You are on page 1of 1

1

บทที่ 13 โครงสร้างเงินทุน และการใช้ Leverage


นโยบายเกี่ยวกับโครงสร้างเงินทุนนั้น เป็นการเลือก (Trade-off) ระหว่าง ความเสี่ยงและผลตอบแทน คือ
1. การก่อหนี้เพิ่มขึ้น ความเสี่ยงของผู้ถือหุ้นสูงขึ้น 2. อัตราส่วนหนี้สินสูง ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับสูงตาม 3. High Risk / High Return
โครงสร้างชองเงินทุนมีเป้าหมาย คือ 1. ต้องการทำาให้หุ้นสามัญราคาสูงสุด 2. ต้นทุนของเงินทุน(ต้นทุนตำ่า กำาไรจะสูง) และควบคุม WACC
Operating Leverage คือ การมองที่ต้นทุนคงที่ เช่น การมี Operating Leverage สูง หมายถึง การที่ยอดขายเปลี่ยนแปลงไปเพียงเล็กน้อยจะทำาให้ผลกำาไรจากการดำาเนินงานเปลี่ยนแปลงอย่างมาก
(Operating Leverage สูง ROE สูง เสี่ยงสูง)
ความเสี่ยง (Risk) คือ สิ่งที่เกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้คาดหมาย
ยอดขาย = ต้นทุนรวม EBIT = P.Q – V.Q - F
P = ราคาขายต่อหน่วย O = Q(P–V)-F
Q = หน่วยขาย ณ จุดคุ้มทุน F = Q(P-V)
F = ต้นทุนรวมคงที่ F = Q
V = ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย P-V
ตัวอย่าง F = 10,000 บาท
P = 100 บาท (ราคาขาย – Price)
V = 50 บาท
QBE = F (Quantity at breakeven)
P–V
= 10,000 / (100 – 50) = 10,000 / 50 = 200 หน่วย
SBE = 200 x 100 (Sales at breakeven)
= 20,000 บาท
Profit = F + Profit (ต้องการกำาไร 5,000 บาท)
(ขาย / หน่วย) P–V
= 10,000 + 5,000 / (100 – 50) = 15,000 / 50 = 300 หน่วย
Financial Leverage …การที่บริษัทมีการจัดหาเงินทุนจากหลักทรัพย์ที่ให้ (หรือจ่าย) รายได้ประจำา เช่น หุ้นกู้ พันธบัตร หนี้ระยะยาว และหุ้นบุริมสิทธิ
มูลค่าของบริษัท = กำาไรสุทธิ / ต้นทุนเฉลี่ยของเงินทุน = Net Income / WACC (** โครงสร้างเงินทุนที่เหมาะสม คือ โครงสร้างของเงินทุนที่ทำาให้ราคาตลาดของหุ้นสามัญสูงสุด**)
Trade-off Theory ซึง่ บริษัทจะต้องเลือก(Trade-off)ระหว่าง ประโยชน์ของหนี้สิน (ประโยชน์จากภาษี)กับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และต้นทุนของการล้มละลาย จากความจริงที่ว่า ดอกเบี้ยสามารถนำามาเป็นค่าใช้จ่าย
ในการหักภาษี ทำาให้ต้นทุนของแหล่งเงินทุนจากหนี้สินตำ่ากว่าแหล่งเงินทุนจากส่วนของเจ้าของ หรือมองอีกแง่ก็คือ หนี้สินทำาให้ได้รับผลประโยชน์ในแง่ที่เป็นเกราะป้องกันภาษี (Tax Shelter benefits) แต่หากใช้
เงินทุนจากหนี้สินมากๆ จะทำาให้ EBIT ลดลง และต้นทุนจากการล้มละลายจะสูงขึ้น (ดูกราฟ 13-10 หน้า 517 ใน Text)
Signaling Theory จะเป็นทฤษฎีที่บอกถึงสัญญาณให้ผลู้ งทุนรู้กล่าวคือ บริษัทจะออกหุ้นสามัญเพิ่มก็ต่อเมื่ออนาคตของบริษัทไม่ค่อยจะสู้ดี จึงมีความปรารถนาที่จะกระจายการขาดทุนออกไป แต่ในทางกลับกัน ถ้า
อนาคตของกิจการดี ก็จะไม่ออกหุ้น แต่จะใช้การกู้ยืมแทน ทั้งนีเ้ พื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นสามัญนั่นเอง ในทางบริหาร ควรจะหาเงินทุนจากการกู้ยืมให้ตำ่ากว่า Target เรียกว่า Reserve borrowing capacity
1. Symmetric Information …นักลงทุนรู้ข้อมูลทุกอย่างเหมือนกับผู้บริหาร (ในความเป็นจริงแล้วเป็นไปไม่ได้) 2. Asymmetric Information …ผู้บริหารมีข้อมูลดีกว่านักลงทุน
ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจในเรื่องโครงสร้างเงินทุน
1. ความสมำ่าเสมอของยอดขาย(Sales Stability) 2. โครงสร้างสินทรัพย์ 3. Operating Leverage 4. อัตราการเจริญเติบโต(Growth rate)
5. ความสามารถในการทำากำาไร(Profitability) 6. ภาษี(Taxes) 7. การควบคุม(Control) 8.ทัศนคติผู้บริหาร
9. ทัศนคติเจ้าหนี้ และตัวแทนจัดอันดับ 10. สภาวะตลาด 11. สภาวะภายในบริษัท 12. ความยืดหยุ่นในการจัดหาเงินทุน
Degree of Operating Leverage; DOL
เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลง EBIT EBIT / EBIT
DOL = =
เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของยอดขาย Q / Q
เมื่อ EBIT = Q (P – V) - F
Degree of Financial Leverage; DFL
เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลง EPS EBIT
DOL = =
เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของ EBIT EBIT - I
เมื่อ EBIT = Q (P – V) – F
EPS = [(EBIT - I) (1-T)] / N
เมื่อ N = จำานวนหุ้นสามัญ
Combining Operating and Financial Leverage; DTL = DOL x DFL
เพิ่มเติม ... ต้นทุนของเงินทุนเฉลี่ย (WACC) จะสูงขึ้นเมื่อกำาไรสะสมหมดไป และบริษัทจำาเป็นต้องจำาหน่ายหุ้นสามัญใหม่ การที่ต้นทุนของเงินทุนเฉลี่ยสูงขึ้น เนื่องจากการจำาหน่ายหุ้นสามัญใหม่นี้ ต้องเสียค่าใช้
จ่ายในการจัดจำาหน่าย (Flotation costs) ทำาให้ต้นทุนของหุ้นสามัญ (ke) สูงกว่าต้นทุนของกำาไรสะสม (ks)
แบบฝึกหัดบทที่ 13 : โครงสร้างของเงินทุน และการใช้ Leverage
โจทย์ 13-3 Harley Motor has $10 million in assets, which is financed with $2 million of debt and $8 million in equity. If Harley’s beta is currently 1.2 and its tax rate is 40 percent, what is its unlevered
beta, bU ?
ตอบ FROM HAMADA EQUATION,
bL = bU [ 1 + ( 1 – T ) ( D / E ) ] (we can calculate bU as.)
bu = bL [ 1 + ( 1 – T ) ( D / E ) ] = 1.2 / [ 1 + ( 1 – 0.4 ) ( $2,000,000 / $8,000,000 ) ]
= 1.2 / [ 1 + ( 0.6 ) ( 0.25 ) ] = 1.2 / [ 1 + (0.15 ) ]
= 1.2 / 1.15
bu = 1.0435