อุตสาหการเคมี

สาขา:

ขอที่ :

วิชา:

CH81 Chemical Engineering
Thermodynamics

1
ขอใดกลาวไดถูกตองเกี่ยวกับสภาวะสมดุลวัฏภาค (phase equilibrium)

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ที่สภาวะสมดุล Gibbs free energy ของระบบจะมีคาต่ําที่สุด

คําตอบ 2 :

ที่สภาวะสมดุล พลังงานภายในของระบบจะมีคาต่ําที่สุด

คําตอบ 3 :

ที่สภาวะสมดุล เอนทาลปของระบบจะมีคาต่ําที่สุด

คําตอบ 4 :

ที่สภาวะสมดุล เอนโทรปของระบบจะมีคาต่ําที่สุด




ิ์ ห

2
ขอใดคือนิยามของสมดุลทางเทอรโมไดนามิกส (thermodynamic equilibrium)

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ระบบซึ่งอยูในสมดุลความรอน (thermal equilibrium) และสมดุลทางกล (mechanical equilibrium)

คําตอบ 2 :

ระบบซึ่งอยูในสมดุลความรอน (thermal equilibrium) และสมดุลเคมี (chemical equilibrium)

คําตอบ 3 :

ระบบซึ่งอยูในสมดุลความรอน (thermal equilibrium) และสมดุลเคมี (chemical equilibrium)

คําตอบ 4 :

ระบบซึ่งอยูในสมดุลความรอน (thermal equilibrium) สมดุลทางกล (mechanical equilibrium) และสมดุลเคมี (chemical equilibrium)





3
ตัวแปรใดเปนศักยของพลังงานความรอน

ขอที่ :







คําตอบ 1 :

ปริมาตร

คําตอบ 2 :

ความดัน

คําตอบ 3 :

อุณหภูมิ

คําตอบ 4 :

ความเขมขน

4










าว


ตัวแปรใดเปนศักยของพลังงานเชิงกล

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อุณหภูมิ

คําตอบ 2 :

ความดัน

คําตอบ 3 :

ความเขมขน

คําตอบ 4 :

เอนโทรป

5

1 of 152

ตัวแปรใดเปนศักยของพลังงานเคมี

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความดัน

คําตอบ 2 :

ปริมาตร

คําตอบ 3 :

อุณหภูมิ

คําตอบ 4 :

ความเขมขน







6
ระบบซึ่งอยูในสภาวะสมดุลทางความรอน (thermal equilibrium) จะมีคาตัวแปรใดเทากัน

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความดัน

คําตอบ 2 :

ปริมาตร

คําตอบ 3 :

อุณหภูมิ

คําตอบ 4 :

ความเขมขน

7







ระบบซึ่งอยูในสภาวะสมดุลทางกล (mechanical equilibrium) จะมีคาตัวแปรใดเทากัน

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความดัน

คําตอบ 2 :

ปริมาตร

คําตอบ 3 :

ความเขมขน

คําตอบ 4 :

อุณหภูมิ

8








ิ์ ห




าว

ระบบซึ่งอยูในสภาวะสมดุลเคมี (chemical equilibrium) จะมีคาตัวแปรใดเทากัน

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความดัน

คําตอบ 2 :

ปริมาตร

คําตอบ 3 :

อุณหภูมิ

คําตอบ 4 :

ความเขมขน

9


โดยทั่วไปคา Gibbs free energy สําหรับของเหลวขึ้นกับตัวแปรใดเปนหลัก
คําตอบ 1 :

อุณหภูมิและความดัน

คําตอบ 2 :

อุณหภูมิและความเขมขนขององคประกอบสาร

คําตอบ 3 :

ความดันและความเขมขนขององคประกอบสาร

2 of 152

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

อุณหภูมิ ความดันและความเขมขนขององคประกอบสาร

10
โดยทั่วไปคา Gibbs free energy สําหรับกาซขึ้นกับตัวแปรใดเปนหลัก

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อุณหภูมิและความดัน

คําตอบ 2 :

อุณหภูมิและความเขมขนขององคประกอบสาร

คําตอบ 3 :

ความดันและความเขมขนขององคประกอบสาร

คําตอบ 4 :

อุณหภูมิ ความดันและความเขมขนขององคประกอบสาร

11




ิ์ ห

ระบบปดหมายถึง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ระบบที่มีการถายเฉพาะมวลผานขอบเขตของระบบ

คําตอบ 2 :

ระบบที่มีการถายเทเฉพาะพลังงานผานขอบเขตของระบบ

คําตอบ 3 :

ระบบที่ไมมีการถายเททั้งมวลและพลังงานผานขอบเขตของระบบ

คําตอบ 4 :

ระบบที่ไมมีการถายเทมวลและอุณหภูมิคงที่

12

















ขอใดกลาวไดถูกตองเกี่ยวกับสภาวะสมดุลวัฏภาค (phase equilibrium)

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ที่สภาวะสมดุล Gibbs free energy ของระบบจะมีคาต่ําที่สุด

คําตอบ 2 :

ที่สภาวะสมดุล พลังงานภายในของระบบจะมีคาต่ําที่สุด

คําตอบ 3 :

ที่สภาวะสมดุล เอนทาลปของระบบจะมีคาต่ําที่สุด

คําตอบ 4 :

ที่สภาวะสมดุล เอนโทรปของระบบจะมีคาต่ําที่สุด

13




าว


ตัวแปรใดเปนศักยของพลังงานเคมี

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความดัน

คําตอบ 2 :

ปริมาตร

คําตอบ 3 :

อุณหภูมิ

คําตอบ 4 :

ความเขมขน

14
ระบบซึ่งอยูในสภาวะสมดุลทางกล (mechanical equilibrium) จะมีคาตัวแปรใดเทากัน

3 of 152

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความดัน

คําตอบ 2 :

ปริมาตร

คําตอบ 3 :

ความเขมขน

คําตอบ 4 :

อุณหภูมิ

15







โดยทั่วไปคา Gibbs free energy สําหรับของเหลวขึ้นกับตัวแปรใดเปนหลัก

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อุณหภูมิและความดัน

คําตอบ 2 :

อุณหภูมิและความเขมขนขององคประกอบสาร

คําตอบ 3 :

ความดันและความเขมขนขององคประกอบสาร

คําตอบ 4 :

อุณหภูมิ ความดันและความเขมขนขององคประกอบสาร

16










ิ์ ห

อากาศและน้ําอยูในสภาวะสมดุลในถังปดที่อุณหภูมิ 75 oC และความดัน 760 mm Hg จงคํานวณหาสัดสวนเชิงโมลของน้ําและอากาศแหงในวัฏภาคกาซ เมื่อกําหนดใหคาความดัน
ไอของน้ําที่ 75 oC เทากับ 289 mm Hg
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

0.275 และ 0.724
0.38 และ 0.62
0.724 และ 0.275
0.62 และ 0.38

17








าว

ถาน้ําที่จุดไตรภาค (triple point) มีคาความดันลดลง ในขณะที่อุณหภูมิคงที่ การเปลี่ยนแปลงวัฏภาคในขอใดดังตอไปนี้ ที่สามารถเกิดขึ้นไดบาง 1. การหลอมเหลว 2. การระเหิด
3. การกลายเปนไอ
คําตอบ 1 :

ขอ 1 เทานั้น


ขอที่ :

คําตอบ 2 :

ขอ 2 เทานั้น

คําตอบ 3 :

ขอ 3 เทานั้น

คําตอบ 4 :

ขอ 1 และ 2

18
ความดันไอและอุณหภูมิจุดเดือดของน้ําบริสุทธิ์จะเปลี่ยนแปลงอยางไร ถาเติมเกลือโซเดียมคลอไรด ลงไป
คําตอบ 1 :

ความดันไอลดลง จุดเดือดเพิ่มขึ้น

คําตอบ 2 :

ทั้งความดันไอและจุดเดือดลดลง

คําตอบ 3 :

ความดันไอเพิ่มขึ้น จุดเดือดลดลง

4 of 152

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

ทั้งความดันไอและจุดเดือดเพิ่มขึ้น

19
ขอใดกลาวถึงกฎของกาซอุดมคติไดอยางถูกตอง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ปริมาตรของกาซจะแปรผกผันกับความดัน เมื่อมวลและอุณหภูมิของกาซมีคาคงที่

คําตอบ 2 :

ปริมาตรของกาซจะแปรตรงกับความดัน เมื่อมวลและอุณหภูมิของกาซมีคาคงที่

คําตอบ 3 :

ปริมาตรของกาซจะแปรผกผันกับอุณหภูมิ เมื่อมวลและความดันของกาซมีคาคงที่

คําตอบ 4 :

ความดันของกาซจะแปรผกผันกับมวลของกาซ เมื่อปริมาตรและมวลของกาซมีคาคงที่

20




ิ์ ห

กฎของเฮนรี (Henry’s Law) จะใชไดดีกรณีใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

กาซอุดมคติ

คําตอบ 2 :

สารละลายอุดมคติ

คําตอบ 3 :

สารละลายเจือจาง

คําตอบ 4 :

ถูกทุกขอ

21





คาคงที่ของเฮนรี่ขึ้นอยูกับคาอะไรเปนหลัก

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อุณหภูมิ

คําตอบ 2 :

ความดัน

คําตอบ 3 :

ชนิดตัวทําละลาย

คําตอบ 4 :

ขอ 1 และ 3

22
















าว


จากแผนภาพจุดเดือด เสนโคงเสนบนคือเสนอะไร

คําตอบ 1 :

เสนโคงจุดกลั่นตัว (Dew-point curve)

คําตอบ 2 :

เสนโคงสมดุล (Equilibrium curve)

คําตอบ 3 :

เสนโคงจุดเดือด (Bubble-point curve)

คําตอบ 4 :

เสนโคงคอนจูเกต (Conjugate curve)

5 of 152
ขอที่ :

23

จากแผนภาพจุดเดือด เสนโคงเสนลางคือเสนอะไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เสนโคงจุดกลั่นตัว (Dew-point curve)

คําตอบ 2 :

เสนโคงสมดุล (Equilibrium curve)

คําตอบ 3 :

เสนโคงจุดเดือด (Bubble-point curve)

คําตอบ 4 :

เสนโคงคอนจูเกต (Conjugate curve)







24
กฎของราอูลทกลาวไววาอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความดันยอยของสารที่อยูในสารละลายเทากับผลคูณของความดันไอของสารนั้น คูณกับเศษสวนโมลของสารนั้น

คําตอบ 2 :

ความดันของสารที่อยูในสารละลายเทากับผลคูณของความดันไอของสารนั้น คูณกับเศษสวนโมลของสารนั้น

คําตอบ 3 :

ความดันยอยของสารที่อยูในสารละลายเทากับผลคูณของความดันของสารนั้น คูณกับเศษสวนโมลของสารนั้น

คําตอบ 4 :

ความดันของสารที่อยูในสารละลายเทากับผลคูณของความดันของสารนั้น คูณกับเศษสวนโมลของสารนั้น




ิ์ ห

25







สมการใดตอไปนี้ไมสามารถใชประมาณคา K สําหรับสมดุลระหวาง ของเหลวและไอได
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

Raoult’s law
Henry’s law
Poynting correction
van laar equation








าว

26

จากแผนภาพจุดเดือดจุด B ประกอบดวยวัฏภาคอะไรบาง


ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ของเหลวและไอ

คําตอบ 2 :

ของเหลวและของแข็ง

คําตอบ 3 :

ของเหลว

คําตอบ 4 :

ของแข็งและไอ

27
ขอใดกลาวไดถูกตองเกี่ยวกับสภาวะสมดุลวัฏภาค (phase equilibrium)
คําตอบ 1 :

ที่สภาวะสมดุล Gibbs free energy ของระบบจะมีคาต่ําที่สุด

6 of 152

ขอที่ :

คําตอบ 2 :

ที่สภาวะสมดุล พลังงานภายในของระบบจะมีคาต่ําที่สุด

คําตอบ 3 :

ที่สภาวะสมดุล เอนทาลปของระบบจะมีคาต่ําที่สุด

คําตอบ 4 :

ที่สภาวะสมดุล เอนโทรปของระบบจะมีคาต่ําที่สุด

28
ขอใดคือนิยามของสมดุลทางเทอรโมไดนามิกส (thermodynamic equilibrium)

ขอที่ :

ระบบซึ่งอยูในสมดุลความรอน (thermal equilibrium) และสมดุลทางกล (mechanical equilibrium)

คําตอบ 2 :

ระบบซึ่งอยูในสมดุลความรอน (thermal equilibrium) และสมดุลเคมี (chemical equilibrium)

คําตอบ 3 :

ระบบซึ่งอยูในสมดุลความรอน (thermal equilibrium) และสมดุลเคมี (chemical equilibrium)

คําตอบ 4 :

ระบบซึ่งอยูในสมดุลความรอน (thermal equilibrium) สมดุลทางกล (mechanical equilibrium) และสมดุลเคมี (chemical equilibrium)




ิ์ ห

29
ระบบซึ่งอยูในสภาวะสมดุลทางความรอน(thermal equilibrium) จะมีคาตัวแปรใดเทากัน

ขอที่ :







คําตอบ 1 :

คําตอบ 1 :

ความดัน

คําตอบ 2 :

ปริมาตร

คําตอบ 3 :

อุณหภูมิ

คําตอบ 4 :

ความเขมขน





30







ระบบซึ่งอยูในสภาวะสมดุลทางกล (mechanical equilibrium) จะมีคาตัวแปรใดเทากัน

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความดัน

คําตอบ 2 :

ปริมาตร

คําตอบ 3 :

ความเขมขน

คําตอบ 4 :

อุณหภูมิ

31




าว


ขอใดกลาวถึงแฟกเตอร Ki (หรือสัมประสิทธิ์ของการกระจายขององคประกอบยอย i) ระบบที่อยูภายใตสภาวะสมดุลไอ-ของเหลวไดอยางถูกตอง
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

Ki ไมขึ้นกับอุณหภูมิ
Ki ไมขึ้นกับความดัน
Ki ไมขึ้นกับความเขมขนทั้งหมดของเฟสของเหลว
ประเมินหาคาของแฟกเตอร Ki ไดจาก Raoult’s Law เมื่อทราบความดันรวมของระบบและความดันไอขององคประกอบยอย i

7 of 152

ขอที่ :

32
ในการคํานวณหาความสูงของเครื่องมือแยกสารจําเปนตองทราบขอมูลสมดุลระหวางความ เขมขนในแตละเฟส และแตละเฟสจะสมดุลซึ่งกันและกันเมื่อ

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความดันในระบบมีคาคงที่

คําตอบ 2 :

ศักยทางเคมีแตละเฟส (Chemical potential) เทากัน

คําตอบ 3 :

ความเขมขนแตละเฟสมีคาเทากัน

คําตอบ 4 :

ความดันยอยของแตละเฟสมีคาเทากัน







33

จากแผนภาพสมดุลของระบบ 2 องคประกอบสําหรับสาร A และ B ดังแสดงในรูปดานลาง ถาสารผสม A และ B ซึ่งมีอัตราสวนเชิงโมล (Mole fraction) ของสารเทากับ XA2 ถูก
นําไปบรรจุในภาชนะปดที่สภาวะซึ่งมีอุณหภูมิ T และความดัน P ซึ่งทําใหไอและของเหลว A และ B อยูรวมกันที่ สภาวะสมดุลดวยคาอัตราสวนเชิงโมล XA1 และ XA3 ขอใดตอ
ไปนี้คืออัตราสวนเชิงโมลของของเหลวตอไอ




ิ์ ห

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :





คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ขอที่ :










าว

34


กฎของเฮนรี่ใชไดกับระบบใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

สารละลายเจือจางของโมเลกุลมีขั้ว

คําตอบ 2 :

สารละลายเจือจางของโมเลกุลไมมีขั้ว

คําตอบ 3 :

สารละลายเจือจางอิเลคโตรไลท

คําตอบ 4 :

ขอ 1 และ 2 ถูก

35
8 of 152

กาซผสมระหวางกาซแอมโมเนียกับกาซไนโตรเจนมีความดันรวมเทากับ 2.5 kPa บรรจุอยูในภาชนะที่มีปริมาตรคงที่เทากับ V ถากําหนดใหกาซแอมโมเนียซึมออกจากภาชนะจน
หมดคงเหลือเฉพาะกาซไนโตรเจนและความดันรวมลดลงเหลือ 1.5 kPa โดยที่อุณหภูมิของระบบมีคาคงที่ ถาสมมุติใหกาซผสมนี้มีพฤติกรรมเปนแบบกาซอุดมคติ อัตราสวนเชิง

โมลของกาซแอมโมเนีย (yA) และกาซไนโตรเจน (yB) ที่สภาวะเริ่มตนมีคาเทาใด
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

yA = 0.40, yB = 0.60
yA = 0.50, yB = 0.50
yA = 0.60, yB =0.40
yA = 0.80, yB = 0.20







36

ในการประเมินหาคาแฟกเตอร Ki (หรือสัมประสิทธิ์ของการกระจายขององคประกอบยอย i) โดยใช Raoult’s Law มีสมมติฐานวาอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

วัฏภาคกาซเปนกาซอุดมคติ

คําตอบ 2 :

วัฏภาคของเหลวเปนสารละลายอุดมคติ

คําตอบ 3 :

วัฏภาคกาซเปนกาซอุดมคติและวัฏภาคของเหลวเปนสารละลายอุดมคติ

คําตอบ 4 :

วัฏภาคกาซเปนกาซอุดมคติหรือวัฏภาคของเหลวเปนสารละลายอุดมคติ

37










ิ์ ห

ในการประเมินหาคาแฟกเตอร Ki (หรือสัมประสิทธิ์ของการกระจายขององคประกอบยอย i) โดยใช Modified Raoult’s Law มีสมมติฐานวาอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

วัฏภาคกาซเปนกาซอุดมคติ

คําตอบ 2 :

วัฏภาคของเหลวเปนสารละลายอุดมคติ

คําตอบ 3 :

วัฏภาคกาซเปนกาซอุดมคติและวัฏภาคของเหลวเปนสารละลายไมอุดมคติ

คําตอบ 4 :

วัฏภาคกาซเปนกาซอุดมคติหรือวัฏภาคของเหลวเปนสารละลายไมอุดมคติ

38








าว

จงคํานวณหาระดับขั้นเสรี (Degree of freedom) ของระบบ น้ําสมดุลกับ
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :


คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

39

0
1
2
3

จากรูป A=40 kg, B= 20 kg และ C=40 kg คือจุดใดบนกราฟ

คําตอบ 1 :

จุด L

คําตอบ 2 :

จุด M

9 of 152

ขอที่ :

คําตอบ 3 :

จุด N

คําตอบ 4 :

จุด O

40
จากรูป A=20 kg, B= 40 kg และ C=40 kg คือจุดใดบนกราฟ

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

จุด L

คําตอบ 2 :

จุด M

คําตอบ 3 :

จุด N

คําตอบ 4 :

จุด O










ิ์ ห

41

ในการสกัดของเหลว สมดุลที่แสดงการกระจายตัวของตัวถูกละลาย A อยูในของเหลว B และ S ที่ไมผสมกัน (หรือผสมกันไดเพียงบางสวน) สามารถแสดงดวยรูปกราฟพิกัดสาม
เหลี่ยม (Triangular coordinates) ซึ่งความเขมขนที่แทนโดยจุดใดๆ ในแผนภาพสามเหลี่ยมดานเทานี้จะหมายถึง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความเขมขนของสารผสมระหวาง A และ B

คําตอบ 2 :

ความเขมขนของสารผสมระหวาง A และ C

คําตอบ 3 :

ความเขมขนของสารผสมระหวาง B และ C

คําตอบ 4 :

ความเขมขนของสารผสมทั้งหมด

ขอใดถูกในเรื่องสมดุล (equilibrium)

ขอที่ :





42










าว

คําตอบ 1 :

สมดุลของการกลั่นเปนการใชสมการของเฮนรี (Henry)

คําตอบ 2 :

ในหอดูดซับใชสมการของราอูลท (Raoult)

คําตอบ 3 :

ในกระบวนการสกัดใชไดอะแกรมวัฏภาค (phase diagram)

คําตอบ 4 :

ขอ 1 และ 2 ถูก

43


ขอใดถูกตอง
คําตอบ 1 :

เสนสมดุลในหอดูดซับ (absorption) หาไดจากกฏของ Henry

คําตอบ 2 :

เสนสมดุลในหอกลั่น (distillation) หาไดจากกฏของ Raoult

คําตอบ 3 :

สมดุลของหอสกัดหาไดจากสมดุลสามเหลี่ยม (triangular coordinate)

คําตอบ 4 :

ถูกทั้งขอ 1 2 และ 3

10 of 152

ขอที่ :

44
สําหรับการออกแบบเครื่องมือแยกสารนั้นโดยทั่วไปแลวขั้นตอนหรือเทรยหรือเพลท จะหมายถึงอะไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อุปกรณที่ใชเสริมความแข็งแรงของเครื่องมือแยกสาร

คําตอบ 2 :

บริเวณที่มีการสัมผัสกันระหวางเฟส

คําตอบ 3 :

อุปกรณที่ใชปองกันการสูญเสียความดันลดภายในเครื่องมือแยกสาร

คําตอบ 4 :

อุปกรณที่ใชเพิ่มประสิทธิภาพในการถายเทความรอนภายในเครื่องมือแยกสาร







45
ขอใดไมใชสมบัติไมขึ้นอยูกับปริมาณ (Intensive Properties)

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อุณหภูมิ

คําตอบ 2 :

ความดัน

คําตอบ 3 :

องคประกอบในแตละวัฏภาค

คําตอบ 4 :

อัตราการไหลเชิงโมล

46
ขอใดไมใชสมบัติขึ้นอยูกับปริมาณ (Extensive Properties)

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

มวล

คําตอบ 2 :

โมล

คําตอบ 3 :

เอนทัลป

คําตอบ 4 :

ความดัน














ิ์ ห




าว

47

จากสมการองศาความอิสระ (Degree of freedom) ของกิบบส F = C-P+2 เมื่อ F คือ องศาความอิสระ C คือจํานวนขององคประกอบ P คือ จํานวนวัฏภาคที่สภาวะสมดุล ถาใน
ระบบหนึ่งซึ่งเปนสมดุลไอ-ของเหลว และถามี 3 องคประกอบจงหาวาจํานวนองศาความอิสระเปนเทาใด


คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

1
2
3
4

48
ตัวแปรใดที่ ไมเกี่ยวของกับ การกลั่นแบบพริบตาเลย

11 of 152

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อัตราการไหลของสารปอน

คําตอบ 2 :

สัดสวนโดยโมล

คําตอบ 3 :

อัตราการไหลของผลิตภัณฑของเหลว

คําตอบ 4 :

เรซิน

49







ไอของน้ํามันเบนซินสําหรับรถยนตถูกแยกออกจากสวนที่เปนของเหลว ณ ความดันบรรยากาศไดที่อุณหภูมิใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อุณหภูมิสูงกวาจุดน้ําคาง(dew point)

คําตอบ 2 :

อุณหภูมิจุดน้ําคาง

คําตอบ 3 :

อุณหภูมิระหวางจุดน้ําคางกับจุดเดือด(bubble point)

คําตอบ 4 :

อุณหภูมิจุดเดือด

50










ิ์ ห

ในการสกัดของเหลว สมดุลที่แสดงการกระจายตัวของตัวถูกละลาย A อยูในของเหลว B และ S ที่ไมผสมกัน (หรือผสมกันไดเพียงบางสวน) สามารถแสดงดวยรูปกราฟพิกัดสาม
เหลี่ยม (Triangular coordinates) ซึ่งความเขมขนที่แทนโดยจุดใดๆ ในแผนภาพสามเหลี่ยมดานเทานี้จะหมายถึง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความเขมขนของสารผสมระหวาง A และ B

คําตอบ 2 :

ความเขมขนของสารผสมระหวาง A และ C

คําตอบ 3 :

ความเขมขนของสารผสมระหวาง B และ S

คําตอบ 4 :

ความเขมขนของสารผสมทั้งหมด





51




าว

เมื่อปอนน้ํามันกาด(kerosene)เขาถังแยก ณ ความดันบรรยากาศ และอุณหภูมิสูงกวาจุดเดือด(bubble point temperature) จะไดผลลัพธเปนอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

น้ํามันกาดเปนของเหลวอุณหภูมิต่ํา

คําตอบ 2 :

น้ํามันกาดเปนของเหลวอิ่มตัว

คําตอบ 3 :

น้ํามันกาดเปนไอบางสวน

คําตอบ 4 :

น้ํามันกาดเปนไออิ่มตัว

52


เมื่อเก็บน้ํามันเบนซิน(gasoline)ไวในถังน้ํามัน ณ อุณหภูมิหอง และภายใตความดันสูงกวาความดันจุดเดือด(bubble point pressure) น้ํามันเบนซินควรมีสภาพอยางไร
คําตอบ 1 :

เปนไอยิ่งยวด

คําตอบ 2 :

เปนไออิ่มตัว

คําตอบ 3 :

เปนไอบางสวน

12 of 152

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

เปนของเหลวอุณหภูมิต่ํา

53
เมื่อเก็บน้ํามันดีเซล(diesel)ไวในถังน้ํามัน ณ ความดันบรรยากาศ และภายใตอุณหภูมิต่ํากวาอุณหภูมิจุดน้ําคาง(dew point temperature) น้ํามันดีเซลควรมีสภาพอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เปนของเหลวอุณหภูมิต่ํา

คําตอบ 2 :

เปนของเหลวอิ่มตัว

คําตอบ 3 :

เปนของเหลวบางสวน

คําตอบ 4 :

เปนไออิ่มตัว

54










ิ์ ห

เมื่อปอนน้ํามันเบนซิน(gasoline)เขาถังแยก ณ ความดันบรรยากาศ และอุณหภูมิสูงกวาอุณหภูมิจุดเดือด(bubble point temperature) อุณหภูมิของไอสัมพันธกับอุณหภูมิของของ
เหลวที่ออกจากถังแยกอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อุณหภูมิไอสูงกวาอุณหภูมิของเหลว

คําตอบ 2 :

อุณหภูมิไอเทากับอุณหภูมิของเหลว

คําตอบ 3 :

อุณหภูมิไอต่ํากวาอุณหภูมิของเหลว

คําตอบ 4 :

ไมมีความสัมพันธกัน





55







ถาปอนน้ํามันเบนซิน(gasoline)เขาถังแยก ณ อุณหภูมิหอง และความดันต่ํากวาความดันจุดน้ําคาง(dew point pressure) จะไดผลลัพธเปนอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ไดเพียงน้ํามันเบนซินเหลว

คําตอบ 2 :

ไดเปนน้ํามันเบนซินอิ่มตัว

คําตอบ 3 :

ไดเปนไอน้ํามันเบนซินอิ่มตัว

คําตอบ 4 :

ไดเปนไอน้ํามันเบนซินยิ่งยวด

56




าว


เมื่อปอนน้ํามันเบนซิน(gasoline)เขาถังแยก ณ อุณหภูมิหอง และความดันต่ํากวาความดันจุดเดือด(bubble point pressure) ความดันของไอน้ํามันเบนซินสัมพันธกับความดันของ
น้ํามันเบนซินที่ออกจากถังแยกอยางไร
คําตอบ 1 :

ความดันไอต่ํากวาความดันน้ํามันเบนซินที่ออกมา

คําตอบ 2 :

ความดันไอเทากับความดันน้ํามันเบนซินที่ออกมา

คําตอบ 3 :

ความดันไอสูงกวาความดันน้ํามันเบนซินที่ออกมา

คําตอบ 4 :

ไมสัมพันธกัน

13 of 152
ขอที่ :

57

การแยกน้ํามันเบนซิน(gasoline)อุณหภูมิต่ําดวยถังแยก ณ ความดันบรรยากาศ และอุณหภูมิของจุดเดือด(bubble point temperature)ของน้ํามันเบนซิน ปริมาณใดไมเปลี่ยนแปลง
เมื่อผานถังแยก

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

องคประกอบของไอน้ํามัน

คําตอบ 2 :

อุณหภูมิของของเหลว

คําตอบ 3 :

อัตราการไหลของของเหลว

คําตอบ 4 :

อุณหภูมิของไอน้ํามัน







58

การแยกน้ํามันเบนซิน(gasoline)ความดันสูงดวยถังแยก ณ ความดันบรรยากาศ และอุณหภูมิของจุดน้ําคาง(dew point temperature)ของน้ํามันเบนซิน ปริมาณใดคงที่เมื่อผานถัง
แยก

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อัตราการไหลของน้ํามัน

คําตอบ 2 :

องคประกอบของน้ํามัน

คําตอบ 3 :

อุณหภูมิของไอน้ํามัน

คําตอบ 4 :

องคประกอบของไอน้ํามัน




ิ์ ห

59







จากรูป เปนสมดุลของกรดอะซิติก (acetic, A) 10 kg, น้ํา(B) 60 kg และไอโซโพรพิวอีเทอร (isopropyl ether, C) 30 kg ที่ 20 องศาเซลเซียส จงหาความเขมขนของชั้นสกัด

(extract layer)
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

60





yA= 0.04, yB =0.02 yC = 0.94
yA= 0.94, yB =0.02 yC = 0.04
yA= 0.04, yB =0.94 yC = 0.02
yA= 0.02, yB =0.04 yC = 0.94




าว


จากรูป เปนสมดุลของกรดอะซิติก (acetic, A) 10 kg, น้ํา(B) 60 kg และไอโซโพรพิวอีเทอร (isopropyl ether, C) 30 kg ที่ 20 องศาเซลเซียส ขอใดถูก

คําตอบ 1 :

จุด h เปนจุดที่ xC =0.03

คําตอบ 2 :

จุด h เปนจุดที่ xA =0.01

คําตอบ 3 :

จุด h เปนจุดที่ xB =0.6

คําตอบ 4 :

ขอ 1, 2 และ 3 ถูก

14 of 152

ขอที่ :

61
จงคํานวณหาระดับขั้นเสรี (Degree of freedom) ของระบบสารละลายแอลกอฮอลในน้ําสมดุลกับไอของมัน
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

ขอที่ :

0
1
2
3







62
สําหรับหอกลั่นที่ไมมีการเกิดปฏิกิริยาจะมีคาระดับขั้นเสรี (Degree of freedom) เทาไหร
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

ขอที่ :

0
1
2
3




ิ์ ห

63







ที่ความดันรวม 101.32 kPa ถาความดันไอเทากัน 135.5 kPa ที่สัดสวนโมลของเหลว XA จงหาองคประกอบของไอ (yA)
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

yA = 0.03
yA = 0.13
yA = 0.23
yA = 0.33








าว

64

ที่ความดันรวม 101.32 kPa ถาความดันเทากับ 135.5 kPa ที่สัดสวนโมลของเหลว yA = 0.1 จงหาองคประกอบของของเหลว (xA)
คําตอบ 1 :

xA = 0.075
xA = 0.095
xA = 0.075
xA = 0.135


คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

65
จงหาองคประกอบของของเหลวที่สมดุลที่ 95 องศาเซลเซียสของเบนซีน-โทลูอีน ที่ความดันรวม 101.32 kPa โดยความดันไอเบนซีนเทากับ 155.7 kPa และ ความดันไอโทลูอีน
เทากับ 63.3 kPa
คําตอบ 1 :

xA = 0.41

15 of 152

คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

xA = 0.55
xA = 0.63
xA = 0.75

66
จงหาองคประกอบของไอที่สมดุลที่ 95 องศาเซลเซียสของเบนซีน-โทลูอีน ที่ความดันรวม 101.32 kPa โดยความดันไอเบนซีนเทากับ 155.7 kPa และ ความดันไอโทลูอีน เทากับ







63.3 kPa
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

yA = 0.41
yA = 0.55
yA = 0.75
yA = 0.82

67




ิ์ ห







โดยทั่วไปแลวตําแหนงที่เหมาะสมในการปอนสารเขาสูเครื่องมือแยกสารที่มีขั้นตอนสมดุลตอกันแบบอนุกรมนั้นจะกําหนดใหเปนตําแหนงที่ความเขมขนของสายปอนเทากับหรือใกล
เคียงกับความเขมขนของสายที่ไหลเขาสูขั้นตอนสมดุลขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งขั้นตอนนั้นเรียกวา ขั้นตอนปอน (Feed stage) อะไรคือสาเหตุที่ตองทําเชนนั้น

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เพื่อรักษาสภาวะของสายปอนและสายที่เขาขั้นตอนปอนไมใหเปลี่ยนแปลง

คําตอบ 2 :

เพื่อเพิ่มคาสัมประสิทธิ์การถายเทมวลของสายปอนและและสายที่เขาขั้นตอนปอน

คําตอบ 3 :

เพื่อเพิ่มคาสัมประสิทธิ์การถายเทความรอนของสายปอนและและสายที่เขาขั้นตอนปอน

คําตอบ 4 :

เพื่อรักษาอัตราการไหลของสายปอนไมใหเปลี่ยนแปลง





68




าว

สําหรับเครื่องมือแยกสารที่มีระบบการไหลแบบสวนทางกัน จุดตางๆ ที่อยูบนเสนโคงสมดุลจะระบุขอมูลใดตอไปนี้

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความสัมพันธระหวางความเขมขนของทั้งสองเฟสที่ออกจากขั้นตอนสมดุล

คําตอบ 2 :

ความสัมพันธระหวางอัตราการไหลของทั้งสองเฟสที่ออกจากขั้นตอนสมดุล


คําตอบ 3 :

ความสัมพันธระหวางความดันยอยของทั้งสองเฟสที่ออกจากขั้นตอนสมดุล

คําตอบ 4 :

ความสัมพันธระหวางอัตราการถายเทมวลของทั้งสองเฟสที่ออกจากขั้นตอนสมดุล

69

ถาขั้นตอนสมดุลใดๆ เกิดปรากฏการณที่จํานวนโมลของสารที่อยูในไอกลั่นตัวเปนของเหลวเทากับจํานวนโมลของสารที่อยูในของเหลวระเหยกลายเปนไอแลว จะทําใหอัตราการ
ไหลของของเหลวและไอรวมที่เขาและออกจากขั้นตอนสมดุลนั้นๆ คงที่ และกรณีนี้จะทําให
คําตอบ 1 :

เสนสมดุลไอ-ของเหลวของระบบจะมีลักษณะเปนเสนตรง

คําตอบ 2 :

เสนปฏิบัติการจะเปนเสนตรง

คําตอบ 3 :

เสนปฏิบัติการจะเปนเสนโคงคว่ํา

16 of 152

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

เสนปฏิบัติการจะเปนเสนโคงหงาย

70
ในการออกแบบเครื่องมือแยกสารนั้นมีความจําเปนตองทราบขอมูลเกี่ยวกับความเขมขนที่สมดุลกันของสารทั้งสองเฟส ขอใดคือเหตุผลของความจําเปนนี้

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความดันลดจะมีคามากเมื่อเฟสทั้งสองถึงจุดสมดุลซึ่งกันและกัน

คําตอบ 2 :

การถายเทมวลของสารในสองเฟสจะหยุดลงเมื่อเฟสทั้งสองถึงจุดสมดุลซึ่งกันและกัน

คําตอบ 3 :

การถายเทโมเมนตัมของสารในสองเฟสจะหยุดลงเมื่อเฟสทั้งสองถึงจุดสมดุลซึ่งกันและกัน

คําตอบ 4 :

การถายเทความรอนของสารในสองเฟสจะหยุดลงเมื่อเฟสทั้งสองถึงจุดสมดุลซึ่งกันและกัน

71




ิ์ ห

ขอใดกลาวถึงกฎของเฟส (Phase Rule)ไมถูกตอง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ใชไดกับระบบที่ไมมีปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้น

คําตอบ 2 :

ใชกับสถานะหรือสมบัติที่ไมขึ้นกับปริมาณ (Intensive properties)

คําตอบ 3 :

จะใหขอมูลที่แตกตางกันสําหรับระบบที่มีขนาดใหญและระบบที่มีขนาดเล็ก

คําตอบ 4 :

เฟสหลายเฟสอาจจะอยูรวมกันไดแตตองอยูในสภาวะที่สมดุล

72

















ระบบที่ประกอบดวย น้ํา น้ําแข็ง และไอน้ําที่อยูในสภาวะสมดุล จะมีจํานวนองคประกอบ (Component, C) จํานวนเฟส (Phase, P) และองศาอิสระ (degree of freedom, F) เทา
กับขอใดตอไปนี้
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

73

C = 3, P = 3, F = 2
C = 1, P = 3, F = 0
C = 3, P = 1, F = 2
C = 1, P = 3, F = 2




าว


ระบบในขอใดตอไปนี้มีองศาของความอิสระ (Degree of freedom) เทากับ 2

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

น้ําและไอน้ําที่อยูในสภาวะสมดุล

คําตอบ 2 :

น้ํา น้ําแข็ง และไอน้ําที่อยูในสภาวะสมดุล

คําตอบ 3 :

สารละลายและไอของสารละลายกรดไฮโดรคลอริก ที่อยูในสภาวะสมดุล

คําตอบ 4 :

น้ํา และน้ําแข็งที่อยูในสภาวะสมดุล

74

17 of 152

ของเหลวผสมเมื่ออยูภายใตสภาวะที่สมดุลกับไอ ถาอุณหภูมิ ความดัน และความเขมขนของ องคประกอบยอยใดๆ ในของเหลวผสมนั้นไมเปลี่ยนแปลง จะทําใหปริมาณใดตอไปนี้
ไมเปลี่ยนแปลง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความเขมขนขององคประกอบยอยในไอ

คําตอบ 2 :

คาการละลายขององคประกอบยอยในไอ

คําตอบ 3 :

คาการนําไฟฟาขององคประกอบยอยในไอ

คําตอบ 4 :

คาของสัมประสิทธิ์การแพรขององคประกอบยอยในไอ







75
อะไรไมใชลักษณะของกระบวนการกลั่นแบบพริบตา

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

สารปอนมักจะมีองคประกอบมากกวา 2 ชนิด

คําตอบ 2 :

มี 2 ชนิดคือ ชนิดอะเดียบาติก (Adiabatic) และไอโซเทอรมัล (Isothermal)

คําตอบ 3 :

สารปอนสามารถเปนไดทั้งของเหลว และไอ

คําตอบ 4 :

ถูกทุกขอ

76
คาการระเหยสัมพัทธ ไมขึ้นกับ ตัวแปรใดเลย จากที่กําหนดใหตอไปนี้

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

จุดเดือด

คําตอบ 2 :

ความดัน

คําตอบ 3 :

ความดันไอ

คําตอบ 4 :

ผิดทุกขอ














ิ์ ห




าว

77

การกลั่นแบบพริบตา (Flash) คือ อะไร
คําตอบ 1 :

การกลั่นในหอกลั่นน้ํามันโดยใชเวลา resident time นอยกวา 0.005 วินาที

คําตอบ 2 :

การกลั่นแบบขั้นตอนเดี่ยวสมดุลซึ่งสารปอนถูกระเหยบางสวนเพื่อใหไดสวนที่เปนไอมากกวาสวนที่เปนของเหลว (สําหรับองคประกอบที่มีคาการระเหยสูง)

คําตอบ 3 :

การกลั่นแบบหลายขั้นตอนซึ่งสารปอนถูกระเหยบางสวนเพื่อใหไดสวนที่เปนไอมากกวาสวนที่เปนของเหลว (สําหรับองคประกอบที่มีคาการระเหยสูง)

คําตอบ 4 :

การกลั่นสําหรับสารปอนองคประกอบเดียว และใชเวลานอยกวา 0.005 วินาที


ขอที่ :

78
แผนภาพ (chart) ใดที่เกี่ยวของโดยตรงกับการคํานวณการกลั่นแบบพริบตา
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

DePriester chart
Kox chart
Friction-factor chart

18 of 152

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

Isolated fiber efficiency chart

79
ในการคํานวณ Isothermal Flash ครั้งหนึ่ง ซึ่งหลังจากคํานวณแลวพบวา คาสัดสวนของปริมาณสารผลิตภัณฑในวัฏภาคไอตอสารปอนเทากับ 0.8 ถาปริมาณสารปอนเทากับ 1,000
กิโลโมลตอชั่วโมง จงหาวา อัตราการไหลของผลิตภัณฑในวัฏภาคของเหลวจะเปนเทาใด
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

ขอที่ :

100 กิโลโมลตอชั่วโมง
200 กิโลโมลตอชั่วโมง
300 กิโลโมลตอชั่วโมง
400 กิโลโมลตอชั่วโมง










ิ์ ห

80

การระเหยน้ําที่ปนในเอทธิลีนไกลคอล(C2H4(OH)2)ดวยอากาศแหงรอน สัดสวนโมล ของน้ําในเอทธิลีนไกลคอลควรสัมพันธกับความดันยอยของไอน้ําในอากาศอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ในเอทธิลีนไกลคอลตองต่ํากวาในอากาศ

คําตอบ 2 :

ในเอทธิลีนไกลคอลตองต่ํากวาคาสมดุลของความดันยอยในอากาศ

คําตอบ 3 :

ในเอทธิลีนไกลคอลตองเทากับคาสมดุลของความดันยอยในอากาศ

คําตอบ 4 :

ในเอทธิลีนไกลคอลตองสูงกวาคาสมดุลของความดันยอยในอากาศ





81







การระเหยน้ําที่ปนในเอทธิลีนไกลคอล(C2H4(OH)2)ดวยอากาศแหงรอน สัดสวนโมลของไอน้ําในอากาศแหงควรสัมพันธกับสัดสวนโมลของน้ําในเอทธิลีนไกลคอลอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ในอากาศตองต่ํากวาในเอทธิลีนไกลคอล

คําตอบ 2 :

ในอากาศตองต่ํากวาคาสมดุลของสัดสวนโมลในเอทธิลีนไกลคอล

คําตอบ 3 :

ในอากาศตองเทากับคาสมดุลของสัดสวนโมลในเอทธิลีนไกลคอล

คําตอบ 4 :

ในอากาศตองสูงกวาคาสมดุลของสัดสวนโมลในเอทธิลีนไกลคอล

82




าว


หลังจากผสมน้ําสมสายชู(CH3COOH+H2O)กับเฮกเซน(C6H14)อยางละเทาๆกันโดยปริมาตร ของเหลวชั้นบนควรมีสารประกอบใดบาง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เฮกเซน

คําตอบ 2 :

น้ําสมสายชู

คําตอบ 3 :

กรดน้ําสม(CH3COOH)กับเฮกเซน

คําตอบ 4 :

กรดน้ําสม น้ํา และเฮกเซน

83

19 of 152

นําอะซิโตน(CH3COCH3) น้ํา และโทลูอีน(C7H8)อยางละเทาๆกันโดยปริมาตร มาผสมกันในถังกวนผสม ณ อุณหภูมิและความดันปกติ แลวทิ้งไวจนกระทั่งไมเกิดเคลื่อนที่ใด จะ
ไดผลลัพธเปนอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ไมมีของผสมเหลือ

คําตอบ 2 :

เปนของเหลวผสมเนอเดียว

คําตอบ 3 :

เปนของเหลวผสมแยกชั้น 2 ชั้น

คําตอบ 4 :

เปนของเหลวผสมแยกชั้น 3 ชั้น







84

นําน้ํามันเบนซิน เอทธานอล(C2H5OH) และน้ํา อยางละเทาๆกันโดยปริมาตร มาผสมกันในถังกวนผสม ณ อุณหภูมิและความดันปกติ จะพบสารประกอบใดที่กนถังกวน

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

น้ําเทานั้น

คําตอบ 2 :

น้ําผสมเอทธานอล

คําตอบ 3 :

น้ํามันเบนซินเทานั้น

คําตอบ 4 :

น้ําผสมเอทธานอลและน้ํามันเบนซิน

85










ิ์ ห

ในการแยกมีเทน(CH4)ออกจากอะโรแมติกส(aromatic)ผสม ดวยไอน้ํายิ่งยวด(superheated steam) ในขณะที่เคลื่อนที่สวนทางกัน ความเขมขนของมีเทนในอะโรแมติกส สัมพันธ
กับขอมูลสมดุลอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ตองนอยกวาสมดุล

คําตอบ 2 :

ตองไมนอยกวาสมดุล

คําตอบ 3 :

ตองเทากับสมดุล

คําตอบ 4 :

ตองมากกวาสมดุล








าว

86

ในขณะที่อะโรแมติกส(aromatic)ผสมเคลื่อนที่สวนทางกับไอน้ํา ซึ่งใชสําหรับแยกมีเทน(CH4)ออกจากอะโรแมติกสผสม ความเขมขนของมีเทนในไอน้ํามีความสัมพันธกับขอมูล
สมดุลอยางไร


ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ตองมากกวาสมดุล

คําตอบ 2 :

ตองไมมากกวาสมดุล

คําตอบ 3 :

ตองเทากับสมดุล

คําตอบ 4 :

ตองนอยกวาสมดุล

87
ระบบในขอใดตอไปนี้มีองศาของความอิสระ (Degree of freedom) เทากับ 2
คําตอบ 1 :

น้ําและไอน้ําที่อยูในสภาวะสมดุล

20 of 152

ขอที่ :

คําตอบ 2 :

น้ํา น้ําแข็ง และไอน้ําที่อยูในสภาวะสมดุล

คําตอบ 3 :

สารละลายและไอของสารละลายกรดไฮโดรคลอริก ที่อยูในสภาวะสมดุล

คําตอบ 4 :

น้ํา และน้ําแข็งที่อยูในสภาวะสมดุล

88
การตมน้ําในภาชนะเปด ณ ความดันบรรยากาศ และอุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส จะสังเกตผลลัพธเปนอยางไรเมื่อเวลาผานไป

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

น้ําไมเดือดเลย และปริมาณน้ําไมเปลี่ยนแปลงตามเวลา

คําตอบ 2 :

น้ําไมเดือดเลย แตปริมาณน้ําลดลงตามเวลา

คําตอบ 3 :

น้ําไมเดือดตอนตน แตจะน้ําเดือดเมื่อทิ้งไวนาน

คําตอบ 4 :

น้ําเดือด แตปริมาณน้ําไมเปลี่ยนแปลงตามเวลา

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :




ิ์ ห

89
สําหรับหอดูดซึมแกส ที่ไมมีการเกิดปฏิกิริยาจะมีคาระดับขั้นเสรี (Degree of freedom) เทาไหร

0
1
2
3





90













สําหรับหอสกัดที่ไมมีการเกิดปฏิกิริยาจะมีคาระดับขั้นเสรี (Degree of freedom) เทาไหร
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

91

0
1
2
3




าว


โดยทั่วไปแลวสมการเสนปฏิบัติการสําหรับปฏิบัติการแยกสารโดยใชเครื่องมือที่มีขั้นตอนสมดุลตอกันแบบอนุกรมนั้นจะเปนสมการเสนโคง เนื่องสาเหตุใด
คําตอบ 1 :

อัตราการไหลของเฟสที่ไหลเขาและออกจะแปรผันตลอดทุกๆ ขั้นตอนสมดุล

คําตอบ 2 :

ความดันลดที่เกิดในแตละขั้นตอนสมดุลมีคาแปรผันตลอดทุกๆ ขั้นตอนสมดุล

คําตอบ 3 :

ความเขมขนของเฟสที่ไหลเขาและออกจะมีคาคงที่ตลอดทุกๆ ขั้นตอนสมดุล

คําตอบ 4 :

อุณหภูมิมีคาแปรผันตลอดทุกๆ ขั้นตอนสมดุล

21 of 152

ขอที่ :

92
การสกัดเอทธานอล(C2H5OH)ที่ผสมกับน้ํา ควรเลือกสารตัวทําละลายใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

กรดน้ําสม(CH3COOH)

คําตอบ 2 :

คารบอนเตตระคลอไรด(CCl4)

คําตอบ 3 :

อะซิโตน(CH3COCH3)

คําตอบ 4 :

ฟอรมัลดีไฮด(HCHO)







93
ในขณะที่ตมน้ําใหเดือด ณ ความดัน 2 บรรยากาศ ความดันไอของน้ําควรสัมพันธกับความดันของระบบอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความดันไอของน้ํานอยกวาความดันยอยของไอน้ําในระบบ

คําตอบ 2 :

ความดันไอของน้ําเทากับความดันยอยของไอน้ําในระบบ

คําตอบ 3 :

ความดันไอของน้ํามากกวาความดันยอยของระบบ

คําตอบ 4 :

ความดันไอของน้ําเทากับความดันรวมของระบบ

94










ิ์ ห

ในขณะที่ระเหยน้ํา ณ ความดัน 2 บรรยากาศ และอุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส ความดันไอของน้ําควรสัมพันธกับความดันในระบบอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความดันไอของน้ําสูงกวาความดันยอยของไอน้ําในระบบ

คําตอบ 2 :

ความดันไอของน้ําเทากับความดันยอยของไอน้ําในระบบ

คําตอบ 3 :

ความดันไอของน้ําต่ํากวาความดันยอยของไอน้ําในระบบ

คําตอบ 4 :

ความดันไอของน้ําเทากับความดันรวมของระบบ








าว

95

ในขณะที่ควบแนนไอน้ํา ณ ความดัน 2 บรรยากาศ และอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส ความดันไอของน้ําควรสัมพันธกับความดันในระบบอยางไร
คําตอบ 1 :

ความดันไอของน้ําสูงกวาความดันยอยของไอน้ําในระบบ

คําตอบ 2 :

ความดันไอของน้ําเทากับความดันยอยของไอน้ําในระบบ

คําตอบ 3 :

ความดันไอของน้ําต่ํากวาความดันยอยของไอน้ําในระบบ

คําตอบ 4 :

ความดันไอของน้ําเทากับความดันรวมของระบบ


ขอที่ :

96
ขอใดกลาวถึงกฎของกาซอุดมคติไดอยางถูกตอง
คําตอบ 1 :

ปริมาตรของกาซจะแปรผกผันกับความดัน เมื่อมวลและอุณหภูมิของกาซมีคาคงที่

คําตอบ 2 :

ปริมาตรของกาซจะแปรตรงกับความดัน เมื่อมวลและอุณหภูมิของกาซมีคาคงที่

22 of 152

ขอที่ :

คําตอบ 3 :

ปริมาตรของกาซจะแปรผกผันกับอุณหภูมิ เมื่อมวลและความดันของกาซมีคาคงที่

คําตอบ 4 :

ความดันของกาซจะแปรผกผันกับมวลของกาซ เมื่อปริมาตรและมวลของกาซมีคาคงที่

97
กฎของเฮนรี (Henry’s Law) จะใชไดดีกรณีใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

กาซอุดมคติ

คําตอบ 2 :

สารละลายอุดมคติ

คําตอบ 3 :

สารละลายเจือจาง

คําตอบ 4 :

ถูกทุกขอ




ิ์ ห

98
คาคงที่ของเฮนรี่ขึ้นอยูกับคาอะไรเปนหลัก

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อุณหภูมิ

คําตอบ 2 :

ความดัน

คําตอบ 3 :

ชนิดตัวทําละลาย

คําตอบ 4 :

ขอ 1 และ 3





99
กฎของราอูลทกลาวไววาอยางไร

ขอที่ :







คําตอบ 1 :

ความดันยอยของสารที่อยูในสารละลายเทากับผลคูณของความดันไอของสารนั้น คูณกับเศษสวนโมลของสารนั้น

คําตอบ 2 :

ความดันของสารที่อยูในสารละลายเทากับผลคูณของความดันไอของสารนั้น คูณกับเศษสวนโมลของสารนั้น

คําตอบ 3 :

ความดันยอยของสารที่อยูในสารละลายเทากับผลคูณของความดันของสารนั้น คูณกับเศษสวนโมลของสารนั้น

คําตอบ 4 :

ความดันของสารที่อยูในสารละลายเทากับผลคูณของความดันของสารนั้น คูณกับเศษสวนโมลของสารนั้น

100










าว


สมการใดตอไปนี้ไมสามารถใชประมาณคา K สําหรับสมดุลระหวาง ของเหลวและไอได
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

Raoult’s law
Henry’s law
Poynting correction
van laar equation
23 of 152

101

ขอใดกลาวถึงแฟกเตอร Ki (หรือสัมประสิทธิ์ของการกระจายขององคประกอบยอย i) ระบบที่อยูภายใตสภาวะสมดุลไอ-ของเหลวไดอยางถูกตอง
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

Ki ไมขึ้นกับอุณหภูมิ
Ki ไมขึ้นกับความดัน
Ki ไมขึ้นกับความเขมขนทั้งหมดของเฟสของเหลว
ประเมินหาคาของแฟกเตอร Ki ไดจาก Raoult’s Law เมื่อทราบความดันรวมของระบบและความดันไอขององคประกอบยอย i







102

ในการคํานวณหาความสูงของเครื่องมือแยกสารจําเปนตองทราบขอมูลสมดุลระหวางความ เขมขนในแตละเฟส และแตละเฟสจะสมดุลซึ่งกันและกันเมื่อ

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความดันในระบบมีคาคงที่

คําตอบ 2 :

ศักยทางเคมีแตละเฟส (Chemical potential) เทากัน

คําตอบ 3 :

ความเขมขนแตละเฟสมีคาเทากัน

คําตอบ 4 :

ความดันยอยของแตละเฟสมีคาเทากัน

103
กฎของเฮนรี่ใชไดกับระบบใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

สารละลายเจือจางของโมเลกุลมีขั้ว

คําตอบ 2 :

สารละลายเจือจางของโมเลกุลไมมีขั้ว

คําตอบ 3 :

สารละลายเจือจางอิเลคโตรไลท

คําตอบ 4 :

ขอ 1 และ 2 ถูก

104














ิ์ ห




าว

ในการสกัดของเหลว สมดุลที่แสดงการกระจายตัวของตัวถูกละลาย A อยูในของเหลว B และ S ที่ไมผสมกัน (หรือผสมกันไดเพียงบางสวน) สามารถแสดงดวยรูปกราฟพิกัดสาม
เหลี่ยม (Triangular coordinates) ซึ่งความเขมขนที่แทนโดยจุดใดๆ ในแผนภาพสามเหลี่ยมดานเทานี้จะหมายถึง
คําตอบ 1 :

ความเขมขนของสารผสมระหวาง A และ B

คําตอบ 2 :

ความเขมขนของสารผสมระหวาง A และ C

คําตอบ 3 :

ความเขมขนของสารผสมระหวาง B และ S

คําตอบ 4 :

ความเขมขนของสารผสมทั้งหมด


ขอที่ :

105
ขอใดถูกในเรื่องสมดุล (equilibrium)
คําตอบ 1 :

สมดุลของการกลั่นเปนการใชสมการของเฮนรี (Henry)

คําตอบ 2 :

ในหอดูดซับใชสมการของราอูลท (Raoult)

24 of 152

ขอที่ :

คําตอบ 3 :

ในกระบวนการสกัดใชไดอะแกรมวัฏภาค (phase diagram)

คําตอบ 4 :

ขอ 1 และ 2 ถูก

106
ขอใดถูกตอง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เสนสมดุลในหอดูดซับ (absorption) หาไดจากกฏของ Henry

คําตอบ 2 :

เสนสมดุลในหอกลั่น (distillation) หาไดจากกฏของ Raoult

คําตอบ 3 :

สมดุลของหอสกัดหาไดจากสมดุลสามเหลี่ยม (triangular coordinate)

คําตอบ 4 :

ถูกทั้งขอ 1 2 และ 3




ิ์ ห

107
สําหรับการออกแบบเครื่องมือแยกสารนั้นโดยทั่วไปแลวขั้นตอนหรือเทรยหรือเพลท จะหมายถึงอะไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อุปกรณที่ใชเสริมความแข็งแรงของเครื่องมือแยกสาร

คําตอบ 2 :

บริเวณที่มีการสัมผัสกันระหวางเฟส

คําตอบ 3 :

อุปกรณที่ใชปองกันการสูญเสียความดันลดภายในเครื่องมือแยกสาร

คําตอบ 4 :

อุปกรณที่ใชเพิ่มประสิทธิภาพในการถายเทความรอนภายในเครื่องมือแยกสาร





108

ขอใดไมใชสมบัติไมขึ้นอยูกับปริมาณ (Intensive Properties)

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อุณหภูมิ

คําตอบ 2 :

ความดัน

คําตอบ 3 :

องคประกอบในแตละวัฏภาค

คําตอบ 4 :

อัตราการไหลเชิงโมล

109
















าว


ขอใดไมใชสมบัติขึ้นอยูกับปริมาณ (Extensive Properties)

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

มวล

คําตอบ 2 :

โมล

คําตอบ 3 :

เอนทัลป

คําตอบ 4 :

ความดัน

25 of 152
110

จากสมการองศาความอิสระ (Degree of freedom) ของกิบบส F = C-P+2 เมื่อ F คือ องศาความอิสระ C คือจํานวนขององคประกอบ P คือ จํานวนวัฏภาคที่สภาวะสมดุล ถาใน
ระบบหนึ่งซึ่งเปนสมดุลไอ-ของเหลว และถามี 3 องคประกอบจงหาวาจํานวนองศาความอิสระเปนเทาใด
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

1
2
3
4







111
ตัวแปรใดที่ ไมเกี่ยวของกับ การกลั่นแบบพริบตาเลย

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อัตราการไหลของสารปอน

คําตอบ 2 :

สัดสวนโดยโมล

คําตอบ 3 :

อัตราการไหลของผลิตภัณฑของเหลว

คําตอบ 4 :

เรซิน

112










ิ์ ห

ไอของน้ํามันเบนซินสําหรับรถยนตถูกแยกออกจากสวนที่เปนของเหลว ณ ความดันบรรยากาศไดที่อุณหภูมิใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อุณหภูมิสูงกวาจุดน้ําคาง(dew point)

คําตอบ 2 :

อุณหภูมิจุดน้ําคาง

คําตอบ 3 :

อุณหภูมิระหวางจุดน้ําคางกับจุดเดือด(bubble point)

คําตอบ 4 :

อุณหภูมิจุดเดือด








าว

113

ในการสกัดของเหลว สมดุลที่แสดงการกระจายตัวของตัวถูกละลาย A อยูในของเหลว B และ S ที่ไมผสมกัน (หรือผสมกันไดเพียงบางสวน) สามารถแสดงดวยรูปกราฟพิกัดสาม
เหลี่ยม (Triangular coordinates) ซึ่งความเขมขนที่แทนโดยจุดใดๆ ในแผนภาพสามเหลี่ยมดานเทานี้จะหมายถึง


ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความเขมขนของสารผสมระหวาง A และ B

คําตอบ 2 :

ความเขมขนของสารผสมระหวาง B และ S

คําตอบ 3 :

ความเขมขนของสารผสมระหวาง B และ C

คําตอบ 4 :

ความเขมขนของสารผสมทั้งหมด

114
เมื่อปอนน้ํามันกาด(kerosene)เขาถังแยก ณ ความดันบรรยากาศ และอุณหภูมิสูงกวาจุดเดือด(bubble point temperature) จะไดผลลัพธเปนอยางไร
คําตอบ 1 :

น้ํามันกาดเปนของเหลวอุณหภูมิต่ํา

คําตอบ 2 :

น้ํามันกาดเปนของเหลวอิ่มตัว

26 of 152

ขอที่ :

คําตอบ 3 :

น้ํามันกาดเปนไอบางสวน

คําตอบ 4 :

น้ํามันกาดเปนไออิ่มตัว

115
เมื่อเก็บน้ํามันเบนซิน(gasoline)ไวในถังน้ํามัน ณ อุณหภูมิหอง และภายใตความดันสูงกวาความดันจุดเดือด(bubble point pressure) น้ํามันเบนซินควรมีสภาพอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เปนไอยิ่งยวด

คําตอบ 2 :

เปนไอบางสวน

คําตอบ 3 :

เปนของเหลวอิ่มตัว

คําตอบ 4 :

เปนของเหลวอุณหภูมิต่ํา










ิ์ ห

116

เมื่อเก็บน้ํามันดีเซล(diesel)ไวในถังน้ํามัน ณ ความดันบรรยากาศ และภายใตอุณหภูมิต่ํากวาอุณหภูมิจุดน้ําคาง(dew point temperature) น้ํามันดีเซลควรมีสภาพอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เปนของเหลวอุณหภูมิต่ํา

คําตอบ 2 :

เปนของเหลวอิ่มตัว

คําตอบ 3 :

เปนของเหลวบางสวน

คําตอบ 4 :

เปนไออิ่มตัว





117







เมื่อปอนน้ํามันเบนซิน(gasoline)เขาถังแยก ณ ความดันบรรยากาศ และอุณหภูมิสูงกวาอุณหภูมิจุดเดือด(bubble point temperature) อุณหภูมิของไอสัมพันธกับอุณหภูมิของของ
เหลวที่ออกจากถังแยกอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อุณหภูมิไอสูงกวาอุณหภูมิของเหลว

คําตอบ 2 :

อุณหภูมิไอเทากับอุณหภูมิของเหลว

คําตอบ 3 :

อุณหภูมิไอต่ํากวาอุณหภูมิของเหลว

คําตอบ 4 :

ไมมีความสัมพันธกัน

118




าว


ถาปอนน้ํามันเบนซิน(gasoline)เขาถังแยก ณ อุณหภูมิหอง และความดันต่ํากวาความดันจุดน้ําคาง(dew point pressure) จะไดผลลัพธเปนอยางไร
คําตอบ 1 :

ไดเพียงน้ํามันเบนซินเหลว

คําตอบ 2 :

ไดเปนน้ํามันเบนซินอิ่มตัว

คําตอบ 3 :

ไดเปนไอน้ํามันเบนซินอิ่มตัว

คําตอบ 4 :

ไดเปนไอน้ํามันเบนซินยิ่งยวด

27 of 152

ขอที่ :

119
เมื่อปอนน้ํามันเบนซิน(gasoline)เขาถังแยก ณ อุณหภูมิหอง และความดันต่ํากวาความดันจุดเดือด(bubble point pressure) ความดันของไอน้ํามันเบนซินสัมพันธกับความดันของ
น้ํามันเบนซินที่ออกจากถังแยกอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความดันไอต่ํากวาความดันน้ํามันเบนซินที่ออกมา

คําตอบ 2 :

ความดันไอเทากับความดันน้ํามันเบนซินที่ออกมา

คําตอบ 3 :

ความดันไอสูงกวาความดันน้ํามันเบนซินที่ออกมา

คําตอบ 4 :

ไมสัมพันธกัน







120

การแยกน้ํามันเบนซิน(gasoline)ความดันสูงดวยถังแยก ณ ความดันบรรยากาศ และอุณหภูมิของจุดน้ําคาง(dew point temperature)ของน้ํามันเบนซิน ปริมาณใดคงที่เมื่อผานถัง
แยก

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อัตราการไหลของน้ํามัน

คําตอบ 2 :

องคประกอบของน้ํามัน

คําตอบ 3 :

ความดันของไอน้ํามัน

คําตอบ 4 :

องคประกอบของไอน้ํามัน




ิ์ ห

121







ที่ความดันรวม 101.32 kPa ถาความดันไอเทากัน 135.5 kPa ที่สัดสวนโมลของเหลว XA จงหาองคประกอบของไอ (yA)
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

yA = 0.03
yA = 0.13
yA = 0.23
yA = 0.33








าว

122

ที่ความดันรวม 101.32 kPa ถาความดันเทากับ 135.5 kPa ที่สัดสวนโมลของเหลว yA = 0.1 จงหาองคประกอบของของเหลว (xA)


คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

xA = 0.075
xA = 0.095
xA = 0.075
xA = 0.135

123
จงหาองคประกอบของของเหลวที่สมดุลที่ 95 องศาเซลเซียสของเบนซีน-โทลูอีน ที่ความดันรวม 101.32 kPa โดยความดันไอเบนซีนเทากับ 155.7 kPa และ
ความดั
28 of
152นไอโทลูอีน
เทากับ 63.3 kPa

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

xA = 0.41
xA = 0.55
xA = 0.63
xA = 0.75

124







โดยทั่วไปแลวตําแหนงที่เหมาะสมในการปอนสารเขาสูเครื่องมือแยกสารที่มีขั้นตอนสมดุลตอกันแบบอนุกรมนั้นจะกําหนดใหเปนตําแหนงที่ความเขมขนของสายปอนเทากับหรือใกล
เคียงกับความเขมขนของสายที่ไหลเขาสูขั้นตอนสมดุลขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งขั้นตอนนั้นเรียกวา ขั้นตอนปอน (Feed stage) อะไรคือสาเหตุที่ตองทําเชนนั้น

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เพื่อรักษาสภาวะของสายปอนและสายที่เขาขั้นตอนปอนไมใหเปลี่ยนแปลง

คําตอบ 2 :

เพื่อเพิ่มคาสัมประสิทธิ์การถายเทมวลของสายปอนและและสายที่เขาขั้นตอนปอน

คําตอบ 3 :

เพื่อเพิ่มคาสัมประสิทธิ์การถายเทความรอนของสายปอนและและสายที่เขาขั้นตอนปอน

คําตอบ 4 :

เพื่อรักษาอัตราการไหลของสายปอนไมใหเปลี่ยนแปลง

125










ิ์ ห

สําหรับเครื่องมือแยกสารที่มีระบบการไหลแบบสวนทางกัน จุดตางๆ ที่อยูบนเสนโคงสมดุลจะระบุขอมูลใดตอไปนี้

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความสัมพันธระหวางความเขมขนของทั้งสองเฟสที่ออกจากขั้นตอนสมดุล

คําตอบ 2 :

ความสัมพันธระหวางอัตราการไหลของทั้งสองเฟสที่ออกจากขั้นตอนสมดุล

คําตอบ 3 :

ความสัมพันธระหวางความดันยอยของทั้งสองเฟสที่ออกจากขั้นตอนสมดุล

คําตอบ 4 :

ความสัมพันธระหวางอัตราการถายเทมวลของทั้งสองเฟสที่ออกจากขั้นตอนสมดุล





126




าว

ถาขั้นตอนสมดุลใดๆ เกิดปรากฏการณที่จํานวนโมลของสารที่อยูในไอกลั่นตัวเปนของเหลวเทากับจํานวนโมลของสารที่อยูในของเหลวระเหยกลายเปนไอแลว จะทําใหอัตราการ
ไหลของของเหลวและไอรวมที่เขาและออกจากขั้นตอนสมดุลนั้นๆ คงที่ และกรณีนี้จะทําให
คําตอบ 1 :

เสนสมดุลไอ-ของเหลวของระบบจะมีลักษณะเปนเสนตรง


ขอที่ :

คําตอบ 2 :

เสนปฏิบัติการจะเปนเสนตรง

คําตอบ 3 :

เสนปฏิบัติการจะเปนเสนโคงคว่ํา

คําตอบ 4 :

เสนปฏิบัติการจะเปนเสนโคงหงาย

127
ในการออกแบบเครื่องมือแยกสารนั้นมีความจําเปนตองทราบขอมูลเกี่ยวกับความเขมขนที่สมดุลกันของสารทั้งสองเฟส ขอใดคือเหตุผลของความจําเปนนี้
คําตอบ 1 :

ความดันลดจะมีคามากเมื่อเฟสทั้งสองถึงจุดสมดุลซึ่งกันและกัน

คําตอบ 2 :

การถายเทมวลของสารในสองเฟสจะหยุดลงเมื่อเฟสทั้งสองถึงจุดสมดุลซึ่งกันและกัน

คําตอบ 3 :

การถายเทโมเมนตัมของสารในสองเฟสจะหยุดลงเมื่อเฟสทั้งสองถึงจุดสมดุลซึ่งกันและกัน

29 of 152

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

การถายเทความรอนของสารในสองเฟสจะหยุดลงเมื่อเฟสทั้งสองถึงจุดสมดุลซึ่งกันและกัน

128
ขอใดกลาวถึงกฎของเฟส (Phase Rule)ไมถูกตอง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ใชไดกับระบบที่ไมมีปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้น

คําตอบ 2 :

ใชกับสถานะหรือสมบัติที่ไมขึ้นกับปริมาณ (Intensive properties)

คําตอบ 3 :

จะใหขอมูลที่แตกตางกันสําหรับระบบที่มีขนาดใหญและระบบที่มีขนาดเล็ก

คําตอบ 4 :

เฟสหลายเฟสอาจจะอยูรวมกันไดแตตองอยูในสภาวะที่สมดุล

129










ิ์ ห

ระบบที่ประกอบดวย น้ํา น้ําแข็ง และไอน้ําที่อยูในสภาวะสมดุล จะมีจํานวนองคประกอบ (Component, C) จํานวนเฟส (Phase, P) และองศาอิสระ (degree of freedom, F) เทา
กับขอใดตอไปนี้
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

C = 3, P = 3, F = 2
C = 1, P = 3, F = 0
C = 3, P = 1, F = 2
C = 1, P = 3, F = 2





130







ระบบในขอใดตอไปนี้มีองศาของความอิสระ (Degree of freedom) เทากับ 2

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

น้ําและไอน้ําที่อยูในสภาวะสมดุล

คําตอบ 2 :

น้ํา น้ําแข็ง และไอน้ําที่อยูในสภาวะสมดุล

คําตอบ 3 :

สารละลายและไอของสารละลายกรดไฮโดรคลอริก ที่อยูในสภาวะสมดุล

คําตอบ 4 :

น้ํา และน้ําแข็งที่อยูในสภาวะสมดุล

131




าว


ของเหลวผสมเมื่ออยูภายใตสภาวะที่สมดุลกับไอ ถาอุณหภูมิ ความดัน และความเขมขนของ องคประกอบยอยใดๆ ในของเหลวผสมนั้นไมเปลี่ยนแปลง จะทําใหปริมาณใดตอไปนี้
ไมเปลี่ยนแปลง
คําตอบ 1 :

ความเขมขนขององคประกอบยอยในไอ

คําตอบ 2 :

คาการละลายขององคประกอบยอยในไอ

คําตอบ 3 :

คาการนําไฟฟาขององคประกอบยอยในไอ

คําตอบ 4 :

คาของสัมประสิทธิ์การแพรขององคประกอบยอยในไอ

30 of 152
ขอที่ :

132

อะไรไมใชลักษณะของกระบวนการกลั่นแบบพริบตา

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

สารปอนมักจะมีองคประกอบมากกวา 2 ชนิด

คําตอบ 2 :

มี 2 ชนิดคือ ชนิดอะเดียบาติก (Adiabatic) และไอโซเทอรมัล (Isothermal)

คําตอบ 3 :

สารปอนสามารถเปนไดทั้งของเหลว และไอ

คําตอบ 4 :

ถูกทุกขอ







133
คาการระเหยสัมพัทธ ไมขึ้นกับ ตัวแปรใดเลย จากที่กําหนดใหตอไปนี้

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

จุดเดือด

คําตอบ 2 :

ความดัน

คําตอบ 3 :

ความดันไอ

คําตอบ 4 :

ผิดทุกขอ

134
การกลั่นแบบพริบตา (Flash) คือ อะไร

ขอที่ :










ิ์ ห

คําตอบ 1 :

การกลั่นในหอกลั่นน้ํามันโดยใชเวลา resident time นอยกวา 0.005 วินาที

คําตอบ 2 :

การกลั่นแบบขั้นตอนเดี่ยวสมดุลซึ่งสารปอนถูกระเหยบางสวนเพื่อใหไดสวนที่เปนไอมากกวาสวนที่เปนของเหลว (สําหรับองคประกอบที่มีคาการระเหยสูง)

คําตอบ 3 :

การกลั่นแบบหลายขั้นตอนซึ่งสารปอนถูกระเหยบางสวนเพื่อใหไดสวนที่เปนไอมากกวาสวนที่เปนของเหลว (สําหรับองคประกอบที่มีคาการระเหยสูง)

คําตอบ 4 :

การกลั่นสําหรับสารปอนองคประกอบเดียว และใชเวลานอยกวา 0.005 วินาที





135




าว

แผนภาพ (chart) ใดที่เกี่ยวของโดยตรงกับการคํานวณการกลั่นแบบพริบตา
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :


คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

136

DePriester chart
Kox chart
Friction-factor chart
Isolated fiber efficiency chart

ในการคํานวณ Isothermal Flash ครั้งหนึ่ง ซึ่งหลังจากคํานวณแลวพบวา คาสัดสวนของปริมาณสารผลิตภัณฑในวัฏภาคไอตอสารปอนเทากับ 0.8 ถาปริมาณสารปอนเทากับ 1,000
กิโลโมลตอชั่วโมง จงหาวา อัตราการไหลของผลิตภัณฑในวัฏภาคของเหลวจะเปนเทาใด
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :

100 กิโลโมลตอชั่วโมง
200 กิโลโมลตอชั่วโมง

31 of 152

คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

300 กิโลโมลตอชั่วโมง
400 กิโลโมลตอชั่วโมง

137
จงหาองศาความอิสระ(degree of freedom) ของระบบซึ่งประกอบดวยสารสองชนิดละลายเขากัน แตไมทําปฏิกิริยากัน และสรางอะซีโทรปในสภาวะสมดุลไอ-ของเหลว
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

ขอที่ :

1
2
3
4










ิ์ ห

138














าว


32 of 152
จากรูปแสดง Pxy diagram ของระบบสองสารซึ่งอยูในสภาวะสมดุลวัฏภาคสองวัฎภาค ระบบสารในรูปใดไมควรใช Raoult law ในการคํานวณ










ิ์ ห

ขอที่ :




าว

คําตอบ 1 :

รูป A และ B

คําตอบ 2 :

รูป A และ C

คําตอบ 3 :

รูป A และ D

คําตอบ 4 :

รูป B และ D

139












33 of 152
จากรูปแสดง Pxy diagram ของระบบสองสารซึ่งอยูในสภาวะสมดุลวัฏภาคสองวัฎภาค ระบบสารในขอใดเกิด azeotrope










ิ์ ห

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

140




าว

A และ B
A และ C
A และ D
B และ D


คําตอบ 4 :
ขอที่ :











34 of 152
จากรูปแสดง Txy diagram ของระบบสองสารซึ่งอยูในสภาวะสมดุลวัฏภาคสองวัฎภาค ระบบสารในรูปใดไมควรใช Raoult law ในการคํานวณ










ิ์ ห

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

141




าว

C และ D
B และ D
A และ D
B และ C


คําตอบ 4 :
ขอที่ :











35 of 152
จากรูปแสดง Txy diagram ของระบบสองสารซึ่งอยูในสภาวะสมดุลวัฏภาคสองวัฎภาค ระบบสารในขอใดเกิด azeotrope










ิ์ ห

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

142




าว

A และ D
A และ C
A และ B
B และ D


คําตอบ 4 :
ขอที่ :











ขอใดกลาวเกี่ยวกับ Raoult law ไดอยางถูกตอง ก. ควรใชกับระบบซึ่งวัฏภาคไอประพฤติตัวแบบกาซอุดมคติ ข. ควรใชกับระบบซึ่งวัฏภาคของเหลวประพฤติตัวแบบสารละลาย
อุดมคติ ค. ควรใชกับระบบซึ่งวัฏภาคของเหลวประพฤติตัวแบบ newtonian fluid
คําตอบ 1 :

ขอ ก และ ข เทานั้น

คําตอบ 2 :

ขอ ก และ ค เทานั้น

คําตอบ 3 :

ขอ ข และ ค เทานั้น

คําตอบ 4 :

ทั้งขอ ก ข และ ค

36 of 152

ขอที่ :

143
ขอใดกลาวเกี่ยวกับ Raoult law ไดอยางถูกตอง ก. ควรใชกับระบบซึ่งมีความดันสูงมากๆ ข. ควรใชกับระบบซึ่งวัฏภาคของเหลวประพฤติตัวแบบสารละลายอุดมคติ ค. ควรใชกับ
ระบบซึ่งวัฏภาคของเหลวประพฤติตัวแบบ incompressible fluid

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ขอ ก เทานั้น

คําตอบ 2 :

ขอ ข เทานั้น

คําตอบ 3 :

ขอ ค เทานั้น

คําตอบ 4 :

ทั้งขอ ก ข และ ค

144
ในการใชแบบจําลอง Wilson สําหรับจําลองระบบสมดุลไอ-ของเหลวของระบบสองสารตองใชพารามิเตอรจํานวนกี่ตัว
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

ขอที่ :










ิ์ ห

5
4
3
2

145







จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของ Acetone ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Acetone
และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และน้ําเทากับ 0.5 และ 0.5 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 87 C








าว


คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

0.895
1.005
1.387
1.584

37 of 152

ขอที่ :

146
จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของน้ําในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Acetone และน้ํา
โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และน้ําเทากับ 0.5 และ 0.5 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 87 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :










ิ์ ห

0.894
0.958
1.005
1.149

147











จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของ Acetone ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Acetone
และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และน้ําเทากับ 0.01 และ 0.99 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 87 C




าว



คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

10.573
10.939
11.205
11.568

38 of 152

ขอที่ :

148
จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของน้ําในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Acetone และน้ํา
โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และน้ําเทากับ 0.01 และ 0.99 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 87 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :










ิ์ ห

0.856
0.892
0.952
0.995





149







จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของ Acetone ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Acetone
และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และน้ําเทากับ 0.2 และ 0.8 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 87 C




าว



คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

2.849
2.783
2.684
2.673

39 of 152

ขอที่ :

150
จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของน้ําในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Acetone และน้ํา
โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และน้ําเทากับ 0.2 และ 0.8 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 87 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :










ิ์ ห

1.000
1.010
1.154
1.183





151







จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของ Acetone ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Acetone
และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และน้ําเทากับ 0.99 และ 0.01 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 87 C




าว



คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

0.945
1.000
1.050
1.103

40 of 152

ขอที่ :

152
จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของน้ําในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Acetone และน้ํา
โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และน้ําเทากับ 0.99 และ 0.01 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 87 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :










ิ์ ห

1.232
1.342
1.395
1.565





153







จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของ Hexane ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Hexane
และ p-Xylene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Hexane และ p-Xylene เทากับ 0.99 และ 0.01 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.2 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C




าว



คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

1.000
0.965
0.912
0.894

41 of 152

ขอที่ :

154
จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของ p-Xylene ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Hexane
และ p-Xylene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Hexane และ p-Xylene เทากับ 0.99 และ 0.01 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.2 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :










ิ์ ห

0.420
0.497
0.523
0.547





155







จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของ Hexane ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Hexane
และ p-Xylene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Hexane และ p-Xylene เทากับ 0.8 และ 0.2 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.2 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C




าว



คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

0.845
0.932
1.014
1.122

42 of 152

ขอที่ :

156
จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของ p-Xylene ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Hexane
และ p-Xylene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Hexane และ p-Xylene เทากับ 0.8 และ 0.2 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.2 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :










ิ์ ห

0.530
0.575
0.592
0.610





157







จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของ Hexane ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Hexane
และ p-Xylene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Hexane และ p-Xylene เทากับ 0.4 และ 0.6 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.2 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C




าว



คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

1.100
1.156
1.198
1.204

43 of 152

ขอที่ :

158
จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของ p-Xylene ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Hexane
และ p-Xylene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Hexane และ p-Xylene เทากับ 0.4 และ 0.6 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.2 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :










ิ์ ห

0.898
0.868
0.845
0.769





159







จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของ Benzene ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Benzene
และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.1 และ 0.9 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.5 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C




าว



คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

0.985
0.954
0.867
0.856

44 of 152

ขอที่ :

160
จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของ Toluene ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Benzene
และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.1 และ 0.9 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.5 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :










ิ์ ห

0.785
0.820
0.874
0.912





161







จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของ Benzene ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Benzene
และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.15 และ 0.85 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.5 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C




าว



คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

0.914
0.934
0.986
1.043

45 of 152

ขอที่ :

162
จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของ Toluene ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Benzene
และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.15 และ 0.85 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.5 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :










ิ์ ห

0.804
0.821
0.892
0.910





163







จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของ Benzene ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Benzene
และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.75 และ 0.25 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.5 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C




าว



คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

0.935
0.957
0.999
1.023

46 of 152

ขอที่ :

164
จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของ Toluene ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Benzene
และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.75 และ 0.25 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.5 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :










ิ์ ห

0.546
0.508
0.482
0.442





165







จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของ Ethanol ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Ethanol
และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ําเทากับ 0.75 และ 0.25 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.5 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C




าว



คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

1.002
1.042
1.102
1.125

47 of 152

ขอที่ :

166
จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของน้ําในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Ethanol และน้ํา
โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ําเทากับ 0.75 และ 0.25 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.5 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :










ิ์ ห

0.903
0.910
0.917
0.922





167







จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของ Ethanol ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Ethanol
และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ําเทากับ 0.4 และ 0.6 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.5 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C




าว



คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

1.197
1.202
1.236
1.376

48 of 152

ขอที่ :

168
จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของน้ําในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Ethanol และน้ํา
โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ําเทากับ 0.4 และ 0.6 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.5 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :










ิ์ ห

0.902
0.924
0.935
0.961





169







จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของ Ethanol ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Ethanol
และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ําเทากับ 0.2 และ 0.8 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.5 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C




าว



คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

2.108
1.981
1.952
1.932

49 of 152

ขอที่ :

170
จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของน้ําในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Ethanol และน้ํา
โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ําเทากับ 0.2 และ 0.8 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.5 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :










ิ์ ห

0.854
0.870
0.881
0.919





171







จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของ Acetone ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Acetone
และ Chroloform โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และ Chroloform เทากับ 0.2 และ 0.8 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C




าว



คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

0.528
0.561
0.602
0.667

50 of 152

ขอที่ :

172
จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของ Chroloform ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย
Acetone และ Chroloform โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และ Chroloform เทากับ 0.2 และ 0.8 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.1 บรรยากาศ อุณหภูมิ

100 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :










ิ์ ห

0.672
0.703
0.713
0.724





173







จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของ Acetone ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Acetone
และ Chroloform โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และ Chroloform เทากับ 0.25 และ 0.75 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C




าว



คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

0.710
0.724
0.731

51 of 152

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

0.742

174
จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของ Chroloform ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย
Acetone และ Chroloform โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และ Chroloform เทากับ 0.25 และ 0.75 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.1 บรรยากาศ อุณหภูมิ

100 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :










ิ์ ห

0.647
0.659
0.674
0.681





175







จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของ Acetone ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Acetone
และ Chroloform โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และ Chroloform เทากับ 0.5 และ 0.5 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C




าว



คําตอบ 1 :

0.862

52 of 152

คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

0.880
0.891
0.906

176
จากรูปคือแบบจําลอง Wilson และขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหา activity coefficient ของ Chroloform ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย
Acetone และ Chroloform โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และ Chroloform เทากับ 0.5 และ 0.5 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.1 บรรยากาศ อุณหภูมิ







100 C




ิ์ ห

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

0.461
0.459
0.442
0.436














าว

177


53 of 152

จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Benzene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย
Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.5 และ 0.5 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 87 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

461 mm Hg
450 mm Hg
432 mm Hg
421 mm Hg










ิ์ ห

178







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Toluene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย
Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.5 และ 0.5 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 87 C








าว


คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

92 mm Hg
97 mm Hg
102 mm Hg
126 mm Hg
54 of 152

ขอที่ :

179
จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Benzene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย
Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.2 และ 0.8 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 87 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :










ิ์ ห

152 mm Hg
168 mm Hg
183 mm Hg
210 mm Hg





180







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Toluene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย
Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.2 และ 0.8 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 87 C




าว



คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

176 mm Hg
192 mm Hg
200 mm Hg

55 of 152

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

226 mm Hg

181
จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Benzene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย
Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.7 และ 0.3 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 87 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :







588 mm Hg
600 mm Hg
624 mm Hg
648 mm Hg




ิ์ ห





182







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Toluene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย
Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.7 และ 0.3 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 87 C




าว


56 of 152

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

43 mm Hg
50.6 mm Hg
69.1 mm Hg
78.29 mm Hg

183







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Benzene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย
Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.9 และ 0.1 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 87 C




ิ์ ห

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

735 mm Hg
751 mm Hg
772 mm Hg
835 mm Hg














าว

184


57 of 152

จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Toluene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย
Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.9 และ 0.1 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 87 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

10 mm Hg
14.2 mm Hg
21.4 mm Hg
35.2 mm Hg










ิ์ ห

185







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Benzene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย
Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.9 และ 0.1 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 50 C








าว


คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

230 mm Hg
242 mm Hg
259 mm Hg
264 mm Hg
58 of 152

ขอที่ :

186
จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Toluene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย
Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.9 และ 0.1 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 50 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :










ิ์ ห

3.48 mm Hg
7.21 mm Hg
15.4 mm Hg
27.3 mm Hg





187







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Benzene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย
Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.7 และ 0.3 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 50 C




าว



คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

187 mm Hg
200 mm Hg
212 mm Hg

59 of 152

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

231 mm Hg

188
จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Toluene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย
Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.7 และ 0.3 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 50 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :







12.4 mm Hg
16.1 mm Hg
25.4 mm Hg
30 mm Hg




ิ์ ห





189







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Benzene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย
Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.4 และ 0.6 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 50 C




าว


60 of 152

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

86 mm Hg
95 mm Hg
106 mm Hg
122 mm Hg

190







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Toluene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย
Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.4 และ 0.6 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 50 C




ิ์ ห

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

71.2 mm Hg
59.2 mm Hg
46.2 mm Hg
33.2 mm Hg














าว

191


61 of 152

จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Benzene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย
Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.1 และ 0.9 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 70 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

53.2 mm Hg
67.2 mm Hg
82.2 mm Hg
96.2 mm Hg










ิ์ ห

192







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Toluene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย
Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.1 และ 0.9 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 70 C








าว


คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

132 mm Hg
159 mm Hg
167 mm Hg
182 mm Hg
62 of 152

ขอที่ :

193
จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Benzene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย
Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.25 และ 0.75 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 70 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :










ิ์ ห

106 mm Hg
121 mm Hg
134 mm Hg
145 mm Hg





194







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Toluene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย
Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.25 และ 0.75 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 70 C




าว



คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

110 mm Hg
122 mm Hg
135 mm Hg

63 of 152

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

154 mm Hg

195
จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Benzene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย
Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.55 และ 0.45 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 70 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :







200 mm Hg
234 mm Hg
267 mm Hg
298 mm Hg




ิ์ ห





196







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Toluene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย
Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.55 และ 0.45 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 70 C




าว


64 of 152

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

35.6 mm Hg
47.8 mm Hg
60 mm Hg
78.1 mm Hg

197







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Ethanol ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Ethanol
และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.55 และ 0.45 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 75 C




ิ์ ห

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

375 mm Hg
417 mm Hg
431 mm Hg
445 mm Hg














าว

198


65 of 152

จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของน้ําในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Ethanol และน้ํา
โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.55 และ 0.45 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 75 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

114 mm Hg
123 mm Hg
139 mm Hg
162 mm Hg










ิ์ ห

199







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Ethanol ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Ethanol
และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.45 และ 0.55 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 75 C








าว


คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

355 mm Hg
369 mm Hg
381 mm Hg
393 mm Hg
66 of 152

ขอที่ :

200
จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของน้ําในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Ethanol และน้ํา
โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.45 และ 0.55 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 75 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :










ิ์ ห

119 mm Hg
132 mm Hg
149 mm Hg
163 mm Hg





201







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Ethanol ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Ethanol
และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.1 และ 0.9 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 75 C




าว



คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

145 mm Hg
163 mm Hg
187 mm Hg

67 of 152

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

225 mm Hg

202
จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของน้ําในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Ethanol และน้ํา
โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.1 และ 0.9 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 75 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :







194 mm Hg
220 mm Hg
246 mm Hg
269 mm Hg




ิ์ ห





203







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Ethanol ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Ethanol
และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.1 และ 0.9 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 80 C




าว


68 of 152

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

255 mm Hg
270 mm Hg
284 mm Hg
296 mm Hg

204







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของน้ําในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Ethanol และน้ํา
โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.1 และ 0.9 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 80 C




ิ์ ห

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

302 mm Hg
312 mm Hg
322 mm Hg
332 mm Hg














าว

205


69 of 152

จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Ethanol ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Ethanol
และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.3 และ 0.7 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 80 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

352 mm Hg
368 mm Hg
382 mm Hg
408 mm Hg










ิ์ ห

206







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของน้ําในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Ethanol และน้ํา
โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.3 และ 0.7 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 80 C








าว


คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

214 mm Hg
230 mm Hg
259 mm Hg
270 mm Hg
70 of 152

ขอที่ :

207
จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Ethanol ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Ethanol
และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.4 และ 0.6 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 80 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :










ิ์ ห

374 mm Hg
394 mm Hg
414 mm Hg
454 mm Hg





208







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของน้ําในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Ethanol และน้ํา
โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.4 และ 0.6 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 80 C




าว



คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

197 mm Hg
209 mm Hg
220 mm Hg

71 of 152

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

231 mm Hg

209
จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Ethanol ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Ethanol
และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.4 และ 0.6 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 84 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :







500 mm Hg
527 mm Hg
541 mm Hg
557 mm Hg




ิ์ ห





210







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของน้ําในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Ethanol และน้ํา
โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.4 และ 0.6 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 84 C




าว


72 of 152

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

230 mm Hg
250 mm Hg
270 mm Hg
290 mm Hg

211







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Ethanol ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Ethanol
และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.5 และ 0.5 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 84 C




ิ์ ห

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

551 mm Hg
561 mm Hg
571 mm Hg
581 mm Hg














าว

212


73 of 152

จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของน้ําในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Ethanol และน้ํา
โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.5 และ 0.5 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 84 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

192 mm Hg
200 mm Hg
212 mm Hg
224 mm Hg










ิ์ ห

213







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของ Ethanol ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Ethanol
และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.65 และ 0.35 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 84 C








าว


คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

639 mm Hg
649 mm Hg
659 mm Hg
669 mm Hg
74 of 152

ขอที่ :

214
จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาความดันยอยของน้ําในวัฏภาคไอ ซึ่งอยูในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบดวย Ethanol และน้ํา
โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.65 และ 0.35 ตามลําดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 84 C

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :










ิ์ ห

136 mm Hg
148 mm Hg
160 mm Hg
172 mm Hg





215







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบดวย Ethanol และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว
ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.5 และ 0.5 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.4 บรรยากาศ




าว



คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

86.12 C
87.7 C
88.4 C

75 of 152

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

91.65 C

216
จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบดวย Ethanol และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว
ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.4 และ 0.6 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.4 บรรยากาศ

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :







87.5 C
89.5 C
91.5 C
93.5 C




ิ์ ห





217







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบดวย Ethanol และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว
ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.2 และ 0.8 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.4 บรรยากาศ




าว


76 of 152

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

95 C
93.7 C
92 C
91 C

218







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบดวย Ethanol และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว
ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.7 และ 0.3 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.4 บรรยากาศ




ิ์ ห

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

89.2 C
91.2 C
92.4 C
94.5 C














าว

219


77 of 152

จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบดวย Ethanol และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว
ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.7 และ 0.3 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.2 บรรยากาศ

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

84.9 C
86.9 C
88.4 C
90 C










ิ์ ห

220







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบดวย Ethanol และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว
ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.8 และ 0.2 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.2 บรรยากาศ








าว


คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

82.9 C
83.2 C
85.9 C
87.1 C
78 of 152

ขอที่ :

221
จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบดวย Ethanol และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว
ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.9 และ 0.1 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.2 บรรยากาศ

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :










ิ์ ห

84.7 C
86.7 C
88.7 C
90.7 C





222







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบดวย Ethanol และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว
ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.4 และ 0.6 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.2 บรรยากาศ




าว



คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

85.9 C
87.1 C
89.1 C

79 of 152

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

91.9 C

223
จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบดวย Ethanol และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว
ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.4 และ 0.6 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.8 บรรยากาศ

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :







93.9 C
96.2 C
98 C
100.9 C




ิ์ ห





224







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบดวย Ethanol และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว
ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.1 และ 0.9 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.8 บรรยากาศ




าว


80 of 152

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

104.8 C
107.2 C
109.4 C
111.5 C

225







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบดวย Ethanol และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว
ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.6 และ 0.4 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.8 บรรยากาศ




ิ์ ห

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

88.6 C
92.7 C
94.5 C
99.3 C














าว

226


81 of 152

จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบดวย Ethanol และน้ําโดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของเหลว
ของ Ethanol และน้ํา เทากับ 0.7 และ 0.3 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.8 บรรยากาศ

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

98.3 C
99.1 C
100.4 C
111.5 C










ิ์ ห

227







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบดวย Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของ
เหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.7 และ 0.3 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.8 บรรยากาศ








าว


คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

104.6 C
108.2
111.3 C
115.3
82 of 152

ขอที่ :

228
จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบดวย Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของ
เหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.8 และ 0.2 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.8 บรรยากาศ

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :










ิ์ ห

102.6 C
107.6 C
110.6 C
114.6 C





229







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบดวย Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของ
เหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.1 และ 0.9 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.8 บรรยากาศ




าว



คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

112.5 C
117.5 C
122.5 C

83 of 152

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

132.5 C

230
จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบดวย Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของ
เหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.15 และ 0.85 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.8 บรรยากาศ

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :







128.7 C
131.6 C
133.5 C
136.4 C




ิ์ ห





231







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบดวย Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของ
เหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.15 และ 0.85 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.6 บรรยากาศ




าว


84 of 152

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

117.6 C
120.9 C
124.5 C
126.9 C

232







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบดวย Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของ
เหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.25 และ 0.75 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.6 บรรยากาศ




ิ์ ห

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

112.6 C
116.2 C
120.5 C
124.2 C














าว

233


85 of 152

จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบดวย Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของ
เหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.45 และ 0.55 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.6 บรรยากาศ

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

110.4 C
116.8 C
119.1 C
123.7 C










ิ์ ห

234







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบดวย Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของ
เหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.55 และ 0.45 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1.6 บรรยากาศ








าว


คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

108.4 C
110.5
112.7 C
115.3
86 of 152

ขอที่ :

235
จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบดวย Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของ
เหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.55 และ 0.45 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1 บรรยากาศ

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :










ิ์ ห

95.3 C
97.2 C
99.5 C
101.7 C





236







จากรูปคือแบบจําลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งขอมูลที่เกี่ยวของ จงคํานวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบดวย Benzene และ Toluene โดยมีสัดสวนโมลในวัฏภาคของ
เหลว ของ Benzene และ Toluene เทากับ 0.8 และ 0.2 ตามลําดับ ระบบนี้มีความดัน 1 บรรยากาศ




าว



คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

86.3 C
88.5 C
91.7 C

87 of 152

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

93.4 C

237
การดําเนินงานที่เปนสภาวะ Isobaric คือ

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

กรณีที่ไมมีการเปลี่ยนแปลงความดัน

คําตอบ 2 :

กรณีที่ไมมีการเปลี่ยนแปลงความดัน

คําตอบ 3 :

กรณีที่ไมมีการเปลี่ยนแปลงความดัน

คําตอบ 4 :

กรณีที่ไมมีการเปลี่ยนแปลงความดัน

238




ิ์ ห

แบบจําลองในขอใดสามารถใชในการจําลองระบบสมดุลของเหลว-ของเหลวได ก. NRTL ข. Wilson ค. UNIQUAC

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ขอ ก และ ข เทานั้น

คําตอบ 2 :

ขอ ก และ ค เทานั้น

คําตอบ 3 :

ขอ ข และ ค เทานั้น

คําตอบ 4 :

ถูกทุกขอ







239











อัตราการไหลเชิงมวลของ n-hexane (ความหนาแนน = 0.659 g/cm3) ในทอมีคาเทากับ 6.59 g/s จงคํานวณหาอัตราการไหลเชิงปริมาตรในหนวย cm3/min
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

240

0.16
10
60
100




าว


ปจจัยใดที่มีผลกระทบตอความดันไอของของเหลว

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อุณหภูมิ

คําตอบ 2 :

ความดันบรรยากาศ

คําตอบ 3 :

ปริมาตรของของเหลว

คําตอบ 4 :

พื้นที่ผิวของของเหล

241
เครื่องสกัดชนิดใดที่มีราคาถูกแตไมนิยมใชเนื่องจากมีขอจํากัดในเรื่องของการกระจายตัวของของเหลวทั้งสองเฟสในแนวทิศทางการไหล

88 of 152

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

Mixer-Settler extractor
Spray column extractor
Packed column extractor
Plate Column extractor

242







โดยทั่วไปแลวเครื่องสกัดแบบหอเพลท (Plate column) ที่มีระยะหางระหวางเพลทนอยกวากรณีของหอกลั่นนั้นจะใชในกรณีที่ระบบของเหลว-ของเหลวมีคุณสมบัติใดตอไปนี้

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

มีแรงตึงผิวต่ํา

คําตอบ 2 :

มีความหนาแนนสูง

คําตอบ 3 :

ความเขมขนของตัวถูกละลายที่อยูในเฟสเอกซแทรคมีคาต่ํา

คําตอบ 4 :

ตัวถูกละลายมีคาการละลายต่ําในเฟสเอกซแทรค

243










ิ์ ห

จากรูปเมื่อใชไอโซโพรพิลอีเทอร (C) บริสุทธิ์ที่อัตราการไหล (V2) 600 kg/h สกัดกรดอะซิติก (A) (ตัวถูกละลาย) ในน้ํา (B) ที่อัตราการไหล (L0) 200 kg/h เขมขน 30 % โดย
น้ําหนัก ถาตรวจพบวา ที่ทางออกของราฟฟเนท (xA1) เขมขน 0.04 และที่ทางออกของชั้นสกัด (extract layer) เทากับ (yA1) เขมขน 0.08 และ (yC1) เขมขน 0.09 จงหาอัตรา
การไหลออกของชั้นราฟฟเนท (L1)

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :





100 kg / hr
200 kg / hr
300 kg / hr
400 kg / hr




าว

244

จากรูปเมื่อใชไอโซโพรพิลอีเทอร (C) บริสุทธิ์ที่อัตราการไหล (V2) 600 kg/h สกัดกรดอะซิติก (A) (ตัวถูกละลาย) ในน้ํา (B) ที่อัตราการไหล (L0) 200 kg/h เขมขน 30 % โดย
น้ําหนัก ถาตรวจพบวา ที่ทางออกของราฟฟเนท (xA1) เขมขน 0.04 และที่ทางออกของชั้นสกัด (extract layer) เทากับ (yA1) เขมขน 0.08 และ (yC1) เขมขน 0.09 จงหาอัตรา
การไหลออกของชั้นราฟฟเนท (L1)


คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

100 kg / hr
200 kg / hr
300 kg / hr
400 kg / hr
89 of 152

ขอที่ :

245

จากรูปเมื่อใชไอโซโพรพิลอีเทอร (C) บริสุทธิ์ที่อัตราการไหล (V2) 600 kg/h สกัดกรดอะซิติก (A) (ตัวถูกละลาย) ในน้ํา (B) ที่อัตราการไหล (L0) 200 kg/h เขมขน 30 % โดย
น้ําหนัก ถาตรวจพบวา ที่ทางออกของราฟฟเนท (xA1) เขมขน 0.04 และที่ทางออกของชั้นสกัด (extract layer) เทากับ (yA1) เขมขน 0.08 และ (yC1) เขมขน 0.09 จงหาอัตรา
การไหลออกของชั้นสกัด (V1)

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

400 kg / hr
500 kg / hr
600 kg / hr
700 kg / hr

246







จากกราฟสามเหลี่ยมแสดงระบบสามองคประกอบ Furfural, Glycol และ Water จากรูปจงหาวาความเขมขนของ glycol ในสารตั้งตนจะเปนเทาใด

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :




ิ์ ห

31 %
42 %
48 %
60 %





247







จากกราฟสามเหลี่ยมแสดงระบบสามองคประกอบ Furfural, Glycol และ Water จงหาวาความเขมขนของน้ําในสวนราฟฟเนตและ ในสวนเอ็กซแทรค (ที่จุด B และ A) ตามลําดับ
จะมีคาเทาใด โดยประมาณ ?
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

248

60 % และ 40 %
60 % และ 10 %
30 % และ 50 %
10 % และ 40 %




าว


ตองการสกัดกรดอะซิติก จากสารละลายที่มีกรดอะซิติก 40 % และน้ํา 60 % และมีอัตราการไหลเทากับ 100 กิโลกรัม ตอ วินาที โดยใชสารไอโซโพรพิวอีเทอรบริสุทธิ์ อัตราการ
ไหล 150 กิโลกรัม ตอ ชั่วโมง และกําหนดใหความเขมขนของกรดอะซิติกในสายราฟฟเนทมีคาเทากับ 3 % จงหาอัตราการไหลของสารผสมที่ออกจากสายราฟฟเนท

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

95.6 กิโลกรัม ตอ ชั่วโมง
55.6 กิโลกรัม ตอ ชั่วโมง
45.6 กิโลกรัม ตอ ชั่วโมง

90 of 152

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

35.6 กิโลกรัม ตอ ชั่วโมง

249
ตองการสกัดกรดอะซิติก จากสารละลายที่มีกรดอะซิติก 40 % และน้ํา 60 % และมีอัตราการไหลเทากับ 100 กิโลกรัม ตอ วินาที โดยใชสารไอโซโพรพิวอีเทอรบริสุทธิ์ อัตราการ
ไหล 150 กิโลกรัม ตอ ชั่วโมง และกําหนดใหความเขมขนของกรดอะซิติกในสายราฟฟเนทมีคาเทากับ 3 % จงหาอัตราการไหลของสารผสมที่ออกจากสายเอกซแทรค
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

ขอที่ :

154.4 กิโลกรัม ตอ ชั่วโมง
194.4 กิโลกรัม ตอ ชั่วโมง
204.4 กิโลกรัม ตอ ชั่วโมง
214.4 กิโลกรัม ตอ ชั่วโมง




ิ์ ห

250

สําหรับกรณีของเครื่องสกัด (Extractor) เหตุผลที่สําคัญที่นิยมกําหนดใหมีการไหลสวนทางกันของเฟส คือ

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ทําใหสามารถลดพื้นที่ในการติดตั้ง

คําตอบ 2 :

ทําใหมีคาอัตราการถายเทความรอนสูง

คําตอบ 3 :

ทําใหอัตราการถายเทมวลขามเฟสมีคามาก

คําตอบ 4 :

ทําใหสามารถกําหนดสภาวะในการปฏิบัติการไดงาย





251













ลักษณะที่งายที่สุดของการสกัดของเหลวดวยของเหลวเกี่ยวของกับระบบกี่องคประกอบ
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

252

1
2
3
4




าว


ขอใดบางที่เปนลักษณะเดนของการสกัดของเหลวดวยของเหลว

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

กระบวนการนี้เปนการแยกสารถูกละลายออกจากสารละลาย โดยอาศัยหลักการความแตกตางกันของจุดเดือด หรือคาการระเหยขององคประกอบตางๆในสารละลาย

คําตอบ 2 :

กระบวนการนี้เปนการแยกสารถูกละลายออกจากสารละลายดวยการผสมกับตัวทําละลายอีกชนิดหนึ่ง

คําตอบ 3 :

กระบวนการนี้เปนการแยกสารถูกละลายออกจากสารละลายดวยการใช เรซิน

คําตอบ 4 :

กระบวนการนี้เปนการแยกสารถูกละลายออกจากสารละลายดวยการตม

253

91 of 152

โดยทั่วไปแลวการสกัดของเหลว-ของเหลวแบบขั้นตอนเดียวที่มีลักษณะพื้นฐานที่สุดมักเกี่ยวของกับตัวทําละลายกี่ชนิด
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

1 ชนิด
2 ชนิด
3 ชนิด
4 ชนิด







254
ลักษณะเดนของวัฏภาคเอ็กซแทรค (Extract phase) คือ

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เปนวัฏภาคของเหลวซึ่งมีความเขมขนของสารทําละลายสกัด (extract solvent) มาก ในขณะที่มีความเขมขนของสารทําละลายตั้งตน (feed solvent) มาก

คําตอบ 2 :

เปนวัฏภาคของเหลวซึ่งมีความเขมขนของสารทําละลายสกัดนอย ในขณะที่มีความเขมขนของสารทําละลายตั้งตนมาก

คําตอบ 3 :

เปนวัฏภาคของเหลวซึ่งมีความเขมขนของสารทําละลายสกัดมาก ในขณะที่มีความเขมขนของสารทําละลายตั้งตนนอย

คําตอบ 4 :

เปนวัฏภาคของเหลวซึ่งมีความเขมขนของสารทําละลายสกัดนอย ในขณะที่มีความเขมขนของสารทําละลายตั้งตนนอย

255







ขอมูล หรือความรูเรื่องใดที่เกี่ยวของกับการสกัดของเหลวดวยของเหลวนอยที่สุด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

สมดุลระหวางวัฏภาค

คําตอบ 2 :

สมดุลมวลสาร

คําตอบ 3 :

อัตราการไหลของสารปอน และผลิตภัณฑ

คําตอบ 4 :

อัตราการใหความรอนที่กับหอสกัดของเหลวดวยของเหลว





256




ิ์ ห




าว

อะไรไมใชองคประกอบ หรือลักษณะของกราฟสามเหลี่ยมที่ถูกตอง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

โดยมากเปนกราฟสามเหลี่ยมดานเทา หรือสามเหลี่ยมมุมฉาก

คําตอบ 2 :

จุดยอดของกราฟสามเหลี่ยมแทนองคประกอบ 100% ของสารแตละชนิด

คําตอบ 3 :

บริเวณที่อยูภายใตเสนโคงสมดุล เปนสวนที่สารผสมมีเนื้อเดียวกัน ไมแยกวัฏภาค

คําตอบ 4 :

ผิดทุกขอ

257


ขอใดถูกตองในเรื่องรูปแบบอุปกรณของหอสกัดของเหลวดวยของเหลว (liquid-liquid extractor)
คําตอบ 1 :

แบบ mixer-settler

คําตอบ 2 :

แบบ spray column

คําตอบ 3 :

แบบ sieve-tray

92 of 152

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

ถูกทุกขอ

258
ในการสกัดของเหลวดวยของเหลว (liquid-liquid extraction) สารที่เปนตัวถูกละลาย (solute) ควรมีสมบัติอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ควรละลายไดในตัวทําละลายทั้งสอง

คําตอบ 2 :

สามารถละลายไดในตัวทําละลายเพียงตัวเดียว

คําตอบ 3 :

ควรแยกออกจากตัวทําละลายไดงาย

คําตอบ 4 :

ถูกทั้งขอ 1 และ 3

259




ิ์ ห

ในการสกัดของเหลวดวยของเหลว (liquid-liquid extraction) สารที่เปนตัวทําละลาย (solvent) ควรมีสมบัติอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ควรละลายไดดีในตัวทําละลายเดิม

คําตอบ 2 :

แยกออกจากตัวถูกละลายไดยาก

คําตอบ 3 :

แยก phase กับตัวถูกละลาย

คําตอบ 4 :

สามารถละลายตัวถูกละลายไดดีกวาตัวทําละลายเดิม

260

















ขอใดถูกตองในเรื่องอุปกรณสกัดของเหลวดวยของเหลว (liquid-liquid extractor) แบบ spray column

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ของเหลวที่เบากวาจะถูกปอนเขาที่ดานบนของหอ

คําตอบ 2 :

ของเหลวที่หนักกวาจะถูกปอนเขาที่ดานลางของหอ

คําตอบ 3 :

ของเหลวที่หนักกวาจะถูกปอนเขาที่ดานบนของหอ

คําตอบ 4 :

ถูกเฉพาะขอ 1 และ 3

261




าว


สําหรับกระบวนการสกัดของเหลวดวยของเหลว จุดใดๆ ในแผนภาพสามเหลี่ยม (Triangular coordinate diagram) จะหมายถึงขอใดตอไปนี้

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความเขมขนของสารผสมสององคประกอบ

คําตอบ 2 :

ความเขมขนของสารผสมทั้งหมดสามองคประกอบ

คําตอบ 3 :

ความดันรวมของสารผสมสององคประกอบ

คําตอบ 4 :

ความดันรวมของสารผสมทั้งหมดสามองคประกอบ

262
ในกระบวนการสกัดของเหลวดวยของเหลว (liquid extraction) ขอใดผิด

93 of 152

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ชั้นราฟฟเนท (raffinate) คือชั้นของเหลวที่มีตัวถูกละลายและตัวทําละลายไดลูเอนทเปนหลัก

คําตอบ 2 :

ชั้นสกัด (extract) คือชั้นของเหลวที่ผานการสกัดดวยตัวทําละลาย

คําตอบ 3 :

ของเหลวทั้ง 2 ชนิด ตองแยกเฟสกัน

คําตอบ 4 :

ขอ 1 และ 2 ผิด

263







เครื่องสกัดแบบ Karr column มีลักษณะดังนี้

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ประกอบดวยเพลท (plate) ในหอ

คําตอบ 2 :

เพลท (plate) จะเคลื่อนที่ขึ้นลงเพื่อใหหยดของเหลวกระจายตัว

คําตอบ 3 :

หอสกัดแบบนี้จะใหหยดของเหลวที่มีขนาดสม่ําเสมอ

คําตอบ 4 :

ขอ 1 2 และ 3 ถูก

264
จากรูปสมดุลเฟสสามเหลี่ยมดานลาง ขอใดถูกตอง

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

A และ B สามารถละลายไดบางอัตราสวน
A และ C สามารถละลายไดบางอัตราสวน
B และ C สามารถละลายไดบางอัตราสวน
A B และ C สามารถละลายไดทุกอัตราสวน





265










ิ์ ห




าว

ในกระบวนการสกัดของเหลวดวยของเหลว (liquid-liquid extraction) ขอใดถูกตอง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ชั้นราฟฟเนท (raffinate) คือชั้นของเหลวที่ผานการสกัดดวยตัวทําละลาย

คําตอบ 2 :

ชั้นสกัด (extract) คือชั้นของเหลวที่มีตัวถูกละลายและตัวทําละลายที่ใชสกัดเปนหลัก

คําตอบ 3 :

ของเหลวทั้ง 2 ชนิด ตองแยกเฟสกัน

คําตอบ 4 :

ขอ 1 2 และ 3 ถูก

266


จากรูปสมดุลเฟสสามเหลี่ยมดานลาง ขอใดถูกตอง

คําตอบ 1 :

ของผสมที่อยูเหนือจุด P เปนสารผสมเนื้อเดียว

คําตอบ 2 :

A และ B สามารถละลายไดทุกอัตราสวน

94 of 152

ขอที่ :

คําตอบ 3 :

ของผสมที่อยูใตจุด P ภายใตเสนโคงเปนสารผสม 2 เฟส

คําตอบ 4 :

ถูกทั้งขอ 1 และ 3

267
การออกแบบระบบการสกัดของเหลวดวยของเหลวโดยการใชกราฟ จะมีการคํานวณปริมาณ minnimum solvent ที่ควรใช ถาเราใชปริมาณนอยกวาที่คํานวณได จะไดผลเชนใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

จะไมสามารถละลายตัวถูกละลายออกมาได

คําตอบ 2 :

จะไดความเขมขนของตัวถูกละลายมาก

คําตอบ 3 :

จะไดความเขมขนของตัวถูกละลายนอย

คําตอบ 4 :

ถูกทั้งขอ 1 และ 3




ิ์ ห

268
จากรูป ขอใดผิด

น้ํากับอีเธอรละลายกันไดบางสวน

คําตอบ 2 :

จุด P ในกราฟ คือจุดสุดทายที่ของเหลว 2 เฟสจะรวมเปนเนื้อเดียวกัน

คําตอบ 3 :

tie line คือเสนที่ลากเชื่อมระหวาง raffinate และ extract layer
คา xB สามารถอานไดจากกราฟ

คําตอบ 4 :
ขอที่ :







คําตอบ 1 :





269







ในการสกัดแยกเอทธานอล(C2H5OH)ที่ผสมในน้ําดวยเฮกเซน(C6H14) ความเขมขนของเอทธานอล ในน้ําควรมีความสัมพันธกับความเขมขนของเอทธานอลในเฮกเซนอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ในน้ําตองต่ํากวาในเฮกเซน

คําตอบ 2 :

ในน้ําตองต่ํากวาคาสมดุลของความเขมขนในเฮกเซน

คําตอบ 3 :

ในน้ําตองเทากับคาสมดุลของความเขมขนในเฮกเซน

คําตอบ 4 :

ในน้ําตองสูงกวาคาสมดุลของความเขมขนในเฮกเซน

270




าว


ในการสกัดแยกเอทธานอล(C2H5OH)ที่ผสมในน้ําดวยเฮกเซน(C6H14) ความเขมขนของเอทธานอลในเฮกเซนควรมีความสัมพันธกับความเขมขนของเอทธานอลในน้ําอยางไร
คําตอบ 1 :

ในเฮกเซนตองต่ํากวาในน้ํา

คําตอบ 2 :

ในเฮกเซนตองต่ํากวาคาสมดุลของความเขมขนในน้ํา

คําตอบ 3 :

ในเฮกเซนตองเทากับคาสมดุลของความเขมขนในน้ํา

คําตอบ 4 :

ในเฮกเซนตองสูงกวาคาสมดุลของความเขมขนในน้ํา

95 of 152

ขอที่ :

271
ในการสกัดแยกเอทธานอล(C2H5OH)ที่ผสมในน้ําดวยเฮกเซน(C6H14) ควรทําการสกัดที่สภาวะใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ต่ํากวาความดันจุดเดือด(bubble point pressure) ที่อุณหภูมิหอง

คําตอบ 2 :

เทากับความดันจุดเดือด(bubble point pressure) ที่อุณหภูมิหอง

คําตอบ 3 :

สูงกวาความดันจุดเดือด(bubble point pressure) ที่อุณหภูมิหอง

คําตอบ 4 :

ต่ํากวาความดันจุดน้ําคาง(dew point pressure) ที่อุณหภูมิหอง







272

ในการสกัดแยกเอทธานอล(C2H5OH)ที่ผสมในน้ําดวยเฮกเซน(C6H14) ถาตองการปริมาณเอทธานอลที่สกัดไดมีคามากที่สุดควรกําหนดใหอัตราการไหลของเฮกเซนเปนเชนใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

นอยกวาปริมาณนอยที่สุดที่พอดีแยกชั้น

คําตอบ 2 :

เทากับปริมาณนอยที่สุดที่พอดีแยกชั้น

คําตอบ 3 :

มากกวาปริมาณนอยที่สุดที่พอดีแยกชั้น

คําตอบ 4 :

เทากับปริมาณมากที่สุดที่พอดีแยกชั้น

273










ิ์ ห

การสกัดกรดน้ําสม(CH3COOH)ออกจากน้ําสมสายชู(CH3COOH + H2O)ดวยเฮกเซน(C6H14)โดยใชถังกวนผสมจํานวน 3 ถังอนุกรมกัน โดยปอนน้ําสมสายชูและเฮก
เซนอยางละเทาๆกันโดยปริมาตรเขาในถังกวนใบแรก ใบที่สอง และใบที่สามตามลําดับ ปริมาณกรดน้ําสมที่สกัดไดเปนอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เพิ่มขึ้นตามลําดับถังกวน

คําตอบ 2 :

คงเดิมโดยไมขึ้นกับจํานวนถังกวน

คําตอบ 3 :

ลดลงตามลําดับถังกวน

คําตอบ 4 :

เปลี่ยนแปลงตามลําดับถังกวน








าว

274

การสกัดกรดน้ําสม(CH3COOH)ออกจากน้ําสมสายชู(CH3COOH + H2O)ดวยเฮกเซน(C6H14)โดยใชถังกวนผสม ณ อุณหภูมิหอง ควรดําเนินการภายใตความดันใด


ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ต่ํากวาความดันจุดเดือด(bubble point pressure)

คําตอบ 2 :

เทากับความดันจุดเดือด(bubble point pressure)

คําตอบ 3 :

สูงกวาความดันจุดเดือด(bubble point pressure)

คําตอบ 4 :

ต่ํากวาความดันจุดน้ําคาง(dew point pressure)

275
การสกัดกรดน้ําสม(CH3COOH)ออกจากน้ําสมสายชู(CH3COOH + H2O)ดวยเฮกเซน(C6H14)โดยใชถังกวนผสม ณ ความดันบรรยากาศ ควรดําเนินการภายใตอุณหภูมิใด
คําตอบ 1 :

สูงกวาอุณหภูมิจุดน้ําคาง(dew point temperature)

96 of 152

ขอที่ :

คําตอบ 2 :

เทากับอุณหภูมิจุดน้ําคาง(dew point temperature)

คําตอบ 3 :

เทากับอุณหภูมิจุดเดือด(bubble point temperature)

คําตอบ 4 :

ต่ํากวาอุณหภูมิจุดเดือด(bubble point temperature)

276
การสกัดแยกกรดน้ําสม(CH3COOH)จากน้ําสมสายชู(CH3COOH + H2O)ดวยคลอโรฟอรม(CHCl3) โดยใชถังกวนผสมเพียงถังเดียว เพื่อใหไดความเขมขนของกรดน้ําสมใน
คลอโรฟอรมสูงสุด ควรปอนคลอโรฟอรมใหสัมพันธกับน้ําสมสายชูอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

นอยกวาปริมาณนอยที่สุดที่พอดีแยกชั้น

คําตอบ 2 :

เทากับปริมาณนอยที่สุดที่พอดีแยกชั้น

คําตอบ 3 :

มากกวาปริมาณนอยที่สุดที่พอดีแยกชั้น

คําตอบ 4 :

เทากับปริมาณมากที่สุดที่พอดีแยกชั้น

277
















ิ์ ห

ในการสกัดแยกเอทธานอล(C2H5OH)ที่ผสมน้ําดวยเฮกเซน(C6H14)ดวยถังกวนผสม ถาเปลี่ยนเปนการสกัดแบบตอเนื่องและปอนสารผสมแบบไหลสวนทางกันจะเกิดการเปลี่ยน
แปลงอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ปริมาณเอทธานอลที่สกัดไดมีคาเพิ่มขึ้น

คําตอบ 2 :

ปริมาณเอทธานอลที่สกัดไดมีคานอยลง

คําตอบ 3 :

ใชปริมาณเฮกเซนในการสกัดลดลง

คําตอบ 4 :

ไมเกิดการเปลี่ยนแปลง





278




าว

การสกัดเอทธานอล(C2H5OH)ที่ผสมกับน้ําดวยเฮกเซน(C6H14) พิจารณาที่ความสามารถในการละลายของสารทั้ง 3 ชนิดควรเปนเชนใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เอทธานอลละลายในเฮกเซนไดดีกวาน้ํา

คําตอบ 2 :

เอทธานอลละลายในน้ําไดดีกวาเฮกเซน


คําตอบ 3 :

เฮกเซนและน้ําไมควรละลายในกันและกัน

คําตอบ 4 :

ถูกทั้งขอ 1 และ 3

279

การคํานวณออกแบบหอสกัดเอทธานอล(C2H5OH)ผสมน้ําดวยเฮปเทน(C7H16) ไมตองใชขอมูลใด
คําตอบ 1 :

สัดสวนเอทธานอลที่ผสมน้ํา

คําตอบ 2 :

อัตราการไหลของเฮปเทน

คําตอบ 3 :

สัดสวนเอทธานอลในเฮปเทน

คําตอบ 4 :

สมดุลไอของเหลวของเอทธานอล

97 of 152

ขอที่ :

280
การสกัดแยกกรดน้ําสม(CH3COOH)ออกจากน้ําสมสายชู(CH3COOH + H2O) ควรเลือกใชสารชนิดใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เมทธานอล(CH3OH)

คําตอบ 2 :

โทลูอีน(C7H8)

คําตอบ 3 :

ฟอรมัลดีไฮด(HCHO)

คําตอบ 4 :

อะซิโตน((CH3)2CO)







281

การสกัดแยกกรดน้ําสม(CH3COOH)ออกจากน้ําสมสายชู(CH3COOH + H2O) ดวยการใชคลอโรฟอรม(CHCl3) และชุดถังกวนกับถังแยกชั้นของเหลวจํานวน 5 ชุด สารใดควร
พบมากในสายแอ็กแทร็ก(extract)และสายราฟฟเนต(raffinate)ตามลําดับ

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

กรดน้ําสม(CH3COOH) และคลอโรฟอรม(CHCl3)

คําตอบ 2 :

น้ํา และคลอโรฟอรม(CHCl3)

คําตอบ 3 :

คลอโรฟอรม(CHCl3) และกรดน้ําสม(CH3COOH

คําตอบ 4 :

คลอโรฟอรม(CHCl3) และน้ํา

282




ิ์ ห







ในการคํานวณหอสกัดที่บรรจุดวยแผนเจาะรูพรุนจํานวน 12 แผน สําหรับแยกอะซิโตน(CH3COCH3)ที่ปนในโทลูอีน(C7H8)ดวยการใชน้ํา ควรพบสารใดบางในสายแอ็กแทร็ก
(extract) ตามลําดับมากไปนอย

ขอที่ :





คําตอบ 1 :

น้ําและอะซิโตน(CH3COCH3)

คําตอบ 2 :

อะซิโตน(CH3COCH3)และโทลูอีน(C7H8)

คําตอบ 3 :

โทลูอีน(C7H8)และน้ํา

คําตอบ 4 :

น้ํา อะซิโตน(CH3COCH3)และโทลูอีน(C7H8)

283




าว


ในการแยกอะซิโตน(CH3COCH3)ที่ปนในโทลูอีน(C7H8)ดวยการใชน้ํา สารใดจะเกิดการถายเทระหวางเฟสมากที่สุด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อะซิโตน

คําตอบ 2 :

โทลูอีน

คําตอบ 3 :

น้ํา

คําตอบ 4 :

น้ํา และอะซิโตน

284

98 of 152

ในการคํานวณออกแบบหนวยสกัดแยกกรดน้ําสม(CH3COOH)ออกจากน้ําสมสายชู(CH3COOH + H2O) ดวยคลอโรฟอรม(CHCl3) ปริมาณใดที่ไมเปลี่ยนแปลง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความเขมขนของกรดน้ําสม(CH3COOH)ในน้ําสมสายชู(CH3COOH + H2O)

คําตอบ 2 :

อัตราการไหลของสายแอ็กแทร็ก(extract)

คําตอบ 3 :

อัตราการไหลของสายราฟฟเนต(raffinate)

คําตอบ 4 :

ผลตางของอัตราการไหลของสายแอ็กแทร็ก(extract)และสายราฟฟเนต(raffinate)

285







ในการคํานวณออกแบบหนวยสกัดแยกอะซิโตน(CH3COCH3)ที่ปนในโทลูอีน(C7H8)ดวยน้ํา ปริมาณใดไมคงที่

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อัตราการไหลของน้ํา

คําตอบ 2 :

อุณหภูมิของการสกัด

คําตอบ 3 :

ความเขมขนของอะซิโตน(CH3COCH3)ในน้ํา

คําตอบ 4 :

อัตราสวนการไหลของน้ําตอสารอินทรียผสม

286










ิ์ ห

ในการสกัดแยกกรดน้ําสม(CH3COOH)ออกจากน้ําสมสายชู(CH3COOH + H2O) โดยการใชคลอโรฟอรม(CHCl3) ควรพบสารประกอบใดบางในสายราฟฟเนต(raffinate)เรียง
ตามลําดับจากนอยไปมาก

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

กรดน้ําสม(CH3COOH) และน้ํา

คําตอบ 2 :

กรดน้ําสม(CH3COOH) และคลอโรฟอรม(CHCl3)

คําตอบ 3 :

น้ํา และคลอโรฟอรม(CHCl3)

คําตอบ 4 :

คลอโรฟอรม(CHCl3) กรดน้ําสม(CH3COOH) และน้ํา





287




าว

ในการสกัดแยกกรดน้ําสม(CH3COOH)ออกจากน้ําสมสายชู(CH3COOH + H2O) โดยการใชคลอโรฟอรม(CHCl3) ควรพบสารประกอบใดบางในสายแอ็กแทร็ก(extract)เรียง
ตามลําดับจากมากไปนอย
คําตอบ 1 :

กรดน้ําสม(CH3COOH) น้ํา และคลอโรฟอรม(CHCl3)


ขอที่ :

คําตอบ 2 :

กรดน้ําสม(CH3COOH) คลอโรฟอรม(CHCl3) และน้ํา

คําตอบ 3 :

คลอโรฟอรม(CHCl3) กรดน้ําสม(CH3COOH) และน้ํา

คําตอบ 4 :

น้ํา คลอโรฟอรม(CHCl3) และกรดน้ําสม(CH3COOH

288
ของเหลวผสมที่ประกอบดวยไอโซเมอรของบิวเทน 2 ชนิด ซึ่งประกอบดวยนอรมอลบิวเทน และไอโซบิวเทน ควรแยกออกจากกันดวยวิธีการใด
คําตอบ 1 :

การกลั่น

คําตอบ 2 :

การสกัด คําตอบ 3: การแพรผานเยื่อ

คําตอบ 3 :

การดูดซึม

99 of 152

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

การระเหย

289
การสกัดเอทธานอล(C2H5OH)ที่ผสมน้ําดวยสารตัวทําละลายอินทรียที่ใหคาคงที่สมดุลของเหลวนอยกวา 1.0 ควรใชปริมาณสารตัวทําละลายอยางไร เพื่อสกัดเอทธานอลมากๆ

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ปริมาณมากที่สุดที่พอดีแยกชั้นกับน้ํา

คําตอบ 2 :

ปริมาณมากกวาน้ํา แตตองแยกชั้นกับน้ํา

คําตอบ 3 :

ปริมาณเทียบเทากับน้ํา

คําตอบ 4 :

ปริมาณนอยกวาน้ํา แตตองแยกชั้นกับน้ํา

290










ิ์ ห

การสกัดเอทธานอล(C2H5OH)ที่ผสมน้ําดวยสารตัวทําละลายอินทรียที่ใหคาคงที่สมดุลของเหลวมากกวา 1.0 ควรใชปริมาณสารตัวทําละลายอยางไร เพื่อการสกัดเอทธานอ
ลมากๆ

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ปริมาณนอยที่สุดที่พอดีแยกชั้นกับน้ํา

คําตอบ 2 :

ปริมาณนอยกวาน้ํา แตตองแยกชั้นกับน้ํา

คําตอบ 3 :

ปริมาณเทียบเทากับน้ํา

คําตอบ 4 :

ปริมาณมากวาน้ํา แตตองแยกชั้นกับน้ํา





291







การสกัดเอทธานอล(C2H5OH)ที่ผสมน้ําดวยสารตัวทําละลายอินทรียที่ใหคาคงที่สมดุลของเหลวมากกวา 1.0 ควรใชปริมาณสารตัวทําละลายอยางไร เพื่อการสกัดเอทธานอ
ลมากๆ

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ปริมาณนอยที่สุดที่พอดีแยกชั้นกับน้ํา

คําตอบ 2 :

ปริมาณนอยกวาน้ํา แตตองแยกชั้นกับน้ํา

คําตอบ 3 :

ปริมาณเทียบเทากับน้ํา

คําตอบ 4 :

ปริมาณมากวาน้ํา แตตองแยกชั้นกับน้ํา

292




าว


ในการสกัดแยกอะซิโตน(CH3COCH3)ที่ปนในโทลูอีน(C7H8)โดยการใชน้ํากับหอสกัดที่บรรจุดวยแผนเจาะรูพรุนจํานวน 17 แผน ในสายแอ็กแทร็ก(extract)ควรมีสารใดอยูเรียง
ลําดับจากความเขมขนมากไปนอย
คําตอบ 1 :

โทลูอีน น้ํา และ อะซิโตน

คําตอบ 2 :

น้ํา อะซิโตน และ โทลูอีน

คําตอบ 3 :

อะซิโตน โทลูอีน และ น้ํา

คําตอบ 4 :

น้ํา และ อะซิโตน

100 of 152

ขอที่ :

293
ในการสกัดแยกอะซิโตน(CH3COCH3)ที่ปนในโทลูอีน(C7H8)โดยการใชน้ํากับหอสกัดที่บรรจุดวยแผนเจาะรูพรุนจํานวน 17 แผน ในสายราฟฟเนท(raffinate)ควรมีสารใดอยู
เรียงลําดับจากความเขมขนมากไปนอย

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

โทลูอีน น้ํา และ อะซิโตน

คําตอบ 2 :

น้ํา อะซิโตน และ โทลูอีน

คําตอบ 3 :

อะซิโตน โทลูอีน และ น้ํา

คําตอบ 4 :

โทลูอีน อะซิโตน และน้ํา







294

ในการสกัดแยกกรดน้ําสม(CH3COOH)ออกจากน้ําสมสายชู(CH3COOH + H2O) โดยการใชคลอโรฟอรม(CHCl3)กับหอสกัดที่บรรจุดวยแผนเจาะรูจํานวน 18 แผน ความเขม
ขนของกรดน้ําสมในสายราฟฟเนต(raffinate)ควรมีลักษณะอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ลดลงจากยอดหอสูกนหอ

คําตอบ 2 :

ไมลดลงจากยอดหอสูกนหอ

คําตอบ 3 :

ไมเปลี่ยนแปลงจากยอดหอสูกนหอ

คําตอบ 4 :

เพิ่มขึ้นจากยอดหอสูกนหอ

295










ิ์ ห

ในการสกัดแยกอะซิโตน(CH3COCH3)ที่ปนในโทลูอีน(C7H8)โดยการใชน้ํากับหอสกัดที่บรรจุดวยแผนเจาะรูพรุนจํานวน 12 แผน อัตราการไหลของอะซิโตนในสายราฟฟเนต
(raffinate)ควรมีลักษณะอยางไร

ขอที่ :





คําตอบ 1 :

เพิ่มขึ้นจากบนลงลาง

คําตอบ 2 :

ไมเพิ่มขึ้นจากบนลงลาง

คําตอบ 3 :

ไมเปลี่ยนแปลงจากบนลงลาง

คําตอบ 4 :

ไมลดลงจากบนลงลาง

296




าว


ในการสกัดแยกกรดน้ําสม(CH3COOH)ออกจากน้ําสมสายชู(CH3COOH + H2O) โดยการใชคลอโรฟอรม(CHCl3)กับหอสกัดที่บรรจุดวยแผนเจาะรูจํานวน 20 แผน ความเขม
ขนของกรดน้ําสมในสายแอ็กแทร็ก(extract)ควรมีลักษณะอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ลดลงจากยอดหอสูกนหอ

คําตอบ 2 :

ไมลดลงจากยอดหอสูกนหอ

คําตอบ 3 :

ไมเปลี่ยนแปลงจากยอดหอสูกนหอ

คําตอบ 4 :

เพิ่มขึ้นจากยอดหอสูกนหอ

297

101 of 152

ในการสกัดแยกกรดน้ําสม(CH3COOH)ออกจากน้ําสมสายชู(CH3COOH + H2O) โดยการใชคลอโรฟอรม(CHCl3)กับหอสกัดที่บรรจุดวยแผนเจาะรูจํานวน 20 แผน ปริมาณใด
ไมคงที่

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อัตราการไหลของน้ํา

คําตอบ 2 :

อุณหภูมิของการสกัด

คําตอบ 3 :

ความเขมขนของกรดน้ําสม

คําตอบ 4 :

ความดันของการสกัด







298

การใชคลอโรฟอรม(CHCl3)สําหรับสกัดแยกกรดน้ําสม(CH3COOH)ออกจากน้ําสมสายชู(CH3COOH + H2O) ดวยหอสกัดที่มีแผนเจาะรูอยูภายใด ควรปอนคลอโรฟอรมและ
น้ําสมสายชูเขาที่สวนใดของหอสกัด ตามลําดับ

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

คลอโรฟอรมดานบน และน้ําสมสายชูดานลาง

คําตอบ 2 :

คลอโรฟอรมดานบน และน้ําสมสายชูตรงกลาง

คําตอบ 3 :

คลอโรฟอรมตรงกลาง และน้ําสมสายชูดานลาง

คําตอบ 4 :

คลอโรฟอรมดานลาง และน้ําสมสายชูตรงกลาง

299










ิ์ ห

ในการคํานวณหอสกัดที่บรรจุดวยแผนเจาะรูพรุนจํานวน 10 แผน สําหรับแยกอะซิโตน(CH3COCH3)ที่ปนในโทลูอีน(C7H8)ดวยการใชน้ํา อัตราการไหลของสารราฟฟเนต
(raffinate)ภายในหอสกัดควรมีลักษณะอยางไร

ขอที่ :





คําตอบ 1 :

คอยๆลดลงจากยอดหอสูกนหอ

คําตอบ 2 :

ไมลดลงจากยอดหอสูกนหอ

คําตอบ 3 :

ไมเปลี่ยนแปลงจากยอดหอสูกนหอ

คําตอบ 4 :

คอยเพิ่มขึ้นจากยอดหอสูกนหอ




าว

300

ในการคํานวณหอสกัดที่บรรจุดวยแผนเจาะรูพรุนจํานวน 10 แผน สําหรับแยกอะซิโตน(CH3COCH3)ที่ปนในโทลูอีน(C7H8)ดวยการใชน้ํา ปริมาณใดคงที่ตลอดการทดลอง


ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความเขมขนของอะซิโตนในน้ํา

คําตอบ 2 :

อัตราการไหลของสายแอ็กแทร็ก(extract)

คําตอบ 3 :

ผลตางของอัตราการไหลของสายแอ็กแทร็ก(extract)และสายราฟฟเนต(raffinate)

คําตอบ 4 :

ผลรวมของอัตราการไหลของสายแอ็กแทร็ก(extract)และสายราฟฟเนต(raffinate)

301
โดยทั่วไปแลวพารามิเตอรใดที่มีผลกระทบนอยที่สุดตอประสิทธิภาพของกระบวนการสกัดแบบไหลสวนทางกันของระบบของเหลว-ของเหลว
คําตอบ 1 :

อุณหภูมิในการสกัดในแตละขั้นตอน

102 of 152

ขอที่ :

คําตอบ 2 :

ความดันลดที่เกิดขึ้นในแตละขั้นตอน

คําตอบ 3 :

ระยะเวลาของการสกัดในแตละขั้นตอน

คําตอบ 4 :

อัตราสวนของความยาวตอเสนผาศูนยกลางของเครื่องสกัด

302
โดยทั่วไปแลวพารามิเตอรใดที่มีผลกระทบนอยที่สุดตอประสิทธิภาพของกระบวนการสกัดแบบไหลสวนทางกันของระบบของเหลว-ของเหลว

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อุณหภูมิในการสกัดในแตละขั้นตอน

คําตอบ 2 :

ความดันลดที่เกิดขึ้นในแตละขั้นตอน

คําตอบ 3 :

ระยะเวลาของการสกัดในแตละขั้นตอน

คําตอบ 4 :

อัตราสวนของความยาวตอเสนผาศูนยกลางของเครื่องสกัด

ขอที่ :




ิ์ ห

303
ขอใดไมใชคุณสมบัติของสารที่ใชในการเลือกตัวทําละลายในกระบวนการสกัด







คําตอบ 1 :

สามารถนํากลับมาใชไดงาย

คําตอบ 2 :

มีราคาไมแพง

คําตอบ 3 :

ไมละลายในของเหลวที่เปนเฟสราฟฟเนต

คําตอบ 4 :

มีความหนาแนนใกลเคียงกับของเหลวที่เปนเฟสราฟฟเนต (Raffinate Phase)





304







กรณีใดตอไปนี้ที่ไมใชเหตุผลที่ทําใหเครื่องมือสกัดของเหลวไดรับความนิยมใชมากกวาหอกลั่น

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เมื่อกระบวนการกลั่นตองการใชความรอนมากเกินไป

คําตอบ 2 :

เมื่อการเกิดแอซิโอโทรป (Azeotrope) ไปจํากัดระดับขั้นของการแยก

คําตอบ 3 :

เมื่อการใหความรอนเปนสิ่งที่ตองหลีกเลี่ยง

คําตอบ 4 :

เมื่อจุดเดือดของของเหลวที่ตองการสกัดมีคาต่ํามาก

305




าว


ในการสกัดโดยวิธี liquid-liquid Extraction นิยมสกัดที่อุณหภูมิใด
คําตอบ 1 :

เทากับอุณหภูมิจุดเดือดของสารละลาย

คําตอบ 2 :

สูงกวาอุณหภูมิจุดเดือดของสารละลาย

คําตอบ 3 :

ต่ํากวาอุณหภูมิจุดเดือดของสารละลาย

คําตอบ 4 :

สูงกวาอุณหภูมิจุด DEW POINT ของสารละลาย

103 of 152

ขอที่ :

306
ในการสกัดโดยวิธี liquid-liquid Extraction นิยมสกัดที่ความดันใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เทากับความดันจุดเดือดของสารละลาย

คําตอบ 2 :

สูงกวาความดันจุดเดือดของสารละลาย

คําตอบ 3 :

ต่ํากวาความดันจุดเดือดของสารละลาย

คําตอบ 4 :

ต่ํากวาความดันจุด DEW POINT ของสารละลาย







307
ขอใดตอไปนี้ไมใชขอดอยของเครื่องสกัดแบบแรงเหวี่ยง (Centrifugal extractor)

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

มีคาใชจายเริ่มตนสูง

คําตอบ 2 :

มีคาใชจายในการปฏิบัติการสูง

คําตอบ 3 :

มีขอจํากัดในการเพิ่มจํานวนขั้นตอนการสกัดในหนวยสกัดเดี่ยว

คําตอบ 4 :

ไมสามารถใชไดกับระบบของเหลว-ของเหลวที่การกระจายตัวเปนแบบอิมัลชัน

308










ิ์ ห

โดยทั่วไปแลวเครื่องสกัดที่มีการกวนเชิงกล (Mechanical agitation) รวมดวยนั้นจะนิยมใชในกรณีที่ระบบของเหลว-ของเหลวมีคุณสมบัติใดตอไปนี้

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

มีแรงตึงผิวสูงและ/หรือมีความแตกตางของความหนาแนนระหวางเฟสต่ํา

คําตอบ 2 :

มีแรงตึงผิวสูงและ/หรือมีความแตกตางของความหนาแนนระหวางเฟสสูง

คําตอบ 3 :

มีแรงตึงผิวปานกลางและ/หรือมีความแตกตางของความหนาแนนระหวางเฟสต่ํา

คําตอบ 4 :

มีแรงตึงผิวต่ําและ/หรือมีความแตกตางของความหนาแนนระหวางเฟสต่ํา








าว

309

โดยทั่วไปแลวในการออกแบบเครื่องสกัดที่มีหลายขั้นตอนและมีการไหลแบบสวนทางกันนั้นมี 4 ปจจัยที่สําคัญที่เกี่ยวของ คือ จํานวนขั้นตอนสมดุล ความบริสุทธิ์ของผลิตภัณฑ
รอยละของสารที่สกัดออกมาได และขอใดตอไปนี้ปจจัยที่เหลือ


ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อัตราการไหลของเฟสเอกซแทรคที่เขาสูขั้นตอนลําดับที่ N (VN+1)

คําตอบ 2 :

อัตราการไหลของเฟสราฟฟเนตที่เขาสูขั้นตอนลําดับที่ 1 (L0)

คําตอบ 3 :

อัตราสวน VN+1/ L0

คําตอบ 4 :

คาแฟกเตอรความปลอดภัย (Safety factor

310
โดยทั่วไปแลวในการออกแบบเครื่องสกัดที่มีหลายขั้นตอนและมีการไหล แบบสวนทางกันนั้น ถากําหนดใหอัตราสวนของอัตราการไหลของเฟสเอกซ แทรคที่เขาสูขั้นตอนลําดับสุด
ดไดof
ที่อ152
ยูในเฟสเอกซ
ทายหรือลําดับที่ N (VN+1) ตออัตราการไหลของ เฟสราฟฟเนตที่เขาสูขั้นตอนลําดับแรกหรือลําดับที่ 1 (L0) มีคามากจะทําให ความเขมขนของสารที่สกั
104
แทรค (เฟส V) มีคานอย จะ ทําใหเกิดผลในขอใดตอไปนี้

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

รอยละของสารที่สกัดออกมาไดมีคาต่ํา

คําตอบ 2 :

รอยละของสารที่สกัดออกมาไดมีคาสูง

คําตอบ 3 :

การนําตัวทําละลายที่อยูในเฟสเอกซแทรคกลับมาใชอีกทําไดงาย

คําตอบ 4 :

การนําตัวทําละลายที่อยูในเฟสเอกซแทรคกลับมาใชอีกทําไดยาก

311







สําหรับกระบวนการสกัดที่มีหลายขั้นตอนแบบไหลสวนทางกันนั้นในกรณีที่ กําหนดใหอัตราสวนของอัตราการไหลของเฟสเอกซแทรคที่เขาสูขั้นตอน ลําดับสุดทายหรือลําดับที่ N
(VN+1) ตออัตราการไหลของเฟสราฟฟเนตที่เขา สูขั้นตอนลําดับแรกหรือลําดับที่ 1 (L0) มีคาต่ําสุด เพื่อใหไดเปอรเซ็นตของ สารที่สกัดออกมาไดตามตองการนั้น จะตองใช
จํานวนขั้นตอนการสกัดในขอ ใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

นอยที่สุด

คําตอบ 2 :

นอย

คําตอบ 3 :

ปานกลาง

คําตอบ 4 :

มากที่สุด




ิ์ ห

312







โดยทั่วไปกระบวนการสกัดที่มีหลายขั้นตอนแบบไหลสวนทางกันนั้นใน กรณีที่กําหนดใหอัตราสวนของอัตราการไหลของเฟสเอกซแทรคที่เขาสู ขั้นตอนลําดับสุดทายหรือลําดับที่ N
(VN+1) ตออัตราการไหลของเฟสราฟ ฟเนตที่เขาสูขั้นตอนลําดับแรกหรือลําดับที่ 1 (L0) มีคาเทากับ 1.0 จะพบวา เปอรเซ็นตของสารที่สกัดไดจะมีคาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เพิ่มจํานวนขั้นตอนการสกัดขึ้น

คําตอบ 2 :

ลดจํานวนขั้นตอนการสกัดลง

คําตอบ 3 :

เพิ่มพื้นที่การสัมผัสกันของเฟส V และเฟส L ในขั้นตอนเริ่มตน (ลําดับที่ 1)

คําตอบ 4 :

เพิ่มพื้นที่การสัมผัสกันของเฟส V และเฟส L ในขั้นตอนสุดทาย (ลําดับที่ N)








าว

313

การสกัดที่มีหลายขั้นตอนแบบไหลสวนทางกัน ในกรณีที่ตองการจํานวนขั้นสมดุลนอยที่สุด จะตองใหอัตราการไหลของเฟสเอกซแทรคที่เขาสูขั้นตอนลําดับสุดทายมีคาเทาไร
คําตอบ 1 :

มากที่สุด

คําตอบ 2 :

นอยที่สุด

คําตอบ 3 :

ปานกลาง

คําตอบ 4 :

นอย


ขอที่ :

314
แผนภาพสามเหลี่ยมดานเทาที่ใชในการแสดงสมดุลระหวางของเหลว-ของเหลวที่มีการผสมกันเพียงบางสวนของสารที่เปนตัวทําละลายกับสารที่ทําใหเจือจางนั้นจะมีเสนโคงการ
ละลาย 2 เสน คือ เสนโคงการละลายของเฟสราฟฟเนตและเสนโคงการละลายของเฟสเอกซแทรค การที่ปลายดานหนึ่งของเสนโคงทั้งสองนี้จะลูเขาหากันที่จุดเพลต (Plait point)
105 of 152
นั้นมีความหมายทางกายภาพอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ชั้นของของเหลวทั้งสองจะมีองคประกอบเดียวกัน

คําตอบ 2 :

ชั้นของของเหลวทั้งสองจะมีองคประกอบแตกตางกัน

คําตอบ 3 :

มีการแยกชั้นของของเหลวทั้งสองเฟส

คําตอบ 4 :

ความเขมขนของตัวถูกละลายในเฟสราฟฟเนตมีคามาก

315







จากระบบของเหลวสามองคประกอบ A, B, C ดังแสดงในรูป จงบอกถึงลักษณะการละลายขององคประกอบแตละชนิด

คําตอบ 1 :
คําตอบ 3 :

B และ C ละลายในกันและกันไดบาง
A และ B ละลายในกันและกันไดบาง
A และ C ละลายในกันและกันไดบาง

คําตอบ 4 :

ถูกทุกขอ

คําตอบ 2 :

ขอที่ :

316










ิ์ ห

จากระบบของเหลวสามองคประกอบ A,ฺB, C ดังแสดงในรูป จงบอกถึงลักษณะการละลายขององคประกอบแตละชนิด

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

A และ B ไมละลายซึ่งกันและกันเลย
A และ B ละลายในกันและกันไดบาง
A และ C ละลายในกันและกันไดบาง
A และ C ไมละลายในกันและกันเลย








าว

317

การสกัดแยกอะซิโตน(CH3COCH3)ที่ปนในโทลูอีน(C7H8) โดยการใชน้ํากับหอสกัดที่บรรจุดวยแผนเจาะรูพรุนจํานวน 15 แผน ควรปอนสารอินทรียรผสมและน้ําเขาหอสกัดอยาง
ไร ตามลําดับ


ขอที่ :

คําตอบ 1 :

สารอินทรียผสมดานลาง และน้ําตรงกลาง

คําตอบ 2 :

สารอินทรียผสมตรงกลาง และน้ําดานลาง

คําตอบ 3 :

สารอินทรียผสมดานลาง และน้ําดานบน

คําตอบ 4 :

สารอินทรียผสมดานบน และน้ําดานลาง

318
การสกัดเอทธานอล(C2H5OH)ที่ผสมกับน้ําดวยเฮกเซน(C6H14) ควรดําเนินการภายใตความดันใด
คําตอบ 1 :

ความดันต่ํากวาจุดน้ําคาง(dew point pressure)

106 of 152

ขอที่ :

คําตอบ 2 :

ความดันจุดน้ําคาง(dew point pressure)

คําตอบ 3 :

ความดันระหวางจุดน้ําคาง(dew point pressure)กับจุดเดือด(bubble point pressure)

คําตอบ 4 :

ความดันสูงกวาจุดเดือด(bubble point pressure)

319
ในการสกัดแยกเอทธานอล(C2H5OH)ที่ผสมน้ําดวยเฮปเทน(C7H16)ดวยถังกวนผสม โดยใชปริมาณเฮปเทนมากที่สุดที่พอดีใหสามารถสกัดเอทธานอลได จะไดผลลัพธอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ไดปริมาณแอ็กแทร็ก(extract)มากกวาปริมาณราฟฟเนต(raffinate)

คําตอบ 2 :

ไดปริมาณแอ็กแทร็ก(extract)เทากับปริมาณราฟฟเนต(raffinate)

คําตอบ 3 :

ไดปริมาณแอ็กแทร็ก(extract)นอยกวาปริมาณราฟฟเนต(raffinate)

คําตอบ 4 :

ไดแอ็กแทร็ก(extract)เพียงอยางเดียว










ิ์ ห

320

ในการสกัดแยกเอทธานอล(C2H5OH)ที่ผสมน้ําดวยเฮกเซน(C6H14)ดวยถังกวนผสม โดยใชปริมาณเฮกเซนนอยที่สุดที่พอดีใหสามารถสกัดเอทธานอลได จะไดผลลัพธอยางไร

ขอที่ :







คําตอบ 1 :

ไดแอ็กแทร็ก(extract)เพียงอยางเดียว

คําตอบ 2 :

ไดราฟฟเนต(raffinate)เพียงอยางเดียว

คําตอบ 3 :

ไดปริมาณแอ็กแทร็ก(extract)มากกวาปริมาณราฟฟเนต(raffinate)

คําตอบ 4 :

ไดปริมาณแอ็กแทร็ก(extract)เทากับปริมาณราฟฟเนต(raffinate)





321

การสกัดแยกกรดน้ําสม(CH3COOH)จากน้ําสมสายชู(CH3COOH + H2O)ดวยคลอโรฟอรม(CHCl3) โดยใชถังกวนผสมเพียงถังเดียว ถาเพิ่มอัตราการไหลของคลอโรฟอรม จะ
เกิดการเปลี่ยนแปลงเชนใด

ขอที่ :




าว

คําตอบ 1 :

ความเขมขนของกรดน้ําสมในสายเอกซแทรคเพิ่มขึ้น

คําตอบ 2 :

ความเขมขนของกรดน้ําสมในสายเอกซแทรคลดลง

คําตอบ 3 :

ความเขมขนของกรดน้ําสมในราฟฟเนทเพิ่มขึ้น

คําตอบ 4 :

ไมเกิดการเปลี่ยนแปลง

322


การสกัดแยกกรดน้ําสม(CH3COOH)จากน้ําสมสายชู(CH3COOH + H2O)ดวยคลอโรฟอรม(CHCl3) โดยใชถังกวนผสมเพียงถังเดียว เพื่อใหสามารถสกัดกรดน้ําสมไดสูงสุด
ควรปอนคลอโรฟอรมใหสัมพันธกับน้ําสมสายชูอยางไร
คําตอบ 1 :

นอยกวาปริมาณนอยที่สุดที่พอดีแยกชั้น

คําตอบ 2 :

เทากับปริมาณนอยที่สุดที่พอดีแยกชั้น

คําตอบ 3 :

มากกวาปริมาณนอยที่สุดที่พอดีแยกชั้น

คําตอบ 4 :

เทากับปริมาณมากที่สุดที่พอดีแยกชั้น

107 of 152

ขอที่ :

323
จากกราฟสามเหลี่ยมแสดงระบบสามองคประกอบ Furfural, Glycol และ Water จงหาวาจุด M จะมี Glycol ประมาณเทาใด

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

42 %
29 %
100 %
50 %

324










ิ์ ห

จากกราฟสามเหลี่ยมแสดงระบบสามองคประกอบ Furfural, Glycol และ Water จงหาวาสัดสวนโดยโมลของน้ําที่จุด M จะเปนเทาใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เทากับความเขมขนของ glycol

คําตอบ 2 :

เทากับความเขมขนของ furfural

คําตอบ 3 :

ไมสามารถทราบไดจากกราฟสามเหลี่ยมนี้

คําตอบ 4 :

ถูกทุกขอ





325







จากกราฟสามเหลี่ยมแสดงระบบสามองคประกอบ Furfural, Glycol และ Water จงหาวาความเขมขนของ glycol ในชั้นราฟฟเนตที่จุด B จะเปนเทาใด โดยประมาณ ?

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

326




าว


คําตอบ 4 :
ขอที่ :

10 %
20 %
30 %
40 %

ตองการสกัดกรดอะซิติก จากสารละลายที่มีกรดอะซิติก 40 % และน้ํา 60 % และมีอัตราการไหลเทากับ 100 กิโลกรัม ตอ วินาที โดยใชสารไอโซโพรพิวอีเทอรบริสุทธิ์ และกําหนด
ใหความเขมขนของกรดอะซิติกในสายราฟฟเนทมีคาเทากับ 3 % จากกราฟ จุดใดคือจุดแสดงองคประกอบของสารผสมที่ตองการสกัด

คําตอบ 1 :

จุดที่ 1

คําตอบ 2 :

จุดที่ 2

108 of 152

ขอที่ :

คําตอบ 3 :

จุดที่ 3

คําตอบ 4 :

จุดที่ 4

327
ตองการสกัดกรดอะซิติก จากสารละลายที่มีกรดอะซิติก 40 % และน้ํา 60 % และมีอัตราการไหลเทากับ 100 กิโลกรัม ตอ วินาที โดยใชสารไอโซโพรพิวอีเทอรบริสุทธิ์ และกําหนด
ใหความเขมขนของกรดอะซิติกในสายราฟฟเนทมีคาเทากับ 3 % จากกราฟ จุดใดคือจุดแสดงองคประกอบของตัวทําละลาย (ไอโซโพรพิวอีเทอร)

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

จุดที่ 1

คําตอบ 2 :

จุดที่ 2

คําตอบ 3 :

จุดที่ 4

คําตอบ 4 :

จุดที่ 5










ิ์ ห

328







ตองการสกัดกรดอะซิติก จากสารละลายที่มีกรดอะซิติก 40 % และน้ํา 60 % และมีอัตราการไหลเทากับ 100 กิโลกรัม ตอ วินาที โดยใชสารไอโซโพรพิวอีเทอรบริสุทธิ์ และกําหนด
ใหความเขมขนของกรดอะซิติกในสายราฟฟเนทมีคาเทากับ 3 % จุดใดคือจุดแสดงองคประกอบของสารผสมที่ออกจากสายราฟฟเนท

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

จุดที่ 1

คําตอบ 2 :

จุดที่ 2

คําตอบ 3 :

จุดที่ 3

คําตอบ 4 :

จุดที่ 4

329








าว

จากรูปสมดุลเฟสสามเหลี่ยมดานลาง ขอใดถูกตอง

คําตอบ 1 :

A ควรเปนตัวถูกละลาย (solute)
B ควรเปนตัวถูกละลาย
C ควรเปนตัวถูกละลาย
P ควรเปนตัวถูกละลาย


คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

330
จากรูปสมดุลเฟสสามเหลี่ยมดานลาง ขอใดถูกตอง

109 of 152
คําตอบ 1 :

เสนโคง AP ควรเปนเฟสราฟฟเนท

ขอที่ :

คําตอบ 2 :

เสนโคง AP ความเปนเฟสเอกซแทรค

คําตอบ 3 :

เสนโคง BP ควรเปนเฟสราฟฟเนท

คําตอบ 4 :

ถูกทั้งขอ 2 และ 3

331
ขอใดกลาวไดถูกตองเกี่ยวกับสภาวะสมดุลวัฏภาค (phase equilibrium)

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ที่สภาวะสมดุล Gibbs free energy ของระบบจะมีคาต่ําที่สุด

คําตอบ 2 :

ที่สภาวะสมดุล พลังงานภายในของระบบจะมีคาต่ําที่สุด

คําตอบ 3 :

ที่สภาวะสมดุล เอนทาลปของระบบจะมีคาต่ําที่สุด

คําตอบ 4 :

ที่สภาวะสมดุล เอนโทรปของระบบจะมีคาต่ําที่สุด

ขอที่ :




ิ์ ห

332
ขอใดคือนิยามของสมดุลทางเทอรโมไดนามิกส (thermodynamic equilibrium)













คําตอบ 1 :

ระบบซึ่งอยูในสมดุลความรอน (thermal equilibrium) และสมดุลทางกล (mechanical equilibrium)

คําตอบ 2 :

ระบบซึ่งอยูในสมดุลความรอน (thermal equilibrium) และสมดุลเคมี (chemical equilibrium)

คําตอบ 3 :

ระบบซึ่งอยูในสมดุลความรอน (thermal equilibrium) และสมดุลเคมี (chemical equilibrium)

คําตอบ 4 :

ระบบซึ่งอยูในสมดุลความรอน (thermal equilibrium) สมดุลทางกล (mechanical equilibrium) และสมดุลเคมี (chemical equilibrium)





333

ระบบซึ่งอยูในสภาวะสมดุลทางความรอน(thermal equilibrium) จะมีคาตัวแปรใดเทากัน

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความดัน

คําตอบ 2 :

ปริมาตร

คําตอบ 3 :

อุณหภูมิ

คําตอบ 4 :

ความเขมขน

334




าว


ระบบซึ่งอยูในสภาวะสมดุลทางกล (mechanical equilibrium) จะมีคาตัวแปรใดเทากัน
คําตอบ 1 :

ความดัน

คําตอบ 2 :

ปริมาตร

คําตอบ 3 :

ความเขมขน

คําตอบ 4 :

อุณหภูมิ

110 of 152

ขอที่ :

335
ระบบซึ่งอยูในสภาวะสมดุลเคมี (chemical equilibrium) จะมีคาตัวแปรใดเทากัน

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความดัน

คําตอบ 2 :

ปริมาตร

คําตอบ 3 :

อุณหภูมิ

คําตอบ 4 :

ความเขมขน







336
โดยทั่วไปคา Gibbs free energy สําหรับของเหลวขึ้นกับตัวแปรใดเปนหลัก

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อุณหภูมิและความดัน

คําตอบ 2 :

อุณหภูมิและความเขมขนขององคประกอบสาร

คําตอบ 3 :

ความดันและความเขมขนขององคประกอบสาร

คําตอบ 4 :

อุณหภูมิ ความดันและความเขมขนขององคประกอบสาร

337
โดยทั่วไปคา Gibbs free energy สําหรับกาซขึ้นกับตัวแปรใดเปนหลัก

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อุณหภูมิและความดัน

คําตอบ 2 :

อุณหภูมิและความเขมขนขององคประกอบสาร

คําตอบ 3 :

ความดันและความเขมขนขององคประกอบสาร

คําตอบ 4 :

อุณหภูมิ ความดันและความเขมขนขององคประกอบสาร














ิ์ ห




าว

338

กาซไฮโดรเจนทําปฏิกิริยากับกาซออกซิเจนเกิดเปนน้ํา ถามีกาซไฮโดรเจน 24 กรัม ทําปฏิกิริยากับอากาศเกินพอ จะเกิดน้ําขึ้นกี่กรัม
คําตอบ 1 :

24
48
108
196


คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

339
อากาศและน้ําอยูในสภาวะสมดุลในถังปดที่อุณหภูมิ 75 C และความดัน 760 mm Hg จงคํานวณหาสัดสวนเชิงโมลของน้ําและอากาศแหงในวัฏภาคกาซ เมื่อกําหนดใหคาความดัน
ไอของน้ําที่ 75 C เทากับ 289 mm Hg
คําตอบ 1 :

0.275 และ 0.724

111 of 152

คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

0.38 และ 0.62
0.724 และ 0.275
0.62 และ 0.38

340
ถาความหนาแนนของกาซชนิดหนึ่งที่ STP มีคาเทากับ 1.25 g/l จงประมาณคาน้ําหนักโมเลกุลของกาซนี้ กําหนดคา R = 0.08206
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

ขอที่ :




ิ์ ห

341
ระบบปดหมายถึง

ขอที่ :







25
26
27
28







คําตอบ 1 :

ระบบที่มีการถายเฉพาะมวลผานขอบเขตของระบบ

คําตอบ 2 :

ระบบที่มีการถายเทเฉพาะพลังงานผานขอบเขตของระบบ

คําตอบ 3 :

ระบบที่ไมมีการถายเททั้งมวลและพลังงานผานขอบเขตของระบบ

คําตอบ 4 :

ระบบที่ไมมีการถายเทมวลและอุณหภูมิคงที่





342

ถาน้ําที่จุดไตรภาค (triple point) มีคาความดันลดลง ในขณะที่อุณหภูมิคงที่ การเปลี่ยนแปลงวัฏภาคในขอใดดังตอไปนี้ ที่สามารถเกิดขึ้นไดบาง 1. การหลอมเหลว 2. การระเหิด
3. การกลายเปนไอ

ขอที่ :




าว

คําตอบ 1 :

ขอ 1 เทานั้น

คําตอบ 2 :

ขอ 2 เทานั้น

คําตอบ 3 :

ขอ 3 เทานั้น

คําตอบ 4 :

ขอ 1 และ 2

343


ความดันไอและอุณหภูมิจุดเดือดของน้ําบริสุทธิ์จะเปลี่ยนแปลงอยางไร ถาเติมเกลือโซเดียมคลอไรด ลงไป
คําตอบ 1 :

ความดันไอลดลง จุดเดือดเพิ่มขึ้น

คําตอบ 2 :

ทั้งความดันไอและจุดเดือดลดลง

คําตอบ 3 :

ความดันไอเพิ่มขึ้น จุดเดือดลดลง

คําตอบ 4 :

ทั้งความดันไอและจุดเดือดเพิ่มขึ้น

112 of 152

ขอที่ :

344
ขอใดกลาวไดถูกตองเกี่ยวกับสภาวะสมดุลวัฏภาค (phase equilibrium)

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ที่สภาวะสมดุล Gibbs free energy ของระบบจะมีคาต่ําที่สุด

คําตอบ 2 :

ที่สภาวะสมดุล พลังงานภายในของระบบจะมีคาต่ําที่สุด

คําตอบ 3 :

ที่สภาวะสมดุล เอนทาลปของระบบจะมีคาต่ําที่สุด

คําตอบ 4 :

ที่สภาวะสมดุล เอนโทรปของระบบจะมีคาต่ําที่สุด







345
ขอใดคือนิยามของสมดุลทางเทอรโมไดนามิกส (thermodynamic equilibrium)

ขอที่ :




ิ์ ห

คําตอบ 1 :

ระบบซึ่งอยูในสมดุลความรอน (thermal equilibrium) และสมดุลทางกล (mechanical equilibrium)

คําตอบ 2 :

ระบบซึ่งอยูในสมดุลความรอน (thermal equilibrium) และสมดุลเคมี (chemical equilibrium)

คําตอบ 3 :

ระบบซึ่งอยูในสมดุลความรอน (thermal equilibrium) และสมดุลเคมี (chemical equilibrium)

คําตอบ 4 :

ระบบซึ่งอยูในสมดุลความรอน (thermal equilibrium) สมดุลทางกล (mechanical equilibrium) และสมดุลเคมี (chemical equilibrium)

346







ระบบซึ่งอยูในสภาวะสมดุลทางความรอน(thermal equilibrium) จะมีคาตัวแปรใดเทากัน

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความดัน

คําตอบ 2 :

ปริมาตร

คําตอบ 3 :

อุณหภูมิ

คําตอบ 4 :

ความเขมขน








าว

347

ระบบซึ่งอยูในสภาวะสมดุลทางกล (mechanical equilibrium) จะมีคาตัวแปรใดเทากัน


ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความดัน

คําตอบ 2 :

ปริมาตร

คําตอบ 3 :

ความเขมขน

คําตอบ 4 :

อุณหภูมิ

348
ระบบซึ่งอยูในสภาวะสมดุลเคมี (chemical equilibrium) จะมีคาตัวแปรใดเทากัน
คําตอบ 1 :

ความดัน

113 of 152

ขอที่ :

คําตอบ 2 :

ปริมาตร

คําตอบ 3 :

อุณหภูมิ

คําตอบ 4 :

ความเขมขน

349
คาคงที่เฮนรีของการละลายของกาซฮีเลียมในน้ําที่อุณหภูมิ 25 C มีคาเทากับ 2865 atm/(mol/L) จงคํานวณหาความเขมขนของกาซฮีเลียมในน้ําซึ่งอยูในภาวะสมดุลกับกาซที่มี
ความดันยอยเทากับ 0.2 atm
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

ขอที่ :

4.88e-5 mol/L
5.28e-5 mol/L
6.98e-5 mol/L
7.44e-5 mol/L










ิ์ ห

350







คาคงที่เฮนรีของการละลายของกาซออกซิเจนในน้ําที่อุณหภูมิ 25 C มีคาเทากับ 756.7 atm/(mol/L) จงคํานวณหาความเขมขนของกาซออกซิเจนในน้ําซึ่งอยูในภาวะสมดุลกับ
กาซที่มีความดันยอยเทากับ 0.1 atm
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

1.22e-4 mol/L
1.32e-4 mol/L
1.38e-4 mol/L
1.42e-4 mol/L





351




าว

คาคงที่เฮนรีของการละลายของกาซออกซิเจนในน้ําที่อุณหภูมิ 25 C มีคาเทากับ 756.7 atm/(mol/L) จงคํานวณหาความเขมขนของกาซออกซิเจนในน้ําซึ่งอยูในภาวะสมดุลกับ
กาซที่มีความดันยอยเทากับ 0.2 atm
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :


คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

2.64e-4 mol/L
2.84e-4 mol/L
2.89e-4 mol/L
2.94e-4 mol/L

352
ในปฏิกิริยาในวัฏภาคกาซที่มีตัวเรงปฏิกิริยาเปนของแข็งนั้น เมื่อตองการทดสอบวาในการทดลองของเรานั้น ขั้นตอนการแพรภายในโครงสรางรูพรุนของตัวเรงปฏิกิริยา (internal

mass transfer) นั้นเปนขั้นตอนควบคุมอัตราเร็วปฏิกิริยารวมหรือไมนั้น เราควรทําอยางไร
คําตอบ 1 :

ทําการทดลองสองชุดโดยที่มีอัตราเร็วในการไหลของของไหลตางกัน

คําตอบ 2 :

ทําการทดลองสองชุดที่อุณหภูมิตางกัน

114 of 152

ขอที่ :

คําตอบ 3 :

ทําการทดลองสองชุดโดยใชตัวเรงปฏิกิริยาขนาดตางกัน

คําตอบ 4 :

ทําการทดลองสองชุดโดยใชความเขมขนเริ่มตนของสารทําปฏิกิริยาตางกัน

353
ขอใดกลาวไมถูกตองสําหรับการดูดซับแบบกายภาพบนของแข็ง (physical adsorption)

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

การดูดซับเกิดขึ้นไดอยางรวดเร็ว

คําตอบ 2 :

การดูดซับสารเกิดขึ้นไดหลายชั้น ไมจํากัดจํานวน

คําตอบ 3 :

การดูดซับจะมีความรอนเกี่ยวของสูง

คําตอบ 4 :

มีการคายความรอนเกิดขึ้นระหวางการดูดซับ




ิ์ ห

354
ขอใดกลาวถูกตองสําหรับการดูดซับแบบเคมีบนของแข็ง (chemical adsorption)

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

การดูดซับเกิดขึ้นจากแรง Van der Waal

คําตอบ 2 :

การดูดซับสารเกิดขึ้นไดหลายชั้น ไมจํากัดจํานวน

คําตอบ 3 :

การดูดซับจะมีความรอนเกี่ยวของสูง

คําตอบ 4 :

การดูดซับเปนปฏิกิริยาแบบคายความรอน





355













สมการไอโซเทอรม (Isotherm) ของ Langmuir ไดทํานายวาเมื่อความดันของสารในระบบเพิ่มขึ้นแลว สัดสวนของสารที่ดูดซับบนพื้นผิวของของแข็งจะเปนเชนไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

คําตอบ 2 :

ลดลงเรื่อยๆ

คําตอบ 3 :

เพิ่มขึ้นแลวลดลง

คําตอบ 4 :

ไมมีขอใดถูก

356




าว


ตามสมมติฐานของ Langmuir ถามีสารสองชนิดที่สามารถดูดซับบนพื้นผิวแลว เมื่อความดันของสารตัวแรกในระบบมีคาเพิ่มขึ้นแลว สัดสวนในการปกคลุมพื้นผิว (equilibrium
surface coverage) ของสารอีกตัวหนึ่งจะเปลี่ยนแปลงอยางไร
คําตอบ 1 :

เพิ่มขึ้น

คําตอบ 2 :

ลดลง

คําตอบ 3 :

ไมเปลี่ยนแปลง

คําตอบ 4 :

อาจเปนไปทั้งคําตอบ 1, 2 และ 3 ขึ้นอยูกับความดันรวมของระบบ

115 of 152

ขอที่ :

357
ขอใดกลาวไมถูกตองสําหรับสมมติฐานของ Langmuir

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ปริมาณสารที่ดูดซับไดมากที่สุดเทากับการดูดซับเพียงหนึ่งชั้น(monolayer) เทานั้น

คําตอบ 2 :

อัตราการคายตัว (rate of desorption) ของสารขึ้นอยูกับปริมาณสารที่ดูดซับบนพื้นผิวเทานั้น

คําตอบ 3 :

พลังงานของสารที่ดูดซับอยูบนพื้นผิวมีคาเทากันหมดทั้งพื้นผิว

คําตอบ 4 :

ไมมีคําตอบใดถูก







358
ขอใดกลาวไมถูกตองเกี่ยวกับสมการไอโซเทอรมของ Brunauer, Emmett และ Taylor (BET isotherm)

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

วิธีนี้นิยมใชในการหาพื้นที่ผิวสัมผัสของของแข็งที่มีรูพรุน

คําตอบ 2 :

วิธีนี้สามารถใชไดกับการดูดซับหลายๆชั้น (multilayer)

คําตอบ 3 :

วิธีนี้สมมติใหการดูดซับเปนแบบเคมี (chemical adsorption)

คําตอบ 4 :

อาจมีคําตอบถูกมากกวา 1 ขอ

359




ิ์ ห







ขอใดกลาวไมถูกตองเกี่ยวกับการดูดซับแบบกายภาพ (physical adsorption) และการดูดซับแบบเคมี (chemical adsorption)

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

การดูดซับแบบกายภาพเกิดไดดีที่อุณหภูมิต่ํา

คําตอบ 2 :

การดูดซับแบบเคมีเกิดไดเร็วที่อุณหภูมิสูง

คําตอบ 3 :

การดูดซับแบบกายภาพเกิดขึ้นจากแรง Van der Waal

คําตอบ 4 :

ไมมีขอถูก








าว

360

เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น คาคงที่สมดุลการดูดซับ (adsorption equilibrium constant) จะมีคาเปลี่ยนแปลงอยางไร
คําตอบ 1 :

เพิ่มขึ้น

คําตอบ 2 :

ลดลง

คําตอบ 3 :

เทาเดิม

คําตอบ 4 :

อาจเปนไปไดทั้ง 1 และ 2


ขอที่ :

361
เมื่ออุณหภูมิลดลง คาคงที่สมดุลการคาย (desorption equilibrium constant) จะมีคาเปลี่ยนแปลงอยางไร
คําตอบ 1 :

เพิ่มขึ้น

คําตอบ 2 :

ลดลง

116 of 152

ขอที่ :

คําตอบ 3 :

เทาเดิม

คําตอบ 4 :

อาจเปนไปไดทั้ง 1 และ 2

362
สําหรับปฏิกิริยาอันดับ 2 ที่เกิดบนตัวเรงปฏิกิริยาที่เปนของแข็ง ขอใดเปนหนวยของคาคงที่ปฏิกิริยา (rate constant)
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

ขอที่ :

s
m^3/(kg.s)
mol/(kg.s)
m^6/(mol.kg.s)




ิ์ ห

363

จงหาองศาความอิสระ(degree of freedom) ของระบบซึ่งมีการสลายตัวบางสวนของ Calcium carbonate ในบรรยากาศเปด
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :







1
2
3
4





364







จงหาองศาความอิสระ(degree of freedom) ของระบบซึ่งมีการสลายตัวบางสวนของ Ammonium chloride ในบรรยากาศเปด
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

365

0
1
2
3




าว


จงหาองศาความอิสระ(degree of freedom) ของระบบซึ่งประกอบดวยกาซ คารบอนมอนอกไซด คารบอนไดออกไซด ไฮโดรเจน ไอน้ํา และ มีเทน ในสภาวะสมดุล
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

1
2
3
4

117 of 152
366

จงคํานวณหาความเปลี่ยนแปลงเอนโทรปของการเปลี่ยนแปลงจากน้ําในสถานะของเหลวที่ -5 C, 1 atm ไปเปนน้ําแข็งที่ -5 C, 1 atm โดยกําหนดใหคาความจุความรอนจําเพาะ
ของน้ําแข็งและน้ําในสถานะของเหลวเทากับ 9 และ 18 cal/ mol K ตามลําดับ และ Standard enthalpy change of fusion ของน้ําที่ 0 C เทากับ 1440 cal/mol
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

-5.1 eu
-4.2 eu
4.2 eu
5.2 eu







367

จงคํานวณหาความเปลี่ยนแปลงเอนโทรปของการเปลี่ยนแปลงจากน้ําในสถานะของเหลวที่ 10 C, 1 atm ไปเปนน้ําแข็งที่ -5 C, 1 atm โดยกําหนดใหคาความจุความรอนจําเพาะ
ของน้ําแข็งและน้ําในสถานะของเหลวเทากับ 9 และ 18 cal/ mol K ตามลําดับ และ Standard enthalpy change of fusion ของน้ําที่ 0 C เทากับ 1440 cal/mol
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

6.09 eu
-6.09 eu
5.32 eu
-5.32




ิ์ ห

368







จงคํานวณหาความเปลี่ยนแปลงเอนโทรปของการเปลี่ยนแปลงจากน้ําในสถานะของเหลวที่ 5 C, 1 atm ไปเปนน้ําแข็งที่ -5 C, 1 atm โดยกําหนดใหคาความจุความรอนจําเพาะของ
น้ําแข็งและน้ําในสถานะของเหลวเทากับ 9 และ 18 cal/ mol K ตามลําดับ และ Standard enthalpy change of fusion ของน้ําที่ 0 C เทากับ 1440 cal/mol
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

-4.52 eu
4.52 eu
-5.77 eu
5.77 eu








าว

369

จงคํานวณหาความเปลี่ยนแปลงเอนโทรปของการเปลี่ยนแปลงจากน้ําในสถานะของเหลวที่ 5 C, 1 atm ไปเปนน้ําแข็งที่ -10 C, 1 atm โดยกําหนดใหคาความจุความรอนจําเพาะ
ของน้ําแข็งและน้ําในสถานะของเหลวเทากับ 9 และ 18 cal/ mol K ตามลําดับ และ Standard enthalpy change of fusion ของน้ําที่ 0 C เทากับ 1440 cal/mol


คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

370

3.23 eu
-3.23 eu
5.94 eu
-5.94 eu

118 of 152

จงคํานวณหาความเปลี่ยนแปลงเอนโทรปของการเปลี่ยนแปลงจากน้ําในสถานะของเหลวที่ -10 C, 1 atm ไปเปนน้ําแข็งที่ -10 C, 1 atm โดยกําหนดใหคาความจุความรอนจําเพาะ

ของน้ําแข็งและน้ําในสถานะของเหลวเทากับ 9 และ 18 cal/ mol K ตามลําดับ และ Standard enthalpy change of fusion ของน้ําที่ 0 C เทากับ 1440 cal/mol
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

-4.94 eu
4.94 eu
5.42 eu
-5.42 eu







371

อุณหภูมิซึ่งทําใหเกิด spontaneous solidification ของทองแดงเทากับ 1120 K ในขณะที่จุดหลอมเหลวอยูที่ 1356 K จงคํานวณหาการเปลี่ยนแปลงของ Gibbs free energy ที่
spontaneous solidification โดยกําหนดให enthalpy ของทองแดงที่จุดหลอมเหลวมีคาเทากับ -3100 cal และ คาความจุความรอนจําเพาะคํานวณไดจากสมการ -2.09

+0.0015T
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

-630 cal/mol
-540 cal/mol
460 cal/mol
480 cal/mol




ิ์ ห

372







ทองแดงแข็งตัวที่อุณหภูมิ 1356 K แตทองแดงสามารถอยูในสภาพ super-cooled liquid ไดจนถึงอุณหภูมิ 1120 K ซึ่งเปนจุดที่ทองแดงเกิด simultaneous solidification จง
คํานวณหาการเปลี่ยนแปลงเอนโทรปที่จุดนี้ โดยกําหนดให enthalpy ของทองแดงที่จุดหลอมเหลวมีคา -3100 cal และ ความจุความรอนจําเพาะของทองแดงเหลวมีคา 7.5
cal/mol K และความจุความรอนจําเพาะของทองแดงแข็งมีคา 5.41+0.0015T cal/mol K
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

373

1.26 cal/mol K
-1.26 cal/mol K
-2.23 cal/mol K
2.23 cal/mol K








าว


กาซ O2 และ N2 ที่มีมวลเทากัน ทําปฏิกิริยากันตามสมการจงพิจารณาวาขอใดถูก

คําตอบ 3 :

O2 คือ สารตั้งตนจํากัด และ N2 คือสารตั้งตนเกินพอ
N2 คือ สารตั้งตนจํากัด และ O2 คือสารตั้งตนเกินพอ
O2 และ N2 ทําปฏิกิริยากันหมด และไมมีสารใดเกินพอ

คําตอบ 4 :

จากขอมูลที่ให ไมสามารถสรุปได

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :

ขอที่ :

374
โลหะบริสุทธิ์ชนิดหนึ่งหนัก 1 กรัม มีจํานวนอะตอมเทากับ 2.55 x 1021 จงคํานวณหาวา 1 โมลของโลหะนี้หนักกี่กรัม

119 of 152

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

235
254
233
223

375







โทลูอีนเหลว (ความหนาแนน = 0.866 kg/l) ไหลผานทอดวยอัตรา 175 m3/h จงคํานวณหาอัตราการไหลเชิงมวลของโทลูอีนเหลว
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

2.53 kg/h
1.53 kg/h
3.53 kg/h
2.83 kg/h




ิ์ ห

376







อัตราการไหลเชิงมวลของ n-hexane (ความหนาแนน = 0.659 g/cm3) ในทอมีคาเทากับ 6.59 g/s จงคํานวณหาอัตราการไหลเชิงปริมาตรในหนวย cm3/min
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

16
10
30
26





377

ถาเกจวัดความดันของเครื่องควบแนนสําหรับกังหันไอน้ํา อานคาได 26.2 in Hg และบารอมิเตอรอานคาได 30.4 in Hg คาความดันของเครื่องควบแนนในหนวย psia มีคาเทากับ
เทาไร (กําหนดให 14.696 psi = 29.921 in Hg)
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 4 :

378




าว


คําตอบ 3 :

ขอที่ :

2.06
3.23
4.28
4.83

ถังบรรจุกาซคารบอนไดออกไซดปริมาตร 4.50 ลิตร ที่ STP มีปริมาณคารบอนไดออกไซดกี่กรัม (กําหนดคา R = 0.08206 )
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

2.32
1.45
2.85

120 of 152

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

2.95

379
จงนิยามสภาวะอุณหภูมิและความดันมาตรฐาน (STP)

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส ความดัน 1 บรรยากาศ

คําตอบ 2 :

อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ความดัน 1 บรรยากาศ

คําตอบ 3 :

อุณหภูมิหอง ความดัน 1 บรรยากาศ

คําตอบ 4 :

อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส ความดัน 1 บาร

380




ิ์ ห

ปจจัยใดที่มีผลกระทบตอความดันไอของของเหลว

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อุณหภูมิ

คําตอบ 2 :

ความดันบรรยากาศ

คําตอบ 3 :

ปริมาตรของของเหลว

คําตอบ 4 :

พื้นที่ผิวของของเหลว

381

















จงคํานวณหาน้ําหนักโมเลกุลเฉลี่ยของกาซธรรมชาติที่ประกอบดวยกาซมีเทน (CH4) 32.1% อีเทน (C2H6) 41.2 % โพรเพน (C3H8) 17.5% และไนโตรเจน 9.2% โดยโมล
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

382

27.8
28.7
29.5
30.2




าว


สภาวะใดที่ทําใหกฎของกาซอุดมคติไมเปนจริง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความดันสูง

คําตอบ 2 :

อุณหภูมิสูง

คําตอบ 3 :

ปริมาตรมาก

คําตอบ 4 :

อุณหภูมิและความดันสูง

383
จงหาองศาความอิสระ(degree of freedom) ของระบบซึ่งมีการสลายตัวบางสวนของ Calcium carbonate ในบรรยากาศเปด

121 of 152

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

1
2
3

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

384







จงหาองศาความอิสระ(degree of freedom) ของระบบซึ่งมีการสลายตัวบางสวนของ Ammonium chloride ในบรรยากาศเปด
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

0
1
2
3




ิ์ ห

385







จงหาองศาความอิสระ(degree of freedom) ของระบบซึ่งประกอบดวยกาซ คารบอนมอนอกไซด คารบอนไดออกไซด ไฮโดรเจน ไอน้ํา และ มีเทน ในสภาวะสมดุล
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

1
2
3
4





386

จงคํานวณหาความเปลี่ยนแปลงเอนโทรปของการเปลี่ยนแปลงจากน้ําในสถานะของเหลวที่ -5 C, 1 atm ไปเปนน้ําแข็งที่ -5 C, 1 atm โดยกําหนดใหคาความจุความรอนจําเพาะ
ของน้ําแข็งและน้ําในสถานะของเหลวเทากับ 9 และ 18 cal/ mol K ตามลําดับ และ Standard enthalpy change of fusion ของน้ําที่ 0 C เทากับ 1440 cal/mol
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :


คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

387




าว

-5.1 eu
-4.2 eu
4.2 eu
5.2 eu

จงคํานวณหาความเปลี่ยนแปลงเอนโทรปของการเปลี่ยนแปลงจากน้ําในสถานะของเหลวที่ 10 C, 1 atm ไปเปนน้ําแข็งที่ -5 C, 1 atm โดยกําหนดใหคาความจุความรอนจําเพาะ
ของน้ําแข็งและน้ําในสถานะของเหลวเทากับ 9 และ 18 cal/ mol K ตามลําดับ และ Standard enthalpy change of fusion ของน้ําที่ 0 C เทากับ 1440 cal/mol
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

6.09 eu
-6.09 eu
5.32 eu

122 of 152

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

-5.32

388
จงคํานวณหาความเปลี่ยนแปลงเอนโทรปของการเปลี่ยนแปลงจากน้ําในสถานะของเหลวที่ 5 C, 1 atm ไปเปนน้ําแข็งที่ -5 C, 1 atm โดยกําหนดใหคาความจุความรอนจําเพาะของ
น้ําแข็งและน้ําในสถานะของเหลวเทากับ 9 และ 18 cal/ mol K ตามลําดับ และ Standard enthalpy change of fusion ของน้ําที่ 0 C เทากับ 1440 cal/mol
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

ขอที่ :

-4.52 eu
4.52 eu
-5.77 eu
5.77 eu










ิ์ ห

389

จงคํานวณหาความเปลี่ยนแปลงเอนโทรปของการเปลี่ยนแปลงจากน้ําในสถานะของเหลวที่ 5 C, 1 atm ไปเปนน้ําแข็งที่ -10 C, 1 atm โดยกําหนดใหคาความจุความรอนจําเพาะ
ของน้ําแข็งและน้ําในสถานะของเหลวเทากับ 9 และ 18 cal/ mol K ตามลําดับ และ Standard enthalpy change of fusion ของน้ําที่ 0 C เทากับ 1440 cal/mol
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

3.23 eu
-3.23 eu
5.94 eu
-5.94 eu





390







จงคํานวณหาความเปลี่ยนแปลงเอนโทรปของการเปลี่ยนแปลงจากน้ําในสถานะของเหลวที่ -10 C, 1 atm ไปเปนน้ําแข็งที่ -10 C, 1 atm โดยกําหนดใหคาความจุความรอนจําเพาะ
ของน้ําแข็งและน้ําในสถานะของเหลวเทากับ 9 และ 18 cal/ mol K ตามลําดับ และ Standard enthalpy change of fusion ของน้ําที่ 0 C เทากับ 1440 cal/mol
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

391




าว

-4.94 eu
4.94 eu
5.42 eu
-5.42 eu


อุณหภูมิซึ่งทําใหเกิด spontaneous solidification ของทองแดงเทากับ 1120 K ในขณะที่จุดหลอมเหลวอยูที่ 1356 K จงคํานวณหาการเปลี่ยนแปลงของ Gibbs free energy ที่
spontaneous solidification โดยกําหนดให enthalpy ของทองแดงที่จุดหลอมเหลวมีคาเทากับ -3100 cal และ คาความจุความรอนจําเพาะคํานวณไดจากสมการ -2.09

+0.0015T
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

-630 cal/mol
-540 cal/mol
460 cal/mol

123 of 152

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

480 cal/mol

392
ทองแดงแข็งตัวที่อุณหภูมิ 1356 K แตทองแดงสามารถอยูในสภาพ super-cooled liquid ไดจนถึงอุณหภูมิ 1120 K ซึ่งเปนจุดที่ทองแดงเกิด simultaneous solidification จง
คํานวณหาการเปลี่ยนแปลงเอนโทรปที่จุดนี้ โดยกําหนดให enthalpy ของทองแดงที่จุดหลอมเหลวมีคา -3100 cal และ ความจุความรอนจําเพาะของทองแดงเหลวมีคา 7.5
cal/mol K และความจุความรอนจําเพาะของทองแดงแข็งมีคา 5.41+0.0015T cal/mol K
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

ขอที่ :







1.26 cal/mol K
-1.26 cal/mol K
-2.23 cal/mol K
2.23 cal/mol K




ิ์ ห

393

ในกรณีที่คาคอนเวอรชันที่สมดุล (Equilibrium conversion) ของปฏิกิริยา A < ---- > B ต่ําลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น สิ่งใดตอไปนี้ไมถูกตอง (ระบบไมมีการแลกเปลี่ยนพลังงานกับสิ่ง
แวดลอม)

ขอที่ :







คําตอบ 1 :

เมื่ออุณหภูมิของสายปอน (สารตั้งตน) สูงขึ้น คาคอนเวอรชันที่สมดุลจะมีคาสูงขึ้น

คําตอบ 2 :

คาคอนเวอรชันที่สถานะคงตัว (Steady state) ไมจําเปนตองมีคาเทากับคาคอนเวอรชันที่สมดุล

คําตอบ 3 :

คาคอนเวอรชันสูงสุดถูกจํากัดดวยสภาวะสมดุล

คําตอบ 4 :

ระบบนี้เปนระบบคายความรอน





394

ระบบซึ่งอยูในสภาวะสมดุลเคมี (chemical equilibrium) จะมีคาตัวแปรใดเทากัน

ขอที่ :




าว

คําตอบ 1 :

ความดัน

คําตอบ 2 :

ปริมาตร

คําตอบ 3 :

อุณหภูมิ

คําตอบ 4 :

ความเขมขน

395


โดยทั่วไปคา Gibbs free energy สําหรับของเหลวขึ้นกับตัวแปรใดเปนหลัก
คําตอบ 1 :

อุณหภูมิและความดัน

คําตอบ 2 :

อุณหภูมิและความเขมขนขององคประกอบสาร

คําตอบ 3 :

ความดันและความเขมขนขององคประกอบสาร

คําตอบ 4 :

อุณหภูมิ ความดันและความเขมขนขององคประกอบสาร

124 of 152

ขอที่ :

396
โดยทั่วไปคา Gibbs free energy สําหรับกาซขึ้นกับตัวแปรใดเปนหลัก

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อุณหภูมิและความดัน

คําตอบ 2 :

อุณหภูมิและความเขมขนขององคประกอบสาร

คําตอบ 3 :

ความดันและความเขมขนขององคประกอบสาร

คําตอบ 4 :

อุณหภูมิ ความดันและความเขมขนขององคประกอบสาร







397

กาซไฮโดรเจนทําปฏิกิริยากับกาซออกซิเจนเกิดเปนน้ํา ถามีกาซไฮโดรเจน 24 กรัม ทําปฏิกิริยากับอากาศเกินพอ จะเกิดน้ําขึ้นกี่กรัม
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

24
48
100
98




ิ์ ห

398







อากาศและน้ําอยูในสภาวะสมดุลในถังปดที่อุณหภูมิ 75 oC และความดัน 760 mm Hg จงคํานวณหาสัดสวนเชิงโมลของน้ําและอากาศแหงในวัฏภาคกาซ เมื่อกําหนดใหคาความดัน
ไอของน้ําที่ 75 oC เทากับ 289 mm Hg
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

0.275 และ 0.724
0.38 และ 0.62
0.724 และ 0.275
0.62 และ 0.38








าว

399

ถาความหนาแนนของกาซชนิดหนึ่งที่ STP มีคาเทากับ 1.25 g/l จงประมาณคาน้ําหนักโมเลกุลของกาซนี้ กําหนดคา R = 0.08206


คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

25
26
27
28

400
ระบบปดหมายถึง
คําตอบ 1 :

ระบบที่มีการถายเฉพาะมวลผานขอบเขตของระบบ

125 of 152

ขอที่ :

คําตอบ 2 :

ระบบที่มีการถายเทเฉพาะพลังงานผานขอบเขตของระบบ

คําตอบ 3 :

ระบบที่ไมมีการถายเททั้งมวลและพลังงานผานขอบเขตของระบบ

คําตอบ 4 :

ระบบที่ไมมีการถายเทมวลและอุณหภูมิคงที่

401
ถาน้ําที่จุดไตรภาค (triple point) มีคาความดันลดลง ในขณะที่อุณหภูมิคงที่ การเปลี่ยนแปลงวัฏภาคในขอใดดังตอไปนี้ ที่สามารถเกิดขึ้นไดบาง 1. การหลอมเหลว 2. การระเหิด
3. การกลายเปนไอ

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ขอ 1 เทานั้น

คําตอบ 2 :

ขอ 2 เทานั้น

คําตอบ 3 :

ขอ 3 เทานั้น

คําตอบ 4 :

ขอ 1 และ 2

402

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความดันไอลดลง จุดเดือดเพิ่มขึ้น

คําตอบ 2 :

ทั้งความดันไอและจุดเดือดลดลง

คําตอบ 3 :

ความดันไอเพิ่มขึ้น จุดเดือดลดลง

คําตอบ 4 :

ทั้งความดันไอและจุดเดือดเพิ่มขึ้น





403




ิ์ ห







ความดันไอและอุณหภูมิจุดเดือดของน้ําบริสุทธิ์จะเปลี่ยนแปลงอยางไร ถาเติมเกลือโซเดียมคลอไรด ลงไป







จงหาองศาความอิสระ(degree of freedom) ของระบบซึ่งประกอบดวยสารสองชนิดละลายเขากัน แตไมทําปฏิกิริยากัน และสรางอะซีโทรปในสภาวะสมดุลไอ-ของเหลว
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

404




าว


คําตอบ 4 :
ขอที่ :

1
2
3
4

ขอใดกลาวเกี่ยวกับ Raoult law ไดอยางถูกตอง ก. ควรใชกับระบบซึ่งวัฏภาคไอประพฤติตัวแบบกาซอุดมคติ ข. ควรใชกับระบบซึ่งวัฏภาคของเหลวประพฤติตัวแบบสารละลาย
อุดมคติ ค. ควรใชกับระบบซึ่งวัฏภาคของเหลวประพฤติตัวแบบ newtonian fluid
คําตอบ 1 :

ขอ ก และ ข เทานั้น

คําตอบ 2 :

ขอ ก และ ค เทานั้น

คําตอบ 3 :

ขอ ข และ ค เทานั้น

คําตอบ 4 :

ทั้งขอ ก ข และ ค

126 of 152

ขอที่ :

405
ขอใดกลาวเกี่ยวกับ Raoult law ไดอยางถูกตอง ก. ควรใชกับระบบซึ่งมีความดันสูงมากๆ ข. ควรใชกับระบบซึ่งวัฏภาคของเหลวประพฤติตัวแบบสารละลายอุดมคติ ค. ควรใชกับ
ระบบซึ่งวัฏภาคของเหลวประพฤติตัวแบบ incompressible fluid

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ขอ ก เทานั้น

คําตอบ 2 :

ขอ ข เทานั้น

คําตอบ 3 :

ขอ ค เทานั้น

คําตอบ 4 :

ทั้งขอ ก ข และ ค

406
ในการใชแบบจําลอง Wilson สําหรับจําลองระบบสมดุลไอ-ของเหลวของระบบสองสารตองใชพารามิเตอรจํานวนกี่ตัว
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

ขอที่ :










ิ์ ห

5
4
3
2

407







โดยทั่วไปแลวตําแหนงที่เหมาะสมในการปอนสารเขาสูเครื่องมือแยกสารที่มีขั้นตอนสมดุลตอกันแบบอนุกรมนั้นจะกําหนดใหเปนตําแหนงที่ความเขมขนของสายปอนเทากับหรือใกล
เคียงกับความเขมขนของสายที่ไหลเขาสูขั้นตอนสมดุลขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งขั้นตอนนั้นเรียกวา ขั้นตอนปอน (Feed stage) อะไรคือสาเหตุที่ตองทําเชนนั้น

ขอที่ :





คําตอบ 1 :

เพื่อรักษาสภาวะของสายปอนและสายที่เขาขั้นตอนปอนไมใหเปลี่ยนแปลง

คําตอบ 2 :

เพื่อเพิ่มคาสัมประสิทธิ์การถายเทมวลของสายปอนและและสายที่เขาขั้นตอนปอน

คําตอบ 3 :

เพื่อเพิ่มคาสัมประสิทธิ์การถายเทความรอนของสายปอนและและสายที่เขาขั้นตอนปอน

คําตอบ 4 :

เพื่อรักษาอัตราการไหลของสายปอนไมใหเปลี่ยนแปลง

408




าว


สําหรับเครื่องมือแยกสารที่มีระบบการไหลแบบสวนทางกัน จุดตางๆ ที่อยูบนเสนโคงสมดุลจะระบุขอมูลใดตอไปนี้

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความสัมพันธระหวางความเขมขนของทั้งสองเฟสที่ออกจากขั้นตอนสมดุล

คําตอบ 2 :

ความสัมพันธระหวางอัตราการไหลของทั้งสองเฟสที่ออกจากขั้นตอนสมดุล

คําตอบ 3 :

ความสัมพันธระหวางความดันยอยของทั้งสองเฟสที่ออกจากขั้นตอนสมดุล

คําตอบ 4 :

ความสัมพันธระหวางอัตราการถายเทมวลของทั้งสองเฟสที่ออกจากขั้นตอนสมดุล

409

127 of 152

ถาขั้นตอนสมดุลใดๆ เกิดปรากฏการณที่จํานวนโมลของสารที่อยูในไอกลั่นตัวเปนของเหลวเทากับจํานวนโมลของสารที่อยูในของเหลวระเหยกลายเปนไอแลว จะทําใหอัตราการ

ไหลของของเหลวและไอรวมที่เขาและออกจากขั้นตอนสมดุลนั้นๆ คงที่ และกรณีนี้จะทําให

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เสนสมดุลไอ-ของเหลวของระบบจะมีลักษณะเปนเสนตรง

คําตอบ 2 :

เสนปฏิบัติการจะเปนเสนตรง

คําตอบ 3 :

เสนปฏิบัติการจะเปนเสนโคงคว่ํา

คําตอบ 4 :

เสนปฏิบัติการจะเปนเสนโคงหงาย







410

ในการออกแบบเครื่องมือแยกสารนั้นมีความจําเปนตองทราบขอมูลเกี่ยวกับความเขมขนที่สมดุลกันของสารทั้งสองเฟส ขอใดคือเหตุผลของความจําเปนนี้

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความดันลดจะมีคามากเมื่อเฟสทั้งสองถึงจุดสมดุลซึ่งกันและกัน

คําตอบ 2 :

การถายเทมวลของสารในสองเฟสจะหยุดลงเมื่อเฟสทั้งสองถึงจุดสมดุลซึ่งกันและกัน

คําตอบ 3 :

การถายเทโมเมนตัมของสารในสองเฟสจะหยุดลงเมื่อเฟสทั้งสองถึงจุดสมดุลซึ่งกันและกัน

คําตอบ 4 :

การถายเทความรอนของสารในสองเฟสจะหยุดลงเมื่อเฟสทั้งสองถึงจุดสมดุลซึ่งกันและกัน

411










ิ์ ห

ระบบที่ประกอบดวย น้ํา น้ําแข็ง และไอน้ําที่อยูในสภาวะสมดุล จะมีจํานวนองคประกอบ (Component, C) จํานวนเฟส (Phase, P) และองศาอิสระ (degree of freedom, F) เทา
กับขอใดตอไปนี้
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

C = 3, P = 3, F = 2
C = 1, P = 3, F = 0
C = 3, P = 1, F = 2
C = 1, P = 3, F = 2








าว

412

ระบบในขอใดตอไปนี้มีองศาของความอิสระ (Degree of freedom) เทากับ 2
คําตอบ 1 :

น้ําและไอน้ําที่อยูในสภาวะสมดุล

คําตอบ 2 :

น้ํา น้ําแข็ง และไอน้ําที่อยูในสภาวะสมดุล

คําตอบ 3 :

สารละลายและไอของสารละลายกรดไฮโดรคลอริก ที่อยูในสภาวะสมดุล

คําตอบ 4 :

น้ํา และน้ําแข็งที่อยูในสภาวะสมดุล


ขอที่ :

413
ของเหลวผสมเมื่ออยูภายใตสภาวะที่สมดุลกับไอ ถาอุณหภูมิ ความดัน และความเขมขนของ องคประกอบยอยใดๆ ในของเหลวผสมนั้นไมเปลี่ยนแปลง จะทําใหปริมาณใดตอไปนี้
ไมเปลี่ยนแปลง
คําตอบ 1 :

ความเขมขนขององคประกอบยอยในไอ

คําตอบ 2 :

คาการละลายขององคประกอบยอยในไอ

128 of 152

ขอที่ :

คําตอบ 3 :

คาการนําไฟฟาขององคประกอบยอยในไอ

คําตอบ 4 :

คาของสัมประสิทธิ์การแพรขององคประกอบยอยในไอ

414
นําอะซิโตน(CH3COCH3) น้ํา และโทลูอีน(C7H8)อยางละเทาๆกันโดยปริมาตร มาผสมกันในถังกวนผสม ณ อุณหภูมิและความดันปกติ แลวทิ้งไวจนกระทั่งไมเกิดเคลื่อนที่ใด จะ
ไดผลลัพธเปนอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ไมมีของผสมเหลือ

คําตอบ 2 :

เปนของเหลวผสมเนอเดียว

คําตอบ 3 :

เปนของเหลวผสมแยกชั้น 2 ชั้น

คําตอบ 4 :

เปนของเหลวผสมแยกชั้น 3 ชั้น










ิ์ ห

415

นําน้ํามันเบนซิน เอทธานอล(C2H5OH) และน้ํา อยางละเทาๆกันโดยปริมาตร มาผสมกันในถังกวนผสม ณ อุณหภูมิและความดันปกติ จะพบสารประกอบใดที่กนถังกวน

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

น้ําเทานั้น

คําตอบ 2 :

น้ําผสมเอทธานอล

คําตอบ 3 :

น้ํามันเบนซินเทานั้น

คําตอบ 4 :

น้ําผสมเอทธานอลและน้ํามันเบนซิน





416







ในการแยกมีเทน(CH4)ออกจากอะโรแมติกส(aromatic)ผสม ดวยไอน้ํายิ่งยวด(superheated steam) ในขณะที่เคลื่อนที่สวนทางกัน ความเขมขนของมีเทนในอะโรแมติกส สัมพันธ
กับขอมูลสมดุลอยางไร
ตองนอยกวาสมดุล

คําตอบ 2 :

ตองไมนอยกวาสมดุล

คําตอบ 3 :

ตองเทากับสมดุล


คําตอบ 4 :
ขอที่ :




าว

คําตอบ 1 :

417

ตองมากกวาสมดุล

ในการแยกมีเทน(CH4)ออกจากอะโรแมติกส(aromatic)ผสม ดวยไอน้ํายิ่งยวด(superheated steam) ในขณะที่เคลื่อนที่สวนทางกัน ความเขมขนของมีเทนในอะโรแมติกส สัมพันธ
กับขอมูลสมดุลอยางไร
คําตอบ 1 :

ตองนอยกวาสมดุล

คําตอบ 2 :

ตองไมนอยกวาสมดุล

คําตอบ 3 :

ตองเทากับสมดุล

คําตอบ 4 :

ตองมากกวาสมดุล

129 of 152

ขอที่ :

418
ในขณะที่อะโรแมติกส(aromatic)ผสมเคลื่อนที่สวนทางกับไอน้ํา ซึ่งใชสําหรับแยกมีเทน(CH4)ออกจากอะโรแมติกสผสม ความเขมขนของมีเทนในไอน้ํามีความสัมพันธกับขอมูล
สมดุลอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ตองมากกวาสมดุล

คําตอบ 2 :

ตองไมมากกวาสมดุล

คําตอบ 3 :

ตองเทากับสมดุล

คําตอบ 4 :

ตองนอยกวาสมดุล

419
ระบบในขอใดตอไปนี้มีองศาของความอิสระ (Degree of freedom) เทากับ 2

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

น้ําและไอน้ําที่อยูในสภาวะสมดุล

คําตอบ 2 :

น้ํา น้ําแข็ง และไอน้ําที่อยูในสภาวะสมดุล

คําตอบ 3 :

สารละลายและไอของสารละลายกรดไฮโดรคลอริก ที่อยูในสภาวะสมดุล

คําตอบ 4 :

น้ํา และน้ําแข็งที่อยูในสภาวะสมดุล

420
ขอใดถูกในเรื่องสมดุล (equilibrium)

ขอที่ :





สมดุลของการกลั่นเปนการใชสมการของเฮนรี (Henry)

คําตอบ 2 :

ในหอดูดซับใชสมการของราอูลท (Raoult)

คําตอบ 3 :

ในกระบวนการสกัดใชไดอะแกรมวัฏภาค (phase diagram

คําตอบ 4 :

ขอ 1 และ 2 ถูก

421




ิ์ ห







คําตอบ 1 :




าว


ขอใดถูกตอง

ขอที่ :







คําตอบ 1 :

เสนสมดุลในหอดูดซับ (absorption) หาไดจากกฏของ Henry

คําตอบ 2 :

เสนสมดุลในหอกลั่น (distillation) หาไดจากกฏของ Raoult

คําตอบ 3 :

สมดุลของหอสกัดหาไดจากสมดุลสามเหลี่ยม (triangular coordinate)

คําตอบ 4 :

ถูกทั้งขอ 1 2 และ 3

422
สําหรับการออกแบบเครื่องมือแยกสารนั้นโดยทั่วไปแลวขั้นตอนหรือเทรยหรือเพลท จะหมายถึงอะไร

130 of 152

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อุปกรณที่ใชเสริมความแข็งแรงของเครื่องมือแยกสาร

คําตอบ 2 :

บริเวณที่มีการสัมผัสกันระหวางเฟส

คําตอบ 3 :

อุปกรณที่ใชปองกันการสูญเสียความดันลดภายในเครื่องมือแยกสาร

คําตอบ 4 :

อุปกรณที่ใชเพิ่มประสิทธิภาพในการถายเทความรอนภายในเครื่องมือแยกสาร

423







สําหรับการออกแบบเครื่องมือแยกสารนั้นโดยทั่วไปแลวขั้นตอนหรือเทรยหรือเพลท จะหมายถึงอะไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อุปกรณที่ใชเสริมความแข็งแรงของเครื่องมือแยกสาร

คําตอบ 2 :

บริเวณที่มีการสัมผัสกันระหวางเฟส

คําตอบ 3 :

อุปกรณที่ใชปองกันการสูญเสียความดันลดภายในเครื่องมือแยกสาร

คําตอบ 4 :

อุปกรณที่ใชเพิ่มประสิทธิภาพในการถายเทความรอนภายในเครื่องมือแยกสาร

424
ขอใดไมใชสมบัติไมขึ้นอยูกับปริมาณ (Intensive Properties)

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อุณหภูมิ

คําตอบ 2 :

ความดัน

คําตอบ 3 :

องคประกอบในแตละวัฏภาค

คําตอบ 4 :

อัตราการไหลเชิงโมล





425










ิ์ ห

ขอใดไมใชสมบัติขึ้นอยูกับปริมาณ (Extensive Properties)

ขอที่ :




าว

คําตอบ 1 :

มวล

คําตอบ 2 :

โมล

คําตอบ 3 :

เอนทัลป

คําตอบ 4 :

ความดัน

426


จากสมการองศาความอิสระ (Degree of freedom) ของกิบบส F = C-P+2 เมื่อ F คือ องศาความอิสระ C คือจํานวนขององคประกอบ P คือ จํานวนวัฏภาคที่สภาวะสมดุล ถาใน
ระบบหนึ่งซึ่งเปนสมดุลไอ-ของเหลว และถามี 3 องคประกอบจงหาวาจํานวนองศาความอิสระเปนเทาใด
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

1
2
3

131 of 152

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

4

427
จากสมการองศาความอิสระ (Degree of freedom) ของกิบบส F = C-P+2 เมื่อ F คือ องศาความอิสระ C คือจํานวนขององคประกอบ P คือ จํานวนวัฏภาคที่สภาวะสมดุล ถาใน
ระบบหนึ่งซึ่งเปนสมดุลไอ-ของเหลว และถามี 3 องคประกอบจงหาวาจํานวนองศาความอิสระเปนเทาใด
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

ขอที่ :

1
2
3
4




ิ์ ห

428
ตัวแปรใดที่ ไมเกี่ยวของกับ การกลั่นแบบพริบตาเลย

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ตัวแปรใดที่ ไมเกี่ยวของกับ การกลั่นแบบพริบตาเลย

คําตอบ 2 :

สัดสวนโดยโมล

คําตอบ 3 :

อัตราการไหลของผลิตภัณฑของเหลว

คําตอบ 4 :

เรซิน





429













ไอของน้ํามันเบนซินสําหรับรถยนตถูกแยกออกจากสวนที่เปนของเหลว ณ ความดันบรรยากาศไดที่อุณหภูมิใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อุณหภูมิสูงกวาจุดน้ําคาง(dew point)

คําตอบ 2 :

อุณหภูมิจุดน้ําคาง

คําตอบ 3 :

อุณหภูมิระหวางจุดน้ําคางกับจุดเดือด(bubble point)

คําตอบ 4 :

อุณหภูมิจุดเดือด

430




าว


จงคํานวณองศาความเปนอิสระ (Degrees of freedom) ของระบบที่ประกอบดวยน้ําบริสุทธิ์
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

431

0
1
2
3

132 of 152

จงคํานวณองศาความเปนอิสระ (Degrees of freedom) ของระบบที่ประกอบดวยไอน้ํา น้ํา และน้ําแข็ง
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

0
1
2
3







432

จงคํานวณองศาความเปนอิสระ (Degrees of freedom) ของระบบที่ประกอบดวยของผสมระหวางอะซีโตนและเมทานอล โดยระบบดังกลาวมีทั้งวัฏภาคของเหลวและกาซ
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

0
1
2
3

433
พลังงานภายใน (internal energy) ของของแข็ง มีคาเทากับ

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อุณหภูมิของของแข็งยกกําลังสอง

คําตอบ 2 :

พลังงานจลนของโมเลกุลทั้งหมดในของแข็ง

คําตอบ 3 :

ครึ่งหนึ่งของพลังงานศักย

คําตอบ 4 :

ไมมีขอใดถูก

434














ิ์ ห




าว

กาซฮีเลียมประกอบดวย ไอของเอทิลแอลกอฮอล รอยละ 12 โดยปริมาตร จงคํานวณหาความอิ่มตัวสัมพัทธรอยละของกาซผสมที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียสและความดัน 740 มม.
ปรอท ถาความดันไออิ่มตัวของเอทิลแอลกอฮอลที่ 40 องศาเซลเซียสมีคาเปน 140 มม. ปรอท
คําตอบ 1 :

34 เปอรเซ็นต
59 เปอรเซ็นต
63 เปอรเซ็นต
76 เปอรเซ็นต


คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

435
คาคงที่เฮนรีของการละลายของกาซออกซิเจนในน้ําที่อุณหภูมิ 25 C มีคาเทากับ 756.7 atm/(mol/L) จงคํานวณหาความเขมขนของกาซออกซิเจนในน้ําซึ่งอยูในภาวะสมดุลกับ
กาซที่มีความดันยอยเทากับ 0.2 atm
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :

2.64e-4 mol/L
2.84e-4 mol/L

133 of 152

คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

2.89e-4 mol/L
2.94e-4 mol/L

436
คาคงที่เฮนรีของการละลายของกาซออกซิเจนในน้ําที่อุณหภูมิ 25 C มีคาเทากับ 756.7 atm/(mol/L) จงคํานวณหาความเขมขนของกาซออกซิเจนในน้ําซึ่งอยูในภาวะสมดุลกับ
กาซที่มีความดันยอยเทากับ 0.1 atm
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

ขอที่ :







1.22e-4 mol/L
1.32e-4 mol/L
1.38e-4 mol/L
1.42e-4 mol/L




ิ์ ห

437

คาคงที่เฮนรีของการละลายของกาซฮีเลียมในน้ําที่อุณหภูมิ 25 C มีคาเทากับ 2865 atm/(mol/L) จงคํานวณหาความเขมขนของกาซฮีเลียมในน้ําซึ่งอยูในภาวะสมดุลกับกาซที่มี
ความดันยอยเทากับ 0.2 atm
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

4.88e-5 mol/L
5.28e-5 mol/L
6.98e-5 mol/L
7.44e-5 mol/L





438







อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 14.7 psia มีองคประกอบ ดังตอไปนี้ กาซไนโตรเจน 78.02 mol% กาซออกซิเจน 20.99 mol% กาซอารกอน 0.94 mol% กาซคารบอน
ไดออกไซด 0.05 mol% จงคํานวณหาความดันยอยของกาซไนโตรเจน
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :


คําตอบ 4 :
ขอที่ :

439




าว

8.068 psia
9.123 psia
10.204 psia
11.469 psia

อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 14.7 psia มีองคประกอบ ดังตอไปนี้ กาซไนโตรเจน 78.02 mol% กาซออกซิเจน 20.99 mol% กาซอารกอน 0.94 mol% กาซคารบอน
ไดออกไซด 0.05 mol% จงคํานวณหาความดันยอยของกาซออกซิเจน
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

2.203 psia
3.086 psia
4.323 psia

134 of 152

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

5.014

440
อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 14.7 psia มีองคประกอบ ดังตอไปนี้ กาซไนโตรเจน 78.02 mol% กาซออกซิเจน 20.99 mol% กาซอารกอน 0.94 mol% กาซคารบอน
ไดออกไซด 0.05 mol% จงคํานวณหาความดันยอยของกาซอารกอน
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

ขอที่ :

0.138 psia
0.160 psia
0.184 psia
1.203 psia










ิ์ ห

441

อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 14.7 psia มีองคประกอบ ดังตอไปนี้ กาซไนโตรเจน 78.02 mol% กาซออกซิเจน 20.99 mol% กาซอารกอน 0.94 mol% กาซคารบอน
ไดออกไซด 0.05 mol% จงคํานวณหาความดันยอยของกาซคารบอนไดออกไซด
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

0.002 psia
0.007 psia
0.011 psia
0.015 psia





442







อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 14.7 psia มีองคประกอบ ดังตอไปนี้ กาซไนโตรเจน 78.02 mol% กาซออกซิเจน 20.99 mol% กาซอารกอน 0.94 mol% กาซคารบอน
ไดออกไซด 0.05 mol% จงคํานวณหารอยละโดยน้ําหนักของกาซไนโตรเจน
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

443




าว

69.23 %
72.15 %
75.43 %
78.02 %


อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 14.7 psia มีองคประกอบ ดังตอไปนี้ กาซไนโตรเจน 78.02 mol% กาซออกซิเจน 20.99 mol% กาซอารกอน 0.94 mol% กาซคารบอน
ไดออกไซด 0.05 mol% จงคํานวณหารอยละโดยน้ําหนักของกาซออกซิเจน
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

18.72 %
20.20 %
21.89 %
23.19 %

135 of 152

ขอที่ :

444
อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 14.7 psia มีองคประกอบ ดังตอไปนี้ กาซไนโตรเจน 78.02 mol% กาซออกซิเจน 20.99 mol% กาซอารกอน 0.94 mol% กาซคารบอน
ไดออกไซด 0.05 mol% จงคํานวณหารอยละโดยน้ําหนักของกาซอารกอน
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

ขอที่ :

0.3 %
0.6 %
0.9 %
1.3 %

445







อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 14.7 psia มีองคประกอบ ดังตอไปนี้ กาซไนโตรเจน 78.02 mol% กาซออกซิเจน 20.99 mol% กาซอารกอน 0.94 mol% กาซคารบอน
ไดออกไซด 0.05 mol% จงคํานวณหารอยละโดยน้ําหนักของกาซคารบอนไดออกไซด
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :




ิ์ ห

0.08 %
0.17 %
0.25 %
0.34 %

446











อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 28 psia มีองคประกอบ ดังตอไปนี้ กาซไนโตรเจน 78.02 mol% กาซออกซิเจน 20.99 mol% กาซอารกอน 0.94 mol% กาซคารบอน
ไดออกไซด 0.05 mol% จงคํานวณหาความดันยอยของกาซไนโตรเจน
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

447

18.412 psia
19.123 psia
20.086 psia
21.846 psia




าว


อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 28 psia มีองคประกอบ ดังตอไปนี้ กาซไนโตรเจน 78.02 mol% กาซออกซิเจน 20.99 mol% กาซอารกอน 0.94 mol% กาซคารบอน
ไดออกไซด 0.05 mol% จงคํานวณหาความดันยอยของกาซออกซิเจน
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

2.903 psia
3.801 psia
4.253 psia
5.878 psia

136 of 152

ขอที่ :

448
อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 28 psia มีองคประกอบ ดังตอไปนี้ กาซไนโตรเจน 78.02 mol% กาซออกซิเจน 20.99 mol% กาซอารกอน 0.94 mol% กาซคารบอน
ไดออกไซด 0.05 mol% จงคํานวณหาความดันยอยของกาซอารกอน
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

ขอที่ :

0.263 psia
0.551 psia
0.804 psia
1.007 psia







449

อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 28 psia มีองคประกอบ ดังตอไปนี้ กาซไนโตรเจน 78.02 mol% กาซออกซิเจน 20.99 mol% กาซอารกอน 0.94 mol% กาซคารบอน
ไดออกไซด 0.05 mol% จงคํานวณหาความดันยอยของกาซคารบอนไดออกไซด
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :




ิ์ ห

0.002 psia
0.013 psia
0.031 psia
0.049 psia

450







กาซออกซิเจน 0.9 kg อยูในถังความดัน 35 psia อุณหภูมิ 100 F หากตองการเพิ่มความดันภายในถังเปน 45 psia โดยการเติมกาซไนโตรเจนเพิ่มเขาไปในถัง จงคํานวณวาจะตอง
เพิ่มกาซไนโตรเจนเขาไปกี่กิโลกรัม โดยกําหนดใหอุณหภูมิมีคาคงที่
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

451

0.098 kg
0.120 kg
0.225 kg
0.307 kg








าว


กาซออกซิเจน 1.0 kg อยูในถังความดัน 25 psia อุณหภูมิ 100 F หากตองการเพิ่มความดันภายในถังเปน 45 psia โดยการเติมกาซไนโตรเจนเพิ่มเขาไปในถัง จงคํานวณวาจะตอง
เพิ่มกาซไนโตรเจนเขาไปกี่กิโลกรัม โดยกําหนดใหอุณหภูมิมีคาคงที่
คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

452

0.5 kg
0.7 kg
0.9 kg
1.1 kg

137 of 152

กาซออกซิเจน 1.0 kg อยูในถังความดัน 25 psia อุณหภูมิ 100 F หากตองการเพิ่มความดันภายในถังเปน 40 psia โดยการเติมกาซไนโตรเจนเพิ่มเขาไปในถัง จงคํานวณวาจะตอง
เพิ่มกาซไนโตรเจนเขาไปกี่กิโลกรัม โดยกําหนดใหอุณหภูมิมีคาคงที่
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

0.120 kg
0.252 kg
0.312 kg
0.432 kg







453

กาซออกซิเจน 1.0 kg อยูในถังความดัน 35 psia อุณหภูมิ 120 F หากตองการเพิ่มความดันภายในถังเปน 40 psia โดยการเติมกาซไนโตรเจนเพิ่มเขาไปในถัง จงคํานวณวาจะตอง
เพิ่มกาซไนโตรเจนเขาไปกี่กิโลกรัม โดยกําหนดใหอุณหภูมิมีคาคงที่
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

0.125 kg
0.212 kg
0.315 kg
0.400 kg




ิ์ ห

454







กาซออกซิเจน 2.0 kg อยูในถังความดัน 15 psia อุณหภูมิ 120 F หากตองการเพิ่มความดันภายในถังเปน 50 psia โดยการเติมกาซไนโตรเจนเพิ่มเขาไปในถัง จงคํานวณวาจะตอง
เพิ่มกาซไนโตรเจนเขาไปกี่กิโลกรัม โดยกําหนดใหอุณหภูมิมีคาคงที่
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

0.7 kg
1.5 kg
2.3 kg
4 kg








าว

455

ของผสมประกอบดวย กาซออกซิเจน 21% และ กาซไนโตรเจน 79% ถูกลดอุณหภูมิลงจนถึง 80 K ความดัน 0.1 MPa จงหาสัดสวนโมลของกาซไนโตรเจน ที่สภาวะดังกลาว โดย
กําหนดให Saturated vapor pressure ของไนโตรเจนและออกซิเจนที่สภาวะดังกลาวเทากับ 0.1370 MPa และ 0.03006 MPa ตามลําดับ


คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

456

0.61
0.70
0.79
0.89

138 of 152

ของผสมประกอบดวย กาซออกซิเจน 21% และ กาซไนโตรเจน 79% ถูกลดอุณหภูมิลงจนถึง 80 K ความดัน 0.1 MPa จงหาสัดสวนโมลของกาซออกซิเจน ที่สภาวะดังกลาว โดย
กําหนดให Saturated vapor pressure ของไนโตรเจนและออกซิเจนที่สภาวะดังกลาวเทากับ 0.1370 MPa และ 0.03006 MPa ตามลําดับ

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

0.05
0.08
0.11
0.13

457







ของผสมประกอบดวย กาซออกซิเจน 21% และ กาซไนโตรเจน 79% ถูกลดอุณหภูมิลงจนถึง 80 K ความดัน 0.1 MPa จงหาสัดสวนโมลของไนโตรเจนเหลว ที่สภาวะดังกลาว
โดยกําหนดให Saturated vapor pressure ของไนโตรเจนและออกซิเจนที่สภาวะดังกลาวเทากับ 0.1370 MPa และ 0.03006 MPa ตามลําดับ
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

0.35
0.45
0.55
0.65




ิ์ ห

458







ของผสมประกอบดวย กาซออกซิเจน 21% และ กาซไนโตรเจน 79% ถูกลดอุณหภูมิลงจนถึง 80 K ความดัน 0.1 MPa จงหาสัดสวนโมลของออกซิเจนเหลว ที่สภาวะดังกลาว โดย
กําหนดให Saturated vapor pressure ของไนโตรเจนและออกซิเจนที่สภาวะดังกลาวเทากับ 0.1370 MPa และ 0.03006 MPa ตามลําดับ
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

0.15
0.24
0.35
0.40








าว

459

ของผสมซึ่งประกอบดวย 6 mol ของกาซฮีเลียม และ 4 mol ของกาซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 100 C และความดัน 5 atm ถาของผสมนี้ขยายตัวแบบ isentropic จนมีความดัน 3 atm
จงคํานวณหาอุณหภูมิสุดทายของของผสม โดยกําหนดใหทุกองคประกอบประพฤติตัวแบบกาซอุดมคติ และ คาความจุความรอนจําเพาะของกาซฮีเลียม และ กาซไนโตรเจนเทากับ
20.78 และ 29.12 J/mol Kตามลําดับ


คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

26.23 C
30.26 C
35.48 C
39.78 C

460
ของผสมซึ่งประกอบดวย 6 mol ของกาซฮีเลียม และ 4 mol ของกาซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 100 C และความดัน 5 atm ถาของผสมนี้ขยายตัวแบบ isentropic จนมีความดัน 3 atm
139 of 152
จงคํานวณหาความเปลี่ยนแปลงของเอนโทรปของกาซฮีเลียม โดยกําหนดใหทุกองคประกอบประพฤติตัวแบบกาซอุดมคติ และ คาความจุความรอนจําเพาะของกาซฮีเลียม และ กาซ
ไนโตรเจนเทากับ 20.78 และ 29.12 J/mol Kตามลําดับ

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

3.5 J/K
- 3.5 J/K
4.5 J/K
-4.5 J/K

461







ของผสมซึ่งประกอบดวย 6 mol ของกาซฮีเลียม และ 4 mol ของกาซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 100 C และความดัน 5 atm ถาของผสมนี้ขยายตัวแบบ isentropic จนมีความดัน 3 atm
จงคํานวณหาความเปลี่ยนแปลงของเอนโทรปของกาซไนโตรเจน โดยกําหนดใหทุกองคประกอบประพฤติตัวแบบกาซอุดมคติ และ คาความจุความรอนจําเพาะของกาซฮีเลียม และ
กาซไนโตรเจนเทากับ 20.78 และ 29.12 J/mol Kตามลําดับ
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

3.5 J/K
- 3.5 J/K
5.4 J/K
-5.4 J/K




ิ์ ห

462







ของผสมซึ่งประกอบดวย 6 mol ของกาซฮีเลียม และ 4 mol ของกาซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 200 C และความดัน 5 atm ถาของผสมนี้ขยายตัวแบบ isentropic จนมีความดัน 3 atm
จงคํานวณหาอุณหภูมิสุดทายของของผสม โดยกําหนดใหทุกองคประกอบประพฤติตัวแบบกาซอุดมคติ และ คาความจุความรอนจําเพาะของกาซฮีเลียม และ กาซไนโตรเจนเทากับ
20.78 และ 29.12 J/mol Kตามลําดับ
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

116.4 C
123.6 C
134.5 C
145.8 C








าว

463

ของผสมซึ่งประกอบดวย 6 mol ของกาซฮีเลียม และ 4 mol ของกาซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 250 C และความดัน 5 atm ถาของผสมนี้ขยายตัวแบบ isentropic จนมีความดัน 3 atm
จงคํานวณหาอุณหภูมิสุดทายของของผสม โดยกําหนดใหทุกองคประกอบประพฤติตัวแบบกาซอุดมคติ และ คาความจุความรอนจําเพาะของกาซฮีเลียม และ กาซไนโตรเจนเทากับ
20.78 และ 29.12 J/mol Kตามลําดับ


คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

464

146.3 C
150.8 C
158.4 C
165.6 C

140 of 152

ของผสมซึ่งประกอบดวย 5 mol ของกาซฮีเลียม และ 5 mol ของกาซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 100 C และความดัน 4 atm ถาของผสมนี้ขยายตัวแบบ isentropic จนมีความดัน 3 atm

จงคํานวณหาอุณหภูมิสุดทายของของผสม โดยกําหนดใหทุกองคประกอบประพฤติตัวแบบกาซอุดมคติ และ คาความจุความรอนจําเพาะของกาซฮีเลียม และ กาซไนโตรเจนเทากับ
20.78 และ 29.12 J/mol Kตามลําดับ
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

56.3 C
60.2 C
65.9 C
70.5 C







465

ของผสมซึ่งประกอบดวย 5 mol ของกาซฮีเลียม และ 5 mol ของกาซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 100 C และความดัน 4 atm ถาของผสมนี้ขยายตัวแบบ isentropic จนมีความดัน 3 atm
จงคํานวณหาความเปลี่ยนแปลงของเอนโทรปของกาซฮีเลียม โดยกําหนดใหทุกองคประกอบประพฤติตัวแบบกาซอุดมคติ และ คาความจุความรอนจําเพาะของกาซฮีเลียม และ กาซ
ไนโตรเจนเทากับ 20.78 และ 29.12 J/mol Kตามลําดับ
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :




ิ์ ห

1.99 J/K
- 1.99 J/K
1.45 J/K
-1.45 J/K

466







ของผสมซึ่งประกอบดวย 5 mol ของกาซฮีเลียม และ 5 mol ของกาซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 100 C และความดัน 4 atm ถาของผสมนี้ขยายตัวแบบ isentropic จนมีความดัน 3 atm
จงคํานวณหาความเปลี่ยนแปลงของเอนโทรปของกาซไนโตรเจน โดยกําหนดใหทุกองคประกอบประพฤติตัวแบบกาซอุดมคติ และ คาความจุความรอนจําเพาะของกาซฮีเลียม และ
กาซไนโตรเจนเทากับ 20.78 และ 29.12 J/mol Kตามลําดับ
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

467

-1.54 J/K
1.54 J/K
- 1.99 J/K
1.99 J/K








าว


ของผสมซึ่งประกอบดวย 1 mol ของกาซฮีเลียม และ 9 mol ของกาซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 200 C และความดัน 4 atm ถาของผสมนี้ขยายตัวแบบ isentropic จนมีความดัน 2 atm
จงคํานวณหาอุณหภูมิสุดทายของของผสม โดยกําหนดใหทุกองคประกอบประพฤติตัวแบบกาซอุดมคติ และ คาความจุความรอนจําเพาะของกาซฮีเลียม และ กาซไนโตรเจนเทากับ
20.78 และ 29.12 J/mol Kตามลําดับ
คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

96.6 C
112.8 C
124.1 C
145.7 C

141 of 152

ขอที่ :

468
ของผสมซึ่งประกอบดวย 1 mol ของกาซฮีเลียม และ 9 mol ของกาซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 200 C และความดัน 4 atm ถาของผสมนี้ขยายตัวแบบ isentropic จนมีความดัน 2 atm
จงคํานวณหาความเปลี่ยนแปลงของเอนโทรปของกาซฮีเลียม โดยกําหนดใหทุกองคประกอบประพฤติตัวแบบกาซอุดมคติ และ คาความจุความรอนจําเพาะของกาซฮีเลียม และ กาซ
ไนโตรเจนเทากับ 20.78 และ 29.12 J/mol Kตามลําดับ
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

ขอที่ :

- 1.52 J/K
1.52 J/K
-1.65 J/K
1.65 J/K

469







ของผสมซึ่งประกอบดวย 1 mol ของกาซฮีเลียม และ 9 mol ของกาซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 200 C และความดัน 4 atm ถาของผสมนี้ขยายตัวแบบ isentropic จนมีความดัน 2 atm
จงคํานวณหาความเปลี่ยนแปลงของเอนโทรปของกาซไนโตรเจน โดยกําหนดใหทุกองคประกอบประพฤติตัวแบบกาซอุดมคติ และ คาความจุความรอนจําเพาะของกาซฮีเลียม และ
กาซไนโตรเจนเทากับ 20.78 และ 29.12 J/mol Kตามลําดับ
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :




ิ์ ห

- 1.52 J/K
-1.65 J/K
1.52 J/K
1.65 J/K





470







ของผสมซึ่งประกอบดวย 1 mol ของกาซฮีเลียม และ 9 mol ของกาซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 200 C และความดัน 4 atm จงคํานวณหาคาความจุความรอนของของผสมนี้ โดย
กําหนดใหทุกองคประกอบประพฤติตัวแบบกาซอุดมคติ และ คาความจุความรอนจําเพาะของกาซฮีเลียม และ กาซไนโตรเจนเทากับ 20.78 และ 29.12 J/mol K ตามลําดับ
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

471

27.24 J/mol K
28.29 J/mol K
29.5 J/mol K
30.72 J/mol K




าว


ของผสมซึ่งประกอบดวย 2 mol ของกาซฮีเลียม และ 8 mol ของกาซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 200 C และความดัน 4 atm จงคํานวณหาคาความจุความรอนของของผสมนี้ โดย
กําหนดใหทุกองคประกอบประพฤติตัวแบบกาซอุดมคติ และ คาความจุความรอนจําเพาะของกาซฮีเลียม และ กาซไนโตรเจนเทากับ 20.78 และ 29.12 J/mol K ตามลําดับ
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

27.45 J/mol K
29.01 J/mol K
30.72 J/mol K
31.5 J/mol K

142 of 152

ขอที่ :

472
ของผสมซึ่งประกอบดวย 3 mol ของกาซฮีเลียม และ 7 mol ของกาซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 200 C และความดัน 4 atm จงคํานวณหาคาความจุความรอนของของผสมนี้ โดย
กําหนดใหทุกองคประกอบประพฤติตัวแบบกาซอุดมคติ และ คาความจุความรอนจําเพาะของกาซฮีเลียม และ กาซไนโตรเจนเทากับ 20.78 และ 29.12 J/mol K ตามลําดับ
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

ขอที่ :

23.01 J/mol K
24.5 J/mol K
25.12 J/mol K
26.62 J/mol K







473

ของผสมซึ่งประกอบดวย 4 mol ของกาซฮีเลียม และ 6 mol ของกาซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 200 C และความดัน 4 atm จงคํานวณหาคาความจุความรอนของของผสมนี้ โดย
กําหนดใหทุกองคประกอบประพฤติตัวแบบกาซอุดมคติ และ คาความจุความรอนจําเพาะของกาซฮีเลียม และ กาซไนโตรเจนเทากับ 20.78 และ 29.12 J/mol K ตามลําดับ
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :




ิ์ ห

25.42 J/mol K
26.62 J/mol K
27.84 J/mol K
28.12 J/mol K

474







ของผสมซึ่งประกอบดวย 5 mol ของกาซฮีเลียม และ 5 mol ของกาซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 200 C และความดัน 4 atm จงคํานวณหาคาความจุความรอนของของผสมนี้ โดย
กําหนดใหทุกองคประกอบประพฤติตัวแบบกาซอุดมคติ และ คาความจุความรอนจําเพาะของกาซฮีเลียม และ กาซไนโตรเจนเทากับ 20.78 และ 29.12 J/mol K ตามลําดับ
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

475

24.95 J/mol K
26.21 J/mol K
28.54 J/mol K
30.72 J/mol K








าว


ของผสมซึ่งประกอบดวย 6 mol ของกาซฮีเลียม และ 4 mol ของกาซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 200 C และความดัน 4 atm จงคํานวณหาคาความจุความรอนของของผสมนี้ โดย
กําหนดใหทุกองคประกอบประพฤติตัวแบบกาซอุดมคติ และ คาความจุความรอนจําเพาะของกาซฮีเลียม และ กาซไนโตรเจนเทากับ 20.78 และ 29.12 J/mol K ตามลําดับ
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

476

20.12 J/mol K
22.12 J/mol K
24.12 J/mol K
26.12 J/mol K
143 of 152

ของผสมซึ่งประกอบดวย 7 mol ของกาซฮีเลียม และ 3 mol ของกาซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 200 C และความดัน 4 atm จงคํานวณหาคาความจุความรอนของของผสมนี้ โดย
กําหนดใหทุกองคประกอบประพฤติตัวแบบกาซอุดมคติ และ คาความจุความรอนจําเพาะของกาซฮีเลียม และ กาซไนโตรเจนเทากับ 20.78 และ 29.12 J/mol K ตามลําดับ
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

17.45 J/mol K
19.06 J/mol K
21.48 J/mol K
23.28 J/mol K







477

ของผสมซึ่งประกอบดวย 8 mol ของกาซฮีเลียม และ 2 mol ของกาซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 200 C และความดัน 4 atm จงคํานวณหาคาความจุความรอนของของผสมนี้ โดย
กําหนดใหทุกองคประกอบประพฤติตัวแบบกาซอุดมคติ และ คาความจุความรอนจําเพาะของกาซฮีเลียม และ กาซไนโตรเจนเทากับ 20.78 และ 29.12 J/mol K ตามลําดับ
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

20.15 J/mol K
22.45 J/mol K
24.21 J/mol K
26.84 J/mol K




ิ์ ห

478







ของผสมซึ่งประกอบดวย 9 mol ของกาซฮีเลียม และ 1 mol ของกาซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 200 C และความดัน 4 atm จงคํานวณหาคาความจุความรอนของของผสมนี้ โดย
กําหนดใหทุกองคประกอบประพฤติตัวแบบกาซอุดมคติ และ คาความจุความรอนจําเพาะของกาซฮีเลียม และ กาซไนโตรเจนเทากับ 20.78 และ 29.12 J/mol K ตามลําดับ
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

14.32 J/mol K
16.72 J/mol K
18.15 J/mol K
21.61 J/mol K








าว

479


144 of 152
คําตอบ 1 :

44002.45 กิโลจูลตอชั่วโมง

คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

480

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

44936.22 กิโลจูลตอชั่วโมง
45432.12 กิโลจูลตอชั่วโมง
46042.07 กิโลจูลตอชั่วโมง

14004.12 กิโลจูลตอชั่วโมง
14492.15 กิโลจูลตอชั่วโมง
14840.62 กิโลจูลตอชั่วโมง
15284.42 กิโลจูลตอชั่วโมง





481
















ิ์ ห




าว



คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

23015.21 กิโลจูลตอชั่วโมง
23462.31 กิโลจูลตอชั่วโมง
23982.14 กิโลจูลตอชั่วโมง
24268.11 กิโลจูลตอชั่วโมง

145 of 152

ขอที่ :

482
ถังบรรจุของผสมอากาศและไอน้ําอิ่มตัวที่ 240 F ความดัน 55 psia ถาของผสมนี้มีปริมาณอากาศแหงเทากับ 1 kg จงคํานวณหาปริมาตรของถัง โดยกําหนดใหที่อุณหภูมิ 240 F น้ํา
มี saturated vapor pressure เทากับ 24.94 psia
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

ขอที่ :

0.54 ลูกบาศกเมตร
0.56 ลูกบาศกเมตร
0.58 ลูกบาศกเมตร
0.60 ลูกบาศกเมตร

483










ิ์ ห

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

484





84026.02 กิโลจูลตอชั่วโมง
84576.52 กิโลจูลตอชั่วโมง
85107.26 กิโลจูลตอชั่วโมง
85592.71 กิโลจูลตอชั่วโมง










าว


ถังบรรจุของผสมอากาศและไอน้ําอิ่มตัวที่ 240 F ความดัน 50 psia ถาของผสมนี้มีปริมาณอากาศแหงเทากับ 1 kg จงคํานวณหาปริมาตรของถัง โดยกําหนดใหที่อุณหภูมิ 240 F น้ํา
มี saturated vapor pressure เทากับ 24.94 psia
คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

485

0.60 ลูกบาศกเมตร
0.65 ลูกบาศกเมตร
0.68 ลูกบาศกเมตร
0.70 ลูกบาศกเมตร

146 of 152

ถังบรรจุของผสมอากาศและไอน้ําอิ่มตัวที่ 240 F ความดัน 60 psia ถาของผสมนี้มีปริมาณอากาศแหงเทากับ 1 kg จงคํานวณหาปริมาตรของถัง โดยกําหนดใหที่อุณหภูมิ 240 F น้ํา

มี saturated vapor pressure เทากับ 24.94 psia
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

0.40 ลูกบาศกเมตร
0.42 ลูกบาศกเมตร
0.46 ลูกบาศกเมตร
0.50 ลูกบาศกเมตร







486

ถังบรรจุของผสมอากาศและไอน้ําอิ่มตัวที่ 240 F ความดัน 35 psia ถาของผสมนี้มีปริมาณอากาศแหงเทากับ 1 kg จงคํานวณหาปริมาตรของถัง โดยกําหนดใหที่อุณหภูมิ 240 F น้ํา
มี saturated vapor pressure เทากับ 24.94 psia
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

1.42 ลูกบาศกเมตร
1.54 ลูกบาศกเมตร
1.58 ลูกบาศกเมตร
1.61 ลูกบาศกเมตร




ิ์ ห

487







ถังบรรจุของผสมอากาศและไอน้ําอิ่มตัวที่ 240 F ความดัน 45 psia ถาของผสมนี้มีปริมาณอากาศแหงเทากับ 2 kg จงคํานวณหาปริมาตรของถัง โดยกําหนดใหที่อุณหภูมิ 240 F น้ํา
มี saturated vapor pressure เทากับ 24.94 psia
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

1.34 ลูกบาศกเมตร
1.40 ลูกบาศกเมตร
1.48 ลูกบาศกเมตร
1.61ลูกบาศกเมตร








าว

488



คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :

54603.24 กิโลจูลตอชั่วโมง
55412.04 กิโลจูลตอชั่วโมง
56043.15 กิโลจูลตอชั่วโมง

147 of 152

คําตอบ 4 :
ขอที่ :

489

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

56802.71 กิโลจูลตอชั่วโมง

26489.07 กิโลจูลตอชั่วโมง
27019.52 กิโลจูลตอชั่วโมง
27543.21 กิโลจูลตอชั่วโมง
28424.05 กิโลจูลตอชั่วโมง

490

คําตอบ 1 :




















ิ์ ห




าว

22009.07 กิโลจูลตอชั่วโมง
22388.97 กิโลจูลตอชั่วโมง
22821.19 กิโลจูลตอชั่วโมง
23472.09 กิโลจูลตอชั่วโมง


คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

491
148 of 152

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :




ิ์ ห

492

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

493







20418.84 กิโลจูลตอชั่วโมง
21118.04 กิโลจูลตอชั่วโมง
21574.96 กิโลจูลตอชั่วโมง
22481.71 กิโลจูลตอชั่วโมง

7541.96 กิโลจูลตอชั่วโมง
8059.12 กิโลจูลตอชั่วโมง
8501.79 กิโลจูลตอชั่วโมง
9075.04 กิโลจูลตอชั่วโมง














าว


149 of 152

คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

12104.15 กิโลจูลตอชั่วโมง
12632.91 กิโลจูลตอชั่วโมง
13234.97 กิโลจูลตอชั่วโมง
13784.06 กิโลจูลตอชั่วโมง

494







อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 14.7 psia มีองคประกอบ ดังตอไปนี้ กาซไนโตรเจน 78.02 mol% กาซออกซิเจน 20.99 mol% กาซอารกอน 0.94 mol% กาซคารบอน
ไดออกไซด 0.05 mol% จงคํานวณหาความดันยอยของกาซไนโตรเจน
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

8.068 psia
9.123 psia
10.204 psia
11.469 psia




ิ์ ห

495







อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 14.7 psia มีองคประกอบ ดังตอไปนี้ กาซไนโตรเจน 78.02 mol% กาซออกซิเจน 20.99 mol% กาซอารกอน 0.94 mol% กาซคารบอน
ไดออกไซด 0.05 mol% จงคํานวณหาความดันยอยของกาซอารกอน
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

0.138 psia
0.160 psia
0.184 psia
1.203 psia








าว

496

อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 14.7 psia มีองคประกอบ ดังตอไปนี้ กาซไนโตรเจน 78.02 mol% กาซออกซิเจน 20.99 mol% กาซอารกอน 0.94 mol% กาซคารบอน
ไดออกไซด 0.05 mol% จงคํานวณหารอยละโดยน้ําหนักของกาซไนโตรเจน
คําตอบ 1 :


คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

69.23 %
72.15 %
75.43 %
78.02 %

497
อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 14.7 psia มีองคประกอบ ดังตอไปนี้ กาซไนโตรเจน 78.02 mol% กาซออกซิเจน 20.99 mol% กาซอารกอน 0.94 mol% กาซคารบอน
ไดออกไซด 0.05 mol% จงคํานวณหารอยละโดยน้ําหนักของกาซอารกอน
คําตอบ 1 :

150 of 152

0.3 %

คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

0.6 %
0.9 %
1.3 %

498
อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 14.7 psia มีองคประกอบ ดังตอไปนี้ กาซไนโตรเจน 78.02 mol% กาซออกซิเจน 20.99 mol% กาซอารกอน 0.94 mol% กาซคารบอน
ไดออกไซด 0.05 mol% จงคํานวณหารอยละโดยน้ําหนักของกาซคารบอนไดออกไซด
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :

ขอที่ :

0.08 %
0.17 %
0.25 %
0.34 %










ิ์ ห

499







อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 28 psia มีองคประกอบ ดังตอไปนี้ กาซไนโตรเจน 78.02 mol% กาซออกซิเจน 20.99 mol% กาซอารกอน 0.94 mol% กาซคารบอน
ไดออกไซด 0.05 mol% จงคํานวณหาความดันยอยของกาซอารกอน
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

0.263 psia
0.551 psia
0.804 psia
1.007 psia





500




าว

กาซออกซิเจน 0.9 kg อยูในถังความดัน 35 psia อุณหภูมิ 100 F หากตองการเพิ่มความดันภายในถังเปน 45 psia โดยการเติมกาซไนโตรเจนเพิ่มเขาไปในถัง จงคํานวณวาจะตอง
เพิ่มกาซไนโตรเจนเขาไปกี่กิโลกรัม โดยกําหนดใหอุณหภูมิมีคาคงที่
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :


คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

0.098 kg
0.120 kg
0.225 kg
0.307 kg

501
กาซออกซิเจน 1.0 kg อยูในถังความดัน 25 psia อุณหภูมิ 100 F หากตองการเพิ่มความดันภายในถังเปน 40 psia โดยการเติมกาซไนโตรเจนเพิ่มเขาไปในถัง จงคํานวณวาจะตอง
เพิ่มกาซไนโตรเจนเขาไปกี่กิโลกรัม โดยกําหนดใหอุณหภูมิมีคาคงที่
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :

0.120 kg
0.252 kg

151 of 152

คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :
ขอที่ :

0.312 kg
0.432 kg

502
กาซออกซิเจน 2.0 kg อยูในถังความดัน 15 psia อุณหภูมิ 120 F หากตองการเพิ่มความดันภายในถังเปน 50 psia โดยการเติมกาซไนโตรเจนเพิ่มเขาไปในถัง จงคํานวณวาจะตอง
เพิ่มกาซไนโตรเจนเขาไปกี่กิโลกรัม โดยกําหนดใหอุณหภูมิมีคาคงที่
คําตอบ 1 :
คําตอบ 2 :
คําตอบ 3 :
คําตอบ 4 :







0.7 kg
1.5 kg
2.3 kg
4 kg




ิ์ ห














าว


152 of 152

Related Interests