บทที่ 1

แนวคิดพืน้ ฐานเกี่ยวกับทักษะชีวิต

บทที่ 1 แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับทักษะชีวิต

2
 

แผนบริหารการสอนประจําบทที่ 1 : แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับทักษะชีวิต
หัวขอเนื้อหา
 แนวคิดเกี่ยวกับทักษะชีวิต
 องคประกอบของทักษะชีวิต
 ทําไมตองเรียนรูทักษะชีวิต
 กลยุทธในการสรางทักษะชีวิต
 ขอสังเกตในการสอนทักษะชีวิต
 ทักษะชีวิตศึกษา
 สรุปทายบท
วัตถุประสงคทั่วไป เพื่อใหนักศึกษา
1. เขาใจแนวคิดเกี่ยวกับทักษะชีวิต
2. มีความรูความเขาใจองคประกอบของทักษะชีวิต
3. เขาใจวาทําไมตองเรียนรูทักษะชีวิต
4. เขาใจกลยุทธในการสรางทักษะชีวิต
5. เขาใจทักษะชีวิตศึกษา
วัตถุประสงคเชิงพฤติกรรม การเรียนบทเรียนนี้มีวัตถุประสงคใหผูเรียนปฏิบัติสิ่งตอไปนี้ไดคือ
1. อธิบายแนวคิดเกี่ยวกับทักษะชีวิตได
2. อธิบายองคประกอบของทักษะชีวิต
3. อธิบายเหตุผลที่ตองเรียนรูทักษะชีวิต
4. อธิบายกลยุทธในการสรางทักษะชีวิต
5. อธิบายทักษะชีวิตศึกษา

การตอบคําถามขณะเรียนและการทําแบบฝกหัด 3 . 6. Power Point เรื่อง ทักษะการดํารงชีวิตประจําวัน 3.บทที่ 1 แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับทักษะชีวิต   วิธีสอนและกิจกรรมการเรียนการสอนประจําบท 1. วีดีทัศน การวัดผลและประเมินผล   1. 5. ศึกษาเอกสารประกอบการสอน บรรยายประกอบโปรแกรม Power Point แบงกลุมแสดงความคิดเห็นเชิงวิพากษ วิเคราะห เปรียบเทียบ ฯลฯ กลุมนําเสนอ และอภิปรายในชั้นเรียน ผูสอนสรุปสาระสําคัญเพิ่มเติม ตอบคําถามทายบท สื่อการสอน 1. 3. เอกสารประกอบการสอน 2. สังเกตพฤติกรรมผูเรียนทั้งในดานการฟงบรรยายและในการแบงกลุมอภิปรายแสดง ความคิดเห็นนําเสนอขอคิดเห็น 2. 4. 2.

4 บทที่ 1 แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับทักษะชีวิต   บทที่ 1 แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับทักษะชีวิต --------------------แนวคิดเกี่ยวกับทักษะชีวิต ปจจุบันโลกยุคขอมูลขาวสารและการแขงขันระดับโลก (Age of information and global competition) ความเจริญกาวหนาอยางรวดเร็วที่เกิดจากเทคโนโลยีและสิ่งประดิษฐใหม ๆ สงผลให เกิดการแขงขันอยางรุนแรงใน ทุกวงการซึ่งนับวันก็ยิ่งจะรุนแรงมากขึ้น จะเห็นไดวา ทุกวันนี้ คนทํางานสวนหนึ่งไมตองการ เปนลูกจางใคร พนักงานจํานวนมากยังตองการทํางานลวงเวลา ผูหญิง เกือบทุกคนตองออกไปทํางานนอกบาน บัณฑิตที่สําเร็จการศึกษาไปแลว ไมสามารถนําความรูไปใช ปฏิบัติงานไดอยางมีประสิทธิภาพหากขาดคุณลักษณะนิสัยและทักษะที่จําเปนตอ การทํางานและการ ดําเนินชีวิต ที่เรียกกันวา ทักษะชีวิต นั่นเอง สําหรับความหมายของทักษะชีวิต มีนักวิชาการไดอธิบาย ไวดังตัวอยางตอไปนี้ ทักษะชีวิต ในความหมายของ สํานัก งานคณะกรรมการการศึกษาแหงชาติ หมายถึง คุณลักษณะ หรือความสามารถเชิงสังคมจิตวิทยา เปนทักษะที่ชวยใหบุคคลสามารถเผชิญสถานการณ ตางๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจําวันไดอยางมีประสิทธิภาพ เชน ทักษะในการคิด วิเคราะหอยางมีเหตุผล ทักษะการตัดสินใจ ทักษะดานความคิดริเริ่มสรางสรรค ทักษะในการประมาณตน และการควบคุม สถานการณ ทักษะในการสื่อสาร ตอรอง ปฏิเสธ และโนมนาวจิตใจ ทักษะในการปรับตัว เปนตน มัณฑรา ธรรมบุศย (2553) ไดอธิบายวา ทักษะชีวิต หมายถึง ทักษะที่มนุษยทุกคนจําเปนตอง มีและตองใชในชีวิตประจําวัน เพื่อชวยใหตนเองมีความสุข สามารถปฏิบัติหนาที่ได และประสบ ความสําเร็จ ทักษะที่จําเปนตอการดํารงชีวิตของมนุษยมีอยู 2 อยางคือ ทักษะทั่วไป (Generic Skills) กับ ทักษะวิชาชีพ (Profession Skills) ทักษะทั่วไปเปนทักษะที่มนุษยตองใชทุกวันเพื่อการมีชีวิตอยู แตทักษะวิชาชีพเปนทักษะที่มนุษยจําเปนตองมีเพื่อใชในการหาเลี้ยงชีพ ในอดีต มนุษยยังไมเห็น ความสําคัญของทักษะวิชาชีพเทาใดนักเนื่องจากประชากรยังมีนอย การแขงขันในการทํางานก็ไม มากนัก แตในระยะ 20 ปที่ผานมา โลกของการทํางานและโครงสรางของงานไดเปลี่ยนแปลงไป ที่ เห็นไดอยางชัดเจนก็คือ เกิดโลกาภิวัตนทางดานการคาและอุตสาหกรรม (Globalization of commerce and industry) และมีการนําเทคโนโลยีเขาไปใชในการทํางานมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงดังกลาวสงผล ใหคนงานที่ไมมีความรูทางดานภาษาตางประเทศและดานเทคโนโลยีประสบปญหาในการทํางาน .

2 การเริ่มตนงานในวันแรกของการทํางาน (first day on the job) 3.3 การแตงกายไดเหมาะสม (Proper attire) 3.1 การขอความชวยเหลือดานการเงิน 4.8 การมีเจตคติทดี่ ี (Good attitude) 3.7 ผลงานและคุณภาพในการทํางาน (Productivity and quality on the job) 3.2 สิทธิประโยชนที่ไดรับจากการทํางาน (Benefits of the job) 4.11 การปฏิบัติงานตามสายงาน (Following chain of command) 4.6 พฤติกรรมทางเพศในสถานทีท่ ํางาน (Sexual behavior in the workplace) 3. ทักษะทางสังคม (Social Skills) ซึ่งไดแก 1. 2553) 1.10 ความปลอดภัยในการทํางาน (Safety on the job) 3.4 การผูกมิตร (Make friends) 1.บทที่ 1 แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับทักษะชีวิต 5   บางคนตองออกจากงาน เพราะเหตุนี้จึงทําใหสถานศึกษาตาง ๆ ตองปรับปรุงหลักสูตรและรายวิชาใน โปรแกรมตาง ๆ เพื่อใหผูเรียนมีทักษะและความเชี่ยวชาญในสาขาที่จะออกไปประกอบอาชีพ การเรียนรูทักษะชีวิตเพื่อความสําเร็จในอาชีพ (Life Skills for Vocational Success) มีประเด็น ที่ควรเรียนรู ดังนี้ (มัณฑรา ธรรมบุศย. ทักษะในการตัดสินใจ (Decision-making skills) และการแกไขปญหา (Solving problem) 3.3 การจัดการกับความขัดแยง (Conflict resolution) 1. ความสามารถในการทํางาน (Employability) ซึ่งเกี่ยวของกับเรื่องตอไปนี้ 3.5 การวางตัวในการปฏิบัติงานไดอยางเหมาะสม (Acting appropriately on the job) 3.9 การปรับตัวใหพรอมที่จะเปลีย่ นแปลง (Adapt to change) 3.1 ทักษะในการติดตอสื่อสาร (Communication skills) 1. การบริหารการเงิน (Money management) 4.4 ความเชื่อถือทางดานการเงิน (Credit) .6 ทักษะในการใชเวลาวาง (Leisure skills) 2.1 การจัดการเรื่องเวลา (Time management) 3.4 ทักษะทางสังคมในสถานที่ทํางาน (Social skills in the workplace) 3.5 การสรางความสัมพันธกับเพื่อนรวมงาน (Get along with co-workers) 1.2 การจัดการกับความโกรธ (Anger management) 1.3 การใชบริการของธนาคาร (Using bank services) 4.

2 โภชนาการ (Nutrition) 6.2 กฎ ระเบียบที่เกี่ยวของกับการทํางาน (Laws related to the workplace) .8 การใชวันลาปวยอยางฉลาด (Using sick time benefits wisely) 7.5 การไปพบแพทยและปฏิบัติตามคําแนะนําของแพทยไดถูกตอง (Seek and follow appropriate medical advice) 6.4 การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทําลายตนเอง (Avoid destructive behaviors) 6. สุขภาพ (Health) 6.2 การใหความไวใจแกคนที่รูจกั เพื่อการเดินทาง 5. ความเขาใจเบื้องตนเกี่ยวกับกฎหมาย (Basic understanding of the law) 8. ความรับผิดชอบตอครอบครัว (Family responsibilities) 7.6 การสรางสุขนิสัยที่ดี (Adopt Good personal health habits) 6.1 การออกกําลังกาย (Physical fitness) 6.2 การเลี้ยงดูเด็ก (Child care) 7.9 การจายใบเสร็จ (Paying bills) 5.6 บทที่ 1 แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับทักษะชีวิต   4.8 เปรียบเทียบการไปซื้อของ (Comparative shopping) 4.6 วิธีเก็บรักษาเงินของตนเอง (How to protect your money) 4.1 การตั้งครรภ (Pregnancy) 7.3 การจัดการกับความเครียด (Stress management) 6. การเดินทางไปทํางาน (Transportation) 5.3 การเปนเจาของรถยนตสวนตัว 6.1 การเดินทางโดยรถประจําทาง 5.5 การทํางบประมาณ (Creating a budget) 4.7 ปญหาหนี้สิน (Problems with debt) 4.4 เรื่องอื่น ๆ ในครอบครัว (Other family issues) 8.7 การหลีกเลี่ยงโรคที่เกิดจากเพศสัมพันธ (Sexually transmitted diseases) 6.1 การกระทําผิดดานอาชญากรรม (Criminal violation) 8.

1 การคนหาหมายเลขโทรศัพท (Finding phone numbers) 9. ทักษะการใชโทรศัพท (Telephone skills) 9. อางถึงใน มัณฑรา ธรรมบุศย.บทที่ 1 แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับทักษะชีวิต 7   8.4 การใชโทรศัพททางไกล (Making long-distance phone calls) ยงยุทธ วงศภิรมยศานติ์ และ สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ.1 ความสามารถในการบริหารจัดการระบบการเงิน (Managing personal finances) เชน นับ และทอนเงินไดถูกตอง รูจักออมทรัพยและตรวจสอบบัญชีเงินฝากของ ตน รูจักควบคุมงบประมาณ การใชจายใหคงที่ รูวิธีบันทึกคาใชจาย ใชจายโดยใชเงินสด และบัตรเครดิตดวยความรับผิดชอบ สามารถคํานวณภาษีเงินได ไมหลีกเลี่ยงการเสียภาษี ชําระเงินตามใบเรียกเก็บเงินตรงตามกําหนดเวลา . (2553).2 การสอบถามขอมูล (Asking information) 9. ทักษะการดํารงชีวิตประจําวัน (Daily life skills) เปนทักษะที่จําเปนตองใชใน การดําเนิน ชีวิตประจําวัน ผูที่มีทักษะดานนี้จะแสดงความสามารถออกมาใหปรากฏจนเปน นิสัยที่เห็นไดอยาง ชัดเจน ไดแก 1.3 การเลาประวัติดานอาชญากรรมใหนายจางทราบ (Explaining a criminal history to employers) 8.4 การจางนิติกร (Hiring a lawyer) 9. อธิบายวา ทักษะชีวิต คือ ความสามารถของบุคคลทั้งความรู เจตคติ และทักษะที่จะปรับตัว และเผชิญตอสิ่งเราตาง ๆ ในชีวิต อยางสรางสรรค มีประสิทธิภาพ รวมทั้งสอดคลองกับวัฒนธรรม และสิ่งแวดลอม/สังคม ผูที่มีทักษะ ชี วิ ต ที่ ดี จ ะมี ป ฏิ สั ม พั น ธ แ ละมนุ ษ ยสั ม พั น ธ ที่ ดี มี ค วามบากบั่ น รู จั ก แก ป ญ หาได ดี ปรั บ ตั ว ได พึ่งตนเองได และปองกันตนเองในภาวะคับขัน กล า วโดยสรุ ป แล ว ความหมายของทั ก ษะชี วิ ต คื อ ความสามารถในการปรั บ ตั ว และมี พฤติกรรมไปในทิศทางที่ถูกตองในการที่จะเผชิญกับสิ่งทาทายตางๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจําวันได อยางมีประสิทธิภาพ องคประกอบของทักษะชีวิต ทักษะชีวิตเปนเรื่องที่เกี่ยวของทั้งความรูและทักษะของแตละบุคคลและเปนสิ่งที่จําเปนอยาง ยิ่งตอการดําเนินชีวิตอยางอิสระในวัยผูใหญ Brolin (1989. 2553) ได แบงองคประกอบของทักษะชีวิตออกเปน 3 กลุมใหญๆ คือ 1.3 งานที่ตองอาศัยทักษะการใชโทรศัพท (Work related telephone skills) 9.

preparing and consuming food) เชน รูจักเลือกซื้อและวางแผนรายการอาหาร รูจักทําความ สะอาดบริเวณประกอบ อาหาร รูวิธีเก็บถนอมอาหารและวิธีเตรียมอาหาร อานปายฉลาก และปฏิบัติตามคําแนะนําบนฉลาก ได แสดงนิสัยการกินที่ดี วางแผนรับประทานอาหารแต ละมื้อในสัดสวนที่สมดุล 1.6 ความสามารถในการซื้อและถนอมเครื่องแตงกาย (Buying and caring for clothing) เชน รู วิธีซักรีดเสื้อผาชนิดตาง ๆ สามารถซอมแซมเสื้อผาและเก็บรักษาเสื้อผา ตลอดจนตอรองราคาเสื้อผา ได 1.1 ความสามารถในการรูจักตนเอง (Self – awareness) เชน สามารถบอก ความตองการดาน รางกายและจิตใจของตนเอง ระบุความสนใจ ความสามารถ และลักษณะ อารมณของตนได รูวิธีดูแล บํารุงรักษาสุขภาพ ฯลฯ .4 การตระหนักถึงความปลอดภัย (Safety awareness) เชน มีความรูเกี่ยวกับ เครื่องหมาย หรือสัญลักษณที่แสดงถึงความปลอดภัย มีความไวตอการรับรูเสียงหรือกลิ่นที่ ผิดแผกไปจากเดิม สามารถถอนตัวออกจากเหตุการณที่คับขัน 1.7 การแสดงออกถึงการเปนพลเมืองดี (Exhibiting responsible citizenship) เชน แสดงความ รับผิดชอบและมีความรูเรื่องสิทธิมนุษยชน รายงานเรื่องอาชญากรรมได มีความรูเกี่ยวกับกฎหมาย และการปกครองระดับทองถิ่นหรือระดับประเทศ และปฏิบัติตาม กฎหมายไดอยางถูกตอง 1. ทักษะเฉพาะบุคคลและทักษะทางสังคม (Personal and social skills) เปนทักษะ ที่จําเปน ตอการทํางานและการสรางมิตรภาพ ไดแก 2.2 ความสามารถในการเลือกและจัดการงานบาน (Selecting and managing a household) เชน รูจักดูแลรักษาบานใหสะอาดนาอยู ทํางานบานได รูจักวางแผนและ เตรียมอาหารการกินของ ตนเอง 1.8 ความสามารถในการใชเครื่องนันทนาการและการใชเวลาวาง (Using recreational facilities and engaging in leisure activities) เชน รูจักหาแหลงพักผอนหยอน ใจเทาที่มีอยูในชุมชน รูจักเลือกและวางแผนทํากิจกรรมกับบุคคลและกลุม ฯลฯ 1.3 ความสามารถในการดูแลตนเอง (Caring for personal needs) เชน รูจัก เอาใจใสสุขภาพ ของตนเอง มีจิตใจเบิกบาน แตงกายไดเหมาะสม หลีกเลี่ยงการใชสารเสพ ติด มีความรูเกี่ยวกับโรคภัย ไขเจ็บและสามารถดูแลปองกันตนเอง รูจักออกกําลังกาย รู หลักโภชนาการและการควบคุมน้ําหนัก 1.8 บทที่ 1 แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับทักษะชีวิต   1.9 ความสามารถในการอยูรวมกับชุมชน (Getting around the community) เชน สามารถ แยกแยะบริเวณตางๆ ในชุมชนและระบุสถานที่ตั้งของชุมชนได รูกฎจราจร และวิธีรักษาความ ปลอดภัยในชุมชน เขาใจและรูจักใชแผนที่ของชุมชน ฯลฯ 2.5 ความสามารถในการจัดหา จัดเตรียม และการบริโภคอาหาร (Raising.

4 ความสามารถในการแสวงหางาน / การรักษาความปลอดภัย และการ รักษางาน (Seeking.2 การสรางความมั่นใจในตนเอง ( Self-confidence) เชน สามารถทําให ผูอื่นเห็นถึงคุณคา ของตน บอกไดวาผูอื่นมีการรับรูในตนเองอยางไร ยอมรับผูอื่น กลาวคําชมและวิจารณผูอื่นได ฯลฯ 2.บทที่ 1 แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับทักษะชีวิต 9   2.1 ความรอบรูและความสามารถในการสํารวจทางเลือกอาชีพ (Knowing and exploring occupational choices) เชน รูวิธีสํารวจความเปนไปไดของอาชีพ บอกผลตอบแทน ที่เกิดจากการ ทํางานแตละอาชีพได สามารถจัดกลุมงานออกเปนประเภทตางๆ ได 3.3 การแสดงนิสัยและพฤติกรรมที่เหมาะสมในการทํางาน (Exhibiting appropriate work habits and behavior) เชน รูจักปฏิบัติตามกฎ/ระเบียบของสํานักงานได เห็นความสําคัญของการไป ทํางานและการตรงตอเวลา ทํางานรวมกับผูอื่นได ตั้งใจทํางาน และทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพ 3. ทักษะการประกอบอาชีพ (Occupational skills) เปนทักษะที่จําเปนตอความสําเร็จ ในการ ประกอบอาชีพ ไดแก 3. and maintaining employment) เชน รูวิธีหางาน วิธีสมัคร งาน วิธีการตอบสัมภาษณ และ รูจักปรับตัวหลังจากเขาไปทํางานแลว . securing.3 การแสดงพฤติกรรมที่รับผิดชอบตอสังคม (Socially responsible behavior) เชน ยอมรับในสิทธิและทรัพยสินของผูอื่น ตระหนักในอํานาจหนาที่และรูจักปฏิบัติตาม คําแนะนํา ตางๆ แสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมในที่สาธารณะ มีมารยาททางสังคม และ มารยาทในการ รับประทานอาหาร ฯลฯ 2.4 ความสามารถดานมนุษยสัมพันธ (Good interpersonal) เชน รูจักฟงและ โตตอบผูอื่น มี สัมพันธภาพที่ดีกับผูอื่นและสามารถดํารงความสัมพันธนั้นใหยืนยาว เปนตน 2.6 ความสามารถในการแกไขปญหา (Problem-solving) เชน รูจักขอความ ชวยเหลือจาก ผูอื่นในยามจําเปน รูจักพัฒนาและประเมินทางเลือกในการแกปญหา สามารถ หาทางแกปญหาและ วางแผนแกปญหาไดอยางถูกตอง 2.5 ความสามารถในการพึ่งพาตนเอง (Independence) เชน สามารถทําสิ่ง ตางๆ ไดโดยไม รองขอความชวยเหลือจากผูอื่น สามารถทองเที่ยวไปในสถานที่ตางๆ ใน ชุมชนไดตามลําพัง รูจัก เปลี่ยนแปลงตารางการเดินทางเมื่อเผชิญกับปญหา รูวิธีเลือกคบหา เพื่อน ฯลฯ 2.7 ความสามารถในการติดตอสื่อสารกับผูอื่น (Communicating with others) เชน สามารถ รับรูและโตตอบกับผูอื่นไดทุกสถานการณ ติดตอสื่อสารกับผูอื่นดวยความ 3.2 ความสามารถในการคัดเลือกและวางแผนทางเลือกอาชีพ (Selecting and planning occupational choices) เชน บอกความถนัดในงานแตละประเภทได ระบุความ ตองการที่จําเปนของ งานแตละชนิดได 3.

ดานจิตพิสัย ประกอบดวย  ทักษะดานความตระหนักรูในตน (Self-awareness)  ทักษะดานความเห็นใจผูอื่น (Empathy) 3.2553 : 4-6) ดังนี้ 1.6 ความสามารถในการประกอบอาชีพ (Obtaining specific occupational skills) เชน รูจักนํา ประสบการณที่ไดจากการฝกงานในโรงเรียนหรือจากการทดลองปฏิบัติ งานไปใชใหเกิดประโยชนในการทํางาน องคการอนามัยโลก (WHO) ไดกําหนดองคประกอบของทักษะชีวิตไว 10 องคประกอบ หรือ 5 คู ตามพฤติกรรมการเรียนรู 3 ดาน (ยงยุทธ วงศภิรมยศานติ์ และ สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ.5 ความสามารถในการดูแลสุขภาพ (Exhibiting sufficient physical and manual skill) เชน มี ความแข็งแรง อดทน ทนทาน รางกายมีการทํางานประสานกันเปน อยางดี 3.10 บทที่ 1 แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับทักษะชีวิต   3. ดานทักษะพิสัย มี 3 คู ไดแก  ทักษะดานการสรางสัมพันธภาพและการสื่อสาร (Interpersonal relationship and Communication skill)  ทักษะการตัดสินใจและการแกไขปญหา (Decision making and Problem solving)  ทักษะการจัดการกับอารมณและการจัดการกับความเครียด (Coping with emotions and Coping with Stress) ในประเทศไทยไดมีการปรับปรุงโดยจัดความคิดสรางสรรคและความคิดวิเคราะหวิจารณเปน องคประกอบรวม พรอมทั้งเพิ่มดานจิตพิสัยอีก 1 คู คือ  ทักษะดานความภูมิใจในตนเอง (Self-esteem) คือ ความรูสึกวาตนเองมีคุณคา  ทักษะดานความรับผิดชอบตอสังคม (Social-responsibility) คือ ความรูสึกวาตนเปน ทั้งนี้เพื่อใหเหมาะสมกับสภาพการณที่มีความรุนแรงของกระแสเจตคติและคานิยมที่ผิด ๆ ตลอดจนการละเลยหรือขาดความรับผิดชอบตอเหตุการณที่เกิดขึ้นในสังคมดังปรากฏในแผนภาพ ตอไปนี้ . ดานพุทธิพิสัย ประกอบดวย  ทักษะดานความคิดวิเคราะหวิจารณ (Critical Thinking)  ทักษะดานความคิดสรางสรรค (Creative Thinking) 2.

1 องคประกอบของทักษะชีวิต ที่มา : ยงยุทธ วงศภิรมยศานติ์ และ สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ. ความคิดวิเคราะหวิจารณ (Critical thinking) เปนความสามารถที่จะวิเคราะหขอมูล ขาวสารและประเมินปจจัยตาง ๆ ที่มีอิทธิพลตอเจตคติและพฤติกรรม เชน คานิยม แรงกดดันจากกลุม เพื่อน อิทธิพลจากสื่อตาง ๆ ที่มีผลตอการดําเนินชีวิต ดานจิตพิสัย 3. ความตระหนักในตนเอง (Self-awareness) เปนความสามารถในการคนหาและเขาใจในจุด ดี จุดดอยของตนเอง อะไรที่ตนเองปรารถนา และไมพึงปรารถนาและเขาใจในความแตกตางจาก บุคคลอื่น ๆ . (2553 : 7) ดานพุทธพิสัย 1.บทที่ 1 แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับทักษะชีวิต 11   การสรางสัมพันธภาพ ความตระหนัก และการสื่อสาร รูในตน ความเห็นใจ ความคิดสรางสรรค ผูอื่น การตัดสินใจ และ การแกปญหา ความภูมิใจ ความคิดวิเคราะหวิจารณ ในตนเอง ความ รับผิดชอบตอ สังคม การจัดการกับอารมณ และความเครียด ภาพที่ 1. ความคิดสรางสรรค (Creative thinking) มีความสามารถในการคิดออกไปอยางกวางขวาง โดยไมยึดติดอยูในกรม ชวยใหบุคคลสามารถนําประสบการณที่ผานมา มาใชในการปรับตัวใหเขากับ สถานการณตาง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจําวันไดอยางเหมาะสม 2.

ทักษะการสรางสัมพันธภาพ (Interpersonal relationship skills) สามารถชวยใหบุคคลมี ความสัมพันธซึ่งกันและกัน และสามารถที่จะรักษาและดํารงไวซึ่งความสัมพันธอันดี ซึ่งเปนสิ่งสําคัญ ตอการอยู รว มกัน ในสั งคมได อยางปกติสุข และรวมถึงการรักษาสั มพัน ธภาพที่ดีของสมาชิก ใน ครอบครัวที่เปนแหลงสําคัญของแรงสนับสนุนทางสังคม 8. ความรับผิดชอบตอสังคม (Social responsibility) มีความรูสึกวาตนเองเปนสวนหนึ่งของ สังคมและมีสวนรวมรับผิดชอบในความเจริญหรือความเสื่อมของสังคม ดานทักษะพิสัย 7. การตัดสินใจ (Decision making) เปนสิ่งที่นําไปสูการตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องราวตางๆ ใน ชีวิต ซึ่งถาบุคคลมีการตัดสินใจอยางมีประสิทธิภาพในการกระทําตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับสุขภาพ โดยมี การประเมินทางเลือกและผลจากการตัดสินใจเลือกทางเลือกนั้นๆ จะมีผลตอสุขภาพอนามัยของ บุคคลนั้นๆ 10. ความภูมิใจในตนเอง (Self-esteem) มีความรูสึกวาตนเองมีคุณคา คนพบและภูมิใจใน ความสามารถด า นต า งๆ ของตนโดยไม มุ ง สนใจแต เ รื่ อ งความโก เ ก รู ป ร า ง หน า ตา เสน ห หรื อ ความสามารถทางเพศ 6. ความเห็นใจผูอื่น (Empathy) เปนความสามารถในการเขาใจความรูสึกและความเห็นใจ บุคคลที่แตกตางจากเรา ถึงแมวาเราจะไมคุนเคย ซึ่งจะชวยใหเราเขาใจ และยอมรับความแตกตางของ บุ ค คลอื่ น ทํ า ให เ กิ ด ความสั ม พั น ธ อั น ดี ท างสั ง คม เช น ความแตกต า งทางเชื้ อ ชาติ วั ฒ นธรรม โดยเฉพาะบุคคลที่ตองการไดรับการชวยเหลือและดูแล เชน ผูปวยโรคเอดส ผูมีภาวะบกพรองทาง จิตใจ หรือบุคคลที่ไมเปนที่ยอมรับจากสังคม 5. การสื่อสารอยางมีประสิทธิภาพ (Effective communication) หมายถึง ความสามารถใน การใชคําพูดและภาษาทาทาง เพื่อแสดงความรูสึกนึกคิดของตนอยางเหมาะสมกับสภาพวัฒนธรรม และสถานการณตาง ๆ โดยสามารถที่จะแสดงความคิดเห็น ความปรารถนา ความตองการ การขอรอง การเตือนและการขอความชวยเหลือ 9. การแกปญหา (Problem solving) เมื่อบุคคลมีปญหาตาง ๆ ที่ไมสามารถแกไขได ทําให เกิ ด ภาวะความตึ ง เครี ย ดทั้ ง ดา นร า งกายและจิ ตใจ ทั ก ษะการแกป ญ หาจะช ว ยให บุค คลสามารถ แกปญหาตาง ๆ ในชีวิตของเขาไดอยางถูกตอง เหมาะสม 11. การจัดการกับอารมณ (Coping with emotions) เปนการรูจักและเขาใจอารมณของตนเอง และผูอื่นวามีอิทธิพลตอพฤติกรรม ซึ่งจะทําใหสามารถตอบสนองและแสดงออกไดอยางเหมาะสม เชน อารมณรุนแรงตาง ๆ หรือความเศราโศกที่สงผลตอภาวะสุขภาพ .12 บทที่ 1 แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับทักษะชีวิต   4.

การจัดการกับความเครียด (Coping with stress) เปนความสามารถในการรูถึงสาเหตุของ ความเครียด และรูถึงหนทางในการควบคุมระดับความเครียดเปนการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดลอมตาง ๆ ในวิถีชีวิต การเรียนรูวิธีผอนคลายเมื่ออยูในภาวะความตึงเครียดไดอยางเหมาะสมเพื่อที่จะชวยลด ปญหาตาง ๆ ทางดานสุขภาพ จากทักษะ 12 ประการ จะนําไปสูทักษะที่ซับซอนขึ้น เชน การประเมินและการจัดการกับ ความเสี่ยง (Risk assessment and management) การเจรจาตอรอง (Negotiation) การยืนหยัดตั้งมั่น (Assertiveness) การเปนผูนํา (Leadership) และการตานทานตอแรงกดดันจากกลุมเพื่อน (Peer pressure resistance) ทําไมตองเรียนรูทักษะชีวิต ทักษะชีวิตจึงเปนสิ่งที่ทุกคนจําเปนตองมี ทั้งนี้เพราะนับตั้งแตมนุษยเกิดมา จะตองไดรับการ หลอหลอมโดยกระบวนการตามธรรมชาติและกระบวนการทางสังคม เปน ปฏิกิริยาตอเนื่องเปน ลูกโซ ระหวางที่ผานกระบวนการเหลานั้น มนุษยตองปะทะกับแรง บีบ แรงกดดัน และแรงกระทบ จากภายนอกที่สําคัญสี่แหลง คือ ขนบประเพณีและ วัฒนธรรม ครอบครัว เพื่อน และสิ่งแวดลอม คน ที่จะยืนหยัดอยูในโลกนี้ไดอยางปกติสุข และไมกลายเปนคนเจาปญหา จึงไดแกคนที่สามารถจัดการ กับแรงปะทะจากแหลงภายนอก ไดอยางสมดุลโดยอาศัยทักษะชีวิตที่ไดรับการฝกฝนมาเปนอยางดี เยาวชนในปจจุบันตกอยูภายใตสิ่งแวดลอมที่ดึงใหมีพฤติกรรมที่เปนปญหา ขณะเดียวกันก็มี ปญหาของสถาบันครอบครัว ดังนั้นในการพัฒนาเยาวชนจึงมีความจําเปนที่ระบบการศึกษาจะตอง ชวยสรางภูมิคุมกันใหกับเยาวชนสวนใหญเพื่อที่จะไปเผชิญกับปญหารอบตัวและภูมิคุมกันเหลานี้จะ เปนพื้นฐานสําคัญในการสรางครอบครัวในอนาคตของเยาวชนตอไป การศึกษาเกี่ยวกับทักษะชีวิตจะชวยปูพื้นฐานดานเจตคติสรางทักษะที่สําคัญตอการมีชีวิต ครอบครัวและการปรับตัวในครอบครัว (ยงยุทธ วงศภิรมยศานติ์ : 2538 อางใน กองสุขศึกษา. 2553) คือ o สรางเจตคติของความเสมอภาคระหวางชาย หญิงในดานบทบาททั้งในครอบครัวและ สังคม o สรางคานิยมที่ดีดานชีวิตครอบครัว เชน คานิยมผัวเดียวเมียเดียว ความรับผิดชอบตอ ครอบครัว o สรางคานิยมในเรื่องเพศ เชน การมีเพศสัมพันธที่รับผิดชอบ วุฒิภาวะทางเพศ o สรางความสามารถในการปรับตัวในครอบครัว เชน มีทักษะการสื่อสารการแกปญหา .บทที่ 1 แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับทักษะชีวิต 13   12.

การสงเสริม หมายถึง การสรางทักษะชีวิตใหเกิดกับผูเรียนกลุมปกติ หรือมีพฤติกรรมปกติ (Normal behavior) เพื่อเปนภูมิคุมกันปญหาที่เกิดขึ้นในการดําเนินชีวิตของผูเรียน .2553 : 7) 1.14 บทที่ 1 แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับทักษะชีวิต   ความสามารถที่เปนทักษะชีวิต เปนสิ่งที่มนุษยพัฒนาขึ้นจากประสบการณและการฝกฝน อบรมซึ่งเกิดขึ้นในวงจรของชีวิตประจําวันในสังคม โดยการปะทะหรือมีปฏิสัมพันธกับพอแมพี่นอง เพื่อนและผูใหญในชุมชน ดังนั้นแหลงที่มาของทักษะชีวิตของเยาวชนเทาที่เคยมีมา อาจจําแนกเปน 3 แหลงใหญ คือ บานหรือครอบครัว คือ ไดจากการไดใชชีวิตประจําวันรวมกับบุคคลในครอบครัว และไดรับ ถายทอดหลอหลอมจากการฟ งนิทาน นิย ายที่ผูใ หญเ ลา ใหฟง ได แ บบอย างจากการสนทนาและ ปฏิบัติการงานอาชีพปกติของผูใหญ ไดจากการชวยทํางาน เชน ทํางานบาน ดูแลสัตวเลี้ยงและเลี้ยง นองเปนตน ชุมชน คือ ไดจากการรวมกิจกรรมในชุมชน ไดความคิดและแบบอยางจากการปฏิบัติของ ผูใหญในชุมชน และดูแบบอยางจากการละเลนพื้นเมือง เกมส งานประเพณี เลนกับเพื่อน ๆ พบปะ สนทนากับบุคคลตางกลุมตางวัย โดยที่ไมมีภาวะกดดัน เปนตน โรงเรียน ไดจากการฝกอบรม จากกระบวนการเรียนการสอนทั้งในและนอกหลักสูตร โดย เฉพาะที่มีการสอดแทรกในวิชาวรรณคดี นิทาน บทเรียนวิชาภาษาไทย การแนะแนว กิจกรรมเสริม หลักสูตร และการอบรมบมนิสัย การสอนทักษะชีวิตก็เหมือนกับทักษะโดยทั่วไปที่มีอยูในชีวิตประจําวัน ซึ่งสามารถที่จะ พัฒนาได โดยจัดโปรแกรมทักษะชีวิตศึกษา เพื่อสงเสริมสุขภาพจิตและการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ปญหาตาง ๆ ที่เกี่ยวกับการขาดทักษะ เชน แรงกดดันของขบวนการกลุมเพื่อนในการชักนําไปใชยา การขาดการปองกันทางเพศที่นําไปสูปญหาที่รุนแรง สามารถที่จะปองกันโดยการวางรากฐานที่ดีโดย ใช ทั ก ษะชี วิ ต ดั ง จะเห็ น ได จ ากผลการศึ ก ษาวิ จั ย เกี่ ย วกั บ การสอนทั ก ษะชี วิ ต ได ถู ก นํ า มาใช ใ น การศึกษากันอยางกวางขวางในการปองกันปญหาตั้งแตระยะเริ่มแรกไดอยางมีประสิทธิผล กลยุทธในการสรางทักษะชีวิต การสรางทักษะชีวิตใหเกิดขึ้นกับผูเรียนอยูบนพื้นฐานของแนวคิด 3 ประการ คือ การสงเสริม การปองกัน และการแกไขหรือรักษาและฟนฟู (ยงยุทธ วงศภิรมยศานติ์ และ สุวรรณา เรืองกาญจน เศรษฐ.

การแกไข หรือรักษาและฟนฟู หมายถึง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผูเรียนที่เปนปญหา แลวหรือปวยแลว โดยชวยเหลือ บําบัดและรักษา กลวิธีในการสรางทักษะชีวิต 1.บทที่ 1 แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับทักษะชีวิต 15   2. การปองกัน หมายถึง การชวยเหลือผูเรียนที่มีพฤติกรรมเสี่ยง (Risk behavior) เชน เด็กที่ เริ่มมีพฤติกรรมที่เปนแนวโนมเขาสูผูที่มีปญหาทางพฤติกรรม ใหมีทักษะชีวิตและปรับเปลี่ยนใหมี พฤติกรรมเปนปกติ 3. การสรางทักษะชีวิตโดยระบบกิจกรรม โดยเฉพาะกิจกรรมเสริมหลักสูตร กิจกรรมเสริม หลักสูตรที่จําเปนในการสรางทักษะชีวิตมีหลากหลายลักษณะ เชน การทํากิจกรรมชมรมตาง ๆ เพื่อ ผูเรียนไดทํางานรวมกัน ไดมีโอกาสสรางสัมพันธภาพ ไดสื่อสารกับผูอื่น ไดรูจักตนเองและรูจักผูอื่น . การสรางทักษะชีวิตโดยระบบเรียนรู (การเรียนการสอน) จากความหมายของทักษะชีวิต ที่วา “ทักษะชีวิตเปนความสามารถอันประกอบดวย ความรู เจตคติ และทักษะ ในอันที่จะจัดการกับ ปญหารอบ ๆ ตัวในสภาพสังคมปจจุบัน และเตรียมพรอมสําหรับการปรับตัวในอนาคต” จาก องคประกอบทั้ง 12 ประการของทักษะชีวิตอาจจะแบงออกเปน 2 กลุม (ยงยุทธ วงศภิรมยศานติ์ และ สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ.2553 : 15-20) คือ ทั ก ษะชี วิ ต ทั่ ว ไป ซึ่ ง เป น ความสามารถพื้ น ฐานของผู เ รี ย นที่ จ ะเผชิ ญ กั บ ป ญ หาปกติ ใ น ชีวิตประจําวัน เชน ความขัดแยงทะเลาะกัน การตัดสินใจเลือกทําสิ่งตาง ๆ เปนตน ความสามารถนี้ กระทรวงศึกษาธิการเรียกวา “คิดเปน ทําเปน แกปญหาได” และเปนองคประกอบของทักษะชีวิตที่ เรียกวา ความคิดสรางสรรค (Creative thinking) และความคิดวิเคราะหวิจารณ (Critical thinking) ความสามารถทั้ง 2 ประการนี้ เกิดจากการสอนที่ยึดผูเรียนเปนศูนยกลาง โดยใชกระบวนการเรียนรู แบบมีสวนรวมในการสอนตามปกติในชั้นเรียน ซึ่งการสอนแบบนี้ชวยใหผูเรียนไดฝกวิเคราะหก็จะ เกิดทักษะชีวิตพื้นฐานสองประการนี้ ทักษะชีวิตเฉพาะ คือ ความสามารถที่จําเปนในการเผชิญปญหาเฉพาะ เชน ปญหายาเสพติด ปญหาโรคเอดสและเพศสัมพันธที่ไมเหมาะสม ฯลฯ ก็ตองมีทักษะชีวิตเฉพาะอีก 10 ประการที่เหลือ เชน ความตระหนักรูในตนก็คือ ตระหนักในความแตกตางระหวางชาย หญิง ในเรื่องเพศ ความภูมิใจ ในตนเอง เชน ตระหนักในคุณคาและศักดิ์ศรีของชายหญิง ทักษะในการปฏิเสธในการชวนไปมี พฤติกรรมเสี่ย ง เปน ตน แตในการสอนปกติในหลักสูตรที่ยึดผูเรียนเปนศูน ยกลางอยางแทจริงก็ สามารถสรางทักษะชีวิตไดครบทุกตัวเชนกัน ทักษะชีวิตเฉพาะเกิดจากการสอนทักษะชีวิตในวิชาที่ เกี่ยวของกับปญหา สังคมศึกษา สุขศึกษา พลานามัย การแนะแนว และรายวิชาทักษะชีวิต เปนตน 2.

การสรางทักษะชีวิตดวยระบบดูแลชวยเหลือผูเรียน การสรางทักษะชีวิต เพื่อปรับเปลี่ยน พฤติกรรมโดยการชวยเหลือแนะนํา (Advisory) โดยอาจารยที่ปรึกษา ซึ่งทําหนาที่การใหคําปรึกษา และชวยเหลือโดยการรูจักผูเรียนเปนรายบุคคล การคัดกรองเพื่อวิเคราะหแยกแยะพฤติกรรมของ ผูเรียนและการคนหาผูที่อยูในกลุมเสี่ยง ตลอดจนใหความชวยเหลือบุคคลเหลานี้ตั้งแตตนกอนที่จะ เกิดปญหาที่รุนแรง 4.16 บทที่ 1 แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับทักษะชีวิต   ไดตัดสินใจแกไขปญหา เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง เกิดความรับผิดชอบตอสังคม ฯลฯ กิจกรรมที่ ไดจะตองมีลักษณะ ดังนี้ o ผูเรียนคิดเองทําเอง โดยมีอาจารยเปนที่ปรึกษา o ดําเนินการไดตลอดป เพราะมาจากพลังของผูเรียนเอง o สามารถสืบทอดจากรุนพี่ไปสูรุนนองได เพราะมีความรูสึกเปนเจาของจากผูเรียนเอง o กิจกรรมเสริมหลักสูตรที่สรางทักษะชีวิตทั่วไปใหกับผูเรียนเชน กิจกรรมชมรมหองสมุด กิจกรรมชมรมทางวิชาการตาง ๆ กิจกรรมกีฬา เปนตน o กิจกรรมเสริมหลักสูตรที่สรางทักษะชีวิตเฉพาะปญหา เชน ชมรมตานสารเสพติด ชมรม ตานภัยเอดส ชมรมเพื่อนเตือนเพื่อน ฯลฯ 3. การสรางทักษะชีวิตเพื่อชวยเหลือผูเรียนที่มีพฤติกรรมที่เปนปญหา ซึ่งเปนปญหาเกินกวา ที่อาจารยที่ปรึกษาจะแกไขได และตองอาศัยการใชจิตวิทยาการแนะแนวหรือการใหคําปรึกษา (Counseling) หรืออาจสงตอ (Refer) กรณีตองการบําบัดรักษาจากสถานบริการทางสาธารณสุขหรือ หนวยงานตางๆ เชน การติดยาบาแลวหรือการมีพฤติกรรมทางจิต เปนตน การไดมาซึ่งความรูเกี่ยวกับทักษะชีวิต ความรูเกี่ยวกับทักษะชีวิตอาจไดมาจาก  การฝกฝนใหเกิดทักษะชีวิต (Life skill acquisition including practice)  การสงเสริมหรือการปรับเปลี่ยนเจตคติ คานิยมและพฤติกรรม (Attitudes values and behavior reinforcement or change)  การมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี (Positive health behavior)  การปองกันปญหาทางสุขภาพ (Prevention of health problems) การนําทักษะชีวิตไปประยุกตใชไดอยางมีประสิทธิผลจะทําใหบุคคลรูจักและเขาใจตนเอง รับรูแ ละเขา ใจคนอื่ น ทั ก ษะชี วิ ต จะช ว ยสนั บสนุน การรั บรู เ กี่ ย วกับ ความสามารถแหง ตน (Selfefficacy) ความเชื่อมั่นในตนเอง (Self-confidence) และการเห็นคุณคาในตนเอง (Self-esteem) ซึ่ง .

การปองกันโรคเอดส .บทที่ 1 แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับทักษะชีวิต 17   สงเสริมใหเกิดการมีสุขภาพจิตที่ดี สนับสนุนหรือจูงใจที่จะทําใหสามารถดูแลตนเองและบุคคลอื่น อีกทั้งปองกันโรคทางจิตและปญหาทางพฤติกรรมสุขภาพตาง ๆ จึงไดมีการนําทักษะชีวิตไปใชอยาง กวางขวางในโปรแกรมการศึกษาไดอยางมีประสิทธิผล (WHO. 1994.การปองกันการใชความรุนแรง .โปรแกรมการปองกันการใชยาที่ไมถูกตอง . 2553) เชน .การลดความรุนแรง . อางใน กองสุขศึกษา.การปองกันการตั้งครรภในวัยรุน .การสงเสริมเชาวนปญญา .การสงเสริมความมั่นใจในตนเอง (Self-confidence) และการเห็นคุณคาในตนเอง (Self esteem) การสอนทักษะชีวิตไดนํามาใชอยางกวางขวางในโปรแกรมการสงเสริมและปองกัน ซึ่งแสดง ใหเห็นถึงคุณคาหรือประโยชนตอการสงเสริมสุขภาพที่แตกตางไปจากโปรแกรมที่เคยใชอยู ขอควรสังเกตในการสอนทักษะชีวิต การสงเสริมการสอนทักษะชีวิตไดเปนที่ยอมรับขององคการอนามัยโลก (WHO) แตอยางไรก็ ตามตองคํานึงถึงความแตกตางทางวัฒนธรรมและแบบแผนของการดําเนินชีวิต เพราะทักษะชีวิตเปน สิ่งที่สําคัญในสถานการณที่ประชาชนตองเผชิญกับภาวะสุขภาพที่ไมดี อยูในภาวะเครียดที่ไมสามารถ จัดการแกไขได ทักษะชีวิตมีความจําเปนสําหรับเยาวชนที่จะตองเผชิญตอสูกับสถานการณตาง ๆ ที่ ไมไดเตรียมตัวมากอน และยิ่งไปกวานั้นเยาวชนในวัยนี้จะตองเจริญเติบโตในโลกที่ไมสามารถ พยากรณไดวาจะเกิดอะไรขึ้นในวันขางหนา ดวยการที่สังคมโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปอยางรวดเร็ว มี ความเปนสังคมเศรษฐกิจมากขึ้น แตไมยอมเปดกวางใหมีการสงเสริมเยาวชนใหมีคุณคาและเยาวชน เองก็ดูเหมือนวาจะไมมีความกระจางชัด ในความคิดของตนเกี่ยวกับโอกาสในชีวิตขางหนาวาจะเปน อยางไร ปจจัยทั้งหมดจึงชักนําใหเยาวชนมีความออนแอ การมีทักษะชีวิตจะเปนแนวทางหนึ่งที่จะทํา ใหเยาวชนเขมแข็งขึ้น สามารถพัฒนาปรับตัวเองใหอยูในสถานการณที่ยุงยากได และชวยใหเยาวชน ปรับเปลี่ยนตนเองใหมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีได .

18 บทที่ 1 แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับทักษะชีวิต   ทักษะชีวิตศึกษา ในการสงเสริมสุขภาพ ทักษะชีวิตอยูบนพื้นฐานการสอนทักษะชีวิตทั่ว ๆ ไป รวมทั้งการ ฝกฝนทักษะเพื่อนําไปใชในการแกปญหาตาง ๆ ทางดานสุขภาพและสังคม บทเรียนการสอนทักษะ ชีวิตควรจะมีการผสมผสานกับขอมูลขาวสารทางดานสุขภาพ (Health information) ซึ่งอาจจะ ออกแบบโปรแกรมใหเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงปจจัยทางสังคมและสิ่งแวดลอมที่จะมีผลตอ สุขภาพและการพัฒนาเยาวชน วิธีการที่ใชในการสอนทักษะชีวิตเนนใหผูเรียนไดเรียนรูจากบุคคลตาง ๆ ที่อยูรอบ ๆ ตัว จาก การสังเกตวาเขาปฏิบัติอะไร ปฏิบัติอยางไร จากพฤติกรรมที่แสดงออกมาซึ่งสามารถอธิบายไดโดย ทฤษฎีการเรียนรูทางสังคม (Social learning theory) พัฒนาขึ้นโดยแบนดูรา (Bandura. ทักษะภายนอกคือการดํารงชีวิตเมื่อตองเผชิญกับสิ่งแวดลอมนอกกาย เปนการฝกฝนทักษะ ดานการแสวงหาความรูอันเปนพื้นฐานของทักษะการคิดเพื่อใหไดรับความทันสมัยและปรับเปลี่ยน ตนเองใหสามารถทํางานใหเกิดผลสําเร็จ . ทักษะภายในคือจิต หากบุคคลไดรับการฝกฝนใหมีจิตที่สมบูรณ หมายถึง การมองโลกใน แงดี มีการเคารพในสิทธิของตนเองและผูอื่นอยางเหมาะสม จะหลอหลอมใหบุคคลมีจิตที่เขมแข็ง ครองตนใหอยูในวัฒนธรรมอันดีงาม ทักษะภายในมีความสัมพันธกับทักษะการตัดสินใจและการ ปรับตัว 2. 1977. อางใน กองสุขศึกษา. 2553) ซึ่งเปนการเรียนรูโดยตรงจากการมีประสบการณจริง ทักษะชีวิตศึกษา (Life skill education) เปนกระบวนการเรียนการสอนแบบใหผูเรียนมีสวน รวม วิธีการที่เหมาะสมในการมีสวนรวม ไดแก กลุม 2 คนและกลุมยอยระดมสมอง การแสดงบทบาท สมมุติ เกมส และการโตวาที การสอนทักษะชีวิตควรเริ่มจากผูสอนเปดโอกาสใหผูเรียนไดแสดงความ คิดเห็นหรือความรูของตนเองที่เกี่ยวกับประสบการณตาง ๆ ในชีวิตของตนเอง โดยมีการตั้งประเด็น ขึ้นมาแลวใหผูเรียนไดอภิปรายและถกเถียงกัน ในรายละเอียดภายในกลุมหรืออาจจะใหแสดงบทบาท สมมุติในสถานการณตาง ๆ โดยใหผูเรียนฝกปฏิบัติทักษะชีวิตที่จําเปน ซึ่งเปนองคประกอบที่สําคัญ ของการสอนทักษะชีวิตศึกษา และในชวงทายเปนขั้นตอนการประยุกตแนวคิด ผูสอนจะมอบหมาย งานใหผูเรียนนําไปอภิปรายและฝกปฏิบัติทักษะกับครอบครัวและเพื่อนตอไป ทักษะชีวิตเพื่อการดํารงตนในสังคม 1.

เด็กและเยาวชนสวนใหญจะอยูในระบบโรงเรียนซึ่งจะเขาถึงไดงาย . 2553) ยุคที่ 1 ยุคขอมูล-ความรู ยุคนี้เชื่อวาขอมูลความรูเรื่องโทษ พิษภัย และชนิดของยาเสพติดจะ ชวยใหคนไมตกเปนเหยื่อของยาเสพติดโดยเชื่อวา คนใชยาเสพติดเพราะไมรูวายาเสพติดมีโทษ จึงไม กลัวและเชื่อวาถาทุกคนรูความจริงแลวจะไมทํา .มีโครงสรางชัดเจนคุมคาตอการนําไปใช .ผูปกครองและชุมชนใหความเชื่อถือและไววางใจ .บทที่ 1 แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับทักษะชีวิต 19   กลยุทธการจัดการเรียนการสอนทักษะชีวิต การสอนทักษะชีวิตในเด็กและเยาวชนไดมีการนําไปใชอยางกวางขวาง เพื่อปองกันปญหา การใชยาที่ไมถูกตอง และการตั้งครรภวัยรุน ตลอดจนการสงเสริมสุขภาพจิตสําหรับผูใหญก็ไดมีการ นําโปรแกรมทักษะชีวิตไปใช เชน ทักษะการสื่อสารและการเห็นอกเห็นใจผูอื่น (Communication and Empathy Skills) โดยใชในกลุมนักศึกษาแพทยและผูใหคําปรึกษา ทักษะการแกปญหาและการคิด อยางมีวิจารณญาณ (Problem solving and critical thinking) ในกลุมนักบริหารธุรกิจ และการจัดการ อารมณและความเครียด (Coping with emotions and stressors) ไดนํามาใชกับประชาชนที่มีปญหา ทางดานสุขภาพจิต กลยุทธที่เหมาะสมของการนําทักษะชีวิตมาใชควรจะเริ่มตนจากกลุมเด็กและ เยาวชนที่อยูในระบบโรงเรียน ซึ่งการสงเสริมการเรียนการสอนทักษะชีวิตเปนการสนับสนุนใหมี พฤติกรรมสุขภาพที่ดี มีสัมพันธภาพที่ดีระหวางบุคคลและการมีสุขภาพจิตที่ดี นอกจากนี้ยังเปนการ ปองกันเยาวชนตั้งแตเริ่มแรกกอนที่จะเกิดพฤติกรรมที่ไมพึงประสงคในอนาคต สถานศึกษาเปนสถานที่ที่เหมาะสมสําหรับการเริ่มตนการสอนทักษะชีวิตเนื่องจาก .สามารถที่จะติดตามประเมินผลไดทั้งในระยะสั้นและระยะยาว สัดสวนของเด็กที่อยูนอกระบบโรงเรียนยังมีอยูเปนจํานวนมากในหลาย ๆ ประเทศ การจัด โปรแกรมการสอนทักษะชีวิต อาจจะใชวิธีรวมเด็กขึ้นเปนกลุมในชุมชน อยางไรก็ตามวิถีทางที่ เหมาะสมที่สุดก็คือ ควรจะเริ่มพัฒนาทักษะชีวิตขึ้นในระบบโรงเรียน การศึกษาทักษะชีวิตในประเทศไทย การศึกษาเริ่มจากความพยายามหาแนวทางปองกันยาเสพติด โดยเริ่มจากการใหความรูขอมูล แลวพัฒนาไปตามยุคตาง ๆ ตามลําดับดังนี้ (กองสุขศึกษา.ผูสอนมีประสบการณอยูแลว .

ศ.2537-2538 เปนระยะเวลาดําเนินการศึกษาวิจัยและพัฒนายุทธศาสตรทักษะชีวิตเพื่อ ปองกันเอดส ไดมีการนําแนวความคิดและวิธีการบางสวนไปทดลองใชในกิจกรรมปกติดวย ตามแต จะมีโอกาส เชน ในโครงการชาวเขาและในโรงเรียนบางแหง และมีการประเมินผลในป พ.ศ.2535 ตามลําดับดังนี้ พ. 2535 วี ร สิ ท ธิ์ สิ ท ธิ์ ไ ตรย และประเสริ ฐ ตั น สกุ ล ในนามของโครงการโรคเอดส สภากาชาดไทยและกรมการฝกหัดครูตามลําดับ ไดรวมกันพัฒนาเสนอโครงการรวมมือศึกษาวิจัยและ ประมวลขอมูลเกี่ยวกับทักษะชีวิตในประเทศไทยเพื่อศึกษาถึงความเปนไปไดและกําหนดรูปแบบ แนวทางที่เหมาะสมสําหรับนําทักษะชีวิตมาใชปองกันยาเสพติดและโรคเอดส พ.ศ.2540 .20 บทที่ 1 แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับทักษะชีวิต   ยุคที่ 2 ยุคความตระหนัก นักวิชาการเชื่อวาความรูอยางเดียวไมสามารถยับยั้งความคิดที่จะใช สารเสพติดได การสรางความตระหนักในโทษและพิษภั ยยาเสพติดใหเห็นเปนเรื่ องใกลตัวเรื่อง รายแรงและกระทบตอทุกคน จึงเปนจุดเนนใหมของกิจกรรมปองกันยาเสพติด ยุคที่ 3 ยุค KAP (Knowledge Attitude Practice) นักวิชาการพบวาปญหายาเสพติดเปน ปญหาเชิงพฤติกรรม หากเราสามารถชวยใหทุกคนมีเจตคติที่ดีตอตนเองรูสึกรังเกียจการใชยาเสพติด และไม นิ ย มพึ่ ง พายาเสพติ ด เป น การแก ป ญ หาแล ว คนก็ จ ะไม ใ ช ส ารเสพติ ด การให ค วามรู เ รื่ อ ง ยาเสพติด ในยุคนี้ใชวิธีการใหความรูแบบมีสวนรวม มีการทํากิจกรรม มีการเลนเกมส และมีการเลน บทบาทสมมุติ ยุคที่ 4 ยุคพัฒนาพฤติกรรม คุณภาพชีวิตและทางเลือก นักวิชาการสนใจในคุณลักษณะ ทาง สังคมจิตวิทยาบางประการ ที่ชวยใหเราสามารถเผชิญปญหาอยางมีประสิทธิภาพ และสามารถจัดการ กับสภาพแวดลอมในชีวิตประจําวันไดอยางเหมาะสม และหันมาสนใจเรื่องทักษะการปฏิเสธ ทักษะ อาชีพ การใชเวลาวางใหเปนประโยชนในทางสรางสรรคและการสงเสริมกิจกรรม ยุคที่ 5 ยุคพัฒนาบุคลิกภาพ เปนยุคตนของความคิดที่จะนําการฝกอบรมทักษะชีวิตใหกับ เยาวชนเพื่ อปองกันพฤติ กรรมเบี่ ย งเบนในวงกวา งเพื่อเปน กลไกถาวรในการป องกัน ป ญหาเชิง พฤติกรรมแทนการตามแกปญหาพฤติกรรมแตละอยาง อยางไรก็ตาม แมจะมีการแบงยุคชัดเจนดังกลาวมาแลวก็ตาม ในทางปฏิบัติการดําเนินการ รณรงคปองกันยาเสพติดและโรคเอดสขององคกรตาง ๆ ในประเทศไทยก็ยังไมไดเปลี่ยนแปลงไป ตามยุ ค ดั งกล า ว วิ ธีก ารที่ เ คยใช ม าในยุค ก อ น ๆ ถึ ง เวลานี้ ก็ ยั ง มี ใ ชกั น ตามหน ว ยงานต าง ๆ ตาม สถานการณและวัตถุประสงคเฉพาะกิจ ซึ่งไมเหมือนกัน ในการริเริ่มนําความคิดเรื่องทักษะชีวิตมาเปนยุทธศาสตรสําหรับปองกันพฤติกรรมเบี่ยงเบน เริ่มตนขึ้นในป พ.ศ.ศ.2537 องคการยูนิเซฟตกลงใหทุนอุดหนุนโครงการดังกลาว ใหกรมการฝกหัดครูเปน หนวยกลางในการดําเนินงาน พ.

องคประกอบของทักษะชีวิตประกอบดวยอะไรบาง? จงอธิบาย 4. เหตุใดจึงตองศึกษาเกี่ยวกับทักษะชีวิต? จงอธิบาย 2. การสรางทักษะชีวิตมีกลวิธีอยางไรบาง? จงอธิบาย .บทที่ 1 แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับทักษะชีวิต 21   หลักการสอนทักษะชีวิต ในการสอนทักษะชีวิตจะใชการเรียนการสอนที่ยึดผูเรียนเปนศูนยกลางหรือ “การเรียนรูแบบ มีสวนรวม (Participatory learning)” ซึ่งอาจจําแนกออกเปน การสอนเจตคติ การสอนทักษะ ซึ่งใน กระบวนการเรียนการสอนนักเรียนจะไดรับการฝก ความคิดวิเคราะหวิจารณและความคิดสรางสรรค อยูในทุกขั้นตอนของการสอน การเรียนการสอนทักษะชีวิตผูเรียนจะเปนผูสรางความรูดว ยตนเองผานกระบวนการเรียนการ สอนที่ใชหลัก การเรียนรูแบบมีสวนรวม กระบวนการสรางความรูนี้จะตองอาศัยประสบการณเดิม ของผูเรียนเปนสําคัญ ทําใหเกิดการเรียนรูใหม ๆ อยางตอเนื่อง การมีปฏิสัมพันธระหวางผูเรียนดวย กันเอง และระหวางผูเรียนผูสอน ทําใหเกิดการขยายตัวของเครือขายความรูที่ทุกคนมีอยูออกไปอยาง กว า งขวางโดยอาศั ย การแสดงออกทางภาษา ได แ ก การพู ด และการเขี ย น เป น เครื่ อ งมื อ ในการ แลกเปลี่ยน การวิเคราะหและสังเคราะหความรู สรุปทายบท ทักษะชีวิต เปนความสามารถขั้นพื้นฐานของบุคคลในการปรับตัวและเลือกทางเดินชีวิตที่ เหมาะสมเพื่อที่จะสามารถเผชิญปญหาตาง ๆ ที่อยูรอบตัวในสภาพสังคมปจจุบัน และเตรียมพรอม สําหรับในอนาคตไดอยางมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยการถายทอดประสบการณดวยการฝกฝนอบรม ทักษะชีวิตเปนตัวเชื่อมโยงระหวางความรู เจตคติและคานิยม เพื่อนําไปสูความสามารถที่แทจริง เชน “จะทําอะไรและทําอยางไร” (What to do and how to do it) ทักษะชีวิตเปนความสามารถที่จะนําไปสู หนทางแหงการมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี ดังที่ปรารถนาตามขอบเขตหรือโอกาสที่จะทําไดทั้งนี้ การนําทักษะชีวิตไปใชยังตองคํานึงถึงปจจัยแวดลอมทางวัฒนธรรมและครอบครัวที่มีผลกระทบตอ พฤติกรรมสุขภาพทางกายและจิตใจดวย คําถามเพื่อการอภิปราย 1. “การสอนทักษะชีวิตโดยกระบวนการมีสวนรวม” นักศึกษาเขาใจวาอยางไร? จงอธิบาย 5. จงอธิบายความหมายของทักษะชีวิตตามความเขาใจของนักศึกษา 3.

com/html/show.22 บทที่ 1 แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับทักษะชีวิต   เอกสารอางอิง สุขศึกษา.teenrama.chandra. กอง. (2553). Available : http://www. (2553). ทักษะชีวิต.ac. การสอนทักษะชีวิต. ทักษะชีวิต. .pdf ยงยุทธ วงศภิรมยศานติ์ และ สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ. กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. Available: http://www. (2553). Available: http://edu.com. [Online].thaihed.php?SID=114 มัณฑรา ธรรมบุศย.th/teacherAll/mdra/data/pdf/life_skil1l. [Online]. [Online].

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful