โครงงาน

เรือ
่ ง การแสดงมโนราห์ของภาคใต้
คณะผูจ
้ ด
ั ทาโครงงาน
1. นางสาวจุฑามาศ

อุทกะเสน เลขที่ 16

2. นางสาวธนัชชา ขามาก เลขที่ 17
3. นางสาวเนตรอนงค์ แจ้งสว่างวงค์ เลขที่ 18
4. นางสาวสุภาวดี เพชรสุวรรณ เลขที่ 27

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1

ครูทป
ี่ รึกษาโครงงาน
นางวรนุช ศานติประพันธ์

โรงเรียน ปากจัน
่ วิทยา
เขตพืน
้ ทีก
่ ารศึกษา มัธยมศึกษาเขต
14

นางสาวจุฑามาศ อุทกะเสน 2. นางสาวเนตรอนงค์ แจ ้งสว่างวงศ ์ 4. นางสาวธนั ชชา ขามาก 3. นางสาวสุภาวดี เพชรสุวรรณ ครูทป ี่ รึกษา โรงเรียน นางวรนุช ศานติประพันธ์ ปากจั่นวิทยา .รายงานนีเ้ ป็นส่วนหนึง่ ของวิชาศิลป ะ โครงงาน การแสดง มโนราห์ ผูจ ้ ัดทา 1.

เพือ ่ สอนการวาดภาพและขัน ้ ตอนการวาดภาพ .บทค ัดย่อ ิ ปะ นาฎศล ิ ป์ มโนราห์ โครงงานศล จัดทาขึน ้ เพือ ่ ผู ้ทีส ่ นใจในวัฒนธรรมการแสดงมโนราห์ของภาคใต ้ ประกอบด ้วยประวัตค ิ วามเป็ นมาของมโนราห์ เครือ ่ งแต่งกาย และเครือ ่ งดนตรี กิตติกรรมประกาศ โครงงานฉบับนี้ บทที1 ่ บทนา ทีม ่ าและความสาค ัญของการทาโครงงาน ในการรามโนราห์ผู ้สนใจจะต ้องรู ้ประวัตค ิ วามเป็ นมา เครือ ่ งแต่งกาย และเครือ ่ งดนตรีกอ ่ น ึ ษาค้นคว้า ว ัตถุประสงค์ของการศก 1.เพือ ่ เสนอการแสดงมโนราห์ 2.

เพือ ่ เสนอผลงานการของมโนราห์ ิ ปะวัฒนธรรมของภาคใต ้ 5.ศก ่ วกับการแสดงมโนราห์ สถานทีท ่ าโครงงาน ระยะเวลา .ศก ่ งมโนราห์ ึ ษาจากวิชาศล ิ ปะ นาฎศล ิ ป์ 4.ศก ึ ษาจากผู ้รอบรู ้เรือ 3.ศก ่ วกับมโนราห์ ึ ษาจากเว็บไซต์ตา่ งๆ 2.ศก ึ ษาจากงานทีเ่ กีย 5.ึ ษาถึงจินตนาการของผู ้แสดงมโนราห์ 3.เพือ ่ ศก 4.เพือ ่ อนุรักษ์ ศล ึ ษาโครงงาน ขอบเขตของการศก ึ ษาจากเอกสารเกีย 1.

รายระเอียดทีเ่ กีย ่ วกับประวัตค ิ วามเป็ นมาของมโนราห์ เครือ ่ งแต่งกาย เครือ ่ งดนตรี ื ศล ิ ปะ นาฎศล ิ ป์ 3.เว็บไซต์ทใี่ ห ้ข ้อมูลเกีย ่ วกับมโนราห์ http://www.เว็บไซต์ทน ี่ าเสนอข ้อมูลศล .รายระเอียดทีเ่ กีย ่ วกับมโนราห์ 2.kanchanapisek.บทที2 ่ เอกสารทีเ่ กีย ่ วข้อง 1.or.รายระเอียดทีเ่ กีย ่ วกับหนั งสอ 4.th ิ ปะ นาฎศล ิ ป์ 5.

รายระเอียดทีเ่ กีย ่ วกับมโนราห์ ื 2.สมุดหนั งสอ 3.เว็บไซต์ทใี่ ห ้ข ้อมูลเกีย ่ วกับมโนราห์ 4.ปากา ดินสอ 9.สมุดบันทึก 6.กระดาษ 8.กล ้องถ่ายรูป .บทที3 ่ ึ ษา อุปกรณ์และวิธก ี ารศก ึ ษา อุปกรณ์และว ัสดุทใี่ ชใ้ นการศก 1.คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ ต 5.ปลิน ้ เตอร์ 7.

ประชุมวางแผนโครงงาน ี่ วชาญในเรือ 2.สอบถามจากผู ้รอบรู ้ .ศก 5.ศก ึ ษาจากเว็บไซต์ 4.ึ ษา วิธก ี ารศก 1.ปรึกษาครูทเี่ ชย ่ งนี้ ึ ษาจากหนั งสอ ื 3.

รายระเอียดโครงงาน โนรา หรื อ มโนห์รา (เขียนเป็ น มโนรา หรื อ มโนราห์ ก็ได้) เป็ นการละเล่นพื้นเมืองที่สืบ ทอดกันมานานและนิยมกันอย่างแพร่ หลายใน ภาคใต้ เป็ นการละเล่นที่มีท้ งั การร้อง การรา บางส่วนเล่นเป็ นเรื่ อง และบางโอกาสมีบางส่วน แสดงตามคติความเชื่อที่เป็ นพิธีกรรม โนรา เป็ นศิลปะพื้นเมืองภาคใต้เรี ยกว่า โนรา แต่ คาว่า มโนราห์ หรื อ มโนห์รา นั้น เป็ นคาที่เกิด ขึ้นมาเมื่อสมัยกรุ งศรี อยุธยา โดยการนาเอา เรื่ อง พระสุธน-มโนราห์ มาแสดงเป็ นละครชาตรี จึงมีคาเรี ยกว่า มโนราห์ ส่วนกาเนิดของโนรานั้น สันนิษฐานกันว่าได้รับอิทธิพลจากการ ร่ ายราของอินเดียโบราณก่อนสมัยศรี วชิ ยั ที่มา จากพ่อค้าชาวอินเดีย สังเกตได้จากเครื่ องดนตรี ที่ เรี ยกว่า เบ็ญจสังคีตซึ่งประกอบโหม่ ง ฉิ่ง ทับ กลอง ปี่ ใน ซึ่งเป็ นเครื่ องดนตรี โนรา และท่าราของโนรา อีกหลายท่าที่ละม้ายคล้ายคลึงกับการร่ ายราของ ทางอินเดีย และเริ่ มมีโนราเป็ นกิจลักษณะขึ้นเมื่อ ประมาณปี พุทธศักราชที่ ๑๘๒๐ ซึ่งตรงกับสมัยสุโขทัยตอนต้น เชื่อกันว่าโนราเกิดขึ้นครั้งแรกที่ หัวเมืองพัทลุง ปั จจุบนั คือ ตาบล บางแก้ว จังหวัด พัทลุง แล้ว แพร่ ขยายไปยังหัวเมืองอื่นๆของภาคใต้ จน ไปถึงภาคกลาง และกลายเป็ นละครชาตรี และจังหวะ ตะลุง ที่ได้รับอิทธิพลจากแนวคิดนี้ โนรา เกิดขึ้นในราชสานักของพัทลุงซึ่งมีตานานเล่า กันมาว่า เจ้าเมืองพัทลุง มีชื่อว่า พระยา สายฟ้ าฟาด มีลูกสาวที่ชื่อ ศรี มาลา ซึ่ง มีความสามารถในการร่ ายรามาก ได้เกิดตั้งครรภ์โดยที่ยงั ไม่ได้แต่งงาน เชื่อกันว่า เป็ นท้องกับเทวดา พระยาสายฟ้ าฟาดเห็นดัง นั้นก็โกรธมาก สัง่ ให้นานางศรี มาลาไป ลอยแพในทะเล ( คือ ทะเลสาปสงขลา) และ แพได้ไปติดที่เกาะใหญ่ นางศรี มาลาก็ ได้ให้กาเนิดลูกชาย โดยตั้งชื่อว่า เทพสิ งหล ซึ่งมีนยั ความว่า ลูกของเทวดา นางศรี มาลา ได้ฝึกให้เทพสิ งหลฝึ กร่ ายรา ซึ่งเทพสิ งหล ก็สามารถร่ ายราได้สวยงามมาก และร่ ายรา มีชื่อเสี ยงมากที่เกาะใหญ่ จนรู ้ไปถึง หูพระยาสายฟ้ าฟาด ซึ่งพระยาสายฟ้ า ฟาดก็ยงั ไม่รู้วา่ หลานตัวเอง ก็ได้ เชิญไปราในราชสานัก ฝ่ ายนางศรี มาลานั้น ก็นอ้ ยเนื้อต่าใจเมื่อครั้งที่ถูกลอยแพ ก็บอกกับคนที่มาติดต่อว่า โนราคณะ นี้จะไปราได้ แต่ตอ้ งปูผา้ ขาวตั้ง แต่ริมฝั่งที่ลงจากเรื อจนไปถึงตาหนัก พระยาสายฟ้ าฟาดก็ตอบตกลง ดังนั้น เทพสิ งหลจึงไปราในราชสานัก เทพสิ งหลรา ได้สวยงามมาก จนพระยาสายฟ้ าฟาดก็ ตกตะลึงในความสวยงาม จึงถอดเครื่ องทรงที่ ทรงอยูใ่ ห้กบั เทพสิ งหล แล้วบอกว่า "เครื่อง แต่ งกายกษัตริย์ชุดนีม้ อบให้ เป็ นเครื่องแต่งกาย ของโนรานับแต่ นีเ้ ป็ นต้ นไป" เทพสิ งหลจึง .

ผ้าห้ อย คือ ผ้า สี ต่าง ๆ ที่คาดห้อยคล้ายชายแครง แต่อาจ มีมากกว่า โดยปกติจะใช้ผา้ ที่โปร่ งบาง สี สด แต่ละผืนจะเหน็บห้อย ลงทั้งด้าน ซ้าย เละด้านขวาของหน้าผ้า ๑๐. หน้ าผ้า ลักษณะเดียวกับชายไหว ถ้าเป็ นของโนราใหญ่ หรื อ นายโรงมักทาด้วยผ้าแล้วร้อยลูกปั ดทาบ เป็ นลวดลาย ทื่ทาเป็ นผ้า ๓ แถบ คล้ายชาย ไหวล้อมด้วยชายแครงก็มี ถ้าเป็ นของนางรา อาจใช้ผา้ พื้นสี ต่าง ๆ สาหรับคาดห้อยเช่น เดียวกับชายไหว ๙. กาไล กาไลของโนรามัก ทาด้วยทองเหลือง ทาเป็ น วงแหวน ใช้สวมมือ และเท้าข้างละหลาย ๆ วง เช่นแขนแต่ละ ข้าง อาจสวม ๕-๑๐ วงซ้อนกัน เพื่อเวลา ปรับเปลี่ยนท่าจะได้มีเสี ยงดังเป็ นจังหวะเร้า ใจยิง่ ขึ้น ๑๒. เทริด(อ่านว่าเซิด) เป็ นเครื่ องประดับศรี ษะของตัวนายโรงหรื อโนราใหญ่หรื อตัวยืนเครื่ อง ( โบราณไม่นิยม ให้นางราใช้) ทาเป็ นรู ปมงกุฎเตี้ย มีกรอบหน้า มีดา้ ยมงคลประกอบ ๒. ปี กนกแอ่น หรื อ ปี กเหน่ง มักทาด้วยแผ่นเงินเป็ นรู ปคล้ายนก นางแอ่นกาลังกางปี ก ใช้สาหรับ โนราใหญ่หรื อตัวยืน เครื่ องสวมติดกับสังวาลย์อยูท่ ี่ระดับเหนือสะเอวด้าน ซ้ายและ ขวา คล้ายตาบทิศของละคร ๔. ซับ ทรวง หรื อทับทรวง หรื อตาบ สาหรับสวมห้อยไว้ตรง ทรวงอก นิยมทาด้วยแผ่นเงินเป็ นรู ปคล้ายขนม เปี ยกปูนสลักเป็ นลวดลาย และอาจฝังเพชรพลอย เป็ นดอกดวงหรื ออาจร้อยด้วยลูกปั ด นิยมใช้ เฉพาะตัวโนราใหญ่หรื อตัวยืนเครื่ อง ตัวนางไม่ ใช้ซบั ทรวง ๕. กาไล ต้ นแขนและปลายแขน เป็ นกาไลสวมต้นแขน เพื่อ ขบรัดกล้ามเนื้อให้ดูทะมัดทะแมงและเพิ่มให้สง่า งามยิง่ ขึ้น ๑๑.บอกว่าแท้จริ งแล้วเป็ นหลานของพระยาสาย ฟ้ าฟาด พระยาสายฟ้ าฟาดจึงรับโนราไว้ ในราชสานักและให้สิทธิแต่งกายเหมือนกษัตริ ยท์ ุก ประการ เครื่องแต่ งกายของโนรา ประกอบด้ วยสิ่ งสาคัญต่ อ ไปนี้ ๑. หน้ า เพลา เหน็บเพลา หนับเพลา ก็วา่ คือ สนับเพลา สาหรับ สวมแล้วนุ่งผ้าทับ ปลายขาใช้ลูกปั ดร้อย ทับหรื อร้อยแล้ว ทาบ ทาเป็ นลวดลายดอกดวง เช่น ลายกรวยเชิงรักร้อย ๘.เครื่องลูกปัด เครื่ องลูกปัดจะร้อยด้วยลูกปั ดสี เป็ นลายมีดอกดวง ใช้สาหรับสวมลาตัวท่อนบนแทนแขนเสื้ อ ประกอบ ด้วยชิ้นสาคัญ ๕ ชิ้น คือ บ่ า สาหรับสวมทับบน บ่าซ้าย-ขวา รวม ๒ ชิ้น ปิ้ งคอ สาหรับสวม ห้อยคอหน้า-หลัง คล้ายกรองคอ รวม ๒ ชิ้น พานอก ร้อยลูกปั ดเป็ นรู ปสี่ เหลี่ยมผืนผ้า ใช้พนั รอบตัวตรงระดับอก บางถิ่นเรี ยกว่า "พานโครง" บางถิ่นเรี ยกว่า "รอบอก " เครื่ องลูกปั ดนี้ใช้เหมือนกันทั้งตัวยืน และตัวนาง(รา) แต่มีช่วงหนึ่งที่ คณะชาตรี ในมณฑลศรี ธรรมราชใช้อินทรธนู ซับทรวง(ทับทรวง) ปี กเหน่ง แทนเครื่ องลูก ปั ดสาหรับตัวยืนเครื่ อง ๓. เล็บ เป็ นเครื่ องสวมนิ้ว มือให้โค้งงาม คล้ายเล็บกินนร กินรี ทาด้วยทอง เหลืองหรื อเงิน อาจต่อปลายด้วยหวายที่มีลูก ปั ดร้อย สอดสี ไว้พองาม นิยมสวมมือละ นิ้ว (ยกเว้นหัวแม่มือ) . ผ้านุ่ง เป็ นผ้ายาวสี่ เหลี่ยมผืนผ้า นุ่ง ทับชายแล้วรั้งไปเหน็บไว้ขา้ งหลัง ปล่อยปลาย ชายให้หอ้ ยลงเช่นเดียวกับหางกระเบนเรี ยกปลาย ชายที่พบั แล้วห้อยลงนี้วา่ "หางหงส์ " (แต่ชาวบ้านส่วน มากเรี ยกปี กว่า หาง หงส์) การนุ่งผ้าของโนราจะรั้งสูงและ รัดรู ปแน่นกว่านุ่งโจงกระเบน ๗. ปี ก หรื อที่ชาวบ้าน เรี ยกว่า หางหรื อหางหงส์ นิยมทาด้วยเขาควาย หรื อโลหะเป็ นรู ปคล้ายปี กนก ๑ คู่ ซ้าย ขวา ประกอบกัน ปลายปี กเชิดงอนขึ้นและผูกรวมกัน ไว้ มีพทู่ าด้วยด้ายสี ติดไว้ เหนือปลาย ปี ก ใช้ลูกปั ดร้อยห้อยเป็ นดอกดวงรายตลอด ทั้งข้างซ้าย และขวาให้ดูคล้ายขนของนก ใช้สาหรับสวมคาดทับผ้านุ่งตรงระดับ สะเอว ปล่อย ปลายปี กยืน่ ไปด้านหลังคล้ายหางกินรี ๖.

เครื่ องแต่ง กายโนราตามรายการที่ ๑ ถึงที่ ๑๒ รวม เรี ยกว่า "เครื่ องใหญ่" เป็ นเครื่ องแต่งกายของ ตัวยืนเครื่ องหรื อโนราใหญ่ ส่วนเครื่ องแต่งกายของ ตัวนางหรื อนางรา เรี ยกว่า "เครื่ องนาง" จะ ตัดเครื่ องแต่งกายออก ๔ อย่าง คือ เทริ ด (ใช้ ผ้าแถบสี สดหรื อผ้าเช็ดหน้าคาดรัดแทน) กาไลต้นแขน ซับทรวง และปี ก นกแอ่น (ปั จจุบนั นางราทุกคนนิยมสวมเทริ ดด้วย) ๑๓. ปี่ เป็ นเครื่ องเป่ าเพียงชิ้นเดียวของวง นิยมใช้ปี่ใน หรื อ บางคณะอาจใช้ปี่นอก ใช้เพียง ๑ เลา ปี่ มีวธิ ีเป่ าที่คล้ายคลึงกับขลุ่ย ปี่ มี ๗ รู แต่สามารถกาเนิดเสี ยงได้ ถึง ๒๑ เสี ยงซึ่งคล้ายคลึงกับเสี ยงพูด มากที่สุด . หน้ าทาสี เป็ นหน้ากากของตัวตลกหญิง ทาเป็ น หน้าผูห้ ญิง มักทาสี ขาวหรื อสี เนื้อ เครื่องดนตรี เครื่ องดนตรี ของโนรา ส่วนใหญ่เป็ นเครื่ อง ตีให้จงั หวะ ๑. กลอง เป็ นกลองทัดขนาดเล็ก (โตกว่ากลองของหนังตะลุงเล็กน้อย) ๑ ใบทาหน้าที่เสริ มเน้นจังหวะและล้อเสี ยงทับ ๓. หน้ าพราน เป็ นหน้ากากสาหรับตัว "พราน" ซึ่ง เป็ นตัวตลก ใช้ไม้แกะเป็ นรู ปใบหน้า ไม่ มีส่วนที่เป็ นคาง ทาจมูกยืน่ ยาว ปลายจมูก งุม้ เล็กน้อย เจาะรู ตรงส่วนทื่เป็ นตาดา ให้ผสู ้ วมมองเห็นได้ถนัด ทาสี แดงทั้งหมด เว้นแต่ส่วนที่เป็ น ฟันทาด้วยโลหะสี ขาว หรื อทาสี ขาว หรื ออาจเลี่ยมฟัน (มีเฉพาะ ฟัน บน) ส่วนบนต่อจากหน้าผากใช้ขนเป็ ด สี ขาวติดทาบไว้ต่างผมหงอก ๑๔. ทับ (โทนหรื อทับโนรา) เป็ นคู่ เสียงต่างกันเล็กน้อย ใช้คนตีเพียงคนเดียว เป็ นเครื่ องตีที่สาคัญที่สุด เพราะทาหน้าที่ คุมจังหวะและเป็ นตัวนาในการเปลี่ยนจังหวะทานอง (แต่จะต้องเปลี่ยนตามผูร้ า ไม่ใช่ผรู ้ า เปลี่ยน จังหวะลีลาตามดนตรี ผูท้ าหน้าที่ตีทบั จึงต้องนัง่ ให้มอง เห็นผูร้ าตลอดเวลา และต้องรู ้เชิง ของผูร้ า) ๒.

โหม่ ง คือ ฆ้องคู่ เสียงต่างกันที่เสียงแหลม เรี ยกว่า "เสียงโหม้ง" ที่เสียงทุม้ เรี ยกว่า "เสี ยงหมุ่ง" หรื อ บางครั้งอาจจะเรี ยกว่าลูกเอกและลูก ทุม้ ซึ่งมีเสี ยงแตกต่างกันเป็ น คู่แปดแต่ด้ งั เดิมแล้วจะใช้คหู่ า้ ๕.๔. แตระ หรื อ แกระ คือ กรับ มี ทั้งกรับอันเดียวที่ใช้ตีกระทบกับรางโหม่ง หรื อกรับคู่ และมีที่ร้อยเป็ นพวงอย่างกรับพวง หรื อใช้เรี ยวไม้หรื อลวด เหล็กหลาย ๆ อันมัดเข้าด้วยกันตีให้ปลายกระทบกัน . ฉิ่ง หล่อด้วยโลหะหนารูปฝาชีมีรูตรงกลางสาหรับร้อยเชือก สารับนึงมี ๒ อัน เรี ยกว่า ๑ คู่เป็ นเครื่ องตีเสริ มแต่งและเน้นจังหวะ ซึ่งการตีจะแตกต่างกับการตีฉิ่ง ในการกากับจังหวะของดนตรี ไทย ๖.

รู ้ถึงคุณค่าของมโนราห์ 2.รู ้ถึงความสวยงามของชุดมโนราห์ 3.บทที4 ่ ึ ษา ผลการศก 1.รู ้ถึงเครือ ่ งดนตรีประกอบการแสดงมโนราห์ บทสรุป การนาเสนอโครงงานเรือ ่ ง มโนราห์ ทาให ้ผู ้สนใจรู ้ถึงคุณค่าของ ิ ปะวัฒนธรรมของภาคใต ้ทีม ศล ่ เี อกลักษณ์เฉพาะ ้ และหนั กแน่น มีความงดงามอ่อนชอย .

เพือ ่ อนุรักษ์ ศล .เพือ ่ ศก ่ งแต่งกายและเครือ ่ งดนตรีของมโนราห์ 3.บทที5 ่ ประโยชน์และข้อเสนอแนะจากการทาโครงงาน 1.เพือ ่ เสนอการแสดงมโนราห์ ึ ษาถึงเครือ 2.เพือ ่ เสนอผลงานการแสดงมโนราห์ ิ ปะการแสดงมโนราห์ของภาคใต ้ 4.

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful