เกณฑ์อ้างอิงละเอียด

การประเมินขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม
และการจัดทำาแผนที่นำาทางด้านเทคโนโลยี (technology roadmap)
ของ คลัสเตอร์รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนจักรยานยนต์ SME 007+
1. หลักการและเหตุผล
ในขณะนี้ คลัสเตอร์อุตสาหกรรม (industrial cluster) ได้กลายเป็นแนวคิดด้านนวัตกรรมและการเรียนรู้
ทางเทคโนโลยีที่นิยมใช้กันมากที่สุด แนวคิดนี้เน้นการพัฒนาความเชื่อมโยงระหว่างผู้มีบทบาทต่าง ๆ ในห่วงโซ่
มูลค่าของการผลิต การบริการ และการทำานวัตกรรม ประเด็นที่ทำาให้คลัสเตอร์แตกต่างจากการประสานงานและ
การรวมกันเป็นเครือข่ายทั่ว ๆ ไปคือ ความเข้มข้นของการมีปฏิสัมพันธ์ในเชิงภูมิศาสตร์ระหว่างบริษัท
ซัพพลายเออร์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ ผูใ้ ห้บริการเฉพาะ บริษัทในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง และสถาบันต่างๆ
ที่เป็นองค์กรสร้างความรู้และองค์กรสนับสนุน เช่น มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัยหน่วยงานกำาหนดมาตรฐาน
สถาบันการเงิน และสมาคมการค้าและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ คลัสเตอร์ยังมีความแตกต่างกันในด้าน
ขนาด วิธีการเกิด และสถานะการพัฒนา โดยคลัสเตอร์ที่มีระดับการพัฒนาสูงจะมีซัพพลายเออร์ที่มีความ
เชีย่ วชาญเฉพาะ มีการไหลเวียนของความรู้ระหว่างผู้มีบทบาทสำาคัญที่กล่าวมาแล้วข้างต้นอย่างเข้มข้น อันนำาไป
สู่การเรียนรู้ร่วมกัน (collective learning) และการเพิม่ ขีดความสามารถทางนวัตกรรมและความสามารถในการ
แข่งขันโดยรวมของคลัสเตอร์
คณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กนวท.) ได้จัดทำาแผนกลยุทธ์ด้าน
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (พ.ศ. 2547-2556) เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางในการดำาเนิน
โครงการ/กิจกรรม รวมทั้งจัดสรรทรัพยากรของหน่วยงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน แผนกลยุทธ์นี้ได้กำาหนด
กลยุทธ์การพัฒนาข้อหนึ่งคือ “พัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจ เศรษฐกิจชุมชน และคุณภาพชีวิต” โดยมีเป้าหมายที่จะ
ยกระดับความสามารถทางเทคโนโลยีของผู้ประกอบการในคลัสเตอร์ที่เป็นยุทธศาสตร์ไม่น้อยกว่า 1 ระดับ1
และ กนวท. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพัฒนาคลัสเตอร์เพื่อกำากับดูแลการขับเคลื่อนกลยุทธ์ดังกล่าวไปสู่การ
ปฏิบัติ
การดำาเนินการตามกลยุทธ์ดังกล่าวโดยคณะอนุกรรมการพัฒนาคลัสเตอร์มุ่งเน้นการพัฒนาและยกระดับ
คลัสเตอร์ต่าง ๆ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งนี้ จากการสำารวจของสำานักงานคณะกรรมการพัฒนาการ
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพบว่ามีคลัสเตอร์ที่กำาลังดำาเนินการอยู่แล้วหรือเริ่มมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มธุรกิจซึ่ง
อาจพัฒนาเป็นคลัสเตอร์ได้ในอนาคตเป็นจำานวน 27 กลุ่มทั่วประเทศ ในการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนา
คลัสเตอร์ ภายใต้คณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2548 เมื่อวันที่ 8 มีนาคม
2548 ได้มีการนำาเสนอข้อมูลพื้นฐานของคลัสเตอร์ที่กำาลังดำาเนินการอยู่และมีความต้องการการสนับสนุนด้าน
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจำานวน 6 คลัสเตอร์ คือ คลัสเตอร์กุ้ง คลัสเตอร์สิ่งทอ คลัสเตอร์ไหม (ขอนแก่น)
1

การศึกษาของธนาคารโลกในปี 2000 ได้แบ่งระดับการพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของผู้ประกอบการเป็น 4 ระดับ คือ ระดับที่ 1 มีความสามารถ
เพียงแค่การใช้เทคโนโลยีตามสภาพที่จัดหามา ระดับที่ 2 มีความสามารถในการดัดแปลงเทคโนโลยีเพื่อการใข้งานได้อย่างเหมาะสม ระดับที่ 3 มีความ
สามารถในการออกแบบ ปรับปรุงและพัฒนาวิศวกรรมทางเทคโนโลยี แระ ระดับที่ 4 มีความสามารถในการวิจัยและพัฒนาลักษณะหลักของผลิตภัณฑ์ได้

1

คลัสเตอร์แปรรูปไม้ยางพารา คลัสเตอร์ hard disk drive และคลัสเตอร์รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนจักรยานยนต์
(SME 007 +) และที่ประชุมเห็นชอบให้มีการคัดเลือกคลัสเตอร์นำาร่องเพื่อทำาการสำารวจ/ประเมินความสามารถ
ทางเทคโนโลยี (technological capability) และจุดอ่อนและจุดแข็งของสมาชิกในคลัสเตอร์เพื่อนำาไปกำาหนด
มาตรการที่เหมาะสมในการเพิ่มขีดความสามารถทางเทคโนโลยี จัดทำาแผนที่นำาทางการพัฒนาเทคโนโลยีของ
คลัสเตอร์ รวมทั้งดำาเนินกิจกรรมอื่น ๆ ทีส่ นับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถทางเทคโนโลยีให้แก่คลัสเตอร์ด้วย
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำาหนดหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกคลัสเตอร์นำาร่องดังนี้
- คลัสเตอร์หรือกลุ่มธุรกิจต้องสามารถจัดสรรทรัพยากรบุคคลมาร่วมดำาเนินการศึกษากับฝ่าย
เลขานุการได้
- เป็นคลัสเตอร์หรือกลุ่มธุรกิจที่ผู้ประกอบการมีความสนใจในการพัฒนาขีดความสามารถทาง
เทคโนโลยีมากพอสมควร เมื่อเปรียบเทียบกับประเด็นด้านอื่น ๆ เช่น การประชาสัมพันธ์ การเปิด
ตลาดใหม่ การสร้างอำานาจต่อรอง
- เป็นคลัสเตอร์หรือกลุ่มธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับคลัสเตอร์เป้าหมายตามแผนกลยุทธ์ฯ
- เป็นคลัสเตอร์หรือกลุ่มธุรกิจที่การเพิ่มขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมจะมีผลต่อ
การสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือยกระดับความสามารถในการแข่งขันคลัสเตอร์ได้มาก
เมื่อนำาหลักเกณฑ์ข้างต้นมาพิจารณาจะเห็นว่าทั้ง 6 คลัสเตอร์ผ่านเพียงเกณฑ์สองข้อหลัง และมีเพียง
คลัสเตอร์Hard Disk Drive กุ้ง และชิ้นส่วนยานยนต์ที่ผ่านเกณฑ์สองข้อแรก เนื่องจากคลัสเตอร์ Hard Disk
Drive ได้มกี ารดำาเนินการศึกษาไปแล้วโดย Asian Policy Research และ Asian Institute of Technology สำาหรับ
คลัสเตอร์กุ้งปัจจุบนั มีคณะกรรมการบริหารคลัสเตอร์กุ้งประเทศไทย ซึ่งมีศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยี
ชีวภาพแห่งชาติเป็นผู้รับผิดชอบอยู่แล้ว ดังนั้นคณะอนุกรรมการพัฒนาคลัสเตอร์ จึงมีความเห็นว่า คลัสเตอร์
รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ (SME 007+) มีความเหมาะสมที่สุดในการดำาเนินการในระยะแรก
กลุ่ม SME 007+ ก่อตั้งขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2547 ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 70 ราย ใน 6 กลุ่มย่อย
(ไม่รวมเครือข่ายด้านการจัดจำาหน่ายและบริการ) โดยสมาชิกกลุ่มที่เป็นผู้ผลิตประมาณร้อยละ 70 มีสถาน
ประกอบการตั้งอยู่ในภาคตะวันออกในเขต 9 จังหวัด (สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา นครนายก ชลบุรี ปราจีนบุรี
ระยอง สระแก้ว จันทบุรี และตราด) ส่วนเครือข่ายด้านการจัดจำาหน่ายและบริการ (ร้านช่าง) มีกระจายอยู่ทั่ว
ประเทศ วิสัยทัศน์ของกลุ่ม คือ จะเป็นกลุ่มผู้ผลิตรถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนจักรยานยนต์ชั้นนำาของประเทศ
ภายในปี 2550 และมีความสามารถในการแข่งขันในเวทีการค้าโลก นอกจากนี้แกนนำาและผู้ประกอบการใน
กลุ่มยังมีความตระหนักว่าศักยภาพและการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการขนาดกลาง
และขนาดย่อม ( SMEs) ของไทยในอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ต้องอาศัยการรวม
กลุ่ม ผสานพลังและคุณค่าที่หลากหลายและแตกต่างของ SMEs ไทยที่มีเป้าหมายและทิศทางร่วมกัน
กลุ่ม SME 007+ พยายามสร้างความเชื่อมโยงกับพันธมิตร เช่น สถาบันยานยนต์ สำานักงานพัฒนา
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สำานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาด
ย่อมแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ
2

สมาคมต่าง ๆ ของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ ทางกลุ่มได้กำาหนดรูปแบบโครงสร้างการบริหาร
จัดการไว้แล้วคือมีคณะกรรมการบริหารที่ดำาเนินงานโดยแกนนำาหรือคณะผู้ก่อตั้งและการแบ่งงานออกเป็นด้าน
ต่าง ๆ รวมทั้งด้านวิจัยและพัฒนา นอกจากนี้ทางกลุ่มยังได้มีการเสนอประเด็นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โดยสังเขปที่ทางกลุ่มมีความประสงค์ที่จะร่วมกับพันธมิตรจากภาครัฐและมหาวิทยาลัยในการพัฒนาต่อไป คือ
เรื่องการนำาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการเชื่อมโยงเครือข่ายสมาชิก และการยกระดับความสามารถในเชิง
เทคนิคของผู้ประกอบการในกลุม่ เช่น เรื่อง วัสดุศาสตร์ (โลหะ/อโลหะ) ระบบการเผาไหม้ในเครื่องยนต์ ระบบ
การถ่ายทอดกำาลัง การจับยึด การเชื่อมประสาน การสั่นสะเทือน เป็นต้น
คณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กนวท.) ได้จัดทำาแผนกลยุทธ์ด้าน
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (พ.ศ. 2547-2556) เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางในการดำาเนิน
โครงการ/กิจกรรม รวมทั้งจัดสรรทรัพยากรของหน่วยงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน แผนกลยุทธ์นี้ได้กำาหนด
กลยุทธ์การพัฒนาข้อหนึ่งคือ “พัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจ เศรษฐกิจชุมชน และคุณภาพชีวิต” โดยมีเป้าหมายที่จะ
ยกระดับความสามารถทางเทคโนโลยีของผู้ประกอบการในคลัสเตอร์ที่เป็นยุทธศาสตร์ไม่น้อยกว่า 1 ระดับ2
และ กนวท. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพัฒนาคลัสเตอร์เพื่อกำากับดูแลการขับเคลื่อนกลยุทธ์ดังกล่าวไปสู่การ
ปฏิบัติ
การดำาเนินการตามกลยุทธ์ดังกล่าวโดยคณะอนุกรรมการพัฒนาคลัสเตอร์มุ่งเน้นการพัฒนาและยกระดับ
คลัสเตอร์ต่าง ๆ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งนี้ จากการสำารวจของสำานักงานคณะกรรมการพัฒนาการ
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพบว่ามีคลัสเตอร์ที่กำาลังดำาเนินการอยู่แล้วหรือเริ่มมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มธุรกิจซึ่ง
อาจพัฒนาเป็นคลัสเตอร์ได้ในอนาคตเป็นจำานวน 27 กลุ่มทั่วประเทศ ในการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนา
คลัสเตอร์ ภายใต้คณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2548 เมื่อวันที่ 8 มีนาคม
2548 ได้มีการนำาเสนอข้อมูลพื้นฐานของคลัสเตอร์ที่กำาลังดำาเนินการอยู่และมีความต้องการการสนับสนุนด้าน
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจำานวน 6 คลัสเตอร์ คือ คลัสเตอร์กุ้ง คลัสเตอร์สิ่งทอ คลัสเตอร์ไหม (ขอนแก่น)
คลัสเตอร์แปรรูปไม้ยางพารา คลัสเตอร์ hard disk drive และคลัสเตอร์รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนจักรยานยนต์
(SME 007 +) และที่ประชุมเห็นชอบให้มีการคัดเลือกคลัสเตอร์นำาร่องเพื่อทำาการสำารวจ/ประเมินความสามารถ
ทางเทคโนโลยี (technological capability) และจุดอ่อนและจุดแข็งของสมาชิกในคลัสเตอร์เพื่อนำาไปกำาหนด
มาตรการที่เหมาะสมในการเพิ่มขีดความสามารถทางเทคโนโลยี จัดทำาแผนที่นำาทางการพัฒนาเทคโนโลยีของ
คลัสเตอร์ รวมทั้งดำาเนินกิจกรรมอื่น ๆ ที่สนับสนุนการเพิม่ ขีดความสามารถทางเทคโนโลยีให้แก่คลัสเตอร์ด้วย
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำาหนดหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกคลัสเตอร์นำาร่องดังนี้
- คลัสเตอร์หรือกลุ่มธุรกิจต้องสามารถจัดสรรทรัพยากรบุคคลมาร่วมดำาเนินการศึกษากับฝ่าย
เลขานุการได้
- เป็นคลัสเตอร์หรือกลุ่มธุรกิจที่ผู้ประกอบการมีความสนใจในการพัฒนาขีดความสามารถทาง
เทคโนโลยีมากพอสมควร เมื่อเปรียบเทียบกับประเด็นด้านอื่น ๆ เช่น การประชาสัมพันธ์ การเปิด
ตลาดใหม่ การสร้างอำานาจต่อรอง
2

การศึกษาของธนาคารโลกในปี 2000 ได้แบ่งระดับการพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของผู้ประกอบการเป็น 4 ระดับ คือ ระดับที่ 1 มีความสามารถ
เพียงแค่การใช้เทคโนโลยีตามสภาพที่จัดหามา ระดับที่ 2 มีความสามารถในการดัดแปลงเทคโนโลยีเพื่อการใข้งานได้อย่างเหมาะสม ระดับที่ 3 มีความ
สามารถในการออกแบบ ปรับปรุงและพัฒนาวิศวกรรมทางเทคโนโลยี แระ ระดับที่ 4 มีความสามารถในการวิจัยและพัฒนาลักษณะหลักของผลิตภัณฑ์ได้

3

ทำาตาราง
แสดงหน่อย
ว่าตัวไหน
ผ่านไม่ผ่าน
เพราะอะไร

- เป็นคลัสเตอร์หรือกลุ่มธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับคลัสเตอร์เป้าหมายตามแผนกลยุทธ์ฯ
- เป็นคลัสเตอร์หรือกลุ่มธุรกิจที่การเพิ่มขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมจะมีผลต่อ
การสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือยกระดับความสามารถในการแข่งขันคลัสเตอร์ได้มาก
เมื่อนำาหลักเกณฑ์ข้างต้นมาพิจารณาจะเห็นว่าทั้ง 6 คลัสเตอร์ผา่ นเพียงเกณฑ์สองข้อหลัง และมีเพียง
คลัสเตอร์Hard Disk Drive กุ้ง และชิ้นส่วนยานยนต์ที่ผ่านเกณฑ์สองข้อแรก เนื่องจากคลัสเตอร์ Hard Disk
Drive ได้มีการดำาเนินการศึกษาไปแล้วโดย Asian Policy Research และ Asian Institute of Technology สำาหรับ
คลัสเตอร์กุ้งปัจจุบันมีคณะกรรมการบริหารคลัสเตอร์กุ้งประเทศไทย ซึ่งมีศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยี
ชีวภาพแห่งชาติเป็นผู้รับผิดชอบอยู่แล้ว ดังนั้นคณะอนุกรรมการพัฒนาคลัสเตอร์ จึงมีความเห็นว่า คลัสเตอร์
รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ (SME007+) มีความเหมาะสมที่สุดในการดำาเนินการในระยะแรก
กลุ่ม SME 007+ ก่อตั้งขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2547 ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 70 ราย ใน 6 กลุ่มย่อย
(ไม่รวมเครือข่ายด้านการจัดจำาหน่ายและบริการ) โดยสมาชิกกลุ่มที่เป็นผู้ผลิตประมาณร้อยละ 70 มีสถาน
ประกอบการตั้งอยู่ในภาคตะวันออกในเขต 9 จังหวัด (สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา นครนายก ชลบุรี ปราจีนบุรี
ระยอง สระแก้ว จันทบุรี และตราด) ส่วนเครือข่ายด้านการจัดจำาหน่ายและบริการ (ร้านช่าง) มีกระจายอยู่ทั่ว
ประเทศ วิสัยทัศน์ของกลุ่ม คือ จะเป็นกลุ่มผู้ผลิตรถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนจักรยานยนต์ชั้นนำาของประเทศ
ภายในปี 2550 และมีความสามารถในการแข่งขันในเวทีการค้าโลก นอกจากนี้แกนนำาและผู้ประกอบการใน
กลุ่มยังมีความตระหนักว่าศักยภาพและการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการขนาดกลาง
และขนาดย่อม ( SMEs ) ของไทยในอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ต้องอาศัยการรวม
กลุ่ม ผสานพลังและคุณค่าที่หลากหลายและแตกต่างของ SMEs ไทยที่มีเป้าหมายและทิศทางร่วมกัน
ทางกลุ่ม SME 007+ พยายามสร้างความเชื่อมโยงกับพันธมิตร เช่น สถาบันยานยนต์ สำานักงาน
พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติสวทช. สำานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาด
กลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา สภาอุตสาหกรรมแห่ง
ประเทศไทย และสมาคมต่าง ๆ ของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ ทางกลุ่มได้กำาหนดวางรูปแบบ
โครงสร้างการบริหารจัดการไว้แล้วคือมีคณะกรรมการบริหารที่ดำาเนินงานโดยแกนนำาหรือคณะผู้ก่อตั้งและการ
แบ่งงานออกเป็นด้านต่าง ๆ รวมทั้งด้านวิจัยและพัฒนา นอกจากนี้ทางกลุ่มยังได้มีการเสนอประเด็นด้าน
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยสังเขปที่ทางกลุ่มมีความประสงค์ที่จะร่วมกับพันธมิตรจากภาครัฐและ
มหาวิทยาลัยในการพัฒนาต่อไป คือ เรื่องการนำาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการเชื่อมโยงเครือข่ายสมาชิก
และการยกระดับความสามารถในเชิงเทคนิคของผู้ประกอบการในกลุ่ม เช่น เรื่อง วัสดุศาสตร์ ( โลหะ / อโลหะ )
ระบบการเผาไหม้ในเครื่องยนต์ ระบบการถ่ายทอดกำาลัง การจับยึด การเชื่อมประสาน การสั่นสะเทือน เป็นต้น
2. วัตถุประสงค์ของการศึกษา
2.1 ประเมินขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ SME
007+ และระดับของความเข้มแข็งของความเชื่อมโยงโดยเฉพาะการไหลเวียนของความรู้ระหว่างผู้ประกอบการ
4

เขียนเผือ่ ไป
เลยว่าอนุให้
ความเห็น
ชอบ ถ้าเลขา
เห็นชอบเฉย
ๆ ก็ยังทำา
อะไรไม่ได้

ในกลุ่มและกับผู้มีบทบาทสำาคัญ (พันธมิตร) ทั้งหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย สมาคม
อุตสาหกรรม สถาบันการเงิน และอื่น ๆ
2.2 จัดทำากลยุทธ์การพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม
2.3 จัดทำาแผนที่นำาทางเทคโนโลยี (5 ปี) ของกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ SME 007+
2.1 ประเมินขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ SME
007+ และระดับของความเข้มแข็งของความเชื่อมโยงโดยเฉพาะการไหลเวียนของความรู้ระหว่างผู้ประกอบการ
ในกลุ่มและกับผู้มีบทบาทสำาคัญ (พันธมิตร) ทั้งหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย สมาคม
อุตสาหกรรม สถาบันการเงิน และอื่น ๆ
2.4 2.2 จัดทำากลยุทธ์การพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม
2.5 จัดทำาและแผนที่นำาทางเทคโนโลยี (5 ปี) ของกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ SME 007 และแผนที่
นำาทางเทคโนโลยี 5 ปี
3. ขอบเขตการศึกษา
3.1 จั ดทำา แผนภาพคลั สเตอร์ (cluster map) ของกลุ่ มผู้ ผ ลิ ตชิ้ น ส่ วนรถจั กรยานยนต์ SME
007+ อย่ าง ละเอียด โดยระบุประเด็นต่างๆ ดังนี้
3.1.1 ผู้มีบทบาทสำาคัญ คือ บริษัททั้ง 6 กลุ่ม ซัพพลายเออร์ ลูกค้า สถาบันวิจัยและพัฒนา
มหาวิทยาลัย หน่วยงานของรัฐ สมาคมอุตสาหกรรม สถาบันการเงิน
3.1.2 ประเมินความเชื่อมโยงระหว่างผู้มีบทบาทสำาคัญตามข้อ 3.1.1 ทั้งในเชิงปริมาณและ
คุณภาพ(ความถี่และความลึกของการไหลเวียนความรู้ระหว่างผู้มีบทบาทต่างๆ) เช่น การทำา
ธุรกรรม การไหลเวียนของความรู้ด้านเทคโนโลยี การไหลเวียนของคน และความเชื่อถือ
ระหว่างกัน )
3.2 ศึกษาวิวัฒนาการในการรวมกลุ่มคลัสเตอร์ของคลัสเตอร์ SME 007+
3.2.1 ปัจจัยที่มีผลต่อการรวมกลุ่ม เช่น สิ่งแวดล้อมเชิงธุรกิจ
3.2.2 บทบาทภาครัฐในการช่วยให้เกิดการรวมกลุ่มคลัสเตอร์
3.2.3 รูปแบบการบริหารจัดการภายในคลัสเตอร์
3.3 ประเมินผู้มีบทบาทและเครือข่ายความเชื่อมโยงระหว่างกัน โดยเน้นประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
3.3.1 บทบาท (การสร้าง การยกระดับ การกระจาย และการใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี) ความต้องการด้านเทคโนโลยี กลยุทธ์ทางเทคโนโลยี และความสามารถทาง
เทคโนโลยี และนวัตกรรมของผู้มีบทบาท
3.3.2 ปริมาณและคุณภาพของความเชื่อมโยง (เช่น ความถี่และความลึกของการไหลเวียนความรู้
ระหว่างผู้มีบทบาทต่างๆ)
3.4 จัดทำากลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม แผนที่นำาทางเทคโนโลยีใน 5 ปีข้างหน้า
5

3.4.1 ในการจัดทำาแผนที่นำาทางเทคโนโลยีของคลัสเตอร์ ในเบื้องต้นคาดว่าผลิตภัณฑ์หลักของ
กลุ่มจะเป็นรถจักรยานยนต์แบบครอบครัว (Family model) ที่มีขนาดเครื่องยนต์ประมาณ
100-110 cc. ราคาขายประมาณ 22,000 บาท นอกจากนี้ยังมีชิ้นส่วนจักรยานยนต์ทสี่ ำาคัญ
บางส่วน ได้แก่ ชิ้นส่วนที่เป็น fast-moving parts
3.4.2 การวิเคราะห์/จำาแนกระบบและองค์ประกอบหลักของรถจักรยานยนต์เป้าหมาย โดยอาจแบ่ง
ระบบ/ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ทั้งหมด ออกเป็น 2 ส่วนหลักคือ ชิ้นส่วนเดี่ยวที่ไม่ต้องประกอบ
รวม (single parts) และชิ้นส่วนประกอบรวม (assembly parts)
3.4.3 คัดเลือกระบบ/ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ที่มีความสำาคัญต่อความสามารถในการแข่งขันและจัด
ทำาแผนที่นำาทางเทคโนโลยีของระบบ/ชิ้นส่วนนั้น
3.1 จั ดทำา แผนภาพ คลั สเตอร์ (cluster map) ของกลุ่ มผู้ ผ ลิ ตชิ้ น ส่ วนรถจั ก รยานยนต์ SME
007 อย่ าง ละเอียด โดยระบุประเด็นต่างๆ ดังนี้
3.1.1 ผูม้ ีบทบาทสำาคัญ คือ บริษัททั้ง 6 กลุ่ม ซัพพลายเออร์ ลูกค้า สถาบันวิจัยและพัฒนา
มหาวิทยาลัย หน่วยงานของรัฐ สมาคมอุตสาหกรรม สถาบันการเงิน
ประเมินความมีสว่ นร่วม (contribution) ในการพัฒนาคลัสเตอร์ของผูม้ บี ทบาทสำาคัญตามข้อ 3.1.1
ประเมินความเชื่อมโยงระหว่างผู้มีบทบาทสำาคัญตามข้อ 3.1.1 ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ(ความถี่
และความลึกของการไหลเวียนความรู้ระหว่างผู้มีบทบาทต่างๆ) ดังกล่าว (เช่น การทำาธุรกรรม
การไหลเวียนของความรู้ด้านเทคโนโลยี การไหลเวียนของคน และความเชื่อถือระหว่างกัน ))
3.2 ศึกษาวิวัฒนาการในการรวมกลุ่มคลัสเตอร์ของคลัสเตอร์ SME 007+
3.2.1 ปัจจัยที่มีผลต่อการรวมกลุ่ม เช่น สิ่งแวดล้อมเชิงธุรกิจ
3.2.2 บทบาทภาครัฐในการช่วยให้เกิดการรวมกลุ่มคลัสเตอร์
3.2.3 รูปแบบการบริหารจัดการภายในคลัสเตอร์
3.3 ประเมินขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของผูม้ ีบทบาทสำาคัญและเครือข่ายความเชื่อมโยง
ระหว่างกัน โดยเน้นประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
3.3.1 ประเมินบทบาทขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของสมาชิกคลัสเตอร์ SME 007+ ครอบคลุม
การประเมิน(การสร้าง/ การยกระดับ/ การกระจาย/ และการใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี) ความต้องการด้านเทคโนโลยี กลยุทธ์ทางเทคโนโลยี และความสามารถทาง
เทคโนโลยี และนวัตกรรมของผู้มีบทบาท
3.3.2 ปริมาณและคุณภาพของความเชื่อมโยง (เช่น ความถี่และความลึกของการไหลเวียนความรู้
ระหว่างผู้มีบทบาทต่างๆ)
3.4 จัดทำากลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม แผนที่นำาทางเทคโนโลยีใน 5 ปีข้างหน้า
3.4.1 การกำาหนดยุทธศาสตร์ทางด้านการตลาด รวมทั้งผลิตภัณฑ์หลักที่มีศักยภาพในการพัฒนา
และสามารถแข่งขันได้ในตลาด เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการจัดทำาแผนที่นำาทาง
เทคโนโลยีของคลัสเตอร์ ในเบื้องต้นคาดว่าผลิตภัณฑ์หลักของกลุ่มจะเป็นรถจักรยานยนต์
6

แบบครอบครัว (Family model) ที่มขี นาดเครื่องยนต์ประมาณ 100-110 cc. ราคาขาย
ประมาณ 22,000 บาท นอกจากนี้ยังมีชิ้นส่วนจักรยานยนต์ที่สำาคัญบางส่วน ได้แก่ ชิ้นส่วน
ที่เป็น fast-moving parts
3.4.2 การวิเคราะห์/จำาแนกระบบและองค์ประกอบหลักของรถจักรยานยนต์เป้าหมาย โดยอาจแบ่ง
ระบบ/ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ทั้งหมด ออกเป็น 2 ส่วนหลักคือ ชิ้นส่วนเดี่ยวที่ไม่ต้องประกอบ
รวม (single parts) และชิ้นส่วนประกอบรวม (assembly parts)
3.4.3 คัดเลือกระบบ/ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ที่มีความสำาคัญต่อความสามารถในการแข่งขันและจัด
ทำาแผนที่นำาทางเทคโนโลยีของระบบ/ชิ้นส่วนนั้น
4. ระเบียบวิธีวิจัย
4.1
การส่งแบบสอบถาม
ร่วมกับฝ่ายวิจัยนโยบาย ฯ ของ สวทช. พัฒนากรอบแนวคิดและแบบสอบถามเพื่อประเมินความ
สามารถและกลยุทธ์ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของกลุ่มสมาชิกทั้ง 6 กลุ่มของคลัสเตอร์ชิ้นส่วน
จักรยานยนต์ SME 007+ (ผู้ประกอบการ 72 ราย) โดยอาจดัดแปลงจากกรอบแนวคิดการประเมิน
ความสามารถทางเทคโนโลยีของ Bell and Pavitt และ Innovation Readiness Tool ที่พัฒนาโดย
Hobday and Rush
การทดสอบแบบสอบถาม (Pilot Survey)
ส่ง ติดตามและรวบรวมแบบสอบถาม
วิเคราะห์แบบสอบถาม
4.2

การสัมภาษณ์ผู้ประกอบการและผู้มีบทบาทอื่นในคลัสเตอร์
ร่วมกับฝ่ายวิจัยนโยบาย ฯ ของ สวทช. พัฒนาแบบสัมภาษณ์
สัมภาษณ์ผู้ประกอบการในแต่ละกลุ่มย่อยทั้ง 6 กลุ่มย่อยๆ ละ 3 รายเป็นอย่างน้อย (เพื่อให้ได้
ภาพรวมของแต่ละกลุ่ม)
สัมภาษณ์ผู้มีบทบาทที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เช่น มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย สถาบันการเงินหน่วยงาน
ของรัฐที่ให้การสนับสนุน เช่น กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สถาบันยานยนต์

4.3

การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ
ครัง้ ที่ 1 เพื่อนำาเสนอรายละเอียดแผนภาพคลัสเตอร์ร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการ SME 007 และ
แนะนำาแนวทางการจัดทำาแผนที่นำาทางเทคโนโลยี (technology roadmap) ให้แก่ผู้ประกอบการใน
กลุ่มคลัสเตอร์
ครัง้ ที่ 2 เพื่อนำาเสนอผลการประเมินขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของผู้ประกอบ
การ และระดับของความเข้มแข็งของความเชื่อมโยงในคลัสเตอร์ หลังจากที่มีการวิเคราะห์
แบบสอบถามแล้วเพื่อยืนยันความถูกต้อง และให้ได้ภาพรวมของทั้ง 6 กลุ่ม

7

ครัง้ ที่ 3 เพื่อนำาเสนอกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม และแผนที่นำาทางเทคโนโลยีของระบบ/
ชิ้นส่วนทีส่ ำาคัญและมีความเป็นไปได้ใน 5 ปีขา้ งหน้า
ระยะเวลาการดำาเนินงานการดำาเนินงาน
8 เดือน นับตั้งแต่ที่ปรึกษาได้รับจดหมายให้เริ่มปฏิบัติงาน
งบประมาณ
1 ล้านบาท
เงือ่ นไขการจ่ายเงิน
งวดที่ 1: จ่ายเงินร้อยละ 30 ของค่าจ้าง เป็นจำานวนเงิน 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) เมื่อที่
ปรึกษาได้ดำาเนินงานและส่งรายงานเบื้องต้นของการศึกษาที่ระบุกรอบแนวคิด แบบสอบถาม และแบบ
สัมภาษณ์ จ่ำนวน 10 ชุด และรายงานดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้างที่ปรึกษาแล้ว
ทั้งนี้ที่ปรึกษาจะต้องจัดส่งรายงานดังกล่าวให้แก่คณะกรรมการตรวจการจ้างที่ปรึกษาภายในเดือนที่ 1 นับตั้งแต่
เริ่มปฏิบัติงาน
งวดที่ 2: จ่ายเงินร้อยละ 20 ของค่าจ้าง เป็นจำานวนเงิน 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) เมื่อที่
ปรึกษาได้ดำาเนินงานและส่งรายงานความก้าวหน้าฉบับกลาง จำานวน 10 ชุด ที่มีการวิเคราะห์และสังเคราะห์
แบบสอบถามที่มีอัตราการตอบกลับไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 และมีผลการสัมภาษณ์ผู่้ประกอบการและผูม้ ีบทบา
ทอื่นๆ รวมกันไม่น้อยกว่า 20 ราย รวมทัง้ ผลของการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ 2 ครั้งแรก และรายงานดังกล่าวจะ
ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้างที่ปรึกษาแล้ว ทั้งนี้ที่ปรึกษาจะต้องจัดส่งรายงานดัง
กล่าวให้แก่คณะกรรมการตรวจการจ้างที่ปรึกษาภายในเดือนที่ 4 นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติงาน
งวดที่ 3: จ่ายเงินร้อยละ 50 ของค่าจ้าง เป็นจำานวนเงิน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) เมื่อที่
ปรึกษาได้ดำาเนินงานและส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ จำานวน 20 ชุด และ CD-ROM ข้อมูลรายงานฉบับสมบูรณ์
จำานวน 50 ชุด โดยมีเนื้อหาครอบคลุมถึงกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีและ นวัตกรรม และแผนที่นำาทางเทคโนโลยี โดย
มีการระบุถึงกิจกรรมและเหตุผลที่ควรต้องดำาเนินการ รวมทัง้ แนวทางปฏิบัติ ท่ี่ระบุหน่วยงานและงบประมาณ
รวมทั้งดัชนีชี้วัดความสำาเร็จและติดตามประเมินผลความสำาเร็จ และรายงานดังกล่าวจะต้องได้รับความเห็น
ชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้างที่ปรึกษาแล้ว ทั้งนี้ที่ปรึกษาจะต้องจัดส่งรายงานดังกล่าวให้แก่คณะ
กรรมการตรวจการจ้างที่ปรึกษาภายในเดือนที่ 7 นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติงาน
4.1
การส่งแบบสอบถ าม
ร่วมกับฝ่ายวิจัยนโยบาย ฯ ของ สวทช. พัฒนากรอบแนวคิดและแบบสอบถามเพื่อประเมินความ
สามารถและกลยุทธ์ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของกลุ่มสมาชิกทั้ง 6 กลุ่มของคลัสเตอร์ชิ้นส่วนจักรยานยนต์
SME 007 plus (ผู้ประกอบการ 72 ราย) โดยอาจดัดแปลงจากกรอบแนวคิดการประเมินความสามารถทาง
เทคโนโลยีของ Bell and Pavitt และ Innovation Readiness Tool ที่พัฒนาโดย Hobday and Rush
การทดสอบแบบสอบถาม (Pilot Survey)
8

ส่ง ติดตามและรวบรวมแบบสอบถาม
วิเคราะห์แบบสอบถาม
4.2
การสัมภาษณ์ผู้ประกอบการและผู้มีบทบาทอื่นในคลัสเตอร์
ร่วมกับฝ่ายวิจัยนโยบาย ฯ ของ สวทช. พัฒนาแบบสัมภาษณ์
สัมภาษณ์ผู้ประกอบการในแต่ละกลุ่มย่อยทั้ง 8 กลุ่มย่อยๆ ละ 3 รายเป็นอย่างน้อย (เพื่อเป็นให้ได้
ภาพรวมของแต่ละกลุ่ม)
สัมภาษณ์ผู้มีบทบาทที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เช่น มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย สถาบันการเงินหน่วยงานของรัฐ
ที่ให้การสนับสนุน เช่นกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สถาบันยานยนต์
4.3
การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ
ครั้งที่ 1 เพื่อจัดทำารายละเอียดแผนภาพคลัสเตอร์ร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการ SME 007 และแนะนำา
แนวทางการจัดทำาแผนที่นำาทางเทคโนโลยี (technology roadmap) ให้แก่ผู้ประกอบการในกลุ่มคลัสเตอร์
ครั้งที่ 2 เพื่อประเมินขีดความสามารถและด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของผู้ประกอบการ และระดับ
ของความเข้มแข็งของความเชื่อมโยงในคลัสเตอร์ หลังจากที่มีการวิเคราะห์แบบสอบถามแล้วเพื่อยืนยันความ
ถูกต้อง และให้ได้ภาพรวมของทั้ง 6 กลุ่ม
ครั้งที่ 3 เพื่อจัดทำากลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม และแผนทีน่ ำาทางเทคโนโลยีของระบบ/ชิ้นส่วน
ที่สำาคัญและมีความเป็นไปได้ใน 5 ปีข้างหน้า
ระยะเวลาการดำาเนินงานการดำาเนินงาน
8 เดือน (มิถุนายน 2548–พฤศจิกายน 2548)
งบประมาณ
1 ล้านบาท และเงินสนับสนุนบางส่วนจากกลุ่มคลัสเตอร์ SME 007+
เงื่อนไขการจ่ายเงิน
ครั้งที่ 1 30% เมื่อได้รับรายงานเบื้องต้น (ที่ระบุกรอบแนวคิด แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์)
ครั้งที่ 2 40% เมื่อได้รับรายงานความก้าวหน้า (ที่มีการวิเคราะห์และสังเคราะห์ แบบสอบถามทีม่ ีการ
ตอบกลับไม่น้อยกว่า 70% ผลของการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการและผู้มีบทบาทอื่น ๆ รวมกันไม่น้อยกว่า 20 ราย
และผลของการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ 2 ครั้งแรก)
ครั้งที่ 3 30% เมื่อได้รับรายงานฉบับสมบรูณท์ ี่มีกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม และแผนที่
นำาทางเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับจากกลุ่ม SME 007 และมีการระบุวา่ ทำาอะไร เพราะเหตุใด อย่างไร โดย
หน่วยงานใด ในช่วงระยะเวลาใด ใช้งบประมาณและทรัพยากรเท่าใด และดัชนีชี้วัดความสำาเร็จและติดตาม
ประเมินผลความสำาเร็จคืออะไร

9

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful