มี

อายุ
ยั
งยื


ไม
โลภโมโทสั

๗. การ
พู
ดการ
กร
ะทํ

จะ

ป
นที
ลื

อไกล
ผู
คนเ

คา
รพทั


บริ
บู

ณ

ชคลาภ
๘. มี
ป
ญญา

ลิ
ศล้


ไม
ทุ
กข
โศกป
วยหาย
ยามอํ
าลาโลกไซร


ป
นบุ

ษกล

าแกร


๙. เ
กิ
ดมา
ดี
มี
ป
ญญา

ปไม

ทร

มสมทร

บุ
ญกุ
ศลมา
กมาย
ไม
พบพาบสิ
งชั



๑๐. ใ
ห
ทุ
กชี

ตคิ

ดว
าง
ด
วยดวงใ
นใ
ฝ
ธร


ได
ไปเ
กิ
ดเ
ป
นคน
กุ
ศลทานได
พบปะ

ทุ
กคื
นวั

สุ
ขสมบู
รณ
แต
กรร
มดี
ไม
สิ
นสู


และเ
ทิ
ดทู


งเ



องร

อง

นทางโ
ลก
กายเ
ข
มแข็

ได

ปลี
ยนแปลง


ก
งการ
งา

สง
างา

สมคํ

ขา


พร
าะ
ให
ทาน
กลั
วบา
ปกร



ากฐา
นไว

นํ
าลู
กหลาน
มี
ผลงาน

ทวะ

อย

สารบั

หน

กา

สว
ดมนต
สว
ดมนต
ถู
กว
ธี

ทํ

อย




ลํ

ดั
บกา

สว
ดมนต

ธี

กา

สว
ดมนต
ไหว
พร


ของ
นั
กเ

ยน

บทสว
ดมนต
สํ

คั
ญต




ธี

กา

ปฏิ
บั
ติ

ป

สสนา
กร

มฐ

นเ
บื
อง

ต

กา

ตั
กบา
ตร
พิ
ธี
ทํ

บุ
ญเ
ลี
ยง

พร

พิ
ธี
ถว

ยทา
นต



กา

แผ

มตตา
กา

อุ
ทิ
ศส

นกุ
ศล
บทสว
ดและ
คา
ถา
ต



อั
ญมณี
ปร

จํ


นเ

กิ

อั
ญมณี
ปร

จํ


ดื
อนเ
กด




๒๕
๓๑
๖๔
๖๗
๖๙
๗๙
๙๓
๙๘
๙๙
๑๕๑
๑๕๕

“ พิ
มพ
ไว
แจกเ
ท
านั
น มิ

ได
มี
ไว
จํ
าหน
าย”

รี
ยบเ
รี
ยงโ
ดยกั
ปตั

2

การสวดมนต
สวดมนต

ป
นยาทา ว
ป

สสนาเ
ป
นยากิ

“ถ
าคนไหนเ
คร
าะ
ห



ยหร
อดวง

ไม
ดี

ห
สร


งพร


ข

ตั
ว ( นํ
าธร

มะ

ข

ตั
ว) คื
อสว
ดมนต
ภา
วนา”
"สว
ดมนต

ป
นนิ
จอธิ
ษฐานเ
ป
นปร

จํ
าอโ
หสิ
กร

มก
อนค
อยแผ

มตตา"
"มี

มตตา
ดี
แล
วไ
ด
กุ
ศลแล



าก็
อุ
ทิ
ศเ
ลย"
(หลวง
พ
อจร
ญ ฐิ

ตธั
มโมว
ดอั

มพว
นจั

งหวั
ดสิ

ห
บุ

)

ในเ
มื
อกรร

ม ตามมาทั
นถึ
งตั
วเ

า เ

าจะร
ตั


วได
อย
าง
ไร เ
รา
จะแก
อย
างไรเ
พร
าะ
มั
นเ
ป
นเ

องที


แล

วๆมา
การอโ
หสิ
กรรมหมายคว
ามว
าเ

าไม
โกร
ธไม

กลี
ยดเ

ามี

วร
กร


ต
อกั
นก็

ห
อภั
ยกั
น อโหสิ
กั
นเ
สี
ย อย
าง
ที
ท


นมาอโหสิ
กรร
ม ณ บั
ดนี

ให
อภั
ยซึ


กั
นและกั
น พอใ
ห
อภั
ยได ท
านก็
แผ

มตตาไดถ
าท

นมี
อา

มณ
ค
างอยู


นใ
จเ
สี
ยสั
จจะผู
กใ
จโกร
ธอิ
จฉาร
ษยาอา

สว
ะไม
สิ


ไหนเ
ลยล

ท

นจะแผ

มตตาออกไดเ
รา
จึ
งไม
พ
นเ
วร
พ
นกร

มในข
อนี

กา

อโหสิ
กร

มไม

ช
ทํ
าง
าย

จากหนั
งสื
อกฎแห

กร

มเ
ล
ม๔ เ

องแก


กร
รมด
วยการ
กํ
าหนดโดย
พร

ธร

มสิ
งหบุ

าจาร
ย
บทสวดมนต
หลายบทนั
นมี

อานุ
ภาพใ
นตั
วเ
องมากมาย
มหา
ศาลแต
ต
องขึ
นอยู

กั

บ "ผู
สว

ด" ด
วยมี
หลา
ยท
านได
ยิ
นได
ฟ
งมา
ว
า คนนั
นคนนี

สวดมนต

บทนั
นบทนี

แล

วจะ
ได

บสิ

งที

ดีๆ อย


งนั


อย
างนี
้จึ
งมี
ผู


ลื
อกเ
อา
บทสวดมนต
ต
าง ๆ มาบอกเ
ล
ากั
นว
าควร

สว

บทไหน ขอเ

ยนใ

ห
ท
านทร
าบด

ยควา
มจร
งว

า กา
รที
สวดมนต

ตาม
บทสวดมนต
ต
าง ๆ แล
วได
สมหว
งตา

มความปรา
รถนา หร
อสว

ดแล

ได
โชคลาภต
างๆนั
นไม

ได
ขึ
นอยู

กั

บ "บทสวดมนต
" แต

พี
ยงอย
าง

ดี
ยวมี
อง
ค
ประ
กอบอย
างอื
นด


การสวดมนต

ป
นนิ
จนี
้มุ
งใ

ห
จิ
ตแนบสนิ
ท ติ
ดในคุ
ณของพร

พุ
ทธ

จ
าพร

ธร

มและ
พร

สงฆ
จิ
ตใจจะ
สงบเ
ยื
อกเ
ย็
นเ
ป
นบั
ณฑิ
ตมี
ควา

คิ
ดสู
งทิ
ฏฐิ
มา
นะ
ทั
งหลายก็

จะ
คลายหายไปได

รา
จะได

บอานิ

สงส

ป
นผลของตนเ
องอย
างนี

จา
กสวดมนต

ป
นนิ

การอธิ
ษฐานจิ
ตเ
ป
นประจํ
านั
น มุ

งหมายเ

พื
อแก

กรร
มของผู
มี

กร


จา
กการ
กร

ทํ
าคร
งอดี


ตที



าร
าลึ

กได
และ
จะ
แก
กร

มใ
นป
จจุ
บั
นเ
พื


สู
อนาคต ก

อนที
จะ

มี

วร
มี
กรร
ม ก
อนอื
นใดเ


าทร
าบเ

าเ
ข
าใ
จแล

โปรดอโหสิ
กร

มแก
สั
ตว
ทั
งหลา

ยเ

าจะ
ไม
ก
อเ

รก
อกร

มก
อภั
ยพิ
บั
ติ
ไม
มี

สนี
ยดจั
ญไร
ติ
ดตั

ไปเ

ยกว

าเ
ปล
า ปรา
ศจากทุ
กขถึ
งบร
มสุ

คื
อนิ
พพานไดเ


จะร
ได


ว
ากร

มติ
ดตามมาและเ

าจะแก
กร

มอย

งไร

3

องค
ปร

กอบของการ
ได
ทุ
กอย
างตามที
ปรา

รถนานั
นมี

ส


สํ

คั
ญอยู

๓ส
วน
๑. กร


๒. ตั
วเ

าเ
อง
๓. ผู
ช


ยหรื
อสิ
งต

างๆช
วย
๑. กรรมมี
อั
ตราส
วน๕๐%
ถ
าคนเ

าไม
มี
ส

นของการ
กร

ทํ
าที
ได


คยทํ

ไว
ในอดี
ตมาเ
ป

พื
นฐานแล

วไม
มี
ทางที
จะดี

ขึ
นมาได


ปร
ยบเ

ที
ยบว
ากร

มดี
ที




ทํ

นั
นเ

ป
นกํ

ลั
งพื
นฐานที



องร
บเ


องร


าวต
างๆ
๒. ตั
วเ
ราเ
องมี
อั
ตราส
วน๒๕%
ถ
าเ

าเ
องไม
ทํ
าตั
วใ
ห
ดี

พื
อรองร

บหร

อร

อร
บสิ

งที

ดี

ๆแล
วก็
ไม
มี
ทางที
จะได

ดี
ขึ
นมา

ได

4

๓. ผู
ช

วยหรื
อสิ
งที

มาช

วยมี
อั
ตราส
วน๒๕%
ผู
ช

วยใ
นที
นี



วมถึ

ทุ
กสิ


ทุ
กอย
างไม
ว
าจะเ
ป
นคร
บาอา

จาร
ย
ผู
ที

มี

จิ
ตดี
จิ
ตบริ
สุ
ทธิ

พร
หมเ
ทพเ
ทว
ดาสิ
งศั

กดิ
สิ

ทธิ

บทสวดมนต
พระ
คาถาเ
คร
อง


รา
งของขลั
งว
ตถุ

มงคลฯลฯ
สิ
งเ

หล

นี


ป
น"อุ
ปกร
ณ
"เ
สร
มที

มี

ควา
มจํ
าเ
ป
นเ
พื
อใ

ห
สิ
งที





ต
อง
กา
รสิ


ที



าปร

รถนาสมตามควา
มต
องการนี


ป
นการ

ปร
ยบ


ที
ยบเ
พื
อใ

ห

ห็
นชั
ดๆสมมติ
ว

…..ถ


ป
นการ
สอบ ต
องการ
คะ
แนน
๕๐เ
พื
อ"ผ

าน" ลองคิ
ดดู
ง

ยๆว
าถ
าเ

าจั
ดอั
ตร
าส
วนแล


รา
ต
องใ
ช
ส
วนไหนมากที
สุ

ดถ
าใ
ช
ส
วนที
มากที

สุ

ดกค
็ื
อส
วนที


ป
น"กร

ม" เ

ามี
อั
ตร

ส
วนถึ
ง๕๐%
ถ
าเ

าเ
คยทํ

กร

มดี
ไว
พอสมควรคื

อทํ
ากร

มดี
ไว

ต็
มเ
ป
ยมได

ครบ๕๐% เ


ก็
ไม
จํ


ป
นต
องไปหา
คะ
แนนมาจา
กไหนมาเ
พิ
มเ

พร
าะ
ได
คร
บ๕๐% แล
วเ
คยสั
งเ
กตหร
อไม

ว
าคนบา
งคนแค

พี
ยง"นึ
ก" ก็
ได
สมตามควา
มปร
าร
ถนา
แล
วไม
จํ
าเ
ป
นต
อง"ร
องขอ" จากสิ

งใ

ดๆ
อี
กก็
ได
ทก
ุอย
าง
ตามที
ปร

าร
ถนานั
นก็

แสดงว

บุ
คคลนั
นได

กร

ทํ

"กร

ม" ที
ดี

ๆมา
อย

งเ
ต็
มเ
ป
ยมแล

วใ
นอดี

แต
ถ

ท
านยั
งทํ
าคว
ามดี
ไม

พี
ยง
พอ กร
ะพร
องกระ

แพร
ง หร


ขาดตกไปบ
างสมมติ
ว
ามี
"กรร
มดี
" ได
คะแนนเ
พี
ยง๓๐% จํ
าเ
ป
นที

จะ
ต
องหา
คะ
แนนจา
กที
อื

นมา


พิ
มใ

ห
คร
บ ๕๐ คะแนนจะ
ไปเ
อาจา

ไหน ก็
จากที


หลื
อ ๒ ส

นที


หลื
อคื
อจากตั



าเ
องและ
ผู
ช

วยเ
หลื

หร
อสิ

งช

วยเ
หลื
อกา
รที
จะ

ไปหาใ
ห
คร
บ๕๐คะแนนนั
นถ

าเ
อามาจาก
ตั
วเ
องน
าจะ
ง
ายกว
าไปหา
จากคนอื
น เ

พรา
ะการ
ที
ทํ

าเ
องก็
จะ
ได

อง
และได
มา
กกว

คนอื
นมาทํ

าใ
หแต
ถ
าถามว
าเ

าทํ
าเ
องนั
นทํ

าดี
ได
แค
ไหน จร
งใ

จกั
บกา
รทํ
าความดี
ได
แค
ไหน หร
อทํ


ไปแล

ผลที
ได

จะ

พี
ยงพอกั
บคะ
แนนที
ต

องการ
หรื
อไม
สมมติ
ว
าทํ
าได
อี
ก ๑๐ คะแนน (จา
ก ๒๕ คะแนน) เ

าก็
ได

พิ
มแล

วเ
ป
น ๔๐ คะ
แนน ยั
งขาดอยู
๑๐ คะแนน เ

าก็
ต
องอาศั
ยผู

ช
วยเ
หลื
อหร
อสิ



ช
วยเ
หลื
อเ
ช
นคร
บา

อา
จาร
ย
ผู
ที

มี

จิ
ตดี
จิ
ตบร
สุ

ทธิ


ทพเ
ทว
ดา พร
หม สิ
งศั

กดิ
สิ

ทธิ
์บทสวดมนตพร

คา
ถา เ
คร
องร


าง
ของขลั
งว
ตถุ

มงคลฯลฯเ
หล
านี
ก็

สามาร
ถช
วยท

นได
อี
ก๑๐คะแนน

วมแล

คร
บ๕๐คะแนนถื
อว
า"ผ

าน"
นี


ป
นเ
พี
ยง
กา
รเ
ปร
ยบเ

ที
ยบและแสดง
ให

ห็
นว
าทุ
กส
วนต
อง
มี
การ

กื
อหนุ

นและ
ปร

กอบกั
น ถ
าแค
ผ
าน ก็

ช

พี
ยง ๕๐% หรื
อ ๕๐

5

คะ
แนน แต
ถ
าจะใ
ห"เ
ยี
ยม" ต

องใ
ช
คะแนนมา
กๆบางคนทํ
าคะ
แนน
ได
มากถึ
ง๙๐หร
อเ

กื
อบร
อยเ

ช
นทํ
าแต
กร

มดี
มาตั
งแต

อดี
ตเ
ป
นคน
ที
ทํ


ตั
วเ
องดี
และ
ได
ผู
ช


ยเ
หลื
อดีเ
ลยทํ

ให
ได
ดี
มา
กยิ
งขึ

น จํ

าเ
อาไว
ว
ากร

ม๕๐ตั


อง๒๕ผู
ช

วยเ
หลื
อ๒๕ไปจั
ดสั
ดส

นเ
อาเ
อง
ถ
าจะ
มานั


รอแต
ให
คนอื
นช

วย(๒๕ คะ
แนนซึ
งคว

ามเ
ป
นจร


ใคร
หร
ออะ

ไร
จะ
มา
ช
วยได
คร
บ ๒๕ คะ
แนน) แล
วไม
ทํ
าตั
วเ
องใ
ห
ดี

ไม
ทํ
ากร
รมดี
มาแต
ก
อนจะ
ไปได
สิ
งที

ตั

วเ
องต
องการ
หร
อจะได


บสิ

งที


ดี
ๆได
อย
าง
ไรเ
พร
าะ
ฉะนั
นควา

มเ
ป
นจร
งตั



รา

องเ
ป
นส

นสํ
าคั
ญ มี
คะ
แนนถึ
ง๗๕% หร
อ ๗๕ คะ

แนนจา
กการ
กร

ทํ
าดี
ของเ


ที
ได


คย
ทํ
าไว
ซึ
งก็

คื
อ"กร
รม" ๕๐ตั
วเ

าเ
องทํ
าดี
ด
วย๒๕ถ

ทํ
าได
แค
นี

๗๕
คะ
แนนแล
ว ผ
านได
อย
างสบา
ยๆ จะ
มานั
งร

อผู
ช

วยเ
หลื
อหร
อสิ

งช

วย

หลื
อทํ

ไมแค

พี
ยง๒๕คะ
แนนเ
องเ
มื
อรู

อย


งนี
แล

วทํ

ไมไม
ฝ
กตั


องก
อนใ
ห
ตั
วเ
องมี
"ดี
" พอก
อนกอ
นทจ
่ะไปหา"ดี

" จากที
อื



บทสวดมนต
ก็

ช
นกั
นจั
ดอยู


นข
อที

๓คื
อผู
ช

วยเ
หลื
อหร
อสิ



ช
วยเ
หลื
อ อย
าลื
มว
าเ
ป
นเ
พี
ยง "ส

นประ
กอบเ
ท
านั
น" คนที

ไม

มี
"กร
รม" ดี
มาก
อน ไม
ได
ทํ

ตั
วใ
ห

ป
นคนดี
ก
อน ไม
ทํ
าบุ
ญทํ
ากุ
ศลมา
ก
อน ใ
ห
สวดพร

คา
ถาชิ
นบั
ญชร๑๐๐จบ ๑๐๐๐จบก็
ไม
ได
อย
าง
ที

ตั
วเ
องต
องการ
หร
อเ


ยกง


ยๆว
าอาจจะ
ไม
ได
ดี
ตามที
หว



แต
การ
สวดมนต
ก็
ได"กุ
ศล" แล
ว แต
ได
อย
างมากที
สุ

ดก็
ไม

กิ
น ๒๕ คะแนน ร
อย


างนี
แล


จะมา
มั

มานั
งทํ

าอย
างใ
ดอย
างหนึ


ทํ
าไมกั
นทํ
าทั
ง๓ส


นใ
ห
สมดุ
ลกั
นไม
ดี
กว

หรื
อ?
ทั
งทํ

า "กร

ม" ดีทํ
าตั
วเ
องให
ดี(ร
วมถึ
งการ
ทํ

บุ
ญกุ
ศล
ปฏิ
บั
ติ
ภาว
นาฯลฯ) และ
หาผู
ช

วยเ
หลื
อสิ
งช

วยเ
หลื
อที
ดี

แล
วสิ
งที

คุ


ต
องการ
...ก็
จะ
ไม
ไกลเ
กิ
นควา
มจร

การ
สว
ดมนต

พื
อใ

ห

ด
อา
นิ
สง
ส
สู
งสุ

๑. อย
าสั
กแต
ว
าสวดเ
ป
นนกแก
วนกขุ
นทอง
คื
อทอ
งๆ บ
อยๆ ไปตามอั
กขร

ที
อ

านหร
อนึ

กไดข
อนี
ไม

ได
หมา
ยคว
ามว
าต
องใ
ห

คว


ามหมายด

ย ไม
จํ
าเ
ป
นขนาดนั
นเ

พรา
ะการ

ควา


มหมายเ
ป
นเ
พี
ยงส
วนเ
สร
มเ

ท

นั
น(แต

ถ
าร
ความหมา


ยด

ยก็

ป



องดี


)
จะร
ความหมายหร


อไม


ความหมายก็


ไม
สํ

คั
ญเ
ท
ากั
บการ
สว
ดมนต
อย
างมี
สมาธิ

6

๒. ต
องสวดมนต
อย
างมี
สมาธิ
หมายความว
า เ

ลาที
จะสวดมนต

นั
นต

องร
ก


อนว

สว
ดมนต
บทไหน
(จะร
ความหมายหร


อไม


ก็


ได
)
แต


ลา
ที
สวดมนต

นั
นให





าอั

กขร

หร
อตั

วหนั
งสื
อที



ากํ
าลั
งจะ
ท
องนั
นคื

อตั
วอะไร ฟ
งดู
อาจจะเ
ข
าใ

ยากเ
อา
อย
างนี


วลาที
จะสวดมนต


ช
นนะ
โมตั
สสะฯลฯก็
ต
องร
ว



ตอนนี

กํ
าลั
งสว
ดคํ
าว
านะคํ
าว
าโมคํ
าว
าตั

สคํ
าว
าสะคื

อใ
ห
รู
ตั

วทุ

ตั
วอั
กขร

ว
ากํ
าลั
งสว
ดคํ
าไหน ทํ
าได
มั
ยครั

บถ

ทํ
าได
..คื
อร
ตั



ว
าสวด
อั
กขร

ตั

ไหน เ

าก็
จะ
มส
ีติ
ใจจดจ
อกั
บคํ
าสวดตามอั
กขร
ะเ
มื
อมี

สติ


าก็
จะ
มี
สมาธิ การ
มี
สติ
และมี
สมา
ธิ

นเ
วลา
สว
ดมนต
นั
น จะ

ได



"พลั
งง
าน" ที
ดี

ทํ

ให
ได
แล
วจะได

ว


าสวดมนต

วลา
ที
มี

สติ
และสมาธิ
จะ "ดี
กว
า" สวดมนต
แบบนกแก
วนกขุ
นทองอย
างมากมายมหาศาล

สวดมนต
ถู
กว
ธี

ทํ

อย
างไ

...
"เ
อาตํ
าร
ามาดู
กั
นก็
ไม
ได
ผลแต
ดู
ตํ
าร
าเ
พื
อให

ถู
กว
รร
คตอน
และใ
ห
คล
องปา
กแล
วจะ
ได
คล
องใจเ
ป
นสมาธิ
"
การวางจิ


มื
อสว

ดมนต
ได
ถู
กวร
รคตอนเ
ป
นสมาธิ
ดี
แล
วก็
วางจิ
ตใ
ห
ถู
กต
อง
สวดมนต

ป
นนิ
จอธิ
ษฐานจิ
ตเ
ป
นปร

จํ
า(ลิ
นป

)

อโหสิ
กร

มเ
สี
ยก
อนและ

รา
ก็
แผ

มตตา(ลิ
นป

)

มี

มตตาดี
แล
วได
กุ
ศลแล
วเ

าก็
อุ
ทิ
ศเ
ลย(อุ
ณาโลม)
"แผ
ส

นกุ
ศลทํ
าอย
างไรอุ
ทิ
ศตร
งไหน ทํ
าตร
งไหนและว
างจิ
ตไว
ตรง
ไหนถึ
งจะ
ไดอย

ลื
มนะที
ลิ

นป

หา
ยใจยาวๆสํ

รว
มเ
วลาสวดมนต
นั
นน


ได
บุ
ญแล

ไม
ต
องเ
อาสตางค
ไปถวา
ยองค
โน
นองค
นี
หร

อก
แล
วสํ


วมจิ
ตส

กร

แสจิ
ตที
หน


ผากอุ
ทิ
ศส
วนกศ
ุล..."
สวดมนต

ป
นนิ
จ(ลิ
นป

)

"ลิ
นป


จะอยู
ครึ



ทางร

หว
างจมู
กถึ
งสะ
ดื
อ"
".....อธิ
ษฐานจิ
ตหมา
ยควา
มว
าตั
งสติ

สั
มป
ชชั
ญญะ
ไว
ที
ลิ

นป


สํ
าร
วม
กายว
าจาจิ
ตใ
ห
ตั
งมั

นแล

วจึ
งขอแผ

มตตาไว
ในใ

จสั
กคร
หนึ


งแล

วก็

7

อุ
ทิ
ศใ
ห
มาร
ดาบิ
ดาของเ

าว
าเ

าได
บํ


พ็
ญกุ
ศลท
านจะ
ได
บุ
ญได
กุ
ศลแน
ๆเ
ดี
ยว

นี
ด

วยผมเ

ยนถวา

ยนะมิ
ฉะนั
นผมจะ

อุ
ทิ
ศไปยุ
โร
ปได
อย
างไร
...."
อธิ
ษฐานจิ
ตเ
ป
นประจํ
า(ลิ
นป

)

"แผ

มตตากั
บอุ
ทิ
ศมั
นต
างกั
น ทํ

ใจให

ป
นเ
มตตา
บร
สุ

ทธิ
ก

อน ไม
อิ
จฉา ริ
ษยา ไม
ผู
กพยาบาทใ
คร
ไว
ในใ

จ ทํ
าใจให
แจ
มใ
ส ทํ
าใ
จใ
ห
สบาย คื
อเ
มตตาแล



าจะ
อุ
ทิ
ศใ
ห

คร
ก็
บอกไป มั
นจะมี
พลั
งสู

สา
มา
รถจะอุ
ทศ
ิใ
ห
คุ
ณพ
อคุ
ณแม
ของเ

ากํ
าลั
งป

ยไข

ห
หายจากโร

ภั
ยไข

จ็
บได

ช
นว
โก

บร
นชาวนอร



วย
ที


คยมาบวชที
วั

ดนี


ป
นต
น.."
อโหสิ
กรรมก
อนแล
วค
อยแผ

มตตา
"หายใ
จยาวๆตั
งกั

ลยาณจิ
ตไว
ที
ลิ

นป


ไม
ใช
พู
ดส
งเ
ดช จํ

นะที
ลิ

นป



ป
นการ
แผ

มตตา จะอุ
ทิ
ศก็
ยกจากลิ
นป

สู

หน

าผาก เ

ยกว

า อุ
ณา
โลมาปจชยาเ
ต..."
แผ

มตตา(ลิ
นป

) อุ

ทิ
ศส
วนกุ
ศล(อุ
ณ าโลม)

จากหนั
งสื
อกฏแห

กร

มเ
ล
ม๖เ

องการ


อุ
ทิ
ศส

นกุ
ศลโดยพร

ธร

มสิ
งหบุ

าจาร
ย
(จร
ญ ฐิ

ตธั
มโม) วั
ดอั
มพวั
นต.บ
านแป
งอ.พร
หม
บุ


จ.สิ
งห
บุ

ลํ
าดั
บกา

สวดมนต
กา

สวดมนต
นั
นคว

รจะเ

มบทใดก


อนเ

ยงลํ


ดั
บยั
งไงและ
ก็
ถาม
หลายๆคนก็
ได

บมา

หลายคํ
าตอบและคํ
าตอบก็
ไม

หมื
อนกั
นค
าน
กั
นบ
าง
 บ
างก็

ห

ชิ
ญชุ
มนุ
มเ
ทวดาก
อนเ

มพี


ธี
กรร
มใ
ดๆ(และอย
าลื


ชิ
ญกลั
บ)
 บ
างก็

ห
สมา
ทานศี
ล๕ ด
วยบ
างก็
ไม
มี
 บางที
ไม
มี
ขอขมาพร


ตนตร

ยคื

อวั
นทา
มิ
พุ
ทธั
งสั
พพะ

มโทสั
งฯ

8

 บางที
ต
องขออโหสิ
กร
รมก
อนแผ

มตตาหร
อแผ


มตตา
ก
อน
ขออโหสิ
กร


 บางที
ก็

แนะนํ
าบทสวดเ
พิ
มอี

กหลายๆบท เ
ช
น ยอดพร
ะกั
ญฑ
ไตรป
ฎก, คาถาชิ
นบั
ญชร
, ธั
มมจั
กร
กั
ปปว
ตนสู

ตรและอื
นๆ

อี
กมา

ทํ

ให
ไม
สามาร
ถที
จะ

สร
ปหาหลั

กวิ
ธี
ที
แน

นอนไดอี
กทั



รื
อง

ของร
ะยะ

วลา
ความเ
ข
าใ
จบ
างไม

ข
าใ
จบ
างของ
ผู
ที

ทํ

าการ
สวด
และการ
แนะนํ
าบทสวดมนต

นหนั
งสื
อต
างๆซึ
งมี

มา
กมา
ยหลากหลาย
แบบด

ยกั

ดั
งนั
นจึ

งนํ
าแนวทา
งสร
ปลํ


ดั
บกา
รสวดมนต
ตามแบบ
ของหลวง
พ
อจร
ญ ฐิ

ตธั
มโมวั
ดอั
มพวั
นมาแนะนํ
าดั
งนี

๑. บทบู
ชาพร
ะร
ตนตร



๒. บทกร
าบพร


ตนตรั


๓. บทนมั
สกา
รพร
พุ
ทธเ
จ

๔. บทขอขมาพระ

ตนตร



๕. บทไตร
สร
ณคมน
๖. บทสร
รเ
สร
ญพร


พุ
ทธคุ

๗. บทสร


สร
ญพร

ะธร

มคุ

๘. บทสร


สร
ญพร

ะสั
งฆคุ

๙. บทชั
ยมง
คลคา
ถา(พาหุ
ง)
๑๐. บทชั
ยปริ
ตร
(มหากา)
๑๑. สั
พพมงคลคาถา
๑๒. บทอิ
ติ
ป
โสเ
กิ
นอายุ
๑จบ
๑๓. บทอธิ
ษฐา
นขออโหสิ
กร


๑๔. บทแผ

มตตา
ให
แก
ตนเ
อง
๑๕. บทแผ

มตตา
ให
สร

พสั
ตว
๑๖. บทแผ
ส
วนกุ
ศล
๑๗. กร
วดน้
าใ

ห

จ
ากร

มนา
ยเ
วร
๑๘. บทอธิ
ฐานจิ

ส
วนบทสวดอื
นๆก็

สามาร
ถนํ
ามาสวดเ

ยงต

อ หร
อเ

พิ
มเ

ติ
มได
ตามแต
ผู
สว

ดต
อง
กา

9

บทบู
ชา
พระ

ตนตร



อิ
มิ
นาสั
กกาเ
รนะพุ
ทธั
งอะภิ
ปู
ชะ
ยามิ
อิ
มิ
นาสั
กกาเ
รนะธั
มมั
งอะภิ
ปู
ชะยามิ
อิ
มิ
นาสั
กกาเ
รนะสั
งฆั
งอะภิ
ปู
ชะยามิ
คํ
าแปล
ข

พเ
จ

ขอบู
ชาอย
างยิ


ต
อพร

พุ
ทธเ
จ
าด
วยเ
ครื
องสั

กการ
ะนี

ข

พเ
จ

ขอบู
ชาอย
างยิ


ต
อพร

ธร

มด
วยเ
คร
องสั


กการ
ะนี

ข

พเ
จ

ขอบู
ชาอย
างยิ


ต
อพร

สง
ฆ
ด

ยเ
คร
องสั


กการ
ะนี

บทกรา
บพร


ตนตร



อะระหั
งสั
มมาสั
มพุ
ทโธภะคะวา
พุ
ทธั
งภะคะวั
นตั
งอะภิ
วาเ
ทมิ
(กราบ)
สะวากขาโ
ตภะ
คะ
วะ
ตาธั
มโ
มธั
มมั
งนะมั
สสามิ
(กราบ)
สุ
ปะฏิ
ป
นโ
นภะคะวะโตสาวะกะสั
งโฆสั
งฆั
งนะมามิ
(กราบ)
คํ
าแปล
พร

ผู
มี

พร

ภา
คเ
จ
าเ
ป
นพระ
อร
หั
นต
ดั
บเ
พลิ
งกิ

ลสเ
พลิ
งทุ
กข
สิ
นเ

ชิ

ตร
สร

ชอบได


โดยพร

อง
ค

องข

พเ
จ

ขออภิ

าทพร
ะผู
มี

พร
ะภาคเ
จ

ผู




ผู
ตื

นผู



บิ
กบา
น(กร
าบ)
พร

ธร

มเ
ป
นธรร
มที
พร

ะผู
มี

พร

ภาคเ
จ
าตร
สไว

ดี
แล
วข
าพเ
จ
าขอ
นมั
สการ
พร

ธร

ม(กร
าบ)
พร

สงฆ
สาว
กของพร

ผู
มี

พระ
ภาคเ
จ
าปฏิ
บั
ติ
ดี
แล
ว ข
าพเ
จ
าขอนอบ
น
อมพร

สงฆ
(กร
าบ)

บทนมั
สการ
พระ
พุ
ทธเ
จ
า (นะ

ม)
นะโมตั
สสะภะ
คะ
วะ
โตอะระหะ
โตสั
มมาสั
มพุ
ทธั
สสะ
นะโมตั
สสะภะ
คะ
วะ
โตอะระหะ
โตสั
มมาสั
มพุ
ทธั
สสะ
นะโมตั
สสะภะ
คะ
วะ
โตอะระหะ
โตสั
มมาสั
มพุ
ทธั
สสะ

10

คํ
าแปล
ขอนอบน
อมแด
พร
ะผู
มี

พร

ภา
คเ
จ

พร

องค
นั
นซึ




ป
นผู
ไกลจาก

กิ

ลสตร
สรู

ชอบได

โดยพร
ะองค

อง(๓จบ)

คํ

ขอขมา
พร


ตนตร


บทสรร

สร
ญพร


พุ
ทธคุ
ณ ( อิ
ติ
ป

ส)

วั
นทามิ
พุ
ทธั
ง สั
พพะ เ
มโทสั
งขะมะถะเ
มภั
นเ
ต,
วั
นทามิ
ธั
มมั
งสั
พพะเ
มโทสั
งขะมะ
ถะเ
มภั
นเ
ต,
วั
นทามิ
สั
งฆั
งสั
พพะเ
มโทสั
งขะมะ
ถะเ
มภั
นเ

อิ
ติ
ป
โสภะคะ
วาอะระหั
งสั
มมาสั
มพุ
ทโ

วิ
ชชาจะระณะสั
มป
นโนสุ
คะโตโ
ลกะวิ
ทู
อะนุ
ตตะ
โรปุ
ริ
สะทั
มมะ
สาระ
ถิ
สั
ตถาเ
ทวะมะนุ
สสานั
งพุ
ทโธภะคะวาติ
ฯ(กราบ)

คํ
าแปล
ข
าพเ
จ
าขอไหว
พร


พุ
ทธเ
จ
าพร

ธร

มพร

สงฆหากโทษอั
นใ
ดของ
ข
าพเ
จ
ามี
อยู

ขอโ
ปร
ดจงงดโ
ทษล
วงเ
กิ
นอั
นนั
นทั

งหมดแก

ข
าพเ
จ

ด
วยเ
ทอญ

บทไตรสร
ณคมน
(พุ
ทธั
งธั
มมั
งสั

ฆั

)
พุ
ทธั
งสะ
ระ
ณั
งคั
จฉามิ
ธั
มมั
งสะระณั
งคั
จฉามิ
สั
งฆั
งสะระณั
งคั
จฉาม
ทุ
ติ
ยั
มป
พุ
ทธั
งสะระนั
งคั
จฉามิ
ทุ
ติ
ยั
มป
ธั
มมั
งสะระนั
งคั
จฉามิ
ทุ
ติ
ยั
มป
สั
งฆั
งสะระนั
งคั
จฉามิ
ตะติ
ยั
มป
พุ
ทธั
งสะระนั
งคั
จฉามิ
ตะติ
ยั
มป
ธั
มมั
งสะระนั
งคั
จฉามิ
ตะติ
ยั
มป
สั
งฆั
งสะระนั
งคั
จฉามิ
คํ
าแปล
ข
าพเ
จ
าขอถื
อเ
อาพร
ะพุ
ทธเ
จ
าเ
ป
นที
พึ

งที



ะลึ

ข
าพเ
จ
าขอถื
อเ
อาพร
ะธร

มเ
ป
นที
พึ

งที



ะลึ

ข
าพเ
จ
าขอถื
อเ
อาพร
ะสงฆ

ป
นที
พึ

งที




ลึ

แม
คร
งที


สองข


พเ
จ

ขอถื
อเ
อาพร

พุ
ทธเ
จ
าเ
ป
นที
พึ

งที




ลึ

แม
คร
งที


สองข


พเ
จ

ขอถื
อเ
อาพร

ธร

มเ
ป
นที
พึ

งที




ลึ

แม
คร
งที


สองข


พเ
จ

ขอถื
อเ
อาพร

สง
ฆ

ป
นที
พึ



ที



ลึ

11

แม
คร
งที


สามข

าพเ
จ
าขอถื
อเ
อาพร
ะพุ
ทธเ
จ
าเ
ป
นที
พึ



ที


ะลึ

แม
คร
งที


สามข

าพเ
จ
าขอถื
อเ
อาพร
ะธร

มเ
ป
นที
พึ



ที


ะลึ

แม
คร
งที


สามข

าพเ
จ
าขอถื
อเ
อาพร
ะสงฆ

ป
นที
พึ

งที



ะลึ

คํ
าแปล
พร

ผู
มี

พร

ภา
คเ
จ

พร

อง
ค
นั



ป
นผู
ไกลจากกิ


ลส

ป
นผู
ตร

สร

ชอบได


ด
วยพร
ะองค

อง

ป
นผู
ถึ

งพร
อมด

วยวิ
ชชาและ
จร
ณะ(คว
ามรู
และ

ควา
มปร
ะพฤติ
)

ป
นผู


สด็
จไปดี
แล


ป
นผู


โลกอย



งแจ
มแจ


ป
นผู
สามาร

ถฝ
กบุ

ษที

สมควร

ฝ
กได
อย
างไม
มี

คร
ยิ
งไปกว




ป
นคร
ผู

สอนของเ

ทวดาและ
มนุ
ษย
ทั
งหลาย


ป
นผู




ผู
ตื

นผู



บิ
กบา
นด
วยธรร


ป
นผู
มี

ความเ
จร
ญ จํ

าแนกธรร
มสั
งสอนสั

ตว

ดั

นี

บทสร


สร
ญพร


ธรร
มคุ

สะวากขาโ
ตภะ
คะ
วะ
ตาธั
มโ

สั
นทิ
ฏฐิ
โกอะกาลิ
โกเ
อหิ
ป
สสิ

กโอปะ
นะยิ
โก
ป
จจั
ตตั
งเ
วทิ
ตั
พโพ วิ
ญู
หี
ติ
ฯ* (กราบ)
(* อ
านว
าวิ
ญู
ฮี
ติ
)
คํ
าแปล
พร

ธร

มเ
ป
นสิ


ที
พร


ผู
มี

พร
ะภาคเ
จ
าได
ตร
สไว

ดี
แล


ป
นสิ
งที

ผู

ศึ

กษาและปฏิ
บั
ติ
พึ
งเ
ห็
นได
ด
วยตนเ
อง

ป
นสิ
งที

ปฏิ

บั
ติ
ได
และ
ให
ผลได
ไม
จํ
ากั
ดกาล

ป
นสิ
งที

ควร

กล
าวกั
บผู
อื

นว

าท
านจงมาดู

ถิ

12


ป
นสิ
งที

ควร

น
อมเ
ข
ามาใ
ส
ตั


ป
นสิ
งที

ผู



ก็



ได



ฉพาะ
ตนดั
งนี

บทสร
รเ
สริ
ญพระ
สั
งฆคุ

สุ
ปะฏิ
ป
นโนภะคะวะโตสาวะกะสั
งโ

อุ
ชุ
ปะฏิ
ป
นโนภะ
คะ
วะ
โตสาวะกะสั
งโฆ
ญายะปะฏิ
ป
นโนภะคะวะโตสาวะกะสั
งโ

สามี
จิ
ปะฏิ
ป
นโนภะคะวะโตสาวะกะสั
งโ

ยะทิ
ทั
งจั
ตตาริ
ปุ
ริ
สะ
ยุ
คานิ
อั
ฏฐะปุ
ริ
สะปุ
คคะ
ลา

อสะภะ
คะ
วะโ
ตสาวะกะสั
งโฆ
อาหุ

นยโย* ปาหุ

นยโย* ทั
กขิ

ณยโย* อั
ญชะลี
กะระณี
โย
อะ
นุ
ตตะรั
งปุ
ญญั
กเ
ขตตั
งโลกั
สสาติ
ฯ(กราบ)
(อ

นออกเ
สี
ยงอาหุ
ไนยโ
ยปา
หุ
ไนยโยทั
กขิ
ไณยโยโ
ดยสร
ะเ
อกึ


สร
ะไอ)
คํ
าแปล
สงฆ
สาวกของพร
ะผู
มี

พร
ะภาคเ
จ
าหมู


ด, ปฏิ
บั
ติ
ดี
แล

สงฆ
สาวกของพร
ะผู
มี

พร
ะภาคเ
จ
าหมู


ด, ปฏิ
บั
ติ
ตร
งแล

สงฆ
สาวกของพร
ะผู
มี

พร
ะภาคเ
จ
าหมู


ด, ปฏิ
บั
ติ

พื
อรู

ธร


มเ
ป


คร
องออกจากทุ


กข
แล

สงฆ
สาวกของพร
ะผู
มี

พร
ะภาคเ
จ
าหมู


ด, ปฏิ
บั
ติ
สมคว

แล

ได
แก
บุ
คคลเ
หล

นี
คื

อคแ
ห


บุ

ษ ๔คู


นั
บเ
รี
ยงตั
วบุ

ษได

๘บุ



นั
นแหละสงฆ

สาวกของพร

ผู
มี

พร

ภา
คเ
จ


ป
นผู
ควร

แก
สั
กกา
ระ
ที


ขานํ
ามาบู
ชา

ป
นผู
ควร

แก
สั
กกา
ระ
ที


ขาจั
ดไว
ต
อนร



ป
นผู
ควร


บทั

กษิ
ณาทา


ป
นผู
ที

บุ

คคลทั
วไปควร

ทํ
าอั
ญชลี

ป
นเ
นื
อนา

บุ
ญของโลกไม
มี
นาบุ
ญอื
นยิ

งกว

าดั
งนี

13

บทพุ
ทธชั
ยมงคลคาถา(พาหุ

ฯ)
พาหุ
งสะหั
สสะมะภิ
นิ
มมิ
ตะ
สาวุ
ธั
นตั

ครี

มขะลั
งอุ
ทิ
ตะโ
ฆระสะเ
สนะ
มารั

ทานาทิ
ธั
มมะวิ
ธิ
นาชิ
ตะวามุ
นิ
นโท
ตั
นเ
ตชะสาภะ
วะ
ตุ

ตชะยะมั
งคะลานิ

มาราติ

รกะมะภิ
ยุ
ชฌิ
ตะสั
พพะ
รั
ตติ


ฆรั
มปะ
นาฬะวะกะมั
กขะมะถั
ทธะ
ยั
กขั

ขั
นตี
สุ
ทั
นตะวิ
ธิ
นาชิ
ตะวามุ
นิ
นโ

ตั
นเ
ตชะสาภะ
วะ
ตุ

ตชะยะมั
งคะลานิ

นาฬาคิ
ริ
งคะชะวะรั
งอะติ
มั
ตตะ
ภู
ตั

ทาวั
คคิ
จั
กกะมะสะนี
วะสุ
ทารุ
ณั
นตั


มตตั
มพุ

สกะวิ
ธิ
นาชิ
ตะ
วามุ
นิ
นโท
ตั
นเ
ตชะสาภะ
วะ
ตุ

ตชะยะมั
งคะลานิ

อุ
กขิ
ตตะขั
คคะมะ
ติ
หั
ตถะ
สุ
ทารุ
ณั
นตั

ธาวั
นติ
โยชะนะปะถั
งคุ
ลิ
มาละ
วั
นตั

อิ
ทธี
ภิ
สั
งขะตะมะโนชิ
ตะวามุ
นิ
นโ

ตั
นเ
ตชะสาภะ
วะ
ตุ

ตชะยะมั
งคะลานิ

กั
ตตะวานะกั
ฏฐะ
มุ
ทะรั
งอิ
วะคั
พภิ
นี
ยา
จิ
ญจายะทุ
ฏฐะ
วะ
จะ
นั
งชะนะกายะ
มั
ชเ

สั
นเ
ตนะโสมะวิ
ธิ
นาชิ
ตะวามุ
นิ
นโท
ตั
นเ
ตชะสาภะ
วะ
ตุ

ตชะยะมั
งคะลานิ

สั
จจั
งวิ
หายะมะติ
สั
จจะ
กะวาทะ

กตุ

วาทาภิ
โรป
ตะมะนั
งอะ
ติ
อั
นธะ
ภู
ตั

ป
ญญาปะที
ปะชะ
ลิ
โตชิ
ตะ
วามุ
นิ
นโท
ตั
นเ
ตชะสาภะ
วะ
ตุ

ตชะยะมั
งคะลานิ

14

นั
นโทปะนั
นทะ
ภุ
ชะ
คั
งวิ
พุ
ธั
งมะหิ
ทธิ

ปุ
ตเ
ตนะเ
ถระภุ
ชะเ
คนะทะมาปะยั
นโต
อิ
ทธู
ปะเ
ทสะ
วิ
ธิ
นาชิ
ตะวามุ
นิ
นโท
ตั
นเ
ตชะ
สาภะวะตุ

ตชะ
ยะมั
งคะลานิ

ทุ
คคาหะทิ
ฏฐิ
ภุ
ชะเ
คนะสุ
ทั
ฏฐะหั
ตถั

พรั
หมั
ง* วิ
สุ
ทธิ
ชุ
ติ
มิ
ทธิ
พะกาภิ
ธานั

ญาณาคะเ
ทนะวิ
ธิ
นาชิ
ตะวามุ
นิ
นโท
ตั
นเ
ตชะ
สาภะวะตุ

ตชะ
ยะมั
งคะลานิ

๕. พร
ะจอมมุ
นี
ได
ทร
งชนะควา
มกล
าวร
ายของนางจิ

ญจมาณวิ
กา
ผู
ทํ


อาการ
ปร

ดุ
จว
ามี

คร

ภ

พร
าะ
ทํ

ไม
สั
ณฐานกลม(ผู
กติ
ดไว
)ใ
ห

ป
นปร

ดุ
จมี
ท
องด
วยวิ
ธี
สมาธิ
อั
นงา
มคื
อความสงบร

งั
บพร
ะหฤทั

ขอชั
ยมง
คลทั
งหลายจงมี

แก
ท

นด
วยเ
ดชแห

พร
ะพุ
ทธชั
ยมงคลนั


อตาป
พุ
ทธะชะยะ
มั
งคะละ
อั
ฏฐะคาถาโย
วาจะโนทิ
นะทิ

นสะระเ
ตมะ
ตั
นที
หิ
ตวานะเ
นกะวิ
วิ
ธานิ
จป
ุ
ททะวานิ

มกขั
งสุ
ขั
งอะธิ
คะเ
มยยะนะโรสะป
ญโ
ญฯ

๖. พร
ะจอมมุ
นี
ทร
งร
งเ



องแล

วด
วยปร

ที
ปคื
อป
ญญาได
ชนะ
สั
จจก
นิ
คร
นถ
(อ
านว
าสั
จจะกะ
นิ
คร
นถ,นิ
คร
นถ
คื
อนั
กบวชปร
ะเ
ภทหนึ
งใ


สมั
ยพุ
ทธกา
ล)ผู
มี

อั
ชฌาสั
ยใ
นที
จะสละเ

สี
ยซึ
งความสั

ตย
มุ
งยก

ถ
อยคํ
าของตนใ
ห
สู
งล้
าดุ

จยกธงเ
ป
นผู
มื

ดมนยิ
งนั

กด
วยเ
ทศนาญาณ
วิ
ธี
คื
อร
อั


ชฌาสั
ยแล
วตรั
สเ
ทศนาใ
ห
มองเ
ห็
นความจร


ขอชั
ยมง
คลทั
งหลายจงมี

แก
ท

นด
วยเ
ดชแห

พร
ะพุ
ทธชั
ยมงคลนั

(* พร
หมั

งอ

นว
าพรั

มมั
ง และ
คํ

ที
ขี

ดเ
ส
นใตถ

สวดใ
ห
ตั
วเ
อง

ปลี
ยนเ

ตเ
ป
นเ
มทุ
กวร

ค)
คํ
าแปล
๑. พร
ะจอมมุ
นี
ได
ทร
งชนะ
พญามาร
ผู


นร
มิ
ตแขนมากตั
งพั

นถื
ออาวุ

ครบมื
อขี
คชสา

รชื
อคร



มขละพร
อมด
วยเ
สนามา
รโห

องกึ

กก
องด
วย
ธรร
มวิ
ธี
คื
อทร
งร

ลึ
กถึ
งพระ
บาร
มี
๑๐ประ
การที
ทร

งบํ


พ็
ญแล
วมี
ทา
นบาร
มี

ป
นต

ขอชั
ยมงคลทั
งหลายจงมี

แก
ท
านด
วยเ
ดชแห
งพร

พุ
ทธชั
ยมงคลนั


๒. พร
ะจอมมุ
นี
ได
ทร
งชนะอา
ฬวกยั
กษ
ผู
มี

จิ
ตกร

ด

งดุ





หี
ยมโหดมี

ฤทธิ
ยิ

งกว

าพญามารผู


ข
ามาต
อสู
ยิ

งนั

กจนตลอดร



ด
วยวิ
ธี
ที
ทร

งฝ
กฝนเ
ป
นอั
นดี
คื
อขั
นติ
บาร
มี
(คื
อควา
มอดทนอดกลั


ซึ
งเ

ป
น๑ใ
นพร
ะบาร
มี
๑๐ปร
ะการ
)
ขอชั
ยมงคลทั
งหลายจงมี

แก
ท
านด
วยเ
ดชแห
งพร

พุ
ทธชั
ยมงคลนั


๓. พร
ะจอมมุ
นี
ได
ทร
งชนะพญาช
างตั
วปร


สร
ฐชื

อนาฬา

คิ



ป
นช
าง

มามั
นยิ
งนั

กดุ

ายปร

ะดุ
จไฟป
าและร


ยแรงดั
งจั
กร
าว
ธและสายฟ


(ขององค
อิ
นทร
) ด

วยวิ
ธี
รดลงด
วยน้
าคื

อพร
ะเ
มตตา
ขอชั
ยมงคลทั
งหลายจงมี

แก
ท
านด
วยเ
ดชแห
งพร

พุ
ทธชั
ยมงคลนั

15

๔. พร

จอมมุ
นี
ทร
งบั
นดาลอิ
ทธฤ
ิทธิ
ทางใ

จอั
นยอดเ
ยี
ยมชนะโ

จร
ชื


อง
คุ
ลี
มาล(ผู
มี

พวงมาลั
ยคื
อนิ


มื
อมนุ
ษย
) แสนร
ายกาจ มี

ฝ
มื
อถื

ดาบวิ
งไล

พร

อง
ค
ไปสิ
นทา

ง๓โยชน
ขอชั
ยมง
คลทั
งหลายจงมี

แก
ท

นด
วยเ
ดชแห

พร
ะพุ
ทธชั
ยมงคลนั

๗. พระ
จอมมุ
นี
ทร
งโปร
ดใ
ห
พร
ะโ
มคคล
ัลานะเ
ถร

พุ
ทธชิ
โนร
สนิ

มิ

กา
ยเ
ป
นนาคร
าชไปทรมานพญานา
คร
าชชื
อนั

นโทปนั
นทะผู
มี

ควา

หลงผิ
ดมี
ฤทธิ
มากด

วยวิ
ธี

ห
ฤทธิ
ที



หนื
อกว
าแก

พร


ถระ
ขอชั
ยมง
คลทั
งหลายจงมี

แก
ท

นด
วยเ
ดชแห

พร
ะพุ
ทธชั
ยมงคลนั


๘. พระ
จอมมุ
นี
ได
ทร
งชนะ
พร
หมผู
มี

นามว

พกาพรหมผู
มี

ฤทธิ

สํ

คั
ญตนว
าเ

ป
นผู
รุ

งเ


องด

วยคุ
ณอั
นบร
สุ

ทธิ

มี
คว
ามเ
ห็
นผิ
ดปร
ะดุ
จถู

งู

ดมื

อไว
อย
างแน
นแฟ
นแล
วด
วยวิ
ธี
วางยา
อั
นพิ

ศษ คื
อเ
ทศนาญาณ
ขอชั
ยมง
คลทั
งหลายจงมี

แก
ท

นด
วยเ
ดชแห

พร
ะพุ
ทธชั
ยมงคลนั


นร
ชนใ
ดมี
ป
ญญาไม

กี
ยจคร
านสวดก็

ดี

ะลึ
กก็
ดี
ซึ


พร
ะพุ
ทธชั

มง
คล๘ บทนี
ทุ

กๆวั
น นร
ชนนั
นจะพึ

งละเ
สี
ยได
ซึ
งอุ

ป
ทว
นตร

าย
ทั
งหลายมี

ปร

กา

ต
างๆเ
ป
นอเ
นกและ
ถึ

ซึ
งว

โมกข

(คื
อควา
มหลุ

พ
น) อั
นเ
ป
นบรมสุ
ขแล

16

บทชั
ยปริ
ตร(มหาการ
ณิ


ก)
มะหาการุ
ณิ
โกนาโถ
ปู

รตวาปาระมี
สั
พพา

อเ
ตนะสั
จจะวั
ชเ
ชนะ

หิ
ตายะสั
พพะ
ปาณิ
นั

ป
ตโ
ตสั
มโพธิ
มุ
ตตะมั

โหตุ

ตชะยะมั
งคะ
ลั
งฯ

ชะยั
นโตโพธิ
ยามู



อวั
งตะวั
งวิ
ชะโยโหหิ
อะปะราชิ
ตะ
ป
ลลั
งเ

อะภิ

สเ
กสั
พพะ
พุ
ทธานั

สั
กยานั
งนั
นทิ
วั
ฑฒะโ

ชะยั
สสุ
ชะ
ยะมั
งคะเ

สี

สปะฐะวิ
โปกขะ


อั
คคั
ปป
ตโ
ตปะโมทะติ

สุ
นั
กขั
ตตั
งสุ
มั
งคะลั

สุ
ปะภาตั
งสุ
หุ
ฏฐิ
ตั

สุ
ขะโณ สุ
มุ
หุ
ตโตจะ
สุ
ยิ
ฏฐั
งพรั
หมะ
** จาริ
สุ
ปะ
ทั
กขิ
ณั
งกายะ
กั
มมั

วาจากั
มมั
งปะ
ทั
กขิ
ณั

ปะ
ทั
กขิ
ณั
งมะโนกั
มมั

ปะณิ
ธี

ตปะทั
กขิ
ณา
ปะ
ทั
กขิ
ณานิ
กั
ตตะ
วานะ ละภั
นตั
ตเ
ถปะทั
กขิ

ณฯ
** พร
หมะอ

านว
าพร
มมะ

(คํ
าที
ขี

ดเ
ส
นใ
ตถ
าสวดใ
ห
ตั
วเ
องเ
ปลี
ยนเ

ตเ
ป
นเ
มทุ
กวร

คและ
ตะวั
งวิ
ชะโยโหหิ
ชะ
ยั
สสุ

ปลี
ยนเ

ป
นอะหั
งวิ
ชะ
โยโหมิ
ชะยา
มิ)
คํ
าแปล
ผู


ป
นที
พึ

งของสั

ตว
ทั

งหลาย ปร

ะกอบแล
วด

ยพร

มหา
กร
ณา ยั


บาร
มี
ทั
งหลา

ยทั
งปวงใ

ห

ต็
มเ
พื
อปร

ะโยชน
แก
สร

พสั
ตว
ทั

งหลายได

บรร
ลุ
สั
มโพธิ
ญา
ณอั
นอุ
ดมแล
ว ด

ยการ
กล
าวคํ
าสั
ตย
นี
้ขอชั
ยมงคล
จงมี
แก
ท


ขอท
านจงมี
ชั
ยชนะ ดุ
จพร

จอมมุ
นี
ที
ทร

งชนะมา
ร ที
โคนโพธิ

พฤกษ
ถึ
งความเ
ป
นผู


ลิ
ศในสร
รพพุ
ทธา
ภิ

ษก ทร
งปร
าโมทย
อยู
บนอปร

าชิ

บั
ลลั
งก
อั
นสู
ง เ
ป
นจอมมหาปฐพีทร
งเ
พิ
มพู

นควา
มยิ
นดี
แกเ
หล

ประ
ยู

ญาติ
ศากยว
งศ
ฉะนั
นเ

ทอญ

วลาที
่“สั
ตว
” (หมา

ยถึ
งสิ


มี
ชี
วิ
ตทั
งหลาย เ

ช
น มนุ
ษย
และ
สร


สั
ตว
) ประ

พฤติ
ชอบชื
อว

าฤกษ

ดี
มงคลดี
สว
างดี

รุ
งดี

และขณะดี
ครู

ดีบู
ชา
ดี
แล
วในพรหมจา

บุ

คคลทั
งหลายกายกร


มเ
ป
นปร
ะทั
กษิ

วจี
กร

มเ
ป
นปร

ทั
กษิ
ณ มโนกร

มเ
ป
นปร

ทั
กษิ
ณ ควา
มปร
าร
ถนา

17

ของท
านเ
ป
นปร

ทั
กษิ
ณ สั
ตว
ทั


หลายทํ
ากร
รม อั
นเ
ป
นประ
ทั
กษิ

แล
วย
อมได
ปร

โยชน
ทั


หลายอั
นเ
ป
นปร
ะทั
กษิ
ณ*
หมา
ยเ
หตุ
ปร

ทั
กษิ
ณ หมายถึ
งกา

กร

ทํ
าความดี
ด

ยความเ
คาร

โดยใ
ช
มื
อขวาหร
อแขนด

านขว
าหร
อที

หลายท

านเ

ยกว

า“ส
วนเ
บื
อง

ขว
า” ซึ
งเ

ป
นธร

มเ
นี
ยมที
มี

มาช

นา
นแล
ว ซึ
งพวกพร

าหมณ
ถื
อว

กา

ปร
ะทั
กษิ
ณ คื
อการ

ดิ
นเ

ยนขวาร

อบสิ
งศั

กดิ
สิ

ทธิ
และ

บุ
คคลที
ตน


คา
รพนั
น เ

ป
นการ

ห

กี
ยร
ติ และ

ป
นการ
แสดงความเ
คา

พสู
งสุ


ป
นมงคลสู
งสุ
ด เ
พร
าะ
ฉะ
นั
นบาลี

ที
แสดงไว


า กายกร


ม วจี
กร


มโ
นกร

ม ความปรา

ถนาและการ
ที
กร


ทํ
ากร

มทั
งหลาย เ

ป
นประ
ทั
กษิ
ณ อั
นเ
ป
นส
วนเ
บื
องขวา

หร
อเ

วี
ยนขวานั
น จึ

งหมา
ยถึ
งการ
ทํ
าการ
พู
ดการ
คิ
ดที


ป
นมงคล และ
ผลที
ไดร


บก็


ป
นปร

ทั
กษิ
ณ อั
นเ
ป
นส



บื
องขวาหร

อเ

วี
ยนขว
า ก็
หมายถึ

ได

บผลที



ป
นมงคลอั
นสู
งสุ
ดนั


แลฯ

บทสั
พพมง
คลคา
ถา
ภะวะตุ
สั
พพะ
มั
งคะลั

รั
กขั
นตุ
สั
พพะเ
ทวะตา
สั
พพะพุ
ทธานุ
ภาเ
วนะ
สะทาโสตถี
ภะวั
นตุ

ตฯ
ภะวะตุ
สั
พพะ
มั
งคะลั

รั
กขั
นตุ
สั
พพะเ
ทวะตา
สั
พพะธั
มมานุ
ภาเ
วนะ
สะทาโ
สตถี
ภะวั
นตุ

ตฯ
ภะวะตุ
สั
พพะ
มั
งคะลั

รั
กขั
นตุ
สั
พพะ

ทวะ
ตา
สั
พพะสั
งฆานุ
ภาเ
วนะ
สะทาโสตถี
ภะวั
นตุ

ตฯ
(คํ
าที
ขี

ดเ
ส
นใตถ
าสว
ดใ
ห
ตั


องเ
ปลี
ยนเ

ตเ
ป
นเ
มทุ
กวร

ค)
คํ
าแปล
ขอสร

พมงคลจง
มี
แก
ท

นขอเ
หล
าเ
ทว
ดาทั
งปว

งจงร
กษาท



ด
วยอา
นุ
ภาพแห

พร
ะพุ
ทธเ
จ
าขอความสวั
สดี
ทั
งหลายจงมี

แก
ท
าน
ทุ
กเ
มื


ขอสร

พมงคลจง
มี
แก
ท

นขอเ
หล
าเ
ทว
ดาทั
งปว

งจงร
กษาท



ด
วยอา
นุ
ภาพแห

พร
ะธร

มขอความสวั
สดี
ทั
งหลายจงมี

แก
ท
านทุ


มื

18

ขอสร

พมงคลจงมี
แกท
านขอเ
หล
าเ
ทวดาทั
งปวงจงร

กษาท

าน
ด
วยอานุ
ภาพแห
งพร

สงฆ
ขอความสวั
สดี
ทั
งหลายจงมี

แก
ท
านทุ


มื


พาหุ
งมหากาคื
อบทสว
ดสร


สร
ญพระ

พุ
ทธคุ
ณ พร

ธร

มคุ

พร
ะสั
งฆคุ
ณ แล
วก็พร
พาหุ

อั
นเ

มด


วย พาหุ

สะ
หั
ส จนไปถึ

ทุ
คคาหะ
ทิ
ฏฐิ
แล
วเ

อยไปจนถึ


งมหาการ
ณิ

โกนาโถหิ
ตายะและ
จบลงด

ย "ภะว
ะตุ
สั
พพะมั
งคะลั
ง สั
พพะ
พุ
ทธา สั
พพะ
ธร

มา
สั
พพะ
สั
งฆา
นุ
ภาเ
วนะ สะทา โสตถีภะ
วั
นตุเ
ต"เ

ยกร

วมกั
นว


"พาหุ
งมหากาฯ"
ผู


ดสว
ดมนต
ชั
ยมงคลคา
ถา หรื
อพาหุ
งมหากาฯ เ
ป
นปร

จํ

ทุ
ก ๆว
นแล

วมี
แต
ชั
ยชนะทุ
กปร
ะการเ

ยนหนั

งสื
อก็

กิ
ดป
ญญา
มี
แต
คว
ามเ
ก

กล
าสามาร
ถ ผู


ดสวดทุ
กเ
ช
าค่
า คิ

ดสิ


ใดที
ดี


ป

มงคลจะ
สมความปรา
รถนาทุ
กปร
ะการ

พุ
ทธคุ
ณเ
ท
าอายุ

กน
ิ๑(อิ
ติ
ป

สเ
ท
าอา
ยุ
+ ๑)
หลั
งจากสวดมนต
ตั
งแต

ตน
จนจบบทพาหุ
งมา
หา
กาฯแล
วก็

ห
สว


ฉพาะ
บทพร

พุ
ทธคุ
ณ หร
ออิ

ติ
ป
โสใ
ห
ได
จํ
านวนจบเ
ท
ากั
บอายุ
ของ
ตนเ
องแล
วสวดเ
พิ
มไปอี

กหนึ
งจบตั


อย

งเ
ช
นถ
าอายุ
๓๕ป
ต
อง
สวด๓๖จบจา
กนั
นจึ

งค
อยแผ

มตตาอุ
ทิ
ศส
วนกุ
ศล
อิ
ติ
ป
โสภะคะวาอะ
ระ
หั
งสั
มมาสั
มพุ
ทโธ
วิ
ชชาจะ
ระ
ณะ
สั
มป
นโ
นสุ
คะโ
ตโลกะวิ
ทู
อะนุ
ตตะโรปุ
ริ
สะ
ทั
มมะสาระถิ
สั
ตถาเ
ทวะ
มะนุ
สสานั
งพุ
ทโ
ธภะคะ
วาติ

19


หตุ

ดต
องสวดพุ
ทธคุ
ณเ
ท
าอายุ

กิ
น๑(อิ
ติ
ป
โสเ
ท
าอายุ
+
๑)
"อา
ตมาเ
คยพบคนแก
อายุ๑๐๐ กว


ปมี
คนเ
อากั
บข

วมา
ใหก็
สวดอิ
ติ
ป
โส ภคว
าอร
หั
งสั
มมาสั
มพุ
ทโธ๑ จบ ใ
ห
ตั
วเ
องก
อน
สวนอี
กจบหนึ
งใ

ห
คนที
นํ

ามาใ
ห

สร
จแล


ให
ถ
วยคื
นไปอาตมา
จั


คล็
ดลั
บได จะใ
ห

คร
ต
อง

อา
ทุ
นไว
ก
อน ถึ

ได


ยกว

า สว

พุ
ทธคุ
ณเ
ท
าอายุ

กิ
นหนึ
งไงเ

ล
า"
จากหนั

สื
อกฎแห
งกร

มเ
ล
ม๙ เ

องทํ


าความดี
นี
แสนยาก โดย

พร
ะธร

มสิ
งหบุ
รา
จาร
ย

บทอธิ
ษฐา
นขออโ
หสิ
กร
รม
กามะกั
มมั
งวะจี
กั
มมั
งมะโ
นกั
มมั
งสั
ญจิ
จจะกั
มมั

อะสั
ญจิ
จจะ
กั
มมั
งขะมั
นตุ

มอะ
โหสิ
กั
มมั
งภะวะตุ

ม.
กรร
มใ
ดๆไม
ว
าจะ

ป
นกายกร

มวจี
กร

ม มโนกร
รมที
ข

าพเ
จ

ได
ทํ

ล

งเ
กิ
นแก
ผู


ด ทั
งโดยตั

งใ

จก็
ดีไม
ได
ตั
งใ

จก็
ดี

นภพชาติ
ใด
ก็
ตาม ขอให

จ
ากรร
มนายเ
วร
ทั
งหลาย จงโปร

ดยกโทษ ใ
ห

ป

อโ
หสิ
กร

มให
แก
ข
าพเ
จ
า อย
าได
จอง

วร
จองกร

มต
อกั
นอี
กเ
ลยไป

ลย
แม
แต
กร
รมใ
ดที


คร
ๆทํ
าแก
ข

พเ
จ

ก็
ตามข
าพเ
จ
าขออโหสิ
กร

มใ
ห
ทั
งสิ

นยกถว

ายพร

พุ
ทธเ
จ


ป
นอภั
ยทาน ขอจงดลใ
จใ
ห

ขา

หล
านั
นกลั

บมี

มตตา
จิ
ต คิ
ดเ
ป
นมิ
ตร
กั
บข
าพเ
จ
า เ
พื
อจะ

ได
ไม
มี

วร
กร

มต
อกั
นตลอดไป
ด
วยอนิ
สงส
แห
งอภั
ยทานนี

ขอใ
ห
ข
าพเ
จ
าพร
อมทง


คร
อบคร


ตลอดจนวง
ศาคณาญาติผู
มี

อุ
ปการ
คุ
ณของข
าพเ
จ
า พ
นจา
กความ
ทุ
กข
ยากลํ
าบา
กเ
ข็
ญใ
จควา
มทุ
กข
อย
าได

กล
ควา
มเ
จ็
บไข
อย
าได
มี
ขอใ
ห
มี
ควา
มสุ
ขสวั
สดี
มี
ชั
ยเ
สนี
ยดจั
ญไรและอุ
ป
ทวั
นตรา
ยทั
งหลาย

จงเ
สื
อมสิ

นหายไป นึ

กคิ
ดปร
าร
ถนาสิ
งใ

ดที


ป
นไปโดยชอบปร

กอบ
ด
วยธร

มแล
ว ขอใ
ห
สิ
งนั

น จงพลั

นสํ
าเ

จ จงพลั

นสํ


ร็
จ จงพลั

สํ


ร็
จเ
ทอญ นิ
พพานะป
จจะโ
ยโหตุ
.

20

สมเ
ด็
จพร
ะสั
งฆร
าชทร
งอธิ
บายใ
นเ
รื
อง ว

ธี

สร
างบุ

ญบาร
มี
ว
าอภั
ยทา
นนั
นเ

ป
นทานที
สู

งสุ
ดสู
งกว

ธร

มทานเ
สี
ยอี
กตามเ
หตุ
ผลดั

นี

การ
ให
ธร

มทาน แม
จะมากถึ
ง๑๐๐ คร
งก็


ยั
งได
บุ
ญน
อย
กว
าการ

ห"อภั
ยทาน" แม
จะ

ห
แต

พี
ยงคร
งเ


ดี
ยวก็
ตาม การ

ห
อภั
ยทาน ก็
คื
อการ
ไม
ผู
กโกร
ธ ไม
อาฆาตจองเ
วร ไม
พยา
บาท
คิ
ดร
ายผู

อื

นแม

แต
ศั
ตร
ู ซึ
งได

บุ
ญกุ
ศลแรง
และ
สู

มา
กใ
นฝ
ายทาน

พร
าะ

ป
นการ
บํ
าเ
พ็
ญเ
พี
ยร

พื
อละ"โทสกิ


ลส" และเ
ป
นกา
รเ
จร


"เ
มตตาพร
หมว
หาร

ธร

ม"
อั
นเ
ป
นพร
หมวิ
หาร
ข
อหนึ
งใ

นพร
หม
วิ
หาร๔ ใ
ห

กิ
ดขึ
นอั

นพร
หมว
หา

ร๔ นั
นเ

ป
นคุ
ณธร

มที


ป
นองค
ธร

มของโ
ยคี
บุ
คคลที
บํ

าเ
พ็
ญฌานและ
วิ
ป
สสนา ผู
ที

ทรง

พร
หม
วิ
หาร๔ ได
ย
อมเ
ป
นผู
ทร

งฌาน ซึ
งเ

มื
อเ

มตตาพร
หมวิ
หาร
ธร
รมได

กิ
ดขึ
นแล

วเ
มื
อใ

ด ก็
ย
อมละเ
สี
ยได
ซึ
ง "พยาบาท" ผู

นั

นจึ

งจะ
สามาร
ถให
อภั
ยทานได
กา
รใ
ห
อภั
ยทานจึ
งเ
ป
นเ

องที


ละ


อี
ยดอ
อน
และ
ยากเ
ย็
นจึ
งจั
ดเ
ป
นทานที
สู

งกว
าการ

ห
ทานทั
งปวง

อย
างไร
ก็
ดี
กา

ให
อภั
ยทาน แม
จะ
มากเ
พี
ยง
ใด แม
จะ
ชนะ
การ
ให
ทานอื
นๆทั

งมว

ล ผลบุ
ญนั
นก็

ยั
งอยู
ในร

ะดั
บที
ต่

ากว

า "ฝ


ศี
ล" เ
พร
าะ

ป
นการ
บํ
าเ
พ็
ญบา
รมี
คนละ
ขั
นต


งกั

บทอธิ
ษฐานขออโ
หสิ
กร
รม(อี
กบท)
กั
มมะโนกั
ตถาโ
นกั
มมะป
จเ
จกะพุ
ทโธ
พุ
ทธั
งทั
วจั

กกะวาฬั
ง ธั
มมั
งทั
วจั

กกะวาฬั

สั
งฆั
งทั
วจั

กกะวาฬั
งอโหสิ
กั
มมั

ด
วยกายกร
รม๓ ว
จี
กร

ม๔ มโนกร

ม๓กร

มอั
นหนึ
งอั

นใ

ที
ข

าพเ
จ
าได
สบปร

มาทพลา
ดพลั
งล

วงเ
กิ
นต
อคุ
ณพร

พุ
ทธคุ
ณพร

ธรร
ม คุ
ณพร

สงฆคุ
ณมาร
ดาบิ
ดา คุ
ณครู
บาอาจา
รยสิ
งศั

กดิ
สิ

ทธิ

ทั


หลาย และ
สรร
พสั
ตว
ทั
งหลา

ย ที
มี

จิ
ต มี
ชี
วิ
ต มี
วิ
ญญาณ มี
ขั
นธ
สั
นดานมี
วิ
บากแห
งกร

มมี
การ
กร
ะทํ
าเ
จ
ากร

มนายเ

รเ
จ
าการ
บั
ญชี
จตุ
โลกบาลทั
งสี


มนุ
ษย
๑สวร

ค
๖พรหม๒๐อบายภู
มิ
ทั
ง๔ บั

ดนี

ข
าพเ
จ
าได
บํ
าเ
พ็
ญแล
วซึ
งกองการ

กศ
ุล ผลทาน ผลศี
ล ผลภาว
นา

21

ผลแผ

มตตา ขอใ
ห
ถึ
งท

นทั
งหลา

ย ขอให
ท
านทั
งหลายจงอโหสิ

ให
แก
ข
าพเ
จ
าผู
ล

วงเ
กิ
นแล
วด
วยกายก็
ดีด
วยวา
จาก็
ดี
ด
วยใ
จก็
ดี

ก็


ดีเ
จตนา
ก็
ดีไม

จตนาก็
ดีต
อหน
ากั
นก็
ดีลั
บหลั
งกั
นก็
ดีขอใ
ห
ท
าน
ทั
งหลายจงอโหสิ

กร
รมใ
ห
แก
ข

พเ
จ

ตั
งแต

บั
ดนี


ป
นต
นไปอย
ามี

วร
มี
ภั
ยเ
กิ
ดชาติ
หนึ
งภพใด ขอให

ได
สร


งแต
กร

มดีสร
างบา


มี
ของตน
ให
พ
นภั
ยภาร ลุ
ล

งบ
วงมาร ใ
นป
จจุ
บั
นกาลจนถึ
งอนาคตกาลเ
บื
อง

หน

โน
นเ
ทอญฯ

บทอธิ
ษฐา
นขออโ
หสิ
กรร
ม(อี
กบท)
สั
พพั
งอะปะราธั
งขะมะถะ


ภั
นเ
ตอุ
กาสะทะวารั
ตตะ

ยนะกะตั

สั
พพั
งอะปะราธั
งขะมะถะ


ภั
นเ
ตอุ
กาสะขะมามิ
ภั
นเ

หากข
าพเ
จ
า จงใ
จหร
อปร

ะมาทพลาดพลั
งล


งเ
กิ
น บิ
ดา
-มาร
ดา
คร
บาอาจาร

ย
พร
ะพุ
ทธ พร

ธร

ม พร

อร
หั
นต
ทุ
กพร

องคพร
ะอร


สงฆ

จ
าตลอดจนสิ
งศก

ัดิ
สิ

ทธิ
ทั

งหลายรว

มถึ
งผู
มี

พร

คุ
ณ และ
ท
าน

จ
ากร

มนายเ
วรจะ
ด
วยกา
ยวาจาใจก็
ดี
ขอได
โปร
ดอโหสิ
กรร
มแก
ข

พเ
จ

ด
วย
หากข
าพเ
จ
ามี

จ
าของใ
นตั
วติ
ดตามมาขออนุ
ญาต มี
คู
มี
คร
อบ
คร
วได


หมื
อนคนปกติ
ทั
วไป ขอถอนคํ

าอธิ
ษฐานคํ
าสาบานที
จะ

ติ

ตามคู


นอดี
ต ขอให
ต
างฝ
ายต

งเ
ป
นอิ
สร

ต
อกั

ข
าพเ
จ
าจะ
ปร

พฤติ
ตนใ
นทางที
ถู

กที
ชอบที

ควร ขอบุ

ญบาร
มี

นอดี
ตกาลที
ผ

าน
มา
จนถึ
งป
จจุ
บั
น จงส
งผลใ
ห
ข
าพเ
จ
าและ
ครอบคร
วตลอดจนบร



าร
ที


กี
ยวข

องจงเ
จร
ญด

วยอายุ
วร

ณะสุ
ขะพละลาภ ยศสุ
ขสร
รเ
สร


สติ
ป
ญญา ปฏิ
ภา
ณ ธนสา

สมบั
ติอุ
ปสร

คใ
ดๆ โร
คภั
ยใ
ดๆ ขอใ
ห
มลายสิ
นไป

ขอใ
ห
ข
าพเ
จ
ามี
คว
ามสว

งทั
งทางโลก ทางธรร

ม ตั
งแต

บั
ดนี

ตร
าบเ
ข

สู
พร

ะนิ
พพานเ
ทอญ หา
กมี
ผู
ใดเ

คยสร
างเ



สร
างกร


มกั

ข

พเ
จ
าไม
ว
าจะชาติ

ดภพใดก็
ตา
ม ข
าพเ
จ
ายิ
นดี
อโหสิ
กร
รมใ
หขอ
ถอนความพยา
บาท คว
ามอาฆา
ตและคํ
าสาปแช
งใ
นทุ
กชาติทุ
กภพ
ขอใ
ห
ข
าพเ
จ
าพ
นจากคํ
าสาปแช
งของ
ปวงชนของเ
จ
ากร

มนา
ยเ
วร
ขอใ
ห
พ
นนร
กภู
มิ
พบแสง
สว
างทั

งทางโลกทาง

ธร

มเ
ทอญ …

22

บทแผ

มตตา
สํ
าหร
บตนเ

อง
อะหั
งสุ
ขิ
โตโหมิ
ขอให
ข
าพเ
จ
ามี
ความสุ

อะหั
งนิ
ททุ
กโ
ขโหมิ ขอให
ข
าพเ
จ
าปรา
ศจากควา
มทุ
กข
อะหั
งอะเ
วโ
รโหมิ
ขอให
ข
าพเ
จ
าปรา
ศจากเ
วร
อะหั
งอั
พยาป
ชโฌ โหมิขอให
ข
าพเ
จ
าปรา
ศจากอุ
ปสรร

อั
นตร
ายทั
งปวง

อะหั
งอะนี
โฆโหมิ
ขอให
ข
าพเ
จ
าปรา
ศจากควา
มทุ
กข
กายทุ
กข


สุ
ขี
อั
ตตานั
งปะริ
หะรามิขอให
ข
าพเ
จ
าจง
มี
ความสุ
ขกา
ยสุ


จร
กษาตนให

พ
นจากทุ
กข
ภั
ยทั
งสิ

นเ

ทอญ

คํ

แผ

มตตาใ
ห
สร

พสั
ตว
สั
พเ
พ สั
ตตาอะเ
วราโ
หนตุ อั
พพะ
ยาป
ชฌาโหนตุ
อะนี
ฆาโหนตุ
สุ
ขี
อั
ตตานั
งปะ
ริ
หะรั
นตุ
คํ
าแปล
สั
ตว
ทั

งหลายทั

งปวงที



ป
นเ
พื
อนทุ

กข

กิ
ดแก

จ็
บตา
ยด
วยกั

ทั


สิ


จงเ
ป
นสุ
ขเ
ป
นสุ
ขเ
ถิ
ดอย
าได
มี

วร
แก
กั
นและ
กั
นเ
ลย
จงเ
ป
นสุ
ขเ
ป
นสุ
ขเ
ถิ
ดอย
าได

บี
ยดเ
บี
ยนซึ
งกั

นและ
กั
นเ
ลย
จงเ
ป
นสุ
ขเ
ป
นสุ
ขเ
ถิ
ดอย
าได
มี
ควา
มทุ
กข
กายทุ
กข

จเ
ลย
จงมี
ความสุ
ขกา
ยสุ
ขใ
จร
กษาตนให

พ
นจากทุ
กข
ภั
ยทั
งสิ



ทอญ

การ
อุ
ทิ
ศส

นกุ
ศล
อิ
ทั
งเ
มมาตาป
ตู
นั
งโ
หตุ
สุ
ขิ
ตาโหนตุ
มาตาป
ตะ
โร
ขอส
วนบุ
ญนี
จงสํ




จแก

มา
รดาบิ
ดา
ของข
าพเ
จ
าขอใ
ห
มา
รดา
บิ
ดาของข
าพเ
จ
ามี
ควา
มสุ

อิ
ทั
งเ
มญาตี
นั
งโหตุ
สุ
ขิ
ตาโ
หนตุ
ญาตะโ

ขอส
วนบุ
ญนี
จงสํ




จแก

ญาติ
ทั
งหลา

ยของข
าพเ
จ
าขอใ
ห
ญาติ
ทั


หลายของข
าพเ
จ
ามี
ควา
มสุ

อิ
ทั
งเ
มคุ
รู
ป
ชฌายาจริ
ยานั
งโหตุ
สุ
ขิ
ตาโหนตุ
คุ
รู
ป
ชฌา
ยาจริ
ยา

23

ขอส
วนบุ
ญนี
จงสํ

าเ

จแก

คร
อุ

ป
ชฌาย
อาจา

ย
ของข
าพเ
จ
าขอใ
ห
คร
อุ

ป
ชฌา
ย
อาจาร
ย
ของข
าพเ
จ
ามี
ควา
มสุ

อิ
ทั
งสั
พพะเ
ทวะตานั
งโหตุ
สุ
ขิ
ตาโหนตุ
สั
พเ
พเ
ทวา
ขอส
วนบุ
ญนี
จงสํ

าเ

จแก


ทวดา
ทั
งหลายทั

งปวงขอให


ทวดา
ทั
งหลายทั

งปวงมี

ความสุ

อิ
ทั
งสั
พพะเ
ปตานั
งโหตุ
สุ
ขิ
ตาโ
หนตุ
สั
พเ
พเ
ปตา
ขอส
วนบุ
ญนี
จงสํ

าเ

จแก


ปรตทั
งหลายทั

งปวงขอใ

ห

ปร

ทั
งหลายทั

งปวงมี

ความสุ

อิ
ทั
งสั
พพะเ
วรี
นั
งโหตุ
สุ
ขิ
ตาโ
หนตุ
สั
พเ
พเ
วรี
ขอส
วนบุ
ญนี
จงสํ

าเ

จแก


จ

กร

มนายเ
วร
ทั


หลายทั
งปวงขอใ

ห

จ
ากร

มนายเ
วร
ทั
งหลายทั

งปวงมี

คว
ามสุ

อิ
ทั
งสั
พพะสั
ตตานั
งโหตุ
สุ
ขิ
ตาโหนตุ
สั
พเ
พ สั
ตตา
ขอส
วนบุ
ญนี
จงสํ

าเ

จแก

สั
ตว
ทั

งหลายทั

งปวงขอใ

ห
สั
ตว
ทั
งหลายทั

งปวงมี

ความสุ
ขทั
วหน


กั
นเ
ทอญ

บทกร
วดน้



ห

จ

กรร
มนา
ยเ


ข

พเ
จ

ขออุ
ทิ
ศบุ
ญกุ
ศลจากการ

จร
ญภา

วนา
นี


ห
แก

จ
ากร


นา
ยเ
วร
ทั
งหลายของข

าพเ
จ
าที
ข

าพเ
จ
าได

คยล
วงเ
กิ
นท
านไว
ตั


แต
อดี
ตชาติ
จนถึ
งปจ
จุ
บั
นชาติท
านจะอยู
ภพใ

ดหร
อภู

มิ
ใดก็
ตาม ขอใ
ห
ท
านได

บผลบุ

ญนี
้ แล
วโปร
ดอโหสิ
กรร
ม และ
อนุ
โมทนาบุ
ญแก
ข

พเ
จ

ด
วยอํ

นาจบุ
ญนี
ด

วยเ
ทอญ

บทอธิ
ษฐา
นจิ

ข

พเ
จ
า (ชื
อ-นา

มสกุ
ล) ซึ
งได

บํ
าเ
พ็
ญบุ
ญกุ
ศลด

ยการ
สว

มนต
ในคร
งนี


้ขออร
าธนาพร

บา
รมี
ทั
งปวง พร

ะพุ
ทธานุ
ภาพพร

ธร

มา
นุ
ภาพ พระ
สั
งฆานุ
ภาพ โปร
ดอภิ
บา
ลคุ
มคร

องใ
ห
ข

พเ
จ

หายจาก
สร

พทุ
กข
โศกโร
คภั

สร

พเ
ครา
ะห

สนี
ยดจั
ญไรทั
งหลา

ยในกาย
ของข
าพเ
จ
าจงหายไปสิ
นทั

งหมด

ขอใ
ห
ข
าพเ
จ
าเ
ป
นผู
ชนะต

ออุ
ปสร

คและ
ศั
ตร
หมู

มา


ทั
งหลาย

ขอใ
ห
การ
ปร

กอบอาชี
พของข
าพเ
จ
าปร
ะสบความสํ
าเ

จเ

จริ


งเ



องก

าว
หน

ตลอดไป

24

ขอให
ข
าพเ
จ
าและคร
อบครั

ปร

สบควา
มสุ
ขคว
ามเ
จร
ญตา


ที
ปร

าถนาทุ
กปร

การ
หากข
าพเ
จ
ายั
งไม
ถึ
งซึ
งนิ

พพา
น ขอใ
ห
ข
าพเ
จ
าได
ไปเ
กิ
ดใ

ตระ
กู
ลที
ดี เ

ป
นผู
มี

ธร

มะบริ
สุ
ทธิ
์พบพร

พุ
ทธศาสนา
ไปทุ
กภพทุ

ชาติตร

บเ
ท

ถึ
งพร

นิ
พพานใ
นอนา
คตกา
ลเ
บื
องหน


โน
นเ
ทอญ

วิ
ธี
สวดมนต
ไหว
พระ
ของนั
กเ
รี
ยน
กร

ทร
วงศึ
กษาธกา
รได
ออกร


บี
ยบกระ
ทร
วง
ศึ
กษาธิ
การว
าด
วย
การ
สวดมนต
ไหว
พร

ะของนั
กเ
รี
ยนพ.ศ.๒๕๐๓ซึ
งเ

ป
นวิ
ธี
การ
ที


ช
มา
อยู


ดิ
มก
อนหน

นี
แล

วมี
ดั
งนี

แบบสว
ดมนต
ไหว
พระ

ปร

จํ


น(ก

อนเ
ข



ยน)

อะระหั
งสั
มมาสั
มพุ
ทโธภะ
คะ
วาพุ
ทธั

ภะคะวั
นตั
งอะภิ
วาเ
ทมิ
(กราบ)
สะวากขาโตภะคะวะตาธั
มโมธั
มมั
งนะมั
สสามิ
(กราบ)
สุ
ปะฏิ
ป
นโนภะคะวะโตสาวะกะ
สั
งโ
ฆ สั
งฆั
งนะมามิ
(กราบ)

แบบคํ

สวดมนต

หว
พร


นสุ

ดท

ยของสั
ปดา
ห
(ตอนเ
ลิ
กเ

ยน)

อะ
ระ
หั
งสั
มมาสั
มพุ
ทโธภะคะวา
พุ
ทธั
งภะ
คะ
วั
นตั
งอะ
ภิ
วาเ
ทมิ
(กราบ)
สะวากขาโตภะคะวะตาธั
มโมธั
มมั
งนะมั
สสามิ
(กราบ)
สุ
ปะฏิ
ป
นโนภะคะวะโตสาวะกะ
สั
งโ
ฆ สั
งฆั
งนะมามิ
(กราบ)

 สวดบทนมั
สการ
นะโมตั
สสะภะคะวะโ
ตอะ
ระ
หะโ
ตสั
มมาสั
มพุ
ทธั
สสะ
( ๓จบ)

25

 สวดบทพระ
พุ
ทธคุ

อิ
ติ
ป
โสภะคะ
วาอะระหั
งสั
มมาสั
มพุ
ทโ

วิ
ชชาจะระณะสั
มป
นโนสุ
คะโตโ
ลกะวิ
ทู
อะนุ
ตตะ
โรปุ
ริ
สะทั
มมะ
สาระ
ถิ
สั
ตถาเ
ทวะมะนุ
สสานั
งพุ
ทโธภะคะวาติ
ฯ(กราบ)
(สวดทํ
านองสรภั
ญญะ)
(นํ
า) องค

ดพร
ะสั
มพุ
ทธ(ร
บ)สุ

วิ
สุ
ทธสั
นดาน
ตั
ดมู
ลเ
กลศมาร
บมิ
หม
นมิ
หมองมั

หนึ
งใ

นพร

ทั
ยท
าน
ก็

บิ
กบานคื
อดอกบั


าคี
บพั
นพั

สุ

คนธกํ
าจร
อง
ค

ดปร
ะกอบด
วย
พร

กร
ณาดั

งสาคร
โปร
ดหมู
ปร


ชากร
มละ
โอฆกั
นดาร
ชี
ทา

งบร


ทา
ทุ
กข
และ
ชี
สุ

ขเ
กษมสานต
ชี
ทาง

พร
ะนฤพาน
อั
นพ
นโศกวิ
โยคภั

พร
อมเ

บญจพิ
ธจั
กษุ
จร
สวิ

มลใ


ห็
นเ
หตุ
ที


กล
ไกล
ก็

จนจบประ
จั
กษ
จร


กํ

จั
ดน้
าใ

จหยา

สั
นดานบาปแห
งชายหญิ

สั
ตว
โลกได
พึ


พิ

มละ
บาปบํ
าเ
พ็
ญบุ

ข

ขอประ
ณตน
อม
ศิ



กล
าบั
งคมคุ

สั
มพุ
ทธการ
ญุ
ญภา
พนั
นนิ


นดรฯ(กร

าบ)

 สวดบทพระ
ธรรมคุ

สะวากขาโ
ตภะ
คะ
วะ
ตาธั
มโ

สั
นทิ
ฏฐิ
โกอะกาลิ
โกเ
อหิ
ป
สสิ

กโอปะ
นะยิ
โก
ป
จจั
ตตั
งเ
วทิ
ตั
พโพ วิ
ญู
หี
ติ
ฯ* (กราบ)
(* อ
านว
าวิ
ญู
ฮี
ติ
)
(สวดทํ
านองสรภญญะ)
(นํ
า)ธร

มะ
คื
อคุ
ณากร
ดุ
จดวงปร

ที
ปชั
ชวาล
แห
งอง
ค
พระ
ศาสดาจาร
ย

(ร
บ)ส

วนชอบสาธร
ส
องสั
ตว
สั
นดาน

26

สว

งกระ
จ

งใจมล
ธรร
มใ
ดนั
บโ
ดยมร

คผล
และ

ก

กั
บทั


นฤพาน
สมญาโลกอุ
ดร
พิ
สดา

พิ
สุ
ทธิ
พิ


ศษสุ
กใ

อี
กธร

มต
นทางคร

ไล
ปฏิ
บั
ติ
ปร
ยั

ติ

ป
นสอง
คื
อทางดํ
าเ
นิ
นดุ
จคลอง
ยั
งโลกอุ
ดรโ
ดยตร

ข
าขอโ
อนอ
อนอุ
ตมงค
ด
วยจิ
ตและ
กา
ยวาจาฯ (กร
าบ)


ป
นแปดพึ
งยล
อั
นลึ
กโอฬา

นามขนานขานไข

ห
ล

งลุ
ปอง
นบธร
รมจํ

นง

 สวดบทพระ
สั
งฆคุ

สุ
ปะ
ฏิ
ป
นโนภะคะวะโ
ตสาวะ
กะสั
งโฆ
อุ
ชุ
ปะฏิ
ป
นโนภะ
คะ
วะ
โตสาวะกะสั
งโฆ
ญายะปะฏิ
ป
นโนภะคะวะโตสาวะกะสั
งโ

สามี
จิ
ปะฏิ
ป
นโนภะคะวะโตสาวะกะสั
งโ

ยะทิ
ทั
งจั
ตตาริ
ปุ
ริ
สะ
ยุ
คานิ
อั
ฏฐะปุ
ริ
สะปุ
คคะ
ลา

อสะภะ
คะ
วะโ
ตสาวะกะสั
งโฆ
อาหุ

นยโย* ปาหุ

นยโย* ทั
กขิ

ณยโย* อั
ญชะลี
กะระณี
โย
อะ
นุ
ตตะรั
งปุ
ญญั
กเ
ขตตั
งโลกั
สสาติ
ฯ(กราบ)
(อ

นออกเ
สี
ยงอาหุ
ไนยโ
ยปา
หุ
ไนยโยทั
กขิ
ไณยโยโ
ดยสร
ะเ
อกึ


สร
ะไอ)
(สวดทํ
านองสรภั
ญญะ)
(นํ
า)สงฆ

ดสาว
กศาสดา
แต
องค
สมเ
ดจ
็ภควั


ห็
นแจ

จตุ
สั
จเ
สร
จบร




งั
บและดั
บทุ
กข
ภั

โดยเ
สด็
จพร

ผู
ตร

สไตร

สะ
อาดและปร
าศมั

หมอง

หิ
นห

งทางข
าศึ
กปอง
ด
วยกายและว
าจาใ

27

(ร
บ)รั

บปฏิ
บั
ติ
มา
ลุ
ทางที
อั


ป
ญญาผ
องใ

บมิ
ลํ

พอง


ป
นเ
นื
อนา

บุ
ญ อั
นไพ
ศาลแก
โลกั

และ

กิ
ดพิ
บู
ลย
พู
นผล
สมญาเ
อาร
สทศพล
มี
คุ
ณอนนต

อนกจะนั
บเ
หลื
อตร

ข
าขอนบหมู
พร


ศร

พกทร
งคุ
ณา
นุ
คุ
ณปร

ดุ
จร
าพั


ด
วยเ
ดชบุ
ญข

อภิ
วั
นท พร
ะไตร

ตน

อั

อุ
ดมดิ


กนิ

ตศั


จงช
วยขจั
ดโพยภั

อั
นตร
ายใ
ดใ

จงดั
บและกลั
บเ
สื
อมสู

ญ(กร
าบ)

 บทสวดชั
ยสิ
ทธิ
คาถา
(นํ
า) พาหุ
ง(รั
บพร
อมกั
น) สะหั
สสะมะภิ
นิ
ม มิ
ตะสาวุ
ธั
นตั

คะ
รี

มขะลั
งอุ
ทิ
ตะโฆระสะเ
สนะมารั

ทานาทิ
ธั
มมะ
วิ
ธิ
นาชิ
ตะวา มุ
นิ
นโท
ตั
นเ
ตชะ
สา ภะวะตุเ
ต ชะยะสิ
ทธิ
นิ
จจั

(สวดทํ
านองสรภญญะ
)
ปางเ
มื
อพระ

องค
ปะ
ระ
มะ
พุ
ท ธะว
สุ

ทธะ
ศา
สดา
ตร
สร

อนุ


ตตะร

สะมา
ธิ
ณ โพธิ
บั
ลลั
งก
ขุ
นมาร
สหั
สสะ
พหุ
พา
หุ

ชาว

ชิ

ตขลั

ขี
คี




มขะละปร
ะทั

คชะ

หี
ยมกร



หิ
มหาญ
แสร
งเ

สกสะ

าวุ
ธะ
ปร
ะดิ
ษฐ กละคิ
ดจะ
รอนร
าญ

มพลพหลุ

พยุ
หปาน
พร
ะสมุ
ททะนองมา
หวั
งเ
พื
อผจญวะ


ะมุ
นิ

ทะ
สุ
ธิ
นะร
าชา
พระ
ปร

บพหลพยุ
หะมา

ะมะ

ลื
องมะ
ลายสู

ด
วยเ
ดชะองค
พร

ทศพล
สุ

มละ

ไพบู
ลย
ทา
นา
ทิ
ธรร
มะ
วิ
ธิ
กู

ชยะ
น
อมมโนตา

ด
วยเ
ดชะสั
จจะวะ
จะ
นา
และนมามิ
อง
ค
สาม
ขอจงนิ
กร
พละ
สยาม
ชยะ
สิ
ทธิ
ทุ
กว
าร
ถึ
งแม
จะมี
อร
วิ


ศษ
พละเ
ดชะ

ที
ยมมาร
ขอไทยผจญพิ
ชิ
ตะ
ผลาญ
อร
แม

นมุ
นิ
นทรฯ
(กร
าบ๓คร
ง)

28

 สวดบทเ
คารพคุ
ณมารดา
บิ
ดา
(นํ
า)อะนั
นตะคุ
ณะ
สั
มป
นนา(รั
บ)ชะ

นตติ
ชะนะกาอุ
โภ
มั
ยหั
งมาตาป
ตู
นั
งวะปาเ
ท วั
นทามิ
สาทะ
รั

มาร
ดาบิ
ดาทั
งสองเ

ป
นผู
ถึ

งพร
อมด

วยคุ
ณอั
นหา
ที
สุ

ดมิ
ได
ข
าพเ
จ
าขอไหว

ท

ทั
งสองของมาร

ดาบิ
ดาของข

พเ
จ

ด
วยความ

คา
รพอย
างสู

(สวดทํ
านองสรภั
ญญะ)
(นํ

)ข
าฯขอนบชนกคุ
ณ (ร
บ)ชนนี


ป
นเ
ค
ามู

ผู
กอบนุ

กู
ลพู

ผดุ

จวบเ
จร
ญวั


ฟู
มฟ
กทะ
นุ
ถนอม
บบํ
าร

ศนิ

าไกล
แสนยากเ
ท
าไร
ไร
บคิ
ดยา
กลํ
าบากกาย
ตร
ากทนร
ะคนทุ
กข
ถนอมเ
ลี
ยงฤร

วา



ปกป
อง
ซึ
งอั

นตร


จนได

อดเ
ป
นกายา

ปร
ยบหนั

กชนกคุ

ชนนี
คื
อภู
ผา

หญ
พื
นพสุ

นธร

ก็
บเ
ที
ยบบเ
ที
ยมทั


หลื
อที
จะ

แทนทด
จะ
สนองคุ
ณานั
นต
แท
บู
ชไนยอั
นอุ
ดมเ
ลิ
ศปร
ะเ
สร
ฐคุ

ณฯ

 สวดบทเ
คารพคุ
ณครู
อาจารย
(นํ
า)ปาเ
จราจริ
ยาโหนติ
(รั
บ)คุ
ณุ
ตตรานุ
สาสกา
ป
ญญาวุ
ฑฒิ
กเ
รเ
ตเ
ตทิ
นโนวาเ
ทนะมามิ
หั

คร
บา

อา
จาร
ย

ป
นผู
ทร

งคุ
ณอั
นยิ
งเ

ป
นผู
พร

าสอนศิ


ลปวิ
ทยา
ข
าพเ
จ
าขอนอบน
อมคร
บาอาจา

รย

หล
านั
นผู



ห
โอวาทผู
ทํ

าป
ญญา

ห

จร


(สวดทํ
านองสรภั
ญญะ)
(นํ
า)อนึ
งข

าคํ
านั
บน
อม (รั
บ)ต
อพร

คร
ผู

กา

รุ

โอบเ
อื
อและ


จื
อจุ

อนุ
ศาสน
ทุ
กสิ
งสร


พ
ยั
ง บ ทร
าบก็
ได
ทร
าบ ทั


บุ
ญบา
ปทุ
กสิ
งอั

29

ชี
แจงและแบ

งป

ขยา
ยอร

ถใ
ห
ชั
ดเ
จน
จิ
ตมา
กด
วยเ
มตตา
และ
กรุ
ณา บ เ
อี
ยงเ
อน

หมื
อนท
านมาแกล
งเ
กณฑให
ฉลา
ดและแหลมคม
ขจั
ดเ
ขลา
บร


ทาโม- หะจิ
ตมื
ดที
งุ

มงม
กั
งขา ณ อาร
มณ
ก็
สว

งกระ
จ

งใจ
คุ
ณส
วนนี
ควร

นั

ถื
อว
าเ

ลิ
ศ ณ แดนไตร
ควร
นึ
กและ
ตร
กใ


จิ
ตน
อมนิ
ยมชม
(สวดสรภั
ญญะไหว
ครู
ที
ใช

ในป
จจุ
บั
น)
ปาเ
จราจริ
ยาโ
หนติ คุ
ณุ
ตตรานุ
สาสกา
ข
าขอนบน
อมสั
กการ
บู

พคณาจาร
ย
ผู
กอปร

ปร
ะโยชน
ศึ
กษา
ทั
งท

านผู
ปร

ะสาทวิ
ชา
อบร
มจร
ยา

แด
ข
าใ
นกาลป
จจุ
บั

ข
าขอเ
คา
รพอภิ

นท



ลึ
กคุ
ณอนั
นต
ด
วยใ
จนิ
ยมบู
ชา
ขอเ
ดชกตเ

ทิ
ตา
อี
กวิ

ยะ

พา
ป
ญญา
ให

กิ
ดแตกฉาน
ศึ
กษาสํ
าเ

จทุ

กปร
ะการ
อายุ
ยื
นนา

อยู


นศี
ลธร

มอั
นดี

ห

กิ
ดเ
ป
นเ
กย
ีรติ

ป
นศร

ประ
โยชน
ทวี
แด
ชาติ
และ
ปร


ทศไทย เ
ทอญ
ป
ญญาวุ
ฒิ
กเ
รเ
ตเ

ทิ
นโนวาเ
ท นมามิ
หั

 บทสรรเ
สริ
ญพระ
บารมี
ข
าว
รพุ
ทธเ
จ

นบพร
ะภู
มิ
บาล

อกบร
มจั
กร
นทร


พระ
ยศยิ
งยง

ผลพระ
คุ
ณ ธรั
กษา
ขอบั
นดา
ลธประ
สงค
ใด
หวั
งว

หฤทั


อามโนและ
ศิ
ระ
กร
าน
บุ
ญญดิ



พร
ะสยามมิ
นทร


ย็
นศิ



พร
าะ
พร

บร
บาล

ปว
งปร

ชาเ
ป
นสุ
ขศา
นต
จงสฤษฏ
ดั

ดุ
จถวายชั
ย ชโยฯ

30

บทสวดมนต
สํ
าคั
ญต
างๆ
อาร
าธนา
ศี
ล๕(กล
าวขอศี
ล)
มะยั
งภั
นเ
ตวิ
สุ
งวิ
สุ
งรั
กขะณั
ตถายะติ
สะระเ
ณนะสะ
หะ
ป
ญจะสี
ลานิ
ยาจามะ
ทุ
ติ
ยั
มป
มะยั
งภั
นเ
ตวิ
สุ
งวิ
สุ
งรั
กขะณั
ตถายะติ
สะระเ
ณนะ
สะหะป
ญจะสี
ลานิ
ยาจามะ
ตะติ
ยั
มป
มะ
ยั
งภั
นเ
ตวิ
สุ
งวิ
สุ
งรั
กขะณั
ตถายะติ
สะระเ
ณนะ
สะหะป
ญจะสี
ลานิ
ยาจามะ
(ถ
าคนเ
ดี
ยว

ปลี
ยนจากคํ

าว
า"มะ

ยั
ง" เ
ป
น"อะหั
ง" และ"ยา
จามะ
"

ป
น"ยาจามิ
")
(อาร

ธนาศี
ล๘ใ
นวั
นพร
ะก็
แบบเ
ดี
ยวกั
นต
าง
กั
นแต

ปลี
ยน" ป

ญจะ"

ป
น"อั
ฏฐะ
"เ
ท
านั
น)

คํ

สมา
ทานศี
ล(คํ

รั
บศี
ลจากพร

ภก
ิษุ
)
ปาณาติ
ปาตาเ
วระมณี
สิ
กขาปะทั
งสะมาธิ
ยามิ
อทิ
นนาทาณาเ
วระมณี
สิ
กขาปะทั
งสะมาธิ
ยามิ
กาเ
มสุ
มิ
ฉาจาราเ
วระมณี
สิ
กขาปะทั
งสะมาธิ
ยามิ
มุ
สาวาทาเ
วระมณี
สิ
กขาปะทั
งสะมาธิ
ยามิ
สุ
ราเ
มระ
ยะมั
ชชะ
ปะมาทั
ฏฐานาเ
วระ
มะณี
สิ
กขาปะทั
งสมาธิ
ยามิ
คํ
าแปล
ข
าพเ
จ
าสมาทานซึ
งสิ

กขาบทคื
อเ
ว
นจากการ
ฆ
าสั
ตว
ด


ยตนเ
องและ
ไม
ใช

ห
ผู
อื

นฆ


ข
าพเ
จ
าสมาทานซึ
งสิ

กขาบท คื
อเ
ว
นจากการ
ลั
ก,ฉ
อของผู
อื

นด

วย
ตนเ
องและ
ไม

ช

ห
ผู
อื

นลั

กฉ

ข
าพเ
จ
าสมาทานซึ
งสิ

กขาบท คื
อเ
ว
นจากการ
ประ
พฤติ
ผิ
ดใ
นกา

ข
าพเ
จ
าสมาทานซึ
งสิ

กขาบท คื
อเ
ว
นจากการ
พู
ดเ
ทจ
็คํ
าไม

ป
นจร

31

และ
คํ

ล
อลวงอํ
าพร
างผู
อื



ข

พเ
จ

สมาทานซึ
งสิ

กขาบทคื
อเ
ว
นจากการ
ดื
มสุ


าเ
มร
ยเ

คร
อง


ดองของทํ
าใ
จใ
ห
คลั
งไคลต


างๆ

อา

าธนา
พร

ปร
ตร

วิ
ป
ตติ
ปะ
ฏิ
พาหายะสั
พพะ
สั
มป
ตติ
สิ
ทธิ
ยา
สั
พพะทุ
กขะวิ
นาสายะ ปะริ
ตตั
งพรู
ถะมั
งคะลั

วิ
ป
ตติ
ปะ
ฏิ
พาหายะสั
พพะ
สั
มป
ตติ
สิ
ทธิ
ยา
สั
พพะภะยะวิ
นาสายะปะริ
ตตั
งพรู
ถะมั
งคะ
ลั

วิ
ป
ตติ
ปะ
ฏิ
พาหายะสั
พพะ
สั
มป
ตติ
สิ
ทธิ
ยา
สั
พพะโรคะวิ
นาสายะปะริ
ตตั
งพรู
ถะมั
งคะลั

คํ
าแปล
ขอพระ
สงฆ
ทั
งหลายจงสวดพร

ะปร
ตอั

นเ
ป
นมงคลเ
พื
อป

องกั
นความ
วิ
บั
ติ

พื
อควา

มสํ
าเ

จใ

นสมบั
ติ
ทั
งปวงและ


พื
อใ

ห
ทุ
กข
ทั
งปวงพิ

นา

ไป
ขอพระ
สงฆ
ทั
งหลายจงสวดพร

ะปร
ตอั

นเ
ป
นมงคลเ
พื
อป

องกั
นความ
วิ
บั
ติเ
พื
อคว

ามสํ


ร็
จในสมบั
ติ
ทั
งปว

งและเ
พื
อใ

ห
ภั
ยทั
งปวงพิ

นา

ไป
ขอพระ
สงฆ
ทั
งหลายจงสวดพร

ะปร
ตอั

นเ
ป
นมงคลเ
พื
อป

องกั
นความ
วิ
บั
ติ

พื
อควา

มสํ
าเ

จใ

นสมบั
ติ
ทั
งปวงและ


พื
อใ

ห
โร
คทั
งปว

งพิ
นาศ
ไป

อา
รา
ธนาธร
รม

พรั
หมาจะโลกาธิ
ปะติ
สะหั
มปะ
ติ
กั
ตอั
ญชะลี
อั
นธิ
วะรั
งอะยาจะถะ
สั
นธี
ตะสั
ตตาปปะ
รั
กชั
กขะชาติ
กา

ทเ
สตุ
ธั
มมั
งอะนุ
กั
มป
มั
งปะ
ชั
งฯ
คํ
าแปล
ท
าว
สหั
มบดี
พร
หมผู


ป
นอธิ
บดี
ของ
โลกได
ปร

นมพร
ะหั
ตถ
นมั
สการ
กร

บทู
ลวิ
งว
อน สมเ
ด็
จพระ
ผู
มี

พร
ะภาคเ
จ
าผู
ปร

ะเ
สร
ฐว

32

สั
ตว
ทั

งหลายที

มี

ธุ
ลี
คื
อกิ

ลสในดวงตาเ
บา
บางยั
งมี
อยู


นโลกนี

ขอพร
ะองค
จงแสดงพร

ธร

ม ทร
งอนุ

คร
าะห
หมู
สั

ตว
นี


ถิ
ดฯ

บทสวดชุ
มนุ
มเ
ทว
ดา
(ถ

จะ
สวดเ
จ็
ดตํ
านานใ
ช
บทนี
)

สะ
รั
ชชั
งสะเ
สนั
งสะ
พั
นธุ
งนะ
ริ
นทั

ปะริ
ตตานุ
ภาโวสะทารั
กขะตู
ติ
ผะ
ริ
ตวานะเ
มตตั
งสะเ
มตตาภะทั
นตา
อะวิ
กขิ
ตตะ
จิ
ตตาปะริ
ตตั
งภะณั
นตุ
(ถ

จะ
สวดสิ
บสองตํ

นา
นใ
ช
บทนี
)

สะ
มั
นตาจั
กกะวาเ
ฬสุ
อั
ตราคั
จฉั
นตุ

ทวะตา
สั
ทธั
มมั
งมุ
นิ
ราชั
สสะ
สุ
ณั
นตุ
สั
คคะโมกขะทั

(ต
อด
วย)
สั
คเ
คกาเ
มจะรู

ปคิ
ริ
สิ
ขะระตะเ
ฏจั
นตะลิ
กเ
ขวิ
มาเ

ที

ปรั
ฏเ
ฐจะคาเ
มตะรุ
วะ
นะ
คะ
หะ

นเ
คหะวั
ตถุ
มหิ

ขตเ

ภุ
มมาจายั
นตุ

ทวาชะละถะละ
วิ
สะ

มยั
กขะคน
ัธั
พพะนาคา
ติ
ฏฐั
นตาสั
นติ

กยั
งมุ
นิ
วะ
ระ
วะ
จะนั
งสาธะโวเ
มสุ
ณั
นตุ

ธั
มมั
สสะ
วะ
นะ
กาโลอะยั
มภะ
ทั
นตา
ธั
มมั
สสะ
วะ
นะ
กาโลอะยั
มภะ
ทั
นตา
ธั
มมั
สสะ
วะ
นะ
กาโลอะยั
มภะ
ทั
นตาฯ
นะโมตั
สสะภะคะวะ
โตอะระหะ
โตสั
มมาสั
มพุ
ทธั
สสะ
นะโมตั
สสะภะคะวะ
โตอะระหะ
โตสั
มมาสั
มพุ
ทธั
สสะ
นะโมตั
สสะภะคะวะ
โตอะระหะ
โตสั
มมาสั
มพุ
ทธั
สสะฯ
พุ
ทธั
งสะระณั
งคั
จฉามิ
ธั
มมั
งสะระณั
งคั
จฉามิ
สั
งฆั
งสะ
ระ
ณั
งคั
จฉามิ

33

ทุ
ติ
ยั
มป
พุ
ทธั
งสะระณั
งคั
จฉามิ
ทุ
ติ
ยั
มป
ธั
มมั
งสะระณั
งคั
จฉามิ
ทุ
ติ
ยั
มป
สั
งฆั
งสะระณั
งคั
จฉามิ
ตะ
ติ
ยั
มป
พุ
ทธั
งสะ
ระ
ณั
งคั
จฉามิ
ตะ
ติ
ยั
มป
ธั
มมั
งสะระณั
งคั
จฉามิ
ตะ
ติ
ยั
มป
สั
งฆั
งสะระณั
งคั
จฉามิ
(ถ
าสวดให
คนไข
ฟ
งหร
อสวดใ

ห
งานทํ

บุ
ญสะเ
ดาะ

คร
าะ
ห
ต
อชะ
ตา
อา
ยุ
สวดดั
งนี
)

พุ
ทธั
งชี
วิ
ตั
งยาวะนิ
พพานั
งสะระณั
งคั
จฉามิ
ธั
มมั
งชี
วิ
ตั
งยาวะนิ
พพานั
งสะ
ระ
ณั
งคั
จฉามิ
สั
งฆั
งชี
วิ
ตั
งยาวะนิ
พพานั
งสะระณั
งคั
จฉามิ
ทุ
ติ
ยั
มป
พุ
ทธั
งชี
วิ
ตั
งยาวะนิ
พพานั
งสะระณั
งคั
จฉามิ
ทุ
ติ
ยั
มป
ธั
มมั
งชี
วิ
ตั
งยาวะนิ
พพานั
งสะระณั
งคั
จฉามิ
ทุ
ติ
ยั
มป
สั
งฆั
งชี
วิ
ตั
งยาวะนิ
พพานั
งสะระณั
งคั
จฉามิ
ตะติ
ยั
มป
พุ
ทธั
งชี
วิ
ตั
งยาวะนิ
พพานั
งสะ
ระ
ณั
งคั
จฉามิ
ตะ
ติ
ยั
มป
ธั
มมั
งชี
วิ
ตั
งยาวะนิ
พพานั
งสะ
ระ
ณั
งคั
จฉามิ
ตะ
ติ
ยั
มป
สั
งฆั
งชี
วิ
ตั
งยาวะนิ
พพานั
งสะ
ระ
ณั
งคั
จฉามิ


ชิ
ญเ
ทวดากลั
บ(เ
ทวตาอุ
ยโ
ยชะ
นะ
คา
ถา
)
ทุ
กขั
ปป
ตตาจะนิ
ททุ
กขาภะ
ยั
ปป
ตตาจะนิ
พภะยา

สกั
ปป
ตตาจะนิ
สโสกาโหนตุ
สั
พพเ
พป
ปาณิ



อตตาวะ
ตาจะอั
มเ
หหิ
สั
มภะ
ตั
งปุ
ญญะสั
มปะ
ทั

สั
พเ
พเ
ทวานุ

มทั
นตุ
สั
พพะสั
มป
ตติ
สิ
ทธิ
ยา
ทานั
งทะทั
นตุ
สั
ทธายะสี
ลั
งรั
กขั
นตุ
สั
พพะ
ทา
ภาวะ
นาภิ
ระ
ตาโหนตุ
คั
จฉั
นตุ

ทวะตาคะ
ตาฯ
สั
พเ
พ พุ
ทธาพะลั
ปป
ตตาป
จเ
จกานั
ญจะยั
งพะลั

อะระหั
นตานั
ญจะเ
ตเ
ชนะรั
กขั
งพั
นธามิ
สั
พพะโ
สฯ

34

คํ
าแปล
ขอสร

พสั
ตว
ทั
งหลายที

ถึ

งแล

ซึ
งทุ

กข
จงเ
ป
นผู
ไม

มี
ทุ
กข
และ
ทถ
่ึ


แล
วซึ
งภั

ยจงเ
ป
นผู
ไม

มี
ภั
ย และที
ถึ


แล
วซึ
งโศก จงเ

ป
นผู
ไม

มี
โศก
และขอเ
หล
าเ
ทพเ
จ
าทั
งปวงจงอนุ

โมทนาซึ
งสมบั

ติ
อั
นเ
รา
ทั
งหลาย

ก
อสร
าง

แล
ว ด

ยเ
หตุ
มี
ปร

มาณเ
ท
านี
้เ
พื
ออั

นสํ


ร็
จสมบั
ติ
ทั
งปวง

มนุ
ษย
ทั
งหลาย จงใ

ห
ทานด
วยศร
ทธา จง

รั
กษา
ศี
ลในการ
ทั
งปวง

จงเ
ป
นผู
ยิ

นดี
แล
วใ
นกา
รภาวนาเ
ทพยดาทั
งหลายที

มาแล

วเ
ชิ
ญกลั

ไปเ
ถิ
ดพร
ะพุ
ทธเ
จ
าทั
งหลาย ล

วนทร
งพร

กํ
าลั
งทั
งหมด กํ

าลั
งใ

แห
งพระ
ป
จเ
จกพุ
ทธเ
จ
าทั
งหลายและ

แห
งพร

อร
หั
นต
ทั
งหลา

ยมี
อยู

ข
าพเ
จ
าขอผู
กคว
ามรั
กษาด

ยเ
ดชแห
งกํ

ลั
งนั
นโดยปร


กา
รทั
งปว

พระ
ธร

มจั
กร
กั
ปปว
ตนสู

ตร
ธั
มมะ
จั
กร
นถ
้


ท
านใ
ดได
สว
ดจะทํ
าให
ชี
วิ
ตเ
จร
ญร

งเ



องหน


ที

การ
งาน ที
ทํ

าอยู
จะ

มี
ควา
มเ
จร
ญก

าวหน
าเ
พร

ะว

ธั
มมะจั
กร

ป
นพร

ธรร
มเ
ทศนากั
ณฑ
แร
กที
พร


พุ
ทธเ
จ

ได
ทรงแสดงโปร
ดนั
กบวชป
ญจว
คี
ย
และยั


ป
นวงล
อที
หมุ

นเ
ป
นคร
งแร


กของพร
ะพุ
ทธศาสนาจึ
งนั
บว


ป
นการ
ลํ
าบา
กที
ผู

คนทั

งหลา

ยจะ
ได
สวด และยั
งจะเ
ป
นกา
รเ
ปลื
อง

ทุ
กข
ภั
ยต
างๆ นา
นา
ได
อี
กด
วย สิ
งร

ายจะ

กลายเ
ป
นดี
และยั
งทํ
าใ
ห
มี
อายุ
ยื
นมี
ความสุ
ขกายสุ
ขใจปร

ศจา
กทุ
กข
โศกโร
คภั


อวั
มเ
มสุ
ตั
งฯเ
อกั
งสะมะยั
งภะคะวาพาราณะสิ
ยั
งวิ
หะระติ
อิ
สิ
ปะตะเ
นมิ
คะทาเ
ยตั
ตระโ
ขภะ
คะ
วาป
ญจะ
วั
คคิ

ยภิ
กขู
อา
มั
นเ
ตสิ
ข
าพเ
จ
า(คื
อพระ
อานนท
) ได
สดั
บมา
อย
างนี

สมั
ยหนึ
งพร

ะพุ
ทธเ
จ
าผู

ทร
งไว
ซึ

งพร

ะมหากร
ณาธิ

คุ
ณเ
สด็
จปร
ะทั
บอยู
ที

ป

าอิ
สิ
ปตนมฤคทาย
วั
นใ
กล

มื
องพาร
าณสี

นเ
วลา
นั
นพระ

องค
ได
ตร
สเ

ตื
อนพร
ะภิ
กษุ

บญจวั
คคี
ย




ทวเ
มภิ
กขะเ
วอั
นตาป
พพะ
ชิ

ตนะนะเ
สวิ
ตั
พพาโยจายั
งกา

มสุ
กามะสุ
ขั
ลลิ
กานุ
โยโ
คหี

นคั
มโมโ
ปถุ
ชชะ
นิ

กอะ
นะริ
โย

35

อะนั
ตถะสั
ญหิ

ตโยจายั
งอั
ตตะกิ
ละมะ
ถานุ
โยโคทุ
กโขอะนะ
ริ

ยอะนั
ตถะสั
ญหิ
โตฯ
ภิ
กษุ
ทั
งหลายผู

ออกบวชแสว

งหาความหลุ
ดพ
นไม
คว

ปฎิ
บั
ติ
ตน๒
ปร

กา
รคื
อ(๑) การ
แสว
งหาคว
ามสุ
ขทา
งกา
มคุ
ณ แบบสุ
ดโต
งซึ


ทํ
าใ
ห
จิ
ตใ
จต่


ทร
ามเ
ป
นเ

องของชาว


บ
านที
มี

ความใ
คร


ป
นเ

องของ


คนมี
กิ

ลสหนา
ไม

ช

ป
นสิ
งปร

ะเ
สร
ฐคื

อมี
แต
จะก
อใ
ห

กิ
ดข
าศึ
กคื

กิ

ลสไม
มี
สาร

ปร

โยชน
อั
นใด(๒) การ
ปฏิ
บั
ติ
ตนแบบก
อให

กิ

ควา
มทุ
กข
ทร
มา
นเ
ป
นสภาวะ
ที
ทนได

ยากไม

ช
สิ
งปร



สร
ฐคื

อมี
แต
จะ
ก
อใ
ห

กิ
ดข
าศึ
กคอ
ืกิ

ลสไม
มี
สาร

ปร

โยชน
อั
นใ
ดฯ

อเ
ตเ
ตภิ
กขะ

วอุ
โภอั
นเ
ตอะนุ
ปะคั
มมะมั
ชฌิ
มาปะ
ฏิ
ปะทา
ตะ
ถาคะเ
ตนะอะภิ
สั
มพุ
ทธาจั
กขุ
กะ
ระ
ณี
ญาณะกะระณี
อุ
ปะ
สะมายะอะภิ
ญญายะสั
มโพธายะนิ
พพานายะสั
งวั
ตตะติ

กะตะ
มาจะสาภิ
กขะเ
วมั
ชฌิ
มาปะฏิ
ปะ
ทาตะถาคะเ
ตนะ
อะภิ
สั
มพุ
ทธาจั
กขุ
กะระณี
ญาณะกะระณี
อุ
ปะสะมายะ
อะภิ
ญญายะสั
มโพธายะนิ
พพานายะสั
งวั
ตตะติ

อะยะ

มวะอะ
ริ

ยอั
ฏฐั
งคิ
โกมั
คโ
คฯเ
สยยะถี
ทั
งฯสั
มมาทิ
ฏฐิ
สั
มมาสั
งกั
ปโปสั
มมาวาจาสั
มมากั
มมั
นโตสั
มมาอาชี
โวสั
มมา
วายาโมสั
มมาสะ
ติ
สั
มมาสะมาธิ

ภิ
กษุ
ทั
งหลายหลั

กปฏิ
บั
ติ
อั
นเ
ป
นทา
งสา
ยกลางหลี
กเ
ลี
ยงจากการ

ปฏิ
บั
ติ
แบบสุ
ดโต
งซึ
งเ


าตถาคตได
ตร
สร

แล


วด
วยป
ญญาอั
นยว
ดยิ



ห็
นได
ด

ยตาใ
นร
ด


วยญาณภา
ยใ
นเ
ป
นไปเ
พื
อคว

ามสงบกิ

ลสเ
พื


ควา
มรู
ยิ

งเ

พื
อความร

อย


างทั
วถึ

งเ
พื
อความดั

บกิ

ลสและกองทุ
กข
ได
แก
อร
ยมรร

คมี
องค
๘คื
อ(๑) คว
ามเ
ห็
นชอบ(๒) ความดํ
าร
ชอบ

(๓) ว
าจาชอบ(๔) กา

งานชอบ(๕) เ
ลี
ยง

ชี
วิ
ตชอบ(๖) ความเ
พี
ยร
ชอบ(๗) ความร

ลึ
กชอบ(๘) ความตั


จิ
ตชอบ
อะยั
งโ
ขสาภิ
กขะเ
วมั
ชฌิ
มาปะฏิ
ปะทาตะถาคะเ
ตนะอะภิ
สั
มพุ
ทธาจั
กขุ
กะ
ระ
ณี
ญาณะกะระณี
อุ
ปะ
สะมายะอะภิ
ญญา
ยะสั
มโพธายะนิ
พพานายะสั
งวั
ตตะติ

อิ
ทั
งโ
ขปะนะภิ
กขะ

วทุ
กขาอะริ
ยั
ะสั
จจั
งชาติ
ป
ทุ
กขชะราป

36

ทุ
กขามะระณั
มป
ทุ
กขั
งโสกะปะริ

ทวะทุ
กขะโทมะนั
สสุ
ปายา
สาป
ทุ
กขาอั
ปป

ยหิ
สั
มปะโ
ยโคทุ
กโขป

ยหิ
วิ
ปปะโยโคทุ

โขยั
มป
จฉั
งนะละภะติ
ตั
มป
ทุ
กขั
งสั
งขิ
ตเ
ตนะป
ญจุ
ปาทานั

ขั
นธาทุ
กขา
ภิ
กษุ
ทั
งหลายทุ

กขอร
ยสั

จคื
อคว
ามจร
งที

ช

วยมนุ
ษย
ให

ป
นผู

ประ

สร
ฐเ

กี
ยวกั

บการ
พิ
จาร
ณาเ
ห็
นทุ
กข

ป
นอย
างนี

คื
อกา


ข

ใจว

"เ
กิ
ดแก

จ็
บตาย" ล
วนแต

ป
นทุ
กข
แม
แต
ความโศรกเ
ศร
าเ

สี
ยใจ
ความร
าไร



าพั

นความทุ
กข
กายทุ
กข
ใจทั
งควา

มคั
บแค
นใจก็

ป

ทุ
กข
ประ
สบกั
บสิ
งที

ไม


ป
นที


กก็


ป
นทุ
กข
พลั
ดพร
ากจากสิ
งที



ป
นที


กก็


ป
นทุ
กข
ปร
าถนาสิ
งใ

ดไม
ได
สิ
งนั

นก็


ป
นทุ
กข
ว
าโ
ดยย
อการ
ยึ

มั
นแบบฝ

งใ
จว
าเ
บญจขั
นธ
(คื
อร
ปเ


ทนาสั
ญญาสั
งขาร
วิ
ญญา
ณ) ว
าเ
ป
นอั
ตตาเ
ป
นตั
วเ

าเ
ป
นเ
หตุ
ทํ

ให

กิ
ดควา
มทุ
กข
แท
จริ

อิ
ทั
งโขปะนะภิ
กขะเ
วทุ
กขะสะ
มุ
มะ
โยอะริ
ยะสั
จจั
งฯยายั

ตั
ณ หาโปโนพภะวิ
กานั
นทิ
ราคะสะหะ
คะ
ตาตั
ตระตั
ตราภิ
นั
นทิ
นี
ฯเ
สยยะถี
ทั
งฯกามะตั
ณ หาภะวะตั
ณ หาวิ
ภะ
วะตั
ณหาฯ
ภิ
กษุ
ทั
งหลายเ

หตุ
ทํ
าใ
ห

กิ
ดความทุ
กข
(สมุ
หทั
ย) มี
อย
างนี

คื

ความอยากเ
กิ
นควรที


รี
ยกว
าทะ

ยานอยากทํ
าให
ต
องเ
วี
ยนว
ายตาย

กิ
ดเ
ป
นไปด
วยความกํ
าหนั
ดด
วยอํ
านาจควา
มเ
พลิ
ดเ
พลิ
นมั


พลิ
ดเ
พลิ
นอย

งหลงร



งใ

นสิ
งที

ก

อใ
ห

กิ
ดความกํ
าหนั
ดร
กใ

คร
นั

นๆ

ได
แก
(๑) ควา
มทะยา
นอยากใ
นสิ
งที

ก

อใ
ห

กิ
ดควา
มใ
คร

(๒) ความทะ
ยานอยากในคว
ามอยากเ
ป
นนั
นอยากเ

ป
นนี

(๓) คว
ามทะ
ยานอยา
กใ
นคว
ามที
จะ

พ
นจา
กภาวะ
ที
ไม

อยากเ
ป
นเ

ช

ไม
อยากจะ

ป
นคนไร


กี
ยรติ
ไร
ยศเ

ป
นต
นอยา
กจะดั
บสู
ญไปเ
ลยถ

ไม
ได

ป
นอย
าง
นั
นอย

างนี

อิ
ทั
งโขปะนะภิ
กขะเ
วทุ
กขะนิ
โรโธอะริ
ยะสั
จจั
งฯโยตั
สสาเ

วะตั
ณหายะอะเ
สสะวิ
ราคะนิ
โรโธจาโ
คปะฏิ
นิ
สสั
คโคมุ
ตติ
อะ
นาละโยฯ

ภิ
กษุ
ทั
งหลายนิ


รธคื
อคว
ามดั
บทุ
กข
อย

งแท
จร
งคื

อดั
บความ
กํ

หนั
ดอย
างสิ
นเ

ชิ
งมิ

ห
ตั
ณหาเ
หลื
อยู

สละ
ตั
ณหาปล
อยวางตั
ณหา
ข

มพ
นจากตั
ณหาไม
มี

ยื
อใ

ยในตั
ณหา
อิ
ทั
งโ
ขปะนะภิ
กขะ

วทุ
กขะ
นิ

รธะคามิ
นี
ปะฏิ
ปะทาอะริ
ยะ
สั
จจั
งฯ
อะยะ

มวะอะ
ริ

ยอั
ฏฐั
งคิ
โกมั
คโ
คฯเ
สยยะถี
ทั
งฯสั
มมาทิ
ฏฐิ
สั
มมาสั
งกั
ปโปสั
มมาวาจาสั
มมากั
มมั
นโตสั
มมาอาชี
โวสั
มมา
วายาโมสั
มมาสะ
ติ
สั
มมาสะมาธิ

ภิ
กษุ
ทั
งหลายทุ

กขโร
ธคามิ
นี
ปฏิ
ปทาอร
ยสั

จคื
อข
อปฏิ
บั
ติ
ให
ถึ

ควา
มดั
บทุ
กข
อย
าง
แท
จร
งคื

ออร
ยมรร

คมี
องค
๘ได
แก
(๑) ควา


ห็
นชอบ(๒) ความดํ
าร
ชอบ(๓) วาจา

ชอบ(๔) กา

งานชอบ(๕)

ลี
ยงชี

วิ
ตชอบ(๖) ความเ
พี
ยร
ชอบ(๗) ความร
ะลึ
กชอบ(๘) ควา

ตั
งจิ

ตมั
นชอบ

อิ
ทั
งทุ
กขั
งอะ
ริ
ยะ
สั
จจั
นติ

มภิ
กขะเ
วปุ
พเ
พ อะ
นะ
นุ
สสุ

ตสุ
ธั


มสุ
จั
กขุ
งอุ
ทะปาทิ
ญาณั
งอุ
ทะปาทิ
ป
ญญาอุ
ทะปาทิ
วิ
ชชา
อุ
ทะ
ปาทิ
อาโลโ
กอุ
ทะปาทิ

ตั
งโ
ขปะนิ
ทั
งทุ
กขั
งอะริ
ยะสั
จจั
งปะ
ริ
ญเ
ญยยั
นติ

มภิ
กขะเ

ปุ
พเ
พ อะนะ
นุ
สสุ

ตสุ
ธั
มเ
มสุ
จั
กขุ
งอุ
ทะ
ปาทิ
อาโลโ
กอุ
ทะปาทิ
ตั
งโ
ขปะนิ
ทั
งทุ
กขั
งอะริ
ยะสั
จจั
งปะ
ริ
ญญาตั
นติ

มภิ
กขะ


ปุ
พเ
พ อะนะ
นุ
สสุ

ตสุ
ธั
มเ
มสุ
จั
กขุ
งอุ
ทะ
ปาทิ
ญาณั
งอุ
ทะ
ปาทิ
ป
ญญาอุ
ทะ
ปาทิ
วิ
ชชาอุ
ทะ
ปาทิ
อาโลโกอุ
ทะปาทิ

ภิ
กษุ
ทั
งหลายดว

งตาเ
ห็
นธรร
มญา
ณ ป
ญญาว
ชชาแสงสว

างอย

าง
แจ
มแจ
งใ
นธร

มทั
งหลา

ยที



ายั

ไม
ได

คยร
บฟ

งมาใ
นกาลก
อนว
านี


ป
นทุ
กข
อร
ยสั

จจเ
ป
นสิ
งที

ควร

กํ
าหนดร


ภิ
กษุ
ทั
งหลาย(บั

ดนี
)เ


าได
ดวง
ตาเ
ห็
นธรร
มเ
กิ
ดญาณ ป
ญญาวิ
ชชาแสงสว
างอย

งแจ
มแจ
งใ

ธร

มทั
งหลายที




ายั

ไม
ได

คยร
บฟ

งมาใ
นกาลก
อนว

นี


ป
นทุ
กข
อร
ยสั

จเ
รา
ได
กํ
าหนดร
แล



อิ
ทั
งทุ
กขะสะมุ
ทะโ
ยอะ
ริ
ยะ
สั
จจั
นติ

มภิ
กขะเ
วปุ
พเ
พ อะ
นะ

37

38

นุ
สสุ

ตสุ
ธั
มเ
มสุ
จั
กขุ
งอุ
ทะปาทิ
ญาณั

อุ
ทะปาทิ
ป
ญญาอุ
ทะปาทิ
วิ
ชชาอุ
ทะปาทิ
อาโลโกอุ
ทะปาทิ

ตั
งโขปะนิ
ทั
งทุ
กขะสะมุ
ทมะโ
ยอะ
ริ
ยะ
สั
จจั
งปะหาตั
พพั
นติ


ภิ
กขะเ
วปุ
พเ
พเ
มภิ
กขะเ
วปุ
พเ
พ อะนะนุ
สสุ

ตสุ
ธั
มเ
มสุ
จั
กขุ

อุ
ทะปาทิ
ญาณั
งอุ
ทะปาทิ
ป
ญญาอุ
ทะปาทิ
วิ
ชชาอุ
ทะปาทิ
อาโลโกอุ
ทะปาทิ

ตั
งโขปะนิ
ทั
งทุ
กขะสะมุ
ทะโ
ยอะริ
ยะสั
จจั
งปะหี
นั
นติ


ภิ
กขะเ
วปุ
พเ
พ อะนะนุ
สสุ

ตสุ
ธั
มเ
มสุ
จั
กขุ
งอุ
ทะปาทิ
ญาณั
งอุ
ทะปาทิ
ป
ญญาอุ
ทะปาทิ
วิ
ชชาอุ
ทะปาทิ
อาโลโกอุ
ทะปาทิ

ภิ
กษุ
ทั
งหลายดวงตาเ

ห็
นธร

มญาณ ป
ญญาวิ
ชชาแสงสว
างอย
าง
แจ
มแจ
งใ
นธร

มทั
งหลายที




ายั
งไม
ได

คยร
บฟ

งมาใ
นกาลก
อนว
านี



ป
นทุ
กข
สมุ
ทั
ยอร
ยสั

จเ
ปน
สิ
งที

ควร

ละภิ
กษุ
ทั
งหลาย(บั

ดนี
)เ



ได
ดวงตาเ
ห็
นธร

มเ
กิ
ดญาณ ป
ญญาว
ชชาแสง

สว

งอย
างแจ
มแจ

ใน
ธรร
มทั


หลายที



ายั
งไม
ได

คยร
บฟ

งมาใ
นกา
ลก
อนว
านี


ป
นทุ
กข
สมุ
ทั
ยอร
ยสั

จเ

าละ
ได
แล

อิ
ทั
งทุ
กขะ
นิ

รโ
ธอะ
ริ
ยะ
สั
จจั
นติ

มภิ
กขะเ
วปุ
พเ
พ อะ
นะนุ
สสุ

ตสุ
ธั
มเ
มสุ
จั
กขุ
งอุ
ทะปาทิ
ญาณั

อุ
ทะปาทิ
ฯป
ญญาอุ
ทะปาทิ
วิ
ชชาอุ
ทะปาทิ
อาโลโกอุ
ทะปาทิ
ตั
งโขปะนิ
ทั
งทุ
กขะนิ
โรโธอะริ
ยะสั
จจั
งสั
จจิ
กาตั
พพั
นติ


ภิ
กขะเ
วปุ
พเ
พ อะนะนุ
สสุ

ตสุ
ธั
มเ
มสุ
จั
กขุ
งอุ
ทะปาทิ
ญาณั
งอุ
ทะ
ปาทิ
ป
ญญาอุ
ทะ
ปาทิ
วิ
ชชาอุ
ทะปาทิ
อาโลโกอุ
ทะปาทิ

ตั
งโขปะนิ
ทั
งทุ
กขะนิ
โรโธอะริ
ยะสั
จจั
งสั
จจิ
กะตั
นติ


ภิ
กขะเ
วปุ
พเ
พ อะนะนุ
สสุ

ตสุ
ธั
มเ
มสุ
จั
กขุ
งอุ
ทะปาทิ
ญาณั
งอุ
ทะ
ปาทิ
ป
ญญาอุ
ทะปาทิ
วิ
ชชาอุ
ทะปาทิ
อาโ
ลโกอุ
ทะปาทิ

39

ภิ
กษุ
ทั
งหลายดว

งตาเ
ห็
นธรร
มญา
ณ ป
ญญาว
ชชาแสงสว

างอย

าง
แจ
มแจ
งใ
นธร

มทั
งหลา

ยที



ายั

ไม
ได

คยร
บฟ

งมาใ
นกาลก
อนว
านี


ป
นทุ
กข
นิ
โรธอร
ยสั

จเ
ป
นสิ
งที

ควร

ทํ

ให
แจ
งภิ
กษุ
ทั
งหลา

ย(บั
ดนี
)



าได
ดวงตาเ
ห็
นธร

มเ
กิ
ดญาณ ป
ญญาว
ชชาแสง

สว
างอย

างแจ

แจ
งใ
นธร

มทั
งหลา

ยที



ายั

ไม
ได

คยร
บฟ

งมาใ
นกา
ลก
อนว
าเ
ป

ทุ
กข
นิ
โร
ธอร
ยสั

จเ

าได
ทํ
าใ
ห
แจ
งแล

อิ
ทั
งทุ
กขะนิ
โรธะคามิ
นี
ปะฏิ
ปะ
ทาอะ
ริ
ยะ
สั
จจั
นติ

มภิ
กขะเ

ปุ
พเ
พ อะนะ
นุ
สสุ

ตสุ
ธั
มเ
มสุ
จั
กขุ
งอุ
ทะ
ปาทิ
ญาณั
งอุ
ทะ
ปาทิ
ป
ญญาอุ
ทะ
ปาทิ
วิ
ชชาอุ
ทะ
ปาทิ
อาโลโกอุ
ทะปาทิ

ตั
งโ
ขปะนิ
ทั
งทุ
กขะนิ
โรธะคามิ
นี
ปะ
ฏิ
ปะทาอะริ
สั
จจั

ภาเ
วตั
พพั
นติ

มภิ
กขะ

วปุ
พเ
พ อะนะ
นุ
สสุ

ตสุ
ธั
มเ
มสุ
จั
กขุ
งอุ
ทะปาทิ
ญาณั
งอุ
ทะปาทิ
ป
ญญาอุ
ทะปาทิ
วิ
ชชาอุ
ทะปาทิ
อาโลโ
กอุ
ทะปาทิ

ตั
งโ
ขปะนิ
ทั
งทุ
กขะนิ
โรธะคามิ
นี
ปะ
ฏิ
ปะทาอะริ
ยะสั
จจั
งภาวิ
ตั
นติ

มภิ
กขะเ
วปุ
พเ
พ อะนะนุ
สสุ

ตสุ
ธั
มเ
มสุ
จั
กขุ
งอุ
ทะปาทิ
ญาณั
งอุ
ทะปาทิ
ป
ญญาอุ
ทะ
ปาทิ
วิ
ชชาอุ
ทะ
ปาทิ
อาโลโ
กอุ
ทะปาทิ

ภิ
กษุ
ทั
งหลายดว

งตาเ
ห็
นธรร
มญา
ณ ป
ญญาว
ชชาแสงสว

างอย

าง
แจ
มแจ
งใ
นธร

มทั
งหลา

ยที



ายั

ไม
ได

คยร
บฟ

งมาใ
นกาลก
อนว
านี


ป
นทุ
กข
นิ
โรธคามิ
นี
ปฏิ
ปทาอร
ยสั

จเ
ป
นสิ
งที

ควร

ทํ
าใ
ห
แจ
งภิ
กษุ
ทั
งหลาย(บั

ดนี
)เ


าได
ดวง
ตาเ
ห็
นธรร
มเ
กิ
ดญาณ ป
ญญาวิ
ชชา
แสงสว

งอย
างแจ
มแจ
งใ
นธร

มทั
งหลายที



รา
ยั
งไม
ได

คยร
บฟ

งมา
ในกาลก
อนว


ป
นทุ
กข
นิ
โร
ธคามิ
นี
ปฏิ
ปทาอร
ยสั

จเ


ได
ทํ

ให
แจ

แล

ยาวะกี
วั
ญจะเ
มภิ
กขะเ
วอิ

มสุ
จะตู
สุ
อะริ
ยะสั
จเ
จสุ

อวั
นติ
ปะ
ริ
วั
ฏฏั
งทวาทะสาการั
งยะ
ถาภู
ตั
งญาณะทั
สสะ
นั
งนะสุ
วิ
สุ
ทธั

อะโ
หสิ

ภิ
กษุ
ทั
งหลายเ

มื
อใ

ดกา

หยั
งร



การ

ห็
นตามความเ
ป
นจร
งว

าอร

ยสั


๔มี
๓ร
อบมี
อาการ๑๒(ได
แก
๑. หยั
งร

อริ


ยสั
จแต
ละอย

งตา

40

ความเ
ป
นจร
ง๒. หยั

งร

กิ


จของอร
ยสั

จ๓. หยั
งร

กิ


จอั
นได
ทํ
าแล
วใน
อร
ยสั

จ) ยั

ไม
หมดจดเ
พี
ยงใ


นวะตาวาหั
งภิ
กขะ

วสะเ
ทวะเ
กโลเ
กสะมาระเ
กสะพรั
หมะเ

สั
สสะมะณะพราหมะณิ
ยาปะชายะสะเ
ทวะมะ
นุ
สสายะอะนุ

ตะรั
งสั
มมาสั
มโพธิ
งอะภิ
สั
มพุ
ทโ
ธป
จจั
ญญาสิ
งฯ
ภิ
กษุ
ทั
งหลายเ


าไม
ยื
นยั
นตนว
าเ

ป
นผู
ตร

สร

ชอบด


วยตนเ
องไม
มี

คร
จะ

ที
ยบได
ไม

าจะ


ป
นเ
ทว
ดามารพร
หมแม
มวลมนุ
ษย
ทั
งที



ป
นสมณะเ
ป
นพร
าหมณ
ก็

ที
ยบเ
ท
ามิ
ได

พี
ยงนั


ยะโ
ตจะโขเ
มภิ
กขะเ
วอิ

มสุ
จะตู
สุ
อะริ
ยะสั
จเ
จสุ

อวั
นติ
ปะ
ริ
วั
ฏฏั
งทวาทะ
สาการั
งยะถาภู
ตั
งญาณะทั
สสะนั
งสุ
วิ
สุ
ทธั

อะโหสิ

อะถาหั
งภิ
กขะเ
วสะ

ทวะ

กโลเ
กสะมาระเ
กสะพรั
หมะเ

สั
สสะมะณะพราหมะณิ
ยาปะ
ชายะสะ

ทวะมะนุ
สสายะอะ
นุ

ตะรั
งสั
มมาสั
มโพธิ
งอะภิ
สั
มพุ
ทโ
ธป
จจั
ญญาสิ
งฯ
ภิ
กษุ
ทั
งหลายเ

มื
อใดการ

หยั
งร



การ

ห็
นตา
มความเ
ป
นจริ

ดั
งกล
าวมา
หมดจดดี
แล
วเ
มื
อนั

นเ


าได
ยื
นยั
นตนเ
ป
นผู
ตร

สร

ชอบดั


งกล
าวแล


ช
นนั


ญาณั
ญจะปะ
นะเ
มทั
สสะนั
งอุ
ทะปาทิ
อะ
กุ
ปปาเ
มวิ
มุ
ตติ
อะ
ยะมั
นติ
มาชาติ
นั
ตถิ
ทานิ
ปุ
นั
พภะ
โวติ

การ
หยั
งร



การ

ห็
นตา
มความเ
ป
นจริ
งได

กิ
ดขึ
นแก




แล
วว
าคว
าม
หลุ
ดพ
นของเ

าไม
มี
กา
รกลั
บกํ
าเ

บอี

กแล
วชาติ
นี


ป
นชาติ
สุ
ดท


แล
วไม
ต
องมี
การ

วี
ยนว
ายตายเ
กิ
ดอี

อิ
ทะมะโวจะภะคะวาฯอั
ตตะมะนาป
ญจะวั
คคิ
ยาภิ
ขู
ภะคะวะ
โตภาสิ
ตั
งอะ
ภิ
นั
นทุ
งฯ
ครั
นพระ

พุ
ทธองค
ผู
ทร

งไว
ซึ
งพระ

มหากร
ณาธิ

คุ
ณได
แสดงธร
รมโดย
ปริ
ยา
ยดั
งกล
าวมาเ
หล
าภิ
กษุ

บญจว
คคี

ย
ก็
ได
มี

จยิ
นดี

พลิ
นใ
นการ
แสดงธร

มของพร

พุ
ทธเ
จ

41

อิ
มั
สมิ
ญจะปะนะเ
วยยากะระณั
สมิ
ภั
ญญะมาเ
นอายั
สมะโ

โกณฑั
ญญั
สสะวิ
ระชั
งวี
ตะมะลั
งธั
มมะจั
กขุ
งอุ
ทะปาทิ
ยั
งกิ

จิ
สุ
มุ
ทะ
ยะ
ธั
มมั
งสั
พพั
นตั
งนิ
โรธะธั
มมั
นติ

ก็
แลเ
มื
อพร


พุ
ทธเ
จ
าตร
สแสดงธร


มอย
าง
แจ
มแจ
งอย
างมี
หลั
กท
าน
โกณทั
ญญะผู
ทรงไว

ซึ

งอาว

โสได


กิ
ดธร

มจั
กษุ
คื
อได

แจ


งเ
ห็

จร
งซึ

งพร


ธร

มที
พระ

พุ
ทธองค
ทร
งแสดงกํ
าจั
ดธุ
ลี
กํ
าจั
ดมลทิ
นเ
สี

ได
มี
ความเ
ข
าใ
จตามควา
มเ
ป
นจร
งว

าสิ
งใ

ดเ
กิ
ดขึ
นเ

พร

ะเ
หตุ
ป
จจั

สิ
งนั

นย

อมดั
บไปเ
ป
นธร

มดาเ
พรา
ะสิ
นเ

หตุ
ป
จจั

ปะวั
ตติ

ตจะภะคะวะตาธั
มมะจั
กเ
กภุ
มมาเ
ทวาสั
ททะมะ
นุ
สสาเ
วสุ
งเ
อตั
มภะคะวะตาพาราณะ
สิ
ยั
งอิ
สิ
ปะ
ตะ

นมิ
คะ
ทา


อะนุ
ตตะรั
งธั
มมะ
จั
กกั
งปะวั
ตติ
ตั
งอั
ปปะฏิ
วั
ตติ
ยั
งสะ
มะเ
ณนะ
วาพราหมะเ
ณนะวาเ
ทเ
วนะวามาเ
รนะวาพรั
หมุ
นาวาเ
กนะ
จิ
วาโลกั
สมิ
นติ

คร
นพร



พุ
ทธองค
ผู
ทร

งไว
ซึ
งพร


มหา
กร
ณาธิ

คุ
ณ ได
แสดงธรร
มจก
ัร
คื
อหมุ
นวงล
อแห
งธร

มที
ปร


กอบด
วย๘ซี

คื
ออร

ิมร

คมี
องค


หล
าภุ
มเ
ทวดาก็

ปล
งเ
สี
ยงสาธุ
การ
บั
นลื
อลั
นว

าวงล

อแห
งธร

มไม
มี
วงล
ออื
นใ

ดจะ
หมุ
นสู
ได

ได

บการ

หมุ
นไปโดยพระ
พท
ุธเ
จ
าผู
ทร

งไว
ซึ


พร
ะมหากร
ณาธิ

คุ
ณแล
วณ ป

อิ
สิ
ปตนมฤคทายวั
นใ
กล

มื
อง
พาร
าณสี
ซึ
งไม

มี
ใคร
ทํ
าได
มา
ก
อนไม
ว
าจะเ
ป
นสมณะพร
าหมณ

ทวดามารพร
หม
ภุ
มมานั
งเ
ทวานั
งสั
ททั
งสุ
ตวา
จาตุ
มมะหาราชิ
กาเ
ทวาสั
ททะมะนุ
สสาเ
วสุ
งฯจาตุ
มมะ
หาราชิ
กานั
งเ
ทวานั
งสั
ททั
งสุ
ตวา
ตาวะติ
งสาเ
ทวาสั
ททะ
มะนุ
สสาเ
วสุ
งตาวะติ
งสานั
งเ
ทวานั

สั
ททั
งสุ
ตวา
ยามาเ
ทวาสั
ททะมะ
นุ
สสาเ
วสุ
งฯยามานั
งเ
ทวานั
งสั
ททั

สุ
ตวา

42

ตุ
สิ
ตาเ
ทวาสั
ททะมะนุ
สสาเ
วสุ
งฯตุ
สิ
ตานั
งเ
ทวานั
งสั
ททั

สุ
ตวา
นิ
มมานะ
ระ
ตี

ทวาสั
ททะมะนุ
สสาเ
วสุ
งฯนิ
มมานะระตี
นั
งเ

วานั
งสั
ททั
งสุ
ตวา
ปะระนิ
มมิ
ตะวะสะวั
ตตี

ทวาสั
ททะมะนุ
สสาเ
วสุ
งฯปะระนิ
มมิ
ตะ
วะสะ
วั
ตตี
นั
งเ
ทวานั
งสั
ททั
งสุ
ตวา
พรั
หมะปาริ
สั
ชชาเ
ทวาสั
ททะ
มะ
นุ
สสาเ
วสุ
งฯพรั
หมะปะริ
สั

ชานั
งเ
ทวานั
งสั
ททั
งสุ
ตวา
พรั
หมะปะโรหิ
ตาเ
ทวาสั
ททะมะนุ
สสาเ
วสุ
งฯพรั
หมะปะโร
หิ
ตานั
งเ
ทวานั
งสั
ททั
งสุ
ตวา
มะหาพรั
หมาเ
ทวาสั
ททะมะนุ
สสาเ
วสุ
งฯมะหาพรั
หมานั
งเ

วานั
งสั
ททั
งสุ
ตวา
ปะริ
ตตาภาเ
ทวาสั
ททะมะนุ
สสาเ
วสุ
งฯปะริ
ตตาภานั
งเ
ทวานั

สั
ททั
งสุ
ตวา
อั
ปปะมาณาภาเ
ทวาสั
ททะมะนุ
สสาเ
วสุ
งฯอั
ปปะ
มาณาภานั


ทวานั
งสั
ททั
งสุ
ตวา
อาภั
สสะ
ราเ
ทวาสั
ททะมะ
นุ
สสาเ
วสุ
งฯอาภั
สสะ
รานั
งเ
ทวานั

สั
ททั
งสุ
ตวา
ปะริ
ตตะ
สุ
ภาเ
ทวาสั
ททะ
มะนุ
สสาเ
วสุ
งฯปะ
ริ
ตตะสุ
ภานั
งเ

วานั
งสั
ททั
งสุ
ตวา
อั
ปปะมาณะสุ
ภาเ
ทวาสั
ททะมะนุ
สสาเ
วสุ
งฯอั
ปปะมาณะ
สุ
ภานั
งเ
ทวานั
งสั
ททั
งสุ
ตวา
สุ
ภะกิ
ณหะกาเ
ทวาสั
ททะมะนุ
สสาเ
วสุ
งฯสุ
ภะ
กิ
ณหะ
กานั
งเ

วานั
งสั
ททั
งสุ
ตวา

วหั
ปผะลาเ
ทวาสั
ททะมะนุ
สสาเ
วสุ
งฯเ
วหั
ปผะลานั
งเ
ทวานั

43

สั
ททั
งสุ
ตวา
อะวิ
หาเ
ทวาสั
ททะ
มะนุ
สสาเ
วสุ
งฯอะวิ
หานั
งเ
ทวานั
งสั
ททั

สุ
ตวา
อะตั
ปปาเ
ทวาสั
ททะมะนุ
สสาเ
วสุ
งฯอะตั
ปปานั
งเ
ทวานั
งสั

ทั
งสุ
ตวา
สุ
ทั
สสาเ
ทวาสั
ททะมะนุ
สสาเ
วสุ
งฯสุ
ทั
สสานั
งเ
ทวานั
งสั
ททั

สุ
ตวา
สุ
ทั
สสี

ทวาสั
ททะมะนุ
สสาเ
วสุ
งฯสุ
ทั
สสี
นั
งเ
ทวานั
งสั
ททั

สุ
ตวา
อะกะนิ
ฏฐะกาเ
ทวาสั
ททะมะนุ
สสาเ
วสุ
งฯ

อตั
มภะ
คะ
วะตาพาราณะ
สิ
ยั
งอิ
สิ
ปะตะ

นมิ
คะทาเ
ยอะนุ

ตะ
รั
งธั
มมะจั
กกั
งปะวั
ตติ
ตั
งอั
ปปะฏิ
วั
ตติ
ยั
งสะ
มะเ
ณนะวา
พราหมะเ
ณนะวาเ
ทเ
วนะวามาเ
รนะวาพรั
หมุ
นาวาเ
กนะจิ
วาโ
ลกั
สมิ
นติ


หล
าเ
ทพเ
จ
าชั
นจา

ตุ
มมหาร
าชิ
กาคร
นได


ยิ
นเ
สี
ยงเ
หล


ทพภุ


ทวดาต
างก็
ส
งเ
สี
ยง
สาธุ
การบั
นลื
อลั
นสื

บต
อไปจนถึ
งเ
ทพเ
จ
าชั


ดาว
ดึ
งส
ชั
นยามะชั

นดุ

สิ
ตชั
นนิ

มมานร
ดี
ชั
นปร

นิ
มมิ
ตวสวั
ตดี
จนกร

ทั
งถึ


ชั
นพร

หมตั
งแต

พร
หมปาร
สั

ชชาพร
หมปโร
หิ
ตา
มหา
พร
หมปร
ตตา

ภาพร
หมอั
ปมาณาภาพร
หมอาภั
สสร
าพรหม
ปร
ตตสุ

ภา
พร
หมอั
ปปมา
ณสุ
ภาพรหมสุ
ภกิ
ณหกาพร
หมเ
วหั
ปผลา
พร
หมอวิ
หาพร
หมอตั
ปปาพร
หมสุ
ทั
สสาพร
หมสุ
ทั
สสี
พร
หม
จนกร

ทั
งถึ


อกนิ
ฎฐกาพร
หมเ
ป
นที
สุ

ดก็
ส
งเ
สี
ยง
สา
ธุ
การ
บั
นลื
อลั



พี
ยงคร



ดี
ยวเ
สี
ยงได
บั
นลื
อไปทั


พร
หมโลก
อิ
ติ
หะเ
ตนะขะเ
ณนะเ
ตนะมุ
หุ
ตเ
ตนะยาวะพรั
หมะโลกาสั

โทอั
พภุ
คคั
จฉิ
ฯอะ
ยั
นจะทะสะสะหั
สสี
โลกะ
ธาตุ
สั
งกั
มป
สั
มปะกั
มป
สั
มปะ

วธิ
ฯอั
ปปะมาโ
ณ จะโอฬาโรโอภาโสโลเ

ปาตุ
ระโหสิ
อะติ
กกั
มเ
มวะเ
ทวานั
งเ
ทวานุ
ภาวั
งฯ

44

ทั


หมื
นโลกธาตุ

ได
หวั
นไหวสะ


ทื
อนสะ
ท

นเ
สี
ยงดั
งสนั
นลั

นไปทั



แสงสว
างอั

นหาปร

มา
ณมิ
ได
ได
ปรา
กฏขึ
นใ

นโลกเ
หนื
อกว

อานุ
ภา
พของเ
หล
าพร
หม

ขั
นตี
ปาระมี
สั
มป
นโน, ขั
นตี
อุ
ปะ
ปาระมี
สั
มป
นโน, ขั
นตี
ปะ
ระ
มั
ตถะปาระมี
สั
มป
นโน, เ
มตตากรุ
ณ ามุ
ทิ
ตาอุ

ปกขาปาระ
มี
สั
มป
นโน, อิ
ติ
ป
โสภะ
คะ
วา

อะถะโขภะคะวาอุ
ทานั
งอุ
ทาเ
นสิ
อั
ญญาสิ
วะ
ตะโภโ
กณ
ฑั
ญโ
ญ อั
ญญาสิ
วะตะโภโ
กณฑั
ญโ
ญติ
อิ
ติ
หิ
ทั
งอายั
สมะโต

สั
จจะปาระมี
สั
มป
นโ
น, สั
จจะอุ
ปะปาระมี
สั
มป
นโน, สั
จจะ
ปะ
ระ
มั
ตถะปาระมี
สั
มป
นโน, เ
มตตากรุ
ณ ามุ
ทิ
ตาอุ

ปกขาปาระ
มี
สั
มป
นโน, อิ
ติ
ป
โสภะ
คะ
วา

โกณฑั
ญญั
สสะอั
ญญาโกณฑั
ญโญ เ
ตววะนามั
งอะโ
หสี
ติ

ต
อจากนั
นพระ

พุ
ทธอง
ค
ผู
ทร

งไว
ซึ
งพระ

มหากร
ณา

ธิ
คุ
ณ ได
ทรง

ปล

อุ
ทานออกมา
ว
า"โกณฑั
ญญะได

แล


วหนอผู


จร
ญทั

งหลายโกณ

ฑั
ญญะได

แล


วหนอผู


จร
ญทั

งหลาย" เ

พร
าะ

หตุ
นี

ท

นโกณ
ฑั
ญญะ
จึ
งได
นามว
าอั
ญญาโกณฑั
ญญะ

บา
รมี
๓๐ทั

ทานะปาระมี
สั
มป
นโ
น, ทานะ
อุ
ปะปาระ
มี
สั
มป
นโน, ทานะปะ
รามั
ตถะปาระ
มี
สั
มป
นโน, เ
มตตาไมตรี
กรุ
ณามุ
ฑิ
ตาอะเ
ปก
ขาปาระมี
สั
มป
นโน, อิ
ติ
ป

สภะคะวา
สี
ละปาระมี
สั
มป
นโน, สี
ละอุ
ปะปาระมี
สั
มป
นโน, สี
ละปะระมั

ถะปาระ
มี
สั
มป
นโน, เ
มตตากรุ
ณามุ
ทิ
ตาอุ

ปกขาปาระมี
สั

ป
นโน, อิ
ติ
ป
โสภะคะวา

นขั
มมะ
ปาระมี
สั
มป
นโน, เ
นกขั
มมะอุ
ปะ
ปาระมี
สั
มป
นโ
น,

นกขั
มมะปะ
ระ
มั
ตถะปาระมี
สั
มป
นโ
น, เ
มตตากรุ
ณ ามุ
ทิ
ตาอุ

ปกขาปาระมี
สั
มป
นโน, อิ
ติ
ป
โสภะคะวา
ป
ญญาปาระมี
สั
มป
นโ
น, ป
ญญาอุ
ปะ
ปารมี
สั
มป
นโน, ป
ญญา
ปะระมั
ตถะปาระมี
สั
มป
นโน, เ
มตตากรุ
ณามุ
ทิ
ตาอุ

ปกขาปา
ระมี
สั
มป
นโน, อิ
ติ
ป
โสภะคะวา

45

อะธิ
ฏฐานะปาระมี
สั
มป
นโน, อะธิ
ฏฐานะอุ
ปะปาระมี
สั
มป
นโน,
อะธิ
ฏฐานะปะระมั
ตถะปาระ
มี
สั
มป
นโน, เ
มตตากรุ
ณามุ
ทิ
ตา
อุ

ปกขาปาระมี
สั
มป
นโน, อิ
ติ
ป
โสภะคะวา

มตตาปาระมี
สั
มป
นโน, เ
มตตาอุ
ปะปาระมี
สั
มป
นโน, เ
มตตา
ปะระมั
ตถะ
ปาระมี
สั
มป
นโ
น, เ
มตตากรุ
ณ ามุ
ทิ
ตาอุ

ปกขาปา
ระ
มี
สั
มป
นโน, อิ
ติ
ป
โสภะ
คะ
วา
อุ

ปกขาปาระมี
สั
มป
นโน, อุ

ปกขาอุ
ปะ
ปาระมี
สั
มป
นโน, อุ

ปกขาปะ
ระ
มั
ตถะปาระมี
สั
มป
นโ
น, เ
มตตากรุ
ณามุ
ทิ
ตาอุ

ปก
ขาปาระมี
สั
มป
นโน, อิ
ติ
ป
โสภะคะวา
ทะสะ
ปาระมี
สั
มป
นโน, ทะสะอุ
ปะปาระมี
สั
มป
นโ
น, ทะสะ
ปะ
ระ
มั
ตถะปาระมี
สั
มป
นโน, เ
มตตากรุ
ณ ามุ
ทิ
ตาอุ

ปกขาปาระ
มี
สั
มป
นโน, อิ
ติ
ป
โสภะ
คะ
วา
พุ
ทธั
งสะ
ระ
ณั
งคั
จฉามิ
นะ
มามิ
หั
งฯ

อธิ
บายบา

มี
๓๐ทั

กา

บํ
าเ
พ็
ญบาร
มี
ของพร

โพธิ
สั
ตว

นชาติ
นั
นๆบาร

มี
ที
บํ



พ็
ญนั
นคื


ทานบา
รมี

นกขั
มมบาร
มี
ป
ญญา
บาร
มี
วิ

ยบาร

มี
ขั
นติ
บาร
มี
สั
จจบาร
มี
อธิ
ษฐา
นบาร
มี

มตตาบาร
มี
และ
อุ

บกขาบาร
มี

วมเ

ยกว

าบาร
มี
๓๐(๓x ๑๐) โดยแบ
งเ
ป
นบาร
มี
ชั
นธร


มดา๑๐(บาร
มี
) บาร
มี
ชั


กลาง๑๐(อุ
ปบา
รมี
) และบาร
มี
ชั
นสู

ง๑๐(ปร
มั
ตถบาร
มี
)ร
วมเ
ป

บาร
มี
๓๐ประ
การใ
นอร

ถกถาจร
ยาป

ฎกพระ
ไตร
ป
ฎกเ
ล
มที

๓๓ได
จั
ดชาดกเ

องต


างๆลงใ
นบาร
มี
ทั
ง๓๐ปร


กา
รมี
นั
ยโดยสั


ขปที
น


ศึ
กษาดั
งนี

46

๑. ทานบาร
มี
พร

โพธิ
สั
ตว
ทร

งบํ


พ็
ญทานบาร
มี
ในขณะ
ที


สวยพระ
ชา
ติ

ป
นพร
ะเ
จ
าสี
วิ

าช(๒๗/๔๙๙) ทร
งบํ


พ็
ญทา
นอุ

บาร
มี

นขณะ
ที


สวยพร
ะชาติ

ป
นพร
ะเ
วสสั
นดร(๒๘/๕๔๗) และ
ทร

บํ
าเ
พ็
ญทานปร
มั
ตถบาร
มี

นขณะ
ที


สวยพร
ะชาติ

ป
นกร

ต

ยป
าสส
บั
ณฑิ
ต(๒๗/๓๑๖)
๒. ศี
ลบาร
มี
พร
ะโพธิ
สั
ตว
ทร

งบํ
าเ
พ็
ญศี
ลบาร
มี

นขณะที


สว
ยพร
ะชาติ

ป
นพญาช

งฉั
ตทั
นต

ลี
ยงมาร

ดา(๒๗/๗๒) ทร
งบํ


พ็
ญศี
ลอุ
ปบาร
มี

นขณะ
ที


สวยพร

ชา
ติ

ป
นพญานาคภู

ทั

ต(๒๘/๕๔๓)
๓. เ
นกขั
มมบาร
มี
พร

โพธิ
สั
ตว
ทรง
บํ
าเ
พ็
ญเ
นกขั
มมบาร
มี

นขณะที


สวยพระ
ชา
ติ

ป
นอโยฆร

าชกุ
มา
ร(๒๗/๕๑๐) ทร
งบํ
าเ
พ็
ญเ
นกขั
มม
อุ
ปบาร
มี
ในขณะที


สวยพร
ะชาติ

ป
นหั
ตถิ
ปาลกุ
มาร(๒๗/๕๐๙) และ
ทร
งบํ
าเ
พ็
ญเ
นกขั
มมปร
มั
ตถบา

มี
ในขณะ
ที


สวยพร
ะชาติ

ป
นพร


จ

จู
ฬสุ
ตโสม(๒๗/๕๒๗)
๔. ป
ญญา
บาร
มี
พระ
โพธิ
สั
ตว
ทร

งบํ


พ็
ญป
ญญาบาร
มี

นขณะ
ที


สวยพระ
ชา
ติ

ป
นสั
มภว
กุ
มา
ร(๒๗/๕๑๕) ทร
งบํ
าเ
พ็
ญป
ญญา
อุ

บาร
มี

นขณะ
ที


สวยพร
ะชาติ

ป
นอํ

มา
ตย
วิ
ธุ

บั
ญฑิ
ต(๒๘/๕๔๖)
และทรงบํ
าเ
พ็
ญป
ญญาปร
มั
ตถบา
รมี

นขณะ
ที


สวยพระ
ชา
ติ

ป
นเ
สนก
บั
ณฑิ
ต(๒๗/๔๐๒)
๕. วิ

ยบา


มี
พร

โพธิ
สั
ตว
ทร
งบํ
าเ
พ็
ญวิ

ยบาร

มี

นขณะที


สวยพระ
ชา
ติ

ป
นพญากป
(๒๗/๕๑๖) ทร
งบํ


พ็
ญวิ

ยอุ

ปบาร
มี
ใน
ขณะที


สวยพร
ะชาติ

ป
นพร


จ
าสี
ลวมหาร
าช(๒๗/๕๑) และทรง
บํ
าเ
พ็
ญว
ริ

ยปร
มั
ตถบา

มี

นขณะ
ที


สวยพระ
ชาติ

ป
นพร
ะมหาชนก
(๒๘/๕๓๙)
๖. ขั
นติ
บา
รมี
พร
ะโพธิ
สั
ตว
ทร
งบํ
าเ
พ็
ญขั
นติ
บาร
มี
ในขณะ
ที


สวยพระ
ชา
ติ

ป
นจู
ฬธั
มมปาลรา
ชกุ
มาร(๒๗/๓๕๘) ทร
งบํ


พ็

ขั
นติ
อุ
ปบาร
มี
ในขณะ
ที


สวยพร
ะชาติ

ป
นธั
มมิ
กเ
ทพบุ
ตร(๒๗/๔๕๗)
และทรงบํ
าเ
พ็
ญขั
นติ
ปร
มั
ตถบาร
มี
ในขณะ
ที


สวยพร
ะชาติ

ป
นขั
นติ
วา
ที
ดา
บส(๒๗/๓๑๓)

47

๗. สั
จจบาร
มี
พร

โพธิ
สั
ตว
ทร

งบํ


พ็
ญสั
จจบาร
มี
ในขณะ
ที


สว
ยพร

ชาติ

ป
นวั
ฏฏกะ(ลู
กนกคุ
ม(๒๗/๓๕) ทร

งบํ
าเ
พ็
ญสั
จจอุ

บาร
มี

นขณะที


สวยพร

ชาติ

ป
นพญาปลาช
อน(๒๗/๗๕) และทร

บํ
าเ
พ็
ญสั
จจปรมั
ตถบาร
มี

นขณะ
ที


สวยพร

ชา
ติ

ป
นพร
ะเ
จ
ามหาสุ

โสม(๒๘/๕๓๗)
๘. อธิ
ษฐานบาร
มี
พระ
โพธิ
สั
ตว
ทร
งบํ
าเ
พ็
ญอธิ
ษฐานบา
รมี

นขณะ
ที


สว
ยพร

ชาติ

ป
นพญากุ
กกุ

ะ(๒๗/๒๒) ทร
งบํ
าเ
พ็
ญอธิ
ษฐานอุ

บาร
มี

นขณะที


สวยพร

ชาติ

ป
นมาตั
งคบั
ณฑิ
ต(๒๗/๔๙๗) และ
ทร
งบํ


พ็
ญอธิ
ษฐานปร
มั
ตถบาร
มี
ในขณะที


สวยพร
ะชาติ

ป
นพร


ตมิ
ยร
าชกุ
มาร(๒๘/๕๓๘)
๙. เ
มตตาบา

มี
พร
ะโ
พธิ
สั
ตว
ทร
งบํ
าเ
พ็
ญเ
มตตาบาร
มี

นขณะ
ที


สว
ยพร

ชาติ

ป
นสุ
วร

ณสามดาบส(๒๘/๕๔๐) ทร
งบํ
าเ
พ็
ญเ
มตตา
อุ
ปบา
รมี

นขณะ
ที


สวยพระ
ชา
ติ

ป
นกั
ณหาที
ปายนดาบส(๒๗/๔๔๔)
และ
ทร
งบํ
าเ
พ็
ญเ
มตตา
ปร
มั
ตถบาร
มี

นขณะ
ที


สวยพร
ะชาติ

ป
นพร


จ
าเ
อกร
าช
๑๐. อุ

บกขา
บาร
มี
พร

โพธิ
สั
ตว
ทร

งบํ


พ็
ญอุ

บกขาบาร
มี
ในขณะ
ที


สว
ยพร

ชาติ

ป
นกั
จฉปบั
ณฑิ
ต(๒๗/๒๗๓) ทร
งบา


พ็
ญอุ

บกขาอุ

บาร
มี

นขณะที


สวยพร

ชาติ

ป
นพญามหิ
ส(๒๗/๒๗๘) และ
ทร

บํ
าเ
พ็
ญอุ

บกขาปร
มั
ตถบาร
มี

นขณะที


สว
ยพร

ชาติ

ป
นโลมหั


บั
ณฑิ
ต(๒๗/๙๔)
หมา
ยเ
หตุ

ลขหน


ป
นลํ

ดั
บเ
ล
มพร

ไตร
ป
ฎกเ
ลขหลั
งเ
ป
นลํ
าดั

ชาดกเ
ช
น(๒๗/๒๗๓) หมา
ยถึ
งพร

ไตร
ป
ฎกเ
ล
มที

๒๗ ชา
ดกเ

อง


ที

๒๗๓)
* การ
บํ
าเ
พ็
ญบาร
มี
ของพร
ะโพธิ
สั
ตว

นชาติ
หนึ
งๆมิ


ช
ว
าจะ
ทร

บํ
าเ
พ็
ญบา
รมี

พี
ยงอย
างใ
ดอย
างหนึ
งเ

ช
นทร
งบํ
าเ
พ็
ญทานบาร
มี
หรื
อทรง
บํ
าเ
พ็
ญศี
ลบา
รมี
อย
าง

ดี
ยวเ
ท
านั
นแต


นชาติ

ดี
ยว
กั
นนั
นได

บํ
าเ
พ็
ญบา
รมี
หลายอย
างควบคู
กั

นไปแต
อา
จเ
ด
นเ
พี
ยงบา
รมี

ดี
ยวที


หลื
อนอกนั
นเ

ป
นบา
รมี


ดั
บร
องๆลงไปเ
ช
นในชาติ
ที


ป
นพร


วสสั
นดรทร
งบํ
าเ
พ็
ญบา
รมี
คร
บทั
ง๑๐บาร

มี

48

คา
ถา
มง
คลจั
กร
วา
ฬทั
ง๘ ทิ


อิ
มั
สมิ
งมงคลจั
กร
วาฬทั
งแปดทิ

ศประ
สิ
ทธิ
จงมาเ
ป
นกํ
าแพงแก
วทั



จ็
ดชั
นมา

ป
องกั
นห
อมล
อมร
อบคร
อบทั


อะนั
ตตาราชะเ
สมานาเ
ขตเ
ตสะมั
นตาสะตะโ
ยชะนะสะ
ตะ
สะ
หั
สสานิ
พุ
ทธะชาละปะริ
กเ
ขตเ
ตรั
กขั
นตุ
สุ
รั
กขั
นตุ
อิ
มั
สมิ
งมงคลจั
กร
วาฬทั
งแปดทิ

ศประ
สิ
ทธิ
จงมาเ
ป
นกํ
าแพงแก
วทั



จ็
ดชั
นมา

ป
องกั
นห
อมล
อมร
อบคร
อบทั


อะนั
ตตาราชะเ
สมานาเ
ขตเ
ตสะมั
นตาสะตะโ
ยชะนะสะ
ตะ
สะ
หั
สสานิ
ธั
มมะชาละปะ
ริ
กเ
ขตเ
ตรั
กขั
นตุ
สุ
รั
กขั
นตุ
อิ
มั
สมิ
งมงคลจั
กร
วาฬทั
งแปดทิ

ศประ
สิ
ทธิ
จงมาเ
ป
นกํ
าแพงแก
วทั



จ็
ดชั
นมา

ป
องกั
นห
อมล
อมร
อบคร
อบทั


อะนั
ตตาราชะเ
สมานาเ
ขตเ
ตสะมั
นตาสะตะโ
ยชะนะสะ
ตะ
สะ
หั
สสานิ
ป
จเ
จกะพุ
ทธะชาละปะริ
กเ
ขตเ
ตรั
กขั
นตุ
สุ
รั
กขั
นตุ
อิ
มั
สมิ
งมงคลจั
กร
วาฬทั
งแปดทิ

ศปร
ะสิ
ทธิ
จงมาเ
ป
นกํ
าแพงแก
วทั



จ็
ดชั
นมาป

องกั
นห
อมล
อมร
อบคร
อบทั


อะนั
ตตาราชะเ
สมานาเ
ขตเ
ตสะมั
นตาสะตะโ
ยชะนะสะ
ตะ
สะ
หั
สสานิ
สั
งฆะชาละ
ปะริ
กเ
ขตเ
ตรั
กขั
นตุ
สุ
รั
กขั
นตุ

.คาถานมั
สการ
พระ
อร
หั
นต
๘ ทิ

(นํ
า)(หั
นทะมะ
ยั
งสะระภั
ญเ
ญนะ
พุ
ทธะมั
งคะละคาถาโยภะ
ณามะเ
ส)
(รั
บ)สั
มพุ
ทโธทิ
ปะทั
งเ
สฏโฐ
นิ
สิ
นโ
นเ
จวะมั
ชฌิ


โกณฑั
ญโญ ปุ
พพะภาเ
คจะ
อาคะเ
ณยเ
ยจะกั
สสะโป
สารี
ปุ
ตโ
ตจะทั
กขิ


หะระติ

ยอุ
ปาลี
จะ
ป
จฉิ

มป
จะอานั
นโท
พายั
พเ
พ จะคะ
วั
มปะติ
โมคคั
ลลาโนจะอุ
ตตะเ

อิ
สาเ
ณป
จะราหุ

49

อิ

มโ
ขมั
งคะลาพุ
ทธา
วั
นทิ
ตาเ
ตจะอั
ม๎

หหิ

อเ
ตสั
งอานุ
ภาเ
วนะ
อิ
จเ
จวะมั
จจั

นะมั
สสะ
มาโ

ปุ
ญญาภิ
สั
นทั

ตั
สสานุ
ภาเ
วนะ

สั
พเ
พ อิ
ธะปะติ
ฏฐิ
ตา
สั
กกาเ
รหิ
จะปู
ชิ
ตา
สั
พพะโสตถี
ภะ
วั
นตุ
โนฯ
ตะ
นะ
มั
สสะ

นยยั

ระ
ตะ
นั
ตตะยั
งยั

วิ
ปุ
ลั
งอะลั
ตถั

หะตั
นตะราโ
ยฯ

คา
ถา

พธบ
ิาท( คา
ถา
ป
อง
กั
นภั
ยสิ
บทิ
ศ)
พร

คาถา
ป
องกั
นภั
ยโดยการ
สวดร

ลึ
กถึ
งพร
ะพุ
ทธคุ
ณ พร

ธร

มคุ

พร

สั
งฆคุ
ณไปใ
นทิ
ศต
างๆขออานุ
ภา
พของพร

พุ
ทธคุ
ณ พร

ธร

มคุ
ณ พร
ะสั
งฆคุ
ณขจั
ดโร
คภั
ยทุ
กข
และ

คร

ะห
ทั
งหลายบาง

แห
งมี

รี
ยกว
าคาถาป
องกั
นภั
ยสิ
บทิ
ศและ
บา
งแห
งเ
รี
ยกว
าคา

ถา
สะ

ดาะเ
คร
าะ
ห
ก็
มี

ป
นพร

คา
ถา
ป
องกั
นภยั
นตร
ายต
าง
ๆเ
วลาออก

ดิ
นทา
งไกลหร
ออยู

ภายในบ



บู
ระ
พารั
สมิ
งพระพุ
ทธะ
คุ
ณั

บู
รพารั
สมิ
งพระ
ธั
มเ
มตั

บู
รพารั
สมิ
งพระ
สั
งฆานั

ทุ
กขะ
โรคะ
ภะ
ยั
งวิ
วั
ญชั
ยเ

สั
พพะทุ
กข
สั
พพะ
โศกสั
พพะโ
รคสั
พพะภั

สั
พพะเ
คราะห

สนี
ยดจั
ญไรวิ
วั
ญชั
ยเ
ยสั
พพะ
ธะ
นั

สั
พพะลาภั
งภะวั
นตุ

มรั
กขั
นตุ
สุ
รั
กขั
นตุ
อาคะ

นยรั
สมิ
งพระพุ
ทธะคุ
ณั

อาคะ

นยรั
สมิ
งพระธั
มเ
มตั

อาคะ

นยรั
สมิ
งพระสั
งฆานั

ทุ
กขะ
โรคะ
ภะ
ยั
งวิ
วั
ญชั
ยเ

สั
พพะทุ
กข
สั
พพะ
โศกสั
พพะโ
รคสั
พพะภั

สั
พพะเ
คราะห

สนี
ยดจั
ญไรวิ
วั
ญชั
ยเ
ยสั
พพะธะ
นั

50

สั
พพะลาภั
งภะวั
นตุ

มรั
กขั
นตุ
สุ
รั
กขั
นตุ
ทั
กษิ
ณ รั
สมิ
งพระ
พุ
ทธะคุ
ณั

ทั
กษิ
ณ รั
สมิ
งพระ
ธั
มเ
มตั

ทั
กษิ
ณ รั
สมิ
งพระ
สั
งฆานั

ทุ
กขะโรคะภะยั
งวิ
วั
ญชั
ยเ

สั
พพะทุ
กข
สั
พพะโศกสั
พพะ
โรคสั
พพะภั

สั
พพะเ
คราะ
ห

สนี
ยดจั
ญไรวิ
วั
ญชั
ยเ
ยสั
พพะธะนั

สั
พพะลาภั
งภะวั
นตุ

มรั
กขั
นตุ
สุ
รั
กขั
นตุ
หรดี
รั
สมิ
งพระพุ
ทธะคุ
ณั

หรดี
รั
สมิ
งพระธั
มเ
มตั

หรดี
รั
สมิ
งพระสั
งฆานั

ทุ
กขะโรคะภะยั
งวิ
วั
ญชั
ยเ

สั
พพะทุ
กข
สั
พพะโศกสั
พพะ
โรคสั
พพะภั

สั
พพะเ
คราะ
ห

สนี
ยดจั
ญไรวิ
วั
ญชั
ยเ
ยสั
พพะธะนั

สั
พพะลาภั
งภะวั
นตุ

มรั
กขั
นตุ
สุ
รั
กขั
นตุ
ป
จจิ
มรั
สมิ
งพระพุ
ทธะคุ
ณั

ป
จจิ
มรั
สมิ
งพระธั
มเ
มตั

ป
จจิ
มรั
สมิ
งพระสั
งฆานั

ทุ
กขะโรคะภะยั
งวิ
วั
ญชั
ยเ

สั
พพะทุ
กข
สั
พพะโศกสั
พพะ
โรคสั
พพะภั

สั
พพะเ
คราะ
ห

สนี
ยดจั
ญไรวิ
วั
ญชั
ยเ
ยสั
พพะธะนั

สั
พพะลาภั
งภะวั
นตุ

มรั
กขั
นตุ
สุ
รั
กขั
นตุ
พายั
พรั
สมิ
งพระพุ
ทธะ
คุ
ณั

พายั
พรั
สมิ
งพระธั
มเ
มตั

พายั
พรั
สมิ
งพระสั
งฆานั

ทุ
กขะโรคะภะยั
งวิ
วั
ญชั
ยเ

สั
พพะทุ
กข
สั
พพะโศกสั
พพะ
โรคสั
พพะภั

สั
พพะเ
คราะ
ห

สนี
ยดจั
ญไรวิ
วั
ญชั
ยเ
ยสั
พพะธะนั

สั
พพะลาภั
งภะวั
นตุ

มรั
กขั
นตุ
สุ
รั
กขั
นตุ

51

อุ
ดรรั
สมิ
งพระพุ
ทธะ
คุ
ณั

อุ
ดรรั
สมิ
งพระธั
มเ
มตั

อุ
ดรรั
สมิ
งพระสั
งฆานั

ทุ
กขะ
โรคะ
ภะ
ยั
งวิ
วั
ญชั
ยเ

สั
พพะทุ
กข
สั
พพะ
โศกสั
พพะโ
รคสั
พพะภั

สั
พพะเ
คราะห

สนี
ยดจั
ญไรวิ
วั
ญชั
ยเ
ยสั
พพะ
ธะ
นั

สั
พพะลาภั
งภะวั
นตุ

มรั
กขั
นตุ
สุ
รั
กขั
นตุ
อิ
สาณรั
สมิ
งพระพุ
ทธะ
คุ
ณั

อิ
สาณรั
สมิ
งพระธั
มเ
มตั

อิ
สาณรั
สมิ
งพระสั
งฆานั

ทุ
กขะ
โรคะ
ภะ
ยั
งวิ
วั
ญชั
ยเ

สั
พพะทุ
กข
สั
พพะ
โศกสั
พพะโ
รคสั
พพะภั

สั
พพะเ
คราะห

สนี
ยดจั
ญไรวิ
วั
ญชั
ยเ
ยสั
พพะธะ
นั

สั
พพะลาภั
งภะวั
นตุ

มรั
กขั
นตุ
สุ
รั
กขั
นตุ
ปฐวี
รั
สมิ
งพระพุ
ทธะคุ
ณั

ปฐวี
รั
สมิ
งพระธั
มเ
มตั

ปฐวี
รั
สมิ
งพระสั
งฆานั

ทุ
กขะ
โรคะ
ภะ
ยั
งวิ
วั
ญชั
ยเ

สั
พพะทุ
กข
สั
พพะ
โศกสั
พพะโ
รคสั
พพะภั

สั
พพะเ
คราะห

สนี
ยดจั
ญไรวิ
วั
ญชั
ยเ
ยสั
พพะ
ธะ
นั

สั
พพะลาภั
งภะวั
นตุ

มรั
กขั
นตุ
สุ
รั
กขั
นตุ
อากาศรั
สมิ
งพระพุ
ทธะคุ
ณั

อากาศรั
สมิ
งพระธั
มเ
มตั

อากาศรั
สมิ
งพระสั
งฆานั

ทุ
กขะ
โรคะ
ภะ
ยั
งวิ
วั
ญชั
ยเ

สั
พพะทุ
กข
สั
พพะ
โศกสั
พพะโ
รคสั
พพะภั

สั
พพะเ
คราะห

สนี
ยดจั
ญไรวิ
วั
ญชั
ยเ
ยสั
พพะธะ
นั

สั
พพะลาภั
งภะวั
นตุ

มรั
กขั
นตุ
สุ
รั
กขั
นตุ

52

คาถา
ชิ
นบั
ญชร
สมเ
ด็
จพร
ะพุ
ฒา
จาร
ย
(โตพร
หมร
งสี

)
วิ
ธี
สวดพระ
คาถาชิ
นบั
ญชร
กา
รเ

มต


นสวดภาว
นาใ
ห
หาวั
นดี
คื
อว
นพฤหั

สบดี

ป
นวั
นเ
ริ
มต


โดยน
อมนํ
าดอกไมธู
ปเ
ที
ยนถวายบู
ชา
คุ
ณพร


ตนตรั

ยและ
ดวงพร

วิ
ญญา
ณอั
นศั
กดิ
สท

ิธิ
ของเ

จ

ปร

คุ
ณสมเ
ด็
จฯถ
าไปที
วั

ดร

ฆั
งได
ก็
ยิ


ดี ถ
าไปไม
ได
ก็

ห

ะลึ
กถึ
งท
านและหั
นหน

ไปทา
งวั
ดระ
ฆั
งก็

ช
ได

มื
อบู

ชาพร


ตนตรั

ยและ
ดวง
วิ
ญญาณของเ
จ
าปร

คุ
ณสมเ
ด็
จแล
ว จึ



มต


นสวดโดยอ

นบทสวดให
ได
๑จบก็

ป
นอั
นเ
สร
จพิ

ธี
ก
อนเ
จร
ญภาวนาให

ตั
งนะโม๓จบแล

วร

ลึ
กถึ
งหลวงปู



และตั
งคํ


อธิ
ษฐา
นแล
วเ

มสว





มสว


ดนะ
โม๓จบ
นะโมตั
สสะภะคะวะโตอะระหะโตสั
มมาสั
มพุ
ทธั
สสะ
นะโมตั
สสะภะคะวะโตอะระหะโตสั
มมาสั
มพุ
ทธั
สสะ
นะโมตั
สสะภะคะวะโตอะระหะโตสั
มมาสั
มพุ
ทธั
สสะ
นึ
กถึ

หลวงปู
โตแล

วตั
งอธิ

ษฐาน
ปุ
ตตะกาโมละ

ภปุ
ตตั
งธะนะ
กาโมละเ
ภธะนั

อั
ตถิ
กาเ
ยกายะ
ญายะเ
ทวานั
งป
ยะตั
งสุ
ตตะ
วา
อิ
ติ
ป
โสภะ
คะ
วายะ
มะราชาโนท
าวเ
วสสุ
วั
ณโณ
มรณั
งสุ
ขั
งอะระหั
งสุ
คะ
โตนะโมพุ
ทธายะ


มบทพร


ะคาถาชิ
นบั
ญชร
๑) ชะยาสะนากะ
ตาพุ
ทธาเ
ชตวามารั
งสะวาหะนั

จะตุ
สั
จจาสะภั
งระสั
งเ
ยป
วิ
งสุ
นะราสะภา.
๒) ตั
ณหั
งกะราทะ
โยพุ
ทธาอั
ฏฐะวี
สะติ
นายะกา
สั
พเ
พ ปะ
ติ
ฏฐิ
ตามั
ยหั
งมั
ตถะ

กเ
ตมุ
นิ
สสะรา.

53

๓) สี

สปะติ
ฏฐิ
โตมั
ยหั
งพุ
ทโธธั
มโมทะวิ
โลจะเ

สั
งโ
ฆ ปะติ
ฏฐิ
โตมั
ยหั
งอุ

รสั
พพะคุ
ณากะโ
ร.
๔) หะ
ทะเ
ยเ
มอะ
นุ
รุ
ทโ
ธสารี
ปุ
ตโตจะทั
กขิ


โกณฑั
ญโ
ญ ป
ฏฐิ
ภาคั
สมิ
งโมคคั
ลลาโนจะวามะเ
ก.
๕) ทั
กขิ

ณ สะวะเ
นมั
ยหั
งอาสุ
งอานั
นทะราหุ
โล
กั
สสะโ
ปจะมะหานาโมอุ
ภาสุ
งวามะโสตะ

ก.
๖) เ
กสั
นเ
ตป
ฏฐิ
ภาคั
สมิ
งสุ
ริ

ยวะปะ
ภั
งกะโร
นิ
สิ
นโนสิ
ริ
สั
มป
นโนโสภิ
โตมุ
นิ
ปุ
งคะโว
๗) กุ
มาระกั
สสโ
ปเ
ถโรมะเ
หสี
จิ
ตตะวาทะโก
โสมั
ยหั
งวะทะเ
นนิ
จจั
งปะติ
ฏฐาสิ
คุ
ณากะ
โร.
๘) ปุ
ณโ
ณ อั
งคุ
ลิ
มาโ
รจะอุ
ปาลี
นั
นทะสี
วะ
ลี

ถราป
ญจะอิ

มชาตานะลาเ
ตติ
ละ
กามะมะ.
๙) เ
สสาสี
ติ
มะหาเ
ถราวิ
ชิ
ตาชิ
นะสาวะกา

อเ
ตสี
ติ
มะหาเ
ถราชิ
ตะวั
นโ
ตชิ
โนระสา
ชะ
ลั
นตาสี
ละเ
ตเ
ชนะอั
งคะมั
งเ
คสุ
สั
ณ ฐิ
ตา.
๑๐) ระ
ตะ
นั
งปุ
ระโ
ตอาสิ
ทั
กขิ

ณเ
มตตะสุ
ตตะกั

ธะชั
คคั
งป
จฉะโ
ตอาสิ
วาเ
มอั
งคุ
ลิ
มาละกั

๑๑) ขั
นธะโมระปะริ
ตตญ
ัจะอาฏานาฏิ
ยะสุ
ตตะกั

อากาเ
สฉะทะนั
งอาสิ

สสาปาการะสั
ณฐิ
ตา
๑๒) ชิ
นานานาวะระสั
งยุ
ตตาสั
ตตั
ปปาการะลั
งกะตา
วาตะป
ตตาทะสั
ญชาตาพาหิ
รั
ชฌั
ตตุ
ป
ททะ
วา.
๑๓) อะเ
สสาวิ
นะยั
งยั
นตุ
อะนั
นตะชิ
นะเ
ตชะ
สา
วะสะ
โตเ
มสะกิ
จเ
จนะสะทาสั
มพุ
ทธะป
ญชะเ
ร.
๑๔) ชิ
นะป
ญชะ
ระ
มั
ชฌั
มหิ
วิ
หะ
รั
นตั
งมะฮี
ตะเ

สะทาปาเ
ลนตุ
มั
งสั
พเ
พเ
ตมะหาปุ
ริ
สาสะภา.

54

๑๕) อิ
จเ
จวะ
มั
นโ
ตสุ
คุ
ตโตสุ
รั
กโข
ชิ
นานุ
ภาเ
วนะชิ
ตุ
ป
ททะโว
ธั
มมานุ
ภาเ
วนะชิ
ตาริ
สั
งโฆ
สั
งฆานุ
ภาเ
วนะชิ
ตั
นตะราโย
สั
ทธั
มมานุ
ภาวะปาลิ
โตจะรามิ
ชิ
นะป
ญชะเ
รติ
.
คาถาชิ
นบั
ญชร โดยสมเ
ด็
จพร
ะพุ
ฒาจาร
ย(โ
ต พร
หมร
งสี

)
พระ
คาถานี


ป
นคา
ถาศั
กดิ
สิ

ทธิ
ตกทอดมา

จากลั
งกา ท
านเ
จ
าปร
ะคุ

สมเ
ด็
จฯค
นพบใ
นคั
มภี

โบร

าณและ
ได
ดั
ดแปลงแต
งเ
ติ
มให
ดี
ขึ
นเ

ป


อกลั
กษณ
พิ

ศษ ผู


ดสวดภาว
นาพร
ะคาถานี


ป
นปร

จํ
าสม่
าเ

สมอจะ
ทํ

ให

กิ
ดคว
ามสิ

มงคลแก

ตนเ
อง ศั
ตรู
ไม
กล
ากล้
ากร

าย มี

มตตา
มหานิ
ยมขจั
ดภั
ยตลอดจนคุ
ณไสยต
าง

คํ
าแปลคาถาชิ
นบั
ญชร
๑) พร
ะพุ
ทธเ
จ
าและพระ
นร
าสภาทั
งหลา

ยผู
ปร

ะทั
บนั
งแล


บนชั

บั
ลลั
งก
ทร
งพิ
ชิ
ตพร

ยามาร
าธิ

าชผู
พร

งพร


อมด
วยเ
สนา
รา
ชพาหนะ
แล
วเ
สวยอมตรสคื
ออร
ยะ

สั
จธรร
มทั


สี
ปร

ะการเ
ป
นผู
นํ

าสรร
พสั
ตว

ห
ข

มพ
นจากกิ

ลสและกองทุ
กข
๒) มี
๒๘ พร
ะองค
คื
อพร

ผู
ทร

งพร
ะนามว
าตั
ณหั
งกร

ป
นอาทิ
พระ
พุ
ทธเ
จ
าผู
จอมมุ

นี
ทั
งหมดนั



๓) ข
าพร
ะพุ
ทธเ
จ
าขออั
ญเ
ชิ
ญมาประ
ดิ
ษฐานเ
หนื
อเ
ศี
ยร

กล
า องค
สมเ
ด็
จพร
ะสั
มมาสั
มพุ
ทธเ
จ

ปร
ะดิ
ษฐา
นอยู
บนศี


ษะพร

ธร

มอยู
ที


ดวงตาทั
งสองพระ

สงฆ
ผู


ป
นอากร
บ
อเ
กิ
ดแห
งสรร
พคุ
ณอยู
ทอ

่ก

๔) พระ
อนุ

ทธะ

อยู
ที



จพร
ะสาร
บุ

ตร
อยู


บื
องขวาพร

ะโ
มคคั
ลลาน
อยู


บื
องซ

ายพร

อั
ญญาโกณทั
ญญะ
อยู


บื
องหลั


๕) พระ
อานนท
กั
บพร


าหุ
ลอยู
หู

ขวาพร

กั
สสะปะ
กั
บพร

มหา
นา
มะ
อยู
ที

หู

ซ
าย
๖) มุ
นี
ผู
ปร



สริ
ฐคื
อพร
ะโสภิ
ตะ
ผู
สมบู


ณ
ด

ยสิ

ดั

งพร

อาทิ
ตย
ส
อง
แสงอยู
ที

ทุ

กเ
ส
นขนตลอดร
างทั



ข

งหน
าและข
างหลั

๗) พร
ะเ
ถร

กุ
มา

ะกั
สสะ
ปะ
ผู
แสวงบุ

ญทร
งคุ
ณอั
นวิ

ศษ มี
วา
ทะอั

วิ
จิ
ตร
ไพเ

าะ
อยู
ปา

กเ
ป
นปร
ะจํ

๘) พร
ะปุ
ณณะพร
ะอั
งคุ
ลิ
มาลพร
ะอุ
บา
ลี
พร
ะนั
นทะและพร
ะสี
วะ
ลี
พระ

ถร
ะทั
ง๕นี


จงปร

กฏเ
กิ
ดเ
ป
นกร

แจะ
จุ
ณเ
จิ
มที
หน

าผาก

55

๙) ส
วนพร
ะอสี
ติ
มหาเ
ถร

ที


หลื
อผู
มี

ชั
ยและเ
ป
นพร

โอรสเ
ป
นพร

สา
วกของพร
ะพุ
ทธเ
จ
าผู
ทร

งชั
ยแต
ละ
อง
ค
ล
วนร
งเ



องไพโร

จน
ด



ดชแห
งศี
ลใ
ห
ดํ
าร
งอยู
ทั

วอวั

ยวะ
น
อยใ
หญ
๑๐) พร

รั
ตนสู
ตร
อยู


บื
องหน

าพร
ะเ
มตตาสู
ตรอยู


บื
องขว

าพร
ะอั
งคุ
ลิ
มาลปร
ตร

อยู


บื
องซ

ายพระ
ธชั
คคะ
สู
ตร
อยู


บื
องหลั


๑๑) พร
ะขั
นธปริ
ตรพระ
โมร
ปร
ตรและ

พร

อาฏา
นาฏิ
ยสู
ตรเ
ป
นเ
คร
อง


กา
งกั
นดุ

จหลั
งคา
อยู
บนนภากาศ

๑๒) อนึ
งพระ

ชิ
นเ
จ
าทั
งหลายนอกจากที

ได

กล
าว
มาแล

นี

ผู
ปร


กอบ
พร
อมด

วยกํ
าลั
งนานาชนิ
ดมี
ศี
ลาทค
ิุ
ณอั
นมั
นคงสั

ตตะปร
าการ

ป

อา
ภร
ณ
มาตั
งล

อมเ
ป
นกํ
าแพง
คุ
มคร

องเ
จ็
ดชั


๑๓) ด
วยเ
ดชา
นุ
ภาพแห
งพร
ะอนั
นตชิ
นเ
จ
าไม
ว
าจะ
ทํ
ากิ
จกา
รใ
ดๆเ
มื


ข

พร

พุ
ทธเ
จ
าเ
ข
าอาศั
ยอยู


นพร
ะบั
ญชร
แวดวงกร
งล
อมแห
งพร

สั
มมาสั
มพุ
ทธเ
จ
าขอโร
คอุ
ป
ทวะทุ
กข
ทั
งภา

ยนอกและ
ภายใ
นอั
นเ
กิ

แต
โร
คร
ายคื

อโร
คลมและ
โร
คดี

ป
นต
นเ
ป
นสมุ
ฏฐานจงกํ

จั
ดใ
ห
พิ
นาศไปอย
าได

หลื

๑๔) ขอพร
ะมหาบุ

ษผู

ทรง

พร
ะคุ
ณอั
นล้
าเ

ลิ
ศทั
งปว

งนั
นจงอภิ

บา

ข

พร

พุ
ทธเ
จ
าผู
อยู



นภาคพื
นท

ามกลางพร
ะชิ
นบั
ญชร
ข

พร

พุ
ทธเ
จ
าได

บการ

คุ
มคร

องปกป
กร
กษาภายใ

นเ
ป
นอั
นดี
ฉะ
นี
แล

๑๕) ข
าพร

พุ
ทธเ
จ

ได

บการ

อภิ
บาลด

ยคุ
ณานุ
ภาพแห
งสั
ทธร


จึ
งชนะ

สี
ยได
ซึ
งอุ

ป
ทวอั
นตร
ายใ
ดๆด
วยอา
นุ
ภาพแห
งพร
ะชิ
นะพุ
ทธ

จ
าชนะข
าศึ
กศั
ตรู
ด
วยอานุ
ภาพแห
งพร
ะธร

มชนะอั
นตร
ายทั
งปว


ด
วยอา
นุ
ภาพแห
งพร

สงฆ
ขอข
าพระ
พุ
ทธเ
จ
าจงได
ปฏิ
บั
ติ
และ

กษา

ดํ
าเ
นิ
นไปโดยสวั
สดี

ป
นนิ
จนิ

นดร


ทอญฯ

พระ
คาถา
ชิ
นบั
ญชร(ย
อ)
ชิ
นะป
ญชนะระปะริ
ตตั
งมั
งรั
กขะตุ
สั
พพะทา
หรื

วิ
ญญาณสั
มป
นโนอิ
ติ
ป
โสภะ
คะวานะโ
มพุ
ทธายะ
(สวด๙ จบ)

56

ยอดพร

กั
ณฑ
พร


ตร
ป
ฎก
ต
นฉบั
บเ
ดิ
มเ
ป
ดกรุ
ได
ที


มื
องสวร

คโลก
จาร

ป
นอั
กษรขอม
จา
รึ
กไว

นใบลา
น โบร
าณาจา

ย
จึ
งได
แปลเ
ป
นอั
กษร
ไทย หลว

ธรร
มาธิ
กรณ(พร
ะภิ
กษุ
แสง)ได
มาแต
พร

แท
นศิ
ลาอาสน มณฑล
พิ
ษณุ

ลก
มี
คํ
ากล
าวใ
นหนั
งสื
อนํ

นั
นว

า ผู


ดมี
ยอดพร

กั
ณฑ
ไตร
ป
ฎก
ไว
ประ
จํ

บ
านเ

อน

มี
อานิ
สงส
ยิ
งกว


ได
สร
างพร



จดี
ย
ทองคํ
าสู


ที
ยมเ
ทวโลกและ
ป
องกั
นภยั
นตร

ยต
างๆทํ
ามาหากิ
นเ
จร
ญ ฯลฯ

ต
อมามี
ผู
นิ

ยมสร
างหนั

งสื
อนี
ขึ

น โ

ดยเ
ชื
อว

าผู

ใดสร



ง ยอด
พระ
กั
ณฑ
ไตร
ป
ฎกนี


ป
นธร

มทา

และ
สวดมนต
สั
กการ
ะบู
ชา

ป

ประ
จํ
า จะมี
ผลานิ
สงส
สุ
ดที
จะ

พร

ณนาใ
ห
ทั
วถึ

งไดนั
บเ
ป
นมหากุ
ศล
อั
นยิ
งใหญ จะ

มี
ความสุ
ขสิ

สวั

สดิ


จริ
ญต
อไปทั
งป

จจุ
บั
นกาลและ
อนาคตภา
ยภา
คหน
า ตลอดทั
งบุ

ตร
หลานสื
บไป ด
วยอํ
านาจของ
ความเ
คาร
พใ
นพร
ะคาถานี

ปร

วั
ติ
ต
นฉบั
บเ
ดิ
มกล
าวว
าหนั

งสื
อยอดพร

กั
ณฑ
ไตร
ป
ฎกนี

มี
คํ

กล
าว
ไว
ในหนั

งสื
อนํ
าว


ป
นพุ
ทธมนต
อั
นศั
กดิ
สิ

ทธิ
์ ถ

ผู


ดได
สวดมนต
ภาว
นา
ทุ
กเ
ช
าค่
าแล

ว เ
ป
นการ
บู
ชาร
าลึ

กถึ
งพร
ะพุ
ทธเ
จ
าผู

นั
นจะไม

ไปตกอบายภู
มิแม
ได
บู
ชา
ไว
กั
บบ
านเ

อนก็

ป
องกั
นอั
นตร


ต
างๆ จะ
ภา
วนาพร

คาถา
อื
นๆสั

ก ๑๐๐ ป อา
นิ
สงส
ก็
ไม
สู
งเ
ท

ภาวนาพร

คา
ถานี
คร

งหนึ


ง ถึ

งแม
ว
า อิ
นทร
พร
หม ยม ยั
กษ
ที
มี

อิ
ทธิ
ฤทธิ

จะเ
นร
มิ
ตแผ
นอิ
ฐเ
ป
นทองคํ
าก
อเ
ป
นพร


จดี
ย
ตั


แต
มนุ
ษย
โลกสู
งขึ
นไปจนถึ

งพรหมโลก อานิ
สงส
ก็
ยั
งไม

ท
าภาวนายอดพร

กั
ณฑ
ไตร
ป
ฎกนี
้และ
มี
คํ
าอธิ
บายคุ
ณคว
ามดี
ไว

นต
นฉบั
บเ
ดิ
มนั
นอี


นานั
บปกา
รฯ
ยอดพร

กั
ณฑ
ไตร
ป
ฎกนี
้ถ

ผู


ดบร
จาคทร

พย

สร
างถว

ายพร

ภิ
กษุ
สงฆ
สามเ
ณรญา
ติ
-มิ
ตร
สหายหร
อสวดจนคร

บ๗วั
นคร
บอา
ยุ
ป
จจุ
บั
นของตน จะ
บั


กิ
ดโชคลาภทํ
ามาค
าขายเ
จร
ญร

งเ



อง จะพ



คร
าะห
ปร
าศจากทุ
กข
โศกโ
รคภั
ยและ
ภั
ยพิ
บั
ติ
ทั
งปวงฯ

ผู


ดตั
งจิ

ตเ
จร
ญภาวนายอดพร

ะกั
ณฑ
ไตร
ป
ฎกว
นละ

สามจบ จะ
ไม
มี
บาปกร

ม ทํ
าสิ
งใ

ดจะได
สมความปร
าร
ถนาสว
ดวั
นละเ
จ็
ดจบ
กร
ะดู
กลอยน้
าได

57

พิ
ธี

หว
พร

ะและ
สวดยอดพระ
กั
ณฑ

ตร
ป
ฎก
ก
อนเ
ข
าห
องบู
ชาพระ ควร
อาบน้


ชํ
าร


างกายให

สะ
อาดและนุ


ห
มใ
ห


ยบร

อย เ

ข
านั
งที

ด

วยความสํ
าร
วมกายใ
จ ตั
งจิ

ตใ
ห
แน
วแน

พ
งตร
งยั
งพร

พุ
ทธร
ปร


ลึ
กถึ
งพร
ะร
ตนตร

ยค

อยกร
าบ ๓ หนแล

สงบจิ
ตร
ะลึ
กถึ
งพร

คุ
ณของบิ
ดามาร
ดา ซึ
งเ

ป
นพร

อร
หั
นต
ของบุ
ตร
จากนั
นจึ


จุ
ดเ
ที
ยนบู
ชา

ห
จุ
ดเ
ล
มด
านขวาของพร

พุ
ทธร


ก
อน แล

จุ
ดเ
ล
มด

นซ
ายต
อไปจุ
ดธู
ป ๓ ดอก เ
มื
อจุ

ดเ
ที
ยนธู
ปที


คร
องสั


กกา

บู
ชา

สร
จแล

วเ
อาจิ
ต (นึ
กเ
ห็
น)
พร
ะพุ
ทธองค
มาเ
ป

ปร

ธาน พึ

นั
ง ชา

ยพึ
งนั
งคุ

กเ
ข
า หญิ
งนั
งท

าเ
ทพนม ปร
ะนมมื

ตั
งใ

จบู
ชาพร
ะร
ตนตร

ย นมั

สกา
รพร
ะร
ตนตร

ย นมั

สกา
รพร
ะพุ
ทธเ
จ

ไตร
สรณคมน
และนมั
สกา

พร
ะพุ
ทธคุ
ณ พร

ธร

มคุ
ณ พร
ะสั
งฆคุ

แล
วจึ
งเ
จร
ญภาวนายอดพร

ะกั
ณฑ
ไตร
ป
ฎก
จะ

พิ
มคว

ามขลั
งและ
ควา
มศั
กดิ
สิ

ทธิ
ยิ

งขึ

น จะ


กิ
ดพลั
งจิ
ตและมี
ความมั
นคงใ

นชี
วิ
ต พึ

ทร
าบด
วยว
า กา

รเ
จร
ญภาว

นาทุ
กคร
งต


องอยู
ในสถานที

อั

นสมคว

ขอใ
ห
ทํ
าจิ
ตตั
งมั

นใ

นบทสว
ดมนตจะ
มี

ทพยดาอาร
กษ

ทั
งหลายร




อนุ
โมทนาสาธุ
การ
ขออย
าได
ทํ
าเ
ล
น จะ

กิ
ดโ
ทษแก
ตนเ
อง

ยอดพระ
กั
ณฑ
พระ
ไตรป
ฎก(ต
นฉบั
บเ
ดิ
ม)
๑.
อิ
ติ
ปโส ภะ
คะ
วาอะ


หั
ง วะ
ตะโส ภะคะว
า.
อิ
ติ
ปโส ภะ
คะ
วาสั
มมาสั
มพุ
ทโ
ธ วะ
ตะโส ภะ
คะ
วา.
อิ
ติ
ปโส ภะ
คะ
วา วิ
ชชาจะ

ะณะ สั
มป
นโน วะ
ตะโสภะ
คะ
วา
.
อิ
ติ
ปโส ภะ
คะ
วาสุ
คะโ
ต วะ
ตะโ
ส ภะ
คะ
วา.
อิ
ติ
ปโส ภะ
คะ
วาโลกะ
วิ
ทูวะ
ตะโส ภะ
คะ
วา.
อะ


หั
นตั
ง สะ

ะณั
ง คั
จฉามิ
.
อะ


หั
นตั
ง สิ


สานะมามิ
.
สั
มมาสั
มพุ
ทธั
ง สะ

ะณั
ง คั
จฉา
มิ
.
สั
มมาสั
มพุ
ทธั
ง สิ


สา นะ
มา
มิ
.
วิ
ชชาจะ

ะณะ
สั
มป
นนั
ง สะ

ะณั
ง คั
จฉามิ
.
วิ
ชชาจะ

ะณะ
สั
มป
นนั
ง สิ


สา นะมา
มิ
.
สุ
คะ
ตั
ง สะร

ณั
ง คั
จฉา
ม.ิ
สุ
คะ
ตั
ง สิ
ระ
สา นะ
มา
มิ
.

58

โลกะวิ
ทั
ง สะ

ะณั
ง คั
จฉามิ
.
โลกะวิ
ทั
ง สิ


สานะมามิ
.

อิ
ติ
ป
โสภะ
คะวาวิ
ญญาณะ
ธาตุ
สะมาธิ
ญาณะสั
มป
นโน.
อิ
ติ
ป
โสภะ
คะวาจั
กกะว
าฬะ
ธา
ตุ
สะ
มา
ธิ
ญาณะ
สั
มป
นโน.

๒.
อิ
ติ
ปโ
ส ภะ
คะวา อะ
นุ
ตตะ
โร ว
ะตะโส ภะคะ
วา.
อิ
ติ
ปโ
ส ภะ
คะวา ปุ
ริ
สะ
ทั
มมะสาร

ถิวะ
ตะ โส ภะคะว
า.
อิ
ติ
ปโ
ส ภะ
คะวา สั
ตถาเ
ทว
ะมะ
นุ
สสานั
ง วะ
ตะโส ภะ
คะวา
.
อิ
ติ
ปโ
ส ภะ
คะวาพุ
ทโธ วะ
ตะโส ภะคะว
า.
อะนุ
ตตะ

ง สะ


ะณั
ง คั
จฉามิ
.
อะนุ
ตตะ

ง สิ



สานะมามิ
.
ปุ
ริ
สะ
ทั
มมะสาร

ถิสะร

ณั
ง คั
จฉามิ
.
ปุ
ริ
สะ
ทั
มมะสาร

ถิสิ

ะสานะ
มามิ
.
สั
ตถาเ
ทว
ะมะ
นุ
สสานั
ง สะ

ะณั
ง คั
จฉามิ
.
สั
ตถาเ
ทว
ะมะ
นุ
สสานั
ง สิ

ะสานะ
มามิ
.
พุ
ทธั
ง สะร

ณั
ง คั
จฉามิ
.
พุ
ทธั
ง สิ

ะสานะ
มามิ
. อิ
ติ
ปโส ภะคะ
วาฯ

๕.
อิ
ติ
ปโส ภะ
คะ
วาจาตุ
มมะ
หาร
าชิ
กาธา
ตุ
สะมาธิ
ญาณะ
สั
มป
นโน.
อิ
ติ
ปโสภะคะว
า ตาว
ะติ
งสา
ธาตุ
สะมาธิ
ญาณะสั
มป
นโน.
อิ
ติ
ปโส ภะ
คะ
วายามาธา
ตุ
สะมาธิ
ญาณะ
สั
มป
นโน.
อิ
ติ
ปโสภะคะว
า ตุ
สิ
ตา
ธาตุ
สะมาธิ
ญาณะสั
มป
นโน.
อิ
ติ
ปโสภะคะว
า นิ
มมานะร

ตี
ธาตุ
สะ
มาธิ
ญา
ณะ
สั
มป
นโน.
อิ
ติ
ป
โส ภะคะว
าปะร

นิ
มมิ
ตะวะ
สะวั
ตตี
ธาตุ
สะมาธิ
ญาณะ
สั
มป
นโน.
อิ
ติ
ปโส ภะ
คะ
วากา
มา
วะ
จะร

ธา
ตุ
สะมา
ธิ
ญาณะ
สั
มป
นโน.
อิ
ติ
ปโส ภะ
คะ
วารู
ปาวะ
จะ

ะธาตุ
สะ
มาธิ
ญา
ณะ
สั
มป
นโน.
อิ
ติ
ปโส ภะ
คะ
วาอะ

ปา

วะ
จะร

ธา
ตุ
สะมาธิ
ญาณะ
สั
มป
นโน.
อิ
ติ
ปโส ภะ
คะ
วาโลกุ
ตตะ

ะธาตุ
สะมาธิ
ญาณะสั
มป
นโน.

๓.
อิ
ติ
ป
โสภะคะ
วารู
ปะขั
นโธอะ
นิ
จจะ
ลก
ัขะ
ณะ
ปา

ะมิ
จะสั
มป
นโน.
อิ
ติ
ป
โสภะคะ
วา เ
วทะ
นา
ขั
นโธ อะนิ
จจะลั
กขะ
ณะปาร

มิ
จะ
สั
มป
นโน.
อิ
ติ
ป
โสภะคะ
วาสั
ญญาขั
นโธ อะนิ
จจะลั
กขะ
ณะปาร

มิ
จะ
สั
มป
นโน.
อิ
ติ
ป
โสภะคะ
วาสั
งขาร
ะขั
นโธ อะนิ
จจะ
ลั
กขะ
ณะปาร
มิจะ
สั
มป
นโน.
อิ
ติ
ปโ
ส ภะ
คะวาวิ
ญญาณะ
ขั
นโธ อะ
นิ
จจะ
ลั
กขะ
ณะ
ปา

ะมิ
จะ
สั
มป
นโน.
๔.
อิ
ติ
ป
โสภะคะ
วาปะฐะวี
ธาตุ
สะ
มาธิ
ญาณะสั
มป
นโน.
อิ
ติ
ป
โสภะคะ
วาอาโปธา
ตุ
สะมาธิ
ญาณะ
สั
มป
นโน.
อิ
ติ
ปโ
ส ภะ
คะวาเ
ตโชธาตุ
สะ
มา
ธิ
ญาณะ
สั
มป
นโ
น.
อิ
ติ
ปโ
ส ภะ
คะวาวาโยธาตุ
สะ
มาธิ
ญา
ณะสั
มป
นโน.
อิ
ติ
ป
โสภะคะ
วาอากาสะ
ธาตุ
สะมาธิ
ญาณะ
สั
มป
นโน.

59

๖.
อิ
ติ
ปโส ภะ
คะ
วาปะฐะมะ
ฌา
นะ
ธาตุ
สะ
มา
ธิ
ญาณะ
สั
มป
นโน.
อิ
ติ
ปโส ภะ
คะ
วาทุ
ติ
ยะ
ฌานะธาตุ
สะ
มาธิ
ญาณะ
สั
มป
นโน.
อิ
ติ
ปโส ภะ
คะ
วาตะ
ติ
ยะ
ฌานะธาตุ
สะ
มาธิ
ญาณะ
สั
มป
นโ
น.
อิ
ติ
ปโส ภะ
คะ
วาจะตุ
ตถะฌานะธาตุ
สะ
มาธิ
ญาณะ
สั
มป
นโน.
อิ
ติ
ปโส ภะ
คะ
วาป
ญจะ
มะฌานะ
ธาตุ
สะมาธิ
ญาณะสั
มป
นโน.
๗.
อิ
ติ
ป
โสภะ
คะวาอากาสานั
ญจายะ
ตะ
นะธาตุ
สะ
มาธิ
ญา
ณะ
สั
มป
นโน.
อิ
ติ
ป
โสภะ
คะวาวิ
ญญานั
ญจายะตะนะ
ธาตุ
สะมาธิ
ญาณะสั
มป
นโน.
อิ
ติ
ป
โสภะ
คะวาอากิ
ญจั
ญญา
ยะตะนะ
ธาตุ
สะมาธิ
ญาณะสั
มป
นโน.
อิ
ติ
ป
โสภะ
คะวาเ
นวะสั
ญญานาสั
ญญายะ
ตะ
นะธาตุ
สะ
มาธิ
ญา
ณะ
สั

ป
นโน.
๘.
อิ
ติ
ปโส ภะ
คะ
วาโสตาป
ตติ
มั
คคะธาตุ
สะ
มาธิ
ญาณะสั
มป
นโน.
อิ
ติ
ปโส ภะ
คะ
วาสะ
กิ
ทาคามิ
มั
คคะ
ธาตุ
สะมาธิ
ญาณะ
สั
มป
นโน.
อิ
ติ
ปโส ภะ
คะ
วาอะ
นาคามิ
มั
คคะ
ธาตุ
สะ
มาธิ
ญา
ณะ
สั
มป
นโน.
อิ
ติ
ปโส ภะ
คะ
วาอะ


หั
ตตะมั
คคะ
ธา
ตุ
สะ
มา
ธิ
ญาณะ
สั
มป
นโ
น.
อิ
ติ
ปโส ภะ
คะ
วาโสตาป
ตติ
ผะ
ละ
ธาตุ
สะ
มาธิ
ญา
ณะ
สั
มป
นโน.

60

อิ
ติ
ปโ
ส ภะ
คะวาสะกิ
ทาคา
มิ
ผะละ
ธาตุ
สะมาธิ
ญาณะสั
มป
นโน.
อิ
ติ
ปโ
ส ภะ
คะวาอะนาคามิ
ผะ
ละธาตุ
สะ
มาธิ
ญา
ณะ
สั
มป
นโน.
อิ
ติ
ปโ
ส ภะ
คะวาอะร

หั
ตตะ
ผะ
ละ
ธาตุ
สะ
มา
ธิ
ญาณะ
สั
มป
นโ
น.
๙.
กุ
สะลาธั
มมาอิ
ติ
ป
โสภะคะ
วาอะ
อายาว
ะชี
วั
ง พุ
ทธั
ง สะ


ณั
ง คั
จฉามิชั
มพูที
ป
ญจะ อิ
สสะ
โร กุ
สะ
ลา ธั
มมานะ
โม พุ
ทธายะนะ
โม ธั
มมายะนะ
โม สั
งฆายะป
ญจะพุ
ทธา นะ
มามิ
หั
ง อาปามะจุปะ
, ทีมะสั
ง อั
ง ขุ
, สั
ง วิธา ปุกะ
ยะปะ
, อุ
ปะ
สะ
ชะ
สะเ
ห ปา
สายะ
โส ฯ
โส โส สะสะอะอะอะอะ นิเ
ต ชะสุเ
น มะภูจะ
นาว


ว,อะสั
ง วิสุโล ปุสะพุภะ, อิ
สว
าสุ
, สุ
สว
าอิ
กุ
สะลา
ธั
มมาจิ
ตติ

อั

ตถิ
.
๑๐.
อิ
ติ
ป
โสภะคะ
วาอะ

ะหั
งอะ
อายา
วะชี
วั
ง พุ
ทธั
ง สะ

ะณั
ง คั
จฉา
มิสาโพธิ
ป
ญ จะอิ
สสะโ
รธั
มมา.
กุ
สะลาธั
มมานั
นทะวิ

งโกอิ

ติ
สั
มมาสั
มพุ
ทโ
ธสุ
คะลาโน ยา
วะ
ชี
วั
ง พุ
ทธั
ง สะร

ณั
ง คั
จฉามิ
.
จา
ตุ
มมะหา
รา
ชิ
กาอิ
สสะโรกุ
สะ
ลาธั
มมาอิ
ติวิ
ชชา
จะร

ณะสั
มป

โนอุ
อุยา
วะชี
วั
งพุ
ทธั
ง สะ
ระ
ณั
ง คั
จฉามิ
.
ตาวะ
ติ
งสาอิ
สสะ
โรกุ
สะ
ลาธั
มมานั
นทะป
ญจะสุ
คะ
โต โลกะ
วิ
ทูมะ
หา

อโอ ยาว
ะชี
วั
ง พุ
ทธั
ง สะ
ระ
ณั
ง คั
จฉามิ
.
ยามาอิ
สสะ
โรกุ
สะลาธั
มมา พร
หมา
สั
ททะ ป
ญจะ
สั
ตตะ สั

ตาปา
ระ
มี
อะนุ
ตตะ
โรยะ
มะกะ
ขะยา
วะชี
วั
งพุ
ทธั
งสะร

ณั
งคั
จฉา
มิ
.
ตุ
สิ
ตาอิ
สสะโรกุ
สะ
ลาธั
มมาปุ
ยะ
ปะ
กะปุ

สะทั

มมะ
สาร
ะถิยาวะ
ชี
วั
ง พุ
ทธั
ง สะร

ณั
ง คั
จฉามิ
.
นิ
มมา
นะ

ะตีอิ
สสะโรกุ
สะ
ลาธั
มมาเ
หตุ
โปวะ สั
ตถาเ
ทวะ
มะ
นุ
สสานั
งตะ
ถายาว
ะชี
วั
งพุ
ทธั
ง สะร

ณั
ง คั
จฉามิ
.
ปะร

นิ
มมิ
ตะ
วะ
สะวั
ตตีอิ
สสะ
โรกุ
สะ
ลาธั
มมาสั
งขาร

ขั
นโธ ทุ

ขั
งภะคะว
ะตายาวะนิ
พพา
นั
ง สะร

ณั
ง คั
จฉา
มิฯ

๑๑. นะ
โม พุ
ทธั
สสะนะ
โม ธั
มมั
สสะนะ
โม สั
งฆั
สสะพุ
ทธิ
ลาโ

กะ
ลา กะ

ะกะ
นาเ
อเ
ตนะสั
จเ
จนะสุ

ตถิโหนตุหุ

ลู
หุ
ลู
หุ
ลู
สะ
วาหายะ
.
นะ
โมพุ
ทธั
สสะนะโมธั
มมั
สสะนะโมสั
งฆั
สสะว
ตติว

ตติวิ

ตติ
มิ
ตติมิ
ตติมิ
ตติจิ
ตติจิ
ตติว
ตติว

ตติ

มะยะ
สุสุ
วั
ตถิโหนตุ
หุ
ลูหุ
ลูหุ
ลูสะวา
หายะ.
อิ
นทะสาวั
ง มะ
หาอิ
นทะสาว
ง พรหมะ

สาวั
ง มะหาพร
หมะสาวั

จั
กกะว
ตติ

สา
วั
ง มะ
หาจั
กกะ
วั
ตติ
สาวั
งเ
ทวา
สาว
ง มะ

หาเ
ทว
าสา
วั
ง อิ
สี
สาวั
ง มะ
หาอิ
สี
สา
วั
งมุ
นี
สา
วั
งมหามุ
นี
สาว
ง สั

ปปุ

สะ

สาวั

มหา
สั
ปปุ

สะสาว

ง พุ

ทธะ
สาวั
ง ป
จเ
จกะ
พุ
ทธะ
สาว
ง อะ


ะหั
ตตะ
สา
วั
ง สั
พพะ
สิ
ทธิ
วิ
ชชา
ธะ

านั

สาว
ง สั

พพะโ
ลกาอิ

ยานั

งสาวั


อเ
ตนะสั
จเ
จนะสุ
วั
ตถิโหนตุ
.
สา
วั
ง คุ
ณั
ง วะ
ชะ พะลั
งเ
ตชั
ง วิ

ยั

ง สิ
ทธิ
กั
มมั
ง ธั
มมั
ง สั

จั
ง นิ
พพา
นั
ง โมกขั
ง คุ
ยหะกั
ง ทานั
ง สี
ลั
ง ป
ญญานิ

ขั
ง ปุ
ญญั
ง ภาคะ
ยั
ง ยะสั
ง ตั
ปป
ง สุ
ขั
ง สิ

ิร
ป

ง จะตุ
วี
สะ
ติ


สะ
นั
งเ
อเ
ตนะสั
จเ
จนะสุ
วั
ตถิ
โหนตุหุ
ลูหุ
ลูหุ
ลู
สะวา
หายะฯ
๑๒. นะ
โม พุ
ทธั
สสะทุ
กขั
ง อะนิ
จจั
ง อะ
นั
ตตารู
ปะ
ขั
นโธ เ
วทะนาขั
นโธ สั
ญญาขั
นโธ สั
งขาร
ะขั
นโธ วิ
ญญาณะ
ขั
นโธ นะโ
ม อิ
ติ
ป
โส ภะคะ
วา.
นะ
โม ธั
มมั
สสะทุ
กขั
ง อะ
นิ
จจั
ง อะนั
ตตารู
ปะ
ขั
นโธ เ
วทะนา
ขั
นโธ สั
ญญาขั
นโธ สั
งขา

ะขั
นโธ ว
ญญาณะขั

นโธ นะโม
สว
ากขา
โต ภะ
คะ
วะ
ตาธั
มโม.
นะ
โม สั
งฆั
สสะทุ
กขั
ง อะ
นิ
จจั
ง อะ
นั
ตตารู
ปะขั
นโธเ
วทะ
นา
ขั
นโธสั
ญญาขั
นโธ สั
งขาร
ะขั
นโธ วิ
ญญาณะ
ขั
นโธ นะ
โม สุ
ปะฏิ
ป
นโน ภะคะว
ะโต สาว
ะกะสั
งโฆ วาหะ
ปะ

ตตั

ง.
นะ
โมพุ
ทธายะมะ
อะอุ
ทุ
กขั
งอะ
นิ
จจั
งอะ
นั
ตตายาวะ
ตั
สสะหา
โย
โมนะอุ
อะมะทก
ุขั
งอะ
นิ
จจั
งอะ
นั
ตตาอุ
อะ
มะอะวั
นทานะโม
พุ
ทธายะนะ
อะกะ
ตินิ
สะ

ะณะอาร

ปะ
ขุ
ทธั
ง มะอะ
อุทุ
กขั

อะ
นิ
จจั
ง อะนั
ตตาฯ

พรหมา อิ
สสะ
โรกุ
สะ
ลา ธั
มมานั
ตถิ
ป
จจะ
ยาว
นะ

ป
ญจะภะ
คะ
วะ
ตายาว
ะนิ
พพานั
ง สะ

ะณั
งคั
จฉามิ
.

61

62

คํ

กร

ดน้
าของ

ยอดพระ
กั
ณฑ

ตร
ป
ฎก
อิ
มิ
นา ปุ
ญญะ
กั
มเ
มนะ ด

ยเ
ดชะผลบุ
ญของข
าพเ
จ
า ได
สร
างและ

สวดยอดพร

กั
ณฑ
ไตร
ป
ฎกนี

ขอใ
ห
ค้
าชู

อด
ุหนุ
น คุ
ณบิ
ดา
มาร
ดา พร
ะมหากษั
ตริ
ยผู
มี

พร
ะคุ
ณ ญาติ
กา คร
ูอุ
ป
ชฌาย
อาจา
รยเ
จ

กร

มนายเ
วรมิ
ตร
รั
กสนิ
ทเ
พื
อนสร


พสั
ตว
น
อยใ
หญ
พระ
ภู
มิ

จ
าที


จ
ากร
งพา

ลี
แม
พระ
ธรณี
แม
พร
ะคงคาแม
พร

โพสพ
พญายมร
าช นา
ยนิ

ยบาลท

าวจะตุ
โลกะ
บา
ลทั
งสี

่ศิ


ิุ
ตอํ

มา
ตย
ชั
นจา

ตุ
มมะหา

าชิ
กาเ
บื
องบน สู

งสุ
ดจนถึ

ภวั
คคะพร
หม และเ
บื
อง

ล
างต่
าสุ

ด ตั
งแต

โลกั
นตมหา
นร
กและ
อเ
วจี
ขึ
นมาจนถึ

งโลกมนุ
ษย
สุ
ดร
อบขอบจั
กรว
าล อนั
นตจั
กร
วา
ล คุ
ณพร

ศร


ตนตร

ย และ


ทพย
ดาทั
งหลาย ตลอดทั

งอิ

นทร
พรหม ยมยั
กษคนธร

พนา
คา
พระ

พลิ
ง พร
ะพาย พร

พิ

ณ ท


นทั
งหลายที

ตอ

งทุ
กข
ขอให
พ

จา
กทุ
กขท

นทั
งหลา

ยที
ได

สุ
ขขอใ
ห
ได
สุ
ขยิ
งๆขึ

นไป ด

วยเ
ดชะ
ผลบุ
ญแห

ข
าพเ
จ

อุ
ทิ
ศใ
ห
ไปนี

จงเ
ป
นอุ
ปนิ
สั
ยป
จจั
ยใ
ห
ถึ
งพร

นิ
พพานในป
จจุ
บั
น และ
อนา
คตกา
ลเ
บื
องหน


โน
นเ
ทอญ ฯ
พุ
ทธั
ง อะ
นั
นตั
ง ธั
มมั
ง จั
กกะวาลั
ง สั
งฆั
ง นิ
พพา
นะป
จจะโ
ย โหนตุ
.
โบร
าณว
าผู
ใดสร

างบุ

ญกุ
ศลและได
สวดภาวนายอดพร

กั
ณฑ
ไตรป
ฎกเ
ป
นปร
ะจํ

จะ
มอ
ีา
นิ
สงส
มาก เ
มื
อป

วยหนั
กให


ลึ
กถึ
งคุ

พระ

ตนตรั

ย คร
นกํ


าลั
งจะ
สิ
นใ

จผู
อยู

ใกล

บอกนํ
าว
า อะร

หั
ง หร


พุ
ทโธ เ

อย ๆเ


มอ
่ถึ

งแก
กร

ม จงเ
ขี
ยนจิ
. เ
จ. ร
. นิ

. บนแผ

ทองหร
อแผ

นเ
งิ
นใ
บลาน, กร

ดา
ษ แล
วม
วนเ
ป
นตะ
กรุ
ด(ห
ามคลี
)


ส
ปากใ
ห
ไปสู
สุ

คติ

นสั
มปร
ายภพสวร

ค
ด
วย

63

วิ
ธี
การปฏิ
บั
ติ
วิ
ป
สสนากรรมฐานเ
บื
องต


(หลวงพ
อจรั
ญ ฐิ
ตธั
มโมว
ดอั

มพวั
นจั
งหวั
ดสิ
งห
บุ

)

๑. การเ
ดิ
นจงกรมก
อนเ
ดิ
นให
ยกมื
อไขว
หลั
ง มื
อขวาจั
บข
อมื
อซ
าย
วางไว
ตร
งกระ

บนเ
หน็
บ ยื
นตั
วตร
งเ
งยหน
าหลั
บตาใ
ห
สติ
จั
บอยู
ที


กลางกร

หม
อม กํ

หนดว
ายื
นหนอ ช
าๆ๕ คร
งเ



มจากศี



ษะ
ลงมาปลา
ยเ
ท
า และจา
กปลายเ
ท

ขึ
นไปบนศี


ษะ กลั
บขึ
นกลั

บลง
จนคร
บ ๕ คร
ง แต


ละ
คร
งแบ


งเ
ป
นสองช
วงช
วงแร
ก คํ
าว
ายื
น จิ

วาดมโนภาพร

งกา
ยจากศี
รษะ(กลางกร
ะหม
อม) ลงมาหยุ
ดที
สะ

ดื

ช
วงที
สองคํ

าว
าหนอ จากสะ
ดื
อลงไปปลายเ
ท
า นั
บเ
ป
นคร
งที




กํ

หนดขึ
น ช


งแรก คํ

ว
ายื
น จา
กปลายเ
ท
ามาหยุ
ดที
สะ

ดื
อ ช

งที

สองคํ
าว
า หนอ จา

กสะ
ดื
อไปกลางกร
ะหม
อม นั
บเ
ป
น ครั


ที
่๒
กํ

หนด กลั
บขึ
น , กลั

บลง จนครบ ๕ คร
ง ขณะ


นั
นใ

ห
สติ
อยู
ที



างกาย อย

าใ
ห
ออกไปนอกกาย เ
สร
จแล


ลื
มตาขึ
น ก

มหน
า ตา
มองที
ปลายเ

ท

ข

งที
กํ

าหนดสติ
คุ
มจิ
ตอยู
ที



ท
า การ

ดิ
น กํ

หนดว

ขว
าย

งหนอ กํ
าหนดในใ
จคํ
าว
า ขวา ต

องยกส
นเ
ท
าขวา
ขึ
นจาก

พื
นปร


มาณ ๒ นิ
วเ

ท

กั
บใ
จนึ
กต
องใ
ห
พร
อมกั

น ย
าง ต
องก
าวเ
ท

ขว
าไปข
างหน
าช

ที
สุ

ด เ
ท

ยั
งไม

หยี
ยบพื
นคํ

าว
าหนอ เ

ท
าลงถึ

พื
นพร

อมกั

น เ
วลา
ยกเ
ท
าซ
ายก็

หมื
อนกั
น กํ
าหนดว
า ซ


ย ย
าง
หนอ คงปฏิ
บั
ติ

ช
นเ
ดี
ยวกั
นกั
บ ขวาย
างหนอ ร

ยะก
าว
ในการ

ดิ

ห
างกั
นปร
ะมาณ ๑คื
บเ
ป
นอย
างมาก เ
พื
อการ

ทรง
ตั
วขณะก

วจะ
ได
ดี
ขึ
น เ

มื
อเ

ดิ
นสุ
ดสถา
นที
ที



ช
แล
วใ
ห
นํ
าเ
ท
ามาเ
คี
ยงกั
น เ
งยหน

หลั
บตา กํ

หนด ยื
นหนอ ช
าๆอี
ก ๕ คร
งเ


หมื
อนกั
บที
อธิ

บาย
มา
แล
วลื
มตา ก
มหน

ท
ากลั
บ การ
กลั
บกํ

หนดว
ากลั
บหนอ ๔ คร
ง คา



ว
า กลั

หนอ คร
งที


หนึ

งยกปลา

ยเ
ท
าขวา ใ
ช
ส
นเ
ท
าขวาหมุ
นตั
วไปทางขวา
๙๐ องศาคร
งที


่๒ ลากเ
ท

ซ
ายมา
ติ
ดกั
บเ
ท

ขวา ครั


ที
่๓ ทํ


หมื
อนครั
งที

หนึ

ง คร

งที


่๔ ทํ
าเ
หมื
อนคร
งที


่๒ ขณะ
นี
จะอยู



นท

กลั
บหลั
งแล
วต
อไปกํ
าหนด ยื
น หนอ ช
าๆอี
ก๕ คร
งลื


มตาก

หน
า แล

กํ
าหนดเ
ดิ
นต
อไป กร

ทํ
าเ
ช
นนี

จนหมดเ
วลาที
ต

องการ

64

๒. การนั
ง กร


ทํ
าต
อจากการ

ดิ
นจงกรม อย
าใ
ห
ขาดตอนลง เ
มื



ดิ
นจงกรมถึ
งที
จะ

นั
งใ

ห
กํ
าหนด ยื
นหนอ อี
ก ๕ คร
งตามที


กร


ทํ

มาแล
วเ
สี
ยก
อน แล
วกํ
าหนดปล
อยมื
อลงข
าง
ตั
วว

าปล
อยมื
อหนอ ๆ
ๆช
าๆจนกว

จะลงสุ
ดเ
วลานั
ง ค

อยๆย
อตั
วลงพร
อมกั

บกํ
าหนด
ตามอา
การ
ที
ทํ


ไปจร
งๆเ

ช
น ย
อตั
วหนอๆๆเ
ท
าพื
นหนอๆๆคุ

กเ
ข

หนอๆๆนั


หนอๆๆเ
ป
นต

วิ
ธี
นั
ง ใ

ห
นั
งขั

ดสมาธิ คื
อขาขวาทั
บขาซ
าย นั
งตั

วตรง
หลั
บตา เ
อา
สติ
มาจั
บอยท
ี

สะดื

อที
ท

องพองยุ
บ เ
วลาหายใ
จเ
ข
าท
อง
พองกํ
าหนดว
า พองหนอใ

จนึ
กกั
บท
องที
พองต

องใ
ห
ทั
นกั
นอย

ให
ก
อนหร
อหลั

งกั
น หายใ
จออกท
องยุ
บ กํ
าหนดว
ายุ

บ หนอ ใจนึ
กกั

ท
องที
ยุ

บต
องทั
น อย
าให
ก
อนหร
อหลั

งกั
น ข
อสํ
าคั
ญใ
ห
สติ
จั
บอยู
ที


พองยุ
บเ
ท

นั
น อย


ดู
ลมที
จมู

ก อย
าตะ

บ็
งท
อง ใ
ห
มี
คว
ามรู
สึ

กตา

ความเ
ป
นจร
งว


า ท
อง
พองไปข
างหน
า ท
องยุ
บมาทางหลั
ง อย
าใ
ห

ห็
นเ
ป
นไปว
าท
องพองขึ
นข

างบน ท
อง
ยุ
บลงไปข
างล
างให
กํ
าหนด

ช
นนี
ตลอดไปจนกว

าจะ
หมดเ

ลา

มื
อมี


วทนา เ

ทนาเ
ป
นเ

อง


สํ
าคั
ญที
สุ

ดจะ
ต
องบั
งเ
กิ
ดขึ
นแก

ผู
ปฏิ

บั
ติ
แน
นอนผู
ปฏิ

บั
ติ
จะ
ต
องมี
ความอดทน เ
พื
อเ

ป
นการ
สร
าง

ขั
นติ
บาร
มี
ไปด

ย ถ
าผู
ปฏิ

บั
ติ
ขา
ดความอดทนเ
สี
ยแล
วการ
ปฏิ
บั
ติ
วิ
ป
สสนากร

มฐานนั
นก็

ล
มเ
หลวใ
นขณะที
นั

งหร

อเ

ดิ
นจงกร
มอยู
นั



ถ
ามี

วทนา
ควา
มเ
จ็
บปวด เ
มื
อย คั

นเ
กิ
ดขึ
นใ

ห
หยุ
ดเ
ดิ
น หร
อหยุ


กํ
าหนดพองยุ
บใ
ห

อา
สติ
ไปตั
งไว

ที



ทนาเ
กิ
ด และกํ
าหนดไปตา

ความเ
ป
นจร
งว


าปวดหนอๆๆเ
จ็
บหนอๆๆ เ
มื
อยหนอๆๆ คั

นหนอๆๆ

ป
นต
น ใ
ห
กํ
าหนดไปเ

อยๆ จนกว


าเ

ทนาจะ
หายไป เ
มื
อเ

วทนา
หายไปแล
วก็

ห
กํ
าหนดนั
งหร

อเ

ดิ
นต
อไป
จิ
ตเ
วลานั
งอยู

หร

อเ

ดิ
นอยู
ถ
าจิ
ตคิ
ดถึ
งบ
าน คิ
ดถึ
งทรั
พย
สิ

หร
อคิ

ดฟุ
งซ


นต
างๆนานา ก็
ให

อาสติ
ป
กลง
ที
ลิ

นป

พร

อมกั

บกํ
าหนด
ว
า คิ
ดหนอๆๆไปเ
รื
อยๆจนกว

าจิ
ตจะ
หยุ
ดคิ
ด แมด
ี

จเ
สี
ยใจหรื

โกร
ธ ก็
กํ

หนดเ
ช
นกั
นว
า ดี

จหนอๆๆ เ
สี
ยใจหนอๆๆ โกรธหนอๆๆ

ป
นต


วลานอน เ
วลานอนค
อยๆ เ
อนตั
วนอนพร
อมกั

บกํ

หนดตา

ไปว
า นอนหนอๆๆจนกว


จะ
นอนเ

ยบร

อยขณะนั

นใ

ห

อา
สติ
จั
บอยู

กั
บอาการ

คลอ
่นไหวร

างกายเ

มื
อนอนเ


ยบร

อยแล
ว ให

อาสติ
มาจั

65

ที
ท

องแล
วกํ
าหนดว
า พอง หนอ ยุ

บ หนอ ต
อไปเ

อยๆ ใ


ห
คอย
สั
งเ
กตใ
ห
ดี
ว

จะหลั
บไปตอนพองหร
อตอนยุ


อิ

ยา

บถต
างๆ กา
รเ
ดิ
นไปใ
นที
ต


งๆการ

ข

ห
องน้
าการ


ข

ห
อง
ส
วม การ

บปร


ทานอาหารและกา
รกร

ทํ
ากิ
จกา
รง
านทั
งปว


ผู
ปฏิ

บั
ติ
ต
อง
มี
สติ
กํ
าหนดอยู
ทุ

กขณะใ
นอา
กา


หล
านี
้ ตามความเ
ป

จร
ง คื

อมี
สติ
สั
มปชั
ญญะเ
ป
นป
จจุ
บั
นอยู
ตลอดเ


ลา
สรุ
ปการกํ
าหนดต
างๆพอสั
งเ
ขปดั
งนี

๑. ตา

ห็
นร
ปจะ

หลั
บตาหรื
อลื
มตาก็
แล
วแต

ห
ตั
งสติ

ไว
ที

ตากํ

าหนด
ว
าเ
ห็
นหนอๆๆไปเ

อยๆจนกว


าจะ

สึ


กว


ห็
นก็
สั
กแต
ว


ห็
นละ
ควา

พอใ
จและ
ความไม
พอใ
จออกเ
สี
ยได
ถ
าหลั
บตาอยู

ก็
กํ
าหนดไป
จนกว
าภา

พนั
นจะหา

ยไป
๒. หู
ได
ยิ
นเ
สี
ยงใ
ห
ตั
งสติ

ไว
ที
หู

กํ
าหนดว
าเ
สี
ยง
หนอๆๆไปเ
รื
อยๆ

จนกว
าจะ


สึ


กว
าเ
สี
ยงก็
สั
กแต
ว
าเ
สี
ยงละความพอใ
จและ
ควา
มไม
พอใ
จออกเ
สี
ยได
๓. จมู
กได
กลิ
นตั



สติ
ไว
ที
จมู

ก กํ
าหนดว
ากลิ
นหนอๆๆไปเ


อยๆ


จนกว
าจะ


สึ


กว
ากลิ
นก็

สก
ัแต
ว
ากลิ
นละ

คว
ามพอใ
จและความไม
พอใ
จออกเ
สี
ยได
๔. ลิ
นได


ส ตั
งสติ

ไว
ที
ลิ

นกํ

าหนดว
าร
สหนอๆๆไปเ

อยๆจนกว



จะ
รู
สึ

กว
าร
สก็
สั
กแต

าร

ส ละ
ความพอใ
จและความไม
พอใ
จออก

สี
ยได
๕. กา
ยถู
กต
องสั
มผั
สตั


สติ
ไว
ตร
งที
สั

มผั
สกํ

หนดตามควา
มเ
ป
นจร


ที


กิ
ดขึ
น ละ

ควา
มพอใจและ
คว
ามไม
พอใจออกเ
สี
ยได
๖. ใจนึ
กคิ
ดอาร
มณตั
งสติ

ไว
ที
ลิ

นป


กํ

หนดว
าคิ
ดหนอๆๆไป


อยๆจนกว


าความนึ
กคิ
ดจะ
หา
ยไป
๗. อาการ
บา
งอย
างเ
กิ
ดขึ
นกํ


หนดไม
ทั
นหร
อกํ


หนดไม
ถู
กว
าจะ

กํ

หนดอย
างไรตั
งสติ

ไว
ที
ลิ

นป


กํ
าหนดว
าร
หนอๆๆไปเ



อยๆ


จนกว
าอาการ

นั
นจะหา

ยไป
กา

ที



ากํ
าหนดจิ
ต และ
ตั


สติ
ไว

ช
นนี
้เ
พร
าะ

หตุ
ว

จิ
ตของ


าอยู


ต
บั
งคั
บของความโลภ ความโกร
ธ ความหลงเ
ช
น ตา

ห็


ป การ

ปฏิ
บั
ติ
วิ
ป
สสนากรร
มฐา
น โดยเ
อาสติ

ข
าไปตั
งกํ

ากั
บตาม
อา
ยตนะ
นั
น เ

มื
อปฏิ

บั
ติ
ได
ผลแก
กล
าแล
ว ก็
จะเ
ข
าตั
ดที
ตอ

ของ
อา
ยตนะ
ต
าง
ๆเ
หล
านั
น มิ


ห
ติ
ดตอ
กั
นไดคื
อว
าเ
มื
อเ

ห็
นรู
ปก็
สั
กแต

66

ว


ห็
นเ
มื
อได

ยิ
นเ
สี
ยงกส
็ั
กแต
ว
าได
ยิ
นไม
ทํ
าความร
นึ


กคิ
ด ปร
งแต



ห

กิ
ดความพอใ
จ หร
อความไม

พอใ
จ ใ
นสิ


ที
ปร

ากฏใ
ห

ห็
น และ
ได
ยิ
นนั
น ร

ป และเ

สี
ยงที
ได


ห็
นและ
ได
ยิ
นนั
นก็

จะดั
บไป เ
กิ
ดและ
ดั
บอยู
ที

นั

นเ

อง ไม
ไหลเ
ข
ามาภายในอกุ
ศลธร

ม ควา
มทุ
กข

อนใ


ที
คอยจะ

ตด
ิตามร
ปเ

สี
ยง และ
อายตนะ
ภายนอกอื
นๆจะ


ข
ามาก็

ข

ไม
ได
สติ
ที


กิ
ดขึ
นขณะ

ปฏิ
บั
ติ
วิ
ป
สสนา
กร

มฐานนั


นอกจา
กจะ
คอยสกั
ดกั
นอกุ

ศลธรร

และ
คว
ามทุ
กข
ร
อนใ
จ ที
จะ


ข

มาทาง
อายตนะ
แล
ว สติ

พ

อยท
ี

่ร
ป นาม เ

มื
อเ

พ
งเ
ล็
งเ
ห็
นอยู
ก็
ย
อมเ
ห็

ความเ
กิ
ดดั
บของ ร
ป นาม ที

ดํ



นิ
นไปตามอายตนะ
ต

งๆ อย

งไม
ขาดสาย กา
รเ
ห็
นการ

กิ
ดดั
บของร
ปนามนั

น จะ

นํ
าไปสู
การ


ห็
นพร

ไตรลั
กษณคื
อ คว
ามไม

ที
ยง คว

ามทุ
กขและ
ควา
มไม
มี
ตั

ตนของ
สั
งขารหร
อ อั

ตภาพอย

งแจ
มแจ
งฯ

การตั
กบาตร
การตั
กบาตรเ
ป
นการ
ทํ

บุ
ญที
ชาวพุ

ทธทั
วไปร

จั


กและ
ปฏิ
บั
ติ
มาก
กว
าการ
ทํ
าบุ
ญปร
ะเ
ภทอื
นๆกา

รตั
กบาตร
นั
น ยั

งถื
อว
าเ
ป
นกา

ทํ
าบุ

ประ
จํ
าว
นของชา

วพุ
ทธ และ
ชาวพุ
ทธไทยเ
ชื
อว

า การ

ออกบิ
ณฑบาต
ของพร

สงฆ

ป
นกา
รช
วยโปร
ดสั
ตว
ที

อยู

ในอบายภู

มิเ
ช
น เ
ปร
ตวิ
สั


ห
ได

บส

วนบุ
ญ ด

ยเ
หตุ
ผลทา
งจิ

ยธร

มใ
นกา
รทํ
าบุ
ญตั
กบา
ตร
นั


พอสร
ปได

ดั

นี

๑. เ
ป
นการ
สั
งสมบุ

ญใ
นแต
ละ
วั
นเ
พรา
ะการ
สั
งสมเ

ป
นเ
หตุ
นํ
าความ
สุ
ขมาใ
ห
๒. เ
ป
นกา


ริ
มต

นว
นใ

หม
ด

ยกา
รทํ
าบุ
ญทํ
าใ
ห
จิ
ตใจแจ
มใสเ
พื
อให

มี
กํ
าลั
งใ
จที


ข
มแข็
งเ
พร
าะ
ผู
ที

ไม

มี
บุ
ญเ
กื
อหนุ

นอยู


นใ
จย
อมพ
าย
แพ
ต
อบา
ปได
ง
าย
๓. เ
ป
นกา

ทํ
าที
พึ

งคื

อบุ
ญใ
ห
แก
ตนเ
อง
ในอนา
คต
๔. เ
ป
นการ
ช

ยร
กษา

พุ
ทธปร


พณี

พร
าะ
พร

พุ
ทธเ
จ

ทั
งหลายใ


อดี
ตและที
จะ

มา
ตร
สร

ในอนาคตด



ยแต
ดํ
าร
งพร
ะชนม
ชี
พด
วย
อาหาร
บิ
ณฑบาต

67

๕. เ
ป
นการ
ช
วยสื
บทอดพร
ะพุ
ทธศาสนาเ
พร
าะพร
ะสงฆ

ป
นผู
ศึ

กษา
ปฏิ
บั
ติ
พร

ธร

มวิ
นั
ยแล
วนํ
ามาสั
งสอนใ

ห
ปร

ชาชนไดร
บร

สแห

พร

ธร

มด

ยอี
กทั
งยั

งดํ
าร
งตนเ
ป
นตั
วอย
างด
านคว
ามปร
ะพฤติ
ดี
งามของสั
งคมฉะ
นั
นชาวพุ

ทธคว
รทํ
าบุ
ญตั
กบา
ตร

ป
นประ
จํ

ทุ

วั
นเ
พื
อเ

ป
นการ
สั
งสมบุ

ญใ
ห
แก
ตนเ
องที
จะ

ต
องนํ
าไปดุ
จเ
สบี
ยง

ดิ
นทา
งใ
นการ
ท
อง

ที
ยวเ

วี
ยนเ
กิ
ดและ

วี
ยนตายอยู


นวั
ฏฏสงสา

อั
นไม
ปร
ากฏเ
บื
องต

นและที
สด

ุและ
บุ
ญที
สั

งสมไว

นี

จะ
ช
วยเ
กื
อกู



ห
พ
นจากทุ
กข
ทั
งปวงได

อนึ
งปร


โยชน
ส
วนรว
มที
จะ


กด
ิขึ
นคื

อเ
ป
นกา
รสื
บทอดอายุ
พร

พุ
ทธศาสนา เ
พร

พร

สงฆ
ซึ
งเ

ป
นผู
นํ

าของพุ
ทธบร
ษั

ท ที


ป
นฐาน
กํ

ลั
งสํ
าคั
ญแห
งกองทั
พธร

มนั


ท
านดํ
าร
งชี
พอยู
ได

ด
วยป
จจั
ยที

คฤหั
สถ
จั
ดถวาย ท

นจึ
งสามาร
ถมี
กํ
าลั
งกาย กํ
าลั
งใ
จที
จะศึ

กษาพระ
พุ
ทธพจนคื
อ พร

ไตร
ป
ฎก ให

ข
าใ
จ ทร
งจํ
านํ
ามาปร

พฤติ
ปฏิ
บั
ติ
และ
กล
าว
สอนมวลมนุ
ษย
ได

คํ

อธิ
ษฐานก
อนตั
กบา
ตร
ตามหลั
กคํ
าสอนใ
นพร

พุ
ทธศา
สนามี

ป
นหมายเ
พื
อใ

ห
มนุ
ษย
ปลดเ
ปลื
องตนเ

อง
จากทุ
กขมี
จิ
ตใ
จเ
ป
นอิ
สร
ะเ
หนื
อทุ
กข
ทุ
กอย
าง
(พระ
นิ
พพาน) หลั
กกา

ดํ
าเ
นิ
นชี

ตของชาวพุ

ทธนั
นต

องสอดคล
อง
กั
บเ
ป

หมา
ยดั
งกล
าวซึ
งพร

ะโบร
าณาจาร
ย
ท
านจึ
งบั
ญญั
ติ
คํ

อธิ
ษฐา
นที


ป
นสากลนิ
ยมไว
ว

อิ
ทั
งทานั
งสี
ละ
วั
นตานั
งภิ
กขู
นั
งนิ
ยยาเ
ทมิ
สุ
ทิ
นนั
งวะตะ

มทานั
งนิ
พพานะป
จจะโ
ยโหตุ
อะนาคะเ
ตกาเ
ลฯข
าพเ
จ

ขอน
อมถวายทานนี
แด

พระสงฆ
ผู
มี

ศี
ลขอท
านที
ข

าพเ
จ
าถวายดี
แล
วจงเ
ป
นเ
หตุ

ห
ถึ
งพระ
นิ
พพานใ
นอนาคตกาลเ
บื
องหน


โน
นเ
ทอญ ฯ
อี
กบทหนึ
งเ

ป
นคํ
าอธิ
ษฐานถึ
งพร
ะสั
งฆร
ตนะว


นั
ตถิ

มสะระณั
งอั
ญญั
ง, สั
งโฆเ
มสะระณั
งวะรั
ง, เ
อเ
ตนะ
สั
งจะวั
ชเ
ชนะ, โสตถิ

มโหตุ
สั
พพะทาฯที
พึ

งอื

นของข

าพเ
จ

ไม
มี
พระสงฆ

ป
นที
พึ

งอั

นประเ
สริ
ฐของข
าพเ
จ
าด
วยคํ
าสั
ตย
นี

ขอความสวั
สดี
จงมี
แก
ข
าพเ
จ
าในกาลทุ
กเ
มื
อเ

ทอญ ฯ

68

พิ
ธี
ทํ
าบุ
ญเ
ลี
ยงพระ

บุ
ญพิ
ธี
ได
แก
พิ
ธี
ทํ
าบุ
ญเ
นื
องด

วยประ

พณี

นคร
อบคร
วของ

พุ
ทธ
ศาสนิ
กชน เ
ป
นปร
ะเ
พณี

กี
ยว

กั
บชี

ตของคนไทยทั

วไป ส

วนมากทํ

กั
นเ
กี
ยว

กั
บเ

องฉลองบ



งเ

องต


องการสิ

มงคลบ

าง เ

องตายบ





นเ
รื
องเ

หล
านี
นิ

ยมทํ
าบุ
ญทางพร

พุ
ทธศาสนาเ
ช
น ทํ
าบุ
ญเ
ลี
ยง

พร

และตั
กบาตรเ
ป
นต
นแยกเ
ป
น๒ปร


ภท คื

๑. ทํ
าบุ
ญงานมงคล
๒. ทํ
าบุ
ญงานอวมงคล
การ
ทํ
าบุ
ญเ
ลี
ยงพระตา

มปกติ
ที
ทํ

ากั
น มั
กนิ
มนต
พระ
ภิ
กษุ
สงฆ
มา

จร
ญพร

ะพุ
ทธมนต ใ
นสถานที
ที

ปร


กอบพิ
ธี
ในตอนเ
ย็
น เ

ยกกั


อย
างสามั
ญว
า สวดมนต

ย็
น ร
งขึ


นเ

วลาเ
ช
า (บา
งกร
ณีเ
วลาเ
พล)
ถวายภั
ตตาหา
รแก
พร
ะภิ
กษุ
สง
ฆ
ที


จร
ญพระ

พุ
ทธมนต

มื
อเ

ย็
นวา
นนั




ยกกั

นว
าเ

ลี
ยงพร

ะเ
ช
า(เ
ลี
ยงพร



พล) หร
อฉั

นเ
ช
า(ฉั
นเ
พล) และ

นคร
าวเ
ดี
ยวกั
นก็
มี
การ
ตั
กบาตร
ด

ย บางคนมี


ลาน
อย ย
นเ
วลา
มา
ทํ

พร
อมกั

น ใ
นว
นเ

ดี
ยว ใ
นตอนเ
ช
าหร
อตอนเ

พลตามควา
มสะ
ดว

โดยนิ
มนต
พร
ะภิ
กษุ
สงฆ มาเ
จริ
ญพร
ะพุ
ทธมนต
ก
อน จบแล
วถวาย
ภั
ตตาหาร

ห

สร
จสิ

นใ

นเ
วลาเ
ดี
ยวกั
นอย
างนี



ยกว

าทํ

บุ
ญเ
ลี
ยงพร


การ
ทํ

บุ
ญเ
ลี
ยงพร


นี
้นิ
ยมทั
งใ

นงา
นมงคลและงา
นอวมงคล
ทั


ไป ที



ยกว

า ทํ

าบุ
ญงา
นมงคลนั
น ได

แกการ
ทํ
าบุ
ญเ
ลี
ยงพร


ดั
งกล
าวเ
พื
อคว

ามสุ
ขความเ
จร
ญแก

จิ
ตใจโดยปร
าร
ภเ
หตุ
ที
ดี


ป
นมู


กี
ยวกั

บฉลองควา
มสํ
าเ

จใ

นชี
วิ
ต เ
ช
น ฉลองพระ
บวชใ
หมเ
ป
นต

หร
อเ

กี
ยวกั

บ การ




มชี


วิ
ตใ
หม

พื
อให


กิ
ดคว
ามสํ


ร็
จ ตามปร
าร
ถนา
ด
วยดี
ตลอดไปเ
ช
นทํ
าบุ
ญขึ
นบ

านใ
หม
ทํ
าบุ
ญแต
งงานหร
อเ


ยกว


มงคลสมรสเ
ป
นต
นส
วนที



ยกว

าทํ
าบุ
ญงานอว
มงคลได
แก
การ
ทํ

บุ
ญเ
ลี
ยงพร

ะเ
พื
อปร

ะโ
ยชน

กื
อกู

ล และ
ความสุ
ขโดยปร
าร
ภเ
หตุ
ไม
สู
ดี


นื
องจากมี

การ
ตา
ย ขึ
นใ

นว
งญาติหรื
อบุ
คคลที


กี
ยวข

องใ
นคร
อบคร


จั
ดการ
ทํ
าบุ
ญขึ
นเ

พื
อใ

ห
สํ
าเ

จเ

ป
นปร

โยชน

กื
อกู

ลและ
ควา
มสุ
ขแก
ผู
ล

วงลั
บไปแล
วและเ
พื
อเ

ป
นมิ
งขว

ญกลายๆแก

ผู
ที

ยั

งอยู

งา
นทํ
าบุ

โดยปร
าร
ภเ
หตุ
นี



ยกว

าทํ
าบุ
ญงานอวมงคล

69

การ
ทํ
าบุ
ญทั
ง๒ ปร



ภทนี

ผู
มี

หน
าที


กี
ยวข

องใ
นการ
ปฏิ
บั
ติ
มี๒
ฝ
ายคื
อฝ
ายทายกทายิ
กาผู
ปร

ะกอบด
วยต
องการ
บุ
ญเ

ยกว

าฝ
าย

จ
าภาพ ๑ ฝ
ายปฏิ
คาหก ผู


บทานและประ

กอบพิ
ธี
กร

มตามความ
ปร

สงค
ของ

จ
าภาพ ซึ
งเ

ป
นพร

ภิ
กษุ
สงฆ


ยกว

าฝ
ายภิ
กษุ
สง
ฆ
อี

๑ทั
งสองฝ

ายนี
มี


ะเ
บี
ยบปฏิ
บั
ติ
พิ
ธี
กํ

หนดไว

พื
อควา

มเ

ยบร

อยโดย


หมา
ะสมแต
ละปร
ะเ
ภท ของ
งาน เ
ป
นขนบประ

พณี
สื
บมาดั
งต
อไปนี

๑.ทํ

บุ
ญงา
นมงคล
ทํ

บุ
ญงานมงคลหมายถึ
งการ
ทํ

บุ
ญเ
พื
อความเ

จร
ญโดยปร


รภ

หตุ
ที
ดี ไม


ป
นมู
ลเ
หตุ
มา
จากสิ
งชั

วร

าย งา

นทํ
าบุ
ญงา
นมงคล เ
ช

งานทํ
าบุ
ญวั
นเ
กิ
ด งานทํ
าบุ
ญเ
ลี
ยงพร

ะงานมงคลสมร
สงานขึ
นบ



ใหม

ป
นต
นร


บี
ยบพิ
ธี
ฝ
ายทากทายิ
กาหร
อฝ


ยเ
จ
าภาพกิ
จที
ควร

ทํ
าก
อน เ
บื
องต

นต
องตระ

ตร
ยมกิ

จกา
รต
าง ๆ ที
ควร

ทํ
าก
อน ดั
งนี

๑. อาร
าธนา
พร
ะสงฆ
มาเ
จร
ญพร

ะพุ
ทธมนต
๒. ตร
ะเ
ตี
ยมที
ตั

งพร


พุ
ทธร
ปพร

อมทั

งเ

คร
องบู


ชา
๓. ตกแต
งสถานที
บริ


วณพิ
ธี
๔. วงด
ายสายสิ
ญจน
๕. อั
ญเ
ชิ
ญพร
ะพุ
ทธรู
ปมาตั


บนที
บู

ชา
๖. ปู
ลาดอา
สนะ
สํ

หรั
บพร

สง
ฆ
๗. เ
ตร
ยมเ

คร
องร


บร

องพร
ะสงฆ
ตา
มสมควร
แก
ฐานะ
๘. ตั
งภาชนะสํ

าหร
บทํ

าน้
ามนต

( ตั
งแต

อั
นดั
บที

๑- ๘ นี

สนามหลวงพ.ศ. ๒๕๑๖เ

ยกว

า“กิ
จที
ควร

ทํ
าก
อน” ซึ
งจะ

ต
อง
ตร


ตร
ยม)

๙. ตร
ะเ
ตร
ยมว

ตถุ

ไทยธร

มและ
อา
คาร
คาวหว
านที
สมควร


พื


ถวายแด
พร

สงฆ

มื
อพร

ะสงฆ
มาถึ
งแล
วตา
มเ

ลากํ

หนดจะ
ต
องปฏิ
บั
ติ
กร
ณี

กิ
จดั
งต
อไปนี

๑. คอยล
างเ
ท
าพระ
สงฆ
และ

ช็
ดด

ย(ป
จจุ
บั
นพร

สงฆ
สวม

องเ
ท
าและเ
ท
าไม
สกปร
กจึ
งไม
ต
องล
างเ
ท
าก็
ได
)
๒. ปร
ะเ
คนเ
คร
องร


บร

องที
จดเ

ตร
ยมไว

๓. เ
มื
อได



ลา
แล
วจุ
ดธู
ปเ
ที
ยนที
โต


บช
ูาบู
ชา
พร

แล
วกร
าบ
นมั
สการ๓ครั

70

๔. อาร
าธนา
ศี
ลและร
บศี


๕. ต
อจากร
บศี

ลก็
อาร

ธนาพร

ปร
ตรเ

สร็
จแล
วไหว
หร
อกร

าบ
แล
วแต
กร
ณี
๖. นั
งฟ

งพร

สงฆ

จร
ญพร


พุ
ทธมนต

มื
อจบแล


ถว
ายน้
าร

อย

หร
อเ

คร
องดื


มอั

นสมควร
แก
สมณะ
แล

แต
จะ
จั
ดอนึ
งใ

นพิ
ธี
ทํ
าบุ


ลี
ยงพร

ะโดยมี
กา
รเ
จร
ญพร


พุ
ทธมนต
กั
บฉั
น(ง
านว
นเ

ดี
ยว) เ
พื


ความเ
ป
นร


บี
ยบเ
รี
ยบร
อยสว

ยงาม

นการ
ปฏิ
บั
ติ
พิ
ธี
ตามหน
าที
ที

กล

าว
นี

มี
ข
อที
ควร

จะ

ข
าใจคื

๑. เ

องกา



อา
รา
ธนาพร

สงฆ
มา

จร
ญพร


พุ
ทธมนต นิ
ยมไม
กํ
าหนดจํ
านวนข
างมาก แต
นิ
ยมกํ

หนดข

งน
อยไว
โดยเ
กณฑคื
อไม
ต่
ากว

า๕ ร
ปเ

กิ
น๕ ไปก็

ป
น๗ หร
อ๙ ข

อน
าสั
งเ
กตก็
คื
อไม
นิ
มนต
พระ
สงฆ
จํ
านวนคู


พร
าะ
ถื
อเ
หมื
อนอย
างว
าการ
ทํ
าบุ
ญคร
งนี



มี
พร

พุ
ทธเ
จ
าเ
ป
นประ
ธาน แบบเ
ดี
ยวกั
บคร
งพุ


ทธกาล ซึ
งปร

ากฏตามบาลี
ว
า พุ
ทฺ
ธปฺ
ปมุ
โข ภิ
กฺ
ขุ
สงฺ
โฆ พระ
ภิ
กษุ
สงฆ
มี
พร

พท
ุธเ
จ
าเ
ป
นประ
มุ

โดยตั
งพร

ะพุ
ทธร
ปไว

ข
างหน
าแถวพระ
สงฆนั
บจํ
านว
นร
วมกั
บพร

สงฆ

ป
นคู
เ

นแต

ในงานมงคลสมร
ส มั
กนิ
ยมนิ
มนต
พร

สงฆ
จํ
านวน
คู
จุ
ดมุ


หมา
ย คื
อ แบ
งให
ฝ
ายเ
จ

บ
าว
และ
ฝ
ายเ
จ
าสา
วนิ
มนต
พร
ะมา
จํ

นว
นเ
ท
าๆกั
น เ
มื
อมาร

วมกั
น จึ
งเ
ป
นจํ
านวนคู
แต

นพิ
ธี
หลวงใ

ป
จจุ
บั
นนี

มั
กอาร
าธนาพร
ะสงฆ

ป
นจํ
านวนคู


ช
น๑๐ร
ปเ

ป
นต

๒. เ

องเ


ตร
ยมที

ตั



พร

พุ
ทธร
ปพร

อมทั

งเ

คร
องบู


ชา ที
ตั

งพร


พุ
ทธร
ปพร

อมทั

งเ

คร
องบู


ชา ใ
นงานพิ
ธี
ต
าง
ๆนั
น นิ

ยมเ
รี
ยกสั
นๆ ว


“โต

บู
ชา
” สิ
งสํ

าคั
ญของโต

บู
ชา
นี
้ปร

กอบด

ยโต


อง ๑ เ
ครื
อง

บู
ชา๑ โ
ต


องเ
ป
นที


องร
บพระ

พุ
ทธร
ป และ


คร
องบู


ชา
ป
จจุ
บั
นนี

นิ
ยมใช
กั
นทั
วไป เ

ป
นโต
ะหมู
ซึ

งสร



งไว
โดยเ
ฉพาะ เ

ยกกั

นว
า โต

หมู
บู

ชา มี

ป
นหมู

๕ หมู

๗ และ
หมู
๙ หมายความว

หมู
หนึ

งๆ

ประ
กอบด
วยโต
ะ๕ ตั
ว ๗ ตั
วและ๙ ตั
วก็


ยกว


หมู


ท
านั
นเ

ท
านี

ถ
าใ
นที
ที

หา

โต

หมู
ไม

ไดจะใ
ช
ตั
งอะ

ไร
ที
สมควร

ซึ
งไม

สู
งหร
อต่

าเ

กิ

ไปนั
กจั
ดเ
ป
นโต
ะบู
ชาใ
นพิ
ธี
ก็
ได โต

หร
อตั

งนั

นต

องใ
ช
ผ
าขาวปู
พื


ก
อน ถ
าหา
ผ
าขาวไม
ได
จํ
าเ
ป
นจะ

ช
ผ
าสีต
อง

ป
นผ

สะ
อาด และยั

มิ
ได

ช
กา
รอย
าง
อื
น มาเ

ป
นเ
หมาะ
สมที
สุ

ด ผ
าอะ
ไร
ก็
ตามถ
าแสดง
ลั
กษณะ
ชั
ดว
าเ
ป
นผ
านุ
งแล

วไม
สมควร
อย

งยิ


การ
ตั
งโต

ะบู
ชานี
มี

หลั
กว
า ต
อง
ตั
งหั

นหน

โตะ

ออกทางเ
ดี
ยวกั

พระ
สงฆ คื
อใ
ห
พระ
พุ
ทธร
ปหั

นพร

พั
กตร
ออกทา

งเ
ดี
ยว
กั
บพร

สง
ฆ

71

นั
นเ

อง ด
วยมุ
งหมายใ

ห
พร

สงฆ
มี
พร

พุ
ทธร
ปเ

ป
นปร

ธา
นเ
ว
นแต
จํ
าเ
ป
นเ
กี
ยวกั

บสถา
นที
ซึ

งจะต

องใ
ห
พร

สงฆ
นั
ง มี


บื
องซ

ายอยู
ทาง

พร

พุ
ทธร
ปแล

ว จึ
งต
องตั
งโต

ะบู
ชา
หั
นหน
ามาทา
งพร

สงฆ

ห
พระ
พุ
ทธร
ปหั

นพร

พั
กตร
หาพร


สงฆเ
ป
นอั
น ไม
ต
องเ
ข
าแถวกั
บพร
ะสงฆ
สํ

หรั
บเ

องทิ


ศทางที
จะ

ปร

ดิ
ษฐา
นพร
ะพุ
ทธร
ปนั

น มั

กจะใ
ห
ผิ
นพระ
พั
กตร
ไปสู
ทิ

ศเ
หนื
อด
วยถื
อว
าพร
ะพุ
ทธเ
จ
าเ
ป
นโลกอุ
ดรมิ
ฉะนั
นก็


ห
หั
นไปทางทิ
ศตะว
นออกด

วยถื
อว
าเ
ป
นทิ
ศพร
ะ(ใ
นวั
นตร
สรู


พร

พุ
ทธ

จ
าปร
ะทั
บนั
งผิ

นพร

พั
กตร
ไปทาง

ตะ
วั
นออก) เ
ป
นพื
น แต



องนี




ห็

ว
า ไม
จํ


ป
นต
องจํ

กั
ดเ
ช
นนั
น จะ


ห
ผิ
นพร

พั
กตร
ไปทิ

ศใด ๆ ก็
ไม

กิ
ดโทษ และไม
มี
ข
อห
าม เ
ป
นอั
น แล
วแต
สถานที
จะอํ

านวยใ
ห
ปร

ดิ
ษฐานได

หมาะ
สมก็
พึ

ทํ
าได
ทั
งนั



สํ
าหร
บการ

ตั
งเ

คร
องบู


ชานั
น ต

องแล
วแต
โต

ที
ตั

ง ถ



ป
นโต


ดี
ยว

ที


ช
ตั
งหร

อโ

ต
ะตั


ดี
ยว
ตั
งแทนโต


หมู


คร
องบู


ชาควร
มี
แจกั

ปร

ดั
บดอกไม
๑คู

ตั
ง๒ข

างพร

พุ
ทธร
ปไม

ชิ
ดหร
อห

างจนเ
กิ
นไป
ถั
ดมาแถวหน
าพระ
พุ
ทธร
ปตั



กร

ถางธู
ปตรง
หน
าพร
ะพุ
ทธร
ปกั

บเ
ชิ


ที
ยน ๑ คู
ตั
งตร

งกั
บแจกั
นเ
พี
ยงเ
ท
านี
ก็

สํ
าเ

จร

ปเ

ป
นโต

บู
ชา
พอ
สมควร
สํ
าหร
บโต


หมู
จะแสดง

กา
รตั
งโต

ะหมู

๗เ
ป
นตั
วอย

งดั
งนี

หลั
กโ
ต

หมู

๗ มี
อยู
ว

าใ
ช
แจกั
น๒ คู

คู

๑ตั
งบนโต


กลา
งที
ตั



พร

พุ
ทธร
ปชิ

ดด
านหลั
ง๒ข
างพระ
พุ
ทธร
ปอยู

ตร

งมุ
มทั
ง๒ด

าน
หลั
งอี
กคู

๑ตั
งบนโต


ข

งตั

ละ๑ชิ
ดมุ
มด
านหลั
งถื
อหลั
กว
าแจกั


ป
นพนั
กหลั
งสุ
ดจะ
ตั
งล้



มาข

งหน

ไม
ควรพานดอกไม
๕ พานตั


กลางโ
ต
ะทุ
กโต
ะเ
ว
นโต
ะกลางแถวหน
าซึ
งตั

งกร


ถางธู
ปเ
ชิ
งเ
ที
ยน
๕ คู
ตั
งที

โต


ข
างซ
ายและ
ขวามื
อโต

ละ ๑ ที
มุ

มหน

ตร
งข
ามกั

แจกั
นร

ม ๒ ซี
ก๒ คู

ตร
งกลาง
ตั
งแต

โต

พร

พุ
ทธร
ปลงมา๓ ตั


ตั
งตั

วละคู
ที

มุ

มโต
ะทั
ง๒ ด


นหน
าร
วมอี
ก๓ คู

สํ
าหร
บคู

ที

อยู

บนโต


ที
ตั

งพร

ะพุ
ทธร
ปนั

นก็

จํ
าเ
ป
นเ
ช
น บั
งพร

พุ
ทธร
ปหรื

อชิ
ดพร
ะพุ
ทธรู


กิ
นไป จะ
ตั
ดออกเ
สี
ยคู
หนึ



ก็
ไดแม
โต

หมู
อื

นนอกจากหมู

๗ ที

กล
าว
นี

ก็
ถื
อหลั
กการ
ตั
งเ

ช
นเ
ดี
ยวกั

๓. เ

องตกแต


งสถานที
บร



วณพิ
ธีนิ
ยมใ
ห
สะอาดเ

ยบร

อยเ

ป

สํ

คั
ญ เ
พร
าะ

ป
นการ ทํ
าบุ
ญต
องการ
สิ
ริ
มงคล และออกแขกด
วย
ควา
มสะ
อาด เ

ยบร

อยทุ
กอย

ง เ
ป
นสิ


ที
คว


กร

ทํ
าอย
าง
ยิ
ง ถ


ได

72


พิ
มการ

ตกแต
งเ
พื
อควา

มสวยง
ามขึ
นอี

ก ก็

ป
นการ
ดี
ยิ
ง ทั

งนี

สุ

ดแต
ฐา
นะ
และ
กํ
าลั
งของ
ตนเ
ป
นสํ
าคั

๔. เ

องวงด


ายสายสิ
ญจนคํ
าว
าสิ

ญจนแปลว
าการ


ดน้
าคื


การ

ดน้
า ด

วยพิ
ธีสื
บเ
นื
องมาแต

พิ
ธี
พร
าหมณเ
ดิ
ม “สาย” เ
ข

ข
าง
หน
าเ
ป
นสา
ยสิ
ญจน
กลา
ยเ
ป
นวั
ตถุ
ชนิ
ดหนึ
งที

นํ

ามาใ
ช

นงานมงคล
ต
าง ๆ สายสิ
ญจน
ได
แก
สายที
ทํ

าด

ยด

ยดิ
บ โดยว
ธี

จั
บเ
ส
นด
ายใ


ข็
ดเ
ส
นเ
ดี
ยวจั
บออกคร
งแร


กเ
ป
น๓ เ
ส
น ม

นเ
ข
ากลุ
มไวถ

าต
อง
การ

ห
สา
ยใหญก็
จั
บอี
กคร
งหนึ


งจะ

กลา
ยเ
ป
น๙ เ
ส
นใ
นง
านมงคล
ทุ
กปร
ะเ
ภท นิ
ยมใช
สา
ยสิ
ญจน
๙เ
ส
นเ
พรา
ะกล
าวกั
นว
าสายสิ
ญจน
๓ เ
ส
น สํ
าหร
บใ

ช
ในพิ
ธี

บิ
กโลงผีจะนํ
ามาใ
ช

นพิ
ธี
งานมงคลไม

หมาะ
สม
กา
รว
งสา
ยสิ
ญจนมี

กณฑ
ถื
ออยู
ว

า ถ
าเ
ป
นบ
านมี
รั


รอบใ
ห
วง

อบร
วถ


าไม
มี




รอบ หร
อมี

แต
กว
าง

กิ
นไปหร
อมี

อาคา
รหร
อสิ

งปลก


สร
างอื

นที

ไม


กี
ยว

กั
บพิ
ธี อยู


วมใ

นรั


ด
วยก็

ห
วง เ
ฉพาะ
อาคา
รพิ
ธี
โดยร
อบ ถ
าเ
จ
าภาพไม
ต
องการ
วงสายสิ
ญจน ร
อบร
วบ


านหร
อร

อบ
อาคาร
ที
ตน ปร

ะกอบพิ
ธี
ทํ
าบุ
ญ จะวง
สา
ยสิ
ญจน
ที
ฐานพร


พุ
ทธร


บนโต
ะบู
ชา

ท
านั
น แล

วโยงมาที
ภาชนะสํ

าหร
บทํ


น้
ามนต

ก็
ได
กา

โยงสายสิ
ญจน
จา
กฐานพร
ะพุ
ทธร
ปมายั

งภาชนะ
น้


มนตควร
โยงหลบ

พื
อไม


ห
ต
องข
ามสายสิ
ญจนใ
นเ
วลา
จุ
ดธู
ปเ
ที
ยน เ
มื
อวง

ที
ภาชนะ

สํ
าหร
บทํ

าน้
ามนต

แล
วพึ
งว
างกลุ
มด

ายสายสิ
ญจน
ไว
บนพา
น สํ
าหร



องสายสิ
ญจน ซึ
งอยู

ทางหั

วอาสน
สงฆ

กล
ภาชนะ สํ

หรั
บทํ

น้
ามนตการ

วง
สายสิ
ญจน
ถื
อหลั
กวง
จากซ
ายไปขวาของสถานที
หร



วั
ตถุมี
ข
อที
ถื

อเ
ป
นเ

องควร



ะวั
งอยู
อย

าง
หนึ
งคื

อใ
นขณะ
ที


งสา

สิ
ญจน
อย
าใ
ห
สายสิ
ญจน
ขาด
อนึ
ง สายสิ

ญจน
ที
วงพร

ะพุ
ทธรู
ปแล

นี
จะข

ามกร
ายมิ
ได

พรา
ะถ

ข
ามกรา
ยแล
วเ
ท
ากั
บข
ามพร

พุ
ทธร
ปเ

ป
นการ
แสดงควาไม

คา

พต

พระ
พุ
ทธร
ปที


ดี
ยวหากมี
คว
ามจํ
าเ
ป
น ที
จะ

ต
องผ
านสายสิ
ญจน
ก็
ต
อง
ลอดมื
อหร
อก

มศี

ษะลอดภายใ
ต
สายสิ
ญจน
ผ
านไป
๕. เ

องเ


ชิ
ญพระ
พุ
ทธร
ปมาตั

งบนที

บู

ชา เ
ป
นกิ
จที
พึ

งทํ


มื
อใ

กล
จะ
ถึ
งกํ
าหนดเ

ลา ปร
ะกอบพิ
ธี
พร

พุ
ทธร
ปนั

นจะ


ป
นพร

ปางอะ
ไร
ก็
แล
วแต
จะหาได
ขอใ
ห

ป
นพระ
พุ
ทธร
ปเ

ท
านั
นไม

ใช
พร


คร
องซึ


งเ

ล็

มากไม

หมา
ะแก
พิ
ธีพร
ะพุ
ทธร
ป ถ


มี
คร
อบควร

อาครอบออก ตั



ฉพาะ
องค
พร
ะเ
ท
านั


และที
องค

พร
ะไม
สมควร
จะนํ
า อะไร
ที
ไม

73


หมา
ะสมปร

ดั
บเ
ช
นพว
งมา
ลั
ยหร
อดอกไม


ป
นต
นควร

ห
องค
พระ

ด
นเ
ป
นสํ
าคั
ญ เ
ว
นแต
ที
ฐา

นพร
ะจะใ
ช
พวงมาลั
ยวงร
อบฐาน กลั
บดู
งามดี
ไม
มี
ข
อห

ม ดอกไม
บู
ชามี
ระ

บี
ยบจั
ดดั
งกล
าว
แล
วใ
นเ

อง


ตั



คร
องบู


ชา ก
อนที
จะยกพร

ะพุ
ทธร
ป จากที

หนึ

งไปยั

งอี
กที
หนึ

งก็

ดี
ในขณะที
วางพร


พุ
ทธร
ปลงณ ที

บู

ชาก็
ดีคว
รจะน
อมไหวก
อนยก
หรื
อน
อมไหว
ในเ

มื
อวางลงแล

ว เ
ป
นอย

งน
อย ถ
าถึ
งกร
าบได

ป

งดงา

๖. เ
รื
องปู

ลา
ดอาสนะ
สํ
าหร
บพร

ะสงฆ
นิ
ยมใ
ช
กั
นอยู

๒ว
ธี

คื
อยก
พื
นอาสน

สงฆ ใ
ห
สู
งขึ
นโดยใช


ตี
ยง
หรื
อม
าวา
งต
อกั
นเ
ข

ให
ยาว
พอ
แก
จํ
านวนสงฆอี
กวิ
ธี
หนึ
งปู

ลาดอาสนะบนพื
นธร

รมดา อาสน
สงฆ
ชนิ
ดยกพื
นนิ

ยมใ
ช
ผ

ขา
วปู
ลาดจะ
มี
ผ
านิ
สี
ทนะ(ผ
าปู
นั
ง) ปู

อี
กชั


หนึ
ง หร

อไม

ก็
ไดโดยเ
ฉพาะ
อา
สน
สงฆ
ยกพื
นนี

้มั
กจั
ดใ
นสถา
นที
ที


ฝ
ายเ
จ
าภา
พนั
งเ

ก
าอี
กั

น ส
วนอา
สนะ ชนิ
ดที
ปู

ลา
ดบนพื
นธร


มดาจะ
ใช

สื
อหร

อพร

มหร
อผ

าที
สมควร

ปู
ก็
สุ
ดแต
จะ
มี
หร
อหาได ข

อที
ควร


ะวั
ง คื
อ อย
าใ
ห
อา
สนะ
พร

สงฆ
กั
บอา
สนะ
ของคฤหั
สถ
ฝ
ายเ
จ
าภา


ป
นอั
นเ
ดี
ยวกั
น คว

ปู
ลาดให
แยกจา
กกั
น ถ
าจํ
าเ
ป
นแยกไม
ได
โดยปู

สื
อหร

อพร

มไว

ต็
มหอ
งสํ
าหร
บอาสนะ

พร

สงฆ
ควร
จั
ด ปู
ทั
บเ
สื
อหร



พร
มนั
นอี

กชั
นหนึ

งจึ

งจะ

หมาะ
๗. เ

องเ


ตร
ยมเ

ครื
องร

บรองพร

ะสงฆตา
มแบบและปร
ะเ
พณีก็
มี
หมา
กพลูบุ
หร
่น้

าร

อน น้

าเ

ย็
น และ
กระ
โถนการ
วา
งเ
คร
องร


บร

อง

หล
านี
มี

หลั
กว
า ต

องวา
งทางด
านขวามื
อของพระร
ะหว
างร

ปหนึ

งกั


อี
กร
ปหนึ

งที

นั

งเ

รี
ยง
กั
น ด
านขวามื
อของร
ปใ

ดก็

ป
นเ
ครื
องร

บรองของ


ปนั

น การ

วางใ
ห
วางกร

โถนข
างใ
นสุ
ดเ
พร
าะ

ป
นสิ
งไม

ต
องปร


คน
ถั
ดออกมา
ภา
ชนะน้
าเ

ย็
น ออกมาอี
กเ
ป
นภาชนะ
ใส
หมากพลู
บุ
หร
่ซึ




วมอยู


นที


ดี
ยวกั
นเ
มื
อพร


สง
ฆ
นั
งก็

ประ

คนตั
งแต

ข
าง
ในออกมาหา
ข

งนอกคื
อน้
าเ

ย็
นแล
วหมากพลู
บุ
หร


ส
วนน้


ร
อนจั
ดปร


คนตั
งแต

ข

งในออกมาหาข

งนอกคื
อน้



ย็
นแล
วหมากพลู
บุ
หร


ส
วนน้
าร

อน

จั
ดปร
ะเ
คนภายหลั
งไม
ต
องตั
งปร

ะจํ
าที


หมื
อนอยา

งเ
คร
องดั


งกล
าว
แล
วเ
คร
อง


รั
บร
องดั
งกล
าวนี

ถ
าจํ
ากั
ดจะ
จั
ดร
บร

อง๒ ร
ป ต

อ ๑ที
ก็

ได
และใ
ห
จั
ดวาง
ตามลํ
าดั
บใ
นร
ะหว

งร
ปที

ต

องการ
ให

ช
ร

มกั

๘. เ

องตั


งภา

ชนะสํ
าหร
บทํ

าน้
ามนต ควร


ตร
ยมภาชนะ


ป

ปร

กา
รแร
ก ถ
าไม
มี
คร
อบ น้
ามนตซึ

งเ

ป
นของสํ
าหร
บใส

น้
ามนต

โดยเ
ฉพา
ะ จะ

ช
บา
ตร
ของพร

หรื
อขั
นน้
า พานรองแทนก็

ไดแต
ขั

74

ต
อง
ไม

ช
ขั
นเ
งิ
นหรื
อทอง
คํ
าเ
พร
าะเ

นและทองเ

ป
นวั
ตถุอนามาสไม
ควร
แก
การ
จั
บต
องของพร
ะ ต
อไปก็
หา
น้


สะ
อาดใส

นภาชนะ ห
าม
ไม
ให

ช
น้


ฝนทั
งนี



ห็
นจะเ
ป
นด
วยถื
อว
าน้
าที

จะศั

กดิ
สิ

ทธิ
ขึ

นได

ต
อง
มาจา
กธร
ณี ส
วนน้
าฝนมาจากอากาศจึ

งไม
นิ
ยม น้
าที

ใส

ควร
ใส
แต

พี
ยงค
อนภาชนะ

ท
านั
นคว

รหา
ใบเ
งิ
นใ
บทองใ
ส
ลงไปด
วยแต

พี
ยง
สั
งเ
ขปเ
ล็
กน
อย(ถ
าหาไม
ได
จะใ
ช
ดอกบั
วใ
ส
แทนก็
ได
แต
ดอกไม
อื


ไม
คว
ร) ต
องมี

ที
ยนน้
ามนต

อี
กหนึ
งเ

ล
ม ควร

ป
นเ
ที
ยนขี
ผึ

งแทขนาด

หนั
ก๑บาทเ
ป
นอย

งต่
าติ

ดที
ปากบาตรหร

อขอบขั

นหร
อบนยอดจก


ฝาคร
อบน้
ามนตไม

ต
องจุ
ด แล
วนํ
าไปวางไว
หน

าโต
ะบู
ชา
ให
ค
อนมา
ทา
งอาสนะ
พร

สง
ฆใ
กล
กั
บรู
ปที


ป
นหั

หน
าเ
พื
อหั


หน
าจะได
หยด

ที
ยนทํ
าน้


มนต
ในขณะสวดมนต
ได
สะดวก
๙. เ

องจุ


ดเ
ที
ยนธู
ปที
โต

ะบู
ชาเ
จ
าภา
พควร
จุ
ดเ
องไม
ควร
ให
คนอื
นจุ

ดแทนเ
พร
าะเ
ป
นการ
นมั
สการ
พร

อั
นเ
ป
นกิ
จเ
บื
องต

นของบุ

การ
จุ
ดคว
รจุ
ดเ
ที
ยนก
อน จุ
ดด
วยไม
ขี
ดหร
อเ

ที
ยน ชนว
น อย

ต
อจา

ตะเ
กี
ยงหร
อไฟอื

นเ

ที
ยนติ
ดดี
แล
วใ
ช
ธู
ป๓ดอกจด
ุต
อที


ที
ยนจนติ

ดี
จึ
งป
กลงใ
ห
ตร
งๆใ
นกร

ถางธู
ปแล
วตั
งใจบู

ชาพร

ต
อจากนี
จึ

งดํ
าเ
นิ
นพิ
ธี
ไปตา
มลํ
าดั
บ คื
ออา
รา
ธนาศี
ล ร
บศี

ลแล

อาร
าธนา
พร

ปร
ตรวิ

ธี
อาร
าธนา
จั
กกล
าว
ต
อไปข
างหน

พออา

าธนาพร
ะปริ
ตร
จบแล
ว พร
ะสงฆ


มสว


ดมนตทุ
กคนที
อยู



นบร


วณพิ
ธีพึ
งนั
ง ประ

นมมื
อฟ
งพร

สว
ดด
วยความเ
คาร
พ พอพร



มสว


ดมงคลสู
ตรขึ
นต

นบท อเ
สวนาจ พาลา
นํ

ป
นต
นเ
จ

ภาพพึ


ข
าไปจุ
ดเ
ที
ยนน้
ามนต

ที
บาตร

หร
อคร

อบน้
ามนต

หน
าพร

แล

ปร
ะเ
คน
บาตรหร
อคร

อบน้
ามนตน

ั
นต

อหั
วหน
าสงฆเ
พื
อท

านจะได
ทํ

น้
ามนต

ต
อไป
๑๐. ข
อปฏิ
บั
ติ

นเ

ลี
ยงพร

ะ ถ
าเ
ลี
ยงพร


ในวั
นร
งขึ


น การ


ตร
ยม


คร
องร


บร

องพร

สงฆพึ
งจั
ดอย
างวั
นสวดมนต

ย็
นเ
มื
อพร

ะภิ
กษุ
สง
ฆ
มาพร
อมตามเ
วลา
แล
ว เ
จ
าภาพพึ
งจุ
ดธู
ปเ
ที
ยน เ
คร
องนมั


สการ
บู
ชา
พระ
แล

อาร
าธนาศี
ลและร
บศี

ลอย
างเ
ดี
ยวกั
บวั
นก
อน

สร
จแล


ไม
ต
อง
อา
รา
ธนาพร
ะปร
ตรพร


สงฆ
จะเ

มสวดถว


ายพร
พร
ะเ
องถ
ามี
กา

ตั
กบาตร
ด
วย พึ
งเ

มลงมื


อตั
กบาตร ขณะ
พร

สง
ฆ
สวดถึ
งบทพา
หุ
และใ
ห

สร็
จกอ
น พระ
สงฆ
สว
ดจบ เ
ตรี
ยมยกบาตร
และภั
ตตาหา
ร มา
ตั
งไว


ห
พร
อม พอสวดจบก็

ปร


คนใ
หพร
ะฉั
นได
ทั
นทีถ
าไม
มี
ตั

75

บาตร

จ
าภาพก็
นั
งประ

นมมื
อ ฟ

พร
ะสวดไปพอสมควร
แล
วเ
ตร
ยมตั



ภั
ตตา
หาร

มื
อพร

ะสวดจวนจบ
แต
ถ


ป
นงานวั
นเ
ดี
ยวคื
อ สว
ดมนต
ก
อนฉั
น การ
ตร


ตร
ยมต

างๆ
ก็
คงจด
ัคร
งเ


ดี
ยวพร
ะภิ
กษุ
สง
ฆ

จร
ญพร


พุ
ทธมนต
ก
อนแล
วสวดถวาย
พร
พร

ตอ
ท
าย เ
จ
าภาพพึ
งนั
งปร


นมมื
อฟ
ง เ
มื
อพร


สงฆ
สว
ดถึ
งบท
ถวายพรพร
ะ จึ
งเ
ตร
ยมภั

ตตาหาร
ไว

ห
พร
อม พอพร


สวดจบก็
ยก
ปร


คนได
สุ
ดท
ายพิ
ธีเ
มื
อพระ

ภิ
กษุ
สงฆ
ฉั
นอิ
มแล

ว ถวายเ
คร
องไทยธร




ต
อนั
นพร


สงฆ
อนุ
โมทนาขณะ
พร

ว
าบท ยถา... ให


มกร


วดน้
าใ

ห

สร
จก

อนจบบท ยถา
... พอพร

ว
าบท สพฺ
พี
ติ

ย... พร
อมกั

น ถึ

ปร

นมมื
อรั
บพร
ตลอดไปจนจบแล
วส
งพร

กลั

อนึ
งการ


ลี
ยงพร


ในพิ
ธี
ทํ

บุ
ญเ
ลี
ยงพร


นี
้มี
ปร


พณี
โบรา
ณสื


นื
องกั

นมานาน อย

งหนึ
ง คื

อ ปร
ะเ
พณี
ถว
ายข
าวพร

พุ
ทธ เ
ห็
นจะ

นื
องมาจากถื

อว
าพร


สงฆ
ที
นิ

มนต
มาฉั
นในพิ
ธี
นั
นมี

พร

พุ
ทธเ
จ
าเ
ป

ปร

มุ
ขตามหลั
กพร

บา
ลี
ที
กล

าวมาแล
วฉะ
นั
นการ

ถวา
ยภั
ตตา
หารแก
พร

สงฆ ก็
ต
อง
ถว
ายองค
ปร
ะมุ
ขคื
อ พร

พุ
ทธเ
จ

ด
วย แม
พร
ะองค
ปร
นิ

พพานไปนานแล
วก็
จํ

ต
องทํ
าการ
ถวายต
อพร
ะพั
กตร
พร

ะพุ
ทธร


ให

ป
นกิ

ยาสํ

าเ

จรู

ปสมตามเ
จตนา
นั
นเ

หตุ
นี


นงา
นทํ
าบุ
ญ ไม
ว
างาน
มง
คลหร
องา

นอวมงคล จึ
งนิ
ยมถวายภั
ตตาหาร
แด
พร
ะพุ
ทธร
ปด

วย
ซึ



รี
ยกกั
นทั
วไปว

าถวายข
าวพร
ะพุ
ทธ ถ

มี
ตั
กบาตร
ก็
ต
องตั
งบา

ตร
พร

พุ
ทธไว
หั
วแถวด

ยเ
ช
นกั
น ข
าวพร

พุ
ทธที
ถวายนั

นนิ

ยมจั
ดอย
าง

ดี
ยว
กั
บที
ถวา

ยพร

สงฆ

มื
อเ

สร็
จภั
ตกิ
จแล
ว ข

วพร

พุ
ทธนั
นตกเ

ป

ของมร

คนายกวั
ด หร
ออุ

บาสกอุ
บาสิ
กาผู
มา

ในงาน แต
บาง
งานเ
นื
อง

ด
วยที
จํ

ากั
ดหร
อจะเ

ป
นเ
พร
าะ


ยวลงตามกาลเ

วลาหรื
อความง
ายของ
บุ
คคลหาทร
าบไมเ
จ
าภาพจึ
งจั
ดสํ
าร
บพระ

พุ
ทธเ
พี
ยงสํ
าร
บเ

ล็
ก ๆก็
มี
กา

ถว
ายนี


ป
นหน

ที
ของ


จ
าภาพ พึ
งใช
ผ
าขาว
ปู
บนโต
ะ ที
จะนํ

ามา
ตั
งร

องข
าวพร
ะพุ
ทธ หร
อปู

บนพื
นร


บก็
ไดตร
งหน
าโต

บู
ชา
แล
วตั


สํ

รั
บคา
วหวาน พร
อมทั

งข

าวน้
าใ

ห
บร
บู


ณ
บนโต
ะหร
อบนพื

นผ


นั



สร
จแล

วจุ
ดธู
ป ๓ ดอก ป
กในกร
ะถาง
ธู
ป หน
าโต

บู
ชา นั
งคุ

กเ
ข

ปร

นมมื
อตร
งหน
าที
ตั

งข

าวพร
ะพุ
ทธและ
โต

บู
ชาว

นโม๓จบแล

ว
า คํ
าถวา
ย ดั

นี
้“อิ
มํสู
ปพฺ
ยฺ
ชนสมฺ
ปนฺ
นํสี
ลี
นํโอทนํ
, อุ
ทกํวร

พุ
ทฺ
ธสฺ
ส ปู

ชมิ
” จบแล

กร

บ ๓ คร
ง ต


อนี
จึ

งจั
ดถวายภั
ตตาหา
รแก
พร

สงฆ
ตามวิ
ธี
ที
กล

าวแล

76


มื
อเ

สร
จภั

ตกิ
จและ
พร

สง
ฆ
อนุ
โมทนาเ
สร
จจนกลั

บหมดแล
วถ

มี
การ

ลี
ยง

แขก ผู
มาใ

นง
านต
อก็

ป
นหน

ที
ของ

อุ
บาสกหรื
ออุ
บา
สิ
กา
ผู
รู

ธร


มเ
นี
ยมวั
ดจะ
ลาข
าวพร
ะพุ
ทธนั
นมาร

บปร


ทานการ
ลา
ข
าว
พร

พุ
ทธมี
นิ
ยมดั
งนี
้ผู
ลาพึ

งเ
ข
าไปนั
ง คุ

กเ
ข
าหน
าสํ



บ ที
หน

าโต
ะบู
ชา
นั
น กร

าบ๓ คร
งก


อนแล
วปร

นมมื
อกล

วคํ

ว
า“เ
สสํ
มงฺ
คลายาจา
มิ
” แล
วไหว
ต
อนั
นยกข

าวพร
ะพุ
ทธออกไปได

ลย

๒.ทํ
าบุ
ญงา
นอวมงคล
กา
รทํ
าบุ
ญงา
นอวมงคล คื
อ การ
ทํ

บุ
ญเ
กี
ยวกั

บเ
รื
องการ

ตาย,
หมายถึ
ง การ
ทํ
าบุ
ญเ
พื
อควา

มสุ
ขคว
ามเ
จร
ญโดยปร

าร
ภเ
หตุ
ที


ป
นมา
ไม
สู
จะดี

แล
วจั
ดทํ
าบุ
ญขึ
นเ

พื
อกลั

บสิ
งที

ชั

วร

ายใ

ห
คื
นดี
และ

ป
นสิ

มง

คลต
อไป ใ
นป
จจุ
บั
นนี
การ

ทํ
าบุ
ญงานอว
มง
คลนิ
ยมทํ
ากั
นอยู
๒ อย
าง
คื

๑.งา
นทํ
าบุ
ญหน
าศพ(เ

ยกอก

ีอย
าง
หนึ
งว

าทํ


บุ
ญหน
าวั
นปลง
ศพ) ที


รี
ยกว
าทํ

บุ
ญ ๗ วั
น, ทํ
าบุ
ญ ๕๐ว
น, ทํ

าบุ
ญ ๑๐๐วั

นั
นเ

อง
๒.ทํ
าบุ
ญอั
ฐิ
หร
อการ

ทํ
าบุ
ญปร
าร
ภคว
ามตาบของบร
รพบุ



หร
อท

านผู


ดผู
หนึ

งเ

ป
นการ
ทํ
าบุ
ญใ
นวั
นคล
ายวั
นที
ท


นผู
นั

นล

วงลั

ไปแล

๒.๑งานทํ
าบุ
ญหน
าศพ หรื
อทํ
าบุ
ญหน
าวั
นปลงศพ
พิ
ธี
ฝ
ายเ
จ

ภาพ ใ
นงา
นทํ
าบุ
ญหน
าศพ มี
กิ
จกร

มที
ควร

ตร


ตี
ยม
ไว

ป
นเ
บื
อง

ต
นส

นใ
หญ
คล
ายกั
บงา
นทํ
าบุ
ญมงคลแต
มี
ข
อแตกต
าง
อยู
บา

งปร

กา
รคื

๑. อาร
าธนาพร
ะสงฆ
สวดพร
ะพุ
ทธมนต
มี
จํ
านว
นนิ
ยม๘ ร
ปหร



๑๐หร
อกว

านั

นขึ

นไปแล


แต
กร
ณี

นเ

องอาร


าธนาพร

สงฆ
สํ
าหร


ทํ

บุ
ญงา
นอวมงคล ไม
ใช
คํ

อา
รา
ธนาว
า 
”ขออาร
าธนาเ
จร
ญพร


พุ
ทธมนต” เ
หมื
อนอย
างทํ
าบุ
ญง
านมงคล แต

ช
คํ
าอร
าธนาว
า “ขอ

อร
าธนาสวดพระ
พุ
ทธมนต

๒. ไม
ตั
งน้

าวงด

ายหมายความว
าไม
ต
อง
ตั
งภาชนะ

น้
าสํ

าหร
บทํ


น้
ามนต

และไม
มี
การ
วงด
ายสายสิ
ญจน
๓. เ
ตี
ยมสา
ยโยงหร
อภู

ษาโยง
ต
อจากศพไวเ
พื
อใช

บั
งสุ
กุ
ลสาย
โยงนั
น ก็


ช
สา
ยสิ
ญจนนั
นเ

องแต
ไม


ยกว


สายสิ
ญจน

หมื
อนง
าน

77

มง
คล เ
รี
ยกว
า สา

ยโยง ถ

ไม

ช
สายสิ
ญจน
โยง มี
หลั
กที
ต

องร

วั

อย
างหนึ
งคื

อจะโยงใ
นที
สู

งกว
าพร
ะพุ
ทธร
ปที

ตั

งใ

นพิ
ธี
ไม
ได
และ
จะ
ปล
อย ใ
ห
ลาดมากั
บพื
นที



ดิ
นหรื
อนั
งก็

ไม

หมา
ะเ
พร
าะสายโยง
นี
้เ
ป

สา
ย ที
ล

ามโยงออกมาจากกร
ะหม
อม ของศพ เ
ป
นสิ
งเ

นื
องด

วยศพ
จึ
งต
อง
ล
ามหร
อโยงใ

ห
สมควร
ส
วนกา
รปฏิ
บั
ติ
กร
ณี
ยกิ
จ ใ
นเ
มื
อพร


สง
ฆ
มา
ถึ

ตามกํ
าหนดแล
วก็
คล
ายกั
บงา
นมงคล
สํ
าหร
บข

อปฏิ
บั
ติ
ในวั
นเ
ลี
ยง

พร
ะก็

ช
นเ
ดี
ยวกั
บที
กล

าวแล
วในงา

มง
คลมี
แต

พี
ยงว
าในงานมงคลหลั

งจา
กพร
ะสงฆ
ฉั
นเ
สร
จแล

วนิ
ยม
ให
มี
บั
งสุ
กุ
ล แล
วจึ
งถวายไทยธร

ม เ
มื
อพระ

สงฆ อนุ
โมทนาพึ

กร

ดน้
าอุ

ทิ
ศส

นกุ
ศลต
อไป
๒.๒.งานทํ
าบุ
ญอั
ฐิ
พิ
ธี
ฝ

ยเ
จ
าภาพ พึ
งจั
ดตร
ะเ
ตี
ยมทํ
านองเ
ดี
ยวกั
บงา
นทํ
าบุ
ญหน

ศพที
กล

าวแล
วทุ
กปร
ะการต
างแต

พี
ยงง
านนี


ป
นงานทํ
าบุ
ญหน
าอั
ฐิ
หรื
อร
ปที



ะลึ
กของผู
ที

ล

วงลั
บเ
ป
นต
นเ
จ
าภาพต
องเ
ตร
มที

ตั

งอั

ฐิ
หร


ที
ตั

งร

ปร

ะลึ
กนั
น ๆ ต

างหากจากโต
ะบู
ชาจะ

ช
โต
ะหมู
หร

อโต


อื
นใด

ที
สมควร

ก็
ได ใ
ห
มี
ออกไม
ตั
งหร

อปร

ะดั
บพองามตามแต
จะ
พึ

จั
ดได
และ
ตั
งกร


ถางธู
ปกั
บเ
ชิ
งเ
ที
ยน ๑คู

ที
หน

าโต
ะอั
ฐห
ิรื
อร
ปนั

นด


ยเ
พื


บู
ชา จะ
ใช
พา
นหร
อกร

ะบะเ
คร
องห


าสํ
าหร
บบู

ชาแทนก็
ไดข
อสํ
าคั

ให
ดู
งามเ
ด
นพอควรเ
ป
นใช
ได

78

พิ
ธี
ถวายทานต
างๆ
พิ
ธี
ถว
ายทานต
างๆเ

ยกว

าทานพิ
ธี
ในที
นี

จะ

กว
าเ
ฉพา
ะทานพิ
ธี
สามั
ญ ที
จํ

าเ
ป
น และ
นิ
ยมบํ
าเ
พ็
ญกั
นอยู
ทั

วไป และ

จะ
กล
าว

ฉพาะ



บี
ยบปฏิ
บั
ติ
กั
บคํ

ถว
ายของฝ

ยทายกเ
ท
านั


การ
ถวา
ยทานคื
อการ
ถวายวั
ตถุ
ที
ควร


ห

ป
นทานใ

พระ
พุ
ทธศาสนาเ

ยกวั

ตถุ
ที
ควรใ

ห

ป
นทานนี
ว

า“ทานวั
ตถุ
” ท
าน
จํ

แนกไว
๑๐ปร

กา
รคื

(๑) ภั
ตตา
หาร
(๒) น้
าร

วมทั
งเ

คร
องดื


มอั

นคว
รแก
สมณบร
โภค

(๓) ผ


คร
องนุ


งห


(๔) ยา
นพาหนะสงเ
คร
าะ
ห
ป
จจั
ยค

โดยสาร

ข
าด
วย
(๕) มาลั
ยและ
ดอกไม

คร

่ง

บู
ชา
ชนิ
ดต
างๆ
(๖) ของหอมหมายถึ
งธู
ปเ
ที
ยนบู
ชาพร

(๗) เ
ครื
องลู

บไล
หมายถึ
งเ
คร
องสุ


ขภั
ณฑ
สํ
าหร
บชํ

าร


างกายใ

ห
สะอาดมี
สบู
ถู

กตั
วเ
ป
นต

(๘) เ
คร
องที


นอนอั

นควร
แก
สมณะ
(๙) ที
อยู

อาศั

ยมี
กุ
ฏิ

สนา
สนะและเ
คร
อง


สํ

หร
บเ

สนาสนะ

ช
นเ
ตี
ยงตู


ต
ะเ
ก
าอี


ป
นต

(๑๐) เ
คร
องตา


มปร
ะที
ปมี

ที
ยนจุ
ดใ
ช
แสงตะเ
กี
ยงน้
ามั


ตะเ
กี
ยงและไฟฟ
าเ
ป
นต

ทั
ง๑๐ปร

ะการ
นี
ควร

แก
การ
ถวายเ
ป
นทานแก
ภิ
กษุ
สามเ
ณร

พื
อใ

ช
สอยหร
อบู

ชาพร
ะตามสมควรแต
การ
ถวายทา
นนี
มี

นิ
ยม๒
อย
างคื

๑. ถว
ายเ
จาะ
จงเ
ฉพา
ะร
ปนั

นร

ปนี

อย

างหนึ
งเ


ยกว

าปาฏิ
บุ
คลิ

ทา

๒. ถวา
ยไม

จาะจงร
ปใ

ด มอบเ
ป
นของกลางใ
ห
สงฆ
จั
ดเ
ฉลี
ยกั



ช
สอยเ
องอี
กอย
างหนึ
งเ


ยกว

าสั
งฆทา

สํ
าหร
บปาฏิ

บุ
คลิ
กทา
นไม
จํ

ต
องมี
พิ
ธี
กร
รมอะ
ไร
ในการ
ถวาย

พรา
ะผู
ถวายเ

กิ
ดศร
ทธาจะ

ถวายสิ
งไรแก

ภิ
กษุ
หร
อสา

มเ
ณร

ปใ

ดก็
จั
ดสิ
งนั

นมอบถวา

ยเ
ฉพาะร
ปนั

น เ

ป
นร
ายบุ
คคล สํ
าเ

จเ

ป
นทานแล

79

และ
ผู


บปาฏิ

บุ
คคลทาน จะ
อนุ

มทนา
อย
างไร
นั
น ก็


ป
นเ

อง


ส


บุ
คคลเ
ช
นกั

แต
สํ
าหร
บสั

งฆทาน เ
ป
นกา
รถว
ายสงฆ

กี
ยวกั

บพร

สงฆ
ส

นร
วม
ในวั
ด จั
ดเ
ป
น การ
สงฆ
ไม
ใช
การ
บุ
คคลดั

กล
าว จึ
งเ
ป
นเ

อง



กี
ยวเ

นื
องด

วยพิ
ธี
กร

ม โดยเ
ฉพาะการ
ถวา
ย และ
การ
อนุ
โมทนาของ
สงฆ
ย
อมมี
พิ
ธี
ปฏิ
บั
ติฉะ
นั
นใ

นหมวดนี
้จึ

จะกล
าวทานพิ
ธี

ฉพาะ
ส


ที
ถวายเ

ป
นกา

สงฆ
อย
างเ
ดี
ยวและ
ทานที
ถว

ายสง
ฆ
นั
น แม

มี
กํ
าหนด
วั
ตถุ

ป
น ๑๐ ชนิ
ดแล
วก็
มี
นิ
ยมถวายว
ตถุ


น ๑๐ ชนิ
ดนั
นเ

ป
นร
ายการ
ๆแยกคํ

ถวายต
างกั
นออกไปอี
กมากมาย แต
จะ

ป
นถวายอะ
ไร
ก็
ตาม

มื
อสงเ

คร
าะห
ก็
อยู


นป
จจั
ยเ
คร
องอาศั


ยของบร

พชต
ิ ๔ คื
อ จี
วร
บิ
ณฑบาต เ
สนาสนะและคิ
ลานเ
ภสั
ช ทั
งนั

น และ

กา

ถว
ายก็
มี
นิ
ยม

ป
น ๒ คื
อ ถวา
ยในกาลที
คว


ถว
ายสิ
งนั

น ๆเ


ยกว

า กา
ลทาน ๑
ถวายไม

นื
องด

วยกาลหร
อนอกกาลอี

ก๑ซึ
งมี


ะเ
บี
ยบปฏิ
บั
ติ
ดั
งนี

ระ

บี
ยบพิ
ธี
๑. หลั
กสํ

คั
ญของการ
ถวายทานเ
ป
นกา

สงฆ
มี
อยู
ว

า ต
องตั
งใ


ถวายเ
ป
นสงฆ
จร
ง ๆ อย

าเ
ห็
นแก
หน

บุ
คคลผู


บว

า เ

ป
นภิ
กษุ
หร


สา
มเ
ณรเ
ป
นพร
ะสั
งฆเ
ถร
ะหร
อพร

ะอั
นดั
บ ถ
ามิ
ฉะนั
นแล

วจะเ
ป
นเ
หตุ
ให
จิ
ตใ
จไขว

ขว เ
กิ
ดความยิ
นดี
ยิ
นร
าย ไปตามบุ

คคลผู


บ ซึ

งจะเ

สี

พิ
ธี
สั
งฆทานไป คว
รทํ
าใ
จว
าผู


บจะ


ป
นบุ
คคลชนิ
ดใ
ด ๆ ก็
ตา
มเ
มื



ป
นผู


บในนามของสงฆซึ

งสงฆ

จั
ดมา หร
อเ

ป
นผู
มาถึ

งเ
ฉพา
ะหน

ในขณะตั
งใ

จถวายสงฆ
แล
วก็
ถวายทานนั
นๆอุ

ทิ
ศใ
ห

ป
นสงฆ
จร
งๆ

๒. ตร


ตร
ยมทานวั

ตถุ
ที
ต

องการ
ถวายใ
ห

สร
จเ


ยบร

อย ตาม

ศร
ทธาและทั

นเ

ลาถว
ายถ
าเ
ป
นภั
ตตา
หารจี

รและ
คิ
ลานเ
ภสั
ช ซึ



ป
นวั
ตถุ
ยกปร
ะเ
คนไดจะ

ป
นของถวายเ
นื
องด


ยกา
ล หร
อไม

ก็
ตาม
ต
องจด
ัใ
ห
ถู
กต
องตามนิ
ยมของทา
นชนิ
ดนั
น ๆ แต

ถ
าเ
ป
นเ
สนาสนะ
หรื
อเ
คร
องเ


สนาสนะซึ
งต

อง
ก
อสร
างกั

บที
และ


ป
นของใหญ

ช
ติ
ดที

ก็
ต
องเ
ตร
ยมกา

รตามสมควร
๓. เ
ผดี
ยงสงฆคื
อ แจ
งคว
ามปร

สงค
ที
จะถวา

ยทานนั
น ๆใ

ห
สงฆ
ทร
าบถ


ป
นภั
ตตา
หา
รหรื
อจี
วรคิ
ลานเ
ภสั
ชซึ
งมี

จํ

นว
นจํ

กั

ไม
ทั
วไปแก

สงฆผู


บใ

ห
ตามจํ
านว
นต
องการ และนั
ดแนะ
สถา
นที
กั


กํ

หนดเ
วลาใ
ห


ยบร

อยด


80

๔. ในการ
ถวายทานนั
น ถ

ามี
พิ
ธี
อื
นปร


กอบด

ย ก็

ป
นเ

องของ


พิ
ธี
แต
ละ
อย
าง ๆ ไป เ
ฉพาะ
พิ
ธี
ถว
ายทา
นเ
มื
อถึ

งกํ
าหนด ฝ
ายทายก
พึ
งดํ
าเ
นิ
นพิ
ธี
ดั
งนี

ก. จุ
ดธู
ปเ
ที
ยนหน
าที
บู

ชา
พร
ะถ
ามี
ตั
งอยู

ด

วย
ข. อาร
าธนา
ศี
ลและ

บศี


ค. ปร

นมมื
อกล

วว
าคํ
าถวา
ยทานนั

นๆตามแบบ

นการ
กล
าวคํ
าถวา
ยนี

ทุ
กคร
งต


องตั
งนโมก

อน ๓ จบ ถ
าถวา


วมกั
นมากคน คว

ว
า นโม พร
อมกั

นกอ
น แล
วหั
วหน
ากล
าวนํ
าคํ

ถวายให
ผู
อื

นว


ตามเ
ป
นคํ
า ๆ ทั


คํ
าบาลี
และ
คํ

แปล จนจบ แต
คํ

แปลใ
นบางกร
ณี
ที
มี

คํ

ถวายบา
ลี
ยื
ดยาวจะเ

นไม

กล
าว
ก็
ไดต
อนั
นถ



ป
นของคว
ร ปร


คนก็
ปร


คน จะปร
ะเ
คนสิ
งของปร



ภทอาหาร
แต

ที
ยงแล

วไปหาได
ไมอนึ
งเ

สนาสนะ
หร
อ วั

ตถุ
ที


หญ
โต ไม
สา
มา


จะ
ยกปร


คนได
ถ
าปร
ะสงค
จะ
ปร
ะเ
คนใช
น้


หลั
งลงบนมื

อของสงฆ
ผู


ป
นปร
ะธานใ
นพิ
ธี
ก็
ถื
อว
าได
ปร


คนแล

๕. พร
ะสงฆ
ที
ได


บอาร

าธนาเ
พื
อร

บสั

งฆทานตามธร
รมเ
นี
ยมของ
ทา
นนั
น ๆ แล

ว บางพวก ใ
นขณะ
ที
ทายกกล

าว
คํ
าถว
ายทานประ
นม
มื
อ เ
ป
นอาการ
แสดงถึ
งการ

บทานโดยเ

คาร
พ เ
มื
อทายกกล

าว
คํ

ถวายจบแล
วเ
ปล
งวาจาสาธุพร
อมกั

นบางพวกเ
มื
อทายกกล

าว
คํ

ถวายจบแล
วจึ
งปร

นมมื
อเ
ปล
งว
าจาสา
ธุ
ทั
งนี


สุ
ดแต
จะ
คว
รสถา


ดกล
าวไว
ตามที


คยเ
ห็
นเ
ท
านั
น เ

มื
อเ

สร
จกา

รปร
ะเ
คนแล
ว พึ

อนุ
โมทนาด

ยบท
ก. ยถา.........
ข. สพฺ
พี
ติ
โย..........
ค. บทอนุ
โมทนา
โดยควร
แก
ทาน……………
ฆ. ภวตุ
สพฺ
พมง
คลํ

..............
๖. ขณะพร
ะสงฆ
อนุ
โมทนา ทายกพึ
งกร
วดน้
า เ

มื
อพร




มบท


ยถา... พอถึ

บท สพฺ
พี
ติ
โย... เ
ป
นต
นไปพึ
งปร

นมมื
อรั
บพร
ไปจนจบ
แล
วกรา
บ๓หนเ
ป
นอั
นเ
สร
จพิ

ธี
ถวายทาน

คํ

ถว
ายสั

ฆทา
น(ปร


ภทสา
มั
ญ)
อิ
มานิ
มะยั
งภั
นเ
ต ภั
ตตานิ
สะปะริ
วารานิ
ภิ
กขุ
สั
งฆั
สสะโอโ
ณชะ
ยามะสาธุ
โนภั
นเ
ต ภิ
กขุ
สั
งโฆ
อิ
มานิภั
ตตานิสะปะริ
วารานิปะฏิ
คคั
ณ หาตุ
อั
มหากั
งที
ฆะ
รั
ตตั
งหิ
ตายะสุ
ขายะ
.
คํ
าแปล
ข

แต
พระ
สงฆ
ผู


จริ
ญ ข
าพเ
จ
าทั
งหลา

ยขอน
อมถวายภั
ตตาหา
รกั

ทั
งบริ


าร

หล

นี

แก
พระ
ภิ
กษุ
สงฆ
ขอพร

ภิ
กษุ
สงฆ
จง
รั
บภั
ตตาหาร
กั
บทั
งบร

วาร


หล
านี

ของข
าพเ
จ
าทั
งหลายเ

พื
อปร


โยชน
และ
ควา
มสุ
ขแก
ข

พเ
จ

ทั
งหลา

ยสิ
นกาลนานเ

ทอญฯ

ถ

ถว

ยหลั



กพร

ฉั
นเ
พลแล


ห

ช
ดั

นี

สุ
ทิ
นนั
งวะตะเ
มทานั
งปะ
ริ
สุ
ทธิ
ทานั

อาสะวั
กขะยาวะหั
งสุ
ขขั
งโหตุ
สุ
ทิ
นนั
งวะตะเ
มทานั
งปะ
ริ
สุ
ทธิ
ทานั

อาสะวั
กขะยาวะหั
งพลั
งโหตุ
สุ
ทิ
นนั
งวะตะเ
มทานั
งปะ
ริ
สุ
ทธิ
ทานั

อาสะวั
กขะ
ยาวะหั
งนิ
พพานั
งโ
หตุ


สร
จแล

วนํ
าดอกไม
ธู
ปเ
ที
ยนผ

ไตร
จี
วรเ
ข
าไปถวายไม
ต
องนํ
าถั

ซึ


ใส

ครื
องบร

โภคถวายเ

พร
าะ
หลั
งจากเ
พลแล
วพร


บปร



คนจะ
อา
บั
ติ

คํ

ถว
ายสั
งฆทา
น(ปร


ภทมตกภั
ตอุ
ทิ
ศผู
ตา

ย)
อิ
มานิ
มะยั
งภั
นเ
ตมะ
ตะ
กะ
ภั
ตตานิ
สะปะริ
วารานิ
ภิ
กขุ
สั
งฆั
สสะโ
อโณชะยามะสาธุ

นภั
นเ
ตภิ
กขุ
สั
งโ

อิ
มานิ
มะตะกะ
ภั
ตตานิ
สะปะริ
วารานิ
ปะฏิ
คคั
ณหาตุ
อั
มหากั
งที
ฆะรั
ตตั
งหิ
ตายะสุ
ขายะ
คํ
าแปล
ข

แต
พระ
สงฆ
ผู


จริ
ญ ข
าพเ
จ
าทั
งหลา

ยขอน
อมถวายมตกภั
ตตาหาร
กั
บทั
งบร

วารเ

หล
านี

แก
พร

ภิ
กษุ
สงฆ
ขอพร
ะภิ
กษุ
สงฆ
จงร
บมตก

81

82

ภั
ตตาหารกั
บทั
งบร



าร

หล
านี

ของข
าพเ
จ
าทั
งหลายเ

พื
อปร


โยชน
และความสุ
ขแก
ข
าพเ
จ
าทั
งหลายด

วยแก
ญา
ติ
ของข

พเ
จ

ทั
งหลาย

มี
มาร
ดา
บิ
ดาเ
ป
นต
นผู
ทํ

ากา
ละ
ล

งลั
บไปแล
วด

ยสิ
นกาลนาน


ทอญ ฯ

คํ
าถวา
ยสลากภั


อตานิมะยั
ง ภั
นเ
ต สะ
ลากะ
ภั
ตตานิ
สะปะริ
วารานิ
อะสุ
กั
ฏฐาเ
น ฐะ
ป
ตานิ
ภิ
กขุ
สั
งฆั
สสะ
โอโณชะยามะสาธุโน ภั
นเ
ตภิ
กขุ
สั
งโฆ

อตานิสะลากะ
ภั
ตตานิ
สะปะริ
วารานิ
ปฏิ
คคั
ณหาตุอั
มหากั
ง ที
ฆะรั
ตตั
งหิ
ตายะสุ
ขายะ.
คํ
าแปล
ข
าแต
พร
ะสงฆ
ผู


จร
ญ ข

าพเ
จ
าทั
งหลายขอน

อมถวา
ยสลาก
ภั
ตตาหาร
กั
บทั
งบร

วา

รทั
งหลายซึ

งตั

งไว

ณ ที
โน

นนั
นแก

พระ
ภิ
กษุ
สงฆ
ขอพร

ภิ
กษุ
สงฆ
จงร
บซึ



สลากภั
ตตาหารกั
บทั
งบร

วา

รเ
หล
านั


ของข

พเ
จ

ทั
งหลายเ

พื
อปร

ะโยชน
และ
คว
ามสุ
ขแก
ข
าพเ
จ

ทั


หลายสิ
นกาลนา

นเ
ทอญ ฯ

คํ
าถวา
ยข
าว
สาร
อิ
มานิ
มะยั
งภั
นเ
ตตั
ณ ฑุ
ลานิ
สะปะริ
วารานิ
ภิ
กขุ
สั
งฆั
สสะ
โอโณชะยามะสาธุ

นภั
นเ
ตภิ
กขุ
สั
งโ

อิ
มานิ
ตั
ณฑุ
ลานิ
สะปะริ
วารานิ
ปะ
ฏิ
คคั
ณ หาตุ
อั
มหากั
งที
ฆะรั
ตตั
งหิ
ตายะสุ
ขายะ
คํ
าแปล
ข
าแต
พร
ะสงฆ
ผู


จร
ญ ข

าพเ
จ
าทั
งหลายขอน

อมถวา
ยข
าว
สา
รกั
บทั



คร
องบร


วารทั

งหลา

ยเ
หล
านี

แก
พร

ภิ
กษุ
สงฆ
ขอพร

ภิ
กษุ
สงฆ
จง

บข

าว
สาร
กั
บทั
งเ

ครื
องบร

วาร

ทั
งหลายเ

หล
านี
ของข

าพเ
จ
าทั
งหลา



พื
อปร

ะโยชน

กื
อกู

ลและความร
มเ

ย็
นเ
ป
นสุ
ขแก
ข

พเ
จ

ทั
งหลาย

ตลอดกา
ลนานเ
ทอญ ฯ

83

คํ

ถว
ายเ
ภสั
ชทานมี
น้


ผึ
งเ

ป
นต

สะระโทนามายั
งภั
นเ
ตกาโลสั
มป
ตโต ยั
ตถะตะถาคะ
โต
อะระหั
งสั
มมาสั
มพุ
ทโ
ธ สาระทิ
กาพาเ
ธนะอาพาธิ
กานั

ภิ
กขู
นั
งป
ญจะเ
ภสั
ชชานิ
อะนุ
ญญาสิสั
ปป
นะ
วะ
นี
ตั


ตลั
งมะ
ธุ
ผาณิ
ตั
ง มะ
ยั
นทานิ
ตั
กกาละสะทิ
สั
งสั
มป
ตตา
ตั
สสะภะคะ
วะ
โตป
ญญั
ตตานุ
คั
งทานั
งทาตุ
กามาเ
ตสุ
ปะริ
ยาป
นนั
ง มะธุ
ญจะเ
ตลั
ญจะผาณิ
ตั
ญจะภิ
กขู
นั
ญเ
จวะ
สามะเ
ณรานั
ญจะโ
อโณชะยามะสาธุ
โนภั
นเ

อั
ยยายะถาวิ
ภั
ตตามะธุ
ทานั
ญจะเ
ตลั
ญจะผาณิ
ตั
ญจะ
ปะฏิ
คคั
ณหาตุ
อั
มหากง
ัที
ฆะรั
ตตั
งหิ
ตายะสุ
ขายะ
คํ
าแปล
ข

แด
พระ
สงฆ
ผู


จริ
ญ บั
ดนี
สร

ทกาลมาถึ
งแล
วใ
นกาลใ
ดเ
ล
าพร

ตถาคตอร
หั
นตสั
มมาสั
มพุ
ทธเ
จ
าทร
งอนุ
ญาตเ
ภสั
ช๕อย

งคื


นยใ
สเ
นยข
นน้
ามั

นน้
าผึ

งน้



อ
อยแก
ภิ
กษุ
ทั
งหลายผู

อา

พาธด
วย
โร
คเ
กิ
ดในสร
ทกาลบั
ดนี
ข


พเ
จ

ทั
งหลายมาถึ

งกาลเ
ช
นนี
แล


ปร
าร
ถนาจะ
ถวายทานตามพร
ะพุ
ทธานุ
ญา
ตของพระ
ผู
มี

พร
ะภาคเ
จ

นั
นจึ


ถวายน้
าผึ



กั
บน้


มั
นและน้
าอ

อยอั
นนั
บเ
ข

ในเ
ภสั
ช๕ อย
าง
นั
นแก

ภิ
กษุ
และสามเ
ณร
ทั
งหลายขอพร


ผู


ป
นเ
จ
าทั
งหลายจงร

บมธุ

ทานเ
ตลทานและ
ผา
ณิ
ตทา
นของข
าพเ
จ
าทั


หลายตามที
แจก

ถวายแล
วนั
นเ

พื
อปร


โยชน
และความสุ
ขแก
ข
าพเ
จ
าทั
งหลา

ยสิ


กา
ลนานเ
ทอญ ฯ

คํ

ถว
ายเ
สนา
สนะกุ
ฏิ

หาร

อิ
มานิ
มะยั
งภั
นเ
ตเ
สนาสะนานิ
อาคะตานาคะ
ตั
สสะจาตุ
ททิ
สั
สสะภิ
กขุ
สั
งฆั
สสะ
โอโณชะยามะสาธุ
โนภั
นเ
ตภิ
กขุ
สั
งโฆ
อิ
มานิ

สนาสะนานิ
ปะฏิ
คคั
ณหาตุ
อั
มหากั

ที
ฆะรั
ตตั
งหิ
ตายะสุ
ขายะ

84

คํ
าแปล
ข
าแต
พร
ะสงฆ
ผู


จร
ญ ข

าพเ
จ
าทั
งหลายขอน

อมถวา
ยเ
สนาสนะ

หล
านี

แก
พร
ะภิ
กษุ
สงฆ
ผู
มี


นทิ
ศทั
ง๔ที

มาแล

วก็
ดี
ยั

ไม
มาก็
ดี
ขอ
พระ
ภิ
กษุ
สงฆ
จงรั
บเ
สนาสนะ

หล
านี

ของข
าพเ
จ
าทั


หลายเ
พื


ประ
โยชน
และความสุ
ขแก
ข
าพเ
จ
าทั
งหลา

ยสิ
นกาลนานเ

ทอญ ฯ

คํ

ถว

ยศาลา


งธรร

มะยั
งภั
นเ
ต, อิ
มั
งสาลั
งธั
มมะ
สะภายะ
อาคะตานาคะตั
สสะจาตุ
ททิ
สั
สสะภิ
กขุ
สั
งฆั
สสะ
โอโณชะยามะสาธุ
โนภั
นเ
ต ภิ
กขุ
สั
งโฆ.
อิ
มานิสาลั
งธั
มมะสะภายะปะฏิ
คคั
ณ๎
หาตุ
อั
มหากั
ง ที
ฆะ
รั
ตตั
งหิ
ตายะสุ
ขายะ
คํ
าแปล
ข
าแต
พร
ะสงฆ
ผู


จร
ญ ข

าพเ
จ
าทั
งหลายขอน

อมถวา
ยศาลาหลั
งนี
แก

พระ
ภิ
กษุ
สงฆ
ที
มี

ในทิ
ศทั
ง๔อุ

ทิ
ศเ
พื
อเ

ป
นสถานทแ
่สดงธร


มขอ
พระ
ภิ
กษุ
สงฆ
จงรั
บศาลาหลั
งนี
ของข


พเ
จ
าทั
งหลายเ

พื
อปร

ะโยชน
และความสุ
ขแก
ข
าพเ
จ
าทั
งหลายสิ

นกาลนา

นเ
ทอญ ฯ

คํ
าถวา
ยผ

วั
สสิ
กสา
ฎก
อิ
มานิ
มะยั
งภั
นเ
ตวั
สสิ
กะสาฏิ
กานิ
สะปะริ
วารานิ
ภิ
กขุ
สั
งฆั
สสะโอโณชะยามะสาธุ

นภั
นเ
ต ภิ
กขุ
สั
งโฆ
อิ
มานิ
วั
สสิ
กะ
สาฏิ
กานิสะปะริ
วารานิปะฏิ
คคั
ณหาตุ
อั
มหากั
งที
ฆะรั
ตตั
งหิ
ตายะสุ
ขายะ
คํ
าแปล
ข
าแต
พร
ะสงฆ
ผู


จร
ญ ข

าพเ
จ
าทั
งหลายขอน

อมถวา
ยผ

อา
บน้
าฝน

กั
บทั
งบร

วา

รเ
หล
านี

แก
พระ
ภิ
กษุ
สงฆ
ขอพร

ภิ
กษุ
สงฆ
จง
รั
บผ
าอาบ
น้
าฝนกั

บทั
งบริ


าร

หล
านี

ของข
าพเ
จ
าทั
งหลายเ

พื
อปร


โยชน
และ
ความสุ
ขแก
ข
าพเ
จ
าทั
งหลายสิ

นกาลนา

นเ
ทอญ ฯ

85

หมา
ยเ
หตุ
:- ถ
าไม
มี

คร
องบร


วาร

ถวายพ
วงด
วยก็
ตด
ัคํ
าบา
ลี
ว
า“สะ
ปะ

วาร

านิ
” และคํ
าแปลว
า“กั
บทั
งบร

วาร

” ออกเ
สี
ยทุ
กแห

คํ

ถว
ายผ
าจํ
านํ
าพร
รษา
อิ
มานิ
มะยั
งภั
นเ
ตวั
สสาวาสิ
กะจี
วะรานิ
สะ
ปะ
ริ
วารานิ
ภิ
กขุ
สั
งฆั
สสะโอโณชะยาม
สาธุ
โนภั
นเ
ต ภิ
กขุ
สั
งโฆ
อิ
มานิ
วั
สสาวาสิ
กะจี
วะรานิสะปะริ
วารานิ
ปะฏิ
คคั
ณหาตุอั
มหากั
ง ที
ฆะรั
ตตั
ง หิ
ตายะสุ
ขายะ.
คํ
าแปล
ข

แต
พระ
สงฆ
ผู


จริ
ญ ข
าพเ
จ
าทั
งหลา

ยขอน
อมถวายผ
าจํ
านํ
าพรร
ษา
กั
บทั
งบร

วารเ

หล
านี

แก
พร

ภิ
กษุ
สงฆ
ขอพร
ะภิ
กษุ
สงฆ
จงร
บผ

าจํ

นํ

พร

ษากั
บทั
งบริ


าร

หล
านี

ของข
าพเ
จ
าทั


หลายเ
พื
อปร


โยชน
และ
ควา
มสุ
ขแก
ข
าพเ
จ
าทั
งหลายสิ

นกา

ลนานเ
ทอญ ฯ

คํ

ถวา
ยผ

อั
จเ
จกจี


อิ
มานิ
มะ
ยั
งภั
นเ
ตอั
จเ
จกะ
จี
วะรานิ
สะปะริ
วารานิ
ภิ
กขุ
สั
งฆั
สสะโอโณชะยามะสาธุ
โนภั
นเ
ตภิ
กขุ
สั
งโฆ
อิ
มานิ
อั
จเ
จกะจี
วะรานิ
สะปะ
ริ
วารานิ
ปะฏิ
คคั
ณหาตุ
อั
มหากั
งที
ฆะรั
ตตั
งหิ
ตายะสุ
ขายะ
คํ
าแปล
ข

แต
พระ
สงฆ
ผู


จริ
ญ ข
าพเ
จ
าทั
งหลา

ยขอน
อมถวายผ
าอั
จเ
จกจี


กั
บทั
งบร

วาร


หล
านี

แก
พร
ะภิ
กษุ
สงฆ
ขอพร
ะภิ
กษุ
สง
ฆ
จงร
บผ

าอั


จกจี
วรกั
บทั
งบริ


าร

หล

นี

ของข
าพเ
จ
าทั
งหลายเ

พื
อปร


โยชน
และ
ควา
มสุ
ขแก
ข
าพเ
จ
าทั
งหลายสิ

นกา

ลนานเ
ทอญ ฯ

86

คํ
าถวา
ยผ

ป

คํ

ถว
ายผ
าไ
ตร

อิ
มานิ
มะ
ยั
งภั
นเ
ตป
งสุ
กู
ละจี
วะ
รานิ
สะ
ปะริ
วารานิ
ภิ
กขุ
สั
งฆั
สสะโ
อโณ ชะ
ยามะ
สาธุ
โนภั
นเ
ต ภิ
กขุ
สั
งโ
ฆ.
อิ
มานิป
งสุ
กู
ละ
จี
วะรานิสะ
ปะ
ริ
วารานิ
ปะ
ฏิ
คคั
ณ หาตุอั
มหากั
ง ที
ฆะ
รั
ตตั
งหิ
ตายะสุ
ขายะ.

อิ
มานิ
มะยั
งภั
นเ
ต ติ
จี
วะ
รานิ
สะปะริ
วารานิ
ภิ
กขุ
สั
งฆั
สสะโ
อโณชะยามะสาธุ
โนภั
นเ
ตภิ
กขุ
สั
งโฆ
อิ
มานิ
ติ
จี
วะรานิ
สะ
ปะ
ริ
วารานิปะ
ฏิ
คคั
นหาตุ
อั
มหากั
งที
ฆะรั
ตตั
งหิ
ตายะสุ
ขายะ

คํ
าแปล
ข
าแต
พร
ะสงฆ
ผู


จร
ญ ข

าพเ
จ
าทั
งหลายขอน

อมถวายผ
าบั

สุ
กุ
ลจี
วร
กั
บทั
งบร

วา

รเ
หล
านี

แก
พร

ภิ
กษุ
สงฆ
ขอพร

ภิ
กษุ
สงฆ
จงร
บผ


บั
งสุ
กุ
ลจี
วร
กั
บทั
งบร

วา

รเ
หล
านี
ของข

าพเ
จ
าทั
งหลา

ยเ
พื
อปร


โยชน
และความสุ
ขแก
ข
าพเ
จ
าทั


หลายตลอดกาลนานเ
ทอญ

คํ
าแปล
ข

แต
พระ
สงฆ
ผู


จริ
ญ ข
าพเ
จ
าทั
งหลา

ยขอน
อมถวายผ
าไตร
จี

รกั

ทั
งบริ


าร

หล

นี

แด
พร

ภิ
กษุ
สงฆ
ขอพร

ภิ
กษุ
สงฆ
จงรั
บผ

ไตร
จี
วร
กั
บทั
งบร

วาร


หล
านี

ของข
าพเ
จ
าทั
งหลายเ

พื
อปร


โยชน
สุ
ขแก
ข

พเ
จ

ทั
งหลายสิ

นกาลนานเ

ทอญฯ

คํ
าถวา
ยผ

กฐิ
น(แบบ๑)
อิ
มั
ง สะปะริ
วารั
ง กะ
ฐิ
นะจี
วะระทุ
สสั
ง สั
งฆั
สสะ
โอโณชะยามะ. ( ว
า ๓ จบ. )
คํ
าแปล
ข
าพเ
จ
าทั


หลายขอน
อมถว
ายผ

กฐิ
นจี
วรกั
บทั
งบร

วา

รนี

แก
พระ
สงฆ

คํ

ถว
ายผ
ากฐิ
น(แบบ๒)
อิ
มั
งภั
นเ
ต สะปะริ
วารั
ง กะฐิ
นะจี
วะระทุ
สสั

สั
งฆั
สสะโอโ
ณชะ
ยามะสาธุ

นภั
นเ
ต สั
งโฆ
อิ
มั
งสะปะริ
วารั
ง กะฐิ
นะทุ
สสั
ง ปะ
ฏิ
คคั
ณ หาตุ
ปะฏิ
คคะเ
หตวาจะอิ
มิ
นาทุ
สเ
สนะกะฐิ
นั
ง อั
ตถะระตุ
อั
มหากั
ง ที
ฆะรั
ตตั
ง หิ
ตายะสุ
ขายะ
.
คํ
าแปล
ข
าแต
พร
ะสงฆ
ผู


จร
ญ ข

าพเ
จ
าทั
งหลายขอน

อมถวายผ
ากฐิ
นวี
วร
กั

ทั


บร
วาร

นี
แก

พร
ะสงฆ
ขอพร

สง
ฆ
จงร
บผ

ากฐิ
นกั
บทั
งบร

วา

รนี

ของ
ข
าพเ
จ
าทั


หลายรั
บแล
วจงกร
านกฐิ
นด
วยผ

นี


พื
อปร


โยชน
และ
ความสุ
ขแก
ข
าพเ
จ
าทั
งหลายตลอดกาลนา

นเ
ทอญ.

87

คํ
าถวายผ
าไตรอุ
ทิ
ศให
ผู
ล

วงลั

อิ
มานิ
มะยั
งภั
นเ
ตติ
จี
วะรานิ
อั
ยยั
สสะเ
ทมะ
สาธุ
โนภั
นเ
ตอะ
ยั
งติ
จี
วะระปู
ชาวิ
ปาโ

อั
มหากั
งมาตาป
ตุ
อาที
นั
งญาตี
นั

กาละกะตานั
งสั
งวั
ตตะ
ตุ
อั
มหากั
งมาตาป
ตุ
อาทะโ

ญาตะกาทานะป
ตติ
งละภั
นตุ
อั
มหากั
งเ
จตะสา
คํ
าแปล
ข

แต
พระ
สงฆ
ผู


จริ
ญ ข
าพเ
จ
าทั
งหลา

ยขอถว
ายไตร
จี

รนี
แก

พร

ผู


ป
นเ
จ
าข
าแต
พร

ผู


ป
นเ
จ
าผู


จร
ญ อั

นว

ผลวิ
บา
กของการ
บู
ชาด


ไตร
จี
วร
นี

จงเ
ป
นไปเ
พื
อญาติ

ทั
งหลา

ยมี
มา

ดาบิ
ดา
ของข
าพเ
จ

ทั
งหลายเ

ป
นต
นจงได
ส
วนแห
งทา
นนี
ตามควา

มปร
ะสงค
ของพวก
ข

พเ
จ

ทั
งหลายเ

ทอญฯ

คํ

ถว
ายพร


ตร
ป
ฎก
อิ
มั
งภั
นเ
ตเ
ตป
ฏะกั
งสะปะริ
วารั
งภิ
กขุ
สั
งฆั
สสะ
โอโณชยามะสาธุ
โนภั
นเ
ตภิ
กขุ
สั
งโฆ
อิ
มั
งเ
ตป
ฏะกั
งสะปะ
ริ
วารั
งปะฏิ
คคั
ณหาตุ
อั
มหากั
งฑี
ฆะรั
ตตั
งหิ
ตายะสุ
ขายะ

88

คํ
าแปล
ข
าแต
พร
ะภิ
กษุ
สงฆ
ผู


จร
ญ ข

าพเ
จ

ทั
งหลายขอน

อมถว
าย
พระ
ไตร
ป
ฎกพร
อมทั

งบร



าร
ทั
งหลายเ

หล

นี

แด
พร

ภิ
กษุ
สงฆ
ขอ
พระ
ภิ
กษุ
สงฆ
จงรั
บพร

ไตร
ป
ฎกพร
อมทั

งบร

วาร

ทั
งหลา

ยเ
หล

นี


พื


ประ
โยชน
และความสุ
ขแก
ข
าพเ
จ
าทั
งหลายตลอดกาลนานเ

ทอญฯ

คํ
าถวา
ยพร

พุ
ทธร


อิ
มั
งมะยั
งภั
นเ
ตพุ
ทธะรู
ป
งภิ
กขุ
สั
งฆั
สสะ
โอโ
ณชะ
ยามะสาธุ
โนภั
นเ
ตภิ
กขุ
สั
งโฆ.
อิ
มั
งพุ
ทธรู
ป
งปะ
ฏิ
คคั
นหาตุ
อั
มหากั

ที
ฆะรั
ตตั
งหิ
ตายะสุ
ขายะ
คํ
าแปล
ข
าแต
พร
ะสงฆ
ผู


จร
ญ ข

าพเ
จ
าทั
งหลายขอน

อมถวา
ยพร

พุ
ทธร


แด
พร
ะภิ
กษุ
สงฆ
ขอพร

ภิ
กษุ
สงฆ
จงร
บซึ

งพร

ะพุ
ทธร
ปนี



พื


ประ
โยชน
และความสุ
ขแก
ข
าพเ
จ
าทั
งหลายสิ

นกาลนา

นเ
ทอญ ฯ

คํ

ถวา
ยธู
ปเ
ที
ยนดอกไ
ม

พื
อบู

ชา
อิ
มานิ
มะยั
งภั
นเ
ต, ที
ปะธู
ปะ
ปุ
ปผะวะรานิ
ระ
ตะ
นั
ตตะยั
สเ
สวะ
อะภิ
ปู

ชมะอั
มหากั
ง ระตะนั
ตตะยั
สสะปู
ชาที
ฆะ
รั
ตตั
งหิ
ตะ
สุ
ขาวะหาโหตุอาสะวั
กขะยั
ปป
ตติ
ยา
คํ
าแปล
ข
าแต
พร
ะคุ
ณเ
จ
าทั
งหลา

ยผู


จร
ญ ข

าพเ
จ
าทั
งหลา

ยขอบู
ชา
ธู
ปเ
ที
ยน
และดอกไม
อั
นปร


สร
ฐเ

หล

นี

แก
พร
ะร
ตนตร

ยกิ


ยาที

บู

ชาแก
พระ

ตนตร

ยนี


จงเ
ป
นผลนํ
ามาซึ
งปร


โยชน
และความสุ
ขแก
ข
าพเ
จ

ทั


หลายสิ
นกาลนานจง


ป
นไปเ
พื
อใ

ห
ถึ
งซึ
งพร


นิ
พพา
นเ
ป
นที
สิ

นไป

แห
งอาสวกิ

ลสเ
ทอญ ฯ

89

คํ

ถว
ายเ
ภสั
ช(ยา
)พร

สงฆ
อิ
มานิ
มะ
ยั
งภั
นเ
ตคิ
ลานะเ
ภสั
ชชานิ
สะ
ปะ
ริ
วารานิ
สั
งฆั
สสะโอโณชะยามะสาธุ
โนภั
นเ
ตสั
งโฆ.
อิ
มานิ
คิ
ลานะเ
ภสั
ชชานิ
สะปะ
ริ
วารานิ
ปะฏิ
คคั
ณหาตุ
อั
มหากั
ญจะมาตาป
ตุ
อาที
นั
ญจะญาตะกานั

ที
ฆะรั
ตตั
งหิ
ตายะสุ
ขายะ
คํ
าแปล
ข

แต
พระ
สงฆ
ผู


จริ
ญ ข
าพเ
จ
าทั
งหลา

ยขอน
อมถว
ายยาบํ
าบั
ดคว
าม
ป
วยไข
กั
บทั
งเ

วชภั
ณฑ
ทั
งหลายเ

หล
านี

แก
พร

สงฆ
ขอพร
ะสงฆ
จง

บยาบํ

าบั
ดคว
ามป
วยไข
และเ
วชภั
ณฑ
ทั
งหลายเ

หล

นี
ของข

าพเ
จ

ทั
งหลายเ

พื
อปร

ะโ
ยชน
สข
ุแก
ข
าพเ
จ
าทั
งหลายญาติ

ทั


หลายมี
มา

ดาและบิ
ดา

ป
นต
นด
วยสิ
นกา

ลนานเ
ทอญฯ

คํ

ถว
ายหนั
งสื
อธรร
มะ
อิ
มานิ
มะยั
งภั
นเ
ตธั
มมะ
โปตถะ
กานิ
สะปะริ
วารานิ
ภิ
กขุ
สั
งฆั
สสะโ
อโณชะยามะสาธุ
โนภั
นเ
ตภิ
กขุ
สั
งโฆ.
อิ
มานิ
ธั
มมะโปตถะกานิ
สะปะริ
วารานิ
ปฏิ
คคั
ณ หาตุ
อั
มหากั
งที
ฆะ
รั
ตตั
งหิ
ตายะสุ
ขายะนิ
พพานายะ
จะ
คํ
าแปล
ข

แต
พระ
ภิ
กษุ
สงฆ
ผู


จร
ญ ข

าพเ
จ
าทั


หลายขอน
อมถวายหนั
งสื

ธร

มะกั
บทั
งของ

บร
วาร


หล
านี

แด
พร
ะภิ
กษุ
สงฆ
ขอพร
ะภิ
กษุ
สง
ฆ
จง

บหนั

งสื
อธร
รมะกั
บทั
งของ

บร
วาร


หล
านี
ของข

าพเ
จ
าทั
งหลายเ

พื


ปร

โยชน

พื
อความสุ

ขเ
พื
อมร


คผลนิ
พพานแก
ข
าพเ
จ
าทั


หลาย
และ
ขอใ
ห
ข
าพเ
จ
าทั
งหลายจงเ

ป
นผู
มี

ป
ญญาเ
ฉลี
ยวฉลา
ดเ
จร
ญด

วย
อา
ยุ
วร

ณะสุ
ขะพละปฏิ
ภาณธนสาร
สมบั
ติ
สิ
นกาลนานเ

ทอญฯ

90

คํ

ถว
ายกร

ทงสา

หร
บลอยปร


ที

มะ
ยั
งอิ
มิ
นาปะที

ปนะอะสุ
กายะนั
มมะทายะ
นะทิ
ยาปุ
ลิ

นฐิ
ตั
งมุ
นิ
โนปาทะวะลั
ญชั

อะภิ
ปู

ชมะอะยั
งปะที

ปนะมุ
นิ
โนปาทะวะ
ลั
ญชั
สสะปู
ชา
อั
มหากั
งที
ฆะรั
ตตั
งหิ
ตายะสุ
ขายะสั
งวั
ตตะตุ
คํ
าแปล
ข
าพเ
จ
าทั


หลายขอบู
ชาซึ
งร

อยพร

พุ
ทธบาท ที
ตั

งอยู



หนื
อหาด
ทร

ยใ
นแม
น้
าชื

อนั

มมทานที
โน
นด
วยปร

ที
ปนี
, กิ

ริ
ยาที
บู

ชาร
อย
พระ
พุ
ทธบาทด
วยปร
ะที
ปนี

ขอจงเ
ป
นไปเ
พื
อประ

โยชน
และควา
มสุ

แก
ข

พเ
จ
าทั
งหลายสิ

นกา

ลนานเ
ทอญ ฯ

คํ
าถวา
ยธง

พื

่บู
ชา
มะยั
งอิ
มิ
นาธะชะปะฏาเ
กนะระ
ตะ
นั
ตตะยั

อะ
ภิ
ปู

ชมะ, อะยั
งธะชะ
ปะ
ฏาเ
กนะระตะนั
ตตะยะปู
ชา
อั
มหากั
งที
ฆะรั
ตตั
งหิ
ตายะสุ
ขายะสั
งวั
ตตะตุ
คํ
าแปล
ข
าพเ
จ
าทั


หลายขอบู
ชาซึ
งพร

ะร
ตนตร

ยด


ยธงแผ
นผ
านี

กิ

ยาที


บู
ชาพร
ะร
ตนตร

ยด


ยธงแผ
นผ
านี

ขอจงเ
ป
นไปเ
พื
อปร


โยชน
และ
ความสุ
ขแก
ข
าพเ
จ
าทั
งหลายสิ

นกาลนา

นเ
ทอญ ฯ

คํ
าถวา
ยเ
วจกุ
ฎี
มะยั
งภั
นเ
ตอิ
มั
งวั
จจะกุ
ฏิ
งอาคะ
ตานาคะตั
สสะ
จาตุ
ททิ
สั
สสะภิ
กขุ
สั
งฆั
สสะโอโณชะยามะ
สาธุ
โนภั
นเ
ตภิ
กขุ
สั
งโฆอิ
มั
งวั
จจะกุ
ฏิ
งปะฏิ
คคั
ณหาตุ
อั
มหากั
งที
ฆะรั
ตตั
งหิ
ตายะสุ
ขายะ
คํ
าแปล
ข
าแต
พร
ะสงฆ
ผู


จร
ญ ข

าพเ
จ
าทั
งหลายขอน

อมถวา
ยเ
วจกุ
ฎี
หลั
งนี

แก
พร

ภิ
กษุ
สงฆ
ผู
มี


นทิ
ศทั
ง๔ที

มาแล

วก็
ดี
ยั
งไม
มา
ก็
ดี
ขอ

91

พร

ภิ
กษุ
สงฆ
จงร
บเ

วจกุ
ฎี
หลั
งนี

ของข

พเ
จ

ทั
งหลา

ยเ
พื
อปร

ะโยชน
และ
คว
ามสุ
ขแก
ข
าพเ
จ
าทั
งหลายสิ

นกาลนานเ

ทอญ ฯ

คํ

ถว
ายสะ
พา

มะยั
งภั
นเ
ตอิ
มั
งเ
สตุ
งมะหาชะนานั
งสาธาระณั
ตถายะ
นิ
ยยาเ
ทมะ
, สาธุ
โนภั
นเ
ต สั
งโฆอิ
มั
สมิ


สตุ
มหิ
นิ
ยยาทิ

ตสั
กขิ
โกโหตุ
อิ
ทั
งเ
สตุ
ทานั
งอั
มหากั
งที
ฆะรั
ตตั

หิ
ตายะสุ
ขายะสั
งวั
ตตะตุ
คํ
าแปล
ข

แต
พระ
สงฆ
ผู


จริ
ญ ข
าพเ
จ
าทั
งหลา

ยขอมอบถว
ายซึ
งสะพานนี



พื
อปร


โยชน
ทั
วไปแก

มหาชนทั
งหลา

ยขอพร
ะสงฆ
จง

ป
นพยา

แก
ข
าพเ
จ
าทั
งหลา

ยใ
นสะพานที

ข
าพเ
จ
าทั
งหลา

ยได
มอบใ
ห
แล

นี

ขอเ
สตุ
ทานนี

จงเ
ป
นไปเ
พื
อปร


โยชน
และความสุ
ขแก
ข

พเ
จ

ทั
งหลายสิ

นกา

ลนานเ
ทอญ ฯ

คํ

ถว

ยเ
ที
ยนพร

ษา
ยั
คเ
ฆ ภั
นเ
ต,สั
งโฆปะ
ฏิ
ชานาตุ
, มะยั
งภั
นเ
ต,

อตั
งปะ
ที
ปะยุ
คั
ง, สะปะริ
วารั
ง, เ
ตมาสั
ง,
พุ
ทธั
สสะปู
ชะ
นั
ตถายะ, อิ
มั
สสะหมิ
งอะโปสะ
ถาคาเ
ร,
นิ
ยยาเ
ทมะ, สาธุ
โนภั
นเ
ต, อะยั
งเ
ตมาสั
ง,
พุ
ทธั
สสะ, ปู
ชะนั
ตถายะ, ปะที
ปะยุ
คั
สสะ,ทานั
สสะ,
อานิ
สั
งโส, อั
มหากั
ญเ
จวะ,มาตาป
ตุ
อาที
นั
ญจะ
,
ป
ยะชะนานั
ง, ที
ฆะรั
ตตั
ง,หิ
ตายะสุ
ขายะสั
งวั
ตตะตุ
.
คํ
าแปล
ข

แต
พระ
สงฆ
ผู


จริ
ญ ขอพระ
สงฆ
โปร
ดร
บทร

าบข
าพเ
จ
าทั


หลาย
ขอมอบถวา
ยเ
ที
ยนคู
นี


พร
อมกั

บของบริ

ารไว
ณ อุ
โบสถนี


พื
อเ

ป

พุ
ทธบู
ชาตลอดพร

ษาขออานิ
สง
ส
แห
งการ
ถวา
ยคู


ที
ยนเ
พื
อเ

ป

พุ
ทธบู
ชาตลอดพรร
ษนี
ของ

ข

พเ
จ

ทั
งหลายจง


ป
นไปเ
พื


ปร

โยชน

พื
อความสุ

ขแก
ข
าพเ
จ
าทั
งหลา

ยด

ยแก
ป
ยชนทั


หลาย
มี
มา
รดาบิ
ดาเ
ป
นต
นด

ยตลอดกาลนานเ
ทอญ

92

การแผ

มตา
การ
แผ

มตตา เ
ป
นสิ
งที

โบร

าณบั
ณฑิ
ตทั
งหลายปฏิ

บั
ติ
ต
อกั

มาตามลํ

ดั
บเ
พร
าะ

ห็
นประ
โยชน

าการ

แผ

มตตานี
จะ

ทํ
าใ
ห
ผู
ปฏิ

บั
ติ

ป
นปร
ะจํ

มี
จิ
ตใ
จอ
อนโยน เ
ยื
อกเ
ย็
นลงไดและ
ทํ
าใ
ห
มองเ
ห็
นว


การ
ที
มนุ

ษย
หวั
งดี
ต
อกั
นนั
นเ

ป
นทางนํ
าใ
ห
โลกเ
กิ
ดสั
นติ
สุ
ขได และ

มื


ตั
วเ
องได

บควา

มสุ
ขแม

พี
ยงเ
ล็
กน
อยก็
ต
อง
กา
รใ
ห

พื
อนร

วมโลกได


บความสุ

ขอย

งนั
นบ

างจึ
งได
แผ
กร
ะแสจิ
ตอั
นเ
ยื
อกเ
ย็
นและอ
อนโ
ยน
นั
นไปยั

งผู
อื

นผู

ได


บเ

มตตา
จิ
ตนั
นแล


ก็
จะพลอยมี
จิ
ตอ
อนโ
ยนเ
ยื
อก

ย็
นและ
ได
พบกั
บควา
มสุ
ขทาง
ใจไปด

ยด
วยเ
หตุ
แห
งการ
แผ

มตตา
ไปยั


พื
อนมนุ

ษย

ช
นนี
จึ

งทํ
าใ
ห
มนุ
ษย
และสั
ตว
อยู
กน

ัด
วยความมี
น้



จดี
ต
อกั
นร
กใ

คร
กั

นฉั
นพี
น

องและหั
นหน
าเ
ข
าหากั
นด
วยใ
บหน
าที
ยิ



แย
มแจ
มใ
สทํ
าใ
ห
อยู
กั

นด

ยควา
มอบอุ
นไว


างใ
จกั
น ปร
าศจากควา



แว
งกั
นและกั
นเ
ป
นเ
หตุ

ห
ไม

บี
ยดเ
บี
ยนกั
นแต
จะ
อุ
ดหนุ
นเ
กื
อกู

ลกั

และกั
นด
วยน้
าใ

สใ
จจร

วิ
ธี
การแผ

มตตา
ท
านสอนว
า การ
แผ

มตตานั
นควร

แผ
ให
ตนเ
องก
อน คื
อต
อง
ปรา
รถนาความสุ
ขใ
ห
แก
ตั


องเ
สี
ยก
อนโดยว
ธี

สร
างความร

กตั

วเ
อง

นทางที
ถู

กที
คว

รคื
อไม
ทร
มานตั
วเ
องด
วยการ
กร

ทํ
าด
วยความคิ
ดที

ผิ
ด ๆ ทํ
าตั


อง
ให
มี
อํ
านาจทางจิ
ตด

ยควา
มดี

สี
ยก
อน แล
วคอ
ยๆ
ขยายวงเ
มตตา
ออกไปยั

ผู
อื

น สั

ตว
อื
น ตามลํ


ดั
บ แม
ผู
นั

นจะ


ป
นผู
ที


ตนไม
ชอบหร

ืเ
ป
นศั
ตร
กน

ัก็
ตาม เ
พร
าะ
ถ
าหากสามาร
ถแผเ
มตตาไป

ห
แก
ผู
ไม

ถู
กกั
นไดนั
นแสดงว


ผู
นั

นได

ยกร
ะดั
บจิ
ตใ
ห
พ
นจากอํ
านาจ
ความโกร
ธเ
คื
องหร
อความอิ

จฉาร
ษยาได

แล

ด
วยเ
มตตา

พร
าะ

มตตา
นี


ป
นเ
ครื
องกํ

าจั
ดกิ

ลสคื
อโกธะ
คว
ามโกร
ธ โทสะความประ
ทุ
ษร


ย อรติความไม
ชอบใจด
วย
อํ
านาจของคว
ามอิ
จฉา
ริ
ษยาเ
สี
ยไดต
อไปตั
วเ
องก็
จะประ
สบความสุ

ความสงบทางใ
จ ไม
มี
ควา
มเ
ดื
อดร
อนใ

จ ไม
มี
คว
ามกร

วนกระ
วายใ

อะไร
ต
อไปอี
ก เ
พร
าะ
ปล
อยวา
งควา
มโ
กร
ธคว
ามไม
พอใ
จเ
สี
ยได
แล

ซึ
งผิ

ดกั
บตอนที
ยั

งโกร
ธอยู
ยั
งอิ
จฉา
ริ
ษยาเ
ขา
อยู
ใ
นตอนนั
นจิ

ตใ
จจะ
มี
แต
ความร
อนรุ

มกลุ

มอก กร

ะว
นกร
ะว
ายใ
จและ
ไม

ป
นอั
นกิ
นอั
นนอน

93

อย
างเ
ห็
นได
ชั

วิ
ธี
ที
ท

านสอนมา ท
านใ
ห
แผ

มตตาทุ
กวั
น อย
างน
อยก็
ก
อนนอน
ทุ
กคื
น ถ
าสามาร
ถทํ
าใ
ห
มากคร
งต


อวั
นได
ก็
ยิ
งจะ


ป
นกํ
าไร
ชี

ต เ

ช

นึ
กแผ

มตตา
ทุ
กอิ

ยาบถขณะ


ดิ
นไปตามถนนหนทา
ง ขณะนั
งร

ถไป
ทํ
างา
น ขณะเ
ดิ
นทางไปต
างจั
งหวั
ด หรื
อขณะนั
งพั

กผ
อน ณ ที


ดที

หนึ
งหลั

งจา
กว
างงาน เ

พร
าะใ
นขณะ
นั
นจิ

ตใ
จจะ
ปลอดโปร
งเ

หมาะที

จะ
นึ
กแผ

มตตา
อย

งยิ
ง และใ

นขณะ
นั
นเ

ท

กั
บว
าได
ทํ
ากร

มฐานไป
ในตั
วด

ยเ
พร
าะ
การ
แผ

มตตานี
จั

ดเ
ป
นกร
รมฐานปร
ะการ
หนึ
งที

จะทํ


ให

จสงบเ
ย็
นลงไดและ
จะ
คอยควบคุ
มจิ
ตใ
จใ
ห
นึ
กคิ
ดไปในทา
งที
ถู


ที
ควร

ได

วดเ

วฉะนั

นแม


าผู

แผ


มตตาจะ
ทํ
าได

พี
ยงว
นละเ

ล็
กวั
นละ
น
อย แต
ทํ

ทุ
กวั
นจนติ
ดเ
ป
นนิ
สั
ย ก็
จะได

บปร

ะโยชน
อย

งมหา
ศา

อย
างหนึ
งเ

ป
นแน
แท

คํ

แผ

มตตา
ผู
ต

องการ
จะ
แผ

มตตาใ
ห
นึ
กถึ
งคํ
าภาว
นาต
อไปนี
แล


นึ
กภาวนา
ไปๆจะกี


ที
ยวก็

ตา
มต
องการ
ยิ
งมากเ

ที
ยว

ก็
จะยิ
งทํ

าใ
ห
จิ
ตใจสงบ
ยิ
งขึ

นทํ

าใ
ห
จิ
ตมี
อานุ
ภาพมี
พลั
งมากขึ

แบบที
หนึ



คํ
าแผ

มตตาสํ
าหรั
บตนเ
อง
อะหั
งสุ
ขิ
โตโ
หมิ
อะหั
งนิ
ททุ
กโขโ
หมิ
อะหั
งอะ

วโรโหมิ
อะหั
งอั
พยาป
ชโ
ฌ โหมิ

ขอใ
ห
ข
าพเ
จ
ามี
ควา
มสุ

ขอใ
ห
ข

พเ
จ

ปร
าศจากคว
ามทุ
กข
ขอใ
ห
ข
าพเ
จ
าปร
าศจากเ
วร
ขอใ
ห
ข
าพเ
จ
าปร
าศจากอุ
ปสร


อั
นตร
ายทั
งปว


อะหั
งอะ
นี

ฆโ
หมิ
ขอใ
ห
ข
าพเ
จ
าปร
าศจากความทุ
กข
กา
ยทุ
กข


สุ
ขี
อั
ตตานั
งปะ
ริ
หะรามิ ขอใ
ห
ข

พเ
จ

จงมี
คว
ามสุ
ขกายสุ


จรั
กษา
กา
ย วา
จาใ
จใ
ห
พั
นจาก
ความทุ
กข
ภั
ยทั
งปว

งเ
ถิ
ดฯ

94

คํ
าแผ

มตตาไปสู
ผู

อื

น(สรร

พสั
ตว
)
สั
พเ
พ สั
ตตาอะเ
วราโหนตุ
อั
พพะ
ยาป
ชฌาโหนตุ
อะนี
ฆาโหนตุ
สุ
ขี
อั
ตตานั
งปะริ
หะรั
นตุ
สั
ตว
ทั

งหลายทั

งปวงที



ป
นเ
พื
อนทุ

กข

กิ
ดแก

จ็
บตา
ยด
วยกั

ทั


สิ


จงเ
ป
นสุ
ขเ
ป
นสุ
ขเ
ถิ
ดอย
าได
มี

วร
แก
กั
นและ
กั
นเ
ลย
จงเ
ป
นสุ
ขเ
ป
นสุ
ขเ
ถิ
ดอย
าได

บี
ยดเ
บี
ยนซึ
งกั

นและ
กั
นเ
ลย
จงเ
ป
นสุ
ขเ
ป
นสุ
ขเ
ถิ
ดอย
าได
มี
ควา
มทุ
กข
กายทุ
กข

จเ
ลย
จงมี
ความสุ
ขกา
ยสุ
ขใ
จร
กษาตนให

พ
นจากทุ
กข
ภั
ยทั
งสิ

นเ

ทอญ

แบบที
สอง

คํ
าแผ

มตตาแบบทั
วไป

สั
พเ
พ สั
ตตา

สั
ตว
ทั

งหลายทั

งปวงที



ป
นเ
พื
อนทุ

กข

กิ
ดแก

จ็
บตา
ยด

ยกั
นหมดทั
งสิ



อะเ
วรา
จงเ
ป
นสุ
ขเ
ป
นสุ
ขเ
ถิ
ดอย
าได
มี



แก
กั

และ
กั
นเ
ลย
สั
พเ
พ สั
ตตา
สั
ตว
ทั

งหลายทั

งปวงที



ป
นเ
พื
อนทุ

กข

กิ
ดแก

จ็
บตา
ยด

ยกั
นหมดทั
งสิ



อั
พพะ
ยาป
ชฌา
จงเ
ป
นสุ
ขเ
ป
นสุ
ขเ
ถิ
ดอย
าได

บี
ยดเ
บี
ยน
ซึ
งกั

นและกั
นเ
ลย
สั
พเ
พ สั
ตตา
สั
ตว
ทั

งหลายทั

งปวงที



ป
นเ
พื
อนทุ

กข

กิ
ดแก

จ็
บตา
ยด

ยกั
นหมดทั
งสิ



อะนี
ฆา
จงเ
ป
นสุ
ขเ
ป
นสุ
ขเ
ถิ
ดอย
าได
มี
ความทุ
กข
กายทุ
กข

จเ
ลย
สั
พเ
พ สั
ตตา
สั
ตว
ทั

งหลายทั

งปวงที



ป
นเ
พื
อนทุ

กข

กิ
ดแก

จ็
บตา
ยด

ยกั
นหมดทั
งสิ



สุ
ขี
อั
ตตานั
งปะริ
หะรั
นตุ
จงมี
ความสุ
ขกายสุ
ขใ
จร
กษาตนใ

ห
พ

จากทุ
กข
ภั
ยอั
นตร
ายทง


สิ
นเ

ถิ
ดฯ
การ
แผ

มตตา
ทั
งสอง

แบบนี

จะใ
ช

พี
ยงแบบใ
ดแบบหนึ
งตา

95

ถนั
ดก็
ได
หร
อจะ

นึ
กภาวนาเ
ฉพาะ
ภาษาไทยหร
อภาษาบา

ลี
อย
างใ

อย
างหนึ
งก็

ได
หร
อทั

งสองอย

างก็
ได
คาถาแผ

มตตาพรหมวิ
หารสี

 บทเ
มตตา
สั
พเ
พสั
ตตา
สั
ตว
ทั
งหลายที



ป
นเ
พื
อนทุ

กข

กิ
ดแก

จ็
บตา
ยด
วยกั
นทั
งสิ



อะเ
วร
าโหนตุ
จงเ
ป
นผู
ไม

มี

วร
แก
กั
นและ
กั
นเ
ถิ

อั
พยาป
ชฌาโหนตุ
จง

ป
นผู
ไม


บี
ยดเ
บี
ยนซึ
งกั


และ
กั

อะนี
ฆาโหนตุ
จงเ
ป
นผู
ไม

มี
ทุ
กข
กายทุ
กข

จเ
ถิ

สุ
ขี
อั
ตตา
นั
งปะ

หะร

นตุ จง


ป
นผู
มี

สุ
ขพ
นจากทุ
กข
ภั

ทั
งสิ

นเ

ถิ

 บทกรุ
ณา
สั
พเ
พสั
ตตา
สั
ตว
ทั


หลายที


ป
นเ
พื
อนทุ

กข

กิ
ดแก

จ็
บตายด
วยกั
นทั
งสิ



สั
พพะทุ
กขาปะ
มุ
จจั
นตุ จงพ
นจากทุ
กข

ถิ

 บทมุ
ทิ
ตา
สั
พเ
พสั
ตตา
สั
ตว
ทั


หลายที


ป
นเ
พื
อนทุ

กข

กิ
ดแก

จ็
บตา
ยด

ยกั
นทั
งสิ



มาลั
ทธะ
สั
มป
ตติ
โตวิ
มุ
จจั
นตุจง
อย

ไปปร
าศจา
กสมบั
ติ
อั

ตนได
แล
วเ
ถิ

 บทอุ

บกขา
สั
พเ
พสั
ตตา
สั
ตว
ทั


หลายที


ป
นเ
พื
อนทุ

กข

กิ
ดแก

จ็
บตายทั
งสิ



กั
มมั
สสะกา

ป
นผู
มี

กร

มเ
ป
นของของตน
กั
มมะ
ทา
ยาทา

ป
นผู


บผลของกร



กั
มมะ
โยนิ

ป
นผู
มี

กร
รมเ
ป
นกํ
าเ
นิ

กั
มมะ
พั
นธุ

ป
นผู
มี

กร

มเ
ป
นเ
ผ
าพั
นธุ

กั
มมะ
ปะฏิ
สะ

ะณา

ป
นผู
มี

กรร
มเ
ป
นที
พึ

งอาศั


ยั
งกั
มมั
งกะ
ริ
สสั
นติ
กระ
ทํ

กร

มอั
นใ
ดไว

กั
ลยา
ณั
งวาปาปะกั
งวา ดี
หร
อชั



ตั
สสะทายาทาภะ
วิ
สสั
นติจั
กเ
ป
นผู


บผลของกร


มนั

96

อานิ
สงส
ของการแผ

มตตา
สมเ
ด็
จพร

ผู
มี

พร

ภา
คเ
จ
าตร
สไว


นพร
ะบาลี
อั

คุ
ตตร
นิ
กายว
าผู

แผ

มตตา

ป
นปร

จํ
าย
อมได
รั
บอานิ
สงส
๑๑ปร
ะการดั
งนี

๑.หลั
บเ
ป
นสุ
ขคื
อหลั
บสบา
ยหลั
บสนิ

๒.ตื
นเ

ป
นสุ
ขคื
อเ
มื
อตื

นขึ

นมาก็

สบายตั
วสบา
ยใจหายอ
อนเ
พลี
ยไม
มี
อาการ
ง
วงติ
ดต
ออี

๓.ไม
ฝ
นร
ายคื

อจะ
ไม
ฝ
นเ
ห็
นสิ
งเ

ลวร
ายทํ

าให
สะ
ดุ
งตื

นกลางคั


หร
อไม

ฝ
นหว
าดเ
สี
ยวต
างๆ
๔.เ
ป
นที


กของคนทั

วไปคื

อจะเ
ป
นคนมี

สน
ห
ไปที


ดก็
ปรา
ศจาก
ศั
ตร
ผู

คิ

ดร
ายแม

ผู
ไม

ชอบใ
จก็
จะกลั
บมาชอบได
๕.เ
ป
นที


กของอมนุ

ษย
ทั


ไปคื
อแม
สั
ตว
ต

างๆก็

กผู

แผ


มตตาไม
ขบกั
ดไม
ทํ
าร
ายทํ

าใ
ห
ปลอดภั
ยจากเ
ขี
ยวงาทุ

กชนิ

๖.เ
ทวดาร
กษาคุ

มคร

องคื
อจะ

ดิ
นทา
งไปไหนมา
ไหนเ
ทวดา
จะ
คุ
มคร

องใ
ห
ควา
มปลอดภั
ยตลอดเ
วลาจะไม
ปร

สบอุ
ป
ทวภั
ยต
างๆ
ทั


ทางบกทาง
น้
าและ

ทาง
อา
กา

๗.ไฟศาสตร
ายา
พิ
ษ ไม
แผ

พานคื
อสิ
งเ

หล
านี
จะ

ทํ
าอั
นตร
ายมิ
ได
จะ
ปลอดภั
ยจา
กสิ
งเ

หล
านี

๘.จิ
ตเ
ป
นสมาธิ

ร็
วคื
อผู
แผ


มตตาเ
ป
นปร
ะจํ
าถ
าทํ
าสมา
ธิ
จิ
ตจะสงบ
นิ
งได



วหร

อจะอ

านหนั
งสื
อจะ
ทํ
างานอั
นใ
ดก็
ตามจิ
ตจะ
ไม
ฟุ
งซ

าน
ย
อมตั
งใ

จได


วทํ

างานนั

นสํ
าเ

จสมปร


สงค
๙.หน
าตา
ผิ
วพร
รณจะ
ผ
องใ
สคื
อผู
มี


มตตาจิ
ตเ
ป
นปร

จํ
าหน

ตาและ
ผิ
วพร

ณจะ
มี
น้
ามี

นวลมี

สน
ห


ยกความสนใจได

จะดู
อิ
มเ

อิ

ตลอดเ
วลาแม
จะ
มี
อายุ
มา
กแม

ปร


งจะ
ไม
สวยงา
มแม
จะไม
ได



การ
แต


ติ
มด
วยเ
คร
องสํ


าอางใ
ดๆหน
าตาผิ
วพร

ณก็
ผ
องใ
สน
าดู
น

ชมได

สมอ

97

๑๐. ไม
หลงเ
วลาตา
ยคื
อเ

ลาใ
กล
ตายจะ
ไม
หลงเ
พ
อละ

มอหร


โวยวายอย

งนั
นอย

างนี
หร

อไม

ดิ
นทุ


นทุ

ายเ
ป
นที
น

าเ

ทนาของผู
พบ


ห็
นจะสิ
นใจอย

างสงบเ
หมื
อนนอนหลั
บไปฉะนั


๑๑.เ
มื
อไม

อาจบร

ลุ
ธร
รมชั
นสู

งย
อมเ
ข
าถึ
งพร
หมโลกคื
อผู
มี


มตตา
จิ
ตเ
ป
นปร

จํ
าแม
ไม
ได
บร

ลุ
ธร

มชั
นสู

งขึ
นไปกว


นี

ก็
ย
อมจะ
ไป
บั
งเ
กิ
ดในพรหมโลกอั
นเ
ป
นที


กิ
ดของผู
ได

ฌา


พรา
ะฉะนั
นผู

ปร

ะสงค

ป
นที


กเ

ป
นที
นั

บถื
อของผู
อื

นหร

อหวั


ควา
มสุ
ขคว
ามสง
บความเ
ยื
อกเ
ย็
นแห
งจิ
ตใ
จจึ
งควร
ได
แผ

มตตากั
นดู

ถิ
ดสร
างเ

มตตา
ธร

มไว
ในใ
จดี
กว
าจะ

มานั
งเ

ดื
อดร
อนใ
จด
วยไฟโกร

ไฟร
ษยาอาฆา

ตและดี
กว
าจะมาเ
สี
ยเ
วลาหานะ
หา

มตตามหานิ
ยมนะ
หน

ทองเ
พื
อเ

พิ
มเ

สน
ห

ห
แก
ตั
วเ
องเ
พร
าะ
วิ
ธี
ปลู
กต
นเ
มตตานี

ไม
ทํ

ให
หนั
กตั


พร
าะ
พกพาไปไม
ต
อง
กลั
วหายและ
ไม
ต
องกลั

ถู
กลั

ขโมยเ
พร
าะ
มี
ติ
ดตั

ติ
ตใจปร

จํ
าอยู
ตลอดเ

วลา
.

การ
อุ
ทิ
ศส

นกุ
ศล(กร

ดน้
า)

อิ
ทั
งเ
มมาตาป
ตู
นั
งโหตุ
สุ
ขิ
ตาโหนตุ
มาตาป
ตะโร
ขอส
วนบุ
ญนี
จงสํ

าเ

จแก

มาร
ดาบิ
ดาของข

พเ
จ
าขอใ
ห
มาร
ดาบิ
ดา
ของข
าพเ
จ
ามี
ความสุ

อิ
ทั
งเ
มญาตี
นั
งโ
หตุ
สุ
ขิ
ตาโหนตุ
ญาตะโย
ขอส
วนบุ
ญนี
จงสํ

าเ

จแก

ญาติ
ทั
งหลายของข

าพเ
จ
าขอใ
ห
ญาติ
ทั
งหลายของ

ข
าพเ
จ

มี
ความสุ

อิ
ทั
งเ
มคุ
รู
ป
ชฌายาจริ
ยานั
งโหตุ
สุ
ขิ
ตาโ
หนตุ
คุ
รู
ป
ชฌายา
จริ
ยา
ขอส
วนบุ
ญนี
จงสํ

าเ

จแก

คร
อุ

ป
ชฌาย
อาจา

ย
ของข
าพเ
จ
าขอใ
ห
คร

อุ
ป
ชฌาย
อาจาร
ย
ของข
าพเ
จ
ามี
ความสุ

อิ
ทั
งสั
พพะเ
ทวะตานั
งโหตุ
สุ
ขิ
ตาโหนตุ
สั
พเ
พเ
ทวา
ขอส
วนบุ
ญนี
จงสํ

าเ

จแก


ทวดา
ทั
งหลายทั

งปวงขอให


ทวดา
ทั
งหลายทั

งปวงมี

ความสุ

98

อิ
ทั
งสั
พพะเ
ปตานั
งโหตุ
สุ
ขิ
ตาโหนตุ
สั
พเ
พเ
ปตา
ขอส
วนบุ
ญนี
จงสํ




จแก


ปร
ตทั
งหลา

ยทั
งปวงขอให


ปร
ตทั
งหลา


ทั


ปวงมี
ความสุ

อิ
ทั
งสั
พพะเ
วรี
นั
งโหตุ
สุ
ขิ
ตาโหนตุ
สั
พเ
พเ
วรี
ขอส
วนบุ
ญนี
จงสํ




จแก


จ
ากร

มนายเ

รทั
งหลา

ยทั
งปวงขอให


จ

กร

มนายเ

รทั
งหลา

ยทั
งปวงมี

คว
ามสุ

อิ
ทั
งสั
พพะสั
ตตานั
งโ
หตุ
สุ
ขิ
ตาโหนตุ
สั
พเ
พ สั
ตตา
ขอส
วนบุ
ญนี
จงสํ




จแก

สั
ตว
ทั
งหลายทั

งปวงขอใ

ห
สั
ตว
ทั
งหลา


ทั


ปวงมี
ความสุ
ขทั
วหน


กั
นเ
ทอญ

บทกร
วดน้
า(ย

อ)
อิ
ทั
งเ
มญาติ
นั
งโหตุ
สุ
ขิ
ตาโหตุ
ญาตโย
ขอส

นบุ
ญนี

จงสํ
าเ

จแก

ญาติ
ทั
งหลายของข


พเ
จ

ขอให
ญา
ติ
ทั


หลายจงมี
ควา
มสุ
ขกายสุ
ขใ
จเ
ถิ

บทสวดและ
คาถาต
างๆ

ข

วสา
รหั
กและ
ขนาดเ
ล็
กเ
ท
าเ
มล็
ดพั
นธุ
ผั

กกา
ดจงเ
สด็
จตกลงเ
บื
อง

บนปร

ดิ
ษฐานเ
หนื
อเ
ศี
ยร

กล
าของข
าฯในที
ทุ

กสถานเ
ทอญฯ
หรื
อใ
ช
บท

อิ
ติ
ป
โสวิ

สเ
สอิ
อิ

สเ
สพุ
ทธะนาเ
มอิ
อิ

มนาพุ
ทตั
งโสอิ
อิ
โสตั
งพุ
ทธะป
ติ
อิ

หรื
อใ
ช
บทแบบยาว
อะเ
นกะกั
ปเ
ปกุ
สะเ
ลจิ
นิ
ตตะ
วาโ
ลกานุ
กั
มปายะมะ

นกะ
ทุ
กขั
งอุ
สสาหะ
ยิ
ตตะวาจะสุ
จี
ระการั

พุ
ทธั
ตตะภาวั
งสะกะลั
งอะคั
ญฉิ

อวั
ญจะกั
ตตะวาภะคะวา
ทะยาลุ
ทุ
กขาปะโมเ
จถะขิ

ลจะ
อั
มเ
หทั
สเ
สถะโ

ปาฏิ
หิ
รั
งสุ
วิ
มหั
งเ
ฉทายะกั
งขั
งสะ
กะ
ลั
งชะนั
สสะกาเ
กนะ
รั
ญญากะ
ถิ
ตั
นตุ
ยั
งยั
งตั
งตั
งอะขี
ลั
งวิ
ตะถั
งตะ
ถั
งเ

พุ
ทธานะกะถาวิ
ตะ
ถาตะ
ถาเ
จทั
สเ
สถะวิ
มหั
งนะยะนั
สสะ
โนป
อั
ชชะตั
คเ
คปาณุ

ปตั
งพุ
ทธั
งธั
มมั
งสั
งฆั
งสะระณั
งคะโต
อั
สสามิ
มะหั
นตาภิ
นนะมุ
คคาจะมั
ชฌิ
มาภิ
นนะ
ฑั
ณฑุ
ลา
ขุ
ททุ
กะสาสะปะมั
ตตาเ
อวั
งธาตุ
โยสั
พพั
ฏฐาเ

อาคั
จฉั
นตุ
สี

สเ
มปะตั
นตุ

คํ

นมั
สกา

พร

บรมสา
รี

กธา

ตุ
คาถาอั
ญเ
ชิ
ญพร

ธา
ตุ
อั
ชชะตั
คเ
คปาณุ

ปตั
งพุ
ทธั
งธั
มมั
งสั
งฆั

สะระณั
งคะโ
ตอั
สสามิ
มะ
หั
นตาภิ
นนะมุ
คคาจะ
มั
ชฌิ
มาภิ
นนะตั
ณฑุ
ลาขุ
ททุ
กะสาสะปะมั
ตตา

อวั
งธาตุ
โยสั
พพั
ฏฐาเ
นอาคั
จฉั
นตุ
สี

สเ
มปะตั
นเ

คํ
าแปล
ตั
งแต

วั
นนี


ป
นต
นไปตร
าบเ
ท
าชี
วิ
ตข

ฯขอถึ
งพร

พุ
ทธเ
จ
าพร

ธร


พระ
สงฆ

ป
นที
พึ

งขออั

ญเ
ชิ
ญ พร
ะบร
มสาร


กธา

ตุ
ที
สถิ

ตอยู
ทั



ทุ

หนแห
งขนาดใ
หญ

ท
าเ
มล็
ดถั
วหั

กแก
วมุ
กดาขนาดกลางเ
ท


มล็

99

รั
ตตะนั
ตตะ

ยปะมาเ
ทนะทะวาระตะเ
ยนะ
กะตั

สั
พพั
งขะมะถะเ
มภั
นเ

วั
นทามิ
ภั
นเ
ตเ
จติ
ยั
งสั
พพั
งสั
พพั
ตถะฐาเ
นสุ
ปะติ
ฏฐิ
ตั

สารี
รั
งกะธาตุ
มะหาโพธิ
งพุ
ทธะรู
ป
งสั
กการั
งตั
ตถะ
อะ
หั
งวั
นทามิ
ธาตุ
โยอิ
จเ
จตั
งรั
ตตะนั
ตตะ
ยั

อะหั
งวั
นทามิ
สั
พพะ
ทาพุ
ทธะ
บู
ชามะหาเ
ตชะวั
นโ
ตธั
มมะบู
ชา
มะหั
ปป
ญโญ สั
งฆะบู
ชามะหาโ
ภคาวะโ

พุ
ทธั
งชี
วิ
ตั
งยาวะ
นิ
พพานนั
งสะระณั
งคั
จฉามิ
ธั
มมั
งชี
วิ
ตั
งยาวะนิ
พพานนั
งสะระณั
งคั
จฉามิ
สั
งฆั
งชี
วิ
ตั
งยาวะนิ
พพานนั
งสะระณั
งคั
จฉามิ

100

คํ
านมั
สการ
พระ
บร
มสา

ริ

กธา
ตุ

นพระ
สถู
ปแปดแห
งใ
นชมพู
ทว


มหาโคตมะสั
มพุ
ทโธกุ
สิ
นารายะนิ
พพุ


ธาตุ
วิ
ตถาระกั
งกั
ตวาเ
ตสุ

ตสุ
วิ

สสโ

อุ
ณ หิ
โสจะตุ
โรทาฒาอั
กขกาทะเ
วจะสั
ตตะ
มา
อสั
มภิ
นนาจะตาสั
ตตะเ
สสาภิ
นนาจะธาตุ


มหั
นตาป
ญจะนาฬี
จะมั
ชฌิ
มาจะฉะนาฬิ
กา
ขุ
ททกาป
ญจะนาฬี
จะสั
มภิ
นนาติ
วิ
ธามตา
มหั
นตาภิ
นนะมุ
คคาจะมั
ชฌิ
มาภิ
นนะ
ตั
ณฑุ
ลา
ขุ
ททกาสาสะปะมั
ตตาเ
อวั
งธาตุ
ปะมาณิ
กา
มหั
นตาสุ
วั
ณณะวั
ณณาเ
อวั
งวั
ณณาป
ธาตุ
โย

อโกถู
โปราชะคะเ
หเ
อโ
กเ
วสาลิ
ยาอะหุ

อโกกป
ละวั
ตถุ
สะมิ
งเ
อโ
กจะอั
ลละ
กั
ปปะเ


อโ
กจะรามะคามั
สสะมิ
งเ
อโ
กจะเ
วฎฐะที
ปะ



อโกปาเ
วยยเ
กมั
ลเ
ลเ
อโกจะกุ
สิ
นาระเ


อเ
ตสารี
ริ
กาถู
ปาชั
มพู
ที

ปปะติ
ฏฐิ
ตา
ปู
ชิ
ตานะระเ
ทเ
วหิ
อะ
หั
งวั
นทามิ
ธาตุ
โย

คํ
านมั
สการ
พระ
บร
มสาร
ริ

กธา
ตุ
(โ
บรา
ณ)
อุกาสะ ข
าพเ
จ
าจะ
ขอยอกร
บวร

นทนา ปร


นมนิ
วหั

ตถาขึ
นเ

หนื


ศี
ยร ต
างร
ตนปร


ที
ปธู
ปเ
ที
ยนแก
วเ
จ็
ดปร

กา
ร แลโกสุ
มสุ
มา
มาลย
ประ
ทุ
มชาติ
อั
นโชติ
ช
วงช
อชั
นว

จิ

ตร แจ
มจํ
าร
สสุ

นทโร
ภาส ด

ยเ
มื


องค
สมเ
ด็
จพระ
บร
มโลกนา
ถศาสดาจาร
ย
ญา
ณสั
พพั
ญู
บรมคร


จ


สด็
จเ
ข

สู
พร

ะปริ
นิ
พพานพร
ะองค
ทร
งประ
ดิ
ษฐานพระ
บร
มสาร




ธาตุ
ไว
 สิ

พร

ะบร
มธาตุ
ทั
งหลายน

อยใ
หญ
ตวงได
สิ
บหกทะนานทอง
พระ

ากขวั
ญทั
งสองพร



ขี
ยวแก

วสี

กั
บพร
ะศร
อุ

ณหิ
ศหนึ
งนั

บร
วมกั

ได
คร
บเ
ป
นเ
จ็
ดองค นี
แลคงตา

มสภาวะ

ดิ
ม อั
นจะแหลกลา
ญด
วย

พลิ
งสั
งหาร
นั
นหา

มิ
ได แต
พร
ะอั
ฐิ
น
อยใ
หญ
ทั
งหลายนั

นไซร

พลั



พลิ
งไหม
สั
งหาร
ละ

อี
ยดลง ยั
งคงแต
พร
ะบร
มสาร


กธา

ตุ
สามสถา


หญ
น
อยปานกลางมี
ประ
มาณต

งกั
นพร
ะบร
มธาตุ
ขนาดใ
หญ
นั
น มี

ประ
มาณเ
ท
าเ
มล็
ดถั


หั
กตั
กตว
งได
ห
าทะนาน ทร
งพร
ะบวร
สั
ณฐาน
ประ
มาณแม
นเ
หมื
อนหนึ
งพรร

ณทองอุ
ไร พร

บร
มธาตุ
ขนาดกลางนั

101

ไซร
มี
ประ
มาณเ
ท
าเ
มล็
ดข
าว
สาร
หั
ก ตั
กตวง
ได
ห
าทะนานทร
งพระ
บวร
สั
ณฐานปร

มาณเ
หมื
อนพร

ณแววแก
วผลึ
กอั
นเ
ลื
อนลอย

พระ
บร
มธา
ตุ
ขนา
ดน
อยปร

มา
ณแม
นเ
ท


มล็
ดพั
นธุ
ผั

กกา
ดตวงได
หกทะ
นา
น ทร
งพร

บว
รสั
ณฐานดั
งพร

ณ สี
ดอกบุ
ปผชาติ
พิ
กุ
ลอดุ
ลย
ใสสี
พร

บร
มสา
รี

กธาตุ

ทั
งหลายนี

้ หมู
มนุ

ษย
และเ
ทว
ะนิ
กร
อมร
อิ
นทร

พร
หมภิ

มย พากั
นเ
ชิ
ญเ
สด็
จไปปร

ดิ
ษฐานร
กษาไว

 พร
ะบร
มธาตุ
อง
ค

หญคื
อ พร

รา
กขวั
ญซ
าย สถิ
ตอยู
ชั

นพร

หมา พร
ะร
ากขวั


บื
องขวากั

บพร
ะนลาตะ
อุ
ณหิ
ศเ
สด็
จสถต
ิอยู


มื
องอนุ


ชสิ
งหฬ พระ

ขี
ยว

แก

ขวา

บื
องบน อยู

ดาวดึ

งษาสวร

คพร


ขี
ยวแก

วขว
าเ
บื
อง

ล
าง
นั
น สถิ

ตอยู


กา
ะแก
วลั
งกาสิ
งหฬ พร


ขี
ยวแก


ซ

ยเ
บื
องบนอยู



มื
องคั
นธาร

วิ
ไสย พร
ะเ
ขี
ยวแก

วซ
ายเ
บื
องล


งนั
นไซร

สถิ
ตอยู


มื
อง
นา
คสถาน แต
พร
ะบร
มสา
รี

กธาตุ

ทั
งสิ

บหกทะ
นานนั
น ประ

ดิ
ษฐานไว
ในแผ
นพื
นภู

มิ
ภาคแห
งพร

นคร
ทั
งแปด คื

อเ
มื
องร
าชคฤหบุ



มื
องเ

สา
ลี
สวั
สดิ
์เ
มื
องกบิ
ลพั
สดุ
มหานคร เ

มื
องอั
ลปะกะ
บุ



มยแลบ
าน
พร
าหมณ
นิ
คมเ
ขต เ
มื
องเ
ทวะ
ทะ
หะ
ปร
ะเ
ทศ เ
มื
องปาวายะ
บุ

นทร


และ

มื
อง
โกสิ
นร
ายน
พร
ะเ
กศาโลมานะขาทั
นตาทั


หลายเ

ยร


าย
ปร

ดิ
ษฐานอยู
ทุ

กทิ
ศทั
วทั

งจั

กร
วาลฝ
ายพระ
พุ
ทธบร
ขา

รคื
อบาตรแล
จี
วร
ท
อนผ

สั
นถั
ตร
ดปร


คดใ
น สมุ
กเ
หล็
กไฟกล
องเ
ข็
มผ
ากร
องน้
าธะ

มะ
การ
กวั
สสิ
กะ
สาฏกผ
าชุ
บสร
งหนั
งนิ
สิ
ทน
มี
ดโกนตลกบาตรเ
คร
อง


ลาดแท
นพร
ะบร
รทมลู
กดานทองฉลองพร
ะบาทธาตุ
บร
ขาร

ทั
งหลาย

นี
้องค
ขั
ติ
ยา
ธิ
บดี
พรา
หมณ
มหาศาลผู


ลื
อมใ

สกมลมาล ปร

กอบไป
ด
วยศร
ทธาเ

ป
นอย
างยิ
ง ได

อั
ญเ
ชิ
ญพร

บร
มธา
ตุ
บร
ขา

รสิ
บหกสิ
งนี

ไป

ปร

ดิ
ษฐานไว
ทั

งสิ

บเ
มื
องต
างกร
ะทํ
าสั
กการ
บู
ชาร




รื
องเ
ห็
นปร

กฏ
‘กา
ยนทนธนํ
’ พร
ะพุ
ทธร
ดปร

ะคด อยู
ณ เ
มื
องเ
ทวะ
ทะ
หะ
รา

‘ปตฺ
โต’ บาตร อยู


มื
องอนุ

าธสิ

หฬทว
ปลั

งกา ‘อุ
ทกสาฏกํ
’ ผ
าชุ

สร
งสถิ
ตอยู

ณเ
มื
องป
ญจาละ
นคร‘จิ
วร
’ ผ
าจี

รอยู


มื
องพั
นทะวิ
ไสย
‘หร
นี
’ สมุ
กเ
หล็
กไฟ อยู


มื
องตั
กสิ
ลา‘ว
าสี
สู
จิ
ฆร
’ มี
ดโกนแลกล
อง

ข็

ปร

ดิ
ษฐานอยู


มื
องอิ
นระ
ป
ตมะไหสวร

ค ‘จมมํ
’ หนั
งนิ
สิ
ทน
สั
นถั

สถิ
ตอยู


มื
อง
คั
นธา
ระ

าฐ’ ถวิ
กา’ ตลกบา
ตร แลเ
คร
องลาดที


พระ

บร

ทมลู
กดานทองฉลอง
พร
ะบาททั
งคู


อยู
บ

านอุ
สิ


คา
มยั
งพร

ธา
ตุ
บร
ขาร

อื
นอี

กหกสิ
ง คื

อพร
ะอั
งคาร ถ
านเ
ถ
าเ
สาเ
ชิ
งตะ
กอนนั
นสถิ

ตอยู

ณ เ
มื
องโมร
ยะ

ปร


ทศ จุ
ฬา
มุ
นี
บรมเ
กษธาตุ ปร
ะดิ
ษฐา
นอยู
ดาว

ดึ
งษา
สว
รร
ค‘กาสายะว
ตถั

ง’ ผ
าทร
งนั
นอยู

ณ ชั
นพร

หมา‘สุ
วณฺ

102

โฑณ’ ทะ
นา
นทองที
ตวงพระ

บรมสาร


กธาตุ

สถิ
ตอยู
นคร

โกสิ
นรา
ยน

ตนมไหสว


รคพร

บร
มธา
ตุ
ทั


ยี
สิ

บสองปร
ะการ
นั
นทร

งพร

คุ
ณเ
ป

อั
นยิ
งพระ

องค
ทร
งอนุ
ญา
ตปร
ะทา
นไว
ทุ

กสิ
งด

วยพร
ะมหากร
ณาหวั


พระ
ทั
ยเ
พื
อจะ

ให

ป
นที
สั

กกา
รบู
ชา

กิ
ดผลานิ
สงส
อั
นเ
ป
นสวั
สดิ
มงคล
แก
ฝู
งเ
ทพามนุ
ษย
กว

จะยุ
ติ
สิ
นสุ

ดพร

พุ
ทธศาสนา
ครั
นกาลล


งนา
นมาใ
นห
าพั
นปพร
ะบร
มธาตุ
ทั
งหลายนี



สด็

ไปสู
ลั

งกาเ
กาะเ
พื
อที

จะทร

งสงเ
คร
าะ
ห
ชาว
สิ
งหฬใ
ห

กิ
ดสวั
สดิ
มงคล
ด
วยกร
ะทํ
าสั
กการ
บู
ชาพร
ะคุ
ณ เ
มื
อถึ


กา
ลพร
ะพุ
ทธศา
สนาใ
กล
จะสิ


สู
ญคร
บจํ
านวนถ
วนห
าพั
นป พระ
บร
มธาตุ
ทั
งหลายนี

จะเ

สด็
จไปสู
ที


พระ

จดี
ย
ฐา
นดํ
าร
งอยู
โดยจํ

าเ
นี
ยร
กาลบ
มิ
ได
คลาด
คร
นถึ


งพร

พุ
ทธศั
กร
าชล
วงได
สี
พั

นเ
ก


อยเ

ก
าสิ
บเ
ก

พร

ษาเ
ศษ สั
งขยาเ
ดื
อน
ล
วงได
สิ
บเ
อ็
ดเ
ดื
อนกั
บยี
สิ

บสองว
น วั

นพฤหั
สบดี

ดื
อนหกขึ
นเ

ก

ค่


คิ
มหั
นตฤดู
ป
ชว
ดนั
กษั
ตร
อั
ฐศก เ

ลาร
งอร


โณทั

ย พร

บร
มสา
รี

กธาตุ

ทั


หลายนี
ไซรจะ


สด็
จไปสู
สถา

นที
สั

นนิ
บาตมิ
ทั
นนา
น ทร
งทํ
ายมก
ปาฏิ
หา
ริ
ย
ด
วยพุ
ทธฤทธิ
อน

ัพิ

ศษ บั
งเ
กิ
ดเ
ป
นพุ
ทธนิ

วศน แลพร

พุ
ทธว

กา
ยสู
งได
สิ
บแปดศอก เ
ปล
งพร
ะร
ศมี

ออกสิ
บหกปร

การ มี
พระ
บว

สั
ณฐา
นวิ
จิ
ตร
จํ

รั
สศร
สุ

นทโร
ภาส ทร
งพร

สิ
ริ

ลาศอั

นเ
พร


แพร
วดวง

พร
ะพั
กตร
ผุ

ดผ
องแผ
วดั
งสี
สุ
วร

ณทอง
แท
งธรร
มชา
ติ
พร


ปองค

สมเ
ด็
จพร
ะบร
มโ
ลกนาถ

สด็
จขึ
นสถิ

ตนั
งเ

หนื
อร
ตนบั

ลลั

ก
อาสน
ทร
งพร

สมาธิ
มั
นใ

นคว
งต
นไม
พร

ศร
มหาโพธิ

์ทร
งกร
ะทํ

ยมก
ปาฏิ
หา
ริ
ย โปร
ดสั
ตว
คนธร
รพ

ทว
ะนิ
กรอมร
ฤษี
สิ
ทธิ
พิ

ทยาธรกิ
นนร
นาครา
ช ทั
งหมู

อสุ


ะเ
ดี
ยร
ดา
ษนั
งแน

นเ
หนื
อพื
นแผ

นพสุ
ธา สตฺ
ตา

ทร
งตร
สพร

ะธร

มเ
ทศนาโ
ปร
ดสั
ตว
อี
กเ
จ็
ดว
น ในคร

งนั


นได

สี
อสงไขย

สองล
านสามแสนหกสิ
บเ
จ็
ดพั
นโกฏิ
แล

พร


ตโชธา
ตุ
ก็
พว
ยพุ



งโร


จน
โชตนาการ สั
งหา
รพร
ะบวร
พุ
ทธสร


ธาตุ

ห
สิ
นสุ

ดใ
นวั
นพุ


ดื
อนหกขึ
นสิ

บ(ห
า)ค่
าป

ชวดนั
กษั
ตร
อั
ฐศกพร

พุ
ทธศาสนา
ก็
บร

จบ
ครบจํ
านวนถ
วนห
าพั
นพร
รษา
อหํ วนฺ
ทา
มิ ธาตุ
โย ข
าพเ
จ
าขอน
อมนมั
สการ
พร

บร
มสา
รี

กธาตุ

ทั


หลาย ของพร
ะสั
มมาสั
มพุ
ทธเ
จ
านั
น, อหํ ว

นฺ
ทามิ สพฺ
พโส
ข
าพเ
จ
า ขอนมั
สการ
องค
พร
ะสั
มมาสั
มพุ
ทธเ
จ
านั
น ด

วยประ
การ
ทั


ปวง

103

คํ
าบู
ชา
พระ
บร
มสา

ริ

กธา
ตุ
(นะ
โมตั
สสะภะคะวะโตอะระหะโตสั
มมาสั
มพุ
ทธั
สสะ๓ครั
ง)

อิ
ติ
ป
โสภะคะวา, นะมามิ
หั
งตั
งภะ
คะ
วั
นตั
ง, ปะระมะ
สารี
ริ
กธาตุ
ยาสั
ทธิ
ง, อะระหั
งสั
มมาสั
มพุ
ทโ
ธ, วิ
ชชาจะ
ระณะสั
มป
นโน, สุ
คะโต, โลกะ
วิ
ทู
, อะนุ
ตตะโ
รปุ
ริ
สะทั
มมะ
สาระถิ
, สุ
ตถาเ
ทวะมะนุ
สสานั
ง, พุ
ทโธ, ภะ
คะ
วาติ
.

คํ
าบู
ชา
พระ
ธา
ตุ

นจั
กร
วา
ลทั


หลา

จั
ตตาฬิ
สสะมาทั
นตาเ
กสาโลมานะ
ขาป
จะ

ทวาหะรั
นติ

อเ
ตกั
งจั
กกะวาฬะกั
งปะรั
มปะรา
ปู
ชิ
ตานะระเ
ทเ
วหิ
อะหั
งวั
นทามิ
ธาตุ
โยฯ

คํ
าบู
ชา
พระ
ธา
ตุ
แบบไ
ม
จํ


พาะ

จา

จง
อะหั
งวั
นทามิ
ธาตุ
โยอะหั
งวั
นทามิ
สั
พพะ
โส
ถ

ปร

สงค
จะ
บู
ชาพระ
ธา
ตุ
แบบเ
จา
ะจงให
นํ
าฉายาของท
าน
วางหน
าคํ

ว
า"ธาตุ

ย"เ
ช

คํ
าบู
ชาพร
ะบร
มสาร


กธา

ตุ
อะหั
งวั
นทามิ
สารี
ริ
กะธาตุ
โยอะหั
งวั
นทามิ
สั
พพะโส
คํ
าบู
ชาพร
ะธาตุ
พร

สิ
วลี
อะหั
งวั
นทามิ
สิ
วลี
ธาตุ
โยอะหั
งวั
นทามิ
สั
พพะโส
คํ
าบู
ชาพร
ะธาตุ
หลวงปู
มั

นภู


ทั

ตโต
อะหั
งวั
นทามิ
ภู
ริ
ทั
ตตะ
ธาตุ
โยอะหั
งวั
นทามิ
สั
พพะโส

คํ
าบู
ชา
พระ
บร
มสา

ริ

กธา
ตุ
(นะ
โมตั
สสะภะคะวะโ
ตอะ
ระ
หะโต
สั
มมาสั
มพุ
ทธั
สสะ๓ครั
ง)

อะหั
งวั
นทามิ
อิ
ธะปะติ
ฏฐิ
ตาพุ
ทธะธาตุ


ตั
สสานุ
ภาเ
วนะสะทาโสตถี
ภะ
วั
นตุ

ม.

104

ข
าพเ
จ
าขอนมั
สกา
รกร
าบไหว
พร

บร
มสาร


กธาตุ

แห
งองค
สมเ
ด็
จพร
ะสั
มมาสั
มพุ
ทธเ
จ
าที
ปร


ดิ
ษฐานอยู

ณ ที
นี


ด
วย
อานุ
ภาพแห
งกุ
ศลผลบุ
ญนี

ขอให
ข
าพเ
จ
าปร
ะสบแต
คว
ามสุ
ขสวั
สดี
ตลอดกาลทุ
กเ
มื
อเ

ทอญ

คํ

บู
ชาพร

บร
มสาร


กธาตุ

ปู
ชิ
ตานะระเ
ทเ
วหิ
,
สั
พพั
ฏฐาเ
นปะติ
ฎฐิ
ตา,
สิ
ระสาอาทะเ
รเ
นวะ,
อะหั
งวั
นทามิ
ธาตุ

ย,
โยโทโสโมหะ
จิ
ตเ
ตนะ
, วั
ตถุ
ตตะเ
ยกะ
โตมะยา,
โทสั
งขะมะ
ถะเ
มภั
นเ
ต, สั
พพะ
ปาป
งวิ
นั
สสะตุ
,
ธาตุ
โยวั
นทะมาเ
นนะ*, ยั
งปุ
ญญั
งปะสุ
ตั
งอิ
ธะ
,
สั
พเ
พป
อั
นตะรายาเ
ม,
มาเ
หสุ
งตั
สสะเ
ตชะสาฯ
(* ถ
าผู
สวดเ

ป
นหญิ
งเ
ปลี

ยนคํ
าว
าวั
นทะ
มาเ
นนะเ
ป
นวั

ทะมานายะ
)
ข
าพร

พุ
ทธเ
จ
าขอน
อมเ
กล
านมั
สกา
รพร

บร
มสาร
ริ

กธาตุ
แห
งองค
สมเ
ด็
จพร

บร
มโลกนาถสั
มมา
สั
มพุ
ทธเ
จ
าที
ปร


ดิ
ษฐาน

นที
ทุ

กสถา
นด
วยเ
ศี
ยร

กล

แม
บาปทั
งปวงที



คยล
วงเ
กิ
นด

ยใหลหลงข

พร

องค
ขอขมา
โทษได
ทร
งโ
ปร
ดง
ดโทษนั
นใ

ห
มี
อั
นว
นาศสิ

นสู

ญไป
ด
วยเ
ดชะ
กุ
ศลผลบุ
ญ ที
ข

าพร

พุ
ทธเ
จ

ได
น
อมเ
กล
านมั
สการ
พร

บร
มสา

ริ

กธาตุ
ในกาลคร
งนี



แม
สรร
พอั
นตร
ายทั
งปวงจงอย

าง
ได
บั
งเ
กิ
ดแก
ข
าพร

พุ
ทธเ
จ
าใ
นกาลทุ
กเ
มื
อเ

ทอญ.

พร

คา
ถา
บู
ชา
พร

บร
มสา

ริ

กธา
ตุ
และ
พร

ธา
ตุ
อะ
หั
งวั
นทามิ
ธาตุ
โยข

พเ
จ

ขอน
อมนมั
สกา
รพร
ะบร

สาร


กธาตุ

และ
พร

ธาตุ
ทง


หลายที
สถิ

ตอยู


นจั
กร

าลทั
งหลา


ทั
งพร

หมโลกและดาวดึ
งส
อะ
หั
งวั
นทามิ
สั
พพะโ
สข
าพเ
จ
าขอน
อมนมั
สการ
พร

สั
มมาสั

พุ
ทธเ
จ
าและ
พร

อร
หั
นตสาวกทั
งหลายทั

งปวงด

วยเ
ทอญ
พุ
ทธั
งธั
มมั
งสั
งฆั
งเ
อวั
งธาตุ
โยจั
ตตารี
สะสะมาทั
นตา

กสาโลมานะขาขี
จะอะหั
งวั
นทามิ
ธาตุ
โย

105

พร

คาถาบู
ชา
พระ
บร
มสา

ริ

กธา
ตุ
โดย... พร

มหาสุ
พจน
ฐิ
ตชวโนป.ธ. ๙ ว
ดชนะ

สงคร
าม
อะระหั
งสั
มมาสั
มพุ
ทโธ

วเ
นยยานั
งปะ
โพเ
ธตา
ธั
มมะ
ราชาธั
มมะสามี
สุ
ขุ
มั
ญเ
จวะคั
มภี
รั
ญจะ
สารี
ริ
กะธาตุ

ยตั
สสะ
สั
นติ
สุ

ขปะติ
ฏฐาติ
อะหั
งวั
นทามิ
ธาตุ
โย
ระ
ตะ
นั
ตตะยานุ
ภาเ
วนะ
ทิ
ฏฐะ
ธั
มเ
มวิ

รเ
จมิ
อิ
ทธิ
งป
ปโปมิ

วปุ
ลลั

วั
ณณะวาพะละสั
มป
นโน
สะทาภั
ทรานิ
ป
สสามิ

โลกานั
งอะนุ
กั
มปะโก
สั
นติ
มั
คคานุ
สาสะโก
หิ
ตายะสั
พพะ
ปาณิ
นั


ทเ
สติ
อะภิ
ธั
มมิ
กั

ยั
ตถาป
อิ
ธะเ
จติ
ยั

อิ
สสะราสาตะ
ตั
งฐิ
ตา
อะหั
งวั
นทามิ
สั
พพะโส
ระ
ตะ
นั
ตตะยะเ
ตชะสา
สั
พพะสั
มป
ตติ
สิ
ทธิ
ยา
วิ
รุ
ฬหิ
งจุ
ตตะริ
งสะทา
นิ
รามะโยจะนิ
พภะโย
ชะยะโสตถี
ภะ
วั
นตุ

มฯ

บทสว
ดบู
ชา
พร

บร
มสา
รี

กธา

ตุ
อุ
กาสะวั
นทามิ
ภั
นเ
ตเ
จติ
ยั
งสั
พพั
งสั
พพั
ตถะฐาเ

สุ
ปะติ
ฏฐิ
ตั

ข

แต
พระ
องค
ผู


จร
ญ ดั

งข
าพเ
จ
าขอถื
อโอกาสข
าพเ
จ
าขอไหว
ซึ


พร


จดี
ย
ทั
งหมดอั

นตั
งไว

ดี
แล
วใ
นที
ทั

งปวง

พุ
ทธะสารี
รั
งคะธาตุ
งมะ
หาโพธิ
งพุ
ทธะรู
ป
งคั
นธะกุ
ฏิ
งจะตุ
ราสี
ติ
สะ
หั
สเ
สธั
มมั
กขั
นเ

คื
อซึ
งพร


สาร


งคะ

ธา
ตุ
ของพร

พุ
ทธเ
จ
าซึ
งต

นพร

ศรี
มหาโพธิ

ซึ


พร

พุ
ทธร
ปซึ

งพร

ะคั
นธุ
กุ
ฏิ
ของพร
ะพุ
ทธเ
จ
าและซึ
งพร

ะธร

มขั
นธ
ทั
งหลายมี

แปดหมื
นสี

พั

นพร
ะธร
รมขั
นธ
สั
พเ
พตั
งปาทะเ
จติ
ยั
งสั
กการั
ตถั


พื
อสั

กกา
ระ
ซึ
งพร



จดี
ย
คื
อรอยพร
ะบาทเ
หล
านั
นทั

งหมดทั

งสิ



อะหั
งวั
นทามิ
ธาตุ
โยข
าพเ
จ
าขอไหว
พร

ธา
ตุ
ทั


หลาย
อะหั
งวั
นทามิ
สั
พพะโสข

พเ
จ

ขอไหว
โดยปร

การ
ทั
งปวง

อิ
จเ
จตั
งระตะนั
ตตะ
ยั
งอะหั
งวั
นทามิ
สั
พพะทา

106

ข
าพเ
จ
าขอไหว
ซึ

งพร

ะร
ตนตร

ยเ

หล

นั
นใ

นกาลทุ
กเ
มื
อด

วยอาการ
ดั
งนี
แลฯ

อะหั
งวั
นทามิ
อิ
ธะ
ปะ
ติ
ฏฐิ
ตาพุ
ทธะธาตุ
โยตั
สสานุ
ภาเ
วนะสะ
ทาโสตถี
ภะวั
นตุ


ข
าพเ
จ
าขอนมั
สกา

กร
าบไหว
พร

บร
มสาร


กธาตุ

แห
งอง
ค
สมเ
ด็
จพร

สั
มมา
สั
มพุ
ทธเ
จ
าที
ปร


ดิ
ษฐานอยู

ณ ที
นี


ด
วยอานุ
ภาพแห
งกุ
ศลผล
บุ
ญนี

ขอใ
ห
ข

พเ
จ

ปร
ะสบแต
ความสุ
ขควา
มสวั
สดี
ตลอดกาลทุ


มื
อเ

ทอญ

คาถาบู
ชา
พระ
สยา
มเ
ทวา
ธิ



สะยามะเ
ทวาธิ
ราชาเ
ทวาติ

ทวามะหิ
ทธิ
กาเ
ทยยะรั
ฏฐั

อะ
นุ
รั
กขั
นตุ
อาโรคะเ
ยนะสุ

ขนะจะเ
อเ
ตนะสั
จจะวั
ชเ
ชนะ
สุ
วั
ตถิ
โหตุ
สั
พพะทาสะยามะเ
ทวานุ
ภาเ
วนะ
สะ
ยามะ

ทวะ

ตชะ
สาทุ
กขะโรคะภะยาเ
วราโ
สกา
สั
ตตุ
จุ
ป
ททะวาอะเ
นกาอั
นตะรายาป
วิ
นั
สสั
นตุ
อะเ
สสะโต
ชะยะสิ
ทธิ
ธะนั
งลาภั
งโสตถิ
ภาคยั
งสุ
ขั
งพะลั
งสิ
ริ
อายุจะวั
ณ โณ จะโภคั
งวุ
ฑฒิ
จะยะสะ
วาสะตะวั
สสาจะ
อายุ
จะชี
วะสิ
ทธี
ภะ
วั
นตุ

คา
ถา
บู
ชา
พร

พุ
ทธมหา
มณี

ตนปฏิ

มากร
(พร

แก
วมรกต)
วั
ดพร

ศร


ตนศาสดาร


มเ
ขตพร

นครกทม.

107

พุ
ทธะมะหามะณี
ระตะนะปะฏิ
มากะ
รั
งนะ
มามิ
หั
งเ
อเ
ตนะ
สั
จจะวั
ชเ
ชนะโสตถิ

มโหตุ
สั
พพะทา,
ทุ
ติ
ยั
มป
พุ
ทธะ
มะหามะณี
ระตะนะปะฏิ
มากะ
รั
งนะ
มามิ
หั


อเ
ตนะสั
จจะ
วั
ชเ
ชนะโสตถิ

มโหตุ
สั
พพะทา,
ตะติ
ยั
มป
พุ
ทธะมะหามะณี
ระตะนะ
ปะ
ฏิ
มากะรั
งนะมามิ
หั


อเ
ตนะสั
จจะวั
ชเ
ชนะโสตถิ

มโหตุ
สั
พพะทาฯ

พร

พุ
ทธโ
สธร
(วั
ดโสธร
วร
าร
ามวร
วิ
หา
รอ.เ
มื
องจ.ฉะ

ชิ
งเ
ทรา
)
ตั
งนะ

โม๓จบแล

ว
าคาถานี
ทุ

กวั
นจะ
ปลอดภั
ยป
องกั
นอั
นตร
ายทั


ปวงร
มเ
ย็
นเ
ป
นสุ
ขตลอดชี
วิ
ตอี
กทั
งมี


มตตามหานิ
ยมซื
อง

ายขาย

คล
องนํ
ามาซึ
งโภคทร

พย

นะทรงฟ
าโมทรงดิ
นพุ
ทธทรงสิ
นธุ

ธาทรงสมุ
ทรยะ
ทรงอากาศพุ
ทธั
งแคล
วคลาดธั
มมั
งแคล
วคลาด
สั
งฆั
งแคล
วคลาดศั
ตรู
พาลวิ
นาศสั
นติ
นะ
กาโรกุ
กกุ
สั
นโ

สิ

รมั
ชเ
ฌโ
มกาโรโกนาคะมะโนนานาจิ
ตเ
ตพุ
ทธกาโรกั
สสะ

ปพุ
ทโธจะทะ

วเ
นเ
ตธากาโรศรี
ศากกะ
ยะมุ
นี

คตะโมยะ
กั
นเ
นยะกาโ
รอะ
ริ
ยะเ
มตตรั
ยโยชิ
วหาที

ตป
ญจะพุ
ทธา
นะมามิ
หั
งพุ
ทธะบู
ชามะหาเ
ตชะวั
นโตธั
มมะบู
ชา
มะหาป
ญโญ สั
งฆะบู
ชามะหาโ
ภคะวะโหอะระหั
งพุ
ทโธ
อิ
ติ
ป
โสภะคะวานะมามิ
หั

พร

พุ
ทธชิ
นร

(ตั
งนะโม๓จบ)

พุ
ทธะ
มะ
หามะณี
ระ
ตะนะปะฏิ
มากะรั
งปู

ชมิ
ทุ
ติ
ยั
มป
พุ
ทธะมะหามะ
ณี
ระตะนะ
ปะ
ฏิ
มากะรั
งปู

ชมิ
ตะติ
ยั
มป
พุ
ทธะ
มะหามะณี
ระตะนะปะฏิ
มากะรั
งปู

ชมิ

อเ
ตนะสั
จจะวั
ชเ
ชนะมะหาเ
ตโชเ
จวะมะหาป
ญโ

จะมะหาโ
ภโ
คจะมะหายะโสจะภะวั
นตุ


นิ
พพานั
สสะป
จจะ
โยโ
หตุ
(หรื
อวาละลุ
กั
งสั
งวาตั
งวา)

(ตั
งนะ

โม๓จบ)
อิ

มหิ
นานาสั
กกาเ
รหิ
อะ
ภิ
ปู
ชิ

ตหิ
ที
ฆายุ
โกโ
หมิ
อะโรโค สุ
ขิ
โตสิ
ทธิ
กิ
จจั
งสิ
ทธิ
กั
มมั
งป
ยั
งมะ
มะปะสิ
ทธิ
ลาโภชะ
โยโ
หตุ
สั
พพะ
ทาพุ
ทธะ
ชิ
นะราชา
อภิ
ปาเ
ลตุ
มั
งนะโ
มพุ
ทธายะฯ

หร

หร

วั
ดพร

ศร


ตนมหาธาตุ

วร
มหา
วิ
หารอ.เ
มื
องจ.พิ
ษณุ
โลก

108

กาเ
ยนะวาจายะวะเ
จตะสาวาเ
ทวะนะ
คะเ
รจั
กกิ
วั
งสั
สสะ
ป
ญจะมะมะหาราเ
ชนะชิ
นะ
ราชะพุ
ทธะรู
ป
งกะ
ตั
งนะมามิ
หั

(๓จบ)

หลว
งพ
อว
ดไ


ขิ


วั
ดไร
ขิ

งอ.สามพร
านจ.นคร
ปฐม
(ตั
งนะโม๓จบ)

กาเ
ยนะวาจายะวะเ
จตะสามะ

หสั
กขายะเ
ทวะตายะ
อะธิ
ปาถิ
ตั
งอิ
ทธิ
ปาฏิ
หาริ
กั

มั
งคะละ
จิ
นตารามพุ
ทธะปะ
ฏิ
มากะรั
งปู
ชามิ
หั

ยาวะชี
วั
ญจะสุ
กั
มมิ
โกสุ
ขะ
ป
ตถิ
ตายะ

พร

พุ
ทธไ
ตร

ตนนายก(หลว

งพ
อโ
ต)

ดพนั

ญเ
ชิ
งวร
วิ
หา
รจ.พร
ะนคร
ศร
อยุ

ธยา
(ตั
งนะโม๓จบ)

อิ
มิ
นาสั
กกาเ
รนะพุ
ทธั
งอะภิ
ปู
ชะยามิ
, ทุ
ติ
ยั
มป
อิ
มิ
นา
สั
กกาเ
รนะพุ
ทธั
งอะภิ
ปู
ชะ
ยามิ
, ตะติ
ยั
มป
อิ
มิ
นา
สั
กกาเ
รนะพุ
ทธั
งอะภิ
ปู
ชะยามิ
หร


โตเ
สนโตวะระธั
มเ
มนะโ
ตสั
ฎฐาเ
นสุ

ววะเ

โตสั
งอะกาสิ
ขั
นตุ
นั
งโตสะจิ
ตตั
งนะมามิ
หั

หลว
งพ
อว
ดบ


นแหลม
วั
ดเ
พชร
สมุ
ทร
วร
วิ
หารอ.เ
มื
องสมุ
ทร
สงคร
าม
(ตั
งนะโม๓จบ)

นะมะระอะนะเ
ทวะอะ
หร


สะทาวะ
ชิ
ระสะมุ
ททะวะระวิ
หาเ
รปะติ
ฏฐิ
ตั
งนะระเ
ทเ
วหิ
ปู
ชิ
ตั

ป
ตตะหั
ตถั
งพุ
ทธะ
รู
ป
งอะหั
งวั
นทามิ
ทู
ระ
โต

109

พระ
พุ
ทธสิ
หิ
งค
หอพร
ะพุ
ทธสิ
หิ
งค
ศาลากลา
งจ.นครศร
ธร


มร
าช
มะโ
มตั
สสะภะคะวะโตอะระหะโตสั
มมาสั
มพุ
ทธั
สสะ(๓จบ)
(นํ
า) หั
นทะมะ
ยั
งพุ
ทธะปะสั
งสาคาถาโย
พุ
ทธะสิ
งหิ
งโคนามะภะณามะเ
ส.
(รั
บ) อิ
ติ
ปะวะระสิ
หิ
งโคอุ
ตตะมะยะ
โสป

ตโช
ยั
ตถะกั
ตถะจิ
ตโตโสสั
กกาโรอุ
ปาโท
สะ
กาละ
พุ
ทธะสาสะนั
งโชตะยั
นโตวะที
โป
สุ
ระ
นะเ
รหิ
มะ
หิ
โตธะ
ระ
มาโนวะพุ
ทโ
ธติ
.
คํ
าแปล
พุ
ทธสิ
หิ
งคาอุ
บั
ติ
มาณ แดนใ
ด ประ

สร
ฐธเ

กร
กไกรดุ

จกายพร

ศาสดาเ
ป
นที


คา
รพน
อมมนุ
ษย
พร
อมทั



ทวาเ
ปร
ยบเ

ช
นชวา
ลา
ศาสนาที
ยื

นยงเ
หมื
อนหนึ
งพร


สั
มพุ
ทธสุ
วิ
สุ
ทธิ
พร

ะชนม
คงแดนใ

พร

ดํ
าร
งพร

ศาสน
คงก็
จํ
าร
ญ ด

วยเ
ดชสิ
ทธิ
ศั
กดิ

ธพิ
ทั
กษ
อนุ
กู

พร

ศาสน
บ
มี
สู
ญ พร


พิ
มพู

ลมหิ
ทธาข
าฯขอเ
คา
รพน
อมว
จี
ค
อมขึ


บู
ชาพิ
ทั
กษ
ธร
กษาพร

ะศาสน
มาตลอดกาลปวง
ข
าฯจะปร
ะกาศ
พุ
ทธศาสน

ห
ไพศาลขอพร
ะอภิ
บาลชิ
นมารนิ

นดร



ทอญ.

พระ



ดโพธิ

ชั

ยอ.เ
มื
องจ.หนอง
คาย
(ตั
งนะ

โม๓จบ)
อะ
ระ
หั
งพุ
ทโธโ
พธิ
ชะโยเ
สยยะคุ
โณ โ
พธิ
สั
ตโต
มะหาลาโ
ภป
ยั
งมะ
มะภะวั
นตุ
โนโหตุ
สั
พพะทา

พร

พุ
ทธนเ
รศร
สั

กชย
ัไ
พรี
พิ
นาศ
วั
ดบุ
พพา
รา
มอ.เ
มื
องจ.เ
ชี
ยงใ
หม
(ตั
งนะ

โม๓จบ)
อิ
ติ
จิ
ตตั
งเ
อหิ

ทวะตาหิ
จะมะหาเ
ตโชนะระปู
ชิ
โตโสระโส
ป
จจะยาธิ
ปะติ
นะเ
รโสจมะหาลาภั
งสะทาโสตถี
ภะวั
นตุ

110

พระ
คา
ถา
บู
ชาพร

พุ
ทธเ
จ
าหลว

พระสยามมิ
นโธวะโ
รอิ
ติ
พุ
ทธสั
งมิ
อิ
ติ
อรหั

สะหั
สสะกายั
งวะรั
งพุ
ทโธนะ
โมพุ
ทธายะ
(หร
ออาจว

าคา

ถา
บทนี
)

พระสยามมิ
นทร
โธวะโ
รอิ
ติ
พุ
ทธะสั
งมิ
อิ
ติ
อะระ
หั

สะ
หั
สสะกายั
งวะรั
งพุ
ทโธนะโมพุ
ทธายะ
อิ
ติ
ป

สวิ

สเ
สอิ
อิ

สเ
สพุ
ทธะนาเ
มอิ
อิ

มนาพุ
ทธะ
ตั
งโสอิ
อิ
โสตั
งพุ
ทธะ
ป
ติ
อิ
ป
ยะมะมะ
นะโ
มพุ
ทธายะป
ยะมะ
มะนะ
โมพุ
ทธายะปย
ะมะมะ
นะ
โมพุ
ทธายะ
(หร
ออาจว

าคาถาแบบเ
ต็
มร
ปแบบดั

งนี
)

นะ
โมตั
สสะภะคะวะโตอะระหะโตสั
มมาสั
มพุ
ทธั
สสะ
นะ
โมตั
สสะภะคะวะโตอะระหะโตสั
มมาสั
มพุ
ทธั
สสะ
นะ
โมตั
สสะภะคะวะโตอะระหะโตสั
มมาสั
มพุ
ทธั
สสะ
อิ
ติ
ป

สวิ

สเ
สอิ
อิ

สเ
สพุ
ทธะนาเ
มอิ
อิ

มนาพุ
ทธะตั
งโสอิ
อิ

สตั
งพุ
ทธะป
ติ
อิ

ไทยอั
นมี
องค
พร

มหากษั
ตร
ย


ป
นปร
ะมุ
ข ธํ
าร
งไว
ซึ
งปร


ชาธิ
ปไตย

พื
อใ

ห
ปวงชนชาว
ไทยอยู
ร


มกั
นอย
างร
มเ

ย็
นเ
ป
นสุ
ขภายใ
ต
พร

บาร
มี
ของ
ล
นเ
กล
าล
นกระ
หม
อมแห
งองค
พร

บา
ทสมเ
ด็
จพร


จ
าอยู
หั

วภู
มิ
พลอดุ
ลยเ
ดชและพร
ะมหากษั
ตร
าธิ

าชไทยทก
ุพร
ะองค
ด
วยเ
ทอญ

คา
ถา
สวดบู
ชาเ
จ

แม
กวนอิ

(เ
ป
นกา
รออกเ
สี
ยงตามภาษาจี
นแต
จิ
วที

ชาว

ไทยเ
ชื
อสายจี

นใ
นไทย
แปลไว
ทั
งสอง

บทแต

นควา
มเ
ป
นจร
งแล

วท
านสามาร
ถอธิ
ษฐานเ
ป

ภา
ษาไทยหร
อภาษาอะไร

ก็
ได

พร
าะ
ว
าการ
สื
อความหมายจะใ

ช
แร

อธิ
ษฐานที


กิ
ดจากความตั
งใจอั

นแน
วแน
ของผู
กร

าบไหว

นขณะสวด
บร
กรร

มนั
นเ

องที
สํ


คั
ญที
สุ

ด)

(หร
อจะช

วยกั
นร

มจิ
ตอธิ
ษฐานภาวนาพร

คา
ถาบู
ชาพร

พุ
ทธ

จ
าหลวงโ
ดยขอพร
จากพร
ะองค
ท

นเ
ป
นตั
วอย
างดั
งต
อไปนี
)

นํ
าโ
มไต
ชื
อไต

ปุ
ยกิ
วโคว
กิ
วหลั


กวงไต

ล
งก้
ากวงสี

อิ

มผู
สั

ก(กราบ)
นํ
าโ
มไต
ชื
อไต

ปุ
ยกิ
วโคว
กิ
วหลั


กวงไต

ล
งก้
ากวงสี

อิ

มผู
สั

ก(กราบ)
นํ
าโ
มไต
ชื
อไต

ปุ
ยกิ
วโคว
กิ
วหลั


กวงไต

ล
งก้
ากวงสี

อิ

มผู
สั

ก(กราบ)
นํ
าโ
มฮู
กนํ
าโมหวบนํ
าโมเ
จ็

นํ
าโมกิ
วโคว
กิ
วหลั
งกวงสี

อิ

มผู
สั


ทั
งจี

โตโ

อมเ
กี
ยล
อฮวดโตเ
กี
ยล
อฮวดโ


กี
ยล
อฮวดโตล
อเ
กี
ยฮวดโ
ตล
อเ
กี
ยฮวดโต
ซาผ
อออเ
ที
ยงล
อซิ
งตี

ล

อซิ
งนั

งลี

หลั


งหลั
งลี

ซิ




จ็
กเ
ฉี
ยกใจเ
อี
ยงห
วยอุ
ยติ

งนํ

าโมม
อออป
อเ
ยี
ยปอล

อบิ


(กราบ)

ขอเ
ดชะใ
ต
ฝ
าละอองธุ
ลี
พร
ะบาทปกเ
กล
าปกกร

หม
อม
ข
าพร

พุ
ทธเ
จ
า...(ชื
อ) ขอถวายบั

งคมองค
สมเ
ด็
จพร
ะพุ
ทธเ
จ
าหลวง
ขออั
ญเ
ชิ
ญพร

บา
รมี
แห
งพระ
องค
โปร
ดดลบั
นดาลให
ข
าพร
ะพุ
ทธเ
จ

มี
คว
ามเ
จร
ญร

งเ



องก


วหน

ทั
งชี

วิ
ตคร
อบครั
วและ
ธุ

กิ
จกา

งานหวั

สิ
งใ

ดขอให
สมปร
าร
ถนาขออั
ญเ
ชิ
ญพระ
บา

มี
แห
งพร
ะองค
โปร
ดดล
บั
นดาลพิ
ทั
กษ

กษาปกแผ


ห
ปว
งชนชาว
ไทยทั
งชาติปรา

ศจาก
ภยั
นตร
ายอั
นก
อความแตกแยกสามั
คคี
ให
มี
แต
สั
นติ
สุ
ขขอให
ชาติ

คํ
าแปล
ข

พเ
จ

ขอนอบน
อมแด
พร

แม
กวนอิ
มมหาโพธิ
สั
ตว
พร

ผู


ป
ยมล


ด
วยพร
ะมหาเ
มตตาพร

มหากร
ณา

อั
นยิ
งใ

หญ
ไพศาลขอได
โปร

บํ
าบั
ดทุ
กข
โศกโร
คภั
ยอั
นตร
ายทั
งปว

งข
าพเ
จ
าขอน
อมถึ
งพุ
ทธานุ
ภาพธร
รมานุ
ภาพสั
งฆานุ
ภาพ พร

แม
กวนอิ
มมหา
โพธิ
สั
ตว
ขอได
โปร
ดขจั
ดป
ดเ
ป
าทุ
กข
โศกโร
คภั
ยทั
งปวงใ

ห
หมดสิ
นไปขอควา

มสุ

สมปรา

ถนาทุ
กปร
ะการจงมี
แด
ข
าพเ
จ
าขอเ
ทพเ
จ
าเ
บื
องบนและ

พระสยามมิ
นโทวะโรอิ
ติ
พุ
ทธะสั
งมิ
อิ
ติ
อะระหั

สะหั
สสะ
กายั
งวะรั
งพุ
ทโธ
นะโ
มพุ
ทธายะมาสี
สะมานั

111

112


ทพเ
จ


บื
องล


งทั
งหมดได

โปร
ดป
ดเ
ป
าใ
ห

วร
กร

มและ
สร



คร
าะห
ทั
งมวลจงหมดสิ

นไป

คา
ถา
บู
ชา
พร

พร
หม
โอมปะระเ
มสะนะมั
สการั

องการะ
นิ
สสะวะรั
งพรหมเ
รสสะยั
มภู
ป
สสะวะวิ
ษณุ
ไวยะทานะโมโทติ
ลู
กปม
ทะระมายิ
กยานั
งยะ
ไวยะลา
คะ
มุ
ลั
มสะทานั
นตะระวิ
มุ
สะ
ติ
นั
นนะ
มั
ตเ
ตนะ
มั
ตเ
ตร
จะอะการั
งตโถวาจะเ
อตามาตาระยั
ตตะมั
นตะ
รามา
กั
ตถะนารั
มลาจะ
สะระวะปะ
ติ
ตั
มสั
มโภพะกลโล
ทิ
วะทิ
ยั
มมะตั
มยะ

คาถาบู
ชา
พระ
พิ
ฆเ
ณศ

อมศรี
คเ
ณศายะนะมะฮา
(เ
ป
นบทสว
ดหลั
ก)
โอมพระพิ
ฆเ
ณศวรสิ
ทธิ
ประสิ
ทธิ

มมหาลาโภ
ทุ
ติ
ยั
มป
พระพิ
ฆเ
ณศวรสิ
ทธิ
ประสิ
ทธิ

มมหาลาโภ
ตะติ
ยั
มป
พระพิ
ฆเ
ณศวรสิ
ทธิ
ประสิ
ทธิ

มมหาลาโ

(บทสวดของไทย)
โอมนะโ
มพระคเ
ณศายะ
นะโมนะมะคั
นธะมาละ
สิ
ทธาหะนั
งกะพะมะนะ
สั
มมาอะ
ระ
หั
งวั
นทามิ
(บทสวดของศิ
ลปากร
)
โองการพิ
นทุ
นาถั
งอุ
ปป
นนั

พรหมมะ
โนจะอิ
นโทพิ
ฆเ
ณศวรโ
ตมหาเ
ทโว
อะหั
งวั
นทามิ
สั
พพะทา
สิ
ทธิ
กิ
จจั
งสิ
ทธิ
กั
มมั
งสิ
ทธิ
การิ
ยั
งประ
สิ
ทธิ

มฯ
( ศาลพร

พิ
ฆเ
นศเ
ซ็
นทร
ลเ

วิ
ลด
รา
ชประ
สงค
)

113

มหาเ
ทวะมหาสลั
มมหาวะ
ศะ
การั

พระพิ
ฆเ
ณวาสะวะลั
มพรหมมานั

วิ
ญญานั
งโอมทู
ป
งที
ป

มะนะสะ
การั
มบุ
ปผั
งญะลาผลั
งนิ

(บทสวดของพิ
พิ
ธภั
ณฑ
ช
างเ
อร
าวั
ณ)
โอมปารวตี
ป
ตตเ
ยฮาราฮาราฮารามหาเ
ทวา
คาชะนะนั
มภู
ตะคณาธิ

สวะตั

กะป
ตะชั
มพู
ผะละจารุ
ภั
กษะณั

อุ
มาสุ
ตั
มโศกะวิ
นาศะการะกั

นะมามิ
วิ
ฆเ
นศวะ
ระปาทะป
งกะชั

(บทสวดดั
งเ

ดิ
มของอิ
นเ
ดี
ยโบร

ณ)

คา
ถาบู
ชา
พร

สั
งกั
จจา
ยน
อิ
มิ
นาสั
กกาเ
รนะสาวะกะสั
งโฆกั
จจายะ
นะเ
ถโร
มะหาเ
ตชะวั
นโตพุ
ทธะโภคาวะโหปาระ
มิ
ตาโร
อิ
ทธิ
ฤทธิ
ติ
ตะมะณะตั
งสะ
ระ
ณั
งคั
จฉามิ

คํ

อาร
ธนา
พร

สี

ลี
สี
วะ
ลี
จะหมาเ
ถโรเ
ทวะตานะระ
ปู
ชิ
โตโสระ
โหป
จจุ
ยาทิ
มหิ
อะหั

วั
นทามิ
ตั
งสะ
ทาสี
วะลี
จะมะหาเ
ถโ

ยั
กขาเ
ทวาภิ
ปู
ชิ
โตโสระโหป
จจะ
ยาทิ
มหิ
อะหั
งวั
นทามิ
ตั
งสะ
ทาสี
วะลี

ถระคุ
ณั
งเ
อตั
งโ
สตถิ
ภะวั
นตุ

มฯ

คา
ถา
ท
าว

วสสุ


รณ (จุ
ดธู
ป๙ ดอก)
อิ
ติ
ป

สภะคะวายมมะราชาโ
นท
าวเ
วสสุ
วรรณโณ มะ
ระ
ณั

สุ
ขั
งอะหั
งสุ
คะโตนะโ
มพุ
ทธายะท
าวเ
วสสุ
วรรณโ

จาตุ
มะหาราชิ
กายั
กขะพั
นตาภั
ทภู
ริ
โตเ
วสสะพุ
สะ
พุ
ทธั
งอะระหั
งพุ
ทโ
ธท
าวเ
วสสุ
วรรณโ
ณ นะโมพุ
ทธายะ

114

คาถาพญายม

คาถาบู
ชา
กร
มหลวง
ชุ
มพรเ
ขตอุ
ดมศั
กดิ

( บทยาว)

ปะโตเ
มตั
งปะ
ระ
ชี
วิ
นั
งสุ
ขาโตจุ
ติ
จิ
ตะ

มตะนิ
พพานั
งสุ
ขะโตจุ
ติ

นะโมตั
สสะภะคะวะโตอะระหะโตสั
มมาสั
มพุ
ทธั
สสะ
(สวด๓จบ)
ชุ
มพรจุ
ติ
อิ
ทธิ
กะระณั
งสุ
โขนะ
โมพุ
ทธายะ
มะอะ
อุ
อิ
สะ
วาสุ
สุ
สะวาอิ
อิ
ทธิ
ฤทธิ
อิ
ทธิ
ฤทธั
งอรหั
งพุ
ทโธพุ
ทธมหาลาโภ
มหาเ
ทโ
วพุ
ทโ
ธโ
ลกะนาถั

พุ
ทธอรหั
งอะนะมะพะทะจะพะกะ
สะหุ
ลุ
หุ
ลู
สวาหายะภวั
นตุ

ต(เ
ม)

คา
ถา
บู
ชา
พร

นเ
รศวร
(๑)
(ของว
ดใ

หญ
ชั
ยมงคลจั
งหวั
ดพร

นคร
ศร
อยุ

ธยา)
ตั
งนะโ

ม๓จบ(ระลึ
กถึ
งองค
สมเ
ด็
จพระนเ
รศวรมหาราช)
อิ
ติ
จิ
ตตั
งเ
อหิ

ทวะตาหิ
จะมหาเ
ตโชนะ
ระ
ปู
ชิ
โต
โสระโ
สป
จจะยาทิ
ปปะติ
นะ

รโสจะมหาราชาเ
มตตาจะกะโ
รติ
มหาลาภั
งจะทาโ
สถี
ภะวั
นตุ

คา
ถา
บู
ชา
พร

นเ

ศว
ร(๒)
ตั
งนะโม๓จบ

มะมามิ
สิ
ระสาพิ
มพั
งพุ
ทธะญานะนเ
รศวร
สั
พพะทุ
กขะสะเ
มตารั
งสั
นติ
ทั
งสุ
ขะ
ทั
งสะทาติ

คาถาบู
ชา
พระ
นเ

ศวร
(๓)
ตั
งนะโม๓จบ

นเ
รศจุ
ติ
สิ
ทธิ
การะณั
งอะ
หั
งสุ
คโตนะโมพุ
ทธายะวะบั
งบั
งหั

คาถาบู
ชาพร


จ
าตา
กสิ

(สํ
าหร
บบุ

คคลทั
วไป)

นะโ
ม๓จบ
โอมสิ
โนราชาเ
ทวะชะยะตุ
ภะวั
งสั
พเ
พศั
ตรู
วิ
นาสสั
นติ
โอมสิ
โนราชาเ
ทวะนะมามิ
หั
ง(๓เ
ที
ยว)

(สํ
าหร
บเ

หล
านั
กร
บ)
นะโ
ม๓จบ
ปู
ตากตะ

อุ
อิ
ตั
งตากสิ
นราชะโยตั
งอิ
นะโมพุ
ทธายะ (๓เ
ที
ยว)

115

คา
ถา
บู
ชาเ
สด็
จเ
ตี
ยกร

มหลวงชุ
มพร(แบบสั
น)

นะโมตั
สสะภะคะวะโตอะระหะโตสั
มมาสั
มพุ
ทธั
สสะ
(สวด๓จบ)
โอมชุ
มพรจุ
ติอิ
ทธิ
กรณั
งสุ
ขโข
นะ
โมพุ
ทธายานะมะพะทะจะพะ
กะสะมะอะ
อุ

บทสวดบู
ชาพร


าหู
(๑)
อิ
ติ
ป
โสภะคะวาพระราหู
จะมั
สมิ

จะพุ
ทธะคุ
ณั
งจะธั
มมะคุ
ณั
งจะสั
งฆะคุ
ณั

สั
พพะทุ
กขั
งสั
พพะภะยั
งสั
พพะโรคั
งวิ
วั
ชชะ


สั
พพะลาภั
งภะวั
นตุ

บทสว
ดบู
ชา
พร



หู
(๒)
โอมเ
อกะ
จั
กขุ
นาริ

กลาสุ
ริ
ยะ
จั
นทระประ
ภา
ราหู
คาหาสั
ตตะระตะนะสั
มป
นโนมณี
โชติ
ระ
โสยะถาสุ
วั
ณณะรั
ชชะตะสะมิ
ทธาอะหั
งวั
นทามิ

มสะทาฯ

บทสวดบู
ชา
พร

รา
หู
(๓)
(ตั
งนะโ

ม ๓จบ)
ยั
สสานุ
สสะระเ
ณ นาป๑๒จบ

116

แล
วขอพร
ะร
ตนตร

ยว


ข
าพเ
จ
ามี

ครา
ะหกิ
จการ
ค
ากา
รขาย ข

พเ
จ

ขอคุ

พร
ะร
ตนตร

ยเ

ป
นทพ
่ึ

ง โปร

ดคุ
มคร

องใ
ห
ข
าพเ
จ
าเ
จร
ญด

วย
การ

งิ
นการ
ทองกา
รค
าการ
ขายการ
งานปร
ะการ
ทั
งปวงเ

ทอญ

บทสว
ดบู
ชา
พระ
รา
หู
(๔)
(ขึ
นนะโ

ม๓จบ)
พระคาถาสุ
ริ
ยะ
บั
พพา
กุ
สเ
สโตมะมะกุ
สเ
สโตโตลาลามะ
มะ
โตลาโมโทลาโมมะ
มะโทลาโมมะมะ
โทลาโ
มตั
งเ
หกุ
ติ
มะมะเ
หกุ
ติ

พระคาถาจั
นทบั
พพา
ยั
ตถะตั
งมะ
มะตั
งถะยะตะ
วะ
ตั

มะ
มะตั
งวะติ
ตั
งเ
สกามะ
มะ
กาเ
สตั
งกาติ
ยั
งมะ
มะยะ
ติ
กาฯ
คํ
าถวายเ
ครื
องสั

งเ
วยพระ
ราหู
นะโมเ
มพระราหู

ทวานั
งธู
ปะที
ปะ
จะปุ
ปผั
งสั
กการะวั
นทะนั
งสู
ปะพะยั
ญชะ
นะ
สั
มป
นนั
งโภชะนานั

สาลี
นั
งสะปะริ
วารั
งอุ
ทะ
กั
งวะรั

อาคั
จฉั
นตุ
ปะริ
ภุ
ญชั
นตุ
สั
พพะทา
หิ
ตายะสุ
ขายะพระราหู

ทวา
มะ
หิ
ทธิ
กาเ
ตป
อั
มเ

อะนุ
รั
กขั
นตุ
อาโรคะ

ยนะสุ

ขมะจะฯ
ข
าแต
พร
ะร
าหู

ทพแห
งโ
ชคลาภอั
นศั
กดท
์ี

สุ


ข
าขอบู
ชา
ท
านด
วยของดํ
า๘ อย


ขอให
ข
าปรา
ศจากภั
ยและ
อั
นตรา
ยใดๆ

117

ขอใ
ห
ท
านประ
ทา
นพร
โชคลา

ควา
มร่


รว
ยทั
งหลายทั

งปวงใ

ห
แก
ข
าด
วยเ
ทอญ

คา
ถา
บู
ชาแม
นางกว


(ดี
ทางด
านค

ขา
ยเ
มตตามหานิ
ยม)
ว
านะโ
ม๓จบแล
วกล

วดั
งนี

โอมปู


จ
าเ
ขาเ
ขี
ยวมี
ลู
กสาว
คนเ
ดี
ยวชื
อว


แม
นางกวั

หญิ
งเ
ห็
นหญิ

รั
กชายเ
ห็
นชายรั
กอยู
ทุ

กถ

นหน


อหิ
มา
มะ
มะอา
คั
จเ
ฉยยะอาคั
จฉาหิ

อหิ
มามะมะ
จะ
ค
าขายก็
ขอให

ป
นเ
ศร
ษฐี
หนึ
งป

ให

ป
นพ
อค

สํ
าเ
ภาทอง
จะ
ค
าเ

นขอให



นเ

ข
ามากองจะ
ค

ทองขอให
ไหลมาเ
ทมา

ต็
มบ
านเ
ต็
มเ

อนจะค

าขายสิ
งหนึ

งปร


กา
รใ
ดขอใ
ห
ซื
อง

าย
ขา
ยคล
องขอใ
ห
ซื
อง

ายขายดี
ขอใ
ห

ป
นเ
ศร
ษฐี
มหาเ
ศร
ษฐี
อา
คั
จเ
ฉยยะอาคั
จฉาหิ

อหิ
มามะมะนะมะ
อะอุ
นะ
ชาลี
ติ
อิ
กะ
วิ
ติ
พุ
ทธะ
สั
งมิ
ทุ
สะ
มะ
นิ
อิ
ธะ
คะมะจะ
พะ
กะสะนาสั
งสิ


สุ
มะ
โมโลนะ
โมพุ
ทธายะนะ
มะ
พะทะนะ

มตตาโมขายดี
พุ
ทธไม
ต
อธาซื
อดี

ยะใ
จดี
มิ

จอ
อนร

ัพุ
ทโธปฏิ

ป

งสั
มปะฏิ
จฉามิ

พี
ยงสิ

ทธิ
โภคาสิ
ทธิ
พะ
ลาสิ
ทธิ
จะมหาเ
ดชานะ
ชาลี
ติ

อหิ
จงมา
พุ
ทธะ
สั
งมิ
นิ
มามะ
มา
มา
มา
ช
วยกั
นค
ามาช

ยกั
นขายกวั
กเ
อาเ
งิ
นมากวั
กเ
อาทอง
มา
กว
กเ

อา
โชคลา
ภแก
วแหวนเ
งิ
นทองข
าวของหน
าที
การ

งาน
ผู
คนชื

อเ

สี
ยงเ
กี
ยรติ
ยศข
าทา
สหญิ
งชายมา
มา
ด

ยนะ
โมพุ
ทธายะปฏิ

ป

งสั
มปะฏิ
จฉามิ

พี
ยง

พุ
ทธั
งขอให

ป
นเ
ศร
ษฐี
มหา

ศร
ษฐี
ธั
มมั
งขอใ
ห

ป
นเ
ศร
ษฐี
มหา

ศร
ษฐี
สั

ฆั
งขอใ
ห

ป
นเ
ศร
ษฐี
มหาเ
ศรษฐี

ตชะสุ

นมะภู
จะ
นาว


วอิ
ติ
นะ

ยปะ

งยุ

ตเ

ขอจง
นํ
าเ
อา
โชคลาภแก
วแหวนเ
งิ
นทองข
าวของ
มา
สู


นสถา
นที
นี

ด

วยเ
ทอญ
พุ
ทธั
งร
กษาธั

มมั
งร
กษาสั

งฆั
งร
กษา

พุ
ทธั
งคุ
มธั

มมั
งคุ
มสั

งฆั

คุ



อหิ
พุ
ทธานุ
ภา

วนะเ
อหิ
ธั
มมานุ
ภาเ
วนะเ
อหิ
สั
งฆานุ
ภา

วนะ
อา
ยุ
วร

โณ สุ
ขั
งพลั

118

คา
ถา
บู
ชานาง
กว
ก(แบบสั

น)

ทุ
สะนิ
มะธะ
นั
งโ
ภคา

อหิ
อาคั
จเ
ฉยยะอาคั
จฉาหิ

อหิ
จิ
ตตั
งป
ยั
งมะ
มะ

คา
ถา
บู
ชา
พร

หนุ
มาน

คาถาบู
ชา
ชู
ชก
โอมนะโมโ
พธิ
สั
นโต กั
ณหาชาลี
กุ
มาโ

โอมพั
ทธิ
ราชกุ
มาโร ชะหั
งหั
งเ
มสั
ตตะ
สวาโ
หม

คาถาบู
ชา
คร


นะคะครุ
ฑ ธาประรายั
นติ

บู
ชาพร
ะหนุ
มานขอพรใ
ห
มี
คว
ามเ
ข
มแข็
งชนะ
ศั
ตร

มี
แต
ความ
แข็
งแกร
งไม
พ
ายแพ
ต
อสิ
งใ

ดขอพร
หนุ
มา
นใ
ห
ปร

ทานความซื
อสั

ตย
จา
กผู


ต
บั
งคั
บบั
ญชาและประ
ทา
นความร
กใ

คร


อ็
นดู
จา

ผู
บั

งคั
บบั
ญชาใ
ห
พรเ
จ
านาย-หั

หน
า-ลู
กน
อง-บร
วารมี

แต
คว
ามกลม

กลี
ยวสา
มั
คคี
ไม

กลี
ยดชั
งกั

การ
บู
ชาพระ
หนุ
มา
นควร
บู
ชาควบคู
กั

บพร
ะร
ามมี
บทสวดให

ลื
อกคื

ตั
งนะโม(๓จบ) แล

วว

ทุ
สะนิ
มะธะนั
งโภคา

อหิ
อาคั
จเ
ฉยยะอาคั
จฉาหิ

อหิ
จิ
ตตั
งป
ยั
งมะมะ

-โ
อมศรี
หนุ
มานนะมะห

คา
ถา
บู
ชา
ฤาษี

-โอมศรี
หนุ
มั
ทเ
ตนะมะ
ห

โอมอิ
มั
สมิ
งพระประโคนธั

พระ
มุ
นี

ทวาหิ
ตาตุ
มเ
หปะ
ริ
ปะริ
ภุ
ญชั
นตุ

-โอมศรี
รามะชยะชยะรามะ
โอมศรี
หนุ
มานะชยะชยะหนุ
มานะ

คา
ถา
บู
ชาเ
หล็
กไ
หล

- โอมอั
ญจาเ
นยายะวิ
ดมาเ

มหาบั
ลลาเ
ยดี
มาฮี
ตั
นโนหนุ
มานประ
โจทะยาต
- โอมอั
นจานี
สุ
ทายะชาวิ
ดมาเ

วายุ
ปุ
ตรายะชาดี
มาฮี
ตั
นโนมรุ
ทถี
ประ
โจทะยาต
- โอมมะโนจาวั
มมารุ
ตาตุ
ละยาเ
วกั

จิ

ทนทริ
ยั
มพุ
ทธิ
มาตั
มวาริ
สะตั

วาตั
ตตะมาชั
มวานะรายุ
ธมุ
ขยั

ศรี
รามทุ
ตั
มสาระ
นั
มประ
ป
ทเ

119

คาถาบู
ชา
พยา
หงส

พุ
ทโธเ
มนาโ
ถธั
มโมเ
มนาโ
ถสั
งโฆเ
มนาโ
ถสะกะ
พะจะ
บู
ชาจะข
าพเ
จ
าขอบู
ชา
ท
านผู
ดู

แลร
กษาธาตุ

อั
นศั
กดิ
สิ

ทธิ

ทร
งฤทธิ

อา
นุ
ภาพอิ
สะ
วา
สุ
อิ
ติ
ป
โสภควาเ
หล็
กไหลเ
จร
ญมาเ

จริ
ญยิ



จร
ญดี

สิ
งดี

ๆทั
งหลายหลั



ไหลมาหาข
าพเ
จ
าสั
มมะสั
มมาสั
มมาสั
มมะ
มะอะ
อุ
นะ
มะพะทะนะ
โมพุ
ทธายะ

คา
ถา
บู
ชาพร

แม

พสพ
ตั
งนะ

โม๓จบแล
วกล
าว
ว


พสะวะโ
ภชะ
นั
งอุ
ตตะ
มะลาภั
งมั
ยหั
งสั
พพะ
สิ
ทธิ
หิ
ตั
งโหตุ

120

คา
ถา
พร

แม
ธรณี
คา
ถา
บู
ชาพร

แม
ธร
ณี
มี
หลายตํ
าร

ตั
งนะโม๓จบว

าพุ

ทธคุ
ณ ธร
รมคุ
ณ สั
งฆคุ
ณ แล
วว

อิ
ติ
ป
โสภะ
คะ
วาสะวาอะระหั
งสุ
คะโตสวาหะ
๓จบหลั

จากนั
นสวดด



ตั
สสาเ
กษี
สะโ
ตยะถาคงคา
โสตั
งปะวั
ตตั
นติ
มาระเ
สนา
ปฏิ
ฐาตุ
งอาสั
กโภนโต
ปะ
ลายิ
งสุ
ปาริ
มานานุ
ภาเ
วนะมาระ

สนาปะราชิ
ตาทิ

สทิ
สั

ปะลายั
นติ
วิ
ทั
งเ
สนติ
อะเ
สสะ
โต
อย
างน
อย๓จบแต
ถ
าจะใ
ห
ดี
๒๑จบเ
พร
าะ
กํ

ลั
งของ
แม
พร

ธร
ณี
คื
อ๒๑

คาถาพร


จ
า๑๖พร

อง
ค
นะมะนะอะนอกอ นะ
กะนอออนอ อะนะอะ
กะ
อั

อุ
มิ
อะมิมะ
หิ
สุ
ตั
ง สุ
นะพุ
ทธั
ง อะสุ
นะอะ

คา
ถา
มง
กุ
ฏพร

พุ
ทธเ
จ

อิ
ติ
ป

ส วิ

สเ
สอิอิ

สเ
สพุ
ทธะนาเ
มอิ
อิ

มนาพุ
ทธะ
ตั
งโสอิ อิ
โสตั
งพุ
ทธะป
ติ
อิ

คา
ถา
กํ

แพงแก
ว๗ ชั


พุ
ทธั
ง สั
ตตะรั
ตนะมหาปาการั
งสะระณั
ง คั
จฉามิ
ธั
มมั
ง สั
ตตะรั
ตนะมหาปาการั
งสะ
ระ
ณั
ง คั
จฉามิ
สั
งฆั
ง สั
ตตะ
รั
ตนะมหาปาการั
งสะ
ระ
ณั
ง คั
จฉามิ
กลา
งคื
นใ
ห
สว
ด ๗ จบ แล
วเ
อาจิ
ต(นึ
กเ
ห็
น) วงร
อบบ

นเ

มจา



ขวาไปซ
ายเ
ป
นทั
กษิ
ณาวั
ฏป
องกั
นสร

พภั
ยว


ศษนั
กแล

121

คา
ถาบู
ชา
ดว
งชะ
ตา
นะโมเ
มสั
พพะเ
ทวานั

สั
พพะ
คะ
ระ
หะจะเ
ทวานั

สุ
ริ
ยั
ญจะปะ
มุ
ญจะถะ
สะสิ
ภุ
มโมจะเ
ทวานั

วุ

ธลาภั
งภะวิ
สสะติ
ชี

วสุ
กะโรจะมะหาลาภั

โสโรราหู

กตุ
จะมะหาลาภั

สั
พพะ
ภะยั
งวิ
นาสสั
นติ
สั
พพะทุ
กขั
งวิ
นาสสั
นติ
สั
พพะโรคั
งวิ
นาสสั
นติ
ลั
กขะ
ณาอะหั
งวั
นทามิ สั
พพะทาสั
พเ
พเ
ทวามั
งปาละยั
นตุ
สั
พพะทาเ
อเ
ตนะมั
งคะละเ
ตเ
ชนะ สั
พพะโ
สตถี
ภะวั
นตุ

คา
ถา
อุ
ณ หิ
สสว
ชย


อั
ตถิ
อุ
ณ หิ
สสะวิ
ชะโย
สั
พพะ
สั
ตตะ
หิ
ตั
ตถายะ
ปะริ
วั
ชเ
ช ราชะทั
ณเ

พยั
คเ
ฆนาเ
ควิ

สภู


สั
พพั
สมามะระณามุ
ตโต
ตั
สเ
สวะอานุ
ภาเ
วนะ
สุ
ทธะสี
ลั
งสะมาทายะ
ตั
สเ
สวะอานุ
ภาเ
วนะ
ลิ
กขิ
ตั
งจิ
นติ
ตั
งปู
ชั

ปะเ
รสั
งเ
ทสะนั
งสุ
ตวา

ธั
มโ
ม โลเ
กอะนุ
ตตะ
โร
ตั
งตวั
งคั
ณ หาหิ

ทวะเ

อะมะ
นุ
สเ
สหิ
ปาวะเ

อะกาละมะ
ระ

ณนะวา
ฐะ

ปตวากาละมาริ
ตั

โหตุ

ทโวสุ
ขี
สะทา
ธั
มมั
งสุ
จะ
ริ
ตั
งจะเ

โหตุ

ทโวสุ
ขี
สะทา
ธาระณั
งวาจะนั
งคะ
รุ

ตั
สสะอายุ
ปะวั
ฑฒะตี
ติ

คาถาอุ
ณหิ
สหร
ออุ

ณหิ
สสวิ
ชั
ยนี
้ใช
สํ

หร
บคนที

ดวง

ชะ
ตาขาด
ภาว
นา

ป
นกา

ต
อดว
งชะ
ตา
ชี
วิ
ตและแม
บุ
คคลทั
วไปจะ


ช
ภาวนาก็
จะ
ทํ
าใ
ห

กิ
ดโชคลาภมี
อํ
านาจมี
บร
วารและ

ปรา
ศจา
กภั
ยอั
นตร
ายจง
ภาว
นา
ทุ
กเ
ช
าค่
าเ

ถิ

คา
ถา
สะ

ดาะ

คร
าะ
ห
(ต
ออา
ยุ
)

ห
ภาวนาทุ
กเ
ช
าเ
ย็
นคนที
ดวงชะ

ตาไม
ขาดก็

ช
ได
ถื
อเ
ป
นการ
ต

ดวงชะ
ตาชี
วิ
ตมี
อานุ
ภา
พใ
ห

กิ
ดโชคลาภและ
ปร

ศจากอั
นตร
าย

122

อิ
ติ
ป

สภะคะวาพระ
อาทิ
ตย

ทวาวิ
ญญาณะสั
มป
นโน
อิ
ติ
ป
โสภะคะวาพระจั
นทร

ทวาวิ
ญญาณะสั
มป
นโน
อิ
ติ
ป
โสภะคะวาพระอั
งคารเ
ทวาวิ
ญญาณะ
สั
มป
นโ

อิ
ติ
ป
โสภะคะ
วาพระพุ
ทธเ
ทวาวิ
ญญาณะสั
มป
นโ

อิ
ติ
ป
โสภะคะวาพระพฤหั
สเ
ทวาวิ
ญญาณะสั
มป
นโน
อิ
ติ
ป

สภะคะวาพระศุ
กร

ทวาวิ
ญญาณะสั
มป
นโน
อิ
ติ
ป
โสภะคะวาพระเ
สาร

ทวาวิ
ญญาณะสั
มป
นโน
อิ
ติ
ป
โสภะคะวาพระ
ราหู

ทวาวิ
ญญาณะสั
มป
นโ

อิ
ติ
ป

สภะคะวาพระเ
กตุ

ทวาวิ
ญญาณะสั
มป
นโน
อิ
ติ
ป
โสภะคะวาอะระหั

อิ
ติ
ป

สภะคะวาสั
มมาสั
มพุ
ทโธ
อิ
ติ
ป
โสภะ
คะ
วาวิ
ชชาจะ
ระ
ณะสั
มป
นโ

อิ
ติ
ป
โสภะ
คะ
วาสุ
คะ
โต
อิ
ติ
ป
โสภะคะวาโลกะวิ
ทู
อิ
ติ
ป
โสภะ
คะ
วาอะนุ
ตตะ
โรปุ
ริ
สะทั
มมะ
สาระ
ถิ
อิ
ติ
ป

สภะคะวาสั
ตถาเ
ทวะมะนุ
สสานั

อิ
ติ
ป

สภะคะวาพุ
ทโธ
อิ
ติ
ป

สภะคะวาภะคะวาภะ
คะ
วาติ

คา
ถา
อาร

ธนาพร


ครื
อง

พุ
ทธั
งอาราธะนานั

สั
งฆั
งอาราธะนานั

ธั
มมั
งประสิ
ทธิ

ธั
มมั
งอาราธะนานั

พุ
ทธั
งประ
สิ
ทธิ


สั
งฆั
งประสิ
ทธิ

คา
ถา
อาร
ธนา
พร

สมเ
ด็


ตเ
สนโ
ตวะ
ระ
ธั
มเ
มนะ
โตสั
ฏฐาเ
นสิ

ววะเ


ตสั
งอะกาสิ
ชั
นตู
นั

โตสะจิ
ตตั
งนะมามิ
หั

123

คา
ถา
บู
ชาดวงปร

จํ

วั
นเ
กิ

สวดบู
ชาเ
ป
นปร
ะจํ
าจะ
ทํ
าใ
ห

กิ
ดสิ

มงคล,เ

สร
มดว

งชะ
ตา
และ

กิ

โชคลาภแก
คุ

พร

บู
ชา
ปร

จํ


นเ

กิ
ดสํ

หรั
บคนเ
กิ
ดวั
นอา
ทิ
ตย
พร
ะปร
ะจํ

วั
นเ
กิ
ดคื
อพร

พุ
ทธร
ปปางถวายเ

นตร
อุ

ทตะยั
ญจั
กขุ
มาเ
อกะราชาหะ
ริ
สสะวั
ณโ
ณ ปะฐะวิ
ปปะภาโส
ตั
งตั
งนะมั
สสามิ
หะริ
สสะวั
ณณั
งปะฐะวิ
ปปะภาสั
งตะยั
ชชะ
คุ
ตตาวิ
หะเ
รมุ
ทิ
วะ
สั
งเ
ยพราหะมะณาเ
วทะคุ
สั
พพะธั
มเ
มเ


มนะโมเ
ตจะมั
งปาละยั
นตุ
นะมั
ตถุ
พุ
ทธานั
งนะมั
ตถุ

พธิ
ยา
นะโมวิ
มุ
ตตานั
งนะโ
มวิ
มุ
ตติ
ยาอิ
มั
งโสปะริ
ตตั
งกั
ตวา
โมโรจะระติ

อสนาฯ

พร

บู
ชา
ปร

จํ
าว
นเ

กิ
ดสํ

หร
บคนเ

กิ
ดว

ัจั
นทร
พร

ปร

จํ
าวั
นเ
กิ
ดคื
อพร

พุ
ทธร
ปปางห


มญา
ติ
ยั
นทุ
นนิ
มิ
ตตั
งอะวะมั
งคะ
ลั
ญจะโยจามะนาโปสะกุ
ณั
สสะ
สั
ทโทปาป
คคะ
โหทุ
สสุ
ป
นั
งอะกั
นตั
งพุ
ทธานุ
ภาเ
วนะวิ
นา
สเ
มนตุ
ฯ ยั
นทุ
นนิ
มิ
ตตั
งอะวะมั
งคะลั
ญจะโ
ยจามะนาโป
สะกุ
ณั
สสะสั
ทโทปาป
คคะ
โหทุ
สสุ
ป
นั
งอะกั
นตั

ธั
มมานุ
ภาเ
วนะวิ
นาสเ
มนตุ
ฯยั
นทุ
นนิ
มิ
ตตั
งอะ
วะ
มั
งคะลั
ญจะ

ยจามะนาโปสะ
กุ
ณั
สสะสั
ทโทปาป
คคะโหทุ
สสุ
ป
นั
งอะ
กั
นตั

สั
งฆานุ
ภาเ
วนะวิ
นาสเ
มนตุ

พระ
บู
ชาประ
จํ

วั
นเ
กิ
ดสํ
าหร
บคนเ

กิ
ดว
นอั

งคา

พระ
ปร

จํ
าว
นเ

กิ
ดคื
อพระ
พุ
ทธรู
ปปา
งไสยาสน
ยั
สสานุ
ภาวะโตยั
กขาเ
นวะทั
สเ
สนติ
ภิ
งสะนั
งยั
มหิ

จวานุ
ยุ

ชั
นโตรั
ตติ
นทิ
วะมะตั
นทิ
โตสุ
ขั
งสุ
ปะ
ติ
สุ
ตโตจะปาป

กิ
ญจิ
นะป
สสะติ

อวะมาทิ
คุ
ณู

ปตั
งปะ
ริ
ตตั
นตั
มภะณามะเ
สฯ

124

พระ
บู
ชาประ
จํ

วั
นเ
กิ
ดสํ
าหร
บคนเ

กิ
ดว
นพุ


(กลา
งว
น)

พระ
ปร

จํ
าว
นเ

กิ
ดคื
อพร
ะพุ
ทธรู
ปปา
งอุ
มบาตร

สั
พพาสี
วะ
ชาตี
นั
งทิ
พพะมั
นตาทะคั
งวิ
ยะยั
นนาเ
สติ
วิ
สั
งโ
ฆรั


สสั
ญจาป
ปะ
ริ
สสะยั
งอาณั
กเ
ขตตั
มหิ
สั
พพั
ตถะสั
พพะทา
สั
พพะปาณิ
ณั
งสั
พพะ
โสป
นิ
วาเ
รติ
ปะริ
ตตั
นตั
มภะณามะเ
สฯ

พระ
บู
ชาประ
จํ

วั
นเ
กิ
ดสํ
าหร
บคนเ

กิ
ดว
นพุ


(กลางคื
น)
พร
ะประ
จํ

วั
นเ
กิ
ดคอ
ืพร
ะพุ
ทธร
ปปา

งป
าเ
ลไลยก
กิ
นนุ
สั
นตะ
ระ
มาโ
นวะราหุ
สุ
ริ
ยั
งปะมุ
ญจะสิ
สั
งวิ
คคะรู
โป
อาคั
มมะกิ
นนุ
ภี
โตวะติ
ฏฐะสี
ติ
สั
ตตะธาเ
มผะ

ลมุ
ทธา
ชี
วั
นโตนะสุ
ขั
งละเ
ภพุ
ทธะ
คาถาภิ
คี
โตมหิ
โนเ
จมุ
ญเ
จยยะ
สุ
ริ
ยั
นติ
กิ
นนุ
สั
นตะระมาโนวะราหุ
สุ
ริ
ยั
งปะ
มุ
ญจะสิ
สั
งวิ
คคะรู
โปอาคั
มมะกิ
นนุ
ภี

ตวะติ
ฏฐะ
สี
ติ
สั
ตตะธาเ

ผะ

ลมุ
ทธาชี
วั
นโตนะสุ
ขั
งละ

ภพุ
ทธะคาถาภิ
คี
โตมหิ



จมุ
ญเ
จยยะจั
นทิ
มั
นติ

พร

บู
ชา
ปร

จํ
าว
นเ

กิ
ดสํ

หรั
บคนเ
กิ
ดวั
นพฤหั
สบดี
พร
ะปร
ะจํ

วั
นเ
กิ
ดคื
อพร

พุ
ทธร
ปปางสมา

ธิ
ปู

รนตั
มโพธิ
สั
มภาเ
รนิ
พพั
ตตั
งโมระโยนิ
ยั
งเ
ยนะ
สั
งวิ
หิ
ตารั
กขั
งมหาสั
ตตั
งวเ
นจราจิ
รั
สสั
งวายะมั
นตาป

นวะสั
กขิ
งสุ
คั
ณหิ
ตุ
งฯ

พร

บู
ชา
ปร

จํ

วั
นเ
กิ
ดสํ

หรั
บคนเ
กิ
ดวั
นศุ
กร
พร

ปร
ะจํ
าวั
นเ
กิ
ดคื
อพร

พุ
ทธร
ปปางร

าพึ


อั
ปปะ
สั
นเ
นหิ
นาถั
สสะสาสะเ
นสาธุ
สั
มมะ


อะมะ
นุ
สเ
นหิ
จั
ณเ
ฑหิ
สะทากิ
พพิ
สะ
การิ
ภิ

125

ปะ
ริ
สานั
ญจะตั
สสั
นนั
งมะหิ
งสายะจะคุ
ตตย
ิา
ยั
นเ
ทเ
สหิ
มะ
หาวี

รปะริ
ตตั
นตั
มภะณามะเ
หฯ

พระ
บู
ชาประ
จํ

วั
นเ
กิ
ดสํ
าหร
บคนเ

กิ
ดว
นเ

สาร

พร

ปร

จํ
าวั
นเ
กิ
ดคื
อพร

พุ
ทธร
ปปางนาคปร


ยะ
โตหั
งภะคิ
นิ
อะริ
ยายะชาติ
ยาชาโ

นาภิ
ชานามิ
สั
ญจิ
จจะปาณั
งชี
วิ
ตาโวโรเ
ปตา

ตนสั
จเ
จนะโสตถิ

ตโหตุ
คั
พภั
สสะฯ

คาถาบู
ชา
พระ

พิ
ฆเ
นศปร

จํ

วั
นเ
กิ
ดทั
ง๗ ว



๑. คนเ
กิ
ดว
นอาทิ

ตย
๒. คนเ
กิ
ดวั
นจั
นทร

๓. คนเ
กิ
ดวั
นอั

คาร
๔. คนเ
กิ
ดวั
นพุ
ทธกลางวั

๕. คนเ
กิ
ดวั
นพุ
ทธกลางคื

๖. คนเ
กิ
ดวั
นพฤหั

๗. คนเ
กิ
ดวั
นศุ
กร

๘. คนเ
กิ
ดวั
นเ
สา
ร

“โอมศรี
วี
ระคณปติ
ยะ
นะ
มะฮา”
“โอมศรี
ทวิ
มุ
ขคณปติ
ยะ
นะมะฮา”
“โอมศรี
ตรี
มุ
ขคณปติ
ยะนะมะ
ฮา”
“โอมศรี
ทวิ
ชาคณปติ
ยะ
นะมะฮา”
“โอมศรี
อุ
จฉิ
ษฏะคณปติ
ยะนะ
มะฮา”
“โ
อมศรี

หรั
มภะคณปติ
ยะนะ
มะฮา”
“โอมศรี

อกทั
นตะปะระสั

คณปติ
ยะนะมะฮา”
“โอมศรี
สิ
ทธิ
คณปติ
ยะ
นะ
มะฮา”

คา
ถา
บู
ชาดวงปร

จํ


นเ

กิ
ดทั
ง๗ ว

น(ฉบั

บย
อ)
๑. คาถา
คนเ
กิ
ดว
นอาทิ

ตย
อะวิ
ชสุ
นุ
สสานุ
ตติ
ชื
อคาถาพร

ะนาร
ายณ
แปลงร
ปใ

ช
ทา
งเ
มตตามหานิ
ยมก็
ได
สว
ดวั
นละ๖จบ
๒. คาถาคนเ
กิ
ดวั
นจั
นทร

อิ
ระชาคะตะระสา
ชื
อคาถากร


ทู


จ็
ดแบกใช
ทางคงกร
ะพั
นสวดว
นละ๑๕จบ

๓. คาถาคนเ
กิ
ดวั
นอั

คาร
ติ
หั
งจะโตโ
รถิ
นั

ชื
อคาถาฝนแสงห

าใช
ทา
งเ
มตตามหานิ
ยมสวดวั
นละ๘จบ

126

๔. คา
ถาคนเ
กิ
ดว
นพุ

ทธกลา
งวั

ป
สั
มระโลปุ
สั
ตพุ

ชื
อคา

ถาพร

นา

ายณ

คลื
อนสมุ

ทรสวดวั
นละ๑๗ จบ
๕. คา
ถาคนเ
กิ
ดว
นพุ

ทธกลา
งคื

คะพุ
ทป
นทู
ธั
มวะคะ
ชื
อคา

ถาพร

นา

ายณ
พลิ
กแผ
นดิ
นใ
ช
แก
คว
ามผิ
ดต

งๆ
สว
ดวั
นละ๑๒จบ
๖. คาถาคนเ
กิ
ดวั
นพฤหั

ภะสั
มสั
มวิ
สะเ
ทกะ
ชื
อคา

ถาพร

นา

ายณ
ตร
งไตรภพใช

ทาง

มตตามหานิ
ยม
สว
ดวั
นละ๑๙จบ
๗. คาถาคนเ
กิ
ดวั
นศุ
กร

วาโธโนอะมะมะวา
ชื
อคา

ถาพร

พุ
ทธเ
จ
าตว
าดหิ
มพานต

ช
ทางมหานิ
ยม
สว
ดวั
นละ๒๑จบ
๘. คาถาคนเ
กิ
ดวั
นเ
สาร

โสมาณะกะริ
ถาโธ
ชื
อคาถาพระ

นาร
ายณ
ถอดจก
ัร

ช
ทางถอดคุ
ณไสยศาสตร
สวดว
นละ๑๐จบ

คํ

ถว
ายข


พร

พุ
ทธ
อิ
มั
งสู
ปะพยั
ญชะ
นะ
สั
มป
นนั
งสาลี
นั


ภชะ
นั
งอุ
ทะกั
งวะรั
งพุ
ทธั
สสะปู

ชมิ
(ข
าพเ
จ
าขอบู
ชา
ด
วยโ
ภชนะ
ข

วสา
ลี
พร
อมด

วยแกงกั
บและ
น้
าอั


ประ

สร
ฐนี

แด

พร

พุ
ทธเ
จ
า)

คํ
าลา
ข

วพร

พุ
ทธ

สสั
งมั
งคะลายาจามิ

(ข
าพเ
จ
าขอคื
นเ
ศษอั
นเ
ป
นมงคลนี

ข
าพเ
จ
าขอภั
ตต
ที


หลื
อที


ป

มงคลด
วยเ
ถิ
ด)

คํ

จบทาน
อิ
ทั
งเ
มทานั
งอาสะวั
กขะ
ยาวะหั
งโหตุ
(ขอทา
นนี
จงเ

ป
นป
จจั
ยให
ข
าพเ
จ
าได
สิ
นอาสวะ

กิ

ลส)
อิ
ทั
งเ
มทานั
งนิ
พพานั
สสะป
จจะโ
ยโหตุ

127

(ขอทานนี
จงเ

ป
นป
จจั
ยใ
ห
ข
าพเ
จ
าได
ถึ
งพร
ะนิ
พพานใ
นป
จจุ
บั
นชาติ
นี

ขอใ
ห
ได
มนุ
ษย
สมบั
ติ
ขอใ
ห
ได
สวร

ค
สมบั
ติ
ขอใ
ห
ได
นิ
พพานสมบั
ติ
จะ
นึ
กปร

สงค
สิ
งใ

ดขอจงสมความปรา
รถนาทุ
กปร

กา
รอั
นว

โร
คภั
ยไข

จ็
บความยา
กจนค
นแค
นและ
คํ
าว
า"ไม
มี
" ขออย
าใ
ห
ข

พเ
จ

ปร

สบพบเ
ลย)

คํ
าจบเ

นทํ

าบุ

ทร
พย

ของข
าพเ
จ
านี
ได

มาโดยบร
สุ

ทธิ

ขอบู
ชา
พร

พุ
ทธ
พร

ธร

มพร

สง
ฆ
ด

ยจิ
ตจํ
านงตร
งต
อพระ
นิ
พพาน
ขอใ
ห
ถึ
งเ
มื
องแก
วขอใ
ห
แคล
วบ
วงมาร
ขอใ
ห
พบพร

ศร
อาร

ย

นอนา
คตกา
ลเ
ทอญ

คํ

ภา
วนาก
อพระ

จดี
ย
ทร
าย
อิ
มั
งวาลุ
กั
งเ
จติ
ยั
งอะธิ
ฏฐามิ

คํ

อธิ
ษฐา
นเ

ลา
ป
ดทองลู
กนิ
มิ

ขอเ
ดชะบุ
ญทานการ
กุ
ศลป
ดนิ
มิ
ตอุ

บสถทศพล


มลู


กต
นกลางโบสถ
โชติ
ตร

การเ
ป
นนิ
มิ
ตลู
กเ
อกเ
สกปร
ะสาท
งามโอภา
สมา
ศเ
ฉลิ
มเ
สร
มสั

ณฐา
นเ
ป
นนิ
มิ
ตเ
ตื
อนตาสาธุ
กา

ท
ามกลา
งงานบุ
ญพิ
ธี
ผู
กสี
มาเ
กิ
ดชาติ
หน
าอย
าร



ข็
ญ ได

ป
นใ
หญ

ปวิ

ไลเ
ป
นเ
สน
หดั


ลขา
ป
ดนิ
มิ
ตลู
กทิ
ศบู

พาใ
ห
ก

วหน
าเ
กี
ยร
ติ
ยศปรา
กฏไกล
ป
ดนิ
มิ
ตลู
กทิ
ศอาคเ
นย
ขอใ
ห

ทวาปร
ะสิ
ทธิ

พิ
สมั

ป
ดนิ
มิ
ตทิ
ศทั
กษิ
ณศั
กดิ
ชั
ยใ
ห
สมใ
จสมบั
ติ
วั
ฒนา
ป
ดนิ
มิ
ตลู
กทิ
ศหร
ดี
ขอให
ชี
วิ
ตมั
นชั

นษา
ป
ดนิ
มิ
ตทิ
ศปร

จิ
มอิ
มอุ


าปร
าร
ถนาใดได
ดั
งใ

จปอง
ป
ดนิ
มิ
ตทิ
ศพายั
พดั
บทุ
กข
โศกนิ

าศโร
คนิ

าศภั
ยร
ายทั

งผอง

ป
ดนิ
มิ
ตทิ
ศอุ
ดรกร
ปร
ะคองได

งิ
นทองสมหมายทุ
กร
ายการ
ป
ดนิ
มิ
ตทิ
ศอี
สานปร

กา
รท
ายใ
ห
สมหมา
ยได
สุ
ขทุ
กสถานร
วมเ
ก

ลู
กสุ
กใ
สใจเ
บิ
กบา
นกว
าจะ

ถึ
งซึ
งนิ

พพา
นเ
มื
อนั

นเ

ทอญ

128

คํ
าถวา
ยเ
คร
องสั





ยพร

ภู
มิ

จ

ที
(๑)

นะโมเ
มพระภู
มิ

ทวานั
งธู
ปะที
ปะจะปุ
ปผั
งสั
กการะวั
นทานั

สู
ปะพะ
ยั
ญชะ
นะ
สั
มป
นนั
งโภชะนานั
งสาลี
นั
งสะ
ปะ
ริ
วารั

อุ
ทะ
กั
งวะรั
งอาคั
จฉั
นตุ
ปะริ
ภุ
ญชั
นตุ
สั
พพะทาหิ
ตายะสุ
ขายะ
สั
นติ

ทวามะหิ
ทธิ
กาเ
ตปอั
มเ
หอะ
นุ
รั
กขั
นตุ
อาโรคะเ
ยนะสุ

ขนะจะ

คํ

ภาว
นา


ลาเ
ผา
ศพ
อะ
ยั
มป
โขเ
มกาโยเ
อวั
งภาวี

อวั
งธั
มโมเ
อวั
งอะนะตี
โต
(กายของเ

านี
ต

องเ
ป
นอย
างนี


หมื
อนกั
นมี
อย
างนี


ป
นธร

มดาไม
ล
วง
พ
นควา
มเ
ป
นอย

งนี
ไปได

)
(แบบที

๒) อะสุ
จิ
อะสุ
ภั
งกั
มมั
ฏฐานั
งภาเ
วติ
(แบบที

๓) จุ
ติ
จุ
ตั
งอะระหั
งจุ
ติ

คํ

ถว
ายเ
ครื
อง

สั
งเ

ยพร

ภู
มิ

จ
าที
(๒)

คํ
าภา

นา

วลา
ทอดผ

หน

ศพใ
ห
พร

บั
งสุ
กุ

ภุ
มมั
สมิ
งมิ
สาภาเ
คสั
นติ

ทวามะหิ
ทธิ
กา

ตป
อั
มเ
หอนุ
รั
กขั
นตุ
อะโ
รคะเ
ยนะสุ

ขนะ
จะสู
ปพยั
ญชะ
นสั
มป
นนั
งสาลี
นั
งโ
ภชนั
งอุ
ทะกั

วรั
ญจะปริ
ภุ
ญชั
นตุ
มเ
ทวะตาชะ
ยะ
มั
งคะลานุ
ภาเ
วนะสั
พพะโสตถี
ภะวั
นตุ

นามะรู
ป
งอะ
นิ
จจั
งนามะรู
ป
งทุ
กขั
งนามะรู
ป
งอะนั
ตตา
(นามร
ปไม


ที
ยงเ

ป
นทุ
กข
มิ
ใช
ตั
วตน)

พระ
คา
ถา
สมเ
ด็
จพร

พุ
ฒาจาร
ย
(โ
ต พร
หมรั

สี
)

คํ
าลา

ครื
อง

สั
งเ

ยพร

ภู
มิ

จ
าที

นะโ
ม ๓ จบ

อายั
นตุ
โภนโ
ตอิ
ธะทานะสี
ละเ
นกขั
มมะ
ป
ญญา
สะหะวิ
ริ
ยะขั
นตี
สั
จจาธิ
ฏฐานะเ
มตตุ

ปกขายุ
ทธายะโ

ทิ
สสาวิ
นะ
ติ
อะเ
สสะโ


กโ
ร นะทะตะมั
ง นะอะอะวะหะยะ
กิปมะอะอะอุกะปเ
ส ปุโรเ
สเ

อะวะเ
ข สิ
ง สะมุอะ(๓๒)

คํ
าบู
ชา
พระ
ภู
มิ
ด

ยดอกไ
ม
ธู
ปเ
ที
ยนหร
อพว

งมาลั

สวดบู
ชาสมเ
ด็
จฯ ปร

จํ
าเ
ช
า ๓ จบ เ
ย็
น ๓ จบ
ปลอดภั
ยทั
งปวง

และ
สํ


ร็
จผลในสิ
งที

ปร

าร
ถนา

ภุ
มมั
สมิ
งทิ
สาภาเ
คสั
นติ
ภุ
มมามะ
หิ
ทธิ
กา

ตป
อั
มเ
หอะนุ
รั
กขั
นตุ
อาโรคะเ
ยนะสุ

ขนะจะ

คาถาหลว
งปู
มั

น(พร


อา
จา
รย
มั
นภู


ทั

ตโ
ต)

คํ

ภา
วนาเ

ลา
รดน้


ศพ
กายะ
กั
มมั
งวะจี
กั
มมั
งมะโนกั
มมั
งอะโ
หสิ
กั
มมั

สั
พพะปาป
งวิ
นั
สสะตุ
อิ
ทั
งมะตะกะสะรี
รั
งอุ
ทะกั
งวิ
ยะสิ
ญจิ
ตั
งอะโหสิ
กั
มมั
ง.
(กายกร

ม๓วจี
กร

ม๔มโนกร

ม๓ขอใ
ห
อโหสิ
กรร
มแก
ข

พเ
จ

ทั
งต

อหน
าและ
ลั
บหลั
งด

ยเ
ทอญ)

คาถาพร

พุ
ทธเ
จ
าตอนชนะ
มาร
(ใ
ช
ท
องเ
พื
อป

อง
กั
นอั
นตร
ายทั
งปว

งศั
กดิ
สิ

ทธิ
ยิ

งนั

ก)
ป
ญจะมาเ
รชิ
โนนาโถป
ตโตสั
มโพธิ
มุ
ตตะ
มั
งจะตุ
สั
จจั

ปะ
กาเ
สติธั
มมะจั
กกั
งปะวั
ตตะ
ยิ

อเ
ตนะ
สั
จจะวั
ชเ
ชนะโหตุ

มชะยะ
มั
งคะลั

คาถาหลว
งปู
ศุ

ข(วั
ดมะ
ขามเ
ฒ

)
สั
ตถาเ
ทวะมะนุ
สสานั
งพุ
ทโธภะคะวาติ
มะอะ
อุ

129

130

คา
ถา
หลวง
ปู
คร

บาธรร

มชั

คาถาหลว
งพ
อเ
กษมเ
ขมโ

(ว
ดทุ

งหลว

งจั
งหว
ดเ

ชี
ยงใหม
)

(นมั
สการ
และ

วบร

มพลั

พร

ธาตุ
ทั
วอนั

นตจก
ัร
วา
ล)

พุ
ทธั
งธั
มมั
งสั
งฆั
งจาติ
กั
นตั
งมะระณะ
กั

ปาณาติ
กั
นสารพั
ดกั
นกั

พุ
ทธั
งอะ
ระ
หั
งจั
งงั
งภาเ

สั
มปะ
ฏิ
จฉามิ

มสั
มมุ
ขาสั
พพาหะ
ระ
ติ


สั
มมุ
ขาอิ
อะระนั
งอะระหั
งกุ
สะลาธั
มมา
สั
มพุ
ทโธทุ
สะนะโสนะโมพุ
ทธายะ

วั
นทามิ

จดิ
ยั
งสั
พพั
งสั
พพั
ฎฐาเ

สุ
ปฏิ
ษฐิ
ตาสรี
ระธาตุ
งมหาโพธิ

พุ
ทธรู
ป
งสั
กการั
งสั
ทธานาคะโลเ


ทวโลเ
กดาวติ
งเ
สพรหมโลเ
กชมพู
ที

ปลั
งกาที


สรี
ระธาตุ

ยเ
กศาธาตุ

ยอรหั
นตาธาตุ
โยเ
จดิ
ยั

คั
นธกุ
ฎี
จตุ
ราศี
ติ
สสหั
สสะธั
มมั
กขั
นธา
ปาทเ
จดิ
ยั
งนะระเ
ทเ
วหิ
ปู
ชิ
ตาอะหั
งวั
นทามิ
ฑู
ระ
โต
อะ
หั
งวั
นทามิ
ธาตุ
โยอะ
หั
งวั
นทามิ
สั
พพะโ

คาถาหลว
งปู
ทวด

(วั
ดช
างใ
ห
ตํ
าบลป
าไร
อํ
าเ
ภอโคกโพธิ

จั
งหว
ดป

ตตานี
)
นะโมโ
พธิ
สั
ตโตอาคั
นติ
มายะอิ
ติ
ภะ
คะ
วา
(๓จบ)

คา
ถา
หลว
งพ
อปา

(วั
ดบา
งนมโคอํ
าเ
ภอเ
สนาจั
งหวั
ดพร
ะนคร
ศร
อยุ

ธยา)
พุ
ทธะมะอะอุ
นะโมพุ
ทธายะ(๑จบ)
วิ
ระทะโยวิ
ระโ
คนายั
งวิ
ระหิ
งสาวิ
ระทาสี
วิ
ระทาสาวิ
ระ
อิ
ตถิ
โย
พุ
ทธั
สสะมาณี
มามะพุ
ทธั
สสะสะวาโหม
(คาถา

สร
มทร

พย


ช
สวดภา
วนา

วลา
ตื
นนอน๓จบเ

วลาใ
ส
บาตร๑
จบก
อนนอน๓จบหร
อเ

วลาว
างจะ
ทํ
าใ
ห
มี
โภคทร
พย

มากมา
ย)

คาถาหลว
งปู


อภาสี
อิ
ติ
สุ
คะ
โตอะระหั
งพุ
ทโธ
นะโ
มพุ
ทธายะปะฐะวี
คงคา
พระภุ
มมะเ
ทวาขะมามิ
หั

คา
ถา
พร

ครู
บาชุ
มพุ

ทธโ
ก(วั
ดไ
ชยมงคล)
วิ
วะอะวะสุ
สะตะวิ
วะสวาหะ

131

คาถาหลว
งพ
อเ
ดิ

(วั
ดหนองโพจั
งหวั
ดนคร
สวร

ค
)
คาถา
บู
ชาเ
ทพยดาใ
ช

พื
อเ

สร
มดวงชะตาโ

ดยผู
กดวงชะ
ตา
ของท
านพร
อมเ

ขี
ยนชื
อนามสกุ

ลท
านไว
ใต

ดว
งชะ
ตาแล

วาง
ตั
งไว

ข
าง
ฐานพร
ะว
าคาถานี


พื
อจะ

ได

กิ
ดลาภสั
กการ
ะเ
ป
นมงคลกั

ตั
วท
านเ
อง
นะโ
มเ
มสั
พพะเ
ทวานั

สั
พพะคะระหะจะเ
ทวานั

สุ
ริ
ยั
ญจะปะ
มุ
ญจะถะ
สะ
สิ
ภุ
มโมจะเ
ทวานั

วุ
โธลาภั
งภะ
วิ
สสะติ
ชี
โวสุ
กะโ
รจะมะหาลาภั

โสโ
รราหู

กตุ
จะมะหาลาภั

สั
พพะภะยั
งวิ
นาสสั
นติ
สั
พพะทุ
กขั
งวิ
นาสสั
นติ
สั
พพะ
โรคั
งวิ
นาสสั
นติ
ลั
กขะณาอะหั
งวั
นทามิ
สั
พพะทาสั
พเ
พเ
ทวามั
งปาละยั
นตุ
สั
พพะทาเ
อเ
ตนะมั
งคะละ

ตเ
ชนะ
สั
พพะโสตถี
ภะ
วั
นตุ

132

คา
ถา
ขุ
นแผน

คา
ถา
กา


จร
จา


อหิ
มะ
มะนะโ
มพุ
ทธายะนะ
มะ
พะทะ
(ใ
ช
ท
องกั
บของใ
ช
ส
วนตั
วอะไร
ก็
ได
แล

จะ
ทํ

ให
มี

สน
ห

ป
นที
หลง

ไหล)

นะโมพุ
ทธายะมะอะอุ
ยะธาพุ
ทโ
มนะอุ
อะอะอิ
สวาสุ
สั
พพะทั
สสะอะสั
งวิ
สุ
โลปุ
สะพุ
ภะ
(ใช
ภา
วนากั
บน้
าล


งหน
าตอนเ
ช
าก
อนออกจา
กบ
านไปติ
ดต
อเ
จร
จา


องสํ


าคั
ญ จะ
ทํ
าใ
ห
สํ
าเ

จใ

นสิ
งที

หวั

งไว
)

หร

สุ
นะโมโ
รโมโรสุ
นะนะมะพะธะจะพะกะสะนะมามิ
หั

คาถาเ
อ็
นดู
วิ
ชชาจะระณะสั
มป
นโนอิ
ติ
ป

สภะคะวา
ป
ยะ

ทวะ
มนุ
สสานั
งป

ยพรหมานะมุ
ตตะโม
ป

ยนาคะสุ
ป
ณ ณานั

ป
ณิ
นทะริ
ยั
งนะมามิ
หั

นะเ
มตตาโมกรุ
ณ าพุ
ทปรานี
ธายิ
นดี
ยะเ
อ็
นดู
(ใ
ห
ท
องคาถาก
อนไปพบผู
หลั

กผู


หญ

พื
อใ

ห

กิ
ดควา
มร
กใ

คร


อ็
นดู
)

คาถาคนนิ
ยม

อหิ
สาลิ
กายั
งยั
งพุ
ทธั
งอาคั
จฉาหิ
สาลิ
กาถิ

กะ
ระ
ณั
งตาวั
งคาวาเ
อหิ
มะมะสุ
วะโปตะโกอะยั
งราชาสุ
วั
ณณะ
วั
ณณาสาลิ
กานั
งมะ
โหสะโตป
ยั
งมะมะ
(ใ
ช
สวดภา
วนา

มื
อต

องการ
ติ
ดต
อเ
จร
จาใ
นเ
รื
องสํ

าคั

ค

ขายเ
พื
อใ

ห
คนนิ
ยมชมชอบ)

คา
ถา
สาร
กา

ลิ
นทอง

พุ
ทธาอะเ
นนามะลิ
ยาสุ
สั
งคะเ
ยมิ
พุ
ทธาอิ
ริ
มะลิ
ยาสุ
สั
งคะ

ยมิ
พุ
ทธาอิ
รปะโยเ
คมะ
คุ
ณนะป
กเ
ขสะเ
มมะมิ
อุ
นาโลมาป
นนะวิ
ชายะ


(ใ
ช
สวดภาว
นาหา
กต
องการ

ห
คนร
กใ

คร

พู
ดจาเ
ป
นเ
สน
ห
ตอนท
อง
ถึ
งคํ

ว
ามิ
ก็

ห
แตะ
ที
ลิ

นด

วยทุ
กคร
ง)

133

คาถาพญาร

ชสี
ห
(สํ
าหร
บนั

กพู
ดจา
พาที
ดห
ีลายถา
ถา
นิ
)
สั
พเ
พ พุ
ทธาอสมะสมาสั
พเ
พ พุ
ทธา
มหิ
ทธิ
กาสั
พเ
พ ทสพลู

ปตาเ
วสารั
ชเ
ชหุ
ปาคตาสี
หนาทั

นทั
นเ
ตเ
ตปริ
สาสุ
วิ
สารทาฯ

คาถาสมั
คร
งา

พุ
ทธั
สสาหั
งนิ
ยยาเ
ทมิ
สะริ
รั
ญ ชี
วิ
ตั
ญวิ
ทั

นะโมมิ
ตตามนุ
สสาจะนะ

มตตาโมกรุ
ณา
(ใช
ท
องก
อนออกจากบ
านไปสั
มภาษณ
หร
อสมั

คร
งาน
จะทํ
าใ
ห
มี

สน
ห

ป
นที
ปร

ะทั
บใ
จ)

คา
ถา
อุ
ปถั
มภ
อิ
ติ
ปาระมิ
ตาติ
งสาอิ
ติ
สั
พพั
ญมาคะ
ตาอิ
ติ
โพธิ
มนุ
ปป
ตโตอิ
ติ
ป

สจะตมะโน
นะเ
มตตาโมกรุ
ณาพุ
ทปรานี
ธายิ
นดี
ยะเ
อ็
นดู
ยะหั
นตวาธามั
วเ
มาพุ
ทพาเ
อานะโมพุ
ทธายะ
(ใ
ช
ท
องก
อนออกจากบ
านจะ
ทํ

ให

จ
านายสงสา

ช

ยเ
หลื
ออุ
ปถ
มภ
ดี
)

คาถาเ
จ
านา
ยเ
มตตา
ป
ญจะมั
งสิ
ระสั
งขาตั
งนาหายนะกาโร
โหติ
สั
มภะโวอิ
สวาสุ
(ใ
ห
สว
ดท
อง
ภาว
นา๓จบก
อนออกจากบ
านแล
วเ
จ

นา
ยจะ

มตตา)

134

คา
ถา
ค

ขายด(ี
๑)
พุ
ทธั
งพะ
หุ
ชะนานั


อหิ
จิ
ตตั
งเ
อหิ
มะนุ
สสานั


อหิ
ลาภั
งเ
อหิ

มตตา
ชมภู
ที

ปมะนุ
สสานั

อิ
ตถิ
โยปุ
ริ

สจิ
ตตั
งพั
นธั
งเ
อหิ
พ
อค
าแม
ค

พาณิ
ชย
นิ
ยมเ
สกเ
ป
า๓จบ๗ จบทํ
าน้
ามนต

ล
างหน

และประ
พรมสิ
นค
าขายของดี
นั
กแล(อธิ
ษฐานและใ
ส
บาตร
ทุ
กวั

ตามศร
ทธาจะ

บั
งเ
กด
ิโชคลาภ)

คาถาค
าขา
ยดี
(๒)

อมอิ
ติ
พุ
ททั
ตสะสุ
วั
นนั
งวารั
ชชะคั

วามะนี
วาวั
ตตั
งวาพั
พพะยั
นละเ
อหิ
คาคั
ชวั
นติ
(ให

อาใ
บไม
แช
น้
าใ

ส
ขั
นไว
แล
วสว
ดภาวนาเ
ลร
จแล


นํ

น้
าไป

ปร
ะพร
มใ
ห
ทั


ร

นจะทํ
าใ
ห
ขา
ยคล
อง)
หร
ออี

กคาถาหนึ
งก็

ว
ากั
นว
าทํ
าใ
ห
ทํ
ามาค
าขึ
นเ

หมื
อนกั
นคื

อิ
ติ
ป

สภะ
คะ
วาสั
มมาสั
มพุ
ทโธอิ
ติ
ป
โสภะคะวา
พุ
ทโธภะคะวาอิ
ติ
ป
โสภะคะวาพุ
ทโธภะคะ
วา
และอี
กคา
ถาหนึ


สํ

หร
บพ

อค
าแม
ค

ที
นิ

ยมเ
สกเ
ป
า๓จบกั
บสิ
นค


หมื
อนกั
นคื

พุ
ทธั
ง พะหุ
ชะนานั
งเ
อหิ
จิ
ตตั
งเ
อหิ
มะนุ
สสานั


อหิ
ลาภั
งเ
อหิ

มตตา
ชมภู
ที

ปมะนุ
สสานั
งอิ
ตถิ
โยปุ
ริ

สจิ
ตตั
งพั
นธั
งเ
อหิ

คา
ถาสว
ดขอเ
นื
อคู


ปุ
พเ
พวะสั
นนิ
วาเ
สนะ
ป
จจะ
บั
นนะหิ

ตนะวา

อวั
นตั
งชะ
ยะ

ตเ
ปมั

อุ
ปะลั
งวะยะโสธะเ
กฯ

135

จุ
ดธู
ปเ
ที
ยน(เ
ที
ยน๒เ
ล
มธู
ป๓ดอก) ใ
ห
ทํ

ในวั
นพร

ขึ
น๑๕ค่

ายิ



ดี
ให
ตั
งน้

าสะ

อาด๑ขั
นแล
วสวดคาถานี


ท

อา
ยุ

ช
นอายุ
๓๐ป
ก็
สว
ด๓๐จบแล
วนํ
าน้


นั
นมาล

างหน
าแล


ข
านอนท
านว

กลางคื

จะ
ฝ
นถึ
งคู
คร

องของตนถ
ามี
วาสนาบา
รมี
จะ
ได
พบความร
กเ

ป
นคาถา
ที


ช
สํ
าหร
บผู

ที

มี

อายุ
มากแล

ทั
งหญิ

งชายแต
ไม

คยพบความร
กมา

ก
อนเ
หมาะ
สํ
าหร
บผู

ที

กํ

าลั


ป
นหม

ยหร
อกํ


ลั
งขาดคว
ามร
กหรื


ภาว
นา
ให

ว


าคู
วาสนาของตนจะ

มี
หร
อไม

คา
ถา

จอ
อน
ป
ญจะมั
งสิ
ระสั
งชาตั
งนะอตใ
จนะกาโ
รโหติ
สั
มภะโว
ตรี
นิ
กั
ตวานะนะการั
งป
ญจะ
สั
มภะ
วั

(ใ
ช
ท
องก
อนที
จะ

พบเ
จร
จากั
บคนที


ป
นเ
จ
าหนี
หร

อใคร

ก็
ตาม
จะ
ทํ
าใ
ห
ได

บกา

รผ
อนปร
นใจอ
อนได
ทุ
กท)ี

คา
ถา
ผู
กใ
จคน
โอมนะโมพุ
ทธะนะมะอะอุ

อหิ
ชั
ยยะ

อหิ
สั
พเ
พชะนาพะหู
ชะนาเ
อหิ
(ใ
ช
สวดเ
มื
อต

องการ

ห
คนทั


ไปร
กใคร

ยิ

นดี

ช

สกกั
บแป
งหรื
อน้
าหอมก็

ได
)

คา
ถา
มั
ดใ

พุ
ทธั
งรั
ตตะนั
งธั
มมั
งรั
ตตะนั
งสั
งฆั
งรั
ตตะ
นั

นะผู
กโมมั
ดพุ
ทรั
ดธารึ
งยะกรึ
งคะเ
รโอมสวาหะ
(ใ
ช
สวดภาว
นาก
อนนอนทํ
าใ
ห
คนร
กคิ

ดถึ
ง)

คาถาร
กแท


อมนะโมพุ
ทธายะพุ
ทธั
งสะระติ
ธั
มมั
งสะ
ระ
ติ
สั
งฆั
งสะ
ระ
ติ
จิ
ตตั
งสะมาเ
รมะมะ

อทิ

อหิ
ชั
ยยะเ
อหิ
สั
พเ
พชะ
นาพะหู
ชะนาเ
อหิ

136

(ใ
ห
บร
กร


มคาถา
นี
กั

บลู
กอมแล
วอมขณะ
ที
คุ

ยกั
บคนที



าร


จะ
ทํ
าใ
ห

ขาคนนั
นเ

กิ
ดคว
ามร
กจร

งจั

งขึ
นมา)

คา
ถามนต



โอมนะปะโรรั
นนะ
ขุ

ภติ
พุ
ทธั
งสะระติ
จิ
ตตั
งสมาคะ
มา
ธั
มมั
งสะ
ระ
ติ
จิ
ตตั
งสมาคะ
มา
สั
งฆั
งสะระติ
จิ
ตตั
งสมาคะมา
(ใ
ช
ภาว
นากั
บดอกไม
ก
อนที
จะส

งใ
ห
กั
บคนร
กเ

มื
อเ

ขาหร
อเ

ธอสู
ดดม
ดอกไม
ก็
จะร
กเ


าตอบ)

คา
ถา
มหา

สน
ห
จั
นโทอะ
ภกั
นตะโรป
ติ
ป

ยเ
ทวะมนุ
สสานั

อิ
ตภิ
โยปุ
ริ

สมะอะอุ
อุ
มะอะอิ
สวาสุ
อิ
กะวิ
ติ
(ใ
ห
ภาวนาคาถานี

๓จบก
อนออกไปพบคน
จะ
ทํ

ให
คนที
ต

อง
ไปพบเ
กิ
ดความร
กใ

คร
)

คา
ถา

มตตา
มหานิ
ยม(คา
ถา
พร

สี


ลี
)
พุ
ทธั
งเ
มตตานะชาลี
ติ
ธั
มมั
งเ
มตตานะชาลี
ติ
สั
งฆั
งเ
มตตานะชาลี
ติ
สี
วะลี

มตตานะชาลี
ติ
โอมมะพะลั
งวาราชะกุ
มาโรวาราชะกุ
มารี
วาราชาวา
ราชิ
นี
วาคะ
หั
ฏโฐวาป
พพะชิ
โตวาสะมะโณ วา
พราหมโณ วาอิ
ตถี
วาปุ
ริ
โสวาวาณิ
โช วา
วาณิ
ชาวาอุ
ปาสะ
โกวาอุ
ปาสิ
กาวาทาระ
โกวา
ทาริ
กาวาสั
พเ
พ อิ

มชะนาพะหู
ชะนามั
งป
ยายั
นตุ
อาคั
จเ
ฉยยะอาคั
จฉาหิ

อหิ
จิ
ตตั
งป
ยั
งมะ
มะ
มะหาลาภะสั
กการาภะวั
นตุ

137

คาถาเ
มตตามหา
นิ
ยม
นะ

มตตาโมกรุ
ณาพุ
ทธปราณี
ธายิ
นดี
ยะเ
อ็
นดู
นะโมพุ
ทธายะนะมะ
อะอุ
(ใช
ภา
วนา
คา
ถา
ก
อนออกจากบ
านจะทํ
าใ
ห
คนที
พบเ

จอ
มี
ความร
สึ


กที
ดี

การ
ติ
ดต
อใดๆก็
จะร

บร
นไม


ติ
ดขั
ด)
หร
อของอี

กสํ

นั
กหนึ
งว

าสั
นๆดั

งนี


มตตาคุ
ณะ
ณั
งอะระหั
งเ
มตตา

คา
ถา

มตตา
( หลวงพ
อจร
ญ วั

ดอั
มพวั
นสิ
งห
บุ

)

นะกาโ
รกุ
กะสั
นโธสิ

รมั
ชเ

โมกาโ
รโ
กมะ
นาคะมะโน
นลาถิ

ตพุ
ทกาโรกั
สสะโปพุ
ทโ

จะเ
ทวเ
นตเ
ตธากาโ
รศากยะมุ
นี
โคตโม
จะเ
ทวกั
ณเ
ณ ยะกาโรศรี
อริ
ยะเ
มตตรั
ยโ

ชี
วหาถิ

ตป
ญจะ
พุ
ทธานะ
มามิ
หั

ให


มั
ดร

วั
งศี
รษะใ
ห

จั


กน
อมคาร
วะ
ผู
มี

คุ
ณธร

มหน

ผากก็

ห
ผ


ผยด
วยใ
บหน
าอั
นยิ
มแย

มดวงตาใ
ห
สํ


วมระ
วั
งใ
นกา
รมองดู

พร


นั
นเ

ป
นทางเ
กิ
ดกิ

ลสต

งๆใ
ห
สํ
าร
วมร
ะวั

หู
ให
ฟ
งแต
สิ
งดี

ๆอย
าไป
ฟ
งเ

องไม


ดี
ฟ
งหู
ไว
หู

ห
หู
หนั
กเ
ข
าไว
อย

หู

บาและลิ
นนั

นใ

ห

ะวั

สํ
าร
วมใ
นร
สอาหารอย
าไปติ
ดมั
นเ
ข
าเ
พร
าะมั
นทํ
าใ
ห

กิ
ดกิ

ลส

คา
ถา
ป
องกั
นผี
นะ
โมพุ
ทธายะมะพะทะ
นะภะกะสะจะ
สั
พเ
พทวาป
สาเ
จวะอาฬะวะกาทะโยป
ยะ
ขั
คคั
งตาละ
ป
ตตั
งทิ
สวาสั
พเ
พยั
กขา
ปะลายั
นติ
สั
กกั
สสะวะชิ
ราวุ
ธั
งเ
วสสุ
วั
ณ ณั
สสะคะธาวุ
ธั

อะฬะวะ
กั
สสะทุ
สาวุ
ธั
งยะ
มะนั
สสะนะยะ
นาวุ
ธั

อิ

มทิ
สวาสั
พเ
พยั
กขาปะ
ลายั
นติ

138

(ใช
สวดภาวนาเ
มื
อเ

กิ
ดความกลั

ผี
ขึ
นมา

วิ
ญญาณจะไม
มาร
บกวนเ
ข
าใ
กล
)

คาถา
ป
องกั
นผี
พรา

ตานั
งเ
ลนั
งสั
พพะปาณี
นั
งเ
ลนั
งตานั
งสั
พพะปาณี
นั

(ใ
ช
สวดภาวนาเ
พื
อใ

ห
ปลอดภั
ยจากการ

บกวนของวิ
ญญาณ ภู
ตผี
ต
างๆหร
อภา

วนา
กั
บน้
านํ

าไปพร
มกั
บคนที
คิ

ดว

จะ
ถก
ูว
ญญาณสิ


สู
)

คาถาป
องกั
นงู
ปะถะมั
งพั
นธุ
กั
งชาตั
งทุ
ติ
ยั
งทั
ณ ฑะเ
มวะจะ
ตะติ
ยั
งเ
ภทะ
กั
ญเ
จวะจะตุ
ตถั
งอั
งกุ
สั
มภะวั

ป
ญจะ
มั
งสิ
ระสั
งชาตั
งนะ
งู
นะ
กาโรโหติ
สั
มภะโว
(ใ
ช
ภาวนาเ
มื
อต

องเ
ข
าป
าที


กหร
อแม

แต

มื
อขณะ

พบเ
จองู
จะ
ทํ
าใ
ห
คุ
ณปลอดภั
ย)

คาถากั
นสุ
นั

นะโ
มพุ
ทธายะนะ
มะ
อะ
อุ
อิ
สวาสุ
อุ
อะมะ
(ใช
ท
องแล


ป
าเ
บาๆเ

ลาเ
จอสุ
นั
ขดุ
)

คา
ถา
ป
อง
กั
นตั

ป
ญจะมั
งสิ
ระสั
งชาตั
งนะ
กาโรโหติ
สั
มภะโว
พิ
นธุ
ทั
ณ ฑะเ
ภทะอั
งกุ
สิ
ริ
นะโ
มพุ
ทธายะ
(ใ
ช
ท
องภา
วนาเ
ป
าใ
ส
มื
อแล
วตบมื
อดั


จะ
ทํ
าใ
ห
ปลอดภั
ยจา
กอั
นตร
ายไม

าคนหร

อสั

ตว
)

คา
ถา
คงกระ
พั

อะสั
งวิ
สุ
โลปุ
สะ
ภุ
พะ
สั
งวิ
ทาปุ
กะยะปะนะโมพุ
ทธายะมะอะอุ
อะ
ระ
หั

(ใ
ช
ท
องกั
บพร


ครื
องและ

วั
ตถุ
มงคลและ
นํ
าติ
ดตั
วไว


พื
อป

องกั
นตั
วคุ
มคร

อง
)

139

คา
ถา
ป
อง
กั
นภั
ยพิ
บั
ติ
ระตะนั
ตตะยั
งปุ

ชมิ
คุ
ณะวั
นตานะราป
จะ

ตโ
สตตะ
มานุ
ภาเ
วนะปุ
ญญานิ
ปะกะตานิ


(ใ
ช
สวดภา
วนา
ก
อนเ
ดิ
นทางหร
อกร


ทํ
าการ

ดๆที
อาจเ

กิ
ดอั
นตร
าย
จะ
ช

ยให
ปลอดภั
ยจากภั
ยพิ
บั
ติ
ต

งๆ)

คา
ถา
สกั
ดโ
จร
ผู
ร




จโ
รอั
ตนะ
รถายิ
ควาภู
มิ
ยั

จั
กขุ
มั
งปรมานู
ภั
ควโตอิ
ทธิ
ยาอั
ตตะโน
สิ
ริ

รมั
งสั
งจั
กขะอวสุ
สตุอวะสุ
สเ
ตสริ

วมั
งสั
งโลหั
ตตั

(ใ
ช
ท
องเ
พื
อใ

ห
ปลอดจากโจร
ผู


าย)

คา
ถา
คั
บขั

พุ
ทโธเ
มสะ
ระ
ณั
งเ
ลนั
ง ตาณั
งชี
วิ
ตั
งปะริ
ยั
นตะ
พุ
ทธั
งสะ
ระ
ณั
งคั
จฉามิ
ธั
มมั
งสะระณั
งคั
จฉามิ
สั
งฆั
งสะระณั
งคั
จฉามินะป
ดหู
โมป
ดตาพุ
ทมิ

ห็

ธาดลซ
อนไว
ยะหายไป
(ใช
ท
องบริ
กร

มเ
มอ
่ตกอยู



นยา
มคั
บขั

ศั
ตร
หร

อคนที

ไม

ปร

สง
ค
ดี
จะ
มองไม

ห็
น)

คาถาต
อสู

นะกาโ
รปะถะ
มั
งฌานั
งโมกาโรทุ
ติ
ยาฌานั

พุ
ทกาโรตะ
ติ
ยฌานั
งธากาโรจะ
ตุ
ตถั
งฌานั

ยะกาโรป
ญจะมั
งฌานั

ป
ญจะ
อั
กขระ
รานิ
ชาตานิ
นะโมพุ
ทธายะลั
กขะนั

(ใ
ช
สวดภาวนาเ
มื
อต

องเ
ผชิ
ญหน
าศั
ตร
หร

อกํ

าลั

จะ
ต
องต
อสู


พื
อใ

ห
พ
นจา
กอั
นตร
าย)

140

คา
ถา
หนั


หนี
ยว

คา
ถา
แคล

คลา

สุ
กิ
ตติ
มาสุ
ภาจาโรสุ
สี
ละ
วาสุ
ปากะโ
ตอั
สสะสิ
มา
วะ

จธะโรเ
กสะโ
รวาอะ
สั
มภิ
โต
(ใ
ช
สวดภา
วนา
คาถา
นี
กั

บน้
ามั

นทา
ถู



งกา
ยจะ
ทํ
าใ
ห
อาการ
ฟกช้


หายเ

วหรื

อก
อนออกศึ
กใดๆจะทํ

ให
หนั
งเ
หนี
ยวไม
บาดเ
จ็
บง
าย)

พุ
ทธาอะนุ
นามะริ
ยาสุ
ขั
งเ
ขยเ

พุ
ทธาอะนิ
นาสุ
หะลาลิ
สั
งเ
ขยเ

พุ
ทธาริ
โยเ
คมะ
กุ
ลั
กขะ
กั
ปปะเ

วั
นทามิ

ตสุ
ระนะ
รั
กกะเ
มสะ


(ใ
ห
ท
องคาถานี

๓จบเ
วลาต
องการ

ห
แคล
วคลา
ดใ
นสิ
งใ

ดๆที
อาจ


ป
นอั
นตร
ายหร
อเ

สี
ยงเ

ช
นก
อนเ
ดิ
นทา
งไกลหร
อขึ

นเ

ครื
องบิ

น)

คา
ถา
รอด
นะ
รานะ
ระหิ
ตั
งเ
ทวั
งนะ
ระ

ทเ
รหิ
ปู
ชิ
ตั

นะ
รานั
งกะมะป
งเ
กหิ
นะมามิ
สุ
คะตั
งชิ
นั

(ใช
สว
ดภาวนาเ
มื
อสถา

นการ
ณ
ไม
ค
อยดี

ช
นร
สึ


กว
ามี

คนสะกดร
อย
ตา
มถู
กปองร
ายอั

นตร
ายกํ
าลั
งเ
ข
าใ
กล
ก็

ห
ท
องคา
ถานี


พื
อใ

ห
รอด
พ
นอั
นตร
ายได
อย
างไม
คา
ดฝ
น)

คา
ถา
กํ

บั

ปะถะมั
งพิ
นธุ
กั
งชาตั
งตรี
นิ
กั
ตวานะนะ
การั
งป
ญจะสั
มภะวั
งนะรานะระหิ
ตั
งเ
ทวั

นะระเ
ทเ
วหิ
ปู
ชิ
ตั
งนะ
รานั
งกามะป

กหิ
นะมามิ
สุ
คะตั
งชิ
นั

(ใ
ช
สวดภาว
นาเ
พื
อหลบศั

ตร

หร
อคนที

กํ

าลั
งคิ
ดปองร
าย

ทํ
าใ
ห
ฝ
ายตร
งข
ามมองไม

ห็
นหรื
อคลา
ดสายตาไปได
)

พร

คาถามหา
กั
นแคล

คลา

(ท
านหลว
งปู
นิ

ลคร
บุ
รี
โคร
าช)
พุ
ทธั
งกั
นจะยะนะอะระหั
งธั
มมั
งกั
นจะยะ
นะอะระหั

สั
งฆั
งกั
นจะยะนะอะระหั
งพุ
ทธั
งกั
นตั
งธั
มมั
งกั
นตั

สั
งฆั
งกั
นตั
งพุ
ทธั
งตั
งสะธั
มมั
งตั
งสะ
สั
งฆั
งตั
งสะพุ
ทธั
งกั
นนะธั
มมั
งกั
นนะ
สั
งฆั
งกั
นนะชาติ
กั
นนั
งชรากั
นนั
งมรณั
งกั
นนั

กั
นนะกั
นหนากั
นหะเ
นหะ

141

คาถากั
นป

นะอุ

ออั
ดอุ
ทธั
งพะลั
งเ
สยยั

อะอั
ดนะนั
ดมั
ดอั
ดอุ
ทธะ
อุ
ตตั
มป
อุ
ตตะรั
งอุ
สุ
อั
สสะ
ปะ
ป
ภะ
คะ
วา
อิ
ติ
ป
ผิ
ดนะอุ
ทธั
งอั
ทโธโมโทอั
ดธั
งอุ

พุ
ทอุ
ทธั
งอั
ทโธชาโ
ธอุ
ทธั
งอั
ดยะมิ
ให
ออก
นะผิ
ดกาโรโหติ
สั
มภะโว
(ใ
ช
สวดภาว
นาตอนที
สถา

นการ
ณ
คั
บขั


พื
อใ

ห
แคล
วคลา
ดจา
กอา
วุ
ธป
น)

คา
ถา
แก
ศั
ตร

พุ
ทธั
งบั
งจั
กขุ
ปะติ
ลิ
ยะ
ติ
สู
ญญั
งจิ
ตตะวิ
ภั
ตติ
สั
งชาตั

อะโ
หสะกั
งมหาสู
ญญั
งปรมั
ตถะสู
ญญั

ธั
มมั
งบั
งจั
กขุ
ปะติ
ลิ
ยะติ
สู
ญญั
งจิ
ตตะวิ
ภั
ตติ
สั
งชาตั

อะโ
หสะกั
งมหาสู
ญญั
งปรมั
ตถะสู
ญญั

สั
งฆั
งบั
งจั
กขุ
ปะติ
ลิ
ยะติ
สู
ญญั
ง จิ
ตตะ
วิ
ภั
ตติ
สั
งชาตั

อะโ
หสะกั
งมหาสู
ญญั
งปรมั
ตถะสู
ญญั

(ใ
ช
ภาวนาเ
วลาที
กํ

าลั
งถู
กคนปอง
ร

ยใ
ห
ท
องคา
ถากั
บมื
อแล
วเ
อา
มื

นั
นมาแตะที

หน

าผากว

กั
นว
าจะทํ
าใ
ห
รอดพ
นไปได
)

142

คา
ถา
ข
มศั
ตร

คา
ถา

กษา

ไข

ตะ
โตโพธิ
สั
ตโตราชะสิ
งโหวะมหิ
ทธิ
โก
อะระหั
งตะมั
ตทั
งปะกาเ
สนโต
ราชะสิ
งโหสั
ตถาอาหะนะ
โมพุ
ทธายะนะมามิ
สุ
คะตั
งชิ
นั

(ใช
บร
กร


มคาถา

มื
อจะ

ต
องไปเ
จอศั
ตร

จะ
ทํ
าใ
ห
ศั
ตร


กร
งกลั

- ท
อง๓จบแล
วกร
ะทื
บเ
ท
าดั

ๆก
อนออกจากบ
านเ
หมื
อน
กั
บพิ
ธี
ตั
ดไม
ข
มนาม)

โพชฌั
งโคสติ
สั
งขาโตธั
มมานั
งวิ
จโยตถาวิ
ริ
ยั
มป
ติ
บั
สสั
ทธิ
โพชฌั
งคาจตถาปเ
รสมาธุ

ปกขโพชฌั
งคา
สั
ตเ
ตเ
ตสั
พพทั
สสิ
นา มุ
นิ
นาสั
มมะทั
กขาตาภาวนา
พหู
ลี
กะตาสั
งวั
ตตั
นติ
อภิ
ญญายะนิ
พพานะยะจะโพธิ
ยา
(ใ
ช
ภาวนาเ
มื
อเ

วลา
ที
ไม

สบายกั
บยา
ที


ช
ทา
นอยู
จะช

วย
ให
หา
ยป
วยหา
ยเ
จ็
บไข
ได


วขึ

น)

คา
ถา
แก
อา
คม

คาถาแก
พษ

นะโ
มพุ
ทธายะนะรานะระรั
ตตั
งญานั

นะ
รานะ
ระรั
ตตั
งหิ
ตั

นะรานะระรั
ตตั
งเ
ขมั
งวิ
ป
สสิ
ตั
งนะมามิ
หั

(ใ
ช
สวดภาวนากั
บน้
าแล

วนํ
ามาดื
มและอาบถ

าหา
กร
สึ


กว
าร
างกาย

จิ
ตใ
จไม

ป
นปร
กติ
กร
ะว
นกร
ะว
ายซึ
งอาจจะถู

กของ)

อะ
สั
งวิ
สุ
โลปุ
สะพุ
ภะสะทะวิ
ป
ปะสะ
อุ
มะอะอุ
อาปามะ
จุ
ปะที
มะสั
งอั
งขุ
นะ
โมพุ
ทธายะ
(ใช
ภา
วนา
คาถา
นี
กั

บเ
คร
องสมุ


นไพรขิ
งพลู
ไพลตํ


วมกั
นแล
วทา
บร


วณที


ป
นผื
นแดงโ

ดยไม

สา



หตุ
จะ
ทํ

ให
บร
รเ
ทาได
)

คา
ถา
ขั
บไล
สิ


ชั


ร


มะโทรั
งอะตะ
ระ
โรเ
วสะวะโนนะ
หากป
ป
สาคะตาวาโ
หมิ
มหายั
กขะเ
ทพะ
อนุ
ตะรั
งเ
ทพะ
ดา

ทพะเ
อรั
กขั
งยั
งยั
งอิ
ติ

วสะ
วะนั

ภู
ตั
งมหาลั
กชามะนงมะภู
อารั
กขะ
นะพุ
ททิ
มะมั
ตตะนั
งกาลปะติ
ทิ
ศา
สั
พเ
พยั
กขาปะลายั
ตตะนิ
(ใ
ช
ท
องกั
บน้
าบร

สุ

ทธิ
แล


นํ
ามาปร
ะพร
มใ
ห
ทั
วสถา

นที
นั

นๆ

จะช
วยแก
อาถร

พ
ต
างๆณ ที
นั

นได

)

คาถากั
นไ
ฟและ
ขโ
มย
ป
ญจะ
มาเ
ลชิ

นนาโถป
ตโ
ตสั
มโพ
ธิ
มตตะมั
งอรหั
งพุ
ทโธอิ
ติ
ป

สภะ
คะ
วา
(ใ
ช
สวดภา
วนา
กั
บทร
าย๗ จบด
วยกั
นแล
วนํ

ไปโปร
ยร
อบบ
านจะ
ปลอดจากอั
คคี
ภั
ยและ
ขโมยโจร
)

143

คา
ถา

กษา

กร

ดก

นะโ
มพุ
ทธายะนะ
มะพะ
ทะจะพะกะสะเ
จโรอั
ตตะนะระถายิ
คะ
วาอั
ฐฐิ
รั
กขั
งภู
มิ
ยั
กขุ
มั
งปะระมานู
ภะคะวะ
โตสุ
โขอิ
ทธิ
ยา
อั
ตตะ
โนสี
ริ

รมั
งสั
งอั
ตฐิ
มั
งจั
กขะอะวะสุ
สะเ
ตอะ
วะ
สุ
สะเ
ตสะ
ริ

วมั
งสั
งอั
ตฐิ
โลหั
ตตั
งปะสานะการิ
ยั
งโอมอั
คคี
คงคานั

ระวั
งดั
บหาย
(หา
กเ
กิ
ดอุ
บั
ติ

หตุ
แขนขาหร
อกระ

ดู
กส
วนต
างๆหั
กเ
ดาะใ
ห
ใช
คา
ถานี


สกไพลออกหร
อปร

ะคบเ
สกเ
ป
าแล

นวด
จั
บเ
ส
นบ
อยๆไม
ช
าก็
จะ

หมื
อนเ
ดิ
ม)

คา
ถา
พร


มคคั
ลลา
น
ต
อกร

ดู


ถโรโมคคั
ลลาโ
นอั
นตะระธายิ
ต
วา
ภู
มิ
สุ
ขุ
มั
งปะระมาโนภะคะวะโต
อิ
ทธิ
ยาอั
ตตะโ
นสะ
รี

รมั
งสั
งโลหิ
ตั

(คาถา
บทนี


ช
ภาวนาได
ทุ
กๆวั
นวั
นละ๑๐๘ คาบ กั
นสา
รพั

อั
นตร
ายทั
งปว

งใ
ช

สกปู
นทาเ
ป
าพ
นสาร
พั
ด ถ
าจะ
คั
ดเ
ลอ
ืดใ
ห
ภาว
นา
๗ ที
คั
ดเ
ลื
อดหยุ
ดไหลแล)

144

คา
ถาพร


มคคั
ลลา
น
ดั
บไ
ฟนรก

ถโรโมคคั
ลลาโนนะ
ระ
กั
ตตั
งโลหะกุ
มภี
ทิ
ส
วาอั
คคี
ป
ตติ
กั
มปะติ
(คาถา
นี


ช
ดั
บพิ
ษไฟสา
รพั
ดหายสิ
นไม


อนไม

พอง)

คาถาชนะ
มา

นะโ
มพุ
ทธายะโมคคั
ลลานั
ญ จะ
มหาเ
ถโรอิ
ทธิ
มั
นโต
อานุ
ภาเ
วนะเ
ชยยะสิ
ทธิ


(ใ
ช
สวดภา
วนา

พื
อใ

ห

อา
ชนะจากคนไม
ดี
ได
)

คาถาเ

ยกเ




(หลวงพ
อคู
ณ ปริ
สุ
ทโธ)
พุ
ทธั
งโหมธั
มมั
งโหมสั
งฆั
งล
อมอั
นตรายาวิ
นาศสั
นติ

คา
ถา

จร
ญโ

ภคทร
พย

นิ
จจั
งกาลั
งป
ยั
งโหติ

ทวะตาป
นิ
ป
ตเ
ตยยั

มะ
หาเ
ตชั
งมะ
หาตะ
ป
งพะเ
ลเ
นเ
นเ
ตเ

ชะยะตุ
ชะ
ยะมั
งคะลั
งฯ
(คาถานี

ท
านให
ภาวนาทุ
กๆวั
นเ
จริ
ญโ
ภคทร
พย

มี
ลาภและมี
ตบะ

ดชะดี
นั
กแลฯ)

คาถาโ
ชคลาภ๑
นะโ
มพุ
ทธายะนะ
มะพะทะจะภะกะสะนะอุ
อุ
นะ

ตชะสุ

นนะมะภู
จะ
นาวิ

วอิ
ติ
นะยะปะรั
งยุ
ตเ

(ใ
ช
ภาวนากั
บกร


ป
าสตางค
จะ
ทํ
าใ
ห
ไม
ขั
ดสน)

คา
ถา

ชคลา
ภ๒

(เ
ป
นอี
กคาถาหนึ
งที

ใช

สว
ดภาวนาเ
พื
อใ

ห

กิ
ดโ
ชคลา
ภแบบฟลุ
คๆ

ขึ
นมา

ได

อามาเ
สกกั
บน้
าแล

วแตะ
หน

ผาก)

คา
ถา

ชคลา
ภ๓
นะโมพุ
ทธายะสั
พพะสิ

นหาจะปู
ชิ
โตสั
พพะ
โกรธาวิ
นาสสั
นตุ
อะ

สสะโ
ตเ
มตตากรุ
ณายั
งทะยะวิ
สา

สป
ยามะนาโ
ปเ
มสั
พพะโลกั
สสมิ

(ใช
ภาว
นา

พื
อใ

ห

กิ
ดโชคลาภอาจจะ

ช

สกกั
บน้
าแล


ใช
ล

งหน

ก็
ได
)

คา
ถา
ร่



วย
ธะนั
งโภคั
งทุ
สะมะนิ
นะนั
งโ
ภคั
งทุ
สะ
มะนิ
อุ
มิ
อะมิ
มะหิ
สุ
ตั
งสนะพุ
ทธั

อะสุ
นะอะนะมะพะทะจะภะกะสะ
(ใ
ช
ภาวนากั
บน้
าแล


นํ
าเ
อามาพร
มให
ทั
วร

าน

หรื
อบ
านจะนํ
าทาซึ
งเ

งิ
นทองไม
ขาดสาย)

คา
ถา
มหา
ลา

นะมามี
มามะหาลาภาอิ
ติ
พุ
ทธั
สสะสุ
วั
ณ ณั
งวา
ระชะตั
งวามะณี
วาธะนั
งวาพี
ชั
งวาอั
ตถั
งวา
ป
ตถั
งวาเ
อหิ

อหิ
อาคั
จเ
ฉยยะอิ
ติ
มี
มานะ
มามิ
หั

(ให
สวดภา
วนา
ก
อนนอน๓จบและตอนเ
ช
าอี
ก๓จบ
จะเ

ยกทร

พย

โชคลาภให
มี
ได
อย

งน

อั
ศจร

ย
)

พร

คา
ถา

สร
มทร

พย

พุ
ทธะมะอะ
อุ
นะ
โมพุ
ทธายะ
วิ
ระทะ
โยวิ
ระโคนายั
งวิ
ระหิ
งสาวิ
ระทาสี
วิ
ระทาสา
วิ
ระ
อิ
ตถิ
โยพุ
ทธั
สสะมาณี
มามะพุ
ทธั
สสะสะวาโ
หม

โพธิ
มะ
หิ
สะ
กะอิ
ถิ
พุ
นะอิ
ถิ
สั
ตโตอิ
ถี
วาโย

อหิ
มะมะนะกาโ
รโหติ
สั
มภะโว

145

146

คาถาเ
งิ
นล

น(หลว
งพ
อฤๅ
ษี
ลิ
งดํ
า)

(ใ
ช
ภาวนากั
บขี
ผึ



หร
อลิ

ปสติ
กจะทํ
าใ
ห
คนร
กเ

ชื
อฟ

ง)

นาสั
งสี
โมพรหมาจะมหาเ
ทวาสั
พเ
พ ยั
กขาปะรายั
นติ
พรหมาจะมหาเ
ทวาอภิ
ลาภาภะวั
นตุ


มหาปุ
ญโญ มหาลาโภภะวั
นตุ

มมิ

ตพาหุ
หะติ
พุ
ทธะ
มะอะ
อุ
นะ
โมพุ
ทธายะวิ
ระทะโ
ยวิ
ระโคนายั
งวิ
ระหิ
งสา
วิ
ระ
ทาสี
วิ
ระทาสาวิ
ระอิ
ตถิ
โยพุ
ทธั
สสะมานี
มามะพุ
ทธั
สสะ
สวาโหม สั
มปะฏิ
จฉามิ

พ็
งๆพาๆหาๆฤาๆ
(ให
สวด๙ จบ)

คา
ถาแก
ฝ
นร


คา
ถา
สะ

ดาะ

คร
าะ
ห
นะโมเ
มโรเ
ตโ
ขสั
พพะเ
ทวานั

สั
พพะ
พุ
ทธานุ
ภาเ
วนะสั
พพะธั
มมา
นุ
ภาเ
วนะสั
พพะสั
งฆานุ
ภาเ
วนะ
พระเ
คราะหะจะ

ทวะ
ดาสุ
ริ
ยั
งวั
นทั

ปะมุ
ญจะกะสะ
สิ
ภู
มโ
บจะเ
ทวานั

พุ
ทโธลามั
งถะวิ
สสะ
ติ
ชี
โวสุ
โก
จะมหาลาถั
งสั
พพะ
ทุ
กขั
งวิ
นาสสั
นติ
(กรา
บ๓คร
งแล



กล
าว
ว
าพุ
ทโธธั
มโมสั
งโฆสวดอย
างนี

๗ วั
น)

คา
ถา
คลอดลู
กง

147

ยั
นทุ
นนิ
มั
ตตั
งอวมั
งคลั
ญจะโ
ยจามะนาโปสกุ
ณั
สสะสั
ทโ

ปาป
คคะ
โหทุ
สสุ
ป
นั
งอะกั
นตั
ง พุ
ทธานุ
ภาเ
วนะวิ
นาสเ
มนตุ
ยั
นทุ
นนิ
มั
ตตั
งอวมั
งคลั
ญจะโยจามะนาโ
ปสกุ
ณั
สสะ
สั
ทโธ
ปาป
คคะโททุ
สสุ
ป
นั
งอะกั
นตั
ง ธรรมานุ
ภาเ
วนะวิ
นาสเ
มนตุ
ยั
นทุ
นนิ
มั
ตตั
งอวมั
งคลั
ญจะโยจามะนาโ
ปสกุ
ณั
สสะ
สั
ทโธ
ปาป
คคะ
โหทุ
สสุ
ป
นั
งอะกั
นตั
งสั
งฆานุ
ภาเ
วนะวิ
นาสเ
มนตุ
(ใ
ช
ภาวนาตอนเ
ช
าตร
กั


บน้


ลู
บหน


พื
อแก

ฝ
นร
าย)

คา
ถา
พื
ชผล
นะโมตั
สสะภะ
คะ
วะ
โต อภิ
วั
นทิ
ยะปู

ชตะ
วา

อเ
ตนะจาป
สั
จเ
จนะปวุ
ตตาพื
ชชาติ


ป
พพั
ณ ณาจาปรั
ณณาจะวิ
รู
หั
นตุ
(ใ
ช
ท
องภา
วนา
ขณะ
ที
ปลู

กต
นไม
หว
านพื
ชผล

พื
อให


ติ
บโ
ตงอกงามเ

วและปลอดจากแมลง

หร
อภั

ยอื
นๆ)

คา
ถา
คดี
คว
าม

ยโตหั
งภคิ
นี
อริ
ยายะชาติ
ยาชาโตนาภิ
ชานามิ
สั
ญจิ
จจะปาณั
งชี
วิ
ตาโวโรเ
ปตาเ
ตนะสั
จเ
จนะ

สตภิ

ตโ
หตุ

สตภิ
คั
พภั
สสะ
(ใ
ช
ภาว
นาแล
วลู
บที
คร


ภ
มาร
ดาเ
พื
อใ

ห
คลอดลู
กง
าย)

อิ
ติ
ป

สภะ
คะ
วาอรหั
งสั
มมาสั
มพุ
ทโธอรหั
งเ
ตโ

โสตาปะติ
ภะลั
งอะนาตามิ
พะลั
งเ
ตโชวิ
ทะ

ตเ
ชยยะ

ชยยะสั
พพะศั
ตรู
วิ
นาสสั
นติ
(ใ
ช
ภาวนาหากเ
มื
อมี


รื
องต

องขึ
นโร

งขึ
นศาลโดยเ

ขี
ยนชื
อคู

คดี

ลงบน
กระ
ดาษแล

นํ

ไปเ
ผา
ทิ
งทํ

าทุ
กวั
นคู
คว

ามจะถอนฟอ
ง)

คาถาเ
สกขี
ผึ


คา
ถา
ปลก
ุใ

มทุ
จิ
ตตั
งสุ
วามุ
ปขั
งทิ
ตสวานิ
มามั
งป
ยั
งมะ
มะ

มตตาชิ
วหายะมะทุ
รั
ง ทะตวาจาจั
งสุ
ตทั
งสุ
ตตะวา
สั
พเ
พชะนาพะหุ
ชะนาอิ
ตถี
ชะ
นา สั
มมะ
นุ
นะ
พรามมะนานุ
นะปะสั
งสั
นติ

ป
จจะมั
งสิ
ระสั
งชาตั
งนะอดทนนะ
กาโร

หติ
สั
มภะโวนะรานะระหิ
ตั
งเ
ทวั
งนะระเ
ทเ
วหิ
จชิ
งตั

นะ
รานั
งกามะป
งเ
กหิ
นะมามิ
สุ
คะตั
งนั
งกั
ณหะเ
นหะ
(ใช
ท
องเ
มื
อต

องเ
ผชิ
ญกั
บควา
มห
อเ
หี
ยวหมดกํ

าลั
งใ
จจะ
ได
ช
วยเ
พิ


พลั

ให
มี
กํ
าลั
งใจและ
กายต
อสู
กั

บป
ญหาต
างๆ)

148

คา
ถา
ยั
นต

กร
าะ

พชร
อิ
ระชาคะ
ตะ
ระ
สา ติ
หั
งจะโตโรถิ
นั

ป
สั
มระ
โลปุ
สั
ตพุ
ทโสมาณะกะริ
ถาโธ
ภะสั
มสั
มวิ
สาเ
ทภะคะ
พุ
ทป
นทู
ทั
มวะคะ
วาโธโนอะมะมะวาอะ
วิ
ชสุ
นุ
ตสานุ
ติ

(หลวงพ
อเ
งิ
นวั
ดบางคลานพิ
จิ
ตร
)
อิ
ติ
ผิ
ดภควาผิ
ดอิ
ติ
อั
สสะอะระหั
งนะจะจั
งงั

พุ
ทโธนะ
โมพุ
ทธายะ

คา
ถา
มหาอํ

นา

คาถาลงน้


อวั
งราชะสี
โหมะหานาทั
งสี
หะนาทะกั
งสี
หะ
นะเ

สี
ละเ
ตเ
ชนะนามะราชะ
สี
โห
อิ
ทธิ
ถทธิ

พระ
พุ
ทธั
งรั
กษาสารพั
ดศั
ตรู
อะปะราชะยั

อิ
ทธิ
ฤทธิ

พระ
ธั
มมั
งรั
กษาสารพั
ดศั
ตรู
อะปะราชะยั

อิ
ทธิ
ฤทธิ

พระสั
งฆั
งรั
กษาสารพั
ดศั
ตรู
อะปะราชะยั

(ใ
ช

สกน้


ล
าง
หน
าทุ
กวั
นตอนเ
ช
าแล
วจะ
มี
อํ
านาจ

ป
นที
ยํ



กร
งของคนทั
งปวง)

ยั
นทุ
นนิ
มิ
ตตั
งอวมั
งคลั
ญจะโยจามะนาโ

สกุ
ณั
สสะสั
ทโธปาป
คกะโหทุ
สสุ
ป
นั
งอะ
กั
นตั

พุ
ทธานุ
ภาเ
วนะวิ
นาสเ
มนตุ
ยั
นทุ
นนิ
มิ
ตตั
งอวมั
งคลั
ญจะ

ยจามะนาโ
ปสกุ
ณั
สสะสั
ทโ

ปาป
คคะโ
หทุ
สสุ
ป
นั
งอะ
กั
นตั

ธรรมานุ
ภาเ
วนะวิ
นาสเ
มนตุ
ยั
นทุ
นนิ
มิ
ตตั
งอวมั
งคลั
ญจะ

ยจามะนาโ
ปสกุ
ณั
สสะสั
ทโ

ปาป
คคะโ
หทุ
สสุ
ป
นั
งอะ
กั
นตั

สั
งฆานุ
ภาเ
วนะวิ
นาสเ
มนตุ
โอมชํ
าระมหาชํ
าระ
นั
ทธี
สะคะระชํ
าระประสิ
ทธิ


(ใ
ช
ภาว
นาเ

ลาจะลงน้
าไม


าเ

ป
นคลองหร
อทะ


ลเ
พื
อป

องกั

อั
นตรา
ยจากสั
ตว
มี
พิ
ษต

งๆ)

คา
ถา
มหา
พิ
ทั
กษ
จิ
ตติ
วิ
ตั
งนะกรึ
งคะรั

(ใช
ภา
วนา
ตอนที


ส
กุ
ญแจป
ดหี
บป
ดตู

ป
ดปร
ะตู
หน
าต


ป
องกั
นขโมยโจร
ผู


ายได

และ
มี

ชคลา
ภมั
งมี


งิ
นทอง)

คา
ถา
อิ
ทธิ
ฤทธิ

พุ
ทโธพุ
ทธั
งนะกั
นตั
งอะระหั
งพุ
ทโธนะ
โมพุ
ทธายะ
อุ
ทธั
งอั
ทโธนะโมพุ
ทธายะ
(เ
วลาเ
จอศั
ตร
ที

มอ

ีา
วุ
ธให
ท
อง
ว
าคาถาเ
พื
อป

องกั
นตั
วดั
งนี
)

คาถาฤทธิ


ดช
นะรานะราหิ
ตั
งเ
ทวั
งนะ
ราเ
ทเ
วหิ
ปู
ชิ
ตั

นะ
รานั
งกามะ
ป
งเ
กหินะมามิ
สุ
คะตั
งชิ
นั
งกะยะพุ
ตั

(ใช
สว
ดภาวนาเ
วลาที
ต

องเ
ข
าไปใ
นสถา
นที
มี

อั
นตร
าย

พื
อใ

ห

อดพ
นจากภั
ยต
างๆ)

149

ขุ
นแผนสะ
กดทพ

คา
ถา

ดิ
นทาง
ไกล
มะ
ติ
ยาเ
ตมะเ
ตยาติ
มาเ
ตถิ
นานะนาถิ


มะ
นาเ
นสามะสาเ
นนา
มะสาจะติ
มะติ
จะสา
มะ
ติ
ยาโนมะโนยาติ
มะโนติ
ตั

มะตั
งติ

นมะตั
งปาลั

มะลั
งปาตั
งมะลั
งจะติ
มะติ
จะลั

150

(ใ
ช
ภาวนาก
อนออกเ
ดิ
นทางไกลจะ
ช

ยให
ปลอดภั
ยและ
สํ


ร็
จใน
จุ
ดมุ
งหมายปลายทาง

)

คา
ถา
ขั
บร


มตตั
ญ จะสั
พพโลกั
สสะมิ

มานะสั
มภาวะเ
ยอะปะริ
มานั

(ใช
ภา
วนา

พื
อใ

ห
ปลอดภั
ยจากอุ
บั
ติ

หตุ
ไม
หลั
บใ
น)

พร

คาถาภา

นาเ
ดิ
นทางไ
ปต

งถิ
นหร

อต


งประ

ทศ
อุ
กขิ
ตตะขั
คคะมะติ
หั
ตถะสุ
ทารุ
ณั
นตั

ธาวั
นติ
โยชะนะปะถั
งคุ
ลิ
มาละวั
นตั

อิ
ทธี
ภิ
สั
งขะตะมะโ
นชิ
ตะวามุ
นิ
นโท
ตั
นเ
ตชะสาภะ
วะตุ

มชะยะ
มั
งคะลานิ
อานุ
ภา
พของพร

ชั
ยมงคลคาถาบทนี


มื
อไปต

างเ
มื
องจะใ
ห

งเ



อง

จงจิ
ตภาวนาก
อนออกเ
คหาภาวนเ

อยไปใ


นเ
มื
อนึ

กได
จนถึ

จุ
ดหมายดิ
นแดนถิ
นอื


อั
ญมณี
ประ
จํ
าวั
นเ
กิ

๑. เ
กิ
ดว
นจั

นทร

ควร
ใช

คร
องปร


ะดั
บอั
ญมณี
ที


ป
นสี

หลื
องเ

ยกว

า“เ
ศตา
ภรณ
” ได
แก
บุ
ษรา
คั
ม(Yellow Sapphire) โทแพซสี

หลื
อง(Yellow
Topaz) ซิ
ทร
น(Citrine) เ

พทา
ยสี

หลื
อง(Yellow Zircon) อํ

พั

(Amber) หยกสี

หลื
อง(Yellow Jade) เ
พชรสี

หลื
อง(Yellow
Diamond) ไข
มุ
กสี
ทอง(Golden Pearl) เ
ป
นต

อั
ญมณี
ที


ช
แต
งกา
ยวั
นจั
นทร
คื

อ“มุ
กดา” (มุ
กดาหา
รหร


Moonstone) และ“โ
อปอล” (โอปอลหร
อOpal)สี

ของอั
ญมณี
ที


สร
มการ


งิ
นคื
อสี
แสด

151

 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มการ

งาน(จะก

วหน
าร
งเ



องปร


สบ
ควา
มสํ
าเ

จ) คื

อสี
ดํ

 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มความมี

อํ
านา
จ(มี

ดชมี
อํ

นา
จ) คื
อสี

ขี
ยว
 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มความมี

สง
าร

าศี
(เ
ป
นที
ยกย

องเ
ลื
อมใ



ป
นที


กใ

คร
ของ

คน) คื
อสี
ดํ

 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มความเ

มตตา(ทํ
าใ
ห
ผู
ใหญ


มตตากร
ณา)

คื
อสี
ฟ

๒. ว
นอั


คา


กิ
ดวั
นอั
งคา
รคว
รใ
ช

คร
องประ


ดั
บอั
ญมณี
ที


ป
นสี
ชมพู


ยกว

า“ตามภา

ภร
ณ
” ได
แก
ปะ
กา

ง(Coral) แซปไฟร

สี

ชมพู
( Pink
Sapphire) เ
บร
ลสี

กุ
หลาบ(Rose Beryl) สป

นลสี
ชมพู
( Pink Spinel)
โทแพซสี
ชมพู
( Ping Topaz) เ
พชร
สี
ชมพู
( Pink Diamond) ไข
มุ
กสี
ชมพู
( Pink Pearl) เ
ป
นต

อั
ญมณี
ที


ช
แต
งกายว
นอั

งคาร
คื
อ“ปร

พาฬ” (ปะ
กา

งหร



Coral)
 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มการ


งิ
นคื
อสี

ทา
 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มการ

งาน(จะก

วหน
าร
งเ



องปร


สบ
ควา
มสํ
าเ

จ) คื

อสี
ฟ

 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มความมี

อํ
านา
จ(มี

ดชมี
อํ

นา
จ) คื

สี
ดํ

 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มความมี

สง
าร

าศี
(เ
ป
นที
ยกย

องเ
ลื
อมใ



ป
นที


กใ

คร
ของ

คน) คื
อสี
แสด
 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มความเ

มตตา(ทํ
าใ
ห
ผู
ใหญ


มตตา
กร
ณา) คื

อสี
แดง

๓. ว
นพุ



กิ
ดวั
นพุ
ธควร

ช

คร
องปร


ะดั
บอั
ญมณี
ที


ป
นสี

ขี
ยวเ

ยกว


“อิ
นทนิ
ล” ได
แก
มร
กต(Emerald) หยก(Jade) หยกออสเ
ตร

ลี

(Chrysoprase) หยกเ
ม็
กซิ
กั
น(Calcite) ทั
วร
มาลี

นสี

ขี
ยว(Chrome

152

Tourmaline) เ
พร
โดต

(Peridot) โกเ
มนสี

ขี
ยว(Green Garnet)

ขี
ยวส
อง(Green Sapphire) เ
ป
นต

อั
ญมณี
ที


ช
แต
งกา
ยวั
นพุ
ธคื
อ“มร
กต” (มร
กตหร


Emerald)
 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มกา

รเ

นคื

อสี
ฟ
าถ
าเ
ป
นพุ
ธกลา
งคื
นสี
ชมพู
 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มกา

รง
าน(จะ
ก
าวหน
าร
งเ



องประ

สบ
ความสํ
าเ

จ) คื

อสี
แดงถ
าเ
ป
นพุ
ธกลางคื
นสี

ขี
ยว
 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มควา

มมี
อํ
านาจ(มี

ดชมี
อํ
านาจ) คื
อสี
แสดถ


ป
นพุ
ธกลาง
คื
นสี
แดง
 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มควา

มมี
สง
าร
าศี
(เ
ป
นที
ยกย

องเ
ลื
อมใ



ป
นที
รั

กใ
คร
ของคน) คอ
ืสี
ดํ
าสี

ทาถ
าเ
ป
นพุ
ธกลางคื
นสี
ขาวสี

งิ

 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มควา

มเ
มตตา(ทํ
าใ
ห
ผู


หญ

มตตากร
ณา)

คื
อสี
ขาวถ
าเ
ป
นพุ
ธกลางคื
นสี
ดํ
าสี

ทา

๔. วั
นพฤหั
สบดี

กิ
ดว
นพฤหั

สบดี
ควร
ใช

คร
องปร


ะดั
บอั
ญมณี
ที


ป
นสี
ส
มหร


สี
แสดเ

ยกว

า“ป
ตาภร
ณ
” ได
แก
โอปอลไฟ(Fire Opal) หยกแดง
(Red Jade) หยกแดงไต
หวั
น(Carnelian) สป

นลสี
ส
ม(Orange
Spinel) แซปไฟร
สี

ส
ม(Padparadscha) ปะ
การ
ง(Coral) เ

ป
นต

อั
ญมณี
ที


ช
แต
งกา
ยวั
นพฤหั
สบดี
คื
อ“ไพฑู

ย
” (ตาแมวหรื

Chrysoberyl Cat’s Eye)
 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มกา

รเ

นคื

อสี
ขาว
 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มกา

รง
าน(จะก
าวหน
าร
งเ



องปร

ะสบ
ความสํ
าเ

จ) คื

อสี
ชมพู
 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มควา

มมี
อํ
านาจ(มี

ดชมี
อํ
านาจ) คื
อสี
ฟ

 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มควา

มมี
สง
าร
าศี
(เ
ป
นที
ยกย

องเ
ลื
อมใ



ป
นที
รั

กใ
คร
ของคน) คอ
ืสี
แดง
 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มควา

มเ
มตตา(ทํ
าใ
ห
ผู


หญ

มตตากร
ณา)

คื
อสี

ขี
ยว

153

๕. ว
นศุ

กร


กิ
ดวั
นศุ
กร

ควร

ช

คร
องปร



ดั
บอั
ญมณี
ที


ป
นสี
ฟ
าหร
อสี

น้



งิ
นเ

ยกว

า“ปภั
สร
าภรณ
” ได
แก
ไพลิ
น(Blue Sapphire) โทแพซสี
ฟ

(Blue Topaz) เ
พทายสี
ฟ
า(Blue Zircon) ลา
พิ
สลาซู
ลี
(Lapis
Lazuli) อะ
คว
ามาร
น(Aquamarine) เ

ทอร
คอยส
(Turquoise) เ
พชร
สี
ฟ
าหร
อน้

าเ

งิ
น(Blue Diamond) เ
ป
นต

อั
ญมณี
ที


ช
แต
งกายว
นศุ

กร
คื
อ“เ
พชรร
ตน

” (เ
พชรหรื

Diamond)
 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มการ


งิ
นคื
อสี

ขี
ยว
 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มการ

งาน(จะ
ก
าวหน
าร
งเ



องปร


สบ
ควา
มสํ
าเ

จ) คื

อสี
ดํ

 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มความมี

อํ
านา
จ(มี

ดชมี
อํ

นา
จ) คื
อสี
ขา

 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มความมี

สง
าร

าศี
(เ
ป
นที
ยกย

องเ
ลื
อมใส


ป
นที


กใ

คร
ของ

คน) คื
อสี
ชมพู
 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มความเ

มตตา(ทํ
าใ
ห
ผู
ใหญ


มตตากร
ณา)

คื
อสี
แสด

๖. วั
นเ
สา
ร

กิ
ดวั
นเ
สาร

ควร
ใช

คร
องปร


ะดั
บอั
ญมณี
ที


ป
นสี
ม
วงหร
อสี

ดํ



ยกว

า“กั

ณหาภรณ
” ได
แก
แอเ
มที
สต
(Amethyst) แซปไฟร
สี

ม
วง
(Violet Sapphire) นิ
ลตะ
โก(Black Spinel) โอนิ
กซ
( Onyx) หยกดํ

(Black Jade) สตา
ร
ดํ
า(Black Star Sapphire) ไข
มุ
กสี
ดํ
า(Black
Pearl) ปะ
การ
งสี

ดํ

(Black Coral) เ
ป
นต

อั
ญมณี
ที


ช
แต
งกายว
นเ

สาร

คื
อ“นิ
ลมณี

ตน

” (นิ
ลกาฬหร


Blue Sapphire)
 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มการ

งาน(จะก

วหน
าร
งเ



องปร


สบ
ควา
มสํ
าเ

จ) คื

อสี
ขา
วสี

หลื
องอ
อนๆ
 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มความมี

อํ
านา
จ(มี

ดชมี
อํ

นา
จ) คื
อสี
ดํ

 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มความมี

สง
าร

าศี
(เ
ป
นที
ยกย

องเ
ลื
อมใส


ป
นที


กใ

คร
ของ

คน) คื
อสี
ฟ

154

๗. ว
นอา

ทิ
ตย

กิ
ดว
นอาทิ

ตย
ควร

ช

คร
องปร



ดั
บอั
ญมณี
ที


ป
นสี
แดง


ยกว

า“รั
ตนาภาร
ณ
” ได
แก
ทั
บทิ
ม(Ruby) สป

นลสี
แดง(Red
Spinel) โกเ
มนสี
แดง
(Granet) ทั


มา

ลี
นสี
แดง(Rubellite) เ
พทา
ยสี
แดง(Red Zircon) เ
พชร
สี
แดง(Red Diamond) เ
ป
นต

อั
ญมณี
ที


ช
แต
งกา
ยวั
นอา
ทิ
ตย
คอ
ื“ป
ทมร

ช” (ทั
บทิ
มหร


Ruby)
 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มกา

รเ

นคื

อสี
ดํ
าสี

ทา
 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มกา

รง
าน(จะ
ก
าวหน
าร
งเ



องประ

สบ
ความสํ
าเ

จ) คื

อสี
แสดหร
อสี

ส

 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มควา

มมี
อํ
านาจคื
อสี
ชมพู
และ
สี
แดง
 สี
ของอั
ญมณี
ที


สร
มควา

มมี
สง
าร
าศี
(เ
ป
นที
ยกย

องเ
ลื
อมใ



ป
นที
รั

กใ
คร
ของคน) คอ
ืสี

ขี
ยว

อั
ญมณี
ประ
จํ
าเ
ดื
อนเ
กิ

มกร
าคม– โ
กเ
มน(Garnet)
โกเ
มนหร
อ การ



นต (garnet) จั
ดอยู
ในกลุ

มพลอยเ

นื
ออ

อน
มี
คว
ามแข็
งอยู
ที

ปร


มา
ณ ๖.๕-๗.๕ ถ
ากล
าวถึ
งพลอยโกเ
มนแล

ผู
คนมั

กจะนึ
กถึ
งพลอยสี
แดงมื
ดแต

นความจร
งแล

วโกเ
มนมี
ได
หลาย
สี
ซึ


ขึ
นอยู

กั

บองค
ปร

กอบทาง

คมี ดั
งนั
นจึ

งสามาร
ถแบ

โกเ
มนได

ป
นอี
กหลา
ยชนิ
ด เ
ช
น Almandite (โกเ
มนสี
แดงหร
อน้

าตาลอม

แดง), Pyrope (โกเ
มนสี
แดงเ
ข
ม), Rhodolite (โกเ
มนสี
ม
วงหร
อสี

แดงม

ง), Spessartite (โกเ
มนสี
ส
มหร
อแดงส

ม), Tsavorite
(โกเ
มนสี

ขี
ยว ) นอกจา
กที
ยกตั

วอย

งมา
แล
ว ก็
ยั
งมี
อี
กหลา
ยตั

ด
วยกั
นเ
ช
นHessonite, Demantoid, Hydrogrosular

155

ความหมาย โกเ
มนเ
ป
นพลอยนํ
าโชคสํ
าหร
บผู

ที



กิ
ดเ
ดื
อนมกรา
คม

ป
นตั

แทนของความจงร
กภั

กดี คว
ามซื
อสั

ตย มั
นคงหนั

กแน

โกเ
มนเ
ป
นพลอยแห
งความสํ
าเ

จและนํ

าความเ
จร
ญเ

ฟ
อง

ฟู
มาใ
ห

กุ
มภา
พั
นธ
– อะ
มี
ทิ
สต
(Amethyst)
อะ
มี
ทิ
สต

ป
นพลอยสี
ม
วงสี

หมื
อนม
วงดอกตะ
แบก เ
ป

พลอยที
อยู



นตร
ะกู
ลแร
คว

อตซ
(Quartz) มี
ความแข็
งเ
ท
ากั
บ๗
พลอยชนิ
ดนี
หาได

ไม
ยา
กและ
รา
คาไม
แพงและ

มื
อนํ


อะ
มี
ทิ
สต
มา

ผายั

สามาร
ถเ
ปลี
ยนใ

ห

ป
นสี

หลื
องซึ
งมี

ชื
อเ


ยกว

าซิ
ทร


(Citrine)ได
ความหมายอะ
มี
ทิ
สต

ป
นตั
วแทนของคว
ามจร
งใ

จผู
ใดได

คร
อบ
คร
องแอมะทิ
สต
จะ
ช

ยให

กษาจิ

ตใ
จ ให
สงบและ

ข
มแข็
งเ
ป


คร
องร


างป
อง
กั
นฝ
นร
ายและโ

ชคร

ยต
าง
ๆและ
ช

ยคุ
มคร

อง
ผู
ที



ดิ
นทา
งอยู


สมอ

มี
นาคม– อะ
คว
ามาร
น(Aquamarine)

อะ
ความาร
นเ

ป
นพลอยที
อยู

ในตระ

กู
ลเ
บอร
ล (Beryl) มี

สี
ฟ

ถึ
งฟ

อมเ
ขี
ยวมี
ความแข็

อยู
ที

ปร


มา
ณ ๗.๕ - ๘ คํ

ว
าอะ
ควา
มา




ป
นภา
ษาละ
ติ
น แปลว
าน้
าทะเ

ล โดยทั
วไปสี

ฟ
าของอะ
คว
ามาร
นมั


ได
มาจา
กกา
รเ
ผาเ
บอร
ลสี


หลื
องอมเ
ขี
ยว
หร
อเ

หลื
องอมน้
าตาลโดยที


สี
ฟ
านี
จะ

อยู
คงทน

ความหมาย อะความาร
นเ

ป
นพลอยปร

จํ
าเ
ดื
อนมี
นาคม มี
ความ
หมา
ยสื
อถึ

งความสุ
ขความเ
ข
าใ
จและ
วั
ยเ
ยาว
อั

นเ
ป
นนิ

นดร


คงความ
อ
อนวั
ยไว
ตลอดกาล


มษายน– เ
พชร(Diamond)

พชรเ
ป
นแร
ที
มี

ควา
มแข็
งมากที
สุ

ดคื
อมี
ค
าเ
ท
ากั
บ๑๐มี
ธาตุ
คาร
บอน


ป
นองค
ปร
ะกอบทางเ
คมี มี
ควา
มสวยง
ามและ
ปร

กา
ยแวววาว
ไม

หมื
อนอั
ญมณี
ชนิ
ดอื
น จึ

งเ
ป
นอั
ญมณี
ที
นิ

ยมนํ

มา

ป
นเ
คร
องประ


ดั

มา
กที
สุ

ดร
าคา
ของเ
พชร
ขึ
นอยู

กั

บสี
ป

จจั
ย คื
อ Clarity, Color, Cut

156

และCarat weight นอกจากนี
ยั

งสา
มา
รถพบเ
พชร
ได
อี
กหลายสี

ช

สี
น้



งิ
นชมพู
แดงซึ
งมี


าคาแพง
มา

ควา
มงามของสุ
ภาพสตร


ห

พิ
มขึ

น ช


ยกร

ตุ
นความเ

ป
นผู
หญิ

ง และ
ช
วยใ
ห
มี
คว
ามเ
ป
นตั

ของตั
วเ
อง

ความหมาย เ
พชร

ป
นตั
วแทนของคว
ามแข็
งแกร
ง ทร

หด อดทน

ป
นสั
ญลั
กษณ
ของคว
ามมั
งมีคว

ามมี
บาร
มี
ชื
อเ

สี
ยง ผู
ที

คร

อบคร
อง

พชร
มั
กได

บการ

นั
บหน
าถื
อตา เ
งิ
นทองไหลมาเ
ทมา และ
มี
ควา

มั
นใจในตั

วเ
องสู

กร
กฎา
คม– ทั
บทิ
ม(Ruby)

พฤษภาคม– มรกต(Emerald)
มร
กต เ
ป
นพลอยทอ
่ยู



นตร

กู
ลเ
บอริ
ล (Beryl) มี
ความแข็

อยู
ที


๗.๕ - ๘ ปกติ
มร
กตจะมี
ตํ
าหนิ
และ
รอยร
าว

ค
อนข

งมา
ก จึ
งมั

นํ
ามร
กตมาแช
น้
ามั

น (Oiling) หร
อใ

ส


ซิ
น เ
พื
อปร


สา
นร
อยแตก
มร
กตเ
ป
นพลอยใ
นตร

กู
ลเ
บอริ
ลที
ได


บความนิ

ยมมา
กที
สุ

ดเ
พร

ะสี

ขี
ยวงดงามที
ไม


หมื
อนอั
ญมณี
ชนิ
ดอื
น ทํ

าใ
ห
มี
รา
คา
สู
งกว

พลอย
ทั


ๆไป แหล
งที
สํ


คั
ญของมรกต ได
แกโ
คลั
มเ
บี
ยแซมเ
บี
ยบร
าซิ

ปากี
สถานเ
ป
นต

ความหมาย มร
กตเ
ป
นสั
ญลั
กษณ
ของความอมตะ
และ
ศร
ทธา ชาว

กร
กถื

อว
ามรกตเ

ป
นตั
วแทนของเ
ทพว
นั

สและ

ชื
อว

าจะ

ช
วยใ
ห
ความร


มั
นคง ขณะ

ที
แถบเ

อเ
ชี
ยเ
ชื
อว

ามร
กตช
วยใ
ห
คว
ามจํ
าดี
ขึ
นและเ

พิ


ความเ
ฉลี
ยวฉลา

มิ
ถุ
นายน– ไ
ข
มุ
ก(Pearl)
ไข
มุ
กเ
ป
นอั
ญมณี
ที
ได

จากสิ
งมี

ชี
วิ
ต โดยเ
กิ
ดขึ
นใ

นกา
บหอยที



ยกว

า หอยมุ
ก เ
นื
องจา

กหอยมุ
กนั
นได


บสิ

งแปลกปลอมหร

อเ

ม็

ทร

ยขนาดเ
ล็
กที
ถก

ูพั
ดพาเ
ข
าไปใ
นกาบหอย ทํ
าใ
ห
หอยมุ
กเ
กิ
ดกา



คายเ
คื
องจนหลั
งสาร


คลื
อบวั
ตถุ
นั
นด


ยแคลเ
ซี
ยมคาร
บอเ

นต จน

กิ
ดเ
ป
นไข
มุ
กภา
ยในเ
วลาไม
กี
ปไข

มุ
กมี
ความแข็
งเ
พี
ยง๒.๕ - ๓.๕
มี
คว
ามวาวเ
ฉพา
ะตั
วไข
มุ
กแบ
งเ
ป
นสองปร


ภทใ
หญ
ๆ ได
แกไข
มุ

ธรร
มชาติ(Natural Pearl) และ ไข
มุ
กเ
ลี
ยง (Cultured Pearl)

ความหมาย ไข
มุ
กถื
อว
าเ
ป
น “ร
าชิ
นี
แห
งอั
ญมณี
” เ
ป
นสั
ญลั
กษณ
ของควา
มบร
สุ

ทธิ
์มั
กจะถู
กสวมใ
ส
โดยสุ
ภาพสตร
ีช
วยเ
ปล

ปร
ะกาย

157

ทั
บทิ
มเ
ป
นพลอยที
อยู



นตร

กู
ลคอร
นดั

ม (Corumdum) ซึ


มี
ควา
มแข็
งเ
ท

กั
บ ๙ จึ

จั
ดอยู


นปร


ภทพลอยเ
นื
อแข็

งทั
บทิ
มเ
ป

พลอยที
มี

สี
แดง แดงอมม

ง หร
อแดงอมชมพูเ

ป
นพลอยที
ได




ควา
มนิ
ยมกั
นมา
กและร

คาสู

และยั
งเ
ป
นพลอยที
มี

การ
ปร
บปร



คุ
ณภาพกั
นอย
างแพร
หลายอี

กด

ยเ
ช
น การ

ผาด

ยคว
ามร
อน การ

ผาโ
ดยใ
ส
สาร

พื
อไปอุ

ดร
อยแตก เ
ป
นต
น ทั
บทิ
มที
สํ

าคั
ญได
แก
ทั
บทิ
มพม
าทั
บทิ
มสยามทั
บทิ
มอั
ฟร
กา

ความหมาย ใ
นทางโหร
าศาสตร
นั

น ทั

บทิ
มถู
กคร
อบคร
องโดยพร

อา
ทิ
ตยทั
บทิ
มจึ
งเ
ปร
ยบปร


ดุ
จอั
ญมณี
แห
งพลั
ง ช

ยให
มี
ความอจ
อา
จกล
าหาญ เ
อาชนะความคิ
ดชั
วช


ต
างๆได

สิ
งหา
คม– เ
พอริ

ด(Peridot)

พอร
โด เ

ป
นพลอยที
ไม

ค
อยแข็
งเ
ท

ไร
นั
ก มี
ควา
มแข็

ปร

มา
ณ ๖.๕- ๗ อยู


นตร

กู
ลแร
โอลิ


น(Olivine) ดั

งนั
นการ

นํ
ามา
ทํ
าเ
ป
นเ
คร
องปร



ดั
บต
องร

วั
งร
อยขี
ดข
วน เ
ป
นร
อยง
าย เ

พอร
โดมี

สี

ขี
ยว
อมเ
หลื
อง หร
อเ


ยกว

าสี

ขี
ยวมะกอก แหล
งพลอยเ
พอร
โดที

มี

ชื
อเ

สี
ยงได
แก
พม
าร
ฐอร

โซนาสหร

ฐอเ

มร
กาเ

ป
นต

ความหมายเ
พอร
โดเ

ป
นสั
ญลั
กษณ
ของความสงบสั
นติ
ความสํ
าเ



และ
คว
ามมี

ชคเ
ป
นอั
ญมณี
ที
จะ

ให
โชคลาภใ
นเ

องเ


งิ
นทอง

กั
นยา
ยน– ไ
พลิ
น(Blue Sapphire)
ไพลิ
นเ
ป
นพลอยใ
นตร
ะกู
ลคอร
นดั

ม(Corumdum) เ
ช
นเ
ดี
ยว
กั
บทั
บทิ
มมี
คว
ามแข็
ง๙เ
ป
นพลอยที
มี

สี
น้
าเ

งิ
นแหล
งไพลิ
นที
สํ

าคั

ได
แกแคชเ
มี
ยร
พม
า ศร
ลั

งกา ป
จจุ
บั
นไพลิ
นมั
กผ
านการ
ปร
บปร



คุ
ณภาพด
วยความร
อน เ

ป
นกา
รเ
ผาใ
ห
สี
สวยและใ
สขึ
น ดั


นั
นถ

158

ไพลิ
นไม
ได
ผ
านการ

ผาและ
มี
สี
สวยสดอยู
แล

ว พลอยเ
ม็
ดนั
นจะร


คา
สู
งมาก
ความหมายความหมายของไพลิ
นคื
อความสํ
าเ

จคว

ามจร
งคว

าม
ปลอดโ
ปร
งร

าบร
น และจิ


ตใ
จอั
นปร


สริ
ฐ การ
มี
ไพลิ
นไว

นคร
อบ
ครองจะช
วยใ
ห

กิ
ดความร
อบร
เ

ฉลี
ยวฉลาด และยกร

ดั
บคว
ามดี
งา


นจิ
ตใ

ตุ
ลา
คม– โ
อปอล(Opal)

อกลั
กษณ
ของพลอยโอปอลคื
อกา


ล
นสี
(Play-of-color)


าจะ

ห็
นเ
ป
นปร

กายสวยงามเ
มื
อหมุ

นพลอยใ
นทิ
ศทางที
ต

างกั
นโ

ปอลมี
ควา
มแข็
งอยู
ที

่๕ - ๖.๕ ซึ
งควา

มทนทานไม
ค
อยดีและ
มี
น้
าหนั

กเ
บาโอปอลยั
งสา
มา

ถแบ
งเ
ป
นอี
กหลายปร
ะเ
ภท เ
ช
น White
Opal, Black Opal, Fire Opal เ
ป
นต

ความหมาย โอปอลเ
ป
นพลอยแห
งความอั
ศจรร
ย
ความอ
อนไหว มี
ความหมายใ
นเ

องความหวั


งและความปรา
รถนาสมั
ยโบร
าณ โอปอล
ถู
กใ
ช
แทนเ
ครื
องร

าง
ของขลั
ง ผู
สวมใ

ส
จะได

บการ

ปกป
อง
คุ
มคร

อง

ห
แคล
วคลาดจากภยั
นตร
ายต
างๆจึ
งมี
ชื
อเ


ยกอี

กชื
อหนึ

งว

าหิ

นแห

นั
กเ
ดิ
นทาง
*นอกจากโอปอลแล
ว ทั
วร
มาลี

น (Tourmaline) ยั
งเ
ป

อั
ญมณี
ปร
ะจํ
าเ
ดื
อนตุ
ลาคมด
วย

พฤศจิ
กา
ยน– โ
ทพา
สสี

หลื
อง(Yellow Topaz)
โทพาสเ
ป
นพลอยที
มี

ค
าความแข็
งเ
ท
ากั
บ ๘ ซึ
งมี

ความแข็


องลง
มา
จากคอร
นดั

ม แต
ก็
จั
ดอยู


นปร


ภทพลอยเ
นื
ออ

อน โ
ทพา

ที
พบใ

นท
องตลา
ดมั
กจะ
มส
ีี
ฟ
าซึ
งสี

ฟ
านั
นเ

กิ
ดจา
กกา
รอา
บร
งสี

แต
โท
พาสสี

หลื
อง เ
ป
นสี
ที
สามาร

ถพบได
ในธร

มชา
ติ
อยู
แล

วโ
ทพา
สที
มี


าคาค
อนข
างแพงคื
อ โทพาสที
มี

สี

หลื
องอมส
มเ

ยกว

าImperial
Topaz

ธั
นวา
คม– เ
ทอร
คว

อยซ
(Turquoise)

ทอร
คว

อยซเ
ป
นอั
ญมณี
ที
มี

สี
ฟ
าถึ

ฟ
าอมเ
ขี
ยว มี
ควา
มแข็

ปร

มา
ณ ๕ - ๖มี
คว
ามพร
นสู

งและ

นื
อร

วนซุ

ยดั
งนั
นจึ

งได
มี
การ
นํ


ทอร
คว

อยซ
มาปร
บปร

งคุ

ณภา
พโดยการ
อั
ดด
วยโพลิ

มอร


ข

ไปใ


นื
อพลอยเ

พื
อเ

พิ
มคว

ามคงทน
และมี
ไม
น
อยที
นํ



ทอร
ควอยซ

มา
ย
อมสี อี
กทั
งยั

งมก
ีา
รนํ
าเ
ทอร
ควอยซ


ที
ยมมาหลอกขาย ดั
งนั
นจึ


ควร

ช
ควา
มร

มั
ดร

วั
งใ
นการ
ซื


ความหมาย เ
ทอร
ควอยซ

ว
ากั
นว
าเ
ป
นตั
วแทนแห
งควา
มสุ
ข จิ
ตใ

ผ
อนคลายใ
ครที
ได

สวมใ
ส
จะปร
ะสบแต
โชคดี
*นอกจากเ
ทอร
ควอยซ

แล
วเ
พทายสี
ฟ
า(Blue Zircon) ก็
ยั


ป
นอั
ญมณี
ปร
ะจํ


ดื
อนธั
นวาคมด

ศี
ลธร

มเ
ลวคนก็

ด
กลา
ยเ
ป
นผี
หา
คว

มดี

ม
ปร


กษ

สั
กเ
ส
นขน
ศี
ลธร

มดี
ผี
ก็

ด
กลา
ยเ
ป
นคน
ที


ลิ
ศล
นภู
มิ

จไ
หว
ตั



อง
ศี
ลธร

มต่
าเ

ปลี
ยนคนจนคล


ยสั
ตว

จะ
กิ
นกั
ดโ
กง
กั
นขมั
นเ
ขม็

ศี
ลธร

มสู
งคนสดใ
สไม
อลเ


ล

นยํ


กร
งกั
นและ
กั
นฉั
นเ
พอ
่นตา


ศี
ลธร

มนี

ทุ
กว
นมั

นตา
ยซา

คนมี
ปา
กก็
ไม
พลา

มศี
ลธร

มหา

ศี
ลธร

มกลั
บมา

มื
อไ

รทั




กา

คนจะ
หา
ยจา
กทุ
กข

ป
นสุ
ขเ
องฯ

ความหมาย โทพาสเ
ป
นพลอยที
ให

ความสงบ ช
วยเ
พิ
มพลั


ให
แก
ผู

สวมใ
ส

ห
ความกร
ะตื
อรื
อร
นแต

ก็

สึ


กผ
อนคลาย

159

160

รา
ยนา
มผู


วมพิ

มพ
หนั
งสื
อแจกเ
ป
นธร
รมทาน
คร
อบคร
วสุ


มิ
ตร
านนท
คุ
ณนิ
คม คล

ยวง
ษ
และคร
อบคร


คุ
ณนิ
สาศิ

มงคลเ

กษม
คุ
ณปร

ภาเ
จี
ยนกร

โทกและ
คุ
ณพั
ชนี
ทว
วร



คุ
ณพร
ชั
ย- ร
ชนี

กร- ด.ช.พุ
ทธิ
นั
นท
สั
นติ

ฟ
อง

กุ

คุ
ณไพโ

จน
-ยิ



คี
ยมสั

นติ

ฟ
องกุ


คุ
ณสิ

ลั

กษณ
สั
นติ

ฟ
อง

กุ

คุ
ณทศพรสั
นติ

ฟ
องกุ


คุ
ณวิ


จนสา

กา


กศล
คุ
ณร
ตน

จิ
โร
จนธร

มเ
จร
ญสถิ

ตและ
คร
อบคร


คุ
ณมณี
กา
นตสุ
นทร
วิ
ภา
ตและ
คร
อบคร


นา

าเ
อกฉลาด แจงเ
ล็
กร
น. , คุ
ณสุ
นั
นท
สิ
ทธ

ิั
ยแจง

ล็
ก และ
คร
อบคร


แจง

ล็

คุ
ณพุ
ทธิ
พร
- ด.ญ.ภั
ณฑิ

าผลจั
นทร
ว
นเ

พญ
็ฉิ
มเ
พชร
คุ
ณเ
ป
ยมศั

กดิ

- พนิ
ดา- ณั
ฐพงษ
กิ
ตติ
ชั
ยว
ฒนกุ


คุ
ณพั
นธ
ศั
กดิ

ตร

กู
ลจิ
ตว
สุ

ทธิ
, คุ

ณทิ
พยว



ทั
ศน
กร

แสร

และ
คุ
ณพร

งจร


ญชั

ยคณา
กิ

คุ
ณปร


ถนาอร
จั
นทร

นนท
คร
อบคร
วขว

ดจิ
ตต
และคร
อบคร


ไชยว
งศ
คุ
ณวร
พล- ร
งทิ


พย
- ฐิ
ติ
กรภั
กดี
สิ

มงคล

คุ
ณพั
ฒนุ
ชเ
จร
ญกิ

จมง
คล
คุ
ณสุ
ธี
บา
ลมง
คล- คุ
ณณั
ฐกา


ปร
กร

านต
และ
ด.ชธี

วั
จน
- ด.ช. จิ


ยุ
บา
ลมง
คล
คุ
ณพา
ณิ
ช- สุ
ภา
พรมหา
สุ
ขพิ
บู
ลและ
คร
อบคร


คุ
ณปร

ยุ
ทธ- ละ

อี
ยดสุ
พั
ฒโสภณ และ
คร
อบคร


คุ
ณทอง
พู
ล ผลจั
นทร

คุ
ณเ
พ็
ญศร
ีผลจั
นทร

คุ
ณพิ

ชฎฐ มโ
นสื

คุ
ณกอแก
วเ
มาลานนท
คุ
ณปุ
ณณภาชนะ

ลิ
ศและ
คร
อบคร


คุ
ณณั
ฐภั
ทรจิ
ตนะ
มง
คลและ
คร
อบคร


คุ
ณศยามลอุ
นอาร

มณ
คุ
ณพา
ณิ
ช- สุ
ภา
พรมหาสุ
ขพิ
บู
ลและ
คร
อบคร

161

๑๐๐เ
ล

๘๐เ
ล

๖๐เ
ล

๕๕เ
ล

๕๕เ
ล

๕๐เ
ล

๕๐เ
ล

๕๐เ
ล

๕๐เ
ล

๕๐เ
ล

๕๐เ
ล

๕๐เ
ล

๕๐เ
ล

๔๙ เ
ล

๔๔ เ
ล

๓๓เ
ล

๓๒เ
ล

๓๐เ
ล

๓๐เ
ล

๓๐เ
ล

๒๕เ
ล

๒๕เ
ล

๒๐เ
ล

๒๐เ
ล

๒๐เ
ล

๒๐เ
ล

๒๐เ
ล

๒๐เ
ล

๒๐เ
ล

๒๐เ
ล

คุ
ณปร

ยุ
ทธ- ละ

อี
ยดสุ
พั
ฒโ
สภณ และ
คร
อบคร


นอ.ปร


ทื
อง- นิ
ธิ

ดี
ไว
ยนั
นทาและ
คร
อบคร


คุ
ณเ
ทอดศั
กดิ

- ลา
วั
ลยบั


ฒนมงคล

คุ
ณสมศั
กดิ

วั
ฒนกิ
จร
งโ



จน
คุ
ณจา





ณ - ด.ช.พิ

พั
ฒน
บั

วั
ฒนมง
คล
คุ
ณกชพร

ณเ


แสง
จั
นทร

คุ
ณจิ

ภาว
งศ
กา
คุ
ณสิ
ทธิ

ชคลลิ
ตนั
นทวั
ฒน
คุ
ณว


ลลั
กษณ

ต็


จี
ยง
คุ
ณไ
พศา
ลอยู
พร

อม

คุ
ณพเ
ยาว

ปร

สา
นว



ด.ญ.ธั
ญชนกลั
ยว
งศ
คุ
ณเ
กร
ยง

ไกร- ศุ
ทธิ
ณี
วง
ษ
อนั
นต
และ
คร
อบคร


คุ
ณหร

ษาผลจั
นทร

และ
คร
อบคร


คุ
ณสุ
ชิ
นศร
สมบั

ติ
และ
คร
อบคร


คุ
ณสุ
พิ
ชชากลิ
นนิ

ลและ
คร
อบคร


คุ
ณธี

พลผลจั
นทร

คุ
ณว


ณี
มั
ญโ
ยทั
ยและ
คร
อบคร


คุ
ณพ
อเ
อี
ยม- คุ

ณแม

ฉลิ
มแย
มชื


ด.ญ.ชว
ลนุ

ชเ
มาลานนท
คุ
ณชั
ชวา
ลย
กร

ทิ
พากรและ
คร
อบคร


คุ
ณนพว


ณ - สุ
พั
ตร
าจิ
ตแสนสวย
คุ
ณป
ญญากร

จิ
วและ
คร
อบคร


คุ
ณโ
นตว
งษ
แก

คุ
ณว


ณากั
ลยา
ทร
พย

คุ
ณณตภั
สว
ลา

ภั
ตและ
คร
อบคร


คุ
ณสุ
จิ
นต
ชุ
ณห
ขจร
ว

ที


ต.พธ

พรอํ

พั
นแสง
คุ
ณณั
ฐภั
ทรแย
มศิ


คุ
ณว
ฑู


ย
ภมร
คุ
ณขวั
ญฤทั
ยเ
ต

ทอง
คุ
ณบุ
ษบาบุ
ญมั


คุ
ณปนั
ดดาเ
ลิ
ศเ
จร
ญยง

ศ
คุ
ณปทุ
มพรกอบกาญจนา
คุ
ณพู
นศั
กดิ

- สมคิ
ดภั
ทร

พโ

จน
และ
คร
อบคร


คุ
ณอุ
ทั
ยพลนิ
กร

๒๐เ
ล

๑๖เ
ล

๑๕ เ
ล

๑๕เ
ล

๑๕ เ
ล

๑๕ เ
ล

๑๕ เ
ล

๑๕ เ
ล

๑๒เ
ล

๑๒เ
ล

๑๒เ
ล

๑๒เ
ล

๑๒เ
ล

๑๐เ
ล

๑๐เ
ล

๑๐เ
ล

๑๐เ
ล

๑๐เ
ล

๑๐เ
ล

๑๐เ
ล

๑๐เ
ล

๑๐เ
ล

๑๐เ
ล

๑๐เ
ล

๑๐เ
ล

๑๐เ
ล

๑๐เ
ล

๑๐เ
ล

๑๐เ
ล

๑๐เ
ล

๑๐เ
ล

๑๐เ
ล

๑๐เ
ล

๑๐เ
ล

๑๐เ
ล

๑๐เ
ล

162

คุ
ณวร

ณดี
ชุ
ติ
มา
กุ
ลชั

คุ
ณสถิ
ตย
สาร
กุ


คุ
ณชนิ
นทร

กร
ชฉกา


คุ
ณอา
ภร
ณ
พร

ณ ป
ญญานุ
วั
ฒน
คุ
ณร



ตะ

นตั

งพงศ

ปร

สิ
ทธิ

คุ
ณณร
งค
และ
ด.ช.ปุ
ณว
ชญ


อง

ศร
ยา

นนท
คุ
ณธิ
ติ
ภร
ณ- ว
นิ
ดา- ด.ญ วา



ลพงศ

พั
นธ
ชั
ยกุ

คุ
ณไพศาล- สุ

ตนาศร

สอา


ด.ญ.สร
ตาและด.ช.สาร

นศร

สอา


คุ
ณสมชาย- มณี
แจ
มเ
จร


คุ
ณกนกว


ณ แพงลู
กและ
คร
อบคร


คุ
ณพ
อปร


ทื
อง- คุ
ณแม
สมร

มทร

แสงป
ญญา
กุ

คุ
ณมา
ลั
ยทร
งแสง
ป
ญญากุ

คุ
ณอา
ภา
กรทร
งแสง
ป
ญญา
กุ
ลและ
ด.ช.พี


ส- ด.ช.ธั

ญยธร
ณ
สั
นติ

ฟอ
ง

กุ

คุ
ณปร

ภั
ทร

ลั
ยว

ศ
คุ
ณสมนึ
กบุ
ญสร

ยและ
คร
อบคร


คุ
ณอั
ญชลี
แซ
ลิ
มและ

คร
อบคร


คุ
ณสมหมายคล

ยว
งษ
และ
คร
อบคร


คุ
ณพ
อสุ
มลคลา

ยวง
ษ
และ
คร
อบคร


คุ
ณสมพาล- อา


- กฤษฎา- ชโยดมต
นสว


ค
คุ
ณพ
อว
นั

ย- คุ
ณแม
นุ
สร
าเ
สี
ยงบุ


คุ
ณวสั
นต
- จั
นทรเ
สี
ยงบญ


คุ
ณชู
ศร

สุ



ณร
ตและ

คร
อบคร


คุ
ณเ
กี
ยร
ติ
ชั
ยกิ
จร
งดํ





กล

คุ
ณณศร
นทร


พั
นธุ
ผลและ

คร
อบคร


คุ
ณไพโ

จน


อง

ตร

กู

คุ
ณชั
ยร
ตนกุ

หลาบแกว

คุ
ณทิ
ชา
กรชู
กิ
จสกุ
ลมณี
คุ
ณผจญ คั
ชกรและ
คร
อบคร


คุ
ณศมศ
ีั
กดิ

สี
มาสมิ
ทธ
คุ
ณดํ


ง- ด.ญ.กั
ญญา

ตน

แย
มชื


คุ
ณนิ
ทั
ศน
กุ
หลาบแก
วและ
คร
อบคร


คุ
ณไพเ
กิ
ดนอกและ
คร
อบคร


คุ
ณพลภั
ทรสุ
ขยิ
งและ

คร
อบคร


คุ
ณเ
ฉลิ
มพลเ
ที
ยนถา
วร

163

๑๐เ
ล

๑๐เ
ล

๙เ
ล

๙เ
ล

๙เ
ล

๙เ
ล

๙เ
ล

๙เ
ล

๙เ
ล

๙เ
ล

๙เ
ล

๙เ
ล

๙เ
ล

๙เ
ล

๙เ
ล

๙เ
ล

๙เ
ล

๙เ
ล

๙เ
ล

๙เ
ล

๙เ
ล

๙เ
ล

๗เ
ลม

๖เ
ล

๖เ
ล

๖เ
ล

๕เ
ล

๕เ
ล

๕เ
ล

๕เ
ล

๕เ
ล

๕เ
ล

๕เ
ล

๕เ
ล

๕เ
ล

คุ
ณบั
วคํ
า- คุ
ณอภิ
สร
าสามี



คุ
ณยี


ลั
กษณ

ป
ยมปร

ดา

นา
งสา

ละ
ดา

ลย

ศร
สร



งคอม
คุ
ณสยมภู
สุ
วร

ณเ
นตร
คุ
ณแพร
วขว
ญเ

จี
ยร
นั
ยตร

กล

คุ
ณคํ
ากองเ
พี
ยร
สุ
ขและ
คร
อบคร


คุ
ณจํ

ป
วง
ษ

อฮี
มและ
คร
อบคร


คุ
ณชุ
ณพรโ
กญจนา
นั
นท
คุ
ณพร

ณี
อาจสามาร

คุ
ณปร
นดาพวง

สมบั
ติ
คุ
ณธ

ัชนกพว
งสมบั
ติ
คุ
นชั
ยยศบุ
ญกั
งว
าน
คุ
ณสมศิ
ลป
จร
ญนนท


ทย

คุ
ณณั
ฏฐา- ด.ช. ว
งศกรเ
สย
่ง

บุ

คุ
ณสร

วุ
ธ- ชุ
ติ
มาเ
สี
ยงบญ


ด.ญ.สร
าติ
มา- ด.ญ. สา
ธิ
มาเ
สี
ยงบุ


คุ
ณว

สนาเ
สี
ยงบญ


คุ
ณแม
ทอง
หล
อพิ
นธุ
คุ
ณศร

วุ
ธ- ด.ญ.ณั
ฐว

าอุ
ทา
นสกุ

คุ
ณกั
นยาเ
ดชบุ
ญช
วย
คุ
ณจั
นทร
ทิ

พย
อุ
ทา
นสกุ

คุ
ณสิ
ทธิ
พง
ษ
- ด.ช.แทนธร

มลา
ภบร
สุ

ทธิ
ศั
กดิ

คุ
ณณร

ค
- อุ
ไรอยู
สุ


คุ
ณนั
นทพง
ษ
- ชนกอยู
สุ


คุ
ณคมกฤษ- พร

ณปร

ภาอยู
สุ


ด.ญ เ
กิ
ดกา
ญจนอยู
สุ


คุ
ณอนุ
พง
ศ
ทมิ
ฬศั
กดิ

คุ
ณปกร
ณ




ธนสา

คุ
ณมานะร
ตนมั

งกร
สกุ

คุ
ณธั
นวาเ
หล

กสิ
การ
คุ
ณเ
อกลั
กษณ
ฝา


มี
คุ
ณนิ
ยมว

ค


ชพร

คุ
ณสมพรบุ
ญขั
นติ
นา

รวม

๕เ
ล

๕เ
ล

๕เ
ล

๕เ
ล

๕เ
ล

๕เ
ล

๕เ
ล

๕เ
ล

๕เ
ล

๕เ
ล

๕เ
ล

๕เ
ล

๕เ
ล

๔เ
ล

๔เ
ล

๔เ
ล

๔เ
ล

๔เ
ล

๔เ
ล

๔เ
ล

๔เ
ล

๔เ
ล

๔เ
ล

๔เ
ล

๔เ
ล

๔เ
ล

๔เ
ล

๔เ
ล

๓เ
ล

๓เ
ล

๓เ
ล

๒เ
ล

๒เ
ล

๒,๐๓๒ เ
ล

164