You are on page 1of 15

You are here:

POSITIONING : MAGAZINE : BUSINESS DATA

คนไทยนิยมอาหารสำาเร็จรูปท่ีสุดใน

โลก

คนไทยนิยมอาหารสำาเร็จรูปท่ีสุดใน โลก G o t o m a
คนไทยนิยมอาหารสำาเร็จรูปท่ีสุดใน โลก G o t o m a
คนไทยนิยมอาหารสำาเร็จรูปท่ีสุดใน โลก G o t o m a

G

o

t

o

m

a

g

e

r

.

c

o

m

R

e

s

o

u

r

c

e

s

F

ภยั เงียบจากการไม่กิน ผัก

o

ภัยเงียบคุกคามเด็กไทย อัตรการบริโภคผัก -ผลไม้ด่ิงเหวติดต่อกันตัง้ แต่ปี 2544 เพ่มิ ความ เส่ียงต่อการเป็นโรคร้ายหลาชนดิ ขณะท่ีกระ ทรวงสาธารณสุขยืนยันมะเร็ครา่ ชีวิตคนไทย เป็นอันดับหน่ึงมาตัง้ แต่ปี 2545 แนะควรสร้าง นิสัยการกินผักผลไม้เร่ิมตัง้ วันนีเ้พ่ือสุขภาพท่ีดี

o

d

a

n

d

B

e

v

e

ข้อมูลล่าสุดจากการประชุมวิการส่งเสริม สุขภาพแห่งชาติครัง้ท่ ี2 ประจำาปี 2550 ของกระ ทรวงสาธารณสุข พบว่า โรคะเร็งกลายเป็นสาเหตุ การตายอนั ดับหน่ึงของคนไทยในปัจจุบัน เอาชนะ อุบัตเิหตุและโรคหัวใจท่ีเคยคองอันดับหน่ึงสาเหตุ การตายมาหลายสิบปีแล้ว โดมะเร็งลำาไสก้ ำาลังก้าว

r

a

g

e

M

a

r

ขึ้นมาเป็นสาเหตุการตายอนั ดับต้นๆ โดยท่คี นไทยเ ราไมค่ ่อยตระหนักถึงภัยของโรคนีก้ ันเท่าไรนัก

e

t

i

k

n

g

นางอลิสรา วิจารณกรณ์ ผู้จัการด้านโภชนา การและสุขภาพ บริษัท ยูนิลีเวอร ์ไทย เทรดดิง้ จำากัด เปิดเผยว่า สถิติล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุขระบชุ ัดว่า คนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งถึงปีละกว่า 50,000 ราย

โดยท่ีมะเร็งลำาไส้ขึ้นมาเป็นอันดบั

3 รองจากมะเร็ง

ปอดและเต้านม นอกจากนีค้ นไทยยังเป็นโรคเบา หวานท่ีรู้ตัวแล้วถึงกว่า 3 ล้านราย และกว่า 10 ล้านราย มีอัตราความเส่ียงสูงเน่ืองจากมีปริมาณน้ำาตาลในเลือด สูงเกินกำาหนด ภาวะเส่ียงท่ีกำาลังคุกคามชีวิตของคน

ไทยในขณะนี้ 85% เกิดจากส่ิงแวดล้อมท่ีเป็นพิษ การรบั ประทานอาหารไม่สมดุล รบั ประทานอาหาร ท่ีมีแป้ง ไขมัน น้ำาตาล และเน้ือสัตว์มากเกินไป และบรโิภคผักผลไม้น้อยลง ทำาให้เกิดอาการ ท้องผูก มกี ารคัง่ ค้างของอุจจาระในลำาไส้ใหญ่

เย่ือบุลำาไส้จึงสัมผัสกับสารก่อมะเร็งท่ีมักพบ

มากในกากอาหารจำาพวกไขมันได้นานขึ้น

ท่ีสำาคัญคือ สถานการณ์การบริโภคผัก

ผลไม้ของคนไทยอยใู่ นขัน้ นา่ เป็นห่วงมาก ปัจจุ บันคนไทยรับประทานผักผลไม้เฉล่ียวันละประมาณ

  • 186 กรัมต่อวันเทา่ นัน้ ขณะท่ีองค์การอนามัยโลก

แนะนำาให้ผู้บรโิภครบั ประทานผักผลไม้วันละประมาณ

กรัม ซ่ึงเท่ากบั ว่าคนไทยบริโภคผักผลไม้เพียง

  • 400 ประมาณหน่ึงในสามของท่ีควรจะได้รับเท่านัน้ และ จากสถิติท่ียูนิลีเวอร์เก็บยอ้ นหลังไปประมาณ 10 ปี พบว่า ตัง้ แต ่ พ..2544 เป็นตน้ มา ปริมาณการบรโิภค ผักและผลไม้ของคนไทยลดต่ำาลงอย่างมาก

นอกจากนีย้ ูนิลเีวอร์ยังได้ศึกษาแนวโน้มการ บรโิภคอาหารใน 4 ประเทศของภูมิภาคเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต ้คอื ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยเกบ็ สถิติย้อนหลัง 10 ปี พบว่าแนวโน้มการบริโภค อาหารในทัง้ 4 ประเทศมีความคล้ายคลึงกัน คือ รบั ประ ทานผักผลไม้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัดตัง้ แต่ปี 2544 เป็นตน้ มา แต่รับประทานแป้ง น้ำาตาล ไขมันและเน้อืสัตว์เพ่ิมขึ้น นอกจากน ีค้ นไทยยังหันไปรับประทานพืชมีหัวท่ีเป็น แป้งมากขึ้น เช่น มันฝรัง่ จึงทำาให้ปริมาณผักใบเขียว, ผลไม้ท่ีรบั ประทานในแต่ละวันลดลงอย่างเหน็ ได้ชัด

ด้านนางกฤษฎี โพธิทัต นกั กำาหนดอาหารชัน้ นำาของประเทศไทยเปิดเผยว่า ในส่วนของเยาวชนไทยนัน้ การรบั ประทานผักผลไมน้ ้อยทำาให้สุขภาพของเด็กแย่ลง ท่ีเหน็ ชัดเจนคือเป็นหวัดบ่อย ติดเช้อื ง่าย เจ็บคอ ทำาให้ตอ้ ง กินยา เสียเงินค่ารักษาพยาบาลโดยไม่จำาเป็น บางครอบ ครวัต้องพาลกู เข้าๆ ออกๆ ในโรงพยาบาลปีละหลายครัง้ เสียคา่ หมอเป็นเรือนพันเรือนหม่ืนต่อปี อาการเหล่านีส้ ามารถ ป้องกันได้ง่ายๆ โดยการเพ่ิมภูมิต้านทานให้กบั เด็กๆ ได้ทุกวันโดยการกนิ ผักผลไม้เพ่ิมขึ้น นอกจากจะได้รบั วิตามิน เกลอื แร่จากผักผลไม้แล้ว เขายังจะได้รบั เส้น ใยอาหารท่ีช่วยจับไขมันและสารพิษต่างๆ ท่ีเส่ียงต่อ การเป็นโรคร้ายแรงเช่น มะเร็ง ออกไปจากร่างกาย และช่วยให้การขับถ่ายดี ไม่เป็นโรคทอ้ งผูก

สาเหตุเล็กๆ จากการรับประทานอาหารไม่สม ดุลเพียงแคน่ ีอ้ าจนำาไปสู่ภัยอันใหญ่หลวง เช่น โรคมะเร็งลำา ไส้ ท่ที ำาลายชีวิตคนไทยเพ่ิมขึ้นทุกขณะ, โรคอ้วนซ่ึงจะเพ่ิม

ความเส่ียงต่อการเป็นโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ ความดัน โลหิตสูง เบาหวาน ซ่ึงในอดีตมักพบในผู้ใหญ่ แตป่ ัจจุบนั เด็ก อาย ุ3 ขวบ ก็เป็นโรคร้ายแรงเหล่านีไ้ด้เช่นกัน

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพทิ ักษ์ ผู้อำานวยกา ร ศูนย์สุขภาพจิตท่ ี13 กรุงเทพมหานคร กลา่ วว่า การแก้ไข หรือป้องกันปัญหานีส้ ามารถทำาได้ โดยเร่ิมจากการปลูก ฝังนิสัยการรับประทานอาหารท่ีถูกต้องตัง้ แต่ยังเด็ก

พ่อแม่ควรชักชวนให้ลูกกนิ ผัก อยา่ ปล่อยให้พ่ีเลีย้ ง ทำาอาหารง่ายๆ แต่ไม่ถูกหลกั โภชนาการให้ลูกกนิ พ่อแม่ควร ใ ส่ใจ พิถีพิถันในการเลือกปรุงแต่งเมนูผักให้หลากหลาย และถูกใจเด็ก ๆ มากขึ้น เปิดโอกาสใหเ้ด็กมีส่วนร่วมตัง้ แต่ การเลือกซ้ือ การปรุง และมีเทคนคิ ท่ที ำาให้เด็กสนกุ กับการ รบั ประทานผัก รู้สกึ ว่าผักอรอ่ ย ไม่ได้เหม็นหรือกินยากอย่าง ท่คี ิด และควรรับประทานอาหารร่วมกันในครอบครัวอย่าง น้อยวันละ 1 ม้ือ จะช่วยให้เด็กมีทัศนคตทิ ่ีดีและรบั ประ ทานผักได้ง่ายขึ้น เตบิ โตขึ้นเป็นผู้ใหญท่ ่ีมีสุขภาพดีทัง้กายและใจ

คุณทานผักเพียงพอแล้วหรือยัง

ในแต่ละวันเราทานผักเข้าไปมากน้อยเท่าไหร่ทราบกันไหมคะ จากการสำารวจพบว่าคนในวันทำางานอายุ 20 - 40 เป็นกว่า 100 กรัม เพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์ ร่างกายที่แข็งแรง มาทานผักมากๆ กันดีกว่าค่ะ ( เป้าหมายใน 1 วัน = 35

คนไทยทานผักกันน้อยเกินไป

อายุขัยเฉลี่ยของคนไทยอยู่ที่ประมาณ 70 ปี ในขณะที่อายุขัยเฉลี่ยของคนญี่ปุ่นอยู่ที่ 82 ปี ( สูงสุดที่สุดในโลก ) ว วัฒนธรรมในการกินอาหารที่จะต้องมีนำ้าซุป 1 ชนิด ผัก 3 ชนิดในทุกๆมื้ออาหาร บวกกับการทานข้าว ปลา ซึ่งทำ อย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทานผักหลากหลายชนิดที่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ เส้นใยอาหาร นับว่าเป็นเรื่อง

เสี่ยงปัญหาอัตราการทานผักที่ลดน้อยลงไปจนตำ่ากว่ามาตราฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำาหนด สืบเนื่องมาจาก ที่แพร่หลายเข้ามา เน้นการทานเนื้อมากกว่าผัก รวมถึงภาวะอันรีบเร่งในปัจจุบันที่ทำาให้ต้องพึ่งพาอาหารง่ายๆ เช สะดวกซื้อเพื่อประหยัดเวลา ทำาให้ก่อเกิดโรคภัยไข้เจ็บที่มีสาเหตุมาจากการขาดสมดุลในชีวิตประจำาวันสูงขึ้นเรื่ ศอื่นๆในเอเซียก็ดูเหมือนจะซึมซับวัฒนธรรมการกินอาหารแบบนี้มาไม่แตกต่างไปจากประเทศญี่ปุ่น ทำาให้ปัจจุ และโรคอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย สำาหรับประเทศบริโภคเนื้อเป็นหลักอย่างอเมริกานั้นก่อนหน้านี้ในปี พ.ศ.2543 มีการรณรงค์ให้ทานผักกันทั่วปร A day ) " ซึ่งหมายถึงให้ทานผักหรือผลไม้ให้ได้ 5 ชนิด ( ปริมาณต่อชนิดประมาณ 1 กำามือ ) ขึ้นไปใน 1 วัน ผล โรคยอดฮิตที่เกิดจากการขาดสมดุลในการทานอาหารลดลงอย่างเห็นได้ชัด เราจึงควรเรียนรู้และพยายามทานผักกันให้ได้มากขึ้น เพื่อสุขภาพและความสุขของตัวเราเอง

การทานผักให้ได้มากกว่า 350 กรัม ใน 1 วัน

คำาว่า " 350 กรัม " อาจดูเหมือนปริมาณที่มากโขอยู่ แต่จริงๆ แล้วมีปริมาณเท่าๆกับจำานวนผักบนตาชั่งเท่านั้นเอง ใช่ใหมคะ ไม่ว่าจะแปลงไปเป็นอาหารจานผัด นำ้าแกงจืด หรือสลัดก็แล้วแต่ ข้อสำาคัญคือควรทานคละๆ กันไปทั้ ชนิดก็มีความแตกต่างของสารอาหารที่จะมาเสริมสมดุลของกันและกันได้ดีกว่าค่ะ วิธีการปรุงก็สร้างความแตกต่างให้กับการทานได้เช่นกัน การนำาผักมาผัดหรือทำาเป็นนำ้าซุปทำาให้สามารถทานได้ เท่าเชียวค่ะ หรือจะนำาผัก - ผลไม้ที่ชอบมาปั่นรวมกัน คั่นออกมาดื่มเป็นนำ้าได้ ในวันที่ยุ่งเหยิงไม่มีเวลาจริงๆ ผลิ Supplement ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่เลวค่ะ

สารอาหารสำาคัญๆ ที่พบได้ในผัก

สารอาหารแต่ละชนิดที่พบในผักนั้นถึงแม้จะมีปริมาณเพียงน้อยนิด แต่ก็อยู่ในรูปที่พร้อมดูดซึมได้ทันที สมกับที

Calcium

เป็นแร่ธาตุที่คนส่วนใหญ่มักได้รับไม่เพียงพอ นอกจากเป็นส่วนประกอบที่สำาคัญของกระดูกและฟันแล้วยังช่วย ประสาทและกล้ามเนื้อ วิตามินดีที่พบมากในอาหารจำาพวกเห็ดนั้นจะช่วยดูดซึมแร่ธาตุชนิดนี้ได้ดีขึ้น

พบมากในผักจำาพวกตัวกุย, ผักชีฝรั่ง, ผักในตระกูลสนแคระ

Vitamin B Complex

วิตามินบีมี 8 ชนิดได้แก่ B1, B2, B6, Niacin, Folic Acid, Pantothenic Acid, Biotin เกี่ยวข้องกับระบบเสริมสร้าง สร้างเซลล์ใหม่

พบมากในผักจำาพวกกระเทียม, ถั่วแขก, ถั่วยาง ( ถั่วปากอ้า ), ถั่วงอก

Lron

ช่วยลำาเลียงออกซิเจนในเลือด เป็นส่วนประกอบของเอนไซน์บางชนิดและเฮโมโกลบิลในเม็ดเลือดแดง ป้องกัน ดูดซึมได้ดีน้อยกว่าธาตุเหล็กจากสัตว์แต่หากบริโภคพร้อมกับวิตามินดีจะช่วยเพิ่มอัตราการดูดซึมให้ดีขึ้นได้

พบมากในผักจำาพวกพักโขม, โมโลเฮยา ( Mulukhiya ), ผักสลัด

Vitamin C

สารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ขาดไม่ได้ในการช่วยให้ผิวพรรณกระจ่างใส่อย่างเป็นธรรมชาติ และยังเกี่ยวข้องกับการ ซีที่อยู่ในพืชจำาพวกหัวมันจะทนทานต่อความร้อนได้ดี ความเครียดและ การใช้ชีวิตที่ไม่สมดุลมักทำาให้ร่างกายข พอ

พบมากในผักจำาพวกมะเขือเทศ, พริกหยวก, มะระ, หัวไชเท้า, มันเทศ

Phytochemical

สารสังเคราะห์จากพืชเพื่อป้องกันตนเองจากอันตรายของรังสียูวี จึงมักมีคุณสมบัติแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยปกป้อ สาเหตุของการเกิดโรคภัยไข้เจ็บและความชราได้ ที่รู้จักกันดีอย่างเช่น สารไลโคปีนในมะเขือเทศ สารลูทีนในผัก

Magnesium ช่วยในการทำางานของกล้ามเนื้อระบบประสาท ปรับระบบการไหลเวียนของโลหิตให้สมดุล หากได้รับแร่ธาตุช เพียงจะช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆได้ พบมากในผักจำาพวกมันฝรั่ง, กระเจี๊ยบ β - Carotene

มีมากในผักจำาพวกที่มีสีเหลือง - ส้มเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะเปลี่ยนรูปไปเป็นวิตามินเอ มีสรรพคุณในด้านช่วยบำา ต้านทานให้สูงขี้นด้วย

พบมากในผักจำาพวกแครอท, Baby Bok Choy ( ผักกาดประเภทหนึ่งที่มีขนาดเล็ก ), โหระพา

Vitamin E

ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำาให้เม็ดเลือดแดงแข็งแรง สุขภาพดีแลดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ โดยเฉพาะวิตามินอี ได้ทีเมื่อถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย

พบมากในผักจำาพวกหน่อไม้ฝรั่ง, ฟักทอง, ข้าวโพด

Potassium

ทำางานร่วมกับโซเดียมคอยควบคุมสมดุลของนำ้าในร่างกาย รักษาความดันโลหิตให้เป็นปกติ ช่วยให้เลือดแข็งตัว

พบมากในผักจำาพวกแตงกวา, มะเขือม่วง, พริกขี้หนู

Dietary Fiber

ไฟเบอร์แบ่งได้เป็น 2 ชนิด ชนิดที่ละลายนำ้าจะมีประโยชน์ในการรักษาสุขภาพ ส่วนชนิดที่ไม่ละลายนำ้าจะช่วยใ ระบบทางเิิดินอาหารทำาให้รู้สึกอิ่ม จีงสามารถใช้เป็นตัวช่วยในการไดเอ็ตได้ด้วย พบมากในผักจำาพวกบัลดอค( Burdock ), ถั่วลันเตา, คื่นช่าย

ข้อมูลจาก

กินผักและผลไม้ให้มากขึน้ เพ่ือสุขภาพ !!

FFA Issue 25, November 2005, "Health Advice to Eat

More!! The Case for More Fruit and Vegetables"

พบมากในผักจำาพวกแครอท, Baby Bok Choy ( ผักกาดประเภทหนึ่งที่มีขนาดเล็ก ), โหระพา Vitamin E ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำาให้เม็ดเลือดแดงแข็งแรง สุขภาพดีแลดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ โดยเฉพาะวิตามินอี ได้ทีเมื่อถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย พบมากในผักจำาพวกหน่อไม้ฝรั่ง,

11 พฤศจิกายน 2548

คนส่วนใหญ่แล้วต้องการท่ีจะมีพฤติกรรมการรับประทานเพ่ือสุขภาพ เพียง แต่การจัดลำาดับความสำาคัญยังอาจเป็นปัญหาท่ีทา้ทาย ดว้ยข้อมูลท่ีมากมาย จากหลายแหล่ง ทงั้จากครอบครัว จากเพ่ือน และส่ือต่างๆ และข้อมูลจำานวน ไม่น้อยท่ีขัดแยง้กัน จงึไม่น่าสงสัยเลยว่า บางครัง้ผู้บริโภคก็ลืมนึกถึงคำา แนะนำาด้านโภชนาการท่มี ีพ้ืนฐานจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์อันหลากหลาย

รวมทัง้สถาบันสุขภาพชัน้ นำาต่างๆรองรับ ตัวอย่างเร่ืองหน่งึคือ คำาแนะนำา เร่ือง วันละหา้” (5-a-day message) ซ่งึผู้เช่ียวชาญด้านสุขภาพทัง้ในะดับ ประเทศ และนานาชาติ ต่างก็มีความเห็นในทศิ ทางเดียวกันว่า การรับ ประทานผักและผลไม้ เป็นประจำา วันละ 5 ส่วน (คดิ เป็นประมาณ 400 กรัมต่อวัน) จะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากทีเดียว ดงันัน้ ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร ด้านอาหารแหง่ เอเชีย (AFIC) จึงได้สรุปสาระสำาคัญทางวิทยาศาสตร์เก่ียวกับผล ดีของ วัน-ละ-หา้ต่อสุขภาพของคนเราไว้ดังนี้

นักวิทยาศาสตร ์และคุณแม่ต่างมีความเห็นพ้องต้องกัน

ทานผัก ทานผลไม้ซะนัน่

คือ คำาพูดท่ีเราได้ยินคนุ้

หูจากในบ้าน และก็ยังเป็น

คำาแนะนำาด้านโภชนาการท่ีมีการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรบั

จากสถิติทัว่ โลก, องค์การอนามัยโลกได้ประเมินว่า การบริโภคผักผลไมน้ ้อย เป็นสาเหตใุ ห้เกิดมะเร็งในทางเดินอาหาร รอ้ ยละ 19, โรคหัวใจรอ้ ยละ 31, และ โรคลมปัจจุบนั ร้อยละ 11 ผู้เช่ียวชาญได้จัดทำารายงานซ่ึงตีพิมพ์โดยกองทุนวิจัย

มะเร็งโลก (World Cancer Research Fund, WCRF) ในปีพ.. 2540

ว่า โดยประมาณร้อย

ละ 30 - 40 ของกรณีการเกิดมะเร็งทัว่ โลก (ราวๆ 3-4 ล้านกรณี ท่ีเกิดใหมท่ ุกปี) สามารถป้องกนั ได้ ด้วยวิธีการปรบั เปล่ียนรปู แบบการกนิ อาหาร ในรายงาน ของกองทุนวิจัยมะเร็งระบุว่าหลักฐานท่ีแสดงให้เห็นถึงบทบาทของอาหารโดย เฉพาะผักและผลไม ้ในการช่วยป้องกันมะเร็งนัน้ มคี วามหนกั แน่นมาก เหล่า

ผู้เช่ียวชาญสรปุ ออกมาได้ว่า การบริโภตผักผลไม้อย่างหลากหลาย วันละไม่ น้อยกวา่ 400 กรัม จะสามารถช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็งโดยรวมได้อย่างน้อย ร้อยละ 20 ไม่ว่า คนๆนัน้ จะมีรูปแบบการบริโภค หรอื การใช้ชีวิตอย่างไร ก็ตาม

เม่ือปีพ.. 2546 มีรายงานของกลุ่มผู้เช่ียวชาญ จากองค์อนามัยโลก (World

Health Organization, WHO) และ องค์การอาหารและเกษตร (Food and Agricultural

Organization, FAO) เก่ยีวกับโภชนาการ กับการป้องกันโรคแหง่ ความเส่ือม ได้ ระบุอย่างมั่นใจว่ามีหลักฐานอย่างชัดเจนว่าผักและผลไม้ช่วยลดความเส่ียงต่อ โรคอ้วนและโรคหลอด เลือดหัวใจ และยังอาจช่วยลดความเส่ียงของเบา หวานได้

ถึงแม้จะเช่ือกันว่าผักและผลไม้ทุกอยา่ งจะใหป้ ระโยชน์แก่รา่ งกาย แต่ผักใบ เขียวอย่างเช่น ผักกาดหอม ผักโขม พืชตระกูลกะหล่ำา เชน่ บรอคโคลี, กะหล่ำา ดอก หรือ กะหล่ำาปลี และผลไม้ท่ีมีรสเปรีย้ ว เช่น ส้มชนิดต่างๆ , มะนาว ( รวมทัง้น้ำาส้ม น้ำามะนาว ) มปี ระโยชน์มากกว่าผักอย่างอ่ืนๆ แต่ในประเด็นท่ี

ว่าใหท้ านผักผลไม้อย่างน้อย 400 กรัมต่อวันนัน้ ไม่นับรวมพืชหัว เช่น มัน ฝรัง่ มันสำาปะหลัง หรือมันเทศ เพราะพืชตระกูลหัวนัน้ เป็นพืชพวกท่ีให้แป้ง ซ่ึงมีความสำาคัญต่อร่างกายในด้านอ่ืน

อุปสรรคขวางกัน้ ไม่ให้เข้าถึงเป้าหมาย วัน-ละ-ห้า

จากสถิติขององค์การอนามัยโลกระบุว่า อัตราการบริโภคผักและผลไม้ของ ประชากรในประเทศแถบเอเชียต่ำากว่าคำาแนะนำามาก ประชากรจีนโดยเฉล่ีย แล้วรับประทานผักผลไม้วันละ 300 กรัม ในประเทศไทย มรีายงานว่าคนไทย บรโิภคกนั ไม่ถึงวันละ 200 กรัม ด้วยซ้ำา ในประเทศอินเดียพบว่าย่ิงน้อยลงไป อีก เพียงแค่วันละประมาณ 130 กรัมเท่านัน้

มีเหตุผลมากมายท่ที ำาใหค้ นไม่สามารถรบั ประทานผักผลไม้ให้มากเท่าคำา แนะนำาได้ และก็มีการศึกษาวิจัยอีกมากมาย ท่กี ำาลังพยายามกำาจัดอุปสรรค เหล่านีใ้ห้ได้เช่นกัน

เร่ืองของเงินและความสะดวกเป็นปัจจัยสำาคัญของคนหลายคน แต่ความเขา้ใจ ท่ีไม่ถูกตอ้ งในเร่ืองของผลได้ผลเสียท่ีจะเกิดจริงๆต่อสุขภาพ ก็เป็นปัจจัย สำาคัญของอีกหลายคน มีผู้บริโภคบางคนท่ีกังวลเก่ียวกบั ผลตกค้างจากสาร กำาจัดศัตรูพืช จนลืมนึกถึงประโยชนท์ ่ีจะได้รบั จากการบริโภคผักผลไม้ให้ได้ ปรมิ าณท่ีเพียงพอ แต่จริงๆแล้วก็ไม่มีหลักฐานท่ีหนักแน่นพอ ท่ีจะมาสนับ สนุนความกลัวนี้ มิหนำาซ้ำา มรีายงานเร่ืองการป้องกันมะเร็ง ของมหาวิทยาลัย

ฮาวาร์ดเม่ือปีพ.. 2539 (1996 Harvard Report on Cancer Prevention) (ฉบับท่ ี1 สาเหตุ

การเกิดมะเร็งในคน – Volume 1: Human Causes of Cancer) ได้สรุปไว้ว่า ร้อยละ 65 ของกรณีการเสียชีวิตจากมะเร็ง ในสหรัฐนา่ จะมีสาเหตุเก่ียวข้องกับการสบู บุหร่ี, อาหาร, โรคอ้วน และการขาดการออกกำาลังกาย , และมีเพียงร้อยละ 1 เทา่ นัน้ ท่ีอาจมาจากสารเติมแต่งอาหาร และสารปนเป้ือนจากสารเคมี

มีการศึกษาจำานวนมากท่ีมีหลักฐานยืนยันในเร่ืองประโยชน์ของ วัน-ละ-หา้ และการศึกษาเพ่ือสำารวจหาความเส่ียงของผลตกค้างของสารกำาจดัศัตรูพืชท่ีมี ต่อสุขภาพ จนถึงทุกวันนี ก้ ็ยงัไม่มีหลักฐานท่ีสามารถคิดคำานวนออกมาเป็น ความเส่ียงท่รีุนแแรงต่อสุขภาพได้

การเข้าสู่ความสำาเร็จเป้าหมาย วัน-ละ-หา้

เพ่ือท่ีจะให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการบริโภคผักและผลไม้ หลกั การ ประเด็นแรกท่ีอยากแนะนำา คอื รบั ประทานให้หลากหลายชนิดเท่าท่ีจะเป็นไป ได้ เลือกรับประทานให้ได้ครบทกุ สี ยกตัวอย่างเช่น ผักผลไมท้ ่ีมีสีส้ม/

เหลืองหลายชนิด อยา่ ง ฟักทอง มะม่วง จะเป็นแหล่งแคโรตนิ อย (Carotenoids) ท่ีดี ผักท่ีมีสีขาว เช่นหอมหัวใหญ่ กระเทียม อุดมไปด้วยสารประกอบของ กำามะถนั (Sulphurous Compounds) และ พวกผักใบเขียวจะให้วิตามินบีต่างๆ ย่ิงไป กว่านัน้ การเพ่ิมปริมาณการบริโภคผักผลไม้อาจ จะเข้าไปแทนท่ีอาหารท่ีมีไข มัน, เกลือ, และอาหารพลังงานสูง ซ่ึงเท่ากับเป็นการปรบั ปรุงคุณภาพของ โภชนาการโดยรวมในชีวิตประจำาวันไปด้วย ผู้บรโิภคไม่ควรยอมใหค้ วามกลัว ในเร่ืองของการปนเป้ือนในปริมาณน้อย มากลายเป็นอุปสรรคขวางกัน้ ไม่ให้ ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างพอเพียง และทำาให้ไม่บรรลุเป้าหมาย วัน-ละ-ห้า

คำาแนะนำาใหบ้ รโิภคผักผลไม้ 400 กรัมต่อวัน (โดยไมร่ วมพวกพืชหัว อยา่ งมัน ฝรัง่ มันเทศ) เพ่ือเป็นการป้องกันโรคท่ีเกิดจากความเส่ือมนัน้ เทียบได้กับ ใหร้ ับประทานผักผลไม้อย่างน้อยวันละ 5 ส่วน ทุกวัน หน่ึงส่วน หรือ หน่ึง เสริฟนัน้ มีปริมาณประมาณเต็มอุ้งมือของเรา ดังนัน้ คำาแนะนำา วัน-ละ-ห้าจึงหมายถึง 5 อุ้งมือเต็มๆ ของแต่ละบคุ คล ไม่ว่าจะเป็น วัยเด็ก วัยรุ่น รวมทัง้ พ่อแม่ หรือจะเป็นวัยผู้ใหญ่ท่ีตัวเล็ก ก็เชน่ กัน

ตัวอย่างของขนาดสัดส่วนการบริโภคผักผลไม้ สำาหรับวัยผู้ใหญ่

สลัดผักสด 1 ถ้วยชา

ผลไม้ชิน้ ขนาดกลางๆ 1 ชิน้

น้ำาผัก หรือ น้ำาผลไม ้ 100% 1 แก้วเลก็ (150 มล.)

ผักปรุงสุก 1/2 ถ้วยชา

ผักและผลไม้หัน่ 1/2 ผลไม้แห้ง 1/4 ถ้วยชา

ถ้วยชา

ตามคำาแนะนำาทางโภชนาการ แนะว่า ใหท้ านเป็นผัก 3 ส่วน และผลไม้

  • 2 ส่วน ผู้เช่ียวชาญเองยังแนะอีกว่าสัดส่วนดังกลา่ วสามารถรวมถึงผัก หรือ ผลไม้แห้ง, อัดกระป๋อง และโดยเฉพาะอย่างย่ิงแช่แข็ง ได้ด้วย ดังนัน้ โดย ทัว่ ไปแล้วแนะนำาว่าให้ถือผลิตผลท่ีอัดกระป๋อง , แห้ง ,น้ำาผักและผลไม้ ให้ ถือเป็น 2 ใน 5 ส่วน ท่ีเหลือ 3 ส่วน ควรจะเป็นผักผลไม้สดหรือ แช่ แข็ง หรือผา่ นการปรุงน้อยท่ีสุด

เร่ืองของความเช่ือ และ ความจริงเก่ียวกับการใช้สารกำาจัดศัตรูพืชในเอเชีย

สำาหรบั ผู้บริโภคชาวเอเชียแล้ว ผักผลไมท้ ่ีซ้ือหาได้ในท้องตลาดส่วนใหญ่ปลูก

ด้วยการใช้สารกำาจัดศัตรูพืชช่วยในการป้องกันแมลง , เช้ือรา, และศัตรูพืชต่างๆ ไม่ให้ทำาลายผลผลิต ต่อไปน ีเ้ป็นความจริงบางประการท่ีตอบคำาถามของ ความเช่ือ ท่ีผู้บรโิภคกังวลเก่ียวกับผลตกค้างของสารเคมี

ความเช่ือท่ ี1 เกษตรกรใช้สารกำาจัดศัตรูพืชมากเกินไป ทำาให้อันตรายต่อการ บริโภค

ความจริง - แม้ว่าจะมีเหตุการณ์อยา่ งนีเ้กิดขึ้นเป็นครัง้ คราว ท่ีมีการใช้ผิดวิธี การใช้มากเกนิ แต่เกษตรกรส่วนใหญ่แล้ว มคี วามรบั ผิดชอบ และปฏิบัติ ตามข้อแนะนำาดัานความปลอดภัย เพ่ือให้ผลตกค้างในผลผลิตเหลือน้อยท่ีสุด ท่ีจะไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ สารกำาจัดศัตรูพืชมีราคาแพง ถ้าไม่จำาเป็น เกษตรกรกค็ งพยายามใช้ใหน้ ้อยท่ีสุด เพ่ือลดต้นทุน

ความเช่ือท่ ี2 สารกำาจัดศัตรูพชืก่อมะเรง็

ความจริง - จนถึงทุกวันนี้ ยังไม่มีหลักฐานท่ีพิสูจน์ออกมาได้ว่ามีความ เก่ียวโยงกนั ระหว่างระดับสารตกค้างท่ีอนุญาตให้มีปนอยู่ได้ในอาหารกับการ เจ็บป่วย อย่างไรก็ตามมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ท่ีแสดงถึงความเก่ียวโยง กันระหว่างการเกิดโรคแห่งความเส่ือมของรา่ งกาย เช่น โรคหัวใจ และ โรค มะเร็ง เน่ืองจากการรบั ประทานผักและผลไม้ไม่พอเพียงนัน้ ชัดเจนมาก

ความเช่ือท่ ี3 เราไม่ทราบว่าเกษตรกรใช้สารเคมีอะไรบ้าง

ความจริง - ก่อนท่ีจะมีการอนุญาตใหใ้ช้สารกำาจัดศัตรูพืชชนิดใดก็ตามกบั พืช อาหาร ต้องมีกฎในการกำาหนดปริมาณการใช้ ตลอดช่วงฤดูปลูก เสมอ รวม ทัง้มีการกำาหนดปริมาณท่ีปลอดภัย ของสารตกคา้งบนผลผลิต ณ จุดขาย

ความเช่ือท่ ี4 เราไม่ทราบว่าสารกำาจดัศัตรูพืชชนิดใดในอาหารท่ีก่อเกดิปัญหา ต่อสุขภาพ

ความจริง- ส่ิงท่ีสำาคัญมากท่ีสุดส่ิงหน่ึงในการประเมินค่าความปลอดภัยของ การใช้สารกำาจัดศัตรูพืชสำาหรบั พืชอาหาร ก็คอื การคำานวณปริมาณการบริโภค ท่ียอมรับได ้(Acceptable Daily Intake, ADI) คา่ ADI สำาหรบั สารกำาจัดศัตรูพืชใดก็ตาม คำานวณได้โดยการวัดปริมาณสารเคมีนัน้ ๆในอาหาร ซ่ึงคนสามารถบริโภคได้ ตลอดชีวิต โดยไม่เป็นอนั ตรายต่อสุขภาพ การคำานวณ คา่ ADI นีม้ คี ่าเผ่ือไว ้ (margin) สูงมาก ปกติจะประมาณ 100 เทา่

ความเช่ือท่ ี5 สารกำาจัดศัตรูพชื เป็นพิษบริโภค แม้แต่ในปริมาณเพียงน้อยนิด

ก็เป็นอันตรายต่อร่างกาย

ความจริง- สารกำาจัดศัตรูพืชถูกออกแบบมาให้สลายตัวได้ในระยะเวลาอนั สัน้ หลังจากการฉีดพ่น ดังนัน้ พืชส่วนใหญ ่ แม้จะฉีดพ่นก่อนเก็บเก่ียว ก็จะไม่มี สารตกค้างท่ี ณ จุดขาย นอกจากน ีส้ ารกำาจัดศัตรูพืชบางชนิดถูกพัฒนามา เพ่ือให้เป็นพิษกับศัตรูพืชเฉพาะอยา่ งท่ีต้องการป้องกัน และมีผลกระทบน้อย มากต่อร่างกายมนุษย์

ข้อสำาคัญท่ีต้องเข้าใจ คอื รา่ งกายของมนุษย์นัน้ มกี ลไกการเรียนรทู้ ่ีจะรับมือ กับสารเคมีท่ีเป็นพิษท่ีมาจากพืชท่ีเรารบั ประทาน ในปริมาณน้อยๆ สารเคมใีน พืชเหล่านีถ้ ูกผลิตขึ้นมาในลกั ษณะเป็นกลไกป้องกันตัวตามธรรมชาต ิจาก แมลง และศัตรูพืชต่างๆ

ข้อมูลเพ่ิมเติม

รายงานกองทุนวิจัยมะเร็งโลก (1997), “อาหาร, โภชนาการกบั ป้องกันมะเร็ง

การ

องคก์ ารอนามัยโลก (2002), รายงานเทคโนโลยฉี บับท่ี 916 เร่ือง อาหาร , โภชนาการ กบั การป้องกันโรคแห่งความเส่ือม

ข้อมูลจากศูนย์ข้อมลขา่ วสารด้านอาหารแห่งเอเชีย เร่ือง ผลตกค้างของ สารกำาจัดศัตรูพืช www.afic.org/

โครงสรา้งประชากรกับโอกาสทางการตลาด

การรู้จักลูกค้าเป็นหัวใจท่ีสำาคัญอย่างหน่ึงของการทำาการตลาด เพราะการรู้จักลูกค้าเป็นบันได ไปสู่การวางแผนกลยุทธ์ และการใช้เคร่ืองมือทางการตลาดให้ประสบความสำาเร็จ อยา่ งไร

ก็ตาม แหล่งข้อมลู เก่ียวกับลูกค้าในระดับมหภาคแหล่งหน่ึงท่ีไม่ควรพลาด คอื สำานักงานสถิติ แห่งชาต ิ

สำานักงานสถิติแห่งชาติมีหน้าท่ีจัดทำาโครงการสำารวจสำามะโนประชากรและเคหะ โดยเก็บ รวบรวมข้อมูลประชากรไทยจากทัว่ ประเทศ ขอ้ มูลตัวเลขประชากรเหล่าน ีจ้ ะทำาให้ผู้ประกอบ

การเห็นภาพรวมการเปล่ียนแปลงโครงสร้างของกลุ่มผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี จากจุดนี อ้ งค์กร ธุรกิจทัว่ ไปอาจนำาขอ้ มูลดังกล่าวไปใช้เป็นพ้ืนฐานการวางแผนทางการตลาดในอนาคต เพ่ือ ตอบรับกับกระแสของผู้บริโภคท่ีเปล่ียนแปรไป

ตัวเลขประชากรบอกอะไรบ้าง ?

ถ้าจำาแนกประชากรตามวัย จากข้อมลู ปี 2543 จะพบว่า เด็กท่ีอายุ 0-14 ปี มีจำานวน 24.1u0E2D าย ุ15-59 ปี มีจำานวน 66.5u0E27ัยสูงอายุคือ 60 ปีขึ้นไป มีจำานวน 9u0E41 ละอายุเฉล่ียของประชากรไทยอยู่ท่ี 29.7 ปี สูงขึ้นกว่าปี 2533 ซ่ึงอยู่ท่ี 24.6 ปี นอกจากนัน้ จากการสำารวจยังพบว่า คนไทยมีอัตราการแต่งงานช้าลงทัง้หญิงและชาย โดยผู้ หญิงแต่งงานครัง้ แรกอายุเฉล่ีย 24.1 ปี ผู้ชาย 27.2 ปี จำานวนครัวเรือนในประเทศไทยปี 2543 มีจำานวน 15.7 ล้านครัวเรือน มีสมาชิกเฉล่ีย 3.9 คนต่อครัวเรือน เฉพาะครัวเรือน ท่ีมีผู้อยู่อาศัยเพียงคนเดียวจะมีจำานวน 8.6u0E41 ต่ท่ีน่าสนใจ คอื อตั ราการเพ่ิมขึ้นของ หัวหน้าครัวเรือนท่ีเป็นผู้หญิงในปี 2543 ม ี25.5u0E40 ทียบกับปี 2533 มีแค ่ 19.4u0E2B รือเพ่ิมขึ้นถึงกว่า 30u0E41 ละในแง่การตลาด ตัวเลขเหล่านีส้ ามารถบ่งบอก นัยยะได้หลายประการ ดังนี ้ ประการแรก ประเทศไทยกำาลังเข้าสู่ภาวะสังคม "ผู้ใหญ่มาก" คือ อายุเฉล่ียของคนในสังคม อยู่ท่ีประมาณ 30 ปี หลงัจากนัน้ อีกราว 15 ปี จากนีไ้ป สังคมคงจะเข้าสู่ภาวะ "คนแก่มาก" คนในสังคมจะมีอายุเฉล่ียอยู่ท่ีประมาณ 36 ปีขึ้นไป เพราะฉะนัน้ ถ้ามองในระยะยาวแลว้ จะ พบวา่ ตลาดของผู้สูงอายุจะขยายใหญ่ขึ้นเร่ือย ๆ แม้วา่ คนวัยทำางานจะยงัเป็นสัดส่วนท่ีสูงสุด ของกลุ่มประชากร ในแงก่ ารตลาด ตลาดของผู้สูงอายุจะขยายตัวมากขึ้น ขณะท่ีตลาดอ่ืน ๆ ทรงตัว สินค้าและ บริการหลายชนิดท่ีเป็นความต้องการของตลาดผู้สูงอายุจะมีโอกาสท่ีน่าสนใจ เช่น สินค้าและ บริการท่ีเก่ียวขอ้ งกับการดูแลสุขภาพ การพักผ่อนหย่อนใจ ความบันเทิง การท่องเท่ียว การ เรียนรู้ท่ีเหมาะสมกับวัย ฯลฯ แต่การทำาตลาดกับผู้สูงอายุนัน้ ผู้ผลิตสินค้าหรือบริการควร หลีกเล่ียงการโฆษณาหรือการติดย่ีห้อว่า "สำาหรับผู้สูงอายุ" เพราะพฤติกรรมของคนทุกวัย ไม่ใช่เฉพาะผู้สูงอายุเท่านัน้ ล้วนไม่ต้องการซ้ือสินค้าท่ีตอกย้ำาถงึความเป็นคนมีปัญหาของผู้ ซ้ือ การทำาตลาดผู้สูงอายุจึงตอ้ งพยายามมองและศึกษาวา่ คนกลุ่มนีม้ ีความต้องการท่ีแท้จริง อย่างไร จากนัน้ ผู้ผลิตสินค้า-บริการจึงควรนำาความต้องการดังกลา่ ว สร้างเป็นคุณลักษณะใส่ เข้าไปในตัวของผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิตสินค้า-บริการต้องเข้าใจว่าคนวัยนีไ้ม่ต้องการ "การดูดี" แต่ ต้องการ "รู้สึกด"ี ผู้สูงอายุจะต้องการสินค้าท่ีสะดวกและใช้งานงา่ ย เคร่ืองใช้ไฟฟ้าจึงควรเป็น ระบบสัมผัสหรือมีรีโมตคอนโทรล ไม่ต้องออกแรงมาก มีปุ่มโต ๆ เน่ืองจากสายตาไม่ด ี นอกจากน ีผ้ ู้สูงอายุจะต้องการสินค้าท่ีออกแบบโดยคำานึงหรือห่วงใยสุขภาพและสรีระของ เขา เช่น สุขภัณฑ์ท่ีนัง่ สบาย กระเบ้ืองปูพ้ืนท่ีไม่ล่ืน เป็นต้น กลุ่มท่ ี2 คือ กลุ่มผู้หญิง เป็นอีกกลุ่มท่ีน่าสนใจ เพราะผู้หญิงมีบทบาทเป็นหัวหน้าครอบครัว มากขึ้นทุกท ีผู้หญิงเป็นคนตัดสินใจซ้อืสินค้าหลายชนิด ดังนัน้ สินค้าท่ีจะช่วยอำานวยความ สะดวกหรือผ่อนแรงของแม่บ้านจะขยายตลาดได้อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นอาหารพร้อมปรุง อุปกรณ์เคร่ืองครัวอัตโนมัติ บริการรับดูแลเด็กออ่ น ฯลฯ นอกจากนัน้ การท่ีผู้หญิงเป็นตัว ของตัวเองและใช้ชีวิตด้วยตัวเองมากขึ้น จงึเป็นโอกาสของธุรกิจเก่ียวกับท่ีอยู่อาศัย เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยในบ้านเรือน เป็นต้น กลุ่มท่ ี3 กลุ่มเด็กในวัย 0-14 ปี แม้วา่ กลุ่มเด็กจะมีแนวโน้มอัตราการเพ่ิมลดลง เน่ืองจาก พ่อแม่มีลูกน้อยลง แต่อัตราการใช้จ่ายต่อหวัสูงขึ้นมาก เพราะเม่ือพ่อแม่มีลูกน้อย พ่อแม่ย่อม เอาใจใส่ลูกมากขึ้น การทำาตลาดสำาหรับเด็กสมัยใหม่จึงไม่ใช่เฉพาะตลาดเส้ือผ้า ของเล่น และ ขนมเท่านัน้ ธุรกิจท่ีเฟ่ืองฟูมากท่ีสุดประเภทหน่งึคือ ธุรกิจการศึกษาทัง้นอกโรงเรียนและใน โรงเรียน การเติบโตของธุรกิจยังขยายไปสู่บริการสันทนาการ บวกความรู้อ่ืนๆ อีกหลายรูป แบบ รวมถงึสินค้าความบันเทิงทัง้หลาย และเคร่ืองเล่นประเภทดิจิตอลอีกดว้ ย เพราะเด็กทุก วันนีม้ ีพัฒนาการท่ีก้าวหน้ากว่าสมัยก่อน เด็กจึงมีความอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น

จับตาเพ่ือเตรียมตัวล่วงหน้า

ลูกค้ากลุ่มหลักๆ ดังกล่าว เป็นโอกาสทางการตลาดท่ีเกิดขึ้นจากการเปล่ียนแปลงโครงสร้าง ของประชากร และแม้โครงสร้างประชากรจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป หากแต่นักการตลาด ทุกคนควรให้ความสนใจจับตามอง และเตรียมการไวล้ ่วงหน้า และเม่ือการเปล่ียนแปลงมาถงึ นักการตลาดจะได้หยิบฉวยโอกาสนัน้ มาใช้ก่อนใครๆ

เรียบเรียงจาก วิทยา ด่านธำารงกลู . " ประชากรไทยกับโอกาสการตลาด " . นิตยสารเส้นทางเศรษฐี. ปีท่ี 7 ฉบับท่ ี75 (พฤษภาคม 2544) : 75 - 76 .

คำาไข : เคล็ดลับ-วธิ ี การบริหารการตลาด กลยุทธ์การวางแผนการตลาด โอกาสทางการตลาด

โครงสร้างประชากรกับโอกาสทางการตลาด เป็นการแนะนำาโอกาสทางการตลาดท่ีอาจเกิดขึ้น จากการเปล่ียนแปลงโครงสร้างของประชากร เหมาะสำาหรับผู้ประกอบการท่ีจะนำาไปวางแผน เชิงกลยุทธ์กับธุรกิจของตน แม้จะเป็นการเปล่ียนแปลงท่ีค่อยเป็นค่อยไปในระยะยาวแต่ นักการตลาดทุกคนควรให้ความสนใจ และเตรียมการล่วงหน้า

ลูกค้ากลุ่มหลักๆ ดังกล่าว เป็นโอกาสทางการตลาดท่ีเกิดขึ้นจากการเปล่ียนแปลงโครงสร้าง ของประชากร และแม้โครงสร้างประชากรจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป หากแต่นักการตลาด ทุกคนควรให้ความสนใจจับตามอง และเตรียมการไวล้ ่วงหน้า และเม่ือการเปล่ียนแปลงมาถงึ นักการตลาดจะได้หยิบฉวยโอกาสนัน้ มาใช้ก่อนใครๆ เรียบเรียงจาก วิทยา ด่านธำารงกลู .
ลูกค้ากลุ่มหลักๆ ดังกล่าว เป็นโอกาสทางการตลาดท่ีเกิดขึ้นจากการเปล่ียนแปลงโครงสร้าง ของประชากร และแม้โครงสร้างประชากรจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป หากแต่นักการตลาด ทุกคนควรให้ความสนใจจับตามอง และเตรียมการไวล้ ่วงหน้า และเม่ือการเปล่ียนแปลงมาถงึ นักการตลาดจะได้หยิบฉวยโอกาสนัน้ มาใช้ก่อนใครๆ เรียบเรียงจาก วิทยา ด่านธำารงกลู .

Air Dried Dehydrate Vegetables have always been our core business. Raw Materials are purchased from local farmers and instantly processed in order to preserve its freshness, color, nutrition and flavor.

Fresh vegetables are cleaned, washed, sliced or diced, sterilize and dried in the air dried machine. The followings are Kingfood’s core products in this category, which are widely being used in the food industry.

We also provide services to produce your desire air-dried vegetables and spices accordance with your specification.