นางสาวเยาวลักษณ์ ถันอาบ

sec 001 รหัส 521910228

ดร.อัมเบ็ดการ์ รัฐบุรุษผู้มาจากตม
ถ้าจะกล่าวถึงวีระบุรุษบนโลกใบนี้ คงมีมากมายจนนับไม่ถว้ น เพชรงามมักถูกฝังอยูใ่ นโคลนตม รอ
วันที่จะได้ส่องประกายงดงามเพื่อมวลชน เช่นเดียวกันกับวิถีทางของมนุษย์ที่เต็มไปด้วยขวากหนาม จะมีสัก
กี่วรี บุรุษที่ไม่ตอ้ งต่อสู ้กบั ความโหดร้าย ทารุ ณของสังคม แต่จะมีวีรบุรุษสักกี่คนที่ตอ้ งเผชิญกับความ
โหดร้าย ดูแคลน ถูกรังเกรี ยจชาติกาเนิด จากมนุษย์ดว้ ยกันเกือบทั้งชีวติ เช่น ดร. บี อาร์ อัมเบ็ดการ์ ท่านเป็ น
วีรบุรุษที่ช่วยเพื่อนมนุษย์ดว้ ยกัน ให้ได้มีที่ยนื บนสังคม และเป็ นผูป้ ลดปล่อยให้คนกลุ่มหนึ่งได้เป็ นอิสระ
จากโซ่ตรวนแห่งชาติกาเนิดที่มีข้ ึนเพื่อจองจาให้คนเหล่านั้นเป็ นทาสที่ยงิ่ กว่าทาส เป็ นคนที่เหมือนไม่ใช้คน
ถ้าจะเข้าใจการต่อสู ้ของ ดร.อัมเบ็ดการ์ จาเป็ นจะต้องเข้าใจระบบโครงสร้างของวรรณะ(Caste System)ใน
สังคมอินเดียในขณะนั้น โดยสังคมอินเดียได้รับอิทธิพลจากศาสนาฮินดูที่มีววิ ฒั นาการแบ่งออกเป็ นสามยุค
คือ ยุคพระเวท(Vedic) ยุคพราหมณ์(Brahmnism) และยุคฮินดูปัจจุบนั (Hinduism)
วรรณะทั้ง 4 มีดงั นี้
1. วรรณะพราหมณ์ เกิดจากโอษฐ์ของพระพรหม มีหน้าที่กล่าวมนต์ ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ติดต่อ
กับพระผูเ้ ป็ นเจ้า สอนหนังสื อให้แก่คนในวรรณะอื่นๆ โดยคนในวรรณะนี้ จะศึกษาวิชาทางศาสนาและ
วิทยาการต่างๆเพื่อนามาสอนให้แก่ผอู ้ ื่น
2. วรรณะกษัตริย์ เกิดจากพระอุระของพระพรหม ทาหน้าที่รบเพื่อป้ องกันหรื อขยายอาณาจักร รักษาความ
สงบและความปลอดภัยของบ้านเมือง รวมทั้งเป็ นนักปกครอง เป็ นพระเจ้าแผ่นดิน โดยคนในวรรณะนี้จะ
ศึกษาการปกครอง ยุทธวิธี วิชาด้านรัฐศาสตร์
3. วรรณะแพศย์ เกิดจากพระเพลา (ตัก) ของพระพรหม มีหน้าที่ทานาและค้าขายเป็ นพวกแสวงหาทรัพย์
สมบัติ ได้แก่พวกพ่อค้า คหบดี เศรษฐี และเกษตรกร โดยคนในวรรณะนี้ จะศึกษาวิชาเกษตรกรรมและ
พาณิ ชยกรรม
4. วรรณะศูทร เกิดจากพระบาท(เท้า) ของพระพรหม มีหน้าที่เป็ นกรรมกร คนงานที่รับจ้างใช้แรงกาย
ไม่ได้รับการศึกษา
ในยุคพระเวทยังไม่มีการแบ่งวรรณะที่ชดั เจนนัก มีเพียงการแบ่งเพื่อจุดประสงค์เพื่อแบ่งออกตามลักษณะ
อาชีพของสมาชิกในสังคมให้ทาตามหน้าที่ ที่ตนนั้นได้ถูกกาหนดมา แต่ไม่ได้เคร่ งครัดมากนัก คนใน
วรรณะหนึ่งอาจเปลี่ยนไปอยูว่ รรณะอื่นได้เช่น ลูกของศูทร ถ้าเรี ยนเก่งมีความสามารถ สามารถสอนหนังสื อ
ผูอ้ ื่นได้ก็จะได้เลื่อนชั้นเป็ นพราหมณ์ หรื อมีความสามรถด้านการรบก็จะได้เลื่อนขั้นไปอยูใ่ นวรรณะกษัตริ ย ์

ระบบวรรณะเพิ่งเคร่ งครัดในยุคพราหมณ์ โดยมีการสันนิษฐานว่า เมื่อนานวันเข้าพวกพราหมณ์น้ นั มีความ
คิดเห็นว่าอาชีพของตนนั้นเป็ นอาชีพที่มีเกียรติ อาชีพที่เป็ นที่เคารพนับถือสมควรดารงไว้ให้ลูกหลานผูส้ ื บ
สายโลหิ ตของตนได้สืบทอด จึงกาหนดคาสอนขึ้นมาว่าห้ามมีการสมสู่ กบั คนนอกวรรณะ เพื่อป้ องกัน
ไม่ให้เกิดลูกเลือดผสม ที่จะทาให้ระบบวรรณะที่กาหนดมาวุน่ วาย คนใดเกิดในวรรณะใดต้องสมสู่ กบั คนใน
วรรณะเดียวกับตน เหมือนบ้านที่มีหลายชั้นคนไหนเกิดชั้นไหนก็ตอ้ งตายในชั้นนั้น ไม่สามารถก้าวขึ้นหรื อ
ลงจากชั้นที่ตนอยู่ และสงวนสิ ทธิ์ ให้คนที่เกิดในวรรณะพราหมณ์เท่านั้นที่มีสิทธิ์ สอนหนังสื อหรื อตีความ
คัมภีร์ทางศาสนา
ในทั้ง 4 วรรณะนั้น วรรณะที่ต่าต้อยที่สุดคือ วรรณะศูทร คนในวรรณะนี้ไม่สามารถศึกษาวิชา
ความรู ้ได้เลย นัยหนึ่งเพื่อป้ องกันไม่ให้คนกลุ่มนี้มีการศึกษาและลุกขึ้นมาต่อต้านชนชั้นสู ง ทั้ง 4 วรรณะ
เรี ยกว่า ‚สวรรณะ‛ คือมีวรรณะให้สังกัด แต่มีคนอีกกลุ่มหนึ่งเรี ยกว่า ‚อวรรณะ‛ คือไม่ได้เป็ นพวกใดพวก
หนึ่งใน 4 วรรณะนี้ ที่คนไทยรู ้จกั ในนาม จัณฑาล หรื อ หริ จาน, หินชาติ , อธิศูทร เป็ นต้นโดยมีความหมาย
เหมือนกันว่าเป็ นพวกต่าช้า อัปมงคล ตัวเสนียด ในรายงานเล่มนี้ขอเรี ยกคนกลุ่มนี้วา่ อธิ ศูทร
อธิ ศูทร ยังถูกแบ่งประเภทออกเป็ น 3 กลุ่มด้วยกัน คือ
1. พวกที่แตะต้องไม่ได้ (Untouchables) ยังสามารถมองดูและเข้าไกลได้
2. พวกที่เข้าใกล้ไม่ได้ (Unapproachables) ยังสามารถมองดูได้
3. พวกที่ไม่สามารถมองดูได้ (Unseeables)
โดยความเชื่ อของฮินดูชนกลุ่มนี้คือความอัปมงคล คือสิ่ งที่เลวทราม เป็ นกลุ่มคนที่ถูกพระเจ้าสาปแช่ง
ความผิดของพวกเขาคือการที่พอ่ แม่แต่งงานข้ามวรรณะกัน ผิดต่อกฎที่พราหมณ์กาหนดขึ้น อาชีพของ
อธิ ศูทร คือ งานที่สกปรกทุกชนิด เช่น เก็บขยะ ล้างส้วม กวาดถนน ที่พกั อาศัยก็คือตามกองขยะเน่าเหม็น
หรื อสลัม ในเมื่อถูกสังคมตราหน้าว่าเป็ นคนบาป ถูกปฏิบตั ิเยีย่ งอมนุษย์ ชีวติ ของอธิศูทรจึงไร้ซ่ ึงความหวัง
คนรุ่ นแล้วรุ่ นเหล่าที่กม้ หน้ายอมรับกรรม แต่กระนั้นก้นบึ้งของบ่อโคลนที่มืดมิดยังมีเพชรซ่อนอยู่
เช่นเดียวกันกับชาวอธิ ศูทรทั้งหลายที่จะมีวรี บุรุษผูก้ ล้า ลุกขึ้นมาเพื่อต่อสู ้กบั ความไม่ยตุ ิธรรมของสังคม เพื่อ
เรี ยกร้องความเป็ นธรรม เรี ยกร้องสิ ทธิ ในการเป็ นมนุษย์ที่จะได้รับการปฏิบตั ิเช่นเดียวกับคนในวรรณะอื่นๆ
บุคคลผูเ้ ปรี ยบเสมือนประทีปในหนทางมืดมน ท่านนั้นก็คือ ดร.อัมเบ็ดการ์

ชีวประวัตขิ อง ดร.อัมเบ็ดการ์
ดร. บี อาร์ อัมเบ็ดการ์ เกิดเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2434(1891)ในครอบครัวอธิ ศูทรยากจน ในหมู่บา้ น

ที่ห่างไกลความเจริ ญชื่อว่า อัมพาวดี ในอาเภอรัตนคีรี รัฐมหาราษฎร์ (บอมเบย์) ประเทศอินเดีย เป็ นบุตรชาย
ของ นายรามจิ และนางพิมมาไบ สักปาล พ่อแม่ต้ งั ชื่อให้ท่านว่าพิม สักปาล มีพี่นอ้ งทั้งหมด 14 คน
ดร.อัมเบ็ดการ์ เป็ นคนสุ ดท้อง ในพี่น้องทังหมด

14 คนนั้นเหลือรอดจนเติบใหญ่เพียง 5 คน เนื่องจากความ
ยากจนอดอยาก และไม่สามารถเข้าถึงการรักษาทางการแพทย์ เมื่อพิมอายุได้ 4 ขวบ บิดาได้ส่งให้เข้าเรี ยน
หนังสื อพร้อมพี่ชาย 2 คน เมื่ออายุได้ 6 ขวบนางพิมมาไบผูเ้ ป็ นมารดาได้เสี ยชีวติ ลง แต่พิมก็ยงั ได้รับการ
เลี้ยงดูอย่างดีจากบิดา เนื่องด้วยนายรามจิน้ นั เป็ นคนหัวก้าวหน้า เขาคิดเสมอว่าถ้าจะให้ลูกชายของเขาหลุด
จากพันธนาการแห่งชาติกาเนิ ดอันต่าต้อยนี้ พิมจะต้องได้รับการศึกษาที่ดี ให้มีปัญญาความรู ้ เพื่ออนาคตใน
ภายภาคหน้า ดังนั้นเมื่อจบการศึกษาขั้นประถม บิดาผูย้ ากจนก็ยงั พยายามให้พิมได้เรี ยนมัธยมกับพี่ชาย เมื่อ
คิดถึงโอกาสทางการศึกษาของลูกชายรามจิตดั สิ นใจย้ายไปอยูใ่ นตัวเมืองบอมเบย์ ส่ งพิมเข้าเรี ยนที่โรงเรี ยน
รัฐบาลแห่งหนึ่ง ชื่อโรงเรี ยนเอลฟิ นสตัน ไฮสคูล เมื่อโตขึ้นพิมเริ่ มเข้าใจถึงภาวะที่ตนเป็ นอยู่ มีหลาย
เหตุการณ์ที่ทาให้เขาตั้งคาถามกับตนเองว่าทาไมต้องมีคนในวรรณะคนนอกวรรณะ ทาไมคนวรรณะอื่นต้อง
รังเกรี ยจเขา เนื่องจากเหตุการณ์ที่เขาประสบพบเจอ เช่น วันหนึ่งตอนปิ ดภาคเรี ยนพิมและพี่ชายอีกสองคน
จะเดินทางไปเยีย่ มบิดาที่ทางานอยูอ่ ีกเมืองหนึ่ง โดยเช่าเกวียนไปเมื่อเดินทางมาได้ระยะหนึ่ง คนขับก็ไล่เด็ก
ทั้งสามคนลง เนื่องจากพอพูดคุยกันจึงได้รู้วา่ เด็กทั้งสามนั้นเป็ นอธิ ศูทร คนขับเกวียนนั้นกลัวความอัปมงคล
มาติดตัวเขา เด็กทั้งสามต้องเดินเท้าต่อเองด้วยระยะทางอีกไกล เมื่อกระหายน้ าขอซื้ อน้ า ก็ไม่มีร้านใดยอม
ขายให้และไล่ตะเพิด ด่าทอด้วยถ้อยคาหยาบคาย และอีกเหตุการณ์หนึ่งคือเมื่อพิมไปร้านตัดผม ช่างตัดผม
กับบอกเขาว่า เขายินดีตดั ผมให้แก่คนทุกคน ไม่เว้นแม้กระทัง่ ตัดขนให้สัตว์เดรัจฉาน แต่เขาจะไม่ยอมให้
กรรไกรของตนโดนเส้นผมของคนอธิศูทรเด็ดขาด เหตุการณ์น้ ีทาให้พิมตะหนักว่าตนนั้นต่าต้อยเสี ยยิง่ กว่า
สัตว์เดรัจฉาน ที่โรงเรี ยนเขาก็ถูกปฏิบตั ิอย่างอยุติธรรม อาจารย์ท้ งั หลายที่อยูใ่ นวรรณะพราหมณ์รังเกรี ยจ
เขา ไม่ยอมแม้แต่จะแตะต้องสมุดการบ้าน เวลานัง่ เรี ยนก็ไม่ให้นงั่ ที่โต๊ะเรี ยน แต่ให้นงั่ บนกระสอบขาดๆ
หลังห้อง เวลากระหายน้ าก็ไม่สามารถตักน้ ากินเองได้ ต้องขอให้ภารโรงหรื อผูใ้ จบุญตักน้ าให้และค่อยๆริ น
ใส่ ปาก โดยให้ส่วนใดส่ วนหนึ่งของร่ างกายเขาแตะต้องภาชนะนั้น แต่ในความโหดร้ายก็ยงั มีเรื่ องดีเกิดขึ้น
นั้นเพราะมีอาจารย์อยูท่ ่านหนึ่งที่เอ็นดู สงสาร เด็กอธิ ศูทรเยีย่ งพิม อาจารย์มกั แอบแบ่งอาหารของตนให้
พิมเสมอ แต่ไม่สามารถแสดงความสงสารหรื อช่วยเหลืออย่างออกนอกหน้าได้เนื่ องจากกลัวอาจารย์ท่านอื่น
จะรังเกีรจตน วันหนึ่งเนื่ องด้วยพิม มีนามสกุลคือสักปาล ซึ่ งเป็ นนามสกุลของอธิศูทร อาจารย์จึงเปลี่ยน
นามสกุลให้ใหม่เป็ นนามสกุล อัมเบ็ดการ์ ซึ่ งเป็ นามสกุลของพราหมณ์ พิม สักปาล จึงเปลี่ยนเป็ น
พิม อัมเบ็ดการ์ ตั้งแต่น้ นั มา
เมื่อชีวิตในวัยเด็กนั้นถูกกระทาด้วยความอยุติธรรมมาโดยตลอด พิมจึงมีความมุมานะพยายาม ที่จะ

ต่อสู ้กบั ความโหดร้ายเหล่านี้ เขาคิดเสมอว่าถ้าจะให้ตนหลุดพ้นจากความชอกช้ าจะต้องยืนบนลาแข้งของ
ตัวเอง ไม่ใช่รอให้ใครมาช่วย การที่คนอธิ ศูทรที่สังคมเหยียดหยามอย่างเขาจะลืมตาอ้าปากได้จะต้องมีอาวุธ
คู่กายที่เรี ยกว่า ปั ญญาความรู ้ ดังนั้นการศึกษาคือก้าวแรกที่จะนาตนไปสู่ หนทางที่หวังไว้ เขาร่ าเรี ยนด้วย
ความพากเพียรโดย จะเข้านอนตั้งแต่หวั ค่า เมื่อถึงเวลาตี 2 บิดาจะปลุกให้เขาลุกขึ้นมาท่องหนังสื อโดยใช้
ตะเกียงน้ ามันก๊าด ให้แสงสว่างสาหรับอ่านหนังสื อไปถึงเช้า แล้วไปโรงเรี ยน เมื่อมีเวลาว่างก็จะอ่านหนังสื อ
ไม่ไปเที่ยวเล่นเหมือนเด็กอื่น ยิง่ พอเข้าเรี ยนมหาวิทยาลัย พิมอ่านหนังสื อถึงวันละ 18 ชัว่ โมง แน่นอนว่าทา
ให้ผลการเรี ยนของเขาดียงิ่ กว่าเด็กที่มีฐานะร่ ารวย เมื่อจบชั้นมัธยม บิดาพยายามส่ งให้พมิ ได้เข้าเรี ยน
มหาวิทยาลัยบอมเบย์ โดยพยายามขอความช่วยเหลือจากองค์กรปฏิรูปสังคมทั้งหลาย และโอกาสของพิมก็
มาถึง เมื่อเข้าได้เข้าเฝ้ ามหาราชาแห่งเมืองบาโรด้า ที่ทรงมีน้ าพระทัย ที่จะยกระดับความเป็ นอยูข่ องพวก
อธิ ศูทรให้ดีข้ ึน ทรงให้ทุนการศึกษากับอธิ ศูทรเนื่องจากทรงเห็นว่าการศึกษาจาเป็ นต่อการพัฒนาทั้งปวง ชน
ทุกหมู่เหล่าควรได้รับการศึกษาอย่างทัว่ ถึง โดยทรงพระราชทานทุนการศึกษาให้พิมไว้ใช้จ่าย เมื่พิอมศึกษา
จบปริ ญญาตรี บิดาก็ได้เสี ยชีวิตลง เมื่อความโศกเศร้าผ่านพ้นไปโอกาสก็มาหาเขาอีกครั้ง เมื่อมหาราชาแห่ง
บาโรด้าประกาศรับสมัครนักศึกษาเพื่อไปศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริ กา พิมได้รับการ
คัดเลือกเป็ นหนึ่งในสี่ คน
ในเดือนกรกฎาคม 2456(1913) พิมได้พกั อยูใ่ นนิวยอร์ ค ชีวติ ในสหรัฐอเมริ กาเดินแดนแห่ง
เสรี ภาพ ดินแดนผูใ้ ห้กาเนิดวีรบุรุษ วีรสตรี ทั้งหลายที่ต่อสู่ เพื่อเรี ยกร้องสิ ทธิ มนุษยชนของตนเองและของ
เพื่อนมนุษย์ดว้ ยกันนั้น ทาให้พิมได้เรี ยนรู ้ประสบการณ์ใหม่ ชายหนุ่มที่มาจากครอบครัวอธิศูทรจนๆคน
หนึ่ง ได้รับอิสระและการปฏิบตั ิจากคนรอบข้างทัดเทียมเหมือนกันเพื่อนนักศึกษาคนอื่น ที่มหาวิทยาลัย
โคลัมเบียพิมเลือกเรี ยนวิชารัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และสังคมวิทยา พิมจบการศึกษาอย่างที่ต้ งั ใจไว้ภายใน
เวลาสองปี และมหาวิทยาลัยโคลัมเบียมอบปริ ญญาดุษฎีบณ
ั ฑิต ให้แก่เขาจากผลงานวิทยานิพนธ์เรื่ อง
การวิวฒั นาการการคลังส่ วนจังหวัดในอินเดียของอังกฤษ (The Evolution of Provincial Finance in British
India) พิม กลายเป็ น ดร.อัมเบ็ดการ์ จากนั้น ในเดือนมิถุนายน 2459(1916) ดร.อัมเบ็ดการ์ เดินทางเพื่อไป
ศึกษาต่อที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อเรี ยนมาได้กลางคันกลับได้รับแจ้งว่าทุนการศึกษาของเขานั้นสิ้ นสุ ด
ลงแล้ว ดร.อัมเบ็ดการ์ จึงต้องยุติการศึกษาและเดินทางกลับอินเดีย ดร.อัมเบ็ดการ์ ตอ้ งทางานให้กบั รัฐบาล
แห่งเมืองบาโรด้าตามสัญญาของทุน เมื่อดร.อัมเบ็ดการ์ มาถึงกลับไม่มีใครต้อนรับคนอธิ ศูทรอย่างท่าน ทัว่
ทั้งเมืองนั้นไม่มีโรงแรมหรื อที่พกั ไหนให้ท่านเขาพานักเลย จนท่านต้องขอเข้าห้องเช่าห้องหนึ่งโดยไม่บอก
เจ้าของห้องว่าตนเป็ นอธิ ศูทร เมื่อเข้าทางานให้กบั มหาราชาแห่งบาโรด้านั้น ถึงแม้ท่านจะมีปริ ญญา มี
ความรู ้กว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนในที่ทางาน ท่านก็ยงั ถูกปฏิบตั ิอย่างเดิม เพราะคิดว่าท่านเป็ นเพียงอธิ ศูทรที่มีราคี

ดร.อัมเบ็ดการ์ ก็ยงั ปฏิบตั ิหน้าที่ดว้ ยความอดทน แต่อยูม่ าวันหนึ่ง เมื่อเจ้าของห้องเช่ารู ้ความจริ งว่าท่านเป็ น
คนนอกวรรณะ ก็พาพวกพ้องพร้อมอาวุธครบมือเพื่อขับไล่ดร.อัมเบ็ดการ์ ให้ออกไปจากห้องพักทันที ไม่ให้
แม้แต่เวลาเก็บของ พอดร.อัมเบ็ดการ์ ไปขอร้องบ้านเช่าและที่พกั หลายแห่งก็ได้รับการปฏิเสธเนื่องจากเป็ น
ลูกอธิศูทร ดร.อัมเบ็ดการ์ ที่ท้ งั หิ วและกระหายได้ไปนัง่ อยูใ่ ต้ตน้ ไม้และร้องไห้ดว้ ยความอัดอั้นตันใจใน
โชคชะตาที่ไม่เป็ นธรรม ท่านคิดว่าขนาดสัตว์เดรัจฉานพวกฮินดูยงั ให้พกั พิงในใต้ถุนเรื อน แต่ท่านเป็ นคน
เหมือนกันแท้ทาไมกลับไม่ได้รับความเมตตาบ้าง ท่านมีสภาพเลวทราม ต่าช้ายิง่ กว่าสัตว์เดรัจฉานกระนั้น
หรื ออย่างไร
ดร.อัมเบ็ดการ์ พยายามที่จะทางานให้ครบตามสัญญาที่กาหนดแต่ก็ไม่สามารถทาได้เนื่องจากไม่มีที่ใด
ต้อนรับท่านเลย ท่านจึงตัดสิ นใจเดินทางออกจากเมืองบอมเบย์ โดยในช่วงปี 2460(1917) นักการเมืองและ
นักสังคมสงเคราะห์ให้ความสาคัญกับอธิ ศูทร เนื่องจากคิดว่าการกดขี่และละเมิดสิ ทธิ มนุษยชนเช่นนี้ควรจะ
หมดไปจากอินเดีย แต่ดร.อัมเบ็ดการ์ ยงั คิดว่าความรู ้ของตนยังไม่เพียงพอที่จะต่อสู ้ กลับความเชื่อที่ฟังราก
ลึกของชาวอินเดีย ท่านจึงไปทางานเป็ นอาจารย์ที่ วิทยาลัยซิ ดนาห์ม เพื่อสะสมทุนไปเรี ยนต่อ เมื่อโอกาส
มาถึงดร.อัมเบ็ดการ์ ได้เข้าเฝ้ าเจ้าชายแห่งโคลัคปูระที่มีพระดาริ เช่นเดียวกับมหาราชาแห่งบาโรด้า ที่ตอ้ งการ
กาจัดการกดขี่ข่มแห่งชาวอินเดียด้วยกันเอง เนื่องจากความเชื่อเรื่ องวรรณะ ดร.อัมเบ็ดการ์ ขอความ
ช่วยเหลือเรื่ องเงินทุนเพื่ออกหนังสื อพิมพ์ที่ตีแผ่ความจริ งที่ขมขื่นในสังคมอินเดีย โดยเจ้าชายแห่งโคลัคปูระ
ทรงให้ความช่วยเหลืออย่างดี ทาให้ในปี 2463(1920) ดร.อัมเบ็ดการ์ ออกหนังสื อพิมพ์ในชื่อ มุขนายก มี
หลายข้อความที่บ่งบอกให้เห็นถึงการต่อสู ้เพื่อสิ ทธิ มนุษยชนของท่าน เช่น ‚ยังไม่สมควรที่อินเดียจะเป็ นเอก
ราช ถ้าพลเมืองของอินเดียยังไม่อยูใ่ นสภาพที่มีความเสมอภาคกันทาง ศาสนา ทางสังคม ทางเศรษฐกิจ และ
ทางการเมือง‛ และเมื่อดร.อัมเบ็ดการ์ รวบรวมเงินได้พอสมควรท่านก็เดินทางกลับไปลอนดอนเพื่อศึกษาต่อ
และจบการศึกษาในปี 2465(1922) สาเร็ จการศึกษาเป็ นเนติบณั ฑิตและตามด้วยปริ ญญาเอก อีกสองปริ ญญา
คือ เศรษฐศาสตร์ดุษฎีบณั ฑิตจากมหาวิทยาลัยลอนดอน ปริ ญญารัฐศาสตร์ดุษฎีบณั ฑิตจากมหาวิทยาลัย
โคลัมเบีย และปริ ญญาตรี จากมหาวิทยาลัยบอมเบย์ ถึงตอนนี้ดร.อัมเบ็ดการ์ มีปัญญาความรู้ที่เปรี ยบประดุจ
อาวุธคูก่ าย ดังคาที่วา่ แม้นมีอาวุธอยูห่ มื่นแสนถ้าไม่มีปัญญาก็ไร้ซ่ ึ งประโยชน์ ตรงกันข้ามแม้นไม่มีอาวุธสัก
ชิ้นในครอบครองแต่ถา้ มีปัญญาเป็ นอาวุธก็จะนาชัยชนะมาสู่ ตนได้ ดร.อัมเบ็ดการ์ มีความรู ้ท้ งั ในด้าน
กฎหมายและการเมือง เศรษฐศาสตร์ และสังคมศาสตร์ พร้อมแล้วที่จะกระโจนเข้าต่อสู ้เพื่อเรี ยกร้องสิ ทธิ
มนุษยชนให้กบั ตัวท่านและอธิ ศูทรทั้งหลาย
ท่านกลับมาอินเดียประกอบอาชีพนักกฎหมายเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ทุกข์ยากโดยเฉพาะ
ชาวอธิ ศูทร ต่อมาในปี 2467(1924) ได้จดั การประชุมที่เมืองบอมเบย์ โดยมีเนื้ อหาที่จะจัดตั้งสถาบันที่จะ

แลกเปลี่ยนและรับร้องความทุกข์ของชาวอธิศูทร เมื่อมีบทบาทในการเป็ นนักปฏิวตั ิสังคมและเป็ นผูน้ าของ
ชนชั้นล่าง ท่านจึงเข้ามามีบทบาทในการเรี ยกร้องเอกราชจากอังกฤษ และเมื่ออินเดียสามารถเรี ยกร้องเอก
ราชได้สาเร็ จ ท่านมหาตมะคานธี เห็นถึงความสามารถของ ดร.อัมเบ็ดการ์ ว่าจะมีประโยชน์ต่อประเทศ
อินเดียอย่างมากจึงได้ปรึ กษาท่านยาวหร์ ลาล เนรู ห์ ที่กาลังจะจัดตั้งรัฐบาลของชาวอินเดียขึ้นเป็ นครั้งแรกใน
ที่สุดรัฐบาลภายใต้การนาของเนรู ห์ ดร.อัมเบ็ดการ์ ก็ได้รับตาแหน่งเป็ นรัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรมคนแรก
ของประเทศอินเดีย และได้เป็ นประธานคณะกรรมการร่ างรัฐธรรมนูญ เมื่อดร.อัมเบ็ดการ์ ดารงตาแหน่งนั้น
ท่านต่อสู ้ เพื่อประชาชนที่ทุกข์ยากเสมอ และได้ผลักดันกฎหมายในเรื่ องการให้สิทธิ บางประการแก่ชาวอธิ
ศูทร เช่น กฎหมายการประกอบอาชีพที่เมื่อก่อนพวกอธิ ศูทรไม่สามารถทาได้ เช่นการรับราชการทหารและ
ตารวจ และดร.อัมเบ็ดการ์ ได้เปลี่ยนจากการนับถือศาสนาฮินดูมาเป็ นศาสนาพุทธพาชาวอธิศูทรมากมาย
ปฏิญาณตนเป็ นพุทธมามะกะ เนื่องจากท่านเห็นว่าศาสนาพุทธนั้นให้ความเสมอภาคเท่าเทียมกันแก่ชนทุก
หมู่เหล่า บั้นปลายชีวติ ท่านได้ศึกษาพระพุทธศาสนาและเขียนหนังสื อออกมามากมาย และเป็ นผูท้ ี่ได้รับการ
ยกย่องว่าเป็ นผูน้ าพระพุทธศาสนากลับคืนสู่ มาตุภูมิ

การต่ อสู้ เพือ่ เรียกร้ องด้านสิทธิมนุษยชนของดร.อัมเบ็ดการ์
เมื่อดร.อัมเบ็ดการ์ กลับมาถึงอินเดียและประกอบอาชีพเป็ นนักกฎหมายนั้น สังคมในขณะนั้นชาว
อธิศูทรกาลังตื่นตัวที่จะเรี ยกร้องสิ ทธิ ให้กบั ตนเอง และประจวบเหมาะกับช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
เรื่ อยมา มีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มาตั้งฐานการผลิตในอินเดีย และต้องการแรงงานอย่างมาก ทาให้
ชนชั้นล่างมีรายได้ดีข้ ึน และกระแสของสงครามโลกทาให้ชาวอินเดียเริ่ มเรี ยกร้องเอกราชจากประเทศ
อังกฤษ ผูน้ าทางการเมืองของอินเดียนั้นเริ่ มตะหนักว่าการที่อินเดียนั้นต้องตกอยูภ่ ายใต้การปกครองของ
อังกฤษทั้งที่อินเดียนั้นใหญ่และมีประชากรมากกว่านั้นเป็ นเพราะการขาดความสามัคคี แบ่งแยกเป็ นหมู่
เหลา จึงผลักดันให้เกิดการปฏิรูปทางสังคม โดยการปลุกใจให้ชาวอินเดีย มีความเป็ นน้ าหนึ่งใจเดียวกัน ไม่
แบ่งแยก แต่ไม่ประสบผลเท่าที่ควรเป็ นเพราะความเห็นแก่ตวั ของชนชั้นสู งที่ไม่ตอ้ งการให้ชนชั้นล่างขึ้นมา
มีอานาจนั้นยังมีอยูม่ าก แต่ดร.อัมเบ็ดการ์ กลับไม่เคยย่อท้อต่อขวากหนามที่หยัง่ รากลึก ท่านใช้การต่อสู ้ดว้ ย
ปั ญญาอย่างมีสติ ดร.อัมเบ็ดการ์ มองเห็นว่าการศึกษาเป็ นเรื่ องที่สาคัญยิง่ ที่จะทาให้ชาวอธิ ศูทรลืมตาอ้าปาก
ได้ แต่อธิ ศูทรมักถูกกีดกันทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ได้เข้ารับการศึกษาท่านจึงก่อตั้งสถาบันอุดมศึกษาโดยก่อตั้ง
สิ ทธัตถะวิทยาลัยตามชื่อของพระพุทธเจ้าที่เมืองบอมเบย์ และมิลินทมหาวิทยาลัยที่เมืองออรังกาบาดเพื่อใช้
เป็ นที่ศึกษาสาหรับอธิ ศูทร แต่คนในวรรณะอื่นก็สามารถเข้าเรี ยนได้เช่นกัน

การใช้ระบบวรรณะในประเทศอินเดีย ที่ กีดกันคนวรรณะศูทรให้เป็ นทาส และกดขี่คนอธิ ศูทรให้เป็ นยิง่
กว่าทาสนั้นละเมิดเรื่ องของสิ ทธิ มนุษยชน ตามที่ปฏิญญาสากลว่าด้วยเรื่ องสิ ทธิ มนุษยชน
(The Universal Declaration of Human Rights, 1948 (2491)) ในข้อต่อไปนี้ คือ
ข้อ 1 มนุษย์ทุกคน เกิดมาอิสระเสรี และเสมอภาคในทุกด้าน จึงควรปฏิบตั ิต่อกันฉันท์พี่นอ้ ง
ข้อ 2 แต่ละคน มีสิทธิ - เสรี ภาพทุกประการ ตามปฏิญญาสากลฯ ไม่แบ่งแยกความแตกต่างประการใดๆ
ข้อ 3 แต่ละคน มีสิทธิ ในชีวติ - ความมีเสรี - ความปลอดภัยในร่ างกาย
ข้อ 4 ห้าม เอาคนลงเป็ นทาส หรื อตกอยูใ่ นภาระจายอม
ข้อ 5 ห้าม ปฏิบตั ิหรื อลงทัณฑ์อย่างทารุ ณ - ไร้มนุษยธรรม – หยามเกียรติ
ข้อ 17 แต่ละคน มีสิทธิเป็ นเจ้าของทรัพย์สิน / ห้าม พรากทรัพย์สินไป โดยพลการ
ข้อ 21 แต่ละคน มีสิทธิ เข้าร่ วมในรัฐบาลและเข้าถึงบริ การสาธารณะ / เจตน์จานงมวลชน คือ ฐานที่มา
แห่งอานาจรัฐ
ข้อ 22 แต่ละคน มีสิทธิ ในความปลอดภัยในสังคม และชอบจะได้รับสิ ทธิ เศรษฐกิจ - สังคม - วัฒนธรรม
ข้อ 23 แต่ละคน มีสิทธิมีงานทา ที่เสรี - เป็ นธรรม - เหมาะสม / ค่าจ้างเท่ากัน สาหรับการทางานที่เท่ากัน /
ค่าจ้างที่เป็ นธรรมและเหมาะสม / สิ ทธิ ที่จะก่อตั้ง - เข้าร่ วมในสหภาพแรงงาน
และข้อ 25 แต่ละคน มีสิทธิ ในมาตรฐานการครองชีพ (อาหาร - เครื่ องนุ่งห่ม - ที่อยูอ่ าศัย - ยารักษาโรค)
และสิ ทธิในสวัสดิการ (กรณี วา่ งงาน - เจ็บป่ วย - ทุพพลภาพ - เป็ นหม้าย - วัยชรา ฯลฯ) / มารดาและบุตร
ชอบจะได้รับความช่วยเหลือและดูแลเป็ นพิเศษ / เด็กย่อมได้รับความคุม้ ครองทางสังคม
โดยรวมแล้วชาวอธิ ศูทรถูกละเมิดสิ ทธิ มนุษยชนมากมายไม่ต่ากว่าสิ บข้อจากทั้งหมดสามสิ บข้อ ว่าด้วยข้อที่
1 ครอบคลุมถึงข้อที่ 5 ว่ากันตั้งแต่มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ เสรี ภาพในชีวติ ความปลอดภัย ที่ตอ้ งปฏิบตั ิต่อกัน
ฉันท์พี่นอ้ งไม่แบ่งแยก เหยียดหยามอย่างไร้มนุษยธรรม หรื อนาเอามาเป็ นทาส ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นชาว
อธิ ศูทรไม่เคยได้รับสิ่ งเหล่านี้เลยจากสังคมระบบวรรณะของอินเดีย ดังนั้นจึงไม่ตอ้ งพูดถึงข้อที่เหลือเพราะ
แม้กระทั้งเกียรติและศักดิ์ศรี ในความเป็ นมนุษย์ชาวอธิ ศูทรยังไม่ได้รับ สิ่ งอื่นที่วา่ ด้วยเรื่ องสุ ขภาพ
สวัสดิการ การศึกษาและสิ ทธิ ในทางกฎหมายก็เป็ นเรื่ องที่ยากจะฝัน ดังนั้นดร.อัมเบ็ดการ์ ผูท้ ี่เติบโตมา
ท่ามกลางความโหดร้ายทารุ ณเช่นนี้ จึงมีพลังอันแรงกล้าที่จะต่อสู ้กบั ความอยุติธรรมที่ท่านและเพื่อนชาวอธิ
ศูทรต้องเผชิ ญมาชัว่ ลูกชัว่ หลาน ที่ดร.อัมเบ็ดการ์ ต่อสู ้น้ นั ไม่ได้หวังชื่อเสี ยง เกียรติยศหรื อเงินทอง ท่านเพียง
แค่ต่อสู ้เพื่อให้ชาวอธิ ศูทรนั้นได้มีที่ยนื ในสังคมและได้รับการปฏิบตั ิฉนั ท์เพื่อนมนุษย์คนหนึ่งมิใช่อมนุษย์ที่
ต่าต้อยยิง่ กว่าสัตว์เดรัจฉาน

คุณธรรมที่ยงิ่ ใหญ่ควรถือเป็ นอย่างของดร.อัมเบ็ดการ์ มีมากมาย ดังต่อไปนี้
1. เป็ นผูท้ ี่มีความพยายามและอดทน แม้วา่ ในวัยเด็กจนโตนั้นท่านจะลาบากยากจน อยูท่ ่ามกลางความดูถูก
เหยียดหยามจากคนอื่น แต่ก็ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคที่เจอ อดทนเรี ยนหนังสื อแทนการไปเที่ยวเล่นทั้งที่
เพื่อนและอาจารย์ไม่เคยให้ความสนใจ เพราะท่านคิดเสมอว่าพระเจ้านั้นจะอยูก่ บั คนที่มีความพยายาม
2. เป็ นผูท้ ี่ขยันหมัน่ เพียร สนใจศึกษาหาความรู ้ใส่ ตวั เสมอ อ่านหนังสื อถึงวันละ 18 ชัว่ โมง และความรู ้
เหล่านี้ก็กลายเป็ นทรัพย์สินและอาวุธประจากายที่ไม่มีใครมาพรากไปจากตัวท่านได้
3. เป็ นผูท้ ี่เห็นใจเพื่อนมนุษย์ดว้ ยกัน คิดเสมอว่าทุกคนนั้นเกิดมาเท่าเทียมกัน ไม่สมควรแบ่งแยก หรื อเลือก
ปฏิบตั ิ ไม่วา่ เขาจะเกิดในตระกูลใดหรื อยากดีมีจนเพียงไร ทุกคนควรได้รับศักดิ์ศรี แห่ งความเป็ นมนุษย์ และ
การปฏิบตั ิเยีย่ งเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง
4. เป็ นผูท้ ี่ใช้ชีวติ อย่างเรี ยบง่าย แม้วา่ เมื่อดร.อัมเบ็ดการ์ จะทางานมีตาแหน่งหน้าที่สาคัญ มีฐานะที่ดีข้ ึนท่าน
ก็ยงั ใช้ชีวติ เรี ยบง่าย เช่น ภายในที่ทางานของท่านนั้นไม่ได้หรู หราอะไร มีเพียงอุปกรณ์สานักงานและ
เฟอร์ นิเจอร์ ไม่กี่ชิ้น
5. เป็ นผูท้ ี่มีความตั้งใจเด็ดเดี่ยวและตั้งมัน่ ในสิ่ งที่ตนกระทา เมื่อดร.อัมเบ็ดการ์ เมื่อท่านตระหนักว่าตนเป็ น
เพียงเเค่อธิศูทร ที่ต่าต้อยไม่มีทรัพย์สินเงินทอง ไม่มีที่ยนื บนสังคม ท่านก็ต้ งั มัน่ ว่าจะต้องใช้การศึกษาเป็ น
หนทางในการต่อสู ้เพื่อเรี ยกร้องความยุติธรรมให้แก่ตวั ท่านเองและพี่นอ้ งชาวอธิ ศูทร เมื่อคิดได้เช่นนั้น
ดร.อัมเบ็ดการ์ จึงไม่รอรี หรื อเกรี ยจคร้านในการร่ าเรี ยน พยายามเรี ยนรู ้ให้ได้มากที่สุด นั้นเพราะท่านมีจิตใจ
ที่มุ่งมัน่ ที่จะทาความปรารถนาของตนเองให้สาเร็ จ
6. เป็ นผูท้ ี่มีพลังใจกล้าแกร่ งในการต่อสู ้เพื่อเปลี่ยนแปลง และนาไปสู่ หนทางที่ดีกว่า ดร.อัมเบ็ดการ์ น้ นั เกิด
มาในตระกูลอธิ ศูทรที่ต่าต้อง สังคมอินเดียในขณะนั้นได้กาหนดให้พวกเขาเป็ นตัวอัปมงคล ต้องประกอบ
อาชีพชั้นต่า เช่น ล้างส้วม เก็บขยะ ชีวติ ของชาวอธิ ศูทรก็คือชีวติ ที่โดนสาป เกิดมาอย่างอธิ ศูทรตายไปอย่าง
อธิ ศูทร คือไม่มีอะไรเลยแม้กระทัง่ ความหวังในชีวิต แล้วดร.อัมเบ็ดการ์ เหล่าท่านเกิดมาในสภาพแวดล้อม
แบบนั้น ถ้าท่านไม่มีพลังใจที่กล้าแกร่ ง คงหมดหวังและยินดีกม้ หน้ายอมรับชะตากรรมชีวติ ที่ถูกกาหนดมา
แต่ดร.อัมเบ็ดการ์ น้ นั ไม่ยอม จึงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีข้ ึนของชาวอธิ ศูทร ดังคากล่าวที่วา่
“พฤกษภผกาสร อีกกุญชรอัดปลดปลง
โททนเสน่ ห์คง สาคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรี
สถิตย์ทวั่ แต่ ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา”
ทั้งหมดที่กล่าวมาในเบื้องต้นคือชีวประวัติ การต่อสู ้และคุณธรรมของดร.อัมเบ็ดการ์ บุรุษผูห้ นึ่งที่

ถีบตนขึ้นมาจากก้นบึ้งของสังคม เพื่อเรี ยกร้องสิ ทธิ มนุษยชนให้แก่เพื่อนมนุษย์ดว้ ยกัน ใช้การต่อสู ้ดว้ ย
สติปัญญาและความรอบครอบ จนกลายเป็ นผูพ้ ลิกหน้าประวัติศาสตร์ ของสังคมอินเดีย เป็ นผูป้ ลดปล่อย
อธิ ศูทรทั้งหลายจากการจองจาของสังคมที่ไม่เป็ นธรรม จากบุรุษกลายเป็ นวีรบุรุษของผูค้ นมากมาย เป็ นนัก
ต่อสู ้ผเู ้ รี ยกร้องสิ ทธิ มนุษยชนคนหนึ่งที่ได้รับการขนานนามในโลก แม้วา่ ดร.อัมเบ็ดการ์ จะไม่ได้อยูบ่ นโลก
ใบนี้เพื่อต่อสู ้ให้กบั ชาวอธิ ศูทรแล้ว แต่ความดีของท่านก็ยงั ฝังรากลึก ผลิดอกออกใบกลายเป็ นความเท่า
เทียมกัน กลายเป็ นเสรี ภาพที่ทุกคนปรารถนา ถึงแม้วา่ ปั จจุบนั สังคมในทางกฏหมายจะไม่มีระบบวรรณะแต่
ในความเป็ นจริ งในทางปฏิบตั ิน้ นั ก็ยงั มีอยู่ ถึงอินเดียยังมีคนยากจนอยูอ่ ีกมากแต่อย่างน้อยผลของความดี
และการต่อสู ้ของดร.อัมเบ็ดการ์ ก็ได้ปรากฏและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น เช่นเดียวกับการต่อสู ้ใน
เรื่ องของสิ ทธิ มนุษยชนนั้น แม้ยงั ไม่บรรลุเป้ าหมายได้อย่างที่คาดหวังไว้แต่อย่างน้อยก็เกิดการเปลี่ยนแปลง
และสาเร็ จผลไปทางที่ดีข้ ึน
แล้วสังคมไทยเล่า แม้วา่ เราจะไม่มีระบบวรรณะ แต่เรามีชนชั้น คือ ชนชั้นสู ง ก็คือ นายทุน
ข้าราชการระดับสู ง ชนชั้นกลาง คือ ปั ญญาชน และชนชั้นล่าง คือ ประชาชนคนธรรมดาหาเช้ากินค่าที่ไม่มี
สิ ทธิมีเสี ยง ประเทศไทยเป็ นประเทศที่ได้ชื่อว่ามีการละเมิดสิ ทธิ มนุษยชนติดอันดับโลก ทั้งการละเมิดสิ ทธิ
มนุษยชนในเด็ก สตรี ผูพ้ ิการ ฯลฯ เช่นทุกคนมีสิทธิ ได้รับการศึกษา แต่การศึกษาไทยที่นบั วันยิง่ มีราคา
สู งขึ้นเรื่ อยๆ แล้วลูกชาวบ้านที่หาเช้ากินค่าจะมีสิทธิ ได้รับการศึกษาไหม? แบบนี้ถือเป็ นการละเมิดสิ ทธิ
มนุษยชนทางอ้อมใช่รึเปล่า แล้วเสรี ภาพในการแสดงออกซึ่ งความคิดเห็นที่เป็ นพื้นฐานของสิ ทธิ มนุษยชน
นั้น คนไทยมีเสรี แค่ไหน ทาไมอากงถึงโดนจับ? ‘การพัฒนา’ของรัฐและเอกชนที่กาลังกัดกินวิถีชีวติ ของ
ชาวบ้าน ทาลายอาชีพแหล่งทากิน ทาลายสิ่ งแวดล้อมทาให้ชาวบ้านต้องย้ายถิ่นฐาน มาเป็ นแรงงานราคาถูก
เมื่อไม่มีงานก็กลายเป็ นคนจรจัดอยูใ่ นเมืองแบบนี้ถือว่า‘การพัฒนา’ นั้นไปละเมิดสิ ทธิ มนุษยชนของ
ชาวบ้านรึ เปล่า แล้วสิ ทธิ ความเท่าเทียมกันระหว่างชาย-หญิง สิ ทธิในการประกอบอาชีพของ sex worker
ฯลฯ ทั้งหมดล้วนเป็ นเหตุการณ์ที่สังคมไทยกาลังเผชิญอยู่ แต่ทาไมสังคมไทยกับเพิกเฉยจริ งอยูว่ า่ เมื่อมีเรื่ อง
เกี่ยวกับการณ์ละเมิดสิ ทธิ เมื่อใดก็เป็ นข่าวครึ กโครมบนหน้าหนังสื อพิมพ์ แต่ก็เป็ นเพียงกระแสที่มีอยูแ่ ค่
ช่วงเวลาอันสั้นพอเวลาผ่านไปทุกคนก็ลืม แล้วพวกเราเหล่าปั ญญาชนที่ได้รับทราบเรื่ องราวการต่อสู ้ที่
ยิง่ ใหญ่ของ ดร.อัมเบ็ดการ์ แล้วนั้นควรทาเช่นไร แม้วา่ ยังไม่สามารถคิดออกในเวลานี้ แต่อย่างน้อยก็ถือว่า
ได้ขอ้ เตือนใจที่ยงิ่ ใหญ่วา่ มนุ ษย์ทุกคนนั้นมีศกั ดิ์ศรี เท่าเทียมกัน ไม่วา่ จะยากดีมีจนเป็ นไพร่ หรื อขุนนาง ทุก
คนมีสิทธิ และเสรี ภาพเสมอกัน

บรรณานุกรม
วิรัช ถิรพันธุ์เมธี , 2541. ดร.เอ็มเบ็ดก้า : รัฐบุรุษจากสลัม . กรุ งเทพฯ:
สานักพิมพ์ดวงแก้ว พิมพ์ครั้งที่ 3
ว.วชิรเมธี , 2554. ฮีโร่ คนดลใจ . กรุ งเทพฯ: สานักพิมพ์ปราณ พิมพ์ครั้งที่ 4
พระอาจารย์อารยะวังโส , 2553. ดร.อัมเบ็ดก้าร์ รัตนบุรุษแห่งชมพูทวีป. กรุ งเทพฯ:
สานักพิมพ์รุ่งศิลป์ การพิมพ์
ยวาหระลาล เนรู ห์. พบถิ่นอินเดีย. แปลโดยกรุ ณา กุศลาสัย , 2537.กรุ งเทพฯ:
สานักพิมพ์สยาม

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful