You are on page 1of 41

C

reative Thinking
การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
เอกสารการอบรมพัฒนาทักษะครั้งที่ 2
วันที่ 23 เมษายน ณ ห้องเบญจมาส

อาคาร Uniserve มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

1

จัดโดย YDCA และคริสตจักรความหวังเชียงใหม่
By Orarick Sriwong
คนเรายิ่งโตขึ้นยิ่งคิดน้อยลง
-สมองคนเราถูกสร้างมาเพื่อให้ใช้ได้ 200,000.- ปี ดังนั้นปัญหาจึงไม่ใช่คุณภาพของสมอง
แต่อยู่ที่วิธีการใช้ หรือ จัดการกับสมองของเรา
-คนส่วนใหญ่มักปล่อยปละละเลยสิ่งมีค่า ที่ตด
ิ กับตัวเรา ทีพ
่ ระเจ้าให้มา มีค่ายิ่งกว่าสิ่งใด ๆ
ในโลก
-มีการเปรียบเทียบ การสร้างคอมพิวเตอร์
ที่มีคุณภาพเทียบเท่าสมองคนเรา อาจต้องใข้เงินในการวิจัยถึง
75% ของผลผลิตที่โลกผลิตได้ ( 75% ขอ GDP)
และในขณะที่เรารู้เช่นนี้ บางครั้งเราก็เกิดความทุกข์
และขาดความมั่นใจ เพียงเพราะเรามีเงินในกระเป๋าน้อยลง
-ใครก็ตามที่เห็นคุณค่าของสมอง

และความคิดของตน

ก็จะไปได้ไกลกว่าคนอื่น ๆ
-ข้อมูลองกรณ์นาซ่า ตั้งแต่ปี 2511 ศึกษาเด็กจำานวน 160,000.- เด็ก 5 ขวบมีความคิดสร้างสรรค์
98%
คือเชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปได้
- อายุ 10 ปี เหลือ
30%
- อีก 5 ปีต่อมา (15 ปี)
12%
และเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ใหญ่ 280,000.- คนพบว่าเหลือแค่ 2%
เราอาจไม่รู้ว่ามีติดลบด้วย เพราะบางครั้งนอกจากไม่เชื่อแล้วอาจขัดขวางก็ได้
ความคิดสร้างสร้างสรรค์ การรู้จักคิด

หรือทักษะความสามารถในการคิดเป็นภาวะที่ขาดแคลนอย่างยิ่งในสังคม แม้บริษัทระดับสูง 500
บริษัทแรกของ USA ก็เป็นทีต
่ ้องการ
ผลการสำารวจของ Fortune 500 บริษัท
ถึงด้านที่มีความต้องการให้พนักงานของตนรับการอบรม
1

ความคิดสร้างสรรค์-ทักษะการคิด

Thinking skill

58%
1

2
3
4
5
6
7

การทำางานเป็นทีม
มนุษย์สัมพันธ์
การฟัง
การสื่อสาร
การเขียน
การตั้งเป้าหมาย

Teamwork
Interpersonal skill
Listening
Oral communication
Writing
Goal setting

51%
48%
43%
45%
45%
33%

-มีคนเปรียบเทียบว่าหนุ่มสาวอายุไม่ถึง 20 ปี ในปัจจุบัน
มีอัจฉริยภาพเทียบได้กับคนที่เป็นอัจฉริยะในอดีตเมื่อ 400-500 ปีก่อน
ดังนัน
้ ยุคปัจจุบัน เราจึงมักได้ยินคำาที่เรียกกันว่า
-ยุคเศรษฐกิจดิจิตอล
Digital Economy
-ยุคเศรษฐกิจสติปัญญา
Intellectual Economy
-ยุคเศรษฐกิจแห่งประสพการณ์
Experience Economy
-ยุคเศรษฐกิจแห่งข้อมูลความรู้
Knowledge Economy
โดยเราสามารถสรุปความคิดได้ว่า ปัจจุบันผลผลิตที่ยิ่งใหญ่
และประสพความสำาเร็จล้วนมากสติปัญญา และความรู้ทั้งสิ้น ซึง่ แตกต่างจากในอดีตที่
ความมั่งคั่งอยู่ที่การมีที่ดินที่กว้างใหญ่ และฝูงปศุสัตว์ เราเห็นได้จากเหตุการณ์ที่ไม่นา่ เชื่อเช่น
-

โทรศัพท์ใช้เวลา
TV
วิทยุ
Computer
Internet

35 ปี กว่าจะกระจายเข้าสู่บ้านเรือน
26 ปี
22 ปี
16 ปี
7 ปี

เทคโนโลยี่ นับจากนีไ้ ปอาจเข้าถึงในความเร็วระดับเดือน
ต่อมาเราจะต้องมาคุยกันว่าเดือนหน้าจะมีแนวทางปรับปรุงงานอย่างไร และลดมาเหลือ พรุ่งนี้
จนในทีส
่ ุดอาจต้องมีการแก้แผนระหว่างวันก็เป็นได้
-ในขณะที่การสื่อสารสมัยก่อนต้องใข้เวลาเป็นแรมเดือนในการแจ้งบ้างเรื่องระหว่างจังหวัด
ในขณะที่ปัจจุบันการแจ้งข่าวสารบางเรื่องสามารถทำาให้แทบจะทันที ผ่านมือถือของเรา หรือ
Email
-

ผมได้รับแจ้งให้ตามหลานแม่สมพรที่ไปเรียนที่ กรงโซล และแทบจะทันที ก็ ติดต่อ อ.Pic
Arlern – Josef ทันที

Wall mart
1

-ใช้ดาวเทียมมาช่วยในการสั่งซื้อนำ้าปลา ค้าปลีกด้านสินทรัพย์ แต่พลังการขยายมาจากความคิด
โดย Walt Mart ใช้การประมวลการสั่งซื้อผ่านด้าวเทียม ในทุกสาขา USA
และรู้ทันทีว่าในสาขาแต่ละแห่งต้องสั่งอะไรเพิ่มในวันรุ่งขึ้น และต้องระบายอะไรออกไปบ้าง
·ตอนนี้รายได้หลักเราอยู่ที่ การควบคุมเซลล์สมอง
·ความรู้จะกลายเป็นองค์ประกอบที่สำาคญมากขึ้นเรื่อย ๆ แทนแรงงานที่เคยมีความสำาคัญ เช่น
เมื่อพูดถึงการผบิตดอกไม้ เราอาจคิดว่า ประเทศที่สามารถผลิตได้มากทีส
่ ุด น่าจะมี
oพืน
้ ที่ดินหว่างใหญ่ไพศาล / แรงงานราคาถูก
/ ดินอุดมสมบูรณ์ /
อากาศอบอุ่น / และ มีแสงแดด และนั้นไม่ใช่
บราซิล แต่เป็น ฮอลแลนด์ ประเทศเล็ก
oปกคลุมด้วยหมอก
oแผ่นดินบางส่วนอยู่ตำ่ากว่านำ้าอันเย็นเฉียบของทะเลเหนือ และเบื้องหลังก็คือ
มหาวิทยาลัยที่นั่น ยกย่องศาสตราจารย์ สาขาไม้ประดับ –
ธนาคารปล่อยกู้โดยรับดอกทิวลิปเป็น หลักทรัพย์ คำ้าประกัน – และเรือนเพาะชำา
สามารถสร้างสภาพอากาศตามต้องการได้ ในประเทศนี้จึงจำาหน่าย
และจัดส่งสินค้าทีม
่ ีมาตรฐาน และคุณภาพระดับโลก ก็เพราะ ความรู้หาใช้แรงงานไม่
และเทคโนโลยี่ใหม่ / Internet
ทำาให้ภายในแค่ 5 ปี หลังจากเริ่ม amazon.com ทำาให้วันครบรอบวันเกิดปีที่ 35 ของ เจฟฟ์
เบโซส มีทรัพย์สินกว่า 10,000 ล้าน USD$
·พนักงานขายหนังสือที่เข้าใจเรื่องของพลังของสื่อใหม่

·คนรำ่ารวยใน USA วันนี้เป็นคนละกลุ่มกับ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว
โดยที่มาหลักของความมั่งคั่งอยู่ที่ ค้าปลีก-ลูกกวาด-สื่อ-ข่าวสารการเงิน-การลงทุนในกองทุน นำ้ามัน-มรดก ในขณะที่ปี 2000
เปลี่ยนเป็น Software – Computer ตัวทีซ
่ ำ้ากันคือ
เป็นด้านความคิด 4 อย่าง
·สิ่งที่เริ่มมากว่า 8 ทศวรรษ / 80 ปี
คือนิตรสาร Time
ผนวกกับบริษัทภาพยนต์ขนาดใหญ่
วอร์เนอร์
และผู้ให้บริการข่าวเคเบิลรายใหญ่ CNN เพื่อสร้างบริษัทที่ทรงอิทธิพลที่สุด ที่มน
ี ิตรสารเกือบ
30 หัวเรื่อง ผู้อ่าน 120 ล้านคน ภายยนต์กว่า 3,000 เรื่อง และมีบริการผู้ชมเคเบิล TV กว่า
1,000 ล้านคนแต่ยักษ์ใหญ่เหล่านี้ได้ถูกกลืน โดยบริษัทที่เพิ่งตั้งเพียง 18 ปี คือ AOL
ทำาให้จากปี 1997 สินทรัพย์ของ Time Warner มีมากว่า AOL 40 เท่า แต่ปัจจุบัน AOL
มีมากว่า Time Warner ถึง 2 เท่า
และครองส่วนแบ่งทางการตลาดใน Internet ถึง 33 % (
ในขณะที่ Yahoo 7% และ Microsoft 6%)
ผลของการขาดการพัฒนความคิดสร้างสรรค์
โดยการอยู่นิ่งเฉย
และทำาเป็นไม่รับรู้ต่อเหตุการณ์รอบข้างที่เกิดขึ้น หรืออาจเกิดจากความหยิ่งเกินไปก็ได้
·1934 พม่า และ 1938 ประเทศ ที่มีรายได้ต่อหัวมากทีส
่ ุดคือ พิลิปปินส์
ตามตัวเลขของธนาคารโลก แต่ต่อมาเพราะการไม่ได้เข้าสู่ยุคปฎิวัติแบบ Digital
·ปี 1200 กัมพูชาเป็นประเทศที่รำ้ารวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นั่นเป็นเหตุผลว่าทำาไมนครวัด
จึงวิจิตรพิสดาลนัก
1

·ปี 1500 เปรู และเม็กซิโกและเป็นประเทศแรก ๆ
ที่มีมหาวิทยาลัย ทำาให้ยุโรปต้องครั่นคร้าม
·ปี 1800 ชาวคิวบา และชาวอาร์เจนติน่า รำ่ารวยกว่า USA แต่
ทำา 4 อย่างคือ แค่ 200 ปีที่แล้ว
-ให้การศึกษา
-สร้างสาธารณูปโภค
-สะสมเงินทุน
-นำาเทคโนโลยี่ชั้นสูงมาใช้

USA

ปัจจัยที่ทำาให้คนเกิดความคิดสร้างสรรค์

1.การแสวงหาพระเจ้า
-1Ch

28:9 ซาโลมอนบุตรของเราเอ๋ย เจ้าจงรู้จักพระเจ้าของบิดาเจ้า
และจงปรนนิบัติพระองค์ด้วยใจจริงและด้วยความเต็มใจของเจ้า
เพราะพระเยโฮวาห์ทรงพิจารณาจิตใจทั้งปวง และทรงเข้าใจในแผนงานแห่งความคิดทั้งปวง
ถ้าเจ้าแสวงหาพระองค์ เจ้าจะพบพระองค์ แต่ถ้าเจ้าทอดทิ้งพระองค์
พระองค์จะทรงเหวี่ยงเจ้าออกไปเสียเป็นนิตย์
-Psa 5:10 โอ ข้าแต่พระเจ้า โปรดทำาลายพวกเขา
และให้เขาทั้งหลายล้มลงด้วยความคิดเห็นของตนเอง
เหตุการละเมิดเป็นอันมากนัน
้ ขอทรงขับไล่เขาออกไปเนื่องจากเขาทั้งหลายได้กบฏต่อพระองค์
-Psa 10:4 เพราะคนชั่วนั้นด้วยสีหน้าที่เย่อหยิ่งยโสจะไม่แสวงหาพระเจ้า
พระเจ้ามิได้อยู่ในความคิดทั้งสิ้นของเขาเลย
-ความคิดมนุษย์เมื่อเทียบกับพระเจ้า ก็ถือเป็นเรื่องไร้สาระ
-Psa 94:11 พระเยโฮวาห์ทรงทราบความคิดของมนุษย์ว่าเป็นเพียงแต่ไร้สาระ , 1Co 3:20
และยังมีอีกว่า `องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบความคิดของคนมีปัญญาว่าเป็นเพียงแต่ไร้สาระ'
-ความคิดที่ไม่มีกับพระเจ้า ก็ขาดความชัดเจน แน่นอน
-Psa 119:113 ข้าพระองค์เกลียดชังความคิดสองจิตสองใจ
แต่ข้าพระองค์รักพระราชบัญญัติของพระองค์
-การฟังความคิดทีม
่ าจากพระเจ้า ทำาให้เราปลอดภัย เพราะพระองค์รู้เหตุการณ์ ในอนาคต
-Pro 1:33 แต่บุคคลผู้ฟังเราจะอยู่อย่างปลอดภัย
เขาจะอยู่อย่างสุขสงบปราศจากความคิดพรั่นพรึงในความชั่วร้าย"
-ความคิดทีไม่มีพระเจ้า ก็ดูเหมือนมีค่า แต่มีค่าน้อย
-Pro 10:20 ลิ้นของคนชอบธรรมก็เหมือนเงินเนื้อบริสุทธิ์ ความคิดของคนชั่วร้ายมีค่าแต่น้อย
-เพราะความคิดของพระเจ้าสูงกว่าเรา
-Isa 55:9 "เพราะฟ้าสวรรค์สูงกว่าแผ่นดินโลกฉันใด วิถีของเราสูงกว่าทางของเจ้า
และความคิดของเราก็สูงกว่าความคิดของเจ้าฉันนั้น
-พระเยซูก็ให้เรารักพระองค์สด
ุ ความคิด
-Mat 22:37 พระเยซูทรงตอบเขาว่า "`จงรักองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นพระเจ้าของเจ้า
ด้วยสุดจิตสุดใจของเจ้า และด้วยสิ้นสุดความคิดของเจ้า'
-พระเจ้าจะตอบตามความคิดของเรา เพราะพระองค์รู้ว่าเราคิดอะไรอยู่
-Luk 6:8 แต่พระองค์ทรงทราบความคิดของเขา จึงตรัสแก่คนมือลีบนั้นว่า
"จงลุกขึ้นมายืนอยู่ข้างหน้า" เขาก็ลุกขึ้นยืน
-Luk 9:47 ฝ่ายพระเยซูทรงหยั่งรู้ความคิดในใจของเขา จึงให้เด็กคนหนึ่งยืนอยู่ใกล้พระองค์,
Luk 11:17 แต่พระองค์ทรงทราบความคิดของเขา จึงตรัสกับเขาว่า
1

"ราชอาณาจักรใดๆซึ่งแตกแยกกันเองก็จะรกร้างไป

ครัวเรือนใดๆซึ่งแตกแยกกับครัวเรือนก็จะล่มสลาย , Luk 24:38 พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า
"ท่านทั้งหลายวุ่นวายใจทำาไม เหตุไฉนความคิดสนเท่ห์จึงบังเกิดขึ้นในใจของท่านทั้งหลายเล่า

2.การไม่กลัวความล้มเหลว ใจสู้ ใจกล้า
-ความคิดคนบาปมีแต่ความกลัว และชั่วร้าย
Gen 6:5 และพระเจ้าทรงเห็นว่าความชั่วของมนุษย์มีมากบนแผ่นดินโลก

และเจตนาทุกอย่างแห่งความคิดทั้งหลายในใจของเขาล้วนแต่ชั่วร้ายอย่างเดียวเสมอไป
-ในปี 1960 สิ่งที่เรียกว่า Made in Japan แปลว่า ด้วยคุณภาพ และมีคุณภาพเทียบเท่ากับ
อเมริกาใต้ แต่เพราะการเห็นคุณค่าของ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี่
โดยการให้ความรู้กบ
ั เยาวชน และการส่งเสริม-การให้ทุนการศึกษา จนทุกวันนี้
เด็กชาวญี่ปุ่นทำาคะแนนสอบวิชาคณิตศาสตร์มาตรฐานดีว่า USA
-USA ต้องทำางาน 7 นาที จึงซื้อ BIGMAG ได้ 1 ชิ้น ในขณะที่ Canada 8 m, Spain 11
M, Mexico 1 Hr, India 2.17 Hrs, Brazil 3.35 Hrs
-ความคิดทีด
่ ี ทำาให้เกิดความเจริญก้าวหน้า และเป็นคนที่น่าสนใจ
Gen 41:33 เพราะฉะนั้นบัดนี้ขอฟาโรห์เลือกคนที่มค
ี วามคิดดี มีปัญญา ตั้งให้ดูแลประเทศอียิปต์
จำานวนการจดสิทธิบัตร / การค้นคว้า และการวิจัยสิ่งใหม่ (
ตัวเลขวัดการพัฒนาการทางความคิดของคนในประเทศ
ประเทศ
อาร์เจนติน่า
เวเนซูเอล่า

จำานวนในปี 1985
จำานวนในปี 1998
12
46
15
29
Brazil
30
88
Mexico
35
77
Korea
50
3,362!!
สู้ตาย !! สูงขึ้นกว่า 6724% ใน 13 ปี เฉลี่ยปีละ 517%

·Fred Smith ผู้ก่อตั้ง Fedได้คะแนน C ต่อมา โครงการที่ได้ C นีม
้ ีพนักงาน
และมีเงินดำาเนินการถึง 7 พันล้านเหรียญ
·Sylvester Stallone ที่มหาวิทยาลัย Dexel
บอกเขาว่าคงเป็นได้คพ
่ นักงานซ่อมลิฟท์
และบอกง่าไม่มีอะไรดี

Ex เสนอโครงการ FedEx สมัยเรียน
120,000
คน

และถูกพ่อตีบ่อย ๆ

1

·Harland
D.Sanders
อาจเหมือนคนแก่อายุ 66
ปี
ที่ไม่มีญาติพี่น้องที่เราเห็นอยู่ทุกวันที่ขายไก่อยู่หน้าปากซอย
และรับเงินช่วยเหลือจากเงินประกันสังคมถ้าเขาชอบกังวัลอยู่ และไม่คด
ิ ว่าไก่ตนเองอร่อย
และพยามชวนร้านอาหาร 12
แห่ง ให้ปรุงสูตรไก่ของเขาขาย โดยตกลงจายค่าลิขสิทธิเพียง 4
เซนต์/ชิ้นที่ขาย จนปัจจุบัน มีพนักงานกว่า 250,000.กับอีก 10,000
สาขา กับยอดขาย
นาทีละประมาณ 650,000.- หรือวันละ 900 ล้านบาท

·ปี 1950 53 ปีมานี้เอง สิงคโปร์ ยังเป็นเกาะเล็ก ๆ ยากจน และโดดเดี่ยว
ไม่ได้เป็นประเทศด้วยซำ้าไปในปี 1965
อนาคตมืดมนจนผู้นำาประเทศต้องไปหามาเลเซีย
และขอไปร่วมเป็นส่วนหนึ่ง แต่มาเลเซียมองว่าอาจทำาให้ประเทศยากจนลง
และเวลานั้น แม้ กานา พม่า และศรีลังกา ก็ยังรำ่ารวยกว่าสิงคโปร์
และในเดือนสิงหาคม ปี 1965 นสพ.ซิดนีย์ มอร์นิ่ง เฮอรัลด์ ฟันธงว่า
ไม่น่าจะอยู่รอดได้เลยเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา และตอนนี้ก็ยังไม่มีแวว
·สิงคโปร์ ไม่มีทางเลือก นอกจากการให้การศึกษา และประชาชน และสั่งสมความรู้
ก้มหน้าก้มตาทำางาน ภายใต้การนำาของ ลี กวน ยู ผู้เริ่มจากการเป็นนักกฎหมาย
ให้กับสหภาพแรงงานคอมมิวนิสถ์ แต่หันกลับมาหาเทคโนโลยี และทุนนิยม
ให้ความสำาคัญของการศึกษา และคนเก่ง เปลี่ยนมาใช้ภาษาอังกฤษ ในปี 1978
และเชิญชวนต่างชาติไปลงทุน
oปี 1975
GE เป็นนายจ้างรายใหญ่ที่สุด
oปี 1985
สิงค์โปร์มีรายได้ต่อหัว 8,116.- USD$/คน ขณะที่ อังกฤษ
11,237.- USD$/คน
oปี 1999
สิงค์โปร์มีรายได้มากกว่าอังกฤษ 2 %
oในขณะเดียวกัน มาเลเซียที่รำ่ารวยกว่ากันมาก แต่นิยมคนชาติเดียวกัน
แต่ไม่นิยมคนมีความสามารถ คนจีน หรืออินเดีย ทีเก่งกลับถูกละเลย ดูจาก ปี 1970
ผู้นำาประเทศรับคำาเตือนว่า ผู้ประกอบการที่เข็มแข็ง และผู้มีการศึกษาดี อพยพจากไป
แต่เขาตอบว่า นีไ่ ม่ใช่ สมองล่อง แต่เป็น สมองพร่อง คนพวกนีไ้ ปเสียได้
จะช่วยลดปัญหาของมาเลเซีย
oทุกวันนี้ชาวสิงโปร์มีมาตรฐานความเป็นอยู่ เทียบเท่ากับ USA ซึ่งมากกว่าชาวมาเลย์
ถึง 3 เท่า และนับแต่มาเลเซียเขี่ยสิงคโปร์ ออกไป ตั้งแต่ปี 1965
คือ 38
ปี ทีแ
่ ล้ว
ความมั่งคั่งต่อคน ของเขาอยู่ที่ 82
ของโลก
ในขณะที่สิงคโปร์ อับดับ 9
และเงินสำารองระหว่างประเทศคือ 1,182.- USD$/คน
สิงคโปร์ 24,415.- USD$/คน ต่างกันถึง 19.8 เท่า

1

บางครั้งข้ออ้างเราก็ยังรุนแรงอยู่ และคิดว่านั้นไม่เกี่ยวกับเรา
มาดูความสามารถของบุคคลในการชนะต่อความล้มเหลวของเขา
·ไอสไตน์ คิดช้า มีปัญหาด้านการเข้าสังคม และตอนเรียน ม.ปลายตกวิชา Math
·สมัยเรียน อริสโตเติล โอนาซิส ( ผู้ที่เคยรำ่ารวยที่สุดในโลกคนหนึ่วที่ชีวิตสมับเรียนที่วุ่นวายที่สุด
ถูกไล่ออกหลายครั้ง และไม่ได้ใยประกาศนียบัตร
·ครูของเบโธเฟ่น

บอกว่าเขาหมดหวังที่จะเป็น วาทยากร (

นักแต่งเพลง)

·เฮนรี่ ฟอร์ด ล้มเหลว และเสียสติไปถึง 5
ผู้สร้างต้นแบบรถยนต์ )

·อากิโอะ โมริตะ ผู้ก่อตั้ง Sony
คนในวิชาวิทยาศาสตร์ไม่มีอะไรเสร็จในวันเดียว

ครั้ง (

มอบได้ทส
ี่ ุดท้ายจากนักเรียน 180

·ถ้าเราใจกล้า และมีความเชื่อจะไม่มีอะไรสักอย่างเดียวที่ทำาไม่ได้
กิจกรรมสิ่งที่เรากลัว และเขียนวิธก
ี ารจัดการกับมัน และแบ่งปัน 10 คน

3.การมีการพัฒนาการศึกษา และการหาความรู้ส่วนตัวอยู่เสมอ
ผลของการศึกษาทำาให้เกิดการพัฒนา และความคิดสร้างสรรค์
-Pro

18:2 คนโง่ไม่เพลิดเพลินในความเข้าใจ

แต่เพลิดเพลินในการแสดงความคิดเห็นของตนเท่านั้น
-แต่ต้องแสวงหา ค้นหา พยายามอ่าน ตั้งใจเรียน ลงทุนเวลา เงินทอง แรงกาย แรงใจ
จึงจะได้มา
-Pro 2:4 ถ้าเจ้าแสวงปัญญาดุจหาเงิน และเสาะหาปัญญาอย่างหาขุมทรัพย์ที่ซ่อนไว้
-พอหาจนได้มาแล้วจะหายเหนื่อย คุ้มกว่า
-Pro 2:10 เมื่อปัญญาจะเข้ามาในใจของเจ้า และความรู้จะเป็นที่ร่มรื่นแก่จิตใจของเจ้า
-และมีความสุข
-Pro 3:13 มนุษย์ผู้ประสบปัญญาและผู้ได้ความเข้าใจ เป็นสุขจริงหนอ
-เพราะปัญญา และความคิดที่ดี มีค่ากว่าสิ่งอื่น ๆ
-Pro

3:14

เพราะผลที่ได้จากปัญญาย่อมดีกว่าผลที่ได้จากเงินและกำาไรนั้นดีกว่าทองคำาเนื้อดี
-แม้การสร้างโลก ก็ยังต้องใช้ปัญญา
-Pro 3:19 พระเยโฮวาห์ทรงวางรากแผ่นดินโลกโดยปัญญา
พระองค์ทรงสถาปนาฟ้าสวรรค์โดยความเข้าใจ
-ซึง่ ได้มาแล้ว ต้องรักษาไว้ และทำาให้เพิ่มพูนขึ้น
1

-Pro

3:21 บุตรชายของเราเอ๋ย จงรักษาสติปัญญาและความเฉลียวฉลาดไว้
อย่าให้ทั้งสองนี้หนีไปจากสายตาของเจ้า
-เห็นคุณค่าเสมอ ถ้าต้องทิ้งอะไรในชีวิต ก็ทิ้งได้ แต่อย่าทิ้งปัญญาซึ่งสามารถทำาได้โดย
-Pro 4:7 ปัญญาเป็นสิ่งสำาคัญที่สุด ฉะนั้นจงเอาปัญญา แม้เจ้าจะได้อะไรก็ตาม
จงเอาความเข้าใจไว้
-โดยการตั้งใจฟัง พยายามทำาความเข้าใจแม้ยากในช่วงเริ่มต้น
-Pro 5:1 บุตรชายของเราเอ๋ย จงตั้งใจต่อปัญญาของเรา
จงเอียงหูของเจ้าฟังความเข้าใจของเรา
-ทำาให้รู้สึกสนิทสนม เป็นเหมือนญาติกน

-Pro 7:4 จงพูดกับปัญญาว่า "เธอเป็นพีส
่ าวของฉัน" และจงเรียกความเข้าใจว่า
"ญาติผู้หญิง"
-หรือโดยการฟังพระบัญญัติ
-Pro 10:8 ผู้ที่มใ
ี จประกอบด้วยปัญญาจะยอมรับบัญญัติ แต่คนที่พูดโง่ๆจะล้มลง
-หรือโดยความถ่อมใจ ยอมเรียนรู้
-Pro 11:2 เมื่อความเย่อหยิ่งมาถึง ความอับอายก็มาด้วย แต่ปัญญาอยู่กับคนใจถ่อม
-หรือโดยการไม่ทำาความชั่ว
-Pro 14:16 คนมีปัญญาก็เกรงกลัวและหันเสียจากความชั่วร้าย
แต่คนโง่เดือดดาลด้วยความมั่นใจ
-หรือการอยู่ในกลุ่ม อยู่ในสังคม
-Pro 18:1 คนที่ปลีกตัวไปจากผู้อื่น จงใจกระทำาตามใจตนเอง
และค้านคติแห่งสติปัญญาทั้งหลาย
-การรับฟังคำาแนะนำาเสมอ
-Pro 19:20 จงฟังคำาแนะนำาและรับคำาสั่งสอนเพื่อเจ้าจะได้ปัญญาสำาหรับอนาคต

-ช่องว่างระหว่าง คนทำาการผลิตจากประเทศที่รำ่ารวย ต่อประเทศที่ยากจนที่สุด
เปลี่ยนจาก 5:1 เป็น 390:1 และในไม่ช้าอาจเป็น 1000:1
นั้นหมายถึงผลผลิตที่เกิดจากคน 1
คนในประเทศที่เจริญ อาจเท่ากับต้องใข้คน 1000
คนจากประเทศที่ยากจน นีไ้ ด้เกิดขึ้นแล้วกับสิงโปร์
ที่มีความกว้างประเทศแค่ 40 X 60 Km
แต่รำ่ารวยเป็นอันดับ 9 ของโลก

วอร์เร็น บัฟเฟตต์ (Warren Buffett)

1

50 – 1953 ปีที่แล้ว ไต้หวั่นถูกปกครองด้วยรัฐบาลที่คอรัปชั่นอย่างกว้างขวาง
และพัวพันกับยาเสพติด คล้าย ๆไทยในอดีต และเวลานัน
้ เม็กซิโกผลิตได้มากกว่า ไต้หวัน
2 เท่าต่อมา ปี 1974 อีก 20 ปี ให้หลัง เริ่มเน้นความรูด
้ ้านวิทยาศาสตร์
เพิ่มโรงงานอุตฯ และการส่งออก ปี ปี 1990 อีก เพียง 17 ปี
ถ้าเราไปไต้หวันจะเห็นร้านค้าปลีกเต็ม 2 ข้างทาง ที่เป็นไปด้วยชิ่นส่วนคอมพิวเตอร์
หาใช้ผลไม้ไม่ และความมั่งเพิ่มกลายเป็น 4 เท่าขอ Mexico
-เมื่อ

-วอร์เร็น บัฟเฟตต์ ที่ประสพความสำาเร็จจากการลงทุนในหุ้น ที่ เป็นรองอยู่ก็แค่ Bill
Gate แต่ถ้ามองกันดี ๆ เขามีความสุขมากกว่าเยอะ และมีพนักงานเพียงไม่กีคน
เขาได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในโคคาโคล่าประมาณ 800%ในระยะเวลา 12 ปี
และยังได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในบริษัทโฆษณาที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนักนัน
่ คือบริ
ษัท Inter Public ในปี 1973 ซึง่ สร้างผลตอบแทนได้สูงถึง 900%ในระเวลา 11 ปี
- วอร์เร็นจะขายหุ้นก็ต่อเมื่อ
• ถ้ามูลค่าที่แท้จริงของกิจการไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นตามอัตราที่ควรจะเป็น
• ถ้ามูลค่าตลาดของกิจการเพิ่มสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริงที่ประเมินได้มากจนเกินไป
ประโยคทอง
• “กฎข้อที่หนึ่ง อย่าขาดทุน กฎข้อที่สองอย่าลืมกฎข้อที่หนึ่ง”
• “การลงทุนที่ชาญฉลาดที่สุดจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราลงทุนแบบทำาธุรกิจ”
• “ธุรกิจที่ดีไม่จำาเป็นต้องเป็นการลงทุนที่ดีเสมอไป “
โดยทั้งหลายทั้งปวงเกิดมาจากการอ่านเอกสาร แทบทุกฉบับของบริษัทที่ตนเองลงทุนอยู่
-การซื้อของที่ไต้หวันง่ายมาก จะมีตึกที่รวมสินค้าทุกอย่างเอาไว้
·ความรู้จะกลายเป็นองค์ประกอบที่สำาคญมากขึ้นเรื่อย ๆ แทนแรงงานที่เคยมีความสำาคัญ เช่น
เมื่อพูดถึงการผบิตดอกไม้ เราอาจคิดว่า ประเทศที่สามารถผลิตได้มากทีส
่ ุด น่าจะมี
oพืน
้ ที่ดินหว่างใหญ่ไพศาล / แรงงานราคาถูก
/ ดินอุดมสมบูรณ์ /
อากาศอบอุ่น / และ มีแสงแดด และนั้นไม่ใช่ บราซิล
oแต่เป็น ฮอลแลนด์
·ประเทศเล็ก / ปกคลุมด้วยหมอก / แผ่นดินบางส่วนอยู่ตำ่ากว่านำ้าอันเย็นเฉียบของทะเลเหนือ

·เพราะอะไร ??? เบื้องหลังก็คือ มหาวิทยาลัยที่นั่น
ยกย่องศาสตราจารย์ สาขาไม้ประดับ – ธนาคารปล่อยกู้โดยรับดอกทิวลิปเป็น หลักทรัพย์
คำ้าประกัน – และเรือนเพาะชำา สามารถสร้างสภาพอากาศตามต้องการได้ ในประเทศนี้ตึงจำาหน่าย
และจัดส่งสินค้าทีม
่ ีมาตรฐาน และคุษภาพระดับโลก ก็เพราะ ความรู้ หาใช้แรงงานไม่
1

และเทคโนโลยี่ใหม่ / Internet
ทำาให้ภายในแค่ 5 ปี หลังจากเริ่ม amazon.com ทำาให้วันครบรอบวันเกิดปีที่ 35 ของ เจฟฟ์
เบโซส มีทรัพย์สินกว่า 10,000 ล้าน USD$
·พนักงานขายหนังสือที่เข้าใจเรื่องของพลังของสื่อใหม่

·คนรำ่ารวยใน USA วันนี้เป็นคนละกลุ่มกับ เมื่อ 20
โดยที่มาหลักของคสามมั่งคั่งอยู่ที่ ค้าปลีก-ลูกกวาด-สื่อข่าวสาร-การเงิน-การลงทุนในกองทุน นำ้ามัน-มรดก
ในขณะที่ปี 2000 เปลี่ยนเป็น Software – Computer
ตัวที่ซำ้ากันคือ เป็นด้านความคิด 4 อย่าง

ปีทแ
ี่ ล้ว

ใน USA ปี

·สถิตใิ นปัจจุบันพบว่า ใครก็ตามที่มก
ี ารศึกษาน้อย ยอมรับผล
1979 – ปัจจุบันพบว่า
ผู้จบ U
รายได้เพิ่มขึ้น 14% นั้นคือ จาก
ผู้จบ High School
รายได้เพิ่มขึ้น 12%
ผู้ไม่จบ High Schoolรายได้ลดลง -27%
ยิ่งมีความรู้มาก โอกาสก้าวหน้ายิ่งมาก

10,000-11,400
7,000-7,840
5,000-3,650

·IBM บริษัทเดียว จดสิทธิบัตรมากกว่า 139 ประเทศรวมกัน
·ศิษย์เก่าของ MIT ตั้งบริษัทเองได้ว่า 4,000 แห่ง และทำายอดขายได้กว่า 230 พันล้านเหรียญ
หรือ ถ้ามองในแง่เศรษฐกิจเท่ากับ อันดับ 23 ของโลก คือกลุ่มศิษย์เก่า MIT
นั้นคือรายได้ต่อบริษัทจะอยู่ราว 2 ล้านบาท/เดือน
·ทวีปอเมริกา-ยุโรปตะวันตก-JP เผยแพร่เอกสารทางวิทยาศาสตร์คิดเป็น 84 % ของโลก
·การปรับตัวทางเศรษฐกิจของประเทศด้วยพัฒนาจึงไม่เคยรับการแก้ใข
เพราะส่งออกสินค้าความรู้น้อยมาก ละตินอเมริกา ส่งออกสินค้าไฮเทค
เพียงดัชนีที่ 0.5 ส่วน ประเทศ 4 เสือเอเชีย(HK-KR-SG-TW) ดัชนี 1.8
G7 1.67
การศึกษามีความสำาคัญ 25% ของ Spain -13% อเมริกัน-อัฟริกัน และ 7.6%
ของ คนอเมริกัน จะออกจากโรงเรียนช่วงมัธยม

4.การไม่คดิ ว่าตนเองดีแล้ว แต่คิดว่าต้องมีวิธีที่ดกี ว่าที่เป็นอยู่ กล้ารับความคิดใหม่ ๆ
·Isa

55:9 "เพราะฟ้าสวรรค์สูงกว่าแผ่นดินโลกฉันใด วิถีของเราสูงกว่าทางของเจ้า

และความคิดของเราก็สูงกว่าความคิดของเจ้าฉันนั้น

1

·ปี 1840 เริ่มยุคปฎิวัติอุตสาหกรรม จีน และอินเดีย ครองการค้าโลกถึง 40%
และผลิตสินค้าหรูหราที่สุดคือ ผ้าไหม อัญมณี และหยก
oจุดตกตำ่าของจีน และอินเดีย ที่พอจะเห็นได้ ก็คงจะเป็นตอนที่ Henry Ford ผลิตรถ
Model T ในปี 1908 ขายในราคา 900 USD$ และขายได้กว่า 1 ล้านคันต่อปี
จนราคาในปี 1925 เหลือแค่ 290 USD$ ในขณะที่ จีนและอินเดีย
ยังไม่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมเลย เพราะยังคิดว่า ผ้าไหม อัญมณี และหยก
ยังคงครองอำานาจความนิยมอยู่ต่อไป จนวันนี้ชาวฮินดูเป็นอยู่อย่าวแร้นแค้น
โดยมีบรรยากกาศห้อมล้อมด้วยพระราชวัง และผ้าไหมอันวิจิตร
แต่กลับพิมพ์เอกสารทางวิทยาศาสตร์ 3.9%ของทั่วโลกทั้ง ๆที่ ทุกวันนี้ จีน และอินเดีย
รวมกัน ซึ่งอาจทำาให้มีประชากรถึง กว่า 40%ของโลก
oและทำาให้เมื่อ 2 ประเทศนี้รวมกัน ไม่ได้ครองโลก 40% อีกต่อไป แต่กลับเป็นแค่ 3.4
% / ดูเหมือนสัดส่วนจะเท่ากับ จำานวนเอกสารทางวิทยาศาสตร์

·และเร็ว ๆนี้ เลบานอน อาจเปรียบกับสวิตเซอร์แลนด์ แห่งตะวันออกกลาง และสำาหรับ Africa
คือ อูกานดา
·สตีเวน สปิลเบอร์ก กลายเป็นผู้ที่สร้างภาพยนตร์ที่ประสบความสำาเร็จมากที่สด
ุ ในประวัติศาสตร์
เมื่ออายุเพียง 36
ปีเขาสร้างประสพความสำาเร็จถึง 4/10
เรื่อง
เพราะเขามีพลังซึ่งสามารถทำาให้ตนเองรู้ว่าตนเองต้องการอะไร
โดยผ่านการเรียนรู้จากการเยี่ยมชม เมื่ออายุเพียง 13
ปี
เข้ารู้แล้วว่าเขาต้องการเป็นนักสร้างภาพยนตร์ ในขณะที่เรา ๆ อาจยังไม่รู้จนกว่าจะมีอายุ 30 ปี
เขาเริ่มต้นก่าอนคนทั่วไป ถึง 17
ปี ในขณะที่เพื่อน ๆ ยังวิ่งเล่น
เขาสร้างโอกาสให้ตนเองสามารถเยี่ยมชม Universal
Studio
เมื่ออายุ 17
ปี
โดยการแอบหลบเข้าไป และพบกับผู้ตด
ั ต่อภาพยนตร์โดยวันรุ่งขึ้นเขาเอาสูทมาใส่
หิ้วประเป๋าของพ่อ ที่มีแค่ด้วยแซนวิช และขนมหวาน 2
แท่ง
และเดินผ่านเข้าประตูยามไปเหมือนเดินเข้าบ้านตนเอง และเอาป้ายติดหน้าห้องว่างห้องหนึ่ง ว่า
“สตีเวน สปิลเบอร์ก ผู้กำากับการแสดง “เมื่อ 3
ปีให้หลังเขากลายเป็นผูก
้ ำากับที่แท้จริง
โดยความจริงก็เพิงเปิดเผยบางคนอาจมีข้ออ้างจากเรื่องนี้ ถ้าเราได้ยินเรื่องนี้ตอนอายุ 17
ก็ดี
แต่อย่าลืมว่า ผูพ
้ ัน Sanders / KFC เริ่มเมื่ออายุ 66 ปี
·ถ้า Henry Ford บอกว่าตอนนี้เราผลิตรถ Model T ซึง่ ในเวลานั้น ทันสมัยที่สุด และบอกกับ
Team เขาว่าเรามาถึงจุดสุดยอดแล้ว ตอนนี้เราก็คง ต้อง Start รถจากข้างหน้ากันอยู่
·องค์กร กิจการ หรือครอบครัวใดๆ จะอยู่ในขั้นวิกฤต หากมีคนหนึ่งคนใด คิดว่าเราดีแล้ว
ไม่มีอะไรต้องเปลี่ยนอีกแล้ว เพราะการตอบที่ผิดยอมนำามาซึ่งความสูญเสีย และนี้เป็นการตอบผิด
·
ซึ่ง

ถ้าเราไปหาหมอ แล้วเราเป็นมะเร็งขึ้นที่ 3
(
ยังมีโอกาสรักษา )
แต่หมอบอกเราว่า เราแข็งแรง
ไม่เป็นไร นัน
่ เป็นวิธีการฆ่ากันอย่างหนึ่งด้วยซำ้าไป

5.การเปิดตนเองสำาหรับความคิดใหม่ ๆ เสมอ
1

-มีความเร็ว Internet ที่เร็วขึ้น เมื่อไม่กี เดือนที่ผ่านมา ต้องหาหนังสือมาเวลาเล่น Internet เพราะต้องรอนาน
-มีความคิดใหม่ ๆ เกิดขึ้นเสมอ แทบตลอดเวลา
-ค้าปลีกด้านสินทรัพย์ แตะพลังการขยายมาจากความคิด โดย Walt Mart
ใช้การประมวลการสั่งซื้อผ่านด้าวเทียม ในทุกสาขาใ USA
และรู้ทันทีว่าในสาขาแต่ละแห่งต้องสั่งอะไรเพิ่มในวันรุ่งขึ้น
และต้องระบายอะไรออกไปบ้าง
-ราว 50% ของคนในโลก ๆไม่เคยใช่โทรศัพท์ เพราะทั้งไม่เห็นความสำาคัญ
และบางส่วนอาจไม่รู้จัก
-ความเร็วในการสื่อสารในปัจจุบัน สามารถเปรีียบเทียบได้จาก การที่
เราสามารถส่งการสนทนาโทรศัพท์ ทั่ว USA ในชั่วโมงการทำางานสูงสุด
ของวันที่ใช้งานมากที่สด
ุ ผ่านใยแก้วนำาแสงเพียงเส้นเดียวได้
หรือส่งข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ใน ห้องสมุดรัฐสภาอเมริกันได้ใน 6 วินาที

·Super Computer ขนาดใหญ่ในโลกมีอยู่ ราว 500 เครื่อง
oUSA
217 เครื่อง
oGermany
63
oJapan
53
oFrance
26
oEngland
24

6.ความทำางานที่รวดเร็ว เต็มที่ เต็มแรง สุดกำาลัง
Ecc

9:10 มือของเจ้าจับทำาการงานอะไร

จงกระทำาการนัน
้ ด้วยเต็มกำาลังของเจ้า

เพราะว่าในแดนคนตายที่เจ้าจะไปนั้นไม่มีการงาน หรือแนวความคิด
หรือความรู้ หรือสติปัญญา
·ผู้ที่ทำาอะไรช้ามักรับหมดโอกาสในการได้รับสิ่งดีใด ๆ
1

·ที่ Mexico มีโรงเรียน 120,000 แห่ง แต่มีเพียง 3700 แห่งเท่านัน
้ ที่มี Internet ใช้
ซึ่งคือเป็น 3.08%!!

·ผลคือไม่น่าแปลกใจที่ จำานวนประชากรเฉลี่ยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จนรับสิทธิบัตร 1 ใบของ
Mexico ต้องใช้ถึง 1,267,532 คน ในขณะที่ ไต้หวันใช้เพียง 5,812
คนซึ่งทำาให้ได้สัดส่วนคุณภาพการผลิตของประชากรด้านสิทธิบัตรของไต้หวันเพียง 1
คนต้องใช้คน Mexico ถึง 218 คน และที่น่าสนใจไปกว่านัน
้ อีก คือตัวเลข ปี 1997 Mex จด
420 ใบ จากบริษัทใน Mex แต่ไม่ใช้บริษัท ของ Mex ตัวเลขแท้จริงไปกว่านั้นคือ แท้จริงชาว
Mex จดได้เพียง 141 รายการเท่านั้น ในขณะที่ IBM บริษัทเดียวจดถึง 2,685.- เท่ากับ 139
ประเทศรวมกัน ปี 1999 จำานวน 12 ประเทศ มหาอำานาจจดสิทธิบัตรทางการค้า 95 %
ของจำานวนสิทธิบัตรทั้งหมด
·โลกนี้เดินทางอย่างรวดเร็ว
·บางที่เราอาจคิดว่า ทำาไมเป็นเช่นนี้ ทั้ง ๆที่ 14 ราชวงศ์ของจีนที่ปกครอง มี 10 ราชวงศ์
ที่ปกครองยาวนานกว่า USA พวกเขาคิดค้น กระดาษ – เข็มทิศ – กระเบื้องเคลือบ – ดินปืน –
เครื่องพิมพ์เคลื่อนที่ และปืน
แต่เหตุการณ์ที่ส่งผลอย่างรุนแรงที่สด
ุ น่าจะเป็นการไม่ไว้ใจประชากรของจน
และกลัวการโค่นอำานาจ จนกระทั้งยุคของ จิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกของจีน เป็นผู้ริเริ่ม
โดยการเผาหนังสือทั้งหมด!!
·การลงทุนในกองทุน ด้านความคิด
·เดือน พย.นักวิทยาศาสตร์ ของม.คอร์เนลล์ สร้าง “เรือดำานำ้านาโน “โดยอินทรีย์สารส่วนหนึ่ง
และอนินทรีย์สารส่วนหนึ่ง ทำางานด้วยเชื้อเพลิง ATP (เป็นโมเลกุลที่มีความสำาคัญต่อสิ่วมีชีวิต
เป็นอันดับ 2 รองจาก DNA ทำาหน้าที่ให้พลังงานแก่สิ่งมีชีวิตทุกชนิด) แบบเดียวกับที่อยู่ใน Cell
ของคนเรา สามารถทำางานได้นาน 2.5 ชม. และขนาดไม่ต่างจากไวรัสตัวหนึ่ง
หน้าที่คือการเข้าไปค้นหาโรคบางชนิดภายใน Cell ของมนุษย์ และจัดการส่งยาเข้าไปใน โมเลกุล
·การแข่งขันระดับโลกจำาเป็นต้องจดสิทธิบต
ั รระดับโลก ปี 1985 สำานักงานสิทธิบัตรของ USA
ออกให้
·นั้นหมายถึงปี 1998 ชาวเกาหลีใต้เฉลี่ยในทุก 13,653 คน
สามารถสร้าวความรูพ
้ อให้สามารถจดสิทธิบัตรได้ 1 ชิ้นขณะที่ชาว Mexico ต้องใช้คนถึง
1,267,532 คน ต่างกันถึง 92 เท่า
1

·ค่าแรงเฉลี่ยของชาวเกาหลีใต้เพิ่ม 9 เท่าระหว่างปี 1960 – 1990 (30 ปี) ส่วนชาว Mexico
ยังเหมือนเดิม
·ระหว่างปี 1990 ถึง 1995 = 5 ปี จำานวนหนังสือที่ผลิตใน Mexico ลดลงจาก 21500 เหลือ
11762 ลดลง 54.7 % กว่าครึ่งหนึ่ง เมื่อมีความรู้ใหม่เพียงเล็กน้อย เศรษฐกิจ ก็เติบโต เพียง
เล็กน้อย จึงไม่น่าแปลกที่ 49% ของครอบครัว USA ซื้อหุ้น ในขณะที่ มีเพียง 0.5%ใน Mexico
เท่านั้น

·25

ปีทแ
ี่ ล้วเขาไม่ยอมให้ผมชกมวยหาเงิน

แต่ตอนนี้เขาต้องจ้างผมไปปรากฎตัวในภาพยนตร์เป็นเงินถึง 4 ล้านบาท
โมฮะมัด อาลี

·ถ้ารู้ว่าลูกชายฉันจะเป็น ปธน.โบลีเวีย ฉันคงจะสอนเขามห้อ่านออก เขียนได้เสียแต่เนิ่น ๆ
มารดาของ เอ็นริค พีน่รานดา

·ทำางานด้วยความเร็ว แม้ผิดพลาดบางครั้งก็ได้รับประโยชน์
·มีคนหนึ่งที่ เขาไม่รู้ว่าจะไปไหนเมื่อเริ่มเดินทาง และเมื่อถึงที่นั่นเขาไม่รู้ว่ามันเป็นที่ไหน
และเมื่อเดินทางกลับเขาก็ยังไม่รู้อีกว่าไปไหนมา โดยการเดินทางที่มาจากการยืมเงินคนอื่นมา
แต่วันนี้เขาเป็นวีรบุรุษ และเป็นผู้ที่ค้นพบ USA ด้วยเรือ ซานตามาเรีย
โดยคิดไปว่าเป็นประเทศอินเดีย เลยเรียกชนพื้นเมืองที่พบว่าอินเดียแดง คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส

·แน่นอน ไม่ได้หมายถึงการขาดความรอบคอบ แต่หมายถึงถ้าอะไร ๆ พร้อมแล้วก็จะรออยู่ทำาไม

7.การกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง

-รูปวาดโมนาลิซ่า แม้เวลานี้ ต้นฉบับของจริงก็ไม่สามารถประมาณค่าได้ แต่ฉบับ Copy
หรือสำาเนาขายกันที่ราคา 40 บาท

1

-ความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของการพยาพยามเลียนแบบผู้อื่น
คือการหมดโอกาสในการสร้างคุณค่าให้ตนเอง
เพราะเราจะเสียเวลาไปกับการทำาให้เหมือนผู้ทีเราเลียนแบบ และแม้รู้อย่างนี้
คน 90%ในโลกก็ยังไม่กล้าที่จะแสดงตัวตนของตนออกมา เช่นการตอบคำาถามในห้องเรียน
การเสนอความคิด หรือการพูดหน้าห้อง
-คนที่ไม่กล้าเป็นอย่างที่ตนเองต้องการ จะกลายเป็นคนที่ชอบวิพากวิจารณ์ผู้อื่นในที่สด

ดังนี้ต่อไปถ้าเราทำาอะไรบางอย่างที่เป็นตัวของเราเองบ้าง
โปรดให้โอกาสแก่พวกขึ้แพ้ที่ไม่ได้รับเชิญมาวิจารณ์เรา
เพราะเป็นสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ที่เขาพอจะทำาได้
-และถ้าเรามัวแต่ฟังเสียงนินทาของผู้อื่น เราจะไม่ได้ยินเสียงในใจของเรา
-ก่อนทีแ
่ มวจะจับหนู หรือนกได้เก่งไม่มีใครรู้ว่ามันหน้าแตกกี่หนแล้ว

1

-อย่าหนักใจกับคนที่พยายามแล้วแต่ล้มเหลวบ้าง
เพราะคนที่ไม่ทำาอะไรเลยน่าเป็นห่วงมากกว่า
-คนที่ประสพความสำาเร็จ คือคนทีส
่ ร้างบ้านจากอิฐที่คนโยนใส่เขา

8.การกล้ารับแนวคิด หรือสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิตของตนเอง

-แนวความคิดเรื่องการถ่ายเอกสาร ของเครื่องถ่ายเอกสาร Xerox ถูกปฎิเสธจากบริษัท 20
แห่ง นานถึง 7 ปี
-อเล็กซานเดอร์ เกรแฮมเบล (
ผู้คน
้ พบโทรศัพท์)
ถูกเจ้านายสั่งให้ย้ายของเล่นออกจากสำานักงาน(
โทรศัพท์)
และตอนนำามาจำาหน่ายครั้งแรก ๆ ไม่มีคนซื้อเพราะคิดว่าไม่จำาเป็นต้องใช้
-ผู้สร้างภาพยนตร์คนหนึ่งของ Hollywood
เขียนคำาปฎิเสธ และตำาหนินวนิยายเรื่อง “
วิมานลอย “ Gone with the wind ( สร้างประวัติการยอกจำาหน่าย 50000 เล่มใน 1
วัน – แปลกว่า 30 ภาษา และเป็นหนังสือเบื้องหลังของภาพยนตร์หลายเรื่อง

1

-เรื่อง Star
war
รับการปฎิเสธจากบริษัทภาพยนตร์ และ TV
ก่อนจะออกมาเป็นตำานานแห่งมหากาพย์ และไม่มีใครที่ไม่รู้จัก

ทุกแห่ง!!!

-อย่าลืมว่า การถูกปฎิเสธไม่ใช้เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย
แต่เป็นเพียงความคิดเห็นของใครบางคนเท่านั้น

9.การมีเป้าหมายชีวิต
เป้าหมายชีวิต เป็นเหมือนแรงกระตุ้นที่ทำาให้เกิดความคิดสร้างสรรค์
และเมื่อเรามีความคิด ก็จะได้แนวทาง และวิธีการไปสู้เป้าหมายได้
John Goddard’s teenage list of life goals, 60 years later
In the course of researching and promoting the Drive around the World expedition, I recently had the opportunity to attend a meeting of the Los
Angeles Adventurer’s Club. Perhaps the most interesting person I met that
evening was a man named John Goddard, who sat down at the age of 15
and wrote down 127 goals on his "Life List" of all the things he wanted to
experience in this world. Now, nearly six decades later, he has accomplished 109 of the items on his list, chronicling many of his adventures in
places like National Geographic, Life, and Reader’s Digest.
Upon quick review, it would appear as if I’ve accomplished 24 of the activities on Goddard’s list – 25 if elephant polo will do for “learn to play polo”
(and 26 if my 1999-2001 attempt to go where Marco Polo didn’t is close
enough to “Retrace travels of Marco Polo”).
Goddard’s list is below. An asterisk denotes that the goal has been
achieved.

John Goddard's “Life List”
EXPLORE:
1. * Nile River
1

2. * Amazon River
3. * Congo River
4. * Colorado River

37.Carry out careers in medicine and exploration (studied premed, treats illnesses among primitive tribes)

5. Yangtze River, China

38. Visit every country in the world (30 to
go)

6. Niger River

39. * Study Navaho and Hopi Indians

7. Orinoco River, Venezuela

40. * Learn to fly a plane

8. * Rio Coco, Nicaragua

41. * Ride horse in Rose Parade
PHOTOGRAPH:

STUDY PRIMITIVE CULTURES IN:

42. * Iguacu Falls, Brazil

9. * The Congo
10. * New Guinea

43. * Victoria Falls, Rhodesia (Chased by
a warthog in the process)

11. * Brazil

44. * Sutherland Falls, New Zealand

12. * Borneo

45. * Yosemite Falls

13. * The Sudan

46. * Niagara Falls

14. * Australia

47. * Retrace travels of Marco Polo and
Alexander the Great

15. * Kenya
16. * The Philippines
17. * Tanzania

EXPLORE UNDERWATER:
48. * Coral reefs of Florida

18. * Ethiopia

49. * Great Barrier Reef, Australia (photographed a 300-pound clam)

19. * Nigeria

50. * Red Sea

20. * Alaska

51. * Fiji Islands

CLIMB:

52. * The Bahamas

21. Mt. Everest
22. Mt. Aconcagua, Argentina

53. * Explore Okefenokee Swamp and
the Everglades

23. Mt. McKinley

VISIT:

24. * Mt. Hauscaran, Peru

54. North and South Poles

25. * Mt. Kilimanjaro

55. * Great Wall of China

26. * Mt. Ararat, Turkey

56. * Panama and Suez Canals

27. * Mt. Kenya

57. * Easter Island

28. Mt. Cook, New Zealand

58. * The Galapagos Islands

29. * Mt. Popocatepetl, Mexico

59. * Vatican City

30. * The Matterhorn

60. * The Taj Mahal

31. * Mt. Rainier

61. * The Eiffel Tower

32. * Mt. Fuji

62. * The Blue Grotto

33. * Mt. Vesuvius

63. * The Tower of London

34. * Mt. Bromo, Java

64. * The Leaning Tower of Pisa

35. * Grand Tetons

65. * The Sacred Well of Chichen-Itza,
Mexico

36. * Mt. Baldy, California

66. * Climb Ayers Rock in Australia
1

67. Follow River Jordan from Sea of Galilee to Dead Sea

97. * Write a book (About his Nile trip)

SWIM IN:

98. * Publish an article in National Geographic Magazine

68. * Lake Victoria

99. * High jump five feet

69. * Lake Superior

100. * Broad jump 15 feet

70. * Lake Tanganyika

101. * Run mile in five minutes

71. * Lake Titicaca, S. America

102. * Weigh 175 pounds stripped (he
still does)

72. * Lake Nicaragua
ACCOMPLISH:
73. * Become an Eagle Scout
74. * Dive in a submarine
75. * Land on and take of from an aircraft carrier
76. * Fly in a blimp, balloon and glider
77. * Ride an elephant, camel, ostrich
and bronco
78. * Skin dive to 40 feet and hold breath
two and a half minutes underwater.
79. * Catch a ten-pound lobster and a
ten-inch abalone
80. * Play flute and violin
81. * Type 50 words a minute
82. * Make a parachute jump
83. * Learn water and snow skiing
84. * Go on a church mission
85. * Follow the John Muir trail
86. * Study native medicines and bring
back useful ones
87. * Bag camera trophies of elephant,
lion, rhino, cheetah, cape buffalo and
whale
88. * Learn to fence
89. * Learn jujitsu
90. * Teach a college course
91. * Watch a cremation ceremony in Bali
92. * Explore depths of the sea
93. Appear in a Tarzan movie
94. Own a horse, chimpanzee, cheetah,
ocelot, and coyote (yet to own a chimp or
cheetah)
95. Become a ham radio operator
96. * Build own telescope

103. * Perform 200 sit-ups and 20 pullups
104. * Learn French, Spanish and Arabic
105. Study dragon lizards on Komodo Island (Boat broke down within 20 miles of
island)
106. * Visit birthplace of Grandfather
Sorenson in Denmark
107. * Visit birthplace of Grandfather
Goddard in England
108 * Ship aboard a freighter as a seaman
109. Read the entire Encyclopedia Britannica (Has read extensive parts in each
volume)
110. * Read the Bible from cover to cover
111.* Read the works of Shakespeare,
Plato, Aristotle, Dickens, Thoreau,
Rousseau, Conrad, Hemingway, Twain,
Burroughs, Talmage, Tolstoi, Longfellow,
Keats, Poe, Bacon, Whittier, and Emerson
(not every work of each)
112.* Become familiar with the compositions of Bach, Beethoven, Debussy, Ibert,
Mendelssohn, Lalo, Liszt, Rimski-Korsakov, Respighi, Rachmaninoff, Paganini,
Stravinsky, Toch, Tschaikosvsky, Verdi
113.* Become proficient in the use of a
plane, motorcycle, tractor, surfboard,
rifle, pistol, canoe, microscope, football,
basketball, bow and arrow, lariat and
boomerang
114. * Compose music
115. * Play Clair de Lune on the piano
116. * Watch fire-walking ceremony (In
Bali and Surinam)
117. * Milk a poisonous snake (bitten by
diamondback during photo session)
118. * Light a match with .22 rifles
1

119. * Visit a movie studio
120. * Climb Cheops' pyramid

124. * Circumnavigate the globe (four
times)

121. * Become a member of the Explorer's Club and the Adventure's Club

125. Visit the moon ("Someday, if God
wills")

122. * Learn to play polo

126. * Marry and have children (has five
children)

123. * Travel through the Grand Canyon
on foot and by boat

127. * Live to see
21st century

the

ทางลัดในการฝึกความคิด และฝันอย่างสร้างสรรค์

1.กำาหนดว่าทุกวันต้องคิดเรีองใหม่

ๆให้ได้
oเพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงประสิทธิภาพของเรา ไม่ว่าจะเป็น
oการขับรถมาในเส้นทางที่ใกล้กว่าเดิม
oการเรียนรู้เกี่ยวกับคนก็เป็นสิ่งที่มีคณ
ุ ค่าอย่างยิ่ง
1Ki 3:9

เพราะฉะนั้นขอพระองค์ทรงประทานความคิดความเข้าใจแก่ผู้รับใช้ของพระองค์เพื่อจะ
วินิจฉัยประชาชนของพระองค์
เพื่อข้าพระองค์จะประจักษ์ในความผิดแผกระหว่างดีและชั่ว
เพราะว่าผู้ใดเล่าจะสามารถวินิจฉัยประชาชนใหญ่ของพระองค์นี้ได้"
oการหาเทป-CD ฟังขณะขับรถ
oการหาความรู้ด้านอสังหารริมทรัพย์
oการหาแนวทางในการประหยัดเงิน
oโทมัส อัลวา เอดิสน
ั จะสิทธิบัตรถึง 1,093 ลิขสิทธิ์
นั่นคือเฉลี่ยแล้วถ้าเริ่มทำางานตอนอายุ 30 ถึง 70 จะสามารถสร้างสิ่งใหม่ ๆ
ที่ไม่เคยมีใครที่มาก่อนถึงเดือนละ 2 อย่าง
เพราะเขาตั้งเป้าว่าจะคิดสิ่งใหม่ ๆ ให้ได้ ทุก 10 วัน
และต้องค้นพบสิ่งที่เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่ ทุก 6 เดือน (
แท้จริงที่คน
้ พบเองจริง ๆมีเรื่องเดียวคือ หีบเพลง)
oทำาไมเราไม่ลองตั้งเป้าที่สัก 1 อย่างในปีนี้ อะไรก็ได้..
ถ้าคิดไม่ออกก็ลองดูเป้าหมายของ John หรือ
เอาตามนโยบายเขต – หน่วย – คจ. ทีทำางานของเรา –
เกรดของเรา – สุขภาพร่างกายของเราก็ได้
oทำาอย่างไรเราจะส่งลูกเรียน มหาวิทยาลัยให้ได้
2.ฝึกคิด

– สังเกตุ - ค้นหาความจริงเล็ก ๆ น้อย ๆ ประจำาวัน
1

oเช่น การจับผิดโฆษณาต่าง ๆ หรือการถามคำาถามประเภทโลกแตก
และลองหาคำาตอบดู เช่นไก่ กับ ไข่ , ทำาไมท้องฟ้ามีหลายสี ,ทำาไมนำ้าสีขาว
ทำาไมหมาปีนต้นไม้ไม่ได้ หรือทำาไมร้อนแล้วฝนต้องตก หรือกบกับฝนเกี่ยวกันอย่างไร
เราจะไม่ให้อาหารเน่าเร็วได้อย่างไร การเลือกซื้อปลา หรือการทำาเป็ดย่าง
หรือแม้กระทั่งที่ไหน นำ้าเต้าหู้อร่อยที่สุด ทำานองนี้
oจนกระทั้งสามารถวกมาที่เรื่องส่วนตัว เช่น เรามาทำาอไรอยู่ที่นี้ มาเรียนทำาไม
ทำาไมเรายังไม่เป็นหัวหน้างานสักที ทำาไม่มีเสื้อผ้าดี ๆใส่
ถ้าเราไม่อยู่คนจะคุยถึงเราว่าอย่างไร เราจะดีขึ้นกว่านี้ได้ไหม บทเรียนของ
เอดิสันทำาให้เราต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง อาทิตย์นี้อะไรที่ต้องรีบทำาให้เสร็จบ้าง
เป็นต้น และเรื่องต่าง ๆอีก 108
oเมื่อ ฮ็อคกิ้ง เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด
โดยได้รับทุนให้เรียนหลักสูตรวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (NATURAL SCIENCE)
ซึ่งเป็นหลักสูตรที่รวมเอาวิชาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์เข้าด้วยกัน
เขาพบว่าการเรียนเป็นเรื่องง่ายมากและใช้เวลาเรียนจริงๆ
เพียงแค่วันละหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น
ครั้งหนึ่งเมื่ออาจารย์ของเขามอบหมายปัญหาฟิสิกส์จากตำาราเล่มหนึ่งให้ทำาเป็นการบ้า
น ฮ็อคกิ้งไม่ยอมเสียเวลาทำาด้วยซำ้าไป เมื่อถามว่า ทำาไมถึงไม่ทำา เขาใช้เวลา 20 นาที
ชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดต่าง ๆ ในตำาราเล่มนัน

oการสังเหตุ และการเรียนรู้อย่างเพียงพอ ทำาให้การพัฒนาความฉลาด
และความก้าวหน้าอยู่ในขั้นสูง
3.ลองเปลี่ยนนิสัยประจำาจากความเคยชิน

-การขี่รถเส้นทางใหม่
-การไปในที่ ที่ยังไม่เคยไป
-การคุยกันคนทีไ่ ม่คิดว่าเราจะคุยกับเขาได้ไหม
-คุยกับคนนอกวงการ
-การตื่นเช้าขึ้น หรือการนอนดึกขึ้น
-ถ้าเราไม่เคยลองนั่งอ่านหนังสือดูสก
ั 1 เล่ม
-ลองไปร้าน Internet ให้คนสอนเราดู
-บางคนมีชีวิต ที่มส
ี ีสัน และน่าตืนเต้นกว่าบางคนมาก
-เรามีเสรีภาพในการเลือก ถ้านั้นไม่ใช้ความบาป
-ตัวอย่าง คนที่ไปลง สมาคม อสังหาริมทรัพย์
-และยกตัวอย่างเราเรื่อง การซื้อที่ดน
ิ และ Condo รู้ตัวอีกครั้งก็มี Condo
และที่ดินแล้ว จากไม่มีอะไรเลย แต่มีความรู้
-ในเชิงธุรกิจ การทำาอะไรอย่างที่เคยชิน ส่งผลเสียอย่างรุนแรง เช่นภาวะที่นำ้ามันแพง
ไม่เพียงแค่เราต้องจ่ายแพงขึ้น แต่เรายังรัลผมกระทบของการแข็งขัน
ที่ทำาใหปัญหาที่เคยเอาใต้พรม ดูรุงแรงขึ้นเพราะ
ต้นทุนการขนส่งของไทยเราราคาสูงมาก เมื่อเทียบกับ GDP
USA 10%
Japan 11%
EU
7%
Thai 25-30 %
ทำาไม เพราะนำ้ามันหรือเปล่า ไม่ใช้ ของเราถูกว่าคนอื่นด้วย แต่แพงตรงที่
1.ระบบคลังสินค้า
1

2.ขนาดรถบรรทุกระบบการคัดแยก
3.การกระจายสินค้า ( Logistic)
เมื่อนำ้ามันราคาสูงขึ้น เราจึงสิ้นเปลื้องสูงกว่าประเทศอื่น ๆ บริษัทต่างประเทศ
จึงมีระบบการขนส่งของตนเอง สิ่งนี้ก็เป็นเรื่องของความคิดสร้างสรรค์เช่นกัน
การใช้ของต่าง ๆอย่างสิ้นเปลื้องจึงเป็นรูปแบบหนึ่งของการคิดที่ถอยหลัง
และจะต้องรับผลอย่างแน่นอน
4.เชื่อว่ามันเป็นไปได้

โดยลบคำาว่าเป็นไปไม่ได้ออกจากความคิดเราก่อน
-ก่อนที่เราจะเอาอะไรใส่ลงไป เราต้องอาของเดิมออกก่อน
-เมื่อจิตใจเราเชื่อ สมองเราจะทำาตามคำาสั่ง และวิธก
ี ารจนพบ มันฉลาดมาก
และถูกออกแบบมาให้ทำางานที่หนักจนเรานึกไม่ถึง สมองเราใม่เคยต้องหยุดพัก
และเป็นส่วนหนึ่งทำางานหนักที่สุด ของร่างกาย ที่แม้หัวใจยังต้องยอมแพ้
อาการความง่วง หรือการปวดหัว ไม่ได้เป็นปัญหาของ แต่เป็นผมของสภาวะทางจิตใจ
ทีทำาร้ายสมองของเรา
-เราสามารถหาทางออกให้กับชีวิตเราได้ ถ้าเราเชื่อแม้ไม่มพ
ี ระเจ้า
ความเชื่อก็มีฤทธิ์อำานาจจริง ๆ

Edith

บทเรียนจาก
ลองทายว่าคำาพูดเหล่านี้มาจากคนอายุเท่าไหร่
1.ทำาไมคริสเตียนชาวเยอรมัน จึงต่อสู้กับคริสเตียนชาวฝรั่งเศส
2.เพลงที่ฟังนี้คงเป็นเพลง ซิมโฟนี หมายเลข 5 ของบีโธเฟน ( เมื่อผ่านที่สถานีรถไฟ
แล้วได้ยินเพลง)
3.คุณจะเอาทฤษฎีของดาร์วิน
มาประสมประสานกับคำาอธิบายในคัมภีร์ไบเบิลเกี่ยวกับการกำาเนิดของมนุษย์ได้อย่างไร
(เป็นการโต้ตอบกับการสอนของ อ.มหาวิทยาลัย ในชั้นเรียนที่
ผู้สอนพยายามเปรียบเทียบเรื่องทั้งสอง)
4.“ทำาไมเจ้าพวกต้มเหล้า จึงไม่มีอะไรน่าเชื่อถือได้ และสกปรกโสมมมากนัก ที่จริงแล้ว..
พวกเขาจะต้องกลับไปยังไอร์แลนด์ อ้างจาก บอสตัน โกล็บ 1880 “ (การกล่าวสุนทรพจน์สั้น
ในขณะที่พด
ู ต่อหน้าคนผิวดำาที่อยู่ในช่วงที่มีการต่อสู้กับคนขาว)
5.การแสดงใด ๆ ควรจะมีพื้นฐานข้อเท็จจริงของประวัติศาสตร์ (
กล่าวเมื่อครั้งการปฎิเสธการแสดงเรื่องที่ถูกบิดเบือน)
6.ไม่คด
ิ ว่านี้เป็นการฝ่าฝืนกฎจราจรหรอก เพราะได้ขับขณะไฟเหลือง
แต่ถึงอย่างไรเรื่องก็ไม่เกี่ยวกับคุณเลย เพราะในฐานะทีค
่ ุณเป็นตำารวจของ โบรเวิร์ด เคาน์ตี้
คุณน่าจะทราบดีว่า เดด เคาร์ตี้ ไม่อยู่ในอำานาจหน้าที่ความรู้ผิดชอบของคุณ (
กล่าวต่อตำารวจเมื่อถูกเรียกให้จอด)
คำาตอบคือ 4 ขวบ
เรื่องราวที่มาจากความคิดสร้างสรรค์อย่างรุนแรง ของ คุณพ่อ ที่จะทำาให้ลูกเป็นอัฉริยะ
ในขณะที่ตนเองก็แทบเอาชีวิตไม่รอด โดยสามารถสรุปแนวทางการเลี้ยงลูกของเขาได้ดังนี้
สามารถประยุกต์ใช้กับ
1.ตนเอง
2.ลูก
3.ลูกแกะ
4.ลูกทีม อื่น ๆ

1

10

เทคนิคในการสร้างเด็กอัจริยะ
ในพระธรรม สุภาษิต การสังเกตุ การเรียนรู้จากประสพการณ์ ธรรมเนียมปฎิบัติ
และการเรียนรู้จากความผิดพลาดของผู้อื่น เหล่านี้เป็นแหล่งสำาคัญของปัญญา แต่แน่นอนว่า
ความลึกซึ้งมากกว่านี้ ก็คือการเข้าใจความจริงของโลกอย่างถูกต้อง และเราจะเข้าใจได้อย่างไร
หากเราไม่รู้ว่าพระเจ้าทรงเป็นพืน
้ ฐานของจักรวาลนี้ ความถ่อมใจ และความยำาเกรงพระเจ้า
และด้วยเหตุนี้เองเราจึงใช้สิ่งนี้เป็นเครื่องมือในการเข้าใจพระเจ้า
และโลกนี้อย่างถูกต้องได้
สุภาษิต จึงเอามาเชื่อมกันได้ว่า ความยำาเกรงพระเจ้า
เป็นบ่อเกิดแห่งปัญญาด้วยเหตุนี้

1.ความตั้งใจ และเราเองโดยไม่มองที่ความจำากัด
a.แอรอน ใช้การพาลูกเดินไปตามถนน
และอธิบายทุกอย่างให้ฟัง
b.มีความจัดกับอย่างรุนแรงในปี 1943 แอร์รอน สเตร์น
ผ่านชีวิตช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
แทบหมดหวังที่จะมีชีวิตรอดต้องขุดดินนอน
และเดินด้วยเท้าเจ็บเป็น 10 ๆ กิโลผ่านหิมะหนา 3 ฟุต
เพื่อหาเปลี่ยนที่ซ่อนไปเรื่อย ๆ พร้อมกับโรคร้าย ประทังชีวิตด้วยเศษเนื้อ
และขนมปังที่พวกกองทัพเยอรมันทิ้งเอาไว้ แต่เวลาต่อมาก็ยังได้แต่งงาน
แต่สูขภาพนั้นก็ยำ้าแย่เกินกว่าจะรักษาได้ แม้ตอนที่ภรรยาคลอดลูกสาวคนแรก เบลลา
ภรรยาของเขาต้องออกไปโรงพยาบาลกลางดึก
และค่อยมาบอกสามีตอนเช้าว่าไปคลอดลูกมา
เพราะถ้าปลุกจะทำาให้อาการยำ่าแย่ขึ้นไปอีก
c.แม้แอรอน จะรับการผลการทดสอบว่า เป็นคนที่มีสติปัญญาตำ่าอย่างน่าประหลาด
และรับคำาแนะนำาว่าน่าจะไปฝึกเป็นช่างเชื่อม
ไม่นานหลังจากนัน
้ เขาสามารถสร้างเด็กอัฉริยะขึ้น 2 คน
และตนเองก็เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ในเวลาต่อมา
1

2.การเริ่มก่อนได้เปรียบ
a.เริ่มตั้งแต่ตอนอยู่ในท้อง ให้ฟังเพลง
เพราะเชื่อว่าเพลงทำาให้เกิดการเรียบเรียงของสมอง และการทำาให้เกิดสมาธิ
b.บ้านของ แอรอน เปิดเพลงทางวิทยุตลอด 24 ชั่วโมง
c.อายุ 10
เดือน บนเตียงเต็มไปด้วยของเล่นที่สร้างสรรค์มากมาย
พร้อมหนังสือภาพประกอบ
d.พูดได้คล่องแคล่วตอนอายุ 1
ขวบ อ่านได้ 2
ขวบ เมื่ออายุครบ 3
ขวบ
อ่านสารานุกรมบริเทนนิกา 24
เล่มจนจบ ตั้งแต่ A-Z
และเอาใว้ข้างที่นอนเสมอ
และของเล่นจะมีตุ๊กตาของเด็กหลายเชื่อชาติ เพื่อการเติบโตแบบไม่มีอคติ

3.มีการสนทนาอยู่ตลอดเวลา โดยไม่มีการพูดแบบเด็ก ๆ
a.โดยเริ่มที่การสนทนาอย่างช้า ๆ ระหว่างสามี และภรรยา ให้ลูกฟัง
โดยไม่มแ
ี ม้แต่ครั้งเดียวที่จะทะเลาะกันให้ลูกฟัง
b.พูดเหมือนพูดกับผู้ใหญ่ ไม่มีการพูดแบบเด็ก ๆ เช่น ว่าไงลูก .. จ้าจา อุอุ จะเอ๋ ..
โดยทำาราวกับเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง
หลักการนี้บ้างครั้งก็สามารถเป็นจริงกับการเลี้ยงสุนัขที่บ้าน
เช่นบอกเด็กเวลาร้องว่ากรุณาเงียบ ๆ หน่อย หรือถามว่าหิวนมไหม
พยายามนอนต่ออีกหน่อยนะลูก ตัง้ แต่ 2-4 เดือน
c.อายุ 11 เดือนเริ่มพูดคำาเต็มๆ ได้ เช่น “ค่ะคุณพ่อ “ ดีค่ะ “
d.สอนตัวเลขโดยการนับให้ฟังว่าหอมกี่ครั้ง 1 2 3 4 5
e.หาเรื่องสนทนาตลอด เช่น ตอนไปกินชา ก็ถามว่าชาเอาไว้ทำาอะไร มีประโยชน์
ที่มาเป็นอย่างไร จนเมือเราป้อนคำาถามให้มากเพียงพอ ฝ่ายเขาจะเป็นคนถามเราบ้าง
เช่น ครั้งหนึ่งได้ถามว่า “ ทำาไมซาโลมอนถึงรวยมาก “ ,“ทำาไมคนบริสุทธิ์ต้องตายด้วย “
เมื่อได้อ่านเรื่องโยชูวา บุกดินแดนคะนาอัน หรือทำาไมยิวจึงไม่เคารพ
และเชื่อฟังคำาสั่งของพระเจ้า

4.อ่านหนังสืออย่างมาก
a.เริ่มโดยการอ่านหนังสือให้ฟังเป็นประจำา แม้แอรอน ไม่เก่งภาษาอังกฤษ
แต่เขาก็ทำาอย่างสุดความสามารถ
b.ทุกครั้งที่ไปห้องสมุดจะยืมหนังสือครั้งละ 4-6
เล่ม และยืมหนังสือห้องสมุดจน
บรรณารักษ์ บอกว่าไม่มีหนังสือให้หนูอ่านแล้ว
c.อายุไม่ถึง 3 ขวบ อ่านสารานุกรมบริเทนนิกกา จากอักษา A – Z จนจบ( ประมาณ
24 เล่ม ราว 24,000.- หน้า เท่ากับ Bible ประมาณ 10 เล่ม)
2005 Britannica Book of the Year

d.6
ขวบเข้าโรงเรียน และอ่านหนังสือวันละไม่ตำ่ากว่า 2
เล่ม
สิ่งเหล่านี้มาจากคนที่ใกล้จะตาย แต่สอนลูกตั้งแต่ 1
เดือนวันละ 8-10
ชั่วโมง
และไม่มีวันไหนที่ไม่ได้เปิดเพลง Classic ให้ลูกฟังตลอด 24 ชั่วโมง
e.การพาไปดูภาพยนตร์ที่ดี และเป็นเรื่องราวที่มีคุณค่า ตอนอายุ 7 เดือน
f.อายุ 8 ขวบหนังสือเป็น พันเล่มในห้องสมุดส่วนตัว เฉลี่ยอ่านปีละประมาณ 120
เล่ม ถ้าอายุเท่าผมก็จะประมาณ 5000 เล่ม( ตอนนี้ผมอายุ 35 ปี หนังสือไม่ถึง 500
เล่ม ต่างกัน 10 เท่า) ดังนัน
้ ถ้าเราจะฉลาดเท่า Edith ตอน 8 ขวบ
หากเราอ่านหนังสือ 1 เล่ม/สัปดาห์ ต้องใช้เวลา 1000 สัปดาห์นน
ั่ คือ 20 ปี

5.กล้าทำาสิ่งที่ควรทำาแม้โดยคนทั่วไปอาจไม่ทำา (

ไม่ยึดมาตรฐานฝ่ายโลก)
1

a.4 ขวบ และเริ่มนั่งฟังเล็คเชอร์ ในมหาวิทยาลัย พร้อมสามารถโต้ตอบทฤษฎีตา่ ง ๆได้
b.แม้เขาโรงพยาบาลก็เป็นโอกาสที่จะเรียนรู้เรื่อง กายวิภาค สรีรศาสตร์
การสัดการเต้นของหัวใจ การเอกซเรย์ การใช้หูฟัง และเครื่องมือแพทย์อื่น ๆ

6.เป็นแบบอย่างที่ดี
a.เรื่องราวไม่ได้จบตอนนี้..
แต่หลังจากนั้นเพียง 6
ปี ที่
แอรอนไม่เคยท้อถอยในสภาพเจียนตายของตนเอง เขาไม่เพียงพาตนเองเรียนต่อจนจบ
ป.ตรี ที่ต้องใช้เวลา 4 ปีเพียง 13 เดือน โดยเริ่มที่การไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดี
และต่อโทที่ ม.โคลัมเบีย (
มีชื่อเสียง และเก่าแก่มากในนิวยอร์ค 251
ปี)ยังมีลูกสาวที่ฉลาดลำ้าลึก Edith

7.เปิดใจเรียนรู้ทุกเรื่อง
และชอบค้นหาความจริงอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
a.สามารถเข้าใจเรื่องต่าง ๆอย่างไม่นา่ เชื่อเช่น
ระบบการทำางานของรถยนต์ – ระบบร่างกายมนุษย์ –
การเมือง และศาสนา
b.มีครั้งหนึ่งเมื่อขึ้นรถไฟ
ก็ต้องค้นให้ได้ว่ารถไฟเคลื่อนที่ได้อย่างไร
c.

เด็กที่อาจจะฉลาดมักถูกผู้ใหญ่ที่โง่ทำาให้เด็กพล่อยโง่ไปด้วย โดยการตอบคำาถามเด็ก
ๆว่า จะรู้ไปทำาไม หรือ จะถามอะไรมากมาย
d.เราสามารถผิดสมองเด็ก ๆ ได้ง่ายมาก โดยการไม่สนใจสิ่งที่เด็ก หรือคนต้องการจะรู้
หรือการแสดงอาการดุ ด่า และไม่ให้เกียรติเด็ก ๆ
e.ในปี 1956 มีเหตุการณ์ การรบที่ทะเลทรายซีนาย ทำาให้ Edith ที่อายุ 4
ขวบติดตามข่าวสารนี้อย่างมาก จนแม้เมื่อครั้งหนึ่งเธอโมโห เมื่อฟังข่าวตอนเช้าไม่ทัน
และแม้พ่อจะปลอบใจว่า หนังสือพิมพ์จะลงข่าวตอนเช้าในเวลาคำ่า เธอกลับบอกว่า “
มันก็จะไม่ได้รายงานอะไรใหม่ ๆ เลย “
f.ไม่นานนักเธอก็รู้ความจริงของชีวิต คนสำาคัญมากมาย เช่น คานธี ตอลสตอล และ
หมดชไวเซอร์ ที่ทุ่มเททั้งชีวิตตั้ง รพ.รักษาคนป่วยที่ Africa

8.ทำาอย่างต่อเนื่อง
a.วิทยุถูกเปิดอยู่ตลอดเวลา ไม่มีเวลาใด ที่เสียงเงียบไปเลย ยกเว้นแต่เพียงตอนไปซ่อม
นอกจากนัน
้ เสียง Piano ของโชแปง และ บีโธเฟน ก็จะดังไปทั่วห้องตั้งแต่ Edith
อายุเพียง 1 วัน แม้ตอนพาไปเดินเล่นก็ยังมีวิทยุกระเป๋าหิ้ว
b.มีระบบการสอนเป็นบัตรคำา ทำาคำาศัพท์เป็นบัตรขนาดโปสการ์ดมาให้อ่าน
c.ทุกวัน 08.00 น. อ่านนิตยสาร Time ( วารสารที่มีชื่อเสียงที่สุด
ที่บอกเรื่องความเป็นไปในโลกในแต่ละวัน ที่แม้ พระราชีนี ควีนอลิสเบ็ธ อังกฤษ
ก็ยังอ่านทุกวัน)

1

9.การให้ความรัก และความสนใจอย่างมาก ในพฤติกรรมต่าง ๆ
a.การพัฒนาการของทุกคนเป็นไปตามการดูแลเอาใจใส่

10.การฝึกทักษะการดำารงชีพพื้นฐาน
a.แอรอนฝึกให้ Edith รับปรานอาหารเอง การขับถ่าย ตอนอายุ 7 เดือน
จนความคล่องแคล่วว่องไว มากกว่าเด็กธรรมดา และสามารถเดินได้ตอนอายุ 10.5
เดือน

11.กล้าเข้าหา และเรียนรู้จากผู้ใหญ่
a.ปี 1955 แอรอนได้พา Edith ไปหาผู้หนึ่ง ทีส
่ ่งผลอย่างมากต่อเธอนัน
่ คือ อัลเบอร์ต
ไอน์สไตน์ ตอน 2.5 ขวบ และแม้แต่เขาก็ยังบอกแก่แอรอนว่า “ แอรอน
ลูกสาวคุณจะเป็นผู้ที่ทำาประโยชน์ให้มากมายแก่วงการวิทยาศาสตร์
จงปลูกฝังควมสามารถพิเศษของเธอให้ดี พาเธอมาเยี่ยมฉันอีก “ (
แต่น่าเศร้าที่ไม่นานนัก ขากได้เสียชีวิตลงในวันที่ 18 เมษายน )
กิจกรรมที่ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์
1.การออกกำาลังกาย
a.การออกกำาลังกายไม่ใช้ทางเลือก แต่เป็นระบบการดูร่างกาย ดีที่สุด
b.เราจะเลือกต้องเลือกไปที่ใด ที่หนึ่ง ระหว่าง รพ. โรงยิม
c.ทำาให้อวัยวะทุกอย่างทำางานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะทำาให้เอนโครฟิน ซึ่งเป็นสาร
แห่งความสุขหลั่งออกมา ทำาให้เรามีความคิดที่ยอดเยี่ยม

2.การเข้าร่วมกิจกรรม – การสังสรรค์ – พบปะกับผู้คน

a.การพายเรือ เดินป่า เล่นนำ้า ทำาให้ร่างกายได้สัมผัสกับธรรมชาติ
กระตึ้นให้เกิดความสุข และเมื่อร่างกายสบายก็จะส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์
b.คนที่ไม่ค่อยไปไหนเท่าไหร่ มักมีชีวิตที่จืดชืด
ลองคุยกับคนเพิ่งกลับจากการไปต่างประเทศ กับคนที่อยู่บ้านทั้งวัน
จะมีพลังแห่งการสร้างสรรค์ที่ต่างกันอย่างมาก

3.การฟังดนตรี

a.โดยเฉพาะแนวคลาสสิค
b.เข่นตอนทำางาน – อาบนำ้า
c.มีเป็นเหตุให้มีการวิเคราะห์ ว่าการเปิดเพลงในห้าง ที่มแ
ี อร์เย็นๆ ทำาให้คนมีความคิด
และจินตนาการในการซื้อของได้มากกว่า ห้างที่เงียบ ๆ
d.ทำาไมเราไม่ทำาเช่นนั้นกับ บ้าน ที่ทำางานเราบ้าง

4.กลิ่นหอมบางอย่าง

a.ตอนนี้ Spa จึงมีชื่อเสียงอย่างมาก เรียกได้ว่าบำาบัดด้วยกลิ่น เริ่มตั้งแต่ที่นอนของเรา
ห้องนำ้า ห้องทำางาน ห้องครัว และที่ ๆ เราอยู่ หรือจะไป
b.ทำาให้เกิดความปลอดโปร่ง เหมือนการได้ดมยาดม ทำาให้ไม่เป็นลมเป็นต้น

5.การรับประทานอาหารที่ถูกหลักอนามัย

a.เราเป็นผลผลิตของการกินของเรา

6.การได้พักระหว่างวัน
1

a.คนทีไ่ ด้พก
ั ระหว่างวัน จะมีแรงไปจนถึงเย็น และกลางคืนอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย

7.การสร้างสภาพแวดล้อมที่สร้างสรรค์

a.เราเป็นผลผลิตของสภาพแวดล้อม ลองคิดดู ว่าเราจะทำา คิด
หรือเป็นอย่างที่เราเป็นหรือไม่ ถ้าเราไม่ได้อยู่ในที่ ที่เราอยู่ แต่เกิดที่อื่นเช่น เขมร –
ตะวันออกกลาง หรือในนิวยอร์ค
b.อย่างไรก็ตาม นั้นเป็นสิ่งที่เลือกไม่ได้ แต่เราแก้ไข และพัฒนาได้ ตั้งแต่
i.การเลือกกลุ่มเพื่อน
ii.สถานที่ ที่เราจะไป การเลือกเดินทางไปในที่ต่าง ๆ
iii.การใช้เวลาว่าง
iv.การเลือกคุยกับบางคนมากขึ้น และบางคนน้อยลง
v.การเลือกเข้าสัมมนาบางอย่าง
8.การท่องเที่ยว
a.เป็นวิธีที่ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์มากที่สด

เพราะนับเป็นการรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน
แนวทางความคิดสร้างสรรค์ ของนักปรัชญาเอกของโลก
ชื่อ
ผลงานเด่น
ลักษณะความคิดสร้างสรร
ค์
พลาโต

สร้างระบบการเรียนการสอน
มุ่งมั่นให้มีความคิดอย่างต่อเนื่อง
มหาวิทยาลัย ประถม มัธยมเน้นแนวสร้างสรรค์โลกให้ดีขึ้น
อาจารย์ของ อริสโตเติล มากกว่าแค่พัฒนาตนเอง

คานธี

มีส่วนสำาคัญในการก้อบกู้เอกรา -เปิดใจกว้างในความหลา
ชของอินเดีย
กหลายทางความคิด
และสามารถเป็นศูนย์รวมใจคน -กล้ายืนหยัดในจุดยืนของ
ในประเทศที่หลากหลายเชื้อชาติ ตนเอง
มากที่สุดในโลก

1

ลีโอนาร์โด ดาวินชี

สร้างต้นแบบหลายอย่าง อาทิ
เฮลีคอปเตอร์ม, บอลลูน
วาดภาพทีแ
่ พงที่สุดในโลก
โมนาลิซ่า และ The last

supper

-ไม่เคยกลัวระบบการเรีย
นรู้แบบใหม่ เช่น
การนำาศพมาเก็บไว้ในห้อ
งทดลองเพื่อเรียนกายวิภ
าค
-เรียนรู้
และจดบันทึกด้วยกว่า
15,000.- หน้า (
เท่ามีสมุดโน้ต 100
เล่ม)
หนังสือ How to

think like Leonardo Da vinci
ของ Micheal Gelb
สรุปการคิดของเขาว่า 7
ด้านคือ
1.ความเป็นคนกระตืนรื้
อร้น
เหมือนเด็กตลอดชีวิต
2.นิสัยลงมือปฎิบัติ
ไม่เจ้าทฤษฎี
3.ประสาทสัมผัสไว
4.ยอมรับสิ่งที่ขัดแย้ง dy

o
5.ผสมผสานความคิด

ความเชื่อทั้งด้านวิทยาศา
สตร์ ศิลป ( เด่นทั้งด้าน

IQ-EQ)
6.บุคลิกภาพสง่างาม
แข็งแรง
ทำาให้สามารถมีพลังความ
คิดสร้างสรรค์อยู่เสมอ
7.มองโลกในแง่รวม
ไม่แยกออกเป็นส่วน ๆ (
วิเคราะห์แบบองค์รวม)

1

The last supper

1

คริตโตเฟอร์ โคลัมบัส

Christopher Columbus

- ค้นพบอเมริกา
- นักลงทุน

-นำาความเชื่อของตนไปป

ฎิบัติ แม้ไม่มีใครเห็นด้วย
ผู้ประกอบการที่สามารถเจรจากั แม้ทีมงานของตนเอง
-มีการเตรียมตัว
บพระราชีนีสเปนได้สำาเร็จ
การทดลองตลอดเวลา
ยกระดับตนเองจากกรรมกรสู่ร ก่อนเดินทางเพ่อออกค้น
หาอมริกา
ะดับสูงในสังคม
ก็มีประสพการณ์อย่างมา
กในการเดินทาง
ทางนำ้าในยุโรบแทบทุกแ
ห่ง
-ทำางานหนัก
ปรับปรุงแผนที่อยู่เสมอ
มีความเป็นวิชาการ
รวมกับความบ้าระหำ่าขอ
งเขา
-ฝึกร่างกายแข็งแรงตลอ
ดเวลา

1

William Shakespeare

-สร้างบทละครอมตะถึง

9

-

สร้างผลงานจากการเฝ้าศึ
เรื่องจาก 36 เรื่อง
กษาอารมณ์ของมนุษย์ใน
-ประดิษฐ์ศัพท์ใหม่กว่า 20,0
แต่ละแบบ
00 คำา
-สร้างบุคคลลิกตัวละครกว่า
1200 บุคลิก

แบบทดสอบ การฝึกการพัฒนาแบบ ดาวินชี
ด้านต่าง ๆ

ภาคปฎิบัติ

1

1. ความเป็นคนกระตืนรื้อร้น

เหมือนเด็กตลอดชีวิต

2.นิสัยลงมือปฎิบัติ ไม่เจ้าทฤษฎี

1.ประสาทสัมผัสไว

1.ยอมรับสิ่งที่ขัดแย้ง

1.ผสมผสานความคิด

ความเชื่อทั้งด้านวิทยาศาสตร์
ศิลป( เด่นทั้งด้าน IQ-EQ)

-

สำารวจตนเองว่าอาทิตย์ที่ผ่านมา เดือน ปี
ได้เรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ ด้วยความสนใจของตนเองจริง
ๆกี่เรื่อง
- อ่านหนังสือจบกี่เล่ม
- ทำางาน โครงการใหม่ ๆ เล็ก ๆ หรือ ขนาดใหญ่
ให้สำาเร็จได้กโี่ ครงการ
- พบปะ และรู้จักคนใหม่ ๆ กี่คน ทั้งเชื้อชาติเดียวกัน
และต่างชาติ
- เรียนรู้ภาษา ศัพท์ หนังสือ สถานที่ เส้นทาง
ร้านอาหารใหม่ มากน้อยแค่ไหน
- มองเรื่องการเรียนรู้ใหม่ ๆ เป็นเรื่องปกติ
หรือเป็นเรื่องที่เป็นภาระหน้าที่
-มีกี่เรื่องที่คิด และได้ทำาออกมาสำาเร็จ
-มีกี่เรื่องที่คิดเฉย ๆ แต่ไม่เคยได้ทำา
-มีกี่เรื่องที่กำาลังทำาอยู่
-เรื่องไหนมีสัดส่วนมากกว่ากัน
-ความสามารถของประสาทสัมผัสทั้ง 5 ใช้การได้แค่ไหน เช่น
การรู้โดยการสัมผัส การชิมรสชาติต่าง ๆ การจำาหน้าคน
การจัดชื่อคนต่าง ๆ
-เราสามารถฟังคนได้ดีเพียงไร กีค
่ ั้งที่ต้องถามซำ้า
หรือเมื่อคนอื่นพูดให้เราฟัง แล้วเราไม่เข้าใจ
หรือคนบอกว่าเราไม่เข้าใจทั้ง ๆที่เป็นภาษาเดียวกัน
-สามารถเดาออกไหมว่า คนรอบข้างเรารู้สึกอย่างไรกันบ้าง
รวมถึงตนเอง
-มีความสนใจในความรู้สึกของคนในสังคม – มวลชน
-ความสามารถในการอธิบาย เรื่องสนทนา หรือการสอนผู้อื่น
มีเรื่องราวที่น่าสนใจ หรือเป็นเรื่องที่ซำ้า ๆ
-เป็นคนที่เข้าใจอะไร ไวหรือช้า ลึกซึ่ง ตื้นเขิน เข้าใจถูก-ผิด
มาก/น้อยกว่าผู้อื่น เมื่อเทียบตอนอยู่ในกลุ่ม
เช่นการดูข่าวเหตุการณ์บ้านเมือง ศัพท์เฉพาะด้านการแพทย์
IT วิทยาศาสตร์ ปรัชญา
-สามารถอยู่ได้ท่ามกลางความขัดแย้งในที่ทำางาน
หรือสามารถเข้าใจได้หรือไม่
-สามารถบอกความแตกต่างของแต่ละคน
ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเราหรือไม่ ( วิลเลี่ยมเช็คเปียร์
สามารถแยกคนได้กว่า 1200 แบบ –
จนสามารถสร้างเป็นตัวละครขึ้น)
-ช่วงที่ผ่านมาสัดส่วนการมีปัญหากับคนอื่น
ทำาให้คนอื่นมีความไม่เข้าใจกัน
หรือการทำาให้คนปรองดองกันมากกว่ากัน
-มีความสุขหรือไม่ในด้านเดินชมงานศิลป
-ชอบดูรายการเกี่ยวกับการตอบคำาถามมากน้อยแค่ไหน
-สามารถมองเห็นแนวคิด หรืออะไรแปลกๆ ใหม่ ๆ
ในการเดินในห้างสรรพสินค้าหรือไม่
-เรียนหนังสือได้ดีหรือไม่

1

1.บุคลิกภาพสง่างาม แข็งแรง

-ป่วยบ่อยแค่ไหน

1.มองโลกในแง่รวม

-สามารถนำาเรื่องต่าง ๆมาโยงใยกันได้ดีแค่ไหน
-โลกแห่งความเป็นจริงจำาเป็นต้องเอาส่วนต่าง ๆมารวมกัน

รู้สึกเหนื่อยง่ายไหม หรือมักเดินนำา
หรื

อยู





ท้

ยผู





ตอนท่องเที่ยว
ทำาให้สามารถมีพลังความคิดสร้างส
-การแต่งกายเหมาะกับสถานที่ ที่ไปหรือไม่
รรค์อยู่เสมอ
-สามารถออกกำาลังกายต่อเนื่องได้นานแค่ไหน (
ปกติควรอย่างน้อย 20-30 นาที ต่อเนื่อง 3-5 วัน/สัปดาห์)
ไม่แยกออกเป็นส่วน ๆ (
วิเคราะห์แบบองค์รวม)

แผนการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นภาคปฎิบัติ
(มิฉะนั้น ไม่รู้อบรมไปทำาไม)
สรุปความคิดสร้างสรรค์ สิง่ ที่จะไปทำาใน 5 อย่างใน 5 ด้านหลัก
( ให้บน
ั ทึกในช่วงที่มีการอบรม)
สิ่งที่จะทำา
กำาหนดเสร็จ

ด้าน
ร่างกาย – Physical 1…………………………………………………………...

2. ………………………………………………………...
3. ………………………………………………………...
4. ………………………………………………………...
5. ………………………………………………………...
จิตใจ – Mind-Mental 1…………………………………………………………...
– การพัฒนาตนเอง 2. ………………………………………………………...
3. ………………………………………………………...
การศึกษา
4. ………………………………………………………...
5. ……………………………………………………......
จิตวิญญาณ – Spirit 1…………………………………………………………...
2. ………………………………………………………...
3. ………………………………………………………...
4. ………………………………………………………...
5. ………………………………………………………...
1…………………………………………………………...
การเงิน –
การทำางาน – Finan- 2. ………………………………………………………...
3. ………………………………………………………...
cial – Working
4. ………………………………………………………...
5. ………………………………………………………...
ความสัมพันธ์ – Re- 1…………………………………………………………...
lationship
2. ………………………………………………………...
3. ………………………………………………………...
4. ………………………………………………………...
5. ………………………………………………………...

10 สิ่งที่จะทำาในเดือนนี้
1.………………………………………………………………………………………………………...
2.………………………………………………………………………………………………………...
3.………………………………………………………………………………………………………...
1

4.………………………………………………………………………………………………………...
5.………………………………………………………………………………………………………...
6.………………………………………………………………………………………………………...
7.………………………………………………………………………………………………………...
8.………………………………………………………………………………………………………...
9.………………………………………………………………………………………………………...
10.………………………………………………………………………………………………………...

ภาคผนวก
ชีวประวัติของ สตีเฟ่น ฮ็อคกิ้ง (Stephen

Hawking)

การวินิจฉัยของแพทย์ว่าเขาเป็นโรคกลไกประสาทเสื่อม (MOTOR NEURONE DISEASE)
นั้นน่าตื่นตระหนก "สตีเฟ่น ฮ็อคกิ้ง" อายุ 21 ปี ได้รับการบอกเล่าว่าเขาจะมีชีวิตอยู่อีก 2
ปีครึ่งเท่านั้น ด้วยความสิน
้ หวัง เขาขังตนเองจากโลกภายนอก..รอคอยความตาย
แต่ สตีเฟ่น ฮ็อคกิ้ง ก็สามารถเอาชนะความสิน
้ หวัง และต่อสู้กับอัมพาตที่กำาลังคืบคลานเข้ามา
ความเป็นอัจฉริยะในทางคณิตศาสตร์ของเขาไม่ได้เสื่อมถอยลงไป
และเขาก็เดินหน้าต่อไปเพื่อปฏิวัติวิชา COSMOLOGY (การศึกษาเกี่ยวกับจักรวาล) สตีเฟ่น
ปัจจุบันอายุ 51 ปี เป็นผู้เขียนหนังสือชื่อ A BRIEF HISTORY OF TIME
ซึ่งขายดีชนิดทำาลายสถิติราบคาบ เขาเป็นนักเดินทางรอบโลกผู้ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
และคือตีนผีผู้ขับเก้าอี้ติดล้อ
ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกที่ยังมีชีวิตอยู่
เรื่องราวต่อไปนีค
้ ือชีวประวัติอันเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจของศาสตราจารย์แห่ง (มหาวิทยาลัย)
เคมบริดจ์ ผูไ้ ม่ธรรมดา ผูซ
้ ึ่งสำารวจความลึกลับของช่องว่างระหว่างกาแลคซี่ด้วยจิตใจของเขา
และผู้ซึ่งได้ทำาอะไรมากมายเพื่อที่จะทำาให้พวกเรามีความเข้าใจต่อโลกของเราดีขึ้น
1

มันเริ่มต้นอย่างไร? ทำาไมเราถึงมาอยู่ที่นี่? เราเป็นอะไร?
และชะตากรรมท้ายสุดของเราจะเป็นอย่างไร?
ในภัตตาคารหรูกลางเมืองเคมบริดจ์เที่ยงวันหนึ่งในเดือนธันวาคม 2531 บัณฑิต 12 คน นัง่ รอบๆ
โต๊ะใหญ่โต๊ะหนึ่งที่มุมหนึ่งของโต๊ะมีเก้าอี้ติดล้อตัวหนึ่งซึ่งมีชายวัย 40 เศษนั่งอยู่
เขากำาลังได้รับการป้อนอาหารโดยนางพยาบาลผู้หนึ่ง
เสื้อเชิร์ทแบบเปิดคออันสวยงามและแจ๊คเก้ทเรียบๆ
ของเขาดูจะขัดกันพอสมควรกับเสื้อผ้าอันขมุกขมอมของบรรดาชายหนุ่มและหญิงสาว
และเบื้องหลังแว่นตาขอบเหล็กนัน
้ ดวงตาสีฟ้าสดใสของเขาดูตน
ื่ ตัว
แต่เขาดูบอบบางมากราวกับจะเหี่ยวแห้งโรยรากลายเป็นธุลีดิน
เขาไม่สามารถพูดได้เนื่องจากปัญหาเรื่องหลอดคอ
ซึ่งมีอุปกรณ์การหายใจทำาด้วยพลาสติกเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 นิ้วติดตั้งอยู่ ดังนั้น
เมื่อบรรดาคนหนุ่มสาวกล่าวแสดงความคิดเห็นต่อเขา เขาก็จะขยับนิ้วสองนิ้วของมือข้างหนึ่ง
ซึ่งดูจะเป็นสิ่งสุดท้ายของเสรีภาพทางร่างกายที่เขามีอยู่
เพื่อสะกดคำาพูดโต้ตอบด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่วางบนตักของเขา
และเครื่องสังเคราะห์เสียงซึ่งเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ก็จะแปลงข้อความออกเป็นเสียงพูด
เสียงพูดที่คล้ายหุ่นยนต์ของเขาก่อให้เกิดความบันเทิงเริงใจรอบโต๊ะ
และแล้วความตื่นเต้นก็เกิดขึ้น เมื่อแขกผู้มีเกียรติผู้หนึ่งได้มาถึงภัตตาคารแห่งนั้น
เป็นผู้หญิงผมแดงท่าทางสง่างามในชุดเสื้อโค้ททำาด้วยขนสัตว์เทียม "ขอโทษทีที่มาช้า" เธอกล่าว
"รถของฉันถูกล็อคล้อในลอนดอน" ดวงตาของชายคนนั้นดูสว่างสดใสขึ้นมา สิ่งซึ่งถูกเรียกว่า
"รอยยิ้มที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก" ระบายอยู่บนใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ของเขา
สาวผมแดงย่อตัวลงตรงหน้าเขา "โปรเฟสเซอร์ ฮ็อคกิ้ง ดิฉันดีใจที่ได้พบท่าน ดิฉันคือ เชอร์ลี่
แม็คเลน"
ตลอดเวลาอาหารเที่ยงมื้อนั้น ดาราฮอลลีวู้ดผู้ได้รับรางวัลออสก้าร์ ผู้ซึ่งสนใจเป็นอย่างยิ่ง
ในเรื่องฟิสิกส์ชั้นสูงและเรื่องราวลึกลับต่างๆ ผู้มีความเชื่ออย่างแรงกล้าในเรื่องความหมายของชีวิต
ได้ตั้งคำาถามมากมายต่อฮ็อคกิ้ง เพราะต้องการทราบทัศนะของเขา เมื่อเธอถามว่า
"ท่านเชื่อหรือไม่ว่ามีพระเจ้าผู้สร้างจักรวาลและนำาทางสิ่งทีพ
่ ระองค์ทรงสร้างขึ้น" ฮ็อคกิ้ง
ยิ้มอยู่ชั่วขณะหนึ่ง แล้วเสียงสตาร์วอร์ก็ตอบว่า "ไม่"
มันไม่ใช่สิ่งที่เชอร์ลี่ แม็คเลน ต้องการจะได้ยินและเธอก็ไม่เห็นด้วย
ก่อนหน้านี้เธอได้พด
ู คุยกับพระสงฆ์องค์เจ้าและครูบาอาจารย์ในหลายประเทศ
แต่เธอก็ทำาได้แค่รับฟังและจดบันทึกไว้ เพราะนอกเหนือสิ่งใด ทัศนะของ สตีเฟ่น ฮ็อคกิ้ง
เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับนับถือ เขาเป็นผู้ชำานาญการในวิชาจักรวาลวิทยาเชิงทฤษฎี
คือการศึกษาถึงจักรวาลอันกว้างใหญ่
ซึ่งในแง่ของความคิดแล้วคือวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สด
ุ ในบรรดาศาสตร์ใหญ่ๆ ทั้งหลาย
การค้นพบอันเป็นพืน
้ ฐานของเขา ทำาให้เรามีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับต้นกำาเนิดของจักรวาล
กฎต่างๆ ซึง่ ปกครองการดำารงอยู่ของมัน
และชะตากรรมท้ายสุดของทุกคนและทุกสิ่งได้ทำาให้เป็นที่ถกเถียงกันว่า ฮ็อคกิ้ง
เป็นนักฟิสิกส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สด
ุ ในยุคสมัยของเรา เขาได้รับการขนานนามว่า
"จิตใจที่เยี่ยมยอดที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่" และ "อัจฉริยะบุคคลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงปลายศตวรรษที่
20" หรือแม้กระทั่ง "ทายาทของไอนสไตน์"
ยิ่งไปกว่านั้น เขาเป็นที่รู้จักของผู้คนนับล้านทั้งกว้างและไกล
เพราะหนังสือแนววิทยาศาสตร์ของเขาที่ชื่อ "A BRIEF HISTORY OF TIME"
หนังสือซึ่งมุ่งหวังให้คนทั่วไปได้อ่านนีน
้ ับเป็นปรากฏการณ์ทางการพิมพ์อย่างหนึ่งคือ
ขายดีทส
ี่ ุดในทันทีทั้งในอังกฤษและอเมริกา และได้รับการบันทึกในหนังสือ GUINNESS BOOK
OF RECORDS ในฐานะที่ตด
ิ อันดับ TOP TEN ของหนังสือพิมพ์ SUNDAY TIMES
ในลอนดอนอยู่นานถึง 184 สัปดาห์ และขายได้มากกว่า 5 ล้านฉบับทั่วโลก
(ไม่นบ
ั ที่แปลเป็นภาษาท้องถิ่นต่างๆ รวมทั้งภาษาไทยด้วย) ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?
1

ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นอัมพาตเกือบจะ 100% และมีนำ้าหนักตัวน้อยกว่า 40 กิโลกรัม
ผู้นี้เอาชนะอุปสรรคทั้งหลายและประสบความสำาเร็จอย่างชนิดที่คนผู้มีร่างกายปกติธรรมดายังไม่เค
ยคิดฝันว่าจะทำาได้ ได้อย่างไรกัน?
ปัญญามหัศจรรย์
สตีเฟ่น วิลเลี่ยม ฮ็อคกิ้ง เป็นเด็กทารกที่สมบูรณ์ของบิดามารดาผู้มีสติปัญญาแต่ค่อนข้างจะเพี้ยน
บิดาของเขาชื่อ แฟร้งค์ เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคเขตร้อน และมารดาของเขาชื่อ อิโซเบล
ซึ่งเป็นลูกสาวของนายแพทย์ชาวสก๊อต มีบา้ นหลังใหญ่อยู่ที่ย่านเซ้นต์ อัลบานส์ ใกล้กรุงลอนดอน
ซึ่งมีหนังสือต่างๆ เต็มบ้าน พรมปูพื้นและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ถูกใช้งานจนกระทั่งฉีกขาดออกจากกัน
กระดาษปิดฝาผนังก็ถูกปล่อยให้ห้อยอยู่ในที่ที่มันหลุดล่อนออกมาอยู่อย่างนั้นนับปี ฮ็อคกิ้ง
ผู้มีน้องสาว 2 คน และน้องชายบุญธรรมหนึ่งคน รู้สึกประทับใจในวันเกิดของเขาคือ วันที่ 8
มกราคม พ.ศ.2485 มันคือวันครบรอบ 300 ปีของการตายของกาลิเลโอ
นักคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ชาวอิตาเลียน ผู้ปฏิวัติวิชาดาราศาสตร์
ผู้ถูกประหารชีวิตโดยเจ้าผู้ครองนครในสมัยนั้นด้วยโทษฐานที่ยืนกรานว่า
ดวงอาทิตย์คือศูนย์กลางของระบบสุริยจักรวาลไม่ใช่โลก
ดังที่นักดาราศาสตร์โบราณเชื่อถือสืบต่อกันมา
กาลิเลโอ" ฮ็อคกิ้ง กล่าว "คือ
นักวิทยาศาสตร์คนแรกที่เริ่มใช้สายตาของเขาทั้งด้านอุปมาอุปมัยและด้านกายภาพ ในแง่คิดหนึ่ง
เขาเป็นผู้รับผิดชอบต่อยุคแห่งวิทยาศาสตร์ที่เราพากันชื่นชมทุกวันนี"้ ฮ็อคกิ้ง เข้าเรียนที่โรงเรียน
เซ้นต์ อัลบานส์ อันเป็นโรงเรียนเอกชนที่มีชื่อเสียงในด้านความเป็นเลิศทางวิชาการ
พอสิ้นปีที่สามของการเรียน เมื่อเขาได้รับรางวัลผลการเรียนยอดเยี่ยม
เขาก็เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเล็กๆ
เป็นกลุ่มนักเรียนที่ฉลาดที่สุดในบรรดานักเรียนที่ชาญฉลาดทั้งหลาย ซึ่งจับกลุ่มรวมตัวกัน
พวกเขาฟังดนตรีคลาสลิคและอ่านเฉพาะหนังสือของนักเขียน "ที่ฉลาด" คือ คิงสลีย์ เอมิส,
อัลดัส ฮักซเล่ย์ และเบอร์ทรันด์ รัสเซลล์ วีรบุรุษของฮ็อคกิ้ง ซึ่งในยุคนี้
เป็นยักษ์ใหญ่ทางด้านสติปัญญาและนักกิจกรรมแนวเสรี
ฮ็อคกิ้งใช้เวลาน้อยมากในการทำาการบ้านวิชาคณิตศาสตร์แต่ก็ได้คะแนนเต็ม
เพื่อนคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า "ขณะที่ผมกังวลใจกับปัญหาอันสลับซับซ้อนเขาก็รู้คำาตอบแล้ว
เขาไม่ต้องคิดเลยด้วยซำ้าไป"
การรู้เองโดยสัญชาติญาณนี้ยังทำาให้ครูบาอาจารย์ของเขาประทับใจมาก ในปี พ.ศ.2501
ระหว่างชั่วโมงวิทยาศาสตร์ ครูประจำาชั้นตั้งคำาถามว่า "มีชาร้อนอยู่โถหนึ่งซึ่งร้อนมาก
ถามว่าระหว่างการเติมนมลงในแก้วก่อนที่จะรินชาลงแก้วกับการเติมนมลงในแก้วหลังที่รินชาแล้ว
อย่างไหนชาจะเย็นลงจนกินได้ เร็วกว่ากัน?"
ขณะที่นักเรียนทั้งชั้นกำาลังมะงุมมะงาหรากับแนวคิดต่างๆ ฮ็อคกิ้งในเกือบจะทันทีทันใด
ก็ให้คำาตอบทีถ
่ ูกต้องว่า "แน่นอน เติมนมหลังจากที่รินชา"
(ชายิ่งร้อนเท่าไรในตอนแรกมันก็จะยิ่งเย็นลงเร็วเท่านัน
้ )
ฮ็อคกิ้ง เป็นนักเรียนที่ท่าทางเคอะเขิน ผอมแห้ง และอ่อนแรง
ชุดนักเรียนสีเทาของเขาดูจะเลอะเทอะตลอดเวลา และเขาเป็นคนพูดเร็วแต่พด
ู ไม่ค่อยชัด
ซึ่งเป็นกรรมพันธุ์ที่ตกทอดจากบิดาของเขาเพื่อนๆ ของเขาล้อเลียนว่าคำาพูดของเขาเป็นภาษา
"ฮ็อคกิ้งนีส" มันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับสัญญาณแห่งความเจ็บป่วยของเขา
เขาเป็นเด็กประเภทนั้นเอง คือนักเรียนที่สนุกสนานในชั้นเรียน เป็นที่ยกย่องนับถือของเพื่อนๆ
และส่วนใหญ่ก็หลีกเลี่ยงการปะทะคารมกับเขา
ทั้งหมดนี้เปลี่ยนไป เมื่อ ฮ็อคกิ้ง เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด
โดยได้รับทุนให้เรียนหลักสูตรวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (NATURAL SCIENCE)
ซึ่งเป็นหลักสูตรที่รวมเอาวิชาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์เข้าด้วยกัน
เขาพบว่าการเรียนเป็นเรื่องง่ายมากและใช้เวลาเรียนจริงๆ เพียงแค่วันละหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น
ครั้งหนึ่งเมื่ออาจารย์ของเขามอบหมายปัญหาฟิสิกส์จากตำาราเล่มหนึ่งให้ทำาเป็นการบ้าน
1

ฮ็อคกิ้งไม่ยอมเสียเวลาทำาด้วยซำ้าไป เมื่อถามว่า ทำาไมถึงไม่ทำา เขาใช้เวลา 20 นาที
ชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดต่าง ๆ ในตำาราเล่มนัน

ฮ็อคกิ้งรู้สึกเบื่อหน่าย และแทบจะหมดความสนใจในทุกสิ่งทุกอย่าง แต่โชคดีที่เขาพบสิ่งทีน
่ ่าสนใจ
คือ ชมรมเรือ รูปร่างผอมบางของเขาเหมาะแก่การคัดท้ายเรือมาก เขามีเสียงอันดัง
ซึ่งเขาก็สนุกสนานกับการตะโกนสั่งงาน
และเขาก็ได้สร้างภาพลักษณ์ของหน่วยกล้าตายเมื่อเขาควบคุมทิศทางเรือในแม่นำ้า
หลายครั้งที่เขากลับเข้าฝั่งโดยที่บางส่วนของเรือถูกกระแทกแตกหักและใบพายเสียหาย
เพราะเขาพยายามที่จะนำาเรือผ่านช่องแคบทีไ่ ม่น่าจะผ่านได้ นอร์แมน ดิกซ์
ผู้ฝึกสอนการพายเรือของเขาตั้งข้อสงสัยว่า "ครึ่งหนึ่งของเวลาที่เขานั่งคัดท้ายอยู่ท้ายเรือนัน

ศีรษะของเขาหันสูด
่ วงดาว คิดคำานวณสูตรทางคณิตศาสตร์"
ฮ็อคกิ้ง ไม่เคยสนใจวิชาดาราศาสตร์เชิงสังเกตการณ์เลย ขณะที่ศึกษาอยู่ที่อ๊อกซ์ฟอร์ดนัน

เขาเคยไปร่วมหลักสูตรกึ่งเรียนกึ่งพักผ่อนที่หอดูดาวรอยัล กรีนนิช
ช่วยเหลือนักดาราศาสตร์หลวงชื่อ เซอร์ ริชาร์ด วูลลีย์ ทำาการศึกษาวิจัยระบบดาวคู่ (BINARY
STARS) อย่างไรก็ตาม เมื่อได้มองผ่านกล้องโทรทรรศน์ และเห็นเพียงแค่จุดจางๆ สองสามจุด
เขาก็คด
ิ ได้ว่าวิชาจักรวาลวิทยาเชิงทฤษฎีดูจะน่าสนใจกว่ามาก
วิชาจักรวาลวิทยาเชิงทฤษฎีถือกำาเนิดขึ้นเมื่อ อัลเบิร์ต ไอนสไตน์ (พ.ศ.2422 - 2498)
พัฒนางานชิ้นเอกของท่าน คือ ทฤษฎีทั่วไปว่าด้วยสัมพัทธภาพ (General Theory of Relativity)
มันคือ หนึ่งในสองเสาหลักของวิชาฟิสิกส์ยุคศตวรรษที่ 20 อีกเสาหนึ่งคือ ทฤษฎีมวลสาร
(Quantum Theory) ซึง
่ ได้เปลี่ยนแปลงทัศนะเกี่ยวกับจักรวาลของเรา
ก่อนหน้านั้นจนถึงสิ้นศตวรรษที่ 19 นักวิทยาศาสตร์พากันยอมรับแนวคิด
"จักรวาลซึ่งมีกลไกแบบนาฬิกา" ของเซอร์ไอแซคนิวตัน
ซึ่งถือว่าสถานที่เชิงตรรกะมีระเบียบวิธีการอันแน่นอน โดยที่ทุกสิ่งทุกอย่าง
ตั้งแต่การหล่นของผลแอปเปิ้ลจากต้น และการโคจรของดวงจันทร์รอบโลก
ดำาเนินไปอย่างชนิดที่คาดการณ์ได้ ดวงดาวแขวนอยู่อย่างคงที่ในอวกาศ
ตลอดกาลและไม่เปลี่ยนแปลง ถูกยึดเหนี่ยวแน่นหนาด้วยพลังแห่งแรงโน้มถ่วง

10 Things to reach before 2005
Spirit: Mental: Health: Social: Financial: Relationship

No

Goal

How to?

1

1

Reach 52 people in
PowerPro group
( now 30 people)

2

­Do VISA, That’s it!!
Go to USA. For 1
­Apply another training from net for ‘06 especially in New
month and contact
another Training for York
‘06
­Read 6 books a months mean 2 book a week.
Read 50 books and
write 1 book ( include ­Write 1 page /day mean 1 book in the end of year’05.
Thai’s Britannica)
Collect 1M for Work &­Contact 50 dealers and sale 1 machine/dealer. Mean 50 machine, PR 20,000.-/ total = 1M
study in USA!

3

4

5
6

­Build 26 leaders 1 CL takes care 2 members Total 52 members.
­1:1 or group Totally
1.CL 8 = Bobby–Aae-Noie–Benze–Anny–Rudee–Mico-Pum
2.Team 18 = Phing-Tax-Soc-V-May-Ake-Keng-Peter-Ae-AAdd-M-Pe’-Ho-Lek-Ooy-Arm-Mom
3.Set Men & Women camp on 8-9 July-05 (after Hawaii)
For Men Group ; 13 men
Bobby–Benze–Tax-Soc-V-Ake-Keng-Peter-Add-M-Pe’-Ho-Arm
For Woman Group ; 13 women
Aae-Noie–Anny–Rudee–Mico-Pum-Phing-May-Ae-A-Mom-LekOOy
Leader Seminar at Orchid hotel Goal 50 people :
everyone bring 1 new team
1 month Experience in USA : Advance Leadership Skill on
12,Augest
Improve David Meeting ;
To be like High level business meeting in every Friday 18.3020.30 pm.
Prepare for 1 year curriculum = 32 top story.

­Sale the land in CM-PB
­Apply University or Job in the State.
Speaks-Write-Listen ­See Movies 1 story days and Open UBC at all time
­Read book of “ How to write and speak better”
English influence
­Listening Brian Tracy MP3 every day. And bye MP3 prayer.
Reading book project - Contact Se-Ed and find teams now have 2 people PhingTaxx find more people Bobby, May,V, Aae, Anny Noie, 1
for 10 book ( 20 CDpeople a month so need 8 people.

2CD/book)
7
Study Greek
( For understand Bible
more clearly)
8
Teach 100 student
from YDCA
9
Weight
80 kg
10 Build the house for
YDCA& Guest

- Reading Greek 30 min/day

Teach 1 group/month, 20./ group
( start July- Dec/05)
Joking every 6.00-7.00 am. 6 day/week ,in speed 10 km /Hr,
Contact more sponsor for..
1.Improve curriculum
2.For protect environment
By Ricky

CD

ความรู้เพิ่มเติม (สั่งซื้อ)
1

Digital Message for life 2015
พบกับความหลากหลายใน CD 1 แผ่นที่มีเนื้อหาครอบคลุมกว่า 1000 เรื่อง อาทิ
ตอน
9.ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น
·ถ้อยคำาสุภาษิต และข้อคิดเพื่อชีวิต กว่า
10.ประวัติบุคคลสำาคัญ
11.7 Ways to improve yourself
500 เรื่อง
12.การพัฒนาความฉลาด 4 ด้าน
·เรื่องตัวอย่างกว่า 100 เรื่อง
13.การตั้งเป้าหมายชีวิต
·ประวัติบุคคลสำาคัญกว่าของโลก
14.เป้าหมายของ John Goddard’s teenage list
ทั้งนี้ มีเรื่องที่น่าสนใจพิเศษอีกมากมาย
of life goals, 60 years later
เช่น
15.ตัวอย่างผู้รอดชีวิตจาก 911
1.บอสตัน โมเดล
16.แบบทดสอบว่าเราเป็นอย่างไร
2.ประวัตินักลงทุนระดับโลก
17."20 Questions: How Well You’re your Group
Listener
3.จัดปาร์ตี้ให้เป็นที่ประทับใจ
18.7 ขั้นตอนสู่การตัดสินใจที่ดีขึ้น
4.วิธีสร้างเสน่ห์ให้ตนเองในที่ทำางาน
19.21
5.ห้าบทเรียนในการปฏิบัติต่อผู้อื่น
วิธีอันยอดเยี่ยมในการหยุดการผัดวันประ
6.ทวีปต่าง ๆในโลก
กันพรุ่งและทำางานได้มากขึ้นในเวลาที่น้อ
7.ข้อคิด และตัวอย่าง
ยลง
8.ข้อสำาคัญของการเลือกคู่ คือ
20.คำาคม
·เคล็ดลับในการทำางานกว่า 50

แถมฟรี !!! ชุดเปิดตัว คำาปราศรัย นายกรัฐมาตรี ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร ตลอดปี 2004
ทุกเช้าวันเสาร์ กว่า 50 ตอน ที่จะทำาให้ท่านติดตามได้แนวคิด
และโครงสร้างการพัฒนาประเทศได้ตลอด แม้ไม่ได้ฟัง
คำานำา....
วันหนึ่งที่ต้องรับเชิญไปบรรยายกระทันหันโดยมีเวลาเตรียมตัวล่วง หน้าแค่ 1 วัน
เพราะคนที่เขาให้มาบรรยายไม่ว่างเราเลยต้องไปเป็นตัวสำารอง.. )
รู้เลยว่าสิ่งที่เราได้สะสมมามันมีประโยชน์จริง ๆคิด Concept ได้ก็จับโน่นใส่ นี่ใส่
ออกมาเป็นเรื่องเป็นราว ถึงเวลาบรรยายจริง ขอบคุณพระเจ้า ผ่านไปได้อย่างดี
ผู้ฟังก็ไม่ทำาหน้างง.. หวังว่าคงได้รับประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย

(

จึงเป็นที่มาว่า สิง่ ที่สะสมมาเกือบ 5 ปี ผ่านการรวบรวมจากหนังสือคงประมาณ 200-300
เล่ม และ Website 100 กว่า Web ได้ ช่วยผมได้อย่างนี้นี่เอง
จึงเห็นว่าทำาเองใช้เองคงไม่คุ้มน่าจะแบ่งให้ชาวบ้านชาวช่องได้ใช้กันบ้าง
เพราะสิ่งที่สะสมมาไม่ใช้มาจากสมองของเราอย่างเดียวครับ แต่มาการรวบรวมประสำาการณ์
ทั้งความล้มเหลว และความสำาเร็จของคนต่าง ๆมากมาย
ความคิดเราอย่างเดียวไม่มีทางพอเลยครับ สมัยนีค
้ นเราต้องต่อยอด
ประหยัดเวลาให้มากที่สด
ุ เพราะ “เราไม่มีเวลาพอ
ที่จะเรียนรู้ประสพการณ์ทุกอย่างด้วยตนเองได้หรอกครับ
“คนสมัยนีแ
้ ท้จริงก็ไม่ได้ฉลาดกว่าสมัยก่อนเพียงแต่พัฒนาต่อๆมา
ดังนัน
้ เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่ช่วยให้เร็ว - ประหยัดเวลา จึงเกิดขึ้นมากมาย
รถก็ต้องเร็วขึ้น เครื่องคอมฯต้องทำางานได้ดีขึ้น เป็นต้น
เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้จึงมาจากการรวบรวมประยุกต์ความคิด ที่ได้มาจากการรวบรวม
แนวทาง การศึกษา การค้นคว้า แนวทางการทำางานของคนต่าง ๆมากกมายทั้งในอดีตถึงปัจจุบัน
อาทิ Dale Carnegie, Colin Powell, Geoff Gorsuch, Alan E. Nelson, Dean Hawkes of Columbia University, Short
Quotes Richard Anthony คำาคมกว่า 500 คำา ผ่านการรวบรวมตั้งแต่กว่า 19 ปี ตั้งแต่ 1985
ที่ท่านจะหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
การพยายามในการรวมรวม การวิเคราะห์ และวิจัยเพิ่มเติม
ตามประสพการณ์ของคนไม่เคยทำาหนังสือบอกได้เลยว่าค่อนข้างหนักหนา เอาการ
ทำาไปก็ประทับใจคนที่เขียนหนังสือต่าง ๆครับว่าท่านเหล่านั้นเยี่ยมจริง ๆครับ
1

ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อท่านไม่ว่าจะเป็น อาจารย์ – นักเรียน – นักศึกษา –
ผู้บริหาร – หนักงาน – วิทยากร – ผู้จัดการบริษัท – ท่านที่ทำางานในหน่วยงานต่าง ๆ –
ผู้นำาคริสตจักร – ผู้นำาชมรม – สโมสร – องค์กร และมูลนิธิ เพราะในปัจจุบัน
แต่ละท่านต่างมีบทบาทไม่มาก็น้อยในการให้คำาแนะนำา การเชิญไปบรรยาย ทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัว
แต่พอถึงเวลาจริงไม่รู้จะเอาอะไรไปพูดดี ความรู้ติดตัวมาเยอะก็จริง แต่ก็กลั่นกรองมาไม่ทัน
บางท่านอาจไม่หนังสือมากมาย แต่จะต้องมานั่งสรุปก็ไม่มีเวลาอยู่ดี
ถ้าจะให้บอกว่าหนังสือเล่มนี้เป็นเหมือนอาหาร Fast Food ก็คงไม่ปฎิเสธครับ
สามารถช่วยชีวิตท่านได้แน่ เพราะเต็มไปด้วยเคล็ดลับ – กลวิธี ต่าง ๆมากมาย ในทุก
ๆสถานการณ์ ที่จะช่วยท่านให้สามารถได้ถ่ายทอดความคิด และการสอน
การบรรยายเป็นอย่างดี และมีวิชาการ มีที่มาที่ไปอย่างดี พร้อมกับ CDROM ประกอบ
ที่สามารถนำามาเป็นส่วนหนึ่งของการบรรยายได้ทันที และไม่ว่าท่านจะต้องบรรยาย 10 นาที, 2
ชั่วโมง หรือเป็นวัน ๆ หนังสือเล่มนี้ช่วยท่านได้ครับ
และไม่เพียงเท่านั้น ยังสามารถใช้อ่านเล่น ในเวลาต่าง
ๆทบทวนความคิดให้คมอยู่เสมอครับเหมือน The 7 Habits of Highly Effective People โดย Dr. Stephen
R. Covey แนะนำาให้ Sharpen the saw คือต้องรู้จักลับเลื่อยให้คมเสมอ
อย่างน้อยลองนำามาทบทวนสัก 1 ครั้ง/เดือน
สนใจ..
ซื้อได้ 1 ชุด ราคาเพียง 69.- บาท 2 CD เพียง 99.-

1