บทเพิ่ มเติ ม

ของ

คำำ ร้ องเพื่ อขอให้ ทำำ กำรสอบสวน
สถำนกำรณ์ ใ นรำชอำณำจั กรไทย อั น
เกี่ ยวเนื่ องกั บ กำรกระ ทำำ อำชญำกรรม

รำยงำนจัดทำำโดยสำำนักงำนกฎหมำยอัมสเตอร์ดม
ั แอนด์พีรอฟฟ์
ในนำมของแนวร่วมประชำธิปไตยต่อต้ำนเผด็จกำรแห่งชำติ
(นปช.)
ยื่นครั้งแรกในวันที่ 31 มกรำคม พ.ศ. 2554 ต่อ
สำำนักงำนอัยกำรศำลอำญำระหว่ำงประเทศ
12 กันยำยน พ.ศ. 2554

1.บท นำำ
ในวันที่ 31 มกรำคม 2554 สำำนักงำนกฎหมำยอัมสเตอร์แอนด์พีรอฟฟ์ได้ยื่น
คำำร้องต่อสำำนักงำนอัยกำรศำลอำญำระหว่ำงประเทศ เพื่อขอให้เริ่มต้นทำำกำร
สอบสวนสถำนกำรณ์ภำยในรำชอำณำจักรไทย อันเกี่ยวข้องกับกำรกระทำำ
อำชญำกรรมต่อมวลมนุษยชำติ ในช่วงก่อน ระหว่ำง และหลังจำกกำรสลำยกำร
ชุมนุมต่อกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงอย่ำงรุนแรงในเดือนเมษำยนและพฤษภำคม พ.ศ.
2553 กำรสลำยกำรชุมนุมส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 92 รำย บำดเจ็บ 2,000
รำย และมีกำรจับกุมผู้ชุมนุมอย่ำงน้อย 400 รำย และหลำยรำยถูกคุมขังไว้ในที่ลับ
ตำมบทบัญญัติมำตรำ 53(1) แห่งรัฐธรรมนูญกรุงโรม คำำร้องมุ่งแสดงให้เห็นถึง
“มูลเหตุอันสมควรที่ทำำให้เชื่อว่ำ” กองทัพไทยกระทำำอำชญำกรรมต่อมวล
มนุษยชำติ ตำมที่บัญญัติไว้ในมำตรำ 5 แห่งรัฐธรรมนูญกรุงโรม (นิยำมไว้ใน
มำตรำ 6,7 และ 8) โดยกำรคุมขังและกำรลิดรอนเสรีภำพทำงด้ำนร่ำงกำยอย่ำง
ร้ำยแรง รวมถึงกำรข่มเหงทำงกำรเมือง กำรสังหำร และกำรกระทำำอันไร้
มนุษยธรรมอื่น ในเดือนเมษำยนและพฤษภำคม ปี 2553 ตำมข้อเท็จจริงที่นำำเสนอ
ในคำำร้อง กำรกระทำำเหล่ำนี้ก่อให้ควำมรับผิดทำงอำญำของเจ้ำหน้ำที่รัฐบำลภำย
ใต้กฎหมำยอำญำระหว่ำงประเทศ
แม้ว่ำ เรำจะทรำบดีว่ำรำชอำณำจักรไทยไม่ได้ให้สัตยำบรรณเป็นรัฐภำคีต่อ
รัฐธรรมนูญแห่งกรุงโรม แต่คำำร้องเริ่มต้นแสดงให้เห็นว่ำ สถำนกำรณ์ดังกล่ำวอยู่
ภำยใต้อำำนำจกำรพิจำรณำคดีของศำลอำญำระหว่ำงประเทศ หำกมีคำำแนะนำำจำก
คณะมนตรีควำมมั่นคงแห่งสหประชำชำติให้เริ่มทำำกำรสอบสวนสถำนกำรณ์ ภำย
ใต้มำตรำ 13(b) ของรัฐธรรมนูญแห่งกรุงโรม อย่ำงน้อยที่สุดในกรณีของนำยก
รัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชำชีวะ ซึ่งเป็นผู้อนุมัติในมีกำรสังหำรพลเรือนตำมนโยบำยที่
มุ่งทำำลำยกำรเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง โดยคำำร้องเบื้องต้นระบุว่ำ ศำลอำญำ

ระหว่ำงประเทศสำมำรถใช้อำำนำจทำงกำรพิจำรณำคดีบนข้อเท็จจริงที่ว่ำ นำย
อภิสิทธิ์ถือสัญชำติของสหรำชอำณำจักร ซึ่งเป็นรัฐภำคีกับศำลอำญำระหว่ำง
ประเทศ ข้อเท็จจริงดังกล่ำวเพียงพอที่จะให้อัยกำรอ้ำงเหตุอันสมควร เพื่อตรวจ
สอบอำำนำจกำรพิจำรณำคดีของศำล ภำยใต้มำตรำ 12.2.b แห่งรัฐธรรมนูญกรุง
โรม ท้ำยที่สุด คำำร้องเบื้องต้นระบุว่ำ สถำนกำรณ์ดังกล่ำวเข้ำองค์ประกอบที่
บัญญัติไว้ในมำตรำ 17 แห่งรัฐธรรมนูญกรุงโรมเรื่อง “ควำมร้ำยแรงแห่ง
เหตุกำรณ์” และ “ศำลมีอำำนำจพิจำรณำคดีหำกรัฐไม่เต็มใจหรือไม่สำมำรถ
สอบสวนสถำนกำรณ์นั้นได้” ซึ่งเป็นองค์ประกอบในกำรพิจำรณำรับคดีของศำล
อำญำระหว่ำงประเทศ ผู้นำำทำงกำรเมืองและกองทัพไทยควรจะต้องรับผิดทำง
อำญำต่อกำรกระทำำผิดนั้น ภำยใต้อำำนำจกำรพิจำณำคดีของศำลอำญำระหว่ำง
ประเทศ
คำำร้องเพิ่มเติมเป็นบทเสริมของ คำำร้องเพื่อให้สอบสวนสถำนกำรณ์รำชอำณำจักร
ไทย ซึ่งยื่นต่อศำลอำญำระหว่ำงประเทศในวันที่ 31 มกรำคม 2554 คำำร้องเพิ่ม
เติมประกอบด้วยหลักฐำนใหม่ ซึ่งบรรจุอยู่ในคำำร้องเบื้องต้น โดยยึดเหตุกำรณ์ซึ่ง
เกิดขึ้นนับตั้งแต่กำรยื่นคำำร้องเบื้องต้น รวมถึงข้อมูลที่นำำเสนอในรำยงำนของ
องค์กรสิทธิมนุษยชนไทยและเทศในหลำยเดือนที่ผ่ำนมำ โดยรำยงำนเหล่ำนี้
ประกอบไปด้วย:
1. รำยงำนองค์กรฮิวแมนไรท์วอซซ์ “จมดิ่งสู่หำยนะ. กำรชุมนุมประท้วง
ของคนเสื้อแดงและกำรปรำบปรำมของรัฐบำลไทยในปี 2553” เผยแพร่ในเดือน
พฤษภำคม ปี 2554
2.รำยงำนของกลุ่มมรสุมชำยขอบ “เอกสำรข้อเท็จจริงเบื้องต้นเกี่ยวกับ
เหตุกำรณ์ควำมรุนแรงทำงกำรเมืองระหว่ำงวันที่ 13-20 พฤษภำคม พ.ศ. 2553”

เผยแพร่ในเดือนพฤษภำคม ปี 2554 (ไทย-อังกฤษ) ทีมงำนสอบสวนนำำโดย
ศำสตรำจำรย์มหำวิทยำลัยรำมคำำแหง ดร.บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
3. รำยงำนของกลุ่ มอิ นเตอร์ เนชั่ นแนลไครซิ สกรุ๊ ป “ประเทศไทย :
ควำมสงบก่ อนพำยุ อี ก ลู กจะมำเยื อ น?” เผยแพร่ ในเดื อนเมษำยน ปี
2554 ในเอกสำรกำรประชุ มชี้ แ จงเอเชี ย N.121
4.บทเรี ยนยุ ทธกำรกระชั บวงล้ อ มพื้ นที่ ร ำชประสงค์ 14-19
พฤษภำคม พ.ศ. 2553 เผยแพร่ ในวำรสำรทหำร เสนำธิ ปั ต ย์ ( ปี ที่ 59
ฉบั บที่ 3, 2553)
5. “บทเรี ยนกำรปฏบั ติ ก ำรข่ ำวสำร: กรณี ปปส. ในเมื อง (มี นำคมพฤษภำคม พ.ศ. 2553) ” ซึ่ งเผยแพร่ ใ นวำรสำรทหำรเสนำธิ ปั ต ย์ (ปี ที่
60 ฉบั บที่ 1 พ.ศ. 2554)
รำยงำนเหล่ ำนี้ รวบหลั กฐำนซึ่ งสนั บ สนุ น กำรประเมิ นสถำนกำรณ์ ใ น
รำชอำณำจั กรไทย ซึ่ งบั น ทึ กไว้ ใ น คำำ ร้ องขอให้ เ ริ่ มกำรสอบสวน ของ
สำำ นั กงำนกฎหมำยอั มสเตอร์ แอนด์ พี ร อฟฟ์ โดยชี้ ให้ เ ห็ น ถึ ง กำรกระ ทำำ
อำชญำกรรมต่ อมวลมนุ ษยชำติ ห ลำยกรรม รวมไปถึ ง อำชญำกรรมกำร
สั งหำร คุ มขั งและกำรลิ ดรอนอิ สรภำพทำงร่ ำงกำย กำรคุ กคำมเสรี ภำพ
และกำรกระ ทำำ ที่ ไร้ ม นุ ษยธรรมอื่ น รำยงำน ยำ้ำ ถึ ง ลั ก ษณะกำร ทำำ ร้ ำ ย
พลเรื อน “ อย่ ำงกว้ ำงขวำงหรื ออย่ ำ งเป็ น ระบบ ” รวมถึ ง “ นโยบำยรั ฐ
หรื อองค์ กร ” ที่ แสดงให้ เห็ นว่ ำ มี ก ำรวำงแผนกระ ทำำ อำชญำกรรม และ
แผนกำรได้ รั บ กำรอนุ มั ติ โ ดยผู้ นำำ ระดั บ สู ง ในรั ฐ บำลไทย กองทั พไทย
และหน่ วยงำนใหม่ อย่ ำ งศู นย์ อำำ นวยกำรแก้ ไขสถำนกำรณ์ ฉุ ก เฉิ น
(ศอฉ.) นอกจำกนี้ รำยงำนแต่ ละฉบั บ เหล่ ำ นี้ ยั ง ระบุ ถึ ง ควำมอุ ตสำหะ
ของรั ฐบำลไทยที่ ขั ด ขวำงควำมพยำยำมในกำรระบุ สอบสวน หรื อ

2.อำชญำกรรมต่ อ มนุ ษยชำติ

คำำร้องเบื้องต้นมุ่งแสดงให้เห็นถึง “มูลเหตุอันสมควรที่ทำำให้เชื่อว่ำ” กำรกระทำำ
อำชญำกรรมต่อมวลมนุษยชำติหลำยกรรม ตำมที่บัญญัติไว้ในมำตรำ 7 ของ
บทบัญญัติศำลอำญำระหว่ำงประเทศได้เกิดขึ้นก่อน ระหว่ำง และหลังจำกกำร

สลำยกำรชุมนุมคนเสื้อแดงในเดือนเมษำยนและพฤษภำคม พ.ศ. 2553 โดยกำรก
ระทำำของรัฐไทย คำำร้องเน้นให้เห็นถึงลักษณะของอำชญำกรรมสี่ประกำร:
-มำตรำ 7 (1)(a) อำชญำกรรมต่อมวลมนุษยชำติว่ำด้วย “กำรสังหำร”

-มำตรำ 7 (1)(e) อำชญำกรรมต่อมวลมนุษยชำติว่ำด้วย “กำรคุมขัง และ
กำรลิดรอนอิสรภำพทำงร่ำงกำยอย่ำงร้ำยแรง”

-มำตรำ 7 (1)(k) อำชญำกรรมต่อมวลมนุษยชำติว่ำด้วย “กำรกระทำำอันซึ่ง
ไร้มนุษยธรรมในลักษณะอื่น”

-มำตรำ 7 (1)(h) อำชญำกรรมต่อมนุษยชำติว่ำด้วยกำร “กำรข่มเหง
ทำงกำรเมือง”

รำยงำนกำรสอบสวนหลำยฉบับที่เผยแพร่เมื่อไม่มำนำนมำนี้ได้รวบรวมหลักฐำน
ใหม่ที่สำำคัญซึ่งเผยให้เห็นถึงลักษณะกำรกระทำำอำชญำกรรมเหล่ำนี้

2.1 กำรสั งหำร

คำำร้องเบื้องต้นระบุถึง กำรกระทำำอำชญำกรรมต่อมวลมนุษยชำติในเรื่องกำร
สังหำร ซึ่งเกี่ยวข้องกับกำรสังหำรพลเรือนอย่ำงน้อยแปดสิบรำย (รวมถึงกลุ่มผู้
ชุมนุมเสื้อแดง ประชำชนที่มุงดูเหตุกำรณ์ ประชำชนที่พักอำศัยในท้องถิ่นดังกล่ำว
และหน่วยแพทย์พยำบำลฉุกเฉิน) และนักข่ำวต่ำงชำติสองรำย ในระหว่ำงกำร
สลำยกำรชุมนุมของกองทัพในวันที่ 10 เมษำยน พ.ศ. 2553 และวันที่ 13-19

พฤษภำคม พ.ศ. 2553 นอกจำกจะแสดงให้เห็นว่ำมีผู้เสียชีวิตจำำนวนมำกแล้ว
คำำร้องยังแสดงให้เห็นว่ำกำรสังหำรดังกล่ำวกระทำำโดยเจตนำ เพื่อทำำให้เหยื่อได้
รับอันตรำยร้ำยแรง โดยไม่คำำนึงถึงชีวต
ิ มนุษย์

2.1.1 กำรสลำยกำรชุ มนุ มในวั นที่ 13-19 พฤษภำคม พ.ศ. 2553

รำยงำนขององค์กรฮิวแมนไรท์วอซซ์ในเดือนพฤษภำคม พ.ศ. 2553 เป็นหนึ่งใน
รำยงำนที่มีเนื้อหำครอบคลุมที่ โดยพยำยำมอธิบำยถึงเหตุกำรณ์กำรชุมนุมของคน
เสื้อแดง และผลของกำรสลำยกำรชุมนุมของรัฐบำล เนื่องจำกรำยงำนจะไม่ได้
กล่ำวถึงควำมชอบด้วยกฎหมำยในกรณีกำรกำรสังหำรกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงใน
วันที่ 10 เมษำยน ซึ่งจะถูกกล่ำวถึงในลำำดับต่อไป แต่กำรวิเครำะห์ของรำยงำน
เกี่ยวกับกำรสลำยกำรชุมนุมในวันที่ 13-19 พฤษภำคม ตรงกับข้อมูลที่ระบุไว้ใน
คำำร้องเบื้องต้น: กำรสังหำรพลเรือนกว่ำห้ำสิบรำยในเดือนพฤษภำคม เข้ำองค์
ประกอบของข้อเท็จจริง/วัตถุประสงค์ของอำชญำกรรมกำรสังหำร (ควำมสัมพันธ์
ระหว่ำงกำรกระทำำของกองกำำลังควำมมั่นคงและกำรเสียชีวิต) รวมถึงองค์ประกอบ
ของจิตใจ/จิตวิสัยของอำชญำกรรม (เจตนำฆ่ำหรือจงใจทำำให้เหยื่อได้รับบำดเจ็บ
ร้ำยแรง) ในกำรเผยแพร่รำยงำนขององค์กร ผู้อำำนวยกำรองค์กรฮิวแมนไรท์
วอซซ์เอเชีย นำยแบรด อดัมส์ อธิบำยกำรสังหำรของกองทัพไทยว่ำ “เป็นกำร
สังหำรอย่ำงเลือดเย็น” รำยงำนฮิวแมนไรท์วอซซ์ได้สรุปเหตุกำรณ์ดังนี้:

จำกกำรสอบสวนองค์กรฮิวแมนไรท์วอซซ์พบว่ำพลซุ่มยิงของกองทัพที่
ประจำำกำรอยู่บนอำคำรไม่ใส่ใจพื้นที่กำรชุมนุม รวมถึงทหำรที่ประจำำกำร
อยู่ที่ด่ำนตั้งรับภำคพื้นดินด้วย โดยมีกำรยิงผู้ชุมนุมมือเปล่ำ หรือผู้ชุมนุมที่
ไม่มีท่ำทีที่ภัยต่อชีวิตหรือร่ำงกำยร้ำยแรงต่อเจ้ำหน้ำที่หรือผู้อื่นบ่อยครั้ง

หลำยคนที่ทหำรยิงยังรวมถึงบุคคลที่พยำยำมเข้ำไปในพื้นที่ “ห้ำมเข้ำ” ซึ่ง
ตั้งอยู่ระหว่ำงด่ำนของคนเสื้อแดงและทหำร หรือไม่ก็เป็นคนที่โยนก้อนหิน
เผำยำงรถยนต์ หรือโยนระเบิดเพลิงใส่ทหำร ซึ่งไกลจำกระยะที่จะสำมำรถ
ทำำอันตรำยร้ำยแรงต่อทหำรได้

ในขณะเดียวกัน เจ้ำหน้ำที่รัฐไทยยังไม่เปิดเผยรำยงำนผลชันสูตรกำรศพ
ของบุคคลที่เสียชีวิตในระหว่ำงวันที่ 14-18 พฤษภำคมอย่ำงละเอียด องค์กร
ฮิวแมนไรท์วอซซ์พิจำรณำเห็นว่ำ เหตุกำรณ์เหล่ำนี้มีกลุ่มผู้ชุมนุมถูกสังหำร
โดยถูกยิงที่ศีรษะเพียงนัดเดียว ซึ่งบ่งถึงควำมเป็นไปได้ของกำรใช้พลซุ่ม
ยิงและปืนติดลำำกล้องที่มีศักยภำพสูง ตัวอย่ำงอย่ำงเช่น ในเช้ำของวันที่
14 พฤษภำคม ช่ำงภำพ นำยโรเจอร์ อำร์โนลด์ ได้ถ่ำยภำพวิดีโอผู้ชุมนุมที่
บำดเจ็บ และกำำลังได้รับกำรปฐมพยำบำล ในขณะที่เขำเป็นเป้ำถูกระดมยิง
อย่ำงหนัก ผู้ชำยที่วิ่งตำมหลังเขำ ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่ช่วยชำยที่บำดเจ็บ
เสียชีวิตทันทีหลังจำกถูกยิงเข้ำที่ศีรษะด้วยกระสุนเพียงนัดเดียว นำยอำร์โน
ลด์ซึ่งรำยงำนข่ำวเกี่ยวกับกำรปะทะทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 14-18 พฤษภำคม
กล่ำวว่ำ “ผมไม่เห็นคนที่มีอำวุธถูกยิง สิ่งที่เกิดขึ้นคือ มีกลุ่มพลซุ่มยิงใช้
กล้องส่องและยิงหัวคนส่วนใหญ่ที่มีเพียงหนังสติ๊กเท่ำนั้น”

นอกจำกนี้ องค์กรฮิวแมนไรท์วอซซ์ยังได้ระบุถึง กำรลอบสังหำรพลตรีขัตติยะ ส
วัสดิพลในวันที่ 13 พฤษภำคม พ.ศ. 2553 โดยกล่ำวว่ำเป็นฝีมือของพลซุ่มยิงจำก
กองทัพ และอธิบำยว่ำเป็นกำรกระทำำ “ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมำย ภำยใต้กฎหมำย
สิทธิมนุษยชนระหว่ำงประเทศ” มีกำรสังหำรที่เกิดขึ้นใน “เขตใช้กระสุนจริง”
โดย “พลเรือน รวมถึงอำสำพยำบำล” ถูกสังหำรและได้รับบำดเจ็บ จำกกำรปฏิบัติ
กำรของพลซุ่มยิง บริเวณพื้นที่รำชประสงค์และบ่อนไก่ นับตั้งวันที่ 15 พฤษภำคม

2553 องค์กรฮิวแมนไรท์วอซซ์ยังได้อธิบำยถึง กำรยิงแบบไม่เลือก เมื่อกองทัพได้
โจมตีแนวกั้นของคนเสื้อแดงครั้งสุดท้ำยในวันที่ 19 พฤษภำคม:

ในขณะที่ทหำรเดินหน้ำไปยังแนวกั้นของคนเสื้อแดง พวกเขำยิงกระสุนยิง
ใส่ผู้ชุมนุมที่ส่วนใหญ่ไม่มีอำวุธครั้งแล้วครั้งเล่ำ รวมถึงนักข่ำวหลำยคนที่
ยืนอยู่หลังแนวกั้น

หลังจำกนั้น เหตุกำรณ์ดังกล่ำวได้นำำไปสู่กำรสังหำรนักข่ำวช่ำงภำพชำวอิตำลี
นำยฟำบิโอ โปแลงกี โดยเมื่อแนวกันถูกทำำลำย พยำนในเหตุกำรณ์ให้ปำกคำำกับ
องค์กรฮิวแมนไรท์วอซซ์ และอธิบำยว่ำ สวนลุมพินีถูกเปลี่ยนเป็น “เขตยิงกระสุน
อย่ำงเสรี” เมื่อ “ทหำรเคลื่อนกำำลังพลและกรำดยิงไปตำมถนนวิทยุและพระรำมสี่”

องค์กรฮิวแมนไรท์วอซซ์ยังเล่ำถึง เหตุกำรณ์กำรสังหำรประชำชนหกรำยค่อน
ละเอียด โดยผู้เสียชีวิตคือผู้ชุมนุมและอำสำพยำบำลที่เข้ำไปหลบภัยในวัดปทุม
วนำรำมหลังจำกกำรชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงถูกสลำยในวันที่ 19 พฤษภำคม
รำยงำนสรุปข้อเท็จจริงดังนี้:

ผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงหลำยพันคนมองหำที่หลบภัยในวัดปทุมวนำรำม ซึ่งเป็น
วัดในศำสนำพุทธและถูกประกำศให้เป็นสถำนที่ปลอดภัยหลำยวันก่อนหน้ำ
นั้น จำกข้อตกลงร่วมระหว่ำงรัฐบำลและแกนนำำเสื้อแดง ควำมรุนแรงครั้ง
ใหม่เป็นเหตุให้ประชำชนทั้งหกรำยเสียชีวิตที่อยู่ภำยในและบริเวณวัด
กองทัพซึ่งปฏิเสธควำมรับผิดชอบใดต่อกำรสังหำรภำยในวัดระบุว่ำ กำรเสีย
ชีวิตทั้งหกรำยเกิดจำกควำมขัดแย้งภำยในของกลุ่มคนเสื้อแดงเอง กำร

สอบสวนขององค์กรฮิวแมนไรท์วอซซ์ซึ่งพิจำรณำจำกคำำให้กำรของพยำน
ในเหตุกำรณ์และหลักฐำนทำงนิติเวช พบว่ำ ทหำรยิงสังหำรประชำชน
อย่ำงน้อยที่สุดสองรำยตรงบริเวณทำงเข้ำวัดในขณะที่พวกเขำพยำยำม
หลบหนี ในขณะเดียวกัน ทหำรที่ประจำำกำรอยู่บนรำงรถไฟฟ้ำได้ยิงกระสุม
และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบำดเจ็บ (หนึ่งในนั้นเสียชีวิต) ภำยในวัด นำย
ณรงค์ศักดิ์ สิงห์แม ผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่ถูกยิงได้รับบำดเจ็บในวัดกล่ำวว่ำ:

แกนนำำบอกเรำว่ำ วัดคือบริเวณที่ปลอดภัย ผมพำภรรยำและลูกชำย
เข้ำไปในวัด..... เวลำประมำณ 18.00 น. ผมได้ยินเสียงปืนดังมำจำก
หน้ำวัดและผมเห็นคนวิ่งตรงมำที่ผม...... ก่อนที่ผมจะสำมำรถทำำ
อะไร ผมก็ถูกยิงเข้ำที่ขำขวำและหน้ำอก กระสุนทะลุเข้ำไปในขำ
ของผม แต่โชคดีที่กระสุนที่ยิงเข้ำที่หน้ำอกไปคำอยู่ที่เหรียญเงินใน
กระเป๋ำผม ทหำรยิงกรำดใส่ใครก็ตำมที่เคลื่อนไหว ผมเห็นชำยสอง
คนถูกทหำรยิงในขณะที่พวกเขำคลำนออกมำจำกที่ซ่อนและวิ่งหลบ
หำที่ปลอดภัย

ตำมคำำให้กำรพยำน อำสำพยำบำลที่ทำำแผลในผู้บำดเจ็บภำยในวัดเป็น
หนึ่งในผู้ที่ถูกยิงเสียชีวิต โดยรวมถึงพยำบำลที่ถูกยิงในขณะทำำแผลให้
ชำยที่บำดเจ็บในเต็นท์พยำบำลหน้ำวัด ชำยหนุ่มอำยุ 22 ปีถูกยิงเข้ำที่
ศีรษะและลำำตัวจนเสียชีวิตในเต็นท์พยำบำล หลังจำกพยำยำมเข้ำไปช่วย
เหลือพยำบำลคนดังกล่ำว พยำนบอกองค์กรฮิวแมนไรท์วอซซ์ว่ำ ทหำรไม่
อนุญำตให้อำสำพยำบำลหรือรถพยำบำลเข้ำไปช่วยผู้ประท้วงที่บำดเจ็บ ซึ่ง
อำจเป็นเหตุให้ยอดของผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้น:

ผมเชื่อว่ำหลำยคนเสียชีวิตเพรำะอำสำพยำบำลหรือรถพยำบำลไม่ได้
รับอนุญำตให้เข้ำไปในวัดปทุมจนถึงเที่ยงคืน ผมเห็นชำยหนุ่มคน
หนึ่งทนทรมำนจำกบำดแผลกระสุนรำว 45 นำทีก่อนสิ้นใจ คนใน
กลุ่มเรำบำงคนที่พยำยำมคลำนออกจำกที่ซ่อนเพื่อไปช่วยเหลือคน
บำดเจ็บ และเพื่อเอำศพมำเก็บไว้ แต่พวกเรำกลับถูกทหำรยิง

เนื่องจำกมีกำรเขียนถึง “ควำมเห็นของคนทั่วไป” ไว้มำก รำยงำนขององค์กรฮิว
แมนไรท์วอซซ์จึงไม่ได้กล่ำวถึงถึง นโยบำยของรัฐที่ทำำให้เกิดกำรสังหำร ในเวลำ
เดียวกัน รำยงำนประณำมศูนย์แก้ไขสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ว่ำเปลี่ยนแปลง
กฎกำรใช้กำำลังใหม่โดย “ให้เสรีในกำรใช้กระสุนจริงต่อผู้ชุมนุม”

ภำยใต้กฎเกณฑ์ใหม่ ทหำรได้รับอนุญำตให้ใช้กระสุนจริงในสำม
สถำนกำรณ์ดังนี้: ให้ยิงเตือนเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนตัวเข้ำมำใกล้;
ป้องกันตัว; และเมื่อกองทัพเห็น “ผู้ก่อกำรร้ำยอย่ำงชัดเจน” ไม่มีคำำนิยำม
ของคำำว่ำ “ผู้ก่อกำรร้ำย” เพื่อเป็นแนวทำงให้ทหำรทรำบว่ำอะไรคือเป้ำ
หมำยที่สำมำรถยิงได้ หรือให้ข้อมูลขั้นพื้นฐำนเกี่ยวกับกำรใช้ปืนหรืออำวุธ
ร้ำยแรงซึ่งเกินกว่ำที่กฎหมำยระหว่ำงประเทศอนุญำต ภำยใต้สถำนกำรณ์
รักษำควำมสงบภำยในประเทศ

อย่ำงน้อยที่สุด กำรตั้ง “เขตใช้กระสุนจริง” และกำรที่ผู้ชุมนุมมือเปล่ำถูกยิงโดยพล
ซุ่มยิงทั้งอำทิตย์อย่ำงสมำ่ำเสมอ ชี้ให้เห็นว่ำกำรกระทำำกำรสังหำรกระทำำไปโดย
เจตนำ เพื่อทำำอันตรำยร้ำยแรงต่อร่ำงกำยและไม่คำำนึงถึงชีวิตมนุษย์อย่ำงชัดเจน

ควำมล้มเหลวของรัฐบำลในกำรชี้แจงกฎกำรใช้กำำลัง หรือยับยั้งกำรปฏิบัติกำรคือ
หลักฐำนของกำรกระทำำอันทำรุณอย่ำงชัดเจน โดยสำมำรถกล่ำวได้ว่ำพวกเขำ
พอใจกำรปฏิบัติกำรของ กองกำำลังรักษำควำมมั่นคงที่สั่งกำรโดยศอฉ.
รำยงำนที่เผยแพร่โดยกลุ่มมรสุมชำยขอบระบุอย่ำงชัดเจนถึงเรื่องนโยบำยกำร
สังหำรประชำชนและกำรทำำลำยล้ำงกำรเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงอย่ำงรุนแรง
รำยงำนตั้งคำำถำมเกี่ยวกับนโยบำยของรัฐบำลหลำยประกำร รวมถึง:
-กำรตัดสินใจใช้กองกำำลังจำกทหำรเสือรำชินี หรือกลุ่มบูรพำพยัคฆ์จำก
กองพลทหำรรำบที่สอง ซึ่งเป็นกลุ่มทหำรที่เกลียดคนเสื้อแดง
-ควำมรีบเร่งของรัฐบำลในกำรใช้กำำลังทหำรแสดงให้เห็นว่ำกำรปฏิบัติกำร
มีเป้ำหมำยเพื่อกำรันตี “ชัยชนะที่แน่นอน” ไม่ใช่เพื่อป้องกันควำมสูญเสีย
ของพลเรือนให้มีจำำนวนน้อยที่สุด
-กำรไม่มีข้อปฏิบัติที่ชัดเจนว่ำจะแยก “ผู้ก่อกำรร้ำย” ออกจำก “พลเรือน” ได้
อย่ำงไร
-กำรอนุญำตให้กองทัพยิงกระสุนจริง “ขึ้นฟ้ำ” เพื่อข่มขวัญผู้ชุมนุม
รำยงำนระบุว่ำกำรยิงปืนขึ้นฟ้ำในที่สุดนำำไปสู่กำรยิงใส่ฝูงชนอย่ำงเลี่ยงไม่
ได้ เพรำะควำมอดทนของทหำรเริ่มลดลงเมื่อผู้ชุมนุมเริ่มขัดขืนมำกขึ้น
-พื้นที่ปิดที่มีกำรปะทะ ทำำให้หน่วยพยำบำลเข้ำไปช่วยผู้บำดเจ็บไม่ได้และ
ทำำให้มีผู้บำดเจ็บ รวมถึงหน่วยพยำบำลที่ขัดขืนเข้ำไปช่วยเหลือผู้บำดเจ็บ
เสียชีวิต
-กำรปฏิเสธข้อเสนอของกลุ่มวุฒิสมำชิก ที่แกนนำำเสื้อแดงได้ตกลงยอมรับ
ในคำ่ำวันที่ 18 พฤษภำคม พ.ศ. 2553

องค์ประกอบของนโยบำยที่ถูกวิจำรณ์โดยกลุ่มมรสุมชำยขอบถูกยืนยันถึง “ควำม
สำำเร็จ” ของปฏิบัติกำรในรำยงำนของวำรสำรกองทัพที่ชื่อว่ำเสนำธิปัตย์ รำยงำน
ระบุว่ำกำรปฏิบัติกำรดังกล่ำวเป็นกำรวำงแผน “ปฏิบต
ั ิกำรทำำสงครำมรบในเมือง
เต็มรูปแบบ” ไม่ใช่กำรปฏิบัติกำรควำมคุมฝูงชนหรือสลำยกำรชุมนุม มีกำร
วำงแผนสั่งให้โอบล้อมที่ชุมนุมบริเวณแยกรำชประสงค์และยอมรับว่ำใช้พลซุ่มยิง
ปฏิบัติกำรยิงจำกที่สูง ควำมสำำเร็จของปฏิบัติกำรยังเป็นผลมำจำกกำรตัดสินใจทำ
กำรเมืองที่สร้ำงควำมสนับสนุนจำกประชำชนในกำรสลำยกำรชุมนุม (กำรปิดปำก
ฝ่ำยตรงข้ำม ควบคุมให้สื่อมวลชนนำำเสนอข่ำวที่เป็นประโยชน์กับตนเอง อำยัด
บัญชีเงินฝำกของกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง และแจ้งข้อหำก่อกำรร้ำยต่อ
แกนนำำเสื้อแดง) รวมถึงใช้วิธีกำรทำงยุทธศำสตร์และกลยุทธ์ที่ทำำให้กลุ่มผู้ชุมนุม
อ่อนแอ (กำรสังหำรพลตรีขต
ั ติยะ สวัสดิผล กำรตั้ง “เขตใช้กระสุนจริง” กำรตัดนำ้ำ
ประปำ ไฟฟ้ำ สัญญำณโทรศัพท์ในบริเวณสถำนที่ชุมนุม) นอกจำกนี้กำรอนุญำต
ให้ใช้กระสุนจริงยังสนับสนุน “ขวัญกำำลังใจในกำรสู้รบ”ของทหำรที่ต้องพ่ำยแพ้
และเสียขวัญในวันที่ 10 เมษำยน รำยงำนระบุชัดเจนว่ำกำรปฏิบัติกำรไม่เพียงแต่
ถูกอนุมัติจำกผู้นำำระดับสูง เช่น จำกนำยกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชำชีวะที่สั่งกำร
ด้วยตนเองกลำงที่ประชุมศอฉ. ในวันที่ 12 พฤษภำคม แต่จด
ุ ประสงค์ของนโยบำย
ยังเป็นไปเพื่อบดขยี้ผู้ชุมนุม ไม่ใช่เพื่อต่อรองให้มีกำรสลำยกำรชุมนุม (ดังนั้นกำร
ขอเจรจำในวันที่ 18 พฤษภำคมจึงล้มเหลว) ในขณะเดียวกันกำรปฏิบัติกำร
บรรยำยให้ดูดีว่ำมีควำมจำำเป็นที่จะต้องคุ้มครองชีวิตของ “ผู้บริสุทธิ์” นี่คือหลักฐำน
ว่ำ “กำรทำำสงครำมรบในเมืองเต็มรูปแบบ” จำำเป็นที่จะต้องยอมรับว่ำ จำำนวนคน
ตำยจะมีมำกเกินกว่ำกำรใช้ปฏิบัติกำรควบคุมฝูงชนที่กระทำำตำมกฎขององค์กำร
สหประชำชำติในเรื่อง “หลักกำรพื้นฐำนว่ำด้วยกำรใช้กำำลังและกำรใช้อำวุธปืน
โดยเจ้ำหน้ำที่บังคับใช้กฎหมำย”

เมื่อถูกนักข่ำวตั้งคำำถำมเกี่ยวกับจุดยืนของกองทัพไทยในบทควำมในวำรสำรเส
นำธิปัตย์ โฆษกกองทัพบก พันเอกสรรเสริญ แก้วกำำเนิดเมินเฉยและมองแค่ว่ำเป็น
เพียง “ควำมเห็นส่วนตัว” ของผู้เขียน หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือ กองทัพไทยยินดีที่จะ
คุยโม้ถึง “ควำมสำำเร็จ” ของปฏิบัติกำรเป็นกำรภำยใน และใช้ในวัตถุประสงค์ของ
กำรฝึก แต่ไม่สมัครใจที่จะยอมรับกำรกระทำำอันผิดกฎหมำยต่อหน้ำสำธำรณชน
รำยงำนของกลุ่มมรสุมชำยขอบยังรวบรวมหลักฐำนของนโยบำย “ยิงเพื่อสังหำร”
รำยงำนระบุว่ำผู้ที่ถูกสังหำรตั้งแต่วันที่ 13-19 พฤษภำคม จำำนวนมำกกว่ำครึ่งถูก
ยิงที่คอหรือศีรษะ ในขณะที่หนึ่งในสี่ถูกยิงที่หน้ำอก นอกจำกนี้ 78 เปอร์เซ็นต์ของ
ผู้เสียชีวิตเกิดจำกบำดแผลกระสุน ในขณะที่ 9 เปอร์เซ็นต์เสียชีวต
ิ จำกกำรเสีย
เลือด และยังมีอีกหลำยชีวิตที่เรำอำจรักษำเอำไว้ได้ หำกไม่ใช่เพรำะกำรตัดสินใจ
ของรัฐบำลที่ปิดสถำนที่ปะทะไม่ให้หน่วยพยำบำลเข้ำไป โดยมีกองทัพกรำดยิง
หน่วยแพทย์พยำบำล
ในระหว่ำงที่มีกำรอภิปรำยไม่ไว้วำงในในเดือนมีนำคม พ.ศ. 2554 สมำชิกสภำผู้
แทนรำษฎรฝ่ำยค้ำน พันตำำรวจโทสมชำย เพศประเสริฐ นำำเสนอหลักฐำน โดย
ระบุว่ำกระสุนจำำนวน 597,500 นัดถูกกองทัพเบิกใช้ในระหว่ำงเดือนมีนำคมและ
พฤษภำคม พ.ศ. 2553 และคืนมำเพียง 479,577 นัด ไม่มีคำำอธิบำยว่ำกระสุน
117,923 นัดหำยไปไหน รำยงำนของกลุ่มมรสุมชำยขอบที่เผยแพร่ออกมำสอง
เดือนหลังจำกนั้น ได้รวบรวมรำยละเอียดของจำำนวนกระสุนที่เบิกจ่ำยและส่งคืน
ดังนี้
-ลูกซองขนำด 12 เกจ เบอร์ 00 ไปทั้งหมดรวม 350,000 นัด แต่ส่งคืนคลัง
แค่ 301,271 นัด มี 48,729 นัดที่ไม่สำมำรถอธิบำยได้ว่ำหำยไปไหน

-กระสุนปืนเล็กยำว ขนำด 5.56 ม.ม. เอ็ม 193 ที่ใช้กับปืนเอ็ม-16 เอ 1
จำำนวน 20,000 นัด แต่คืนคลัง 17,260 นัด มี 2,740 นัดที่ไม่สำมำรถ
อธิบำยได้ว่ำหำยไปไหน

-กระสุนปืนเล็กยำว 5.56 เอ็ม 855 หรือที่เรียกกันว่ำ "กระสุนหัวสีเขียว" ที่
ใช้กับปืนเอ็ม-16 เอ 2 จำำนวน 150,000 นัด แต่ส่งคืนคลัง 105,268 นัด มี
44,732 นัดที่ไม่สำมำรถอธิบำยได้ว่ำหำยไปไหน

-กระสุนปืนเล็กยำวซ้อมรบ 5.56 หรือกระสุนแบลงค์ 10,000 นัด คืนมำแค่
3,380 นัด มี 6,720 นัดที่ไม่สำมำรถอธิบำยได้ว่ำหำยไปไหน
-กระสุนปืนเล็กยำวแบบเจำะเกรำะ 8,500 นัด ส่งคืน 5,500 นัด มี 3,000
นัดที่ไม่สำมำรถอธิบำยได้ว่ำหำยไปไหน

-กระสุนปืนเล็กยำว 7.62 แมตช์ เอ็ม.852 ที่ใช้กับปืนเอ็ม-60 จำำนวน 2,000
นัด ส่งคืน 860 นัด มี 1,140 นัดที่ไม่สำมำรถอธิบำยได้ว่ำหำยไปไหน

-กระสุนปืนเล็กยำว 88 รำง 8 นัด จำำนวน 50,000 นัด ส่งคืน 45,158 นัด มี
4,842 นัดที่ไม่สำมำรถอธิบำยได้ว่ำหำยไปไหน

-กระสุนปืนซุ่มยิง (สไนเปอร์) แบบ SG 3,000 ขนำด 7.62 ม.ม. ที่มีกำรเบิก
ไปถึง 3,000 นัด แต่มีกำรนำำมำคืนคลัง มี 480 2,520 นัดที่ไม่สำมำรถ
อธิบำยได้ว่ำหำยไปไหน

แต่กระนั้น ก็เป็นกำรยำกที่จะระบุว่ำกระสุนที่หำยไป 117,923 นัดถูกนำำไปใช้ยิง
ขโมยหรือจำำหน่ำย ในเรื่องของจำำนวนกระสุนนี้เป็นที่น่ำสังเกตด้วยเหตุผลสอง
ประกำร ประกำรแรก จำำนวนกระสุนทั้งหมดที่อนุมัติให้กองทัพให้ทหำรไม่
สอดคล้องกับแนวทำงขององค์กรสหประชำชำติ ที่อนุญำตให้ใช้กระสุนจริงต่อ
บุคคลที่กระทำำอันตรำยอันใกล้จะถึงต่อกองทัพหรือพลเรือน ประกำรที่สอง ข้อเท็จ
จริงคือ มีกำรใช้กระสุนจริงจำำนวนมำก (และส่วนใหญ่ไม่เคยถูกส่งคืน) ซึ่งตรง
ข้ำมกลับกระสุนเปล่ำหรือกระสุนยำง แสดงให้เห็นควำมไม่จริงใจของรัฐบำลใน
กำรเริ่มต้นใช้กฎกำรใช้กำำลัง เพรำะทั้งเจ็ดขั้นตอนไม่มีขั้นตอนไหนที่ระบุให้ใช้
กระสุนจริง ข้อบังคับอนุญำตให้ทหำรยิงกระสุนจริงขึ้นฟ้ำหรือต่อ “ผู้ก่อกำรร้ำยที่
มีอำวุธ” อนุมัติโดยรัฐบำลในวันที่ 13 พฤษภำคม เจ็ดชัว
่ โมงก่อนกำรลอบสังหำร
เสธแดง และให้ใช้ในกรณีตอบโต้ “กลุ่มผู่ก่อกำรร้ำย” ที่ยิงเข้ำใส่เจ้ำหน้ำที่เท่ำนั้น
ซึ่งแสดงให้เห็นว่ำกฎกำรใช้กำำลังของรัฐบำลจะไม่ถูกกองกำำลังรักษำควำม
ปลอดภัยเมินเฉยอย่ำงง่ำยดำย กฎเกณฑ์เหล่ำนี้เป็นเพียงกำรโฆษณำ
ประชำสัมพันธ์ และป้องกันไม่ให้รัฐบำลถูกสื่อวิพำกษ์วิจำรณ์ หรือถูกประชำคม
โลกกดดัน ผลก็คือ “ควำมไร้ควำมสำมำรถ” ของกองทัพไม่สำมำรถตัดสินได้จำก
จำำนวนผู้ชุมนุมและประชำชนที่มุงดูเหตุกำรณ์ที่เสียชีวิตเป็นจำำนวนมำก แต่ “ควำม
ไร้ควำมสำมำรถ” ของกองทัพคือ เหตุผลที่เหตุใดจำำนวนผู้เสียชีวิตจึงไม่สูงไปกว่ำ
นี้

2.1.2 กำรสลำยกำรชุ มนุ มในวั นที่ 10 เมษำยน พ.ศ. 2553
อย่ำงไรก็ตำม แม้ว่ำกลุ่มมรสุมชำยขอบจะเพียงทำำรำยงำนเหตุกำรณ์ในวันที่ 1319 พฤษภำคม พ.ศ.2553 เท่ำนั้น แต่รำยงำนของฮิวแมนไรท์วอซซ์บันทึกรำย
ละเอียดเหตุกำรณ์ในวันที่ 10 เมษำยน พ.ศ.2553 ค่อนข้ำงมำก ซึ่งเหตุกำรณ์ดัง
กล่ำวนำำไปสู่กำรเสียชีวิตของพลเรือน 25 รำย ซึ่งรวมถึงนักขำวชำวญี่ปุ่น นำยฮิ

โรยูกิ มูรำโมโต อย่ำงไรก็ตำมรำยงำนดังกล่ำวไม่ได้อธิบำยรำยละเอียดกำรปฏิบัติ
ของกองทัพไทยอันนำำไปสู่กำรเสียชีวิตของพลเรือน โดยส่วนใหญ่เน้นเรื่องกำรก่อ
ควำมรุนแรงของกลุ่ม “ชำยชุดดำำ” ซึ่งองค์กรเชื่อว่ำเป็นนำยทหำรที่เห็นใจคนเสื้อ
แดง
องค์กรฮิวแมนไรท์วอซซ์อธิบำยว่ำกำรใช้กระสุนจริงต่อผู้ชุมนุมมือเปล่ำของกอง
ทัพไทยในช่วงกำรปะทะในเวลำกลำงวันทำำให้เกิดกำรทำำร้ำยคนเสื้อแดงสะพำน
ผ่ำนฟ้ำที่ชุมนุมอยู่บริเวณอย่ำงรุนแรงขึ้นในเวลำกลำงคืนของวันที่ 10 เมษำยน
พ.ศ .2553 ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลในคำำเบื้องต้นของสำำนักงำนกฎหมำย
อัมสเตอร์ดัมแอนด์พีรอฟฟ์ นอกจำกนี้ รำยงำนขององค์กรฮิวแมนไรท์วอซซ์ยัง
ระบุถึง กำรต่อสู้อย่ำงรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่ำงทันทีทันใดโดยมีกำรยิง “จำกดำดฟ้ำ
ของอำคำรที่ตั้งอยู่มุมถนนบริเวณสี่แยกคอกวัว” แต่ไม่ได้มีกำรสันนิษฐำนว่ำใคร
เป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบ และใครคือเป้ำกระสุน รำยงำนยังมีเพิ่มควำมคลุมเครือเมื่อมี
กำรพยำยำมบรรยำยถึงลักษณะของ กลุ่ม “ชำยชุดดำำ” ที่ต่อสู้กับกองทัพในกำร
ปะทะที่เกิดขึ้นหลังจำกนั้น โดยระบุว่ำ “เป็นกลุ่มคนจำกกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง” และ
กระทำำในนำมของคนเสื้อแดง แต่กระนั้น รำยงำนขององค์กรฮิวแมนไรท์วอซซ์ก็
ไม่ได้นำำเสนอหลักฐำนที่แสดงให้เห็นถึงควำมเชื่อมโยงระหว่ำง “กลุ่มชำยชุด
ดำำ”และ คนเสื้อแดง ข้อเท็จจริงคือ รำยงำนดังกล่ำวได้ระบุต่อไปว่ำ กลุ่มชำยดัง
กล่ำวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับแกนนำำเสื้อแดง หรือนำำโดยพลตรีขัตติยะ สวัสดิผล
(เสธแดง) ตำมที่รัฐบำลอ้ำงแต่อย่ำงใด
รำยงำนที่เผยแพร่ในเดือนเมษำยน พ.ศ. 2554 ของกลุ่มอินเตอร์เนชั่นแนลไครซิ
สกรุ๊ป ซึ่งได้ตรวจสอบหลักฐำนที่เกี่ยวกับกิจกรรมและโครงสร้ำงกำรจัดกำรของ
“กลุ่มชำยชุดดำำ” ซึ่งผลิตโดยหน่วยงำนสอบสวนของรัฐบำล และทำำให้เกิดข้อ
สงสัยว่ำชำยกลุ่มที่รัฐบำลกล่ำวอ้ำงนั้นได้กระทำำกำรในสิ่งที่พวกเขำถูกกล่ำวหำ
จริง หรือไม่:

อัตลักษณ์ของกลุ่มที่ถูกเรียกว่ำ “กลุ่มชำยชุดดำำ” และควำมเชื่อมโยงของ
พวกเขำกับแกนนำำเสื้อแดงยังเป็นเรื่องที่คลุมเครือ คำำดังกล่ำวถูกนำำมำใช้
อธิบำยกลุ่มมือปืนโม่งดำำที่ปรำกฏตัวขึ้นในระหว่ำงกำรปะทะในวันที่ 10
เมษำยน พ.ศ. 2553 ซึ่งทำำให้มีทหำรเสียชีวต
ิ 5 นำย และพลเรือน 21 รำย
รัฐบำลโทษชำยกลุ่มนี้ว่ำเป็นต้นเหตุของควำมรุนแรง คำำดังกล่ำวยังถูกใช้
อย่ำงหลวมๆเมื่อมีกำรอ้ำงถึงกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับควำมรุนแรงในระหว่ำง
กำรชุมนุมของคนเสื้อแดงในปี 2553 กำรปรำกฏกำยของพวกเขำทำำให้เกิด
ข้อกังขำถึงคำำมั่นสัญญำว่ำจะไม่ใช้ควำมรุนแรงของกลุ่มกำรเคลื่อนไหว
(เสื้อแดง)
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งเป็นหน่วยงำนสอบสวนที่ดำำเนินงำน
ภำยใต้กำรกำำกับของกระทรวงยุติธรรมรับหน้ำที่สอบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับ
กำรประท้วงของคนเสื้อแดงทั้งหมด และได้ได้เปิดเผยข้อมูลบำงส่วนเกี่ยว
กับกลุ่มบุคคลที่ถูกกล่ำวหำว่ำเกี่ยวข้องกับกำรโจมตีรัฐบำลหรือกลุ่ม
พันธมิตรโดยตรง นำยสุรชัย เทวรัตน์ ถูกจับกุมในวันที่ 15 กรกฎำคม พ.ศ.
2553 และเป็นบุคคลที่ดีเอสไอระบุว่ำ เป็นหนึ่งในกลุ่มมือปืนโม่งดำำคน
สำำคัญ เจ้ำหน้ำรัฐอ้ำงว่ำ นำยสุรชัย หรือรู้จักกันดีนำมของ “หรั่ง” ยอมรับว่ำ
เป็นผู้ช่วยพลตรีขต
ั ติยะ สวัสดิผล หรือเสธแดง นำยทหำรที่แปรพักตร์และ
ถูกลอบสังหำรในวันที่ 13 พฤษภำคม พ.ศ. 2553 เจ้ำหน้ำที่รัฐไทยเชื่อว่ำ
เสธแดงเป็นผู้บัญชำกำรคนสำำคัญของกองกำำลังติดอำวุธ ซึ่งเกี่ยงข้องกับ
กลุ่มคนเสื้อแดง ดีเอสไอกล่ำวหำว่ำ นำยสุรชัยเกี่ยวข้อง กับกำรโจมตีเป้ำ
หมำยของรัฐบำลและกลุ่มผู้ต่อต้ำนคนเสื้อแดง เป็นจำำนวนแปดครั้ง ใน
ระหว่ำงเดือนมีนำคมถึงเดือนพฤษภำคม พ.ศ. 2553 และหลังจำกนั้น ได้
เพิ่มข้อกล่ำวหำว่ำค้ำอำวุธสงครำม นำยสุรชัยปฏิเสธทุกข้อกล่ำวหำและ

สำรภำพว่ำยิงปืนไรเฟิลเข้ำไปที่โรงแรงดุสิตธำนี เพรำะบันดำลโทสะที่เสธ
แดงถูกยิงเสียชีวิตหน้ำอำคำรดังกล่ำว
นำยมำนพ ชำญช่ำงทอง คนเก็บขยะและกำร์ดเสื้อแดง อำยุ 48 ปี ถูกกล้อง
จับภำพว่ำถือปืนไรเฟิลจู่โจมและสวมหมวกโม่งดำำในระหว่ำงเหตุกำรณ์วันที่
10 เมษำยน ดีเอสไอกล่ำวหำว่ำ เขำเป็นหนึ่งใน “ชำยชุดดำำ” ที่โจมตีกอง
กำำลังของรัฐบำลในวันดังกล่ำว แกนนำำเสื้อแดงอธิบำยในระหว่ำงกำรแถลง
ข่ำวที่จัดขึ้นไม่นำนหลังจำกเหตุกำรณ์ว่ำ นำยมำนพถือปืนไรเฟิลจู่โจมที่ผู้
ชุมนุมยึดมำได้จำกทหำรและหลังจำกนั้นได้นำำไปเก็บไว้หลังเวที แต่กระนั้น
ดีเอสไอก็ยังจับกุมนำยมำนพในเดือนมกรำคม พ.ศ. 2554 และแจ้งข้อหำ
ก่อกำรร้ำยเพรำะสังหำรและขโมยอำวุธของทหำรเหล่ำนั้น
นำยวัลลภ พิธีพรหม อำยุ 27 ปี เป็นผุ้ต้องสงสัย “ชำยชุดดำำ” เพียงคนเดียว
ที่สำรภำพต่อดีเอสไอ เขำถูกจับในวันที่ 22 พฤศจิกำยน พ.ศ.2553 รำยงำน
ระบุว่ำนำยวัลลภรับสำรภำพว่ำยิงระเบิดเอ็ม 79 หลำยครั้งในพื้นที่หลำย
แห่งของกรุงเทพมหำนครในระหว่ำงกำรชุมนุม รวมถึงอำคำรธนำคำรของ
กรุงเทพหลำยสำขำ เขำยังสำรภำพว่ำยิงระเบิดมำกกว่ำ 100 ลูกใส่กอง
กำำลังรักษำควำมปลอดภัยของรัฐบำลในระหว่ำงกำรตรึงกำำลังบริเวณที่
ชุมนุมในเดือนพฤษภำคม พ.ศ. 2553 และยอมรับด้วยว่ำเกี่ยวข้องกับกำร
ลอบวำงระเบิดสี่ครั้งในเชียงใหม่ ซึ่งรวมถึงเหตุลอบวำงระเบิดที่บริษัทรับ
เหมำก่อสร้ำงของบิดำภรรยำนำยเนวิน ชิดชอบ นักกำรเมืองที่ทรยศหักหลัง
ทักษิณ นำยวัลลภยังได้กล่ำวในระหว่ำงกำรแถลงข่ำวหลังจำกนั้นว่ำ เขำ
กระทำำกำรดังกล่ำวเพรำะ “บันดำลโทสะ” หลังจำกเห็นทหำรยิงกระสุนจริง
ใส่ผู้ชุมนุมเสื้อแดงในปี 2552 จึงได้ปลอมแปลงตนเองเข้ำไปเป็นกำร์ดเสื้อ
แดงในระหว่ำงกำรชุมนุมในปี 2553 นำยวัลลภกล่ำวว่ำเขำถูกบังคับให้
สำรภำพ และเล่ำว่ำถูกกักตัวเป็นเวลำสองวันก่อนถูกจะถูกนำำตัวไปแถลง

ข่ำวที่กรุงเทพมหำนคร และในระหว่ำงนั้น เขำไม่ได้รับอนุญำตให้พูดคุยกับ
ญำติพี่น้องผ่ำนทำงโทรศัพท์
กลุ่มอินเตอร์เนชั่นแนลไครซิสกรุ๊ปสรุปว่ำ “เป็นเรื่องที่คุลมเครือว่ำดีเอสไอจับกลุ่ม
ผู้กระทำำควำมผิดถูกคนหรือไม่” และแน่นอน ข้อเท็จจริงคือมีรำยละเอียดน้อยมำก
เกี่ยวกับเรื่อง “กลุ่มชำยชุดดำำ” นับตั้งแต่ หนึ่งปีกว่ำหลังจำกที่พวกเขำปรำกฏตัว
ต่อสู้กับกลุ่มผู้มีอำำนำจในกองทัพไทย ซึ่งทำำให้เกิดข้อกังขำว่ำ คนกลุ่มนี้กำำลัง
เสวยสุขจำกกำรคุ้มครองหรือแทรกแซงของรัฐไทย หรือเจ้ำหน้ำที่รัฐในระดับสูง
อยู่
2.2 กำรคุ มขั ง / กำรลิ ดรอนอิ สรภำพทำงร่ ำงกำอย่ ำงร้ ำ ยแรง
คำำร้องเบื้องต้นมุ่งที่จะวำงมูลเหตุพื้นฐำนอันสมควรว่ำอำชญำกรรมต่อมนุษยชำติ
“กำรคุมขังและลิดรอนอิสรภำพทำงร่ำงกำยอย่ำงร้ำยแรงอื่น” (มำตรำ 7 (1)(e)
ของธรรมนูญแห่งกรุงโรม) ได้กระทำำโดยเจ้ำหน้ำที่รัฐไทยภำยหลังจำกกำรสลำย
กำรชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในเดือนพฤษภำคม พ.ศ. 2553 ประชำชนหลำย
ร้อยรำยถูกกวำดล้ำงหลั
จำกกำรกำรชุมนุมประท้วง ต้องขอบคุณอำำนำจอันเด็ดขำดที่กองทัพไทยได้รับจำก
กำรบังคับใช้พระรำชกำำหนดกำรบริหำรรำชกำรในสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน หลำยคน
เชื่อว่ำมีประชำชนกว่ำร้อยรำยยังคงถูกคุมขั

รำยงำนล่ำสุดที่เผยแพร่โดยองค์กรฮิวแมนไรท์วอซซ์ยังประกอบไปด้วยหลักฐำน
เพิ่มเติมแสดงให้เห็นว่ำ กำรคุมขังกลุ่มบุคคล ภำยหลังจำกกำรสังหำรหมู่ใน
กรุงเทพมหำนครเป็นกำร “ลิดรอนอิสรภำพทำงร่ำงกำยโดยมิชอบด้วยกฎหมำย”
เนื่องจำกกำรประกำศใช้พระรำชกำำหนดกำรบริหำรรำชกำรในสถำนกำรณ์
ฉุกเฉินไม่ได้ยกเว้นรัฐบำลจำกพันธกรณีในกำรรับรองสิทธิขั้นพื้นฐำนที่บัญญัติไว้

ในไอซีซีพีอำร์ องค์กรฮิวแมนไรท์วอซซ์ประณำมกำรคุมขังประชำชนตำมอำำเภอ
ใจกว่ำร้อยรำย ในค่ำยทหำรในจังหวัดปรำจีนบุรี กำญจนบุรี สระบุรี รำชบุรีและ
ปทุมธำนี โดยอธิบำยว่ำเป็นกำรกระทำำที่ไม่ต่ำงจำก “กำรอุ้มฆ่ำ” ซึ่งเป็นกำรกระทำำ
อันละเมิดต่อกฎหมำย
นอกเหนือจำกกรณีที่แกนนำำคนสำำคัญเข้ำมอบตัวกับเจ้ำหน้ำที่หลังจำกกำร
สลำยกำรชุมุมของคนเสื้อแดงในวันที่ 19 พฤษภำคมแล้ว ศอฉ.ยังได้ปิดบัง
ข้อมูลเกี่ยวกับกำรกักขังผู้ชุมนุมเสื้อแดงในระดับรองลงมำที่ถูกกักขังโดยถูก
แจ้งหรือไม่ถูกแจ้งจ้อกล่ำวหำเป็นเวลำหลำยเดือน ศอฉ.ไม่ยอมเปิดเผย
ข้อมูลต่อญำติพี่น้องของคนส่วนใหญ่เหล่ำนั้นว่ำถูกกักขังไว้ที่ไหนในตลอด
ระยะเวลำกำรกักขังในค่ำยทหำร ซึ่งละเมิดต่อมำตรำ 12 ของพระรำช
กำำหนดกำรบริหำรรำชกำรในสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน ที่บัญญัติให้เจ้ำหน้ำที่
รำยงำนกำรจับกุมและกักขังผู้ต้องสงสัยต่อศำล และต้องฝำกรำยงำนไว้ ณ
ที่ทำำงำนของตน เพื่อเปิดโอกำสให้ญำติของคนที่ถูกกักขังเข้ำถึงข้อมูลได้
ตลอดระยะเวลำกำรกักขังนั้น
เมื่อเจ้ำหน้ำที่ปฏิเสธว่ำไม่ได้กักขังบุคคลนั้น หรือล้มเหลวที่จะแสดงข้อมูล
เกี่ยวกับชะตำกรรมหรือสถำนที่อยู่ของบุคคลดังกล่ำว ถือว่ำรัฐบำลกระทำำ
กำรอุ้มฆ่ำซึ่งละเมิดต่อกฎหมำยระหว่ำงประเทศ
องค์กรฮิวแมนไรท์วอซซ์ยังรวบรวมคำำให้กำรของพยำนซึ่งเป็นผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่
ถูกกักขัง คำำให้กำรของพยำนยืนยันว่ำเจ้ำหน้ำที่รัฐห้ำมมิให้ผู้ถูกกักขังติดต่อ
สมำชิกในครอบครัว รำยงำนสรุปว่ำ:
กำรรวบรวมข้อมูลก่อนหน้ำนี้ของฮิวแมนไรท์วอซซ์ในประเทศไทยพบว่ำ
อันตรำยจำกกำรถูกทำำร้ำยเพิ่มสูงขึ้นอย่ำงมำก หำกบุคคลถูกคุมขังใน
สถำนที่ที่ไม่เป็นทำงกำร ไม่สำมำรถติดต่อกับบุคคลภำยนอกได้อย่ำงสิ้นเชิง

ภำยใต้กำรควบคุมของเจ้ำหน้ำที่ทหำร ( ซึ่งขำดกำรฝึกฝนและ
ประสบกำรณ์ในกำรบังคับใช้กฎหมำยพลเรือน) และไม่สำมำรถพูดคุยกับที่
ปรึกษำทำงกฎหมำย หรือไม่ได้รับควำมคุ้มครองจำกทำงตุลำกำรหรือจำก
หน่วยงำนรำชกำรที่มีประสิทธิภำพ และป้องกันพวกเขำจำกกำรถูกทรมำน
หรือกำรปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ควำมกังวลเหล่ำนี้เป็นควำมกังวลที่มีต่อ
สถำนกำรณ์ในจังหวัดชำยแดนภำยใต้ของประเทศไทยเป็นอย่ำงมำก โดย
พระรำชกำำหนดกำรบริหำรรำชกำรในสถำนกำรณ์ฉุกเฉินถูกบังคับใช้ตั้งแต่
ปี 2548 เพื่อปรำบกบฏแบ่งแยกดินแดน กำรสอบสวนอันครอบคลุมขององค์
กรฮิวแมนไรท์วอซซ์ในกรณีของภำยใต้ เผยให้เห็นหลำยกรณีที่เกี่ยวกับ
กำรทำรุณอย่ำงร้ำยแรงซึ่งกระทำำต่อผู้ที่ถูกกักขังโดยเจ้ำหน้ำที่หน่วยรักษำ
ควำมปลอดภัย รวมถึงกำรเสียชีวต
ิ ในระหว่ำงกำรกักขัง ทรมำน และกำรอุ้ม
ฆ่ำ
2.3 กำรกระ ทำำ อั นไร้ มนุ ษ ยธรรมอื่ น
อำชญำกรรมต่อมนุษยชำติในกรณีของ “กำรกระทำำอันไร้มนุษยธรรมอื่น” จัดอยู่
ในกลุ่มกำรกระทำำผิดอย่ำงกว้ำงที่ “ผู้กระทำำผิดสร้ำงควำมเจ็บปวดอย่ำงมหันต์
หรือทำำร้ำยร่ำงกำยหรือจิตใจอย่ำงร้ำยแรงโดยกำรวิธีกำรอันไร้มนุษยธรรม”
คำำร้องเบื้องต้นแสดงให้เห็นหลักฐำนของกำรกระทำำที่เรียกว่ำ “กำรกระทำำอันไร้
มนุษยธรรม” อย่ำงกว้ำงสองประเภท
“กำรกระทำำอันไร้มนุษยธรรม” ประเภทแรกรวมถึงกำรกระอันรุนแรงหลำกหลำย
วิธี ซึ่งทำำให้เกิดอันตรำยร้ำยแรงต่อร่ำงกำยของผู้ชุมนุมและประชำชนที่อยู่ใน
บริเวณดังกล่ำวกว่ำสองพันรำยในระหว่ำงที่เจ้ำหน้ำที่รัฐสลำยกำรชุมนุมคนเสื้อ
ตำมที่ระบุเอำไว้ในคำำร้องเบื้องต้น หลักฐำนที่เกี่ยวข้องกำรกระทำำอำชญำกรรม
กำรสังหำร รวมถึงกำรบำดเจ็บของประชำชนจำำนวนสองพันรำยในระหว่ำงกำร
สลำยกำรชุมนุมเดือนเมษำยนและพฤษภำคม 2553 เข้ำข่ำยอำชญำกรรมต่อมวล

มนุษยชำติประเภทที่บัญญัติไว้ในบทบัญญัตศ
ิ ำลอำญำระหว่ำงประเทศ ภำยใต้
เรื่อง “กำรกระทำำอันไร้มนุษยธรรมอื่น” โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งกำรกระทำำกำร
“สังหำร” เป็นกำรสังหำรที่กระทำำโดยเจตนำ “เพื่อทำำให้เหยื่อได้รับบำดเจ็บ และมี
กำรกระทำำโดยเลินเล่อและไม่แยแสต่อชีวิตมนุษย์” กำรกระทำำซึ่งส่งผลให้มีกำร
บำดเจ็บทำงร่ำงกำย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกำรทำำร้ำยและมีเจตนำ หรือมีกำรรับรู้
ว่ำกำรกระทำำนั้นเข้ำข่ำย “กำรกระทำำอันไร้มนุษยธรรมอื่น”
รำยงำนที่เผยแพร่โดยกลุ่มมรสุมชำยขอบระบุว่ำมี ผู้บำดเจ็บ 863 รำยในวันที่ 10
เมษำยน พ.ศ. 2553 ซึ่งประกอบด้วยพลเรือน 607 รำย ทหำร 237 นำย และ
ตำำรวจ 19 นำย อย่ำงน้อยที่สุดพลเรือน 525 รำย (มำกกว่ำ 90 เปอร์เซ็นต์ของ
จำำนวนผู้บำดเจ็บทั้งหมด) ได้รับบำดเจ็บในระหว่ำ
วันที่ 13-19 พฤษภำคม พ.ศ. 2553 ในขณะเดียวกันไม่ข้อมูลระบุถึงสำเหตุกำร
บำดเจ็บของพลเรือน 191 รำยในระหว่ำวันที่ 13-19 พฤษภำคม และยังมีรำยงำน
ว่ำพลเรือนไม่ตำ่ำ 264 รำย ได้รับบำดเจ็บจำกกำรยิงด้วยกระสุนจริง: 13
เปอร์เซ็นต์ถูกยิงที่ศีรษะหรือคอ 22 เปอร์เซ็นต์ถูกยิงที่แขนหรือไหล่ 27
เปอร์เซ็นต์ถูกยิงที่ลำำตัว 28 เปอร์เซ็นต์ถูกยิงที่ขำ ข้อเท็จจริงที่ว่ำมีพลเรือนเพียง
สิบรำยได้รับบำดเจ็บจำกกระสุนยำงแสดงให้เห็นอีกครั้งว่ำ จำำนวนกำรใช้กระสุน
จริงเป็นสัดส่วนที่มำกกว่ำกำรใช้กระสุนยำง ซึ่งขัดต่อกฎกำรใช้กำำลังที่รัฐบำลเผย
แพร่
นอกจำกคนเสื้อแดงจะได้รับบำดเจ็บแล้ว ยังมีหน่วยอำสำพยำบำล นักข่ำว และ
ประชำชนผู้มุงดูเหตุกำรณ์ได้รับบำดเจ็บในระหว่ำงกำรสลำยกำรชุมนุมอันทำรุณ
ของกองทัพไทยด้วย คำำร้องเบื้องต้นยังยืนยันว่ำมีกำร “กำรกระทำำอันไร้
มนุษยธรรมอื่น” ต่อผู้ที่ถูกกักขังโดยรัฐบำล โดยอ้ำงถึงหลักฐำนที่เปิดเผยโดยองค์
กรฮิวแมนไรท์วอซซ์และกลุ่มเอ็นจีโอในประเทศไทย รวมถึงคำำแถลงของเจ้ำ

หน้ำที่ทำำงำนคณะกรรมกำรอิสระเพื่อตรวจสอบและค้นหำควำมจริงเพื่อกำร
ปรองดองและคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย รำยงำนล่ำสุดขององค์
กรฮิวแมนไรท์วอซซ์สนับสนุนคำำยืนยันดังกล่ำวโดยรวบแสดงเอกสำรกำรทรมำน
และปฏิบัติอย่ำงไม่เป็นธรรมเพิ่มเติม หนึ่งในนั้นคือ ชำยหนุ่มที่ป่วยเป็นโรคออทิสติ
กอำยุ 18 ปีที่ถูกจับกุมในระหว่ำงเดินทำงไปซื้อบุหรี่และถูกทหำรรุมทำำร้ำย และ
ปรำกฏในภำยหลังว่ำ เขำไม่เคยเข้ำร่วมกำรชุมนุมเลย
2.4 กำรคุ กคำมข่ มเหงทำงกำรเมื อง
องค์ประกอบของอำชญำกรรมในบทบัญญัติศำลอำญำระหว่ำงประเทศอธิบำยว่ำ
อำชญำกรรมต่อมวลมนุษยชำติในกรณีกำรข่มเหงทำงกำรเมือง ถือว่ำเป็นกำร
ลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐำนของบุคคลหนึ่งหรือหลำยคนเพรำะจุดยืนทำงกำรเมือง
คำำร้องเบื้องต้นเน้นยำ้ำถึงลักษณะของแคมเปญกำรข่มเหงทำงกำรเมืองที่แตกต่ำง
กันออกไปสำมประเภท ซึ่งเป็นแคมเปญที่ต่อต้ำนกำรเคลื่อนไหวทำงประชำธิปไตย
ในประเทศไทย นับตั้งแต่รัฐประหำรในวันที่ 19 กันยำยน พ.ศ. 2549
ประกำรแรกคือ กำรยุบพรรคผู้นำำรัฐบำลทั้งสี่พรรคในปี 2550 และ 2551 ซึ่งใน
คำำร้องเบื้องต้นอธิบำยว่ำ เป็นกำรละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐำนที่ระบุไว้ในกติกำระหว่ำง
ประเทศว่ำด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทำงกำรเมือง (ไอซีซีพีอำร์) อย่ำงน้อยสอง
ประกำร: 1) สิทธิของผู้ลงคะแนนเสียงชำวไทยหลำยล้ำนรำยที่ “ทำำหน้ำที่
สำธำรณชน โดยตรงหรือผ่ำนทำงกำรเลือกตัวแทนอย่ำงอิสระ” (มำตรำ 25) และ
2) สิทธิ “ในกำรมีเสรีภำพที่จะเข้ำร่วมชุมนุมสมำคมกับผู้อื่น” (มำตรำ 22) นอกจำก
นี้ กำรตัดสิทธิ์คุณสมบัติของคณะกรรมกำรบริหำรพรรค 215 รำย ซึ่งไม่เคยถูก
กว่ำหำว่ำกระทำำผิดใดๆ และหลำยรำยยังเป็นอดีตสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎร ถือ
เป็นกำรลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐำนในกำรลงคะแนนเสียงและลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น
เวลำห้ำปี ด้วยเหตุผลของควำมสัมพันธ์ของพวกเขำกับพรรคกำรเมืองที่ถูกยุบ
เพียงเหตุผลเดียว

กำรสอบสวนที่สรุปโดยสหภำพรัฐสภำ (ไอพียู) หลังจำกกำรยื่นคำำร้องเบื้องต้น ได้
ข้อสรุปที่คล้ำยคลึงกันในกรณีของคดียุบพรรคกำรเมืองและกำรตัดสิทธิ์คุณสมบัติ
ของคณะกรรมกำรบริหำรพรรค ห้ำมไม่ให้ร่วมกิจกรรมกำรเลือกเลือกตั้ง ในฐำนะ
ที่เป็นผู้ลงคะแนนเสียงและลงสมัครรับเลือกตั้ง ในวันที่ 20 เมษำยน พ.ศ. 2554
สภำปกครองของไอพียูได้ลงคะแนนเสียงอย่ำงเป็นเอกฉันท์ และมีมติแนะนำำให้
รัฐบำลไทยปฏิรูปบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ อำทิเช่น มำตรำ 237 ซึ่งเชื่อว่ำ “ทำำให้
กระบวนกำรทำงเมืองตกอยู่ในอันตรำย” เนื่องจำกกำรจำำกัดสิทธิ์ที่รับรองไว้ใน
มำตรำ 22 และมำตรำ 25 ของไอซีซีพีอำร์
เมื่อไม่นำนมำนี้ เคเบิลนักกำรทูตจำกสถำนทูตอเมริกำในกรุงเทพมหำนคร ที่ตี
พิมพ์ในเวปไซต์วิกิลีกส์เผยว่ำ กลุ่มอำำมำตย์รู้คำำตัดสินของศำลรัฐธรรมนูญในวันที่
2 ธันวำคม พ.ศ. 2551 ล่วงหน้ำ ว่ำจะมีคำำสั่งยุบพรรคพลังประชำชนและอีกสอง
พรรคร่วมรัฐบำล เพื่อเปิดทำงให้นำยอภิสิทธิ์ เวชชำชีวะขึ้นดำำรงตำำแหน่งนำยก
รัฐมนตรี ในกลำงเดือนตุลำคมปี 2551 อดีตนำยกรัฐมนตรีอำนันท์ ปันยำรชุน
กล่ำวกับนักกำรทูตสหรัฐนำย James F. Entwhistle ว่ำ “จะไม่มีกำรทำำ
รัฐประหำรแบบดั้งเดิมตำมที่ประชำคมโลกเข้ำใจ” ในขณะที่คนอื่นบอกใบ้ว่ำจะม
ีี “กำรพัฒนำกำรที่สำำคัญ” ทีจ
่ ะทำำให้กำรทำำรัฐประหำรเป็นเรื่องไม่จำำเป็น กำร
เปิดเผยเหล่ำนี้ยืนยันว่ำกำรยุบพรรคกำรเมืองเกิดขึ้นจำกแผนกำรร่วม เพื่อ
ถอดถอนรัฐบำลที่มำจำกกำรเลือกตั้ง และเพื่อจำำกัดสิทธิขั้นพื้นฐำนของนักกำร
เมืองและผู้ลงคะแนนเสียงให้พวกเขำ ด้วยเหตุผลเพรำะควำมซื่อตรงของพวกเขำ
ที่มีต่อองค์กรทำงกำรเมืองที่กลุ่มอำำมำตย์ไม่ยอมรับเพียงเหตุผลเดียว
ประกำรที่สอง คำำร้องระบุรำยละเอียดของแคมเปญกำรไล่ปิดสื่อฝ่ำยตรงข้ำมอย่ำง
ไม่เคยมีมำก่อน รวมถึงกำรจับกุมและดำำเนินคดีกับนักกิจกรรม ผู้สนับสนุน และ
นักกำรเมืองฝ่ำยตรงข้ำมเพรำะกระทำำอำชญำกรรมทำงควำมคิด ซึ่งแสดงให้เห็น
ถึงกำรจำำกัดเสรีภำพกำรแสดงออกอย่ำงผิดกฎหมำย และยังจำำกัดสิทธิในกำร

“แสวงหำ ได้มำ และรับทรำบข้อมูลและควำมคิดเห็นทุกประเภท” ตำมที่บัญญัติไว้
ในไอซีซีพีอำร์
รำยงำนล่ำสุดที่เผยแพร่ในเอกสำรของฟรีดอมเฮำส์และฮิวแมนไรท์วอซซ์ระบุถึง
กำรข่มเห
ทำงกำรเมืองที่รัฐบำลไทยกระทำำต่อฝ่ำยตรงข้ำม รำยงำนองค์กรฮิวแมนไรท์
วอซซ์ “จมดิ่งสู่หำยนะได้เขียนรำนงำนหนึ่งบทหัวข้อเรื่อง “กำรเซ็นเซ่อร์คนเสื้อ
แดงอย่ำงต่อเนื่อง” รำยงำนระบุถึงกำรจำำกัดสิทธิขั้นพื้นฐำนของพลเรือนไทย
หลำยประกำร ซึ่งกระทำำโดยรัฐบำลเนื่องมำจำกอัตลักษณ์และกำรเข้ำร่วมกลุ่ม
ทำงกำรเมือง
-กำรตัดสินใจปิดสถำนีโทรทัศน์พีเพิลชำแนล หลังจำกกำรบังคับใช้พระรำช
กำำหนดกำรบริหำรรำชกำรในสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน
-กำรเซ็นเซ่อเวปไซต์กว่ำสองร้อยเวปไซต์ โดยใช้พระรำชกำำหนดกำร
บริหำรรำชกำรในสถำนกำรณ์ฉุกเฉินปิดเวปไซต์ที่ “รัฐบำลมองว่ำวิพำกษ์วิจำรณ์
สถำบันกษัตริย์ องคมนตรี และกองทัพ”

-กำรใช้ “กรมสอบสวนคดีพิเศษ” (ดีเอสไอ) สอดส่องฝ่ำยตรงข้ำมทำง
อินเตอร์เน็ต โดยเฉพำะกลุ่มคนที่เข้ำไปในเวปไซต์ที่ถูกปิด บำงคนถูกคุมขังและ
สอบปำกคำำ ทั้งนี้เพรำะเจ้ำหน้ำที่พยำยำมจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมต่อ
ต้ำนสถำบันกษัตริย์และรัฐบำล
-กำรจับกุมและดำำเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชำนุภำพและ “อำชญำกรรม
คอมพิวเตอร์” รวมถึงกำรตัดสินให้ผู้ออกแบบเวปไซต์ นำยธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดม จำำ
คุกเป็นเวลำ 13 ปี และยังจับกุมนำยวิภำส รักสกุลไทย (ไม่นำนมำนี้องค์กรนิรโทษ

กรรมสำกลได้พิจำรณำให้สถำนะ “นักโทษทำงควำมคิด” แก่เขำ) เนื่องจำกนำย
วิภำสได้โพสต์ข้อควำมบนเฟคบุ๊ค และอีกคดีคือกำรจับกุมนำยทหำรที่ต้องสงสัยว่ำ
เห็นใจคนเสื้อแดง
-กำรเข้ำค้นสถำนีวิทยุชุมนุม ซึ่ง 47 สถำนีใน 13 จังหวัดในภำคกลำงและ
ภำคตะวันออกเฉียงเหนือในประเทศไทยถูก เจ้ำหน้ำที่สั่งปิด เพรำะถูกกล่ำวหำว่ำ
ปลุกระดม หรือบิดเบือนข้อมูล
-กำรเซ็นเซ่อนิตยสำรห้ำฉบับที่ตีพิมพ์โดยนักกิจกรรมฝ่ำยตรงข้ำม
บรรณำธิกำรของสองนิตยสำรที่ถูกสั่งปิด นำยสมยศ พฤกษำเกษมสุข ถูกจับกุมใน
เดือนเมษำยน และขณะนี้ ยังคงถูกคุมขังและไม่ได้รับอนุญำตให้ประกันตัว เขำ
ต้องเผชิญกับกำรถูกดำำเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชำนุภำพ
สถำนกำรณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นำนมำนี้ได้ อธิบำยถึงระดับที่ฝ่ำยตรงข้ำมถูกดำำเนิน
คดี แกนนำำเสื้อแดง 18 รำย ซึ่งหลำยรำยเป็นผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งจำกพรรคเพื่อ
ไทย ซึ่งเป็นพรรคฝ่ำยตรงข้ำม ถูกแจ้งข้อหำปลุกระดมและหมิ่นพระบรม
เดชำนุภำพ ในระหว่ำงเหตุกำรณ์รำำลึกกำรสังหำรหมู่ปีที่แล้วในวันที่ 10 เมษำยน
คำำปรำศรัยของนำยจตุพร เป็นสำเหตุทำำให้ผู้บัญชำกำรกองทัพบกส่งตัวแทนเข้ำ
แจ้งควำมดำำเนินคดีกับตำำรวจอย่ำงรวดเร็ว มีกำรกล่ำวหำแกนนำำเสื้อแดงว่ำละเมิด
มำตรำ 112 ประมวลกฎหมำยอำญำ ไม่ใช่เพรำะวิพำกษ์วิจำรณ์สถำบันกษัตริย์
แต่เพรำะประณำมยุทธศำสตร์ของกองทัพไทยที่สร้ำงควำมชอบธรรมในกำร
สังหำรกลุ่มผู้ชุมนุม ด้วยกำรอ้ำงว่ำกระทำำไปเพื่อจำำเป็นต้องปกป้องสถำบันกษัตริย์
ผลที่ตำมมำคือ นำยจตุพรถูกจำำคุกและไม่ได้รับอนุญำตให้ประกันตัว ส่วนคนอื่น
ถูกแจ้งข้อหำเนื่องจำก “อำกัปกริยำ” ของพวกเขำที่แสดงออกในช่วงกำรปรำศรัย
โดยมีกำรอ้ำงว่ำ กำรยิ้ม กำรปรบมือ และส่งเสียงเชียร์เป็นมูลเหตุแห่งควำมผิด
หลำยวันหลังจำกโจมตีแกนนำำเสื้อแดง กองอำำนวยกำรรักษำควำมมั่นคงภำยใน

(กอ.รมน.) สั่งให้ตำำรวจเข้ำค้นสถำนีวิทยุชุมชน 13 แห่ง ที่เผยแพร่คำำปรำศรัยข้อ
พิพำทของนำยจตุพร สถำนีถูกปิดและอุปกรณ์ของสถำนีถูกยึด ในขณะเดียวกัน
นักประวัติศำสตร์และศำสตรำจำรย์จำกมหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ นำยสมศักดิ์
เจียมธีรสกุลถูกตำำรวจเรียกไปรับทรำบข้อกล่ำวหำจำกกองทัพ ซึ่งกองทัพไทยไม่
เคยแจ้งควำมดำำเนินคดีแบบนี้มำก่อน
หลำยอำทิตย์หลังจำกกำรเผยแพร่รำยงำนที่เลวร้ำยเกี่ยวเสรีภำพทำงอินเตอร์เน็ต
ซึ่งระบุถึงควำมเข้มข้นของกำรจำำกัดเสรีภำพกำรแสดงออก อันเกิดขึ้นในเวลำ
เดียวกันกับกำรเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ในรำยงำนกำรสำำรวจ“เสรีภำพ
สื่อมวลชน”ประจำำปี องค์กำรฟรีดอมเฮำส์ได้ลดสถำนภำพเสรีภำพสื่อมวลชนโดย
รวมของประเทศไทยเป็น “ไม่มีเสรีภำพ” ซึ่งเป็นเหตุกำรณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นนับตั้งแต่
ฟรีดอมเฮำส์เริ่มทำำกำรสำำรวจเสรีภำพสื่อมวลชนในปี 2523 แม้กระทั่งในช่วงยุค
80 ที่องค์กรฟรีดอมเฮำส์ยังให้คะแนนแยกระหว่ำง “สื่อสิ่งพิมพ์”และ “สื่อกระจำย
เสียง” กำรจัดลำำดับสถำนภำพ “ไม่มีเสรีภำพ” ในสื่อกระจำยเสียงมักจะควบคู่ไปกับ
สถำนภำพ “มีเสรีภำพบำงส่วน” ในสื่อสิ่งพิมพ์ และนับตั้งแต่ปี 2532 ที่องค์กำรฟรี
ดอมเฮำส์เริ่มนับรวมคะแนนของสื่อทั้งสองประเภทเข้ำด้วยกัน ประเทศไทยไม่เคย
อยู่ในลำำดับที่แย่ไปกว่ำ “มีเสรีภำพบำงส่วน” แม้หลังจำกกำรทำำรัฐประหำรในปี
2534 และปี 2549 ก็ตำม และเพรำะแคมเปญข่มเหงทำงกำรเมืองต่อกำร
เคลื่อนไหวคนเสื้อแดงและคนที่เห็นใจคนเสื้อแดง เสรีภำพสื่อมวลชนใน
ประเทศไทยได้ล้ำหลังลงไปกว่ำสำมสิบปี ผู้อำำนวยกำรองค์กำรฮิวแมนไรท์วอซซ์
นำยแบรด อดัมส์ได้กล่ำวถึงกำรเซ็นเซ่อร์ของรัฐบำลที่กำำลังจะหมดวำระลงไปได้
อย่ำงเหมำะสมว่ำ “มีระดับกำรเซ็นเซ่อร์ที่มีมำกที่สุดในประวัตศำสตร์ไทยสมัย
ใหม่”

หลังจำกพิจำรณำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีล่ำสุด คณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่ง
เอเชียได้เผยแพร่คำำวิพำกษ์วิจำรณ์ที่รุนแรงต่อ “กำรทำำให้เสรีภำพทำงกำรพูดเป็น
อำชญำกรรม” โดยสรุปว่ำ
โดยรวมแล้ว สิ่งที่เหตุกำรณ์เหล่ำนี้แสดงให้เห็นคือ ในช่วงเวลำที่กำรเลือก
ตั้งที่กำำลังจะเกิดขึ้นในเดือนหน้ำ ไม่ใช้เพียงกำรทำำให้กำรพูดเท่ำนั้นที่ถูก
ทำำให้กลำยเป็นอำชญำกรรม แต่ยังรวมถึงกำรเผยแพร่ควำมคิดเห็นอย่ำง
เรียบง่ำยด้วย แน่นอนว่ำประเภทของควำมคิดที่ไม่ได้ถูกรับรองอย่ำงชัดเจน
หรือโดยนัยจำกทำงกำร แม้ว่ำควำมสัมพันธ์ที่แน่ชัดระหว่ำงกำรเพิ่มขึ้นของ
กำรโจมตีเสรีภำพทำงกำรพูดและกำรเลือกตั้งที่กำำลังจะเกิดขึ้นจะคลุมเครือ
แต่สิ่งที่ชัดเจนคือควำมต่อเนื่องของกำรทำำให้เสรีภำพทำงกำรพูดใน
ประเทศไทยเป็นอำชญำกรรม ซึ่งทำำให้ควำมควำมเป็นธรรมในกำรเลือกตั้ง
เป็นไปได้ยำก และเป็นลำงร้ำยต่อกระบวนกำรระยะยำวของประเทศ ในกำร
เดินหน้ำไปสู่กำรมีพันธกรณีที่แท้จริงต่อสิทธิมนุษยชน
กำรข่มเหงทำงกำรเมืองในรูปแบบที่สำมที่อธิบำยไว้ในคำำร้องเบื้องต้นใช้
“ยุทธศำสตร์สร้ำงควำมตึงเครียด” ของรัฐบำลเป็นจุดศูนย์กลำงของคำำอธิบำย โดย
รัฐบำลมีส่วนเกี่ยงข้องกำรกระทำำกำร เช่น กำรวำงระเบิดและกำรลอบวำงเพลิง
เพื่อสนับสนุนแคมเปญทำงสื่อของรัฐบำลที่มุ่งโจมตีคนเสื้อแดง และเพิ่มแรง
สนับสนุนจำกประชำชนในกรณีของกำรสลำยกำรชุมนุม หลังจำกนั้น เหตุกำรณ์
ดังกล่ำวยังถูกใช้เป็นเครื่องมือทำำให้แกนนำำเสื้อแดงทั้ง 19 รำยตกเป็นเหยื่อ โดย
พวกเขำถูกจับกุมหลังจำกกำรสลำยกำรชุมนุมในวันที่ 19 พฤษภำคม พ.ศ. 2553
กำรดำำเนินคดีทำงกฎหมำยของพวกเขำ ยำ้ำให้เห็นถึงกำรลิดรอนสิทธิทำงกำร
พิจำรณำคดี ซึ่งสะท้อนอยู่ในคำำพิพำกษำของศำลที่ลดทอนควำมสำมำรถของพวก
เขำในกำรแก้ต่ำงในกับตนเองได้อย่ำงแท้จริง ทั้งยังมีกำรผลิตหลักฐำนเพื่อใส่ร้ำย
พวกเขำในข้อหำก่อกำรร้ำยอีกด้วย

บทควำมของพันเอกบุญรอด ศรีสมบัติเกี่ยวกับ “ปฏิบัติกำรข่ำวสำร” ซึ่งตีพิมพ์ใน
ช่วงต้นปี 2554 ในวำรสำรทหำรเสนำธิปัตย์ นำำเสนอข้อมูลที่ครอบคลุมและเต็มไป
ด้วยรำยละเอียดเกี่ยวกับแคมเปญของสงครำมจิตวิทยำ ซึ่งศอฉ.นำำมำใช้ ทั้งก่อน
และหลังกำรสลำยกำรชุมนุม บทควำมดังกล่ำวได้ตัดทอนมำจำกควำมสำำเร็จของ
บทเรียนปฏิบัติกำรที่อำจนำำไปใช้ในสถำนกำรณ์ที่คล้ำยคลึงกัน รวมถึงกำรกล่ำ
วอ้ำงที่น่ำตกใจซึ่งสนับสนุนควำมเชื่อที่ว่ำ รัฐบำลมีส่วนรับผิดชอบต่อ“ยุทธศำสตร์
สร้ำงควำมตึงเครียด” เพื่อสร้ำงควำมชอบธรรมให้กับกำรใช้ควำมรุนแรงต่อกลุ่มผู้
ชุมนุมและดำำเนินคดีทำงกฎหมำยต่อแกนนำำเสื้อแดงหลังจำกนั้น
พันเอกบุญรอดกล่ำวว่ำ “ปฏิบัติกำรข่ำวสำร” มีเป้ำหมำยเพื่อเสริมสร้ำงควำมชอบ
ธรรมให้แก่รัฐบำล รักษำหลัก “หลักนิติรัฐ” และเพิ่มแรงสนับสนุนจำกประชำชนต่อ
กำรกระทำำที่เด็ดขำดของกองทัพ ควำมสำำเร็จของปฏิบัติกำรเกิดจำกปัจจัยที่หลำก
รำย รวมถึง
- ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำรของโฆษกศอฉ. พันเอกสรรเสริญ แก้วกำำเนิด
และประสิทธิภำพของโฆษก อย่ำงนำยปณิธำน วัฒนยำกรในกำรสื่อสำรกับ
สื่อต่ำงชำติด้วยภำษำอังกฤษอย่ำงคล่องแคล่วในเรื่องจุดยืนของรัฐบำล
ทำำให้ไม่ต้องถูกประชำคมโลกวิพำกษ์วิจำรณ์
-กำรควบคุมกำรรำยงำนข่ำวของสื่อรัฐบำล สถำนีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
ภำยใต้กำรนำำของรัฐมนตรีประจำำสำำนักนำยกรัฐมนตรี นำยสำธิต วงศ์
หนองเตย
มีองค์ประกอบอีกหลำยประกำรของปฏิบัติกำรข่ำวสำรที่ได้เน้นยำ้ำว่ำเป็นเครื่องมือ
ที่นำำไปสู่ควำมสำำเร็จอย่ำงสูงในกำรสลำยกำรชุมนุม
-กำรเกิดขึ้นอย่ำงไม่คำดคิดมำก่อนของกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบำลในเครือข่ำย
ทำงสังคมอย่ำง ทวิตเตอร์และเฟคบุ๊ค ซึ่งมีค่ำเท่ำกับกำรมีผู้สนับสนุนหลำย

พันรำยบนท้องถนน ในขณะเดียวกับกลุ่มที่ถูกเรียกว่ำเป็นกลุ่มที่ “เกิดขึ้น
เองตำมธรรมชำติ” ถือว่ำมีประโยชน์ต่อกำรปฏิบัติกำรข่ำวสำรไม่ต่ำงจำก
เครื่องมือของรัฐบำล
-ควำมสำมำรถในกำรใช้ภำพลักษณ์ของกำรประท้วงคนเสื้อแดง หน้ำ
อำคำรคณะกรรมกำรกำรเลือกตั้งและรัฐสภำในต้นเดือนเมษำยน เพื่อสร้ำง
ควำมชอบธรรมในกับกำรบังคับใช้พระรำชกำำหนดกำรบริหำรรำชกำรใน
สถำนกำรณ์ฉุกเฉิน
-กำรประกำศปิดสถำนีโทรทัศน์คนเสื้อแดง สถำนีพีเพิลแชนแนล ซึ่งเหมือน
กับกำร “ปิดตำ” ขบวนกำรเคลื่อนไหว และทำำให้รัฐบำลสำมำรถควบคุมสื่อ
กระจำยเสียงได้อย่ำงเด็ดขำด รวมถึงกำรสั่งปิด “เวปไซต์กว่ำ 40,000 เวป
ไซต์”
- “จุดเปลี่ยนที่สำำคัญ” เกิดจำกกำรวำดภำพ “ชำยชุดดำำ” ของรัฐบำล ว่ำ
เป็นกลุ่มบุคคลที่ต่อสู้กับกองทัพในวันที่ 10 เมษำยน และมีควำมเชื่อมโยง
กับคนเสื้อแดง ซึ่งเปิดโอกำสในรัฐบำลอ้ำงถึง “กลุ่มผู้ก่อกำรร้ำย” ซึ่ง
แทรกซึมอยู่ในกลุ่มคนเสื้อแดงและมีส่วนรับผิดชอบต่อกำรสังหำรเจ้ำหน้ำที่
รัฐและกลุ่มผู้ชุมนุม
-กำรกล่ำวหำว่ำมีกำรสมรู้ร่วมคิดล้มล้ำงสถำบันกษัตริย์ และกำรเผยแพร่
“ผังล้มเจ้ำ” ที่อธิบำยถึงควำมเกี่ยวข้องของบุคคลในแผนผังดังกล่ำว และ
พยำยำมจะทำำให้ประชำชนวำดภำพควำมเชื่อมโยงระหว่ำง “กลุ่มก่อกำร
ร้ำย” และ “กลุ่มล้มล้ำงสถำบันกษัตริย์” ซึ่งเป็นกำรโจมตีแกนนำำเสื้อแดง
-กำรยืนยันจำกตัวแทนของรัฐบำลว่ำ กองทัพไม่ได้สังหำรผู้ชุมนุมแม้แต่คน
เดียว และมีควำมพยำยำมที่จะแยกระหว่ำงผู้บริสุทธิ์ออกจำกผู้ก่อกำรร้ำย
ต้องยอมรับว่ำ กำรกระทำำเหล่ำนี้จำำเป็นต้องมีกำรปิดบังหลักฐำนว่ำกองทัพ

ยิงผู้ชุมนุมมือเปล่ำ และเมื่อภำพดังกล่ำวปรำกฏออกมำ รัฐบำลก็จะอธิบำย
ว่ำกองทัพไม่ได้ยิงโดย “ไร้กำรควบคุม” และได้ทำำตำมรำยละเอียดที่ปรำกฏ
ในกฎแห่งกำรใช้กำำลัง
-ภำพของเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นหลังจำกกำรสลำยกำรชุมนุม รวมถึงกำรแสดง
อำวุธที่ “ค้นพบ” โดยเจ้ำหน้ำที่รัฐภำยในและรอบๆสถำนที่ชุมนุมที่กวำดล้ำง
โดยทหำร
นอกจำกแผนกำรสมรู้ร่วมคิดล้มล้ำงสถำบันกษัตริย์ ซึ่งได้อธิบำยไว้เป็นพิเศษว่ำ
เป็นเครื่องมือของส
ครำมจิตวิทยำ และยังเป็นที่น่ำสังเกตว่ำเหตุกำรณ์บำงเหตุกำรณ์ที่อธิบำยไว้ใน
บทควำมว่ำเป็นประโยชน์ต่อรัฐบำลนั้นกระทำำโดยกลุ่มคนเสื้อแดง ตัวอย่ำงเช่น
บทควำมระบุว่ำกำรยิงสังหำรทหำรโดย “มือปืนซุ่มยิง” ในวันที่ 28 เมษำยน พ.ศ.
2553 แม้ว่ำจะเป็นที่รู้กันดีทันทีหลังจำกกำรยิงว่ำ ทหำรนำยดังกล่ำวถูกเพื่อน
ทหำรด้วยกันยิงก็ตำม นอกจำกนี้ ภำพบำงภำพที่รัฐบำลใช้โจมตีคนเสื้อแดงยังเป็น
ภำพของเจ้ำหน้ำที่รักษำควำมปลอดภัยที่บำดเจ็บในภำคใต้จำกสู้รบในเหตุกำรณ์
ควำมไม่สงบ ซึ่งภำพดังกล่ำวถูกนำำมำตัดต่อว่ำเป็นเหตุกำรณ์กำรจำกกำรชุมนุมง
คนเสื้อแดง เพื่อสร้ำงควำมไม่พอใจให้แก่ประชำชน ซึ่งแสดงให้เห็นว่ำ มันไม่ใช่
เรื่องสำำคัญว่ำคนเสื้อแดงต้องรับผิดชอบต่อกำรกระทำำที่พวกเขำถูกกล่ำวหำว่ำ
กระทำำจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่สำำคัญคือกำรรับรู้ของสำธำรณชน ซึ่งนำำมำสู่ผลของ
“กำรปฏิบัติกำรข้อมูลข่ำวสำร”
ในย่อหน้ำอื่น บทควำมได้ใช้ภำษำที่ชี้ให้เห็นถึงควำมเป็นไปได้ว่ำข้อกล่ำวหำบำง
ข้อเป็นเท็จ ตัวอย่ำงเช่น ผู้เขียนยกย่องถึงควำมระมัดระวังในกำรเผยแพร่หลักฐำน
ซึ่งกระทำำเพื่อลดควำมเสี่ยงที่จะทำำให้หลักฐำนนั้นดูเหมือนกับเป็นกำร
โฆษณำชวนเชื่ออย่ำงสิ้นเชิง ทั้งนี้เพื่อจำกป้องกันไม่ให้สำธำรณชนรู้สึกต่อต้ำน

รัฐบำล หลังจำกนั้น บทควำมได้ยกย่องกำรใช้หลักฐำนสนับสนุนควำมคิดเห็นที่ว่ำ
“คนส่วนใหญ่ยินดีที่จะยอมรับ [หลักฐำนนั้น] ว่ำเป็นควำมจริงในยำมวิกฤต” หรือ
อีกนัยหนึ่งคือ รัฐบำลให้ควำมสำำคัญกับข้อมูลที่เหมือนจริงมำกกว่ำข้อเท็จจริงใน
กรณีของข้อกล่ำวหำที่โจมตีคนเสื้อแดง
นอกจำกคำำให้กำรของพยำนที่กล่ำวถึงปรำกฏกำรของ “ยุทธศำสตร์สร้ำงควำม
ตึงเครียด” โดยตรงแล้ว ยังมีเรื่องกำรสอบสวนของรัฐบำลที่ไร้ควำมคืบหน้ำ
คำำร้องเบื้องต้นของสำำนักงำนกฎหมำยอัมสเตอร์ดัมแอนด์พีรอฟฟ์ได้โต้แย้งว่ำ
กลุ่มคนเสื้อแดงไม่ได้ผลประโยชน์ใดจำกกำรก่อควำมรุนแรงและทำำลำย
อสังหำริมทรัพย์ที่พวกเขำถูกล่ำวหำ ข้อมูลใหม่ไม่ใช่สิ่งอื่นใดนอกจำกเป็นกำรนี้
ยำ้ำว่ำ กำรสลำยกำรชุมนุมของรัฐบำลไม่สำมำรถสำำเร็จได้ หำกไม่มีกำรลดคุณค่ำ
ควำมเป็นมนุษย์ของคนเสื้อแดง และยังใช้เหตุกำรณ์รุนแรงเหล่ำนั้นเป็นข้ออ้ำง
สังหำรประชำชนหลำยสิบรำย นอกจำกเหตุกำรณ์ดังกล่ำวจะใช้สร้ำงควำมชอบ
ธรรมให้กำรสังหำรแล้ว เหตุกำรณ์ที่เป็นผลมำจำกแคมเปญสงครำมจิตวิทยำของ
รัฐบำลยังดำำเนินต่อไปและเป็นมูลเหตุสำำคัญของกำรข่มเหงทำงกำรเมืองต่อแกน
นำำเสื้อแดงทั้ง 19 รำยที่ยังคงรอกำรพิจำรณำคดีในศำล ด้วยข้อหำก่อกำรร้ำย ซึ่ง
กำรพิจำรณำคดีในศำลถูกเลื่อนออกไปจนถึงเดือนมิถุนำยน ปี 2555

3. กำรปกปิ ดอำชญำกรรม
“คำำร้องเพื่อขอให้ทำำกำรสอบสวน” ของสำำนักงำนกฎหมำยอัมสเตอร์ดัมแอนด์พี
รอฟฟ์อธิบำยอย่ำงละเอียดว่ำ มีควำมพยำยำมที่จะขัดขวำงกำรสอบสวนเกี่ยวกับ
กำรสังหำร เพื่อประกันว่ำเจ้ำหน้ำที่ที่ต้องรับผิดชอบจะไม่ต้องรับผิดใดๆ หลังจำก
กำรสลำยกำรชุมนุมของคนเสื้อแดง คำำร้องเบื้องต้นยำ้ำให้เห็นถึงกำรใช้หน่วยงำน
สอบสวนและตุลำกำรเป็นเครื่องมือทำงกำรเมือง รวมถึงบทบำทของกองทัพไทย
และรัฐบำลไทยที่พยำยำมจะแสดงให้เห็นว่ำประเทศไทย “ไม่สำมำรถ” และ “ไม่
เต็มใจ” ที่จะทำำกำรสอบสวนเหตุกำรณ์ดังกล่ำวอย่ำงเป็นธรรมและสมบูรณ์ ภำยใต้

หลักกฎหมำยระหว่ำงประเทศ แต่ในทำงกลับกัน กำรขัดขวำงกำรรับผิดทำง
กฎหมำยภำยในประเทศสร้ำงควำมชอบธรรมในกับกำรแทรกแซงของศำลอำญำ
ระหว่ำงประเทศ ตำมหลักกำรที่ว่ำ “ศำลมีอำำนำจพิจำรณำคดีเมื่อรัฐล้มเหลว หรือ
ไม่เต็มใจที่จะทำำกำรสอบสวนนั้น” หลักกำรดังกล่ำวบัญญัติไว้ในธรรมนูญแห่งกรุง
โรม
ตั้งแต่กำรยื่นคำำร้องเบื้องต้น รัฐบำลไม่มีควำมพยำยำมที่จะสอบสวน หรือลงโทษ
บุคคลที่ต้องรับผิดชอบต่อกำรเสียชีวิต แม้ว่ำเจ้ำหน้ำที่รัฐบำลจะโต้แย้งหลักฐำน
ทั้งหมดอย่ำงต่อเนื่อง และกล่ำวว่ำกองทัพไม่ต้องรับผิดชอบต่อกำรสังหำรใดๆ แต่
เป็นที่น่ำสังเกตว่ำ ไม่มีกลุ่มคนที่เชื่อว่ำเป็น “ชำยชุดดำำ” ถูกรัฐบำลจับกุม ตัง้ แต่
กำรสลำยกำรชุมนุม ไม่มีเจ้ำหน้ำที่รัฐหรือผู้ชุมนุมคนใดถูกแจ้งข้อหำว่ำ เป็น
สำเหตุทำำให้เกิดกำรเสียชีวิตนั้น ผ่ำนมำกว่ำหนึ่งปี ตั้งแต่กำรกดขี่กำรเคลื่อนไหว
ของกลุ่มคนเสื้อแดงอย่ำงรุนแรง เป็นที่ประจักษ์ชัดว่ำ รัฐบำลที่กำำลังจะหมดวำระ
ลงไม่สำมำรถและไม่เต็มใจที่จะติดตำม หรือลงโทษบุคคลใด รวมถึงกลุ่มคนที่เจ้ำ
หน้ำที่รัฐกล่ำวหำว่ำก่อควำมรุนแรง
ที่แย่กว่ำนั้นคือ หน่วยงำนหรือองค์กำรอิสระทุกหน่วยที่พยำยำมทำำกำรสอบสวน
เหตุกำรณ์ควำมรุนแรง ไม่ควำมร่วมมือจำกเจ้ำหน้ำพลเรือนและทหำรใน
ประเทศไทย องค์กำรฮิวแมนไรท์วอซซ์อธิบำยว่ำ:
อย่ำงไรก็ตำม เมื่อไม่มีกำรร่วมมือที่เป็นจำำเป็นจำกกองทัพ ทำำให้กำรไต่สวน
ของคณะกรรมำธิกำรรัฐสภำ คณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ และ
คณะกรรมกำรอิสระตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อควำมปรองดองแห่งชำติไม่
สำมำรถรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับแผนกำรกำรใช้กำำลังและปฏิบัติกำรของ
เจ้ำหน้ำที่รักษำควำมปลอดภัย รำยงำนชันสูตรศพ คำำให้กำรของพยำน
ภำพถ่ำย หรือภำพวิดีโอจำกศอฉ.ได้อย่ำงสมบูรณ์

เป็นที่น่ำสังเกตว่ำ เจ้ำหน้ำที่รัฐปฏิเสธที่จะช่วยเหลือหน่วยงำนที่รัฐบำลแต่งตั้ง
“คณะกรรมกำรอิสระตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อควำมปรองดองแห่งชำติ” ซึ่งนำำโดย
นำยคณิต ณ นคร แม้ว่ำรำยงำนเบื้องต้นของคณะกรรมกำรจะนำำเสนอข้อมูลเกี่ยว
กับเหตุกำรณ์ที่เกี่ยวข้องกับสังหำรเพียงน้อยนิด แต่รำยงำนไม่ได้อธิบำยอย่ำง
ละเอียดถึงอุปสรรคที่ขัดขวำงไม่ให้คณะกรรมกำรทำำกำรหำข้อเท็จจริงที่แท้จริง:

4. ปั ญหำที่ พบ
4.1 คอป. ไม่มีอำำนำจที่จะออกหมำยเรียกพยำนหรือหลักฐำน
คณะกรรมกำรจะต้องอำศัยควำมเต็มใจของบุคคลหรือหน่วยงำนในกำร
จัดหำหลักฐำนหรือให้ปำกคำำ หำกพวกเขำไม่เต็มใจให้ควำมร่วมมือ คณะ
กรรมกำรไม่มีอำำนำจออกหมำยเรียกให้บุคคลหรือหน่วยงำนมำให้ปำกคำำ
กำรที่หน่วยงำนรัฐบำลและเอกชนไม่ให้ควำมร่วมมือในกำรจัดหำหลักฐำน
เป็นอุปสรรคต่อกระบวนกำรทำำงำนของคอป. เมื่อไม่สำมำรถรวมรวมข้อเท็จ
จริงที่สำำคัญได้อย่ำงเพียงพอ จึงทำำให้กำรสอบสวนบำงประเด็นกลำยเป็น
เรื่องยำก ในบำงกรณี หน่วยงำนรัฐบำลอ้ำงว่ำข้อมูลเป็นควำมลับ ดังนั้นจึง
ไม่สำมำรถเปิดเผยข้อมูลดังกล่ำวได้ นั้นหมำยควำมว่ำกำรที่คณะกรรมกำร
ขำดข้อมูลสำำคัญที่จำำเป็นจะนำำไปสู่กำรค้นหำควำมจริงในระดับที่มีควำม
แน่นอน หลังจำกนั้น จึงมีคำำถำมตำมมำจำกสำธำรณชนว่ำ กำรที่หน่วยงำน
ที่เกี่ยวข้องไม่ให้ข้อมูลต่อคณะกรรมกำร ถือเป็นกำรพยำยำมปกปิดข้อเท็จ
จริงที่สำำคัญหรือไม่ ปรำกฏว่ำ หน่วยงำนที่เกี่ยวข้องคิดว่ำ กำรไม่ยอมเปิด
เผยข้อมูลต่อสำธำรณชนนั้นดีกว่ำ แม้ว่ำเสี่ยงที่จะถูกตำำหนิว่ำไม่มีควำม
โปร่งใส หรือเป็นอุปสรรคขัดขวำงให้คอป. สร้ำงควำมปรองดองสมำนฉันท์
ก็ตำม
4.2 กำรขำดกำรคุ้มครองให้กับบุคคล และหน่วยงำนที่จัดหำข้อมูล

อุปสรรคอีกประกำรคือ กลุ่มบุคคลและหน่วยงำนบำงหน่วยไม่เต็มใจที่จะให้
ข้อมูลกับคณะอนุกรรมกำรค้นหำควำมจริง พวกเขำหวำดกลัวว่ำจะถูกแก้
แค้นจำกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบในทำงลบจำกคำำให้กำรของพวกเขำ
4.3 ข้อจำำกัดที่เกิดจำกสถำนภำพและที่มำของคอป.
เนื่องจำกควำมขัดแย้งที่ดำำเนินมำอย่ำงต่อเนื่อง ในตอนเริ่มแรก มีควำม
กังวลเกี่ยวกับควำมเป็นกลำงของคอป. เนื่องจำกเป็นองค์กรที่จัดตั้งโดย
รัฐบำล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของควำมขัดแย้ง อย่ำงไรก็ตำม สถำนกำรณ์ได้
พัฒนำดีขึ้นอย่ำงช้ำๆ และคอป.ได้พิสูจน์ตนเองอย่ำงเป็นที่ประจักษ์ว่ำ พวก
เขำมีควำมเป็นอิสระและเป็นกลำง ยิ่งไปกว่ำนั้น รัฐบำลยังสนับสนุนควำม
เป็นอิสระของคอป. และนโยบำยไม่แทรกแซงอย่ำงชัดเจน
เป็นสิ่งที่น่ำสังเกตด้วยว่ำ แม้คณะกรรมกำรจะถูกลดควำมน่ำเชื่อถือ เพรำะ
เกี่ยวข้องกับรัฐบำล แต่รัฐยังคงทำำลำยกระบวนกำรสอบสวนของคณะกรรมกำร
ด้วยกำรปฏิเสธที่จะส่งมอบหลักฐำน
องค์กรอื่นที่ทำำกำรสอบสวนเหตุกำรณ์ดังกล่ำวอีกองค์กรคือ คณะกรรมกำรสิทธิ
มนุษยชนแห่งชำติซึ่งถูกบังคับให้เลื่อนกำรเผยแพร่รำยงำนบทสรุปแปดสิบหน้ำ
เกี่ยวกับผลกำรสอบสวนเมื่อไม่นำนมำนี้ เนื่องมำจำกข้อโต้แย้งภำยใน อันเกิดขึ้น
ในระหว่ำงกำรถกเถียงเรื่องกำรร่ำงข้อสรุปสุดท้ำย หน่วยงำนรัฐต้องส่งรำยงำน
ในวันที่ 8 กรกฎำคม พ.ศ. 2554 ซึ่งมีกำรระบุว่ำรัฐไม่ต้องรับผิดชอบต่อควำมรุน
แรงใดๆที่เกิดขึ้นในเดือนเมษำยนและพฤษภำคม ปี 2553 โดยเน้นยำ้ำให้เห็นเพียง
ด้ำนเดียวว่ำกำรกระทำำของผู้ชุมนุมละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่ำงไร ซึ่งสอดคล้องกับ
คำำกล่ำวของรัฐบำล รำยงำนดังกล่ำวถูกวิพำกษ์วิจำรณ์ย่ำงรุนแรงโดย
ศำสตรำจำรย์คณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ นำยกิตติศักดิ์ ปรกติ ซึ่ง
ทำำงำนเป็นคณะอนุกรรมำธิกำรสิทธิพลเรือนและสิทธิทำงกำรเมือง จดหมำยโต้

แย้งของเขำได้รั่วไหลไปสู่สื่อมวลชน และซึ่งเขำยำ้ำว่ำรำยงำนฟังไม่ขึ้น เนื่องจำก
ควำมไร้ประสิทธิภำพขององค์กร ขำดคำำให้กำรของพยำนที่เพียงพอ และกำร
ตัดสินใจที่ไม่ปรกติของคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ ซึ่งมองว่ำควำม
รุนแรงที่หยิบยกขึ้นมำทั้งหมดกระทำำโดยกลุ่มผู้ชุมนุม เมื่อพิจำรณำว่ำรัฐเองก็
มีหน้ำที่จะต้องรับผิดชอบในกำรปกป้องสิทธิมนุษยชนเช่นกัน หลังจำกกำรเผย
แพร่เอกสำรดังกล่ำว คณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติยกเลิกกำรแถลงข่ำว
อย่ำงกะทันหัน และเลื่อนกำรเผยแพร่รำยออกไปอย่ำงไม่มีกำำหนด
แม้แต่หน่วยงำนรัฐหลำยหน่วยที่สอบสวนเหตุกำรณ์ดังกล่ำวก็ไม่สำมำรถ หรือ
เต็มใจที่จะทำำกำรสอบสวนอย่ำงสมบูรณ์เช่นกัน รัฐบำลยังคงปกปิดหลักฐำนกำร
ทำำอำชญำกรรมที่ก่อโดยเจ้ำหน้ำที่รัฐในเดือนเมษำยนและพฤษภำคม ปี 2553
อย่ำงต่อเนื่อง คำำร้องเบื้องต้นของสำำนักงำนกฎหมำยอัมสเตอร์ดัมแอนด์พีรอฟฟ์
อ้ำงถึงรำยงำนชันสูตรศพของดีเอสไอที่รั่วไหล โดยรำยงำนดังกล่ำวเป็นรำยงำนที่
เกี่ยวกับกำรเสียชีวิตของนำยฮิโร มูรำโมโตและคนอื่นๆ ซึ่งรวมถึงเหยื่อทั้งหกรำย
ในวัดปทุมวนำรำม ในแต่ละกรณี รำยงำนสรุปว่ำ เจ้ำหน้ำที่รักษำควำมปลอดภัย
ต้องรับผิดชอบต่อกำรเสียชีวิตดังกล่ำว คำำร้องเบื้องต้นได้อ้ำงถึงคำำให้กำรของ
พยำนปำกที่ 20 ซึ่งมีรำยละเอียดของเรื่องดังกล่ำว ไว้ดังนี้
ในเดือนพฤศจิกำยน ปี 2553 รำยงำนทำงกำรของดีเอสไอ ที่เกี่ยวกำรเสีย
ชีวิตของเหยื่อบำงรำยในเดือนพฤษภำคม ปี 2553 ได้รั่วไหลออกไปสู่
สื่อมวลชน และแกนนำำเสื้อแดง นำยจตุพร พรหมพันธุ์ได้แสดงควำมเห็นต่อ
สำธำรณชนเกี่ยวกับข้อสรุปดังกล่ำวว่ำ ทหำรบำงนำยเกี่ยวข้องกับกำรเสีย
ชีวิตดังกล่ำว ไม่นำนหลังจำกนั้น สื่อมวลชนไทยรำยงำยว่ำ ผู้บัญชำกำร
ทหำรบก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชำได้เรียกร้องให้มีกำรปลดผู้อำำนวยกำร
ดีเอสไอ นำยธำริต รองนำยกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณได้เรียกพบผู้
อำำนวยกำรดีเอสไอ นำยธำริต

ไม่นำนหลังจำกกำรประชุม นำยกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้แถลงข่ำวต่อ
สื่อมวลชน เพื่อยืนยันว่ำเขำยังสนับสนุนผู้อำำนวยกำรดีเอสไอ นำยธำริต ซึ่ง
ผู้อำำนวยกำรดีเอสไอ นำยธำริตไม่ถูกปลดเพรำะเขำเป็นผู้มีอำำนำจตัดสินใจ
สุดท้ำยว่ำจะไม่ดำำเนินคดีกับผู้นำำกองทัพ หรือสมำชิกศอฉ.
ส่วนผู้อำำนวยกำรดีเอสไอ นำยธำริตได้กล่ำวกับสื่อว่ำ คำำปรำศรัยของนำย
จตุพรเกี่ยวกับรำยงำนที่รั่วไหลจำกดีเอสไอไม่ตรงกับข้อมูลของเจ้ำหน้ำที่
สอบสวนดีเอสไอ คำำปรำศรัยดังกล่ำวของนำยจตุพรไม่เป็นควำมจริง
ไม่นำนหลังจำกประชุมกับรองนำยกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้อำำนวย
กำรดีเอสไอ นำยธำริตได้ออกกฎภำยในหน่วยงำนดีเอสไอ เพื่อให้อำำนำจ
เขำเพียงคนเดียวในกำรตัดสินว่ำ ในกำรสังหำรแต่ละกรณีกระทำำโดย
เจตนำร้ำยหรือไม่ ตำมกฎหมำยไทย หำกไม่มีเจตนำร้ำย ผู้นำำกองทัพ สมำ
ชิกศอฉ. หรือรัฐบำลไม่ต้องรับผิดตำมอำญำ
จนถึงวันนี้ เรำได้ประจักษ์แล้วว่ำ คำำกล่ำวของพยำนปำกที่ 20 เป็นควำมจริง ดีเอส
ไอได้เปลี่ยนข้อสรุปในกรณีของนำยฮิโร มูรำโมโต และอ้ำงว่ำทหำรไม่ต้องรับผิด
ชอบต่อกำรเสียชีวิต ข้อสรุปมีมูลฐำนจำกกำรพิจำรณำของ พลตำำรวจโทอัมพร
จำรุจินดำ ซึ่งตรวจสอบภำพถ่ำยของศพนำยฮิโร มูรำโมโต และสรุปว่ำลักษณะ
บำดแผลเกิดจำกกระสุนปืนชนิด AK-47 หลังจำกนั้น ผู้อำำนวยกำรดีเอสไอ นำย
ธำริต เพ็งดิษฐ์ได้แนะนำำว่ำ กำรสอบสวนโดยบริษัทนำยจ้ำงของนำยมูรำโมโตน่ำ
จะมีประสิทธิภำพมำกกว่ำ ข้อเท็จจริงคือ รอยเตอร์ได้ทำำกำรสอบสวนภำยในก่อน
หน้ำนี้ และกำรสอบสวนยืนยันว่ำ นำยมูรำโมโตถูกทหำรยิง แต่ล้มเหลวที่จะเปิด
เผยข้อมูลที่ขัดแย้งกับข้อมูลของรัฐบำล หลังจำกลำออกจำกสำำนักข่ำวรอยเตอร์
บรรณำธิกำรอำวุโส นำยแอนดรูว์ มำแชลได้กล่ำวถึงรำยงำนกำรสอบสวนของ
รอยเตอร์ไว้ค่อนข้ำงละเอียด:

นำยฮิโร มูรำโมโต (ฮิโร) ถูกยิงด้วยกระสุนควำมเร็วสูงขนำด 5.56 ม.ม. ใน
วันที่ 10 เมษำยน ณ ถนนดินสอ ฝั่ง ตะวันตกของกรุงเทพมหำนคร ตำม
เวลำท้องถิ่น 12.12 น.
Xxxxxxx ไม่มีโอกำสที่จะได้เห็นรำยงำนกำรชันสูตรศพของทำงกำร หรือ
กำรพิสูจน์ทำงนิติเวชต่อศพของนำยฮิโร อย่ำงไรก็ตำม บทสัมภำษณ์
ศัลยแพทย์รับผิดชอบในกำรคัดแยกผู้ป่วยที่โรงพยำบำลกลำงในวันที่ 10
เมษำยน ระบุว่ำนำยฮิโรเสียชีวิตจำกบำดแผลฉีกขำดที่ผนังอกทะลุเข้ำสู่
ช่องเยื่อหุ้มปอด เนื่องจำกกำรตกเลือดภำยในเป็นจำำนวนมำก ศัลยแพทย์
สันนิษฐำนว่ำกำรเสียเลือดเช่นนั้นทำำให้เสียชีวิตได้ในสองนำทีหลังจำกเกิด
เหตุ เจ้ำหน้ำที่รถพยำบำลที่นำำตัวฮิโรยูกิส่งโรงพยำบำลยืนยันว่ำ พวกเขำ
ไม่พบสัญญำณชีพ [ในตัวฮิโร] และแพทย์ที่ตรวจรักษำเขำที่โรงพยำบำล
แผลรูกระสุนเข้ำที่เป็นสำเหตุขกำรตำยของฮิโรยูกิ มีจุดศูนย์กลำงอยู่ที่ใต้
กระดูกไหปลำร้ำ และทรวงอกและตรงกลำงที่หัวใจ ศัลยแพทย์ที่
XXXXXXX สัมภำษณ์ยืนยันว่ำ บำดแผลมีลักษณะตรงกับบำดแผลที่เกิด
จำกลูกกระสุน นอกจำกนี้ ฮิโรมีแผลรูกระสุนที่ทะลุออกที่ท้องแขนซ้ำย กำร
ที่แผลรูกระสุนออกไม่เป็นแนวตรงเช่นนี้ มีลักษณะตรงกับแรงกระทบที่เกิด
จำกกระสุนควำมเร็วสูงขนำด 5.56 มม. สแตนดำร์ดเนโต้ (และลักษณะ
แม้ว่ำจะยังไม่มีควำมคืบหน้ำเกี่ยวกับกำรสังหำรที่วัดปทุมวนำรำม แต่ก่อนที่จะมี
กำรชุมนุมที่แยกรำชประสงค์ในวันที่ 23 มิถุนำยน พ.ศ. 2554 นำยกรัฐมนตรีซึ่ง
กำำลังจะหมดวำระลง อภิสิทธิ์ เวชชำชีวะได้เชิญญำติพี่น้องของเหยื่อทั้งหกรำยมำ
รับฟัง “ควำมจริง” ในแบบของนำยอภิสิทธิ์ เพื่อจะได้ “เข้ำใจสถำนกำรณ์ได้ดข
ี ึ้น”
นำยอภิสิทธิ์ไม่ได้เปิดเผยรำยละเอียดเกี่ยวกับกำรสังหำร รองนำยกรัฐมนตรี นำย
สุเทพ เทือกสุบรรณตำำหนิเหยื่อเรื่องกำรเสียชีวิตของพวกเขำ และพูดยำ้ำหลำยครั้ง
องค์กรฮิวแมนไรท์วอซซ์ให้ควำมเห็นเกี่ยวกับควำมล้มเหลวของรัฐบำลที่จะนำำตัว
บุคคลมำรับผิดต่อควำมรุนแรง ดังนี้:

แม้ว่ำแกนนำำผู้ชุมนุมหลำยรำย และสมำชิกคนเสื้อแดงจะถูกแจ้งข้อหำว่ำ
กระทำำผิดทำงอำญำร้ำยแรง และกำำลังรอที่จะถูกดำำเนินคดีก็ตำม แต่กอง
กำำลังรัฐบำลที่เกี่ยวข้องกับกำรทำำร้ำยยังคงเสวยสุขจำกกำรไม่ต้องรับผิด
ใดๆ ซึ่งเป็นกำรส่งสำรไปยังประชำชนชำวไทยว่ำ ควำมยุติธรรมไม่มีควำม
สมดุล หรืออำจกล่ำวได้ว่ำ ควำมยุติธรรมแตกสลำยไปแล้วก็ได้ มันเป็นเรื่อง
สำำคัญที่รัฐบำลจะต้องประกันควำมเป็นธรรมและควำมโปร่งใสของกำร
สอบสวนของรัฐบำล อันจะนำำไปสู่กำรดำำเนินคดีทำงอำญำต่อกลุ่มบุคคลทุก

สรุ ป
คำำร้องเบื้องต้นที่ยื่นในวันที่ 31 มกรำคม พ.ศ. 2554 ร้องขอให้อัยกำรศำลอำญำ
ระหว่ำงประเทศเริ่มต้นกำรสอบสวนเบื้องต้นในสถำนกำรณ์ของรำชอำณำจักร
ไทยอันเกี่ยวข้องกับเหตุกำรณ์ในเดือนเมษำยนและพฤษภำคมปี 2553 รวมถึงกำร
ข่มเหงทำงกำรเมืองที่เริ่มต้นตั้งแต่รัฐประหำรปี 2549 คำำร้องเบื้องต้นอ้ำงว่ำศำล
อำญำระหว่ำงประเทศสำมำรถใช้อำำนำจพิจำรณำคดีผ่ำนทำงกำรแนะนำำของคณะ
มนตรีควำมมั่นคงแห่งสหประชำชำติ ภำยใต้มำตรำ 13(b) แห่งรัฐธรรมนูญกรุง
โรม และอำำนำจกำรพิจำรณำคดีดว
้ ยเหตุแห่งบุคคล ภำยใต้มำตรำ 12.2b แห่ง
รัฐธรรมนูญกรุงโรมด้วยมูลเหตุทำงสถำนภำพของนำยกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชำ
ชีวะ ซึ่งถือสัญชำติของรัฐที่เป็นภำคีกับศำลอำญำระหว่ำงประเทศ
หลักฐำนที่นำำเสนอในคำำร้องเพิ่มเติมนี้ รวบรวมจำกรำยงำนที่เผยแพร่โดยองค์กร
สิทธิ์มนุษยชนระหว่ำงประเทศ กลุ่มเอ็นจีโออิสระที่ทำำงำนอยู่ในประเทศไทย และ
กลุ่มผู้ฝึกอบรมกองทัพไทย ซึ่งพิสูจน์สิ่งที่กล่ำวอ้ำงในคำำร้องเบื้องต้นเพื่อขอให้
ทำำกำรสอบสวน เนื่องจำกองค์ประกอบของกำรเริ่มต้นทำำกำรสอบสวนกรณี
อำชญำกรรมต่อมวลมนุษยชำติจะต้อง “มีมูลเหตุอันสมควรที่ทำำให้เชื่อว่ำ”
อำชญำกรรมดังกล่ำวได้เกิดขึ้น ข้อมูลที่ถูกรวบรวมในปีที่ผ่ำนมำแสดงให้เห็นถึง

มูลเหตุซึ่งเป็นหลักฐำนที่หลักแน่น อันยืนยันว่ำกำรกระทำำอำชญำกรรมสังหำร
กำรข่มเหงทำงกำรเมือง กำรจองจำำ และกำรลิดรอนอิสรภำพทำงร่ำงกำยอย่ำงร้ำย
แรงในรูปแบบอื่น และกำรกระทำำอันไร้มนุษยธรรมต่อสมำชิกจำกกลุ่มเคลื่อนไหว
”เสื้อแดง” แห่งประเทศไทย นอกจำกนี้ หลักฐำนยังชี้ให้เห็นถึง “ลักษณะกำรกระ
ทำำที่กว้ำงและเป็นระบบ” ของกำรกระทำำผิดและนโยบำยรัฐที่เอื้อต่อกำรกระทำำ
อำชญำกรรม ในขณะเดียวกัน นโยบำยยังแสดงให้เห็นว่ำมีกำรจัดตั้งและอนุมัติ
โดยเจ้ำหน้ำพลเรือนและทหำรในระดับสูง และเจ้ำหน้ำที่กลุ่มดังกล่ำวต้องรับผิด
ชอบต่อกำรปิดปังหลักฐำนเกี่ยวกับกำรกระทำำอำชญำกรรม และขัดขวำงกำร
สอบสวนที่จริงจังต่อกำรกระทำำผิดเหล่ำนั้น และจำกผลดังกล่ำว กรณีของ
ประเทศไทยจึงเข้ำองค์ประกอบของอำำนำจพิจำรณำคดีของศำลอำญำระหว่ำง
ประเทศ ว่ำด้วยหลักกำรที่ศำลจะทำำกำรสอบสวนเมื่อรัฐนั้นไม่เต็มใจหรือไม่
สำมำรถที่จะทำำกำรสอบสวนอำชญำกรรมนั้น
ในขณะยังเร็วเกินกว่ำจะระบุได้ว่ำกำรเปลี่ยนแปลงของสถำนกำรณ์ล่ำสุดใน
ประเทศไทย อำจจะเปลี่ยนแปลงสถำนะของกำรไต่สวนภำยในไปสู่อำชญำกรรม
ระหว่ำงประเทศที่อ้ำงในคำำร้องเบื้องต้น ในวันที่ 3 กรกฎำคม พ.ศ. 2554 พรรค
เพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคฝ่ำยตรงข้ำมชนะกำรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตโดยชอบด้วย
กฎหมำย ซึ่งคำดว่ำพรรคจะจัดตั้งรัฐบำลในเดือนหน้ำ อย่ำงไรก็ตำม พรรคเพื่อ
ไทยต้องเผชิญกับกำรข่มขู่หลำยครั้งจำกกลุ่มอำำมำตย์ รวมถึงอำจมีกำรทำำ
รัฐประหำร หรือใช้กระบวนกำรทำงตุลำกำร ซึ่งอำจนำำไปสู่กำรยุบพรรค ควำม
พยำยำมทำงกฎหมำยที่จะล้มล้ำงกำรเลือกตั้งได้ถูกจัดตั้งขึ้นแล้ว และถึงแม้ว่ำ
พรรคเพื่อไทยจะมีโอกำสจัดตั้งรัฐบำล กำรที่ทหำรไม่อยู่ภำยใต้กำรควบคุมของ
พลเรือน แนวร่วมของตุลำกำรที่อยู่ในตำำแหน่งระดับสูงอำจขัดขวำงควำมสำมำรถ
ของรัฐบำลในจัดให้มีกำรสอบสวนที่สมบูรณ์ อีกนัยหนึ่งคือ แม้กำรเลือกตั้งอำจจะ
เปิดโอกำสให้รัฐบำลที่มี “ควำมตั้งใจ” จะทำำกำรสอบสวน แต่ “ควำมสำมำรถ” ของ

ประเทศไทยในกำรดำำเนินคดีกับบุคคลทีต
่ ้องรับผิดชอบต่ออำชญำกรรมไม่ได้เพิ่ม
ขึ้นแต่อย่ำงใด เพรำะปรำศจำกกำรปฏิรูปบทบำทของกองทัพและศำลอย่ำงเต็มที่
อย่ำงไรก็ตำม ดูเหมือนว่ำ อำจต้องใช้เวลำหลำยเดือนก่อนที่กำรเลือกตั้งครั้ง
สำำคัญจะนำำไปสู่ควำมคืบหน้ำของกำรสอบสวนอย่ำงเห็นได้ชัด ในช่วงระหว่ำง
เวลำดังกล่ำว ผู้ร้องขอด้วยควำมเคำรพให้สำำนักงำนอัยกำรศำลอำญำระหว่ำง
ประเทศพิจำรณำหลักฐำนเพิ่มเติมในคำำร้องเพิ่มเติมนี้

อ้ ำงอิ ง

For the press release, summary, and full report, see:
http://www.hrw.org/node/98416.
The report can be downloaded from this page, which also includes a
brief English-language description of its contents:
http://asiapacific.anu.edu.au/newmandala/2011/05/25/shoot-to-kill/
The report can be downloaded from the ICG’s website:
http://www.crisisgroup.org/en/regions/asia/south-eastasia/thailand/B121-thailand-the-calm-before-another-storm.aspx
The report was commissioned by a Lt. Generat in the Royal Thai Army
to provide a set of guidelines on combating urban unrest. The article
(Thai language) can be downloaded at: http://www.cdsdrta.net/images/stories/valasan/valasan
%20y59%20b3%20year2553/lesson7.pdf. A summary in English is
provided at: http://robertamsterdam.com/thailand/?p=840.
Human Rights Watch, Descent Into Chaos, p. 53-55.
Human Rights Watch, Descent Into Chaos, p. 57.
Human Rights Watch, Descent Into Chaos, p. 57.
Human Rights Watch, Descent Into Chaos, p. 44-46.
Human Rights Watch, Descent Into Chaos, p. 79.
International Crisis Group, Thailand: The Calm Before Another Storm?,
p. 4.
“Rights Group Says Thai Troops ‘Murdered’ Civilians,” Straits Times,
May 3, 2011.
http://www.straitstimes.com/BreakingNews/SEAsia/Story/STIStory_6641
58.html

Human Rights Watch, Descent Into Chaos, pp. 82-83.
Human Rights Watch, Descent Into Chaos, p. 76.
Human Rights Watch, Descent Into Chaos, p.
Human Rights Watch, Descent Into Chaos, p. 86-87.
Human Rights Watch, Descent Into Chaos, p. 88.
Human Rights Watch, Descent Into Chaos, p. 23
Human Rights Watch, Descent Into Chaos, p. 80-81.
Marginalized Monsoon Group, Preliminary Fact-Finding Report, pp. ช-8 ช-10.
Hua Na Kuang (pseudonym), “Lessons from the Military Operations in
the Siege of Ratchaprasong, May 14-19, 2010,” Senathipat Vol. 59, No.
3 (2010), 57-68.
“Lessons from the Military Operations in the Siege of Ratchaprasong,”
p. 62.
“Lessons from the Military Operations in the Siege of Ratchaprasong,”
p. 60.
“Lessons from the Military Operations in the Siege of Ratchaprasong,”
pp. 58-60.
“Lessons from the Military Operations in the Siege of Ratchaprasong,” p.
62.
“Lessons from the Military Operations in the Siege of Ratchaprasong,”
p. 58.
Marginalized Monsoon Group, Preliminary Fact-Finding Report, p. 268.
Marginalized Monsoon Group, Preliminary Fact-Finding Report, p. 270.
“Army under Fire over Bullets,” Bangkok Post, March 25, 2011.

http://www.bangkokpost.com/news/politics/228486/army-under-fire-overbullets
Marginalized Monsoon Group, Preliminary Fact-Finding Report, p. ช-8.
Marginalized Monsoon Group, Preliminary Fact-Finding Report, p. ช-5.
The report in the military journal Senathipat explicitly cites these
“Information Operations” as one of the reasons for the success of the
crackdown. See “Lessons from the Military Operations in the Siege of
Human Rights Watch, Descent Into Chaos, p.121.
Human Rights Watch, Descent Into Chaos, pp. 125-126.
Marginalized Monsoon Group, Preliminary Fact-Finding Report, p. ช-1.
Marginalized Monsoon Group, Preliminary Fact-Finding Report, p. 150.
Marginalized Monsoon Group, Preliminary Fact-Finding Report, p. 152.
Human Rights Watch, Descent Into Chaos, p. 128.
Inter-Parliamentary Union, “Resolution Approved Unanimously by the
IPU Governing Council at Its 188

th

Session (Panama City, 20 April, 2011).”

Reproduced in full in the Appendix.
08BANGKOK3119: http://www.zenjournalist.com/2011/06/08bangkok3119/.

08BANGKOK3143: http://www.zenjournalist.com/2011/06/08bangkok3143/.

Human Rights Watch, Descent Into Chaos, p. 137.
Human Rights Watch, Descent Into Chaos, pp. 138-139.

Pravit Rojanaphruk, “Amnesty International Names Thailand’s First ‘Prisoner
of Conscience’,” The Nation, May 10, 2011.
http://www.nationmultimedia.com/2011/05/14/national/Amnesty-Internationalnames-Thailands-first-prison-30155366.html
Daniel Schearf, “Thai Court Revokes Bail for Opposition Leaders,” Voice of
America, May 12, 2011.
http://www.voanews.com/english/news/asia/southeast/Thai-Court-RevokesBail-for-Opposition-Leaders-for-Inciting-Unrest-121700004.html
Richard Lloyd Perry, “Thai Historian Facing Jail for Royal Slight,” The Times,
May 13, 2011.
http://www.theaustralian.com.au/news/world/thai-historian-facing-jail-forroyal-slight/story-e6frg6so-1226054938349
Freedom House, Freedom on the Net 2010: Thailand, April 2011.
http://www.freedomhouse.org/images/File/FotN/Thailand2011.pdf
Human Rights Watch, “Thailand: Authorities Silence ‘Red Shirt’ Community
Radios,” April 27, 2011.
http://www.hrw.org/en/news/2011/04/27/thailand-authorities-silence-red-shirtcommunity-radios
Asian Human Rights Commission, “THAILAND: Criminalization of Free
Speech ahead of Election,” June 3, 2011.
http://www.humanrights.asia/news/ahrc-news/AHRC-STM-074-2011
Human Rights Watch, Descent Into Chaos, p. 23.
“First Interim Report by the Truth and Reconciliation Commission of Thailand
(17 July 2010 – 16 January 2011),” April 2011. An English translation of the
report, together with a link to the Thai-language original document, is available
at: http://robertamsterdam.com/thailand/?p=664.

Amsterdam & Peroff, “Application to Investigate the Situation of the Kingdom
of Thailand with Regard to the Commission of Crimes against Humanity,”
Submitted to the Office of the Prosecutor of the International Criminal Court on
January 31, 2011, p. 132.
“DSI 'Botched Probe into Protest Deaths',” Bangkok Post, March 3, 2011.
http://www.bangkokpost.com/news/local/224481/dsi-botched-probe-intoprotest-deaths
Reporters Without Borders, “Attempt to Transfer Burden of Investigating
Cameraman’s Death on to Reuters,” April 15, 2011.
http://en.rsf.org/spip.php?page=article&id_article=39873
“Rally 'Not Just to Woo Voters',” The Nation, June 22, 2011.
http://www.nationmultimedia.com/home/Rally-not-just-to-woo-voters30158399.html
Human Rights Watch, Descent Into Chaos, p. 7.

Master your semester with Scribd & The New York Times

Special offer for students: Only $4.99/month.

Master your semester with Scribd & The New York Times

Cancel anytime.