You are on page 1of 29

บทที่ 4

กลยุทธ์ ของผลิตภัณฑ์
(Product Strategy)
กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิผล
เป็ นการแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างการตัดสินใจด้ านผลิตภัณฑ์กับการลงทุน ส่วนครองตลาด
วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์
และการกาหนดความกว้ า งของสายการผลิต
ซึง่ มีจดุ ประสงค์ของการตัดสินใจด้ านผลิตภัณฑ์ คือการคัดเลือก (Selection) การกาหนดนิยาม
(Definition) และออกแบบผลิตภัณฑ์ (Design of Products)
การทาให้ ผลิตภัณฑ์ประสบความสาเร็ จและมีความได้ เปรี ยบในการแข่งขัน
จะต้ องใช้ ทีมงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development Team) ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์
ไม่วา่ จะเป็ นผลิตภัณฑ์ที่เป็ นนวัตกรรมหรื อปรับปรุงใหม่
ขณะเดียวกันหน่วยผลิตจะต้ องมีความพร้ อมด้ านการบริ หารจัดการ
ทักษะทางเทคนิคการผลิต
เงินทุนและทรัพยากรบุคคล
การตัดสินใจในการคัดเลือกและการออกแบบผลิตภัณฑ์
ควรเกี่ยวข้ องกับทุกหน่วยงานเพราะจะมีผลกระทบต่อองค์กรทังหมด

การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์จะต้ องใช้ ระยะเวลามากและมีการลงทุนต่า
การตอบสนองที่รวดเร็ว

กลยุทธ์ ผลิตภัณฑ์ ท่ มี ีประสิทธิภาพ
เป็ นการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างการตัดสินใจด้ านผลิตภัณฑ์กบั การลงทุน
ส่วนครองตลาด
วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์
และการกาหนดความกว้ างของสายผลิตภัณฑ์
ซึง่ จุดประสงค์ของการ
ตัดสินใจด้ านผลิตภัณฑ์
คือ
การคัดเลือก
กาหนดนิยาม
และออกแบบผลิตภัณฑ์
เพื่อพัฒนาและปฏิบตั ิการกลยุทธ์ ผลิตภัณฑ์ด้วยการออกแบบให้ เป็ นไปตามความต้ องการของตลา

72

ด แนวทางการพิจารณาคัดเลือกผลิตภัณฑ์ มีดงั นี ้ (ประสงค์ ปราณีตพลกรังและคณะ, 2547, หน้ า
125-127)
1. ทางเลือกของกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้ เกิดข้ อได้ เปรี ยบทางการแข่งขันอยูท่ ี่การคัดเลือก
การกาหนดนิยาม
และการออกแบบผลิตภัณฑ์
โดยที่การคัดเลือกผลิตภัณฑ์เป็ นการเลือกสินค้ าหรื อบริการเพื่อจัดไว้ ให้ สาหรับลูกค้ า
เช่น
โรงพยาบาลจะจัดความเชี่ยวชาญเฉพาะด้ านต่างๆ ให้ แก่คนไข้ และมีวิธีการรักษาแบบต่าง ๆ
มากมาย
ฝ่ ายบริ หารของโรงพยาบาลอาจต้ องตัดสินใจจะบริ หาร
โรงพยาบาลโดยมีวตั ถุประสงค์คือการรักษาโรคทัว่ ไป
หรื อเป็ นโรงพยาบาลรักษาโรคเฉพาะทาง
เมื่อตัดสินใจว่าจะตังเป็
้ นโรงพยาบาลประเภทใด
แล้ วจึงทาการเลือกผลิตภัณฑ์สาหรับใช้ ในโรงพยาบาล
การบริ หารโรงพยาบาลอาจแสดงถึงกลยุทธ์ความแตกต่าง (Differentiation) ด้ วยผลิตภัณฑ์ที่ดีเลิศ
ไม่เหมือนใคร และมีคณ
ุ ภาพสูง เช่น การบริการผ่าตัดที่รวดเร็ ว คนไข้ ที่มารักษาตัวจะพักฟื น้ อยู่ใน
โรงพยาบาลเป็ นระยะเวลาสันกว่
้ าโรงพยาบาลอื่น

ตลอดจนมีกระบวนการในการให้ บริ การที่ไม่ซบั ซ้ อนมากนัก เป็ นต้ น
การตัดสินใจด้ านผลิตภัณฑ์เป็ นพื ้นฐานของกลยุทธ์สาหรับองค์กร
และต้ องถือว่าเป็ นการปฏิบตั ิที่สาคัญสาหรับทุกฝ่ ายงานขององค์กร
เพื่อทาการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ เกิดความแตกต่าง
ลดต้ นทุน
และตอบสนองต่อความต้ องการของลูกค้ า เพื่อให้ เป็ นข้ อได้ เปรี ยบทางการแข่งขันในตลาด
1. วงจรอายุผลิตภัณฑ์ (Product Life Cycle) เป็ นการเจริญเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์
ประกอบด้ วย 4 ขันตอนคื

อ ขันแนะน

า (Introduction) ขันเจริ
้ ญเติบโต (Growth) ขันอิ
้ ่มตัว (Maturity)
และขันเสื
้ ่อม (Decline) ดังภาพที่ 4.1 แสดงวงจรอายุผลิตภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ 5 ชนิด คือ
โทรทัศน์ความละเอียดสูง โทรศัพท์เคลื่อนที่มีกล้ องและระบบเสียงสเตอริ โอ คอมพิวเตอร์ ที่ใช้ ที่บ้าน
โทรทัศน์สี โทรทัศน์ขาวดา

1 วงจรผลิตภัณฑ์อาจจะมีอายุไม่กี่ชวั่ โมง เช่น หนังสือพิมพ์ หรื อหลายสิบปี (รถโฟล์คเต่า) หากไม่รวมถึงการยืดอายุวงจร งานของผู้จดั การการปฏิบตั ิการคือการออกแบบระบบ ที่สนับสนุนการทาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ ประสบความสาเร็จอยูเ่ สมอเนื่องจากองค์กรไม่สามารถอยูไ่ ด้ หากไ ม่มีผลิตภัณฑ์สินค้ าเก่าที่อยู่ในช่วงอิ่มตัวและเสื่อมจะต้ องถูกทดแทน .1 แสดงวงจรอายุผลิตภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ 5 ชนิด (อ้ างอิงจาก Heizer & Render.73 แนะนา ยอดขาย (Introduction) (Sales) เติบโต (Growth) อิ่มตัว (Maturity) เสือ่ ม (Decline) โทรทัศน์ความ คอมพิวเตอร์ ละเอียดสูง โทรศัพท์เคลือ่ นที่ ใช้ ที่บ้าน โทรทัศน์สี ธรรมดา โทรทัศน์ขาวดา ภาพที่ 4. หน้ า 248) จากภาพที่ 4. 1998.

1998.2 แสดงความสัมพันธ์ของยอดขาย ต้ นทุนการผลิตและพัฒนา กาไรหรื อขาดทุน (อ้ างอิงจาก Heizer & Render. หน้ า 249) จากภาพที่ 4.74 ต้ นทุนการพัฒนาและการผลิต รายได้ จากการขาย กาไร Sales Cost and Profit ขาดทุน เวลา (Time) กระแสเงินสด (Cash Flow) แนะนา (Introduction) เติบโต (Growth) อิ่มตัว (Maturity) เสือ่ ม (Decline) ภาพที่ 4.2 แสดงความสัมพันธ์ของรายได้ จากการขาย ต้ นทุนการพัฒนาและการผลิต และกาไรหรื อขาดทุน โดยในช่วงแรกองค์กรจะขาดทุนเนื่องจากมีต้นทุนในการพัฒนาสินค้ าสูง จนกระทัง่ สอดคล้ องกับความต้ องการของลูกค้ าซึง่ ทาให้ สินค้ าขายได้ มากขึ ้น เมื่อสินค้ าเป็ นที่นิยมของตลาดองค์กรผลิตจะมีกาไรจนถึงช่วงการเสื่อมลงหากยังผลิตและขายต่อจะมีกา รขาดทุนในช่วงปลายของอายุ กลยุทธ์การปฏิบตั ิการกับวงจรอายุของผลิตภัณฑ์ หน้ าที่ส่วนหนึ่งของผู้รับผิดชอบองค์กรผลิ ตคือเตรี ยมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ .

1 ซึง่ มีรายละเอียด ดังนี ้ .75 ในขณะเดียวกันก็ต้องสร้ างความเข้ มแข็งให้ กบั ผลิตภัณฑ์ในปั จจุบนั กลยุทธ์ที่ใช้ สาหรับแต่ละผลิตภัณฑ์จะแตกต่างกันตามวงจรอายุของผลิตภัณฑ์ทงผลิ ั ้ ตภัณฑ์ ที่จะพัฒนาใหม่และผลิตภัณฑ์เดิม การทดสอบผลิตภัณฑ์เป็ นระยะ ๆ เป็ นสิ่งที่ควรทาเพื่อใช้ ในการตัดสินใจตาแหน่งวงจรอายุของผลิตภัณฑ์ เพราะว่าจะต้ องมีการเปลี่ยนกลยุทธ์ขณะที่ผลิตภัณฑ์เคลื่อนเข้ าสูว่ งจรอายุแต่ละช่วง กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสาเร็จต้ องการการตัดสินใจที่ดี การใช้ กลยุทธ์ที่ดีที่สดุ สาหรับผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดจะขึ ้นอยูก่ บั ตาแหน่งในวงจรอายุของผลิตภัณฑ์ เพราะฉะนันบริ ้ ษัทจะต้ องกาหนดผลิตภัณฑ์หรื อกลุ่มสายผลิตภัณฑ์และตาแหน่งของผลิตภัณฑ์เหล่า นันในวงจรอายุ ้ ซึ่งในวงจรอายุผลิตภัณฑ์ในแต่ละช่วงจะมีกลยุทธ์ แตกต่างกัน ดังแสดงในตารางที่ 4.

76 ตารางที่ 4. 2546. หน้ า 19-20) อุตสาหกรรมมีกาลัง การผลิตเหลือ หยุดผลิตรายการที่ ไม่ทากาไร ลดกาลังการผลิต .1 กลยุทธ์การผลิตในแต่ละช่วงของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ กลยุทธ์ของบริษัท / ประเด็น แนะนา (Introduction) เติบโต (Growth) อิ่มตัว (Maturity) ช่วงเวลาทีด่ ีทสี่ ดุ ในก เปลีย่ นแปลงราคา ารเพิ่มส่วนแบ่ง หรื อภาพพจน์ของ ตลาด คุณภาพได้ ไม่ควรเพิ่มส่วนแบ่ง ตลาด งานวิจยั และพัฒนา การตลาดสาคัญ และงานวิศวกรรม มาก สาคัญมาก ค่าใช้ จา่ ยในการ แข่งขันสูง ควรเจาะตลาดใหม่ เสือ่ ม (Decline) ควบคุมต้ นทุนอย่างเข้ มงวด ไม่ควรเเปลีย่ นแปลง ราคา ภาพพจน์ คุณภาพ รักษาตาแหน่งโดยการส่ งเสริ มการขายและ การกระจายสินค้ า ยอดขาย การออกแบบและ พัฒนาผลิตภัณฑ์ สาคัญมาก การพยากรณ์เป็ น เรื่ องสาคัญ กลยุทธ์การปฏิบตั ิการ / ประเด็น มักจะมีการเปลีย่ น ผลิตภัณฑ์และ แปลงแบบผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และการผลิต น่าเชือ่ ถือ กาลังการผลิตเหลือ เป็ นผลิตภัณฑ์ มาตรฐาน ผลิตภัณฑ์มีความ แตกต่างน้ อย เปลีย่ นรุ่นของ ผลิตภัณฑ์เป็ นรายปี ต้ นทุนต่าทีส่ ดุ ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ที่ กาลังการผลิต มีการแข่งขัน เหมาะสม เดินการผลิตช่วงสั ้นๆ เพิ่มกาลังการผลิต การผลิตสม่าเสมอ ใช้ คนงานทีม่ ีทกั ษะ สูง มุ่งความสนใจต่อ ผลิตภัณฑ์เพียง อย่างเดียว ใช้ คนงานทีม่ ีทกั ษะ ไม่สงู ต้ นทุนการผลิตสูง เพิ่มการกระจายสินค้ า เดินการผลิตนาน จานวนรุ่นของ ผลิตภัณฑ์มีน้อย ปรับปรุงผลิตภัณฑ์และ ตัดค่าใช้ จา่ ย เข้ มงวดเรื่ องคุณภาพ อย่างมาก ทบทวนเงื่อนไขทีใ่ ช้ ใน การออกแบบ หากแบบของผลิต ภัณฑ์มีข้อเสียนา ออกจากตลาดทันที (อ้ างอิงจาก ชัยยศ สันติวงษ์ .

1 ขันแนะน ้ า (Introductory Phase) ในช่วงแนะนาสินค้ าเข้ าตลาด องค์กรผลิต จะต้ องเตรี ยมเงินสาหรับค่าใช้ จา่ ยที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ อย่างถูกต้ อง เช่น ค่าวิจยั และพัฒนาผลิตภัณฑ์ ค่าใช้ จา่ ยในการปรับปรุงกระบวนการผลิต ค่าพัฒนาผู้ขายปั จจัยการผลิต เหตุที่มีคา่ ใช้ จ่ายที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ เกิดขึ ้น เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่แนะนาเข้ าสูต่ ลาดต้ องมีการปรับตัวให้ เหมาะสมกับความต้ องการของตลาดขนา ดใหญ่ ขันเจริ ้ ญเติบโต (Growth Phase) ช่วงเติบโตรูปแบบผลิตภัณฑ์แทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงนี ้การพยากรณ์กาลังการผลิตที่ต้องการต้ องทาอย่างมีประสิทธิภาพ อาจต้ องมีการซื ้อหรื อปรับปรุงเครื่ องจักรให้ เพิ่มความสามารถในการผลิตเพื่อรองรับความต้ องการผลิต ภัณฑ์ที่จะเพิ่มมากขึ ้น ขันอิ ้ ่มตัว (Maturity Phase) ในช่วงช่วงอิ่มตัวนี ้จะมีคแู่ ข่งในตลาด การผลิตปริมาณสูงโดยไม่ต้องมีนวัตกรรมใหม่สาหรับสินค้ าจะเหมาะสมกว่า แต่นวัตกรรมในการผลิตอาจเป็ นสิ่งจาเป็ นเพื่อควบคุมต้ นทุนให้ ต่า และรักษาความสามารถในการผลิตเพื่อสร้ างกาไรและรักษาส่วนแบ่งของตลาด ขันเสื ้ ่อม (Decline Phase) ฝ่ ายจัดการจะต้ องระบุผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในช่วงปลายอายุ เพื่อหยุดการผลิตและขายผลิตภัณฑ์นนั ้ ผลิตภัณฑ์ที่กาลังจะตาย (Dying Product) จะมียอดขายต่า ต้ องการทรัพยากรและความพยายามในการบริ หารจัดการสูง มีข้อยกเว้ นสาหรับผลิตภัณฑ์ที่กาลังจะตายที่สามารถสร้ างกาไรอย่างมากหรื อให้ ประโยชน์ตอ่ สายการ ผลิต 2. การวิเคราะห์ ผลิตภัณฑ์ ด้วยคุณค่ า (Product-by-Value Analysis) ผู้บริหารการปฏิบตั กิ ารที่มีประสิทธิผลจะเลือกรายการของผลิตภัณฑ์ที่แสดงว่ามีผลลัพธ์ดีที่สดุ ซึง่ มุง่ ความสาคัญที่การวิเคราะห์ปัจจัยที่สาคัญจานวนหนึ่ง สามารถนาไปประยุกต์ใช้ กบั ส่วนประสมผลิตภัณฑ์ (Product Mix) กล่าวคือทรัพยากรจะมีการลงทุนโดยคานึงถึงปั จจัยที่สาคัญเพียงไม่กี่รายการ .77 จากตารางที่ สามารถอธิบายถึงกลยุทธ์การผลิจในแต่ละช่วงของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ดงั นี ้ 4.

2547. หน้ า 127129) 1.78 โดยไม่ได้ คานึงถึงปั จจัยอื่น ๆ จานวนมาก การวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ด้วยคุณค่า (Product-by-Value Analysis) จะเกี่ยวข้ องกับผลประโยชน์ในรูปของเงิน ก็คือรายได้ หรื อกาไรของธุรกิจ ตลอดจนผลประโยชน์ในรูปของเงินโดยรวมต่อปี ของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด ซึง่ แสดงถึงสัดส่วนขนาดใหญ่ของยอดขายผลิตภัณฑ์ รายงานเกี่ยวกับเรื่ องคุณค่าของผลิตภัณฑ์ จะช่วยให้ ผ้ บู ริ หารสามารถประเมินกลยุทธ์ ที่เหมาะสมสาหรับแต่ละผลิตภัณฑ์ ซึง่ จะประกอบด้ วยกระแสเงินสด เช่น การเพิ่มประโยชน์ โดยการเพิ่มราคาหรื อลดต้ นทุน การเพิ่มการเจาะตลาด โดยการปรับปรุงคุณภาพ หรื อลดต้ นทุนหรื อ ราคา หรื อการลดต้ นทุน โดยการปรับปรุงกระบวนการผลิต การวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์แต่ละรายการจะช่วยให้ ผ้ บู ริหารทราบว่าผลิตภัณฑ์ใดเป็ นผลิตภัณฑ์ที่ขายดี ผลิตภัณฑ์ใดล้ มเหลว ไม่ควรที่จะลงทุนต่อไป เพื่อให้ ผ้ บู ริหารนาไปกาหนดทิศทางของกลยุทธ์สาหรับแต่ละผลิตภัณฑ์ การคัดเลือกผลิตภัณฑ์ ปั จจุบนั ผลิตภัณฑ์บางอย่างได้ หายไปจากตลาดหรื อถูกทดแทนด้ วยผลิตภัณฑ์ใหม่ การ คัดเลือกผลิตภัณฑ์ (Product Selection) การออกแบบผลิตภัณฑ์เป็ นสิ่งที่ต้องทาอยูเ่ สมอและต่อเนื่อง เพื่อให้ ผลิตภัณฑ์ใหม่มีโอกาสเกิดขึ ้นในตลาด การที่ผลิตภัณฑ์ใหม่จะประสบความสาเร็จนันขึ ้ ้นอยู่กบั การพัฒนาที่สามารถตอบสนองความต้ องการ ของลูกค้ าเป็ นสิ่งสาคัญ ดังมีข้อพิจารณาดังนี ้ (ประสงค์ ปราณีตพลกรังและคณะ. โอกาสสาหรับผลิตภัณฑ์ ใหม่ (New Product Opportunities) เทคนิคประการหนึง่ ที่ก่อให้ เกิดแนวคิดสาหรับผลิตภัณฑ์ใหม่คือ การระดมความคิด (Brainstorming) คือการที่คนหลายๆ คน ซึง่ มีความแตกต่างกันมาร่วมกันออกแนวคิดเกี่ยวกับหัวข้ อหนึง่ โดยเฉพาะ จุดมุง่ หมายของการนาวิธีนี ้มาใช้ คือ ก่อให้ เกิดการอภิปรายอย่างกว้ างขวาง .

รวดเร็วขึ ้น .2 การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ (Economic Change) ทาให้ เกิดรายได้ ในระยะยาว แต่การเปลี่ยนแปลงเนื่องจากวงจรเศรษฐกิจ (Economic Cycle) และการเปลี่ยนแปลงของราคาจะมีผลกระทบในระยะสัน้ เช่น คนสามารถซื ้อรถยนต์ได้ ในระยะยาว แต่การเปลี่ยนแปลงของราคาน ้ามันเชื ้อเพลิงจะมีผลกระทบความต้ องการซื ้อรถยนต์ในระยะสัน้ 1.79 ซึง่ จะก่อให้ เกิดแนวคิดในเชิงสร้ างสรรค์สาหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ปั จจัยสาคัญที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาสินค้ าใหม่ออกสู่ตลาดมี ดังนี ้ 1.4 การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (Technological ทาให้ เกิดความเปลี่ยนแปลงของผลิตภัณฑ์เช่น คอมพิวเตอร์ ขนาดเล็ก โทรศัพท์เคลื่อนที่ Change) 1.5 การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เช่น (Political or Legal Change) ซึง่ จะทาให้ เกิดข้ อตกลงใหม่ๆ ด้ านการค้ า ข้ อตกลงทางภาษี และความต้ องการในการทาสัญญาระหว่างรัฐบาล 1.1 การเข้ าใจลูกค้ า (Understanding the Customer) ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่นนั ้ สิ่งที่สาคัญคือ ต้ องคานึงถึงผู้ใช้ มากกว่าผู้ผลิต ดังนันการพั ้ ฒนาผลิตภัณฑ์จะต้ องก่อให้ เกิดประโยชน์กบั ผู้ใช้ โดยทัว่ ไป ไม่ว่าจะเป็ นบริษัท ห้ างร้ าน หรื อรายบุคคล ซึง่ ถ้ าเราเข้ าใจความต้ องการของลูกค้ า ก็สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้ องการของลูกค้ าได้ และจะมีโอกาสสูงมากที่ผลิตภัณฑ์ใหม่นนจะประสบความส ั้ าเร็จ 1.6 การเปลี่ยนแปลงอื่นๆ (Other Changes) ทาให้ เกิดแนวทางการตลาดแบบใหม่ เฉพาะเจาะจงมากขึ ้น.3 การเปลี่ยนแปลงด้ านประชากรและสังคม (Sociological and Demographic Changes) ซึง่ อาจปรากฏให้ เห็นในปั จจัยต่างๆ เช่น การมีครอบครัวขนาดเล็กลงกว่าในอดีต ทาให้ มีการเปลี่ยนแปลงความต้ องการในขนาดของบ้ าน อาคารชุด และรถยนต์ 1.

1998. หน้ า 187-193) 1. ลักษณะของผลิตภัณฑ์ ใหม่ สามารถแบ่งได้ 3 ลักษณะ คือ 1.1 ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม (Innovated Product) หมายถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีแนวคิด ริเริ่มเป็ นครัง้ แรก ยังไม่มีมาก่อนในตลาด เช่น ชุดตรวจเชื ้อไข้ หวัดนกแบบพกพาและทราบผลภายใน 5 นาที เป็ นต้ น . ความสาคัญของผลิตภัณฑ์ ใหม่ (Important of New Products) บริษัทที่เป็ นผู้นาใน อุตสาหกรรมจะมีเปอร์ เซ็นต์ของยอดขายที่เพิ่มขึ ้นจากผลิตภัณฑ์ที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปี ถึงแม้ วา่ การ คัดเลือก การกาหนดนิยาม การออกแบบผลิตภัณฑ์ เป็ นงานที่ต้องทาอย่างต่อเนื่อง ซึง่ พบว่ามีจานวนมากที่ทาให้ สินค้ าประสบความสาเร็จ แต่ก็มีผลิตภัณฑ์จานวนมากที่ไม่ประสบความสาเร็จ ผู้บริหาร ผู้ปฏิบตั ิการและองค์กรจะต้ องยอมรับความเสี่ยงและอดทนต่อสภาพความล้ มเหลว การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เหล่านี ้เป็ นสิ่งที่ต้องตระหนัก เพราะจะมีผลกระทบต่อความต้ องการของตลาดและตัวผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ ทาให้ เกิดโอกาสทางการตลาดและโอกาสของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขององค์กร เมื่อมีโอกาสทางการตลาด สิ่งที่องค์กรต้ องพิจารณาคือ การครองส่วนแบ่งทางการตลาดด้ วยกลยุทธ์ตา่ ง ๆ และสร้ างความได้ เปรี ยบทางการแข่งขันด้ วยการคัดเลือก และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ทาให้ องค์กรมีศกั ยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แนวคิดผลิตภัณฑ์ ใหม่ แนวคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ (Generating New Product) หมายถึง การเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่แบบริเริ่มหรื อการปรับปรุงผลิตภัณฑ์เดิมของธุรกิจให้ มีคณ ุ สมบัติดีขึ ้นหรื อเป็ น การออกแบบผลิตภัณฑ์ของธุรกิจที่มีลกั ษณะเหมือนผลิตภัณฑ์ที่มีอยูใ่ นตลาดทัว่ ไป การที่ผลิตภัณฑ์ใหม่จะประสบความสาเร็จได้ นนขึ ั ้ ้นอยูก่ บั การพัฒนาที่สามารถตอบสนองความต้ องการ ของลูกค้ าซึง่ เป็ นสิ่งสาคัญ ตลอดจนอิทธิพลของปั จจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้ องดังนี ้ (Russell & Taylor.80 2.

81 1.6 ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกิดจากการลดต้ นทุนการผลิต (Cost Reductions) หมายถึง ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ปรับปรุงขึ ้นเพื่อลดต้ นทุนการผลิต โดยมีคณ ุ สมบัตเิ หมือนเดิม .3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ในแง่ของสายผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Product Lines) หมายถึง สายผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เพิ่มขึ ้นของบริษัท และเป็ นการเข้ าสู่ตลาดที่มีอยู่ของบริ ษัทเป็ นครัง้ แรก 2.2 ผลิตภัณฑ์ปรับปรุงใหม่ (Modified Product) หมายถึง ผลิตภัณฑ์เดิมที่มีการ ปรับปรุงในลักษณะใดลักษณะหนึง่ ทาให้ กลายเป็ นผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดอีกครัง้ 1.3 ผลิตภัณฑ์เลียนแบบ (Me-too Product) ผลิตภัณฑ์ใหม่ของธุรกิจซึง่ เลียนแบบผลิตภัณฑ์ของคูแ่ ข่งขันที่มีอยูแ่ ล้ วในตลาด หมายถึง 2.1 ผลิตภัณฑ์ใหม่สาหรับโลกของผลิตภัณฑ์ (New–to world–Product) หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบและสร้ างขึ ้นมาใหม่ ซึง่ ก็คือผลิตใหม่แบบนวัตกรรมนัน่ เอง จึงเป็ นสินค้ าใหม่สาหรับทุกตลาด 2.4 ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการปรับปรุงผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่ (Improvements in Revisions of Existing Product) หมายถึง ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกิดจากการปรับปรุงผลิตภัณฑ์เดิมในเรื่ องของลักษณะและคุณค่าของผลิตภัณฑ์ และเป็ นการเข้ ามาแทนที่ผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่ เรี ยกอีกอย่างหนึง่ ว่า ผลิตภัณฑ์ ปรับปรุงใหม่ (Modified Product) 2.2 การเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ าไปในในสายผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่ (Additions to Existing Product Lines) หมายถึง ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เพิ่มเข้ าไปในสายผลิตภัณฑ์เดิมของบริษัท ในกรณีนี ้ ผลิตภัณฑ์ใหม่ในแง่ของบริษัทและเสนอขายในตลาดเดิมของบริษัท 2.5 ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกิดจากการกาหนดตาแหน่งผลิตภัณฑ์ขึ ้นมาใหม่ (Repositioning) หมายถึง ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกิดจากการนาผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่เข้ าสู่ตลาดเป้าหมายใหม่ หรื อส่วนตลาดใหม่ อันเป็ นการเปลี่ยนจุดยืนของผลิตภัณฑ์ให้ แตกต่างจากเดิม 2. ลักษณะความสัมพันธ์ ระหว่ างผลิตภัณฑ์ ใหม่ ในตลาดที่เป็ นเป้าหมายต่ างๆ ดังนี ้ 2.

3 มีขนตอนรายละเอี ั้ ยดดังนี ้ .2 มีความสอดคล้ องกับรูปแบบการบริโภคในปั จจุบนั (Consistency for Consumption’s Lifestyle) เป็ นผลิตภัณฑ์ที่ลกู ค้ ารู้สึกคุ้นเคย สบายใจที่จะใช้ 3.5 เป็ นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ งานได้ ง่าย สะดวกกว่าผลิตภัณฑ์อื่นๆ (Complexity) ขัน้ ตอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แนวคิดของผลิตภัณฑ์ใหม่ ในการบริหารกระบวนการมีผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ใหม่และ มีผลกระทบต่อความสาเร็จของบริษัทในอนาคตด้ วย ดังภาพที่ 4. ลักษณะที่ทาให้ ผลิตภัณฑ์ ใหม่ ประสบความสาเร็จเมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ ประเภทเดียว กันของคู่แข่ ง มีหลายประการดังนี ้ 3.4 เป็ นผลิตภัณฑ์ที่แสดงถึงความล ้าหน้ า ทันสมัยกว่าผลิตภัณฑ์อื่นๆ (Observability– the Chance to see the Newness) 3.1 ข้ อได้ เปรี ยบที่เด่นชัด (Relative Advantage) เหนือกว่าผลิตภัณฑ์อื่นๆ 3.82 3.3 ลูกค้ าได้ มีโอกาสทดลองใช้ ก่อนการตัดสินใจซื ้อ (Trial ability the Opportunity for Buyer Testing) เมื่อลูกค้ าได้ ทดลองใช้ ผลิตภัณฑ์แล้ วรู้สึกพึงพอใจกับคุณสมบัตขิ องผลิตภัณฑ์ 3.

3 เป็ นการแสดงขันตอนการพั ้ ฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ 7 ขันตอนดั ้ งนี ้ 1. ความต้ องการของตลาด (Customer Requirements to Win Orders) ความต้ องการของตลาดจะทาให้ เกิดการซื ้อที่เพียงพอหรื อไม่ เป็ นการศึกษาความต้ องการของผู้บริโภคเกี่ยวกับคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ เพื่อนามากาหนดเป็ นประโยชน์หลักของผลิตภัณฑ์ .83 แนวคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ ความต้ องการของตลาด ข้ อกาหนดตามหน้ าที่ ช่วงการทางานของทีม พัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่มาของแนวคิด : การเปลีย่ นแปลงทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี สังคม การศึกษา การเมือง ลูกค้ า ผู้ขาย ฯลฯ (สำรวจความต้องการของตลาด) (ผลิตภัณฑ์ทำหน้าที่อย่างไร) ข้ อกาหนดผลิตภัณฑ์ (ผลิตผลิตภัณฑ์อย่างไร) ทบทวนแบบ ทดสอบตลาด แนะนาผลิตภัณฑ์ในตลาด ผลิตภัณฑ์ประสบความสาเร็ จ ? (ผลิตภัณฑ์ผลิตอย่างไรจึ ง ประหยัดและมีคณ ุ ภาพสูง) ช่วงของการออกแบบ เพื่อให้ ผลิตได้ (ผลิตภัณฑ์สนองความ ต้ องการของตลาด) (ส่งสินค้าสู่ตลาด) (ประเมินผล) ภาพที่ 4. 1998.3 แสดงขันตอนการพั ้ ฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ 7 ขันตอน ้ (อ้ างอิงจาก Heizer & Render. หน้ า 250) จากภาพที่ 4. แนวคิดผลิตภัณฑ์ ใหม่ (Ideas from many sources) เป็ นขันการสร้ ้ างความคิดว่า จะผลิตสินค้ าอะไร แหล่งของความคิดจะมาจากความต้ องการของตลาด 60-80% ซึง่ ถือว่าเป็ นแหล่งที่สาคัญที่สดุ ฝ่ ายวิศวกรรมและปฏิบตั กิ าร 20% และจากแหล่งอื่น ๆ ได้ แก่ เทคโนโลยี คูแ่ ข่ง และพนักงาน 2.

ข้ อกาหนดตามหน้ าที่ (Functional Specifications) ผลิตภัณฑ์จะทางานอย่างไร เป็ นขันตอนที ้ ่จะลงรายละเอียดในตัวสินค้ า โดยจะต้ องคานึงว่าผลิตภัณฑ์จะมีลกั ษณะที่ตรงตามข้ อกาหนดของลูกค้ าได้ อย่างไร โดย 3.2 ใช้ ความรู้ทางด้ านวิศวกรรมเข้ ามาช่วย 3. แนะนาผลิตภัณฑ์ ในตลาด (Introduction to Market) เป็ นการนาผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดจริง โดยใช้ เครื่ องมือทางการตลาดเข้ ามาเกี่ยวข้ อง ทังด้ ้ านผลิตภัณฑ์ ราคา การกาหนดช่องทางการจัดจาหน่าย ตลอดจนการสื่อสาร การตลาด เพื่อแนะนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การประเมินผล (Evaluation) เป็ นการติดตามผลและวัดผลการทางาน นัน่ คือเป็ นการ .84 3.1 จัดลาดับความสาคัญของลักษณะที่ต้องการ 3.3 เปรี ยบเทียบกับลักษณะผลิตภัณฑ์ของคูแ่ ข่งแล้ วนามากาหนดเป็ นลักษณะ ผลิตภัณฑ์ของบริษัท 4. ข้ อกาหนดผลิตภัณฑ์ (Product Specifications) จะกาหนดว่าผลิตภัณฑ์จะผลิต อย่างไร เป็ นขันที ้ ่ 1 จะต้ องกาหนดว่าจะผลิตสินค้ าอย่างไร เป็ นขันที ้ ่ 2 ระบุลกั ษณะทางกายภาพว่าจะมีขนาดสูง ยาว กว้ าง หนักเท่าใด เป็ นขันที ้ ่ 3 กาหนดออกมาเป็ นภาพวาดด้ านวิศวกรรม เป็ นขันที ้ ่4 5. ทบทวนการออกแบบ (Design Preview) ลักษณะเฉพาะของผลิตภัณฑ์เหล่านี ้เป็ นวิธีที่ดีที่สดุ เพื่อให้ เป็ นไปตามความต้ องการของลูกค้ าหรื อไม่ โดยยึดหลักว่าการออกแบบเน้ นที่ผลิตภัณฑ์วา่ มีคณ ุ สมบัติที่สามารถตอบสนองความต้ องการของลูกค้ า ได้ หรื อไม่ ถ้ าผลตรวจสอบออกมาว่าลูกค้ าพอใจก็จะดาเนินการในขันต่ ้ อไป 6. ทดสอบตลาด (Test Market) ผลิตภัณฑ์เป็ นไปตามความคาดหวังของลูกค้ าหรื อไม่ เป็ นการนาผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดเพื่อทดสอบในปริมาณน้ อย และดูการตอบสนองของผู้บริ โภคที่มีตอ่ ผลิตภัณฑ์ ซึง่ จะทาให้ ทราบข้ อบกพร่องของผลิตภัณฑ์ เพื่อนามาปรับปรุงแก้ ไขต่อไป 7.

000 1. หน้ า 251) จากภาพที่ 4.000 500 500 100 100 แนวคิด ความต้ องการ ผลิตภัณฑ์ใหม่ ของตลาด ข้ อกาหนด ของหน้ าที่ 25 1 ข้ อกาหนด ทบทวนแบบและ ผลิตภัณฑ์ที่ ของผลิตภัณฑ์ ทดสอบตลาด ประสบความสาเร็จ ภาพที่ 4.4 แสดงปริมาณในขันตอนของการพั ้ ฒนาผลิตภัณฑ์ เริ่มตังแต่ ้ ในส่วนของแนวคิดของผลิตภัณฑ์ใหม่ จนถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ประสบความสาเร็จต่อหนึง่ ผลิตภัณฑ์ จะเห็นได้ วา่ หน่วยผลิตต้ องเกี่ยวข้ องในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประมาณ 500 ผลิตภัณฑ์และเมื่อได้ ผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสาเร็จหน่วยผลิตยังคงต้ องรักษามาตรฐานการผลิตผลิ ตภัณฑ์อยู่ .750 1.85 ประเมินว่าผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทที่ออกสูต่ ลาดนันประสบความส ้ าเร็จหรื อไม่ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ถึงแม้ ว่าจะใช้ ความพยายามมากแค่ไหนก็ไม่ใช่ว่าจะต้ องประสบความสาเร็จทุกครัง้ มีการประมาณการว่า ผลิตภัณฑ์ที่แนะนาสู่ตลาดจะประสบความสาเร็จประมาณ 1 ใน 25 ผลิตภัณฑ์ 2. 1998.500 1.4 แสดงปริมาณในขันตอนของการพั ้ ฒนาผลิตภัณฑ์ (อ้ างอิงจาก Heizer & Render.000 1.

1998. หน้ า 251) ผู้ที่พฒ ั นาผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ เร็วจะมีข้อได้ เปรี ยบหลายประการ เช่น ได้ ใช้ เทคโนโลยีที่ทนั สมัยอยู่เสมอและมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้ องกับการออกแบบ การทดสอบ การผลิต การออกสินค้ าใหม่และมีการเรี ยนรู้ได้ เร็ ว ในภาพรวมแล้ วผู้พฒ ั นาผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ เร็ วจะสะสมผลได้ ทางบวกไว้ อย่างมากไม่เพียงแต่ทางด้ านการ ตลาด ยังมีผลทางด้ านนวัตกรรมในการออกแบบ การปรับปรุงคุณภาพ และการลดต้ นทุน การจัดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การจัดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Organizing for Product Development) ในทางปฏิบตั ิ มีหลายวิธี ที่จะพัฒนาให้ ผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพนัน้ โดยมีหลักการพิจารณา ดังนี ้ วิธีที่ 1 เป็ นวิธีของสหรัฐอเมริกาที่ทาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามขันตอนของงาน ้ โดยทาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หน่วยงานต่าง ๆ ตามลาดับของงาน เริ่มต้ นด้ วยการให้ หน่วยงานวิจยั และพัฒนา (Research and Development) ทางานวิจยั ที่ต้องการ จากนันออกแบบผลิ ้ ตภัณฑ์แล้ วส่งต่อให้ หน่วยงานผลิตทาการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สามารถผลิตได้ และขันสุ ้ ดท้ ายหน่วยงานผลิตจะผลิตผลิตภัณฑ์นนออกมา ั้ ข้ อดีของวิธีนี ้คือเป็ นการทางานตามหน้ าที่และความรับผิดชอบ แต่มีข้อเสียคือการขาดความคิดที่ก้าวหน้ า และคาถามที่นา่ สนใจคือทาอย่างไรแนวความคิดการพัฒนาในแต่ละลาดับขันจึ ้ งจะมีความสอดคล้ อง กับความต้ องการของลูกค้ าอยูเ่ สมอ วิธีที่ 2 มอบหมายให้ ผ้ บู ริ หารการผลิตทาการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สดุ ที่ผ่านระบบการพัฒนาผลิตภัณฑ์มาแล้ วแ ละองค์กรสามารถผลิตได้ .86 วงจรอายุผลิตภัณฑ์มีแนวโน้ มสันลง ้ ซึ่งทาให้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่มีความสาคัญมากขึ ้น ผู้ที่พฒ ั นาผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ เร็วจะได้ เปรี ยบ และมีความสามารถในการแข่งขันสูงกว่าผู้ที่พฒ ั นาได้ ช้า แนวคิดนี ้เรี ยกว่า Time-Based Competition ในปี 1990 ได้ มีการศึกษาผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปนสามารถส่ ุ่ งรถยนต์ใหม่เข้ าสู่ตลาดได้ เร็วเป็ นสองเท่าของผู้ผลิตรถย นต์ในสหรัฐอเมริ กา (Heizer & Render.

ได้ รับการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง 2. เพื่อให้ มีทีมงานเพียงพอมีงบประมาณ และได้ รับการสนับสนุนจากผู้ขายสินค้ าให้ ทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกอบด้ วยคนจากหลายหน่วยงาน เช่น หน่วยงานการตลาด หน่วยผลิต หน่วยงานจัดซื ้อ หน่วยงานประกันคุณภาพ เป็ นต้ น เพื่อทาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถผลิตได้ อย่างมีคณ ุ ภาพตามข้ อจากัดของทรัพยากรและตรงตาม ความต้ องการ หรื อความคาดหวังของลูกค้ า ทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์หลายทีมยังมีสมาชิกเป็ นตัวแทนของผู้ขายสินค้ าด้ วย ทังนี ้ ้เพื่อให้ ผ้ ขู าย สินค้ าให้ องค์กรรับผิดชอบในการพัฒนาวัสดุหรื อวัตถุดิบที่องค์กรต้ องการให้ ได้ ในราคาที่เหมาะสม ผู้รับผิดชอบทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ ต้ องทาให้ บรรยากาศในการทางานของทีมเกิดการมีส่วนร่ วมอย่างมาก โดยยึดวัตถุประสงค์ขององค์กรเป็ นหลัก . คัดเลือกบุคลากรที่มีประสบการณ์และการมอบหมายอานาจในการตัดสินใจ 3. เป็ นรูปแบบที่เป็ นทางการ 4. เพื่อจัดการฝึ กอบรมเพิ่มทักษะและเทคนิคในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ 5.87 วิธีที่ 3 คือการใช้ ทีมหรื อคณะทางาน เช่น ทีมวงจรคุณภาพ ทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development Team) ทีมออกแบบสาหรับการผลิต (Design for Manufacturability Team) ทีมวิศวกรรมคุณค่า (Value Engineering Team) กล่าวโดยสรุป การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีจะต้ องทาผ่านทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้ วยบุคลากรจากหลายหน่วยงา นทางานแบบข้ ามหน้ าที่ (Cross Functional) แต่ในประเทศญี่ปนไม่ ุ่ ใช้ การตังที ้ มพัฒนาผลิตภัณฑ์เนื่องจากวัฒนธรรม รูปแบบการบริหารและการเป็ นทีมงานของพนักงานของญี่ปนจะถื ุ่ อว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็ นหน้ าที่ข องทุกคนในองค์กร อย่างไรก็ตามประเทศในกลุม่ ตะวันตกจะใช้ ทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ ด้ วยเหตุผลหลายประการดังนี ้ 1.

88 เนื่องจากสมาชิกทีมงานมีความชานาญในงานของตนเองและมีเป้าหมายหรื อวัตถุประสงค์ของตนเอง จุดประสงค์ของทีมประเภทนี ้คือ เพื่อทาสินค้ าและบริการให้ ประสบความสาเร็ จ ซึง่ รวมถึงความสามารถทางการตลาด (Marketability) ความสามารถทางการผลิต (Manufacturability) และความสามารถด้ านการบริการ (Serviceability) ความสาคัญของการออกแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบผลิตภัณฑ์ หมายถึง การกาหนดรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ในเรื่ องที่จะผลิต ผลิตภัณฑ์อะไร มีรูปแบบอย่างไร มีคณ ุ ลักษณะอย่างไร ทังนี ้ ้เพื่อสร้ างสรรค์ผลิตภัณฑ์ขึ ้นเพื่อตอบสนองความต้ องการของผู้บริ โภค ดังนัน้ จึงเห็นได้ วา่ การวางแผนผลิตภัณฑ์มีความเกี่ยวข้ องและสัมพันธ์กบั หน้ าที่การตลาดอย่างใกล้ ชิด การออกแบบผลิตภัณฑ์มีความความสาคัญต่อองค์กรธุรกิจ เพราะผลิตภัณฑ์เป็ นสิ่งที่ธุรกิจนาออกจาหน่ายในตลาด กิจกรรมธุรกิจจะอยู่รอดและเจริญเติบโตได้ ก็ขึ ้นอยูก่ บั การวางแผน ผลิตภัณฑ์ให้ ตอบสนองความต้ องการของผู้บริโภคได้ อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล การออกแบบเพื่อทาให้ ผลิตได้ มีวตั ถุประสงค์ของการพัฒนาผลิตภัณฑ์คือการสร้ างสินค้ าหรื อบริการให้ ประสบความสาเร็จซึง่ รวมถึง ขายได้ ผลิตได้ และให้ บริการได้ การออกแบบเพื่อให้ ผลิตได้ จะเกี่ยวข้ องในการปรับปรุงแบบและข้ อกาหนด (Designs and Specifications) ในช่วงของการวิจยั การพัฒนา การออกแบบ และการผลิตในช่วงของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ประโยชน์ของการออกแบบเพื่อทาการผลิต มีดงั นี ้ 1. ลดความซับซ้ อนของผลิตภัณฑ์ 2. ทาให้ ความผันผวนเล็กน้ อยของการผลิตหรื อการประกอบไม่สง่ ผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ . ปรับปรุงความสามารถในการบารุงรักษา (ความสามารถในการบริการ) 6. ปรับปรุงการออกแบบงานและความปลอดภัยในการทางาน 5. เพิ่มชิ ้นส่วนที่เป็ นมาตรฐาน 3. ปรับปรุงลักษณะที่เป็ นหน้ าที่ของผลิตภัณฑ์ 4.

การออกแบบที่มีลักษณะคงทนและเข้ ากับทุกสภาวะการณ์ (Robust Design) เป็ นการออกแบบซึง่ สามารถผลิตสินค้ า เพื่อให้ เป็ นไปตามความต้ องการได้ ถึงแม้ วา่ ผลิตภัณฑ์ที่ได้ รับการออกแบบจะมีการแปรเปลี่ยนไปเล็กน้ อยในการผลิต หรื อการประกอบชิ ้นส่วน ก็ไม่มีผลต่อผลิตภัณฑ์ เช่น บริษัท AT&T พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยการประสมประสานวงจรเพื่อสร้ างสัญญาณเสียง ซึง่ สามารถผลิตจานวนมากได้ ถึงแม้ ว่าเริ่มแรกของการออกแบบ วงจรจะได้ รับการผลิตอย่างดีเลิศ เพื่อป้องกันการแปรเปลี่ยนในสัญญาณ วงจรเช่นนี ้เป็ นสิ่งที่มีคณ ุ ค่าเนื่องจากสามารถควบคุมคุณภาพระหว่างกระบวนการผลิตได้ สะดวก อย่างไรก็ตามหลังจากทดสอบและวิเคราะห์แล้ ว วิศวกรของบริษัท AT&T ตระหนักว่า ถ้ าลดตัวต้ านทานของวงจรลงโดยการเปลี่ยนเล็กน้ อย จะมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงในการผลิตน้ อยมาก แต่ทาให้ สามารถปรับปรุงคุณภาพได้ ถึง 40% 2. 125-126) 1. 2543.89 ประเด็นสาหรั บการออกแบบผลิตภัณฑ์ การพัฒนาระบบที่มีประสิทธิผลและโครงสร้ างระบบสาหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์มีเทคนิค ที่สาคัญคือ (ประสงค์ ปราณีตพลกรัง และคณะฯ. การออกแบบให้ เป็ นมาตรฐาน (Modular Design) เป็ นการออกแบบชิ ้นส่วน หรื อส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ ซึง่ แบ่งย่อยออกเป็ นชิ ้นส่วนเล็ก ๆ ทาให้ ง่ายต่อการสับเปลี่ยนหรื อแทนที่ ซึง่ เป็ นการออกแบบ เพื่อนาเสนอความยืดหยุน่ สูท่ งการผลิ ั้ ต และการตลาด หน่วยงานผลิตจะพบว่า ชิ ้นส่วนเล็ก ๆ เหล่านี ้มีประโยชน์เพราะว่าทาให้ เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิตและสับเปลี่ยนได้ ง่ายกว่า ยิ่งกว่านัน้ ตลาดอาจชอบวิธีการออกแบบเช่นนี ้ เพราะสามารถเพิ่มความยืดหยุน่ ที่จะทาให้ ลกู ค้ าพอใจ ลูกค้ าอาจผสมและจัดให้ เหมาะสมกับรสนิยมของตนเอง ความคิดนี ้ได้ ถูกนาไปใช้ ในอุตสาหกรรมจานวนมาก 3. การออกแบบโดยใช้ คอมพิวเตอร์ ช่วย (Computer Aided Design:CAD) เป็ นการใช้ คอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยพัฒนาออกแบบ และจัดสร้ างเอกสารสาคัญด้ านผลิตภัณฑ์ ในปั จจุบนั มีการเพิ่มขึ ้นของผลิตภัณฑ์อตุ สาหกรรมที่ได้ รับการพัฒนาด้ วยการออกแบบโดยใช้ คอมพิวเ ตอร์ เข้ าช่วย ซึง่ สามารถช่วยเพิ่มพูนความเร็ ว . หน้ า.

การผลิตโดยใช้ คอมพิวเตอร์ ช่วย (Computer Aided Manufacturing : CAM) หมายถึง การใช้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อทาหน้ าที่ควบคุมเครื่ องมือที่ใช้ ในการผลิตโดยตรง ข้ อมูลเกี่ยวกับการออกแบบโดยใช้ คอมพิวเตอร์ ชว่ ย (CAD) จะถูกเปลี่ยนแปลงเป็ นคาสัง่ สาหรับการผลิตโดยใช้ คอมพิวเตอร์ ช่วย (CAM) ซึง่ เรี ยกว่า CAD/CAM ประโยชน์ของการออกแบบโดยใช้ คอมพิวเตอร์ ชว่ ย (CAD) และการผลิตโดยใช้ คอมพิวเตอร์ ชว่ ย (CAM) มีดงั นี ้ 4.2 ช่วยลดเวลาในการออกแบบ (Shorter Design Time) ระยะเวลาการออกแบบที่ สันลงมี ้ ผลให้ ต้นทุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และต้ นทุนการผลิตลดลง และสามารถตอบสนองต่อตลาดได้ อย่างรวดเร็วยิ่งขึ ้น 4.3 ช่วยให้ ต้นทุนในการผลิตลดลง (Production Cost Reductions) มีการลดลงของ สินค้ าคงคลัง ตลอดจนมีการใช้ บคุ ลากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ ้น โดยมีตารางการผลิตที่ดีขึ ้น ตลอดจนมีการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงการออกแบบโดยใช้ ต้นทุนในการเปลี่ยนแปลงที่ต่าลง 4.4 มีข้อมูลเก็บไว้ ใช้ เป็ นฐานข้ อมูล (Database Availability) เนื่องจากจะมีการเก็บ ข้ อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เอาไว้ ดังนันในการออกแบบผลิ ้ ตภัณฑ์ใหม่ ผู้ปฏิบตั งิ านก็สามารถนาข้ อมูลที่เกี่ยวข้ องมาใช้ ได้ เลยโดยไม่ต้องเริ่มต้ นใหม่ทงหมด ั้ ซึง่ จะมีผลทาให้ ต้นทุนลดลงอย่างมาก .90 และสามารถประสมประสานการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีการออกแบบจากหลาย ๆ ทีมงาน เมื่อใช้ การออกแบบโดยใช้ คอมพิวเตอร์ เข้ าช่วย วิศวกรออกแบบจะเริ่มโดยพัฒนาโครงร่างความคิด แล้ วผู้ออกแบบจะใช้ การแสดงด้ วยภาพ เพื่อสร้ างการออกแบบโครงสร้ างทางเรขาคณิต ซึง่ การออกแบบด้ วยความชานาญจากระบบการออกแบบโดยใช้ คอมพิวเตอร์ เข้ าช่วย จะช่วยให้ ผ้ ูออกแบบสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับข้ อมูลทางวิศวกรรมได้ หลากหลายชนิด และมีความ รวดเร็ว 4.1 ช่วยให้ คณ ุ ภาพสินค้ าดีขึ ้น(Product Quality) การออกแบบโดยใช้ คอมพิวเตอร์ ชว่ ย จะทาให้ นกั ออกแบบสามารถมีการตรวจสอบทางเลือกได้ มากขึ ้น ตลอดจนปั ญหาและอันตรายที่จะเกิดขึ ้น 4.

การออกแบบผลิตภัณฑ์ ท่ ไี ม่ ทาลายสิ่งแวดล้ อม (Environmentally Friendly Products Designs) เป็ นอีกวิธีหนึง่ ที่จะทาให้ องค์กรประสบความสาเร็ จด้ วยกลยุทธ์การสร้ างความแตกต่าง และกลยุทธ์ต้นทุนต่า กล่าวคือ ผู้บริหารการปฏิบตั กิ ารต้ องจัดทาระบบผลิตภัณฑ์ให้ สามารถที่จะเข้ ากัน ได้ ดีกบั สภาพแวดล้ อม . เทคโนโลยีแบบสภาวะเหมือนจริง (Virtual Reality Technology) สภาวะเหมือนจริงเป็ นรูปแบบของการสื่อสารชนิดหนึง่ โดยสามารถมีการปฏิสมั พันธ์กนั ได้ ซึง่ เป็ นเทคโนโลยีทางด้ านคอมพิวเตอร์ ในการสร้ างภาพจาลอง รากฐานของเทคโนโลยีแบบสภาวะเหมือนจริ งนันมาจากการออกแบบโดยใช้ ้ คอมพิวเตอร์ ช่วย (CAD) ข้ อมูลเกี่ยวกับการออกแบบซึ่งอยู่ในระบบของการออกแบบโดยใช้ คอมพิวเตร์ ชว่ ยนัน้ จะเป็ นรูปแบบที่เป็ นระบบแบบอิเล็กทรอนิกส์ ตัวอย่างเช่น บริษัทเจเนอรัลมอเตอร์ ได้ มีการคิดรถยนต์เหมือนจริง ซึง่ มีการใช้ กล้ องวีดีโอแบบโปรเจคเตอร์ เพื่อฉายภาพสามมิติ ทังนั ้ กออกแบบและลูกค้ าสามารถเห็นรูปแบบโมเดลแบบภาพสามมิติ ซึง่ จะเห็นได้ วา่ ภายในของการออกแบบนันเป็ ้ นอย่างไรบ้ าง สภาวะเหมือนจริง สามารถใช้ ในการพัฒนาผังแบบสามมิติ ซึง่ จะทาให้ มีต้นทุนถูกลงในขันตอนของการออกแบบ ้ โดยสามารถใช้ ได้ กบั แบบทุกรูปแบบ 6.5 ขยายขอบเขตของความสามารถ (New Range of Capabilities) ตัวอย่างเช่น การสร้ างภาพวัตถุเป็ นสามมิติ ที่หมุนได้ รอบทิศทาง สามารถประกอบชิ ้นส่วนและถอดชิ ้นส่วนตามลาดับได้ ซึง่ จะช่วยในการตัดสินใจในการออกแบบ และใช้ ในการฝึ กอบรมช่างประกอบชิ ้นส่วน 5.91 4. การวิเคราะห์ คุณค่ า (Value Analysis) เป็ นการทบทวนความสาเร็จของผลิตภัณฑ์ซงึ่ เกิดขึ ้นในระหว่างกระบวนการผลิต เพื่อให้ เกิดการปรับปรุง ซึง่ จะนาไปสูท่ งเป็ ั ้ นผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่าและประหยัดกว่า เทคนิคและข้ อได้ เปรี ยบสาหรับการวิเคราะห์คณ ุ ค่าจะเหมือนกับวิศวกรรมคุณค่า ถึงแม้ จะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้ อยในการปฏิบตั กิ ารก็อาจเป็ นสิ่งจาเป็ นเพราะการวิเคราะห์คณ ุ ค่าจะเ กิดขณะที่กาลังผลิตผลิตภัณฑ์ 7.

3 ผลิตภัณฑ์มีความแตกต่างจากคูแ่ ข่งขัน 7.6 ได้ รับการยอมรับจากผู้บริโภคว่าเป็ นบริษัทที่มีภาพลักษณ์ที่ดีในการแสดงความ รับผิดชอบต่อสังคม ขัน้ ตอนการออกแบบผลิตภัณฑ์ ขันตอนการออกแบบผลิ ้ ตภัณฑ์ มีความสัมพันธ์ โดยตรงกับวงจรการพัฒนาผลิตภัณ ฑ์ Innovation Cycle วงจรการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกอบด้ วย 6 ขันตอนคื ้ อ (สมพล ทุง่ หว้ า และวิชยั ธนรังสีกลุ . 2541. การทดลองผลิต . หน้ า 197–198) 1. การออกแบบผลิตภัณฑ์ขนต้ ั้ น 3.5 เพิ่มความมีคณ ุ ค่า คือ การยอมรับข้ อบังคับด้ านสภาพแวดล้ อม และมีการดาเนิน การอย่างมีประสิทธิผล 7.1 พัฒนาความปลอดภัยและเป็ นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทาลายสภาพแวดล้ อม 7.4 ลดความเสียหายที่จะเกิดขึ ้นกับสภาพแวดล้ อม 7.92 ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้ อมตลอดทังวงจรอายุ ้ ผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ สอดคล้ องกับมาตรฐานโลก อีกทังยั ้ งเป็ นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ซึง่ จะมีสว่ นทาให้ ผ้ บู ริโภคยอมรับผลิตภัณฑ์มากขึ ้น เช่น การป้องกันมลภาวะ บริ ษัทผลิตเครื่ องสาอางของอังกฤษชื่อ Body Shop ประสบความสาเร็จด้ วยการเน้ นการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่าง โดยใช้ สว่ นผสมที่ไม่ทาลายสภาพแวดล้ อมและไม่ใช้ การทดสอบกับสัตว์ โดยเชื่อว่าเป็ นส่วนหนึง่ ของการตอบสนองต่อสังคมด้ วยความรับผิดชอบ ทีมงานสิ่งแวดล้ อม (Environmental Team) วิธีหนึง่ ที่จะทาให้ โปรแกรมต่าง ๆ เหล่านี ้ประสบความสาเร็จคือ การนาพนักงานจากหน้ าที่ตา่ ง ๆ มาทางานร่วมกันเพื่อลดผลกระทบที่มีตอ่ สภาพแวดล้ อมของผลิตภัณฑ์ตลอดทุกขันของวงจรอายุ ้ เป้าหมายของการใช้ กลยุทธ์การผลิตที่ไม่ทาลายสิ่งแวดล้ อม มีดงั นี ้ 7.2 ลดวัสดุเหลือทิ ้งและพลังงานให้ สญ ู เสียน้ อยลง 7. การวิจยั ผลิตภัณฑ์ และการวิจยั ตลาด 2.

การออกแบบขันสุ ้ ดท้ าย 6.5 แสดงถึงขันตอนการออกแบบผลิ ้ ตภัณฑ์โดยทัว่ ไป ซึง่ จะเริ่มจากการวิจยั ผลิตภัณฑ์เพื่อแสวงหาแนวคิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ หรื ออาจทาการวิจยั ตลาดเพื่อศึกษาความต้ องการของผู้บริโภคประกอบด้ วยได้ เมื่อได้ แนวคิดผลิตภัณฑ์แล้ วจะนามาออกแบบขันตอนแล้ ้ ว ทดลองผลิต เมื่อผลิตได้ แล้ วก็นาผลิตภัณฑ์ออกลองใช้ หรื อทาการทดสอบตลาด แล้ วนาข้ อมูลที่ได้ มาทาการออกแบบขันสุ ้ ดท้ ายและทาการผลิตจานวนมากต่อไป ซึง่ เมื่อทาการผลิตไปช่วงระยะเวลาหนึง่ แล้ ว อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ . การทดสอบตลาด 5. การผลิตจานวนมาก กิจกรรมในขันตอนของวงจรการพั ้ ฒนาผลิตภัณฑ์มีความสัมพันธ์กนั ดังแสดงในภาพที่ 4.5 แสดงขันตอนการออกแบบผลิ ้ ตสินค้ า (อ้ างอิงจาก สมพล ทุง่ หว้ าและวิชยั ธนรังสีกลุ .5 ดังนี ้ การวิจยั ผลิตภัณฑ์ การออกแบบผลิ ตภัณฑ์ขนต้ ั้ น การวิจยั ตลาด ทดลองผลิต การทดสอบตลาด การออกแบบ ผลิตภัณฑ์ขนสุ ั ้ ดท้ าย การผลิตจานวนมาก ภาพที่ 4. หน้ า 198) จากภาพที่ 4.93 4. 2541.

การใช้ พลังงานปริมาณน้ อยกว่ า เป็ นการเลือกใช้ พลังงานให้ เกิดประสิทธิภาพสาหรับองค์กร เป็ นต้ น (Use Less Energy) เช่น เลือกใช้ หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ .94 การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้ อม หรื อสาเหตุอื่น ๆ ทาให้ ต้องดาเนินการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ดังนันการออกแบบผลิ ้ ตภัณฑ์จงึ เป็ นงานที่ต้องทาต่อเนื่องและเป็ นวงจรที่แต่ละขันมี ้ ความสัมพันธ์กนั การผลิตสีเขียว การผลิตสีเขียว (Green Manufacturing) เป็ นการผลิตที่คานึงถึงสิ่งแวดล้ อม เนื่องจากในปั จจุบนั นัน้ เราให้ ความสนใจและห่วงใยในสิ่งแวดล้ อมมากขึ ้น ซึ่งในการออกแบบผลิตภัณฑ์ และกระบวนการผลิตก็จาเป็ นจะต้ องคานึงถึงประเด็นเหล่านี ้ด้ วย แนวทางหรื อลักษณะที่บง่ ชี ้ว่าบริษัทได้ ตระหนักและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้ อม มีดงั นี ้ 1. การเลือกใช้ องค์ ประกอบที่มีนา้ หนักเบา (Use Lighter Components) เนื่องจากเทคโนโลยีด้านวัสดุศาสตร์ ได้ รับการพัฒนาไปมาก และส่งผลให้ อตุ สาหกรรมยวดยานต่างๆ ได้ ปรับตัวใช้ อลูมิเนียมและพลาสติกมากขึ ้น ซึ่งทาให้ สามารถลดน ้าหนักของรถลงไปได้ มาก และยังเป็ นการเพิ่มความสะอาดให้ กบั สภาพแวดล้ อมอีกด้ วย 5. ผลิตสินค้ าประเภทที่สามารถนากลับมาใช้ ใหม่ ได้ (Make Products Recyclable) เช่น บริษัทผลิตเบียร์ ส่วนใหญ่ ในประเทศเยอรมัน จะเน้ นความสะอาดและการนาขวดเบียร์ กลับมาใช้ ใหม่ บริษัทผลิตรถยนต์ BMW ได้ ออกแบบโดยใช้ สว่ นประกอบของรถที่เป็ นโลหะและพลาสติกประเภทที่นากลับมาใช้ ใหม่ได้ 2. การเลือกใช้ ส่วนประกอบของวัสดุท่ มี ีอันตรายน้ อยที่สุด (Use Less Harmful Ingredients) เช่น อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ที่ได้ พยายามปรับเปลี่ยนหมึกที่ทามาจากสารเคมี และมีอนั ตรายไปเป็ นหมึกที่สกัดมาจากสารธรรมชาติ ซึ่งสามารถลดมลภาวะทางอากาศและน ้าได้ 4. การเลือกใช้ วัสดุท่ ีสามารถนากลับมาใช้ ใหม่ ได้ (Use Recycled Materials) เช่น กระดาษและพลาสติก ที่สามารถนากลับมาใช้ ใหม่ได้ สาหรับการผลิต 3.

ผังการประกอบ (Assembly Chart) เป็ นผังการประกอบชิ ้นส่วนที่ซื ้อ ชิ ้นส่วนที่ ผลิต มีรูปร่างคล้ ายแผนผังรูปต้ นไม้ (Tree Diagram) โดยระบุชื่อหรื อหมายเลขชิ ้นส่วนที่จะนามาประกอบ กัน ผังการประกอบจะแสดงจุดที่ชิ ้นส่วนย่อยเข้ าประกอบกันแต่ละส่วนแล้ วจึงประกอบรวมเป็ นสินค้ า .95 6. แบบการประกอบ (Assembly Drawing) เป็ นภาพของชิ ้นส่วนที่จะประกอบกันตามลาดับ และแต่ละชิ ้น ให้ เป็ นผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ มักเป็ นภาพ 3 มิติ ที่เรี ยกว่าภาพไอโซเมตริก (Isometric Drawing) 2. การใช้ วัสดุปริมาณน้ อยกว่ า (Use Less Material) บริษัทอุตสาหกรรมส่วนใหญ่มกั ใช้ วสั ดุสิ ้นเปลืองทังกระบวนการผลิ ้ ตในโรงงานและการบรรจุภณ ั ฑ์ บริษัทจะลดต้ นทุนการผลิตลงได้ มาก ถ้ าสามารถขจัดวัสดุสิ ้นเปลืองในแต่ละขันตอนลงได้ ้ ตัวอย่างเช่น ทีมงานของบริ ษัท โซนี่ ผลิตสารกึ่งตัวนาเพื่อทาชิป นันสามารถลดน ้ ้ายาเคมีที่ใช้ ในการผลิตลงได้ ถึง 50% ทาให้ ต้นทุนในการผลิตลดต่าลง และช่วยรักษาสภาพแวดล้ อมไม่ให้ เกิดมลภาวะจากวัสดุที่เหลือ แนวความคิดเช่นนี ้ทาให้ เกิดโรงานอุตสาหกรรมสีเขียว คือเป็ นการเน้ นสิ่งแวดล้ อมที่สะอาด ปลอดภัยต่อสังคม กระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ประหยัดงบประมาณ และใช้ วตั ถุดบิ ให้ เกิดประโยชน์สงู สุด เกิดลักษณะสภาพที่เรี ยกว่า ชนะ-ชนะ (Win-Win) หมายถึง โรงงานอุตสาหกรรมได้ ประโยชน์สงู สุดจากกระบวนการผลิต และผลิตภัณฑ์พร้ อมทังสภาพแวดล้ ้ อมไม่ถกู ทาลายด้ วย การผลิตสีเขียว หรื อ การผลิตที่คานึงถึงสิ่งแวดล้ อมจะช่วยเสริมสร้ างภาพลักษณ์ที่ดีให้ กบั องค์กรและสินค้ าขององค์กรทาให้ ชุมชนชื่นชมในองค์กร อีกทังยั ้ งช่วยให้ สามารถประหยัดเงินทุน วัตถุดบิ และไม่ทาลายสิ่งแวดล้ อม เอกสารการผลิต เมื่อเลือกผลิตภัณฑ์และออกแบบแล้ ว หน่วยผลิตจะต้ องทาเอกสารประกอบหรื อที่เรี ยกว่าเอกสารการผลิต ซึง่ มีอยูห่ ลายหลายประเภทด้ วยกันคือ (Production Documents) 1.

ขัน้ ตอนการทางาน (Route Sheet or Process Sheet) แสดงลาดับขันการท ้ างาน รวมถึงการประกอบและการตรวจสอบ ขันตอนการท ้ างานนี ้จะมี 1 ชุดต่อการทางาน 1 อย่าง โดยระบุวิธีทา เวลาในการทา แรงงานมาตรฐานที่ใช้ และมักจะมีการอ้ างอิงถึงใบรายการวัสดุ (Bill-ofMaterial) แบบวิศวกรรมและแบบการประกอบ 4.96 สาเร็จรูป 3. ใบสั่งงาน (Work Order) แสดงจานวนของชิ ้นส่วนที่ต้องการและมักแสดงกาหนดเวลา ที่ต้องการด้ วย เช่น ใบสัง่ ยาของแพทย์ ใบสัง่ อาหารของบริกรในร้ านอาหาร 7. คู่มือมาตรฐาน (Standards Manuals) แสดงเวลามาตรฐาน ความเร็ว ความสามารถ ของเครื่ องที่ใช้ และอาจจะแสดงต้ นทุนของแต่ละงาน 6. ข้ อสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางวิศวกรรม (Engineering Change Notices :ECNs) เป็ นการเปลี่ยนแปลงหรื อแก้ ไขลักษณะบางประการของการให้ คาจากัดความ (Product’s Definition) หรื อเอกสารสาคัญ เช่น แบบวิศวกรรม (Engineering Drawing) หรื อใบแสดงรายการวัสดุ (Bill-ofMaterials) ข้ อสังเกตการเปลี่ยนแปลงเช่นนี ้เป็ นการพัฒนาด้ านระเบียบวิธี (Development of Discipline) หรื อที่เรี ยกว่า การบริ หารรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ (Configuration Management) คือระบบซึง่ การวางแผนผลิตภัณฑ์และการเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์จะถูกจาแนกอย่า งถูกต้ องและมีการควบคุมตลอดจนมีความรับผิดชอบด้ านการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงสู่การผลิต การเปลี่ยนแปลงสูก่ ารผลิต (Transition to Production) เป็ นศิลปะการบริหารสมัยใหม่โดยการรู้ ว่าเมื่อใดจึงจะเคลื่อนผลิตภัณฑ์จากการพัฒนาสู่การผลิต . คู่มือการทางาน (Job Instructions) แสดงรายละเอียดวิธีการทางาน คูม่ ือการทางาน มักใช้ กบั งานที่มีการเปลี่ยนแปลงน้ อย 5.

97 การเคลื่อนย้ ายนี ้เรี ยกว่า การเปลี่ยนแปลงสูก่ ารผลิต (Transition to Production) ผลิตภัณฑ์ไม่วา่ จะเป็ นสินค้ าหรื อบริ การจะได้ รับการคัดเลือก ออกแบบ และกาหนดคุณสมบัตแิ ละคุณลักษณะ ซึง่ จะต้ องมีความก้ าวหน้ าจากความคิดสูก่ ารกาหนดหน้ าที่แล้ วจึงออกแบบ ฝ่ ายบริหารต้ องทาการตัดสินใจว่าจะพัฒนาและทาการผลิตต่อไป หรื อยุตคิ วามคิดในการผลิต คณะผู้พฒ ั นาผลิตภัณฑ์มกั สนใจในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ โดยจะมีการพัฒนาต่อไปเรื่ อยๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง เพราะเชื่อว่าไม่มีผลิตภัณฑ์ใดที่สมบูรณ์แบบ ซึง่ ต้ นทุนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาจสูง อย่างไรก็ตามถึงแม้ ความขัดแย้ งเหล่านี ้จะเป็ นแรงกดดันที่เกิดขึ ้น แต่ฝ่ายบริหารก็ยงั คงต้ องทาการตัดสินใจพัฒนา หรื อ ทาการผลิตให้ มากขึ ้นต่อไป เมื่อได้ ทาการตัดสินใจแล้ ว มักมีชว่ งเส้ นทางของการผลิตเพื่อให้ แน่ใจว่าการออกแบบเป็ นสิ่งที่สามารถทาให้ เกิดการผลิตได้ จริง ๆ สิ่งนี ้จะต้ องใช้ การทดสอบทางอุตสาหกรรม แนวทางนี ้ยังทาให้ คณะผู้ทาการปฏิบตั กิ ารมีโอกาสที่จะพัฒนาเครื่ องมือที่เหมาะสม .

98 บทสรุ ป การใช้ กลยุทธ์ของผลิตภัณฑ์เป็ นสิ่งที่มีความสาคัญต่อความอยู่รอดขององค์กรในระยะยาว การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อยูเ่ สมอเป็ นสิ่งจาเป็ นสาหรับธุรกิจเพื่อสร้ างความได้ เปรี ยบในการแข่งขัน หรื อเพื่อยืดอายุในวงจรอายุผลิตภัณฑ์เพื่อสร้ างกาไร แต่สิ่งหนึง่ ที่ควรคานึงถึงคือสินค้ าใหม่มกั เป็ นตัวทากาไรส่วนใหญ่อยูเ่ สมอ ในปั จจุบนั ถือได้ วา่ เป็ นโลกที่ไร้ พรมแดนคูแ่ ข่งที่เข้ ามาในตลาดอาจมาจากต่างประเทศ มาจากบริ ษัทที่มีทนุ มาก ดังนันเพื ้ ่อความอยูร่ อดขององค์กรในระยะยาว องค์กรจะต้ องมีความเป็ นเลิศในธุรกิจที่ดาเนินการอยู่ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม หรื อด้ านประชากร จะทาให้ เกิดความต้ องการผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ หากองค์กรสามารถทาความเข้ าใจในความต้ องการที่เกิดขึ ้นก็จะทาให้ เห็นโอกาสทางการตลาด เมื่อมีโอกาสทางการตลาด ก็จะมีโอกาสที่จะเกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ขององค์กร การคัดเลือกผลิตภัณฑ์ ผู้บริหารต้ องเลือกผลิตภัณฑ์และทาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สร้ างความได้ เปรี ยบในการแข่งขันเป็ นหลัก ผลิตภัณฑ์ที่เลือกจะต้ องมีเอกลักษณ์ที่เหนือกว่าคูแ่ ข่งอย่างชัดเจน ไม่วา่ ผลิตภัณฑ์นนจะเป็ ั้ นนวัตกรรมใหม่ หรื อได้ จากการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ หรื อเป็ นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทาลายสิ่งแวดล้ อม ถึงแม้ ว่าผลิตภัณฑ์ที่พฒ ั นาส่วนมากแล้ วจะไม่ได้ ถกู นามาทาการผลิต แต่ทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ซงึ่ เป็ นทีมงานที่ผสมผสานความชานาญหลายด้ านจากหลายหน่วยงานจะต้ อง คานึงถึงอยูเ่ สมอว่า จุดประสงค์ของทีมประเภทนีค้ ือ เพื่อทาสินค้ าและบริ การให้ ประสบความสาเร็จ ซึง่ รวมถึงความสามารถทางการตลาด (Marketability) ความสามารถทางการผลิต (Manufacturability) และความสามารถด้ านการบริการ (Serviceability) ผลิตภัณฑ์ทกุ ผลิตภัณฑ์จะต้ องมีกลยุทธ์และยุทธวิธีรองรับ ไม่วา่ จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเสนอขายในตลาด หรื อปรับปรุงผลิตภัณฑ์เดิมไปขายในตลาดเดิมในรูปแบบใหม่ หรื อปรับปรุงผลิตภัณฑ์เดิมไปขายในตลาดเป้าหมายใหม่ โดยกลยุทธ์ ผลิตภัณฑ์เป็ นกลยุทธ์ตอ่ เนื่องระหว่างกลยุทธ์ หลักขององค์กรและกลยุทธ์ตามหน้ าที่ของหน่วยง .

99 านผลิตและหน่วยงานการตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่จะต้ องมีความสัมพันธ์กบั งานการตลาดจึงต้ องมีกลยุทธ์รองรับด้ วยเช่นกัน .