You are on page 1of 4

สำนักข่ ำวรำชดำเนิน

(ต้นฉบับ วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ 2556)

กรุ งเทพฯ 'ไร้ รอยต่ อ'
เก่ ง วงศ์ กล้ ำ
keng_wongkla@hotmail.com

เหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึง 1 สัปดาห์แล้ว สาหรับศึกเลือกตั้ง ผู้ว่ำรำชกำรกรุ งเทพมหำนคร (กทม.) เมืองหลวง “ดุจ
เทพสร้าง” (?) ของประเทศไทย วันอำทิตย์ ที่ 3 มีนำคม พ.ศ.2556 นี้ ผูส้ มัครท่านใดจากจานวนทั้งสิ้ นกว่า 2 โหล จะได้รับ
ความไว้วางใจจากผูม้ ีสิทธิเลือกตั้ง
ให้เข้ามาทาหน้าที่ดูแลคุณภาพชีวติ ของคนกรุ งเกือบ 6 ล้านคน เผื่อแผ่ไปยังคนนอกกรุ งที่เข้ามาทาสารพัดกิจกรรม
ที่เรี ยกว่าประชากรแฝงอีกกว่า 3 ล้านคน คิดเบ็ดเสร็ จราว 9 ล้ ำนคน หรื อกว่า 10% ของประชากรทั้งประเทศ ที่สาคัญคือ
บริ หารจัดการเงินงบประมาณตั้งกว่า 70,000 ล้ ำนบำท
คาถามยอดฮิต นับตั้งแต่ พลตำรวจเอก พงศพัศ พงษ์ เจริญ ผูส้ มัคร หมำยเลข 9 ประกาศแคมเปญ “ไร้ รอยต่ อ”
ด้วยการให้คามัน่ ว่า “ต่ อจากนี ้จะทาให้ คน กทม. รู้ ว่ าการมีรัฐบาลและผู้ว่ า กทม. มาจากพรรคเดียวกันจะส่ งผลดี ต่อการ
บริ หารงานอย่ างไร เพราะจะใช้ นโยบายวางยุทธศาสตร์ ระหว่ างรั ฐบาลแบบไร้ รอยต่ อ”
ก็คือ การมีผวู ้ า่ ฯ กทม. ที่ไม่ได้มาจากพรรคเดียวกับรัฐบาล ทั้งที่มาจากพรรคขั้วตรงข้าม และผูส้ มัครอิสระ เรี ยกว่า
พวกมีรอยต่อ หรื อบางครั้งอาจถึงขั้นต่อกันไม่ติด กับการมีผวู ้ า่ ฯ กทม. ที่เป็ นตัวแทนของพรรครัฐบาล หรื อไร้รอยต่อให้มนั
รู ้แล้วรู ้แรดไปเนี่ย อย่างไหนจะเข้าท่าหรื อเป็ นประโยชน์ต่อประชาชนคนกรุ งเทพ รวมถึงคนแอ๊บกรุ งเทพ มากกว่ากัน ???
มุมมองแรก ว่าด้วยการ “มีรอยต่ อ” กระซิบถามมาจาก รองศำสตรำจำรย์ ดร.โกวิท วงศ์ สุรวัฒน์ อาจารย์รุ่นก่อตั้ง
ของสานักสิ งห์มงั สวิรัติ ภาควิชารัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ว่าโดย
หลักทัว่ ไปน่าจะเป็ นเรื่ องเข้าท่า แต่เท่าที่ประวัติศาสตร์การเมืองเมืองหลวงสอนเรามา ไม่แน่ใจนักว่าจะเข้าทางไหม
ท่านว่า แม้จะมีผอู ้ า้ งถึงระดับของการจัดการปกครอง ว่าการถ่วงดุลระหว่างรัฐบาลกับ กทม. นั้น จะเป็ นคนละ
เรื่ องกัน กล่าวคือ รัฐบาลมันเรื่ องระดับ “ชำติ” ส่วน กทม. มันแค่ “ท้ องถิ่น” ตั้งต้นแค่น้ ีก็ถ่วงดุลกันไม่ได้แล้ว หน้าที่ถ่วงดุล

รัฐบาล ในฐานะ “ฝ่ ำยบริหำร” นั้น เป็ นหน้าที่ของ “ฝ่ ำยนิติบัญญัติ” คือรัฐสภา กอปรด้วยสภาผูแ้ ทนราษฎร และวุฒิสภา
กับ “ฝ่ ำยตุลำกำร” คือศาล ต่างหากเล่า เรื่ องเหล่านี้ บรรพบุรุษของเราไปลอกฝรั่งเขามาใช้ต้ งั นานนมแล้ว ทาเป็ นลืมไปได้
ยิ่งโดยสถานะการเป็ น “องค์ กรปกครองส่ วนท้ องถิ่นรู ปแบบพิเศษ” ของ กทม. ซึ่ งตาม พระรำชบัญญัติระเบียบ
บริ หำรรำชกำรกรุ งเทพมหำนคร พ.ศ.2528 ด้วยแล้ว ระบุชดั ว่า กทม. แม้ทางหนึ่ งจะเป็ นนิ ติบุคคล แต่ทางหนึ่ งก็เป็ น
“รำชกำรบริหำรส่ วนท้ องถิ่น” มิใช่ “รัฐอิสระ” เป็ นเอกเทศ ตัดสิ นใจหรื อจัดการอะไรได้เอง
แต่อยูภ่ ายใต้การกากับดูแลอย่างใกล้ชิดของ “รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงมหำดไทย” ในฐานะรัฐมนตรี ผรู ้ ักษาการ
ตามพระราชบัญญัติน้ ี การดาเนินการใดๆ กระทัง่ ยุบสภา (กทม.) หรื อแม้แต่ ปลดผูว้ า่ ฯ (กทม.) ก็ลว้ นแล้วแต่เป็ นอานาจที่
ดาเนินการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ของ มท.1 ซึ่งปั จจุบนั คือ นำยจำรุพงศ์ เรืองสุ วรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทั้งสิ้น
ดีที่สุดคือไม่เกี่ยวกันเลย เพราะเป็ นการจัดการปกครองคนละระดับ แย่ที่สุดคือ “ลูกไล่ ” รัฐบาลอย่างชัดแจ้ง เรื่ องที่
โฆษณาว่าจะไปถ่วงดุลอานาจเอย ตรวจสอบการทางานเอย เปรี ยบก็เหมือนชายเป็ นหมันที่อาสาจะมอบลูกแฝดให้แก่หญิง
คนรัก ทาไม่ได้อย่างที่สญ
ั ญาไว้เป็ นแน่แท้ !!! นี่วา่ กันในทางกฎหมายล้วนๆ ก่อนนะครับ อย่าเพิ่งรี บโกรธกัน
ดร.โกวิท ในฐานะที่ท่านก็มีดีกรี นิ ติศาสตรบัณฑิต (มหาวิทยาลัยรามคาแหง) และ Legum Magister (University
of Alabama) เปิ ดฉากเถียงขาดใจ ว่าก็ดว้ ยหลักกฎหมายนี่เอง ที่เขาถือกันว่า “เมือ่ ไม่ มกี ฎหมำยห้ ำม ให้ ถือว่ ำทำได้ ” ทุกวันนี้
คน กทม. รวมถึงคนแอ๊บ กทม. ที่พลอยฟ้ าพลอยฟน พลอยอานิสงค์ไปกับเงินภาษีของคนกรุ งเขาด้วย จึงมี “รถไฟฟ้ำ” ใช้
เรื่ องราวย้อนกลับไปสมัยที่ พลตรี จำลอง ศรีเมือง ท่านเป็ นผูว้ ่าฯ กทม. นั่นหละครับ สมัยนั้น พลเอก ชำติชำย
ชุณหะวัณ เป็ นนายกรัฐมนตรี มหา 5 ขัน ท่านก็พยายามจะปลดแอก กทม. ออกจากอานาจของกระทรวงมหาดไทย จึงต่อสู ้
ยื้อกันไปยื้อกันมา จนแล้วจนรอด มหาท่านก็คลอดผลงานชิ้นโบว์แดงออกมา คือ “รถไฟฟ้ำธนำยง”
ทั้งที่ น้าชาติ แกขู่แล้วขู่อีก ว่าเรื่ อ งนี้ ต ้องให้รัฐ มนตรี ว่า การกระทรวงมหาดไทยเป็ นผูอ้ นุ มตั ิ เนื่ อ งจากไม่ มี
กฎหมายให้อานาจไว้ ว่า กทม. โดยผูว้ า่ ฯ สามารถตัดสิ นใจกระทาการเองได้ มหาท่านก็ไม่แคร์ อ้างว่าในเมื่อไม่มีกฎหมาย
ห้ามไว้ นัน่ ก็ยอ่ มหมายความว่าเป็ นสิ่ งซึ่ง กทม. สามารถกระทาได้
ฟั งๆ ดู ก็อาจจะมี ขอ้ โต้แย้งกันอยู่บ้าง เรื่ องหลักกฎหมายเอกชน กับหลักกฎหมายมหาชน ว่าการที่ มีหรื อไม่มี
กฎหมายบัญญัติ จะสามารถกระทาได้หรื อกระทาไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งซึ่งกลายมาเป็ นข้อสรุ ปของข้อคิดนี้ ก็คือ งานนี้ อาจกล่าว
ได้วา่ เป็ นเรื่ องของบารมีส่วนบุคคล ดร.โกวิท ท่านเชื่อแน่วา่ ถ้าไม่ใช่ มหาจาลอง ถึงวันนี้ กทม. ก็อาจจะยังไม่มีรถไฟฟ้ าใช้
ฉะนั้น ถ้าเอากรณี ของ มหาจาลอง เป็ นตัวอย่าง อาจชี้ให้เห็นว่า ผูว้ า่ ฯ กทม. ก็ยงั พอมีน้ าหยูกน้ ายาอยูบ่ า้ ง สามารถ
คัดง้างกับรั ฐบาล ต่อสู ้เพื่อประโยชน์ ของพี่น้องประชาชน ออกดอกออกผลเห็ นกันเป็ นที่ ประจักษ์ ทว่าหลังจากนั้นมา
โดยเฉพาะอย่างยิง่ เหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ ห้วงปลายปี พ.ศ.2554 กลับให้ภาพอีกทางหนึ่ง ชัดเจนยิง่ กว่า
ไม่แน่ใจว่า ดร.โกวิท จะคล้อยตามความเห็นของผมหรื อไม่ ว่าไทยเราอาจจัดเป็ นชาติหนึ่งที่ไม่ค่อยมีน้ าใจนักกีฬา
วลีอย่าง “บอลแพ้ คนไม่ แพ้ ” จึงได้ยนิ กันจนติดหู เอาอารมณ์ เอาเรื่ องส่ วนตัวเป็ นใหญ่ ไม่สนใจเหตุผล ไม่สนใจส่ วนรวม
ชนิดว่าตายซะดีที่จะต้องทางานให้คนที่ไม่ใช่พวกหรื อทาดีแล้วเขาจะพลอยได้หน้า คนอื่นจะได้รับผลกระทบอย่างไรไม่สน
อี ทีน้ ี การตรวจสอบการถ่วงดุ ลอย่า งสร้ างสรรค์ นอกจากจะมี ค วามเป็ นไปได้ม ากเท่ ากับโอกาสในการเกิ ด
ปาฏิหารย์แล้ว ยังกลายเป็ นการขัดแข้งขัดขากันเอง งานการที่มีประโยชน์ไม่ตอ้ งคิดต้องทากัน ท่านเล่นเอาเวลามาตั้งวอร์ รูม
เตรี ยมแถลงข่าวตอบโต้กนั ไปมา กลายเป็ นกิจกรรมหลัก เป็ นกิจกรรมที่ให้ผลได้เสี ยในทางการเมือง... จบไปเสี ย 1 ประเด็น
มุมมองต่อมา ว่าด้วยการ “ไร้ รอยต่ อ” ย้ายไปสนทนากับ อำจำรย์ ธนพร ศรี ยำกูล นายกสมาคมรัฐศาสตร์ แห่ ง
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่เมื่อไม่นานมานี้ ก็เพิ่งประกาศผ่านเฟสบุ๊ค รวมพลังชาวเกษตรและพี่นอ้ งประชาชนทัว่ ไป เข้า
ร่ วมโครงการ “ขี่จกั รยำน ต้ ำนทำงด่ วน”

เตรี ยมระดมคาราวานจักรยานออกจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มุ่งหน้าบ้านพัก นำงสำวยิ่งลักษณ์ ชิ นวัตร
นายกรั ฐ มนตรี เพื่ อ คัด ค้า นและยื่ น ข้อ เรี ยกร้ อ งในโครงการก่ อ สร้ า งทางด่ ว น ผ่ า นและล้ าเข้า มาในพื้ น ที่ ข อง
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่ก็ตอ้ งมีอนั พับเก็บไว้ เพราะผูบ้ ริ หารมหาวิทยาลัยต้องการรอความชัดเจนจากรัฐบาลเสี ยก่อน
งานนี้ บิ๊กจ๊ะ ฟันธงตรงไปตรงมา ชัดเจน ไม่ตอ้ งแปลความให้วนุ่ วาย ว่าด้วยเงื่อนไขทั้งในทางกฎหมาย และการ
ถ่วงดุลอย่างไม่สร้างสรรค์ที่ปรากฎเป็ นอุทาหรณ์ สอนใจคนกรุ งเมื่อครั้งน้ าท่วมใหญ่ที่ผ่านมา เรื่ องแบบนี้ คนโคราชใจถึง
พึ่งได้เขายืนยันว่า “คนกันเอง เคลียร์ กนั ง่ ำย”
อย่างไรก็ดี นอกจากพรรคเพื่อไทยจะอยากเจาะเข้ามาในพื้นที่ กทม. ซึ่ งพรรคประชาธิ ปัตย์ ภายใต้การบริ หาร
จัดการของหัวหน้าทีม กทม. อย่าง นำยองอำจ คล้ ำมไพบูลย์ ครอบครองฐานเสี ยงอยู่อย่างเหนี ยวแน่ นแล้ว ชัว่ โมงนี้ ด้วย
ความที่พรรคเพื่อไทยยังต้องการเสี ยงสนับสนุนจากชนชั้นกลางใน กทม. เพื่อมาเป็ นจิ๊กซอว์ตวั สุดท้าย
เสริ มความชอบธรรมทางการเมืองของพรรค ว่ามิได้ถูกคนกลุ่มที่ ศำสตรำจำรย์ ดร.เอนก เหล่ ำธรรมทัศน์ เคย
กล่าวว่าแม้จะมิใช่ผตู ้ ้ งั รัฐบาล แต่ก็เป็ นผูท้ รงอิทธิพลอย่างยิง่ ในฐานะผูล้ ม้ รัฐบาลที่คนชนบทตั้งมา เพื่อเป็ นสะพาน ก้าวข้าม
ไปสู่กิจกรรมที่ยงิ่ ใหญ่ และเรี ยกร้องความชอบธรรม หรื อฉันทามติที่ยงิ่ ใหญ่กว่าที่ผา่ นๆ มา เริ่ มจาก การแก้ไขรัฐธรรมนูญ
นโยบายประชานิยมทั้งหลาย ที่ดูกนั เผินๆ เหมือนจะเป็ นนโยบายเอาใจชนชั้นล่าง คนต่างจังหวัด แต่หากพิเคราะห์
กันให้ดี จะพบว่านโยบายจานวนมาก ไม่วา่ จะเป็ น รถคันแรก บ้านหลังแรก เงินเดือนปริ ญญาตรี 15,000 บาท เอาเข้าจริ ง
ล้วนเป็ นนโยบายที่ออกมาเพื่อพยายามเอาอกเอาใจชนชั้นกลางเมืองแทบทั้งสิ้น
ล่วงเลยไปจนกระทัง่ แนวความคิดที่ พยายามเชื่อมโยง ให้เห็ นถึงผลประโยชน์ได้เสี ยในทางธุรกิจ ว่าเอาเข้าจริ ง
นโยบายจานวนหนึ่ ง อาจเป็ นการกระตุน้ เศรษฐกิ จ กระตุน้ ยอดขาย โดยเอาเงิ นของรัฐ มาสนับสนุ นให้เกิ ดการบริ โภคใน
ปริ มาณที่เกินกว่าปรกติ อันหมายถึงผลประกอบการ ที่แน่นอน ย่อมกลายไปเป็ นผลกาไรของ “ผู้ถือหุ้น” ในท้ายที่สุดด้วย
หมากกระดานสาคัญนี้ ของพรรคเพื่อไทย ที่นายกรัฐมนตรี ตอ้ งลงมาร่ วมเดินหาเสี ยงอย่างจริ งจัง กับคุณจูด้ ี แข่ง
กับที่อดีตนายกรัฐมนตรี อีกถึง 2 ท่าน ที่ก็ลงมาเดินร่ วมหาเสี ยงกันอย่างเสี ยมิได้ กับคุณชายหมู ต้องยอมรับว่าแน่นอน ยังมี
ความมุ่งหมายในการประสานการบริ หารจัดการ “เมืองศูนย์กลางการปกครอง” ให้เป็ นเนื้อเดียวกันกับแนวทางของรัฐบาล
ทั้งนี้ แม้อตั ราต่อรองในวงการชัว่ โมงนี้จะอยูท่ ี่ 5 ต่อ 4 เนื่องจากคนจานวนหนึ่งยังเชื่อกันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ คุณ
จูด้ ี ดูจะเหนื อกว่าคุณชายหมู อยู่เล็กน้อย แต่บรรดานักเลือกตั้งรุ่ นเก๋ า โดยเฉพาะอย่างยิง่ ในสนาม กทม. กลับมองว่ายังมี
ความเป็ นไปได้ค่อนข้างสูง ที่คุณชายหมู จะสามารถครองตาแหน่งแชมป์ ไว้ได้อีก 1 สมัย ด้วยเงื่อนไขของ “คะแนนจัดตั้ง”
ทั้ งโดยฐานเสี ย งตั้ง แต่ ร ะดั บ สมาชิ ก สภาเขต (ส.ข.) สมาชิ ก สภากรุ งเทพมหานคร (ส.ก.) ขึ้ นมาถึ ง
สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร (ส.ส.) ที่สดั ส่วนในปั จจุบนั ต้องยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์ยงั เป็ นต่อพรรคเพื่อไทยอยูอ่ ีกหลาย
ขุม ชัดๆ ที่รายชื่อ ส.ก. ซึ่งสังกัดพรรคสี ฟ้าปาเข้าไปกว่า 2 ใน 3 ไหนจะข้าราชการ กทม. ที่จดั วางและดูแลกันมาเป็ นอย่างดี
สาหรับพรรคเพื่อไทย การเลือกตั้งครั้งนี้จึงยังหมายถึงโอกาส ในการปรับโครงสร้างคะแนนจัดตั้ง รวมถึงจัดแถว
ข้าราชการ กทม. เสี ยใหม่ ให้เอื้อมากยิง่ ขึ้นในการเลือกตั้งครั้งต่อๆ ไป ในพื้นที่ กทม. ที่สาคัญ คือการเลือกตั้งใหญ่ ที่ใกล้จะ
เวียนมาถึงอีกครั้งในอีก 2 ปี ข้างหน้านี้
วินาทีน้ ี อะไรที่คนกรุ งเทพฯ ต้องการ และอยูใ่ นวิสยั ที่พรรคเพื่อไทยหรื อรัฐบาลสามารถจะจัดให้ได้ รับรองไม่มี
การขั ด ใจอย่ า งแน่ น อน ดู อ ย่ า งคราวก่ อ นที่ คุ ณ พงศพั ศ ไปเดิ น สายหาเสี ยงในงานวัน เกษตรแห่ งชาติ ที่
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และถูกน้องๆ นิสิตจี้สมั ภาษณ์เรื่ องทางด่วน ที่มีโครงการจะตัดผ่านหน้ามหาวิทยาลัย
คุณพงศพัศ ให้คามัน่ ว่าอย่างไร 2 วันให้หลัง คุณชัชชำติ สิทธิพนั ธุ์ รัฐมนตรี วา่ การกระทรวงคมนาคม ก็ยืนยันกับ
สื่ อมวลชนว่าอย่างนั้น คือส่ วนหนึ่ งของคาอธิ บายพร้อมตัวอย่างในเชิ งประจักษ์ ที่ ท่านนายกสมาคมฯ อุตส่ าห์ยกมาเพื่อ
ชี้ให้เห็นถึงความโน้มเอียงและความจาเป็ นของฟากฝั่งพรรคเพื่อไทย ตลอดจนผลได้ของประชาชนคน กทม.

สาหรับผูท้ ี่มีทะเบียนบ้านอยูน่ อกเขตกรุ งเทพมหานครอย่างผม เมื่อการเลือกตั้งผูว้ า่ กทม. เสร็ จสิ้ นลง ไม่ว่าคน
กรุ งเขาจะตัดสิ นใจเลือกผูบ้ ริ หารสูงสุด ที่ประกาศเกียรติคุณของตนเอง ว่าไม่นอ้ ยหน้าชุดเครื่ องนอนยีห่ อ้ ดัง “ไร้ รอยต่ อ ถอ
เต็มผืน หลับเต็มตืน่ ด้ วยชุดเครื่องนอนโตโต้ ” หรื อไม่ก็ตามแต่
ขอร้ อ งอย่า งเดี ย วว่า อย่าผิ ดสัญญากับคนเป็ นหมื่ น ในรั้ วเกษตร พลิ ก ลิ้น เอาตัวรอดจากการสับขาหลอกด้วย
ความเห็นของ พลเอก พฤณฑ์ สุ วรรณทัต รัฐมนตรี ช่วยว่าการ และ นำยอัยยณัฐ ถินอภัย ผูว้ า่ การการทางพิเศษแห่ งประเทศ
ที่ทาทีสนองนโยบาย แต่ก็ยงั ขอใช้สิทธิ์เดินหน้าโครงการไปพลางก่อน ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาความเป็ นไปได้
เพราะถ้าเบี้ ยวกันหน้าตาเฉยอย่างนั้น ทั้ง ดร.โกวิท ทั้ง อาจารย์ ธนพร ต่างฝากบอกมาตรงกันว่า อย่าหาว่าคน
เกษตรไม่เตือนก็แล้วกัน !!!
--------------------------------------