การอบรมเชิงปฏิบตั ิการสุนทรียปรัศนี

พัฒนาศักยภาพเจาหนาที่สาธารณสุขและผูนําธรรมชาติ

ณ สะเมิงรีสอรต เชียงใหม
โดยสถาบันเสริมสรางพลังชุมชน

__________________________________________________________________________________________

การอบรมเชิงปฏิบัตกิ ารสุนทรียปรัศนี
พัฒนาศักยภาพเจาหนาที่สาธารณสุข
เพื่อเตรียมการจัดทําแผนที่ยุทธศาสตรรวมกับชุมชน
ณ สะเมิงรีสอรต อําเภอสะเมิง เชียงใหม
วันที่ 29มิถุนายน-3กรกฎาคม พ.ศ. 2552
หลักการและเหตุผล
ปรัชญาการเสริมสรางพลังชุมชน เริ่มจากความเชื่อที่วาการเปลี่ยนแปลง
ของชุมชนอยางยั่งยืน และมีความหมาย ตองมาจากภายในชุมชนเอง นั่นคือสมาชิก
ของชุมชน ไดรวมกันจุดประกายขึ้นมา การพัฒนาชุมชนโดยอาศัยสินทรัพยชุมชนเปน
ฐาน(Asset Based Community Development: ABCD) เปนแนวคิดหนึ่งของการ
เสริมสรางพลังชุมชน ที่เนนการนําขุมพลังและความสามารถของชุมชน การมองโลกใน
แงดีวาสมาชิกชุมชนมีความสามารถและพรสวรรค
และใชความสามารถที่มีอยางมี
คุณคา และสรางคุณคาตอผูอื่นดวย สามารถนํามาใชใหเกิดประโยชนตอชุมชน และสิ่ง
สําคัญคือความเขมแข็งของชุมชน แปรผันโดยตรงกับจํานวนผูคนที่อุทิศตน เพื่อให
ชุมชนเปนสุข ฐานคิดเหลานี้นํามาใชในการพัฒนา มากกวาการใชปญหาและความขาด
แคลนของชุมชน
“นวัตกรสังคม” คือ ผูนําการเปลี่ยนแปลงไปสูสังคมใหมที่ดีกวาเดิม เขา
เหลานั้นคือ อาจเปนผูใหบริการสาธารณะหรือ ผูนําชุมชนตามธรรมชาติที่มีอยูแลวใน
ทองถิ่น ดวยจิตสํานึกดีที่มีตอชุมชนของตน หากไดรับการสงเสริมศักยภาพ และ
กําหนดบทบาทใหม ใหเปนผูรับใชชมุ ชน เพื่ออํานวยความสะดวกใหชุมชนเกิดการ
เรียนรูทางวัฒนธรรมจุดประกายใหชุมชนไดมีการสื่อสารทางวัฒนธรรมอยางสม่ําเสมอ
ตลอดจนชวยเกื้อหนุนใหชุมชนรวมกันคิด รวมกันวางแผนการเรียนรูท างวัฒนธรรม
ชุมชน เพื่อนําเอาสินทรัพยชุมชนทั้งในดานภูมิปญญาทองถิ่น ทุนทางสังคม ทุนทาง
เศรษฐกิจ และ ทุนทางวัฒนธรรม มากอใหเกิดคุณคาทางจิตใจ และเพิ่มมูลคาผลิตภัณท
1

การอบรมเชิงปฏิบตั ิการสุนทรียปรัศนี
พัฒนาศักยภาพเจาหนาที่สาธารณสุขและผูนําธรรมชาติ

ณ สะเมิงรีสอรต เชียงใหม
โดยสถาบันเสริมสรางพลังชุมชน

__________________________________________________________________________________________

ชุมชน ตลอดจนการนําไปสู คุณภาพชีวิตที่ดี ของผูคนในชุมชน ก็จะทําใหเกิดการพัฒนา
ชุมชน และทําใหชุมชนเขมแข็งไดในที่สุด
“สุนทรียสนทนา” คือ การคนหาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวคน องคกร หรือชุมชน
และ คนพบอยางเปนระบบในสิ่งที่เกี่ยวของกันชีวิตในระบบชีวิต ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู
ทั้งที่ทําใหการทํางานที่มีประสิทธิผล การทําใหสภาวะแวดลอมเอื้ออํานวยตอชีวิตและ
สุขภาพที่ดี โดยเริ่มจากคําถามที่ทรงพลัง ถามหาศักยภาพเชิงบวก ในสิ่งที่มีอยูในตัวตน
ของผูคนเปนรอยเปนพันทั้งหลาย
1) รวมคนพบสิ่งดีแลวชื่นชม (Discovery: D1) เริ่มตนดวยการ
สนทนากันโดยผลัดกันสัมภาษณประสบการณชีวิตที่ดี ในชวงแรกเปนการตั้งคําถามที่
จุดประกายใหผูตอบรื้อฟนความทรงจําถึงประสบการณชีวิต การทํางานที่เคยผานมาใน
อดีต ในสวนที่เคยทําไดดี มีประสิทธิผล มีความภาคภูมิใจ
ดวยคําถามที่กอใหเกิดการเสริมสรางพลังนั้นเอง จะทําใหผูตอบมี
โอกาสไดแสดงทัศนะตอชีวิต การงานของตนเองที่เลือกสรรแลววาดีที่สุด ใหคูสนทนา
ฟง ดวยความภาคภูมิใจ เปนการระเบิดจากภายในตัวของผูตอบเอง ซึ่งผลดีที่ตามมาก็คือ
การกอเกิดความบันดาลใจอยางไมรูตัว ที่จะริเริ่มสรางสรรคจากสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อพบกับ
ประสบการณใหม ดังนั้นหากมีการสรางบรรยากาศใหเกิดการชื่นชมผลงานของกันและ
กัน ที่ประชุมแหงนั้นก็จะเต็มไปดวยไมตรีจิตรมิตรภาพ และการแลกเปลี่ยนความ
คิดเห็นกันและกัน ก็จะทําใหเกิดการเรียนรูซึ่งกันและกัน เปนที่มาของการเกิดการคนพบ
และและการจุดประกายใหมีกําลังใจ และเติมไฟชีวิตซึ่งกันและกัน การคนพบคุณคาของ
ชีวิต ประเพณีวัฒนธรรม จากเรื่องราวที่บอกเลา ทําใหเกิดความมั่นใจ ที่จะสรางอนาคต
รวมกันเพื่อนําไปสูการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดียิ่งขึ้นไปอีก และผลที่ไดรับจาการตอบ
คําถามที่สรางพลังใจก็คือ การคนพบสิ่งที่ดีงาม การทํางานที่ไดผล ความสามารถและ
พรสวรรคของผูคนทั้งในอดีตและปจจุบัน รวมทั้งขุมพลังและทรัพยากร ที่มีอยูภายใน
ตัวของผูคนและองคกรตลอดจนถึงชุมชน
ซึ่งถือไดวาเปนสินทรัพยแหงชุมชน
(community assets) โดยแท
2) รวมทอฝนอยางสมศักดิ์ศรี (Dream:D2) คือการกําหนด
วิสัยทรรศนรวมกันระหวางผูทํางาน เพื่อใชเปนการใชจินตนาการและความคิดริเริ่ม
2

การอบรมเชิงปฏิบตั ิการสุนทรียปรัศนี
พัฒนาศักยภาพเจาหนาที่สาธารณสุขและผูนําธรรมชาติ

ณ สะเมิงรีสอรต เชียงใหม
โดยสถาบันเสริมสรางพลังชุมชน

__________________________________________________________________________________________

สรางสรรคที่จะทําใหเกิดสิ่งใหม ระบบใหม กระบวนการใหม หรือกลไกใหม คําถามที่
ทรงพลังในวาระนี้ก็คือ จากนี้ไปสูอนาคต เราอยากจะเห็นสิ่งดีงามอะไรบางเกิดกับตัว
เรา ทีมงานของเรา ครอบครัวของเรา องคกรของเรา ชุมชนของเรา และสังคมของเรา
แทนที่จะกระโจนเขาสูกับดักของปญหาและตามมาดวยการวิเคราะหถึงสาเหตุแหง
ปญหา ทําใหพบกับความออนแอ พายแพ ความรูสึกผิด ของผูคนที่เกี่ยวของ และเปน
ชนวนใหเกิดความขัดแยง หรือการโยนกลองในที่สุด เราสามารถกระโจนขามกับดัก
เหลานั้น
อานิสงคของการคนพบสิ่งดี ทําใหเราสามารถกําหนดอนาคตที่ดีไวใน
เบื้องหนา ตามอุดมคติของตน
3) รวมออกแบบทํางานอยางสุนทรียะ (Design:D3) เปนการวางรูปแบบ
การทํางานอยางเปนกระบวนการรวมกันตั้งแตตน ของผูที่มีสวนเกี่ยวของในชุมชน อยาง
มีชีวิตชีวา เพื่อตัวเอง เพื่อหมูคณะ เพื่อชุมชนและสังคมของทุกๆ คน ซึ่งการออกแบบ
ดังกลาวอยูบนพื้นฐานของแนวคิดในการเสียสละเพื่อชุมชนของตนเอง โดยมีสินทรัพยที่
คนพบ เปนทุนทางสังคมที่จะนําออกมาใชในการออกแบบการทํางาน และสื่อสาร
ระหวางกันเพื่อการเปลี่ยนสังคมไปสูสิ่งที่ดีงามและยั่งยืน
4) รวมสรางสรรคสิ่งที่ดีเพื่อสังคม (Destiny:D4)
เปนการ
ตัดสินใจรวมกันวาจะนําพาชุมชนของตนไปสูทิศทางใดโดยอาศัยการวิธีการศึกษา
ชุมชนอยางมีสวนรวม และมีเครื่องมือในการศึกษาวิถีชีวิตองคกรของตนเองและชุมชน
ในทางบวก ทําใหเห็นถึงความสามารถของคนในชุมชนที่จะเกิดพลังสรางสรรคที่จะนํา
ชุมชนไปสูการเปลี่ยนแปลงอยางมีคุณคา การวางแผนสรางสรรคสิ่งดี เริ่มจากการ
มองเห็นคุณคาของสิ่งที่มี ไมวาของตนเอง ผูรวมงาน องคกร หรือชุมชนแลวนําสิ่งนั้นมา
ใชอยางรูคุณคาและสมประโยชน ทุกคนสามารถอํานวยความสะดวกใหกันและกันและ
ทําใหชุมชนสามารถวางแผนงานและดําเนินโครงการของตนเองไดอยางสมศักดิ์ศรีของ
ความเปนมนุษย

3

การอบรมเชิงปฏิบตั ิการสุนทรียปรัศนี
พัฒนาศักยภาพเจาหนาที่สาธารณสุขและผูนําธรรมชาติ

ณ สะเมิงรีสอรต เชียงใหม
โดยสถาบันเสริมสรางพลังชุมชน

__________________________________________________________________________________________

วัตถุประสงคของการอบรมเชิงปฏิบตั ิการสุนทรียปรัศนี
เพื่อใหผูเขารับการอบรม
• สามารถอธิบายเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน
จาก “การขับเคลื่อนชุมชน ”สู “การเสริมสรางพลังชุมชน”
• เขาใจ กระบวนการสรางการมีสวนรวมในการพัฒนาชุมชนได
• เขาใจรูปแบบการทํางานแบบพหุภาคี และการเสริมสรางพลังชุมชน
• สามารถอธิบายเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนโดยอาศัยสินทรัพยชุมชนเปนฐานได
• สามารถอธิบายเกี่ยวกับบทบาทผูนําการเปลี่ยนแปลงสังคมได
• สามารถอธิบายแนวคิดและกระบวนการการมีสวนรวมของประชาชนในการ
พัฒนาองคกรของตนเองและชุมชนได
• สามารถใชเทคโนโลยี ของการมีสวนรวม(Technology of Participation) เพื่อ
การจัดเวที ชุมชนเสวนา (Community Dialogue) และประชุมเชิงปฏิบัติการ
(workshop) ได
• มีแนวคิดในการพัฒนาชุมชน แตกตางไปจากการพัฒนาแนวดั้งเดิม แทนที่จะ
อาศัยการพึ่งพิงจากภายนอก ปรับเปลี่ยนเปนการพัฒนาโดยอาศัยสินทรัพยของ
ชุมชนเปนฐานและเนนการสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม
• สามารถใชแนวคิดและกระบวนการการมีสวนรวมของประชาชนในการพัฒนา
ชุมชนได
• สามารถรวมศึกษาชุมชนและรวมใชเครื่องมือศึกษาวิถีชีวิตชุมชนในเชิงบวกได
• สามารถประเมินผลอยางมีสวนรวมเพื่อเสริมสรางพลังทีมงาน และชุมชนได
• มีความสามารถในการทํางานในชุมชนรวมกันเปนทีม
• มีทักษะของการเปนบริกร กระบวนการขั้นตนสามารถ เปนผูอํานวยการประชุม ผู
กอกระแส ผูประสานสัมพันธและผูเสริมสรางพลังทีมงาน เพื่อดําเนินโครงการ
พัฒนาสุขภาพชุมชนได

4

การอบรมเชิงปฏิบตั ิการสุนทรียปรัศนี
พัฒนาศักยภาพเจาหนาที่สาธารณสุขและผูนําธรรมชาติ

ณ สะเมิงรีสอรต เชียงใหม
โดยสถาบันเสริมสรางพลังชุมชน

__________________________________________________________________________________________

กําหนดการอบรมเชิงปฏิบัติการสุนทรีปรัศนี
พัฒนาศักยภาพเจาหนาที่สาธารณสุข
และผูนําธรรมชาติในชุมชน
เพื่อเตรียมการในการจัดทําแผนยุทธศาสตรรวมกับชุมชน
ณ สะเมิงรีสอรต อําเภอสะเมิง เชียงใหม
วันที่ 29 มิถุนายน - 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
--------------------------------------------------------------------------------วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552
15:00- 16:00
ลงทะเบียน
16.00 -17.30
การปฐมนิเทศผูเขรวมประชุม ชวงที่ 1
พิธีกรรมลานนา “การเขาสูการเรียนรูดวยพลังปญญา”
(พิธีกิน ออผญามอ หรือ พิธีดื่มน้ําผึ้งจากปลองออ
เพื่อใหเกิดความปราดเปรื่อง ประเทืองปญญา )
พิธีกรรมลานนา ”การผูกขอมือดายสายสืณจเพื่อเสริมสรางพลังใจ”
18.00
รับประทานอาหารเย็น
19.00 – 21.00

กิจกรรมกลุมสัมพันธ “การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศนการพัฒนา”
• จาก “การขับเคลื่อนชุมชน ”สู “การเสริมสรางพลังชุมชน”
• กระบวนการสรางการมีสวนรวมในการพัฒนา

วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2552
06:00-07:00
รวมออกกําลังกายยามเชา ฝกไทฉี :ฝกโยคะ: ฝกเตนรํา
07:00-08:00
ทําธุระสวนตัว และอาหารเชา
08.00 – 08:30
พิธีเปดการฝกอบรมโดยนายแพทยอมร นนทสุต
ปฐมนิเทศผูเขรวมประชุม ชวงที่ 2
08.30 - 09.45
• การละลายพฤติกรรมและ สรางความคุนเคย,
• สํารวจความคาดหวังจากการฝกอบรม
• รวมกําหนดกฎ, กติกา, มารยาท และบทบาทของ ทีมงานประจําวัน
5

การอบรมเชิงปฏิบตั ิการสุนทรียปรัศนี
พัฒนาศักยภาพเจาหนาที่สาธารณสุขและผูนําธรรมชาติ

ณ สะเมิงรีสอรต เชียงใหม
โดยสถาบันเสริมสรางพลังชุมชน

__________________________________________________________________________________________

09.45- 10.00
10.00-12.00

12.00 - 13.00
13.00 -16.00

16.00 -17.30
18.00
19.00 – 21.00

• แบงกลุมผูเขารวมประชุมและจักตั้งทีมงาน 6ทีม
• บทบาทคาดหวังของผูเขารับการฝกอบรม
พัก - กาแฟ
แลกเปลี่ยน-เรียนรูเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน
การทํางานแบบพหุภาคี และการเสริมสรางพลังชุมชน
ทุกสิ่งดีอยูที่ใจ
การพัฒนาชุมชนโดยอาศัยสินทรัพยชุมชนเปนฐาน
บทบาทผูนําการเปลี่ยนแปลงสังคม
• ผูนําในฐานะผูเอื้ออํานวยทีมงาน
• ผูนําในฐานะผูกอกระแสกลุมพลัง
• ผูนําในฐานะผูประสานสัมพันธ
• ผูนําในฐานะผูเสริมสรางพลังทีมงาน
พัก – อาหารกลางวัน
เครื่องมือศึกษาวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชุมชน
การคนหาทุนทางสังคม
การเขาถึงชุมชนเชิงบวก
การสํารวจขุมพลังชุมชน และสินทรัพยของชุมชน
การจัดทําแผนที่เดินดิน
วิธีการจัดเวทีชุมชนเสวนา (Community Dialogue) และ
วิธีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (workshop)
รับประทานอาหารเย็น

กิจกรรมกลุมสัมพันธ “การใชกลวิธีการมีสวนรวมในการพัฒนา”

วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
06:00-07:00
รวมออกกําลังกายยามเชา ฝกไทฉี :ฝกโยคะ: ฝกเตนรํา
07:00-08:00
ทําธุระสวนตัว และอาหารเชา
08.30 -09.00
ทบทวนบทเรียนที่ไดจากวันที่สองของการประชุม
09.00-12.00
ลงพื้นที่ในชุมชน อําเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม

6

การอบรมเชิงปฏิบตั ิการสุนทรียปรัศนี
พัฒนาศักยภาพเจาหนาที่สาธารณสุขและผูนําธรรมชาติ

ณ สะเมิงรีสอรต เชียงใหม
โดยสถาบันเสริมสรางพลังชุมชน

__________________________________________________________________________________________

12.00-13.00
13.00-15.00
15.00-15.15
15.15-16.30
16.30 – 18.30
18.30 -19.30
19.30 – 21.30

ฝกปฏิบัติการคนหาศักยภาพของชุมชนอยางมีสวน รวม
โดยเวทีชุมชนสุนทรียสนทนา แผนที่เดินดิน และการสํารวจสินทรัพย
ชุมชน (DISCOVERY)
พัก – อาหารกลางวัน
วิเคราะหขอมูล และนําเสนออยางสรางสรรค
พัก – กาแฟ
รวมถักทอฝน อยางสมศักดิ์ศรี(DREAM)
พักผอนตามอัธยาศัย
อาหารค่ํา
เวทีชุมชน “ชุมชนของเรามีดีมาแสดง”
ชุมชนมานําเสนอ เชน การละเลนพื้นบาน เลนดนตรีพื้นเมือง การเลา
เรื่องของดีในทองถิ่น การขับรอง, การขับลํานําคาว จอย ซอ ฯลฯ
ในวงสันทนาการ)

วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
06:00-07:00
รวมออกกําลังกายยามเชา ฝกไทฉี :ฝกโยคะ: ฝกเตนรํา
07:00-08:00
ทําธุระสวนตัว และอาหารเชา
08.30 -09.00
ทบทวนบทเรียนที่ไดจากวันที่สาม
09.00-12.00
“การรวมออกแบบอยางมีสุนทรียะ (DESIGN)
แลกเปลี่ยนเรียนรูเกี่ยวกับการนําขุมพลังชุมชน และสินทรัพย
ชุมชนและแผนที่เดินดินมาใชในการพัฒนาสุขภาพชุมชน
แลกเปลี่ยนเรียนรูเกี่ยวกับการใชแผนที่ยุทธศาสตรในการการ
พัฒนาสุขภาพชุมชน
อภิปรายอยางมีสวนรวมในการกําหนดยุทธศาสตรการพัฒนา
สุขภาพชุมชน
ออกแบบการทํางานเปนรูปแบบ(MODEL)อยางบูรณาการ
12.00 – 13.00
พัก - อาหารกลางวัน
13.00 – 16.00
การวางแผนอย า งมี ส ว นร ว มปฏิ บั ติ ก ารในการพั ฒ นาสุ ข ภาพชุ ม ชน
(DESTINY)

7

การอบรมเชิงปฏิบตั ิการสุนทรียปรัศนี
พัฒนาศักยภาพเจาหนาที่สาธารณสุขและผูนําธรรมชาติ

ณ สะเมิงรีสอรต เชียงใหม
โดยสถาบันเสริมสรางพลังชุมชน

__________________________________________________________________________________________

16.00-18.00
18.00

พักผอน
รับประทานอาหารเย็น

19.00 – 21.00

กิจกรรมกลุมสัมพันธ
• การกอเกิดการเสริมสรางพลัง(SYNERGISTIC EFFECT)
• พิ ธี ฉ ลองความสํ า เร็ จ จากการปฏิ บั ติ ก ารเรี ย นรู ร ว มกั น
(CELLEBRATING VICTORY IN COLLECTIVE LEARNING )

วันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
06:00-07:00
รวมออกกําลังกายยามเชา ฝกไทฉี :ฝกโยคะ: ฝกเตนรํา
07:00-08:00
ทําธุระสวนตัว และอาหารเชา
08.30 -09.00
ทบทวนบทเรียนในวันที่สี่
09.00-10.00
การกําหนดบทบาท พันธสัญญาและภารกิจของทีมงาน “นวัตกรสังคม”
เพื่อเตรียมการจัดทําแผนที่ยุทธศาสตรรวมกับชุมชน
10.00 – 10.15
พัก- กาแฟ
10.15 – 11.15
ฝกปฏิบัติการเรื่อง
“การประเมินผลอยางมีสวนรวมเพื่อเสริมสรางพลังทีมงาน และชุมชน”
11.15-12.00
พิธีมอบเกียรติบัตร
พิธีปดการฝกอบรมเชิงปฏิบัติการ
12.00 – 13.00
พัก - อาหารกลางวัน
หมายเหตุ

กําหนดการอาจมีการปรับเปลี่ยนไดตามความเหมาะสม

8

การอบรมเชิงปฏิบตั ิการสุนทรียปรัศนี
พัฒนาศักยภาพเจาหนาที่สาธารณสุขและผูนําธรรมชาติ

ณ สะเมิงรีสอรต เชียงใหม
โดยสถาบันเสริมสรางพลังชุมชน

__________________________________________________________________________________________

กิจกรรมกลุม สัมพันธระหวางการฝกอบรมฯ จํานวน 18 กิจกรรม
ในทุกบทเรียนจะมีสันทนาการประกอบเพื่อนําไปสูการเรียนรูในลักษณะของ “หรรษาวิชาการ”
(Edutainment) ตามบริบทของการฝกอบรม มีรายละเอียดดังนี้
1). กิจกรรม สาธิตลีลาประกอบเพลง “มาจากไหนไมสําคัญ”
วัตถุประสงค
• เพื่อใหผูเรียนรู ปรับใจ ถอดยศ ตําแหนง เขาสูการเรียนรูอยางเปน
กันเองไมถือตัว และกลมกลืนไปกับกลุม ตามเนื้อหาและชื่อของเพลง
1. สมาชิกนั่งเปนวงกลมใหญวงเดียว ใหสมาชิกฟงเพลง มาจากไหน
ไมสําคัญ
2 ใหสมาชิกแบมือซายไวระดับอก และวางฝามือขวาลงบนมือซาย
ของเพื่อนขางขวา
3. ใหใชฝามือขวาตบเบา ๆบนฝามือซายของเพื่อนแลวนับ 1
4. ใหใชฝามือขวาตบเบา ๆบนหนาขาดานขวาของตัวเองแลวนับ 2
5. ใหใชฝามือขวาตบเบา ๆบนหนาขาดานซายของตัวเองแลวนับ 3
6. ใหใชฝามือขวาตบเบา ๆบนมือซายของตัวเองแลวนับ 4
7. รองเพลงใหมจี ังหวะคลองจองประสานเปนหนึ่งเดียวทั้งวง
8. เรงจังหวะการรองใหเร็วขึ้นเรื่อยๆ แลวเปานกหวีดจบ
ประเด็นสนทนา 1. ถามถึงความรูสึกเรียงคนวาเปนเชนไร ?
2.นํามาความรูส ึกของแตละคนเกี่ยวโยงกับการทํางานทีม่ ีความสอดคลองกัน
3 ถามถึงการใชสมองของตนเองวาไดใชไปกับการรองเพลงและทํากิจกรรมวาใช
วิธีการจัดกิจกรรม

9

การอบรมเชิงปฏิบตั ิการสุนทรียปรัศนี
พัฒนาศักยภาพเจาหนาที่สาธารณสุขและผูนําธรรมชาติ

ณ สะเมิงรีสอรต เชียงใหม
โดยสถาบันเสริมสรางพลังชุมชน

__________________________________________________________________________________________

อยางไร? ทั้งดานซายและขวา เพื่อสรางความเขาใจเรื่องความจํา ความคิด
และการ เคลื่อนไหวที่มาจากการสั่งการและหนาที่ของสมอง
___________________________________
2) กิจกรรมกลุมสัมพันธ “แนะนําตัวเอง และเพื่อนแบบบูรณาการ”
วัตถุประสงค
เพื่อใหสมาชิกรูจักกันและจําชื่อของทุกคนได
วิธีการจัดกิจกรรม
สมาชิกนั่งเปนวงกลมใหญวงเดียว ใหสมาชิกเริ่มแนะนําตัวเอง
และแนะนําชื่อเพื่อน เพิ่มขึ้น อีก 1 คน สะสมไปจนครบคน คนสุดทาย
จะขานชื่อเพื่อนครบทุกคน
ประเด็นสนทนา
1. ถามถึงความรูสึกเรียงคนวาเปนเชนไร ?
2. เราสามารถจําชื่อเพื่อนในกลุมไดอยางบูรณาการหากมากุศโลบายที่ดี
___________________________________
3). กิจกรรมสาธิตลีลาประกอบเพลง “ORID : การสนทนาอยางมีสวนรวม”
วัตถุประสงค
• เพื่อใหผูเรียนรูทุกคนจําเนื้อหาของเพลง ที่มีความหมายของ
ORID โดยรองตามเนื้อเพลง และประยุกตใชในสุนทรียสนทนา
วิธีการจัดกิจกรรม

ประเด็นสนทนา

1. สมาชิกนั่งเปนวงกลมในกลุมยอยของตนเอง
2 ใหสมาชิกทุกคนดูเนื้อเพลงในจอ ภาพซึ่งมีเนื้อเพลง 4บรรทัด
3 Modulatorรองเพลงนั่นอะไร นั่นอะไร เอะนั่นอะไร ทํานอง
ลูกทุงของชายเมืองสิงห
4 ใหแตละกลุมจําเนื้อเพลงใหได กลุมละ 1 บรรทัด
5 modulator ถือไมบรรทัด คอยใหสัญญาณ ชี้ไปกลุมใด กลมนั้น
จะรองเปนเพลงตามทํานองที่จดจํา
6 หากกลุมใด หลงหรือรองไมถูกเนื้อรองถือเปนฟาลว
7 มีการใหจังหวะ ชา ชา ชา ตลอดเพลง
8 เรงจังหวะการรองใหเร็วขึ้นเรื่อยๆ แลวเปานกหวีดจบ
1. ถามถึงความรูสึกตัวแทนกลุมวาเปนเชนไร ?
2 นําเขาสูบทเรียนในเรื่อง การสนทนาหรืออภิปรายอยางมีสวนรวม
10

การอบรมเชิงปฏิบตั ิการสุนทรียปรัศนี
พัฒนาศักยภาพเจาหนาที่สาธารณสุขและผูนําธรรมชาติ

ณ สะเมิงรีสอรต เชียงใหม
โดยสถาบันเสริมสรางพลังชุมชน

__________________________________________________________________________________________

________________________________________________
4). กิจกรรมสาธิตลีลา “ ตบบะผาบ ”
วัตถุประสงค
เพื่อใหผูเรียนรู ผอนคลายจากการเรียนรูในชั่วโมงที่ผานมาและ
เรียนรูวัฒนธรรมการ “ฟอนเจิง”ของชาวลานนาไปดวย
วิธีการจัดกิจกรรม

ประเด็นสนทนา

1. สมาชิกยืนเปนวงกลมใหญวงเดียว อธิบายที่มาของการฟองเจิง
ชวงแรกคือตบบะผาบใหทกุ คนฟง
2 สาธิตการตบบะผาบใหสมาชิกดูชา ๆ 1รอบ
3 ใหสมาชิกทําตามโดยนับจะหวะดัง ๆใหเขากับทาทีต่ บ
4 เรงจังหวะการตบใหเร็วขึ้นเรื่อยๆ แลวเปานกหวีดจบ
1. บอกความหมายของทาที่เลน
2. ถามถึงความรูสึกเรียงคนวาเปนเชนไร ?
3. ถามสมาชิกวาไดอะไรจากการทํากิจกรรม

_________________________________________________________
5). กิจกรรมกลุมสัมพันธ “เกมยิงเรือ”
วัตถุประสงค
• เพื่อใหผูเรียนรู มีการฝกสมาธิ ในการฟง และสื่อสารอยางตั้งใจให
กลุมของตนเองทํางานรวมกันเปนทีมอยางสนุกสนาน
วิธีการจัดกิจกรรม
1. สมาชิกแตละกลุมยอยเขาแถวตอนเรียงหนึ่ง โดยมีหัวแถวรายลอม
โมเดอเรเตอรที่เปนจุดศูนยกลาง
2 ใหแตละแถวเลือกกัปตัน เรือตัวเอง แลวกัปตันมายืนหัวแถว
3 Fa อธิบายกติกาการเลนใหฟงจนเขาใจทุกกลุม
4 ใหทุกกลุมตั้งชื่อเรือตามใจชอบ
5 ใหสมาชิกนัดหมายและรับผิดชอบเปนลูกเรือ
6 เริ่มตนมีการตะโกนขานชื่อจากนายทายเรือพรอมกับเอามือ2ขง
จับบา ตะโกนตอ ๆ กันคือ
11

การอบรมเชิงปฏิบตั ิการสุนทรียปรัศนี
พัฒนาศักยภาพเจาหนาที่สาธารณสุขและผูนําธรรมชาติ

ณ สะเมิงรีสอรต เชียงใหม
โดยสถาบันเสริมสรางพลังชุมชน

__________________________________________________________________________________________

“เตรียมพรอม บรรจุกระสุน เล็งเปา เตรียมยิง .”
7 กัปตันทําทายิงดวยมือขวาพรอมกับกาวเทาขวามออกมาขางหนา

ประเด็นสนทนา

พรอมกับตะโกน “ยิงเรือ........ ตูม” ดวยเสียงอันดัง
8 นายทายเรือที่ถูกยิง จะตะโกนชื่อเรือตนเองแลวใช 2มือจับไหล
ตอ ๆ กันมาตามลําดับ
9 กลุมไหนทําไมถูกหรือชาใหปรับออกสถานเดียว
10 หากยิงกันไมแพ นานเขาก็ใหเปลี่ยนชื่อเรือใหยาวขื้น เรียกยากขึ้น
เรื่อย ๆ เชน ขามเขียวคว่าํ เชา ชามขาวคว่ําค่ํา
11 ยิงไปเรื่อย ๆจนเหลือลําสุดทายก็จะเปนผูชนะ
1. ถามแตละคนในกลุมวามีขอสังเกตอะไรบาง?
2 ถามถึงความรูสึกเรียงคนวาเปนเชนไร ?
3 ถามสมาชิกกลุมวาไดเรียนรูอะไรจากการทํากิจกรรม

__________________________________________________________________
6). กิจกรรมกลุมสัมพันธ ตอน “แซมซั่น เดไลลา และสิงหโต”
วัตถุประสงค
• เพื่อใหผูเรียนรู มีทักษะในการเดาใจของคูกรณี และอานใจคนได
โดยการสังเกต และปฏิภาณ
วิธีการจัดกิจกรรม
1. สมาชิกกลุมยอยเขาแถวตอนเรียงหนึ่ง
2 ให สมาชิกเลนทีละ 2 กลุมโดยเผชิญหนากันกอน
3 อธิบาย กฎ กติกาใหทราบ
4 กฎคือ สิงโตแพแซมซั่น ๆ แพเดไลลา ๆ แพสิงหโต
5 ใหสมาชิกกลุมแตละกลุม วางแผนสงสัญญาณวาจะเปนอะไร?
6 เมื่อกรรมการเปานกหวีดใหกลุมทําทา ตามแผน
7 กลุมใด ไมพรอมหรือพลาดทา ถูกปรับแพคัดออก
8 แขงขันจนกวาจะไดผูชนะ
ประเด็นสนทนา 1. ถามถึง ความเห็นเรื่อการวางแผน การทําสัญญาณ
4. ถามถึงความรูสึกเรียงคนวาเปนเชนไร ?
5. ถามสมาชิกวาไดอะไรจากการทํากิจกรรม
12

การอบรมเชิงปฏิบตั ิการสุนทรียปรัศนี
พัฒนาศักยภาพเจาหนาที่สาธารณสุขและผูนําธรรมชาติ

ณ สะเมิงรีสอรต เชียงใหม
โดยสถาบันเสริมสรางพลังชุมชน

__________________________________________________________________________________________

7).กิจกรรมกลุมสัมพันธตอน “ริบบิ้นสีน้ําเงิน”
วัตถุประสงค
• เพื่อใหผูเรียนรู มีความคิดเชิงบวกและมีปติ อนุโมทนาใหเพื่อน
ไดอยางนาประทับใจ ดวย ริบบิ้นสีน้ําเงิน และคําอํานวยพร
วิธีการจัดกิจกรรม
1. สมาชิกยืนเปนวงกลมใหญวงเดียว อธิบายที่มาและความหมายของ
ริบบิ้นสีน้ําเงิน แลวแจกริบบิ้นคนละเสน
2 ใหสมาชีก หาคู กลาวถึงความประทับใจกันและกันแลวผูกขอมือ
ดวยริบบิ้น พรอมกับกลาวอํานวยพร
ประเด็นสนทนา 1. สุมถามถึงความรูสึกของสมาชิกวาเปนเชนไร ?
6. ถามสมาชิกวาไดเรียนรูอะไรจากการทํากิจกรรม
_________________________________________________
8 กิจกรรมกลุมสัมพันธตอน “จุดประกาย”
วัตถุประสงค
• เพื่อใหผูเรียนรู ทราบบทบาทของตนเองในฐานะผูนําการเปลี่ยนแปลงสังคมไดแก
ผูจุกประกาย กอกระแส ประสานสัมพันธและเสริมสรางพลังชุมชน
วิธีการจัดกิจกรรม
1. สมาชิกในกลุมยอยแตละกลุมอภิปรายถึงบทบาทของนวัตกร
สังคมแลวนําเสนอผลตอกลุมใหญ กลุมละ 3 นาที
2 ใหสมาชิกฟงเพลงและดูเนื้อเพลง จุกประกายในจอภาพ
3 ใหสมาชิกรองตามจนจบเพลง
1. ถามถึงความรูสึกเรียงคนวาเปนเชนไร ?
2 ถามสมาชิกวาไดอะไรจากการทํากิจกรรม
___________________________________________________________

ประเด็นสนทนา

9 กิจกรรมกลุมสัมพันธตอน“ How did Champion Do ?”
วัตถุประสงค
• เพื่อใหผูเรียนรู การทํางานโดยใชผูชนะเลิศจากการแขงขัน
13

การอบรมเชิงปฏิบตั ิการสุนทรียปรัศนี
พัฒนาศักยภาพเจาหนาที่สาธารณสุขและผูนําธรรมชาติ

ณ สะเมิงรีสอรต เชียงใหม
โดยสถาบันเสริมสรางพลังชุมชน

__________________________________________________________________________________________

เปนผูอธิบาย “Best Practice”
วิธีการจัดกิจกรรม
1. สมาชิกในกลุมยอยแตละกลุมตางพับกระดาษ A4 ใหเปนยานทีพ่ ุง
ไดไกลที่สุด
2 ใหสมาชิกแขงขันกันพงในกลุมของตนเองจนไดผูชนะเลิศประจํา
กลุม
3
ใหผูชนะเลิศประจํากลุมแตละกลุม มาแขงขันหาตัวผูชนะเลิศรอบ
สุดทาย

ประเด็นสนทนา

1. ถามถึงวิธีการไดมาซึ่งความชนะเลิศของกลุมใหญ
2 ถามถึงความรูสึกของผูชนะ
3 ถามสมาชิกวาไดอะไรจากการทํากิจกรรม

_______________________________________________________________
10 กิจกรรมกลุมสัมพันธตอน “เธอ – ฉัน คือ เรา”
วัตถุประสงค
1. เพื่อฝกการนําสมาธิมาใชในกระบวนการ
2. เพื่อสรุปภาพของการอยูรวมกันในสังคม
วิธีการจัดกิจกรรม
1. ใหสมาชิกแตละคนเลือกเพื่อนสมาชิกอื่นๆ เปนภาคีของตน 2 คน
โดย
กําหนดใหคนหนึ่งเปน A และคนหนึง่ เปน B
2. วิทยากรชี้แจงการเคลื่อนที่ ใหเคลื่อนที่ชาๆ โดยไมใหมีเสียงใดๆ
3. ใหสมาชิกแตละคนเคลื่อนที่ชาๆ โดยพยายามเคลื่อนที่เขาไปใหใกล
A ใหมากที่สุด ขณะเดียวกันก็ใหพยายามเคลื่อนที่หนีใหหาง B ให
มากที่สุด
4. วิทยากรใหสญ
ั ญาณหยุด ใหทุกคนหยุดและนั่งลงอยูกับที่
5. วิทยากรสุมถามสมาชิกประมาณ 5 – 6 คนวา เลือกใครเปน A และ
เลือกใครเปน B

14

การอบรมเชิงปฏิบตั ิการสุนทรียปรัศนี
พัฒนาศักยภาพเจาหนาที่สาธารณสุขและผูนําธรรมชาติ

ณ สะเมิงรีสอรต เชียงใหม
โดยสถาบันเสริมสรางพลังชุมชน

__________________________________________________________________________________________

ประเด็นสนทนา

การอยูรวมกันในสังคม ยอมมีทั้งคนที่เราชอบ และไมชอบ หัวใจสําคัญ
ของการอยูรวมกัน คือ การยอมรับซึ่งกันและกัน การเขาใจถึงความ
หลากหลายคือ
ความงดงาม

---------------------

11 กิจกรรมกลุมสัมพันธตอน “มีเรื่องมาเลา”
วัตถุประสงค
เพื่อใหสามารถใชกระบวนการที่สนุกสนานนําไปสูการสรางนวัตกรรม
วิธีการจัดกิจกรรม
1. ใหสมาชิกนั่งเปนวงกลมใหญ
2. แบมือซาย งอขอศอกตั้งฉากกับลําตัว แลวเอานิ้วชี้มือขวาจิ้มลงบน
มือซายของคนที่นั่งชิดดานขวาของตน
3. วิทยากรเลาเรื่องใหฟง โดยมีกติกาคือ เมื่อไดยินคําวา “หนึ่ง” ให
สมาชิกทุกคนหุบมือซายจับนิ้วชี้ของผูที่จมิ้ นิ้วบนฝามือคน
ใน
ขณะเดียวกันก็ใหชักนิ้วชี้ขวาโดยเร็วเพื่อไมใหอีกฝายจับได
4. เลาเรื่องและปฏิบัติกิจกรรมประมาณ 2 – 3 นาที
ประเด็นสนทนา
1. เราตองอาศัยปจจัยใดบางในการทํากิจกรรมนี้
2. การปรับเปลี่ยนวิธีการในงานเดิม ถือเปนนวัตกรรมอยางหนึ่ง
--------------------

12 กิจกรรมกลุมสัมพันธตอน”เทพ 4 ทิศ”
วัตถุประสงค
1. เพื่อฝกการเปนผูนํา ผูตาม ที่ดี
2. เพื่อฝกการนําสมาธิมาใชในการปฏิบัติงาน
3. เพื่อฝกการรอยรัดกันในการทํางานอยางตอเนื่อง
วิธีการจัดกิจกรรม
1. ใหสมาชิกจับกลุม 4 คน และหาพืน้ ที่วา ง ยืนเปนรูปสี่เหลี่ยมขนมเปยก
15

การอบรมเชิงปฏิบตั ิการสุนทรียปรัศนี
พัฒนาศักยภาพเจาหนาที่สาธารณสุขและผูนําธรรมชาติ

ณ สะเมิงรีสอรต เชียงใหม
โดยสถาบันเสริมสรางพลังชุมชน

__________________________________________________________________________________________

ประเด็นสนทนา

ปูน หันหนาไปทิศทางเดียวกัน
2. วิทยากรชี้แจงการเคลื่อนไหว ใหเคลื่อนไหวชา โดยใหคนที่อยูหนา
สุดเปนผูกําหนดทาทาง แลวใหสมาชิกอีก 3 คนทําตาม
3. ใหเคลื่อนไหวประมาณทุกๆ 5 วินาที แลวทุกคนขวาหัน จะเปลี่ยน
กันอยูตําแหนงหนาสุด และใหเคลื่อนไหวตอเนื่องกันโดยไมสะดุด
หรือขาดตอน
1. การนําสมาธิมาใชในการทํางาน
2. การเปลี่ยนบทบาทหนาที่กน
ั ในฐานะผูนํา และผูตามที่ดี
3. การทํางานที่เชื่อมรอยกันอยางตอเนื่อง
------------------

13 กิจกรรมกลุมสัมพันธตอน”คนลอย”
วัตถุประสงค
1. เพื่อฝกการใชมุมมองใหมในการทํางาน
2. เพื่อฝกการวางแผนการทํางาน โดยใชกระบวนการกลุม
การจัดกิจกรรม
1. แบงสมาชิกเปนกลุมๆ ละ 8-10 คน ใหแตละกลุมเลือกสมาชิกในกลุม
4 คน
เปนอาสาในการลอยตัว
2. ใหแตละกลุมนําเกาอี้ 4 ตัว มาจัดวางใหหน
ั ไป 4 ทิศ(ควรใชเกาอี้ที่มี
พนักหลัง) แลวใหอาสา 4 คนนั่งบนเกาอี้ โดยใหนั่งหันหนาไปตาม
เขมนาฬิกา
3. ใหอาสาทั้งสี่ เอนตัวลงนอนพาดตักคนดานหลัง เทาติดพื้น
4. ใหสมาชิกอื่นในกลุมชวยกันวางแผน และถอดเอาเกาอี้ออกทั้งหมด
โดยใหอาสาทั้งสี่นอนพาดตักกันและกันลอยตัวอยูได
5. ใหกลุมที่ทําสําเร็จกอนเพื่อนเลาถึงวิธีการที่กลุมตนทํา
ประเด็นสนทนา
1. กลุมที่ทําสําเร็จใชกระบวนการใดบาง
2. ความยุงยากในการถอดเกาอี้ และการปรับเปลี่ยนทิศทางการวางเกา
อีก
3. การปรับเปลี่ยนมุมมองในการทํางาน
----------------------16

การอบรมเชิงปฏิบตั ิการสุนทรียปรัศนี
พัฒนาศักยภาพเจาหนาที่สาธารณสุขและผูนําธรรมชาติ

ณ สะเมิงรีสอรต เชียงใหม
โดยสถาบันเสริมสรางพลังชุมชน

__________________________________________________________________________________________

14 กิจกรรมกลุมสัมพันธตอน “โครงรางมนุษย”
วัตถุประสงค
1. เพื่อทบทวนการเรียนรูท ี่ผานมา
2. เพื่อใหสามารถวิเคราะหถึงการนําผลการเรียนรูไปสูการพัฒนา
วิธีการจัดกิจกรรม
1. ใหสมาชิกแตละกลุมนั่งเปนวงกลมกับพื้น ลอมรอบกระดาษปรูฟ(ใช
สอง
แผนตอกันตามแนวยาว)
2. วิทยากรขออาสาสมัครกลุมละ 1 คน ใหนอนบนกระดาษกลางวง
สมาชิกอื่นชวยกันใชปากกาเคมีวาดตามโครงรางของอาสา
3. วิทยากรตั้งคําถาม
ใหชว ยกันเขียนสาระที่ไดเรียนรูจ ากวันกอนๆ
รอบๆ นอกโครงราง
4. วิทยากรตั้งคําถาม
ใหกลุมรวมกันพิจารณาวิเคราะหวาสาระใดจะ
นําไปสูการพัฒนาคนในชุมชนดานใดบาง แลวเขียนลงภายในโครง
ราง
5. แตละกลุมนําเสนอแนวคิดของกลุมใหสมาชิกกลุมใหญฟง
ประเด็นสนทนา
การนําสาระการเรียนรูไปสูการพัฒนาบุคคลในชุมชน
-----------------15 กิจกรรมกลุมสัมพันธตอน “ทวงทาสามชา”
วัตถุประสงค
1. เพื่อฝกการเชื่อมรอยแนวคิดของภาคีเพือ่ นําไปสูการปฏิบัติ
2. เพื่อใหกลาแสดงออกอยางสรางสรรค
วิธีการจัดกิจกรรม
1. ใหสมาชิกกลุมทุกคนคิดทามือ ประกอบชื่อของตน แลวแสดงให
เพื่อน
สมาชิกในกลุมชม
2. ใหสมาชิกในกลุมเชื่อมตอทามือของแตละคนเขาดวยกัน โดยใหทุก
คนสามารถทําทามือของทุกคนได แลวนําเสนอทีละกลุม
3. ในรอบที่สอง ใหกลุมนําเสนอในจังหวะสามชา (ควรใหเวลาฝกซอม
พอสมควร)
ประเด็นสนทนา
1. การยอมรับในความคิดเห็นของผูอื่น
2. การนําความหลากหลายไปสูก
 ารทํางานที่มคี วามสุข

17

การอบรมเชิงปฏิบตั ิการสุนทรียปรัศนี
พัฒนาศักยภาพเจาหนาที่สาธารณสุขและผูนําธรรมชาติ

ณ สะเมิงรีสอรต เชียงใหม
โดยสถาบันเสริมสรางพลังชุมชน

__________________________________________________________________________________________

-------------------------16 กิจกรรมกลุมสัมพันธตอน ขวา – ขวา – ขวา ซาย ขวา
วัตถุประสงค
1. เพื่อฝกมานําสมาธิมาใชในการปฏิบัติงาน
2. เพื่อฝกการจัดลําดับภาระงาน
วิธีการจัดกิจกรรม
1. สมาชิกนั่งเปนวงกลมใหญวงเดียว ใหสมาชิกแตละคนเลือกสิ่งของใด
ก็ได 1 ชิ้น วางบนตักตนเอง
2. ใหสมาชิกพูดพรอมกัน “แท็บ – แท็บ – แท็บ ทะระแล็บ แท็บแท็บ”
3. แท็บจังหวะที่หนึ่ง และจังหวะที่สอง ใหแตละคนสงสิ่งของบนหนา
ตักตนเองไปวางบนหนาตักคนที่นั่งดานขวา
3. แท็บ ทะระแล็บ แท็บแท็บ ใหสงไปทางขวาแลวกลับมาหนาตัก
ตนเอง และสงตออีกรอบจังวาง
4. การสงตอใหเรงจังหวะใหเร็วขึ้นไปเรื่อยๆ
ประเด็นสนทนา
1. เปรียบเทียบกับการทํางานตามปกติ
2. การใชสมาธิกับงาน

หมายเหตุ

กิจกรรมกลุมสัมพันธทั้งหมดอาจมีการปรับเปลี่ยนไดตามความเหมาะสม

ระยะเวลา 4 วัน วันที่ 29 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2522
ผูดําเนินการ คณะวิทยากร จากสถาบันเสริมสรางพลังชุมชน
a.
b.
c.
d.

ทันตแพทยอุทยั วรรณ กาญจนกามล
อาจารยบดินทร
จันวัน
ทันตแพทยสมนึก ชาญดวยกิจ
คุณรุงรัศมี
ศรีวงศพันธ

18

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful