You are on page 1of 8

ในหลวงของเรา

เม่ ือทรงพระเยาว์
1.ทรงพระราชสมภพเวลา 08.45 น.
2.นายแพทย์ผท ู้ ำาคลอดช่ ือ ดับลิว สจ๊วต วิตมอร์ ทรงมีน้ำา
หนักแรกประสูติ 6 ปอนด์
3.พระนาม "ภูมิพล" ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จ
พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 7
4.พระยศเม่ ือแรกประสูติ คือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า
ภูมิพลอดุลยเดช
5.ทรงมีช่ือเล่น ว่า เล็ก หรือ พระองค์เล็ก
6.ทรงเคยเป็ นศิษย์เก่าโรงเรียนมาแตร์เดอี เพราะช่วงพระ
ชนมายุ 5 พรรษา ทรงเคยเข้าเรียนท่ีโรงเรียนแห่งนี้ 1 ปี มีพระนามในใบลง
ทะเบียนว่า "H.H Bhummibol Mahidol"หมายเลขประจำาตัว 449
7.ทรงเรียกสมเด็จพระราชชนนีหรือสมเด็จย่า อย่างธรรมดา
ว่า "แม่"
8.สมัยทรงพระเยาว์ ทรงได้ค่าขนม อาทิตย์ละครัง้
9.แม้จะได้เงินค่าขนมทุกอาทิตย์ แต่ยังทรงรับจ้างเก็บผักผล
ไม้ไปขาย เม่ ือได้เงินมาก็นำาไปซ้ือเมล็ดผักมาปลูกเพ่ิม
10.สมัยพระเยาว์ทรงเลีย ้ งสัตว์หลายชนิดทัง้สุนัข กระต่าย
ไก่ นกขุนทอง ลิง แม้แต่งูก็เคยเลีย ้ ง ครัง้หน่ ึงงูตายไปก็มพ
ี ิธีฝังศพอย่างใหญ่
โต
11.สุนัขตัวแรกท่ีทรงเลีย ้ งสมัยทรงพระเยาว์เป็ นสุนัขไทย
ทรงตัง้ช่ ือให้ว่า"บ๊อบบี้"
12.ทรงฉลองพระเนตร(แว่นสายตา)ตัง้แต่พระชันษายังไม่
เต็ม 10 ขวบ เพราะครูประจำาชัน ้ สังเกตเห็นว่าเวลาจะทรงจดอะไรจาก
กระดานดำาพระองค์ต้องลุกขึ้นบ่อยๆ
13.สมัยพระเยาว์ทรงซนบ้าง หากสมเด็จย่าจะลงโทษ จะ
เจรจากันก่อนว่า โทษนีค ้ วรตีก่ท
ี ี ในหลวงจะทรงต่อรองว่า 3 ที มากเกินไป
2 ทีพอแล้ว
14.ระหว่างประทับอยู่ สวิตเซอร์แลนด์นัน ้ ระหว่างพ่ีน้องจะ
ทรงใช้ภาษาฝรัง่เศส แต่จะใช้ภาษาไทยกับสมเด็จย่าเสมอ
15.ทรงได้รับการอบรมให้รู้จัก "การให้" โดยสมเด็จย่าจะ
ทรงตัง้กระป๋ องออมสินเรียกว่า "กระป๋ องคนจน" เอาไว้ หากทรงนำาเงินไป
ทำากิจกรรมแล้วมีกำาไร จะต้องถูก "เก็บภาษี" หยอดใส่กระปุกนี้ 10% ทุก
สิน้ เดือนสมเด็จย่าจะเรียกประชุมเพ่ อื ถามว่าจะเอาเงินในกระป๋ องนีไ้ปทำาอะไร
เช่น มอบให้โรงเรียนตาบอด มอบให้เด็กกำาพร้า หรือทำากิจกรรมเพ่ ือคน
ยากจน
16.ครัง้หน่ ึง ในหลวงกราบทูลสมเด็จย่าว่าอยากได้รถ
จักรยาน เพราะเพ่ ือนคนอ่ ืนๆ เขามีจักรยานกัน สมเด็จย่าก็ตอบว่า "ลูกอยาก
ได้จักรยาน ลูกก็ต้องเก็บค่าขนมไว้สิ หยอดกระป๋ องวันละเหรียญ ได้มาก
ค่อยเอาไปซ้ือจักรยาน"
17.กล้องถ่ายรูปกล้องแรกของในหลวง คือ Coconet
Midget ทรงซ้ือด้วยเงินสะสมส่วนพระองค์ เม่ ือพระชนม์เพียง 8 พรรษา
18.ช่วงเกิดสงครามโลกครัง้ท่ี 2 ทรงปั่ นจักรยานไป
โรงเรียนแทนรถพระท่ีนัง่
พระอัจฉริยภาพ
19. พระอัจฉริยภาพของในหลวง มีพ้น ื ฐานมาจาก "การ
เล่น" สมัยทรงพระเยาว์ เพราะหากอยากได้ของเล่นอะไรต้องทรงเก็บสตางค์
ซ้ือเอง หรือ ประดิษฐ์เอง ทรงเคยหุ้นค่าขนมกับพระเชษฐา ซ้ือชิน ้ ส่วนวิทยุ
ทีละชิน ้ ๆ แล้วเอามาประกอบเองเป็ นวิทยุ แล้วแบ่งกันฟั ง
20.สมเด็จย่าทรงสอนให้ในหลวงรู้จักการใช้แผนท่ีและ
ภูมิประเทศของไทย โดยโปรดเกล้าฯให้โรงเรียนเพาะช่างทำาแผนท่ี
ประเทศไทยเป็ นรูปตัวต่อ เล่ ือยเป็ นชิน้ ส่ีเหล่ียมเล็กๆเพ่ ือให้ทรงเล่นเป็ นจิก

ซอว์
21.ในหลวงทรงเคร่ ืองดนตรีได้หลายชนิด เช่น เปี ยโน
กีตาร์ แซกโซโฟน แต่รู้หรือไม่ว่าเคร่ ืองดนตรีชิน ้ แรกท่ีทรงหัดเล่นคือ หีบ
เพลง (แอกคอร์เดียน)
22.ทรงสนพระทัยดนตรีอย่างจริงจังราวพระชนม์ 14-15
พรรษา ทรงซ้ือแซกโซโฟนมือสองราคา 300 ฟรังก์มาหัดเล่น โดยใช้เงิน
สะสมส่วนพระองค์คร่ ึงหน่ ึง และอีกคร่ ึงหน่ ึงสมเด็จย่าออกให้
23.ครูสอนดนตรีให้ในหลวง ช่ ือ เวย์เบรชท์ เป็ นชาว อัล
ซาส
24.ทรงพระราชนิพนธ์พลงครัง้แรก เม่ ือพระชนมพรรษา
18 พรรษา เพลงพระราชนิพนธ์แรกคือ "แสงเทียน" จนถึงปั จจุบันพระราช
นิพนธ์เพลงไว้ทัง้หมด 48 เพลง
25.ทรงพระราชนิพนธ์เพลงได้ทุกแห่ง บางครัง้ไม่จำาเป็ น
ต้องใช้เคร่ ืองดนตรีช่วย อย่างครัง้หน่ ึงทรงเกิดแรงบันดาลพระทัย ทรงฉวย
ซองจดหมายตีเส้น 5 เส้นแล้วเขียนโน้ตทำานองเพลงขึ้นเด๋ียวนัน ้ กลายเป็ น
เพลง "เราสู้"
26. รู้ไหม...? ทรงมีพระอุปนิสัยสนใจการถ่ายภาพเหมือน
ใคร : เหมือนสมเด็จย่า และ รัชกาลท่5 ี
27. นอกจากทรงโปรดการถ่ายภาพแล้ว ยังสนพระทัยการ
ถ่ายภาพยนตร์ด้วย ทรงเคยนำาภาพยนตร์ส่วนพระองค์ออกฉายแล้วนำาเงิน
รายได้มาสร้างอาคารสภากาชาดไทย ท่ี รพ.จุฬาฯ โรงพยาบาลภูมิพล รวมทัง้
ใช้ในโครงการโรคโปลิโอและโรคเร้ือนด้วย
28. ทรงพระราชนิพนธ์เร่ ือง "นายอินทร์" และ "ติโต" ทรง
เขียนด้วยลายพระหัตถ์ แล้วให้เสมียนพิมพ์ แต่ "พระมหาชนก" ทรงพิมพ์ลง
ในเคร่ ืองคอมพิวเตอร์
29. ทรงเล่นกีฬาได้หลายชนิด แต่กีฬาท่ท ี รงโปรดเป็ น
พิเศษได้แก่ แบดมินตัน สกี และ เรือใบ ทรงเคยได้เหรียญทองจากการ
แข่งขันเรือใบประเภทโอเค ในกีฬาแหลมทอง(ต่อมาเปล่ียนช่ ือเป็ น"กีฬา
ซีเกมส์") ครัง้ท่ี 4 ปี พ.ศ.2510
30. ครัง้หน่ ึง ทรงเรือใบออกจากฝั่ งไปได้ไม่นานก็ทรงแล่น
กลับฝั่ ง และตรัสกับผู้ท่ีคอยมาเฝ้ าฯว่า เสด็จฯกลับเข้าฝั่ งเพราะเรือแล่นไป
โดนทุ่นเข้า ซ่ ึงในกติกาการแข่งเรือใบถือว่าฟาวส์ ทัง้ๆท่ีไม่มีใครเห็น แสดง
ให้เห็นว่าทรงยึดกติกามากแค่ไหน
31. ทรงเป็ นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกท่ีได้รับ
สิทธิบัตรผลงานประดิษฐ ์คิดค้นเคร่ ืองกลเติมอากาศท่ีผิวน้ำาหมุนช้าแบบทุ่ม
ลอย หรือ "กังหันชัยพัฒนา" เม่ ือปี 2536
33. ทรงเป็ นผู้ริเร่ิมการพัฒนาเช้ือเพลิงน้ำามันจากวัสดุ
การเกษตรเพ่ ือใช้เป็ นพลังงานทดแทน เช่น แก๊สโซฮอล์,ดีโซฮอลล์ และ
น้ำามันปาล์มบริสุทธิ ต์่อเน่ ืองเป็ นเวลากว่า20 ปี แล้ว
34. องค์การสหประชาชาติ ได้ถวายรางวัลความสำาเร็จสูงสุด
ด้านการพัฒนามนุษย์ แด่ในหลวงเม่ ือ วันท่ี 26 พฤษภาคม 2549 เพ่ ือ
สดุดพ ี ระเกียรติคุณพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาชีวิตความเป็ นอยู่ของ
ประชาชนชาวไทย โดยมี นายโคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ เดินทาง
มาถวายรางวัลด้วยตนเอง
เร่ อ
ื งส่วนพระองค์
35. พระนามเต็มของในหลวง : พระบาทสมเด็จพระปรมิ
นทรา มหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามิ
นทราธิราช บรมนาถบพิตร
36. รักแรกพบ ของในหลวงและหม่อมสิริกิติเ์กิดขึ้นท่ี
สวิสเซอร์แลนด์ แต่เหตุการณ์ครัง้นัน ้ สมเด็จพระบรมราชินีนาถฯทรงให้
สัมภาษณ์ว่า"น่าจะเป็ น เกลียดแรกพบ มากกว่ารักแรกพบ เน่ ืองเพราะรับสัง่
ว่าจะเสด็จถึงเวลาบ่าย 4 โมง แต่จริงๆแล้วเสด็จมาถึงหน่ ึงทุ่ม ช้ากว่าเวลานัด
หมายตัง้สามชัว่โมง
37. ทรงหมัน ้ กับ ม.ร.ว.สิริกิติ ก ์ ิ ติยากรเม่
19 ือวันท่ี
กรกฎาคม 2492 และจัดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ท่ีวังสระปทุม เม่ ือวัน
ท่ี 28 เมษายน 2493 โดยทรงจดทะเบียนสมรสเหมือนคนทัว่ไป ข้อความ
ในสมุดทะเบียนก็เหมือนคนทัว่ไปทุกอย่าง ปิ ดอากรแสตมป์ 10 สตางค์
เสียค่าธรรมเนียม 10 บาท
37. หลังอภิเษกสมรส ทรง"ฮันนีมูน"ท่ีหัวหิน
38. ทรงผนวช ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ใน
พระบรมมหาราชวัง เม่ ือวันท่ี 22 ตุลาคม 2499 และประทับจำาพรรษา ณ
วัดบวรนิเวศวิหาร เป็ นเวลา 15 วัน
39. ระหว่างทรงผนวช พระอุปัชฌาย์และพระพ่ีเลีย ้ ง คือ
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
40. ของใช้ส่วนพระองค์นัน ้ ไม่จำาเป็ นต้องแพงหรือต้องแบ
รนด์เนม ดังนัน ้ การถวายของให้ในหลวงจึงไม่จำาเป็ นจะต้องเป็ นของแพง
อะไรท่ีมาจากน้ำาใจจะทรงใช้ทัง้นัน้
41. เคร่ ืองประดับ : ในหลวงไม่ทรงโปรดสวมเคร่ ืองประดับ
เช่น แหวน สร้อยคอ ของมีค่าต่างๆ ยกเว้น นาฬิกา
42. พระเกศาท่ท ี รงตัดแล้ว : ส่วนหน่ ึงเก็บไว้ท่ีธงชัยเฉลิม
พลเพ่ ือมอบแก่ทหาร อีกส่วนหน่ ึงเก็บไว้สร้างวัตถุมงคล เพ่ อ ื มอบแก่ราษฎร
ท่ที ำาคุณงามความดีแก่ประเทศชาติ
43. หลอดยาสีพระทนต์ ทรงใช้จนแบนราบเรียบคล้ายแผ่น
กระดาษ โดยเฉพาะบริเวณคอหลอด ยังปรากฏรอยบุ๋มลึกลงไปจนถึงเกลียว
คอหลอด ซ่ ึงเป็ นผลจากการใช้ด้ามแปรงสีพระทนต์ช่วยรีด และ กดเป็ นรอย
บุ๋ม
44. วันท่ีในหลวงเสียใจท่ีสด ุ คือวันท่ีสมเด็จย่าเสด็จ
สวรรคต มีหนังสือเล่าไว้ว่า วันนัน ้ ในหลวงไปเฝ้ า แม่ถึงตีส่ีตีห้า พอแม่หลับ
จึงเสด็จฯกลับ เม่ ือถึงวัง ทางโรงพยาบาลก็โทรศัพท์มาแจ้งว่า สมเด็จย่า
สิน้ พระชนม์แล้ว ในหลวงรีบกลับไปท่ีโรงพยาบาล เห็นแม่นอนหลับตาอยุ่
บนเตียง ในหลวงคุกเข่าเข้าไปกราบท่ีอกแม่ ซบหน้าน่ิงอยู่นาน ค่อยๆเงย
พระพักตร์ขึ้นมาน้ำาพระเนตรไหลนอง
งานของในหลวง
45. โครงการอันเน่ ืองมาจากพระราชดำาริ จนถึงปั จจุบนมี
จำานวนกว่า 3,000 โครงการ
46. ทุกครัง้ท่ีเสด็จฯไปยังสถานต่างๆจะทรงมีส่ิงของประจำา
พระองค์อยู่ 3 ส่ิง คือ แผนท่ีซ่ึงทรงทำาขึ้นเอง(ตัดต่อเอง ปะกาวเอง) กล้อง
ถ่ายรูป และดินสอท่ีมียางลบ
47.ในหลวงทรงงานด้วยพระองค์เองทุกอย่างแม้กระทัง่การ
โรเนียวกระดาษท่ีจะนำามาให้ขา้ ราชการท่เี ข้าเฝ้ าฯถวายงาน
48. เก็บร่ม : ครัง้หน่ ึงเม่ ือในหลวงเสด็จฯเย่ียมโครงการ
ห้วยสัตว์ใหญ่ เม่ ือเฮลิคอปเตอร์พระท่ีนัง่มาถึง ปรากฏว่าฝนตกลงมาอย่าง
หนัก ข้าราชการและราษฎรท่ีเข้าแถวรอรับเปี ยกฝนกันทุกคน เม่ ือทรงเห็น
ดังนัน้ จึงมีรับสัง่ให้องครักษ์เก็บร่ม แล้วทรงเย่ียมข้าราชการและราษฎรทัง้
กลางสายฝน
49. ทรงศึกษาลักษณะอากาศทุกวัน โดยใช้ข้อมูลท่ีกรม
อุตุนิยมวิทยานำาขึ้นทูลเกล้าฯ ร่วมกับข้อมูลจากต่างประเทศท่ีหามาเอง เพ่ ือ
ป้ องกันภัยธรรมชาติท่ีอาจก่อความเสียหายแก่ประชาชน
50. โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เร่ิมต้นขึ้นจากเงิน
ส่วนพระองค์จำานวน 32,866.73 บาท ซ่ ึงได้จากการขายหนังสือดนตรีท่ี
พระเจนดุริยางค์ จากการขายนมวัว ก็ค่อยๆเติบโตเป็ นโครงการพัฒนามาจน
เป็ นอย่างท่ีเราเห้นกันทุกวันนี้
51. เวลามีพระราชอาคันตุกะเสด็จมาเย่ย ี มชมโครงการฯ
สวนจิตรลดา ในหลวงจะเสด็จฯลงมาอธิบายด้วยพระองค์เอง เน่ ืองจากทรงรู้
ทุกรายละเอียด
52. ม.ร.ว.คึกฤทธิ ป ์ ราโมชกราบบัง
เหน่ ือยทรงท้อบ้างหรือไม่ ในหลวงตอบว่า "ความจริงมันน่าท้อถอยอยู่หรอก
บางเร่ ืองมันน่าท้อถอย แต่ว่าฉันท้อไม่ได้ เพราะเดิมพันของเรานัน ้ สูงเหลือ
เกิน เดิมพันของเรานัน ้ คือบ้านเมือง คือความสุขของคนไทยทัว่ประเทศ
53. ทรงนึกถึงแต่ประชาชน แม้กระทัง่วันท่พ ี ระองค์ทรง
กำาลังจะเข้าห้องผ่าตัดกระดูกสันหลังในอีก 5 ชัว่โมง (20 กรกฎาคม
2549) ยังทรงรับสัง่ให้ข้าราชบริพารไปติดตัง้คอมพิวเตอร์เดินสายออนไลน์
ไว้ เพราะกำาลังมีพายุเข้าประเทศ พระองค์จะได้มอนิเตอร์ เผ่ ือน้ำาท่วมจะได้
ช่วยเหลือทัน
ของทรงโปรด
54. อาหารทรงโปรด : โปรดผัดผักทุกชนิด เช่น ผัดคะน้า
ผัดถัว่งอก ผัดถัว่ลันเตา
55. ผักท่ีไม่โปรด : ผักชี ต้นหอม และตังฉ่าย
56. ทรงเสวย ข้าวกล้อง เป็ นพระกระยาหารหลัก
57. ไม่เสวยปลานิล เพราะทรงเป็ นผู้เลีย ้ งปลานิลคนแรกใน
ประเทศไทย โดยใช้สระว่ายน้ำาในพระตำาหนักสวนจิตรลดาเป็ นบ่อเลีย ้ ง แล้ว
แจกจ่ายพันธุ์ไปให้กรมประมง
58. เคร่ ืองด่ ืมทรงโปรด : โปรดโอวัลตินเป็ นพิเศษ เคยเสวย
วันหน่ ึงหลายครัง้
59. ทีวีช่องโปรด ทรงโปรดข่าวช่องฝรัง่เศส ของยูบีซี เพ่ อ ื
ทรงรับฟั งข่าวสารจากทัว่โลก
60. ทรงฟั ง จส.100 และเคยโทรศัพท์ไปรายงาน
สถานการณ์ต่างๆใน กทม.ไปที ่ จส.100 ด้วย โดยใช้พระนามแฝง
61. หนังสือท่ีในหลวงอ่าน : ตอนเช้าต่ ืนบรรทม ในหลวง
จะเปิ ดดูหนังสือพิมพ์รายวันทัง้ไทยและเทศ ทุกฉบับ และก่อนเข้านอนจะ
ทรงอ่านนิตยสารไทม์ส นิวสวีก เอเชียวีก ฯลฯ ท่ีมีขา่ วทัว่ทุกมุมโลก
62. ร้านตัดเส้ือของในหลวง คือ ร้านยูไลย เจ้าของช่ ือ ยูไลย
ลาภประเสริฐ ถวายงานตัดเส้ือในหลวงมาตัง้แต่ปี 2501 เม่ ือนายยูไลยเสีย
ชีวิต ก็มี ลูกชาย นายสมภพ ลาภประเสริฐ มาถวายงานต่อ จนถึงตอนนีก ้ ็
เกือบ 50 ปี แล้ว
63. ห้องทรงงานของในหลวง อยู่ใกล้ห้องบรรทม บนชัน ้ 8
ของตำาหนักจิตรลดาฯเป็ นห้องเล็กๆ ขนาด 3x4 เมตร ภายในห้องมีวิทยุ
โทรทัศน์ โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เคร่ ืองบันทึกเสียง เคร่ ืองพยากรณ์
แผนท่ี ฯลฯ
64. สุนัขทรงเลีย ้ ง นอกจากคุณทองแดง สุวรรณชาด สุนัข
ประจำารัชกาล ท่ป ี ั จจุบันอยู่ท่ีพระราชวังไกลกังวล แล้ว ยังมีสุนัขทรงเลีย
้ งอีก
33 ตัว
รูห
้ รือไม่ ?
65. ในหลวง เกิดจากคำาท่ช ี าวเหนือใช้เรียกพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว ว่า "นายหลวง" ภายหลังจึงเปล่ียนเป็ น ในหลวง
66. ทรงเช่ียวชาญถึง 6 ภาษา คือ ไทย ละติน ฝรัง่เศส
อังกฤษ เยอรมัน และ สเปน
67. อาชีพของในหลวง เม่ ือผู้แทนพระองค์ไปติดต่อเอกสาร
สำาคัญใดๆทรงโปรดให้กรอกในช่อง อาชีพ ของพระองค์ว่า "ทำาราชการ"
68. ในหลวงทรงพระเนตรเทียมข้างขวา เป็ นผลจาก
อุบัติเหตุทางรถยนต์ท่ีเมืองโลซานน์ สวิตเซอร์แลนด์ รถพระท่ีนัง่ชนกับรถ
บรรทุกอย่างแรง ทำาให้เศษกระจกเข้าพระเนตรข้างขวา ตอนนัน ้ มีอายุเพียง
20 พรรษา และทรงใช้พระเนตรข้างซ้ายข้างเดียว ในการทำางานบำาบัดทุกข์
บำารุงสุขประชาชนชาวไทยมาตลอดกว่า 60 ปี
69. ครัง้หน่ ึงหนังสือพิมพ์อเมริกันลงข่าวลือเก่ียวกับ
ในหลวงว่า แซกโซโฟนท่ีทรงอยู่เป็ นประจำานัน ้ เป็ นแซกโซโฟนท่ท ี ำาด้วย
ทองคำาเน้ือแท้บริสุทธิ ซ์่ึงได้มีพระราชดำารัสว่า"อันนีไ้ม่จริงเลย สมมติว่าจริงก็
จะหนักมาก ยกไม่ไหวหรอก"
70. ปี หน่ ึงๆ ในหลวงทรงเบิกดินสอแค่ 12 แท่ง ใช้เดือน
ละแท่ง จนกระทัง่กุด
71. หัวใจทรงเต้นไม่ปรกติ ในหลวงเคยประชวรหนักจน
หัวใจเต้นไม่ปกติ เน่ ืองจากติดเช้ือไมโครพลาสม่า ขณะขึ้นเย่ียมราษฎรท่ี
อำาเภอสะเมิงติดต่อกันหลายปี
72. รู้หรือไม่ว่า ในหลวงเป็ นคนประดิษฐ์รูปแบบฟอนต์
ภาษาในคอมพิวเตอร์ท่ีใช้กันอยู่ทุกวันนีอ ้ ย่าง ฟอนต์จิตรลดา ฟอนต์ภูพิงค์
73. ในนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว เน่ ืองในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี จัดขึ้นท่ีอิมแพ็ค
มีประชาชนเข้าชมรวม 6 ล้านคน
74. ในหลวงเร่ิมพระราชทานปริญญาบัตรครัง้แรกเม่ ือปี
พ.ศ.2493 จน 29 ปี ต่อมาจึงมีผู้คำานวณว่าเสด็จพระราชทานปริญญาบัตร
490 ครัง้ ประทับครัง้ละ 3 ชม. ทรงย่ ืนพระหัตถ์พระราชทาน 470,000
ครัง้ น้ำาหนักปริญญาบัตรฉบับละ 3 ขีด รวมน้ำาหนักทัง้หมด 141 ตัน
75. ดอกไม้ประจำาพระองค์ คือ ดอกดาวเรือง
76. สีประจำาพระองค์คือ สีเหลือง
77. นัง่รถหารสอง : ทรงรับสัง่กับข้าราชบริพารเสมอว่า การนัง่รถคนละคันเป็ นการสิน
้ เปลือง จึงให้นัง่รวมกัน
ไม่โปรดให้มีขบวนรถยาวเหยียด
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ มีพระเกษมสำาราญ มีพระพลานมัยแข็งแรงสมบูรณ์ มีพระชนม์ยิ่งยืนนาน เป็ นมิ่งขวัญ
ของปวงชนชาวไทย ตลอดกาลนานเทอญ. ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ... ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ...