Executive Summery


Participatory Technocracy:
A New World of Standardized Political Platform
โดย นายศิวัช อาจารวงศ์
Email: siwat4d@gmail.com
www.smartthailand.blogspot.com

สิง
่ ใดๆก็ตาม ไม่ว่าจะเป็ นสินค้า บริการ ระบบ ฯลฯ ที่มีการนำาไปใช้กันอย่าง
แพร่หลายในหม่่ผ้่บริโภคย่อมก่อให้เกิดผลกระทบแน่ นอน ดังนั้น จึงจำาเป็ นอย่าง
ยิง
่ ต้องมีหน่ วยงานกลางเป็ นผ้่กำาหนดมาตรฐาน และคอยกำากับด่แลให้เป็ นไปตาม
มาตรฐานที่วางไว้ เช่น มาตรฐาน ไอเอสโอ, มอก. ฯลฯ
แต่ทางด้านการเมืองกลับไม่มีใครสามารถกำาหนดให้เกิดมาตรฐานได้เลยนับร้อยๆ
ปี มาแล้ว การเมืองในโลกที่กำาลังแบนราบลงนี้ จึงไม่มีมาตรฐาน ไม่เคยมี
มาตรฐาน โลกเรานี้ จึงสับสนว่่นวายมากยิง
่ ขึ้น ส่ม
่ เสี่ยงมากยิ่งขึ้น ยิง
่ เจริญ ยิ่ง
เสื่อม ยิง
่ พัฒนา ยิง
่ ไม่ม่ันคง
การเมืองร่ปแบบเดิมๆ โดยเฉพาะการเมืองแบบไทยๆด้วยแล้ว วิธีการ หรือระบบ
ที่ให้ได้นักการเมืองเข้ามาทำางานอาสานั้นง่ายเกินไป แค่มีค่ณสมบัตค
ิ รบตาม
กฎหมายกำาหนดก็สามารถสมัครเข้าส่่แวดวงการเมืองได้แล้ว เปรียบได้กับ การใช้
ตะแกรงกรองนำ้าไว้บริโภค ซึ่งใช้ไม่ได้เพราะนำ้าที่ได้เหมาะสำาหรับไว้ล้างเท้าได้
เท่านั้น ดังนั้นเราจึงต้องมีระบบการคัดกรองนักการเมือง (Politician Filtration)
เปรียบได้กับการใช้เครื่องกรองนำ้าค่ณภาพดีไว้กรองนำ้าบริโภค นำ้าที่ได้จึง
ปราศจากเชื้อโรคหรือสารที่อาจเป็ นอันตรายต่อชีวิตเรา
ระบบนี้ เป็ นระบบที่คนดีมีค่ณธรรมพร้อมจริงๆปกครองบ้านเมืองอย่างแท้จริง เมื่อ
คนดีบริหารบ้านเมือง บริหารเงินภาษีประชาชน ย่อมตระหนักถึงภาระหน้าที่
ความรับผิดชอบต่อประชาชน จะคิดจะทำาสิง
่ ใดย่อมสำานึ กถึงประโยชน์ส่ขของ
ประชาชนโดยรวม ผ้่นำาระบบใหม่น้ี จะพยายามดึงสิง
่ อย่่นอกวงกลมกลับเข้าส่่
ภายในวงกลม(ประโยชน์ส่ขของปวงชน) ซึ่งระบบเดิมๆที่เป็ นอย่่น้ี นักการเมืองจะ
พยายามท่กวิถีทางดึงผลประโยชน์ของปวงชนไป
แบ่งกันเอง เขี่ยไปกินกันนอกวงกลม เช่นการรับสินบน การโกงกินต่างๆ การ
โกงกินเชิงนโยบาย เป็ นต้น

หน้าที่1

Participatory Technocracy:
A New world of Standardized Political Platform

ประกอบด้วย

1. ระบบการคัดกรองนักการเมือง (politician filtration)
2. เงินทุนทางการเมือง (money politics) (ใช้เงินเพียง 25,000 ล้านบาท
สามารถซื้อประเทศไทยได้ —โปรดอ่านที่
www.smartthailand.blogspot.com)
3. สื่อกระแสหลัก (mainstream media Transformation)
4. เปลีย
่ นการยึดพื้นทีเ่ ขตเลือกตัง
้ เป็ น กลุ่มอายุของประชาชน (Election
Based Demographics)
วัตถุประสงค์ในการสร้างระบบการคัดกรองนักการเมือง
1. เพื่อสนองพระบรมราโชวาท ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่่หัว ที่เคยตรัสไว้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512
" ในบ้านเมืองนั้น มีท้ังคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำาให้คนท่กคนเป็ นคนดีได้ท้ังหมด การทำาให้
บ้านเมืองมีความปรกติส่ขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำาให้ท่กคนเป็ นคนดี หากแต่อย่่ท่ีการส่งเสริมคนดี
ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบค่มคนไม่ดีไม่ให้มีอำานาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนว่่นวายได้"
พระองค์ทรงมีพระปรีชาญาณ และทรงเข้าพระทัยในความเป็ น คน ของท่กๆคน อย่างดีเยี่ยม ซึ่งมี
ทั้งดีและไม่ดีในตัวคนเดียว แต่น่าเสียดาย ท่กฝ่ ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนักการเมือง ตลอด 40
กว่าปี ตั้งแต่พระองค์ทรงตรัสไว้ การเมืองไทยพัฒนาไปช้ามากๆ ล้มล่กคล่กคลาน วนอย่่ในอ่าง
เดินหน้าไปก้าวหนึ่ ง ถอยหลังมาสองก้าว นักการเมืองขาดจิตสำานึ ก ยังคงเป็ นเหมือนเดิม และ
ทำานายได้เลยว่า จะเป็ นอย่างนี้ อีกต่อไป ตราบใดที่เรายังไม่ล่กขึ้นมาจักการ สร้างระบบการคัด
กรองนักการเมือง ตีกรอบ และเรายังคงเปลี่ยนแปลงกรอบ นั้นได้เอง อย่าได้ให้สิทธิข
์ าดให้การ
กำาหนดกรอบ ที่ว่านี้ แก่นักการเมือง เพราะ นักการเมืองก็จะเปลี่ยนแปลง แก้ไข ตามที่ตัวเองอยาก
ได้ โดยไม่ได้คำานึ งถึงคนส่วนใหญ่
2. เพื่อความเที่ยงธรรม (Objective justice) เพื่อให้ระบบได้ทำาหน้าที่ ได้อย่างเที่ยงธรรมที่ส่ด
ไม่โน้มเอียงไปฝ่ ายหนึ่ งฝ่ ายใด หรือลดข้อโต้แย้งต่างๆได้ เพราะเป็ นวิทยาศาสตร์ เป็ นที่เชื่อถือ
ยอมรับในท่กๆฝ่ าย
3. เป็ นการป้ องกันล่วงหน้าสองชั้น (Double Active Protection) เพื่อให้ได้เกิดการคัดกรองผ้่ท่ี
จะเข้าส่่แวดวงการเมือง ที่มีค่ณสมบัติมากว่าเดิม ที่แค่มีค่ณสมบัติครบตามกฎหมายกำาหนด ก็
สามารถเข้าส่่การเมืองได้แล้ว แต่ในความเป็ นจริง ไม่เพียงพออีกต่อไป เราจึงต้องสร้างโปรแกรม
ซอฟท์แวร์ต่างๆ เพื่อเป็ นเครื่องมือช่วยในการวิเคราะห์ คัดเลือกบ่คคลที่จะอาสาเข้าทำางาน
การเมือง เช่น ทัศนคติ (Attitude) ท่าที (response) กระบวนทัศน์ (Mindset) ความม่่งมั่น
ทางการเมือง (Political will) นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจสอบลงลึกถึงเบื้องหน้า เบื้องหลัง
(Back ground) ของคนที่จะอาสาทำางานการเมือง วิธีคิดนี้ เป็ นเสมือนไส้กรองของเครื่องกรองนำ้า
ที่มีค่ณภาพส่ง ซึ่งแต่เดิมๆนั้น การรับสมัครผ้่ทำางานการเมืองให้มีเพียงค่ณสมบัติตามที่กฎหมาย
กำาหนด ก็สามารถสมัครได้แล้ว ซึ่งบอกไม่ได้ว่า คนที่ผ่านการคัดเลือกแบบเดิมๆนั้นเป็ นคนดี มี
ความร้่ มีค่ณธรรม ปัญหาการเมืองของโลกนี้ จึงแก้ไขได้ยากยิ่ง
อันที่จริงการคัดเลือกบ่คลากรแบบนี้ ในภาคเอกชนมีมาเนิ นนานแล้วที่เราเรียกว่า การคัดเลือก
บ่คคลากรเข้าทำางาน (Recruitment) แต่ไม่เคยมีการนำามาใช้คัดเลือกนักการเมืองเลยในโลกนี้
และเราก็เชื่อมัน
่ ว่า หากประเทศไทยสามารถนำาระบบการคัดกรองนักการเมืองมาใช้ได้
สำาเร็จ ประเทศต่างๆในโลกนี้ จะนำาไปใช้อย่างแพร่หลาย เพราะเป็นการสร้าง
ประชาธิปไตยทางลัด ทีไ
่ ด้ผลอย่างยิง
่ ไม่ต้องเรียนร้่แบบลองผิดลองถ่กอีกต่อไป และไม่
สามารถสร้างความยั่งยืนได้หากพัฒนาเลียนแบบประเทศตะวันตก นักการเมืองที่ได้ผ่านระบบนี้
เราจึงมั่นใจว่า เป็ นนักการเองที่ท่มเท ม่่งมั่นทำางานการเมือง เสียสละ ทำางานเพื่อประชาชนอย่าง
แท้จริง เรียกได้ว่า ต้องได้คนดี มีความร้่ มีค่ณธรรมอย่างแท้จริง นั่นเอง
4. เตรียมความพร้อมผ้่สมัคร เป็ นการเตรียมตัวผ้่สนใจทำางานการเมืองล่วงหน้า คงไม่มีใครตัดสิน
ใจจะทำางานการเมืองโดยไม่มีการวางแผนล่วงหน้า หรือวางแผนล่วงหน้าแค่ไม่ก่ีเดือนเป็ นแน่ หรือ
อาจจะมีบ่คคลเหล่านี้ อย่่ ยิ่งไม่สมควรได้รับโอกาสเข้าส่่แวดวงการเมืองโดยเด็ดขาด เพราะขนาด
ตัวเองยังไม่ร้่จักคิดวางแผนการล่วงหน้า แล้วจะทำาอะไรเพื่อใครได้
หน้าที่2

5. ให้อำานาจการตัดสินใจไว้ในมือของประชาชนท่กคน(User Generated Content and
Examination-UGCE) อันนี้ สำาคัญมาก ถือได้ว่าเป็ นหัวใจของระบบประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม
ของภาพพลเมืองอย่างแท้จริง ภาคประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองตั้งแต่ต้นนำ้ายันปลายนำ้า จะ
สอดคล้องกับสภาวะโลกที่แบนราบลงตลอดเวลา ไม่เฉพาะ คนที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งเท่านั้นที่มี
สิทธิ ์ คนที่มีอาย่ไม่ถึงเกณฑ์เลือกตั้งตำ่ากว่า อาย่ 18 ปี หรือ คนอื่นๆ ที่สนใจ อาจเป็ นชาวต่างชาติ
ที่รักประเทศไทย สนใจประเทศไทย พ่ดภาษาไทยได้ เขียนภาษาไทยได้ หรือมีล่กหลานเป็ นคน
ไทย ได้ชว
่ ยกันตรวจสอบ ด่แล เป็ นห่เป็ นตา สิ่งที่ได้พบเห็น หรือรับร้่พฤติการณ์ของเหล่า "ว่าที่"
นักการเมือง ไปในทางมิชอบ ไม่เป็ นเยี่ยงอย่างที่ดี แล้วรายงานเป็ นข่าว พร้อม ภาพ หรือวิดีโอ
ประกอบ(ถ้ามี) ส่่เว็บไซต์ (Social software) ที่ได้จัดทำาไว้ ให้ใช้อย่างง่ายๆ อย่างลื่นไหล เพราะ
หากได้นักการเมืองเข้ามาแล้ว ได้รับโปรดเกล้า เป็ นรัฐมนตรี บริหารราชการแผ่นดิน ตัดสินใจผิด
พลาด จะส่งผลกระทบถึงท่กๆคน ไม่เฉพาะ ผ้่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งเท่านั้น
นอกจากนี้ ผ้่คนทั่วไปยังสามารถเสนอแนะ วิธีการ แนวความคิด หรืออะไรก็ตามที่ช่วยกัน
สร้างสรรค์แบบเปิ ด(Open Creative Collaboration or crown sourcing) เป็ นการร่วมแรง
ร่วมใจกันของคนในสังคมโลก ของประเทศ ของช่มชน ที่อยากเห็นสิ่งดีดี เกิดขึน
้ ให้สังคมอย่อ
่ ย่าง
เป็ นปรกติส่ข และเป็ นธรรม
การรังสรรค์ร่วมกันแบบเปิ ด(Open Creative Collaboration or crown sourcing) เป็ นสิ่ง
สำาคัญอย่างยิ่งในโลกนับต่อแต่น้ี ไป เพราะจะเป็ นการระดมความคิดของผ้่ร้่ต่างๆ องค์ความร้่ต่างๆ
ที่กระจัดกระจายกันอย่่ท่ัวโลก ให้สามารถรวบรวมได้และถ่ายถอดเป็ นกระบวนการส่่แนวทาง
ปฏิบัติได้จริง ในการแก้ไขปัญหายากๆ ต่างๆของสังคมโลกได้อย่างทันตามกรอบเวลา และ
ประหยัดต้นท่นได้อย่างมหาศาล เมื่อเปรียบเทียบกับการจ้างนักวิจัยแบบเดิมๆ
6 เป็ นการสร้างมาตรฐานใหม่ทางการเมือง (A New Political Standardization) ในโลกใบนี้ มี
เรื่องแปลก และผิดปรกติมากมายที่มีผ้่คนพ่ดถึง แต่เรื่องแปลก ประหลาด และผิดปรกติทางการ
เมืองในโลกนี้ ท่ีเป็ นระบอบประชาธิปไตย ควบค่่ไปกับระบบเศรษฐกิจท่นนิ ยมเสรี กลับมีคนเก็บอม
ไว้ ไม่แก้ไข ไม่สร้างให้เป็ นมาตรฐาน
งบประมาณประจำาปี ของประเทศไทย มาจากเงินภาษีอากรของประชาชนทั้งประเทศ สำาหรับปี
2554 มีไม่นอ
้ ยกว่า 2 ล้านล้านบาท บริหารจัดการโดยนักการเมือง ที่ไม่มีมาตรฐาน ขาด
จิตสำานึ ก ขาดความรับผิดชอบ จริงจัง ม่่งมั่น ขาดภ่มิความร้่มากพอ ที่จะจัดการให้เกิดประโยชน์ต่อ
ประชาชนโดยรวมส่งส่ด หากเป็ นบริษท
ั ห้างร้านเอกชนที่ไหนๆในโลกก็จะต้องมีเครื่องมือทดสอบ
ตรวจสอบ ความสามารถ ประวัติการทำางาน เบื้องหลัง ภ่มิหลัง ทัศนคติ กระบวนทัศน์ วิสัยทัศน์
ต่างๆ เพื่อให้แน่ ใจว่า จะสามารถบริหารจัดการเงิน หรืองบประมาณประจำาปี ให้เกิดประสิทธิผล
ส่งส่ด แก่ผ้่ถือห้่น หากเป็ นรัฐบาลก็ได้แก่ประโยชน์ประชาชนโดยรวมส่งส่ด
ทำาให้การเมืองมีมาตรฐาน ซึ่งยังไม่เคยมีมาตรฐานใดๆเลยในโลกใบนี้ แม้แต่ประเทศต้นคิด
อย่างประเทศอังกฤษ หรือประเทศเจริญแล้วทั้งปวง ในระบบท่นนิ ยมเสรี ซึ่งให้สิทธิ เสรีภาพแก่
บ่คคล และนิ ติบ่คคล อย่างมากมาย และลดบทบาทภาครัฐลง หากระบบไร้มาตรฐาน ก็จะทำาให้
เกิดการแย่งชิงท่กสิ่ง สังคมจะว่่นวาย สังคมจะไร้ความเป็ นธรรมอย่างยิ่ง
หากการเมืองได้มาตรฐาน ทั้งคนและระบบได้มาตรฐาน แม้ผ้่มีสิทธิอ์ อกเสียงเลือกตั้งตัดสินใจ
เลือกคน หรือพรรคการเมืองผิด อย่างน้อยก็ผิดบนมาตรฐานหนึ่ ง ซึ่งแต่เดิม ไม่เคยมีมาตรฐาน
รองรับ

1. ระบบการคัดกรองนักการเมือง จะคัดสรรคนดี มีจิตสำานึ กใหม่ท่ีดี จิตสาธารณะ เสีย

สละ มีความร้่ค่ค่ณธรรม จากการลงทะเบียนสมัครของผ้่ท่ีสนใจ อาสาจะทำางานการเมืองใน
อนาคต ผ่านทาง ซอฟท์แวร์ด้านสังคมนี้ (Social software) สมม่ติมี “ว่าที่นักการเมืองไทย” 30
ล้านคนลงทะเบียนไว้ บ่คคลเหล่านี้ จะถ่กติดตามตรวจสอบท่กอย่าง อย่างเข้มข้น จากท่กสายตา
จากท่กสถานที่ ท่กช่องทาง ทั้งออนไลน์ และ ออฟไลน์(ในการดำาเนิ นชีวิตจริง) เป็ นเวลาอย่างน้อย
3-5 ปี ซึ่งแบบเดิมๆ ไม่เคยมี ทั้งนี้ เพราะเราต้องได้คนที่ดีมีค่ณธรรมจริงๆเสียก่อน หลังจากนั้น จะ
มีคณะกรรมการอิสระช่ดหนึ่ ง วัดผล ทดสอบ ด้วยเครื่องเมือทางวิทยาศาสตร์ หากผ่านก็รับรองผล
ให้เป็ นว่าที่ผ้่สมัครเป็ นนักการเมือง แล้วไปสมัครพรรคการเมือง แล้วจึงลงสมัครรับเลือกตั้งต่อไป
นี่ เป็ นการสร้างมาตรฐานนักการเมืองผ่านประชาชน นักการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งนี้ น่ าจะเชื่อได้ว่า
เป็ นคนดีจริง อย่างน้อยก็บนมาตรฐานหนึ่ ง หากผิดพลาดขึ้นมา(ได้คนไม่ดีจริง) คนเหล่านี้ ก็จะอย่่
ไม่ได้ ด้วยวิธีการต่างๆของภาคประชาชน จนต้องออกไป นักการเมืองที่ได้จากระบบนี้ จะไปสร้าง
ระบบที่ดีเอง คัดเลือก คนอื่นๆ มาร่วมงานก็จะดีไปด้วย ทำานโยบายสาธารณะดีดี ม่่งมั่น เสียสละ
ทำาเพื่อส่วนรวม และเป็ นเยี่ยงอย่างที่ดีให้เยาวชนด้วย

หน้าที่3

ระบบการคัดกรองนักการเมือง (Politician Filtration) ประกอบด้วย
1. Social software หรือ ซอฟท์แวร์ด้านสังคมและการเมืองเป็นหลัก หรือ

จะเรียกให้เข้าใจง่ายๆ ว่า เว็บไซต์ก็ได้ แต่เป็นเว็บไซต์ทีใ่ ห้บริการทีห
่ ลากหลาย
ด้านสังคม และการเมืองสามารถให้ใคร ก็ได้ มาปฏิสัมพันธ์กันได้ในทุกมิติ ไม่
ว่าจะขีดเขียน (blogs) แก้ไข (wikis) แสดงความคิดเห็น (blogs, forum)
ค้นหา (Search) พูดคุยสดๆ (Instant messaging, e-learning, webinar)
อัพโหลด (upload) ดาวน์โหลด (download) จัดเก็บรวบรวมข้อมูล
(storage) ไว้เอง ไม่ต้องให้ผู้ใช้จัดเก็บ การโต้เถียง ถกเถียงด้วยเหตุด้วยผล
(Deliberative social networks >>> Deliberative Democracy)
สร้างสรรค์ เพื่อหาข้อสรุปทีด
่ ีงาม เหมาะสม ตลอดจนสามารถ นำาโปรแกรม
อื่นๆ มา ผสมโรง (mash ups) ได้ด้วย จะเป็นเว็บไซต์กลาง (web service) ที่
คอยให้บริการข้อมูลทุกอย่าง โดยเฉพาะ ด้านการเมือง(เพราะเน้นการเมือง)
และใช้ได้ง่าย ลื่นไหล คล่องแคล้ว รวดเร็ว เป็นเว็บไซต์เปิด (Open
platforms) เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อ เชื่อมโยง ทัง
้ แนวคิด ข้อเท็จจริง และองค์
ความรู้ต่างๆทัว
่ โลก จะได้เกิดความร่วมแรงร่วมใจกัน สร้างสรรค์สิง
่ ทีด
่ ีงาม
เพื่อสังคมอุดมปั ญญา และคุณธรรม

ภาพด้านล่าง (ภาพที1
่ และ 2) เป็นองค์ประกอบต่างๆทีเ่ ป็น Social software หรือ
เว็บไซต์ บนแนวคิด เว็บ 2.0 ทีจ
่ ะใช่เป็นส่วนหนึ่ งของระบบการคัดกรองนักการ
เมือง ทีจ
่ ะเป็นเครื่องมือให้ประชาชนทัว
่ ไป และฝ่ายบริหาร (รัฐบาล) ติดต่อเข้า
ถึงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทันกาล อย่างไม่เคยมีมาก่อน

หน้าที่4

ภาพที่2
Social software นี้ ในอนาคตสามารถใช้ในการเลือกตัง
้ ผ่านทางออนไลน์ได้ เมื่อ
สามารถหาความแน่ นอน แม่นยำาในการพิสูจน์เอกลักษณ์บค
ุ คล (Personal
Identification) ได้ ไม่จำาเป็นต้อง ออกไปลงคะแนนเลือกตัง
้ ณ คูหาเลือกตัง

อีกต่อไป อย่ท
ู ีไ
่ หนก็สามารถลงคะแนนเลือกตัง
้ ได้ โกงคะแนนเลือกตัง
้ ไม่ได้
และทราบผลการเลือกตัง
้ ได้ทันที เรียกว่า เป็นระบบ E-democracy

2.Cloud computing มีทัง้ ส่วนทีเ่ ป็น hardware and software ที่ เป็น

โครงสร้างพื้นฐานทางด้านการจัดเก็บ ประมวลผล ข้อมูล ได้อย่างตรงตามความ
ต้องการของผู้ใช้ ไม่ว่าข้อมูลจะมากน้อยแค่ไหนก็สามารถให้บริการได้ ไม่ว่าผู้
ใช้บริการจะอยู่แห่งหนใดก็สามารถเข้าถึงได้ อย่างไม่ติดขัด อันนี้ สำาคัญมาก
เพราะเมื่อมีผู้ใช้บริการจำานวนมากๆ ระบบ hosting server ทัว
่ ไปไม่สามารถ
รองรับได้ หรือไม่เสถียร

3. ระบบการวิเคราะห์ (Analytics)

จะใช้เพื่อวัดผลการคัดกรองให้เกิดความแม่นยำา เทีย
่ งตรง ไม่ลำาเอียง เป็น
วิทยาศาสตร์ ทำาให้มีข้อโต้แย้งน้อย โปรแกรมการวิเคราะห์มเี ป็น ร้อยๆ แบบ
ไว้ให้เลือกหา เลือกใช้ หรือ ออกแบบ เขียนโปรแกรมใหม่เอง ก็ย่อมได้
4. คณะกรรมการอิสระ E-Democracy เป็นคณะบุคคลที่ เป็นทีเ่ ชื่อถือ
ยอมรับของประชาชนทัว
่ ไป 7 คน (เป็นตัวอย่าง) เช่น คุณอานันท์ ปั นยารชุน,
หมอประเวศ วสี, คุณไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม คุณชัชวาลย์ ทองดีเลิศ คุณวนิ ษา

เรซ (หนูดี) คุณรสนา โตสิตระกูล คุณโคทม อารียา อ. วรเจตน์ ภาคีรัตน์ อ.
คณิ ต ณ นคร เป็นต้น คุณสมบัติคณะกรรมการอิสระนี้ ต้อง...

หน้าที่5





เป็ นนักประชาธิปไตยในสายเลือด ทำางานร่วมกับผ้่อ่ ืนได้ดีมาก
มีความเที่ยงธรรม ยึดมั่นในประโยชน์ประชาชนส่งส่ด
ทัศนคติเชิงบวก กรอบแนวคิดที่ไม่ยึดติดในหลักเกณฑ์เดิมๆ
ซื่อสัตย์ ส่จริต มีจริยธรรม กล้าหาญที่จะแสดงจ่ดยืนที่ถ่กต้องดีงาม
มีพฤติการณ์ ประวัติ ดีเด่นมาโดยตลอด

หน้าทีค
่ วามรับผิดชอบของคณะกรรมการอิสระ E-democracy
1. บริหารจัดการข้อมูล คน ระบบการคัดกรองนักการเมือง ให้เกิดความเที่ยงธรรม
โปร่งใส ตรวจสอบได้ 24/7 ใช้เครื่องมือการวิเคราะห์ ให้เกิดประโยชน์ส่งส่ด เพื่อให้เกิด
ความแม่นยำา เที่ยงธรรมในการคัดกรอง นักการเมือง หลังจากที่เหล่า "ว่าที่" นักการ
เมือง ได้ลงทะเบียนเพื่ออาสาทำางานการเมืองไว้กับ เว็บไซต์กลางเป็ นระยะเวลา 3-5 ปี
เพื่อให้ประชาชนทั่วไป ทั้งประเทศ ได้ตรวจสอบประวัติ พฤติกรรม ทั้งส่วนตัว และ
ครอบครัว ถึงพร้อมด้วยค่ณสมบัติ ทัศนคติ กรอบแนวคิด จริยธรรม ในการจะอาสา
ทำางานสาธารณะได้ เมื่อคณะกรรมการอิสระมีมติเห็นชอบเสียงข้างมาก 5 คน (ตัวอย่าง)
นักการเมืองผ้่น้ันจึงจะได้รับใบประกาศรับรองเป็ นนักอาสาทำางานการเมืองได้ แล้วจึงไป
สมัครเข้าสังกัด พรรคการเมืองต่อไป
ระบบการคัดกรองนักการเมืองนี้ เป็ นการคัดกรองจากคนจำานวนเรือนล้านที่ลงทะเบียนไว้
กับเว็บไซต์ด้านสังคม(Social software) เพื่อเฟ้ นหาคนทำางานสาธารณะด้านการเมือง
จึงน่ าจะได้คัดเลือกนักการเมืองที่ดีท่ีส่ด 3,000 คน 5,000 คน หรือ 10,000 คน จากคน
เรือนล้าน มิใช่ แค่วัดผลว่าได้คะแนน ร้อยละ 50 ก็เพียงพอแล้ว พ่ดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ
ท่กคนต้องตั้งใจแข่งกันทำาความดีอย่างแท้จริง (ถ้าอยากทำางานสาธารณะ) เพราะ ถ้าค่ณ
ไม่ดีพร้อมจริง ก็จะไม่สามารถผ่านเกณฑ์การคัดกรองได้ ก็ยังไม่สามารถสมัครรับเลือกตั้ง
ได้ เมื่อผ่านการคัดกรองแล้ว ได้ใบประกาศแล้ว สมัครพรรคการเมือง หรือไม่ก็ตาม จึงจะ
ถึงขั้นตอนการรับสมัครเลือกตั้ง เมื่อมีการเลือกตั้ง อีกครั้งหนึ่ ง นี่ คือการสร้างระบบ
มาตรฐานด้านนักการเมือง เหมือน มาตรฐานสินค้าอ่ตสาหกรรม หรือ มอก. หรือ ด้าน
การผลิต เช่น GMP (Good Manufacturing Practice) ซึ่งในโลกแห่งความเป็ นจริง
แทบจะท่กอย่าง แทบท่กวงการ ต้องมีการทำาสินค้า หรือ บริการให้ได้มาตรฐานเพื่อให้
ผ้่คนได้เลือกใช้ เลือก กิน ได้อย่างปลอดภัย สมเหต่สมผล

2. เรื่องเงินทุนทีใ่ ช้ทางการเมือง (Money politics) สมัยการรบพ่่งระหว่าง

รัฐบาลสหรัฐอเมริกา กับ เผ่า Apache ซึ่งมีการจัดองค์กรแบบไร้หัว ไร้ท่ีต้ังของเมืองหลวง มีแต่
ผ้่นำาจิตวิญญาณ ย้ายถิ่นฐานไปเรื่อยๆ ที่ผ่านมานับร้อยร้อยปี จึงไม่มีใครสามารถรบพ่่งเอาชนะ
เผ่า Apache ได้เลย แม้แต่วัฒนธรรมอินคา (ปัจจ่บันเป็ นประเทศเม็กซิโก) ซึ่งเจริญส่ดในย่คนั้น
ซึ่งรัฐบาลสหรัฐอเมริกาสมัยนั้น ก็ไม่สามารถเอาชนะเหนื อ Apache ได้จนถึง ปี ค.ศ. 1919 จึงได้
คิดออกว่า จะจัดการเผ่า Apache ได้อย่างไร??

วิธีการก็คือ แจกวัว รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ออกนโยบายแจกวัวให้ชนเผ่า Apache ท่กครอบครัว ซึง

เป็ นสิ่งที่ต้องการและหายากยิ่ง ทำาให้ชนเผ่า Apache เริ่มยึดติดในวัตถ่ ปักหลัก ยื้อแย่ง อำานาจ
กันปกครองเพื่อให้ได้ประโยชน์จากวัว ให้มากที่ส่ด ผ้น
่ ำาจิตวิญญาณเริ่มหมดความหมาย พ่ดได้ว่า
เกิดกิเลส ความละโมบ เพราะยึดติดในวัตถ่ เหมือนอย่างการเมืองไทยตลอดมาจนบัดนี้ แต่กรณี
ประเทศไทยต้องเอาวัวออก นั่นคือเอาผลประโยชน์ท่กร่ปแบบแยกออกจากการเมือง

หน้าที่6

2.1 รับบริจาค (political advocacy) เช่น ต้องไม่ให้รับบริจาคเงินเกิน 10,000
บาทต่อรายต่อปี ไม่เกิน 50,000 บาทต่อนิ ติบ่คคลต่อปี ควรจำากัดให้นอ
้ ย เพื่อให้...

2.1.1 นักการเมืองทำางานการเมืองจริงจัง (จะได้ไม่"เล่นการเมือง") ขายนโยบาย ขายแนวคิด
ให้ประชาชนในวงกว้าง เมื่อ คนมีความม่่งมั่น ตั้งใจทำางานเพื่อส่วนรวมจริง กอปรกับ เสนอแนว
ความคิดที่ดีในการยกระดับค่ณภาพชีวิต การศึกษาให้กับประชาชน อย่างเป็ นร่ปธรรม ไม่ได้ขาย
ฝันเกินเหต่ ประชาชนก็จะร่วมบริจาคเงินให้เอง นักการเมืองจะลงไปสัมผัสกับชาวบ้าน รับร้่ รับ
ทราบปัญหา ในพื้นที่อย่างจริงจัง สมำ่าเสมอ

2.1.2 หากยังคงให้นักการเมืองรับเงินบริจาคได้ถึง 10 ล้านบาทต่อราย ตามรัฐธรรมน่ญ
ปี 50 นั้น นักการเมือง แค่น่ังค่ย กับ คนรวย หรือ บริษท
ั ต่างๆ เพียงไม่ก่ีรายก็ได้เงินก้อนโตมา

"เล่นการเมือง" ได้แล้ว เมื่อนั้น นักการเมืองก็ไปทำางานสนอง ให้กับคนเหล่านั้นก่อน ออกนโยบาย
หรือ ปกป้ องผลประโยชน์ของกล่่มคนเหล่านั้นก่อน โดยไม่สนใจนโยบายสาธารณะที่ดี ต่อผล
ประโยชน์ของประชาชนโดยรวม(ถ้าขัดผลประโยชน์นายท่นก็ไม่ทำา เช่นนโยบายภาษีท่ีเก็บจาก
คนรวย การค้่มครองผ้่บริโภค สัญญามาตรฐานต่างๆ ตลอดจนการเอาผิดลงโทษการไม่ทำาตาม
มาตรฐานของการบริการต่างๆ ) พ่ดให้ชัดๆก็คือ เมื่อคนคนหนึ่ งให้เงินใครเป็ นล้านๆบาท ก็ต้อง
หวังผลตอบแทนกลับคืนอย่างที่เห็นๆ กันอย่่ ทำาให้ประชาชนโดยรวมเสียหาย เสียผลประโยชน์
แห่งชาติ หรือ พยายามยักย้ายถ่ายเท ฉ้อฉล โกงกินผลประโยชน์ของประชาชน เช่นการประม่ล
โครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 G การประม่ลสัมปทานต่างๆ และโครงการอื่นๆ ทำาให้ประชาชนได้
รับบริการที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือ ค่าบริการแพงกว่าที่ควรจะเป็ น (เพราะนักการเมืองกินสินบนไป
ก่อนแล้ว)

ภาพที่3

หน้าที่7
จากภาพที3
่ ด้านบน ใช้กฎ “The Long Tail” ของ Chris Anderson อธิบายการมีส่วนร่วม
ทางการเมืองของภาคประชาชน ซึ่งเป็ นหัวใจของระบอบประชาธิปไตย(Participatory
Democracy) แกนตั้งเป็ นตัวแทนอำานาจทางการเมือง แกนนอนเป็ นประชาชนทั่วไป จะสังเกต
เห็นได้ว่า กล่่มคนที่ใช้อำานาจรัฐ และใกล้ชิดกับอำานาจรัฐนั้นเป็ นนักการเมือง (Government,
MPs) เท่านั้น ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศถ่กปกครอง ไร้หนทางมีส่วนร่วมทางการเมือง (นั่น
คือส่วนพื้นที่ส่วนหางของกราฟ) อำานาจอย่่ในมือนักการเมือง ประชาชนอย่ห
่ ่างมากกับอำานาจรัฐ
กลายเป็ นผ้่ถ่กปกครอง และนักการเมืองที่ใช้อำานาจผิดๆ นโยบายผิดๆ ปกครอง กดขี่ ข่ดรีด ซำ้า
เติมคนจน
และที่สำาคัญ นักการเมืองก็ไม่มีมาตรฐาน เสียด้วย จึงพบความจริงว่า ระบอบประชาธิปไตยแบบ
ตัวแทน (Representative Democracy) นี้ ผนวกกับระบบเศรษฐกิจท่นนิ ยมเสรี แบบตลาดส่ด
ขั้ว (Market Fundamentalism) อย่างเช่นประเทศ สหรัฐอเมริกา สร้างปัญหาให้แก่โลกเรา
อย่างมากมาย ไม่มีทางยั่งยืนไปได้
ช่วง 300 กว่าปี ที่ผ่านมา ตั้งแต่เริ่มมีการปฏิวัติอ่ตสาหกรรมในประเทศอังกฤษ เช่น ปัญหาโลก
ร้อน(Global warming) การทำาลาย ทำาร้ายสิ่งแวดล้อม จากระบบการผลิตอ่ตสาหกรรมต่างๆ ที่
ม่่งแต่สร้างผลตอบแทนในเชิงวัตถ่-เงิน และละเลย ทิ้งสิ่งที่ไม่ต้องการออกนอกรั้วบริษท
ั ตน หรือที่
นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า การผลักภาระ (Externality) ไปให้กับสิ่งแวดล้อม การแก้ปัญหาโลก
ร้อน (Global warming) จึงเปรียบได้กับมีคนแค่หยิบมือที่ใช้มอ
ื กลบหล่ม ในขณะที่คนส่วนใหญ่ใช้
เครื่องจักรกลขนาดใหญ่ข่ดหล่ม
ประชากรโลกราว 5,500 ล้าน จากประชากรโลก 7,000 ล้านคนที่มีรายได้นอ
้ ยกว่า 10 ดอลลาร์
(ประมาณ 300 บาท) ในบรรดา 5,000 ล้านคนนี้ มีคนจนราว 2,000 ล้านคนยากจนข้นแค้น

ดำารงชีวิตด้วยรายได้นอ
้ ยกว่า 1 ดอลลาร์ (ประมาณ 30 บาท) ต่อวัน ท่กวันนี้ เด็กๆ 750,000
คนในประเทศโซมาเลียกำาลังอดอาหารตายภายในสิ้นปี นี้ หากช่วยเหลือไม่ทัน

2.1.3 นักการเมืองจะเกิดจิตสำานึ กใหม่ ที่ต้องเสียสละเพื่อส่วนรวม ประชาชน (จำานวนมาก) ที่

สละเงินให้เขาเหล่านั้นเข้าไปทำางานการเมือง นักการเมืองก็จะดื้อด้านน้อยลง รับฟั งปัญหา
ประชาชนมากขึ้น และไม่ยึดติดในอำานาจ เก้าอี้ หรือผลประโยชน์ท่ีไม่ควรได้ เรียกได้ว่าเป็ นคนของ
ประชาชนอย่างแท้จริง นักการเมืองตั้งแต่อดีต จวบจนปัจจ่บันนี้ ไม่ใช่ แต่เป็ นคนของนักธ่รกิจ เป็ น
นักการเมืองของพรรค และพรรคก็เป็ นของนักธ่รกิจ

"Politicians should be your humble servants, not your all powerful
masters" Miroslav Kolar, August 17, 2005

2.1.4 การเมืองไม่ได้ผ่กติดอย่่กับคนรวย พวกพ้อง หรือเครือญาติ อีกต่อไป ใครๆก็

สามารถได้รับเลือก ถ้ามีความม่่งมั่น เสียสละ มีความร้่ค่ค่ณธรรม และแนวความคิดดี
2.1.5 นักการเมืองเป็ นคนของประชาชนมากขึ้น เพราะ ไม่ใช่นายท่นเพียงไม่ก่ีรายให้เงินเขา

ไปทำางาน (เพื่อนายท่น) หากประพฤติตัวไม่ดี ไม่ร้่จักหน้าที่ ไม่ทำางานเพื่อประโยชน์ของประชาชน
อย่างแท้จริง ก็จะถ่กประชาชนถอดออกเอง และการถอดถอนก็ควรกระทำาได้ง่ายกว่าการได้รับคัด
เลือกเข้าเป็ นนักการเมือง
2.1.6 มีความเป็ นธรรม เสมอภาคกันมากขึ้นในแง่ของผ้่อาสาทำางานการเมือง เพราะ ระบบ
เดิมๆ ต้องใช้เงินท่นทางการเมืองมาก และเงินเหล่านี้ ก็ต้องได้รับการสนับสน่นจาก นักธ่รกิจ ผ่าน
ให้พรรคการเมือง หรือให้แก่นักการเมืองโดยตรง ซึ่งไม่เป็ นธรรม คนจนและมีการศึกษาดี มี
แนวคิดที่ดี มีค่ณธรรม มีความสามารถไม่สามารถเข้าส่่การเมืองได้

หน้าที่8

2.2 เงินท่นส่วนตัว(his/her own money) ต้องจำากัดให้ใช้เงินตัวผ้่สมัครเองให้นอ
้ ยที่ส่ด(โดย

ทั่วไปตัวนักการเมืองเองก็ไม่นิยมใช้เงินท่นตัวเองทำางานการเมืองอย่่แล้ว) เช่นให้ใช้เพียง ค่าสมัคร
รับเลือกตั้ง มันไม่ make sense หรอก ไม่ว่าจะใช้เงินตัวเองหรือเงินนายท่น ครั้งละ 20 ล้าน 30
ล้าน แล้วไม่คิด"ถอนท่น" ดังนั้นจึงควรห้าม หรือจำากัดการใช้เงิน

2.3 ภาษีประชาชน (tax) ตามรัฐธรรมน่ญปี 50 กำาหนดให้พรรคการเมืองจะได้รับเงินจากภาษี

ประชาชน ผ่านทาง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (ก.ก.ต.) ตามสัดส่วนสมาชิกที่สมัครอย่่ใน
พรรคการเมืองทั่วประเทศ นอกจากนี้ ตามแบบฟอร์มการเสียภาษีเงินได้ก็มีช่องให้ผ้่เสียภาษีเลือก
บริจาคเงิน (ที่เสียภาษี) ให้กับพรรคการเมืองใดได้ 100 บาท เงินเหล่านี้ อาจกำาหนดให้เพิ่มมากขึ้น
ก็ได้ หรือ เงินของผ้่เสียภาษีเอง แล้วนำาไปหักลดหย่อนภาษีได้เต็มจำานวน

3. สื่อกระแสหลักดัง
้ เดิม (Traditional Mainstream Media) จะต้องกล้า

หาญ เสนอแนะ ตักเตือน ตรวจสอบ ข่ดค้่ย ตอกยำ้า ต่อท่าที ทัศนคติ ของนักการเมือง ทหาร ที่ไม่มี
จิตสาธารณะ หรือส่อไปในทางท่จริต สื่อกระแสหลักต้องมีสำานึ กต่อประชาชนมากกว่าที่เป็ นอย่่

การนำาเสนอข่าวสารต่อประชาชนในฐานะสื่อสารมวลชนทีด
่ ี ต้องมีทัง
้ ....
1. ความจริง (Truth or reality) คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ณ ขณะนั้นๆ ใคร ทำาอะไร ที่ไหน อย่างไร ไม่

ว่าจะดีหรือเลว ผิดหรือถ่ก ขาวหรือดำา หนักหรือเบา ก็ต้องรายงานไปตามความเป็ นจริงที่เห็น
ขณะรายงานข่าว
2. ข้อเท็จจริง (Facts) เป็ นข้อม่ลที่มีหลักเกณฑ์ผ่านกระบวนการพิส่จน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว หรือ
เป็ นที่ยอมรับของสังคมโดยรวมแล้ว เป็ นหลักค่ณธรรมความดีงาม สามารถบอกได้แล้วว่า ดีไม่ดี
ถ่กหรือผิดกฎหมาย เช่น ในกรณีรายการข่าวนี้ ผ้ด
่ ำาเนิ นรายการต้องพ่ดอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น
เป็ นการให้ข้อเท็จจริง เพื่อป้ องกันผ้่รับชมข่าวสับสนต่อความคิดเห็น หรือทัศนของผ้่ร่วมรายการ
หรือเข้าใจผิดได้ หรือซึมซับสิ่งที่ไม่ถ่กต้อง โดยที่ไม่มีใครชี้แนะ ดังนั้นผ้่ดำาเนิ นรายการจึงต้องมีภ่มิ
ต้องศึกษา ทำาการบ้านในประเด็นที่กำาลังสนทนาด้วย อย่ามั่วๆทำา อย่าช่่ย และโยนความสับสนให้
คนอื่นตัดสิน วิธีการดำาเนิ นรายการแบบนี้ ไม่มีความรับผิดชอบต่อประชาชนเลย มักง่ายเป็ นที่ส่ด
และที่สำาคัญ กองบรรณาธิการสื่อจะต้องเน้น จัดหาพื้นที่ส่ ือที่มีผ้่พบเห็นมากๆ เพื่อกระต้่น เตือน
รัฐบาล รายงานต่อประชาชน อย่างต่อเนื่ อง จนกว่าผ้่กระทำาการละเมิด หรือ ท่าทีแสดงพฤติกรรม
ไม่บังควร กำากับให้อย่่ในร่องในรอย เป็ นเยี่ยงอย่างที่ดี และหากผ้่กระทำา ยังไม่ปรับเปลี่ยน
พฤติกรรม ก็ให้ประณามโดยพร้อมเพียงกัน และให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
เสมอเหมือนกัน และอย่าให้คนเหล่านี้ ได้มีโอกาสได้ใช้อำานาจรัฐอีก หรืออย่่ในพื้นที่สาธารณะอีกต่อ
ไป เพราะจะเป็ นปัญหาให้กับสังคมที่รักสงบ
เรื่องความดีความเลว ความผิดความถ่กกฎหมายของบ้านเมืองโดยรวม หลักค่ณธรรมความดีงาม
(Virtue principle) ในฐานะสื่อจะบอกว่าเป็ นกลาง แล้ววางเฉย ไม่กล้าหาญประณามคนทำาผิด
วางเฉย จึงเท่ากับส่งเสริม ให้คนทำาผิดกระทำาต่อบ้านเมืองต่อไปเรื่อยๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า กล่่มโน้น
ที กล่่มนี้ ที สื่อกระแสหลักไม่ร้่ร้อนร้่หนาว แต่เมื่อมีผ้่ลอบยิงระเบิดไปที่สมาคมข่าว ค่กคามสื่อ กลับ
มีแถลงการณ์ตอบโต้ประณามจาก 5 สมาคมสื่อ มันบ่งบอกว่า เรื่องชาติ บ้านเมืองก่ไม่สน สนแต่
ทรัพย์สินเงินทองของก่ และพวกก่ เท่านั้น

หน้าที่9
อย่างนี้ เขาเรียกว่า Mainstream media's conspiracy of silence oversight and
non-courage คือวางเฉย เงียบ ละเลย ไม่ทำาหน้าทีท
่ ีค
่ วรกระทำาอย่างยิง
่ ทั้งนี้ เป็ นเพราะ
1.ขาดความกล้าหาญ (Non-Courage) ขี้ขลาด(เพราะส่วนหนึ่ งท่นสื่อมาจากสัมปทาน) เก่งแต่
บดขยี้ ดารา นักแสดง หรือคนตำ่าต้อยกว่า คนที่ไม่มีทางต่อส้่
2. มีผลประโยชน์ร่วมกับผ้่ก่อการ หรือผ้่กระทำาความผิดทั้งหลาย
3. ขาดความเป็ นมืออาชีพ ไร้อ่ดมการณ์ ขาดจิตสำานึ กรับผิดชอบต่อบ้านเมือง และประชาชน
สิ่งเหล่านี้ จึงจำาเป็ นต้องปฏิร่ปสื่ออย่างเร่งด่วน!!!
4. เปลีย
่ นการยึดพื้นทีเ่ ขตเลือกตัง
้ เป็น กลุ่มอายุของประชาชน (Election Based
Demographics)
วิธีแบ่งเขตเลือกตั้งเดิมเป็ นแบบ Election Based Geographics กล่าวคือ ใช้จังหวัด พื้นที่
หรือ ภ่มิประเทศเป็ นเขตเลือกตั้ง ซึ่งล้าสมัย ไม่ตอบโจทย์ การพัฒนาในเชิงค่ณภาพ ค่ณภาพชีวิต
ของประชาชนไม่ได้รับการตอบสนองที่ดี เพราะม่่งไปพัฒนาที่วัตถ่มากกว่าค่ณภาพชีวิตคน
ให้ใช้แบบใหม่ เป็ นแบบ Election Based Demographics แทน กล่าวคือ ให้ยด
ึ กล่่มอาย่
เพศ อาชีพ เป็ นต้น โดยมีกล่่มนักการเมืองเป็ นตัวแทนของกล่่มอาย่น้ัน เช่น
กล่่มอาย่ 18-23 ปี มีจำานวนกี่คน? จำาเป็ นต้องมีตัวแทนที่เป็ นผ้่แทนได้ก่ีคน?
กล่่มอาย่ 24-29 ปี มีจำานวนกี่คน? จำาเป็ นต้องมีตัวแทนที่เป็ นผ้่แทนได้ก่ีคน?
กล่่มอาย่ 30-35 ปี มีจำานวนกี่คน? จำาเป็ นต้องมีตัวแทนที่เป็ นผ้่แทนได้ก่ีคน?
เป็ นตัวอย่าง

ข้อดี 1. ทำาให้การซื้อเสียงหมดไปโดยปริยาย ไม่สามารถซื้อเสียง หรือสร้างเครือข่าย วางเครือ
ข่ายการซื้อเสียงได้อีกต่อไป เพราะ กล่่มคนอาย่ต่างๆเหล่านั้น มีอย่่ท่กจังหวัด ท่กอำาเภอ
2. ทำาให้นักการเมืองต้องศึกษา ให้เข้าใจ เพื่อจะได้เข้าถึงกล่่มอาย่ต่างๆ และ ออกนโยบายให้
ตรงตามความต้องการเพื่อพัฒนาค่ณภาพชีวิตประชาชนให้ดียิ่งๆขึ้นไป
“Insanity is doing the same thing over and over while expecting a
different result,” Albert Einstein.
หากในโลกนี้ ประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศมหาอำานาจต่างๆ ได้นำาระบบ Participatory
Technocracy ใหม่น้ี ไปใช้ มั่นใจได้ว่า
1. โลกนี้ จะไม่มีสงคราม รบ ฆ่าฟั นกัน
2. สภาวะโลกร้อนจะค่อยๆชะลอความหายนะลง เพราะคนดีมีค่ณธรรมจะตระหนักดีถึงผลเสียต่อ
การทำาร้าย ทำาลายสิ่งแวดล้อม เพราะ นับแต่ปฏิวัติอ่ตสาหกรรมในอังกฤษ เมื่อ 300 กว่าปี ที่ผ่าน
มา สิ่งแวดล้อมถ่กทำาลายลงอย่างมากมาย เป็ นเหต่ให้โลกเราม่่งส่่ความหายนะในอัตราเร่ง อ่ปมา
คนกล่่มเล็กๆจำานวนหนึ่ งใช้มือกลบหล่ม แต่ในขณะเดียวกัน คนอีกหลายๆกล่่มและเป็ นส่วนใหญ่
ต่างใช้เครื่องจักรกลขนาดใหญ่ ข่ดหล่ม
3. สินค้า บริการ นวัตกรรมใหม่ๆ จะถ่กประดิษฐ์ขึ้นอย่างมากมายอย่างไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน
และล้วนเป็ นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น
4. กองกำาลังทหารจะถ่กปรับเปลี่ยนเป็ นกองกำาลังพัฒนาประเทศ ช่วยเหลือประชาชนเป็ นหลัก
5. ภาษีประชาชนจะถ่กใช้อย่างเกิดประโยชน์ส่งส่ดมากยิ่งขึ้น อาว่ธสงครามจะถ่กล้มเลิกการผลิต
ม่่งหันไปประดิษฐ์ สร้างสรรค์อ่ปกรณ์ท่ีส่งเสริมค่ณภาพชีวิตมน่ษย์แทน

หน้าที่10

ปั ญหาต่างๆทีเ่ ราเผชิญอยู่ในปั จจุบน
ั นี้ 99% เกิดจากนำ้ ามือมนุษย์ เราจึง
แก้ไขทีค
่ น แก้ไขให้ถูกประเด็น แก้ไขทีร
่ ากเง้าของปั ญหา และหากระบบ
Participatory Technocracy เริม
่ ทำางานได้ ปั ญหาต่างๆ 80-90% ที่
เกาะติดอยู่กับระบบเดิมๆ วิธีคิดเดิมๆ พฤติกรรมเดิมๆ ทางการเมือง
เดิมๆ แย่ๆ เหล่านี้ จะหลุดออกไปเอง ปั ญหาทีย
่ ากก็ง่ายทีจ
่ ะแก้ไข ส่วน
ปั ญหาทีง
่ ่ายนัน
้ ก็จะหลุดไปเอง

ภายใน 20 ปีนับจากระบบนี้ ได้ทำางาน ประเทศไทยจะ”ไฉไล” (Smart
Thailand) จนนานาอารยะประเทศต้องเอาเป็ นเยีย
่ งอย่าง และ เราจะ
ได้.....
1. มนุษย์สายพันธ์ุใหม่ทีร
่ ักในเผ่าพันธ์ุ มนุษย์ ไม่ใช่แค่รักเฉพาะคน
ไทยด้วยกัน มีจิตใจเอื้อเฟื้ อเผื่อแผ่ รักและใส่ใจต่อสิง
่ แวดล้อม มี
ความคิดสร้างสรรค์อย่างไม่เคยพบเห็นมาก่อน โดยธรรมชาติของ
สภาวะจิต(ใจ)ของมนุษย์เรานัน
้ เป็ นประภัสสร(สงบ เย็น)
2. การท่องเทีย
่ วไทยจะมีนักท่องเทีย
่ วจากทัว
่ โลก หลัง่ ไหลเข้ามา
มากกว่า ปีละ 150 ล้านคน เพราะประเทศไทยจะเป็ นทีท
่ ัง

ปลอดภัย ผู้คนเป็ นมิตรจิตใจดี สถานทีท
่ ่องเทีย
่ วน่ าสนใจ ภูมิ
อากาศดีมาก และคุ้มค่าต่อการท่องเทีย
่ ว

3. คนไทยจะมีคุณภาพชีวิตทีด
่ ีในลำาดับต้นๆของโลก(คนจนแทบ
หมดไปจากแผ่นดีไทย)
4. การทุจริต โกงกินจะมีเหลือน้อยลงมาก
5. เราจะเป็ นประเทศแรกๆของโลกทีไ
่ ม่จำาเป็ นต้องมีกองกำาลัง ทาง
ทหาร ไม่มีการสะสมอาวุธ ยุทธภัณฑ์ (Military Weapons) หรือ
แม้แต่อาวุธไม่ร้ายแรงก็ตาม ไว้อ้างปกป้ องประเทศ แต่แท้ทจ
ี่ ริง
ไว้อวดบารมีไว้ข่มขู่คุกคามเพื่อนบ้าน หรือประเทศอื่นๆ สูบภาษี
ประชาชนไปสร้างสมอาวุธ ไว้เข่นฆ่าผู้คนคราวละมากๆ จนประชน
ชนผอมแห้ง คุณภาพชีวิตแสนรันทด เพราะ ผู้นำาในระบบนี้ จะใช้
ความเฉลียวฉลาดทีส
่ ร้างสรรค์ และการพูดคุยอย่าง
สันติ(Creative Intelligence and Dialogue of peace) ผู้นำา
ระบบนี้ จะตระหนักรู้ และมีสำานึ กดีว่า การทำาสงครามนัน
้ ไม่ว่าเล็ก
หรือใหญ่ล้วนนำ าความยุ่งยาก อดอยาก คุณภาพชีวิตทีแ
่ ย่ลงสู่ปวง
ชนแน่นอน แต่จะมีทหาร ตำารวจ ประชาชนอาสา ทีร
่ ักในชีวิต
เพื่อนมนุษย์ เห็นคุณค่าในชีวิตมนุษย์ด้วยกันอย่างแท้จริง มุ่งมัน

ทำางาน เป็ นเครื่องมือของฝ่ายบริหาร เพื่อช่วยเหลือประชาชน ให้มี
คุณภาพชีวิตทีด
่ ียิง
่ ขึ้นไป
6. ไม่จำาเป็ นต้องมีคุก หรือ เรือนจำา ไว้ขังนักโทษอีกต่อไป ประหยัด
เงินภาษีประชาชน และให้อิสรภาพแก่นักโทษได้ใช้ชีวิตได้ค่อนข้าง
เสรีเหมืองคนปรกติ เพียงแต่ต้องถูกตรวจสอบ ติดตามได้ตลอด
24/7 ชีวิตความเป็ นส่วนตัวจะไม่มี โดยเราสามารถ สร้างเครื่อง
มือทีส
่ ามารถติดตามนักโทษได้ตลอด 24/7 โดยเครื่องมือเหล่านี้
จะมีชุดคำาสัง่ ต่างๆ หากนักโทษมีแนวโน้มทีจ
่ ะประพฤติผิด
กฎหมาย หรือ ละเมิดผู้อ่ ืน เครื่องมือดังกล่าวจะตักเตือน หรือ/และ
ลงโทษ นักโทษเหล่านัน
้ ตามขัน
้ ตอนต่างๆ ของเครื่องมือให้
สามารถทำาได้ พร้อมทัง
้ ส่งรายงานให้เจ้าหน้าทีต
่ ิดตาม ดูแล
ตลอด 24/7 โดยเครื่องมือเหล่านี้ อาจจะเป็ นวัสดุทีค
่ ล้องคล้าย
กำาไลข้อมือ ข้อเท้า หรือคล้องคอ เป็ นต้น
หน้าที่11

ความเป็ นธรรมในสังคมกลับคืนมา การโยกย้าย เลื่อนชัน
้ ให้
ความดีความชอบ เป็ นไปด้วยความเป็ นธรรม ตามความรู้ความ
สามารถ เหมาะสมก่อตำาแหน่ งงานอย่างแท้จริง เราจะเป็ นผู้สร้าง
ตัวแบบดัชนี ช้ีวัด (Indicators) ระบอบประชาธิปไตยทีส
่ อดคล้อง
กับระบบเศรษฐกิจทุนนิ ยมเสรี ทีย
่ ัง่ ยืน ระดับนานาชาติอย่าง
แท้จริง(ยังไม่เคยมีในโลก)
8. สิง
่ ดีดี งดงาม สร้างสรรค์โลก จะงอกงามในวัฒนธรรมใหม่น้ี อีก
มากมาย จาก....ฝีมือคนไทย !!! เนื่ องจากคุณลักษณะทีด
่ ีของ
สังคมไทย คือมีจิตใจทีเ่ อื้อเผื่อเผื่อแผ่ รักสงบ ประณี ต สร้างสรรค์
เป็ นพื้นฐานร่วมกัน ในวัฒนธรรมไทย (Ethos) มาช้านาน
7.

หน้าที่12

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful