การมองอนาคต (Foresight) คื อ กระบวนการคาดการณ์ เ หตุ ก ารณ์ ใ นอนาคตอย่า งเป็ นระบบ

โดยค านึ งถึ ง ปั จจั ย รอบด้ า น
ฯลฯ

เช่ น ด้ า นสั ง คม เศรษฐกิ จ สิ่ งแวดล้ อ ม เทคโนโลยี การเมื อ ง

ที่ เ ป็ น ทั้ ง แ ร ง ผ ลั ก ดั น ใ ห้ เ กิ ด เ ห ตุ ก า ร ณ์ อุ ป ส ร ร ค ขั ด ข ว า ง ไ ม่ ใ ห้ เ กิ ด

แ ล ะ ค ว า ม ไ ม่ แ น่ น อ น ที่ อ า จ พ ลิ ก ผั น ส ถ า น ก า ร ณ์ ไ ด้
โ ด ย ก ร ะ บ ว น ก า ร นี้ เ น้ น ก า ร มี ส่ ว น ร่ ว ม ข อ ง ผู ้ มี ส่ ว น ไ ด้ ส่ ว น เ สี ย แ ล ะ ค ว า ม ก ล้ า ที่ จ ะ
คิดนอกกรอบ ทั้งนี้ การมองอนาคตเป็ นสิ่ งจาเป็ นเนื่ องจากอนาคตเป็ นสิ่ งที่ ไม่แน่ นอน ไม่มีใครทานายได้
และประเด็นซับซ้อนและไม่ชดั เจนทาให้ไม่มีคาตอบที่ถูกต้องเพียงคาตอบเดียว นอกจากนี้ยงั มีผมู ้ ีส่วนเกี่ยวข้อง
เป็ นจานวนมาก และมักมีผลประโยชน์ขดั แย้งกัน การมองอนาคตจึงช่วยให้เข้าใจถึงภาพเหตุการณ์ที่อาจจะเกิด
สามารถนาไปใช้แก้ปัญหาที่แตกต่างไปจากเดิม ซึ่ งวิธีการในการมองอนาคตที่ประยุกต์ใช้ ประกอบด้วย (1)
การเขี ย นภาพอนาคต

(Scenario

writing)

(2)

การส ารวจแบบเดลฟี่ (Delphi

survey)

(3)

การสร้างแผนที่นาทางเทคโนโลยี (Technology road-mapping) ซึ่งมีวธิ ีการดังสรุ ปคือ
1. วิ ธี ก า ร เ ขี ย น ภ า พ อ น า ค ต ( Scenario
เล่ า เรื่ อ งเหตุ ก ารณ์ ที่ เ ป็ นไปได้ใ นอนาคต
มิ ใ ช่ ภ า พ ที่ น่ า จ ะ เ ป็ น

writing)

เ ป็ น ก า ร

ซึ่ งเป็ นการค านึ ง ถึ ง เรื่ อ งที่ เ ป็ นจริ ง ได้ (Plausible)

(Expected)

ห รื อ ที่ ค ว ร จ ะ เ ป็ น ( Preferred)

แ ล ะ เ ป็ น ก า ร ช่ ว ย ส ร้ า ง ค ว า ม เ ข้ า ใ จ เ กี่ ย ว กั บ ป ฏิ สั ม พั น ธ์ ข อ ง แ ร ง ผ ลั ก ดั น ต่ า ง ๆ
ที่นาเราไปสู่ อนาคต และช่วยให้เกิดการเตรี ยมความพร้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความไ
ม่

แ น่ น อ น

เพื่ อ ปรั บ เปลี่ ย นการคุ ก คามให้ เ ป็ นข้ อ ได้ เ ปรี ยบ

( Uncertainties)

โดยในการเขี ย นภาพอนาคตนั้ น

จ ะ ต้ อ ง มี ก า ร ศึ ก ษ า ถึ ง แ น ว โ น้ ม
(Trends) ซึ่ งเป็ นทิศทางของเหตุการณ์ หรื อปรากฎการณ์ที่ต่อเนื่ องและเราพอจะทราบทิศทาง นั้น
และแรงผลัก (Drivers) ซึ่ งเป็ นปั จจัยผลักดันที่มีผลต่ออนาคตและอาจส่ งผลได้ท้ งั ในด้านลบหรื อด้าน
บวก ซึ่งปฏิสัมพันธ์ของแนวโน้มและแรงผลักจะเป็ นกลไกสาคัญในการสร้างภาพอนาคต
2. ก า ร ส า ร ว จ แ บ บ เ ด ล ฟี่ ( Delphi
Corporation
1950

survey)

เ ป็ น วิ ธี ก า ร ที่

RAND

ไ ด้ พั ฒ น า แ ล ะ ใ ช้ แ บ บ ส า ร ว จ เ ด ล ฟี่ ใ น ช่ ว ง ปี

ส าหรั บ การมองอนาคตเทคโนโลยี ท างทหารของประเทศสหรั ฐ อเมริ ก า

ซึ่ งต่ อ มา

แบบสารวจเดลฟี่ ได้ถูกใช้ในการศึกษาแนวโน้มของวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี รวมไปถึงด้านสังค
มและสาธารณสุ ข

นึ่

ซึ่ งวิ ธี การนี้ เป็ นกระบวนการรวบรวมความคิ ด เห็ น ในเรื่ องๆ

ลุ่

ผู ้

ชี่

โยงไปกลุ่มผูเ้ ชี่ยวชาญที่ไม่อยูใ่ นสถานที่เดี่ยวกันขณะให้ความเห็น ทาให้สามารถแสดงความคิดเห็น
ได้อิสระ และไม่ถูกชี้นาโดยความเห็นของใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งความเห็นที่ได้จากการสารวจอาจนา
ไ ป ใ ช้ ใ น ก า ร ถ า ม ซ้ า เ พื่ อ ใ ห้ ผู ้ เ ชี่ ย ว ช า ญ
ได้ทบทวนคาตอบของตนโดยพิจารณาคาตอบของผูเ้ ชี่ ยวชาญท่านอื่น ทั้งนี้ วิธีการสารวจแบบเดลฟี่ เ
ห ม า ะ ส ม กั บ ก า ร พ ย า ก ร ณ์ ห รื อ ม อ ง อ น า ค ต ใ น ก ร ณี ที่
เรื่ องดังกล่าวยังไม่ค่อยมีผศู ้ ึกษาหรื อยังไม่ค่อยมีขอ้ มูล ดังนั้นจึงต้องใช้ความเห็นจากผูเ้ ชี่ ยวชาญซึ่ งเส
นอความเห็ น โดยอิ ส ระ

อย่า งไรก็ ดีวิธี ก ารนี้ มี จุ ดอ่ อนเกี่ ย วกับ การกระตุ ้นให้ก ลุ่ ม ผูเ้ ชี่ ย วชาญ

กระตือรื อร้นที่จะตอบแบบสารวจ รวมถึงต้องใช้ทรัพยากรและเวลามากในการทาการสารวจ
3. ก า ร ส ร้ า ง แ ผ น ที่ น า ท า ง เ ท ค โ น โ ล ยี ( Technology

road-mapping)

เ ป็ น ก า ร ม อ ง ภ า พ อ น า ค ต เ พื่ อ จั ด เ ต รี ย ม โ ค ร ง ส ร้ า ง พื้ น ฐ า น
โดยเป็ นขั้นตอนในการจัดทาในลักษณะของการมองแบบระดับบนลงล่าง (Top-down-projection)
ซึ่ งเริ่ มจาก การมองถึ งอนาคตของตลาดสิ นค้ า ว่ า จะ เปลี่ ยนไปในทิ ศ ทางใดและจะ มี
ผลิตภัณฑ์ใดที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จากนั้นจึงมองในระดับเทคโนโลยีและงานวิจ ั
ย ว่ า จ ะ ต้ อ ง มี ง า น วิ จั ย ใ น ลั ก ษ ณ ะ ใ ด
เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่นาไปสู่ ผลิตภัณฑ์ที่จะมีข้ ึนในอนาคต ซึ่ งจากการคาดการณ์งานวิจยั จะนาไป
สู่ ก า ร ป ร ะ ม า ณ ก า ร เ กี่ ย ว กั บ ก า ร เ ต รี ย ม ค ว า ม
พร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน (นักวิจยั เงินทุน อุปกรณ์และห้องวิจยั ) เพื่อตอบสนองต่อความต้องก
ารเทคโนโลยีต่อไป/....