รู้จักกับส่วนประกอบต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้ใน

การประกอบเครื่องด้วยตนเอง
ก่อนเริม่ ทำการประกอบเครือ่ งคอมพิวเตอร์ดว้ ยตนเอง เราควรทำความรูจ้ กั
กับส่วนประกอบต่างๆ ของคอมพิวเตอร์กนั ก่อน เพือ่ ให้เข้าใจถึงหน้าทีก่ ารทำงานของ
อุปกรณ์แต่ละส่วน ซึง่ จะทำให้การประกอบเครือ่ งเป็นไปอย่างถูกต้องหลีกเลีย่ งความ
เสียหายทีจ่ ะเกิดจากความไม่รไู้ ด้อย่างมาก

ซีพยี ู (CPU – Central Processing Unit)
ซีพยี เู ป็นอุปกรณ์ทม่ี หี น้าทีใ่ นการประมวลผลคำสัง่ ต่างๆ ไม่วา่ จะเป็นการคิด
คำนวณการตัดสินใจ ทุกอย่างจะถูกนำมาประมวลผลทีอ่ ปุ กรณ์ตวั นีท้ ง้ั หมด โดยจะ
มีการรับคำสัง่ เข้ามาจากอุปกรณ์ Input เช่น เมาส์ คียบ์ อร์ด หรือไมโครโฟน และนำไป
แสดงผลออกทางอุปกรณ์ Output เช่น จอภาพ เครือ่ งพิมพ์ อุปกรณ์สำรองข้อมูล
เป็นต้น

Athlon 64 ซีพียูจากค่ายเอเอ็มดี

Pentium 4 ซีพียูจากค่ายอินเทล

สำนักพิมพ์ eXP MEDIA

ลักษณะของซีพยี ใู นปัจจุบนั ส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบ Socket ทีม่ ลี กั ษณะ
เป็นสีเ่ หลีย่ มแบนๆ มีจำนวนขาเล็กๆ ทีเ่ ป็นโลหะไว้สำหรับเชือ่ มต่อกับสัญญาณ
ภายในตัวซีพยี กู บั อุปกรณ์ภายนอกซึง่ จำนวนขาจะแตกต่างกันตามยีห่ อ้ และรุน่ ของ
ซีพียู โดยซีพียูที่นิยมใช้ในตอนนี้มีเพียง 2 ยี่ห้อเท่านั้น คืออินเทลและเอเอ็มดี
โดยแต่ละค่ายก็จะมีซีพียูหลากหลายรุ่นให้เลือกใช้ เช่นทาง ฝั่งค่ายอินเทลคือ
Pentium 4 และ Celeronใช้อนิ เทอร์เฟซแบบ Socket 478 และ 775 ส่วนเอเอ็มดี
นั้นเป็น Athlon XP, Athlon 64 Bit ใช้อินเทอร์เฟซแบบ Socket A ,754 และ 939
โดยแต่ละค่ายก็มจี ดุ ดีจดุ ด้อยแตกต่างกันไปซีพยี ขู องอินเทลนัน้ มีจดุ เด่นในด้าน
การทำงานทีม่ เี สถียรภาพ มีความทนทานสูงและไม่รอ้ นง่าย แต่มขี อ้ เสียคือราคาแพง
และทำงานช้ากว่าซีพยี ขู องเอเอ็มดีในระดับความเร็วเดียวกัน สำหรับเอเอ็มดีนน้ั
จุดเด่นคือ ซีพยี มู รี าคาถูกกว่าอินเทลในทุกรุน่ และมีความเร็วสูงทัง้ งานด้านกราฟิก
และงานทั่วไป ส่วนข้อเสียของเอเอ็มดี คือมีความร้อนสูง หากไม่มรี ะบบระบาย
ความร้อนทีด่ จี ะทำให้ระบบไม่มเี สถียรภาพ และเกิดความเสียหายต่อตัวซีพยี ไู ด้งา่ ย

เมนบอร์ด (Mainboard)
เมนบอร์ดเป็นอุปกรณ์ทม่ี ลี กั ษณะเป็นแผ่นวงจรหลักสำหรับติดตัง้ อุปกรณ์
คอมพิวเตอร์ตา่ งๆ เกือบทัง้ หมด โดยจะมีหน้าทีใ่ นการประสานงานและติดต่อรับส่ง
ข้อมูลโดยผ่านระบบบัส บนเมนบอร์ดก็จะมีอปุ กรณ์ทส่ี ำคัญๆ รวมอยูด่ ว้ ย เช่น สล็อต,
ซ็อกเก็ตสำหรับเชือ่ มต่อกับอุปกรณ์ตา่ งๆ ชิพเซ็ตทีท่ ำหน้าทีเ่ หมือนแม่บา้ น คอยจัด
การและประสานงานให้กบั อุปกรณ์ทน่ี ำมาติดตัง้ บนเมนบอร์ด นอกจากนีก้ ย็ งั รวม
เอาแผงวงจรและชิพควบคุมอุปกรณ์ตา่ งๆ เช่น ตัวควบคุมฮาร์ดดิสก์ (Harddisk
Controller) พอร์ตเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอก เช่น พอร์ตขนาน (Parallel Port)
พอร์ตอนุกรม (Serial Port) และพอร์ตยูเอสบี (USB Port) เป็นต้น

สำนักพิมพ์ eXP MEDIA

เมนบอร์ด

แรม (RAM – Random Access Memory)
แรมคือหน่วยความจำที่ทำหน้าที่อ่านและเขียนข้อมูลร่วมกับซีพียูอยู่
ตลอดเวลา ข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์สว่ นใหญ่จะต้องมาพักทีแ่ รมเสมอก่อนจะถูกส่ง
ไปยังซีพียู ดังนั้นยิ่งแรมมีขนาดมากขึ้นเท่าไหร่ก็สามารถพักข้อมูลไว้กับแรมได้
มากขึน้ ทำให้ซพี ยี ไู ม่ตอ้ งเรียกข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์บอ่ ยๆ ซึง่ ฮาร์ดดิสก์มคี วามเร็ว
ในการอ่านและเขียนข้อมูลน้อยกว่าแรม ส่งผลให้ระบบของเราทำงานได้เร็วขึ้น
ในปัจจุบนั แรมมีหลายชนิดด้วยกัน คือ SDRAM, DDR SDRAM และ RAMBUS
SDRAM จะมีลกั ษณะเป็นแผงยาวมีขาสัญญาณขนาด 168 pin 64 bit
สำหรับติดตัง้ กับซ็อกเก็ตแรมแบบ DIMM ส่วนใหญ่แรมทีข่ ายกันเดีย๋ วนีจ้ ะเป็นแบบ
PC–100 และ PC–133 ในปัจจุบนั SDRAM ได้รบั ความนิยมน้อยมาก ทีม่ ใี ช้งานอยู่
ส่วนใหญ่จะเป็นเครือ่ งรุน่ เก่าเสียมากกว่า เนือ่ งจากการเข้ามาแทนทีข่ อง DDR
ุ ภาพดีกว่าในราคาทีใ่ กล้เคียงกันนัน่ เอง
SDRAM ทีม่ คี ณ

สำนักพิมพ์ eXP MEDIA

SD RAM

DDR SDRAM มีลักษณะคล้ายกับ SDRAM แต่จะมีขนาด 184 pin
และเนือ่ งจากทำงานทัง้ ขอบขาขึน้ และขาลงของสัญญาณนาฬิกาทำให้มคี วามเร็วเพิม่
ขึน้ เป็น 2 เท่าถ้าเทียบกับ SDRAM โดย DDR SDRAM จะมีบสั ให้เลือกใช้งานอยู่
หลายขนาด เช่น 266, 333 และ 400 เป็นต้น ปัจจุบนั DDR SDRAM เข้ามาเป็นหน่วย
ความจำมาตรฐานใหม่ทม่ี าแทนที่ SDRAM ไปเรียบร้อยแล้ว และในอนาคตมีไม่นาน
หน่วยความจำแบบ DDR 2 ก็กำลังเข้ามาเป็นทีน่ ยิ มมากขึน้ เรือ่ ยๆ

DDR SDRAM

RAMBUS เป็ น แรมชนิ ด ใหม่ ท ี ่ อ ิ น เทลเคยพยายามผลั ก ดั น ให้ เ ป็ น
มาตราฐานใหม่ของหน่วยความจำในอนาคต แต่ในปัจจุบนั ดูแล้วสถาการณ์ของ
RAMBUS นัน้ ก็ไม่มอี ะไรทีห่ วือหวามากนัก RAMBUS มีลกั ษณะทีแ่ ตกต่างจาก
SDRAM และ DDR SDRAM อย่างเห็นได้ชดั โดยใช้อนิ เทอร์เฟชแบบ RIMM ขนาด
299 pin นอกจากนีย้ งั มีความเร็วบัสทีส่ งู ถึง 400 MHz และสามารถส่งถ่ายข้อมูลได้ถงึ
800 MB ต่อวินาทีซง่ึ มากกว่า SDRAM ถึง 8 เท่าเลยทีเดียว แต่กลับมีขอ้ เสียคือมีคา่
ความหน่วง (Latency) ใกล้เคียงกับ SDRAM ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานไม่ได้
สำนักพิมพ์ eXP MEDIA

แตกต่างไปจาก DDR SDRAM หรือ SDRAM มากนักและยังมีราคาแพงกว่ากันค่อน
ข้างมาก นอกจากนีห้ ากใส่ RAMBUS ไม่ครบแถว (RIMM) ต้องมีการใส่แถวหลอก
(RIMM PCB – Printed Circuit Board) ไว้ให้เต็มเพื่อให้ครบวงจรจึงจะสามารถ
ใช้งานได้

RAMBUS

ฮาร์ดดิสก์ (Harddisk)
ฮาร์ ด ดิ ส ก์ เ ป็ น อุ ป กรณ์ ท ี ่ ม ี ห น้ า ที ่ ส ำหรั บ เก็ บ ข้ อ มู ล ที ่ ม ี ข นาดใหญ่
โดยเฉพาะการเก็บข้อมูลสำหรับติดตั้งระบบปฏิบัติการหรือโปรแกรมต่างๆ
ซึ่งไม่สามารถเก็บไว้ในแผ่นฟล็อบปี้ดิสก์ที่มีความจุน้อยได้ ภายในฮาร์ดดิสก์
จะประกอบไปด้วยแผ่นจานโลหะแข็ง (Platter) วางซ้อนกันแต่จะไม่ติดกัน โดย
จะมีแขนทีเ่ ป็นตัวเคลือ่ นหัวอ่านเข้าไปอ่านและเขียนข้อมูลตามตำแหน่งทีต่ อ้ งการ
และจะไม่มกี ารสัมผัสกับแผ่นโดยตรงแต่จะมีชอ่ งว่างห่างกันประมาณ 10 ไมครอน
ทำให้การอ่านข้อมูลจากแผ่น Platter มีความเร็วสูงเนือ่ งจากไม่มกี ารเสียดสีทเ่ี กิด
จากการสัมผัส โดยจะมีความเร็วรอบอยู่ 2 แบบคือ 5400/นาที และ 7200/นาที

ฮาร์ดดิสก์แบบ IDE

สำนักพิมพ์ eXP MEDIA

นอกจากนี้ฮาร์ดดิสก์ยังมีแผ่นวงจรที่อยู่ด้านล่างเป็นตัวควบคุมการ
หมุนของมอนิเตอร แขนที่เป็นตัวเคลื่อนหัวอ่าน และยังทำหน้าที่ติดต่อสื่อสาร
โดยส่งผ่านข้อมูลไปยังเมนบอร์ดอีกด้วย ซึง่ แผ่นวงจรด้านล่างนีค้ วรระวังอย่าไปวาง
ไว้กับแผ่นโลหะหรืออุปกรณ์นำไฟฟ้าทุกชนิด เพราะจะทำให้เกิดการลัดวงจร
ก่อให้เกิดความเสียหายกับตัวฮาร์ดดิสก์ได้ โดยเฉพาะการวางฮาร์ดดิสก์ไว้บน
เคสแล้วเปิดการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งหากเกิดปัญหาไฟรั่วขึ้นมา
จะทำให้มีไฟฟ้าเข้ามาสู่ตัวเคสและผ่านไปยังฮาร์ดดิสก์ ทำให้แผ่นวงจรของ
ฮาร์ดดิสก์อาจเสียหายได้
เนือ่ งจากข้อจำกัดในการพัฒนามาตรฐานการเชือ่ มต่อแบบเดิม ซึง่ เป็นแบบ
IDE/E-IDE แทบไม่มกี ารพัฒนาความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลไปได้อกี โดยหยุดไว้ท่ี
ความเร็วสูงสุดเพียง 133 MB/s จึงทำให้บรรดาผูผ้ ลิตฮาร์ดดิสก์ได้ทำการพัฒนา
มาตรฐานของฮาร์ดดิสก์ใหม่ขน้ึ มา ซึง่ เรียกว่าเป็นฮาร์ดดิสก์แบบ Serial ATA โดยมี
ความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลถึง 150 MB/s และมีหน่วยความจำแคชถึง 8 MB ซึง่ จะ
สามารถพัฒนาความเร็วได้ถงึ 300 MB/s และ 600 MB/s ในเวอร์ชน่ั ต่อๆ ไป นอกจาก
นีฮ้ าร์ดดิสก์แบบ Serial ยังมีขอ้ ดีอกี หลายๆ ด้าน เช่น ใช้สายเคเบิล้ ทีใ่ ช้ในการ
เชือ่ มต่อแบบใหม่ทม่ี ขี นาดเล็กและบางกว่าเดิม ทำให้การไหลเวียนของอากาศภาย
ในเคสดีขึ้นดูเป็นระเบียบมากขึ้น และตัวของฮาร์ดดิสก์มีความแข็งแรงมากขึ้น
ไม่บอบบางหรือเสียหายง่ายเหมือนฮาร์ดดิสก์แบบ IDE

ฮาร์ดดิสก์แบบ Serial ATA

สำนักพิมพ์ eXP MEDIA

จอภาพ (Monitor)
จอภาพหรือจอมอนิเตอร์เป็นอุปกรณ์ทใ่ี ช้ในการแสดงผลจากการทำงาน
ของคอมพิวเตอร์ ซึง่ ภายในมีวงจรและระบบการทำงานคล้ายกับเครือ่ งรับโทรทัศน์
เกือบทุกอย่างแต่จะมีแผงวงจรที่ซับซ้อนน้อยกว่ามาก โดยจะแตกต่างกันตรง
ทีโ่ ทรทัศน์มภี าครับสัญญาณทีวี แต่จอมอนิเตอร์มเี พียงภาครับสัญญาณดิจติ อล
จากการ์ดแสดงผลเท่านัน้ ปัจจุบนั แนวโน้มจอมอนิเตอร์กำลังถูกจอ LCD เข้ามาเป็น
มาตรฐานใหม่แทนด้วยข้อดีหลายๆ อย่าง เช่น มีขนาดบางไม่กนิ เนือ้ ทีใ่ นการจัดวาง
มากนัก ไม่มรี งั สีสะท้อนรบกวนสายตา และประหยัดไฟมากกว่า เป็นต้น

จอภาพแบบ LCD

การ์ดแสดงผล (Display Card)
การ์ดแสดงผล หรือการ์ด VGA เป็นอุปกรณ์ที่มีหน้าที่ในการนำข้อมูล
แบบดิจติ อลมาเปลีย่ นเป็นสัญญาณภาพจ ากคอมพิวเตอร์แล้วนำไปแสดงผลออก
ทางจอภาพ โดยใช้อนิ เทอร์เฟชแบบสล็อต AGP หรือ PCI Express ทำให้สามารถ
แสดงผลได้อย่างรวดเร็วและการ์ดแสดงผลในปัจจุบนั มีการพัฒนาชิพสร้างกราฟิก 3
มิตไิ ปอย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถแสดงผลภาพกราฟิก 3 มิตไิ ด้อย่างสมจริงและสวย
งามมากขึน้ กว่าในอดีต

สำนักพิมพ์ eXP MEDIA

การ์ดแสดงผล

การ์ดเสียง (SoundCard)
การ์ดเสียงหรือซาว์ดการ์ดที่หน้าที่ในการให้กำเนิดเสียงจากเครื่อง
คอมพิวเตอร์ โดยต้องทำงานควบคู่ไปกับลำโพงด้วย ในปัจจุบันมักจะมีการนำ
คอมพิ ว เตอร์ ม าใช้ ง านประเภทมั ล ติ ม ี เ ดี ย ที ่ ใ ห้ ค วามบั น เทิ ง ต่ า ง ๆ เช่ น
ใช้ดหู นังฟังเพลง ร้องคาราโอเกะ เล่นเกม งานเหล่านีต้ า่ งก็ตอ้ งพึง่ พาระบบเสียง
ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการทำงานเหล่านี้ทั้งสิ้น ดังนั้นคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน
จึงมีการติดตัง้ ระบบ เสียงให้กบั คอมพิวเตอร์แทบทุกเครือ่ ง มีทง้ั แบบ Sound On
Board หรือแบบทีเ่ ป็นการ์ดโดยจะต้องนำมาติดตัง้ ลงบนสล็อตในเมนบอร์ด
ปัญหาของการ์ดเสียงบางครัง้ จะส่งผลกระทบกับเครือ่ งคอมพิวเตอร์อย่าง
คาดไม่ถึง และส่วนใหญ่จะเกิดจากตัวไดรเวอร์ของการ์ดเอง จนบางครั้งทำให้
วินโดวส์ไม่สามารถบูต๊ เครือ่ งหรือชัตดาวน์ได้ วิธแี ก้ปญ
ั หาคือต้องไปดาวน์โหลด
ไดรเวอร์เวอร์ชน่ั ใหม่มาติดตัง้

การ์ดเสียง

สำนักพิมพ์ eXP MEDIA

ฟล็อบปีไ้ ดรฟ์ (Floopy Drive)
ฟล็อบปีไ้ ดรฟ์เป็นอุปกรณ์ทม่ี หี น้าทีใ่ นการอ่านและบันทึกข้อมูลจากแผ่น
ฟล็อบปี้ดิสก์ที่มีขนาด 3.5 นิ้ว ความจุ 1.44 MB โดยจะมีหัวอ่านคอยเลื่อน
เข้าไปอ่านข้อมูลจากแผ่นที่เคลือบสารแม่เหล็กของฟล็อบปี้ดิสก์ทั้งสองด้าน
ซึง่ หัวอ่านนีจ้ ะมีการสัมผัสกับแผ่นแม่เหล็กโดยตรง จึงทำให้การอ่านข้อมูลไม่สามารถ
อ่านได้รวดเร็วเหมือนฮาร์ดดิสก์โดยมีความเร็วประมาณ 300 รอบต่อนาทีเท่านัน้

ฟล็อบปี้ไดรฟ์

ซีดรี อมไดรฟ์ (CD-ROM Drive)
ซีดีรอมไดรฟ์เป็นอุปกรณ์ที่มีหน้าที่ในการอ่านข้อมูลจากแผ่นซีดีเพียง
อย่างเดียว ส่วนใหญ่จะใช้งานในด้านการติดตัง้ ระบบปฏิบตั กิ ารหรือโปรแกรมต่างๆ
รวมไปถึงงานทีเ่ กีย่ วกับความบันเทิง เช่นดูหนัง ฟังเพลง และงานด้านมัลติมเี ดียด้วย
โดยมีหน่วยความเร็วในการอ่านข้อมูลเป็น X เช่น 48X หรือ 50X เป็นต้น ในปัจจุบนั
แทบจะเรียกได้วา่ คอมพิวเตอร์ทกุ เครือ่ งจะต้องมีไดรฟ์ซดี รี อมอย่างน้อย หนึง่ ไดรฟ์
เสมอ ซึง่ ได้กลายเป็นมาตรฐานสำหรับเครือ่ งคอมพิวเตอร์ในตอนนีแ้ ล้ว
ซีดีรอมไดรฟ์จะการอ่านข้อมูลด้วยความเร็วในการหมุนแผ่นที่ไม่คงที่
โดยที่จะอ่านข้อมูลที่อยู่วงนอกของแผ่นซีดีด้วยความเร็วสูงสุด และจะค่อยๆลด
ความเร็วลงมาเมือ่ มาอ่านข้อมูลทีอ่ ยูว่ งในสุด ส่วนใหญ่ซดี รี อมไดรฟ์จะอ่านข้อมูล
ที่อยู่ตรงกลางแผ่นซะส่วนมาก ทำให้ใช้ความเร็วเพียงแค่ไม่เกินครึ่งหนึ่งของ
ความเร็วสูงสุดทีม่ เี ท่านัน้ ดังนัน้ ซีดรี อมไดรฟ์สว่ นใหญ่จงึ ไม่คอ่ ยทำงานทีค่ วามเร็ว
สูงสุดของไดรฟ์เท่าไหร่นกั อย่างเช่นซีดรี อมไดรฟ์ความเร็ว 50X จึงไม่ใช่ความเร็วใน
การอ่านข้อมูลอย่างต่อเนื่อง แต่จะเป็นความเร็วในการอ่านข้อมูลจากแผ่นซีดี
ทีอ่ ยูว่ งนอกสุด หลังจากนัน้ จะค่อยลดความเร็วลงมาเมือ่ มาอ่านข้อมูลทีอ่ ยูว่ งในด้วย
ความเร็ว ทีไ่ ม่เกินครึง่ หนึง่ ของไดรฟ์กจ็ ะประมาณ 20-25X เท่านัน้
สำนักพิมพ์ eXP MEDIA

เมาส์และคีย์บอร์ด
เมาส์และคียบ์ อร์ดเป็นอุปกรณ์สำหรับทำหน้าทีใ่ นการป้อนข้อมูลจากผูใ้ ช้
เข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งส่วนใหญ่หากเมาส์และคีย์บอร์ดเสียจะไม่นิยมซ่อม
เพราะเดีย๋ วนีเ้ มาส์และคียบ์ อร์ดมีราคาไม่แพง ถ้ามัวแต่มานัง่ ซ่อมจะไม่คมุ้ กับเวลา
ทีเ่ สียไป

เคสและเพาเวอร์ซัพพลาย
เคสที่ขายในบ้านเรามักมีเพาเวอร์ซัพพลายติดมาด้วยเสมอจนเป็นของ
คู่กัน โดยเคสจะมีลักษณะเป็นกล่องเหล็กสี่เหลี่ยมผืนฟ้าใช้สำหรับเป็นที่เก็บ
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์เกือบทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเมนบอร์ด ซีพียู แรม ฮาร์ดดิสก์
การ์ดแสดงผล การ์ดเสียง รวมถึงสายแพเชือ่ มต่อต่างๆ ส่วนเพาเวอร์ซพั พลายนัน้ จะมี
หน้าทีใ่ นการแปลงไฟและจ่ายกระแสไฟให้กบั อุปกรณ์ทอ่ี ยูใ่ นเคส
ผู้ใช้หลายคนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเพาเวอร์ซัพพลาย
เท่าไหร่ แต่หารูไ้ ม่วา่ ปัญหาทีเ่ กิดกับฮาร์ดดิสก์ และอุปกรณ์ตา่ งๆ บางครัง้ มักมีสาเหตุ
มาจากเพาเวอร์ซัพพลาย หากเพาเวอร์ซัพพลายเสียส่วนใหญ่จะสามารถซ่อม
ได้โดยการเปลีย่ นฟิวส์ หม้อแปลง หรือเปลีย่ นอะไหล่

เคสและเพาเวอร์ซัพพลาย

สำนักพิมพ์ eXP MEDIA

ขั้นตอนการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง
การประกอบเครือ่ งคอมพิวเตอร์ดว้ ยตนเอง ปัจจุบนั ไม่ใช่เรือ่ งยากอีกต่อไป
ซึง่ เราสามารถหัดประกอบด้วยตนเองได้ โดยมีขน้ั ตอน ดังนี้
1. ขัน้ แรกให้เตรียมอุปกรณ์ทจ่ี ำเป็นสำหรับการประกอบเครือ่ งคอมพิวเตอร์
เช่น ไขควงสีแ่ ฉก กล่องสำหรับใส่นอ็ ต คูม่ อื เมนบอร์ด คีมปากจิง้ จก

2. เริม่ จากการติดตัง้ ซีพยี กู อ่ น โดยง้างขาล็อคของซ็อกเก็ตขึน้ มาจากนัน้
นำซีพยี มู าใส่ลงไปในซ็อกเก็ตโดยให้วางตำแหน่งขาที่ 1 ของซีพยี แู ละซ็อกเก็ตให้ตรง
กัน โดยสังเกตว่าทีข่ าที่ 1 ของซีพยี จู ะทำเครือ่ งหมายเป็นจุดเล็กไว้ทม่ี มุ ด้านบนของ
ซีพยี ู

สำนักพิมพ์ eXP MEDIA

3. เมือ่ วางซีพยี ตู รงล็อคกับซ็อกเก็ตแล้ว จากนัน้ ให้กดขาล็อกลงไปเหมือน
เดิม แล้วนำซิลโิ คนมาทาตรงบริเวณคอร์ (แกน) ของซีพยี ู และไม่ควรทาซิลโิ คนให้
หนา หากเห็นว่าหนาเกินไปให้ใช้กระดาษหรือแผ่นพลาสติกมาปาดออกเสียบ้าง

4. ติดตั้งฮีทซิงค์และพัดลมลงไปบนคอร์ของซีพียู ติดล็อกให้เรียบร้อย
ในขัน้ ตอนนีม้ จี ดุ ทีต่ อ้ งระวังอยู่ 2 จุดคือ การติดตัง้ ฮีทซิงค์ของพัดลมจะต้องแนบ
สนิทกับคอร์ของซีพยี ู อย่าพยายามกดแรงไป บางทีคอร์ของซีพยี อู าจบิน่ ได้ ส่วนขา
สปริงที่ยึดพัดลมบางทีมันแข็งเกินไป บางคนใช้ไขควงพยามยามกดขาสปริง
ให้เข้าล็อก ซึง่ อาจทำให้พลาดไปขูดเอาลายปริน้ บนเมนบอร์ดขาดทำให้เมนบอร์ด
อาจเสียหายได้

สำนักพิมพ์ eXP MEDIA

5. เสียบสายไฟของพัดลมเข้ากับขัว้ CPU FAN โดยดูจากคูม่ อื เมนบอร์ด

6. นำแรมมาเสียบเข้ากับซ็อกเก็ตแรมโดยให้ตรงกับร่องของซ็อกเก็ต จากนัน้
จึงกดลงไปจนด้านล็อกทั้ง 2 ด้านดีดขึ้นมา (บางเมนบอร์ดตัวล็อกทั้งสองด้าน
อาจไม่จำเป็นต้องดีดขึน้ มาก็ได้ให้ดวู า่ เข้าล็อกกันก็พอ)

7. ขันแท่นรองน็อตเข้ากับเคส

สำนักพิมพ์ eXP MEDIA

8. นำเมนบอร์ดทีไ่ ด้ตดิ ตัง้ ซีพยี แู ละแรมวางลงไปบนเคส จากนัน้ ขันน็อตยึด
เมนบอร์ดเข้ากับตัวเคสให้ครบทุกตัว

9. เสียบการ์ดแสดงผลลงไปในสล็อต AGP เสร็จแล้วขันน็อตยึดติดกับเคส

สำนักพิมพ์ eXP MEDIA

10. เสียบการ์ดเสียงลงไปในสล็อต PCI เสร็จแล้วขันน็อตยึดติดกับเคส

11. เสียบสายเพาเวอร์ซพั พลายเข้ากับขัว้ ต่อบนเมนบอร์ด โดยควรเสียบให้
ปลัก๊ ของสายเพาเวอร์ซพั พลายตรงล็อกกับขัว้ ต่อบนเมนบอร์ด

สำนักพิมพ์ eXP MEDIA

12. สอดไดรฟ์ซีดีรอมเข้ากับช่องว่างหน้าเคส แล้วขันน็อตยึดกับตัวเคส
ให้แน่น

13. เสียบสาย IDE เข้ากับไดรฟ์ซีดีรอมโดยให้แถบสีแดงตรงกับขาที่ 1
หรือด้านทีต่ ดิ กับขัว้ สายไฟ จากนัน้ จึงเสียบสายไฟและสายสัญญาณเสียงเข้าไปด้วย

14. เสียบสาย IDE อีกด้านเข้ากับขั้วต่อ Secondary IDE บนเมนบอร์ด
โดยแถบสีแดงตรงกับขาที่ 1 ของขัว้ ต่อด้วย

สำนักพิมพ์ eXP MEDIA

15. สอดฮาร์ดดิสก์เข้ากับช่องติดตัง้ แล้วขันน็อตยึดกับตัวเคสให้แน่น

16. เสียบสาย IDE เข้ากับฮาร์ดดิสก์โดยให้แถบสีแดงตรงกับขาที่ 1 หรือด้าน
ทีต่ ดิ กับขัว้ สายไฟ จากนัน้ จึงเสียบสายไฟเข้าไปด้วย

สำนักพิมพ์ eXP MEDIA

17. เสียบสาย IDE อีกด้านเข้ากับขัว้ ต่อ Primary IDE บนเมนบอร์ด โดยแถบ
สีแดงตรงกับขาที่ 1 ของขัว้ ต่อด้วย

18. สอดไดรฟ์ฟล็อบปีด้ สิ ก์เข้าไปในช่องติดตัง้ แล้วขันน็อตยึดกับตัวเคส
ให้แน่น

สำนักพิมพ์ eXP MEDIA

19. เสียบสายไฟเข้ากับขัว้ ต่อสายไฟของฟล็อบปีด้ สิ ก์ ให้สงั เกตสายไฟของ
ฟล็อบปีด้ สิ ก์จะมีหวั ขนาดเล็กกว่าสายไฟของซีดรี อมและฮาร์ดดิสก์)

20. เสียบสายแพขนาด 34 เส้น (เส้นเล็กกว่าสายแพของฮาร์ดดิสก์
และซีดรี อม) ให้ดา้ นทีม่ กี ารไขว้สายเข้ากับขัว้ ต่อไดรฟ์ฟล็อบปีด้ สิ ก์ โดยแถบสีแดง
ของสายแพต้องตรงกับขาที่ 1 ของขั้วต่อด้วย หากใส่ผิดด้านไฟของไดรฟ์
ฟล็อบปีด้ สิ ก์จะติดตลอด วิธแี ก้ไขคือให้หนั สายแพกลับด้านเพราะไดรฟ์ฟล็อบปีด้ สิ ก์
บางยีห่ อ้ อาจต้องใส่สลับด้านกัน

สำนักพิมพ์ eXP MEDIA

21. เสียบสายแพอีกด้านเข้ากับขัว้ ต่อฟล็อบปีด้ สิ ก์บนเมนบอร์ด โดยให้สาย
สีแดงตรงกับขาที่ 1 หรือ pin1 ของขัว้ ต่อด้วย

22. เสียบสายสัญญาณต่างๆ จากเคส เช่น สวิตช์เปิดปิดเครื่อง ไฟบอก
สถานะเปิดเครื่อง ไฟบอกสถานะฮาร์ดดิสก ปุ่ม Reset ลำโพง ลงบนเมนบอร์ด
ควรดูคมู่ อื เมนบอร์ดประกอบด้วย โดยต้องเสียบขัว้ ให้ถกู หากผิดขัว้ คอมพิวเตอร์
จะไม่ตดิ หรือมีไฟค้างตลอดเวลา วิธแี ก้ไขคือให้เราลองสลับขัว้ และเปิดเครือ่ งขึน้
มาใหม่

สำนักพิมพ์ eXP MEDIA

23. เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เราลองสำรวจดูว่ามีน็อตหรืออุปกรณ์อื่นๆ
ตกค้างอยูบ่ นเมนบอร์ดหรือไม่ เพราะอาจทำให้เกิดกระแสไฟลัดวงจรจนเกิดความ
เสียหายต่อเมนบอร์ดและอุปกรณ์ตา่ งๆ บนเมนบอร์ดได้ นอกจากนีค้ วรตรวจสอบ
การติดตั้งทั้งหมดว่าเรียบร้อยดีแล้ว เช่น การ์ดต่างๆ หรือสายสัญญาณเสียบ
แน่นหนาดีหรือยัง โดยเฉพาะฮีทซิงค์และพัดลมต้องแนบสนิทกับซีพยี ู พร้อมทัง้ ล็อก
ติดกันอย่างแน่นหนา

24. เมือ่ เรียบร้อยดีแล้วปิดฝาเคสและขันน็อตให้เรียบร้อย ก็เป็นอันเสร็จสิน้
ขัน้ ตอนการประกอบเครือ่ งอย่างถูกต้องและสมบูรณ์แบบแล้ว

สำนักพิมพ์ eXP MEDIA

ประกอบเครื่องเสร็จแล้ว แต่กลับไม่สามารถบู๊ตเครื่อง
ขึ้นมาได้เพราะมองเห็นฮาร์ดดิสก์ จะแก้ไขอย่างไร
หลังจากทีป่ ระกอบเครือ่ งเสร็จแล้ว ต้องมีการกำหนดค่าไบออสให้รจู้ กั กับ
ฮาร์ดดิสก์ทต่ี ดิ ตัง้ ในเครือ่ งคอมพิวเตอร์ แต่ในปัจจุบนั เมนบอร์ดรุน่ ใหม่ไม่จำเป็น
ต้องเข้าไปกำหนดค่าในไบออสแล้ว เพราะไบออสจะรูจ้ กั ฮาร์ดดิสก์เองโดยอัตโนมัติ
แต่หากเป็นเมนบอร์ดรุน่ เก่าให้เข้าไปกำหนดค่าไบออสทีห่ วั ข้อ IDE HDD Auto
Detection เพือ่ ให้ไบออสตรวจสอบค่าทีเ่ หมาะสมให้โดยอัตโนมัติ แต่หากต้องการ
กำหนดเองก็สามารถเข้าไปกำหนดค่าได้ที่หัวข้อ Standard CMOS Setup
โดยให้เราใส่คา่ Head, Cylinder, Sector ของฮาร์ดดิสก์นน้ั ลงไปให้ถกู ต้อง

อีกสาเหตุหนึง่ ทีท่ ำให้คอมพิวเตอร์มองไม่เห็นฮาร์ดดิสก์เนือ่ งจากการเซ็ต
จัมเปอร์ไม่ถกู ต้อง ซึง่ เราสามารถดูการเซ็ตจัมเปอร์ทถ่ี กู ต้องได้บนตัวฮาร์ดดิสก์ ทีส่ ว่ น
ใหญ่ทางผูผ้ ลิตฮาร์ดดิสก์จะติดสติก๊ เกอร์บอกตำแหน่งการเซ็ตจัมเปอร์ทถ่ี กู ต้องมาให้
ด้วย นอกจากนีใ้ ห้ตรวจสอบการเชือ่ มต่อของสายสัญญาณต่างๆ เช่น สาย IDE และ
สายไฟว่ามีการหลุดหลวมหรือไม่ หากพบว่ามีกใ็ ห้ทำการเชือ่ มต่อให้แน่น และควร
ตรวจสอบด้วยว่าเสียบสายสัญญาณถูกต้องตรงขัว้ หรือไม่ดว้ ย

สำนักพิมพ์ eXP MEDIA

ขาล็อกของฮีตซิงค์แข็งมาก ไม่สามารถล็อกเข้ากับ
ซ็อกเก็ตของซีพียูได้ จะแก้ปัญหาอย่างไร
ขาล็อกของฮีตซิงค์ทม่ี ขี นาดใหญ่สว่ นมากจะมีความแข็งแรงมาก ทำให้มอื
ใหม่ทเ่ี พิง่ หัดประกอบเครือ่ งอาจไม่สามารถติดตัง้ ได้ วิธกี ารแก้ปญ
ั หานีก้ ค็ อื การ
ใช้ด้ามพลาสติกที่มีความแข็งแรงหรือปลายไขควงขนาดเล็ก งัดเกี่ยวขาล็อก
ฮีตซิงค์ให้เข้ากับซ็อกเก็ตของซีพยี ู

อย่างไรก็ตามการใช้ไขควรงัดเกีย่ วขาล็อกของฮีตซิงค์จำเป็นต้องทำด้วย
ความระมัดระวัง เพราะหากพลาดพลั้งอาจทำให้ปลายของไขควรไปขูดเข้ากับ
ลายปรินซ์บนเมนบอร์ดฉีกขาด ทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวเมนบอร์ดได้ ทางทีด่ ี
แนะนำให้ใช้ดา้ มพลาสติกทีม่ คี วามแข็งแรงมากๆ หน่อยจะดีกว่าการใช้ไขควงครับ
เพราะหากไม่ชำนาญส่วนใหญ่หลายคนจะพลาดในส่วนนีแ้ ทบทัง้ สิน้ ครับ
หากเมนบอร์ดเกิดความเสียหายจากการทีถ่ กู ไขควรขูดเอาลายปรินซ์ฉกี
ขาด เราสามารถนำเมนบอร์ดไปเชือ่ มต่อลายปรินซ์ใหม่ได้ ซึง่ อาจต้องเสียค่าใช้จา่ ย
บ้าง แต่เมือ่ เทียบกับเมนบอร์ดราคาแพงแล้วเชือ่ ว่ายังคุม้ ค่าอยูค่ รับ

สำนักพิมพ์ eXP MEDIA

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful