บทที่ 6

หลักการถายภาพ

(ที่มา : อํานวย อรรจนาทร)

52

Basic of Photography

การถายภาพใหไดดนี น้ั นักถายภาพจะตองรูจ กั สวนตาง ๆ ของกลองและหนาทีใ่ นแต
ละสวนเปนอยางดี ทราบความสัมพันธของปุม ตาง ๆ ผลของภาพที่จะไดและหลักการจัดองค
ประกอบภาพ สําหรับในบทนี้ จะกลาวถึงการปรับรูรบั แสง ความเร็วชัตเตอร ผลทีเ่ กิดขึน้ ตอ
ภาพถาย รวมทั้งความสัมพันธของปุมทั้งสอง

6.1 การปรับขนาดรูรบั แสง
ไดกลาวในบทกอนวา วงแหวนปรับรูรบั แสง ทําหนาทีก่ ําหนดปริมาณของแสงทีเ่ ขา
กลอง โดยเลขที่มีคามากรูจะเล็ก ในทางตรงขามเลขที่มีคานอยรูรับแสงจะใหญ นัน่ หมายถึงการ
ยอมใหแสงเขากลอง ในปริมาณทีม่ ากดวย
เมื่อปรับวงแหวนไมวาไปทางเลขที่มีคามาก หรือไปทางเลขทีม่ คี า นอยทีอ่ ยูต ดิ กันหนึง่
ตัวเลขเรียกวา “หนึง่ สตอป” (One-Stop) เชน เปลีย่ นจาก F 11 เปน F 8 หรือเปลีย่ นจาก F 8
เปน F 11 หรือเปลีย่ น F 11 เปน F16 ตัวเลขแตละสตอปจะมีความสัมพันธกัน ในการกําหนด
สัดสวนของปริมาณแสงที่เขาไปในกลอง เมือ่ ปรับใหรรู บั แสงเล็กลงหนึง่ สตอป (เชน จาก F 8 เปน
F 11) แสงจะผานเขากลองไดนอยลง เปนครึง่ หนึง่ ของรูรบั แสงเดิม (F 8) และในทางตรงกันขาม
ถาปรับใหรรู บั แสงกวางขึน้ หนึง่ สตอป (เชน จาก F 8 เปน F 5.6) ปริมาณของแสงจะผานเขา
กลองได เปนสองเทาของรูรบั แสงเดิม ( F 8 )

ปริมาณของแสงจะเขา
กลองไดเปน 2 หนวย
ของ F 8

Created by Amnuai Ajanatorn

ปริมาณของแสงผานเขา
กลอง 1 หนวย

ปริมาณของแสงผานเขา
กลองเทากับ 1/2 หนวย
ของ F 8

53

Basic of Photography

เพื่อความเขาใจเกี่ยวกับความสัมพันธของรูรับแสง กับปริมาณของแสงทีผ่ า นเขากลอง
ทั้งระบบ อาจแสดงภาพประกอบไดดงั นี้
เอฟสตอป

ปริมาณแสง

2

8

2.8

4

5.6

8

11

16

4

2

1

1/2

1/4

1/8 หนวย

ขนาดของรูรับแสงเล็กใหญ นอกจากจะเปนตัวกําหนดปริมาณของแสงทีผ่ า นเขากลอง
แลว ยังเปนตัวกําหนดความชัดลึกของภาพอีกดวย โดยทีร่ รู บั แสงทีม่ ขี นาดเล็ก จะใหภาพที่มี
ความชัดลึกมากกวาภาพที่ถายโดยรูรับแสงที่ใหญกวา
ดังนั้น เมื่อตองการถายภาพใหชัดเฉพาะจุด (ชัดตืน้ ) เพือ่ เนนจุดเดนใหปรับรูรบั แสง
ใหใหญ เชน F 4 , 2.8, 2 เปนตน ภาพทีไ่ ดจะชัดเฉพาะตําแหนงที่โฟกัสเทานั้น ดานหนาและ
ดานหลังตําแหนงที่โฟกัสจะพรามัว ในทางตรงกันขามหากตองการใหภาพมีความชัดลึก มาก ๆ
เชน ภาพทิวทัศน ภาพดอกไม ใหปรับรูปรับแสงไปที่ F 11, 16 หรือ F 22 ก็จะไดภาพที่มีความ
คมชัด ตัง้ แตฉากหนาไปจนถึงระยะอินฟนติ ี
อีกอยางที่ควรทราบ แมจะใชเลนสตวั เดียวกันถายภาพก็ตาม ภาพถายระยะใกลนั้น
ความชัดลึกจะนอยกวาการถายภาพในระยะทีไ่ กลออกไป
ในการเลือกวาจะตั้งกลอง เพือ่ ใหไดภาพออกมาดีนน้ั ขึ้นกับลักษณะของภาพแตละ
แบบ นักถายภาพจะตองรูห ลักการจัดองคประกอบภาพ ซึ่งจะกลาวไวในบทที่ 9 การจัดองค
ประกอบภาพและบทที่ 10 เทคนิคการถายภาพแบบตาง ๆ

Created by Amnuai Ajanatorn

Basic of Photography

ภาพที่ 6.1 แสดงภาพเปรียบเทียบความชัดลึกทีใ่ ชขนาดรูรบั แสงตางกัน
(ที่มา : อํานวย อรรจนาทร)

Created by Amnuai Ajanatorn

54

55

Basic of Photography

6.2 การปรับความเร็วชัตเตอร
ชัตเตอรเปนมานเปดปด ยอมใหแสงผานเขากลองไปกระทบฟลม โดยทีส่ ามารถ
กําหนดเวลาใหเปดปดไดนานเทาทีต่ อ งการ การเพิ่มหรือลดความเร็วชัตเตอรในแตละขั้นที่อยูติด
กันเรียก “หนึ่งสตอป” ซึ่งจะสัมพันธกัน โดยมีผลตอการเพิม่ หรือลดความเร็วในการเปดปดเปน 2
เทาของกันและกัน กลาวคือเมือ่ ปรับตัวเลขจาก 1/60 ไปเปน 1/125 วินาที ชัตเตอรจะปดเร็ว
เปน 2 เทา (ครึง่ เวลาจากเดิม) ปริมาณของแสงก็เขากลองไดนอ ยลงครึง่ หนึง่ ดวย และถาปรับ
ความเร็วชัตเตอรจาก 1/60 ไปเปน 1/30 วินาที ปริมาณของแสงจะเขากลองไดมากเปน 2 เทา
ของความเร็วเดิม (1/60)

ภาพที่ 6. แสดงตําแหนงทีป่ รับความเร็วชัตเตอร
(ที่มา : สมาน เฉตระการ. 2532 : 35)

6.3 ความสัมพันธระหวางความเร็วชัตเตอรและรูรบั แสง
ไดทราบแลววา ทั้งความเร็วชัตเตอรและขนาดของรูรับแสง ตางทําหนาทีเ่ ปนตัว
กําหนดปริมาณแสงที่จะผานเขาไปในกลอง เพื่อฉายแสงลงบนฟลม โดยมีความเร็วชัตเตอร
กําหนดดวยเวลาของการเปดปดชัตเตอร สวนรูรบั แสงกําหนดโดยขนาดของรูรบั แสง ดังนัน้ เรา

Created by Amnuai Ajanatorn

56

Basic of Photography

สามารถที่จะเลือกปรับตัง้ ปุม ใดปุม หนึง่ หรือทัง้ สองปุม พรอมกัน เพื่อใหไดแสงเขากลองในปริมาณ
ที่ตองการ ไดภาพที่สวยงามถูกใจนักถายภาพนั่นเอง
โดยที่เมื่อปรับความเร็วชัตเตอรใหเร็วขึ้นหนึ่งสตอป จะมีคา เทากับการปรับขนาดรูรบั
แสงใหเล็กลงหนึง่ สตอป ในทางตรงกันขาม ถาปรับความเร็วชัตเตอรใหชาลงหนึ่งสตอป มีคาเทา
กับการปรับขนาดรูรบั แสงใหใหญขน้ึ หนึง่ สตอป
เพื่อความเขาใจดียิ่งขึ้น จะขอยกตัวอยางพรอมภาพประกอบดังนี้ เดิมตัง้ ความเร็ว ชัต
เตอร 1/125 ที่ F 11 เมื่อปรับความเร็วชัตเตอรใหมเปน 1/60 จะตองตั้งขนาดรูรับแสงเปน F 16
จึงจะไดปริมาณแสงเขากลองคงเดิม หรือปรับจาก 1/125 ไปเปน 1/500 (สองสตอป) ก็จะตองปรับ
F 11 ไปเปน F 5.6 (สองสตอปเทากัน)
125 ---------> 60
16 <--------

11

500 <------- 250 <-------- 125
11 ---------> 8 --------> 5.6

ภาพที่ 6.3 แสดงการปรับความเร็วชัดเตอรและรูรบั แสงใหสมั พันธกนั
(ที่มา : อํานวย อรรจนาทร)
ตารางที่ 6.1 แสดงถึงความสัมพันธระหวาง ความเร็วชัตเตอรกับขนาดรูรับแสง ซึ่งแต
ละคูจะยอมใหแสงผานเขากลองในปริมาณทีเ่ ทากัน เมื่อภาพนอรมอล ที่ F 11 กับ 1/125 โดย
เมื่อปรับความเร็วชัตเตอรไปทางขวา ใหปรับเอฟสตอป ไปทางซาย

Created by Amnuai Ajanatorn

57

Basic of Photography

ตารางที่ 6.1 แสดงความสัมพันธระหวางความเร็วชัตเตอรกับรูรับแสง
จํานวนสตอป
2
1
0
1
2
3
ความเร็วชัตเตอร
500 250 125 60 30 15
เอฟสตอป
22 16 11 8 5.6 4
(ที่มา : อํานวย อรรจนาทร)

4
8
2.8

5
4
2

ภาพที่ 6.4 แสดงความสัมพันธระหวางรูรบั แสงกับความเร็วชัตเตอร
(ที่มา : สมาน เฉตระการ. 2532 : 100)
สวนคานอรมอล จะเปลี่ยนไปตามสภาพของแสงและเปลี่ยนอยูตลอดเวลา จึงตอง
อาศัยเครื่องวัดแสงทีต่ ดิ มากับกลอง ชวยในการหาคานอรมอลในกลองฟลม จะมีขอแนะนําในการ
เปดหนากลองหรือคานอรมอลนัน่ เอง

Created by Amnuai Ajanatorn

58

Basic of Photography

ภาพที่ 6.5 แสดงการตัง้ รูรบั แสงจาก
กลองฟลม สีโกดักโกลด 100 ใน
สภาพแสงตาง ๆ และแนะนําใหตง้ั
ความเร็วชัตเตอรที่ 1/125 วินาที
(ที่มา : กลองฟลมสีโกดัก)

6.3.1 เหตุทต่ี อ งปรับความเร็วชัตเตอรและรูรบั แสง
1. เพื่อหยุดวัตถุที่มีความเร็วไมใหสั่นไหว เชน รถกําลังแลนบนถนน เด็กขณะ
กําลังวิ่งไลกันในการถายภาพจะตองใชความเร็วชัตเตอรสูง ๆ อาทิ 1/250, 1/500 หรือกวานัน้
ขึ้นกับความเร็วและทิศทางการเคลือ่ นทีข่ องสิง่ ทีต่ อ งการจะถาย
2. เพื่อใหรูสึกวามีการเคลื่อนไหว เชน เด็กกําลังโลชิงชา ผูถ า ยตองการใหเห็น
การเคลื่อนไหวของชิงชาเปนแนวโคง โดยการตั้งความเร็วชัตเตอรชา 1/30, 1/15 ฉากหลังของ
ภาพจะพรามัวเปนทาง ตามการแกวงของชิงชา วิธนี ผ้ี ถู า ยจะตองสายกลอง (Panning) ตามการ
แกวงของชิงชาดวย
3. เมื่อตองการความชัดลึกมาก ๆ เชนภาพทิวทัศน ใหปรับรูรบั แสงใหเล็ก F 11,
F 16
4. เมื่อตองการใหภาพชัดเฉพาะจุด (ชัดตืน้ ) เปนการเนนจุดเดนของภาพ โดย
ตองการใหชัดเฉพาะจุดที่ปรับโฟกัส สวนอืน่ ๆ ของภาพจะพรามัว (Out of Focus) ทําไดโดยการ
เปดรูรับแสงใหใหญ F 2.8, F 2 เปนตน
อยาลืมวาเมื่อปรับความเร็วชัตเตอรหรือขนาดรูรับแสง อยางใดอยางหนึง่ แลว เพื่อ
ใหไดภาพในลักษณะที่ตองการ จะตองปรับชดเชยแสงทีน่ อ ยลง หรือมากเกินไปทดแทน ภาพจึง
จะไดออกมานอรมอล
6.3.2 วิธีบรรจุฟลมเขากลองถายภาพ
1. เปดฝาหลังกลองและดึงที่กรอฟลมขึ้น บรรจุฟลมเขาชองใสฟลม จัดฟลมให
แนบสนิท กดทีก่ รอฟลม คืนทีเ่ ดิม

Created by Amnuai Ajanatorn

Basic of Photography

59

2. ดึงหัวฟลมมาทางชองสอดหัวฟลม ทีอ่ ยูด า นขวา สอดหัวฟลม เขาในชองสอด
ฟลม
3. ขึ้นชัตเตอรหนึ่งครั้ง สังเกตดูวา รูหนามเตยทีข่ อบฟลม เขาหนามเตยทัง้ ดานบน
และลาง หรือไม
4. จากนั้นปดฝาหลังกลอง กดชัตเตอรทิ้งไปหนึ่งครั้งแลวขึ้นฟลมอีกครั้งขณะขึ้น
ฟลม สังเกตที่กรอฟลมวาหมุนตามหรือไม ถาใสฟลมเขาที่ดีที่กรอฟลมจะตองหมุนตามเสมอ
เพื่อใหแนใจอาจลองหมุนที่กรอฟลมกลับ จะรูสึกมีความฝด
5. ขึ้นฟลมจนถึงเลข 1 ก็พรอมที่จะถายภาพ
6. ฉีกฝากลองฟลมเสียบที่ชองเสียบฝากลองฟลมที่ฝาหลังกลอง เพื่อจะไดทราบ
วากําลังใชฟลมชนิดใดอยู

ภาพที่ 6.6 แสดงวิธีใสฟลมเขากลองถายภาพ
(ที่มา : สุมติ รา ขันตยาลงกต. 2534 : 30)
6.3.3 การถอดฟลมออกจากกลอง
1. กดปุม ปลดล็อคกันการกรอฟลม กลับทีฐ่ านกลอง จากนัน้ ทําการกรอฟลม กลับ
หมุนตามลูกศรบนตัวกลองจนกวาจะไมมีความฝด
2. เปดฝาหลังกลองดึงที่กรอฟลมขึ้นจนสุด แลวนําฟลมออกจากกลองเพื่อจะได
นําไปลางตอไป
ทุกครั้งที่ใสฟลมเขากลองหรือนําฟลม ออกจากกลอง ไมควรใหฟลมถูกแสงแดด
โดยตรง

Created by Amnuai Ajanatorn

60

Basic of Photography

ภาพที่ 6.7 แสดงวิธถี อดฟลม ออกจากกลองถายภาพ
(ที่มา : สุมติ รา ขันตยาลงกต. 2534 : 30)
ตารางที่ 6.2 แนะนําวิธถี า ยภาพในสถานการณและสิง่ แวดลอมตาง ๆ
ความไวแสงของฟลมที่ใช ISO
(ใชไดทั้งฟลมสีและขาวดํา)
ลักษณะและสภาพของแสง
25 - 32 30 - 52 80 - 125 160 - 250 400
ในทําเลที่จะถายภาพ
ความเร็วชัตเตอรที่ควรใชและเอฟสตอป
1

แสงจาตอนกลาวันและสภาพ
พื้ น ที่ ทํ าการถ า ยภาพสว า ง
มาก เชน ชายหาด หิมะ
แสงแดดตอนกลางวัน (ถาย
ภาพตามทิศทางของแสง)

1/125
F 11

1/125
F 16

1/125
F 16

1/500
F 16

1/500
F 22

1/125
F8

1/125
F 11

1/125
F 16

1/250
F 16

1/250
F 16

3

แสงขณะฟาครึ้มฝน หรือแดด
ออน วัตถุทถ่ี า ยมีเงาจาง ๆ

1/125
F4

1/125
F 5.6

1/125
F8

1/250
F8

1/500
F8

4

ทองฟามืดครึ้ม หรือฝนตก
สภาพของแสงมืดมัว
ถายภาพดวงอาทิตยขน้ึ
(พิจารณาถึงสภาพบรรยากาศ
ในขณะนั้น เชน เมฆ หมอก
ชวงเวลาที่ทําการบันทึก)
ถายภาพดวงอาทิตยตก

1/125
F 2.8
1/125
F4

1/125
F4
1/125
F 5.6

1/125
F 5.6
1/125
F8

1/250
F 5.6
1/250
F8

1/500
F 5.6
1/500
F8

1/125

1/125

1/125

1/250

1/500

2

5

Created by Amnuai Ajanatorn

61

Basic of Photography

7

ถายภาพตอนยํ่าคํ่า หรือโพล
เพล
8 ถายภาพภายในอาคารทีเ่ ปด
ไฟสวางมาก ๆ เชน หางราน
9 ถายภาพภายในอาคารที่เปด
ไฟสวางปกติ
10 ถายภาพบนเวทีการแสดงใน
หองประชุมทั่วไป ที่ใชไฟ
สปอตไลต
11 ถายภาพบนทองถนนในเมือง
ยามคํ่า ที่มีแสงไฟสวาง
12 ถายภาพการประดับโคมไฟใน
งานเทศกาลพิเศษ

F 2.8
1/125
F2
1/8
F 2.8
1/2
F 2.8
1/4
F 2.8

F4
1/125
F4
1/15
F 2.8
1/4
F 2.8
1/8
F 2.8

F 5.6
1/125
F 5.6
1/30
F 2.8
1/8
F 2.8
1/15
F 2.8

F 5.6
1/250
F 5.6
1/60
F 2.8
1/15
F 2.8
1/30
F 2.8

F 5.6
1/500
F 5.6
1/125
F 2.8
1/30
F 2.8
1/60
F 2.8

1/8
F 2.8
B
-

1/15
F 2.8
B
10-15
วินาที
B
F 8-15

1/30
F 2.8
B
5-10
วินาที
B
F 8-16

1/60
F 2.8
B
-

1/125
F 2.8
B
-

B
F 8-22

B
F 8-22

1/15
F2

1/15
F 2.8

1/30
F 2.8

1/30
F 3.5

13 ถายภาพสายฟาแลบยามคํ่ า
B
คืนหรือพลุดอกไมไฟ
F 8-16
14

ถายภาพจากจอโทรทัศน

-

หมายเหตุ
1. ตัวเลขตามตารางขางบน ไมใชตวั เลขทีถ่ กู ตอง 100 เปอรเซ็นต เปนการรวบรวมเพือ่
ชี้นํา ทีใ่ กลเคียงความจริง และความคลาดเคลือ่ น ยอมขึน้ กับองคประกอบอืน่ ๆ
ทีเ่ กีย่ วของ
2. ในขอ 6 - 8 ชวงระยะเวลาของดวงอาทิตยขึ้น และดวงอาทิตยตก ตลอดจนเวลา
ยํ่ าคํ่ า จะมีผลตอปริมาณความเขมของแสง ดังนั้น ขนาดของรูรับแสงอาจเปลี่ยน
ใหเล็กกวาในตาราง 1 - 2 สตอป
3. ขอ 13 แนะใหใชความเร็วชัตเตอรที่ B และเวลาขึน้ กับจังหวะการแตกของพลุดว ย
Created by Amnuai Ajanatorn

62

Basic of Photography

(ที่มา : สุทัศน บุรภี ักดี. 2528 : 370-372)
6.3.4 การถายภาพในทาทางแบบตาง ๆ
การถายภาพในทาทางทีถ่ กู ตอง จะทําใหถอื กลองถายภาพไดอยางมัน่ คง ชวยเพิ่ม
ความมั่นใจและไมทําใหกลองสั่นไหว

ภาพที่ 6.8 แสดงทาทางในขณะถายภาพ
(ที่มา : สุทศั น บุรภี ักดี. 2528 : 392)

Created by Amnuai Ajanatorn

Basic of Photography

63

จะเห็นไดวา ความเร็วชัตเตอร รูรับแสงและความไวแสงของฟลมมีความสัมพันธกัน
อยางยิ่ง นักถายภาพตองหมัน่ สังเกตลักษณะของแสงและการปรับตัง้ กลอง เพื่อใหไดภาพที่ดี
สําหรับผูเ ริม่ ตนถายภาพ ควรจดบันทึกทุกครัง้ ทีก่ ดไกชัตเตอรเพือ่ ใชตรวจสอบไดในภายหลัง วา
ภาพใดถายอยางไรหรือทราบสาเหตุวา ภาพนัน้ ๆ ไมดีเพราะเหตุใด จะไดแกไขในการถายภาพ
ครั้งตอไป

Created by Amnuai Ajanatorn

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful