หนังสือพิมพ์ ฉบับแรกของโลก ( First newspaper in World

)
Relation รีเลชั่น ถือว่าเป็นหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ ที่ทําการตีพิมพ์ออกมา
อย่างต่อเนื่อง ไม่พิมพ์หยุดๆ ฉบับแรกของโลก ที่ใช้เทคโนโลยี่การพิมพ์จาก
แท่นพิมพ์ ได้ทําการจัดพิมพ์ที่เมือง Strassburg ประเทศเยอรมันนี
( Germany ) ในปี ค.ศ. 1605 จึงนับเป็นการตีพิมพ์ หนังสือพิมพ์ สมัยใหม่
ครั้งแรกในโลก

Thursday, November 17, 2011

หนังสือพิมพ์ ฉบับแรกของอังกฤษ เกิดขึ้นในปี 1665 ในชื่อหนังสือพิมพ์
"London Gazette " โดยมีลักษณะการพิมพ์เป็นแบบ 2 คอลัมน์ในช่วงแรก

Thursday, November 17, 2011

หนังสือพิมพ์ ฉบับแรกของทวีปอเมริกา เกิดขึ้นในปี 1690
ในชื่อหนังสือพิมพ์ " Boston "

Thursday, November 17, 2011

หนังสือพิมพ์ ฉบับแรกของประเทศไทย เกิดขึ้นวันที่ 1 มีนาคม 1865 ในชื่อ
หนังสือพิมพ์ว่า หนังสือจดหมายเหตุฯ ( Bangkok Recorder )
โดยออกเป็นรายปักษ์ความหนาจํานวน 8 หน้า ด้วยยอดพิมพ์ 300 ฉบับ

Thursday, November 17, 2011

Thursday, November 17, 2011

Thursday, November 17, 2011

รูปแบบที่เป็นแนวนิยมของหนังสือพิมพ์สมัยใหม่นั้น ไม่ได้มุ่งนําเสนอข้อมูล
ข่างสารเพียงอย่างเดียว แต่ยังมุ่งที่จะกระตุ้นความตื่นตัว มีชีวิตชีวาเพื่อการ
แข่งขันได้กับสื่อใหม่ๆที่เกิดขึ้น โดยมีจุดที่น่าสังเกต ดังนี้

1) การใช้สี
หนังสือพิมพ์สมัยใหม่จะเน้นภาพที่มีสีสันมากขึ้น โดยหน้าแรกจะ
พิมพ์สี่สีกลายเป็นสิ่งปกติของหนังสือพิมพ์ทั่วไป และมีแนวโน้ม
การเพิ่มขึ้นของการใช้หน้าสีในหน้าในมากขึ้นเรื่อยๆ หนังสือพิมพ์
เฉพาะด้าน เช่น หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจบางฉบับมีการพิมพ์สี่สีตล
อดทั้งเล่ม การใข้สีที่นี้รวมไปถึงการใช้ภาพจํานวนมากและมีขนาด
ใหญ่เพิ่มมากขึ้นด้วย

Thursday, November 17, 2011

2) การใช้องค์ประกอบอื่นทางเรขศิลป์ หนังสือพิมพ์สมัยใหม่ไม่ได้นําเสนอข้อมูลด้วยข้อความเนื้อหา
เท่านั้นแต่ยังนําเสนอด้วยการสร้างแผนภูมิ แผนที่แบบต่างๆ เพื่อ
ให้สถิติหรือข้อมูลที่ซับซ้อนเป็นที่เข้าใจได้ง่ายขึ้น

Thursday, November 17, 2011

3) การจัดกลุ่มเนื้อหา
หนังสือพิมพ์สมัยใหม่มุ่งสนองรูปแบบชีวิตอันเร่งรีบของคนสมัย
ใหม่ด้วยการจัดกลุ่มเนื้อหาที่เป็นความสนใจเดียวกันเพื่อให้ง่าย
และรวดเร็วต่อการค้นหา

Thursday, November 17, 2011

4) การจัดวางองค์ประกอบ
หนังสือพิมพ์สมัยใหม่จะใช้ระบบกริดเป็นโครงสร้างในการจัดวาง
องค์ประกอบต่างๆทําให้เนื้อหาของข้อมูลข่าวสารแต่ละเรื่องมีรูป
ร่างเหมือนสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดต่างๆที่ถูกนํามาจัดเรียงไว้ด้วยกัน
ในหน้ากระดาษ

Thursday, November 17, 2011

โดยทั่วไปแล้ว หนังสือพิมพ์จะมีการแบ่งตามความหนักเบาของ
เนื้อหาออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ

1) Ëห¹นÑั§งÊส×ืÍอ¾พÔิÁม¾พ»ปÃรÐะªชÒา¹นÔิÂยÁม (popular newspaper)
2) Ëห¹นÑั§งÊส×ืÍอ¾พÔิÁม¾พ¤คØุ³ณÀภÒา¾พ (quality newspaper)

Thursday, November 17, 2011

หากพิจารณาจําแนกประเภทหนังสือพิมพ์ตามลักษณะเนื้อหา จะ
สามารถแยกออกเป็น 2
ประเภท คือ
1) หนังสือพิมพ์ทั่วไป (general newspaper)
เป็นหนังสือพิมพ์ที่มีลักษณะหลากหลายรวมอยู่ในฉบับเดียว คือ มี
ทั้งเนื้อหาที่เป็นข่าว บทความ บทวิจารณ์ สารคดี ฯลฯ และเรื่อง
ราวของเนื้อหาก็หลากหลาย เช่น เรื่องสตรี เรื่องศิลปะ เรื่องบันเทิง
กีฬา เรื่องเศรษฐกิจการค้า เป็นต้น เหนังสือพิมพ์ประเภทนี้จะมีผู้
อ่านที่เป็นกลุ่มเป้าหมายกว้าง

Thursday, November 17, 2011

2)หนังสือพิมพ์เฉพาะ(specialized newspaper) เป็น
หนังสือพิมพ์ที่มีลักษณะเนื้อหาเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่งทั้งฉบับ เช่น
หนังสือพิมพ์ธุรกิจ หนังสือพิมพ์กีฬา หรือหนังสือพิมพ์บันเทิง ซึ่ง
แม้ว่าเนื้อหาจะมีทั้งที่เป็นข่าว บทความ บทวิจารณ์ สารคดี ฯลฯ
แต่เรื่องราวก็จะเกี่ยวข้องกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเฉพาะ หนังสือพิมพ์
ประเภทนี้จะมีผู้อ่านกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเจาะจงกว่าหนังสือพิมพ์
ทั่วไป หากพิจารณาถึงเวลาที่มีการนําหนังสือพิมพ์ออกเผยแพร่ จะ
สามารถแยกออกเป็น 2 ประเภท ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ
เจาะจงกว่าหนังสือพิมพ์ทั่วไป

Thursday, November 17, 2011

หากจะพิจารณาถึงเวลาที่มีการนําหนังสือพิมม์ออกเผยแพร่ จะสามารถแยกออก
เป็น 2 ประเภท คือ
1)หนังสือพิมพ์รายวัน (daily newspaper)
เป็นหนังสือพิมพ์ที่มีการพิมพ์ออกเผยแพร่เป็นประจําทุกวัน โดยอาจจะมีการออก
เป้นหนังสือพิมพ์ฉบับเข้า (morning newspaper) ซึ่งออกเผยแพร่ในตอนเช้าตรู่
ของวัน หรือหนังสือพิมพ์ฉบับบ่าย (afternoon newspaper) และหนังสือพิมพ์
ฉบับเย็น (evening newspaper) ซึ่งออกเผยแพร่ในตอนบ่ายหรือเย็นตามลําดับ
หนังสือพิมพ์รายวันส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าแต่มีบางฉบับที่มีการ
ออกทั้ง เป็นแบบเช้าและบ่าย
2)หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ (weekly newspaper) เป็นหนังสือพิมพ์ที่มีการพิมพ์
ออกเผยแพร่เป็นประจําทุกสัปดาห์ โดยอาจจะเลือกออกในวันใดวันหนึ่งเป็น
ประจําบางครั้งหนังสือพิมพ์ประเภทนี้ก็ไม่ได้ออกเป็นรายสัปดาห์ จึงเรียกว่า
หนังสือพิมพ์ที่ไม่ใช้รายวัน
(non daily newspaper)

Thursday, November 17, 2011

นอกจากนี้แล้ว ยังจําแนกหนังสือพิมพ์ตามรับดับของการนําออกเผยแพร่ได้ด้วย ซึ่งจะ
สามารถแยกออกเป็น 3 ประเภท คือ
1)หนังสือพิมพ์ระดับนานาชาติ (international newspaper)
เป็นหนังสือพิมพ์ที่มีการพิมพ์ออกเผยแพร่ในหลายๆ ประเทศพร้อมกัน ซึ่งอาจจะมีการ
ผลิตจากแหล่งเดียวกันหรือแยกผลิตในแต่ละประเทศโดยมีเนื้อหาเดียวกัน
2)หนังสือพิมพ์ระดับชาติ (national newspaper)
เป็นหนังสือพิมพ์ที่มีการพิมพ์ออกเผยแพร่ทั่วกันพร้อมทั้งประเทศ โดยมีเนื้อหาเดียวกัน
ครอบคลุมเรื่องราวอันเป็นที่หน้าสนใจของผู้อ่านทั้งประเทศ
3)หนังสือพิมพ์ระดับท้องถิ่น (local newspaper)
เป็นหนังสือพิมพ์ที่มีการพิมพ์ออกเผยแพร่ในม้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่งโดยเฉพาะ โดยมี
เนื้อหาครอบคลุมเรื่องราวอันเป็นที่หน้าสนใจของผู้อ่านในท้องถิ่นนั้นๆ

Thursday, November 17, 2011

การจําแนกประเภทหนังสือพิมพ์ที่นิยมทํากันอีกแนวทางหนึ่ง คือ การแบ่งประเถท
ตามขนาดรูปเล่ม ซึ่งสามารถแยกออกเป็น 3 ประเภท คือ
1)หนังสือพิมพ์แผ่นใหญ่ (broadsheet newspaper หรือบางครั้งที่เรียก full size
newspaper) เป็นหนังสือพิมพ์ที่พบเห็นกันเป็นส่วนมาก
จะมีขนาดความกว้าง 1หน้า ประมาณ 15-17 นิ้ว และความสูงประมาณ 22-23 นิ้ว
2)หนังสือพิมพ์แผ่นเล็ก (tabloid newspaper) เป็นหนังสือพิมพ์ที่ในอดีตนั้นนิยม
ใช้เป็นหนังสือพิมพ์ประเภทข่าวชาวบ้าน คือไม่เน้นเนื้อหาสาระที่เป็นข่าวจริงจังแต่
ในปัจจุบัน ในต่างประเทศนั้น หนังสือพิมพ์แผ่นเล็กได้พัฒนาขึ้นครอบคลุมตลาด
ทั้งหมดไม่ว่าเป็นตลาดบน (up-market) สําหรับเป็นหนังสือพิมพ์ประเภทคุณภาพ
(quality) ตลาดกลาง (middle-market) สําหรับเป็นหนังสือพิมพ์ประเภทประชา
นิยม (popular) และตลาดล่าง (down-market) สําหรับเป็นหนังสือพิมพ์ประเภท
ข่าวเร้าใจ (sensational)
ส่วนในประเทศไทย จะพบเห็นหนังสือพิมพ์แผ่นเล็กเป็นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นหรือ
หนังสือพิมพ์เฉพาะ เช่น หนังสือพิมพ์กีฬา เป็นต้นหนังสือพิมพ์แผ่นเล็กจะมีขนาด
ประมาณ 11-12 นิ้ว และความสูงประมาณ 15-17 นิ้ว

Thursday, November 17, 2011

3)หนังสือพิมพ์แผ่นกลาง (berliner or midi newspaper)
เป็นหนังสือพิมพ์ที่อาจจะไม่ได้พบเห็นกันมากนัก แต่ก็มีใช้ใน
หลายประแทศในทวีปยุโรป จะมีขนาดความกว้าง 1หน้า
ประมาณ 12 นิ้ว และความสูงประมาณ 18 นิ้ว
โดยสรุป การจําแนกหนังสือพิมพ์ทําได้หลายแบบ โดนอาจจะ
แยกตามประเภท เนื้อหา ความหนักเบาของเนื้อหา การนํา
หนังสือพิมพ์ออกเผยแพร่ ระดับการนําออกเผยแพร่ หรือตาม
ขนาดรูปเล่ม

Thursday, November 17, 2011

Newspaper sizes in August 2005.
• Blank paper (A4 size)
• The Times, in "compact" format
• Daily Mail, in "tabloid" format
• Le Monde, in "Berliner" format
• Berliner Zeitung
• Neues Deutschland
• The Guardian, a "broadsheet"

Thursday, November 17, 2011

ส่วนประกอบของหนังสือพิมพ์
หนังสือพิมพ์มีส่วนประกอบที่ต้องการการออกแบบ ดังนี้
1. หน้าแรก
หน้าแรกเป็นหน้าที่นําเสนอให้ผู้อ่ารทราบว่ามีสิ่งใดที่
หนังสือพิมพ์จะมีให้แก่ผู้อ่านมากที่สุดก็ว่าได้ ส่วน
ประกอบที่มีปรากฏในหน้าแรก มีดังนี้
1.1 แถบชื่อ ( name plate flag title plate) หรือ
âหัวหน้งสือä คือ ชื่อของหนังสือพิมพ์ โดยมักมีส่วนตัว
พิมพ์ที่แสดงวันที่ออก (dateline) เอาไว้ด้วย
1.2 หัวข่าว (headline) หรือ âพาดหัวä
เป็นข้อความสําคัญที่นอกจากจะบ่งชี้ถึงข่าวเรื่องนั้นๆ แล้วยังทํา
หน้าที่เรียกร้องความสนใจจากผู้พบเห็น ส่วนประกอบนี้มีอยู่ทั้งใน
หน้าแรกและหน้าอื่นๆ ของหนังสือพิมพ์ โดยจะเป็นตัวพิมพ์ขนาด
ใหญ่กว่าตัวพิมพ์อื่นๆ มีอยู่ 2 ประเภทคือ

Thursday, November 17, 2011

1.2.1) ชุดหัวข่าว (bank)
คือ หัวข่าวที่เป็นตัวพิมพ์เรียงกัน โยมีความยาว 1บรรทัด ทําให้
บางครั้งก็เรียกว่า บรรทัด (line)
1.2.2) ขั้นหัวข่าว (deck)
คือ ชุดของหัวข่าวที่เป้นตัวพิมพ์เรียงกันโดยมีความยาวประมาณ
1 แถวขึ้นไป
1.3) หัวรอง (sub headline)
คือ หัวข่าวเล็กเพื่อขยายความหัวข่าวเด่นและให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีก
เล็กน้อยเพื่อนําผู้อ่านสู้เนื้อข่าว

Thursday, November 17, 2011

1.4) ตัวเนื้อเรื่อง (body matter หรือ text)
เป็นส่วนที่นําเสนอเนื้อหาของข่าวซึ่งหากมีใบหน้าแรกก็มักจะมี
เป็นการเริ่มนําเท่านั้น มักจะมีการนําเสนอเนื้อข่าวอันเป็นราย
ละเอียดต่อเอาไว้ในหน้าในอื่นๆ
1.5) ภาพประกอบข่าว
เป็นส่วนที่นํามาเพื่อช่วยเรียกร้องความสนใจร่วมกับหัวข่าว ภาพ
ประกอบในหน้าแรกนี้มักจะเป็นภาพที่เกี่ยวข้องกับหัวข่าวที่ใหญ่
ที่สุดภาพประกอบนี้อาจจะมีจํานวน 1 ภาพหรือมากกว่าก็ได้ โดย
ในการรําเอาภาพประกอบข่าวนั้นมาใช้ มักนิยมให้มีคําบรรยาย
ภาพ (cutline caption legend underline) เพื่อเสริม
ความเข้าใจด้วย

Thursday, November 17, 2011

2หน้าใน
ส่วนประกอบที่มีปรากฏอยู่ในหน้าในนี้ มีดังนี้
2.1) หัวข่าว หรือ พาดหัว
เป็นข้อความในลักษณะเดียวกันกับหัวข่าว หรือ พาดหัวในหน้าแรก โดยหัว
ข่าวนี้นอกจะมีอยู่ในหน้าแรกแล้วยังมีอยู่ในหน้าอื่นๆ ด้วย
2.2) หัวรอง
เป็นส่วนประกอบที่เป็นตัวพิมพ์ขนาดใหญ่กว่าตัวพิมพ์อื่นๆ แต่เล็กกว่าข่าว
โดยมีหัวรองแทรกอยู่ นอกจากนี้หากเนื้อหาของข่าวมี
หลายประเด็นอาจจะใช้ประโยชน์จากหัวรองนี้ได้เช่นกัน
2.3) หัวต่อ (jump head)
เป็นส่วนประกอบที่เป็นตัวพิมพ์ขนาดใหญ่ ใช้ทําหน้าที่บ่งบอกให้ผู้อ่านทราบ
ว่า เนื้อหาต่อไปนี้เป็นข่าวที่ต่อจากหัวข่าวใดในหน้าแรก
หัวต่อจะเป็นคําหรือวลีที่ทําให้ผู้อ่านมองหาและติดตามข่าวได้ง่ายขึ้น

Thursday, November 17, 2011

2.4) หัวคอลัมน์ประจํา (standing head)
เป็นชื่อของคอลัมน์ซึ่งเป็นเนื้อหาข่าวประเภทที่มีอยู่ประจําในทุก
ฉบับ เช่น คอมลัมน์บทบรรณาธิการ คอลัมน์วิเคราะห์ ข่าวต่าง
ประเทศ เป็นต้น
2.5) ตัวเนื้อเรื่อง
เป็นข้อความที่นําเสนอเนื้อหาข่าวอันเป็นรายละเอียด ซึ่งอาจจะ
เป็นเนื้อหาข่าวที่ต่อมาจากข่าวในหน้าแรกหรือเป็นเนื้อหาข่าว
ของเรื่องในหน้าในหน้านั้นๆ
2.6) พิมพ์ลักษณ์ (imprint) หรือพิมประกาศ (masthead)
เป็นส่วนประกอบที่ระบุชื่อ ที่อยู่ของผู้พิมพ์ ในบางครั้งอาจจะมี
การระบุผู้ที่ทําหน้าที่ต่างๆ ในหนังสือพิมพ์นั้นๆ ด้วย

Thursday, November 17, 2011

2.7) ภาพประกอบข่าว
เป็นส่วนที่นํามาเพื่อช่วยเรียกร้องความสนใจร่วมกับ
หัวข่าว นอกจากภาพประกอบข่าวแล้วยังมีคํา
บรรยายภาพเพื่อเสริมความเข้าใจก็ได้
2.8) องค์ประกอบอื่นๆ ทางเรขศิลป์

Thursday, November 17, 2011

3.เนื้อหาโฆษณา
เนื้อหาที่โฆษณาในหนังสือพิมพ์มีขนาดที่หลากหลาย บางครั้งอาจ
จะมีขนาดเล็ก บางครั้งอาจจะมีขนาดใหญ่ ขนาดมาตรฐานของ
เนื้อที่โฆษณาที่พบเห็นกันทั่วไป มีดั้งนี้
3.1) เต็มหน้า (full page)
คือ ใช้พื้นที่ทั้งหมดของหน้ากระดาษ ตัวอย่างเช่นหน้งสือพิมพ์ มี
12 คอลัมน์ใน 1 หน้า และแต่ละคอลัมน์มีความกว้าง 7.5ไพก้า
หรือ 1.25 นิ้ว และคอมลัมน์สูง 20 นิ้ว พื้นที่โฆษณา คือ 15นิ้ว
(12 คอมลัมน์ x 1.25 นิ้ว ) x 20นิ้ว

Thursday, November 17, 2011

3.2) ครึ่งหน้า (half page)
คือ ฝช้พื้นที่ประมาณครึ่งหน้าของกระดาษตัวอย่างเช่น
หนังสือพิมพ์ที่มี 12 คอลัมน์ใน 1 หน้า และแต่ละคอลัมน์มีความ
กว้าง 7.5ไพก้าหรือ 1.25นิ้วและคอลัมน์สูง 20 นิ้ว พื้นที่
โฆษณา คือ 15นิ้ว (12 คอลัมน์x 1.25 นิ้ว) x 10 นิ้วปกติแล้ว
จะเป็นแนวนอน แต่ปัจจุบันมีการใช้แนวตั้งด้วย

Thursday, November 17, 2011

3.3) เศษหนึ่งส่วนสี่หน้า (quarter page)
คือใช้พื้นที่ประมาณเศษหนึ่งส่วนสี่ของกระดาษ จัวอย่างเช่น
หนังสือพิมพ์ที่มี 12 คอมลัมน์ใน 1 หน้า และแต่ละคอลัมน์มี
ความกว้าง 7.5 ไพก้า หรือ 1.25 นิ้ว และคอลัมน์สูง 20 นิ้ว
พื้นที่โฆษณาเศษหนึ่งส่วนสี่หน้า คือ 7.5 นิ้ว (6 คอลัมน์ x
1.25 นิ้ว)x 10 นิ้ว ขนาดโฆษณามีความสะดวกสําหรับผู้ที่ลง
โฆษณาในสื่อนิตยาสารด้วย เพราะจะมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน
3.4) จูเนียร์เพจ (junior page)
คือ ใช้พื้นที่ประมาณใกล้เคียงกับขนาดหน้านิตยสาร พื้นที่
โฆษณานี้มีขึ้นเพื่อให้เกิดความสะดวกในการใช้โฆษณาเดียวกัน
ทั้งในหนังสือพิมพ์และนิตยสาร เพราะมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน เช่น
เดียวกับโฆษณาขนาดพิเศษหนึ่งส่วนสี่หน้า

Thursday, November 17, 2011

3.5) แถบโฆษณา (strip advertising)
คือใช้พื้นที่เป็นแถบด้านบนหรือด้านล่างตลอดความกว้างของ
หน้าหนังสือพิมพ์ และสูงประมาณไม่เกิน 5 นิ้วนอกจากเนื้อที่
โฆษณาขนาดมาตรฐานข้างต้นแล้ว ยังมีการซื้อเนื้อที่ในลักษณะ
ที่เป็น คอลัมน์นิ้ว คือ กําหนดขนาดความกว้างของเนื้อที่
โฆษณาตามขนาดของคอลัมน์ว่าต้องการให้กว้างกี่คอลัมน์
ส่วนสูงนั้นกําหนดเป็นนิ้ว ตัวอย่างเช่น หนังสือพิมพ์ที่มี 6
คอลัมน์ หมายถึง ขนาดพื้นที่ที่กว้าง 1.83 นิ้ว และ สูง 1 นิ้ว
หากต้องการลงพื้นที่โฆษณาขนาด 3 คอลัมน์ x6 นิ้ว หมายถึง
ขนาดพื้นที่กว้าง 5.5 (1.83x3) นิ้ว และสูง 6 นิ้วเ ป็นต้น

Thursday, November 17, 2011

2. นิตยสารแทรกในหนังสือพิมพ์ (newspaper magazine
หรือ special section หรือ supplement magazine
ส่วนพิเศษส่วนสุดท้ายของหนังสือพิมพ์ คือ ส่วนนิตยสาร แทรก
ในหนังสือพิมพ์โดยมากแล้วส่วนนี้จะมีสัปดาห์ละครั้ง แยกส่วน
ออกมาเป็นพิเศษ มีเนื้อหาครอบคลุมเนื้อหาหลากหลาย แต่มัก
เป็นเรื่องที่ไม่ได้เป็นข่าวซึ่งต้องเสนออย่างรวดเร็ว เช่นเรื่อง
สถานที่ท่องเที่ยว ภาพยนตร์ ฯลฯ
โดยสรุปเมื่อพิจารณาในด้านการออกแบบแล้ว หนังสือพิมพ์จะมี
ส่วนประกอบที่แตกต่างกัน คือ หน้าแรก หน้าใน เนื้อที่โฆษณา
และนิตยาสารแทรกในหนังสือพิมพ์โดยแต่ละส่วนประกอบจะมี
องค์ประกอบที่ไม่เหมือนกัน รวมทั้งการเลือกและจัดองค์ประกอบ
ที่แตกต่างกัน

Thursday, November 17, 2011

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful