You are on page 1of 5

พระราชบัญญัติ

ระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม
พ.ศ. 2543
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันท่ี 11 มิถุนายน พ.ศ. 2543
เป็ นปี ท่ี 55 ในรัชกาลปั จจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยท่ีเป็ นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหาร


ราชการศาลยุติธรรม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำาแนะนำาและ ยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินีเ้รียกว่า "พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ ศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543"


มาตรา 2* พระราชบัญญัตินีใ้ห้ใช้บังคับเม่ อ
ื พ้นกำาหนดหกสิบวันนับแต่วัน ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็ นต้นไป
*[รก.2543/59 ก/1/21 มิถุนายน 2543]
มาตรา 3 บรรดาอำานาจหน้าท่ีตามพระราชบัญญัตินี ผ ้ ู้ มีอำานาจจะใช้หรือกระทำาการใดให้เป็ นการกระทบกระเทือนอำานาจการพิจารณาพิพากษ
ของ ผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมมิได้
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้
"ข้าราชการฝ่ ายตุลาการศาลยุติธรรม" หมายความว่า ข้าราชการฝ่ ายตุลาการ ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ ายตุลาการ

"ข้าราชการตุลาการ" หมายความว่า ข้าราชการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วย ระเบียบข้าราชการฝ่ ายตุลาการ


"ข้าราชการศาลยุติธรรม" หมายความว่า ข้าราชการธุรการตามกฎหมายว่าด้วย ระเบียบข้าราชการฝ่ ายตุลาการ
"ประธานศาลอุทธรณ์" หมายความว่า อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ตามกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ ายตุลาการ
"กรรมการตุลาการศาลยุติธรรม" หมายความว่า กรรมการตุลาการตามกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ ายตุลาการ
"คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม" หมายความว่า คณะกรรมการตุลาการ ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ ายตุลาการ
"ก.บ.ศ." หมายความว่า คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม
"ก.ศ." หมายความว่า คณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม
"สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน" หมายความว่า สถานพินิจและคุ้มครอง เด็กและเยาวชนกลาง สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
จังหวัด และสถานพินิจและคุ้มครอง เด็กและเยาวชนของศาลจังหวัดแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว
มาตรา 5 ให้มีสำานักงานศาลยุติธรรมเป็ นส่วนราชการท่ีเป็ นหน่วยงานอิสระ มีฐานะเป็ นนิติบุคคล
การแบ่งส่วนราชการภายในของสำานักงานศาลยุติธรรมและการกำาหนดอำานาจ หน้าท่ีของส่วนราชการนัน ้ ให้ทำาเป็ นประกาศ ก.บ.ศ.
ประกาศตามวรรคสอง เม่ ือได้รับความเห็นชอบจากประธานศาลฎีกาและประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
มาตรา 6 สำานักงานศาลยุติธรรมมีอำานาจหน้าท่ีท่ีเก่ียวกับงานธุรการของ ศาลยุติธรรม งานส่งเสริมงานตุลาการ และงานวิชาการ ทัง้นี เ้พ่ ือ
สนับสนุนและอำานวยความ สะดวกให้แก่ศาลยุติธรรม รวมทัง้เสริมสร้างให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็ นไปโดยสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
มาตรา 7 ให้สำานักงานศาลยุติธรรมจัดให้มีเจ้าหน้าท่ีประจำาศาลยุติธรรมทุกแห่ง ให้เพียงพอท่ีจะรับผิดชอบงานธุรการ งานช่วยค้นคว้าทางวิชาการแก่
ผู้พิพากษา รวมตลอดทัง้การ ประสานงานกับส่วนราชการต่าง ๆ และงานอ่ ืนใดตามท่ีศาลยุติธรรมมอบหมาย
จำานวนและระดับของเจ้าหน้าท่ีตามวรรคหน่ ึง ให้เป็ นไปตามท่ี ก.ศ. กำาหนด โดยความเห็นชอบของประธานศาลฎีกา

ในกรณีท่ี ก.บ.ศ. เห็นว่า ศาลยุติธรรมแห่งใดมีจำานวนเจ้าหน้าท่ีประจำาศาล ยุติธรรมท่ีเหมาะสมเพียงพอจะจัดตัง้เป็ นหน่วยงานประจำาศาลยุติธรรม


ให้ ก.บ.ศ.โดยความ เห็นชอบของประธานศาลฎีกามีอำานาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำาหนดให้มีสำานักงาน ประจำาศาลยุติธรรมแห่งนัน ้ โดยมี
หัวหน้าสำานักงานเป็ นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบก็ได้
มาตรา 8 ให้มีเลขาธิการสำานักงานศาลยุติธรรมเป็ นข้าราชการศาลยุติธรรม ขึ้นตรงต่อประธานศาลฎีกา มีหน้าท่ีควบคุมดูแลโดยทัว่ไปซ่ ึงราชการของ
สำานักงานศาลยุติธรรม ให้เป็ นไปตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ รวมทัง้ระเบียบ ประกาศ และมติของ ก.บ.ศ. และเป็ นผู้บังคับบัญชา
ข้าราชการในสำานักงานศาลยุติธรรม โดยมีรองเลขาธิการสำานักงาน ศาลยุติธรรมเป็ นผู้ช่วยสัง่และปฏิบัติราชการ
ในกิจการของสำานักงานศาลยุติธรรมท่ีเก่ียวข้องกับบุคคลภายนอก ให้เลขาธิการ สำานักงานศาลยุติธรรมเป็ นผู้แทนของสำานักงานศาลยุติธรรม เพ่ อ ื
การนี เ ้ ล ข า ธิ.บ.ศ.
การสำานักงานศาลยุติธร
กำาหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 9 ข้าราชการศาลยุติธรรมท่ีทำางานประจำาในศาลยุติธรรมต้องปฏิบัติตาม คำาสัง่ของผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมแห่งนัน ้ ซ่ ึงสัง่ในหน้าท่ีราชการ
โดยชอบด้วยกฎหมายและ ระเบียบของทางราชการ
ในการเล่ ือนขัน
้ เงินเดือนประจำาปี และการแต่งตัง้ให้ดำารงตำาแหน่งของข้าราชการ ศาลยุติธรรมท่ีทำางานประจำาในศาลยุติธรรม ให้ผู้บังคับบัญชาของ
ข้าราชการศาลยุติธรรมนัน ้ ดำาเนินการให้สอดคล้องกับผลการประเมินผลงานท่ีผู้พิพากษาซ่ ึงเป็ นหัวหน้าในศาลยุติธรรม แห่งนัน ้ จัดทำาขึ้น
มาตรา 10 ให้มีคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมคณะหน่ ึงเรียกโดยย่อว่า "ก.บ.ศ." ประกอบด้วย
(1) ประธานศาลฎีกาเป็ นประธานกรรมการบริหารศาลยุติธรรม
(2) กรรมการบริหารศาลยุติธรรมซ่ ึงข้าราชการตุลาการเว้นแต่ผู้ดำารงตำาแหน่ง ผู้ช่วยผู้พิพากษาเป็ นผู้เลือกจากข้าราชการตุลาการในแต่ละชัน ้ ศาล ดัง
ต่อไปนี้

(ก) ศาลฎีกา ให้เลือกจากข้าราชการตุลาการท่ีดำารงตำาแหน่งในศาลฎีกา ในตำาแหน่งท่ไี ม่ต่ำากว่าผู้พิพากษาศาลฎีกา จำานวนส่ีคน

(ข) ศาลอุทธรณ์ ให้เลือกจากข้าราชการตุลาการท่ีดำารงตำาแหน่งในศาลอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ภาคในตำาแหน่งท่ีไม่ต่ำากว่าผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์


หรือผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค จำานวนส่ีคน

(ค) ศาลชัน
้ ต้น ให้เลือกจากข้าราชการตุลาการผู้มีอาวุโสสูงสุดหน่ ึงร้อย คนแรกท่ีดำารงตำาแหน่งในศาลชัน
้ ต้นและซ่ ึงมิใช่ข้าราชการตุลาการท่ีดำารง
ตำาแหน่งผู้พิพากษา อาวุโส จำานวนส่ีคน
(3) กรรมการบริหารศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิด้านการงบประมาณ ด้านการพัฒนา องค์กร หรือด้านการบริหารและการจัดการ ซ่ ึงประธาน
กรรมการบริหารศาลยุติธรรมและกรรมการ บริหารศาลยุติธรรมตาม (2) เป็ นผู้เลือกจากบุคคลซ่ ึงไม่เป็ นหรือเคยเป็ นข้าราชการตุลาการหรือ
ข้าราชการศาลยุติธรรม จำานวนไม่น้อยกว่าสองคนแต่ไม่เกินส่ีคน
ให้ผู้ซ่ึงดำารงตำาแหน่งข้าราชการตุลาการท่ีเรียกช่ ืออย่างอ่ ืนและข้าราชการตุลาการ ซ่งึ ได้รับคำาสัง่ให้ไปช่วยราชการในศาลอ่ ืนมีสิทธิได้รับเลือกเป็ น
กรรมการบริหารศาลยุติธรรม ในชัน ้ ศาลซ่ ึงข้าราชการตุลาการผู้นัน
้ มีเงินเดือนอยู่ในขัน
้ ของศาลนัน้ ในขณะท่ีจัดให้มีการเลือก
ให้เลขาธิการสำานักงานศาลยุติธรรมเป็ นเลขานุการ และให้รองเลขาธิการ สำานักงานศาลยุติธรรม ท่ีเลขาธิการสำานักงานศาลยุติธรรมมอบหมายเป็ นผู้
ช่วยเลขานุการ
ห้ามมิให้กรรมการตุลาการศาลยุติธรรมเป็ นกรรมการบริหารศาลยุติธรรมในคราว เดียวกัน
มาตรา 11 กรรมการบริหารศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา 10 (3) ต้องมี คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
(1) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
(2) มีอายุไม่ต่ำากว่าส่ีสิบปี บริบูรณ์
(3) ไม่เป็ นผู้ดำารงตำาแหน่งข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิก วุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถ่ิน หรือผู้บริหารท้องถ่ิน
(4) ไม่เป็ นสมาชิกหรือผู้ดำารงตำาแหน่งอ่ ืนของพรรคการเมือง
(5) ไม่เป็ นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าท่ีได้ ไร้ความสามารถหรือ จิตฟั่ นเฟื อนไม่สมประกอบ หรือเป็ นโรคติดต่อร้ายแรง
(6) ไม่เป็ นผู้อยู่ระหว่างถูกสัง่ให้พักราชการหรือถูกสัง่ให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ ายตุลาการศาลยุติธรรม
หรือตามกฎหมายอ่ น ื
(7) ไม่เป็ นผู้มีหนีส้ ินล้นพ้นตัว
(8) ไม่เป็ นผู้เคยต้องรับโทษจำาคุกโดยคำาพิพากษาถึงท่ีสุดให้จำาคุก เว้นแต่เป็ นโทษ สำาหรับความผิดท่ีได้กระทำาโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(9) ไม่เป็ นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกเพราะกระทำาผิดวินัยตาม กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ ายตุลาการศาลยุติธรรมหรือ
ตามกฎหมายอ่ ืน

มาตรา 12 กรรมการบริหารศาลยุติธรรมมีวาระอยู่ในตำาแหน่งคราวละสองปี แต่จะดำารงตำาแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้ กรรมการบริหารศาลยุติธรรมซ่ ึง


พ้นจากตำาแหน่งตามวาระต้องปฏิบัติหน้าท่ีต่อไป จนกว่ากรรมการใหม่เข้ารับหน้าท่ี
มาตรา 13 นอกจากการพ้นจากตำาแหน่งตามวาระตามมาตรา 12 กรรมการบริหาร ศาลยุติธรรมพ้นจากตำาแหน่งเม่ อ ื
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) พ้นจากตำาแหน่งข้าราชการตุลาการในกรณีท่ีเป็ นกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ตามมาตรา 10 (1) และ (2)
(4) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 11 ในกรณีท่ีเป็ นกรรมการ บริหารศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา 10 (3)
ในกรณีเป็ นท่ีสงสัยเก่ียวกับการพ้นจากตำาแหน่งของกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ตามวรรคหน่ ึง ให้ ก.บ.ศ. เป็ นผู้วินิจฉัยชีข้าด
มาตรา 14 ในกรณีท่ีตำาแหน่งกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่างลงไม่ว่าเพราะ เหตุใดและวาระการอยู่ในตำาแหน่งท่ีว่างลงนัน ้ เหลือไม่นอ
้ ยกว่าเก้าสิบ
วัน ให้เลขาธิการสำานักงาน ศาลยุติธรรมดำาเนินการให้มีการเลือกกรรมการบริหารศาลยุติธรรมแทนตำาแหน่งท่ีว่างภายใน สามสิบวันนับแต่วันท่ี
ตำาแหน่งดังกล่าวว่างลงและให้ผู้ได้รับเลือกอยู่ในตำาแหน่งเท่ากับวาระท่ีเหลือ อยู่ของผู้ซ่ึงตนแทน
มาตรา 15 การประชุมของ ก.บ.ศ. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าก่ ึงหน่ ึง ของจำานวนกรรมการทัง้หมด จึงจะเป็ นองค์ประชุม
ในการประชุมของ ก.บ.ศ. ถ้าประธานไม่อยู่ในท่ีประชุมหรือไม่อาจมาประชุมได้ ให้กรรมการซ่ ึงมาประชุมเลือกกรรมการคนหน่ ึงเป็ นประธานในท่ี
ประชุม
ในการประชุมของ ก.บ.ศ. ถ้ากรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียในเร่ ืองท่ีพิจารณา ห้าม มิให้ผู้นัน ้ ร่วมประชุมหรือลงมติในเร่ ืองนัน ้ แต่หากผู้นัน้ ได้เข้า
ประชุมอยู่ก่อนแล้วและการไม่มีสิทธิ ร่วมประชุมและลงมตินัน ้ เป็ นการชัว่คราว ก็ให้นับผู้นัน
้ เป็ นองค์ประชุมในเร่ ืองนัน
้ ด้วย
การวินิจฉัยชีข้าดของท่ีประชุมให้ถอ ื เสียงข้างมาก กรรมการคนหน่ ึงให้มีเสียงหน่ ึง ในการลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในท่ีประชุม
ออกเสียงเพ่ิมขึ้นอีกเสียงหน่ ึงเป็ น เสียงชีข้าด
ให้ ก.บ.ศ. มีอำานาจวางระเบียบว่าด้วยการประชุมได้

มาตรา 16 ในกรณีท่ีตำาแหน่งกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่างลงไม่ว่าเพราะ เหตุใด และมีความจำาเป็ นท่ีจะต้องดำาเนินการโดยรีบด่วน ก็ให้


กรรมการจำานวนเท่าท่ีมีอยู่ดำาเนินการ ต่อไปได้ แต่ถ้ากรรมการบริหารศาลยุติธรรมท่ีเหลืออยู่มีจำานวนน้อยกว่าก่ ึงหน่ ึงของจำานวนกรรมการ ทัง้หมด
ให้ดำาเนินการเลือกกรรมการบริหารศาลยุติธรรมเพ่ิมขึ้นโดยเร็ว และในระหว่างนัน ้ ก.บ.ศ. จะดำาเนินการใดไม่ได้
มาตรา 17 ก.บ.ศ. มีอำานาจหน้าท่ีในการกำากับดูแลการบริหารราชการศาลยุติธรรม ในส่วนท่ีเก่ียวกับงานบริหารราชการและงานธุรการของ
สำานักงานศาลยุติธรรมให้เป็ นไปตาม กฎหมาย ระเบียบแบบแผน และประเพณีปฏิบัติของทางราชการศาลยุติธรรม โดยให้มีอำานาจหน้าท่ี ดังต่อไปนี้
(1) ออกระเบียบหรือประกาศ หรือมีมติเพ่ อ ื การบริหารราชการศาลยุติธรรมใน ส่วนท่ีเก่ียวกับงานบริหารราชการและงานธุรการของสำานักงานศาล
ยุติธรรม ให้เป็ นไปตามนโยบาย ของประธานศาลฎีกา รวมทัง้มีอำานาจยับยัง้การบริหารราชการของศาลยุติธรรมหรือสำานักงาน ศาลยุติธรรมท่ไี ม่เป็ น
ไปตามระเบียบ ประกาศ หรือมตินัน ้ ด้วย
(2) ให้ความเห็นชอบในการเสนอร่างกฎหมายเก่ียวกับการบริหารราชการและ การอำานวยความยุติธรรมแก่ประชาชนของศาลยุติธรรมต่อคณะ
รัฐมนตรี
(3) พิจารณาให้ความเห็นชอบในการจัดทำางบประมาณรายจ่ายในการบริหาร ราชการของศาลยุติธรรมและสำานักงานศาลยุติธรรม เพ่ อ ื ดำาเนินการ
ตามมาตรา 32
(4) พิจารณาให้ความเห็นชอบในการบริหารจัดการงบประมาณและการพัสดุของ ศาลยุติธรรม และสำานักงานศาลยุติธรรม
(5) การกำาหนดวันทำางาน วันหยุดราชการตามประเพณี วันหยุดราชการประจำาปี และการลาหยุดราชการของข้าราชการฝ่ ายตุลาการศาลยุติธรรมและ
ลูกจ้างของสำานักงานศาล ยุติธรรม
(6) กำาหนดให้มีตรา สัญลักษณ์ หรือเคร่ ืองหมายใดเพ่ อ ื ใช้ในการบริหาร ราชการศาลยุติธรรม รวมทัง้กำาหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการในการทำาและ
ใช้ตรา สัญลักษณ์ หรือ เคร่ ืองหมายนัน ้ ไว้ด้วย
(7) แต่งตัง้บุคคลหรือคณะบุคคลให้ทำาการใด ๆ แทน และกำาหนดอัตราเบีย ้ ประชุมหรือค่าตอบแทนให้ผู้ซ่ึงได้รับแต่งตัง้
(8) กำากับดูแลการบริหารราชการศาลยุติธรรมให้เป็ นไปตามท่ีบัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัตินีห ้ รือกฎหมายอ่ ืน
(9) ปฏิบัติการอ่ ืนใดตามท่ีมีกฎหมายกำาหนดไว้ให้เป็ นอำานาจหน้าท่ีของ ก.บ.ศ.
มาตรา 18 ให้มีคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรมคณะหน่ ึงเรียกโดยย่อว่า "ก.ศ." ประกอบด้วย

(1) รองประธานศาลฎีกาซ่ ึงมีอาวุโสสูงสุดเป็ นประธาน ประธานศาลอุทธรณ์ เลขาธิการ ก.พ. และเลขาธิการสำานักงานศาลยุติธรรมเป็ นกรรมการ


โดยตำาแหน่ง
(2) ข้าราชการตุลาการซ่ ึงได้รับแต่งตัง้จากคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ชัน
้ ศาลละหน่ ึงคน
(3) ข้าราชการศาลยุติธรรมผู้ดำารงตำาแหน่งระดับ 8 ขึ้นไป ซ่ ึงได้รับเลือกจาก ข้าราชการศาลยุติธรรมท่ีดำารงตำาแหน่งระดับ 6 ขึ้นไป จำานวนห้าคน
และ
(4) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาองค์กร ด้านการบริหารงานบุคคล หรือด้านการ บริหารและการจัดการ ซ่ ึงไม่เป็ นหรือเคยเป็ นข้าราชการตุลาการหรือ
ข้าราชการศาลยุติธรรม และ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามท่ี ก.บ.ศ. กำาหนด ซ่ ึงกรรมการตาม (1) (2) และ (3) เป็ นผู้เลือกจำานวนไม่
เกินสามคน
ให้ ก.ศ. แต่งตัง้ข้าราชการศาลยุติธรรมเป็ นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ
มาตรา 19 การเลือกกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรมตามมาตรา 18 (3) และ (4) ให้เลขาธิการสำานักงานศาลยุติธรรมดำาเนินการให้เป็ นไปตาม
หลักเกณฑ์และวิธีการท่ี ก.ศ. กำาหนด
มาตรา 20 วาระการดำารงตำาแหน่ง การพ้นจากตำาแหน่ง และการเลือกซ่อม กรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม ให้นำามาตรา 12 มาตรา 13 มาตรา
14 และมาตรา 16 มาใช้บังคับ โดยอนุโลม
การประชุมของ ก.ศ. ให้นำามาตรา 15 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา 21 ให้ ก.ศ. มีอำานาจออกระเบียบหรือประกาศเก่ียวกับการบริหารงานบุคคล และการอ่ ืนของสำานักงานศาลยุติธรรม ในเร่ ืองดังต่อไปนี้
(1) การกำาหนดคุณสมบัติ การคัดเลือก การบรรจุ การแต่งตัง้ การทดลองปฏิบัติ หน้าท่ีราชการ การพัฒนา การย้าย การเล่ ือนตำาแหน่ง การพ้นจาก
ตำาแหน่ง การเล่ ือนขัน้ เงินเดือน การออกจากราชการ การสัง่พักราชการ การสัง่ให้ออกจากราชการไว้ก่อน วินัย การสอบสวน และ การลงโทษทาง
วินัย การร้องทุกข์ และการอุทธรณ์การลงโทษสำาหรับข้าราชการศาลยุติธรรม
(2) การรักษาราชการแทนและการปฏิบัติราชการแทนในตำาแหน่งของข้าราชการ ศาลยุติธรรม
(3) การกำาหนดเคร่ ืองแบบและการแต่งกายของข้าราชการศาลยุติธรรม
(4) การจ้างและการแต่งตัง้บุคคลเพ่ ือเป็ นผู้เช่ียวชาญหรือเป็ นผู้ชำานาญการเฉพาะด้าน อันจะเป็ นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าท่ีของศาลยุติธรรม รวม
ทัง้กำาหนดอัตราค่าตอบแทนการจ้างด้วย
(5) การแต่งตัง้บุคคลหรือคณะบุคคลเพ่ อ ื ดำาเนินกิจการใด ๆ ตามแต่จะมอบหมาย
(6) การจัดสวัสดิการหรือการสงเคราะห์อ่ืนแก่ราชการศาลยุติธรรม

(7) การรักษาทะเบียนประวัติและควบคุมการเกษียณอายุของข้าราชการ ศาลยุติธรรม


(8) การกำาหนดวิธีการและเง่ ือนไขในการจ้างลูกจ้างของสำานักงานศาลยุติธรรม รวมทัง้การกำาหนดเคร่ ืองแบบ การแต่งกาย และการจัดสวัสดิการ
หรือการสงเคราะห์อ่ืนของลูกจ้าง ของสำานักงานศาลยุติธรรม
(9) การกำาหนดกิจการอ่ ืนอันจำาเป็ นเพ่ ือประโยชน์ในการบริหารงานบุคคล
ระเบียบหรือประกาศตามวรรคหน่ ึง ให้ประธานกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม เป็ นผู้ลงนาม และเม่ ือได้รับความเห็นชอบจาก ก.บ.ศ. และประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้ บังคับได้
มาตรา 22 การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็ นข้าราชการศาลยุติธรรมและการ แต่งตัง้ให้ดำารงตำาแหน่ง ให้ผู้มีอำานาจดังต่อไปนีเ้ป็ นผู้สัง่บรรจุและแต่ง
ตัง้
(1) การบรรจุและแต่งตัง้ให้ดำารงตำาแหน่งเลขาธิการสำานักงานศาลยุติธรรม ให้ ก.บ.ศ. เสนอรายช่ ือต่อคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมเพ่ ือให้
ความเห็นชอบ เม่ อื ได้รับความ เห็นชอบจากคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมแล้ว ให้ประธานศาลฎีกาเป็ นผู้มีอำานาจสัง่บรรจุ และดำาเนินการเพ่ ือ
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตัง้ต่อไป
(2) การบรรจุและแต่งตัง้ให้ดำารงตำาแหน่งรองเลขาธิการสำานักงานศาลยุติธรรม หรือตำาแหน่งอ่ ืนท่ีเทียบเท่า ให้เลขาธิการสำานักงานศาลยุติธรรม
เสนอรายช่ ือต่อ ก.ศ. เพ่ ือให้ ความเห็นชอบ เม่ ือได้รับความเห็นชอบจาก ก.ศ. แล้ว ให้ประธานศาลฎีกาเป็ นผู้มีอำานาจสัง่ บรรจุ และดำาเนินการเพ่ ือ
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตัง้ต่อไป ทัง้นี ใ ้ นการพิ
.ศ. นัน
้ จารณาให้
ให้ฟังความเห็
ความเห็นของ
นชอบของก
ก.บ.ศ. ประกอบการพิจารณา
ด้วย
(3) การบรรจุและแต่งตัง้ให้ดำารงตำาแหน่งอ่ ืนนอกจาก (1) และ (2) ให้เลขาธิการ สำานักงานศาลยุติธรรมเป็ นผู้มีอำานาจสัง่บรรจุและแต่งตัง้
มาตรา 23 การแต่งตัง้เลขาธิการสำานักงานศาลยุติธรรมนัน ้ ให้แต่งตัง้จากบุคคล ซ่ ึงโอนมาจากข้าราชการตุลาการหรือเคยเป็ นข้าราชการตุลาการ ใน
กรณีท่ีเป็ นการแต่งตัง้จาก บุคคลซ่ ึงโอนมาจากข้าราชการตุลาการจะต้องเสนอคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมเพ่ ือให้ ความเห็นชอบก่อน และ
เม่ ือทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตัง้แล้ว ให้ข้าราชการตุลาการผู้นัน ้ พ้นจากตำาแหน่งข้าราชการตุลาการ
มาตรา 24 การกำาหนดตำาแหน่งและการให้ได้รับเงินเดือน เงินประจำาตำาแหน่ง และเงินเพ่ิมสำาหรับตำาแหน่งท่ีมีเหตุพิเศษของข้าราชการศาลยุติธรรม
ให้นำากฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการพลเรือนในส่วนท่ีเก่ียวกับข้าราชการพลเรือนสามัญมาใช้บังคับโดยอนุโลม ทัง้นี ค ้ ำาว่า"ก.พ." ให้หมายถึง
ก.ศ. คำาว่า "กระทรวง" ให้หมายถึงสำานักงานศาลยุติธรรม และคำาว่า "ปลัด กระทรวง" ให้หมายถึงเลขาธิการสำานักงานศาลยุติธรรม

มาตรา 25 อัตราเงินเดือน อัตราเงินประจำาตำาแหน่ง และการให้ได้รับเงินประจำา ตำาแหน่งของข้าราชการศาลยุติธรรม ให้นำากฎหมายว่าด้วยเงินเดือน


และเงินประจำาตำาแหน่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลม
การจ่ายเงินเดือนและเงินประจำาตำาแหน่งให้แก่ข้าราชการศาลยุติธรรม ให้เป็ น ไปตามกฎหมายว่าด้วยการนัน ้
มาตรา 26 เพ่ อ ื ประโยชน์ในการออมทรัพย์ของข้าราชการฝ่ ายตุลาการศาล ยุติธรรม ก.บ.ศ. จะวางระเบียบและวิธีการหักเงินเดือนของข้าราชการ
ฝ่ ายตุลาการศาลยุติธรรม ไว้เป็ นเงินสะสมก็ได้ โดยคิดดอกเบีย ้ จากเงินสะสมนัน ้ ให้ในอัตราไม่ต่ำากว่าอัตราดอกเบีย
้ เงินฝาก ประเภทประจำาของ
ธนาคารพาณิชย์
เงินสะสมและดอกเบีย ้ ตามวรรคหน่ ึง ให้จ่ายคืนหรือให้กู้ยืมเพ่ อ
ื ดำาเนินการตาม โครงการสวัสดิการสำาหรับข้าราชการฝ่ ายตุลาการศาลยุติธรรมตาม
ระเบียบท่ี ก.บ.ศ.กำาหนด
มาตรา 27 ข้าราชการฝ่ ายตุลาการศาลยุติธรรมอาจได้รับเงินเพ่ิมค่าครองชีพ ชัว่คราวตามภาวะเศรษฐกิจ ทัง้นี ต ้ .บ.ศ.
ามหลักเกณฑ์และ
กำาหนด
ในกรณีท่ีมีเหตุท่ีจะต้องจัดให้มีหรือปรับปรุงเงินเพ่ิมค่าครองชีพตามวรรคหน่ ึง ให้เลขาธิการสำานักงานศาลยุติธรรมรายงานไปยังคณะรัฐมนตรีเพ่ ือ
พิจารณาดำาเนินการต่อไป
มาตรา 28 การโอนข้าราชการศาลยุติธรรมไปบรรจุและแต่งตัง้ให้ดำารงตำาแหน่ง ข้าราชการตามกฎหมายอ่ ืนหรือพนักงานขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่ิน หรือการโอนข้าราชการ ตามกฎหมายอ่ ืนหรือพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินมาบรรจุและแต่งตัง้ให้ดำารงตำาแหน่ง ข้าราชการศาล
ยุติธรรม อาจกระทำาได้ถ้าเจ้าตัวสมัครใจโดยผู้มีอำานาจสัง่บรรจุและแต่งตัง้ทำาความ ตกลงกับเจ้าสังกัด และได้ปฏิบัติตามระเบียบท่ี ก.ศ. กำาหนดโดย
ความเห็นชอบของคณะกรรมการ ข้าราชการหรือคณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถ่ินประเภทนัน ้ ๆ แล้วแต่กรณี
การบรรจุและแต่งตัง้ข้าราชการหรือพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ท่ีโอนมาเป็ นข้าราชการศาลยุติธรรมตามวรรคหน่ ึง ให้ดำารงตำาแหน่ง
ระดับใดและให้ได้รับเงินเดือน และเงินประจำาตำาแหน่งเท่าใด ให้ ก.ศ. เป็ นผู้พิจารณากำาหนด แต่เงินเดือนท่ีจะให้ได้รับจะต้อง ไม่สูงกว่าข้าราชการ
ศาลยุติธรรมท่ีมีคุณวุฒิ ความสามารถ และความชำานาญงานในระดับเดียวกัน
เพ่ อ
ื ประโยชน์ในการนับเวลาราชการ ให้ถือเวลาราชการหรือเวลาทำางานของ ผู้ท่ีโอนมาเป็ นข้าราชการศาลยุติธรรมตามวรรคหน่ ึงในขณะท่ีเป็ น
ข้าราชการหรือพนักงานของ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินนัน ้ เป็ นเวลาราชการของข้าราชการศาลยุติธรรมตามพระราชบัญญัตินี ด้ ้วย
การโอนข้าราชการการเมืองและข้าราชการท่ีอยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าท่ี ราชการมาเป็ นข้าราชการศาลยุติธรรมตามพระราชบัญญัตินีจ้ะกระทำา
มิได้

มาตรา 29 ให้ข้าราชการตุลาการซ่ ึงโอนไปเป็ นข้าราชการศาลยุติธรรมได้รับ เงินเดือนและเงินประจำาตำาแหน่งตามอัตราตามตำาแหน่งของข้าราชการ


ศาลยุติธรรมท่ไี ด้รับแต่งตัง้ โดยให้ปรับเข้ากับอัตราเงินเดือนเดียวกันของข้าราชการศาลยุติธรรม หากไม่มีอัตราเงินเดือน เดียวกันให้ปรับเข้ากับ
อัตราเงินเดือนท่ีสูงกว่าถัดขึ้นไป และหากเงินเดือนท่ีได้รับอยู่ก่อนแต่งตัง้ สูงกว่าอัตราเงินเดือนสูงสุดของระดับท่ีได้รับแต่งตัง้ก็ให้ปรับเข้ากับอัตรา
เงินเดือนสูงสุดของระดับ ท่ไี ด้รับแต่งตัง้
มาตรา 30 ข้าราชการศาลยุติธรรมมีสิทธิได้รับบำาเหน็จบำานาญตามกฎหมาย ว่าด้วยบำาเหน็จบำานาญข้าราชการเช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือน
ให้ข้าราชการศาลยุติธรรมเป็ นข้าราชการตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำาเหน็จ บำานาญข้าราชการ
มาตรา 31 ให้สำานักงานศาลยุติธรรมเป็ นหน่วยรับตรวจตามกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน
เม่ ือสำานักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ทำาการตรวจสอบรับรองบัญชีและการเงิน ทุกประเภทของศาลยุติธรรมและสำานักงานศาลยุติธรรมแล้ว ให้
เสนอผลการสอบบัญชีตอ ่ สภา ผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะรัฐมนตรีโดยไม่ชักช้า
มาตรา 32 ให้สำานักงานศาลยุติธรรมเสนองบประมาณรายจ่ายต่อคณะรัฐมนตรี เพ่ อ ื จัดสรรเป็ นเงินอุดหนุนศาลยุติธรรมและสำานักงานศาลยุติธรรม
ไว้ในร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำาปี หรือร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพ่ิมเติมแล้วแต่กรณี ในการนี ค ้ ณะรัฐมนตรีอาจ
ทำาความเห็นเก่ียวกับการจัดสรรงบประมาณของศาลยุติธรรม และ สำานักงานศาลยุติธรรมไว้ในรายงานการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณราย
จ่ายประจำาปี หรือ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพ่ิมเติมด้วยก็ได้ และในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าว คณะรัฐมนตรี สภาผู้แทน
ราษฎร วุฒิสภา หรือคณะกรรมาธิการท่ีเก่ียวข้องอาจขอให้ เลขาธิการสำานักงานศาลยุติธรรมหรือผู้ซ่ึงเลขาธิการสำานักงานศาลยุติธรรมมอบหมาย
เข้าชีแ
้ จง เพ่ อ
ื ประกอบการพิจารณาได้
มาตรา 33 คำาว่า "กระทรวงยุติธรรม" "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม" และ "ปลัดกระทรวงยุติธรรม" ตามกฎหมายอ่ ืนเฉพาะท่ีเก่ียวกับการ
บริหารงานศาลยุติธรรมท่ีมีอยู่ใน วันท่ีพระราชบัญญัตินีใ้ช้บังคับ ให้หมายความถึง "สำานักงานศาลยุติธรรม" "ประธานศาลฎีกา" และ "เลขาธิการ
สำานักงานศาลยุติธรรม" ตามพระราชบัญญัตินีแ ้ ล้วแต่กรณี
ในกรณีท่ีมีปัญหาว่ากฎหมายใดเก่ียวกับการบริหารงานศาลยุติธรรมหรือไม่ ให้เป็ นไปตามท่ีประธานศาลฎีกาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
กำาหนด

การอ้างถึงตำาแหน่งหรือส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรมไม่ว่าจะเรียกช่ ือ อย่างไรตามกฎหมายอ่ ืนท่ีมีอยู่ในวันท่ีพระราชบัญญัตินีใ้ช้บังคับ ให้


หมายความถึงตำาแหน่งหรือ ส่วนราชการในสังกัดสำานักงานศาลยุติธรรมท่ีรับผิดชอบงานในลักษณะเดียวกันตามพระราช บัญญัตินี ท ้ ั ง้นีต
้ ามท่ี
ก.ศ. ประกาศกำาหนดในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 34 ให้ปลัดกระทรวงยุติธรรม รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้ช่วยปลัด กระทรวงยุติธรรม เลขาธิการส่งเสริมงานตุลาการ รองเลขาธิการส่ง
เสริมงานตุลาการ ผู้อำานวยการ กอง สำานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้อำานวยการกองในสำานักงานส่งเสริมงานตุลาการและ จ่าศาล ซ่ ึงดำารง
ตำาแหน่งอยู่ในวันท่ีพระราชบัญญัตินีใ้ช้บังคับ ปฏิบัติหน้าท่ีในตำาแหน่งเลขาธิการ สำานักงานศาลยุติธรรม รองเลขาธิการสำานักงานศาลยุติธรรม
หรือตำาแหน่งอ่ ืนในสังกัดสำานักงาน ศาลยุติธรรมตามท่ีประธานศาลฎีกากำาหนดจนกว่าจะมีการกำาหนดตำาแหน่งและแต่งตัง้บุคคล ให้ดำารงตำาแหน่ง
ดังกล่าว
มาตรา 35 ในวาระเร่ิมแรก ให้เลขาธิการสำานักงานศาลยุติธรรมจัดให้มีการเลือก กรรมการบริหารศาลยุติธรรมตามมาตรา 10 และกรรมการ
ข้าราชการศาลยุติธรรมตามมาตรา 18 ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันท่ีพระราชบัญญัตินีใ้ช้บังคับ ทัง้นี ต ้ ามหลักเกณฑ์และวิธีการ
ประธานศาลฎีกากำาหนด
เม่ ือได้ดำาเนินการตามวรรคหน่ ึงแล้ว ให้กรรมการบริหารศาลยุติธรรมเสนอช่ ือ เลขาธิการสำานักงานศาลยุติธรรมต่อคณะกรรมการตุลาการศาล
ยุติธรรมเพ่ ือให้ความเห็นชอบตาม มาตรา 22 (1) ภายในหกสิบวันนับแต่วันครบกำาหนดหกสิบวันตามวรรคหน่ ึง
มาตรา 36 ให้โอนบรรดาอำานาจหน้าท่ีของสำานักงานปลัดกระทรวง กระทรวง ยุติธรรม ยกเว้นในส่วนท่ีเก่ียวกับสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและ
เยาวชน ไปเป็ นของสำานักงาน ศาลยุติธรรม และให้โอนบรรดาอำานาจหน้าท่ีของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวง ยุติธรรม และของ
เจ้าหน้าท่ีสำานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม ในส่วนท่เี ก่ียวกับการ ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ ซ่ ึงอยู่ในอำานาจหน้าท่ีของ
สำานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม เว้นแต่ท่ีเก่ียวกับสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ไปเป็ นของประธาน ศาลฎีกา เลขาธิการ
สำานักงานศาลยุติธรรมและของเจ้าหน้าท่ีสำานักงานศาลยุติธรรมแล้วแต่กรณี
ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนีส ้ ิน ของสำานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรมไปเป็ นของสำานักงานศาลยุติธรรม เว้นแต่ท่ีเป็ นของ
สถานพินิจและคุ้มครอง เด็กและเยาวชน
การโอนข้าราชการ ลูกจ้าง และเงินงบประมาณของสำานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรมไปเป็ นของสำานักงานศาลยุติธรรม ให้เป็ นไปตามท่ี
ประธานศาลฎีกาและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมตกลงกัน

การโอนตามมาตรานีใ้ห้หมายถึงการโอนมาในส่วนท่ีเก่ียวกับกิจการศาลยุติธรรม ทัง้นี ต ้ ามท่ีประธานศาลฎีกาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม


ตกลงกัน
มาตรา 37 ให้โอนบรรดาอำานาจหน้าท่ีของสำานักงานส่งเสริมงานตุลาการ กระทรวงยุติธรรมไปเป็ นของสำานักงานศาลยุติธรรม และให้โอนบรรดา
อำานาจหน้าท่ีของรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการส่งเสริมงานตุลาการ และของเจ้าหน้าท่ีสำานักงานส่งเสริม งานตุลาการ กระทรวง
ยุติธรรมในส่วนท่ีเก่ียวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ ซ่ ึงอยู่ในอำานาจหน้าท่ีของสำานักงานส่งเสริมงานตุลาการ กระทรวง
ยุติธรรม ไปเป็ นของประธาน ศาลฎีกา เลขาธิการสำานักงานศาลยุติธรรมและของเจ้าหน้าท่ีสำานักงานศาลยุติธรรม
ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี ข ้ ้ า ร าชการลูกจ้างและเงินง
ของสำานักงานศาลยุติธรรม
มาตรา 38 พระราชกฤษฎีกาและประกาศของคณะปฏิวัติเก่ียวกับการจัดระเบียบ ราชการในส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ท่ีได้ตราหรือ
ประกาศโดยอาศัยอำานาจตาม กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินท่ีใช้บังคับอยู่ในวันท่ีพระราชบัญญัตินีใ้ช้บังคับ ให้คงใช้บังคับต่อไปเท่า
ท่ีไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี จ ้ นกว่ าจะมี
.บ.ศ. หรืปอระกาศหรื
ประกาศหรือระเบี
อระเบียบก
ยบ ก.ศ. ตามพระราชบัญญัติ
นีอ้ อกใช้บังคับแทน
มาตรา 39 ในระหว่างท่ียังไม่มีระเบียบ ประกาศ หรือคำาสัง่ เพ่ ือปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี ใ ้ ห้นำาพระราชกฤษฎีกาก
ข้อบังคับ ประกาศหรือคำาสัง่ ท่ีใช้บังคับอยู่ในวันท่ีพระราชบัญญัตินีป
้ ระกาศในราชกิจจานุเบกษามาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา 40 ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี