เอกสารประกอบการสอน

วิชากฎหมายเอกเทศสัญญา 1. (กม 221)
Speciai Contract I. (LA 221)
(PowerPoint)
อาจารยอุดม งามเมืองตึง
คณะนิติศาสตร มหาวิทยาลัยพายัพ

Faculty of Law

Payap University

1

กฎหมายเอกเทศสัญญา 1.
สัญญาซื้อขาย
สัญญาแลกเปลี่ยน
สัญญาให
สัญญาเชาทรัพย
สัญญาเชาซื้อ
อาจารยอุดม งามเมืองตึง
Faculty of Law

Payap University

2

1

สวนที่ 1.
สัญญาซื้อขาย

Faculty of Law

Payap University

คูสัญญา

แบบ

Contract

เจตนา

3

เสรีภาพในการทําสัญญา
(Freedom of Contract)
หลักกฎหมายอันเกี่ยวกับความ
สงบเรียบรอยหรือศีลธรรมอันดี
ของประชาชน
สัญญาตามกฎหมายแพง
1. มีชื่อเรียกเฉพาะ
2. ไมมีชื่อเรียกเฉพาะ

วัตถุ
ประสงค

หนี้
Faculty of Law

Payap University

4

2

เอกเทศสัญญา (Speciai Contract)
• คือ สัญญาที่มีชื่อเรียก และมีบทบัญญัติเกี่ยวกับลักษณะ หลักเกณฑ วิธีการ
ตลอดจนผลในทางกฎหมายของสัญญานั้น ๆ ไวเปนการเปนการเฉพาะใน ป.พ.พ.
สัญญาที่ไมมีชื่อเรียกไวเปนการเฉพาะ เชน
• สัญญาตางตอบแทนพิเศษยิ่งกวาสัญญาเชา
• สัญญาเลนแชร
• สัญญาขายลดเช็ค
• สัญญารวมทุน

Faculty of Law

Payap University

5

เอกเทศสัญญาตาม ป.พ.พ. บรรพ 3
ลักษณะที่
1
ซื้อขาย

สัญญา

ลักษณะที่
12
จํานอง

สัญญา

2

แลกเปลี่ยน

13

จํานํา

3

ให

14

เก็บของในคลังสินคา

4

เชาทรัพย

15

ตัวแทน

5

เชาซื้อ

16

นายหนา

6

จางแรงงาน

17

ประนีประนอมยอมความ

7

จางทําของ

18

การพนันขันตอ

8

รับขน

19

บัญชีเดินสะพัด

9

ยืม

20

ประกันภัย

10

ฝากทรัพย

21

ตั๋วเงิน

11

ค้ําประกัน

22

หุนสวนบริษัท

Faculty of Law

Payap University

6

3

การแบงแยกรายวิชากฎหมายเอกเทศสัญญา
รายวิชา
กม. 221 เอกเทศสัญญา 1

ลักษณะของเนื้อหาวิชา
วาดวยเรื่อง ซื้อขาย แลกเปลี่ยน ให เชาทรัพย เชาซื้อ

กม. 222 เอกเทศสัญญา 2

วาดวยเรื่อง จางแรงงาน จางทําของ รับขน ยืม ฝากทรัพย
ตัวแทน นายหนา
วาดวยเรื่อง เก็บของในคลังสินคา ประนีประนอมยอมความ
การพนันขันตอ บุริมสิทธิ

กม. 322 เอกเทศสัญญา 3

Faculty of Law

Payap University

7

เอกเทศสัญญา 1
1.
2.
3.
4.
5.

Faculty of Law

สัญญาซื้อขาย (มาตรา 453 - 417)
สัญญาแลกเปลี่ยน (มาตรา 518 - 520)
สัญญาให (มาตรา 521 - 536)
สัญญาเชาทรัพย (มาตรา 537 - 571)
สัญญาเชาซื้อ (มาตรา 572 - 574)

Payap University

8

4

สัญญาซื้อขาย (SALE CONTRACT)
ลักษณะของสัญญาซื้อขาย
มาตรา 453 “อันวาซื้อขายนั้นคือ สัญญาซึ่งบุคคลฝายหนึ่งเรียกวา ผูขาย โอนกรรมสิท ธิ์แหง
ทรัพยสินใหแกบุคคลอีกฝายหนึ่งเรียกวา ผูซื้อ และผูซื้อตกลงวาจะใชราคาทรัพยสินนั้นใหแกผูขาย”

Offer

Faculty of Law

Sale
Contract

Acceptance

Payap University

9

สรุปลักษณะสําคัญของสัญญาซื้อขาย
J
J
J
J
J

มีคูสัญญา 2 ฝาย
มีทรัพยสินเปนวัตถุแหงสัญญา
มีลักษณะเปนสัญญาตางตอบแทน
มีวัตถุประสงคในการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพยสินที่ขาย
ผูซื้อตกลงชําระราคาใหผูขาย

Faculty of Law

Payap University

10

5

ขอสังเกตสัญญาจางทําของและสัญญาซื้อขาย
คําพิพากษาฎีกาที่ 6144/2539 การซื้อขายและการรับจางทําของตางกันที่การ
ซื้อขายมุงถึงการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพยสิน สวนการรับจางทําของมุงถึงการงานที่ทํา
และผลสําเร็จของงานเปนสําคัญ ในการติดตอสั่งทอผาระหวางจําเลยกับโจทกครั้งแรก ๆ
ไดทําเปนสัญญาซื้อขายเปนหนังสือ ตอมาจึงสั่งทอดวยวาจาโดยขอตกลงในการสงมอบ
ผาและการชําระราคายังเปนไปตามที่เคยกําหนดไวในสัญญาซื้อขาย และในการทอผา
ตามที่จําเลยสั่ง โจทกจะไปแจงโรงงานทอผาของผูอื่นใหดําเนินการทอให โดยฝายจําเลย
มิไดเขาไปควบคุมตรวจตราการทอผา และเมื่อโจทกนําผาที่ทอเปนตัวอยางมาใหจําเลยดู
และจําเลยพอใจสั่งใหดําเนินการทอแลวเมื่อโรงงานทอผาไดเริ่มทอ ในระหวางที่มีการ
ทอผาจําเลยจะยกเลิกการทอผาไมได ซึ่งแสดงวาจําเลยไมมีโอกาสที่จะเขาตรวจสอบการ
ทํางานของโจทกขณะที่มีการทอผาและไมมีอํานาจบอกเลิกสัญญาในระหวางที่มีการทอ
ผา ดังนี้ นิติสัมพันธระหวางโจทกกับจําเลยที่ 1 จึงเปนสัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย เมื่อ
การสั่งทอทั้งไมไดมีหลักฐานการซื้อขายเปนหนังสือลงลายมือชื่อผูตองรับผิด หรือได
วางประจําไวหรือไดมีการชําระหนี้บางสวนแลว โจทกจึงฟองรองใหบังคับคดีแกจําเลย
สําหรับผาที่มีการสั่งทอดังกลาวไมได
Faculty of Law

Payap University

11

คําพิพ ากษาฎีก าที่ 2169-2170/2534 โจทกที่ 1 ประกอบธุรกิ จจํา หนา ยคอนกรีต ผสมเสร็ จ
(Ready Mixed Concrete) เมื่อมีลูกคาสั่งซื้อโจทกที่ 1 จะแจงโจทกที่ 2 สงคอนกรีตผสมเสร็จ
ให แก ลูก คา โดยรถยนต บ รรทุก ที่มี เครื่ องผสมคอนกรีต ในตัว ทํา การผสมคอนกรี ตตาม
อัตราสวนหรือสูตรที่ลูกคากําหนด แลวนําไปเทยังหนวยงานที่ลูกคากําหนดความสัมพันธ
ระหว า งโจทก ที่ 1 กั บ ลู ก ค า ต า งมี เ จตนาให มี ก ารโอนกรรมสิ ท ธิ์ ใ นทรั พ ย ห รื อ คอนกรี ต
ผสมเสร็ จ เพื่ อตอบแทนการใชร าคา อั นเขา ลัก ษณะของสั ญญาซื้ อขายคู สัญ ญามิไ ดห วั ง
ผลสําเร็จในการงานเปนสาระสําคัญอันจะทําใหเปนสัญญาจางทําของ
ขอสังเกต
• การซื้อเวลาออกอากาศ
• การซื้อขายเครื่องชุมสายโทรศัพทและอุปกรณพรอมการติดตั้ง
• การเชาบูชาพระเครื่อง
• การซื้อตั๋วเพื่อตั๋วเพื่อชมภาพยนตร / การแสดงดนตรี
• สัญญาซื้อขายประกัน
• การซื้อขายนักกีฬา
Faculty of Law

Payap University

12

6

ความสําคัญของการแยกลักษณะของสัญญาประเภทตาง ๆ
ปญหาในเรื่อ งของการแยกลัก ษณะของสัญญาวา สั ญญานั้ น ๆ เป นสั ญญา
อะไรถือเปนเรื่องที่มีความสําคัญอยางยิ่ง ทั้งนี้เพราะหากไมสามารถแยกไดวาสัญญา
ดังกลาวนั้นเปนสัญญาอะไร ก็จะสงผลตอผลในทางกฎหมายในหลายประการ เชน
• ปญหาวาจะตองทําตามแบบหรือไม
• ปญหาวาตองมีหลักฐานในการฟองรองบังคับคดีหรือไม
• ปญหาวาคูสัญญาจะมีสิทธิหนาที่ตอกันเพียงใด
• ปญหาเรื่องอายุความและสิทธิในการฟองรอง
เปนตน

Faculty of Law

Payap University

13

ขอสังเกต: เกี่ยวกับลักษณะของสัญญาซื้อขาย
(1) คูสัญญา
ฝายผูซื้อ
โดยทั่วไปผูท ี่มีความสามารถในการทํานิตกิ รรมตามกฎหมายก็สามารถเปนผูซื้อตามกฎหมาย
ยกเวน บุคคลซึ่งอาจถูกจํากัดสิทธิโดยกฎหมาย เชน
• ผูทอดตลาด (ป.พ.พ. มาตรา 512)
• คนตางดาว (ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 86 – 96 ตรี) แตไมไดจําจัดสิทธิในการซื้อ
ทรัพยสินไปทัง้ หมด เชน อาจซื้ออาคารชุด(คอนโดมิเนียม)ได

Faculty of Law

Payap University

14

7

ฝายผูขาย
มีกรรมสิทธิ์ขาย

ไมมีกรรมสิทธิ์ขาย

ยกเวนกรณี
ทรัพยสินนั้นถูกยึดหรืออายัดตาม
ป.วิ.พ.
ถูกพิทักษทรัพยตาม พ.ร.บ.
ลมละลาย พ.ศ. 2483

Faculty of Law

โดยหลักผูที่จะขายทรัพยสินไดจะตองเปนผูมีกรรมสิทธิ์ในทรัพยสินที่
ขายเทานั้น แตบุคคลตอไปนี้กฎหมายก็ใหสิทธิที่จะเปนผูขายทรัพยสินที่
บุคคลอืน่ มีกรรมสิทธิ์อยูได เชน
• ผูจัดการมรดก(ม.1719)
• ผูใชอํานาจปกครอง ผูป กครอง ผูอนุบาล(ม.1754 (1), 1598/3, 1598/15)
• เจาพนักงานบังคับคดี(ป.วิ.พ. ม. 303 – 323)
• เจาพนักงานพิทักษทรัพย(พ.ร.บ ลมละลาย พ.ศ. 2483 ม. 22)
• เจาพนักงานอื่น(ม.1327)
• ผูขายเดิม(ม. 470)
Payap University

15

ปญหาที่ตองพิจารณาเกี่ยวกับผูขายกับการมีกรรมสิทธิ์ในทรัพยสินที่ขาย
• ผูขายตองมีกรรมสิทธิ์ในทรัพยสินที่ขายในขณะที่ทําสัญญาซื้อขาย ทําสัญญาจะซื้อจะขาย ให
คํามั่นวาจะขาย หรือไม
คําพิพากษาฎีกาที่ 1440/2479 “ซื้อที่ดินจากผูไมมีอํานาจขาย แมจะเปนการซื้อโดย
สุจริตผูซื้อก็หาไดกรรมสิทธิ์ไม กรณีเชนนี้ผูซื้อยอมมีอํานาจไปฟองคดีเรียกเอาเงิน
คืนจากผูขายได”
คําพิพากษาฎีกาที่ 1214/2498 “ผูทําสัญญาจะขายทรัพยสินไมจําเปนตองเปนเจาของ
ทรั พ ย สิ น อยู ใ นขณะทํ า สั ญ ญานั้ น ก็ ไ ด ถา หากผู ข ายสามารถจั ด การให ผู ซื้ อ ได
กรรมสิทธิ์ไปโดยชําระราคาตามที่ตกลงกันได สัญญาจะซื้อขายนั้นก็ใชไดแลว...ฯ”
คําพิพากษาฎีกาที่ 872/2525 “ผูทํ าสัญญาจะซื้อขายที่ดินไมจําเปน ตองเปนเจาของ
ที่ดินอยูในขณะทําสัญญาก็ได เพราะสาระสําคัญที่เปนวัตถุป ระสงคของการซื้อขายก็
คือใหผูซื้อไดกรรมสิทธิ์ไปโดยชําระราคาตามที่ตกลง หากผูขายสามารถจัดการใหผู
ซื้อไดกรรมสิทธิ์โดยชําระราคาตามที่ตกลงไวสัญญาจะซื้อขายนั้นก็ใชไดแลว”
Faculty of Law

Payap University

16

8

(2) วัตถุแหงสัญญา
ทรัพยสินที่สามารถซื้อขายได

โดยทั่วไปทรัพยสินทุกประเภทยอมสามารถซื้อขายได (ม. 137, 138)
ยกเวนทรัพยนอกพาณิชย (ม.143)
1. ทรัพยที่ไมสามารถถือเอาได กลาวคือ ไม
สามารถแสดงเจตนาครอบครอง หรือหวงกัน
เปนเจาของได เชน ดวงจันทร ดวงดาว เปนตน

2. ทรัพยที่ไมสามารถโอนแกกันไดโดยชอบดวยกฎหมาย เชน
สาธารณสมบัติของแผนดิน(ม.1304, 1305) เชน ทางน้ํา ที่ชายตลิ่ง ฯลฯ
ทรัพยสินที่กฎหมายหามจําหนาย หรือหามมีไวในครอบครอง เชน สิ่งเสพติด ธนบัตรปลอม ฯลฯ
ทรัพยสินสวนพระมหากษัตริย (พ.ร.บ. จัดระเบียบทรัพยสินฝายพระมหากษัตริย พ.ศ. 2479 ม. 7)
วัดและที่ธรณีสงฆ (พ.ร.บ. คณะสงฆ พ.ศ. 2505 ม. 34)
สิทธิซึ่งตามกฎหมายหามโอนจําหนาย(ม. 446, 1598/41, 1619)
สิทธิที่จะไดรับบําเหน็จบํานาญ (พ.ร.บ. บําเหน็จบํานาญ พ.ศ. 2494 ม. 6)
เปนตน
Faculty of Law

Payap University

17

สรุปความแตกตางระหวางสัญญาซื้อขายกับสัญญาอื่น ๆ
สัญญาแลกเปลี่ยน

สัญญาซื้อขายเปนที่มีคาตอบแทนเปนเงินตรา แตสัญญาแลกเปลี่ยนเปนการโอน
ทรัพยสินแลกเปลี่ยนกับทรัพยสิน(มาตรา 518)

สัญญาให

สัญญาซื้อขายเปนสัญญาตางตอบแทน ผูขายไดรับราคาตอบแทนการ
โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพยสินแตในสัญญาใหนั้นผูใหไมไดอะไรตอบแทน (ม.521)

สัญญาเชาทรัพย

สัญญาซื้อขายมีการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพยสินตามสัญญา แตสัญญาเชาทรัพย
ไมมีการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพยที่ใหเชา (ม. 537)

สัญญาเชาซื้อ

สัญญาซื้อขายมีวัตถุประสงคในการโอนกรรมสิทธิ์ แตสัญญาเชาซื้อ(ม. 572) เปน
สัญญาที่ผูใหเชาซื้อใหผูเชาซื้อไดเชาทรัพยสินนั้น และใหคํามั่นวาจะ
ขายทรัพยสินนั้นใหในภายหลังโดยตองมีการชําราราคาเชาซื้อเปนคราว ๆ ไป

สัญญาจางทําของ

สัญญาซื้อขายมุงที่ตัวทรัพยสินเปนสําคัญ แตสัญญาจางทําของ(ม. 587)
มุงที่ฝมือหรือความชํานาญของผูรับจางและความสําเร็จของงาน
เปนสาระสําคัญ (โดยตองพิเคราะหถึงเจตนาของคูสัญญาและ
จารีตประเพณีควบคูไปดวย)

Faculty of Law

Payap University

18

9

การคุมครองผูซื้อทรัพยสินโดยสุจริตจากผูขายที่ไมมีกรรมสิทธิ์ในทรัพยสิน
(ขอยกเวนหลัก The Nemo Det Rule “ผูรับโอนไมมีสิทธิ์ดีกวาผูโอน”)

1.
2.
3.
4.
5.
6.

กรณีซื้อทรัพยสินมาโดยสุจริตจากผูขายซึ่งรับโอนมาโดยการแสดงเจตนาลวง(ม.155)
กรณีซื้อทรัพยสินมาโดยสุจริตจากผูขายซึ่งเปนตัวแทนเชิด(ม. 821)
กรณีรับโอนตั๋วเงินมาโดยสุจริตจากผูโอนซึง่ ไมมีสิทธิตามตั๋ว(มาตรา 905)
กรณีซื้ออสังหาริมทรัพยโดยสุจริต เสียคาตอบแทน และไดจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแลว(ม. 1299)
กรณีซื้อสังหาริมทรัพยโดยเสียคาตอบแทน และไดครอบครองโดยสุจริตแลว(ม. 1303)
กรณีซื้อทรัพยสินโดยสุจริต เสียคาตอบแทน จากผูโอนซึ่งไดทรัพยสินนั้นมาจากนิตกิ รรมที่ตกเปน
โมฆียะ และนิติกรรมนั้นไดถูกบอลาง(ม. 1329)
7. กรณีซื้อทรัพยสินมาโดยสุจริตจากการขายทอดตลาดตามคําสั่งของศาล หรือเจาพนักงานพิทักษทรัพย
(ม. 1330)
8. กรณีซื้อทรัพยสินมาโดยสุจริตจากการขายทอดตลาด หรือจากทองตลาด หรือ
จากพอคาผูขายของชนิดนั้น(ม. 1332)
Faculty of Law

Payap University

19

ตัวอยางกรณีซื้อสังหาริมทรัพยโดยเสียคาตอบแทนและไดครอบครองโดยสุจริตแลว(ม. 1303)
มาตรา 1303 “ถาบุคคลหลายคนเรียกเอาสังหาริมทรัพยเดียวกันโดย
อาศัยหลัก กรรมสิท ธิ์ ตางกัน ไซร ทานวา ทรัพย สินตกอยูในครอบครองของ
บุค คลใด บุ ค คลนั้น มี สิท ธิ ยิ่ง กวา บุ ค คลอื่ น ๆ แต ต อ งไดท รั พย นั้ นมาโดยมี
คาตอบแทนและไดการครอบครองโดยสุจริต
ทานมิใหใชมาตรานี้บังคับถึงสังหาริมทรัพยซึ่งระบุไวในมาตรากอ น
และในเรื่องทรัพยสินหายกับทรัพยสินที่ไดมาโดยการกระทําผิด”
คําพิพากษาฎีกาที่ 3040/2526 โจทกติดตอซื้อรถยนตจากจํา เลยที่ 1 จํา เลยที่ 2 ซึ่งเปนตัวแทน
ของจําเลยที่ 1 ไดจัดการนํารถยนตคันพิพาทออกมาจากบริษัท จ. ซึ่งเปนบริษัทขายรถยนตและ
เปนเจาของรถยนตคันพิพาทมาขายใหโจทก โจทกรับมอบรถยนตไวในครอบครองและชํา ระ
ราคาใหแกจําเลยที่ 2 โดยบริษัท จ.ยินยอมและไมโตแยงคัดคา น แมจะยังไมไดจดทะเบียนโอน
ใหแกโจทก ก็ตองถือวาโจทกไดกรรมสิทธิ์ในรถยนตคันพิพาทมาโดยเสียคา ตอบแทนและโดย
สุจริต โจทกไดซื้อรถยนตคันพิพาทโดยไดชําระราคาและรับมอบการครอบครองโดยสุจริตแลว
ตอมาไดมีการจดทะเบียนโอนรถยนตคันพิพาทใหเปนชื่อของจําเลยที่ 3 โจทกและจําเลยที่ 3 ตาง
อ า งว า มี ก รรมสิ ท ธิ์ ใ นรถยนต คั น พิ พ าท กรณี จึ ง เป น เรื่ อ งบุ ค คลหลายคนต า งเรี ย กเอา
สังหาริมทรัพยเดียวกันโดยอาศัยหลักกรรมสิท ธิ์ตา งกัน ตองปรับดวย ป.พ.พ.ม. 1303 โจทก
ยอมมีสิทธิดีกวาจําเลยที่ 3 และมีกรรมสิทธิ์ในรถยนตคันพิพาท
Faculty of Law

Payap University

20

10

ตัวอยางกรณีซื้อทรัพยสินมาโดยสุจริตจากการขายทอดตลาด หรือจากทองตลาด หรือจาก
พอคาผูขายของชนิดนั้น
มาตรา 1332 “บุคคลผูซ ื้อทรัพยสินมาโดยสุจริตในการขายทอดตลาดหรือในทองตลาด หรือ
จากพอคาซึ่งขายของชนิดนั้นไมจําตองคืนใหแกเจาของแทจริงเวนแตเจาของจะชดใชราคาที่ซื้อมา”
คําพิพากษาฎีกาที่ 1120/2495 สลากกินแบงของรัฐบาลจัดวา เปนทรัพยสินชนิด
หนึ่งซึ่งซื้อขายเปลี่ยนมือกันได ผูใดถือสลากยอมถือวาผูนั้นเปนเจาของ เวนแตจะ
มีเหตุผลแสดงใหเห็นวา ผูนั้นมีไวโดยไมสุจริต ซื้อสลากกินแบงรัฐบาลจากผูมี
อาชีพทางคาขายสลากกินแบงโดยสุจริต ไมทราบวา เปนสลากของผูอื่นที่รับไป
จําหนายแลวหายไป โดยเจาของไดแจงความและอาณัติกับสํานักงานสลากกิน
แบงไวแลว ดังนี้ พออนุโลมเขา ป.พ.พ.มาตรา 1332 ผูซื้อยอมมีสิทธิไดรับรางวัล
เมื่อสลากถูกรางวัล

Faculty of Law

Payap University

21

ประเภทของการซื้อขาย
ในการแบงประเภทของสัญญาซื้อขายอาจมีการแบงไดใน
หลายลักษณะแตอยางไรก็ตามใน ป.พ.พ.ได มีการบัญญั ติ
ลักษณะของการซื้อขายไวดังนี้คือ
• สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด*
• สัญญาจะซื้อจะขาย
• คํามั่นวาจะซือ้ จะขาย

Faculty of Law

University
* รวมถึงสัญPayap
ญาซื้อขายที
่มีเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาในการโอนกรรมสิท22
ธิด์ วย

11

ไมมีเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลา
สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด

กรรมสิทธิ์
มีเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลา

สัญญาจะซื้อจะขาย

มุงที่จะทําสัญญาซื้อขาย(แบบ)
ไมกําหนดเวลา

คํามั่นวาจะซื้อจะขาย
กําหนดเวลา
Faculty of Law

Payap University

23

สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด
“ซื้อขายเสร็จเด็ดขาด”
“สัญญาซื้อขายสําเร็จบริบูรณ”
(ม. 455)
หมายถึง สัญญาซื้อขายที่คูสัญญาไดแสดงตกลงซื้อขายโดยไมมเี จตนาที่จะทําตามแบบพิธี
ของกฎหมายอื่นใดอีก แมคูสัญญาจะยังไมมีการชําระราคา หรือสงมอบทรัพยสินตาม
สัญญาซื้อขาย
“ซื้อขายเสร็จเด็ดขาด”
ไมใชลักษณะของการทํา
สัญญาในแบบยื่นหมู
ยื่นแมว

Faculty of Law

พิจารณาจาก
• เจตนา(คําเสนอ คําสนอง)
• ปกติธรรมเนียมประเพณีทางการคา

Payap University

24

12

สัญญาซื้อขายที่มีเงื่อนไข หรือ เงื่อนเวลาในการโอนกรรมสิทธิ์
มาตรา 459 “ถาสัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข หรือเงื่อนเวลาบังคับไวทานวากรรมสิทธิ์ใน
ทรัพยสินยังไมโอนไปจนกวาการจะไดเปนไปตามเงื่อนไขหรือถึงกําหนดเงื่อนเวลานั้น”
มีลักษณะเปนสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด
ขอสังเกต:
เกี่ยวกับการพิจารณาวาเปนสัญญาซื้อขายที่มีเงื่อนไขในการ
โอนกรรสิทธิ์หรือไม
การกํ าหนดเงื่อนไขหรื อเงื่อ นเวลาของการโอนกรรมสิท ธิ์
จะตองพิจารณาจากเจตนาของคูสัญญาเปนสําคัญวา การทํา
สัญญาซื้อขายนั้นคูสัญญามีเจตนาจะหนวงกรรมสิท ธิ์มิใหมี
ผลเป น การโอนกรรมสิ ท ธิ์ ทั น ที ที่ เ กิ ด สั ญ ญาซื้ อ ขายตาม
มาตรา 458 “กรรมสิทธิ์ในทรัพยสินที่ขายนั้น ยอมโอนไปยัง
ผูซื้อตั้งแตขณะเมื่อไดทําสัญญาซื้อขายกัน” หรือไม
Faculty of Law

Payap University

25

คําพิพากษาฎีกาที่ 3010/2532 สัญญาซื้อขายรถยนตมีขอความวา ผูรองสัญญา
จะโอนรถยนต ให ด. เมื่ อไดรั บเงิ นที่ คา งเรีย บร อยแลว แสดงว าคู สั ญญาตกลงจะโอน
กรรมสิทธิ์ในรถยนตที่ซื้อขายเมื่อ ด. ผูซื้อชําระราคาสวนที่เหลือแลว เปนสัญญาซื้อขายมี
เงื่อนไขตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา 459 เมื่อ ด. ยังไมไดชําระราคาที่คาง
แกผูรองซึ่งเปนผูขาย กรรมสิทธิ์ในรถยนตจึงยังเปนของผูรอง จําเลยนํารถยนตไปกระทํา
ผิดและถูกศาลสั่งริบเมื่อผูรองพิสูจนไดวาผูรองเปนเจาของรถยนตของกลางที่แทจริง และ
มิไดรูเห็นเปนใจดวยในการกระทําผิดของจําเลยจึงตองคืนรถยนตของกลางแกผูรอง
คําพิพ ากษาฎีกาที่ 2489/2536 สั ญญาซื้อขายรถยนตพิ พาทมี เงื่อ นไขระบุว า
กรรมสิทธิ์ในรถยนตพิพาทยังไมโอนเปนของผูซื้อ จนกวาจะชําระราคาครบถวนตามงวด
ที่กํ าหนดไว ในสั ญญาซื้ อ ขายยอ มใช บัง คั บ ได ตามประมวลกฎหมายแพง และพาณิ ช ย
มาตรา 459
บางกรณีมีลักษณะที่คลายกับ
สัญญาเชาซื้ออยางมาก

Faculty of Law

Payap University

26

13

แตในบางกรณีก็ตอ งพิจารณาใหชัดว าคูสัญญามีเจตนาใหการชํ าระราคาเปนเงื่ อนไขของการโอน
กรรมสิทธิ์ดวยหรือไม หรือเปนเพียงสัญญามีเงื่อนเวลาในการชําระราคา โดยกรรมสิท ธิ์ไดโอนไป
แลวตามมาตรา 458
ถาจายครบแลวผมจะโอน
อีกเดือนผมจะมาจายเงิน
รถใหครับ
ใหครับ

คํา พิพ ากษาฎี กาที่ 884/2515 ผูซื้ อ รถจัก รยานยนต จ ากผูข ายโดยชํ าระราคาเพี ย ง
ครึ่งหนึ่งที่เหลือจะชําระเมื่อไรก็ได และผูขายจะโอนทะเบีย นเปนชื่อผูซื้อเมื่อชําระ
ราคาใหครบแลว ดังนี้ กรรมสิทธิ์ในรถไดโอนเปนของผูซื้อแลว เมื่อมีผูทําละเมิดให
รถจักรยานยนตเสียหาย ผูซื้อมีอํานาจฟองเรียกคาเสียหายได
Faculty of Law

Payap University

27

สัญญาจะซื้อจะขาย
(มาตรา 456 วรรคสอง บัญญัติไวโดยใชคําวา “สัญญาจะขายหรือจะซื้อ”
ลักษณะของสัญญา
- สัญญาซื้อขายที่คูสัญญาตกลงจะทําสัญญาซื้อขายในภายหนา (ศ.หยุด แสงอุทัย)
- เปนสัญญาซึ่งคูสัญญามีขอตกลงวาจะไปทําสัญญาซื้อขายใหเสร็จบริบรู ณตอไป(ศ.จิตติ ติงศภัทิย)
สรุปลักษณะของสัญญาจะซื้อจะขายไดวา เปนสัญญาซื้อขายที่คูสัญญาได
แสดงเจตนาทําสัญญาซื้อขายขึ้นในเบื้องตน และมีเจตนาที่จะทําใหสัญญา
ถูกตองสมบูรณ ครบตามแบบพิธีตามกฎหมายอีกครั้งหนึ่งภายหลัง
คําพิพากษาฎีกาที่ 605/2490 ทําหนังสือสัญญาซื้อขายเรือขนาด 19 ตันเศษโดย
ชําระราคาบางสวน และวาจะไปทําการโอนกันในวันหนาแมจะมอบเรือใหผูซื้อ
แลวก็ถือเปนสัญญาจะซื้อขายไมใชสัญญาซื้อขายเด็ดขาด และเปนสัญญาที่ตอง
ฟองรองบังคับตามสัญญาได การซื้อขายเรือขนาด 19 ตันเศษ ถาเพียงสัญญาจะ
ซื้อขายยอมไมขัดตอพระราชกฤษฎีกาควบคุมยานพาหะนะทางน้ํา

Faculty of Law

Payap University

28

14

ขอสังเกต: เกี่ยวกับทรัพยสินที่จะเปนวัตถุแหงสัญญาจะซื้อจะขาย
ลัก ษณะของสั ญ ญาจะซื้ อจะขาย ตามแนวคํ า พิพ ากษาของศาลไทยจะ
พิจารณาจากเจตนาของคูสัญญาที่จะไปดําเนินการใหถูกตองตามแบบของกฎหมาย
หรือไมเปนสําคัญ ดังนั้น จึงจํากัดเพียงทรัพยสินตามมาตรา 456 วรรคแรก ซึ่งไดแก
อสังหาริมทรัพย และสังหาริมทรั พยบ างประเภท คือ เรือกํ าปน หรือเรือมีร ะวาง
ตั้งแตหกตันขึ้นไป เรือกลไฟหรือเรือยนตมีระวางตั้งแตหาตันขึ้นไป แพ และสัตว
พาหนะ เทานั้น สังหาริมทรัพยอื่นจึงไมอาจมีการตกลงทําสัญญาในลักษณะของ
สัญญาจะซื้อจะขายได
ความเห็นของนักกฎหมายไทย
ฝายแรก
สัญญาจะซื้อจะขายมีไดเฉพาะทรัพยสินตามมาตรา 456 วรรค
แรกเทานั้น (ศ.จิตติ ติงศภัทิย, อาจารยปรีชา สุมาวงศ)
ฝายที่สอง สัญญาจะซื้อจะขายมีไดทั้งทรัพยสินตามมาตรา 456 วรรคแรก
และทรัพยสินอื่น (อาจารยไพศาล กุมาลยพิสัย)
Faculty of Law

Payap University

29

ผลของการแยกประเภทของสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดกับสัญญาจะซื้อจะขาย
การพิ จารณาวา สัญ ญาใดเปน สัญ ญาซื้อ ขายเสร็จ เด็ด ขาดหรือ สั ญญาจะซื้ อจะขายจะต อ ง
พิจารณาจากเจตนาของคูสัญญาเปนสําคัญวา มีเจตนาจะไปนําเดินการใหถูกตองตามแบบของการซื้อ
ขายตามมาตรา 456 หรือไมเปนสําคัญ ถาคูสัญญามีเจตนาที่จะไปนําเดินการตอไปเชนนี้มีลักษณะของ
สัญญาจะซื้อจะขาย แตหากไมมีเจตนาที่จะไปดําเนินการใหถูกตองตามแบบที่กฎหมายกําหนดไว
สัญญานั้นยอมมีลักษณะเปนสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด

Faculty of Law

การแยกว า สั ญ ญานั้ น เป น สั ญ ญาซื้ อ ขายเสร็ จ
เด็ด ขาดหรื อสัญ ญาจะซื้ อจะขายมีค วามสํา คัญ อยา งยิ่ ง
เพราะหากเปนกรณีของสัญญาซื้อขายทรัพยสินซึ่งตอง
ทําตามแบบที่กฎหมายกําหนดแตคูสัญญาทําสัญญาโดย
ไมมีเจตนาจะไปจดทะเบีย นตอพนักงานเจาหนาที่ ซึ่งมี
ลักษณะเปนสัญ ญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด ดังนั้น แมจะมี
การทํ า หนั ง สื อ สั ญ ญาซื้ อ ขายต อ กั น ไว สั ญ ญาซื้ อ ขาย
ดังกลาวก็จะตกเปนโมฆะตามมาตรา 456 วรรคแรก
Payap University

30

15

คําพิพากษาฎี กาที่ 964/2509 สัญญาซื้อขายมีใจความชัดแจง วา คูสัญญามี เจตนามุงซื้ อ
ขายที่ดินกันเด็ดขาด ไมมีขอความใดแสดงวาคูสัญญามีเจตนาจะไปจดทะเบียนโอนกันในภายหลัง
อันจะทําใหเห็นวาเปนเพียงสัญญาจะซื้อขาย เมื่อมิไดจดทะเบียนตอพนักงานเจาหนาที่ก็เปนโมฆะ
ป.พ.พ.มาตรา 456 ตามสัญญาซื้อขายคูสัญญามีเจตนามุงใหสัญญาซื้อขายเปนสัญญาซื้อขายเด็ดขาด
และไมมี ทางจะแปลไดวา เปน สัญญาจะซื้อขายแลว เมื่ อสัญ ญาซื้ อขายเป นโมฆะ นิติก รรมนี้จ ะ
สมบูรณในฐานะเปนสัญญาจะซื้อจะขายโดย

แตหากคูสั ญญาแสดงเจตนาที่ จะไปทํา ใหถูก ตองตามแบบที่
กฎหมายกําหนดในภายหลัง สัญญาดังกลาวยอมมีลักษณะเปน
สัญ ญาจะซื้ อ จะขาย ซึ่ ง ตอ งตกอยู ภ ายใต บั งคั บ มาตรา 456
วรรคสอง กลาวคือหากมี หลักฐานเปนหนั งสือลงลายมือชื่ อ
ฝ า ยผู ต อ งรั บ ผิ ด หรื อ มี ก ารวางประจํ า หรื อ มี ก ารชํ า ระหนี้
บางสวน ก็มีผลบังคับใหปฏิบัติตามสัญญาได
Faculty of Law

Payap University

31

(3) คํามั่นในการซื้อขาย (มาตรา 454)
ขอสังเกต: กรณีที่จะถือเปนคํามั่นนั้นจะตองไดความวา เจตนาที่แสดงออกไปนั้นผูกมัดผู
แสดงเจตนาวาจะซื้อหรือจะขายทรัพยสินนั้น ๆ หากไมมีลักษณะเปนการผูกมัดผูแสดงเจตนาอาจ
มีลักษณะเปนเพียงคําปรารภ หรือเพียงคําเชิญชวน
คําพิพากษาฎีกาที่ 1004/2485 ตามสัญญาโจทกโอนขายที่พิพาทใหเปนกรรมสิท ธิ์แกจําเลย
แตถาโจทกมีเงินตามจํานวนที่กําหนดไวมาไถคืนเมื่อใด จําเลยจะยอมคืนที่พิพาทใหเมื่อนั้นไมมี
กําหนดดังนี้ สัญญานี้ยอมเขาลักษณะเปนคํามั่นในการซื้อขายที่มิไดกําหนดเวลา ถาจําเลยมิไดใช
สิทธิตาม มาตรา 454(2) สัญญานั้นยอมมีผลอยูตอไป

คํามั่น VS คําเสนอ

พิจารณาประกอบสัญญาขายฝาก

สัญญา
คําสนอง
Faculty of Law

Payap University

32

16

คําพิพากษาฎีกาที่ 3670/2528 ทําสัญญาซื้อขายที่ดินจดทะเบียนไวตอพนักงานเจาหนาที่
แลว โจทกจําเลยทําสัญญาตอกันอีกฉบับ หนึ่งวา โจทกมีสิท ธิซื้อที่ดินคืนไดภายใน 10 ป ดังนี้
สัญญาที่ทําตอกันไมใชสัญญาขายฝากหรือนิติกรรมอําพราง แตขอกําหนดที่ให โจทกมีสิท ธิซื้อ
ที่ดินคืนจากจําเลยไดภายใน 10 ป เปนคํามั่นในการซื้อขายทรัพยสินตาม ป.พ.พ. มาตรา 456
วรรคสอง จึงมีผลผูกพันคูกรณีใชบังคับกันได
กรณีที่วินิจฉัยวาไมใชลักษณะของคํามั่นวาจะซื้อจะขาย
คําพิพากษาฎีกาที่ 1240/2505 ทําสัญญากูเงินและมอบโฉนดไวเปน
ประกันโดยมีขอความเพิ่มเติมไวดวยวาที่ดินแปลงนี้จะขายใหแกผูใหกู จะ
ไมขายใหใครภายใน 3 ป ตามราคาสองหมื่นบาทเมื่อถึงราคาสองหมื่นบาท
จึงจะขาย ดังนี้ เปนเรื่อ งกูเงินเทานั้น ไมมีลักษณะเปนสั ญญาจะขาย เป น
เพีย งคํ าปรารภของผู กูฝ ายเดีย วมิ ใชมุ งโดยตรงตอ การผูก นิติ สัมพั นธ จึ ง
ไมใชคํามั่นหรือสัญญาจะขายที่ดิน

Faculty of Law

Payap University

33

คํามั่นจะซื้อหรือจะขาย
ไมมีกําหนดเวลาเพื่อทําคําบอกกลาว

มีกําหนดเวลาเพื่อทําคําบอกกลาว
ในชว งระหวา งเวลานั้ นผู ใ หคํ า มั่น ย อมไม
สามารถถอนคํ า มั่ น ได และหากล ว งเลย
กําหนดเวลาที่กํ าหนดไว คํา มั่นนั้ นยอ มสิ้ น
ผลผูกพันผูใหคํามั่น

ขอสังเกต:
กรณีของคํามั่นซึ่งไมมีกําหนดเวลาเพื่อทําคําบอกกลาวไว คํามั่นนั้นจะ
ผูกพันผูใหคํามั่นตลอดไป ผูใหคํามั่นไมอาจถอนคํามั่นนั้นได
แตอยางไรก็ตามผูใหคํามั่นสามารถบอกกลาวและกําหนดเวลาใหคูกรณี
อีกฝายหนึ่งตอบมาวาจะซื้อหรือจะขายหรือไม หากไมตอบกลับ มาภายในเวลา
ที่กําหนดไวก็ถือวาคํามั่นนั้นสิ้นความผูกพันตามาตรา 454 วรรคสอง
Faculty of Law

Payap University

34

17

แบบของการทํานิติกรรมสัญญาตามกฎหมายไทย
อาจแยกไดเปน 3 ลักษณะ คือ*
การทําเปนหนังสือ

(1) ทํากันเอง เชน สัญญาเชาซื้อ (ม. 572 ว.2) ฯลฯ
(2) พนักงานเจาหนาที่หรือทนายความทําให เชน
การทําพินัยกรรมแบบเอกสารฝายเมือง (ม.1658)

การจดทะเบียนตอพนักงานเจาหนาที่

เชน การจัดตั้งหางหุนสวนสามัญนิติบุคคล (ม.1604)
การจดทะเบียนสมรส (ม.1547) ฯลฯ

การทําเปนหนังสือและ
จดทะเบียนตอพนักงานเจาหนาที่

เชน สัญญาซื้อขาย (ม. 456 วรรคแรก)
สัญญาแลกเปลี่ยน(ม. 519) สัญญาจํานอง
(ม.714) ฯลฯ

(*ศ. จี๊ด เศรษฐบุตร มีความเห็นวา การสงมอบเปนแบบของนิติกรรม อีกประเภทหนึ่ง)
Faculty of Law

Payap University

35

แบบของสัญญาซื้อขาย
โดยทั่วไปสัญญาซื้อขายเกิดขึ้นและมีผลตามกฎหมายทันทีที่มีการแสดงเจตนาของคูสัญญา การทํา
สัญญาซื้อขายจึงไมตองทําตามแบบของกฎหมาย เวนแต สัญญาซื้อขายทรัพยสินบางชนิดที่
กฎหมายกําหนดใหการซื้อขายจะตองทําตามแบบ (มาตรา 456)
อสังหาริมทรัพย
• ที่ดิน
• ทรัพยอันติดอยูกับที่ดิน
• ทรัพยที่ประกอบเปนอันเดียวกับที่ดิน
• ทรัพยสิทธิ์อันเกี่ยวกับที่ดิน หรือทรัพย
อันติดอยูกับที่ดิน หรือประกอบเปนอัน
เดียวกับที่ดิน (มาตรา 139)

Faculty of Law

สังหาริมทรัพยบางชนิด
(เรียกทั่วไปวา “สังหาริมทรัพยชนิดพิเศษ”) ไดแก
• เรือกําปน หรือเรือมีระวางตั้งแตกหกตันขึ้นไป
• เรือกลไฟ หรือเรือยนตมีระวางตั้งแตหาตันขึ้นไป
(พ.ร.บ.การเดินเรือในนานน้ําไทย พ.ศ. 2456)
• แพ (แพคนอยู)
• สัตวพาหนะ (พ.ร.บ.สัตวพาหนะ ม. 8)

Payap University

36

18

ขอสังเกต:
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.

ปญหาเกี่ยวกับสวนควบ
การซื้อขายที่ดินมือเปลาหรือมีเพียงสิทธิครอบรอง เชน ส.ค.1 หรือ น.ส.3
เจตนาทําสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพยอยางสังหาริมทรัพย
สิทธิอันเกี่ยวกับที่ดินไมรวมถึงการโอนขายหุน
การซื้อขายสัตวพาหนะ
ทรัพยสินอื่นที่ตองมีการจดทะเบียนตามกฎหมายพิเศษ
การเรียกราคาที่ชําระคืนกรณีสัญญาตกเปนโมฆะ

Faculty of Law

Payap University

37

1. ปญหาเกี่ยวกับสวนควบ
การซื้อขายทรัพยสินยอมรวมไปถึงสวนควบกับ ทรัพยสินที่ขายดวย เชน ทําสัญญาซื้อขายที่ดิน
ยอมรวมไปถึงสวนควบกับที่ดินดวย(มาตรา 144) เวนแตจะตกลงไวเปนอยางอื่น
2. การทําซื้อขายที่ดินซึ่งมีเพียงสิทธิครอบครอง
การซื้อขายที่ดินมือเปลาหรือมีเพียงสิทธิครอบรอง เชน ส.ค.1 หรือ น.ส.3 โดยสภาพแลวถือเปน
อสังหาริมทรัพยอยางหนึ่ง แตอยางไรก็ตามสิทธิครอบครองสามารถโอนกันไดเพียงการสงมอบ
ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1378 ดังนั้น การซื้อขายที่ดินที่มีเพียงสิท ธิครอบครอง โดยทําเพียงการสง
มอบการครอบครองแมไมไดทําตามแบบ สัญญาซื้อขายนั้นก็มีผลเปนการโอนสิท ธิครอบครอง
แลว
3. เจตนาทําสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพยอยางสังหาริมทรัพย
แมสภาพของทรัพยสินที่ขายจะเปนอสังหาริมทรัพยแตคูสัญญาตกลงทําสัญญาขายในลักษณะ
สังหาริมทรัพย สัญญาซื้อขายนั้นก็ไมตองทําตามแบบ
คําพิพากษาฎีกาที่ 799/2492 การซื้อขายเรือนซึ่งไมไดทําเปนหนังสือและจดทะเบียน
ตอพนักงานเจาหนาที่นั้น ยอมไมเปนโมฆะเสมอไป ยังตองอาศัยขอเท็จจริงในทาง
พิจารณาอยูวาเปนการซื้อขายเรือนเพื่อรื้อเอาไป หรือวาเปนการซื้อขายเพื่อใหเรือน
คงอยูในสภาพเดิม ซึ่งขอบัญญัติของกฎหมายยอมมีนัยตางกัน
Faculty of Law

Payap University

38

19

4.

สิทธิอันเกี่ยวกับที่ดินไมรวมถึงการโอนขายหุน
ทรัพยสิทธิ์อันเกี่ยวกับที่ดิน หรือทรัพยอันติดอยูกับที่ดิน หรือประกอบเปนอันเดียวกับที่ดิน
ไดแก กรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง ภาระจํายอม สิท ธิอาศัย สิท ธิเหนือพื้นดิน ภาระติดพัน
ในอสังหาริมทรัพย สิทธิจํานอง เปนตน แตไมรวมถึงการขายหุนของบริษัท ซึ่งบริษัท นั้นมี
สิทธิในอสังหาริมทรัพย การขายหุนนั้นจึงไมตองทําตามแบบ ตัวอยางเชน

5.

การซื้อขายสัตวพาหนะ แมจะตองทําตามแบบ แตหากสัตวพาหนะนั้นยังไมมีการทําตั๋ว
รูปพรรณตาม พ.ร.บ.สัตวพาหนะ พ.ศ.2482 การซื้อขายนั้นก็ไมตองทําตามแบบ
คําพิพากษาฎีกาที่ 4099/2530 จําเลยซื้อกระบือเพศผูอายุป ระมาณ 5 ป ซึ่งยัง
ไมไดทําตั๋วรูปพรรณจากโจทกเพื่อสงไปทําเนื้อกระปองที่ป ระเทศมาเลเซี ย
กระบือดังกลาวไมอยูในบังคับตองนําไปจดทะเบียนทําตั๋วรูปพรรณตามมาตรา
8 (2) (3) และ (4) แหง พ.ร.บ. สัตวพาหนะฯการซื้อขายกระบือจึงไมจําตองทํา
เปนหนังสือและจดทะเบียนตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 เพราะสัตวพาหนะที่ตอง
จดทะเบียนตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 หมายถึงสัตวพาหนะซึ่งตองทําหรือไดทํา
ตั๋วรูปพรรณแลวเทานั้น การซื้อขายกระบือระหวางโจทกจําเลยจึงสมบูรณ เมื่อ
จําเลยรับมอบกระบือที่พิพาทไปจากโจทกและเปนเจาของกรรมสิท ธิ์แลว หาก
จําเลยจะนําออกนอกราชอาณาจักร จําเลยก็มีหนาที่ตองปฏิบัติตามมาตรา 8 (4)
แหง พ.ร.บ.สัตวพาหนะพุทธศักราช 2482

Faculty of Law

Payap University

6.

ทรัพยสินอื่นที่ตองมีการจดทะเบียนตามกฎหมายพิเศษ
กรณีของทรัพยสินบางประเภทที่มกี ฎหมายกําหนดใหมีการจดทะเบียน
เชน รถยนต รถจักรยานยนต(พ.ร.บ.รถยนต พ.ศ. 2522)
เครื่องจักร (พ.ร.บ.จดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. 2514)
มิใชทรัพยตามมาตรา 456 วรรคแรก ดังนั้น จึงไมตองทําตามแบบ

7.

ผลของการไมทําตามแบบยอมทําใหสัญญาตกเปนโมฆะ หากมีการชําระราคาและสง
มอบทรัพยสินไปแลว ตองเรียกคืนฐานลาภมิควรได

Faculty of Law

Payap University

39

40

20

แบบ

ความสมบูรณของสัญญา/โมฆะ

หลักฐานในการฟองรองบังคับคดี

การฟองบังคับคดี/ความมีอยูแหงสัญญา
หลักฐานในการฟองรองบังคับคดี
คื อ สิ่ ง ที่ ใ ช เ ป น พยานหลั ก ฐานในกระบวนการ
ดําเนินคดีทางศาล เพื่อบังคับ ใหคูสัญญาปฏิบัติการ
ชําระหนี้ หรือรับ ผิดตามสัญญา แมวาสัญญานั้น ๆ
จะสมบู รณ แตห ากขาดหลักฐานแห งการฟ องรอ ง
บังคับ คดีต ามที่กฎหมายบัญญั ติไว สัญ ญานั้นก็ไ ม
สามารถฟองรองบังคับคดีใหคูสัญญารับผิดตามได

แตกตางจากแบบของสัญญา เพราะการไมทําตามแบบสัญญานั้นตกเปน
โมฆะ แตหากไมมีหลักฐานการฟองรองบังคับ คดีสัญญายังมีอยูแตไม
อาจฟองรองบังคับใหปฏิบัติตามสัญญาไดเทานั้น
Faculty of Law

Payap University

มาตรา 456 วรรคสอง และ วรรคสาม
1. สัญญาจะซื้อจะขาย
2. คํามั่นจะซื้อจะขาย
3. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดสังหาริมทรัพย
ที่มีราคาตั้งแต 500 บาทขึ้นไป

หลักฐานเพื่อการฟองรองบังคับคดี
ในสัญญาซื้อขาย

41

1. หลักฐานเปนหนังสือลงลายมือ
ชื่อผูตองรับผิด หรือ
2. มีการวางประจํา หรือ
3. มีการชําระหนี้บางสวน

Faculty of Law

Payap University

42

21

ขอสังเกต:
1.

หลักฐานเปนหนังสือลงลายมือชื่อผูตองรับผิด หมายถึง หนังสือซึ่งเปนลายลักษณ
อักษรที่แสดงความผูกพันตามสัญญาของคูสัญญาวาพึงมีสิทธิหนาที่ตอกันอยางไร
บาง โดยไมจําเปนจะตองทําขึ้นอยางเปนรูปแบบ อาจทําเปนฉบับ เดียวหรือหลาย
ฉบับเพียงพิจารณาแลวสามารถทราบถึงขอผูกพันของผูตองรับผิดตามสัญญาก็ถือ
เปนหลักฐานเปนหนังสือ จะทําไวขณะทําสัญญา หรือทําขึ้นภายหลังก็มีผลบังคับ
ได แตหลังฐานเปนหนังสือนั้นจะตองมีการลงลายมือชื่อของฝายที่ตองรับ ผิด เชน
ฟองใหผูซื้อชําระราคา ก็ตองมีการลงลายมือชื่อของผูซื้อ

2.

มีการวางประจํา หมายถึง การวางประจําในที่นี้เปนที่ยอมรับ กันทั่วไปวาหมายถึง
“มั ด จํ า ” ตามมาตรา 377 เพราะในต น ร า งภาษาอั ง กฤษใช คํ า ว า “earnest”
เหมือนกัน(ศ.จิตติ ติงศภัทิย)

Faculty of Law

3.

Payap University

43

มีการชําระหนี้บางสวน สัญญาซื้อขายเปนสัญญาตางตอบแทนซึ่งทั้งผูซื้อและผูขาย
ตางมีหนี้ที่จะตองชําระตามสัญญา หากฝายหนึ่งฝายใดไดชําระหนี้แมเพียงบางสวน
เชน ผูซื้อไดชําระราคาบางสวน หรือทั้งหมดแลว หรือ ผูขายสงมอบทรัพยสินตาม
สัญญาใหแก ผูซื้ อ เชน นี้ย อมถือเปน การชํา ระหนี้ ซึ่งเปน เหตุที่จ ะนํ าไปใช ในการ
ฟองรองบังคับคดีไดแลวโดยไมตองพิจารณาวาฝายใดเปนฝายที่ชําระหนี้นั้น ตาม
มาตรา 456 วรรคสอง

Faculty of Law

Payap University

44

22

ทฤษฎีวาดวยการโอนกรรมสิทธิ์
1)

ระบบสัญญาเดี่ย ว (One agreement system) เปนแนวความคิด ตามหลักของกฎหมาย
โรมัน โดยแนวความคิดนี้ถือวากรรมสิทธิ์จะโอนทันทีที่เกิดสัญญาขึ้น ตัวอยางประเทศที่
ใชระบบสัญญาเดี่ยว ตัวอยางเชน ประเทศไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา แคนาดา
อิตาลี ออสเตรเลีย และอินเดีย เปนตน

2)

ระบบสัญญาคู (Two agreement system) เปนแนวความคิดตามหลักของกฎหมายโรมัน
ซึ่งแนวคิดนี้ถือวาการโอนกรรมสิทธิ์เปนคนละสวนกับการเกิดขึ้นของสัญญา ถึงแมสัญญา
เกิดขึ้นแลวอยางสมบูรณ กรรมสิทธิ์จะยังไมโอนจนกวาจะมีการทํานิติกรรมการโอนอีก
ครั้งหนึ่ง ประเทศที่ใชระบบสัญญาคู ตัวอยางเชน ประเทศเยอรมัน ญี่ปุน สวิสเซอรแลนด
เนเธอรแลนด และฟลิปปนส

Faculty of Law

Payap University

45

การโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพยสินอันเปนวัตถุแหงสัญญาซื้อขาย
มาตรา 458 “กรรมสิทธิ์ในทรัพยสินที่ขายนั้น ยอมโอนไปยังผูซื้อตั้งแตขณะเมื่อได
ทําสัญญาซื้อขายกัน”
บทบัญญัติมาตรา 453 บัญญัติไววา ผูขายโอนกรรมสิทธิ์แหงทรัพยสิน ผูเขียนเห็นวา
การโอนกรรมสิทธิ์ ถือเปนสาระสําคั ญของสัญญาซื้อขาย และเปนสิ่งที่ทํ าใหสัญญาซื้อขายมี
ความแตกตางจากสัญญาอื่น ๆ เชน สัญญาเชาทรัพย
การโอนกรรมสิทธิ์กรณี
(1) สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด(มาตรา 458)
(2) สัญญาซื้อขายมีเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลา(มาตรา 459)
(3) สัญญาจะซื้อจะขาย(มาตรา 456)
(4) สัญญาซื้อขายซึ่งยังไมไดกําหนดตัวทรัพยลงไวแนนอน(มาตรา 460 ว.1)
(5) สัญญาซื้อขายทรัพยสินเฉพาะสิ่งซึ่งยังไมไดกําหนดราคาไวแนนอน(มาตรา 460 ว.2)
Faculty of Law

Payap University

46

23

การโอนกรรมสิทธิ์
1.

สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด(ม. 458)

ทันที

2.

สัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข หรือ
เงื่อนเวลา(ม. 459)

ดูเงื่อนไข/เงื่อนเวลา

3.

สัญญาจะซื้อจะขาย(ม. 456)

4.

สัญญาซื้อขายซึ่งยังไมไดกําหนดตัว
ทรัพยลงไวแนนอน(ม. 460 ว.1)

5.

สัญญาซื้อขายทรัพยสินเฉพาะสิ่งซึ่ง
ยังไมไดกําหนดราคาไวแนนอน
(ม. 460 ว.2)
Faculty of Law

กรรมสิทธิ์โอน

ทําสัญญาซื้อขาย
ไดทรัพยเฉพาะสิ่ง
ทราบราคาที่แนนอน

Payap University

47

ผลของการโอนกรรมสิทธิ์กับการรับบาปเคราะหในภัยพิบัติ
ที่เกิดกับทรัพยสินอันเปนวัตถุแหงสัญญาซื้อขาย
หลักกฎหมายโรมัน “เจาของกรรมสิทธิ์เปนผูเสี่ยงภัย (Res perit Domino)”
มาตรา 370 “ถาสัญญาตางตอบแทนมีวัตถุประสงคเปนการกอใหเกิด หรือโอนทรัพย
สิทธิในทรัพยเฉพาะสิ่ง และทรัพยนั้นสูญหรือเสียหายไปดวยเหตุอยางใดอยางหนึ่งอันจะโทษ
ลูกหนี้มิไดไซร ทานวาการสูญหรือเสียหายนั้นตกเปนพับแกเจาหนี้”
ฟาฝารถพัง
หมดแลวครับ

Faculty of Law

ผมก็ไมจายเงินคารถใหคุณ
หรอก...อยากไดก็ฟองเอา

Payap University

48

24

หนาที่ของคูสัญญา
หนาที่ของผูขาย

หนาที่ของซื้อ

1. โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพยที่ซื้อขายใหแกผูซื้อ
2. สงมอบทรัพยสินที่ซื้อขายใหแกผูซื้อ
3. รับผิดในกรณีทที่ รัพยสินที่ซื้อขายมีความชํารุด
บกพรอง
4. รับผิดในกรณีทที่ รัพยสินที่ซื้อขายถูกรอนสิทธิ์
5. หนาที่อื่น ๆ ตามสัญญา เชน อํานวยความสะดวก
แกผูซอื้ ในการโอนทะเบียน

Faculty of Law

1. รับมอบทรัพยสินที่ซื้อขาย
2. ชําระราคา
3. หนาที่อื่น ๆ ตามสัญญา เชน
ชําระคาธรรมเนียมการโอน

Payap University

49

การสงมอบทรัพยสินที่ซื้อขาย
มาตรา 461 “ผูขายจําตองสงมอบทรัพยสินซึ่งขายนั้นใหแกผูซื้อ”
ลักษณะและวิธีสงมอบ (มาตรา 462)
“การสงมอบนั้นจะทําอยางหนึ่งอยางใดก็ไดสุดแตวาเปนผลใหทรัพยสินนั้นไปอยูใน
เงื้อมมือของผูซื้อ”
ระยะเวลาที่ตองทําการสงมอบ(มาตรา 468)
“ถาในสัญญาไมมีกําหนดเงื่อนเวลาใหใชราคาไซรผูขายชอบที่จะยึดหนวงทรัพยสินที่
ขายไวไดจนกวาจะใชราคา” สอดคลองกับหลักทั่วในเรื่องหนี(้ มาตรา 203, มาตรา 324)

Faculty of Law

Payap University

50

25

คาใชจายในการสงมอบ(มาตรา 464)
“คาขนสงทรัพยสินซึ่งไดซื้อขายกันไปยังที่แหงอื่นนอกจากสถานที่อันพึงชําระหนี้นั้น
ผูซื้อพึงออกใช”
โดยปกติผูขายจะตองเปนผูรับผิดชอบ ยกเวน
จะตกลงไวเปนอยางอื่น

กรณีที่ตอ งสงมอบไปอีกแหงหนึ่ง
นอกเหนือจากสัญญาหรือตามกฎหมาย
ผูซื้อตองเปนผูรบั ผิดชอบ
เวนแตจะตกลงไวเปนอยางอื่น

Faculty of Law

Payap University

51

การสงมอบที่ผิดสัญญา
1. การสงมอบทรัพยสินผิดประเภท
2. การสงมอบทรัพยสินผิดเวลา
3. การสงมอบทรัพยสินผิดสถานที่
4. การสงมอบทรัพยสินใหผิดคน
5. การสงมอบทรัพยสินผิดคุณภาพ

ผูซื้อสามารถอางเปนเหตุบอกเลิก
สัญญาไดตามหลักทั่วไป
ในเรื่องสัญญาและเรื่องหนี้

6. การสงมอบทรัพยสินผิดปริมาณ
เพราะนอยหรือมากกวาสัญญา
7. การสงมอบทรัพยสินระคนกับ
ทรัพยสินอยางอื่น

เปนกรณีที่บัญญัติไว
ในเรื่อง ซื้อขายโดยเฉพาะ

Faculty of Law

Payap University

52

26

ผูขายตองรับผิดหากสงมอบทรัพยสินไมตรงตามที่ตกลงไวตามสัญญา
1.

กรณีซื้อขายสังหาริมทรัพย
นอยกวา D

ผูซื้อมีสิทธิบ์ อกปด หรือรับเอาทรัพยสินนั้นไว และใชราคาตามสวน

มากกวา C

ผูซื้อมีสิทธิ์รบั เอาทรัพยสินตามจํานวนในสัญญา โดยบอกปดสวนที่
เกินมา หรือ บอกปดทั้งหมด หรือรับเอาทั้งหมดและชําระราคาตามสวน

ระคน(ปน)กับทรัพยอื่น
หมายถึง การสงมอบทรัพยตามสัญญาโดยมีท รัพยสินอื่นปะปนมา
ดวย กรณีเชนนี้ผูซื้อมีสิทธิ รับเอาเฉพาะทรัพยสินตามสัญญา และบอกปดสวน
ที่ปะปนมาได หรือ บอกปดเสียทั้งหมดไมยอมรับไวเลยก็ได

Faculty of Law

Payap University

53

2. กรณีซื้อขายอสังหาริมทรัพย
มาตรา 466
หากเปนสัญญาที่ไดระบุจํานวนเนื้อที่ทั้งหมดไวแลว ผูขาย
สงมอบขาดหรือเกินจํานวนที่ตกลงไว ผูซื้อมีสิท ธิ์ บอกปดเสีย
หรือ รับเอาไว และชําระราคาตามสวนก็ได
แตหากการสงมอบขาดหรือเกินนั้นไมเกินกวารอยละหา
(5%) ของเนื้อที่ทั้งหมด ผูซื้อตองรับเอาและใชราคาตามสวนจะ
บอกปดไมได
ตัวอยาง
นายเอก ตกลงทําสัญญาซื้อที่ดินจากนายโท จํานวน 100 ตรว. แตเมื่อทําการ
รางวั ดพบว าที่ ดิน มีเ พีย ง 98 ตรว. เชน นี้ นายเอกจํ าต องรับ เอาที่ ดิน แปลง
ดังกลาวไวโดยใชราคาตามสวน เพราะสวนที่ขาดไปจํานวน 2 ตรว.เปนการ
ขาดไปเพียง 2 % ของเนื้อที่ทั้งหมด
Faculty of Law

Payap University

54

27

แตผูซื้ออาจเลิกสัญญาได หากการขาดหรือเกินจํานวนเนื้อที่ดังกลาวถึงขนาดซึ่งหากผูซื้อได
ทราบกอนแลวก็จะไมเขาทําสัญญาดวย
ตัวอยาง
นายหนึ่ง ตกลงทํา สั ญญาซื้ อ ที่ดิ นจากนายสอง จํ านวน 200
ตรว. เพื่ อ นํา มาสร า งบา นซึ่ ง ต อ งสร า งบนเนื้อ ที่ 200 ตรว.
เทานั้น แตเมื่อทําการรางวัดพบวาที่ดินมีเพียง 195 ตรว. เชนนี้
แมสวนที่ขาดไปจํานวน 5 ตรว.เปนการขาดไปเพียง 1 % ของ
เนื้อที่ทั้งหมด แตนายหนึ่งก็มีสิทธิเลิกสัญญาได เพราะการขาด
หรือเกินจํานวนเนื้อที่ดังกลาวถึงขนาดซึ่งหากนายหนึ่งผูซื้อได
ทราบกอนแลวก็จะไมเขาทําสัญญาดวย

Faculty of Law

Payap University

55

คําพิพากษาฎีกาที่ ๕๒๒๘/๒๕๓๙ จําเลยที่ ๑ สงมอบที่ดินพิพาทใหแกโจทกนอยกวา
จํานวนเนื้อที่ที่ตกลงซื้อขายกันตามสัญญาถึงเกือบครึ่ง เปนการสงมอบที่ดินที่ขาดตก
บกพรองถึงขนาดซึ่งหากโจทกไดทราบกอนแลวคงจะมิไดเขาทําสัญญากับ จําเลยที่ ๑
อยางแนนอนโจทกจึงมีสิทธิบอกปดเสียหรือเลิกสัญญาแกจําเลยที่ ๑ การที่โจทกบ อก
ปดไมยอมรับโอนที่ดินพิพาทและไมชําระราคาที่ดินพิพาทสวนที่เหลือใหจําเลยที่ ๑
ตามสัญญากรณีจึงตองถือวาโจทกไดบอกเลิกสัญญาแกจําเลยที่ ๑ ตาม ป.พ.พ. มาตรา
๔๖๖ วรรคสองแลว คูสัญญาแตละฝายจึงจําตองใหอีกฝายหนึ่งกลับ คืนสูฐานะเดิม
ตามมาตรา ๓๙๑ จําเลยที่ ๑ จึงตองคืนเงินมัดจําใหโจทก

Faculty of Law

Payap University

56

28

ขอสังเกต: กรณีคูสัญญาตกลงแตกตางไปจากมาตรา 466
คําพิพากษาฎีกาที่ ๗๖๙๗/๒๕๓๘ โจทกกับจําเลยที่ ๑ ทําสัญญาจะซื้อจะขายหองชุด เนื้อที่ประมาณ ๑๕๗ ตาราง
เมตร เมื่อจําเลยที่ ๑ กอสรางอาคารชุดเสร็จปรากฏวาหองชุดมีเนื้อที่ ๒๐๖ ตารางเมตรเศษ ซึ่งเกินกวารอยละ ๕ ของ
พื้นที่ที่กําหนดไวในสัญญา โจทกจึงบอกปดไมยอมรับมอบและชําระราคาหองชุดดังกลาว แตจะขอรับมอบในพืน้ ที่
๑๕๗ ตารางเมตร พรอมกับชําระราคาสวนที่เหลือตามพื้นที่เดิม แตเมื่อสัญญาจะซื้อจะขายระบุวา ผูจะขายตกลงกับ
ผูจะซื้อหองชุดเลขที่ ๒๐๕ ชั้นที่ ๒ คิดเปนพื้นที่อันเปนทรัพยสวนบุคคลจํานวนประมาณ ๑๕๗ ตารางเมตร ตามที่
ปรากฏในแผนผั งของอาคารชุ ด ที่ทํา เครื่องหมายเส นสีแ ดงที่ แ นบทา ยสัญญาและหากพื้นที่เ พิ่มขึ้นหรือลดลง
คูสัญญาตกลงใหเพิ่มหรือลดราคาลงตามอัตราสวนของราคาซื้อขายดังกลา วขา งตน เห็นไดวา คูกรณีคือโจทกกับ
จําเลยที่ ๑ มีเจตนาจะซื้อจะขายหองชุด กัน โดยมิไดถือเปนสาระสํา คัญวา พื้นที่ข องหองชุด จะตองมีเนื้อที่เพียง
ประมาณ ๑๕๗ ตารางเมตร เทานั้นหากพื้นที่เพิ่มหรือลดลง คูสัญญาตกลงกันใหเพิ่มหรือลดราคาลงตามอัต ราสว น
ของราคาที่ตกลงซื้อขายกัน ขอสัญญาดังกลาวจึงใชบังคับได ป.พ.พ.มาตรา ๔๖๖ วรรคสอง มิใชขอกฎหมายที่เ กี่ยว
ดวยความสงบเรียบรอยของประชาชน เมื่อปรากฏชัดวาโจทกกับจําเลยที่ ๑ ตกลงสัญญาอันเปนขอยกเวน
มิใหใชขอกฎหมายดังกลาวขางตนบังคับ โจทกกับจําเลยที่ ๑ จึงตองผูกพันกันตามขอสัญญาทีต่ กลง
กัน โจทกจึงไมมีสิทธิบอกปดไมรับพื้นที่หองชุดที่เพิ่มขึ้นและเรียกรองใหจํา เลยที่ ๑ มอบหองชุด
ในพื้นที่ที่ประมาณไวตามสัญญา สวนจําเลยที่ ๑ เมื่อสรางหองชุด เสร็จ พรอมสงมอบแกโจทก แต
โจทกเพิกเฉยไมยอมชําระราคาหองชุดดังกลาวภายในกําหนดเวลาที่จําเลยที่ ๑ แจงใหทราบโดยไม
มีเหตุจะอางไดตามกฎหมาย โจทกจึงเปนฝายผิดสัญญา
Faculty of Law

Payap University

57

ขอสังเกต

• ปญหาเกี่ยวกับการนําบทบัญญัติมาตรา 466 ไปปรับใชกับสัญญาซื้อขายเฉพาะบางอยาง
ผูเ ขี ย นเห็ น ว า ลั กษณะของสั ญ ญาซื้ อ ขายเฉพาะบางอย างนั้ น แม จ ะมี ลั ก ษณะ
พื้นฐานของสัญญาซื้อขายทั่วไป แตลักษณะที่สําคัญของสัญญาซื้อขายเฉพาะอยาง เชน การซื้อ
ขายตามตัวอยาง ขายตามคําพรรณนา ซึ่งตามบทบัญญัติมาตรา 503 นั้น หากเปนกรณีสัญญา
ขายตามตัวอยาง ผู ขายมีหน าที่ต องสงมอบทรัพย สินใหต รงตามตั วอย าง และในกรณี ของ
สัญญาขายตามคําพรรณนานั้นผูขายมีหนาที่จะตองสงมอบทรัพยสินใหตรงตามคําพรรณนา
ดังนั้น แมวาทรัพยสินที่ซื้อขายจะขาดหรือล้ําจํานวนแมจะไมเกินรอยละหา ตามมาตรา 466
ผูขายก็มีสิทธิปฏิเสธโดยถือวาผูขายเปนฝายสัญญาได(โปรดดูคําพิพากษาฎีกาที่ 9168/2544 )

Faculty of Law

Payap University

58

29

ความรับผิดเพื่อชํารุดบกพรอง
มาตรา 472 “ในกรณีที่ท รัพยสินซึ่งขายนั้นชํารุดบกพรองอยางหนึ่งอยางใดอันเปน
เหตุใหเสื่อมราคาหรือเสื่อมความเหมาะสมแกประโยชนอันมุงจะใชเปนปกติก็ดี ประโยชนที่มุง
หมายโดยสัญญาก็ดี ทานวาผูขายตองรับผิด
ความที่กลาวมาในมาตรานี้ยอมใชได ทั้งที่ผูขายรูอยูแลวหรือไมรูวาความชํารุดบกพรองมีอยู”
มาตรา 474 “ในขอรับผิดเพื่อชํารุดบกพรองนั้น ทานหามมิใหฟองคดีเมื่อพนเวลาป
หนึ่งนับแตเวลาที่ไดพบเห็นความชํารุดบกพรอง”

Faculty of Law

Payap University

59

การรับประกันเกี่ยวกับคุณภาพ
ของทรัพยสินที่ขาย
โดยชัดแจง

โดยปริยาย

สัญญารับประกัน

Faculty of Law

ความรับผิดกรณีชํารุดบกพรอง

Payap University

60

30

ความรับผิดเพือ่ การ
ชํารุดบกพรอง

ไมใช

Product Liability
หมายถึง
ความรับผิดเพือ่ ความเสียหาย
อันเกิดจากสินคาที่ขาดความ
ปลอดภัย

Faculty of Law

Payap University

61

ความหมายและลักษณะของการชํารุดบกพรอง
นักกฎหมายใหความเห็นเกี่ยวกับ
ความหมายและลักษณะของการ
ชํารุดบกพรองไวเปน 2 ฝาย คือ

ฝายแรก เห็นวา การชํารุดบกพรอง หมายถึง การความ
เสี ย หายในเนื้ อ วั ต ถุ ห รื อ ทรั พ ย ที่ ทํ า การซื้ อ ขาย เช น
แตกหั ก แตกร า ว บุ บ รั่ ว ซึ ม บู ด เน า (ความเห็ น ของ
ศ.ดร.หยุด แสงอุทัย, ศ.กุศล บุญยืน, ศ.วิษณุ เครืองาม)

ฝายที่สอง เห็นวา การชํารุดบกพรองมิไดจํากัดเฉพาะความเสื่อมเสียในทรัพยที่ซื้อ
ขายแตมีความหมายกวางกวาซึ่งรวมไปถึงเหตุอื่น ๆ ที่ทําใหทรัพยนั้นเสื่อมราคาหรือ
เสื่อมความเหมาะสมแกประโยชนอันมุงจะใชเปนปกติ หรือที่มุงหมายโดยสัญญา
เชน ซื้อหลอดไฟมาใชในบานขนาด 60 วัตต ผูขายก็สงมอบหลอดไฟขนาด 60 วัตต
ให แตเมื่อนํามาใชปรากฏวาใชไมไดเพราะหลอดไฟดังกลาวตองใชกับไปขนาด 110
โวทล ใชกับไฟขนาด 220 โวทลไมได กรณีเชนนี้จึงเปนกรณีที่ท รัพยสินนั้นมิไ ด
ชํารุดในเนื้อตัวของทรัพยสิน แตเปนการชํารุดเพราะเสื่อมประโยชนหรือเสื่อมความ
เหมาะสมอันมุงจะใชตามปกติ(ความเห็นของ ผศ.กิตติศักดิ์ ปกติ)
Faculty of Law

Payap University

62

31

1.

ทรัพยสินที่ซื้อขายมีความชํารุดบกพรอง

2.

ความชํารุดบกพรองนั้นถึงขนาดทําใหทรัพยที่ซื้อ
ขายเสื่ อ มราคา หรื อ เสื่ อ มความเหมาะสมแก
ประโยชนตามปกติ หรือตามสัญญา

3.

ความชํ า รุด บกพร องนั้ นเกิ ดขึ้ น อยู แ ลว ก อนหรื อ
ขณะที่ทําสัญญาซื้อขายทรัพยสินนั้น

4.

ผู ข ายจะรู ห รื อ ไม รู ถึ ง ความชํ า รุ ด บกพร อ งของ
ทรั พ ย สิ น นั้ น ก็ ต าม ผู ข ายก็ ต อ งรั บ ผิ ด ในความ
ชํารุดบกพรองนั้น

Faculty of Law

สรุปลักษณะการรับ
ผิดของผูซื้อในความ
ชํารุดบกพรอง

Payap University

63

ตัวอยาง กรณีความชํารุดบกพรองนั้นถึงขนาดทําใหทรัพยที่ซื้อขายเสื่อมราคาหรือเสื่อมความ
เหมาะสมแกประโยชนตามปกติ หรือตามสัญญา
คําพิพากษาฎีกาที่ 5581/2533
โจทกซื้อกระปองสําหรับบรรจุปลากับน้ําซอสมะเขือเทศ จากจําเลยเมื่อกระปอง
ดังกลาวเปนสนิมและมีความชํารุดบกพรองอยางอื่น ซึ่งเปนผลมาจากการผลิตของ
จําเลย อันเปนเหตุใหเสื่อมความเหมาะสมแกประโยชนที่มุงหมายโดยสัญญาจําเลย
ตองรับผิดชดใชคาเสียหายใหโจทกตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา
472 แมโจทกจะรับของจากจําเลยโดยไมอิดเอื้อน แตขณะที่มีการสงมอบของนั้น
ความชํารุดบกพรองยังไมเปนอันเห็นประจักษ จําเลยก็หาพนจากความรับ ผิดตาม
ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา 473(2) ไม จําเลยทราบดีวาโจทกซื้อ
กระปองดังกลาวเพื่อนําไปขายตอใหแกผูซื้อในประเทศพมา การที่โจทกตองเสีย
ค า ขนส ง กระป อ งทดแทนส ว นที่ ชํ า รุ ด บกพร อ งไปให ผู ซื้ อ เพิ่ ม เติ ม จึ ง เป น
คาเสียหายอันเกิดแตพฤติการณพิเศษ ซึ่งจําเลยไดคาดเห็นหรือควรจะไดคาดเห็น
พฤติการณเชนนั้น
Faculty of Law

Payap University

64

32

คําพิพากษาฎีกาที่ 3010/2543
ระบบไฟฟาเปนสวนประกอบอันเปนสาระสําคัญของรถยนต หากระบบไฟฟาใชการไมได
ยอมสงผลใหเครื่องยนต ระบบทําความเย็นและอื่น ๆ ใชการไมไดไปดวย การที่ระบบไฟฟา
ของรถยนตคันที่จําเลยเชาซื้อไปจากโจทกเสียทั้งระบบ 3 ครั้ง ภายในระยะเวลา 3 เดือน นับ
แตรับมอบรถยนต ถือไดวาความชํารุดบกพรองนั้นถึงขนาดเปนเหตุใหเสื่อมราคาหรือเสื่อม
ความเหมาะสมแกประโยชนอันมุงหมายจะใชเปนปกติ อันผูขายตองรับผิด

Faculty of Law

Payap University

65

ตัวอยาง ความชํารุดบกพรองนั้นเกิดขึ้นอยูแลวกอนหรือขณะที่ทําสัญญาซื้อขายทรัพยสินนั้น
-

คําพิพากษาฎีกาที่ 459/2514
ความชํารุดบกพรองในทรัพยสินซึ่งขาย อันผูขายจะตองรับผิดตอผูซื้อตามประมวลกฎหมายแพง
และพาณิชย มาตรา 472 นั้น จะตองเปนความชํารุดบกพรองที่มีอยูกอนแลว หรือมีอยูในขณะทํา
สัญญาซื้อขายหรือในเวลาสงมอบทรัพยสินที่ขาย สวนความชํารุดบกพรองที่มีขึ้นภายหลังผูขาย
หาตองรับผิดไม เครื่องปรับอากาศที่โจทกติดตั้งที่ภัตตาคารของจําเลยใหความเย็นเรียบรอยดีนับ
แตเวลาติดตั้งตลอดมาไมนอยกวา 3-4 เดือน แสดงใหเห็นวาเครื่องปรับ อากาศดังกลาวมิไดมี
ความชํ ารุดบกพรองอยูกอ น หรือ ในขณะทําสั ญญาซื้อ ขาย หรือในเวลาสงมอบเลย ฉะนั้น ที่
เครื่องปรับอากาศใหความเย็นไมพอในเวลาตอมา จึงเปนความชํารุดบกพรองที่มีขึ้นภายหลังจาก
ที่จําเลยไดรับมอบและใชประโยชนมาไมนอยกวา 3-4 เดือน โจทกหาตองรับ ผิดในความชํารุด
บกพรองนี้ไม และดวยเหตุนี้จําเลยจึงไมมีสิทธิยึดหนวงราคาที่ยังไมไดชําระตามมาตรา 488 แหง
ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย

Faculty of Law

Payap University

66

33

คําพิพากษาฎีกาที่ ๗๘๐๖/๒๕๔๐
ป.พ.พ.มาตรา ๔๗๒ ที่บัญญัติใหผูขายตองรับผิดตอผูซื้อในความชํารุดบกพรองในทรัพยสินซึ่ง
ขาย และผูซื้อมีสิทธิที่จะยึดหนวงราคาที่ยังไมไดชําระแกผูขายตามมาตรา ๔๘๘ นั้น จะตอง
เปนความชํารุดบกพรองที่มีอยูกอนแลวหรือมีอยูในขณะทําสัญญาซื้อขายหรือในเวลาสงมอบ
ทรัพยสินที่ขาย สวนความชํารุดบกพรองที่มีขึ้นภายหลัง ผูขายหาตองรับผิดไม เครื่องทําน้ําแข็ง
หลอดที่จําเลยซื้อจากโจทกไมสามารถผลิตน้ําแข็งได ๑๕,๐๐๐ กิโลกรัมตอ ๒๔ ชั่วโมงตาม
สัญญาได เพราะเกิดจากการตั้งเครื่องคอมเพรสเซอรหางจากเครื่องทําน้ําแข็งหลอดมากเกินไป
จึงทําใหแรงอัดแอมโมเนียออน และทําใหลิ้นไอดีไอเสียแตก ซึ่งเปนความชํารุดบกพรองที่มีขึ้น
ในภายหลังที่จําเลยรับมอบและใชประโยชนมาแลว จําเลยจึงมีหนาที่ตองชําระเงินสวนที่ยังคาง
ชําระใหแกโจทก สวนการที่โจทกติดตั้งและเกิดมีความชํารุดบกพรองอยางไร โจทกจะตอง
แกไขใหจําเลยหรือไม เปนเรื่องที่จําเลยจะตองดําเนินการตามขอสัญญา

Faculty of Law

Payap University

67

ขอยกเวนความรับผิดกรณีมีความชํารุดบกพรอง
(1) ขอยกเวนตามมาตรา 473

(2) ขอยกเวนตามมาตรา 483

1. ถาผูซื้อไดรูอยูแลว แตในเวลาซื้อขายวา
มี ค วามชํ า รุ ด บกพร อ งหรื อ ควรจะได รู
เชนนั้ นหากไดใ ชความระมัดระวัง อันจะ
พึงคาดหมายไดแตวิญูชน
2. ถาความชํารุดบกพรองนั้นเห็นประจักษ
แล ว ในเวลาส ง มอบ และผู ซื้ อ รั บ เอา
ทรัพยสินนั้นไวโดยมิไดอิดเอื้อน
3. ถาทรัพยสินนั้นไดขายทอดตลาด”
Faculty of Law

Payap University

68

34

ขอสังเกต:
การทีผ่ ูซื้อไดรู หรือ ควรจะไดรอู ยูแลวหากไดใชความระมัดระวังตามวิญูชนพึงคาดหมาย
ไดวามีความชํารุดบกพรองอยูแลวในเวลาซื้อขาย แตกลับ เขาทําสัญญาซื้อขายเปนหลักที่
ตั้งอยูบนหลักกฎหมายโรมันที่วา “ผูซื้อพึงระวัง”
หมายถึง ผูรูผิดรูชอบตามปกติ ตรงกับ ภาษาอังกฤษวา
“a person of ordinary”
ความชํารุดบกพรองนั้นเปนประจักษแลวในเวลาสง
มอบ และผูซื้อรับเอาทรัพยสินนั้นไวโดยมิไดอิดเอื้อน
แสดงอาการการปฏิเสธ บิดพลิ้ว คัดคาน หรือทักทวง
และรวมทั้ ง การตั้ ง ข อ สงวน (reservation) ว า จะไม
คัดคานตอนนี้แตอาจคัดคานในภาพหลังดวย

Faculty of Law

Payap University

69

รถจักรยานยนตคันที่สงมาใหมันชํารุด
...ผมไมขอรับหรือถาจะรับไวกอ นก็
ไดแตตองจัดการแกไขใหดวย

แมขณะเขาทําสัญญาผูซื้อจะใชความระมัดระวังแลวในการตรวจดูท รัพยสินที่ซื้อ ซึ่ง
ขณะทําสัญญาผูซื้ออาจไมพบเห็นความชํารุดบกพรอง แตหากในเวลาสงมอบผูซื้อก็ยัง
มีหนาที่ที่จะตองระมัดระวังตรวจรับทรัพยสินนั้นดวย หากพบการชํารุดบกพรองและ
ยังรับเอาการชํา ระหนี้นั้น โดยไมอิ ดเอื้อน เชนนี้ผู ซื้อก็ไมอ าจอาจเหตุแหงการชํารุ ด
บกพรองนั้นใหผูขายตองรับผิดอีก ซึ่งเปนหลักกฎหมายที่สอดคลองกับหลักทั่วไปที่วา
ผูซื้อซึ่งอยูในฐานะของเจาหนี้ที่มีสิทธิเรียกใหผูขายสงมอบทรัพยตามที่ตกลงไวและ
ลูกหนี้ตองชําระหนี้ใหตองตามประสงคแหงสัญญาดวยตามมาตรา 215
Faculty of Law

Payap University

70

35

คําพิพากษาฎีกาที่ 5581/2533
โจทก ซื้อ กระปอ งสํ า หรั บบรรจุ ป ลากั บ น้ํา ซอส มะเขือ เทศ จากจํ าเลยเมื่ อ กระป อ ง
ดังกล าวเป นสนิม และมี ความชํารุ ดบกพรองอยางอื่ น ซึ่ งเปน ผลมาจากการผลิ ตของ
จําเลย อันเปนเหตุใหเสื่อมความเหมาะสมแกประโยชนที่มุงหมายโดยสัญญาจําเลยตอง
รับผิดชดใชคาเสียหายใหโจทกตาม ป.พ.พ. มาตรา 472 แมโจทกจะรับ ของจากจําเลย
โดยไมอิดเอื้อน แตขณะที่มีการสงมอบของนั้นความชํารุดบกพรองยังไมเปนอันเห็น
ประจักษ จําเลยก็หาพนจากความรับผิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 473(2) ไม จําเลยทราบดีวา
โจทกซื้อกระปองดังกลาวเพื่อนําไปขายตอใหแกผูซื้อในประเทศพมา การที่โจทกตอง
เสียคาขนสงกระปองทดแทนสวนที่ชํารุดบกพรองไปใหผูซื้อเพิ่มเติมจึงเปนคาเสียหาย
อัน เกิด แต พฤติ การณ พิเ ศษ ซึ่ ง จํา เลยได คาดเห็ น หรือ ควรจะได ค าดเห็ นพฤติก ารณ
เชนนั้นลวงหนากอนแลว แมโจทกจะนําสืบจํานวนคาเสียหายสวนนี้ไมไดความแนชัด
ศาลก็กําหนดใหโจทกตามควรแกพฤติการณ.

Faculty of Law

Payap University

71

สิทธิของผูซื้อกรณีมีการชํารุดบกพรอง
1. ผูซื้อมีสิทธิยึดหนวงราคา(มาตรา 488)
2. ผูซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาซื้อขาย(มาตรา 387)
3. ผูซื้อมีสิทธิเรียกเงินที่ชําระไปแลวคืนไดหากมีการเลิกสัญญา
4. ผูซื้อมีสิทธิเรียกคาเสียหายอยางอื่น ที่เกิดขึ้นจากการสงมอบทรัพยที่ชํารุดบกพรอง
(มาตรา 215, มาตรา 222)
จะเปลี่ยนคันใหมไดไหม ?
จะขอลดราคาไดไหม ?

Faculty of Law

Payap University

72

36

ความรับผิดในกรณีทรัพยสินที่ซื้อขายถูกรอนสิทธิ์
การรอนสิทธิ์ (มาตรา 472, มาตรา 479) หมายถึง การที่บุคคลภายนอกกอการรบกวนขัดสิท ธิ
โดยอางวาตนมีสิทธิเหนือทรัพยสินนั้นทําใหผูซื้อไมสามารถครอบครองและใชป ระโยชนใน
ทรัพยสินนั้นไดโดยปกติสุข เปนเหตุให
ทรัพยสินซึ่งซื้อขายนั้นหลุดไปจากผูซื้อทั้งหมดหรือแตบางสวน
ทรัพยสินนั้นตกอยูในบังคับแหงสิทธิอยางหนึ่งอยางใดเปนเหตุให
เสื่อมประโยชนอันจะพึงไดแตทรัพยสินนั้น

เสื่อมราคา

เชน อางวาเปนเจาของที่แทจริง, เปนผูไดกรรมสิท ธิ์มาโดย
การครอบครองปรปกษ, อางวามีสิท ธิอาศัย, สิท ธิเก็บ กิน,
สิทธิตามสัญญาเชา (มาตรา 569) เปนตน
Faculty of Law

Payap University

73

ขอยกเวนความรับผิดของผูขายกรณีมีการรอนสิทธิ์
1. มีการทําสัญญายกเวนความรับผิดในกรณีดังกลาวไว (มาตรา 483)
2. เปนการซื้อขายในกรณี ดังตอไปนี้
- (มาตรา 476) กรณีผูซื้อรูอยูแลวในเวลาซื้อขายวามีผูอื่นกอการรบกวน
ขัดสิทธิหรือมีสิทธิดีกวาผูซื้อ
- (มาตรา 480) กรณีการซื้อขายอสังหาริมทรัพย และอสังหาริมทรัพยนั้น
ตกอยูในบังคับแหงภารจํายอมโดยกฎหมาย (มาตรา 1401) ผูขายไมตอง
รับผิด เวนแตผูขายจะรับรองไวในสัญญาวา ทรัพยสินนั้นปลอดจาก
ภาระจํายอมใด ๆ ทั้งสิ้นหรือภารจํายอมนั้น

Faculty of Law

Payap University

74

37

ขอยกเวนความรับผิดของผูขายกรณีมีการรอนสิทธิ์(2)
3. ผูซื้อสูญเสียทรัพยไปดวยความผิดของผูซื้อเองในกรณีตอไปนี(้ มาตรา 482)
(1) ถ า ไม มี ก ารฟ อ งคดี และผู ข ายพิ สู จ น ไ ด ว า สิ ท ธิ ข องผู ซื้ อ ได สู ญ ไปโดย
ความผิดของผูซื้อเอง หรือ
(2) ถาผูซื้อไมไดเรียกผูขายเขามาในคดี และผูขายพิสูจนไดวาถาไดเรียกเขามา
คดีฝายผูซื้อจะชนะ หรือ
(3) ถาผูขายไดเขามาในคดี แตศาลไดยกคําเรียกรองของผูซื้อเสียเพราะความผิด
ของผูซื้อเอง
แตถาผูขายถูกศาลหมายเรียกใหเขามาในคดีแลวไมยอมเขาวาคดีรวมเปนจําเลย
หรือรวมเปนโจทกกบั ผูซื้อผูขายยังตองรับผิดอยู

Faculty of Law

Payap University

75

การขายฝาก (มาตรา 491)
การขายตามตัวอยาง (มาตรา 503 วรรคแรก)

การซื้อขายที่
มีลักษณะเฉพาะ

การขายตามคําพรรณนา (มาตรา 503 วรรคสอง)
การขายเพื่อชอบ (มาตรา 505)
การขายทอดตลาด (มาตรา 509)

Faculty of Law

Payap University

76

38

จบสวนที่ 1.

Faculty of Law

Payap University

77

39