You are on page 1of 7

ไดอารี่

นิ ราศเมืองแกลง

โดย มิก

ไดอารี่
บันทึกที่หนึ่ ง ตอนนี้กลางคืนแล้ว แทนที่ขาจะได้พกพ่อนอยูบานข้าต้องมาอยูบนเรื อสําเภาลํานี้และนั่งอยูกบชายอีกสามคน ้ ั ่ ้ ่ ่ั การเดินทางครังนี้มอาจารย์ของข้าที่มนามว่าสุ นทรภู ่ ครู ภูเ่ ป็นกวีช่ ือดังของในวัง ้ ี ี ครู ภูเ่ ป็นอาจารย์ของข้า ครู ภูมลูกศิษย์ซ่ ึงเป็นเพื่อนของข้าอีกคนชื่อว่าน้อยและก็คนนําทางที่มช่ ือว่าแสง ่ี ี สาเหตุของการเดินทางคือบิดาของครู ภูป่วยเป็นโรคร้ายแรง ่ ทางบ้านของบิดาครู ภูได้สงจดหมายมาแจ้ง เมื่อครู ภูได้รบจดหมายจึงรีบออกเดินทางในทันที ่ ่ ่ ั บิดาครู ภูอาศัยอยูท่ เี มืองแกลง ครู ภูเ่ มื่อได้ขาวจึงรีบมาบอกข้าทันที ่ ่ ่ การเดินทางนี้จะต้องล่องเรื อไปตามแม่นํ้าเจ้าพระยา ออกไปทางอ่าวไทย แล้วขึ้นบกที่จงหวัดชลบุรี จึงเดินเท้าข้ามป่ าเขาไปถึงบ้านของบิดาครู ภูท่ เี มืองแกลง ั ่ จริ งๆแล้วครอบครัวข้าก็ไม่ได้อยากให้ขาไปกับครู ภู ่ ้ การเดินทางต้องใช้เวลาหลายเดือนแถมอันตรายมาก การล่องเรื อสําเภาไปในอ่าวไทยซึ่งมีทงพายุและคลื่น ป่ าและภูเขาก็อาจมีโจรและสัตว์ป่า ั้ แต่วาข้าก็สงสารครู ภูกขาก็เลยไปด้วย ่ ่็ ้ ก่อนเดินทางข้าก็ได้ไปขอให้เทวดาปกปองครอบครัวและปกปองข้าระหว่างการเดินทาง ้ ้ ระหว่างนั้งข้าได้เห็นแสงจันทร์สว่างและสะท้อนกับนํ้าซึ่งสวยงามมาก ถึงแม้วาบรรยากาศจะดีและสดใสแต่ครู ภูกน่งเศร้าอยูคนเดียว และนํ้าตาไหลอาบแก้ม ่ ่็ั ่ ข้าเห็นแล้วพลอยเศร้าใจไปกับครู ภูดวย ่้ ครู ภูไปโดยที่ไม่ได้บอกคนรักของครู ภูพราะเเป็นการเดินทางที่รีบร้อน ่ ่ ครู ภูจะไม่ได้เจอคนรักอีกหลายเดือน และเป็นห่วงบิดาอีกด้วย ่ พอนั่งเรื อไปได้ไม่นานก็ผานวัดแจ้ง เป็นวัดโบราณสร้างขึ้นสมัยอยุธยา ่ มีเจดียสูงอยูตรงกลางและมีเจดียเ์ ล็กล้อมรอบอยู ่ เป็นวัดที่สวยงามมาก ์ ่

ไดอารี่
ข้าขอพรให้ปลอดภัยระหว่างการเดินทาง หลังจากนั้นก็ผานวัดสามปลื้ม ่ วัดนี้กเ็ ป็นวัดโบราณมีมาตังแต่สมัยอยุธยาเช่นกัน ในวัดนี้มพระประธานที่งดงามมาก ้ ี พอผ่านพวกข้าก็ไหว้พระขอพรอีกรอบ ต่อมาเรื อก็คอย ๆ ่ แล่นออกจากตัวเมืองจึงไม่คอยมีเรื อรอบข้างและบ้านที่อยูตามแม่นํ้าก็นอยลง ่ ้ บนแม่นํ้ามีผกตบชวาลอยอยูประปราย ั ่ บันทึกที่สอง ตอนนี้ขาได้น่งเรื ออยูท่ ปากลัด นํ้าตื้นมากและบรรยกาศดีมาก ้ ั ่ี ตอนนี้ทุกอย่างค่อนข้างสงบและเงียบ อยูไกลจากกรุ งเทพ ่ จึงไม่มบานเรื อนหรื อผูคนอาศัยเลย อีกไม่นานก็จะไปถึงศาลพระประแดง ี ้ ้ พวกข้าไปขอพรให้ปลอดภัยระหว่างการเดินทางเพราะกําลังจะออกทะเล ศาลาของศาลพระประแดงมีผูคนแวะไปบูชาเยอะเพราะมีความศักดิ์สิทธ์และมีช่ ือเสียงมาก ้ เมื่อล่องเรื อต่อไปสักระยะหนึ่ ง ด้านซ้ายมือเป็นแนวป่ าแสมเขียวชอุม ่ เรื อของข้าเมื่อล่องอยูกลางคลอง ่ จะมองเห็นหญ้าและผักตบชวาลอยตามนํ้าอยูสองข้างทาง ่ ลมพัดผ่านค่อนข้างแรงทําให้หญ้าเละผักตบชวาพัดผ่านอย่างรวดเร็ว อากาศดีเย็นสบาย ท้องฟ้ าสดใสมีแดดออก ไม่มเี มฆฝนและพายุ ทําให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่ นไม่มอุปสรรค ข้ามองเห็นทะเลอยูอกไม่ไกล ี ่ี เดี๋ยวอีกไม่นานก็จะล่องออกจากแม่นํ้าเข้าสู อาวไทย ่ ่ ซึ่งจะมีคลื่นลมแรงกว่าการล่องเรื อในแม่นํ้า ทําให้มความเสี่ยงมากขึ้น ี เพราะเรื อที่ลองอยูไม่ใช่เรื อขนาดใหญ่แต่เป็นเรื อสําเภาขนาดเล็ก ่ ่ และยังอาจหลงทางในทะเลอีกด้วยเพราะทะเลนั้นกว้างใหญ่ไพศาลมาก บันทึกที่สาม

ไดอารี่
เมื่อวานพวกข้าได้ออกทะเลแล้ว พอออกไปได้ไม่นานก็ฝนตกหนัก ผ่านไปอีกชัวโมงก็มพายุและคลื่นลูกใหญ่ ทําให้เรื อสันโคลงตลอด ่ ี ่ จะเข้าหลบฝั่งก็ยงอีกไกล ทําให้พวกเราตื่นตระหนกและกลัวกันมาก ั น้อยซึ่งเป็นคนที่เด็กที่สุดในการเดินทาง นั่งหน้าจ๋อยตัวแข็งทื่ออยูท่ มุมหนึ่ งของเรื อ ่ี กลัวจนไม่มแรงพายเรื อ แสงก็เกิดความคลุมคลังเพราะอยากยา ขาสันและตาแดง ี ้ ่ ่ ข้าเองก็กลัวมากแต่พอตังสติอยูมองเห็นป่ าแสมที่ชายฝั่งอยูไกล ๆ ้ ่ ่ จะพายไปก็สูแรงลมและคลื่นไม่ไหว ลมจึงพัดเรื อออกนอกเส้นทางไปสู เ่ กาะสีชง ้ ั พวกเราก็นึกว่าจะไม่รอดกันแล้ว แต่ครู ภูได้ขอสิ่งศักดิ์สิทธ์จากเขาสํามุกว่าให้ชวยปกปองพวกเราให้พนภัยอันตรายครังนี้ ่ ่ ้ ้ ้ ถ้ารอดไปได้ตอนกลับจากเมืองแกลงจะนําของถวายแก้บน เมื่อขอเสร็จคลื่นลมและพายุกหยุดลง ทุกคนก็ดใี จโล่งอกที่ลวนปลอดภัย ็ ้ ตอนนี้พวกเราได้เดินทางมาถึงบางพระ เราได้ข้ นฝั่งแล้ว ึ จึงเดินทางไปหาเพื่อนของครู ภูช่ ือว่านายมา ่ นายมามาต้อนรับพวกเราพาเราไปพักผ่อนที่บานนายมา ้ แถวบ้านของนายมาเป็นชุมชนมีผูคนอาศัยอยูมาก พอพักผ่อนเสร็จ ้ ่ ตอนเช้าตื่นมาก็ไปเดินเล่นบนชายหาด ทรายละเอียดมาก นํ้าใสมากมีปลาว่ายอยู ่ คลื่นซัดโดนก้อนหินสะท้อนเป็นสีรุงสวยงามมาก ใกล้ ๆ ้ ชายหาดที่เดินเล่นอยูเ่ ป็ นหมูบานของชาวประมง มีชาวประมงอาศัยอยูจานวนมาก ่ ้ ่ํ ชาวประมงเตรียมข้าวของกําลังจะไปจับปลา ชาวประมงพายเรื อออกไปจับปลาโดยมีแหไว้จบปลา ั ชาวประมงที่กลับเข้าฝั่งแล้วจับปลาตัวได้ทงตัวเล็กตัวใหญ่หลากหลายชนิ ด ั้ บันทึกที่ส่ ี

ไดอารี่
ตอนนี้พวกข้าเดินออกมาจากแถวชายหาด เพื่อเข้าไปในป่ าเพื่อเดินต่อไปยังเมืองแกลง เดินทางไปถึงศรีราชา ซึ่งอยูทางทิศตะวันออกของอ่าวไทย ระหว่างที่เดินทางอยูใ่ นป่ านี้ ่ ทุกคนต้องเตรียมพร้อมตื่นตัวไว้ตลอด เพราะอาจมีอนตรายจากสัตว์ป่า ั และอาจจะหลงทางได้ เดินทางต้องลัดเลาะไปรอบภูเขา ระหว่างเดินทางจะต้องผ่านบึงหรื อหนองนํ้า พวกข้าจึงต้องพับขาของโจงกระเบนขึ้นเพื่อไม่ให้เปียกนํ้า บรรยากาศในป่ านั้นเงียบสงัดจริ ง ๆ ไม่มเี สียงอะไร นอกจากเสียงของพวกเรา เมื่อถึงเวลากลางคืนทัศนวิสยไม่ดมองอะไรไม่คอยเห็น ได้ยนแต่เสียงจักจันร้องไกล ๆ ั ี ่ ิ ่ ่ สลับกับเสียงนกร้องบ้าง พวกข้าก็เริ่ มรู สึกกลัวกันมาก ้ มองอะไรไม่เห็นมีแต่ความมืดไม่รูวาจะมีภยอันตรายมายามดึกหรื อเปล่า ้่ ั พอเริ่ มใกล้สว่างเดินไปถึงหนองนํ้าก็รูสึกเหมือนมีตวอะไรมาเกาะที่ขาของพวกข้า ้ ั จะดิ้นหรื อสลัดอย่างไร เจ้าพวกปลิงที่เกาะขาอยูกไม่ยอมหลุดออกไปเสียที ่็ กว่าจะสลัดออกไปได้กใ็ ช้เวลานานมาก พวกปลิงทําให้พวกข้าทังกลัวและตกใจ ้ เพราะอยูใ่ นเมืองไม่เคยเจอกับปลิงมาก่อน ส่วนตรงที่ถูกปลิงเกาะเมื่อเอาปลิงออกไปได้กจะเป็นแผลโดนปลิงดูดเลือด ็ ทําให้ขาพวกเราเต็มไปด้วยเลือดพวกข้าหลังจากกําจัดปลิงไปได้กรูสึกเหน็ดเหนื่ อยเป็นอันม ็้ ากจึงต้องหยุดนั่งพักกันเพื่อเอาแรง เมื่อหายเหนื่ อยก็เริ่ มเดินทางต่อ รอบข้างในป่ าจะมีตนยางและต้นยูง มีสตว์จาพวก ลิง ค่าง ้ ั ํ บ่าง ชะนี ร้องเสียงดัง ผัว ๆ พอมันเห็นพวกเราก็กระโดดหนีไปหลบตามกิ่งไม้แล้ววิ่งหายไป เพราะสัตว์พวกนี้จะขี้อาย บันทึกที่หา ้

ไดอารี่
เมื่อเดินทางต่อไปสักระยะหนึ่ งก็พบรอยเท้าของคน และรอยเท้าของควาย จึงทําให้พวกเรารู วาเดินทางใกล้ออกจากป่ าเข้ามาถึงที่ท่ มคนอาศัยอยู ่ ้่ ีี ทําให้พวกเริ่ มรู สึกใจชื้นและดีใจมาก แต่ดวยความเหน็ดเหนื่ อย ้ ้ เดินคลุกฝุ่นดินทรายมาหลายวัน ขาก็ตึงไปหมด ถ้าเดินเหยียบลงไปที่โคลนยิ่งทําให้ขาอ่อนหมดแรง เมื่ออกจากป่ าจึงพร้อมใจกันลงนอนเกลือกกลิ้งด้วยความเหนื่ อยล้า ถกโจงกระเบนขึ้นเพื่อให้ทะมัดทะแมง พวกข้านอนเอนราบลงไปบนพื้นเพื่อพักเหนื่ อย มองเห็นพระอาทิตย์ตกลับไปทางชายทะเล เมื่อหายเหนื่ อยพวกเราก็ชวยกันผลัดกันนวด ผลัดกันเหยียบ ดัดกระดูกเพื่อให้หายเมื่อย ่ แล้วค่อยออกเดินทางต่อไป พวกข้าก็ยงเดินกระโผกกระเผก โซเซกันอยูดวยความเหนื่ อยล้า ั ่้ เมื่อเดินข้ามสะพานมา ก็เห็นทุงหญ้าทุงนาเขียวชอุม มีแม่นํ้าล้อมรอบ ่ ่ ่ แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ มีสวนมะพร้าว สวนตาล มีบานเรื อน ้ มีผูคนอาศัยอยูเ่ ป็นระยะระยะ ้ ตอนใกล้พบคํ่าพวกข้าเดินทางถึงบ้านกรํ่าซึ่งเป็นบ้านของบิดาของครู ภู ่ เมื่อมาถึงได้พบกับญาติ ๆ ของครู ภูจานวนมาก ครู ภูได้เดินเข้าไปที่กุฏิเพื่อไปหาบิดา ่ํ ่ พวกเราที่อยูดานนอกได้ยนเสียงสะอึกสะอื้นร้องไห้ของครู ภู ่ ่้ ิ มองเข้าไปเห็นครู ภูกาลังกราบเท้าบิดา พวกเราจึงตามเข้าไปในกุฏิเพื่อกราบบิดาของครู ภู ่ ่ํ ครู ภูจึงบอกบิดาว่า รู สึกคิดถึงบิดามาก และรู สึกเศร้าใจและเป็นห่วง ่ ้ ้ เมื่อทราบว่าบิดาไม่สบายจึงรีบออกเดินทางเพื่อมาเยี่ยม โดยมีลูกศิษย์สองคนและคนนําทางอีกคนเดินทางมาเป็นเพื่อน ครู ภูเ่ ล่าให้บดาฟังถึงการเดินทางไกลว่ายากลําบากมาก ต้องข้ามนํ้า ข้ามทะเล ิ

ไดอารี่
และเดินป่ าจนมาถึงได้ในที่สุด ครู ภูบอกบิดาว่าทังครู ภูและบิดานั้นเหมือนมีกรรม ่ ้ ่ ทําให้ตองแยกย้ายจากกันไม่ได้อยูดวยกัน ้ ้ วันต่อมา พวกข้าก็รูสึกสบายใจและหายเหนื่ อยจากการเดินทาง จึงได้มาเดินเล่น แถวทุงนา ้ ่ พากันเดินลุยเลียบริ มทะเล เดินข้ามสะพานอย่างสบายใจ พอมองไปที่ป่า พวกข้ามีความเพลิดเพลินมาก พวกข้าเมื่อคุยเล่นกันก็มการเอากลอนของขุนช้าง ี ขุนแผนมาล้อเลียนกัน จึงหัวเราะกันไม่หยุด เมื่อเดินมาถึงไร่แตงโม จึงแวะแล้วแกล้งล้อกัน เจ้าของไร่แตงโมก็เล่นด้วยกันอย่าสนุ กสนาน แล้วก็กนแตงโมกัน ิ หลังจากนั้นก็เดินเล่นกันต่ออย่างมีความสุ ข ตรงผ่านคลองนํ้า ทะลุเข้าป่ า ลัดเลาะไปตามโขดหิน ฟังเสียงลิงค่างร้องเหมือนเสียงคนกรน แล้วเดินท่องป่ ากันอย่างมีความสุ ข บิดาของครู ภูได้อวยพรให้ครู ภูมสุขภาพแข็งแรง และปลอดภัยจากภัยอันตรายทุกอย่าง ่ ่ี บิดาของครู ภูบอกว่าคิดถึงครู ภู ่ ดีใจที่ได้เจอกัน ชาวบ้านแถวนั้นก็ดใี จที่ได้เจอครู ภู ่ ่ ดังนั้นทุกวันชวบ้านก็จะเข้าป่ าเพื่อไปจับสัตว์ตาง ๆ มาทําอาหารให้ครู ภูรบประทาน ่ ่ั มีทงเนื้ อหมา กระต่าย ตะกวด กวาง แย้ อึ่งอ่าง และค่าง เนื้ อสัตว์เหล่านี้มาย่าง ั้ ทําแกงให้รบประทาน แต่ครู ภุทานไม่เป็น รู สึกขยะแขยง ั ่ ้ เพราะอยูใ่ นเมืองไม่เคยทานอาหารเหล่านี้ จึงอดอาหาร กินแต่ขาวเปล่า ทําให้ไม่มแรง ้ ี ขาดอาหารจนล้มป่ วยในที่สุด