วิสาขบูชา

www.analaya.com

1

ความหมาย
       วันวิสาขบูชา  แปลวา  การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ  คือ  วันขึ้น ๑๕ ค่ำ  เดือน
๖  ในปปรกติ  (ประมาณเดือนพฤษภาคม)  หรือวันขึ้น ๑๕ ค่ำ  เดือน ๗  ในปที่มีอธิก
มาศ  (เดือน ๘ มี ๒ เดือน)  ซึ่งถือกันวา  เปนการบูชาพิเศษ  เพราะเปนวันสำคัญใน
พระพุทธศาสนา  ตรงกับวันประสูติ  ตรัสรู  และเสด็จดับขันธปรินิพพานแหงพระ
สัมมาสัมพุทธเจา
 
 

ความสำคัญ
       วันวิสาขบูชา  ตรงกับวันประสูติ  วันตรัสรู  และวันเสด็จดับขันธปรินิพพานแหง
สัมมาสัมพุทธเจา  ซึ่งเหตุการณสำคัญนาอัศจรรยทั้ง ๓ ประการ  ไดเวียนมาบรรจบ
ในวันเดียวกัน  คือ  วันวิสาขบูชา  ดังนี้

www.analaya.com

2

วันประสูติ
] พระพุทธเจาทรงเปนกษัตริยโดยพระชาติ  โดยพระวงศเปนโคตมวงศ โดย
ชาติภูมิเปนชาวศักยะ  ประสูติกอนพุทธศักราช ๘๐ ป  ในมัธยมประเทศ  เปนพระ
โอรสของพระเจาสุทโธทนะ  เจากรุงกบิลพัสดุ  (ปจจุบันอยูในเมืองลุมมินเด ประเทศ
เนปาล)  และนางศิริ
มหามายา 
เมื่อ
พระนางศิริมหามายา
ทรงพระครรภบริบูรณ
แลว  ทรงประสงคจะ
เสด็จไปเมืองเทวทหน
ครอันเปนชาติภูมิแหง
พระองค ครั้นทรงได
รับอนุญาตจากพระเจา
สุโธทนะแลว  รุงเชาใน
วั น วิ ส าขบู ร ณมี ด ิ ถ ี
เพ็ญเดือน ๖  พระนางศิริมหามายา  จึงไดเสด็จออกจากพระนครไปถึงปาไมรัง 
มีชื่อวา  ลุมพินีวัน  ซึ่งอยูแถบหนทางในระหวางพระนครทั้งสองแตใกลไปทางเมือง
เทวทหนคร  อันเปนสถานที่ควรแกการทัศนา  พระนางจึงโปรดที่จะสเด็จชม  เมื่อ
เสด็จไปถึงใตตนสาลพฤกษ  (ไมรัง)  ก็ทรงประชวรพระครรภ  ประสูติพระมหาบุรุษ
จากพระครรภ ณ สถานที่นั้น  ครั้นความทราบถึงพระเจากรุงกบิลพัสดุพระสวามี
และพระเจากรุงเทวทหะซึ่งเปนพระราชบิดาของพระนาง  กษัตริยทั้ง ๒ นครก็ทรงมี
พระทัยปรีดาโสมนัสโปรดใหจัดกระบวนแหพระราชกุมารและพระนางศิริมหามายา
คืนเขากรุงกบิลพัสดุ
www.analaya.com

3

วันตรัสรู
] เจาชายสิทธัตถะทรงไดรับการทำนุบำรุงอบรมมาเปนอันดีตั้งแตทรงพระเยาว 
เมื่อทรงพระเจริญวัยไดทรงภิเษกสมรสกับพระนางยโสธรา (พิมพา)  กาลตอมาทรง
มีพระโอรสพระนามวา  “ราหุล”  ดวยพระบารมีที่ทรงบำเพ็ญมาแลวในอดีตกาลมา
เตือนอยูในพระหฤทัยของพระองคตลอดมา  และดวยพระปญญาอันเต็มบริบูรณ
กอรปกับโยนิโสมนสิการจึงทำใหทรงมีพระอัธยาศัยเบื่อหนายในความเปนอยูอัน
เพลิดเพลินดวยกามคุณ เกิดแลวก็แก  เจ็บ  และตายไปเปลาๆ โดยไมเกิดประโยชน
อันใด 

www.analaya.com

4

] เมื่อทรงพิจารณาอยางรอบคอบถึงความเปนอยูของชีวิตก็ทรงยิ่งเบื่อหนายใน
โลกวิสัย  ไมทรงปรารถนาที่จะเปนจักรพรรด์ิที่ยิ่งใหญ ไมทรงปรารถนาทรัพย
สมบัติ หรือความสุขสบาย เพราะวาสิ่งดังกลาวเหลานี้ไมอาจทำใหพระองคเองทรง
พนทุกข และไมอาจทำใหทรงชวยเหลือคนที่ทรงรักตลอดจนอานาประชาราษฎรของ
พระองคใหพนทุกขจากความเกิด ความแก ความเจ็บ และความตายได ดวยทรงมี
พระกรุณาอันยิ่งใหญแกมหาชน ทรงเห็นวาการออกบวชเปนวิถีทางในการที่จะทำ
ประโยชนไดอยางยิ่งใหญ  เพราะฆราวาสวิสัยเปนหนทางแคบ  เนื่องจากมีธุลีที่เปน
เรื่องกวนใจนานัปการ พระองคจึงทรงตัดสินพระทัยเสด็จออกทรงผนวช  ถือเพศเปน
นักบวชและเลี้ยงชีพอยางงายๆ 

www.analaya.com

5

] ทรงศึกษาวิธีการจากพราหมณคณาจารยและเจาลัทธิตางๆ ในสมัยนั้น  เแต
เมื่อทรงศึกษาจนสำเร็จในลัทธิตางๆ เหลานั้นแลวนำมาพิจารณาอยางรอบคอบ ทรง
เห็นวาไมใชทางในการทำใหตรัสรูธรรมพิเศษได  จึงทรงลาพราหมณคณาจารย
เหลานั้น  เพื่อไปแสวงหาวิธีการและทดลองโดยลำพังพระองคเองจนไดตรัสรูแลวใน
วันวิสาขบูรณมีดิถีเพ็ญเดือน ๖ ณ ตนพระศรีมหาโพธิ์  ใกลฝงแมน้ำเนรัญชรา 
ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม  แควนมคธ  กอนพุทธศักราช ๔๕ ป  (ปจจุบันอยูในเขตเมือง
พุทธคยา  แควนพิหาร  ประเทศอินเดีย)

www.analaya.com

6

วันเสด็จดับขันธปรินิพพาน
      
] ครั้นไดตรัสรูแลว  ทรงบำเพ็ญพุทธกิจ  โปรดบรรพชิต  คือ  ปญจวัคคีย ๕ รูป  มี
พระโกณฑัญญะเปนหัวหนา 
และทรงเผยแผพระศาสนาใน
นิคมชนบทราชธานีตางๆ  จน
พระศาสนาเจริ ญ แพร ห ลาย
พร อ มทั ้ ง ทรงแสดงธรรม 
บัญญัติวินัย 
เพื่อผลอัน
ไพบูลยมั่นคงแกพระศาสนา 
และความพนทุกขของมหาชน

www.analaya.com

7

]เมื่อพระชนมายุได ๘๐ พรรษา  ณ สวนปารัง  ฟากแมน้ำหิรัญญวดี  อันเปนที่แวะ
พักของมัลละกษัตริย  ใกลเมืองกุสินารา  พระองคทรงประทับบรรทมบนเตียงใน
ระหวางไมรังทั้งคู  หันพระเศียรไปทางทิศเหนือ  บรรทมโดยเบื้องขวาเปนอนุฏฐาน
ไสยาสน  และทรงโปรดประทานพระโอวาทเปนปจฉิมโอวาทวา
 “ภิกษุทั้งหลาย  บัดนี้เราเตือนเธอทั้งหลาย 
สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมสิ้นไปเปนธรรมดา 
เธอทั้งหลายจงยังประโยชนตน 
และประโยชนทานใหถึงพรอมดวยความไมประมาทเถิด” 

  
www.analaya.com

8

] ตอจากนั้น  ทรงเขาปฐมฌานไปจนถึงสัญญาเวทยิตนิโรธ  เรียกวา  อนุโลม 
แลวยอนกลับลงมาตามลำดับจนถึงปฐมฌาน  เรียกวา  ปฏิโลม  แลวยอนขึ้นไปอีก
โดยลำดับๆ จนถึงจตุตถฌาน  และเสด็จดับขันธปรินิพพาน  ในวันวิสาขบูรณมีดิถี
เพ็ญเดือน ๖  ณ ใต
ตนสาละ  เมืองกุสิ
นารา  แควนมัลละ 
เมื ่ อ พระชนมายุ ไ ด
๘๐ พรรษา  กอน
พุทธศักราช ๑ ป 
(ป จ จุ บ ั น อยู  ใ นเขต
เ ม ื อ ง ก ุ ส ิ น ค ร ะ 
แควนอุตตรประเทศ 
ประเทศอินเดีย)

www.analaya.com

9

กิจกรรมที่พุทธศาสนิกชนพึงปฏิบัติในวันวิสาขบูชา
๑. ทำบุญตักบาตร
๒. ไปวัด ถวายภัตตาหารแดภิกษุสามเณร ฟงพระธรรมเทศนาและปฏิบัติธรรม
๓. เวียนเทียน เพื่อรำลึกถึงคุณพระรัตนตรัย
๔. รวมกิจกรรมเกี่ยวกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
๕. บำเพ็ญตนใหบริสุทธิ์ ดวยการปฏิบัติตนและเชิญชวนสมาชิกในครอบครัว
] ญาติมิตร ผูรวมงาน รวมลด ละเลิกอบายมุขทั้งปวง
๖. ประดับธงชาติและธงธรรมจักรตามอาคารบานเรือน วัด และสถานที่ราชการ
๗. บำเพ็ญสาธารณประโยชน
 

การเวียนเทียน
        การเวียนเทียน  เปนการบูชาพระรัตนตรัยดวยอามิสบูชาและปฏิบัติบูชา  การ
เวียนเทียนเปนพิธีกรรมที่มีความสำคัญ  พุทธศาสนิกชนควรปฏิบัติดวยความสำรวม  

การเตรียมตัวกอนเวียนเทียน 
๑. อาบน้ำ ชำระรางกายใหสะอาด ทำจิตใจใหเบิกบาน
๒. แตงกายใหสุภาพ เรียบรอย เหมาะสมกับสถานที่
๓. เตรียมเครื่องสักการะใหพรอม อันไดแก ดอกไม ธูป เทียน

www.analaya.com

10

๔. ควรเดินทางถึงสถานที่ประกอบพิธีเวียนเทียนกอนเวลาเริ่มพิธี
๕. เมื่อถึงวัดหรือสถานที่เวียนเทียน ควรสักการบูชาพระรัตนตรัยเปนอันดับแรก
] จากนั้นใหเตรียมพรอมที่หนาพระอุโบสถหรือสถานที่ประกอบพิธีเวียนเทียน
] ดวยอาการสำรวม ไมพูดคุยหยอกลอ สงเสียงดังรบกวนผูอื่น ไมวิ่งเลนหรือ
] กระทำการอันไมสมควร เชน เคาะระฆังเลน จุดดอกไมไฟ ฯลฯ

การปฏิบัติตนขณะเวียนเทียน

www.analaya.com

11

๑. เมื่อเริ่มเวียนเทียนตองสำรวมกาย วาจา ใจใหเรียบรอย
๒. รักษาระยะการเดินใหหางจากคนขางหนาพอสมควร เพื่อไมใหความรอนและ
] เปลวไฟจากธูปเทียนเปนอันตรายตอรางกายและทรัพยสินของผูอื่น
๓. ควรเดินเวียนเทียนอยางเปนระเบียบ ไมเร็วหรือชาเกินไป ไมเดินแซงผูอื่น
] และไมพูดคุยหรือหยอกลอกัน
๔. กอนเริ่มพิธีเวียนเทียน พระสงฆผูเปนประธานจะใหโอวาท ทุกคนประนมมือ
] พรอมกัน ถือดอกไม ธูปเทียนตั้งใจฟงดวยความสงบ กลาวคำสาธุเมื่อพระ
] สงฆใหโอวาทจบ
๕. ในพิธีสวดมนต ใหทุกคนจุดธูปเทียน ประนมมือกลาวคำบูชาพระรัตนตรัย ]
] ตามผูกลาวนำดวยความเคารพ หลังจากสวดมนตเสร็จแลว ]ประธานจะนำ
] เวียนเทียนโดยเริ่มจากพระสงฆ สามเณร อุบาสก และอุบาสิกา
๖. การเวียนเทียน จะเดินเวียนทางขวารอบองคพระธาตุเจดียหรือรอบพระอุโบสถ
] จำนวน ๓ รอบ

รอบที่ ๑
ใหรำลึกถึงคุณพระพุทธเจา โดยภาวนาบทบาลีวา 
“อิติปโส  ภะคะวา  อะระหัง  สัมมาสัมพุทโธ  วิชาจะระณะสัมปนโน  สุคะโตโลกะ
วิทู  อะนุตตะโร  ปุริสะทัมมะสาระถิ  สัตถา  เทวะมะนุสสานัง  พุทโธ  ภะคะวาติ”
แปลวา : 
เพราะเหตุอยางนี้ๆ พระผูมีพระภาคเจาพระองคนั้น  ทรงไกลจากกิเลส  เปนผูตรัสรู
ชอบไดโดยพระองคเอง  ถึงพรอมดวยวิชาและจรณะเสด็จไปดีแลว  รูโลกอยางแจม
แจง  ทรงเปนครูผูสามารถฝกบุรุษที่สมควรฝกไดอยางไมมีใครยิ่งกวา  ทรงเปนครูผู
www.analaya.com

12

สอนของเทวดาและมนุษยทั้งหลาย  ผูรู  ผูตื่น  ผูเบิกบานดวยพระธรรม  เปนผูมี
ความจำเร็ญ  จำแนกธรรม  สั่งสอนสัตว  ดังนี้

รอบที่ ๒
ใหรำลึกถึงคุณพระธรรม โดยภาวนาบทบาลีวา 
“สวากขาโต  ภะคะวะตา  ธัมโม  สันทิฏฐิโก  อะกาลิโก  เอหิปสสิโก  โอปะนะยิโก 
ปจจัตตัง  เวทิตัพโพ  วิญูหีติ”
แปลวา : 
พระธรรม  เปนธรรมที่พระผูมีพระภาคเจาไดตรัสไวดีแลว  เปนธรรมที่ผูศึกษาและ
ปฏิบัติพึงเห็นไดดวยตนเอง  เปนธรรมที่ปฏิบัติไดและใหผลไดไมจำกัดกาล  เปน
ธรรมที่ควรกวาวกับผูอื่นวา  ทานจงมาดูเถิด  เปนธรรมที่ควรนอมเขามาใสตัว  เปน
ธรรมที่ผูรูก็รูไดเฉพาะตน  ดังนี้

รอบที่ ๓
ใหรำลึกถึงคุณพระสงฆ โดยภาวนาบทบาลีวา 
“สุปะฏิปนโน  ภะคะวะโต  สาวะกะสังโฆ  อุชุปะฏิปนโน  ภะคะวะโต  สาวะกะสังโฆ 
ญายะปะฏิปนโน  ภะคะวะโต  สาวะกะสังโฆ  สามีจิปะฏิปนโน  ภะคะวะโต  สาวะ
กะสังโฆ  ยะทิทัง  จัตตาริ  ปุริสะยุคานิ  อัฏฐะ  ปุริสะปุคคะลา  เอสะ  ภะคะวะโต 
สาวะกะสังโฆ  อาหุเนยโย  ทักขิเณยโย  อัญชะลิกะระณีโย  อุนุตตะรัง  ปุญญักเขต
ตัง  โกกัสสาติ”
www.analaya.com

13

แปลวา:
พระสงฆสาวกของพระผูมีพระภาคเจา  ปฏิบัติดีแลว  พระสงฆสาวกของพระผูมีพระ
ภาคเจา  ปฏิบัติตรงแลว  พระสงฆสาวกของพระผูมีพระภาคเจา  ปฏิบัติเพื่อรูธรรม
เปนเครื่องออกจากทุกขแลว  พระสงฆสาวกของพระผูมีพระภาคเจา  ปฏิบัติสมควร
แลว  ไดแก  บุคคลเหลานี้  คือ  คูแหงบุรุษ ๔ คู  นับเรียงตัวบุรุษได ๘ บุรุษ  นั่น
แหละ  พระสงฆสาวกของพระผูมีพระภาคเจา  เปนผูควรแกสักการะที่เขานำมาบูชา 
เปนผูควรแกสักการะที่เขาจัดไวตอนรับ  เปนผูควรรับทักษิณาทาน  เปนผูที่บุคคล
ทั่วไปควรทำอัญชลี  เปนเนื้อนาบุญของโลก  ไมมีนาบุญอื่นยิ่งกวา  ดังนี้
 
๗. เมื่อเวียนเทียนครบ ๓ รอบแลว ใหนำดอกไมธูปเทียน ไปวางไวในจุดที่กำหนด 
] ตอจากนั้น  จึงเขาไปประชุมพรอมกันในพระอุโบสถ  หรือวิหาร  หรือศาลา
] การเปรียญ  แลวแตที่ทางวัดกำหนด  เริ่มทำวัตรเย็นและสวดมนตทั้บรรพชิต
] และคฤหัสถ  เสร็จแลวมีเทศนพิเศษ  แสดงเรื่องพระพุทธประวัติและเรื่องที่
] เกี่ยวกับวันวิสาขบูชา เปนอันเสร็จพิธี
หมายเหตุ:
ควรแตงกายใหสุภาพเพื่อเปนพุทธบูชา
ลำดับพิธีกรรมอาจปรับเปลี่ยนไดตามความเหมาะสม
ปรับปรุงเพิ่มขอมูลจาก : กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม
ขอบคุณภาพจาก: http://buddha-thushaveiheard.com  
www.analaya.com

14

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful