ค�ำน�ำ
คณะรัฐมนตรีซึ่งมีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ได้เข้าบริหารราชการแผ่นดิน
ภายหลังจากที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ซึ่งบัดนี้ครบ ๑ ปีแล้ว คณะรัฐมนตรี
จึ ง ได้ จั ด ท� ำ รายงานแสดงผลการด� ำ เนิ น การของคณะรั ฐ มนตรี ต ามแนวนโยบายพื้ น ฐานแห่ ง รั ฐ ฉบั บ นี้ ขึ้ น
อั น เป็ น การด� ำ เนิ น การตามบทบั ญ ญั ติ ข องรั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจั ก รไทย มาตรา ๗๕ ที่ บั ญ ญั ติ ใ ห้
คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องชี้แจงต่อรัฐสภาให้ชัดแจ้งว่าจะด�ำเนินการใด ในระยะเวลาใด
เพือ่ บริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามแนวนโยบายพืน้ ฐานแห่งรัฐ และต้องจัดท�ำรายงานแสดงผลการด�ำเนินการ
รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคเสนอต่อรัฐสภาปีละหนึ่งครั้ง
ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา การบริหารประเทศของคณะรัฐมนตรีได้ด�ำเนินไปตามกรอบของนโยบาย
ที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา ซึ่งแบ่งเป็น ๒ ส่วน ได้แก่ นโยบายเร่งด่วนและนโยบายทั่วไป โดยค�ำนึงถึงพันธกิจของ
คณะรัฐมนตรีที่จะต้องบริหารราชการแผ่นดินให้สอดคล้องและสนองตอบต่อแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๗๗-๘๗
รายงานฉบับนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงผลการด�ำเนินการและการท�ำงานของคณะรัฐมนตรีที่ให้ความส�ำคัญ
และมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของประเทศควบคู่กับการด�ำเนินการตามนโยบายเร่งด่วน รวมทั้ง
ได้วางรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจและสั ง คมไทยให้ เ ข้ ม แข็ ง อย่ า งต่ อ เนื่ อ ง เพื่ อ น� ำพาประเทศไทยก้ า วสู ่
ความเจริญรุ่งเรืองอย่างมั่นคงและยั่งยืน
คณะรัฐมนตรีหวังเป็นอย่างยิง่ ว่า รายงานแสดงผลการด�ำเนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบาย
พืน้ ฐานแห่งรัฐ รัฐบาล นางสาวยิง่ ลักษณ์ ชินวัตร ปีทหี่ นึง่ (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)
ฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ตอ่ สมาชิกรัฐสภาและประชาชนในทุกภาคส่วน ทีจ่ ะได้รบั ทราบผลการบริหารราชการแผ่นดิน
ของคณะรัฐมนตรีในช่วงระยะเวลาหนึง่ ปีทผี่ า่ นมา และเพือ่ ใช้ประโยชน์ในการติดตามผลการด�ำเนินการตามนโยบาย
ของคณะรัฐมนตรีในโอกาสต่อไป
สิงหาคม ๒๕๕๕

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

สารบัญ

หน้า

ค�ำน�ำ

ประกาศพระบรมราชโองการ

บทสรุปส�ำหรับผู้บริหาร

บทน�ำ

ส่วนที่หนึ่ง : ผลการด�ำเนินการตามนโยบายเร่งด่วน

๑๕

ส่วนที่สอง : ผลการด�ำเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ (จ�ำแนกรายมาตรา)

๖๗

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

๖๙

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

๑๑๑

แนวนโยบายด้านศาสนา สังคม การสาธารณสุข การศึกษา และวัฒนธรรม

๑๔๗

แนวนโยบายด้านกฎหมายและการยุติธรรม

๒๑๑

มาตรา ๗๗
มาตรา ๗๘

มาตรา ๗๙ และมาตรา ๘๐

มาตรา ๘๑

แนวนโยบายด้านการต่างประเทศ
มาตรา ๘๒

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

๒๒๕

หน้า

แนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ

๒๗๗

มาตรา ๘๓ และมาตรา ๘๔

แนวนโยบายด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

๔๒๑

แนวนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ ทรัพย์สินทางปัญญา และพลังงาน

๔๔๓

แนวนโยบายด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน

๔๗๕

ภาคผนวก ก

๔๘๙

ภาคผนวก ข

๕๑๓

มาตรา ๘๕
มาตรา ๘๖

มาตรา ๘๗

รายงานผลการด�ำเนินการเกี่ยวกับกฎหมายในช่วงปีที่หนึ่งของรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ค�ำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดท�ำรายงานแสดงผลการด�ำเนินงานของคณะรัฐมนตรี

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ประกาศพระบรมราชโองการ

ประกาศ
พระบรมราชโองการ

ประกาศพระบรมราชโองการ

ประกาศ
แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี
________________________
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแล้ว คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่
ต้องพ้นจากต�ำแหน่ง และประธานสภาผูแ้ ทนราษฎร ได้นำ� ความกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า สภาผูแ้ ทนราษฎรได้ลงมติเมือ่ วันที่
๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้ง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง
ของจ�ำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร
จึ ง ทรงพระราชด� ำ ริ ว ่ า นางสาวยิ่ ง ลั ก ษณ์ ชิ น วั ต ร เป็ น ผู ้ ที่ ส มควรไว้ ว างพระราชหฤทั ย ให้ ด� ำ รงต� ำ แหน่ ง
นายกรัฐมนตรี
อาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา ๑๗๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้ง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีบริหารราชการแผ่นดิน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ เป็นปีที่ ๖๖ ในรัชกาลปัจจุบัน
ผ ู้รับสนองพระบรมราชโองการ
สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์
ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช
๒๕๕๔ แล้ว นั้น
บัดนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรด�ำรงต�ำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการ
แผ่นดินสืบไปแล้ว
อาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา ๑๗๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
เป็นรองนายกรัฐมนตรี
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ

และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
เป็นรองนายกรัฐมนตรี
ร้อยต�ำรวจเอก เฉลิม อยู่บำ� รุง
พลต�ำรวจเอก โกวิท วัฒนะ
เป็นรองนายกรัฐมนตรี
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง
เป็นรองนายกรัฐมนตรี

และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
นายชุมพล ศิลปอาชา
เป็นรองนายกรัฐมนตรี

และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์
เป็นรัฐมนตรีประจ�ำส�ำนักนายกรัฐมนตรี
นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์
เป็นรัฐมนตรีประจ�ำส�ำนักนายกรัฐมนตรี
เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล
เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์
เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์
เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ประกาศพระบรมราชโองการ

ประกาศ
แต่งตั้งรัฐมนตรี
________________________
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ประกาศพระบรมราชโองการ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล
นายสันติ พร้อมพัฒน์
นายธีระ วงศ์สมุทร
นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ
พลอากาศเอก สุกำ� พล สุวรรณทัต
พลต�ำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก
นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์
นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข
นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ
นายพิชัย นริพทะพันธุ์
นายภูมิ สาระผล
นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์
นายชูชาติ หาญสวัสดิ ์
นายฐานิสร์ เทียนทอง
พลต�ำรวจเอก ประชา พรหมนอก
นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์
นางสุกุมล คุณปลื้ม
นายปลอดประสพ สุรัสวดี
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล
นางบุญรื่น ศรีธเรศ
นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล
นายวิทยา บุรณศิริ
นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น
นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล

เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
เป็นรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมัน่ คงของมนุษย์
เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ เป็นปีที่ ๖๖ ในรัชกาลปัจจุบัน
ผ ู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

นายกรัฐมนตรี

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช
๒๕๕๔ และแต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ ๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ นั้น
บัดนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า สมควรปรับปรุงรัฐมนตรีบางต�ำแหน่ง เพื่อความเหมาะสมและบังเกิด
ประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน
อาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา ๑๗๑ และมาตรา ๑๘๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
๑. ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
พลต�ำรวจเอก โกวิท วัฒนะ
รองนายกรัฐมนตรี

พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง
รองนายกรัฐมนตรี

และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์
รัฐมนตรีประจ�ำส�ำนักนายกรัฐมนตรี

พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์
รัฐมนตรีประจ�ำส�ำนักนายกรัฐมนตรี

พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ประกาศพระบรมราชโองการ

ประกาศ
ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี
________________________
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ประกาศพระบรมราชโองการ

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์

นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ

พลอากาศเอก สุก�ำพล สุวรรณทัต

นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์

นายพิชัย นริพทะพันธุ ์

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล

นางบุญรื่น ศรีธเรศ

นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล

นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล

๒. ให้แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง

พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล
นางนลินี ทวีสิน
นายนิวัฒน์ธ�ำรง บุญทรงไพศาล
พลอากาศเอก สุก�ำพล สุวรรณทัต
นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
เป็นรองนายกรัฐมนตรี
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
เป็นรองนายกรัฐมนตรี
เป็นรัฐมนตรีประจ�ำส�ำนักนายกรัฐมนตรี
เป็นรัฐมนตรีประจ�ำส�ำนักนายกรัฐมนตรี
เป็นรัฐมนตรีประจ�ำส�ำนักนายกรัฐมนตรี
เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ ์
นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์
นายสุชาติ ธาดาธ�ำรงเวช
นายศักดา คงเพชร
นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์
หม่อมราชวงศ์พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์

เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๕ เป็นปีที่ ๖๗ ในรัชกาลปัจจุบัน
ผ ู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

นายกรัฐมนตรี

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ประกาศพระบรมราชโองการ

ภาพรวมผลการด�ำเนินการของคณะรัฐมนตรีในช่วงปีแรก
ของรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
รัฐบาลซึ่งมีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีได้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔
ในช่วงทีป่ ระเทศไทยก�ำลังเผชิญกับปัจจัยเสีย่ งและผลกระทบต่าง ๆ ทัง้ จากต่างประเทศ เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลกทีก่ �ำลังชะลอตัว
อันเนื่องมาจากวิกฤตเศรษฐกิจสหภาพยุโรปและปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคต่าง ๆ และจากภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็น
สถานการณ์ทางการเมืองภายในที่ไม่มั่นคง ภาวะสังคมไทยที่มีแนวโน้มอ่อนแอจากปัญหายาเสพติด การทุจริต และการก้าวสู่
สังคมผู้สูงอายุ ภาวะเศรษฐกิจที่ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศลดลงและพึ่งพาการส่งออกสูง รวมทั้งปัญหา
ความเหลื่อมล�้ำทางรายได้ที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านที่ตึงเครียดและการที่ไม่ได้รับ
การยอมรับจากนานาประเทศด้วยสภาวะทางการเมืองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ดังนั้น เมื่อรัฐบาลได้เริ่มบริหารประเทศ
จึงได้มีเจตนารมณ์ที่จะมุ่งน�ำประเทศไปสู่เป้าหมาย ๓ ประการ ได้แก่ ๑) การมีโครงสร้างเศรษฐกิจที่สมดุลและเข้มแข็ง
เพื่อเป็นพื้นฐานส�ำคัญของการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ๒) การก้าวสู่สังคมที่มีความปรองดองสมานฉันท์อยู่บนพื้นฐาน
ของหลักนิติธรรมที่เป็นมาตรฐานสากลเดียวกันอย่างเท่าเทียมกัน ๓) การเป็นประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์ ในปี ๒๕๕๘
เพื่อให้บรรลุเจตนารมณ์และจุดมุ่งหมายดังกล่าวข้างต้น รัฐบาลได้ก�ำหนดนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภาไว้เป็น ๒ ส่วน
ส่วนแรกเป็นนโยบายเร่งด่วน เพื่อสร้างรายได้ ลดค่าใช้จ่าย และขยายโอกาส ซึ่งจะเป็นการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ
สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ประชาชน และแก้ไขปัญหารากฐานที่บั่นทอนการพัฒนาประเทศ ในส่วนที่สองเป็นนโยบายเพื่อการพัฒนา
ประเทศในระยะยาว เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจ การเมือง และสังคม เพื่อให้ประเทศสามารถก้าวไปข้างหน้า
ได้อย่างมัน่ คงและยัง่ ยืน ประกอบด้วย ๗ นโยบายหลัก ซึง่ มีความสอดคล้องกับแนวนโยบายพืน้ ฐานแห่งรัฐทีต่ อ้ งด�ำเนินการตาม
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ จ�ำนวน ๑๑ มาตรา ประกอบด้วย ๑) แนวนโยบายด้านความมัน่ คงของรัฐ
[มาตรา ๗๗] ๒) แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน [มาตรา ๗๘] ๓) แนวนโยบายด้านศาสนา สังคม การสาธารณสุข
การศึกษา และวัฒนธรรม [มาตรา ๗๙ และ ๘๐] ๔) แนวนโยบายด้านกฎหมายและการยุติธรรม [มาตรา ๘๑] ๕) แนวนโยบาย
ด้านการต่างประเทศ [มาตรา ๘๒] ๖) แนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ [มาตรา ๘๓ และ ๘๔] ๗) แนวนโยบายด้านทีด่ นิ ทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม [มาตรา ๘๕] ๘) แนวนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ ทรัพย์สินทางปัญญา และพลังงาน [มาตรา ๘๖] ๙) แนวนโยบาย
ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน [มาตรา ๘๗]
ในระยะต้นของการบริหารประเทศได้เกิดสถานการณ์มหาอุทกภัยซึ่งมีความรุนแรงและยากล�ำบากในการจัดการ
เนื่องจากการบริหารจัดการน�้ำที่ผ่านมาไม่มีระบบที่ชัดเจนและไม่มีประสิทธิภาพ อุทกภัยจึงได้สร้างความเสียหายอย่างมาก
ในวงกว้าง สถานการณ์มหาอุทกภัยไม่เพียงแต่ฉุดรั้งเศรษฐกิจของประเทศเท่านั้น หากแต่ยังท�ำให้การเดินหน้านโยบายเร่งด่วน
และนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลต้องชะงักงันไปด้วย เนื่องจากรัฐบาลจะต้องระดมทรัพยากรทั้งงบประมาณ บุคลากร และเวลา

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

บทสรุปสำ�หรับผู้บริหาร

บทสรุปส�ำหรับผู้บริหาร

บทสรุปสำ�หรับผู้บริหาร

ไปใช้ในการแก้ปญ
ั หาและฟืน้ ฟูประเทศ จึงกล่าวได้วา่ การท�ำงานในช่วง ๔ เดือนแรกของรัฐบาลหมดไปกับการแก้ไขปัญหาอุทกภัย
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสามารถน�ำพาประเทศผ่านพ้นปัญหาและพลิกฟื้นกลับมาได้อย่างรวดเร็ว โดยการด�ำเนินนโยบายต่าง ๆ
ตามที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาโดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วนที่มีก�ำหนดด�ำเนินการในปีแรกได้อย่างครบถ้วน ซึ่งสรุปผลการด�ำเนินการ
ทั้งหมดโดยสังเขปได้ ดังนี้
๑. ผลการด�ำเนินการตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล
๑.๑ สร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟื้นฟูประชาธิปไตย ได้ขับเคลื่อนแผนงานส่งเสริม
การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและการธ�ำรงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติในระดับพื้นที่
และมุ่งสร้างความมั่นคงโดยก�ำหนดนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๙ ในส่วนของการสร้างความปรองดอง
สมานฉันท์ได้ตั้งคณะกรรมการประสานและติดตามผลการด�ำเนินงานตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและ
ค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) เพื่อเร่งผลักดันให้เกิดความปรองดองโดยเร็ว รวมทั้งได้เยียวยาและฟื้นฟู
อย่างต่อเนื่องแก่บุคคลที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์รุนแรงทางการเมืองรวม ๑,๘๑๖ คน วงเงิน ๑,๓๗๓.๙๓ ล้านบาท
พร้อมทั้งเร่งรัดการตรวจสอบข้อมูลในการสืบหาความจริงและน�ำผู้กระท�ำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
๑.๒ ก�ำหนดให้การแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติดเป็น ”วาระแห่งชาติ„ โดยมุง่ หลัก (๑) ป้องกัน แยกกลุม่ เสีย่ ง
เฝ้าระวังไม่ให้กลับไปเสพซ�้ำ โดยแก้ปัญหาในหมู่บ้าน/ชุมชน ๕๖,๘๐๙ หมู่บ้าน/ชุมชน ออกตรวจพื้นที่เสี่ยง ๑๕๓,๕๐๑ แห่ง
และสร้างภูมิคุ้มกันในสถานศึกษาให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ทั่วประเทศจ�ำนวน ๔๔๖,๖๖๘ คน รวมทั้งจัดกิจกรรม
ในสถานประกอบการ ๓,๘๑๐ แห่ง (๒) ปราบปราม จับกุมผู้ค้าและผู้มีอิทธิพล รวม ๓๗๖,๘๙๐ คดี ด�ำเนินการยึดทรัพย์
นักค้ายาเสพติด ๔,๖๘๖ คดี มูลค่า ๑,๖๕๔ ล้านบาท (๓) บ�ำบัดรักษา โดยน�ำผู้เสพ/ผู้ติดเข้าสู่กระบวนการบ�ำบัดและฟื้นฟู
๔๘๔,๒๑๙ ราย จากเป้าหมาย ๔๐๐,๐๐๐ ราย คิดเป็นร้อยละ ๑๒๑.๐๕ และ (๔) การสกัดกัน้ ตามแนวชายแดน โดยมีการปิดล้อม/
ตรวจค้น ๒,๒๙๓ ครั้ง ปฏิบัติการที่มีผลจับกุม ๓,๖๘๔ ครั้ง มีผู้ต้องหา ๔,๙๔๕ คน อนึ่ง ในเรื่องนี้มีประเด็นปัญหาที่รัฐบาล
จะเร่งแก้ไขในระยะต่อไป ได้แก่ ข้อจ�ำกัดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งจ�ำเป็นต้อง
มีการปรับปรุงแก้ไขเพื่อแยกผู้ค้าออกจากผู้เสพยาเสพติดให้ชัดเจน ปัญหาทัศนคติของผู้ปฏิบัติงานบางกลุ่มที่เห็นว่าการบ�ำบัด
รักษาไม่มีผลส�ำเร็จ
๑.๓ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐอย่างจริงจัง ได้ประกาศยุทธศาสตร์และ
แผนงานเชิงรุกในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐบาล และผลักดันให้หน่วยงานของรัฐด�ำเนินการต่าง ๆ เช่น เสนอ
โครงการเพื่อปรับปรุงกระบวนงานหลักที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดการทุจริต (๑ กรม ๑ ป้องกันโกง) จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ
ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในทุกกระทรวง รวมทั้งเพิ่มช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนและเรื่องทุจริตคอร์รัปชันทางตู้รับเรื่อง
ร้องเรียน ๗๖ จังหวัด สายด่วน ๑๒๐๖ และเว็บไซต์ www.stopcorruption.go.th นอกจากนั้น ยังได้ตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ
เพื่อตรวจสอบเพื่อป้องกันการทุจริตในโครงการส�ำคัญ เช่น โครงการรับจ�ำน�ำข้าว การเยียวยาฟื้นฟูและป้องกันสาธารณภัย
ทั้งนี้ จากการส�ำรวจขององค์กรต่างประเทศเกี่ยวกับดัชนีทุจริตคอร์รัปชัน ชื่อ Political and Economic Risk Consultancy
(PERC) พบว่า การทุจริตคอร์รปั ชันของประเทศไทยดีขนึ้ จากคะแนนการทุจริต ๗.๕๕ ในปี ๒๕๕๔ ลดลงเป็น ๖.๕๗ ในปี ๒๕๕๕

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ฒ​

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

บทสรุปสำ�หรับผู้บริหาร

๑.๔ การบริหารจัดการน�้ำอย่างบูรณาการ เหตุการณ์มหาอุทกภัยปี ๒๕๕๔ ก่อให้เกิดความสูญเสียด้านชีวิต
และทรัพย์สนิ ของประชาชนและประเทศเป็นอย่างมาก โดยการเข้ามาบริหารประเทศของรัฐบาลต้องระดมสรรพก�ำลังอย่างเต็มที่
ในการแก้ไขปัญหามหาอุทกภัยภายใต้ขอ้ จ�ำกัดด้านงบประมาณ เนือ่ งจากพระราชบัญญัตงิ บประมาณรายจ่ายประจ�ำปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๕ ยังไม่ได้ผ่านการอนุมัติ ท�ำให้รัฐต้องใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ไปพลางก่อน
ซึง่ มีการด�ำเนินงานของรัฐบาลทีส่ ำ� คัญ ได้แก่ (๑) การแก้ไขปัญหาในช่วงเผชิญเหตุมหาอุทกภัย มีการตัง้ ศูนย์ปฏิบตั กิ ารช่วยเหลือ
ผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เป็นหน่วยบัญชาการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแบบเบ็ดเสร็จ (๒) การช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยา
หลังน�ำ้ ลด มีการตัง้ คณะกรรมการเพือ่ ให้ความช่วยเหลือฟืน้ ฟูเยียวยาผูไ้ ด้รบั ผลกระทบขึน้ ๔ คณะ เพือ่ ศึกษาและเสนอโครงการ
ในการช่วยเหลือและฟื้นฟูทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และโครงสร้างพื้นฐาน มีจ�ำนวนโครงการรวมกันกว่า ๑๐,๐๐๐ โครงการ
โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ จ�ำนวน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึง่ ผลทีไ่ ด้รบั คือ ช่วยเหลือผูป้ ระสบภัย
ทุกภาคส่วนเป็นอย่างดีและรวดเร็ว เช่น ประชาชน เกษตรกร ผูใ้ ช้แรงงาน และผูป้ ระกอบการอุตสาหกรรม สามารถสร้างความเชือ่ มัน่
ให้แก่นักลงทุนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ มีการเตรียมความพร้อมรับมือกับอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในปี ๒๕๕๕ โดยเร่งด�ำเนินโครงสร้าง
พื้นฐานด้านคมนาคมและด้านบริหารจัดการน�้ำ และมีการติดตามการด�ำเนินงานของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง
เพื่อให้ด�ำเนินการแล้วเสร็จทันฤดูฝน (๓) การบริหารจัดการน�้ำอย่างยั่งยืน มีการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบ
การบริหารจัดการทรัพยากรน�้ำ (กยน.) และจัดท�ำแผนแม่บทการบริหารจัดการน�้ำและสร้างอนาคตประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๕
วงเงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะมีการด�ำเนินงานครอบคลุมแผนการบริหารจัดการน�้ำลุ่มเจ้าพระยาและแผนบริหารจัดการน�้ำ
ในลุ่มน�ำ้ อื่นอีก ๑๗ ลุ่มน�้ำ
๑.๕ เร่งน�ำสันติสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนกลับมาสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ได้น้อมน�ำกระแสพระราชด�ำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ”เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา„ เป็นหลักในการปฏิบัติในแนวทางสันติวิธี
โดยได้เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๑๔,๑๘๐ ราย เป็นเงิน
๑,๑๗๖.๗ ล้านบาท พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น สินเชื่อเพื่อพัฒนา
โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาในประเทศไทยที่ไม่ขัดต่อหลักซะรีอะฮ์ และสินเชื่อสนับสนุนการจ้างงานในเขตพัฒนาพิเศษพื้นที่
๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จ�ำนวน ๑๒ โครงการ วงเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลเพื่อเสริมสร้าง
ชุมชนเข้มแข็ง อนึ่ง ในเรื่องนี้มีประเด็นปัญหาซึ่งท�ำให้การด�ำเนินการล่าช้า ได้แก่ แรงงานในพื้นที่มีขีดความสามารถที่จ�ำกัด
ปัญหาในการสื่อสาร ศาสนา วัฒนธรรมท้องถิ่น และข้อขัดแย้งของประชาชนในพื้นที่ ท�ำให้การแก้ปัญหาความไม่สงบท�ำได้ล่าช้า
๑.๖ เร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและนานาประเทศ ในระดับ ทวิภาคี
นายกรั ฐ มนตรี ไ ด้ เ ยื อ นประเทศต่ า ง ๆ รวม ๑๘ ประเทศ โดยเยื อ นประเทศในอาเซี ย นครบทุ ก ประเทศ ในส่ ว นของ
ประเทศเพื่อนบ้านพบว่า ความสัมพันธ์อยู่ในระดับที่ดีขึ้นจะเห็นได้จากการค้าการลงทุนและการไปมาหาสู่ของประชาชน
ในบริเวณชายแดนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในระดับอาเซียน ได้ผลักดันความร่วมมือที่ส�ำคัญต่าง ๆ เช่น การรับรองปฏิญญาอาเซียน
ว่าด้วยเขตปลอดยาเสพติดในอาเซียนภายในปี ๒๕๕๘ ความร่วมมือด้านการป้องกันอุทกภัย และเตรียมความพร้อมในการ
เป็นประชาคมอาเซียนให้แก่ทกุ ภาคส่วน เช่น การให้ความรูแ้ ละสร้างความเข้าใจกับประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ เตรียมความพร้อม

บทสรุปสำ�หรับผู้บริหาร

ให้แก่ภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้มคี วามเข้มแข็งมากขึน้ การจัดท�ำแผนงาน/โครงการ
ภายใต้แผนแม่บทด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมการเมือง และความมั่นคง ตลอดจนแผนแม่บทการเชื่อมโยงระหว่างกัน
ในภูมิภาค รวมทั้งด�ำเนินโครงการจัดตั้งระบบการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (National Single Window: NSW) และการส่งเสริม
บทบาทของไทยในการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงประเทศในภูมิภาคอาเซียนตามแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกัน
ในอาเซียนในระดับพหุภาคี ได้สนับสนุนความร่วมมือของประชาคมระหว่างประเทศในด้านต่าง ๆ เช่น การส่งเสริมและคุม้ ครอง
สิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ การป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ การแก้ไขปัญหายาเสพติด
๑.๗ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและผูป้ ระกอบการเนือ่ งจากภาวะเงินเฟ้อและราคานำ�้ มันเชือ้ เพลิง
ในด้านสินค้าและบริการ ได้ก�ำหนดสินค้าและบริการควบคุม ๔๒ รายการ และก�ำหนดสินค้าและบริการที่เฝ้าติดตามดูแล
๒๒๕ รายการ จ�ำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดใน ๗๖ จังหวัด รวม ๑,๕๔๒ ครั้ง และด�ำเนินโครงการโชห่วยช่วยชาติ
”ร้านถูกใจ„ โดยคัดเลือกร้านค้าอาหารธงฟ้าและร้านค้าชุมชนในกรุงเทพมหานครและภูมิภาคเพื่อจ�ำหน่ายสินค้าจ�ำเป็น
ต่อการครองชีพในราคาต�ำ่ กว่าท้องตลาดซึง่ มีรา้ นค้าสมัครเข้าร่วมโครงการ ๑๓,๘๐๘ ร้านค้า ในด้านพลังงานได้ชะลอการเก็บเงิน
เข้ากองทุนน�้ำมันเชื้อเพลิงและส่งผลโดยตรงให้ราคาขายปลีกน�้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละประเภทลดลง ขยายเวลาการตรึงราคา
ขายปลีกก๊าซ LPG และ NGV โดยได้มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานเป็นผูพ้ จิ ารณาการปรับราคาในช่วงเวลา
ที่เหมาะสมต่อไป และออกบัตรเครดิตพลังงาน NGV เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารสาธารณะ
ซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการได้รับบัตรส่วนลดมากกว่า ๘๕,๐๐๐ ใบ และมีผู้ได้รับบัตรเครดิตพลังงานมากกว่า ๒๒,๘๐๐ คน
นอกจากนัน้ ยังได้ดำ� เนินมาตรการลดค่าครองชีพ รถไฟฟรี จ�ำนวน ๑๗๒ ขบวนต่อวัน และรถโดยสารประจ�ำทางให้บริการฟรี
จ�ำนวน ๘๐๐ คันต่อวัน ใน ๘๕ เส้นทาง
๑.๘ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเพิ่มก�ำลังซื้อภายในประเทศ สร้างสมดุลและความเข้มแข็ง
อย่างมีคุณภาพให้แก่ระบบเศรษฐกิจมหภาค ได้ด�ำเนินการพักหนี้ครัวเรือนของเกษตรกรรายย่อยและผู้มีรายได้น้อย
แบ่งเป็นลูกหนี้คงค้างต�่ำกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท รวม ๔๒๘,๔๑๕ ราย มูลหนี้ ๕๒,๓๐๔.๑๙ ล้านบาท และลูกหนี้ที่มีสถานะ
หนี้ปกติแจ้งความจ�ำนง ๒,๔๖๗,๑๙๓ ราย มูลหนี้ ๒๘๑,๐๔๑.๒๘ ล้านบาท ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต�่ำเป็น ๓๐๐ บาท ใน ๗ จังหวัด
น�ำร่อง (กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และภูเก็ต) ที่เหลืออีก ๗๐ จังหวัดจะเริ่มมีผล
ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๖ เป็นต้นไป คาดว่าจะมีจ�ำนวนแรงงานที่ได้รับประโยชน์จากอัตราค่าจ้างขั้นต�่ำทั้งสิ้น ๕.๔ ล้านคน
หรือคิดเป็นร้อยละ ๑๔.๒ ของแรงงานรวม ปรับเงินเดือนผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีให้ได้รับเงินเดือนแรกบรรจุ
รวมกับเงินเพิม่ การครองชีพชัว่ คราวไม่นอ้ ยกว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ซึง่ มีผลบังคับใช้ตงั้ แต่วนั ที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ จัดให้มเี บีย้ ยังชีพ
รายเดือนแบบขั้นบันได ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ เป็นต้นไป ท�ำให้มีผู้สูงอายุได้รับเบี้ยยังชีพแบบขั้นบันไดในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๕ จ� ำ นวน ๖,๗๙๘,๘๐๒ คน เป็ น งบประมาณทั้ ง สิ้ น ๕๑,๙๔๓.๐๑ ล้ า นบาท ด�ำเนิ น มาตรการภาษี เ พื่ อ
ช่วยเหลือประชาชนให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง (นโยบายบ้านหลังแรก) มีผู้ขอใช้สิทธิแล้ว ๙,๒๒๐ ราย คิดเป็นมูลค่าภาษี
๒๑๔ ล้านบาท มาตรการคืนภาษีรถคันแรก (นโยบายรถยนต์คันแรก) มีผู้ขอใช้สิทธิ ๑๔๒,๐๒๐ คน เป็นเงินที่ขอคืน
๑๐,๒๐๓ ล้านบาท

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

บทสรุปสำ�หรับผู้บริหาร

๑.๙ ปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล จากอัตราร้อยละ ๓๐ เป็นร้อยละ ๒๓ ในปี ๒๕๕๕ และจะจัดเก็บในอัตรา
ร้อยละ ๒๐ ในปี ๒๕๕๖ เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการลงทุนและการบริโภคภาคเอกชน โดยจะมีผลต่อผลิตภัณฑ์มวลรวม
ของประเทศให้เพิ่มขึ้นร้อยละ ๐.๑๗ จากสมมติฐานว่าภาคเอกชนจะมีการน�ำเงินดังกล่าวไปลงทุนใหม่ในอัตราร้อยละ ๔๐
ของเงินที่ได้ลดภาษีทั้งหมด
๑.๑๐ ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อเป็นการขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนผ่านกองทุน
ต่าง ๆ ได้แก่ กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ซึ่งเป็นแหล่งทุนในการสร้างงานและอาชีพของประชาชน ได้เพิ่มเงินทุนให้กับ
กองทุนอีกแห่งละ ๑ ล้านบาท ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า ๑๐ ล้านคน มีเงินทุนหมุนเวียนไม่น้อยกว่า ๑๖๒,๒๓๖ ล้านบาท จาก
๗๙,๒๕๕ หมู่บ้าน/ชุมชน โดยมุ่งจะพัฒนาให้เป็นกองทุนแห่งชาติเพื่อประชาชน กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ซึ่งเป็นแหล่งทุน
ในการสร้างอาชีพและพัฒนาศักยภาพสตรี ได้ประกาศรายชื่อสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแล้ว จ�ำนวน ๗,๔๗๓,๕๑๖ ราย
กองทุนตั้งตัวได้ เพื่อให้โอกาสกับนักศึกษาที่จบใหม่ไม่เกิน ๕ ปีที่มีความรู้ในการท�ำธุรกิจแต่ขาดแหล่งเงินทุนสามารถกู้เงินทุน
ในการสร้างอาชีพจากกองทุนที่มีวงเงินรวม ๕,๐๐๐ ล้านบาท กองทุนพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน ซึ่งเป็นแหล่งทุน
ให้ชุมชนหรือหมู่บ้านบริหารจัดการ เพื่อพัฒนาหรือแก้ปัญหาในพื้นที่ด้วยตนเอง ได้จัดสรรเงิน/โอนเงินให้หมู่บ้าน/ชุมชน
รวม ๓๐,๐๗๘ หมู่บ้าน/ชุมชน วงเงินรวม ๑๑,๒๘๐ ล้านบาท
๑.๑๑ ยกระดับราคาสินค้าเกษตรและให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน มีการด�ำเนินการที่ส�ำคัญ ได้แก่ (๑) รับจ�ำน�ำ
สินค้าเกษตร ที่ส�ำคัญ ๒ ชนิด ได้แก่ ข้าวและมันส�ำปะหลัง โดย ณ วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๕ สามารถรับจ�ำน�ำข้าวนาปี
รวม ๖.๙๕ ล้านตัน มีเกษตรกรเข้าร่วม ๑.๑๔ ล้านราย เป็นเงินที่จ่ายให้เกษตรกร ๑๑๘,๕๖๒ ล้านบาท รับจ�ำน�ำข้าวนาปรัง
รวม ๑๐.๐๓ ล้านตัน มีเกษตกรเข้าร่วม ๐.๙๕ ล้านราย เป็นเงินทีจ่ า่ ยให้เกษตรกร ๑๔๘,๘๗๘ ล้านบาท ซึง่ การรับจ�ำน�ำข้าวเปลือก
ท�ำให้ราคาปรับตัวสูงขึน้ คิดเป็นมูลค่าผลผลิตข้าวเปลือกนาปีและนาปรังสูงขึน้ จากปี ๒๕๕๔ ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ส�ำหรับ
การรับจ�ำน�ำมันส�ำปะหลัง รวม ๙.๗๓ ล้านตัน มีเกษตรกรเข้าร่วม ๒๑๔,๔๖๖ ราย เป็นเงินทีจ่ า่ ยให้เกษตร ๒๗,๘๓๖ ล้านบาท ท�ำให้
เกษตรกรผูป้ ลูกมันส�ำปะหลังมีรายได้เพิม่ ขึน้ เป็นเงินประมาณ ๔,๖๖๘.๕ ล้านบาท (๒) การแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกตำ�่
ได้แก่ โครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง โดย ณ วันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๕ ได้รบั ซือ้ ยางแผ่นดิบและยางแผ่นรมควันเพือ่ น�ำมาแปรรูป
รวม ๖๖,๙๐๔.๓ ตัน มูลค่า ๖,๖๔๕.๕ ล้านบาท (๓) การเยียวยาความเสียหายของพืชจากภัยธรรมชาติ แบ่งเป็น การช่วยเหลือ
ผู้ประสบอุทกภัยด้านการเกษตร ปี ๒๕๕๔ กรณีพิเศษ เป็นเกษตรกรรวม ๑.๓๘ ล้านราย วงเงิน ๒๙,๗๒๑.๑๐ ล้านบาท
การเยียวยาเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี เป็นเกษตรกร ๑.๒๓ ล้านราย วงเงิน ๑๐,๐๔๘.๗๕ ล้านบาท และการช่วยเหลือเกษตรกร
ผู้ปลูกพืชต้นทุนสูงที่ประสบอุทกภัยปี ๒๕๕๔ จ�ำนวน ๗,๙๖๗ ราย วงเงิน ๑,๙๕๙.๙๕ ล้านบาท และ (๔) การจัดให้มี
บัตรเครดิต/บัตรสินเชือ่ เกษตรกร โดยน�ำร่องใน ๕ จังหวัด (พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ลพบุรี เชียงใหม่ และอุดรธานี) ซึง่ อนุมัติ
บัตรเครดิตไปแล้ว ๘๓๓,๘๒๒ ราย ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรทั้งสิ้น ๓๖๔.๗๔ ล้านบาท
๑.๑๒ สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศ ได้ประกาศให้ปี ๒๕๕๔-๒๕๕๕ เป็นปีมหัศจรรย์
ไทยแลนด์ และด�ำเนินมาตรการต่าง ๆ ทั้งการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ การสร้างกระแสให้เกิดการรับรู้
”ปีมหัศจรรย์ไทยแลนด์„ ในตลาดต่างประเทศ และการส่งเสริมตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มไมซ์ เป็นต้น ท�ำให้มีนักท่องเที่ยว

บทสรุปสำ�หรับผู้บริหาร

เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งในช่วงเดือนกันยายน ๒๕๕๔-สิงหาคม ๒๕๕๕ มีจ�ำนวนรวม ๒๐,๓๗๓,๕๙๘ คน
เพิ่มขึ้นจาก ๑๙,๐๓๑,๔๒๘ คน จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า หรือคิดเป็นร้อยละ ๗.๐๕ ซึ่งสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ
ได้ถึง ๘๕๔,๓๕๒.๖๗ ล้านบาท
๑.๑๓ สนับสนุนการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อการสร้างเอกลักษณ์และการผลิตสินค้า
ในท้องถิ่น ได้สนับสนุนภารกิจของมูลนิธิศิลปาชีพ ส่งผลให้ในรอบ ๑๑ เดือน (ตุลาคม ๒๕๕๔-สิงหาคม ๒๕๕๕) มูลค่า
การจ�ำหน่ายสินค้าศิลปาชีพเพิ่มขึ้นร้อยละ ๗๗ หรือมีมูลค่า ๘๑.๓ ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบระยะเดียวกันในปีที่ผ่านมา และ
บริหารจัดการโครงการหนึ่งต�ำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) โดยจัดท�ำยุทธศาสตร์ของแต่ละกลุ่มสินค้าตามความสามารถ
ของชาวบ้านและพัฒนาสินค้า OTOP ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวซึ่งจะเป็นช่องทางหนึ่งในการเชื่อมโยงกิจกรรมและสร้างรายได้
ให้ชาวบ้านและรายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้น รวมทั้งพัฒนาช่องทางจัดจ�ำหน่ายให้สินค้า OTOP ขายได้ทุกวัน เช่น ห้างค้าปลีก
(Modern Trade) การสั่งซื้อทางแค็ตตาล็อก และออนไลน์
๑.๑๔ พัฒนาระบบประกันสุขภาพ ปัจจุบันประชาชนไทยมีหลักประกันสุขภาพ ๖๔.๒๕ ล้านคน คิดเป็นร้อยละ
๙๙.๘๕ ของผูม้ สี ทิ ธิทงั้ ประเทศ รัฐบาลได้บรู ณาการสิทธิประโยชน์ของระบบหลักประกันสุขภาพทัง้ สามระบบ ผูเ้ จ็บป่วยฉุกเฉิน
ถึงแก่ชีวิตได้รับการรักษาทุกโรงพยาบาลโดยไม่ต้องถามสิทธิ เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๕ เพิ่มคุณภาพของระบบบริการ
ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ผ่านโครงการทีใ่ ห้ประชาชนได้มหี มอใกล้บา้ นใกล้ใจมียาดีใช้เพียงพอ เพิม่ สิทธิประโยชน์
ประกันสังคมให้กว้างขวางและครอบคลุมถึงการป้องกันและด�ำรงคุณภาพชีวิตที่ดี โดยปรับระบบวิธีการจ่ายค่ารักษาพยาบาล
เพื่อเพิ่มการเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ของผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงและมีค่าใช้จ่ายสูง
๑.๑๕ จัดหาเครือ่ งคอมพิวเตอร์พกพาให้แก่โรงเรียน จัดหาเครือ่ งคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ๘๐๓,๙๔๑ เครือ่ ง
โดยมีกำ� หนดจัดส่งเครือ่ งแล้วเสร็จภายในปีการศึกษา ๒๕๕๕ และได้ดำ� เนินโครงการต่าง ๆ เพือ่ เตรียมความพร้อมของโครงสร้าง
พื้ น ฐานและผู ้ ที่ เ กี่ ย วข้ อ ง เช่ น โครงการเครื อ ข่ า ยไร้ ส าย (Wi-Fi) ส� ำ หรั บ การเรี ย นการสอนโดยแท็ บ เล็ ต นั ก เรี ย น
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ การอบรมผู้บริหาร ครู นักเรียน และผู้ปกครอง ในการใช้เครื่อง โครงการน�ำร่องการประยุกต์และ
บูรณาการคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต เพื่อการเรียนการสอนในระดับประถมศึกษาตามแนวนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งจัดท�ำและ
พัฒนาเนื้อหาตามหลักสูตรในรูปแบบของอิเล็กทรอนิกส์ (e-Content) ระดับประถมศึกษาปีที่ ๑
๑.๑๖ เร่งรัดและผลักดันการปฏิรูปการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง โดยสนับสนุนให้กลไกรัฐสภา
ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาความเห็นทางการเมืองที่ไม่ตรงกัน ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
และการเสนอกฎหมายปรองดองเป็น ส่วนหนึ่งของกระบวนการปฏิ รู ป การเมื อ ง โดยได้ ผ ลั ก ดั น การแก้ ไ ขรั ฐ ธรรมนู ญ
เข้าสู่กระบวนการพิจารณาโดยรัฐสภาแล้ว

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

บทสรุปสำ�หรับผู้บริหาร

๒. ผลการด�ำเนินการตามนโยบายหลักจ�ำแนกตามด้านของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
๒.๑ แนวนโยบายด้ า นความมั่ น คงของรั ฐ ในการด�ำเนินนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐซึ่งสอดคล้องกับ
มาตรา ๗๗ ตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลได้ด�ำเนินการ ดังนี้
๒.๑.๑ เทิดทูน ปกป้อง และพิทกั ษ์รกั ษาไว้ซงึ่ สถาบันพระมหากษัตริย์ โดยสร้างเครือข่ายทางอินเทอร์เน็ต
เพือ่ ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และสร้างความรูค้ วามเข้าใจเกีย่ วกับสถาบันพระมหากษัตริยต์ อ่ สือ่ และสาธารณชนต่างประเทศ
เทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธี
มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ งานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕ งานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ
พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๕
งานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ การจัดท�ำสารคดี
โทรทัศน์เฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันส�ำคัญของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ รวมทัง้ สนับสนุนการจัดงานพระราชพิธี
พระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินเี ธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิรโิ สภาพัณณวดี สนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจาก
พระราชด�ำริอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสนับสนุนโครงการก�ำลังใจในพระด�ำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
โครงการศูนย์ ๓ วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัว ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรศั มิ์ พระวรชายาในสมเด็จ
พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โครงการในพระด�ำริทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี
๒.๑.๒ เสริมสร้างศักยภาพการป้องกันประเทศให้มคี วามพร้อมในการรักษาเอกราชอธิปไตยและบูรณภาพ
แห่งดินแดน ได้ทบทวนยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมด้านความมัน่ คง และพัฒนาก�ำลังทหาร
รวมทั้งได้พัฒนาระบบการเตรียมพร้อมแห่งชาติ และการเตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ ได้แก่ ด้านการป้องกันประเทศ
ด้านการป้องกันการก่อการร้ายสากล ด้านสาธารณภัย ด้านพลังงาน ด้านการเงินการคลัง ด้านการควบคุมโรค การเตรียม
ความพร้อมต่อสภาวะวิกฤตของส่วนราชการ
นอกจากนี้ ได้ด�ำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ที่จะสนับสนุนให้เกิดความมั่นคงภายในประเทศ ได้แก่ การสร้าง
ความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟื้นฟูประชาธิปไตย การเยียวยาและฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องแก่บุคคลทุกฝ่ายซึ่งได้รับ
ผลกระทบอันเนื่องมาจากความเห็นแตกต่างและความรุนแรงที่ก่อตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงปี ๒๕๔๙ การสนับสนุนให้คณะกรรมการ
อิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติด�ำเนินการอย่างอิสระและได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย แก้ไข
และป้องกันปัญหายาเสพติดเป็น ”วาระแห่งชาติ„ และการเร่งน�ำสันติสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
กลับมาสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งปรากฏผลอยู่ในข้อ ๑.๑, ๑.๒, และ ๑.๕ รวมทั้งได้แก้ไขปัญหาองค์กรอาชญากรรม
การค้ามนุษย์ ผู้หลบหนีเข้าเมือง แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และบุคคลที่ไม่มีสถานะชัดเจน
ปัญหาและอุปสรรค ในเรือ่ งการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้มปี ญ
ั หาเรือ่ งการประสานงาน
และการบูรณาการการท�ำงานของหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้อง รวมทัง้ ปัญหาในด้านการสือ่ สาร ความเชือ่ ทางศาสนา และวัฒนธรรมท้องถิน่
ที่แตกต่างกัน ซึ่งรัฐบาลจะได้ให้ความส�ำคัญกับเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจังในการแก้ไขปัญหาในระยะต่อไป

บทสรุปสำ�หรับผู้บริหาร

๒.๒ แนวนโยบายด้ า นการบริ ห ารราชการแผ่ น ดิ น ในการด�ำเนินนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน
ซึ่งสอดคล้องกับมาตรา ๗๘ ตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลได้ด�ำเนินการ ดังนี้
๒.๒.๑ พัฒนาระบบราชการและเสริมสร้างประสิทธิภาพการบริหารงานอย่างบูรณาการอย่างต่อเนื่อง
ได้สง่ เสริมและผลักดันให้สว่ นราชการต่าง ๆ ปรับปรุงบริการเพือ่ เพิม่ ขีดความสามารถในการประกอบธุรกิจตามรายงานผลการวิจยั
เรือ่ ง Doing Business ของธนาคารโลก โดยในปี ๒๕๕๕ ประเทศไทยได้รบั การจัดอันดับในรายงานผลการจัดอันดับความยาก-ง่าย
ในการประกอบธุรกิจของธนาคารโลก (Doing Business 2012) ให้อยู่ในอันดับที่ ๑๗ จาก ๑๘๓ ประเทศ และปรับปรุงบริการ
ส่วนราชการจนได้รับรางวัลคุณภาพการให้บริการประชาชนประจ�ำปี ๒๕๕๔ จากส�ำนักงาน ก.พ.ร. จ�ำนวน ๗๐ กระบวนการ
๒.๒.๒ จัดระบบการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นให้มีหน้าที่
ความรับผิดชอบที่ชัดเจน และมีการบูรณาการในการท�ำงาน ได้ทบทวนบทบาทภารกิจภาครัฐของส่วนราชการและสนับสนุน
ให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดมีแผนและงบประมาณในการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ก� ำหนดแนวทางและหลักเกณฑ์
ด�ำเนินการเพื่อการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่
รวมทั้งจัดท�ำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาหน่วยงาน (พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๖) และก�ำหนดแนวทางการพิจารณาทบทวนบทบาท
ภารกิจและการจัดโครงสร้างส่วนราชการ
๒.๒.๓ สนับสนุนการด�ำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ (อปท.) ให้มรี ะบบทีม่ ปี ระสิทธิภาพ โปร่งใส
และตอบสนองความต้องการของประชาชน ได้จัดท�ำแผนการกระจายอ�ำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๓)
พ.ศ.๒๕๕๕-๒๕๕๙ และแผนปฏิบัติการก�ำหนดขั้นตอนการกระจายอ�ำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๙ และขับเคลื่อนแผนดังกล่าวโดยแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทบทวนและจัดท�ำแผนการกระจายอ�ำนาจ
ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและแผนปฏิบัติการก�ำหนดขั้นตอนการกระจายอ�ำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
รวมทั้งจัดตั้งศูนย์บูรณาการกิจการท้องถิ่นระดับจังหวัด เพื่อแก้ไขปัญหาการจัดบริการสาธารณะภายในเขต อปท.
๒.๒.๔ พัฒนาระบบการบริหารงานบุคลากรภาครัฐ เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาล
ให้เกิดขึน้ ในหน่วยงานภาครัฐ ได้เพิม่ สมรรถนะทีจ่ ำ� เป็นของข้าราชการเพือ่ เตรียมความพร้อมสูป่ ระชาคมอาเซียน พัฒนาระบบ
การบริหารงานบุคคลภาคราชการ เสริมสร้างการเรียนรู้ของบุคลากรภาครัฐและผู้สนใจทั่วไปผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ก�ำหนด
ให้มีแผนการส่งเสริมและพัฒนาธรรมาภิบาลในภาคราชการ รวมทั้งป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
ในส่วนราชการ พัฒนาระบบราชการให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการ
บริหารราชการด้วย โดยก�ำหนดยุทธศาสตร์ในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ๖ ยุทธศาสตร์ และปรับยุทธศาสตร์ดังกล่าว
ให้เป็นแผนงานเร่งด่วน ๔ ขั้นตอนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและมีทิศทางในการขับเคลื่อนที่ชัดเจน และได้ด�ำเนินการอื่น ๆ
ดังปรากฏในข้อ ๑.๓
๒.๒.๕ พัฒนาระบบราชการให้เป็นระบบทีโ่ ปร่งใสขึน้ ได้ตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ บูรณาการ
ในเรื่องของการตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการและสอดส่องแผนงาน/โครงการตามแผนพัฒนาจังหวัด
และโครงการต่าง ๆ ของหน่วยงานตามกรอบแนวทางในการปฏิบตั ภิ ารกิจตามอ�ำนาจหน้าทีข่ องคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด
(ก.ธ.จ.) และส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารราชการแผ่นดิน

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

บทสรุปสำ�หรับผู้บริหาร

๒.๒.๖ ใช้ ห ลั ก นิ ติ ธ รรมในกระบวนการยุ ติ ธ รรมผ่ า นกลไกที่ เ กี่ ย วข้ อ ง โดยได้ จั ด ท� ำ แผนแม่ บ ท
การบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ ปี ๒๕๕๖-๒๕๕๙
๒.๒.๗ ทบทวนและปรับปรุงแผนพัฒนาการเมืองให้ทันสมัยสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
และมีการน�ำแผนพัฒนาการเมืองไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่น�ำร่อง โดยคัดเลือกจังหวัดน�ำร่องที่มีความพร้อมเพื่อน�ำแผนพัฒนา
การเมืองไปสู่การปฏิบัติ ภาคละ ๑ จังหวัด
๒.๒.๘ ดูแลรายได้และสิทธิประโยชน์ของบุคลากรภาครัฐที่เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้มีขวัญ
และก�ำลังใจในการปฏิบัติงานให้บริการประชาชนได้อย่างเต็มที่ โดยการปรับเพิ่มรายได้ของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปให้มีรายได้เดือนละไม่น้อยกว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ เป็นต้นไป
และจัดท�ำข้อเสนอการปรับปรุงค่าตอบแทนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเสริมสร้างประสิทธิภาพและคุณภาพชีวิตของ
ข้าราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ปัญหาและอุปสรรค ในเรือ่ งการกระจายอ�ำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ เนือ่ งจากขอบเขตอ�ำนาจหน้าที่
ทีก่ ำ� หนดความสัมพันธ์ระหว่างราชการส่วนกลาง ภูมภิ าค และท้องถิน่ ในบางเรือ่ งไม่ชดั เจน และแยกขาดจากกัน ไม่มคี วามสัมพันธ์
และเชือ่ มโยงการท�ำงานร่วมกัน ท�ำให้เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพืน้ ทีต่ า่ ง ๆ จึงมีความจ�ำเป็น
ทีจ่ ะต้องเร่งท�ำให้ชดั เจนมากขึน้ และมีความร่วมมือกันระหว่างส่วนราชการ อปท. และภาคประชาชนให้มากขึ้น
๒.๓ แนวนโยบายด้านศาสนา สังคม การสาธารณสุข การศึกษา และวัฒนธรรม ในการด�ำเนินนโยบาย
ด้านดังกล่าวซึ่งสอดคล้องกับมาตรา ๗๙ และมาตรา ๘๐ ตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลได้ด�ำเนินการ ดังนี้
๒.๓.๑ ด้านศาสนา ได้ด�ำเนินโครงการฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ส่งเสริม
การท�ำความดี โครงการสวดมนต์ข้ามปี ท�ำความดีถวายในหลวง การเรียนรู้คุณธรรมจริยธรรมของเยาวชน และอุดหนุน
การจัดกิจกรรมทางศาสนาของทุกศาสนา
๒.๓.๒ ด้านสังคม ได้คุ้มครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน โดยป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์
ไม่พร้อมในวัยรุ่น สร้างภูมิคุ้มกันและพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีพัฒนาการที่เหมาะสมตามช่วงอายุ สนับสนุนการด�ำเนินงาน
ของสภาเด็กและเยาวชนระดับอ�ำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ เสริมสร้างและพัฒนาความเป็นปึกแผ่นของสถาบัน
ครอบครัวและชุมชน โดยจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันการกระท�ำด้วยความรุนแรงในครอบครัวระดับจังหวัด ศูนย์พัฒนา
ครอบครัวในชุมชนทั่วประเทศ และให้ความส�ำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ดูแลและส่งเสริมศักยภาพ
ผู้สูงอายุ โดยจัดให้มีเบี้ยยังชีพแบบขั้นบันไดส�ำหรับผู้สูงอายุและสร้างระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว ส่งเสริมคุณภาพชีวิต
คนพิการ โดยจัดท�ำสิ่งอ�ำนวยความสะดวกและการน�ำเทคโนโลยีมาอ�ำนวยความสะดวกเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
ส่งเสริมอาชีพและจัดการศึกษาให้แก่คนพิการ นอกจากนี้ ได้ส่งเสริมความเสมอภาคของหญิงและชาย โดยสนับสนุนบทบาท
ของสตรีไทยในการเข้ามามีสว่ นร่วมพัฒนาประเทศ และจัดตัง้ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เพือ่ เป็นแหล่งทุนส่งเสริมและสนับสนุน
การพัฒนาบทบาทสตรีให้มีศักยภาพเฉลี่ยจังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาท

บทสรุปสำ�หรับผู้บริหาร

๒.๓.๓ ด้านสาธารณสุข ได้ให้ความส�ำคัญต่อการเสริมสร้างสุขภาพเพื่อสร้างมาตรฐานการด�ำรงชีวิตที่ดี
ของประชาชนและการเข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างเท่าเทียม โดยเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพบริการในระบบประกันสุขภาพ
ภายใต้โครงการต่าง ๆ ได้แก่ โครงการ ๓๐ บาท รักษาทุกโรค โครงการ ๑ หมอ ๑ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบล ส่งเสริม
แนวคิดใช้ยาดีอย่างมีเหตุผล รวมทั้งบูรณาการสิทธิลดความเหลื่อมล�้ำ ๓ กองทุน จัดท�ำแผนบริการสุขภาพ (Health Service
Plan) ทั้งระบบ จัดให้มีมาตรการสร้างสุขภาพโดยมีเป้าหมายเพื่อลดอัตราการป่วย ตาย และผลกระทบจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
พัฒนาขีดความสามารถของอาสาสมัครสาธารณสุขประจ�ำหมู่บ้านให้เป็นนักจัดการสุขภาพชุมชน พัฒนาคุณภาพชีวิตของ
ประชาชนในทุกช่วงวัย ส่งเสริมให้ประชาชนทุกระดับมีโอกาสออกก�ำลังกาย และขับเคลือ่ นให้ประเทศไทยเป็นเลิศในผลิตภัณฑ์
และการบริการด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาลในภูมิภาคเอเชียและเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub)
๒.๓.๔ ด้านการศึกษา ได้ให้ความส�ำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพระบบการศึกษาของชาติ
โดยจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ให้แก่โรงเรียน (รายละเอียดปรากฏในข้อ ๑.๑๕) เร่งพัฒนาคุณภาพการศึกษา
โดยการปฏิรูประบบความรู้ของสังคมไทยโดยเริ่มตั้งแต่การพัฒนาเด็กปฐมวัย พัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษ
ทางคณิ ต ศาสตร์ วิ ท ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี พั ฒ นาคุ ณ ภาพสถานศึ ก ษาโดยยกระดั บ คุ ณ ภาพโรงเรี ย นในฝั น
สู่มาตรฐานสากล สร้างและกระจายโอกาสทางการศึกษาโดยจัดให้มีเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต
และด�ำเนินโครงการ ๑ อ�ำเภอ ๑ ทุน เพิ่มพูนความรู้และทักษะทางวิชาชีพแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
และก�ำหนดหลักเกณฑ์ความก้าวหน้าของการประกอบวิชาชีพครู จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับ
ตลาดแรงงานทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการจัดการศึกษาระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา
ด้วยการจัดตัง้ กองทุนตัง้ ตัวได้ เร่งรัดพัฒนาการใช้เทคโนโลยีเพือ่ การศึกษาให้ทดั เทียมกับนานาชาติ สนับสนุนการวิจยั และพัฒนา
เพื่อสร้างทุนปัญญาของชาติโดยสร้างองค์ความรู้ คิดค้นผลงานสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ และพัฒนานวัตกรรม สนับสนุนการวิจัย
แก่นักศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาทั้งภาครัฐและภาคเอกชนทั่วประเทศ เพื่อสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ในสาขา
วิชาการต่าง ๆ ทีเ่ ป็นความต้องการของประเทศ นอกจากนี้ ยังได้เพิม่ ขีดความสามารถของทรัพยากรมนุษย์เพือ่ รองรับการเปิดเสรี
ประชาคมอาเซียนโดยเตรียมความพร้อมด้านภาษาอังกฤษและภาษาของประเทศในอาเซียนให้แก่เยาวชน นักเรียน นักศึกษา
ครู คณาจารย์ บุคลากร และประชาชนทั่วไป ส่งเสริมและสนับสนุนการกระจายอ�ำนาจเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ชุมชน องค์การทางศาสนา และเอกชน จัดและมีสว่ นร่วมในการจัดการศึกษาเพือ่ พัฒนามาตรฐานคุณภาพการศึกษาโดยจัดท�ำ
ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ (พ.ศ. ....) และยุทธศาสตร์การกระจายอ�ำนาจการบริหาร
และการจัดการศึกษาสูเ่ ขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาและสถานศึกษา (พ.ศ. ๒๕๕๔–๒๕๖๑) พัฒนาศูนย์ฝกึ อบรมอาชีวศึกษาในสถานศึกษา
พัฒนาทักษะพืน้ ฐานทีจ่ ำ� เป็นของผูเ้ รียนให้มคี วามรูท้ างด้านการจัดการธุรกิจ และขยายศูนย์ซอ่ มสร้างประจ�ำชุมชน (Fix-it Center)
๒.๓.๕ ด้านวัฒนธรรม ได้ให้ความส�ำคัญกับการบริหารจัดการด้านทุนวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงามของ
ประเทศ โดยเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติ การอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปะการแสดงและสร้างสรรค์
อารยธรรมที่ดีงามสู่วิถีชีวิตและสังคม รวมทั้งเผยแพร่วัฒนธรรมไทยในโอกาสต่าง ๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ น�ำทุน
ทางวัฒนธรรมของประเทศมาสร้างคุณค่าทางสังคม พัฒนาแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมและการนันทนาการเพื่อปลูกจิตส�ำนึก
ให้แก่เยาวชน และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือของสภาวัฒนธรรมทุกจังหวัด

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

บทสรุปสำ�หรับผู้บริหาร

ปัญหาและอุปสรรค ในเรื่องศาสนา ประชาชนยังไม่น�ำหลักศาสนามาใช้ในชีวิตประจ�ำวันอย่างเพียงพอ
จึ ง ก่ อ ให้ เ กิ ด ปั ญ หาสั ง คมต่ า ง ๆ ซึ่ ง รั ฐ บาลจะด� ำ เนิ น การปลู ก ฝั ง ให้ ศ าสนิ ก ชนได้ ศึ ก ษาและน� ำ หลั ก ธรรม ค� ำ สั่ ง สอน
หลักคุณธรรมจริยธรรมต่าง ๆ มาใช้อย่างต่อเนื่อง ในเรื่องการพัฒนาเด็ก เยาวชน และการสร้างภูมิคุ้มกัน มีปัญหาในการที่
เด็กเข้าถึงสื่อทุกรูปแบบได้อย่างไร้ขีดจ�ำกัด ท�ำให้เด็กมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและขาดภูมิคุ้มกัน ซึ่งน�ำไปสู่ปัญหาครอบครัว
และยังเป็นปัญหาของสังคมไทยโดยรวม ในเรื่องการดูแลผู้สูงอายุและคนพิการ โครงสร้างประชากรไทยที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
ท�ำให้ภาครัฐจะต้องจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้เพิ่มมากขึ้น การดูแลคนพิการส่วนใหญ่จะอิงงบประมาณกองทุนคนพิการ
และโดยข้อจ�ำกัดในด้านงบประมาณโดยรวมจึงสามารถจัดสรรให้เฉพาะที่มีความจ�ำเป็นเร่งด่วนเพื่อประโยชน์ในด้านการศึกษา
ของคนพิการเท่านั้น ในเรื่องการพัฒนาคุณภาพการให้บริการสุขภาพทั้งระบบ มีภาวะที่ผู้ป่วยโรคซับซ้อนในพื้นที่ห่างไกล
ไม่อาจเดินทางเข้ามารับบริการจากสถานบริการในระดับตติยภูมิด้วยตนเองได้ การพัฒนาระบบส่งต่อที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว
และทัว่ ถึง จึงเป็นแนวทางส�ำคัญทีจ่ ะช่วยสร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการ ในเรือ่ งการผลิตบุคลากรทางด้านสาธารณสุข
มีปัญหาความเหลื่อมล�้ำของการกระจายบุคลากรทางการแพทย์ระหว่างภูมิภาค การลาออกจากระบบราชการไปสู่ภาคเอกชน
ซึ่งเป็นผลจากภาระงานที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และค่าตอบแทนที่ยังไม่สอดคล้องกับภาระงาน ในเรื่องการพัฒนาคุณภาพ
ชีวติ ของประชาชนในทุกช่วงวัยรวมทัง้ ผูพ้ กิ าร มีปญ
ั หาการบูรณาการงานพัฒนาคุณภาพชีวติ ของประชาชนด้านสุขภาพระหว่าง
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปัญหาบุคลากรสาธารณสุข อาสาสมัครชุมชนและอาสาสมัครสาธารณสุขประจ�ำหมู่บ้านที่ยังขาดความรู้
ด้านเวชศาสตร์ผสู้ งู อายุ ในเรือ่ งการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา มีปญ
ั หาการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กทัง้ ด้านการบริหารจัดการ
ด้านการเรียนการสอน และด้านปัจจัยสนับสนุนการศึกษา
๒.๔ แนวนโยบายด้ า นกฎหมายและการยุ ติ ธ รรม ในการด�ำเนินนโยบายด้านกฎหมายและการยุติธรรม
ซึ่งสอดคล้องกับมาตรา ๘๑ ตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลได้ด�ำเนินการ ดังนี้
๒.๔.๑ ส่งเสริมการปฏิบตั แิ ละบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม และทัว่ ถึง
ได้ จั ด ท� ำ แผนแม่ บ ทการบริ ห ารงานยุ ติ ธ รรมแห่ ง ชาติ ป ี ๒๕๕๖–๒๕๕๙ และจั ด ท� ำ แผนแม่ บ ทเทคโนโลยี ส ารสนเทศ
กระบวนการยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๕๖-๒๕๕๙ (ฉบับที่ ๒) เพื่อผลักดันโครงการเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านกระบวนการยุติธรรม
ปรับปรุงระบบการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายและจ�ำเลยในคดีอาญาเชิงรุก คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพและให้การช่วยเหลือ
ทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจ�ำเลยในคดีอาญา คุ้มครองพยานในคดีอาญาและการช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน จัดท�ำ
ระบบสายด่วนคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และตั้งศูนย์อำ� นวยความเป็นธรรมอ�ำเภอขึ้นทุกอ�ำเภอทั่วประเทศ
๒.๔.๒ คุ ้ ม ครองสิ ท ธิ แ ละเสรี ภ าพของบุ ค คลให้ พ ้ น จากการล่ ว งละเมิ ด และอ�ำนวยความยุ ติ ธ รรม
แก่ประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ต้องขังในคดีต่าง ๆ โดยสนับสนุนเงินกองทุนยุติธรรมเพื่อใช้เป็น
หลักประกันในการปล่อยตัวชั่วคราว และพิจารณาให้ค�ำปรึกษาด้านกฎหมายในการสนับสนุนการปกครองประเทศตามหลัก
นิติธรรม
๒.๔.๓ สนับสนุนการท�ำงานของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายและส�ำนักงานคณะกรรมการปฏิรูป
กฎหมาย และจัดให้มีกฎหมายเพื่อจัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ได้เร่งจัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูป

บทสรุปสำ�หรับผู้บริหาร

กระบวนการยุติธรรม และได้แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
พ.ศ. .... และพระราชบัญญัติพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๙
๒.๔.๔ สนับสนุนการด�ำเนินการขององค์กรภาคเอกชนที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน
โดยเฉพาะผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัว โดยมีแนวทางที่จะน�ำวิธีการระงับข้อพิพาทโดยทางอื่นนอกจาก
การฟ้องคดี ได้แก่ การไกล่เกลี่ยคดี การอนุญาโตตุลาการ การคุมประพฤติ และการท�ำงานบริการสังคม มาเป็นมาตรการ
ทางเลือกในระบบงานยุติธรรม
ปั ญ หาและอุ ป สรรค จากการที่ประชาชนยังขาดความรู้เกี่ยวกับการให้บริการงานยุติธรรมผ่านกลไก
ด้านการให้ความช่วยเหลือและการอ�ำนวยความยุติธรรม ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลจะเร่งด�ำเนินการในระยะต่อไปคือ การสร้าง
ความตระหนักให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับกลไกการให้บริการงานยุติธรรมข้างต้นผ่านช่องทางสื่อสารต่าง ๆ ให้มากขึ้น
๒.๕ แนวนโยบายด้านการต่างประเทศ ในการด�ำเนินนโยบายด้านการต่างประเทศซึ่งสอดคล้องกับมาตรา ๘๒
ตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลได้ด�ำเนินการ ดังนี้
๒.๕.๑ พั ฒ นาความร่ ว มมื อ และความสั ม พั น ธ์ กั บ ประเทศเพื่ อ นบ้ า นและนานาประเทศโดยเน้ น
การรักษาช่องทางติดต่อสื่อสารที่ใกล้ชิด เสริมสร้างบรรยากาศที่เกื้อกูลต่อความร่วมมือทวิภาคีให้คงอยู่อย่างต่อเนื่อง ได้มีการ
แลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงระหว่างไทยกับประเทศในกลุ่มอาเซียน สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลีใต้
กลุ ่ ม ประเทศในภู มิ ภ าคยุ โ รป ภู มิ ภ าคอเมริ ก าและแปซิ ฟ ิ ก ใต้ รวมทั้ ง แก้ ไ ขปั ญ หากระทบกระทั่ ง ตามแนวพรมแดน
ผ่านกระบวนการทางการทูต สนธิสัญญา และกฎหมายโดยส�ำรวจและจัดท�ำหลักเขตแดนตามหลักการของกฎหมายและ
สนธิสญ
ั ญาทีเ่ กีย่ วข้อง ผลักดันและจัดการประชุมทีเ่ กีย่ วกับกิจการชายแดน ความสงบเรียบร้อยบริเวณชายแดน และการป้องกัน
และปราบปรามปัญหาข้ามแดนอย่างสม�่ำเสมอ ทั้งนี้ มูลค่าการค้าชายแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ในช่วงเดือน
ตุลาคม ๒๕๕๔-สิงหาคม ๒๕๕๕ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๕.๒
๒.๕.๒ กระชับความร่วมมือและความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับประเทศ กลุ่มประเทศ และ
องค์การระหว่างประเทศทีม่ บี ทบาทส�ำคัญของโลก ได้สร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือในกรอบอนุภมู ภิ าคให้มคี วามคืบหน้า
ทั้งในส่วนของยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS) ความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลส�ำหรับ
ความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (BIMSTEC) กรอบความร่วมมือลุ่มน�ำ้ โขง (GMS) และส่งเสริมการค้า
การลงทุนระหว่างประเทศ และการพัฒนาศักยภาพให้กบั ภาคเอกชนไทย ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการท่องเทีย่ ว
และสนับสนุนการค้าชายแดนของไทย ทั้งนี้ การกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจตามกรอบความร่วมมือต่าง ๆ ส่งผลให้มูลค่า
การส่งออกของไทยสูงขึ้นร้อยละ ๑.๗ ในไตรมาสที่ ๒ ของปี ๒๕๕๕
๒.๕.๓ สร้างความสามัคคีและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศอาเซียน ได้เตรียมความพร้อมของ
ไทยในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน พ.ศ. ๒๕๕๘ ทั้งในส่วนของภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน และจัดตั้ง ”ศูนย์บริการข้อมูล
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Information Center)„ และ ”ศูนย์ประสานงานและบริการข้อมูลประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน„
ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและสนับสนุนบทบาทของไทยทั้งในด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

บทสรุปสำ�หรับผู้บริหาร

วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และอื่น ๆ เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ เตรียมความพร้อมรองรับการเปิดเสรีและการใช้สิทธิประโยชน์
จากความตกลงทางการค้า และส่งเสริมความร่วมมือในกรอบของอาเซียนด้านแรงงาน
๒.๕.๔ เสริมสร้างบทบาทที่สร้างสรรค์และส่งเสริมผลประโยชน์ของชาติในองค์การระหว่างประเทศ
ได้เข้าร่วมประชุมในกรอบความร่วมมือต่าง ๆ ทั้งกรอบองค์การการค้าโลก อาเซียน เอเปค ข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่าง
อาเซียนกับคู่เจรจา และระหว่างไทยกับคู่เจรจา ผลักดันความร่วมมือด้านแรงงานกับต่างประเทศ สนับสนุนความร่วมมือและ
ความก้าวหน้าของประชาคมระหว่างประเทศในด้านต่าง ๆ ทั้งในเรื่องการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การผลักดัน
ให้งานด้านสิทธิมนุษยชนภายในประเทศเป็นไปตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ความมั่นคงของมนุษย์และ
การป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ การแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดน การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด การป้องกันและแก้ไข
ปัญหาโจรสลัด การสนับสนุนภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ การกระชับความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศ
ในด้านสันติภาพและความมั่นคง และเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเวทีเศรษฐกิจโลกว่าด้วยเอเชียตะวันออก (World Economic
Forum on East Asia)
๒.๕.๕ สนับสนุนการเข้าถึงในระดับประชาชนของนานาประเทศ พร้อมทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี
และความร่วมมือทางวิชาการกับประเทศก�ำลังพัฒนา ได้สร้างความร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศในด้านต่าง ๆ
โดยให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาแก่ประเทศเพื่อนบ้านและประเทศก�ำลังพัฒนาในภูมิภาคต่าง ๆ สนับสนุนทางการเงินแก่
ประเทศสมาชิกกองทุนพัฒนาเอเชีย และให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประเทศทีป่ ระสบภัยพิบตั ิ นอกจากนี้ ได้สง่ เสริม
การรับรู้และความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับปัญหาเรื่องพรมแดนและการเปลี่ยนแปลงในโลกที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย
และสนับสนุนการทูตเพื่อประชาชนโดยให้ความคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์ของแรงงานไทยในต่างประเทศ ดูแลผู้แสวงบุญ
ชาวไทย อ�ำนวยความสะดวกในการออกบัตรประชาชนให้แก่คนไทยในต่างประเทศ ริเริม่ โครงการทีม่ งุ่ ขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ
ภายใต้โครงการ ”หนึ่งทูต สามผลิตภัณฑ์„ และโครงการ ”ฝากทูตไปขาย„
๒.๕.๖ พัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งในภูมิภาคอาเซียนและอนุภูมิภาค ได้ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ
ขยายการลงทุนไปประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ จัดท�ำแผนยุทธศาสตร์ด้านการขนส่งเพื่อรองรับ
การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี ๒๕๕๘ และส่งเสริมความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมและการขนส่ง
ระหว่างไทยกับต่างประเทศในระดับทวิภาคีและพหุภาคี
๒.๕.๗ ประสานการด�ำเนิ น งานของส่ ว นราชการในต่ า งประเทศ โดยจัดท�ำคู่มือส�ำหรับข้าราชการ
ในต่างประเทศ และบูรณาการการปฏิบัติงาน รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับประเทศมุสลิมและองค์กรอิสลาม
ระหว่างประเทศ
ปัญหาและอุปสรรค ด�ำเนินการในเรื่องการประสานงานและผลักดันให้ทุกภาคส่วนเตรียมความพร้อม
ในประเด็นความร่วมมือระหว่างประเทศที่ส�ำคัญต่าง ๆ รัฐบาลจะเร่งด�ำเนินการก�ำกับให้หน่วยงานของรัฐขับเคลื่อนนโยบาย
และแผนไปในทิศทางเดียวกัน เตรียมความพร้อมในการให้ความรูแ้ ละข้อมูลในประเด็นต่าง ๆ ทีส่ ำ� คัญ เช่น ประเด็นความมัน่ คง
ทางอาหาร การเปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ และปัญหาสิง่ แวดล้อมเพือ่ น�ำไปก�ำหนดท่าทีเจรจาให้เกิดประโยชน์กบั ประเทศต่อไป

บทสรุปสำ�หรับผู้บริหาร

๒.๖ แนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ ในการด�ำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจซึ่งสอดคล้องกับมาตรา ๘๓ และมาตรา ๘๔
ตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลได้ด�ำเนินการ ดังนี้
๒.๖.๑ ขับเคลื่อ นแนวปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพี ย ง ได้พั ฒนาอาชี พ และคุ ณ ภาพชี วิต เกษตรกร
ผ่านศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและศูนย์/สถานีเฉพาะด้านของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการอบรมให้ความรู้แก่
เกษตรกรและนักเรียน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจสามารถปรับเปลี่ยนพัฒนาให้มีศักยภาพจนสามารถพึ่งพาตนเอง และน�ำพา
ครอบครัวหลุดพ้นจากความยากจน พัฒนาเด็กวัยเรียนให้มวี ถิ ชี วี ติ พอเพียง โดยให้มกี ารน�ำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ไปประยุกต์ใช้ในการจัดท�ำหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน และการบริหารสถานศึกษา พัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งและยั่งยืน
โดยก�ำหนดให้มีแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการน�ำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ฉบับที่ ๑
พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ พัฒนา อปท. ต้นแบบที่มีการบริหารงานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และจัดท�ำโครงการ
หมู่บ้านน�ำร่องเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่บ้านตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สร้างความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคธุรกิจ
เอกชน ภาคชุมชนท้องถิ่น และภาคประชาชน ผ่านโครงการจัดการสัมมนาวิชาการต่าง ๆ และมีความร่วมมือจัดตั้งศูนย์เรียนรู้
เศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนและชุมชน โดยโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ทุกแห่งมีความเข้มแข็งในการด�ำเนินงานโครงการ
อันเนื่องมาจากพระราชด�ำริฯ มากขึ้น สามารถพัฒนาเป็นสถานศึกษาและศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ เกษตรกร
ผู้ประสบปัญหาอุทกภัยมีทางเลือกในการประกอบอาชีพมากขึ้น และมีเครือข่ายการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ในด้านต่าง ๆ ที่หลากหลายมากขึ้น สร้างความร่วมมือกับวุฒิอาสาธนาคารสมองและภาคีการพัฒนาอื่น ๆ เพื่อการประยุกต์ใช้
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในมิติต่าง ๆ
๒.๖.๒ สนับสนุนระบอบเศรษฐกิจแบบเสรีและเป็นธรรมโดยอาศัยกลไกตลาด และสนับสนุนให้มี
การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน มีการด�ำเนินการที่ส�ำคัญ เช่น ปรับปรุงพัฒนากฎหมายระเบียบที่ส่งเสริมการค้าการลงทุน
ทั้งการจัดท�ำความตกลงว่าด้วยการอ�ำนวยความสะดวกด้านศุลกากรด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน และ
การยกร่างกฎหมายการจัดตัง้ เขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศไทย เพือ่ สร้างความเข้มแข็งในการด�ำเนินตามนโยบายการแข่งขันเสรี
ปรับปรุงโครงสร้างของรัฐวิสาหกิจ มุง่ เน้นประสิทธิภาพการให้บริการ โดยการจัดท�ำแผนฟืน้ ฟูกจิ การองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ
(ขสมก.) และการจัดหารถโดยสารใช้ก๊าซธรรมชาติของ ขสมก. จ�ำนวน ๓,๑๘๓ คัน บริหารสินทรัพย์ของประเทศที่มีอยู่
ให้ เ กิ ด ประโยชน์และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เช่น การจัดสรรที่ดินให้เกษตรกรปลูกพืชอาหารและพลังงานทดแทน
โครงการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน
๒.๖.๓ ส่งเสริมการบริหารเศรษฐกิจ โดยใช้หลักคุณธรรม จริยธรรม และหลักธรรมาภิบาล ควบคู่กับ
การประกอบกิจการ โดยการพัฒนาระบบสถาบันการเงิน เช่น เพิม่ ทุนสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ พัฒนากรมธรรม์ประกันภัย
ส�ำหรับรายย่อยโดยเฉพาะข้าวนาปี จัดตัง้ กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบตั ิ ส่งเสริมกระบวนการบริหารจัดการทีด่ ใี นภาคเอกชน
โดยเฉพาะระบบการตรวจสอบกิจการที่โปร่งใส เช่น การผลักดันร่างพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ
พ.ศ. ....

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

บทสรุปสำ�หรับผู้บริหาร

๒.๖.๔ รักษาวินัยการเงินการคลังในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเคร่งครัด และปรับปรุงภาษีให้เกิด
ความเป็นธรรม โดยสามารถรักษาหนีส้ าธารณะให้อยูใ่ นระดับต�ำ่ คิดเป็นร้อยละ ๔๑-๔๓ ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)
และมีเงินทุนส�ำรองระหว่างประเทศสูงขึ้นถึง ๕.๖๒ ล้านล้านบาท ด�ำเนินมาตรการลดภาระการลงทุนส�ำหรับสิ่งจ�ำเป็นในชีวิต
ของประชาชน เช่น มาตรการภาษีเพื่อฟื้นฟูหลังวิกฤตอุทกภัย มาตรการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากภาวะเงินเฟ้อและ
ราคาน�้ำมันเชื้อเพลิง โดยการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตส�ำหรับน�้ำมันดีเซล มาตรการทางการคลังเพื่อช่วยเหลือเยียวยาหรือ
เพื่อผ่อนคลายผลกระทบจากอุทกภัย
๒.๖.๕ จั ด ให้ มี ก ารออมเพื่ อ การด�ำรงชี พ ในยามชราแก่ ป ระชาชนและเจ้ า หน้ า ที่ ข องรั ฐ อย่ า งทั่ ว ถึ ง
ได้ยกร่างอนุบัญญัติที่ออกตามพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๔ จ�ำนวนทั้งสิ้น ๓๒ ฉบับ โครงการ
ขายพันธบัตรรัฐบาลเพื่อรายย่อยพิเศษ โครงการค�้ำประกันสินเชื่อ และมาตรการสินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
ที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากเหตุภัยพิบัติ
๒.๖.๖ ก�ำกับให้การประกอบกิจการมีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรมป้องกันการผูกขาดตัดตอน
และคุ้มครองผู้บริโภค โดยดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคให้สอดคล้องกับต้นทุน รวมทั้งก�ำหนดสินค้าและบริการควบคุมและ
ตรึงราคาจ�ำหน่ายสินค้า จัดโครงการ ”มหกรรมธงฟ้าลดค่าครองชีพ ไทยช่วยไทย„ เพื่อจ�ำหน่ายสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภค
ทีจ่ ำ� เป็นต่อการครองชีพของประชาชนในราคาถูกกว่าท้องตลาดทัว่ ไป จัดโครงการโชห่วยช่วยชาติ ”ร้านถูกใจ„ เพือ่ จ�ำหน่ายสินค้า
ทีจ่ ำ� เป็นต่อการครองชีพในหมวดอาหารและของใช้ประจ�ำวัน ส่งเสริมและพัฒนาบทบาทขององค์กรทีเ่ กีย่ วข้องกับการคุม้ ครอง
ผู้บริโภค โดยการพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งให้แก่เครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค เช่น จัดตั้งชมรมคุ้มครองผู้บริโภค ประกาศ
เกียรติคุณชมรมคุ้มครองผู้บริโภคที่มีผลงานดีเด่น สร้างเครือข่ายสื่อมวลชนร่วมเผยแพร่ความรู้ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค
แก้ไขกฎหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภคให้สอดคล้องกับสภาพทางเศรษฐกิจการค้าที่เปลี่ยนแปลงไปและสามารถ
ใช้กำ� กับดูแลและส่งเสริมการค้าอย่างเหมาะสม พัฒนาสินค้าและบริการทีส่ ร้างโอกาสใหม่ในการหารายได้ และการผลิตสินค้า
และบริการอันเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค เช่น ยกระดับมาตรฐานร้านอาหารไทยสู่ระดับสากลเพื่อส่งเสริมอาหารไทย
และร้านอาหารไทย มอบเครื่องหมาย Thai Select ให้แก่ร้านอาหารไทยที่มีคุณภาพ จ�ำนวน ๘๔๖ ร้าน ใน ๒๕ ประเทศ
ซึ่งในระยะต่อไปจะมีการมอบเครื่องหมาย Thai Select โดยคัดเลือกร้านอาหารในประเทศไทยเพื่อประชาสัมพันธ์ร้านของไทย
ต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ จัดงานแสดงสินค้าอาหารในประเทศ THAIFEX-World of Food Asia 2012 เพื่อผลักดันให้ไทย
เป็นศูนย์กลางการค้าและการกระจายสินค้าอาหารที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย
๒.๖.๗ ด�ำเนิ น การให้ มี ก ารกระจายรายได้ อ ย่ า งเป็ น ธรรม คุ ้ ม ครอง ส่ ง เสริ ม และขยายโอกาส
ในการประกอบอาชีพของประชาชน รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นและภูมิปัญญาไทย เพื่อใช้
ในการผลิตสินค้า บริการ และการประกอบอาชีพ
๒.๖.๗.๑ การกระจายรายได้ อ ย่ า งเป็ น ธรรม คุ ้ ม ครอง ส่ ง เสริ ม และขยายโอกาสในการ
ประกอบอาชีพของประชาชน ได้ด�ำเนินการในเรื่องต่าง ๆ เช่น การพักหนี้เกษตรกรรายย่อยและประชาชนผู้มีรายได้น้อย
ที่มีหนี้คงค้างต�ำ่ กว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท ด�ำเนินการให้ผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีมีรายได้เดือนละไม่น้อยกว่า ๑๕,๐๐๐ บาท

บทสรุปสำ�หรับผู้บริหาร

บัตรเครดิตพลังงาน มาตรการภาษีเพือ่ ช่วยเหลือประชาชนให้มที อี่ ยูอ่ าศัยเป็นของตนเอง (บ้านหลังแรก) มาตรการคืนภาษีรถยนต์
คันแรก โครงการเงินกู้เพื่อลดภาระหนี้ปลูกสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยแก่ผู้ประสบอุทกภัยปี ๒๕๕๔ มาตรการปรับลดภาษี
เงินได้นิติบุคคล (ผลการด�ำเนินการโดยสรุปปรากฏในข้อ ๑.๘ และ ๑.๙) และส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดย
การเพิ่มเงินกองทุนและพัฒนากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองสู่การเป็นกองทุนแห่งชาติเพื่อประชาชน จัดสรรงบประมาณให้แก่
กองทุน SML จัดตัง้ ทุนหมุนเวียนเป็นกองทุนตัง้ ตัวได้ (ผลการด�ำเนินการโดยสรุปปรากฏในข้อ ๑.๑๐) นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุน
สินเชื่อให้ผู้ประกอบการและประชาชนรายย่อยจากธนาคารเฉพาะกิจส�ำหรับสินเชื่อรายใหม่ ๖ ล้านราย ให้ความช่วยเหลือ
ทางการเงินแก่ผู้ประกอบการในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Soft Loan) วงเงิน ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท และให้ความช่วยเหลือ
ทางการเงินแก่ผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย เช่น โครงการค�ำ้ ประกันสินเชื่อในลักษณะ Portfolio Guarantee Scheme
ระยะที่ ๔
๒.๖.๗.๒ ส่งเสริมและสนั บสนุ น การพั ฒ นาภู มิปั ญ ญาท้ องถิ่ น และภู มิปั ญ ญาไทย เพื่ อใช้
ในการผลิตสินค้า บริการ และการประกอบอาชีพ โดยการสนับสนุนการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมและส่งเสริมภารกิจ
ของมูลนิธสิ ง่ เสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิรกิ ติ ิ์ พระบรมราชินนี าถ มีมลู ค่าการจ�ำหน่ายสินค้าศิลปาชีพ ๘๑.๓ ล้านบาท
เพิ่มขึ้นร้อยละ ๗๗ บริหารจัดการโครงการหนึ่งต�ำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ให้มีศักยภาพ เช่น ส่งเสริมให้ท�ำการตลาดออนไลน์
และใช้งานเครือข่ายทางสังคม ก�ำหนด แก้ไข/ปรับปรุง มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) และรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชน
น�ำร่องพัฒนา OTOP ไปสู่ SMEs เร่งเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศ โดยประกาศให้ปี ๒๕๕๔-๒๕๕๕
เป็น ”ปีมหัศจรรย์ไทยแลนด์„ (Miracle Thailand Year) และส่งเสริมปีมหัศจรรย์ไทยแลนด์ เช่น กระตุ้นตลาดท่องเที่ยว
เร่งสร้างกระแสการรับรู้ปีมหัศจรรย์ไทยแลนด์ในตลาดต่างประเทศ พัฒนาการท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยว หลักประกัน
ความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวในภาวะปกติและภาวะวิกฤต การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เชิงวัฒนธรรม และเชิงสุขภาพและสปา
ที่มีคุณภาพและมูลค่าเพิ่มสูง
๒.๖.๘ ส่งเสริมให้ประชากรวัยท�ำงานมีงานท�ำ คุม้ ครองแรงงานเด็กและสตรี จัดระบบแรงงานสัมพันธ์และ
ระบบไตรภาคี ผู้ท�ำงานมีสิทธิเลือกผู้แทนของตน จัดระบบประกันสังคม รวมทั้งคุ้มครองให้ผู้ท�ำงานที่มีคุณค่าอย่างเดียวกัน
ได้รับค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์ และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ
๒.๖.๘.๑ ส่งเสริมให้ประชากรวัยท�ำงานมีงานท�ำ โดยการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต�่ำวันละ ๓๐๐
บาท โดยได้ก�ำหนดให้มีมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อทั้งนายจ้างและลูกจ้างด้วย พัฒนาและยกระดับฝีมือแรงงาน ส่งเสริม
ให้ผู้ต้องการมีงานท�ำในระบบสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ขยายตลาดแรงงานภายใต้ความร่วมมือกับต่างประเทศ จัดตั้ง
ศูนย์ขอ้ มูลแรงงานแห่งชาติและศูนย์ขอ้ มูลเตือนภัยด้านแรงงาน เพือ่ ให้บริการข้อมูลด้านแรงงาน และลดค่าบริการการไปท�ำงาน
ต่างประเทศ
๒.๖.๘.๒ คุ้มครองแรงงานตามกฎหมายทั้งในและนอกระบบ รวมทั้งแรงงานเด็กและสตรี
เช่น อบรมให้ความรู้ ส่งเสริมความรู้ด้านสิทธิแรงงาน ตรวจสถานประกอบกิจการ ให้ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติที่ถูกต้อง
ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานต่อแรงงานเด็กและสตรี

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

บทสรุปสำ�หรับผู้บริหาร

๒.๖.๘.๓ จัดระบบแรงงานสัมพันธ์และระบบไตรภาคี โดยการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจ
ด้านแรงงานสัมพันธ์ในแต่ละภูมิภาค และติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านแรงงานสัมพันธ์ทั่วประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหา
ความขัดแย้งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง
๒.๖.๘.๔ จั ด ระบบประกั น สั ง คม และคุ ้ ม ครองให้ ผู ้ ท�ำงานที่ มี คุ ณ ค่ า อย่ า งเดี ย วกั น ได้ รั บ
ค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์ และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ เช่น ปรับปรุงพัฒนาระบบประกันสังคมเพื่อให้
ลูกจ้างผู้ประกันตนมีหลักประกันมั่นคงในชีวิตที่ดีขึ้น เพิ่มสิทธิประโยชน์ประกันสังคม เช่น การบูรณาการด้านการใช้สิทธิรักษา
กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินอย่างเท่าเทียม ขยายความคุ้มครองประกันสังคมแก่แรงงานนอกระบบที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคม
ตามมาตรา ๔๐ บริหารการลงทุนกองทุนประกันสังคมเพื่อเพิ่มผลตอบแทนสะสมส�ำหรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตน
ได้มากขึ้น ปรับปรุงกฎหมายประกันสังคม โดยปรับปรุงพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ เร่งยกระดับแรงงาน
ไร้ฝีมือให้เป็นแรงงานกึ่งฝีมือและแรงงานกึ่งฝีมือให้เป็นแรงงานฝีมือ เช่น จัดส่งคนพิการเข้าแข่งขันฝีมือคนพิการนานาชาติ
จัดโครงการเตรียมแรงงานพันธุ์ X โครงการพัฒนาอาชีพผู้ต้องขังที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว ๘๔ พรรษามหาราชัน เตรียมการรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีภายใต้ประชาคมอาเซียน โดยการพัฒนา
ขีดความสามารถแรงงานไทย เพิม่ ผลิตภาพแรงงานด้านเทคโนโลยี ควบคุมการเข้ามาท�ำงานของแรงงานต่างด้าวอย่างมีประสิทธิภาพ
จัดท�ำระบบทะเบียนประวัติอิเล็กทรอนิกส์ เร่งพิสูจน์สัญชาติ ศึกษาการน�ำเข้าแรงงานต่างด้าวจากประเทศอื่น ๆ เพื่อก�ำหนด
มาตรการที่เหมาะสม ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแก่สถานประกอบการและแรงงาน และช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย
น�้ำท่วมเป็นการเฉพาะหน้า เช่น จัดตั้ง ”ศูนย์ช่วยเหลือแรงงานต่างด้าวผู้ประสบอุทกภัย„
๒.๖.๙ คุ้มครองและรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรในการผลิตและการตลาด ส่งเสริมให้สินค้าเกษตร
ได้รับผลตอบแทนสูงสุด รวมทั้งส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกรในรูปของสภาเกษตรกรเพื่อวางแผนการเกษตรและ
รักษาผลประโยชน์ร่วมกันของเกษตรกร
๒.๖.๙.๑ คุ้มครองและรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรในการผลิตและการตลาดและส่งเสริม
ให้สินค้าเกษตรได้รับผลตอบแทนสูงสุด โดยการรับจ�ำน�ำข้าวและการแทรกแซงตลาดมันส�ำปะหลัง เพื่อสร้างความมั่นคง
ด้านรายได้ให้แก่เกษตรกร ดูแลราคาสินค้าเกษตรและการเสริมสร้างประสิทธิภาพระบบตลาด เช่น ด�ำเนินโครงการรักษา
เสถียรภาพราคายางและจัดการตลาดยางพาราแบบครบวงจร เชื่อมโยงและกระจายผลผลิตทางการเกษตรเพื่อแก้ปัญหาราคา
สินค้าเกษตรตกต�่ำ จัดระบบการค้าสินค้าเกษตร โดยการวางระบบการผลิตให้สอดคล้องกับการตลาดและเกิดความเป็นธรรม
แก่ทุกฝ่าย ส่งเสริมการพัฒนาตลาดกลางสินค้าเกษตรและตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า เสริมสร้างศักยภาพบริหารจัดการ
โลจิสติกส์ ขยายตลาดสินค้าเกษตร พัฒนาภาคเกษตร ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืช พัฒนาด้านการประมงและปศุสัตว์
เสริมสร้างฐานรากของครัวเรือนเกษตรกรให้เข้มแข็ง ทั้งการจัดท�ำระบบทะเบียนครัวเรือนเกษตรกร/สมุดทะเบียนเกษตรกร
และการจั ด ให้ มี บั ต รเครดิ ต /บั ต รสิ น เชื่ อ เกษตรกร เพื่ อ ลดต้ น ทุ น ให้ แ ก่ เ กษตรกรและลดหนี้ น อกระบบ พั ฒ นาธุ ร กิ จ
การเกษตร เช่น การจัดระบบสินค้าเกษตรในระดับพื้นที่ พัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรมูลค่าเพิ่ม เช่น การรับรองมาตรฐานสินค้า
เกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่กลุ่มผู้บริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น การบูรณาการเขตเกษตร

บทสรุปสำ�หรับผู้บริหาร

เศรษฐกิจเพือ่ อาหาร พลังงาน และอุตสาหกรรมในมันส�ำปะหลัง นอกจากนี้ ยังให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผูไ้ ด้รบั ความเสียหาย
จากภัยธรรมชาติอีกด้วย
๒.๖.๙.๒ ส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกรในรูปของสภาเกษตรกรเพื่อวางแผนการเกษตร
และรักษาผลประโยชน์รว่ มกันของเกษตรกร ได้คดั เลือกสมาชิกสภาเกษตรกร และออกประกาศระเบียบสภาเกษตรกรแห่งชาติ
เพื่อสนับสนุนการด�ำเนินงาน
๒.๖.๑๐ ส่งเสริมสนับสนุน และคุ้มครองระบบสหกรณ์ให้เป็นอิสระ และการรวมกลุ่มการประกอบอาชีพ
หรือวิชาชีพ ตลอดทั้งการรวมกลุ่มของประชาชนเพื่อด�ำเนินกิจการด้านเศรษฐกิจ ได้สนับสนุนการด�ำเนินงานสหกรณ์
ส่งเสริมความเข้มแข็งของวิสาหกิจชุมชน พัฒนาศักยภาพสมาชิกสหกรณ์/กลุม่ เกษตรกร ยุวเกษตรกร และพัฒนาองค์กรเกษตรกร
โดยค�ำนึงถึงการเตรียมพร้อมรับการเปิดประตูสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
๒.๖.๑๑ จัดให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอันจ�ำเป็นต่อการด�ำรงชีวิตของประชาชน เพื่อประโยชน์
ในการรักษาความมัน่ คงของรัฐในทางเศรษฐกิจ และต้องมิให้สาธารณูปโภคขัน้ พืน้ ฐานอันจ�ำเป็นต่อการด�ำรงชีวติ ของประชาชน
อยู่ในความผูกขาดของเอกชนอันอาจก่อความเสียหายแก่รัฐ ได้ด�ำเนินมาตรการยกระดับคุณภาพการให้บริการสาธารณะ
เช่น การขยายบริการ ”Drive Thru for Tax„ มาสู่ ”Drive Thru Service„ แก่ผู้ช�ำระภาษีรถประจ�ำปี การยกเลิกเงินประกัน
บัตรอัตโนมัติ (Easy Pass) และเพิม่ ช่องทางระบบการเติมเงิน การจัดระเบียบรถตูโ้ ดยสารสาธารณะ การพัฒนาโครงสร้างพืน้ ฐาน
ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น การพัฒนาโครงข่ายความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วถึงเพียงพอ ส่งเสริมการเข้าถึงการใช้บริการ
เครือข่ายอินเทอร์เน็ตสาธารณะฟรี (Free Public Wi-Fi) ส่งเสริมการใช้คลืน่ ความถีอ่ นั เป็นทรัพยากรของชาติให้มปี ระสิทธิภาพ
สูงสุด ส่งเสริมการใช้สื่อวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ยกระดับความมั่นคงปลอดภัยระบบเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสือ่ สาร (ICT) ของประเทศไทย ขยายการให้บริการน�ำ้ สะอาดเพือ่ การอุปโภคบริโภค พัฒนาโครงสร้างพืน้ ฐาน
ด้านน�ำ้ ประปาให้กระจายไปสูภ่ มู ภิ าคอย่างทัว่ ถึง เพียงพอ โดยก�ำหนดเป้าหมายให้ประชาชนในเขตนครหลวงได้รบั บริการน�ำ้ ประปา
ทุกคนภายในปี ๒๕๖๐ และในเขตภูมิภาคก�ำหนดให้มีประชาชนได้รับบริการน�้ำประปาเพิ่มขึ้น ๑๓ ล้านคน ภายในปี ๒๕๕๘
พัฒนาโครงสร้างพืน้ ฐานด้านระบบไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยด�ำเนินการให้ประชาชนมีไฟฟ้าใช้ในการประกอบอาชีพ
แก้ไขปัญหาความยากจน ยกระดับคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล�้ำทางด้านความเป็นอยู่ โดยขยายเขตไฟฟ้าให้พื้นที่ท�ำกิน
ทางการเกษตรซึ่งห่างไกลความเจริญ
๒.๖.๑๒ ป้องกันมิให้สาธารณูปโภคขัน้ พืน้ ฐานและโครงสร้างหรือโครงข่ายพืน้ ฐานของกิจการสาธารณูปโภค
ขั้นพื้นฐานของรัฐอันจ�ำเป็นต่อการด�ำรงชีวิตของประชาชนอยู่ในความผูกขาดของเอกชนอันอาจก่อความเสียหายแก่รัฐ
โดยให้ความส�ำคัญต่อบทบาทภาคเอกชนในการเข้ามามีสว่ นร่วมในการพัฒนาระบบโครงสร้างพืน้ ฐานด้านการขนส่งของประเทศ
มีการด�ำเนินการที่ส�ำคัญ ได้แก่ การพัฒนาโครงข่ายถนนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และเมืองหลักเพื่อแก้ไขปัญหา
การจราจร การเตรียมความพร้อมเพื่อการพัฒนาโครงข่ายถนนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และเมืองหลัก และ
โครงการจัดซื้อรถโดยสารใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV)

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

บทสรุปสำ�หรับผู้บริหาร

๒.๖.๑๓ ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการพาณิชยนาวี การขนส่งทางราง รวมทั้งการด�ำเนินการตามระบบ
บริหารจัดการขนส่งทั้งภายในและระหว่างประเทศ
๒.๖.๑๓.๑ การคมนาคมทางบกและการขนส่ ง ทางราง โดยการพั ฒ นาระบบขนส่ ง ทางราง
ได้แก่ พัฒนาระบบรถไฟทางคูแ่ ละระบบรถไฟความเร็วสูง และจัดหาหัวรถจักรและรถโบกี้บรรทุกตูส้ ินค้าเพือ่ เพิม่ ประสิทธิภาพ
ในการรองรับการขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้า พัฒนาระบบขนส่งมวลชน ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้า ๑๐ สาย และโครงการ
ระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Airport Rail Link) ส่วนต่อขยายช่วงพญาไท-ดอนเมือง พัฒนา
ระบบตั๋วร่วมโดยน�ำมาใช้กับระบบขนส่งสาธารณะทั้งหมด
๒.๖.๑๓.๒ การพัฒนาการขนส่งทางน�้ำและโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบการขนส่ง
และโลจิสติกส์ของประเทศไทย เพิ่มขีดความสามารถการเดินเรือในแม่น�้ำเจ้าพระยาและแม่น�้ำน่าน และเพิ่มศักยภาพการขนส่ง
ต่อเนื่องหลายรูปแบบ
๒.๖.๑๓.๓ การพัฒนาการขนส่งทางอากาศ มีการด�ำเนินการทีส่ ำ� คัญ เช่น การพัฒนาท่าอากาศยาน
สุวรรณภูมิ ระยะที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๖๐) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถรองรับจ�ำนวนผู้โดยสาร จาก ๔๕ ล้านคนต่อปี
เป็น ๖๐ ล้านคนต่อปี โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อเพิ่มศักยภาพและส่งเสริมกิจการการขนส่งทางอากาศ
ในการรองรับสายการบินต้นทุนต�ำ่ และ/หรือเส้นทางการบินในประเทศและระหว่างประเทศแบบจุดต่อจุด
๒.๖.๑๓.๔ การเชื่อมโยงระบบโครงข่ายถนนในการขนส่งสินค้าและบริการระหว่างประเทศ
ได้แก่ โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น�้ำโขง จังหวัดนครพนมและจังหวัดเชียงราย และโครงการก่อสร้างศูนย์เปลี่ยนถ่าย
รูปแบบการขนส่งสินค้า (Intermodal Facilities) อ�ำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
๒.๖.๑๔ ส่ ง เสริ ม และสนั บ สนุ น องค์ ก รภาคเอกชนทางเศรษฐกิ จ ทั้ ง ในระดั บ ชาติ แ ละระดั บ ท้ อ งถิ่ น
ให้มคี วามเข้มแข็ง โดยให้ความส�ำคัญกับการสนับสนุนและส่งเสริมภาคเอกชนในการลงทุนภาคอุตสาหกรรมให้มคี วามเข้มแข็ง
และเป็นภาคการผลิตที่ส�ำคัญทางเศรษฐกิจ ได้แก่ การยกระดับความสามารถในการแข่งขันและขยายช่องทางการตลาด
ของธุรกิจอุตสาหกรรม เช่น การยกระดับความสามารถระบบโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานของภาคอุตสาหกรรมเพื่อลดต้นทุน
ธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการพร้อมรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) การปรับโครงสร้าง
อุ ต สาหกรรมอ้ อ ยและน�้ ำ ตาลทรายทั้ ง ระบบ การส่ ง เสริ ม อาหารไทยและครั ว ไทยสู ่ ค รั ว โลกโดยการจั ด ท� ำ แผนพั ฒ นา
อุตสาหกรรมอาหารของไทยเป็นครัวอาหารคุณภาพของโลก พัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของไทย ภายใต้ยุทธศาสตร์ครัวไทย
สู่ครัวโลก พัฒนาอุตสาหกรรมอาหารครบวงจร ภายใต้แผนแม่บทอุตสาหกรรมอาหาร ปีงบประมาณ ๒๕๕๖ สร้างความเข้มแข็ง
ให้กับอุตสาหกรรมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) การดึงดูดการลงทุนเข้าสู่ประเทศในสาขาที่เป็นการผลิตสินค้า
และบริการ โดยจัดท�ำโครงการภายใต้มาตรการฟื้นฟูภาพลักษณ์ประเทศไทยและสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน การร่วมแก้ไข
ปัญหาทางเศรษฐกิจภูมิภาคระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยจัดการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ
ในภูมภิ าคในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ การจัดท�ำยุทธศาสตร์เพือ่ การฟืน้ ฟูและสร้างอนาคตประเทศ

บทสรุปสำ�หรับผู้บริหาร

โดยจัดตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ฟื้นความเชื่อถือ
และสร้างความมั่งคั่งและมั่นคงของประเทศจากวิกฤตภัยธรรมชาติให้กลับฟื้นคืนมาในระยะยาวอย่างยั่งยืนและเป็นระบบ
๒.๖.๑๕ ส่งเสริมอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มในทางเศรษฐกิจ
โดยการเสริมสร้างกระบวนการสร้างอาชีพ สร้างงานที่มีคุณภาพ รวมถึงจัดตั้งกองทุนต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการผลิต
การแปรรูป และการค้าอย่างทันสมัย ทัง้ การให้ความช่วยเหลือชาวไร่ออ้ ยในอุตสาหกรรมอ้อยและน�ำ้ ตาลทรายและการสนับสนุน
ชาวไร่อ้อยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน พัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปบนฐานความรู้ ความคิดสร้างสรรค์
ภูมิปัญญาท้องถิ่น และนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งให้ความส�ำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม
อาหารของไทยให้เป็นครัวอาหารคุณภาพของโลกภายใต้ยุทธศาสตร์ครัวไทยสู่ครัวโลก และขับเคลื่อนโครงการพัฒนา
อุตสาหกรรมอาหารครบวงจรภายใต้แผนแม่บทอุตสาหกรรมอาหาร พัฒนาอุตสาหกรรมที่มิใช่อาหาร เช่น ผลิตภัณฑ์ยาง
และไม้ยางพารา ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรกว่า ๑ ล้านครอบครัวและสามารถสร้างรายได้จากการส่งออก
เป็นล�ำดับต้น ๆ และพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปครบวงจร โดยได้ดำ� เนินการพัฒนาระบบฐานข้อมูลงานวิจยั อาหารแปรรูป
และพัฒนาการเชื่อมโยงนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์ในพื้นที่ต่าง ๆ
ปัญหาและอุปสรรค ในเรือ่ งการขับเคลือ่ นปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ยังคงมีอปุ สรรคที่ท�ำให้กลุ่มเป้าหมาย
ยังไม่เข้าใจหลักการและสาระของปรัชญาที่ลึกซึ้งอันเป็นพื้นฐานเบื้องต้นของการด�ำเนินชีวิตและน�ำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์
และปฏิบัติได้จริง จนเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นวิถีการด�ำเนินชีวิตได้ต่อไป ดังนั้น ในระยะต่อไปรัฐบาลจะมุ่งเน้น
การขับเคลื่อนประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่สามารถน�ำมาปฏิบัติจริงได้ในสภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจและ
สังคมในปัจจุบนั ให้มากขึน้ รวมทัง้ ส่งเสริมให้เกิดการขยายผลอย่างจริงจังโดยสร้างองค์ความรูแ้ ละสร้างเครือข่ายการขับเคลือ่ น
นอกจากนี้ ในเรื่องการด�ำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจในด้านต่าง ๆ ของรัฐบาล เนื่องจากสถานการณ์ในระยะแรกเริ่มที่
รัฐบาลได้เข้ามาบริหารงานในช่วงปลายปี ๒๕๕๔ ภาวะเศรษฐกิจของไทยอยู่ในช่วงที่มีความเสี่ยงสูงจากความไม่แน่นอนของ
เศรษฐกิจโลก รวมทั้งการเกิดสถานการณ์มหาอุทกภัย ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจของภาคเอกชนและโครงการ
ลงทุนของภาครัฐให้ชะงักงัน แต่รัฐบาลสามารถน�ำพาประเทศผ่านพ้นและพลิกฟื้นกลับมาได้อย่างรวดเร็ว และต้องใช้ทรัพยากร
ทั้งงบประมาณและเวลาของรัฐบาลในการเดินหน้านโยบายต่าง ๆ ในด้านเศรษฐกิจไปใช้ในการแก้ปัญหาและฟื้นฟูประเทศ
ท�ำให้การผลักดันแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจบางเรื่องอาจไม่บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ตั้งแต่ต้นอย่างสมบูรณ์ ซึ่งรัฐบาลจะได้
แก้ไขการท�ำงานในระยะต่อไป โดยเฉพาะในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
 การก�ำกับดูแลราคาสินค้าเพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการ เพราะปัญหาราคา
ต้นทุนสินค้าหรือปัจจัยการผลิตได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ ทั้งจากราคาน�้ำมัน วัตถุดิบน�ำเข้าจาก
ต่างประเทศ ซึ่งในระยะต่อไปจะศึกษาวิเคราะห์ต้นทุนและราคาสินค้าทั้งต้นน�้ำ กลางน�้ำ และปลายน�้ำ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการ
ก�ำกับให้ราคาสินค้าเป็นธรรมและสอดคล้องทุกช่วงการผลิตในระยะยาว เพื่อให้การก�ำกับดูแลราคาสินค้าเป็นระบบ รวมทั้ง
ปรับปรุงกฎหมายการแข่งขันทางการค้าให้มีประสิทธิภาพในการบังคับใช้ และศึกษาแนวทางการพัฒนาปรับปรุงองค์กรก�ำกับ
การแข่งขันทางการค้าให้เป็นองค์กรอิสระหรือองค์กรที่คล่องตัวมากขึ้น

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

และกองทุนต่าง ๆ อาจมีความช้า ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากที่รัฐบาลต่องเร่งแก้ไขปัญหาอุทกภัยและฟื้นฟูประเทศ รวมทั้งก�ำหนด
ขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อป้องกันปัญหาการทุจริต ซึ่งขณะนี้รัฐบาลจะเร่งรัดให้แล้วเสร็จ นอกจากนี้ การส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่มี
การยกเลิกการเดินทางของนักท่องเทีย่ วเป็นผลจากมหาอุทกภัย ซึง่ รัฐบาลได้เร่งสร้างความเชือ่ มัน่ ผ่านโครงการต่าง ๆ และพัฒนา
เทคโนโลยีสารสนเทศเพือ่ การท่องเทีย่ ว รวมทัง้ การบูรณาการและบริหารจัดการการท่องเทีย่ วระหว่างภาครัฐ เอกชน และท้องถิน่
ให้มากขึ้น ในส่วนการด�ำเนินงานด้านแรงงาน ต้องเร่งยกระดับฝีมือแรงงานให้สูงขึ้นและเสริมสร้างทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ
เพื่อรองรับและลดผลกระทบจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘
 การดูแลและรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร โดยเฉพาะโครงการรับจ�ำน�ำสินค้าเกษตรทีไ่ ด้รบั ความห่วงใย
จากสาธารณชนเป็นอย่างมาก และเพื่อให้การด�ำเนินโครงการทั้งในระดับพื้นที่และในระดับปฏิบัติการจะต้องมีประสิทธิภาพ
และป้องกันการทุจริต จึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการอ� ำนวยการตรวจสอบเพื่อป้องกันการทุจริตในการรับจ�ำน�ำข้าว
การเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันสาธารณภัย และการใช้จ่ายเงินงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อน�ำผลการ
ตรวจสอบทุจริตมาปรับปรุงขบวนการให้โปร่งใสและเกิดประโยชน์แก่เกษตรกรอย่างแท้จริง รวมทั้งเร่งสร้างความรู้ ความเข้าใจ
เกี่ยวกับการซื้อขายในตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าให้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 การจั ด สาธารณู ป โภคขั้ น พื้ น ฐานและพั ฒ นาโครงสร้ า งพื้ น ฐานของประเทศ มี ห น่ ว ยงานของรั ฐ
ทั้งส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจเป็นกลไกด�ำเนินการหลักซึ่งการท�ำงานจะมีขั้นตอนและวิธีการที่ใช้เวลาค่อนข้างมากเพื่อให้
กระบวนการด�ำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใส ปราศจากการทุจริตและผูด้ ำ� เนินโครงการต้องมีประสิทธิภาพและสามารถด�ำเนินการ
ให้บรรลุวตั ถุประสงค์ทวี่ างไว้ ประกอบกับการด�ำเนินโครงการในบางพืน้ ทีจ่ ำ� เป็นต้องมีการศึกษาผลกระทบด้านสิง่ แวดล้อมและ
ทรัพยากรธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่เพื่อลดความขัดแย้ง ดังนั้น รัฐบาลจะปรับ
แนวทางการท�ำงานโดยให้หน่วยงานปรับแผนการด�ำเนินโครงการต่าง ๆ ให้เริ่มด�ำเนินการเร็วขึ้นโดยให้ค�ำนึงถึงเวลาที่จะต้อง
ใช้ไปในขั้นตอนต่าง ๆ ข้างต้นร่วมด้วย รวมทั้งเร่งแก้ไขปัญหาทางการเงินและกลไกการบริหารจัดการของรัฐวิสาหกิจที่ประสบ
ปัญหา เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคและข้อจ�ำกัดในการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
๒.๗ แนวนโยบายด้ า นที่ ดิ น ทรั พ ยากรธรรมชาติ และสิ่ ง แวดล้ อ ม ในการด� ำ เนิ น นโยบายด้ า นที่ ดิ น
ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมซึ่งสอดคล้องกับมาตรา ๘๕ ตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลได้ด�ำเนินการ ดังนี้
๒.๗.๑ ก�ำหนดหลักเกณฑ์การใช้ทดี่ นิ ให้ครอบคลุมทัว่ ประเทศและก�ำหนดมาตรฐานการใช้ทดี่ นิ อย่างยัง่ ยืน
ได้จัดตั้งคณะกรรมการบูรณาการการบริหารจัดการที่ดินเชิงระบบ จัดรูปที่ดิน เร่งรัดการจัดท�ำแนวเขตในพื้นที่อนุรักษ์ ป้องกัน
และแก้ไขปัญหาการบุกรุกท�ำลายทรัพยากรป่าไม้และการกัดเซาะชายฝั่ง พัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชด�ำริ และอนุรักษ์สัตว์ป่า
ก�ำหนดเขตการใช้ที่ดินที่เหมาะสมเพื่อการผลิตพืชเศรษฐกิจในพื้นที่ท�ำการเกษตร รวมทั้งจัดท�ำระบบฐานข้อมูลทรัพยากรดิน
และการใช้ที่ดิน

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

บทสรุปสำ�หรับผู้บริหาร

 การส่งเสริมการกระจายรายได้และขยายโอกาสการประกอบอาชีพของประชาชน เช่น การพักหนี้

บทสรุปสำ�หรับผู้บริหาร

๒.๗.๒ กระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ได้ด�ำเนินการให้เกษตรกรมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในที่ดิน
เพื่อประกอบเกษตรกรรมอย่างทั่วถึง แก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งเกี่ยวกับที่ดินของรัฐ เพื่อให้ได้ข้อยุติหรือคลี่คลายข้อขัดแย้ง
แก้ไขปัญหาที่ดินท�ำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ อนุรักษ์ ฟื้นฟู ปรับปรุงคุณภาพดิน พัฒนาระบบและเครือข่ายฐานข้อมูล
ทรัพยากรชีวภาพระดับประเทศ
๒.๗.๓ วางผังเมือง พัฒนา และด�ำเนินการตามผังเมืองเพือ่ ประโยชน์ในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
อย่างยั่งยืน ได้เพิ่มเติมมาตรการด้านผังเมืองในการป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัยในผังเมืองรวม เมือง/ชุมชนเพื่อให้มี
การบริหารจัดการพื้นที่น�้ำท่วมขังและการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเป็นระบบ ปรับปรุงพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
เพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลของการผังเมือง
๒.๗.๔ จัดหาแหล่งนำ�้ เพือ่ ให้เกษตรกรมีนำ�้ ใช้อย่างพอเพียงและเหมาะสมแก่การเกษตร ได้จดั หาแหล่งน�ำ้
เพื่อให้เกษตรกรมีนำ�้ ใช้อย่างพอเพียงและเหมาะสมแก่การเกษตร โดยก่อสร้างโครงการชลประทานขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และ
ขนาดเล็ก จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง ก่อสร้างแหล่งน�้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน จัดหาน�้ำสะอาดให้แก่หมู่บ้านหาน�้ำยาก
ทั่วประเทศ
๒.๗.๕ จั ด ให้ มี แ ผนการบริ ห ารจั ด การทรั พ ยากรน�้ ำ และทรั พ ยากรธรรมชาติ อื่ น อย่ า งเป็ น ระบบ
ได้เร่งก�ำหนดแผนการบริหารจัดการน�้ำทั้งระบบอย่างบูรณาการซึ่งได้แบ่งเป็น ๓ ระยะ คือ ระยะเร่งด่วน ระยะปานกลาง และ
ระยะยาว รวมทั้งอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
๒.๗.๖ ส่งเสริม บ�ำรุงรักษา และคุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อม ตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจน
ควบคุมและก�ำจัดภาวะมลพิษที่มีผลต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชน ได้ป้องกันและแก้ไข
ปัญหามลพิษจากหมอกควันไฟป่า และเสริมสร้างศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการป้องกันควบคุม ลด และ
ขจัดมลพิษโดยจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายจากชุมชน บริหารจัดการระบบน�ำ้ เสียให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่
อย่างเต็มรูปแบบ การด�ำเนินการตามแผนการรองรับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและลดโลกร้อน ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ลดการ
ใช้สารเคมี รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนโดยสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัยที่มีประสิทธิภาพ
และด�ำเนินกิจกรรมเพื่อสร้างจิตส�ำนึกในการดูแล รักษา อนุรักษ์แก่เด็กและเยาวชน
ปัญหาและอุปสรรค ปัญหาที่ส�ำคัญ ได้แก่ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ถูกท�ำลายมากขึ้นซึ่งน�ำ
ไปสูก่ ารขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติทจี่ ะมาใช้เป็นปัจจัยการผลิตและการอยูอ่ าศัย และส่งผลกระทบทางสิง่ แวดล้อมทีร่ นุ แรง
มากขึน้ และเป็นปัจจัยทีน่ ำ� ไปสูก่ ารเกิดภัยธรรมชาติตา่ ง ๆ การจัดสรรทีด่ นิ ของรัฐทีม่ จี ำ� นวนน้อยให้แก่เกษตรกรรายย่อยจ�ำนวนมาก
ที่มีความต้องการที่ดินท�ำกิน การแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันอันเนื่องมาจากการเผาป่า ซึ่งรัฐบาลต้องสร้างความตระหนัก
และจิตส�ำนึกให้แก่ประชาชนและผูป้ ระกอบการให้เห็นถึงความส�ำคัญของทรัพยากรธรรมชาติมากขึน้ รณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจถึง
ผลกระทบทีจ่ ะเกิดขึน้ และต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ตลอดจนเตรียมความพร้อมส�ำหรับภัยพิบตั ดิ า้ นทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อมในอนาคต รวมทั้งจะต้องขอความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้านในการควบคุมปัญหาเหล่านี้ด้วย

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

บทสรุปสำ�หรับผู้บริหาร

๒.๘ แนวนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ ทรัพย์สินทางปัญญา และพลังงาน ในการด�ำเนินนโยบายด้านวิทยาศาสตร์
ทรัพย์สินทางปัญญา และพลังงาน ซึ่งสอดคล้องกับมาตรา ๘๖ ตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลได้ด�ำเนินการ ดังนี้
๒.๘.๑ ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเป็นปัจจัย
ส�ำคัญในการพัฒนาภาคการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยการพัฒนาและส่งเสริมความรู้
ด้านวิทยาศาสตร์ให้ประชาชนได้ใช้ในชีวิตประจ�ำวันผ่านกิจกรรมโครงการรวมทั้งสื่อต่าง ๆ เช่น Learning Object, e-book,
เว็บไซต์ www.scimath.org และรายการฉลาดสุดสุด (Sponge) จัดท�ำคลังข้อมูลงานวิจัยไทยซึ่งมีข้อมูลผลงานวิจัย
ให้บริการแก่ประชาชน มากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ผลงาน สร้างบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ทุกระดับผ่านโครงการห้องเรียนวิทยาศาสตร์
การแข่งขันวิชาการโอลิมปิก และการให้ทุนการศึกษา ๓,๓๗๑ ทุน สนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการลงทุนและความร่วมมือ
ระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมทั้งสถาบันการศึกษาชั้นสูงให้เกิดการวิจัยและพัฒนา เช่น ส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์
ริเริ่มและผลักดันสถาบันพัฒนาเทคโนโลยีแห่งชาติ สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ก่อให้เกิด
การน�ำไปใช้ประโยชน์ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม โดยสนับสนุนโครงการวิจัยของหน่วยงานภาครัฐ ๔,๘๐๘ โครงการ
งบประมาณ ๓,๔๕๖.๙๐ ล้านบาท ปฏิรูประบบวิจัยของประเทศโดยปรับโครงสร้างใหม่เพื่อให้ขับเคลื่อนการวิจัยให้เกิดผล
เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น พัฒนาฐานข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อการบริการระดับจังหวัด จัดท�ำระบบข้อมูลดาวเทียมเพื่อความมั่นคง
พื้นที่พิเศษ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้บริการข้อมูลดาวเทียมเพื่อภารกิจด้านภัยพิบัติทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
พัฒนาระบบให้บริการภูมิสารสนเทศพร้อมใช้โดยเผยแพร่ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ www.gistda.or.th
๒.๘.๒ พัฒนาระบบคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับ
การประดิ ษ ฐ์ ห รื อ คิ ด ค้ น ใหม่ ได้จัดประชุมคณะท�ำงานความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาของอาเซียน ครั้งที่ ๓๗
จัดตั้งศูนย์ปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและศูนย์ส่งเสริมทรัพย์สินทางปัญญาภูมิภาค จัดงานตลาดนัดทรัพย์สิน
ทางปัญญา (IP FAIR 2012) งานมหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์นานาชาติ ครั้งที่ ๒ (TICEF 2012) และงานมหกรรมผ้าไหมไทย
ร่วมเทิดไท้ราชินี
๒.๘.๓ วิจยั และพัฒนาพลังงานทดแทนอย่างต่อเนือ่ ง ได้ศกึ ษาแนวทางการลงทุนเพือ่ จัดสร้างท่อขนส่งน�ำ้ มัน
ส�ำรองน�้ำมันเชื้อเพลิงทางยุทธศาสตร์ จัดหาน�้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติในภูมิภาค เช่น พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย
แหล่งก๊าซธรรมชาติดงมูลและบงกชใต้ สร้างความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างไทยและเมียนมาร์ สร้างจิตส�ำนึกในการใช้
พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพโดยการก�ำกับดูแลคุณภาพน�ำ้ มันเชือ้ เพลิงทีจ่ ำ� หน่ายในประเทศ ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ปี ล ะ ๔๔,๐๐๐ ตั น ผ่ า นโครงการน� ำ ก๊ า ซธรรมชาติ ไ ปใช้ ป ระโยชน์ แ ทนการเผาทิ้ ง และพั ฒ นาเป็ น โครงการกลไก
การพัฒนาที่สะอาด (CDM) ในพื้นที่ต่าง ๆ พัฒนาอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดการประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานทดแทน
โดยส่งเสริมประยุกต์ใช้เครื่องมือเชิงเศรษฐนิเวศ (Eco-Tool) จัดท�ำยุทธศาสตร์การบริหารจัดการของเสียเชิงบูรณาการ
ตรวจประเมินเพื่อรองรับระบบการจัดการพลังงาน พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ พัฒนาแหล่งหินน�้ำมัน
แอ่ ง แม่ ส อด จั ง หวั ด ตาก เพื่ อ อุ ต สาหกรรม สร้ า งความมั่ น คงด้ า นพลั ง งานในอนาคตและมุ ่ ง พั ฒ นาให้ ป ระเทศไทย
เป็นศูนย์กลางพลังงานในภูมภิ าค (Regional Energy Hub) โดยได้ศกึ ษาการจัดตัง้ สะพานเศรษฐกิจให้เชือ่ มโยงกับเส้นทางธุรกิจ

บทสรุปสำ�หรับผู้บริหาร

พลังงานในภูมิภาคอื่น ๆ เพื่อสร้างความมั่นคงในการส�ำรองน�้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ สร้างเสริมความมั่นคงทางพลังงานโดย
แสวงหาและพัฒนาแหล่งพลังงานและระบบไฟฟ้าจากทั้งในและต่างประเทศ เพิ่มก�ำลังการผลิต ขยายและปรับปรุงระบบไฟฟ้า
รับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น จัดตั้งหน่วยงานความร่วมมือ ASEAN Energy
Regulators’ Network (AERN) ระหว่างกลุ่มประเทศ ASEAN เพื่อสร้างความร่วมมือในเชิงการก�ำกับกิจการพลังงานและ
การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ภายใต้กรอบความร่วมมือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ส่งเสริมการผลิต การใช้ การวิจัย และ
การพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกโดยให้เพิ่มเป้าหมายการพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก
เป็นร้อยละ ๒๕ ภายในปี ๒๕๖๔ ส่งเสริมและผลักดันการอนุรักษ์พลังงานอย่างเต็มรูปแบบโดยลดระดับการใช้พลังงานต่อ
ผลผลิตลงร้อยละ ๒๕ ภายใน ๒๐ ปี และด�ำเนินโครงการประหยัดพลังงานในภาคครัวเรือน ธุรกิจ และอุตสาหกรรม และมาตรการ
ลดการใช้พลังงานอย่างน้อยร้อยละ ๑๐ ในหน่วยงานภาครัฐ
ปัญหาและอุปสรรค มี ๓ ด้าน คือ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พบว่า การใช้ศักยภาพ
ของนักเรียนทุนยังไม่เต็มที่ การวิจัยและพัฒนาของประเทศยังเป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศ OECD
และบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศและเทคโนโลยีอวกาศมีจ�ำนวนน้อยขณะที่ภาครัฐจ�ำเป็นต้องใช้ข้อมูล
ภูมิสารสนเทศมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลจะเร่งสร้างเส้นทางอาชีพ (Career Path) ให้แก่นักเรียนทุนที่ส�ำเร็จการศึกษา และสนับสนุน
ทุนวิจัยอย่างต่อเนื่องและเพิ่มขึ้นในสาขาต่าง ๆ สนับสนุนและส่งเสริมให้สถาบันการศึกษามีสาขาวิชาการศึกษาด้านเทคโนโลยี
ภูมสิ ารสนเทศและเทคโนโลยีอวกาศ รวมทัง้ เพิม่ การลงทุนด้านโครงสร้างพืน้ ฐานและการวิจยั และพัฒนาของประเทศให้มากขึน้
ด้านการให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งยังคงปรากฏการละเมิดอยู่อย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจะด�ำเนินการปราบปราม
อย่างจริงจัง และผลักดันหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และทุกภาคส่วนให้ร่วมมือประสานงานเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ
และพัฒนาระบบคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาตลอดจนพัฒนาระบบบริหารจัดการ และการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทาง
ปัญญาในเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง และด้านพลังงาน การปรับโครงสร้างราคาพลังงานมีผลกระทบในวงกว้าง ท�ำให้เกิดกระแส
การต่อต้านในช่วงแรกและก่อให้เกิดปัญหาการลักลอบขนส่งน�้ำมันไปประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งรัฐบาลได้ปรับมาตรการให้เกิด
ความเหมาะสมและด�ำเนินการสร้างความเข้าใจกับประชาชน เพื่อลดภาระการน�ำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริม
ให้เกิดความตระหนักในการใช้พลังงานอย่างประหยัดของทุกภาคส่วน นอกจากนั้น ในส่วนของโครงการและมาตรการอนุรักษ์
พลังงานต่าง ๆ ก็จำ� เป็นต้องเพิ่มการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องด้วย
๒.๙ แนวนโยบายด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการด�ำเนินนโยบายด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน
ซึ่งสอดคล้องกับมาตรา ๘๗ ตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลได้ด�ำเนินการ ดังนี้
๒.๙.๑ ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการก�ำหนดนโยบายและวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
ทั้ ง ในระดั บ ชาติ แ ละระดั บ ท้ อ งถิ่ น ได้สนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการก� ำหนดนโยบายและแผนด้านพลังงาน
การจัดท�ำแผนชุมชนสู่การพัฒนาชุมชนท้องถิ่น การบูรณาการแผนชุมชนระดับต�ำบลเข้ากับแผนพัฒนาท้องถิ่น และเปิดโอกาส
ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการให้ความเห็นและข้อเสนอแนะด้านเศรษฐกิจและสังคม

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

บทสรุปสำ�หรับผู้บริหาร

๒.๙.๒ ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจทางการเมือง และการจัดท�ำ
บริการสาธารณะ ได้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วนในการจัดท�ำและขับเคลื่อนแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๙) และส่งเสริมการกระจายอ�ำนาจให้จังหวัดจัดการตนเอง
๒.๙.๓ สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการใช้อ�ำนาจรัฐทุกระดับ ได้สนับสนุน
ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด ในการสอดส่องการปฏิบัติภารกิจของ
หน่วยงานของรัฐ/เจ้าหน้าที่รัฐ และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับโครงการของรัฐผ่านเว็บไซต์
๒.๙.๔ ส่งเสริมให้ประชาชนมีความเข้มแข็งในทางการเมือง และจัดให้มีกฎหมายจัดตั้งกองทุนพัฒนา
การเมืองภาคพลเมือง ได้สนับสนุนงบประมาณกองทุนพัฒนาการเมืองให้ส�ำนักงานสภาพัฒนาการเมือง ซึ่งคณะกรรมการ
บริหารกองทุนฯ ได้จัดสรรงบประมาณดังกล่าวไปยังกลุ่มเครือข่ายจังหวัดทั่วประเทศ จังหวัดละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อจัดท�ำ
โครงการพัฒนากลไกของประชาชนที่รวมตัวกันเป็นเครือข่าย เพื่อการขับเคลื่อนการพัฒนาประชาธิปไตยชุมชน
๒.๙.๕ ส่งเสริมและให้การศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการพัฒนาการเมืองและการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และส่งเสริมให้ประชาชนได้ใช้สิทธิเลือกตั้งโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
ได้จดั อบรมความรู้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการสร้างจิตส�ำนึกความเป็นชาติ
ส่งเสริมประชาธิปไตยชุมชน และเร่งผลักดันการปฏิรูปการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง
ปัญหาและอุปสรรค ในเรื่องการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการวางแผนและด�ำเนินโครงการพัฒนาต่าง ๆ ของ
ท้องถิ่นและชุมชน ซึ่งรัฐบาลจะเร่งแก้ไขเพื่อให้หน่วยงานของรัฐในภูมิภาคที่เป็นกลไกผลักดันการมีส่วนร่วมได้ตระหนักถึง
ความส�ำคัญในการมีสว่ นร่วมและการจัดการตนเองของภาคประชาชนมากยิง่ ขึน้ รวมทัง้ สร้างความชัดเจนเกีย่ วกับขอบเขตหน้าที่
ระหว่างหน่วยงานส่วนภูมภิ าคกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ นอกจากนัน้ จากการทีไ่ ด้พบว่าการน�ำยุทธศาสตร์ตามแผนพัฒนา
การเมืองไปสู่การปฏิบัติและรายงานผลการด�ำเนินงานตามแผนพัฒนาการเมืองค่อนข้างน้อย ท�ำให้ไม่สามารถวัดความส�ำเร็จ
ในการพัฒนาการเมืองตามแผนได้ จึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลต้องเร่งสร้างความตระหนักให้แก่หน่วยงานรัฐและส่งเสริมให้
ทุกภาคส่วนให้ความส�ำคัญต่อการพัฒนาภาคพลเมืองมากขึ้น

บทสรุปสำ�หรับผู้บริหาร

การด�ำเนินการทั้งหมดในรอบปีที่ ๑ ของรัฐบาลข้างต้นเป็นผลจากความมุ่งมั่นและการบริหารจัดการที่ให้ความส�ำคัญ
ในการระดมสรรพก�ำลังต่าง ๆ ในการพัฒนาประเทศอย่างจริงจังของรัฐบาล ท�ำให้รัฐบาลสามารถน�ำพาประเทศให้ผ่านวิกฤต
และสามารถด�ำเนินนโยบายส�ำคัญต่าง ๆ ให้บังเกิดผลอันเป็นการวางรากฐานการพัฒนาที่เด่นชัดทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม
ดังจะเห็นได้จากเศรษฐกิจของประเทศทีส่ ามารถพลิกฟืน้ ได้อย่างรวดเร็วหลังประสบวิกฤตมหาอุทกภัยโดยอัตราการเจริญเติบโต
ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส ๑/๒๕๕๕ ขยายตัวร้อยละ ๐.๔ และร้อยละ ๔.๒ ในไตรมาส ๒/๒๕๕๕
ซึ่งปรับตัวดีขึ้นหลังหดตัวร้อยละ ๘.๙ ในช่วงไตรมาส ๔/๒๕๕๔ และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ดี อัตราเงินเฟ้อ
ทั่วไปมีทิศทางชะลอตัวมาตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๕๔ โดยอยู่ที่ร้อยละ ๔.๒ และปรับลดลงมาโดยตลอดจนมาอยู่ที่ร้อยละ
๒.๕ ในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ ขณะที่ในด้านสังคม อัตราการว่างงานอยู่ในระดับต�่ำ ในไตรมาส ๒/๒๕๕๕ มีจ�ำนวนผู้ว่างงาน
ประมาณ ๓๓๔,๑๒๑ คน คิดเป็นอัตราการว่างงานเพียงร้อยละ ๐.๘๕
รัฐบาลตระหนักว่าความส�ำเร็จในการด�ำเนินนโยบายในช่วง ๑ ปีทผี่ า่ นมานัน้ เกิดขึน้ จากความร่วมมือร่วมแรงจากทุกภาคส่วน
ผ่านการบริหารจัดการทีม่ ปี ระสิทธิภาพของรัฐบาลซึง่ นับเป็นการวางพืน้ ฐานการพัฒนาทีส่ ำ� คัญให้แก่ประเทศ ดังนัน้ ในระยะต่อไป
รัฐบาลยังคงมุ่งมั่นที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคง
ทางสังคม และสร้างความสุข ความอยู่ดีกินดีให้กับประชาชนคนไทยทุกคน โดยจะน�ำพาประเทศให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง
และเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

1

บทนำ�

บทน�ำ

สถานการณ์ของประเทศ

ในช่วงที่รัฐบาล
เริ่มเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน
 ภาพรวมของผลการด�ำเนินการ

เพื่อฟื้นฟูสถานการณ์ของประเทศ
ในช่วง ๑ ปีที่ผ่านมา

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

3

บทนำ�

สถานการณ์ของประเทศ
ในช่วงทีร่ ฐั บาลเริม่ เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน

การพัฒนาประเทศไทยในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยง
และผลกระทบต่าง ๆ ทั้งจากภายในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นผลจาก
สภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและ
รวดเร็ ว ตลอดจนปั ญ หาเชิ ง โครงสร้ า งที่ ส ะสมมายาวนานก่ อ นหน้ า ที่ รั ฐ บาล
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งถือได้ว่า
อยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างที่ส�ำคัญใน ๓ ด้านหลัก คือ

สถานการณ์เศรษฐกิจ
ช่วงก่อนหน้าที่รัฐบาล
เข้ามาบริหารประเทศ

 เศรษฐกิจโลกผันผวน
 ไทยพึ่งพาการส่งออก

มากกว่า ๗๐%
 ขีดความสามารถ
ในการแข่งขันลดลง

๑. ด้านเศรษฐกิจ ในช่วงที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยถือว่ายังมีความเสี่ยงสูง
และยังไม่สามารถก้าวพ้นวิกฤตได้อย่างยัง่ ยืน ด้วยเหตุผลทีส่ �ำคัญ คือ ความผันผวน
ไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก รวมถึงเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านขั้วอ�ำนาจทาง
เศรษฐกิจและการเมือง ไปสูศ่ นู ย์กลางใหม่ทางทวีปเอเชียในระยะยาว ดังประจักษ์ชดั
จากการที่ ส หรั ฐ อเมริ ก ายั ง มี ก ารว่ า งงานสู ง และเศรษฐกิ จ ยุ โ รปเผชิ ญ ปั ญ หา
การคลังและมีความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในหลายประเทศ ทั้งกรีซ สเปน
และอิตาลี ขณะที่จีนและอินเดียกลับเพิ่มพูนศักยภาพในการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
กลุ ่ ม ชนชั้ น กลางมี ก� ำ ลั ง ซื้ อ สู ง เพิ่ ม ขึ้ น มาก อั น เป็ น โอกาสในการพั ฒ นาของ
ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค แต่ก็ยังไม่สามารถทดแทนการถดถอยให้ภูมิภาคอื่น ๆ
ได้เต็มที่ ทั้งยังอาจต้องรับผลกระทบด้วยเช่นกัน

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

บทนำ�

4

สัดส่วน

การน�ำเข้าพลังงานสุทธิ
ต่อการใช้รวมสูงถึง ๕๕%

เมื่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี และได้แถลงนโยบายคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา
ในวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ สถานะของประเทศไทยเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๕๔
เป็นช่วงที่ภ าวะเศรษฐกิ จ ไทยได้ รั บ ผลกระทบโดยตรงจากการชะลอตั ว ของ
เศรษฐกิจโลก โดยทั้งปี ๒๕๕๔ เศรษฐกิจโลกขยายตัวเพียงร้อยละ ๓.๘ ชะลอลง
จากร้อยละ ๕.๐ ในปี ๒๕๕๓ เนือ่ งจากความกังวลเกีย่ วกับเศรษฐกิจในกล่มุ สหภาพ
ยุ โ รปชะลอตั ว จากปั ญ หาหนี้ ส าธารณะในยุ โ รปดั ง กล่ า ว ซึ่ ง ยั ง เป็ น ปั ญ หา
หลักส�ำคัญ และภาวะการฟื้นตัวที่ช้าและไม่แน่นอนของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา
รวมถึงการปรับเพิม่ เพดานหนีข้ องสหรัฐอเมริกา ทีเ่ กิดขึน้ ในเวลาใกล้เคียงกัน ตัง้ แต่
ปลายเดือนกรกฎาคมต่อเนื่องถึงต้นเดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ ตลอดจนการปรับลด
อันดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรสหรัฐอเมริกา โดยบริษัทสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์
เป็นส�ำคัญ ท�ำให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐอเมริกา ในไตรมาสนี้ชะลอตัว
แม้แต่เศรษฐกิจของจีนก็มีแนวโน้มชะลอตัวลง เนื่องจากอุปสงค์ภายนอกที่ลดลง
ประกอบกั บ การด� ำ เนิ น นโยบายการเงิ น ที่ เ ข้ ม งวด และญี่ ปุ ่ น คู ่ ค ้ า ส� ำ คั ญ ของ
ไทยยังต้องเผชิญกับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิที่รุนแรง
ครั้งประวัติศาสตร์เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๕๔
ในขณะเดียวกัน การที่โครงสร้างเศรษฐกิจไทยยังคงพึ่งพาการส่งออก
สินค้าและการลงทุนจากต่างประเทศอย่างมาก จึงรับความเสี่ยงสูงจากความ
ไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ทั้งยังไม่ได้รับผลตอบแทนอย่าง
เต็มที่จากการผลิตและการใช้ทรัพยากรของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ดังจะเห็น
ได้จากสัดส่วนการพึ่งพาอุปสงค์ในประเทศลดลงจากร้อยละ ๗๔.๘ ในปี ๒๕๕๒
เป็นร้อยละ ๖๗.๕ ในปี ๒๕๕๓ ท�ำให้เศรษฐกิจไทยหดตัวเมื่อโลกประสบวิกฤต
เศรษฐกิจ โดยติดลบร้อยละ ๒.๓ ในปี ๒๕๕๒ และถึงแม้ว่าจะขยายตัวเป็น
ร้อยละ ๗.๘ ในปี ๒๕๕๓ เมื่อเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว แต่เนื่องจากประเทศไทย
ไม่มีการลงทุนใหม่ ๆ และไม่มีการพัฒนาประเทศในเรื่องที่ส� ำคัญในระยะ ๕ ปี
ที่ผ่านมา จึงยังไม่สามารถพัฒนาเศรษฐกิจให้มั่นคงยั่งยืน ประกอบกับไทยยังคง
น�ำเข้าพลังงานจากต่างประเทศสูงและราคาพลังงานมีความผันผวนมาก โดยสัดส่วน
การน�ำเข้าพลังงานสุทธิต่อการใช้รวมยังคงสูงถึงร้อยละ ๕๕ โดยเฉพาะน�้ำมันดิบ
ซึง่ เป็นต้นทุนทีส่ ำ� คัญของการขนส่งและการผลิตสินค้าทีม่ ผี ลกระทบต่อค่าครองชีพ

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

5

บทนำ�

และต้นทุนการผลิตที่ต้องแข่งขันกับต่างประเทศ ปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจ
ท�ำให้เกิดความเหลื่อมล�้ำทางเศรษฐกิจสูง สะท้อนฐานเศรษฐกิจที่ยังไม่เข้มแข็ง
ประชาชนระดับฐานรากซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรและวิสาหกิจขนาดกลาง
และขนาดย่ อ มที่ ส นั บ สนุ น อุ ต สาหกรรมขนาดใหญ่ ยั ง มี ร ายได้ น ้ อ ยและขาด
โอกาสในการเพิ่ ม รายได้ จึ ง ขาดโอกาสในการพั ฒ นาและตกอยู ่ ใ นวงจรของ
ความยากจน
๒. ด้ า นการเมื อ ง สถานการณ์ทางการเมืองเกิดความไม่มั่นคง ความ
ขัดแย้งมีมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่
๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ท�ำให้นานาชาติไม่เชื่อมั่นในประเทศไทย เพราะความไม่สงบ
ทางการเมืองและความอ่อนแอของระบอบประชาธิปไตย ตลอดจนการบังคับใช้
กฎหมายอย่ า งไม่ โ ปร่ ง ใสและเป็ น ธรรม ซึ่ ง ไม่ เ พี ย งแต่ มี ผ ลต่ อ ความเชื่ อ มั่ น
ทางเศรษฐกิจในระยะสั้นและท�ำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ต�่ำลงเท่านั้น หากแต่ท�ำให้สูญเสียโอกาสในการพัฒนาเพื่อวางพื้นฐานอนาคต
ของประเทศในระยะยาวด้วย ในขณะที่ส ถานการณ์ ท างการเมื อ งอยู ่ ใ นช่ ว ง
หั ว เลี้ ย วหั ว ต่ อ ถึงแม้จะเกิดความมั่นคงขึ้นภายหลังจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่
๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ซึ่งประชาชนคนไทยได้เลือกพรรคเพื่อไทยเป็นเสียงส่วนใหญ่
ในสภาผู้แทนราษฎร อันส่งผลให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี
หญิงคนแรก แต่ความขัดแย้งทางการเมืองที่มีอย่างต่อเนื่องในช่วง ๕-๖ ปีที่ผ่านมา
ท�ำให้การสร้างความปรองดองต้องมีอปุ สรรค และการบังคับใช้กฎหมายยังไม่โปร่งใส
เป็นธรรม ท�ำให้บรรยากาศทางการเมืองมีความอ่อนไหวสูงและเป็นความท้าทายหลัก
ต่อการท�ำงานของรัฐบาล
นอกจากนัน้ การทีค่ วามสัมพันธ์กบั ประเทศเพือ่ นบ้านเกิดความตึงเครียด
เป็นระยะ ๆ ส่งผลให้การค้าการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้านชะงักงัน เกิดภาวะ
ความไม่ไว้วางใจกันระหว่างประเทศ บัน่ ทอนความน่าเชือ่ ถือของไทยในเวทีโลกด้วย
๓. ด้านโครงสร้างประชากรและสังคมไทย การเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคม
ผู้สูงอายุมีผลกระทบต่อปริมาณและคุณภาพของคนไทยในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัย
ส�ำคัญในการสร้างศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ ในขณะที่ปัญหา

สถานการณ์การเมือง

 ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น

ของประเทศ
 ฉุดรั้งการพัฒนา
ประเทศไม่สามารถเดินหน้า
ตามเป้าหมายได้
 ประชาชนเกิดความแตกแยก
ทางความคิด

สถานการณ์ด้านสังคม
 การมุ่งสู่สังคมผู้สูงอายุ
 ยาเสพติดแพร่กระจาย
 ปัญหาทุจริตสูง
 ช่องว่างการศึกษา
ระหว่างเมืองและชนบท

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

บทนำ�

6

ทางสังคมที่เกิดจากปัญหาความเหลื่อมล�้ำทางเศรษฐกิจ ปัญหาคุณภาพชีวิตของ
ประชาชน ปัญหาวัยรุ่น รวมทั้งปัญหายาเสพติดที่มีอยู่ในทุกชุมชนได้ก่อให้เกิด
ปัญหาอื่นตามมา เช่น ปัญหาอาชญากรรมโดยรวมที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะปัญหา
ยาเสพติดที่ยังคงมีสัดส่วนคดียาเสพติดสูงมาก คิดเป็นประมาณร้อยละ ๘๑ ของ
คดีอาญารวม ซึ่งในช่วงไตรมาส ๒/๒๕๕๔ ที่มีการจับกุม ๗๐,๓๕๙ คดี และ
รัฐบาลได้เร่งรัดการด�ำเนินการจนสามารถจับกุมได้ถึง ๘๑,๔๕๗ คดี ในไตรมาส
๓/๒๕๕๔ ส่วนปัญหาด้านแรงงาน พบว่า ผลตอบแทนแรงงานหรือรายได้ที่แท้จริง
ในช่ ว งไตรมาส ๒/๒๕๕๔ คิ ด เป็ น ร้ อ ยละ ๐.๔ ที่ ช ะลอตั ว ลงเมื่ อ เที ย บกั บ
ช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ตามอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นเป็นร้อยละ ๔.๑ ซึ่งมีผลต่อ
ปัญหาค่าครองชีพของประชาชนทีเ่ พิม่ สูงขึน้ ทัง้ นี้ รายได้ทแี่ ท้จริงเริม่ ปรับตัวดีขนึ้ เป็น
ร้อยละ ๓.๐ ในช่วงไตรมาส ๓/๒๕๕๔ นอกจากนี้ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุจะน�ำไปสู่
การขาดแคลนแรงงานด้วย เนื่องจากโครงสร้างประชากรวัยเด็กและวัยแรงงานมี
สัดส่วนลดลงอย่างต่อเนือ่ ง ในส่วนของปัญหาหนีส้ นิ ครัวเรือนเฉลีย่ พบว่า ยังคงเพิม่
อย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มเป็น ๑๓๖,๕๖๒ บาท/ครัวเรือน ในช่วงครึ่งปีแรกปี ๒๕๕๔
จาก ๑๓๔,๖๙๙ บาท/ครัวเรือนในปี ๒๕๕๒ นอกจากปัญหาต่าง ๆ ที่สำ� คัญดังกล่าว
มาแล้ว ประเทศไทยยังต้องเผชิญต่อการเปลี่ยนแปลงของภาวะแวดล้อมต่าง ๆ
ที่จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในอนาคต อาทิ ภาวะโลกร้อน ภัยพิบัติทางธรรมชาติ
การเปลี่ ย นแปลงเทคโนโลยี และกฎระเบี ย บของการแข่ ง ขั น ในตลาดโลก
ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของคนไทย
โดยรวม

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

7

บทนำ�

การเข้ า มาบริ ห ารประเทศของรั ฐ บาลจึงได้ตระหนักและให้ความส�ำคัญ
ในการก�ำหนดนโยบายเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ที่ครบมิติ
ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม อันจะน�ำพาประเทศสู่ความเจริญก้าวหน้า
ที่สมดุลและยั่งยืน โดยค�ำนึงถึงประโยชน์สุขของประชาชนและประโยชน์ของ
ประเทศชาติในระยะยาว โดยมีจุดมุ่งหมายส�ำคัญ ๓ ประการ คือ
ประการที่ ๑ น�ำประเทศไทยไปสู ่ โ ครงสร้ า งเศรษฐกิ จ ที่ ส มดุ ล มีความ
เข้ ม แข็ ง ของเศรษฐกิ จ ภายในประเทศมากขึ้ น ซึ่ ง จะเป็ น พื้ น ฐานที่ ส� ำ คั ญ ของ
การสร้างการเติบโตอย่างมีคณ
ุ ภาพและยัง่ ยืน การพัฒนาคุณภาพและสุขภาพคนไทย
ในทุ ก ช่ ว งวั ย เป็ น ปั จ จั ย ชี้ ข าดความสามารถในการอยู ่ ร อดและแข่ ง ขั น ได้ ข อง
เศรษฐกิจไทย
ประการที่ ๒ น�ำประเทศไทยสู่สังคมที่มีความปรองดองสมานฉันท์และ
อยู่บนพื้นฐานของหลักนิติธรรมที่เป็นมาตรฐานสากลเดียวกันและมีหลักปฏิบัติ
ที่เท่าเทียมกันต่อประชาชนคนไทยทุกคน
ประการที่ ๓ น�ำประเทศไทยไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์
ในปี ๒๕๕๘ โดยสร้ า งความพร้ อ มและความเข้ ม แข็ ง ทั้ ง ทางด้ า นเศรษฐกิ จ
สังคมและวัฒนธรรม และการเมืองและความมั่นคง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเริ่มต้นการบริหารประเทศรัฐบาลต้องเผชิญกับปัญหา
ส�ำคัญที่มีความรุนแรงมากกว่าในอดีตที่ผ่านมา ท�ำให้รัฐบาลต้องใช้เวลาส่วนใหญ่
ในช่วงแรกของการเข้าบริหารประเทศกับการแก้ไขปัญหาส�ำคัญใน ๒ เรื่อง คือ
มหาอุทกภัย ปี ๒๕๕๔ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อ
การพัฒนาของประเทศ ดังนี้
(๑) มหาอุ ท กภั ย ปี ๒๕๕๔ ที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม
๒๕๕๔ ครอบคลุ ม พื้ น ที่ ๖๕ จั ง หวั ด ทั่ ว ประเทศ ซึ่ ง นอกจากจะมี ส าเหตุ จ าก
สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนอันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อนแล้ว ยังเกิดจากปัญหา
การบริหารจัดการทรัพยากรน�ำ้ ในอดีตทีข่ าดการบูรณาการ รวมทัง้ ขาดการวางระบบ
การตั ด สิ น ใจที่ มี ค วามเป็ น เอกภาพ ความรุ น แรงของมหาอุ ท กภั ย ดั ง กล่ า ว
ได้ก่อให้เกิดความสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สิน โดยมีผู้ได้รับผลกระทบกว่า
๒,๓๘๖,๔๖๗ ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต ๘๑๕ ราย และสูญหาย ๓ ราย รวมทั้ง
ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจและสังคมในภาพรวม โดยมีเกษตรกร
ได้รับผลกระทบรวม ๑.๓๘ ล้านราย เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ๑๑.๒ ล้านไร่ ขณะที่มี

จุดมุ่งหมาย
ในการบริหารประเทศ
 โครงสร้างเศรษฐกิจ
ที่เข้มแข็ง สมดุล
 สู่สังคมปรองดอง
สมานฉันท์
 เตรียมความพร้อม

ในการเข้าสู่

ประชาคมอาเซียน

มหาอุทกภัยปี ๒๕๕๔
กระทบ ๖๕ จังหวัด
๒.๓ ล้านครัวเรือน
พื้นที่เกษตรกรรม ๑๑.๒ ล้านไร่
สถานประกอบการ
๒๘,๖๗๙ แห่ง

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

บทนำ�

8

สถานประกอบการทั่ วไปและสถานประกอบการที่ ตั้ง อยู ่ ใ นนิ ค มอุ ตสาหกรรม
ทีป่ ระสบอุทกภัยรวม ๒๘,๖๗๙ แห่ง และแรงงาน ๙๙๓,๙๔๔ คน ทีไ่ ด้รบั ผลกระทบ
ทั้ ง นี้ ธนาคารโลกได้ ป ระเมิ น มู ล ค่ า ความเสี ย หายจากพิ บั ติ ภั ย จากน�้ ำ ท่ ว ม
ในปี ๒๕๕๔ อยู่ที่ ๑.๔๔ ล้านล้านบาท และส�ำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการ
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ประเมินว่า อุทกภัยได้ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวม
ภายในประเทศ (GDP) ณ ราคาประจ�ำปี ในสาขาการผลิตทางการเกษตรอุตสาหกรรม
และบริการลดลง ๓๒๘,๑๕๔ ล้านบาท เป็นผลให้การขยายตัวของเศรษฐกิจไทย
ในปี ๒๕๕๔ ขยายตั ว เพี ย งร้ อ ยละ ๐.๑ ลดลงจากเดิ ม ที่ ค าดว่ า จะขยายตั ว
ร้อยละ ๓.๘

การส่งออกหดตัว
จากการชะลอตัวของ
เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจยุโรป
ในช่วงครึ่งปีแรกของปี ๒๕๕๕

(๒) การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ส่งผลให้การ
ส่งออกได้รับผลกระทบจากตลาดโลกซบเซา โดยเฉพาะเศรษฐกิจในยุโรป ซึ่งเป็น
ตลาดส�ำคัญของประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะซบเซาต่อเนื่องอีกนาน จึงมีผลกระทบ
โดยตรงต่อเศรษฐกิจไทย สะท้อนจากมูลค่าการส่งออกในไตรมาสที่ ๑ ของปี ๒๕๕๕
ที่หดตัวร้อยละ ๑.๔ และกลับมาขยายตัวร้อยละ ๒ ในไตรมาสที่ ๒ ของปี ๒๕๕๕
โดยเฉพาะการส่งออกไปตลาดยุโรปในช่วงครึง่ แรกของปี ๒๕๕๕ หดตัวร้อยละ ๑๔.๗
นอกจากนั้ น การเลื อ กตั้ ง และการเปลี่ ย นแปลงรั ฐ บาลในช่ ว งปลาย
ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ท�ำให้เกิดความล่าช้าในการออกพระราชบัญญัติ
งบประมาณรายจ่ายประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งกว่าจะประกาศใช้
ก็ล่วงมาถึงเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ท�ำให้กระบวนการ
งบประมาณชะงัก ท�ำให้ในช่วง ๕ เดือนแรกของปีงบประมาณ (ตุลาคม ๒๕๕๔มกราคม ๒๕๕๕) แผนงานโครงการในการพั ฒ นาประเทศต้ อ งชะลอ และ
การเบิกจ่ายงบประมาณต้องล่าช้า ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวม

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

9

บทนำ�

ภาพรวมของผลการด�ำเนินการ
เพื่อฟื้นฟูสถานการณ์ของประเทศ
ในช่วง ๑ ปีที่ผ่านมา
การบริหารราชการของรัฐบาลทีใ่ ห้ความส�ำคัญในการระดมสรรพก�ำลังต่าง ๆ
เพื่อแก้ไขวิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ท�ำให้สถานการณ์ภายหลัง
รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศในช่วง ๑ ปีที่ผ่านมาฟื้นตัวกลับดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
อันเป็นผลจากการก�ำหนดนโยบายการพัฒนาและการด�ำเนินมาตรการทางด้าน
เศรษฐกิจและสังคมผ่านแผนงานและโครงการต่าง ๆ ที่ตอบสนองทันต่อเหตุการณ์
การแก้ปัญหาวิกฤต และช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ตลอดจนมาตรการ
กระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและสถาบันการเงินที่ท�ำให้เศรษฐกิจภายในประเทศ
มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง สามารถทดแทนการลดลงของการส่งออกที่ได้รับ
ผลกระทบจากการชะลอตั ว ของเศรษฐกิ จ โลก โดยมาตรการที่ ส� ำ คั ญ ได้ แ ก่
การเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนผ่านโครงการรับจ�ำน�ำข้าว การปรับฐานรายได้
ข้าราชการผู้ที่จบปริญญาตรีเป็น ๑๕,๐๐๐ บาท การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต�ำ่ ๓๐๐ บาท
การปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพรายเดือนแบบขั้นบันไดส�ำหรับผู้สูงอายุเป็น ๖๐๐-๑,๐๐๐
บาทต่อเดือน และการด�ำเนินมาตรการลดค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคภายใน
ประเทศผ่านมาตรการรถยนต์คันแรก มาตรการบ้านหลังแรก บัตรสินเชื่อเกษตรกร
มาตรการดูแลค่าครองชีพของประชาชน และบัตรอุดหนุนพลังงาน เป็นต้น รวมทั้ง
เร่งสร้างความเชื่อมั่นทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อสร้างความเชื่อมั่นของ
นักลงทุนและนักท่องเทีย่ วต่างชาติ ท�ำให้เศรษฐกิจของประเทศในไตรมาส ๑/๒๕๕๕
ขยายตัวร้อยละ ๐.๔ และร้อยละ ๔.๒ ในไตรมาส ๒/๒๕๕๕ ซึ่งปรับตัวดีขึ้น

มาตรการส่งเสริม

ของรัฐบาล
 เพิ่มรายได้ให้แก่
ประชาชน
 ลดค่าใช้จ่ายช่วยเหลือ
ผู้บริโภค
 เร่งสร้างความเชื่อมั่น
ทั้งในและต่างประเทศ

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

บทนำ�

10

หลังน�ำ้ ท่วมเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็ว
แบบ V-Shape
จาก -๘.๙%
ในไตรมาส ๔ ปี ๒๕๕๔
ขยายตัวเพิ่มขึ้น ๔.๒%
ในไตรมาส ๒ ปี ๒๕๕๕

หลังหดตัวร้อยละ ๘.๙ ในช่วงไตรมาส ๔/๒๕๕๔ โดยอัตราการเจริญเติบโต
ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) มีการฟื้นตัวเร็วแบบ V-Shape
ซึ่ ง แสดงถึ ง การฟื ้ น ตั ว ของเศรษฐกิ จ อย่ า งรวดเร็ ว ภายในหนึ่ ง ไตรมาส
หลังได้รับผลกระทบ โดยมีปัจจัยส�ำคัญจากการใช้จ่ายภาคครัวเรือน การลงทุน
ภาคเอกชน และการฟื ้ น ตั ว ของภาคการผลิ ต โดยในไตรมาส ๒/๒๕๕๕
อั ต ราเงิ น เฟ้ อ ทั่ ว ไปอยู ่ ที่ ร ้ อ ยละ ๒.๕ การบริ โ ภครวมขยายตั ว ร้ อ ยละ ๕.๔
การลงทุนรวมขยายตัวร้อยละ ๑๐.๒

แผนภูมิแสดงอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑมวลรวมในประเทศ (GDP)
ระหวางไตรมาสที่ ๔ ป ๒๕๕๑ ถึงไตรมาสที่ ๒ ป ๒๕๕๕
รอยละ

๑๔
๑๒
๑๐





-๒
-๔
-๖
-๘
-๑๐

๑๒.๐
๕.๙

๙.๒

๖.๖

๔.๒

๓.๘ ๓.๒ ๒.๗ ๓.๕

-๔.๑

-๗.๐

-๕.๒

๐.๔

-๒.๘
-๘.๙

ไตรมาสที่ ไตรมาสที่ ไตรมาสที่ ไตรมาสที่ ไตรมาสที่ ไตรมาสที่ ไตรมาสที่ ไตรมาสที่ ไตรมาสที่ ไตรมาสที่ ไตรมาสที่ ไตรมาสที่ ไตรมาสที่ ไตรมาสที่ ไตรมาสที่
๔/๒๕๕๑ ๑/๒๕๕๒ ๒/๒๕๕๒ ๓/๒๕๕๒ ๔/๒๕๕๒ ๑/๒๕๕๓ ๒/๒๕๕๓ ๓/๒๕๕๓ ๔/๒๕๕๓ ๑/๒๕๕๔ ๒/๒๕๕๔ ๓/๒๕๕๔ ๔/๒๕๕๔ ๑/๒๕๕๕ ๒/๒๕๕๕

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ

การที่รัฐบาลได้ให้ความส�ำคัญต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งใน
ด้านการบริโภคภายในประเทศและการลงทุนของภาคเอกชน โดยด�ำเนินนโยบาย
และมาตรการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายให้แก่ประชาชน
และผูป้ ระกอบการ ท�ำให้การปรับตัวทางเศรษฐกิจเป็นไปในทิศทางทีด่ ขี นึ้ ซึง่ สะท้อน
ให้เห็นได้จากตัวชี้วัดที่สำ� คัญ ๆ ได้แก่
 การอุ ป โภคบริ โ ภคภาคเอกชนปรั บ ตั ว ดี ขึ้ น โดยดั ช นี ก ารอุ ป โภค
บริโภคภาคเอกชนปรับเพิ่มขึ้นจากระดับ ๑๔๐.๔ ในเดือนธันวาคม ๒๕๕๔ มาอยู่

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

11

บทนำ�

ระดับ ๑๔๖.๐ ในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับ
ภาวะเศรษฐกิจปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนธันวาคม ๒๕๕๔ จากระดับ ๗๓.๐ มาอยู่ที่
ระดับ ๗๘.๖ ในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและธุรกิจ
หลังน�ำ้ ท่วม
 การลงทุ น ภาคเอกชนปรั บ ตั ว ดี ขึ้ น โดยดั ช นี ก ารลงทุ น ภาคเอกชน
เพิ่ ม ขึ้ น จากระดั บ ๑๙๘.๐ ในเดื อ นมกราคม ๒๕๕๔ มาอยู ่ ที่ ร ะดั บ ๒๓๘.๗
ในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ หรือขยายตัวมากถึงร้อยละ ๑๘.๓ สะท้อนให้เห็นถึงผล
ของการฟื้นฟูความเสียหายจากอุทกภัย โดยการเร่งลงทุนเพื่อชดเชยและซ่อมแซม
ความเสียหายที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ จ�ำนวนการอนุมัติโครงการที่ให้การส่งเสริม
การลงทุนสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ จาก ๔๗๘ รายในช่วงไตรมาส ๔ ของปี ๒๕๕๔
เป็น ๕๐๒ รายในไตรมาส ๒ ของปี ๒๕๕๕ รวมทั้งดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรม
ปรับเพิ่มจาก ๙๐.๑ ในไตรมาส ๔ ของปี ๒๕๕๔ เป็น ๑๐๐ และ ๑๐๔.๒ ใน
ไตรมาส ๑ และ ๒ ของปี ๒๕๕๕ ตามล�ำดับ
 ภาคอุตสาหกรรมเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นล�ำดับ โดยอัตราการใช้ก�ำลัง
การผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ อยู่ที่ร้อยละ ๗๒.๔ เพิ่มขึ้น
จากร้อยละ ๖๕.๒ ในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๔ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ได้อย่างรวดเร็ว

รอยละ

คาดว่า

GDP จะเติบโต
๕.๕-๖.๐%
ในปี ๒๕๕๕
ถึงแม้ว่าการส่งออก
จะต�ำ่ กว่าเป้าหมาย

แผนภูมิแสดงอัตราการใชกำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรม
ระหวางเดือนธันวาคม ๒๕๕๐ ถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕
๗๕.๙

๖๙.๒ ๖๙.๓

๖๖.๕
๖๙.๓
๖๖.๔
๖๖.๑
๖๖.๐
๗๒.๔
๖๕.๒ ๖๕.๗ ๖๕.๖ ๖๔.๗ ๖๓.๕ ๖๗.๒ ๖๕.๒ ๖๖.๓
๖๓.๗
๖๑.๙
๖๑.๗ ๖๑.๙
๖๑.๙
๖๖.๐
๖๑.๒
๖๕.๒
๖๔.๘
๖๔.๓
๖๐.๐
๕๙.๘
๖๓.๖
๖๖.๐
๕๖.๗
๖๒.๙
๕๖.๕
๖๕.๑
๖๑.๔ ๖๑.๓ ๖๐.๒
๖๐.๓
๖๒.๐
๖๒.๘
๕๕.๘ ๕๕.๐
๕๙.๙
๕๓.๒
๕๒.๗
๕๗.๘
๕๕.๖
๕๓.๐
๕๗.๘
๕๐.๐ ๕๑.๐
๔๗.๔
๖๙.๔

๔๑.๕

ธ.ค.๕๐
ก.พ.
เม.ย.
มิ.ย.
ส.ค.
ต.ค.
ธ.ค.
ก.พ.๕๒
เม.ย.
มิ.ย.
ส.ค.
ต.ค.
ธ.ค.
ก.พ.๕๓
เม.ย.
มิ.ย.
ส.ค.
ต.ค.
ธ.ค.
ก.พ.๕๔
เม.ย.
มิ.ย.
ส.ค.
ต.ค.
ธ.ค.
ก.พ.๕๕
เม.ย.
มิ.ย.

๘๕
๘๐
๗๕
๗๐
๖๕
๖๐
๕๕
๕๐
๔๕
๔๐
๓๕

จากการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ในประเทศ

ที่มา : สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

บทนำ�

12

 เสถียรภาพทางเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ดี อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีทิศทาง

เงินเฟ้อลดลง
อัตราการว่างงาน
ต�่ำกว่า ๑%

ในช่วง ๖ เดือนแรกของปี ๒๕๕๕
จ�ำนวนนักท่องเที่ยว

เพิ่มขึ้น ๘.๘๖%
จากปีก่อน

ชะลอตัวมาตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๕๔ โดยอยู่ที่ร้อยละ ๔.๒ และปรับลดลงมา
โดยตลอดจนมาอยู่ที่ร้อยละ ๒.๕ ในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ เป็นผลมาจากการ
ชะลอตัวของราคาอาหารสดเป็นส�ำคัญ ขณะที่อัตราการว่างงานอยู่ในระดับต�่ ำ
ในไตรมาส ๒/๒๕๕๕ มีจ�ำนวนผู้ว่างงานประมาณ ๓๓๔,๑๒๑ คน คิดเป็นอัตรา
การว่างงานร้อยละ ๐.๘๕
 ราคาสิ น ค้ า เกษตร โดยเฉพาะข้ า วเปลื อ กปรั บ ตั ว สู ง ขึ้ น โดยราคา
ข้ า วเปลื อ กเจ้ า หอมมะลิ ป รั บ ตั ว สู ง ขึ้ น จาก ๑๒,๓๓๑.๐๕ บาทต่ อ ตั น ในช่ ว ง
๘ เดือนแรกของปี ๒๕๕๔ เป็น ๑๔,๘๙๙.๑๒ บาทต่อตัน ในเดือนมกราคมสิงหาคม ๒๕๕๕ เช่นเดียวกับราคาข้าวเปลือกเจ้าปรับตัวสูงขึ้นจาก ๘,๖๑๙.๒๕
บาทต่อตัน ในช่วง ๘ เดือนแรกของปี ๒๕๕๔ เป็น ๑๐,๐๑๙.๔๗ บาทต่อตัน
ในเดื อ นมกราคม-สิ ง หาคม ๒๕๕๕ ส่ ว นราคาสิ น ค้ า เกษตรส� ำ คั ญ อื่ น
ในเดือนสิงหาคม ๒๕๕๕ เช่น มันส�ำปะหลัง และปาล์มน�้ำมัน เริ่มปรับตัวดีขึ้น
ขณะที่ ร าคายางพาราชะลอตั ว ลง ซึ่ ง เป็ น ผลจากความต้ อ งการของตลาดโลก
ที่ลดลง
การส่งออกสินค้าเริ่มฟื้นตัวหลังจากโรงงานอุตสาหกรรม
   
เริ่มกลับมาด�ำเนินการผลิตอีกครั้งหลังวิกฤตมหาอุทกภัย โดยการส่งออก
สินค้าไตรมาส ๒/๒๕๕๕ มีมูลค่ารวม ๕๗,๖๒๓ ล้านดอลลาร์ สรอ.
ขยายตัวร้อยละ ๒.๐ ปรับตัวดีขนึ้ จากไตรมาส ๑/๒๕๕๕ ทีห่ ดตัวร้อยละ ๑.๔
ทั้งนี้ เป็นผลจากการฟื้นตัวของการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ
เครือ่ งใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อเิ ล็กทรอนิกส์และยานยนต์ ซึง่ เป็นการส่งสัญญาณ
การฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
 การท่ อ งเที่ ย วฟื ้ น ตั ว ดี ขึ้ น โดยจ�ำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วง
๖ เดือนแรกของปี ๒๕๕๕ มีจ�ำนวน ๑๐,๖๑๙,๓๔๓ คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ ๘.๘๖
จากช่ว งเวลาเดี ย วกั น ของปี ที่ ผ ่ า นมา และสามารถสร้ า งรายได้ เ ป็ น จ�ำ นวนถึ ง
๔๖๖,๗๓๘ ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๐.๖๘ จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
จากการเพิ่ ม ขึ้ น ของทั้ ง จ� ำ นวนนั ก ท่ อ งเที่ ย วและการใช้ จ ่ า ยของนั ก ท่ อ งเที่ ย ว
ส่งผลให้ GDP สาขาโรงแรมและสาขาภัตตาคารขยายตัวร้อยละ ๙.๖ และเมื่อนับ
ตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๕๕ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ
รวมจ�ำนวน ๒๐,๓๗๓,๕๙๘ คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ ๗.๐๕ จากช่วงเวลาเดียวกัน
ของปีที่ผ่านมา ซึ่งสร้างรายได้ให้แก่ประเทศถึง ๘๕๔,๓๕๒.๖๗ ล้านบาท

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

13

บทนำ�

 ดัชนีราคาตลาดหลักทรัพย์ (SET index) ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในทิศทาง

เดี ย วกั น กั บ ตลาดหลั ก ทรั พ ย์ อื่ น ในภู มิ ภ าคเอเชี ย โดยสะท้อนให้เห็นถึงผล
ประกอบการที่ดีอันเกิดจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล รวมทั้งผู้ประกอบการ
ส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบจากค่าแรงขั้นต�่ำ ๓๐๐ บาท ซึ่ง ณ สิ้นไตรมาสที่ ๒
ของปี ๒๕๕๕ ดั ช นี ร าคาตลาดหลั ก ทรั พ ย์ ปิ ด ที่ ๑,๑๗๒.๑๑ จุ ด เพิ่ ม ขึ้ น
ร้อยละ ๑๔.๓๒ จากสิ้นปี ๒๕๕๔ นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิรวมในครึ่งปีแรก
ของปี ๒๕๕๕ เท่ากับ ๖๓.๕๔ พันล้านบาท เพิม่ ขึน้ จากการซือ้ สุทธิ ๙.๕๖ พันล้านบาท
ในช่วงครึง่ หลังของปี ๒๕๕๔ ตามการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศ และสะท้อน
ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยและภูมิภาค
ซึ่งประเทศในภูมิภาคเอเชียมีการปรับตัวของดัชนีตลาดหลักทรัพย์สูงขึ้น เช่น
สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐสิงคโปร์ และสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ที่มีการปรับ
เพิ่มขึ้น ณ สิ้นไตรมาส ๒ ของปี ๒๕๕๕ ร้อยละ ๑๙.๙๙ ร้อยละ ๘.๗๗ และ
ร้อยละ ๓.๕๑ เมื่อเทียบกับสิ้นปี ๒๕๕๔ ตามล�ำดับ

ดัชนีราคาตลาดหลักทรัพย์

(SET Index)

ณ ๓๐ มิ.ย. ๒๕๕๕
ปิดที่ ๑,๑๗๒.๑๑ จุด
เพิ่มขึ้น ๑๔.๓๒%
จากสิ้นปี ๒๕๕๔

แผนภูมิแสดงมูลคาการซื้อขายและดัชนีของตลาดหลักทรัพย
ระหวางเดือนมกราคม ๒๕๕๔ ถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕

ม.ค.๕๔
ก.พ.
มี.ค.
เม.ย.
พ.ค.
มิ.ย.
ก.ค.
ส.ค.
ก.ย.
ต.ค.
พ.ย.
ธ.ค.
ม.ค.๕๕
ก.พ.
มี.ค.
เม.ย.
พ.ค.
มิ.ย.

จุด
ลานบาท
๔๐,๐๐๐
๑,๐๗๐.๐๕
๙๒๔.๑๐
๑,๐๙๓.๕๖
๑,๑๙๖.๘๐ ๑,๑๔๑.๕๐
๑,๑๓๓.๕๗
๓๕,๐๐๐
๑,๒๒๘.๕๐
๑,๐๔๗.๔๘ ๑,๐๗๓.๘๓
๙๗๔.๗๕ ๑,๐๒๕.๓๒ ๑,๑๘๐.๙๐
๑,๑๗๒.๑๑
๓๐,๐๐๐
๑,๐๔๑.๔๘
๑,๐๘๔.๐๐
๙๙๕.๓๓
๙๘๗.๙๑
๒๕,๐๐๐
๙๑๖.๒๑
๒๐,๐๐๐
๑๕,๐๐๐
๑๐,๐๐๐
๕,๐๐๐

มูลคาการซื้อขาย (ลานบาท)

ดัชนีตลาดหลักทรัพย (จุด)

ที่มา : ฐานขอมูล CEIC (เปนฐานขอมูลเศรษฐกิจมหภาคครอบคลุมกลุมประเทศเศรษฐกิจกวา ๖๐ ประเทศ)

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

๑,๔๐๐
๑,๒๐๐
๑,๐๐๐
๘๐๐
๖๐๐
๔๐๐
๒๐๐

บทนำ�

14

จากการทีไ่ ด้นำ� เสนอผลการด�ำเนินการในการฟืน้ ฟูประเทศในช่วง ๑ ปีทผี่ า่ นมา
ภายใต้สถานการณ์ของประเทศที่อยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง
ที่ส�ำคัญดังกล่าวข้างต้นนั้น รัฐบาลได้ยึดถือกรอบของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
เป็นส�ำคัญ ทั้งนี้ ในการบริหารราชการแผ่นดินในเรื่องต่าง ๆ มุ่งที่จะด�ำเนินการ
ให้ เ ป็ น ไปตามเจตนารมณ์ ข องแนวนโยบายพื้ น ฐานแห่ ง รั ฐ ตามที่ รั ฐ ธรรมนู ญ
ก�ำหนดไว้ในทุกมาตรา โดยรัฐบาลได้ก�ำหนดนโยบายเป็น ๒ ส่วน ได้แก่ นโยบาย
เร่งด่วนที่ก�ำหนดไว้ว่าจะเริ่มด�ำเนินการในปีแรก ๑๖ เรื่อง และส่วนที่เป็นนโยบาย
ทั่วไปเพื่อวางรากฐานการพัฒนาประเทศในระยะยาวอีก ๗ ด้าน ได้แก่ นโยบาย
ความมั่นคงแห่งรัฐ นโยบายเศรษฐกิจ นโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต นโยบาย
ทีด่ นิ ทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม นโยบายวิทยาศาสตร์ ทรัพย์สนิ ทางปัญญา
และพลังงาน นโยบายการต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และนโยบาย
การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
ดังนั้น รายงานผลการด�ำเนินการฉบับนี้จึงแยกเสนอเป็น ๒ ส่วนส�ำคัญ คือ
ส่วนที่หนึ่ง ผลการด�ำเนินการตามนโยบายเร่งด่วน
ส่วนที่สอง ผลการด�ำเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ (จ�ำแนกเป็น
รายมาตรา)
ทั้งนี้ ทั้ง ๒ ส่วนจะแสดงให้เห็นถึงผลการด�ำเนินการที่มีต่อการฟื้นฟูและ
วางรากฐานการพัฒนาประเทศในแต่ละด้านให้มีเสถียรภาพและยั่งยืน รวมทั้ง
การเสริมสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศ อันจะน�ำไปสู่สังคมไทย
ที่ประชาชนสมานฉันท์ ปรองดอง มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสุข

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

15

ผลการด�ำเนินการตามนโยบายเร่งด่วน

รัฐบาลได้กำ� หนดนโยบายเร่งด่วนทีจ่ ะเริม่ ด�ำเนินการในปีแรกเพือ่ สร้างรายได้
ลดค่าใช้จ่าย และขยายโอกาส ซึ่งจะเป็นการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและ
สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ประชาชน รวมทั้งแก้ไขปัญหารากฐานที่บั่นทอนการพัฒนา
ประเทศ

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

ส่วนที่หนึ่ง

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

16

ความสอดคล้องระหว่างนโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มด�ำเนินการในปีแรก
กับแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐของรัฐธรรมนูญ
นโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มด�ำเนินการในปีแรก
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.

ความสอดคล้อง
กับแนวนโยบาย
พื้นฐานแห่งรัฐ
มาตรา ๗๗
มาตรา ๗๗
มาตรา ๗๘ (๕)
มาตรา ๘๕ (๔)
มาตรา ๗๗

สร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟื้นฟูประชาธิปไตย
ก�ำหนดให้การแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติดเป็น „วาระแห่งชาติ„
ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐอย่างจริงจัง
ส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการน�ำ้ อย่างบูรณาการและเร่งรัดขยายเขตพื้นที่ชลประทาน
เร่งน�ำสันติสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนกลับมาสู่พื้นที่จังหวัด
ชายแดนภาคใต้
มาตรา ๗๗ มาตรา ๘๒
๖. เร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและนานาประเทศ
๗. แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการเนื่องจากภาวะเงินเฟ้อ
มาตรา ๘๔
และราคาน�ำ้ มันเชื้อเพลิง
๘. ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเพิ่มก�ำลังซื้อภายในประเทศ สร้างสมดุล
มาตรา ๘๐ (๑)
และความเข้มแข็งอย่างมีคุณภาพให้แก่ระบบเศรษฐกิจมหภาค
มาตรา ๘๔ (๖)-(๘)
๙. ปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล
มาตรา ๘๔ (๖)
๑๐. ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน
มาตรา ๘๔ (๖)
๑๑. ยกระดับราคาสินค้าเกษตรและให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน
มาตรา ๘๔ (๖) และ (๘)
๑๒. เร่งเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศ
มาตรา ๘๔
๑๓. สนับสนุนการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อการสร้างเอกลักษณ์
มาตรา ๘๔ (๖)
และการผลิตสินค้าในท้องถิ่น
มาตรา ๘๐ (๒)
๑๔. พัฒนาระบบประกันสุขภาพ
๑๕. จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตให้แก่โรงเรียน
มาตรา ๘๐ (๓)
๑๖. เร่งรัดและผลักดันการปฏิรูปการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง
มาตรา ๗๘ (๗)
มาตรา ๘๗ (๓)-(๕)

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

17

รัฐบาลได้ผลักดัน ส่งเสริม และสนับสนุนการด�ำเนินงานต่าง ๆ ที่จะ
น�ำพาสังคมสู่ความปรองดองสมานฉันท์ โดยอยู่บนพื้นฐานของหลักนิติธรรมที่เป็น
มาตรฐานสากลเดียวกัน และมีหลักปฏิบตั ทิ เี่ ท่าเทียมกันต่อประชาชนคนไทยทุกคน
ตลอดจนการเยียวยา และฟื้นฟูผู้เสียหายจากการชุมนุมทางการเมือง ดังนี้
๑.๑ แต่งตั้งคณะกรรมการประสานและติดตามผลการด�ำเนินงาน
ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อ
การปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) มีหน้าที่พิจารณารายละเอียดและข้อเสนอของ
คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพือ่ การปรองดองแห่งชาติ (คอป.)
ให้มกี ารด�ำเนินการทีเ่ กิดผลในทางปฏิบตั โิ ดยเร็ว ซึง่ ปคอป. ได้เห็นชอบตามข้อเสนอ
ของ คอป. ให้มีการจัดเวทีประชาเสวนาเพื่อหาแนวทางน�ำไปสู่ความปรองดอง
สมานฉันท์ โดยแต่งตั้งคณะอนุกรรมการก�ำกับทิศทางการด�ำเนินการจัดเวทีเสวนา
ควบคู่กับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรง การจัดเวที
ประชาเสวนาผ่านกระบวนการพูดคุย แบ่งเป็น ๒ ระดับ ได้แก่ ระดับต�ำบล/เทศบาล
และระดับจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ให้สามารถมองเห็นปัญหาในภาพรวม
และน�ำไปก�ำหนดเป็นมาตรการเพื่อลดความขัดแย้งต่อไป ทั้งนี้ คอป. จะเป็น
ความเห็นหนึง่ นอกเหนือจากความเห็นของภาคส่วนอืน่ ๆ ทีร่ ฐั บาลจะให้ความส�ำคัญ
เช่นกัน

สร้าง

บรรยากาศ
แห่งการ

ปรองดอง

ลดความขัดแย้ง

แต่งตั้ง

ปคอป.

เร่งรัดและประสานงาน
เพื่อให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

๑. สร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟื้นฟูประชาธิปไตย

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

18

เยียวยา

ผู้ได้รับผลกระทบ
ทางการเมือง

๑,๘๑๖ คน

๑.๒ เยียวยาและฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องแก่บุคคลที่ได้รับผลกระทบ
จากเหตุ ก ารณ์ รุ นแรงทางการเมื อง โดยให้การช่วยเหลือไปแล้ว ๑,๘๑๖ คน
วงเงิน ๑,๓๗๓.๙๓ ล้านบาท (ณ วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕) พร้อมกับเร่งรัด
การตรวจสอบข้ อ มู ล ในการสื บ หาความจริ ง และน� ำ ผู ้ ก ระท� ำ ความผิ ด เข้ า สู ่
กระบวนการยุติธรรม

๑.๓ ขับเคลื่อนแผนงานส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการธ�ำรงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติ
ในระดับพืน้ ที่ เพือ่ เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจในการปกครองระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยให้ทุกส่วนราชการสอดแทรกเนื้อหา
เข้าไปในหลักสูตรการฝึกอบรมประชุมสัมมนาในทุกระดับ
๑.๔ ก�ำหนดนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๙
เพื่อใช้เป็นกรอบทิศทางในการรักษาความมั่นคงประเทศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และก�ำหนดยุทธศาสตร์และมาตรการเพื่อขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติ

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

19

ในการด�ำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด รัฐบาลยึดหลักนิติธรรมในการ
ปราบปราม ลงโทษผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้มีอิทธิพล และผู้ประพฤติมิชอบ โดยบังคับใช้
กฎหมายอย่างเคร่งครัด ยึดหลักผู้เสพคือผู้ป่วยที่ต้องได้รับการบ�ำบัดรักษา
ป้องกันกลุ่มเสี่ยงและประชาชนทั่วไปไม่ให้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วยการรวมพลัง
ทุกภาคส่วนเป็นพลังแผ่นดินในการต่อสู้กับยาเสพติด โดยจัดตั้งศูนย์อ�ำนวยการ
พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ (ศพส.) เพือ่ ด�ำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์
พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๕ ในการยุตกิ ารแพร่ระบาดของยาเสพติด
ตลอดจนสร้ า งคุ ณ ภาพชี วิ ต และความเป็ น อยู ่ ที่ ดี ขึ้ น ให้ กั บ ประชาชนในสั ง คม
ซึ่งได้ดำ� เนินการในเรื่องที่สำ� คัญ ดังนี้
๒.๑ ปราบปรามยาเสพติดและบังคับใช้กฎหมาย ได้มีการจับกุม
ผู้กระท�ำความผิดในคดียาเสพติดทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องจ�ำนวน ๓๗๖,๘๙๐ คดี
และด�ำเนินมาตรการยึดทรัพย์สินนักค้ายาเสพติดทั่วประเทศจ�ำนวน ๔,๖๘๖ คดี
มู ล ค่ า ทรั พ ย์ สิ น ๑,๖๕๔ ล้ า นบาท รวมทั้ ง มี ย าบ้ า ที่ ถู ก จั บ ได้ ทั้ ง สิ้ น จ� ำ นวน
๗๓,๘๙๗,๗๔๐ เม็ด (๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔–๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕) ซึ่งสูงกว่า
ในช่วงเดียวกันก่อนที่รัฐบาลนี้จะเข้ามาบริหารประเทศ ที่มีการจับกุมผู้กระท�ำผิด
ในคดียาเสพติดทั่วประเทศจ�ำนวน ๓๓๘,๐๕๙ คดี ยึดทรัพย์นักค้ายาเสพติด
ทั่วประเทศจ�ำนวน ๑,๙๘๔ คดี มูลค่าทรัพย์สิน ๑,๐๑๙ ล้านบาท

ตั้ง ศพส.
เพื่อด�ำเนินการ
ตามยุทธศาสตร์
พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด

จับกุมผู้กระท�ำความผิด
คดียาเสพติด

๓๗๖,๘๙๐ คดี

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

๒. ก�ำหนดให้การแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติดเป็น ”วาระแห่งชาติ„

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

20

บ�ำบัดผู้ติดยาเสพติด

๔๘๔,๒๑๙ ราย

๒.๒ เฝ้ า ระวั ง แก้ ไ ขและป้ อ งกั น ปั ญ หายาเสพติ ด ได้มีการแยก
”ผู้ขาย„ ออกจาก ”ผู้เสพ„ โดยแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน ๕๖,๘๐๙
หมู่บ้าน/ชุมชน สร้างภูมิคุ้มกันในสถานศึกษาให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
ทั่ ว ประเทศจ� ำ นวน ๔๔๖,๖๖๘ คน ออกตรวจพื้ น ที่ เ สี่ ย งรอบสถานศึ ก ษา
๑๕๓,๕๐๑ แห่ง ๗๗ จังหวัด ควบคุมตรวจสอบการน�ำเข้าสารตั้งต้นที่เป็นวัตถุ
เสพติด ตรวจค้นสิ่งของต้องห้ามและยาเสพติดในเรือนจ�ำ/ทัณฑสถานทั่วประเทศ
และจัดกิจกรรมป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานประกอบการ/โรงงาน
จ�ำนวน ๓,๘๑๐ แห่ง จากเป้าหมาย ๒,๐๐๐ แห่ง
๒.๓ บ�ำบัดผู้ป่วย โดยได้น�ำผู้เสพ/ผู้ติดเข้าอยู่ในกระบวนการบ�ำบัด
และฟื้นฟู ๔๘๔,๒๑๙ ราย จากเป้าหมาย ๔๐๐,๐๐๐ ราย คิดเป็นร้อยละ ๑๒๑.๐๕
(ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม ๒๕๕๕)
๒.๔ สกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน ในภาพรวมของประเทศ
มีการปิ ด ล้ อ ม/ตรวจค้ น ๒,๒๙๓ ครั้ ง ปฏิ บั ติ ก ารที่ มี ผ ลจั บ กุ ม ๓,๖๘๔ ครั้ ง
มีผู้ต้องหา ๔,๙๔๕ คน และแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่
ความมั่นคงรวม ๑,๕๔๙ หมู่บ้าน/ชุมชน ๒๗๕ ต�ำบล ๑๒๙ อ�ำเภอ ๓๑ จังหวัด

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

21

รัฐบาลได้ให้ความส�ำคัญต่อการขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปราม
การทุจริตในภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักความโปร่งใสและมีธรรมาภิบาล
ที่ เ ป็ น สากล เพื่ อ ให้ ก ารใช้ ท รั พ ยากรในการพั ฒ นาประเทศเป็ น ไปอย่ า งมี
ประสิ ท ธิ ภ าพ ซึ่ ง ผลการส� ำ รวจของบริ ษั ท ที่ ป รึ ก ษาความเสี่ ย งทางการเมื อ ง
และเศรษฐกิจ (PERC-เพิร์ค) พบว่า แนวโน้มในการปราบปรามการทุจริตปรับตัว
ดีขึ้น จากคะแนนการทุจริต ๗.๕๕ ในปี ๒๕๕๔ ลดลงเป็น ๖.๕๗ ในปี ๒๕๕๕
โดยได้ด�ำเนินงานที่สำ� คัญ ดังนี้
๓.๑ รัฐบาลได้ก�ำหนดยุทธศาสตร์และแผนงานเชิงรุกของรัฐบาล
ในการต่ อ ต้ า นการทุ จ ริ ต คอร์ รั ป ชั น ประกอบด้ ว ย ๖ แนวทางหลั ก ได้ แ ก่
(๑) การปลุกจิตส�ำนึกและสร้างความตระหนักรู้ (Awareness Building Approach)
(๒) การพัฒนาองค์การ (Organization Development Approach) (๓) การเปิด
ให้ประชาชนมีสว่ นร่วม (Participatory Approach) (๔) การปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย
(Legal Approach) (๕) การตรวจสอบเฝ้าระวังเชิงรุก (Surveillance Approach)
และ (๖) การปราบปรามทีจ่ ริงจังและการลงโทษทีเ่ ข้มงวด (Suppression Approach)
๓.๒ นายกรั ฐ มนตรี ป ระกาศยุ ท ธศาสตร์ แ ละแผนงานเชิ ง รุ ก
ของรัฐบาลในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕
ต่อคณะรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูงของส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้แทน
จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชน (ทั้งในและ
ต่างประเทศ) และสื่อมวลชน โดยมุ่งเน้นแนวทางด�ำเนินการเชิงรุกในระยะเร่งด่วน
๔ แนวทาง เพือ่ ให้ยทุ ธศาสตร์ตอ่ ต้านการทุจริตคอร์รปั ชันมีจดุ เน้นในการด�ำเนินการ
และสามารถได้ รั บ การถ่ า ยทอดสู ่ ก ารปฏิ บั ติ ไ ด้ อ ย่ า งเป็ น รู ป ธรรมและชั ด เจน
รวมทั้งเปิดสายด่วน ๑๒๐๖ รับเรื่องร้องเรียนการทุจริตตลอด ๒๔ ชั่วโมง
๓.๓ นายกรัฐมนตรีได้ประกาศแนวทางการด�ำเนินการในระยะต่อไป
ของรัฐบาลในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๕
เพื่อสร้างพันธมิตรและแนวร่วมในภาคส่วนอื่น ๆ ในการร่วมต่อต้านการทุจริต
โดยได้เปิดช่องทางการร้องเรียนเรื่องทุจริตเพิ่มอีก ๒ ช่องทาง ได้แก่ ตู้รับเรื่อง
ร้องเรียนการทุจริตทั่วประเทศ และเว็บไซต์ www.stopcorruption.go.th

จากผลส�ำรวจของ PERC
การปราบปรามทุจริตดีขึ้น
คะแนนการทุจริตลดลง
จาก ๗.๕๕ เป็น ๖.๕๗ (ปี ๒๕๕๕)

 ตั้งศูนย์ปฎิบัติการ

ต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน
ในทุกกระทรวง

 ตรวจสอบเชิงรุก

โดยคณะกรรมการอ�ำนวยการ
ตรวจสอบเพื่อป้องกันการทุจริต

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

๓. ป้ อ งกั น และปราบปรามการทุ จ ริ ต และประพฤติ มิ ช อบในภาครั ฐ
อย่างจริงจัง

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

22

๓.๔ ด�ำเนิ น การตามแผนงานเชิ ง รุ ก ของรั ฐ บาล ทั้ง ๔ แนวทาง
มีความก้าวหน้าการด�ำเนินงาน ดังนี้
๓.๔.๑ ปลุกจิตส�ำนึกและสร้างความตระหนักรู้ (Awareness
Building Approach) โดย
๓.๔.๑.๑ ประชาสั ม พั น ธ์ สร้ า งความตื่ น ตั ว และ
ตระหนักรู้ ได้แก่ การจัดคาราวานสัญจร ๔ ภาค ประกอบด้วย ภาคตะวันตก
(จังหวัดตราด) ในเดือนมิถุนายน ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่) ในเดือนกรกฎาคม
ภาคใต้ (จังหวัดภูเก็ต) และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จังหวัดขอนแก่น) ในเดือน
สิงหาคม
๓.๔.๑.๒ ติดเครือ่ งหมายสัญลักษณ์แสดงเจตนารมณ์
ต่อต้านการทุจริต ผลิตเข็มกลัดแสดงเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต ซึ่งผลิตแจก
ในงานวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๕ โดยให้ส่วนราชการต่าง ๆ ผลิตเพื่อให้ข้าราชการ
พนักงาน และลูกจ้างรัฐ ติดเข็มกลัดสัญลักษณ์ดังกล่าว แสดงการประกาศตน
และรณรงค์ประชาสัมพันธ์
๓.๔.๑.๓ พั ฒ นาหลั ก สู ต รฝึ ก อบรมและการ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ของข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ ในการต่อต้านการทุจริต
คอร์รัปชัน โดยด�ำเนินโครงการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมเพื่อจังหวัดใสสะอาด
ร่วมกับมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ ๑๘
พฤษภาคม ๒๕๕๕ จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๕ และจังหวัด
ระยอง เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๕

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

23

ส่วนราชการท�ำข้อเสนอ
เพื่อลดทุจริต

๑ กรม ๑ ป้องกันโกง

เพิ่มการตรวจสอบเฝ้าระวังเชิงรุก
จากประชาชน
 สายด่วน ๑๒๐๖
 www.stopcorruption.go.th
 ตู้รับเรื่องร้องเรียน

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

๓.๔.๒ พั ฒ นาองค์ ก าร (Organization Development
Approach) ได้แก่ ส่งเสริมให้ส่วนราชการริเริ่มจัดท�ำข้อเสนอการเปลี่ยนแปลง
เพื่ อ สร้ า งความโปร่ ง ใสในการปฏิ บั ติ ร าชการของตนเอง โดยการพัฒนาหรือ
ปรั บ ปรุ ง กระบวนงานหลั ก ที่ มี ค วามเสี่ ย งสู ง ต่ อ การเกิ ด การทุ จ ริ ต คอร์ รั ป ชั น
ผ่านกระบวนการเรียนรูจ้ ากการปฏิบตั จิ ริง (Action Learning) (๑ กรม ๑ ป้องกันโกง)
ขณะนี้ส่วนราชการระดับกรมและจังหวัดได้เสนอข้อเสนอการเปลี่ยนแปลงฯ
ครบถ้วนแล้ว จ�ำนวน ๑๔๔ กรม และ ๗๖ จังหวัด โดยมีข้อเสนอการเปลี่ยนแปลงฯ
ที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองและผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งประกอบด้วย
อดีตปลัดกระทรวงและผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน ทั้งนี้ ในเบื้องต้นข้อเสนอ
ผ่านการพิจารณาแล้วจ�ำนวน ๑๔๒ กรม และ ๗๖ จังหวัด (ณ วันที่ ๒๓ สิงหาคม
๒๕๕๕) และคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕ เห็นชอบให้
จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในทุกกระทรวงเพื่อเป็นกลไก
ส�ำคัญในการท�ำหน้าที่บูรณาการและขับเคลื่อนแผนการป้องกันและปราบปราม
การทุ จ ริ ต คอร์ รั ป ชั น ในส่ ว นราชการ และเป็ น เครื อ ข่ า ยเชื่ อ มโยงการท� ำ งาน
ร่วมกับส�ำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐและ
หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
๓.๔.๓ ตรวจสอบเฝ้าระวังเชิงรุก (Surveillance Approach)
ได้แก่ จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน (Anti-Corruption War
Room) เป็นการบูรณาการการตรวจสอบ รับแจ้งเบาะแสและเรื่องร้องเรียน ป้องกัน
ปราบปราม อย่างเบ็ดเสร็จครบวงจร โดยมีสายด่วน ๑๒๐๖ รับเรื่องร้องเรียน
รับแจ้งเรื่องทุจริตคอร์รัปชันตลอด ๒๔ ชั่วโมง และเปิดช่องทางการร้องเรียนและ
แจ้งเบาะแสการทุจริต เพือ่ อ�ำนวยความสะดวกให้ประชาชนมีชอ่ งทางในการร้องเรียน
และมีส่วนร่วมในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งจะมีทีม PM Task Force
คอยเร่งรัดติดตามการด�ำเนินการเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียน ท�ำให้เกิดความมั่นใจว่า
ทุ ก เรื่ อ งร้ อ งเรี ย นได้ รั บ การแก้ ไ ข ไม่ ล ่ า ช้ า และมี ผู ้ รั บ ผิ ด ชอบ รวมทั้ ง การ
เปิ ด เว็ บ ไซต์ www.stopcorruption.go.th เมื่ อ วั น ที่ ๑๘ สิ ง หาคม ๒๕๕๕
เพื่อเป็นช่องทางในการส่งเรื่องร้องเรียน สามารถติดตามสถานการณ์การด�ำเนินการ
และตรวจสอบเรือ่ งร้องเรียน ตลอดจนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารการด�ำเนินงาน
ต่าง ๆ ของภาคราชการในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันได้อีกด้วย และติดตั้ง
ตู้รับเรื่องร้องเรียนการทุจริต จ�ำนวน ๑๘๑ ตู้ ตามสถานที่ส�ำคัญต่าง ๆ ที่ประชาชน
สามารถเข้าถึงได้ง่ายในกรุงเทพมหานครและ ๗๖ จังหวัดทั่วประเทศ ทั้งในสถานที่

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

24

ราชการและหน่วยงานของรัฐ เช่น ท�ำเนียบรัฐบาล ศาลากลางจังหวัด สถานีขนส่ง
ท่าอากาศยาน รวมถึงสถานที่ของภาคเอกชนซึ่งเป็นแนวร่วม เช่น ห้างสรรพสินค้า
เซ็นทรัล ธนาคารกรุงไทย บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส ฯลฯ

ทั้ ง ๓ ช่ อ งทางการร้ อ งเรี ย น ได้ แ ก่ สายด่ ว น ๑๒๐๖
เว็ บ ไซต์ www.stopcorruption.go.th และตู ้ รั บ เรื่ อ งร้ อ งเรี ย นการทุ จ ริ ต
จะน�ำมาบูรณาการเข้าในระบบเดียวกันเพื่อให้ผู้ร้องเรียนสามารถติดตามสถานะ
การด�ำเนินการได้ และจะมีคณะท�ำงาน PM Task Force คอยเร่งรัด ติดตาม
การด�ำเนินการกับข้อร้องเรียนต่าง ๆ ท�ำให้มั่นใจได้ว่าทุกเรื่องร้องเรียนการทุจริต
จะได้รับการตอบสนอง มีผู้รับผิดชอบ และไม่เกิดความล่าช้าในระบบ
๓.๔.๔ เร่งการปราบปรามที่จริงจังและการลงโทษที่เข้มงวด
(Suppression Approach) โดยประกาศลงโทษผู้กระท�ำผิดการทุจริตคอร์รัปชัน
ในภาครัฐให้สาธารณชนได้รับรู้ เพื่อสร้างความตื่นตัวและเกรงกลัวต่อการกระท�ำ
การทุจริต และแก้กฎ ก.พ. เพื่อเร่งให้การด�ำเนินการสอบสวนลงโทษกรณีทุจริต
แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน และก�ำหนดไม่ให้ส่วนราชการรับผู้ถูกลงโทษทุจริต
กลับเข้ารับราชการอีก ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการข้าราชการ
พลเรือนเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
๓.๕ ปรั บ ปรุ ง แก้ ไ ขกฎหมายร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ ป ้ อ งกั น และ
ปราบปรามการฟอกเงิ น (ฉบั บ ที่ ..) พ.ศ. .... และร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ
ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. ....
โดยคณะรั ฐ มนตรี ไ ด้ ใ ห้ ค วามเห็ น ชอบการแก้ ไ ขกฎหมายดั ง กล่ า วเมื่ อ วั น ที่
๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕ และสภาผู ้ แ ทนราษฎรได้ เ ห็ น ชอบในหลั ก การของ
ร่างกฎหมายทั้งสองฉบับแล้วเมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๕ และจะเข้าสู่การประชุม
สภาผู้แทนราษฎร ในวาระที่ ๒ ต่อไป

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

25

เนือ่ งจากปี ๒๕๕๔ ประเทศไทยประสบกับปัญหาอุทกภัยตัง้ แต่ประมาณ
กลางปีและรุนแรงมากขึ้นเป็นล�ำดับจนถึงปลายปี ซึ่งนับเป็นมหาอุทกภัยที่รุนแรง
ที่สุดในรอบ ๖๐ ปี เหตุการณ์นี้ได้ก่อให้เกิดความสูญเสียด้านชีวิตและทรัพย์สิน
ของประชาชนและประเทศชาติเป็นอย่างมาก รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศในเดือน
สิงหาคม ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นช่วงปลายปีงบประมาณและร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ
รายจ่ายประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ยังไม่ได้ผ่านการอนุมัติ และเหตุการณ์
มหาอุทกภัยนี้เกิดขึ้นโดยไม่ได้มีการคาดหมายมาก่อน รัฐบาลก่อนหน้านี้ไม่ได้
เตรียมงบประมาณเพือ่ แก้ไขปัญหามหาอุทกภัยไว้ ดังนัน้ รัฐบาลจึงจ�ำเป็นต้องตัดทอน
งบประมาณปกติของกระทรวงต่าง ๆ ร้อยละ ๕ เป็นเงินจ�ำนวน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท
ไว้ในงบกลางเพื่อการแก้ไขปัญหามหาอุทกภัยในระยะเร่งด่วน แต่รัฐบาลยังไม่
สามารถใช้เงินงบประมาณดังกล่าวได้ จนกระทัง่ พระราชบัญญัตงิ บประมาณรายจ่าย
ประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ผ่านการอนุมัติเรียบร้อยและได้มีการประกาศใช้
เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ซึ่งในช่วงก่อนหน้านั้น รัฐบาลต้องใช้เงินงบประมาณ
ตามหลักเกณฑ์และเงือ่ นไขการใช้งบประมาณรายจ่ายประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔
ไปพลางก่อน ซึง่ มีจำ� นวนจ�ำกัด นับเป็นข้อจ�ำกัดในการบริหารราชการแผ่นดินเป็นอย่างยิง่
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ทุ่มเทสรรพก�ำลังอย่างเต็มที่และบูรณาการ
ทุกภาคส่วนอย่างเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหามหาอุทกภัย
ปี ๒๕๕๔ รวมถึงการด�ำเนินการบริหารจัดการทรัพยากรน�้ำอย่างยั่งยืนอีกด้วย
ซึ่ ง การด� ำ เนิ น การบริ ห ารจั ด การทรั พ ยากรน�้ ำ ทั้ ง ระยะเร่ ง ด่ ว นและระยะยาว
ดังกล่าว รัฐบาลได้น้อมน�ำกระแสพระราชด�ำริเกี่ยวกับการบริหารจัดการน�้ำของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นหลักในการบริหารจัดการ โดยการด�ำเนินงาน
ของรัฐบาลสามารถสรุปได้ดังนี้
๔.๑ การด�ำเนิ น งานแก้ ป ั ญ หาในช่ ว งเผชิ ญ เหตุ ม หาอุ ท กภั ย
ปี ๒๕๕๔ รั ฐ บาลได้ ตั้ ง ศู น ย์ ป ฏิ บั ติ ก ารช่ ว ยเหลื อ ผู ้ ป ระสบอุ ท กภั ย (ศปภ.)
เป็นหน่วยบัญชาการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแบบเบ็ดเสร็จเพื่อบูรณาการ
งานต่าง ๆ กับทุกภาคส่วนในการให้ความช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร ผูใ้ ช้แรงงาน
พ่อค้า และผู้ประกอบการ ซึ่งรวมถึงการแจกถุงยังชีพ อาหาร น�้ำดื่ม การอพยพ
ศูนย์พักพิง การสาธารณสุข การดูแลสวัสดิการชีวิตความเป็นอยู่ และการดูแล
ด้านจิตใจ

ตั้ง ศปภ. บริหารจัดการ
และบูรณาการการท�ำงาน
แก้ไขวิกฤตมหาอุทกภัย ปี ๒๕๕๔

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

๔. ส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการน�้ำอย่างบูรณาการและเร่งรัดขยายเขต
พื้นที่ชลประทาน

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

26

ดัชนีความเชื่อมั่น

ภาคธุรกิจเพิ่ม
จาก ๓๖.๗

ในเดือนตุลาคม ๒๕๕๔
เป็น ๕๑.๕
ในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕

๔.๒ การด�ำเนิ น งานเพื่ อ การช่ ว ยเหลื อ ฟื ้ น ฟู เ ยี ย วยาหลั ง น�้ ำ ลด
รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจและสังคมในทุกมิติให้กลับคืน
สู่สภาพเดิมให้เร็วที่สุด จึงได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยา
ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์มหาอุทกภัยขึ้น ๔ คณะ เช่น คณะกรรมการ
เพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย
(กฟย.) เพื่ อ ศึ ก ษาและเสนอโครงการในการช่ ว ยเหลื อ และฟื ้ น ฟู ทั้ ง ทางด้ า น
เศรษฐกิจ สังคม และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งมีจ�ำนวนโครงการรวมกันทั้งสิ้นกว่า
๑๐,๐๐๐ โครงการ โดยใช้งบกลางประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ จ�ำนวน
๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผลที่ได้รับคือ สามารถช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทุกภาคส่วน
ได้เป็นอย่างดีและรวดเร็ว เช่น ประชาชนทั่วไป เกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน และ
ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม การด�ำเนินการดังกล่าวได้สร้างความเชื่อมั่น
ให้ แ ก่ นั ก ลงทุ น เพิ่ ม ขึ้ น ร้ อ ยละ ๔๐.๓ และจากดั ช นี ค วามเชื่ อ มั่ น ภาคธุ ร กิ จ
ในเดือนตุลาคม ๒๕๕๔ ที่ ๓๖.๗ เพิ่มขึ้นเป็น ๕๑.๕ ในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕
นอกจากนัน้ การด�ำเนินงานโครงสร้างพืน้ ฐานด้านคมนาคมและด้านบริหารจัดการน�ำ้
ดังกล่า ว ยั ง เป็ น การเตรี ย มความพร้ อ มในการรั บ มื อ กั บ อุ ท กภั ย ที่ อ าจเกิ ด ขึ้ น
ในปี ๒๕๕๕ ได้ด้วย

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

27

การซอมแซม/ปรับปรุง/ฟนฟู
สถานที่ราชการ
๗,๙๘๒.๕๓๘๗ ลานบาท (๖.๖๕%)

การซอมแซม/ปรับปรุง/ฟนฟู
สถานศึกษา บริการทางการแพทย
และสาธารณสุข
๖,๓๒๘.๙๐๘๘ ลานบาท (๕.๒๗%)

การสนับสนุนอุปกรณและเครื่องมือ
ในการแกไขปญหาอุทกภัย
๔,๘๙๘.๗๒๔๒ ลานบาท (๔.๐๘%)

ศาสนสถาน โบราณสถาน
และสถานที่ทองเที่ยว
๒,๗๙๖.๙๒๗๓ ลานบาท (๒.๓๓%)

การใหความชวยเหลืออื่น ๆ
๔๗๒.๒๙๘๗ ลานบาท (๐.๓๙%)

โครงสรางพื้นฐานดานน้ำ
๒๕,๕๐๙.๔๔๓๒ ลานบาท (๒๑.๒๖%)
การเยียวยาผูประสบอุทกภัย
๔๕,๐๑๑.๙๑๘๒ ลานบาท (๓๗.๕๑%)

โครงสรางพื้นฐานการคมนาคมขนสง
๒๖,๙๘๖.๙๖๒๐ ลานบาท (๒๒.๔๙%)

ที่มา : สำนักงบประมาณ

งบกลาง รายการคาใชจายในการเยียวยา ฟนฟู และปองกันความเสียหายจากอุทกภัยอยางบูรณาการ
รวม ๑๑๙,๙๘๗.๗๒๑๑ ลานบาท
การเยียวยาผูประสบอุทกภัย
๔๕,๐๑๑.๙๑๘๒ ลานบาท
โครงสรางพื้นฐานการคมนาคมขนสง
๒๖,๙๘๖.๙๖๒๐ ลานบาท

(๑๒๐,๐๐๐ ลานบาท)
ครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท
๒,๓๘๖,๔๖๗ ครัวเรือน
ชวยเหลือเกษตรกร/Fixed It ๑,๐๑๕,๐๑๒/๑,๑๐๐ ราย/แหง
ชวยเหลือผูประกอบการ
๑,๑๓๔/๑,๖๐๐/๒๐ ราย/โรงงาน/ศูนย

ผูใชแรงงาน
กลุมคนเปราะบาง
การบริการทางการแพทย

๕๕๔,๙๘๐ ราย
๑,๖๖๖,๗๔๐ ราย
๓,๐๖๒,๐๘๓ ราย

ทางหลวง/ทางหลวงชนบท ๙๔๗.๕๒๔/๑,๕๓๐.๔๕ กม.
ระบบราง
๓๙๔.๒๒๑๗ กม.

ซอมแซมถนนในหมูบาน
๕,๓๑๕ แหง
ซอมแซมสถานีขนสง/ทาอากาศยาน ๒/๑ แหง

โครงสรางพื้นฐานดานน้ำ
๒๕,๕๐๙.๔๔๓๒ ลานบาท
การสนับสนุนอุปกรณ
และเครื่องมือในการแกไขปญหาอุทกภัย
๔,๘๙๘.๗๒๔๒ ลานบาท
การซอมแซม/ปรับปรุง/ฟนฟู
สถานที่ราชการ
๗,๙๘๒.๕๓๘๗ ลานบาท

ซอมเขื่อน/อางเก็บน้ำ/ฝาย
๘๘๗/๖๗ แหง/จังหวัด
ซอมประตูระบายน้ำ/คลองสงน้ำ ๒,๐๕๙ แหง

ขุดลอก (แกมลิง/คลอง)
ซอมแซมระบบประปา

ระบบขอมูล/ระบบเตือนภัย
จัดหาเครื่องสูบน้ำ

จัดหาเครื่องผลักดันน้ำ

การซอมแซม/ปรับปรุง/ฟนฟูสถานศึกษา
บริการทางการแพทยและสาธารณสุข
๖,๓๒๘.๙๐๘๘ ลานบาท
ศาสนสถาน โบราณสถาน
และสถานที่ทองเที่ยว
๒,๗๙๖.๙๒๗๓ ลานบาท
การใหความชวยเหลืออื่น ๆ
๔๗๒.๒๙๘๗ ลานบาท

ซอมแซมโรงเรียน ๒,๖๔๒/๖๑ แหง/จังหวัด
ซอมแซมวิทยาลัย ๑๒๗/๕๓ แหง/จังหวัด
ซอมแซมอาคาร
๔๖/๑๗ แหง/จังหวัด

ซอมแซมมหาวิทยาลัย
๑๘/๑๑ แหง/จังหวัด
จัดหาครุภัณฑทดแทน
๑,๔๔๕/๕๙ แหง/จังหวัด
จัดหาครุภณ
ั ฑทางการแพทย/สาธารณสุข ๑๘/๒๐๘/๔ แหง/รายการ/จังหวัด

วัด
โบสถคริสต

มัสยิด
ฟนฟูโบราณสถาน/แหลงทองเที่ยว

ซอมแซมอาคาร
จัดหาครุภัณฑทดแทน

๕๙/๗ ระบบ
๑๔,๒๗๐ เครื่อง
๑๑/๕๐ หนวยงาน/แหง
๒/๑๕ หนวยงาน/รายการ

๒,๔๔๐/๕๒ แหง/จังหวัด
๓๕/๑๒ แหง/จังหวัด

ฟนฟูภาพลักษณใน/ตางประเทศ
ประชาสัมพันธสรางความเชื่อมั่น

ซอมแซมยุทโธปกรณ

๑,๕๑๓/๙๒ แหง/แหง
๓๕,๖๙๗ แหง
๕๔ เครื่อง
๕๒๕/๖,๙๔๔ แหง/รายการ

๑๓๖/๑๑ แหง/จังหวัด
๓๗๐/๒๕ แหง/แหง

ปองกันอาชญากรรมและชวยเหลือผูประสบภัย

ที่มา : สำนักงบประมาณ

รายงานแสดงผลการดำาเนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำาเนินการตามนโยบายเร่งด่วน

งบประมาณเพื่อการฟนฟู เยียวยา ความเสียหายจากมหาอุทกภัย ป ๒๕๕๔
โดยใชงบกลางจำนวน ๑๒๐,๐๐๐ ลานบาท (๑.๒ แสนลานบาท)

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

28

การด� ำ เนิ น โครงการเพื่ อ ช่ ว ยเหลื อ ฟื ้ น ฟู
เยี ย วยาดั ง กล่ า ว ด� ำ เนิ น งานอย่ า งบู ร ณาการโดยกระทรวง
กรม จังหวัด อ�ำเภอ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน
และประชาชน นอกจากนั้น รัฐบาลยังได้สั่งการให้มีการติดตาม
เร่งรัด ตรวจสอบ การท�ำงานโครงการดังกล่าว ให้เสร็จเรียบร้อย
และมีความโปร่งใส ก่อนฤดูฝนปี ๒๕๕๕
๔.๒.๑ การติดตามงานของนายกรัฐมนตรี
เพื่ อ เร่ ง รั ด การด� ำ เนิ น งาน โดยนายกรั ฐ มนตรี แ ละคณะ
ได้ติดตามความก้าวหน้าการด�ำเนินการและทบทวนแผนงาน/
โครงการ งบประมาณ ความก้ า วหน้ า ปั ญ หา/อุ ป สรรค
และแนวทางแก้ ไ ข ซึ่ ง ได้ ก� ำ หนดเป้ า หมายการด� ำ เนิ น การ
ตามแผนงานและโครงการต่ า ง ๆ ให้ แล้ ว เสร็ จก่ อ นฤดู ฝ น
โดยได้มีการลงพื้นที่ จ�ำนวน ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ ระหว่างวันที่
๑๓-๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ พื้นที่ ๓๑ จังหวัด ซึ่งได้อนุมัติ
โครงการที่มีความส�ำคัญเร่งด่วน (Flagship) เพิ่มเติม จ�ำนวน
๑๑๙ โครงการ วงเงิน ๕,๐๘๕ ล้านบาท และครั้งที่ ๒ ระหว่าง
วั น ที่ ๑๑-๑๔ มิ ถุ น ายน ๒๕๕๕ ใน ๑๙ จั ง หวั ด พบว่ า
โครงการต่าง ๆ ได้ด�ำเนินการแล้วเสร็จไปกว่าร้อยละ ๖๐
๔.๒.๒ นายกรั ฐ มนตรี ไ ด้ ม อบหมายให้
รั ฐ มนตรี มี ห น้ า ที่ รั บ ผิ ด ชอบในการติ ด ตาม ประสานงาน
แก้ปัญหา เร่งรัด และตรวจสอบการด�ำเนินโครงการในจังหวัด
ต่าง ๆ รัฐมนตรีละ ๑ จังหวัด

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

29

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

๔.๒.๓ ได้ จ ้ า งมหาวิ ท ยาลั ย รวม ๑๙ สถาบั น ร่ ว มกั บ
ผู้ตรวจราชการส�ำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ติดตามและตรวจสอบการด�ำเนิน
โครงการต่าง ๆ ในแต่ละจังหวัด เพื่อคุณภาพและความโปร่งใสของโครงการ
๔.๒.๔ ใช้ระบบข้อมูลบริหารโครงการ (PMOC Flood) ที่
เจ้าของโครงการต้องบันทึกข้อมูลโครงการ ความก้าวหน้าของงานอย่างน้อย
สัปดาห์ละครั้ง และคณะรัฐมนตรีจะใช้ข้อมูลดังกล่าวติดตามผลการด�ำเนินงาน
ในการประชุมคณะรัฐมนตรีทุกสัปดาห์
๔.๒.๕ จัดท�ำระบบการบริหารจัดการและการบริหารข้อมูล
แบบบูรณาการเบ็ดเสร็จ (Single Command)
นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีการช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา ผู้ประสบ
อุทกภัยหลังน�้ำลดที่ส�ำคัญ ได้แก่ (๑) มาตรการการเงินการคลัง ในการช่วยเหลือ
ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย โดยมีมาตรการภาษีเพื่อฟื้นฟูหลังวิกฤตอุทกภัย และ
มาตรการทางการคลังเพื่อช่วยเหลือเยียวยา อาทิ อนุมัติให้จังหวัดต่าง ๆ และ
ส่วนราชการขยายวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน
ให้ความช่วยเหลือผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัวที่อยู่ในพื้นที่อุทกภัย สามารถ
เข้ารับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยในของสถานพยาบาลเอกชนได้ทุกโรค
และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแก่สถานประกอบการและแรงงาน อาทิ
โครงการนัดพบแรงงานผู้ประสบอุทกภัย โครงการป้องกันและบรรเทาการเลิกจ้าง
โดยรัฐบาลจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างในอัตราเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท เป็นเวลา ๓ เดือน
และโครงการยกระดับฝีมือแรงงานลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยกลับสู่
สถานประกอบการ และ (๒) มาตรการด้ า นการให้ สิ น เชื่ อ โดยให้ เ งิ น กู ้
เพื่อลดภาระหนี้ ปลูกสร้าง และซ่อมแซมที่อยู่อาศัยแก่ผู้ประสบอุทกภัยปี ๒๕๕๔
และร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารพาณิชย์ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต�่ำ
(ไม่เกินร้อยละ ๓ ต่อปี) วงเงิน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แก่ผู้ได้รับความเสียหาย
จากเหตุอุทกภัย

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

30

การแก้ไขปัญหาจากวิกฤต
มหาอุทกภัยในปี ๒๕๕๔
ผ่านพ้นไปได้ด้วยการ
ร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วน
ซึ่งรัฐบาลได้นำ� ประสบการณ์
ดังกล่าวมาปรับปรุงและ
พัฒนาระบบบริหารจัดการน�ำ้
ให้มีประสิทธิภาพและ
เป็นเอกภาพยิ่งขึ้น
โดยจัดตั้ง
Single Command
Authority

๔.๓ การด�ำเนิ น งานบริ ห ารจั ด การน�้ ำ อย่ า งยั่ ง ยื น รัฐบาลได้ออก
พระราชก�ำหนดให้อ�ำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบการบริหารจัดการน�้ำ
และสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๕ วงเงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และได้มี
การตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน�้ำ
(กยน.) ได้จัดท�ำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน�้ำที่ประเทศไทยไม่เคย
มีการจัดท�ำมาก่อนหน้านี้ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม
๒๕๕๕ ประกอบด้วย
๔.๓.๑ แผนการบริ ห ารจั ด การน�้ ำ ลุ ่ ม เจ้ า พระยา ซึ่ ง มี อ ยู ่
๘ แผนงาน ได้แก่ (๑) แผนงานฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าและระบบนิเวศ (๒) แผนงาน
การบริหารจัดการเขื่อนเก็บน�้ำหลักและการจัดท�ำแผนบริหารจัดการน�้ำประจ�ำปี
(๓) แผนงานฟื้นฟูและปรับปรุงประสิทธิภาพสิ่งก่อสร้างเดิมหรือตามแผนที่วางไว้
(๔) แผนงานพัฒนาคลังข้อมูล ระบบพยากรณ์ และเตือนภัย (๕) แผนงานเผชิญเหตุ
เฉพาะพื้นที่ (๖) แผนงานการก�ำหนดพื้นที่รับน�้ำนอง และมาตรการช่วยเหลือ
ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้พื้นที่เพื่อการรับน�้ำ (๗) แผนงานปรับปรุงองค์กร
เพื่อบริหารจัดการน�้ำแบบบูรณาการเบ็ดเสร็จ (Single Command Authority)
และ (๘) แผนงานสร้างความเข้าใจและการยอมรับ
๔.๓.๒ แผนบริ ห ารจั ด การน�้ ำ ในลุ ่ ม น�้ ำ อื่ น ประกอบด้ ว ย
๖ แผนงาน ได้แก่ (๑) แผนงานการบริหารจัดการเขื่อนเก็บน�้ำหลักและการบริหาร
จัดการน�้ำประจ�ำปี (๒) แผนงานฟื้นฟูและปรับปรุงประสิทธิภาพสิ่งก่อสร้างเดิม
หรือตามแผนที่วางไว้ (๓) แผนงานพัฒนาคลังข้อมูล ระบบพยากรณ์ และเตือนภัย
(๔) แผนงานเผชิ ญ เหตุ เ ฉพาะพื้ น ที่ (๕) แผนงานการก� ำ หนดพื้ น ที่ รั บ น�้ ำ นอง
และมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้พื้นที่เพื่อการรับน�้ำ และ
(๖) แผนงานปรับปรุงองค์กรเพื่อบริหารจัดการน�้ำ โดยมีรูปแบบองค์กรบริหาร
จัดการน�้ำแบบบูรณาการ (Single Command Authority)
การด� ำ เนิ น การคั ด เลื อ กผู ้ ที่ จ ะมาท� ำ โครงการเพื่ อ การบริ ห าร
จัดการน�้ำอย่างยั่งยืนนั้น รัฐบาลได้ประกาศเชิญชวนผู้สนใจ ทั้งชาวไทยและ
ต่ า งประเทศเข้ า มาเสนอกรอบแนวคิ ด และออกแบบรายละเอี ย ดโครงการ
พร้ อ มราคา เพื่ อ การจั ด หาผู ้ ที่ จ ะเข้ า มาด� ำ เนิ น การก่ อ สร้ า งระบบการบริ ห าร
จัดการน�้ำอย่างยั่งยืน ซึ่งคาดว่าจะสามารถด�ำเนินการได้แล้วเสร็จภายในเดือน
เมษายน ๒๕๕๖

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

31

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

๕. เร่งน�ำสันติสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
กลับมาสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
รัฐบาลได้จัดท�ำนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ โดยน้อมน�ำกระแสพระราชด�ำรัสของพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว ”เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา„ เป็นหลักในการปฏิบัติในแนวทางสันติวิธี
เน้ น ความร่ ว มมื อ ในทุ ก ภาคส่ ว นกั บ ประชาชนในพื้ น ที่ เ พื่ อ เร่ ง น� ำ สั น ติ สุ ข
สู่ชายแดนใต้ ซึ่งได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะ
องค์การความร่วมมืออิสลาม (Organization of Islamic Cooperation: OIC)
ว่ารัฐบาลก�ำลังด�ำเนินนโยบายไปในทิศทางที่ถูกต้อง โดยในการด�ำเนินการดังกล่าว
ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหา
จังหวัดชายแดนภาคใต้ (กปต.) ซึ่งมีหน้าที่ในการเร่งรัด ก�ำกับ ติดตาม บูรณาการ
ให้การท�ำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ตามแผน
ปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ โดยเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างยุทธศาสตร์
ของศูนย์อ�ำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และกองอ�ำนวยการ
รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และก�ำหนดเป็นเป้าหมาย
ยุทธศาสตร์ร่วมไว้ ๒๙ ข้อ เพื่อให้ ๑๗ กระทรวง และ ๖๖ หน่วยงาน ที่ด�ำเนินการ
ในพื้นที่บูรณาการการท�ำงานร่วมกัน ตลอดจนพิจารณาด�ำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหา
อุปสรรคเฉพาะหน้าหรือเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการด�ำเนินงานตามนโยบาย
ของรัฐบาล ปรากฏผลการด�ำเนินการที่ส�ำคัญ ดังนี้

น้อมน�ำพระราชด�ำรัส

”เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา„
เป็นหลักในการปฏิบัติ
ในแนวทางสันติวิธี

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

32

พัฒนาแบบ

กระบวนการ
การพัฒนาเชิงพื้นที่
(Area-based
approach)

โดย
กอ.รมน. และ ศอ.บต. เป็นหลัก
เสริมโดยต�ำรวจและอาสาชุมชน

๕.๑ ดู แ ลความปลอดภั ย ในชี วิ ต และทรั พ ย์ สิ น ได้ มี ก ารจั ด ท� ำ
เขตพื้ น ที่ ป ลอดภั ย (Safety Zone) ในพื้ น ที่ เ ป้ า หมายทั้ ง ในเมื อ งและอ� ำ เภอ
ที่มีความรุนแรงบ่อย จ�ำนวน ๑๓ พื้นที่ พร้อมไปกับการปรับปรุงระบบพัฒนา
และรักษาความปลอดภัย เรือ่ งกล้องวงจรปิด (CCTV) และด่านตรวจ การเสริมสร้าง
กองก� ำ ลั ง พลเรื อ นเป็ น ของชุ ม ชนให้ ส ามารถป้ อ งกั น ตนเองได้ รวมทั้ ง จั ด ตั้ ง
หน่ ว ยปฏิ บั ติ ง านเพื่ อ สื บ สวนสอบสวนเส้ น ทางการเงิ น ของผู ้ ก ่ อ ความรุ น แรง
ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
จ�ำนวน ๔ กลุ่มเครือข่าย โดยจับกุมตรวจค้นผู้กระท�ำความผิดที่เกี่ยวข้องกับ
ยาเสพติดและการฟอกเงิน รวมทั้งส่งเสริมการป้องกันและคุ้มครองพิทักษ์สิทธิ์
ผู้ที่ผ่านการบ�ำบัดยาเสพติดและกลุ่มเสี่ยงของชุมชน นอกจากนี้ ยังมีการเปิดพื้นที่
พูดคุยเพื่อแสวงหาทางออกจากความรุนแรงและเข้าร่วมการแก้ไขปัญหา โดยมี
ผู้เข้าร่วมในการด�ำเนินการดังกล่าวแล้ว
๕.๒ ยกระดั บ คุ ณ ภาพชี วิ ต ของประชาชน ๕ จั ง หวั ด ชายแดน
ภาคใต้ รัฐบาลได้ด�ำเนินการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
มาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้ปรับปรุงประสิทธิภาพของกลไกการบูรณาการแผนงาน/
โครงการ ภายใต้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้
(กพต.) ซึ่ ง ท� ำ ให้ เ กิ ด การบู ร ณาการในการแก้ ไ ขปั ญ หามากยิ่ ง ขึ้ น โดยมี ก าร
ด�ำเนินการที่ส�ำคัญ ดังนี้
๕.๒.๑ พั ฒ นาคุ ณ ภาพชี วิ ต ประชาชนเพื่ อ เสริ ม สร้ า งขวั ญ
และก�ำลังใจแก่ประชาชนในพื้นที่ โดยมีการจัดหน่วยเคลื่อนที่เยียวยาผู้ได้รับ
ผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ๕๑ อ�ำเภอใน ๕ จังหวัดชายแดน
ภาคใต้ โดยรัฐบาลได้ให้การเยียวยาไปแล้ว ๑๔,๑๘๐ ราย เป็นเงิน ๑,๑๗๖.๗
ล้านบาท (ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม ๒๕๕๕) ตลอดจนให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่าย
ในการด�ำรงชีวิต การด�ำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพกลุ่มอาชีพผู้ผลิตอาหาร
ฮาลาล และส่งเสริมอาชีพให้หญิงหม้าย คนพิการ ผู้สูงอายุ สามารถด�ำรงชีวิต
ได้อย่างเหมาะสมและสนับสนุนเด็กก�ำพร้าให้ได้รบั การศึกษาจนถึงระดับปริญญาตรี
จ� ำ นวน ๑๕,๕๒๒ คน สนั บ สนุ น ชุ ม ชนในการซ่ อ ม/สร้ า งที่ อ ยู ่ อ าศั ย จ� ำ นวน
๒๑ ต�ำบล ๑๓๑ หมู่บ้าน ๔,๓๔๙ ครัวเรือน และจัดท�ำโครงการบ้านเอื้ออาทร
จังหวัดปัตตานี จ�ำนวน ๓๒๘ หน่วย

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

33

พัฒนาอุตสาหกรรม

อาหารฮาลาล
ส่งเสริมครัวไทยสู่ครัวโลก

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

๕.๒.๒ จัดท�ำโครงการอาหารปลอดภัย อาหารฮาลาล และ
ส่ ง เสริ ม ครั ว ไทยไปสู ่ ค รั ว โลก ส่งผลให้เกิดการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน
อาหารของอุตสาหกรรมอาหารในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง และ
จะท�ำให้เกิดการพัฒนาทีส่ ามารถสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้
อย่างยั่งยืน โดยด�ำเนินโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลเพื่อเสริมสร้างชุมชน
เข้มแข็ง ส่งเสริมองค์ความรู้ พัฒนารูปแบบ และบรรจุภัณฑ์ให้ผู้ประกอบการ
และท�ำให้เกิดการรวมกลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจและการค้าฮาลาลในชุมชน
๕.๒.๓ จั ด ท�ำโครงการสิ น เชื่ อ เพื่ อ การพั ฒ นา อาทิ สินเชื่อ
เพื่อพัฒนาโรงเรียนสอนศาสนาในประเทศไทยที่ไม่ขัดต่อหลักซะรีอะฮ์ และสินเชื่อ
สนับสนุนการจ้างงานในเขตพัฒนาพิเศษพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จ�ำนวน
๑๒ โครงการ วงเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท รวมทั้งให้ความส�ำคัญต่อกระบวนการ
มีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดน
ภาคใต้อย่างเป็นระบบและมีเอกภาพ
๕.๒.๔ จั ด ท�ำโครงการพั ฒ นาคุ ณ ภาพการศึ ก ษาภาคใต้
ทั้งการส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาสันติสุขในสถาบันการศึกษาของรัฐ สนับสนุน
ทุนอุดมศึกษา เปิดโลกการเรียนรู้ให้ผู้สูงอายุไปเรียนรู้เกษตรกรรมธรรมชาติ
ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านการเกษตรทัง้ ด้านการผลิต การตลาด และการถ่ายทอด
ความรู้ในการพัฒนาการเกษตรตามทฤษฎีใหม่และสหกรณ์ในท้องถิ่น ตลอดจน
เร่งรัดการจัดการศึกษาในเรื่องศาสนาควบคู่สายสามัญในโรงเรียนของรัฐ
๕.๓ ส่งเสริมความรู้ด้านกฎหมาย สิทธิและเสรีภาพให้แก่ประชาชน
ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พัฒนาเครือข่ายเยาวชน ผู้น�ำชุมชนและศาสนา
เพื่อเยียวยาประชาชนในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และอ�ำนวยความเป็นธรรม
ครอบคลุ ม ทุ ก อ� ำ เภอในจั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้ รวมทั้ ง ได้ ก ระจายอ� ำ นาจ
การปกครองส่วนท้องถิน่ ในรูปแบบทีส่ อดคล้องกับลักษณะพืน้ ทีใ่ ห้ศนู ย์อำ� นวยการ
บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) รับไปด�ำเนินการในเชิงพื้นที่ และที่ส�ำคัญ
ได้ เร่ ง รั ด การด� ำเนิน การตามกระบวนการยุติธรรมเชิ ง สมานฉั น ท์ โดยเฉพาะ
การด�ำเนินคดีความมัน่ คงทีม่ ปี ระสิทธิภาพ การพัฒนาประสิทธิภาพของพระราชบัญญัติ
ความมัน่ คงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๑ เพือ่ ทดแทนพระราชก�ำหนด
การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ในที่สุด

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

34

๖. เร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน
และนานาประเทศ

ผลงาน

 ฟื้นฟูความสัมพันธ์

กับประเทศเพื่อนบ้าน
 นานาชาติยอมรับ
บทบาทของไทย
ในอาเซียน
 นานาชาติยอมรับใน
กระบวนการประชาธิปไตย
ของไทย
 การน�ำนักธุรกิจไทยร่วมคณะ
ในการไปเยือนนานาประเทศ
ส่งผลให้เกิดการค้า
และการลงทุนมากขึ้น

ปี ๒๕๕๕ รัฐบาลเร่งสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในประเทศไทย
จากนานาประเทศ โดยมีการด�ำเนินงานที่ส�ำคัญ ดังนี้
๖.๑ สร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับต่างประเทศ ซึ่งมีผลสะท้อน
ให้เห็นว่าไทยได้รับการยอมรับจากนานาประเทศได้เป็นอย่างดี โดยรัฐบาลได้สร้าง
ความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านและนานาประเทศ ดังนี้
๖.๑.๑ แลกเปลีย่ นการเยือนระดับสูงระหว่างไทยกับต่างประเทศ
โดยนายกรัฐมนตรีได้เยือนต่างประเทศแบบทวิภาคีรวม ๑๘ ประเทศ ได้เยือน
ประเทศในอาเซียนครบทุกประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ราชอาณาจักรกัมพูชา มาเลเซีย สาธารณรัฐ
สิงคโปร์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สาธารณรัฐฟิลปิ ปินส์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย
และเนการาบรูไนดารุสซาลาม รวมทั้งประเทศที่เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับไทย
อาทิ สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี เครือรัฐออสเตรเลีย สหพันธ์
สาธารณรัฐเยอรมนี สาธารณรัฐฝรั่งเศส
๖.๑.๒ การเยือนไทยของผูน้ �ำและบุคคลส�ำคัญจากต่างประเทศ
อาทิ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุสซาลาม ดยุกแห่งยอร์กแห่งสหราชอาณาจักร
นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประธานาธิบดีสาธารณรัฐ
อินโดนีเซีย นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม รองประธานาธิบดี
สาธารณรัฐประชาชนจีน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลงั กา
ประธานาธิบดีสาธารณรัฐกินี นายกรัฐมนตรีแคนาดา นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักร
บาห์เรน เลขาธิการสหประชาชาติ
๖.๑.๓ การค้าการลงทุนและการไปมาหาสูร่ ะหว่างประชาชนไทย
กับประเทศเพื่อนบ้าน พบว่า มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและสะดวกขึ้น จากการเปิดด่าน
แม่สอด-เมียวดี เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ (ปิดมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๓)
และการเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ ๓
๖.๒ เร่งแก้ไขปัญหากระทบกระทัง่ ตามแนวพรมแดนผ่านกระบวนการ
ทางการทูต สนธิสัญญา และกฎหมาย ได้ด�ำเนินการที่ส�ำคัญ ดังนี้
๖.๒.๑ ส�ำรวจและจัดท�ำหลักเขตแดนตามหลักการของกฎหมาย
และสนธิสัญญาที่เกี่ยวข้อง โดยได้ร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด เช่น
การตรวจพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาร์ บริเวณด่านสิงขร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
การตรวจสอบหลักเขตแดนไทย-มาเลเซีย ที่รัฐเกดะห์ มาเลเซีย การตรวจพื้นที่
ชายแดนไทย-กัมพูชา

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

35

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

๖.๒.๒ ผลักดันและจัดการประชุมที่เกี่ยวกับกิจการชายแดน
ความสงบเรียบร้อยบริเวณชายแดน และป้องกันและปราบปรามปัญหาข้ามแดน
อย่างสม�่ำเสมอ เช่น การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border
Committee: GBC) ไทย-มาเลเซีย ครั้งที่ ๕๑ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๔
ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย-กัมพูชา
ครั้งที่ ๘ เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๔ ที่กรุงพนมเปญ การประชุมคณะกรรมการ
ร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไป ไทย-ลาว (GBC) ครั้งที่ ๑๙
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ทีก่ รุงเทพมหานคร การประชุมคณะกรรมการชายแดน
ส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee: RBC) ไทย-เมียนมาร์ ครั้งที่ ๒๖
เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ ที่เมืองตองจี สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์
๖.๓ เสริมสร้างบทบาทที่สร้างสรรค์และส่งเสริมผลประโยชน์ของ
ประเทศในองค์กรระหว่างประเทศ โดยร่วมมือกับนานาชาติในองค์การระหว่างประเทศ
และเวทีระหว่างประเทศ ทั้งในด้านความมั่นคงและการรักษาสันติภาพ การส่งเสริม
ค่านิยมสากลที่ส�ำคัญ เช่น การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ความมั่นคงของมนุษย์
และการพัฒนาทีย่ งั่ ยืน รวมถึงการป้องกันและแก้ไขปัญหาข้ามแดนและอาชญากรรม
ข้ามชาติ และส่งเสริมให้ผู้แทนไทยมีบทบาทในองค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ
๖.๔ เร่งด�ำเนินการตามข้อผูกพันในการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน
ในมิติเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง
๖.๔.๑ ผลั ก ดั น ด้ า นประชาสั ง คมและวั ฒ นธรรมอาเซี ย น
โดยให้ความรู้และสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้ทราบถึงผลกระทบต่าง ๆ
จากการเข้ า ร่ ว มประชาคมอาเซี ย น โดยเฉพาะอย่ า งยิ่ ง การคุ ้ ม ครองสิ ท ธิ แ ละ
สวัสดิการสังคม โดยผลักดันร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. ....
ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในประเทศและในประชาคมอาเซียน
ที่จะได้รับหลักประกันคุ้มครองจากการบริการด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการ
สังคมที่มีคุณภาพและมาตรฐานเท่าเทียมกัน
๖.๔.๒ ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๙ ณ เมืองบาหลี
สาธารณรัฐอินโดนีเซีย เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๔ พร้อมทั้งออกแถลงการณ์
ว่ า ด้ ว ยความร่ ว มมื อ ด้ า นการป้ อ งกั น อุ ท กภั ย การลดผลกระทบ การบรรเทา
การฟื้นฟู และการบูรณะ ตลอดจนน�ำเสนอและผลักดันประเด็นผลประโยชน์ร่วม
ของภูมภิ าคต่อผูน้ ำ� อาเซียน ให้การรับรองปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยเขตปลอดยาเสพติด
ในอาเซียนภายในปี ๒๕๕๘

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

36

๖.๔.๓ เตรี ย มความพร้ อ มให้ แ ก่ ภ าคอุ ต สาหกรรมไทย
โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น
โดยมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME
Workshop) เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ที่ท�ำเนียบรัฐบาล โดยมอบหมาย
ให้หน่วยงานต่าง ๆ รับไปด�ำเนินการในเรื่องของการรวบรวมและบูรณาการข้อมูล
SMEs ของหน่วยงาน การจัดท�ำฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง การเร่งรัดโครงการที่เป็น
ผลจากการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพือ่ แก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ
ภูมิภาค ครั้งที่ ๔/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕ จ�ำนวน ๒ โครงการ คือ
โครงการลดการสูญเสียในวงจรการผลิต และโครงการบริหารจัดการพลังงานแบบ
บูรณาการ เพื่อลดต้นทุนและส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน หรือพลังงานชีวมวล
เพือ่ เพิม่ ประสิทธิภาพในโรงงานอุตสาหกรรม การพิจารณาแนวทางให้ความช่วยเหลือ
ด้านเงินทุนแก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ร่วมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
ของรัฐ (SFIs) และธนาคารแห่งประเทศไทย โดยให้มีการติดตามความก้าวหน้า
การบูรณาการข้อมูลธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอย่างต่อเนื่อง
๖.๔.๔ เร่งรัดจัดท�ำแผนงาน/โครงการภายใต้แผนแม่บท
(Blueprint) ด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการเมืองและความมั่นคง และ
แผนแม่บทการเชื่อมโยงระหว่างกันในภูมิภาค โดยมีประเด็นนโยบายประชาคม
เศรษฐกิจที่ส�ำคัญ ประกอบด้วย การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน การเป็น
ภูมิภาคที่มีความสามารถในการแข่งขัน การเป็นภูมิภาคที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจ
เท่าเทียมกัน และการเป็นภูมภิ าคทีม่ กี ารบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก โดยอยูร่ ะหว่าง
การจัดท�ำร่างแผนแม่บทในการด�ำเนินการเตรียมความพร้อมเข้าสูป่ ระชาคมอาเซียน
๖.๔.๕ โครงการจั ด ตั้ ง การให้ บ ริ ก ารระบบการให้ บ ริ ก าร
แบบเบ็ ด เสร็ จ (National Single Window: NSW) เพื่อส่งเสริมการเพิ่ม
ขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านการค้าการลงทุน ซึ่งบริษัทที่ปรึกษาได้เสนอ
ผลการศึกษาใบอนุญาตและใบรับรองต่าง ๆ และได้ด�ำเนินการปรับปรุงข้อมูล
ผลการศึ ก ษาใบอนุ ญ าตและใบรั บ รองเพิ่ ม เติ ม แล้ ว ตามที่ ห น่ ว ยงานต่ า ง ๆ
แจ้งความประสงค์ต่อกรมศุลกากร และการเพิ่ ม ประสิ ท ธิ ภ าพระบบการออก
ใบอนุญาต/ใบรับรองเพื่อรองรับระบบการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (National
Single Window) โดยพัฒนาระบบการออกใบอนุญาต/ใบรับรองการน�ำเข้า/ส่งออก
สินค้าพืช ยางพารา ปุย๋ วัตถุอนั ตราย เชือ่ มโยงกับระบบ National Single Window
โดยมีเป้าหมายให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (Single Window หรือ One
Stop Service) และด�ำเนินการธุรกรรมแบบลดและไร้กระดาษ (Paperless Trading)

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

37

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

๖.๔.๖ โครงการปรั บ ปรุ ง และก่ อ สร้ า งระบบด่ า นศุ ล กากร
เชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้
เช่น โครงการก่อสร้างด่านพรมแดนบ้านประกอบ โครงการก่อสร้างด่านศุลกากร
บู เ ก๊ ะ ตา ระยะที่ ๓ โครงการพั ฒ นาเพิ่ ม ศั ก ยภาพการค้ า และการท่ อ งเที่ ย ว
ด่านพรมแดนบ้านนากระเซ็ง ด่านศุลกากรท่าลี่ โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือ
ศุลกากรเกาะสีชัง โครงการก่อสร้างด่านศุลกากรเชียงของแห่งใหม่ และโครงการ
ปรับปรุงด่านพรมแดนสะเดา
๖.๔.๗ ส่ ง เสริ ม บทบาทของไทยในการเป็ น ศู น ย์ ก ลาง
การเชื่อมโยงประเทศในภูมิภาคอาเซียน ตามแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยง
ระหว่ า งกั น ในอาเซี ย น (Master Plan on ASEAN Connectivity) ที่ เ น้ น
การเชื่อมโยง ๓ ด้านหลัก ได้แก่ การเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยง
ด้านกฎระเบียบ และการเชื่อมโยงระหว่างประชาชน ซึ่งขณะนี้มีการสนับสนุน
กรอบการลงทุ น ระบบโครงสร้ า งพื้ น ฐานของประเทศ เบื้ อ งต้ น ประมาณ ๙๕
โครงการ วงเงินลงทุนรวมในช่วงปี ๒๕๕๕-๒๕๕๙ ประมาณ ๒.๒๗ ล้านล้านบาท
มี โ ครงการที่ ส� ำ คั ญ เช่ น การพั ฒ นารถไฟความเร็ ว สู ง การพั ฒ นาโครงข่ า ย
ทางหลวงพิเศษ และการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ ๓
๖.๕ สนั บ สนุ น การเชื่ อ มโยงเส้ น ทางคมนาคมและขนส่ ง ภายใน
และภายนอกภูมภิ าค มีการด�ำเนินงานทีส่ ำ� คัญ ได้แก่ การด�ำเนินการในรายละเอียด
ภายใต้กรอบแม่บทการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint)
ด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ โดยประเทศไทยได้ให้สัตยาบันในกรอบความตกลง
อาเซียนด้านการขนส่งแล้ว ๖ ฉบับ ดังนี้ (๑) การอ�ำนวยความสะดวกในการขนส่ง
สินค้าผ่านแดน (๒) การอ�ำนวยความสะดวกในการขนส่งข้ามแดน (๓) การขนส่ง
ต่อเนื่องหลายรูปแบบ (๔) การเปิดเสรีบริการขนส่งสินค้าทางอากาศ (๕) บริการ
เดินอากาศ และ (๖) การเปิดเสรีบริการขนส่งผู้โดยสารทางอากาศอย่างเต็มที่
ปัจจุบนั หน่วยงานรับผิดชอบอยูร่ ะหว่างเร่งรัดการปรับปรุงกฎหมายภายในประเทศ
ให้สอดคล้องกับพันธกรณีต่าง ๆ

จัดท�ำยุทธศาสตร์ เพื่อให้

ไทยเป็นศูนย์กลาง
การเชื่อมโยงการค้า
และการลงทุนของภูมิภาค
โดยมีการลงทุนด้านโครงสร้าง
พื้นฐานกว่า ๒.๒๗ ล้านล้านบาท

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

38

๗. แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการเนื่องจาก
ภาวะเงินเฟ้อและราคาน�้ำมันเชื้อเพลิง

การบริหารจัดการราคา
พลังงาน
 ระยะสั้น เพื่อบรรเทา
ความเดือดร้อนของ
ประชาชน
 ระยะยาว ก้าวสู่ราคา
ที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง

ตรึงราคาน�้ำมันดีเซล
ไม่เกินลิตรละ ๓๐ บาท

รัฐบาลได้แก้ไขและบรรเทาความเดือดร้อน โดยเฉพาะปัญหาค่าครองชีพ
ในด้านต่าง ๆ ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อประชาชนและผู้ประกอบการ โดยรัฐบาลได้
ผลักดันมาตรการต่าง ๆ ตามที่ได้สัญญาไว้กับประชาชน ซึ่งได้ด�ำเนินการภายใต้
กลุ่มมาตรการด้านการลดค่าใช้จ่าย โดยมีผลการด�ำเนินงานที่ส�ำคัญ ดังนี้
๗.๑ ชะลอการเก็บเงินเข้ากองทุนน�้ำมันเชื้อเพลิง คณะกรรมการ
นโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๔ เห็นชอบ
ให้ปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน�ำ้ มันเชือ้ เพลิงจากน�ำ้ มันเบนซิน น�ำ้ มันแก๊สโซฮอล์
และน�้ ำ มั น ดี เ ซล เพื่ อ สนั บ สนุ น มาตรการช่ ว ยเหลื อ ค่ า ครองชี พ ของประชาชน
ส่งผลโดยตรงให้ราคาขายปลีกน�้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละประเภทลดลง มีผลบังคับใช้
ถึงวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๕ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๕
ได้ด�ำเนินการปรับโครงสร้างราคาน�้ำมันเชื้อเพลิงให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและ
สภาวะตลาดโลก เน้นนโยบายส่งเสริมการใช้น�้ำมันแก๊สโซฮอล์ และดูแลราคา
ขายปลีกน�้ำมันเชื้อเพลิงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม มิให้เป็นภาระต่อผู้บริโภค
รวมทั้งลดภาระการอุดหนุนของเงินกองทุนน�้ำมันเชื้อเพลิง ตลอดจนเร่งรัดการใช้
กลไกกองทุนน�้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อรักษาระดับราคาขายปลีกน�้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน
๓๐ บาท/ลิตร เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

39

ตั้งแต่เดือนธันวาคม ๒๕๕๔
มีผู้ได้รับ

บัตรเครดิตพลังงาน
มากกว่า ๒๒,๘๐๐ คน

 ควบคุมราคาสินค้า

และบริการ ๔๒ รายการ
 ติดตามราคา ๒๒๕ รายการ
 ตรึงราคา ๑๔๐ รายการ

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

๗.๒ บั ต รเครดิ ต พลั ง งาน NGV เพื่ อ ช่ ว ยเหลื อ ผู ้ ป ระกอบ
อาชีพรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารสาธารณะที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและ
ราคาเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยกลุ่มเป้าหมาย คือ รถแท็กซี่ ๖๐,๐๐๐ คัน
รถสามล้ อ เครื่ อ ง ๑,๖๗๕ คั น และรถตู ้ ร ่ ว มโดยสารสาธารณะ ๔,๕๘๐ คั น
โดยผลการด� ำ เนิ น งานสามารถออกบั ต รแล้ ว ตั้ ง แต่ เ ดื อ นธั น วาคม ๒๕๕๔
มี ผู ้ เ ข้ า ร่ ว มโครงการได้ รั บ บั ต รส่ ว นลดมากกว่ า ๘๕,๐๐๐ ใบ และมี ผู ้ ไ ด้ รั บ
บั ต รเครดิ ต พลั ง งานมากกว่า ๒๒,๘๐๐ คน และมีอีกจ�ำนวนหนึ่งอยู่ระหว่าง
การยื่นขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ นอกจากนี้ เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม
๒๕๕๕ ได้เปิดโครงการบัตรเครดิตพลังงานยกก�ำลัง ๒ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
ให้แก่ผู้ถือบัตรเครดิตพลังงาน NGV โดยเพิ่มความสะดวกในการใช้บัตรและ
ขยายสิทธิประโยชน์ที่ผู้ถือบัตรจะได้รับเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะครอบคลุมกลุ่มผู้ขับขี่
จักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะด้วย
๗.๓ ดู แ ลราคาสิ น ค้ า อุ ป โภคบริ โ ภคและราคาพลั ง งานให้ อ ยู ่ ใ น
ระดับที่เหมาะสมและเป็นธรรม ดังนี้
๗.๓.๑ ก�ำหนดสินค้าและบริการควบคุม ๔๒ รายการ และ
ก�ำหนดสินค้าและบริการที่เฝ้าติดตามดูแล ๒๒๕ รายการ รวมทั้งจัดสายตรวจ
ออกตรวจสอบสถานประกอบการค้าและตรวจสอบตามค�ำร้องเรียนของประชาชน
ผ่านสายด่วน ๑๕๖๙ ซึ่งจากการดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคราคาหลายชนิด
ที่จ�ำเป็นต่อการด�ำรงชีพพบว่า มีราคาอยู่ในระดับต�่ำกว่าช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว
เช่น เนื้อหมู จาก ๑๓๒ บาท/กิโลกรัม ในช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม ๒๕๕๔
เหลือ ๑๑๖ บาท/กิโลกรัม ในช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม ๒๕๕๕ เนื้อไก่ จาก
๖๙ บาท/กิโลกรัม ในช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม ๒๕๕๔ เหลือ ๖๑ บาท/กิโลกรัม
ในช่ ว งเดื อ นมกราคม-สิ ง หาคม ๒๕๕๕ และไข่ ไ ก่ จาก ๓.๒๖ บาท/ฟอง
ในช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม ๒๕๕๔ เหลือ ๒.๘๘ บาท/ฟอง ในช่วงเดือน
มกราคม-สิงหาคม ๒๕๕๕
๗.๓.๒ การตรึ ง ราคาขายปลี ก ก๊ า ซ LPG ประกอบด้ ว ย
ภาคครัวเรือน ให้ตรึงราคาถึงสิ้นปี ๒๕๕๕ ภาคขนส่ง ให้ตรึงราคาขายปลีกไว้ที่
๒๑.๑๓ บาท/กิโลกรัม ถึงวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๕ หลังจากนั้นจะปรับราคา
ขายปลีกให้ราคาไม่เกินต้นทุนก๊าซ LPG จากโรงกลั่นน�้ำมัน ภาคอุตสาหกรรม
ให้ปรับราคาขายก๊าซ LPG ตามต้นทุนโรงกลั่น และไม่ให้เกินต้นทุนก๊าซ LPG
จากโรงกลั่ น น�้ ำ มั น และก� ำ หนดอั ต ราส่ ง เงิ น เข้ า กองทุ น น�้ ำ มั น ในแต่ ล ะเดื อ น
ตามความเหมาะสมต่อไป

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

40

๗.๓.๓ การตรึ ง ราคาขายปลี ก ก๊ า ซ NGV รัฐบาลเห็นชอบ
ให้ตรึงราคาขายปลีกไว้ที่ ๘.๕๐ บาท/กิโลกรัม ถึงวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๕
โดยตั้งแต่วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๕ ให้ปรับขึ้นราคาขายปลีกก๊าซ NGV เดือนละ
๐.๕๐ บาท/กิโลกรัม พร้อมก�ำหนดมาตรการตรึงระดับราคาขายปลีกก๊าซ NGV
อยู่ที่ระดับ ๑๐.๕๐ บาท/กิโลกรัม ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๕ เป็นต้นไป ทั้งนี้
ได้ ม อบหมายให้ ค ณะกรรมการบริ ห ารนโยบายพลั ง งานเป็ น ผู ้ พิ จ ารณาการ
ปรับราคาขายปลีกก๊าซ NGV ตามผลการศึกษาต้นทุนก๊าซ NGV ในช่วงเวลา
ที่เหมาะสมต่อไป
๗.๔ การลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชน ดังนี้
๗.๔.๑ มาตรการลดค่าใช้จ่ายการเดินทางโดยรถไฟ ชั้น ๓
เชิงสังคมและเชิงพาณิชย์ (รถไฟฟรี) จ�ำนวน ๑๗๒ ขบวน ให้บริการประชาชน
โดยไม่ต้องเสียค่าโดยสารในเส้นทางสายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ และ
สายใต้ โดยตั้งแต่เดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๕๕ มีผู้โดยสาร
ใช้บริการเฉลี่ยวันละ ๘๘,๐๖๐ คน รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุน จ�ำนวน
๑,๒๔๖.๗ ล้านบาท
๗.๔.๒ มาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน (รถเมล์ฟรี)
จัดหารถโดยสารธรรมดาให้บริการประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
จ�ำนวน ๘๐๐ คัน ๘๕ เส้นทาง โดยตั้งแต่เดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงสิงหาคม ๒๕๕๕
มีผู้โดยสารใช้ บ ริ ก ารเฉลี่ ย วั น ละ ๓๗๙,๖๔๒ คน รั ฐ บาลจั ด สรรงบประมาณ
สนับสนุน ๓,๖๐๗ ล้านบาท

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

41

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

๗.๔.๓ มาตรการตรึ ง ราคาค่ า โดยสารรถไฟฟ้ า ใต้ ดิ น สาย
เฉลิมรัชมงคล ได้เจรจากับผู้บริหารของบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จ�ำกัด (มหาชน)
(BMCL) เพื่อขอให้ผ่อนผันการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดินตามสัญญา
สัมปทาน ซึ่งจากผลการเจรจา BMCL ยินยอมคงอัตราค่าโดยสารที่ ๑๖-๔๐ บาท
เป็นเวลา ๓ เดือน ตัง้ แต่วนั ที่ ๓ กรกฎาคม-๒ ตุลาคม ๒๕๕๕ ในรูปแบบการส่งเสริม
การขาย (promotion) โดยที่รัฐบาลไม่ต้องจ่ายชดเชยแต่ประการใด
๗.๔.๔ โครงการโชห่วยช่วยชาติ ”ร้านถูกใจ„ ได้คัดเลือก
ร้านค้าอาหารธงฟ้าและร้านค้าชุมชนในกรุงเทพมหานครและภูมิภาค โดยสนับสนุน
วัสดุอุปกรณ์และค่าบริหารจัดการในการจ�ำหน่ายสินค้าจ�ำเป็นต่อการครองชีพ
สนั บ สนุ น สิ น ค้ า ในราคาต�่ ำ กว่ า ท้ อ งตลาด และจั ด ท� ำ ตราสิ น ค้ า ของตนเอง
(House’s brand) มีร้านค้าสมัครเข้าร่วมโครงการ (ณ เดือนสิงหาคม ๒๕๕๕)
๑๓,๘๐๘ ร้านค้า ตามหลักเกณฑ์ที่ก�ำหนด ทั้งนี้ ได้ประสานผู้ประกอบการจัดหา
สินค้า (supplier) บริษัทไปรษณีย์ไทยฯ และองค์การคลังสินค้า เพื่อวางระบบ
การสั่งซื้อ และได้จัดตั้ง ”ร้านถูกใจ„ ต้นแบบ ณ กระทรวงพาณิชย์ ขณะนี้ได้เปิดร้าน
ถูกใจทั้งในกรุงเทพมหานครและภูมิภาคแล้ว จ�ำนวน ๑๐,๖๒๒ ร้านค้า

ร้านถูกใจ ๑๐,๖๒๒ ร้าน
จ�ำหน่ายสินค้าที่จ�ำเป็น
ในราคาต�่ำกว่าท้องตลาด

๗.๔.๕ โครงการมหกรรมธงฟ้าลดค่าครองชีพไทยช่วยไทย
จั ด งานจ� ำ หน่ า ยสิ น ค้ า ธงฟ้ า ราคาประหยั ด ทั้ ง ในส่ ว นกลางและส่ ว นภู มิ ภ าค
ในรูปแบบงานขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานคร งานระดับภาคและระดับจังหวัด
ใน ๗๖ จังหวัด รวม ๑,๕๔๒ ครั้ง สามารถลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน
จ�ำนวน ๕.๔ ล้านคน คิดเป็นมูลค่า ๑,๒๕๐ ล้านบาท

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

42

๘. ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเพิ่มก�ำลังซื้อภายในประเทศ
สร้างสมดุลและความเข้มแข็งอย่างมีคุณภาพให้แก่ระบบเศรษฐกิจมหภาค
พักหนี้ครัวเรือน
ลูกหนี้คงค้างต�่ำกว่า
๕๐๐,๐๐๐ บาท
อนุมัติ ๔๒๘,๔๑๕ ราย
มูลหนี้ ๕๒,๓๐๔.๑๙ ล้านบาท
ลูกหนี้ที่มีสถานะหนี้ปกติ
แสดงความจ�ำนง
๒,๔๖๗,๑๙๓ ราย
มูลหนี้ ๒๘๑,๐๔๑.๒๘ ล้านบาท

ปรับค่าแรง ๓๐๐ บาท
น�ำร่อง ๗ จังหวัด ท�ำให้
แนวโน้มค่าจ้างแรงงานที่แท้จริง

เพิ่มขึ้น ๑๙.๒%

ในช่วงเดือนเมษายนถึง
มิถุนายน ๒๕๕๕

รั ฐ บาลได้ ด� ำ เนิ น นโยบายในด้ า นการเพิ่ ม รายได้ ใ ห้ แ ก่ ป ระชาชน
เพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังนี้
๘.๑ พั ก หนี้ ค รั ว เรื อ นของเกษตรกรรายย่ อ ยและผู ้ มี ร ายได้ น ้ อ ย
รัฐบาลได้ด�ำเนินการพักหนี้ให้แก่เกษตรกรรายย่อยและประชาชนผู้มีรายได้น้อย
ที่เป็นลูกหนี้คงค้างต�่ำกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่ง ณ วันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๕
(วันปิดรับลงทะเบียน) มีผู้สนใจมาลงทะเบียนทั้งสิ้น ๖๖๑,๕๓๓ ราย มูลหนี้
ประมาณ ๘๒,๔๐๓.๗ ล้านบาท ได้รับอนุมัติเข้าโครงการ ๔๒๘,๔๑๕ ราย มูลหนี้
๕๒,๓๐๔.๑๙ ล้านบาท และลู ก หนี้ ที่ มี ส ถานะหนี้ ป กติ ณ วันที่ ๒๐ สิงหาคม
๒๕๕๕ มีลูกหนี้มาแสดงความจ�ำนงเข้าร่วมโครงการแล้วจ�ำนวน ๒,๔๖๗,๑๙๓ ราย
คิ ด เป็ น ร้ อ ยละ ๗๗.๒ ของจ� ำ นวนลู ก หนี้ ที่ มี สิ ท ธิ ทั้ ง หมด เป็ น มู ล หนี้ จ� ำ นวน
๒๘๑,๐๔๑.๒๘ ล้านบาท นอกจากนี้ ได้ร่วมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั้ง ๖ แห่ง
และหน่ว ยงานที่ เ กี่ ย วข้ อ ง เพื่ อ จัด ท�ำ แผนฟื้ น ฟู ศั ก ยภาพลู ก หนี้ และเริ่ ม ฟื ้ น ฟู
อย่างเป็นรูปธรรมภายหลังสิ้นสุดการรับยื่นแสดงความจ�ำนงเข้าร่วมโครงการ

๘.๒ ปรับค่าแรงขั้นต�่ำ
๘.๒.๑ ก�ำหนดอั ต ราค่ า จ้ า งขั้ น ต�่ ำ คณะรั ฐ มนตรี ไ ด้ มี ม ติ
เห็นชอบประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต�่ำ (ฉบับที่ ๖) ที่ให้
มีการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต�่ำทั่วประเทศ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน
๒๕๕๕ ซึ่งในเบื้องต้นการปรับค่าจ้างขั้นต�่ำเป็น ๓๐๐ บาท มีผลใน ๗ จังหวัด

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

43

ปรับค่าแรง ๓๐๐ บาท
อีก ๗๐ จังหวัด
เริ่มมีผล ๑ มกราคม ๒๕๕๖

มาตรการดูแล
ผลกระทบ

๘.๒.๒ คุ ้ ม ครองและส่ ง เสริ ม สิ ท ธิ แ รงงานให้ มี ร ายได้
ไม่น้อยกว่าวันละ ๓๐๐ บาท รัฐบาลได้เตรียมการรองรับผลกระทบที่เกิดขึ้น
โดยจัดสรรงบประมาณ ๔๔.๙๕ ล้านบาท เพื่อด�ำเนินการ เช่น ตรวจแรงงาน
ในสถานประกอบกิจการที่เป็นกลุ่มเสี่ยง จัดอบรมให้ความรู้แก่นายจ้าง ลูกจ้าง
และผู ้ ที่ เ กี่ ย วข้ อ ง จั ด ประชุ ม เชิ ง ปฏิ บั ติ ก ารแก่ พ นั ก งานตรวจแรงงาน จั ด ท� ำ
สื่อประชาสัมพันธ์ รวมทั้งให้มีการศึกษาวิเคราะห์รายได้รายจ่ายและผลกระทบ
จากการปรับค่าจ้างขั้นต�่ำด้วย
๘.๒.๓ เ พิ่ ม ขี ด ค ว า ม ส า ม า ร ถ วิ ส า ห กิ จ ข น า ด ก ล า ง
และขนาดย่อม (SMEs) เพือ่ สนับสนุนการพัฒนาผลิตภาพการผลิต รัฐบาลเห็นชอบ
มาตรการเพิ่ ม ขี ด ความสามารถวิ ส าหกิ จ ขนาดกลางและขนาดย่ อ ม SMEs
เพื่อสนับสนุนการพัฒนาผลิตภาพการผลิต การสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

จากค่าแรง ๓๐๐ บาท
 ลดภาษีนิติบุคคล
๓๐% เหลือ ๒๓%
ในปี ๒๕๕๕
 พัฒนาฝีมือแรงงาน
ให้สอดคล้องกับรายได้
 ให้สินเชื่อแก่ภาคธุรกิจ
เพื่อพัฒนาและยกระดับ
ประสิทธิภาพการผลิต
และฝีมือแรงงาน
 ลดอัตราเงินสมทบ
กองทุนประกันสังคม

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

น� ำ ร่ อ ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุ รี ปทุ ม ธานี สมุ ทรปราการ
สมุทรสาคร และภูเก็ต ที่เหลืออีก ๗๐ จังหวัด จะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม
๒๕๕๖ เป็นต้นไป โดยแนวโน้มค่าจ้างแรงงานที่แท้จริงเพิ่มขึ้น จากร้อยละ ๗.๑
ในช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๔ เป็นร้อยละ ๑๙.๒ ในช่วงเดือนเมษายนมิถุนายน ๒๕๕๕ และคาดว่าจะมีจ�ำนวนแรงงานที่ได้รับประโยชน์จากอัตราค่าจ้าง
ขั้นต�่ำทั้งสิ้น ๕.๔ ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ ๑๔.๒ ของแรงงานรวม นอกจากนี้
มีการปรับค่าจ้างขั้นต�่ำของลูกจ้างรัฐวิสาหกิจในอัตราวันละ ๓๐๐ บาท โดยมี
ผลบังคับใช้ตงั้ แต่วนั ที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ ท�ำให้ลกู จ้างรัฐวิสาหกิจ จ�ำนวน ๒๔,๔๑๙ คน
มีรายได้เพิ่มขึ้นรวม ๒๔ ล้านบาทต่อเดือน

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

44

การปรับเงินเดือน
ผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี
ให้มีรายได้ไม่น้อยกว่า

๑๕,๐๐๐ บาท/เดือน
ส่งผลให้เงินเดือนทัั้งใน
ภาครัฐและภาคเอกชน
ในระดับปริญญาและ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ
ปรับตัวสูงขึ้น

ผู้สูงอายุ ๖,๗๙๘,๘๐๒ คน
ได้รับเบี้ยยังชีพ

และการลดภาระต้ น ทุ น ค่ า แรง ผ่ า นมาตรการทางการเงิ น และมาตรการภาษี
รวมทัง้ ก�ำหนดมาตรการเพือ่ ลดผลกระทบทีเ่ กิดขึน้ จากการปรับค่าจ้างขัน้ ต�ำ่ ในครัง้ นี้
โดยให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ ๑.๕ เท่าของส่วนต่างค่าแรง
ที่เพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น ๓๐๐ บาทต่อวัน ระยะเวลาการให้สิทธิประโยชน์ตั้งแต่วันที่
เริ่มใช้ค่าแรงขั้นต�่ำ ๓๐๐ บาท ตามที่รัฐบาลประกาศก�ำหนด (๑ เมษายน ๒๕๕๕
ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๕)
๘.๒.๔ ลดอั ต ราเงิ น สมทบกองทุ น ประกั น สั ง คมช่ ว ยเหลื อ
บรรเทาความเดือดร้อนของสถานประกอบการและผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบ
จากการขึ้นค่าจ้างขั้นต�่ำ ๓๐๐ บาท โดยในช่วง ๖ เดือนแรก (มกราคม-มิถุนายน
๒๕๕๕) ลดอัตราเงินสมทบให้ร้อยละ ๒ และช่วง ๖ เดือนหลัง (กรกฎาคมธันวาคม ๒๕๕๕) ลดอัตราเงินสมทบให้ร้อยละ ๑ ณ เดือนสิงหาคม ๒๕๕๕
มีสถานประกอบการได้รับประโยชน์ ๔๐๗,๗๙๕ แห่ง และผู้ประกันตนได้รับ
ประโยชน์ ๑๐.๒๕ ล้านราย
๘.๒.๕ โครงการ/กิ จ กรรมเพื่ อ ส่ ง เสริ ม การจ้ า งงานและ
ยกระดับรายได้ที่ส�ำคัญ เช่น โครงการศูนย์ตรีเทพเพื่อการจ้างงานและยกระดับ
รายได้อย่างครบวงจร โครงการนัดพบตลาดแรงงานเชิงคุณภาพ โครงการเพิม่ ทักษะ
ในการประกอบอาชีพ โครงการยกระดับศักยภาพแรงงานให้มีศักยภาพสูงขึ้น
รองรับรายได้ที่แท้จริงที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการก�ำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐาน
ฝีมือแรงงานใน ๒๒ สาขาอาชีพ และจัดท�ำร่างมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ
และส�ำรวจค่าจ้างมาตรฐานฝีมือของ ๑๑ กลุ่มอุตสาหกรรมใน ๔๔ สาขาอาชีพ
๘.๓ ปรับเงินเดือนผูท้ จี่ บการศึกษาระดับปริญญาตรี โดยได้ดำ� เนินการ
ปรับเงินเดือนผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรีให้มีรายได้ไม่น้อยกว่า ๑๕,๐๐๐ บาท
โดยก�ำหนดให้ผู้มีคุณวุฒิตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไปได้รับเงินเดือนแรกบรรจุ
รวมกับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวจะมีรายได้ไม่น้อยกว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ซึ่งมี
ผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕
๘.๔ จัดให้มีเบี้ยยังชีพรายเดือนแบบขั้นบันได โดยให้มีการจ่าย
เบีย้ ยังชีพผูส้ งู อายุแบบขัน้ บันได ตัง้ แต่ปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ (๑ ตุลาคม ๒๕๕๔
เป็นต้นไป) ส่งผลให้มีผู้สูงอายุได้รับเบี้ยยังชีพแบบขั้นบันได ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๕ จ�ำนวน ๖,๗๙๘,๘๐๒ คน ใช้งบประมาณทัง้ สิน้ ๕๑,๙๔๓.๐๑ ล้านบาท
จ�ำแนกเป็นผู้สูงอายุในแต่ละพื้นที่ คือ

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

45

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

จ�ำนวนผู้สูงอายุ
รวมเป็นเงิน (ล้านบาท)
ที่ได้รับเบี้ยยังชีพ (คน)
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
๖,๓๐๔,๑๙๑
๔๙,๘๕๕.๒๖
กรุงเทพมหานคร
๔๘๙,๔๕๘
๒,๐๔๖.๘๒*
เมืองพัทยา
๕,๑๕๓
๔๐.๙๔
หน่วยงาน

* เป็นงบประมาณที่รัฐบาลให้การสนับสนุนร้อยละ ๕๒ ของจ�ำนวนผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพ
และกรุงเทพมหานครสนับสนุนจ�ำนวน ๑,๘๔๔.๐๗ ล้านบาท

๘.๕ มาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของ
ตนเอง (นโยบายบ้านหลังแรก) รัฐบาลได้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่เกิน
จ�ำนวนภาษีที่พึงช�ำระในแต่ละปีภาษีให้แก่บุคคลธรรมดาที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์
ที่เป็นอาคารพร้อมที่ดินหรือห้องชุดในอาคารชุดที่มีมูลค่าไม่เกิน ๕ ล้านบาท
เป็นจ�ำนวนไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารพร้อมที่ดิน
หรือห้องชุดในอาคารชุดเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ตามเงื่อนไข
ที่ก�ำหนด ซึ่งผลการด�ำเนินงาน ณ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕ มีการรับเรื่อง
ยื่นกู้แล้ว ๙,๒๒๐ ราย คิดเป็นมูลค่าภาษี ๒๑๔ ล้านบาท
๘.๖ มาตรการคืนภาษีรถคันแรก (นโยบายรถยนต์คันแรก) รัฐบาล
ได้ด�ำเนินมาตรการคืนภาษีรถคันแรกให้กับรถยนต์นั่งขนาดไม่เกิน ๑,๕๐๐ ซีซี
โดยถื อ ตามค่ า ภาษี ส รรพสามิ ต ที่ จ ่ า ยจริ ง แต่ ไ ม่ เ กิ น คั น ละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท
เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์
ในกลุ่มอีโคคาร์ ซึ่งผลการด�ำเนินงาน ณ วันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๕ มีผู้ขอใช้สิทธิ
๑๔๒,๐๒๐ คัน เป็นเงินที่ขอคืน ๑๐,๒๐๓ ล้านบาท ซึ่งนอกจากจะเกิดประโยชน์
ต่อประชาชนที่มีรถในการด�ำรงชีวิตแล้ว ยังมีผลสนับสนุนการประกอบอาชีพ
จากรถกระบะที่ได้รับสิทธิคืนภาษี รวมทั้งยังกระตุ้นการลงทุนในอุตสาหกรรม
ยานยนต์ในประเทศ ให้มีการผลิตและการจ้างงานเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากยอดขาย
ที่เพิ่มจาก ๒๐๔,๙๓๒ คัน ในช่วง ๖ เดือนแรกของปี ๒๕๕๔ เป็น ๓๐๕,๘๖๗ คัน
ในช่วง ๖ เดือนแรกของปี ๒๕๕๕ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ ๔๙.๒๕

มาตรการคืนภาษีรถคันแรก
สนับสนุนให้ประชาชนมีรถใช้
ในการด�ำรงชีพ
และเพื่อประกอบอาชีพ

ผู้ใช้สิทธิคืนภาษีรถยนต์คันแรก

๑๔๒,๐๒๐ คัน

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

46

๙. ปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล
การปรับลดอัตราภาษี
นิติบุคคลคาดว่าจะกระตุ้น

เศรษฐกิจให้ขยายตัว
ถึง ๐.๑๗%
บนสมมติฐานว่า
จะมีการน�ำเงิน ๔๐%
ของเงินที่ได้ลดภาษี
กลับไปลงทุนใหม่

รัฐบาลได้ปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเพื่อปรับปรุงโครงสร้างการเพิ่ม
ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยรวม และส่งเสริมขีดความสามารถ
ของภาคเอกชนไทยในการแข่งขัน และเพิ่มโอกาสในการด�ำเนินการสู่การแข่งขัน
ของการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี ๒๕๕๘ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ
เมื่ อ วั น ที่ ๑๑ ตุ ล าคม ๒๕๕๔ เห็ น ชอบให้ ป รั บ ลดอั ต ราภาษี เ งิ น ได้ นิ ติ บุ ค คล
จากร้อยละ ๓๐ เป็นจัดเก็บในอัตราร้อยละ ๒๓ ของก�ำไรสุทธิที่มีรอบระยะเวลา
บัญชี ๒๕๕๕ ที่สิ้นสุดในหรือหลังวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ และปรับลดอัตราภาษี
และคงจัดเก็บอัตราเพียงร้อยละ ๒๐ ของก�ำไรสุทธิ ส�ำหรับรอบระยะเวลาบัญชี
ที่เริ่มในหรือหลังวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๖ เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการลงทุน
และการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งมีผลต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศให้เพิ่มขึ้น
ร้อยละ ๐.๑๗ จากสมมติฐานที่ภาคเอกชนจะมีการน�ำเงินดังกล่าวไปลงทุนใหม่
ในอัตราร้อยละ ๔๐ ของเงินที่ได้ลดภาษีทั้งหมด

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

47

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

๑๐. ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน
เพื่อขยายโอกาสให้แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้เข้าถึงแหล่งเงินทุน
ในการพัฒนาศักยภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเอง จึงได้ด�ำเนินการ
ในเรื่องที่ส�ำคัญ ดังนี้
๑๐.๑ สนับสนุนสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชน
มีผลการด�ำเนินงานส�ำคัญ ดังนี้
๑๐.๑.๑ สนั บ สนุ น สิ น เชื่ อ ผ่ า นสถาบั น การเงิ น เฉพาะกิ จ
ณ วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕ มีการอนุมัติสินเชื่อใหม่ถึง ๖ ล้านราย คิดเป็น
จ�ำนวน ๑.๑๗ ล้านล้านบาท หรือร้อยละ ๑๒๕ ของเป้าหมายอนุมัติปี ๒๕๕๕
๑๐.๑.๒ สนั บ สนุ น สิ น เชื่ อ รายย่ อ ยต่ า ง ๆ เช่ น โครงการ
ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบการใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ (Soft
Loan) ผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจและธนาคารพาณิชย์ วงเงิน ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท
(๑ มกราคม ๒๕๕๔-๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖) มาตรการส่งเสริมประสิทธิภาพ SME
เช่น โครงการสินเชื่อเพื่อพัฒนาผลิตภาพการผลิต โดยธนาคาร SME วงเงินรวม
๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และโครงการค�ำ้ ประกันสินเชือ่ ในลักษณะ Portfolio Guarantee
Scheme ระยะที่ ๔ วงเงิน ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท เป็นต้น
๑๐.๑.๓ ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ได้รบั ความเสียหาย
จากเหตุอุทกภัย โดยร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารพาณิชย์
ในการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต�่ำ (ไม่เกินร้อยละ ๓ ต่อปี) วงเงิน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท
เพื่อช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย
๑๐.๒ เพิ่ ม เงิ น ทุ น กองทุ น หมู ่ บ ้ า นและชุ ม ชนเมื อ งอี ก แห่ ง ละ
๑ ล้ า นบาท โดยรัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณเพิ่มทุนให้กับกองทุนหมู่บ้าน
และชุมชนเมืองทั่วประเทศ จ�ำนวน ๗๙,๒๕๕ กองทุน ๆ ละ ๑ ล้านบาท เพื่อเป็น
แหล่งเงินทุนในการสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างโอกาสทางอาชีพของประชาชน
ในหมูบ่ า้ น/ชุมชนเมือง และสมาชิกกองทุนกว่า ๑๐ ล้านคน โดยปัจจุบนั กองทุนหมูบ่ า้ น
และชุมชนเมืองมีเงินทุนหมุนเวียนไม่น้อยกว่า ๑๖๒,๒๓๖ ล้านบาท รวมทั้งสามารถ
ยกระดับกองทุนหมู่บ้านเป็นสถาบันการเงินชุมชนเพิ่มขึ้นอีก ๙๕๐ แห่ง รวมเป็น
๒,๐๗๘ แห่งทั่วประเทศ

กองทุนหมู่บ้าน
และชุมชนเมือง
สมาชิกกว่า

๑๐ ล้านคน

เงินทุนหมุนเวียน

๑๖๒,๒๓๖ ล้านบาท

พัฒนาเป็นสถาบันการเงินชุมชน

๒,๐๗๘ แห่ง

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

48

สตรีกว่า ๑๒ ล้านคน
สมัครเป็นสมาชิกกองทุน

พัฒนาบทบาทสตรี

กองทุนตั้งตัวได้

ให้โอกาสนักศึกษาทีเ่ รียนจบใหม่
ที่มีความรู้ในการท�ำธุรกิจ
แต่ขาดแคลนเงินทุน

๑๐.๓ จั ด ตั้ ง กองทุ น พั ฒ นาบทบาทสตรี เพื่ อ เป็ น แหล่ ง เงิ น ทุ น
ในการสร้ า งอาชี พ ให้ กั บ สตรี และพั ฒ นาสตรี ใ ห้ มี ศั ก ยภาพเป็ น ผู ้ น� ำ รวมทั้ ง
ให้ความช่วยเหลือจากการถูกท�ำร้าย ซึ่งมีการด�ำเนินงานในหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง
ตั้งแต่การก�ำหนดกลไกการขับเคลื่อน ได้แก่ คณะกรรมการขับเคลื่อนกองทุนฯ
และการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการด�ำเนินงาน รวมทั้งการออกระเบียบส�ำนักนายก
รั ฐ มนตรี ว ่ า ด้ ว ยกองทุ น พั ฒ นาบทบาทสตรี พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่ ง ประกาศใช้ แ ล้ ว
เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ การรับลงทะเบียนสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาท
สตรี ตั้งแต่วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เป็นต้นมา มีผู้มาใช้สิทธิขอลงทะเบียน
เพื่อเป็นสมาชิก จ�ำนวนกว่า ๑๒ ล้านราย ขณะนี้ได้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ
ความถูกต้อง และประกาศรายชื่อเป็นสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแล้ว
จ�ำนวน ๗,๔๗๓,๕๑๖ ราย (ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม ๒๕๕๕)

๑๐.๔ จั ด ตั้ ง กองทุ น ตั้ ง ตั ว ได้ เพื่ อ เป็ น กลไกขั บ เคลื่ อ นเศรษฐกิ จ
สนับสนุน Start Up Fund และ Seed Fund แก่ผู้ประกอบการ SMEs และ
ธุรกิจนวัตกรรมที่พัฒนาต่อยอดจากผลงานวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีของ
สถาบันอุดมศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนแก่ผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นการให้โอกาสแก่
นักศึกษาที่จบใหม่ที่มีความรู้ในการท�ำธุรกิจ แต่ขาดแหล่งเงินทุนในการด�ำเนินงาน
โดยส่งเสริม ๓ กลุ่มธุรกิจ คือ (๑) วิสาหกิจชุมชน SMEs และธุรกิจตาม ๕ กลุ่ม
ทั ก ษะอาชี พ (๒) ผู ้ ป ระกอบการของศู น ย์ บ ่ ม เพาะ (Start up & Spin off

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

49

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

Companies) (๓) การลงทุนธุรกิจนวัตกรรมของสถาบันอุดมศึกษา (University
Enterprise) ซึ่ ง เมื่ อ วั น ที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๕ คณะรั ฐ มนตรี ไ ด้ เ ห็ น ชอบ
การจั ด ตั้ ง ทุ น หมุ น เวี ย นเป็ น กองทุ น ตั้ ง ตั ว ได้ ภายใต้ ก ารก� ำ กั บ ดู แ ลของ
กระทรวงศึกษาธิการ วงเงิน ๕,๐๐๐ ล้านบาท พร้อมทั้งเห็นชอบร่างระเบียบ
ส�ำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยกองทุนตั้งตัวได้ พ.ศ. .... และอยู่ระหว่างการพิจารณา
ของส�ำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
๑๐.๕ จัดสรรงบประมาณเข้ากองทุนพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้าน
และชุมชน เพื่อเป็นการกระจายอ�ำนาจการตัดสินใจให้แก่ท้องถิ่นในการพัฒนา
หรื อ แก้ ไ ขปั ญ หาร่ ว มกั น ในชุ ม ชนได้ อ ย่ า งรวดเร็ ว โดยได้ ด� ำ เนิ น งานจั ด สรร
งบประมาณให้กับกองทุน SML ซึ่งใช้หลักเกณฑ์เดิม คือ หมู่บ้านหรือชุมชน
ที่มีประชากรไม่เกิน ๕๐๐ คนตามทะเบียนราษฎร์ ได้รับจัดสรร ๓๐๐,๐๐๐ บาท
ตั้งแต่ ๕๐๑-๑,๐๐๐ คน ได้รับ ๔๐๐,๐๐๐ บาท และประชากร ๑,๐๐๑ คนขึ้นไป
ได้รับ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ณ วันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๕ ได้มีการจัดสรรเงิน/โอนเงิน
ให้หมูบ่ า้ น/ชุมชน รวมทัง้ สิน้ ๓๐,๐๗๘ หมูบ่ า้ น/ชุมชน วงเงินรวม ๑๑,๒๘๐ ล้านบาท

กองทุน SML

เพื่อพัฒนาหรือแก้ปัญหา
ร่วมกับชุมชนได้อย่างรวดเร็ว
เป็นการกระจายอ�ำนาจ
การตัดสินใจให้แก่ท้องถิ่น

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

50

๑๑. ยกระดับราคาสินค้าเกษตรและให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน

โครงการรับจ�ำน�ำข้าว
ท�ำให้เกษตรกร
มีรายได้เพิ่มขึ้น
และเงินหมุนเวียน
ในระบบเศรษฐกิจ
เพิ่มสูงขึ้น

เกษตรกรเข้าร่วม
โครงการแทรกแซง
ตลาดมันส�ำปะหลัง
๒๑๔,๔๖๖ ราย

รั ฐ บาลได้ ด� ำ เนิ น การสร้ า งความมั่ น คงด้ า นรายได้ ใ ห้ แ ก่ เ กษตรกร
เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ดังนี้
๑๑.๑ การรับจ�ำน�ำสินค้าเกษตร รัฐบาลได้ให้ความส�ำคัญในการดูแล
ราคาสินค้าเกษตรให้เกิดความเป็นธรรมแก่เกษตรกร โดยมีผลการด�ำเนินการ
ที่ส�ำคัญ ดังนี้
๑๑.๑.๑ โครงการรั บ จ�ำน�ำข้ า วเปลื อ กนาปี ปี ก ารผลิ ต
๒๕๕๔/๕๕ การด� ำ เนิ น งาน ณ วั น ที่ ๒๒ สิ ง หาคม ๒๕๕๕ มี ก ารท� ำ สั ญ ญา
กั บ ธนาคารเพื่ อ การเกษตรและสหกรณ์ ก ารเกษตร (ธ.ก.ส.) รวมทั่ ว ประเทศ
๑.๑๔ ล้านราย เป็นจ�ำนวนข้าวเปลือกที่รับจ�ำน�ำทั้งหมด ๖.๙๕ ล้านตัน ทั้งนี้
เป็นจ�ำนวนเงินที่จ่ายให้แก่เกษตรกร รวมทั้งสิ้น ๑๑๘,๕๖๒ ล้านบาท
๑๑.๑.๒ โครงการรั บ จ�ำน�ำข้ า วเปลื อ กนาปรั ง ปี ๒๕๕๕
การด� ำ เนิ น งาน ณ วั น ที่ ๒๒ สิ ง หาคม ๒๕๕๕ มี ก ารท� ำ สั ญ ญากั บ ธ.ก.ส.
รวมทั่วประเทศ ๐.๙๕ ล้านราย เป็นข้าวเปลือกที่รับจ�ำน�ำทั้งหมด ๑๐.๐๓ ล้านตัน
ทั้งนี้ เป็นจ�ำนวนเงินที่จ่ายให้แก่เกษตรกร รวมทั้งสิ้น ๑๔๘,๘๗๘ ล้านบาท
ผลกระทบต่ อ ราคาข้ า วเปลื อ กพบว่า ช่วยยกระดับ
ราคาข้าวทั้งระบบ โดยราคาข้าวมีการปรับตัวสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยราคาข้าวเปลือกหอมมะลิเพิม่ ขึน้ ตันละ ๑,๐๐๐-๑,๘๐๐ บาท ราคาข้าวเปลือกเจ้า
เพิ่มขึ้นตันละ ๑,๐๐๐-๑,๑๐๐ บาท ซึ่งสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลผลิตข้าวเปลือกนาปี
และนาปรังมากขึ้นกว่าปีก่อนประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท
๑๑.๑.๓ โครงการแทรกแซงตลาดมันส�ำปะหลัง ปี ๒๕๕๔/๕๕
การด�ำเนินงาน ณ วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๕ มีผู้ประกอบการลานมันสมัคร
ที่เปิดจุดรับฝากในแหล่งผลิต ๔๘ จังหวัด รวม ๕๖๘ ราย และมีเกษตรกรเข้าร่วม
โครงการ ๒๑๔,๔๖๖ ราย เป็นปริมาณรับจ�ำน�ำหัวมันสด รวม ๙.๗๓ ล้านตัน
ทั้งนี้ ธ.ก.ส. จ่ายเงินกู้ไปแล้วทั้งสิ้น ๒๗,๘๓๖ ล้านบาท ท�ำให้เกษตรกรมีรายได้
เพิ่มขึ้น ๐.๔๘ บาท/กิโลกรัม เป็นเงินทั้งสิ้น ๔,๖๖๘.๕ ล้านบาท
๑๑.๒ แก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต�่ำ รัฐบาลได้ดูแลราคาสินค้า
เกษตรที่ส�ำคัญ ได้แก่ โครงการรั ก ษาเสถี ย รภาพราคายาง ซึ่งคณะรัฐมนตรี
เห็นชอบเมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๕ ในการเข้าไปรับซื้อน�้ำยางจากเกษตรกร

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

51

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

เพือ่ น�ำมาแปรรูปเป็นยางแผ่นดิบ วงเงิน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ณ วันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๕
องค์การสวนยางได้รับซื้อยางแผ่นดิบและยางแผ่นรมควันจากสถาบันเกษตรกร
รวม ๖๖,๙๐๔.๓ ตัน มูลค่า ๖,๖๔๕.๕ ล้านบาท และน�ำไปแปรรูปเป็นยางแผ่น
รมควันอัดก้อนจ�ำนวน ๓๒,๑๕๙ ตัน
๑๑.๓ เยี ย วยาความเสี ย หายของพื ช จากภั ย ธรรมชาติ ได้ มี ก าร
ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยด้านการเกษตรปี ๒๕๕๔ เป็นกรณีพิเศษ
ซึ่งมีการปรับอัตราการช่วยเหลือให้สูงขึ้นกว่ากรณีปกติทั่วไป โดยได้ด�ำเนินการ
จ่ายเงินให้เกษตรกรแล้ว จ�ำนวน ๑.๓๘ ล้านราย วงเงิน ๒๙,๗๒๑.๑๐ ล้านบาท
การเยี ย วยาเกษตรกรที่ เ พาะปลู ก ข้ า วนาปี (ปี ก ารผลิ ต ๒๕๕๔/๕๕) จ่ า ยเงิ น
ให้เกษตรกรแล้ว ๑.๒๓ ล้านราย วงเงิน ๑๐,๐๔๘.๗๕ ล้านบาท และสนับสนุน
พันธุ์ข้าวแล้ว ๓๑,๖๒๔ ตัน พื้นที่ ๓.๑๖ ล้านไร่ วงเงิน ๗๔๙ ล้านบาท และการ
ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพืชต้นทุนสูงที่ประสบอุทกภัยปี ๒๕๕๔ กรณีพิเศษ
จ่ายเงินให้เกษตรกรแล้ว ๗,๙๖๗ ราย วงเงิน ๑,๙๕๙.๙๕ ล้านบาท
๑๑.๔ บั ต รเครดิ ต /บั ต รสิ น เชื่ อ เกษตรกร รั ฐ บาลได้ ด� ำ เนิ น การ
จัดให้มีบัตรเครดิต/บัตรสินเชื่อเกษตรกร โดย ธ.ก.ส. ได้เริ่มด�ำเนินโครงการน�ำร่อง
บัตรสินเชื่อเกษตรกรแล้วใน ๕ จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ลพบุรี
เชียงใหม่ และอุดรธานี โดยเริ่มแจกบัตรสินเชื่อตั้งแต่วันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๕๕
เพือ่ เป็นการทดลองระบบก่อนทีจ่ ะด�ำเนินการทัว่ ประเทศ ณ วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๕
อนุมัติบัตรเครดิตเกษตรกรแล้วทั้งสิ้น ๘๓๓,๘๒๒ ราย ยอดเงินใช้จ่ายผ่านบัตร
ทั้งสิ้น ๓๖๔.๗๔ ล้านบาท

เกษตรกรได้รับบัตรเครดิต
เกษตรกรแล้ว
๘๓๓,๘๒๒ ราย

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

52

๑๒. เร่งเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศ
นักท่องเที่ยว
๒๐,๓๗๓,๕๙๘ คน
เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกัน
ของปีก่อน ๗.๐๕%

โดยรัฐบาลได้ประกาศให้ปี ๒๕๕๔-๒๕๕๕ เป็น ”ปีมหัศจรรย์ไทยแลนด์„
เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวของประเทศและสร้างรายได้เข้าประเทศ มีการด�ำเนินงาน
ที่ส�ำคัญ ดังนี้
๑๒.๑ สร้า งรายได้ จากการท่องเที่ ย ว โดยด�ำเนินการตามมาตรการ
กระตุ้นการท่องเที่ยว ท�ำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้น
โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งในช่วงเดือนกันยายน ๒๕๕๔-สิงหาคม ๒๕๕๕
มีจ�ำนวนรวม ๒๐,๓๗๓,๕๙๘ คน เพิ่มขึ้นจาก ๑๙,๐๓๑,๔๒๘ คน จากช่วงเวลา
เดียวกันของปีก่อนหน้า หรือคิดเป็นร้อยละ ๗.๐๕ ซึ่งสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ
ได้ถึง ๘๕๔,๓๕๒.๖๗ ล้านบาท
๑๒.๒ จัดกิจรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อสนับสนุน ”การส่งเสริม
ปีมหัศจรรย์ไทยแลนด์„ โดยด�ำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้
๑๒.๒.๑ ส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวในประเทศ โดยการ
กระตุ้นกระแสการเดินทางท่องเที่ยวทั่วไทยจากการเผยแพร่/ประชาสัมพันธ์ และ
จัดกิจกรรมที่ส�ำคัญ เช่น การเฉลิมฉลองปีมหามงคล งานเทศกาลมหัศจรรย์
ศิลปวัฒนธรรมไทยและดนตรี งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา ๗ รอบ
๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ ปีแห่งการท่องเที่ยวและกีฬา ตามรอยพระบาทวิถีเศรษฐกิจ
พอเพียงภายใต้โครงการที่ส�ำคัญ ได้แก่ โครงการกีฬาและนันทนาการเพื่อส่งเสริม
ปีมหัศจรรย์ไทยแลนด์ โครงการสีสันสดใสเมืองไทยน่าเที่ยว โครงการพัฒนา
ถนนสายท่องเทีย่ ว โครงการรณรงค์ให้ความรูแ้ ก่ผปู้ ระกอบธุรกิจน�ำเทีย่ วมัคคุเทศก์
นักท่องเที่ยว ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
๑๒.๒.๒ สร้างกระแสให้เกิดการรับรู้ปี ”มหัศจรรย์ไทยแลนด์„
ตลาดต่างประเทศ ด�ำเนินโครงการที่ส�ำคัญ เช่น โครงการสร้างกระแสการรับรู้
การส่ ง เสริ ม ”ปี ม หั ศ จรรย์ เ มื อ งไทย ๒๕๕๕„ โครงการสื บ สานพระราชด� ำ ริ
”Save Sea Save Turtle„ โครงการสร้างการรับรู้ในปีมหัศจรรย์ไทยแลนด์
ผ่านสือ่ ประเภท Global Media การจัดงานเทศกาลมหัศจรรย์อาหารไทย การจัดงาน
เทศกาลมหัศจรรย์ศิลปวัฒนธรรมไทยและดนตรี การจัดงานมหัศจรรย์โขนมรดก
แห่งแผ่นดินเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั ทรงเจริญพระชนมพรรษา
๘๔ พรรษา และโครงการมหัศจรรย์เมืองไทย เมืองแห่งการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

53

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

๑๒.๓ ส่ ง เสริ ม ตลาดนั ก ท่ อ งเที่ ย วกลุ ่ ม ธุ ร กิ จ การจั ด ประชุ ม และ
แสดงนิทรรศการนานาชาติ (กลุ่มไมซ์) โดยด�ำเนินการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ
พระราชกรณียกิจร่วมกับศูนย์ศิลปาชีพระหว่างประเทศ การเตรียมการเข้าร่วมงาน
บีโอไอ แฟร์ และการส่งเสริมการจัดประชุมในพื้นที่โครงการพระราชด�ำริจ�ำนวน
๙ โครงการส�ำหรับกลุ่มนักเดินทางไมซ์ต่างประเทศ และจ�ำนวน ๑๙ โครงการ
ส�ำหรับกลุ่มนักเดินทางไมซ์ในประเทศ นอกจากนี้ ได้ส่งเสริมอุตสาหกรรมการ
ท่องเที่ยวที่ไทยมีศักยภาพและมีโอกาสทางการตลาดโดยเฉพาะอุตสาหกรรมไมซ์
ซึ่ ง คณะรั ฐ มนตรี มี ม ติ เ มื่ อ วั น ที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๕ ประกาศให้ ป ี ๒๕๕๖
เป็น Year of Mice และเร่งรัดการวางระบบการบริหารจัดการศูนย์ประชุมและ
แสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดเชียงใหม่ ตลอดจนแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการสร้าง
ความปลอดภั ย ให้ แ ก่ นั ก ท่ อ งเที่ ย ว และการใช้ ส นามบิ น ดอนเมื อ งในการลด
ความแออัดจากสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อรองรับการส่งเสริมตลาดนักท่องเที่ยว
ที่จะเกิดขึ้น
๑๒.๔ บริหารจัดการพื้นที่พิเศษและพื้นที่เชื่อมโยง เพื่อเพิ่มรายได้
ให้แก่พนื้ ทีพ่ เิ ศษเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีและชุมชนใกล้เคียง และจัดกิจกรรมท่องเทีย่ ว
ที่ เ ป็ น มิ ต รกั บ สิ่ ง แวดล้ อ มในพื้ น ที่ พิ เ ศษหมู ่ เ กาะช้ า งและพื้ น ที่ เ ชื่ อ มโยง
และประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อจัดท�ำแผนปฏิบัติการพัฒนา
พื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง
๑๒.๕ ขับเคลือ่ นนโยบายและยุทธศาสตร์การสร้างรายได้จากการท่องเทีย่ ว
๒ ล้ า นล้ า นบาท ภายในปี ๒๕๕๘ รั ฐ บาลได้ มี ก ารประชุ ม เชิ ง ปฏิ บั ติ ก าร
ด้านการท่องเที่ยว เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ซึ่งเป็นการท�ำแผนบูรณาการ
ร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพือ่ น�ำไปสูก่ ารจัดท�ำแผนปฏิบตั กิ าร
ที่แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด โดยที่ประชุมได้เห็นชอบแนวทางการด�ำเนินงานภายใต้
กรอบการด� ำ เนิ น งานทั้ ง ๖ ประเด็ น ได้ แ ก่ การส่ ง เสริ ม การตลาดท่ อ งเที่ ย ว
การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว การพัฒนาโครงข่ายโลจิสติกส์ การสร้างความเชื่อมั่น
ทางการท่องเที่ยว การอ�ำนวยความสะดวก และการพัฒนาสินค้าและบริการ

มุ่งสร้าง
รายได้จาก
การท่องเที่ยว
จ�ำนวน

๒ ล้านล้านบาท
ภายในปี ๒๕๕๘

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

54

๑๓. สนั บ สนุ น การพั ฒ นางานศิ ล ปหั ต ถกรรมและผลิ ต ภั ณ ฑ์ ชุ ม ชน
เพื่อการสร้างเอกลักษณ์และการผลิตสินค้าในท้องถิ่น
รัฐบาลได้ให้ความส�ำคัญในการสนับสนุนการพัฒนางานศิลปหัตถกรรม
และผลิ ต ภั ณ ฑ์ ชุ ม ชน เพื่ อ การสร้ า งเอกลั ก ษณ์ แ ละการผลิ ต สิ น ค้ า ในท้ อ งถิ่ น
อย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนที่เป็นภารกิจของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ และส่วนที่เป็น
การสนับสนุนผลิตภัณฑ์หนึ่งต�ำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (One Tumbon One Product:
OTOP) ซึ่งมีการด�ำเนินงานที่ส�ำคัญ ดังนี้
๑๓.๑ สนั บ สนุ น ภารกิ จ ของมู ล นิ ธิ ศิ ล ปาชี พ การด� ำ เนิ น งาน
ในช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๕๔-สิงหาคม ๒๕๕๕ มูลค่าการจ�ำหน่ายสินค้าศิลปาชีพ
มีมูลค่า ๘๑.๓ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ ๗๗
และสูงกว่าเป้าหมายที่ก�ำหนดไว้ ร้อยละ ๖๒ สรุปการด�ำเนินการที่ส�ำคัญ ดังนี้
๑๓.๑.๑ สร้ า งมู ล ค่ า เพิ่ ม และนวั ต กรรมให้ แ ก่ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์
ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น จัดท�ำทะเบียนช่างและครูช่าง งานศิลปหัตถกรรม
พื้นบ้านของไทยทั่วประเทศ และยกย่องเชิดชูเกียรติช่างหัตถศิลป์ไทยให้เป็น
ที่รู้จักของคนทั่วไปใน ๙ สาขา เช่น เครื่องไม้ เครื่องจักสาน เครื่องดิน เครื่องทอ
เครื่องรัก เครื่องโลหะ เครื่องหนัง และพัฒนาทักษะช่างและครูช่างศิลปหัตถกรรม
โดยฝึกอบรมการพัฒนารูปแบบดอกกล้วยไม้รองเท้านารีและดอกไม้อนื่ ๆ บนพืน้ ทีส่ งู
อบแห้งพร้อมบรรจุภัณฑ์
๑๓.๑.๒ ส่งเสริมการเรียนรู้งานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น
จัด บรรยายและสั ม มนาส่ ง เสริ ม ภาพลั ก ษณ์ ง านศิ ล ปาชี พ และศิ ล ปหั ต ถกรรม
ตลอดจนการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ
(ศ.ศ.ป.) ผ่านนิตยสาร SACICT Living Thai รายการโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์
เป็นต้น และกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ในกิจกรรมพี่เพื่อน้อง
เติมรอยยิ้ม ณ โรงเรียนอนุบาลศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ
๑๓.๑.๓ สร้างและขยายโอกาสทางการค้างานศิลปหัตถกรรม
พื้นบ้าน เช่น เข้าร่วมงานแสดงสินค้าทั้งงานไม้ เครื่องปั้นดินเผา งานผ้า งานหล่อ
จากวัสดุโลหะ งานทองเหลือง และเงิน
๑๓.๑.๔ ส่งเสริมสมรรถนะการผลิตและการตลาดงานศิลปาชีพ
(Crafts Innovation Center) โดยเข้าร่วมงานเทศกาลนวัตศิลป์นานาชาติ

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

55

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

(International Innovative Craft Fair 2012: IICF) ภายใต้แนวคิด ”Dignity
of Nations„ ซึ่งมียอดจ�ำหน่ายและค�ำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ ๑๕.๑๐ ล้านบาท และ
ผู้เข้าชมงาน ๑๐,๕๙๙ คน
๑๓.๑.๕ เฉลิ ม พระเกี ย รติ พ ระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู ่ หั ว
โดยการจัดประกวดภาพวาดสีน�้ำมันหรือสีอะคริลิก ภายใต้หัวข้อ ”รู้ รัก สามัคคี
ใต้ร่มพระบารมี ๘๔ พรรษา มหาราชัน„ มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดทั้งชาวไทยและ
ต่างประเทศทั้งสิ้น ๒๔๗ ราย
๑๓.๑.๖ เฉลิ ม พระเกี ย รติ ส มเด็ จ พระนางเจ้ า ฯ พระบรม
ราชินีนาถ โดยรัฐบาลได้จัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา
๘๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕ ซึ่งมีส่วนในการอนุรักษ์ ส่งเสริม และสืบสาน
ผ้าไทยและสินค้าจากศูนย์ศลิ ปาชีพ โดยในปี ๒๕๕๕ มีการด�ำเนินงานหลายโครงการ
ที่ส�ำคัญ ได้แก่
๑๓.๑.๖.๑ งานมหกรรมผ้ า ไทย ร่ ว มเทิ ด ไท้ ร าชิ นี
(Celebration of Silk, The Miracle journey) ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๒ สิงหาคม
๒๕๕๕ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา
ครบ ๘๐ พรรษา ๑๒ สิ ง หาคม ๒๕๕๕ และส่ ง เสริ ม การน� ำ ศิ ล ปวั ฒ นธรรม
ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างผลิตภัณฑ์ด้านวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นวัฒนธรรม
สร้างสรรค์ที่ก่อให้เกิดคุณค่าทางสังคมและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และน�ำมาซึ่ง
รายได้สู่ชุมชน
๑๓.๑.๖.๒ ง า น นิ ท ร ร ศ ก า ร เ ฉ ลิ ม พ ร ะ เ กี ย ร ติ
๘๐ พรรษามหาราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา
๘๐ พรรษา ระหว่างวันที่ ๙-๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๕ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
เพื่อเผยแพร่พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ รวมทั้งมีการแสดงผ้าไทย
และแฟชัน่ โชว์ผา้ ไทย ซึง่ จะมีการจัดนิทรรศการ ”ศิลป์แห่งแพรไหม„ Art of Thai Silk
ที่แสดงถึงพระสิริโฉมและพระจริยาวัตรอันงดงามยิ่งในเวลาทรงภูษาพัสตราภรณ์
แบบไทยที่ มี ค วามเป็ น เอกลั ก ษณ์ ข องชาติ รวมทั้ ง ยั ง สร้ า งการมี ส ่ ว นร่ ว มกั บ
กลุ่มนักออกแบบมืออาชีพในการน�ำผ้าจากโครงการศิลปาชีพมาออกแบบชุดไทย
ร่วมสมัยโดยได้แรงบันดาลใจจากพระฉายาลักษณ์ทรงชุดไหมไทยต่าง ๆ

จัดงานมหกรรมผ้าไทย
ร่วมเทิดไท้ราชินี
เพื่อเฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ
เนื่องในโอกาส
พระราชพิธีมหามงคล
เฉลิมพระชนมพรรษา
ครบ ๘๐ พรรษา

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

56

๑๓.๑.๗ พั ฒ นาผลิ ต ภั ณ ฑ์ ศิ ล ปาชี พ และศิ ล ปหั ต ถกรรม
เพื่อการตลาดเชิงพาณิชย์และยกระดับสู่สากล โดย
๑๓.๑.๗.๑ บริ ห ารองค์ ค วามรู ้ แ ละการเผยแพร่
งานศิ ล ปาชี พ และศิ ล ปหั ต กรรม โดยจัดบรรยายพิเศษหัวข้อ International
Innovative Craft Trend ส�ำหรับสินค้าหัตถศิลป์ เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๕
ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค มีผู้สนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
เข้าร่วมประมาณ ๒๐๐ คน การสัมมนาหัวข้อ ท�ำอย่างไรผ้าไทยจะตรงใจลูกค้า
และตลาดผ้าไทย ผ้าฝ้ายเชิงพาณิชย์ มีผู้สนใจเข้าร่วมประมาณ ๒๐๐ คน
๑๓.๑.๗.๒ ส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ศลิ ปาชีพ
และศิ ล ปหั ต ถกรรมบนฐานองค์ ค วามรู ้ แ ละวั ฒ นธรรม โดยพัฒนาทักษะช่าง
และครูช่างศิลปหัตถกรรม ณ ศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ ๗-๙ ธันวาคม ๒๕๕๔
๑๓.๑.๗.๓ ส่ ง เสริ ม ด้ า นการตลาดและการสร้ า ง
ภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ศลิ ปาชีพและศิลปหัตถกรรม โดยจัดงานอัตลักษณ์แห่งสยาม
ระหว่างวันที่ ๗-๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ โดยมีศูนย์ศิลปาชีพ สมาชิกศูนย์ส่งเสริม
ศิลปาชีพระหว่างประเทศ (ศ.ศ.ป.) และหน่วยงานพันธมิตรเข้าร่วมจัดแสดงและ
จ�ำหน่ายสินค้า รวม ๕๑ ราย มียอดจ�ำหน่ายรวม ๘.๘๘ ล้านบาท และมีผู้เข้าชมงาน
ประมาณ ๑๒,๐๐๐ ราย และด�ำเนินโครงการเพิ่มศักยภาพสมาชิก ศ.ศ.ป. ในการ
เข้าร่วมงานมหกรรมพาณิชย์กระตุ้นเศรษฐกิจสู้ภัยน�้ำท่วม จ�ำนวน ๕ ครั้ง โดยมี
สมาชิก ศ.ศ.ป. รวม ๑๙ จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเข้าร่วม ๒๐๗ ราย
มียอดจ�ำหน่ายรวม ๑๗.๙๗ ล้านบาท

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

57

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

๑๓.๑.๗.๔ สนับสนุนภารกิจของมูลนิธสิ ง่ เสริมศิลปาชีพ
ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในการผลิตงานศิลปหัตถกรรม
โดยสนั บ สนุ น การด� ำ เนิ น โครงการพั ฒ นาผลิ ต ภั ณ ฑ์ แ ละช่ า งฝี มื อ ศิ ล ปาชี พ
ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อพัฒนา
การฝึ กอบรมและยกระดับทักษะฝีมือ บุค ลากร และพั ฒ นากระบวนการผลิ ต
ผลิตภัณฑ์ โดยมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมไม่น้อยกว่า ๔๐๐ ราย ใน ๒๔ สาขาช่าง
และมีรูปแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ได้รับการพัฒนาไม่น้อยกว่า ๒๔ รูปแบบ/
๒๔,๐๐๐ ชิ้น รวมทั้งสนับสนุนการด�ำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนางานหัตถศิลป์
อันเกี่ยวเนื่องกับงานโขนของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ
๑๓.๑.๘ ถ่ า ยทอดเทคโนโลยี ส นั บ สนุ น งานศิ ล ปาชี พ
โดยรัฐบาลได้สนับสนุนการจัดฝึกอบรมหลักสูตรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเซรามิก
ในช่วงเดือนสิงหาคม ๒๕๕๔-มิถนุ ายน ๒๕๕๕ ให้แก่สมาชิกศูนย์ศลิ ปาชีพบางไทรฯ
โดยกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ร่วมกับศูนย์ศลิ ปาชีพพระต�ำหนักทักษิณราชนิเวศน์
จังหวัดนราธิวาส และเตรียมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและศึกษาดูงานในหลักสูตรต่าง ๆ
จ�ำนวน ๓ หลักสูตร ได้แก่ การควบคุมกระบวนการผลิตเคลือบ การพัฒนารูปแบบสัตว์
และชุดอาหาร และการใช้เตาเผาและการบ�ำรุงรักษา ส่วนหมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผา
รอตันบาตูอันเนื่องมาจากพระราชด�ำริสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
จังหวัดนราธิวาส มีการอบรมหลักสูตร ๓ หลักสูตร ได้แก่ การควบคุมกระบวนการ
ผลิตเนื้อดินท้องถิ่น เทคนิคการแกะลวดลายและการท�ำพิมพ์ และการใช้เตาเผา
และการบ�ำรุงรักษา
๑๓.๒ บริหารจัดการโครงการหนึ่งต�ำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เพื่อแยก
ประเภทของสินค้าในแต่ละตลาดให้ชดั เจนและขยายช่องทางการตลาด การยกระดับ
มาตรฐานคุณภาพสินค้าและบริการ และการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดย

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

58

๑๓.๒.๑ จัดงานแสดงและจ�ำหน่ายสินค้าหนึง่ ต�ำบล หนึง่ ผลิตภัณฑ์
(OTOP) ซึ่งในช่วงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔-๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕ สามารถ
สร้างรายได้จากการจัดงานแสดงสินค้าและจ�ำหน่ายสินค้า OTOP รวม ๑,๗๕๗.๙๖
ล้านบาท โดยรัฐบาลได้จัดงาน OTOP ที่ส�ำคัญ ดังนี้
๑๓.๒.๑.๑ จั ด งาน OTOP ทั่ วไทย รวมใจช่ วยภั ย
น�้ ำ ท่ ว ม ระหว่ า งวั น ที่ ๒๔-๓๐ ธั น วาคม ๒๕๕๔ โดยจั ด แสดงและจ� ำ หน่ า ย
ผลิ ต ภั ณ ฑ์ ข องกลุ ่ ม ผู ้ ผ ลิ ต สิ น ค้ า OTOP ระดั บ ๓-๕ ดาว รวม ๘๘๕ บู ท
รวม ๑,๓๘๐ กลุ่ม และจ�ำหน่ายอาหารจาก ๔ ภาค จ�ำนวน ๗๖ บูท และมีการจัด
กิจกรรมส่งเสริมการขายในงานต่าง ๆ ซึ่งมีผู้เข้าเยี่ยมชมและซื้อสินค้าประมาณ
๔๙๘,๕๖๔ คน มียอดจ�ำหน่ายสินค้ารวมทั้งสิ้น ๓๖๖,๔๔๕,๔๑๕ บาท ท�ำให้เกิด
การกระจายรายได้ การจ้างงาน และการหมุนเวียนของเงินลงทุนในการผลิตสินค้า
OTOP เพิ่มขึ้น

งานศิลปาชีพ
ประทีปไทย OTOP
ก้าวไกล ด้วยพระบารมี
มียอดจ�ำหน่ายสินค้า

กว่า ๖๖๓ ล้านบาท

๑๓.๒.๑.๒ จั ด งานศิ ล ปาชี พ ประที ป ไทย OTOP
ก้ า วไกล ด้ ว ยพระบารมี ระหว่ า งวั น ที่ ๒๑-๒๗ กุ ม ภาพั น ธ์ ๒๕๕๕ ซึ่ ง เป็ น
นิทรรศการเทิดไท้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และอลังการงานศิลปาชีพ ร่วมส�ำนึก
ในพระมหากรุณาธิคณ
ุ ทีท่ รงมีตอ่ พสกนิกรชาวไทย มีผลิตภัณฑ์จากสมาชิกศิลปาชีพ
มาแสดงและจ�ำหน่าย ๑๕ พาวิลเลี่ยน มีการจัดแสดงและจ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ
กลุม่ ผูผ้ ลิตสินค้า OTOP มีผเู้ ข้าเยีย่ มชมงานและซือ้ สินค้าประมาณ ๙๒๒,๙๓๐ คน
มียอดจ�ำหน่ายสินค้ารวมทั้งสิ้น ๖๖๓,๘๒๙,๖๙๗ บาท

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

59

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

๑๓.๒.๑.๓ จั ด ง าน OTOP Midyear 2 0 1 2
สู ่ ป ระชาคมเศรษฐกิ จ อาเซี ย น เมื่อ วัน ที่ ๑๘-๒๖ สิ ง หาคม ๒๕๕๕ ณ ศู น ย์
แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี มีการจัดแสดง
และจ�ำหน่ายสินค้า OTOP คุณภาพดีจากทัว่ ประเทศ อาทิ การจัดแสดงและจ�ำหน่าย
สินค้า OTOP ระดับ ๓-๕ ดาว มากกว่า ๒,๐๐๐ ร้านค้า จาก ๗๖ จังหวัด นอกจากนั้น
มีกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันแม่แห่งชาติ โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนได้
บอกรักแม่หลวงของปวงชนชาวไทยให้ดังก้องทั่วแผ่นดิน ผ่านการเขียนค�ำอวยพร
และการบันทึกวิดีโอ
๑๓.๒.๑.๔ จัดงานแสดงและจ�ำหน่ายสินค้าหนึง่ ต�ำบล
หนึ่งผลิตภัณฑ์ นอกจากการจัดงาน ๓ งานข้างต้นแล้ว ยังได้มีการจัดงานเพื่อ
แสดงและจ�ำหน่ายสินค้า OTOP อีกในหลาย ๆ โอกาสที่ส�ำคัญ โดยตั้งแต่วันที่
๒๖ สิ ง หาคม ๒๕๕๔ เป็ น ต้ น มา จั ด งานสิ น ค้ า หนึ่ ง ต�ำบล หนึ่ ง ผลิ ต ภั ณ ฑ์
ในระดับภูมภิ าค ณ จังหวัดบึงกาฬ ระหว่างวันที่ ๕-๑๑ กันยายน ๒๕๕๔ มีกลุม่ ผูผ้ ลิต
ผู้ประกอบการสินค้า OTOP เข้าร่วม ๒๔๖ กลุ่ม ผู้เข้าชมงาน ๑๒,๗๖๓ คน
ยอดจ�ำหน่ายสินค้ารวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๗,๘๙๙,๕๐๓ บาท จัดงานแสดงสินค้า
และผลิตภัณฑ์ชุมชนเนื่องในงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงมีพระชนมายุครบ ๘๔ พรรษา ระหว่างวันที่ ๓-๙ ธันวาคม ๒๕๕๔ ณ บริเวณ
มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยมีผู้ผลิตและผู้ประกอบการสินค้าเด่นมีชื่อเสียง
ของ ๗๖ จังหวัดเข้าร่วม ๑๕๑ กลุ่มแสดงและจ�ำหน่ายแยกเป็น ๕ ประเภท ได้แก่
อาหาร เครื่องดื่ม ผ้า/เครื่องแต่งกาย ของใช้/ของประดับ/ของที่ระลึก และสมุนไพร
ทีม่ ใิ ช่อาหาร จัดงานสินค้าหนึง่ ต�ำบล หนึง่ ผลิตภัณฑ์ ภูมภิ าค ๕ จุด สินค้า ๑-๕ ดาว
ใน ๕ ประเภท จ�ำนวน ๑,๕๖๔ กลุ่ม มียอดจ�ำหน่าย ๒๐๗.๖๕ ล้านบาท และจัดงาน
OTOP Mobile to the Factory and Festival ด�ำเนินการทั้ง ๗๖ จังหวัด
สินค้าระดับ ๑-๕ ดาว จ�ำนวน ๒๕๐ กลุ่ม
๑๓.๒.๑.๕ จัดโครงการสร้างนักธุรกิจโอทอป (OTOP
Business Leader Development หรือ OBLD) เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยความร่วมมือ
ของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อสร้างนักธุรกิจและยกระดับผู้ประกอบการธุรกิจ OTOP
ให้ได้พบนักธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด ”สร้างมิติใหม่
แบ่งปันโอกาสนักธุรกิจหัวไว OTOP ไทยใจสู„้

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

60

พัฒนาช่องทางจัดจ�ำหน่าย
สินค้า OTOP
ไปสู่

ห้างค้าปลีก
การสั่งซื้อทางแค็ตตาล็อก
และ

ทางออนไลน์

๑๓.๒.๑.๖ พั ฒ นาช่ อ งทางจั ด จ�ำหน่ า ยให้ สิ น ค้ า
หนึ่ ง ต�ำบล หนึ่ ง ผลิ ต ภั ณ ฑ์ เช่ น ขยายไปสู ่ ห ้ า งค้ า ปลี ก (Modern Trade)
การสั่งซื้อทางแค็ตตาล็อกและออนไลน์ โครงการ ”ฝากทูตไปขาย„
๑๓.๒.๒ ยกระดับสินค้าหนึ่งต�ำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ โดยมีการ
ด�ำเนินการที่ส�ำคัญ ดังนี้
๑๓.๒.๒.๑ ผลิตภัณฑ์เซรามิกและเครื่องปั้นดินเผา
จัดท�ำข้อมูลท�ำเนียบกลุ่ม OTOP ในผลิตภัณฑ์เซรามิกและเครื่องปั้นดินเผา ดังนี้
 กรุงเทพมหานคร ๑ กลุ่ม ได้แก่ บริษัท
เซรามิกฮัท
 สมุทรสาคร ๔ กลุม่ ได้แก่ กลุม่ วิสาหกิจ
ชุมชน (ชุมชนเคหะมหาชัย) กลุ่มสตรีบางโทรัด กลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่
ศูนย์ฝึกวิชาชีพเครื่องเบญจรงค์ (รุ้งทองเบญจรงค์)
 ล� ำ ปาง ๔ กลุ ่ ม ได้ แ ก่ กลุ ่ ม บ้ า นทุ ่ ง
ม่ า นเหนื อ กลุ ่ ม สร้ อ ยทิ พ ย์ เ ซรามิ ก กลุ ่ ม เครื่ อ งปั ้ น ดิ น เผาบ้ า นม่ อ นเขาแก้ ว
กลุ่มถ้วยกาแฟ ต�ำบลชมพู
 นครราชสี ม า ๑ กลุ ่ ม ได้ แ ก่ กลุ ่ ม
เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน
โดยมีบริษัทเซรามิกฮัท กลุ่มสร้อยทิพย์
เซรามิก กลุม่ เครือ่ งปัน้ ดินเผาด่านเกวียน เข้าร่วมโครงการเพือ่ พัฒนากระบวนการผลิต
และการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เซรามิก โดยจัดอบรมให้ความรู้แก่พนักงาน
ผลการด�ำเนินงานท�ำให้บริษัทประหยัดค่าเชื้อเพลิง (ก๊าซหุงต้ม) ได้ร้อยละ ๕๐
และสามารถลดของเสียหลังการเผาได้ประมาณร้อยละ ๘๐ และเพิ่มยอดขาย
ให้กับบริษัทด้วย
๑๓.๒.๒.๒ บ ร ร จุ ภั ณ ฑ ์ จั ด ท� ำ หลั ก เกณฑ์ แ ละ
คั ด เลื อ กกลุ ่ ม ผู ้ ผ ลิ ต ผลิ ต ภั ณ ฑ์ OTOP ที่ ต ้ อ งการออกแบบบรรจุ ภั ณ ฑ์ แ ละ
ต้องการความช่วยเหลือด้านการตลาด ๑๔ กลุ่ม ประกอบด้วย
 กลุม่ ผูป้ ระกอบการ OTOP จังหวัดแพร่
๕ กลุ ่ ม (แปรรู ป ขนมอบ ผลิ ต เครื่ อ งดื่ ม ย้ อ มสี ห ม้ อ ห้ อ มด้ ว ยสี ธ รรมชาติ
ผลิตกล้วยไม้จ�ำลอง และแปรรูปพืชผักผลไม้)
 กลุ ่ ม ผู ้ ป ระกอบการ OTOP จั ง หวั ด
พิษณุโลก ๔ กลุ่ม (ผลิตอาหาร เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย ของใช้ของที่ระลึก
และผลิตภัณฑ์สมุนไพร)

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

61

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

 กลุ ่ ม ผู ้ ป ระกอบการ OTOP จั ง หวั ด

นครสวรรค์ ๕ กลุ่ม (ผลิตอาหาร เครื่องดื่ม ผ้า ของใช้ของที่ระลึก และผลิตภัณฑ์
สมุนไพร)
โดยจัดอบรมด้านการตลาดและการพัฒนา
บรรจุภัณฑ์เบื้องต้น จัดการสัมมนาเรื่อง ”ยกระดับผลิตภัณฑ์โอทอป ค�ำตอบ
ส�ำหรับพรุ่งนี้ สู่เวทีอาเซียน„ และด�ำเนินการส�ำรวจความต้องการด้านเทคโนโลยี
ช่วยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์/บรรจุภัณฑ์เพื่อด�ำเนินการให้ความช่วยเหลือต่อไป
นอกจากนี้ ไ ด้ พั ฒ นารู ป แบบบรรจุ ภั ณ ฑ์ ใ ห้ แ ก่ ก ลุ ่ ม เซรามิ ก สองแคว จั ง หวั ด
พิษณุโลก กลุ่มเตาหลวง จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มสร้อยทิพย์ จังหวัดล�ำปาง และ
บริษัท เซรามิกฮัท กรุงเทพมหานคร รวมทั้งพัฒนา สร้างตราโลโก้ และปรับรูปแบบ
บรรจุภัณฑ์ใหม่ให้แก่กลุ่มที่มีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานต่าง ๆ แล้ว

๑๓.๒.๓ จั ด ท�ำยุ ท ธศาสตร์ ข องแต่ ล ะกลุ ่ ม สิ น ค้ า ตามความ
สามารถของชาวบ้าน และมีการพัฒนาสินค้า OTOP ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยว
ซึ่งจะเป็นช่องทางหนึ่งในการเชื่อมโยงกิจกรรมและสร้างรายได้ให้ชาวบ้านและ
รายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้น โดยแบ่งกลุ่มผู้ผลิตสินค้า OTOP ออกเป็น ๔ กลุ่ม
ได้แก่ กลุ่มก่อร่าง เป็นกลุ่มที่ผลิตสินค้าได้ง่ายและผลิตปริมาณน้อย กลุ่มสร้างตัว
เป็ น กลุ ่ ม ที่ มี สิ น ค้ า คุ ณ ภาพปานกลางแต่ ผ ลิ ต ได้ ม าก กลุ ่ ม รั ก ษาภู มิ ป ั ญ ญา
เป็ น กลุ ่ ม ที่ มี คุ ณ ภาพสู ง ต้ อ งใช้ ง านฝี มื อ และผลิ ต ปริ ม าณน้ อ ย รวมทั้ ง เน้ น
การรักษาภูมิปัญญา และกลุ ่ ม สู ่ ส ากล เป็นกลุ่มที่ท�ำสินค้าได้คุณภาพสูงและ
ผลิตปริมาณสูงด้วย

จัดท�ำยุทธศาสตร์

ผู้ผลิตสินค้า OTOP
แต่ละกลุ่ม เพื่อขับเคลื่อน
ให้เป็นไปตามเป้าหมาย

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

62

เพิ่มคุณภาพ
ของระบบ
หลักประกันสุขภาพ

เพื่อให้ประชาชน
เข้าถึงบริการอย่างมีคุณภาพ
เท่าเทียมและทั่วถึง

๑๔. พัฒนาระบบประกันสุขภาพ
รัฐบาลให้ความส�ำคัญในการปรับปรุงระบบหลักประกันสุขภาพเพื่อให้
ประชาชนเข้าถึงบริการอย่างมีคุณภาพ มีความเท่าเทียมและทั่วถึง ซึ่งจะช่วยลด
ความเหลื่อมล�้ำในการเข้าถึงบริการของรัฐ โดยมีการด�ำเนินการที่ส�ำคัญ ดังนี้
๑๔.๑ โครงการบูรณาการสิทธิประโยชน์ของระบบหลักประกันสุขภาพ
ทั้งสามระบบ เจ็บป่วยฉุกเฉินถึงแก่ชีวิตไม่ถูกถามสิทธิ รักษาทุกที่ทั่วถึงทุกคน
เริ่มต้นด�ำเนินการตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๕ ซึ่ง ณ วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕
มีผู้ป่วยฉุกเฉินที่เข้ารับบริการรวมทั้งสิ้น ๔,๐๘๐ ราย

ผู้ป่วยฉุกเฉินถึงแก่ชีวิต
มีสิทธิเข้ารักษาที่โรงพยาบาล
ที่ใกล้ที่สุดได้ทันที

คนไทย
๖๔.๒๕ ล้านคน หรือ

๙๙.๘๕% ของผู้มีสิทธิ
ทั่วประเทศ

มีหลักประกันสุขภาพ

๑๔.๒ เพิ่ ม คุ ณ ภาพของระบบบริ ก ารในระบบหลั ก ประกั น สุ ข ภาพ
ถ้วนหน้า ผ่านโครงการที่ให้ประชาชนได้มีหมอใกล้บ้านใกล้ใจมียาดีใช้เพียงพอ
ท� ำ ให้ ป ระชาชนได้ รั บ บริ ก ารอย่ า งมี คุ ณ ภาพ สะดวก รวดเร็ ว และเป็ น ธรรม
ปัจจุบันประชาชนไทยมีหลักประกันสุขภาพ ๖๔.๒๕ ล้านคน คิดเป็นร้อยละ
๙๙.๘๕ ของผู้มีสิทธิทั้งประเทศ นอกจากนี้ ครัวเรือนในระบบหลักประกันสุขภาพ
ถ้ ว นหน้ า มี ห มอประจ� ำ ครอบครั ว ร้ อ ยละ ๔๘.๕๒ มี ก ารน� ำ ยาแผนไทยมาใช้
ในระบบบัญชียาหลัก ๗๑ รายการ และมีศนู ย์แพทย์แผนไทยทัว่ ประเทศ ๒๒๔ แห่ง
๑๔.๓ ให้ ค วามคุ ้ ม ครองแก่ ลู ก จ้ า งผู ้ ป ระกั น ตนให้ ไ ด้ รั บ สิ ท ธิ
จากระบบประกั น สั ง คม รวม ๑๐,๒๕๓,๗๗๒ คน ในสถานประกอบกิ จการ

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

63

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

๔๐๗,๘๐๐ แห่ง มีผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์จากการประกันสังคม ๗ กรณี
จ�ำนวน ๓๙,๗๙๗,๐๐๕ ราย เงินประโยชน์ทดแทน ๓๙,๘๑๔.๑๔ ล้านบาท
๑๔.๔ เพิ่มสิทธิประโยชน์ประกันสังคมให้กว้างขวางและครอบคลุม
ถึงการป้องกันและด�ำรงคุณภาพชีวิตที่ดี โดยปี ๒๕๕๕ มีการปรับระบบวิธีการ
จ่ายค่ารักษาพยาบาลเพื่อเพิ่มการเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ของผู้ประกันตน
ที่เจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงและมีค่าใช้จ่ายสูง เช่น โรคไตวายเรื้อรัง โรคเบาหวาน
โรคมะเร็ง และโรคหัวใจ เป็นต้น มีผลตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ โดยมี
แนวทางการเก็บเงินค่าบริการทางการแพทย์ส่วนหนึ่งไว้เป็นกองกลาง (นอกเหนือ
จากเงินเหมาจ่าย) จ�ำนวน ๔,๔๖๐ ล้านบาท เพื่อจ่ายชดเชยให้แก่สถานพยาบาล
ที่รักษาโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง
๑๔.๕ พั ฒ นาแนวทางการขยายความคุ ้ ม ครองประกั น สั ง คมแก่
แรงงานนอกระบบ โดยคุ้มครองประกันสังคมแก่แรงงานนอกระบบที่ขึ้นทะเบียน
ประกันสังคมตามมาตรา ๔๐ แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓
แล้วจ�ำนวน ๑,๐๕๒,๘๙๗ ราย และได้ด�ำเนินโครงการต่าง ๆ เช่น การวิจัยเพื่อ
การพัฒนาสิทธิประโยชน์ การพัฒนาสมรรถนะแกนน�ำเครือข่ายประกันสังคมและ
เจ้าหน้าที่ โครงการพัฒนาเครือข่ายประกันสังคมตามมาตรา ๔๐ พร้อมกับเพิม่ ช่องทาง
การรับช�ำระเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา ๔๐ ผ่านธนาคารออมสิน ธ.ก.ส.
ทีท่ ำ� การไปรษณีย์ บริษทั เคาน์เตอร์เซอร์วสิ และห้างเทสโก้ โลตัส ตลอดจนด�ำเนินการ
ปรับปรุงพระราชบัญญัตปิ ระกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ เพือ่ ให้รฐั บาลร่วมจ่ายเงินสมทบ
ให้แก่ผู้ประกันตนตามมาตรา ๔๐

คุ้มครองประกันสังคม
แก่แรงงานนอกระบบที่ขึ้นทะเบียน
ประกันสังคม ๑,๐๕๒,๘๙๗ ราย

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

64

๑๕. จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (tablet: แท็บเล็ต) ให้แก่โรงเรียน

แท็บเล็ต
ช่วยสร้างโอกาส

ในการเข้าถึงความรู้

และเพิ่มความเท่าเทียม
ด้านการศึกษา

เด็กนักเรียนประถม ๑
ทุกคนได้รับแท็บเล็ต
ในปีการศึกษา ๒๕๕๕

เร่งพัฒนาระบบ

เครือข่ายไร้สาย (Wi-Fi)

ในทุกโรงเรียน
เพื่อให้รองรับการใช้แท็บเล็ต
ของนักเรียน

รัฐบาลได้ให้ความส�ำคัญแก่การสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งความรู้
ต่าง ๆ และเพิ่มความเท่าเทียมด้านการศึกษาแก่เด็กไทย โดยได้ด�ำเนินการในเรื่อง
ที่สำ� คัญ ๆ ดังนี้
๑๕.๑ จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ให้แก่โรงเรียนโดย
เริ่มทดลองกับโรงเรียนน�ำร่องในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ประจ�ำปีการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๕๕ ทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ได้จัดซื้อครั้งที่ ๑
มีจ�ำนวน ๔๐๐,๐๐๐ เครื่อง ขณะนี้ได้จัดส่งของให้เรียบร้อยแล้ว ส�ำหรับใช้อบรม
วิทยากรแกนน�ำ ๒,๐๐๐ เครื่อง และโรงเรียนต่าง ๆ ใน ๕๕ จังหวัด จ�ำนวน
๒๙๑,๗๗๖ เครื่อง และคาดว่าเดือนกันยายน ๒๕๕๕ จะส่งไปยังโรงเรียนต่าง ๆ
อี ก ๒๒ จั ง หวั ด จ� ำ นวน ๑๐๖,๒๒๔ เครื่ อ ง และได้ มี ก ารขอจั ด ซื้ อ ครั้ ง ที่ ๒
จ�ำนวน ๔๐๓,๙๔๑ เครื่อง (ข้อมูล ณ วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๕) ซึ่งก�ำหนด
จัดส่งเครื่องแล้วเสร็จภายในปีการศึกษา ๒๕๕๕ นอกจากนี้ มีการเตรียมการ
ที่จะจัดซื้อแท็บเล็ตให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย

๑๕.๒ โครงการเครือข่ายไร้สาย (Wi-Fi) ส�ำหรับการเรียนการสอน
โดยเครื่ อ งคอมพิ ว เตอร์ พ กพา (แท็ บ เล็ ต ) นั ก เรี ย นชั้ น ประถมศึ ก ษาปี ที่ ๑
โดยพัฒนาเครือข่ายการให้บริการระบบอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) ให้แก่โรงเรียน
ที่ มี ร ะดั บ ชั้ น ประถมศึ ก ษาปี ที่ ๑ ในสั ง กั ด ส� ำ นั ก งานคณะกรรมการการศึ ก ษา
ขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จ�ำนวน ๒๗,๒๓๕ โรงเรียน โดยปรับเปลี่ยนระบบอินเทอร์เน็ต
เดิมเป็นระบบใหม่ที่ความเร็ว 4-10 Mbps (Megabit per second) พร้อมทั้ง
ติดตั้งอุปกรณ์จุดเชื่อมต่อแบบไร้สาย (Wireless Access Point) ระบบการจัดเก็บ
Log file ระบบตรวจสอบสิทธิการเข้าใช้อินเทอร์เน็ต ให้เป็นตามพระราชบัญญัติ
ว่าด้วยการกระท�ำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

65

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

๑๕.๓ โครงการน�ำร่องการประยุกต์และบูรณาการคอมพิวเตอร์
แท็บเล็ต เพื่อการเรียนการสอนในระดับประถมศึกษาตามแนวนโยบายของ
รัฐบาล ระยะที่ ๑ โดยด�ำเนินการเพื่อเตรียมความพร้อมของโรงเรียน ผู้บริหาร
ครู นักเรียนและผู้ปกครอง ให้สามารถน�ำเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต)
และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องไปใช้ประโยชน์และส่งเสริมศักยภาพด้านการเรียนรู้
ให้แก่นักเรียนในโรงเรียนน�ำร่อง ศึกษาถึงผลกระทบของการใช้คอมพิวเตอร์พกพา
(แท็บเล็ต) ต่อการเรียนรู้ พฤติกรรมและสุขภาพของนักเรียน รวมทั้งศึกษาสภาพ
แวดล้อมที่เหมาะสมส�ำหรับการเรียนการสอนด้วยคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต)
๑๕.๔ จั ด ท�ำและพั ฒ นาเนื้ อ หาตามหลั ก สู ต รในรู ป แบบ
ของอิเล็กทรอนิกส์ (e-Content) ระดับประถมศึกษาปีที่ ๑ เพื่อบรรจุลงใน
เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) จ�ำนวน ๕ กลุ่มสาระการเรียนรู้ หนังสือเรียน
อิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) ใน ๕ กลุม่ สาระการเรียนรู้ จ�ำนวน ๘ เล่ม และสือ่ การเรียนรู้
(Learning Object) ของ สพฐ. อีก ๓๓๖ เรื่อง รวมทั้งยังมีการพัฒนาเนื้อหาต่อไป
เพื่อให้เด็กมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น

เร่งพัฒนาเนื้อหา
ของ tablet
อย่างต่อเนื่อง
เพื่อให้เด็กมีทางเลือก
หลากหลายมากขึ้น

๑๕.๕ จั ด อบรมวิ ท ยากรแกนหลั ก และวิ ท ยากรแกนน�ำ
ทั่วประเทศ โดยวิทยากรแกนน�ำจะกระจายการอบรมให้แก่ข้าราชการครูในระดับ
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
๑๕.๖ พัฒนาระบบอินเทอร์เน็ตไร้สายเพือ่ ใช้ในการเรียนการสอน
ให้ครอบคลุมสถานศึกษาในสังกัดต่าง ๆ อย่างทั่วถึง รวมทั้งเตรียมความพร้อม
ด้ า นเครื อ ข่ า ยอิ น เทอร์ เ น็ ต โดยปรั บ ปรุ ง ประสิ ท ธิ ภ าพเครื อ ข่ า ยอิ น เทอร์ เ น็ ต
ประเภทสาย (Fiber Optic) และประเภทไร้สายความเร็วสูง (Wi-Net) จะมี
ความเร็ว 2, 4, 6, 8 Mbps ขึ้นอยู่กับขนาดของโรงเรียน และจัดหาจุดเชื่อมต่อ
(Access Point) จ�ำนวน ๑๕,๐๐๐ จุด ให้แก่ ๙,๖๙๐ โรงเรียน

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำ�เนินการตามนโยบายเร่งด่วน

66

๑๖. เร่ ง รั ด และผลั ก ดั น การปฏิ รู ป การเมื อ งที่ ป ระชาชนมี ส ่ ว นร่ ว ม
อย่างกว้างขวาง
รั ฐ บาลให้ ค วามส� ำ คั ญ ในการเร่ ง ผลั ก ดั น การปฏิ รู ป การเมื อ ง
โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างกว้างขวาง โดย
๑๖.๑ ใช้กลไกรัฐสภาในการแก้ไขปัญหาระยะยาว ซึ่งถือว่าเป็นตัวแทน
ของประชาชน หากมีความเห็นไม่ตรงกันสามารถหารือกันได้ดกี ว่าให้เกิดความขัดแย้ง
จนมีการประท้วงถึงขั้นปะทะรุนแรงดังที่ผ่านมา
๑๖.๒ ความพยายามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการเสนอกฎหมาย
ว่าด้วยการปรองดอง เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปฏิรูปการเมือง เพื่อเสริมสร้าง
ความมั่นคงในระบอบประชาธิปไตย โดยรัฐบาลได้ผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
เข้าสูก่ ระบวนการพิจารณาโดยรัฐสภาแล้ว ซึง่ เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลทีไ่ ด้แถลงไว้
ต่อรัฐสภา ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการของรัฐสภา นอกจากนี้ รัฐบาลสนับสนุน
การด�ำเนินงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้าง
ความปรองดองแห่งชาติ เพื่อศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติต่อไป

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

67

ผลการด�ำเนินการตามแนวนโยบายพืน้ ฐานแห่งรัฐ
(จ�ำแนกรายมาตรา)

รัฐบาลได้ก�ำหนดนโยบายในการบริหารประเทศโดยค�ำนึงถึงพันธกิจ
ที่ต้องสนองตอบต่อแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
มาตรา ๗๗-๘๗ เป็ น ส�ำ คั ญ เพื่ อ วางรากฐานการพั ฒ นาประเทศในแต่ ล ะด้ า น
ให้ เ กิ ด ความมี เ สถี ย รภาพและยั่ ง ยื น รวมทั้ ง การเสริ ม สร้ า งภาพลั ก ษณ์ แ ละ
ความเชื่ อ มั่ น ของประเทศ อั น จะน� ำ ไปสู ่ สั ง คมไทยที่ ป ระชาชนสมานฉั น ท์
ปรองดอง มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสุข

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผลการดำ�เนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ

ส่วนที่สอง

69

มาตรา ๗๗ รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช
อธิปไตย และบูรณภาพแห่งเขตอ�ำนาจรัฐ และต้องจัดให้มกี �ำลังทหาร
อาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยจ�ำเป็น และเพียงพอ
เพื่ อ พิ ทั ก ษ์ รั ก ษาเอกราช อธิ ป ไตย ความมั่ น คงของรั ฐ สถาบั น
พระมหากษัตริย์ ผลประโยชน์แห่งชาติ และการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเพื่อการ
พัฒนาประเทศ

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

แนวนโยบาย
ด้านความมั่นคงของรัฐ

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

70

มาตรา ๗๗ พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช
อธิปไตย และบูรณภาพแห่งเขตอ�ำนาจรัฐ และต้องจัดให้มกี �ำลังทหาร
อาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยจ�ำเป็น และเพียงพอ
เพื่ อ พิ ทั ก ษ์ รั ก ษาเอกราช อธิ ป ไตย ความมั่ น คงของรั ฐ สถาบั น
พระมหากษัตริย์ ผลประโยชน์แห่งชาติ และการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเพื่อการ
พัฒนาประเทศ

จัดตั้งเครือข่าย

ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต
เพื่อเทิดทูนและ
พิทักษ์สถาบัน
พระมหากษัตริย์ และ

สนับสนุนการด�ำเนินงานของ

ศูนย์ปฏิบัติการ
ความปลอดภัย
ทางไซเบอร์ (Cyber

Security Operation
Center) เพื่อป้องกัน
ภัยคุกคามด้านเทคโนโลยี
สารสนเทศที่อาจมี
ผลกระทบต่อความมั่นคง
ของประเทศชาติ ศาสนา
สถาบันพระมหากษัตริย์

รัฐบาลได้ให้ความส�ำคัญในการเทิดทูน ปกป้อง และพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบัน
พระมหากษัตริย์ การสร้างความปรองดองของคนในชาติ การเยียวยาและฟื้นฟู
ผูท้ ไี่ ด้รบั ผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
การเร่งน�ำสันติสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินในพื้นที่จังหวัดชายแดน
ภาคใต้ การป้องกันประเทศและการพัฒนาระบบการเตรียมพร้อมแห่งชาติ รวมทั้ง
การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมค้ามนุษย์ การหลบหนีเข้าเมืองและแรงงานต่างด้าว
ผิดกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นคงและความสงบสุขให้เกิดขึ้นแก่ประชาชน โดยมี
ผลการด�ำเนินงานที่ส�ำคัญ ดังนี้
๑. เทิ ด ทู น และพิ ทั ก ษ์ รั ก ษาไว้ ซึ่ ง สถาบั น พระมหากษั ต ริ ย ์ รั ฐ บาล
ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
และตระหนักว่าสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจและความจงรักภักดี
ของประชาชนชาวไทยตลอดมา ก่ อ ให้ เ กิ ด ความผู ก พั น และความภาคภู มิ ใ จ
ในความเป็นชาติไทย นับตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินได้จัดกิจกรรม
เพื่อเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ สนับสนุนการจัดงานพระราชพิธีและรัฐพิธี
ส�ำคัญ รวมทั้งสนับสนุนโครงการพระราชด�ำริ โดยมีการด�ำเนินงานที่ส�ำคัญ ดังนี้
๑.๑ พิ ทั ก ษ์ แ ละปกป้ อ งสถาบั น พระมหากษั ต ริ ย ์ รั ฐ บาลได้
ถวายความปลอดภั ย แด่ พ ระมหากษั ต ริ ย ์ และพระบรมวงศานุ ว งศ์ ปกป้ อ ง
การล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ และปราบปรามการกระท�ำที่เป็นการ
ล่วงละเมิดอย่างต่อเนื่อง โดยใช้มาตรการด้านการข่าวและการบังคับใช้กฎหมาย
อย่างจริงจังต่อบุคคลและกลุ่มบุคคลที่มีการกระท�ำในลักษณะการล่วงละเมิด
สถาบันพระมหากษัตริย์ โดยได้ด�ำเนินการต่าง ๆ ดังนี้

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

71

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

๑.๑.๑ สร้ า งเครื อ ข่ า ยทางอิ น เทอร์ เ น็ ต เพื่ อ ปกป้ อ ง
สถาบันพระมหากษัตริย์ ได้จัดตั้งเครือข่ายผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อเทิดทูนและ
พิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อต่อต้านภัยคุกคามต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบ
ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และแก้ไขปัญหากรณีที่อาจมีผู้ไม่หวังดีแสดงข้อความ
ไม่เหมาะสมต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ทางอินเทอร์เน็ต สนับสนุนการด�ำเนินงาน
ของศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security Operation
Center) ในการก�ำกับดูแล ด�ำเนินคดี และป้องกันภัยคุกคามด้านเทคโนโลยี
สารสนเทศที่อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศชาติ ศาสนา สถาบัน
พระมหากษั ต ริ ย ์ หรื อ กระทบต่ อ ขนบธรรมเนี ย มประเพณี ข องไทย ประสาน
ความร่วมมือกับผูใ้ ห้บริการทางอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศ เช่น ผูใ้ ห้บริการ Facebook
และ Youtube เพื่อระงับการเผยแพร่ภาพและเนื้อหาที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
๑.๑.๒ การสร้างความรูค้ วามเข้าใจเกีย่ วกับสถาบันพระมหากษัตริย์
ส่ ง เสริ ม การเผยแพร่ ค วามรู ้ ที่ ถู ก ต้ อ งเกี่ ย วกั บ สถาบั น พระมหากษั ต ริ ย ์ เช่ น
การจัดพิมพ์หนังสือ King Bhumibol Adulyadej: A Life’s Work เพื่อเผยแพร่
ให้สื่อและสาธารณชนต่างประเทศ รวมทั้งชุมชนไทยในต่างประเทศได้รับทราบ
ข้อมูลที่ถูกต้องและสมบูรณ์เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสถาบัน
พระมหากษั ต ริ ย ์ ข องไทย และเชิ ญ ผู ้ แ ทนชุ ม ชนไทยในต่ า งประเทศเยื อ น
ประเทศไทยเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของชาติและ
สถาบันพระมหากษัตริย์ โดยที่ผ่านมาได้มีผู้แทนชุมชนไทยจากสหราชอาณาจักร
และไอร์แลนด์มาเข้าร่วมกิจกรรม
๑.๑.๓ ส่งเสริมให้ส่วนราชการร่วมพิทักษ์และปกป้องสถาบัน
พระมหากษั ต ริ ย ์ ได้ ด� ำ เนิ น งานตามแผนงานส่ ง เสริ ม การปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการธ�ำรงไว้ซึ่งสถาบันหลัก
ของชาติ โดยมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการด�ำเนินงาน
ตามแผนดังกล่าวระหว่างกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและ
ความมั่ น คงของมนุ ษ ย์ ส� ำ นั ก งานต� ำ รวจแห่ ง ชาติ และส� ำ นั ก นายกรั ฐ มนตรี
เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๕ พร้อมทั้งชี้แจงและท�ำความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว
แก่รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด หัวหน้าส�ำนักงานจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด
หัวหน้าส่วนราชการประจ�ำจังหวัด และนายอ�ำเภอในพื้นที่ ให้เข้าใจถึงเป้าหมาย
การด�ำเนินการตามแผนงานฯ อย่างถูกต้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

72

ได้สร้างวิทยากรถ่ายทอดความรู้ตามแนวทางแผนงานส่งเสริมการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการธ�ำรงไว้ซึ่งสถาบันหลัก
ของชาติในระดับพื้นที่เป็นรายภาคทั้ง ๔ ภาค
๑.๑.๔ จัดกิจกรรมเพือ่ สร้างจิตส�ำนึกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
กิจกรรมต่าง ๆ ที่ส�ำคัญ เช่น โครงการสร้างจิตส�ำนึกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
โดยหน่ ว ยงานด้ า นความมั่ น คงต่ า ง ๆ มี ผู ้ เ ข้ า ร่ ว มทั้ ง สิ้ น ๑๘๐,๔๕๖ คน
จั ด โครงการบรรพชาอุ ป สมบทครู แ ละบุ ค ลากรอาชี ว ศึ ก ษาเฉลิ ม พระเกี ย รติ
ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธี
มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ จัดโครงการเรียนรู้
ตามรอยพระยุ ค ลบาท และศึ ก ษาดู ง านโครงการอั น เนื่ อ งมาจากพระราชด� ำ ริ
ณ ศู น ย์ ศึ ก ษาการพั ฒ นาภู พ านอั น เนื่ อ งมาจากพระราชด� ำ ริ จั ง หวั ด สกลนคร
จัดประชุมวิชาการและนิทรรศการ ทรัพยากรไทย ก้าวสู่โลกกว้างอย่างมั่นใจ
ณ ศูนย์ฝกึ หนองระเวียง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ต�ำบลหนองระเวียง
อ�ำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา จัดสื่อวิทยุกระจายเสียงออกอากาศ
ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงในเครือข่ายทั่วประเทศ รวม ๖,๖๒๘ ครั้ง และจัดท�ำ
ป้ายประชาสัมพันธ์ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ รวม ๑๖,๔๐๘ ครั้ง ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชน
ได้แสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีส่วนร่วม
ในการต่อต้านภัยคุกคามที่มีผลกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มีความเข้าใจ
ตระหนักถึงบทบาทของตนต่อสังคมส่วนรวม มีส่วนร่วมต่อการปฏิบัติงานของ
เจ้าหน้าทีข่ องรัฐในรูปแบบของเครือข่ายประชาชน มีความรัก ความสามัคคี และอยูด่ ี
มีสุขตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
๑.๒ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ รัฐบาลได้ถวายความจงรักภักดี
ต่ อ สถาบั น พระมหากษั ต ริ ย ์ เ นื่ อ งในโอกาสมหามงคลที่ ส� ำ คั ญ อย่ า งต่ อ เนื่ อ ง
ในปี ๒๕๕๔ เพื่ อ เฉลิ ม พระเกี ย รติ พ ระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู ่ หั ว ในโอกาสที่
ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
ทรงเจริ ญ พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา และสมเด็ จ พระบรมโอรสาธิ ร าชฯ
สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมายุ ๖๐ พรรษา ดังนี้
๑.๒.๑ จัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนือ่ งในโอกาสพระราชพิธมี หามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการอ�ำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

73

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

พระเจ้ า อยู ่ หั ว เนื่ อ งในโอกาสพระราชพิ ธี ม หามงคลเฉลิ ม พระชนมพรรษา
๗ รอบ ๕ ธั น วาคม ๒๕๕๔ และคณะกรรมการอื่ น ๆ อี ก ๑๑ คณะ
เพื่ อ อ� ำ นวยการจั ด งานซึ่ ง มี กิ จ กรรมประกอบด้ ว ย การจั ด ขบวนพยุ ห ยาตรา
ทางชลมารคในการพระราชพิ ธี ท รงบ� ำ เพ็ ญ พระราชกุ ศ ลถวายผ้ า พระกฐิ น
ณ วั ด อรุ ณ ราชวราราม การจั ด พิ ธี เ สกและอั ญ เชิ ญ น�้ ำ พระพุ ท ธมนต์
เพื่ อ เป็ น น�้ ำ สรงถวายพระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู ่ หั ว การจั ด พิ ธี แ ละกิ จ กรรม
ทางศาสนาต่าง ๆ (เช่น การบรรพชาอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ) การจัดพิธีถวาย
พระพรชัยมงคลและงานมหรสพสมโภช การจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ
การจั ด โครงการและกิ จ กรรมร่ ว มเฉลิ ม พระเกี ย รติ ก ว่ า ๓๐๐ โครงการ
เช่น การจัดท�ำเว็บไซต์การจ�ำลองนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติออนไลน์ ๓ มิติ
ภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชัน ๓ มิติ เฉลิมพระเกียรติ เรื่อง ”พระราชาผู้ยิ่งใหญ่„
การ์ตูนแฟลช ๓ มิติ มุมมองอิสระ น�ำเสนอพระราชกรณียกิจและพระราชด�ำริ
ในการจัดท�ำโครงการต่าง ๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
นอกจากนี้ ยั ง มี โ ครงการมอบโต๊ ะ เก้ า อี้ ปรั บ ปรุ ง
ห้องเรียนระบบไฟฟ้า สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน การกีฬา และทุนค่าอาหาร
กลางวั น ให้ แ ก่ โ รงเรี ย นต� ำ รวจตระเวนชายแดน และโรงเรี ย นในชนบทที่
ขาดแคลนจ�ำนวน ๘๖ แห่งทั่วประเทศ โครงการก่อสร้างฝายชะลอน�้ำโดยน�ำวัสดุ
คอนกรีตมาสร้างเป็นฝายส�ำหรับกักเก็บน�้ำ และจัดกิจกรรมบทความร้อยเรียง
ความประทับใจในพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โครงการ
สนองน�ำ้ พระราชหฤทัยในหลวง ทรงห่วงใยสุขภาพประชาชนเพือ่ ถวายเป็นพระราชกุศล
โดยด�ำเนินการใน ๓ กลุ่ม คือ ประชาชนอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป กลุ่มพระภิกษุ และ
กลุ่มผู้น�ำศาสนาอิสลาม ได้คัดกรองเบาหวานรวม ๒๒,๓๕๙,๘๗๗ คน คัดกรอง
ความดันโลหิตสูงรวม ๒๒,๕๔๒,๖๑๕ คน และมีหมู่บ้าน/ชุมชนต้นแบบในการ
ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและการดูแลผู้ป่วย
โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ๗,๙๖๕ แห่ง โครงการรักษ์ตา รักษ์หัวใจ
ใส่ เ ข่ า เที ย มเฉลิ ม พระเกี ย รติ โดยรั ก ษาผู ้ ป ่ ว ยจอประสาทตาเสื่ อ มได้
๑,๐๔๐ ดวงตา (๙๙๙ ราย) รักษาผู้ป่วยโรคหัวใจด้วยหัตถการพิเศษ ๒,๕๗๖ ดวง
ท�ำการผ่าตัดข้อเข่า ๔๐๒ ราย โครงการฟันเทียมพระราชทานและการส่งเสริม
สุขภาพช่องปากผู้สูงอายุเฉลิมพระเกียรติ โดยจัดบริการใส่ฟันเทียมทั้งปากแก่
ผู ้ สู ง อายุ จ� ำ นวน ๓๗,๕๑๑ ราย โครงการประชุ ม วิ ช าการประจ� ำ ปี ๒๕๕๔

ด�ำเนินโครงการ

สนองน�้ำพระราชหฤทัย
ในหลวง ทรงห่วงใย
สุขภาพประชาชน

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดย
 คัดกรองเบาหวานรวม
๒๒,๓๕๙,๘๗๗ คน
 คัดกรองความดันโลหิตสูง
รวม ๒๒,๕๔๒,๖๑๕ คน

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

74

”เทิดพระเกียรติ ๘๔ พรรษาสุขภาพดีถ้วนหน้า ด้วยสาธารณสุขไทย„ โดยจัด
นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา สุขภาพดีถ้วนหน้า ด้วยสาธารณสุขไทย
และแสดงนิทรรศการผลงานเด่นของงานสาธารณสุข โครงการจัดสัมมนาวิชาการ
งาน ๘๔ พรรษา ประโยชน์สุขสู่ปวงประชา ซึ่งมีผู้เข้าร่วม จ�ำนวน ๑,๐๐๐ คน
ได้ อ งค์ ค วามรู ้ ต ามแนวพระราชด� ำ ริ แ ละแนวทางปรั ช ญาของเศรษฐกิ จ
พอเพียงไปประยุกต์ใช้ในการด�ำรงชีวิตอย่างยั่งยืนต่อไป การจัดนิทรรศการ
เฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา ประโยชน์สุขสู่ปวงประชา ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติ
สิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๘-๑๔ มีนาคม ๒๕๕๕ มีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้น
กว่ า ๑๐๐,๐๐๐ คนและจั ด นิ ท รรศการสั ญ จรเฉลิ ม พระเกี ย รติ ๑๐ ครั้ ง
ในต่ า งจั ง หวั ด เพื่ อ ให้ ป ระชาชนและหน่ ว ยงานทุ ก ภาคส่ ว นได้ เ ข้ า ใจแนวทาง
พระราชด� ำ ริ โดยเฉพาะการด�ำ เนิน การตามวิ ถีของปรั ชญาเศรษฐกิจพอเพีย ง
โดยสามารถประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม เกิดความยั่งยืน
๑.๒.๒ จั ด งานเฉลิ ม พระเกี ย รติ ส มเด็ จ พระนางเจ้ า ฯ
พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา
๘๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕ รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการอ�ำนวยการ
จัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาส
พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕
เพื่ออ�ำนวยการจัดงาน โครงการ และกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติต่าง ๆ โดยมี
โครงการที่ส�ำคัญ เช่น โครงการจัดแสดงผ้าไหมไทย โครงการหมู่บ้านกองทุน
แม่ ข องแผ่ น ดิ น โครงการจั ด ท� ำ นิ ท รรศการ ”เฉลิ ม พระเกี ย รติ ๘๐ พรรษา
บรมราชินีนาถ สิริแห่งแผ่นดิน„ และนิทรรศการเผยแพร่พระราชกรณียกิจอื่น ๆ
อาทิ การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ปวงประชา ร่มเย็นเป็นสุข
ระหว่ า งวั น ที่ ๑๕-๑๙ สิ ง หาคม ๒๕๕๕ ณ สวนสมเด็ จ พระนางเจ้ า สิ ริ กิ ติ์ ฯ
พระบรมราชินีนาถ ที่ก่อให้เกิดคุณูปการต่อประชาชน ประเทศชาติมาอย่างต่อเนื่อง
และเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจตามแนวทางพระราชด�ำริให้กว้างขวาง เพือ่ ให้คนไทย
ได้ ส� ำ นึ ก ในพระมหากรุ ณ าธิ คุ ณ ในสมเด็ จ พระนางเจ้ า ฯ พระบรมราชิ นี น าถ
ที่ได้พระราชทานพระราชด� ำริในด้านต่าง ๆ สามารถบูรณาการ และขยายผล
จากการด�ำเนินการตามแนวพระราชด�ำริที่สามารถน�ำไปประยุกต์ใช้ปฏิบัติให้เกิด
ประโยชน์แก่ตนเองและสังคมส่วนรวม โครงการจัดท�ำสารคดีเฉลิมพระเกียรติ
และจัดกิจกรรมปลูกต้นสักสายพันธุ์มเหสักข์–สักสยามมินทร์ (จ�ำนวน ๙๖๐ ต้น

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

75

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

ในพื้นที่ ๗๔ จังหวัด) นอกจากนี้ ในโอกาสมหามงคลดังกล่าว รัฐบาลได้ทูลเกล้าฯ
ถวายพระราชสมัญญา ”อัคราภิรักษศิลปิน„ ซึ่งหมายความว่า ”ศิลปินยิ่งใหญ่
ผู ้ ป กปั ก รั ก ษางานศิ ล ปะ„ เพื่ อ แสดงความส� ำ นึ ก ในพระมหากรุ ณ าธิ คุ ณ ที่ ไ ด้
ทรงอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมให้สืบทอดถึง
อนุชนรุ่นหลังสืบไป และพระราชสมัญญา ”พระมารดาแห่งไหมไทย„ เพื่อประกาศ
พระเกียรติคุณและน้อมร�ำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อการพัฒนาไหมไทย
๑.๒.๓ จัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ
๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๕ รั ฐ บาลได้ แ ต่ ง ตั้ ง คณะกรรมการอ� ำ นวยการจั ด งาน
เฉลิ ม พระเกี ย รติ ส มเด็ จ พระบรมโอรสาธิ ร าชฯ สยามมกุ ฎ ราชกุ ม าร เนื่ อ งใน
โอกาสมหามงคลเฉลิ ม พระชนมพรรษา ๕ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๕
เพื่ อ อ� ำ นวยการจั ด งาน โครงการและกิ จ กรรมเฉลิ ม พระเกี ย รติ ต ่ า ง ๆ
โดยมีโครงการที่ส�ำคัญ เช่น โครงการจัดท�ำหนังสือประมวลพระราชกรณียกิจ
สมเด็ จ พระบรมโอรสาธิ ร าชเจ้ า ฟ้ า มหาวชิ ร าลงกรณ สยามมกุ ฎ ราชกุ ม าร
พุทธศักราช ๒๔๙๕–๒๕๕๕ โครงการถวายตู้ยาสามัญประจ�ำวัดและเวชภัณฑ์
ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา
๖๐ พรรษา นอกจากนี้ ยั ง ได้ ส นั บ สนุ น การด� ำ เนิ น งานโครงการสายใยรั ก
แห่งครอบครัว ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
โดยการจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ในพื้นที่ควบคุมในพระองค์ ๙๐๔ ประจ�ำปี
๒๕๕๕ กิ จ กรรมดี เ จเพื่ อ สายใยรั ก แห่ ง ครอบครั ว และประชุ ม เชิ ง ปฏิ บั ติ ก าร
ถอดองค์ ค วามรู ้ ก ารจั ด การเรี ย นการสอนและการจั ด ท� ำ ข้ อ มู ล เพื่ อ น� ำ มาเป็ น
บทความเผยแพร่ ได้แก่ นมแม่ ดีที่หนึ่ง บทบาทพ่อแม่ในครอบครัว การเลี้ยงลูก
ด้วยนมแม่ และการเลี้ยงลูกให้ฉลาดสมวัย
๑.๒.๔ เฉลิ ม พระเกี ย รติ ส มเด็ จ พระเทพรั ต นราชสุ ด าฯ
สยามบรมราชกุมารี เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ
๒ เมษายน ๒๕๕๕ ซึ่ ง ได้ มี ก ารจั ด นิ ท รรศการภาพถ่ า ยฝี พ ระหั ต ถ์ ส มเด็ จ
พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ”อุปบัติ ณ โลกี„ จ�ำนวนประมาณ
๑๙๐ ภาพ ทั้งในกรุงเทพมหานครและภูมิภาค รวมทั้งการจัดโครงการบรรพชา
อุปสมบทพระภิกษุสามเณร และบวชศีลจาริณีภาคฤดูร้อน มีวัดเข้าร่วมโครงการ

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

76

จ� ำ นวน ๒,๗๕๕ แห่ ง และมี ป ระชาชนเข้ า ร่ ว มบรรพชาอุ ป สมบท จ� ำ นวน
๒๓๕,๙๖๗ คน บวชศีลจาริณี จ�ำนวน ๒๑๖,๗๔๑ คน
๑.๒.๕ โครงการเฉลิ ม พระเกี ย รติ เนื่ อ งในวั น ส�ำคั ญ ของ
พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์
 ได้ จั ด ท� ำ สารคดี เ ผยแพร่ อ อกอากาศทาง
สถานีโทรทัศน์ ได้แก่ วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
(๕ ธันวาคม ๒๕๕๔) วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินนี าถ
(๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕) วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
สยามมงกุฎราชกุมาร (๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๕) วันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (๒ เมษายน ๒๕๕๕) วันคล้ายวันประสูติ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี (๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕)
วันคล้ายวันประสูติพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จ
พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (๙ ธันวาคม ๒๕๕๔) วันคล้ายวันประสูติ
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา (๗ ธันวาคม ๒๕๕๔) และวันคล้าย
วันประสูติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ (๘ มกราคม ๒๕๕๕)
 คณะรั ฐ มนตรี ไ ด้ มี ม ติ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๕
ถวายพระราชสมัญญา ”พระบิดาแห่งการอุดมศึกษาไทย„ แด่สมเด็จพระบรมราชชนก
เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพครบรอบ ๑๒๐ ปี เพื่อเฉลิมพระเกียรติ
ในพระราชกรณียกิจด้านการอุดมศึกษาและระบบการศึกษาระดับอุดมศึกษา
ของประเทศ และจั ด สั ป ดาห์ แ ห่ ง การเฉลิ ม ฉลองการถวายพระราชสมั ญ ญา
”พระบิ ด าแห่ ง การอุ ด มศึ ก ษาไทย„ ในวั น ที่ ๑๑-๑๓ ตุ ล าคม ๒๕๕๕ รวมทั้ ง
ได้จัดท�ำตราไปรษณียากรและไปรษณียบัตรเจ้าฟ้า และเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก
๑๒๐ ปี วันพระราชสมภพฯ
 ได้จัดเตรียมความพร้อมในการด�ำเนินโครงการ
เฉลิมฉลองวาระ ๑๕๐ ปี พระราชสมภพสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี
พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ตั้งแต่วันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๕ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๗
เพื่ อ เฉลิ ม พระเกี ย รติ และเผยแพร่ พ ระราชกรณี ย กิ จ และพระเกี ย รติ คุ ณ
โดยเฉพาะจากการที่ยูเนสโกได้ประกาศยกย่องให้ทรงเป็นบุคคลส�ำคัญของโลก
ในฐานะผู้มีผลงานดีเด่น ด้า นการศึก ษา วิทยาศาสตร์ประยุก ต์ (สาธารณสุข)
วัฒนธรรม สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ โดยจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การสัมมนา

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

77

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

วิชาการนานาชาติ การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ
ในต่างประเทศ ณ ส�ำนักงานใหญ่ยูเนสโก ประเทศฝรั่งเศส การจัดพิมพ์หนังสือ
ที่ ระลึ กเฉลิม พระเกียรติ การจัด สร้างเหรียญกษาปณ์ ที่ ร ะลึ ก เหรี ย ญที่ ร ะลึ ก
และเข็มตราสัญลักษณ์
๑.๒.๖ สนับสนุนการจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิง
พระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี
รั ฐ บาลได้ แ ต่ ง ตั้ ง คณะกรรมการอ� ำ นวยการจั ด งานพระราชพิ ธี พ ระราชทาน
เพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี
และคณะกรรมการด�ำเนินการฝ่ายต่าง ๆ จ�ำนวน ๘ คณะ เพื่ออ�ำนวยการจัดงาน
โดยรัฐบาลได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตด�ำเนินการจัดงานพระราชพิธี
พระราชทานเพลิงพระศพ ซึ่งมีการด�ำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ได้แก่
 จัดสร้างพระเมรุ สิง่ ปลูกสร้างประกอบพระเมรุ และ
บูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ
 จัดท�ำหนังสือจดหมายเหตุและหนังสือที่ระลึก
 ประโคมย�ำ่ ยามพระราชพิธสี วดพระอภิธรรมพระศพ
และให้มีการบรรเลง–ขับร้องด้วยวงปี่พาทย์ไม้นวม โดยมีบทขับร้องที่น�ำมาจาก
บทพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
 จัดขบวนพระอิสริยยศงานพระราชพิธีพระราชทาน
เพลิงพระศพอย่างสมพระเกียรติ
 จัดแสดงมหรสพช่วงกลางคืนบริเวณท้องสนาม
หลวงจ�ำนวน ๓ เวที
 จัดพิธถี วายดอกไม้จนั ทน์ของภาคประชาชนก�ำหนด
จัดพิธีตามซุ้มรับดอกไม้จันทน์บริเวณท้องสนามหลวงจ�ำนวน ๕ ซุ้ม และจัดพิธี
ตามวัดในส�ำนักงานเขตต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร และจัดพิธีตามวัดต่าง ๆ
ของทุ ก จั ง หวั ด และอ� ำ เภอ รวมทั้ ง ได้ จั ด นิ ท รรศการเฉลิ ม พระเกี ย รติ ส มเด็ จ
พระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี และด�ำเนินการจัด
นิทรรศการแบบถาวรที่พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

78

ต.ค. ๕๔-ส.ค.๕๕
รัฐบาลได้อนุมัติ

งบประมาณสนับสนุน
โครงการพระราชด�ำริ
ผ่านส�ำนักงาน กปร. ไปแล้ว

๒๕๐ โครงการ วงเงิน
๒,๑๔๑.๓๒ ล้านบาท
 ประชาชนได้รับประโยชน์

๑๕๘,๗๑๗ ครัวเรือน

 พื้นที่การเกษตร

๕๐๑,๑๑๓ ไร่

 พื้นที่ป่าไม้

๑,๐๓๕,๒๗๑ ไร่

๑.๓ สนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ
๑.๓.๑ สนับสนุนโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ
รั ฐ บาลได้ ส นั บ สนุ น โครงการอั น เนื่ อ งมาจากพระราชด� ำ ริ อ ย่ า งต่ อ เนื่ อ ง
โดยในส่ ว นของโครงการที่ ส� ำ นั ก งานคณะกรรมการพิ เ ศษเพื่ อ ประสานงาน
โครงการอั น เนื่ อ งมาจากพระราชด� ำ ริ ได้ ข อรั บ การสนั บ สนุ น งบประมาณ
ในระหว่ า งเดื อ นตุ ล าคม ๒๕๕๔-สิ ง หาคม ๒๕๕๕ ได้ อ นุ มั ติ ไ ปแล้ ว ทั้ ง สิ้ น
จ�ำนวน ๒๕๐ โครงการ/กิจกรรม วงเงิน ๒,๑๔๑.๖๙ ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการ
ด้านต่าง ๆ ดังนี้
จ�ำนวนโครงการ/
วงเงิน
ด้านโครงการ/กิจกรรม
กิจกรรม
(ล้านบาท)
ด้านการบูรณาการและอื่น ๆ
๙๐
๕๑๑.๗๕
ด้านการพัฒนาส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม
๘๔
๑๕๙.๑๗
ด้านแหล่งน�้ำ
๕๓
๑,๐๙๘.๒๖
ด้านส่งเสริมอาชีพ
๒๓
๓๗๒.๑๔
รวมทั้งสิ้น
๒๕๐
๒,๑๔๑.๓๒
ที่มา : ส�ำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ

ซึ่ ง ผลลั พ ธ์ ที่ เ กิ ด ขึ้ น ท� ำ ให้ ป ระชาชนได้ รั บ ประโยชน์ จ ากโครงการ จ� ำ นวน
๑๕๘,๗๑๗ ครั ว เรื อ น พื้ น ที่ ก ารเกษตร ๕๐๑,๑๑๓ ไร่ ตลอดจนพื้ น ที่ ป ่ า ไม้
จ� ำ นวน ๑,๐๓๕,๒๗๑ ไร่ ส่ ง ผลให้ ร าษฎรมี น�้ ำ ใช้ อุ ป โภคบริ โ ภค มี จิ ต ส� ำ นึ ก
ในความรักและหวงแหนป่า ป่าได้รับการฟื้นฟูและอนุรักษ์ ราษฎรมีอาชีพ มีรายได้
และมีต้นแบบแห่งความส�ำเร็จที่จะน�ำไปปรับใช้ในชีวิตประจ�ำวันในด้านต่าง ๆ
ส่งผลให้ราษฎรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ในส่ ว นของโครงการพั ฒ นาแหล่ ง น�้ ำ และโครงการ
ชลประทานอันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ เพื่อให้ประชาชนมีน�้ำใช้อย่างเพียงพอ
ต่อการเกษตร อุปโภค บริโภค และช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัย ปัญหาน�้ ำเค็ม
และปั ญ หาน�้ ำ เสี ย ได้ อ ย่ า งมี ป ระสิ ท ธิ ผ ล รั ฐ บาลได้ ส นั บ สนุ น โครงการต่ า ง ๆ
ในปี ๒๕๕๕ ใน ๔ ภาค แล้วเสร็จ ๒๓ โครงการ เช่น โครงการอ่างเก็บน�ำ้ ห้วยกวางตาย
จังหวัดเชียงใหม่ โครงการฝายบ้านน�้ำไคร้พร้อมระบบส่งน�้ำ จังหวัดน่าน โครงการ
ปรับปรุงระบบเก็บกักน�้ำผาจ�้ำน�้ำพร้อมระบบกระจายน�้ำ จังหวัดหนองบัวล�ำภู

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

79

สนับสนุนโครงการ
อันเนื่องมาจากพระราชด�ำริต่าง ๆ
อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ

โครงการด้านพัฒนา
แหล่งน�้ำอันเนื่องมาจาก
พระราชด�ำริ
ในปี ๒๕๕๕ ใน ๔ ภาค
แล้วเสร็จ ๒๓ โครงการ

นอกจากนั้ น ยั ง ได้ เ ผยแพร่ แ ละขยายผลโครงการ
อันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ เช่น การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านพืช ประมง ปศุสัตว์
ข้าว การพัฒนาทรัพยากรดินด้านต่าง ๆ เกษตรสมบูรณ์เพิ่มพูนสุขภาพ และบัญชี
ให้ แ ก่ เกษตรกร เยาวชน และผู ้ ส นใจทั่ ว ไป จ� ำ นวน ๒๐๗,๔๙๙ ราย
๕๕๑ โรงเรียน การให้ค�ำปรึกษาด้านพืช ดิน ปศุสัตว์ ประมง บัญชี สหกรณ์
กฎหมายแก่ผู้ที่สนใจจ�ำนวน ๙๘๐,๓๗๗ ราย การส่งเสริมการอนุรักษ์ดิน น�้ำ
และการปรับปรุงบ�ำรุงดิน ๑๓๐,๙๒๓ ไร่ การจัดท�ำแปลงต้นแบบ ๕,๔๗๑ ไร่
การปล่อยพันธุ์สัตว์น�้ำลงสู่แหล่งน�้ำ ๒๕๖.๒๗ ล้านตัว การจัดหาแหล่งน�้ำและ
บริหารจัดการน�้ำ จ�ำนวน ๑๓๐ รายการ การสนับสนุนการด�ำเนินงานของสหกรณ์/
กลุ ่ ม เกษตรกร จ� ำ นวน ๑๒๑ แห่ ง และการสนั บ สนุ น เงิ น อุ ด หนุ น เพื่ อ พั ฒ นา
ศักยภาพสหกรณ์ ๑๙ แห่ง ๑๐๐ โรงเรือน และจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ตามโครงการ

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน�้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ (จัดหาน�้ำเข้าพื้นที่
บ้ า นแสงวิ ม าน) จั ง หวั ด นครศรี ธ รรมราช โครงการระบบน�้ ำ ต� ำ บลโคกเคี ย น
อันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ (ท่อระบายน�้ำโคกขี้เหล็กและขุดลอกคลองโคกขี้เหล็ก)
จั ง หวั ด นราธิวาส โครงการก่อ สร้างสถานีสูบน�้ ำ ห้ ว ยด้ ว นและอาคารประกอบ
อันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ อ�ำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี โครงการแก้มลิง
หนองตะพอง จังหวัดจันทบุรี นอกจากนั้นยังได้สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่รอบ
โครงการชลประทานส�ำคัญ อาทิ อุโมงค์ผันน�้ำล�ำพะยังภูมิพัฒน์ จังหวัดกาฬสินธุ์
ประตูระบายน�้ำธรณิศนฤมิต จังหวัดนครพนม และเขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัด
นครนายก เช่น โครงการส่งเสริมอาชีพ และโครงการสระทฤษฎีใหม่

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

80

อั น เนื่ อ งมาจากพระราชด�ำริ แ ละขยายผลไปสู ่ ร ะดั บ หมู ่ บ ้ า น โดยผ่ า นกลไก
คณะกรรมการหมู่บ้าน จ�ำนวน ๘๗๘ แห่ง ในพื้นที่ ๔๙๑ อ�ำเภอ ๔๕ จังหวัด
และขั บ เคลื่ อ นการด�ำเนิ น กิ จ กรรมตามแผนพั ฒ นาชนบทเชิ ง พื้ น ที่ ป ระยุ ก ต์
ตามพระราชด�ำริ (ปิดทองหลังพระ) ร่วมกับมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสาน
แนวพระราชด�ำริเพื่อให้ประชาชนสามารถเรียนรู้และสร้างประสบการณ์ตรงจาก
แนวพระราชด�ำริมาปรับใช้ในชีวิตประจ�ำวัน พร้อมกับส่งเสริมการเรียนรู้โครงการ
อันเนื่องมาจากพระราชด�ำริให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
๑.๓.๒ สนั บ สนุ น โครงการก�ำลั ง ใจในพระด�ำริ พ ระเจ้ า
หลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ซึ่งมีกิจกรรมและการด�ำเนินงานที่ส�ำคัญ ดังนี้
๑.๓.๒.๑ กิ จ กรรม ”ก�ำลั ง ใจ...ก�ำลั ง ปั ญ ญา„
ณ ทัณฑสถานหญิงสงขลา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาเสด็จเปิด
กิจกรรม เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๕ โดยมีทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการสร้าง
องค์ความรู้และสร้างวิชาชีพ เช่น ความรู้ด้านกฎหมาย การสร้างห้องสมุด การดูแล
ผู้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์ เด็กติดผู้ต้องขัง และการดูแลสุขอนามัยให้เป็นไปตาม
ข้อก�ำหนดกรุงเทพมหานครว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง
๑.๓.๒.๒ สร้ า งองค์ ค วามรู ้ เ กี่ ย วกั บ เรื อ นจ�ำและ
ระบบยุ ติ ธ รรมทางอาญา โดยมี ก ารน้ อ มน� ำ ปรั ช ญาของเศรษฐกิ จ พอเพี ย ง
มาปรับใช้ในเรือนจ�ำ โดยอบรมให้ผู้ต้องขังในเรือนจ�ำน�ำร่องทั้ง ๔ แห่ง ได้แก่
จังหวัดตราด เพชรบูรณ์ เชียงราย และชัยนาท เพื่อให้มีความรู้ติดตัว มีการ
ปรับเปลี่ยนความคิด และน�ำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ได้ ซึ่งกิจกรรม
ต่ า ง ๆ ที่ เ ข้ า ไปด� ำ เนิ น การเสริ ม สร้ า งก� ำ ลั ง ใจ เช่ น การพั ฒ นาระบบการผลิ ต
มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ส�ำหรับเรือนจ�ำ การเสริมสร้างก�ำลังใจด้วยกระบวน
ยุติธรรมที่บูรณาการคุณค่าของความเป็นมนุษย์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตมิติทางจิตใจของผู้ต้องขัง
๑.๓.๒.๓ ศึกษาวิจยั เกีย่ วกับกฎหมาย เช่น การศึกษา
กฎหมายยาเสพติดในต่างประเทศ (ศึกษาเฉพาะกรณีประเทศญี่ปุ่น ฝรั่งเศส
สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา) การศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการ
แบบมี ส ่ ว นร่ ว มเพื่ อ สร้ า งก� ำ ลั ง ใจในสั ง คมเรื อ นจ� ำ (กรณี ศึ ก ษาเรื อ นจ� ำ กลาง
เพชรบุรี)

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

81

๒. สร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟื้นฟูประชาธิปไตย
ความเห็นทีแ่ ตกต่างกันในสังคมไทยทีน่ ำ� ไปสูค่ วามแตกแยกและกระทบ
ต่อความสามัคคีของคนในชาติเป็นเรื่องที่รัฐบาลได้ให้ความส�ำคัญเป็นอย่างมาก
เพราะจะส่งผลกระทบถึงการพัฒนาประเทศในภาพรวม นอกจากการด�ำเนินการ
ในเรื่องส�ำคัญเฉพาะหน้าที่ได้ด�ำเนินการและน�ำเสนอไว้แล้วส่วนแรกของรายงาน

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

๑.๓.๓ สนั บ สนุ น โครงการศู น ย์ ๓ วั ย สานสายใยรั ก
แห่งครอบครัว ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา
ในสมเด็ จ พระบรมโอรสาธิ ร าชฯ สยามมกุ ฎ ราชกุ ม าร ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ
ให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เชื่อมโยงเป็นวงจร
ทุกช่วงวัย ภายใต้ ๕ แนวคิด คือ เตรียมพร้อมก่อนครองคู่ เรียนรูร้ ว่ มกันแต่ในครรภ์
คิดสร้างสรรค์แต่เยาว์วัย ครอบครัว เสริมกายใจ ผู้สูงวัยสานใยรัก ซึ่งปัจจุบัน
มีการจัดตั้งศูนย์ ๓ วัยแล้วทั้งสิ้น ๘๐ แห่ง ใน ๗๖ จังหวัด เปิดบริการแล้ว ๗๐ แห่ง
ใน ๖๗ จังหวัด ให้บริการแก่กลุ่มเป้าหมาย จ�ำนวน ๘๐,๕๔๐ คน
๑.๓.๔ สนั บ สนุ น โครงการในพระด�ำริ ทู ล กระหม่ อ มหญิ ง
อุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ดังนี้
๑.๓.๔.๑ โครงการ To Be Number One เพื่อ
สร้ า งกระแส ”การเป็ น หนึ่ ง โดยไม่ พึ่ ง ยาเสพติ ด „ ในกลุ ่ ม วั ย รุ ่ น และเยาวชน
อย่างต่อเนื่อง และเพื่อขยายบริการและกิจกรรมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ
ให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นและเยาวชน รวมทั้งเพื่อสร้างการมีส่วนร่วม
ของเยาวชน วัยรุ่น ในการด�ำเนินกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง
ชุ ม ชน และประเทศชาติ ซึ่ ง มี จ� ำ นวนสมาชิ ก ทั่ ว ประเทศ ๓๙,๘๖๘,๘๙๐ คน
จ�ำนวนชมรมทั่วประเทศ ๓๓๘,๐๗๖ แห่ง จ�ำนวนศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นทั่วประเทศ
๙,๕๗๘ แห่ง
๑.๓.๔.๒ โครงการปาฏิหาริย์แห่งชีวิต (Miracle
of life) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนมีโอกาสในการพัฒนา
ศั ก ยภาพและมี พื้ น ที่ แ สดงออกตามความสามารถและความสนใจได้ อ ย่ า ง
เหมาะสม ตลอดจนปลูกจิตส�ำนึกให้รู้จักเป็นผู้ให้ และมีการรวมกลุ่มสร้างสรรค์
กิจกรรมทีเ่ ป็นประโยชน์ โดยจะเป็นเด็กและเยาวชนเป้าหมาย อายุระหว่าง ๑๓-๑๘ ปี
ทั่วประเทศ จ�ำนวน ๑๓,๐๐๐ คน

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

82

ฉบับนี้ รัฐบาลตระหนักดีว่ายังมีสิ่งที่จะต้องด�ำเนินการควบคู่ไปพร้อมกันอีกหลาย
ประการเพื่อให้เกิดความเข้าใจและยอมรับร่วมกัน การด�ำเนินการที่ส�ำคัญ ได้แก่
๒.๑ เสริ ม สร้ า งความเข้ า ใจร่ ว มกั น ของประชาชน โดยมี ก าร
ด�ำเนินงานที่ส�ำคัญ ดังนี้
๒.๑.๑ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ ๔ ครั้ง ได้แก่
 ประชุ ม เพื่ อ พิ จ ารณาแนวทางการด� ำ เนิ น งาน
ร่างหลักสูตร คู่มือและสื่อเผยแพร่ร่วมกับหน่วยงานภาคี คือ กระทรวงวัฒนธรรม
สถาบันพระปกเกล้า ส�ำนักระงับข้อพิพาท กรมการพัฒนาชุมชน ส�ำนักการศึกษา
นอกระบบและการศึ ก ษาตามอั ธ ยาศั ย กรมคุ ้ ม ครองสิ ท ธิ แ ละเสรี ภ าพ และ
เครือข่ายคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
 ประชุ ม หน่ ว ยงานภาคี เ พื่ อ สร้ า งเครื อ ข่ า ย
ความร่วมมือในการท�ำงานเสริมสร้างความสมานฉันท์และจัดการความขัดแย้ง
ในสั ง คมไทย จ� ำ นวน ๘ หน่ ว ยงาน ประกอบด้ ว ย กระทรวงสาธารณสุ ข
กรมส่งเสริมคุณภาพสิง่ แวดล้อม คณะกรรมการเสริมสร้างความสมานฉันท์แห่งชาติ
กรมการปกครอง ส�ำนักระงับข้อพิพาท ส�ำนักงานศาลยุติธรรม สภาทนายความ
คณะกรรมการก�ำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย คณะกรรมการ
คุ้มครองผู้บริโภค และส�ำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารยุติธรรมจังหวัดและ
ยุติธรรมทางเลือก
 ชี้ แ จงแนวทางการด� ำ เนิ น งานและจั ด พิ ธี ล งนาม
ความร่ ว มมื อ ของหน่ ว ยงานภาคี ในการเสริ ม สร้ า งความสมานฉั น ท์ ใ นชุ ม ชน
ประกอบด้ ว ย กระทรวงวั ฒ นธรรม กรมการปกครอง กรมการพั ฒ นาชุ ม ชน
ส�ำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และกระทรวง
ยุติธรรม
 ชี้ แ จงแนวทางการเสริ ม สร้ า งความปรองดอง
สมานฉันท์ในระดับอ�ำเภอและจังหวัด จ�ำนวน ๔ รุ่น โดยมีนายอ�ำเภอ หัวหน้า
ส�ำนักงานยุติธรรมจังหวัด พนักงานคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และกรรมการ
เครือข่าย เข้าร่วม รวม ๕๘๕ คน นอกจากนี้ ยังอบรมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพ
บุคลากรของหน่วยงานภาคี จ�ำนวน ๑๒๐ คน เพื่อด�ำเนินการส่งเสริมสิทธิและ
เสรีภาพและการจัดการความขัดแย้งในพื้นที่

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

83

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

๒.๑.๒ ด�ำเนิ น โครงการวิ จั ย ต่ า ง ๆ ศึ ก ษา ค้ น หาสาเหตุ
ของความขั ด แย้ ง เพื่ อ น�ำไปสู ่ ก ารแก้ ไ ขปั ญ หา ได้ แ ก่ โครงการวิ จั ย เรื่ อ ง
กระบวนการยุติธรรมกับสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความรุนแรง : ปัญหาและ
แนวทางการแก้ไข โครงการวิจัยเรื่องการวิจัยศึกษารากเหง้าของความขัดแย้ง
สู่ทางออกเพื่อความปรองดอง และผลิตรายการโทรทัศน์ ”รายงานประชาชน
รายการ คอป.„ ออกอากาศทุ ก วั น ศุ ก ร์ สถานี วิ ท ยุ โ ทรทั ศ น์ แ ห่ ง ประเทศไทย
กรมประชาสัม พัน ธ์ และโครงการส� ำรวจและบัน ทึ ก ค�ำ บอกเล่ า (Statement
Taking) ที่ ไ ด้ รั บ ผลกระทบจากเหตุ ก ารณ์ ค วามไม่ ส งบ และความรุ น แรง
ในประเทศเพื่อการเยียวยาและการปรองดองทางสังคมตามแนว คอป.
๒.๑.๓ จั ด เวที แ ลกเปลี่ ย นความรู ้ ค วามเข้ า ใจร่ ว มกั น
ของสังคม เพื่อให้ทุกฝ่ายในสังคมไทยได้เข้าใจถึงสาเหตุของปัญหาความขัดแย้ง
ซึ่ ง เป็ น ปรากฏการณ์ ข องทุ ก สั ง คมในห้ ว งเวลาของการเปลี่ ย นผ่ า นที่ ส� ำ คั ญ
สนั บ สนุ น การเผยแพร่ ค วามรู ้ แ ละการมี ส ่ ว นร่ ว มรวมถึ ง การแลกเปลี่ ย น
ความคิดเห็น เพื่อความเข้าใจของสังคมในการก้าวข้ามความขัดแย้งร่วมกันต่อไป
เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่ส�ำคัญในการน�ำพาสังคมไทยไปสู่สังคมประชาธิปไตยที่มี
ความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนสืบไป โดยได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการก�ำกับทิศทาง
การด�ำเนินการจัดเวทีประชาเสวนา เพื่อขับเคลื่อนโครงการจัดเวทีประชาเสวนา
โดยมี วั ต ถุ ป ระสงค์ เ พื่ อ รั บ ฟั ง ข้ อ เสนอที่ ส ร้ า งสรรค์ ปฏิ บั ติ ไ ด้ จ ริ ง ในการยุ ติ
ความขั ด แย้ ง และสร้ า งความปรองดองมิ ใ ห้ เ กิ ด ความรุ น แรงขึ้ น อี ก โดยผ่ า น
กระบวนการพูดคุย ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ โดยให้คณะอนุกรรมการน�ำเสนอ
ผลด�ำเนินการและข้อเสนอแนะภายในเวลา ๖๐ วัน
๒.๑.๔ ด�ำเนิ น โครงการ ”ปลู ก ฝั ง ส�ำนึ ก รั ก สามั ค คี
เสริ ม สร้ า งความปรองดอง„ โดยสร้ า งแนวคิด ๓ ร (ร่ ว มกั น คุ ย ร่ วมกั น คิ ด
ร่วมกันท�ำ) ๓ สร้าง (สร้างสามัคคี สร้างพลัง สร้างสังคมปรองดอง) แก่เยาวชน
และผู้น�ำกลุ่มต่าง ๆ ในพื้นที่ ๗๖ จังหวัด และการสร้างความปรองดองสมานฉันท์
โดยผ่ า นกิ จ กรรมลู ก เสื อ ชาวบ้ า นด้ ว ยการฝึ ก อบรมลู ก เสื อ ชาวบ้ า นทบทวน
ทุกจังหวัด/กรุงเทพมหานคร จ�ำนวน ๘๒ รุ่น และฝึกอบรมลูกเสือชาวบ้านใหม่
ทุกอ�ำเภอ/เขต จ�ำนวน ๙๒๘ รุ่น รวมทั้งสิ้น ๑,๐๑๐ รุ่น

ด�ำเนินโครงการ

”ปลูกฝังส�ำนึก
รักสามัคคี เสริมสร้าง
ความปรองดอง„
ภายใต้แนวคิด ๓ ร ๓ สร้าง
 ๓ ร
ร่วมกันคุย
ร่วมกันคิด
ร่วมกันท�ำ
 ๓ สร้าง
สร้างสามัคคี
สร้างพลัง
สร้างสังคมปรองดอง

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

84

๒.๒ ศึ ก ษารายงานของคณะกรรมาธิ ก ารวิ ส ามั ญ พิ จ ารณาศึ ก ษา
แนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ในประเด็นส�ำคัญ ได้แก่
๒.๒.๑ เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายน
ถึงพฤษภาคม ๒๕๕๓ ที่มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมืองและเป็นปัญหา
ในเชิงโครงสร้างที่เกิดจากการเมือง การปกครอง กฎหมาย และการบังคับใช้
กฎหมายที่ ไ ม่ เ ป็ น ไปตามหลั ก นิ ติ ธ รรม ประกอบกั บ การรั ฐ ประหาร เมื่ อ วั น ที่
๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ท�ำให้ปัญหาความขัดแย้งเพิ่มระดับความซับซ้อนมากขึ้น
น�ำไปสู่การกระท�ำความผิดของผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู ้ ก ระท�ำความผิ ด มี มู ล จู ง ใจ
ทางการเมือง จึงไม่สามารถน�ำหลักความยุติธรรมทางอาญา (Criminal Justice)
ที่มีเพีย งมาตรการในเชิงลงโทษแต่ เ พีย งอย่ างเดีย ว มาใช้ในการแก้ ไขปั ญหา
ความขัดแย้งทางการเมือง โดยให้ความเป็นธรรมทางกฎหมายอย่างเหมาะสม
กับทุกฝ่าย
๒.๒.๒ รั ฐ บาลและองค์ ก รที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ การใช้ อ�ำนาจรั ฐ
จะต้องใช้อ�ำนาจบนพื้นฐานของหลักนิติธรรม (Rule of Law) อย่างเคร่งครัด
การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นกติกาหลักทางการเมือง การปกครอง กฎหมาย และ
การบั ง คั บ ใช้ ก ฎหมาย แม้ จ ะมี ค วามจ� ำ เป็ น ที่ จ ะต้ อ งด� ำ เนิ น การเพื่ อ เป็ น การ
แก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในเชิงโครงสร้าง แต่จะต้องกระท�ำด้วย
ความระมัดระวัง
๒.๒.๓ ความขัดแย้งทางการเมืองทีเ่ กิดขึน้ ได้สร้างความเสียหาย
ให้กับระบบเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและความมั่นคงในระดับสูงสุด การยุติ
ความขัดแย้งและสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นกับคนในชาติ จึงเป็นเรื่องเร่งด่วน
และเป็นปัญหาความมั่นคงที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันน�ำพาประเทศให้ก้าวข้าม
ความขัดแย้งไปสู่ความปรองดองอย่างยั่งยืนให้ได้ และปัจจัยส�ำคัญที่จะน�ำพา
ประเทศชาติไปสู่ความปรองดอง คือ การให้อภัยซึ่งกันและกัน (Forgiveness)
โดยค�ำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ด�ำเนินการบนพื้นฐานของ
หลักนิตธิ รรม (Rule of Law) เยียวยาผูไ้ ด้รบั ผลกระทบ รวมถึงการคืนความถูกต้อง
(Justice) และคืนความชอบธรรม (Righteousness) ให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ
อันเกิดจากเหตุขัดแย้งหรือการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองทุกฝ่าย
อย่างเหมาะสม

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

85

ผู้ได้รับผลกระทบ

๑,๘๑๖ ราย

ได้รับการเยียวยา
เป็นเงินรวมทั้งสิ้น

๑,๓๗๓.๙๓ ล้านบาท

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

๓. เยียวยาและฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องแก่บุคคลทุกฝ่ายซึ่งได้รับผลกระทบ
อันเนือ่ งมาจากความเห็นแตกต่าง และความรุนแรงทีก่ อ่ ตัวขึน้ ตัง้ แต่ชว่ งปี ๒๕๔๙
ซึ่งได้ด�ำเนินการช่วยเหลือ ดังนี้
๓.๑ รั ฐ บาลได้ จ ่ า ยเงิ น เยี ย วยาผู ้ ไ ด้ รั บ ความเสี ย หายแก่ ชี วิ ต
ร่างกายให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงหรือความขัดแย้งทางการเมือง
โดยได้จา่ ยเงินเยียวยา ไปแล้ว ๑,๘๑๖ ราย เป็นเงินรวมทัง้ สิน้ ๑,๓๗๓.๙๓ ล้านบาท
(ข้ อ มู ล ณ วั น ที่ ๒๓ สิ ง หาคม ๒๕๕๕) รวมทั้ ง ได้ ช ะลอการด� ำ เนิ น คดี อ าญา
ทีเ่ กีย่ วข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองเพือ่ ตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วนในทุกด้าน
ก่อนด�ำเนินการต่อไป
๓.๒ ขอความร่ ว มมื อ หน่ ว ยงานที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ การด�ำเนิ น การ
เกี่ยวกับคดีอาญาที่มีลักษณะเกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้งในทางการเมือง ดังนี้
๓.๒.๑ เร่ ง รั ด ตรวจสอบให้ ชั ด เจนว่ า การแจ้ ง ข้ อ หาและ
การด�ำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาและจ�ำเลยสอดคล้องกับพฤติการณ์แห่งการกระท�ำ
หรือไม่ และทบทวนว่ามีการตั้งข้อหาที่รุนแรงเกินสมควร หรือการด�ำเนินคดี
ที่พยานหลักฐานอ่อน ไม่เพียงพอต่อการพิสูจน์ความผิดหรือไม่
๓.๒.๒ ด� ำ เนิ น การอย่ า งจริ ง จั ง เพื่ อ ให้ มี ก ารปล่ อ ยชั่ ว คราว
อันเป็นสิทธิพื้นฐานของผู้ต้องหาและจ�ำเลย เพื่อให้ผู้ต้องหาและจ�ำเลยสามารถ
ต่ อ สู ้ ค ดี เ พื่ อ พิ สู จ น์ ค วามบริ สุ ท ธิ์ และลดผลกระทบที่ เ กิ ด ขึ้ น กั บ ตนเองและ
ครอบครัวอันเกิดจากการถูกจ�ำกัดเสรีภาพ
๓.๒.๓ ขอความร่ ว มมื อ ให้ ช ะลอการด� ำ เนิ น คดี อ าญา
ที่สืบเนื่องมาจากความขัดแย้งในทางการเมืองเหล่านี้ไว้ก่อน โดยรอให้มีข้อมูล
ที่ครบถ้วนในทุกด้าน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์
ในการประเมินความเหมาะสมทั้งทางด้านประโยชน์สาธารณะ รวมทั้งมาตรการ
ทางอาญาที่เหมาะสมก่อน
๓.๓ มาตรการ กลไก และวิธีการเพื่อส่งเสริมการเยียวยาและฟื้นฟู
เหยื่อและผู้เสียหายตลอดจนผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงหรือความขัดแย้ง
ทางการเมืองทุกฝ่ายโดยสรุป ดังนี้

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

86

๓.๓.๑ การก� ำ หนดกรอบอั ต ราเงิ น ช่ ว ยเหลื อ ชดเชย
เยียวยาความเสียหาย ได้แก่
๓.๓.๑.๑ เ งิ น ช ด เ ช ย ก ร ณี เ สี ย ชี วิ ต อั ต ร า
๔,๕๐๐,๐๐๐ บาทต่ อ ราย โดยค� ำ นวณตามฐานข้ อ มู ล รายได้ เ ฉลี่ ย ประจ� ำ
ต่อคนต่อเดือนตามสถิติรายได้ประชาชาติของประเทศไทย (GDP per capita)
ของปี ๒๕๕๓ ซึ่งเท่ากับ ๑๕๐,๑๗๗ บาท ชดเชยค่าเสียโอกาสให้กับทุกครอบครัว
ในอั ต ราเดี ย วกั น เป็ น เวลา ๓๐ ปี ประมาณว่ า ผู ้ เ สี ย ชี วิ ต อายุ เ ฉลี่ ย ที่ ๓๕ ปี
จะมีโอกาสท�ำงานจนถึงอายุ ๖๕ ปี จึงเท่ากับขาดโอกาสท�ำงานไป ๓๐ ปี
๓.๓.๑.๒ เงิ น ช่ ว ยเหลื อ ส� ำ หรั บ ค่ า ปลงศพ อั ต รา
๒๕๐,๐๐๐ บาทต่อราย
๓.๓.๑.๓ เงิ น ชดเชยกรณี ทุ พ พลภาพ เท่ า กั บ
เงินชดเชยกรณีเสียชีวิต (๔,๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อราย)
๓.๓.๑.๔ เงินชดเชยกรณีสูญเสียอวัยวะ
สูญเสียอวัยวะ
อัตรา
ส�ำคัญ
ร้อยละ ๘๐ ของอัตราเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต (ประมาณ
๓,๖๐๐,๐๐๐ บาทต่อราย)
ไม่ส�ำคัญ
อัตราร้อยละ ๔๐ ของอัตราเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต (ประมาณ
๑,๘๐๐,๐๐๐ บาทต่อราย)
๓.๓.๑.๕ เงินชดเชยกรณีได้รับบาดเจ็บ ไม่สูญเสีย
อวัยวะ
ได้รับบาดเจ็บ
อัตรา
สาหัส
ร้อยละ ๒๕ ของอัตราเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต (ประมาณ
๑,๑๒๕,๐๐๐ บาทต่อราย)
ไม่สาหัส
อัตราร้อยละ ๑๕ ของอัตราเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต (ประมาณ
๖๗๕,๐๐๐ บาทต่อราย)
เล็กน้อย
อัตราร้อยละ ๕ ของอัตราเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต (ประมาณ
๒๒๕,๐๐๐ บาทต่อราย)

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

87

๓.๓.๑.๗
เหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง
กรณี
ศาลมีค�ำสั่ง/ค�ำพิพากษาถึงที่สุด
ให้ยกฟ้อง
ศาลมีค�ำสั่ง/ค�ำพิพากษาถึงที่สุด
ให้จำ� คุก แต่ถูกควบคุมหรือคุมขัง
เกินกว่าระยะเวลาให้จำ� คุก

การชดเชยเยียวยาผู้ที่ถูกด�ำเนินคดีจาก
ให้ได้รับเงินชดเชยในอัตราเท่ากับ
จ�ำนวนระยะเวลาที่ถูกควบคุมตัว
จ�ำนวนระยะเวลาที่ถูกควบคุมตัวเกินกว่า
ระยะเวลาให้จ�ำคุก

หมายเหตุ เงินชดเชย จะค�ำนวณตามฐานข้อมูลรายได้เฉลี่ยประจ�ำต่อคนต่อเดือน ตามสถิติ

รายได้ประชาชาติของประเทศไทย ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ (๑๕๐,๑๗๗ บาทต่อปี)

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

๓.๓.๑.๖ เงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล
กรณี
อัตราเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน
เสียชีวิต โดยได้เข้ารับการรักษาก่อนเสียชีวิต
๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อราย
ทุพพลภาพและสูญเสียอวัยวะส�ำคัญ
๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อราย
ทุพพลภาพและสูญเสียอวัยวะส�ำคัญ
๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อรายต่อปี
และเมื่อจ�ำเป็นต้องเข้ารับการรักษาต่อเนื่อง
สูญเสียอวัยวะไม่ส�ำคัญ
๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อราย
สูญเสียอวัยวะไม่สำ� คัญ และเมื่อจ�ำเป็นต้องเข้า
๕๐,๐๐๐ บาทต่อรายต่อปี
รับการรักษาต่อเนื่อง
ได้รับบาดเจ็บสาหัส
๕๐,๐๐๐ บาทต่อราย
ได้รับบาดเจ็บไม่สาหัส
๒๐,๐๐๐ บาทต่อราย
ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
๑๐,๐๐๐ บาทต่อราย

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

88

๓.๓.๑.๘ การชดเชยเยียวยาความสูญเสียทางด้าน
จิตใจ
กรณี
เสียชีวิต หรือทุพพลภาพ
ศาลมีค�ำสั่ง/ค�ำพิพากษา
ถึงที่สุดให้ยกฟ้อง และ
ได้ถูกควบคุมหรือคุมขัง
ก่อนศาลมีค�ำสั่ง/ค�ำพิพากษา
เป็นระยะเวลา
ศาลมีค�ำสั่ง/ค�ำพิพากษา
ถึงที่สุดให้จำ� คุก แต่ถูก
ควบคุมหรือคุมขังเกินกว่า
ระยะเวลาให้จ�ำคุก
เป็นระยะเวลา

เกินกว่า ๑๘๐ วัน

อัตรา (บาทต่อราย)
๓,๐๐๐,๐๐๐
๑,๕๐๐,๐๐๐

เกินกว่า ๙๐ วัน
แต่ไม่เกิน ๑๘๐ วัน

๗๕๐,๐๐๐

เกินกว่า ๑๘๐ วัน

๑,๐๐๐,๐๐๐

เกินกว่า ๙๐ วัน
แต่ไม่เกิน ๑๘๐ วัน

๕๐๐,๐๐๐

กรณี ที่ ไ ด้ รั บ เงิ น ช่ ว ยเหลื อ หรื อ ชดเชยจากภาครั ฐ
ไปส่ ว นหนึ่ ง ก่ อ น ให้ น� ำ จ� ำ นวนเงิ น ที่ ไ ด้ รั บ การช่ ว ยเหลื อ ไปแล้ ว หั ก ออกจาก
เงินช่วยเหลือ ชดเชย เยียวยาความเสียหาย ตามข้อ ๓.๓.๑.๑ ถึงข้อ ๓.๓.๑.๘ ด้วย
ทั้งนี้ ในเบื้องต้นได้ประมาณการวงเงินงบประมาณจ�ำนวน ๒,๐๐๐ ล้านบาท
๓.๓.๒ ชดเชยเยี ย วยาให้ ค รอบคลุ ม ถึ ง ประชาชนทุ ก กลุ ่ ม
เจ้ า หน้ า ที่ ข องรั ฐ สื่ อ มวลชน และภาคเอกชนที่ รั บ ผลกระทบจากเหตุ ก ารณ์
ความรุนแรงทางการเมือง ตั้งแต่เหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชน
เพื่ อ ประชาธิ ป ไตย เหตุ ก ารณ์ ก ารรั ฐ ประหารเมื่ อ วั น ที่ ๑๙ กั น ยายน ๒๕๔๙
เหตุ ก ารณ์ ก ารชุ ม นุ ม ต่ อ ต้ า นการรั ฐ ประหารของกลุ ่ ม แนวร่ ว มประชาธิ ป ไตย
ต่อต้านเผด็จการ (นปก.) จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อเดือนเมษายนถึง
เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓
๓.๓.๓ เงื่อนไขการใช้สิทธิรับเงินเยียวยาและการจ่ายเงิน
เยียวยา ประกอบด้วย
๓.๓.๓.๑ เป็นผู้เสียหายที่ทุพพลภาพ หรือสูญเสีย
อวัยวะ หรือได้รับบาดเจ็บ หรือเป็นบุตร/สามีหรือภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย/

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

89

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

บิดามารดาของผู้เสียหายที่เสียชีวิต เนื่องจากการอยู่ในสถานที่ซึ่งเกิดเหตุการณ์
ความรุนแรงทางการเมือง (พ.ศ. ๒๕๔๘-๒๕๕๓)
๓.๓.๓.๒ กรณีผู้เสียหายที่ทุพพลภาพ หรือสูญเสีย
อวัยวะ หรือได้รับบาดเจ็บ ให้ใช้สิทธิตามลักษณะความเสียหายได้เพียงกรณีใด
กรณีหนึ่งเท่านั้น
๓.๓.๓.๓ ผู ้ ใ ช้ สิ ท ธิ รั บ เงิ น เยี ย วยาต้ อ งด� ำ เนิ น การ
ตามที่ก�ำหนดครบถ้วน เรียบร้อยแล้ว
๓.๓.๓.๔ เงินเยียวยาจะจ่ายให้ผู้มีสิทธิตามที่ก�ำหนด
เท่านั้น โดยจะไม่มีการตกทอดทางมรดกไปยังทายาทตามกฎหมายอื่น ๆ และ
ให้น�ำจ�ำนวนเงินช่วยเหลือหรือชดเชยอื่น ๆ จากภาครัฐทั้งหมดที่ผู้มีสิทธิได้รับ
เงินเยียวยาได้รับไปแล้ว (ถ้ามี) มาหักออกจากจ�ำนวนเงินเยียวยาที่จะได้รับภายใต้
หลักเกณฑ์นี้ และเมื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาได้รับเงินเยียวยาภายใต้หลักเกณฑ์
นี้แล้ว ให้ถือว่าสิทธิที่จะได้รับเงินช่วยเหลือหรือชดเชยอื่น ๆ จากภาครัฐเป็นอัน
ระงับสิ้นไป
๓.๓.๔ คณะอนุ ก รรมการด้ า นการเยี ย วยาทางแพ่ ง และ
การฟื้นฟูด้วยวิธีการอื่น ได้มีประกาศเพื่อให้การด�ำเนินการเป็นไปตามหลักเกณฑ์
และวิธีการให้ความช่วยเหลือเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมส�ำหรับ
ผู้เสียหายกลุ่มที่ ๑ จากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง (พ.ศ. ๒๕๔๘-๒๕๕๓)
โดยทั่วถึง อย่างโปร่งใส เป็นธรรม และได้ประสานจังหวัด กรมประชาสัมพันธ์
บริษัท อสมท จ�ำกัด (มหาชน) และสถานีวิทยุ รวมทั้งเผยแพร่ผ่านหนังสือพิมพ์
รายวัน เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้เสียหายที่ทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะ ได้รับบาดเจ็บ
เนือ่ งจากการอยูใ่ นสถานทีซ่ งึ่ เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง หรือเป็นบุตร/
สามี ห รื อ ภรรยาโดยชอบด้ ว ยกฎหมาย/บิ ด ามารดา รวมถึ ง ผู ้ อ ยู ่ ใ นอุ ป การะ/
ผูใ้ ห้การอุปการะของผูเ้ สียหายทีเ่ สียชีวติ เนือ่ งจากการอยูใ่ นสถานทีซ่ งึ่ เกิดเหตุการณ์
ความรุนแรงทางการเมือง (พ.ศ. ๒๕๔๘-๒๕๕๓) ได้รับทราบ
๓.๓.๕ แต่งตั้งคณะท�ำงานยกร่างหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ
เยี ย วยาผู ้ ป ระกอบการที่ ไ ด้ รั บ ผลกระทบจากการชุ ม นุ ม ทางการเมื อ ง
ในหลั ก การก� ำ หนดกลุ ่ ม ผู ้ ที่ จ ะได้ รั บ การเยี ย วยาเป็ น ๓ กลุ ่ ม ประกอบด้ ว ย
ผู้ประกอบการรายใหญ่ ผู้ประกอบการรายย่อย และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ
ขณะนี้อยู่ระหว่างการด�ำเนินงานช่วยเหลือเยียวยา

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

90

๓.๓.๖ ยกเว้ น ภาษี เ งิ น ได้ ใ ห้ แ ก่ ผู ้ ไ ด้ รั บ ผลกระทบจาก
เหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง (พ.ศ. ๒๕๔๘-๒๕๕๓) เพื่อให้การด�ำเนิน
การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง
เป็นไปด้วยความเสมอภาค และมีความเป็นธรรม รัฐบาลได้ก�ำหนดเป็นนโยบาย
เพื่อที่จะให้เงินช่วยเหลือเยียวยาและประโยชน์ อย่างอื่นซึ่งอาจคิดค�ำนวณเป็นเงิน
ที่ผู้ได้รับผลกระทบทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้เสียหายจากเหตุการณ์
ความรุนแรงทางการเมืองที่ได้รับจากรัฐ เป็นเงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษี ทั้งนี้
ให้ ค รอบคลุ ม ถึ ง ผู ้ ไ ด้ รั บ ผลกระทบจากเหตุ ก ารณ์ ค วามรุ น แรงทางการเมื อ ง
ทุ ก กลุ ่ ม ทุ ก เหตุ ก ารณ์ และเหตุ ก ารณ์ ใ นพื้ น ที่ จั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้ ด ้ ว ย
เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน
๔. สนั บ สนุ น ให้ ค ณะกรรมการอิ ส ระตรวจสอบและค้ น หาความจริ ง
เพื่อการปรองดองแห่งชาติ ด�ำเนินการอย่างอิสระและได้รับความร่วมมือจาก
ทุกฝ่ายในการตรวจสอบและค้นหาความจริงจากกรณีความรุนแรงทางการเมือง
การละเมิดสิทธิมนุษยชน การสูญเสียชีวิต บาดเจ็บทางร่างกายและจิตใจ รวมทั้ง
ความเสียหายทางทรัพย์สิน โดยการแต่งตั้งคณะกรรมการประสานและติดตาม
ผลการด�ำเนินงานตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหา
ความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) ให้มีหน้าที่พิจารณารายละเอียด
ข้ อ เสนอแนะของ คอป. ให้ เ กิ ด ผลในทางปฏิ บั ติ ซึ่ ง ได้ ก� ำ หนดกรอบแผน
การด�ำเนินการของ ปคอป. ที่ให้ความส�ำคัญใน ๔ ประเด็นหลัก คือ
 การด� ำ เนิ น งานเกี่ ย วกั บ คดี ห มิ่ น พระบรมเดชานุ ภ าพ ทั้ ง นี้
เพื่อเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ให้อยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง
 การด� ำ เนิ น งานเกี่ ย วกั บ มาตรการเยี ย วยาทางอาญาและการใช้
หลักนิติธรรม/หลักยุติธรรมที่เหมาะสม
 การด� ำ เนิ น งานเกี่ ย วกั บ มาตรการด้ า นการเยี ย วยาทางแพ่ ง
และการฟื้นฟูด้วยวิธีการอื่น
 การรณรงค์ เผยแพร่ และประชาสัมพันธ์

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

91

 ๖๐,๕๘๔

หมู่บ้าน/ชุมชน

คือเป้าหมายที่รัฐบาล
เข้าไปเสริมสร้างความเข้มแข็ง
ด�ำเนินการแล้ว

๕๖,๘๐๙ หมู่บ้าน/ชุมชน

คิดเป็น ๙๓.๗๗%
 ประชาชน ๑๑๔,๘๖๑ คน
จากหมู่บ้าน/ชุมชน
ได้รับการน�ำเข้า

บ�ำบัดรักษา

 ๑๕,๐๔๒ คน

ถูกด�ำเนินการตามกฎหมาย
ในฐานะผู้ค้า

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

๕. ก�ำหนดให้การแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติดเป็น ”วาระแห่งชาติ„
ผลการด�ำเนินการในเรื่องนี้ นอกเหนือจากที่น�ำเสนอไว้บางส่วนแล้ว
ในรายงานส่วนแรก ยังมีการด�ำเนินการอื่น ๆ ที่ส�ำคัญ ๆ เพื่อสนับสนุนให้การ
ด�ำเนินการในเรื่องนี้ได้ผลอย่างจริงจังและต่อเนื่องอีกหลายประการ โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งมีการจัดท�ำแผนยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๕
การมีค�ำสั่งให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติเป็นแนวทางการปฏิบัติราชการ
ตามยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
โดยมีศูนย์อ�ำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ (ศพส.) ท�ำหน้าที่
เป็นองค์กรอ�ำนวยการระดับชาติ รวมทั้งก�ำหนดให้มีศูนย์อ�ำนวยการพลังแผ่นดิน
เอาชนะยาเสพติดทุกระดับ ทั้งระดับจังหวัด กรุงเทพมหานคร และระดับอ�ำเภอ
เป็ น กลไกการปฏิ บั ติ เ พื่ อ แก้ ไ ขปั ญ หายาเสพติ ด ในระดั บ พื้ น ที่ โดยมี ผ ล
การด�ำเนินงานที่สำ� คัญ ดังนี้
๕.๑ สร้างพลังสังคมและพลังชุมชนเอาชนะยาเสพติด มีผลการ
ด�ำเนินงานที่สำ� คัญ ได้แก่
๕.๑.๑ ด�ำเนิ น กิ จ กรรมเพื่ อ เสริ ม สร้ า งความเข้ ม แข็ ง
ในหมู่บ้าน/ชุมชน เป้าหมาย ๖๐,๕๘๔ หมู่บ้าน/ชุมชน เช่น การท�ำประชาคม
การค้ น หาผู ้ เ สพ/ผู ้ ติ ด /ผู ้ ค ้ า การน� ำ ผู ้ เ สพ/ผู ้ ติ ด เข้ า รั บ การบ� ำ บั ด รั ก ษา
การด�ำเนินการกับผู้ค้าตามกฎหมาย และการสร้างเครือข่ายหมู่บ้าน/ชุมชนเฝ้าระวัง
ยาเสพติด ได้ด�ำเนินการแล้ว จ�ำนวน ๕๖,๘๐๙ หมู่บ้าน/ชุมชน คิดเป็นร้อยละ
๙๓.๗๗ การท�ำประชาคมหมู่บ้าน ๕๕,๕๑๒ หมู่บ้าน/ชุมชน สามารถน�ำผู้เสพ/
ผู้ติดเข้ารับการบ�ำบัดรักษา ๑๑๔,๘๖๑ คน พบผู้ค้าและด�ำเนินการตามกฎหมาย
๑๕,๐๔๒ คน
๕.๑.๒ เสริ ม สร้ า งความเข้ ม แข็ ง ให้ กั บ หมู ่ บ ้ า นกองทุ น
แม่ของแผ่นดิน เป้าหมาย ๑๒,๑๘๙ หมู่บ้าน/ชุมชน เป็นเป้าหมายแรกที่จะต้อง
เร่ ง รั ด ลดปั ญ หายาเสพติ ด โดยได้ ด� ำ เนิ น การแล้ ว ๑๐,๘๘๙ หมู ่ บ ้ า น/ชุ ม ชน
คิดเป็นร้อยละ ๘๙.๓๓
๕.๑.๓ ด�ำเนิ น การพั ฒ นาหมู ่ บ ้ า นกองทุ น แม่ ข องแผ่ น ดิ น
ดีเด่นให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ ๑ อ�ำเภอ ๑ ศูนย์การเรียนรู้ โดยมีเป้าหมาย
ในการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ ๘๕๐ แห่ง มีการด�ำเนินการแล้วทั้งสิ้น ๓,๒๔๒ แห่ง
คิดเป็นร้อยละ ๓๘๑.๔๑

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

92

 สร้างและพัฒนา

ความรู้ด้านการแก้ไข
ปัญหายาเสพติด

แก่กำ� นัน ผูใ้ หญ่บา้ น
ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและ
เจ้าหน้าที่ อปท. ๔๖,๔๓๗ คน
จากเป้าหมาย ๒๐,๐๐๐ คน
คิดเป็น ๒๓๒.๑๙%

 ผู้เสพ/ผู้ติด

๔๘๔,๒๑๙ ราย
อยู่ระหว่างกระบวนการ
บ�ำบัดรักษา

(คิดเป็น ๑๒๑.๐๕%
ของเป้าหมาย ๔๐๐,๐๐๐ ราย)
 ติดตามดูแล ช่วยเหลือ

ผู้ผ่านการบ�ำบัดรักษา
๑๙๓,๖๙๗ ราย

(คิดเป็น ๖๐.๕๓%
ของเป้าหมาย ๓๒๐,๐๐๐ ราย)

๕.๑.๔ สร้างและพัฒนาความรูด้ า้ นการแก้ไขปัญหายาเสพติด
แก่ผู้น�ำชุมชนและเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีเป้าหมาย ๒๐,๐๐๐ คน
โดยมีผลการด�ำเนินการพัฒนาผู้น�ำ คือ ก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน
และอื่น ๆ จ�ำนวน ๔๖,๔๓๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๓๒.๑๙
๕.๑.๕ จั ด อาสาสมั ค รชุ ม ชน ๒๕ คนในหมู ่ บ ้ า น/ชุ ม ชน
แต่ละแห่งที่จัดตั้งขึ้น เพื่อท�ำหน้าที่เป็นตาสับปะรด เฝ้าระวังยาเสพติด มีจ�ำนวน
ทั้งสิ้น ๔,๒๖๗,๗๖๑ คน
๕.๒ แก้ ไ ขปั ญ หาผู ้ เ สพ/ผู ้ ติ ด ยาเสพติ ด มี ผ ลการด� ำ เนิ น งาน
ทีส่ ำ� คัญ คือ การน�ำกลุม่ เป้าหมายเข้าสูร่ ะบบบ�ำบัดรักษา ๓ ระบบ ทัง้ การบ�ำบัดรักษา
ในระบบสมัครใจ ระบบบังคับบ�ำบัด และระบบต้องโทษ มีเป้าหมายการน�ำผู้เสพ/
ผู้ติดเข้ารับการบ�ำบัดรักษา จ�ำนวน ๔๐๐,๐๐๐ ราย อยู่ในกระบวนการบ�ำบัด
และฟื้นฟู ๔๘๔,๒๑๙ ราย คิดเป็นร้อยละ ๑๒๑.๐๕ รวมทั้งการติดตาม ดูแล
ช่วยเหลือผู้ผ่านการบ�ำบัดรักษา เป้าหมาย ๓๒๐,๐๐๐ ราย มีการด�ำเนินการทั้งสิ้น
๑๙๓,๖๙๗ ราย คิดเป็นร้อยละ ๖๐.๕๓
๕.๓ สร้ า งภู มิ คุ ้ ม กั น และป้ อ งกั น ยาเสพติ ด มีผลการด�ำเนินงาน
ที่ส�ำคัญ ได้แก่
๕.๓.๑ สร้ า งภู มิ คุ ้ ม กั น ในสถานศึ ก ษาให้ แ ก่ นั ก เรี ย น
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ทั่วประเทศ เป้าหมาย ๔๐๓,๗๑๙ คน ได้ด�ำเนินการแล้ว
ทั้ ง สิ้ น ๔๔๖,๖๖๘ คน คิ ด เป็ น ร้ อ ยละ ๑๑๐.๖๔ รวมทั้ ง การด� ำ เนิ น การ
ต่อสถานศึกษาเป้าหมาย ๑๑,๓๑๖ โรงเรียน เสริมสร้างการป้องกันให้แก่นักเรียน
ในสถานศึกษาแล้วทั้งสิ้น ๖,๗๗๘ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๕๙.๙๐ นอกจากนี้
ยังด�ำเนินการป้องกันยาเสพติดระดับมัธยมศึกษา ภายใต้โครงการต�ำรวจประสาน
โรงเรียน ๑ ต�ำรวจ ๑ โรงเรียน โดยมีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง
ผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และ
ผู้บังคับการจังหวัด โดยมุ่งเน้นให้ต�ำรวจประสานงานโรงเรียนมีหน้าที่ให้ค�ำปรึกษา
เสนอแนะ สนับสนุนให้ความช่วยเหลือ ตลอดจนรวบรวมข้อมูลข่าวสารและ
ประสานงานระหว่างโรงเรียน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ
ในการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด สื่อลามกอนาจาร การพนัน
การทะเลาะวิวาท ร้านเกมส์ สถานบันเทิง และปัจจัยเสี่ยง

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

93

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

นอกจากนี้ ยังได้ด�ำเนินการป้องกันยาเสพติดระดับ
อุดมศึกษา ตามโครงการ ”ร่วมมือ ร่วมคิด ปลุกจิต นักศึกษา ไม่ตดิ ยา„ โดยมีการลงนาม
ข้อตกลงกับสถาบันอุดมศึกษาเอกชนปลอดภัยยาเสพติดอย่างยั่งยืนและเข้มแข็ง
มี ก ระบวนการเฝ้ า ระวั ง ป้ อ งปรามยาเสพติ ด ในพื้ น ที่ ทั้ ง ภายในและพื้ น ที่ เ สี่ ย ง
ภายนอกสถาบันอุดมศึกษาเอกชน รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรม
รณรงค์ต่อต้านสารเสพติดในทุกสถาบันอุดมศึกษาเอกชนอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง
๕.๓.๒ ด�ำเนิ น งานเพื่ อ ขจั ด ปั จ จั ย เสี่ ย งรอบสถานศึ ก ษา
เป้าหมายการด�ำเนินงานใน ๗๗ จังหวัด ซึ่งได้ด�ำเนินการไปครบแล้วทุกจังหวัด
โดยออกตรวจพื้นที่เสี่ยง ๑๕๓,๕๐๑ แห่ง ด�ำเนินการตามมาตรการทางสังคม
๒๒,๗๑๑ แห่ง และด�ำเนินการตามมาตรการทางกฎหมาย ๒,๗๐๘ แห่ง
๕.๓.๓ จั ด กิ จ กรรมป้ อ งกั น และแก้ ไ ขปั ญ หายาเสพติ ด
ในสถานประกอบการ/โรงงาน เป้าหมาย ๒,๐๐๐ แห่ง ได้ดำ� เนินการแล้ว ๓,๘๑๐ แห่ง
คิดเป็นร้อยละ ๑๙๐.๕๐ และได้ดำ� เนินโครงการโรงงานสีขาว มีสถานประกอบกิจการ
เข้าร่วมโครงการ จ�ำนวน ๒,๖๓๘ แห่ง ลูกจ้าง ๒๑๗,๕๑๗ คน
๕.๔ การปราบปรามยาเสพติ ด และบั ง คั บ ใช้ ก ฎหมาย มีผลการ
ด�ำเนินงานที่สำ� คัญ ได้แก่
๕.๔.๑ จั บ กุ ม คดี ย าเสพติ ด ภาพรวมทั่ ว ประเทศ มีจ�ำนวน
ทั้ ง สิ้ น ๓๗๖,๘๙๐ คดี มี ผู ้ ต ้ อ งหา ๓๖๘,๔๑๔ คน (๒๓ สิ ง หาคม ๒๕๕๔๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕) ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันก่อนที่รัฐบาลชุดนี้จะเข้ามาบริหาร
ประเทศที่ มี ก ารจั บ กุ ม ผู ้ ก ระท� ำ ความผิ ด ในคดี ย าเสพติ ด ทั่ ว ประเทศ จ� ำ นวน
๓๓๘,๐๕๙ คดี มีผู้ต้องหา ๓๐๗,๐๘๗ คน (๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๓-๒๓ สิงหาคม
๒๕๕๔) เป็นจ�ำนวนคดีทจี บั กุมผูต้ อ้ งหาได้ ๓๔๙,๘๔๑ คดี ผูต้ อ้ งหา ๓๖๘,๔๑๔ คน
และเป็นจ�ำนวนคดีที่ผู้ต้องหาหลบหนี ๒๗,๐๔๙ คดี การด�ำเนินการจับกุมผู้กระท�ำ
ความผิดในคดียาเสพติดทีไ่ ม่รวมผูต้ อ้ งหาในข้อหาเสพ เป้าหมาย ๙๙,๗๗๐ คน มีผล
การจับกุม ๒๐๒,๕๐๙ คดี ๑๘๗,๑๒๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๕๕.๗๒ การจับกุม
ผู้กระท�ำความผิดในคดียาเสพติดที่ส�ำคัญ (ไม่รวมข้อหาเสพและครอบครอง)
เป้าหมาย ๖๐,๐๐๐ คน มีผลการจับกุมจ�ำนวน ๕๗,๒๐๔ คดี ๖๙,๒๗๖ คน
คิ ด เป็ น ร้ อ ยละ ๑๑๕.๔๖ จั บ กุ ม คดี ย าเสพติ ด รายส� ำ คั ญ ของกลางยาบ้ า
๗๓,๘๙๗,๗๔๐ เม็ด ยาไอซ์ ๑,๔๔๕.๖๔ กิโลกรัม เฮโรอีน ๒๓๖.๖๓ กิโลกรัม
กั ญ ชา ๑๖,๕๒๙.๕๔ กิ โ ลกรั ม โคเคน ๒๑.๙๘ กิ โ ลกรั ม ซู โ ดอี เ ฟดรี น
๔,๕๖๘,๗๐๐ เม็ด

 คดียาเสพติดทั่วประเทศ

๓๗๖,๙๔๐ คดี
 ผู้ต้องหา ๓๖๘,๔๑๔ คน
 ยึดทรัพย์สินนักค้ายาเสพติด

๔,๖๘๖ คดี มูลค่าทรัพย์สิน
๑,๖๕๔ ล้านบาท

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

94

ปิดล้อม/ตรวจค้น
๒,๒๙๓ ครั้ง
ปฏิบัติการจับกุม ๓,๖๘๔ ครั้ง
มีผู้ต้องหา ๔,๙๔๕ คน

๕.๔.๒ ด�ำเนิ น การตามมาตรการยึ ด ทรั พ ย์ สิ น นั ก ค้ า
ยาเสพติดทั่วประเทศ เป้าหมาย ๘,๐๐๐ คดี มูลค่าทรัพย์สิน ๑,๖๐๐ ล้านบาท
มี ผ ลด� ำ เนิ น การทั้ ง สิ้ น ๔,๖๘๖ คดี คิ ด เป็ น ร้ อ ยละ ๕๘.๕๘ มู ล ค่ า ทรั พ ย์ สิ น
๑,๖๕๔ ล้ า นบาท คิ ด เป็ น ร้ อ ยละ ๑๐๓.๓๘ สู ง กว่ า ช่ ว งเดี ย วกั น ของปี ก ่ อ น
ที่มีการยึดทรัพย์นักค้ายาเสพติดทั่วประเทศจ�ำนวน ๑,๙๘๔ คดี มูลค่าทรัพย์สิน
๑,๐๑๙ ล้านบาท นอกจากนี้ ได้ด�ำเนินการตามมาตรการควบคุมและแก้ไขปัญหา
ยาไอซ์ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีปัญหา ๑๕๗ อ�ำเภอ/เขต ใน ๓๔ จังหวัดให้บังเกิดผล
ชัดเจนภายใน ๓ เดือน (กรกฎาคม-กันยายน ๒๕๕๕)
๕.๕ ความร่วมมือระหว่างประเทศ มีเป้าหมายเพือ่ ลดปริมาณการผลิต
และการค้ายาเสพติดในประเทศเพื่อนบ้าน และใช้แนวทางการปราบปรามควบคู่กับ
การพัฒนา โดยมีการด�ำเนินการที่ส�ำคัญ ได้แก่
๕.๕.๑ ภารกิจด้านการปราบปราม ประกอบด้วย ๓ งานหลัก
คือ การข่าว การสกัดกั้น และการปราบปราม โดยด�ำเนินการต่อแหล่งผลิต (พื้นที่)
ยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ (ตัวยา) และนักค้าที่เป็นเป้าหมายระหว่าง
ประเทศหรือตามหมายจับ (บุคคล) รวมทั้งการสร้างและเสริมสร้างความเข้มแข็ง
ของกลไกความร่ ว มมื อ กั บ ประเทศเพื่ อ นบ้ า นในการสกั ด กั้ น ยาเสพติ ด ตาม
แนวชายแดน เช่น กัมพูชา เมียนมาร์ รวมถึงระบบควบคุมการผ่านแดนทั้งทางบก
ทางน�้ำ และทางอากาศ ตลอดจนการเพิ่มความเข้มข้นในการประสานความร่วมมือ
ด้านการปราบปรามยาเสพติดระหว่างประเทศ
๕.๕.๒ ภารกิ จ ด้ า นการพั ฒ นาทางเลื อ ก น� ำ แนวทาง
การพัฒนาทางเลือกมาเป็นโครงการความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อเสริมสร้าง
ความไว้วางใจ และผลักดันความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน
๕.๕.๓ สร้างเครือข่ายพันธมิตรเพื่อการปราบปรามยาเสพติด
เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดผ่านกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศด้านยาเสพติด
ในทุกระดับ
๕.๖ สกั ด กั้ น ยาเสพติ ด ในภาพรวมของประเทศมี ก ารปิ ด ล้ อ ม/
ตรวจค้น ๒,๒๙๓ ครั้ง ปฏิบัติการที่มีผลจับกุม ๓,๖๘๔ ครั้ง มีผู้ต้องหา ๔,๙๔๕ คน
และได้แก้ไขปัญหายาเสพติดในพืน้ ทีช่ ายแดนและพืน้ ทีค่ วามมัน่ คง ประจ�ำปี ๒๕๕๕
รวม ๑,๕๔๙ หมู ่ บ ้ า น/ชุ ม ชน ๒๗๕ ต� ำ บล ๑๒๙ อ� ำ เภอ ๓๑ จั ง หวั ด
ประกอบด้วย ชุดพัฒนาสัมพันธ์มวลชน (ชพส.) ๑๐๗ ชุด ในพื้นที่เป้าหมาย

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

95

 ระดับความรุนแรงของ

สถานการณ์ปญ
ั หายาเสพติด

ลดลงจาก ๖๕.๔%
เป็น ๔๐.๔-๔๖.๔%

 ระดับความรุนแรงจ�ำนวน

ผู้เสพ/ติดยาเสพติด

ลดลงจาก ๗๑.๘%
เป็น ๓๗-๔๓.๓%

 ความพึงพอใจของประชาชน

ต่อการแก้ไขปัญหา
ระดับปานกลางถึงมากที่สุด

เพิ่มขึ้นจาก ๗๒.๙%
เป็น ๘๒.๓-๙๒.๗%

๖. เร่ ง น�ำสั น ติ สุ ข และความปลอดภั ย ในชี วิ ต และทรั พ ย์ สิ น ของ
ประชาชนกลั บ มาสู ่ พื้ น ที่ จั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้ รั ฐ บาลได้ น ้ อ มน� ำ กระแส
พระราชด�ำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ”เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา„ เป็นหลัก
ในการปฏิบัติในแนวทางสันติวิธี โดยเน้นการส่งเสริมความร่วมมือในทุกภาคส่วน
กับประชาชนในพื้นที่ เพื่อเร่งน�ำสันติสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
ของประชาชนกลั บ คื น สู ่ พื้ น ที่ ส ามจั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้ โดยด� ำ เนิ น การ
ตามแนวทาง ๒ ส่วนหลัก ได้แก่ การด�ำเนินการด้านความมัน่ คง โดยกองอ�ำนวยการ
รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) มีพระราชบัญญัติการรักษา

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

๑,๐๗๐ หมู่บ้าน ๑๐๗ ต�ำบล ๙๕ อ�ำเภอ ชุดของศูนย์อ�ำนวยการพลังแผ่นดิน
เอาชนะยาเสพติ ด ชายแดนภาคเหนื อ ในพื้ น ที่ เ ป้ า หมาย ๗๙ หมู ่ บ ้ า น/ชุ ม ชน
๓๗ ต�ำบล ๑๖ อ�ำเภอ ๓ จังหวัดชายแดนภาคเหนือ และชุดของศูนย์อ�ำนวยการ
พลั ง แผ่ น ดิ น เอาชนะยาเสพติ ด จั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้ ใ นพื้ น ที่ เ ป้ า หมาย
๔๐๐ หมู่บ้าน/ชุมชน ๗๓ ต�ำบล ๓๒ อ�ำเภอ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
๕.๗ บริ ห ารจั ด การแบบบู ร ณาการ มี ก ารพั ฒ นาและเสริ ม
ประสิทธิภาพการบริหารจัดการ โดยศูนย์อำ� นวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด
แห่ ง ชาติ (ศพส.) ในแต่ ล ะระดั บ ได้ จั ด ประชุ ม เพื่ อ เตรี ย มความพร้ อ ม และ
บู ร ณาการหน่ ว ยงานต่ า ง ๆ ที่ เ กี่ ย วข้ อ ง เพื่ อ รองรั บ การด� ำ เนิ น งานตาม
แผนยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งจากการประเมิ น เปรี ย บเที ย บตั ว ชี้ วั ด ผลการด�ำเนิ น งานในรอบ ๖ เดื อ น
(ตุลาคม ๒๕๕๔-มีนาคม ๒๕๕๕) กับช่วงเดียวกันของปีก่อน ของสถาบันการศึกษา
และหน่วยงานทีร่ บั ผิดชอบทีท่ ำ� การส�ำรวจ พบว่า ระดับความรุนแรงของสถานการณ์
ปัญหายาเสพติดมีแนวโน้มลดลงจากร้อยละ ๖๕.๔ เป็นร้อยละ ๔๐.๔-๔๖.๔
ระดั บ ความรุ น แรงจ�ำนวนผู ้ เ สพ/ติ ด ยาเสพติ ด ในประเทศและระดั บ พื้ น ที่ มี
แนวโน้ ม ลดลงจากร้ อ ยละ ๗๑.๘ เป็ น ร้ อ ยละ ๓๗-๔๓.๓ มุ ่ ง แก้ ไ ขปั ญ หา
ยาเสพติ ด เชิ ง บู ร ณาการในระดั บ หมู ่ บ ้ า น/ชุ ม ชน มี จ� ำ นวนหมู ่ บ ้ า น/ชุ ม ชน
ที่รัฐบาลเข้าไปดูแลเพิ่มขึ้นจาก ๑๖,๒๔๖ หมู่บ้าน/ชุมชน เป็น ๕๘,๐๐๓ หมู่บ้าน/
ชุมชน และระดั บ ความพึ ง พอใจปานกลางถึ ง มากที่ สุ ด ของประชาชนที่ มี ต ่ อ
การด�ำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาล เพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๗๒.๙
เป็นร้อยละ ๘๒.๓-๙๒.๗

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

96

ความมั่ น คงภายในราชอาณาจั ก ร พ.ศ. ๒๕๕๑ รองรั บ และการด� ำ เนิ น การ
ด้านการพัฒนา โดยศูนย์อ�ำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)
มีพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๓ รองรับ
ซึ่งพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับนี้เกื้อกูลต่อการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
ในแต่ละแนวทางตามนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล โดยได้จัดตั้ง
คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ (กปต.) ท�ำหน้าทีใ่ นการเร่งรัด ก�ำกับ ติดตาม บูรณาการให้การท�ำงานในพืน้ ที่
จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันตามแผนปฏิบตั กิ ารขับเคลือ่ น
นโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗
โดยเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างยุทธศาสตร์ของ ศอ.บต. และ กอ.รมน. เพือ่ ให้
เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายที่ต้องการ และนอกเหนือจากผลการด�ำเนินการส�ำคัญ
ที่ได้สรุปไว้บางส่วนแล้วในส่วนแรกของรายงานฉบับนี้แล้ว รัฐบาลยังได้ด�ำเนินการ
ในเรื่องอื่น ๆ ด้วย ดังนี้
๖.๑ จั ด ตั้ ง หน่ ว ยงานปฏิ บั ติ ง านเพื่ อ สื บ สวนสอบสวนเส้ น ทาง
การเงินของผู้ก่อการร้ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงส่งเสริมการป้องกัน
และคุ ้ ม ครองพิ ทั ก ษ์ สิ ท ธิ ผู ้ ผ ่ า นการบ� ำ บั ด ยาเสพติ ด และกลุ ่ ม เสี่ ย งของชุ ม ชน
ในจั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้ จั ด ท� ำ โครงการพั ฒ นาคุ ณ ภาพการศึ ก ษาภาคใต้
ส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาสันติสุข สนับสนุนทุนอุดมศึกษา เปิดโลกการเรียนรู้
ให้ ผู ้ สู ง อายุ ไ ปเรี ย นรู ้ เ กษตรกรรมธรรมชาติ ส่ ง เสริ ม และพั ฒ นาอาชี พ
ด้านการเกษตรทั้งด้านการผลิต การตลาด การถ่ายทอดความรู้ในการพัฒนา
การเกษตรตามทฤษฎีใหม่ และการพัฒนาสหกรณ์ในท้องถิ่น
๖.๒ จั ด กิ จ กรรมกี ฬ า นั น ทนาการ และการท่ อ งเที่ ย ว โดย
ด�ำเนินการจัดการแข่งขันกีฬาโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม ๕ จังหวัดชายแดน
ภาคใต้ และจัดหาอุปกรณ์กีฬาให้แก่นักเรียนและเยาวชนในโรงเรียนสอนศาสนา
อิสลาม จัดการแข่งขันกีฬาพื้นบ้านสมานฉันท์ โดยการผสมผสานระหว่างกีฬาและ
การละเล่ น พื้ น บ้ า นอย่ า งเหมาะสมกั บ พื้ น ที่ วั ฒ นธรรม และอั ต ลั ก ษณ์ ข อง
ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์เยาวชนไทย
ด้ า นการท่ อ งเที่ ย ว โดยการจั ด ให้ เ ด็ ก นั ก เรี ย นและเยาวชนเดิ น ทางท่ อ งเที่ ย ว
ในจั ง หวั ด ต่ า ง ๆ ภายในประเทศ เพื่ อ ส่ ง เสริ ม การเรี ย นรู ้ แ ละประสบการณ์
ด้านการท่องเที่ยวและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน โดยมีเด็กนักเรียนและ
เยาวชนเข้าร่วมโครงการจังหวัดละ ๖๐๐ คน รวมจ�ำนวน ๓,๐๐๐ คน

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

97

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

๖.๓ ด�ำเนิ น การส่ ง เสริ ม สุ ข ภาพอนามั ย ประชาชนในพื้ น ที่
จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้ส่งเสริมการฝากครรภ์ก่อนอายุครรภ์ ๑๒ สัปดาห์
ได้ร้อยละ ๘๐ ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน�้ำตาลได้เพิ่มขึ้นร้อยละ
๑๙.๔๐ และมีการดูแลสุขภาพฟันผู้สูงอายุมีฟันแท้มากกว่า ๒๐ ซี่ขึ้นไปได้ร้อยละ
๔๙.๕ รวมทั้งมีศาสนสถานส่งเสริมสุขภาพทั้งสิ้น ๒,๙๙๘ แห่ง คิดเป็นร้อยละ
๙๑.๒๑ จากศาสนสถานทั้งหมด ๓,๒๘๗ แห่ง
๖.๔ โครงการส่งเสริมการผลิตผลิตภัณฑ์ฮาลาลส�ำหรับผูป้ ระกอบการ
วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม นิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล จังหวัดปัตตานี
โดยรัฐบาลได้ให้การสนับสนุนงบประมาณแก่โครงการนี้ในปี ๒๕๕๕ จ�ำนวน
๓๖,๔๘๑,๐๐๐ บาท ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนกระบวนการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค
ส่วนกลางและอาคารมาตรฐาน ในส่วนของการบริหารจัดการศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ
ครบวงจรนั้น ได้มีการจัดจ้างบุคลากรภายนอกองค์กร (Outsource) ตั้งแต่วันที่
๑ ตุลาคม ๒๕๕๔-๓๐ กันยายน ๒๕๕๕ ปัจจุบันมีผู้เข้าใช้บริการศูนย์บริการฯ
ตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๔–๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๕ จ�ำนวน ๒๐๗ ราย
๖.๕ โครงการพั ฒ นาอุ ต สาหกรรมฮาลาลเพื่ อ เสริ ม สร้ า งชุ ม ชน
เข้ ม แข็ ง โดยส่ ง เสริ ม องค์ ค วามรู ้ พั ฒ นาคุ ณ ภาพ รู ป แบบ และบรรจุ ภั ณ ฑ์
ให้ ผู ้ ป ระกอบการในพื้ น ที่ จั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้ เพื่ อ พั ฒ นาผลิ ต ภั ณ ฑ์ แ ละ
ต่อยอดงานวิจัยสู่การลงทุน โดยก�ำหนดให้พัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้ได้
มาตรฐานฮาลาล และมาตรฐานอื่น เช่น หลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิต
อาหาร (GMP) และมาตรฐานอาหารและยา (อย.) เป้าหมายจังหวัดละ ๑ ผลิตภัณฑ์
และเกิดการรวมกลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจและการค้าฮาลาลอย่างน้อย ๑ กลุ่ม
และมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น ๑๒๐,๐๐๐ บาท/ครัวเรือน/ปี
๖.๖ โครงการอุ ต สาหกรรมเพื่ อ การสร้ า งงานที่ ยั่ ง ยื น ในพื้ น ที่
สามจั งหวั ดชายแดนภาคใต้ ได้ด�ำเนินการฝึกอบรมพัฒนาทักษะอาชีพให้แก่
ราษฎรในพืน้ ที่ และก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์ให้กบั ราษฎรเพือ่ ใช้ในการประกอบ
อาชีพ โดยการพัฒนาบุคลากรของโครงการในพื้นที่อ�ำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี
ซึ่งเป็นพื้นที่ใหม่ในการพัฒนาในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยจัดอบรมรุ่นที่ ๑
ไปแล้ว จ�ำนวน ๕๐ คน คัดเลือกบริษัทเอกชนที่มีความพร้อมในด้านการตลาดและ
มี ร ะบบการผลิ ต ที่ ทั น สมั ย มี เ งิ น ทุ น ในการบริ ห ารจั ด การโรงงานได้ อ ย่ า งมี
ประสิทธิภาพเข้าร่วมโครงการ และรวมถึงได้เร่งการก่อสร้างอาคารโรงงานและ
อาคารโรงอาหาร ให้แล้วเสร็จโดยเร็วด้วยเงินงบประมาณ จ�ำนวน ๒๓.๔ ล้านบาท

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

98

๖.๗ โครงการพัฒนาอาชีพและเครือข่ายองค์ความรู้ปราชญ์ชุมชน
ในพื้ น ที่ จั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้ เช่ น โครงการอุ ต สาหกรรมเสื้ อ ผ้ า และ
เครื่ อ งแต่ ง กายมุ ส ลิ ม เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการ โดยพัฒนาทักษะ
ด้ า นการผลิ ต การออกแบบการพั ฒ นาผลิ ต ภั ณ ฑ์ ฉลาก และบรรจุ ภั ณ ฑ์
ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ซึ่งมีเป้าหมายไม่น้อยกว่า ๗๕ ราย ซึ่งได้
ประชาสัมพันธ์โครงการและแนะน�ำความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิต วิทยาการใหม่ ๆ
มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชุน และการด�ำเนินธุรกิจ จ�ำนวน ๑๐๐ คน ที่จังหวัด
สงขลา เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ โครงการพั ฒ นาและยกระดั บ ผลิ ต ภั ณ ฑ์
ยางพาราครบวงจร เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการโรงงานและวิสาหกิจ
ชุมชนทีผ่ ลิตผลิตภัณฑ์ยางพารา โดยมีเป้าหมายให้ผปู้ ระกอบการ จ�ำนวนไม่นอ้ ยกว่า
๑๔ ราย ได้รับการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์หรือลดต้นทุนการบริหารจัดการได้
โครงการศึ ก ษาเพื่ อ พั ฒ นาผลิ ต ภั ณ ฑ์ ไ ม้ ย างพารา ซึ่ ง ได้ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ใ หม่
๕ ผลิตภัณฑ์ โดยศึกษาและออกแบบผลิตภัณฑ์ไม้ยางพาราใหม่ ๒ รูปแบบ
ผลิ ต ภั ณ ฑ์ อ อกสู ่ ต ลาด ซึ่ ง จะเพิ่ ม มู ล ค่ า ได้ ก ว่ า ร้ อ ยละ ๕๐ และมี ร ายงาน
ผลการศึกษาและวิจยั ผลิตภัณฑ์ไม้ยางพาราทีต่ รงกับความต้องการของตลาด ๑ ฉบับ
โครงการส่ ง เสริ ม และพั ฒ นาการสร้ า งเครื อ ข่ า ยองค์ ค วามรู ้ ป ราชญ์ ชุ ม ชน
ภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการมีที่ปรึกษาที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ในระดับ
ชุมชน โดยส่งเสริมและพัฒนาการสร้างเครือข่ายองค์ความรู้ปราชญ์ชุมชนเพื่อให้
เป็นที่ปรึกษาให้กับชุมชนในการถ่ายทอดภูมิปัญญาหรือองค์ความรู้ของท้องถิ่น
ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม จัดท�ำฐานข้อมูลปราชญ์ชุมชน และ
สร้างฐานข้อมูลภาคอุตสาหกรรมใน ๔ ด้าน คือ ด้านวิสาหกิจชุมชน/หนึ่งต�ำบล
หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ด้านโรงงานอุตสาหกรรม ด้านเหมืองแร่และโรงโม่หิน
และด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายสร้างเครือข่ายปราชญ์ชุมชนจ�ำนวน
๒๐ เครื อ ข่ า ย โดยจั ด สั ม มนาหั ว ข้ อ ”พั ฒ นาปราชญ์ ชุ ม ชนภาคอุ ต สาหกรรม
เพื่อเป็นที่ปรึกษาให้กับชุมชน„ ไปแล้ว เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๕ มีผู้สนใจ
เข้าร่วมงาน ๑๒๒ คน
๖.๘ โครงการจ้ า งบั ณ ฑิ ต แรงงาน ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา
นราธิวาส และสงขลา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจ้างบัณฑิตที่ว่างงานในพื้นที่มา
ท�ำหน้าทีเ่ ป็นบัณฑิตแรงงาน และเป็นกลไกในการขับเคลือ่ นให้สนองตอบต่อนโยบาย

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

99

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

และยุทธศาสตร์ของรัฐบาลและของชาติ ตลอดจนภารกิจด้านความมั่นคงของ
จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัจจุบันได้ด�ำเนินการจ้างบัณฑิตแรงงานแล้วจ�ำนวน
๒๙๔ คน และบัณฑิตแรงงานได้ให้บริการด้านแรงงานแก่ประชาชนในพื้นที่/
ชุมชนแล้ว จ�ำนวน ๒๘,๙๑๔ คน
๖.๙ ด�ำเนิ น งานตามยุ ท ธศาสตร์ พั ฒ นาจั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้
พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ ซึ่งรัฐบาลได้น้อมน�ำยุทธศาสตร์พระราชทาน ”เข้าใจ เข้าถึง
พัฒนา„ ”หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง„ และหลักรัฐประศาสโนบายของ
รั ช กาลที่ ๖ ซึ่ ง พระราชทานไว้ ส� ำ หรั บ การปฏิ บั ติ ร าชการ มี ผ ลการด� ำ เนิ น งาน
ที่ส�ำคัญ ได้แก่
๖.๙.๑ จั ด ตั้ ง คณะกรรมการยุ ท ธศาสตร์ ด ้ า นการพั ฒ นา
จังหวัดชายแดนใต้ (กพต.) เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์เพื่อแก้ไข
ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างความร่วมมือทางวิชาการกับ ๕ มหาวิทยาลัย
ในพื้นที่ในการวิจัยและการประเมินผลโครงการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัด
ชายแดนภาคใต้
๖.๙.๒ จั ด ท�ำโครงการพั ฒ นาคุ ณ ภาพชี วิ ต ระดั บ หมู ่ บ ้ า น
โครงการเพิ่มขีดความสามารถพัฒนาและแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของคณะกรรมการหมู่บ้าน
๖.๙.๓ พั ฒ น า ก า ร ศึ ก ษ า ใ น พื้ น ที่ จั ง ห วั ด ช า ย แ ด น
ภาคใต้ อ ย่ า งเป็ น ระบบ ซึ่งท�ำให้ผลสัมฤทธิ์การเรียน (Ordinary National
Education Test O-NET) และผลสั ม ฤทธิ์ ท างการเรี ย นด้ า นอิ ส ลามศึ ก ษา
(Islamic National Education Test: I-NET) ของนักเรียน ๕ จังหวัดชายแดน
ภาคใต้ดีขึ้น การช่วยเหลือโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ
ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ การปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจัดสรรเงินอุดหนุน
เพื่อตอบแทนผู้สอนในศูนย์การศึกษาอิสลามประจ�ำมัสยิด รวมทั้งด�ำเนินโครงการ
ส่งเสริมคนดีมคี ณ
ุ ธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปประกอบพิธฮี จั ญ์ เทศกาลฮัจญ์
ประจ�ำปี ๒๕๕๕
๖.๙.๔ จั ด ตั้ ง คณะกรรมการเยี ย วยาผู ้ ไ ด้ รั บ ผลกระทบ
สืบเนื่องจากความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อก�ำหนดหลักเกณฑ์
เงื่อนไข และวิธีการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากความไม่สงบในจังหวัด

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

100

รัฐบาลจัดสรรงบประมาณ
เพื่อช่วยเหลือเยียวยา
๒,๐๘๐ ล้านบาท
มีผู้ได้รับการเยียวยาแล้ว

๑๔,๑๘๐ ราย

เป็นเงิน ๑,๑๗๖.๗ ล้านบาท

ชายแดนภาคใต้ โดยได้แบ่งเป็น ๔ กลุ่ม คือ กลุ่มประชาชนทั่วไป กลุ่มเจ้าหน้าที่
ของรั ฐ กลุ ่ ม ผู ้ ที่ ถู ก กระท� ำ โดยเจ้ า หน้ า ที่ รั ฐ หรื อ ผู ้ ก ่ อ เหตุ รุ น แรงที่ เ ป็ น เหตุ
เฉพาะกรณี เนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบ และกลุ่มผู้ที่ถูกควบคุมตัว หรือ
ถูกคุมขัง หรือถูกด�ำเนินคดีเป็นผูต้ อ้ งหา หรือเป็นจ�ำเลยและถูกควบคุมตัวหรือคุมขัง
ตามประมวลกฎหมายวิ ธี พิ จ ารณาความอาญา และคณะรั ฐ มนตรี ไ ด้ อ นุ มั ติ
งบประมาณรายจ่ายประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ งบกลาง รายการเงินส�ำรองจ่าย
เพื่ อ กรณี ฉุ ก เฉิ น หรื อ จ� ำ เป็ น เพื่ อ ให้ ค วามช่ ว ยเหลื อ เยี ย วยาฟื ้ น ฟู ผู ้ ไ ด้ รั บ
ความเสียหายและผู้ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ไปแล้ว จ�ำนวน ๒,๐๘๐ ล้านบาท การจัดให้มีพนักงานบริการและล่ามภาษาไทย/
มลายูถิ่น รวมทั้งผู้ประสานงานประจ�ำหน่วยงานเพื่อเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม
ในจั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้ ซึ่ ง ผลการเยี ย วยาผู ้ ไ ด้ รั บ ผลกระทบสื บ เนื่ อ งจาก
สถานการณ์ไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการเยียวยาไปแล้ว ๑๔,๑๘๐ ราย
เป็นเงิน ๑,๑๗๖.๗ ล้านบาท
๖.๙.๕ พั ฒ นาเศรษฐกิ จ ตามแนวปรั ช ญาของเศรษฐกิ จ
พอเพี ย ง โดยช่ ว ยเหลื อ ชาวประมงพื้ น บ้ า นในการจั ด หาอุ ป กรณ์ ก ารประมง
ในสามจังหวัด และการส่งเสริมฟื้นฟูนาร้างเพื่อปลูกข้าว การสร้างความเชื่อมั่น
ด้านเศรษฐกิจ การส่งเสริมการตลาดโดยจัดแสดงและจ�ำหน่ายสินค้าของดีจังหวัด
ชายแดนภาคใต้ ใ นต่ า งประเทศ การส่ ง เสริ ม ผู ้ ป ระกอบการและแรงงานไทย
ในมาเลเซีย
๖.๙.๖ ด�ำเนิ น โครงการคื น ดวงตาสดใส ให้ ผู ้ สู ง วั ย
เฉลิ ม พระเกี ย รติ แ ละถวายเป็ น พระราชกุ ศ ลแด่ ส มเด็ จ พระนางเจ้ า ฯ
พระบรมราชิ นี น าถ เนื่ อ งในโอกาสเฉลิ ม พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
พุ ท ธศั ก ราช ๒๕๕๕ จั ด งานเทศกาลอาหารจานเด็ ด โก-ลก สุ ด ยอดอาหาร
๓ วัฒนธรรม โครงการรวมน�้ำใจไทย สู่ชายแดนใต้
ผลจากการด�ำเนินงานตามนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนา
จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผ่านมา ท�ำให้เกิดผลส�ำเร็จในการด�ำเนินงานที่ส�ำคัญ คือ
 ส่วนราชการต่าง ๆ ที่ลงพื้นที่เข้าใจนโยบายและยุทธศาสตร์
การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้มากขึ้น และมีการก�ำหนดเป้าหมายยุทธศาสตร์
ร่วมกัน ๒๙ ข้อ เพื่อน�ำสันติสุข ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินกลับคืนสู่
จังหวัดชายแดนภาคใต้

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

101

เยาวชนและกลุม่ พลังมวลชนต่าง ๆ เข้ามามีสว่ นร่วม ร่วมคิดร่วมแสดงความคิดเห็น
ในการแก้ไขปัญหามากขึ้น ไม่มีการชุมนุมเรียกร้องเดินขบวน
 มี ก ารบู ร ณาการร่ ว มกั บ หน่ ว ยงานที่ เ กี่ ย วข้ อ ง ร่ ว มกั น
ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ จนท�ำให้ผลสัมฤทธิ์
การเรียน (O-Net) ของสถานศึกษามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
 ประชาชนมีความพึงพอใจนโยบายการอ�ำนวยความเป็นธรรม
เยียวยาและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ได้ออกมาแสดง
ความขอบคุณรัฐบาล โดยเฉพาะกรณีกรือเซะ ตากใบ รวมทั้งการปรับเกณฑ์
การจ่ายเงินเยียวยาของประชาชนที่ได้รับผลกระทบเท่ากับเกณฑ์ของเจ้าหน้าที่รัฐ
 ต่างประเทศเข้าใจแนวทางการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ โดยเฉพาะองค์กรความร่วมมืออิสลาม (Organization of the Islamic
Conference: OIC) ที่ได้ส่งคณะผู้แทนระดับสูงมาเยือนจังหวัดชายแดนภาคใต้
ระหว่างวันที่ ๗-๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ซึ่งได้แสดงความเข้าใจต่อสถานการณ์
จังหวัดชายแดนภาคใต้และทิศทางการด�ำเนินการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลโดยเห็นว่า
เป็นไปในแนวทางที่เหมาะสมแล้ว
๗. เสริ ม สร้ า งศั ก ยภาพการป้ อ งกั น ประเทศให้ มี ค วามพร้ อ ม
ในการรักษาเอกราชอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน รัฐบาลได้จัดเตรียม
ก�ำลังกองทัพให้พร้อมเผชิญภัยคุกคามทางทหาร โดยให้ความส�ำคัญแก่การพัฒนา
และเสริมสร้างศักยภาพการป้องกันและรักษาความมั่นคงของประเทศ ปรับสิทธิ
ก� ำ ลั ง พลให้ ส อดคล้ อ งกั บ สภาวะเศรษฐกิ จ รวมทั้ ง พั ฒ นาความร่ ว มมื อ
ทางการทหารกับมิตรประเทศ และส่งเสริมบทบาทในการรักษาสันติภาพของโลก
ภายใต้กรอบสหประชาชาติ มีการด�ำเนินการที่สำ� คัญ ดังนี้
๗.๑ ทบทวนแผนและยุ ท ธศาสตร์ ข องกองทั พ โดยทบทวน
ยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคง
และพร้อมเผชิญกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงในทุกรูปแบบและความท้าทาย
ด้านความมั่นคง รวมทั้งอยู่ระหว่างการทบทวนแผนแม่บทการปรับปรุงโครงสร้าง
กระทรวงกลาโหมเพื่อให้มีการจัดส่วนราชการที่เหมาะสมยิ่งขึ้น และทบทวน
แผนผนึกก�ำลังและทรัพยากรเพื่อการป้องกันประเทศ

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

 ผู้น�ำชุมชน ผู้น�ำศาสนา ผู้น�ำท้องที่ ผู้น�ำท้องถิ่น ผู้น�ำสตรี

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

102

๗.๒ พั ฒ นาก�ำลั ง ทหาร รั ฐ บาลได้ ด� ำ เนิ น การพั ฒ นาก� ำ ลั ง ทหาร
ทางบก ทางเรือ และทางอากาศ โดยมีเป้าหมาย ดังนี้
๗.๒.๑ ก�ำลังทางบก ให้มีก�ำลังรบผสมเหล่าที่มีความคล่องตัว
เคลื่ อ นไหวเร็ ว โดยให้ ค วามส� ำ คั ญ ต่ อ การพั ฒ นาหน่ ว ยทหารราบยานเกราะ
โดยอยู่ระหว่างการจัดหายานเกราะล้อยางทั่วไป ยานเกราะล้อยางบังคับการ
ยานเกราะล้อยางพยาบาล ยานเกราะล้อยางติดตัง้ เครือ่ งยิงลูกระเบิด และยานเกราะ
ล้อยางติดตั้งอาวุธต่อสู้รถถัง
๗.๒.๒ ก�ำลั ง ทางเรื อ ให้ ส ามารถปฏิ บั ติ ก ารรบผิ ว น�้ ำ ได้
อย่างรวดเร็ว รุนแรง และเด็ดขาด สามารถใช้ในภารกิจเพื่อการลาดตะเวนไกลฝั่ง
และควบคุมทะเล รวมทั้งให้สามารถปฏิบัติการสะเทินน�้ำสะเทินบกที่สามารถ
สนับสนุนการป้องกันอธิปไตยทางบก และปฏิบัติการใต้น�้ำที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
โดยอยู่ระหว่างการจัดหาเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง เรือน�้ำมัน
และการพัฒนาขีดความสามารถในการปราบเรือด�ำน�้ำ
๗.๒.๓ ก�ำลั ง ทางอากาศ ให้ มี ฝู ง บิ น รบหลั ก เป็ น เครื่ อ งบิ น
ขับไล่อเนกประสงค์ทสี่ ามารถปฏิบตั กิ ารทางอากาศเชิงรุกและสร้างอ�ำนาจต่อรองได้
โดยอยู่ระหว่างการปรับปรุงขีดความสามารถของเครื่องบินขับไล่และเครื่องบิน
ล�ำเลียงที่มีอยู่ จัดหาเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ทดแทน จัดหาเฮลิคอปเตอร์
ขนาดกลางส�ำหรับค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ พัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูล
ทางยุทธวิธี รวมทั้งระบบควบคุมและแจ้งเตือนการป้องกันทางอากาศ
๘. พั ฒ นาระบบการเตรี ย มพร้ อ มแห่ ง ชาติ รั ฐ บาลตระหนั ก ถึ ง
ความส�ำคัญของการรักษาความมั่นคงของประเทศอย่างเป็นระบบ จึงได้พัฒนา
ระบบการเตรี ย มความพร้ อ มแห่ ง ชาติ เ พื่ อ ให้ ทุ ก ภาคส่ ว นสามารถเตรี ย ม
ความพร้อมเผชิญภัยต่าง ๆ และสถานการณ์ฉุกเฉินได้ โดยมีผลด�ำเนินการที่ส�ำคัญ
ดังนี้
๘.๑ จั ด ท�ำร่ า งยุ ท ธศาสตร์ เ ตรี ย มความพร้ อ มแห่ ง ชาติ โดย
ให้ความส�ำคัญแก่การเตรียมพร้อมคน เพราะเป็นสิ่งที่สร้างภูมิคุ้มกันของประเทศ
ได้ ดี ที่ สุ ด การก� ำ หนดยุ ท ธศาสตร์ ก ารเตรี ย มพร้ อ มแห่ ง ชาติ ด ้ า นสาธารณภั ย

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

103

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

ด้านการป้องกันประเทศ และด้านการป้องกันการก่อการร้ายของประเทศ และ
ส่ ง เสริ ม ให้ ภ าคประชาชนเข้ า มามี ส ่ ว นร่ ว มในการก� ำ หนด ด� ำ เนิ น การ และ
ประเมินผลความส�ำเร็จของยุทธศาสตร์ ซึ่งสามารถช่วยสนับสนุนการด�ำเนินงาน
ของภาครัฐและประเทศชาติให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น จากนั้นจะแปลงนโยบาย
เตรี ย มความพร้ อ มแห่ ง ชาติ ไ ปสู ่ ก ารปฏิ บั ติ โดยน�ำไปเป็นหลักในการจัดท�ำ
แผนปฏิบัติการเพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมทั้งการฝึกซ้อมการปฏิบัติ
กรณี ส ถานการณ์ ส มมติ เ พื่ อ ให้ ผู ้ ร ่ ว มการฝึ ก ซ้ อ มมี ค วามเข้ า ใจและเข้ า ถึ ง
สถานการณ์ต่อไป
๘.๒ เตรียมความพร้อมด้านการป้องกันประเทศ
๘.๒.๑ จัดท�ำแผนผนึกก�ำลังและทรัพยากรเพื่อการป้องกัน
ประเทศ โดยบูรณาการการด�ำเนินงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน เพื่อร่วมศึกษา
วิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ และปัญหา และได้ทบทวนแผนผนึกก�ำลังและ
ทรัพยากรเพื่อการป้องกันประเทศเป็นระยะ
๘.๒.๒ ฝึกการระดมสรรพก�ำลังเพื่อการทหาร เพื่อทดสอบ
แผนผนึกก�ำลังและทรัพยากรเพื่อการป้องกันประเทศ และระบบงานฐานข้อมูล
ทรัพยากรตามนโยบายการเตรียมพร้อมแห่งชาติ รวมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์
อันดีระหว่างผู้แทนส่วนราชการทหาร พลเรือน รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ที่เข้าร่วม
การฝึกให้มีความพร้อมตั้งแต่ภาวะปกติ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานในภาวะไม่ปกติ
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๘.๓ เตรียมพร้อมด้านการป้องกันการก่อการร้ายสากล ศูนย์ปฏิบตั กิ าร
ต่อต้านการก่อการร้ายสากล ได้จัดการฝึกความช�ำนาญเฉพาะหน้าที่อย่างสม�่ำเสมอ
พร้อมทั้งจัดวิทยากรและชุดครูฝึกเคลื่อนที่ของหน่วย เพื่อให้ความรู้ปลูกจิตส�ำนึก
ในการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายสากล ให้แก่ส่วนราชการ
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเสนอแนะแผนการต่อต้านการก่อการร้ายสากล
แห่ ง ชาติ (ตช.๕๕๑) ต่อคณะกรรมการนโยบายและอ�ำนวยการแก้ไขปัญหา
การก่ อ การร้ า ยสากล (นอก.) ให้ อ นุ มั ติ ใ ช้ เ ป็ น แผนเผชิ ญ เหตุ ใ นการปฏิ บั ติ
เมื่อเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายสากล และท�ำการฝึกตามวงรอบประจ�ำปีของหน่วย
เพื่อเตรียมความพร้อม

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

104

พัฒนาระบบการ
เตรียมพร้อมแห่งชาติ
ในด้านต่าง ๆ ได้แก่
ด้านการป้องกันประเทศ
ด้านการป้องกันการก่อการร้าย
ด้านสาธารณภัย พัฒนา
ระบบแจ้งการเตือนภัยของ
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
โดยจัดตั้งศูนย์ประสานงาน
เหตุฉุกเฉิน ECC โทร. ๑๙๒

๘.๔ เตรียมพร้อมด้านสาธารณภัย
๘.๔.๑ พั ฒ นาระบบแจ้ ง การเตื อ นภั ย ของศู น ย์ เ ตื อ นภั ย
พิบัติแห่งชาติ โดยจัดตั้งศูนย์ประสานงานเหตุฉุกเฉิน (Emergency Control
Center: ECC) หมายเลขโทรศัพท์ ๑๙๒ และให้มีการแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ
ส่งข้อความสั้นทางระบบโทรสารอัตโนมัติ สื่อวิทยุและโทรทัศน์ การกระจายเสียง
ระบบหอเตือนภัย ผ่านระบบสื่อสารประยุกต์ และเครือข่ายเพื่อนเตือนภัย
๘.๔.๒ สร้ า งเครื อ ข่ า ยเฝ้ า ระวั ง แจ้ ง เตื อ นธรณี พิ บั ติ ภั ย
โดยด� ำ เนิ น การส� ำ รวจ ก� ำ หนดพื้ น ที่ เ สี่ ย งต่ อ ธรณี พิ บั ติ ภั ย ดิ น ถล่ ม และจั ด ท� ำ
”โครงการลดผลกระทบด้านธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อมและธรณีพิบัติภัย„ พร้อมทั้ง
ส�ำรวจและประเมินรอยเลื่อน ศึกษาพฤติกรรมการเลื่อนตัวของรอยเลื่อนเมื่อเกิด
แผ่นดินไหว และจัดท�ำระบบป้องกันและเตือนภัยธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อมและธรณี
พิบัติภัย
๘.๔.๓ จั ด ตั้ ง ศู น ย์ ยุ ท ธการแก้ ไ ขปั ญ หาวิ ก ฤตป่ า ไม้ เพื่อ
ด�ำเนินการปราบปรามการกระท�ำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ในพื้นที่วิกฤต
และควบคุมไฟป่า รวมทัง้ ด�ำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควัน
ไฟป่าด้วย
๘.๔.๔ จั ด เตรี ย มชุ ด ปรั บ ปรุ ง คุ ณ ภาพน�้ ำ เคลื่ อ นที่ แ ละ
ภาชนะจ่ า ยน�้ ำ สะอาด ให้มีความพร้อมในภาวะปกติ และเตรียมความพร้อม
ด้านทรัพยากรน�้ำเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหาร ตามแผนผนึกก�ำลังและ
ทรัพยากรเพื่อการป้องกันประเทศในสภาวะไม่ปกติ
๘.๔.๕ จั ด ท�ำแผนปฏิ บั ติ ก าร ”การป้ อ งกั น และบรรเทา
สาธารณภัยแบบบูรณาการระดับกระทรวงด้านนิวเคลียร์และรังสี„ พร้อมทั้ง
ฝึกซ้อมการปฏิบัติการตามแผนฯ ด้วย
๘.๔.๖ จั ด ตั้ ง ”ศู น ย์ ป ระสานงานและศู น ย์ อ�ำนวยการ
ด้านบริจาค ส�ำนักนายกรัฐมนตรี„ เพือ่ บูรณาการการท�ำงานของหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้อง
ขับเคลื่อนการปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติการการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
แบบบูรณาการด้านการบริจาค และเป็นศูนย์ข้อมูลกลางในการรับบริจาคเงินและ
สิ่งของ ทั้งภาครัฐและเอกชน

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

105

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

๘.๕ เตรียมพร้อมด้านพลังงาน มีการด�ำเนินงาน ดังนี้
๘.๕.๑ ประเมิ น ความเสี่ ย งในมิ ติ ต ่ า ง ๆ ที่ มี ผ ลให้ เ กิ ด
การขาดแคลนพลังงานไฟฟ้า ในด้านภัยจากธรรมชาติ ภัยจากมนุษย์ และภัยจาก
การขาดแคลนเชื้อเพลิง โดยประเมินส�ำหรับโรงไฟฟ้าพลังความร้อน โรงไฟฟ้า
พลังน�้ำ ระบบส่งไฟฟ้า และเหมืองแม่เมาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านโรงไฟฟ้า
พลังน�้ำ ได้ประเมินความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับแต่ละเขื่อน ในกรณีเขื่อน
เกิดการพังทลาย น�ำ้ แล้ง มวลชนต่อต้าน และระบบผลิตไฟฟ้าเสียหาย
๘.๕.๒ ฝึกซ้อม Black Out Restoration โดยมีโรงไฟฟ้า
ร่วมฝึกซ้อม ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังน�้ำ ๗ แห่ง โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ
๔ แห่ง และโรงไฟฟ้าถ่านหิน ๑ แห่ง ในจ�ำนวนนี้ส่วนหนึ่งเป็นการฝึกซ้อมร่วมกัน
ของหลายภาคส่วนในกิจการไฟฟ้า อาทิ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โรงไฟฟ้าเอกชน
และโรงไฟฟ้าในลาว และด�ำเนินการทดสอบสอบ Black Start โรงไฟฟ้าพลัง
ความร้อนร่วมระยอง โรงไฟฟ้าพลังน�ำ้ เขือ่ นภูมพิ ล โรงไฟฟ้าพลังน�ำ้ เขือ่ นรัชชประภา
๘.๖ เตรียมพร้อมด้านการเงินการคลัง โดยการจัดตั้งคณะกรรมการ
แก้ ไ ขวิ ก ฤตการณ์ ข องธนาคารแห่ ง ประเทศไทย (Crisis Management
Committee: CMC) เพื่อพิจารณาตัดสินใจได้ทันการณ์ในกรณีเกิดวิกฤตการณ์
ที่อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการด�ำเนินงานของธนาคารแห่งประเทศไทย
ต่ อ เสถี ย รภาพทางการเงิ น ของประเทศ หรื อ ต่ อ เสถี ย รภาพของระบบ
สถาบั น การเงิ น ให้ มี ค วามเหมาะสม และชั ด เจน โดยมี ก ารหารื อ ร่ ว มกั บ
ผู้แทนของสถาบันการเงิน หน่วยงานภาครัฐ และภาคธุรกิจเอกชนที่เกี่ยวข้อง
พร้อมทั้งจั ด ให้ มี ก ารซ้ อ มแผนฉุ ก เฉิ น โดยทดสอบร่ ว มระหว่ า งหน่ ว ยงาน
ที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารพาณิชย์ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ฯ เพื่อสร้างความมั่นใจว่า
สามารถปฏิบัติงานได้จริงหากเกิดเหตุ
๘.๗ เตรียมพร้อมด้านการควบคุมโรค
๘.๗.๑ จั ด ท�ำแผนยุ ท ธศาสตร์ ก ารเตรี ย มความพร้ อ มและ
ด�ำเนิ น การป้ อ งกั น ควบคุ ม โรคและภั ย สุ ข ภาพในสถานการณ์ ฉุ ก เฉิ น และ
ภั ย พิ บั ติ ต ามความต้ อ งการของพื้ น ที่ เพื่อพัฒนาระบบการเตรียมพร้อมและ
การบริหารจัดการในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อป้องกัน หลีกเลี่ยง และลดผลกระทบ

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

106

การเจ็บป่วย การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยมีเป้าหมายคือ
หน่วยงานที่รับผิดชอบ (กรมควบคุมโรค) มีกลไกการจัดการเตรียมความพร้อม
และบู ร ณาการระบบตอบโต้ ภ าวะฉุ ก เฉิ น ด้ า นโรคและภั ย สุ ข ภาพ ควบคู ่ กั บ
การจั ด ท� ำ แผนและคู ่ มื อ มาตรฐานการด� ำ เนิ น งานเพื่ อ เตรี ย มพร้ อ มตอบโต้
ภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (SOP)
๘.๗.๒ ให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และการสาธารณสุข
แก่ผู้ประสบอุทกภัยอย่างครบวงจร ประกอบด้วย การจัดท�ำโครงสร้างหน่วยงาน
และผู ้ รั บ ผิ ด ชอบการด� ำ เนิ น งานในทุ ก ระดั บ ที่ ชั ด เจน การปรั บ นโยบายให้ มี
การเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยของโรงพยาบาลที่เสี่ยงต่อการถูกน�้ำท่วม
ในด้านระบบ เครือข่ายเฝ้าระวัง การสื่อสาร การพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์
ในภาวะฉุกเฉิน พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัย
ด้านการแพทย์และการสาธารณสุขกรณีอุทกภัย ตลอดจนการจัดการหลังเกิดภัย
การฟื้นฟูเยียวยา ทั้งด้านสุขภาพ กาย ใจ สิ่งแวดล้อม การป้องกันและควบคุม
โรคระบาด การประเมินผลกระทบความเสียหายของหน่วยงานและสถานบริการ
และการติดตามประเมินผลการด�ำเนินงาน

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

107

จัดท�ำคู่มือการบริหาร

ความพร้อมต่อสภาวะ
วิกฤตซึ่งเป็นการบูรณาการ

การท�ำงานของส่วนราชการ
ในภาพรวมกรณีเกิด
ภัยพิบัติต่าง ๆ เพื่อให้
ทุกส่วนราชการสามารถ
ให้บริการประชาชนในสภาวะ
วิกฤตได้อย่างต่อเนื่อง

๙. แก้ไขปัญหาองค์กรอาชญากรรมการค้ามนุษย์ ผู้หลบหนีเข้าเมือง
แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และบุคคลที่ไม่มีสถานะชัดเจน มีการด�ำเนินงาน
ที่ส�ำคัญ เช่น การจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปราม
การค้ามนุษย์ การก่อการร้าย การจัดท�ำยุทธศาสตร์แก้ปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมือง
ทั้งระบบ ได้แก่
 แก้ ป ั ญ หาสถานะและสิ ท ธิ ข องบุ ค คลของกลุ ่ ม ชาติ พั น ธุ ์ ที่ อ พยพ
เข้ามา และอาศัยอยู่มานาน แต่มีปัญหาในการส่งกลับ ซึ่งในเรื่องของการใช้สถานะ
บุคคล อาจเป็นปัจจัยให้มีการอพยพเข้ามามากขึ้นเพื่อรับสถานะ จึงจ�ำเป็นต้องใช้
เวลาพิสูจน์ทราบตัวบุคคลอย่างรอบคอบ
 จั ด ระบบการจ้ า งแรงงานต่ า งด้ า วผิ ด กฎหมายให้ เ ข้ า สู ่ ร ะบบ
การจ้างงานที่ถูกต้อง
ั หาความมัน่ คง
 ก�ำหนดแนวทางการด�ำเนินการทีช่ ดั เจนต่อกลุม่ ทีม่ ปี ญ
เฉพาะ อาทิ ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาร์
 ด� ำ เนิ น การตามกฎหมายต่ อ ผู ้ ห ลบหนี เ ข้ า เมื อ งทั่ ว ไป รวมถึ ง
การสกัดกั้นป้องกันการอพยพเข้ามาใหม่และการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน
ในการแก้ ป ั ญ หา ตลอดจนการปรั บ องค์ ก รบริ ห ารจั ด การใหม่ ที่ มี เ อกภาพ
โดยก�ำหนดให้มีกลไกตั้งแต่ระดับชาติถึงระดับพื้นที่อย่างเป็นระบบ

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

๘.๘ เตรี ย มความพร้ อ มต่ อ สภาวะวิ ก ฤตของส่ ว นราชการ
โดยได้ด�ำเนินโครงการการบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต เพื่อบูรณาการ
การท�ำงานของส่วนราชการในภาพรวมกรณีเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ โดยจัดท�ำเป็นคู่มือ
การบริ ห ารความพร้ อ มต่ อ สภาวะวิ ก ฤตเผยแพร่ ใ ห้ ทุ ก ส่ ว นราชการน� ำ ไปใช้
ในการด�ำเนินภารกิจให้บริการประชาชนในสภาวะวิกฤตได้อย่างต่อเนือ่ ง ซึง่ ในขณะนี้
อยู ่ระหว่ า งการศึกษาแนวทางการปฏิบัติข องหน่ว ยงานต่ าง ๆ ทั้งภาครั ฐและ
ภาคเอกชนที่มีประสบการณ์ในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อน�ำมาก�ำหนด
กิจกรรมการด�ำเนินงาน คัดเลือกหน่วยงานน�ำร่องเพื่อศึกษากระบวนการบริหาร
จัดการในสภาวะวิกฤตของหน่วยงาน และจัดท�ำร่างคู่มือการบริหารความพร้อม
ต่อสภาวะวิกฤตต่อไป

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

108

ในส่วนของการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ได้ด�ำเนินการ
จัดตั้ง ศูนย์ปราบปราม จับกุม และด�ำเนินคดีแรงงานต่างด้าวลักลอบท�ำงาน
(ศป.รต.) เพื่อเป็นการป้องกัน สกัดกั้นการเข้ามาของแรงงานต่างด้าวรายใหม่
และการด� ำ เนิ น คดี แ รงงานต่ า งด้ า วลั ก ลอบท� ำ งาน รวมถึ ง ขยายผลไปยั ง
กลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการขนย้ายแรงงานต่างด้าวลักลอบท�ำงาน โดยเฉพาะ
การจัดระบบเพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวลักลอบท�ำงานตามยุทธศาสตร์
การบริ ห ารจั ด การแรงงานต่ า งด้ า วของคณะกรรมการบริ ห ารแรงงานต่ า งด้ า ว
หลบหนี เ ข้ า เมื อ ง (กบร.) โดยตรวจสอบนายจ้ า ง/สถานประกอบการ จ� ำ นวน
๒๑,๔๘๑ แห่ ง ด� ำ เนิ น คดี น ายจ้ า ง/สถานประกอบการ จ� ำ นวน ๑,๑๔๑ ราย
ตรวจสอบแรงงานต่างด้าว จ�ำนวน ๑๙๗,๗๘๗ ราย และด�ำเนินคดีแรงงานต่างด้าว
จ�ำนวน ๒๗,๗๕๔ ราย

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

109

๑. การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
รัฐบาลได้ด�ำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังตามที่
ได้ก�ำหนดให้เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม ในการด�ำเนินการยังพบปัญหา
และอุปสรรคในทางปฏิบัติที่รัฐบาลจะเร่งแก้ไขต่อไป เช่น ปัญหาทัศนคติของ
ผูป้ ฏิบตั งิ านบางกลุม่ ทีเ่ ห็นว่าการบ�ำบัดรักษาไม่มผี ลส�ำเร็จ ปัญหายาเสพติดทีม่ ากับ
ประชากรแฝงในพื้นที่ ปัญหาความปลอดภัยจากการปฏิบัติงานจัดระเบียบสังคม
ปัญหาการเสพยาและค้ายาในหอพักและบ้านพักที่ผิดกฎหมาย การแยกผู้ค้าออก
จากผู้เสพยาเสพติด นอกจากนี้ ผู้ค้ายาเสพติดหลายกลุ่มได้พัฒนาตนเองจนกลาย
เป็นผูม้ อี ทิ ธิพล และยังปรับเปลีย่ นวิธกี ารและกระบวนการในการค้ายาและกระจาย
ยาเสพติดทีซ่ บั ซ้อนมากขึน้ ซึง่ ต้องเร่งสร้างความเข้มแข็งในหมูบ่ า้ น/ชุมชน เนือ่ งจาก
เป็นปัจจัยส�ำเร็จในการแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติด ตลอดจนการด�ำเนินการ
ร่วมมือกับประเทศเพือ่ นบ้านและนานาชาติในการปราบปรามผูม้ อี ทิ ธิพลทีเ่ กีย่ วข้อง
กับยาเสพติด
๒. การแก้ไขปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมือง
ยุทธศาสตร์แก้ปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองทั้งระบบซึ่งมีกลุ่มบุคคลเป้าหมาย
จ� ำ นวนมากอาจเป็ น ปั จ จั ย ที่ จู ง ใจให้ มี ก ลุ ่ ม บุ ค คลประเภทดั ง กล่ า วเข้ า มาใน
ประเทศไทยมากขึน้ เพือ่ รับสถานะบุคคล จึงจ�ำเป็นต้องใช้เวลาพิสจู น์ทราบตัวบุคคล
อย่างรอบคอบประกอบกับหลักการและหลักของยุทธศาสตร์ในการด�ำเนินการ
เกี่ยวกับเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายหลายฉบับ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
อาจจะต้องใช้เวลาในการท�ำความเข้าใจจึงจะน�ำไปปฏิบตั ไิ ด้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้
ยังต้องให้ความส�ำคัญเป็นพิเศษต่อการด�ำเนินนโยบายสาธารณสุขของแรงงาน
ต่างด้าวที่สอดคล้องกับปัญหาการปราบปรามแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมือง
๓. การแก้ไขปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้
๓.๑ ปัญหาส�ำคัญในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ได้แก่ ปัญหาการประสานงานและบูรณาการในการด�ำเนินโครงการ และจัดท�ำ
รายงานเพื่อติดตามและประเมินผลส�ำเร็จของแผนงานโครงการอย่างต่อเนื่อง
การบูรณาการเป้าหมายยุทธศาสตร์ร่วมตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบาย
และยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗
โดยรัฐบาลได้ด�ำเนินการบูรณาการงานด้านการพัฒนาและงานด้านความมั่นคง
ให้ชัดเจน เป็นเอกภาพ ทั้งในระดับยุทธศาสตร์และการปฏิบัติการในพื้นที่

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

ปัญหาและอุปสรรค

แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

110

๓.๒ ประเด็นในด้านการสื่อสาร ความเชื่อทางศาสนา และวัฒนธรรมท้องถิ่น
ที่ แ ตกต่ า งกั น รวมทั้ ง การสร้ า งความเข้ า ใจระหว่ า งรั ฐ และประชาชน ยั ง เป็ น
อุปสรรคส�ำคัญในการด�ำเนินงานของรัฐ ซึ่งมีผลต่อกระบวนการสร้างความรู้
ความเข้าใจเพื่อลดความขัดแย้งกับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งมีผลต่อการสร้าง
ความร่วมมือในการผลักดันการพัฒนาในด้านต่าง ๆ ทัง้ ทางด้านเศรษฐกิจและสังคม
ให้สัมฤทธิ์ผล ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความส�ำคัญกับเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจังในการแก้ไข
ปัญหาในระยะต่อไป

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

111

มาตรา ๗๘ รัฐต้องด�ำเนินการตามแนวนโยบายด้านการบริหารราชการ
แผ่นดิน ดังต่อไปนี้
(๑) บริ ห ารราชการแผ่ น ดิ น ให้ เ ป็ น ไปเพื่ อ การพั ฒ นาสั ง คม
เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืน โดยต้อง
ส่ ง เสริ ม การด�ำเนิ น การตามปรั ช ญาเศรษฐกิ จ พอเพี ย งและ
ค�ำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติในภาพรวมเป็นส�ำคัญ
(๒) จัดระบบบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น
ให้ มี ข อบเขตอ�ำนาจหน้ า ที่ และความรั บ ผิ ด ชอบที่ ชั ด เจน
เหมาะสมแก่การพัฒนาประเทศ และสนับสนุนให้จงั หวัดมีแผน
และงบประมาณเพือ่ พัฒนาจังหวัด เพือ่ ประโยชน์ของประชาชน
ในพื้นที่
(๓) กระจายอ�ำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพึ่งตนเองและ
ตัดสินใจในกิจการของท้องถิน่ ได้เอง ส่งเสริมให้องค์กรปกครอง
ส่ ว นท้ อ งถิ่ น มี ส ่ ว นร่ ว มในการด�ำเนิ น การตามแนวนโยบาย
พื้ น ฐานแห่ ง รั ฐ พั ฒ นาเศรษฐกิ จ ของท้ อ งถิ่ น และระบบ
สาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ตลอดทั้งโครงสร้างพื้นฐาน
สารสนเทศในท้องถิ่น ให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกันทั่วประเทศ
รวมทั้งพัฒนาจังหวัดที่มีความพร้อมให้เป็นองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ โดยค�ำนึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชน
ในจังหวัดนั้น

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

แนวนโยบาย
ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

112

(๔) พั ฒ นาระบบงานภาครั ฐ โดยมุ ่ ง เน้ น การพั ฒ นาคุ ณ ภาพ
คุณธรรม และจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ควบคู่ไปกับ
การปรั บ ปรุ ง รู ป แบบและวิ ธี ก ารท�ำงาน เพื่ อ ให้ ก ารบริ ห าร
ราชการแผ่ น ดิ น เป็ น ไปอย่ า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ และส่ ง เสริ ม
ให้ ห น่ ว ยงานของรั ฐ ใช้ ห ลั ก การบริ ห ารกิ จ การบ้ า นเมื อ งที่ ดี
เป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการ
(๕) จัดระบบงานราชการและงานของรัฐอย่างอื่น เพื่อให้การจัดท�ำ
และการให้บริการสาธารณะเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ
โปร่ ง ใส และตรวจสอบได้ โดยค�ำนึ ง ถึ ง การมี ส ่ ว นร่ ว ม
ของประชาชน
(๖) ด�ำเนินการให้หน่วยงานทางกฎหมายที่มีหน้าที่ให้ความเห็น
เกี่ ย วกั บ การด�ำเนิ น งานของรั ฐ ตามกฎหมายและตรวจสอบ
การตรากฎหมายของรัฐ ด�ำเนินการอย่างเป็นอิสระ เพื่อให้
การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปตามหลักนิติธรรม
(๗) จั ด ให้ มี แ ผนพั ฒ นาการเมื อ ง รวมทั้ ง จั ด ให้ มี ส ภาพั ฒ นา
การเมืองทีม่ คี วามเป็นอิสระ เพือ่ ติดตามสอดส่องให้มกี ารปฏิบตั ิ
ตามแผนดังกล่าวอย่างเคร่งครัด
(๘) ด�ำเนินการให้ขา้ ราชการและเจ้าหน้าทีข่ องรัฐได้รบั สิทธิประโยชน์
อย่างเหมาะสม

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

113

รั ฐ บาลได้ ใ ห้ ค วามส� ำ คั ญ ต่ อ การพั ฒ นาระบบราชการและเสริ ม สร้ า ง
ประสิทธิภาพการบริหารงานอย่างบูรณาการของราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค
และส่วนท้องถิ่น ภายใต้หลักปรัญชาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อพัฒนาคุณภาพ
การให้บริการประชาชน และการบริหารจัดการทีม่ ปี ระสิทธิภาพ โดยมีผลการด�ำเนินงาน
ที่ส�ำคัญ ดังนี้
๑. พัฒนาระบบราชการอย่างต่อเนื่อง ได้ด�ำเนินงานที่ส�ำคัญ เช่น
๑.๑ จัดท�ำค�ำรับรองการปฏิบัติราชการและประเมินผลการปฏิบัติ
ราชการ ประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ของส่วนราชการ ๑๔๔ ส่วนราชการ
จังหวัด ๗๖ จังหวัด สถาบันอุดมศึกษา ๖๗ แห่ง และองค์การมหาชน ๒๙ แห่ง
ซึ่ ง ส่ ว นราชการ จั ง หวั ด สถาบั น อุ ด มศึ ก ษาและองค์ ก ารมหาชนได้ เ จรจา
ความเหมาะสมของตั ว ชี้ วั ด ฯ และจั ด ท� ำ ค� ำ รั บ รองการปฏิ บั ติ ร าชการประจ� ำ
ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เสร็จสิ้นแล้ว
๑.๒ พั ฒ นาระบบการประเมิ น ผลภาคราชการแบบบู ร ณาการ
(Government Evaluation System: GES) เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ
แต่สามารถประเมินผลได้ชดั เจน โดยปรับปรุงกรอบการประเมินผลการปฏิบตั ริ าชการ
จาก ๔ มิติ เป็น ๒ มิติ ได้แก่
มิ ติ ภ ายนอก ประกอบด้ ว ยการประเมิ น ๔ ด้ า น ได้ แ ก่
การประเมิ น ผลกระทบ การประเมิ น ประสิ ท ธิ ผ ล (ผลลั พ ธ์ แ ละผลผลิ ต )
การประเมินผลประโยชน์ต่อค่าใช้จ่ายหรือการประเมินประสิทธิผลต่อค่าใช้จ่าย
และการประเมินคุณภาพ
มิ ติ ภ ายใน ประกอบด้ ว ย การประเมิ น ๒ ด้ า น ได้ แ ก่
การประเมินประสิทธิภาพ และการพัฒนาองค์การ
ทั้ ง นี้ ตั ว ชี้ วั ด ในมิ ติ ภ ายนอก ๔ ตั ว นั้ น สามารถด� ำ เนิ น งาน
ในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้ ๒ ตัวชี้วัด ได้แก่ การประเมินประสิทธิผลและการประเมิน

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

มาตรา ๗๘ (๑) บริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปเพือ่ การพัฒนาสังคม
เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืน โดยต้องส่งเสริม
การด�ำเนินการตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและค�ำนึงถึงผลประโยชน์
ของประเทศชาติในภาพรวมเป็นส�ำคัญ

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

114

คุณภาพ ส่วนตัวชีว้ ดั การประเมินผลกระทบ และการประเมินประสิทธิผลต่อค่าใช้จา่ ย
จะด�ำเนินการตามแผนในระยะ ๓ ปีข้างหน้า (๒๕๕๕-๒๕๕๗) ที่ได้ก�ำหนดไว้
๒. เสริ ม สร้ า งประสิ ท ธิ ภ าพของระบบการบริ ห ารงานแบบบู ร ณาการ
อย่างต่อเนื่อง ยกระดับสมรรถนะของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ และ
ปรับปรุงระบบบริการประชาชน ได้ด�ำเนินงานที่ส�ำคัญ เช่น
๒.๑ พั ฒ นาและส่ ง เสริ ม การเป็ น องค์ ก ารแห่ ง การเรี ย นรู ้
โดยการจั ด ประชุ ม สั ม มนาเวที ป ั ญ ญาสั ม มนาวาที เพื่อให้เกิดการพัฒนาและ
ส่งเสริมนวัตกรรมทางความคิด โดยคัดเลือกหน่วยงานที่มีวิธีการปฏิบัติงานได้
อย่างมีประสิทธิภาพและดีที่สุด (Best Practice) เป็นต้นแบบในการแลกเปลี่ยน
เรียนรู้ระหว่างหน่วยงานภาครัฐทั้งในส่วนราชการ/จังหวัด พร้อมทั้งสร้างเครือข่าย
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ ความช�ำนาญ และวิธีปฏิบัติที่ดีของกลุ่มคนที่มี
จุดมุ่งหมายหรือพันธกิจร่วมกันผ่านช่องทางการปฏิสัมพันธ์ของกลุ่ม โดยได้
จั ด การประชุ ม สั ม มนาเวที ป ั ญ ญาสั ม มนาวาที รวม ๓ ครั้ ง ดั ง นี้ ครั้ ง ที่ ๑
แนวทางการจั ด ท� ำ โครงการตามแผนปฏิ บั ติ ร าชการประจ� ำ ปี ข องจั ง หวั ด และ
กลุ่มจังหวัด ครั้งที่ ๒ การขับเคลื่อนองค์การด้วยนวัตกรรม และ ครั้งที่ ๓ พัฒนา
องค์การสู่ความเป็นเลิศด้วยการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (Public
Sector Management Quality Award: PMQA) และการเสริ ม สร้ า ง
การแลกเปลี่ ย นเรี ย นรู ้ ส ่ ว นราชการสู ่ อ งค์ ก ารแห่ ง การเรี ย นรู ้ ผ่ า นการจั ด
ประชุ ม สั ม มนาการเสริ ม สร้ า งการแลกเปลี่ ย นเรี ย นรู ้ ชุ ม ชนนั ก ปฏิ บั ติ
(Community of Practice: CoP)
๒.๒ พั ฒ นาคุ ณ ภาพการบริ ห ารจั ด การภาครั ฐ
โดยน� ำ กรอบแนวคิ ด ในการบริ ห ารจั ด การตามเกณฑ์ พั ฒ นา
คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐไปใช้ในการพัฒนาองค์การ ซึ่งมี
ส่วนราชการระดับกรมได้รับการรับรองเกณฑ์คุณภาพการบริหาร
จั ด การภาครั ฐ ระดั บ พื้ น ฐาน จ� ำ นวน ๓๖ ส่ ว นราชการ และ
ส่วนราชการระดับจังหวัด จ�ำนวน ๑๒ ส่วนราชการ
๒.๓ พัฒนาคุณภาพการให้บริการประชาชน ได้มี
การด�ำเนินการที่ส�ำคัญ เช่น ส่งเสริมให้ส่วนราชการที่มีงานบริการ
ประชาชนเป็ น ภารกิ จ หลั ก เสนอผลงานการพั ฒ นาคุ ณ ภาพ

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

115

๗๐ กระบวนงาน
จาก ๓๒๘ กระบวนงาน
ในการปรับปรุงบริการ
ของส่วนราชการได้รับ

รางวัลคุณภาพ
การให้บริการประชาชน
ประจ�ำปี ๒๕๕๔

มีการศึกษาและปรับปรุง
กฎหมายที่เป็นอุปสรรค
ต่อการด�ำเนินการปรับปรุงบริการ
ตามรายงานผลการวิจยั
เรื่อง Doing Business
ของธนาคารโลก
ตามกรอบเอเปค

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

การให้ บ ริ ก ารประชาชนอย่ า งน้ อ ย ๑ งานบริ ก าร เพื่ อ ขอรั บ การประเมิ น เพื่ อ
รั บ รางวั ล คุ ณ ภาพการให้ บ ริ ก ารประชาชน และให้ ส ่ ว นราชการที่ มี ห น่ ว ยงาน
บริการประชาชนทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคน�ำผลงานที่ได้รับรางวัลไปขยายผล
การด�ำเนินการต่อในทุกหน่วยบริการภายในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยผลการปรับปรุง
บริการของส่วนราชการที่ส่งสมัครขอรับรางวัลคุณภาพการให้บริการประชาชน
ประจ� ำ ปี ๒๕๕๔ มี ก ระบวนงานที่ ไ ด้ รั บ รางวั ล ๗๐ กระบวนงานจาก
๓๒๘ กระบวนงาน และรางวั ล มาตรฐานศู น ย์ บ ริ ก ารร่ ว ม/เคาน์ เ ตอร์ บ ริ ก าร
ประชาชน จ� ำ นวน ๔ แห่ ง จาก ๖ แห่ ง และขยายผลและพั ฒ นารู ป แบบ
การให้บริการของศูนย์บริการร่วม/เคาน์เตอร์บริการประชาชนและการพัฒนา
โปรแกรมการให้บริการรูปแบบหน้าต่างเดียว (Single Window Service) โดยมี
กระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบต่อไปแล้ว
๒.๔ ปรับปรุงบริการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ
ประเทศ รัฐบาลได้ส่งเสริมและผลักดันให้ส่วนราชการต่าง ๆ ปรับปรุงบริการเพื่อ
เพิ่มขีดความสามารถในการประกอบธุรกิจตามรายงานผลการวิจัยเรื่อง Doing
Business ของธนาคารโลกให้เป็นผลส�ำเร็จ ซึ่งมีหลายหน่วยงานได้ปรับปรุง
บริ ก ารจนเป็ น ผลให้ ป ระเทศไทยได้ รั บ การจั ด อั น ดั บ ที่ ดี ขึ้ น อย่ า งต่ อ เนื่ อ ง
โดยในปี ๒๕๕๕ ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับในรายงานผลการจัดอันดับ
ความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจของธนาคารโลก (Doing Business 2012)
ให้อยู่ในอันดับที่ ๑๗ จาก ๑๘๓ ประเทศ ซึ่งเป็นอันดับที่ดีขึ้นจากปี ๒๕๕๔
(อันดับที่ ๑๙ จาก ๑๘๓ ประเทศ) นอกจากนี้ ยังได้มกี ารศึกษาและปรับปรุงกฎหมาย
ที่ เ ป็ น อุ ป สรรคต่ อ การด� ำ เนิ น การปรั บ ปรุ ง บริ ก ารตามรายงานผลการวิ จั ย
เรื่องการประกอบธุรกิจ (Doing Business) ของธนาคารโลกตามกรอบเอเปค
ได้แก่ การเริ่มต้นธุรกิจ การขออนุญาตก่อสร้าง การได้รับสินเชื่อ การค้าระหว่าง
ประเทศ และการบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลง

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

116

๒.๕ บริหารจัดการทรัพยากรบุคคลภาครัฐ ได้ด�ำเนินการ ดังนี้
๒.๕.๑ ส่งเสริมความเข้มแข็งในการมีส่วนร่วมของข้าราชการ
พลเรื อ นเพื่ อ ขั บ เคลื่ อ นระบบราชการ โดยได้ ชี้ แ จงสร้ า งความเข้ า ใจเกี่ ย วกั บ
การรวมกลุ่มข้าราชการพลเรือนสามัญ และเตรียมจัดท�ำหนังสือรับรองการจัดตั้ง
สหภาพข้าราชการและสหพันธ์ข้าราชการ
๒.๕.๒ จั ด ท� ำ รายงานผลการด� ำ เนิ น การภายใต้ โ ครงการ
ความร่วมมือระหว่างธนาคารโลก (World Bank) และจัดท�ำแผนกลยุทธ์การจัดตั้ง
สหภาพ จั ด ท� ำ มาตรฐานเกี่ ย วกั บ สภาพการรั บ ราชการขั้ น พื้ น ฐาน และจั ด ท� ำ
กลยุทธ์การเปลี่ยนผ่าน
๒.๕.๓ ส่ ง เสริ ม เพื่ อ พั ฒ นาขี ด ความสามารถในการบริ ห าร
ทรั พ ยากรบุ ค คลให้ ส ่ ว นราชการและจั ง หวั ด โดยสนั บ สนุ น ให้ ห น่ ว ยงาน
ด้ า นการบริ ห ารทรั พ ยากรบุ ค คลในส่ ว นภู มิ ภ าค (HR Unit) ทั้ ง ๗๕ จั ง หวั ด
ด�ำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งได้เสริมสร้างองค์ความรู้ด้วยการอบรม
เชิงปฏิบัติการ เรื่อง ”การพัฒนาข้าราชการไทยก้าวสู่ประชาคมอาเซียน„ ให้แก่
จังหวัดที่มีเขตพื้นที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านด้วย

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

117

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

มาตรา ๗๘ (๒) จัดระบบบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และ
ส่วนท้องถิ่น ให้มีขอบเขตอ�ำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบที่ชัดเจน
เหมาะสมแก่การพัฒนาประเทศ และสนับสนุนให้จังหวัดมีแผนและ
งบประมาณเพื่อพัฒนาจังหวัด เพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่
รั ฐ บาลได้ ใ ห้ ค วามส� ำ คั ญ ในการจั ด ระบบการบริ ห ารราชการแผ่ น ดิ น
ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นให้มีหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจน
และมีการบูรณาการในการท�ำงาน และสนับสนุนให้จังหวัดมีแผนและงบประมาณ
เพื่อพัฒนาจังหวัด เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผลการด�ำเนินงานที่ส�ำคัญ ดังนี้
๑. ทบทวนบทบาทภารกิจ ภาครัฐ ของส่ว นราชการ เพื่อให้เป็นไปตาม
เจตนารมณ์ ข องรั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจั ก รไทย บทบั ญ ญั ติ ข องกฎหมาย
นโยบายรั ฐ บาล และแผนพั ฒ นาระบบราชการไทย (พ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๕๕)
และสนับสนุนให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดมีแผนและงบประมาณในการพัฒนา
จังหวัดและกลุ่มจังหวัด เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่
โดยส่ ง เสริ ม สนั บ สนุ น จั ง หวั ด และกลุ ่ ม จั ง หวั ด ให้ มี ขี ด สมรรถนะที่ เ หมาะสม
และก� ำ หนดหลั ก เกณฑ์ แ ละแนวทางพิ จ ารณาทบทวนแผนพั ฒ นาจั ง หวั ด
แผนพั ฒ นากลุ่ม จังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจ� ำ ปี ข องจั ง หวั ด แผนปฏิ บั ติ
ราชการประจ�ำปีของกลุ่มจังหวัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแผนให้มีความสมบูรณ์
มีคุณภาพ สอดคล้องกับศักยภาพและทิศทางการพัฒนาในอนาคต ตลอดจน
ทบทวนภารกิจการถ่ายโอนให้ท้องถิ่นสามารถด�ำเนินการได้โดยแก้ไขข้อจ�ำกัด และ
การพิจารณาแก้ไขกฎระเบียบที่ไม่เอื้อต่อการถ่ายโอน

 สนับสนุนให้จังหวัดและกลุ่ม

จังหวัดมีแผนและงบประมาณ
ในการพัฒนาจังหวัดและ
กลุ่มจังหวัด
 ทบทวนภารกิจการถ่ายโอน
ให้ท้องถิ่นสามารถด�ำเนินการได้
โดยแก้ไขข้อจ�ำกัดและพิจารณา
แก้ไขกฎระเบียบที่ไม่เอื้อ
ต่อการถ่ายโอน
 จัดท�ำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
หน่วยงาน (พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๖)
และก�ำหนดแนวทางการพิจารณา
ทบทวนบทบาทภารกิจและ
การจัดโครงสร้างส่วนราชการ
รวมทั้งก�ำหนดแนวทางและ
หลักเกณฑ์การด�ำเนินการ
เพื่อการบริหารงานจังหวัดและ
กลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

118

๒. จัดท�ำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาหน่วยงาน (พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๖)
และก�ำหนดแนวทางการพิจารณาทบทวนบทบาทภารกิจและการจัดโครงสร้าง
ส่วนราชการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวิเคราะห์ภาพรวมของ
การจัดภารกิจและโครงสร้างส่วนราชการก่อนเสนอส�ำนักงาน ก.พ.ร. พิจารณา
ต่อไป
๓. บริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ โดยคณะกรรมการ
นโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.จ.) ซึ่งมี
นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้ด�ำเนินการ ดังนี้
๓.๑ ก� ำ หนดแนวทางและหลั ก เกณฑ์ ก ารพิ จ ารณาทบทวน
แผนพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัด และจัดท�ำแผนปฏิบัติราชการประจ�ำปีของจังหวัด/
กลุ่มจังหวัด ประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ และปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖
๓.๒ ก�ำหนดแนวทางและหลักเกณฑ์การก�ำหนดกรอบการจัดสรร
งบประมาณจั ง หวั ด และกลุ ่ ม จั ง หวั ด ประจ� ำ ปี ง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ และ
ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ รวมทั้งหลักเกณฑ์การพิจารณาคุณภาพของแผนฯ
๓.๓ จัดท�ำแผนปฏิบัติราชการประจ�ำปีและค�ำของบประมาณของ
จั ง หวั ด /กลุ ่ ม จั ง หวั ด ประจ� ำ ปี ง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ และปี ง บประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๖ นอกจากนี้ ยั ง ให้ มี ก ารจั ด ประชุ ม ผู ้ แ ทนที ม บู ร ณาการกลาง
และผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้แทนหน่วยนโยบายตามยุทธศาสตร์ส�ำคัญ เพื่อจัดท�ำ
รายละเอียดร่างนโยบาย หลักเกณฑ์ และวิธีการในการจัดท�ำแผนพัฒนาจังหวัด
แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด ๔ ปีรอบใหม่ (พ.ศ. ๒๕๕๗-๒๕๖๐) แผนปฏิบัติราชการ
ประจ�ำปีของจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการประจ�ำปีของกลุ่มจังหวัด ประจ�ำปี
งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ เพื่อน�ำเสนอ ก.น.จ. พิจารณา

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

119

รั ฐ บาลได้ ใ ห้ ค วามส� ำ คั ญ ในการสนั บ สนุ น การด� ำ เนิ น งานของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้มีระบบที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และ
สามารถให้บริการสาธารณะตอบสนองความต้องการของประชาชน มีผลการ
ด�ำเนินงานที่สำ� คัญ ดังนี้
๑. ปรับปรุงกฎหมายและ/หรือระเบียบท้องถิ่นเพื่อกระจายอ�ำนาจ จัดท�ำ
แผนการกระจายอ�ำนาจให้แก่ อปท. (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๕-๒๕๕๙ แบ่งภารกิจ
ออกเป็น ๒ ด้าน คือ
ด้านเศรษฐกิจ ประกอบด้วย ภารกิจทางบก ทางน�้ำ การจัดท�ำผังเมือง
การวางแผนส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาอุตสาหกรรม และการบริหารจัดการ
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ด้ า นสั ง คม ประกอบด้ ว ย ภารกิ จ ด้ า นสวั ส ดิ ก ารสั ง คม การจั ด
ระเบี ย บทางสั ง คม การส่ ง เสริ ม สุ ข ภาพ การศึ ก ษา และการบ� ำ รุ ง รั ก ษา
ดู แ ลรั ก ษา อนุ รั ก ษ์ โ บราณสถาน ส่ ง เสริ ม ศิ ล ปวั ฒ นธรรม จารี ต ประเพณี
และภูมิปัญญาท้องถิ่น

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

มาตรา ๗๘ (๓) กระจายอ�ำนาจให้ อ งค์ ก รปกครองส่ ว นท้ อ งถิ่ น
พึง่ ตนเองและตัดสินใจในกิจการของท้องถิน่ ได้เอง ส่งเสริมให้องค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการด�ำเนินการตามแนวนโยบาย
พื้นฐานแห่งรัฐ พัฒนาเศรษฐกิจของท้องถิ่นและระบบสาธารณูปโภค
และสาธารณูปการ ตลอดทั้งโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศในท้องถิ่น
ให้ทวั่ ถึงและเท่าเทียมกันทัว่ ประเทศ รวมทัง้ พัฒนาจังหวัดทีม่ คี วามพร้อม
ให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ขนาดใหญ่ โดยค�ำนึงถึงเจตนารมณ์
ของประชาชนในจังหวัดนั้น

จัดท�ำแผนการกระจาย
อ�ำนาจให้แก่องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๓)
พ.ศ.๒๕๕๕-๒๕๕๙ และ
แผนปฏิบัติการก�ำหนด
ขั้นตอนการกระจายอ�ำนาจ
ให้แก่องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๙ และ
ขับเคลื่อนแผนดังกล่าว
โดยแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ
เพื่อทบทวนและจัดท�ำ
แผนทั้ง ๒ ฉบับข้างต้น

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

120

๒. ถ่ายโอนภารกิจของหน่วยงานราชการส่วนกลางและ/หรือส่วนภูมิภาค
ไปสู่ อปท. ตามแผนปฏิบัติการก�ำหนดขั้นตอนการกระจายอ�ำนาจให้แก่ อปท.
(ฉบั บ ที่ ๑) ก� ำ หนดภารกิ จ ที่ จ ะถ่ า ยโอน ๒๔๕ ภารกิ จ สามารถถ่ า ยโอนได้
๑๘๕ ภารกิจ (ร้อยละ ๗๕.๕๑) และตามแผนปฏิบัติการ
ก�ำหนดขั้นตอนการกระจายอ�ำนาจให้แก่ อปท. (ฉบับที่ ๒)
มีงาน/กิจกรรม ๑๑๔ งาน สามารถถ่ายโอนได้ ๗๕ งาน
(ร้อยละ ๖๕.๗๗) ด้านการถ่ายโอนบุคลากร ได้ด�ำเนินการ
ถ่ า ยโอนบุ ค ลากรไปแล้ ว ทั้ ง สิ้ น ๙,๘๖๐ คน แบ่ ง เป็ น
ข้าราชการ ๖,๗๕๒ คน ลูกจ้างประจ�ำ ๓,๐๘๑ คน และ
พนักงานราชการ ๒๗ คน
ปี ๒๕๕๕ รัฐบาลจัดสรร
เงินอุดหนุนให้แก่ อปท.

๒๒๑,๐๙๑ ล้านบาท
เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๔

๒๗.๑%

๓. จัดสรรงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนให้แก่ อปท. ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๔ จัดสรรงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนให้แก่ อปท. ๑๗๓,๙๕๐ ล้านบาท
เพิ่ม ขึ้นจากปี ง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ร้ อ ยละ ๒๔.๓ และในปี ง บประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๕ รัฐบาลได้ก�ำหนดแนวทางจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่ อปท. จ�ำนวน
๒๒๑,๐๙๑ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ร้อยละ ๒๗.๑
แผนภูมิแสดงการจัดสรรเงินอุดหนุนจากรัฐบาลใหแก อปท.
ระหวางปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๕
หนวย (ลานบาท)
๒๕๐,๐๐๐
๒๐๐,๐๐๐
๑๕๐,๐๐๐

๒๒๑,๐๙๑.๐๐
๑๐๓,๐๕๗

๓๔,๓๖๓.๓๕ ๑๗๓,๙๕๐.๐๐
๑๓๙.๘๙๕.๑๘

ไทยเขมแข็ง
เงินอุดหนุน

๑๐๐,๐๐๐
๕๐,๐๐๐

ปงบประมาณ
๒๕๕๒

๒๕๕๓

๒๕๕๔

๒๕๕๕

ที่มา : ส�ำนักงานคณะกรรมการการกระจายอ�ำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

121

ปรับเพิ่มสัดส่วน
รายได้ อปท. : รายได้รัฐบาลสุทธิ
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖
จาก ๒๖.๗๗%
เป็น ๒๗.๒๗%
(เพิ่มขึ้น ๐.๕๐%)

๕. โครงการขับเคลื่อนแผนการกระจายอ�ำนาจให้แก่ อปท. (ฉบับที่ ๓)
และแผนปฏิบัติการก�ำหนดขั้นตอนการกระจายอ�ำนาจให้แก่ อปท. (ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๙ มีการด�ำเนินงานที่ส�ำคัญ คือ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ
เพื่อทบทวนและจัดท�ำแผนการกระจายอ�ำนาจให้แก่ อปท. และแผนปฏิบัติการ
ก�ำหนดขั้ น ตอนการกระจายอ�ำนาจให้ แ ก่ อปท. เพื่ อ ท�ำหน้ า ที่ ท บทวนแผน
การกระจายอ�ำนาจให้แก่ อปท. และแผนปฏิบัติการฯ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑
และจัดท�ำแผนการกระจายอ�ำนาจให้แก่ อปท. และแผนปฏิบัติการฯ (ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. .... และแต่ ง ตั้ ง คณะอนุ ก รรมการเฉพาะกิ จ จ� ำ นวน ๒ คณะ ได้ แ ก่
คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อทบทวนและจัดท�ำแผนปฏิบัติการฯ (ฉบับที่ ๓)
การถ่ายโอนภารกิจด้านสังคม และคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อทบทวนและ
จั ด ท� ำ แผนปฏิ บั ติ ก ารฯ (ฉบั บ ที่ ๓) การถ่ า ยโอนภารกิ จ ด้ า นเศรษฐกิ จ และ

ติดตามและประเมินผล
การด�ำเนินงานกระจายอ�ำนาจ
โดยก�ำหนด Road Map
แนวทางการขับเคลื่อนระบบ
การติดตามและประเมินผล
และจัดท�ำแผนปฏิบัติการ
ติดตามและประเมินผล
ระยะ ๓ ปี (ปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๓-๒๕๕๕)

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

๔. ก�ำหนดสั ด ส่ ว นรายได้ ข อง อปท. ต่ อ รายได้ สุ ท ธิ ข องรั ฐ บาล
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ รัฐบาลได้ปรับสัดส่วนรายได้ของ อปท. ต่อรายได้
รัฐบาลสุทธิในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕
ในอัตราร้อยละ ๒๖.๗๗ เป็นร้อยละ ๒๗.๒๗ (สัดส่วนเพิ่มขึ้นร้อยละ ๐.๕๐)
ซึ่งรายได้ของ อปท. ประกอบด้วย รายได้ที่ อปท. จัดเก็บเอง ๕๐,๒๘๑.๕๕ ล้านบาท
รายได้ ที่รัฐ บาลจัด เก็บและแบ่งให้ ๑๘๗,๙๘๘.๔๖ ล้ า นบาท ภาษี มู ล ค่ า เพิ่ ม
ที่รัฐบาลแบ่งให้ ๙๗,๙๐๐ ล้านบาท เงินอุดหนุนจากรัฐบาล ๒๓๖,๕๐๐ ล้านบาท
รวมเป็นเงิน ๕๗๒,๖๗๐ ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้สุทธิของรัฐบาล
จ�ำนวน ๒,๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๒๗.๒๗

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

122

สิ่ ง แวดล้ อ ม เพื่ อ ช่ ว ยงานคณะอนุ ก รรมการเฉพาะกิ จ เพื่ อ ทบทวนและจั ด ท� ำ
แผนการกระจายอ�ำนาจให้แก่ อปท. และแผนปฏิบตั กิ ารฯ ซึง่ จะค�ำนึงถึงประสิทธิภาพ
การบริหารจัดการและประโยชน์ที่ประชาชนพึงจะได้รับจากการบริการที่ดีที่สุด
การพิจารณาถึงความสัมพันธ์ระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น
ที่ ไ ม่ ค วรตั ด ขาดจากกั น รวมถึ ง การจั ด สรรงบประมาณให้ เ หมาะสมกั บ งานที่
ลงไปยั ง อปท. ในส่ ว นของการกระจายอ� ำ นาจด้ า นการศึ ก ษาได้ มี ก ารจั ด ตั้ ง
คณะอนุ ก รรมการสนั บ สนุ น การถ่ า ยโอนภารกิ จ ด้ า นการศึ ก ษาให้ แ ก่ อปท.
ซึ่งได้ด�ำเนินการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในการถ่ายโอนสถานศึกษา
ให้แก่ผู้เกี่ยวข้องแต่ละกลุ่ม เช่น กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษา และกลุ่มผู้บริหาร
องค์การบริหารส่วนจังหวัด เพื่อให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับการด�ำเนินการที่ตรงกัน
และรับทราบปัญหาอุปสรรค เพือ่ จะได้นำ� มาทบทวนการกระจายอ�ำนาจด้านการศึกษา
ต่อไป ในส่วนของการกระจายอ�ำนาจด้านการเงินและการคลัง ได้มีการจัดตั้ง
คณะอนุกรรมการด้านการเงิน การคลัง และงบประมาณ ซึ่งมีอ�ำนาจหน้าที่เกี่ยวกับ
การจัดสรรรายได้ให้แก่ อปท. เช่น ภาษีอากร เงินอุดหนุน และรายได้อนื่ การพิจารณา
ปรับปรุงสัดส่วนภาษีอากร และรายได้ระหว่างรัฐกับ อปท. และระหว่าง อปท.
ด้วยกันเอง โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้มีการประกาศก�ำหนดหลักเกณฑ์
การจัดสรรภาษีและเงินอุดหนุนทั่วไป จ�ำนวน ๔ เรื่อง
๖. ติดตามและประเมินผลการด�ำเนินงานกระจายอ�ำนาจ โดยได้จัดสรร
เงินอุดหนุน จ�ำนวน ๒๐ ล้านบาท ให้แก่ส�ำนักงานคณะกรรมการการกระจาย
อ� ำ นาจให้ แ ก่ อ งค์ ก รปกครองส่ ว นท้ อ งถิ่ น ส� ำ นั ก งานปลั ด
ส�ำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อด�ำเนินโครงการติดตามประเมินผล
การกระจายอ�ำนาจให้แก่ อปท. โดยแบ่งเป็น ๓ โครงการย่อย
คื อ โครงการติ ด ตามและประเมิ น ผลนโยบายการกระจาย
อ�ำนาจ โครงการติดตามและประเมินผลลัพธ์และผลกระทบ
การด�ำเนินงานตามภารกิจที่ได้รับการถ่ายโอนของ อปท. และ
โครงการประเมินประสิทธิภาพและสมรรถนะของ อปท.

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

123

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

๗. คัดเลือก อปท. เพื่อรับรางวัลจูงใจในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร
จัดการของท้องถิ่น มี อปท. ที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อรับเงินรางวัล ถ้วยรางวัล
โล่รางวัล และประกาศเกียรติคุณ จ�ำนวน ๙๘ รางวัล ได้แก่ องค์การบริหาร
ส่วนจังหวัดได้รับรางวัลระดับประเทศ ๘ รางวัล เทศบาลและองค์การบริหาร
ส่วนต�ำบลได้รับรางวัลระดับภาค รวม ๙๐ รางวัล ซึ่งได้มีการมอบรางวัล อปท.
ที่มีการบริหารจัดการที่ดีไปแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

124

พัฒนาหลักเกณฑ์และ
แนวปฏิบัติเพื่อสนับสนุน
การด�ำเนินการตามแนวทาง
การบริหารผลการปฏิบัติราชการ
และสมรรถนะ ตั้งแต่การ
เตรียมก�ำลังคนคุณภาพ
เข้าสู่ระบบราชการ พัฒนา
ระบบ หลักเกณฑ์ และ
วิธีการสรรหาและเลือกสรร
บุคคลเข้ารับราชการและ
รับทุนรัฐบาล สร้างและพัฒนา
เครื่องมือ กลไก หลักเกณฑ์
วิธีการในการพัฒนา
ทรัพยากรบุคคลให้ทันสมัย

มาตรา ๗๘ (๔)  พัฒนาระบบงานภาครัฐ โดยมุ่งเน้นการพัฒนา
คุณภาพ คุณธรรม และจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ควบคู่ไปกับ
การปรับปรุงรูปแบบและวิธีการท�ำงาน เพื่อให้การบริหารราชการ
แผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐ
ใช้หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีเป็นแนวทางในการปฏิบัติ
ราชการ
รัฐบาลได้ให้ความส�ำคัญในการพัฒนาระบบการบริหารงานบุคลากรภาครัฐ
การเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นในหน่วยงานภาครัฐ
เพื่ อ สร้ า งความเชื่ อ ถื อ และไว้ ว างใจในการท� ำ งานของภาคราชการ โดยมี
ผลการด�ำเนินงานที่ส�ำคัญ ดังนี้
๑. พัฒนาและส่งเสริมระบบการบริหารงานบุคคลภาครัฐ ได้ด�ำเนินงาน
ดังนี้
๑.๑ ศึกษา วิจัย พัฒนา ปรับปรุง กฎ ระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการ
เกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยการปรับปรุงหลักเกณฑ์การก�ำหนด
ต� ำ แหน่ ง พั ฒ นาเครื่ อ งมื อ กลไกส� ำ หรั บ การก� ำ หนดต� ำ แหน่ ง พั ฒ นาระบบ
การวางแผนก�ำลังคน
๑.๒ ศึกษา วิเคราะห์ความจ�ำเป็นในการพัฒนาความรู้ ทักษะ และ
สมรรถนะที่จ�ำเป็นของข้าราชการเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน
จากการรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิ การประชุมกลุ่ม (Focus Group)
กลุ ่ ม ผู ้ ท รงคุ ณ วุ ฒิ / ผู ้ ป ฏิ บั ติ ง านที่ มี ภ ารกิ จ งานเกี่ ย วข้ อ งทั้ ง ภาคราชการและ
ภาคเอกชน และการจัดฝึกอบรม รวมทั้งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบ
ของประเทศอาเซียนที่มีต่อประเทศและระบบราชการไทย
๑.๓ ส่งเสริมให้ส่วนราชการวางแผนบริหารก�ำลังคนเพื่อรองรับ
การเปลีย่ นแปลงโครงสร้างอายุ เพิม่ เติมจากทีไ่ ด้ด�ำเนินการไปแล้ว อีก ๕ ส่วนราชการ
ได้แก่ กรมควบคุมโรค กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริม
อุ ต สาหกรรม และส� ำ นั ก งานปลั ด กระทรวงการพั ฒ นาสั ง คมและความมั่ น คง
ของมนุษย์

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

125

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

๑.๔ พัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลภาคราชการ อาทิ พัฒนา
ระบบและการด�ำเนินการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการโดยจัดท�ำข้อเสนอในการปรับ
ระบบการสอบภาค ก. จัดท�ำหลักเกณฑ์วิธีการสรรหาและเลือกสรรบุคคลเพื่อ
รับทุนรัฐบาล ทุนส�ำหรับกลุ่มประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ (NonConventional Country) และทุนส�ำหรับการเตรียมราชการไทยสู่ประชาคม
อาเซียน จัดท�ำข้อเสนอแนวทางการสอบ/ประเมินบุคคลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
พัฒนาระบบมาตรฐานวิชาชีพการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ โดยจัดโครงการ
สร้างความเข้มแข็งนักทรัพยากรบุคคลมืออาชีพ พัฒนาหลักเกณฑ์และวิธีการ
ประเมินบุคคลในแต่ละสาขาให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ
พลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ ปรับปรุงหลักเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติราชการและ
การเลื่อนเงินเดือนให้มีความชัดเจน แก้ปัญหากรณีการช่วยราชการ การบริหาร
วงเงินงบประมาณ รวมทั้งติดตามและประเมินผลการพัฒนาสมรรถนะในการ
บริหารทรัพยากรบุคคลในราชการพลเรือน
๑.๕ พัฒนานักบริหารการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ หรือ นปร. เพื่อ
สรรหาและคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และสมรรถนะสูง เข้ารับ
ราชการและพั ฒ นาให้ เ ป็ น ผู ้ น� ำ การเปลี่ ย นแปลงในหน่ ว ยงานภาครั ฐ ซึ่ ง ได้
ด�ำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว จ�ำนวน ๔ รุ่น รวมจ�ำนวน ๑๖๐ คน ขณะนี้อยู่ระหว่าง
การด�ำเนินการโครงการพัฒนานักบริหารการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ รุ่นที่ ๕ และ
รุ่นที่ ๖
๑.๖ ส่ ง เสริ ม ให้ มี ก ารเพิ่ ม ขี ด สมรรถนะผู ้ น�ำการบริ ห าร
การเปลี่ยนแปลง (CCO) และเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาระบบบริหารระดับกระทรวง
กรม เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาขีดสมรรถนะเครือข่ายการพัฒนาระบบราชการ
และเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเครือข่าย โดยจัดประชุมสัมมนาเพื่อการ
ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ เรื่อง ”การส่งเสริมและพัฒนา
ธรรมาภิบาลในภาคราชการ„

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

126

จัดท�ำแผนการส่งเสริม

และพัฒนาธรรมาภิบาล
ในภาคราชการเพื่อการบริหาร
กิจการบ้านเมืองที่ดีอย่างยั่งยืน
เพื่อยกระดับธรรมาภิบาล
และสร้างความเชื่อมั่นของประเทศ
จัดท�ำข้อตกลงร่วมกัน

ระหว่างหน่วยงาน
ภาครัฐและภาคเอกชน
เพื่อป้องกันการทุจริต
ประพฤติมิชอบและสร้าง

ความโปร่งใสในกระบวนการจัดซือ้
จัดจ้างของราชการ เสริมสร้าง
มาตรฐานด้านคุณธรรม
จริยธรรม และธรรมาภิบาล
ให้แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่
ของรัฐ

๑.๗ เสริ ม สร้ า งการเรี ย นรู ้ ข องบุ ค ลากรภาครั ฐ และผู ้ ส นใจทั่ ว ไป
โดยผ่านสือ่ อิเล็กทรอนิกส์ เช่น จัดให้มกี ารเรียนการสอนในหลักสูตรต่าง ๆ
ผ่านระบบ e-learning บนเว็บไซต์ http://www.opdcacademy.com
มี ผู ้ ส� ำ เร็ จ การศึ ก ษาจ� ำ นวนทั้ ง สิ้ น ๙๕๕ ราย เป็ น ผู ้ ส� ำ เร็ จ หลั ก สู ต ร
ระหว่างวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔-๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕ จ�ำนวน
๕๙ ราย และมีผู้ส�ำเร็จการศึกษาหลักสูตรเกี่ยวกับการบริหารจัดการ
ระบบ ระหว่ า งเดื อ นตุ ล าคม ๒๕๕๔-เดื อ นมี น าคม ๒๕๕๕ จ� ำ นวน
๓,๐๗๗ ราย (ผู้เรียน ๑ คนสามารถเรียนได้มากกว่า ๑ วิชา) ทั้งยังผลิต
และทูลเกล้าฯ ถวายสือ่ อิเล็กทรอนิกส์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั
เนือ่ งในโอกาสพระราชพิธมี หามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
ชุด ”๙ แผ่นดินของการปฏิรูประบบราชการ„ พร้อมทั้งเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ด้วย
๑.๘ พั ฒ น า ห ลั ก เ ก ณ ฑ ์ แ ล ะ แ น ว ป ฏิ บั ติ เ พื่ อ ส นั บ ส นุ น
การด�ำเนินการตามแนวทางการบริหารผลการปฏิบัติราชการและสมรรถนะ ตั้งแต่
การเตรียมก�ำลังคนคุณภาพเข้าสู่ระบบราชการ พัฒนาระบบ หลักเกณฑ์ และ
วิธีการสรรหาและเลือกสรรบุคคลเข้ารับราชการและรับทุนรัฐบาล สร้างและพัฒนา
เครื่องมือ กลไก หลักเกณฑ์ วิธีการในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้ทันสมัย ดูแล
จัดการศึกษา และบริหารจัดการนักเรียนทุนรัฐบาลและข้าราชการลาศึกษาหรือ
ฝึกอบรมในต่างประเทศ รวมทั้งจัดกิจกรรมแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ
สัญจร เพื่อชี้แจงข้อมูล ข่าวสาร ให้ความรู้เกี่ยวกับทุนรัฐบาล และการเตรียมตัว
ไปศึกษาต่อต่างประเทศ
๑.๙ ด�ำเนินมาตรการปรับปรุงอัตราก�ำลังของส่วนราชการ โดยได้จดั ให้
มีโครงการเกษียณอายุก่อนก�ำหนด ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งได้ด�ำเนิน
มาตรการดังกล่าวมาแล้ว ๔ ครั้ง และมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด ๙๕,๔๖๓ คน
ประกอบด้วยปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ จ�ำนวน ๑๖,๑๒๓ คน ปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๓ จ�ำนวน ๑๙,๗๕๖ คน ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๔ จ�ำนวน ๒๕,๘๖๔ คน
และปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ จ�ำนวน ๓๓,๗๒๐ คน

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

127

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

๒. เสริมสร้างมาตรฐานด้านคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลให้แก่
ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีการด�ำเนินงานที่ส�ำคัญ ดังนี้
๒.๑ ก�ำหนดให้ มี แ ผนการส่ ง เสริ ม และพั ฒ นาธรรมาภิ บ าล
ในภาคราชการเพื่อการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีอย่างยั่งยืน โดยให้หน่วยงาน
ทีเ่ กีย่ วข้องด�ำเนินการตามแผนดังกล่าว ซึง่ มีวตั ถุประสงค์เพือ่ ยกระดับธรรมาภิบาล
และสร้างความเชื่อมั่นของประเทศ เรียกความเชื่อถือและไว้วางใจในการท�ำงาน
ของภาคราชการ และรองรั บ ต่ อ การฟื ้ น ฟู แ ละสร้ า งอนาคตของประเทศไทย
อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน แผนการส่งเสริมฯ ประกอบด้วย ๓ ส่วน ได้แก่
๒.๑.๑ การส่ ง เสริ ม และพั ฒ นาการบริ ก าร/ธรรมาภิ บ าล
ในภาคราชการผ่ า นการเรี ย นรู ้ จ ากการปฏิ บั ติ จ ริ ง โดยผลการด� ำ เนิ น การ
มีส่วนราชการ จ�ำนวน ๑๒๘ กรม และจังหวัด จ�ำนวน ๗๑ จังหวัด ได้จัดท�ำ
ข้อเสนอการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ โดยคัดเลือก
กระบวนงานหลักทีว่ เิ คราะห์แล้วเห็นว่ามีความเสีย่ งสูงในการเกิดการทุจริตคอร์รปั ชัน
มาปรับปรุงให้เกิดความโปร่งใส ควบคู่ไปกับการด�ำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ
๒.๑.๒ การพัฒนากลไกการขับเคลื่อนธรรมาภิบาลในระบบ
ราชการแบบยั่งยืน
๒.๑.๓ การพัฒนาระบบสนับสนุนการพัฒนาธรรมาภิบาล
๒.๒ ป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
ของทางราชการ โดยให้มีการจัดท�ำข้อตกลงร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและ
ภาคเอกชน เพื่อสร้างความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ให้การท�ำธุรกรรม
ระหว่างสองฝ่ายเป็นไปอย่างมีจริยธรรม ปราศจากการเรียกรับและให้สินบน
ซึ่งกันและกันในทุกรูปแบบ

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

128

๒.๓ เสริมสร้างมาตรฐานด้านคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล
ให้แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยก�ำหนดแนวทางการพัฒนาจริยธรรม
ขั้นสูง เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และการพัฒนาวัฒนธรรมองค์กร จัดพิธี
ถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน จัดท�ำโครงการ
ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ติดตามผลการปฏิบัติงานด้านการส่งเสริมคุณธรรม
จริยธรรม โดยเฉพาะประเด็นการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม การรักษาจรรยา
และการสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน จัดท�ำเครื่องมือวัดความโปร่งใสและ
ตรวจสอบได้ของส่วนราชการ และส่งเสริมให้ส่วนราชการได้จัดท� ำและประเมิน
มาตรฐานความโปร่งใสอย่างต่อเนื่อง

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

129

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

มาตรา ๗๘ (๕) จัดระบบงานราชการและงานของรัฐอย่างอื่น เพื่อให้
การจัดท�ำและการให้บริการสาธารณะเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ
โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยค�ำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน
รัฐบาลได้มุ่งมั่นในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
ในส่วนราชการ รวมทั้งพัฒนาระบบราชการให้เป็นระบบที่มีความโปร่งใสและ
ตรวจสอบได้ รวมทั้งการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหาร
ราชการด้วย เพื่อสร้างความไว้วางใจและความศรัทธาในระบบราชการแก่ประชาชน
หรือผู้ที่มาติดต่อส่วนราชการ โดยมีผลการด�ำเนินงานที่ส�ำคัญ ดังนี้
๑. ป้ อ งกั น และปราบปรามการทุ จ ริ ต และประพฤติ มิ ช อบ รั ฐ บาล
ด�ำเนินการโดยยึดหลักความโปร่งใสและมีธรรมาภิบาลที่เป็นสากล เพื่อให้การใช้
ทรัพยากรในการพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งผลการส�ำรวจ
ของบริษัทที่ปรึกษาความเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจ (PERC-เพิร์ค) พบว่า
แนวโน้มในการปราบปรามการทุจริตปรับตัวดีขึ้นจาก ๗.๕๕ ในปี ๒๕๕๔ เหลือ
๖.๕๗ ในปี ๒๕๕๕ โดยการด�ำเนินการที่สำ� คัญ ได้แก่
๑.๑ ก�ำหนดยุ ท ธศาสตร์ ใ นการต่ อ ต้ า นการทุ จ ริ ต คอร์ รั ป ชั น
ประกอบด้วย ๖ ยุทธศาสตร์ ได้แก่
๑.๑.๑ ยุทธศาสตร์การปลุกจิตส�ำนึกและสร้างความตระหนักรู้
(Awareness Building Approach)
๑.๑.๒ ยุ ท ธศาสตร์ ก ารพั ฒ นาองค์ ก าร (Organization
Development Approach)
๑.๑.๓ ยุ ท ธศาสตร์ ก ารเปิ ด ให้ ป ระชาชนมี ส ่ ว นร่ ว ม
(Participatory Approach)
๑.๑.๔ ยุ ท ธศาสตร์ ก ารปรั บ ปรุ ง แก้ ไ ขกฎหมาย (Legal
Approach)
๑.๑.๕ ยุทธศาสตร์การตรวจสอบ เฝ้าระวังเชิงรุก (Surveillance
Approach)
๑.๑.๖ ยุทธศาสตร์การปราบปรามที่ จริ ง จั งและการลงโทษ
ที่เข้มงวด (Suppression Approach)

ก�ำหนดยุทธศาสตร์

ในการต่อต้าน
การทุจริตคอร์รัปชัน
๖ ยุทธศาสตร์ และปรับ
ให้เป็นแผนงานเร่งด่วน
๔ ขั้นตอน เพื่อให้เกิด
ประสิทธิภาพและมีทิศทาง
ในการขับเคลื่อนที่ชัดเจน

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

130

จัดท�ำข้อเสนอการเปลี่ยนแปลง
ภายใต้แนวคิด

”๑ หน่วยงาน
๑ ข้อเสนอ
ในการเปลี่ยนแปลง
เพื่อสร้างความโปร่งใส
ในการปฏิบัติราชการ
หรือโครงการ ๑ กรม
๑ ป้องกันโกง
(Clean Initiative)„

๑.๒ ปรั บ ยุ ท ธศาสตร์ ใ นการต่ อต้ า นการทุ จ ริ ต คอร์ รั ป ชั น ให้ เ ป็ น
แผนงานเร่งด่วน ๔ ขัน้ ตอน เพือ่ ให้เกิดประสิทธิภาพและมีทศิ ทางในการขับเคลือ่ น
ที่ชัดเจน ดังนี้
๑.๒.๑ ป ลุ ก จิ ต ส�ำ นึ ก แ ล ะ ส ร ้ า ง ค ว า ม ต ร ะ ห นั ก รู ้
โดยการรณรงค์และยกย่องเชิดชูผู้มีความประพฤติดี มีความสุจริต ยุติธรรม และ
ซื่อสัตย์ โดยการด�ำเนินโครงการข้ า ราชการไทยใจสี ข าว เพื่อประชาสัมพันธ์
บทบาท ภารกิจของส�ำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
ในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ให้เป็นที่รู้จัก และด�ำเนินการค้นหาและมอบรางวัลประกาศ
เกี ย รติ คุ ณ ให้ กั บ ข้ า ราชการต้ น แบบที่ มี ค วามประพฤติ ดี ทุ ่ ม เทในการท� ำ งาน
ไม่ทุจริต และด�ำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสื่อให้สังคมศรัทธาและ
เชื่อมั่นในคุณงามความดี และตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมคนดี
ของประชาสั ง คมทุ ก ภาคส่ ว น ซึ่ ง ได้ จั ด งานเปิ ด ตั ว โครงการเมื่ อ วั น ที่ ๑๘
พฤษภาคม ๒๕๕๕ และจัดขบวนคาราวานรถประชาสัมพันธ์โครงการฯ ที่เกาะช้าง
จั ง หวั ด ตราด เมื่ อ วั น ที่ ๓๐ มิ ถุ น ายน ๒๕๕๕ โครงการจั ง หวั ด ธรรมาภิ บ าล
ปลอดการทุ จ ริ ต น�ำร่ อ งจั ง หวั ด ลพบุ รี โดยมี วั ต ถุ ป ระสงค์ ใ ห้ จั ง หวั ด ลพบุ รี
เป็นจังหวัดน�ำร่องให้กับจังหวัดอื่น ๆ ในการพัฒนาธรรมาภิบาลอย่างจริงจัง และ
สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับหน่วยงานภาครัฐในจังหวัด ซึ่งได้จัด
พิธีลงนามความร่วมมือระหว่างเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. กับผู้ว่าราชการ
จังหวัดลพบุรีเมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๕

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

131

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

๑.๒.๒ พัฒนาองค์การ โดยการจัดท�ำข้อเสนอการเปลีย่ นแปลง
เพื่อสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของตนเองเพื่อเน้นการปฏิบัติจริง
ที่เกิดจากข้างใน ซึ่งจะมีการจัดตั้งศูนย์หรือกลุ่มงาน
ในส่วนราชการเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน
ในองค์ ก รของตนเอง และสิ่ ง ส� ำ คั ญ ที่ จ ะเป็ น การ
ด� ำ เนิ น การร่ ว มกั น ของส่ ว นราชการและจั ง หวั ด คื อ
การพัฒนาหน่วยงานภายใต้แนวคิด ”๑ หน่วยงาน
๑ ข้อเสนอในการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างความโปร่งใส
ในการปฏิบตั ริ าชการ หรือโครงการ ๑ กรม ๑ ป้องกันโกง
(Clean Initiative)„ โดยให้มุ่ง ”เข้าใจ เข้าถึง และ
พั ฒ นา„ คื อ เข้ า ใจถึ ง ปั ญ หาของหน่ ว ยงานตนเอง โดยการวิ เ คราะห์ สั ง เกต
อย่างละเอียด และพัฒนามุ่งแก้ไขให้เกิดความร่วมมือและยอมรับภายในองค์การ
ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ส่วนราชการและจังหวัดทั้งหมด ๑๔๔ กรม
๗๖ จั ง หวั ด ด� ำ เนิ น การวิ นิ จ ฉั ย องค์ ก ารและคั ด เลื อ กกระบวนงานบริ ก ารที่ มี
ความเสี่ยงสูงต่อการเกิดทุจริตคอร์รัปชันและเกิดผลกระทบต่อประชาชนและ
การประกอบกิจการของภาคธุรกิจมากที่สุด มาวิเคราะห์และหาทางป้องกันหรือ
แก้ไขโดยจัดท�ำเป็นข้อเสนอการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติ
ราชการหน่วยงานละ ๑ ข้อเสนอ โดยนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการ
กลั่นกรองข้อเสนอการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ
เพื่ อ ท� ำ หน้ า ที่ ก ลั่ น กรองและให้ ค วามเห็ น ชอบข้ อ เสนอการเปลี่ ย นแปลงฯ
ซึ่งหลังจากที่ข้อเสนอการเปลี่ยนแปลงฯ ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ
ผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว จะได้รับทุนสนับสนุนเพื่อน�ำข้อเสนอการเปลี่ยนแปลงฯ ไปสู่
การปฏิบัติ ขณะนี้ส่วนราชการระดับกรมได้เสนอข้อเสนอการเปลี่ยนแปลงฯ แล้ว
จ� ำ นวน ๑๔๔ กรม และ ๗๖ จั ง หวั ด มี ข ้ อ เสนอการเปลี่ ย นแปลงฯ ที่ ผ ่ า น
ในเบือ้ งต้นจ�ำนวน ๑๔๒ กรม และ ๗๖ จังหวัด (ข้อมูล ณ วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)
๑.๒.๓ ตรวจสอบและระวังเชิงรุก โดยการจัดตัง้ ศูนย์ปฏิบตั กิ าร
ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน (Anti-Corruption War Room) หมายเลข ๑๒๐๖
เพื่อยกระดับการต่อต้านคอร์รัปชันของประเทศไทยให้อยู่ในระดับมาตรฐานสากล
สร้ า งภาพลั ก ษณ์ ที่ ดี แ ละความเชื่ อ มั่ น ศรั ท ธาในการบริ ห ารราชการแผ่ น ดิ น

จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ

ต่อต้านการทุจริต
คอร์รัปชัน (Anti-

Corruption War Room)

หมายเลข ๑๒๐๖

เพื่อบูรณาการการตรวจสอบ
ป้องกัน ปราบปราม และรับเรือ่ ง
ร้องเรียน และด�ำเนินการ
อย่างเบ็ดเสร็จ และเชื่อมโยงกับ
ช่องทางในการส่งเรื่อง
ร้องเรียนการทุจริตคอร์รัปชัน
ในกรุงเทพมหานครและ
๗๖ จังหวัดทั่วประเทศ

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

132

จึงจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อบูรณาการการตรวจสอบ
ป้ อ งกั น ปราบปราม และรั บ เรื่ อ งร้ อ งเรี ย น และด� ำ เนิ น การอย่ า งเบ็ ด เสร็ จ
เปิ ด ให้ บ ริ ก ารประชาชนเมื่ อ วั น ที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ผ่ า นทางหมายเลข
โทรศัพท์ ๑๒๐๖ ตลอด ๒๔ ชัว่ โมง มีประชาชนติดต่อเข้ามาทีศ่ นู ย์ปฏิบตั กิ ารต่อต้าน
จ�ำนวน ๖๗๔ เรื่อง
สัดสวนขอมูลรับเรื่องรองเรียนการทุจริตคอรรัปชัน
สอบถามขอมูลทั่วไป
๑๖%

แจงขอมูลเบาะแส
๓๒%

รองทุกข รองเรียน
กลาวโทษ
๕๒%
จำนวน ๖๗๔ เรื่อง
ที่มา : กระทรวงยุติธรรม

เปิดช่องทางในการส่งเรื่อง
ร้องเรียนการทุจริตคอร์รัปชัน
เพิ่ม ๒ ช่องทาง
 ศูนย์เรื่องร้องเรียนทั่วประเทศ
 เว็บไซต์

www.stopcorruption.go.th
นอกจากนี้ยัง เปิดช่องทางในการส่งเรื่องร้องเรียนการทุจริตคอร์รัปชัน
เพิ่มเติม อีก ๒ ช่องทาง ได้แก่ ตู้รับเรื่องร้องเรียนการทุจริตคอร์รัปชันซึ่งติดตั้งไว้
ตามสถานที่ส�ำคัญต่าง ๆ ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่ายในกรุงเทพมหานคร
และ ๗๖ จังหวัดทั่วประเทศ ทั้งในสถานที่ราชการ รวมถึงสถานที่ของภาคเอกชน
และเว็บไซต์ www.stopcorruption.go.th รวมทั้งสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ โดย

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

133

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

ทั้ง ๒ ช่องทาง จะเชื่อมโยงและบูรณาการเข้ากับระบบรับแจ้งเบาะแสและเรื่อง
ร้องเรียนของสายด่วน ๑๒๐๖ โดยจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเรื่องร้องเรียน
ในเบื้ อ งต้ น แล้ ว และน� ำ เสนอเลขาธิ ก าร ป.ป.ท. และคณะกรรมการ ป.ป.ท.
พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป และมีการติดตามผลด้วย
๑.๓ จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในส�ำนักงาน
ปลัดส�ำนักนายกรัฐมนตรี และส�ำนักงานปลัดกระทรวงทุกกระทรวง โดยให้เป็น
ส่วนราชการตามมาตรา ๓๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ
แผ่ น ดิ น พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่ แ ก้ ไ ขเพิ่ ม เติ ม โดยก� ำ หนดไว้ ใ นกฎกระทรวง
แบ่ ง ส่ ว นราชการของส� ำ นั ก งานปลั ด ส� ำ นั ก นายกรั ฐ มนตรี แ ละส� ำ นั ก งาน
ปลั ด กระทรวงทุ ก กระทรวง และให้ ร องปลั ด ส� ำ นั ก นายกรั ฐ มนตรี และ
รองปลัดกระทรวงท�ำหน้าที่เป็นหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน
อีกต�ำแหน่งหนึ่ง เพื่อท�ำหน้าที่จัดท�ำแผนปฏิบัติการของส่วนราชการให้สอดคล้อง
กับยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริต ประสานงาน เร่งรัด
และก�ำกับให้หน่วยงานในสังกัดมีการด�ำเนินการตามแผนปฏิบัติการ รวมถึงรับ
ข้ อ ร้ อ งเรี ย นเรื่ อ งการทุ จ ริ ต การละเว้ น การปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ข องเจ้ า หน้ า ที่
ในส่วนราชการ ด�ำเนินการคุ้มครองจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมข้าราชการ
พลเรือน ตลอดจนติดตาม ประเมินผล และจัดท�ำรายงานทั้งเรื่องการป้องกัน
และปราบปรามการทุจริต และการคุ้มครองจริยธรรมเสนอหัวหน้าส่วนราชการ
๑.๔ ด�ำเนิ น การออกกฎหมายป้ อ งกั น และปราบปรามการทุ จ ริ ต
รัฐบาลได้ออกประกาศและระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
ในภาครั ฐ (ป.ป.ท.) ซึ่ ง เป็ น การออกตามความในพระราชบั ญ ญั ติ ม าตรการ
ของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยได้
ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จ�ำนวน ๑๑ ฉบับ อาทิ ประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ท.
เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการกันบุคคลหรือผู้ถูกกล่าวหาไว้เป็นพยาน
ระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ท. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการให้รางวัลตอบแทน
หรื อ ประโยชน์ อื่ น ใดส� ำ หรั บ การให้ ข ้ อ มู ล เกี่ ย วกั บ การทุ จ ริ ต ในภาครั ฐ
พ.ศ. ๒๕๕๔ ระเบี ย บคณะกรรมการ ป.ป.ท. ว่ า ด้ ว ยหลั ก เกณฑ์ แ ละวิ ธี ก าร
เกี่ยวกับการไต่สวนข้อเท็จจริง พ.ศ. ๒๕๕๔
๑.๕ ด�ำเนิ น การตรวจสอบข้ อ เท็ จ จริ ง เรื่ อ งร้ อ งเรี ย น ส�ำ นั ก งาน
ป.ป.ท. ได้ด�ำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้วเสร็จ จ�ำนวน ๑,๙๘๘ เรื่อง

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

134

โดยได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องที่ส�ำคัญ อาทิ กรณีขบวนการน�ำเข้ารถยนต์
หลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร กรณีประชาชน อ�ำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ถูกย้ายชื่อ
ออกจากทะเบียนบ้านไปที่อ�ำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น กรณีการออกเอกสารสิทธิ์
ที่ดินที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
๑.๖ ตรวจสอบกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวข้องกับยาเสพติดตาม
นโยบายในการจัดตั้งศูนย์อ�ำนวยการพลังแผ่นดินแห่งชาติ โดยได้บูรณาการ
ในการสนธิก�ำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
รวมทั้งตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐตามอ�ำนาจหน้าที่ โดยได้ปฏิบัติ
ภารกิ จ ร่ ว มกั บ หน่ ว ยงานที่ เ กี่ ย วข้ อ งตรวจค้ น เรื อ นจ� ำ กลางจั ง หวั ด
พระนครศรี อ ยุ ธ ยา เมื่ อ วั น ที่ ๑๔ กุ ม ภาพั น ธ์ ๒๕๕๕ และจั ง หวั ด ระยอง
เมื่อวันที่ ๑๕-๑๖ มีนาคม ๒๕๕๕ เพื่อค้นหาสิ่งของต้องห้ามและตรวจปัสสาวะ
ผู ้ ต ้ อ งขั ง และเจ้ า หน้ า ที่ ใ นเรื อ นจ� ำ เพื่ อ หาสารเสพติ ด โดยสามารถตรวจยึ ด
โทรศัพ ท์ เ คลื่ อ นที่ ซิ ม โทรศั พ ท์ แท่ น ชาร์ จ ยาเสพติ ด อาทิ ยาบ้ า และยาไอซ์
และอุปกรณ์การเสพ

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

135

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

๑.๗ ป้ อ งกั น และปราบปรามการทุ จ ริ ต เกี่ ย วกั บ การใช้ เ งิ น
ในโครงการรับจ�ำน�ำข้าว การเยียวยาฟืน้ ฟูและป้องกันบรรเทาสาธารณภัย และการ
ใช้จา่ ยเงินงบประมาณ อปท. รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการอ�ำนวยการตรวจสอบ
เพื่ อ ป้ อ งกั น การทุ จ ริ ต ในการรั บ จ� ำ น� ำ ข้ า ว การเยี ย วยา ฟื ้ น ฟู และป้ อ งกั น
สาธารณภัย และการใช้จ่ายเงินงบประมาณของ อปท. มีส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ
กรมสอบสวนคดีพเิ ศษ และส�ำนักงาน ป.ป.ท. กระทรวงยุตธิ รรม เป็นหน่วยงานหลัก
และได้มีค�ำสั่งให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการอ�ำนวยการตรวจสอบเพื่อป้องกันการทุจริต
ในการรับจ�ำน�ำข้าว การเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันสาธารณภัย และการใช้จ่ายเงิน
งบประมาณของ อปท. (ศตข.) เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการและ
เจ้ า หน้ า ที่ ผู ้ รั บ ผิ ด ชอบทั้ ง ๓ หน่ ว ยงานดั ง กล่ า วเป็ น ไปอย่ า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ
และเกิ ด ผลสั ม ฤทธิ์ สู ง สุ ด ในการด� ำ เนิ น การตรวจสอบเพื่ อ ป้ อ งกั น การทุ จ ริ ต
ในระดับปฏิบัติการ โดยให้ประชาชนแจ้งเบาะแสการทุจริตตามช่องทางต่าง ๆ
ได้แก่ www.corruption.info.police.go.th ตู้ ปณ. ๑๒๓๔ และสายด่วน ๑๗๖๘
๒. พัฒนาระบบราชการให้เป็นระบบที่โปร่งใสขึ้น โดยการวางระบบ
การตรวจสอบและประเมินผลสัมฤทธิ์ตามมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม มีการ
ด�ำเนินงาน ดังนี้
๒.๑ ตรวจสอบและประเมิ น ผลภาคราชการ โดยคณะกรรมการ
ตรวจสอบและประเมิ น ผลภาคราชการ (ค.ต.ป.) ได้ มี ก ารด� ำ เนิ น การในเรื่ อ ง
ที่ส�ำคัญ เช่น
 จัดท�ำรายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ
รอบ ๖ เดื อ น และรอบ ๑๒ เดื อ น และรายงานผลการประเมิ น ตนเองของ
คณะกรรมการฯ เสนอคณะรัฐมนตรี
 จั ด ท� ำ แนวทางการตรวจสอบและประเมิ น ผลภาคราชการ
ประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ และได้แจ้งให้คณะกรรมการตรวจสอบและ
ประเมินผลฯ คณะต่าง ๆ ส่วนราชการ จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องน�ำไปใช้
ในการด�ำเนินงานด้านการตรวจสอบและประเมินผลฯ ต่อไป
 เสนอเรื่ อ งการบู ร ณาการแนวทางการตรวจสอบและ
ประเมินผลภาคราชการของหน่วยงานกลางที่มีภารกิจด้านการตรวจสอบและ

ตรวจสอบและประเมินผล
ภาคราชการ บูรณาการ
ในเรื่องของการตรวจราชการ
ตามแผนการตรวจราชการ
แบบบูรณาการ และสอดส่อง
แผนงาน/โครงการ
ตามแผนพัฒนาจังหวัดและ
โครงการต่าง ๆ ของหน่วยงาน
ตามกรอบแนวทางในการปฏิบัติ
ภารกิจตามอ�ำนาจหน้าที่ของ

คณะกรรมการธรรมาภิบาล
จังหวัด (ก.ธ.จ.)

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

136

ประเมินผล โดยให้มีการบูรณาการแผนการตรวจสอบโครงการในกรณีพิเศษ
ประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เพื่อไม่ให้ซ�้ำซ้อน
 พั ฒ นารู ป แบบ แนวทางการตรวจสอบและประเมิ น ผล
ภาคราชการ โดยศึกษาทบทวนบทบาทภารกิจและเสริมสร้างความเข้มแข็งของ
กลไกการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการให้มีประสิทธิภาพ
๒.๒ บูรณาการในเรื่องการตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการ
แบบบูรณาการ โดยก�ำหนดให้ผู้ตรวจราชการส�ำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับผู้ตรวจ
ราชการกระทรวง ตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ ประจ�ำปี
งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในประเด็นนโยบายส�ำคัญ ได้แก่ การพัฒนาสังคม
และคุณภาพชีวิต การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม การสนับสนุนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการสร้าง
มู ล ค่ า เพิ่ ม สิ น ค้ า เกษตร นอกจากนี้ ได้ ด� ำ เนิ น โครงการสร้ า งความเข้ ม แข็ ง
ผู้ปฏิบัติงานตรวจราชการระดับกระทรวง เพื่อเตรียมความพร้อมและเสริมสร้าง
ความเข้ ม แข็ ง ในการปฏิ บั ติ ง านตรวจราชการแบบบู ร ณาการ และเสริ ม สร้ า ง
เครือข่ายของผู้ตรวจราชการระหว่างกระทรวง

๒.๓ ด�ำเนินงานของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด (ก.ธ.จ.)
คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด ๗๕ คณะ ได้ด�ำเนินการสอดส่องแผนงาน/
โครงการตามแผนพัฒนาจังหวัดและโครงการต่าง ๆ ของหน่วยงานตามกรอบ
แนวทางในการปฏิบัติภารกิจตามอ�ำนาจหน้าที่ของ ก.ธ.จ. จ�ำนวน ๒๙ โครงการ
ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่ไม่เป็นไปตามระเบียบส�ำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการ

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปีที่หนึ่ง (วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

137

๓. ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารราชการแผ่นดิน มีการ
ด�ำเนินงาน ดังนี้
๓.๑ พัฒนาระบบและวิธีการท�ำงานที่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามา
มีสว่ นร่วมในการบริหารราชการ โดยการส่งเสริมการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามา
มีส่วนร่วมในการบริหารราชการในระดับจังหวัด ด้วยการสร้างแรงจูงใจโดยการ
มอบรางวัล ”ความเป็นเลิศด้านการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม„ เพื่อสร้างขวัญ
และก�ำลังใจ เชิดชูเกียรติให้แก่จังหวัดที่มีผลการด�ำเนินการ และพั ฒ นาและ
ปรับปรุงหลักเกณฑ์ และวิธีการประเมินการด�ำเนินการเปิดโอกาสให้ประชาชน
เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารราชการ ให้มีความสมบูรณ์ส�ำหรับการน�ำไปใช้ใน

ส่งเสริมการเปิดโอกาส

ให้ประชาชนเข้ามา
มีส่วนร่วมในการ
บริหารราชการ
ในระดับจังหวัดโดยการ

สร้างแรงจูงใจด้วยการมอบ
รางวัลให้จังหวัดที่ผ่าน
การประเมินตามหลักเกณฑ์
และวิธีการประเมิน และพัฒนา
ปรับปรุงหลักเกณฑ์

รายงานแสดงผลการดำ�เนินการ