สรุปการสัมมนาหัวข้ อ “ปั ญหาข้ อขัดข้ องในการบังคับใช้ กฎหมายวิธีพิจารณาคดีผ้ บู ริ โภค”

เมื่อวันพุธที่ 21 ธันวาคม ณ โรงแรมเจ้ าพระยาปาร์ ค
แนวความคิ ดก่อนร่ างพระราชบัญ ญัติวิธี พิจารณาคดี ผ้ ูบริ โภคเนื่องจากเกิ ด ปั ญหาในพระราชบัญ ญัติค้ ุม ครอง
ผู้บริ โภคขาดความสมบูรณ์ตามมาตรา 4 ตอนท้ าย สิทธิได้ รับความคุ้มครองของผู้บริ โภค “ทังนี
้ ้ ตามกฎหมายว่าด้ วยการนันๆ

หรื อพระราชบัญญัตินี ้บัญญัติไว้ ” ทาให้ ผ้ ใู ช้ กฎหมายไม่ทราบว่าต้ องบังคับใช้ กฎหมายฉบับใดเพื่อได้ รับการคุ้มครอง ดังนัน้
ผู้บริ โภคจึงมีทางเลือกฟ้ องคดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์สองทาง คือ ฟ้ องฐานละเมิดหรื อฟ้ องตามกฎหมายนิติ
กรรมสัญญา ถ้ าฟ้ องตามฐานละเมิดผู้เสียหายต้ องพิสจู น์ว่าความเสียหายที่ได้ รับเป็ นผลจากการกระทาของผู้ประกอบธุรกิจ
เป็ นการกาหนดภาระการพิสจู น์ให้ ผ้ เู สี ยหายมีภาระอย่างมากผู้เสียหายก็ไม่มีความรู้ ทางเทคนิคเพื่อพิสจู น์ การกระทาของ
ผู้ประกอบการ หากเลือกฟ้ องตามกฎหมายนิติกรรมสัญญา ผู้ฟ้องร้ องต้ องเป็ นคู่สญ
ั ญาซื ้อสินค้ ามาด้ วยตนเองถึงจะมีสิทธิ
ฟ้ องร้ องกับผู้ประกอบการได้ ตามหลัก Doctrine of Privity จากเหตุผลข้ างต้ นทาให้ มีกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผ้ บู ริ โภคเพื่อให้
ผู้บริ โภคได้ รับความคุ้มครองที่ดีขึ ้น
โครงสร้ างของกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผ้ บู ริ โภคประกอบด้ วยสองส่วน ส่วนกฎหมายสารบัญญัติและกฎหมายวิธีส
บัญญัติ กฎหมายฉบับนี ้มีความมุง่ หมาย 6 ประการ คือ
1. เพื่อไม่ให้ ผ้ บู ริ โภคถูกเอารัดเอาเปรี ยบเนื่องจากขาดความรู้เรื่ องคุณภาพสินค้ า บริ การ เทคนิคการตลาดของผู้ประกอบธุรกิจ
หรื อกรณีขาดอานาจต่อรองการทาสัญญาเพื่อได้ มาซึง่ สินค้ าบริ การ
2. เพื่อให้ มีระบบพิจารณาคดีที่เอื ้อต่อการใช้ สทิ ธิเรี ยกร้ องของผู้บริ โภค
3. เพื่อแก้ ปัญหาความล่าช้ าของกระบวนการเรี ยกร้ องค่าเสียหายเมื่อเกิดข้ อพิพาท
4. เพื่อลดความยุง่ ยากให้ แก่ผ้ บู ริ โภคในเรื่ องภาระการพิสจู น์ข้อเท็จจริ งที่ไม่อยูใ่ นความรู้เห็นของตน
5. เพื่อลดค่าใช้ จ่ายของผู้บริ โภคในการดาเนินคดี
6. เพื่อให้ ผ้ ปู ระกอบธุรกิจหันมาให้ ความสาคัญต่อการพัฒนาคุณภาพสินค้ าบริ การให้ ดียิ่งขึ ้น
ปั ญหาข้ อขัดข้ องการบังคับใช้ พรบ.วิธีพิจารณาคดีผ้ บู ริ โภคในปั จจุบนั เกิดจากการบิดเบือนเจตนารมณ์ กฎหมายทา
ให้ กฎหมายฉบับนี ้คุ้มครองผู้บริ โภคได้ ไม่เต็มที่ ดังนี ้คือ
1) บทนิยาม ความหมายคาว่า “ผู้บริ โภค” ในกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผ้ บู ริ โภคตามแนวคาวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ใช้
หลักการ End user คือบุคคลที่ซือ้ สินค้ ามาใช้ บริ โภคเองมิได้ ซือ้ สินค้ าเพื่อขายต่อ เป็ นทอดๆ เนื่องจากเจตนารมณ์ ของ
กฎหมายวิธีพิจารณาคดีผ้ บู ริ โภคมุ่งคุ้มครองผู้บริ โภคที่ขาดความรู้ เข้ าใจคุณภาพสินค้ า บริ การและไม่มีอานาจต่อรองทาง
สัญญา กรณีที่ผ้ บู ริ โภคมีอานาจต่อรองทางธุรกิจ เช่น เป็ นผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมทาสัญญาสัง่ ซื ้อและติดตังลิ
้ ฟท์กบั ผู้ประกอบ

ธุรกิจลิฟท์ ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมมีสถานะเท่าเทียม สามารถจ้ างผู้เชี่ยวชาญตรวจคุณภาพสินค้ าหรื อจ้ างทนายความตรวจ
สัญญาการพิจารณาเป็ นคดีผ้ บู ริ โภคจึงไม่ควรใช้ หลัก End User เพียงหลักเดียว ดังนัน้ วิทยากรจึงเสนอความเห็นควรบังคับใช้
กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งกับลักษณะผู้บริ โภคที่เป็ นผู้ประกอบธุรกิจและมีอานาจต่อรองและเสนอแนะให้ การพิจารณา
หลักเกณฑ์คดีผ้ บู ริ โภคควรคานึงองค์ประกอบทางด้ านอานาจและฐานะของคูพ่ ิพาทความเท่าเทียมกัน
2) ปั ญหาเรื่ องการส่งเรื่ องให้ ประธานศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยคดีที่พิพาทเป็ นคดีผ้ ูบริ โภคหรื อไม่ ตามมาตรา 8 มีผ้ ู
อภิปรายเห็นว่า เป็ นช่องทางให้ เกิดการประวิงคดี ต้ องรอให้ ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยจึงเสนอให้ การพิจารณาข้ อเท็จจริ งที่
คล้ ายกันกับเรื่ องที่เคยเสนอให้ ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแล้ ว ควรจะให้ นาผลการวินิจฉัยคดีก่อนมาใช้ พิจารณาคดีใหม่ด้วย
เพื่อความสะดวก รวดเร็ ว สาหรับวิทยากรเห็นว่าเรื่ องนี ้เป็ นประเด็นการบริ หารจัดการภายในของฝ่ ายตุลาการหากมีระบบการ
จัดการที่ดีก็จะช่วยบรรเทาปั ญหาความล่าช้ าได้
3) ปั ญหาเรื่ องผู้ประกอบการฟ้ องดาเนินคดีกับผู้บริ โภคได้ เฉพาะภูมิลาเนาของผู้บริ โภคเท่านัน้ ทาให้ ผ้ บู ริ โภคที่
ทางานคนละจังหวัดกับภูมิลาเนาที่ผ้ ปู ระกอบการธุรกิจฟ้ องเกิดความไม่สะดวกในการต่อสู้คดี และปั ญหาเรื่ องการขาดนัด
พิจารณาของผู้บริ โภค แต่อย่างไรก็ตามผู้บริ โภคยังสามารถใช้ สิทธิ โอนคดีโดยใช้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 6 หรื อมาตรา 8 อนุโลม
4) ปั ญหาเรื่ องจานวนเจ้ าพนักงานบังคับคดีและความรู้ ประสบการณ์การทางานของเจ้ าพนักงานบังคับคดี สัดส่วน
ของเจ้ าหน้ าที่ไม่เพียงพอต่อปริ มาณคดีผ้ บู ริ โภค แนวทางแก้ ไขของวิทยากรและผู้อภิปรายคือจัดทาคูม่ ือการปฏิบตั ิงานของเจ้ า
พนักงานบังคับคดีและอาจจัดการอบรมสัมมนาเชิงปฏิบตั ิการเพื่อเพิ่มทักษะการทางานให้ กบั เจ้ าพนักงานบังคับคดี
5) ปั ญหาเรื่ องบทบาทของศาลต่อการพิจารณาคดี ในคดีผ้ บู ริ โภคศาลจะต้ องพิจารณาคดีในระบบไต่สวนเพื่อให้ ได้
ข้ อเท็จจริ งและเป็ นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้บริ โภค แต่พบว่าศาลใช้ ระบบกล่าวหาในการพิจารณาคดี
เนื่องจากศาลเคยชินกับประเพณีปฏิบตั ิในการพิจารณาคดีและยังไม่เชี่ยวชาญระบบการพิจารณาคดีแบบไต่สวน สาหรั บ
แนวทางการแก้ ไขวิทยากรได้ เสนอควรจัดทาคูม่ ือการปฏิบตั ิงานของฝ่ ายตุลาการต่อการพิจารณาคดีผ้ บู ริ โภค
6) ปั ญหาเรื่ องอายุความสะดุดหยุดอยู่ในคดีผ้ บู ริ โภค มีผ้ อู ภิปรายเสนอว่าควรกาหนดกฎหมายสารบัญญัติให้
สอดคล้ องกับกฎหมายวิธี พิจารณาคดีผ้ บู ริ โภค เช่น ผู้บริ โภคเป็ นผู้เอาประกันภัยเรี ยกร้ องสินไหมทดแทนต่อผู้ประกอบธุรกิจ
ประกันภัยภายในอายุความ 2 ปี ผู้บริ โภคจะได้ รับประโยชน์อายุความสะดุดหยุดอยู่ตามกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผ้ บู ริ โภคแต่
กรณีที่ผ้ รู ับประกันภัยไปเรี ยกร้ องต่อบริ ษัทประกันภัยต่อ ผู้รับประกันภัยจะไม่ได้ รับประโยชน์เรื่ องอายุความสะดุดหยุดอยู่และ
อายุความเรี ยกร้ องต่อผู้รับประกันภัยต่อยังคงเดินต่อไปทาให้ อายุความที่ผ้ รู ับประกันภัยฟ้ องผู้รับประกันภัยต่อหมดอายุความ
จึงเห็นว่ากฎหมายวิธีพิจารณาความผู้บริ โภคควรบัญญัติให้ สอดคล้ องกับกฎหมายสารบัญญัติด้วย

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful