง “พลวัตและบริบทของเพศสัมพันธ
ระหวางชายกับชายในประเทศไทยและอินโดนีเชีย5“ ระบุวาเครือขายการมีเพศสัมพันธมักเริ่มมาจากเครือขาย
ทางสังคม นอกจากนี้ยังพบวา เครือขายทางสังคมของชายที่มีเพศสัมพันธกับชายในประเทศไทย มักเกิดจาก
กลุมคนที่มีลักษณะทางเพศคลายๆ กัน มีระดับการเปดเผยอัตลักษณทางเพศที่ใกลเคียงกัน รวมถึงสถานภาพ
ทางเศรษฐกิจและสังคมที่ใกลเคียงกัน โดยทั่วๆไปการมีกิจกรรมทางเพศมักจํากัดอยูในเครือขายทางสังคม
เดียวกัน แตการมีปฏิสัมพันธขามเครือขายก็อาจนําไปสูกิจกรรมทางเพศไดเชนกัน

5

The Dynamics and Contexts of Male-to-Male Sex in Indonesia and Thailand, Australian Research Centre in Sex, Health and
Society and La Trobe University, 2006.

11

บทที่ 3
ความเสี่ยงและความเปราะบาง/โอกาสตอการติดเชื้อเอชไอวีของ
ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง

ความเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวี
อัตลักษณทางเพศและพฤติกรรมทางเพศของชายที่มีเพศสัมพันธกับชายนั้นมีความแตกตางที่สําคัญอยูหลาย
ประการ และดวยความแตกตางนี้เองจึงไมควรสรุปวา ผูชายทุกคนที่มีเพศสัมพันธกับชายดวยกันจะตองมี
ความเปราะบางหรือโอกาสตอการติดเชื้อเอชไอวีเหมือนกัน ชายที่มีเพศสัมพันธกับคูประจําซึ่งมีความสัมพันธ
ดวยเปนเวลานานอาจเปนคนรักเดียวใจเดียวก็ได (หรืออาจจะไมก็ได) สวนชายที่มีเพศสัมพันธอยางปลอดภัย
เสมอยอมมีความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีที่นอยกวาชายที่มีคูนอนหลายคนหรือมีเพศสัมพันธโดยไมปองกัน
ดังนั้นการมีเพศสัมพันธทางทวารหนักโดยไมไดใชถุงยางอนามัย เปนสาเหตุหลักของการติดเชื้อเอชไอวีในกลุม
ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายดวยกัน ชายเหลานี้บางคนมีคูนอนเปนหญิง ซึ่งการที่ผูชายมีเพศสัมพันธทางทวาร
หนักกับผูชายดวยกันโดยไมไดใชถุงยาง จึงอาจจะทําใหหญิงคูนอนหรือลูกของตนมีโอกาสเสี่ยงตอการติดเชื้อ
เอชไอวีดวยเชนกัน และในทํานองเดียวกัน การมีเพศสัมพันธทางชองคลอดหรือทางทวารหนักระหวางชายและ
หญิงโดยไมไดใชถุงยางอนามัย ก็เปนสาเหตุที่ทําใหคูนอนของคนๆ นั้นมีโอกาสเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวีดวย
เชนกัน
ความเสี่ยงของการติดเชื้อเอชไอวีจากการมีเพศสัมพันธทางทวารหนักระหวางชายที่มีเพศสัมพันธกับชายหรือ
ชายกับหญิง จะมีความเสี่ยงที่สูงมากหากไมไดใชถุงยางอนามัยในขณะที่มีเพศสัมพันธ เนื่องจากผิวเยื่อบุ
ภายในบริเวณทวารหนักมีความบอบบางและฉีกขาดไดงาย แมแตรอยถลอกเล็กนอยที่เกิดขึ้นในชองทวารหนัก
ก็ ส ามารถเป น ช อ งทางให เ ชื้ อ เอชไอวี เ ข า สู ร า งกายได แต ถึ ง แม จ ะไม มี ร อยถลอกก็ ยั ง เชื่ อ กั น ว า เซลล ใ น
ชองทวารหนักมีภูมิคุมกันเชื้อเอชไอวีต่ํากวาเซลลบริเวณอื่นของรางกาย คนที่เปนฝายรับในการมีเพศสัมพันธ
ทางทวารหนักโดยไมไดใชถุงยางปองกัน จะมีความเสี่ยงสูงกวาผูหญิงที่มีเพศสัมพันธทางชองคลอดกับชายที่
ติดเชื้อเอชไอวีโดยไมไดใชถุงยางปองกันหลายเทา ผูชายบางคนชอบที่จะมีกิจกรรมทางเพศดวยการเอากําปน
สอดเขาไปในทวารหนักของคูนอนกอนที่จะสอดใสอวัยวะเพศของตน วิธีการเชนนี้จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะทํา
ใหผิวหนังบริเวณทวารหนักฉีกขาดมากขึ้น การมีเพศสัมพันธทางทวารหนักที่ไมไดปองกันทําใหคูนอนที่เปน
ฝายรุกมีความเสี่ยงตอการติดเชื้อไดเชนกันหากคนที่เปนฝายรับนั้นมีเชื้อเอชไอวีแลว ยิ่งไปกวานี้ การเปน
โรคติดตอทางเพศสัมพันธที่ยังรักษาไมหาย เชน ซิฟลิส หนองในแท หรือหนองในเทียมก็ตาม ยิ่งเพิ่มโอกาส
เสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวีมากยิ่งขึ้นหากคูนอนของตนมีเชื้อเอชไอวี
การมีเพศสัมพันธทางปาก (ปากกับอวัยวะเพศชาย) เปนอีกกิจกรรมทางเพศที่เกิดขึ้นบอยครั้ง แมวาโอกาส
เสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวีจะคอนขางต่ํา แตอาจจะไดรับเชื้อโรคติดตอทางเพศสัมพันธอื่นๆก็ได แตวิธีการ
ปองกันที่ดีที่สุดคือ การใชถุงยางอนามัย หลายคนไมใชถุงยางอนามัยเพราะกลิ่นและรสของถุงยางอนามัย
นั้นเองทําใหลดความสุขทางเพศลง การหลั่งน้ําอสุจิในปากของคูนอนเปนอีกวิธีหนึ่งที่ทําใหเกิดความเสี่ยงตอ
การติดเชื้อเอชไอวีได การถอนอวัยวะเพศออกจากปากคูนอนกอนที่จะหลั่งน้ําอสุจิจะชวยลดความเสี่ยงตอการ
ติดเชื้อเอชไอวีได อยางไรก็ตามหากมีการติดเชื้อโรคติดตอทางเพศสัมพันธ มีบาดแผล หรือมีรอยถลอกในปาก
จะยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวีมากยิ่งขึ้น
กิจกรรมทางเพศที่มักเกิดขึ้นบอยครั้งในรูปแบบอื่นๆ เชน การถูไถอวัยวะเพศชายกับรองอกหรือขาหนีบ หรือ
การสําเร็จความใครใหแกกัน มีความเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวีนอยมาก แตอาจมีความเสี่ยงในการติดเชื้อ
โรคติดตอทางเพศสัมพันธได กิจกรรมทางเพศที่หลากหลายเหลานี้ขึ้นอยูกับแตละกลุมคนหรือสังคมในแตละ
ประเทศ รวมทั้งวิธีการมีเพศสัมพันธที่ปลอดภัยที่ไดรับการยอมรับในแตละสังคม

12

ความเปราะบางหรือโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวี
การที่ไมมีกิจกรรมดานการปองกันหรือบริการที่เปนมิตรตอชายที่มีเพศสัมพันธชายหรือสาวประเภทสอง ทําให
คนกลุมนี้มีความเปราะบางหรือโอกาสเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวี มีหลายประเทศในทวีปเอเชียที่ยังไมเต็มใจ
พรอมจะยอมรับวาประเทศของตนมีประชากรที่เปนชายที่มีเพศสัมพันธชายหรือสาวประเภทสองอยูดวย ซึ่ง
เปนเหตุใหประเทศเหลานั้นปฏิเสธวา ไมมีการตีตราดูถูกตอผูที่รักเพศเดียวกันในประเทศของตน (เนื่องจากไม
ยอมรับรูวามีคนกลุมนี้อยู) ทั้งๆ ที่ในความเปนจริงนั้นทั้งการตีตราดูถูกคนรักเพศเดียวกันและกิจกรรมทางเพศ
ระหวางชายนั้นเกิดขึ้นไดในหลายระดับของสังคม และมักจะถูกตําหนิและดูถูกจากสังคมดวยเชนกัน
การใชถุงยางอนามัย
การตีตราและการดูถูกตอคนรักเพศเดียวกัน เปนสาเหตุที่ทําใหชายที่มีเพศสัมพันธกับชายบางคนไมกลา
เปดเผยตัว และทําใหสังคมไมไดรับรูวามีคนกลุมนี้อยูในสังคมเดียวกัน ผลกระทบสืบเนื่องจากเรื่องนี้ทําให
การจัดกิจกรรมดานการปองกันและบริการทางดานสุขภาพที่จําเปนตอประชากรกลุมนี้จึงไมมีประสิทธิภาพ
เทาที่ควร การรังเกียจกีดกันยังสงผลใหไมสามารถจัดบริการแจกจายถุงยางและสารหลอลื่นในสถานที่ที่คน
เหลานี้มักจะมีกิจกรรมทางเพศกัน การใชถุงยางอยางสม่ําเสมอเกิดขึ้นนอยมากในคนกลุมนี้ ดวยความเชื่อ
ที่วา พวกเขามีความเสี่ยงนอย และดวยเหตุที่ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายบางคนมีเพศสัมพันธกับคูนอนหญิง
ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายจึงอาจเปนปจจัยหนึ่งที่เชื่อมโยงสถานการณการระบาดของเอชไอวีไปสูประชากร
สวนใหญในภาพรวม
การรับรูเรื่องความเสี่ยง
สื่อประชาสัมพันธหรือขอมูลขาวสารที่มีขึ้นเพื่อกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชายหรือสาวประเภทสองโดยเฉพาะ
นั้นมีอยูนอยมาก โครงการดานการปองกันเอชไอวีในทวีปเอเชียสวนใหญจะมุงเนนการเฉพาะในกลุมรักตาง
เพศ และกลุมที่ใชสารเสพติดชนิดฉีดเทานั้น จึงทําใหกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชายสรุปเอาเองวา พฤติกรรม
ทางเพศที่พวกเขาปฏิบัติกันนั้นไมไดคงจะมีความเสี่ยงนอย (เกิดจากการสันนิษฐานเอาเองเนื่องจากมีโครงการ
ปองกันเอชไอวีเฉพาะกลุมคอนขางนอยมาก) ซึ่งอาจคิดวาการมีเพศสัมพันธกับผูหญิงเปนเรื่องที่มีความเสี่ยง
มากกวาและการมีเพศสัมพันธแบบชายที่มีเพศสัมพันธกับชายเปนเรื่องที่ปลอดภัยกวา (โดยเฉพาะในบาง
ประเทศ เชน เวียดนาม)
จํานวนและประเภทของคูนอน
การตีตราและการดูถูกทางสังคมอาจเปนปจจัยหนึ่งที่ทําใหชายที่มีเพศสัมพันธกับชายหรือสาวประเภทสองนั้น
ไมสามารถจะมีความสัมพันธกันไดอยางยืนยาว เนื่องจากไดรับผลกระทบในหลายๆดาน แตอยางไรก็ตามชาย
ที่มีเพสสัมพันธกับชายก็ตองการความสัมพันธและความรักในชีวิตของตน จึงสงผลใหในบางครั้ง หลายคนมี
จํานวนคูนอนจํานวนมาก และบางคนมีเพศสัมพันธแบบเปนครั้งคราว (ไมผูกพันหรือผูกมัด)อยูบอยครั้งมาก
ซึ่งมักจะสงผลตอโอกาสในการตอรองที่จะมีเพศสัมพันธอยางปลอดภัย โดยอาจขึ้นอยูกับอัตลักษณทางเพศ
และสถานภาพทางเศรษฐกิจ
การถูกบังคับขืนใจใหมีเพศสัมพันธ
ในกลุ ม ชายที่ มี เพศสั ม พั น ธ กั บ ชายก็ ยั ง มี รูป แบบการมี เ พศสั ม พัน ธ ที่อาจไม ได เ กิ ดจากความสมั ค รใจ ซึ่ ง
เหตุการณเชนนี้มักจะเกิดในกลุมชายอายุนอย ซึ่งคนที่เปนเหยื่อของความรุนแรงทางเพศมักไมกลาที่จะ
เปดเผยสิ่งที่เกิดขึ้นดวยกลัวคนอื่นจะรูวาตนมีเพศสัมพันธกับผูชายดวยกัน
การติดเชื้อโรคติดตอทางเพศสัมพันธที่ยังไมไดรักษาใหหายขาด
การมีเพศสัมพันธที่ไมไดปองกัน อาจทําใหชายที่มีเพศสัมพันธกับมีโอกาสไดรับเชื้อโรคติดตอทางเพศสัมพันธที่
สามารถติดตอไดทั้งทางปาก ทางอวัยวะเพศชาย และทางทวารหนัก ซึ่งมีสวนชวยเพิ่มความเสี่ยงตอการติด
เชื้อเอชไอวีใหมากขึ้น และเนื่องจากกลัววาคนอื่นจะรูถึงพฤติกรรมทางเพศของตน ชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย
จึงไมกลาเปดเผยถึงอาการของโรคดังกลาว สุดทายจึงไมมีโอกาสไดตรวจพบและรับการรักษาที่เหมาะสม
13

นอกจากความกลัวดังกลาวแลว บุคคลากรทางแพทยและผูใหบริการสาธารณสุขสวนใหญเองก็มักจะยังไมเคย
ไดรับการฝกอบรมที่เหมาะสมในการวินิจฉัยหรือรักษาการติดเชื้อหรือโรคติดตอที่เกิดขึ้นในปากและทวารหนัก
(ซึ่งนอกเหนือไปจากการตรวจที่อวัยวะเพศชาย)
ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองควรมีสิทธิเชนเดียวกันคนทั่วไปในการไดรับขอมูลขาวสาร
เกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยง การปองกันตนเองใหปลอดภัยจากการติดเชื้อที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ การไดรับ
บริการดานการปองกันและดูแลรักษาการติดเชื้อเอชไอวี รวมทั้งการไดรับบริการใหการปรึกษาและการตรวจ
เอชไอวี รวมถึงการดูแลสุขภาพดานอื้น ๆ และสิทธิที่จะไดรับการปกปองคุมครองจากการถูกตีตราดูถูกหรือการ
เลือกปฏิบัติที่เกิดจากรสนิยมทางเพศ แตเมื่อสิทธิขั้นพื้นฐานเหลานี้ถูกละเมิด ประกอบกับปจจัยแวดลอมอื่นๆ
จึงสงผลใหเกิดควาเปราะบางหรือโอกาสเสี่ยงในการติดเชือเอชไอวีมากขึ้น การคุมครองสิทธิคนเหลานี้จึงเปน
วิธีการที่ชวยทําใหพวกเขาไดรับบริการและนําขอมูลขาวสารที่ไดรับไปใชประโยชนในการปองกันตนเอง ใชใน
การสรางทักษะที่จําเปนและไดรับบริการที่เหมาะสมและมีคุณภาพ
สิ่งที่อาจเปนอุปสรรคตอการปองกันการติดเชื้อเอชไอวี

มีหลายคนหรือหลายองคกรเสนอวา หากตองการหยุดการแพรระบาดเอชไอวีในกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย วิธีการที่ดีท
คือ จะตองใหผูชายเหลานั้นเลิกมีเพศสัมพันธกับผูชายดวยกัน หมายความวาแทนที่จะใหบริการตางๆ เชน การตรวจรัก
โรคติดตอทางเพศสัมพันธ หรือการแจกถุงยางและสารหลอลื่น โครงการตางๆเพื่อการปองกันเอชไอวีควรที่จะหันมาเนนถึงก
ลดการมีเพศสัมพันธระหวางชายดวยกันลง ซึ่งอาจมุงเนนตามหลักการหรือวิธีการดังตอไปนี้ :

ยึดถือการปฏิบัติตามขอหามทางศาสนาอยางเครงครัด

มีมาตรการทางกฎหมายกําหนดใหการมีเพศสัมพันธระหวางชายกับชายเปนเรื่องผิดกฎหมาย และตองถูกลงโทษดวยก
จําคุก ปรับ และในบางประเทศถึงกับใชวิธีการประหารชีวิต

ตํารวจตองเขมงวดในการปดสถานบันเทิง และควบคุมการมีเพศสัมพันธระหวางผูชายดวยกันในที่สาธารณะ

จํากัดจํานวนสถานที่ที่ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายใชเปนที่พบปะกัน

การแสดงความรังเกียจกีดกันตอชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย หรือสนับสนุนใหใชมาตรการตอตานทางสังคม เศรษฐกิจ แ
กฎหมายตอกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย

คิดคนและผลิตยารักษาอาการรักเพศเดียวกัน

ในประเทศไทย แมหลายคนจะเห็นวาหลักการหรือวิธีการดังกลาวลาสมัยและไมสามารถแกปญหาไดอยางแทจริง แตในคว
เปนจริง กลับยังมีอีกหลายคน โดยเฉพาะเจาหนาที่บริการสาธารณสุขหลายคน ที่คิดวานี่คือวิธีการแกปญหาที่มีประสิทธิภ
แตในความเปนจริง จากการทํางานโครงการดานการปองกันในหลายๆประเทศในชวงทศวรรษที่ผานมา พบวา วิธีเหลานี้กลับ
ประสบความสําเร็จในการปองกันพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธระหวางผูชายดวยกัน ซึ่งทําใหไมสามารถปองกันเอชไอวีในก
ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายไดเชนกัน ดังนั้น วิธีการหรือมาตรการดังกลาวขางตนจึงอาจเปนปจจัยที่ยิ่งทําใหกลุมชาย
เพศสัมพันธกับชายไมกลาเขารับบริการทางสุขภาพ และอาจสงผลใหมีการติดเชื้อรายใหมเพิ่มมากขึ้นดวยในทายที่สุด
ในการจัดบริการสาธารณสุขดานการดูแลรักษาสุขภาพทางเพศที่มีประสิทธิภาพนั้น ผูใหบริการจําเปนตอง
เรียนรู และเขาใจกระบวนการติดเชือหรือการรับเชื้อเอชไอวีหรือโรคติดตอทางเพศสัมพันธที่เกิดขึ้นในกลุมชาย
ที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง รูปแบบของพฤติกรรมเสี่ยง และสาเหตุที่ทําใหชายที่มีเพศสัมพันธ
กับชายและสาวประเภทสองที่มีความเปราะบางหรือโอกาสเสี่ยงที่สูงขึ้นในสังคมหรือบริบทเฉพาะนั้นๆ การ
ทํางานรวมกับองคกรตางๆ ที่ทํางานเกี่ยวของกับชายที่มีเพศสัมพันธกับชายหรือเกี่ยวของกับการเฝาระวัง
พฤติกรรมเสี่ยงของคนกลุมนี้ จึงสามารถชวยใหการทํางานกับชายที่มีเพศศัมพันธกับชายมีประสิทธิภาพมาก
ยิ่งขึ้นเพราะชวยใหเขาใจบริบทดังที่กลาวมาไดดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะการที่จะตองเขาใจในประเด็นสําคัญตางๆ
ตอไปนี้ เชน

การแบงกลุมหรือประเภทของชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย (รวมถึงสาวประเภทสอง)
มีองคกรใดบางที่ทํางานเกี่ยวของหรือใหบริการดานสุขภาพกับกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาว
ประเภทสอง (รวมถึงกลุมเพื่อนชวยเพื่อน /กลุมทํางานดานสังคมและวัฒนธรรม)
14





ชองทางการเขาถึงถุงยางและสารหลอลื่นที่มีคุณภาพ
ขอมูลเรื่องความเสี่ยง และวิธีการลดความเสี่ยงที่ถูกตอง
ขอมูลเรื่องปจจัยสําคัญที่มีผลตอการติดเชื้อหรือการรับเชื้อเอชไอวีและโรคติดตอทางเพศสัมพันธของชายที่
มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง รวมถึงการถูกกระทํารุนแรง การตีตรา กฎหมาย และนโยบาย
ของรัฐบาล
ระดับของแรงจูงใจ ความรู และทักษะที่จําเปนในการปองกันโรคติดตอทางเพศสัมพันธและเอชไอวีในกลุม
ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายสาวประเภทสอง
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่จําเปนเพื่อลดอัตราการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดตอทางเพศสัมพันธในกลุม
ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง
ข อ แนะนํ า ที่ สํ า คั ญ ต า งๆสํ า หรั บ การปรั บ เปลี่ ย นพฤติ ก รรม และใครบ า งที่ อ าจมี ส ว นช ว ยให เ กิ ด การ
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนั้นได

บทที่ 4
15

ความเสี่ยงที่หลากหลายตอการติดเชื้อเอชไอวีในประเทศไทย

แมวาชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย และสาวประเภทสองแตละคน จะมีระดับความเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวีที่
แตกตางกัน แตพวกเขามักจะมีพฤติกรรมเสี่ยงที่คลายกัน เชน การมีเพศสัมพันธทางทวารหนักและปากโดย
ไม ไ ด ป อ งกั น ระดั บ ของพฤติ ก รรมเสี่ ย งจะขึ้ น อยู กั บ ป จ จั ย สั ม พั น ธ ต า งๆ เช น ระหว า งตั ว ตั ว บุ ค คลและ
สภาพแวดลอม ปจจัยสวนบุคคลไดแก การขาดขอมูลขาวสารเรื่องเอชไอวี ความสามารถในการใชถุงยาง
อนามัยและสารหลอลื่นอยางถูกตอง การมีความเขาใจและความเชื่อที่ไมถูกตอง จนทําใหไมสามารถประเมิน
ความเสี่ยงของตนเอง และไมมีการปองกันอยางเหมาะสม สภาพแวดลอมที่เกี่ยวของไดแก คานิยม สังคม และ
วัฒนธรรมที่มีสวนผลักดันใหบุคคลนั้นมีพฤติกรรมเสี่ยง เชน การตีตราหรือเลือกปฏิบัติในรูปแบบตางๆ การที่
ไมมีคานิยมรวมกันและไมมีกฎระเบียบของชุมชนหรือสังคม การไมเคารพสิทธิของคนกลุมนอย ซึ่งในระดับ
บุคคลพบวา การมีพฤติกรรมเสี่ยงอาจจะมีอิทธิพลมาจากรสนิยมทางเพศของสวนบุคคล

ความชุกของการแพรระบาดและปจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อในกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย6
ในป 2546 และ 2548 กระทรวงสาธารณสุขและสํานักงานควบคุมปองกันโรคติดตอของสหรัฐอเมริกาและ
องคกรเครือขายไดรวมกันเฝาระวังความชุกของการติดเชื้อเอชไอวี และปจจัยเสี่ยงของกลุมชายที่มีเพศสัมพันธ
กับชายในประเทศไทย ผลจากการเปรียบเทียบขอมูลที่ไดจากทั้ง 2 ปพบวา มีอัตราการติดเชื้อสูงขึ้นจากรอยละ
17.3 เปนรอยละ 28.3 ในป 2548 โดยเฉพาะอยางยิ่งในกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชายในสถานบันเทิงและ
ซาวนาในทุกกลุมอายุ ขอมูลที่คนพบในป 2548 ระบุวาอัตราความชุกเอชไอวีนั้นคอนขางสูงมากทั้งในกลุมชาย
ที่มีเพศสัมพันธกับชาย กลุมชายบริการ และสาวประเภทสองที่อยูในพื้นที่กรุงเทพ เชียงใหม และภูเก็ต เมื่อ
เปรียบเทียบกับอัตราความชุกเอชไอวีในกลุมประชากรทั่วไป
ปจจัยที่จะกลาวถึงดังตอไปนี้ เปนตัวแปรที่มีความสัมพันธอยางสําคัญตอการแพรระบาดของเชื้อเอชไอวีใน
กลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชายในป 2548 เชน:
- การใชยาเสพติดเมื่อมีอายุมากขึ้น
- เปนผูที่มีเพศสัมพันธกับเพศเดียวกันหรือกับทั้งสองเพศ
- การมีเพศสัมพันธทางทวารหนักทั้งแบบรุกและรับ
- เคยมีอาการหนองปรากฏอยูที่ทอปสสาวะและใชยาเสพติด

6

HIV Prevalence Among Populations of Men Who have Sex with Men – Thailand, 2003 and 2005. Morbidity and Mortality Weekly
Report, August 11/2006, Vol. 55, No. 31

16

ปจจัยสําคัญที่มีผลตอการติดเชื้อเอชไอวีในกลุมชายบริการทางเพศ เชน
- การเปนผูขายบริการในพื้นที่สาธารณะ เชน สวนสาธารณะหรือตามทองถนนทั่วไป
- มีเพศสัมพันธทางทวารหนักแบบรับหรือทั้งรับและรุก
- เคยมีแผลที่อวัยวะเพศและมีหนองไหล
ปจจัยเสี่ยงที่สําคัญสําหรับสาวประเภทสอง เชน :
- การมีอายุมากขึ้น
- ขายบริการในพื้นที่สาธารณะ
- ระดับการศึกษานอย
- เคยมีประวัติขายบริการทางเพศ
- มีคูนอนจํานวนมากในชวง 3 เดือนที่ผานมา
หมายเหตุ: ขอมูลดังกลาวเปนตัวอยางปจจัยที่แสดงใหเห็นถึงความสัมพันธกับอัตราการติดเชื้อเอช
ไอวีในป 2548 เทานั้น

ชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย และสาวประเภทสอง กับการใชสารเสพติด
ขอมูลจากการสํารวจในป 2548 ระบุวา อัตราการใชสารเสพติดในกลุมตางๆมีดังนี้ คือ ชายขายบริการรอยละ
38.5 สาวประเภทสองรอยละ 24.1 และชายที่มีเพศสัมพันธกับชายรอยละ 15.5 ซึ่งสวนใหญเปนสารเสพติด
แบบที่ไมตองฉีด (สวนใหญเปนการสูบหรือสูดดมยาบา) นอกจากนั้นพบวาชายขายบริการคิดวา สารเสพติดสิ่ง
สําคัญและจําเปนในการมีอาชีพเปนผูขายบริการทางเพศ จึงยิ่งทําใหคนเหลานี้มีโอกาสเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นตอ
การติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดตอทางเพศสัมพันธ สวนการใชสารเสพติดประเภทอื่นๆ เชน ยาฉีดที่ชวยให
อวัยวะเพศชายแข็งตัวและสามารถมีเพศสัมพันธไดเปนระยะเวลานานขึ้นนั้น และการนํายานอนหลับรวมถึง
ยาบามาบอดเปนผงแลวฉีดเขาทางเสนเลือดนั้น แมจะพบวามีการใชอยูบาง แตยังไมมีขอมูลสํารวจที่เปน
ทางการ ผูใหบริการสาธารณสุขจึงควรมีการติดตามรวบรวมขอมูลในเรื่องนี้ตอไป

17

ความเชื่อ ความรู และการรับรู
การมีเพศสัมพันธทางปากและทางทวารหนักโดยไมปองกันเปนเรื่องปกติในกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย
และสาวประเภทสอง เพราะคนเหลานี้ไมมีขอมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และวิธีการปองกันการติดเชื้อ
เอชไอวี และถึงแมวาปจจุบันในประเทศจะสามารถหาซื้อถุงยางอนามัยไดงาย ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายหรือ
สาวประเภทสองหลายคนก็ไมใชถุงยางอนามัยหรือใชถุงยางไมสม่ําเสมอ (ทุกครั้งกับทุกคน) ไมวาจะเปนการมี
เพศสัมพันธทางทวารหนักหรือทางปากก็ตาม เพราะยังคงมีอุปสรรคที่เกี่ยวของกับการใชถุงยางอนามัยอีก
หลายเรื่อง เชน มีความรูสึกวาหากใชถุงยางอนามัยแลวจะเปนการลดความสุขทางเพศลง หลายคนไมชอบ
กลิ่นยางของถุงยางอนามัย บางคนไมสามารถหาถุงยางอนามัยไดเมื่อมีความจําเปนตองใชขึ้นมาจริงๆ บาง
คนเขินอายที่จะตองซื้อและพกพาถุงยางอนามัยติดตัว ขนาดของถุงยางอนามัยที่ไมเหมาะสม บางคนไม
สามารถจตอรองขอรองใหคูนอนใชถุงยางอนามัยกับตนได นอกจากนี้ บางคนยังเมาหรือขาดสติจากการดื่ม
เหลาหรือใชสารเสพติดจนสงผลใหไมสามารถใชถุงยางอนามัยไดอยางถูกตอง
ปจจัยที่มีผลตอการปองกันไดแกการรับรูเรื่องความเสี่ยง และประเภทของคูนอน จากรายงานเรื่อง พลวัตและ
บริบทของเพศสัมพันธระหวางชายกับชายในประเทศอินโดนีเชียและประเทศไทย7 ระบุวา ความสัมพันธทาง
เพศของกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย อาจแบงไดเปน 4 ประเภท คือ
1. แบบฉาบฉวย
2. ไมผูกพันกันมาก (เปนกิ๊กกัน)
3. มีความสัมพันธที่คอนขางแนบแนน (เปนแฟนกัน)
4. เปนคูประจําแบบสามี – ภรรยา
กลุมตัวอยางสวนใหญในการศึกษาวิจัยนี้ ระบุวามักมีคูมากกวา 1 คน และคูนอนอาจจะปรับเปลี่ยนสถานภาพ
จากประเภทหนึ่งไปเปนอีกประเภทหนึ่งก็ได การใชหรือไมใชถุงยางอนามัยขึ้นอยูกับความสัมพันธวามีความ
ลึกซึ้งอยูในระดับใด ยิ่งมีความรูสึกวาลึกซึ้งมากยิ่งเกิดความรูสึกวามีโอกาสเสี่ยงนอย การใชถุงยางอนามัยเปน
ประจํามักจะเกิดขึ้นในการมีเพศสัมพันธกับคูประเภทฉาบฉวย ในกรณีที่มีเพศสัมพันธกับคูนอนที่มีความรูสึก
วาเปนคูรักหรือแฟน หรือยอมรับวาเปนคูครองหรือสามี จะไมคอยใชถุงยางอนามัยหรือใชอยางไมสม่ําเสมอ

7

The Dynamics and Contexts of Male-to-Male Sex in Indonesia and Thailand, Australian Research Centre in Sex, Health and
Society and La Trobe University, 2006.

18

กรณีศึกษาที่ 1
ก : คุณคิดวาตัวเองเสี่ยงติดเอชไอวีมากนอยแคไหน

กรณีศึกษาที่ 2
ก : สมมติวาเราเจอกันในซาวนา

ข : ผมคิดวาเสี่ยงมาก

ข: ถาผมเจอคุณที่นั่นและคุณชอบผม ผมจะใชถุงยาง
กับคุณ แตถาผมมีความรูสึกชอบใครเปนพิเศษสักคน
เชน ฝรั่ง บางทีผมก็ไมใชถุงยางอนามัย

ก : ทําไมคุณถึงคิดอยางนั้นละครับ
ข : เพราะผมกับแฟนไมใชถุงยางอนามัยเลย
ก : ถานอนกับกิ๊กละ ใชไหม

ก : ทําไมละครับ คุณอยากจะมีสัมผัสที่เปนธรรมชาติ
ที่สุดใชไหมครับ

ข : กับกิ๊กผมตองใชถุงยางอนามัยตลอดเลย ไมเคย
ข : นั้นก็เปนเหตุผลหนึ่ง แตผมอยากทดสอบจิตใจ
พลาด
เขาดวย มากกวานั้น ผมอยากชนะใจเขาดวย
ก : ทําไมถึงไมใชกับแฟนละ
ข : เราไมเคยใชมาตั้งแตตนแลว เราตกลงกันวา ถา
ไปนอนกับคนอื่นเราถึงจะใช
ก = ผูสัมภาษณ, ข = ผูใหขอมูล

เนื่องจากในประเทศไทยมีอัตราความชุกของการติดเชื้อเอชไอวีในกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย ชายบริการ
ทางเพศ และสาวประเภทสอง ในอัตราที่คอนขางสูงมาก จึงจําเปนที่จะตองมีมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการ
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและจัดใหมีการบริการทางการแพทยเพื่อปองกันการแพรระบาดของเอชไอวีในกลุมที่มี
โอกาสเสี่ยงสูงนี้ โดยอาจประกอบไปดวยโครงการกิจกรรมลดพฤติกรรมเสี่ยง การสงเสริมสนับสนุนใหเขาถึงรับ
บริการการใหการปรึกษาและการตรวจเอชไอวี รวมทั้งพัฒนาการใหบริการวินิจฉัยและการรักษาโรคติดตอทาง
เพศสัมพันธใหดียิ่งขึ้น

19

บทที่ 5
ความจําเปนในการใหบริการดานสุขภาพและวิธีการเขาถึง
กลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง
สถานการณเกี่ยวกับชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองที่นําเสนอไวในบทที่ผานมา อาจเปนผล
สืบเนื่องมาจากการขาดการดําเนินกิจกรรมดานการปองกันเอชไอวีและโรคติดตอทางเพศสัมพันธในกลุมชายที่
มี เ พศสั ม พั น ธ กั บ ชายและสาวประเภทสอง ที่ มี ค วามชั ด เจนและเพี ย งพอ ดั ง นั้ น การขาดความรู เ รื่ อ ง
เพศสัมพันธที่ปลอดภัย การมีพฤติกรรมทางเพศที่ไมปลอดภัย กลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชายที่อยูในประเทศ
ต า งๆ ในทวี ป เอเชี ย มี อั ต ราการติ ด เชื้ อ เอชไอวี ที่ ค อ นข า งสู ง มาก ในประเทศที่ มี่ ข อ มู ล เกี่ ย วกั บ ชายที่ มี
เพศสั ม พั น ธ กั บ ชายและสาวประเภทสองแสดงให เ ห็ น ว า การแพร ร ะบาดของเชื้ อ เอชไอวี ใ นกลุ ม ชายที่ มี
เพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองมีอัตราการติดเชื้อเอชไอวีสูงกวาที่เกิดในกลุมประชากรทั่วไป
การจัดบริการใหการปรึกษาและการตรวจเอชไอวีที่คํานึงถึงความรูสึกนึกคิดและความตองการของชายที่มี
เพศสัมพันธกับชายสาวประเภทสองเปนหลัก จะเปนบริการที่ชวยหนุนเสริมใหการจัดกิจกรรมปองกันการติด
เชื้อเอชไอวีและโรคติดตอทางเพศสัมพันธในกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองมีความ
สมบู รณม ากยิ่ง ขึ้น การให คํา ปรึก ษาก อ นและหลัง การตรวจเอชไอวีโ ดยผูใหก ารปรึก ษาที่มี ทัก ษะ และมี
ความคุนเคยกับกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง จะยิ่งชวยทําใหประชากรกลุมนี้มีโอกาส
ไดรับขอมูลขาวสารที่ถกู ตองเหมาะสมเกี่ยวกับการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดตอทางเพศสัมพันธ และยังทําให
ไดรูจักองคกรในพื้นที่ที่จัดบริการและกิจกรรมเฉพาะสําหรับกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภท
สอง และหากผูรับบริการทราบผลการตรวจวาตนเองติดเชื้อเอชไอวีแลว องคกรเหลานี้จะชวยใหขอมูลเกี่ยวกับ
หนวยงานหรือองคกรที่ดูแลสนับสนุนดานสุขภาพรางกายและจิตใจของผูนั้นไดตอไปอยางมีประสิทธิภาพ
วิธีการเขาถึงชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง
บางคนมีโอกาสไดเขาสังคมกับชายที่มีเพศสัมพันธกับชายหรือสาวประเภทสอง บางคนมีเพื่อนเปนชายที่มี
เพศสัมพันธกับชายหรือสาวประเภทสอง และบางคนอาจมีความคุนเคยกับกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย
และสาวประเภทสอง อยางไรก็ตาม บางคนก็อาจจะไมมีโอกาสเชนนั้น ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาว
ประเภทสองทุกคนควรจะไดรับบริการดานการปองกันเอชไอวีและโรคติดตอทางเพศสัมพันธ (รวมถึงการดูแล
รักษา) ที่มีความเปนมิตร รวมถึงไดรับขอมูลขาวสารที่ถูกตองเหมาะสมดวย ยังมีสถานบริการสาธารณสุขอีก
หลายแหงยังคงจัดบริการในรูปแบบเดิมๆ ซึ่งทําใหชายที่มีเพศสัมพันธกับชายหรือสาวประเภทสองไมสะดวกใจ
ที่จะไปรับบริการ จึงจําเปนตองมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใหบริการที่มีความเปนมิตรใหมากยิ่งขึ้น การ
ปรับปรุงพัฒนารูปแบบการบริการอาจจะใชวิธีการจัดหองหรือเฟอรนิเจอรใหโดนใจของกลุมเปาหมาย เชน
การติดภาพโปสเตอรดวยรูปที่กลุมเปาหมายชื่นชอบ ในบริเวณที่นั่งคอยหรือในหองใหการปรึกษา นอกจากนี้
ยังมีวิธีอื่นๆ ที่อาจชวยใหเขาถึงกลุมเปาหมายนี้ไดอีก เชน
• ออกหนวยเคลื่อนที่โดยอาสาสมัคร นักสังคมสงเคราะห หรือเจาหนาที่สาธารณสุขไปยังสถานที่พบปะ
ของกลุมเปาหมาย เชน ดิสโกเธค ศูนยการคา
• การใหขอมูลขาวสารในแบบ “เพื่อนชวยเพื่อน” จัดการฝกอบรมชายที่มีเพศสัมพันธกับชายหรือสาว
ประเภทสองใหเปนแกนนําชุมชน
• สงเสริมสนับสนุนการใชและแจกจายถุงยาง และสารหลอลื่นที่มีคุณภาพ อยางตอเนื่อง
• จัดการอบรมเจาหนาที่จากหนวยบริการสาธารณสุขเพื่อลดปญหาการเพิกเฉย หรือมีอคติตอกลุมชาย
ที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง
• มีสวนรวมในขบวนการผลักดันเชิงนโยบายเพื่อยกเลิกการดูถูกและการเลือกปฏิบัติตอผูท มี่ เี พศสัมพันธ
กับเพศเดียวกัน
20

• จัดบริการใหคําปรึกษาทางโทรศัพทแบบนิรนาม ซึ่งอาจจะเปนบริการที่สงผลใหชายที่มีเพศสัมพันธกับ
ชายและสาวประเภทสองที่ตองการตรวจเอชไอวีมีขอมูลที่ถูกตองและพรอมที่จะไปตรวจเอชไอวี โดย
การใหขอมูลถึงสถานที่ที่จัดบริการและรายละเอียดอื่นๆ
• ผลิตและแจกจายสื่อใหความรูที่เฉพาะเจาะจงสําหรับชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง
มีขอมูลเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธที่ปลอดภัย เผยแพรสื่อเหลานี้ในหนวยที่จัดบริการและในชุมชนชาย
ที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง
จัดตั้งศูนยใหบริการเพื่อเผยแพรขอมูลขาวสาร จัดการอบรม จัดบริการดานสังคม และวัฒนธรรมสําหรับกลุม
ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง ทั้งนี้เพื่อใหสามารถเชื่อมโยงกับเครือขายผูใหบริการที่ทํางาน
ดานอื่นๆ ศูนย บริการนี้ยังใหบริการที่สําคัญดานอื่น ๆ ดวยเชน การสงตอไปรับบริการการใหการปรึกษาและ
การตรวจเอชไอวี การใหคําปรึกษาเพื่อการดูแลจิตใจ และการติดตามผลการใหคําปรึกษา
หากเปนไปไดศูนยบริการและการจัดบริการแบบออกหนวยเคลื่อนที่ที่เนนกลุมเปาหมายชายที่มีเพศสัมพันธกับ
ชายและสาวประเภทสอง ควรจะใหบริการใหคําปรึกษากอนตรวจเอชไอวี ผูรับบริการจะไดรับการสงตอไปยัง
หนวยที่ใหบริการทั้งสองรูปแบบนี้อยางเปนทางการ เพื่อใหผูรับบริการสามารถไดรับบริการคําปรึกษาหลังจาก
การตรวจเอชไอวีและรับทราบผลตรวจ เพื่อใหมั่นใจวาขอมูลเหลานี้จะถูกเก็บเปนความลับ
ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมายที่สามารถจัดบริการใหมีคุณภาพได เชน ถาผูรับบริการรูสึกวาการจัดบริการนั้น
เปนมิตรอยางแทจริง ก็มักจะชวยกันบกกันตอๆไปปากตอปากเพื่อกระจายขาวนี้ไปยังกลุมเปาหมายคนอื่น ๆ
และทําใหมีกลุมเปาหมายเขามารับบริการมากขึ้นอยางมั่นใจในบริการ
ตัวอยางขององคประกอบของรูปแบบการจัดบริการที่เปนมิตร
• ตองยึดมั่นในหลักการเก็บขอมูลเปนความลับ ไมเปดเผยรายละเอียดสวนตัวของผูนั้นใหคนอื่นไดทราบ
• ผูใหบริการทุกคนตั้งแตเจาหนาที่ตอนรับ พยาบาล ผูใหการคําปรึกษา และแพทย จะตองไมมีอคติหรือ
ดูถูกตอพฤติกรรมทางเพศของผูรับบริการ
• ใหสื่อความรูและขอมูลขาวสารที่จําเปน โดยอาจจะเผยแพรเอกสารเหลานั้นในหองรอรับบริการ หอง
ใหการปรึกษา และที่หองตรวจรักษา
• จัดเวลาใหบริการที่เหมาะสม เชน เปดใหบริการชวงตอนเย็น หรือ เปดในชวงวันเสาร-อาทิตย เปนตน
• ตั้งอยูในพื้นที่และสถานที่ซึ่งกลุมเปาหมายสามารถเดินทางไดสะดวก เชน ใกลสถานบันเทิงหรือ
สถานที่พบปะของกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชายหรือสาวประเภทสอง เปนตน
• แจกถุงยางและสารหลอลื่นฟรี หรือขายในราคาถูก
• ใหบริการเอชไอวีและโรคติดตอทางเพศสัมพันธโดยไมคิดมูลคาหรือคิดคาบริการถูกกวาปกติ

21

บทที่ 6
สุขภาพทางเพศและความตองการดานจิตสังคมของ
ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง
ผูชายสวนใหญ ไมวาจะมีเพศสัมพันธกับชายหรือหญิง มักไมไปรับบริการจากหนวยบริการดานสุขภาพ แมวา
จะสามารถเขาถึงหนวยบริการนั้นได เพราะสวนใหญมักจะขาดความตระหนักในเรื่องโอกาสเสี่ยงตอการติดเชื้อ
โรคติดตอทางเพศสัมพันธและเอชไอวี และยังมีความกังวลเรื่องคาใชจายในการตรวจ (รวมทั้งคารักษา) สิ่ง
เหลานี้ตางเปนขออางที่ทําใหไมยอมไปรับบริการการตรวจ แตสําหรับชายที่มีเพศสัมพันธกับชายมีความวิตก
กังวลเกี่ยวกับการเปดเผยพฤติกรรมทางเพศของตน หรือสาวประเภทสองที่ไมแนใจวาบริการจะเปนมิตรหรือไม
นั้น สิ่งเหลานี้ตางทําใหกลุมเปาหมายเหลานี้ตองการบริการสุขภาพที่เปนพิเศษ และลักษณะการจัดบริการที่จะ
ชวยคนกลุมนี้ได คือ การจัดบริการใหคําปรึกษาแนะนํา และการดูแลรักษาโดยบุคลากรที่มีความรูความเขาใจ
ในประเด็นปญหาที่ละเอียดออนของคนกลุมนี้ เจาหนาที่ใหคําปรึกษาและบุคคลากรทางการแพทย ตองมี
ความเขาใจอีกวาชายที่มีเพศสัมพันธกับชายบางคนก็สามารถมีเพศสัมพันธกับคูนอนที่เปนหญิงดวย
ผูใหคําปรึกษาหลายคนอาจจะไมสนใจที่จะถามคําถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธกับผูชายดวยกัน
เนื่องจากอาจจะมีทัศนคติที่เปนลบตอพฤติกรรมดังกลาว มุมมองที่มีอยูเดิมเกี่ยวกับพฤติกรรมและอัตลักษณ
ทางเพศของบุคคลนั้น หรือรูสึกไมสบายใจที่จะตองถามคําถามที่ละเอียดออนเชนนั้น เมื่อเปนเชนนี้ ผูให
คําปรึกษาจําเปนตองประเมินเรื่องพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธกับคนเพศเดียวกันของผูชายที่มารับบริการทุกๆ
คนในชวงการประเมินความเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดตอทางเพศสัมพันธ แมวาเจาตัวอาจจะไมคิด
วาตัวเองเปนชายที่มีเพศสัมพันธกับชายก็ตาม การจะทําเชนนี้ไดผูใหคําปรึกษาจําเปนตองมีความสามารถใน
การพินิจพิเคราะหประเด็นนี้โดยปราศจากอคติ ใชถอยคําที่ใหความรูสึกเปนกลาง เห็นอกเห็นใจ และใชอวัจนะ
ภาษาหรือกริยาอาการที่ใสใจตอประวัติการมีเพศสัมพันธของผูมารับบริการ โดยที่ตองใหความมั่นใจกับผูมารับ
บริการวา ขอมูลเหลานี้จะเก็บรักษาเปนความลับ และจะเคารพสิทธิของผูมารับบริการโดยการไมเปดเผยขอมูล
เกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศ การเลือกเพศ ตลอดจนผลการตรวจเอชไอวีของผูมารับบริการใหผูอื่นทราบ
แมวาประเด็นที่เกี่ยวของกับการติดเชื้อเอชไอวีในกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองจะมี
ความคลายคลึงกับประชากรทั่วไปในหลายประเด็น แตก็มีบางประเด็นที่จําเปนจะตองใหความสนใจเปนพิเศษ
ในระหวางการใหบริการใหแกคนกลุมนี้ เชน :
ความเชื่อเรื่องความเปนลูกผูชาย : ความเชื่อที่วาผูชายที่ไมเจ็บปวยหรือติดเชื้อใดๆ ไดงายๆ อาจสงผลใหผู
มารับบริการไมไดใชถุงยางปองกันในการมีเพศสัมพันธที่ผานมา ผูใหบริการดานสุขภาพตองเขาใจวาการที่จะ
ใหผูมารับบริการเปลี่ยนความเชื่อนั้นเสียเปนเรื่องที่ไมงายเลย แตก็ตองพยายามทาทายความเชื่อดังกลาวนั้น
ใหได เพราะการทาทายนี้จะเปนสิ่งที่ชี้ใหเห็นวาไมวาผูมารับบริการคนนั้นจะแข็งแรงหรือจะมีสุขภาพดีเพียงใด
เขาก็ยังมีโอกาสเสี่ยงตอการติดเชื้อโรคติดตอทางเพศสัมพันธและเอชไอวีไดหากมีเพศสัมพันธที่ไมปองกัน
อยางไรก็ตาม การทาทายความคิดความเชื่อหรือทัศนคติใดๆเปนเรื่องละเอียดออน ผูใหการปรึกษาจึงควรใช
ทักษะการสื่อสารอยางมีประสิทธิภาพในการทาทายประเด็นเหลานั้น
การวินิจฉัยและรักษาโรคติดตอทางเพศสัมพันธ : ผูใหบริการดานสุขภาพทุกคน ควรมีความรูเรื่องอาการ
ของโรคติดตอทางเพศสัมพันธที่ปรากฏบริเวณอวัยวะเพศ ชองปาก และทวารหนัก ซึ่งอาจเปดเผยในระหวาง
การสัมภาษณเพื่อประเมินความเสี่ยงของผูมารับบริการ หากสงสัยวามีการติดเชื้อโรคติดตอทางเพศสัมพันธ
ควรสงตอผูรับบริการเพื่อไปรับการตรวจจากหนวยบริการที่มีเครื่องมือในการตรวจและรักษาอยางเหมาะสม
อีกทั้งแพทยและบุคลากรสาธารณสุขตองไดรับการฝกอบรมใหสามารถวินิจฉัยและรักษาการติดเชื้อในชองปาก
และทวารหนัก หรืออวัยวะเพศ
ความรูสึกกลัวการเปนคนรักเพศเดียวกัน : อาการของความรูสึกอึดอัดใจกับอัตลักษณทางเพศและ
พฤติกรรมทางเพศของตนเอง หากผูมารับบริการไมรับวาตนเองเปนชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย และไมเต็มใจที่
จะปองกันตนเอง ผูใหบริการตองคนหาใหไดวาเพราะเหตุใดผูมารับบริการจึงเกิดความรูสึกเชนนั้น
22

ผูม ารับบริ การบางคนที่รูสึกไมสบายใจกับเพศวิถีของตนอาจจะไดรับประโยชน จ ากการได พู ดคุย กั บผู ให
คําปรึกษา หรือจากการไดรับขอมูลที่เกี่ยวของจากเว็บไซตหรือในแหลงขอมูลที่ใหไวในตอนทายของคูมือฉบับนี้
ความยากจน : เปนสาเหตุหนึ่งที่ทําใหไมสามารถมีพฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัยได เพราะถุงยางอาจมีราคา
แพง สารหลอลื่นไมมีคุณภาพ และในบางรายตองการเงินจนตองยอมมีเพศสัมพันธกับคนที่เสนอวาจะจายเงิน
เพิ่มขึ้นถาไมใสถุงยางอนามัยในขณะมีเพศสัมพันธ
กลยุทธการมีเพศสัมพันธที่ปลอดภัย : ผูมารับบริการจําเปนตองมีความรูและทักษะเกี่ยวกับการมี
เพศสัมพันธที่ปลอดภัยในการมีเพศสัมพันธกับผูชายโดยเฉพาะ
การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ : ในประเด็นเรื่องอัตลักษณทางเพศ ความวิตกกังวลเรื่องการติดเชื้อ และ
สถานภาพการติดเชื้ออาจจะทําใหผูมารับบริการมีความเครียดจนทําใหอวัยวะเพศไมแข็งตัว ซึ่งมีผลทําใหไม
สามารถสวมถุงยางอนามัยได และบางคนอาจจะประสบปญหาที่ไมสามารถปฏิบัติกิจกรรมทางเพศจนถึงจุด
สุดยอดได (หรือที่เรียกวาหลั่งชา) จึงตัดสินใจถอดถุงยางอนามัย หรือไมคิดจะใชถุงยางอนามัยอีกเลย ดังนั้น
ผูใหบริการสุขภาพควรพูดถึงปญหานี้ดวยการสรางความรูสึกวาเปนเรื่องปกติที่คนอื่นก็อาจจะเปนเหมือนกัน
เชน “มีผูชายหลายคนที่เคยคุยดวยเลาใหฟงวา มีปญหาเรื่องอวัยวะเพศไมแข็งตัว หรือไมถึงจุดสุดยอด จนไม
อยากใชถุงยาง ไมแนใจวา คุณมีปญหาคลายๆแบบนี้หรือเปลา” ถาผูมารับบริการแจงวามีปญหาเชนนี้ คุณ
จะสามารถใหคําแนะนําเรื่องกิจกรรมทางเพศแบบอื่น ๆ หรือวิธีที่จะเพิ่มความตื่นตัวโดยใสถุงยางดวย หรือ
อาจจะแนะนําใหพบแพทยที่ชวยรักษาอาการดังกลาวได หรืออาจจะแนะนําใหพูดคุยกับอาสาสมัครเพื่อนชวย
เพื่อนที่เปนผูที่เปนแกนนํา ซึ่งอาจใหคําแนะนําและความชวยเหลือในสถานการณเชนนี้ได
ความรุนแรงทางเพศ : จํานวนผูชายที่ตกเปนเหยื่อของการถูกขมขืนหรือถูกบังคับขืนใจใหมีเพศสัมพันธมี
มากจนไมนาเชื่อ เมื่อเกิดเรื่องเชนนี้ขึ้นก็มักไมคอยมีการหยิบยกขึ้นมาพูดคุยดวยกลัววาจะถูกมองวาเปนคน
ออนแอหรือมักจะถูกลอเลียน หากพบวาหรือหรือสงสัยวาผูมารับบริการถูกกระทํารุนแรงทางเพศ ผูใหการ
ปรึกษาควรปฏิบัติตตามมาตรการหรือแนวทางการจัดการในกรณีที่มีการถูกกระทํารุนแรงทางเพศ
การมีความคิดจะฆาตัวตาย : ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายหรือสาวประเภทสองอาจมีความเสี่ยงตอการฆา
ตัวตายสูงหากตองเผชิญกับการดูถูกหรือการแสดงความรังเกียจจากสังคม คือ การเปนชายที่มีเพศสัมพันธกับ
ชาย หรือสาวประเภทสอง ที่มีเชื้อเอชไอวี ถาผูรับบริการพูดถึงความคิดเกี่ยวกับการฆาตัวตาย ผูใหบริการตอง
จัดการประเมินความเสี่ยงในเรื่องนี้ทันที ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองทุกคนโดยเฉพาะ
อยางยิ่งคนที่มีปญหาในการยอมรับเพศวิถีของตัวเอง การสรางสัมพันธภาพ และคนที่ถูกทอดทิ้งโดยคูของ
ตัวเอง ครอบครัว รวมถึงคนที่ใชสารเสพติด หรือดื่มเหลาในปริมาณมาก ๆ มักมีโอกาสเสี่ยงตอการฆาตัวตาย
สูงมากกวาคนอื่น

23

บทที่ 7
วิธีการมีเพศสัมพันธที่ปลอดภัย
กลยุทธสําหรับการปองกันการติดเชื้อในประชากรกลุมนี้ไมไดแตกตางจากมาตรการที่ใชกับคนทั่วไป เชน การ
ใชถุงยาง หรือการมีเพศสัมพันธแบบไมตองสอดใสอวัยวะเพศ เปนตน แตปจจัยทางสังคมและจิตวิทยาบาง
ประการอาจจะทําใหชายที่มีเพศสัมพันธกับชายหรือสาวประเภทสองบางคนไมสามารถทําเชนนี้ได ดังนั้น ผู
ใหบริการสาธารณสุขตองชวยใหผูรับบริการสามารถประเมินรูปแบบการมีกิจกรรมทางเพศที่ปลอดภัยใหกับ
ตัวเองได เชน การใชถุงยาง หรือการมีเพศสัมพันธแบบไมตองสอดใส รวมทั้งตองประเมินความสามารถของ
ผูรับบริการในการเขาถึงถุงยาง ทักษะในการใชและความสามารถในการตอรองการใชถุงยางได
นอกจากนั้น ผูใหคําปรึกษายังตองชวยใหผูรับบริการรูจักกลวิธีลดความเสี่ยงที่ทําไดงายและไดผลดี และ
ในขณะที่ใหคําปรึกษาตองชวยหาทางเลือกหรือวิธีที่เหมาะสมกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตของผูรับบริการ
ตัวอยางวิธีการมีเพศสัมพันธที่ปลอดภัย
การใชถุงยางอนามัย หากมีการใชถุงยางอนามัยอยางถูกตอง ถุงยางจะชวยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ
โรคติดตอทางเพศสัมพันธและเอชไอวี บางคนมีความเชื่อวาหากมีเพศสัมพันธทางทวารหนักตองใชถุงยางที่
หนากวาปกติ แตจากงานศึกษาวิจัยลาสุดพบวา ความหนาบางของถุงยางไมไดมีผลแตอยางใด สิ่งที่มีผลอยาง
มากคือ การเลือกใชสารหลอลื่นที่เหมาะสมเทานั้น นั่นคือ สารหลอลื่นชนิดน้ํา
ถุงอนามัยผูหญิง
เปนอีกทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจากการใชถุงยางอนามัยแบบทั่วไปสําหรับการมี
เพศสัมพันธทางทวารหนัก ปกติเมื่อใชกับการมีเพศสัมพันธทางทวารหนัก ปกติแลวหากตองการใชเวลาสอดใส
ทางทวารหนัก ก็มักจะถอดหวงวงในออกและสวมถุงยางไวที่อวัยวะเพศชาย กอนที่จะสอดเขาทางทวารหนัก
ขอดีของถุงอนามัยแบบนี้ คือ มีขนาดใหญจนไมทําใหผูแสดงบทบาทเชิงรุกรูสึกอึดอัด ขอดอย คือ อาจจะหา
ซื้อไดยากและมีราคาสูง
สารหลอลื่นที่เหมาะสม เนื่องจากชองทวารหนักไมมีน้ําหลอลื่นโดยธรรมชาติ เหมือนอยางชองคลอดของ
ผูหญิง จึงอาจทําใหถุงยางอนามัย มีโอกาสฉีกขาดหรือแตกรั่วไดงายจากการมีเพศสัมพันธ การใชสารหลอลื่น
อยางถูกตอง คือ เลือกใชชนิดที่มีสวนผสมของน้ํา แตเนื่องจากหาซื้อไดลําบากจึงมีบางคนใชสารหลอลื่นหรือ
น้ํามันที่ใชอยูในบาน เชน โลชั่น เบบี้ออย น้ํามันนวด เปนตน สิ่งเหลานี้จะทําใหถุงยางอนามัยเสื่องมคุณภาพ
ในทันทีและอาจจะฉีกขาดหรือแตกรั่วในที่สุด ดังนั้นสิ่งจําเปนตอการปองกันชายที่มีเพศสัมพันธกับชายหรือ
สาวประเภทสองจากการมีเพศสัมพันธที่ไมปลอดภัยคือ การชวยใหชายที่มีเพศสัมพันธกับชายหรือสาวประเภท
สองสามารถหาหรือเขาถึงสารหลอลื่นชนิดน้ําใชไดเมื่อตองการใช
เพศสัมพันธทางปากที่ปลอดภัย แมวาความเสี่ยงตอการติดเชื้อและรับเชื้อเอชไอวีจากการมีเพศสัมพันธทาง
ปากจําคอนขางต่ํา แตอาจเสี่ยงตอโรคติดตอทางเพศสัมพันธไดมาก ดังนั้นจึงจําเปนตองใชถุงยางอนามัย บาง
คนจะรูสึกไมชอบกลิ่นและรสของถุงยางอนามัย จึงไมไดบอกใหคูของตนใชถุงยางอนามัย ถามีการหลั่งน้ําอสุจิ
ในปาก จะทําใหมีความเสี่ยงตอการติดเชื้อได ดังนั้นหากเพศสัมพันธทางปาก จึงไมควรใหมีการหลั่งอสุจิใน
ปากเพื่อลดความเสี่ยงตอการติดเชื้อ
การมีเพศสัมพันธแบบไมตองสอดใส การมีเพศสัมพันธโดยไมตองสอดใสสามารถทําไดหลายรูปแบบ เชน
การถูไถอวัยวะเพศกับอวัยวะสวนตาง ๆ ของคูนอน เชน ขาหนีบ โดยการสอดอวัยวะเพศไวระหวางตนขาทั้ง
สองขางของคูนอน ซึ่งปกติจะอยูชวงตอจากขาหนีบ เพื่อใหเกิดความรูสึกถูกบีบรัด หรือนวดซึ่งชวยสราง
ความสุขใหแกทั้งสองฝายได วิธีการนี้มักเปนเพียงทางเลือกชั่วคราวแทนการมีเพศสัมพันธแบบสอดใสเทานั้น
ดังนั้นความรูและทักษะในการใชถุงยางอนามัยรวมทั้งการตอรองใหคูนอนยอมใชถุงยางอนามัยจึงเปนเรื่องที่
สําคัญมาก
24

ทักษะการตอรองหรือปฏิเสธ ผูรับบริการตองมีความสามารถในการสื่อสารกับคูนอนของตนเกี่ยวกับการใช
ถุ ง ยางหรื อ มี เ พศสั ม พั น ธ แ บบไม ต อ งสอดใส ผู ใ ห คํ า ปรึ ก ษาควรช ว ยให ผู รั บ บริ ก ารเข า ใจถึ ง อุ ป สรรคที่
ผู รั บ บริ ก ารอาจต อ งเจอเมื่ อ ต อ งเผชิ ญ กั บ สถานการณ เ ช น นี้ และเสริ ม สร า งทั ก ษะการต อ รองเพื่ อ การมี
เพศสัมพันธที่ปลอดภัย รวมทั้งทักษะในการปฏิเสธหากคูนอนไมเต็มใจที่จะรับขอเสนอในการมีเพศสัมพันธที่
ปลอดภัย
การผลิตสื่อขอมูลเรื่องชายที่มีเพศสัมพันธกับชายหรือสาวประเภทสองโดยเฉพาะ การใหคําปรึกษา
เปนโอกาสในการเผยแพรสื่อขอมูลเกี่ยวกับวิธีการมีเพศสัมพันธที่ปลอดภัยใหกับชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย
และสาวประเภทสอง และยังเปนโอกาสในการสงตอหรือแนะนําใหรูจักกับองคกรหรือหนวยงานที่จัดกิจกรรม
หรือการใหความรูในประเด็นที่เกี่ยวของกับชายที่มีเพศสัมพันธกับชายหรือสาวประเภทสอง ไมวาจะเปนเรื่องที่
เกี่ยวกับเอชไอวีและโรคติดตอทางเพศสัมพันธ ความรูเกี่ยวกับถุงยางอนามัยและสารหลอลื่น วิธีการตอรองการ
ใชถุงยาง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง อัตลักษณทางเพศ เพศสภาวะ การแตงงานและการมีครอบครัว
ภรรยาและคูนอนผูหญิงอื่นๆ ที่ไมใชภรรยา ประเด็นเกี่ยวกับกฎหมายและสิทธิมนุษยชน การรังเกียจกีดกันและ
ตีตรา ไปจนถึงอาชีพใหบริการทางเพศ เปนตน
การลดความเสี่ยงในกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชายที่มีคูนอนหญิง
ผูชายที่เขารับบริการเอชไอวีนั้นอาจไมสมัครใจที่จะเปดเผยอัตลักษณทางเพศของตน ดังนั้นเมื่อทําการประเมิน
ความเสี่ ย งของคนเหล า นี้ สิ่ งแรกที่ ผูให บริ ก ารควรจะต องแจง ให ผูรับบริ การทราบคือ ข อมู ลที่ไดจ ากการ
สัมภาษณผูรับบริการจะเก็บเปนความลับ แลวคอยตั้งคําถามวา ผูรับบริการมีเพศสัมพันธกับคูนอนที่เปนชาย
เปนหญิง หรือทั้งสองเพศ การถามผูรับบริการวาเขาเปนชายรักตางเพศ ชายรักเพศเดียวกัน หรือรักสองเพศ
เป น คํ า ถามเกี่ ย วกั บ อั ต ตลั ก ษณ ท างเพศแทนที่ จ ะถามเรื่ อ งพฤติ ก รรม ชายที่ ย อมรั บ ว า ตนเป น ชายที่ มี
เพศสัมพันธกับชายอาจจะไมเปดเผยวาตนเองมีเพศสัมพันธกับคูนอนที่เปนหญิงดวยเวนเสียแตจะถูกถาม
ตรงๆ ดังนั้นการตั้งคําถามที่มุงประเด็นไปที่อัตลักษณทางเพศ อาจจะทําใหไมไดขอมูลที่เกี่ยวกับพฤติกรรม
เสี่ยงตอการติดเชื้อของผูรับบริการ
ชายที่มีแฟนเปนผูหญิงหรือมีภรรยาและมีเพศสัมพันธกับผูชายดวย แตไมสามารถตอรองการใชถุงยางกับคู
นอนชายไดควรไดรบั บคําแนะนําใหตรวจเอชไอวีอยางสม่ําเสมอ และใหใชถุงยางกับคูนอนชายดวย
อีกประเด็นหนึ่งที่ควรมีการพูดคุยกับชายที่มีคูนอนเปนหญิงคือเรื่องของการติดเชื้อจากแมสูลูก ดังนั้นในการให
คําปรึกษาเกี่ยวกับการตรวจเอชไอวี ผูชายที่สงสัยวาตนมีความเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวี หรือตรวจแลวรูผล
วาติดเชื้อ ควรไดรับคําแนะนําเกี่ยวกับวิธีในการลดโอกาสเสี่ยงที่จะถายทอดเชื้อเอชไอวีใหแกคูนอนหญิงของ
ตน ผูใหคําปรึกษาควรถามตอดวยวาหญิงคูนอนตั้งครรภดวยหรือไม ถาพบวาตั้งครรภ ควรใหคําแนะการ
ปอ งกั น การตั้ง ครรภ ที่ ไ ม มี ก ารวางแผนและแนะนํา บริ ก ารส ง ต อ ไปยั ง หน ว ยที่ ใ ห บ ริ ก ารด า นการวางแผน
ครอบครัว และควรเนนย้ําวาการใชถุงยางไมไดมีประโยชนแตเฉพาะการปองกันการติดเชื้อโรคติดตอทาง
เพศสัมพันธและเอชไอวีเทานั้น แตยังชวยปองกันการตั้งครรภที่ไมพึงประสงคดวย ชายที่มีเชื้อแลวควรไดรับ
คําแนะนําใหเปดเผยสถานภาพการติดเชื้อแกคูนอนดวย โดยไมจําเปนตองบอกวาเปนการติดเชื้อจากการมี
เพศสัมพันธกับผูชายดวยกัน
ผูชายทุกคนที่มารับบริการไมวาจะมีสถานภาพทางการติดเชื้อเปนอยางไร ควรไดรับคําเตือนเกี่ยวกับโอกาส
เสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีจากการมีเพศสัมพันธที่ไมไดปองกันไปสูคูนอน ในระยะที่คูของตนตองเลี้ยงลูกดวย
นมดวยเพราะอาจถายทอดไปสูทารกได
หากตองการขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใหคําปรึกษากับชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย สามารถศึกษาไดจาก
รายชื่อหนังสือและเอกสารที่ระบุไวในทายคูมือฉบับนี้

25

คําแนะนําเกี่ยวกับวิธีลดความเสี่ยงสําหรับสาวประเภทสอง
คนทุกคนมีโอกาสเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวีได โดยไมเกี่ยวของกับอายุ เพศสภาวะ หรือเพศวิถี แตคนที่มี
ปญหาเรื่องเพศสภาวะอาจเผชิญกับความเสี่ยงเฉพาะที่วิธีการปองกันโดยทั่วไปอาจไมครอบคลุมถึง ดังนั้นผูให
คําปรึกษาควรทราบถึงความเสี่ยงดังกลาวและสามารถใหขอมูลเกี่ยวกับวิธีลดความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ
สําหรับเฉพาะคนกลุมนี้ได ซึ่งขอควรทราบเกี่ยวกับผูรับบริการที่เปนสาวประเภทสองมีดังตอไปนี้
การลางสวนทวารหนักหรือชองคลอดเทียม (ชองคลอดจากการผาตัดแปลงเพศ) ผูมารับบริการที่มี
อวัยวะเพศหญิงเทียม หรือเคยเปนฝายรับในการมีเพศสัมพันธทางทวารหนักอาจเคยมีประสบการณในการ
ชําระลางชองทางดังกลาวเพื่อความสะอาดในการมีเพศสัมพันธ จึงควรไดรับคําแนะนําวาการชําระลางดวยวิธี
นี้จะยิ่งทําใหพื้นผิวบริเวณนั้นออนแอและเปราะมากยิ่งขึ้น และยังเปนการกวาดลางเชื้อจุลินทรียที่ดีตอรางกาย
ออกไป อีกทั้งทําใหเนื้อเยื่อที่ชวยปกคลุมสวนที่ละเอียดออนของรางกายหลุดลอกไปจนทําใหพื้นผิวบริเวณนั้น
เปลือยเปลา สงผลใหมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตอการรับเชื้อเอชไอวี เจาหนาที่สาธารณสุขจึงไมควรสนับสนุนการ
ชําระลางดวยวิธีนี้ และควรเตือนใหผูมารับบริการรูวาการชําระลางดวยวิธีนี้ไมใชทางเลือกที่ดีสําหรับการมี
เพศสัมพันธที่ปลอดภัย วิธีที่ดีที่สุดที่ใชปองกันการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดตอทางเพศสัมพันธคือ การใช
ถุงยางอนามัยทุกครั้งในการมีเพศสัมพันธ แตถาผูมารับบริการบางคนแจงวาตองการชําระลางดวยวิธีนี้ เพราะ
รูสึกวาตองการกําจัดกลิ่นไมพึงประสงค ก็ควรแนะนําใหไปพบแพทยเพื่อหาสาเหตุที่มาของกลิ่นเพราะอาจมี
สาเหตุมาจากการติดเชื้ออื่นๆก็ได
ใหคําแนะนําเรื่องขอควรระวังหลังการผาตัดแปลงเพศ ถาผูมารับบริการกําลังมีความคิดวาจะผาตัดแปลง
เพศหรือบางคนเพิ่งผานการผาตัดแปลงเพศมา จะตองแนะนําใหผูรับบริการรอจนกวาแผลจะหายสนิทจึงจะ
สามารถให บริ เ วณนั้น สั ม ผั สกั บ สารคั ด หลั่ ง ของคูน อนได หรือทํ า การป ดบริ เวณดั ง กล า วเอาไวในขณะมี
เพศสัมพันธเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารคัดหลั่ง
การใชสารหลอลื่นชนิดน้ํากับชองคลอดเทียม แมวาชองคลอดเทียมอาจจะผลิตน้ําหลอลื่นออกมาบาง
เล็กนอยในชวงที่เพศสัมพันธ แตก็ไมเพียงพอที่จะสรางความสุขทางเพศได ดังนั้นจึงควรแนะนําใหผูรับบริการ
ใชสารหลอลื่นชนิดน้ํา เชน เจลเควาย ซึ่งจะชวยลดความเสี่ยงตอการฉีกขาดของเยื่อบุภายในชองคลอดเทียม
ซึ่งมักเกิดขึ้นเปนธรรมชาติในขณะที่มีเพศสัมพันธ แตก็เพิ่มความเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวีดวย
การโกนขนบริเวณอวัยวะเพศ ผูมารับบริการควรไดรับคําแนะนําวาเมื่อใดที่ตองการโกนขนบริเวณอวัยวะ
เพศหรือใชวิธีการถอนดวยขี้ผึ้ง (การทําแวกซ) จะตองทําดวยความระมัดระวังไมใหผิวหนังบริเวณนั้นบาดหรือ
ถลอก และควรแนะนําใหปดผิวหนังที่มีรอยแผลหรือถลอกกอนที่จะมีเพศสัมพันธเพื่อปองกันการสัมผัสกับสาร
คัดหลั่งจากคูนอน (ไมวาจะเปนเลือด น้ําอสุจิ หรือของเหลวในชองคลอด) เมื่อตองโกนขนอวัยวะเพศ ขนหนา
แขง ขนหนาอก หรือขนรักแร ควรตองระมัดระวังความเสี่ยงที่อาจจะเกิดการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธดวย
วิธีใหอวัยวะเพศของอีกฝายหนึ่งมาถูไถกับผิวหนังบริเวณดังกลาวที่อาจจะมีบาดแผล หรือรอยถลอก
การใชเข็มฉีดยา คนบางคนใชเข็มฉีดยา หรือกระบอกฉีดยาเพื่อการฉีดฮอรโมน เชื้อเอชไอวีและเชื้อไวรัสอื่น ๆ
เชน ไวรัสตับอักเสบ อาจติดตอไดจากการใชเข็มและกระบอกฉีดยารวมกับคนอื่น ถาผูมารับบริการฉีดฮอรโมน
ดวยตัวเอง หรือชวยฉีดใหเพื่อนโดยการใชอุปกรณสวนตัวตองระมัดระวังวาตองใชอุปกรณที่สะอาด ปราศจาก
เชื้อ ควรมีอุปกรณชุดที่สะอาดไวสํารอง และไมควรใชอุปกรณดังกลาวรวมกับผูอื่นโดยเด็ดขาด
การพัน การรัด การหนีบหรือกดอวัยวะเพศ การทําสิ่งเหลานี้กับอวัยวะเพศจะทําใหผิวหนังอับชื้นและอาจ
ทําใหผิวหนังบริเวณนั้นมีรอยถลอก การลอกพลาสเตอรหรือเทปกาวที่ใชพันอวัยวะเพศ อาจจะมีผลทําให
ผิวหนังฉีกขาดหรือเกิดบาดแผลระคายเคือง ซึ่งจะเพิ่มโอกาสเสี่ยงใหเชื้อเอชไอวีสามารถเขาสูผิวหนังไดงายใน
ระหวางการมีเพศสัมพันธ ผูรับบริการควรไดรับคําแนะนําในการดึงพลาสเตอรหรือเทปที่ใชพัน ดวยความ
ระมัดระวังและกําจัดรอยกาวที่ติดอยูบนผิวหนังออกใหเรียบรอยดวยวัสดุที่นิ่มและน้ํามัน

26

ผูใหบริการทางเพศและโอกาสเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวี
ผูใหบริการทางเพศอาจมีโอกาสเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดตอทางเพศสัมพันธอื่นๆเนื่องจากการ
บริ ก ารทางเพศนั้ น ผู ใ ห บ ริ ก ารทางเพศมั ก จะไม มี อํ า นาจในการต อ รองให ลู ก ค า ผู ม ารั บ บริ ก ารยอมมี
เพศสัมพันธแบบปลอดภัยเนื่องจากตองการรายได ในบางกรณีผูใหบริการบางคนยอมมีเพศสัมพันธที่ไม
ปลอดภัย หากไดรับคาตอบแทนที่สูงขึ้น
งานวิจั ยในหลายประเทศพบว า การต อรองการมีเพศสัม พัน ธอยางปลอดภัยผู ใหบริการทางเพศ มีความ
แตกตางจากประชากรกลุมอื่นๆ ขึ้นอยูกับความรูสึกรักใครชอบพอกันเปนพิเศษดวย ผูมารับบริการทางเพศบาง
คนใชถุงยางทุกครั้งกับลูกคาใหม แตจะถุงยางทุกครั้งกับลูกคาประจําหรือคนรักที่ตนมีความรูสึกพิเศษดวย ใน
บางสถานการณผูใหบริการทางเพศตองเผชิญกับความเสี่ยงซอนจากการขายบริการและการใชยาเสพติดชนิด
ฉีด ซึงตองใชมาตรการปองกันที่สามารถปองกันไดทั้งการติดเชื้อทางเพศสัมพันธและการติดเชื้อจากการใชยา
เสพติด นั่นคือการลดความอันตรายจากการใชยาเสพติด และการลดความเสี่ยงจากการมีเพศสัมพันธ และ
เนื่องจากผูใหบริการทางเพศมีความตองการเฉพาะที่แตกตางจากกลุมอื่นๆ รูปแบบการใหคําปรึกษา การ
ตรวจหาการติดเชื้อและการสนั บสนุนทางจิตวิทยาสังคมควรมีรูปแบบเหมาะสมเพื่อประสิทธิภาพในการ
ใหบริการ ที่สําคัญบริการตางๆ นี้จะตองเขาถึงกลุมผูใหบริการซึ่งเปนประชากรที่มีความลอแหลมตอการติดเชื้อ
เพื่อเปนการปองกันทั้งผูใหบริการและลูกคาปลอดภัยจากการติดเชื้อโรคติดตอทางเพศสัมพันธและเอชไอวี
มาตรการปองกันที่สําคัญสําหรับผูใหบริการทางเพศ
อบรมใหผูใหบริการสามารถสังเกตอาการแสดงที่เกิดจากการติดเชื้อโรคติดตอทางเพศสัมพันธ การ
สอนดวยภาพถายจะชวยใหงายขึ้น ควรจะใชภาพอาการที่เกิดขึ้นจริงในกลุมคนเหลานี้มากกวาที่จะใชภาพที่
แสดงอาการรุนแรง และตองเนนวามีการติดเชื้อหลายชนิดที่ไมมีอาการแสดงใหเห็นไดชัดเจน เชน เชื้อเอชไอวี
และตับอักเสบ
แนะนําใหหลีกเลี่ยงการชําระลางอวัยวะเพศ และทวารหนักดวยสายชําระผูขายบริการทางเพศไมวาเปน
ชายหรือสาวประเภทสองมักจะมีวิธีการดูแลสุขอนามัยดวยกันหลายวิธี วิธีหนึ่งที่เปนเรื่องที่ไมควรกระทําอยาง
ยิ่งคือ การใชสารเคมีรุนแรงหรือผงซักฟอกซึ่งไมเหมาะสมที่จะใชกับบริเวณทวารหนักและชองคลอด เพราะวา
สารเคมีเหลานี้จะทําลายภูมิคุมกันทางธรรมชาติในบริเวณนั้น บางทีมีการใชสารเคมีเพื่อชวยใหชองคลอดแหง
ซึ่งจะมีผลเสียเชนกัน ทั้งผูใหบริการและลูกคาตองรูวาวิธีการเหลานี้ทําใหมีการทําลายเนื้อเยื่อและเพิ่มความ
เสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดตอทางเพศสัมพันธกับทั้งสองฝาย
แนะนําใหใชสารฆาเชื้อและสารกําจัดเชื้ออสุจิ สารฆาเชื้อเปนสารเคมีที่สามารถฆาจุลินทรียและไวรัส
รวมทั้งเชื้ออื่น ๆ ซึ่งเปนตัวการของการติดเชื้อโรคติดตอทางเพศสัมพันธ สวนสารกําจัดเชื้ออสุจิเปนสารเคมีที่
ออกแบบมาใหฆาตัวอสุจิ สารนอน็อกซินอลไนน (Nonoxynol 9 : N9) ไมสามารถชวยลดความเสี่ยงจากการ
แพรและรับเชื้อเอชไอวี นอกจากนั้นมีผูระบุวา สารนี้ทําใหผิวหนังบริเวณทวารหนักและชองคลอดระคายเคือง
และยิ่งเปดโอกาสใหติดเชื้อโรคติดตอทางเพศสัมพันธและเอชไอวีไดงายขึ้น ผูจัดบริการดานสุขภาพสวนใหญ
ไมสนับสนุนใหใชสารนอน็อกซินอลไนน (Nonoxynol 9 : N9) เพราะมีโทษมากกวาประโยชน

27

บทที่ 8
การใหการปรึกษากับชายที่มีเพศสัมพันธกับชายที่มีเชื้อเอชไอวี
และสาวประเภทสองที่มีเชื้อเอชไอวี
คนที่รูผลวาตนเองติดเชื้อเอชไอวีมักจะมีความวิตกกังวลหลายเรื่อง เชน กลัวเรื่องการเสียสุขภาพ ไมแนใจวา
ควรจะเปดเผยผลการติดเชื้อกับคูนอนหรือไม กลัวการถูกรังเกียจจากการติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งอาจสงผลใหตกงาน
หรือไลออกจากบาน ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายที่รูวาตัวเองติดเชื้อมักจะมีความเดือดรอนมากกวาคนทั่วไป
เชน กลัววาจะตองเปดเผยพฤติกรรมทางเพศของตน และความกังวลเรื่องการรักษาสัมพันธภาพกับคูของตน
การใหคําปรึกษาสามารถเขาใจและหาทางแกไขประเด็นปญหาเหลานี้ได
ไมวาสถานการณจะเปนอยางไร ผูใหคําปรึกษาจะตองรักษาความลับเสมอ รวมทั้งการจัดบริการดานสุขภาพก็
ตองยึดหลักการเรื่องการรักษาความลับเหลานี้เชนกัน เชน การติดเชื้อเอชไอวีหรือโรคติดตอทางเพศสัมพันธ
พฤติกรรมทางเพศ เพศสภาวะ หรืออัตตลักษณทางเพศของบุคคลนั้น ผูใหบริการตองเคารพสิทธิของผูมารับ
บริการโดยไมเปดเผยเรื่องเพศหรือเพศสภาวะของบุคคลนั้นตอคนอื่น การรักษาความลับเปนสิ่งสําคัญยิ่งไมวา
ผลการติดเชื้อจะเปนอยางไรก็ตาม นั่นเปนเพราะวาความเต็มใจในการเปดเผยผลเลือดที่เปนลบมักทําใหคิดวา
ผูที่ไมเปดเผยผลการตรวจมีเลือดเปนบวก
เชนเดียวกับผูมารับบริการคนอื่นๆ ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายที่ติดเชื้อเอชไอวี ยอมตองการขอมูลขาวสารดาน
สุขภาพ การดูแลตนเอง การพักผอนที่เหมาะสม การออกกําลังกาย โภชนาการที่เหมาะสม การมีเพศสัมพันธที่
ปลอดภัย และการปองกันการติดเชื้อเพิ่ม การติดตามผลการใหคําปรึกษาสามารถชวยใหเขาใจถึงปญหาอื่นๆ
ที่อาจมี ชวยใหประเมินผลที่เกิดจากการวินิจฉัยตอสัมพันธภาพของผูรับบริการกับคูนอน อาชีพ พฤติกรรม
ทางเพศ และสภาพความเป น อยู สิ่ ง ที่ ต อ งให ค วามสํ า คั ญ คื อ การหาทางแก ไ ขเยี ย วยาป ญ หาเหล า นี้
โดยเฉพาะอยางยิ่งเรื่องการเปดเผยสถานภาพการติดเชื้อแกคูนอนและคนอื่น การเปดเผยเรื่องการติดเชื้อแกคู
นอนคนปจจุบัน หรือคูนอนในอดีตเปนสถานการณที่ยุงยากลําบากใจที่สุดของผูมารับบริการ ความลําบากยิ่ง
ทวีคูณขึ้นอีก ถาตองถูกเปดเผยเรื่องการเปนคนรักเพศเดียวกัน หรือการที่ตองเปดเผยความจริงแกคูนอนที่เปน
ชายรักเพศเดียวกันวา มีเพศสัมพันธกับผูหญิงดวย
หลังจากที่ผูรับบริการไดรับรูสถานภาพการติดเชื้อของตนเอง เขาก็อาจจะยังคงมีพฤติกรรมเสี่ยงอยูเชนเดิม
ผูใหคําปรึกษาแนะนําจําเปนตองชวยใหผูมารับบริการไดเรียนรูวิธีการลดความเสี่ยงที่ทําไดงายไดผลดี และ
เหมาะสมกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตของผูรับบริการ การใหคําปรึกษาเพียงครั้งเดียวอาจจะไมเพียงพอ
ตอการคนหาขอมูลที่จําเปนเหลานี้ได ที่ดีที่สุดคือควรไดรับคําปรึกษาอยางตอเนื่อง แตถาเปนไปไมได ควรแนะ
นําสงตอไปยังกลุมสนับสนุนหรือองคกรที่ใหความชวยเหลือและสนับสนุนตามที่จําเปนดวย

28

บทที่ 9
การปรับสภาพแวดลอมของสถานบริการสุขภาพ

เนื้อหาในบทนี้ เปนเรื่องเกี่ยวกับแนวทางในการปรับปรุงสภาพแวดลอมของสถานบริการสาธารณสุขใหเปน
มิตร กับชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง ซึ่งตั้งอยูบนหลักการพื้นฐานที่วาในการสงเสริม
สุขภาพนั้นบริการดานสุขภาพที่จัดใหบริการตองเปนบริการที่สามารถเขาถึงและยอมรับไดตอชุมชนที่ใหบริการ
นั้นๆ
ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองจํานวนมาก เคยมีประสบการณเลวรายจากการเปดเผย
พฤติกรรมทางเพศใหผูให บริการดานสุขภาพรับรู ไมวาจะเปนการถูกหัวเราะเยาะ การลอเลียน เยาะเยย ถาก
ถาง การถูกกระทํารุนแรง หรือกักขัง มีงานวิจัยที่แสดงใหเห็นถึงผลที่เกิดจากความหวาดกลัวจากการถูกตีตรา
หรือรังเกียจกีดกันที่ทําใหชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองหลบเลี่ยง หรือปฏิเสธการไปรับ
บริการดานสุขภาพ สวนผูที่เขาไปรับบริการแลวก็ไมยอมที่จะเปดเผยขอมูลสวนตัว ที่อาจมีความสําคัญตอการ
ใหบริการที่มีประสิทธิภาพ จึงไมนาแปลกใจเลยที่สภาพแวดลอมในสถานบริการดานสุขภาพจะสรางความรูสึก
หวาดระแวงใหแกกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองที่มีอาการติดเชื้อหรือระคายเคืองทีท่ วาร
หนัก ซึ่งจะตองถูกถามขอมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศ การปกปดพฤติกรรมบางอยาง เชน การมีเพศสัมพันธ
ทางทวารหนักและอาการบางอยาง ที่อาจนําไปสูการใหบริการที่ไมมีคุณภาพโดยผูใหบริการและสุขภาพที่แย
ลงของผูรับบริการเอง
ผูใหบริการสุขภาพบางคนมีความเชื่อวา ในสถานบริการสาธารณสุขของตนไมมีผูรับบริการหรือเจาหนาที่ที่เปน
ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายหรือสาวประเภทสอง หลายคนไมแนใจวาจะตองมีบทบาทความรับผิดชอบอยางไร
บางในการจัดการเรื่องที่เกี่ยวของกับชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง หรือไมมีการกําหนด
นโยบายที่ชัดเจนในเรื่องนี้
ผูมารับบริการอาจมีความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพการจัดบริการที่เปนมิตรกอนที่เขาจะมารับบริการหรือมีโอกาส
พูดคุยกับเจาหนาที่เสียดวยซ้ําจากการบอกเลาหรือที่เคยไดยินมา ปจจัยที่มีผลตอความคิดเห็นดังกลาวไดแก
ที่ตั้งของสถานใหบริการ (เดินทางสะดวกหรือไม) เวลาที่ใหบริการสะดวกกับเจาหนาที่หรือผูรับบริการหรือไม
ปายแสดงสถานใหบริการ (ใชถอยคําที่เหมาะสมหรือคําที่ทําใหผูมารับบริการเกิดความรูสึกตอตานเพราะเปน
คําที่แสดงถึงเจตนาในการมารับบริการ) มีการจัดหาหนังสือพิมพหรือหนังสือที่เหมาะสมกับผูมารับริการอาน
หรือไม (สะทอนความสนใจหรือคานิยมของผูมารับบริการหรือไม) การตบแตงสถานที่ (สะทอนภาพลักษณหรือ
มีรสนิยมของผูมารับบริการหรือไม) ทั้งหมดที่กลาวนี้อาจสรางความประทับใจที่ถูกตองหรือไมก็ได ผูมารับ
29

บริการรายใหมอาจเคยไดพูดคุยกับผูที่เคยมารับบริการกอน เกี่ยวกับการจัดบริการและความเปนมิตรของ
เจาหนาที่หรือภาพรวมของการใหบริการ ผูมารับบริการรูสึกถึงความเปนมิตรไดจากการใชภาษาและกริยา
ทาทางของบุคลากรที่อาจจะสอแสดงถึงอาการรังเกียจกีดกัน หรือการแสดงออกของเจาหนาที่ในขณะตอนรับ
หรือเมื่อผู รับบริ การกํ า ลั ง ลงทะเบี ย นวา เป น อยางไร ในช ว งที่นั่ งรอรั บบริ ก าร ผูม ารั บบริการอาจจะไดยิ น
เจาหนาที่พูดคุยกับผูมารับบริการรายใหมในบริเวณหองรับแขก หรือจากการพูดคุยทางโทรศัพทซึ่งสามารถทํา
ใหรูวาเจาหนาที่มีความระมัดระวังในการรักษาความลับมากนอยเพียงใด มีเอกสารประชาสัมพันธการบริการ
และขอมูลเกี่ยวกับปญหาจากการมีเพศสัมพันธแจกจายหรือไม และสื่อนั้นใชภาษาที่เขาใจงายหรือไม ทั้งหมด
ที่กลาวมาขางตนมักเกิดขึ้นกอนที่ผูมารับบริการรายใหมมาพบแพทยเสียดวยซ้ํา เพราะฉะนั้นสิ่งตางๆ เหลานี้
จึงมีความสําคัญยิ่งตอการใหบริการ
การรับฟงความคิดเห็นของชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองเปนความจําเปนพื้นฐานอยางหนึ่ง
ที่ชวยพัฒนารูปแบบการใหบริการใหเกิดประโยชนสูงสุด การเปดโอกาสใหกลุมเปาหมายมีสวนรวมในการ
ปรับปรุงและพัฒนาการบริการ ยังเปนสิ่งที่แสดงใหเห็นถึงการที่หนวยงานใหความสําคัญแกความคิดเห็นของ
ชุมชนเปาหมาย และมีความมุงมั่นที่จะดูแลสุขภาพของคนเหลานั้น การรวมแสดงความคิดเห็นในการบริหาร
จัดการสถานบริการสาธารณสุขทําใหชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง มีความรูสึกเปนสวนหนึ่ง
ของความสําเร็จในการจัดบริการและเกิดความรูสึกภาคภูมิใจรวมทั้งจะชวยหาทางแกไขปญหาที่อาจจะเกิดขึ้น
ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง อาจมีสวนรวมในการตัดสินใจ หรือแสดงความเห็นเกี่ยวกับ
ขอบขายของการจัดบริการ สถานที่ตั้ง เวลา และรูปแบบของการจัดบริการ การตกแตงสถานที่ การสอบถาม
ขอมูลจากผูมารับบริการ แบบฟอรมในการลงทะเบียน แมกระทั่งการคัดเลือกเจาหนาที่ผูใหบริการเพื่อสะทอน
ถึงรูปแบบการบรบิการที่เหมาะสม
ในการใหบริการอาจพบเจอประเด็นที่อยูนอกเหนือจากที่ระบุขางตน ซึ่งจําเปนตองแกไขดวยวิธีจําเพาะและ
เหมาะสม ซึ่ ง ประเด็น สว นใหญ ส ามารถแกไ ขไดโ ดยการปรึ ก ษาระหวา งผู ที่ มีส ว นเกี่ ย วข อ งและผู ที่ไ ด รั บ
ผลกระทบจากประเด็นนั้นๆ ทางแกที่ใชไดกับสถานบริการหนึ่ง อาจจะไมสามารถใชไดกับสถานบริการอื่น ๆ
แตอาจใชเปนแนวทางในการดําเนินงานได ตัวอยางปญหาบริการเฉพาะดาน เชน ผูมารับบริการที่เปนสาว
ประเภทสองในคลีนิกกามโรคตองการใชหองน้ําหญิง หรือนั่งรอในบริเวณที่จัดไวสําหรับผูมารับบริการที่เปน
หญิงทั้งๆ ที่สถานที่แหงนั้นไดแยกที่นั่งและหองน้ําเปนสัดสวนสําหรับชายและหญิงแลว
บางครั้ง ในการใหบริการดานสุขภาพแกหญิงบริการหรือชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย อาจมีสาวประเภทสองที่
ใหบริการเขารับบริการดวย แตสถานที่บริการนั้นอาจมีหองน้ําเพียงหองเดียวซึ่งไมเพียงพอในการอํานวยความ
สะดวก สถานบริการบางแหงและผูรับบริการบางคนอาจไมมีปญหาในเรื่องนี้ แตสถานบริการบางแหงหรือผูมา
รั บ บริ ก ารบางคนอาจไม พ อใจนั ก การปรึ ก ษากั บ ผู มี ส ว นเกี่ ย วข อ งและผู ไ ด รั บ ผลกระทบ จะทํ า ให ท ราบ
30

ขอเท็จจริงเกี่ยวกับปญหา (วาเปนปญหาแคกับบางคนหรือคนสวนใหญ) และวิธีในการแกไขปญหา หรือ
ประนีประนอม ที่เหมาะสมสําหรับคนสวนใหญได วิธีแกปญหาสําหรับกรณีขางตนอาจทําไดโดย จัดใหมี
หองน้ําเปนสัดสวนตามความเหมาะสมของผูมารับบริการ เชน หองน้ําชาย หองน้ําหญิง และหองน้ํารวม และ
การจัดเวลาใหบริการสําหรับแตละกลุมผูรับบริการที่ไมตรงกัน เปนตน เมื่อไดขอสรุปแลวควรมีประกาศแจงให
ผูมารับบริการทราบ เจาหนาที่เองก็ควรมีความพรอมที่จะรับมือกับสถานการณหากวิธีดังกลาวใชไมไดผล เพื่อ
ปองกันมิใหปญหาหรือผลกระทบตอการบริการบานปลายยิ่งขึ้น
แนวทางในการใหบริการดานสุขภาพสําหรับชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง*
ในการใหบริการกับชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง มีหลักสําคัญอยู 6 ประการ ไดแก
1. เจาหนาที่ผูใหบริการที่สถานบริการสุขภาพ
2. สิทธิของผูมารับบริการ
3. การใหการตอนรับผูมารับบริการ
4. แผนการจัดบริการและการดําเนินงาน
5. การรักษาความลับ
6. สัมพันธภาพกับชุมชน
หลักการแตละขอขางตนมีมาตรฐานการปฏิบัติไดมากกวา 2 วิธี ซึ่งวิธีการตางๆ นี้ชวยกําหนดมาตรฐานขั้นต่ํา
ในการใหบริการ ในความเปนจริงสถานบริการอาจไมสามารถที่จะนํามาตรฐานทุกขอไปปฏิบัติไดทั้งหมด
ดังนั้นทั้งเจาหนาที่และผูมารับบริการจึงควรมีสวนรวมทุกขั้นตอนเพื่อแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะแนวทาง
ที่เปนไปไดจริง ขางลางนี้เปนตัวอยางของตัวชี้วัดคุณภาพของแตละหลักการ เพื่อชวยใหหลักการแตละขอมี
มาตรฐานไดจริง
หลักที่ 1 : เจาหนาที่ผูใหบริการที่สถานบริการสุขภาพ
มาตรฐานที่ 1 : การวาจางเจาหนาที่ที่เปนชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองที่
มีคุณสมบัติเหมาะสมในสถานบริการสุขภาพ
ตัวชี้วัดที่ชัดเจนที่สุดของที่ทํางานที่ปราศจากความรังเกียจแบงแยกคือการวาจางพนักงานที่เปนชายที่
มีเพศสัมพันธกับชายหรือสาวประเภทสองภายในที่ทํางาน ไมวาผูมารับบริการอาจจะรูวาพนักงานกลุมนี้มีอัตต
ลักษณทางเพศเชนเดียวกับตนหรือไม เพราะพนักงานเหลานี้ไมไดมีความรูและทักษะที่เปนประโยชนตอผูมา
รับบริการเทานั้น แตยังสามารถที่จะชวยฝกอบรมเจาหนาที่คนอื่นๆ ในเรื่องที่เกี่ยวกับพฤติกรรมและวัฒนธรรม
ได ทั้งนี้จะตองไดรับหนาที่ที่ผูมารับบริการไดรูวามีคนกลุมนี้ทํางานอยู ไมใชหนาที่ที่ไมมีใครมองเห็น ดังนั้น

31

การว า จ า งผู ใ ห บ ริ ก ารที่ มี อั ต ตลั ก ษณ ท างเพศเช น เดี ย วกั บ ผู รั บ บริ ก ารจึ ง เป น สิ่ ง ที่ แ สดงให เ ห็ น ถึ ง การให
ความสําคัญของการจัดบริการที่เปนมิตรแกกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง
มาตรฐานที่ 2: สถานที่ทํางานที่ปราศจากการรังเกียจกีดกัน หรือการคุกคามเจาหนาที่ที่เปน
ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง
ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง จะตองมีสิทธิเทาเทียมกับบุคลากรอื่น ๆ ในหนวยงาน
เดียวกัน ซึ่งความเทาเทียมดังกลาวอาจถูกมองวาเปน “ความพิเศษในการเลือกปฏิบัติ” โดยคนที่รักตางเพศ
หรือคนที่ไมไดเปนสาวประเภทสองที่อาจคุนเคยกับการรังเกียจกีดกัน หรือการคุกคามชายที่มีอัตตลักษณทาง
เพศหรือรสนิ ยมดั งกล าว แมกระนั้นก็ตามจะตองมีการบังคับใชกฎระเบียบในการทํางานกั บกลุมชายที่ มี
เพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองอยางเทาเทียมกับบุคลากรอื่น หากไมมีความเสมอภาคหนวยงานนั้นก็
จะกลายเปนเครื่องทําลายความรูสึกของชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองมากกวาที่จะสราง
สภาพแวดลอมในการทํางานที่เอื้อตอการใหบริการกับกลุมเปาหมายอยางมีประสิทธิภาพ ถาหนวยงานยังไม
สามารถใหความรูสึกปลอดภัยและมั่นคงสําหรับพนักงานเจาหนาที่ที่เปนชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาว
ประเภทสองก็จะยิ่งเปนการตอกย้ําวาสถานบริการไมสามารถทําใหผูมารับบริการเกิดความรูสึกมั่นใจได และ
จะเปนการขัดขวางการสงเสริมสนับสนุนการจัดบริการสุขภาพใหกับกลุมเปาหมาย เมื่อมีการปรับปรุงการ
จัดบริการสุขภาพใหแกชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง คนที่ไมใชชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย
และสาวประเภทสองที่เปนเจาหนาที่จะตองมีสวนรวมในการเปลี่ยนแปลงบรรยากาศและสภาพแวดลอมในที่
ทํางาน เพื่อใหคนเหลานี้ไดมีโอกาสแสดงความคิดเห็นและมีโอกาสไดรับการพัฒนาทัศนคติที่ถูกตอง และมี
ทักษะที่เหมาะสม นอกจากนั้นไมควรคิดเอาเองวา ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายมีความรูความเขาใจเรื่องสาว
ประเภทสองเปนอยางดี หรือสาวประเภทสองมีความรูเรื่องชายที่มีเพศสัมพันธกับชายเปนอยางดีเชนกัน
หลักที่ 2: สิทธิของผูมารับบริการ
มาตรฐานที่ 3 : นโยบายในการใหบริการที่ปราศจากการรังเกียจกีดกัน
การจัดบริการสุขภาพทางเพศที่มีคุณภาพใหกับชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง จะ
เกิดขึ้นไดก็ตอ เมื่อ ปราศจากการรังเกียจกีดกันคนเหลานี้ ดังนั้นการจัดบริการที่มีคุณภาพจะตองมีนโยบาย
ที่ชัดเจนในการปองกันการรังเกียจกีดกันผูมารับบริการที่เปนชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง
เจาหนาที่ตองเรียนรูและใชภาษาที่เหมาะสมกับวัฒนธรรมเมื่อใหบริการแกคนกลุมนี้ แบบฟอรมที่ใชและ
นโยบายตางๆ ก็ตองใชภาษาที่เหมาะสมเชนกัน อีกทั้งควรมีเอกสารเผยแพรเกี่ยวกับนโยบายนโยบาย
ดั ง กล า วแก ผูม ารั บ บริ ก าร และควรติ ด ประกาศแผ น โปสเตอร ที่ แ สดงใหเ ห็ น ชั ด เจนเกี่ ย วกั บ นโยบายการ
ใหบริการที่ปราศจากการรังเกียจกีดกัน ที่สําคัญจะตองประชาสัมพันธเกี่ยวกับนโยบายนี้กับเปาหมายชายที่มี
เพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองใหทราบทุกครั้งที่มารับบริการ ตัวอยางของการปฏิบัติที่แสดงถึงการ
32

รังเกียจกีดกันโดยสถานบริการ คือ การขอใหผูมารับบริการที่เปนชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภท
สองแตงตัวเปนเพศชายในหองรอรับบริการ พนักงานเริ่มใหบริการชาและหยุดใหบริการเร็ว มีการตรวจสุขภาพ
อยางลวก ๆ ใหเสร็จเร็ว ๆ แบบขอไปที ไมเคยซักถามประวัติวาเคยมีเพศสัมพันธกับผูหญิงหรือไม เปนตน
มาตรฐานที่ 4 : การรองเรียนเกี่ยวกับนโยบายการรังเกียจกีดกัน
เมื่อใดที่มีการประกาศนโยบายไวเปนลายลักษณอักษร และมีการยึดถือปฏิบัติ ตองมีการตรวจสอบ
ดวยวาการนําไปปปฏิบัติมีประสิทธิภาพหรือไม การตรวจสอบอาจทําไดหลายวิธี เชน การสังเกตปฏิสัมพันธ
ระหวางเจาหนาที่และผูมารับบริการ สอบถามความคิดเห็นของผูมารับบริการ หรือการมีขั้นตอนที่ชัดเจน
สําหรับรองเรียนโดยผูรับบริการ คนเรามักมองการวิพากษวิจารณหรือการรองเรียนสวนใหญในเชิงลบ เพราะ
มักเปนการระบายอารมณความรูสึกอยางรุนแรงหรือเปนเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่ไมถูกตอง แตการวิพากษวิจารณ
อาจเปนโอกาสที่สะทอนใหเห็นถึงผลของการใหบริการจากการมีปฏิสัมพันธระหวางเจาหนาที่และผูมารับ
บริการ และชวยใหประเมินความคาดหวังของกลุมเปาหมายในการมารับบริการ กลุมเปาหมายมักมีความรูสึก
ตนมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นหรือวิพากษวิจารณและผูใหบริการตองเคารพสิทธินี้ดวย ทั้งนี้ผูบริหาร
จะตองคอยปกปองไมใหเจาหนาที่ถูกกลั่นแกลงหรือไมไดรับความยุติธรรมจากกระบวนการรองเรียน แตตองให
การสนับสนุนเพื่อใหเจาหนาที่ไดเรียนรูจากการรองเรียนนั้น เพื่อปรับปรุงการบริการใหดียิ่งขึ้น ที่สําคัญการ
รองเรียนควรมีลักษณะครอบคลุมทุกมิติและไมซับซอนยุงยาก และมีกระบวนการในการดําเนินการในกรณีที่มี
การรองเรียนเกิดขึ้น
หลักที่ 3: การตอนรับผูมารับบริการ
มาตรฐานที่ 5: มีเจาหนาที่ที่เขาใจและวิธีการตอนรับที่เปนมิตรสําหรับผูมารับบริการที่เปน
ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง
บุคคลแรกที่เปนผูตอนรับผูมารับบริการในสถานบริการสุขภาพทั่ว ๆ ไปมักจะเปนพนักงานตอนรับหรือ
เจา หนา ที่ ธุรการ ซึ่ ง ตองมี บุค ลิ ก ท า ทางที่ตอ นรับ และไมแ สดงอาการรั ง เกี ย จกี ดกัน หรื อตัดสิ น ผู อื่ น จาก
รูปลักษณภายนอก โดยปกติหนาที่ของเจาหนาที่ธุรการในชวงที่ใหการตอนรับ คือ การสอบถาม สัมภาษณเพื่อ
รวบรวมขอมูล ลงทะเบียนประวัติผูมารับบริการ (ปกติจะใชรหัสพิเศษ ) ที่ใชเฉพาะกลุมเจาหนาที่ในสถาน
บริการสุขภาพ ขอมูลเหลานี้มักจะประกอบไปดวยประวัติสวนบุคคล ชื่อ นามสกุล วันเดือนปเกิด เพศ และที่อยู
ที่ติดตอได ซึ่งผูรับบริการจะเปนผูกรอกขอมูลลงในแบบบันทึกประวัติหรือแบบสอบถามอยางสั้น ๆ ไมควร
ขอใหผูมารับบริการแสดงบัตรประจําตัวประชาชนหรือเอกสารใด ๆ ที่ระบุถึงรายละเอียดสวนบุคคล ทั้งนี้เพื่อให
ผูมารับบริการมั่นใจวา สถานบริการนั้นจะไมสงตอขอมูลสวนตัวเหลานี้ใหแกหนวยงานราชการ ในกรณีที่ผูมา
รับบริการไมสามารถอานออกเขียนไดสะดวก ผูตอนรับควรใหความชวยเหลือ
33

ควรชี้แจงใหผูมารับบริการมีความมั่นใจวา ขอมูลทุกอยางจะรักษาไวเปนความลับ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน
ประเด็นหลักที่ 5 : เรื่องการรักษาความลับ ) และใหคําอธิบายอยางสั้น ๆ เกี่ยวกับเหตุผลที่ตองการขอมูล
สวนตัวของผูมารับบริการและกระบวนการในการเก็บรักษาขอมูลนั้นไวเปนความลับ พยายามใหผูมารับบริการ
ใหขอมูลที่เปนจริง เพราะขอมูลที่ไมถูกตองอาจสงผลตอการรักษาได เพราะอาจทําใหเกิดความสับสนระหวาง
ขอมูลของคนไขที่เก็บรักษาไวมากกวาหนึ่งสถานบริการหากขอมูลดังกลาวไมตรงกัน แตถาผูมารับบริการลังเล
ใจที่จะใหขอมูล ผูใหบริการควรเสนอทางเลือกวา ผูรับบริการจะตองใหขอมูลอยางนอยที่สุด 3 เรื่องคือ ชื่อตัว
วันเดือนปเกิด เพศ เชน “ชื่อโมฮัมเม็ด เกิดวันที่ 10 ธันวาคม 2513 เพศชาย” ถาสงสัยวาขอมูลไมใชขอมูล
จริง ตองแนะนําใหผูมารับบริการจดจําขอมูลที่ให เพราะจะเปนรายละเอียดที่เชื่อมโยงกับประวัติทางการแพทย
และเลขทะเบียนผูมาขอรับบริการ เพื่อใชอางอิงในการมาขอรับบริการในครั้งตอๆ ไป
นอกจากนั้นยังควรเสนอทางเลือกใหสามารถใชคําวา “อื่นๆ” ในการระบุเพศนอกเหนือจากเพศชาย
และเพศหญิง เพื่อแสดงใหผูมารับบริการเห็นวา ผูใหบริการมีความละเอียดออนในการใหบริการกับผูที่มีความ
หลากหลายทางเพศ ในสวนของพนักงานตอนรับจะตองคุนเคยกับภาษา พฤติกรรมและบุคคลิกของชายที่มี
เพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง ในแบบลงทะเบียนควรมีชองใหเลือกในการระบุเพศ และสถานภาพ
สมรส หรือการมีคู อีกทั้งผูมารับบริการควรมีโอกาสไดอาน หรือไดรับฟงคําอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนของการ
ลงทะเบียนดวย
บทบาทของพนักงานตอนรับมีความสําคัญยิ่งตอการจัดบริการที่ดีและมีประสิทธิภาพของสถานบริการ
สุขภาพ ดังนั้น การลงทุนในการฝกอบรมใหบุคคลากรไดเรียนรูเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมของกลุมเปาหมาย และ
เรียนรูทักษะที่จําเปนในการปฏิบัติงานจึงเปนเรื่องสําคัญ โดยสรุป สิ่งสําคัญในการตอนรับผูรับบริการที่ดีคือ:
• ทาทีที่เปดเผยและเปนมิตร
• มีวิธีการบันทึกทะเบียนและรหัสของผูมารับบริการ
• มีการชี้แจงวาทําไมจึงตองการขอมูลของผูมารับบริการ
• ยืนยันใหผูรับบริการมั่นใจวาขอมูลทุกอยางจะเก็บรักษาไวเปนความลับ
• ตองมีขอมูลเฉพาะบุคคลอยางนอย 3 รายการ
• ลงทุนในการพัฒนาทักษะของพนักงานตอนรับ
หลักที่ 4: การวางแผนและการจัดการใหบริการ
มาตรฐานที่ 6: การบริการที่เหมาะกับวัฒนธรรมของชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาว
ประเภทสอง

34

การปรับปรุงรูปแบบการบริการใหมีประสิทธิภาพ ในการจัดบริการที่ตรงกับความตองการของกลุมชาย
ที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง จะเกิดขึ้นไดก็ตอเมื่อเจาหนาที่ผูปฏิบัติงานมีความคุนเคยกับ
ขนบธรรมเนียมวิถีชีวิตและนิสัยใจคอของชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง รวมถึงการมีความรู
ความเขาใจในประเด็นที่มีผลตอการดําเนินชีวิตของกลุมเปาหมาย เชน การถูกรังเกียจกีดกัน การถูกคุกคาม
ความยากจน การตกเปนเหยื่อของการถูกลอลวงหรือละเมิด ครอบครัวรังเกียจ และตกงาน เจาหนาที่ในสวน
อื่นๆ นอกเหนือจากคณะผูบริหารก็ควรไดรับการฝกอบรมเชนเดียวกัน เจาหนาที่บางคนอาจจะมีทักษะในการ
บริการที่เหมาะสมกับกลุมเปาหมายนี้มากกวาเจาหนาที่คนอื่นๆ ดังนั้น เพื่อใหการจัดบริการมีคุณภาพและ
เกิดประโยชนสูงสุด จึงควรสงตอผูรับบริการไปยังเจาหนาที่ดังกลาวตั้งแตตน
หลักที่ 5: การรักษาความลับ
มาตรฐานที่ 7: การรักษาความลับเปนหลักการที่สําคัญในการใหบริการดานสุขภาพทางเพศ
การรักษาความลับเปนหลักการที่สําคัญสําหรับการใหบริการสุขภาพทางเพศที่มีคุณภาพ สถานบริการ
ตองมีนโยบายเรื่องการรักษาความลับที่ชัดเจน และเครงครัด รวมทั้งตองมีการเผยแพรประชาสัมพันธให
ผูเกี่ยวของทุกคนไดรับทราบดวย การปฐมนิเทศและฝกอบรมเจาหนาที่ผูปฏิบัติงาน ตองเนนย้ําเรื่องการรักษา
ความลับของผูมารับบริการ ขอมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศ และประเด็นของสาวประเภทสอง หรือประเด็น
เกี่ยวกับเพศวิถี ผูมารับบริการที่เปนชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง ตองไดรับคําอธิบายเรื่อง
การเก็บขอมูลที่เกี่ยวของกับพฤติกรรมทางเพศ เพศวิถี และโอกาสที่จะตองเปดเผยขอมูลดังกลาว ซึ่งอาจ
เปดเผยในลักษณะขอมูลรวม หรือเปนรายบุคคลก็ได รวมถึงจุดประสงคในการเปดเผย และใครเปนผูใชขอมูล
นั้น
กลวิธีที่สามารถตอบโจทยหรือประเด็นขางตนสวนใหญนี้ไดก็คือ การมีนโยบายปองกันการเผยแพร
ขอมูลผูมารับบริการโดยไมไดรับความยินยอมเปนลายลักษณอักษรจากเจาตัว แมจะเปนขอมูลสําหรับแสดง
ภาพรวมเพื่อการวางแผนและประเมินผลโดยไมระบุถึงบุคคล แตตองไมละเมิดขอกําหนดในการรักษาความลับ
สวนบุคคล ในบางกรณีอาจมีผูรับบริการที่มีพฤติกรรมที่ตองใหความระมัดระวังเมื่อตองอางอิงถึงขอมูลของ
บุคคลดังกลาว แมวาจะเปดเผยขอมูลนั้นในภาพรวมก็ตาม เพราะอาจทําใหคนอื่นหรือเจาตัวทราบไดวาเปน
ขอมูลของใครและกลายเปนการละเมิดความลับในที่สุด
การรักษาความลับภายในสถานบริการสุขภาพมีหลายวิธีตัวอยางเชน เมื่อมีการพูดคุยถึงการรักษา
คนไขรายใดรายหนึ่ง หรือการเรียกคนไขในหองรอรับบริการเพื่อใหมาพบแพทย บางสถานบริการจะเรียก
เฉพาะชื่อ ไมระบุนามสกุ ล (ถาชื่อนั้น เปน ชื่อที่ อาจจะซ้ํากับคนอื่นได อาจจะตองขอใหแสดงรายละเอีย ด
เพิ่มเติมเพื่อยืนยันวาเปนบุคคลเดียวกับที่จะไดรับบริการเพื่อไมใหคนอื่นไดรับรู โดยอาจจะใหแจงนามสกุล)
35

บางสถานบริการอาจจะใชเพียงหมายเลขที่ลงทะเบียนไวในการเรียกผูรับบริการ ดังนั้นจึงตองระมัดระวัง สิ่ง
สําคัญเมื่อมีการพูดคุยเกี่ยวกับการดูแลรักษาผูมารับบริการคือจะตองระมัดระวังในการเอยชื่อ รายละเอียดของ
การวินิจฉัย พฤติกรรม หรือเพศสภาพ ไมใหผูอื่นไดยินหรือรูไดวาเปนขอมูลของใคร
มาตรฐานที่ 8: ความเปนสวนตัว
สิ่งสําคัญอีกประการหนึ่งตอการรักษาความลับของผูรับบริการคือ ความเปนสวนตัว สถานบริการ
หลายแห ง มี พื้ น ที่ จํ า กั ด ซึ่ ง เป น อุ ป สรรคต อ บรรยากาศที่ เ งี ย บสงบ เป น ส ว นตั ว และเหมาะสมในการให
คําปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศ บางที่ใชเพียงมานบาง ๆ กั้นประตู ซึ่งไมสามารถเก็บเสียงได และมีคนเดิน
ผานไดโดยไมมีรูตัว แมวาจะตั้งใจหรือไมก็ตาม การใหคําปรึกษาจะไมถือเปนความลับหากไมมีความเปน
สวนตัว ผูมารับบริการอาจถูกซักถามขอมูลสวนตัว บางทีอาจจะตองถอดเสื้อผาใหตรวจ ดังนั้นการมีฉากกั้น
ระหวางโตะสัมภาษณและเตียงตรวจจะชวยใหผูมารับบริการรูสึกมีความเปนสวนตัวในขณะที่เขาตองถอด
เสื้อผา การใหคํารปรึกษาที่ดีและมีประสิทธิภาพจึงควรจะมีหองซึ่งเปนสัดสวน ไมสามารถมองเห็นหรือไดยิน
จากขางนอกได (หากเปนไปได ควรมีประตูปดมิดชิด และมีปายหรือสัญลักษณแสดงใหคนขางนอกรูวากําลัง
ใหคําปรึกษาเมื่อปดประตู) และไมควรมีเหตุการณรบกวนใด ๆ ทั้งสิ้น (ยกเวนเปนเรื่องดวน) ควรวางระเบียบวา
หากมีใครตองการเขามาในหองตองเคาะประตู และใหผูที่อยูในหองอนุญาตเสียกอน และการพิจารณาวาจะ
อนุญาตใหบุคคลอื่น หรือแมกระทั่งคนที่เปนผูชวยแพทยเขามาในหองไดหรือไมจะตองไดรับความยินยอมจาก
ผูรับบริการ
มาตรฐานที่ 9: ประเด็นเรื่องชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองที่เปนเยาชน
และเด็ก
ในบางประเทศ การใหบริการสุขภาพทางเพศสําหรับชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองที่
เป นเด็ ก เยาวชน หรือผูเ ยาว (ที่ กําหนดโดยกฎหมายในประเทศนั้น ๆ) อาจจะมี ความซับซอ นจากปญ หา
ขอบังคับทางกฎหมาย ที่กําหนดใหคลินิกหรือสถานบริการสุขภาพตองรายงานเกี่ยวกับการลวงละเมิดทางเพศ
ในกลุมเด็กและเยาวชนใหกับหนวยงานรัฐบาล สถานบริการสุขภาพจึงควรมีความรูเกี่ยวกับกฎหมายวาผูเยาว
สามารถใหความยินยอมในการดูแลรักษาดวยตนเองไดหรือไม อีกทั้งเจาหนาที่ตองไดรับการฝกอบรมในเรื่อง
ดังกลาวและ ผูมารับบริการที่เปนผูเยาวตองไดรับขอมูลเกี่ยวกับระเบียบขอบังคับที่เกี่ยวกับการรายงานขอมูล
การใหบริการแกกลุมเปาหมายนี้รวมทั้งเรื่องอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวของการกับเปดเผยขอมูลดังกลาวใหกับหนวยงาน
ราชการกอนที่จะรับบริการ

36

หลักที่ 6: สัมพันธภาพชุมชน
มาตรฐาน 10 : การมีสวนรวมของชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองในการ
กําหนดกระบวนการและขั้นตอนในการใหบริการดานสุขภาพ
นอกจากการวาจางชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย และสาวประเภทสองเปนเจาหนาที่ เพื่อมีสวนชวยใน
การปรั บ ปรุ ง รู ป แบบการให บ ริ ก ารในคลิ นิ ก แล ว อี ก วิ ธี ห นึ่ ง ที่ ส ามารถทํ า ได คื อ การเป ด โอกาสให ช ายที่ มี
เพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองเปนสมาชิกคณะกรรมการบริหารสถานบริการ หรือองคกรอื่นๆ ที่
เหมาะสม การเปนผูแทนในลักษณะนี้จะชวยสะทอนภาพความโปรงใสในการบริหารจัดการสถานบริการ
สุขภาพ เชน การใหกลุมเปาหมายสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงดานนโยบายที่สงผล
กระทบตอตนเอง และรวมกันสนับสนุนใหมีการยึดถือปฏิบัติตามนโยบายนั้น เปนตน

เอกสารอางอิง
1. Ottawa Charter for Health Promotion. Adopted at the First International Conference on Health
Promotion.
Ottawa.
November
21,
1986.
WHO
HPR/HEP/95.1.
At
www.who.int/hpr/NPH/docs/ottawa_charter_hp.pdf. Accessed January 14, 2004.
2. Community Standards of Practice for Provision of Quality Health Care Services for Gay, Lesbian,
Bisexual and Transgendered Clients. Boston, MA: Gay, Lesbian, Bisexual, and Transgender Health
Access Project, 2001. At www.glbthealth.org. Accessed January 14, 2004.

37

บทที่ 10
บทสรุปสําหรับผูใหบริการดานสุขภาพ
ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายตองการบริการดูแลรักษาสุขภาพที่แตกตางจากบุคคลทั่วไป และจะเกิดขึ้นไดจาก
การที่เจาหนาที่ผูใหบริการมีความรูความเขาใจในประเด็นตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับความรูสึกนึกคิดของคนกลุมนี้
ตั้งแตการใหบริการโดยปราศจากอคติ (ใชภาษาและอากัปกิริยาที่แสดงถึงความเปนกลางหรือใหกําลังใจ หรือ
มีมารยาทที่ดี) ในการพูดคุยเกี่ยวกับประวัติการมีเพศสัมพันธ ไปจนถึงการมีความรูความเขาใจในการรักษาโรค
ติดเชื้อทางเพศสัมพันธที่เกิดในทวาร บริเวณอวัยวะเพศ รวมทั้งทางปากดวย
สิ่งสําคัญในการทํางานกับกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย คือการรักษาความลับเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศ
เพศสภาวะ อัตตลักษณทางเพศ (การเคารพสิทธิสวนบุคคลโดยการไมเปดเผยขอมูลสวนตัวเกี่ยวกับเรื่องเพศ
ตอบุคคลอื่น) รวมถึงดานสุขภาพ โดยเฉพาะอยางยิ่งเมื่อบุคคลนั้นติดโรคติดตอทางเพศสัมพันธหรือเชื้อเอชไอ
วี
ที่สําคัญ ผูใหบริการตองมีความตระหนักและเขาใจในความเปนจริงที่วาในสังคมนั้นมีชายที่มีเพศสัมพันธกับ
ชายอยู แตการบริการดานสุขภาพสําหรับคนกลุมกลับมีนอยมาก ดังนั้นจึงควรมีการฝกอบรมใหผูใหคําปรึกษา
ไดมีความรูความเขาใจในการใหบริการกับกลุมเปาหมายนี้มากยิ่งขึ้น แมวาประเด็นที่เกี่ยวของกับการติดเชื้อ
เอชไอวีในกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองจะคลายกับกลุมประชากรทั่วไป แตก็ยังมีอีก
หลายประเด็นที่มีความแตกตาง เชน การมีเพศสัมพันธที่ปลอดภัย การติดเชื้อเอชไอวีจากการถูกขมขืน การ
เป ด เผยสถานะการติ ดเชื้ อ กั บ คู น อน การดู แ ลโดยคนในครอบครั ว ซึ่ง ต อ งใช วิ ธีป ฏิ บั ติ ที่ แ ตกต า งกั น ทั้ ง ผู
ใหบริการและผูรับบริการ
นอกจากนั้นผูใหบริการดานสุขภาพและเจาหนาที่ผูปฏิบัติงานเกี่ยวของกับการดูแลรักษาสุขภาพของชายที่มี
เพศสัมพันธกับชาย ตองคํานึงวาผูชายสวนใหญที่มีเพศสัมพันธกับชายมักจะมีคูนอนเปนผูหญิงดวย ดังนั้นใน
การใหบริการจึงตองใหแนใจวากลุมเปาหมายไดรับขอมูลที่เพียงพอตอการปองกันคูนอนหญิงของเขาจากการ
ติดเชื้อดวย

ถาผูมารับบริการเปดเผยวาเขามีเพศสัมพันธกับคนเพศเดียวกัน

ไมควรวิพากษวิจารณในทํานองวา เปนเรื่องผิดปกติ ควรจะรับฟงและเรียนรู รวมทั้งหาขอมูล
เกี่ ย วกั บ ประสบการณ ข องเขา และพยายามทํ า ความเข า ใจกั บ ประเด็ น ป ญ หาต า ง ๆ ที่ มี
ความสําคัญตอผูที่มารับบริการ

พยายามสรางความรูสึกที่ดีใหผูรับบริการเชื่อใจและเปดเผยความจริงมากกวาที่จะรูสึกตอตาน
เปนคนละพวกหรือถูกบังคับ

ไมแสดงอาการรังเกียจกีดกันหรือดูถูก ดูหมิ่น

ไมควรขอรองใหผูมารับบริการเปลี่ยนแปลงตนเอง

ไมควรบอกวาพฤติกรรมดังกลาวเปนเรื่องชั่วคราว

พึงตระหนักวาผูมารับบริการกําลังมีความรูสึกหวาดหวั่นใจและวิตกกังวล

พึงตระหนักวาผูที่มารับบริการใชเวลามากมายในการเตรียมตัวที่จะมารับบริการ และเปดเผย
ขอมูลความลับสวนตัวใหคุณไดรับรู

พึงตระหนักวาผูมารับบริการรับรูวา คุณเติบโตมาในสังคมเดียวกับที่เขาซึ่งเปนสังคมที่รังเกียจคน
ที่มีพฤติกรรมเชนที่เขาเปน ดังนั้นเขาอาจวิตกกังวลถึงทาทีที่คุณแสดงตอเขา

หลีกเลี่ยงการกะรทําที่อาจปดโอกาสในการสื่อสารพูดคุย

38

บรรณานุกรม
Family Health International (2002), HIV/AIDS Interventions With Men Who Have Sex With Men
(MSM) http://www.fhi.org/en/aids/impact/briefs/msm.htm
Family Health International (2002), HIV/AIDS Interventions With Men Who Have Sex With Men
(MSM) http://www.fhi.org/en/aids/impact/briefs/msm.htm
Family Health International, et al. (2007) Peer and Outreach Education for Improving the Sexual
Health of Men who have Sex with Men: A Reference Manual for Peer and Outreach Workers.
Bangkok: FHI.
Family Health International (2008). Facing the facts: Men who have sex with men and HIV/AIDS in
Vietnam. ENCOURAGES Project-CIHP-Collected working paper. Bangkok, FHI ARPO.
HIV and Men Who have Sex with Men: HIV/AIDS and Human Rights in Southeast Asia. Background
paper prepared for Expert Meeting on HIV/AIDS, Organized by Asia-Pacific Regional Office of the
United Nations of the High Commissioner for Human Rights (OHCHR), 23 – 24 March 2004
International HIV/AIDS Alliance (2003), Between Men: HIV/STI Prevention for Men Who Have Sex
With Men. Key Population Series. International HIV/AIDS Alliance.
IUSTI Asia Pacific Branch [
with Men, IUSTI, Bangkok.

], Clinical Guidelines for Sexual Health Care of Men who have Sex

Malcolm McCamish, Graeme Storer, Greg Carl. 'Refocusing HIV/AIDS interventions in Thailand: the
case for male sex workers and other homosexually active men'. Culture, Health and Sexuality, Vol 2
No 2 April-June 2000.
Naz Foundation (India) Trust (2001) Training Manual: An Introduction to Promoting Sexual Health for
Men Who Have Sex With Men and Gay Men, Samrat Offset Pvt, Ltd.

39

Shivanandra Khan (1996) “Bisexualities and AIDS in India”, Bisexualities and AIDS International
Perspectives, ed Peter Aggelton, Taylor and Francis: London, p 163
Shrivananda Khan (2004) MSM, HIV/AIDS and Human Rights in South Asia. Background paper
prepared for Expert Meeting on HIV/AIDS, Organized by Asia-Pacific Regional Office of the United
Nations of the High Commissioner for Human Rights (OHCHR), 23 – 24 March 2004
Treat Asia (2006). MSM and HIV/AIDS Risk in Asia: What is Fueling the Epidenic Among MSM and
How Can It be Stopped? The Foundation for AIDS Research [amfAR]
UNAIDS (2000) AIDS and men who have sex with men, Technical Update, Geneva: UNAIDS
UNAIDS (2006), HIV/AIDS and Men who have Sex with Men in Asia and the Pacific. Best Practice
Collection. Geneva: UNAIDS

40

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful

Master Your Semester with Scribd & The New York Times

Special offer for students: Only $4.99/month.

Master Your Semester with a Special Offer from Scribd & The New York Times

Cancel anytime.