คํานํา-1

คํานํา
สมาคมวิศวกรรมสถานแหงประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ (ว.ส.ท.) ไดนํากฎ
การเดินสายและติดตั้งอุปกรณไฟฟา พ.ศ. 2538 ของการไฟฟานครหลวง (กฟน.) และแนว
ปฏิบตั ใิ นการเดินสายและติดตั้งอุปกรณไฟฟา พ.ศ. 2537 ของการไฟฟาสวนภูมิภาค (กฟภ.)
มาพิจารณาเพื่อรวมเปนมาตรฐานเดียวกันโดยไดรับความเห็นชอบจากการไฟฟานครหลวงและ
การไฟฟาสวนภูมิภาคแลว กฎและแนวทางปฏิบัติทั้งสองมาตรฐานนี้มีทั้งสวนที่เหมือนกันและ
แตกตาง ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากเหตุผลหลายประการ คือ ความแตกตางทางดานระบบแรงดัน
ไฟฟา ดานมาตรฐานอุปกรณไฟฟา ดานการออกแบบ ดานระเบียบและแนวนโยบาย ดานสภาพ
ภูมิศาสตร และความแตกตางของผูใชไฟฟา
การปรับปรุงมาตรฐานในครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพื่อใหการติดตั้งทางไฟฟาของผูใช
ไฟฟาที่มีระบบแรงดันไฟฟาไมเกิน 33 เควี หากไมไดระบุไวเปนอยางอื่น ไดมีมาตรฐานเดียวกัน
ทัง้ ประเทศ เพื่อใหไดทั้งความปลอดภัยและความสะดวกในการใชงานของระบบไฟฟา ในมาตรฐานฉบับนี้ไดเพิ่มเติม มาตรฐานอัตราลํ าดับการทนไฟของสายไฟฟา วงจรไฟฟาชวยชีวิต
อาคารเพื่อการสาธารณะใตผิวดิน การติดตั้งไฟฟาชั่วคราว และสายเคเบิลชนิดเอ็มไอซึ่งจะอยู
ในตอนทายของบทที่ 5 เพื่อใหครอบคลุมถึงการใชไฟฟาของผูใชไฟฟาอยางทั่วถึง มาตรฐาน
บังคับใชเฉพาะผูใ ชไฟเทานัน้ มิไดบงั คับครอบคลุมการออกแบบหรือติดตัง้ ของการไฟฟาฯ มาตรฐานฉบับนีเ้ หมาะสําหรับผูท ไี่ ดรบั การอบรมหรือสําหรับผูม คี วามรูท างดานการออกแบบหรือติดตัง้
ระบบไฟฟาเทานั้น
มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟาสํ าหรับประเทศไทยฉบับนี้ไดจัดทําขึ้นเพื่อใหเปน
มาตรฐานเดียวทั้งประเทศ เพื่อแกปญหาในอดีตที่ผานมาที่วิศวกรออกแบบ รับเหมา ควบคุม
งาน ใชมาตรฐานการออกแบบและติดตั้งตางมาตรฐานกัน รวมทั้งการอบรมการสอนทางดานนี้
ก็ใชมาตรฐานตางกัน ทําใหเกิดปญหาทางดานการทําความเขาใจรวมกันและเกิดผลเสียกับ
ประเทศมาก มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟาสําหรับประเทศไทยฉบับนี้เปนสมบัติรวมกันที่วิศวกร
ในสายงานนี้ควรไดมาชวยกันพัฒนาและใชรวมกันเพื่อใหเกิดความปลอดภัยกับผูใชไฟฟา
สมาคมวิศวกรรมสถานแหงประเทศไทยฯ ใครขอขอบคุณการไฟฟานครหลวง การ
ไฟฟาสวนภูมิภาค กรมโยธาธิการ สมาคมวิศวกรออกแบบและปรึกษาเครื่องกลและไฟฟาไทย
และสมาคมชางเหมาไฟฟาและเครื่องกลไทย ที่ไดสงผูแทนเปนคณะอนุกรรมการจัดทํามาตรฐาน หากมีขอเสนอแนะประการใดเกี่ยวกับมาตรฐานฉบับนี้ โปรดแจงให ว.ส.ท. ทราบ ดวยเพื่อ
จะไดแกไขปรับปรุงในโอกาสตอไป

วิศวกรรมสถานแหงประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ

คณะอนุกรรมการฯ-1

คณะอนุกรรมการจัดทํามาตรฐาน
การติดตั้งทางไฟฟาสําหรับประเทศไทย
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
10.
11.
12.
13.
14.
15.
16.
17.
18.
19.
20.
21.
22.
23.
24.
25.
26.
27.
28.

รศ.ดร.ชํานาญ
นายโสภณ
นายภูเธียร
นายไชยวุธ
นายสุกิจ
นายเกียรติ
นายสมศักดิ์
นายชัยวัธน
นายวงศวัฒน
นายพงษศักดิ์
นายทวีโชค
นายประสิทธิ์
นายกิตติพงษ
นายพงศสันต
นายสุธี
นายกวี
นายสมศักดิ์
นายสิทธิโชค
นายบุญถิ่น
นายพงศศักดิ์
นายศิวเวทย
นายกิตติศักดิ์
นายเสริมพงษ
นายลือชัย
น.ส.นพดา
น.ส.ธัญญา
น.ส.พุทธพร
น.ส.มาลี

หอเกียรติ
ศิลาพันธ
พงษพิทยาภา
ชีวะสุทโธ
เกียรติบุญศรี
อัชรพงศ
นิติศฤงคาริน
ปตตพงศ
พิลาสลักษณาการ
หาญบุญญานนท
เพชรเกษม
เหมวราพรชัย
วีระโพธิ์ประสิทธิ์
จุลวงศ
ปนไพสิฐ
จงคงคาวุฒิ
วัฒนศรีมงคล
วัชรเสมากุล
เอมยานยาว
ธรรมบวร
อัครพันธุ
วรรณแกว
สิมะโชคดี
ทองนิล
ธีรอัจฉริยกุล
พิณพาทย
ศรียะพันธ
ดานสิริสันติ

ประธานอนุกรรมการ
รองประธาน
อนุกรรมการ
อนุกรรมการ
อนุกรรมการ
อนุกรรมการ
อนุกรรมการ
อนุกรรมการ
อนุกรรมการ
อนุกรรมการ
อนุกรรมการ
อนุกรรมการ
อนุกรรมการ
อนุกรรมการ
อนุกรรมการ
อนุกรรมการ
อนุกรรมการ
อนุกรรมการ
อนุกรรมการ
อนุกรรมการ
อนุกรรมการ
อนุกรรมการ
อนุกรรมการ
อนุกรรมการและเลขานุการ
ผูชวยเลขานุการ
ผูชวยเลขานุการ
ผูชวยเลขานุการ
เจาหนาที่ประสานงานวิชาการ

สารบัญ-1

สารบัญ
หนา

บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป

1 -1

ตอน ก. นิยามที่ใชงานทั่วไป

1-1

ตอน ข. นิยามที่ใชสําหรับการติดตั้งระบบไฟฟาแรงดันที่ระบุเกิน 750 โวลต
ขึ้นไป

1 - 14

ตอน ค. ขอกําหนดทั่วไปสําหรับการติดตั้งทางไฟฟา
1.101 การตอทางไฟฟา (Electrical Connection)
1.102 ที่วางเพื่อปฏิบัติงานสําหรับบริภัณฑไฟฟา
1.103 เครื่องหอหุมและการกั้นสวนที่มีไฟฟา
1.104 สถานที่ซึ่งบริภัณฑไฟฟาอาจไดรับความเสียหายทางกายภาพได
1.105 เครื่องหมายเตือนภัย
1.106 สวนที่มีประกายไฟ
1.107 การทําเครื่องหมายระบุเครื่องปลดวงจร

1 - 16
1 - 16
1 - 17
1 - 21
1 - 23
1 - 23
1 - 23
1 - 23

ตอน ง. ระยะหางทางไฟฟา (Electrical Clearance) ในการติดตั้งสายไฟฟา
1.108 การวัดระยะหางทางไฟฟา
1.109 ระยะหางทางไฟฟา

1 - 23
1 - 23
1 - 24

บทที่ 2 มาตรฐานสายไฟฟาและบริภัณฑไฟฟา
2.1
2.2
2.3
2.4
2.5
2.6
2.7
2.8

มาตรฐานสายไฟฟา
มาตรฐานตัวนําไฟฟา
มาตรฐานเครื่องปองกันกระแสเกิน และสวิตชตัดตอน
มาตรฐานหลักดิน และสิ่งที่ใชแทนหลักดิน
มาตรฐานชองเดินสาย และรางเคเบิล
มาตรฐานหมอแปลง
มาตรฐานบริภัณฑและเครื่องประกอบอื่นๆ
มาตรฐานระดับการปองกันสิ่งหอหุมเครื่องอุปกรณ

2 -1
2-1
2-1
2-2
2-3
2-4
2-5
2-5
2-5

สารบัญ-2
หนา

บทที่ 3 ตัวนําประธาน สายปอน วงจรยอย
3.1
3.2
3.3
3.4

3.5

วงจรยอย
สายปอน
การปองกันกระแสเกินสําหรับวงจรยอยและสายปอน
ตัวนําประธาน (Service Conductor)
ตอน ก. สําหรับระบบแรงตํ่า
ตอน ข. สําหรับระบบแรงสูง
บริภัณฑประธาน (Service Equipment)
ตอน ก. สําหรับระบบแรงตํ่า
ตอน ข. สําหรับระบบแรงสูง

3 -1
3-1
3-3
3-6
3-8
3-9
3-9
3-9
3 - 10
3 - 12

บทที่ 4 การตอลงดิน

4 -1

4.1
4.2
4.3
4.4

4-1
4-1
4-2

4.5
4.6
4.7
4.8
4.9
4.10
4.11
4.12
4.13
4.14

วงจรและระบบไฟฟากระแสสลับที่ตองตอลงดิน
วงจรและระบบไฟฟาที่หามตอลงดิน
การตอลงดินของระบบประธาน
การตอลงดินของวงจรที่มีบริภัณฑประธานชุดเดียวจายไฟใหอาคาร 2
หลังหรือมากกวา
ตัวนําที่ตองมีการตอลงดินของระบบไฟฟากระแสสลับ
การตอลงดินสําหรับระบบไฟฟากระแสสลับที่มีตัวจายแยกตางหาก
การตอลงดินของเครื่องหอหุมที่เปนโลหะของตัวนําประธานและของ
บริภัณฑประธาน
การตอลงดินของเครื่องหอหุมที่เปนโลหะของสายตัวนํา
การตอลงดินของบริภัณฑไฟฟาชนิดยึดติดกับที่ หรือชนิดที่มีการเดิน
สายถาวร
การตอลงดินของบริภัณฑไฟฟาชนิดยึดติดกับที่ทุกขนาดแรงดัน
การตอลงดินของบริภัณฑซึ่งไมไดรับกระแสไฟฟาโดยตรง
การตอลงดินของบริภัณฑไฟฟาที่มีสายพรอมเตาเสียบ
ระยะหางจากตัวนําระบบลอฟา
วิธีตอลงดิน

4-2
4-3
4-3
4-4
4-4
4-4
4-4
4-5
4-5
4-7
4-7

สารบัญ-3
หนา
4.15
4.16
4.17
4.18
4.19
4.20
4.21
4.22
4.23
4.24
4.25
4.26
4.27
4.28

การตอฝาก
ชนิดของสายตอหลักดิน
ชนิดของสายดินของบริภัณฑไฟฟา
วิธีการติดตั้งสายดิน
ขนาดสายตอหลักดินของระบบไฟฟากระแสสลับ
ขนาดสายดินของบริภัณฑไฟฟา
จุดตอของสายตอหลักดิน (เขากับหลักดิน)
การตอสายดินเขากับสายหรือบริภัณฑไฟฟา
การตอสายดินเขากับกลอง
วิธีการตอสายตอหลักดิน (เขากับหลักดิน)
การปองกันการยึดติด (สายตอหลักดินและสายดิน)
ความสะอาดของผิวของสิ่งที่จะตอลงดิน
ความตานทานระหวางหลักดินกับดิน (Resistance to Ground)
การตอลงดินของเครื่องมือวัด มิเตอร และรีเลย

บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ
5.1
5.2
5.3
5.4

5.5
5.6
5.7
5.8
5.9

ขอกําหนดการเดินสายสําหรับระบบแรงตํ่า
ขอกําหนดการเดินสายสําหรับระบบแรงสูง
การเดินสายเปดหรือเดินลอย (Open Wiring) บนวัสดุฉนวน
การเดินสายในทอโลหะหนา (Rigid Metal Conduit) ทอโลหะหนา
ปานกลาง (Intermediate Metal Conduit) และทอโลหะบาง
(Electrical Metallic Tubing)
การเดินสายในทอโลหะออน (Flexible Metal Conduit)
การเดินสายในทอโลหะออนกันของเหลว (Liquidtight Flexible Metal
Conduit)
การเดินสายในทออโลหะออน (Electrical Nonmetallic Tubing)
การเดินสายในทออโลหะแข็ง (Rigid Nonmetallic Conduit)
การเดินสายในทออโลหะออนกันของเหลว (Liquidtight Flexible
Nonmetallic Conduit)

4-9
4 - 12
4 - 12
4 - 12
4 - 13
4 - 13
4 - 13
4 - 14
4 - 14
4 - 15
4 - 16
4 - 16
4 - 16
4 - 16

5 -1
5-1
5-7
5-8

5 - 10
5 - 12
5 - 13
5 - 13
5 - 14
5 - 15

สารบัญ-4
หนา
5.10 การเดินสายในชองเดินสายโลหะบนพืน้ ผิว (Surface Metal Raceway)
5.11 การเดินสายในชองเดินสายอโลหะบนพื้นผิว (Surface Nonmetallic
Raceway)
5.12 การเดินสายในรางเดินสาย (Wireways)
5.13 การติดตั้งบัสเวย (Busways)
5.14 การเดินสายบนผิวหรือเดินสายเกาะผนัง (Surface Wiring)
5.15 การเดินสายในรางเคเบิล (Cable Trays)
5.16 กลองสําหรับงานไฟฟา (Box)
5.17 ขอกําหนดสําหรับแผงสวิตช (Switchboard) และแผงยอย
(Panelboard)
5.18 สายไฟฟา
5.19 สายเคเบิลชนิดเอ็มไอ (Mineral Insulated Cable)

บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา
6.1
6.2
6.3

โคมไฟฟาและเครื่องประกอบการติดตั้ง
สวิตช เตารับ (Receptacle) และเตาเสียบ (Plug)
มอเตอร วงจรมอเตอร และเครื่องควบคุม
ตอน ก. ทั่วไป
ตอน ข. สายสําหรับวงจรมอเตอร
ตอน ค. การปองกันการใชงานเกินกําลังของมอเตอรและวงจรยอย
ตอน ง. การปองกันกระแสลัดวงจรระหวางสายและปองกันการรั่วลง
ดินของวงจรยอยมอเตอร
ตอน จ. การปองกันกระแสลัดวงจรและปองกันการรั่วลงดินของสาย
ปอนในวงจรมอเตอร
ตอน ฉ. วงจรควบคุมมอเตอร
ตอน ช. เครื่องควบคุมมอเตอร
ตอน ซ. เครื่องปลดวงจร
ตอน ฌ. มอเตอรสําหรับระบบแรงสูง

5 - 16
5 - 18
5 - 18
5 - 20
5 - 21
5 - 21
5 - 30
5 - 30
5 - 37
5 - 40

6 -1
6-1
6-2
6-3
6-3
6-3
6-6
6 - 12
6 - 17
6 - 18
6 - 18
6 - 19
6 - 23

โซน 1 และ โซน 2 บทที่ 8 สถานที่เฉพาะ 8.4 7.5 ตอน ญ.36 6 .30 6 .54 7 . ลานหมอแปลงอยูภายนอกอาคาร (Outdoor Yard) คาปาซิเตอร ตอน ก.34 6 .28 6 .2 7.3 7.7 ทั่วไป บริเวณอันตรายประเภทที่ 1. ประเภทที่ 2 และ ประเภทที่ 3 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 บริเวณอันตรายประเภทที่ 3 ระบบที่ปลอดภัยอยางแทจริง ปริเวณอันตรายประเภทที่ 1 โซน 0. คาปาซิเตอรแรงดันไมเกิน 750 โวลต ตอน ข.2 โรงมหรสพ ปายโฆษณา บทที่ 9 อาคารชุด อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญพิเศษ 9.1 9. คาปาซิเตอรแรงดันเกิน 750 โวลต บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.4 6.สารบัญ-5 หนา 6.38 7 -1 7-1 7-2 7 . การปองกันสวนที่มีไฟฟา ตอน ฎ.1 7.38 7 .25 6 . การตอลงดิน หมอแปลง หองหมอแปลง และลานหมอแปลง ตอน ก. ทั่วไป ตอน ข.25 6 .24 6 .67 8 -1 8-1 8-4 9 -1 9-1 9 .35 6 .1 8.26 6 .61 7 .5 7. ขอกําหนดจําเพาะสําหรับหมอแปลงชนิดตางๆ ตอน ค.12 7 .6 7.2 อาคารชุด อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญพิเศษ 6 .14 . หองหมอแปลง ตอน ง.

การตอลงดิน ตอน ญ. การเดินสาย ตอน ง.37 10 .31 10 .1 12.3 อัตราลําดับการทนไฟ บทที่ 12 วงจรไฟฟาชวยชีวิต 12. การติดตั้งตัวนํา ตอน จ.38 10 . ตัวนํา ตอน ค. หองเครื่อง ตอน ฌ.33 10 .1 12 .1 12 .1 11 .2 12 .2 12. การปองกันกระแสเกิน ตอน ซ.2 สระนํา้ อางนํ้าพุ และการติดตั้งอื่นที่คลายกัน ตอน ก. อางนํ้าพุ 10.26 10 .3 .4 ทั่วไป ขอบเขต การจายไฟฟาฉุกเฉินสําหรับวงจรไฟฟาชวยชีวิต เมนสวิตชและสวิตชตางๆ 10 .1 11 .1 10 .36 10 . ทั่วไป ตอน ข.26 10 .1 11 .29 10 .6 10 .1 ทั่วไป 11.1 เครื่องเชื่อมไฟฟา 10. สระชนิดติดตั้งถาวร ตอน ค.11 10 . เครื่องปลดวงจรและการควบคุม ตอน ช.22 10 .34 10 .สารบัญ-6 หนา บทที่ 10 บริภัณฑเฉพาะงาน 10.26 10 . ทั่วไป ตอน ข. การปองกันความเร็วเกิน บทที่ 11 มาตรฐานอัตราลําดับการทนไฟของสายไฟฟา 11.2 มาตรฐานที่กําหนดใช 11.3 12.1 10 .1 12 .38 11 .3 ลิฟต ตูสงของ บันไดเลื่อนและทางเดินเลื่อน ตอน ก.6 10 .2 12 . เคเบิลเคลื่อนที่ ตอน ฉ.

4 13 .3 14 .1 14 .8 12.8 13.2 13 .6 14.5 14.6 12 .สารบัญ-7 หนา 12.7 13.1 14 .4 14.1 14 .1 13.4 13.1 13 .4 .7 ขอบเขต ขอกําหนดการเดินสายชั่วคราว เงื่อนเวลาการกําหนดระบบไฟฟาชั่วคราว ทั่วไป การตอลงดิน การปองกันกระแสรั่วลงดินสําหรับบุคคล การกั้น 12 .4 13 .3 13.1 13 .3 14 .1 14.2 13.1 14 .9 ระบบการเดินสายไฟฟา การแยกระบบการเดินสาย ขอกําหนดเฉพาะมอเตอรสูบนํ้าดับเพลิง ขอกําหนดอัตราลําดับการทนไฟของระบบวงจรไฟฟาชวยชีวิตตางๆ การรับรองความพรอมสมบูรณของระบบวงจรไฟฟาชวยชีวิต บทที่ 13 อาคารเพื่อการสาธารณะใตผิวดิน (Sub-Surface Building) 13.5 13 .6 13.5 13 .6 12 .5 12 .7 12 .5 13.3 14.6 12.2 14.5 14 .3 13 .5 12.1 13 .8 13 .9 ทั่วไป ขอบเขต ระบบการเดินสายไฟฟา การแยกระบบการเดินสาย เมนสวิตชและสวิตชตางๆ การจายไฟฟาฉุกเฉินสําหรับระบบที่ตองการความปลอดภัยสูงมาก อุปกรณปองกัน การตอลงดิน ทอระบายอากาศ บทที่ 14 การติดตั้งไฟฟาชั่วคราว 14.1 14 .7 12.

ตารางเปรียบเทียบระหวาง NEMA Enclosure Type และ IP Class Protection (IEC Standard) ภาคผนวก ซ. คําศัพทอังกฤษ-ไทย ภาคผนวก ข. ขอแนะนําเพิ่มเติมสําหรับเซอรกิตเบรกเกอรตามมาตรฐาน IEC 60947-2 หรือ IEC 947-2 ภาคผนวก จ. คําศัพทไทย-อังกฤษ ภาคผนวก ค. ขอแนะนําเพิม่ เติมสําหรับเซอรกติ เบรกเกอรทใี่ ชกบั บานอยู อาศัยและอาคารทัว่ ไปตามมาตรฐาน IEC 60898 หรือ IEC 898 ภาคผนวก ง. Utilization Categories for Contactors and Motor-starters ก-1 ข-1 ค-1 ง-1 จ-1 ฉ-1 ช-1 ซ-1 ฌ-1 ญ-1 ฎ-1 . จํานวนสูงสุดของสายไฟฟาขนาดเดียวกันในทอรอยสาย ภาคผนวก ฎ. มาตรฐานผลิตภัณฑแนะนํา ภาคผนวก ฉ. ดีมานดแฟกเตอรสําหรับเครื่องปรับอากาศแบบสวนกลาง (Central) และโหลดเครื่องปรับอากาศแตละชนิด ภาคผนวก ฌ.สารบัญ-8 หนา ภาคผนวก ก. วิธีการหาขนาดสายดินของวงจรยอย ภาคผนวก ญ. ประเภทของเครือ่ งใชไฟฟาทีเ่ กีย่ วกับการปองกันไฟดูด (IEC 60536) ภาคผนวก ช.

14 ตารางที่ 4-2 ขนาดตํ่าสุดของสายดินของบริภัณฑไฟฟา 4 .13 ขนาดสายไฟฟา เซฟตีสวิตช คัตเอาต และคารทริดจฟวสสําหรับ ตัวนําประธาน (สําหรับการไฟฟาสวนภูมิภาค) 3 .27 ตารางที่ 2-1 ความหมายตัวเลขกํากับระดับการปองกันหลังสัญลักษณ IP 2-6 ตารางที่ 3-1 ดีมานดแฟกเตอรสําหรับโหลดแสงสวาง 3-4 ตารางที่ 3-2 ดีมานดแฟกเตอรสําหรับโหลดเตารับในสถานที่ไมใชที่อยูอาศัย 3-5 ตารางที่ 3-3 ดีมานดแฟกเตอรสําหรับเครื่องใชไฟฟาทั่วไป 3-5 ตารางที่ 3-4 พิกัดสูงสุดของเครื่องปองกันกระแสเกินและโหลดสูงสุดตาม ขนาดเครื่องวัดหนวยไฟฟา (สําหรับการไฟฟานครหลวง) 3 .18 ความลึก (Depth) ตํ่าสุดของที่วางเพื่อปฏิบัติงานกับบริภัณฑ ไฟฟา ระบบแรงสูง 1 .21 ตารางที่ 1-4 ระยะหางตํ่าสุดตามแนวนอนระหวางสายไฟฟากับสิ่งกอสราง เมื่อสายไฟฟาไมไดยึดติดกับสิ่งกอสราง (เมตร) (Minimum Horizontal Clearance) 1 .20 ตารางที่ 1-3 ระดับความสูงของสวนที่มีไฟฟาและไมมีที่กั้น 1 .15 ตารางที่ 5-1 ความลึกในการติดตั้งใตดิน สําหรับระบบแรงตํ่า 5-3 ตารางที่ 5-2 ระยะหางสําหรับการจับยึดสายไฟในแนวดิ่ง 5-5 ตารางที่ 1-2 ตารางที่ 1-5 ตารางที่ 3-5 .สารบัญ-9 ตาราง หนา ตารางที่ 1-1 ความลึก (Depth) ตํ่าสุดของที่วางเพื่อปฏิบัติงานกับบริภัณฑ ไฟฟา ระบบแรงตํ่า 1 .13 ตารางที่ 4-1 ขนาดตํ่าสุดของสายตอหลักดินของระบบไฟฟากระแสสลับ 4 .26 ระยะหางตํ่าสุดตามแนวดิ่งระหวางสายไฟฟากับพื้น แหลงนํ้า อาคารหรือสิ่งกอสรางอื่นๆ (เมตร) (Minimum Vertical Clearance) 1 .

) 5 . 11-2531 อุณหภูมิตัวนํา 70 องศาเซลเซียส ขนาดแรงดัน 300 หรือ 750 โวลต อุณหภูมิโดยรอบ 40 องศาเซลเซียส วางบนราง เคเบิล (Cable Tray) 5 .35 ตัวคูณลดคากระแสเนื่องจากจํานวนสายหลายเสนในชองเดิน สายไฟฟาเดียวกัน 5 .43 ขนาดกระแสของสายไฟฟาทองแดงหุมฉนวน พีวีซี ตาม มอก.สารบัญ-10 หนา ตารางที่ 5-3 พื้นที่หนาตัดสูงสุดรวมของสายไฟทุกเสนคิดเปนรอยละเทียบกับ พื้นที่หนาตัดของทอ 5-6 ตารางที่ 5-4 การเดินสายเปดบนวัสดุฉนวนภายในอาคาร 5-9 ตารางที่ 5-5 การเดินสายเปดบนลูกถวยภายนอกอาคาร 5-9 ตารางที่ 5-6 ความหนาตํ่าสุดของชองเดินสายโลหะบนพื้นผิว (Surface Metal Raceway) 5 .46 ตารางที่ 5-7 ตารางที่ 5-8 ตารางที่ 5-9 ตารางที่ 5-10 ตารางที่ 5-11 ตารางที่ 5-12 .38 ขนาดกระแสของสายไฟฟาทองแดงหุมฉนวน พีวีซี ตาม มอก.27 ระยะหางตํ่าสุดระหวางสวนที่มีไฟฟาเปลือยกับสวนที่มีไฟฟา เปลือยและระหวางสวนที่มีไฟฟาเปลือยกับดิน (มม. 11-2531 อุณหภูมิตัวนํา 70 องศาเซลเซียส ขนาดแรงดัน 300 หรือ 750 โวลต อุณหภูมิโดยรอบ 40 องศาเซลเซียส (สําหรับวิธี การเดินสาย ก-ค) และ 30 องศาเซลเซียส (สําหรับวิธีการ เดิน สาย ง และ จ) 5 .17 พื้นที่หนาตัดสูงสุดสําหรับวางเคเบิลหลายแกนระบบแรงตํ่าใน รางเคเบิลแบบบันได แบบรางมีชองระบายอากาศ หรือแบบดาน ลางทึบ 5 .25 พื้นที่หนาตัดสูงสุดสําหรับวางเคเบิลแกนเดียวระบบแรงตํ่าในราง เคเบิลแบบบันไดหรือแบบรางมีชองระบายอากาศ 5 .

สารบัญ-11 หนา ตารางที่ 5-13 ขนาดกระแสของสายไฟฟาทองแดงหุมฉนวนครอสสลิงกโพลิเอทิ ลีน อุณหภูมิตัวนํา 90 องศาเซลเซียส ขนาดแรงดัน 600 โวลต อุณหภูมิโดยรอบ 40 องศาเซลเซียส (สําหรับการเดินสายใน อากาศ) และ 30 องศาเซลเซียสสําหรับการเดินสายใตดิน 5 .51 ขอกําหนดการใชงานของสายไฟฟาที่ผลิตตาม มอก.11-2531 (อุณหภูมิใชงาน 70 องศาเซลเซียส) 5 .48 ขนาดกระแสของสายไฟฟาทองแดงหุม ฉนวนครอสสลงิ กโพลิเอทิลนี อุณหภูมิตัวนํา 90 องศาเซลเซียส ขนาดแรงดัน 11 ถึง 33 เควี อุณหภูมิโดยรอบ 40 องศาเซลเซียส (สําหรับการเดินสายใน อากาศ) และ 30 องศาเซลเซียส สําหรับการเดินสายใตดิน 5 .57 ตารางที่ 6-1 ขนาดกระแสของสายสําหรับมอเตอรที่ใชงานไมตอเนื่อง 6-4 ตารางที่ 6-2 ขนาดสายระหวางเครื่องควบคุมมอเตอรและตัวตานทานในวงจร ทุตยิ ภูมิของมอเตอรแบบวาวดโรเตอร 6-5 ตารางที่ 5-14 ตารางที่ 5-15 ตารางที่ 5-16 ตารางที่ 5-17 ตารางที่ 5-18 .52 ขนาดกระแสของสายเคเบิลชนิดเอ็มไอ ตัวนําและเปลือก (sheath) ทําดวยทองแดง กรณีมีพีวีซีหุม (covered) และเปลือย ตอการสัมผัสถึงได อุณหภูมิของเปลือกโลหะ 70 องศาเซลเซียส อุณหภูมิโดยรอบ 40 องศาเซลเซียส 5 .50 ขนาดกระแสของสายไฟฟาทองแดงหุม ฉนวนครอสสลงิ กโพลิเอทิลนี มีชีลด อุณหภูมิตัวนํา 90 องศาเซลเซียส ขนาดแรงดัน 11 ถึง 33 เควี อุณหภูมิโดยรอบ 30 องศาเซลเซียสเดินใน Duct Bank ไม เกิน 8 ทอ 5 .56 ขนาดกระแสของสายเคเบิลชนิดเอ็มไอ ตัวนําและเปลือก (sheath) ทําดวยทองแดง กรณีไมมีพีวีซีหุม อุณหภูมิของเปลือก โลหะ 105 องศาเซลเซียส อุณหภูมิโดยรอบ 40 องศาเซลเซียส 5 .

14 ตารางที่ 6-5 ขนาดปรับตั้งสูงสุดของเครื่องปองกันกระแสเกินสําหรับหมอ แปลงระบบแรงสูง 6 .75 ตารางที่ 7-6 การจําแนกประเภทอุณหภูมิพื้นผิวสูงสุดสําหรับบริภัณฑไฟฟา กลุมที่ 2 7 .74 ตารางที่ 7-5 กลุมการจําแนกประเภทของกาซ 7 .สารบัญ-12 หนา ตารางที่ 6-3 พิกัดหรือขนาดปรับตั้งสูงสุดของเครื่องปองกันการลัดวงจร ระหวางสายและปองกันการรั่วลงดินของวงจรยอยมอเตอร 6 .11 ตารางที่ 10-1 ระยะหางระหวางสายไฟฟาอากาศกับสวนตางๆ ของสระวายนํ้า 10 .75 ขนาดของเครื่องวัดหนวยไฟฟาแรงตํ่าสําหรับหองชุดประเภทอยู อาศัย (สําหรับการไฟฟานครหลวง) 9-5 ขนาดของเครื่องวัดหนวยไฟฟาแรงตํ่าสําหรับหองชุดประเภทอยู อาศัย (สําหรับการไฟฟาสวนภูมิภาค) 9-6 ขนาดของเครื่องวัดหนวยไฟฟาแรงตํ่าสําหรับหองชุดประเภท สํานักงานหรือรานคาทั่วไป (สําหรับการไฟฟานครหลวง) 9-6 ขนาดของเครื่องวัดหนวยไฟฟาแรงตํ่าสําหรับหองชุดประเภท สํานักงานหรือรานคาทั่วไป (สําหรับการไฟฟาสวนภูมิภาค) 9-7 ตารางที่ 9-5 คาโคอินซิเดนตแฟกเตอรสําหรับหองชุดประเภทอยูอาศัย 9 .10 ตารางที่ 9-6 คาโคอินซิเดนตแฟกเตอรสําหรับหองชุดประเภทสํานักงานหรือ รานคาทั่วไปและประเภทอุตสาหกรรม 9 .12 ตารางที่ 7-4 ประเภทของการออกแบบระบบปองกัน 7 .29 ตารางที่ 9-1 ตารางที่ 9-2 ตารางที่ 9-3 ตารางที่ 9-4 .13 ตารางที่ 6-4 รหัสอักษรแสดงการล็อกโรเตอร 6 .10 ตารางที่ 10-2 ดีมานดแฟกเตอรของสายปอนวงจรลิฟต 10 .27 ตารางที่ 7-1 เครื่องหมาย 7-7 ตารางที่ 7-2 อุณหภูมิจุดระเบิดซึ่งใชเพื่อการรับรองบริภัณฑ 7-9 ตารางที่ 7-3 ประเภทของการออกแบบระบบปองกัน 7 .

บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป 1-1 บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป นิยามและขอกํ าหนดทั่วไปที่ระบุไวในมาตรฐานเลมนี้ มีจุดมุงหมายเพื่อสื่อความ หมาย ใชเรียกชื่อและอธิบายลักษณะรูปแบบหรือการกระทํา เพื่อใหผูใชมาตรฐานไดเขาใจ ขอบเขตและลักษณะอุปกรณหรือการกระทําทีก่ าหนดไว ํ ในมาตรฐาน ประกอบดวย 4 ตอน 2 ตอนแรกเปนคํานิยามสําหรับการติดตั้งทางไฟฟา สําหรับระบบไฟฟาแรงตํ่ากับระบบไฟฟาแรงสูง ตอน ค. Readily) หมายถึงที่ซึ่งสามารถเขาถึงไดอยางรวดเร็วเพื่อ ปฏิบัติการ เปลี่ยนหรือตรวจสอบ โดยไมทําใหผูเขาถึงตองปนขามหรือเคลื่อนยายสิ่งกีด ขวาง หรือใชบันไดหยิบยกไดหรือใชเกาอี้ ฯลฯ 1.2 เขาถึงได (Accessible) เมือ่ ใชกบั บริภณ ั ฑ หมายถึง ทีซ่ งึ่ อนุญาตใหเขาไปใกลไดโดยไม มีการกัน้ ดวยประตูซงึ่ ถูกล็อก หรือติดกุญแจอยู พืน้ ยก หรือวิธอี นื่ (ดูคาว ํ า “เขาถึงไดงา ย”) 1.3 เขาถึงไดงาย (Accessible. เปนขอกําหนดการติดตัง้ ทางไฟฟาทัว่ ไปทีส่ าคั ํ ญ ซึง่ เปนขอพึงปฏิบตั ใิ นงานออกแบบและ ติดตั้งเพื่อใหระบบไฟฟาใชงานไดอยางมั่นคงและปลอดภัย ทั้งยังไดคํานึงถึงการตรวจสอบบํารุง รักษาใหสามารถกระทําไดทวั่ ถึง และตอน ง. เปนขอกําหนดระยะหางทางไฟฟาในการติดตัง้ สายไฟฟาเหนือพื้นดิน เพื่อใชอางอิงในการออกแบบและติดตั้งใหมีระยะหางจากตัวอาคารหรือสิ่ง กอสรางไดระยะที่ปลอดภัย ตอน ก.1 เขาถึงได (Accessible) เมือ่ ใชกบั วิธกี ารเดินสาย หมายถึง ทีซ่ งึ่ สามารถถอดหรือเปดได โดยไมทาให ํ โครงสรางหรือสวนทีเ่ สร็จแลวของอาคารเสียหาย หรือทีซ่ งึ่ ไมถกู ปดอยางถาวร ดวยโครงสรางหรือสวนที่เสร็จแลวของอาคาร (ดูคําวา “ซอน” และ “เปดโลง”) 1.4 ขนาดกระแส (Ampacity) หมายถึง ปริมาณกระแส ซึง่ ตัวนํายอมใหไหลผานอยางตอเนือ่ งในภาวะการใชงาน โดยไมทาให ํ พกิ ดั อุณหภูมเิ กินคาทีก่ าหนด ํ มีหนวยเปนแอมแปร . นิยามที่ใชงานทั่วไป 1.

12 สายตอฝากของวงจร (Bonding Jumper. Main) หมายถึง สายตอฝากทีต่ อ ระหวางตัวนําทีม่ กี ารตอลงดินกับตัวนําตอลงดิน (สายดิน) ทีต่ าแหน ํ งดานไฟเขาของบริภณ ั ฑประธาน 1.10 การตอฝาก (Bonding) หมายถึง การตอถึงกันอยางถาวรของสวนทีเ่ ปนโลหะใหเกิดเปน ทางนําไฟฟาที่มีความตอเนื่องทางไฟฟา และสามารถนํากระแสที่อาจเกิดขึ้นไดอยาง ปลอดภัย 1.13 สายตอฝากของบริภัณฑ (Bonding Jumper.8 เตาเสียบ (Attachment Plug) หมายถึง อุปกรณที่สอดเขาไปในเตารับแลวทําใหเกิด การตอระหวางตัวนําของสายออนที่ติดเตาเสียบกับตัวนําที่ตออยางถาวรกับเตารับ 1.11 สายตอฝาก (Bonding Jumper) หมายถึง ตัวนําที่ใชตอระหวางสวนที่เปนโลหะที่ ตองการตอถึงกันทางไฟฟา 1.9 อัตโนมัติ (Automatic) หมายถึง การทํางานไดโดยกลไกของตัวเอง เมื่อมีการกระตุน อันไมใชการกระทําของบุคคล เชน มีการเปลี่ยนแปลงกระแส แรงดัน อุณหภูมิ หรือการ เปลี่ยนแปลงทางกล 1.6 รับรอง (Approved) หมายถึง เปนที่ยอมรับของเจาหนาที่ผูมีอํานาจ 1. Circuit) หมายถึง การตอระหวางสวนของ ตัวนําในวงจรเพื่อใหไดขนาดกระแสตามขนาดพิกัดของวงจร 1.15 วงจรยอย (Branch Circuit) หมายถึง ตัวนําวงจรในวงจรระหวางอุปกรณปอ งกันกระแส เกินจุดสุดทายกับจุดจายไฟ ซึง่ อาจแบงออกไดดงั นี้ . Equipment) หมายถึง สายตอฝาก ระหวางสายดินของบริภัณฑตั้งแตสองสวนขึ้นไป 1.1-2 บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป 1.7 แอสคาเรล (Askarel) หมายถึง สารไมติดไฟประเภทไฮโดรคารบอน ซึ่งประกอบขึ้น จากคลอรีนใชเปนฉนวนทางไฟฟา 1.5 เครื่องใชไฟฟา (Appliance) หมายถึง บริภัณฑสําหรับประโยชนใชสอยทั่วไปนอกจาก ในโรงงานอุตสาหกรรม โดยปกติสรางขึ้นเปนขนาดมาตรฐานสากล โดยติดตั้งหรือ ประกอบเขาเปนหนวยเดียว เพื่อใชงานในหนาที่เดียวหรือหลายหนาที่ เชน เครื่องซักผา เครื่องปรับอากาศ เครื่องผสมอาหาร เครื่องทอด และอื่นๆ 1.14 สายตอฝากประธาน (Bonding Jumper.

17 รางเคเบิล (Cable Trays) หมายถึง รางเปดซึ่งทําดวยวัสดุไมติดไฟ ใชสําหรับรองรับ และจับยึดสายเคเบิล 1. General Purpose) หมายถึง วงจรยอยที่จายไฟฟาใหกับจุดจายไฟเพื่อใชสําหรับแสงสวางและเครื่องใชไฟฟา วงจรยอยเฉพาะ (Branch Circuit. Individual) หมายถึง วงจรยอยที่จายไฟฟาให บริภัณฑใชสอยหนึ่งชิ้นเทานั้น วงจรยอยหลายสาย (Branch Circuit.บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป 1-3 วงจรยอยสําหรับเครื่องใชไฟฟา (Branch Circuit. Multiwire) หมายถึง วงจรยอยซึ่งประกอบดวย สายที่ไมถูกตอลงดินตั้งแต 2 สายขึ้นไปซึ่งมีความตางศักยไฟฟาระหวางสาย และมีสาย ที่มีการตอลงดิน 1 สาย โดยความตางศักยไฟฟาของสายที่ไมถูกตอลงดินแตละสายจะ ตองเทากันและสายที่มีการตอลงดินจะตองตอเขากับสายนิวทรัลหรือสายที่มีการตอลง ดินของระบบ 1.18 เซอรกิตเบรกเกอร (Circuit Breaker) หมายถึง อุปกรณซึ่งถูกออกแบบใหปดและเปด วงจรโดยไมอัตโนมัติ และใหเปดวงจรโดยอัตโนมัติเมื่อมีกระแสไหลผานเกินกําหนด โดยเซอรกิตเบรกเกอรไมเสียหายเมื่อใชงานภายในพิกัด ปรับได (Adjustable) เมื่อใชกับเซอรกิตเบรกเกอร หมายถึง เซอรกิตเบรกเกอรที่ สามารถตั้งคากระแสตางๆ เพื่อปลดวงจรไดภายในเวลาที่กําหนด ปลดวงจรทันที (Instantaneous Trip) เมือ่ ใชกับเซอรกิตเบรกเกอร หมายถึง เซอรกิต เบรกเกอรที่ปลดวงจรทันที โดยไมมีการหนวงเวลา เวลาผกผัน (Inverse Time) เมือ่ ใชกับเซอรกิตเบรกเกอร หมายถึง เซอรกิตเบรกเกอรที่ มีการหนวงเวลาในการปลดวงจรโดยที่การหนวงเวลานั้นจะลดลงเมื่อกระแสเพิ่มขึ้น ปรับไมได (Nonadjustable) เมือ่ ใชกับเซอรกิตเบรกเกอร หมายถึง เซอรกิตเบรกเกอรที่ ไมสามารถปรับคากระแสหรือเวลาในการปลดวงจร . Appliance) หมายถึง วงจรยอยที่ จายไฟฟาใหจุดจายไฟที่มีเครื่องใชไฟฟามาตอมากกวา 1 จุดขึ้นไป เชน วงจรไมมีการ ตอจากสายดวงโคม วงจรยอยสําหรับจุดประสงคทั่วไป (Branch Circuit.16 ตู (Cabinet) หมายถึง เครื่องหอหุมที่ออกแบบใหติดตั้งบนพื้นผิวหรือติดผนัง โดยมี กรอบ ดาน และฝาปดซึ่งเปดได 1.

21 ขอตอเปด (Conduit Body) หมายถึง สวนแยกตางหากของระบบทอรอยสายที่จุดตอ ระหวางสวนของระบบตั้งแต 2 สวนขึ้นไป หรือจุดปลายของระบบเพื่อใหเขาถึงระบบ สายไดโดยฝาครอบที่ถอดได กลอง เชน ชนิด FS และ FD หรือกลองโลหะหลอ กลอง โลหะแผนที่ใหญ ไมถือวาเปนขอตอเปด 1. Pressure) หมายถึง อุปกรณที่ใชตอระหวางตัวนํา ตัง้ แต 2 ตัวนําขึ้นไป หรือระหวางตัวนําตั้งแต 1 ตัวนําขึ้นไปกับขั้วสาย โดยใชแรงกด ทางกลไมใชการบัดกรี 1.20 ตัวนํา (Conductor) ตัวนําเปลือย (Bare Conductor) หมายถึง ตัวนําทีไ่ มมกี ารหุม หรือไมมฉี นวนไฟฟาใดๆ ตัวนําหุม (Covered Conductor) หมายถึง ตัวนําที่หุมดวยวัสดุที่มีสวนประกอบหรือมี ความหนาซึ่งไมเปนที่ยอมรับวาเปนฉนวนไฟฟาตามมาตรฐานนี้ ตัวนําหุม ฉนวน (Insulated Conductor) หมายถึง ตัวนําทีห่ มุ ดวยวัสดุทมี่ สี ว นประกอบ และมีความหนาเปนที่ยอมรับวาเปนฉนวนไฟฟา 1.22 ตัวตอสายแบบบีบ (Connector.25 ตัวนําอะลูมิเนียมหุมดวยทองแดง (Copper Clad Aluminum Conductor) หมายถึง ตั ว นํ าที่ ทํ าจากแท ง อะลู มิ เ นี ย มหุ  ม ด ว ยทองแดง โดยประสานทองแดงกั บ แกน อะลูมิเนียมดวยวิธีโลหการ และตองมีทองแดงอยางตํ่ารอยละ 10 ของพื้นที่หนาตัดของ ตัวนําเดี่ยว หรือของแตละเสนของตัวนําตีเกลียว .19 ซอน (Concealed) หมายถึง ทําใหเขาถึงไมไดโดยสิ่งกอสราง หรือสวนของอาคาร สาย ไฟฟาในชองเดินสายที่ซอน ถือวาเปนที่ซอน ถึงแมวาอาจจะเขาถึงไดโดยการดึงออกมา 1.23 โหลดตอเนื่อง (Continuous Load) หมายถึง โหลดที่คาดวากระแสสูงสุดที่คงที่ติดตอ กันตั้งแต 3 ชั่วโมงขึ้นไป 1.24 เครื่องควบคุม (Controller) หมายถึง อุปกรณ หรือกลุมของอุปกรณที่ใชควบคุมกําลัง ไฟฟาที่สงไปยังเครื่องสําเร็จที่ตอกับเครื่องควบคุมนั้น 1.1-4 บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป การปรับตั้ง (Setting) ของเซอรกิตเบรกเกอร หมายถึง คากระแส และ/หรือเวลาของ เซอรกิตเบรกเกอร ซึ่งถูกตั้งไวเพื่อปลดวงจร 1.

32 ใชงาน (Duty) ใชงานตอเนื่อง (Continuous Duty) หมายถึง การใชงานที่มีโหลดเกือบคงที่ โดยมี ระยะเวลานานไมจํากัด ใชงานเปนระยะ (Intermittent Duty) หมายถึง การใชงานเปนชวงสลับกัน เชน (1) ชวง มีโหลด และไรโหลด หรือ (2) ชวงมีโหลด และพัก หรือ (3) ชวงมีโหลด ไรโหลด และพัก ใชงานเปนคาบ (Periodic Duty) หมายถึง การใชงานเปนระยะซึ่งภาวะโหลดกลับมี ขึน้ อีกอยางสมํ่าเสมอ ใชงานระยะสั้น (Short-Time Duty) หมายถึง การใชงานที่มีโหลดมากเกือบคงที่ โดย มีระยะเวลาสั้นและจํากัด ใชงานไมแนนอน (Varying Duty) หมายถึง การใชงานซึ่งทั้งขนาดโหลดและชวงเวลา ที่มีโหลดเปลี่ยนแปลงไดไมแนนอน 1.30 ทนฝุน (Dustproof) หมายถึง การสรางหรือการปองกันซึง่ ทําใหฝนุ ไมมผี ลตอการทํางานของสิ่งนั้นๆ 1.บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป 1-5 1.31 กันฝุน (Dusttight) หมายถึง การสรางซึ่งทําใหฝุนไมสามารถเขาไปขางในสิ่งหอหุม ภายใตเงื่อนไขที่กําหนดสําหรับการทดสอบที่กําหนดโดยเฉพาะ 1.27 ดีมานดแฟกเตอร (Demand Factor) หมายถึง อัตราสวนระหวางความตองการสูงสุด ของระบบหรือสวนของระบบกับโหลดทั้งหมด ที่ตอเขากับระบบหรือสวนของระบบที่ พิจารณา 1.26 ดานหนาไมมีไฟ (Dead Front) หมายถึง ดานที่ใชปฏิบัติงานของบริภัณฑ ไมมีสวนที่ มีไฟฟาเปดโลงสูบุคคล 1.33 ปายไฟฟา (Electric Sign) หมายถึง บริภัณฑที่ยึดอยูกับที่ ประจําที่หรือหยิบยกได ที่มี การสองสวางทางไฟฟาโดยมีขอความ หรือสัญลักษณที่ออกแบบ เพื่อแสดงใหทราบ หรือเพื่อดึงดูดความสนใจ .29 เครื่องปลดวงจร (Disconnecting Means) หมายถึง อุปกรณหรือกลุมของอุปกรณ หรือสิ่งอื่นที่สามารถปลดตัวนําในวงจรออกจากแหลงจาย 1.28 อุปกรณ (Device) หมายถึง หนวยหนึ่งของระบบไฟฟา ที่มุงหมายใหเปนทางผานของ กระแสไฟฟาแตไมใชพลังงานไฟฟา 1.

42 ลงดิน หรือการตอลงดิน (Ground) หมายถึง การตอตัวนําไมวา โดยตัง้ ใจหรือบังเอิญ ระหวางวงจรไฟฟาหรือบริภัณฑกับดินหรือกับสวนที่เปนตัวนําซึ่งทําหนาที่แทนดิน 1.41 เครือ่ งประกอบ (Fitting) หมายถึง สวนประกอบ เชน แปนเกลียวกันคลาย บุชชิง่ หรือ สวนอืน่ ๆ ของระบบการเดินสายทีใ่ ชงานเพือ่ วัตถุประสงคหลักทางกลมากกวาทางไฟฟา 1.38 เปดโลง (Exposed) เมือ่ ใชกับสวนที่มีไฟฟา หมายถึง สภาพที่บุคคลสามารถสัมผัส หรือเขาไปใกลเกินระยะปลอดภัยโดยพลั้งเผลอได รวมถึงสวนที่ไมมีการกั้น ไมมีการ แยกออกหรือไมมีการฉนวนอยางเหมาะสม 1.40 สายปอน (Feeder) หมายถึง ตัวนําของวงจรระหวางบริภัณฑประธาน หรือแหลงจาย ไฟของระบบติดตั้งแยกตางหากกับอุปกรณปองกันกระแสเกินของวงจรยอยตัวสุดทาย 1.36 บริภัณฑ (Equipment) หมายถึง สิง่ ซึ่งรวมทั้งวัสดุ เครื่องประกอบ อุปกรณ เครื่องใช ไฟฟา ดวงโคม เครื่องสําเร็จและสิ่งอื่นที่คลายกัน ที่ใชเปนสวนหนึ่งหรือใชในการตอเขา กับการติดตั้งทางไฟฟา 1.35 เครื่องหอหุม หรือ ที่ลอม (Enclosure) หมายถึง กลองหรือกรอบของเครื่องสําเร็จ หรือรั้ว หรือ ผนังที่ลอมรอบการติดตั้งเพื่อปองกันบุคคลมิใหสัมผัสกับสวนที่มีแรงดัน ไฟฟา หรือเพื่อปองกันบริภัณฑไมใหเสียหาย 1.34 ลอม (Enclosed) หมายถึง ลอมรอบดวยกลอง ที่ครอบ รั้ว หรือผนังเพื่อปองกันบุคคล มิใหสัมผัสกับสวนที่มีแรงดันโดยบังเอิญ 1.39 เปดโลง (Exposed) เมือ่ ใชกับวิธีการเดินสาย หมายถึง อยูบนหรือติดกับพื้นผิวหรืออยู ดานหลังของแผงที่ออกแบบใหเขาถึงได 1.1-6 บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป 1.43 ตอลงดิน (Grounded) หมายถึง ตอลงดินหรือตอกับสวนทีเ่ ปนตัวนําซึง่ ทําหนาทีแ่ ทนดิน .37 เครือ่ งสําเร็จทนระเบิด (Explosionproof Apparatus) หมายถึง เครื่องสําเร็จที่อยูใน ทีล่ อ ม ซึ่งสามารถทนการระเบิดของกาซ หรือไอบางชนิด ซึ่งเกิดขึ้นภายในและปองกัน การจุดระเบิดของกาซหรือไอบางชนิด รอบๆ ที่ลอมโดยการสปารก วาบไฟ หรือการ ระเบิดของกาซหรือไอภายใน รวมทั้งในการใชงานไมกอใหเกิดอุณหภูมิภายนอกสูงพอที่ จะทําใหบรรยากาศที่ติดไฟไดซึ่งลอมรอบอยูภายนอก จุดระเบิดได 1.

51 กั้น (Guarded) หมายถึง ปองกันดวยที่หุม กลอง ตัวคั่น ราง รั้ว ฉาก พื้นยก เพื่อมิให บุคคลหรือวัตถุเขาใกลหรือสัมผัสกับจุดที่อาจเปนอันตรายได .47 ตัวนํ าสํ าหรับตอลงดินหรือสายดินของบริภัณฑ (Grounding Conductor. Effectively) หมายถึง การตอลงดินโดยตรง อยางตั้งใจ หรือโดยผานอิมพีแดนซที่มีคาตํ่าเพียงพอที่จะไมทําใหเกิดแรงดันตกครอม มากจนทําใหเกิดอันตรายตอบริภัณฑที่ตออยู หรือตอบุคคล 1.44 ตอลงดินอยางมีประสิทธิผล (Grounded.บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป 1-7 1.46 ตัวนําสําหรับตอลงดินหรือสายดิน (Grounding Conductor) หมายถึง ตัวนําที่ใชตอ บริภัณฑหรือวงจรที่ตองตอลงดินของระบบการเดินสายเขากับหลักดิน 1.48 ตัวนําตอหลักดินหรือสายตอหลักดิน (Grounding Electrode Conductor) หมายถึง ตัวนําที่ใชตอหลักดิน กับตัวนําสําหรับตอลงดินของบริภัณฑ และ/หรือ กับตัวนําที่มีการ ตอลงดินของวงจรที่บริภัณฑประธาน หรือที่แหลงจายไฟของระบบจายแยกตางหาก 1. Equipment) หมายถึง ตัวนําที่ใชตอสวนโลหะที่ไมนํากระแสของบริภัณฑ ชองเดินสาย ที่ลอม เขากับตัวนํ าที่มีการตอลงดินของระบบและ/หรือตัวนํ าตอหลักดินที่บริภัณฑ ประธาน หรือที่แหลงจายไฟของระบบจายแยกตางหาก 1.50 การป อ งกั น กระแสรั่ ว ลงดิ น ของบริ ภั ณ ฑ (Ground-Fault Protection of Equipment) หมายถึง ระบบที่มุงหมายเพื่อปองกันบริภัณฑไมใหเสียหายเนื่องจาก กระแสรั่วลงดิน โดยทํ าใหเครื่องปลดวงจรตัดตัวนําที่ไมถูกตอลงดินในวงจรที่กระแส รัว่ ลงดิน การปองกันนี้ตองมีระดับกระแสนอยกวาคาที่อุปกรณปองกันกระแสเกินของ วงจรแหลงจายไฟจะทํางาน 1.49 เครื่องตัดวงจรไฟฟาเมื่อกระแสรั่วลงดิน (Ground-Fault Circuit-Interrupter) หรือเครื่องตัดไฟรั่ว (Residual Current Device หรือ RCD) หมายถึง อุปกรณที่มุง หมายสําหรับปองกันบุคคล โดยทําหนาที่ตัดวงจรหรือสวนของ วงจรภายในเวลาที่ กํ าหนดเมื่อกระแสรั่วลงดินเกินคาที่กําหนดไวแตนอยกวาคาที่อุปกรณปองกันกระแส เกินของวงจรแหลงจายไฟจะทํางาน 1.45 ตัวนําที่มีการตอลงดิน (Grounded Conductor) หมายถึง ระบบหรือตัวนําในวงจรที่ ตอลงดินโดยตั้งใจ 1.

58 สถานที่ (Location) สถานที่ชื้น (Damp Location) หมายถึง สถานที่ใตหลังคาซึ่งมีการปองกันเปนบางสวน ระเบียงที่มีหลังคาและสถานที่อื่นที่มีลักษณะคลายกัน และสถานที่ภายในอาคารที่มี ความชื้นปานกลาง เชน หองใตดินและหองเย็นเก็บของ สถานที่แหง (Dry Location) หมายถึง สถานที่ซึ่งปกติไมมีความชื้น หรือเปยก สถานที่ แหงอาจมีความชื้นหรือเปยกไดชั่วคราว เชน อาคารที่กําลังกอสราง สถานที่เปยก (Wet Location) หมายถึง สถานที่ใตพื้นดิน หรือในแผนคอนกรีต หรือใน อิฐที่ตั้งติดอยูกับดินและสถานที่ที่มีนํ้าหรือของเหลวอื่น เชน บริเวณลางพาหนะ และ สถานที่เปดโลงที่ไมมีที่ปกคลุม 1.53 ชองขึ้นลง (Hoistway) หมายถึง ปลองขึ้นลง ทางขึ้นลง หรือชองหรือที่วางในแนวดิ่งที่ ออกแบบใหใชกับลิฟต หรือที่สงอาหาร 1.000 โวลต .59 ระบบแรงตํ่า (Low Voltage System) หมายถึง ระบบไฟฟาที่มีแรงดันระหวางเฟส (Phase) ไมเกิน 1. Within Sight From.1-8 บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป 1.54 อยูในสายตา (In Sight From. Within Sight) เมื่อมาตรฐานนี้ กําหนดวาบริภัณฑหนึ่งอยูในสายตาจากบริภัณฑอื่น หมายถึง ระยะที่ตองมองเห็นได ระหวางบริภัณฑที่กําหนดกับบริภัณฑอื่นและตองมีระยะหางไมเกิน 15 เมตร 1.55 พิกัดตัดวงจร หรือพิกัดตัดกระแส (Interrupting Rating) หมายถึง กระแสสูงสุด ณ แรงดันที่กํ าหนด ที่อุปกรณถูกประสงคใหตัดวงจรที่ภาวะที่กํ าหนดในมาตรฐาน การทดสอบ บริภัณฑที่ประสงคจะใหตัดกระแสที่ไมใชกระแสลัดวงจร อาจมีพิกัดตัดวงจรเปน อยางอื่น เชน พิกัดแรงมา หรือพิกัดกระแสล็อกโรเตอร 1.52 ระบบแรงสูง (High Voltage System) หมายถึง ระบบไฟฟาที่มีแรงดันระหวางเฟส (Phase) เกิน 1.57 จุดจายไฟแสงสวาง (Lighting Outlet) หมายถึง จุดจายไฟทีต่ อ เขาโดยตรงกับขัว้ รับ หลอด ดวงโคม หรือตอกับปลายสายออนทีอ่ กี ดานหนึง่ ตอกับขัว้ รับหลอดในดวงโคมแขวน 1.000 โวลต 1.56 แยกออก (Isolated) หมายถึง บุคคลเขาถึงไดยาก นอกจากจะใช เครื่องมือพิเศษ 1.

67 แผงยอย (Panelboard) หมายถึง แผงเดี่ยวหรือกลุมของแผงเดี่ยวที่ออกแบบให ประกอบรวมกันเปนแผงเดียวกัน ประกอบดวย บัส อุปกรณปองกันกระแสเกินอัตโนมัติ และมีหรือไมมีสวิตชสําหรับควบคุมแสงสวาง ความรอนหรือวงจรไฟฟากําลัง แผงยอย เปนแผงที่ออกแบบใหติดตั้งไวในตูหรือกลองคัตเอาทตที่ติดบนผนังซึ่งสามารถเขาถึงได ทางดานหนาเทานั้น .64 จุดจายไฟ (Outlet) หมายถึง จุดในระบบการเดินสายทีน่ ากระแสมาใช ํ กบั บริภณ ั ฑใชสอย 1.60 ความตองการกําลังไฟฟาสูงสุด (Maximum Demand) หมายถึง คาสูงสุดของความตองการกําลังไฟฟาซึ่งเกิดขึ้นในชวงเวลาที่กําหนดอาจมี หนวยเปนกิโลวัตต กิโลวาร เควีเอ หรือหนวยอื่นตามตองการ 1.63 วงจรไมติดไฟ (Nonincendive Circuit) หมายถึง วงจรที่อารก หรือผลของความรอน ทีเ่ กิดขึ้นระหวางการใชงานของบริภัณฑ หรือเนื่องจากการเปดวงจร การลัดวงจร หรือ การรั่วลงดินของสายไฟ ไมทําใหกาซที่ติดไฟ ไอระเหย หรือของผสมฝุนอากาศลุกติดไฟ ภายใตเงื่อนไขทดสอบที่กําหนด 1.61 ชุดจุดจายไฟสําเร็จรูป (Multioutlet Assembly) หมายถึง ชองเดินสายบนพื้นผิวหรือ ฝงที่ออกแบบใหจับยึดตัวนําและเตารับทั้งชนิดประกอบในสถานที่ติดตั้ง และชนิดที่ ประกอบสําเร็จจากโรงงาน 1.65 กระแสเกิน (Overcurrent) หมายถึง กระแสทีเ่ กินคาพิกดั กระแสของบริภณ ั ฑหรือขนาด กระแสของตัวนํา ซึง่ อาจมีผลมาจากโหลดเกิน การลัดวงจร หรือการมีกระแสรัว่ ลงดิน ในบางกรณีบริภัณฑหรือตัวนํา อาจมีกระแสเกินคาพิกัดกระแสหรือขนาดกระแสได ดังนั้นมาตรฐาน สําหรับการปองกันกระแสเกินตองกําหนดตามสถานการณเฉพาะ 1.66 โหลดเกิน (Overload) หมายถึง การใชงานเกินพิกดั ปกติของบริภณ ั ฑหรือใชกระแสเกิน ขนาดกระแสของตัวนํา ซึ่งหากเปนอยูระยะเวลาหนึ่งจะทําใหเกิดความเสียหายและ อันตรายเนื่องจากความรอนเกินขนาด การลัดวงจรหรือการมีกระแสรั่วลงดินไมถือเปน โหลดเกิน 1.บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป 1-9 1.62 ไมอัตโนมัติ (Nonautomatic) หมายถึง การควบคุมที่บุคคลตองเขาไปเกี่ยวของ ในกรณีเครื่องควบคุมดวยไฟฟา การควบคุมแบบไมอัตโนมัติไมไดหมายถึง เครื่องควบคุมดวยมือ เพียงอยางเดียว แตหมายถึงเครื่องควบคุมที่บุคคลจําเปนตองเขาไปเกี่ยวของดวย 1.

73 เตารับ (Receptacle) หมายถึง อุปกรณที่มีหนาสัมผัสติดตั้งเพื่อเปนจุดจายไฟสําหรับ เตาเสียบ 1 ตัว 1.1-10 บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป 1.74 จุดจายไฟชนิดเตารับ (Receptacle Outlet) หมายถึง จุดจายไฟที่ติดตั้งเตารับตั้งแต 1 ชุดขึ้นไป 1.70 ชองเดินสาย (Raceway) หมายถึง ชองปดซึง่ ออกแบบเฉพาะสําหรับการเดินสายไฟฟา หรือตัวนําหรือทําหนาที่อื่นตามที่มาตรฐานนี้อนุญาต ชองเดินสายอาจเปนโลหะหรือวัสดุฉนวน รวมทั้งทอโลหะหนา ทออโลหะหนา ทอโลหะหนาปาน กลาง ทอโลหะออนกันของเหลว ทอโลหะออนบาง ทอโลหะออนหนา ทออโลหะออน ทอโลหะบาง ชองเดินสายใตพื้น ชองเดินสายใตพื้นคอนกรีตโปรง ชองเดินสายใตพื้นโลหะโปรง ชองเดินสายบน พืน้ รางเดินสาย เคเบิลบัส และทางเดินบัส 1.71 ทนฝน (Rainproof) หมายถึง การสราง การปองกัน หรือกระทําเพื่อไมใหฝนมีผลตอ การทํางานของอุปกรณภายใตสภาวะการทดสอบที่กําหนด 1.68 การเดินสายภายใน (Premises Wiring (System)) หมายถึง การเดินสายทั้งภายใน และภายนอกอาคารซึ่งประกอบดวยสายวงจรไฟฟากํ าลัง แสงสวาง ควบคุมและ สัญญาณ รวมทั้งอุปกรณและเครื่องประกอบการเดินสาย ทั้งแบบเดินสายแบบติดตั้ง ถาวรและชัว่ คราว ซึง่ เปนสวนทีต่ อ จากจุดจายจากสายของการไฟฟาฯ (สวนหลังเครือ่ งวัด หนวยไฟฟาของการไฟฟาฯ) หรือจุดจายไฟของแหลงกําเนิดจากระบบที่มีตัวจายแยก ตางหาก การเดินสายนีไ้ มรวมถึงการเดินสายภายในเครือ่ งใชไฟฟา ดวงโคม มอเตอร เครือ่ งควบคุม ศูนยควบคุมมอเตอร และบริภัณฑที่คลายกัน 1.75 วงจรควบคุมจากระยะไกล (Remote-Control Circuit) หมายถึง วงจรทีค่ วบคุมวงจร อื่นๆ ดวยรีเลยหรืออุปกรณอื่นที่เทียบเทา .69 บุคคลที่มีคุณสมบัติหรือบุคคลที่มีหนาที่เกี่ยวของ (Qualified Person) หมายถึง บุคคลที่มีความรูเกี่ยวกับโครงสราง และการใชงานของบริภัณฑ รวมทั้งอันตรายที่ อาจเกิดขึ้น 1.72 กันฝน (Raintight) หมายถึง การสรางหรือการปองกันไมใหนํ้าฝนเขาไปได ภายใต สภาวะการทดสอบที่กําหนด 1.

76 บริภัณฑปดผนึกได (Sealable Equipment) หมายถึง บริภัณฑที่ถูกหอหุมโดยโครงสรางหรือตูซึ่งปดผนึกหรือปดกั้นจนไมสามารถเขาถึงสวนที่มีไฟฟาได ถาไมเปดเครื่อง หอหุม บริภัณฑนี้อาจใชงานโดยเปดหรือไมเปดเครื่องหอหุมกอนก็ได 1.81 บริภัณฑประธาน (Service Equipment) หรือเมนสวิตช หมายถึง บริภัณฑจําเปน โดยปกติประกอบดวยเซอรกิตเบรกเกอร หรือสวิตชและฟวส และเครื่องประกอบตางๆ ตัง้ อยูใกลกับจุดทางเขาของตัวนําประธานเขาอาคาร โดยมีจุดประสงคเพื่อควบคุมและ ตัดวงจรทั้งหมดของระบบจายไฟ 1.78 ระบบประธาน (Service) หมายถึง บริภัณฑและตัวนําสําหรับจายพลังงานไฟฟาจาก ระบบไฟฟาของการไฟฟาฯ ไปยังระบบสายภายใน 1. Overhead System) หมายถึง ตัวนําประธานทีต่ อ ระหวางบริภณ ั ฑประธานกับเครือ่ งวัด หนวยไฟฟาของการไฟฟาฯ ที่เปนระบบสายอากาศ ตัวนํ าประธานเขาอาคารระบบสายใตดิน (Service-Entrance Conductor. Underground System) หมายถึง ตัวนําประธานที่ตอระหวางบริภัณฑประธานกับ เครื่องวัดหนวยไฟฟาของการไฟฟาฯ ที่เปนระบบสายใตดิน 1.79 ตัวนําประธาน (Service Conductors) หมายถึง ตัวนําที่ตอระหวางเครื่องวัดหนวย ไฟฟาของการไฟฟาฯ กับบริภัณฑประธาน (ทั้งระบบแรงสูงและแรงตํ่า) ตัวนํ าประธานเขาอาคารระบบสายอากาศ (Service-Entrance Conductors.80 สายจายระบบประธานอากาศ (Service Drop) หมายถึง ตัวนําประธานที่เปนสาย อากาศจากเสาไฟฟาหรือจุดจับยึดถึงตัวนําประธานเขาอาคารซึ่งติดตั้งที่เสา ตัวอาคาร หรือโครงสราง 1.82 ตูแ สดงหนาราน (Show Window) หมายถึง ตูกระจกหนาราน ซึ่งออกแบบสําหรับใช แสดงสินคาหรือสิง่ โฆษณา ดานหลังของตูจ ะปดทัง้ หมด ปดบางสวน หรือเปดทัง้ หมดก็ได .บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป 1-11 1.77 ระบบที่มีตัวจายแยกตางหาก (Separately Derived System) หมายถึง ระบบการ เดินสายภายในซึ่งจายไฟฟาโดยเครื่องกําเนิดไฟฟา หมอแปลงไฟฟา หรือขดลวดคอนเวอรเตอร และไมมกี ารตอถึงกันทางไฟฟาโดยตรง รวมทัง้ ระบบสายดิน กับสายจายไฟฟา จากระบบอื่น 1.

86 มีการปองกันความรอนเกิน (Thermally Protected) เมือ่ ใชกับมอเตอร หมายถึง เมื่อปรากฏคําวา “มีการปองกันความรอนเกิน” บนแผนปายประจําเครื่อง แสดงวา มอเตอรนั้นมีเครื่องปองกันความรอนเกิน .84 แผงสวิตช (Switchboard) หมายถึง แผงเดี่ยวขนาดใหญหรือหลายแผงประกอบเขา ดวยกัน เพื่อใชติดตั้งสวิตช อุปกรณปองกันกระแสเกิน อุปกรณปองกันอื่นๆ บัส และ เครื่องวัดตางๆ ทั้งดานหนา ดานหลัง หรือทั้งสองดาน โดยทั่วไปแผงสวิตชเขาถึงไดทั้ง ทางดานหนาและดานหลังและไมมีจุดประสงคใหติดตั้งในตู (ดูคําวา “แผงยอย”) 1.83 วงจรสัญญาณ (Signaling Circuit) หมายถึง วงจรไฟฟาที่ทําใหบริภัณฑสัญญาณ ทํางาน 1.1-12 บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป 1.85 สวิตช (Switch) สวิตชลัดผานแยกวงจร (Bypass Isolation Switch) หมายถึง สวิตชทํางานดวยมือ สําหรับใชรวมกับสวิตชถายโอน เพื่อเชื่อมตอตัวนําสําหรับโหลดเขากับแหลงจายไฟฟา โดยตรงและตัดการใชงานของสวิตชถายโอนออก สวิตชใชงานทั่วไป (General-Use Switch) หมายถึง สวิตชที่มีจุดประสงคใหใชใน วงจรจําหนายและวงจรยอยทั่วไป กําหนดขนาดเปนแอมแปร และสามารถตัดวงจรตาม พิกัดกระแสและแรงดัน สวิตชธรรมดาใชงานทัว่ ไป (General-Use Snap Switch) หมายถึง รูปแบบหนึง่ ของ สวิตชใชงานทั่วไปที่สรางใหสามารถติดตั้งเสมอพื้นผิวในกลองอุปกรณ หรือบนฝากลอง จุดจายไฟหรือการใชอื่นๆที่เกี่ยวของกับระบบเดินสาย ซึ่งเปนที่ยอมรับในมาตรฐานนี้ สวิตชแยกวงจร (Isolating Switch) หมายถึง สวิตชทใี่ ชสาหรั ํ บแยกวงจรไฟฟาออกจาก แหลงจายไฟฟา โดยไมมพี กิ ดั ตัดวงจรและใชงานภายหลังจากปลดวงจรดวยวิธอี นื่ แลว สวิตชวงจรมอเตอร (Motor-Circuit Switch) หมายถึง สวิตชที่มีพิกัดกําหนดขนาด เปนแรงมา สามารถตัดวงจรทีม่ กี ระแสโหลดเกินสูงสุดของมอเตอรทมี่ พี กิ ดั แรงมาเขากับ สวิตช ที่แรงดันพิกัด สวิตชถายโอน (Transfer Switch) หมายถึง สวิตชสําหรับถายโอน ตัวนําที่ตอกับ แหลงจายไฟฟาหนึ่งไปยังแหลงจายไฟฟาอื่น เพื่อจายโหลดใหกับตัวนําที่ตออยูนั้น สวิตชถายโอนอาจเปนแบบอัตโนมัติหรือไมก็ได 1.

94 กันนํ้า (Watertight) หมายถึง การสรางหรือการปองกันที่ไมใหความชื้นเขาไปในเครื่อง หอหุมได ภายใตสภาวะการทดสอบที่กําหนด .89 ระบายอากาศ (Ventilated) หมายถึง การจัดใหมีการหมุนเวียนของอากาศอยางเพียง พอเพือ่ ถายเทความรอน ควัน หรือไอ ที่มีมากเกินออกไป 1. 380/220 โวลต เปนตน แรงดันใชงานจริงของวงจร อาจแตกตางจากแรงดันที่ระบุในพิสัยที่กําหนด ซึ่งยังคงให บริภัณฑทํางานไดเปนที่พอใจ 1.92 แรงดันที่ระบุ (Voltage.91 แรงดัน (Voltage) ของวงจร หมายถึง คารากเฉลี่ยกําลังสองของความตางศักยสูงสุด ระหวางตัวนํา 2 สาย ในวงจรที่เกี่ยวของกัน 1.88 บริภณ ั ฑใชสอย (Utilization Equipment) หมายถึง บริภณ ั ฑทใี่ ชพลังงานไฟฟาสําหรับ งานอิเล็กทรอนิกส ทางกล เคมี ความรอน แสงสวาง หรือจุดประสงคทคี่ ลายกัน 1.93 แรงดันเทียบกับดิน (Voltage to Ground) สําหรับวงจรที่มีการตอลงดิน หมายถึง แรงดันระหวางตัวนําที่กําหนด กับจุดหรือตัวนําของวงจรที่ตอลงดิน สําหรับวงจรที่ไมตอ ลงดิน หมายถึง แรงดันสูงสุดระหวางตัวนําที่กําหนดกับตัวนําอื่นในวงจร 1.บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป 1-13 1.87 เครื่องปองกันความรอนเกิน (Thermal Protector) เมื่อใชกับมอเตอร หมายถึง อุปกรณปองกันที่ประกอบเขาเปนสวนหนึ่งของมอเตอร หรือมอเตอรคอมเพรสเซอร และเมื่อใชงานอยางถูกตองแลวจะปองกันมอเตอรไหมเพราะการเกิดความรอนเกิน เนื่องจากโหลดเกินและความลมเหลวในการเริ่มเดินเครื่อง เครือ่ งปองกันความรอนเกินอาจประกอบดวยอุปกรณตรวจจับมากกวา 1 ตัว ประกอบเขาเปนสวน หนึง่ ของมอเตอร และอุปกรณควบคุมภายนอก 1. Nominal) หมายถึง คาระบุที่กําหนดในวงจรหรือระบบเพื่อ จุดประสงคใหสะดวกในการเรียกประเภทแรงดัน เชน 416/240.90 ของเหลวระเหยติดไฟ (Volatile Flammable Liquid) หมายถึง ของเหลวติดไฟที่มีจุด วาบไฟตํ่ากวา 38 องศาเซลเซียส หรือของเหลวติดไฟที่มีอุณหภูมิสูงกวาจุดวาบไฟของ ตัวเอง หรือของเหลวที่ไหมไฟได ประเภทที่ 2 ที่มีความดันไอไมเกิน 276 กิโลพาสคัล (40 ปอนด ตอ ตารางนิ้วสัมบูรณ) ที่ 38 องศาเซลเซียส ซึ่งมีอุณหภูมิสูงกวาจุดวาบไฟ ของตัวเอง 1.

97 อาคาร อาคารสูง หมายถึง อาคารที่บุคคลอาจเขาอยูหรือเขาใชสอยได โดยมีความสูงตั้งแต 23 เมตร ขึ้นไป การวัดความสูงของอาคารใหวัดจากระดับพื้นดินที่กอสรางถึงพื้นดาดฟา สําหรับอาคารทรงจั่วหรือปนหยาใหวัดจากระดับพื้นดินที่กอสรางถึงยอดผนังของ ชั้นสูงสุด อาคารขนาดใหญ หมายถึง อาคารที่สรางขึ้นเพื่อใชอาคารหรือสวนใดสวนหนึ่งของ อาคารเปนที่ประกอบกิจการประเภทเดียวหรือหลายประเภท โดยมีความสูงจากระดับ ถนนตั้งแต 15 เมตรขึ้นไป และมีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในหลังเดียวกันเกิน 1.96 รางเดินสาย (Wireway) หมายถึง ทอสาย (Raceway) ชนิดหนึ่งมีลักษณะเปนรางทํา จากแผนโลหะหรืออโลหะชนิดตานเปลวเพลิงพับมีฝาปด ติดบานพับหรือถอดออกได เพือ่ ใชสําหรับเดินสายไฟฟา อาจมีชองระบายอากาศก็ได การติดตั้งตองใชวิธีแขวนหรือ มีที่รองรับ 1.1-14 บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป 1.000 ตารางเมตรขึ้นไป ตอน ข. นิยามทีใ่ ชสาหรั ํ บการติดตั้งระบบไฟฟา แรงดันที่ระบุเกิน 1000 โวลต ขึ้นไป 1.000 ตารางเมตร อาคารขนาดใหญพิเศษ หมายถึง อาคารที่สรางขึ้นเพื่อใชอาคารหรือสวนใดสวนหนึ่ง ของอาคารเปนทีอ่ ยูอ าศัยหรือประกอบกิจการประเภทเดียวหรือหลายประเภท โดยมีพนื้ ที่รวมกันทุกชั้นหรือชั้นหนึ่งชั้นใดในหลังเดียวกันตั้งแต 10.000 ตารางเมตร หรือมีพื้นที่รวมกันทุกชั้นหรือชั้นหนึ่งชั้นใดในหลังเดียวกันเกิน 2.98 ฟวส (Fuse) หมายถึง อุปกรณปองกันกระแสเกินซึ่งมีสวนที่เปดวงจรหลอมละลาย ดวยความรอนที่เกิดจากมีกระแสไหลผานเกินกําหนด ฟวสประกอบดวยทุกสวนที่รวมกันเพื่อทํ าหนาที่ดังกลาวขางตน อาจเปนหรือไมเปนอุปกรณที่ สมบูรณสําหรับตอเขากับวงจรไฟฟา ตัวฟวสแบบขับกาซ (Expulsion Fuse Unit or Expulsion Fuse) หมายถึง ตัวฟวส ที่มีการพุงระบายของกาซ ซึ่งเกิดจากอารกและสายของตัวยึดฟวส ซึ่งอาจเกิดขึ้นเอง หรือใชสปริงชวย เปนตัวดับอารก .95 ทนสภาพอากาศ (Weatherproof) หมายถึง การสรางหรือการปองกันซึ่งเมื่ออยูใน สภาวะเปดโลงตอสภาพอากาศแลวจะไมมีผลตอการทํางานของสิ่งนั้น 1.

Disconnector or Isolator) หมายถึง อุปกรณสวิตชทางกลซึ่งออกแบบใหใชสํ าหรับปลดวงจรหรือ บริภัณฑออกจากแหลงจายไฟ เครื่องปลดวงจร (Disconnecting Means) หมายถึง อุปกรณ กลุมของอุปกรณ หรือ วิธอี นื่ ๆ ที่สามารถปลดตัวนําออกจากแหลงจายไฟ .บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป 1-15 ตัวฟวสกําลัง (Power Fuse Unit) หมายถึง ตัวฟวสที่อาจมีหรือไมมีการพุงระบาย หรือการควบคุมการพุงระบายของกาซ การดับอารกทําไดโดยใหอารกผานวัสดุแข็ง วัสดุเปนเมล็ด หรือของเหลว ซึ่งอาจเกิดขึ้นเองหรือใชสปริงชวย ฟวสกําลังแบบพุงระบาย (Vented Power Fuse) หมายถึง ฟวสที่ออกแบบใหมีการ พุง ระบายกาซ ของเหลว หรืออนุภาคแข็ง ออกสูบรรยากาศโดยรอบ เมื่อฟวสตัดวงจร ฟวสกําลังแบบไมพุงระบาย (Nonvented Power Fuse) หมายถึง ฟวสที่ไมไดออก แบบใหมีการพุงระบายของกาซ ของเหลว หรืออนุภาคแข็ง ออกสูบรรยากาศโดยรอบ เมื่อฟวสตัดวงจร ฟวสกําลังแบบควบคุมการพุงระบาย (Controlled Vented Power Fuse) หมายถึง ฟวสซึ่งเมื่อตัดวงจรจะมีการควบคุมไมใหมีอนุภาคแข็งพุงออกสูบรรยากาศโดยรอบ ฟวสถูกออกแบบเพื่อใหกาซที่เกิดขึ้นไมทําใหฉนวนในสวนที่อยูรอบตัวนําหลอมละลายลุกไหมหรือ เสียหาย ทั้งนี้ระยะหางระหวางชองระบายกาซและฉนวนหรือสวนที่เปนตัวนําตองเปนไปตามคํา แนะนําของบริษัทผูผลิต ฟวสควบ (Multiple Fuse) หมายถึง ชุดประกอบสําเร็จทีม่ ฟี ว สเดีย่ วตัง้ แต 2 อันขึน้ ไป 1. Isolating Switch.99 อุปกรณสวิตช (Switching Device) หมายถึง อุปกรณที่ออกแบบเพื่อสับ-ปลดวงจร ซึง่ อาจจะเปนวงจรเดี่ยวหรือหลายวงจรก็ได ไดแก เซอรกิตเบรกเกอร (Circuit Breaker) หมายถึง อุปกรณสวิตชซึ่งมีคุณสมบัติใน สภาวะปกติสามารถนํากระแสและสับ-ปลดวงจร ตามพิกัดไดโดยปลอดภัย และใน สภาวะวงจรผิดปกติ เชน เกิดการลัดวงจรตองสามารถทนกระแสและตัดกระแสลัด วงจรไดตามที่กําหนด คัตเอาต (Cutout) หมายถึง ชุดประกอบสําเร็จของที่รองรับฟวส ซึ่งอาจมีตัวยึดฟวส ตัวรับฟวส หรือใบมีดปลดวงจรอยางใดอยางหนึ่ง ตัวยึดฟวสหรือตัวรับฟวส อาจมีสวน ประกอบนํากระแส (ไสฟวส) รวมอยูดวย หรืออาจทําหนาที่เปนใบมีดปลดวงจรโดยรวม กับสวนที่ไมหลอมละลาย สวิตชปลดวงจร (Disconnecting Switch.

มม. อนุญาตใหใชสายพันรอบหมุด เกลียว หรือ เดือย เกลียว (stud) ได แลวขันใหแนน 1.101.101.101 การตอทางไฟฟา (Electrical Connection) การตอสายตัวนํา ตองใชอุปกรณตอสายและวิธีการตอสายที่เหมาะสม โดยเฉพาะการ ตอตัวนําที่เปนโลหะตางชนิดกัน ตองใชอุปกรณตอสายที่สามารถใชตอตัวนําตางชนิด กันได 1. ขอกําหนดทั่วไปสําหรับการติดตั้งทางไฟฟา 1.1 ขั้วตอสาย (Terminals) การตอตัวนําเขากับขั้วตอสาย ตองเปนการตอที่ดีและไมทําใหตัวนําเสียหาย ขัว้ ตอสายตองเปนแบบบีบ หรือแบบขันแนนดวยหมุดเกลียวหรือแปนเกลียว ในกรณีที่สายขนาดไมใหญกวา 6 ตร.1-16 บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป สวิตชตัดวงจร (Interrupter Switch) หมายถึง อุปกรณสวิตชซึ่งออกแบบใหสามารถ นํากระแสและสับ-ปลดวงจรไดตามคากระแสที่กําหนด คัตเอาตนํ้ามัน (Oil Cutout or Oil-Filled Cutout) หมายถึง คัตเอาตซึ่งมีที่รองรับ ฟวส ไสฟวส หรือใบมีดปลดวงจร ทั้งหมดหรือบางสวนติดตั้งในนํ้ามัน โดยหนาสัมผัส และสวนหลอมละลายของฟวส จะจมอยูในนํ้ามันทั้งหมด เพื่อใหการดับอารก ซึ่งเกิด จากการหลอมละลายของไสฟวส หรือการเปดหนาสัมผัสจะเกิดอยูในนํ้ามัน สวิตชนามั ํ้ น (Oil Switch) หมายถึง สวิตชทมี่ หี นาสัมผัสทํางานในนํามั ้ น (หรือแอสคาเรล หรือ ของเหลวที่เหมาะสมอื่น) สวิตชลัดผานเรกูเลเตอร (Regulator Bypass Switch) หมายถึง อุปกรณเฉพาะ หรือกลุมของอุปกรณที่ออกแบบใหลัดผานเรกูเลเตอร ตอน ค.2 การตอสาย (Splices) ตองใชอุปกรณสํ าหรับการตอสายที่เหมาะสมกับงาน หรือโดยการเชื่อม ประสาน (Brazing) การเชื่อม (Welding) หรือการบัดกรี (Soldering) ที่ เหมาะสมกับสภาพการใชงาน หากใชวิธีการบัดกรีตองตอใหแนนทั้งทางกล และทางไฟฟาเสียกอนแลวจึงบัดกรีทบั รอยตอ ปลายสายทีต่ ดั ทิง้ ไวตอ งมีการ หุม ฉนวนดวยเทปหรืออุปกรณทที่ นแรงดันไฟฟาไดเทียบเทากับฉนวนของสาย และเหมาะสมกับการใชงาน .

00 เมตร ทีจ่ ะเขาไปถึงทีว่ า งเพือ่ ปฏิบตั งิ านกับบริภณ ั ฑไฟฟา ไดอยางนอยหนึ่งทาง 1.00 เมตร ขอยกเวนที่ 1 ถาดานหนาของแผงสวิตชหรือแผงยอยเปนทีว่ า ง สามารถ ออกไปยังทางเขาไดโดยตรงและไมมีสิ่งกีดขวาง อนุญาต ใหมีทางเขาที่วางเพื่อปฏิบัติงานทางเดียวได ขอยกเวนที่ 2 ในกรณีทวี่ า งเพือ่ ปฏิบตั งิ านมีความลึกเปน 2 เทาทีก่ าหนด ํ ในขอ 1.มม.5 ตร.1 มีทางเขาที่วางเพื่อปฏิบัติงานทางเดียวได . 1.60 เมตร และความสูง ไมนอยกวา 2.2 การวัดความลึก ความลึกใหวัดจากสวนที่มีไฟฟาและเปดโลงอยู หรือวัดจากดานหนาของ เครื่องหอหุม ถาสวนที่มีไฟฟามีการหอหุม 1.102 ทีว่ า งเพื่อปฏิบัติงานสําหรับบริภัณฑไฟฟา ตองจัดใหมที วี่ า งและทางเขาอยางเพียงพอ เพือ่ ปฏิบตั งิ านและบํารุงรักษาบริภณ ั ฑไฟฟา ไดโดยสะดวกและปลอดภัย ทั้งนี้ที่วางดังกลาวหามใชสําหรับเก็บของ ตอน ก.80 เมตร ตองมีทางเขาทั้งสอง ขางของแผงที่มีความกวางไมนอยกวา 0.102.102.102.75 เมตรและไมนอ ยกวา ขนาดความกวางของบริภณ ั ฑไฟฟา และความลึกตองเปนไปตามทีก่ าหนดใน ํ ตารางที่ 1-1 และที่วางเพื่อปฏิบัติงานตองพอเพียงสําหรับการเปดประตูตู หรือฝาตูไดอยางนอย 90 องศาในทุกกรณี คอนกรีต อิฐ ผนังกระเบื้อง ใหถือวาเปนสวนที่ตอลงดิน 1.1 ทีว่ างเพื่อปฏิบัติงาน ทีว่ า งเพือ่ ปฏิบตั งิ านสําหรับบริภณ ั ฑไฟฟา ทีม่ โี อกาสตรวจสอบ ปรับแตงหรือ บํารุงรักษาขณะมีไฟ ตองมีความกวางไมนอ ยกวา 0.3 ทางเขาที่วางเพื่อปฏิบัติงาน 1. สําหรับระบบแรงตํ่า 1.200 แอมแปรขึ้นไป และกวางเกิน 1.3.2 สําหรับแผงสวิตชและแผงควบคุม ที่มีพิกัดกระแสตั้งแต 1.102.บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป 1-17 หมายเหตุ อนุโลมใหใชวิธีตอสายโดยตรงดวยการพันเกลียวสําหรับสาย แกนเดียวที่มีขนาดไมใหญกวา 2.60 เมตร และสูงไมนอ ย กวา 2.102.1 ตองมีทางเขาขนาดกวางไมนอ ยกวา 0.3.102.

102.90 0.75 เมตร ตลอดแนวของบริภัณฑ 1.90 0.20 กรณีที่ 1 มีสว นที่มีไฟฟาและเปดโลงอยูทางดานหนึ่งของที่วางเพื่อปฏิบัติงาน และอีกดานหนึ่ง ของทีว่ างเพื่อปฏิบัติงานไมมีทั้งสวนที่มีไฟฟาและเปดโลงและสวนที่ตอลงดิน หรือมีสวนที่มีไฟฟาและเปดโลงอยูทั้งสองดานของที่วางเพื่อปฏิบัติงาน แตไดมีการ กัน้ ดวยวัสดุที่เหมาะสมเชน ไม หรือวัสดุฉนวนอื่น สายไฟฟาหุมฉนวนหรือบัสบารหุมฉนวนที่มีแรงดันไฟฟาไมเกิน 300 โวลต ใหถือวา เปนสวนที่ไมมีไฟฟา กรณีที่ 2 มีสว นทีม่ ีไฟฟาและเปดโลงอยูทางดานหนึ่งของที่วางเพื่อปฏิบัติงาน และอีกดานหนึ่ง ของที่วางเพื่อปฏิบัติงานเปนสวนที่ตอลงดิน กรณีที่ 3 มีสว นที่มีไฟฟาและเปดโลงอยูทั้งสองดานของที่วางเพื่อปฏิบัติงาน (ไมมีการกั้นตาม กรณีที่ 1) โดยผูปฏิบัติงานจะอยูระหวางนั้น ขอยกเวนที่ 1 บริภณ ั ฑทเี่ ขาถึงเพือ่ ปฏิบตั ิงานไดจากดานอืน่ ทีไ่ มใชดา นหลัง ไมตอ งมีทวี่ า งเพือ่ ปฏิบัติงานดานหลังของบริภัณฑก็ได ขอยกเวนที่ 2 สวนทีม่ ไี ฟฟาและเปดโลง มีแรงดันไมเกิน 30 VAC.4 แสงสวาง เมนสวิตช แผงสวิตชและแผงยอย หรือเครื่องควบคุมมอเตอร เมื่อติดตั้งอยู ในอาคาร ตองมีแสงสวางบริเวณที่วางเพื่อปฏิบัติงานอยางเพียงพอที่จะ . หรือ 60 VDC.1-18 บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป ทางเขาตองอยูหางจากแผงสวิตชหรือแผงยอยไมนอยกวา ที่กําหนดในตารางที่ 1-1 ดวย ตารางที่ 1-1 ความลึก (Depth) ตํ่าสุดของที่วางเพื่อปฏิบัติงานกับบริภัณฑไฟฟา ระบบแรงตํ่า แรงดันไฟฟา ความลึกตํ่าสุด (เมตร) วัดเทียบกับดิน (โวลต) กรณีที่ 1 กรณีที่ 2 กรณีที่ 3 0-150 0. และ สามารถเขาถึงได ทีว่ า งเพื่อปฏิบัติงานอาจเล็กกวาที่กําหนดได แตตองไดรับ ความเห็นชอบจากการไฟฟาฯ กอน ขอยกเวนที่ 3 บริภณ ั ฑที่เขาถึงเพื่อปฏิบัติงานจากดานอื่นที่ไมใชดานหลัง ไมตองมีที่วางเพื่อ ปฏิบัติงานดานหลังของบริภัณฑก็ได ในทีซ่ ึ่งตองเขาถึงดานหลังเพื่อทํางานใน สวนทีไ่ ดปลดวงจรไฟฟาออกแลว ตองมีทวี า งเพือ่ ปฏิบตั งิ านในแนวนอนไมนอ ยกวา 0.90 1.05 1.90 151-600 0.

102.90 เมตร และความลึกตองเปนไปตามที่กําหนดในตารางที่ 1-2 และที่วาง เพื่อปฏิบัติงานตองพอเพียงสําหรับการเปดประตูตูหรือฝาตูไดอยางนอย 90 องศา ในทุกกรณี คอนกรีต อิฐ ผนังกระเบือ้ ง ใหถอื วาเปนสวนทีต่ อ ลงดิน 1.8.102.9 เมตร ยกเวน เมนสวิตชหรือแผงยอย ในสถานที่อยูอาศัยมีขนาดรวมกันไมเกิน 200 แอมแปร ตอน ข.103 .102.บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป 1-19 ปฏิบัติงานไดทันที ยกเวน เมนสวิตชหรือแผงยอย (เดีย่ วหรือกลุม ) ในสถานทีอ่ ยูอ าศัยมีขนาด รวมกันไมเกิน 100 แอมแปร 1.102.8 ทางเขาถึงที่วางเพื่อปฏิบัติงาน ทางเขาถึงทีว่ า งเพือ่ ปฏิบตั งิ าน ตองมีอยางนอย 1 ทาง ทีม่ คี วามกวางไมนอ ย กวา 0.00 เมตร และสวนบน ของแผงสวิตชตองอยูหางจากเพดานติดไฟไดไมนอยกวา 0.1 เมื่อมีตัวนํ าเปลือยไมวาระดับแรงดันใด หรือตัวนํ าหุมฉนวนที่ มีแรงดันมากกวา 600 โวลต อยูใกลเคียงกับทางเขา ตองมีการ กัน้ ตามขอ 1.5 ทีว่ างเหนือพื้นที่เพื่อปฏิบัติงาน (Headroom) บริเวณที่วางเพื่อปฏิบัติงานสําหรับเมนสวิตช แผงสวิตชและแผงยอย หรือ เครือ่ งควบคุมมอเตอร ตองมีความสูงไมนอยกวา 2.102.6 ทีว่ างเพื่อปฏิบัติงาน ตองมีทวี่ า งเพือ่ ปฏิบตั งิ านอยางเพียงพอทีจ่ ะปฏิบตั งิ านไดสะดวกและปลอดภัย ในการบํารุงรักษาบริภัณฑ ในที่ซึ่งมีสวนที่มีไฟฟาและเปดโลงอยู ทีว่ างเพื่อปฏิบัติงานตองมีความสูงไมนอยกวา 2.7 การวัดความลึก ความลึกใหวัดจากสวนที่มีไฟฟาและเปดโลงอยู หรือวัดจากดานหนาของ เครื่องหอหุม 1. สําหรับระบบแรงสูง 1.00 เมตร กวางไมนอยกวา 0.60 เมตร และความสูงไมนอ ยกวา 2.00 เมตร 1.

00 กรณีที่ 1 มีสว นทีม่ ีไฟฟาและเปดโลงอยูทางดานหนึ่งของที่วางเพื่อปฏิบัติงาน และอีกดานหนึ่ง ของทีว่ างเพื่อปฏิบัติงานไมมีทั้งสวนที่มีไฟฟาและเปดโลงและสวนที่ตอลงดิน หรือมีสวนที่มีไฟฟาและเปดโลงอยูทั้งสองดานของที่วางเพื่อปฏิบัติงานแตไดมีการกั้น ดวยวัสดุที่เหมาะสม เชน ไม หรือวัสดุฉนวนอื่น สายไฟฟาหุมฉนวนหรือบัสบารหุมฉนวนที่มีแรงดันไฟฟาไมเกิน 300 โวลต ใหถือวา เปนสวนที่ไมมีไฟฟา กรณีที่ 2 มีสว นทีม่ ีไฟฟาและเปดโลงอยูทางดานหนึ่งของที่วางเพื่อปฏิบัติงาน และอีกดานหนึ่ง ของที่วางเพื่อปฏิบัติงานเปนสวนที่ตอลงดิน กรณีที่ 3 มีสว นที่มีไฟฟาและเปดโลงอยูทั้งสองดานของที่วางเพื่อปฏิบัติงาน (ไมมีการกั้นตาม กรณีที่ 1) โดยผูปฏิบัติงานจะอยูระหวางนั้น ยกเวน บริภณ ั ฑที่เขาถึงเพื่อปฏิบัติงานจากดานอื่นที่ไมใชดานหลัง ไมตองมีที่วางเพื่อปฏิบัติ งานดานหลังของบริภัณฑก็ได ในที่ซึ่งตองเขาถึงทางดานหลังเพื่อทํางานในสวนที่ ไดปลดวงจรไฟฟาออกแลว ตองมีที่วางเพื่อปฏิบัติงานในแนวนอนไมนอยกวา 0.50 1.80 2.500 0.90 1.000 1.20 1.1-20 บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป 1.80 2.80 เมตร ตองมีทางเขาทั้ง สองขางของแผงสวิตช ยกเวน เมือ่ ดานหนาของตูอ ปุ กรณ ไมมสี งิ่ กีดขวาง หรือมีทวี่ า งเพือ่ ปฏิบตั ิ งานเปนสองเทาของที่กําหนดไวในตารางที่ 1-2 ยอมใหมีทางเขา .9 แผงสวิตชและแผงควบคุมที่มีความกวางเกิน 1.001-25.501-9.80 9.102.102.40 3.75 เมตร ตลอดแนวของบริภัณฑ 1.70 2.50 2.000 1.5001-75.2 ตองมีบันไดถาวรที่เหมาะสมในการเขาไปยังทีว่ า งเพือ่ ปฏิบตั งิ าน ในกรณีที่บริภัณฑติดตั้งแบบยกพื้น ชั้นลอย หรือในลักษณะเชน เดียวกัน ตารางที่ 1-2 ความลึก (Depth) ตํ่าสุดของที่วางเพื่อปฏิบัติงานกับบริภัณฑไฟฟา ระบบแรงสูง แรงดันไฟฟา ความลึกตํ่าสุด (เมตร) วัดเทียบกับดิน (โวลต) กรณีที่ 1 กรณีที่ 2 กรณีที่ 3 601-2.50 1.8.20 1.000 1.

บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป

1-21

ทางเดียว สวนที่มีไฟฟาและเปดโลงและอยูใกลกับทางเขาที่วาง
เพือ่ ปฏิบัติงานตองมีการกั้นอยางเหมาะสมตามขอ 1.103
1.102.10 แสงสวางเหนือที่วางเพื่อปฏิบัติงาน
ตองมีแสงสวางอยางพอเพียงเหนือพื้นที่ปฏิบัติงานและจัดใหสามารถซอม
หรือเปลี่ยนดวงโคมไดโดยไมเกิดอันตรายจากสวนที่มีไฟฟา
1.102.11 สวนที่มีไฟฟาและเปดโลง
สวนที่มีไฟฟาและเปดโลงซึ่งไมมีการกั้น ถาอยูเหนือพื้นที่ปฏิบัติงานตองติด
ตั้งอยูในระดับสูงไมนอยกวาที่กําหนดในตารางที่ 1-3
ตารางที่ 1-3
ระดับความสูงของสวนที่มีไฟฟาและไมมีที่กั้น
แรงดันไฟฟาระหวางสายเสนไฟ (โวลต)
ระดับความสูง (เมตร)
1000-7,500
2.60
7,501-35,000
2.75
>35,000
2.75 + 0.01 (เมตร/กิโลโวลต)

1.103 เครือ่ งหอหุมและการกั้นสวนที่มีไฟฟา
สวนที่มีไฟฟาของบริภัณฑที่มีแรงดันตั้งแต 50 โวลตขึ้นไป ตองมีการกั้นเพื่อปองกันการ
สัมผัสสวนที่มีไฟฟาโดยบังเอิญ การกั้นอาจใชเครื่องหอหุมหรือวิธีการใดวิธีการหนึ่งที่
เหมาะสมดังนี้
ตอน ก. สําหรับระบบแรงตํ่า
1.103.1 การกั้น
การกั้นอาจใชวิธีการหนึ่งวิธีการใดดังตอไปนี้
1.103.1.1 อยูใ นหองหรือเครือ่ งหอหุม ทีม่ ลี กั ษณะคลายกันซึง่ อนุญาตใหเขา
ไดเฉพาะบุคคลที่มีหนาที่เกี่ยวของเทานั้น
1.103.1.2 อยูใ นสถานทีซ่ งึ่ มีแผงหรือรัว้ ตาขายกัน้ ทีถ่ าวรและเหมาะสม และ
การเขาไปยังที่วางซึ่งอาจสัมผัสสวนที่มีไฟฟาไดนั้นทําไดเฉพาะ
บุคคลที่เกี่ยวของเทานั้น ชองเปดใดๆ ของที่กั้นหรือที่ปดบังตอง
มี ข นาดหรื อ อยู  ใ นตํ าแหน ง ที่ บุ ค คลอื่ น ไม อ าจสั ม ผั ส ส ว นที่ มี

1-22

บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป

ไฟฟาไดโดยบังเอิญ หรือไมอาจนําวัตถุซึ่งเปนตัวนําไฟฟาไป
สัมผัสสวนที่มีไฟฟานั้นไดโดยบังเอิญ
1.103.1.3 ติดตั้งแยกสวนในพื้นที่หรือบริเวณ เพื่อไมใหบุคคลที่ไมมีหนา
ที่เกี่ยวของเขาไปได เชน ติดตั้งบนระเบียง บนกันสาด หรือ
บนนั่งราน
1.103.1.4 ติดตั้งยกขึ้นเหนือพื้นหรือพื้นที่ทํางานไมนอยกวา 2.40 เมตร
1.103.1.5 ในที่ซึ่งมีการติดตั้ง สวิตช หรือบริภัณฑอื่นในระบบแรงตํ่า ตองมี
การกั้นแยกออกจากระบบแรงสูงดวยแผนกั้น รั้ว หรือตาขาย
ที่เหมาะสม
ตอน ข. สําหรับระบบแรงสูง
1.103.2 การติดตั้งทางไฟฟาในหองที่ปดลอม
การติดตั้งทางไฟฟาในหองที่ปดลอมหรือบริเวณที่ลอมรอบดวยกําแพง ผนัง
หรือรั้ว โดยมีการปดกั้นทางเขาดวยกุญแจ หรือวิธีการอื่นที่ไดรับการรับรอง
แลว ใหถือวาเปนสถานที่เขาไดเฉพาะบุคคลที่มีหนาที่เกี่ยวของเทานั้น ชนิด
ของเครื่องหอหุมตองออกแบบและสรางใหสอดคลองกับประเภทและระดับ
ของอันตรายที่เกี่ยวของกับการติดตั้ง
กําแพง ผนัง หรือรั้วที่มีความสูงนอยกวา 2.00 เมตรไมถือวาเปนการปองกัน
การเขาถึง นอกจากจะมีสิ่งอื่นเพิ่มเติมที่ทําใหการกั้นนั้นมีคุณสมบัติในการ
กัน้ เทียบเทากําแพง ผนัง หรือรั้วที่มีความสูงไมนอยกวา 2.00 เมตร
1.103.3 การติดตั้งภายในอาคาร
ในสถานที่ที่บุคคลทั่วไปเขาถึงได การติดตั้งทางไฟฟาตองเปนดังนี้
1.103.3.1 เปนบริภัณฑที่อยูในเครื่องหอหุมที่เปนโลหะหรืออยูในหองหรือ
บริเวณที่ใสกุญแจได
1.103.3.2 สวิตชเกียรทอี่ ยูใ นเครือ่ งหอหุม ทีเ่ ปนโลหะ หนวยสถานียอ ย (unit
substation) หมอแปลง กลองดึงสาย กลองตอสาย และบริภณ
ั ฑ
อื่นที่คลายกัน ตองทําปายหรือเครื่องหมายเตือนภัยที่เหมาะสม
1.103.3.3 ชองระบายอากาศของหมอแปลงแบบแหงหรือชองของบริภณ
ั ฑอนื่
ที่คลายกัน ตองออกแบบใหวัตถุจากภายนอกที่อาจลอดเขาไป
ใหเบี่ยงเบนพนไปจากสวนที่มีไฟฟา

บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป

1-23

1.103.4 การติดตั้งภายนอกอาคาร
ในสถานที่ที่บุคคลทั่วไปเขาถึงได การติดตั้งทางไฟฟาตองอยูในเครื่องหอหุม
หรือวิธีการอื่นที่ไดรับการรับรองแลววาปลอดภัย
1.104 สถานทีซ่ ึ่งบริภัณฑไฟฟาอาจไดรับความเสียหายทางกายภาพได
ในสถานที่ซึ่งบริภัณฑไฟฟาอาจไดรับความเสียหายทางกายภาพได ตองกั้นดวยที่กั้น
หรือเครื่องหอหุมที่มีความแข็งแรง ที่จะปองกันความเสียหายนั้นได
1.105 เครื่องหมายเตือนภัย
ทางเขาหองหรือทีก่ นั้ ทีม่ สี ว นทีม่ ไี ฟฟาอยูภ ายในและเปดโลง ตองมีเครือ่ งหมายเตือนภัย
ที่ชัดเจนและเห็นไดงาย เพื่อหามบุคคลที่ไมมีหนาที่เกี่ยวของเขาไป
1.106 สวนที่มีประกายไฟ
สวนของบริภัณฑซึ่งในขณะใชงานปกติทําใหเกิดอารก ประกายไฟ เปลวไฟ หรือโลหะ
หลอมเหลว ตองมีการหุมหรือปดกั้นและแยกจากวัสดุที่ติดไฟได
1.107 การทําเครื่องหมายระบุเครื่องปลดวงจร
เครือ่ งปลดวงจรที่ใชสําหรับมอเตอร เครื่องใชไฟฟา สายเมน สายปอนหรือวงจรยอยทุก
เครื่องตองทําเครื่องหมายระบุวัตถุประสงคใหชัดเจนติดไวที่เครื่องปลดวงจรหรือใกลกับ
เครื่องปลดวงจรนั้น นอกจากวาตําแหนงและการจัดเครื่องปลดวงจรนั้นชัดเจนอยูแลว
เครื่องหมายตองชัดเจนและทนตอสภาพแวดลอม
ตอน ง. ระยะหางทางไฟฟา (Electrical Clearance) ในการติดตั้งสายไฟฟา
ระยะหางทางไฟฟานี้ ครอบคลุมถึงระยะหางทั้งหมดที่เกี่ยวของกับสายจายพลังงาน
ไฟฟาเหนือพื้นดิน (Overhead Supply) สําหรับการติดตั้งเพื่อใชงานทั้งแบบถาวรและ
ชัว่ คราว สําหรับกรณีพาดสายผานอาคารหรือสิ่งกอสรางใดๆ โดยที่สายไฟฟาไมไดยึด
ติดกับอาคารหรือสิ่งกอสรางนั้นๆ
1.108 การวัดระยะหางทางไฟฟา
การวัดระยะหางทางไฟฟาใหวัดระยะในแนวตรงจากผิว (Surface) ของสวนที่มีแรงดัน
ไฟฟา (สายไฟ, ตัวนําไฟฟา และอุปกรณไฟฟา) ไปยังผิวของสวนที่ไมมีแรงดันไฟฟา
หรือไปยังสิ่งตางๆ ที่อยูใกลที่สุด

1-24

บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป

1.109 ระยะหางทางไฟฟา
ระยะหางทางไฟฟาในการติดตั้งสายไฟฟาตองมีระยะหางไมนอยกวาตามที่กําหนดดัง
ตอไปนี้
1.109.1 ระยะหางในแนวนอน (Horizontal Clearance)
ระยะหางในแนวนอน ใหใชคาตามตารางที่ 1-4
1.109.2 ระยะหางในแนวดิ่ง (Vertical Clearance)
ระยะหางในแนวดิ่ง ใหใชคาตามตารางที่ 1-5
1.109.3 ระยะหางในแนวเฉียง (Diagonal Clearance)
ระยะหางในแนวเฉียง ใหเปนไปตามขอกําหนดของแตละการไฟฟาฯ
หมายเหตุ 1) ระยะหางตามตารางเปนระยะหางสําหรับอาคารหรือสิ่งกอสรางที่ไม
มีการเขาไปบํารุงรักษาหรือทํางาน หากมีความจําเปนตองเขาไป
บํารุงรักษาหรือทํางานในระยะหางดังกลาว ผูที่เขาไปดําเนินงานจะ
ตองมีการปองกันที่เหมาะสม
2) แรงดันไฟฟาในทีน่ ี้ หมายถึง แรงดันไฟฟาระหวางสายเสนไฟ (เฟส-เฟส)
3) ชือ่ ของสายไฟฟา ชนิดตางๆ ในตารางเทียบกับสายไฟฟาของการ
ไฟฟาฯ ดังนี้
3.1) สายหุมฉนวนแรงตํ่าตีเกลียวกับสายนิวทรัลเปลือย
= Service drop Conductor
3.2) สายหุมฉนวนแรงตํ่า
= Weather proof Conductor
3.3) สายหุมฉนวนแรงสูงไมเต็มพิกัด
= Partially insulated Conductor
3.4) สายหุมฉนวนแรงสูง 2 ชั้นไมเต็มพิกัด
= Space aerial Cable
3.5) สายหุมฉนวนแรงสูงเต็มพิกัดตีเกลียว
= Fully insulated Cable
4) ผนังดานปดของอาคาร คือ ผนังอาคารที่บุคคลไมสามารถยื่นสวน
ของรางกายหรือวัตถุมาสัมผัสสายไฟฟาได โดยพลั้งเผลอ

บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป

1-25

5) ผนังดานเปดของอาคาร คือ ผนังอาคารทีบ่ คุ คลสามารถยืน่ สวนของ
รางกายหรือวัตถุมาสัมผัสสายไฟฟาได โดยพลั้งเผลอ
6) สิง่ กอสรางอื่นๆ หมายถึง ปลองควัน ถังซึ่งบรรจุสารที่ไมติดไฟ เสา
อากาศโทรทัศน-วิทยุ ทีต่ ดิ ตัง้ อิสระ และรวมถึงเสาอากาศโทรทัศนวิทยุ ทีต่ ดิ ตัง้ กับตัวอาคาร ซึง่ ตองไมลาส
ํ้ วนหนึง่ สวนใดของอาคารใน
แนวนอนเดียวกับสายไฟฟานัน้
7) ระยะหางนี้ กําหนดทีส่ ภาพ Max. Final Sag ทีอ่ ณ
ุ หภูมใิ ชงานสูงสุด
ของสายไฟฟา
8) ทางสัญจร หมายถึง ทางหลวง ถนน ตรอก ซอย ที่เปนที่สาธารณะ
หรือทางสวนบุคคลก็ตามหรือบริเวณที่ยานพาหนะใชผานอยูแลว
9) หากเปนทางสัญจรและพื้นที่ซึ่งไมไดจัดไวสําหรับรถยนต หรือยาน
พาหนะอื่นใดผาน ระยะหางตํ่าสุด สามารถลดลงไดเหลือ 2.6 เมตร
10) ไมอนุญาตใหใชสายดังกลาวเดินสายใตหลังคา ระเบียง สวนของ
อาคาร ปาย เสาโทรทัศน - วิทยุ หรือถังซึ่งบรรจุสารที่ไมติดไฟ
11) อนุญาตใหเดินสายชัว่ คราวไดโดยตองขออนุญาตจากการไฟฟาทองถิน่
ทั้งนี้ใชระยะหางดังนี้
10.1) 69 kV ระยะหาง 2.2 เมตร
10.2) 115 kV ระยะหาง 2.5 เมตร
10.3) 230 kV ระยะหาง 3.2 เมตร

1-26

บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป

ตารางที่ 1-4
ระยะหางตํ่าสุดตามแนวนอนระหวางสายไฟฟากับสิ่งกอสราง เมื่อสายไฟฟาไมไดยึดติดกับสิ่งกอสราง (เมตร)
(Minimum Horizontal Clearance)

สิง่ ที่อยูใกลสายไฟฟา

1.1 - ผนังดานปดของอาคาร4)
- สะพานลอยคนเดินขามถนน กรณีที่มีแผงหรือผนัง
กัน้ ระหวางสายไฟฟากับสะพานลอย
- ปายโฆษณาที่ติดกับอาคาร
1.2 - ผนังดานเปดของอาคาร5) เฉลียงระเบียงหรือบริเวณ
ทีม่ ีคนเขาถึงได
- สะพานทุกชนิดสําหรับยานพาหนะ
- เสาไฟถนน เสาสัญญาณไฟจราจรตางๆ
- สิง่ กอสรางอืน่ ๆ6)

ไมเกิน 1 kV
ชนิดของสายไฟฟา
สายหุมฉนวน
แรงตํ่าตีเกลียว สายหุมฉนวน
แรงตํ่า3)
กับสายนิวทรัล
3)
เปลือย
0.30
0.15

0.90

0.15

แรงดันไฟฟา2)
11 – 33 kV
ชนิดของสายไฟฟา

69 kV
115 kV 230 kV
ชนิดของสายไฟฟา

สายเปลือย

สายหุมฉนวน
แรงสูงไมเต็ม
พิกัด3)

สายหุมฉนวน
แรงสูง 2 ชั้น
ไมเต็มพิกัด3)

สายหุมฉนวน
แรงสูงเต็ม
พิกัดตีเกลียว3)

1.50

0.60

0.30

0.15

1.80

2.30

3.00

1.80

1.50

0.90

0.60

2.13

2.30

3.00

สายเปลือย

ตารางที่ 1-5
ระยะหางตํ่าสุดตามแนวดิ่งระหวางสายไฟฟา7)กับพืน้ แหลงนํ้า อาคาร หรือสิ่งกอสรางอื่นๆ (เมตร)
(Minimum Vertical Clearance)

สิง่ ที่อยูใกลสายไฟฟา

2.1 - เหนือทางสัญจร8) สําหรับคน, รถยนต หรือยาน
พาหนะอื่นใด รวมสิ่งของที่บรรทุกแลว สูงไมเกิน
2.45 เมตร ผาน
2.2 - เหนื อ ทางสั ญ จร8) สํ าหรั บ ไว ใ ห ร ถยนตแ ละรถ
บรรทุก หรือยานพาหนะอื่นใดรวมสิ่งของที่บรรทุก
แลวสูงไมเกิน 4.3 เมตร ผาน
2.3 - คลองหรื อ แหล ง นํ้ าที่ อ ยู  ใ นความรั บ ผิ ด ชอบของ
กรมเจาทา กรมชลประทาน หนวยราชการ หรือเอก
ชนที่มีเ รือ แลน ผานใหปฏิบัติต ามขอ กํ าหนดของ
กรมเจาทา กรมชลประทาน หนวยราชการ หรือเอก
ชน ตามความสูงของเรือสูงสุดที่สามารถแลนผาน
รองนํา้ หรือจุดลอดสูงสุดของสะพานแบบปด ณ ที่
นั้นๆได โดยใหระยะหางวัดจากทองสายไฟฟากับ
จุ ด ยอดสู ง สุ ด ใดๆของเรื อ หรื อ จุ ด ลอดสู ง สุ ด ของ
สะพานไมนอยกวาคาตามตารางโดยวัดระยะเมื่อ
ระดับนํ้ าขึ้น สูงสุด ซึ่งกํ าหนดตามความกวางของ
แหลงนํ้า ดังตอไปนี้

ไมเกิน 1 kV
ชนิดของสายไฟฟา
สายหุมฉนวน
แรงตํ่าตีเกลียว สายหุมฉนวน
แรงตํ่า3)
กับสายนิวทรัล
3)
เปลือย
3.609)
2.909)

5.50

5.50

แรงดันไฟฟา2)
11 – 33 kV
ชนิดของสายไฟฟา

69 kV
115 kV 230 kV
ชนิดของสายไฟฟา

สายเปลือย

สายหุมฉนวน
แรงสูงไมเต็ม
พิกัด3)

สายหุมฉนวน
แรงสูง 2 ชั้น
ไมเต็มพิกัด3)

สายหุมฉนวน
แรงสูงเต็ม
พิกัดตีเกลียว3)

4.60

4.60

4.60

3.609)

4.90

5.10

5.80

6.10

6.10

6.10

5.50

7.00

7.50

9.00

บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป

สายเปลือย

1-27

8 7.2 9.4 .7 7.2 10.1 12.3 10.0 12.1 – 2.มากกวา 5.9 เมตร ผาน 2.2 .1 12.8 13.3.0 12.2 8.4 9.ถ า มี การกํ าหนดใหเ รือ หรือ ยานพาหนะที่มี ความสูง (h) มากกวาที่กําหนดตามขอ 2.7 6.2 12.3 10.000 เมตร ปกติใหถือวาเรือหรือยานพาหนะมีความสูงไม เกิน 11.0 6.0 14.0 h + 2.3 15.000 เมตร ปกติใหถือวาเรือหรือยานพาหนะมีความสูงไม เกิน 9.1 h + 2.ไมเกิน 50 เมตร ปกติใหถือวาเรือหรือยานพาหนะมีความสูงไม เกิน 4.5 .1-28 บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป ตารางที่ 1-5 (ตอ) ระยะหางตํ่าสุดตามแนวดิ่งระหวางสายไฟฟา7)กับพืน้ แหลงนํ้า อาคาร หรือสิ่งกอสรางอื่นๆ (เมตร) (Minimum Vertical Clearance) สิง่ ที่อยูใกลสายไฟฟา 2.9 สายเปลือย 9.7 7.0 เมตร ผาน 2.4 10.0 11.3 .9 h + 2.1 .8 13.9 h + 3.2 h + 3.3.3.9 14.1 .3.3.เกินกวา 500 เมตร แตไมเกิน 5.3 11.9 13.2 10.1 h + 2.3.4 11.1 12.5 13.เกินกวา 50 เมตร แตไมเกิน 500 เมตร ปกติใหถือวาเรือหรือยานพาหนะมีความสูงไม เกิน 7.7 11.5 h + 4.2 13.9 h + 2.3 เมตร ผาน 2.8 12.4 ผาน ไมเกิน 1 kV ชนิดของสายไฟฟา สายหุมฉนวน แรงตํ่าตีเกลียว สายหุมฉนวน แรงตํ่า3) กับสายนิวทรัล 3) เปลือย 7.3.9 8.0 เมตร ผาน 2.8 แรงดันไฟฟา2) 11 – 33 kV ชนิดของสายไฟฟา 69 kV 115 kV 230 kV ชนิดของสายไฟฟา สายเปลือย สายหุมฉนวน แรงสูงไมเต็ม พิกัด3) สายหุมฉนวน แรงสูง 2 ชั้น ไมเต็มพิกัด3) สายหุมฉนวน แรงสูงเต็ม พิกัดตีเกลียว3) 7.9 h + 2.

เสาโทรทัศน-วิทยุ.4 0.910) 5.เหนือหรือใตหลังคาหรือสวนของอาคารที่ไมมีคนเดิน หรือไมสามารถเขาถึงได .เหนือหรือใตหลังคาระเบียงทีม่ คี นเดินหรือสามารถเขา ถึงได 2.910) 5.5 .410) 3.2 5.คลองหรื อ แหล ง นํ้ าที่ อ ยูในความรับผิด ชอบของ หนวยงานราชการ หรือเปนของเอกชน ที่ไมมีเรือ แลนผาน 2.5 2.1 0.610) บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป 1-29 .7 6.1 1.610) 5.410) 4.4 .810) 3.เหนือหลังคาสะพานลอยคนเดินขามถนน 2.4 2.110) 5.15 3.4 4.1 1.0 2.310) 3.6 .4 0.6 3.ตารางที่ 1-5 (ตอ) ระยะหางตํ่าสุดตามแนวดิ่งระหวางสายไฟฟา7)กับพืน้ แหลงนํ้า อาคาร หรือสิ่งกอสรางอื่นๆ (เมตร) (Minimum Vertical Clearance) สิง่ ที่อยูใกลสายไฟฟา 2.3 5.610) 4.4 4.010) 1.410) 3.15 4.เหนือหรือใต ปาย.5 1.เหนือสะพานลอยคนเดินขามถนนทีไ่ มมีหลังคา .15 0.1 2.4 สายเปลือย 1.1 0. ถังซึ่งบรรจุ สารที่ไมติดไฟ ไมเกิน 1 kV ชนิดของสายไฟฟา สายหุมฉนวน แรงตํ่าตีเกลียว สายหุมฉนวน แรงตํ่า3) กับสายนิวทรัล 3) เปลือย 4.1 3.4 5.3 3.6 2.2 4.7 .610) 3.9 3.15 3.2 5.15 0.010) 3.4 4.6 3.5 2.8 4.5 1.3 แรงดันไฟฟา2) 11 – 33 kV ชนิดของสายไฟฟา 69 kV 115 kV 230 kV ชนิดของสายไฟฟา สายเปลือย สายหุมฉนวน แรงสูงไมเต็ม พิกัด3) สายหุมฉนวน แรงสูง 2 ชั้น ไมเต็มพิกัด3) สายหุมฉนวน แรงสูงเต็ม พิกัดตีเกลียว3) 5.0 2.15 4.610) 4.1 2.

6 0.0 9.6 1.6 . 4.4 1.4. 3.15 ไมอนุญาต ไมอนุญาต 2.0 7.บทที่ 1 นิยามและขอกําหนดทั่วไป 1-30 ตารางที่ 1-5 (ตอ) ระยะหางตํ่าสุดตามแนวดิ่งระหวางสายไฟฟา7)กับพืน้ แหลงนํ้า อาคาร หรือสิ่งกอสรางอื่นๆ (เมตร) (Minimum Vertical Clearance) แรงดันไฟฟา2) 11 – 33 kV ชนิดของสายไฟฟา สิง่ ที่อยูใกลสายไฟฟา 2.4 เมตร สําหรับแรงดันไฟฟา ไมเกิน 1kV.9 2.เหนือเสาไฟถนน เสาสัญญาณไฟจราจรตางๆ ไมเกิน 1 kV 69 kV 115 kV 230 kV ชนิดของสายไฟฟา ชนิดของสายไฟฟา สายหุมฉนวน สายหุมฉนวน สายหุมฉนวน สายหุมฉนวน แรงตํ่าตีเกลียว สายหุมฉนวน สายเปลื อ ย สายเปลือย แรงสูงไมเต็ม แรงสูง 2 ชั้น แรงสูงเต็ม แรงตํ่า3) กับสายนิวทรัล 3) 3) 3) พิกัด ไมเต็มพิกัด พิกัดตีเกลียว เปลือย3) 7.0 9. 69kV. 11-33kV.0 9.9.10 .8 .5 10.1เมตร ใหรักษาระยะหาง ตามแนวดิ่ง เทียบกับความสูงของรถไฟนั้น เทากับ 0.4 และ 5.0 9.2 0.6 1.0 0.4 3.15 ไม ไม ไม อนุญาต11) อนุญาต11) อนุญาต11) 0.ใตสะพานที่มียานพาหนะวิ่งผาน 2.1 เมตร หากรถไฟหรือรถไฟฟาอื่นใดที่มีความสูงเกิน 6.9.4 0.0 9.4 1.5 11.ขามทางรถไฟ หรือรถไฟฟา (เหนือระดับสันราง) 2.5 ความสูง สูงสุดของรถไฟหรือรถไฟฟาที่ใชในขอกําหนดนี้ ไมเกิน 6.9 . 115kV และ 230kV ตามลําดับ 1. 2.

3 สายไฟฟาตามมาตรฐานการไฟฟานครหลวง หรือการไฟฟาสวนภูมภิ าค 2.3 บัสเวย (Busway) ตองเปนชนิดที่ประกอบสําเร็จรูปจากบริษัทผูผลิตและ ไดมีการทดสอบแลวตามมาตรฐานขางตน .2. 64-2517 2. 293-2541 หมายเหตุ การไฟฟานครหลวง หามใชในระบบสายแรงตําภายใน ่ 2.1 สายไฟฟาหุมฉนวน 2. 86-2523 2.บทที่ 2 มาตรฐานสายไฟฟาและบริภัณฑไฟฟา 2-1 บทที่ 2 มาตรฐานสายไฟฟาและบริภัณฑไฟฟา บริภัณฑและสายไฟฟาทุกชนิด ตองมีคุณสมบัติเปนไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑอุต สาหกรรม (มอก.1.2 มาตรฐานตัวนําไฟฟา 2.1.2.2 บัสบารอะลูมิเนียม (Aluminum Bus Bar) ตองมีความบริสุทธิ์ของ อะลูมิเนียมไมนอยกวารอยละ 98 2.1.3 สายไฟฟาอะลูมิเนียมตีเกลียวเปลือยแกนเหล็ก เปนไปตาม มอก.1 มาตรฐานสายไฟฟา 2. 11-2531 2.2 สายไฟฟาอะลูมิเนียมหุมฉนวน พีวีซี เปนไปตาม มอก.) ฉบับลาสุด หรือมาตรฐานที่การไฟฟาฯ ยอมรับ เชน มาตรฐาน IEC.2.1. DIN.1. JIS. NEMA.1.1 บัสบารทองแดง (Copper Bus Bar) ตองมีความบริสุทธิ์ของทองแดงไม นอยกวารอยละ 98 2.1. ANSI. 85-2523 2.1.2.1 สายไฟฟาทองแดงหุมฉนวน พีวีซี เปนไปตาม มอก.2 สายไฟฟาอะลูมิเนียมตีเกลียวเปลือย เปนไปตาม มอก.1 สายไฟฟาทองแดงรีดแข็ง สําหรับสายไฟฟาเหนือดิน เปนไปตาม มอก.2 สายไฟฟาเปลือย 2.2.1.2. VDE. AS หรือเปนชนิดที่ไดรับความเห็นชอบจากการไฟฟาฯ กอน โดยมีรายละเอียดดังตอไปนี้ 2.1.1. BS. UL.

6.6.3 บทที่ 2 มาตรฐานสายไฟฟาและบริภัณฑไฟฟา มาตรฐานเครื่องปองกันกระแสเกิน และสวิตชตัดตอน อุปกรณตัดตอนและเครื่องปองกันกระแสเกินตองมีมาตรฐานและคุณสมบัติไมนอยกวา ที่กําหนดดังนี้ 2.3.5 ฟวสและขั้วรับฟวส (Fuse and Fuse Holder) พิกัดกระแสของฟวสตองไม สูงกวาของขั้วรับฟวส ทําจากวัสดุที่เหมาะสม มีการปองกันหรือหลีกเลี่ยงการ ผุกรอน (Corrosion) เนื่องจากการใชโลหะตางชนิดกันระหวางฟวสกับขั้วรับ ฟวส และตองมีเครือ่ งหมายแสดงพิกดั แรงดันและกระแสใหเห็นไดอยางชัดเจน 2.3.4 อุปกรณตดั ตอนและเครือ่ งปองกันกระแสเกิน ตองมีคณ ุ สมบัตติ ามมาตรฐาน ทีก่ ารไฟฟาฯ ยอมรับ เชน UL.6. และ ง.3 สวิตชใบมีด เปนไปตาม มอก.3. . 824-2531 2.2 ตองมีเครื่องหมายแสดงอยางชัดเจนวาอยูในตําแหนงสับหรือปลด 2. BS.5 เซอรกติ เบรกเกอรสาหรั ํ บระบบแรงตําให ่ เปนไปตามมาตรฐานดังนี้ 2.4 ตองมีเครือ่ งหมายแสดงพิกดั ของแรงดัน กระแส และความสามารถ ในการตัดกระแสที่เห็นไดชัดเจนและถาวรหลังจากติดตั้งแลว หรือ เห็นไดเมื่อเปดแผนกั้นหรือฝาครอบ 2.3.3.3.1 เซอรกิตเบรกเกอรทใี่ ชในสถานทีอ่ ยูอ าศัยหรือสถานที่ คลายคลึงกัน ขนาดไมเกิน 125 แอมแปร ใหเปนไปตาม IEC 60898 2.3.2-2 2.2 สวิตชที่ทํางานดวยมือ เปนไปตาม มอก.1 ตองเปนแบบปลดไดโดยอิสระ (Trip Free) และตองปลดสับได ดวยมือ ถึงแมวาปกติการปลดสับจะทําโดยวิธีอื่นก็ตาม 2.3 ถาเปนแบบปรับตั้งไดตองเปนแบบการปรับตั้งคากระแสหรือเวลา โดยในขณะใชงานกระทําไดเฉพาะผูที่มีหนาที่เกี่ยวของ 2.3.3.3.6.2 เซอรกิตเบรกเกอรที่ใชในสถานที่อื่นๆ ใหเปนไปตาม IEC 60947-2 หมายเหตุ รายละเอียดเซอรกติ เบรกเกอรใหดใู นภาคผนวก ค.5.3.6.6 เซอรกิตเบรกเกอร (Circuit Breaker) 2. 506-2527 และ มอก.3. JIS และ IEC 2.5. 706-2530 2.6. 507-2527 2. DIN.1 ตัวฟวสและขั้วรับฟวส เปนไปตาม มอก.3.6.

25 มม.1 แทงเหล็กหุมดวยทองแดง (copper-clad steel) หรือแทงทองแดง (solid copper) หรือแทงเหล็กอาบสังกะสี (hot-dip galvanized steel) ตองมีขนาด เสนผานศูนยกลางไมนอยกวา 5/8 นิว้ (ขนาดทางการคา-รายละเอียดใหดู หมายเหตุ) ยาวไมนอยกวา 2.ทองแดงที่ใชหุมมีความบริสุทธิ์ 99.เหล็กที่ใชเปนแกนใหทําจาก low carbon steel ที่มี tensile strength ขนาดไมนอยกวา 600 นิวตันตอ ตร.1 เครื่องตัดไฟรั่วควรมีคากระแสรั่วที่กํ าหนด (Rated residual operating current.4.04 วินาที เมื่อกระแสรั่วมีคา 5 I∆n (อาจใชคา 0.5 รวมอยูในกลองเดียวกันและ จะเปดฝาไดตอเมื่อไดปลดวงจรแลว หรือการเปดฝานั้นเปนผลใหวงจรถูก ปลดดวย และตองสามารถปลดและสับกระแสใชงานในสภาพปกติได เครื่องตัดไฟรั่ว (Residual Current Device หรือ RCD) เครือ่ งตัดไฟรัว่ ทีใ่ ชลดอันตรายจากการถูกไฟฟาดูด สําหรับแรงดันไมเกิน 440 โวลต สําหรับบานอยูอ าศัยหรือสถานทีค่ ลายคลึงกันตองมีคณ ุ สมบัตติ ามมาตร ฐาน IEC 60755.8.2 เครือ่ งตัดไฟรัว่ ตองเปนชนิดทีป่ ลดสายไฟเสนทีม่ ไี ฟทุกเสนออกจาก วงจรรวมทั้งสายนิวทรัล (Neutral) ยกเวนวาสายนิวทรัลนั้นจะแน ใจไดวาปลอดภัยและมีแรงดันเทากับดิน 2. .40 เมตร .3.มม.บทที่ 2 มาตรฐานสายไฟฟาและบริภัณฑไฟฟา 2. IEC 61009. I∆n) ไมเกิน 30 มิลลิแอมแปร และมีชวง ระยะเวลาในการตัด (Break time หรือ Operating time) ไมเกิน 0.9% และหุมอยางแนบสนิทแบบ molecularly bonded กับแกนเหล็ก ความหนาของทองแดงที่หุมที่จุดใดๆ ตองไมนอยกวา 0.3.3 หามตอวงจรลัดครอมผาน (by pass) อุปกรณตดั ตอนและเครือ่ ง ปองกันกระแสเกิน มาตรฐานหลักดิน และสิ่งที่ใชแทนหลักดิน 2.3.8.3. .8 2.3. IEC 61543 มีรายละเอียดดังนี้ 2.8.25 แอมแปร แทนคา 5 I∆n ก็ได) และไมทํางานเมื่อกระแสรั่วมีคา 0.7 2.5 I∆n 2.3.4 2-3 เซฟตีส้ วิตช (Safety Switch) ตองปลดหรือสับวงจรไดพรอมกันทุกๆ ตัวนํา เสนไฟ และตองประกอบดวยฟวสตามขอ 2. IEC 61008.

5. 770-2533 2.4.4 2. เมตร ในกรณีที่เปนเหล็กอาบโลหะชนิดกันการผุกรอนตองหนาไมนอยกวา 6 มม.1.ตองผานการทดสอบการยึดแนนและความคงทนของทองแดงที่หุมดวยวิธี Jacket Adherence Test และ Bending Test ตามมาตรฐาน UL-467 .20 มม.1.5.4.3 ทอเอชดีพีอี (HDPE) แข็งที่นํามาใชรอยสายไฟฟาฝงดินโดยตรง ตองมีคุณสมบัติตามมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม มอก.5.5.1.4 ทอรอยสายชนิดอืน่ ๆ ตองไดรบั ความเห็นชอบจากการไฟฟาฯ กอน .4. หากเปนโลหะกันการผุกรอนชนิดอื่นที่ไมใชเหล็กตองหนาไมนอยกวา 1.18 ตร.1.2 2.075 มม.625 นิว้ หรือ 15. หามใชวัสดุที่ทําดวยอะลูมิเนียมหรือโลหะผสมของอะลูมิเนียม เปนหลักดิน หรือสิ่งที่ใชแทนหลักดิน ยอมใหใชอาคารที่เปนโครงโลหะและมีการตอลงดินอยางถูกตอง โดยมีคา ความตานทานของการตอลงดินไมเกิน 5 โอหม หลักดินชนิดอื่นๆ ตองไดรับความเห็นชอบจากการไฟฟาฯ กอน หมายเหตุ แทงหลักดินขนาด 5/8 นิ้ว หมายถึงขนาดโดยประมาณ 0. สําหรับแทงเหล็กหุมดวยทองแดง และ 0. 216-2524 หรือตาม มาตรฐานทอรอยสายไฟฟาที่การไฟฟาฯ ยอมรับ 2.3 2. สําหรับแทงเหล็กอาบสังกะสี มาตรฐานชองเดินสาย และรางเคเบิล 2.กรณีแทงเหล็กอาบสังกะสีตองมีความหนาของสังกะสีไมนอยกวา 80 ไมโครเมตร (0.5 .2 ทอพีวีซี.5 2.9822533 หรือตามมาตรฐานทอรอยสายไฟฟาที่การไฟฟาฯยอมรับ 2.4.87 มม.) แผนตัวนําชนิดปองกันการผุกรอนที่มีพื้นผิวสัมผัสกับดินไมนอยกวา 0.50 มม.2-4 บทที่ 2 มาตรฐานสายไฟฟาและบริภัณฑไฟฟา 2.1 ทอเหล็กสําหรับใชรอ ยสายไฟฟา ตองมีคณ ุ สมบัตติ ามมาตรฐาน ผลิตภัณฑอุตสาหกรรม มอก.5.แข็งสํ าหรับใชรอยสายไฟฟา ตองมีคุณสมบัติตาม มาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม มอก.1 ทอรอยสายไฟฟา 2.560 นิว้ หรือ 14.

1.6 เครื่องประกอบการเดินทอตองเปนชนิดที่ไดรับอนุญาตใหแสดง เครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม หรือตามมาตรฐาน ทีก่ ารไฟฟาฯยอมรับ รางเดินสาย (Wireways) ตองมีคุณสมบัติตามมาตรฐานที่การไฟฟาฯยอมรับ หรือที่ไดรับความเห็น ชอบจากการไฟฟาฯ (ดูภาคผนวก จ.6 มาตรฐานหมอแปลง หมอแปลงชนิดฉนวนนํามั ้ นตองมีคณ ุ สมบัตติ าม มอก.5 2.) 2.3 2.5.7 มาตรฐานบริภัณฑและเครื่องประกอบอื่นๆ บริภัณฑและเครื่องประกอบอื่นๆ ตองเปนไปตามมาตรฐานที่การไฟฟาฯยอมรับ เชน UL.4 ขนาดของทอที่กลาวถึงนี้ หมายถึงเสนผานศูนยกลางภายใน หรือ ขนาดทางการคา 2.บทที่ 2 มาตรฐานสายไฟฟาและบริภัณฑไฟฟา 2-5 2. DIN และ NEMA หรือที่ไดรับความเห็นชอบจากการไฟฟาฯ 2.8 มาตรฐานระดับการปองกันสิ่งหอหุมเครื่องอุปกรณ ใหเปนไปตามตารางที่ 2-1 มาตรฐานระดับการปองกันแสดงดวยสัญลักษณ IP ตามดวยตัวเลข 1 หรือ 2 ตัว ตาม ประเภทการปองกัน หากการปองกันประเภทใดไมไดกําหนด อาจแสดงดวย “_” หรือ “x” หรือเวนชองวางไว เชน IPx3 .1. 384-2543 หรือมาตรฐานทีก่ าหนด ํ ไวขา งตน สําหรับหมอแปลงชนิดแหง ตองมีคณ ุ สมบัตติ ามมาตรฐานทีก่ าหนดไว ํ ขา งตน 2.5.) รางเคเบิล (Cable Trays) ตองมีคุณสมบัติตามมาตรฐานที่การไฟฟาฯยอมรับ หรือที่ไดรับความเห็น ชอบจากการไฟฟาฯ (ดูภาคผนวก จ.) รางเคเบิลแบบบันได (Cable Ladders) ตองมีคุณสมบัติตามมาตรฐานที่การไฟฟาฯยอมรับ หรือที่ไดรับความเห็น ชอบจากการไฟฟาฯ (ดูภาคผนวก จ. BS.5.5.2 2.5. IEC.

513-2527 .5 มิลลิเมตร เชน เครื่องมือ เสนลวด 3 ปองกันหยดและนํ้าสาดทํามุมไมเกิน 60 องศากับแนวดิ่ง 4 ป อ งกั น วั ตถุที่มีขนาดใหญกวา 1 มิลลิเมตร เชน เครื่องมือเล็กๆ เสน ลวดเล็กๆ 4 ปองกันนํ้าสาดเขาทุกทิศทาง 5 ปองกันฝุน 5 ปองกันนํ้าฉีดเขาทุกทิศทาง 6 ผนึกกันฝุน 6 ปองกันนํ้าฉีดอยางแรงเขาทุกทิศทาง 7 ปองกันนํ้าทวมชั่วคราว 8 ปองกันนํ้าเมื่อใชงานอยูใตนํ้า หมายเหตุ รายละเอียดเพิ่มเติมใหดูจาก IEC 60529 หรือ มอก.2-6 บทที่ 2 มาตรฐานสายไฟฟาและบริภัณฑไฟฟา ตารางที่ 2-1 ความหมายตัวเลขกํากับระดับการปองกันหลังสัญลักษณ IP ตัวเลขตัวที่ 1 ตัวเลขตัวที่ 2 ประเภทการปองกันวัตถุจากภายนอก ประเภทการปองกันของเหลว เลข ระดับการปองกัน เลข ระดับการปองกัน 0 ไมมีการปองกัน 0 ไมมีการปองกัน 1 ปองกันวัตถุที่มีขนาดใหญกวา 50 มิลลิเมตร เชน สัมผัสดวยมือ 1 ปองกันหยดเฉพาะในแนวดิ่ง 2 ปองกันวัตถุที่มีขนาดใหญกวา 12 มิลลิเมตร เชน นิ้วมือ 2 ปองกันหยดและนํ้าสาดทํามุมไมเกิน 15 องศากับแนวดิ่ง 3 ปองกันวัตถุที่มีขนาดใหญกวา 2.

1.5 ตร.3 ขนาดตัวนําของวงจรยอย ตัวนําของวงจรยอยตองมีขนาดกระแสไมนอ ยกวาโหลดสูงสุดทีค่ านวณได ํ ตาม ขอ 3. .1 วงจรยอย 3.2 ขนาดพิกัดวงจรยอย ขนาดพิกัดวงจรยอยใหเรียกตามขนาดพิกัดของเครื่องปองกันกระแสเกินที่ใช ตัดกระแสสําหรับวงจรนั้นๆ วงจรยอยซึ่งมีจุดจายไฟฟาตั้งแต 2 จุดขึ้นไปตอง มีขนาดไมเกิน 50 แอมแปร ยกเวน อนุญาตใหวงจรยอยซึง่ มีจดุ จายไฟฟาตัง้ แต 2 จุดขึน้ ไปทีไ่ มใชโหลด แสงสวางมีพิกัดเกิน 50 แอมแปรไดเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรมที่ มีบุคคลที่มีคุณสมบัติคอยดูแลและบํารุงรักษา 3.6 และตองไมนอ ยกวาพิกดั ของเครือ่ งปองกันกระแสเกินของวงจรยอย และกําหนดใหขนาดตัวนําของวงจรยอยตองมีขนาดไมเล็กกวา 2.มม.1.บทที่ 3 ตัวนําประธาน สายปอน วงจรยอย 3-1 บทที่ 3 ตัวนําประธาน สายปอน วงจรยอย ในการออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟาในระบบแรงตํ่า วงจรยอยถือเปนสวนสําคัญที่ ตองตรวจสอบขอมูลโหลดตามลักษณะการใชงาน เพื่อคํานวณและออกแบบกําหนดขนาดตัวนํา การปอนกันกระแสเกิน และตองทําการปองกันไฟฟาดูดโดยใชเครื่องตัดไฟรั่วในที่อยูอาศัยให เหมาะสมกับสภาพพื้นที่บริเวณใชงานดวย สําหรับสายปอน คาดีมานดแฟกเตอรจะนําไปใช คํานวณโหลดของสายปอน เพื่อกําหนดขนาดตัวนําและการปองกันกระแสเกินของสายปอนให มีขนาดเหมาะสมและใชงานไดเพียงพอ ทั้งนี้ตัวนําประธานและบริภัณฑประธาน ไดมีขอกําหนดเพื่อใหระบบไฟฟาดังกลาวทํางานไดอยางถูกตองและปลอดภัย 3.1.1 ขอบเขต ใหใชกับวงจรยอยสําหรับไฟฟาแสงสวางหรือเครื่องใชไฟฟา หรือทั้งไฟฟาแสง สวางและเครื่องใชไฟฟารวมกัน ยกเวนวงจรยอยสําหรับมอเตอรไฟฟา (ดูบท ที่ 6 เรื่องวงจรมอเตอร) 3.1.

3 โหลดของเตารับใชงานทั่วไป ใหคํานวณโหลดจุดละ 180 โวลต แอมแปร ทั้งชนิด เตาเดี่ยว (Single) เตาคู (Duplex) และชนิด สามเตา (Triplex) .6 การปองกันกระแสเกิน วงจรยอยตองมีการปองกันกระแสเกิน โดยขนาดเครื่องปองกันกระแสเกิน ตองสอดคลองกับโหลดสูงสุดที่คํานวณได โหลดสําหรับวงจรยอย วงจรยอยซึ่งมีจุดตอไฟฟาตั้งแต 2 จุดขึ้นไป ลักษณะของโหลดตองเปนไป ตามขอกําหนดตอไปนี้ 3.1.1.3 วงจรยอยขนาดเกิน 32 ถึง 50 แอมแปร ใหใชกับดวงโคมไฟฟาที่ ติดตั้งถาวรขนาดดวงโคมละไมตํ่ากวา 250 วัตตหรือใชกับเครื่อง ใชไฟฟาที่ติดตั้งถาวร 3.5.5.5.1.1 วงจรยอยตองมีขนาดไมนอยกวาผลรวมของโหลดทั้งหมดที่ตออยู ในวงจรนั้น 3.1.1.4 3.2 วงจรยอยขนาด 25 ถึง 32 แอมแปร ใหใชกับดวงโคมไฟฟาที่ติด ตัง้ ถาวรขนาดดวงโคมละไมตํ่ากวา 250 วัตต หรือใชกับเครื่องใช ไฟฟาซึง่ ไมใชดวงโคม ขนาดของเครือ่ งใชไฟฟาชนิดใชเตาเสียบแต ละเครือ่ งจะตองมีขนาดไมเกินรอยละ 80 ของขนาดพิกดั วงจรยอย 3.6.4 วงจรยอยขนาดเกินกวา 50 แอมแปร ใหใชกับโหลดที่ไมใชแสง สวางเทานั้น การคํานวณโหลดสําหรับวงจรยอย โหลดสําหรับวงจรยอยตองคํานวณตามที่กําหนดดังตอไปนี้ 3.1.1.6.1 วงจรยอยขนาดไมเกิน 20 แอมแปร โหลดของเครื่องใชไฟฟาที่ใช เตาเสียบแตละเครือ่ งจะตองไมเกินรอยละ 80 ของขนาดพิกัดวงจร ยอย กรณีมีเครื่องใชไฟฟาที่ใชเตาเสียบรวมอยูดวยโหลดที่ติดตั้ง ถาวรรวมกันแลวจะตองไมเกินรอยละ 50 ของขนาดพิกดั วงจรยอย 3.1.1.6.1.2 โหลดแสงสวางและโหลดของเครื่องใชไฟฟาอื่นที่ทราบแนนอนให คํานวณตามที่ติดตั้งจริง 3.5 3.3-2 บทที่ 3 ตัวนําประธาน สายปอน วงจรยอย 3.5.

7 3.5 เมตร หางจากขอบดานนอกของอาง) รวมทัง้ การใชไฟฟาภายนอก อาคาร 3.4 3.6.3.มม.1.1.1.7.7.2.3 การคํานวณโหลดสําหรับสายปอน โหลดของสายปอนตองคํานวณตามที่กําหนดดังตอไปนี้ 3.2 เครื่องใชไฟฟาดังตอไปนี้ตองติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่ว ไดแก เครื่องทํา นํ้าอุน เครื่องทํานํ้ารอน และอางนํ้าวน สายปอน 3.1.2.2 3-3 โหลดของเตารับอื่นที่ไมไดใชงานทั่วไป ใหคํ านวณโหลดตาม ขนาดของเครื่องใชไฟฟานั้นๆ เตารับ 3.2 โหลดแสงสวาง อนุญาตใหใชดีมานดแฟกเตอรตามตารางที่ 3-1 .1.1 เตารับทีอ่ ยูใ นวงจรยอยตองเปนแบบมีขวั้ สายดิน และตองตอลงดิน ตามบทที่ 4 3.8.1 ตองมีการปองกันที่วงจรไฟฟาหรือเตารับโดยใชเครื่องตัดไฟรั่ว สําหรับการใชไฟฟาในบริเวณดังนี้ หองนํ้า หองใตดิน หองครัว อาง (บริเวณพื้นที่เคานเตอร ที่มีการติดตั้งเตารับภายในระยะ 1.2 เต า รั บ ในสถานที่ เ ดี ย วกั น แต ใ ช แ รงดั น ต า งกั น หรื อ เพื่ อ วั ต ถุ ประสงค ใ นการใช ง านต า งกั น ต อ งจั ด ทํ าเพื่ อ ให เ ต า เสี ย บไม สามารถสลับกันได การปองกันไฟฟาดูดโดยใชเครื่องตัดไฟรั่วในที่อยูอาศัย 3.1.2.2.1 สายปอนตองมีขนาดกระแสเพียงพอสําหรับการจายโหลดและตอง ไมนอยกวาผลรวมของโหลดในวงจรยอยเมื่อใชดีมานดแฟกเตอร 3.1 ขนาดตัวนําของสายปอน สายปอนตองมีขนาดกระแสไมนอยกวาโหลดสูงสุดที่คํานวณไดและไมนอย กวาขนาดพิกัดของเครื่องปองกันกระแสเกินของสายปอน และกํ าหนดให ขนาดตัวนําของสายปอนตองไมเล็กกวา 4 ตร.8 3. 3.2.1.8.3.2 การปองกันกระแสเกิน สายปอนตองมีการปองกันกระแสเกิน โดยขนาดพิกัดเครื่องปองกันกระแส เกินตองสอดคลองกับโหลดสูงสุดที่คํานวณได 3.บทที่ 3 ตัวนําประธาน สายปอน วงจรยอย 3.

4 โหลดเครื่องใชไฟฟาทั่วไป อนุญาตใหใชดีมานดแฟกเตอรตาม ตารางที่ 3-3 ได 3.5 เตารับในอาคารทีอ่ ยูอ าศัยทีต่ อ เครือ่ งใชไฟฟาทีท่ ราบโหลดแนนอน ใหคํานวณโหลดจากเตารับที่มีขนาดสูงสุด 1 เครื่องรวมกับรอยละ 40 ของขนาดโหลดในเตารับที่เหลือ 3.000 20.2.3-4 บทที่ 3 ตัวนําประธาน สายปอน วงจรยอย 3.000 สวนเกิน 2.3 โหลดของเตารับของสถานทีท่ ไี่ มใชทอี่ ยูอ าศัย อนุญาตใหใชดมี านด แฟกเตอรตามตารางที่ 3-2 ไดเฉพาะโหลดของเตารับที่มีการ คํานวณโหลดแตละเตารับไมเกิน 180 โวลตแอมแปร 3.000 100 35 โรงพยาบาล* ไมเกิน 50.000 สวนเกิน 100.3.6 ดีมานดแฟกเตอรนใี้ หใชกบั การคํานวณสายปอนเทานั้นหามใชกับ การคํานวณวงจรยอย ตารางที่ 3-1 ดีมานดแฟกเตอรสําหรับโหลดแสงสวาง ขนาดของไฟแสงสวาง (โวลต–แอมแปร) ดีมานดแฟกเตอร (รอยละ) ที่พักอาศัย ไมเกิน 2.3.001-100.500 สวนเกิน 12.000 50 40 30 โรงเก็บพัสดุ ไมเกิน 12.500 100 50 ทุกขนาด 100 ชนิดของอาคาร อาคารประเภทอื่น หมายเหตุ * ดีมานดแฟกเตอรตามตารางนี้ หามใชสําหรับโหลดแสงสวางในสถานที่บางแหงของ โรงพยาบาลหรือโรงแรม ซึ่งบางขณะจําเปนตองใชไฟฟาแสงสวางพรอมกัน เชน ใน หองผาตัด หองอาหารหรือหองโถง ฯลฯ .2.2.3.000 สวนเกิน 50.2.000 40 20 โรงแรม รวมถึง หองชุด ที่ไมมีสวนใหผูอยูอาศัย ประกอบอาหารได* ไมเกิน 20.3.

บทที่ 3 ตัวนําประธาน สายปอน วงจรยอย 3-5 ตารางที่ 3-2 ดีมานดแฟกเตอรสําหรับโหลดของเตารับในสถานที่ไมใชที่อยูอาศัย โหลดของเตารับรวม (คํานวณโหลดเตารับละ 180 VA) ดีมานดแฟกเตอร (รอยละ) 10 kVA แรก 100 สวนที่เกิน 10 kVA 50 ชนิดของอาคาร 1. อาคารสํ านั ก งาน เครื่องหุงตมอาหาร และร า นค า รวมถึ ง หางสรรพสินคา เครื่องทํานํ้ารอน กระแสใชงานจริงของสองตัวแรกที่ใชงาน + รอยละ 25 ของตัวที่เหลือทั้งหมด รอยละ 100 กระแสใชงานจริงของตัวที่ใหญที่สุด + รอยละ 80 ของตัวใหญรองลงมา + รอยละ 60 ของตัวที่เหลือทั้งหมด รอยละ 100 ของสองตัวแรกที่ใหญที่สุด + รอยละ 25 ของตัวที่เหลือทั้งหมด รอยละ 100 เหมือนขอ 2 เหมือนขอ 2 เครื่องปรับอากาศ เครื่องหุงตมอาหาร 3. อาคารที่อยูอาศัย ตารางที่ 3-3 ดีมานดแฟกเตอรสําหรับเครื่องใชไฟฟาทั่วไป ประเภทของโหลด ดีมานดแฟกเตอร 10 แอมแปร + รอยละ 30 ของ สวนที่เกิน 10 เครื่องหุงตมอาหาร แอมแปร เครื่องทํานํ้ารอน เครื่องปรับอากาศ 2. . โรงแรมและ เครื่องทํานํ้ารอน อาคารประเภทอื่น เครื่องปรับอากาศ รอยละ 75 ประเภทแยกแตละหอง หมายเหตุ สําหรับเครื่องปรับอากาศแบบสวนกลาง (Central) ใหดูคาดีมานดแฟกเตอรที่แนะนําไว ในภาคผนวก ซ.

1 เครื่องปองกันกระแสเกินอาจเปนฟวส หรือเซอรกิตเบรกเกอรก็ได 3.3.4.2.2.2 กรณีสายเสนไฟมีกระแสของโหลดไมสมดุลสูงสุดมากกวา 200 แอมแปร ขนาดกระแสของตัวนํ านิวทรัลตองไมนอยกวา 200 แอมแปร บวกดวยรอยละ 70 ของสวนที่เกิน 200 แอมแปร 3.2 ฟวส เซอรกติ เบรกเกอรหรือการผสมของทัง้ สองอยางนี้ จะนํามาตอขนานกันไมได .4 3.3 ไมอนุญาตใหคํานวณลดขนาดกระแสในตัวนํานิวทรัลในสวนของ โหลดไมสมดุลที่ประกอบดวยหลอดชนิดปลอยประจุ (Electric Discharge) (เชน หลอดฟลูออเรสเซนต เปนตน) อุปกรณเกี่ยว กับการประมวลผลขอมูล (Data Processing) หรืออุปกรณอื่นที่มี ลักษณะคลายกันที่ทําใหเกิดกระแสฮารมอนิก (Harmonic) ในตัว นํานิวทรัล หมายเหตุ 1) กระแสของโหลดไมสมดุลสูงสุดคือคาสูงสุดทีค่ านวณได ํ จาก โหลด 1 เฟส (Single-phase load) ที่ตอระหวางตัวนํา นิวทรัลและสายเสนไฟเสนใดเสนหนึ่ง 2) ในระบบไฟ 3 เฟส 4 สายที่จายใหกับระบบคอมพิวเตอร หรือโหลดอิเล็กทรอนิกสจะตองเผื่อตัวนํ านิวทรัลใหใหญ ขึน้ เพื่อรองรับกระแสฮารมอนิกดวย ในบางกรณีตัวนํา นิวทรัลอาจมีขนาดใหญกวาสายเสนไฟ การปองกันกระแสเกินสําหรับวงจรยอยและสายปอน วงจรยอยและสายปอนตองมีการปองกันกระแสเกิน และเครื่องปองกันกระแสเกินตองมี รายละเอียดดังตอไปนี้ 3.3-6 บทที่ 3 ตัวนําประธาน สายปอน วงจรยอย 3.20 กรณีระบบไฟฟา 3 เฟส 4 สาย ขนาดของตัวนํานิวทรัลมีขอกําหนดดังนี้ 3.3.4.2.3 ขนาดตัวนํานิวทรัล (Neutral) ขนาดตัวนํานิวทรัล ตองมีขนาดกระแสเพียงพอทีจ่ ะรับกระแสไมสมดุลสูงสุดที่ เกิดขึน้ และตองมีขนาดไมเล็กกวาขนาดสายดินของบริภณ ั ฑไฟฟาตามขอ 4.1 กรณีสายเสนไฟมีกระแสของโหลดไมสมดุลสูงสุดไมเกิน 200 แอมแปร ขนาดกระแสของตัวนํ านิวทรัลตองไมนอยกวาขนาด กระแสของโหลดไมสมดุลสูงสุดนั้น 3.4.2.

6 3.4 3.3.3.9 3-7 .3.3.3 3.7 3.3.3.5 3.8 3. เครื่องปองกันกระแสเกินตองติดตั้งในที่ซึ่งสามารถปฏิบัติงานไดสะดวก มี ที่วางและแสงสวางอยางพอเพียง บริเวณหนาแผงตองมีที่วางเพื่อปฏิบัติงาน ไมนอยกวาที่กําหนดในบทที่ 1 ตองติดตั้งเครื่องปองกันกระแสเกินทุกจุดตอแยก ขอยกเวนที่ 1 กรณีเครือ่ งปองกันกระแสเกินของสายปอนสามารถปองกัน สายที่ตอแยกไดไมตองติดตั้งเครื่องปองกันกระแสเกินทุก จุดตอแยก ขอยกเวนที่ 2 สายที่ตอแยกจากสายปอนเปนไปตามทุกขอดังนี้ ยกเวน 3.บทที่ 3 ตัวนําประธาน สายปอน วงจรยอย เปนผลิตภัณฑมาตรฐานทีป่ ระกอบสําเร็จมาจากโรงงานผูผ ลิต และ เปนแบบที่ไดรับความเห็นชอบวาเปนหนวย (Unit) เดียวกัน ในกรณีที่ติดตั้งเครื่องปองกันกระแสเกินเพิ่มเติมสําหรับดวงโคมหรือเครื่องใช ไฟฟาอื่นๆ เครื่องปองกันกระแสเกินเพิ่มเติมเหลานี้ จะใชแทนเครื่องปองกัน กระแสเกินของวงจรยอยไมไดและไมจําเปนตองเขาถึงไดทันที เครือ่ งปองกันกระแสเกินตองสามารถปองกันตัวนําทุกสายเสนไฟและไมตอ งติด ตั้งในตัวนําที่มีการตอลงดิน ยกเวน อนุญาตใหตดิ ตัง้ เครือ่ งปองกันกระแสเกินในตัวนําทีม่ กี ารตอลงดิน ได ถาเครื่องปองกันกระแสเกินนั้นสามารถตัดวงจรทุกเสนรวมทั้ง ตัวนําที่มีการตอลงดินไดพรอมกัน เครือ่ งปองกันกระแสเกินตองไมตดิ ตัง้ ในสถานทีซ่ งึ่ ทําใหเกิดความเสียหาย และ ตองไมอยูใกลกับวัสดุที่ติดไฟงาย เครื่องปองกันกระแสเกิน ตองบรรจุไวในกลองหรือตูอยางมิดชิด (เฉพาะดาม สับของเซอรกิตเบรกเกอร ยอมใหโผลออกมาขางนอกได) ยกเวน หากติดตั้งไวที่แผงสวิตชหรือแผงควบคุม ซึ่งอยูในหองที่ไมมีวัสดุ ติดไฟงายและไมมีความชื้น เครื่องปองกันกระแสเกินสําหรับ บานอยูอาศัยขนาดไมเกิน 50 แอมแปร หนึ่งเฟส ไมตองบรรจุไว ในกลองหรือตูก็ได กลองหรือตูที่บรรจุเครื่องปองกันกระแสเกิน ซึ่งติดตั้งในสถานที่เปยกหรือชื้น ตองเปนชนิดที่ไดรับความเห็นชอบแลว และตองมีชองวางระหวางตูกับผนัง หรือพื้นที่รองรับไมนอยกวา 5 มม.3.

2) ขนาดกระแสของสายทีต่ อแยกไมนอยกวา 1 ใน 3 ของขนาดกระแสสายปอน 2.2) ตัวนําประธานจากเครือ่ งวัดถึงจุดแยกเขาแตละอาคารตองมีขนาด กระแสไม น  อ ยกว า ขนาดของเครื่ อ งป อ งกั น กระแสเกิ น ของ อาคารทุกหลังรวมกัน 3.4) สายที่ตอแยกตองติดตั้งในทอสาย 3.2.3) จุดตอแยกตัวนําประธานไปยังอาคารหลังอืน่ ตองอยูใ นบริเวณของ ผูใ ชไฟฟา 4) เปนอาคารที่รับไฟจากหมอแปลงไฟฟามากกวา 1 ลูก 5) เมื่อตองการตัวนําประธานที่ระดับแรงดันตางกัน .1) ความยาวของสายที่ตอแยกไมเกิน 7.3-8 บทที่ 3 ตัวนําประธาน สายปอน วงจรยอย 2.4.4.19 และไมเล็กกวารอยละ 12.4 ตัวนําประธาน (Service Conductor) ตัวนําประธานตองมีขนาดเพียงพอทีจ่ ะรับโหลดทัง้ หมดได และตัวนําประธานทีจ่ า ยไฟฟา ใหกับอาคารหลังหนึ่งๆ หรือผูใชไฟฟารายหนึ่งตองมีชุดเดียว ขนาดตัวนํานิวทรัล ตองมีขนาดกระแสเพียงพอที่จะรับกระแสไมสมดุลสูงสุดที่เกิดขึ้น ตามทีค่ านวณได ํ ในขอ 3.3) จุดปลายของสายตอแยกตองมีเครือ่ งปองกันกระแส เกิน 1 ตัว 2.5 เมตร 2.5 ของตัวนําประธานขนาด ใหญที่สุดแตไมจําเปนตองใหญกวาสายเฟสนอกจากเผื่อสําหรับปญหาฮารมอนิก ยกเวน ยอมใหมีตัวนําประธานมากกวา 1 ชุดได โดยมีขอกําหนดดังตอไปนี้ 1) สําหรับเครื่องสูบนํ้าดับเพลิง ซึ่งตองการแยกระบบประธาน 2) สําหรับระบบไฟฟาฉุกเฉินและระบบไฟฟาสํารอง 3) ผูใ ชไฟฟาที่มีอาคารมากกวา 1 หลัง อยูในบริเวณเดียวกันและจําเปน ตองใชตัวนําประธานแยกกันภายใตเงื่อนไขดังนี้ 3.1 ถึง 3.3 และตองมีขนาดไมเล็กกวาขนาดสายตอหลักดินของระบบไฟฟาตามขอ 4.1) อาคารทุกหลังตองมีบริภัณฑประธานโดยขนาดของเครื่องปอง กันกระแสเกินของบริภัณฑประธานรวมกันตองไมเกินขนาด พิกัดเครื่องปองกันกระแสเกินของเครื่องวัดหนวยไฟฟา 3.2.

4. สําหรับระบบแรงสูง 3.4.3 ตัวนํ าประธานอากาศสํ าหรับระบบแรงสูง เปนสายเปลือยหรือสายหุม ฉนวนก็ได 3. หมายเหตุ 1) การติดตั้งใตดิน ตองมีแผนผังแสดงแนวสายไฟฟาใตดินไว พรอมที่จะตรวจสอบไดและตองทําปายระบุแนวของสาย ไฟฟาและบอกความลึกของสายบนสุด ปายตองเห็นได ชั ดเจน ระยะหางระหวางปายไมเกิน 50 เมตร 2) การติดตัง้ ใตดนิ ทีม่ หี ลายวงจร ทีป่ ลายสายและสายทีอ่ ยูใ น ชวงชองเปดของแตละวงจรจะตองมีเครื่องหมายแสดงให เห็นความแตกตางติดอยูอยางถาวร ตอน ข.5 บริภัณฑประธาน (Service Equipment) อาคารหรือสิ่งปลูกสรางตองติดตั้งบริภัณฑประธานเพื่อปลดวงจรทุกสายเสนไฟออก จากตัวนําประธาน บริภัณฑประธานประกอบดวยเครื่องปลดวงจร (Disconnecting Means) และเครื่องปองกันกระแสเกิน (Overcurrent Protective Device) ซึง่ อาจ ประกอบเปนชุดเดียวกันหรือเปนตัวเดียวกันก็ได .มม.4 ตัวนําประธานใตดินสําหรับระบบแรงสูง ตองเปนสายทองแดงหุมฉนวน ชนิดที่เหมาะสมกับลักษณะการติดตั้งโดยจะตองทําปายระบุแนวของสายใต ดินและบอกความลึกของสายบนสุด ปายตองเห็นไดชัดเจน ระยะหางระหวาง ปายไมเกิน 50 เมตร และตองมีแผนผังแสดงแนวสายใตดินเก็บรักษาไวพรอม ทีจ่ ะตรวจสอบได 3. 3.บทที่ 3 ตัวนําประธาน สายปอน วงจรยอย 3-9 6) เปนอาคารชุด อาคารสูง หรืออาคารขนาดใหญเปนพิเศษ ที่จําเปนตอง ใชตวั นําประธานมากกวา 1 ชุด โดยจะตองไดรับความเห็นชอบจาก การไฟฟาฯกอน ตอน ก.1 ตัวนําประธานอากาศสําหรับระบบแรงตํ่า ตองเปนสายทองแดงหุมฉนวน ทีเ่ หมาะสมและตองมีขนาดไมเล็กกวา 4 ตร. สําหรับระบบแรงตํ่า 3.มม.4.มม.2 ตัวนําประธานใตดินสําหรับระบบแรงตํ่า ตองเปนสายทองแดงหุมฉนวน ชนิดที่เหมาะสมกับลักษณะการติดตั้ง และตองมีขนาดไมเล็กกวา 10 ตร. การไฟฟาสวนภูมิภาคยอม ใหใชสายอะลูมิเนียมได แตทั้งนี้ขนาดตองไมเล็กกวา 10 ตร.4.

3-10 บทที่ 3 ตัวนําประธาน สายปอน วงจรยอย ตอน ก.7 ในอาคารที่มีผูใชพื้นที่หลายราย ผูใชแตละรายตองสามารถเขาถึง เครื่องปลดวงจรของตนเองไดโดยสะดวก .5.4 เครื่องปลดวงจรตองสามารถปลดวงจรไดสะดวกและไมมีโอกาส สัมผัสกับสวนที่มีไฟฟา 3.5.1.1.5.2 เครือ่ งปลดวงจรตองสามารถปลดวงจรทุกสายเสนไฟ (สายเฟส) ได พรอมกัน และตองมีเครื่องหมายแสดงใหเห็นวาอยูในตําแหนง ปลดหรือสับ หรือตําแหนงที่ปลดหรือสับนั้นสามารถเห็นไดอยาง ชัดเจน กรณีที่สายตัวนําประธานมิไดมีการตอลงดินตามบทที่ 4 เครื่องปลดวงจรตองสามารถปลดสายเสนไฟและสายนิวทรัล ทุก เสนพรอมกัน 3.1.1.5.5. สําหรับระบบแรงตํ่า 3.1.5.1.5.5 อนุญาตใหติดตั้งเครื่องปลดวงจรไดทั้งภายในหรือภายนอกอาคาร แตตองเปนชนิดที่เหมาะสมกับสภาพการติดตั้งและควรติดตั้งให อยูใกลกับแหลงจายไฟมากที่สุดและเขาถึงไดโดยสะดวก 3.3 เครือ่ งปลดวงจรตองมีพกิ ดั ไมนอ ยกวาพิกดั ของเครือ่ งปองกันกระแส เกินขนาดมากที่สุดที่ใสไดหรือปรับตั้งได 3.1.6 หามใหตอบริภัณฑไฟฟาทางดานไฟเขาของเครื่องปลดวงจร ยกเวน เปนการตอเพื่อเขาเครื่องวัด คาปาซิเตอร สัญญาณ ตางๆ อุปกรณปอ งกันเสิรจ วงจรระบบไฟฉุกเฉิน ระบบเตือนและปองกันอัคคีภยั ระบบปองกันกระแสรัว่ ลงดิน หรือเพือ่ ใชในวงจรควบคุมของบริภณ ั ฑประธาน ทีต่ อ งมีไฟเมือ่ เครือ่ งปลดวงจรอยูใ นตําแหนงปลด 3.1 เครื่องปลดวงจรชนิดหนึ่งเฟสที่มีขนาดตั้งแต 50 แอมแปรขึ้นไป และชนิดสามเฟส ทุกขนาดตองเปนชนิดสวิตชสําหรับตัดโหลด (Load-Break) ขนาดที่ตํ่ากวาที่กําหนดขางตนไมบังคับใหเปน ชนิดสวิตชสําหรับตัดโหลด 3.1 เครือ่ งปลดวงจรของบริภัณฑประธาน รายละเอียดและขอกําหนดการติดตั้งมีดังนี้ 3.5.

5.2.2 3-11 ตองจัดใหมีที่วางเพื่อปฏิบัติงานทีเ่ ครือ่ งปลดวงจรไดอยางพอเพียง และตองมีที่วางเพื่อปฏิบัติงานดานหนาไมนอยกวาที่กํ าหนดใน บทที่ 1 3.3 เครื่องปองกันกระแสเกิน ตองสามารถตัดกระแสลัดวงจรคามากที่ สุดที่อาจเกิดขึ้นที่จุดตอไฟดานไฟออกของเครื่องปองกันกระแส เกินได โดยคุณสมบัติยังคงเดิม ทั้งนี้คาพิกัดกระแสลัดวงจรไมตํ่า กวา 10 กิโลแอมแปร ยกเวน ในบางพื้นที่ที่การไฟฟาฯกําหนดเปนกรณีพิเศษ 3.5.1.5.2.บทที่ 3 ตัวนําประธาน สายปอน วงจรยอย 3.2 อุปกรณปองกันกระแสเกินตองปองกันวงจรและอุปกรณทั้งหมด อนุ ญ าตให ติ ด ตั้ ง ทางด า นไฟเข า ของเครื่ อ งป อ งกั นกระแสเกิน เฉพาะวงจรของระบบฉุกเฉินตางๆ เชนเครื่องแจงเหตุเพลิงไหม ระบบสัญญาณปองกันอันตราย เครื่องสูบนํ้าดับเพลิง นาฬิกา เครื่องปองกันอันตรายจากฟาผา คาปาซิเตอร เครื่องวัดฯ และ วงจรควบคุม 3.9 ในกรณี ที่ จํ าเป น ต อ งใช เ ครื่ อ งปลดวงจรเป น สวิ ต ช สั บ เปลี่ ย น (Transfer Switch) ดวย ตองจัดใหมอี นิ เตอรลอ็ ค (Interlock) ปอง กันการจายไฟชนกันจากหลายแหลงจาย เครื่องปองกันกระแสเกินของบริภัณฑประธาน แตละสายเสนไฟที่ตอออกจากเครื่องปลดวงจรของบริภัณฑประธานตองมี เครื่องปองกันกระแสเกิน 1) การไฟฟานครหลวง กําหนดพิกัดสูงสุดของเครื่องปองกันกระแสเกินไว ตามตารางที่ 3-4 2) การไฟฟาสวนภูมิภาค กําหนดพิกัดสูงสุดของเครื่องปองกันกระแสเกิน ไวตามตารางที่ 3-5 3.5.2.5.2.1 ไมอนุญาตใหตดิ ตัง้ เครือ่ งปองกันกระแสเกินในสายทีม่ กี ารตอลงดิน ยกเวน เครื่องปองกันกระแสเกินที่เปนเซอรกิตเบรกเกอรซึ่งตัด วงจรทุกสายของวงจรออกพรอมกันเมื่อกระแสไหลเกิน 3.5.4 การปองกันกระแสเกิน ตองเปนไปตามที่กําหนดในขอ 3.5.8 3.3 สําหรับ ขอที่นํามาใชไดดวย .1.

000 แอมแปรขึ้นไป ตองติดตั้ง เครื่องปองกันกระแสรั่วลงดินของบริภัณฑ ระบบปองกันกระแสรั่วลงดินตองมีการทดสอบการทํางานเมื่อติด ตั้งครั้งแรก ณ ที่ติดตั้งโดยทดสอบตามคํ าแนะนํ าที่ใหมากับ บริภัณฑ ผลการทดสอบนี้ตองบันทึกเปนลายลักษณอักษร เพื่อ แจงใหเจาหนาที่ผูมีอํานาจตรวจสอบทราบ ขอยกเวนที่ 1 ขอบังคับตามขอนี้ไมใชกับเครื่องปลดวงจรประธานของกระบวนการ ทางอุตสาหกรรมแบบตอเนื่อง ซึ่งหากมีการหยุดทํางานอยางกะทันหันจะทําใหเกิดความเสียหายมาก ขอยกเวนที่ 2 ขอบังคับตามขอนี้ไมใชกับเครื่องสูบนํ้าดับเพลิง ตอน ข.2.5.6 กรณีระบบที่นวิ ทรัลของระบบวาย (wye) ตอลงดินโดยตรง บริภณ ั ฑ ประธานแรงตํ่าที่มีขนาดตั้งแต 1.5.3.5.5.3.3-12 บทที่ 3 ตัวนําประธาน สายปอน วงจรยอย 3.5.1 สวิตชแยกวงจรตองมีอนิ เตอรลอ็ กใหสบั -ปลดไดเฉพาะเมือ่ บริภณ ั ฑ ประธานอยูในตําแหนงปลด และตองมีปายเตือนที่เห็นไดชัดเจน ไมใหสับ-ปลดขณะบริภัณฑประธาน อยูในตําแหนงสับ 3.2.5 อนุญาตใหใชเครื่องปองกันกระแสเกินที่มีคุณสมบัติตามขอ 3.3 สวิตชแยกวงจร (Isolating Switches) ตองติดตัง้ สวิตชแยกวงจรทางดานไฟเขาของเครือ่ งปลดวงจรดวย เมือ่ ใชเซอรกติ เบรกเกอรทําหนาที่เปนเครื่องปลดวงจรของบริภัณฑประธาน ยกเวน สําหรับสวิตชเกียรทใี่ ชกา ซเปนฉนวน (Gas-Insulated Switchgear) ไมบังคับใหติดตั้งสวิตชแยกวงจรทางดานไฟเขา สวิตชแยกวงจรตองมีรายละเอียดตามนี้ คือ 3. สําหรับระบบแรงสูง 3.5.5.1 ทําหนาที่เปนเครื่องปลดวงจรได 3.3.3 เซอรกติ เบรกเกอรชนิดชักออก (Draw-Out) ถือวามีสวิตชแยกวงจร อยูแลว .2 ทางดานโหลดของสวิตชแยกวงจรตองมีอปุ กรณสาหรั ํ บตอลงดินเมือ่ ปลดวงจรออกจากแหลงจายไฟ 3.

มม.25 เทาของโหลดที่คํานวณได ตารางที่ 3-5 ขนาดสายไฟฟา เซฟตีสวิตช คัตเอาต และคารทริดจฟวสสําหรับตัวนําประธาน (สําหรับการไฟฟาสวนภูมิภาค) ขนาดเครื่อง วัดหนวยไฟฟา (แอมแปร) โหลด สูงสุด (แอมแปร) 5 (15) 15 (45) 30 (100) หมายเหตุ 1) 2) ขนาดตัวนําประธาน เล็กที่สุดที่ยอมใหใชได (ตร.) สาย อะลูมิเนียม สาย ทองแดง เซฟตีสวิตชหรือ โหลดเบรกสวิตช ขนาดสวิตช ตํ่าสุด (แอมแปร) ขนาดฟวส สูงสุด (แอมแปร) บริภัณฑประธาน คัตเอาตใชรวมกับ คารทริดจฟวส ขนาดคัท เอาทตํ่าสุด (แอมแปร) ขนาดฟวส สูงสุด (แอมแปร) เซอรกิต เบรกเกอร ขนาดปรับ ตั้ง สูงสุด (แอมแปร) 12 10 4 30 15 20 16 15-16 36 25 10 60 40-50 60 35-50 40-50 80 50 35 100 100 100 สําหรับตัวนําประธานภายในอาคารใหใชสายทองแดง สําหรับวิธีการเดินสายแบบ ค ตามตารางที่ 5-11 ใหใชขนาดตัวนําประธานทีร่ บั กระแสไดไม นอยกวา 1.25 เทาของโหลดตามตาราง .3-13 บทที่ 3 ตัวนําประธาน สายปอน วงจรยอย ตารางที่ 3-4 พิกดั สูงสุดของเครื่องปองกันกระแสเกินและโหลดสูงสุดตามขนาดเครื่องวัดหนวยไฟฟา (สําหรับการไฟฟานครหลวง) ขนาดเครื่องวัดหนวยไฟฟา พิกดั สูงสุดของเครื่องปองกันกระแสเกิน โหลดสูงสุด (แอมแปร) (แอมแปร) (แอมแปร) 5 (15) 16 10 15 (45) 50 30 30 (100) 100 75 50 (150) 125 100 200 200 250 300 400 500 150 200 250 300 400 400 หมายเหตุ พิกดั ของเครื่องปองกันกระแสเกิน (ประเภทที่ปรับคาพิกัดได ใหใชคาสูงสุดเปนเกณฑ) มีคา ตํากว ่ าที่กําหนดในตารางได แตทั้งนี้ตองไมนอยกวา 1.

5.1 สวิตชนํ้ ามันชนิดไมอัตโนมัติ คัตเอาตชนิดฟวสใช นํ้ ามั น หรื อ สวิ ต ช สํ าหรั บ ตั ด โหลดชนิ ด ใช อ ากาศ (Air–Load-Interrupter Switch) ตองใชกบั ฟวส ความ สามารถในการปลดวงจรของสวิตชดังกลาวตองไม นอยกวาขนาดกระแสใชงานตอเนื่องของฟวส 3.1 เครือ่ งปลดวงจรตองปลดสายเสนไฟทัง้ หมดพรอมกันไดและตองสับ วงจรไดขณะที่เกิดกระแสลัดวงจรคามากที่สุดที่อาจเกิดขึ้น เมื่อ ติดตั้งฟวสสวิตชหรือฟวสประกอบกัน ฟวสนั้นจะตองมีคุณสมบัติ ที่ ส ามารถตั ด กระแสลั ด วงจรขณะที่ สั บ เครื่ องปลดวงจรไดโดย เครื่องปลดวงจรนี้ไมเสียหาย 3.2 เซอร กิ ต เบรกเกอรต  อ งมี พิ กั ด กระแสและพิ กั ด ตั ด กระแสลัดวงจรที่เหมาะสมกับการใชงาน .5.5.5.4.4.5.3-14 บทที่ 3 ตัวนําประธาน สายปอน วงจรยอย 3.5.1 ตองติดตั้งเครื่องปองกันกระแสเกินในสายเสนไฟทุกเสน 3.5.5.2 กรณีที่ใชฟวสจํากัดกระแส (Current Limiting Fuse) ทําหนาที่ บังคับใหสวิตชสําหรับตัดโหลดปลดวงจรออกทั้งสามเฟสเมื่อฟวส เสนใดเสนหนึ่งขาด พิกัดกระแสขณะตัดวงจร (Breaking Current) ของสวิตชสําหรับตัดโหลด ตองมีคาไมนอยกวา 7 เทา ของพิกัดกระแสฟวส (ตามมาตรฐาน IEC 60420) 3.5.4.3 กรณีทเี่ ครือ่ งปลดวงจรเปนชนิดคัตเอาตพรอมฟวส (Fuse Cutout) ชนิดฟวสขาดตก (Drop Out) ติดตั้งบนเสาไฟฟาหรือโครงสราง อืน่ ที่ทําหนาที่เชนเดียวกับเสาไฟฟา ไมบังคับใหปลดวงจรทุกสาย เสนไฟไดพรอมกัน นอกจากการไฟฟาฯจะกําหนดไวเปนอยางอื่น เครื่องปองกันกระแสเกิน คุณสมบัติเครื่องปองกันกระแสเกินตองเปนดังนี้ 3.2.2.5.5.5.4 3.5.2 เมื่อบริภัณฑประธานติดตั้งในหองสวิตชเกียร หรือเปนตูสวิตช เกียรโลหะ เครื่องปองกันกระแสเกินและเครื่องปลดวงจรตองเปน ดังตอไปนี้ 3.5 เครื่องปลดวงจรของบริภัณฑประธาน 3.

5.5.5.1 สวิตชตัดกระแสโหลดชนิดใชอากาศ หรือสวิตชอื่นที่ สามารถตัดกระแสโหลดที่กําหนดของวงจรได ตองใช รวมกับฟวสที่ติดอยูบนเสาหรือบนโครงสรางที่ยกขึ้น ใหสูงและอยูภายนอกอาคาร และสวิตชนี้ตองสับปลดโดยบุคคลที่มีหนาที่เกี่ยวของ 3.6 เครื่องปองกันกระแสเกิน ตองสามารถทํางานสัมพันธกับอุปกรณ ปองกันของการไฟฟาฯ .5.3 3-15 เมื่อบริภัณฑประธานไมไดติดตั้งในหองสวิตชเกียรหรือไมไดเปนตู สวิตชเกียรโลหะ เครื่องปองกันกระแสเกินและเครื่องปลดวงจร ตองเปนดังตอไปนี้ 3.3.5.5.5 เซอรกิตเบรกเกอร ตองเปนแบบปลดไดโดยอิสระ เซอรกิตเบรกเกอรที่ทํ าหนาที่เปนบริภัณฑประธานตองมีเครื่องหมายแสดงให เห็ น ชั ด เจนว า อยู  ใ นตํ าแหนงสับหรือปลด และต อ งมี พิ กั ด ตั ด กระแสลัดวงจรไมนอยกวากระแสลัดวงจรคามากที่สุดที่อาจจะ เกิดขึ้นที่จุดตอสายดานไฟออก โดยตองมีขนาดปรับตั้งการตัดสูง สุดไมเกิน 6 เทาของขนาดกระแสของตัวนํา 3.บทที่ 3 ตัวนําประธาน สายปอน วงจรยอย 3.5.5.3.5.5.5.2 เซอรกติ เบรกเกอรตอ งมีพกิ ดั กระแสและพิกดั ตัดกระแส ลั ด วงจรที่ เ หมาะสมและถ า ต อ งติ ด ตั้ ง ไว ภ ายนอก อาคารใหติดใกลกับจุดที่ตัวนํ าประธานเขาอาคาร มากที่สุดเทาที่จะทําได 3.4 ฟวส ตองมีพิกัดตัดกระแสลัดวงจรไมนอยกวากระแสลัดวงจรคา มากที่สุดที่อาจเกิดขึ้นที่จุดตอสายดานไฟออก โดยตองมีคาพิกัด กระแสตอเนื่องไมเกิน 3 เทาของขนาดกระแสของตัวนํา 3.5.

2 เปนระบบ 3 เฟส 4 สาย และจุดกึ่งกลางของเฟสใดเฟสหนึ่งใช เปนสายวงจรดวย 4.1.1 ขางตนจะตองปฏิบัติตาม ขอ 4.1.1 ถึง 4.1.1.1.2 ตองตอลงดิน สวนวงจรและระบบอื่นนอกจากนี้ อาจตอลงดินก็ได 4.1 ระบบไฟฟาที่มีแรงดันไฟฟาตั้งแต 50 โวลต แตไมถึง 1.000 โวลต ตองตอลง ดินเมื่อมีสภาพตามขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้ 4.3 เปนระบบ 3 เฟส 3 สาย 4.1.1.6 ดวย 4.1 วงจรของปนจั่นที่ใชงานอยูเหนือวัสดุเสนใยที่อาจลุกไหมได ซึ่งอยูในบริเวณ อันตราย .2 วงจรและระบบไฟฟาที่หามตอลงดิน 4.1.000 โวลต ขึ้นไป ถาจายไฟให บริภัณฑไฟฟาชนิดเคลื่อนที่ไดจะตองตอลงดิน แตถาจายไฟใหบริภัณฑไฟฟา อื่นๆ อนุญาตใหตอลงดินไดแตตองไมขัดกับขอกําหนดขออื่นๆ ยกเวน ระบบที่มีตัวจายแยกตางหาก (Separately Derived Systems) โดยเฉพาะ ระบบไฟฟาที่รับพลังงานจากเครื่องกําเนิดไฟฟา หมอแปลงไฟฟา คอนเวอรเตอรที่มีขดลวด ซึ่งมีจุดประสงคเพื่อจายไฟใหระบบไฟฟาพิเศษและไมมีการ ตอทางไฟฟากับวงจรระบบอื่น ไมบังคับใหตอลงดิน หากตองการตอลงดิน ตามขอ 4.1.2.1.1.1 วงจรและระบบไฟฟากระแสสลับที่ตองตอลงดิน วงจรและระบบไฟฟากระแสสลับตามที่กําหนดไวในขอ 4.1.4 เปนระบบ 1 เฟส 3 สาย หรือ 1 เฟส 2 สาย 4.บทที่ 4 การตอลงดิน 4-1 บทที่ 4 การตอลงดิน ขอกําหนดในบทนี้เกี่ยวกับการตอลงดิน สําหรับวงจรและระบบไฟฟา การเลือกขนาด สาย วิธีการติดตั้ง และคาความตานทานระหวางหลักดินกับดิน 4.1 เปนระบบ 3 เฟส 4 สาย และตัวนํานิวทรัลเปนสายวงจรดวย 4.1.2 วงจรและระบบไฟฟาที่มีแรงดันไฟฟาตั้งแต 1.

4.2 วงจรที่กําหนดใหใชสําหรับสิ่งอํานวยความสะดวกเพื่อรักษาสุขภาพ 4.1 แตละอาคารตองมีหลักดินเพื่อตอสายที่มีการตอลงดินของวงจรและระบบไฟฟากระแสสลับและเครื่องหอหุมของเครื่องปลดวงจรลงดิน 4.4-2 บทที่ 4 การตอลงดิน 4.2.000 โวลต ที่มีการตอลงดิน ที่จุดใดๆ จะตองเดินสายที่มีการตอลงดินนั้นไปยังบริภัณฑประธานทุกชุด และตองตอฝากเขากับสิ่งหอหุมของบริภัณฑประธาน สายดังกลาวจะตอง เดินรวมไปกับสายเสนไฟดวย 4.3 การตอลงดินของระบบประธาน 4.1 จะตองตอลงดินทีบ่ ริภณ ั ฑ ประธานแตละชุด จุดตอลงดินตองอยูในจุดที่เขาถึงสะดวกที่ปลายตัวนํ า ประธาน หรือบัส หรือขั้วตอที่ตอเขากับตัวนํานิวทรัลของตัวนําประธานภาย ในบริภัณฑประธาน ในกรณีหมอแปลงไฟฟาติดตั้งภายนอกอาคารจะตองตอ ลงดินเพิ่มอีกอยางนอย 1 จุด ทางดานไฟออกของหมอแปลงไฟฟา ณ จุดที่ ติดตั้งหมอแปลงหรือจุดอื่นที่เหมาะสม หามตอลงดินที่จุดอื่นๆ อีกทางดานไฟ ออกของบริภัณฑประธาน ขอยกเวนที่ 1 ถาอาคารนั้นรับไฟจากตัวนําประธานมากกวา 1 ชุดซึ่งอยู ภายในสิ่งหอหุมเดียวกัน หรือติดตั้งแยกคนละสิ่งหอหุมแต อยูติดกันและตอถึงกันทางดานไฟออก ที่จุดตอถึงกันนี้ สามารถตอตัวนํานิวทรัลหรือสายที่มีการตอลงดินของตัวนํา ประธานลงหลักดินเพียงชุดเดียวก็ได ขอยกเวนที่ 2 ในกรณีที่มีการตอฝาก ระหวางบัสบารนิวทรัลกับบัสบารตอ ลงดินของบริภัณฑไฟฟาที่บริภัณฑประธานตามขอ 4.3.2 อนุญาตใหไมตองทําหลักดินของแตละอาคารตามขอ 4.4 การตอลงดินของวงจรที่มีบริภัณฑประธานชุดเดียวจายไฟใหอาคาร 2 หลังหรือ มากกวา 4.3.4.1 ก็ได ถามีสภาพ ตามขอใดขอหนึ่งตอไปนี้ .1 ระบบไฟฟาของผูใ ชไฟฟาทีต่ อ งตอลงดินตามขอ 4.4.6 สามารถต อ สายต อ หลั ก ดิ น เข า กั บ บั ส บาร ต  อ ลงดิ น ของ บริภัณฑไฟฟาที่มีการตอฝากนั้นได 4.2 ระบบไฟฟากระแสสลับที่มีแรงดันไฟฟาไมเกิน 1.15.

5.3 หลักดินตองเปนไปตามขอ 2.3 ระบบ 3 เฟส 3 สาย กําหนดใหสายตัวนําเสนใดเสนหนึ่งตอลงดิน 4.6.1 ระบบ 1 เฟส 2 สาย กําหนดใหตัวนํานิวทรัลเปนสายที่ตอลงดิน 4.2 4-3 ในอาคารมีวงจรยอยชุดเดียวและไมไดจายไฟใหแกบริภัณฑที่ตอง ตอลงดิน มีการเดินสายดินของบริภณ ั ฑไฟฟารวมกับตัวนําอืน่ ของวงจร เพือ่ ไปตอสวนที่ไมเปนทางเดินของกระแสไฟฟาของบริภัณฑไฟฟา ระบบทอโลหะภายในและโครงสรางของอาคารที่ตองการลงดิน สายดินของบริภัณฑไฟฟานั้นจะตองมีการตอฝากลงดินที่อาคาร อีกหลังหนึ่ง 4.2.19 ซึ่งกําหนดขนาดจากสายเสน ไฟของระบบที่มีตัวจายแยกตางหาก 4.4 และตองอยูใกลจุดตอลงดินมากที่สุดเทาที่จะ ทําได .5 ตัวนําที่ตองมีการตอลงดินของระบบไฟฟากระแสสลับ สําหรับระบบไฟฟากระแสสลับทีใ่ ชภายในอาคาร สายตัวนําของระบบตองมีการตอลงดิน ตัวนําที่มีการตอลงดินตองมีการกําหนด สีหรือทําเครื่องหมาย การตอลงดินตองทําตาม ขอใดขอหนึ่งดังนี้ 4.6 การตอลงดินสําหรับระบบไฟฟากระแสสลับที่มีตัวจายแยกตางหาก ระบบไฟฟากระแสสลับที่มีตัวจายแยกตางหากตองปฏิบัติตามขอกําหนดดังตอไปนี้ 4.บทที่ 4 การตอลงดิน 4.1 4.4 ระบบ 3 เฟส 4 สาย กําหนดใหตัวนํานิวทรัลเปนสายที่ตอลงดิน 4.6.15.6.4.5.2.2 ระบบ 1 เฟส 3 สาย กําหนดใหตัวนํานิวทรัลเปนสายที่ตอลงดิน 4.5.5.3 ซึ่งกําหนดขนาดจาก สายเสนไฟของระบบที่มีตัวจายแยกตางหาก) เชื่อมตอสายดินของบริภัณฑ ไฟฟา (ของระบบที่มีตัวจายแยกตางหาก) เขากับสายตัวนําที่มีการตอลงดิน ของระบบไฟฟา การตอฝากใหทําที่จุดใดก็ไดระหวางระบบที่มีตัวจายแยก ตางหากกับเครื่องปองกันกระแสเกินตัวแรกเทานั้น 4.6.1 ตองใชสายตอฝากลงดิน (ที่มีขนาดตามขอ 4.4.2 สายตอหลักดินที่เชื่อมตอหลักดินเขากับสายตัวนําทีม่ กี ารตอลงดินของระบบที่ มีตวั จายแยกตางหากใหใชขนาดตามขอ 4.

5 เมตรใน แนวระดับ และบุคคลอาจสัมผัสไดโดยบังเอิญ 4.9.2 อยูในสถานที่เปยกหรือชื้น และไมไดมีการแยกอยูตางหาก 4.10.8 4.10.1 หางจากพื้นหรือโลหะที่ตอลงดินไมเกิน 2.1 โครงของแผงสวิตช 4.5 รับไฟฟาจากสายชนิดหุมสวนนํากระแสไฟฟาดวยโลหะ (Metal-Clad.8 การตอลงดินของเครื่องหอหุมที่เปนโลหะของสายตัวนํา เครื่องหอหุมที่เปนโลหะของสายตัวนํา ตองตอลงดิน ขอยกเวนที่ 1 เครื่องหอหุมที่เปนโลหะชวงสั้นๆ ซึ่งใชปองกันความเสียหายทางกาย ภาพที่มีการตอสายเคเบิลหรือใชจับยึดสาย ไมบังคับใหตอลงดิน ขอยกเวนที่ 2 เครื่องหอหุมที่เปนโลหะของสายที่ตอจากการติดตั้งเดิมที่เปนการเดิน สายแบบเปดเดินสายบนตุมหรือใชสายที่มีเปลือกนอกไมเปนโลหะไม จําเปนตองตอลงดินถาระยะเดินสายที่เพิ่มมีความยาวไมเกิน 8 เมตร ไมสัมผัสกับดินหรือโลหะที่ตอลงดิน หรือวัสดุที่เปนตัวนํา และมีการ ปองกันไมใหบุคคลสัมผัส 4.4 เมตรในแนวดิ่ง หรือ 1.4-4 บทที่ 4 การตอลงดิน 4. MetalSheath) หรือสายที่เดินในทอสายโลหะเวนแตที่ไดยกเวนในขอ 4.9.9.9.7 การตอลงดินของเครื่องหอหุมที่เปนโลหะของตัวนําประธานและของบริภัณฑ ประธาน เครื่องหอหุมที่เปนโลหะของตัวนําประธานและของบริภัณฑประธานตองตอลงดิน 4.2 โครงของมอเตอรชนิดยึดติดกับที่ .9.9 การตอลงดินของบริภัณฑไฟฟาชนิดยึดติดกับที่ หรือชนิดที่มีการเดินสายถาวร บริภัณฑไฟฟาชนิดยึดติดกับที่ หรือชนิดที่มีการเดินสายถาวร สวนที่เปนโลหะที่เปดโลง และไมไดเปนทางเดินของกระแสไฟฟาของบริภัณฑไฟฟาดังกลาวตองตอลงดินเมื่อมี สภาพตามขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้ 4.10 การตอลงดินของบริภัณฑไฟฟาชนิดยึดติดกับที่ทุกขนาดแรงดัน บริภัณฑไฟฟาชนิดยึดติดกับที่ทุกขนาดแรงดัน สวนที่เปนโลหะเปดโลงและไมเปนทาง เดินของกระแสไฟฟา บริภัณฑไฟฟาตอไปนี้ตองตอลงดิน 4.4 อยูในบริเวณอันตราย 4.3 มีการสัมผัสทางไฟฟากับโลหะ 4.

3 เครื่องใชไฟฟาที่ใชในสถานที่อยูอาศัยตอไปนี้ 4.7 เครื่องฉายภาพยนตร 4.1 โครงและรางของปนจั่นที่ใชไฟฟา 4.000 โวลต 4.4 บริภัณฑไฟฟาของลิฟตและปนจั่น 4.2 โครงของตูโดยสารลิฟตที่ไมไดขับเคลื่อนดวยไฟฟาแตมีสายไฟฟาติดอยู 4.11.11.12.3.3 กลองของเครื่องควบคุมมอเตอร ยกเวนฝาครอบสวิตช ปด-เปดที่มีฉนวนรอง ดานใน 4.12 การตอลงดินของบริภัณฑไฟฟาที่มีสายพรอมเตาเสียบ บริภัณฑไฟฟาที่มีสายพรอมเตาเสียบ สวนที่เปนโลหะเปดโลงของบริภัณฑไฟฟาจะตอง ตอลงดินถามีสภาพตามขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้ 4.10.บทที่ 4 การตอลงดิน 4-5 4.6 ปายที่ใชไฟฟารวมทั้งอุปกรณประกอบ 4.1 ใชในบริเวณอันตราย 4.2 ใชแรงดันไฟฟาวัดเทียบกับดินเกิน 150 โวลต ขอยกเวนที่ 1 มอเตอรที่มีการกั้น ขอยกเวนที่ 2 โครงโลหะของเครื่องใชไฟฟาทางความรอน ซึ่งมีฉนวนกั้น ระหวางโครงโลหะกับดินอยางถาวร ขอยกเวนที่ 3 บริภัณฑไฟฟาที่ระบุวาเปนฉนวน 2 ชั้นหรือเทียบเทา ซึ่งมี เครื่องหมายแสดงชัดเจนวาไมตองตอลงดิน 4.3 ลวดสลิงซึ่งใชยกของดวยแรงคนและลวดสลิงของลิฟตที่ใชไฟฟา 4.4 สิ่งกั้นที่เปนโลหะ รั้ว หรือสิ่งหอหุมของบริภัณฑไฟฟาที่มีแรงดันระหวางสาย เสนไฟเกิน 1.11.5 บริภณ ั ฑไฟฟาในอูจ อดรถ โรงมหรสพ โรงถายภาพยนตร สถานีวทิ ยุและโทรทัศน ยกเวน โคมไฟแบบแขวน 4.11.11 การตอลงดินของบริภัณฑซึ่งไมไดรับกระแสไฟฟาโดยตรง บริภณ ั ฑซงึ่ ไมไดรบั กระแสไฟฟาโดยตรง สวนทีเ่ ปนโลหะของบริภณ ั ฑตอ ไปนีต้ อ งตอลงดิน 4.1 ตูเย็น ตูแชแข็ง เครื่องปรับอากาศ .10.10.12.10.10.8 เครื่องสูบนํ้าที่ใชมอเตอร 4.12.10.12.

5 เครือ่ งใชไฟฟาทีม่ สี ายพรอมเตาเสียบใชในสถานทีเ่ ปยกหรือชืน้ หรือ บุคคลที่ใชยืนอยูบนพื้นดินหรือพื้นโลหะ หรือทํางานอยูในถังโลหะ หรือหมอนํ้า 4.3.12.12.12.4.12.4.6 เครือ่ งมือที่อาจนําไปใชในที่เปยก หรือ ใชในบริเวณที่นําไฟฟาได 4.4 เครือ่ งใชไฟฟาที่ไมไดใชในสถานที่อยูอาศัย ตอไปนี้ 4.12.12.12.3 เครื่องมือชนิดมือถือที่ทํางานดวยมอเตอร 4.4.12.4 เครื่องใชไฟฟาที่ทํางานดวยมอเตอร เชน เครื่องเล็มตนไม เครื่อง ตัดหญา เครื่องขัดถูชนิดใชนํ้า 4.3.4.12.2 เครื่องซักผา เครื่องอบผา เครื่องลางจาน เครื่องสูบนํ้าทิ้ง เครื่อง ประมวลผลขอมูล เครื่องใชไฟฟาในตูเลี้ยงปลา 4.3.12.4.3 เครื่องมือชนิดมือถือที่ทํางานดวยมอเตอร (Hand-Held MotorOperated Tools) 4.4.4.4 เครื่องใชไฟฟาที่ทํางานดวยมอเตอร เชน เครื่องเล็มตนไม เครื่อง ตัดหญาเครื่องขัดถูชนิดใชนํ้า 4.1 ตูเย็น ตูแชแข็ง เครื่องปรับอากาศ 4.2 เครื่องซักผา เครื่องอบผา เครื่องลางจาน เครื่องสูบนํ้าทิ้ง เครื่องใช ไฟฟาในตูเลี้ยงปลา 4.3.12.5 ดวงโคมไฟฟาชนิดหยิบยกได ยกเวน บริภัณฑไฟฟาที่ระบุวาเปนฉนวน 2 ชั้น หรือเทียบเทา ซึ่งมีเครื่อง หมายแสดงชัดเจนวาไมตองตอลงดิน 4.12.7 ดวงโคมไฟฟาชนิดหยิบยกได ขอยกเวนที่ 1 เครือ่ งมือและดวงโคมไฟฟาชนิดหยิบยกได ทีอ่ าจนําไปใชใน ที่เปยกหรือใชในบริเวณที่นําไฟฟาได ไมบังคับใหตอลงดิน ถารับพลังไฟฟาจากหมอแปลงนิรภัยที่ขดลวดดานไฟออกมี แรงดันไฟฟาไมเกิน 50 โวลต และไมตอลงดิน ขอยกเวนที่ 2 บริภัณฑไฟฟาที่ระบุวาเปนฉนวน 2 ชั้นหรือเทียบเทาซึ่งมี เครื่องหมายแสดงชัดเจนวาไมตองตอลงดิน .4-6 บทที่ 4 การตอลงดิน 4.

1 เปนชนิดติดตั้งถาวรและมีความตอเนื่องทางไฟฟา 4.14.2 ทางเดินสูดินที่ใชไดผลดี ทางเดินสูด นิ จากวงจร บริภณ ั ฑไฟฟา และเครือ่ งหอหุม สายทีเ่ ปนโลหะ ตองมี ลักษณะดังนี้ 4.14.3 มีอมิ พีแดนซตาเพี ํ่ ยงพอทีจ่ ะจํากัดแรงดันไฟฟาวัดเทียบกับดินไมให สูงเกินไป และชวยใหเครื่องปองกันกระแสเกินในวงจรทํางานได อยางมีประสิทธิภาพ 4.1.1.6.14.80 เมตร หรือตอง ตอฝากเขากับตัวนําระบบลอฟา 4.4 แลว ตองใชหลักดินนั้น สําหรับตอเครื่องหอหุมสายและสวนที่เปนโลหะของบริภัณฑไฟฟาลงดินดวย สําหรับอาคารที่รับไฟจากแหลงจายไฟแยกกันตองใชหลักดินรวมกัน หลักดิน .3 การใชหลักดินรวมกัน ถาระบบไฟฟากระแสสลับมีการตอลงดินเขากับหลักดินภายในอาคารหรือ สถานที่ตามที่ไดกําหนดไวในขอ 4.3 และขอ 4.บทที่ 4 การตอลงดิน 4-7 4.2 มีขนาดเพียงพอสําหรับนํากระแสลัดวงจรทุกชนิดที่อาจเกิดขึ้นได อยางปลอดภัย 4.2.2.14.1 ระบบไฟฟาที่มีการตอลงดิน ใหตอฝากสายดินของบริภัณฑไฟฟา เขากับตัวนําประธานที่มีการตอลงดินและสายตอหลักดิน ยกเวน กรณีตอลงดินของหองชุดในอาคารชุดใหเปนไปตามที่ กําหนดในบทที่ 9 4.14.1 การตอสายดินของบริภัณฑไฟฟาที่ บริภัณฑประธานตองปฏิบัติดังนี้ 4.2 ระบบไฟฟาที่ไมมีการตอลงดิน ใหตอฝากสายดินของบริภัณฑไฟฟาเขากับสายตอหลักดิน 4.14.13 ระยะหางจากตัวนําระบบลอฟา ทอสาย เครื่องหอหุม โครงโลหะ และสวนโลหะอื่นของบริภัณฑไฟฟา ที่ไมเปนทางเดิน ของกระแสไฟฟาตองมีระยะหางจากตัวนําระบบลอฟาไมนอยกวา 1.14.14.14 วิธีตอลงดิน 4.1 การตอสายดินของบริภัณฑไฟฟาที่มีตัวจายแยกตางหากโดยเฉพาะ ตอง ปฏิบัติตามที่ไดกําหนดไวในขอ 4.2.

14.4-8 บทที่ 4 การตอลงดิน สองหลักหรือมากกวาที่ตอฝากเขาดวยกันอยางใชไดผลดีถือวาเปนหลักดิน หลักเดียว ั ฑไฟฟาชนิดยึดติดกับที่ หรือชนิดทีม่ กี ารเดินสายถาวร 4.1 โดยใชสายดินของบริภัณฑไฟฟาประเภทตางๆ ตามที่ไดกําหนดไว ในขอ 4.มม.17 4.14.14.2 โดยใชสายดินของบริภณ ั ฑไฟฟาเดินสายรวมไปกับสายวงจรภายใน ทอสายเดียวกันหรือเปนสวนหนึง่ ของสายเคเบิลหรือสายออน สาย ดินของบริภณ ั ฑไฟฟาอาจหุม ฉนวนหรือไมหมุ ฉนวนก็ได ฉนวนหรือ เปลือกของสายดินตองเปนสีเขียว หรือสีเขียวแถบเหลือง ขอยกเวนที่ 1 สายดินของบริภณ ั ฑไฟฟาชนิดหุม ฉนวนขนาดใหญกวา 10 ตร.2) ทําใหฉนวนหรือเปลือกสวนที่มองเห็นเปนสีเขียว 1.3) ทําเครื่องหมายบนฉนวนหรือเปลือกสวนที่มองเห็น ดวยเทปพันสายหรือแถบกาวสีเขียว ขอยกเวนที่ 2 ถาการบํารุงรักษากระทําโดยผูมีหนาที่เกี่ยวของ อนุญาต ใหทําเครื่องหมายถาวรที่ปลายสายและทุกแหงที่เขาถึงได ที่ฉนวนของตัวนําในเคเบิลหลายแกนเพื่อแสดงวาเปนสาย ดินของบริภัณฑไฟฟา การทําเครื่องหมายตองใชวิธีหนึ่ง วิธีใดดังตอไปนี้ 2.4. อนุญาตใหทําเครื่องหมายที่ถาวรเพื่อแสดงวาเปน สายดินของบริภัณฑไฟฟาที่ปลายสายและทุกแหงที่เขาถึง ได การทําเครื่องหมาย ตองใชวิธีหนึ่งวิธีใด ดังตอไปนี้ 1.3) ทําเครื่องหมายบนฉนวนหรือเปลือกสวนที่มองเห็น ดวยเทปพันสายหรือแถบกาวสีเขียว .4 การตอของบริภณ สวนที่เปนโลหะของบริภัณฑไฟฟาและไมไดเปนทางเดินของกระแสไฟฟาถา ตองการตอลงดินจะตองตอโดยวิธีใดวิธีหนึ่งตอไปนี้ 4.2) ทําใหฉนวนหรือเปลือกสวนที่มองเห็นเปนสีเขียว 2.1) ปอกฉนวนหรือเปลือกสวนที่มองเห็นทั้งหมดออก 1.4.1) ปอกฉนวนหรือเปลือกสวนที่มองเห็นทั้งหมดออก 2.

5.4 แลวไมอนุญาตใหใชโครงสรางโลหะของ อาคารแทนสายดินของบริภัณฑไฟฟานั้น 4.14.บทที่ 4 การตอลงดิน 4-9 ั ฑไฟฟาที่ถือวามีการตอลงดินอยางใชไดผลดี 4.2 โครงโลหะของตูโดยสารลิฟตที่แขวนกับลวดสลิง ซึ่งคลองหรือพัน รอบเพลากวานของมอเตอรลิฟตที่ตอลงดินตามที่ไดกําหนดไวใน ขอ 4.15.2 โดยใชสายออนหรือแถบโลหะแยกตางหากอาจจะหุมฉนวนหรือไม หุมฉนวนก็ไดแตตองมีการปองกันความเสียหายทางกายภาพ 4.4 แลว ั ฑไฟฟาที่มีสายพรอมเตาเสียบ 4.6.5.6.1.1 โดยใชสายดินของบริภัณฑไฟฟาเดินสายรวมกับสายวงจรอยูภาย ในสายเคเบิลหรือสายออนเดียวกัน และปลายสายตอเขากับขา ดินของเตาเสียบชนิดขาดินตายตัว (Fixed Grounding Contact) สายดินของบริภัณฑไฟฟาอาจไมหุมฉนวนก็ได ถาหุมฉนวนสีของ ฉนวนตองเปนสีเขียวหรือสีเขียวแถบเหลือง 4.14.14.14.1.15.14.15.1 ทอสาย รางเคเบิลและเปลือกนอกที่เปนโลหะของตัวนําประธาน 4.1 การตอฝากที่บริภัณฑประธาน สวนที่เปนโลหะซึ่งไมไดเปนทางเดินของกระแสไฟฟาของบริภัณฑไฟฟาตอไป นีต้ องมีการตอฝากถึงกันอยางใชไดผลดี 4.1 บริภัณฑไฟฟากระแสสลับที่ยึดแนนและสัมผัสทางไฟฟากับโครงสรางโลหะที่รองรับ และโครงสรางโลหะนั้นตอลงดินตามที่ได กําหนดไวในขอ 4.15.1.5 บริภณ สวนที่เปนโลหะของบริภัณฑไฟฟาซึ่งไมไดเปนทางเดินของกระแสไฟฟา เมื่อ มีสภาพดังตอไปนี้ถือวามีการตอลงดินแลว 4.14.15 การตอฝาก การตอฝากมีจุดประสงคเพื่อใหแนใจวามีความตอเนื่องทางไฟฟา และสามารถรับ กระแสลัดวงจรใดๆ ที่อาจเกิดขึ้น 4.14.6 บริภณ สวนที่เปนโลหะของบริภัณฑไฟฟาที่มีสายพรอมเตาเสียบ ซึ่งไมไดเปนทาง เดินของกระแสไฟฟา ถาตองตอลงดินใหใชวิธีหนึ่งวิธีใดดังตอไปนี้ 4.14.2 เครื่องหอหุมของบริภัณฑประธาน 4.3 ทอสายโลหะของสายตอหลักดิน .

15.15.3 การตอขั้วตอสายดินของเตารับเขากับกลองโลหะ ตองใชสายตอฝากตอระหวางขั้วตอสายดินของเตารับชนิดมีสายดินกับกลอง โลหะที่มีการตอลงดินไวแลว ขอยกเวนที่ 1 กลองโลหะเปนแบบติดตั้งบนพื้นผิว การสัมผัสโดยตรง ระหว า งกล อ งกั บ เต า รั บ ถื อ ได ว  า เป น การต อ ลงดิ น ของ เตารับเขากับกลอง ขอยกเวนนี้ไมใชกับเตารับที่ติดตั้งบน ฝาครอบที่ ไ ด ร ะบุ ว  า มี ความตอเนื่องทางไฟฟาเพียงพอ ระหวางกลองกับเตารับ ขอยกเวนที่ 2 อุปกรณสัมผัสหรือกานยื่นซึ่งไดออกแบบและระบุวาใหใช รวมกับสกรูยึดเพื่อเปนวงจรตอลงดินระหวางเตารับกับ กลองชนิดติดตั้งเสมอผิว ขอยกเวนที่ 3 กลองแบบติดตัง้ บนพืน้ ผิวซึง่ ไดออกแบบและระบุวา มีความ ตอเนื่องลงดินทางไฟฟาระหวางกลองกับอุปกรณ ขอยกเวนที่ 4 ในกรณีทตี่ อ งการลดการรบกวนจากสนามแมเหล็กไฟฟาใน วงจรสายดิน อาจใชเตารับชนิดที่มีฉนวนคั่นระหวางขั้ว .15.15.4 ใชสายตอฝากหรืออุปกรณอื่นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมรอบรอยตอ ทีช่ องน็อกเอาต (Knockout) เพื่อใหการตอลงดินมีความตอเนื่อง ทางไฟฟา 4.1 ตอฝากตูบริภัณฑประธานเขากับตัวนําประธานเสนที่มีการตอลง ดินตามวิธีที่ไดกําหนดไวในขอ 4.2 วิธีตอฝากที่บริภัณฑประธาน การตอถึงกันทางไฟฟาทีบ่ ริภณ ั ฑประธานตองปฏิบตั ติ ามขอใดขอหนึ่งตอไปนี้ 4.4-10 บทที่ 4 การตอลงดิน 4.2.15.2.2.2.15.1.2.3 โดยใชขอตอแบบไมตองทําเกลียวตอกับทอใหแนนสนิทเมื่อใชทอ โลหะบาง 4.12 4.2 โดยใชขอตอแบบมีเกลียวตอเขากับกลองหรือสิ่งหอหุมที่ทําเกลียว ในเมื่อใชทอโลหะหนาหรือทอโลหะหนาปานกลางการตอใหใช ประแจขันใหแนน 4.5 ใชอุปกรณอื่นๆ เชน ใชบุชชิงแบบมีขั้วตอสายดินพรอมกับล็อกนัต 4.22 ยกเวน บริภณ ั ฑประธานของหองชุดใหเปนไปตามขอ 9.15.

15.15.15.6.2.บทที่ 4 การตอลงดิน 4-11 ตอลงดินกับสิ่งที่ใชยึดหรือติดตั้งเตารับ โดยตอขั้วตอสาย ดินของเตารับเขากับสายดินของบริภัณฑไฟฟาซึ่งเปนสาย หุมฉนวนเดินรวมไปกับสายของวงจร สายดินของบริภัณฑ ไฟฟานี้อาจเดินผานแผงยอยแผงเดียวหรือหลายแผงโดย ไมตองตอกับตัวแผงก็ไดแลวไปตอเขากับขั้วตอสายดิน ของบริภัณฑประธานดานไฟออก 4.15.5 โดยเลือกวิธใี หเหมาะกับการเดินสาย 4.2.22 เมื่อเปนสายตอลงดินของวงจรหรือ บริภณ ั ฑไฟฟา และขอ 4.6 สายตอฝากลงดิน และสายตอฝากของบริภัณฑไฟฟา 4.15.3 สายตอฝากของบริภณ ั ฑไฟฟาทางดานไฟเขาของบริภณ ั ฑประธาน และสายตอฝากลงดิน ตองมีขนาดไมเล็กกวาขนาดของสายตอ หลักดินที่ไดกําหนดไวในตารางที่ 4-1 ถาสายเสนไฟของตัวนํา ประธานมีขนาดใหญกวาที่กําหนดไวในตารางที่ 4-1 ใหใชสายตอ ฝากขนาดไมเล็กกวารอยละ 12.4.15.2 .15.6.2 สายตอฝากลงดิน และสายตอฝากของบริภัณฑไฟฟาตองติดตั้ง ตามที่ไดกําหนดไวในขอ 4.6.24 เมื่อเปนสายตอหลักดิน 4.4 การตอฝากเครื่องหอหุมอื่นๆ ทอสายที่เปนโลหะ รางเคเบิล เครื่องหอหุม โครงเครื่องประกอบในการติดตั้ง และสวนที่เปนโลหะอื่นๆ ที่ไมไดเปนทางเดินของกระแสไฟฟา ถาสิ่งเหลานี้ทํา หนาที่แทนสายดินตองมีการตอถึงกันทางไฟฟาและสามารถทนกระแสลัด วงจรใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นได เกลียวและหนาสัมผัสใหขูดสีหรือสิ่งเคลือบอื่นๆที่ ไมเปนตัวนําไฟฟาออกกอนทําการตอ เวนแตใชอุปกรณการตอที่ออกแบบไว โดยเฉพาะ 4.5 ของตัวนําประธานขนาดใหญที่ สุดถาใชตัวนําประธานเดินในทอสาย หรือเปนสายเคเบิลมากกวา .1 สายตอฝากลงดิน และสายตอฝากของบริภณ ั ฑไฟฟาตองเปนชนิด ตัวนําทองแดง 4.15.5 การตอฝากในบริเวณอันตราย สวนที่เปนโลหะของบริภัณฑไฟฟาและไมไดเปนทางเดินของกระแสไฟฟาที่ ทุกระดับแรงดันไฟฟาซึ่งอยูในบริเวณอันตรายตองตอถึงกันทางไฟฟาตามวิธี ทีไ่ ดกาหนดไว ํ ในขอ 4.

1 ตัวนําทองแดง หุมฉนวนหรือไมหุมฉนวนก็ได 4.17.17.3 บัสเวยที่ไดระบุใหใชแทนสายสําหรับตอลงดินได 4.6.3 สายดินของบริภัณฑไฟฟาที่เปน เกราะหุมสายเคเบิล เปลือกนอกโลหะของ สายเคเบิลหรือเปนสายเดินแยกในชองเดินสายหรือแกนๆ หนึ่งในเคเบิลตอง ติดตั้งโดยใชเครื่องประกอบ หัวตอ ขอตอที่ไดรับการรับรองสําหรับการเดิน สายวิธีนั้นๆ ในการติดตั้งตองใชเครื่องมือที่เหมาะสมและตองขันใหแนน .17.1 สายตอหลักดินหรือเครื่องหอหุมตองยึดแนนกับสิ่งรองรับสายนี้จะตองรอยใน ทอสายไฟฟาหรือใชเคเบิลแบบมีเกราะเมื่อใชในสถานที่ที่อาจเกิดความเสีย หายทางกายภาพ 4.18.2 เครือ่ งหอหุม โลหะของสายตอหลักดินจะตองมีความตอเนือ่ งทางไฟฟานับตัง้ แต จุดที่ตอกับตู หรือบริภัณฑไฟฟาจนถึงหลักดิน และตองมีการตอเขากับหลัก ดินอยางมั่นคงดวยแคลมป หรืออุปกรณอื่นๆ ที่เหมาะสม ถาเครื่องหอหุมนี้ไม ตอเนื่องทางไฟฟาใหใชสายตอฝากที่ปลายทั้งสองของเครื่องหอหุม 4.17 ชนิดของสายดินของบริภัณฑไฟฟา สายดินของบริภัณฑไฟฟาที่เดินสายรวมไปกับสายของวงจรตองเปนดังตอไปนี้ 4.18.16 ชนิดของสายตอหลักดิน สายตอหลักดินตองเปนตัวนําทองแดง เปนชนิดตัวนําเดี่ยวหรือตัวนําตีเกลียวหุมฉนวน และตองเปนตัวนําเสนเดียวยาวตลอดโดยไมมีการตอ แตถาเปนบัสบารอนุญาตใหมี การตอได 4.4 สายตอฝากของบริภัณฑไฟฟาดานไฟออกของบริภัณฑประธาน ตองมีขนาดไมเล็กกวาขนาดของสายดินของบริภัณฑไฟฟาที่ได กําหนดไวในตารางที่ 4-2 4.18 วิธีการติดตั้งสายดิน 4.4-12 บทที่ 4 การตอลงดิน 1 ชุดขนานกัน แตละทอสายหรือสายเคเบิลใหใชสายตอฝากที่มี ขนาดไมเล็กกวาที่ไดกําหนดไวในตารางดังกลาวโดยคํานวณจาก ขนาดของสายในแตละทอสายหรือสายเคเบิล 4.2 เปลือกโลหะของสายเคเบิลชนิด AC.15. MI และ MC 4.18.

17.19 ขนาดสายตอหลักดินของระบบไฟฟากระแสสลับ สายตอหลักดินตองมีขนาดไมเล็กกวาที่ไดกําหนดไวในตารางที่ 4-1 4.มม.20 ขนาดสายดินของบริภัณฑไฟฟา 4.1 กําหนดใหสายดินของบริภัณฑไฟฟาตองมีขนาดไมเล็กกวาที่ไดกําหนดไวใน ตารางที่ 4-2 4. ขอยกเวนที่ 2 สายดินของบริภณ ั ฑไฟฟา ไมจาเป ํ นตองใหญกวาสายตัวนําของวงจร ของบริภัณฑไฟฟานั้น ขอยกเวนที่ 3 ในกรณีทใี่ ชเกราะหุม สายเคเบิลหรือเปลือกหุม สายเคเบิล เปนสายดิน ของบริภัณฑไฟฟา ตามที่อนุญาตในขอ 4.0 ตร.20.21 จุดตอของสายตอหลักดิน (เขากับหลักดิน) จุดตอของสายตอหลักดินเขากับหลักดินตองอยูในที่เขาถึงได โดยตองเลือกจุดตอและ วิธกี ารตอเพื่อใหมีความคงทนและใชไดผลดี ยกเวน จุดตอกับหลักดินที่อยูในคอนกรีต หรือฝงอยูในดิน ไมจําเปนตองอยูในที่ซึ่ง เขาถึงได .20.2 4.2 ในกรณีเดินสายควบ ถามีสายดินของบริภัณฑไฟฟา ใหเดินขนานกันไปในแต ละทอสาย และใหคํานวณขนาดสายดินจากพิกัดหรือขนาดปรับตั้งของเครื่อง ปองกันกระแสเกินของ วงจรนั้น ในกรณีเดินสายหลายวงจรในทอสายเดียวกัน แตใชสายดินของบริภัณฑไฟฟารวมกันในทอสายนั้น ใหคํานวณขนาดสายดินจากพิกัดหรือขนาดปรับตั้ง ของเครื่องปองกันกระแสเกินที่ใหญที่สุดที่ปองกันสายในทอสายนั้น ในกรณีเครื่องปองกันกระแสเกินเปนชนิดอัตโนมัติปลดวงจรทันที หรือเปน เครื่องปองกันกระแสลัดวงจรของมอเตอรขนาดสายดินของบริภัณฑไฟฟานั้น ใหเลือกตามพิกัดของเครื่องปองกันการใชงานเกินกําลังของมอเตอร ขอยกเวนที่ 1 สําหรับสายพรอมเตาเสียบของบริภัณฑไฟฟา ซึ่งใชไฟฟาจากวงจร ซึ่งมีเครื่องปองกันกระแสเกินที่มีขนาดไมเกิน 20 แอมแปร สายดิน ของบริภัณฑไฟฟาซึ่งเปนตัวนํ าทองแดงและเปนแกนหนึ่งของสาย ออน อาจมีขนาดเล็กกวาที่กําหนดไวในตารางที่ 4-2 ไดแตตองไม เล็กกวาขนาดสายตัวนําของวงจรและไมเล็กกวา 1.บทที่ 4 การตอลงดิน 4-13 4.

) ไมเกิน 35 10* เกิน 35 แตไมเกิน 50 16 เกิน 50 แตไมเกิน 95 25 เกิน 95 แตไมเกิน 185 35 เกิน 185 แตไมเกิน 300 50 เกิน 300 แตไมเกิน 500 70 เกิน 500 95 หมายเหตุ * แนะนําใหติดตั้งในทอโลหะหนา ทอโลหะหนาปานกลาง ทอโลหะบาง หรือ ทออโลหะ และการติดตั้งสอดคลองตามขอ 5.4 และ 5.4-14 บทที่ 4 การตอลงดิน ตารางที่ 4-1 ขนาดตํ่าสุดของสายตอหลักดินของระบบไฟฟากระแสสลับ ขนาดตํ่าสุดของสายตอหลักดิน ขนาดตัวนําประธาน (ตัวนําทองแดง) (ตัวนําทองแดง) (ตร.23.มม.23 การตอสายดินเขากับกลอง ในแตละกลอง ถามีสายดินของบริภัณฑไฟฟาอยูหลายเสน แตละเสนตองตอถึงกันทาง ไฟฟาเปนอยางดี และตองจัดใหการตอลงดินมีความตอเนื่องโดยไมขาดตอนแมวาจะ ถอดหรือปลดวงจรเครื่องประกอบ หรือสิ่งอื่นที่รับไฟฟาจากกลองนั้น 4.8 4.22 การตอสายดินเขากับสายหรือบริภัณฑไฟฟา การตอสายดินและสายตอฝาก ตองใชวิธีเชื่อมดวยความรอน (Exothermic Welding) หรือใชหวั ตอแบบบีบ ประกับจับสาย หรือสิ่งอื่นที่ระบุใหใชเพื่อการนี้ หามตอโดยใชการ บัดกรีเปนหลัก 4.มม.1 กลองโลหะ ตองตอสายดินของบริภัณฑไฟฟาที่มีอยูในกลองโลหะ ซึ่งอาจเปนสายเดียว หรือหลายสายเขากับกลองโลหะ โดยตอที่สลักเกลียวสายดิน (Grounding Screw) ซึง่ หามใชงานหนาที่อื่น หรือตอโดยใชอุปกรณที่ไดระบุใหใชสําหรับ การตอลงดิน .) (ตร.

23.บทที่ 4 การตอลงดิน 4-15 4. ตารางที่ ฌ.มม.2 กลองอโลหะ สายดินของบริภัณฑไฟฟาที่อยูในกลองอโลหะตองตอเขากับขั้วตอสายดิน ของเตาเสียบหรืออุปกรณประกอบที่ติดตั้งไวในกลองนี้ ตารางที่ 4-2 ขนาดตํ่าสุดของสายดินของบริภัณฑไฟฟา ขนาดตํ่าสุดของสายดินของบริภัณฑไฟฟา พิกดั หรือขนาดปรับตั้งของ (ตัวนําทองแดง) เครือ่ งปองกันกระแสเกินไมเกิน (ตร.) (แอมแปร) 16 1.12 4.5* 40 4* 70 6* 100 10 200 16 400 25 500 35 800 50 1000 70 1250 95 2000 120 2500 185 4000 240 6000 400 หมายเหตุ * ขนาดตํ่าสุดของสายดินของบริภัณฑไฟฟาใชสําหรับที่อยูอาศัยหรืออาคารของผูใช ไฟทีอ่ ยูหางจากหมอแปลงระบบจําหนายระยะไมเกิน 100 เมตร กรณีทผี่ ใู ชไฟอยูหางจากหมอแปลงระบบจําหนายระยะเกิน 100 เมตร ใหดูภาค ผนวก ฌ.6 ถึง ตารางที่ ฌ.5* 20 2.24 วิธกี ารตอสายตอหลักดิน (เขากับหลักดิน) การตอสายตอหลักดินเขากับหลักดินตองใชวิธีเชื่อมดวยความรอน (Exothermic .

25.28 การตอลงดินของเครื่องมือวัด มิเตอร และรีเลย 4.4-16 บทที่ 4 การตอลงดิน Welding) หูสาย หัวตอแบบบีบอัด ประกับตอสาย หรือสิ่งอื่นที่ระบุใหใชเพื่อการนี้ หาม ตอโดยใชการบัดกรีเปนหลัก อุปกรณที่ใชตอตองเหมาะสมกับวัสดุที่ใชทําหลักดินและ สายตอหลักดิน หามตอสายตอหลักดินมากกวา 1 เสนเขากับหลักดิน นอกจากอุปกรณ ทีใ่ ชในการตอเปนชนิดที่ออกแบบมาใหตอสายไดมากกวา 1 เสน 4.28.25 การปองกันการยึดติด (สายตอหลักดินและสายดิน) ประกับสายตอหลักดินและสายดินหรือสิง่ ตออืน่ ๆ ตองเปนชนิดใชงานไดทวั่ ไปโดยไมตอ ง มีการปองกัน หรือมีการปองกันความเสียหายทางกายภาพดวยวิธหี นึง่ วิธใี ดดังตอไปนี้ 4.1 ติดตั้งในที่ซึ่งจะไมเกิดความเสียหายทางกายภาพ 4.25.27 ความตานทานระหวางหลักดินกับดิน (Resistance to Ground) คาความตานทานของหลักดินกับดินตองไมเกิน 5 โอหม ยกเวน พืน้ ทีท่ ยี่ ากในการปฏิบัติและการไฟฟาฯ เห็นชอบ ยอมใหคาความตานทาน ของหลักดินกับดินตองไมเกิน 25 โอหม หากทําการวัดแลวยังมีคาเกิน ให ปกหลักดินเพิ่มอีก 1 แทง 4.26 ความสะอาดของผิวของสิ่งที่จะตอลงดิน เกลียวและหนาสัมผัสของบริภัณฑไฟฟาที่จะตอลงดิน ตองขูดสิ่งเคลือบที่ไมเปนตัวนํา เชน สีหรือแลกเกอรออก เพื่อใหเปนที่แนใจวามีความตอเนื่องทางไฟฟาอยางดี 4.1 วงจรหมอแปลงของเครื่องวัด วงจรดานทุติยภูมิหมอแปลงกระแสและหมอแปลงแรงดันของเครื่องวัดตอง ตอลงดิน เมือ่ ขดลวดดานปฐมภูมิตอเขากับระบบไฟฟาที่มีแรงดันไฟฟาเทียบ กับดินตั้งแต 220 โวลตขึ้นไป หรือเมื่อหมอแปลงเครื่องวัดติดตั้งอยูบนแผง สวิตชโดยไมตองคํานึงถึงขนาดแรงดันไฟฟา ยกเวน วงจรไฟฟาที่ดานปฐมภูมิหมอแปลงของเครื่องวัดตอเขากับระบบ ไฟฟาที่มีแรงดันไฟฟาเทียบกับดินตํ่ากวา 600 โวลต ซึ่งไมมีสวน ที่มีไฟฟาและเปดโลง หากมีสวนที่มีไฟฟาและเปดโลงตองติดตั้ง ในพื้นที่หรือบริเวณที่เขาถึงไดเฉพาะบุคคลที่มีหนาที่เกี่ยวของเทา นั้น .2 ใชโลหะ ไม หรือสิ่งครอบอยางอื่น เปนเครื่องหอหุม 4.

28.2 เปลือกหุมหมอแปลงเครื่องวัด เปลือกหุมหมอแปลงเครื่องวัดตองตอลงดินถาบุคคลทั่วไปเขาถึงได 4.2 เครื่องมือวัด มิเตอร และรีเลย ที่ติดตั้งอยูบนแผงสวิตชชนิดดาน หนาไมมีไฟ (Dead-Front) เปลือกหุมตองตอลงดิน 4.28.28.4 เปลือกหุมเครื่องมือวัด.3. มม.28.3 เปลือกหุมเครื่องมือวัด มิเตอร และรีเลย ที่ใชงานกับระบบไฟฟาที่มี แรงดันไฟฟาเทียบกับดินตํ่ากวา 600 โวลต เปลือกหุม เครือ่ งมือวัด มิเตอร และรีเลย ทีใ่ ชงานกับระบบไฟฟาทีม่ แี รงดันไฟฟาเทียบกับดินตํ่ากวา 600 โวลต ตองตอลงดินตามขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้ 4.1 เครื่องมือวัด มิเตอร และรีเลย ที่ไมไดติดตั้งอยูบนแผงสวิตช เมื่อ ใชงานกับระบบไฟฟาที่มีแรงดันไฟฟาเทียบกับดินตั้งแต 220 โวลตขึ้นไปและบุคคลทั่วไปเขาถึงได เปลือกหุมและสวนที่เปน โลหะตองตอลงดิน 4. มิเตอร และรีเลย ที่ใชงานกับระบบไฟฟาที่มี แรงดันไฟฟาเทียบกับดินตั้งแต 600 โวลต ขึ้นไป เปลือกหุม เครือ่ งมือวัด มิเตอร และรีเลย ทีใ่ ชงานกับระบบไฟฟาทีม่ แี รงดันไฟฟาเทียบกับดินตั้งแต 600 โวลตขึ้นไป ตองแยกการติดตั้ง เครื่องมือวัด มิเตอร และรีเลย โดยการยกระดับ หรือใชการกั้นที่เหมาะสม (หากเปนโลหะตองตอ วัสดุที่กั้นลงดิน) หรือใชฉนวนหุม และเปลือกหุมตองไมตอลงดิน 4.5 สายดินเครื่องมือวัด สายดินที่ใชตอลงดินดานทุติยภูมิหมอแปลงเครื่องวัดและสายดินที่ใชตอลง ดินของเปลือกหุมเครื่องมือวัดตองเปนตัวนําทองแดงขนาดไมเล็กกวา 4 ตร.3 เครื่องมือวัด มิเตอร และรีเลย ที่ติดตั้งอยูบนแผงสวิตชชนิดดาน หนามีไฟ (Live-Front) และเปดโลงติดตั้งอยูดานหนาแผงสวิตช เปลือกหุมตองไมตอลงดิน และหากติดตั้งใชงานกับระบบไฟฟาที่ มีแรงดันไฟฟาเทียบกับดินตั้งแต 220 โวลตขึ้นไป ตองจัดหาฉนวน ยางหรือทําฉนวนที่พื้นสําหรับรองรับพื้นที่ปฏิบัติงานดวย 4.28.28.บทที่ 4 การตอลงดิน 4-17 4. เปลือกหุมหมอแปลงเครื่องวัด เครื่องมือวัด มิเตอร และรีเลย ใหถือวาได ตอลงดินแลว เมื่อติดตั้งกับสวนที่เปนโลหะที่ตอลงดินแลวหรือเมื่อติดตั้งกับ แผงสวิตชซึ่งสวนที่เปนโลหะไดตอลงดินแลว .3.3.28.

1.1 การเดินสายผานโครงสรางไมที่ตองเจาะรูผานกลางโครงสราง รูที่ เจาะตองหางจากขอบไมนอยกวา 30 มม.บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5-1 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ ขอกําหนดในบทนี้เกี่ยวกับการเดินสายในระบบแรงตํ่า แรงสูง วิธีการเดินสายแบบ ตางๆ และขนาดกระแสของสายสําหรับวิธีการเดินสายตางๆ รวมถึงกลองสําหรับงานไฟฟา แผง สวิตช แผงยอยและสายไฟฟา 5. หรือเดินสายในชองบากตองปองกันไมให ตะปูหรือหมุดเกลียวถูกสายได .3.1.2 การเดินสายไฟของระบบไฟฟาที่มีแรงดันตางกัน 5.1 ขอกําหนดการเดินสายสําหรับระบบแรงตํ่า 5.2 หามติดตั้งสายไฟที่ใชกับระบบแรงตํ่ารวมกับสายไฟที่ใชกับระบบ แรงสูงในทอรอยสาย บอพักสาย หรือเครื่องหอหุมเดียวกัน ยกเวน ในแผงสวิตชหรือเครือ่ งหอหุม อืน่ ทีไ่ มไดใชเพือ่ การเดินสาย 5.2.1.1.1 ไฟฟาแรงตํ่าทั้งระบบกระแสสลับและกระแสตรง อนุญาตใหติดตั้ง สายไฟรวมกันอยูภายในชองรอยสายหรือเครื่องหอหุมเดียวกันได ถาฉนวนของสายทั้งหมดที่ติดตั้งนั้นเหมาะสมกับระบบแรงดันสูง สุดที่ใช 5.1.3 การปองกันความเสียหายทางกายภาพของสายไฟ 5.1 ขอบเขต ขอกําหนดนี้ครอบคลุมการเดินสายทั้งหมด ยกเวน การเดินสายที่เปนสวนประกอบภายในของบริภัณฑไฟฟา เชน มอเตอร แผงควบคุมและแผงสวิตชตางๆ ซึ่งประกอบสําเร็จรูป จากโรงงาน การเดินสายนอกเหนือจากที่กลาวในบทนี้อนุญาต ใหทําไดแตตองไดรับความเห็นชอบจากการไฟฟาฯ กอน 5.1. หากรูที่เจาะหางจาก ขอบนอยกวา 30 มม.2.

3 การเดินสายผานโครงสรางอื่น ตองมีปลอกที่เปนฉนวนไฟฟาสวม หรือจัดทํารูใหเรียบรอยเพื่อปองกันฉนวนที่หุมสายเสียหาย การติดตั้งใตดิน การติดตั้งใตดินตองเปนไปตามขอกําหนดดังตอไปนี้ 5.5-2 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5.1.40 เมตร และเครื่องหอหุมหรือทอรอยสายตองฝงจมลงในดิน ตามตารางที่ 5-1 5.3 สายเคเบิลที่ฝงดินโดยตรง สวนที่โผลขึ้นจากดินตองมีการปองกัน ดวยเครื่องหอหุม หรือทอรอยสายสูงจากระดับพื้นดินไมนอยกวา 2.1.4.2 สายเคเบิลใตดินติดตั้งใตอาคาร ตองติดตั้งอยูในทอรอยสายและ ทอรอยสายตองยาวเลยผนังดานนอกของอาคารออกไป 5.1 ความลึกในการติดตั้งใตดิน สายเคเบิลฝงดินโดยตรง ทอรอยสายหรือเครื่องหอหุมสายไฟฟาประเภทอื่นที่ไดรับการรับรองแลว ความลึกในการติดตั้งตองเปนไปตามตารางที่ 5-1 5.5 หามใชวสั ดุทมี่ คี ม หรือเปนสิง่ ทีท่ าให ํ ผกุ รอน หรือมีขนาดใหญ กลบ สายหรือทอรอยสาย 5.4.4.1.4 การตอสายหรือตอแยกใหเปนไปตามทีก่ าหนดไว ํ ในแตละวิธกี ารเดิน สาย สําหรับสายเคเบิลใตดินที่อยูในราง (Trench) อนุญาตใหมี การตอสายหรือตอแยกสายในรางได แตการตอและตอแยกตอง ทําดวยวิธีและใชวัสดุที่ไดรับการรับรองแลว 5.1.4 การเดินสายทีม่ เี ปลือกนอกไมเปนโลหะ ผานโครงสรางโลหะทีเ่ จาะ เปนชองหรือรู ตองมีบุชชิงยาง (Bushing Grommet) ยึดติดกับ ชองหรือรูเพื่อปองกันฉนวนของสายชํารุด ยกเวน ชองหรือรูที่มีขอบมนและผิวเรียบ 5.4.4.1.6 ทอรอยสายซึ่งความชื้นสามารถเขาไปยังสวนที่มีไฟฟาได ตองอุด ทีป่ ลายใดปลายหนึ่ง หรือทั้งสองปลายของทอรอยสาย ตามความ เหมาะสม 5.4.7 ปลายทอซึ่งฝงอยูในดิน ณ จุดที่สายเคเบิลออกจากทอ ตองมีบุชชิงชนิดอุด (Conduit Sealing Bushing) อนุญาตใหใชวัสดุอื่นที่มี คุณสมบัติในทางปองกันเทียบเทากับบุชชิงชนิดอุดแทนได .1.2 5.1.1.3.1.1.3.4.

1.60 เมตร 5. วางอยูเหนือสาย ยอมใหความลึกลดลงเหลือ 0.4.8 5-3 ในกรณีทมี่ กี ารเดินสายเคเบิลใตดนิ เขาไปในอาคาร ตองมีการปองกันฉนวนสายชํารุดเนื่องจากดินทรุด ตารางที่ 5-1 ความลึกในการติดตั้งใตดิน สําหรับระบบแรงตํ่า วิธีที่ วิธีการเดินสาย ความลึกนอยสุด (เมตร) 1 สายเคเบิลฝงดินโดยตรง 0. 4) บริเวณที่มีรถยนตวิ่งผาน ความลึกตองไมนอยกวา 0. และยืน่ เลยออกไปจากแนวติดตัง้ ไม นอยกวา 150 มม.60 สายเคเบิลฝงดินโดยตรงและมีแผนคอนกรีต 2 0.45 การไฟฟาฯ หมายเหตุ 1) ทอรอยสายที่ไดรับการรับรองใหฝงดินไดโดยมีคอนกรีตหุม ตองหุมดวย คอนกรีตหนาไมนอยกวา 50 มม.วางอยูเหนือสาย 3 ทอโลหะหนาและหนาปานกลาง 0.45 หนาไมนอยกวา 50 มม.1.45 (เชน ทอเอชดีพีอี และ ทอพีวีซี) 5 ทอใยหิน หุมคอนกรีตเสริมเหล็ก 0.15 ทออโลหะซึ่งไดรับการรับรองใหฝงดินโดย 4 ตรงไดโดยไมตองมีคอนกรีตหุม 0.45 ทอรอยสายอื่นๆ ซึ่งไดรับความเห็นชอบจาก 6 0. 2) สําหรับวิธที ี่ 4. 5 และ 6 หากมีแผนคอนกรีตหนาไมนอยกวา 50 มม.5 การปองกันการผุกรอน ทอรอยสาย เกราะหุมสายเคเบิล (Cable Armor) เปลือกนอกของสายเคเบิล กลอง ตู ของอ (Elbow) ขอตอ (Coupling) และเครื่องประกอบการเดินทอ อืน่ ๆ ตองใชวัสดุที่เหมาะสมหรือมีการปองกันที่เหมาะสมกับสภาพแวดลอมที่ สิ่งนั้นติดตั้งอยู การปองกันการผุกรอนตองทํ าทั้งภายในและภายนอก บริภัณฑ โดยการเคลือบดวยวัสดุที่ทนตอการผุกรอน เชน สังกะสีแคดเมียม .30 เมตร ได 3) ขอกําหนดสํ าหรับความลึกนีไ้ มใชบงั คับสําหรับการติดตัง้ ใตอาคารหรือใต พืน้ คอนกรีตซึง่ หนาไมนอ ยกวา 100 มม.บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5.

6.6.3 การเดินสายในทอรอยสาย สําหรับแตละจุดที่มีการตอสาย ปลาย ทอ จุดตอไฟฟา จุดตอแยก จุดติดสวิตช หรือจุดดึงสาย ตองติดตั้ง กลองหรือเครื่องประกอบการเดินทอ ยกเวน การตอสายในเครื่องหอหุมสายที่มีฝาเปดออกได และ เขาถึงไดภายหลังการติดตั้ง 5.7 หรือ อีนาเมล (Enamel) ในกรณีที่มีการปองกันการผุกรอนดวยอีนาเมล ไม อนุญาตใหใชในสถานที่เปยก หรือภายนอกอาคาร กลองตอสายหรือตูที่ใช กรรมวิธีปองกันการผุกรอนดวย สารเคลือบอินทรีย (Organic Coating) อนุญาตใหใชภายนอกอาคารได แตตองไดรับความเห็นชอบจากการไฟฟาฯ กอน การติดตั้งวัสดุและการจับยึด 5.1.6 5.1.4 สายไฟฟาในชองเดินสายแนวดิง่ ตองมีการจับยึดทีป่ ลายบนของชอง เดินสายและตองมีการจับยึดเปนชวงๆ โดยมีระยะหางไมเกินตาม ที่กําหนดในตารางที่ 5-2 ยกเวน ถาระยะตามแนวดิ่งนอยกวารอยละ 25 ของระยะที่ กําหนดในตารางที่ 5-2 ไมตองใชที่จับยึด จุดเปลีย่ นการเดินสายจากวิธใี ชทอ รอยสายเปนวิธเี ดินสายในทีโ่ ลงหรือ เดินสายซอน ต อ งใช ก ล อ งหรือเครื่องประกอบการเดินทอ เชน ตัวตอตัวนํ าประธาน (Service-Entrance Connector) ตรงปลายทอที่มีรูเปนบุชชิงแยกกัน 1 รู สําหรับ 1 สาย อนุญาตใหใชบุชชิง แทนการใชกลอง หรือเครื่องประกอบที่ ปลายทอ (Terminal Fitting) ในเมื่อปลายของทอรอยสายเดินลํ้าเขาไปใน แผงสวิตชแบบเปด หรือแผงควบคุมแบบเปดได .1 ทอรอยสาย รางเดินสาย รางเคเบิล สายเคเบิล กลอง ตูและเครื่อง ประกอบการเดินทอ ตองยึดกับที่ใหมั่นคง 5.6.2 ชองเดินสาย เกราะหุมสายเคเบิล และเปลือกนอกของสายเคเบิล ทั้งที่เปนโลหะและอโลหะตองตอกันอยางตอเนื่องทางกลระหวาง ตู กลอง เครื่องประกอบการเดินทอ เครื่องหอหุมอยางอื่น หรือจุด ตอไฟฟา 5.1.1.6.1.1.5-4 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5.

8.1.1 เมื่อติดตั้งสายสําหรับระบบไฟฟากระแสสลับในเครื่องหอหุมหรือ ชองเดินสายที่เปนโลหะตองจัดทํ าไมใหเกิดความรอนแกโลหะที่ ลอมรอบเนื่องจากผลของการเหนี่ยวนํา เชน การรวมสายเสนไฟ ทุกเสนและตัวนํานิวทรัล(ถามี) รวมทั้งสายดินของเครื่องอุปกรณ ไฟฟาไวในเครื่องหอหุมหรือชองเดินสายเดียวกัน ในการเดินสาย ควบและใชทอรอยสายหลายทอในแตละทอรอยสายตองมีครบทั้ง สายเสนไฟ ตัวนํานิวทรัลและสายดินของบริภัณฑไฟฟา 5.1.8.8 การปองกันไมใหเกิดกระแสเหนี่ยวนําในเครือ่ งหอหุม หรือชองเดินสาย ทีเ่ ปนโลหะ ตองปองกันไมใหเกิดกระแสเหนีย่ วนําในเครือ่ งหอหุม หรือชองเดินสายทีเ่ ปนโลหะ ดังตอไปนี้ 5.มม.1.8.) ระยะจับยึดตํ่าสุด (เมตร) ไมเกิน 50 30 70-120 24 150-185 18 240 15 300 12 เกินกวา 300 10 5.3 สายไฟแกนเดียวทุกเสนของวงจรเดียวกัน รวมทัง้ สายทีม่ กี ารตอลงดินและสายดินตองติดตั้งในทอรอยสายเดียวกัน หากติดตั้งในราง เดินสาย (Wireways) หรือรางเคเบิล (Cable Trays) ใหวางเปน กลุมเดียวกัน .1.2 เมือ่ สายเดีย่ วของวงจรเดินผานโลหะทีม่ คี ณ ุ สมบัตเิ ปนสารแมเหล็ก จะตองจัดใหผลจากการเหนี่ยวนํามีนอยที่สุด โดยการตัดรองให ถึงกันระหวางรูแตละรูที่รอยสายแตละเสน หรือโดยการรอยสาย ทุกเสนของวงจรผานชองเดียวกัน 5.บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5-5 ตารางที่ 5-2 ระยะหางสําหรับการจับยึดสายไฟในแนวดิ่ง ขนาดของสายไฟฟา (ตร.

1.2 สายเสนไฟ ตองใชสายที่มีสีตางไปจากตัวนํานิวทรัล และตัวนํา สําหรับตอลงดิน สีของสายไฟฟาในระบบไฟฟา 3 เฟส ใหใชสาย ทีม่ สี ฉี นวนหรือทําเครือ่ งหมายเปนสีดาํ แดง และนําเงิ ้ น สําหรับเฟส 1.11.มม.1.10 จํานวนสายไฟฟาสูงสุดในทอรอยสาย ใหคํ านวณจากพื้นที่หนาตัดรวมทั้งฉนวนและเปลือกของสายทุกเสนในทอ รอยสายรวมกันคิดเปนรอยละเทียบกับพื้นที่หนาตัดภายในของทอตองไมเกิน ที่กําหนดในตารางที่ 5-3 สําหรับสายไฟฟาตาม มอก.11 การกําหนดสีของสายไฟหุมฉนวน ระบบแรงตํ่า 5.1.3 สายดินของบริภัณฑไฟฟาใชสีเขียว หรือสีเขียวแถบเหลือง หรือ เปนสายเปลือย ขอยกเวนที่ 1 สายไฟฟาที่มีขนาดโตกวา 16 ตร.5-6 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5.11. 11-2531 ตารางที่ 4 และตารางที่ 6 จํานวนสูงสุดของสายไฟฟา ขนาดเดียวกัน ทีใ่ หใชในทอโลหะตาม มอก.1. ตารางที่ 5-3 พืน้ ทีห่ นาตัดสูงสุดรวมของสายไฟทุกเสนคิดเปนรอยละเทียบกับพื้นที่หนาตัดของทอ จํานวนสายในทอรอยสาย 1 2 3 4 มากกวา 4 สายไฟทุกชนิด 53 31 40 40 40 ยกเวน สายชนิดมีปลอกตะกั่วหุม สายไฟชนิดมีปลอกตะกั่วหุม 55 30 40 38 35 5.1.1.9 การตอลงดิน ชองเดินสาย กลอง ตู เครื่องประกอบ และเครื่องหอหุมที่เปนโลหะ ตองตอลง ดินตามบทที่ 4 5.1 ตัวนํานิวทรัล ใชสีเทาออนหรือขาว 5. ใหทําเครื่องหมาย แทนการกําหนดสีที่ปลายสาย ขอยกเวนที่ 2 สายออกจากเครื่องวัดหนวยไฟฟาถึงบริภัณฑประธาน (ตัวนําประธานเขาอาคาร) . 770-2533 ใหดใู นภาคผนวก ญ. 2 และ 3 ตามลําดับ 5.11.

1 กลอง เครื่องประกอบการเดินทอและเครื่องหอหุมอื่นที่คลายกันตองมีฝาปดที่ เหมาะสมเพื่อปองกันการสัมผัสสวนที่มีไฟฟาโดยบังเอิญและปองกันความ เสียหายทางกายภาพตอชิ้นสวนตางๆ หรือฉนวน 5.2.2.2.มม.1.1 และขอเพิ่มเติมดังนี้ 5.13 การติดตั้งไฟฟาที่ผานผนัง ฉากกั้น พื้น เพดานหรือชองทอไฟฟา (shaft) ตอง มีการปองกันไมใหไฟลุกลามตามมาตรฐานการปอกันอัคคีภัยของ วสท.90 เมตร ในทุกกรณี ถาเปนสายฝงดิน โดยตรงตองมีแผนคอนกรีตหนาไมนอยกวา 100 มม. สายที่เดินควบตองเปนสาย ชนิดเดียวกัน ขนาดเทากัน มีความยาวเทากัน และใชวิธีตอสายเหมือนกัน หมายเหตุ การเดินสายควบคือการใชสายไฟฟาตั้งแตสองเสนขึ้นไป โดย สายทั้งหมดมีการตอที่ปลายสายทั้งสองขางเขาดวยกัน 5.2.15 การเดินสายควบ อนุญาตใหวงจรไฟฟาเสนไฟและนิวทรัล เดินควบสายได โดยสายไฟฟาตองมีขนาดไมเล็กกวา 50 ตร.2 สายไฟชนิดมีปลอกคั่นหรือมีเปลือกตะกั่วหุม ตองมีรัศมีการดัด โคงไมนอยกวา 12 เทาของเสนผานศูนยกลางภายนอก 5.14 เมื่อเดินชองรอยสายผานที่มีอุณหภูมิแตกตางกันมาก เชนเดินทอรอยสาย เขา-ออกหองเย็นตองมีการปองกันการไหลเวียนของอากาศภายในทอ จาก สวนที่มีอุณหภูมิสูงไปสวนที่มีอุณหภูมิเย็นกวาเพื่อไมใหเกิดความควบแนน เปนหยดนํ้าภายในทอ 5.2.2 รัศมีการดัดโคงของสายไฟฟา 5.3 การติดตั้งใตดิน สายใตดินตองฝงดินลึกไมนอยกวา 0.1.2.2 ขอกําหนดการเดินสายสําหรับระบบแรงสูง การติดตั้งในสวนที่เกี่ยวของตองเปนไปตามที่กําหนดในขอ 5.1.บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5-7 5.12 ในทอรอยสาย รางเคเบิล ชองสําหรับการเดินสาย (Electrical Shaft) ตองไม มีทอ สําหรับงานอื่นที่ไมใชงานไฟฟาเดินรวมอยูดวย เชน ทอไอนํ้า ทอประปา ทอกาซ ฯลฯ 5.1. 5.1 สายไฟชนิดไมมีปลอกคั่นหรือไมมีเปลือกตะกั่ว ตองมีรัศมีการดัด โคงไมนอยกวา 8 เทาของเสนผานศูนยกลางภายนอก 5.2. ปดทับอีกชั้นหนึ่งเหนือ .

2.3.3.1 อนุญาตใหใชการเดินสายเปดบนวัสดุฉนวนภายในอาคาร ไดเฉพาะ ในโรงงานอุตสาหกรรม งานเกษตรกรรมและงานแสดงสินคาเทานัน้ 5.2.30 ถึง 0.3.3.2.5 การเดินสายเปดบนวัสดุฉนวนภายในอาคาร ใหเปนไปตามที่ กําหนดในตารางที่ 5-4 5.3 การเดินสายในสถานที่ชื้น เปยก หรือมีไอที่ทําใหเกิดการผุกรอน ตองมีการปองกันไมใหเกิดความเสียหายแกสายไฟฟา 5.2 ตองมีการปองกันความเสียหายทางกายภาพ ตามที่กําหนดในขอ 5.45 เมตร แผนคอนกรีตตองกวางพอที่จะปด คลุมออกไปจากแนวสายทั้งสองขาง อยางนอยขางละ 0. และระยะระหวางจุด จับยึดสายไมเกิน 5.3.2.3.3 และสายทีย่ ดึ เกาะไปกับผนังหรือกําแพงตองอยูส งู จากพืน้ ไม นอยกวา 2.1 ทั่วไป การเดินสายเปดบนวัสดุฉนวนหมายถึงวิธีการเดินสายแบบเปดโลงโดยใชตุม หรือลูกถวยเพื่อการจับยึด สายที่ใชตองเปนสายแกนเดียวและตองไมถูกปด บังดวยโครงสรางของอาคาร 5.2.2.2 สําหรับระบบแรงตํ่า 5.3 สายเคเบิลระหวาง 0.มม.1.15 เมตร อนุญาตใหใชตัวนําอะลูมิเนียมในระบบสายอากาศที่ติดตั้งภายนอกอาคาร การเดินสายเปดหรือเดินลอย (Open Wiring) บนวัสดุฉนวน 5.3.5-8 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5.2.7.3.6 วัสดุฉนวนสํ าหรับการเดินสายตองเปนชนิดที่เหมาะสมกับสภาพ การใชงาน 5.4 5.0 เมตร .3.2.4 สายที่ใชตองเปนสายหุมฉนวน ยกเวน สายที่จายไฟฟาใหปนจั่นชนิดเคลื่อนที่ไดบนราง 5.2.5 ตร.3.7 การเดินสายเปดบนวัสดุฉนวนภายนอกอาคาร ใหเปนไปตามขอ กําหนดดังตอไปนี้ 5.50 เมตร 5.1 การเดินสายบนตุมใหเปนไปตามที่กําหนดในตารางที่ 5-4 โดยมีขอเพิ่มเติมคือ ถาเดินผานในที่โลงขนาด สายตองไมเล็กกวา 2.

มม) 50 ไมกําหนด ขนาดสายเล็กสุด (ตร.15 0.2.3.3.2 การเดิ น สายบนลูกถวยใหเปนไปตามที่กํ าหนดใน ตารางที่ 5-5 5.5 4 6 สําหรับระบบแรงสูง 5.15 0.0 0.3.025 5.2.40 เมตร และตองมีคณ ุ สมบัตทิ งั้ ทางกลและทางไฟฟาเหมาะสมกับสภาพการใชงาน (มอก.20 0.3 0.05 0.05 0.05 ขนาดสายใหญสุด (ตร.2 ในกรณีที่ติดตั้งสายยึดโยง (Guy Wire) จะตองติดตั้งลูกถวยสาย ยึดโยง (Guy Strain Insulator) ในสายยึดโยง ลูกถวยสายยึดโยงนี้ ตองอยูส งู จากพืน้ ไมนอ ยกวา 2.05 ตารางที่ 5-5 การเดินสายเปดบนลูกถวยภายนอกอาคาร ระยะหางตํ่าสุดระหวาง ระยะสูงสุดระหวาง (เมตร) จุดจับยึดสาย สายไฟฟา สายไฟฟากับสิ่งปลูกสราง (เมตร) ไมเกิน 10 11-25 26-40 5.7.5 0.3.10 0.3.5-9 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5.) 2.1 การติดตั้งตองเขาถึงไดเฉพาะผูมีหนาที่เกี่ยวของเทานั้น 5. 280-2529) .3.มม.20 0.3.8 สายไฟฟาซึ่งติดตั้งบนตุมหรือลูกถวยจะตองยึดกับฉนวนที่รองรับ ใหมั่นคง ในกรณีที่ใชลวดผูกสาย (Tie Wire) ใหใชชนิดที่มีฉนวน ที่ทนแรงดันเทียบเทาฉนวนของสายไฟฟานั้น ในกรณีที่อาจจะ สัมผัสไดโดยพลั้งเผลอ การติดตั้ง บนตุม บนลูกถวย ตารางที่ 5-4 การเดินสายเปดบนวัสดุฉนวนภายในอาคาร ระยะหางตํ่าสุดระหวาง ระยะสูงสุดระหวาง (เมตร) จุดจับยึดสาย (เมตร) สายไฟฟา สายไฟฟากับสิ่งปลูกสราง 2.

3.2 ปลายทอที่ถูกตัดออกตองลบคม เพื่อปองกันไมใหบาดฉนวนของ สาย การทําเกลียวทอตองใชเครื่องทําเกลียวชนิดปลายเรียว 5.3.2.5-10 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5.4 การเดินสายตองเปนไปตามที่กํ าหนดในขอ 5.มม.3.2.2.4.3.5 การติดตั้งทอรอยสายเขากับกลองตอสาย หรือเครื่องประกอบการ เดินทอตองจัดใหมีบุชชิงเพื่อปองกันไมใหฉนวนหุมสายชํารุด .3.3 และขอ 5.1 ในสถานที่เปยก ทอโลหะและสวนประกอบที่ใชยึดทอโลหะ เชน สลักเกลียว (Bolt) สแตรป (Strap) สกรู (Screw) ฯลฯ ตองเปน ชนิดที่ทนตอการผุกรอน 5.2 ขอกําหนดการติดตั้ง 5.3.2.6 ดวย ลวดผูกสายตองมีขนาดเหมาะสมกับสภาพการใชงาน แตตอง ไมเล็กกวา 10 ตร.2.4.4.1 การใชงาน ทอโลหะดังกลาวสามารถใชกับงานเดินสายทั่วไปทั้งในสถานที่แหง ชื้นและ เปยก นอกจากจะไดระบุไวเฉพาะเรื่องนั้นๆ โดยตองติดตั้งใหเหมาะสมกับ สภาพใชงาน 5.4. ลวดผูกสายจะตองเปนชนิดที่ไมทําใหเกิด การผุกรอนเนื่องจากโลหะตางชนิดกัน ระยะหางของการติดตั้งตองเปนไปตามที่กําหนดในตารางที่ 1-4 และ 1-5 ดวยแลวแตกรณี การเดินสายในทอโลหะหนา (Rigid Metal Conduit) ทอโลหะหนาปานกลาง (Intermediate Metal Conduit) และทอโลหะบาง (Electrical Metallic Tubing) 5.3 ขอตอ (Coupling) และขอตอยึด (Connector) ชนิดไมมีเกลียว ตองตอใหแนน เมื่อฝงในอิฐกอหรือคอนกรีตตองใชชนิดฝงใน คอนกรีต (Concretetight) เมื่อติดตั้งในสถานที่เปยกตองใชชนิด กันฝน (Raintight) 5.4.2.3.4.5 5.3 5.4 5.4.4 การตอสาย ใหตอไดเฉพาะในกลองตอสายหรือกลองจุดตอไฟฟา ทีส่ ามารถเปดออกไดสะดวก ปริมาตรของสายและฉนวน รวมทั้ง หัวตอสายเมื่อรวมกันแลวตองไมเกินรอยละ 75 ของปริมาตรภาย ในกลองตอสายหรือกลองจุดตอไฟฟา 5.2.3.

11 ขนาดกระแสของสายไฟฟา ใหใชคา กระแสตามตารางที่ 5-11.4.5 จํานวนสายสูงสุด ตองเปนไปตามตารางที่ 5-3 5.7 ทอทีข่ นาดใหญกวา 15 มม.7 มุมดัดโคงระหวางจุดดึงสายรวมกันแลวตองไมเกิน 360 องศา 5. 5.0 เมตร และหางจากกลองตอสาย หรือ อุปกรณตางๆ ไมเกิน 0.4.4.12 ทอรอยสายตองยึดกับที่ใหมั่นคงดวยอุปกรณจับยึดที่เหมาะสม โดยมีระยะ หางระหวางจุดจับยึดไมเกิน 3.2.4 หามใชทอโลหะขนาดเล็กกวา 15 มม.2.บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5-11 ยกเวน กลองตอสายและเครื่องประกอบการเดินทอที่ไดออก แบบเพื่อปองกันการชํารุดของฉนวนไวแลว 5.4.4.10 หามใชทอโลหะเปนตัวนําสําหรับตอลงดิน 5.1.4. 5-13 และ 5-14 5.6 การติดตั้งใตดินตองเปนไปตามที่กําหนดในขอ 5.3 หามใชทอโลหะบางฝงดินโดยตรงหรือใชในระบบไฟฟาแรงสูง หรือที่ซึ่งอาจ เกิดความเสียหายหลังการติดตั้ง 5.4.9 เมตร .8 ตองติดตั้งระบบทอใหเสร็จกอน จึงทําการเดินสายไฟฟา 5.4.9 การเดินสายดวยทอโลหะไปยังบริภัณฑไฟฟา ควรเดินดวยทอโลหะโดยตลอด และชวงตอสายเขาบริภัณฑไฟฟาควรเดินดวยทอโลหะออน หรือใชวิธีการอื่น ตามที่เหมาะสม 5.4.4. หากรอยสายชนิดไม มีปลอกตะกั่ว รัศมีดัดโคงดานในของทอตองไมนอยกวา 8 เทาของเสนผาน ศูนยกลางของทอ และถาเปนสายไฟฟาชนิดมีปลอกตะกั่ว รัศมีดัดโคงดานใน ตองไมนอยกวา 12 เทา ของเสนผานศูนยกลางของทอ การดัดโคงตองไมทํา ใหทอชํารุด 5.4. หากรอยสายชนิดไมมีปลอกตะกั่ว รัศมีดัดโคง ดานในของทอตองไมนอยกวา 6 เทาของขนาดเสนผานศูนยกลางของทอ ถา เปนสายไฟฟาชนิดมีปลอกตะกั่ว รัศมีดัดโคงดานในตองไมนอยกวา 10 เทา ของเสนผานศูนยกลางของทอ สําหรับทอขนาด 15 มม.6 หามทําเกลียวกับทอโลหะบาง 5.4.4 5.

2.5.5 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ การเดินสายในทอโลหะออน (Flexible Metal Conduit) 5.50 เมตร และหางจากกลอง ตอสายหรืออุปกรณตางๆ ไมเกิน 0.1.8 ระยะหางระหวางอุปกรณจับยึดตองไมเกิน 1.5.5.4 จํานวนสายไฟฟาสูงสุดในทอโลหะออนตองเปนไปตามทีก่ าหนดในตารางที ํ ่ 5-3 5.30 เมตร 5.5.5.2.5.1.2.5.1 ในสถานที่แหง 5.3 หามใชทอโลหะออนที่มีขนาดเล็กกวา 15 มม.5.2 ในที่เขาถึงไดและเพื่อปองกันสายจากความเสียหายทางกายภาพ หรือเพื่อการเดินซอนสาย 5.2 ในหองแบตเตอรี่ 5.5.5.4 ฝงในดินหรือฝงในคอนกรีต 5.5.5 หามใชในสถานที่เปยก นอกจากจะใชสายไฟฟาชนิดที่เหมาะสม กับสภาพการติดตั้ง และในการติดตั้งทอโลหะออนตองปองกันไม ใหนํ้าเขาไปในชองรอยสายที่ทอโลหะออนนี้ตออยู 5.5.3 ใหใชสําหรับเดินเขาบริภัณฑไฟฟาหรือกลองตอสายและความยาว ไมเกิน 2 เมตร 5.1.5.7 หามใชทอโลหะออนเปนตัวนําสําหรับตอลงดิน 5.5.2.5.5.3 ในบริเวณอันตราย นอกจากจะระบุไวเปนอยางอื่น 5.5-12 5.5. ยกเวน ทอโลหะออนที่ประกอบมากับขั้วหลอดไฟและมีความยาวไมเกิน 1.9 ขนาดกระแสของสายไฟฟาใหเปนไปตามที่กําหนดในตารางที่ 5-11.1 ในปลองลิฟตหรือปลองขนของ 5.2 หามใชทอโลหะออนในกรณีดังตอไปนี้ 5. 5-13 และ 5-14 .2.6 ตองติดตั้งระบบทอใหเสร็จกอน จึงทําการเดินสายไฟฟา 5.1 ลักษณะการใชงานตองเปนไปตามขอกําหนดทุกขอดังนี้ 5.80 เมตร 5.5 มุมดัดโคงระหวางจุดดึงสายรวมกันแลวตองไมเกิน 360 องศา 5.

6.6.7.1.6.5 ตองติดตั้งระบบทอใหเสร็จกอน จึงทําการเดินสายไฟฟา 5.7. 5.6.5.2.1 ทีซ่ งึ่ อาจไดรับความเสียหายทางกายภาพ 5.2 ในที่ซอนเชนผนัง พื้น หรือเพดาน ซึ่งกั้นดวยแผนกั้นที่ทนไฟไดไม นอยกวา 15 นาที .8 ดวย 5.1 อนุญาตใหใชทออโลหะออน ในกรณีดังตอไปนี้ 5.1.6 หามใชทอ โลหะออนกันของเหลวทีม่ ขี นาดเล็กกวา 15 มม.8 ในการติดตั้งทอโลหะออนกันของเหลว จะตองใชกับขอตอยึดซึ่งไดรับการรับ รองเพื่อใชกับงานชนิดนี้เทานั้น 5.6.7.6.6.1 ในที่เปดโลง (Exposed) ซึ่งไมไดรับความเสียหายทางกายภาพ และใชกับอาคารที่มีความสูงไมเกิน 3 ชั้น เหนือพื้นดิน 5.6.7 หามใชทอโลหะออนกันของเหลวเปนตัวนําสําหรับตอลงดิน 5. หรือใหญกวา 100 มม.1 ลักษณะการใชงาน ใชในที่สภาพการติดตั้ง การใชงานและการบํารุงรักษาที่ตองการความออนตัว ของทอ หรือเพื่อปองกันของแข็ง ของเหลว ไอ หรือในบริเวณอันตราย 5.9 ระยะหางในการจับยึดตองเปนไปตาม ขอ 5.6.7 การเดินสายในทออโลหะออน (Electrical Nonmetallic Tubing) ทออโลหะออนในที่นี้หมายถึง ทอรอยสายที่มีลักษณะเปนลอน (Corrugated) โดยทอ รอยสายและเครื่องประกอบการเดินทอ ตองทํ าดวยวัสดุที่เหมาะสมสํ าหรับงานทาง ไฟฟาทนตอความชื้น สารเคมี และมีคุณสมบัติตานเปลวเพลิง (Flame-Retardant) ทอ รอยสายชนิดนี้จะตองสามารถดัดโคงไดดวยมือ โดยไมตองใชอุปกรณอื่นชวย ยกเวน หากฝงในคอนกรีตไมตองมีคุณสมบัติตานเปลวเพลิง 5.4 มุมดัดโคงระหวางจุดดึงสายรวมกันแลวตองไมเกิน 360 องศา 5.2.6.2 ที่ซึ่งอุณหภูมิของสายไฟฟาและอุณหภูมิโดยรอบสูงจนทํ าใหทอ เสียหาย 5.3 จํานวนสายไฟฟาสูงสุดในทอโลหะออนกันของเหลวตองไมเกินตามทีก่ าหนดใน ํ ตารางที่ 5-3 5.บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5-13 5.6 การเดินสายในทอโลหะออนกันของเหลว (Liquidtight Flexible Metal Conduit) 5.2 หามใชทอโลหะออนกันของเหลวในกรณีดังตอไปนี้ 5.6.

2 5.5-14 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5.7.5 แรงดันที่ใชงานเกิน 750 โวลต 5.7. จํานวนสายไฟฟาในทออโลหะออนตองไมเกินที่กําหนดไวในตารางที่ 5-3 มุมดัดโคงระหวางจุดดึงสายรวมกันตองไมเกิน 360 องศา ตองมีการจับยึดทออโลหะออนใหแนนทุกระยะไมเกิน 1 เมตร ตองติดตั้งระบบทอใหเสร็จกอนจึงทําการเดินสายไฟฟา ขนาดกระแสของสายไฟฟาใหเปนไปตามทีก่ าหนดในตารางที ํ ่ 5-11 และ 5-13 การเดินสายในทออโลหะแข็ง (Rigid Nonmetallic Conduit) ทออโลหะแข็งและเครื่องประกอบการเดินทอตองใชวัสดุที่เหมาะสม ทนตอความชื้น สภาวะอากาศและสารเคมี สํ าหรับทอที่ใชเหนือดินตองมีคุณสมบัติตานเปลวเพลิง (Flame-Retardant) ทนแรงกระแทกและแรงอัด ไมบิดเบี้ยวเพราะความรอนภายใต สภาวะที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใชงาน ในสถานที่ใชงานซึ่งทอรอยสายมีโอกาสถูกแสงแดดโดย ตรงตองใชทอ รอยสายชนิดทนตอแสงแดด สํ าหรับทอที่ใชใตดินวัสดุที่ใชตองทน ความชื้น ทนสารที่ทําใหผุกรอนและมีความแข็งแรงเพียงพอที่จะทนแรงกระแทกไดโดย ไมเสียหาย ถาใชฝงดินโดยตรงโดยไมมีคอนกรีตหุม วัสดุที่ใชตองสามารถทนนํ้าหนักกด ที่อาจเกิดขึ้นภายหลังการติดตั้งได 5.2.4 5.1.5 ฝงในคอนกรีต โดยใชทอ และเครือ่ งประกอบการเดินทอทีเ่ หมาะสม หามใชทออโลหะออน ในกรณีตอไปนี้ 5.7.8 5.7.7.3 อุณหภูมิโดยรอบหรืออุณหภูมใิ ชงานของสายเกินกวาอุณหภูมิของ ทอที่ระบุไว 5.1 ในบริเวณอันตราย นอกจากจะระบุไวเปนอยางอื่น 5.8.7.1.8 5.2.7.7.5 5.7.7.6 ในที่เปดโลง (Exposed) ยกเวน ทีร่ ะบุไวในขอ 5.1.7.7 ในโรงมหรสพ หามใชทออโลหะออนที่มีขนาดเล็กกวา 15 มม.3 5.7.7.3 ในบริเวณที่ไมทําใหทอผุกรอน 5.7. หรือใหญกวา 26 มม.6 5.2.2 ใชเปนเครื่องแขวนและจับยึดดวงโคม 5.2.7.7.2 5.7.2.4 ในทีซ่ อ น สถานทีแ่ หงหรือสถานทีช่ นื้ ซึง่ ไมถกู หามใช ตามขอ 5.7.2.1.7 5.4 ฝงดินโดยตรง 5.1 อนุญาตใหใชทออโลหะแข็งในกรณีดังตอไปนี้ .2.7.1 5.

8.2.2.6 5.1 ติดตั้งไดทั้งแบบเปดโลง หรือเดินซอน .5 5.9.2 5.1 อนุญาตใหใชทอ อโลหะออนกันของเหลวในกรณีดังตอไปนี้ 5.8. 5-13 และ 5-14 การเดินสายในทออโลหะออนกันของเหลว (Liquidtight Flexible Nonmetallic Conduit) ทออโลหะออนกันของเหลว เปนทอกลม ไมมีตะเข็บ ทําดวยวัสดุตานทานเปลวไฟ และ ตองเปนชนิดที่ผลิตเพื่อใชเปนทอรอยสายไฟฟา 5.9.8.8.8 5.3 5. จํานวนสายไฟฟาในทออโลหะแข็งตองไมเกินตามที่กําหนดในตารางที่ 5-3 มุมดัดโคงระหวางจุดดึงสายรวมกันแลวตองไมเกิน 360 องศา ตองติดตั้งระบบทอใหเสร็จกอน จึงทําการเดินสายไฟฟา ขนาดกระแสของสายไฟฟาใหเปนไปตามที่กําหนดในตารางที่ 5-11.2 ใชเปนเครื่องแขวนและจับยึดดวงโคม 5.2.2.9 เดินซอนในผนัง พื้นและเพดาน ในบริเวณที่ทําใหเกิดการผุกรอนและเกี่ยวของกับสารเคมี ถาทอ และเครื่องประกอบการเดินทอไดออกแบบไวสํ าหรับใชงานใน สภาพดังกลาว 5.1.5 การติดตั้งใตดินโดยตองเปนไปตามที่กําหนดในขอ 5.1.4 ในที่เปดโลง (Exposed) ซึ่งไมอาจเกิดความเสียหายทางกายภาพ 5.8.1.3 ในที่เปยกหรือชื้นซึ่งไดจัดใหมีการปองกันนํ้าเขาไปในทอ 5.8.4 หามใชทออโลหะแข็งในกรณีดังตอไปนี้ 5.1 5.8.1.1.8.3 อุณหภูมิโดยรอบหรืออุณหภูมใิ ชงานของสายเกินกวาอุณหภูมขิ อง ทอที่ระบุไว 5.1 ในบริเวณอันตราย นอกจากจะระบุไวเปนอยางอื่น 5.1.8.8.8.8.1.4 ในโรงมหรสพ นอกจากจะระบุไวเปนอยางอื่น เมือ่ เดินทอเขากลองหรือสวนประกอบอื่นๆ ตองจัดใหมีบุชชิง หรือมีการปอง กันไมใหฉนวนของสายชํารุด หามใชทออโลหะแข็งที่มีขนาดเล็กกวา 15 มม.2 5.8.4 5.บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5-15 5.8.8.8.7 5.

จํานวนสายไฟฟาในทออโลหะออนกันของเหลวตองไมเกินทีก่ าหนดในตารางที ํ ่ 5-3 ขนาดกระแสของสายไฟฟาใหเปนไปตามที่กําหนดในตารางที่ 5-11 5.6 ในระบบแรงสูง 5.10.10.มม.2 5.9.2.9.2.9.2 หามใชในกรณีดังตอไปนี้ 5.4 5.2 5.10.4 ในบริเวณอันตราย นอกจากจะระบุไวเปนอยางอื่น 5.9.10.4 ในระบบแรงสูง หามใชทออโลหะออนกันของเหลวที่มีขนาดเล็กกวา 15 มม.10.3.2.10.9.10.2 ในบริเวณที่มีไอที่ทําใหผุกรอน 5.2.2.2.1 สถานที่ซึ่งอาจไดรับความเสียหายทางกายภาพ 5.10. .0 เมตร 5.5-16 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5.1.9.10 การเดินสายในชองเดินสายโลหะบนพื้นผิว (Surface Metal Raceway) 5.3 5.5 ในที่ซอน ยกเวน ใตพื้นยก 5.2. หรือใหญกวา 100 มม.2.3 ในปลองขนของหรือปลองลิฟต 5.580 ตร.3 ขนาดกระแสของสายในชองเดินสายโลหะบนพื้นผิวใชตามตารางที่ 5-11 (ค) กรณีทอโลหะ หรือ 5-13 (ข) และไมตองใชคาตัวคูณลดกระแสเรื่องจํานวน สายตามตารางที่ 5-10 เมื่อเปนไปตามขอตอไปนี้ทุกขอ 5.1 อนุญาตใหใชชองเดินสายโลหะบนพื้นผิว ในสถานที่แหงเทานั้น 5.2 ในทีซ่ งึ่ ผลรวมของอุณหภูมซิ งึ่ เกิดจากอุณหภูมโิ ดยรอบและอุณหภูมิ ของตัวนําเกินกวาอุณหภูมิวัสดุของทอ 5.3 มีความยาวเกิน 2.9.10.9.1 ในสถานที่ที่อาจเกิดความเสียหายทางกายภาพอยางรุนแรง 5.9.2.10.1 พืน้ ทีห่ นาตัดของชองเดินสายโลหะบนพืน้ ผิวมากกวา 2.2.5 ใชในสภาพการติดตั้ง การใชงาน และการบํารุงรักษาที่ตองการ ความออนตัวของทอหรือปองกันสายไฟฟาชํารุดจากไอ ของเหลว หรือของแข็ง หามใชทออโลหะออนกันของเหลวในกรณีดังตอไปนี้ 5.

6 .10.10.3.2 จํ านวนสายที่มีกระแสไหลในชองเดินสายโลหะบนพื้นผิวไมเกิน 30 เสน 5.8 5.7 5.10.9 5-17 5.8 ไมเกิน 100x150 1.บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5.6 5.) (มม.3 พื้นที่หนาตัดของตัวนําและฉนวนทั้งหมดรวมกันไมเกินรอยละ 20 ของพื้นที่หนาตัดภายในชองเดินสายโลหะบนพื้นผิว หามตอชองเดินสายโลหะบนพื้นผิวตรงจุดที่ผานผนังหรือพื้น อนุญาตใหตอสายไดเฉพาะในสวนที่สามารถเปดออก และเขาถึงไดสะดวก ตลอดเวลาเทานั้น และพื้นที่หนาตัดของสายรวมทั้งหัวตอสาย เมื่อรวมกัน แลวตองไมเกินรอยละ 75 ของพื้นที่หนาตัดภายในของ ชองเดินสายโลหะบน พื้นผิว ณ จุดตอสาย หามดัดโคงชองเดินสายโลหะบนพื้นผิวและถามีหวั สกรูอยูภ ายในชองเดินสาย โลหะบนพื้นผิวตองเรียบเสมอกับผิวภายในและไมมีสวนคมที่อาจบาดสายได การติดตั้งชองเดินสายโลหะบนพื้นผิว รวมทั้งของอ ขอตอ และเครื่องประกอบ ตองออกแบบใหชิ้นสวนตางๆ มีความตอเนื่องกันทั้งทางกลและทางไฟฟา และตองไมเปนผลใหสายในชองเดินสายโลหะบนพื้นผิวนั้นชํารุดได ฝาครอบ และสวนประกอบที่ไมใชโลหะที่นํามาใชกับชองเดินสายโลหะบนพื้นผิว ตอง เปนชนิดที่ไดรับการเห็นชอบเพื่อใชสําหรับงานนั้นแลว ปลายของชองเดินสายโลหะบนพื้นผิวตองปด หามใชชองเดินสายโลหะบนพื้นผิวเปนตัวนําสําหรับตอลงดิน ชองเดินสายโลหะบนพืน้ ผิวตองมีความหนาไมตากว ํ่ าทีก่ าหนดในตารางที ํ ่ 5-6 ตารางที่ 5-6 ความหนาตํ่าสุดของชองเดินสายโลหะบนพื้นผิว (Surface Metal Raceway) ขนาดความสูง x กวาง ความหนา (มม.10.4 5.4 เกิน 150x300 1.) ไมเกิน 50x100 0.10.2 ไมเกิน 150x200 1.5 5.3.10.2 ไมเกิน 100x200 1.10.4 ไมเกิน 150x300 1.10.

10.1 ในที่ซอน 5.11.5 ในบริเวณอันตราย นอกจากจะระบุไวเปนอยางอื่น 5.2.11.3.11.11.2.11.3 5.2.2 หามใชในกรณีดังตอไปนี้ 5.11.10.10.11.2.11.4 ในปลองขนของหรือปลองลิฟต 5.3 ขนาดกระแสของสายในชองเดินสายอโลหะบนพื้นผิว ใหใชขนาดกระแสตาม ตารางที่ 5-11 (ค) กรณีทออโลหะ และไมตองใชคาตัวคูณลดกระแสเรื่อง จํานวนสายตามตารางที่ 5-10 เมื่อเปนไปตามที่กําหนดในขอ 5.3.11.5-18 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5.1 อนุญาตใหใชชองเดินสายอโลหะบนพื้นผิวในสถานที่แหงเทานั้น 5.11.6 ปลายของ ชองเดินสายอโลหะบนพื้นผิว ตองปด 5.12 การเดินสายในรางเดินสาย (Wireways) อนุญาตใหใชรางเดินสายไดเฉพาะการติดตั้งในที่เปดโลง (Exposed) ยกเวนการติดตั้ง ในพื้นที่ปดที่สามารถเขาถึงไดเพื่อการตรวจสอบและการบํ ารุงรักษาตลอดความยาว ของรางเดินสาย ถาติดตั้งภายนอกอาคารตองเปนชนิดกันฝน (Raintight) และตองมี ความแข็งแรงเพียงพอที่จะไมเสียรูปภายหลังการติดตั้งและตองเปนไปตามขอกําหนด ดังตอไปนี้ .11.11.2.2.6 อุณหภูมิโดยรอบหรืออุณหภูมใิ ชงานของสายเกินกวาอุณหภูมขิ อง ชองเดินสายอโลหะบนพื้นผิวที่ระบุไว 5.2 ทีซ่ งึ่ อาจเกิดความเสียหายทางกายภาพได นอกจากเปนชนิดที่ได รับการรับรองเพื่อใชสําหรับงานนั้นแลว 5.11 การเดินสายในชองเดินสายอโลหะบนพื้นผิว (Surface Nonmetallic Raceway) ชองเดินสายอโลหะบนพื้นผิวตองทําดวยวัสดุทนความชื้น ทนบรรยากาศที่มีสารเคมี ไม ติดไฟ ทนแรงกระแทก ไมบิดเบี้ยวจากความรอนในสภาวะการใชงานและสามารถใช งานในที่อุณหภูมิตํ่าได 5.3 ในระบบแรงสูง 5.1 ถึง 5.5 5.4 หามตอชองเดินสายอโลหะบนพื้นผิว ตรงจุดที่ผานผนังหรือพื้น 5.5 การตอสายในชองเดินสายอโลหะบนพื้นผิว ตองเปนไปตามที่กํ าหนดในขอ 5.

บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ

5-19

5.12.1 หามใชรางเดินสายในบริเวณที่อาจเกิดความเสียหายทางกายภาพ ในบริเวณ
ทีม่ ไี อทีท่ ําใหผุกรอน หรือในบริเวณอันตราย นอกจากจะระบุไวเปนอยางอื่น
5.12.2 พื้นที่หนาตัดของตัวนําและฉนวนทั้งหมดรวมกันตองไมเกินรอยละ 20 ของ
พื้นที่หนาตัดภายในรางเดินสาย
5.12.3 ขนาดกระแสของสายในรางเดินสายใหใชคากระแสตามตารางที่ 5-11 (ค)
กรณีทอโลหะ หรือ 5-13 (ข) โดยไมตองใชตัวคูณลดกระแสเรื่องจํานวนสาย
ตามตารางที่ 5-10 หากตัวนําที่มีกระแสไหลรวมกันไมเกิน 30 เสน ตัวนําใน
วงจรสัญญาณ หรือวงจรควบคุมที่อาจมีกระแสไหลในชวงระยะเวลาสั้น ไม
ถือวาเปนตัวนําที่มีกระแสไหล
5.12.4 จุดปลายรางเดินสายตองปด
5.12.5 รางเดินสายตองจับยึดอยางมั่นคง แข็งแรงทุกระยะไมเกิน 1.50 เมตร แต
ยอมใหจุดจับยึดหางมากกวา 1.50 เมตร ไดในกรณีที่จํ าเปน แตตองไม
เกิน 3.00 เมตร
5.12.6 รางเดินสายในแนวดิง่ ตองจับยึดอยางมัน่ คงแข็งแรงทุกระยะไมเกิน 4.50 เมตร
หามมีจุดตอเกิน 1 จุดในแตละระยะจับยึด จุดจับยึดตองหางจากปลายราง
เดินสายไมเกิน 1.50 เมตรดวย
5.12.7 หามตอรางเดินสายตรงจุดที่ผานผนังหรือพื้น
5.12.8 อนุญาตใหตอ สายเฉพาะในสวนทีส่ ามารถเปดออก และเขาถึงไดสะดวกตลอด
เวลาเทานั้น และพื้นที่หนาตัดของตัวนํา และฉนวนรวมทั้งหัวตอสายรวมกัน
แลวตองไมเกินรอยละ 75 ของพื้นที่หนาตัดภายในของรางเดินสาย ณ จุด
ตอสาย
5.12.9 หามใชรางเดินสายเปนตัวนําสําหรับตอลงดิน
5.12.10 ในรางเดินสายตรงตําแหนงที่ตองมีการดัด งอสาย เชนปลายทาง ตําแหนงที่มี
ทอรอยสายเขา-ออกรางเดินสาย ตองจัดใหมีที่วางสําหรับดัดงอสายอยาง
เพียงพอ และมีการปองกันไมใหมีสวนคมที่อาจบาดสายได
5.12.11 การเดินสายในแนวดิ่งตองมีการจัดยึดสายตามที่กําหนดในขอ 5.1.6.4

5-20

บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ

5.13 การติดตั้งบัสเวย (Busways)
5.13.1 บัสเวย ตองติดตั้งในที่เปดเผย มองเห็นได และสามารถเขาถึงไดเพื่อการตรวจ
สอบและบํารุงรักษาตลอดความยาวทั้งหมด
ยกเวน ยอมใหบสั เวยทตี่ ดิ ตัง้ หลังทีก่ าบั
ํ ง เชน เหนือฝาเพดาน โดยจะตอง
มีทางเขาถึงไดและตองเปนไปตามขอกําหนดดังตอไปนีท้ งั้ หมด
1) ไมมีการติดตั้งเครื่องปองกันกระแสเกินอยูที่บัสเวย นอกจาก
เครื่องปองกันกระแสเกินสําหรับดวงโคม หรือโหลดอื่น ๆ
เฉพาะจุด
2) ชองวางดานหลังที่กํ าบังที่จะเขาถึงไดตองไมใชเปนชองลม
ปรับอากาศ (air-handling)
3) บัสเวยตองเปนชนิดปดมิดชิด ไมมีการระบายอากาศ
4) จุดตอระหวางชองและเครื่องประกอบ ตองเขาถึงไดเพื่อการ
บํารุงรักษา
5.13.2 หามใชบัสเวยในกรณีดังตอไปนี้
5.13.2.1 บริเวณที่อาจเกิดความเสียหายทางกายภาพอยางรุนแรง หรือมีไอ
ทําใหเกิดการผุกรอน
5.13.2.2 ในปลองขนของ หรือปลองลิฟต
5.13.2.3 ในบริเวณอันตราย นอกจากจะระบุไวเปนอยางอื่น
5.13.2.4 กลางแจง สถานที่ชื้น และสถานที่เปยก นอกจากจะเปนชนิดที่ได
ออกแบบใหใชไดสําหรับงานนั้นๆ
5.13.3 บัสเวยตองยึดใหมั่นคงและแข็งแรง ระยะหางระหวางจุดจับยึดตองไมเกิน
1.50 เมตร หรือตามการออกแบบของผูผลิตและที่ปลายของบัสเวยตองปด
5.13.4 ในการตอแยกบัสเวยตองใชเครื่องประกอบที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ
5.13.5 พิกัดเครื่องปองกันกระแสเกินตองเปนไปตามที่กําหนดในบทที่ 3
5.13.6 การลดขนาดของบัสเวย ตองติดตั้งเครื่องปองกันกระแสเกินเพิ่มเติม
ยกเวน เฉพาะในงานอุตสาหกรรม บัสเวยที่เล็กลงมีขนาดกระแสไมนอย
กวาหนึ่งในสามของขนาดกระแสของบัสเวยตนทาง หรือหนึ่งใน
สามของขนาดปรับตั้งของเครื่องปองกันกระแสเกินที่อยูตนทาง

บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ

5.13.7
5.13.8
5.13.9
5.13.10
5.13.11

5-21

ของบัสเวยชุดเดียวกัน และความยาวของบัสเวยที่เล็กลงนั้นไม
เกิน 15 เมตร
บัสเวยตองไมติดตั้งใหสัมผัสกับวัสดุที่ติดไฟไดงาย
การตอแยกบัสเวยตองติดตั้งเครื่องปองกันกระแสเกินที่จุดตอแยก เพื่อใชปอง
กันวงจรที่ตอแยกนั้น นอกจากจะระบุไวเปนอยางอื่นในเรื่องนั้นๆ
เปลือกหุมที่เปนโลหะของบัสเวยตองตอลงดิน
อนุญาตใหใชเปลือกหุมของบัสเวยเปนตัวนําสําหรับตอลงดินได ถาบัสเวย
นัน้ ไดออกแบบใหใชเปลือกหุมเปนตัวนําสําหรับตอลงดิน
ขนาดกระแสของบัสเวยใหใชตามที่กําหนดโดยผูผลิต คิดที่อุณหภูมิโดยรอบ
40 องศาเซลเซียส โดยผานการรับรองจากสถาบันที่เชื่อถือได

5.14 การเดินสายบนผิวหรือเดินสายเกาะผนัง (Surface Wiring)
อนุญาตใหใชไดกับการเดินสายแรงตํ่าภายในอาคารทั่วไป
ยกเวน ในบริเวณอันตราย (นอกจากจะระบุไวเปนอยางอืน่ ในเรือ่ งนัน้ ๆ) หรือ ทีไ่ ดระบุ
วาหามใชในเรือ่ งนัน้ ๆ โดยสายไฟฟาทีใ่ ชจะตองเหมาะสมกับสภาพทีต่ ดิ ตัง้ ดวย
5.14.1 การเดินสายตองปองกันไมใหฉนวนชํารุด
5.14.2 การเดินสายผานผนังหรือสิ่งกอสรางตองมีการปองกันความเสียหายเนื่องจาก
ฉนวนหรือเปลือกนอกถูกบาดดวยสิ่งที่แหลมคม
5.14.3 สิ่ งจับยึดเพื่อติดตั้งตองทํ าดวยวัสดุที่ไมทํ าใหฉนวนของสายชํ ารุดระยะหาง
ระหวางจุดจับยึดไมเกิน 200 มม.
5.14.4 การตอและการตอแยกใหทําไดเฉพาะในกลองสําหรับงานไฟฟาเทานั้น
5.14.5 ขนาดกระแสของสายไฟฟาใหเปนไปตามตารางที่ 5-11 (ข) และไมตองใชตัว
คูณเพื่อลดคาขนาดกระแสในเรื่องจํานวนสาย
5.14.6 การเดินสายใหติดตั้งเรียงเปนชั้นเดียว หามติดตั้งซอนกัน
5.15 การเดินสายในรางเคเบิล (Cable Trays)
5.15.1 การใชงาน
5.15.1.1 วิธีการเดินสาย
สายและอุปกรณตอไปนี้ อนุญาตใหติดตั้งในรางเคเบิลไดแตตอง
เปนไปตามวิธีการที่กําหนดของการเดินสายหรือของอุปกรณนั้นๆ

5-22

บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ

5.15.1.1.1 สายเคเบิลชนิดเอ็มไอ (Mineral Insulated Cable),
ชนิด MC (Metal-clad Cable) และ ชนิด AC
(Armored Cable)
5.15.1.1.2 สายเคเบิลแกนเดียวชนิดมีเปลือกนอกและขนาดไม
เล็กกวา 50 ตร.มม. รวมทั้งสายเคเบิลหลายแกนใน
ระบบ แรงสูงและระบบแรงตํ่าทุกขนาด
5.15.1.1.3 สายชนิดหลายแกนสําหรับควบคุมสัญญาณและไฟฟา
กําลัง
5.15.1.1.4 ทอรอยสายชนิดตางๆ
5.15.1.2 ยอมใหติดตั้งสายเคเบิลแกนเดียวชนิดไมมีเปลือกนอก ขนาดไม
เล็กกวา 50 ตร.มม. ไดในรางเคเบิลแบบบันได หรือรางเคเบิลแบบ
มีชอ งระบายอากาศ เฉพาะในงานอุตสาหกรรม ที่มีบุคคลที่มีหนา
ทีเ่ กี่ยวของ (Qualified Person) ทําการดูแลและบํารุงรักษา ระยะ
หางระหวางขั้นบันไดตองไมเกิน 230 มม. (9 นิ้ว)
5.15.1.3 ในบริเวณอันตรายตองใชสายเฉพาะที่อนุญาตใหใชใน เรื่อง
บริเวณอันตรายเทานั้น
5.15.1.4 หามใชรางเคเบิลในปลองลิฟต หรือสถานที่ที่อาจเกิดความเสีย
หายทางกายภาพ
5.15.1.5 ในสถานที่ใชงานซึ่งสายมีโอกาสถูกแสงแดดโดยตรง ตองใชสาย
ชนิดทนแสงแดด
5.15.1.6 หามใชรางเคเบิลเปนตัวนําสําหรับตอลงดิน
5.15.1.7 หามติดตั้งทอสํ าหรับงานอื่นที่ไมใชงานไฟฟาเชน ทอไอนํ้ า ทอ
ประปา ทอแกส เปนตน อยูบนรางเคเบิล
5.15.2 ขอกําหนดโครงสรางรางเคเบิล
รางเคเบิลตองเปนดังนี้
5.15.2.1 ตองมีความแข็งแรงและมั่นคง สามารถรับนํ้าหนักสาย ทั้งหมดที่
ติดตั้งและไมมีสวนแหลมคมที่อาจทําใหฉนวนและเปลือกสายเสีย
หาย

บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ

5-23

5.15.2.2 มีการปองกันการผุกรอนอยางพอเพียงกับสภาพการใชงาน
5.15.2.3 ตองมีผนังดานขาง และใชเครื่องประกอบการติดตั้งที่เหมาะสม
5.15.2.4 ถาเปนรางเคเบิลอโลหะ ตองทําดวยวัสดุตานเปลวเพลิง
5.15.3 การติดตั้งรางเคเบิลและสายเคเบิล
5.15.3.1 รางเคเบิลตองตอเนื่องโดยตลอดและทางไฟฟา
5.15.3.2 สายทีต่ ดิ ตัง้ บนรางเคเบิลเมือ่ เดินแยกเขาชองรอยสายอืน่ ตองมีการ
จับยึดใหมั่นคง
5.15.3.3 หามติดตั้งสายเคเบิลระบบแรงตํ่ าในรางเคเบิลเดียวกันกับสาย
เคเบิลระบบแรงสูง
ยกเวน มีแผนกั้นที่แข็งแรงและไมติดไฟ
5.15.3.4 รางเคเบิลตองติดตั้งในที่เปดเผยและเขาถึงได และมีที่วางพอ
เพียงที่จะปฏิบัติงานบํารุงรักษาสายเคเบิลไดสะดวก
5.15.3.5 เมื่อใชสายเคเบิลแกนเดียว สายเสนไฟและสายนิวทรัลของแตละ
วงจร ตองเดินรวมกันเปนกลุม (ในแตละกลุมประกอบดวยสาย
เสนนิวทรัล 1 เสน และสายเสนไฟเฟสละ 1 เสน) และสายตองมัด
เขาดวยกันเพื่อปองกันการเกิดกระแสไมสมดุล เนื่องจากการ
เหนี่ยวนํ าและปองกันสายเคเบิลเคลื่อนตัวอยางรุนแรงเมื่อเกิด
กระแสลัดวงจร
5.15.3.6 การตอสายในรางเคเบิลตองทําใหถกู ตองตามวิธกี ารตอสาย แตจดุ
ตอสายตองอยูภายในรางเคเบิล และตองไมสูงเลยขอบดานขาง
ของรางเคเบิล
5.15.4 จํานวนสายเคเบิลหลายแกนระบบแรงตํ่าในรางเคเบิล
สายเคเบิลทีอ่ นุญาตใหวางอยูใ นรางเคเบิลเดียวกันตองไมเกินตามทีก่ าหนดดั

งนี้
5.15.4.1 สายเคเบิลทีใ่ ชงานตางประเภทกัน เชนใชสาหรั
ํ บไฟฟากําลัง วงจร
แสงสวาง สัญญาณควบคุม วางอยูในรางเคเบิลแบบบันไดหรือ
แบบรางมีชองระบายอากาศเดียวกัน จํานวนสายเคเบิลสูงสุดตอง
เปนดังตอไปนี้
5.15.4.1.1 รางเคเบิลที่มีเฉพาะสายเคเบิลขนาดตั้งแต 95 ตร.
มม.ขึ้นไป ผลรวมของเสนผานศูนยกลางรวมฉนวน

5-24

บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ

และเปลือกของสายทั้งหมดตองไมเกินขนาดความ
กวางของรางเคเบิลและใหวางเรียงไดชั้นเดียวเทานั้น
5.15.4.1.2 รางเคเบิลที่มีสายเคเบิลที่มีขนาดเล็กกวา 95 ตร.มม.
ผลรวมพื้นที่หนาตัดรวมฉนวนและเปลือก ของสาย
ตองไมมากกวาพื้นที่สูงสุดที่อนุญาตใหวางสายได
ตามที่กําหนดไวในตารางที่ 5-7 ชองที่ 1
5.15.4.1.3 รางเคเบิลที่มีสายเคเบิลที่มีขนาดตั้งแต 95 ตร.มม.
ขึน้ ไป และเล็กกวา 95 ตร.มม รวมกัน ผลรวมพื้นที่
หนาตัดรวมฉนวนและเปลือกของสายที่มี ขนาดเล็ก
กวา 95 ตร.มม. ทั้งหมดตองไมมากกวาพื้นที่สูงสุดที่
อนุญาตใหวางสายไดตามทีก่ าหนดไว

ในตารางที่ 5-7
ชองที่ 2 และสายเคเบิลทีม่ ขี นาดตัง้ แต 95 ตร.มม. ขึน้
ไป ตองวางเรียงกันโดยไมมสี ายเคเบิลอืน่ มาวางทับ
ยกเวน สายเล็กกวา 95 ตร.มม วางซอนกันได
5.15.4.2 สายเคเบิลหลายแกนสําหรับควบคุมและ/หรือเคเบิลสัญญาณวาง
ในรางเคเบิลแบบบันไดหรือแบบรางมีชองระบายอากาศที่มีความ
ลึกภายในเทากับหรือนอยกวา 150 มม. ผลรวมพื้นที่หนาตัดรวม
ฉนวนและเปลือกของสายทั้งหมดตองไมเกินรอยละ 50 ของ พื้นที่
หนาตัดภายในของรางเคเบิล สําหรับรางเคเบิลที่มีความลึกภาย
ในมากกวา 150 มม. ใหใชคาความลึกภายใน 150 มม.ในการ
คํานวณพื้นที่หนาตัด
5.15.4.3 สายเคเบิลใชงานหลายประเภทอยูในรางเคเบิลแบบดานลางทึบ
รางเดียวกัน ประเภทการใชงานของสายเคเบิลอาจเปนสายเคเบิล
สําหรับไฟฟากําลัง แสงสวาง สัญญาณควบคุม เปนตน จํานวน
สายเคเบิลสูงสุดตองเปนดังตอไปนี้
5.15.4.3.1 รางเคเบิลทีม่ เี ฉพาะสายเคเบิลทีม่ ขี นาดตัง้ แต 95 ตร.
มม.ขึน้ ไปผลรวมของเสนผานศูนยกลางรวมฉนวนและ
เปลือกของสายทัง้ หมดตองไมเกินรอยละ 90 ของขนาด
ความกวางของรางเคเบิลและใหวางไดชนั้ เดียวเทานัน้

บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ

5-25

ตารางที่ 5-7
พืน้ ทีห่ นาตัดสูงสุดสําหรับวางเคเบิลหลายแกนระบบแรงตํ่า
ในรางเคเบิลแบบบันได แบบรางมีชองระบายอากาศ หรือแบบดานลางทึบ
ความกวาง รางเคเบิลแบบบันไดหรือแบบรางมี
รางเคเบิลแบบดานลางทึบตาม
ภายในของ ชองระบายอากาศ ตามขอ 5.15.4.1
ขอ 5.15.4.3
รางเคเบิล
ชองที่ 4*
ชองที่ 3
ชองที่ 2*
ชองที่ 1
ใชกับขอ
ใชกับขอ
ใชกับขอ
ใชกับขอ
5.15.4.3.3
5.15.4.3.2
5.15.4.1.3
5.15.4.1.2
เทานั้น
เทานั้น
เทานั้น
เทานั้น
(มม.)
(ตร.มม.)
(ตร.มม.)
(ตร.มม.)
(ตร.มม.)
150
4500
4500-(30.5 Sd)**
3500
3500-(25.4 Sd)**
300
9000
9000-(30.5 Sd)
7000
7000-(25.4 Sd)
450
13500
13500-(30.5 Sd)
10500
10500-(25.4 Sd)
600
18000
18000-(30.5 Sd)
14000
14000-(25.4 Sd)
750
22500
22500-(30.5 Sd)
17500
17500-(25.4 Sd)
900
27000
27000-(30.5 Sd)
21000
21000-(25.4 Sd)
หมายเหตุ * พืน้ ทีห่ นาตัดสูงสุดสําหรับวางเคเบิลในชองที่ 2 และ 4 ใหใชวิธีคํานวณ ตัวอยางเชน
รางเคเบิลมีความกวาง 150 มม. จะไดพื้นที่สูงสุดสําหรับวางเคเบิลตามชองที่ 2 เทากับ
4500-(30.5 Sd) ตร.มม.
** Sd หมายถึงผลรวมเสนผานศูนยกลางเปน มม. รวมฉนวนและเปลือกของสายเคเบิล
หลายแกนทุกเสนที่มีขนาดตั้งแต 95 ตร.มม. ขึ้นไป ซึ่งติดตั้งรวมกับสายเคเบิลที่มี
ขนาดเล็กกวาในรางเคเบิลเดียวกัน

5.15.4.3.2 รางเคเบิลที่มีสายเคเบิลที่มีขนาดเล็กกวา 95 ตร.มม.
ผลรวมพื้นที่หนาตัดรวมฉนวนและเปลือกของสาย
ตองไมมากกวาพื้นที่สูงสุดที่อนุญาตใหวางสายได
ตามที่กําหนดไวในตารางที่ 5-7 ชองที่ 3
5.15.4.3.3 รางเคเบิลที่มีสายเคเบิลที่มีขนาดตั้งแต 95 ตร.มม.
ขึ้นไป และเล็กกวา 95 ตร.มม รวมกัน ผลรวมพืน้ ที่
หนาตัดรวมฉนวนและเปลือกของสายที่มีขนาดเล็ก
กวา 95 ตร.มมทั้งหมด ตองไมมากกวาพื้นที่สูงสุดที่
อนุญาตใหวางสายไดตามทีก่ าหนดไว

ในตารางที่ 5-7

5.15. ขึน้ ไป ผลรวมเสนผานศูนยกลางรวมฉนวน และเปลือกของสายทั้งหมด ตองไมเกินขนาดความ กวางของรางเคเบิล 5.4 สายเคเบิลหลายแกนสําหรับควบคุมและ/หรือเคเบิลสัญญาณวาง ในรางเคเบิลแบบดานลางทึบผลรวมพื้นที่หนาตัดรวมฉนวนและ เปลือกของสายทั้งหมดตองไมเกินรอยละ 40 ของพื้นที่หนาตัด ภายในของ รางเคเบิล สําหรับรางเคเบิลที่มีความลึกมากกวา 150 มม.1.มมขึ้น ไปตองวางเรียงกันโดยไมมีสายเคเบิลอื่นมาวางทับ ยกเวน สายเล็กกวา 95 ตร. ขึน้ ไปวางรวมกับสายเคเบิลขนาดเล็กกวา 400 ตร.มม.มม.1. ใหใชคาความลึก 150 มม.15.5-26 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ ชองที่ 4 และสายเคเบิลที่มีขนาดตั้งแต 95 ตร. ในการคํานวณพื้นที่หนาตัด 5. ผลรวมเสนผานศูนยกลางรวมฉนวน และเปลือกของสายทั้งหมด ตองไมเกินขนาดความ กวางของรางเคเบิล 5.15.มม.5.5.มม. ถึง 95 ตร.15.5 จํานวนสายเคเบิลแกนเดียวระบบแรงตํ่าในรางเคเบิล สายเคเบิลที่อนุญาตใหวางอยูในรางเคเบิลเดียวกันตองเปนไปตามที่กําหนด ดังนี้ 5.5.มม วางซอนกันได 5.มม.15. ถึง 300 ตร.4 รางเคเบิลที่มีสายเคเบิลที่มีขนาดตั้งแต 400 ตร.มม.15.2 รางเคเบิลที่มีเฉพาะสายเคเบิลที่มีขนาดตั้งแต 120 ตร.1 สายเคเบิลแกนเดียวในรางเคเบิลแบบบันไดหรือแบบรางมีชอง ระบายอากาศจํานวนสายเคเบิลสูงสุดตองเปนดังนี้ 5. ผลรวมพื้นที่หนาตัดรวม ฉนวนและเปลือกของสายตองไมมากกวาพื้นที่สูงสุด ที่อนุญาตใหวางสายไดตามที่กํ าหนดไวในตารางที่ 5-8 ชองที่ 1 5.15. ผลรวมพื้นที่หนาตัดรวมฉนวนและเปลือกของสายที่ .1.3 รางเคเบิลที่มีสายเคเบิลที่มีขนาดตั้งแต 50 ตร.5.1.1 รางเคเบิลที่มีเฉพาะสายเคเบิลที่มีขนาดตั้งแต 400 ตร.มม.4.

1.15.15. ขึ้นไป ซึ่งติดตั้งรวมกับสายเคเบิลที่มีขนาดเล็กกวาในรางเคเบิลเดียวกัน 5. ** Sd หมายถึงผลรวมเสนผานศูนยกลางเปน มม.5.มม.15.15.2 สายเคเบิลแกนเดียวหรือสายแกนเดียวตีเกลียวเขาดวยกัน ขนาด กระแสใหใชคาจากตารางที่ 5-12 (ก) ถึง 5-12 (ง) .) (มม.6.มม.15.9 Sd) 600 16500 16500-(27.บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5-27 มีขนาดเล็กกวา 400 ตร.6 ขนาดกระแสของสายเคเบิลแรงตํ่าในรางเคเบิล ขนาดกระแสของสายเคเบิลแรงตํ่าในรางเคเบิลใหเปนไปตามตารางที่ 5-12 โดยมีรายละเอียดดังนี้ ตอน ก.9 Sd)** 300 8500 8500-(27.2 เทานั้น ใชกับขอ5.5. 11-2531 5. สายเคเบิลที่ผลิตตาม มอก.4 เทานั้น (ตร.) 150 4000 4000-(27.1 สายเคเบิลหลายแกน ขนาดกระแสใหใชคาจากตารางที่ 5-12 (จ) และ 5-12 (ฉ) 5.9 Sd) หมายเหตุ * พืน้ ทีห่ นาตัดสูงสุดสําหรับวางเคเบิลในชองที่ 2 ใหใชวิธีคํานวณ ตัวอยางเชน รางเคเบิลมี ความกวาง 150 มม.1.9 Sd) ตร.มม.มม.) (ตร. ของสายเคเบิลแกนเดียวที่มีขนาดตั้งแต 400 ตร.9 Sd) 900 25000 25000-(27.9 Sd) 750 21000 21000-(27.6.9 Sd) 450 12500 12500-(27.มม. จะไดพื้นที่สูงสุดสําหรับวางเคเบิลเทากับ 4000-(27. ทั้งหมดตองไมเกินพื้นที่ สูงสุดที่อนุญาตใหวางสายได ตามที่กํ าหนดไวใน ตารางที่ 5-8 ชองที่ 2 ตารางที่ 5-8 พืน้ ทีห่ นาตัดสูงสุดสําหรับวางเคเบิลแกนเดียวระบบแรงตํ่า ในรางเคเบิลแบบบันไดหรือแบบรางมีชองระบายอากาศ ชองที่ 2* ความกวางภายในของรางเคเบิล ชองที่ 1 ใชกบั ขอ 5.

6.6.4.6.6. ติดตั้ง ในรางเคเบิลแบบเปด ใหใชไดไมเกินรอยละ 65 ของ ขนาดกระแสที่กําหนด แตถาเปนรางเคเบิลแบบปด ตลอดดวยฝาทึบยาวเกิน 1.4.15.80 เมตร ขนาดกระแสของสาย ใหลดลงเหลือรอยละ 95 ของ ขนาดกระแสที่กําหนด 5.15 เทาของ .ขึ้นไป ติดตั้งในรางเคเบิลแบบเปด ใหใช ไดไมเกินรอยละ 75 ของขนาดกระแสที่กําหนด แต ถาเปนรางเคเบิลแบบปดตลอดดวยฝาทึบยาวเกิน 1.มม.4.15.6.มม.4 สายเคเบิลแกนเดียว ขนาดกระแสของสายเคเบิลแกนเดียว หรือ สายแกนเดียวที่นํ ามาตีเกลียวเขาดวยกัน ใหใชคาจากตารางที่ 5-13 (ก) และตองเปนดังตอไปนี้ 5. ขึ้นไปแตนอยกวา 300 ตร.มม. สายเคเบิลตัวนําทองแดงหุมฉนวนครอสสลิงกโพลิเอทิลีน 5. ขึ้นไป แตละเสนวางหางกันไมนอยกวาขนาดเสน ผานศูนยกลางของสายเคเบิลเสนที่โตกวาที่อยูใกล กัน ขนาดกระแสใหใช คากระแสที่กําหนด 5.มม.15.15.3 การติดตัง้ สายเคเบิลแกนเดียวขนาด ตัง้ แต 50 ตร.4 การติดตัง้ สายเคเบิลแกนเดียวขนาดตัง้ แต 50 ตร.4.มม.15.80 เมตร ขนาดกระแสให ใชไดไมเกินรอยละ 60 ของขนาดกระแสที่กําหนด 5.5-28 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ ตอน ข.1 ขนาดกระแสของสายเคเบิลแกนเดียว ทีม่ ขี นาดตัง้ แต 300 ตร. ขึ้ น ไป วางเป น รู ป สามเหลี่ ย ม (Triangular Configuration) ในรางเคเบิลเปด โดยมีระยะหาง ระหวางกลุมสายเคเบิล ไมนอยกวา 2.2 ขนาดกระแสของสายเคเบิลแกนเดียว ที่มีขนาดตั้งแต 50 ตร.6.15.3 สายเคเบิลหลายแกน ขนาดกระแสของสายใหใชคาจากตาราง ที่ 5-13 (ข) ยกเวน รางเคเบิลปดตลอดดวยฝาทึบยาวเกิน 1.80 เมตร ขนาดกระแสใหใชไดไมเกินรอยละ 70 ของขนาดกระแสที่กําหนด 5.

2 สายเคเบิลแกนเดียว ขนาดกระแสของสายเคเบิลแกนเดียวหรือ สายเคเบิลแกนเดียวทีน่ ามาตี ํ เกลียวเขาดวยกัน ตองเปนดังตอไปนี้ 5.8. สายเคเบิลอื่น ขนาดกระแสตองไดรบั ความเห็นชอบจากการไฟฟาฯ 5.15.15 นี้ เทานั้น .15.15.7 จํานวนสายเคเบิลระบบแรงสูงในรางเคเบิล ผลรวมของเสนผานศูนยกลางของสายเคเบิลแกนเดียวและหลายแกนทั้งหมด รวมกัน ตองไมเกินความกวางของรางเคเบิล การวางสายเคเบิลอนุญาตให วางเรียงไดชั้นเดียวเทานั้น หามใหวางซอนหรือเกยกัน ในที่ซึ่งสายเคเบิลแกน เดียวเปนชนิดที่นํามาตีเกลียวเขาดวยกันหรือมัดควบเขาดวยกันเปนกลุมละ วงจร ผลรวมของเสนผานศูนยกลางของสายเคเบิลทั้งหมดตองไมเกินความ กวางของรางเคเบิล และกลุมของสายเคเบิลเหลานี้หามใหวางซอนกัน 5.15.ขึ้นไปติดตั้งในรางเคเบิลแบบเปดใหใชไดไม เกินรอยละ 75 ของขนาดกระแสที่ไดจากตารางการ เดิ น สายในอากาศ แต ถ  า เป น รางเคเบิ ล แบบป ด ตลอดดวยฝาปดยาวเกิน 1.2 การติดตัง้ สายเคเบิลแกนเดียวขนาดตัง้ แต 50 ตร.มม.มม.15.8.8 ขนาดกระแสของสายเคเบิลระบบแรงสูงในรางเคเบิล 5.8.บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5-29 เสนผานศูนยกลางของสายเคเบิล ขนาดกระแสใหใช ไดไมเกินรอยละ 85 ของขนาดกระแสที่กําหนด ตอน ค.9 การเดินสายที่อนุญาต การเดินสายในรางเคเบิลใหทําไดเทาที่กําหนดไวในขอ 5.15.15.80 เมตร ขนาดกระแส ใหใชไดไมเกินรอยละ 70 ของขนาดกระแสที่ไดจาก ตาราง 5.1 ขนาดกระแสของสายเคเบิลแกนเดียวขนาดตั้งแต 50 ตร.2.8.1 สายเคเบิลหลายแกน ขนาดกระแสตองไดรับความเห็นชอบจาก การไฟฟาฯ 5.2. ขึ้นไป แตละเสนวางหางกันไมนอยกวาขนาดเสน ผานศูนยกลางของสายเคเบิล ขนาดกระแสใหใชคา กระแสที่ไดจากตารางการเดินสายในอากาศ 5.

2.2 ตองจัดใหมีบุชชิง หรือเครื่องประกอบที่มีขอบมนเรียบ ตรงบริเวณ ที่ตัวนําหรือสายเคเบิลผานผนังของกลอง 5.2.16.1 กลองตองทํ าจากวัสดุที่ทนตอการผุกรอน หรือมีการปองกันที่ เหมาะสมทั้งภายในและภายนอก เชน เคลือบดวยสีหรืออาบ สังกะสี หรือวิธีอื่นๆ 5.2 ขอกําหนดและลักษณะการใชงาน 5.16 กลองสําหรับงานไฟฟา (Box) 5.3 กลองตองสามารถบรรจุตัวนําหรือสายเคเบิลไดทั้งหมด 5.5 มม.1 ขอบเขต ใหใชกับแผงสวิตชและแผงยอย ซึ่งใชควบคุมไฟฟาแสงสวางและ ไฟฟากํ าลัง รวมทั้งแผงชารจไฟเขาแบตเตอรี่โดยตอจากวงจร .10 การตอลงดิน รางเคเบิลโลหะสําหรับใชวางสายไฟฟาตองตอลงดิน แตหา มใชรางเคเบิลเปนตัวนําตอลงดิน 5.16.16.5-30 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5. ลอดเขาไปได 5.15.2.7 หลังการติดตั้งแลว กลองตองไมมีรูหรือชองที่โตพอใหวัตถุที่มีเสน ผานศูนยกลางขนาด 7.1 ทั่วไป 5.16.2.4 เมื่อติดตั้งกลองแลว ตองเขาถึงไดโดยไมตองรื้อถอนสวนหนึ่ง สวนใดของอาคาร และตองมีที่วางใหสามารถทํางานไดสะดวก 5.16.2.16.2.16.16.17 ขอกําหนดสําหรับแผงสวิตช (Switchboard) และแผงยอย (Panelboard) 5.2.17.6 กลองที่ใชกับระบบแรงสูงตองมีปาย "อันตรายไฟฟาแรงสูง" ติด ไวอยางถาวร ปายที่จัดทําตองอยูดานนอกของฝากลองและเห็น ไดชัด 5.5 กลองตองมีฝาปดที่เหมาะสมและปดอยางแนนหนา 5.1.17.16.1 ขอบเขต ครอบคลุมการติดตั้งและการใชกลองสําหรับงานไฟฟา เชนกลองสําหรับจุด ตอไฟฟาของสวิตชหรืออุปกรณ กลองตอสาย กลองดึงสาย กลองแยกสาย และกลองอื่นๆ ที่ติดตั้งเพื่อวัตถุประสงคในการเดินสาย 5.

1.1 ตัวนําและบัสบารในแผงสวิตชหรือแผงยอย ตองติด ตั้ งอยางมั่นคงในตํ าแหนงที่ปลอดภัยจากความเสีย หายทางกายภาพ ตั ว นํ าทุ ก เส น ที่ จ ะต อ เข า กั บ อุปกรณซึ่งติดตั้งอยูในชองใดตองเดินอยูในชองนั้น .17.17.บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5-31 ไฟฟาแสงสวางและไฟฟากําลัง ยกเวน แผงสวิตชหรือสวนของแผงสวิตชซงึ่ ใชควบคุมวงจรและ ทํางานโดยไฟจากแบตเตอรี่ 5.1.1.3 การยึดและการจัดบัสบารและตัวนํา 5.ในที่ ล  อ ม หรือมีสิ่งปกปด ซึ่งมีการปองกันทางกลเพียง พอจากยานพาหนะ การสั ม ผั ส โดยบั ง เอิ ญ จากบุ ค คลทั่ ว ไป หรื อ จากการรั่ ว ไหลของ ระบบทอตางๆ ไมตองอยูในหองหรือที่ซึ่งจัด ไวโดยเฉพาะ ขอยกเวนที่ 4 แผงสวิตชหรือแผงยอย ชนิดติดตั้งภายนอก อาคาร มีเครื่องหอหุมที่ทนสภาพอากาศ มีการ ปองกันจากการสัมผัสโดยบังเอิญของบุคคลทั่ว ไป ยานพาหนะหรือการรั่วไหลของระบบทอ ตางๆ ไมตอ งอยูใ นหองหรือทีซ่ งึ่ จัดไวโดยเฉพาะ 5.17.3.2 การติดตั้ง แผงสวิตชและแผงยอย ตองอยูในหองหรือที่ซึ่งจัดไวโดยเฉพาะ หามมีทอลม ทองานอื่น หรือบริภัณฑสําหรับงานอื่นซึ่งไมใชเครื่อง มือหรือบริภัณฑที่เกี่ยวกับแผงสวิตชหรือแผงยอยนั้น ติดตั้งเหนือ หรือใตแผงสวิตช หรืออยูในหอง หรือทางเดินเขาสูหอง ขอยกเวนที่ 1 ระบบดับเพลิงสําหรับแผงสวิตชหรือแผงยอย ขอยกเวนที่ 2 บริภัณฑที่ใชในการหมุนเวียนอากาศ ทําความ ร อ นหรื อ ทํ าความเย็ น ที่ ใ ช สํ าหรั บ ห อ งหรื อ บริเวณที่ติดตั้งแผงสวิตชและแผงยอย ขอยกเวนที่ 3 แผงสวิตชหรือแผงยอยที่ติดตั้งทั่วไป ซึ่งแยก จากบริ ภั ณ ฑ อื่ น โดยติ ด ตั้ ง บนที่ สู ง .

3.1.2 สวนบนของแผงสวิตชตอ งอยูห างจากเพดานที่ติดไฟไดไมนอยกวา 0.17.1 แผงสวิตชที่มีสวนที่มีไฟฟาเปดโลง ตองติดตั้งในสถานที่แหง เขา ถึงไดและควบคุมโดยบุคคลที่มีหนาที่เกี่ยวของเทานั้น เมื่อติดตั้ง ในสถานที่เปยกหรือนอกอาคาร ตองมีเครื่องหอหุม (กลองหรือตู) ที่ทนสภาพอากาศ นอกจากแผงสวิตชจะเปนชนิดที่ออกแบบไว สํ าหรับติดตั้งภายนอกอาคารได แผงสวิตชซึ่งอยูในสถานที่ที่มี วัตถุติดไฟไดงายตองติดตั้งในตําแหนงที่แผงสวิตชจะไมทําใหเกิด เพลิงไหมตอวัตถุติดไฟขางเคียง 5.17.1.3.2.5-32 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ เทานั้นนอกจากจะเปนการตอเชื่อมระหวางชองและ สายไฟในวงจรควบคุม บัสบารและขั้วตอสายตองมี สิง่ ปดกั้นแยก (Barrier) ออกจากสวนอื่นๆ ของแผง สวิตชหรือแผงยอย 5. 2 และ 3 (หรือ เฟส เอ บี ซี) ตามลําดับ โดยเรียงจากดานหนาไป ดานหลังของแผง จากดานบนลงดานลางหรือจาก ดานซายมือไปดานขวามือ การจัดเฟสลักษณะอื่น อนุญาตใหใชไดเฉพาะการเชื่อมตอเขากับระบบที่มี อยูแลว แตตองทําเครื่องหมายใหเห็นไดชัดเจน 5.17.17.3.2.90 เมตร ยกเวน มีแผนกั้นที่ทนไฟอยูระหวางแผงสวิตชกับเพดาน และ ตองมีที่วางโดยรอบแผงสวิตชไมนอยกวาที่กําหนดใน บทที่ 1 .17.3 ขั้วตอสายในแผงสวิตชหรือแผงยอย ควรติดตั้งใน ลั ก ษณะที่สามารถตอสายไปยังโหลดไดโดยไมตอง ขามบัสบารเสนไฟ 5.4 การจัดเฟสของแผงสวิตชและแผงยอย เมื่อมองจาก ดานหนาใหอยูในลักษณะเฟสเปน 1.1.2 แผงสวิตช (Switchboard) 5.17.2 การจัดวางบัสบารและตัวนํา ตองหลีกเลี่ยงไมใหเกิด ความรอนสูงเนื่องจากการเหนี่ยวนํา 5.

3 แผงยอยตองติดตั้งในตู กลองอุปกรณตัดตอน (Cutout Box) หรือ ในเครื่องหอหุมที่ออกแบบเฉพาะ และตองเปนแบบดานหนาไม มีไฟ ยกเวน สําหรับแผงยอยขนาดไมเกิน 50 แอมแปร 1 เฟส 5.6 การปองกันกระแสเกิน 5.17. ถาติดตั้งในสถานที่เปยกตอง เปนแบบทนสภาพอากาศ (Weatherproof) 5.17.4 การติดตั้งฟวสในแผงยอย ฟวสตองติดตั้งอยูดานโหลดของสวิตช 5.3.3.บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5-33 5.3.17.1 แผงยอยตองมีพิกัดไมตํ่ากวาขนาดของสายปอนที่คํานวณไดตาม บทที่ 3 5.5 สวนที่เปนโลหะและไมไดใชเปนทางเดินของกระแสไฟฟาตองตอ ลงดิน 5.17.2.17.3.17.17.3.3.17.3.17.2 แผงยอยทีป่ ระกอบดวยสวิตชธรรมดาขนาดไมเกิน 30 แอมแปร หลายตัว ตองมีเครื่องปองกันกระแสเกินที่มี พิกัดไมเกิน 200 แอมแปร .1 แผงยอยของวงจรยอยแสงสวางและเครือ่ งใชไฟฟาทุก แผง ตองติดตั้งเครื่องปองกันกระแสเกินทางดาน ไฟเขา ยกเวน สายปอนของแผงยอยนั้นไดติดตั้งเครื่อง ปองกันกระแสเกิน ไมเกินขนาดของแผง ยอยอยูแลว 5.3.2 การติดตั้งแผงยอยในสถานที่เปยกหรือชื้น ตองมีการปองกันไมให ความชื้นหรือนํ้าเขาไปในแผงได และตองติดตั้งใหหางจากผนัง หรือพื้นรองรับไมนอยกวา 5 มม.6.3 สําหรับระบบไฟฟากระแสสลับ โครงของแผงสวิตชรวมทั้งโครงที่ รองรับที่เปนโลหะทั้งของสวิตชและบริภัณฑไฟฟาตองตอลงดิน เครื่องมือวัด รีเลย มิเตอร หรือหมอแปลงเครื่องวัด (Instrument Transformer) ซึ่งติดตั้งในแผงสวิตช ตองตอลงดินดวย 5.3 แผงยอย (Panelboard) 5.17.6.

17.17.3.3 ใบมีดทีเ่ ปดโลงของสวิตชใบมีด ตองไมมไี ฟเมือ่ อยูใ นตําแหนงปลด ยกเวน หากมีการจัดทําหรือการกัน้ ทีเ่ หมาะสมทีส่ ามารถปองกัน อันตรายจากการสัมผัสสวนที่มีไฟฟาขณะที่เปดฝาตู ของแผงสวิตชได 5.5 ระยะหางของบัสบาร กําหนดให ระยะหางตํ่าสุดระหวางสวนที่มีไฟฟาเปลือยกับสวนที่ มีไฟฟาเปลือย และระหวางสวนที่มีไฟฟาเปลือยกับดินตองไม นอยกวาที่กําหนดในตารางที่ 5-9 ขอยกเวนที่ 1 ที่สวิตช หรือเซอรกิตเบรกเกอร ขอยกเวนที่ 2 ทีว่ า งภายในของอุปกรณ ถาการใกลกนั ไมทาให ํ เกิดความรอนเกินแลว อนุญาตใหขั้วเดียวกัน หรือเฟสเดียวกันของสวิตช ฟวสที่มีเครื่องหอ หุมและอื่นๆ อยูใกลกันได ขอยกเวนที่ 3 แผงสวิตชที่ผานการทดสอบ Type Test โดย สถาบันการทดสอบทีก่ ารไฟฟาฯยอมรับ ระยะ หางตําสุ ่ ดสามารถลดลงได .17.2 วงจรทีจ่ า ยไฟใหกบั เครือ่ งวัด หลอดไฟสัญญาณ หมอแปลงแรงดัน และอุปกรณอื่นของแผงสวิตชที่มีขดลวดแรงดัน ตองติดตั้งเครื่อง ปองกันกระแสเกินพิกัดไมเกิน 15 แอมแปร ยกเวน ถาการทํ างานของเครื่องปองกันกระแสเกินทํ าใหเกิด ความเสียหายตอการทํางานของอุปกรณนั้น 5.4.17.1 แผงสวิตชและแผงยอย ตองทําดวยวัสดุไมดูดซับความชื้นและไม ติดไฟ 5.4.17.4.4.5-34 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5.17.4.17.4 ขอกําหนดโครงสราง 5.4 แผงยอยตองมีที่วางสําหรับงอสายอยางเพียงพอ 5.7 จํานวนเครื่องปองกันกระแสเกินในแผงยอย เครื่องปองกันกระแสเกินในแผงยอยแตละแผง ตองไมเกิน 42 ขั้ว ไมรวมขั้วที่เปนประธาน 5.

5 ไมเกิน 750 50 25 25 หมายเหตุ สําหรับระบบแรงสูง 11 ถึง 33 เควี ใหอางอิงตาม IEC 60071-2 5.บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5-35 5. 24 และ 33 เควี ตามลําดับ . สําหรับบัสบารหุมฉนวน และ 250 มม.17.5.17.1 บริภัณฑประธาน ตองเปนไปตามขอกําหนดในขอ 3.5 12.2 ตัวนําและบัสบารในแผงสวิตชตองติดตั้งอยางมั่นคงในตําแหนงที่ ปลอดภัยจากความเสียหายทางกายภาพ บัสบารแตละเฟส ตองมี การทําเครื่องหมายแสดงเฟส ในการทําเครื่องหมาย ใหใชสีแดง เหลือง นํ้าเงิน สําหรับเฟส อาร วาย บี ตามลําดับ การจัดเฟสของ บัสบารในแผงสวิตช เมื่อมองจากดานหนาใหอยูในลักษณะ เฟส อาร (R) วาย (Y) บี (B) เรียงจากดานหนาไปดานหลังแผง จาก ดานบนลงดานลางหรือจากซายมือไปขวามือ การจัดเฟสลักษณะ อื่นอนุญาตใหใชเฉพาะการเชื่อมตอเขากับระบบที่มีอยูแลว แต ตองทําเครื่องหมายใหเห็นไดชัดเจน 5.มม.5.17. 5.17.5 19 12.4.4 และเพิ่มเติมดังนี้ 5.5 ไมเกิน 250 31.5 ขอกําหนดเพิ่มเติมสําหรับแผงสวิตชแรงสูง แผงสวิตชแรงสูงที่ใชกับแรงดันไฟฟาตั้งแต 751 โวลต ถึง 24. สําหรับบัสบารเปลือย ตารางที่ 5-9 ระยะหางตํ่าสุดระหวางสวนที่มีไฟฟาเปลือยกับสวนที่มีไฟฟาเปลือย และระหวางสวนที่มีไฟฟาเปลือยกับดิน (มม.000 โวลต ใหใช ขอกําหนดโครงสรางตามขอ 5. 50 และ 33 ตร.6 แผงสวิตชตองมีระยะหางระหวาง บัสบารกับดานลางของตู สําหรับระบบแรงตํ่าไมนอยกวา 200 มม.17.5 ตอน ข.) แรงดันระหวาง ขั้วตางกันเมื่อติดตั้ง ขั้วตางกันเมื่อ สวนที่มีไฟฟาเปลือย สายเสนไฟ (โวลต) บนพื้นผิวเดียวกัน ขึงในอากาศ กับดิน ไมเกิน 125 19 12.สําหรับ แผงสวิตชขนาดแรงดัน 12.5.17.3 ตองจัดใหมีบัสตอลงดิน (Grounded Bus) ทําดวยทองแดงตาม บทที่ 2 ที่มีพื้นที่หนาตัดไมเล็กกวา 95.

9 ในกรณีทมี่ แี ผงสวิตชอยูต ดิ กันหรือแผงสวิตชอยูติดกับตูหมอแปลง ไฟฟาตองมีแผนกั้น กั้นระหวางแผงสวิตชกับแผงสวิตช หรือแผง สวิตชกับตูหมอแปลงไฟฟาโดยตลอด เพื่อปองกันความเสียหายที่ เกิดขึ้นไมใหลุกลามไปยังสวนอื่น และจุดที่สายไฟฟาหรือบัสบาร ผานตองจัดทํ าดวยวิธีที่เหมาะสมรวมทั้งใชอุปกรณที่เหมาะสม ดวย เชน บุชชิงใหตัวนําลอด (Draw-Through Bushing) ซึ่งทํา ดวยวัสดุไมดูดความชื้นและไมติดไฟ ถาทําดวยโลหะตองหนาไม นอยกวา 1 มม.5.17.6 ตูของแผงสวิตชแรงสูงตองมีการตอลงดิน โดยใชตัวนําตอฝาก ตอ ลงดินที่บัสตอลงดิน บานประตูตูแผงสวิตชตองมีการตอฝากกับตู แผงสวิตชดวย ตัวนําตอฝากตองมีพิกัดรับกระแสที่เกิดในระยะ เวลาสั้นๆ (Short-Time Current Rating) สอดคลองกับกระแสลัด วงจรคามากทีส่ ดุ ทีอ่ าจเกิดขึน้ ทีแ่ ผงสวิตชนนั้ หรือเปนสายทองแดง ขนาดพืน้ ทีห่ นาตัดไมนอ ยกวา 10 ตร.17.17.มม.5.4 ถามีกับดักเสิรจ (Surge Arrester) ตัวนําสําหรับตอลงดินของกับดักเสิรจตองตอรวมกับชีลด (Shield) ของสายเคเบิลแรงสูงในแผง สวิตช และตองแยกออกจากบัสตอลงดินของแผงสวิตช 5.5 ตัวนํ าสํ าหรับตอลงดินของกับดักเสิรจ ตองเปนสายทองแดงหุม ฉนวนที่ทนแรงดันไมนอยกวา 750 โวลต มีพื้นที่หนาตัดไมนอย กวา 16 ตร. หรือมีหนังสือรับรองจาก ผูผลิตวาไดผานการทดสอบในเรื่องนี้แลว 5. ติดตั้งบนฉนวนที่มี ระดับแรงดัน (Voltage Class) ไมนอยกวา 1.17.5-36 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5.5. หากทําดวยวัสดุอื่นที่ไมใช โลหะตองหนาไมนอย กวา 3 มม.8 ตูข องแผงสวิตชตองมีชองระบายแรงดัน (Pressure Relief Flap) เพือ่ ระบายแรงดันที่อาจเกิดขึ้นภายในแผงสวิตช โดยไมกอใหเกิด อันตรายแกผูปฏิบัติงาน 5.5.5.17.5.000 โวลต 5. .มม.17.7 สายดินของตูแผงสวิตชแรงสูงกับแผงสวิตชแรงตํ่า ตองแยกจาก กันและใชหลักดินแยกจากกันดวย 5.

4 ขนาดกระแสตามทีก่ าหนดในตารางไม ํ ไดกาหนดตามค ํ าแรงดันตก .บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5-37 5.17.13 หากสวิตชตอลงดิน (Earthing Switch) ติดตั้งทางดานไฟเขาของ สวิตชสําหรับตัดโหลด (Load Break Switch) จะตองมีที่ใสกุญแจ ซึ่งสามารถล็อคสวิตชตอลงดินไดทั้งตําแหนงเปดและปด และตอง มีปา ยเตือน "กอนสับสวิตชตอ งแจงการไฟฟาฯ" ใหเห็นอยางชัด เจนดวย หากอยูในพื้นที่จายไฟดวยระบบสายใตดินซึ่งแผงสวิตช แรงสูงรับไฟจาก ริงเมนยูนติ (Ring Main Unit) ของการไฟฟาฯ จะ ตองเก็บลูกกุญแจไวที่ ริงเมนยูนติ ของการไฟฟาฯ เทานัน้ 5.1.1 ขนาดกระแสของสายไฟฟาทองแดงหุมฉนวนพีวีซี ที่ผลิตตาม มาตรฐานของสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรมที่ มอก.5.1.5.17.8 และ 5.18.5. 11-2531 ใหเปนไปตามตารางที่ 5-11 และ 5-12 5.1 ขนาดกระแส ใหใชตามตารางที่ 5-11 ถึงตารางที่ 5-15 5.11 ขอกําหนดขอ 5.18.12 ตูแผงสวิตชตองมีแผนปดดานลางเพื่อปองกันสัตว เชน หนูหรือ แมลงเขาไปในตู 5.17.5.18.3 ขนาดกระแสของสายไฟฟาทองแดงหุม ฉนวนครอสลิงคโพลีเอททีลนี ระบบแรงดัน 11 ถึง 33 เควีใหเปนไปตามตารางที่ 5-14 และ 5-15 5.5.1.17.1.2 ขนาดกระแสของสายไฟฟาทองแดงหุม ฉนวนครอสลิงคโพลีเอททีลนี ระบบแรงดัน 600 โวลต ใหเปนไปตามตารางที่ 5-13 5.10 การตอสายแรงตํ่าทั้งหมด ตองทําภายในชองตูสวนแรงตํ่า (Low Voltage Compartment) เทานั้น และชองตู (Compartment) ตองมีการปองกันอันตรายจากการสัมผัสสวนของไฟฟาแรงสูงใน ขณะทําการบํารุงรักษา ยกเวนสวนที่จําเปนตองตอเขากับขั้วสาย ของอุปกรณที่เกี่ยวเนื่องกับอุปกรณแรงสูง 5.18.18.9 ไมบังคับใชกับแผงสวิตช ชนิดที่ใชของเหลวหรือกาซเปนฉนวน (Liquid-Insulated or GasInsulated) 5.17.18 สายไฟฟา 5.17.5.

48 31 .18. 60364-5-523 ตารางที่ 5-10 ตัวคูณลดคากระแสเนื่องจากจํานวนสายหลายเสนในชองเดินสายไฟฟาเดียวกัน จํานวนสาย ตัวคูณ 4-6 0.5-38 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5.60 เมตร ไมตองใชตัวคูณลดขนาดกระแส ขอยกเวนที่ 4 สําหรับสายใตดินสวนที่เขาหรือออกจากชองรางเดินสาย (Cable Trench) ซึง่ อยูภ ายนอกอาคาร และมีจํานวนสายหรือแกนไมเกิน 4 เสน และมีการปองกันทางกายภาพดวยทอรอยสายชนิดโลหะ .1.5 ขนาดกระแสตามที่กําหนดในตาราง ใชสําหรับอุณหภูมิโดยรอบ 30 และ 40 องศาเซลเซียสแลวแตกรณี สําหรับคาอุณหภูมิอื่นให ใชตัวคูณเพื่อปรับคาตามที่กําหนดไวในหมายเหตุตอทายตาราง 5.72 10 .18.1.56 21 . 60287 • IEC Publication No.38 ขอยกเวนที่ 1 สายไฟฟาที่มีระบบแรงดันไฟฟาตางกัน ซึ่งวางสายไวในชองเดิน สายเดียวกันใหใชตัวคูณเพื่อลดขนาดกระแสเฉพาะสายสํ าหรับ วงจรกําลัง วงจรแสงสวางและวงจรควบคุมที่มีโหลดตอเนื่อง ขอยกเวนที่ 2 สําหรับสายที่ติดตั้งในรางเคเบิลใหปฏิบัติตามขอ 5.40 0. 5-13 และ 5-14 ตามตารางที่ 5-10 หมายเหตุ ขนาดกระแสของสายไฟฟา และการติดตั้งที่นอกเหนือไปจาก ตารางที่กําหนด การไฟฟาฯอนุญาตใหมีการคํานวณโดยใช หลักวิศวกรรมได เอกสารการคํานวณที่แนะนํามีดังตอไปนี้ • IEC Publication No.82 7-9 0.6 ถามีสายในชองเดินสายไฟฟาเดียวกันมากกวา 3 เสน (สายเคเบิล หลายแกนใหถือวาจํานวนแกนคือจํานวนเสน) โดยไมนับตัวนํา สําหรับตอลงดินใหใชตัวคูณเพื่อลดคาขนาดกระแสสําหรับตาราง ที่ 5-11.20 0.44 เกิน 40 0.30 0.15 ขอยกเวนที่ 3 สําหรับสายสวนที่อยูในนิปเพิล (Nipple) และนิปเพิลมีความยาว ไมเกิน 0.

1 การติดตั้งภายในอาคารตองเดินในชองเดินสายที่ปด มิดชิด ยกเวน ฉนวนครอสสลิงกโพลิเอทิลีนมีการ ผสมสารเพื่อใหมีคุณสมบัติไมไหมลุกลาม (FlameRetardant) 5.2.2.1 ไมตองนับตัวนํานิวทรัลของระบบ 3 เฟส ซึ่งไดออก แบบใหมีโหลดสมดุล แตบางขณะมีกระแสไมสมดุล ไหลผาน 5.18.2.18.3 สายไฟฟาประเภทอื่นตองไดรับความเห็นชอบจากการไฟฟาฯ .18.2 การนําไปใชงานตองคํานึงถึงพิกดั กระแสและอุณหภูมิ ของอุปกรณที่จะนํ าไปใชประกอบรวมกับสายใหมี ความสัมพันธกันดวย 5.18.18.1.1 สายไฟฟาที่ผลิตตามมาตรฐานของสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ อุตสาหกรรม มอก.18.18.7. 11-2531 ขอกําหนดการใชงานใหเปนไปตาม ตารางที่ 5-16 5.2.บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5-39 หนา ทอโลหะหนาปานกลางหรือทออโลหะ ซึ่งทอสวนที่อยูเหนือ ผิวดินมีความยาวไมเกิน 3 เมตรไมตองใชตัวคูณลดขนาดกระแส 5.2.7 ขอกําหนดของตัวนํานิวทรัล (Neutral) การนับจํานวนสายตามขอ 5.2 ใหนับตัวนํานิวทรัลดวยในระบบ 3 เฟส ซึ่งโหลดสวน ใหญ (มากกวารอยละ 50) ประกอบดวยหลอดชนิด ปลอยประจุ (Electric Discharge) เชน หลอดฟลู ออเรสเซนตเปนตน อุปกรณเกี่ยวกับการประมวลผล ขอมูล (Data Processing) หรืออุปกรณอื่นที่มี ลั ก ษณะคล า ยกั น ที่ ทํ าให เ กิ ด กระแสฮาร ม อนิ ก (Harmonic) ในตัวนํานิวทรัล 5.2 สายไฟฟาทองแดงหุมฉนวนครอสสลิงกโพลิเอทิลีนตามตารางที่ 5-13 (แรงดันไฟฟา 600 โวลต) มีขอกําหนดการใชงานดังนี้ 5.6 ใหเปนดังตอไปนี้ 5.7.2.18.18.2 ขอกําหนดการใชงานของสายแตละประเภท 5.18.1.1.2.1.

3.19.3 ในอาคารหรือนอกอาคาร 5.1.1.3 การใชที่อนุญาต สายเคเบิลชนิดเอ็มไออนุญาตใหใชดังตอไปนี้ 5.1.19.19.1.6 ในบริเวณอันตราย 5.19.3.4 การใชที่ไมอนุญาต สายเคเบิลชนิดเอ็มไอหามใชในที่เปดโลงตอสภาวะทําใหเกิดการ ผุกรอนได ยกเวน ในที่มีการปองกันดวยสารที่เหมาะสมในสภาวะนั้นแลว .19.1 ทั่วไป 5.19.19.1.1.3.5 ฝงในปูน คอนกรีต ดินหรือในอิฐ ไมวาอยูบนดิน หรือใตดิน 5.1.1.7 ในทีเ่ ปดโลงตอสภาวะผุกรอนทีไ่ มเปนอันตรายตอเปลือกหุม 5.19.4 ในที่เปดโลงหรือที่ซอน 5.1.2 ขออื่นที่เกี่ยวของ สายเคเบิลชนิดเอ็มไอ นอกจากจะตองเปนไปตามที่กําหนดในขอ นีแ้ ลวใหเปนไปตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟาฯ ฉบับนี้ 5.19.1 ใชเปนตัวนําประธาน สายปอน และสายวงจรยอย 5.19.19.5-40 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5.1.19.1.1 นิยาม สายเคเบิลชนิดเอ็มไอ เปนสายเคเบิลเปลือกโลหะที่ตัวนําไฟฟา หุมดวยฉนวนแรที่ผลิตจากโรงงาน ประกอบดวยตัวนําเดียวหรือ มากกวา มีฉนวนเปนแรที่ถูกอัดแรงอยางสูงและหุมดวยปลอก ทองแดงอยางตอเนื่องซึ่งปองกันของเหลวและปองกันกาซ 5.3.3.3.3.19.1.3.2 ในสถานที่แหง ที่เปยก หรือที่ชื้นตลอดเวลา 5.8 ในการติดตัง้ ใตดนิ โดยไดปอ งกันการเสียหายทางกายภาพและจากการผุกรอนแลว 5.19 สายเคเบิลชนิดเอ็มไอ (Mineral Insulated Cable) 5.

2.3 เปลือกนอกของสายเคเบิลชนิดเอ็มไอ ตองเปนทองแดงทีม่ โี ครงสราง ตอเนื่องเพื่อปองกันแรงกลผนึกความชื้นและเพียงพอตามวัตถุ ประสงคในการตอลงดิน 5.2 ฉนวนทีห่ มุ สายตัวนําของสายเคเบิลชนิดเอ็มไอ ตองเปนแรทถี่ กู รีด อัดอยางแรงที่จะมีระยะหางระหวางตัวนําอยางเหมาะสม 5.3.2.3.1 ตัวนําของสายเคเบิลชนิดเอ็มไอ ตองเปนทองแดงเดี่ยวมีพื้นที่ภาค ตัดขวางตามกําหนด 5.19.2 การติดตั้ง 5.19.1 ทีร่ องรับสายเคเบิลชนิดเอ็มไอตองยึดอยางมัน่ คงชวงละไมเกิน 1.19.4 ขอกําหนดพิเศษตางๆ ขอกําหนดพิเศษตางๆ นอกเหนือจากที่กลาวถึงแลวใหเปนไปตามมาตรฐาน BS 6207 : Specification for mineral-insulated copper sheathed cables with copper conductors.80 เมตร โดยเข็มขัดรัดแบบยึด ขอแขวน หรือเครื่องประกอบอื่นๆ ใน ลักษณะเดียวกันโดยออกแบบและติดตั้งไมใหเปนอันตรายตอ สายเคเบิล ยกเวน ในที่ที่สายเคเบิลถูกตรึงอยูกับที่แลว 5.บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ 5-41 5.2.4 ปลายสายเคเบิลชนิดเอ็มไอตองทําการปดผนึกปลายสายทันทีหลัง จากปอกสายดวยการปดผนึกที่ไดรับการรับรองแลว เพื่อปองกัน ความชื้นเขาไปในฉนวน ตัวนําแตละเสนที่ยื่นพนเปลือกตองหุม ดวยฉนวนที่ไดรับการรับรองแลว 5.19.3 ขอกําหนดโครงสรางของสายเคเบิลชนิดเอ็มไอ 5.19.19.2.19.3.19.19.3 อุปกรณประกอบทีใ่ ชตอ สายเคเบิลชนิดเอ็มไอเขากับกลอง ตู หรือ เครือ่ งอุปกรณไฟฟาหรือบริภัณฑ (Equipment) อืน่ ๆ ตองเปน ชนิดที่ใชเพื่อวัตถุประสงคนี้ ในที่ซึ่งสายเคเบิลแกนเดียวเขากลอง หรือตูเ หล็กการติดตัง้ ตองมีการปองกันความรอนจากการเหนีย่ วนํา 5. IEC 60702 : Mineral insulated cables with a .2 การงอสายเคเบิลชนิดเอ็มไอตองไมเปนอันตรายตอสายเคเบิล รัศมี ความโคงของขอบในตองไมนอยกวา 5 เทาของเสนผานศูนยกลาง ของสายเคเบิล 5.19.

19.5-42 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ rated voltage not exceeding 750 V หรือ AS 3187 : Mineral insulated metal sheathed cables 5.5 ขนาดกระแส ใหใชตามตารางที่ 5-17 และตารางที่ 5-18 .

5 2.มม.) ≥D หรือ หรือ หรือ ≥ 0.5 4 6 10 16 25 35 50 70 95 120 150 185 240 300 400 500 9 14 17 23 31 42 60 81 111 137 169 217 271 316 364 424 509 592 696 818 ค ข 8 11 15 20 27 35 50 66 89 110 - ทอ โลหะ 8 11 14 18 24 31 43 56 77 95 119 148 187 214 251 287 344 400 474 541 ง ทอ อโลหะ 7 10 13 17 23 30 42 54 74 91 114 141 180 205 236 269 329 373 416 469 ทอ โลหะ 10 15 18 24 32 42 58 77 103 126 156 195 242 279 322 370 440 508 599 684 จ ทอ อโลหะ 9 13 16 21 28 36 50 65 87 105 129 160 200 228 259 296 352 400 455 516 21 26 34 45 56 75 97 125 150 177 216 259 294 330 372 431 487 552 623 .5 1 1. 11-2531 อุณหภูมติ วั นํา 70 องศาเซลเซียส ขนาดแรงดัน 300 หรือ 750 โวลต อุณหภูมโิ ดยรอบ 40 องศาเซลเซียส (สําหรับวิธกี ารเดินสาย ก-ค) และ 30 องศาเซลเซียส (สําหรับวิธกี าร เดินสาย ง และ จ) ขนาดกระแส (แอมแปร) วิธีการเดินสาย (หมายเหตุ 2) ขนาดสาย (ตร.5-43 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ ตารางที่ 5-11 ขนาดกระแสของสายไฟฟาทองแดงหุม ฉนวน พีวซี ี ตาม มอก.5D ก 0.

5D ข ค หรือ ง หรือ จ หรือ .5-44 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ หมายเหตุ (ตารางที่ 5-11) 1) D = เสนผานศูนยกลางของสายไฟฟา 2) ชนิดของตัวนําและรูปแบบการติดตั้งเปนไปดังนี้ วิธีการเดินสาย รูปแบบการติดตั้ง ≥D ก ชนิดของตัวนําและรูปแบบการติดตั้ง • สายแกนเดียวหุมฉนวนเดินในอากาศ • สายแบนหุมฉนวนมีเปลือกเดินเกาะผนัง • สายแกนเดียวหุมฉนวนไมเกิน 3 เสน หรือสายหุม ฉนวนมีเปลือกไมเกิน 3 แกน เดินในทอในอากาศใน ทอฝงในผนังปูนฉาบ หรือในทอในฝาเพดาน • สายแกนเดียวหุมฉนวนไมเกิน 3 เสน หรือสายหุม ฉนวนมีเปลือกไมเกิน 3 แกน เดินในทอฝงดิน • สายแกนเดียวหุมฉนวนมีเปลือกไมเกิน 3 เสน หรือ สายหุมฉนวนมีเปลือกไมเกิน 3 แกน ฝงดินโดยตรง ≥ 0.

06 26-30 - 1 31-35 1.71 51-55 0.71 - 56-60 0.94 36-40 1 0.5-45 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ หมายเหตุ (ตารางที่ 5-11) (ตอ) 3) อุณหภูมโิ ดยรอบที่แตกตางจาก 40 องศาเซลเซียส (สําหรับวิธีการเดินสาย ก-ค) หรือ 30 องศาเซลเซียส (สําหรับวิธีการเดินสาย ง และ จ) ใหคูณคาขนาดกระแสดวยตัวคูณดังนี้ อุณหภูมิโดยรอบ (องศาเซลเซียส) ตัวคูณ 21-25 วิธีเดินสาย ก-ค (หมายเหตุ 1) - วิธีเดินสาย ง และ จ (หมายเหตุ 1) 1.82 0.79 46-50 0.91 0.08 0.87 41-45 0.58 - 4) ในทีซ่ งึ่ มีการเดินสายผสมระหวางการเดินสายในอากาศหรือเกาะผนัง (วิธีการเดินสาย ก หรือ ข) และการ เดินสายในทอ (วิธีการเดินสาย ค) หากความยาวสายที่เดินในทอไมเกินครึ่งหนึ่งของความยาวสายทั้งหมด และสายที่เดินในทอยาวไมเกิน 6 เมตร อนุญาตใหใชคาขนาดกระแสตามวิธีการเดินสายในอากาศหรือ เกาะผนังได .

5-46

บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ

ตารางที่ 5-12
ขนาดกระแสของสายไฟฟาทองแดงหุมฉนวน พีวีซี ตาม มอก. 11-2531 อุณหภูมิตัวนํา 70 องศา
เซลเซียส ขนาดแรงดัน 300 หรือ 750 โวลต อุณหภูมิโดยรอบ 40 องศาเซลเซียส วางบนรางเคเบิล
(Cable Tray)
ขนาดกระแส (แอมแปร)
วิธีการเดินสาย (หมายเหตุ 1)
ขนาดสาย
(ตร.มม.)

D

D
≥D

1
1.5
2.5
4
6
10
16
25
35
50
70
95
120
150
185
240
300
400
500


169
217
271
316
364
424
509
592
696
818

≥ 2.15


110
141
176
205
237
276
331
444
522
613


143
183
230
267
308
360
432
504
593
699

D


101
130
163
190
218
254
305
414
487
572


11
14
18
24
31
43
56
77
95
119
148
187
214
251
287
344
400
-


10
13
17
23
29
41
53
73
90
113
140
178
203
238
273
327
393
-

บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ

5-47

หมายเหตุ (ตารางที่ 5-12)
1) D = เสนผานศูนยกลางของสายไฟฟา
2) ชนิดของตัวนําและรูปแบบการติดตั้งเปนไปดังนี้
วิธีการเดินสาย

รูปแบบการติดตั้ง

D

ชนิดของตัวนําและอุปกรณการติดตั้ง

สายแกนเดียวตามขอ 5.15.1 วางเรียงกันชั้นเดียว
บนรางเคเบิล มีระยะหางระหวางสายไมนอยกวา
เสนผานศูนยกลางของสายเสนโตที่อยูใกลกัน

สายแกนเดียวตามขอ 5.15.1 วางบนรางเคเบิล ไม
มี ร ะยะห า งระหว า งสายวางเรี ย งกั น หรื อ ซ อ นกั น
ตามขอ 5.15.5

สายแกนเดียวตามขอ 5.15.1 วางซอนกันเปน
สามเหลี่ยมบนรางเคเบิล มีระยะหางระหวางกลุม
สายไมนอยกวา 2.15 เทาของเสนผานศูนยกลาง
ของสายแตละเสน

สายแกนเดียวตามขอ 5.15.1 วางบนรางเคเบิลมีฝา
ปด ที่ไมมีระยะหางระหวางสายวางเรียงกันหรือ
ซอนกันตามขอ 5.15.5

สายหลายแกนตามขอ 5.15.1 วางบนรางเคเบิล
วางเรียงกันหรือซอนกันตามขอ 5.15.4

สายหลายแกนตามขอ 5.15.1 วางบนรางเคเบิลมี
ฝาปดทึบยาวเกิน 1.80 เมตร วางเรียงกันหรือซอน
กันตามขอ 5.15.4


≥D

D

≥2.15

D

3) อุณหภูมโิ ดยรอบที่แตกตางจาก 40 องศาเซลเซียส ใหคูณคาขนาดกระแสดวยตัวคูณ เชนเดียวกับหมาย
เหตุ 3) ของตารางที่ 5-11

5-48

บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ

ตารางที่ 5-13
ขนาดกระแสของสายไฟฟาทองแดงหุม ฉนวนครอสสลงิ กโพลิเอทิลนี อุณหภูมติ วั นํา 90 องศาเซลเซียส
ขนาดแรงดัน 600 โวลต อุณหภูมโิ ดยรอบ 40 องศาเซลเซียส (สําหรับการเดินสายในอากาศ) และ 30
องศาเซลเซียส สําหรับการเดินสายใตดนิ
ขนาดกระแส (แอมแปร)
วิธีการเดินสาย




ขนาดสาย
สายแกนเดียวไมเกิน
สายแกน สายแกนเดียว 3 เสน
สายแกนเดียว
(ตร.มม.)
3 เสน หรือสายหลาย
หรือสายหลายแกน
เดียวเดิน
3 เสน
แกนไมเกิน 3 แกน
ไมเกิน 3 แกน เดิน
ในอากาศ
เดินในทอฝงดิน
ฝงดินโดยตรง
ในทอโลหะในอากาศ ทอโลหะ ทออโลหะ
2.5

36

25

31

28

44

4

47

33

41

36

57

6

60

42

52

46

71

10

82

56

70

61

94

16

110

76

93

81

122

25

148

100

123

107

156

35

184

123

151

130

187

50

224

153

184

156

221

70

286

191

230

197

270

95

356

239

285

241

325

120

417

275

329

277

368

150

481

322

380

318

413

185

559

368

436

363

466

240

672

440

518

430

539

300

782

510

615

501

607

400

921

604

734

586

687

500

1080

686

855

685

773

บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ

5-49

หมายเหตุ (ตารางที่ 5-13)
อุณหภูมโิ ดยรอบที่แตกตางจาก 40 องศาเซลเซียส (สําหรับการเดินสายในอากาศ) หรือ 30 องศาเซลเซียส
(สําหรับการเดินสายใตดิน) ใหคูณคาขนาดกระแสดวยตัวคูณดังนี้
ตัวคูณ
อุณหภูมิโดยรอบ (องศาเซลเซียส)
การเดินสายในอากาศ
การเดินสายใตดิน
21-25
1.04
26-30
1
31-35
1.05
0.96
36-40
1
0.91
41-45
0.95
0.87
46-50
0.89
0.82
51-55
0.84
56-60
0.78
-

5-50

บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ

ตารางที่ 5-14
ขนาดกระแสของสายไฟฟาทองแดงหุม ฉนวนครอสสลงิ กโพลิเอทิลนี อุณหภูมติ วั นํา 90 องศาเซลเซียส
ขนาดแรงดัน 11 ถึง 33 เควี อุณหภูมโิ ดยรอบ 40 องศาเซลเซียส (สําหรับการเดินสายในอากาศ) และ
30 องศาเซลเซียส สําหรับการเดินสายใตดนิ
ขนาดกระแส (แอมแปร)
วิธีการเดินสาย
สายแกนเดียว
สายแกนเดียว 3 เสน
สายแกนเดียว
ขนาดสาย
3 เสน เดินในทอ
เดินในทอฝงดิน
1 วงจร
(ตร.มม.)
โลหะในอากาศ
ฝงดินโดยตรง
ทอโลหะ ทออโลหะ
35
148
176
149
209
50
175
209
178
247
70
215
258
218
302
95
265
315
265
361
120
303
361
303
410
150
348
413
341
460
185
396
469
386
519
240
478
563
454
601
300
551
650
521
679
400
636
751
607
772
500
730
869
706
878
หมายเหตุ (ตารางที่ 5-14)
อุณหภูมโิ ดยรอบที่แตกตางจาก 40 องศาเซลเซียส (สําหรับการเดินสายในอากาศ) หรือ 30
องศาเซลเซียส (สําหรับการเดินสายใตดิน) ใหคูณคาขนาดกระแสดวยตัวคูณเชนเดียวกับหมาย
เหตุของตารางที่ 5-13

บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ

5-51

ตารางที่ 5-15
ขนาดกระแสของสายไฟฟาทองแดงหุมฉนวนครอสสลิงกโพลิเอทิลีน มีชลี ด อุณหภูมิตัวนํา 90 องศา
เซลเซียส ขนาดแรงดัน 11 ถึง 33 เควี อุณหภูมิโดยรอบ 30 องศาเซลเซียส เดินใน Duct Bank ไม
เกิน 8 ทอ
ขนาดสาย
(ตร.มม.)

ขนาดกระแสตอ 1 วงจร (แอมแปร)
จํานวนวงจรทั้งหมด

1
2
3
4
5
6
7
8
35
175
160
147
137
130
122
116
110
50
210
191
175
162
153
144
136
130
70
251
228
208
193
182
171
161
154
95
313
282
256
236
222
208
196
187
120
357
322
292
270
254
238
224
213
150
405
362
327
300
282
263
248
235
185
461
410
369
339
318
296
278
264
240
535
475
427
392
367
342
321
305
300
611
539
481
440
411
382
358
339
400
694
619
553
507
473
440
412
391
500
797
695
616
560
522
483
451
427
หมายเหตุ (ตารางที่ 5-15)
1) อุณหภูมโิ ดยรอบที่แตกตางจาก 30 องศาเซลเซียส ใหคูณคาขนาดกระแสดวยตัวคูณเชนเดียวกับ
หมายเหตุของตารางที่ 5-13
2) การคํานวณอิงจากมาตรฐาน IEC 287-1982 ตามสภาพเงื่อนไขดังตอไปนี้
• โหลดแฟกเตอร 100 %
• Soil thermal resistivity = 1.0 K-m/W
• Concrete thermal resistivity = 1.0 K-m/W

5-52

บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ
ตารางที่ 5-16
ขอกําหนดการใชงานของสายไฟฟาที่ผลิตตาม มอก. 11-2531
(อุณหภูมิใชงาน 70 องศาเซลเซียส)

มอก. 11-2531
ตารางที่

1

ชนิดของสาย

ชื่อเรียก

สายไฟฟาหุมฉนวน
แกนเดียว

IV
HIV

แรงดันไฟฟาที่
กําหนด(โวลต)

300

ลักษณะการติดตั้ง
• เดินลอยตองยึดดวยวัสดุฉนวน
• เดินในชองเดินสายในสถานที่แหง
• หามรอยทอฝงดินหรือฝงดินโดย

2

สายไฟฟาหุมฉนวนมี
เปลือกนอกแกนเดียว
สายแบน 2 แกน
และสายแบน 3 แกน

VAF
VAF-S

300

3

สายไฟฟาหุมฉนวนมี
เ ป ลื อ ก น อ กหลาย
แกน

VVR

300

ตรง
สายกลม
• เดินลอย
• เดินเกาะผนัง
• เดินซอน (Conceal) ในผนัง
• เดินในชองเดินสาย
• หามฝงดินโดยตรง
• เดินรอ ยทอ ฝง ดินไดแ ตตอ งปอง
กั น ไม ใ ห นํ้ าเข า ภายในท อ และ
ปองกันไมใหสายมีโอกาสแชนํ้า
สายแบน
• เดินเกาะผนัง
• เดินซอน (Conceal) ในผนัง
• หามเดินในชองเดินสาย
ยกเวน รางเดินสาย
• หามรอยทอฝงดินหรือฝงดินโดย
ตรง
• ใชงานทั่วไป
• หามฝงดินโดยตรง
• เดินรอ ยทอ ฝง ดินไดแ ตตอ งปอง
กั น ไม ใ ห นํ้ าเข า ภายในท อ และ
ปองกันไมใหสายมีโอกาสแชนํ้า

11-2531 ตารางที่ 4 ชนิดของสาย ชื่อเรียก แรงดันไฟฟาที่ กําหนด(โวลต) สายไฟฟ า หุ  ม ฉนวน แกนเดียว THW 750 ลักษณะการติดตั้ง • เดินลอยตองยึดดวยวัสดุฉนวน • เดินในชองเดินสายในสถานที่แหง • หามฝงดินโดยตรง • เดินรอ ยทอ ฝง ดินไดแ ตตอ งปอง 5 สายไฟฟาหุมฉนวนมี เปลือกนอกแกนเดียว และสายแบน 2 แกน VVF VVF-S 750 6 สายไฟฟาหุมฉนวนมี เปลือกนอกแกนเดียว NYY 750 กั น ไม ใ ห นํ้ าเข า ภายในท อ และ ปองกันไมใหสายมีโอกาสแชนํ้า สายกลม • เดินลอย • เดินเกาะผนัง • เดินซอน (Conceal) ในผนัง • เดินในชองเดินสาย • เดินรอ ยทอ ฝง ดินไดแ ตตอ งปอง กั น ไม ใ ห นํ้ าเข า ภายในท อ และ ปองกันไมใหสายมีโอกาสแชนํ้า สายแบน • เดินเกาะผนัง • เดินซอน (Conceal) ในผนัง • หามเดินในชองเดินสาย ยกเวน รางเดินสาย • หามรอยทอฝงดินหรือฝงดินโดย ตรง • ใชงานทั่วไป • เดินรอยทอฝงดิน • ฝงดินโดยตรง .5-53 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ ตารางที่ 5-16 (ตอ) ขอกําหนดการใชงานของสายไฟฟาที่ผลิตตาม มอก. 11-2531 (อุณหภูมิใชงาน 70 องศาเซลเซียส) มอก.

5-54 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ ตารางที่ 5-16 (ตอ) ขอกําหนดการใชงานของสายไฟฟาที่ผลิตตาม มอก. 11-2531 ตารางที่ 7 8 9 10 11 12 13 ชนิดของสาย ชื่อเรียก แรงดันไฟฟาที่ กําหนด(โวลต) สายไฟฟาหุมฉนวนมี เ ป ลื อ ก น อ กหลาย แกน สายไฟฟาหุมฉนวนมี เปลือกนอก 3 แกน มี สายนิวทรัล สายไฟฟาหุมฉนวน มีเปลือกนอก สายไฟฟาหุมฉนวน และเป  น สายชนิ ด ออนตัวได สายแบน 2 แกน และ สายแบน 3 แกน มี สายดิน NYY 750 ลักษณะการติดตั้ง • ใชงานทั่วไป • เดินรอยทอฝงดิน • ฝงดินโดยตรง NYY-N 750 • ใชงานทั่วไป • เดินรอยทอฝงดิน • ฝงดินโดยตรง VCT 750 • ใชงานทั่วไป • ฝงดินโดยตรง VSF VFF VTF B-GRD 300 ยกไดและใชตอเขาดวงโคม 300 • เดินเกาะผนัง • เดินซอน (Conceal) ในผนัง VAF-G สายไฟฟาหุมฉนวนมี VVR-GRD เ ป ลื อ ก น อ กหลาย แกน สายแบน 2 แกน มี VVF-GRD สายดิน • ใชตอเขาเครื่องใชไฟฟาชนิดหยิบ • หามเดินในชองเดินสาย 300 750 ยกเวน รางเดินสาย • หามรอยทอฝงดินหรือฝงดินโดย ตรง • ใชงานทั่วไป • หามรอยทอฝงดินหรือฝงดินโดย ตรง • เดินเกาะผนัง • เดินซอน (Conceal) ในผนัง • หามเดินในชองเดินสาย ยกเวน รางเดินสาย • หามรอยทอฝงดินหรือฝงดินโดย ตรง . 11-2531 (อุณหภูมิใชงาน 70 องศาเซลเซียส) มอก.

11-2531 ชนิดของสาย ตารางที่ 14 15 16 17 ชื่อเรียก สายไฟฟาหุมฉนวนมี NYY-GRD เ ป ลื อ ก น อ กหลาย แกนมีสายดิน สายไฟฟาหุมฉนวนมี VCT-GRD เปลือกนอกมีสายดิน สายไฟฟ า หุ  ม ฉนวน VFF-GRD ชนิดออนตัวมีสายดิน สายไฟฟาหุมฉนวนมี VFF-F เ ป ลื อ ก น อ กหลาย แกน แรงดันไฟฟาที่ กําหนด(โวลต) 750 ลักษณะการติดตั้ง • ใชงานทั่วไป • ฝงดินโดยตรง 750 300 300 • ใช ต  อ เข า เครื่ อ งใช ไ ฟฟ า และ อุปกรณไฟฟา • ใชตอเขาเครื่องใชไฟฟาชนิดหยิบ ยกไดและใชตอเขาดวงโคม • ใชตอเขาเครื่องใชไฟฟาทั่วไป .5-55 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ ตารางที่ 5-16 (ตอ) ขอกําหนดการใชงานของสายไฟฟาที่ผลิตตาม มอก. 11-2531 (อุณหภูมิใชงาน 70 องศาเซลเซียส) มอก.

5 1.5 4 6 10 15 25 35 50 70 95 120 150 185 240 20 27 21 29 38 48 65 87 113 139 172 210 252 289 330 374 437 16 22 18 24 31 41 55 73 95 116 144 176 212 243 278 315 369 18 25 20 26 35 44 60 78 102 125 154 188 224 258 294 333 388 หมายเหตุ (ตารางที่ 5-17) 1) สําหรับสายเคเบิลแกนเดียว ใหนําเปลือกทองแดงของแตละวงจรตอเขาดวยกันที่ปลายทั้งสองดานของวงจร 2) ใหคูณคาขนาดกระแสดวยตัวคูณ 0.5 2.5 2.9 สําหรับ กรณีไมมีพีวีซีหุมและเปลือยตอการสัมผัสถึงได .) สองแกน วางแบบ flat วางแบบ trefoil 500 750 1.5-56 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ ตารางที่ 5-17 ขนาดกระแสของสายเคเบิลชนิดเอ็มไอ ตัวนําและเปลือก (sheath) ทําดวยทองแดง กรณีมีพีวีซีหุม (covered) และเปลือยตอการสัมผัสถึงได อุณหภูมิของเปลือกโลหะ 70 องศาเซลเซียส อุณหภูมิโดยรอบ 40 องศาเซลเซียส ขนาดกระแส (แอมแปร) จํานวนและรูปแบบการจัดวางของตัวนํา 2 ตัวนํา 3 ตัวนํา สายเคเบิล สายเคเบิล สายเคเบิล ขนาดแรงดัน ขนาดระบุของตัวนํา หลายแกน หรื อ แกนเดียว หรือ แกนเดียว แกนเดียว (โวลต) (ตร.มม.

มม.5 26 35 22 30 25 33 2.5 4 6 10 15 25 35 50 70 95 120 150 185 240 29 39 51 64 88 117 153 187 231 282 339 390 446 506 592 24 32 43 54 75 98 129 157 195 239 207 330 377 428 500 28 38 49 62 84 109 142 172 212 258 307 352 400 453 526 หมายเหตุ (ตารางที่ 5-18) 1) ไมอนุญาตใหใชในที่ซึ่งเปลือยตอการสัมผัสถึงไดและสถานที่มีโอกาสสัมผัสกับวัสดุติดไฟ 2) สําหรับสายเคเบิลแกนเดียว ใหนาเปลื ํ อกทองแดงของแตละวงจรตอเขาดวยกันทีป่ ลายทัง้ สองดานของวงจร .5-57 บทที่ 5 ขอกําหนดการเดินสายและวัสดุ ตารางที่ 5-18 ขนาดกระแสของสายเคเบิลชนิดเอ็มไอ ตัวนําและเปลือก (sheath) ทําดวยทองแดง กรณีไมมพ ี วี ซี หี มุ อุณหภูมขิ องเปลือกโลหะ 105 องศาเซลเซียส อุณหภูมิโดยรอบ 40 องศาเซลเซียส ขนาดกระแส (แอมแปร) จํานวนและรูปแบบการจัดวางของตัวนํา 2 ตัวนํา 3 ตัวนํา สายเคเบิล สายเคเบิล สายเคเบิล หลายแกน หรือ ขนาดแรงดัน ขนาดระบุของตัวนํา แกนเดียว หรือ แกนเดียว แกนเดียว (โวลต) (ตร.5 2.5 47 40 43 1.5 2.) สองแกน วางแบบ flat วางแบบ trefoil 500 750 1.

1.1 ทั่วไป ใหใชกับโคมไฟฟา ขั้วรับหลอด สายเขาดวงโคมชนิดแขวน หลอดไส หลอด ไฟอารก หลอดไฟปลอยประจุ การเดินสายของดวงโคมและบริภัณฑที่เปน สวนประกอบของดวงโคม 6.1.5 กิโลกรัม หรือมีขนาดใหญ กวา 400 มม.2 โคมไฟฟาและเครื่องประกอบการติดตั้งตองไมมีสวนที่มีไฟฟาเปดโลงให สัมผัสได 6.6 การเดินสายดวงโคม 6.บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6-1 บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา ขอกํ าหนดในบทนี้เกี่ยวกับการออกแบบระบบไฟฟาสํ าหรับบริภัณฑ โคมไฟฟา สวิตช เตารับและเตาเสียบ มอเตอร วงจรมอเตอรและเครื่องควบคุม หมอแปลง หองหมอแปลง ลานหมอแปลง และคาปาซิเตอร 6.5 ดวงโคมและขั้วรับหลอด ตองมีการจับยึดอยางแข็งแรงและเหมาะสมกับนํ้า หนักของดวงโคม ดวงโคมที่มีนํ้าหนักเกินกวา 2.1.1. หามใชขั้วรับหลอดเปนตัวรับนํ้าหนักของดวงโคม 6.1.6.1.3 ดวงโคมไฟฟาและเครือ่ งประกอบการติดตัง้ ตองเหมาะสมกับสภาพแวดลอมที่ ติดตั้ง เมื่อการติดตั้งในสถานที่เปยกหรือสถานที่ชื้นตองใชดวงโคมชนิดที่นํ้า ไมสามารถเขาไปในดวงโคมหรือเครื่องประกอบการติดตั้งไดเมื่ออยูในสภาพ การใชงานตามปกติ 6.1 โคมไฟฟาและเครื่องประกอบการติดตั้ง 6.4 ดวงโคมใกลวัสดุติดไฟ ตองมีสิ่งปองกันหรือกั้นไมใหวัสดุติดไฟไดรับความ รอนเกิน 90 องศาเซลเซียส 6.1 การเดินสายดวงโคม ตองจัดทําใหเรียบรอยเพื่อปองกันความเสีย หายทางกายภาพและใหใชสายเทาที่จําเปนเทานั้น และตองไม ทําใหอุณหภูมิของสายนั้นสูงกวาอุณหภูมิใชงานสูงสุดของสาย .1.

1.2.4 สวิตชและเตารับตองติดตั้งอยูเหนือระดับนํ้าที่อาจทวมหรือขังได .8 6.2 สวิตชและเตารับที่ใชกลางแจง หรือสถานที่เปยกชื้น ตองเปนชนิดที่ระบุ IP ใหเหมาะกับสภาพการใชงาน กรณีปองกันนํ้าสาดใหใชไมตํ่ากวา IPX4 กรณีปองกันนํ้าฉีดใหใชไมตํ่ากวา IPX5 ตามขอ 2.1.2.1.7 6.3 สายไฟที่อยูในตูแสดงสินคาตองเดินในชองเดินสาย และสวนที่มี ไฟฟาตองไมอยูในที่เปดเผย 6.9.1 สวิตชและเตารับที่ใชงานตองมีพิกัดกระแส แรงดัน และประเภทเหมาะสม กับสภาพการใชงาน เตารับตองไมเปนประเภทที่ใชเปนขั้วหลอดไดดวย 6.2 6.2.6.1.2 ขนาดของสายตองไมเล็กกวา 0.2.3 เตารับแบบติดกับพื้นหรือฝงพื้น การติดตั้งตองปองกันหรือหลีกเลี่ยงจาก ความเสียหายทางกายภาพเนื่องจากการทําความสะอาดพื้นและการใชงาน 6.2 การตอหรือการตอแยกของสายใหมใี นดวงโคมไดเทาทีจ่ าเป ํ นเทานัน้ 6.1.มม.3 ขัว้ รับหลอดชนิดเกลียวเมือ่ ใชกบั ระบบไฟฟาทีม่ ตี วั นํานิวทรัล สวน เกลียวโลหะที่เปนทางเดินของกระแสไฟฟาตองตอกับตัวนํ านิวทรัลเทานั้น ดวงโคมตองติดตั้งใหสามารถตรวจสอบการตอสายระหวางสายดวงโคมกับ สายของวงจรยอยไดโดยสะดวก ฉนวนของสายในดวงโคม 6.9.6-2 บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6.2 ดวงโคมที่ติดตั้งในสถานที่เปยกชื้น หรือสถานที่ที่มีการผุกรอนได ตองใชสายชนิดทีไ่ ดรบั การรับรองเพือ่ ใชสาหรั ํ บจุดประสงคนนั้ แลว การตอและการตอแยก 6.6.1 สายที่ใชในดวงโคมตองมีฉนวนที่เหมาะสมกับกระแส แรงดันและ อุณหภูมิใชงาน 6.9.1.1. และตองเปนชนิดที่ เหมาะสมกับสภาพการใชงาน 6.8.4 กลองจุดตอไฟฟาเขาดวงโคมตองมีฝาครอบ หรือปดดวยฝาครอบ ดวงโคมขั้วรับหลอด เตารับ เตาเพดาน หรืออุปกรณที่คลายกัน สวิตช เตารับ (Receptacle) และเตาเสียบ (Plug) 6.1.8 6.1 จุดตอหรือจุดตอแยกของสายตองไมอยูในกานดวงโคม 6.1.5 ตร.9.1.8.9 6.1.

บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6.3.3.5 ตร.5 สายสําหรับมอเตอรตัวเดียว 6.2 บุชชิง เมื่อเดินสายผานชองเปดของเครื่องหอหุม กลองตอทอหรือผนังตองใชบุชชิง เพื่อปองกันความเสียหายของสาย บุชชิงตองทําจากวัสดุที่ทนตอสภาพแวด ลอม เชน ทนตอนํ้ามันหลอลื่น จาระบี สารเคมี หรืออื่นๆ 6.1.3.5 6.3 ในสถานทีท่ มี่ ลี ะออง หรือวัสดุทปี่ ลิวไดซงึ่ สามารถเกาะติดหรือเขา ไปภายในมอเตอรไดมากพอที่จะทําใหมอเตอรระบายอากาศและ ความรอนไมสะดวก ในสถานที่เชนนี้ตองใชมอเตอรชนิดปด 6.4 มอเตอรตัวใหญที่สุด การพิจารณาตัดสินวามอเตอรตัวใดใหญที่สุดใหดูจากพิกัดกระแสโหลดเต็ม ที่ของมอเตอร ตอน ข.3 ที่ตั้ง 6.2 มอเตอรแบบเปดทีม่ แี ปรงถาน ตองติดตัง้ ในสถานทีห่ รือมีมาตรการ ปองกันไมใหประกายไฟที่อาจเกิดขึ้นกระเด็นไปถูกวัสดุติดไฟได 6.1 สายของวงจรยอยที่จายใหมอเตอรตัวเดียว ตองมีขนาดกระแสไม ตํ่ ากวารอยละ 125 ของพิกัดกระแสโหลดเต็มที่ของมอเตอร ยกเวน มอเตอรชนิดความเร็วหลายคาที่นํามาใชงาน ประเภทใช งานระยะสั้น ใชงานเปนระยะ ใชงานเปนคาบ และใชงานที่ . เตารับใหเปนไปตามขอ 3.3.6 6.1 มอเตอรตองติดตั้งในสถานที่ที่สามารถระบายอากาศไดสะดวก และสามารถเขาไปบํารุงรักษาไดงาย ยกเวน มอเตอรที่เปนสวนประกอบของบริภัณฑที่สําเร็จรูป 6.3.3 6-3 ขนาดสายสําหรับเตารับตองไมเล็กกวา 1.มม.3. ทั่วไป 6.3. สายสําหรับวงจรมอเตอร 6.1 ขอกําหนดนี้ใชสําหรับการติดตั้งมอเตอร วงจรมอเตอร และเครื่องควบคุม มอเตอรทั่วไปในกรณีที่ติดตั้งในสถานที่เฉพาะ เชน ในบริเวณอันตราย ให ดูรายละเอียดในเรื่องนั้นๆ ประกอบดวย 6.2.3.3.3.3.1 มอเตอร วงจรมอเตอร และเครื่องควบคุม ตอน ก.7.5.2.3.

6.3.6.3.5.3 มอเตอรพิกัด ใชงาน 5 นาที มอเตอรพิกัด ใชงาน 15 นาที มอเตอรพิกัด มอเตอรพิกัด ใชงาน 30 และ ใชงานตอเนื่อง 60 นาที 110 120 150 - 85 85 90 140 85 90 95 140 110 120 150 200 มอเตอรมีตัวตานทานอยูแยกจากเครื่องควบคุม สายที่ตอระหวางเครื่องควบคุมและตัวตานทาน ตองมีขนาด กระแสไมตํ่ากวาที่กําหนดในตารางที่ 6-2 .6-4 บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6.มม.1 มอเตอรใชงานประเภทตอเนื่อง สายที่ ต  อ ระหว า งด า นทุ ติ ย ภู มิ ข องมอเตอร กั บ เครื่ อ งควบคุ ม มอเตอรตองมีขนาดกระแสไมตํ่ากวารอยละ 125 ของกระแส โหลดเต็มที่ดานทุติยภูมิของมอเตอร 6.3.6.3.6 เปลี่ยนแปลง สายตองมีขนาดกระแสไมตํ่ากวาจํานวนรอยละ ของพิกัดกระแสบนแผนปายประจําเครื่องตามตารางที่ 6-1 6.2 สายของวงจรยอยมอเตอรตองมีขนาดไมเล็กกวา 1. สายดานทุติยภูมิของมอเตอรแบบวาวดโรเตอร (Wound-Rotor) 6.3.2 มอเตอรที่ใชงานไมตอเนื่อง สายตองมีขนาดกระแสไมตํ่ากวาจํานวนรอยละของกระแสโหลด เต็มที่ดานทุติยภูมิของมอเตอร ตามตารางที่ 6-1 ตารางที่ 6-1 ขนาดกระแสของสายสําหรับมอเตอรที่ใชงานไมตอเนื่อง รอยละของพิกัดกระแสบนแผนปายประจําเครื่อง ประเภทการใชงาน ใชงานระยะสั้น เชนมอเตอรหมุน ปด-เปดวาลว ฯลฯ ใชงานเปนระยะ เชนมอเตอรลิฟต มอเตอรปด-เปดสะพาน ฯลฯ ใชงานเปนคาบ เชนมอเตอรหมุน ลูกกลิ้ง ฯลฯ ใชงานที่เปลี่ยนแปลง 6.5 ตร.

3.บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6-5 ตารางที่ 6-2 ขนาดสายระหวางเครื่องควบคุมมอเตอร และ ตัวตานทานในวงจรทุติยภูมิของมอเตอรแบบวาวดโรเตอร ขนาดกระแสของสายคิดเปนรอยละ ประเภทการใชงานของตัวตานทาน ของกระแสดานทุติยภูมิที่โหลดเต็มที่ เริ่มเดินอยางเบา 35 เริ่มเดินอยางหนัก 45 เริ่มเดินอยางหนักมาก 55 ใชงานเปนระยะหางมาก 65 ใชงานเปนระยะหางปานกลาง 75 ใชงานเปนระยะถี่ 85 ใชงานตอเนื่องกัน 110 6.7.7.7.3.3.7.7.2 หาขนาดกระแสของสายสําหรับมอเตอรแบบใชงานตอเนือ่ งโดยใช คารอยละ 100 ของพิกัดกระแสโหลดเต็มที่ของมอเตอร 6.7.2 เมื่อพบวาคาดัง กลาวของมอเตอรตัวใดสูงสุดใหคูณดวย 1.3 ตรวจคากระแสจากขอ 6.2 ทั้งหมด จะไดกําหนดขนาดกระแสของสายที่จายไฟ ใหแกมอเตอรเหลานั้น .1 และ 6.3.1 และ 6.3.3.3.7.1 หาขนาดกระแสของสายสําหรับมอเตอรแบบใชงานไมตอ เนือ่ ง ตาม ตารางที่ 6-1 6.3.25 แลวบวกดวยคา ขนาดกระแสของสายสําหรับมอเตอรตัวอื่นที่เหลือใน ขอ 6.7 สายสําหรับวงจรมอเตอรหลายตัว สายซึง่ จายกระแสใหแกมอเตอรมากกวา 1 ตัว ตองมีขนาดกระแสไมตํ่ากวา ผลรวมของพิกัดกระแสโหลดเต็มที่ของมอเตอรทุกตัวบวกกับรอยละ 25 ของ พิกัดกระแสโหลดเต็มที่ของมอเตอรตัวใหญที่สุดในวงจร ในกรณีที่มอเตอร ตัวใหญที่สุดมีหลายตัวใหบวกรอยละ 25 เพียงตัวเดียว ในกรณีที่มีมอเตอร แบบใชงานไมตอเนื่องปนอยูดวย ในการหาขนาดสายใหดําเนินการดังนี้ 6.

6-6 บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6.3.5 เรื่องคาปาซิเตอร ประกอบดวย การตอสายแยกจากสายปอน สายทีแ่ ยกจากสายปอน ตองมีขนาดกระแสไมนอ ยกวาทีค่ านวณได ํ ในตอน ข.3.3.3.8 6.3.5 หรือ 6.12.11.1 สายตัวนําตองเดินในทอสายและยาวไมเกิน 3 เมตร 6.3 มีขนาดกระแสเทากับสายปอน การปองกันการใชงานเกินกําลังของมอเตอรและวงจรยอย ขอกําหนดนี้ สําหรับมอเตอรทใี่ ชกบั ระบบแรงตําเพื ่ อ่ ปองกันวงจรมอเตอร และ อุปกรณประกอบตางๆ มีอณ ุ หภูมสิ งู เกินกําหนด เนือ่ งจากการใชงานเกินกําลัง หรือเริม่ เดินไมสาเร็ ํ จ ทัง้ นีไ้ มครอบคลุมถึงมอเตอรสาหรั ํ บเครือ่ งสูบนําดั ้ บเพลิง มอเตอรใชงานประเภทตอเนื่อง 6.3.3. 6.3.7 หรือ 6. 6.8 ได ถามอเตอรใชงานไมพรอมกัน โดยสภาพของงาน การผลิตหรือเครื่องจักร มอเตอรที่มีคาปาซิเตอรตอรวมอยูดวย การคํานวณขนาดสายสําหรับมอเตอรที่มีคาปาซิเตอรรวมอยูดวยใหดูขอ 6.12.3.11.3. ตองตอเขากับเครื่องปองกันกระแสเกินและตองเปนไปตามขอใดขอหนึ่งหรือ หลายขอ ดังตอไปนี้ 6.2 มีขนาดกระแสไมตํ่ากวา 1/3 ของขนาดกระแสของสายปอนและ มีการปองกันความเสียหายทางกายภาพ ความยาวไมเกิน 7.1 เครือ่ งปองกันการใชงานเกินกําลังติดตั้งแยกตางหาก จากตัวมอเตอรและทํ างานสัมพันธกับกระแสของ มอเตอร ขนาดปรับตั้งของเครื่องปองกันการใชงาน .11.3.7 บวกกับ กระแสความตองการสําหรับโหลดอื่นๆ ที่กําหนดไว คําอธิบาย โหลดอื่นๆ หมายถึงโหลดที่คิดคาดีมานดแฟกเตอรแลว ดีมานดแฟกเตอรของสายปอน สายปอนอาจมีขนาดเล็กกวาที่คํานวณตามขอ 6.10 6.1.12 สายสําหรับวงจรที่จายไฟใหแกมอเตอรรวมกับโหลดอื่น ตองมีขนาดกระแสไมตํ่ากวาที่คํานวณได ตามขอ 6.9 6.3.5 เมตร 6.3.11 ตอน ค.3.5.1 มอเตอรขนาดเกิน 1 แรงมา มอเตอรแตละตัวตองมีการปองกันการใชงานเกินกําลังดวยวิธีใด วิธีหนึ่งดังตอไปนี้ 6.3.

12.3.3 อนุญาตใหใชเครื่องปองกันติดตั้งที่ตัวมอเตอร ซึ่งจะ ทํ าหน า ที่ ป  อ งกั น ความเสี ย หายของมอเตอรเนื่อง .3.2 เครื่องปองกันอุณหภูมิสูงเกินกํ าหนด ที่ติดตั้งที่ตัว มอเตอรซึ่งไดออกแบบเพื่อปองกันมอเตอรเสียหาย จากอุณหภูมิสูงเกินกําหนดเนื่องจากการใชงานเกิน กํ าลั ง หรื อ เริ่ ม เดิ น ไม สํ าเร็ จ ต อ งตั ด กระแสที่เขา มอเตอรไมเกินรอยละของพิกัดกระแสโหลดเต็มที่ ดังนี้ • มอเตอรที่มีกระแสโหลดเต็มที่ ร อ ยละ ไมเกิน 9 แอมแปร 170 • มอเตอรที่มีกระแสโหลดเต็มที่ ร อ ยละ ตัง้ แต 9.บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6-7 เกินกํ าลังตองไมเกินรอยละของพิกัดกระแสโหลด เต็มที่ ดังนี้ • มอเตอรที่ระบุตัวประกอบใชงาน ร อ ยละ (Service Factor) ไมนอยกวา 1.1.15 125 • มอเตอรที่ระบุอุณหภูมิเพิ่มขึ้น ร อ ยละ ไมเกิน 40 องศาเซลเซียส 125 • มอเตอรอื่นๆ ร อ ยละ 115 ขนาดปรับตั้งนี้อาจเปลี่ยนแปลงไดตามที่อนุญาต โดยขอ 6.1 ถึง 20 แอมแปร 156 • มอเตอรที่มีกระแสโหลดเต็มที่ ร อ ยละ เกินกวา 20 แอมแปร 140 ถาเครื่องตัดกระแสเขามอเตอร ติดตั้งแยกตางหาก จากตั ว มอเตอร แ ละวงจรควบคุ ม การทํ างานด ว ย อุปกรณที่ติดอยูที่ตัวมอเตอร ตองจัดใหกระแสเขา มอเตอรถูกตัดออก เมื่อวงจรควบคุมถูกตัด 6.3.14 ถามอเตอรเปนชนิดความเร็วหลาย คา การพิจารณาใหแยกเปนแตละขดลวดไป 6.1.12.

12.3.12.2 มอเตอรขนาดไมเกิน 1 แรงมา ติดตั้งถาวรอยูในที่ซึ่ง มองไมเห็นจากเครื่องควบคุมมอเตอร หรือหางจาก เครื่องควบคุมมอเตอรเกินกวา 15 เมตร ตองมีการ ปองกันตามที่กําหนดในขอ 6.3. เปนเครื่องปองกันการใช งานเกินกําลังของมอเตอรได วงจรยอยดังกลาวตอง มีขนาดไมเกิน 20 แอมแปร 6.500 แรงมาตองติดตั้ง เครื่องตรวจจับอุณหภูมิสูงไวในตัวมอเตอร ซึ่งจะตัด กระแสเขามอเตอรออกเมื่ออุณหภูมิของมอเตอรสูง เกินกําหนด 6.2 มอเตอรขนาดไมเกิน 1 แรงมา เริ่มเดินไมอัตโนมัติ 6.3.12.6-8 บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา จากเริ่มเดินไมสําเร็จได ถามอเตอรประกอบอยูกับ บริภัณฑซึ่งไดออกแบบใหในสภาพปกติไมปลอยให มอเตอรใชงานเกินกําลัง 6.1.3.1.3.12.1 มอเตอรใชงานประเภทตอเนือ่ ง ขนาดไมเกิน 1 แรงมา ไมไดติดตั้งถาวร อยูในที่ซึ่งมองเห็นไดจากเครื่อง ควบคุ ม มอเตอร และห า งกั น จากเครื่ อ งควบคุ ม มอเตอรไมเกิน 15 เมตร ใหใชเครื่องปองกันการลัด วงจรระหวางสายและดินของวงจรยอย ที่มีขนาด ตามที่กําหนดในตอน ง.1 เครือ่ งปองกันการใชงานเกินกําลัง ติดตัง้ แยกตางหาก จากตัวมอเตอรและทํ างานสัมพันธกับกระแสของ มอเตอร ขนาดปรับตั้งของเครื่องปองกันการใชงาน เกินกํ า ลังนี้ ใ ห เป น ไ ป ต า ม ที่ กํ าหนดในข  อ 6.4 มอเตอรที่มีขนาดเกินกวา 1.3.3.2.3.1 .12.2.12.3 มอเตอรขนาดไมเกิน 1 แรงมา เริม่ เดินอัตโนมัติ มอเตอรตองมีการปองกันการใชงานเกินกําลังดวยวิธีใดวิธีหนึ่งดัง ตอไปนี้ 6.12.12.3 6.3.

2 เครือ่ งปองกันอุณหภูมสิ งู เกินทีต่ ดิ ตัง้ ทีต่ วั มอเตอร ซึง่ ไดออกแบบใหปองกันมอเตอรเสียหายจากความ รอนเกินกํ าหนดเนื่องจากการใชงานเกินกํ าลังหรือ เริ่มเดินไมสํ าเร็จและเครื่องตัดกระแสเขามอเตอร ตองติดตั้งแยกตางหากจากตัวมอเตอร และวงจร ควบคุมทํ างานดวยอุปกรณที่ติดอยูกับตัวมอเตอร ต อ งจั ดใหกระแสเขามอเตอรถูกตัดออกเมื่อวงจร ควบคุมถูกตัด 6.3.4 ในกรณีที่มอเตอรมีอิมพีแดนซสูงเพียงพอที่จะไมเกิด ความร อ นสู ง เนื่ อ งจากเริ่ ม เดิ น ไม สํ าเร็ จ และถ า มอเตอรเปนประเภทเริ่มเดินไมอัตโนมัติประกอบอยู กับบริภัณฑ ซึ่งไดออกแบบใหปองกันมอเตอรเสีย หายเนื่องจากความรอนเกิน ยอมใหมีการปองกัน ตามที่กําหนดในขอ 6.12.บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6-9 6.3.12.12.3.3.3.3.4 ดานทุตยิ ภูมขิ องวาวดโรเตอรชนิดกระแสสลับ รวมทัง้ สายไฟเครือ่ ง ควบคุมตัวตานทาน ฯลฯ อนุญาตใหใชเครื่องปองกันการใชงาน เกินกําลังของมอเตอร เปนเครื่องปองกันการใชงานเกินกําลังของ วงจรดานทุติยภูมิได 6.3.3.2.12.12.13 มอเตอรประเภทใชงานเปนระยะและที่คลายกัน มอเตอรใชงานระยะสั้น ใชงานเปนระยะ ใชงานเปนคาบ หรือใชงานที่เปลี่ยน แปลง ตามที่แสดงในตารางที่ 6-1 อนุญาตใหใชเครื่องปองกันการลัดวงจร ระหวางสายและปองกันการรั่วลงดินของวงจรยอย ซึ่งมีขนาดหรือพิกัดปรับ ตั้งไมเกินที่กําหนดในตารางที่ 6-3 เปนเครื่องปองกันการใชงานเกินกําลังได .3.1 ได 6.3 ใหถือวามอเตอรไดมีการปองกันที่เหมาะสมแลว ถา มอเตอรประกอบอยูกับบริภัณฑซึ่งไดออกแบบใหใน สภาพปกติไมปลอยใหมอเตอรใชงานเกินกําลังหรือ บริภัณฑนี้ทํางานรวมกับวงจรควบคุมอยางอื่นที่ปอง กันมอเตอรเสียหายเนื่องจากเริ่มเดินไมสําเร็จ 6.

3.3.12.3.15 6.14 6.1.3.15 • มอเตอรที่ระบุอุณหภูมิเพิ่มขึ้น รอยละ 140 ไมเกิน 40 องศาเซลเซียส • มอเตอรอื่นๆ รอยละ 130 มอเตอรซึ่งขณะเริ่มเดินไมตอขนาน (not shunted during the starting period) เครื่องปองกันการใชงานเกินกําลัง ตองมีการหนวงเวลานานพอที่จะ ตัดกระแสในขณะที่มอเตอรเริ่มเดิน เมือ่ ใชฟวสเปนเครื่องปองกันการใชงานเกินกําลังใหแกมอเตอร ตองใสฟวสทุกสายเสนไฟและหามใสฟวสในสายเสนที่มีการตอลงดิน จํานวนสายที่ถูกตัดโดยเครื่องปองกันการใชงานเกินกําลัง เครื่องปองกันการใชงานเกินกํ าลังที่ไมใชฟวส และเครื่องปองกันอุณหภูมิ สูงเกิน ตองสามารถปลดสายเสนไฟจํานวนเพียงพอที่จะไมทําใหกระแสไหล ผานมอเตอรไดและตองปลดออกพรอมกันดวย การใชเครื่องควบคุมมอเตอรเปนเครื่องปองกันการใชงานเกินกําลัง เครื่องควบคุมมอเตอรที่มีเครื่องปองกันการใชงานเกินกําลังที่สามารถปลด สายเสนไฟทุกเสนไดพรอมกันแลว ไมจําเปนตองมีเครื่องปองกันการใชงาน เกินกําลังตางหากอีก สําหรับมอเตอรกระแสตรง อุปกรณชุดนี้ตองอยูในวงจร ทัง้ ขณะเริ่มเดินและใชงาน สวนมอเตอรกระแสสลับอาจอยูในวงจรเฉพาะ ขณะใชงานได .12.16 6.6-10 บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6.1 และ 6.3.17 ในการพิจารณาใหถือวามอเตอรใชงานเปนแบบตอเนื่อง นอกจากในสภาพ ของโหลด หรือสภาพการใชงาน บังคับใหมอเตอรใชงานไดอยางไมตอเนื่อง การเลือกรีเลยโหลดเกิน (Overload Relay) ในที่ ซึ่ ง รี เ ลย โ หลดเกิ น ซึ่ ง เลื อ กตามที่ กํ าหนดในขอ 6.1 มีคาไมเพียงพอสําหรับการเริ่มเดิน หรือสําหรับโหลด อนุญาตให ใชรีเลยโหลดเกินขนาดสูงกวาถัดไปได แตตองไมเกินรอยละของพิกัดกระแส โหลดเต็มที่ ดังนี้ • มอเตอรที่ระบุตัวประกอบใชงาน รอยละ 140 (Service Factor) ไมนอยกวา 1.3.3.

3.1.12. 6.19.3.3.3.3. 6.3.19.3.21 หรือใชเครื่องปองกันการลัดวงจรมอเตอรตามขอ 6.1 และ 6.บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6-11 6.3.20 มอเตอรที่เริ่มเดินใหมไดเองโดยอัตโนมัติ หามใชเครื่องปองกันการใชงานเกินกําลังของมอเตอรชนิดที่ทําใหมอเตอรเริ่ม เดินใหมไดเองอีกหลังจากที่เครื่องปองกันฯ นี้ปลดวงจร เนื่องจากมอเตอรใช .22.2 เทานั้น 6.3.12.2 มอเตอรขนาดเกิน 1 แรงมา มอเตอรขนาดเกิน 1 แรงมา อนุญาตใหใชกับวงจรยอยใชงานทั่ว ไปไดโดยมอเตอรแตละตัวตองมีเครื่องปองกันการใชงานเกิน กําลังแยกเฉพาะ และการปองกันการใชงานเกินกําลังเปนไปตาม ที่กําหนดในขอ 6.3 การหนวงเวลา เครื่องปองกันกระแสเกินของวงจรที่มีมอเตอรหรือเครื่องใชไฟฟา ชนิดมีมอเตอรตองมีการหนวงเวลาหรือมีคุณสมบัติในการหนวง เวลานานพอที่จะไมตัดวงจรในขณะที่มอเตอรเริ่มเดินในสภาพ การใชงานปกติ 6.21 ยกเวน กรณีที่บริภัณฑซึ่งติดตั้งเครื่องปองกันการใชงานเกินกําลังจะระบุ ขนาดสูงสุดของเครื่องปองกันการลัดวงจรไวที่แผนปายประจํ า เครื่องแลว ใหใชตามนั้น 6.3.22.19 มอเตอรที่ใชในวงจรยอยใชงานทั่วไป เครื่องปองกันการใชงานเกินกําลังของมอเตอรตองเปนดังนี้ 6.18 เครือ่ งตัดตอนชนิดที่ทํางานดวยความรอนและรีเลยโหลดเกิน (Thermal Cutout and Overload Relay) เครื่องตัดตอนชนิดที่ทํางานดวยความรอน รีเลยโหลดเกิน และเครื่องปองกัน การใชงานเกินกํ าลังอยางอื่นซึ่งไมสามารถตัดกระแสลัดวงจรไดตองติดตั้ง เครื่องปองกัน เชน ฟวส หรือเซอรกิตเบรกเกอรซึ่งมีพิกัดหรือขนาดปรับตั้ง ตามขอ 6.3.3.3.1 มอเตอรขนาดไมเกิน 1 แรงมา มอเตอรตัวเดียวหรือหลายตัว อนุญาตใหใชกับวงจรยอยใชงาน ทั่ ว ไปได โ ดยไม ต  อ งมี เ ครื่ อ งป อ งกั น การใช ง านเกิ น กํ าลั ง แยก เฉพาะตั ว เฉพาะเมื่ อ การติ ด ตั้ ง เป น ไปตามที่ กํ าหนดในข อ 6.2.19.1.3.22 6.

1 ฟวสชนิดไมหนวงเวลา ขนาดไมเกิน 600 แอมป ใหเปลี่ยนขนาด สูงขึ้นไปไดแตตองไมเกินรอยละ 400 ของกระแสโหลดเต็มที่ของ มอเตอร 6.21.3.6-12 บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา งานเกินกําลังแลว นอกจากจะไดรับความเห็นชอบจากการไฟฟาฯกอน ไม ยอมใหใชมอเตอรชนิดที่เริ่มเดินไดเองโดยอัตโนมัติหลังจากหยุดไปแลว นอก จากจะไดรับการรับรองวาไมเปนอันตรายตอบุคคล ตอน ง.3. การปองกันกระแสลัดวงจรระหวางสายและปองกันการรั่วลงดินของ วงจรยอยมอเตอร ขอกําหนดในตอนนี้ ใชสําหรับมอเตอรในระบบแรงตํ่าเทานั้น 6.3.4 เซอรกิตเบรกเกอรเวลาผกผัน (Inverse Time Circuit Breaker) ขนาดไมเกิน 100 แอมแปร ใหเปลี่ยนขนาดสูงขึ้นไปไดอีกแตตอง ไมเกินรอยละ 400 ของกระแสโหลดเต็มที่ของมอเตอร ถาขนาด เกิน 100 แอมแปร ใหเปลี่ยนขนาดสูงขึ้นไปไดอีกแตตองไมเกิน รอยละ 300 ของกระแสโหลดเต็มที่ของมอเตอร .21.21 ขนาดหรือการปรับตั้งสําหรับวงจรที่มีมอเตอรตัวเดียว เครื่องปองกันกระแสลัดวงจรระหวางสายและปองกันการรั่วลงดินสําหรับวงจรยอย มอเตอรตองสามารถทนกระแสเริ่มเดินของมอเตอรได และมีขนาด หรือการปรับตั้งไมเกินคาที่กําหนดในตารางที่ 6-3 ถาคาที่กําหนดในตาราง ที่ 6-3 ไมตรงกับมาตรฐานของฟวสหรือเซอรกิตเบรกเกอร ใหใชขนาดตาม มาตรฐานที่สูงถัดไปได กรณีที่เครื่องปองกันกระแสลัดวงจรตัดวงจรขณะ มอเตอรเริ่มเดินในสภาพการใชงานปกติ ใหเปลี่ยนขนาดของเครื่องปองกัน กระแสลัดวงจรใหสูงขึ้นไปไดดังนี้ 6.21.3.3 วงจรยอยของทอรกมอเตอร (Torque Motor) ขนาดของเครื่อง ปองกันใหเปนไปตามพิกัดกระแสที่แผนปายประจําเครื่อง ถาไม ตรงกับขนาดมาตรฐานของฟวสหรือเซอรกิตเบรกเกอร ใหใช ขนาดตามมาตรฐานที่สูงถัดไป 6.3.21.2 ฟวสชนิดหนวงเวลา ใหเปลี่ยนขนาดสูงขึ้นไปได แตตองไมเกิน รอยละ 225 ของกระแสโหลดเต็มที่ของมอเตอร 6.

3.5 ฟวสขนาดเกิน 600 แอมแปร ใหเปลี่ยนขนาดสูงขึ้นไปไดแตตอง ไมเกินรอยละ 300 ของกระแสโหลดเต็มที่ของมอเตอร ตารางที่ 6-3 พิกดั หรือขนาดปรับตั้งสูงสุดของเครื่องปองกันการลัดวงจรระหวางสาย และปองกันการรั่วลงดินของวงจรยอยมอเตอร รอยละของกระแสโหลดเต็มที่ ฟวส ฟวส เซอรกิตเบรกเกอร เซอรกิตเบรกเกอร ชนิดของมอเตอร มอเตอร 1 เฟส ไมมีรหัสอักษร มอเตอรกระแสสลับ 1 เฟส ทัง้ หมด และมอเตอร 3 เฟส แบบกรงกระรอก และแบบซิงโครนัส ซึ่งเริ่มเดินโดยรับ แรงดันไฟฟาเต็มที่หรือเริ่มเดินผานตัว ตานทานหรือรีแอ็กเตอร • ไมมีรหัสอักษร • รหัสอักษร F ถึง V • รหัสอักษร B ถึง E • รหัสอักษร A มอเตอรกระแสสลับทั้งหมด แบบกรง กระรอก และแบบซิงโครนัสซึ่งเริ่มเดิน โดยผานหมอแปลงออโต กระแสไมเกิน 30 แอมแปร • ไมมีรหัสอักษร กระแสเกิน 30 แอมแปร • ไมมีรหัสอักษร • รหัสอักษร F ถึง V • รหัสอักษร B ถึง E • รหัสอักษร A ทํางานไว หนวงเวลา ปลดทันที เวลาผกผัน 300 175 700 250 300 300 250 150 175 175 175 150 700 700 700 700 250 250 200 150 250 175 700 200 200 250 200 150 175 175 175 150 700 700 700 700 200 200 200 150 .6-13 บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6.21.

49 E 4.14 B 3.99 D 4.3.99 F 5.59 .54 C 3.0 .5.0 .6-14 บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา ตารางที่ 6-3 (ตอ) พิกดั หรือขนาดปรับตั้งสูงสุดของเครื่องปองกันการลัดวงจรระหวางสาย และปองกันการรั่วลงดินของวงจรยอยมอเตอร รอยละของกระแสโหลดเต็มที่ ฟวส ฟวส เซอรกิตเบรกเกอร เซอรกิตเบรกเกอร ชนิดของมอเตอร มอเตอรแบบ กรงกระรอก กระแสไมเกิน 30 แอมแปร • ไมมีรหัสอักษร กระแสเกิน 30 แอมแปร • ไมมีรหัสอักษร มอเตอรแบบวาวดโรเตอร ไมมีรหัสอักษร มอเตอรกระแสตรง (แรงดันคงที่) ขนาดไมเกิน 50 แรงมา • ไมมีรหัสอักษร ขนาดเกิน 50 แรงมา • ไมมีรหัสอักษร ทํางานไว หนวงเวลา ปลดทันที เวลาผกผัน 250 175 700 250 200 175 700 200 150 150 700 150 150 150 250 150 150 150 175 150 หมายเหตุ 1) การกําหนดรหัสอักษรใหดูจากตารางที่ 6-4 2) มอเตอรไมมีรหัสอักษร หมายถึง มอเตอรที่ผลิตกอนมีการกําหนดรหัสอักษรโดย NEMA Standard และมอเตอรที่ขนาดเล็กกวา 1/2 แรงมา 3) มอเตอรที่ผลิตตามมาตรฐานอื่นใหพิจารณาการเปรียบเทียบรหัสอักษรจากตารางที่ 6-4 ตารางที่ 6-4 รหัสอักษรแสดงการล็อกโรเตอร รหัสอักษร เควีเอตอแรงมา ขณะล็อกโรเตอร A 0 .3.55 .5 .4.15 .3.4.

8.3.1.4 ขึ้นไป 6.22 วงจรยอยที่มีมอเตอรหลายตัวหรือมีโหลดอื่น อนุญาตใหมีมอเตอรตัวเดียวหรือหลายตัวหรือมีโหลดอื่นตอเขากับวงจรยอย เดียวกันได ภายใตสภาวะที่ระบุในขอใดขอหนึ่งตอไปนี้ 6.6 .3.13.3.6.1 กระแสใชงานเต็มที่ที่กําหนดของมอเตอรแตละตัวไม เกิน 6 แอมแปร 6.22.0 .19 11.0 .17.22.3.2 ขนาดของเครื่องปองกันกระแสเกิน ที่ระบุไวที่เครื่อง ควบคุมมอเตอร ตองไมนอยกวาขนาดเครื่องปองกัน กระแสเกินของวงจรยอย 6.0 .0 .12 หรือ 6.3.99 14.99 10.14 .7.99 K L M N P R S T U V 8.12.22.2 .3.1 .0 .39 ตัง้ แต 22.22.11.1 มอเตอรขนาดไมเกิน 1 แรงมาหลายตัว ยอมใหตอในวงจรยอย ระบบแรงตําที ่ ม่ ขี นาดการปองกันกระแสเกินไมเกิน 15 แอมแปรได ถาเปนไปตามขอกําหนดดังตอไปนี้ 6.99 16.3 .22.15.7.19.5 .99 20.0 .9.3.1.49 12.29 H 6.บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6-15 ตารางที่ 6-4 (ตอ) รหัสอักษรแสดงการล็อกโรเตอร รหัสอักษร เควีเอตอแรงมา ขณะล็อกโรเตอร G 5.99 18.1.09 J 7.99 9.3 เครื่องปองกันการใชงานเกินกําลังแตละตัว เปนไป ตามที่กําหนดในขอ 6.0 .

22.2 ในกรณีที่ตองการปองกันมอเตอรตัวเล็กที่สุดดวย เครื่องปองกัน กระแสลัดวงจรระหวางสายและปองกันการรั่วลงดินของวงจร ยอย ซึ่งคิดจากมอเตอรขนาดเล็กที่สุดในวงจรตองไมตัดวงจรใน สภาวะใชงานปกติที่มากที่สุดที่อาจเกิดขึ้นไดโดยที่มอเตอรแตละ ตัวมีเครื่องปองกันการใชงานเกินกําลังเฉพาะตัวอยูแลว 6.21 สําหรับมอเตอรเครื่องใหญที่ สุดบวกดวยผลรวมของพิกัดกระแสโหลดเต็มที่ของ มอเตอรอื่น กรณีที่ผลการคํานวณไดคาตํ่ากวาขนาด กระแสของตัวนํ า อนุญาตใหเพิ่มขนาดฟวสหรือ เซอรกิตเบรกเกอรเวลาผกผันขึ้นไดอีกตามขนาดที่ ใชกับขนาดสายนั้น 6.2 วงจรยอยตองปองกันการลัดวงจรดวยฟวสหรือเซอรกติ เบรกเกอร เ วลาผกผั น ตามขนาดไม เ กิ น กว า ที่ กําหนดในขอ 6.3.3 ฟวสหรือเซอรกติ เบรกเกอรเวลาผกผันทีใ่ ชตอ งมีขนาด ไมเกินที่กําหนดในขอ 6.3.22.3.4 การตอแยกเพื่อเขามอเตอรตัวเดียว การตอสายแยกจายไฟใหกับมอเตอรแตละเครื่อง ไมตองติดตั้ง เครื่องปองกันการลัดวงจรที่จุดแยก ถาขนาดกระแสของสายแยก ไมตํ่ากวา 1/3 ของขนาดกระแสของสายวงจรยอยและระยะทาง .3.1 และ 6.3.6-16 บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6.3.3.3.3.22.22.3.3.22.1 เครื่องปองกันการใชงานเกินกําลังและเครื่องควบคุม มอเตอรแตละเครื่องตองเปนชนิดที่ผูผลิตไดรับการ รับรองวาสามารถใชสํ าหรับติดตั้งรวมกับฟวสหรือ เซอร กิ ต เบรกเกอร เ วลาผกผั น ตามขนาดสู ง สุ ด ที่ กําหนด 6.22.2 มอเตอรซึ่งมีเครื่องปองกันการใชงานเกินกําลัง ประจําเครื่องและโหลดอื่นๆ จะตออยูในวงจรยอยเดียวกันไดเมื่อ เปนไปตามขอกําหนดทุกขอดังนี้ 6.22.3.3.18 ซึ่งปองกันการใชงาน เกินกําลังของมอเตอรตัวที่เล็กที่สุดในวงจร 6.22.3 มอเตอรติดตั้งเปนกลุมนอกเหนือจากที่กํ าหนดในขอ 6.

2 การสํารองสําหรับการติดตั้งในอนาคต ในโครงการขนาดใหญ ซึ่งออกแบบสายปอนสํารองไวเพื่อเพิ่ม หรือเปลี่ยนแปลงในอนาคต พิกัดของเครื่องปองกันกระแสลัด วงจรของสายปอน อนุญาตใหมีขนาดไดไมเกินขนาดกระแสของ สายปอน 6.3.23) .3.บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6-17 จากจุดแยกถึงเครื่องปองกันการใชงานเกินกําลังยาวไมเกิน 7.3.5 เมตร โดยมีมาตรการปองกันความเสียหายทางกายภาพดวย ตอน จ.3. การปองกันกระแสลัดวงจรและปองกันการรั่วลงดินของสายปอนใน วงจรมอเตอร 6.23.3.23.1 มอเตอรที่ติดตั้งไวแลว สายปอนที่จายไฟใหกับมอเตอร เครื่องปองกันกระแสลัดวงจร ของสายปอนตองมีขนาดไมเกินพิกัด หรือขนาดปรับตั้งของเครื่อง ปองกันกระแสลัดวงจรของมอเตอรที่ใหญที่สุดในกลุม บวกกับผล รวมของพิกัดกระแสโหลดเต็มที่ของมอเตอรเครื่องอื่นๆ ในกรณีที่ มีมอเตอรเครื่องที่ใหญที่สุดมากกวา 1 เครื่อง การคํานวณให เลือกเพียงเครื่องเดียวเปนเครื่องที่ใหญที่สุด 6.3.24 ขนาดปรับตั้งเมื่อมอเตอรตอรวมกับโหลดไฟฟากําลังหรือแสงสวาง เมื่อสายปอนจายโหลดที่มีมอเตอรรวมกับโหลดไฟฟากํ าลังหรือแสงสวาง พิกัดหรือขนาดปรับตั้งของเครื่องปองกันกระแสเกินนั้น จะตองเพียงพอที่จะ จายโหลดใหกับไฟฟาแสงสวางหรือเครื่องใชไฟฟา (ตามที่คํ านวณไดใน บทที่ 3) บวกดวยขนาดกระแสของมอเตอร (มอเตอรเครื่องเดียวคํานวณตาม ขอ 6.21 และมอเตอรหลายเครื่องคํานวณตามขอ 6.23 พิกดั หรือขนาดปรับตั้งของเครื่องปองกันการลัดวงจรของสายปอน สําหรับโหลดที่เปนมอเตอรหรือมอเตอรรวมกับโหลดอื่น 6.

6-18 บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา ตอน ฉ. วงจรควบคุมมอเตอร 6.2 เครื่องเริ่มเดินแบบหมอแปลงออโตตองมีตําแหนงหยุดเดินและตํา แหนงเริ่มเดินอยางนอยหนึ่งตําแหนง 6.1 เครือ่ งควบคุมตองสามารถเดินหรือหยุดมอเตอรตวั ทีค่ วบคุมอยูได และตองสามารถตัดกระแสเมื่อมอเตอรหมุนไมไหวไดดวย 6.3.3.26.25 การปองกันกระแสเกิน วงจรควบคุมมอเตอรทตี่ อ แยกออกจากดานโหลด (รวมทัง้ หมอแปลงสําหรับใช วงจรควบคุม) ของเครือ่ งปองกันกระแสลัดวงจรและปองกันการรั่วลงดินของ วงจรยอยมอเตอรและทําหนาทีค่ วบคุมมอเตอรตอ งมีการปองกันกระแสเกิน ยกเวน วงจรควบคุมทั้งหมดประกอบสําเร็จอยูภายในกลองเครื่องควบคุม มอเตอร การตอแยกนี้ไมถือวาเปนวงจรยอย 6.3.3.27.26 การปลดวงจร 6.28 พิกัด เครือ่ งควบคุมตองมีพิกัดแรงมาไมตํ่ากวาพิกัดแรงมาของมอเตอร ขอยกเวนที่ 1 มอเตอรพกิ ดั ไมเกิน 2 แรงมา ใชแรงดันไมเกิน 416 โวลต อนุญาตใหใชสวิตชแบบใชงานทัว่ ไปทีม่ ขี นาดกระแสไมนอย กวา 2 เทาของกระแสใชงานมอเตอรแทนเครือ่ งควบคุมได .27.27 การออกแบบเครื่องควบคุมมอเตอร 6.2 กรณีทมี่ หี มอแปลงหรืออุปกรณอยางอืน่ เพือ่ ใชลดแรงดันสําหรับใช ในวงจรควบคุ ม มอเตอร และติ ด ตั้ ง อยู  ภ ายในเครื่องควบคุม มอเตอร หมอแปลงหรืออุปกรณดังกลาวตองตออยูทางดานโหลด ของเครื่องปลดวงจรของวงจรควบคุมมอเตอร ตอน ช.26.1 ตองจัดวงจรควบคุมมอเตอรในลักษณะที่ เมื่อเครื่องปลดวงจร อยูในตําแหนงปลดวงจรควบคุมมอเตอรตองถูกปลดออกจากตัว นําจายไฟเขาทั้งหมด 6.3.3.3. เครื่องควบคุมมอเตอร ขอกําหนดในตอนนี้มีวัตถุประสงคเพื่อใชเครื่องควบคุมมอเตอรใหเหมาะสม กับมอเตอร 6.3.

3.29 6.30 6.3.32 6-19 ขอยกเวนที่ 2 เครื่องควบคุมสํ าหรับทอรกมอเตอร (Torque Motor) ต อ งมีข นาดกระแสใชงานตอเนื่องไมนอยกวาขนาดกระแส ที่ระบุไวที่มอเตอร ที่ตั้ง สวิตชบังคับดวยมือใชเพื่อปลดวงจรมอเตอรออก ตองติดตั้งไวในตําแหนงที่ มองเห็นไดจากที่ตั้งมอเตอรและหางจากมอเตอรไมเกิน15 เมตร การใชสวิตชและฟวสเปนเครื่องควบคุมมอเตอร สวิตชและฟวสใชเปนเครื่องควบคุมมอเตอรได ถาฟวสมีขนาดตามที่กําหนด ในตอน ค.1 เครือ่ งปลดวงจรตองติดตัง้ อยูใ นทีซ่ งึ่ มองเห็นไดจากทีต่ งั้ เครือ่ งควบคุมมอเตอรและหางกันไมเกิน 15 เมตร ขอยกเวนที่ 1 สําหรับมอเตอรระบบแรงสูง อนุญาตใหติดตั้ง เครื่องปลดวงจรโดยมองไมเห็นจากตําแหนงที่ ตั้งเครื่องควบคุมมอเตอรได ถาที่เครื่องควบคุม มอเตอรติดปายเตือนและบอกสถานที่ตั้งเครื่อง ปลดวงจร พรอมทั้งเครื่องปลดวงจรสามารถใส กุญแจไดในตําแหนงปลด ขอยกเวนที่ 2 เครื่องปลดวงจรเครื่องเดียว อนุญาตใหติดตั้ง ชิ ด กั บ กลุ  ม เครื่ อ งควบคุ ม มอเตอร ซึ่ ง แต ล ะ เครื่ อ งอยู  ชิ ด กั น ได และกลุมเครื่องควบคุม .3.3.32. แตถาเปนฟวสชนิดทํางานชา อาจลดขนาดลงมาไดตามความ เหมาะสม มอเตอรชนิดปรับความเร็วได เครื่องควบคุมมอเตอรชนิดที่ปรับความเร็วมอเตอรโดยการปรับคาสนามแมเหล็ก ตองมีวิธีการปองกันมอเตอรเริ่มเดินในตําแหนงที่สนามแมเหล็กมีคา นอย นอกจากมอเตอรจะเปนชนิดที่ไดออกแบบใหใชได เครื่องปลดวงจร ข อ กํ าหนดในตอนนี้ มี วั ต ถุ ป ระสงค เ พื่ อ กํ าหนดขนาดเครื่ อ งปลดวงจรที่ สามารถปลดมอเตอรและเครือ่ งควบคุมมอเตอรออกจากวงจรไดโดยปลอดภัย ที่ตั้ง 6.บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6. 6.3.31 ตอน ซ.

3.3.36 6.37 6.33 6.6-20 บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6.3.3.3.3.32.38 มอเตอร นี้ ใ ช สํ าหรั บ ควบคุ ม มอเตอร ที่ ใ ช ขั บ เคลื่อนเครื่องจักรของระบบเดียวกัน 6.32.1 และสามารถ ใสกุญแจไดในตําแหนงปลด การปลดไดทั้งมอเตอรและเครื่องควบคุม เครื่องปลดวงจรตองติดตั้งอยูในตําแหนงที่ปลดวงจรไดทั้งมอเตอรและเครื่อง ควบคุมมอเตอรพรอมกัน เครื่องหมายแสดงตําแหนง เครื่องปลดวงจรตองมีเครื่องหมายแสดงอยางชัดเจนวาอยูในตําแหนงปลด หรือสับ สายที่มีการตอลงดิน เครื่องปลดวงจรใชปลดสายที่มีการตอลงดินได ถาเครื่องปลดวงจรนี้ไดออก แบบในลักษณะที่สามารถปลดสายทุกเสนในวงจรออกไดพรอมกัน การใชบริภัณฑประธานเปนเครื่องปลดวงจร กรณีที่สถานที่นั้นมีมอเตอรตัวเดียว อนุญาตใหใชบริภัณฑประธานเปน เครื่องปลดวงจรไดถาสวิตชนั้นเปนไปตามที่กําหนดในขอ 6.34 6.3.3 นี้ และมองเห็น ไดจากเครื่องควบคุมมอเตอรและอยูหางกันไมเกิน 15 เมตร พิกัดกระแส เครือ่ งปลดวงจรของมอเตอรระบบแรงตํา่ ตองมีพกิ ดั กระแสไมนอ ยกวารอยละ 115 ของพิกัดกระแสโหลดเต็มที่ของมอเตอร ชนิดของเครื่องปลดวงจร เครื่ อ งปลดวงจรต อ งเป น สวิ ต ช ที่ ใ ช สํ าหรั บ โหลดประเภทอิ น ดั กที ฟ (Inductive Load) หรือเปนเซอรกิตเบรกเกอร ขอยกเวนที่ 1 มอเตอรติดตั้งประจําที่ขนาดไมเกิน 1/8 แรงมา อนุญาตให ใชเครื่องปองกันกระแสเกินของวงจรยอยเปนเครื่องปลด วงจรได .35 6.3.2 เครือ่ งปลดวงจรตองติดตัง้ อยูใ นทีซ่ งึ่ มองเห็นไดจากทีต่ งั้ มอเตอรและ เครื่องจักรที่มอเตอรขับอยู ยกเวน เครือ่ งปลดวงจรทีเ่ ปนไปตามขอ 6.

3) ฟวสที่แยกเปนสวนตางหากหรือเซอรกิตเบรกเกอร แบบเวลาผกผั น ที่ มี ข นาดหรื อ การปรั บ ตั้ ง ไม เ กิ น ร อ ยละ 150 ของพิ กั ด กระแสโหลดเต็ ม ที่ ข อง มอเตอรเปนเครื่องปองกันวงจรยอยมอเตอร ขอยกเวนที่ 4 มอเตอรกระแสตรงติดตัง้ ประจําทีข่ นาดเกิน 40 แรงมา หรือ มอเตอรกระแสสลับติดตั้งประจําที่ขนาดเกิน 100 แรงมา อนุญาตใหใชสวิตชใชงานทั่วไปเปนเครื่องปลดวงจรได ถา มีปายเตือนวา "หามสับหรือปลดขณะมีโหลด" และมี อุปกรณปองกันการปลดสับโดยพลั้งเผลอ เชน กุญแจ ขอยกเวนที่ 5 มอเตอรแบบตอดวยสายและเตาเสียบ อนุญาตใหใชเตาเสียบเปนเครื่องปลดวงจรได .บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6-21 ขอยกเวนที่ 2 สําหรับมอเตอรติดตั้งประจําที่ขนาดไมเกิน 2 แรงมาแรงดัน ไมเกิน 416 โวลต อนุญาตใหใชสวิตชใชงานทั่วไปที่มีพิกัด กระแสไมนอยกวา 2 เทาของพิกัดกระแสโหลดเต็มที่ของ มอเตอรเปนเครื่องปลดวงจรได ขอยกเวนที่ 3 มอเตอรขนาด 2-100 แรงมา เครือ่ งปลดวงจรสําหรับมอเตอร ซึ่ ง ใช เ ครื่ อ งควบคุ ม แบบหม อ แปลงออโต (Auto Transformer Type Controller) อนุญาตใหใชสวิตชใช งานทั่วไปเปนเครื่องปลดวงจรได ถามีสภาพดังตอไปนี้ทุก ประการ 3.1) เปนมอเตอรที่หมุนเครื่องกําเนิดไฟฟาที่มีเครื่องปอง กั น การใช ง านเกิ น กํ าลั ง ทางด า นโหลดของเครื่ อ ง กําเนิดไฟฟา 3.2) เครือ่ งควบคุมมอเตอรสามารถตัดกระแสล็อกโรเตอร ได มีเครื่องปองกันการใชงานเกินกําลังที่มีพิกัดหรือ ขนาดปรับตั้งไมเกินรอยละ 125 ของพิกัดกระแส โหลดเต็มที่ของมอเตอรและตองเปนชนิดที่ปลดวงจร ออกเมื่อไมมีไฟ (No-Voltage Release) 3.

1 6.1 มอเตอรเหลานั้นใชงานในเครื่องจักรตัวเดียวกัน 6.3.22.39.2 มอเตอรเหลานั้นใชเครื่องปองกันกระแสเกินเครื่องเดียวกัน ตามที่ ไดอนุญาตในขอ 6.3.40.1 สวิตชตัดวงจรชนิดอากาศ (Air-Break Switch) ชนิดปลดสับดวย มือที่กานสวิตชโดยตรง 6.3 สวิตชนามั ํ้ น ใชสาหรั ํ บวงจรในระบบแรงตําและไม ่ เกิน 100 แอมแปร วงจรที่ระบบแรงดันไฟฟาหรือกระแสสูงกวานี้ จะใชไดเมื่อไดรับ ความเห็นชอบจากการไฟฟาฯ 6.3.3.2 เซอรกติ เบรกเกอรเวลาผกผัน ปลดสับทีก่ า นของเซอรกติ เบรกเกอร โดยตรง 6.6-22 บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา ขอยกเวนที่ 6 ทอรกมอเตอร (Torque Motor) อนุญาตใหใชสวิตชใชงาน ทั่วไปเปนเครื่องปลดวงจรได 6.39.40.39.3.3.3.40.40 เครือ่ งปลดวงจรประจําแตละตัว มอเตอรแตละตัวตองมีเครื่องปลดวงจรประจําตัว ยกเวน อนุญาตใหเครื่องปลดวงจรตัวเดียวจายไฟใหแกกลุมมอเตอรได โดยตองเปนไปตามขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้ 6.39 การใชสวิตชหรือเซอรกิตเบรกเกอรเปนทั้งเครื่องควบคุมและเครื่อง ปลดวงจร อนุญาตใหใชสวิตชหรือเซอรกิตเบรกเกอรที่มีขนาดสอดคลองกับขนาดของ มอเตอรทําหนาที่เปนทั้งเครื่องควบคุมและเครื่องปลดวงจรไดถาสวิตชหรือ เซอรกิตเบรกเกอรนั้นสามารถปลดตัวนําเสนไฟไดหมดและมีเครื่องปองกัน กระแสเกิน (อาจเปนฟวสของวงจรยอยก็ได) ที่สามารถปลดตัวนําทุกสาย เสนไฟไดและเปนสวิตชหรือเซอรกิตเบรกเกอรชนิดใดชนิดหนึ่งดังตอไปนี้ 6.3.3.3 มอเตอรเหลานัน้ รวมอยูใ นหองเดียวกัน สามารถมองเห็นไดทงั้ หมด จากจุดที่ติดตั้งเครื่องควบคุมและอยูหางไมเกิน 15 เมตร จาก เครื่องควบคุม .

42 ทอรอยสายเขามอเตอร ทอโลหะออนและทอโลหะออนกันของเหลวที่ใชรอยสายเขามอเตอรอนุญาต ใหมีความยาวไดไมเกิน 1.43.43.80 เมตร 6.2 วงจรทุติยภูมิของมอเตอรแบบวาวดโรเตอรซึ่งรวมทั้ง สาย เครือ่ งควบคุม และตัวตานทานถือวามีการปองกันกระแสเกินโดยเครื่องปองกันการใชงานเกินกําลัง ของมอเตอรแลว 6.41 การระบุเครื่องหมายของเครื่องควบคุม เครื่องควบคุมตองมีเครื่องหมายระบุแรงดันไฟฟาสําหรับวงจรควบคุม 6.3.43.3.3 เครือ่ งปองกันการใชงานเกินกําลังตองปลดสายเสนไฟ ทุกเสนไดพรอมกัน .บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6-23 ตอน ฌ.3.43.1.3.1 การปองกันการใชงานเกินกําลัง 6.1.3. มอเตอรสําหรับระบบแรงสูง ขอกําหนดในตอนนี้ใหใชเปนขอกําหนดเพิ่มเติมสําหรับมอเตอรระบบแรงสูง 6.43 การปองกันกระแสเกินของวงจรมอเตอร วงจรไฟฟาแรงสูงของมอเตอรแตละเครื่อง ตองมีการปองกันการใชงานเกิน กําลัง และปองกันการลัดวงจรในมอเตอร ในสายของวงจรมอเตอร และใน เครื่องควบคุมมอเตอร โดยที่เครื่องปองกันแตละประเภทนั้น ตองทํางานถูก ตองตามหนาที่ ยกเวน เมื่อมอเตอรนั้นมีความสําคัญมากและจําเปนตองใชงานจนชํารุด เพื่อปองกันอันตรายที่จะเกิดแกบุคคล อนุญาตใหมีเครื่องตรวจ วัด (Sensing Device) ตอไวไดเพื่อสงสัญญาณไปที่แผงเตือน (Annunciator) หรือสัญญาณเสียง (Alarm) ทํางานแทนการตัด วงจรมอเตอรนั้น 6.3.3.1 มอเตอรแตละเครื่อง ตองปองกันความเสียหายจาก ความรอนสูง เนื่องจากใชงานเกินกําลังหรือจากการ เริ่มเดินไมสําเร็จ ดวยเครื่องปองกันอุณหภูมิสูงเกิน ติ ด ตั้ ง ในตัวมอเตอร หรือติดตั้งอุปกรณตรวจจับ กระแสหรือทั้งสองอยาง 6.1.

3.2.1.3.43.3.43.2.43.3.46 ที่ซึ่งตองมีการปองกัน สวนที่มีไฟฟาของมอเตอรและเครื่องควบคุมที่ทํางานในระบบแรงดันตั้งแต 50 โวลต ขึ้นไปและมีโอกาสสัมผัสได ตองมีการปองกันการสัมผัสโดยบังเอิญ โดยมีเครื่องหอหุม หรือติดตั้งในสถานที่ที่เหมาะสมดังนี้ 6.3.3.1 วงจรมอเตอรแตละวงจร ตองมีการปองกันกระแสลัด วงจร โดยติดตั้งฟวส หรือเซอรกิตเบรกเกอร แบบ และขนาดที่เหมาะสม 6.44 พิกดั ของเครื่องควบคุมมอเตอร เครื่องควบคุมมอเตอรและเครื่องปลดวงจรยอยมอเตอร ตองมีพิกัดกระแส ไมนอยกวาคากระแสของเครื่องปองกันการใชงานเกินกําลังที่ไดติดตั้งไวให ตัดวงจร 6.3.3.3 เครือ่ งปองกันการใชงานเกินกําลัง และเครือ่ งปองกัน การลัดวงจรอาจเปนเครื่องเดียวกันก็ได 6.6-24 บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6. การปองกันสวนที่มีไฟฟา ขอกําหนดในตอนนี้ใหใชไดทั้งระบบแรงตํ่าและแรงสูง 6.3.43.43.2 การปองกันกระแสลัดวงจร 6.46.1 ติดตัง้ ในหองหรือทีล่ อ ม ซึง่ เขาถึงไดเฉพาะบุคคลทีม่ หี นาทีเ่ กีย่ วของ .2.4 เครื่องตรวจจับการใชงานเกินกําลัง ตองไมสามารถ ปรับเขาที่ไดเอง (Reset) โดยอัตโนมัติ เวนแตการ ปรับเขาที่โดยอัตโนมัตินั้นไมทําใหมอเตอรเริ่มเดินได เอง หรือการที่มอเตอรเริ่มเดินไดเองไมกอใหเกิด อันตรายแกบุคคล 6.2 เครื่องตัดกระแสลัดวงจร ตองไมสามารถตอวงจรได เองโดยอัตโนมัติ ยกเวน ในกรณีที่เกิดลัดวงจรชั่วขณะ (Transient fault) และการต อ วงจรไม ทํ าให เ กิ ด อันตรายแกบุคคล 6.45 เครื่องปลดวงจร เครื่องปลดวงจร ตองสามารถใสกุญแจไดในตําแหนงปลดวงจร ตอน ญ.

3 ติดตั้งอยูสูงจากพื้นตั้งแต 2.3.1.1.2 ติดตัง้ อยูบ นยกพืน้ ทีเ่ หมาะสมหรือติดตัง้ อยูบ นโครงสรางทีย่ กสูงจาก พื้นและ สามารถเขาถึงไดเฉพาะบุคคลที่มีหนาที่เกี่ยวของ 6.4 หมอแปลง หองหมอแปลง และลานหมอแปลง 6.46.3 หมอแปลงทีเ่ ปนสวนหนึง่ ของเครือ่ งเอกซเรย หรืออุปกรณความถีส่ งู .4.50 เมตร ขึ้นไป 6.3.2 หมอแปลงแบบแหงที่ติดมากับอุปกรณสําเร็จ และมีความเหมาะสมกับอุปกรณสําเร็จแลวนั้น 6.1.3.บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6-25 6.47 การปองกันสําหรับผูที่เกี่ยวของ ในที่ซึ่งสวนที่มีไฟฟา ตองมีการปองกันโดยติดตั้งอยูในสถานที่ที่เหมาะสม ตามขอ 6.46.46 และระหวางใชงานอาจตองมีการเขาไปปรับหรือเขาไปปฏิบัติ งานใกล ตองปูพื้นดวยฉนวนหรือยกพื้นเปนฉนวนที่เหมาะสม เพื่อใหผูที่เขา ไปปฏิบตั ิงานไมอาจสัมผัสสวนที่มีไฟฟาไดโดยงาย นอกจากจะยืนบนฉนวน ปูรองพื้นหรือยกพื้นดังกลาว ตอน ฎ.4.1 ขอบเขต ครอบคลุมการติดตั้งหมอแปลงทุกประเภท ยกเวน หมอแปลงดังตอไปนี้ 6.4.3.3. การตอลงดิน จุดประสงคของตอนนี้เพื่อใชกําหนดเกี่ยวกับการตอลงดินของโครงมอเตอร และเครื่องควบคุม เพื่อปองกันมิใหเกิดแรงดันไฟฟาสูงกวาดินเมื่อเกิดไฟรั่ว ลงที่โครงมอเตอร หรือเครื่องควบคุมโดยบังเอิญ การหุมดวยฉนวน การติด ตัง้ ในที่หางจากการสัมผัส และการกั้นไมใหสัมผัสไดสามารถใชเปนมาตรการ แทนการตอลงดินของมอเตอรไดตามความเหมาะสม 6.48 โครงมอเตอรที่ใชแรงดันไฟฟาเกิน 50 โวลต ตองตอลงดิน ขอยกเวนที่ 1 ใชแรงดันไฟฟาไมเกิน 50 โวลต และถารับไฟจากหมอแปลง ลดแรงดัน ตองเปนหมอแปลงแยกขดลวดตามมาตรฐาน ของสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม หรือมาตรฐานอื่นที่การไฟฟาฯ เห็นชอบ ขอยกเวนที่ 2 เปนมอเตอรชนิดมีฉนวนสองชั้น 6.4.1 หมอแปลงกระแส (Current Transformer) 6.

4.6 6.1.4.1.4.4.4. ทั่วไป 6.5 สําหรับขอที่นํามาใชไดและถาเครื่องปลดวงจรไมใชประเภทสวิตช สําหรับตัดโหลด (Non Load-Break Switch) ติดตั้งอยูดานไฟเขาของหมอ แปลง ตองมีปายเตือนใหปลดสวิตชแรงตํ่ากอนและปายเตือนนี้ตองติดไวใน บริเวณที่เห็นไดงายจากบริเวณที่จะทําการปลดวงจรดานไฟเขา หมอแปลง ในขอนี้หมายถึง หมอแปลงหนึ่งเฟส หรือสามเฟส หรือการตอเขาดวยกันของ หมอแปลงหนึ่งเฟส ทั้งแบบ 2 ลูก และ 3 ลูก เพื่อประกอบเขาเปนหมอแปลง 1 ชุด 6.4.8 หมอแปลงทีใ่ ชในระบบควบคุมระยะหางและสัญญาณ (Transformer used With Remote-Control and Signaling) หมอแปลงสําหรับปายโฆษณา หมอแปลงสําหรับหลอดไฟปลอยประจุ หมอแปลงสําหรับระบบแจงสัญญาณเพลิงไหม หมอแปลงที่ใชสําหรับการคนควา ทดสอบ หรือวิจัย ซึ่งมีการปอง กันเพื่อไมใหบุคคลที่ไมมีหนาที่เกี่ยวของสัมผัสกับสวนที่มีไฟฟา หมอแปลงระบบแรงตํ่า 6.4.4.3.1 หรือ 6.1.1.1.3 การปองกันกระแสเกิน หมอแปลงตองมีการปองกันกระแสเกินตามขอ 6.3.2 ที่ตั้ง หมอแปลงและหองหมอแปลงตองอยูในสถานที่ซึ่งบุคคลที่มีหนาที่เกี่ยวของ เขาถึงไดโดยสะดวกเพื่อทําการตรวจและบํารุงรักษา และตองจัดใหมีการ ระบายอากาศอยางเพียงพอกับการใชงาน 6.4.4.4 6.7 6.6-26 บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6.1 หมอแปลงระบบแรงสูง ตองมีการปองกันกระแสเกินทัง้ ดานไฟเขา และดานไฟออกซึ่งมีขนาดปรับตั้งไดไมเกินคาที่กําหนดในตาราง ที่ 6-5 ยกเวน ถาขนาดทีก่ าหนดไม ํ ใชขนาดมาตรฐานของผูผ ลิตอนุญาต ใหใชขนาดใกลเคียงที่สูงถัดไปได .2 เครื่อง ปองกันกระแสเกินและเครื่องปลดวงจรตองเปนไปตามที่กําหนดในขอ 3.5 6.3 และ 3.1.3.9 ตอน ก.4.

6 การกั้น หมอแปลงตองมีการกั้นดังตอไปนี้ 6.4.3.2 6.5 หมอแปลงแรงดัน (Potential Transformer) ทีต่ ดิ ตัง้ ในอาคาร ตอง ติดตัง้ ในเครือ่ งหอหุม และมีเครือ่ งปองกันกระแสเกินดานไฟเขา ยกเวน หมอแปลงแรงดันสําหรับเครื่องวัดหนวยไฟฟาของการ ไฟฟา การตอขนานหมอแปลง อนุญาตใหหมอแปลงหลายลูกตอขนานกันได เมื่อหมอแปลงแตละลูกมีการ ติดตั้งเครื่องปองกันกระแสเกินทั้งดานแรงสูงและแรงตํ่ าที่เปนไปตามขอ 6.4.4.4.4 6.1 ตองมีวิธีการที่เหมาะสม เพือ่ ปองกันหมอแปลงชํารุดจากสาเหตุ ภายนอก เมื่อหมอแปลงติดตั้งในที่ที่อาจไดรับความเสียหายทาง กายภาพ .3 และตองมีสวิตชหรือเซอรกิตเบรกเกอรแรงสูงที่สามารถปลดและสับ หมอแปลงไดพรอมกัน และหมอแปลงทุกลูก ตองมีคุณสมบัติทางไฟฟา เหมือนกัน การตอลงดิน สวนของหมอแปลงที่เปนโลหะเปดโลงและไมใชเปนทางเดินของกระแสไฟฟา รวมถึงรั้ว ที่กั้นหรืออื่นๆ ตองตอลงดินตามบทที่ 4 ตารางที่ 6-5 ขนาดปรับตัง้ สูงสุดของเครื่องปองกันกระแสเกินสําหรับหมอแปลงระบบแรงสูง ดานไฟเขา ดานไฟออก แรงดัน แรงดัน แรงดัน ขนาดอิมพีแดนซ มากกวา 750 โวลต มากกวา 750 โวลต ไมเกิน 750 โวลต ของหมอแปลง เซอรกิต ฟวส เซอรกิต ฟวส เซอรกิตเบรกเกอร เบรกเกอร เบรกเกอร หรือฟวส ไมเกิน 6% 600% 300% 300% 250% 125% มากกวา 6% 400% 300% 250% 225% 125% แตไมเกิน 10% 6.6.4.บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6-27 6.4.

5 เควีเอ ตองติดตั้งในหองหมอแปลง ขอยกเวนที่ 1 หมอแปลงมีระบบอุณหภูมขิ องฉนวน (Insulation System Temperature) 150 องศาเซลเซียส หรือสูงกวา และกั้นไวดวยแผนกั้นความรอน หรือติดตั้งหางจากวัสดุที่ติดไฟไดในแนวระดับ ไมนอยกวา 1. ขอกําหนดจําเพาะสําหรับหมอแปลงชนิดตางๆ 6.6.6.6-28 บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6.30 เมตร ยกเวน กัน้ ดวยแผนกั้นความรอน หรือหมอแปลงอยูในเครื่องหอหุมที่ปด สวนที่มีไฟฟาไวมิดชิด 6.4.8 หมอแปลงชนิดแหงติดตั้งภายนอกอาคาร (Outdoor) ตองมีเครือ่ งหอหุม ทีท่ นสภาพอากาศ และหมอแปลงทีม่ ขี นาดเกิน 112.13 .4.30 เมตร 6.2 หมอแปลงแบบแหงตองมีเครื่องหอหุมที่ไมติดไฟและทนความชื้น เพือ่ ปองกันวัตถุแปลกปลอมที่อาจเขาไปได 6.1 หมอแปลงชนิดแหง แรงดันไมเกิน 33 เควี ขนาดไมเกิน 112.7 หมอแปลงชนิดแหงติดตั้งในอาคาร (Indoor) 6.5 เควีเอ ตองติดตั้งหางจากวัสดุติดไฟไดไมนอยกวา 0. 6.3 สวนทีม่ ไี ฟฟาและเปดโลงตองมีการกัน้ ตามทีก่ าหนดในบทที ํ ่ 1 ตอน ค.4.4.7.4.80 เมตร และในแนวดิ่งไมนอย กวา 3.4.7.9 หมอแปลงฉนวนของเหลวไมติดไฟ (Nonflammable Fluid-Insulated Transformer) ติดตั้งไดทั้งภายในและภายนอกอาคาร ถาติดตั้งภายในอาคารตองติดตั้งใน หองหมอแปลง ตามขอ 6.4.6.2 หมอแปลงชนิดแหง แรงดันไมเกิน 33 เควี ขนาดเกิน 112.60 เมตร ขอยกเวนที่ 2 หมอแปลงมีระบบอุณหภูมขิ องฉนวน 150 องศา เซลเซียสหรือสูงกวา และมีเครื่องหอหุมสวนที่ มีไฟฟามิดชิด 6.5 เควีเอ ตองติดตั้งหางจากวัสดุติดไฟไดไมนอยกวา 0.4.4 สวนที่มีไฟฟาและอยูเปดเผยตองมีปายหรือเครื่องหมายแสดงแรง ดันไฟฟาติดตั้งไวใหเห็นไดงายบนบริภัณฑไฟฟาหรือโครงสราง ตอน ข.4.

1 กรณีติดตั้งภายในอาคาร ตองติดตั้งในหองหมอแปลง ยกเวน หมอแปลงใชกับเตาหลอมไฟฟา มีขนาดไมเกิน 75 เควีเอ หากไมอยูในหองหมอแปลงตองมีรั้วลอมรอบ และระยะหางระหวางหมอแปลงกับรั้วตองไมนอยกวา 1.2.บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6-29 6.1 ตองติดตั้งในหองหมอแปลงตามขอ 6.11.4.11.4.4.11.4.12 หรือ .10.4.11 หมอแปลงฉนวนของเหลวติดไฟยาก (Less-Flammable Liquid-Insulated Transformer) คือ หมอแปลงที่บรรจุดวยฉนวนของเหลวที่มีจุดติดไฟ (fire point) ไมตํ่ากวา 300 องศาเซลเซียส และฉนวนของเหลว ตองเปนชนิดที่ไมเปนพิษตอคนและ สิง่ แวดลอม (Non-toxic) หมอแปลงชนิดนี้มีขอกําหนดในการติดตั้งใชงาน ดังนี้ 6.80 เมตร 6.1 ตองติดตั้งภายในหองหมอแปลงตามขอ 6.2 ตองมีระบบดับเพลิงอัตโนมัติ และตองมีการกั้นเก็บ ของเหลวซึ่ ง อาจไหลออกมาโดยการทํ าบ อ พั ก (Sump) หรือทําที่กั้น 6.4.2 ติดตั้งภายในอาคาร (Indoor) ในบริเวณที่ไมติดไฟ Type I และ Type II ตาม NFPA 220-1985 หรือเทียบเทา และไมมีวัสดุที่ติด ไฟไดในพื้นที่ที่ติดตั้งหมอแปลง มีขอกําหนดดังตอไปนี้ 6.4.12 หรือ 6.11.1.4.00 เมตร 6.1 ติดตั้งภายในอาคาร (Indoor) ในบริเวณพื้นที่ติดไฟหรือมีวัสดุที่ ติดไฟได พื้นที่สําหรับติดตั้งหมอแปลงชนิดนี้ตองมีขอกําหนดดัง ตอไปนี้ 6.10 หมอแปลงฉนวนของเหลวติดไฟได 6.2 กรณีติดตั้งภายนอกอาคาร หากติดตั้งหมอแปลงใกลวัสดุหรือ อาคารที่ติดไฟได หรือติดตั้งใกลทางหนีไฟ ประตู หรือหนาตาง ควรมีการปดกั้นเพื่อปองกันไฟที่เกิดจากของเหลวของหมอแปลง ลุกลามไปติดอาคารหรือสวนของอาคารที่ติดไฟ สวนที่มีไฟฟา ดานแรงสูงตองอยูหางจากโครงสรางอื่นไมนอยกวา 1.4.4.4.11.10.1.

6-30 บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6.4.2.2.3.10.1 หองหมอแปลงตองอยูใ นสถานที่ ทีส่ ามารถขนยายหมอแปลงทัง้ ลูก เขาออกไดและสามารถระบายอากาศสูอากาศภายนอกได หาก ใชทอลมตองเปนชนิดทนไฟ หองหมอแปลงตองเขาถึงไดโดย สะดวกสําหรับผูที่มีหนาที่เกี่ยวของเพื่อตรวจสอบและบํารุงรักษา .2 6. หองหมอแปลง 6.4.11.11.1 ตัวถังหมอแปลง ตองมีความแข็งแรง สามารถทนแรงดัน 12 ปอนดตอตารางนิ้วไดโดยไมระเบิด มีการใชฟวส จํ ากัดกระแส (Current Limiting Fuse) 6.2.3 ติดตัง้ ภายนอกอาคาร (Outdoor) ใหเปนไปตามขอ 6.11.3 ไมตอ งมีระบบดับเพลิงอัตโนมัติ แตตอ งมีการกัน้ เก็บ ของเหลวซึ่งอาจไหลออกมา โดยการทําบอพัก หรือ ทําที่กั้น และตองใชหมอแปลงที่มีคุณสมบัติและมี การติดตั้งเปนไปตามขอจํ ากัดที่ระบุไวของสถาบัน UL หรือ FM (Factory Mutual) ตามชนิดของของ เหลวนั้นๆ เชน 6.4.4.3.12.11.2 ระยะหาง ระหวางหมอแปลงกับผนัง และเพดานรวมทั้ ง คุ ณลักษณะการ ถายเทความรอนตามที่กําหนด 6.3 ขอกําหนดอืน่ ๆ ตามทีร่ ะบุใน UL หรือ FM 6.11.12 หองหมอแปลงสําหรับหมอแปลงฉนวนของเหลวติดไฟไดและฉนวนของเหลวติดไฟยาก 6.2 ตองมีระบบดับเพลิงอัตโนมัติ และตองมีการกั้นเก็บ ของเหลวซึ่งอาจไหลออกมาโดยการทําบอพัก หรือ ทําที่กั้น หรือ 6.4.2.4.4.4 หมอแปลงที่มีพิกัดแรงดันเกิน 33 เควี หากติดตั้งภายในอาคาร จะตองติดตั้งในหองหมอแปลงเทานั้น ตอน ค.2.11.3.4.4.11.4.

3.4.1 ใชระบบหมุนเวียนอากาศตามธรรมชาติ ตองมีชองระบายอากาศทั้งดานเขาและออก พื้นที่ ของชองระบายอากาศแตละดาน (เมือ่ ไมคดิ รวมลวด ตาขาย) ตองไมนอยกวา 1 ตร. ชองระบายอากาศออกตองอยูใกลเพดาน หรือ หลังคา และอยูดานที่ทําใหมีการถายเทอากาศผาน หม อ แปลง ช อ งระบายอากาศเข าและออก ไม อนุญาตใหอยูบนผนังดานเดียวกัน และชองระบาย อากาศตองปดดวยลวดตาขาย 6.3.40 ลูกบาศกเมตรตอนาที ตอหนึ่ง กิโลวัตตของคากําลังไฟฟาสูญเสียทั้งหมดของหมอแปลงเมื่อมีโหลดเต็มที่ .05 ตร.60 เมตร บริเวณทีต่ งั้ หมอแปลงตองมีทวี่ า งเหนือหมอแปลง หรือเครื่องหอหุมหมอแปลงไมนอยกวา 0.12.00 เมตร ระยะหางระหวางหมอแปลงตองไมนอย กวา 0.12.60 เมตร 6.2 ระยะหางระหวางหมอแปลงกับผนังหรือประตูหอ งหมอแปลง ตอง ไมนอยกวา 1.12.4.1 ดานอากาศออก ตองติดตั้งพัดลมที่สามารถดูดอากาศออกจากหอง ไดไมนอยกวา 8.3 การระบายอากาศ ชองระบายอากาศควรอยูหางจากประตู หนา ตาง ทางหนีไฟ และวัสดุที่ติดไฟไดมากที่สุดเทาที่จะทํ าได อุณหภูมิภายในหองหมอแปลงตองไมเกิน 40 องศาเซลเซียส การ ระบายความรอนทําไดโดยวิธีใดวิธีหนึ่งดังนี้ 6.12.12.บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6-31 6.4.4.เมตร / 1000 เควีเอ ของหมอแปลงที่ใชงาน และตองไมเล็กกวา 0.เมตร ตํ าแหนงของชองระบายอากาศดานเขา ตองอยูใกลกับพื้นหอง แตตองอยูสูงไมนอยกวา 100 มม.2 ระบายความรอนดวยพัดลม ชองระบายอากาศดานเขาตองมีขนาดไมเล็กกวา ตามทีค่ ํานวณไดในขอ 6.3.4.

4.12.12.1 คอนกรีตเสริมเหล็กมีความหนาไมนอ ยกวา 125 มม.12.3 ระบายความรอนดวยเครื่องปรับอากาศ เครื่องปรับอากาศตองมีขนาดไมนอยกวา 3. หรือ 6.12.6-32 บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6.4.4.4 6. มีวิธีการปองกันการผุกรอน ประตูตองมีการจับยึดไวอยางแนน หนา ตองมีประตูฉุกเฉินสํ ารองไวสํ าหรับเปนทางออกและเปน ชนิดที่เปดออกภายนอกไดสะดวกและรวดเร็ว ตองมีธรณีประตูสูงเพียงพอที่จะกักนํ้ามันตัวที่มากที่สุดได และ ตองไมนอยกวา 100 มม.12.4.4.6 มม.12.412 BTU ตอชั่วโมง ตอหนึ่งกิโลวัตตของคากําลังไฟฟา สูญเสียทั้งหมดของหมอแปลงเมื่อมีโหลดเต็มที่ ผนังและหลังคาหองหมอแปลง ตองสรางดวยวัสดุที่มีความแข็งแรงทางโครงสรางเพียงพอกับ สภาพการใชงานและไมติดไฟ ผนังของหองหมอแปลงตองสราง ดวยวัสดุที่มีความหนาดังนี้ 6.3. เพื่อระบายของเหลวจากหองหมอแปลงไปลงบอพัก ปลายทอ ดานหมอแปลงตองปดดวยตะแกรง ประตูหอ งหมอแปลงตองทําดวยเหล็กแผนหนาอยางนอย 1.12.7 6.5 6. .6 6.4.4.4. พืน้ หองหมอแปลง ตองสรางดวยคอนกรีตเสริมเหล็กหนาไมนอยกวา 125 มม.2 อิฐ คอนกรีต คอนกรีตบล็อก มีความหนา ไมนอย กวา 200 มม.4. และ ตองรับนํ้ าหนักหมอแปลงและบริภัณฑอื่นๆ ไดอยางปลอดภัย พื้นหองตองลาดเอียงมีทางระบายฉนวนของเหลวของหมอแปลง ไปลงบอพัก บอพักตองสามารถบรรจุของเหลวอยางนอย 3 เทา ของปริ ม าตรของเหลวของหมอแปลงตัวที่มากที่สุดแลวใสหิน เบอร 2 จนเต็มบอ ถาบอพักอยูภายนอกหองหมอแปลงตองมีทอ ระบายชนิดทนไฟขนาดเสนผานศูนยกลางไมเล็กกวา 50 มม.

. ติดตั้งไวที่ ผนังดานนอกหองหมอแปลงไมสูงกวา 1.4.4.10 สวนที่เปนโลหะเปดโลง และไมใชเปนทางเดินของกระแสไฟฟา ตองตอลงดิน ตัวนําตอหลักดินตองเปนทองแดงมีขนาดไมเล็ก กวา 35 ตร.4. และถาเปนอิฐ คอนกรีต หรือคอนกรีตบล็อก ตองมี ความหนาไมนอยกวา 100 มม.13 ระบบทออื่นๆ ที่ไมเกี่ยวกับระบบไฟฟา ไมอนุญาตใหเดินทอผาน เขาไปในหองหมอแปลง ยกเวน ทอสําหรับระบบดับเพลิง หรือระบบระบายความรอน ของหมอแปลง หรือที่ไดออกแบบอยางเหมาะสมแลว 6.บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6-33 6.16 ถาบริเวณที่ติดตั้งหมอแปลง มีการติดตั้งเครื่องดับเพลิงอัตโนมัติ เชน คารบอนไดออกไซด หรือนํา้ ความหนาของผนังหองอนุญาต ใหลดลงได คือถาเปนคอนกรีตเสริมเหล็กตองมีความหนาไมนอย กวา 65 มม.4.9 เครื่องหอหุมสวนที่มีไฟฟาทั้งหมดตองเปนวัสดุไมติดไฟ 6.8 เครื่องปลดวงจรที่ติดตั้งในหองหมอแปลง ตองเปนชนิดสวิตช สําหรับตัดโหลด เทานั้น 6.12.4.12.12.12.4. 6.12.มม.50 เมตร จากระดับพื้น จนถึงหัวของเครื่องดับเพลิง หมายเหตุ ชนิดของเครือ่ งดับเพลิงทีใ่ ชกบั อุปกรณไฟฟา ไดแก ผงเคมีแหง คารบอนไดออกไซด และสารสะอาด ดับเพลิง 6.5 กก.11 หองหมอแปลงตองมีแสงสวางอยางเพียงพอ ถาใชหลอดฟลูออ เรสเซนตตองมีขนาดไมนอยกวา 8 วัตต ตอพื้นที่ 1 ตร.12.15 ตองมีเครื่องดับเพลิง ชนิดที่ใชดับไฟที่เกิดจากอุปกรณไฟฟา (Class C) ขนาดนํ้าหนักบรรจุสารไมนอยกวา 6.12 ควรมีคูมือหรือแผนภาพแสดงการปฐมพยาบาล โดยวิธีผายปอด แบบเปาปากไวในสถานที่ที่เขาถึงไดสะดวก 6.4.เมตร 6.12.4.12.12.4.14 หามเก็บวัสดุที่ไมเกี่ยวของกับการใชงานทางไฟฟา และวัสดุเชื้อ เพลิงไวในหองหมอแปลง 6.

4.13 6. หองหมอแปลงสําหรับหมอแปลงชนิดแหง ใหใชขอกําหนดเชนเดียวกับขอ 6.4. หรือ 2.4.12.3) คอนกรีต บล็อก มีความหนาไมนอยกวา 100 มม.1 ระยะหางตามแนวระดับระหวางรั้ว หรือผนังกับสวน ที่มีไฟฟาของระบบไฟฟาแรงสูง ตองไมนอยกวา 1.12 ยกเวน ไมตองมีบอพักและทอระบายของเหลว ลานหมอแปลงอยูภายนอกอาคาร (Outdoor Yard) ลานหมอแปลงอยูบนพื้นดิน 6.12 ขอยกเวนที่ 1 ไมตองมีบอพัก แตตองสามารถระบายนํ้ าหรือฉนวนของ เหลวของหมอแปลงออกจากหองได ขอยกเวนที่ 2 ความหนาของผนังหองหมอแปลงเปนดังนี้ 2.15.15.17 ควรมีปายเตือนแสดงขอความ “อันตรายไฟฟาแรงสูง” และ “เฉพาะเจาหนาที่ที่เกี่ยวของเทานั้น” ใหเห็นอยางชัดเจนติด ไวที่ผนังดานนอกหองหมอแปลง หองหมอแปลงสําหรับหมอแปลงฉนวนของเหลวไมติดไฟ ใหใชขอกําหนดเชนเดียวกับขอ 6.2) อิฐทนไฟ มีความหนาไมนอยกวา 100 มม.2 ทีว่ างเพื่อปฏิบัติงาน สวนที่มีไฟฟาของระบบไฟฟาแรงสูงเหนือที่วางเพื่อปฏิบัติงาน ตองอยูสูงจากพื้นไมนอยกวา 2. หรือ 2.4.1) คอนกรีตเสริมเหล็ก หนาไมนอยกวา 65 มม.4.4. 6.4.4.3.15.14 ตอน ง.75 เมตร หรือมีที่กั้นเพื่อปองกัน การสัมผัสสวนที่มีไฟฟาโดยไมไดตั้งใจ 6.4.6-34 บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6.15 6.15.3 ระยะหาง 6.20 เมตร สําหรับแรงดันไมเกิน 33 เควี .1 หมอแปลงตองอยูในที่ลอม ที่ลอมนี้อาจจะเปนกําแพงหรือรั้วที่ใส กุญแจได และเขาถึงไดเพื่อการตรวจสอบและบํารุงรักษาสําหรับ บุคคลที่มีหนาที่เกี่ยวของ 6.4.

16.1 พืน้ ของดาดฟารวมทัง้ ตัวอาคารทีต่ ดิ ตัง้ หมอแปลง ตองมีความแข็ง แรงเพียงพอที่จะรับนํ้าหนักของหมอแปลงและบริภัณฑไดอยาง ปลอดภัย 6.12.15.16.3 หมอแปลงชนิดฉนวนของเหลวติดไฟไดตอ งมีบอ พักและบอพักตอง สามารถบรรจุของเหลวไดอีกอยางนอย 3 เทาของปริมาตรของ เหลวของหมอแปลงตัวที่มากที่สุด แลวใสหินเบอร 2 จนเต็ม ทอ ระบายของเหลวไปบอพักตองมีขนาดเสนผานศูนยกลางไมเล็ก กวา 50 มม.1 ทั่วไป ใหใชกับการติดตั้งคาปาซิเตอรในวงจรไฟฟา เพื่อปรับปรุงคาตัวประกอบ กําลังไฟฟา (Power Factor) เทานั้น .60 เมตร 6.4.5 คาปาซิเตอร 6.4.15.4.4.บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6-35 6.15 โดยมีขอกําหนดเพิ่มเติม ดังนี้ 6.15.00 เมตร 6.5 การตอลงดิน ตองเปนไปตามที่กําหนดในขอ 6.2 ตองติดตั้งระบบปองกันอันตรายจากฟาผาโดยใชสายดินอากาศ (Over-Head Ground Wire) ทีม่ มี มุ ปองกัน (Protective Angle) ไมเกิน 45 องศา วัดจากแนวดิ่ง หรือใชบริภัณฑอื่นที่ไดรับความ เห็นชอบจากการไฟฟาฯ 6.7 พืน้ ของลานหมอแปลง ตองใสหนิ เบอร 2 หนาอยางนอย 100 มม.4.4.16 ลานหมอแปลงอยูบนดาดฟาของอาคาร ใหใชขอกําหนดเชนเดียวกับขอ 6.4.16.4.4.5. และเปนชนิดทนไฟ ปลายทอดานหมอแปลงตองปด ดวยตะแกรง 6.15.00 เมตร ระยะหางระหวาง หมอแปลงตองไมนอยกวา 0.4 รัว้ หรือกําแพงของลานหมอแปลงตองสูงไมนอยกวา 2.15.3.10 6. ยกเวน สวนที่ติดตั้งบริภัณฑ 6.6 ควรมีปายเตือนแสดงขอความ “อันตรายไฟฟาแรงสูง” และ “เฉพาะเจาหนาที่ที่เกี่ยวของเทานั้น” ใหเห็นอยางชัดเจนติดไว ที่ผนังดานนอกหองหมอแปลง 6.2 ระยะหางตามแนวระดับระหวางรัว้ หรือผนังกับหมอแปลงตองไมนอยกวา 1.4.4.

5.2 เครื่องหอหุมและการกั้น 6.2 มาตรการในการคายประจุ ใหมีการคายประจุ โดยใชวงจรคายประจุที่ตออยางถาวรกับ คาปาซิเตอร หรือมีอุปกรณที่จะตอเขากับขั้วของชุดคาปาซิเตอร โดยอัตโนมัติ เมื่อปลดคาปาซิเตอรออกจากแหลงจายไฟฟา หาม ใชสวิตชที่ทํางานดวยมือ หรือวงจรคายประจุที่ทําการตอวงจร ดวยมือ 6.5.5. คาปาซิเตอรแรงดันไมเกิน 1000 โวลต 6.1 ชวงเวลาคายประจุ เมื่อปลดคาปาซิเตอรออกจากวงจรไฟฟา ตองมีการคายประจุให แรงดันลดลงเหลือไมเกิน 75 โวลต ภายในเวลา 3 นาที นับจาก เวลาที่ปลด 6.4 ขนาดกระแสของตัวนํา ตัวนําของวงจรคาปาซิเตอรตองมีขนาดกระแสไมนอยกวารอยละ 135 ของ พิกัดกระแสของคาปาซิเตอร หากคาปาซิเตอรตอกับวงจรมอเตอร ตัวนําของ วงจรคาปาซิเตอรตอ งมีขนาดกระแสไมนอ ยกวา 1/3 ของขนาดกระแสของสาย วงจรมอเตอร แตทั้งนี้ขนาดกระแสของตัวนําตองไมนอยกวารอยละ 135 ของ พิกัดกระแสของคาปาซิเตอร .5.2 คาปาซิเตอรตอ งมีเครือ่ งหอหุม หรือติดตัง้ โดยมีการกัน้ รัว้ หรือโดยวิธี อื่น เพือ่ ปองกันบุคคลมาสัมผัสกับสวนที่มีไฟฟาโดยบังเอิญ ยกเวน คาปาซิเตอรนนั้ เขาถึงไดเฉพาะบุคคลทีม่ หี นาทีเ่ กีย่ วของ เทานั้น ตอน ก.1 คาปาซิเตอรทบี่ รรจุดว ยของเหลวติดไฟปริมาณรวมกันมากกวา 11 ลิตร ตองติดตั้งในหองเฉพาะหรือติดตั้งภายนอกอาคารโดยมีรั้ว ลอมหรือติดตั้งบนเสา 6.2.3.3 การคายประจุ ตองจัดใหมีวิธีการคายประจุของคาปาซิเตอร ดังนี้ 6.3.5.5.2.5.6-36 บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6.

6.5.6.บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6.6.6.1 คาปาซิเตอรแตละชุด (Bank) ตองมีเครื่องปองกันกระแสเกินที่ตัว นําทุกสายเสนไฟ ยกเวน กรณีที่คาปาซิเตอรตอไวทางดานโหลดของเครื่องปอง กันการใชงานเกินกําลังของมอเตอร 6.5.8 6-37 การปองกันกระแสเกิน 6.5 6.1 ตองติดตัง้ เครือ่ งปลดวงจรในทุกสายเสนไฟของคาปาซิเตอรแตละชุด ยกเวน คาปาซิเตอรตอไวทางดานโหลดของเครื่องปองกันการ ใชงานเกินกําลังของมอเตอร 6.5.3 ดวย การตอลงดิน เปลือกโลหะของคาปาซิเตอรตองตอลงดิน ตามที่กําหนดในบทที่ 4 ยกเวน คาปาซิเตอรที่ติดตั้งบนโครงสรางชนิดที่เปลือกของคาปาซิเตอรมี แรงดันไมเทากับดิน .2 เครื่องปลดวงจรตองปลดทุกสายเสนไฟพรอมกัน 6.5.3 เครื่องปลดวงจรตองสามารถปลดคาปาซิเตอรออกจากวงจรใน สภาพการใชงานปกติไดโดยเครื่องปลดวงจรไมเสียหาย 6.5.5.4 พิกัดกระแสของเครื่องปลดวงจรตองไมนอยกวารอยละ 135 ของ พิกัดกระแสของคาปาซิเตอร พิกดั หรือขนาดปรับตัง้ ของเครือ่ งปองกันการใชงานเกินกําลังของมอเตอร เมื่อติดตั้งคาปาซิเตอรทางดานโหลดของเครื่องปองกันการใชงานเกินกําลัง ของมอเตอร การกําหนดพิกัดหรือขนาดปรับตั้งของเครื่องปองกันการใชงาน เกินกําลังและการกําหนดขนาดตัวนํา ใหคํานวณจากคากระแสที่ปรับคาตัวประกอบกําลังไฟฟาแลวและดําเนินการตามที่กําหนดในขอ 6.5.5.5.6 6.5.7 6.2 พิกดั หรือขนาดปรับตัง้ ของเครือ่ งปองกันกระแสเกินตองใหตํ่าที่สุด เทาที่จะใหคาปาซิเตอรชุดนั้นตอใชงานได เครื่องปลดวงจร 6.5.5.

5.10 การปองกันกระแสเกิน 6.5.10.5.5. คาปาซิเตอรแรงดันเกิน 1000 โวลต 6.11.1.1 ตองจัดใหมีมาตรการตรวจจับ (Detect) และตัดกระแสลัดวงจร ซึง่ ทําใหเกิดความดันภายในคาปาซิเตอร แตละตัวที่เปนอันตราย 6.5.1 6.10.5.11.10.5.5.9.5.9 การคายประจุ 6.5.4 เครื่องปองกันสําหรับคาปาซิเตอร และบริภัณฑที่มีคาปาซิเตอร ตองมีพิกัดหรือขนาดปรับตั้งเพื่อใหคาปาซิเตอรแตละตัวทํางาน ไดโดยไมเสียหาย 6.9.10.3 เครื่องปองกันกระแสเกิน อนุญาตใหใชชนิดหนึ่งเฟสก็ได 6.5.11 การสับและการปลด (Switching) 6.2 มาตรการในการคายประจุ ใหมีการคายประจุ โดยใชวงจรคายประจุที่ตออยางถาวรกับ คาปาซิเตอรหรือมีอุปกรณที่จะตอเขากับขั้วของชุดคาปาซิเตอร โดยอัตโนมัติเมื่อปลดคาปาซิเตอรออกจากแหลงจายไฟฟา นอก จากคาปาซิเตอรชุดนี้จะตอตรงเขากับขดลวดของมอเตอร หรือ ของหมอแปลง หรือบริภัณฑไฟฟาอื่น แตชวงเวลาการคายประจุ ตองเปนไปตามขอ 6.1 ความสามารถในการนํากระแสไฟฟาตอเนือ่ ง ตองไม นอยกวารอยละ 135 ของพิกดั กระแสของคาปาซิเตอร ที่ติดตั้ง .2 การปองกันคาปาซิเตอรจะทําเฉพาะแตละตัว หรือทัง้ กลุม (Group) ก็ได 6.9.5.6-38 บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา ตอน ข.1 กระแสโหลด การสับหรือปลดคาปาซิเตอร ตองใชสวิตชที่ทํางานพรอมกันทุก เฟส (Group-Operated Switch) ซึ่งมีรายละเอียดดังตอไปนี้ 6.1 ชวงเวลาคายประจุ เมื่อปลดคาปาซิเตอรออกจากวงจรไฟฟา ตองมีการคายประจุให แรงดันลดลงเหลือไมเกิน 75 โวลต ภายในเวลา 10 นาที นับจาก เวลาที่ปลด 6.

5.2.2.5.11.11.5.2 การแยกวงจร 6.12 การตอลงดิน เปลือกโลหะของคาปาซิเตอรตองตอลงดินตามที่กําหนดในบทที่ 4 ยกเวน คาปาซิเตอรที่ติดตั้งบนโครงสรางชนิดที่เปลือกของคาปาซิเตอรมี แรงดันไมเทากับดิน 6.5.3 สามารถทนกระแสไฟกระโชก (Inrush Current) คา สูงสุดที่อาจเกิดขึ้นในวงจร รวมทั้งกระแสที่มาจาก คาปาซิเตอรที่อยูขางเคียงได 6.2 ระยะหางระหวางสวนทีม่ ไี ฟฟาทีแ่ ยกออกจากกันเมือ่ ทําการปลดสวิตชแยกวงจรแลว ตองมากพอที่จะทน แรงดันไฟฟาที่ใชงานกับคาปาซิเตอรได 6.1.2.5.1.11.11.5.5.3 สวิตชแยกวงจร หรือเครือ่ งปลดวงจรทีไ่ มกาหนดพิ ํ กดั ตัดกระแสลัดวงจร ตองมีอนิ เตอรล็อก (Interlock) กับเครื่องปลดโหลด (Load-Interrupting Device) หรือจัดทําเครื่องหมาย หรือติดปายเตือนใหสับหรือ ปลดเครื่องปลดโหลดกอน 6.11.บทที่ 6 บริภัณฑไฟฟา 6-39 6.1 ตองมีสวิตชแยกวงจร เพื่อแยกคาปาซิเตอรออกจาก วงจร 6.5.5.11.1.4 สามารถทนกระแสลัดวงจรทีอ่ าจเกิดขึน้ ทางดานทีต่ อ เขากับคาปาซิเตอรได 6.13 เครื่องหมายแสดงพิกัด คาปาซิเตอรแตละตัว ตองมีแผนปายประจําเครื่องอยางถาวรระบุชื่อผูผลิต พิกัดแรงดัน ความถี่ไฟฟา กิโลวาร จํานวนเฟสและถาบรรจุของเหลวติดไฟได ตองระบุปริมาณของของเหลวนั้นดวย .11.2 สามารถตัดกระแสโหลดตอเนือ่ งสูงสุดของคาปาซิเตอร ทีต่ ออยู ในสภาพการใชงานปกติได 6.

2.2.1 ทั่วไป การเดินสายและติดตั้งอุปกรณไฟฟาสําหรับบริเวณอันตรายใหปฏิบัติตามขอกําหนดใน บทนี้ กรณีที่ไมไดระบุไวในบทนี้ใหปฏิบัติตามขอกําหนดของมาตรฐานการติดตั้งทาง ไฟฟาสําหรับประเทศไทยในสวนที่เกี่ยวของ 7.2.1.1.3 ไมอนุญาต ใหนําวิธีการในการจําแนกบริเวณอันตรายที่แตก ตางกันมาใชผสมกันในการจํ าแนกบริเวณอันตรายบริเวณ เดียวกัน เชน ในพื้นที่หนึ่งๆ ซึ่งประกอบดวยสวนยอยหลาย สวนตองไมจํ าแนกบริเวณอันตรายของพื้นที่สวนยอยบาง สวนเปนโซน 0 โซน 1 หรือโซน 2 ในขณะที่บริเวณอันตราย ของพืน้ ทีส่ วนยอยอีกบางสวนถูกจําแนกเปน บริเวณอันตราย ประเภทที่ 1 แบบที่ 1 หรือประเภทที่ 1 แบบที่ 2 เปนตน บริเวณอันตรายทีถ่ กู จําแนกเปนประเภทที่ 1 แบบที่ 1 ประเภทที่ 1 แบบที่ 2 ประเภทที่ 2 แบบที่ 1 ประเภทที่ 2 แบบที่ 2 ประเภทที่ 3 .2 การจําแนกบริเวณอันตราย 7.2.2.1 การจําแนกบริเวณอันตราย การเดินสายและการติดตัง้ อุปกรณไฟฟา ใหปฏิบตั ิตามขอ 7.1.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7-1 บทที่ 7 บริเวณอันตราย ขอกําหนดในบทนี้เกี่ยวกับการออกแบบระบบไฟฟาสําหรับบริเวณอันตราย โดยแบง การออกแบบเปน 2 แบบ ตามการแบงประเภทบริเวณอันตราย แบบที่ 1 เปนการจําแนกเปน ประเภทและแบบ แบบที่ 2 เปนการจําแนกเปนประเภทและโซน 7.1.1.4 7.3 หรือ ขอ 7.1.1 ขอบเขต บทที่ 7 ครอบคลุมขอกําหนดสําหรับบริภณ ั ฑไฟฟาและบริภณ ั ฑอเิ ล็กทรอนิกส รวมถึงวิธีการเดินสายทุกระดับแรงดันในบริเวณที่อาจเกิดเพลิงไหมหรือเกิด การระเบิด เนื่องจากกาซ ไอ หรือของเหลวที่ติดไฟได ฝุนที่เผาไหมได เสนใย หรือละอองที่ติดไฟได 7.1.2 ไมอนุญาตใหบริเวณอันตรายที่จําแนกคนละวิธีกัน ทับซอนกัน คําอธิบาย 7.

(1 ฟุต) แตละ ทอรอยสายที่ตอกันตองสามารถขันแนนเพื่อลดการเกิด ประกายไฟเมื่อเกิดกระแสลัดวงจรไหลผานระบบทอรอย สาย ในที่ซึ่งไมสามารถขันเกลียวใหแนนไดใหใชสายตอ ฝากแทน .6 บริเวณอันตรายที่ถูกจําแนกเปนประเภทที่ 1 โซน 0 โซน 1 และ โซน 2 ใหเปนไปตามที่กําหนดในขอ 7.2 แบบที่ 1 และ ประเภทที่ 3 แบบที่ 2 ใหเปนไปตามที่กําหนดในขอ 7.1 ถึง 7.8 มม.7-2 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.4 7.5 ขอยกเวนที่ 3 การเดินสายของวงจรทีร่ บั รองวาปลอดภัยอยางแทจริง ตอง ติดตัง้ แยกออกจากวงจรอืน่ ๆ และตองจัดทําใหมกี า ซหรือไอ สงผานเขามาไดนอ ยทีส่ ดุ ขอยกเวนที่ 4 ทอรอยสายที่กลาวถึงในที่นี้ ตองทําเกลียว โดยมีความ ลาด 19.1 การจําแนกบริเวณและขอกําหนดทั่วไป การจําแนกบริเวณขึ้นอยูกับคุณสมบัติของไอ กาซ หรือของเหลวที่ติดไฟได ฝุนหรือเสนใยที่ลุกไหมได ซึ่งอาจมีขึ้นและมีความเปนไปไดที่จะมีความเขม ขน หรือมีปริมาณมากพอทีจ่ ะทําใหเกิดการลุกไหมหรือเกิดเพลิงไหมได สถาน ทีซ่ งึ่ มีการใชสารไพโรฟอริก (pyrophoric) เพียงชนิดเดียว ไมจัดเปนบริเวณ อันตราย ในการพิจารณาจําแนกประเภทแตละหอง สวน หรือพื้นที่ จะถูกแยกพิจารณา โดยเฉพาะ ขอยกเวนที่ 1 ขอกําหนดตางๆ ในตอนตนนี้ใหใชกับบริภัณฑไฟฟาและ การเดินสายในบริเวณอันตราย (แยกประเภท) ได ยกเวน ที่ไดเพิ่มเติมในขอ 7.2.2.1.2 ถึง ขอ 7.2 ถึง 7.05 มม. (3/4 นิ้ว) ตอ 304.7 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 ประเภทที่ 2 และ ประเภทที่ 3 7.5 ขอยกเวนที่ 2 เครือ่ งสําเร็จและการเดินสายทีร่ บั รองวาปลอดภัยอยางแทจริง อนุญาตใหใชในบริเวณอันตรายตามที่ไดรับการรับรองได โดยไมตองทํ าตามขอ 7.

1.1.2 กลุมบี บริเวณที่มีบรรยากาศซึ่งประกอบดวย กาซที่ ลุกไหมได ไอจากของเหลวที่สามารถลุกเปนไฟหรือ เผาไหมได ไอจากของเหลวที่ผสมกับอากาศแลวอาจ ทําใหเกิดการไหมหรือเกิดการระเบิดได ในกรณีที่มี คา MESG (Maximum Experimental Save Gap) ไมเกิน 0.2. หรือมีอัตราสวน MIC (Minimum Igniting Current Ratio) ไมเกิน 0.1 และ 7.1.2.1 ถึง 7.2.2.2.2 7-3 ขอควรระวังเปนพิเศษ ขอ 7.2. โดยปกติ สารที่จัดใหอยูในกลุมบี คือ ไฮโดรเจน ขอยกเวนที่ 1 บริภัณฑที่ใชในบรรยากาศกลุมดี อนุญาตใหใชในบรรยากาศทีม่ ีบวิ ทะไดอีนได โดยทอที่ตอเขากับ อุ ป กรณ ที่ ท นการระเบิ ด จะต อ ง ปดผนึกชนิดทนการระเบิดที่ทอ รอยสายทั้งหมดในตํ าแหนงที่อยู ห า งจากเครื่ อ งห อ หุ  ม ไม เ กิ น 451 มม (18 นิ้ว) ขอยกเวนที่ 2 บริภัณฑที่ใชในบรรยากาศกลุมซี อนุ ญ าตให ใ ช ใ นบรรยากาศที่ มี .5 ใชสําหรับการจัดสรางบริภัณฑและ การติดตั้งซึ่งใหความปลอดภัยในการใชงานภายใตสภาวะการใชงานและ บํารุงรักษาที่เหมาะสม สําหรับจุดประสงคเพื่อการทดสอบ การรับรอง และการจําแนกพื้นที่ สวน ผสมตางๆ ในอากาศ (ไมรวมสวนที่มีออกซิเจนมาก) ใหแบงเปนกลุมตามที่ กําหนดในขอ 7.40 มม.2.2 ยกเวน บริภัณฑที่ไดรับการรับรองสําหรับ กาซ ไอ หรือ ฝุน ที่ระบุ 7.2.1 กลุมเอ บริเวณที่มีบรรยากาศซึ่งประกอบดวย อา เซททีลีน 7.1.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.1 การแบงกลุม สําหรับบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบงเปนกลุมตางๆ ดังนี้ 7.2.45 มม.

7-4 บทที่ 7 บริเวณอันตราย แอลลิล กลีซไิ ด อีเทอร เอ็นบิวทิล กลีซิได อีเทอร เอทิลีนออกไซด โพรพีลีนออกไซดแ ละอาโครเลอีนได โดยทอที่ตอเขากับอุปกรณ ที่ ท นการระเบิ ด จะต อ งปด ผนึ ก ชนิ ด ทนการระเบิ ด อุ ด ภาย ใ น ท  อ ร  อ ย ส า ย ทั้ ง ห ม ด ใ น ตํ าแหนงที่อยูหางจากเครื่องหอ หุมไมเกิน 451 มม. หรือมีอัตราสวน MIC (Minimum Igniting Current Ratio) เกิน 0.3 กลุมซี บริเวณที่มีบรรยากาศซึ่งประกอบดวย กาซที่ ลุกไหมได ไอจากของเหลวที่สามารถลุกเปนไฟหรือ เผาไหมได ไอจากของเหลวที่ผสมกับอากาศแลวอาจ ทําใหเกิดการไหมหรือเกิดการระเบิดได ในกรณีที่มี คา MESG (Maximum Experimental Save Gap) เกินกวา 0.75 มม.2. แตไมเกิน 0.40 มม.1. โดยปกติ สารที่จัดใหอยูในกลุมดี คือ โพรเพน ยกเวน สําหรับบรรยากาศซึง่ ประกอบดวยแอมโมเนีย และเจาหนาที่ไดกาหนดให ํ ใชขอบังคับตาม มาตรฐานนี้ อนุญาตใหสามารถจําแนก . โดยปกติ สารที่จัดใหอยูในกลุมซี คือ เอทิลีน 7.8 มม.4 กลุ  ม ดี บริเวณที่มีบรรยากาศซึ่งประกอบดวย กาซที่ ลุกไหมได ไอจากของเหลวที่สามารถลุกเปนไฟหรือ เผาไหมได ไอจากของเหลวที่ผสมกับอากาศแลวอาจ ทําใหเกิดการไหมหรือเกิดการระเบิดได ในกรณีที่มี คา MESG (Maximum Experimental Save Gap) เกินกวา 0.8 มม.2.1. (18 นิ้ว) 7.2.45 มม.75 มม.2.หรือมีอัตรา สวน MIC (Minimum Igniting Current Ratio) เกิน กวา 0. แตไมเกิน 0.

2.1 กลุมอี บรรยากาศซึ่งประกอบดวย ฝุนโลหะที่ลุกไหม ได ซึ่งไดแก อะลูมิเนียม แมกนีเซียม และโลหะผสม ของสารดังกลาว ฝุนที่ลุกไหมไดซึ่งขนาดของฝุน การเสียดสีเนื่องจากฝุน และสภาพการนําไฟฟาของ ฝุน ทําใหเกิดอันตรายเชนเดียวกับบริภัณฑไฟฟา 7.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7-5 ประเภทบริเวณอันตรายใหมใหเปนบริเวณ อันตรายนอยลงหรือไมเปนบริเวณอันตรายได 7.3 กลุมจี บรรยากาศซึ่งประกอบดวย ฝุนที่ลุกไหมได นอกเหนือจากที่ระบุในกลุมอีและเอฟ ไดแกฝุนของ แปง เมล็ดพืช ไม พลาสติก และสารเคมี 7.2.2.2.2.2.2.3 การรับรองสําหรับประเภทและคุณสมบัติ บริภัณฑตองเปน ประเภทที่ระบุใหใชกับสถานที่นั้นๆ และตองรับรองสําหรับคุณสมบัติของการระเบิด การลุกไหม หรือการจุดระเบิดของกาซ ไอ ฝุน เสนใย ละออง แตละชนิดที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ บริภัณฑ สําหรับบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 จะตองไมมีพื้นผิวเปดโลง ซึ่ง มี อุ ณ หภู มิ ใ ช ง านสู ง กว า อุ ณ หภู มิ จุ ด ระเบิ ด ของก า ซหรื อ ไอ บริภัณฑสําหรับสถานที่ประเภทที่ 2 ตองไมมีอุณหภูมิภายนอกสูง กวาที่กํ าหนดในขอ 7.2.5.2 การแบงกลุมสําหรับบริเวณอันตรายประเภทที่ 2 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบงเปนกลุมตางๆ ดังนี้ 7.2.1 บริภัณฑที่ไดรับการรับรองสําหรับสถานที่แบบที่ 1 อนุญาตใหใช .6 บริภัณฑสํ าหรับบริเวณอันตราย ประเภทที่ 3 ตองมีอุณหภูมิสูงสุดของผิวดานนอกไมเกินที่กําหนด ในขอ 7.2.2 กลุมเอฟ บรรยากาศซึ่งมีสวนผสมของฝุนที่ลุกไหม ไดสูงเกินกวา รอยละ 8 ของปริมาณฝุนทั้งหมดที่ดัก จับไดเมื่อมีการทดสอบ เชน ฝุนของถานดํา (carbon black) ถานไม ถานหิน หรือฝุนซึ่งเกิดจากวัสดุอื่น เกิดที่มีคุณสมบัติสามารถทําใหเกิดการระเบิดที่เปน อันตรายได 7.2.2.2.2.2.

2.5 บริภัณฑ สํ าหรับใชงานทั่วไปหรือบริภัณฑที่อยูในเครื่องหอหุมสํ าหรับใช งานทั่วไป อนุญาตใหติดตั้งในสถานที่แบบที่ 2 ได ถาในสภาพการ ทํางานปกติไมเปนสาเหตุใหเกิดการจุดระเบิด ถาไมไดมีการระบุไวโดยเฉพาะ สภาพการใชงานตามปกติของ มอเตอรถือวาเปนการใชงานเต็มกําลังคงที่ ในที่ซึ่งกาซที่ติดไฟไดและฝุนที่ลุกไหมไดอาจเกิดขึ้นในเวลาเดียว กัน การกําหนดอุณหภูมิใชงานที่ปลอดภัยของบริภัณฑไฟฟา ตอง คํานึงถึงสภาพดังกลาวดวย บริภณ ั ฑที่ไดยอมรับใหใชในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 ตองมีการรับรองจากสถาบันที่เชื่อถือได เชน UL.1 ถึง 7.4 ในสถานที่แบบที่ 2 ที่อยูในประเภทและกลุมเดียวกันได นอกจากที่ไดอนุญาตเปนการเฉพาะในขอ 7.7-6 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7. ECCS PTB LCIE หรือ CSI เปนตน สวนบริภัณฑที่ยอมรับใหใชใน บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 ตองเปนชนิดที่ยอมรับใหใช กับบริเวณอันตรายนั้น การทําเครื่องหมาย บริภัณฑที่ไดรับการรับรองแลว ตองมีเครื่อง หมายแสดงประเภท กลุม อุณหภูมิใชงานหรือชวงอุณหภูมิใชงาน โดยอางอิงกับอุณหภูมิโดยรอบ 40 องศาเซลเซียส ขอยกเวนที่ 1 บริภณ ั ฑชนิดทีไ่ มทาให ํ เกิดความรอน เชน กลอง ตอสาย ทอรอยสาย และเครื่องประกอบและ บริภัณฑที่ทําใหเกิดความรอนสูงสุดไมเกิน 100 องศาเซลเซียส ไมตองแสดงคาอุณหภูมิหรือ ชวงอุณหภูมิที่ใชงาน ขอยกเวนที่ 2 ดวงโคมแบบติดประจําที่ซึ่งมีเครื่องหมายแสดง สําหรับใชแคเฉพาะในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 หรือประเภทที่ 2 แบบที่ 2 ไมตอง แสดงเครื่องหมายระบุกลุม ขอยกเวนที่ 3 บริภณ ั ฑสําหรับใชงานทั่วไปแบบติดประจําที่ใน บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 นอกจากดวงโคม .CSA.2.

7-7 บทที่ 7 บริเวณอันตราย แบบติดประจําที่ซึ่งยอมใหใชในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 1 แบบที่ 2 ได ไมตองแสดงเครื่อง หมายแสดงประเภท แบบกลุม หรืออุณหภูมใิ ชงาน ขอยกเวนที่ 4 บริภัณฑกันฝุนแบบติดประจําที่ ยกเวนดวงโคม แบบติดประจําที่ซึ่งยอมใหใชในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 2 แบบที่ 2 และประเภทที่ 3 ไมตอง แสดงเครื่องหมายสําหรับ ประเภท แบบ กลุม หรืออุณหภูมิใชงาน ขอยกเวนที่ 5 บริภณ ั ฑไฟฟาทีเ่ หมาะสมสําหรับอุณหภูมโิ ดยรอบ ที่สูงเกิน 40°C (140°F) ตองมีเครื่องหมาย แสดงคาสูงสุดของอุณหภูมโิ ดยรอบ และอุณหภูมิ ใชงาน หรือ แสดงชวงของอุณหภูมโิ ดยรอบนัน้ ตารางที่ 7-1 เครื่องหมาย อุณหภูมิสูงสุด องศาเซลเซียส (°C) องศาฟาเรนไฮต (°F) 450 842 300 572 280 536 260 500 230 446 215 419 200 392 180 356 165 329 160 320 135 275 120 248 100 212 85 185 เครื่องหมาย T1 T2 T2A T2B T2C T2D T3 T3A T3B T3C T4 T4A T5 T6 .

2.2.2.6 ถาแสดงชวงอุณหภูมใิ ชงาน ใหระบุตามเครือ่ งหมาย ทีแ่ สดงในตารางที่ 7-1 และเครือ่ งหมายทีร่ ะบุบนปายแสดงของบริภณ ั ฑตอ งเปน ไปตามตารางที่ 7-1 บริภัณฑที่ไดรับการรับรองสําหรับใชงานไดทั้งในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 ตองแสดงคาอุณหภูมิสูงสุดที่ใชงาน ไดโดยปลอดภัย ซึ่งจะตองพิจารณาจากสภาวะของการกอใหเกิด บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 และ 2 พรอมกัน อุณหภูมสิ าหรั ํ บบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 เครือ่ งหมายแสดง อุณหภูมทิ ี่ระบุในขอ 7.2.2.2.2.5 7.2.7-8 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.4 ตองไมสูงเกินกวาอุณหภูมิจุด ระเบิดของฝุนที่เกี่ยวของ สําหรับฝุนที่เปนสารอินทรียซึ่งอาจแหง หรื อ กลายเป น ถ า น อุ ณ หภู มิ ที่ แ สดงต อ งไมเกินคาตํ่ าสุดของ อุณหภูมิจุดระเบิดหรือไมเกิน 165°C (329°F) อุณหภูมิจุดระเบิดสําหรับบริภัณฑที่ไดรับการรับรองแลวใหเปนไป ตามตารางที่ 7-2 .4 ที่กลาวมา ตองมีคาไมเกินอุณหภูมิ จุดระเบิดของกาซหรือไอที่เกี่ยวของ อุณหภูมิที่กําหนดของแตละกลุมถือวาเปนอุณหภูมิจุดระเบิดที่ตํ่า ทีส่ ุดของวัสดุตางๆ ในกลุมเชน กลุมดี อุณหภูมิไมเกิน 280°C (536°F) และ กลุมซี อุณหภูมิไมเกิน 180°C (356°F) อุณหภูมจิ ดุ ระเบิดสําหรับบริภณ ั ฑทไี่ ดรบั การรับรองแลวใหเปนดังนี้ กลุมเอ 280°C (536°F) กลุมบี 280°C (536°F) กลุมซี 180°C (356°F) กลุมดี 280°C (536°F) อุณหภูมสิ าหรั ํ บบริเวณอันตรายประเภทที่ 2 เครือ่ งหมายแสดง อุณหภูมิที่กลาวมาในขอ 7.

3.3.2.3 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 คือ บริเวณที่ซึ่งมีกาซหรือไอที่ติดไฟไดผสมอยูใน อากาศปริมาณมากพอทีจ่ ะทําใหเกิดการระเบิดได บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 จะหมายความรวมถึงบริเวณตามที่กําหนดในขอ 7.2.2.3.3.3 บริเวณทีเ่ มือ่ บริภณ ั ฑเกิดความเสียหายหรือทํางานผิด พลาด อาจทําใหเกิดกาซหรือไอที่มีความเขมขนพอที่ จะเกิดการระเบิด และอาจทําใหบริภัณฑไฟฟาขัด ของและกลายเปนแหลงกําเนิดประกายไฟได 7.1.3.2.1.2 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 ไดแก .1.3.2 ตอไป นี้ดวย 7.1 บริเวณที่ในภาวะการทํางานตามปกติมีกาซหรือไอที่ มีความเขมขนพอที่จะเกิดการระเบิดได 7.1 และ 7.2 บริเวณที่อาจมีกาซหรือไอ ที่มีความเขมขนพอที่จะ เกิดการระเบิดไดอยูบอยๆ เนื่องจากการซอมแซม บํารุงรักษาหรือรั่ว 7.2.2.1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 ไดแก 7.3.2.2.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7-9 ตารางที่ 7-2 อุณหภูมจิ ดุ ระเบิดซึ่งใชเพื่อการรับรองบริภัณฑ บริภัณฑที่ไมมีการใชโหลดเกิน บริภัณฑที่อาจใชโหลดเกิน เชน มอเตอร หรือหมอแปลง บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 ทํางานปกติ ทํางานไมปกติ กลุม องศา องศา องศา องศา องศา องศา เซลเซียส ฟาเรนไฮต เซลเซียส ฟาเรนไฮต เซลเซียส ฟาเรนไฮต อี 200 392 200 392 200 392 เอฟ 200 392 150 302 200 392 จี 165 329 120 248 165 329 7.

2.4.4.2.2.2 บริเวณที่เมื่อเครื่องจักรกลขัดของหรือทํางานผิดปกติ อาจทําใหเกิดสวนผสมที่อาจระเบิดหรือจุดระเบิดได และอาจเป น แหล ง กํ าเนิ ด ของการจุ ด ระเบิ ด เมื่ อ .2.2 บริเวณมีการปองกันการระเบิดเนื่องจากกาซหรือไอที่ มีความเขมขนเพียงพอโดยใชระบบระบายอากาศซึ่ง ทํ างานโดยเครื่องจักรกล และอาจเกิดอันตรายได หากระบบระบายอากาศขัดของหรือทํางานผิดปกติ 7.1.3.3 บริเวณที่อยูใกลกับบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบ ที่ 1 และอาจไดรบั การถายเทกาซหรือไอทีม่ คี วามเขม ขนพอที่จะจุดระเบิดไดในบางครั้งถาไมมีการปองกัน โดยการทํ าใหความดันภายในหองสูงกวาความดัน บรรยากาศโดยการดูดอากาศสะอาดเขามาภายใน หอง และมีระบบตรวจสอบดานความปลอดภัยที่มี ประสิ ท ธิ ผ ลหากระบบการอั ด และระบายอากาศ ทํางานผิดพลาด บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 คือ บริ เ วณที่มีฝุนที่ทําใหเกิดการระเบิดไดทําให เกิดอันตราย บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 จะหมายความรวมถึงบริเวณตามที่ กําหนดในขอ 7.1 บริเวณทีใ่ ชเก็บของเหลวติดไฟซึง่ ระเหยงายหรือกาซที่ ติดไฟได ซึ่งโดยปกติของเหลว ไอหรือกาซนี้จะถูก เก็บไวในภาชนะหรือระบบที่ปด ซึ่งจะรั่วออกมาได เฉพาะในกรณีที่บริภัณฑทํางานผิดปกติ 7.2.2.1 และ 7.2.1.3.2.2 ตอไปนี้ดวย 7.7-10 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.4.2.1 บริเวณที่มีฝุนที่ลุกไหมได อยูในอากาศเปนปริมาณที่ อาจทําใหเกิดสวนผสมที่อาจระเบิดหรือจุดระเบิดได ภายใตสภาวะการทํางานตามปกติ 7.2.4.4.3.2.2.4 7.1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 1 ไดแก 7.

5.1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 3 แบบที่ 1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 3 แบบที่ 1 ไดแก บริเวณที่มีเสนใยที่จุด ระเบิดงายหรือมีการขนถาย ผลิตหรือใชงาน วัตถุที่ทํ าใหเกิด ละอองที่จุดระเบิดได 7.4.4.5.2.2.4.1 และ 7.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.1.2.2.2.5 7-11 บริภัณฑไฟฟาทํางานขัดของหรือจากการทํางานของ อุปกรณปองกัน หรือสาเหตุอื่น 7.4.2 บริเวณอันตรายประเภทที่ 3 แบบที่ 2 บริเวณอันตรายประเภทที่ 3 แบบที่ 2 ไดแก บริเวณที่เปนที่เก็บ หรือขนถายเสนใยที่ลุกไหมไดงาย ยกเวน ในกระบวนการผลิต .2.2.5.2.3 บริเวณที่มีฝุนที่มีคุณสมบัติเปนตัวนําไฟฟาที่ลุกไหม ไดในปริมาณที่เปนอันตราย 7.2 บริ เ วณซึ่ ง ฝุ  น มี ก ารสะสมในบริ เ วณใกล เ คี ย งกั บ บริภณ ั ฑไฟฟาที่ใชงาน และมีปริมาณมากพอที่จะทํา ให บ ริ ภั ณ ฑ ระบายความรอนไดยาก หรืออาจจุด ระเบิด ซึ่งเกิดจากการทํางานผิดปกติหรือการขัดของ ของบริภัณฑไฟฟา บริเวณอันตรายประเภทที่ 3 บริเวณอันตรายประเภทที่ 3 คือ บริเวณทีม่ ีเสนใยหรือละอองที่จุดระเบิดได งาย แตปกติจะไมลอยอยูในอากาศเปนปริมาณมากพอที่จะทําใหเกิดการจุด ระเบิดได บริเวณอันตรายประเภทที่ 3 รวมถึงตามที่กําหนดในขอ 7.5.2.2 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 2 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 2 ไดแก 7.1 บริเวณทีต่ ามปกติจะมีฝุนที่ลุกไหมไดอยูในอากาศแต มีปริมาณไมมากพอที่จะทําใหเกิดการระเบิดหรือจุด ระเบิด และการสะสมของฝุนไมมีผลตอการทํางาน ปกติของบริภัณฑไฟฟาหรือเครื่องสําเร็จอื่น ฝุนนี้อาจ เกิดขึ้นเนื่องจากการขนถายนอยครั้งหรือผิดขั้นตอน หรือ จากกระบวนการผลิต 7.2.2.2 ตอไปนี้ดวย 7.

3.1.1.3.2.3.2.3.1 บรรจุของเหลวติดไฟได หมอแปลงและคาปาซิเตอร ที่บรรจุของเหลวติดไฟไดตองติดตั้งในหองตามขอ 6.6 ประเภทของการออกแบบและระบบปองกัน ตารางที่ 7-3 ประเภทของการออกแบบระบบปองกัน ประเภทการออกแบบ เทคนิค ประเภทบริเวณอันตราย d Flameproof enclosure ประเภทที่ 1 แบบที่ 1 e Increased safety ประเภทที่ 1 แบบที่ 2 ia Intrinsic safety ประเภทที่ 1 แบบที่ 1 ib Intrinsic safety ประเภทที่ 1 แบบที่ 2 m Encapsulation ประเภทที่ 1 แบบที่ 2 nA Nonsparking equipment ประเภทที่ 1 แบบที่ 2 o Oil immersion ประเภทที่ 1 แบบที่ 2 p Purged and pressurized ประเภทที่ 1 แบบที่ 2 q Powder filled ประเภทที่ 1 แบบที่ 2 7.4 ตอน ค และมีขอกําหนดเพิ่มเติมดังนี้ 7.1 ทั่วไป กฎทั่วไปของมาตรฐานนี้ใชกับการเดินสายไฟฟาและบริภัณฑ ในบริเวณ อันตรายประเภทที่ 1 ตามขอ 7.2.3.2 หมอแปลงและคาปาซิเตอร 7.2.1 ตองไมมปี ระตูหรือชองเปดถึงกันระหวาง หองกับบริเวณอันตราย แบบที่ 1 .1.2 ยกเวน ตามที่ไดปรับปรุงในขอนี้ 7.3 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 7.2.7-12 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.1 ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 หมอแปลงและคาปาซิเตอรทตี่ ดิ ตัง้ ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 มีขอ กําหนด ดังนี้ 7.

2.1.2 เปนชนิดทีไ่ ดรบั การรับรองสําหรับบริเวณ อันตรายประเภทที่ 1 7.3.3.3 ชองหรือทอระบายอากาศตองมีทศิ ทาง ออกสูบริเวณที่ปลอดภัย ภายนอก อาคาร 7.3.1 เครื่องหอหุมที่ทนการระเบิด .2.2.1.2.1.3.3.1 ขางตน หรือ 7.3.2 ไมไดบรรจุของเหลวติดไฟได หมอแปลงและคาปา ซิเตอรทไี่ มไดบรรจุของเหลวติดไฟได มีขอ กําหนดดังนี้ 7.1.2.1 ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 เครื่องวัด เครื่องมือ วัด และรีเลยรวมทั้ง เครื่องวัดหนวยไฟฟา หมอแปลงเครื่องมือวัด ตัวตานทาน เครื่องเรียงกระแสและหลอดเทอรมิโอนิก ตองมี เครื่องหอหุมซึ่งไดรับการรับรองสําหรับบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 เครื่องหอหุมที่ไดรับการรับรองสําหรับบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 หมายรวมถึง 7.2.1.2.3.4 ตอน ค.1.2.3.3.4 ชองหรือทอระบายอากาศตองมีพื้นที่ เพียงพอทีจ่ ะลดแรงระเบิดภายในหอง ได แ ละส ว นของทอระบายอากาศที่ อยู  ใ นอาคารต อ งทํ าด ว ยคอนกรี ต เสริมแรง 7.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.1.2. เครื่องวัด เครื่องมือวัด และรีเลย 7.2 7.1.2 ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 หมอแปลงและคาปาซิเตอรที่ติดตั้งในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 ตองเปนไป ตามขอ 6.3.1.3.1.3.3 7-13 ตองมีการระบายอากาศเพียงพอที่จะ ระบายกาซ หรือไอที่ติดไฟออกได อยางตอเนื่อง 7.1.1 ติดตัง้ ในหองตามขอ 7.3.2.

หนาสัมผัส ปลด-สับของสวิตชแบบกดปุม รีเลย กระดิ่งสัญญาณ เตือนและแตรตองมีเครื่องหอหุมที่ไดรับการรับรอง สําหรับบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 ตามขอ 7.3.3.3.7-14 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.3.3.3.2.3.2.2.1 หนาสัมผัส สวิตช.3.2 เครื่องหอหุมอัดชนิดอัดความดัน ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 เครื่องวัด เครื่องมือ วัดและรีเลย ตองเปนดังนี้ 7.3.3.2 ตัวตานทานและบริภัณฑที่คลายกัน ตัวตานทาน อุปกรณความตานทานหลอดเทอรมิโอนิค เครื่อง เรียงกระแส และบริภัณฑที่คลายกันซึ่งใชในหรือใช รวมกับเครื่องวัด เครื่องมือวัดและรีเลยตองเปนไป ตามขอ 7.3. เซอรกิตเบรกเกอร.1 ขางตน) และถา อุณหภูมิใชงานสูงสุดของผิวที่เปดโลงไม เกินรอยละ 80 ของอุณหภูมิจุดระเบิดของ .3.1.3.1 ขางตน ยกเวน อนุญาตใหใชเครือ่ งหอหุม แบบใชงานทัว่ ไป ได ถาหนาสัมผัสตัดกระแสเปนดังนี้ 1) จมอยูในนํ้ามันหรือ 2) อยูในชองซึ่งปดผนึกจนกาซและไอเขา ไมได 3) อยู  ใ นวงจรซึ่ ง ไม อ าจปล อ ยพลั ง งาน ออกมาเพียงพอที่จะจุดระเบิดสารผสม เฉพาะอย า งในบรรยากาศภายใต สภาพการทํางานปกติ 7.2 7.3.1 ขางตน ยกเวน อนุญาตใหใชเครือ่ งหอหุม แบบใชงานทัว่ ไป ได ถ า บริ ภั ณ ฑไมมีหนาสัมผัสสํ าหรับ ปลด-สับหรือหนาสัมผัสเลื่อน (นอกจากที่ กําหนดในขอ 7.

2 และ 7.2.3.3.3.3.3.3 7.2.4 ขางตน ฟวส สํ าหรับใชปองกันกระแสเกินของวงจรเครื่องมือวัด และในการใชงานปกติไมมโี หลดเกิน อนุญาตใหตดิ ตัง้ ในเครือ่ งหอหุม แบบใชงานทัว่ ไปได ถาฟวสนนั้ มีสวิตช ซึง่ เปนไปตามขอ 7.1 ถึง 7. 7.3.2.2.3.2 ขางตน อุณหภูมิสูงสุดที่ผิวของชิ้นสวนใดๆ ของ เครื่องสําเร็จ ตองแสดงไวดานนอกของเครื่องหอหุม อยางชัดเจนและถาวร หรือยอมใหบริภัณฑที่ไดรับ การรับรองแลว มีเครื่องหมายแสดงชวงอุณหภูมิใช งานที่เหมาะสมกับบริภัณฑโดยใชเครื่องหมายตาม ตารางที่ 7-1 ฟวส กรณีที่อนุญาตใหใชเครื่องหอหุมแบบใชงานทั่ว ไปตามขอ 7.3 ขางตน เครื่องหอหุมเดี่ยวสําหรับใช งานทั่วไปของเครื่องสําเร็จนั้นเปนที่ยอมรับดวย ถา เครือ่ งสําเร็จประกอบดวยบริภัณฑตามขอ 7.3.6 7-15 กาซหรือไอที่เกี่ยวของ หรือไดทดสอบแลว พบวาไมสามารถจุดระเบิดกาซหรือไอได ไมมีหนาสัมผัสสําหรับปลด-สับ ขดลวดหมอแปลง ขดลวดอิมพีแดนซ โซลินอยด และขดลวดอื่นซึ่งไมใช งานรวมกับหนาสัมผัสเลื่อนหรือหนาสัมผัส สําหรับ ปลด-สับ ซึ่งจําเปนตองมีเครื่องหอหุม อนุญาตใหใช เครื่องหอหุมแบบใชงานทั่วไปได เครือ่ งสําเร็จสําหรับใชงานทัว่ ไป เครือ่ งสําเร็จทีท่ าํ ขึ้นจากชิ้นสวนที่ใชสํ าหรับเครื่องหอหุมใชงานทั่วไป และไดรับการยอมรับตามขอ 7.4 7.3.5 7.2.3.2.1.3.1 ขางตน อยูด า นหนา การตอ เพือ่ ความสะดวกในการเปลีย่ นทดแทน อนุญาต ใหตอเครื่องมือควบคุมขบวนการตางๆ ดวยสายออน เตารับและเตาเสียบ โดยจัดทําดังนี้ .3.3.2.3.2.3.2.2.3.3.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.3.3.3.3.2.3.

4.3.3.1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 7.4.3.2.3.6.4 มีสวิตชทเี่ ปนไปตามขอ 7.2.1 เพือ่ ไมใหเตาเสียบทําหนาที่ตัดกระแส สายตอไฟเขายาวไมเกิน 914 มม.3.4 7.1 7.3 7.7-16 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.3.2.2.4.6.3.6.4.2.3.3.3.2 ในที่ซึ่งจําเปนตองใชการตอที่ยืดหยุนได เชนที่ขั้วของ มอเตอรใหใชเครื่องประกอบแบบงอไดซึ่งไดรับการ รับรองสําหรับบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 .1 ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 การเดินสาย ตองใชทอโลหะหนาแบบมีเกลียว ทอโลหะหนาปาน กลางแบบมีเกลียว สายเคเบิลชนิด MI และเครื่อง ประกอบการทํ าปลายสายที่ ไ ด รั บ การรั บ รองแล ว สําหรับสถานที่นั้น กลอง เครื่องประกอบและขอตอ ตางๆ ตองเปนแบบมีเกลียวเพื่อตอกับทอรอยสาย หรือเครื่องประกอบการทําปลายสายเคเบิล และตอง เปนแบบทนการระเบิด เกลียวของขอตอตองมีเกลียว สํ าหรับขันใหแนนอยางนอยหาเกลียว สายเคเบิล ชนิด MI ตองติดตั้งและยึดในลักษณะที่ไมเกิดแรงดึง ทีเ่ ครื่องประกอบปลายสาย 7.3. ซึ่ง เปนชนิดใชงานหนักพิเศษ หรือชนิด ใชงานหนัก ถาติดตั้งในที่ที่มีการปอง กันสายตอไฟเขานี้ตอผานเตารับและ เตาเสียบแบบมีตัวล็อกและตอลงดิน มีเตารับเฉพาะที่จําเปนเทานั้น เตารับตองมีปายเตือน หามปลดเตาเสียบขณะมีโหลด วิธีการเดินสาย วิธกี ารเดินสายตองเปนไปตามขอ 7.2 7.1 และ 7.1.3.4.3.1.6.3.3.2 ดังนี้ 7.3.

5.4.6 สารที่ ใชปด ผนึกตองไดรบั การรับรองสําหรับสภาพและการใชงาน สารปดผนึกตองใชกบั เครือ่ งประกอบปลายสายของสายเคเบิลชนิด MI เพือ่ กันความชืน้ และของเหลว 7. MV.3.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7. PLTC. MC. TC หรือ SNM และเครื่องประกอบปลายสายที่ไดรับการรับรองแลว สายเคเบิล ชนิด ITC.1 ถึง 7.2 7. MV.3. MC. MI.5 7-17 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 การเดินสายตองใชทอ โลหะหนาแบบมีเกลียว ทอโลหะหนาปานกลางแบบมีเกลียว บัสเวย แบบมีปะเก็นและเครื่องหอหุม รางเดินสายที่มีปะเก็นและเครื่อง หอหุม สายเคเบิลชนิด PLTC หรือ สายเคเบิลชนิด ITC ในราง เคเบิล ใน raceway ที่ยึดโดยเสนลวดโยงยึด หรือสายเคเบิลซึ่งฝง ดินโดยตรง เชน สายเคเบิลชนิด MI.5.3.5.3. TC หรือ SNM อนุญาตใหติดตั้ง ในรางเคเบิลไดและตองหลีกเลี่ยงไมใหเกิดแรงดึงที่เครื่องประกอบ ปลายสาย กลอง เครื่องประกอบและขอตอไมตองเปนชนิดทนการ ระเบิดในที่ซึ่งตองการความออนตัว เชนที่ขั้วของมอเตอรใหใช เครื่องประกอบโลหะออนงอได ทอโลหะออนงอไดและเครื่อง ประกอบที่ไดรับการรับรองแลว ทอโลหะออนงอไดกันของเหลว และเครื่องประกอบที่ไดรับการรับรองแลว ทออโลหะออนงอไดกัน ของเหลวและเครื่องประกอบที่ไดรับการรับรองแลว สายออนที่ได รับการรับรองสําหรับใชงานหนักพิเศษ พรอมทั้งเครื่องประกอบ สายที่ไดรับการรับรองแลว สายออนที่ใชตองเปนชนิดที่มีตัวนํา สําหรับตอลงดิน ยกเวน การเดินสายในวงจรทีไ่ มกอ ใหเกิดพลังงานพอทีจ่ ะทําให เกิดการจุดระเบิด อนุญาตใหใชวิธีเดินสายสํ าหรับ สถานที่ธรรมดาได การปดผนึกและการระบาย การปดผนึกทอและระบบสายเคเบิลตองเปนไปตามขอ 7.1 การปดผนึกทอในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 การ ปดผนึกทอในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 ตองทําตาม ตําแหนงตางๆ ดังนี้ .3.

3.1.3.2 ในแตละทอรอยสาย ทีต่ อ เขากับเครือ่ งหอหุม ทีร่ ะบาย ความดันหรือเปลือกครอบขั้วสาย จุดตอสาย หรือจุด ตอแยกสายภายในระยะ 457 มม.1.1 ในแตละทอรอยสายที่ตอเขากับเครื่องหอหุมที่ทนการ ระเบิดได 7.5.7-18 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.1.5.5. (36 .3.5.3.5.1.2 ชองขนาดตัง้ แต 2 นิว้ ขึน้ ไปและเครือ่ ง หอหุมของปลายสาย หัวตอ หรือ จุด ตอแยก รวมถึงในที่อุณหภูมิสูงเกิน 80 เปอรเซ็นต ของอุณหภูมติ ดิ ไฟของ กาซ หรือในที่เกี่ยวของ การปดผนึก ตองทําในตําแหนงทีอ่ ยูห า งจากเครือ่ ง หอหุมไมเกิน 457 มม.1 และ 7. (18 นิ้ว) หัว ตอ ขอตอ ของอ ของอมีฝาเปด และ ขอตอเปดรูปรางคลายตัว “L”.1.1.3.1.3 ในที่ซึ่งเครื่องหอหุมตั้งแต 2 เครื่องขึ้นไปซึ่งตองมีการ ปดผนึกตามขอ 7.5.1. “T” และรูปกากบาท ชนิดทนการระเบิด เท า นั้ น ที่ อ นุ ญ าตให ใ ช เ ป น เครื่ อ ง ประกอบระหว า งการป ด ผนึ ก กั บ เครือ่ งหอหุม ขอตอเปดตองมีขนาดไม ใหญกวาทอรอยสายขนาดใหญทสี่ ดุ 7.1.3. (18 นิว้ ) จากเครือ่ ง หอหุมหรือเครื่องประกอบนั้น 7.5.1 เครื่องหอหุมของสวิตช เซอรกิตเบรก เกอร ฟวส รีเลย ตัวตานทานหรือ เครื่ อ งสํ าเร็ จ อื่ น ที่ ทํ าให เ กิ ด อาร ก ประกายไฟหรื อ อุ ณ หภู มิ สู ง ที่ เ ป น แหลงกําเนิดการติดไฟในสภาวะการ ทํางานตามปกติ หรือ 7.2 ขางตนตอ ดวยนิปเพิล หรือทอรอยสายยาวไมเกิน 914 มม.3.

1.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.1.5.3.3 ขางตน ทุกสวนของทอหรือนิปเพิลระหวางจุดที่ปดผนึกกับแตละเครื่องหอหุมตองเปนไป ตามขอ 7.3. (12 นิว้ ) ทีเ่ ลยออกจากขอบเขตของบริเวณ อันตรายไมมเี ครือ่ งประกอบการเดินทอ ไม จํ าเปนตองปดผนึกถาปลายทอไมอยูใน บริเวณอันตราย การปดผนึกทอในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 ใน บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 การปดผนึกทอตองทําตาม ตําแหนงตางๆ ดังนี้ 7.1 ถึง 7.5. (18 นิ้ว) 7.05 เมตร และ ตองออกแบบและติดตั้งใหมีกาซหรือไอเล็ดลอดเขา ไปในระบบทอทีอ่ ยูใ นสถานทีแ่ บบที่ 1 ไดนอ ยทีส่ ดุ ยก เวนทอลดแบบกันระเบิดที่ไดรับการรับรองที่จุดปด ผนึกทอ ตองไมมี หัวตอ ขอตอ กลอง หรือเครื่อง ประกอบในทอซึ่งอยูระหวางอุปกรณปดผนึกและจุด ทีท่ อ ออกจากบริเวณอันตรายแบบที่ 1 ยกเวน ทอโลหะซึง่ วางผานบริเวณอันตรายประเภท ที่ 1 แบบที่ 1 โดยไมมี หัวตอ ขอตอ กลอง หรือ เครือ่ งประกอบ และในระยะ 305 มม.3.3.5.2 7-19 นิ้ว) การปดผนึกเพียงที่เดียวที่นิปเพิลหรือทอถือวา เปนการเพียงพอ ถาอยูหางจากแตละเครื่องหอหุมไม เกิน 457 มม.4 ในแตละทอรอยสายทีอ่ อกจากบริเวณอันตรายประเภท ที่ 1 แบบที่ 1 อนุญาตใหใชอุปกรณปดผนึกที่ดานใด ดานหนึง่ ของสถานทีน่ นั้ ภายในระยะ 3.3.3.1 สําหรับการตอเขากับเครื่องหอหุมชนิดทนการระเบิด ซึ่ ง ได รั บ การรั บ รองให ใ ช สํ าหรั บ บริ เ วณอั น ตราย ประเภทที่ 1 การปดผนึกตองเปนไปตามขอ 7.5.2.1.4 .5.1.5.

2. (12 นิว้ ) ที่ เลยออกจากขอบเขตของบริ เ วณ อั น ตรายไม มี เ ครื่ อ งประกอบการ เดินทอ ไมจําเปนตองปดผนึกถา ปลายทอไมอยูใ นบริเวณอันตราย ขอยกเวนที่ 2 ระบบทอซึง่ มีจดุ สิน้ สุดไมอยูใ นบริเวณ อั น ตรายและอยู  ภ ายนอกอาคาร และมี ก ารเปลี่ ย นวิ ธี ก ารเดิ น สาย เปนการเดินสายโดยใช รางเคเบิล ทางเดินเคเบิล ทางเดินบัสแบบมี ชองระบาย สายเคเบิลชนิด MI หรือการเดินสายแบบเปด ไมจาเป ํ น ตองทําการปดผนึกในที่ซึ่งระบบทอ .5.2 การวางทอผานบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 ไปยังสถานที่ธรรมดา อนุญาตใหมีการปดผนึกที่ดาน ใดดานหนึ่งของสถานที่นั้นแตตองออกแบบและติดตั้งเพื่อใหมีกาซ หรือไอเล็ดลอดเขาไปในระบบทอที่ อยูในบริเวณอันตรายแบบที่ 2 ไดนอยที่สุด การวาง ทอระหวางจุดที่ปดผนึกกับจุดที่ทอออกจากบริเวณ อันตรายแบบที่ 2 ตองใชทอโลหะหนาหรือทอโลหะ หนาปานกลางแบบมีเกลียวและจุดที่ปดผนึกตองใช ขอตอแบบมีเกลียว ยกเวนทอลดแบบกันระเบิดที่ได รับการรับรองที่จุดปดผนึกทอและตองไมมีหัวตอ ขอต อ กล อ งหรื อ เครื่ อ งประกอบในท อ ที่ อ ยู ระหวาง อุปกรณปดผนึกและจุดที่ทอออกจากบริเวณอันตราย แบบที่ 2 ขอยกเวนที่ 1 ทอโลหะซึง่ วางผานบริเวณอันตราย ประเภทที่ 1 แบบที่ 2 โดยไมมหี วั ตอขอตอ กลองหรือเครือ่ งประกอบ และในระยะ 305 มม.7-20 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.3.

5.3.5.5. (5/8 นิ้ว) 7.3.3 ความหนาของสารประกอบ เมือ่ ปดผนึกเสร็จความ หนาของสารประกอบที่ใชปดผนึกตองไมนอยกวา ขนาดของทอและตองไมนอยกวา 16 มม.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.3.3.3.4 การตอและการตอแยก การตอและการตอแยกตอง ไมทํ าในเครื่องประกอบสํ าหรับใสสารปดผนึกหรือ เครื่องประกอบอื่นซึ่งการตอและการตอแยกจะตอง ใสสารสําหรับปดผนึก .5.3.5.3 7-21 วางผานบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 ไปยังสถานทีธ่ รรมดา สถานที่ธรรมดาตองเปนสวนภาย นอกอาคาร ยกเวนถาระบบการเดิน ทอรอยสายทั้งหมดอยูในหอง ให ถือเปนสายภายในอาคาร ทอตอง ไมมีจุดสิ้นสุดที่เครื่องหอหุมซึ่งเปน แหลงทีท่ าให ํ เกิดการจุดระเบิด บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 และ 2 ในที่ซึ่งตองการ ปดผนึกของบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 และ 2 ตองเปน ดังนี้ 7.3.1 เครือ่ งประกอบ เครือ่ งหอหุม สําหรับจุดตอหรือบริภณ ั ฑ ตองมีวิธีการปดผนึกหรืออุปกรณปดผนึกที่ไดรับการ รับรองสําหรับบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 อุปกรณ ปดผนึกตองอยูในที่ซึ่งเขาถึงได 7.2 สารประกอบ สารประกอบทีใ่ ชเปนสารปดผนึก ตอง เปนชนิดที่ไดรับการรับรองแลว สามารถปองกันไมให กาซหรือไอเล็ดลอดผานได ตองไมมีผลเนื่องจาก บรรยากาศโดยรอบหรื อ ของเหลว และต อ งมี จุ ด หลอมเหลวไมตํ่ากวา 93 องศาเซลเซียส (200 องศา ฟาเรนไฮต) 7.3.3.

2 ขางตน การปดผนึกสายเคเบิลในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 สายเคเบิลหลายแกนแต ละเสนใหถือวาเปนตัวนําเดียว ถาสายเคเบิลเปนชนิดปองกันไม ใหกาซหรือไอผานเขาทางแกนสายเคเบิลได การปดผนึกสาย เคเบิลใหเปนไปตามขอ 7.1.5 ชุดประกอบสําเร็จ ในชุดประกอบสําเร็จทีซ่ งึ่ บริภณ ั ฑ ที่อาจทําใหเกิดอารก ประกายไฟ หรืออุณหภูมิสูงติด ตั้งในสวนที่แยกตางหากจากสวนที่มีการตอหรือการ ตอแยก และมีการปดผนึกในจุดที่ตัวนําผานจากสวน หนึง่ ไปสวนอืน่ ชุดประกอบสําเร็จนัน้ ตองไดรบั การรับ รองสําหรับบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 การปดผนึก ในทอที่ตอเขากับสวนที่มีการตอหรือการตอแยกตอง เปนแบบทีใ่ ชกบั บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 ตามขอ 7.3.5.3.5.5 7.3.5.4 7.5.3.3.5.3.7-22 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.1 ขางตน สายเคเบิลชนิดกันกาซหรือไอที่มีเปลือกหุมตลอด แตกาซหรือไอ สามารถผานเขาทางแกนได เมื่ออยูในบริเวณอันตรายแบบที่ 1 ตองมีการปดผนึกเมื่อมีการปอกเปลือกเพื่อใหสารปดผนึกหุมแต ละตัวนําและเปลือกนอกทั้งหมด ยกเวน สายเคเบิลหลายแกนชนิดกันกาซหรือไอทีม่ เี ปลือกหุม ตลอด แตกาซหรือไอสามารถผานเขาทางแกนได อนุญาตใหถือเปนตัวนํ าเดียวโดยการปดผนึกสาย เคเบิลที่อยูในทอรอยสายที่มีเครื่องหอหุมยาวไมเกิน 457 มม. (18 นิว้ ) และจุดสิน้ สุดของสายเคเบิลอยูใ น เครื่องหอหุม การปดผนึกนี้ตองใชวิธีที่ไดรับการรับรองแลววาสามารถปองกันกาซหรือไอผานเขาไปหรือ ปองกันการแผขยายของเปลวเพลิงเขาไปในแกนของ สายเคเบิล หรือโดยวิธกี ารอืน่ ทีไ่ ดรบั การรับรองแลว การปดผนึกสายเคเบิล ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 การปดผนึกใหเปนดังนี้ .

1 ตองปดผนึกจุดที่สายเคเบิลเขาสูเ ครือ่ งหอหุมที่ไดรับการรั บ รอง สํ าหรั บบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 อุปกรณปด ผนึกตองเปนไปตามขอ 7.ซม.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7-23 7.1 ขางตน ความยาวตํ่าสุดของสายเคเบิลตองไมนอยกวา ความยาวทีจ่ ากั ํ ดการไหลผานของกาซหรือไอผานทาง แกนสายเคเบิลไมใหเกินอัตราที่ผานอุปกรณปดผนึก (198 ลบ.5.5.5.3.5.5.3.5.1 ขางตน สายเคเบิลหลายแกนชนิดกันกาซหรือไอทีม่ เี ปลือกหุม ตลอด แตกา ซหรือไอสามารถผานเขาทางแกนได ถา อยูใ นบริเวณอันตรายแบบที่ 2 ตองมีการปดผนึกใน เครื่องประกอบที่ไดรับการรับรองแลวหากมีการปอก เปลือก เพือ่ ใหสารปดผนึกหุม แตละตัวนําทัง้ หมด ทัง้ นี้เพื่อใหมีกาซหรือไอผานเขาไปไดนอยที่สุด สาย เคเบิลหลายแกนในทอตองทํ าการปดผนึกตามขอ 7.1 ขางตน ถาสายเคเบิลนั้นไมไดอยูติดกับบริภัณฑหรือ อุปกรณที่เกี่ยวกับการผลิต ซึ่งอาจทําใหเกิดแรงดัน เกิน 1493 พาสคัล ทีป่ ลายสายเคเบิล ในกรณีนตี้ อ ง จัดใหมีการปดผนึกหรือกั้นเพื่อปองกันการติดไฟแผ ขยายเขาสูส ถานทีธ่ รรมดา .5.3 สายเคเบิลชนิดกันกาซหรือไอ ทีม่ เี ปลือกหุม ตลอดและ กาซหรือไอสามารถผานเขาทางแกนไดไมจําเปนตอง มีการปดผนึกนอกจากทีก่ าหนดในข ํ อ 7.2.5.3.4 ขางตน 7.3.5.3.5.5.5.3.3.2 สายเคเบิลชนิดกันกาซหรือไอ ทีม่ เี ปลือกหุม ตลอดและ กาซหรือไอไมสามารถผานเขาทางแกนไดเกินกวา ปริมาณที่ผานอุปกรณปดผนึกไดไมจําเปนตองมีการ ปดผนึก นอกจากจะกําหนดไวในขอ 7. ตอ ชัว่ -โมง) ของอากาศทีค่ วามดัน 1493 พาสคัล 7.

5.6.5.5.3.5.6 ยกเวน สายเคเบิลชนิดกันกาซหรือไอทีม่ เี ปลือกหุม ตลอดและไม มี จุ ด แตกชํ ารุ ด อนุ ญ าตให วางผานบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบ ที่ 2 ไดโดยไมตองมีการปดผนึก 7.6.6.3.3.7-24 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.4 สายเคเบิลชนิดไมมเี ปลือกหุม ตลอด เพือ่ กันกาซหรือไอ ตองมีการปดผนึกที่ขอบเขตของบริเวณอันตรายแบบ ที่ 2 และสถานที่ธรรมดา เพื่อใหมีการสงผานกาซ หรือไอเขาสูสถานที่ธรรมดานอยที่สุด การระบาย 7.5.5.3.2 มอเตอรและเครื่องกําเนิดไฟฟา ในที่ซึ่งเจาหนาที่ ผูมีอํานาจตัดสินวามีโอกาสที่ของเหลวหรือไอที่กลั่น ตัวอาจเกิดการสะสมในตัวมอเตอรหรือเครื่องกําเนิด ไฟฟาตองจัดทํ าจุดตอและระบบทอใหมีของเหลว ผานเขาไปไดนอยที่สุด ถาการตัดสินนั้นจําเปนที่จะ ตองใหมีการปองกันการสะสมหรือมีการระบายเปน ระยะ วิธีการที่เหมาะสมตองจัดทําพรอมกับการผลิต และเปนสวนหนึ่งของเครื่องจักร 7.3.3 แทนปม ทํากระปองการตอของกระบวนการผลิต หรือบริการและอื่นๆ สําหรับแทนปมทํากระปอง การตอของกระบวนการผลิตหรือบริการเพื่อวัดการ ไหล แรงดัน หรือวิเคราะหซึ่งการปดผนึกใชเพียงการ ป ด ผนึ ก ด ว ยการกดหรื อ ไดอะแฟรมหรื อ ท อ เพี ย ง อยางเดียวเพื่อปองกันการลุกไหมหรือการเผาไหม .1 บริภัณฑสําหรับควบคุม ในที่ซึ่งของเหลวหรือไอที่ กลั่นตัวเปนของเหลวไดมีโอกาสเขาไปภายในเครื่อง หอหุม ของบริภณ ั ฑสาหรั ํ บควบคุมหรือทีใ่ ดๆ ในระบบ ชองเดินสาย ตองมีวิธีการที่รับรองแลวเพื่อไมใหเกิด การสะสม หรือตองมีการระบายของเหลวหรือไอที่ กลั่นตัวเปนระยะ 7.

2.3.3.6.6.2 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 สวิตช เซอรกติ เบรกเกอร เครือ่ งควบคุมมอเตอรและฟวส ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบ ที่ 2 ตองเปนดังตอไปนี้ 7.3.1 แบบชนิดทีต่ อ งการเครือ่ งปองกัน เซอรกติ เบรกเกอร เครื่ อ งควบคุ ม มอเตอร แ ละสวิ ตช ที่ใชสํ าหรับตัด กระแสในการทํางานปกติ ตองอยูใ นเครือ่ งหอหุม ทีไ่ ด รับการรับรองสําหรับบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบ ที่ 1 ตามขอ 7.3.6 7-25 ของของเหลวที่เขามาในระบบทอเดินสายไฟฟา ตอง มีการปดผนึก การกั้น หรือวิธีอื่นที่ไดรับการรับรอง แลวเพิ่มเติมเพื่อปองกันไมใหของเหลวที่ติดไฟหรือ ลุกไหมไดเขาสูระบบทอไดหากการปดผนึกสวนแรก เกิดบกพรอง การปดผนึกหรือการกั้นที่ไดรับการรับรองแลวที่จัดทํา เพิ่มนี้รวมทั้งการตอถึงกันระหวางเครื่องหอหุมตอง สามารถทนตออุณหภูมิและความดันซึ่งอาจเกิดขึ้น เมื่อการปดผนึกสวนแรกบกพรอง นอกจากจะมีวิธีที่ ไดรับการรับรองแลวจัดทําเพื่อจุดประสงคขางตน ตองจัดใหมีชองระบายหรืออุปกรณอื่นสําหรับตรวจ การรั่วของการปดผนึกสวนแรก สวิตช เซอรกิตเบรกเกอร เครื่องควบคุมมอเตอรและฟวส 7.3.1 นอกจากจะเปนเครือ่ งหอหุม แบบ ใชงานทัว่ ไปซึง่ เปนดังตอไปนี้ .6.1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 ในบริเวณอันตรายประเภท ที่ 1 แบบที่ 1 สวิตช เซอรกิตเบรกเกอร เครื่องควบคุมมอเตอรและ ฟวส รวมทั้งสวิตชกดปุม รีเลยและอุปกรณอื่นที่คลายกัน ตองมี เครื่องหอหุมและเครื่องหอหุมนั้นรวมถึงเครื่องสําเร็จที่อยูในเครื่อง หอหุมตองเปนชุดประกอบสํ าเร็จแบบที่ไดรับการรับรองสํ าหรับ บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 7.3.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.

7-26 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.3.1.2.3.4 มม.6.1.6.3.2.1.1 การตัดกระแสอยูใ นสวนทีม่ กี ารปดผนึก อยางแนนหนาไมใหกาซหรือไอเขาได 7. (2 นิ้ว) 7.2 สําหรับหนาสัมผัสใช งานแบบกําลัง ตอง จมอยู  ใ นนํ้ ามั น ที่ มี ระดั บ ความลึ ก ไม นอยกวา 50 มม.3.2.3.1.1.1.2.1.1.6.3 สําหรับหนาสัมผัสใช งานแบบควบคุ ม ตองจมอยูในนํ้ามัน ที่ มี ร ะดั บ ความลึ ก ไม น  อ ยกวา 25.3. (1 นิ้ว) 7.6.1 หนาสัมผัส ปลด-สับ กระแสจมอยูในนํ้ า มัน 7.6.6.2 สวิตชแยกวงจร สวิตชแยกวงจรแบบมีหรือไมมีฟวส สําหรับหมอแปลงและคาปาซิเตอรซึ่งไมไดใชสําหรับ ตัดกระแสในการใชงานปกติ ยอมใหติดตั้งในเครื่อง หอหุมสําหรับใชงานทั่วไปได .4 การตัดกระแสเกิดขึน้ ในสวนที่ปดผนึกมา จากโรงงานและทน การระเบิด ซึ่งไดรับ การรั บรองใหใชใน สถานที่ดังกลาว 7.2.2.1.

3.2.6.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.7.3.3.3.6.7.3.3.6.1 และ 7.2.3.5 ฟวสภายในดวงโคม อนุญาตใหใชคารทริดจฟวสที่ ไดรับการรับรองแลวภายในดวงโคมได หมอแปลงควบคุมและตัวตานทาน หม อ แปลง ขดลวดอิมพีแดนซ และตัวตานทานที่ใชเปนหรือใชรวมกับ บริภณ ั ฑควบคุมสําหรับมอเตอร เครื่องกําเนิดไฟฟา และเครื่องใชไฟฟา ตอง เปนไปตามขอ 7.3 ฟวส เพือ่ การปองกันมอเตอรเครือ่ งใชไฟฟาและหลอด ไฟฟา นอกจากที่กําหนดไวในขอ 7.2.4 ฟวสหรือเซอรกติ เบรกเกอรสาหรั เกิน ในกรณีที่มีฟวสไมเกิน 10 ชุด ในเครื่องหอหุม หรือมีเซอรกิตเบรกเกอรไมเกิน 10 ชุด และไมมีจุด ประสงคที่จะใหเปนสวิตชสําหรับตัดกระแสติดตั้งเพื่อ ปองกันวงจรยอยและสายปอนในหอง พื้นที่หรือสวน ใดๆ ของบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 อนุญาต ใหใชเครื่องหอหุมของฟวสหรือเซอรกิตเบรกเกอร แบบใชงานทั่วไปได ถาฟวสหรือเซอรกิตเบรกเกอรใช สํ าหรั บ ป อ งกั น วงจรหรื อ สายป อ นที่ จ  า ยไฟให กั บ หลอดไฟที่ติดประจําที่เทานั้น 7.4 ขางลาง อนุญาตใหใชเตาเสียบมาตรฐาน หรือคารทริดจฟวส ได ถาติดตั้งไวในเครื่องหอหุมซึ่งไดรับการรับรอง สํ าหรับประเภทของสถานที่นั้น หรืออนุญาตใหใช ฟวสซึ่งอยูในเครื่องหอหุมสําหรับใชงานทั่วไปได ถา เปนแบบที่ชิ้นสวนสํ าหรับตัดกระแสจมอยูในนํ้ ามัน หรือของเหลวที่ไดรับการรับรอง หรือชิ้นสวนสําหรับ ตัดกระแสอยูในสวนที่มีการปดผนึกอยางหนาแนนไม ใหกาซหรือไอเขาไปได ํ บปองกันกระแส 7.7 7-27 7.1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 1 แบบที่ 1 หมอแปลง ขดลวดอิมพีแดนซ และตัวตานทาน รวมทัง้ กลไกการสวิตชทเี่ กีย่ วของตองเปนแบบมีเครือ่ งหอหุม .2.7.2 ดังนี้ 7.3.6.

3.7.1.3.3.8.2.2 ขดลวด เครื่องหอหุมขดลวดของหมอแปลง ขดลวด โซลินอยด หรือขดลวดอิมพีแดนซ อนุญาตใหใชแบบ สําหรับใชงานทั่วไปได 7.3.2 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 1 แบบที่ 2 หมอแปลงควบคุมและตัวตานทาน ตองเปนดังนี้ 7.1 7.3.8.2.3 ตัวตานทาน ตัวตานทาน ตองเปนแบบมีเครื่องหอ หุ  ม และทั้ ง ชุ ด ต อ งได รั บ การรั บ รองสํ าหรั บ ใช ใ น บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 นอกจากความตานทาน จะแปรไม ไ ด และอุ ณ หภู มิ ทํ างานในหน ว ยองศา เซลเซียสไมเกินรอยละ 80 ของอุณหภูมิจุดระเบิด ของกาซ หรือไอที่เกี่ยวของหรือเปนแบบที่ทดสอบ แลววาไมสามารถจุดระเบิดกาซหรือไอได มอเตอรและเครื่องกําเนิดไฟฟา 7.1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 1 แบบที่ 1 มอเตอร เครื่องกําเนิดไฟฟา และเครื่องจักร กลไฟฟาตองเปนดังนี้ 7.7-28 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.1 กลไกการสวิตช กลไกการสวิตชทใี่ ชรว มกับหมอแปลง ขดลวดอิมพีแดนซ และตัวตานทานตองเปนไปตาม ขอ 7.2 7.8 ทีไ่ ดรบั การรับรองแลวสําหรับบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 ตามขอ 7.3.3.2 เปนแบบทีถ่ กู หอหุม อยางมิดชิดทัง้ หมดและมีระบบระ บายอากาศจากแหลงอากาศทีส่ ะอาดและระบายออก สูสถานที่ปลอดภัย โดยจัดทําในลักษณะที่เครื่องจักร จะไมไดรับการจายไฟจนกวาจะมีการระบายอากาศ แลว และเครื่องหอหุมตองไดรับการอัดอากาศผานใน ปริมาตรไมนอยกวา 10 เทาของปริมาตรเครื่องหอหุม .7.2.7.1 เปนแบบทีไ่ ดรบั การรับรองแลวสําหรับบริเวณอันตราย ประเภทที่ 1 แบบที่ 1 หรือ 7.6.3.3.7.3.1.3.8.

3.8.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.8.3.1.1.3.8.2 และ 7.8.1.1.3 เปนแบบทีถ่ กู หอหุม อยางมิดชิดทัง้ หมดบรรจุกา ซเฉือ่ ย อยูภายในและมีแหลงจายกาซที่แนนอนสํ าหรับอัด กาซเขาเครื่องหอหุม มีอุปกรณที่เหมาะสมที่สามารถ ตรวจสอบไดวาแรงดันของกาซในเครื่องหอหุมเปนไป ตามที่ตองการ และมีการจัดทําในลักษณะที่ตัดการ จายไฟใหบริภัณฑโดยอัตโนมัติ เมื่อระบบจายกาซ ขัดของ หรือ 7.2 7-29 และตองจัดทําใหบริภัณฑหยุดโดยอัตโนมัติเมื่อการ ระบายอากาศขัดของ หรือ 7.3 ตองไมมีสวนของพื้นผิวที่มีอุณหภูมิใชงาน เปนองศาเซลเซียสเกินกวารอยละ 80 ของอุณหภูมิ จุดระเบิดของกาซหรือไอที่เกี่ยวของกับตองมีอุปกรณ ที่ เ หมาะสมคอยตรวจจั บ และตั ด การจ า ยไฟให มอเตอรโดยอัตโนมัติ หรือมีสัญญาณเตือนภัยอยาง เพี ย งพอเมื่ อ อุ ณ หภู มิ ข องมอเตอร เ พิ่ ม ขึ้ น เกิ น ขี ด จํากัด บริภัณฑประกอบตองเปนแบบที่ไดรับการรับ รองแลวสําหรับบริเวณอันตรายนี้ดวย บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 1 แบบที่ 2 มอเตอร เครื่องกําเนิดไฟฟา และเครื่องจักรกลไฟฟาที่หมุนไดอื่นๆ ที่มีหนาสัมผัสเลื่อน หรือสวิตชหนีศูนย .8.3.3.4 เปนแบบที่จมอยูในของเหลว ซึ่งจะติดไฟไดก็ตอเมื่อ กลายเปนไอและผสมกับอากาศหรือเปนแบบที่อยู ภายใตกาซหรือไอที่มีแรงดันสูงกวาบรรยากาศ และ จะติดไฟไดก็ตอเมื่อผสมกับอากาศ เครื่องจักรตองมี การจัดทํ าในลักษณะที่ไมไดรับการจายไฟจนกวา อากาศจะถูกไลดวยของเหลวหรือกาซ และตองตัด การจายไฟใหเครื่องจักรเมื่อระบบการจายของเหลว หรือกาซขัดของ หรือแรงดันลดลงเทากับบรรยากาศ มอเตอรซึ่งมีเครื่องหอหุมตามขอ 7.

9 ดวงโคม ดวงโคมตองเปนไปตามขอ 7.3.3.1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 1 แบบที่ 1 ดวงโคมตองเปนดังนี้ 7.1.9.9.2 เมื่อทํางานที่แรงดันพิกัด พื้นผิวเปดโลงของ ตัวทําความรอน สําหรับปองกันการกลั่นตัวขณะหยุดใชงาน ตอง สูงไมเกินรอยละ 80 ของอุณหภูมิจุดระเบิดเปนองศาเซลเซียสของ กาซหรือไอที่เกี่ยวของ และตองมีปายแสดงที่เห็นไดชัดเจนติดตั้งที่ ตัวมอเตอรซึ่งระบุอุณหภูมิพื้นผิวสูงสุด (สําหรับอุณหภูมิแวดลอม 40°C) ตั ว ทํ าความร อ นต อ งได รั บ การรั บ รองสํ าหรั บ บริ เ วณ อันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 ดวย ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 อนุญาตใหติดตั้งมอเตอร แบบเป ด หรื อ แบบมี เ ครื่ อ งห อ หุ  ม ชนิ ด ไม ท นการระเบิ ด เช น มอเตอรแบบเหนี่ยวนํา โรเตอรเปนชนิดกรงกระรอก ซึ่งไมมีแปรง ถาน กลไกสวิตช หรืออุปกรณอื่นที่ทําใหเกิดอารกที่คลายกัน ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 ยอมใหติดตั้งมอเตอร แบบเปดหรือแบบไมทนการระเบิดซึ่งมีเครื่องหอหุม เชน มอเตอร แบบเหนี่ยวนํา โรเตอรเปนชนิด กรงกระรอกซึ่งไมมีแปรงถาน กลไกสวิตช หรืออุปกรณกอใหเกิดอารกที่คลายกัน 7.2 ดังนี้ 7.3.9.1 ดวงโคมที่ไดรับการรับรองแลว ดวงโคมตองเปน แบบประกอบสําเร็จที่ไดรับการรับรองสําหรับบริเวณ อันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 และตองแสดงคา กํ าลังไฟฟาที่ไดรับการรับรองที่เห็นไดชัดเจน ดวง โคมแบบหยิบยกไดตองไดรับการรับรองเปนพิเศษวา เปนชุดประกอบสําเร็จสําหรับการใชงานนั้น .3.3.7-30 บทที่ 7 บริเวณอันตราย กลาง หรือกลไกสวิตชแบบอื่น (รวมทั้งอุปกรณปองกันกระแสเกิน การใชเกินกําลังและอุณหภูมิเกินของมอเตอร) หรืออุปกรณความ ตานทานในเครื่อง ไมวาจะใชขณะเริ่มเดิน หรือขณะเดินตองเปน แบบทีไ่ ดรบั การรับรองแลวสําหรับบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบ ที่ 2 ตามขอ 7.3.หรือ 7.3.9.1.

3.9.1 ขางตน ยกเวน ดวงโคมแบบหยิบยกไดซงึ่ ติดบนขาตัง้ เคลือ่ น ที่ไดและตอดวยสายออนตามขอ 7.3.9.2 ขางลาง 7.9.3.3.3.9.3 ดวงโคมแขวน ดวงโคมแขวน ตองยึดแขวนและรับ กระแส ผานทางกานแขวนซึ่งทําดวยทอโลหะหนา หรื อ ท อ โลหะหนาปานกลางมี เ กลี ย ว และจุ ด ต อ เกลียวตางๆ ตองมีหมุดเกลียวยึดหรือใชวิธีการที่มี ประสิทธิผลเพื่อปองกันการหลวม ถากานแขวนยาว กวา 300 มม. จากจุดยึดติด กับกลองหรือเครื่องประกอบ 7.9.2 7-31 7.3. จากปลายลางของกาน ถาตองการใหออน ตัวไดตองใชเครื่องประกอบและขอตอที่ผานการรับ รองสําหรับบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 และตองติดตั้งในระยะไมเกิน 300 มม.1.9.11 อนุญาตใหใชไดเมื่อติดตั้งในตําแหนงใดๆ ทีเ่ ปนไปตามขอ 7.2.4 ที่รองรับ กลอง กลองประกอบสําเร็จ หรือเครื่อง ประกอบ ซึ่งใชรองรับดวงโคมตองเปนแบบที่ไดรับ การรับรองสําหรับบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 1 แบบที่ 2 ดวงโคมตองเปนดังนี้ 7.3.2 ดวงโคมแบบยึดกับที่ ดวงโคมสําหรับใหแสงสวาง ประจําที่ ตองมีการกั้นหรือติดตั้งในตําแหนงที่เหมาะ สมเพื่อมิใหเกิดความเสียหายทางกายภาพ ในที่ซึ่ง .บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.3.2 ความเสียหายทางกายภาพ ดวงโคมตองมีการปอง กันมิใหเกิดความเสียหายทางกายภาพโดยการกั้น หรือโดยตําแหนงติดตั้งที่เหมาะสม 7.1.1.1 ดวงโคมแบบหยิบยกได ดวงโคมแบบหยิบยกไดตอ ง เปนไปตามขอ 7.9. ตองมีตัวยึดที่มีประสิทธิผลติดตั้งอยาง ถาวรเพื่อปองกันการแกวง โดยยึดที่จุดซึ่งสูงไมเกิน 300 มม.1.2.3.2.9.

9.4 สวิตช สวิตชทเี่ ปนสวนของดวงโคมประกอบสําเร็จหรือ ของแตละขั้วรับหลอดตองเปนไปตามขอ 7.9.3.3.5 บริภณ หลอดและควบคุมหลอดปลอยประจุตองเปนไปตาม ขอ 7.3.1 ขางตน หรือเปนแบบที่ทดสอบ แลวโดยมีการแสดงคาหรือชวงอุณหภูมิใชงาน 7. ตองมี ตั ว ยึ ด ที่ มี ประสิทธิผลติดตั้งอยางถาวรเพื่อปองกัน การแกวงโดยยึดที่จุดสูงไมเกิน 300 มม.9.2 ยกเวน บัลลาสตของหลอดฟลูออเรสเซนตทมี่ ตี วั ปองกันความรอนติดอยูภายใน ถาดวง .3.9.3 ดวงโคมแขวน ดวงโคมแขวนตองแขวนและรับกระแส ผานทางกานแขวนซึ่งทํ าดวยทอโลหะหนาหรือทอ โลหะหนาปานกลางแบบมีเกลียว หรือวิธีการอื่นที่รับ รองแลวสําหรับกานแขวนที่ยาวกวา 300 มม. จากปลาย ลางของกาน ถาตองการใหออนตัวไดตองใชเครื่อง ประกอบและขอตอออนที่ผานการรับรองแลว และ ตองติดตั้งในระยะไมเกิน 300 มม.จากจุดยึดติดตอ กับกลองหรือเครื่องประกอบ 7.3.3.7-32 บทที่ 7 บริเวณอันตราย อาจมีอันตรายเนื่องจากประกายไฟหรือความรอน ของโลหะจากหลอดไฟหรือดวงโคมที่อาจจุดระเบิด กาซหรือไอที่มีความเขมขนเพียงพอตอการติดไฟใน บริเวณใกลเคียงได ตองจัดใหมีเครื่องหอหุมที่เหมาะ สมหรือวิธีปองกันอื่นที่มีประสิทธิผล ในที่ซึ่งหลอดไฟมีขนาด หรือเปนแบบ ซึ่งในภาวะการ ทํ างานตามปกติ ทํ าใหอุณหภูมิที่ผิววัดเปนองศา เซลเซียสสูงกวารอยละ 80 ของอุณหภูมิจุดระเบิด ของกาซหรือไอที่เกี่ยวของ ดวงโคมนั้นตองเปนไป ตามขอ 7.7.2.2.6.1 ั ฑสําหรับจุดไสหลอด บริภัณฑสําหรับจุดไส 7.1.2.2.

3.1 เมื่อใชเครื่องทําความรอนติดตอกันที่ อุณหภูมิโดยรอบสูงสุด อุณหภูมิพื้น ผิวของเครื่องทํ าความรอนที่เปดโลง ต อ ก า ซหรื อ ไอเป น องศาเซลเซี ย ส ตองไมเกินรอยละ 80 ของอุณหภูมิ จุดระเบิดของกาซหรือไอที่เกี่ยวของ ถาไมมีเครื่องควบคุมอุณหภูมิ ภาวะ ที่ ก ล า วข า งต น ให ใ ช เ มื่ อ เครื่ อ งทํ า ความร อ นทํ างานที่ แ รงดั น ร อ ยละ 120 ของแรงดันพิกัด ขอยกเวนที่ 1 ดูขอ 7.2.10.10.2.10.3.1 เครื่องทําความรอน บริภณ ั ฑใชสอยที่ใหความรอน ดวยไฟฟาตองเปนไปตามขอใดขอหนึ่ง ดังนี้ 7.1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 1 แบบที่ 1 บริภัณฑใชสอยทั้งหมดตองไดรับการรับรอง สําหรับใชในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 7.1.10 บริภัณฑใชสอย 7.2 สําหรับ มอเตอรทตี่ ดิ ตัง้ เครือ่ ง ทําความรอนเพือ่ ปอง กันการควบแนนของ บรรยากาศ ขอยกเวนที่ 2 เครือ่ งทําความรอนที่ มีเครื่องจํากัดกระแส ทีจ่ า ยเขาเพือ่ จํากัดให เครื่ อ งทํ าความร อ น .บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7-33 โคมได รั บ การรั บ รองตามประเภทและ แบบของสถานที่นั้นแลว 7.8.3.10.3.2 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 1 แบบที่ 2 บริภัณฑใชสอยทั้งหมดตองเปนดังนี้ 7.3.3.

10.1.2.4 มีการปดผนึกทีเ่ หมาะสม เมือ่ สายออนเขาไปในกลอง เครือ่ งประกอบ หรือเครื่องหอหุมชนิดทนการระเบิด ยกเวน ตามที่กําหนดในขอ 7.7-34 บทที่ 7 บริเวณอันตราย ทํางานโดยมีอณ ุ หภูมิ พื้นผิวไมเกินรอยละ 80 ของอุณหภูมจิ ุด ระเบิดของกาซหรือไอ ทีเ่ กีย่ วของ 7.2.3.3.3.3.11.2 เครือ่ งทําความรอนเปนแบบทีไ่ ดรบั การ รั บ รองแล ว สํ าหรั บ บริ เ วณอั น ตราย ประเภทที่ 1 แบบที่ 1 ยกเวน ตัวทํ าความรอนที่ทํ าดวย ความตานทานไฟฟา ได รั บ ก า ร รับ ร อ ง สํ า ห รับ บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 7.10.2 ตอกับขั้วสาย หรือกับสายที่จายไฟใหโดยวิธีที่ไดรับการรับรอง 7.11.2 มอเตอร มอเตอรซงึ่ เปนตัวขับเคลือ่ นของบริภณ ั ฑใช สอย ตองเปนไปตามขอ 7.3.3.2.1 เปนแบบที่ไดรับการรับรองแลวสําหรับใชงานหนักพิเศษ 7.2 เครื่องสูบนํ้าไฟฟาแบบจุมในนํ้าถือวาเปนบริภัณฑใชสอยแบบหยิบยกได ถา สามารถเคลื่อนยายไดโดยไมตองเขาไปยังที่ซึ่งจุมนํ้าอยู อนุญาตใหมีการตอ .2.3.11.2 7.11.11 สายออนในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 และ 2 อนุญาตใหใชสายออนเพียงเพื่อการตอระหวางแหลงจายไฟประจํ าที่ไปยัง โคมไฟแบบหยิบยกได หรือบริภัณฑใชสอยแบบหยิบยกได และตองเปนดังนี้ 7.10.3.4.9.6 และ 7.3.2 7.3.6.3.3.3 มีการจับยึดดวยแคลมปหรือโดยวิธีที่เหมาะสมซึ่งไมทําใหเกิดแรง ดึงที่ขั้วปลายสาย และ 7.3.3 สวิตช เซอรกติ เบรกเกอรและฟวส สวิตช เซอรกติ เบรกเกอรและฟวส ตองเปนไปตามขอ 7.

1 และ 7.3.3.5.4.3.5.3.3.13 ฉนวนของตัวนําในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 และ 2 ในที่ซึ่งของเหลวหรือไอกลั่นตัวอาจสะสม หรือสัมผัสกับฉนวนของตัวนํ า ฉนวนนั้นตองเปนแบบที่ไดรับการรับรองแลวสําหรับสภาวะนั้น หรือฉนวน ตองมีการปองกันโดยใชเปลือกตะกั่ว หรือวิธีการอื่นที่ไดรับการรับรองแลว 7.14 ระบบสัญญาณ ระบบสัญญาณเตือน ระบบควบคุมระยะไกล และ ระบบสื่อสาร 7.3.1 .14.12 เตารับและเตาเสียบพรอมสายในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 และ 2 เตารับและเตาเสียบพรอมสายตองเปนแบบมีที่สําหรับตอตัวนําสําหรับตอลง ดินของสายออน และเปนแบบทีไ่ ดรบั การรับรองแลวสําหรับบริเวณอันตรายนัน้ ยกเวน ตามที่กําหนดในขอ 7.3.1.3.2.3.14. 7.1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 เครือ่ งสําเร็จและบริภณ ั ฑ ทัง้ หมดของระบบสัญญานเตือน ระบบควบคุมระยะไกลและระบบ สือ่ สาร โดยไมคํานึงแรงดันไฟฟา ตองเปนแบบที่ไดรับการรับรอง แลวสําหรับบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 และการเดินสาย ตองเปนไปตามขอ 7.3.2 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 1 แบบที่ 2 ระบบสัญญาณ ระบบสัญญาณเตือน ระบบ ควบคุมระยะไกลและระบบสื่อสาร ตองเปนดังนี้ 7.2.3.3.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7-35 ขยายสายออนระหวางจุดที่จุมนํ้ากับจุดจายไฟไดโดยตองอยูในชองเดินสายที่ เหมาะสม เครือ่ งผสมไฟฟาแบบที่ใชสําหรับเลื่อนเขา-ออกในถังหรือหมอสําหรับผสม ถือ วาเปนบริภัณฑใชสอยแบบหยิบยกได 7.3.1 หนาสัมผัส สวิตช เซอรกิตเบรกเกอร และหนาสัมผัส ปลด-สับ ของสวิตชแบบกดปุม รีเลย กริ่งเตือนและ แตรเตือนตองเปนแบบที่มีเครื่องหอหุมที่ไดรับการรับรองแลว สําหรับบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 ตามขอ 7.3 7.6 7.14.

1 การตอฝาก การใชบุชชิงพรอมแปนเกลียวล็อก หรือใชแปนเกลียว ล็อกคู ไมถอื วาเปนการตอฝากเพียงพอ การตอฝากตองใชสายตอ ฝาก พรอมเครือ่ งประกอบทีเ่ หมาะสมหรือใชวธิ กี ารตอฝากแบบอืน่ ซึ่งไดรับการรับรองแลว ตองมีการตอฝากสํ าหรับชองเดินสาย.3 7.2 และ 7.7-36 บทที่ 7 บริเวณอันตราย ยกเวน อนุญาตใหใชเครือ่ งหอหุม สําหรับใชงานทัว่ ไปได ถาหนาสัมผัสตัดกระแสเปนดังนี้ 1) จุมอยูในนํ้ามัน หรือ 2) ถูกหอหุมในชองที่มีการปดผนึกอยาง แนนหนา ไมใหกาซหรือไอเขาไปได หรือ 3) อยูใ นวงจรซึง่ ไมอาจปลอยพลังงานออก มาเพียงพอที่จะจุดระเบิดบรรยากาศ ผสมไดภายใตสภาวะการทํางานปกติ 7.3.14.3.14.14.3.15 สวนทีม่ ีไฟฟาในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 และ 2 ตองไมมีสวนที่มีไฟฟาเปดโลง 7. กลอง เครื่องหอหุม ที่อยูระหวางบริเวณอันตราย .4 การเดินสายและการปดผนึก การเดินสายทั้งหมด ตองเปนไปตามขอ 7.2.3.3.16.2.5.3.16 การตอลงดินในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 และ 2 การเดินสายและบริภัณฑในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 และ 2 ตอง ตอลงดินตามบทที่ 4 และเพิ่มเติมดังนี้ 7.2 และ 7.2.3 ตัวปองกัน อุปกรณปอ งกันฟาผาและฟวสตอ งมีเครือ่ ง หอหุม และอนุญาตใหใชเครื่องหอหุมแบบใชงานทั่ว ไปได 7.3.3.4.3. เครือ่ งประกอบ.5.3.2.2 7.2 ตัวตานทานและบริภัณฑที่คลายกัน ตัวตานทาน อุปกรณความตานทาน หลอดเทอรมิโอนิก เครื่อง เรียงกระแส และบริภัณฑที่คลายกัน ตองเปนไปตาม ขอ 7.3.

83 ม.2 และเชื่อไดวามีการตอลงดินที่สมบูรณเพียงจุดเดียว ตอง จัดใหมีสายตอฝากภายในหรือภายนอกขนานไปกับแตละทอรอย สายและตองเปนไปตามขอ 4.3.17.4 เทานั้น และตองจัด ใหเครื่องปองกันกระแสเกินของวงจรยอยติดตั้งอยูดาน โหลดของเครื่องปลดวงจร 7.4.3.1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 ลอฟา หรือกับดักเสิรจ รวมทั้งการติดตั้งและการตอสายตองเปนไปตามมาตรฐาน และ ต อ งติ ด ตั้ ง ในเครื่ อ งห อ หุ  ม ซึ่ ง ได รั บ การรั บ รองสํ าหรั บ บริ เ วณ อันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 การใชคาปาซิเตอรเพื่อปองกันเสิรจ ตองเปนชนิดที่ออกแบบเพื่อใชงานเฉพาะ 7.16.3.6 ยกเวน ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 ไมตองใชสาย ตอฝากเมื่อมีสภาพดังตอไปนี้ 1) เมื่อใชทอโลหะออนกันของเหลวซึ่งไดรับการรับรอง แลวยาวไมเกิน 1.17.3. (6 ฟุต) และใชรวมกับ เครื่องประกอบซึ่งไดรับการรับรองแลว 2) เครื่องปองกันกระแสเกินในวงจรมีขนาดไมเกิน 10 แอมแปร 3) โหลดที่ตออยูไมเปนโหลดใชสอยแบบกําลัง 7.3.2 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 2 ลอฟา หรือกับดักเสิรจ ตองเปนชนิดที่ไมทําใหเกิดอารก เชน แบบ เมทัลออกไซดวาริสเตอร (MOV) แบบปดผนึก และคาปาซิเตอรแบบปองกันเสิรจ และ ตองเปนชนิดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ .บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7-37 ประเภทที่ 1 กับจุดตอลงดินของบริภัณฑประธานหรือจุดตอลงดิน ของระบบที่มีตัวจายแยกตางหาก ยกเวน วิธกี ารตอฝากโดยเฉพาะใหจดั ทําทีจ่ ดุ ตอลงดินของเครือ่ ง ปลดวงจรของอาคาร ตามขอ 4.2 ชนิดของตัวนําสําหรับตอลงดินของบริภัณฑ ในที่ซึ่งอนุญาต ใหใชทอโลหะออนงอไดหรือทอโลหะออนกันของเหลวตามขอ 7.17 การปองกันเสิรจ 7.15.

2.1) ในปริมาณที่อาจเกิดอันตราย ถือ วาเปนบริเวณอันตรายแบบที่ 1 เทานั้น 7.4.4.2.4.2.1 ทั่วไป กฎทั่ ว ไปของมาตรฐานนี้ ใ ช กั บ การเดิ น สายไฟฟ า และบริ ภั ณ ฑในบริเวณ อันตรายประเภทที่ 2 ตามขอ 7.2 หมอแปลงและคาปาซิเตอร 7.1.3 ยกเวน ตามที่ไดปรับปรุงในขอนี้ คําวา “ทนฝุน ที่จุดระเบิดได” ในขอนี้หมายถึง ถูกหอหุมในลักษณะที่ปอง กันฝุนไมใหเขาได ในที่ซึ่งมีการติดตั้งและปองกันตามมาตรฐานนี้จะไมทําให อารก ประกายไฟ หรือความรอนที่เกิดขึ้นหรือปลอยออกมาจาก ภายในเครื่อง หอหุมเปนสาเหตุของการจุดระเบิด ฝุนที่สะสมอยูภายนอกหรือที่ลอยอยูใน บรรยากาศหรือในบริเวณใกลเคียง บริภัณฑที่ติดตั้งในบริเวณอันตรายประเภทที่ 2 เมื่อใชงานเต็มที่ตองไมทําให อุณหภูมิพื้นผิวสูงเพียงพอที่จะทํ าใหฝุนของสารอินทรียที่สะสมอยูที่ผิวเกิด การแหงหรือคอยๆ กลายเปนถาน บริภัณฑและการเดินสายที่กําหนดเปนชนิดทนการระเบิดตามบทที่ 1 ตอน ก ไมสามารถนํามาใชในบริเวณอันตรายประเภทที่ 2 ได นอกจากจะไดรับการ รับรองวาใชได ทีซ่ งึ่ มีฝนุ ประเภทที่ 2 กลุมอี (ขอ 7.2.1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 1 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 2 แบบที่ 1 หมอแปลงและคาปาซิเตอรตอ งเปนดังตอไปนี้ .18 วงจรยอยหลายสาย ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 แตละวงจร ยอยแบบ 1 เฟส ซึ่งเปนสวนหนึ่งของวงจรยอยหลายสายตองติดตั้งตัวนําที่ตอ ลงดินแยกตางหาก ยกเวน ในที่ซึ่งใชอุปกรณปลดวงจรที่สามารถปลดตัวนําเสนไฟทุกเสนของ วงจรยอยหลายสายออกไดพรอมกัน 7.7-38 บทที่ 7 บริเวณอันตราย อนุญาตใหใชเครือ่ งหอหุม สําหรับใชงานทัว่ ไปได การปองกันเสิรจ ที่ เปนชนิดอื่นนอกเหนือจากที่กลาวมาขางตนตองติดตั้งในเครื่องหอ หุม ทีไ่ ดรบั การรับรองสําหรับบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 7.4 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 7.3.

2 ไมบรรจุของเหลวติดไฟได หมอแปลงและคาปาซิเตอรซึ่งไมบรรจุของเหลวติดไฟไดตองเปนดังตอไปนี้ 7.2.1 ติดตัง้ ในหองทีเ่ ปนไปตามขอ 6.2.1 ประตูหรือชองเปดเขาสูบ ริเวณอันตราย แบบที่ 1 ตองมีประตูกันไฟซึ่งปดเอง ไดทั้งสองดานของผนัง ประตูตองติด ตั้งใหพอดีและมีการปดผนึกที่เหมาะ สม (เชน weather stripping) เพื่อให ฝุนเขาไดนอยที่สุด 7.2.2.1.4.4.1.2.4.2.4 ตอน ค หรือ 7.4.2 เปนชุดประกอบสําเร็จรวมทัง้ ขัว้ ตอสาย ที่ไดรับการรับรองแลว สําหรับใชใน บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 7.1.3 ฝุนโลหะ หามติดตั้ง หมอแปลงและคาปาซิเตอรใน สถานที่ ซึ่ ง มี ฝุ  น แมกนีเซียม อะลูมิเนียม หรือผง อะลูมิเนียมบรอนซ หรือฝุนโลหะอื่นซึ่งมีคุณสมบัติ เปนอันตรายคลายกัน บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 2 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 2 แบบที่ 2 หมอแปลงและคาปาซิเตอรตอ งเปนดังตอไปนี้ .1.1.1.1 บรรจุของเหลวติดไฟได หมอแปลงและคาปาซิเตอร ซึ่งบรรจุของเหลวติดไฟไดตองติดตั้งในหองที่ไดรับ การรับรองแลวตามขอ 6.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.4 ตอน ค เทานั้น และมีขอ กําหนดเพิ่มเติมดังนี้ 7.4.2.2.1.2.4.4.4.4.2 7-39 7.1.1.2.1.2.3 ตองจัดใหมชี อ งเปดสําหรับลดความดัน ทีเ่ หมาะสมตอออกสูอากาศภายนอก 7.1.2 ชองระบายอากาศและทอตองตอออก สูอากาศภายนอกเทานั้น 7.

4.2.4.4.4.2.4.1 และ 7.2.1 บรรจุของเหลวติดไฟได หมอแปลงและคาปาซิเตอร ที่บรรจุของเหลวติดไฟไดตองติดตั้งในหองที่เปนไป ตามขอ 6.1 ขดลวดและขั้วตอสายของหมอแปลง ตองอยูในเครื่องหอหุมโลหะโดยไมมี ชองระบายหรือชองเปดอื่นๆ 7.7-40 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.2 หมอแปลงชนิดแหง หมอแปลงชนิดแหงตองติดตั้ง ในหองหมอแปลงและตองเปนดังตอไปนี้ 7.1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 1 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 2 แบบที่ 1 การเดินสายตองใชทอโลหะหนาแบบมี เกลียว ทอโลหะหนาปานกลางแบบมีเกลียว สายเคเบิลชนิด MI และเครื่ อ งประกอบการทํ าปลายสายที่ ไ ด รั บ การรั บ รองแล ว สําหรับสถานที่นั้น สายเคเบิลชนิด MI ตองติดตั้งในลักษณะที่ไม เกิดแรงดึงที่เครื่องประกอบปลายสาย 7.4.4.2 การตอแบบออนตัวได ในทีซ่ งึ่ มีความจําเปนตองใช การตอแบบออนตัวไดตองใชขอตอออนงอไดชนิดกัน ฝุ  น ท อ โลหะอ อ นงอได กั น ของเหลวและเครื่ อ ง .2 ดังนี้ 7.2.4.2.2.3.4.2.4.4 ตอน ค 7.3.1 เครือ่ งประกอบและกลอง เครือ่ งประกอบและกลอง ตองมีที่ตอแบบเกลียวสําหรับตอกับทอหรือขั้วปลาย สายเคเบิล ตองมีฝาปดมิดชิดและไมมีชองเปด (เชนรู สําหรับยึดสกรู) ซึ่งฝุนอาจเขาไดหรือประกายไฟหรือ วัตถุที่เผาไหมผานออกมาได เครื่องประกอบและ กลองซึ่งใชเปนที่ตอแยกสาย ตอเชื่อมสาย หรือขั้ว ตอสาย หรือใชในที่ซึ่งมีฝุนที่ลุกไหมไดและเปนตัว นํ าไฟฟา ตองเปนแบบที่รับรองแลวสําหรับบริเวณ อันตรายประเภทที่ 2 7.3.2.3.3.3 7.2.1.2 แรงดันใชงานที่ระบุไมเกิน 750 โวลต วิธีการเดินสาย วิธกี ารเดินสายตองเปนไปตามขอ 7.1.2.

3.3.1 รางเดินสาย เครื่องประกอบและกลอง รางเดิน สาย เครื่องประกอบและกลองที่ใชในการตอแยกสาย ตอเชื่อมสายหรือเขาขั้วปลายสาย ตองออกแบบให ฝุนเขาไดนอยที่สุด และเปนดังตอไปนี้ 7.3.4.3.1.2.11 ในทีซ่ งึ่ การตอแบบออนตัว ไดสัมผัสกับนํ้ามันหรือสภาวะที่กัดกรอนอื่น ฉนวน ของตั ว นํ าต อ งเป น ชนิ ด ที่ ไ ด รั บ การรั บ รองสํ าหรั บ สภาวะดั ง กล า วหรื อ ต อ งมี ก ารป อ งกั น โดยการใช เปลือกหุมที่เหมาะสม บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 2 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 2 แบบที่ 2 การเดินสายตองใช ทอโลหะหนา ทอโลหะ หนาปานกลาง ทอโลหะบาง รางเดินสายชนิดกันฝุน สายเคเบิล ชนิด MC.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.2 7-41 ประกอบที่ไดรับการรับรองแลว ทออโลหะออนงอได กันของเหลวและเครื่องประกอบที่ไดรับการรับรอง แลว หรือสายออนที่ไดรับการรับรองสําหรับใชงาน หนักพิเศษและเครื่องประกอบสาย การใชสายออน ตองเปนไปตามขอ 7. MI หรือ TC ติดตั้ง แบบชั้นเดียวในรางเคเบิลแบบบันได แบบดานลางมีชองระบาย อากาศ และมีชองวางระหวางสายเคเบิลไมนอยกวาเสนผานศูนย กลางของสายเคเบิลเสนใหญที่สุด ยกเวน การเดินสายในวงจรทีไ่ มกอ ใหเกิดพลังงานพอทีจ่ ะทําให เกิดการจุดระเบิดได อนุญาตใหใชวิธีเดินสายสําหรับ สถานที่ธรรมดาได 7.4. MI หรือ SNM พรอมทั้งเครื่องประกอบปลายสายที่ได รับการรับรองแลว สายเคเบิลชนิด PLTC ติดตั้งในรางเคเบิล ชนิด ITC ติดตั้งในรางเคเบิล สายเคเบิลชนิด MC.1 ตองมีทสี่ วมปองกัน ฝาปดมิดชิด หรือ วิธีการอื่นเพื่อปองกันไมใหประกาย ไฟ หรือวัตถุที่ลุกไหมผานออกมา .4.2.

4.4 7.4.00 เมตร (10 ฟุต) 7.4.1 การปดผนึกที่ถาวรและมีประสิทธิผล 7.4.1.3.3 ชองเดินสายติดตัง้ ในแนวดิง่ และมีความยาวไมนอ ยกวา 1.2 ชองเดินสายติดตั้งในแนวระดับและมีความยาวไมนอยกวา 3.4.1 ชนิดที่ตองการ สวิตช เซอรกิตเบรกเกอร เครื่องควบ คุมมอเตอร และฟวส รวมทั้งสวิตชกดปุม รีเลย และ อุปกรณอื่นที่คลายกัน ที่ใชสําหรับตัดกระแสในการ .1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 1 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 2 แบบที่ 1 สวิตช เซอรกิตเบรกเกอร เครื่องควบคุม มอเตอร และฟวสตองเปนดังนี้ 7.5.3.5.4.4.4.4.3.2.2.2 ขางตน การปดผนึกในบริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 1 และ 2 ในที่ซึ่งชองเดินสายตออยูระหวางเครื่องหอหุมชนิดทนฝุนที่จุดระเบิดไดกับ ชนิดอืน่ ตองจัดใหมีวิธีการที่เหมาะสม เพื่อปองกันไมใหฝุนเขาไปในเครื่องหอ หุมชนิดทนฝุน ผานทางชองเดินสาย โดยใชวิธีใดวิธีหนึ่งดังตอไปนี้ 7.4.50 เมตร (5 ฟุต) ตอจากดานลางของเครื่องหอหุมชนิดทนฝุนที่จุดระเบิดได ในกรณีที่ชองเดินสายตออยูระหวางเครื่องหอหุมชนิดทนฝุนที่จุด ระเบิดไดกับเครื่องหอหุมที่ไมอยูในบริเวณอันตราย ไมบังคับใหมี การปดผนึก อุปกรณปดผนึกตองเขาถึงได และสารปดผนึกไมจําเปนตองเปน วัสดุกันระเบิด สวิตช เซอรกิตเบรกเกอร เครื่องควบคุมมอเตอร และฟวส 7.4.1.5 ตองไมมีชองเปด (เชน รูสําหรับยึด สกรู) ภายหลังการติดตั้ง เพื่อไมให ประกายไฟ หรือวัตถุที่ลุกไหม ผาน ออกมาจุดระเบิดวัตถุลุกไหมไดที่อยู บริเวณใกลเคียง 7.4.7-42 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.2 7.4.1.2 การตอแบบออนตัวได ในทีซ่ งึ่ มีความจําเปนตองใช การตอแบบออนตัวไดใหปฏิบัติตามขอ 7.

1.5.2 7-43 ทํ างานปกติหรือติดตั้งในที่ซึ่งมีฝุนที่ลุกไหมไดและมี คุณสมบัติเปนตัวนําไฟฟา ตองมีเครื่องหอหุมชนิด ทนฝุนที่จุดระเบิดได ซึ่งไดรับการรับรองวาเปนชุด ประกอบสําเร็จสําหรับใชในบริเวณอันตรายประเภท ที่ 2 7.4.4.2.1.5.2.1 ตองมีที่สวมปองกัน ฝาปดมิดชิดหรือ วิธีการอื่นเพื่อปองกันไมใหประกาย ไฟหรือวัตถุที่ลุกไหมผานออกมา 7.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.2 ตองไมมีชองเปด (เชน รูสําหรับยึด สกรู) ภายหลังการติดตั้งเพื่อไมให ประกายไฟหรื อ วั ต ถุ ที่ ลุ ก ไหม ผ  า น ออกมาจุดระเบิดฝุนที่สะสมอยูภาย นอกหรื อ วั ต ถุ ที่ ลุ ก ไหม ไ ด ที่ อ ยู  ใ น บริเวณใกลเคียง 7.5.4.1.4.5.1.2 สวิตชแยกวงจร สวิตชปลดวงจรและสวิตชแยกวงจร แบบไมมีฟวสซึ่งไมไดใชสําหรับตัดกระแสและไมได ติดตั้งอยูในที่ซึ่งมีฝุนที่เปนตัวนํ าไฟฟาตองมีเครื่อง หอหุมโลหะที่ออกแบบใหฝุนเขาไดนอยที่สุด และ ตองเปนดังตอไปนี้ 7.3 ฝุนโลหะ ในสถานที่ซึ่งมีฝุนแมกนีเซียม อะลูมิเนียม ผงอะลูมิเนียมบรอนซ หรือฝุนโลหะอื่นที่มีคุณสมบัติ เปนอันตรายคลายกัน สวิตช เซอรกิตเบรกเกอร เครื่องควบคุมมอเตอรและฟวส ตองมีเครื่องหอหุมซึ่ง ไดรับการรับรองเฉพาะสําหรับสถานที่ดังกลาว บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 2 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 2 แบบที่ 2 เครือ่ งหอหุม สําหรับ สวิตช เซอรกติ เบรกเกอร เครื่องควบคุมมอเตอรและฟวส รวมทั้งสวิตชกดปุม รีเลย และ อุปกรณอื่นที่คลายกันตองเปนชนิดกันฝุน .4.5.

6.2 ขดลวด ในกรณีที่ไมไดติดตั้งอยูในเครื่องหอหุมเดียว กันกับกลไกสวิตช หมอแปลงควบคุม ขดลวดโซลินอยด และขดลวดอิมพีแดนซ ตองจัดใหมีเครื่องหอ หุม โลหะปดมิดชิดและไมมีชองระบายอากาศ 7.4.6.6.4.3 ตัวตานทาน ตัวตานทานและอุปกรณความตานทาน ตองมีเครื่องหอหุมชนิดทนฝุนที่จุดระเบิดได และได รับการรับรองสําหรับบริเวณอันตรายประเภทที่ 2 ยกเวน ในกรณีที่อุณหภูมิใชงานสูงสุดของตัวตาน ทานไมเกิน 120°C อนุญาตใหตัวตาน ทานแบบปรับคาไมไดหรือตัวตานทานซึ่ง เป น ส ว นหนึ่ ง ของอุ ป กรณ เ ดิ น เครื่ อ ง .1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 1 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 2 แบบที่ 1 หมอแปลงควบคุม ขดลวดโซลินอยด ขด ลวดอิมพีแดนซ ตัวตานทาน และอุปกรณปองกันกระแสเกินอื่นๆ หรือกลไกสวิตชที่ใชประกอบตองมีเครื่องหอหุมชนิดทนฝุนที่จุด ระเบิดไดซึ่งไดรับกาารรับรองแลวสําหรับบริเวณอันตรายประเภท ที่ 2 หามติดตั้งหมอแปลงควบคุม ขดลวดอิมพีแดนซ ตัวตานทาน ในสถานที่ซึ่งมีฝุนแมกนีเซียม อะลูมิเนียม ผงอะลูมิเนียมบรอนซ หรือฝุนโลหะอื่นที่มีคุณสมบัติเปนอันตรายคลายกัน ถาไมมีเครื่อง หอหุมซึ่งไดรับรองโดยเฉพาะสําหรับบริเวณอันตรายดังกลาว 7.4.4.6.4.2.2.2 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 2 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 2 แบบที่ 2 หมอแปลงควบคุมและตัวตานทานตองเปน ดังตอไปนี้ 7.6.7-44 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.4.2.1 กลไกสวิตช กลไกสวิตช (รวมทั้งอุปกรณปองกัน กระแสเกิน) ซึ่งใชรวมกับหมอแปลงควบคุม ขดลวด โซลินอยด ขดลวดอิมพีแดนซและตัวตานทานตองมี เครื่องหอหุมชนิดกันฝุน 7.6 หมอแปลงควบคุมและตัวตานทาน 7.

2.2.6 สําหรับการทํางานตาม ปกติในทีโ่ ลง (ไมมฝี นุ ปกคลุม) และไมมชี อ งเปดออกภายนอก ยกเวน ถาเจาหนาทีผ่ มู อี านาจเชื ํ ่อวาการสะสมของฝุนที่ไมเปน ตัวนําไฟฟาและไมทําใหสึกกรอน มีปริมาณไมมากเกิน ไป และเครื่องจักรกลนั้นสามารถเขาถึงเพื่อทําความ สะอาดและบํารุงรักษาไดงาย อนุญาตใหใชเครื่องจักร กลดังตอไปนี้ 1) เครื่องจักรกลมาตรฐานแบบเปดซึ่งไมมีหนาสัมผัส แบบเลื่อน กลไกสวิตชแบบแรงเหวี่ยงหนีศูนยกลาง หรือแบบอื่น (รวมทั้งเครื่องปองกันกระแสเกินของ มอเตอร อุปกรณปองกันโหลดเกินและอุปกรณปอง กันอุณหภูมิเกิน) อุปกรณความตานทานที่รวมอยู ในชุดเดียวกัน .3.1 7.4.2 เปนแบบหุม ปดหมดมีทอ ระบายอากาศและมีอณ ุ หภูมิ จํากัดไวตามขอ 7.2 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 2 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 2 แบบที่ 2 มอเตอร เครือ่ งกําเนิดไฟฟา และเครื่องจักร กลไฟฟาอืน่ ๆ ตองเปนชนิดหุม ปดหมดไมมกี ารระบายอากาศ.7.1. หุม ปดหมดมีทอ ระบายอากาศ.7.2.1 ไดรับการรับรองสําหรับบริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 1 หรือ 7.2 ขางตนได 7.7 มอเตอรและเครื่องกําเนิดไฟฟา 7.4.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7-45 อัตโนมัติมีเครื่องหอหุมตามขอ 7.1.4.6. หุม ปดหมดมีพดั ลมระบายความรอน หรือเปนชนิดทนฝุนที่จุดระเบิดได อุณหภูมิสูงสุดของพื้นผิวเมื่อ จายโหลดเต็มทีต่ อ งเปนไปตามขอ 7.1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 1 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 2 แบบที่ 1 มอเตอร เครื่องกําเนิดไฟฟา และเครื่องจักร กลไฟฟา ตองเปนดังนี้ 7.4.4.7.4.7.

1.7-46 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 2) เครือ่ งจักรกลมาตรฐานแบบเปดซึง่ มีหนาสัมผัสแบบ เลื่อน กลไกสวิตชหรืออุปกรณความตานทาน ติด ตั้งในเครื่องหอหุมชนิดกันฝุนโดยไมมีชองระบาย อากาศหรือชองเปดอื่น 3) มอเตอรสงิ่ ทอแบบเหนีย่ วนําโรเตอรเปนชนิดกรงกระ รอกชนิดทําความสะอาดตัวเอง 7.4.4.8.4.8.8 ทอระบายอากาศ ทอระบายอากาศสําหรับมอเตอร เครื่องกําเนิดไฟฟา เครื่องจักรกลไฟฟาหรือ เครื่องหอหุมของบริภัณฑไฟฟาตองเปนโลหะหนาไมนอยกวา 0.1. หรือ เปนวัสดุที่ไมติดไฟที่เทียบเทาและตองเปนดังนี้ 1) ตอตรงไปนอกอาคารซึ่งมีอากาศสะอาด 2) ปลายทอดานนอกตองปดดวยตาขายเพื่อปองกันไมใหสัตวเล็กและนกเขา และ 3) ตองมีการปองกันความเสียหายทางกายภาพ และปองกันการเกิดสนิมหรือ การผุกรอน จากสาเหตุอื่น ทอระบายอากาศตองเปนไปตามขอ 7.4 วิธีอื่นๆ ที่มีประสิทธิผลทําใหกันฝุนได 7.1.1 และ 7.8.4.4.5 มม.2 ตอไปนี้ 7.1.1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 1 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 2 แบบที่ 1 ทอระบายอากาศรวมทั้งการตอเขากับ มอเตอร หรือเขากับเครื่องหอหุมชนิดทนฝุนที่จุดระเบิดไดของ บริภัณฑอื่น ตองเปนชนิดกันฝุนตลอดความยาวตะเข็บและขอตอ ของทอโลหะตองเปนดังขอใดขอหนึ่งตอไปนี้ 7.4.8.1 ยึดดวยหมุดและบัดกรี 7.4.2 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 2 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 2 แบบที่ 2 ทอระบายอากาศและการตอตองทําใหแนน หนาพอที่จะปองกันไมใหฝุนเขาไปในเครื่องหอหุมหรือในบริภัณฑ ที่ตองการระบายอากาศไดมากเกินไป และตองปองกันไมให .3 เชื่อม 7.8.2 ยึดดวยสลักเกลียวและบัดกรี 7.4.8.4.8.8.

2 7.4.4.1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 1 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 2 แบบที่ 1 บริภัณฑใชสอยทุกชนิดตองเปนแบบที่ไดรับ การรับรองสําหรับสถานที่ประเภทที่ 2 ในที่ซึ่งมีฝุนแมกนีเซียม อะลูมิเนียม ผงอะลูมิเนียมบรอนซ หรือฝุนโลหะอื่นที่มีคุณสมบัติ เปนอันตรายคลายกัน บริภัณฑที่ใชตองไดรับการรับรองเปนการ เฉพาะ 7.2.7.4.2.4.2 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 2 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 2 แบบที่ 2 บริภัณฑใชสอยทุกชนิดตองเปนไปดังนี้ 7.1 เครือ่ งทําความรอน บริภณ ั ฑใชสอยทีท่ าให ํ เกิดความ รอนดวยไฟฟาตองเปนแบบที่ไดรับการรับรองสําหรับ บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 ยกเวน บริภณ ั ฑตดิ ประจําแผงซึง่ หุม ดวยโลหะและ แผกระจายความรอนออกมาตองเปนชนิด กั น ฝุ  น และมี เ ครื่ อ งหมายแสดงที่ เ ป น ไป ตามขอ 7.2.9.4.1.2.4 7.4 หมอแปลง ขดลวดอิมพีแดนซ และตัวตานทาน หมอแปลง ขดลวดโซลินอยด ขดลวดอิมพีแดนซ และ ตัวตานทานตองเปนไปตามขอ 7.3 สวิตช เซอรกิตเบรกเกอร และฟวส เครื่องหอหุม สําหรับสวิตช เซอรกิตเบรกเกอร และฟวสตองเปน ชนิดกันฝุน 7.6.9.2 มอเตอร มอเตอรของบริภณ ั ฑใชสอยตองเปนไปตาม ขอ 5.4.9.2 .2.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.4.9.9.9.3.4.9 7-47 ประกายไฟ เปลวไฟ หรือวัตถุที่ลุกไหมผานออกมาซึ่งอาจทําให เกิดการจุดระเบิดฝุนที่สะสมอยู หรือวัตถุติดไฟที่อยูใกลเคียงได การตอทอโลหะ อนุญาตใหใชวิธีเชื่อมหรือตอเปนตะเข็บและยํ้า ดวยหมุด จุดที่ตองการใหมีความออนตัวอนุญาตใหใชขอตอเลื่อน แบบสวมแนนพอดีได บริภัณฑใชสอย 7.

4.4.10.4.1.1.10 ดวงโคม ดวงโคมตองเปนไปตามขอ 7.1.7-48 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 1 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 2 แบบที่ 1 ดวงโคมแบบยึดกับที่และแบบหยิบยกได ตองเปนดังนี้ 7.10.2 ตอไปนี้ 7.10.2 ความเสียหายทางกายภาพ ดวงโคมตองมีการปอง กันความเสียหายทางกายภาพ โดยการกั้นหรือโดย ตําแหนงติดตั้งที่เหมาะสม 7.1 และ 7.4. จากปลายลางของกาน ถา ตองการใหออนตัวไดตองใชเครื่องประกอบและขอ ตอที่ไดรับการรับรองแลวและตองติดตั้งในระยะไม เกิน 300 มม.10.1 ดวงโคมที่ไดรับการรับรองแลว ดวงโคมตองเปน แบบซึ่ ง ได รั บ การรั บ รองสํ าหรั บ บริ เ วณอั น ตราย ประเภทที่ 2 และตองมีเครื่องหมายอยางชัดเจน แสดงกําลังไฟฟาสูงสุดที่ไดรับการรับรอง ในที่ซึ่งมี ฝุนแมกนีเซียม อะลูมิเนียม ผงอะลูมิเนียมบรอนซ หรือฝุนโลหะอื่นที่มีคุณสมบัติเปนอันตรายคลายกัน ดวงโคมแบบยึ ด กั บ ที่ ห รื อ ดวงโคมแบบหยิ บ ยกได และบริภัณฑประกอบทั้งหมดตองไดรับการรับรอง เปนการเฉพาะ 7. ตองมีตวั ยึดทีม่ ปี ระสิทธิผลติดตั้งอยางถาวรเพื่อปองกันการแกวงโดยยึดที่จุด ซึ่งสูงไมเกิน 300 มม.10.10.4. จากจุดยึดติดกับกลองหรือเครื่อง ประกอบ ขอตอแบบมีเกลียวตองมีสลักเกลียวยึด หรือใชวิธีอื่นที่มีประสิทธิผลเพื่อปองกันไมใหเกลียว .4.4.3 ดวงโคมแขวน ดวงโคมแขวนตองยึดแขวนดวยกาน ซึ่งทําดวยทอโลหะหนา หรือทอโลหะหนาปานกลาง มีเกลียว โดยโซซึ่งมีเครื่องประกอบที่ไดรับการรับรอง แลว หรือโดยวิธีอื่นที่ไดรับการรับรองแลว สําหรับ กานแขวนยาวกวา 300 มม.

1 ดวงโคมแบบหยิบยกได ดวงโคมแบบหยิบยกไดตอ ง ไดรับการรับรองสําหรับบริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 2 และตองมีเครื่องหมายอยางชัดเจนแสดง กําลังไฟฟาสูงสุดที่ไดรับการรับรอง 7.3 ความเสียหายทางกายภาพ ดวงโคมแบบยึดกับที่ ตองมีการปองกันความเสียหายทางกายภาพโดยการ กั้นหรือโดยตําแหนงติดตั้งที่เหมาะสม 7.10.4.2.2 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 2 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 2 แบบที่ 2 ดวงโคมตองเปนดังนี้ 7.4 ดวงโคมแขวน ดวงโคมแขวนตองยึดดวยกานซึ่งทํา ด ว ยท อ โลหะหนา หรื อ ท อ โลหะหนาปานกลางมี .1.1.4.4.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7-49 คลายได ในกรณีที่การเดินสายระหวางกลองจุดจาย ไฟหรือเครื่องประกอบและดวงโคมแขวนไมอยูในทอ รอยสาย ตองใชสายออนที่ไดรับการรับรองสําหรับใช งานหนัก และตองมีการปดผนึกที่เหมาะสมตรงจุดที่ สายเขาดวงโคมและกลองหรือเครื่องประกอบ หาม ใชสายออนเปนตัวจับยึดดวงโคม 7.10.4.10.6 เมือ่ ใชงานปกติ 7.2.5.10.2.10.2.10.4.2 ดวงโคมแบบยึดกับที่ ดวงโคมแบบยึดกับที่ซึ่งไมได รับการรับรองสํ าหรับบริเวณอันตรายประเภทที่ 2 ตองมีเครื่องหอหุมหลอดไฟและขั้วรับหลอด ซึ่งออก แบบใหฝุนเขาไปเกาะหลอดไฟไดนอยที่สุด และตอง สามารถปองกันไมใหประกายไฟ วัตถุติดไฟหรือ โลหะรอนผานออกมาไดดวงโคมตองมีเครื่องหมายที่ ชัดเจนแสดงกําลังไฟฟาสูงสุดของหลอดไฟที่ไมทําให พื้นผิวเปดโลงมีอุณหภูมิสูงเกินกวาที่กํ าหนดในขอ 7.4 ที่รองรับ กลอง กลองประกอบสําเร็จ หรือเครื่อง ประกอบสําหรับรองรับดวงโคม ตองไดรับการรับรอง สําหรับบริเวณอันตรายประเภทที่ 2 7.4.

4.1 เปนแบบที่ไดรับการรับรองแลวสําหรับใชงานหนักพิเศษ 7.4. ตองมีตวั ยึดทีม่ ปี ระสิทธิผลติดตั้งอยางถาวรเพื่อปองกันการแกวงโดยยึดที่จุด ซึ่งสูงไมเกิน 300 มม.5 มีการปดผนึกทีเ่ หมาะสมเพือ่ ปองกัน ไมใหฝนุ เขาไปไดตรงจุดทีส่ าย ออนเขากลองหรือเครื่องประกอบชนิดทนฝุนที่จุดระเบิดได .7-50 บทที่ 7 บริเวณอันตราย เกลียว โดยโซซึ่งมีเครื่องประกอบที่ไดรับการรับรอง แลว หรือโดยวิธีอื่นซึ่งไดรับการรับรองแลว สําหรับ กานแขวนยาวกวา 300 มม.11.4.6.2 มีตัวนําสําหรับตอลงดินรวมอยูดวย 7.4.11.4.11.3 ตอกับขั้วตอสาย หรือกับสายที่จายไฟฟาใหในลักษณะที่ไดรับการ รับรองแลว 7.10.2.2 7.5 หลอดไฟฟาชนิดปลอยประจุ บริภัณฑสําหรับจุด ไสหลอดและควบคุมหลอดปลอยประจุ ตองเปนไป ตามขอ 7.11 สายออนในบริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 1 และ 2 สายออนที่ใชในบริเวณอันตรายประเภทที่ 2 ตองเปนดังนี้ 7. จากปลายลางของกาน ถา ตองการใหออนตัวไดตองใชเครื่องประกอบและขอ ตอที่ไดรับการรับรองแลวและตองติดตั้งในระยะไม เกิน 300 มม.4.11.4 มีการรองรับโดยใชตวั จับยึดหรือวิธที เี่ หมาะสมซึง่ ไมทาให ํ เกิดแรงดึง ที่ขั้วปลายสาย และ 7.4.จากจุดยึดกับกลองหรือเครื่องประกอบ ขอตอแบบมีเกลียวตองมีสลักเกลียวยึดหรือใชวิธีอื่น ที่มีประสิทธิผลเพื่อปองกันไมใหเกลียวคลายได ใน กรณี ที่ ก ารเดิ น สายระหว า งกล อ งจุ ด จ า ยไฟหรื อ เครื่องประกอบและดวงโคมไมอยูในทอรอยสายตอง ใชสายออนที่ไดรับการรับรองสําหรับใชงานหนักหาม ใชสายออนเปนตัวจับยึดดวงโคม 7.11.4.

13.2 หนาสัมผัส สวิตช เซอรกิตเบรกเกอร รีเลย คอนแทก เตอร ฟวส และหนาสัมผัสตัดกระแสของกริ่ง แตร หวูด ไซเรน หรืออุปกรณอื่นซึ่งเมื่อทํางานอาจเกิด ประกายไฟ หรืออารกได ตองติดตัง้ ในเครือ่ งหอหุมซึ่ง ไดรบั การรับรองสําหรับบริเวณอันตรายประเภทที่ 2 ยกเวน ในกรณีที่หนาสัมผัสตัดกระแสซึ่งจุมอยูใน นํ้ ามัน หรือการตัดกระแสเกิดขึ้นในชอง ปดผนึกที่ฝุนเขาไมได อนุญาตใหใชเครื่อง หอหุมสําหรับใชงานทั่วไปได 7.1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 1 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 2 แบบที่ 1 เตารับและเตาเสียบพรอมสายตองเปนแบบ มีที่สํ าหรับตอตัวนํ าสํ าหรับตอลงดินของสายออนและตองไดรับ การรับรองสําหรับบริเวณอันตรายประเภทที่ 2 7.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7-51 7.4.12.1.4.4.1 7.13.12 เตารับและเตาเสียบพรอมสาย 7.1 วิธีการเดินสาย วิธีการเดินสายตองเปนไปตามขอ 7.4.1.13 ระบบสัญญาณ ระบบสัญญาณเตือน ระบบควบคุมระยะไกล ระบบสื่อ สาร เครื่องวัด เครื่องมือวัดและรีเลย 7.3 ตัวตานทานและบริภัณฑที่คลายกัน ตัวตานทาน หมอแปลง โชก เครื่องเรียงกระแส หลอดเทอรมิโอนิก .4.2 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 2 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 2 แบบที่ 2 เตารับและเตาเสียบพรอมสายตองเปนแบบ มีที่สํ าหรับตอตัวนํ าสํ าหรับตอลงดินของสายออนและตองเปน แบบซึ่งไมสามารถถอดออกหรือเสียบเขาวงจรจายไฟไดถามีสวน ที่มีไฟฟาเปดโลงอยู 7.4.4.12.4.13.13.3.4.1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 1 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 2 แบบที่ 2 ระบบสัญญาณ ระบบสัญญาณเตือน ระบบ ควบคุมระยะไกล ระบบสื่อสาร เครื่องวัด เครื่องมือวัดและรีเลย ตองเปนดังนี้ 7.1.

7-52 บทที่ 7 บริเวณอันตราย และบริภัณฑซึ่งทํ าใหเกิดความรอนชนิดอื่นตองติด ตั้งในเครื่องหอหุมที่ไดรับการรับรองสํ าหรับบริเวณ อันตรายประเภทที่ 2 ยกเวน ในกรณีที่ตัวตานทานและบริภัณฑที่คลาย กันจุมอยูในนํ้ามันหรืออยูในชองปดผนึกที่ ฝุนเขาไมได อนุญาตใหใชเครื่องหอหุม สําหรับใชงานทั่วไปได 7.13.4.5 ฝุน ทีเ่ ปนตัวนําไฟฟาและลุกไหมได ในที่ซึ่งมีฝุนที่ เป น ตั ว นํ าไฟฟ า และลุ ก ไหม ไ ด การเดินสายและ บริ ภั ณ ฑ ต  อ งได รั บ การรั บ รองสํ าหรับใชในบริเวณ อันตรายประเภทที่ 2 7.2 ขางตน หรือหนาสัมผัสตองอยูใ น เครื่องหอหุมโลหะปดแนนซึ่งฝุนเขาไดนอยที่สุด และ มีฝาปดแนนโดยไมมีชองเปดภายหลังการติดตั้งซึ่ง ประกายไฟหรือวัตถุที่ติดไฟผานออกมาได ยกเวน วงจรซึง่ ในสภาวะปกติไมทาให ํ เกิดพลังงาน เพียงพอที่จะจุดระเบิดฝุนที่เกาะอยู ยอม ใหใชเครื่องหอหุมสําหรับใชงานทั่วไปได .4.13.1.4.6 ฝุนโลหะ ในทีซ่ งึ่ อาจมีฝุน แมกนีเซียม อะลูมิเนียม ผงอะลูมิเนียมบรอนซ หรือฝุนโลหะอื่นที่มีคุณสมบัติ เปนอันตรายคลายกัน บริภัณฑและเครื่องสําเร็จตอง ไดรับการรับรองเปนการเฉพาะ 7.13.1.2.4.4 เครือ่ งจักรกล มอเตอร เครือ่ งกําเนิดไฟฟาและเครือ่ ง จักรกลไฟฟาแบบอื่นๆ ตองเปนไปตามขอ 7.2 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 2 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 2 แบบที่ 2 ระบบสัญญาณ ระบบสัญญาณเตือน ระบบ ควบคุมระยะไกล ระบบสื่อสาร เครื่องวัด เครื่องมือวัดและรีเลย ตองเปนดังนี้ 7.13.13.1 หนาสัมผัส เครื่องหอหุมของหนาสัมผัสตองเปนไป ตามขอ 7.1.4.4.13.1.7.1 7.4.

13.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7-53 7. กลอง เครื่องหอหุม ที่อยูระหวางบริเวณอันตราย ประเภทที่ 2 กับจุดตอลงดินของบริภัณฑประธานหรือจุดตอลงดิน ของระบบที่มีตัวจายแยกตางหาก . เครื่อง ประกอบ.2.2 7.3 ตัวตานทานและบริภัณฑที่คลายกัน ตัวตานทาน อุปกรณความตานทานหลอดเทอรมิโอนิก เครื่อง เรียงกระแส และบริภัณฑที่คลายกันตองเปนไปตาม ขอ 7.15 การตอลงดิน ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 1 และ 2 การเดินสายและบริภัณฑในบริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 1 และ 2 ตอง ตอลงดิน ตามที่กําหนดในบทที่ 4 และเพิ่มเติมดังนี้ 7.4.2 หมอแปลงและบริภัณฑที่คลายกัน ขดลวดและขั้ว ตอสายของหมอแปลง โชกและบริภัณฑที่คลายกัน ต อ งอยู  ใ นเครื่ อ งห อ หุ  ม โลหะป ด แนนโดยไมมีชอง ระบายอากาศ 7.13.2.4.4.4.7.1 การตอฝาก การใชบุชชิงพรอมแปนเกลียวล็อก หรือใชแปนเกลียว ล็อกคู ไมถือวาเปนการตอฝากเพียงพอ การตอฝากตองใชสายตอ ฝาก พรอมเครื่องประกอบที่เหมาะสมหรือใชวิธีการตอฝากอื่นซึ่ง ไดรับการรับรองแลว ตองมีการตอฝากสําหรับชองเดินสาย.2 7.13.4.4.5 วิธีการเดินสาย วิธกี ารเดินสาย ตองเปนไปตามขอ 7.4.15.3 ขางตน ยกเวน อนุญาตใหใชเครือ่ งหอหุม สําหรับใชงานทัว่ ไปสําหรับหลอดเทอรมิโอนิก ตัวตานทาน ชนิดปรับคาไมไดหรือเครื่องเรียงกระแสซึ่ง มีอุณหภูมิใชงานสูงสุดไมเกิน 120 องศาเซลเซียสได 7.13.4 เครือ่ งจักรกล มอเตอร เครือ่ งกําเนิดไฟฟาและเครือ่ ง จักรกลไฟฟาอื่นๆ ตองเปนไปตามขอ 7.1.2.13.4.14 สวนทีม่ ีไฟฟาในบริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 1 และ 2 ตองไมมีสวนที่มีไฟฟาเปดโลง 7.2.4.4.3.

16 การปองกันเสิรจในบริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 1 และ 2 ลอฟา กับดักเสิรจ รวมทั้งการติดตั้งและการตอสาย ตองเปนไปตามมาตร ฐาน สําหรับลอฟา หรือกับดักเสิรจ ที่ติดตั้งในบริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบ ที่ 1 ตองติดตั้งในเครื่องหอหุมที่เหมาะสม หากใชคาปาซิเตอรเพื่อปอง กันเสิรจ ตองเปนชนิดที่ออกแบบเพื่อใชงานเฉพาะ 7.1 ทั่วไป กฎทั่ ว ไปของมาตรฐานนี้ ใ ช กั บ การเดิ น สายไฟฟ า และบริ ภั ณ ฑในบริเวณ อันตรายประเภทที่ 3 ตามขอ 7.5.15.4.4.2 หมอแปลงและคาปาซิเตอร บริเวณอันตรายประเภทที่ 3 แบบที่ 1 และ 2 หมอแปลงและคาปาซิเตอรตอง เปนไปตามขอ 7.15.2 ชนิดของตัวนําสําหรับตอลงดินของบริภัณฑ ในที่ซึ่งอนุญาต ใหใชทอโลหะออนตามขอ 7.3.4 ยกเวน ตามที่ไดปรับปรุงในขอนี้ บริภัณฑที่ติดตั้งในบริเวณอันตรายประเภทที่ 3 ตองสามารถทํางานไดเต็ม พิกัด โดยไมทํ าใหอุณหภูมิที่ผิวสูงพอที่จะทําใหเกิดการแหงตัวมากเกินไป หรือทําใหเสนใย หรือละอองที่สะสมตัวอยูคอยๆ กลายเปนถาน อินทรียสารที่ กลายเปนถานหรือแหงมากเกินไปนี้สามารถจุดระเบิดขึ้นเองได อุณหภูมิสูง สุดที่ผิวของบริภัณฑขณะทํ างานตามปกติไมมีโหลดเกินตองไมเกิน 165 องศาเซลเซียส สวนบริภัณฑซึ่งตามภาวะการทํางานตามปกติอาจมีโหลดเกิน เชน มอเตอรหรือหมอแปลงกําลังตองมีอุณหภูมิสูงสุดที่ผิวไมเกิน 120 องศา เซลเซียส 7.6 7.3 ตองมีสายตอฝากภายในหรือ ภายนอกขนานไปกับแตละทอรอยสายและตองเปนไปตามขอ 4.5 บริเวณอันตรายประเภทที่ 3 7.4 เทานั้น และตองจัด ใหเครื่องปองกันกระแสเกินของวงจรยอยติดตั้งอยูดาน โหลดของเครื่องปลดวงจร 7.2.5.4.4.7-54 บทที่ 7 บริเวณอันตราย ยกเวน วิธกี ารตอฝากโดยเฉพาะใหจดั ทําที่จดุ ตอลงดินของเครือ่ ง ปลดวงจรของอาคาร ตามขอ 4.2 .

5.1 และ 7.3.5.2 ดังนี้ 7.5.3.5.3.1.5.4 7-55 วิธีการเดินสาย วิธีการเดินสายตองเปนไปตามขอ 7. หรือ SNM และเครื่อง ประกอบการทําปลายสายที่ไดรับการรับรองแลว 7.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.5.1 ขางตน ยกเวน กรณีที่สถานที่ดังกลาวใชเปนที่เก็บอยางเดียว และไม มีเครื่องจักรกลใดๆ อนุญาตใหเดินสายเปดบนลูกถวย ได ในกรณี ที่ ตั ว นํ าไม ไ ด เ ดิ น อยู  ใ นช อ งใต ห ลั ง คา ตองการมีการปองกันตัวนําจากความเสียหายทางกาย ภาพดวย สวิตช เซอรกิตเบรกเกอร เครื่องควบคุมมอเตอร และฟวส ในบริเวณ อันตรายประเภทที่ 3 แบบที่ 1 และ 2 สวิตช เซอรกิตเบรกเกอร เครื่องควบคุมมอเตอร และฟวส รวมทั้งสวิตชกดปุม รีเลย และอุปกรณที่คลายกันตองมีเครื่องหอหุมชนิดกันฝุน .5.5.1 กลองและเครือ่ งประกอบ กลองและเครือ่ งประกอบ ตองเปนชนิดกันฝุน 7. MI.5.2 บริเวณอันตรายประเภทที่ 3 แบบที่ 2 วิธีการเดินสายใน บริเวณอันตรายประเภทที่ 3 แบบที่ 2 ตองเปนไปตามขอ 7.5.1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 3 แบบที่ 1 ในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 3 แบบที่ 1 การเดินสายตองเดินในทอโลหะหนา ทอ อโลหะหนา ทอโลหะหนาปานกลาง ทอโลหะบาง รางเดินสาย ชนิดกันฝุน สายเคเบิลชนิด MC.3.3.3 7.10 7.2 การตอแบบออนตัวได ในทีซ่ งึ่ มีความจําเปนตองใช การตอแบบออนตัวได ตองใชขอตอออนงอไดชนิด กันฝุน ทอโลหะออนงอไดกันของเหลวและเครื่อง ประกอบที่ไดรับการรับรองแลว ทออโลหะออนงอได กันของเหลวและเครื่องประกอบที่ไดรับการรับรอง แลว หรือสายออนที่เปนไปตามขอ 7.1.3.3.

5.5 7.5.7-56 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.5.1 มอเตอรและเครื่องกําเนิดไฟฟา ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 3 แบบ ที่ 1 และ 2 ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 3 แบบที่ 1 และ 2 มอเตอร เครื่องกําเนิดไฟฟา และเครื่องจักรกลไฟฟาอื่นๆ ตองเปนชนิดหุมปดหมดโดยไมมีชองระบาย อากาศ หรือชนิดหุมปดหมดมีทอระบายอากาศ หรือชนิดหุมปดหมดมีพัด ลมระบายอากาศ ยกเวน ในสถานทีซ่ งึ่ เจาหนาทีผ่ มู อี านาจพิ ํ จารณาเห็นวาอาจมีเพียงผงหรือ ละอองสะสมอยูในบริเวณใกลเคียงเครื่องจักรกลไฟฟาได และ เครื่องจักรกลไฟฟาดังกลาวสามารถเขาถึงไดงายเพื่อทํ าความ สะอาด และบํ ารุงรักษาเปนประจํ าอนุญาตใหใชมอเตอรและ เครื่องจักรเปนตามขอใดขอหนึ่งดังนี้ 1) มอเตอรเครือ่ งทอผาชนิดทําความสะอาดตัวเองซึ่งเปนมอเตอร แบบโรเตอรกรงกระรอก 2) เครือ่ งจักรมาตรฐาน-แบบเปด ซึง่ ไมมหี นาสัมผัสแบบเลือ่ น หรือ แบบแรงเหวี่ยงหนีศูนยกลาง หรือกลไกสวิตชชนิดอื่นรวมทั้ง อุปกรณปองกันโหลดเกินของมอเตอร หรือ 3) เครื่องจักรมาตรฐานแบบเปด และมีหนาสัมผัส กลไกสวิตช หรืออุปกรณความตานทานอยูภายในเครื่องหอหุมโลหะปด มิดชิด โดยไมมีชองระบายอากาศ ทอระบายอากาศในบริเวณอันตรายประเภทที่ 3 แบบที่ 1 และ 2 ทอระบายอากาศสําหรับ มอเตอร เครื่องกําเนิดไฟฟา และเครื่องจักรกลไฟฟา อืน่ ๆ หรือสําหรับเครื่องหอหุมของบริภัณฑไฟฟา ตองใชทอโลหะหนาไมนอย กวา 0.5.7 หมอแปลงควบคุม และตัวตานทาน ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 3 แบบที่ 1 และ 2 หมอแปลง ขดลวดอิมพีแดนซ และตัวตานทานที่ใชรวมกับบริภัณฑสําหรับ ควบคุมมอเตอร เครื่องกําเนิดไฟฟาและเครื่องใชไฟฟาตองมีเครื่องหอหุมชนิด กันฝุน และอุณหภูมิไมเกินที่กําหนดในขอ 7.6 7.7.5. หรือวัสดุที่ไมติดไฟอยางอื่นที่เทียบเทาและตองเปนดังตอไปนี้ 7.1 ตอตรงไปนอกอาคารซึ่งมีอากาศสะอาด .5 มม.

4 ดวงโคม ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 3 แบบที่ 1 และ 2 7.8.5.1 ดวงโคมแบบยึดกับที่ ดวงโคมแบบยึดกับที่ ตองมีเครื่องหอหุม สําหรับหลอดไฟและขั้วรับหลอดซึ่งออกแบบใหเสนใย และละออง เขาไปภายในไดนอยที่สุดและปองกันไมใหประกายไฟ วัตถุที่ติด ไฟ หรือโลหะรอน ผานออกมาได ดวงโคมตองมีเครื่องหมายที่ชัด เจนแสดงกํ าลังไฟฟาสูงสุดของหลอดที่ไมทํ าใหพื้นผิวเปดโลงมี อุณหภูมิสูงกวา 165 องศาเซลเซียส (329 อาศาฟาเรนไฮด) ใน การใชงานปกคิ 7.5.8.5.8 7.3 ตองมีการปองกันความเสียหายทางกายภาพ และปองกันการเกิด สนิมหรือผุกรอนจากสาเหตุอื่น ทอระบายอากาศรวมทั้งการตอตองแนนหนาเพียงพอ เพื่อปองกันมิใหเสนใย หรือละอองเขาไปในบริภัณฑระบายอากาศ หรือเครื่องหอหุมและเพื่อปองกัน มิใหประกายไฟ เปลวไฟ วัตถุที่ติดไฟผานออกมาทําใหเสนใย ละออง และ วัตถุติดไฟที่สะสมอยูในบริเวณใกลเคียงเกิดลุกไหม อนุญาตใหใชทอโลหะ ตะเข็บล็อก และจุดตอโดยการใชหมุดยํ้าหรือการเชื่อมได สวนขอตอเลื่อน แบบสวมแนนพอดี อนุญาตใหใชในที่ซึ่งตองการความออนตัว เชน จุดที่ตอ เขามอเตอร บริภณ ั ฑใชสอยในบริเวณอันตรายประเภทที่ 3 แบบที่ 1 และ 2 7.7.7.8.9.3 สวิตช เซอรกิตเบรกเกอร เครื่องควบคุมมอเตอรและฟวส สวิตช เซอรกิตเบรกเกอร เครื่องควบคุมมอเตอรและฟวส ตองเปน ไปตามขอ 7.2 มอเตอร มอเตอรของบริภัณฑใชสอย ตองเปนไปตามขอ 7.1 เครื่องทําความรอน บริภัณฑใชสอยที่ทําใหเกิดความรอนดวย ไฟฟา ตองเปนแบบที่ไดรับการรับรองสํ าหรับบริเวณอันตราย ประเภทที่ 3 7.5.5.5.5.5.6 7.5.5.9 7-57 ปลายทอดานนอกตองปดดวยตาขายเพือ่ ปองกันไมใหสตั วเล็กหรือ นกเขา 7.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.5.9.2 7.2 ความเสียหายทางกายภาพ ดวงโคมที่เปดโลงตอความเสียหาย ทางกายภาพ ตองปองกันดวยเครื่องกั้นที่เหมาะสม .

10 สายออนในบริเวณอันตรายประเภทที่ 3 แบบที่ 1 และ 2 สายออนตองเปนดังนี้ 7.5. จากปลายลางของกาน ถา ตองการใหออนตัวไดตองใชเครื่องประกอบและขอตอที่ไดรับการ รับรองแลวและตองติดตั้งในระยะไมเกิน 300 มม.5.5.1 ขางตนดวย 7.9.1 เปนแบบที่ไดรับการรับรองแลวสําหรับใชงานหนักพิเศษ 7.5 มีวธิ กี ารทีเ่ หมาะสมเพือ่ ปองกันเสนใยหรือละอองเขาไปไดตรงจุดที่ สายออนเขากลอง หรือเครื่องประกอบ 7.3 ดวงโคมแขวน ดวงโคมแขวนตองยึดแขวนดวยกานซึ่งทําดวยทอ โลหะหนามีเกลียว ทอ โลหะหนาปานกลางมีเกลียว ทอโลหะบาง มี เ กลี ย วที่ มี ค วามหนาเที ย บเท า หรื อ แขวนด ว ยโซซึ่งมีเครื่อง ประกอบที่ไดรับการรับรองแลว สําหรับกานแขวนยาวกวา 300 มม.5. ตองมีตัวยึดที่มีประสิทธิผลติดตั้งอยางถาวรเพื่อปองกันการ แกวงโดยยึดที่จุดซึ่งสูงไมเกิน 300 มม. จากจุดยึดติด กับกลองหรือเครื่องประกอบ 7.5.2 มีตัวนําสําหรับตอลงดินรวมอยูดวย 7.10.11 เตารับและเตาเสียบในบริเวณอันตรายประเภทที่ 3 แบบที่ 1 และ 2 เตารับและเตาเสียบตองเปนแบบตอลงดินและตองออกแบบใหมีการสะสม เสนใยและละอองนอยที่สุด และตองปองกันมิใหประกายไฟหรืออนุภาคที่ หลอมละลาย เล็ดลอดออกมา .10.10.5.7-58 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.5.3 ตอกับขั้วตอสาย หรือกับสายที่จายไฟฟาใหในลักษณะที่ไดรับการ รับรองแลว 7.5.9.9.10.10.4 ดวงโคมแบบหยิบยกได ดวงโคมแบบหยิบยกไดตองมีดามจับ และเครื่องกั้นที่แข็งแรง ขั้วรับหลอดตองเปนแบบไมมีสวิตช และ เตารับ ตองไมมีสวนที่เปนโลหะนํากระแสเปดโลง สวนที่เปนโลหะ ไมนํากระแสเปดโลงตองตอลงดินและตองเปนไปตามขอ 7.5.5.4 มีการรองรับโดยใชตวั จับยึดหรือวิธที เี่ หมาะสมซึง่ ไมทาให ํ เกิดแรงดึง ที่ขั้วปลายสาย และ 7.

2 ตัวนําหนาสัมผัส ตัวนําหนาสัมผัสตองติดตั้งหรือกั้นไมใหผูที่ไมมี อํานาจหนาที่เขาถึงได และตองปองกันมิใหสิ่งแปลกปลอมสัมผัส โดยบังเอิญ 7.3 ตัวเก็บกระแส ตัวเก็บกระแสตองจัด หรือกั้น เพื่อกักเก็บประกาย ไฟที่เกิดขึ้นตามปกติและปองกันมิใหประกายไฟและอนุภาคที่ รอนหลุดออกไฟ เพื่อลดการเกิดประกายไฟตองทําใหพื้นผิวของ ตัวนํ าหนาสัมผัสแตละอันแยกกันเปนหลายชิ้นและตองจัดใหมี มาตรการที่เหมาะสมที่ทําใหตัวนําหนาสัมผัส และตัวเก็บกระแส ไมมีการสะสมฝุนหรือละออง .13.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7-59 ยกเวน ในสถานที่ซึ่งถาเจาหนาที่ผูมีอํานาจพิจารณาเห็นวามีการสะสมของ ฝุนหรือละออง ในบริเวณใกลเคียงเตารับมีไมมากนัก และเตารับ นั้นสามารถเขาถึงไดทันทีเพื่อทําความสะอาดเปนประจําอนุญาต ใหใชเตารับสําหรับใชงานทั่วไปที่เปนแบบตอลงดิน และติดตั้งใน ลักษณะที่เสนใยและละอองเขาไปไดนอยที่สุดได 7.13.13.1 ถึง 7.2 ดังนี้ 7.5.12 ระบบสัญญาณ ระบบสัญญาณเตือน ระบบควบคุมระยะไกล และระบบ เครือ่ งพูดติดตอภายใน ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 3 แบบที่ 1 และ 2 ระบบสัญญาณ ระบบสัญญาณเตือน ระบบควบคุมระยะไกล และระบบ เครื่องพูดติดตอภายใน ตองเปนไปตามขอ 7.5.5 ในเรื่องวิธีการเดินสาย สวิตช หมอแปลง ตัวตานทาน มอเตอร ดวงโคม และอุปกรณประกอบที่เกี่ยวของ ั ฑทคี่ ลายกันในบริเวณอันตรายประ 7.5.5.5.5.5.13.1 การจายไฟ การจายไฟใหกับตัวนําหนาสัมผัส ตองแยกออกจาก ระบบอื่น และตองมีเครื่องตรวจจับการรั่วลงดินซึ่งแสดงสัญญาณ เตือน และตัดไฟที่จายไปยังตัวนําหนาสัมผัสไดโดยอัตโนมัติเมื่อ เกิดไฟรั่วลงดิน หรือใหสัญญาณที่มองเห็นไดและไดยินเสียงเตือน ตลอดเวลาเมื่อยังจายไฟใหกับตัวนําหนาสัมผัสที่ยังมีการรั่วลงดิน 7.13.13 เครนไฟฟา รอกไฟฟา และบริภณ เภทที่ 3 แบบที่ 1 และ 2 ในกรณีที่ติดตั้ง เครนไฟฟา รอกไฟฟา และบริภัณฑที่คลายกัน เพื่อใชงาน เหนือเสนใยที่ลุกไหมได หรือที่ซึ่งมีละอองสะสม ตองเปนไปตาม 7.

16.2 ชนิดของตัวนําสําหรับตอลงดินของบริภัณฑ ในที่ซึ่งอนุญาต ใหใชทอโลหะออนงอไดหรือทอโลหะออนกันของเหลวตามขอ 7.5.15 สวนทีม่ ีไฟฟาในบริเวณอันตรายประเภทที่ 3 แบบที่ 1 และ 2 ตองไมมีสวนที่มีไฟฟาเปดโลง 7.4 เทานั้น และตองจัด ใหเครื่องปองกันกระแสเกินของ วงจรยอยติดตั้งอยู ดานโหลดของเครื่องปลดวงจร 7.5.16.16 การตอลงดินในบริเวณอันตรายประเภทที่ 3 แบบที่ 1 และ 2 การเดินสายและบริภัณฑในบริเวณอันตรายประเภทที่ 3 แบบที่ 1 และ 2 ตอง ตอลงดินตามบทที่ 4 และเพิ่มเติมดังนี้ 7.4 บริภัณฑควบคุม บริภณ ั ฑควบคุมตองเปนไปตามขอ 7.6 .5 ั ฑสาหรั ํ บอัดแบตเตอรี่ ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 3 แบบที่ 7.14 บริภณ 1 และ 2 บริภัณฑสําหรับอัดแบตเตอรี่ตองติดตั้งในหองแยกโดยเฉพาะ ซึ่งสรางหรือบุ ดวยวัสดุไมติดไฟ และตองสรางไมใหฝุนหรือละอองเขาไปไดและตองมีการ ระบายอากาศที่ดี 7.5.5.13.15.4 และ 7.7-60 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.5.5.5.5.1 การตอฝาก การใชบุชชิงพรอมแปนเกลียวล็อก หรือใชแปนเกลียว ล็อกคู ไมถือวาเปนการตอฝากเพียงพอ การตอฝากตองใชสายตอ ฝาก พรอมเครื่องประกอบที่เหมาะสมหรือใชวิธีการตอฝากอื่นซึ่ง ไดรับการรับรองแลว ตองมีการตอฝากสําหรับชองเดินสาย เครื่อง ประกอบ กลอง เครื่องหอหุม ที่อยูระหวางบริเวณอันตราย ประเภทที่ 3 กับจุดตอลงดินของบริภัณฑประธาน หรือจุดตอลง ดินของระบบชนิดจายแยกตางหาก ยกเวน วิธกี ารตอฝากโดยเฉพาะใหจดั ทําที่จดุ ตอลงดินของเครือ่ ง ปลดวงจรของอาคาร ตามขอ 4.3 และเชื่อไดวามีการตอลงดินที่สมบูรณเพียงจุดเดียว ตองจัด ใหมีสายตอฝากภายในหรือภายนอกขนานไปกับแตละทอรอย สายและตองเปนไปตามขอ 4.5.

2 และ 3 สําหรับขอมูลเพิ่มเติมใหดูเรื่อง Installation of Intrinsically Safe Instrument Systems in Class 1 Hazardous Locations.6. (6 ฟุต) และใชรวมกับ เครื่องประกอบซึ่งไดรับการรับรองแลว 2) เครื่องปองกันกระแสเกินในวงจรมีขนาดไมเกิน 10 แอมแปร 3) โหลดที่ตออยูไมเปนโหลดใชสอยแบบกําลัง 7.1 ขอบเขต มาตรฐานขอนีค้ รอบคลุมการติดตัง้ สําหรับเครือ่ งสําเร็จ การเดินสาย และระบบในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1.6.6 ระบบที่ปลอดภัยอยางแทจริง 7.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7-61 ยกเวน ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 3 แบบที่ 1 และ 2 ไม ตองใชสายตอฝากเมื่อมีสภาพดังตอไปนี้ 1) เมื่อใชทอโลหะออนกันของเหลวซึ่งไดรับการรับรอง แลวยาวไมเกิน 1. ANSI/ISA RP 12.6.2 นิยาม สําหรับจุดประสงคในขอนี้ มีดังนี้ อุปกรณประกอบ (Associated Apparatus) หมายถึงอุปกรณในวงจรซึ่ง อุปกรณนี้ไมจําเปนตองมีความปลอดภัยอยางแทจริง แตมีผลตอพลังงานใน วงจรที่ปลอดภัยอยางแทจริงและชวยใหคงไวซึ่งความปลอดภัยอยางแทจริง ของอุปกรณ อุปกรณประกอบนี้ไดแกขอใดขอหนึ่งดังนี้ 7.1 อุปกรณไฟฟาทีส่ ามารถเลือกวิธกี ารปองกันใหเหมาะสมกับบริเวณ อันตรายแตละประเภทหรือ 7.6-1987 7.6.2 อุปกรณไฟฟาที่ไมมีการปองกันซึ่งหามใชในบริเวณอันตราย อุปกรณประกอบที่มี สัญลักษณวาการตอมีความปลอดภัยอยางแทจริงสําหรับการตอ ระหวางอุปกรณที่มีความปลอดภัยอยางแทจริงกับอุปกรณที่ไมเปนอุปกรณแบบปลอดภัย อยางแทจริง แบบแสดงระบบควบคุม (Control Drawing) หมายถึง แบบหรือเอกสารที่ จัดทําโดยบริษัทที่ผลิต อุปกรณที่ปลอดภัยอยางแทจริงหรืออุปกรณประกอบ ซึ่ ง แสดงรายละเอี ย ดการต อ ระหว า งระบบที่ ป ลอดภั ย อย า งแท จ ริ ง และ อุปกรณประกอบ .83 ม.2.2.

5 การใชกฎขออื่น นอกจากที่ไดปรับปรุงในขอนี้แลว กฎขออื่นในมาตรฐานนี้ สามารถนํามาใชได การรับรองบริภัณฑ อุปกรณที่ปลอดภัยอยางแทจริงและอุปกรณประกอบ ตองไดรับการรับรองจากสถาบันที่เชื่อถือได เชน UL CSA ECCS PTB LCIE หรือ CSI เปนตน การติดตั้งบริภัณฑ 7. ANSI/UL 913-1988 ระบบที่ปลอดภัยอยางแทจริง (Intrinsically Safe System) หมายถึง การ ประกอบสําเร็จของการตอระหวางอุปกรณที่ปลอดภัยอยางแทจริง อุปกรณ ประกอบและสายเคเบิลที่ใชตอรวมซึ่งทุกสวนในระบบสามารถใชในบริเวณ อันตราย ระบบทีป่ ลอดภัยอยางแทจริงอาจประกอบดวย วงจรทีป่ ลอดภัยอยางแทจริงมากกวา 1 วงจร 7.6. Intrinsically Safe Apparatus and Associated Apparatus for use in Class 1. 2 และ 3.6.4 7.7-62 บทที่ 7 บริเวณอันตราย วงจรที่มีความปลอดภัยอยางแทจริงตางกัน (Different Intrinsically Safe Circuits) หมายถึง วงจรที่มีความปลอดภัยอยางแทจริงซึ่งการตอ ระหวางกันไมไดรับการประเมินและรับรองวาปลอดภัยอยางแทจริง อุปกรณที่ปลอดภัยอยางแทจริง (Intrinsically Safe Apparatus) หมายถึง อุปกรณในวงจรที่มีความปลอดภัยอยางแทจริง วงจรที่ปลอดภัยอยางแทจริง (Intrinisically Safe Circuit) หมายถึง วงจร ซึง่ ประกายไฟหรือผลของความรอนที่อาจเกิดขึ้น ไมสามารถทําใหเกิดการจุด ระเบิดสารผสมที่ติดไฟไดหรือวัสดุที่ลุกไหมไดที่อยูในอากาศภายใตสภาวะ การทดสอบที่กําหนด สภาวะการทดสอบกําหนดไวใน Standard for Safety.5.6.3 7.5.1 แบบแสดงระบบควบคุม อุปกรณทปี่ ลอดภัยอยางแทจริง อุปกรณ ประกอบและบริภัณฑอื่นตองติดตั้งตามแบบแสดงระบบควบคุม อุปกรณมเี ครื่องหมายแสดงเอกลักษณของแบบแสดงระบบควบคุม 7.6. Division 1 Hazardous (Classified) Locations.6.2 สถานที่ อุปกรณที่ปลอดภัยอยางแทจริงและอุปกรณประกอบ อนุญาตใหติดตั้งในบริเวณอันตรายซึ่งอุปกรณนั้นไดรับการรับรอง .

6.6.2 ในชองเดินสาย รางเคเบิล และสายเคเบิล ตัวนํา ของ วงจรที่ปลอดภัยอยางแทจริงตองไมอยูในชอง เดินสาย รางเคเบิลหรือสายเคเบิลรวมกับตัวนําของ วงจรที่ไมปลอดภัยอยางแทจริง ขอยกเวนที่ 1 ในกรณีทตี่ วั นําของวงจรทีป่ ลอดภัย อยางแทจริงมีการจับยึดและแยก ออกจากตัวนําของวงจรที่ไมปลอด ภั ย อย างแทจริงเปนระยะไมนอย .บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7-63 อุปกรณประกอบอาจติดตัง้ ในบริเวณอันตรายถามีการปองกันโดยวิธที อี่ นุญาต ไวในขอ 7. MC หรือ SNM 2) ตัวนําของวงจรทีไ่ มปลอดภัยอยางแทจริง อยูในชองเดินสายหรือเปนสายเคเบิล ชนิด MI.7 การแยกตัวนําที่ปลอดภัยอยางแทจริง 7. MC หรือ SNM ซึ่งมีเปลือก หุมสามารถรับกระแสผิดพรองลงดิน ได 7.6.1.6.10 และ การแยกตามขอ 7.6. ยกเวน สําหรับกรณีตอไปนี้ 1) ตัวนําของวงจรที่ปลอดภัยอยางแทจริง เปนสายเคเบิลชนิด MI.6 7.7.7.3 ขอ 7.7.7 วิธีการเดินสาย อุปกรณที่ปลอดภัยอยางแทจริงและการเดินสายอนุญาตให ติดตั้งโดยใชวิธีการเดินสายที่เหมาะสมสําหรับสถานที่ธรรมดา ตองจัดใหมี การปดผนึกตามขอ 7.1.1 จากตัวนําของวงจรที่ไมปลอดภัยอยางแทจริง 7.5 อนุญาตใหใชเครือ่ งหอหุม สําหรับใชงานทัว่ ไปสําหรับอุปกรณทปี่ ลอดภัยอยางแทจริงได 7.6.1 การเดินสายเปด ตัวนําและสายเคเบิลของวงจรที่ ปลอดภัยอยางแทจริง และไมไดอยูในชองเดินสาย หรือรางเคเบิลตองแยกใหอยูหางจากตัวนําและสาย เคเบิลของวงจรที่ไมปลอดภัยอยางแทจริงอยางนอย 50 มม.6.4 และขอ 7.

7. (2 นิ้ว) หรือตามที่ระบุใน ขอ 7.3.7. MC หรือ SNM ยอมรับใหใชได 7.2 7.1.1.7.0359 นิว้ ) ยอมรับใหใชไดทวั่ ไป ขอยกเวนที่ 2 กรณีใดกรณีหนึ่งดังตอไปนี้ 1) เปนตัวนํ าของวงจรที่ปลอดภัย อยางแทจริงทั้งหมด หรือ 2) ตั ว นํ าของวงจรที่ ไ ม ป ลอดภั ย อย า งแท จ ริ ง เป น สายเคเบิ ล ชนิดเปลือกนอกโลหะหรือสาย เคเบิ ล หุ  ม ด ว ยโลหะซึ่งเปลือก หรื อ ส ว นหุ  ม ที่ เ ป นโลหะตอลง ดิ น และสามารถรั บ กระแสผิ ด พรองลงดินได สายเคเบิลชนิด MI.6.6.3.1.6. (2 นิ้ว) หรือโดยใช ผนังกั้นแยกที่เปนโลหะและตอลง ดินหรือทําดวยฉนวนที่ไดรับการรับ รองแลว ผนังกั้นแยกซึ่งเปนแผนโลหะหนา ไม น  อ ยกว า 912 ไมโครเมตร (0.3 ภายในเครื่องหอหุม 7.1.1 ตัวนําของวงจรทีป่ ลอดภัยอยางแทจริง ตองแยกใหอยูห า งจากตัวนําของวงจร ที่ไมปลอดภัยอยางแทจริงอยางนอย 50.7.2 ตองจับยึดตัวนําใหแนนเพื่อไมใหเกิด การหลวม ซึ่งอาจทํ าใหปลายสาย หลุดจากขั้วไปสัมผัสกับปลายสายขั้ว อื่นได .6.8 มม.7-64 บทที่ 7 บริเวณอันตราย กวา 50.8 มม.

2 การตอกับหลักดิน ในกรณีที่ตองจัดใหมีการตอเขากับหลักดิน แบบ exothermic หลักดินตองมีรายละเอียดเปนไปตามขอ 2.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7-65 การใชวิธีการเดินสายแยกแตละสวนสําหรับขั้วสายของวงจร ที่ปลอดภัยอยางแทจริงและวงจรที่ไมปลอดภัยอยางแทจริง จัดเปนวิธีที่ควรพิจารณาตามขอกําหนดนี้ ผนังกัน้ เชน ผนังกัน้ แยกโลหะทีต่ อ ลงดิน ผนังกัน้ แยกฉนวนที่ ไดรบั การรับรองแลว หรือทอรอยสายทีจ่ ากั ํ ดการเขาถึงที่ไดรับ การรับรองแลวและอยูห า งจากทออืน่ อยางนอย 19 มม.6.2 ตัวนําของแตละวงจรมีฉนวนซึ่งหนาไมนอยกวา 254 ไมโครเมตร (0.1 ตัวนําของแตละวงจรอยูภ ายในเปลือกโลหะทีต่ อ ลงดิน 7.6.7.1 อุปกรณที่ปลอดภัยอยางแทจริง อุปกรณประกอบและชอง เดินสาย อุปกรณที่ปลอดภัยอยางแทจริง เกราะหุมสายเคเบิล เครื่องหอหุม และชองเดินสายหากเปนโลหะตองตอลงดิน การตอฝากกับหลักดิน เพิ่มเติมอาจมีความจําเปนสําหรับอุปกรณ ประกอบบางอยาง เชน ผนังกั้นของซีเนอรไดโอด ถาไดระบุไวใน แบบแสดงระบบควบคุ ม ดูรายละเอียดใน Installation of Intrinsically Safe Instrument Systems in Class 1 Hazardous Location ANSI/ISA RP 126-1987 7.01 นิ้ว) หุม ยกเวน ถาไมมีการรับรองเปนอยางอื่น การตอลงดิน 7.2.6.6.2 7.2.8.7.6.6.3 เกราะหุมสายเคเบิล ในกรณีที่ตัวนําสายเคเบิลมีเกราะหุม ตอง ตอเกราะหุมลงดิน ยกเวน ในกรณีที่เกราะหุมนี้เปนสวนของวงจรที่ปลอดภัยอยาง แทจริง .8 จากตัวนําของวงจรที่มีความปลอดภัยอยางแทจริงตางกัน วงจรที่มีความปลอดภัยอยางแทจริงตางกัน ตองมีการแยกสาย เคเบิลหรือแยกจากวงจรอื่นโดยวิธีใดวิธีหนึ่งดังนี้ 7.8.6. (3/4 นิ้ว) สามารถนํามาใชเพื่อชวยใหเปนไปตามขอกําหนดการ แยกเดินสาย 7.8.7.4 7.

17.10 การปดผนึก ทอรอยสายและสายเคเบิลซึ่งตองมีการปดผนึกตามขอ 7.6. 7.5.1.3.6.9 การตอฝาก 7.6.11.5 และ 7.9.1 ขั้วปลายสาย วงจรที่ปลอดภัยอยางแทจริงตองแสดงสัญลักษณ ที่ขั้วปลายสายและจุดชุมสายในลักษณะที่จะปองกันการรบกวน ตอวงจรโดยไมตั้งใจระหวางการทดสอบหรือบริการ 7.1 บริเวณอันตราย ในบริเวณอันตรายอุปกรณที่ปลอดภัยอยางแท จริงตองมีการตอฝากตามขอ 4.2 ไมเปนบริเวณอันตราย ในสถานที่ซึ่งไมจัดเปนบริเวณอันตราย ในที่ ซึ่ ง มี ก ารใช ช  อ งเดิ น สายโลหะสํ าหรั บ การเดิ น สายระบบที่ ปลอดภัยอยางแทจริงในบริเวณอันตราย อุปกรณประกอบตองมี การตอฝากตามขอ 7.7-66 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.4.4 ตองปดผนึกเพื่อใหกาซ ไอ หรือฝุนผานเขาไปไดนอยที่สุด ยกเวน ไมจําเปนตองมีการปดผนึกสําหรับเครื่องหอหุมที่มีเพียงอุปกรณที่ ปลอดภัยอยางแทจริง นอกจากจะกําหนดโดยขอ 7.11.5.1 7.6.16.62 ม.5 7.3 ขอนี้ไมมีจุดมุงหมายสําหรับการปดผนึกชนิดทนการระเบิด 7.11 สัญลักษณ ปายซึง่ กําหนดในขอนีต้ อ งเหมาะสมกับสภาพแวดลอมทีต่ ดิ ตัง้ โดย พิจารณาถึงการเปดโลงตอสารเคมีและแสงอาทิตย 7.15.4.6.3.9. (25 ฟุต) ยกเวน วงจรทีเ่ ดินสายใตดนิ อนุญาตใหแสดงเอกลักษณตรงจุด ที่เขาถึงไดหลังจากโผลพนดิน วิธกี ารเดินสายที่อนุญาตใหใชในสถานที่ซึ่งไมใชบริเวณอันตราย อาจใชกับ ระบบทีป่ ลอดภัยอยางแทจริงในบริเวณอันตรายได ถาไมมีปายแสดงเอก ลักษณของการใชงานเดินสาย เจาหนาที่ผูมีอํานาจไมสามารถพิจารณาได วาการติดตั้งนั้นเปนไปตามมาตรฐาน .2 การเดินสาย ชองเดินสาย รางเคเบิล และการเดินสายเปดสําหรับ การเดินสายที่ปลอดภัยอยางแทจริงตองแสดงเอกลักษณดวยปาย ที่ถาวรมีขอความวา "การเดินสายที่ปลอดภัยอยางแทจริง" หรือเทียบเทา และตองติดตั้งปายในที่เห็นไดชัดเจนภายหลังการ ติดตั้งและอานไดงายจากทางเขาสูตํ าแหนงติดตั้ง ระยะหาง ระหวางปายตองไมเกิน 7.6.6.15.6.3.1 หรือ 7.

1 ขอบเขต หัวขอนี้ครอบคลุมขอกําหนดทั้งในระบบการแบงโซน เชนเดียวกันกับระบบ การแบงกลุม ซึ่งกํ าหนดไวในขอ 7.7.2.7 บริเวณอันตราย ประเภทที่ 1 โซน 0.2 บริเวณและขอกําหนดทั่วไป 7.6.3 รหัสสี อนุญาตใหใชรหัสสี แสดงเอกลักษณของตัวนําที่ปลอดภัย อยางแทจริงในที่ซึ่งตัวนําเปนสีฟาออนและไมมีตัวนําอื่นที่มีสีฟา ออนรวมอยูดวย 7.2 การทําเกลียว ทอมีเกลียวทั้งหมดที่กลาวถึงในที่นี้ตองทําเกลียวชนิดปลายเรียว แตละทอรอยสายที่ตอกันตองสามารถขันแนน เพื่อปองกันการเกิด ประกายไฟเมื่อกระแสผิดพรองไหลผานระบบทอรอยสาย และ เพื่อใหมั่นใจวาผลรวมของระบบทอที่มีการระเบิด และกันเปลว เพลิงสามารถใชงานได .1 สํ าหรับบริภัณฑไฟฟา บริภัณฑ อิเล็กทรอนิกส และการเดินสายทุกระดับแรงดัน ในบริเวณอันตราย (แยก ประเภท) ประเภทที่ 1 โซน 0.7.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7-67 ในสถานที่ซึ่งไมใชบริเวณอันตราย การแสดงเอกลักษณเปนสิ่งจําเปนเพื่อ ใหแนใจไดวาวงจรที่ไมปลอดภัยอยางแทจริงจะไมถูกเพิ่มเขาไปในชองเดิน สายทีม่ ีอยูในปจจุบัน ภายหลังโดยพลั้งเผลอ 7.1 การจําแนกบริเวณอันตราย การจําแนกบริเวณอันตรายขึ้นอยูกับคุณสมบัติของไอ กาซ หรือ ของเหลวที่ติดไฟได ซึ่งอาจมีขึ้นและมีความเปนไปไดที่จะมีความ เขมขน หรือมีปริมาณมากพอที่จะทําใหเกิดการลุกไหม หรือเกิด เพลิงไหมได สถานที่ซึ่งมีการใชสารไพโรฟอริก (pyrophoric) เพียงชนิดเดียว ไมจัดเปนบริเวณอันตราย ในการพิจารณาจําแนกประเภทแตละหอง สวนหรือพื้นที่จะแยก พิจารณาเปนกรณีเฉพาะของแตละหองหรือพื้นที่นั้นๆ 7.2.11. โซน 1 และ โซน 2 7.7.7. โซน 1 และ โซน 2 ซึ่งเปนสถานที่ที่อาจเกิด เพลิงไหม หรือการระเบิดเนื่องจากกาซ ไอของเหลวที่ติดไฟได 7.

6 Increased Safety “e” เปนเทคนิคการปองกันที่ใชกับบริภัณฑใน บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 โซน 1 ซึ่งไดรับการรับรองแลว 7.3.1 การควบคุมงาน การแบงพื้นที่ การเลือกบริภัณฑ และวิธีการเดิน สายตองอยูภายใตการควบคุมของ วิศวกรอาชีพที่ไดรับการขึ้น ทะเบียนวามีคุณสมบัติตามที่กําหนด . nC และ nR 7.3 Intrinsic Safety เปนเทคนิคการปองกันที่ใชกับบริภัณฑในบริเวณ อันตรายประเภทที่ 1 โซน 0 หรือโซน 1 ซึ่งไดรับการรับรองแลว 7.7.7 Encapsulation “m” เปนเทคนิคการปองกันที่ใชกับบริภัณฑใน บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 โซน 1 ซึ่งไดรับการรับรองแลว 7.4 Type of Protection “n” เปนเทคนิคการปองกันที่ใชกับบริภัณฑ ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 โซน 2 ซึ่งไดรับการรับรองแลว และแบงยอยออกเปนชนิด nA.3.3.3 7.7.7.7.8 Powder filling “q” เปนเทคนิคการปองกันที่ใชกับบริภัณฑใน บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 โซน 1 ซึ่งไดรับการรับรองแลว ขอควรระวังเปนพิเศษ ขอ 7.7.4.2 Purged and Pressurized เปนเทคนิคการปองกันทีใ่ ชกบั บริภณ ั ฑ ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 โซน 1 หรือโซน 2 ซึ่งไดรับการรับ รองแลว 7.3.3.5 Oil Immersion “o” เปนเทคนิคการปองกันที่ใชกับบริภัณฑใน สถานอันตรายประเภท 1 โซน 1 ซึ่งไดรับการรับรองแลว 7.7.7.7 ใชสําหรับการจัดสรางบริภัณฑ และการติดตั้งซึ่งใหความปลอดภัยใน การใชงานภายใตสภาวะการใชงาน และบํารุงรักษาที่เหมาะสม 7.3.7-68 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.4 เทคนิคการปองกัน เทคนิคการปองกันที่เปนที่ยอมรับ สําหรับบริภัณฑไฟฟาในบริเวณอันตราย (แยกประเภท) มีดังนี้ 7.7.3.7.3.7.7.1 Flameproof “d” เปนเทคนิคการปองกันที่ใชกับบริภัณฑไฟฟาใน บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 โซน 1 ซึ่งไดรับการรับรองแลว 7.

1.5.5.1 กลุม IIC บรรยากาศซึ่งประกอบดวยอาเซททีลีน (acetylene) ไฮโดรเยน (hydroyen) กาซที่ลุกไหมได ไอจากของเหลวที่สามารถลุกเปน ไฟ หรือเผาไหมได ไอจากของเหลวที่ผสมกับอากาศแลว อาจทํา ใหเกิดการไหม หรือเกิดการระเบิดได ในกรณีที่มีคา maximum experimental safe gap (MESG) นอยกวาหรือเทากับ 0.3 การอนุญาตใหมีการจําแนกประเภทของบริเวณอันตราย บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 หรือแบบที่ 2 อนุญาตให จําแนกประเภทใหมเปนบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 โซน 0 โซน 1 หรือโซน 2 ได เนื่องจากแหลงกําเนิดกาซ หรือ ไอ ที่ติดไฟไดแต ละชนิดไดจําแนกประเภทใหม ตามหัวขอนี้แลว การแบงกลุมและการแบงประเภท สําหรับจุดประสงคเพื่อการทดสอบ การรับรอง และการจําแนกพื้นที่สวนผสม ตาง ๆ ในอากาศ (ไมรวมสวนที่มีออกซิเจนมาก) ใหแบงกลุมตามที่กําหนด ในขอ 7.7.5.45 . 7. หรือในกรณีที่คา maximum igniting current ratio (MIC ratio) นอยกวาหรือเทากับ 0.7.5.7.3 กลุม 1 คือบรรยากาศ ซึ่งประกอบดวย firedamp (สวนผสมของกาซหลาย ชนิด ซึ่งสวนใหญเปนกาซมีเทน (methane) โดยพบบริเวณใตพื้นดิน เชน เหมืองแร) กลุม 2 แบงเปนกลุม IIC IIB และ IIA ตามธรรมชาติของกาซหรือไอ 7.2 7.7.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.4.5 7-69 การจําแนกประเภท 2 ระบบ ตัวอยางพื้นที่ที่มีเครื่องอํานวย ความสะดวก การปองกันซึ่งถูกจําแนกเปนคนละประเภท กลาว คือ บริเวณอันตราย ประเภทที่ 1 โซน 2 อนุญาตใหเชื่อมโยง (แต ไมมสี วนรวมกัน) กับบริเวณอันตรายประเภท 1 แบบที่ 2 ได แต บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 โซน 0 หรือโซน 1 ตองไมเชื่อมโยง กับบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 หรือแบบที่ 2 7.4.2 และ 7.7.7.5 มม.7.

7.4 กลุมอื่น ๆ บริภัณฑที่อนุญาตใหกํ าหนดรายชื่อสํ าหรับกาซหรือไอ โดย เฉพาะสวนผสมของกาซหรือไอ โดยเฉพาะ หรือการรวมตัวของ กาซหรือไอโดยเฉพาะ อุณหภูมิประเภทที่ 1 เครื่องหมายจําแนกอุณหภูมิที่ระบุในขอ 7.2 7. หรือในกรณี ทีค่ า maximum igniting current ratio (MIC ratio) มากกวา 0.7-70 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.7.5 มม.8.6 7.5.5.8 7. หรือในกรณีที่คา maximum igniting current ratio (MIC ratio) มากกวา 0.45 และนอยกวาหรือเทากับ 0.7.7.3 กลุ  ม IIA บรรยากาศซึ่งประกอบดวยอาเซโทน (acetone) แอมโมเนีย (ammonia) เอธีลแอลกอฮอล (ethyl alcohol) กาซโซลีน (gasolie) มีเทน (methane) โพรเพน (propane) กาซที่ลุกไหม ได liquid-produced vapor ที่ลุกไหมได liquid-produced vapor ทีผ่ สมกับอากาศแลวเกิดการระเบิดได ซึ่งอาจทําใหเกิด การเผาไหม ห รื อ ระเบิ ด ได ในกรณี ที่ มี ค  า maximum experimental safe gap (MESG) มากกวา 0.80 7.9 มม.7.5.7.2.1 ประเภทที่ 1 โซน 0 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 โซน 0 คือ .7.3 ตองมีคาไมเกินอุณหภูมิ จุดระเบิดของกาซหรือไอที่เกี่ยวของ การจําแนกโซน การจําแนกโซน ตองเปนไปตาม รายละเอียดดังนี้ 7.7. และนอยกวาหรือเทากับ 0.9 มม.7 กลุม IIB บรรยากาศซึ่งประกอบดวยอาเซททาลดีไฮต (acetsldehyte) เอทิ ลีน (elhylene) กาซที่ลุกไหมได Liquid-produced vaporที่ลุก ไหมได Liquid-produced vaporที่ผสมกับอากาศแลวเกิดการ ระเบิดได ซึ่งอาจทําใหเกิดการเผาไหมหรือระเบิดได ในกรณีที่มี คา maximum experimental safe gap (MESG) มากกวา 0.

2.2 สถานที่ซึ่งมีกาซหรือไอ ตลอดเวลา และมีความเขม ขนพอที่จะเกิดการระเบิดได ประเภทที่ 1 โซน 1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 โซน 1 คือ 7.7.7.4 สถานทีซ่ งึ่ อยูใ กลกบั บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 โซน 0 และอาจไดรับการถายเทกาซหรือไอที่มีความเขมขน พอที่จะจุดระเบิดได ถาไมมีการปองกันโดยการ ระบายอากาศโดยดูดอากาศสะอาดเขามา และมี ระบบรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิผล หาก ระบบระบายอากาศทํางานผิดพลาด ประเภทที่ 1 โซน 2 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 โซน 2 คือ 7.1 สถานที่ซึ่งในภาวะการทํางานปกติ อาจมีกาซหรือไอ ทีม่ ีความเขมขนพอที่จะเกิดการระเบิดได 7.7.7.2 7.7.7.3.1.7.3 สถานที่ซึ่งเมื่อบริภัณฑเกิดความเสียหายหรือทํางาน ผิดพลาดอาจทํ าใหเกิดกาซหรือไอที่มีความเขมขน พอที่จะเกิดการระเบิดได และในขณะเดียวกันอาจ ทําใหบริภัณฑไฟฟาขัดของซึ่งเปนสาเหตุใหบริภัณฑ ไฟฟาดังกลาวเปนแหลงกําเนิดของการระเบิดได 7.2.7.2 สถานทีซ่ ึ่งอาจมีกาซหรือ ไอ ที่มีความเขมขนพอที่จะ เกิดการระเบิดไดอยูบอยๆ เนื่องจากการซอมแซม บํารุงรักษา หรือรั่ว 7.2.7.3 7-71 7.7.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.1 สถานที่ซึ่งมีกาซหรือไอ อยางตอเนื่องและมีความเขม ขนพอที่จะ เกิดการระเบิดได 7.7.7.7.1.2.1 สถานที่ซึ่งในภาวะการทํางานปกติ เกือบจะไมมีกาซ หรือไอที่มีความเขมขนพอที่จะเกิดการระเบิดได และ ถามีกาซหรือไอดังกลาว เกิดขึ้นก็จะมีในชวงเวลา สั้นๆ เทานั้น .7.7.7.7.7.

3.7-72 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.4 สถานทีซ่ งึ่ อยูใ กลกบั บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 โซน 1 และอาจไดรับการถายเทกาซหรือไอที่มีความเขมขน พอที่จะจุดระเบิดได ถาไมมีการปองกันโดยการ ระบายอากาศโดยดู ด อากาศสะอาดเข า มาและมี ระบบรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิผลหากระบบ ระบายอากาศทํางานผิดพลาด การทํารายชื่อ เครื่องหมายและเอกสาร 7.7.8 7.7.2.7.7.8.8.7.7.1 การทํารายชื่อ บริภณ ั ฑที่มีรายชื่อใหใชไดในบริเวณอันตรายโซน 0 อนุญาตให ใชในบริเวณอันตรายโซน 1 และโซน 2 ไดสําหรับกาซหรือไอ ที่ เป น ชนิ ด เดี ย วกั น และบริ ภั ณ ฑ ที่ มี ร ายชื่ อ ให ใ ช ไ ด ใ นบริ เ วณ อันตรายโซน 1 อนุญาตใหใชในบริเวณอันตราย โซน 2 ได สําหรับ กาซหรือไอ ที่เปนชนิดเดียวกัน 7.1 บริภัณฑแสดงประเภทกลุม บริภัณฑที่ไดรับการรับรองแลวสําหรับประเภทที่ 1 แบบที่ 1 หรือประเภทที่ 1 แบบที่ 2 (นอกเหนือจาก .8.2 สถานทีซ่ งึ่ ใชเก็บของเหลวติดไฟซึง่ ระเหยงาย กาซ หรือ ไอที่ติดไฟได ซึ่งโดยปกติของเหลวไอหรือกาซนี้จะ ถูกเก็บไวในภาชนะหรือระบบที่ปดโดยอาจรั่วออกมา ไดจากการทํางานของบริภัณฑที่ผิดปกติในขณะที่มี การหยิบยก ผลิต หรือใชงานของเหลวหรือกาซ 7.2 การทําเครื่องหมาย บริภัณฑตองมีเครื่องหมายตามรายละเอียด ดังนี้ 7.7.7.7.3.3 สถานที่ซึ่งมีการปองกันการระเบิด เนื่องจากกาซหรือ ไอที่ มี ค วามเข ม ข น เพี ย งพอโดยใช ร ะบบระบาย อากาศ ซึ่งทํ างานโดยเครื่องจักรกล และอาจเกิด อั น ตรายได ห ากระบบระบายอากาศขั ด ข อ งหรื อ ทํางานผิดปกติ 7.3.7.

2.3 ตองทําเครื่องหมายตามลําดับ ดังนี้ a ประเภทกลุม b โซน c สัญลักษณ “Ex” (มีอักษรนําหนาไดตามความ เหมาะสม) d เทคนิคการปองกันตามตารางที่ 7-4 e การจําแนกกลุมกาซตามตารางที่ 7-5 f การจําแนก กลุมอุณหภูมิใชงานตามตารางที่ 7-6 ขอยกเวนที่ 1 บริภัณฑไฟฟาที่มีการปองกัน แบบ “e”.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7-73 ที่ทํ าเครื่องหมายตามขอ 7.8. “[ia]” หรือ “[ib]” ตองทําเครื่องหมาย Group IIA IIB IIC ชื่อกาซหรือไอโดย เฉพาะ ขอยกเวนที่ 3 บริภัณฑไฟฟาที่มีการปองกัน แบบ “n“ ตองทําเครื่องหมาย Group II ถ า ไมมีอุปกรณตัดตอนที่มีเครื่อง หอหุมสวนประกอบที่ไมเปนเครื่อง .7.1. “m”.1.2.7.2.8.7.8. “p” หรือ ”q” ตองทํา เครื่องหมาย Group II ขอยกเวนที่ 2 บริภัณฑไฟฟาที่มีการปองกัน แบบ “d“.2.1 แสดงการจําแนกกลุมกาซตามตาราง ที่ 7-5 7. “ia“ หรือ “ib”.7.2.4) อนุญาตใหทํา เครื่องหมายดังนี้ แสดงประเภทที่ 1 โซน 1 หรือประเภทที่ 1 โซน 2 7.2 แสดงการจําแนกกลุมอุณหภูมิใชงาน ตามตารางที่ 7-6 7.2 บริภัณฑแสดงโซน บริภัณฑที่มีเทคนิคการปองกันตั้งแต 1 แบบขึ้นไป ตามขอ 7.

7-74 บทที่ 7 บริเวณอันตราย กระตุนบริภัณฑหรือวงจรที่จํ ากัด พลังงาน ในกรณีนอกเหนือจากที่ กล า วข า งตั น ให ทํ าเครื่ อ งหมาย Group IIA IIB IIC ชือ่ กาซหรือไอ โดยเฉพาะ ขอยกเวนที่ 4 บริภัณฑไฟฟาที่มีการปองกัน แบบ อื่นใหทําเครื่องหมาย Group II ถา แบบของการป อ งกั น นั้ น ไม ก  อ ให เกิดประโยชนแกบริภัณฑ ในกรณี นอกเหนือจากที่กลาวขางตนใหทํา เครื่องหมาย Group IIA IIB IIC ชือ่ กาซหรือไอโดยเฉพาะ ตารางที่ 7-4 ประเภทของการออกแบบระบบปองกัน ประเภทการออกแบบ เทคนิค d Flameproof enclosure e Increased safety ia Intrinsic safety ib Intrinsic safety [ia] Intrinsic safe associated apparatus [ib] Intrinsic safe associated apparatus m Encapsulation nA Nonsparking equipment nC Sparking equipment in which the contacts are suitably protected other than by restricted breathing enclosure nR Restricted breathing enclosure o Oil immersion p Purged and pressurized q Powder filled โซน 1 1 0 1 ไมอันตราย ไมอันตราย 1 2 2 2 1 1 or 2 1 .

5.5.8.3 ตารางที่ 7-6 การจําแนกประเภทอุณหภูมิพื้นผิวสูงสุดสําหรับบริภัณฑไฟฟากลุมที่ 2 ประเภทอุณหภูมิ อุณหภูมิพื้นผิวสูงสุด (องศาเซลเซียส) T1 450 T2 300 T3 200 T4 135 T5 100 T6 85 7.7.7.5.7.2.7.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7-75 ตารางที่ 7-5 กลุมการจําแนกประเภทของกาซ กลุมของกาซ ความเห็น II C ดูขอ 7.3 การจําแนกอุณหภูมิใชงาน บริภัณฑที่ไดรับการรับรองตองทําเครื่องหมายแสดง อุ ณ หภู มิ ใ ช ง านหรื อ ช ว งอุ ณ หภู มิ ใ ช ง านสํ าหรั บ อุณหภูมิโดยรอบ 40 องศาเซลเซียส ถาแสดงชวง อุณหภูมิใชงานใหระบุ identification number ตาม ตารางที่ 7-6 บริภัณฑไฟฟาที่ออกแบบใหใชงานในชวงอุณหภูมิ โดยรวมจากชวงอุณหภูมิ -20๐C และ +40๐C ไมตอ ง ทําเครือ่ งหมายเพิม่ เติม บริภณ ั ฑไฟฟาทีอ่ อกแบบให ใชงานในชวงอุณหภูมิโดยรอบ นอกเหนือจากชวง อุณหภูมิ -20๐C และ +40๐C นัน้ จะเปนกรณีพเิ ศษ ตองทําเครื่องหมายและชวงอุณหภูมิโดยรอบนั้นบน บริภณ ั ฑและตองทําเครือ่ งหมาย “Ta” หรือ “Tamb” เพิม่ อีกดวย ตัวอยางเชน “-30๐C Ta +40๐C” .1 II B ดูขอ 7.2 II A ดูขอ 7.

12.1.9 ยกเวน การติดตัง้ ทีเ่ ปนระบบทีป่ ลอดภัยอยางแทจริง 7.7.7.1 วิธีเดินสายตองเปนไปตามที่กําหนดในบทที่ 5 ยกเวน ขอ 5.7.7.1 ทั่วไป 7.7.7.3 และ ขอ 5.9.3 ตองทําเครื่องหมายตาม ขอ 7.7-76 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.7.3 การใชสายไฟฟาแกนเดียวชนิดไมมเี ปลือก หามใชสาย แกนเดียวชนิดไมมีเปลือก ยกเวนการเดินรอยทอและ ในแผงสวิตช 7.12.9.7.1.1.9.4 การเดินสายเขาบริภัณฑ การเดินสายเขาบริภัณฑไฟ ฟาตองเปนไปตามที่กําหนดในแตละแบบการปองกัน (Type of Protection) .14 หรือเปนไปตามมาตรฐาน IEC 60079-14 7.7.1.2 และ 7.1.9.9 บริภัณฑไฟฟาที่ใชงานที่อุณหภูมิโดยรอบมากกวา 40๐C ตองทําเครื่องหมายแสดงอุณหภูมิโดยรอบสูง สุดและอุณหภูมิใชงานหรืออาจทําเครื่องหมายแสดง ชวงอุณหภูมิใชงานที่อุณหภูมิโดยรอบนั้นๆ ขอยกเวนที่ 1 บริภณ ั ฑชนิดทีไ่ มทาให ํ เกิดความรอน เช น ท อ ร อ ยสาย และเครื่ อ ง ประกอบ และบริภัณฑที่ทําใหเกิด ความรอนสูงสุดไมเกิน 100 องศา เซลเซียส ไมตองแสดงคาอุณหภูมิ หรือชวงอุณหภูมิที่ใชงาน ขอยกเวนที่ 2 บริภัณฑที่ไดรับรองสํ าหรับบริเวณ อันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 หรือแบบที่ 2 ในขอ 7.4 และตารางที่ 7-1 วิธีการเดินสายดวยระบบสายเคเบิล 7.2.2 การเดินสายตองเปนไปตามที่กําหนดในขอ 7.9.

1.1.8 การตอสาย สายไฟฟาที่เดินในบริเวณอันตรายไม ควรมีการตอสาย กรณีทจี่ าเป ํ นตองตอสายตองเปนไป ตามที่กําหนดในขอ 1.7.5 ทางผานของเปลวเพลิง เครื่องหอหุมสาย ชองเดิน สาย ตองมีการปองกันไมใหสารไวไฟทั้งที่เปนไอ กาซ และ ของเหลวไหลผานจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่ หนึ่ง และปองกันไมใหสารไวไฟดังกลาวถูกเก็บขังอยู ภายใน การปองกันอาจทํ าโดยการซีล การระบายอากาศ หรือเติมทรายใหเต็มชองวาง 7.1.7.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.7 การเดินสายผานผนัง การเดินสายไฟฟาผานผนัง ระหวางบริเวณทั่วไปกับบริเวณอันตรายตองมีการซีล ที่เหมาะสมเพื่อปองกันการรั่วไหลของสารไวไฟจาก บริเวณอันตรายไปยังบริเวณทั่วไป 7.3 ของ IEC 60079-14 สําหรับชนิดการปองกันแบบ “ia” (ความปลอด ภัยแบบแทจริง) .1.9.7.9.7.9.9.6 การเดินสายผานบริเวณอันตราย สายไฟฟาทีเ่ ดินผาน จากบริเวณทั่วไปเขาหรือผานบริเวณอันตรายตองมี การปองกันที่เหมาะสมกับโซนนั้น ๆ 7.7.9.2 7-77 7.101 และใชวิธีการตอสายที่ เหมาะสมกับแตละสถานที่ การตอสายตองทํ าใน เครือ่ งหอหุม ทีม่ รี ะดับการปองกันเหมาะสมกับโซนที่มี เครือ่ งหอหุม อยู หรือ จุดตอสายมีการเติมใหเต็มดวยอิ พอกซี (Epoxy) คอมปาวด หรือหลอดหดตัวดวย ความรอน (Heat Shrinkable Tube) ตามกรรมวิธที ผี่ ู ผลิตกําหนด และจุดตอสายตองไมรบั แรงทางกล ประเภทที่ 1 โซน 0 ชนิดของสายเคเบิลและการเดินสายใหเปนไปตามขอ 12.

3 ประเภทที่ 1 โซน 1 และประเภทที่ 1 โซน 2 ชนิดของสายเคเบิลและการเดินสายใหเปนไปตามขอ 7.10.2 ในที่ซึ่งสายเคเบิลเดินเขาบริภัณฑไฟ ฟาชนิดกันเปลวเพลิงโดยผานบุชชิง ชนิดกันเปลวเพลิงซึ่งเปนการเขาสาย โดยออม บุชชิงที่อยูนอกเครื่องหอหุม ชนิดกันเปลวเพลิงจะตองมีการปอง กันที่เหมาะสม เชนใหสวนที่เปดโลง ของบุชชิงอยูในกลองตอสาย กลอง .4.1 สายสําหรับบริภัณฑไฟฟาชนิดติดตั้งถาวร สายไฟฟา ตองเปนชนิดมีเปลือกนอก เชน สายตาม มอก.7.1 ถึง 7.2 สายสําหรับบริภัณฑไฟฟาชนิดเคลื่อนที่ได สายไฟฟา ตองเปนชนิดมีเปลือกนอก กรณีเปนบริภัณฑไฟฟาที่ ตองตอลงดิน สายไฟฟาตองมีสายดินรวมอยูดวย ขนาดสายไฟฟาตองไมเล็กกวา 1.7.10.112531 ตารางที่ 6.1. 7.9.1 การเขาสายตองทําใหเหมาะสมกับมาตร ฐานที่กําหนดของบริภัณฑ อุปกรณ เขาสายเคเบิลตองเปนชนิดที่เหมาะ สมกับสายเคเบิลที่ใชงาน การเขา สายต อ งไม ทํ าให ร ะดับการปองกัน ของอุปกรณลดลง 7.7-78 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.4 ถึง 7.10.1 การเขาสายเคเบิล 7.7.7.7.0 ตารางมิลลิเมตร ั ฑทใี่ ชเทคนิคการปองกันแบบ 7.4.8 หรือตามมาตรฐาน IEC 60079-14 7.9.1.9. 9.3.9.9. 8.2 และขอกําหนดเพิ่มเติมในขอ 7.7.3.3.7.3. 14 และ 15 สายไฟฟาชนิด CV เปนตน ยกเวน การเดินสายดวยระบบทอรอยสาย 7.7.10.7.4 ขอกําหนดเพิม่ เติมสําหรับบริภณ “d” (Flameproof (กันเปลวเพลิง) Enclosure) 7.7.9.4.9.7.

7.9.9.9.7.2 ใชสายเคเบิลชนิดมีเปลือกตามทีอ่ นุญาต สายเคเบิลตองเปนสายกลมเทานั้น 7.4.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7-79 ตอสายนี้อาจเปนกลองตอสายชนิด กันเปลวเพลิงหรือหรือมีการปองกัน แบบ “e” 7.1.4.9.9.2 และในที่ ซึ่งกลองตอสายเปนแบบ Ex “e” ระบบการเดินสายตองเปนไปตามที่ กําหนดในขอ 7.10.7.4.2.10.3 ใชสายเคเบิลชนิด เอ็มไอ ที่อาจมี เปลือกพลาสติกหรือไมก็ได รวมกับ อุปกรณเขาสายเคเบิลชนิดกันเปลว เพลิง 7.7.7.2.7.1 ใชอปุ กรณเขาสายทีเ่ หมาะสมกับเทคนิคการปองกันที่ใช 7.7.7.7.2 7.4.2.9.4.2 ระบบการเขาสายเคเบิล ตองเปนไปตามที่กําหนดขอ ใดขอหนึ่ง ดังนี้ 7.4 อุปกรณซีล ชนิ ด กั น เปลวเพลิง เชน ก ล อ ง ที่ มีก า รซี ล ตามที่ ผู  ผ ลิ ต บริภัณฑกันระเบิดกําหนด หรือเปน ชนิ ด ที่ ไ ด รั บ การรั บ รองว า ใช ไ ด กั บ สายเคเบิลที่ใช การซีลตองใชวัสดุที่ เหมาะสมที่จะสามารถหุมสายไดโดย .1 ถาการเดิน สายเขาบริภัณฑชนิดกันเปลวเพลิง เปนการเดินสายเขาโดยตรง ระบบ การเดินสายตองเปนไปตามที่กําหนด ในขอ 7.10.4.3 ในที่ซึ่งกลองตอสายเปนแบบ Ex “d” ระบบการเดินสายตองเปนไปตามที่ กําหนดในขอ 7.2.4.4.

7.4.2.1 การตอสายเขากับบริภัณฑชนิด “e” ตองใชอุปกรณ เขาสายชนิดที่เหมาะสมกับสายเคเบิล การตอสาย ตองไมทําใหความสามารถในการปองกันลดลง และ มีการซีลที่ทํ าใหกลองตอสายมีระดับการปองกันไม ตํ่ากวา IP54 หมายเหตุ 1) การซีลกลองตอสาย ในมีระดับการ ปองกันไมตํ่ากวา IP54 อาจจําเปน ต อ งมี ก ารซีลระหวางอุปกรณเขา สายและเครื่องหอหุม เชนใชแหวน ซีลหรือจุดซีลที่เกลียว 2) เกลียวของอุปกรณเขาสาย ทีต่ อ กับ เครื่องหอหุมที่หนาไมนอยกวา 6 มิลลิเมตร ไมจําเปนตองมีการซีล เพิ่ ม เติ ม ระหว า งอุ ป กรณ เ ข า สาย กับเครื่องหอหุมถาสายเคเบิลชวงที่ ตอเขาอุปกรณเขาสายไมโคงงอ .9.7.7-80 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.9.7.9.2.9.4.6 กรรมวิธอี นื่ ๆ ทีไ่ มทาให ํ ความสามารถ ในการกันเปลวเพลิงของเครื่องหอหุม ลดลง ขอกําหนดเพิม่ เติมสําหรับเทคนิคการปองกันแบบ “e” (Increased Safety) ระบบการเดินสาย การเดินสายตองเปนไปตามที่กําหนดในขอ 7.5 รอบ การซีลตองทําตรงจุดที่สายเดิน เขาบริภัณฑไฟฟา 7.5 ใชอุปกรณเขาสายชนิดกันเปลวเพลิง ที่มีการซีลที่เหมาะสมรอบ ๆ สาย เคเบิล 7.10 และเพิ่มเติมดังนี้ 7.7.5.7.

7.9.9.6.9.9.3 สายเคเบิลของวงจรระบบที่ปลอดภัย อยางแทจริง เปนชนิดมีเปลือกโลหะ หรือปลอกโลหะ 7.2.2 การเดินสายตองมีการปองกันความเสียหายทางกาย ภาพ และเพิ่มเติมตามขอใดขอหนึ่งที่กําหนด ดังนี้ 7.9.7.7.6 7-81 7.2 การตอสาย ขั้วตอสายบางชนิดเชนชนิดที่เปนรองที่ ยอมใหสายเขาไดมากกวาหนึ่งเสน เมื่อมีสายเคเบิล มากกวาหนึ่งเสนตอเขาขั้วตอสายเดียวกัน ตองมีการ จับยึดที่เหมาะสม สายไฟฟาที่มีขนาดตางกันหามตอ เขาขั้วตอสายเดียวกัน ยกเวนสายแตละเสนตอเขาขั้ว ตอสายชนิดบีบกอน การตอสายตองมีการปองกันการลัดวงจรที่ขั้วตอสาย โดยการหุมฉนวนสายแตละเสนใหสูงถึงสวนที่เปน โลหะของกลองตอสาย ขอกําหนดเพิ่มเติมสําหรับเทคนิคการปองกันแบบ “I” (Intrinsic Safety) 7.5.7.6.7.1 สายเคเบิลของวงจรระบบที่ปลอดภัย อยางแทจริง แยกออกจากระบบอื่น หรือ 7.2.2.7.2 การติดตัง้ สายเคเบิลของวงจรระบบที่ ปลอดภั ย อย า งแท จ ริ ง มี ก ารหลี ก เลี่ยงจากความเสียหายทางกล หรือ 7.9.6.3 ตัวนําของวงจรระบบทีป่ ลอดภัยอยางแทจริงกับตัวนํา ของวงจรอื่น หามอยูในสายเคเบิลเดียวกัน .1 วงจรการเดินสายตองปองกันผลจากสนามแมเหล็กไฟ ฟาหรือสนามไฟฟาจากภายนอกที่มีตอบริภัณฑ การ ปองกันอาจทํ าไดโดยการใช screen หรือสายตี เกลียว โดยมีระยะหางจากแหลงกํ าเนิดสนามแม เหล็กและสนามไฟฟาที่เพียงพอ 7.7.6.9.9.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.7.6.6.

5 เทา ในการทํางานปกติ ซึ่งกําหนดโดยผู ผลิตบริภัณฑนั้น ๆ หรือ 7.9.9.7.1 การเดินชองเดินสาย ชองเดินสายและสวนที่มีการตอ ตองสามารถทน ความดันไดดังนี้ 7.7.2 สามมารถทนความดันสูงสุดที่เกิดขึ้น ขณะที่ จุ ด ปลายทางทั้ ง หมดถู ก ป ด โดยที่แหลงกําเนิดความดัน (เชน พัด ลม) จะถูกกําหนดโดยผูผลิตบริภัณฑ นั้น ๆ คาความดันทั้ง 2 ขอ ไมนอยกวา 200 พาสคัล (2 มิลลิบาร) 7.1.6.2 วัสดุที่ใชงานกับทอรอยสายและสวนที่มีการตอ ตอง ไมไดรับผลกระทบอยางรุนแรงทั้งจากกาซ specified protective gas และ กาซ หรือ ไอระเหยที่ติดไฟได จุดตาง ๆ ที่กาซ specified protective gas เขาไปใน ทอรอยสายได จะตองอยูในบริเวณไมอันตราย ยก เวน for cylinder supplied protective gas การเดินทอรอยสาย ตองเดินในบริเวณไมอันตราย เท า ที่ ส ามารถทํ าได หากการเดิ น ท อ ผ า นบริเวณ อันตราย และ กาซ specified protective gas มี .7.9.7.7.9.1 สามารถทนความดันสูงสุดได 1.4 เมื่อสายเคเบิลระบบปลอดภัยที่แทจริงกับสายตัวนํา อื่นเดินรวมในชองเดินสายเดียวกัน ตองมีการกั้นแยก ดวยวัสดุฉนวน หรือโลหะที่มีการตอลงดิน ยกเวน สายเคเบิลระบบปลอดภัยที่แทจริงหรือสายตัวนําอื่น ใชสายไฟฟาชนิดมีเปลือกโลหะหรือปลอกโลหะ ขอกําหนดเพิม่ เติมสําหรับเทคนิคการปองกันแบบ “p” (Pressurized apparatus) 7.7-82 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.7.7.1.7.7.9.7.9.7 7.

7.8 ขอกําหนดเพิ่มเติมสําหรับบริภัณฑที่ใชในโซน 2 ระบบการเดินสาย การเดินสายตองเปนไปตามที่กํ าหนดในขอ 7.3.3.5 .7.7.10 วิธีเดินสายรอยทอ การเดินสายตองเปนไปตามที่กําหนดในขอ 7.1 การตอสาย ตองใชอุปกรณเขาสายที่เหมาะสมกับ สายเคเบิล การซีลกลองตอสายที่ตองการใหมีระดับการปองกัน อาจจําเปนตองมีการซีลระหวางอุปกรณเขาสาย และ เครื่องหอหุม เชน ใชแหวนซีล หรือ อุดซีลที่เกลียว หมายเหตุ เกลียวของอุปกรณเขาสาย ที่ตอกับ เครื่ อ งห อ หุ  ม ที่ ห นาไม น  อ ยกว า 6 มิลลิเมตร ไมจําเปนตองมีการซีลเพิ่ม เติม ระหวางอุปกรณเขาสายกับเครื่อง ห อ หุ  ม ถ า สายเคเบิ ล ช ว งที่ ต  อ เข า อุปกรณเขาสายไมโกงงอ 7.8.9.7.9.7.2 การตอสาย ขั้วตอสายบางชนิด เชน ชนิดที่เปนรองที่ ยอมใหสายเขาไดมากกวาหนึ่งเสน เมื่อมีสายเคเบิล มากกวาหนึ่งเสน ตอเขาขั้วตอสายเดียวกัน ตองมี การจับยึดที่เหมาะสม สายไฟฟาที่มีขนาดตางกัน หามตอเขาขั้วตอสายเดียวกัน ยกเวนสายแตละเสน ตอเขาขั้วตอสายชนิดบีบกอน การตอสายตองมีการปองกันการลัดวงจร ที่ขั้วตอ สายโดยการหุมฉนวนสายแตละเสนใหสูงถึงสวนที่ เปนโลหะของกลองตอสาย 7.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7-83 ความดันตํ่ากวาบรรยากาศ การเดินทอตองไมมีจุดที่ รั่วได 7.9.4 และมีการปดผนึกตามขอ 7.10 และเพิ่มเติมดังนี้ 7.8.

7.1 โซน 0 ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 โซน 0 บริภัณฑที่ใชสอยที่มี รายชื่อและทํ าเครื่องหมายโดยเฉพาะเทานั้นจึงอนุญาตใหใชใน บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 โซน 0 ยกเวน บริภัณฑของระบบปลอดภัยที่แทจริงที่มีรายชื่อสําหรับ ใชในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 แบบที่ 1 ที่เปนกาซ ชนิดเดียวกัน หรืออนุญาตตามขอ 7.11.11 บริภัณฑใชสอย 7.4 และมีพิกัด อุ ณ หภู มิ ที่ เ หมาะสมสามารถใช ใ นบริ เ วณอั น ตราย ประเภทที่ 1 โซน 0 ได 7.11.4 และมีพิกัด อุ ณ หภู มิ ที่ เ หมาะสมสามารถใช บ ริ เ วณอั น ตราย ประเภทที่ 1โซน 1 ได 7.7-84 บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7.4 และมี พิ กั ด อุ ณ หภู มิ เหมาะสมสามารถใชในบริเวณ อันตรายประเภทที่ 1 โซน 2ได ขอยกเวนที่ 2 บริภัณฑที่ไดรับการรับรอง สําหรับใชในสถานที่ อันตราย ประเภทที่ 1 แบบที่ 1 หรือแบบที่ 2 ที่เปนกาซชนิดเดียวกัน หรืออนุญาตตามขอ .7.7.7.7.7.5.2 โซน 1 ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 โซน 1 บริภัณฑใชสอยที่มี รายชื่อและทํ าเครื่องหมายโดยเฉพาะเทานั้นจึงอนุญาตใหใชใน บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 โซน 1 ยกเวน บริภัณฑไดรั บการรับรองสํ าหรับใชในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 1 แบบที่ 1 หรือที่มีรายชื่อสําหรับใชใน บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 โซน 0 ที่เปนกาซชนิด เดียวกัน หรืออนุญาตตามขอ 7.7.11.3 โซน 2 ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 โซน 2 บริภัณฑใชสอยที่มี รายชื่อและทํ าเครื่องหมายโดยเฉพาะเทานั้นจึงอนุญาตใหใชใน บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 โซน 2 ขอยกเวนที่ 1 บริภัณฑที่มีรายชื่อสําหรับใชในบริเวณอันตราย ประเภทที่ 1 โซน 0 หรือโซน 1 ที่เปนกาซชนิด เดียวกัน หรืออนุญาตตามขอ 7.5.5.

4 ขอแนะนําของผูผลิต บริภัณฑไฟฟาที่ติดตั้งในบริเวณอันตราย (แยกประเภท) ตองทํา การติดตั้งตามขอแนะนําของผูผลิต 7.7.12 การตอลงดิน การตอลงดินและการตอฝากตองเปนไปตามบทที่ 4 .7.4 และมี พิ กั ด อุ ณ หภู มิ ที่ เ หมาะสม สามารถใชในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 โซน 2 ได ขอยกเวนที่ 3 ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 โซน 2 อนุญาต ใหติดตั้งมอเตอรแบบเปด หรือแบบมีเครื่องหอ หุมชนิดไมทนระเบิดหรือไมทนเปลวเพลิง เชน มอเตอร แ บบเหนี่ ย วนํ าโรเตอร เ ป น ชนิ ด กรง กระรอกซึ่งไมมีแปรงถาน หรืออุปกรณอื่นที่ทํา ใหเกิดอารกชนิดที่คลายกัน 7.บทที่ 7 บริเวณอันตราย 7-85 7.7.5.11.

1.3 ใหใชวิธีการเดินสายดวยชองเดินสาย หรือใช MI หรือ MC Cable เทานั้น ในกรณีใชทออโลหะ ตองหุมดวยคอนกรีตหนาไมนอยกวา 50 มม.1.1.2 8.2.1. 8.3.1.2 ขนาดกระแสของสายไฟฟาตองเปนไปตามที่กําหนดในขอ 5.1.มม.3.1.1.18. . วิธีการเดินสาย 8.1 ชนิดของสายไฟฟาที่ใชตองเปนสายทองแดงหุมฉนวน 8.1.บทที่ 8 สถานที่เฉพาะ 8-1 บทที่ 8 สถานที่เฉพาะ ขอกําหนดในบทนี้เกี่ยวกับการออกแบบระบบไฟฟาสําหรับสถานที่เฉพาะไดแก โรงมหรสพ และปายโฆษณา 8.1.1.3 ไมอนุญาตใหใชสายไฟฟาที่มีขนาดเล็กกวา 1.3.2.2 8.1 โรงมหรสพ 8.1.1.1.1 ทั่วไป 8.มม.1 8.2.2 เครือ่ งใชไฟฟาและบริภณ ั ฑไฟฟาทีเ่ วลาทํางานมีประกายไฟเกิดขึน้ เชน เครื่องหรี่ไฟ สวิตช ฯลฯ ตองมีเครื่องหอหุมที่เปนโลหะ ยกเวน สวิตชขนาดไมเกิน 5 แอมแปร 8.1.1 8.3 โรงมหรสพ หมายถึง อาคารหรือสวนใดของอาคารที่ใชเปนสถาน ทีส่ าหรั ํ บฉายภาพยนตร แสดงละคร แสดงดนตรี หรือการแสดงรืน่ เริงอื่นใด และมีวัตถุประสงคเพื่อเปดใหสาธารณชนเขาชมการ แสดงนั้นเปนปกติธุระ โดยจะมีคาตอบแทนหรือไมก็ตาม การเดินสายสําหรับโรงมหรสพใหปฏิบตั ติ ามขอกําหนดในบทนี้ กรณี ทีไ่ มไดระบุไวในบทนี้ใหปฏิบัติตามขอกําหนดของการเดินสาย ขอกําหนดนี้ใชเฉพาะระบบแรงดันไมเกิน 750 โวลต เทานั้น 8.0 ตร.5 ตร.3 สายไฟฟา 8.1 สายของวงจรยอยตองมีขนาดไมเล็กกวา 2.

2 ตองมีการแบงวงจรยอยเพื่อจายไฟฟาใหกับสวนตางๆ อยางนอย ที่สุดดังตอไปนี้ 8.4 เครื่องปองกันกระแสเกินของบริภัณฑประธานและวงจรยอย ตอง ติดตั้งในกลองโลหะหรือตูโลหะ เพื่อปองกันประกายไฟและการ สัมผัสสวนที่มีไฟฟาโดยบังเอิญ 8.4.4.8-2 บทที่ 8 สถานที่เฉพาะ 8.1.2 สวนหองฉาย 8.2.2.1.1 สวนภายในที่ผูนั่งชมการแสดง 8.4.6 สวนไฟฟาที่ติดตั้งเปนครั้งคราวบนเวที 8.1.5 สวนไฟฟาแสงสวางประจําทีท่ วั่ ไปของอาคารและอืน่ ๆ 8.4.4.4.4.1.4.1.1.4.1.4 สวนเครื่องปรับอากาศและเครื่องระบายอากาศ 8.2.2.2.3 สวนไฟฟาแสงสวางและไฟฟากําลังบนเวที 8.3 บริภณ ั ฑประธานและแผงสวิตชหรือแผงยอยของวงจรยอย ตามขอ 8.4.4.7 สวนไฟฟาทีเ่ กีย่ วของกับอุปกรณสาหรั ํ บการผจญเพลิง (ถามี) 8.6 หากติดตั้งเครื่องกําเนิดไฟฟา เพื่อการจายกําลังไฟฟาสํารอง ตอง ติดตั้งเครื่องปองกันกระแสเกิน และตองมีการปองกันการจายไฟ ชนกันกับระบบไฟฟาของการไฟฟาฯ หากตองการตอขนานกับ ระบบการจายไฟฟาของการไฟฟาฯ ตองไดรับอนุญาตจากการ ไฟฟาฯ กอน .4.4.1.4 การออกแบบระบบไฟฟา 8.1.1.2.2.1 ตองติดตั้งบริภัณฑประธานตามที่กําหนดในบทที่ 3 8.1.5 บริภัณฑไฟฟาทุกชนิด ที่มีเปลือกนอกเปนโลหะตองตอลงดินตาม บทที่ 4 8.1.4.1.1.4.1.2 ตองทําดวยวัสดุทนไฟและติดตั้งรวมกัน ในหองที่จัดไวโดยเฉพาะ หองตองสรางดวยวัสดุทนไฟที่มีอัตรา การทนไฟและกันไฟลามอยางนอย 2 ชั่วโมง 8.1 และขอ 8.1.

2.1.6.3 บริภัณฑชนิดหยิบยกได 8.2.1.1.2.6.6.1.1.1.3.1.1.6.6.1 หลอดไฟทีต่ ดิ ทีพ่ นื้ หนาเวทีตอ งมีการปองกันความเสีย หายทางกายภาพและมีระบบการระบายความรอน อยางพอเพียง 8.1 แผงสวิตชและแผงยอยตองทําดวยวัสดุทนไฟและเปน แบบดานหนาไมมไี ฟ ดานหลังของแผงสวิตชหรือแผง ยอยตองมีทกี่ นั้ หรือกัน้ ดวยสวนของอาคารที่ทนไฟ 8.6 ตองติดตั้งเครื่องปลดวงจรและเครื่องปองกัน กระแสเกิน ขนาดของเครื่องปองกันกระแสเกินตองเปนไปตามที่กําหนดใน บทที่ 3 การติดตั้งบริภัณฑบนเวทีและหองฉาย 8.6.1 แผงสวิตชและแผงยอยที่ติดประจําที่ 8.3.5 8.1.1.2.4.บทที่ 8 สถานที่เฉพาะ 8.2 ทุกวงจรยอยทีจ่ า ยจากแผงสวิตชหรือแผงยอยตองติด ตั้งเครื่องปองกันกระแสเกิน 8.1.6 8-3 เครือ่ งปลดวงจรและเครื่องปองกันกระแสเกิน วงจรไฟฟาตามขอ 8.2.1.2 หลอดไฟชนิดแขวนหรือชนิดติดเพดาน ตองมีการปอง กันหลอดไฟหลุดจากที่ยึด และตองอยูสูงจากพื้นไม นอยกวา 2.6.1.2 บริภัณฑติดประจําที่ 8.2 มอเตอรอยูใ นฝาครอบทีท่ าด ํ วยวัสดุไม ติดไฟและระบายอากาศได 8.1 มอเตอรเปนแบบปดมิดชิด 8.3.6.6.1.1.2.6.3 มอเตอรทใี่ ชสาหรั ํ บปด-เปดมาน ถาเปนชนิดทีม่ แี ปรง ถานหรือชนิดที่คลายกัน ซึ่งเวลาทํางานมีประกายไฟ เกิดขึ้น ตองเปนแบบใดแบบหนึ่งดังตอไปนี้ 8.6.1.50 เมตร 8.1 สายไฟฟาที่จายไฟฟาใหกับแผงสวิตชหรือแผงยอย ชนิ ด หยิ บ ยกได ต  อ งเป น สายทองแดงมี ฉ นวนและ เปลือกนอกหุม เปนสายชนิดออนตัวไดดี เปนเสน เดียวตลอดไมมีรอยตอ และตองติดตั้งเครื่องปองกัน- .

2 กระแสเกินไวที่ตนทางดวย 8.8 และฉนวนตองไมเปนพิษตอบุคคลและสิ่งแวดลอม ปายโฆษณา 8.1.3 8.2.1.6.50 เมตร ทัง้ ระบบไฟฟาแสงสวางที่ติดตั้งอยูภายนอกปาย และภายในปาย และใหรวมถึงปายโฆษณาที่ใชมอเตอรไฟฟา ในการเคลื่อนไหวปายดวย การเดินสายสําหรับปายโฆษณา ใหปฏิบัติตามขอกําหนดในบทนี้ กรณีที่ไมไดระบุไวในบทนี้ใหปฏิบัติตามขอกําหนดของการเดินสาย ปายโฆษณาแบบมีลอเข็น แบบยกยายได ตองติดตั้งเครื่องตัดไฟรัว่ ที่ตนทางของวงจรที่จายไฟใหปายโฆษณาดังกลาว สายไฟฟา 8.2 ใหใชกับระบบไฟฟาแสงสวาง ที่ติดตั้งเพื่อใหความสวางแกปาย โฆษณาในที่สาธารณะซึ่งโครงสรางโลหะของปายอยูสูงจากพื้นไม เกิน 2.1.2.11-2531 ตารางที่ 6 และ 7 หรือสายอื่น .2.4 การตอลงดิน ตองมีการตอลงดินตามที่กําหนดในบทที่ 4 หมอแปลงและหองหมอแปลง ตองเปนไปตามที่กําหนดในขอ 6.2.2.1.2 8.8-4 บทที่ 8 สถานที่เฉพาะ 8.1.3.6.7 8.2 สายใตดนิ ตองเปนสายทองแดงหุม ฉนวน พีวซี ี ตามมาตรฐานผลิตภัณฑอตุ สาหกรรมที่ มอก.1.3.1 ทั่วไป 8.3 บริภณ ั ฑทขี่ ณะใชงานอาจมีประกายไฟตองติดตัง้ ในที่ ทีห่ า งจากวัสดุตดิ ไฟได หรือมีการปองกันทีเ่ หมาะสม 8.4 หากติดตั้งภายในอาคารตองเปนชนิดแหง หรือฉนวนไมติดไฟ ติดตั้งอยูในเครื่องหอหุมที่มีระดับการปองกันไมตํ่ากวา IP 21 ตามขอ 2.6.2.1.2.2.2.2 แผงสวิตชหรือแผงยอยชนิดหยิบยกได เตารับ และ หลอดไฟ ตองมีการปองกันความเสียหายทางกายภาพที่เหมาะสม 8.1 สายไฟฟาทีใ่ ชทวั่ ไปตองเปนสายทองแดงหุม ฉนวนและมีเปลือกนอก กันความชื้นได 8.1 8.

4 การตอตัวนําเขากับหลักดินตองใชวิธีเชื่อมดวยความรอนเทานั้น 8.2.5.4.5.มม.3 8.3.3 กรณีที่มีหลอดไฟฟาติดตั้งอยูภายในปายโฆษณา สายไฟฟาที่ใช ภายในปายโฆษณาตองเปนชนิดที่ทนความรอนที่เกิดขึ้นภายใน ปายโฆษณานั้นได และตองมีอุณหภูมิใชงานไมตํ่ากวา 90 องศา เซลเซียส วิธีการเดินสาย 8.1 ทุกวงจรยอยตองติดตัง้ เครือ่ งปลดวงจรและเครือ่ งปองกันกระแสเกิน 8.2.3 ตัวนําตอหลักดินตองเปนสายทองแดงหุมฉนวนและมีขนาดไมเล็ก กวา 16 ตร.2 การคํานวณโหลดของวงจรยอย ใหคํานวณตามที่ติดตั้งใชงานจริง 8.2.2 สายใตดินตองรอยในทอ และการติดตั้งตองเปนไปตามที่กําหนด ในบทที่ 5 และขออื่นที่เกี่ยวของ 8.3.2.3 การตอสายใหปฏิบัติตามที่กําหนดในบทที่ 1 และในทุกกรณี ไม อนุญาตใหใชสายพันรอบหมุดเกลียว การออกแบบระบบไฟฟา 8.4 8.4.2.2.1 สายไฟฟาตองรอยในทอโลหะหนาหรือหนาปานกลาง 8.5.3.4.2.2.5.5 หลักดินตองเปนไปตามที่กําหนดในขอ 2.มม.2 ดวงโคม กานดวงโคม และ/หรือโครงของปายโฆษณาที่เปนโลหะ หากติดตั้งกับโครงสรางโลหะ โครงสรางโลหะนั้นตองตอเชื่อมกัน ทางไฟฟาโดยตลอด และตองตอลงดิน 8.2.5 ตร.2.2.5 8-5 ทีม่ คี ณ ุ สมบัตไิ มตากว ํ่ า และตองมีขนาดไมเล็กกวา 2.3 บริภัณฑประธานตองติดตั้งอยูในเครื่องหอหุมมิดชิด ถาติดตั้งภาย นอกอาคารตองเปนชนิดกันฝนได การตอลงดิน 8.บทที่ 8 สถานที่เฉพาะ 8.2.1 ดวงโคม กานดวงโคม และ/หรือโครงของปายโฆษณาที่เปนโลหะ รวมทั้งสวนโลหะของบริภัณฑที่ไมใชเปนทางเดินของกระแสไฟฟา ตองตอลงดินตามที่ระบุในบทที่ 4 8.4.30 เมตร .2.5. 8.2.2.และตองรอยในทอโลหะหนาหรือหนาปานกลาง 8.1 ทําดวยทองแดงหรือ โลหะอื่นหุมดวยทองแดงเทานั้น ปลายบนสุดตองฝงลึกจากผิวดิน ไมนอยกวา 0.2.

2.1.2 ใหใชกับอาคารชุดทุกประเภท ภายใต พ.1.ร.1.1.1.1 ทั่วไป 9.1 โหลดสวนกลาง หมายถึงไฟฟาที่ใชสําหรับระบบไฟฟาสวนกลางทั้งหมด เชนแสง สวางหองโถง ทางเดิน ลิฟต เครื่องสูบนํ้า ระบบไฟฉุกเฉิน เปนตน โดยขนาดความตองการใชไฟฟา ใหคํ านวณจากโหลดที่ติดตั้ง .1 อาคารชุด 9.1.ศ.2522 หรือที่จะแกไขเพิ่มเติมตอไป ซึ่งกฎหมายรับรองกรรมสิทธิ์ในแตละ หองชุด 9.1.1.5 การคํานวณโหลดที่กลาวในบทนี้เปนคาตํ่าสุด หากการติดตั้งจริง มีโหลดมากกวาที่คํานวณนี้ก็ตองใชคาตามที่ติดตั้งจริง การคํานวณโหลด ใหแบงการคํานวณโหลดออกเปน 2 สวน คือ โหลดสวนกลาง และโหลดหองชุด ซึ่งโหลดที่คํานวณไดตองไมตํ่ากวาที่กําหนด ดังตอไปนี้ 9.1.2 ใหใชกับอาคารประเภทอื่นๆ ที่ผูขอใชไฟฟาประสงคจะใหมีการ จายไฟฟาและติดตั้งเครื่องวัดฯ แบบอาคารชุด 9.1.บ.อาคารชุด พ.4 อาคารชุดที่เปนอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญพิเศษ ตองปฏิบัติ ตามขอ 9.1.3 การเดินสายสําหรับอาคารชุดใหปฏิบตั ติ ามขอกําหนดในบทนี้ กรณี ทีไ่ มไดระบุไวในบทนีใ้ หปฏิบตั ติ ามขอกําหนดของการเดินสาย 9.บทที่ 9 อาคารชุด อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญพิเศษ 9-1 บทที่ 9 อาคารชุด อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญพิเศษ ขอกํ าหนดในบทนี้เกี่ยวกับการออกแบบระบบไฟฟาในอาคารชุด อาคารสูง หรือ อาคารขนาดใหญพิเศษ สําหรับอาคารชุดการคํานวณโหลดจะพิจารณาจากชนิดของหองชุด และพื้นที่ของหองชุด 9.1 9.2 ดวย 9.1.1.

2.ม.ม.1.000 VA .2.1.ม.ม.2.2.1.3 หองชุดที่มีพื้นที่มากกวา 180 ตา รางเมตร [20 x พื้นที่หอง(ตร.2.)] +1.ม.1 หองชุดที่มีพื้นที่ไมเกิน 55 ตาราง เมตร [90 x พื้นที่หอง(ตร.2 หองชุดทีม่ พ เมตร แตไมเกิน 180 ตารางเมตร [20 x พื้นที่หอง(ตร.ม.2 อนุญาตใหใชคาดีมานดแฟกเตอรที่ระบุในบทที่ 3 หรือมาตรฐาน อื่นที่การไฟฟาฯ ยอมรับ ในการคํานวณหาขนาดตัวนําประธาน สายปอน และหมอแปลงไฟฟาได โหลดหองชุดประเภทอยูอาศัย ขนาดความตองการใชไฟฟาของหองชุด ใหคํานวณจากขนาดพื้น ทีใ่ นหองชุด ไมรวมพื้นที่เฉลียง และหามใชดีมานดแฟกเตอร ซึ่ง อาจแบงออกเปน 9.)] + 6.1.1.2.2.2.3 หองชุดที่มีพื้นที่มากกวา 180 ตา รางเมตร [90 x พื้นที่หอง(ตร.)] + 3.2.2.2.000 VA 9.2.2.2.2 หองชุดที่มีระบบทําความเย็นจากสวนกลาง โหลดของหองชุดใหใชสูตรดังนี้ 9.1 หองชุดที่ไมมีระบบทําความเย็นจากสวนกลาง โหลดของหองชุดใหใชสูตรดังนี้ 9.1 หองชุดที่มีพื้นที่ไมเกิน 55 ตาราง เมตร [20 x พื้นที่หอง(ตร.2.)] + 1.1.000 VA 9.)] + 6.2.1.1.1.2.2 หองชุดทีม่ พ เมตร แตไมเกิน 180 ตารางเมตร [90 x พื้นที่หอง(ตร.000 VA 9.2.9-2 บทที่ 9 อาคารชุด อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญพิเศษ 9.1.500 VA ี นื้ ทีม่ ากกวา 55 ตาราง 9.)] + 3.2.1.1.2.500 VA ี นื้ ทีม่ ากกวา 55 ตาราง 9.

2.2.2.1 ขนาดเครื่องวัดหนวยไฟฟาแรงตํ่า ใหใชขนาดเครื่องวัดฯ ตาม คาความตองการใชไฟฟา ที่คํานวณไดตามขอ 9.บทที่ 9 อาคารชุด อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญพิเศษ 9.3.3 9-3 โหลดหองชุดประเภทสํานักงานหรือรานคาทั่วไป ขนาดความตองการใชไฟฟาในหองชุด ใหคํานวณจากขนาดพื้นที่ ในหองชุด (ไมรวมพื้นที่เฉลียง) และหามใชดีมานดแฟกเตอร ซึ่ง อาจแบงออกเปน 9.4 โหลดหองชุดประเภทอุตสาหกรรม ขนาดความตองการใชไฟฟาของหองชุด ใหคํานวณจากขนาดพื้น ที่ในหองชุด (ไมรวมพื้นที่เฉลียง) และหามใชดีมานดแฟกเตอร โดยโหลดของหองชุดใหใชคาไมนอยกวา 220 โวลตแอมแปรตอ พื้นที่หนึ่งตารางเมตร (ทั้งกรณีหองชุดมีและไมมีระบบทําความ เย็นจากสวนกลาง) หรือคํ านวณโหลดตามที่ติดตั้งจริงโดยผูขอ ไฟฟาตองแสดงรายการคํ านวณโหลดของอุปกรณไฟฟาที่ติดตั้ง จริงใหการไฟฟาฯ พิจารณาเห็นชอบดวย หมายเหตุ ใหถอื วาโหลดตามขอ 9.2 หองชุดที่มีระบบทําความเย็นจากสวนกลาง ใหใชคา 85 โวลตแอมแปรตอพื้นที่หนึ่งตารางเมตร 9. 9-2.2.1.3.1. 9-3 หรือ 9-4 แลวแตกรณี และ ตองแสดงรายการคํานวณโหลดของหองชุด .1.3.2.1.2 มากําหนด ขนาดเครื่องวัดหนวยไฟฟาสําหรับหองชุด โดยขนาดตองไมเล็ก กวาที่กําหนดในตารางที่ 9-1.4 เปนโหลดตอเนื่อง เครื่องวัดหนวยไฟฟาของหองชุด 9.1.1.1.2 ถึง 9.3 หองชุดประเภทสํานักงานหรือรานคาหรือเพือ่ การ อืน่ ใดที่ใชไฟฟามากเปนพิเศษ เชน หองอาหาร ที่ ใชเตาไฟฟา หรือเครื่องทําความรอนมาก และตูแช เย็นขนาดใหญ ตองพิจารณาเปนพิเศษตามสภาพที่ จะใชจริงและตองแสดงรายการคํ านวณโหลดของ อุปกรณไฟฟาที่จะใชติดตั้งจริง 9.1.3 9.2.1.2.1.3.1 หองชุดที่ไมมีระบบทําความเย็นจากสวนกลาง ใหใชคา 155 โวลตแอมแปรตอพื้นที่หนึ่งตารางเมตร 9.

1.1.1.3.3.4 การติดตั้งเครื่องวัดหนวยไฟฟาแรงสูง เครื่องวัดหนวยไฟฟาแรงสูงอาจติดตั้งบนเสาไฟฟา หรือภายใน หอ ง สํ าหรับการติดตั้งเครื่องวัดหนวยไฟฟาแรงสูง โดยตอง สามารถใหเจาหนาที่ของการไฟฟาฯ เขาตรวจสอบ ปฏิบัติงาน และอานหนวยไฟฟาไดโดยสะดวก การปองกันกระแสเกินของเครื่องวัดหนวยไฟฟา 9.2 มากําหนดขนาด เครื่องวัดหนวยไฟฟาสําหรับหองชุด โดยผูขอไฟฟาตองแสดงราย การคํานวณโหลดใหการไฟฟาฯ พิจารณาเห็นชอบ 9.4.1.1.4 ขนาดเครื่องวัดหนวยไฟฟาแรงสูง ใหนําโหลด หรือคาความ ตองการใชไฟฟา ที่คํานวณไดตามขอ 9.2 หากขนาดที่คํานวณไดไมใชขนาดมาตรฐานของผูผลิตใหใชขนาด ใกลเคียงที่สูงขึ้นถัดไปแตตองมีขนาดไมสูงกวาที่กํ าหนดไวใน ตารางที่ 3-4 หรือ 3-5 หามใชวิธีการติดตั้งแบ็กอัฟฟวส (Back up Fuse) เพื่อเพิ่มพิกัด กระแสลั ด วงจร และห า มใช วิ ธี แ คสเคดเซอร กิ ต เบรกเกอร (Cascade Circuit Breaker) ในสวนของเซอรกิตเบรกเกอรกอน เขาเครื่องวัดหนวยไฟฟา อนุ ญ าตให ใ ชเ ซอร กิ ต เบรกเกอร ช นิ ด จํ ากั ด กระแส (Current .1.3.1.25 เทาของขนาดกระแสที่คํานวณจากขนาดพื้นที่หองตามขอ 9.2 9.1 เครื่องวัดหนวยไฟฟาแรงตํ่า ตองติดตั้งเซอรกิตเบรกเกอรทางดานไฟเขาเครื่องวัดหนวยไฟฟา ทุกเครื่อง พิกัดกระแสของเซอรกิตเบรกเกอรตองไมตํ่ากวา 1.3 การติดตั้งเครื่องวัดหนวยไฟฟาแรงตํ่า เครื่องวัดหนวยไฟฟาแรงตํ่ าสําหรับหองชุด ตองติดตั้งเปนกลุม เครื่องวัดในแผงที่จัดเตรียมไวเพื่อการติดตั้งเครื่องวัดหนวยไฟฟา สําหรับหองชุดโดยเฉพาะ ซึ่งอาจติดตั้งรวมกันบริเวณชั้นลาง หรือ แยกเปนกลุมสําหรับหองชุดในแตละชั้นก็ได โดยตองสามารถให เจาหนาที่ของการไฟฟาฯเขาตรวจสอบ ปฏิบัติงาน และอานหนวย ไฟฟาไดโดยสะดวก 9.9-4 บทที่ 9 อาคารชุด อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญพิเศษ 9.

000 100 50 (150) A 3P 6.4.866 400 400 A 3P 2 มีระบบทําความเย็น 35 10 5 (15) A 1P จากสวนกลาง 180 30 15 (45) A 1P 525 75 30 (100) A 1P 800 100 50 (150) A 1P 690 30 15 (45) A 3P 2.300 200 200 A 3P 12.บทที่ 9 อาคารชุด อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญพิเศษ 9.475 75 30 (100) A 3P 3.400 200 200 A 3P 2.1.2 9-5 Limitting Circuit Breaker) เพื่อลดคากระแสลัดวงจรได เครื่องวัดหนวยไฟฟาแรงสูง เครื่องปองกันกระแสเกินหนาเครื่องวัดหนวยไฟฟาแรงสูงสําหรับ ห อ งชุ ด แผงสวิ ต ช แ รงสู ง ต อ งเป น ชนิ ด SF6-Insulated switchgear ตามคําแนะนําการจัดเตรียมอุปกรณไฟฟาของการ ไฟฟาฯ และตามที่กําหนดในขอ 5.17 ตารางที่ 9-1 ขนาดของเครื่องวัดหนวยไฟฟาแรงตํ่า สําหรับหองชุดประเภทอยูอาศัย (สําหรับการไฟฟานครหลวง) ลําดับที่ ประเภท พืน้ ที่หอง โหลดสูงสุดของ ขนาดเครื่องวัดฯ ตารางเมตร เครื่องวัดฯ (A) 1 ไมมีระบบทําความเย็น 55 30 15 (45) A 1P จากสวนกลาง 150 75 30 (100) A 1P 180 100 50 (150) A 1P 180 30 15 (45) A 3P 483 75 30 (100) A 3P 666 100 50 (150) A 3P 1.900 400 400 A 3P หมายเหตุ 1P หมายถึง เครื่องวัดฯ ชนิด 1 เฟส 2 สาย 3P หมายถึง เครื่องวัดฯ ชนิด 3 เฟส 4 สาย .

9-6 บทที่ 9 อาคารชุด อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญพิเศษ ตารางที่ 9-2 ขนาดของเครื่องวัดหนวยไฟฟาแรงตํ่า สําหรับหองชุดประเภทอยูอาศัย (สําหรับการไฟฟาสวนภูมิภาค) ลําดับที่ ประเภท พืน้ ที่หอง โหลดสูงสุดของ ขนาดเครื่องวัดฯ ตารางเมตร เครื่องวัดฯ (A) 1 ไมมีระบบทําความเย็น 55 36 15 (45) A 1P จากสวนกลาง 150 80 30 (100) A 1P 180 36 15 (45) A 3P 483 80 30 (100) A 3P 2 มีระบบทําความเย็น 35 12 5 (15) A 1P จากสวนกลาง 180 36 15 (45) A 1P 525 80 30 (100) A 1P 690 36 15 (45) A 3P 2.700 400 400 A 3P .475 80 30 (100) A 3P หมายเหตุ 1P หมายถึง เครื่องวัดฯ ชนิด 1 เฟส 2 สาย 3P หมายถึง เครื่องวัดฯ ชนิด 3 เฟส 4 สาย ตารางที่ 9-3 ขนาดของเครื่องวัดหนวยไฟฟาแรงตํ่า สําหรับหองชุดประเภทสํานักงานหรือรานคาทั่วไป (สําหรับการไฟฟานครหลวง) ลําดับที่ ประเภท พืน้ ที่หอง โหลดสูงสุดของ ขนาดเครื่องวัดฯ ตารางเมตร เครื่องวัดฯ (A) 1 ไมมีระบบทําความเย็น 40 30 15 (45) A 1P จากสวนกลาง 105 75 30 (100) A 1P 140 100 50 (150) A 1P 125 30 15 (45) A 3P 320 75 30 (100) A 3P 425 100 50 (150) A 3P 850 200 200 A 3P 1.

100 400 400 A 3P หมายเหตุ 1) 1P หมายถึง เครื่องวัดฯ ชนิด 1 เฟส 2 สาย 3P หมายถึง เครื่องวัดฯ ชนิด 3 เฟส 4 สาย 2) หองชุดที่มีพื้นที่มากกวาที่กําหนดไวในตารางที่ 9-3 นี้ จะกําหนดขนาดของ เครื่องวัดฯ เปนรายๆ ไป ตารางที่ 9-4 ขนาดของเครื่องวัดหนวยไฟฟาแรงตํ่า สําหรับหองชุดประเภทสํานักงานหรือรานคาทั่วไป (สําหรับการไฟฟาสวนภูมิภาค) ลําดับที่ ประเภท พืน้ ที่หอง โหลดสูงสุดของ ขนาดเครื่องวัดฯ ตารางเมตร เครื่องวัดฯ (A) 1 ไมมีระบบทําความเย็น 40 36 15 (45) A 1P จากสวนกลาง 105 80 30 (100) A 1P 125 36 15 (45) A 3P 320 80 30 (100) A 3P 9-7 .550 200 200 A 3P 3.บทที่ 9 อาคารชุด อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญพิเศษ ตารางที่ 9-3 (ตอ) ขนาดของเครื่องวัดหนวยไฟฟาแรงตํ่า สําหรับหองชุดประเภทสํานักงานหรือรานคาทั่วไป (สําหรับการไฟฟานครหลวง) ลําดับที่ ประเภท พืน้ ที่หอง โหลดสูงสุดของ ขนาดเครื่องวัดฯ ตารางเมตร เครื่องวัดฯ (A) 2 มีระบบทําความเย็น 80 30 15 (45) A 1P จากสวนกลาง 190 75 30 (100) A 1P 260 100 50 (150) A 1P 230 30 15 (45) A 3P 580 75 30 (100) A 3P 770 100 50 (150) A 3P 1.

6 และ ตองมีขนาดไมเล็กกวา 6 ตร.1.1 สายทองแดง ตองเดินในชองเดินสายโลหะ หรือยอม ใหเดินในทออโลหะตามที่กําหนดในบทที่ 5 ได แต ตองฝงในคอนกรีต หากเดินในทอโลหะหนา ทอโลหะ หนาปานกลาง ทอโลหะบาง หรือทออโลหะ แตละ .2 วิธีการเดินสาย ตัวนําประธานเขาหองชุด ตองเปนดังนี้ 9.5.1.5.5 ตัวนําประธานเขาหองชุด 9.มม.2.1.5.1.9-8 บทที่ 9 อาคารชุด อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญพิเศษ ตารางที่ 9-4 (ตอ) ขนาดของเครื่องวัดหนวยไฟฟาแรงตํ่า สําหรับหองชุดประเภทสํานักงานหรือรานคาทั่วไป (สําหรับการไฟฟาสวนภูมิภาค) ลําดับที่ ประเภท พืน้ ที่หอง โหลดสูงสุดของ ขนาดเครื่องวัดฯ ตารางเมตร เครื่องวัดฯ (A) 2 มีระบบทําความเย็น 80 36 15 (45) A 1P จากสวนกลาง 190 80 30 (100) A 1P 230 36 15 (45) A 3P 580 80 30 (100) A 3P หมายเหตุ 1) 1P หมายถึง เครื่องวัดฯ ชนิด 1 เฟส 2 สาย 3P หมายถึง เครื่องวัดฯ ชนิด 3 เฟส 4 สาย 2) หองชุดที่มีพื้นที่มากกวาที่กําหนดไวในตารางที่ 9-4 นี้ จะกําหนดขนาดของ เครื่องวัดฯ เปนรายๆ ไป 9. 9.1.2.1.1.4 และหามแตละหองชุดใชตัวนํานิวทรัลรวมกัน 9.5.1 ขนาด 9.1.2 ตัวนํานิวทรัล ขนาดตัวนํ านิวทรัลตองเปนไปตามที่กํ าหนดในขอ 3.1.1 ตัวนําเฟส ตัวนํ าประธานเขาหองชุดตองมีขนาดกระแสไมตํ่ า กวาพิกัดเครื่องปองกันกระแสเกินตามขอ 9.5.

7.5.4 9.3 สายปอนตองมีขนาดกระแสไมตากว ํ่ าพิกดั เครือ่ งปองกันกระแสเกิน ตามขอ 9.7.7 9-9 เครื่องวัดฯตองเดินทอแยกจากกัน กรณีเดินในราง เดินสาย อนุญาตใหเดินสายรวมกันในรางเดินสายได หมายเหตุ ไมอนุญาตใหเดินสายเกาะผนัง เดิน สายเป ด บนวั ส ดุ ฉ นวน และราง เคเบิล 9.2 บัสเวย ใหใชไดทั้งชนิดตัวนําทองแดงและอะลูมิเนียม ตองเปนชนิดปดมิดชิดที่สามารถถอดเปลี่ยนสวนที่ ชํารุดไดโดยอิสระ 9.2.5.6 9.3 และขนาดตัวนํานิวทรัลตองเปนไปตามขอ 3.1.1.บทที่ 9 อาคารชุด อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญพิเศษ 9.3 บัสทรังกิง (Bus Trunking) ตองเปนชนิดปดมิดชิด และใหใชบัสบารทําดวยทองแดงที่มีความบริสุทธิ์ไม นอยกวารอยละ 98 เทานั้น บริภัณฑประธาน ตองมีการติดตั้งบริภัณฑประธานที่แตละหองชุด พิกัดกระแสของเครื่อง ปองกันกระแสเกินที่บริภัณฑประธานตองไมเกินพิกัดกระแสของเซอรกิต เบรกเกอรตามขอ 9.1.4 สายปอนตองเดินในชองเดินสายโลหะ หรือใชบสั เวย หรือบัสทรังกิง .1.7.1.1.1.4 9.2 และใชคาโคอินซิเดนตแฟกเตอร (Coincidence Factor) ตามตารางที่ 9-5 และ 9-6 เพื่อคํานวณลด ขนาดสายปอนได 9.9.2.1.7.2 สายปอนสํ าหรับไฟสวนกลางตองแยกตางหากจากสายปอนของ หองชุด 9.6.1 โหลดสําหรับสายปอนหองชุด ใหคํานวณจากผลรวมของโหลดใน หองชุด ตามขอ 9.1 เครื่องปลดวงจรประธานของหองชุด สําหรับ 1 เฟส ตองเปนชนิด ปลด สับ สายเสนไฟ และสายนิวทรัล พรอมกัน สายปอน (จากแผงสวิตชรวมไปถึงแผงสวิตชของเครื่องวัดหนวยไฟฟา ของหองชุด) 9.1.2.1.1.1.

9 11-20 0.1.8.8 และฉนวนตองไม เปนพิษตอบุคคลและสิ่งแวดลอม หามติดตั้งหมอแปลงชนิดฉนวนติดไฟได ภายในอาคาร ใตอาคาร บนดาดฟา หรือบนสวนยื่นของอาคาร 9.2 การคํานวณโหลดสําหรับหมอแปลงใหคํานวณตามขอ 9.6 41 ขึ้นไป 0.8.1.8 ในกรณีสายปอนเดินในชองสํ าหรับการเดินสาย หามมีทอของ ระบบอืน่ ทีไ่ มใชระบบไฟฟา เชน ทอกาซ ทอประปา ทอนํ้าทิ้ง เดิน รวมกัน หมอแปลงและหองหมอแปลง 9.2 และ เฉพาะโหลดของหองชุด อนุญาตใหใชคาโคอินซิเดนตแฟกเตอร ตามตารางที่ 9-5 และ 9-6 ได ตารางที่ 9-5 คาโคอินซิเดนตแฟกเตอร สําหรับหองชุดประเภทอยูอาศัย ลําดับหองชุด โคอินซิเดนตแฟกเตอร 1-10 0.4 หากติดตั้งภายในอาคารตองเปนชนิดแหงหรือฉนวนไมติดไฟ ติด ตั้ ง อยู  ใ นเครื่ อ งห อ หุ  ม ที่ มี ร ะดั บ การป อ งกั น (Degree of Protection) ตองไมตํ่ากวา IP 21 ตามขอ 2.1.7 31-40 0.1.5 9.5 หมายเหตุ ลําดับหองชุดใหเริ่มจากหองชุดที่มีโหลดสูงสุดกอน .1 หมอแปลงและหองหมอแปลงตองเปนไปตามที่กําหนดในขอ 6.1.7.9-10 บทที่ 9 อาคารชุด อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญพิเศษ 9.8 21-30 0.

2 หมายเหตุ 1) การไฟฟานครหลวงแนะนําใหใชขนาดสูงสุดไมเกิน 2.3 กําลังไฟฟาสูญเสียทั้งหมด ของหมอแปลงตองไมเกิน 1.1.บทที่ 9 อาคารชุด อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญพิเศษ 9-11 ตารางที่ 9-6 คาโคอินซิเดนตแฟกเตอร สําหรับหองชุดประเภทสํานักงานหรือรานคาทั่วไปและประเภทอุตสาหกรรม ลําดับหองชุด โคอินซิเดนตแฟกเตอร 1-10 1.8.000/24.000 เควีเอ 2) การไฟฟาสวนภูมิภาคแนะนําใหใชขนาดสูงสุดไม เกิน 1.1.0 11 ขึ้นไป 0.1.000 เควีเอ หมอแปลงสําหรับจายไฟสวนของหองชุด ตองมีคุณสมบัติดังนี้ 9.5% ของพิกัดเต็มที่ ด า นปฐมภู มิ (Full Capacity Primary Tap) 9.0 .1.8.000-416Y/240 โวลต 24.1.8.1 สําหรับการไฟฟานครหลวง 9.1.1.5 % ของพิกัด เต็ ม ที่ ข องหม อ แปลง ที่ ค  า ตั ว ประกอบกําลังไฟฟาเทากับ 1.4.000)-416Y/240 โวลต ทั้ ง นี้ ขึ้ น อยู  กั บ พื้ น ที่ ก ารจ า ยไฟของ การไฟฟานครหลวง 9.8.1.8.8.1.85 หมายเหตุ ลําดับหองชุดใหเริ่มจากหองชุดที่มีโหลดสูงสุดกอน 9.25 เทาของโหลดที่คํานวณไดจากขอ 9.1.4.4.2 แท็ปแรงสูง (High voltage tapping) ใชเปน 4x(-)2.4 ขนาดของหมอแปลงเมื่อไมใชพัดลมเปา (Forced Air Cooled) ตองไมเล็กกวา 1.3 9.8.1 พิกัดแรงดันของหมอแปลง ตองเปน ขนาด 12.4.000-416Y/240 โวลต หรื อ (12.

2.5% ของ พิกัดเต็มที่ดานปฐมภูมิ แผงสวิตชแรงตํ่า (จากหมอแปลงถึงเครื่องวัดหนวยไฟฟาของหองชุด) 9.4.000400Y/230 โวลต สําหรับระบบ 33 เควี 9.1.1.8.25 เทาของผลรวมของโหลดที่คํานวณไดตามขอ 9.8.1.1 แผงสวิตชแรงตําต ่ องเปนไปตามขอ 5.1.8.4.2.2.25 เทาของผลรวมของโหลดที่คํานวณไดตาม ขอ 9.1.17 ระดับการปองกันของตู แผงสวิตชแรงตําต ่ องไมตากว ํ่ า IP 31 ตามขอ 2.9.1 9.9.2 เครื่องปองกันกระแสเกิน ตองเปนเซอรกิตเบรกเกอรที่สามารถตัด กระแสลัดวงจรสูงสุดที่อาจเกิดขึ้น ณ จุดนั้นไดโดยคุณสมบัติยัง คงเดิม และตองไมตํ่ากวา 10 กิโลแอมแปร 9.5 เครื่องปองกันกระแสเกินดานแรงตํ่ าของหมอแปลง ตองมีพิกัด กระแสไมตํ่ากวา 1.1.3 เครื่องปองกันกระแสเกินของสายปอนตองมีพิกัดกระแสไมตํ่ากวา 1.1.9.7.2 สําหรับการไฟฟาสวนภูมิภาค 9.1.1.1.8.9.4.1.2 BIL 125 เควี สําหรับระบบ 22 เควี และสําหรับระบบ 33 เควี คา BIL ของบุชชิงเทากับ 200 เควี และ BIL ของขดลวดเทากับ 170 เควี 9.000-400Y/230 โวลต สําหรับระบบ 22 เควี และ 33.1 พิกัดแรงดันของหมอแปลง ตองเปน ขนาด 22.2 และอนุญาตใหใชคาโคอินซิเดนตแฟกเตอร ตามตาราง ที่ 9-5 และ 9-6 ได .3 แท็ปแรงสูงใชเปน (+/-)2x2.9.4.8 และโครงสราง ของแผงสวิตชแรงตําต ่ องสามารถรับแรงทีเ่ กิดจากกระแสลัดวงจรได 9.9 9.4 เครื่องปองกันกระแสเกินของสายปอนไฟฟาสวนกลาง อนุญาตให มีไดไมเกิน 1 ตัวสําหรับหมอแปลงแตละลูก และตองสามารถล็อก กุญแจไดในตําแหนงปลด ยกเวน วงจรที่เกี่ยวของกับการปองกันอัคคีภัย และวงจรชวย ชีวิต 9.9-12 บทที่ 9 อาคารชุด อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญพิเศษ 9.1.

12.11.11.17 และเพิ่มเติมดังนี้ 9.12 การตอลงดิน ตองมีการตอลงดินตามที่กําหนดในบทที่ 4 และเพิ่มเติมดังนี้ 9.30 เมตร .1.1.1 หองชุดทุกหอง ตองมีระบบสายดินเตรียมพรอมไวสําหรับตอกับ อุปกรณและเครื่องใชไฟฟาได และเตารับตองเปนชนิดมีสายดิน และมีการตอลงดิน 9.12.11 แผงสวิตชแรงสูง แผงสวิตชแรงสูงตองเปนไปตามที่กําหนดในขอ 5.1.4 9.2 การตอฝากสายดินเขากับตัวนํ านิ ว ทรั ล ใหตอที่แผงบริภัณฑ ประธานรวมแรงตํ่าของอาคารชุดเทานั้น และหามตอฝากสายดิน ของบริภัณฑเขากับตัวนํานิวทรัลที่แผงสวิตชของเครื่องวัดหนวย ไฟฟาและที่บริภัณฑประธานของหองชุด 9.9.1 เครื่องปองกันกระแสเกินแรงสูงถาใชเซ