วิธีการรุกและการรับ

ศิลปะมวยไทยนั้นมีองค์ประกอบด้านทักษะที่ละเอียดอ่อนมากมาย ทาให้การฝึกฝน
ทักษะต้องอาศัยเวลาและความตั้งใจสูงเป็นอย่างมาก ถึงจะเรียนรู้ได้อย่างลึกซึ้ง และยิ่งไปกว่านั้นซึ่ง
เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า มวยไทยคือศิลปะการต่อสู้ชนิดหนึ่ง ดังนั้นการเรียนรู้ศิลปะมวยไทยที่
แท้จริง ผู้เรียนจึงควรต้องศึกษาการนาทักษะไปใช้ในสถานการณ์การต่อสู้ด้วย การต่อสู้ในศิลปะมวย
ไทยนั้นเป็นการต่อสู้กันของบุคคลสองฝ่ายบนพื้นฐานแห่งความยุติธรรมตามกฎกติกา ฝ่ายที่เป็นผู้ใช้
อาวุธก่อนเรียกว่า “ฝ่ายรุก” ส่วนอีกฝ่ายที่ป้องกันอาวุธของฝ่ายรุกขณะนั้นเรียกว่า “ฝ่ายรับ ” ดังนั้นใน
การต่อสู้บนเวทีของนักมวยไทยจึงประกอบไปด้วยฝ่ายรุกและฝ่ายรับซึ่งแต่ละฝ่ายต่างก็ระดมทักษะ
อันเป็นศิลปะมวยไทยเข้าใส่กัน การรู้จักกระทาและป้องกันการกระทาจึงต้องถูกนามาใช้ หาก
นักมวยไม่รู้จักป้องกัน ก็จะถูกอาวุธของคู่ต่อสู้เพียงฝ่ายเดียว ยิ่งอาวุธนั้นถูกกระทาอย่างรุนแรงจึงย่อม
เกิดอันตรายได้ง่าย การเรียนรู้ศิลปะมวยไทยอย่างแท้จริงจึงต้องเรียนรู้ทั้งวิธีการรุกและการรับ ซึ่ง
นิยมเรียกกันว่า “กลยุทธ์” แบ่งแยกออกตามทักษะต่างๆ ได้ดังนี้

กลยุทธ์การป้องกันหมัด
การออกหมัดหรือชกคู่ต่อสู้สามารถกระทาได้ตลอดเวลา ดังนั้นกลยุทธ์การป้องกัน
หมัดจึงมีมากมาย กล่าวคือ
แบบที่ 1
ฝ่ายรุก ชกหมัดขวาตรงเข้าใบหน้าคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซ้ายทแยงออกไปทางซ้าย หรือที่เรียกว่าก้าวออก
หรือปิดหมัดฝ่ายรุกให้พ้นพร้อมกับชกหมัดซ้ายเข้าหาฝ่ายรุกทันที

“วงนอก” ใช้แขนขวาบัง

2

3

หมายเหตุ หากฝ่ายรุกซกหมัดซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม
แบบที่ 2
ฝ่ายรุก ชกหมัดขวาตรงเข้าใบหน้าคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าขวาทแยงเข้าวงใน ใช้แขนซ้ายบังหรือปัดหมัดฝ่ายรุกให้พ้น ต่อจากนั้นใช้
หมัดขวาชกเข้าใบหน้า ลิ้นปี่หรือชายโครง ของฝ่ายรุกทันที

4

หมายเหตุ หากฝ่ายรุกชกหมัดซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม

5

แบบที่ 3
ฝ่ายรุก ชกหมัดขวาตรงเข้าใบหน้าคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซ้ายทแยงออกไปทางซ้าย หรือที่เรียกว่าก้าวออก “วงนอก” ใช้แขนขวาบัง
หรือปิดหมัดฝ่ายรุกให้พ้น พร้อมกับเหวี่ยงหมัดซ้ายโค้งเข้าหาฝ่ายรุกทันที
หมายเหตุ หากฝ่ายรุกชกหมัดซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม

แบบที่ 4
ฝ่ายรุก ชกหมัดขวาตรงเข้าใบหน้าคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ย่อเข่า ก้มหัวลงหลบหมัดยกแขนซ้ายขึ้นบังหรือปิดหมัดฝ่ายรุก แล้วใช้หมัดขวาเสย
เข้าปลายคาง สิ้นปี่ หรือชายโครงฝ่ายรุกทันที

6

หมายเหตุ หากฝ่ายรุกชกหมัดซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม

7

แบบที่ 5
ฝ่ายรุก ชกหมัดขวาตรงเข้าใบหน้าคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้าเข้าสู่วงใน ยกแขนซ้ายขึ้นบังแล้วปัดหมัดของฝ่ายรุกขึ้น
ต่อจากนั้นใช้หมัดขวาชกเข้าปลายคาง ลิ้นปี่ หรือชายโครงฝ่ายรุกทันที
หมายเหตุ หากฝ่ายรุกชกหมัดซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม
แบบที่ 6
ฝ่ายรุก ชกหมัดขวาตรงเข้าใบหน้าคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ยกแขนทัง้ สอนข้างขึ้นป้องหน้า พร้อมกับยกเท้าขวาขึ้นถีบลิ้นปี่หรือยอดอกของฝ่าย
รุกทันที

หมายเหตุ หากฝ่ายรุกชกหมัดซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม
แบบที่ 7
ฝ่ายรุก ชกหมัดขวาตรงเข้าใบหน้าคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซ้ายทแยงออกวงนอก หลบหมัดขวาของฝ่ายรุก พร้อมกับยกเท้าขวาเตะเข้าที่
ชายโครงซ้ายของฝ่ายรุกทันที

8

หมายเหตุ หากฝ่ายรุกชกหมัดซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม

แบบที่ 8
ฝ่ายรุก ชกหมัดขวาตรงเข้าใบหน้าคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้าเข้าสู่วงใน ใช้แขนซ้ายปัดแล้วกดแขนขวาของฝ่ายรุกให้
ต่าลง ชกหมัดขวาเข้าปลายคาง ลิ้นปี่ หรือชายโครงของฝ่ายรุกทันที

หมายเหตุ หากฝ่ายรุกชกหมัดซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม

9

แบบที่ 9
ฝ่ายรุก ชกหมัดขวาตรงเข้าใบหน้าคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซ้ายทแยงออกวงนอก ใช้มือซ้ายตะปบที่ข้อศอก มือขวาตะปบที่หัวไหล่
พร้อม ๆ กัน แล้วโยนเข่าขวาหรือเตะสวนเข้าชายโครงซ้ายของฝ่ายรุกทันที

หมายเหตุ หากฝ่ายรุกชกหมัดซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม
แบบที่ 10
ฝ่ายรุก ชกหมัดขวาตรงเข้าใบหน้าคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ใช้แขนซ้ายปัดหมัดฝ่ายรุกให้เบนออกพร้อมกับสืบเท้าเข้าวงใน แล้วชก
หมัดอัปเปอร์คัตขวาเข้าลิ้นปี่ หรือปลายคางฝ่ายรุกทันที
หมายเหตุ หากฝ่ายรุกชกหมัดซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม
แบบที่ 11
ฝ่ายรุก ชกหมัดขวาตรงเข้าใบหน้าคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ เบี่ยงตัวไปทางซ้ายเล็กน้อยเพื่อหลบหมัด ใช้สันหมัดปัดหมัดฝ่ายรุกพร้อมกับก้าว
เท้าซ้ายถลันเข้าประชิดตัว ส่งหมัดแย็บซ้ายตามด้วยหมัดขวาตรงหรืออัปเปอร์คัตขวาปลายคาง หรือ
ลิ้นปี่ของฝ่ายรุกทันที

10

หมายเหตุ หากฝ่ายรุกชกหมัดซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม
แบบที่ 12
ฝ่ายรุก ชกหมัดขวาตรงเข้าใบหน้าคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซ้ายเข้าประชิดตัว ใช้แขนซ้ายปัดหมัดของฝ่ายรุกให้เบนออกแล้วกระแทก
ศอกขวาเข้าที่หัวไหล่ หรือต้นแขนขวาฝ่ายรุกทันที

หมายเหตุ หากฝ่ายรุกชกหมัดซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม

11

แบบที่ 13
ฝ่ายรุก ชกหมัดขวาตรงเข้าใบหน้าคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซ้ายเข้าประชิดตัว ใช้แขนซ้ายปัดหมัดของฝ่ายรุกให้เบนออก แล้วกระแทก
ศอกขวาเสยเข้าปลายคาง ยอดอก หรือชายโครงของฝ่ายรุกทันที

หมายเหตุ หากฝ่ายรุกชกหมัดซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม
แบบที่ 14
ฝ่ายรุก ชกหมัดขวาตรงเข้าใบหน้าคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าขวาสืบเข้าวงใน ใช้แขนซ้ายปัดหมัดฝ่ายรุกให้พ้น แล้วงัดศอกขวาเข้าที่
ปลายคางหรือตีศอกขาเข้าที่ใบหน้าฝ่ายรุกทันที

หมายเหตุ หากฝ่ายรุกชกหมัดซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม

12

แบบที่ 15
ฝ่ายรุก ชกหมัดขวาตรงเข้าใบหน้าคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซ้ายสืบเข้าหา แล้วใช้หมัดซ้ายปัดหมัดขวาของฝ่ายรุกให้เบนออกไปพร้อม
กับก้าวเท้าขาวเข้าหา และตั้งศอกพุ่งเข้ากระแทกแสกหน้า หรือปลายคางของฝ่ายรุกทันที
หมายเหตุ หากฝ่ายรุกชกหมัดซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม
แบบที่ 16
ฝ่ายรุก ชกหมัดขวาตรงเข้าใบหน้าคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ สืบเท้าขวาเข้าหาฝ่ายรุก เบี่ยงศีรษะหลบหมัดฝ่ายรุก พร้อมทั้งปล่อยหมัดซ้ายกึ่ง
หมัดฮุคกึ่งหมัดอัปเปอร์คัต เพื่อปัดหมัดขวาของฝ่ายรุกให้ผ่านศีรษะไป ต่อจากนั้นชกหมัดขวาหรือ
ศอกขวาเข้าใบหน้าและลิ้นปี่หรือชายโครงฝ่ายรุก หรืออาจใช้การเตะและเข่าก็ได้
หมายเหตุ หากฝ่ายรุกชกหมัดซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม
แบบที่ 17
ฝ่ายรุก ชกหมัดขวาตรงเข้าใบหน้าคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซ้ายเฉียงเข้าวงใน ใช้มือซ้ายกดหมัดฝ่ายรุก แล้วบิดไหล่ขาว หมุนตัว ตีศอก
ขวาเข้ากระแทกใบหน้าฝ่ายรุกทันที
หมายเหตุ หากฝ่ายรุกชกหมัดซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม
แบบที่ 18
ฝ่ายรุก ชกหมัดขวาตรงเข้าใบหน้าคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ใช้หมัดซ้ายปัดหมัดขวาของฝ่ายรุก พร้อมกับยกเท้าขวาขึ้นถีบใบหน้าหรือเตะก้าน
คอฝ่ายรุกทันที
หมายเหตุ หากฝ่ายรุกชกหมัดซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม
แบบที่ 19
ฝ่ายรุก ชกหมัดขวาตรงเข้าใบหน้าคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซ้ายทแยงจากวงในออกไปยังวงนอก แล้วตีศอกขวาเข้าใบหน้าหรือปลาย
คาง ตามด้วยเตะหรือเข่าขวาเข้าชายโครงฝ่ายรุกทันที
หมายเหตุ หากฝ่ายรุกชกหมัดซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม
แบบที่ 20
ฝ่ายรุก ชกหมัดขวาตรงเข้าใบหน้าคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าขวาสืบเข้าหาฝ่ายรุกเบี่ยงศีรษะไปทางซ้ายเพื่อหลบหมัด ปล่อยหมัดขวาเข้า
ปลายคางฝ่ายรุกทันที
หมายเหตุ หากฝ่ายรุกชกหมัดซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม
แบบที่ 21
ฝ่ายรุก ชกหมัดขวาตรงเข้าใบหน้าคู่ต่อสู้

13

ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซ้ายทแยงออกวงนอกพร้อมใช้แขนซ้ายตบหมัดขวาของฝ่ายรุก แล้วทะยาน
เข้าประชิดตัว พุ่งเข่าเข้าลิ้นปี่ หรือชายโครงด้านขวาของฝ่ายรุกทุนที
หมายเหตุ หากฝ่ายรุกชกหมัดซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม
แบบที่ 22
ฝ่ายรุก ชกหมัดขวาตรงเข้าใบหน้าคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซ้ายทแยงเข้าวงในใช้เท้าซ้ายเป็นหลัก ยกเท้าขวาขึ้น บิดไหล่ขวาหันหลัง
กลับเตะแบบจระเข้ฟาดหางให้สันเท้ากระแทกบริเวณชายโครง ยอดอก หน้าท้อง หรือปลายคาง
หมายเหตุ หากฝ่ายรุกชกหมัดซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม

กลยุทธ์การป้องกันเท้า
การใช้เท้าของคู่ต่อสู้เป็นการออกอาวุธยาวในระยะห่างตัว กลยุทธ์การป้องกันเท้าจึง
มีวิธีการที่แตกต่างออกไป กล่าวคือ
1. ป้องกันการถีบ
แบบที่ 1
ฝ่ายรุก ถีบด้วยเท้าซ้ายหรือขวา เข้าบริเวณอกหรือท้องคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ใช้แขนปัดขาฝ่ายรุกออกด้านข้าง และใช้การเบี่ยงตัวช่วย แล้วตอบโต้ด้วยหมัด เข่า
หรือเตะ

14

แบบที่ 2
ฝ่ายรุก ถีบด้วยเท้าซ้ายหรือขวา เข้าบริเวณอกยอดหรือท้องคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ใช้มือทั้งสองข้างจับขาฝ่ายรุกยกขึ้นแล้วผลักทุ่มให้เสียหลักหงายหลังหรือล้มลง

15

แบบที่ 3
ฝ่ายรุก ถีบด้วยเท้าซ้ายหรือขวา เข้าบริเวณยอดอกหรือท้องคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ถ่ายน้าหนักตัวแล้วก้าวเท้าออกวงนอก ใช้แขนขวากันและแขนซ้ายรับเท้าที่ฝ่ายรุก
เตะมาหนีบไว้ พร้อมโต้ตอบด้วยการชกเข้าที่ศีรษะ หรือใช้การเตะตัดขาบริเวณเข่าหรือข้อพับ

16

2. ป้องกันการเตะ
แบบที่ 4
ฝ่ายรุก เตะขวาสูงเข้าใส่คู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าขวาเข้าวงใน หันไหล่ขวาเข้าหาฝ่ายรุก ยกศอกทั้งสองข้างขึ้น เกร็งไหล่ให้
หน้าแข้งหรือต้นขาขาวที่เตะมาสัมผัสกับศอกทั้งสองนั้น

17

หมายเหตุ
หากฝ่ายรุกเตะซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม
แบบที่ 5
ฝ่ายรุก เตะขวาสูงเข้าใส่คู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าขวาเข้าวงใน หันไหล่ขวาเข้าหาฝ่ายรุก ใช้มือซ้ายตะปบปลายเท้า มือขวา
ตะปบบริเวณข้อพับหรือส้นเท้าที่ฝ่ายรุกเตะมา แล้วพลิกขานั้นบิดออกพร้อมทั้งยกเข่าขวากระแทก
น่อง ข้อพับ หรือต้นขาด้านหลังของฝ่ายรุกทันที

หมายเหตุ

หากฝ่ายรุกเตะซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม

18

แบบที่ 6
ฝ่ายรุก เตะขวาเข้าบริเวณชายโครงคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าขวาเข้าวงใน หันไหล่ขวาเข้าหาฝ่ายรุก ใช้ศอกซ้ายหนีบปลายขาฝ่ายรุกไว้
แล้วยกให้สูงเพื่อให้เสียหลัก แล้วกระแทกศอกขวาลงบริเวณต้นขาฝ่ายรุกทันที

หมายเหตุ

หากฝ่ายรุกเตะซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม

แบบที่ 7
ฝ่ายรุก เตะขวาสูงเข้าบริเวณชายโครงคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าขวาเฉียงออกวงในเล็กน้อย แล้วชิงใช้เท้าซ้ายถีบยันเข้าบริเวณหัวเข่าข้างที่
เตะของฝ่ายรุกทันที ทั้งนี้ฝ่ายรับต้องยกแขนซ้ายมั่น เพื่อป้องกันเท้าที่เตะพลาดมา

19

หมายเหตุ

หากฝ่ายรุกเตะซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม

แบบที่ 8
ฝ่ายรุก เตะขวาเข้าบริเวณก้านคอคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ยกแขนซ้ายขึ้นรับเท้าของฝ่ายรุก พร้อมทั้งสืบเท้าขวา ยกขาขวาขึ้นถีบไปยังบริเวณ
หัวเข่าซ้ายด้านในของฝ่ายรุกทันที

20

หมายเหตุ

หากฝ่ายรุกเตะซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม

แบบที่ 9
ฝ่ายรุก เตะขวาเข้าบริเวณก้านคอคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าขวาเข้าสู่วงใน หันไหล่ขวาเข้าหาฝ่ายรุก ยกแขนซ้ายป้องกันการเตะ พลิก
ไหล่ หันหลัง แล้วชักศอกซ้ายกลับเข้าใบหน้าฝ่ายรุกทันที

21

22

หมายเหตุ

หากฝ่ายรุกเตะซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม

แบบที่ 10
ฝ่ายรุก เตะขวาสูงเข้าใส่คู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ย่อตัวต่าลงหลบการเตะของฝ่ายรุก พร้อมกับยกเท้าซ้ายถีบเข้าบริเวณหัวเข่าของขาที่
ฝ่ายรุกใช้ยืนทันที

หมายเหตุ

หากฝ่ายรุกเตะซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม

23

แบบที่ 11
ฝ่ายรุก เตะขวาเข้าชายโครงคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าขวาทแยงออกวงใน เพื่อให้พ้นรัศมีของการเตะ ต่อจากนั้นถ่ายน้าหนักตัว
กลับมาที่ขาซ้าย ใช้แขนซ้ายรัดขาข้างที่ฝ่ายรุกเตะมาทันที โถมน้าหนักตัวเข้าใกล้ ใช้หมัดขวาชกเข้า
ใบหน้าฝ่ายรุก
หมายเหตุ
หากฝ่ายรุกเตะซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม
แบบที่ 12
ฝ่ายรุก เตะขวาเข้าบริเวณชายโครงคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าขวาทแยงเข้าวงใน หันไหล่ขวาให้ฝ่ายรุก ใช้แขนทั้งสองรับแรงปะทะจาก
ขาที่ฝ่ายรุกเตะมา พร้อมกับยกเท้าขวาถีบด้วยส้นเท้าเข้าที่ลิ้นปี่ หรือปลายคางฝ่ายรุกทันที

หมายเหตุ

หากฝ่ายรุกเตะซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม

แบบที่ 13
ฝ่ายรุก เตะขวาบริเวณชายโครงคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ยกเข่าซ้ายขึ้นรับ ให้บริเวณเข่ากระแทกหน้าแข้งฝ่ายรุก พร้อมกับเตะขวาโต้ตอบ
ทันทีที่วางเท้าซ้ายลง

24

หมายเหตุ หากฝ่ายรุกเตะซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม
แบบที่ 14
ฝ่ายรุก เข้าโจมตีด้วยอาวุธชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่ผิดพลาด จึงพลิกกายกลับจู่โจมด้วย “จระเข้
ฟาดหาง”
ฝ่ายรับ ใช้การสังเกตและสัญชาตญาณระวังภัย เมื่อเห็นฝ่ายรุกพลิกกายหันหลังกลับ ย่อม
ต้องรู้ดีว่าฝ่ายรุกต้องใช้จระเข้ฟาดหางแน่นอน เมื่อฝ่ายรุกเตะด้วยจระเข้ฟาดหาง ฝ่ายรับเอนตัวไปข้าง
หลัง เพื่อหลบการเตะ เมื่อเท้าของฝ่ายรุกผ่านหน้าไปแล้วให้สืบเท้าเข้าหา และเตะสูงตามเข้าก้านคอ
ฝ่ายรุกทันที

25

หมายเหตุ

หากฝ่ายรุกเตะซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม

แบบที่ 15
ฝ่ายรุก โจมตีด้วยการเตะ “จระเข้ฟาดหาง”
ฝ่ายรับ ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นป้องกันการแตะ แล้วเตะซ้ายสูงเข้าก้านคอฝ่ายรุกทันที

26

หมายเหตุ

หากฝ่ายรุกเตะซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม

กลยุทธ์การป้องกันเข่า
เข่าเป็นอาวุธหนักที่นามาใช้ในระยะประชิดตัว การตีเข่านั้นสามารถกระทาได้ในทุก
ขณะ บางครั้งต้องมีการกอดปล้าโน้มคอก่อน แต่บางครั้งก็สามารถโยนเข่าใส่ได้ทันที ดังนั้นการ
ป้องกันเข่าจึงเป็นทักษะขั้นสูงที่ควรฝึกหัดฝึกฝนจนชานาญ เพราะหากเพลี่ยงพล้าถูกเข่าคู่ต่อสู้ จะทา
ให้ความแข็งแกร่งลดลงทันที เป็นจุดอ่อนที่คู่ต่อสู้จะซ้าเติมจนพ่ายแพ้ในที่สุด กลยุทธ์การป้องกันเข่า
มีหลายวิธีดังนี้
แบบที่ 1
ฝ่ายรุก เข้ากอดรัดและโน้มคอคู่ต่อสู้ เพื่อจะตีเข่า
ฝ่ายรับ ในขณะที่ฝ่ายรุกกาลังง้างเข่าเพื่อจะตี ฝ่ายรับรีบชิงตีเข่าเสียก่อน โดยใช้เข่าเล็กน้อย
ที่ตีโดยไม่ต้องง้าง เป็นการทาลายจังหวะฝ่ายรุกไปในตัว

27

แบบที่ 2
ฝ่ายรุก โน้มคอคู่ต่อสู้มาตีเข่า
ฝ่ายรับ พลิกลาตัวส่วนหนาเข้ารับเข่า แต่ก่อนที่ฝ่ายรุกกระตุกเข่าเข้าหา ให้ยกขาข้างที่อยู่
ใกล้ตัวฝ่ายรุกขึ้น พับเข่าดันเข้าหาโคนขาข้างที่จะใช้ตีเข่าของฝ่ายรุก เป็นการกันมิให้ฝ่ายรุกตีเข่าได้
หรือตีได้ก็ขาดความรุนแรง

28

แบบที่ 3
ฝ่ายรุก เข้ากอดรัดและพยายามโน้มคอคู่ต่อสู้เพื่อจะตีเข่า
ฝ่ายรับ ใช้แขนทั้งสองข้างรัดใต้แขนฝ่ายรุกให้แน่น ฝ่ายรุกจะไม่มีแรงที่จะโน้มคอลงมาตี
เข่าได้เลย

แบบที่ 4
ฝ่ายรุก กระโดดเข่าลอยเข้าใส่คู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ พลิกตัวหลบฉากออกวงนอก เมื่อฝ่ายรุกพลาด ฝ่ายรับสืบเท้าเข้าเตะทันที

29

แบบที่ 5
ฝ่ายรุก กระโดดเข่าลอยเข้าใส่คู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ เบี่ยงตัวหลบออกข้าง แล้วถีบเข้าบริเวณลาตัวเพื่อให้เสียหลัก

แบบที่ 6
ฝ่ายรุก โยนเข่าขวาเข้าบริเวณหน้าอกคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าขวาออกวงนอก ใช้แขนซ้ายสอดเข้ารัดใต้เข่าฝ่ายรุกให้แน่น แล้วชกด้วย
หมัดขวาเข้าใบหน้าหรือปลายคางฝ่ายรุกทันที

30

หมายเหตุ หากฝ่ายรุกโยนเข่าซ้ายให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม
แบบที่ 7
ฝ่ายรุก โยนเข่าขวาเข้าหน้าท้องคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าทแยงเข้าวงในเกร็งแขนซ้าย ปัดเข่าที่โยนมานั้น ตามด้วยการฟันศอกขวาเข้า
ใบหน้าฝ่ายรุกทันที

หมายเหตุ หากฝ่ายรุกโยนเข่าซ้ายให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม

กลยุทธ์การป้องกันศอก
ศอกจัดเป็นอาวุธร้ายแรง เป็นอาวุธที่ใช้ในระยะประชิดตัว ซึ่งส่งผลให้ผู้ถูกอาวุธ
เกิดบาดเจ็บหรือแตกเป็นแผลได้ทันตา การรู้จักป้องกันศอกจึงเป็นสิ่งที่ผู้เรียนรู้ศิลปะมวยไทยควร
นามาใช้ปฏิบัติฝึกฝนจนชานาญ กลยุทธ์การป้องกันศอกมีหลายวิธีดังนี้
แบบที่ 1
ฝ่ายรุก จู่โจมเข้าหาจนมีโอกาสใช้ศอก
ฝ่ายรับ เมื่อถูกจู่โจมเพลี่ยงพล้า และเห็นว่าฝ่ายรุกกาลังจะตีศอก ให้งอแขนทั้งสองขึ้นปิด
ใบหน้าและกกหู

31

แบบที่ 2
ฝ่ายรุก จู่โจมเข้าหาคู่ต่อสู้และพยายามตีศอก
ฝ่ายรับ เมื่อถูกจู่โจมเพลี่ยงพล้า และเห็นว่าฝ่ายรุกกาลังจะตีศอก ให้เข้าประชิดตัวฝ่ายรุก
มากที่สุดด้วยการเข้ากอดรัด และแนบศีรษะชิดศีรษะฝ่ายรุก

32

แบบที่ 3
ฝ่ายรุก กระแทกศอกลงมาบริเวณศีรษะ หรือแสกหน้าคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ยกแขนข้างหนึ่งขึ้นรับแรงกระแทก พร้อมกับย่อเข่าลงชกหมัดอัปเปอร์คัตขึ้น
บริเวณปลายคางฝ่ายรุก

แบบที่ 4
ฝ่ายรุก งัดศอกขวาเข้าใส่คู่ต่อสู้บริเวณใบหน้า
ฝ่ายรับ ยกศอกซ้ายขึ้นกันก่อนที่ศอกของฝ่ายรุกจะถึงใบหน้า พร้อมทั้งบิดไหล่ขวาเข้าหา
แล้วตีด้วยศอกขวาเข้าหน้าฝ่ายรุกเช่นกัน

33

หมายเหตุ หากฝ่ายรุกตีศอกซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม
แบบที่ 5
ฝ่ายรุก ตีศอกขวาลงบริเวณใบหน้าคู่ต่อสู้
ฝ่ายรับ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นรับการตีลงมาของศอกฝ่ายรุก โดยให้มือซ้ายอยู่บนและมือขวา
อยู่ล่าง ในจังหวะเดียวกันบิดไหล่ตีศอกซ้ายเข้าใบหน้าหรือปลายคางฝ่ายรุกทันที
หมายเหตุ หากฝ่ายรุกตีศอกซ้าย ให้ฝ่ายรับปฏิบัติตรงกันข้าม
กลยุทธ์การป้องกันอาวุธต่าง ๆ ในศิลปะมวยไทยที่กล่าวมา นอกเหนือจากการหมั่น
ศึกษาจนเข้าใจถ่องแท้และนาไปฝึกฝนจนชานิชานาญแล้ว การป้องกันอาวุธที่จะได้ผลดีที่สุดนั้นเกิด
จากสัญชาตญาณ สติปัญญา ปฏิภาณ ไหวพริบ ประสบการณ์ การตัดสินใจ และโดยเฉพาะการ
คาดการณ์ล่วงหน้าว่าคู่ต่อสู้จะงัดอาวุธชนิดใดออกมาใช้ในขณะนั้น การฝึกฝนตอนเริ่มแรกอาจพบ
ความผิดพลาดมากมาย ซึ่งประสบการณ์ในการฝึกฝนจะช่วยลดปัญหาเหล่านั้นได้ จวบจนกระทั่ง
ความชานาญถูกสั่งสม การนาไปใช้ย่อมคล่องแคล่วเกิดการพัฒนาการไปจนถึงขั้นสามารถพลิกแพลง
ดัดแปลงกลยุทธ์การป้องกันได้ด้วยความคิดของตนเอง ยกตัวอย่างการป้องกันการเตะด้วยการจับขา
ไถนา ซึ่งกาลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เป็นต้น

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful