บรรพ 3 เอกเทศสัญญา

ลักษณะ 1 ซื้อขาย
หมวด 1 สภาพและหลักสำาคัญของสัญญาซื้อขาย
ส่วนที่ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
มาตรา 453 อันว่าซื้อขายนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลฝ่ายหนึ่งเรียกว่า ผู้ขายโอนกรรมสิทธิ์แห่ง
ทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่า ผู้ซื้อและผู้ซื้อตกลงว่าจะใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย
มาตรา 454 การที่คู่กรณีฝ่ายหนึ่งให้คำามั่นไว้ก่อนว่าจะซื้อหรือ ขายนั้นจะมีผลเป็นการซื้อ
ขายต่อเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งได้บอกกล่าวความ จำานงว่าจะทำาการซื้อขายนั้นให้สำาเร็จตลอดไป และคำา
บอกกล่าว เช่นนั้นได้ไปถึงบุคคลผู้ให้คำามั่นแล้ว ถ้าในคำามั่นมิได้กำาหนดเวลาไว้เพื่อการบอกกล่าว
เช่นนั้นไซร้ ท่านว่าบุคคลผู้ให้คำามั่นจะกำาหนดเวลาพอสมควร และบอกกล่าวไป ยังคู่กรณีอีกฝ่าย
หนึ่งให้ตอบมาเป็นแน่นอนภายในเวลากำาหนดนั้น ก็ได้วา่ จะทำาการซื้อขายให้สำาเร็จตลอดไปหรือ
ไม่ ถ้าและไม่ตอบ เป็นแน่นอนภายในกำาหนดเวลานั้นไซร้ คำามั่นซึ่งได้ให้ไว้ก่อนนั้นก็ เป็นอันไร้
ผล
มาตรา 455 เมื่อกล่าวต่อไปเบื้องหน้าถึงเวลาซื้อขาย ท่าน หมายความว่าเวลาซึ่งทำาสัญญา
ซื้อขายสำาเร็จบริบูรณ์
มาตรา 456 การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้ทำาเป็นหนังสือ และจดทะเบียนต่อพนักงาน
เจ้าหน้าที่ไซร้ ท่านว่าเป็นโมฆะวิธีนี้ให้ ใช้ถึงซื้อขายเรือกำาปั่นหรือเรือมีระวางตั้งแต่หกตันขึน้ ไป
เรือกลไฟ หรือเรือยนต์มีระวางตั้งแต่หา้ ตันขึ้นไป ทั้งซื้อขายแพและสัตว์พาหนะ ด้วย
อนึ่ง สัญญาจะขายหรือจะซื้อทรัพย์สินอย่างใด ๆ ดั่งว่ามานี้ก็ดี คำามั่นในการซื้อขาย
ทรัพย์สินเช่นว่านั้นก็ดี ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็น หนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับ
ผิดเป็นสำาคัญ หรือได้วางประจำาไว้หรือได้ชำาระหนี้บางส่วนแล้ว ท่านว่าจะฟ้องร้อง ให้บังคับคดีหา
ได้ไม่
บทบัญญัติที่กล่าวมาในวรรคก่อนนี้ ท่านให้ใช้บังคับถึงสัญญา ซื้อขายสังหาริมทรัพย์ซึ่ง
ตกลงกันเป็นราคาห้าร้อยบาท หรือกว่า นั้นขึ้นไปด้วย
มาตรา 457 ค่าฤชาธรรมเนียมทำาสัญญาซื้อขายนั้น ผู้ซื้อผู้ขาย พึงออกใช้เท่ากันทั้งสองฝ่าย

ส่วนที่ 2 การโอนกรรมสิทธิ์

มาตรา 458 กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายนั้น ย่อมโอนไปยังผู้ซื้อ ตั้งแต่ขณะเมื่อได้ทำา
สัญญาซื้อขายกัน
มาตรา 459 ถ้าสัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข หรือเงื่อนเวลาบังคับไว้ ท่านว่ากรรมสิทธิ์ใน
ทรัพย์สินยังไม่โอนไปจนกว่าการจะได้เป็นไป ตามเงื่อนไข หรือถึงกำาหนดเงื่อนไขเวลานั้น
มาตรา 460 ในการซื้อขายทรัพย์สินซึ่งมิได้กำาหนดลงไว้แน่นอนนั้น ท่านว่ากรรมสิทธิ์ยัง
ไม่โอนไปจนกว่าจะได้หมาย หรือนับ ชั่ง ตวง วัด หรือคัดเลือก หรือทำาโดยวิธีอื่นเพื่อให้บ่งตัว
ทรัพย์สินนั้นออกเป็น แน่นอนแล้ว
ในการซื้อขายทรัพย์สินเฉพาะสิ่ง ถ้าผู้ขายยังจะต้องนับ ชั่ง ตวง วัดหรือทำาการอย่างอื่น
หรือทำาสิ่งหนึ่งสิ่งใดอันเกี่ยวแก่ทรัพย์สิน เพื่อให้รู้กำาหนดราคาทรัพย์สินนั้นแน่นอน ท่านว่า
กรรมสิทธิ์ยังไม่โอน ไปยังผู้ซื้อจนกว่าการหรือสิ่งนัน้ ได้ทำาแล้ว
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของผู้ขาย
ส่วนที่ 1 การส่งมอบ
มาตรา 461 ผูข้ ายจำาต้องส่งมอบทรัพย์สินซึ่งขายนั้นให้แก่ผู้ซื้อ
มาตรา 462 การส่งมอบนั้นจะทำาอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้สุดแต่ว่า เป็นผลให้ทรัพย์สินนั้นไป
อยู่ในเงื้อมมือของผู้ซื้อ
มาตรา 463 ถ้าในสัญญากำาหนดว่าให้ส่งทรัพย์สินซึ่งขายนั้นจาก ที่แห่งหนึ่งไปถึงอีกแห่ง
หนึ่งไซร้ ท่านว่าการส่งมอบย่อมสำาเร็จ เมื่อ ได้ส่งมอบทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขนส่ง
มาตรา 464 ค่าขนส่งทรัพย์สินซึ่งได้ซื้อขายกันไปยังที่แห่งอื่น นอกจากสถานที่อันพึงชำาระ
หนีน้ ั้น ผู้ซื้อพึงออกใช้
มาตรา 465 ในการซื้อขายสังหาริมทรัพย์นั้น
(1) หากว่าผู้ขายส่งมอบทรัพย์สินน้อยกว่าที่ได้สัญญาไว้ ท่านว่า ผูซ้ ื้อจะปัดเสียไม่รับเอาเลยก็ได้ แต่
ถ้าผู้ซื้อรับเอาทรัพย์สินนั้นไว้ ผูซ้ ื้อก็ต้องใช้ราคาตามส่วน
(2) หากว่าผู้ขายส่งมอบทรัพย์สินมากกว่าที่ได้สัญญาไว้ ท่านว่า ผู้ซื้อจะรับเอาทรัพย์สินนั้นไว้แต่
เพียงตามสัญญา และนอกกว่านั้นปัด เสียก็ได้ หรือจะปัดเสียทั้งหมดไม่รับเอาไว้เลยก็ได้ ถ้าผู้ซื้อรับ
เอา ทรัพย์สินอันเขาส่งมอบเช่นนั้นไว้ทั้งหมด ผู้ซื้อก็ต้องใช้ราคาตามส่วน
(3) หากว่าผู้ขายส่งมอบทรัพย์สินตามที่ได้สัญญาไว้ระคนกับ ทรัพย์สินอย่างอื่นอันมิได้รวมอยู่ใน
ข้อสัญญาไซร้ ท่านว่าผู้ซื้อจะรับ เอาทรัพย์สินไว้แต่ตามแต่ตามสัญญา และนอกกว่านั้นปัดเสียก็ได้
หรือจะปัดเสียทั้งหมดก็ได้

มาตรา 466 ในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้น หากว่าได้ระบุ จำานวนเนื้อที่ทั้งหมดไว้ และ
ผู้ขายส่งมอบทรัพย์สินน้อยหรือมาก ไปกว่าที่ได้สัญญาไซร้ท่านว่าผู้ซื้อจะปัดเสีย หรือจะรับเอาไว้
และ ใช้ราคาตามส่วนก็ได้ ตามแต่จะเลือก
อนึ่ง ถ้าขาดตกบกพร่องหรือลำ้าจำานวนไม่เกินกว่าร้อยละห้าแห่ง เนื้อที่ทั้งหมดอันได้ระบุ
ไว้นั้นไซร้ ท่านว่าผู้ซื้อจำาต้องรับเอาและใช้ ราคาตามส่วน แต่ว่าผู้ซื้ออาจจะเลิกสัญญาเสียได้ในเมื่อ
ขาดตก บกพร่องหรือลำ้าจำานวนถึงขนาดซึ่งหากผู้ซื้อได้ทราบก่อนแล้วคงจะ มิได้เข้าทำาสัญญานั้น
มาตรา 467 ในข้อรับผิดเพื่อการที่ทรัพย์ขาดตกบกพร่องหรือลำ้า จำานวนนั้น ท่านห้ามมิให้
ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำาหนดปีหนึ่งนับแต่เวลา ส่งมอบ
มาตรา 468 ถ้าในสัญญาไม่มีกำาหนดเงื่อนเวลาให้ใช้ราคาไซร้ ผูข้ ายชอบที่จะยึดหน่วง
ทรัพย์สินที่ขายไว้ได้จนกว่าจะใช้ราคา
มาตรา 469 ถ้าผู้ซื้อล้มละลายก่อนส่งมอบทรัพย์สินก็ดี หรือผู้ซื้อ เป็นคนล้มละลายแล้วใน
เวลาซื้อขายโดยผู้ขายไม่รู้ก็ดี หรือผู้ซื้อกระทำา ให้หลักทรัพย์ที่ให้ไว้เพื่อประกันการใช้เงินนั้นเสื่อม
เสีย หรือลดน้อยลง ก็ดี ถึงแม้ในสัญญาจะมีกำาหนดเงื่อนเวลาให้ใช้ราคา ผูข้ ายก็ชอบที่ จะยึดหน่วง
ทรัพย์สินซึ่งขายไว้ได้เว้นแต่ผู้ซื้อจะหาประกันที่สมควร ให้ได้
มาตรา 470 ถ้าผู้ซื้อผิดนัด ผู้ขายซึ่งได้ยึดหน่วงทรัพย์สินไว้ ตาม มาตรา ทั้งหลายที่กล่าวมา
อาจจะใช้ทางแก้ต่อไปนี้ แทนทางแก้ สามัญในการไม่ชำาระหนี้ได้ คือมีจดหมายบอกกล่าวไปยังผู้
ซื้อให้ใช้ ราคากับทั้งค่าจับจ่ายเกี่ยวกับการภายในเวลาอันควร ซึ่งต้องกำาหนด ลงไว้ในคำาบอกกล่าว
นัน้ ด้วย ถ้าผู้ซื้อละเลยเสียไม่ทำาตามคำาบอกกล่าว ผู้ขายอาจนำาทรัพย์สิน นั้นออกขายทอดตลาดได้
มาตรา 471 เมื่อขายทอดตลาดได้เงินเป็นจำานวนสิทธิเท่าใด ให้ ผูข้ ายหักเอาจำานวนที่ค้าง
ชำาระแก่ตนเพื่อราคาและค่าจับจ่ายเกี่ยวการ นั้นไว้ ถ้าและยังมีเงินเหลือ ก็ให้ส่งมอบแก่ผู้ซื้อโดย
พลัน
ส่วนที่ 2 ความรับผิดเพื่อชำารุดบกพร่อง
มาตรา 472 ในกรณีที่ทรัพย์สินซึ่งขายนั้นชำารุดบกพร่องอย่าง หนึ่งอย่างใดอันเป็นเหตุให้
เสื่อมราคาหรือเสื่อมความเหมาะสมแก่ ประโยชน์อันมุ่งจะใช้เป็นปกติก็ดี ประโยชน์ที่มุ่งหมายโดย
สัญญา ก็ดี ท่านว่าผู้ขายต้องรับผิด
ความที่กล่าวมาใน มาตรานี้ ย่อมใช้ได้ ทั้งที่ผู้ขายรู้อยู่แล้วหรือ ไม่รู้ว่าความชำารุดบกพร่อง
มีอยู่

มาตรา 473 ผูข้ ายย่อมไม่ต้องรับผิดในกรณีดั่งจะกล่าวต่อไปนี้คือ
(1) ถ้าผู้ซื้อได้รู้อยู่แล้ว แต่ในเวลาซื้อขายว่ามีความชำารุดบกพร่อง หรือควรจะได้รู้เช่นนั้น หากได้ใช้

ความระมัดระวังอันพึงคาดหมายได้ แต่วิญญูชน
(2) ถ้าความชำารุดบกพร่องนั้น เป็นอันเห็นประจักษ์แล้วในเวลา ส่งมอบและผู้ซื้อรับเอาทรัพย์สิน
นัน้ ไว้โดยมิได้อิดเอื้อน
(3) ถ้าทรัพย์สินนั้นได้ขายทอดตลาด
มาตรา 474 ในข้อรับผิดเพื่อชำารุดบกพร่องนั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้อง คดีเมื่อพ้นเวลาปีหนึ่งนับ
แต่เวลาที่ได้พบเห็นความชำารุดบกพร่อง
ส่วนที่ 3 ความรับผิดในการรอนสิทธิ
มาตรา 475 หากว่ามีบุคคลผู้ใดมาก่อการรบกวนขัดสิทธิของผู้ซื้อ ในอันจะครองทรัพย์สิน
โดยปกติสุข เพราะบุคคลผู้นั้นมีสิทธิเหนือ ทรัพย์สินที่ได้ซื้อขายกันนั้นอยู่ในเวลาซื้อขายก็ดี เพราะ
ความผิดของ ผูข้ ายก็ดี ท่านว่าผู้ขายจะต้องรับผิดในผลอันนั้น
มาตรา 476 ถ้าสิทธิของผู้ก่อการรบกวนนั้นผู้ซื้อรู้อยู่แล้วในเวลา ซื้อขายท่านว่าผู้ขายไม่
ต้องรับผิด
มาตรา 477 เมื่อใดการรบกวนขัดสิทธินั้นเกิดเป็นคดีขึ้นระหว่า ผู้ซื้อกับบุคคลภายนอก ผู้
ซื้อชอบที่จะขอให้ศาลเรียกผู้ขายเข้าเป็น จำาเลยร่วมหรือเป็นโจทก์ร่วมกับผู้ซื้อในคดีนั้นได้ เพื่อศาล
จะได้วินิจฉัย ชี้ขาดข้อพิพาทระหว่างผู้เป็นคู่กรณีทั้งหลายรวมไปเป็นคดีเดียวกัน
มาตรา 478 ถ้าผู้ขายเห็นเป็นการสมควร จะสอดเข้าไปในคดี เพื่อปฏิเสธการเรียกร้องของ
บุคคลภายนอก ก็ชอบที่จะทำาได้ด้วย
มาตรา 479 ถ้าทรัพย์สินซึ่งซื้อขายกันหลุดไปจากผู้ซื้อทั้งหมด หรือแต่บางส่วน เพราะ
เหตุการณ์รอนสิทธิก็ดี หรือว่าทรัพย์สินนั้น ตกอยู่ในบังคับแห่งสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งเป็นเหตุ
ให้เสื่อมราคา หรือเสื่อมความเหมาะสมแก่การที่จะใช้ หรือเสื่อมความสะดวกในการ ใช้สอย หรือ
เสื่อมประโยชน์อันจะพึงได้แต่ทรัพย์สินนั้น และซึ่งผู้ซื้อ หาได้รใู้ นเวลาซื้อขายไม่ก็ดี ท่านว่าผู้ขาย
ต้องรับผิด
มาตรา 480 ถ้าอสังหาริมทรัพย์ต้องศาลแสดงว่าตกอยู่ในบังคับ แห่งภารจำายอมโดย
กฎหมายไซร้ ท่านว่าผู้ขายไม่ต้องรับผิดเว้นไว้ แต่ผู้ขายจะได้รับรองไว้ในสัญญาว่าทรัพย์สินนั้น
ปลอดจากภารจำายอม อย่างใด ๆ ทั้งสิ้น หรือปลอดจากภารจำายอมอันนั้น
มาตรา 481 ถ้าผู้ขายไม่ได้เป็นคู่ความในคดีเดิม หรือถ้าผู้ซื้อ ได้ประนีประนอมยอมความ
กับบุคคลภายนอก หรือยอมตามที่บุคคล ภายนอกเรียกร้องไซร้ ท่านห้ามมิให้ฟ้องคดีในข้อรับผิด
เพื่อการ รอนสิทธิเมื่อพ้นกำาหนดสามเดือนนับแต่วันคำาพิพากษาในคดีเดิม ถึงที่สุด หรือนับแต่วนั
ประนีประนอมยอมความ หรือวันที่ยอมตาม บุคคลภายนอกเรียกร้องนั้น

มาตรา 482 ผูข้ ายไม่ต้องรับผิดในการรอนสิทธิเมื่อกรณีเป็นดั่งกล่าว ต่อไปนี้ คือ
(1) ถ้าไม่มีการฟ้องคดี และผูข้ ายพิสูจน์ได้ว่าสิทธิของผู้ซื้อได้สูญ ไปโดยความผิดของผู้ซื้อเอง หรือ
(2) ถ้าผู้ซื้อไม่ได้เรียกผู้ขายเข้ามาในคดี และผู้ขายพิสูจน์ได้ว่า ถ้าได้เรียกเข้ามา คดีฝ่ายผู้ซื้อจะชนะ
หรือ
(3) ถ้าผู้ขายได้เข้ามาในคดี แต่ศาลได้ยกคำาเรียกร้องของผู้ซื้อเสีย เพราะความผิดของผู้ซื้อเอง
แต่ถึงกรณีจะเป็นอย่างไรก็ดี ถ้าผู้ขายถูกศาลหมายเรียกให้เข้า มาในคดีและไม่ยอมเข้าว่าคดี
ร่วมเป็นจำาเลยหรือร่วมเป็นโจทก์กับ ผู้ซื้อไซร้ ท่านว่าผู้ขายคงต้องรับผิด
ส่วนที่ 4 ข้อสัญญาไม่ต้องรับผิด
มาตรา 483 คูส่ ัญญาซื้อขายจะตกลงกันว่าผู้ขายจะไม่ต้องรับผิด เพื่อความชำารุดบกพร่อง
หรือเพื่อการรอนสิทธิก็ได้
มาตรา 484 ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิดนั้น ย่อมไม่คุ้มผู้ขาย ให้พ้นจากการต้องส่งเงินคืน
ตามราคา เว้นแต่จะได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น
มาตรา 485 ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิดนั้น ไม่อาจคุ้มความรับผิด ของผู้ขายในผลของการ
อันผูข้ ายได้กระทำาไปเอง หรือผลแห่งข้อ ความจริงอันผู้ขายได้รู้อยู่และปกปิดเสีย
หมวด 3 หน้าที่ของผู้ซื้อ
มาตรา 486 ผูซ้ ื้อจำาต้องรับมอบทรัพย์สินที่ตนได้รับซื้อและใช้ ราคาตามข้อสัญญาซื้อขาย
มาตรา 487 อันราคาทรัพย์สินที่ขายนั้นจะกำาหนดลงไว้ในสัญญา ก็ได้หรือจะปล่อยไปให้
กำาหนดกันด้วยวิธีอย่างใดอย่างหนึ่งดั่งได้ ตกลงกันไว้ในสัญญานั้นก็ได้ หรือจะถือเอาตามทางการที่
คู่สัญญา ประพฤติต่อกันอยู่นนั้ ก็ได้ ถ้าราคามิได้มีกำาหนดเด็ดขาดอย่างใดดั่งว่ามานั้นไซร้ ท่านว่า ผู้
ซื้อจะต้องใช้ราคาตามสมควร
มาตรา 488 ถ้าผู้ซื้อพบเห็นความชำารุดบกพร่องในทรัพย์สินซึ่ง ตนได้รับซื้อ ผู้ซื้อชอบที่จะ
ยึดหน่วงราคาที่ยังไม่ได้ชำาระไว้ได้ทั้งหมด หรือแต่บางส่วนเว้นแต่ผู้ขายจะหาประกันที่สมควรให้
ได้
มาตรา 489 ถ้าผู้ซื้อถูกผูร้ ับจำานองหรือบุคคลผู้เรียกร้องเอา ทรัพย์สินทีข่ ายนั้นขู่ว่าจะฟ้อง
เป็นคดีขึ้นก็ดี หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่า จะถูกขู่เช่นนั้นก็ดี ผูซ้ ื้อก็ชอบที่จะยึดหน่วงราคาไว้ทั้งหมด
หรือ บางส่วนได้ดุจกันจนกว่าผู้ขายจะได้บำาบัดภัยอันนั้นให้สิ้นไป หรือ จนกว่าผู้ขายจะหาประกัน
ที่สมควรให้ได้

มาตรา 490 ถ้าได้กำาหนดกันไว้ว่าให้ส่งมอบทรัพย์สินซึ่งขายนั้น เวลาใดท่านให้สันนิษฐาน
ไว้ก่อนว่าเวลาอันเดียวกันนั้นเองเป็นเวลา กำาหนดใช้ราคา
หมวด 4 การซื้อขายเฉพาะบางอย่าง
ส่วนที่ 1 ขายฝาก
มาตรา 491 อันว่าขายฝากนั้น คือสัญญาซื้อขายซึ่งกรรมสิทธิ์ ในทรัพย์สินตกไปยังผู้ซื้อ
โดยมีข้อตกลงกันว่าผู้ขายอาจไถ่ทรัพย์ นัน้ คืนได้
มาตรา 492 ในกรณีที่มีการไถ่ทรัพย์สินซึ่งขายฝากภายในเวลาที่ กำาหนดไว้ในสัญญาหรือ
ภายในเวลาที่กฎหมายกำาหนด หรือผู้ไถ่ได้ วางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสำานักงานวางทรัพย์ภายใน
กำาหนดเวลาไถ่ โดยสละสิทธิถอนทรัพย์ที่ได้วางไว้ ให้ทรัพย์สินซึ่งขายฝากตกเป็น กรรมสิทธิ์ของ
ผู้ไถ่ตั้งแต่เวลาที่ผู้ไถ่ได้ชำาระสินไถ่หรือวางทรัพย์อัน เป็นสินไถ่ แล้วแต่กรณี
ในกรณีที่ได้วางทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าพนักงานของสำานักงาน วางทรัพย์แจ้งให้ผู้รับ
ไถ่ทราบถึงการวางทรัพย์โดยพลัน โดยผู้ไถ่ ไม่ต้องปฏิบัติตาม มาตรา 333 วรรคสาม
*หมายเหตุ แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ (
ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2541 (รจ. เล่ม 115 ตอนที่ 18 ก วันที่ 9 เมษายน 2541)
มาตรา 493 ในการขายฝากคู่สัญญาจะตกลงกันไม่ให้ผู้ซื้อจำาหน่าย ทรัพย์สินซึ่งขายฝาก
ก็ได้ ถ้าและผู้ซื้อจำาหน่ายทรัพย์สินนั้นฝ่าฝืน สัญญาไซร้ ก็ต้องรับผิดต่อผู้ขายในความเสียหายใด ๆ
อันเกิด แต่การนั้น
มาตรา 494 ท่านห้ามมิให้ใช้สิทธิไถ่ทรัพย์สินซึ่งขายฝากเมื่อพ้น เวลาดั่งจะกล่าวต่อไปนี้
(1) ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ กำาหนดสิบปีนับแต่เวลาซื้อขาย
(2) ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ กำาหนดสามปีนับแต่เวลาซื้อขาย
มาตรา 495 ถ้าในสัญญามีกำาหนดเวลาไถ่เกินไปกว่านั้น ท่าน ให้ลดลงมาเป็นสิบปีและสาม
ปีตามประเภททรัพย์

มาตรา 496 การกำาหนดเวลาไถ่นั้น อาจทำาสัญญาขยายกำาหนด เวลาไถ่ได้แต่กำาหนดเวลาไถ่
รวมกันทั้งหมด ถ้าเกินกำาหนดเวลาตาม มาตรา 494 ให้ลดลงมาเป็นกำาหนดเวลาตาม มาตรา 494
การขยายกำาหนดเวลาไถ่ตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องมีหลักฐาน เป็นหนังสือลงลายมือชื่อ
ผู้รับไถ่ ถ้าเป็นทรัพย์สินซึ่งการซื้อขายกันจะ ต้องทำาเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้า
หน้าที่ ห้ามมิให้ ยกการขยายเวลาขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสีย ค่าตอบแทน
และโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว เว้นแต่ จะได้นำาหนังสือหรือหลักฐานเป็น

หนังสือดังกล่าวไปจดทะเบียนหรือ จดแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
*หมายเหตุ แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ (ฉบับที่ 12)
(รจ. เล่ม 115 ตอนที่ 18 ก 9 เมษายน 2541)
มาตรา 497 สิทธิในการไถ่ทรัพย์สินนั้น จะพึงใช้ได้แต่บุคคลเหล่านี้คือ
(1) ผูข้ ายเดิม หรือทายาทของผู้ขายเดิม หรือ
(2) ผูร้ ับโอนสิทธินั้น หรือ
(3) บุคคลซึ่งในสัญญายอมไว้โดยเฉพาะว่าให้เป็นผู้ไถ่ได้
มาตรา 498 สิทธิในการไถ่ทรัพย์สินนั้น จะพึงใช้ได้เฉพาะต่อบุคคล เหล่านี้ คือ
(1) ผูซ้ ื้อเดิม หรือทายาทของผู้ซื้อเดิม หรือ
(2) ผูร้ ับโอนทรัพย์สิน หรือรับโอนสิทธิเหนือทรัพย์สินนั้น แต่ใน ข้อนี้ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์จะใช้
สิทธิได้ต่อเมื่อผู้รับโอนได้รู้ในเวลาโอน ว่าทรัพย์สินตกอยู่ในบังคับแห่งสิทธิไถ่คนื
มาตรา 499 สินไถ่นนั้ ถ้าไม่ได้กำาหนดกันไว้ว่าเท่าใดไซร้ ท่านให้ ไถ่ตามราคาที่ขายฝาก
ถ้าปรากฏในเวลาไถ่ว่าสินไถ่หรือราคาขายฝากที่กำาหนดไว้สูงกว่า ราคาขายฝากที่แท้จริงเกินอัตรา
ร้อยละสิบห้าต่อปี ให้ไถ่ได้ตามราคาขาย ฝากที่แท้จริงรวมประโยชน์ตอบแทนร้อยละสิบห้าต่อปี
*หมายเหตุ เพิ่มความเป็นวรรคสอง โดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2541 (รจ. เล่ม 115 ตอนที่ 18 ก 9 เมษายน 2541)
มาตรา 500 ค่าฤชาธรรมเนียมการขายฝากซึ่งผู้ซื้อได้ออกไปนั้น ผู้ไถ่ต้องใช้ให้แก่ผู้ซื้อ
พร้อมกับสินไถ่ ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมการไถ่ทรัพย์นั้น ผูไ้ ถ่พึงออกใช้
มาตรา 501 ทรัพย์สินซึ่งไถ่นั้น ท่านว่าต้องส่งคืนตามสภาพที่เป็น อยู่ในเวลาไถ่ แต่ถ้า
หากว่าทรัพย์สินนั้นถูกทำาลายหรือทำาให้เสื่อมเสียไป เพราะความผิดของผู้ซื้อไซร้ ท่านว่าผู้ซื้อจะ
ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน

มาตรา 502 ทรัพย์สินซึ่งไถ่นั้น ท่านว่าบุคคลผู้ไถ่ย่อมได้รับคืนไป โดยปลอดจากสิทธิใด ๆ
ซึ่งผู้ซื้อเดิม หรือทายาท หรือผู้รับโอนจาก ผู้ซื้อเดิมก่อให้เกิดขึ้นก่อนเวลาไถ่ ถ้าว่าเช่าทรัพย์สินที่
อยู่ในระหว่างขายฝาก อันได้จดทะเบียนเช่น ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้วไซร้ ท่านว่าการเช่านั้นหาก
มิได้ทำาขึ้นเพื่อ จะให้เสียหายแก่ผู้ขาย กำาหนดเวลาเช่ายังคงมีเหลืออยู่อีกเพียงใด ก็ให้คงเป็นอัน
สมบูรณ์อยู่เพียงนั้น แต่มิให้เกินกว่าปีหนึ่ง
ส่วนที่ 2 ขายตามตัวอย่าง ขายตามคำาพรรณนา ขายเผื่อชอบ

มาตรา 503 ในการขายตามตัวอย่างนั้น ผู้ขายต้องส่งมอบทรัพย์สิน ให้ตรงตามตัวอย่าง
ในการขายตามคำาพรรณนา ผูข้ ายจำาต้องส่งมอบทรัพย์สินให้ตรง ตามคำาพรรณนา
มาตรา 504 ในข้อรับผิดเพื่อการส่งของไม่ตรงตามตัวอย่าง หรือไม่ตรงตามคำาพรรณนานั้น
ท่านห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำาหนด ปีหนึ่งนับแต่เวลาส่งมอบ
มาตรา 505 อันว่าขายเผื่อชอบนั้น คือการซื้อขายกันโดยมีเงื่อนไข ว่าให้ผู้ซื้อได้มีโอกาส
ตรวจดูทรัพย์สินก่อนรับซื้อ
มาตรา 506 การตรวจดูทรัพย์สินนั้น ถ้าไม่ได้กำาหนดเวลากันไว้ ผูข้ ายอาจกำาหนดเวลาอัน
สมควร และบอกกล่าวแก่ผู้ซื้อให้ตอบภายใน กำาหนดนั้นได้ว่าจะรับซื้อหรือไม่
มาตรา 507 ทรัพย์สินอันผู้ซื้อจะพึงตรวจดูก่อนที่จะส่งมอบแก่กัน นัน้ ถ้าผู้ซื้อไม่ตรวจรับ
ภายในเวลาที่กำาหนดไว้โดยสัญญา หรือโดย ประเพณี หรือโดยคำาบอกกล่าวของผู้ขาย ท่านว่าผู้ขาย
ย่อมไม่มี ความผูกพันต่อไป
มาตรา 508 เมื่อทรัพย์สินนั้นได้ส่งมอบแก่ผู้ซื้อเพื่อให้ตรวจดูแล้ว การซื้อขายย่อมเป็นอัน
บริบูรณ์ในกรณีต่อไปนี้ คือ
(1) ถ้าผู้ซื้อมิได้บอกกล่าวว่าไม่ยอมรับซื้อ ภายในเวลาที่กำาหนดไว้โดยสัญญา หรือโดยประเพณี
หรือโดยคำาบอกกล่าว หรือ
(2) ถ้าผู้ซื้อไม่ส่งทรัพย์สินคืนภายในกำาหนดเวลาดั่งกล่าวมานั้น หรือ
(3) ถ้าผู้ซื้อใช้ราคาทรัพย์สินนั้นสิ้นเชิง หรือแต่บางส่วนหรือ
(4) ถ้าผู้ซื้อจำาหน่ายทรัพย์สินนั้น หรือทำาประการอื่นอย่างใด อันเป็นปริยายว่ารับซื้อของนั้น
ส่วนที่ 3 ขายทอดตลาด
มาตรา 509 การขายทอดตลาดย่อมบริบูรณ์ เมื่อผู้ทอดตลาดแสดง ความตกลงด้วยเคาะไม้
หรือด้วยกิริยาอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งตาม จารีตประเพณีในการขายทอดตลาด ถ้ายังมิได้แสดงเช่นนั้น
อยู่ตราบใด ท่านว่าผู้สู้ราคาจะถอนคำาสู้ราคาของตนเสียก็ยังถอนได้
มาตรา 510 ผูซ้ ื้อในการขายทอดตลาดจะต้องทำาตามคำาโฆษณา บอกขายและตามความข้อ
อื่น ๆ ซึ่งผู้ทอดตลาดได้แถลงก่อนเผดิม การสู้ราคาทรัพย์สินเฉพาะรายไป
มาตรา 511 ท่านห้ามมิให้ผู้ทอดตลาดเข้าสู้ราคา หรือใช้ให้ผู้หนึ่ง ผู้ใดเข้าสู้ราคา ในการ
ทอดตลาดซึ่งตนเป็นผู้อำานวยการเอง
มาตรา 512 ท่านห้ามมิให้ผู้ขายเข้าสู้ราคาเองหรือใช้ให้ผู้หนึ่งผู้ใด เข้าสู้ราคา เว้นแต่จะได้
แถลงไว้โดยเฉพาะในคำาโฆษณาบอกการ ทอดตลาดนั้นว่าผู้ขายถือสิทธิที่จะเข้าสู้ราคาด้วย
มาตรา 513 เมื่อใดผู้ทอดตลาดเห็นว่าราคาซึ่งมีผู้สู้สูงสุดนั้น ยังไม่เพียงพอ ผู้ทอดตลาดอาจ
ถอนทรัพย์สินจากการทอดตลาดได้

มาตรา 514 ผูส้ ู้ราคาย่อมพ้นความผูกพันในราคาซึ่งตนสู้แต่ขณะ เมื่อมีผู้อื่นสู้ราคาสูงขึ้นไป
ไม่ว่าการที่ผู้อื่นสู้นั้นจะสมบูรณ์หรือมิสมบูรณ์ ประการใด อีกประการหนึ่งเมื่อใดถอนทรัพย์สิน
รายนั้นจากการทอด ตลาดผู้สู้ราคาก็พ้นความผูกพันแต่ขณะที่ถอนนั้นดุจกัน
มาตรา 515 ผูส้ ู้ราคาสูงสุดต้องใช้ราคาเป็นเงินสด เมื่อการซื้อขาย บริบรู ณ์ หรือตามเวลาที่
กำาหนดไว้ในคำาโฆษณาบอกขาย มาตรา 516 ถ้าผู้สู้ราคาสูงสุดละเลยเสียไม่ใช้ราคาไซร้ ท่านให้ผู้
ทอดตลาดเอาทรัพย์สินนั้นขายอีกซำ้าหนึ่ง ถ้าและได้เงินเป็นจำานวน สุทธิไม่คุ้มราคาและค่าขายทอด
ตลาดชั้นเดิม ผู้สู้ราคาเดิมคนนั้นต้อง รับผิดในส่วนที่ขาด
มาตรา 517 ถ้าเงินรายได้ในการทอดตลาดส่วนหนึ่งส่วนใดค้าง ชำาระอยู่ เพราะเหตุผู้ทอด
ตลาดละเลยไม่บังคับตามบทใน มาตรา 515 หรือ มาตรา 516 ไซร้ ท่านว่าผู้ทอดตลาดจะต้องรับผิด

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful