หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี
ศิลปะ
ความเชื่อ
ภาษา
สมุนไพร
บทความ

ลาหูเปนชนเผาที่มีความเขมแข็ง และมีความหลากหลายทาง
ชาติพันธุ มีประชากรประมาณ 60,000 คนในประเทศไทย โดยจะมีพื้นเพ
อยูใน จ.เชียงใหม และเชียงราย แตก็สามารถพบไดในบริเวณตอนใตของ
จ.ตาก การอพยพมักเกี่ยวเนื่องกับถนนและเมือง เนื่องจาการยึดมั่นในการ
ทํานุบํารุงวีชีวิตของลาหู
ลาหูเปนชนเผาที่มีความหลากหลายในประเทศไทย มีไมนอยกวา
6 เผา ทางภาษาไมมีการเกี่ยวเนื่องสัมพันธกัน เผาลาหูที่ใหญที่สุดใน
ประเทศไทย คือลาหูแดง การนับถือผีโดยโตโบ ผูนําทางศาสนา และยังมี
จํานวนมากในลาหูดํา ลาหูเหลือง และลาหูเชเละ มีเปนจํานวนมากที่เปน
คริสเตียน ถึง 100 ปมาแลว ลาหูมีประชากรมากที่สุดในเอเชียตะวันออก
เฉียงใต และไดรับการพิจารณาเปนภาษาทองถิ่นที่เปนมาตรฐาน
ถึงแมวาจะยังชีพดวยการเปนชาวนา ปลูกขาว และขาวโพด เพื่อการบริโภคในครัวเรือน ลาหู ยังภูมิใจกับการเปน
นักลาสัตว เขาจะเครงครัดกับกฎระเบียบของความถูกและผิด ทุกๆ คนจะตอบคําถามในพื้นฐานเดียวกับคนรุนเกา
โดยที่ใหความสําคัญกับการเปนครอบครัวขยายนอยกวาเผาอื่นๆ ชาวลาหูยังเขมแข็งตอการยึดมั่นตอความเปนน้ํา
หนึ่งใจเดียวกัน และทํางานดวยกันเพื่อยังชีพ ลาหูอาจเปนกลุมคนที่มีความเทาเทียมทางดานเพศมากที่สุดในโลก

เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและขอมูลภายในเว็บไซตแหงนี้ หากทานประสงคจะนําไปเผยแพร สามารถกระทําไดโดยไมมีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี
ศิลปะ
ความเชื่อ
ภาษา
สมุนไพร
บทความ

บานจะแล ชาวเขาเผาลาหูลาบา อพยพจากธิเบต เดินทางผานพมาแลวเขามาสูประเทศไทย อาศัยอยูบริเวณ
ดอยตุง เมื่อป พ.ศ. 2513 อยูไดแค 2 ป ก็อพยพเคลื่อนยายมาตั้งถิ่นฐานบริเวณดอยบอ อ. เมือง จ. เชียงราย
โดยผูนําในการอพยพคือ นายจะแล จะนะ อพยพมาเปนจํานวน 13 หลังคาเรือน จึงเรียกชุมชนนี้วา
”ชุมชนจะแล” ปจจุบันมี 62 หลังคาเรือน ตั้งอยูบริเวณน้ําตกหวยแมซาย หมู 11 ตําบลแมยาว
อําเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

ชุมชนจะแล มีการทําไรเลื่อนลอย และการทํานาแบบขั้นบันได เปนชุมชน
ที่อยูในเสนทางการทองเที่ยวแบบเดินปา ซึ่งมีนักทองเที่ยวมาพักคางคืน หรือ
ทองเที่ยวแบบไป-กลับเปนจํานวนมากชวงระหวางป พ.ศ. 2529 -2540 เนื่อง
จาก เปนชุมชนที่มีการนับถือผี (พุทธ ในความหมายของคริสตจักร และชาวลา
หูเอง) และความเชื่อ แบบชาวเขาเผาลาหูแบบดั้งเดิม ยังคงมีวัฒนธรรม
ประเพณี ประกอบกับ สภาพปาอุดมสมบูรณ และสวยงาม นอกจากนั้นชุมชนยัง
มีการจัดการเกี่ยวกับการทองเที่ยว ตามศักยภาพของชุมชนอีกดวย ตอมากรม
ปาไมมีนโยบายใหยายชุมชนจากหัวตนน้ําตกหวยแมซาย ไปอยูหมูบานจะแล
ในปจจุบัน ซึ่งเปนพื้นที่ขององคการอุตสาหกรรมปาไม (อ.อ.ป.) เมื่อตนป พ.
ศ. 2542 โดยมาสมทบกับชาวเขาเผาลาหูที่อ ยูมากอนแลว
สาเหตุในการยายถิ่นฐานลงมาอยู
1. ทางราชการกําหนดวาอยูในเขตของแหลงทองเที่ยว
2. ชาวบานก็คิดวาอยูหางไกลจากความเจริญจึงยายลงมา เพื่ออยาง
พัฒนาในดานความรูตนเองมากกวาเดิม
3. ตองการใหเด็ก ๆ มีการศึกษา และไดเรียนหนังสือเหมือนคนอื่นที่อยูใน
ประเทศไทยู
4. สรุปวามีขอดีขอเสียที่ยายลงมาครั้งนี้
- ขอดี คือ เด็กไดเรียนหนังสือ
- การเดินทางสะดวกมากขึ้น
- ขอเสีย คือ ไมมีพื้นที่ทํามาหากิน
- ที่อยูอาศัยไมพอเพียง
ชุมชนมีความเขมแข็งในการอนุรักษ วัฒนธรรม ประเพณี ยึดถือความเชื่อ
แบบดั้งเดิม และมีการดํารงชีวิตแบบชาวเขาเผาลาหูลาบาจนถึงปจจุบันยังคง
รักษาวัฒนธรรม ประเพณี และจะสืบทอดกันไปเพื่อลูกหลานในอนาคตตอไป

พิพิธภัณฑชาวเขาชุมชนจะแล
และการจัดการทองเที่ยวชุมชนเปนทางออกหนึ่ง แทนที่ชุมชนจะเปนฝาย
ตั้งรับ รอใหกระแสวัฒนธรรมจากภายนอกเขามาทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลง
แตชุมชนขอเปนสวนหนึ่งในการกําหนดเสนทางวิถีชุมชน เพื่อดํารงความ
ภาคภูมิใจ และความเปนตัวตนของชนเผาตนเอง การสรางแหลงเรียนรูของคน
หนุมสาวชนเผาที่เปนผูถูกถายทอด และเปนผูสืบสานทางวัฒนธรรมประเพณีดี
งามไว ในขณะเดียวกันชุมชนขอมีสวนรวมในการกําหนดทิศทางของชุมชน ใน
การสรางโอกาสทางเศรษฐกิจ เพื่อใหคนหนุมสาวสามารถอยูในชุมชนอยางมี
อาชีพ และรายได พอที่จะพึ่งตัวเองบนฐานจารีตประเพณีที่จะสืบทอดกันตอ
ไป

สิ่งของ เครื่องใชที่แสดงถึงวีถีชนเผา ไดถูกเรี่ยไรกันภายในชุมชนเพื่อนํามาจัดแสดง ซุมดิน 4 หลัง เรือนไมไผ
2 เรือน สรางจากเรี่ยวแรงชาวบานชุมชนจะแลนานนับกวา 6 เดือน เพื่อเปนซุมแสดงประเพณี วัฒนธรรม และวีถี

ชีวิต หองฉายภาพวิดีโอสารคดีชนเผา รานคาชุมชน การรวมกลุมของคนในชุมชน และคนหนุมสาว เขามามี
บทบาทตอการจัดสภาพแวดลอมที่เอื้อตอการทองเที่ยวชุมชน การจัดการดานโฮมสเตย มัคคุเทศกทองถิ่น การจัด
กลุมการแสดงวัฒนธรรม และกลุมศิลปหัตถกรรม เพื่อรองรับผูมาเยี่ยมเยือนที่อยากเรียนรูสัมผัสกับวิถีชนเผา

หากทานใดอยากเขามาชมพิพิธภัณฑชาวเขาชุมชนบาน (จะแล) หมูท1
ี่ 1 ต.แมยาว อ.เมือง
จ.เชียงราย
รายละเอียดติดตอไดที่นี่
นางสาวปริสุทธา สุทธมงคล
อีเมล: dreamteam@hilltribetour.com หรือ mirrorartgroup@yahoo.com
web: www.hilltribetour.com, www.learnfromhilltribe.org
เบอรโทร 053 737412-3 หรือ 07 175 8668
ชมวีดีโอสารคดีหมูบานจะแลที่นี่
สง link ถึงเพื่อน

เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและขอมูลภายในเว็บไซตแหงนี้ หากทานประสงคจะนําไปเผยแพร สามารถกระทําไดโดยไมมีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี

หากมีโอกาสเยี่ยมเยียนสังคมลาหูนี้จะพบกับเอกลักษณเหลานี้ เปนเปรียบเสมือนของคูกัน เพื่อความมีสีสันและ
นาเชื่อถือ ทั้งยังเปนเอกลักษณที่ดีงามของลาหู ในหมูบานลาหูทุกหมูบานจะตองมีสิ่งเหลานี้

ศิลปะ
ความเชื่อ
ภาษา
สมุนไพร
บทความ

การแตงกาย
ชาวลาหูในแตกลุมมีเครื่องแตงกายที่เปนลักษณะเฉพาะตัวใน
ดานสีสัน และผาของลาหูใชผาสีดํา หรือผาสี
ฟาและสีแดง ซึ่งขึ้นอยูกับวาลาหูกลุมใด และตกแตงดวยผา
หลายสีเปนลวดลายสวยงาม รูป
แบบของเสื้อลาหูจึงแตกตางกันไปตามกลุม แตทุกกลุมจะนุงซิ่น
เชนเดีย วกัน รูปแบบของเสื้อผูหญิงจะเปน
เสื้อแขนยาวตัวสั้นแคเอว ตกแตงดวยผาหลากสีและเครื่องเงิน
สําหรับเสื้อผาของผูชายลาหู ทั้งเสื้อและ
กางเกงจะใชผาสีดําและใชผาสีตาง ๆ ลวดลายที่สวยงามเหมือน
ของผูหญิง
เครื่องประดับ
กําไรขอมือ สรอยคอผูหญิง กระดุมเสื้อผูหญิง ชุดเสื้อผา
เครื่องประดับตางๆเหลานี้ใชสําหรับในวันสําคัญ เชน ชวงปใหม
กินขาวใหม ในวันศีล หรือใชพิธีงานแตงงานเปนตน
เครื่องดนตรี
เครื่องดนตรีลาหู เชน กลอง ฉิ่งฆอง แคน ลาหูมีความ
ชํานาญในเรื่องพวกนี้มาก ใชในชวงเทศกาลปใหม หรือชวงมี
การเตนรําในหมูบาน และใชในวันศีล
อาถา คือ ใบไม
ใบไมช นิดนี้เปาเปนเสียงเพลงได หนุมสาวจะเลนในชวง
กอนเทศกาลฉลองปใหม หรือโอกาสอื่นๆ เสียง (อาถา) เปน
เพลงแสดงถึงความสนใจฝายตรงกันขาม
แหลกะชุย คือ ขลุย
ทําขึ้นไดอยางงายจากไมไผ จากใชเปาในชวงไปทําไร
หรือในชวงเดิมทางไปเที่ยวตามหมูบาน เชน ไปเที่ยวสาว ๆ
เตอ คือ ซึง
หนุม ๆ มักเลนในชวงอยูที่บาน หนุมจะดีดเปนเสียงเพลง
แลวสาว ๆ ไดยินเสียงเพลงไพเราะก็จะมาหาหนุม แลวสาวนั่ง
ฟงอยางลึกซึ่งจากเสียงเพลงของหนุม
หนอ คือ แคน
ใชเปาในชวงเตนรําภายในหอแหย หรือในการเตนรําฉลองป
ใหมกลางหมูบาน
บทเพลง
เพลงชาวลาหูมีหลายประเภท ประเภทแรกแสดงเพลงในหอแหย ประเภทที่สอง ไดแก เกี้ยวพาราสีระหวาง
หนุมสาวกอนที่จะกลาวถึงเพลงตาง ๆ นี้เพื่อความสุขสนุกสนาน
การละเลน
เปนการละเลนแบบทีมเพื่อหาความสามัคคี เด็ก ๆ จะเลนอยางสนุกสนานหลังจากเลิกเรียน
ภาษา
ชนเผาลาหูเปนกลุมที่มีภาษาพูดเทานั้น ไมมีภาษาเขียนเปนตัวอักษร ในการสื่อสารตาง ๆ นั้น สื่อสารทางการ
พูด และใชระบบความจําเทานั้น
สง link ถึงเพื่อน
เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและขอมูลภายในเว็บไซตแหงนี้ หากทานประสงคจะนําไปเผยแพร สามารถกระทําไดโดยไมมีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี
ศิลปะ
ความเชื่อ

วิถีของสังคมลาหูนี้ จากตองมีสิ่งศิกดิ์สิทธิ์อยูในหมูบาน สิ่งศิกดิ์สิทธิ์สําคัญตอในการดํารงชีวิต และความอยูรอด
ของชาว ลาหูอยางมาก ในเมื่อทําอะไรก็ตาม จะตองคนึงถึง สิ่งศิกดิ์สิทธิ์เหลานี้เปนตน ชาวลาหูความเชื่อวา สิ่งศิกดิ์
สิทธิ์เหลานี้ จะดูแลรักษาทุกสิ่งทุกอยางที่เรามี เมื่อเราทําไรทําสวนเชน มีสิ่งชั่วรายจะมาทํารายเรา ก็ทํารายไมได
เพราะวามีสิ่งศิกดิ์สิกธิ์คุมครองเราอยู

ภาษา
สมุนไพร
บทความ
หิ้งพระภูมิในหองนอน
ชาวลาหูเชื่อวา เปนหิ้งพระภูมิที่สิงสถิตผีเรือนอยูเปนผีดี
ปองกันผีรายเขามาในบาน จะดูแลสมาชิกในครัวเรือน

หอแหยหรือวัด เปนสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เปนที่เตนรําในวันศีล และเปนสถานที่ขอคําอวยพรจากเท
วราช ลาหูเรียกวา "หงื่อ ซา" เปนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของลาหู
รางน้ํา ในสมัยกอนตามหมูบานลาหูมัก จะมีรางน้ําไมไผเพียงรางเดียว ใชน้ําจากรางนี้ทั้งหมูบาน เขาถือวารางน้ํา
มากกวา หนึ่งรางมักจะเปนบอเกิดของ การทะเลาะวิวาทแยงน้ํากัน ดังนั้นในหมูบานลาหูในสมัยกอนจะมีรางน้ําแคราง
เดียว รางน้ํายังเปนสัญลักษณ ของความเปนน้ําหนึ่งใจเดียวของคนลาหูที่อาศัยอยูดวยกับมานาน ๆ แลว

แซกอหรือทรายกอ
ทําเพื่อสิ่งที่ลวงลับที่ทําไปแลวโดยไมรูตัว ในชวงทําไรทําสวนที่
ฆาสัตวโดยไมตั้งใจ หรือ ตั้งใจก็ตาม ลาหูเชื่อวาทําพิธีก รรมแซกอแลว
จะทําใหบาปสิ่งเหลานี้จะหายไปจะตัวเรา แลวอาชีพการทําไร ทําสวน
ผลผลิตจะไดดี และการดํารงชีวิตจะอยูอยางเย็นเปนสุข

ศาลา ชาวลาหูที่อยูในหมูบานเดียวกับนั้น ๆ จะตองรวมมือกันทําศาลา และแบงหนาที่กับสวนหนึ่งไปตันไมไผ อีก
สวนหนึ่งหาพื้นที่จะทําศาลา หลังจากทําศาลาเสร็จแลว พวกผูหญิงและเด็ก ๆ จะนําขาวสาร เอาไก หมู มาทําอาหาร
รวมกับ อาหารที่ลุกแลวจะตองไปถวายศาลากอ น และทิศทางตาง ๆ ที่ตั้งไว ทิศทางแรกเหนือ ทิศทางใต ทิศทาง
ตะวันออก ทิศทางตะวันตก ถวายทิศทางตาง ๆ นี้ เพื่อที่เปนทิศทางที่เปนทางไปหาของปา หรือเปนทิศทางที่เดิมไป
ทําธุระตาง ๆ ที่ทําสิ่งเหลานี้ ชาวลาหูมีความเชื่อวา ทุก สิ่งทุกอยาง มีเจาของเลยขอขมาเจาที่เจาทางกอนวา วันหนา
เรามาทําอะไรผิด ขออภัยโทษดวย อยางนี้เปนตน หลังจากทําพิธีกรรมตาง ๆ เสร็จรวมประทานอาหารแลว เก็บขาว
ของกลับบาน พิธีก รรมนี้ มีปละครั้งเดียว
สง link ถึงเพื่อน

เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและขอมูลภายในเว็บไซตแหงนี้ หากทานประสงคจะนําไปเผยแพร สามารถกระทําไดโดยไมมีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี

การเกิด

ศิลปะ

วิธีปฏิบัติเมื่อมีเด็กเกิดในบาน การคลอดลูกนั้นตองใช
ผาหรือเชือกผูกกับขื่อบานเพื่อใหแมเด็กจับ และ มีแรงใน
การออกลูก เมื่อเด็กเกิดมาตองตัดสายสะดือเด็ก ดวยไมไผ
หรือไมเหี้ย จะไมใชมีดตัดเพราะกลัวเด็ก จะเปนบาดทะยัก
จากนั้นก็ใชเชือกผูกสายสะดือเด็กเอาไวเพื่อไมใหเลือด
ไหลออกมา แลวพอเด็กจึงนํารกไปฝงไวใตบันได โดย
พยายามใหเรียบรอยที่สุดมิใหสัตวมาคุยและตองฆาไกให
แมเด็กกินโดยตองเปนไกดําเทานั้น เพราะเชื่อวาจะทําให
น้ํานมแมมีคุณคามากขึ้น เมื่อ ลูกกินจะทําใหลูกมีรางกาย
แข็งแรงขึ้น ในกรณีที่เด็กเกิดมาอยางปลอดภัยจะเอา ไป
ฝงไวที่ใตบันไดบาน แตถาเด็กเกิดมาแลวเสียชีวิตตองเอา
รกเด็กไปฝงในปา คนทําคลอดสวนใหญเปนผูเฒาผูแกที่
เปนผูหญิง และมีประสบการณในการทําคลอด ซึ่งตาม
ธรรมเนียมแลวพอแมเด็ก ตองใหเงินแกคนที่มาทําคลอด
ดวย 10 บาท ซึ่งในสมัยนั้นเงิน 10 บาทถือวาเยอะมาก

ความเชื่อ
ภาษา
สมุนไพร
บทความ

การตั้งชื่อ
การตั้งชื่อเด็กนั้น เชื่อกันวาถาพอแมตั้งชื่อใหโดยไมดูวัน เวลาที่เกิด หรือเด็กไมชอบชื่อนั้นเด็กจะรองไห พอ
แมเด็กตองให โตโบ มาทําพิธีตั้งชื่อให เปนการบอกใหเทวดารับรู และเทวดาก็จะตั้งชื่อใหมใหเด็ก ซึ่งการทําพิธี
เปลี่ยนชื่อนี้ตองทําในหอเหย มีเฉพาะโตโบ พอ แมเด็ก และเด็กเทานั้นในพิธี
สิ่งของที่ใชประกอบในการทําพิธี ไดแก ฝายทําเปนดอกไม เทียนไวจุดในพิธี และดายสําหรับผูกขอมือใหเด็ก
เมื่อโตโบสวดคาถาตาง ๆ เสร็จแลว พอแมเด็กตองกราบ และรดน้ําลางมือใหโตโบ เพื่อขอใหการทําพิธีนี้มีความ
ใสสะอาด บริสุทธิ์แบบน้ํา และมีการผูกขอมือใหเด็ก ถาหมูบานใดไมมีโตโบ ตองไปหาคนที่มีลูกเยอะ ๆ อาจจะ
เปนคนภายในหมูบาน หรือ คนหมูบานอื่นก็ไดใหตั้งชื่อลูก ให โดยพอแมเด็กตองฆาไก 1 ตัว ใหกับคนที่มาทําพิธี
ให เพื่อเปนการขอบคุณที่ตั้งชื่อใหเด็ก และเด็กก็สามารถเรียกผูที่มาตั้งชื่อใหวาพอแมได
ปจจุบันการตั้งชื่อจริง จะตั้งเปนภาษาไทย บางคนพอแมตั้งให บางคนหมอ พยาบาลตั้งให บางคนเจาหนาที่
เทศบาลตั้งให เมื่อไปแจงเด็กเกิด โดยดูจากตําราตั้งชื่อ สําหรับชื่อเลนก็ยังเปนภาษาลาหูอยู โดยพอแมเด็ก หรือ
ผูเฒาผูแกในหมูบานเปนคนตั้งให
ขอหามเมื่อมีการตั้งทอง คือ
1. หามแบกหญาคาเขียว เพราะเชื่อวาจะทําใหแทงลูก
2. หามไปอยูใตตนมะละกอ เพราะเชื่อวาจะทําใหแมไมสบายและจะสงผลใหลูกในทองไมสบายดวย
ปจจุบันเมื่อมีการตั้งทอง แมเด็กจะไปฝากทอ งที่อนามัย หรือโรงพยาบาล และการคลอดลูกก็จะเปนไปตามวิธีการ
ของแพทยแผนปจจุบัน
สง link ถึงเพื่อน
เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและขอมูลภายในเว็บไซตแหงนี้ หากทานประสงคจะนําไปเผยแพร สามารถกระทําไดโดยไมมีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี
ศิลปะ
ความเชื่อ
ภาษา

โกงกาง (หมาคึถอย)
ในสมัยกอนจะนิยมเลนกันมาก โดยเฉพาะชวงฤดูฝน เพราะสมัยกอนไมมี
รองเทาสวมใส เวลาฝนตกจะเดินไปไหนมา ไหนก็ไมคอยสะดวก เพราะลื่น และ
แฉะ จึงใชไมกงกางในการสัญจรไปมาหาสูกัน สะดวก รวดเร็ว และทําไดงาย

สมุนไพร
บทความ

รถไม 3 ลอ (รถแอแซะคือแวย เว)
เปนของเลนชนิดหนึ่งที่เด็ก ๆ ชอบเลนกัน เปนของเลนที่นิยมอันดับหนึ่ง มี
การแขงกันดวย รถ 3 ลอนี้ วิธีทําก็ไมยาก แคไปตัดทอนไมที่มีขนาดใหญพอ
สมควร 3 ลอ แลวก็เจาะรูตรงกลางขนาดพอสอดไม แลวไปตัดทอนไมเล็ก ๆ
มา แลวมาตีตอกันโดยใชตะปู ตองมั่นคง เพราะจะเกิดอันตรายไดงาย ถาลอ
หลุดหรือตะปูหลุด หรือแมกระทั่งไมหัก รถ 3 ลอจะมีความเร็วสูง ถาขี่ในพื้นที่
ที่เปยก โดยจะนําไมชนิดหนึ่งที่ลื่น ๆ มาตําใหละเอียด หรือเคี้ยวดวยปาก จาก
นั้นก็เอามาทาบริเวณลอ ก็จะทําใหรถวิ่งไดเร็วขึ้น รถ 3 ลอนอกจากใชเปนของ
เลนแลว ยังใชประโยชนไดอีกดวย เชน ขนฟน เปนตน

(แตปา)
เปนการละเลนอีกชนิดนึ่งที่เด็ก ๆ และหนุม ๆ ชอบเลนกันโดยวิธีการยิงเลน
กัน อุปกรณก็ทํามาจากไผไรกระบอกเล็ก ๆ ทําไมเนื้อแข็งสําหรับสอดขนาด
เล็กกวากระบอกไม และสั้นกวาประมาณ 5 ซม. เหลาใหกลม ๆ หัวเรียบ จาก
นั้นก็เอากระดาษชุบน้ําใหเปอย แลวนํามาจับมวนใหมีขนาดพอดีกับรูไม แลว
อัดใสอันแรกจะไมเกิดเสียงดัง แตพออันที่สองจะเกิดเสียงดัง กระดาษจะพุง
ออก และเกิดเสียงดัง อีกทั้งยังมีเมล็ดอีกชนิดหนึ่งที่นิยมใชกันมากเปนลูก
กลม ๆ จะทําการอัดใสในรูจากนั้นก็ยิงเลน ถายิงโดนที่เนื้อเปลา ๆ จะเจ็บและ
แดง แตถามีผาบางก็ไมคอยเจ็บ

ขลุย (แล กา ชุย)
เปนการละเลนอีกแบบหนึ่ง ซึ่งเปนเครื่องดนตรีชนเผาลาหูที่จะเปาขลุยเลน
ตอนไปไร เมื่อจะเปาเปนเสียงเพลง ของชนเผาเพื่อความเพลิดเพลินในการ
เดินทางไปไร ไมใหเครียดใหมีความสนุกสนานเพลิดเพลิน

ใบพัด (อืมฮอเลว)
ทํามาจากไมไผ สวนใหญทั้งเด็กชาย เด็ก หญิงก็เลนได สุดแลวแตเด็กคน
ไหนจะชอบเลน เวลาเลนเด็กก็จะถือ อืมฮอเลว ไวแลววิ่งไปวิ่งมาตามสายลม
เมื่อโดนลมก็จะทําใหใบพัดหมุนตามลมที่พัดเขามาสูที่ใบพัดเด็ก เพื่อความ
สนุกสนานตามภาษาเด็ก

กระโดดเชือก (อาจะเปาดะเว)
สวนใหญเด็กผูหญิงจะเลนกันมากในปจจุบันนี้ จะเลนใหเห็นอยูทางบนดอย
และบานนอกจะเปนการเลนเปนทีม หรือ หนึ่งตอหนึ่งก็สุดแลวแตจะชอบ เด็ก

หนุม ๆ สาว ๆ จะเลนในบางโอกาส หรือ บางครั้ง

สะบา (หมายี้สื่อตอดะเว)
เปนการละเลนที่จะเลนในชวงกินวอ สวนใหญเปนผูหญิงที่จะเลนมากที่สุด
จะแบงเปนกลุม หรือแบงฝายแลวก็เลน อุปกรณก็มี ลูกสะบา ในการเลนสะบา
ไมจํากัดจํานวนคนในการเลนสามารถเลนกันไดหลายคน แตทุกวันนี้เด็กมีเวลา
วางเด็กผูห ญิงก็จะเลนกันใหเห็นบอย ๆ

(แลปอย)
นี้อีกอยางที่เด็ก ๆ จะเลน แลปอย นี่จะทํามาจากไมไผ กระบอกไผเล็กพอดีกับมือเด็กที่เด็กถือได เวลาเลนเด็ก
จะทําเปนปน แลวจะเอากอนหินใสในรูกระบอบไมไผแลวยิงออกไปใหโดนฝายตรงขาม ไมแรงถึงกับเจ็บ สวนใหญ
เด็กผูชายเทานั้นที่จะชอบเลนของเลนชนิดนี้
(อาตะกะดะเว)
เปนการละเลนที่หนุม ๆ จะนิยมเลนกันเพราะหนุม ๆ อยากรูวาแรงใครจะเหนือกวาใคร และมักจะเลนอยางนี้เพื่อ
ลองแรงกันและกัน เปนการละเลนที่ทดสอบกําลังของแตละคน แตเด็กผูชายก็ดูจากพี่ ๆ ก็จะจําแลวเลนกันบอย ๆ
ครั้ง
สง link ถึงเพื่อน
เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและขอมูลภายในเว็บไซตแหงนี้ หากทานประสงคจะนําไปเผยแพร สามารถกระทําไดโดยไมมีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี
ศิลปะ
ความเชื่อ
ภาษา
สมุนไพร
บทความ

มีด (อะทอ)
มีดมีไวเพื่อตัดไม และจะนํามาทํากิจกรรมทั่วไปได ในสมัยกอนจะหา
เหล็กมาทําเปนนั้นยากมาก และถาพอคาไมผานมาก็คงไมมีเหล็ก พอคา
สมัยนั้นเปนพอคาไทย - จีน บาง ปหนึ่งก็หมุนเวียนกันมาไมกี่ครั้ง ตอป
และมาครั้งหนึ่ง ๆ จะนําอุปกรณใชในการทําการเกษตร และเกลือมาขาย
เปนเงินบาง บางอยางก็แลกของ ตอของ เชน เอาผามาแลกพริก เอาเกลือ
มาแลกกับพริก อยางนี้เปนตน แตมาปจจุบันหาซื้อเหล็ก หรือมีดไดทอง
ตลาดทั่วไป

ที่ใสมีด (อะทอพือ)
ที่ใสมีดที่ใสมีดนี้ทําดวยนําไมมาจักเปนตอกแลวมาสานรูปแบบสไต
รชาวลาหู มีมีดแลวไมมีที่ใสมีด ก็ยากสําหรับ ชาวลาหูเพราะวาในสมัยกอน
ตองถางไร ลาสัตว จําเปนตองมีดและที่ใสจะตอ งใชทุกวัน เมื่อกอนจะไป
ไหนมาไหน จําเปนตองมีมีดพกพากับตัว เปนอาวุธประจํากายและในบาน
เพื่อปองกันสิ่งเลวราย และคนรอบขาง

จอบ (จึ๊กวู)
จอบจะนํามาขุดชวงทําไร – นา หรือ ใชขุดหลุมสําหรับการกอสราง
ตางๆ

เสียม (เถาะเป)
เสียมจะนําไปขุดหนอ หรือสวนใหญแลวจะขุดปลูก เชน ขาวโพด –
ฟกทอง พืช ผัก เปนตน นอกจากนั้นก็ จะใชขุดหลุมใชในการสรางบานก็
ได

ขวาน (จิ๊จี)
แตไมใชขวานที่เห็นกันโดยทั่วไป มีดามยาวกวาขวานจะนํามาตัดตนไม
ใหญๆ โดยเฉพาะ

ธนู - หนาไม (คะ)
ตัวธนูทําดวยไม และ สายทําดวยกาบกลวย เชน จะนําเปลือกฉีกใหเปน
เสนๆ แลวตากแหงแลวมา สานเปนเชือกใสก ็เปนสายธนู

แกวไมไผ (วาแค)
แกวไมไผนั้นทํามาจากไมไผ ทําไมชาวเขาจึงใชแตแกวไมไผเพราะวา
ในสมัยกอนนั้นไมมีแกวอยางปจจุบัน และอีกอยางหนึ่งก็คือแกวไมไผนั้น
กันความรอนไดดี และประหยัด หาวัสดุธรรมชาติทํา และปลอดภัย เสียไป
หรือแตกไปก็นํามาใชเปนฟนไดตอ

เขียง (ปเถาะ)
เขียง หรือ ปเถาะชาวลาหู ทํามาจากไมเนื้อแข็ง และไมชนิดที่ไมมีพิษ
ไมเปนภัย ตอรางกายคนเทานั้น

ครก – สาก (แคเถาะโกว)
ครก หรือลาหูเรียกวา แคเถาะโกว ก็เชนเดี่ยวกันกับ เขียงเปนไมชนิดที่
ไมมีพิษ ไมเปนภัย ตอรางกายคนเทานั้น

ขันโตก (ผึโกว)
ขันโตก ชาวลาหูเรียกวาผึโกววิธีการทําก็คือ ไปหาไมไผ ไมไผ
ตองอยางดีเทานั้นที่จะตัด เหลาเปนตอก พอไดครบ แลวหาหวายมา หวาย
ซึ่งเปนขาขันโตก หรือ โครงสราง แลวเอาตอกไมไผมาสานกับหวายที่เปน
เสน ๆ มาผสมผสานกันแลว จะกลายเปนขันโตก หรือ ผึโกว ตามภูมิปญญา
ชาวลาหู ประโยชนที่จะมาใชขันโตกนั้น ตั้งวางจานขาว ถึงเวลาชาวลาหูจะ
กินขาวก็จะมีขันโตกตั้ง วางตรงกลางแลวตักขาว ตักกับวางขันโตกเสร็จ
แลวคอยรับประทานอาหาร หรือกินขาวกันอยาง พรอมหนา พรอมตากันทั้ง
ครอบครัวอยางอบอุน

ตาชั่ง (อยาจุย)
ตาชั่ง ที่ชาวลาหูเรียกกันวา อยาจุย ดามเปนไมทั่วไป ที่สามารถจะนํา
มาทําได และเสริมเชือกใหเปนสายทั้งสองขาง เพื่อที่จะผุดอีกตัวที่จะใส

ของชั่ง และที่จะใสของชั่งนั้นทํามาจากไมไผ ตัดไมไผมาจักตอกแลวมา
สาน คลาย ๆ ตะกรา ถาเปนหวายก็ยิ่งดี เพราะวาหวายนั้นทนกวาไมไผ ถา
ทําเสร็จ หรือสานเสร็จ แลวเอาเชือกมาผูก กับตะกราทั้งสองขาง ก็จะเปน
ตาชั่งแบบชาวลาหู

ครกกระเดื่อง (แชกือ)
ครกกระเดื่องของชาวลาหู ลักษณะนั้นเปนทอนไมยาว เปนมีน้ําหนักที่
จะกระแทก กวาที่จะกระแทกไดนั้นคนก็ เหยียบแลวปลอยใหขึ้น -ลง ขึ้นลง และมีครกกระเดื่องรอรับอยู ครกตอ งใหญกวา ไมกระเดื่องสอง-สาม
เทา และ เจาะรูกวาง ๆ เพื่อที่จะใสขาวเปลือกลงในรูที่เจาะไวแลวตําให
ขาวเปลือกลายเปนขาวสาร ชาวลาหูจะตําขาวชวงเชา ทุกวันธรรมดา ถา
เปนวันศิล หรือชวงเทศกาลจะไมตําขาวโดยเด็ดขาด เพราะเชื่อวาถาเปน
วันศิลคนไหนไมเชื่อ และตําขาวคนนั้นจะมีอันเปนไป เชน ผูเฒาผูแกเคย
เจอมาและเลาใหฟงวามีคน ๆ หนึ่งไปตําขาวในวันศีล แลวเกิดคอ พอกขึ้น
มาโดยไมทราบสาเหตุ คนนั้นเปนคอพอกพออยู ๆไปวันหนึ่งจะเหมือนคน
ไมคอยเต็มสติไปเลยก็มี และยิ่งเปนเทศกาลชาวลาหูยิ่งจะไมใหทําอะไร
กับครกกระเดื่องทั้งสิ้น แตถาขอใชปใหมลาหู หรือกินวอ (เขาะจาเว) ชาว
ลาหูจะขอยืมใชแตครกไมเอากระเดื่องไดแตไมเอาครบชุดก็ได เฉพาะตํา
ขาวปุก ขาวปุกเปนขนมใช ในเทศกาลปใหมลาหู (คนสมัยกอนจะใชแต
ครกกระเดื่อง ตําขาวเปลือกใหเปนขาวสารทําหนาที่แทนโรงสีขาว)

กาตมน้ํา (กอหลากุย )
กาน้ํา หรือลาหูเรียกวา (กอหลากุย) ใชสําหรับตมน้ํารอ น เมื่อ กอนชาว
ลาหูใชกระบอกไมไผในการตมน้ํารอนแทนกาน้ํา พอนานเขาก็ไดรับ
วัฒนธรรมจากคนจีน เห็นคนจีนใชก าน้ําในการตมน้ํา ชาวลาหูจึงนํามาใช
ในวิถีของเขา โดยการสั่งซื้อจากพอคาชาวจีน หรือบางทีก็เปนไปในเชิง
แลกเปลี่ยนกับสินคา

ตะกรา (คะจุลู)
ตะกรา หรือ คะจูลู เปนอุปกรณสําหรับแบกของตาง ๆ อาทิใชแบกฟน
ใชเมื่อไปตักน้ํา ตะกราในชนเผาลาหูถือวามีความสําคัญมาก ซึ่งใชกันมา
นานแลว คนแกเลาวาเมื่อกอนมีมาสําหรับแบกสัมภาระ หรือสิ่งของตาง ๆ
ขณะเดียวกันคนก็ตองใชตะกราในการแบกของในยามที่ขาดมา การใช
ตะกราของลาหูจึงนิยมมาถึงปจจุบัน และลาหูมีความเชื่อวา เวลามีเด็กเกิด
มาในหมูบานก็จะใหไปนอนในตะกรา เพราะเชื่อวาจะชวยในการปองกัน
กระสือหรือปอบ ที่จะมากอความวุนวาย หรือความไมสงบมาสูในครอบครัว
ตะกราทํามาจากไมไผ โดยจะตัดไมไผมา แลวสานใหถี่ ๆ ซึ่งไมใชทุก คน
ที่จะทําได จะตองเปนคนที่มีความรู และเคยทํามากอน สวนมากจะเปนผู
เฒาผูแกในหมูบาน

เคียวเกี่ยวขาว (หลอดกอ)
เคียวเกี่ยวขาวที่ชาวลาหูเรียกวา หลอดกอ ซึ่งในสมัยกอนชาวลาหู จะ
เอาเหล็กเชนเดียวกันกับจอบ และมีด จากพอคาคนกลาง ชาวจีน - ไทย
มาขายตามหมูบานชาวเขา ความเปนมาของเคียวในสมัยกอน ขั้น
ตอนอยางแรกก็เอาเหล็กมาจากมีด เชน มีดที่ใชมานานหลายปแลว และ
พอเหล็กเล็กลงหรือใชถางทําไรไมไดแลวตัดไมไมได หรือคุณภาพไมดี
พอที่จะเปนมีดแลว ชาวบานก็จะนํามีดเหลานี้ใหกับผูตีเหล็กที่อยูในชุมชน
แลวผูชํานาญในการตีเหล็ก ก็จะนําเหล็กมาตีทําเปนเคียวขายในชุมชนของ
ตน แตมาปจจุบันชาวลาหู หรือชนเผาตาง ๆ ก็มีการพัฒนาตามเทคโนโลยี
สามารถหาซื้อไดตามรานทั่วไป

กระดง (ฮามาโกว)
กระดงหรือที่ชาวลาหูเรียกวา ฮามาโกว ทํามาจากไมไผ เหลาใหเปน
ตอก แลวมาสานเปนกระดง กระดงเปนสิ่งของซึ่งจะนํามาใชกับในชีวิต
ประจําวัน คนชาวลาหูในสมัยกอน ใชพัดแกลบออกจากขาวสารซึ่งขาว
เปลือกที่ตําจากครกกระเดื่อง แลวกลายเปนขาวสาร มีทั้งขาวและแกลบ
รวมกัน กระดงก็จะใชพัดแกลบออกเพื่อที่ใหเหลือแตขาวสาร

สง link ถึงเพื่อน

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี
ศิลปะ
ความเชื่อ
ภาษา
สมุนไพร
บทความ

หามดื่มสุรา หรือของมึนเมา
โดยมีเรื่องเลาวา นานมาแลวมีชาวลาหูคูหนึ่ง ผูชายชื่อ จะหวะ ผูห ญิงชื่อ นาแวะ ทั้งสองมีอาชีพทําสวนกลวย เมื่อ
ถึงคราวเก็บผลผลิตแลว ทั้งสองก็ไปเก็บกลวยมา และเตรียมที่จะเอากลวยไปถวายใหกับเทพเจา แตระหวางทางได
เจอพอ และพอก็ไดขอกินกลวย แตลูกทั้งสองบอกวาไมใหกิน เพราะวาจะเอาไปถวายใหกับเทพเจา ทั้งสองจึงไดเดิน
ทางตอไป พอไปถึงที่อยูของเทพเจาก็ไดบอกวา เราทั้งสองไดเอากลวยมาถวายใหทาน เทพเจาจึงถามวา “ที่เอามา
ใหขากินเนี่ย พอเองไดกินหรือยัง” ทั้งสองจึงตอบไปอยางมั่นอกมั่นใจวา ”ยัง” เทพเจาจึงบอกใหเอากลับไปใหพอกิน
กอน แลวคอยเอากลับมาใหขากิน ทั้งสองจึงไดเดินทางกลับไปตามคําสั่งของเทพเจา พอไปถึงที่พออยู ก็ไดเอา
กลวยใหพอกิน แตพอของนายจะหวะกลับไมกิน เพราะรูสึกโกรธที่เมื่อกี้ขอแลวไมใหกิน ดวยความโกรธ พอของนาย
จะหวะ จึงไดเอากลวยทิ้งลงไปในแมน้ํา พอนานเขากลวยในแมน้ําก็เริ่มสงกลิ่นของกลวย ทําใหสัตวที่อยูในระแวกนั้น
ตางเขามาดูดกินน้ําในแมน้ํากันใหญ แตแลวก็มีชายคนหนึ่งมาเจอเขา จึงไดตักน้ําจากแมน้ํานั้นมาดื่มกินอยาง เอร็ด
อรอย แตพอกลับไปถึงบานชายผูนั้นรูสึก มึนเมา อยางบอกไมถูก และที่ชายคนนี้ก็ไมใชเพราะอะไร เพราะวาน้ําในแม
น้ํานั้นกลายเปนเหลาแลวนั่นเอง ชาวลาหูจึงหามไมใหดื่มเหลาตั้งแตนั้นเปนตนมา
หามลักทรัพย
ชาวลาหูมีความเชื่อถือวาถาใครขโมยสิ่งของคนอื่นของอะไรก็ตาม เมื่อตายไปแลวคนที่เอาสิ่งของนั้นจะไปตกอยู
ลําบากกับสิ่งของนั้น โดยไมมีความสุข
หามเลนการพนัน
มีเรื่อ งเลาวา สมัยกอนมีเทพเจาองคหนึ่งไดแปลงรางเปน 7 คน แลวไดเขาไปเลนการพนันใน 7 หมูบาน พอไปเลน
แลวเทพเจาก็ไดพนันกับชาวบานจนหมดตัว เทพเจาจึงประกาศวา หามเลนการพนันเปนสิ่งที่ไมดี ทําใหจิตใจไมสงบ
สุข และในหมูบานลาหูนี้ในสมัยกอนจะเลนการพนันไมได แตปจจุบันมีการอยากได อยากเอา แลวในหมูบานลาหูก็คง
จะมีเลนพนันบาง
รูปแบบของการลงโทษผูที่กระทําผิด
การลงโทษไมวาจะมีความผิดประเภทใดจะปรับเงิน แตตองดูความผิดวามาก หรือนอย หรือเมื่อทําความผิดแลวไม
มีเงินเสียคาปรับ จะตองเอาทรัพยสิทธิ์ที่มีอยูขาย แลวนําเงินมาใช ถาทําผิดมากก็อาจจะไลออกจากหมูบาน เปนตน
ผูมีอํานาจในการตัดสินคดีทุกอยาง
ผูเฒา ผูแก ชาวบาน และพอหลวง ชวยกันในการตัดสินคดีตางๆ แตพอหลวงเปนคนตัดสินชี้ขาด การคัดเลือกผูนํา
โดยชาวบานชวยกันออกเสียง อาจจะมีการสืบเชื้อสายบาง แตสวนใหญชาวบานจะเลือกกันเองมากกวา จะไมมีการ
เกษียณ อยูที่พอหลวงวาจะลาออกหรือไม แตถาพอหลวงทําความผิด เชน ไมดูแลหมูบาน หรือพัฒนาหมูบาน ก็อาจ
จะโดนไลออกได นอกจากนั้นทุก ๆ คนในหมูบานจะตองรวมมือชวยกันดูแล
ขอหามเหลานี้ ปจจุบันยังใชกันอยูบาง แตมักจะเปลี่ยนไปตามสภาพความเปนอยูที่เปลี่ยนไป
สง link ถึงเพื่อน

เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและขอมูลภายในเว็บไซตแหงนี้ หากทานประสงคจะนําไปเผยแพร สามารถกระทําไดโดยไมมีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี
ศิลปะ
ความเชื่อ
ภาษา
สมุนไพร
บทความ

การจีบสาว หรือการหาคู
การจีบสาวชาวลาหูจะเปนชวงเทศกาลปใหม เพราะหนุมโสดจะวางแลวจะจับเปนกลุมกันไปตระเวณหาสาวหมู
บานอื่นๆ วิธีการติดตอก็คือ ใชเด็กเปนสื่อกลาง พอไปถึงหมูบานจะเรียกเด็กๆ มาคุยแลวบอกใหเด็กวาไปบอกให
สาวๆ วาหนุมมาเที่ยวเด็กๆ ก็ดีใจรีบไปสงขาวใหกับสาวๆ สวนสาวๆ ก็เตรียมอาหารแลวจะตอนรับ หนุมรับ
ประทานอิ่มแลว ดูวาใครชอบคนไหนจะจับไปคุยกัน แลวสาวๆ ก็ถามวาพี่มีเมียแลวหรือยัง หนุมๆ ก็จะตอบวาถาพี่
มีเมียแลวจะมาหานองทําไม ไกลแสนไกลนี่เสียเวลา การจีบสาวของลาหูงาย หากใครอานแลวสนใจ ก็ไปหาตาม
หมูบานลาหูเองไมลองไมรู

การแตง งาน
การเริ่มพิธีการแตงงานทางฝายชายเปนฝายไปสูขอกอน แลวฝาย
หญิงยินยอม หรือ ยอมรับ เปนการเสร็จพิธีสูขอ ทางฝายเจาบาวก็นัด วัน
คืนที่มาทําพิธีแตงอีกที แลวฝายเจาบาวกลับไปหาสิ่งของที่จะไปตามที่
นัดการไว
ทางฝายเจาบาวตองเตรียมขาว เตรียมของ เชน ทางเจาบาวกอนอื่นหา
ไก 2 ตัว และคาหมั้นอีก 30 บาท และตองมีพอสื่อฝายเจาบาวเปนตัว
แทน พอ แม ทางฝายเจาบาว ตองรับคําสั่งจากพอ แม ไปพูดคุย ใหกับ
ฝายเจาสาว และฝายเจาสาวก็มีพอ สื่อแมสื่อเชนเดียวกัน ที่จะพูดคุยตอ
ลองกัน ในคืนที่เขาทําพิธีแตงงาน
จะมีแกวน้ําที่จะใสน้ํา 1 ใบ และมีเชือกที่จะพุขอมืออีก 2 เสน มีสิ่งนี้แลว
พอหมอก็จะกลาวคําอวยพรให ทั้งสองเสร็จพอหมอก็เอาน้ําใหทั้งเจาบาว
เจาสาวดื่มน้ําในแกว แตตองดื่มไมใหยอยออกจากปากถาดื่มน้ํายอย ออก
จากปากนั้นหมายถึงหนึ่งหยดน้ําจะเชื่อวาแตงอยูดวยกันและจะมีลูกดวย
ก็จะไมเลี้ยงหนึ่งหยดน้ํา นั่นหมายถึงหนึ่งคนเด็กที่จะเสียไป วันรุงขึ้น แต
เชาตองตักน้ําดวยกันทั้งเจาบาว เจาหญิงเปนอันดับแรก การที่ตักน้ําตอง
สลับกัน ทางเจาบาวตักน้ําเขาบานทางฝายหญิงเชนกัน ทางเจาสาวก็ตัก
น้ําเขาบานทางฝายชาย หลังจากเสร็จการตักน้ํา (ถาอยูในหมูบานเดียว
กัน) แลว ตอไปในวันเดียวกันนั้นตองตัดฟน วันนี้ตอง เปนวันหยุดทั้งเจา
บาว เจาสาวก็พากันไปตักฟนคนละหนึ่งตะกรา เชนเดียวกับการตักน้ําจะ
ไปเขาบาน ถาเปน เจาบาวก็เขาไปใหฝายฝายเจาสาว เจาสาวก็จะนําเอา
ไปใหทางฝายเจาบาวเหมือนกัน (นี่หมายถึงอยูในหมูบานเดียวแตงงาน)

แตอยูคนละหมูบาน คนละที่จะแตงงานตองไปที่หมูบานฝายเจาสาว ทําพิธีแตงงานเสร็จวันรุงขึ้นแตเชาก็ตื่น
มาไปตักน้ําเขา ฝายเจาสาว จะไมเหมือนแตงในหมูบานเดียวกัน ฟนก็เชนเดียวกัน ตักน้ําเอาไปเขาบานเจาสาว
หลังจากทําพิธีแตงงานแลวยังไมเสร็จ ยังมีการกินเลี้ยงอีก ชาวลาหูเรียกวา แคะจะเว ครอบครัวที่ฐานะดีมีเงินก็
แตงคืนนี้ กินเลี้ยงวันรุงขึ้นก็ได แตครอบครัวที่ฐานะไมคอยดีฐานะไมดีก ็แตงอยูกันไป และกอนที่จะแตง พอ แม
ทางเจาบาววาชวงนี้ยังไมมีเงินพอที่จะจัดงานเลี้ยงก็แลวแตตกลงกับ พอ แมทางเจาสาวเอง ใหสองคนนี้แตง
งานอยูดวยกันไปกอนแลวคอยกินเลี้ยง (แคะจะเว) เมื่อไรที่จะกินเลี้ยง และจะฆาหมู เนื้อหมูตรงคอจะตองใหกับ
คนที่เปนพอสื่อ แมสื่อ พอสื่อ แมสื่อนี้ ถาไมใหเนื้อหมูที่คอก็วันหลังจะเกิดปญหา จะไมชวยให ก็เลยยกคอหมู
ตองแบงใหเทา ๆ กัน กับพอสื่อ แมสื่อ ทั้งสองฝายไปเปนประเพณีสืบทอดกันมายาวนาน
การหยาราง
การหยาเปนเรื่องที่ธรรมดาของลาหู เชนหากพอแมผูห ญิงรูสึกวาลูกเขยพูดกันไมรูเรื่อง ก็อาจจะบังคับใหลูก
สาวเลิกแตงงาน ใหลูกสาวไปอยูที่อื่น กรณีอยางนี้ถามีสิ่งของมากเทาไรก็จะตองใหทางฝายผูชาย สวนผูหญิงไม
มีสิทธิ์ที่จะไดเพราะทางฝายผูหญิงเลิกเอง ถากรณีนี้มีลูกแลว สามีกับภรรยาทั้งสองฝายยินยอมจะหยากันแลวสิ่ง
ของก็จะตองแบงเปนสามสวนเทา ๆ กัน หนึ่งเพื่อลูก สองสามสามี และภรรยา จากนี้ตางคนตางไปแลว สวนลูกนี้
ใครจะดูแลก็ไดสามี หรือภรรรยา
สง link ถึงเพื่อน
เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและขอมูลภายในเว็บไซตแหงนี้ หากทานประสงคจะนําไปเผยแพร สามารถกระทําไดโดยไมมีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี
ศิลปะ
ความเชื่อ
ภาษา
สมุนไพร

ในสมัยกอนชาวลาหูหาปลา ดวยปญญาของชาวบาน ที่คิดคนขึ้นมาใชในการหาปลาในแมน้ําลําธาร หรือลําหวยที่มี
ขนาดเล็ก หรือขนาดใหญมีหลายวิธีดั้งนี้
อุปกรณ
กอนจะไปจับปลาเราตองเตรียมอุปกรณ เชน

บทความ
1. จอบ จะใชในงานขุดดินเอาดินโปะที่กองหินที่เรียงไวในแมน้ําลําธารนั้น
เพื่อไมใหน้ําไหลลงเขาเขตที่กั้นไวแลว น้ําไหลไมเขามาจับปลางาย
ขึ้น
2. มีด จะใชในการตัดใบไม เพื่อจะเอาใบไม ปดทายสุดไมใหปลาไหลลง
ออกไปขางนอกใหอยูแตขางใน
3. จาน จะใชเมื่อมีน้ําขัง แลวเอาจานวิกน้ําออก เพื่อที่จะเห็นปลาแลวจับ
ปลางาย
4. ถัง เพื่อที่จะใสปลา

อุปกรณ หาปลา

งา ตอ เว เปนการหาปลาชนิดนี้ มีวิธีทําเอากอนหินมาเรียบเรียง หรือกั้นน้ําใว
ใหเปนแถว และมีดินโปะทับกอนหินอีกชั้น และน้ําที่ไหลมานั้น ก็ไมใหเขาใน
แนวเขตกั้นใว แลวน้ําที่ไหลมาไปอีกเสนทางนึ่งที่ทํารอ งใวอีกรอง เพื่อที่ ให
ไหลออกตามเดิมเปนอยางนี้ เพื่อที่ไมใหน้ําเขาไปในแนวเขตที่ปลาอยู แลวกั้น
แลว น้ําก็จะไมไหลเขา ในแนวที่ปลาอยู แลววิดน้ําออกจากในแนวเขตดวย
จาน หรือถวยก็ได ที่กั้นพอน้ําลด หรือ น้ําแหงแลว ที่นี้แหละจับปลาได ตาม
แตมีปลา (ตองดูวารองน้ํามีกี่รอง และตองมีสองรองน้ํา อีกรองน้ําไหลผานตาม
ปกติ รองที่ปลาอยูเรากั้นแลวใหน้ําไหลออกอีกรอง)
วิธีหาปลาเปนการกั้นน้ํา
ไมใหไหลเขา
งา แส โกว ทอ เว วิธีการชนิดนี้ ตองเตรียมมีด และอุปกรณที่จะใชไปตัดตนกลา และแกะเอาเปลือกกลวย
ออกวางในน้ําวางขึ้นตามลําหวย ทําในน้ําสองฝง แลวชอนไปแบบเฉียงขึ้นไป ตรง ๆ ตอนปลาย หรือหัวทายสุดจะ
มี งา แส โกว วางรอรับปลาที่ วายเขามา วิธีนี้จะทําชั่วคราว และจะทําวันไหน เมื่อไรก็ได

งา คะ เว วิธีการจับปลาดวยความสามารถของแตละบุคคล จับโดยใชมือ
เปลาคือ ใชมือลวงเขาไป ในบริเวณใตกอนหินที่คิดวามีปลา แลวอาจเปน
บริเวณหลุม หรือตามซอกรากไม การจับปลาในลัก ษณะนี้ ไมสามารถจับ
ปลาไดทุกคน จะตองผานการฝกจับปลาหลาย ๆ ครั้งกอน และตองระมัด
ระวังเวลา เผื่ออาจจะเจอสัตวที่มีพีษ

วิธีการหาปลามือเปลา
งา เซ เว เปนการหาปลา กลางคืน อุปกรณ ก็จะมีมีด และไมไผที่จะนํามาผฝานเปนชิ้นเล็ก ๆ เพื่อที่จะจุดไฟ ให
แสงสวางในค่ําคืน เพื่อที่มองเห็นปลา ที่นอนหลับอยูไตน้ํา แลววิธีการจับ ในเมื่อมองเห็นปลาแลว จะใชมีดฟนลง
ไปทั้ง ๆ ที่ปลานอนหลับอยู ตองคอยๆ เดินไปใกล แตตองออกลาตระเวณ ตองเปนคืนที่ไมมีพระจันทร หรือเปน
เที่ยงคืนเปนตนไป ปลาจึงจะนอนหลับ เทานั้นที่จะจับแบบนี้ได
สง link ถึงเพื่อน
เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและขอมูลภายในเว็บไซตแหงนี้ หากทานประสงคจะนําไปเผยแพร สามารถกระทําไดโดยไมมีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน

ลาหูเปนชนเผาที่มีความรอบรู และชํานาญในเรื่องของการลาสัตว เพื่อ นํามาประกอบเปนอาหาร ซึ่งในการลาสัตวยังตองมี
การทํากับดักสัตว ไวตามปาเพื่อใหสัตวมาติด

ประเพณี
ศิลปะ
ความเชื่อ
ภาษา
สมุนไพร
บทความ

(เหา แต เว) เปนกับดัก ที่ใชกับสัตวประเภทใหญ เชน หมูปา กวาง เสือ ฯลฯ ลัก ษณะ
ของกับดักนี้ จะเปนแบบที่เมื่อสัตวเดิน มาโดนเชือกไมที่เหลาไวแหลม ๆ ก็จะพุงมาเสียบ
ตัวของสัตวทําใหสัตวตายในที่สุด ชาวลาหูจะนิยมทํากับดักนี้ไวตาม ขางทางที่เปนทาง
เดินของสัตว หรือทําเมื่อไดเห็นรอยเทาของสัตว ชาวบานจะรูเลยวา สัตวตองเดินมาทางนี้
อีก ชาวบานก็จะทํากับดักนี้ไว และสัตวประเภทเกง ชาวลาหูมีความเชื่อวา สัตวชนิดนี้จะไป
ไหนมาไหนก็จะเดินกันเปนแถว หลายตัว จะไมแตกแถว เพราะสัตวชนิดนี้กลัวจะไปเหยียบ
ใสกิ้งกือเวลาที่เดิน

เปนความเชื่อของลาหูที่มีมาตั้งแตสมัยบรรพบุรุษ ฉะนั้นลาหูจึงนิยมทํากับดักนี้ไวตามทางเดินของสัตว โดยจะนําไมเฮยมา
เหลาปลายใหแหลม ๆ แลวเอาเชือกดึงไวตัวไมจะเล็งไวบริเวณทอง หรือตรงจุดของหัวใจ แลวจะมีเชือกดึงขวางทางเดินของ
สัตวเอาไว เมื่อสัตวเดินมาแลวไปเหยียบโดนเชือก
ไมแหลม ๆ ก็จะพุงมาอยางแรง ทําใหสัตวตาย
ที่ดักไกปา (แฮ-งวะ-วา)
สามารถดักไดทุกชวงเวลา จะใชดัก เฉพาะสัตวปกที่หากินตามพื้นดินเทานั้น เชน ไกปา
เปนตน สวนวิธีการดัก ก็ไมยาก โดยกอนที่จะทํากับดัก ตองไปดายหญาไปเปนแถว แลว
เอาหญาที่ดายมาปดขาง ๆ ทั้งสองฝง แตตอ งเวนที่ไวสําหรับจะวางกับดัก เวนชองกับดัก
และยังเปนชองทางเปดใหสัตวเดินไปยังกับดัก สวนตัวเลาะจูจะทํามาจากไม ไผที่เหลาไว
เรียบรอ ยแลว จะมีลักษณะโคง มัดติดกัน แลวเอาเชือก หรือเถาวัลย มาคลองเปนวงกลม
และจะมีไมที่ตองใชคูกับตัวเลาะจู เปนไมเล็ก ยาวประมาณ 1 เมตร และจะเอาไมเสียบกับ
พื้นใหแนน แลวมัดตัวเลาะจู ตรงปลายของไม จากนั้นก็งอไมใหโคงลงมายังพื้นดิน และก็
ทําตะขอ ร็อกเอาไว และทําหวงใหมีขนาดพอที่หัว จะเขาไปได หวงจะอยูในระดับเดียวกัน
กับหัว เวลาเดินมา หัวก็จะไปคลอ งกับหวงที่ทําไว และนกก็จะเดินไปเรื่อย ๆ โดยคิดจะให
หลุด ออกจากหวงแตหารูไมวา เมื่อตะขอหลุดไมที่ปกไวจะเดงขึ้นหัวก็จะติดไปกับหวง
และจะติดอยูกลางอากาศกับไมนั้น

ที่ดักนก (หวะ แกะ แนะ) เปนกับดัก ที่ชาวลาหูทําขึ้นเพื่อใชดักนกตาง ๆ โดยจะใช
แมลงเปนเหยื่อลอใหนกมาติดกับดัก แมลงที่ใช ไดแก แมลงเมา (วปุฝาย) ดักแด (วารวปุ
มา) แมลงเหลานี้จะออกเปนฤดู ฉะนั้นการดักนก สวนมากจะดักชวงที่มีแมลงเหลานี้ แต
บางคนก็สามารถเก็บแมลงไวดักหลายวัน หรือเปนเดือนโดยเก็บไวในกระบอกไมไผที่ยัง
หนุม หมั่นเปลี่ยนบอ ยๆ ก็สามารถที่จะเก็บเอาไวไดนาน วิธการดักก็นําแมลงมาติดไวกับตัว
กับดักที่ทําไว แมลงก็จะดิ้น เมื่อนกเห็นแมลงดิ้นก็จะเขามากินแมลง และนกก็จะติดอยูที่กับ
ดัก สวนมากจะติดบริเวณคอ หรือบางตัวก็ติดบริเวณขา การดักโดยใชแมลงเมาจะนิยมดัก
ตอนเชาตรู โดยจะไปดักไวตามทาง แลวรออยูขางๆ กับดักชนิดนี้มีขนาดเล็กเอาไปไหนมา
ไหนไดสะดวกจึงดักไดทีละ 20-30 อัน สวนการดักโดยใชดักแด

จะนิยมดักเวลาไปไรไปสวน โดยจะดักไวขาง ๆ ทาง หรือตามแมน้ําที่รม ๆ เมื่อถึงเวลาขาวเที่ยงก็จะมาดูถาไดนกก็จะนําไป
ประกอบอาหาร และจะทําการเปลี่ยนดักแดไว แลวจะไปดูอีกรอบตอนเย็นกอนที่จะกลับบาน การดักโดยใชดักแดจึงสามารถดัก
ไดหลายวัน
กับดักนก (หวะ กะ นุ)
เปนกับดัก ที่ใชดักเฉพาะนกที่มีขนาดใหญ นิยมดักไวบนตนไม กับดักชนิดนี้จะดัก
ชวงที่มีผลไม ชาวลาหูเรียกผลไมนี้วา อะนะกะสื่อ เปนผลไมที่มีขนาดเทาไขมีสี
แดงเปนผลไมที่นกชอบกินวิธีการดักก็จะนําผลไมชนิดนี้ไปวางไว
ขางในกับดักที่ทําไว เมื่อนกเห็นก็จะเขามากินผลไม ทันทีที่นกเหยียบโดนเชือกที่
ทําไว ไมกับดักก็จะลงมาทับ
คอหรือลําตัวของนก และจะหนีบเอาไว นกก็จะตาย กับดักนี้นอกจากจะใชดักนกบน
ตนไมแลวยังสามารถดัก หนู
กระรอก หรือสัตวตาง ๆ ที่หากินตามพื้นดิน โดยจะดักไวตามพื้นดินที่คิดวาเปนที่
หากินของสัตวเหลานี้ หรือ ดัก
ตามทางเดินของสัตว

(หวะ แต เต เว)
สัตวที่ชอบหากินตามกอไผ ทําไวบริเวณกอไผทางหากินของสัตวตางๆ โดยจะใชทอนไมท
มีขนาดใหญพอสมควรมาดักไว วิธีก ารดักก็จะเปนแบบยกปลายไมใหสูงขึ้น แลวล็อคไว
ขางบน และขางลางจะมีการทําเปนรอง และ เอากระดูกของสัตวเปนเหยื่อมาวางไวขางใน
ที่เปนรอง ๆ เวลาสัตวมา ก็จะเห็นกระดูก แลวจะเขามากินกระดูก จนเหยียบกับดัก ไมทอน
ใหญก็จะตกลงมาทับสัตวตัวนั้นก็จะทําใหสัตวตาย

สง link ถึงเพื่อน

เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและขอมูลภายในเว็บไซตแหงนี้ หากทานประสงคจะนําไปเผยแพร สามารถกระทําไดโดยไมมีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี
ศิลปะ

โดยปกติแลว ชาวเขาเผาลาหูนิยมประกอบอาชีพทําไรเพื่อ เปนการดํารงชีวิต ไดผลผลิตที่เหลือจากการดํารง
ชีวิต ก็จะถูกนําไปแลกเปลี่ยนเปนสินคาชนิดอื่นๆ จากหมูบานตางๆ (ไมใชในรูปตัวเงิน) และสามารถยืมกันได
โดยอาจจะชําระไดในปหนา (ไมคิดดอกเบี้ย) และไมไดนําผลผลิตไปขายในตัวเมือง อาชีพที่นิยมทํากันมานาน
เชนทําไร และหาของปา

ความเชื่อ
ภาษา
สมุนไพร
บทความ

ตนขาวกําลังเติบโต

การทําไร
การทําไรเปนอาชีพหลักของชาวลาหู ซึ่งถาเทียบกับอาชีพอื่นแลว
ชาวลาหูจะทําไรกันมากที่สุด เพราะพื้นที่ในสมัยกอนดี มีความอุดม
สมบูรณ โดยชาวบานจะทําไรแบบหมุนเวียน คือที่หนึ่งปลูกขาว อีกที่หนึ่ง
ปลูกขาวโพด และอีกที่หนึ่งอาจปลูกของกินตางๆ เชน มะเขือ พริก ผักชี
ตนหอม ปนี้ปลูกขาวที่นี่ ปหนายายไปปลูกที่ปลูกขาวโพด และขาวโพดก็
มาปลูกที่ปลูกขาวสลับกันไป ชาวบานสวนมากจะปลูกไวกินเอง และที่
เหลือก็เอาไปขาย หรือไมก็แบงปนใหกับเพื่อนบานที่อดหยากกวา และ
เวลาไหน หรือปไหนที่เราไมพอกินก็จะขอแบงจากคนอื่น (ถือเปนการ
แลกเปลี่ยนสินคา ) เหมือนเปนการยืมกันกอน แลวปหนาเราคอยใชคืนให
กับเขาในไร นอกจากมีตนขาวที่อุดมสมบูรณแลว ชาวบานยังมีการปลูก
พืชตางๆ โดยจะปลูกรวมกับขาว เชน ทานตะวัน แตงโม แตงกวา และยัง
มี การปลูกไวที่อื่นโดยเลือกที่ที่อุดมสมบูรณ โดยจะปลูกเอาไวไมคอย
หางจากไร ไดแก ฟกทอง เผือก มัน ผักชี และตนหอม ถั่วฝกยาว เปนตน

วิธีการทําไรขาว
หลังจากเลือกทําเลในการทําไรขาวแลว จะทําการถางปาใหหมด แลวรอใหแหง หลังจากนั้นจึงคอยเผาให
หมด เพราะมีความเชื่อวาหลังจากเผาปาแลว ดินจะอุดมสมบูรณ และเมื่อฝนตกก็เริ่มมีก ารทําการเพาะปลูก เอา
เสียมที่ทําจากไมยาวๆ เจาะเปนรูจากนั้นใหผูห ญิงใสเมล็ดขาวลงไป ถาหญาสูงระดับฝามือ หัวเขาหรือเอวก็ถอน
หญาออกไป เมื่อขาวเจริญเติบโตเต็มที่พรอมที่จะเก็บเกี่ยวได ก็เอาเคียวเกี่ยวขาว หลังจากนั้นมัดเปนเครือใหญๆ
และตากทิ้งไว พอแหงแลวก็กองไวเปนจุดๆ และเอาไมไปตี พอไดผลผลิตมาก็จะนําไปเก็บไวในยุงขาวที่ทําไว

การเหลือพื้นที่ทําไร
การเลือกพื้นที่สําหรับทําไร ชาวลาหูมีความเชื่อวา จะตองขุดหลุม เอา
ดินออกมาแลววางไวขางแลว นั่งอธิษฐานเสร็จแลว เอาดินกลบลงใน
หลุมเหมือนเดิมแลว กลับไปบาน วันตอมาดูหลุมที่กลบดินวา จะเติมหรือ
ไม หากหลุดดินเต็มแสดงวา ปนี้จะไดผลผลิตเยอะอุดมสมบูรณ จะพอกิน
ในรอบปนี้ แตถาดินไมเต็มหลุมก็ หมายถึงวาผลผลิต ปนี้ก็จะไมสมบูรณ
เทาที่ควร หรือผลผลิตอาจจะไดไมเต็มเม็ดเต็มหนวย

ตนขาวถึงจะเก็บเกี่ยว
การจองพื้นที่
เอาไมปกไว ถือ วาเปนการจองพื้นที่นี้ เปนการประกาศวาพื้นที่ผืนนี้มีคนจองแลว นอกจากนั้นยังเปนการขอเจา
ที่เจาทาง ชวยสอดสองดูแลภายในไร ใหพืชพันธุในไรมีความอุดมสมบูรณ ปราศจากสิ่งรบกวนเชนแมลงตางๆ
ถาที่ดินที่ถางหญาไวนิดนึงนั้น มีตัว “ลิ้ง ” มาขุดหลุมไว แสดงวาพื้นที่นี้เอาไมไดจะ ตองมีการยายที่ทํากิน ถาไม
ยายไปเจาของไรอาจจะอายุสั้นได แลวเปนสัตวชนิดอื่นๆไมเปนไร
อุปสรรคในการทําไร
การทําไรในสมัยกอนของชาวลาหู จะเปนการทําไรแบบเปนกลุม ภาษาชาวบานเรียกวา “เอามื้อ” จะเปนการ
ชวยเหลือซึ่งกันและกัน ระหวางเครือญาติ และทุกคนในหมูบาน และในสมัยกอนสัตวปาก็มีเยอะ สัตวปาเหลานี้จะ
เขามากินขาว เผือก มันสําปะหลัง หรือกอความวุนวายในไรของชาวบาน เชน หมูปา เปนตน จึงมีความสําคัญ
อยางยิ่งที่ชาวบานตองอยูเฝาไรของตน เพื่อใหพนจากการกอความวุนวายของสัตวปาเหลานี้ เรื่องระยะทางใน
การเดินทาง เพราะวาคนในสมัยกอนจะทําไรในที่ไกลๆ จึงตองใชเวลามากในการเดินทางแตละครั้ง เรื่องนี้ก็เปน
อุปสรรคกับชาวบานอยูบาง แตชาวบานก็หาทางออก โดยการไปนอนคางคืนที่ไร โดยในไรชาวบานจะทํา
กระตอบไว หรือจะมีการสรางบานจนกลายเปนหมูบานก็มี

การเลี้ยงสัตว

สัตวที่ชาวลาหูนิยมเลี้ยงคือ สุนัข นี้เลี้ยงไวเพื่อเวลาไปลาสัตวจะพา
ไปลาสัตวดวย หมู และไก มีความจําเปนอยางยิ่งในการประกอบพิธีกรรม
ทางศาสนาตางๆ เชน การทําบุญ นอกจากนี้ยังเลี้ยง วัว ควาย มา เลี้ยงไว
ใชงาน และเปนอาหารสวนหนึ่ง

ไปหาของปา เชนหนอไม
การลาสัตว
ชาวเผาลาหูเรียกวาเปน “นายพราน” หรือ “นักลา ” เพราะในสมัยกอนมีตํานานเลาวามีผูเกงกลาคนหนึ่ง
สามารถเสกของใหเล็ก ได วันหนึ่งผูเกงกลาคนนี้ ไปลาสัตว และไดกวางตัวเมียมา แตไมมีที่ใส พอดีเห็นกระรอก
วิ่งไปวิ่งมา ก็เลยยิงกระรอก และถลกเอาหนังออกมา จากนั้นก็เสกเนื้อกวางใหเล็กลง และเอามาใสไวในหนัง
กระรอกแทน แลวสั่งใหลูกนองนํากลับไปบาน แตลูกนองไมเชื่อวาผูเกงกลาสามารถทําไดแคกระรอกตัวเล็ก จึง
แกะออกดู มีเนื้อกวางออกเลยกองเต็มพื้น ใสยังไงก็ใสคืนไมได ผูเกงกลามาเสกเนื้อกวางเขาในหนังกระรอกให
อีกครั้ง เมื่อกลับมาถึงในหมูบานแลวตอง แบงเนื้อใหกับชาวบานกิน ที่แบงเนื้อใหกับชาวบานนี้ ถือวาเปนน้ําหนึ่ง
ใจเดียวกับคนในหมูบาน

เลี้ยงไกไวเปนอาหารและ
ใชทําพิธีกรรม

เลี้ยงหมูไวเปนอาหารและ
ใชทําพิธีกรรม

เลี้ยงมาไวใชงานเชนแบกของตางๆ

สง link ถึงเพื่อน

เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและขอมูลภายในเว็บไซตแหงนี้ หากทานประสงคจะนําไปเผยแพร สามารถกระทําไดโดยไมมีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี
ศิลปะ
ความเชื่อ
ภาษา

วิธีปฏิบัติเมื่อมีคนตายในบาน
เมื่อมีคนตายในบาน คนในหมูบานทุกครัวเรือนจะตองนําขาวสาร 1 ถวย และเทียนไข 1 เลมไปใหกับญาติพี้นอง
คนตาย และญาติพี่นองคนตายตอง
ฆาไก 1 ตัว ทําพิธีเอาปกไกและขาไก เสียบไมนําไปวางไวขาง ๆ ศพ ซึ่งมีความเชื่อกันวาปกไกจะทําใหวิญญาณ
นั้นขึ้นไปสูสวรรค สวนขาไกจะทําใหวิญญาณนั้นเขี่ยน้ําดื่มและเขื่ยหาอาหารกินไดและตองมีไมกวาดจําลอง 3 มัด
ทํามาจากหญาคานําไปวางตรงหัว ตรงเอว และตรงเทาของศพ ตําแหนงละมัดเพื่อไมใหศพฟนขึ้นมา

สมุนไพร
บทความ
เพราะเชื่อกันวาถาคนตายอยูในชวงเกิดจันทรุปราคา ศพจะฟนคืนชีพ
จึงตองมีไมกวาดไวสําหรับตีศพ ไมใหฟนขึ้นมา นอกจากนี้ยังตัองมีไข
ไกเพื่อใชในการหาสถานที่ฝงศพในปาชาซึ่งเชื่อกันวา ถาโยนไขขึ้นไป
แลวตกลงมาแตกแสดงวาศพอยากจะถูก ฝงตรงนั้น แตถาโยนไขขึ้นไป
แลวตกลงมาไมแตก มีความเชื่อวาศพไมอยากจะถูกฝงตรงนั้น ตองหา
ที่ฝงใหม เมื่อหาที่ฝงศพไดแลวก็ขุดดินที่ไขแตก นั้นเอามาวางไวก อน
แลวขุดหลุมใหใหญขึ้นพอที่จะใสศพได

ฝงศพไหม
นําไมที่ ผาเปนชิ้นเล็กมาเขี่ยลงในหลุมศพเพื่อไมใหวิญญาณของคนลองลอยไปกับศพคนที่มารวมพิธีฝงศพทุกคน
เมื่อฝงศพเสร็จแลว ก็เอากอนดินที่ขุดไวมาวางบนหลุม โดยวางใหตรงกับหัวใจของศพ
เมื่อฝงศพเสร็จแลว จะมีหมอผีมาทําพิธีกันวิญญาณ เพื่อไมใหคนที่ตายไปออกมาจากปาชา ไดโดยเอาไมไผ มา
ปกเปนเครื่องหมายกากบาท และทําประตูเพื่อที่ใหคนมา รวมงานศพกลับไปชองประตูเทานั้น หากคนใดที่ไมกลับ
ชองประตู มีความเชื่อวาจิตวิ ญญาณของคน ๆ นั้นไมกลับมาดวยกัน เมื่อเสร็จพิธีแลว

ชาวบานจะตองเอาใบไมกลับมาเพื่อ นํามาประพรมน้ํามนตที่ผูเฒาผูแก
เตรียมไว ตรงทางเขาหมูบาน เพื่อขับไลสิ่งไมดีออกจากตัวเรา แลวจึง
จะเขาหมูบานได เมื่อเขามาในหมูบานแลว จะตองไปที่บานของผูตาย
กอน แลวถึงจะกลับไปบานของตนได แลวภายใน 3 คืนจะตองมาเยี่ยม
ที่บานผูตาย โดยมีความเชื่อวาจะไปรอรับวิญญาณที่ลอ งลอยไปตาม
วิญญาณศพ นอกจากนี้ยังเชื่อกันวาคนที่ตายไปแลว ในคืนแรกนั้น
วิญญาณจะกลับมาในบาน คืนที่สองวิญญาณจะมาถึงหัวบันไดบาน คืน
ที่สามวิญญาณจะมาอยูนอกหมูบาน และในคืนที่สี่ วิญญาณจะยืนรอง
ไหที่ ประตูปาชา อยากจะ ออกมาจากป าชา มาใชชีวิตอยางปกติ แตก ็
ออกมาไมได เพราะหมอผีทําประตูผี กันไว
ศพเกา
พิธีสงผี
เมื่อครบ 15 วันหลังการตาย พวกพี่นองจะตองไปทําพิธีสงผี ตองพาหมอผี และชาวบานไปรวม และเอาไก ไปทํา
พิธีสงผี หมอผีก็จะกลาววาจงขอใหเปนสุขเปนสุข เชาวันนี้ญาติพี่นองก็จะอาลัย และอยางมาหลอนพี่นอง อยามา
หาญาติ ชาวลาหูมีความเชื่อวา ถาไมไปสงผี ผีจะมารบกวนเรา เชนเราจะฝนราย หรือเมื่อทําไรทําสวนผลผลิตออก
แลวผีกลับมาเปนในรูปแบบนก หรือแมลงมาทําลายผลผลิต จนเสียหายหมดสิ้น
สง link ถึงเพื่อน

เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและขอมูลภายในเว็บไซตแหงนี้ หากทานประสงคจะนําไปเผยแพร สามารถกระทําไดโดยไมมีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี
ศิลปะ

เดือน

วิถีชีวิต ความเปนอยู

วัฒนธรรม ประเพณี พิธีกรรม

ความเชื่อ
ภาษา
สมุนไพร
บทความ

มุงหลังคาหรือซอมแซมบานทําความ
สะอาดในบาน
รอบๆบาน ใหนาอยู เพื่อที่จะตอนรับป
ใหมลาหู
(กินวอรลาหู)

มกราคม

เกี่ยวหญาคาเพื่อนํามามุงหลังคา

กุมภาพันธ

หาของปานํามาไวที่บาน เพื่อที่จะ
ใชในชวงปใหม
เพราะวาในชวงปใหม ไปหาของ
ปาไมได จึงจะตองเตรียมกอนป
ใหม

ประเพณีปใหมกินวอรชาวลาหูเรียกวา
( เขาะจาเว ) เปนเทศกาลสนุกสนาน มี
การสรางความประทับใจ ซึ่งกันและกัน
ชาวบานจะอยูในหมูบาน และจะเลน
กิจกรรมตางๆ เชน ตีลูกขาง เลนสะบา
หรือ เตนรําใตตนวอร ผูเฒาผูแกจาก
เลานิทานใหเด็กๆฟง เปนตน

มีนาคม

ชวงนี้เปนชวงที่หาของปา เชน
เก็บดอกกง เพื่อทําไมก วาดหรือ
นํามาขายตามพอคาแมคา และหา
เปลือกปอจะนํามาใช

ตามปกติในชวงนี้ไมมีประเพณี และ
พิธีกรรมอะไร เปนชวงที่หาของปาอยู
ปลายเดือนเตรียมหาพื้นที่
ทําไรทําสวนกัน

การเตรียมพื้นที่เพาะปลูก ถางไร
และทําแนวกันไฟรอบๆ พื้นที่ของ
แตละคน

1.พิธีกรรม กอทราย ชาวลาหูเรียกวา
(แซกอ)เปนประเพณี ของทุกปจะตอง
ทํา เพื่ออุทิศสวนกุศล ขอขมาตอสัตว
ตางๆ ที่โดนฆาตายชวงเวลาในการทํา
ไร ทําสวนโดยไมตั่งใจ
2.เปนพิธีกรรมทําศาลา ลาหู เรียกวา
( ศาละเตเว ) มีปละครั้ง ทําเพื่อ อุทิศ
สวนกุศล ขอพรเจาที่เจาทาง วาเมื่อเรา
ไปหาของปาขอใหเจาที่เจาทางชวย
ดูแลเราดวย

พรวนดิน ปลูกขาว ปลูกขาวโพด

มีพิธีกรรมสวดมนต กอนการเพาะปลูก
ทุกครั้ง เพื่อไมให เมล็ดพันธุสูญหาย
ไป และขอพรวาตนกลาออกมา
อยางงอกงาม

เปนชวงปลูกขาวไร และปลูกพืช
พักในไร

มีพิธีทําบุญตนขาวเปนพิธีกรรมสวนรวม
ทําเมื่อตนขาว อายุประมาณ 30 วัน
หรือ หลังจากการกําจัดวัชพืชครั้งที่
หนึ่ง เพื่อขอใหผีไรผีดอย ปองกันไมให
หนูแมลง หรือสัตวปามากัดกิน หรือ
ทําลายตนขาว

เมษายน

พฤษภาคม

มิถุนายน

สมาชิกในหมูบานจะนัดวันดี ๆ หนึ่งวัน

ภาพ

ไปลงแรงทําไรทําสวนใหกับผูนําชุมชน
เพื่อเปนการตอบแทน และถือวาเปน
กิจกรรม และทําใหกับผูนําชุมชน มี
กําลังใจในการทํางาน ใหกับชุมชนตอ
ไป ไมมีพิธีกรรมใดๆทั้งสิ้นชวงนี้

กรกฏาคม

หาของปา เชน หาหนอไมซาง หา
เห็ดไมซาง

สิงหาคม

ชวงนี้หาหนอไมไผและ หาหนอน
ไมไผตามปา

ในเดือนนี้ไมมีการประกอบพิธีกรรม เปน
ชวงที่หาหนอไมไผขายหรือมาเปน
อาหาร

กันยายน

หาหนอนไมไผ เชน ดักแด หา
หนอไมไร

กอนจะถึงประเพณีกินขาวใหม ชาวบาน
แตละหลังคาเรือน หาผลผลิตจากในไร
ในสวนนํามาไวที่บานเชน ฟกทอง ถั่ง
ฝกยาว พริก มะเขือ เปนตน

เตรีอมที่จะเก็บเกี่ยวขาวไร

ถึงประเพณีก ินขาวใหม ชาวลาหูแตละ
บาน จะนําผลผลิต ที่เพาะปลูกไวในไร
นั้น ๆ จะนํามาทําอาหารแลว มานั่งกิน
ดวยกัน เพื่อเปนการอนุรักษประเพณี
และ
วัฒนธรรมของลาหู

ตุลาคม

ชวงนี้เก็บเกี่ยวผลผลิตตามไร ตาม
พฤศจิกายน สวน ชาวบานจะมาชวยกันเก็บ
เกี่ยวผลผลิตในไรกัน
อยากมีความสุข

ธันวาคม

ชวงนี้เปนการ พักผอ น ปกเย็บเสื้อ
ผา และทอผาไวใสในชวงเทศกาล
ปใหม

ชวงนี้ไมมีประเพณีและพิธีกรรมใดๆ
เปนชวงเก็บเกี่ยวผลผลิต จัดในไร ใน
สวนเพื่อนํามาเปนอาหารในใชชีวิต
ประจําวัน

ในเดือนนี้ไมมีการประกอบพิธีกรรม
เตรียมการตอนรับ สิ่งใหม ๆ ทอผา เย็บ
ผา เพื่อจะนําไปใชในชวง เทศกาลป
ใหม หรือกินวอรลาหู

การปฏิบัติตามวิถีชีวิตในรอบปของชาวลาหูหมูบานจะแล หมูที่ 11 ต. แมยาว อ. เมือง จ. เชียงราย นี้ขาด
ไมได เด็ดขาดพวกเขามีความเชื่อวาอยูมาไดจนถึง ปจจุบันก็เพราะความอุดมสมบุรณของปา มีของปาใช มีพื้นท
สําหรับ หาของปาไดตลอดทั้งป และมีประเพณีวัฒนธรรมที่งดงาม วิถีความเปนอยูที่เรียบงาย ชอบอยูโดดเดี่ยว
ตามหุบเขา ไมอยากยุงเกี่ยวกับใคร เพียงรําลึกวาขอใหลูกหลานมีความสุขและ
มีสุขภาพอนามัยที่ดีก็เปนพอ.
สง link ถึงเพื่อ
เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและขอมูลภายในเว็บไซตแหงนี้ หากทานประสงคจะนําไปเผยแพร สามารถกระทําไดโดยไมมีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี
ศิลปะ
ความเชื่อ
ภาษา
สมุนไพร
บทความ

โครงสรางการปกครองของลาหูจะมีการปกครองในระดับชุมชนตามระบบจารีตประประเพณีการปกครอง เมื่อมีการรอง
เรียนของชาวบานมาถึงผูนํา ผูนําจะตอ งเรียกคูก รณีทั้งสองฝายและหัวหนาครอบครัวทุกคนมา เพื่อชี้แจงและตัดสินชี้ขาด
ถาหากผลการตัดสินเกิดความขัดแยงขึ้น ก็จะใหผูอาวุโสตัดสินเพื่อที่จะทําใหเกิดความยุติธรรมกันทุกฝายอยางอิสระ ถา
มีการปรับเปนเงินตามอัตราที่ตามกฎจารีตประเพณมีไว แตถาเปนกระทําผิดที่รุนแรง แลวผูกระการทําผิดอาจไดรับโทษ
โดยการถูกขับไลออกจากหมูบานไป ผูนําหมูบาน มีอํานาจหนาที่ ในการปกครองดูแลลูกบานในดานความสงบสุข ความ
ปลอดภัย ชักจูงใหลูกบานรวมปฎิบัติงานเปนประโยชนตอสวนรวม ในสังคมลาหูนี้การปกครองและการตัดสิน จะเกี่ยวของ
กับจารีตประเพณีทุกอยาง
การคัดเลือกผูนํา
การคัดเลือกผูนําของลาหูจะเกิดขึ้นโดยการออกเสียงของชวบาน อาจจะมี
การสืบเชื้อสายกันบาง แตสวนใหญชาวบานจะเลือกกันเองมากกวา จะไมมี
การเกษียณอายุ อยูที่ผูนําวาจะลาออกหรือไม แตถาเกิดผูนําทําความผิดเชน
ไมดูแลหมูบาน หรือไมพัฒนาหมูบาน ก็อาจจะโดนไลออกไดโดยเสียงของ
ประชาชนในพื้นที่ เปนผูนําจะตองมีความสามารถหลายดานเชน พูดแลวชาว
บานเชื่อฟงและตองมีศักยภาพที่ดี มีความสามารถในการพัฒนาหมูบาน
ลักษณะการปกครอง
การปกครองของชาวลาหูเปนการปกครองดวยระบอบประชาธิปไตย หญิงชายมีสิทธิเทาเทียมกับ ผูหญิงมาเปนผูนําก็
ไดเหมือนกับผูชาย
ลักษณะของครอบครัว
โดยปกติแลวจะอยูรวมกันทั้งครอบครัว ลาหูมีลักษณะเปนครอบครัวเดียว
ภายในครอบครัวหนึ่ง จะมีสมาชิก อยูหลายคนคือ พอ แม ลูกชาย ลูกสาว
หลานและมีผูเฒาผูแกดวย ถามีเหตุการณรายๆเกิดขึ้นในครัวเรือน หรือกับ
สมาชิกคนใดคนหนึ่ง สมาชิกทุกคนในครัวเรือนนั้นๆก็จะชวยการแกไขปญหา
รวมกัน แลวถาหากในครัวเรือนมีงานแตงงานเกิดขึ้นไมวาของบุตรชาย หรือ
บุตรสาว หัวหนาครัวเรือนคือพอ ตองจัดงานแตงงานตามระบบจารีตประเพณี
ของลาหูที่มีอยูใหกับบุตรของตน
การตัดสินคดีความหรือเรื่องราวตางๆ
ในสมัยกอนการตัดสินคดีความหรือเรื่องราวตางๆ จะเปนหนาที่ของผูนําหมูบานและผูอ าวุโส ในการตัดสิน และเมื่อมี
กรณีทะเลาะวิวาท ในหมูบาน วิธีก ารตัดสินคือผูนําหมูบานจะตองเชิญผูอาวุโสมาดวย ใหผูอาวุโสไกลเกลี่ยหาขอตกลง ผู
อาวุโสก็ถามทั้งสองฝาย และใหทั้งสองฝายอธิบายเหตุการณที่เกิดขึ้น อาวุโสก็รับฟงเหตุก ารณจากทั้งสองฝาย แลวจะรู
เลยวาคนไหนถูก-ผิด ผูนําหมูบาน และผูอ าวุโส จะตัดสินโดยเด็ดขาดเลยวาใครผิดใครถูก ทั้งสองฝายก็จะตองยอมรับ
การตัดสินของผูนําและผูอาวุโส สมัยนี้การตัดสินคดีความหรือเรื่องราวตางๆ สวนมากจะไปใชตามกฎหมายของรัฐบาล จะ
ไมคอยใชการตัดสินของผูเฒาผูแก ตางคนตางมีความรู จะไปใชตามกฎหมายของรัฐบาล มีสวนนอยที่จะใชกฏของหมู
บาน เพราะวาคนรุนใหม ไดเรียนรูและมีก ารพัฒนาตนเองอยางสูงเลย ใชตามกฎหมายของรัฐบาลจะใชเปนสื่อกลาง
เพราะวาอีกสวนหนึ่งก็เกี่ยวของวาเราอยูเมืองไทยจะตองใหความเคารพในกฎหมายไทย ไปไหมมาไหนก็มีแตกฎหมาย
บังคับทุกที่ทุกแหง ชาวลาหูในปจจุบันนี้จะตองยอมรับการเปลี่ยนแปลง ของสังคมภายนอกที่เขามาสูในชุนชน
การประชุมหมูบาน
การประชุมหมูบานของชาวลาหูจะมีวิธีการใหผูนําหมูบาน ประกาศหาผูเฒาผู
แกมากอน แลวหลังจากนั้นก็ สมาชิกหัวหนาครอบครัวจะตามมาและใหผูนํา
บอกกลาวถึงเรื่องราวที่อยากแจงใหคนในชุมชนทราบโดย ใหผูเฒาผูแกและ
สมาชิกหมูบานรับฟงดวย และคุยหาขอตกลงตางๆกัน เชนจะมีการตั้งกฎ
ระเบียบและขอบังคับกฎเกณฑตางๆ ที่จะใชในหมูบานนี้ จะตองใหสมาชิกรับรู
และแสดงความคิด เห็นกอนวาเหมาะสมกับในทองถิ่นเราหรือไม หากผามการ
ลงมติของสมาชิกแลว กฎระเบียบและขอบังคับหรือกฎเกณฑตางๆก็จะนําไปสู
การใชถายในชมุชน และจะตองไมขัดแยงกับจารีตประเพณีเด็ดขาด
สง link ถึงเพื่อน

เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี
ศิลปะ
ความเชื่อ
ภาษา
สมุนไพร
บทความ

ในอดีตลาหูทอผาใชเอง แตในปจจุบันแทบจะไมมีใครทอผาใชเอง นอกจากจะทอพวกของใชที่มีขนาดเล็กๆ เชน ยาม หร
สายสะพายยามเทานั้น เสื้อผาของลาหูจะใชผาดํา หรือผาสีฟาซึ่งขึ้นอยูกับวาเปนลาหูก ลุมใด และตกแตงดวยผาหลากสีเปน
ลวดลายสวยงาม ลาหูมีห ลายกลุม รูปแบบของตัวเสื้อและลายบนเสื้อผาจึงแตกตางกันไปตามกลุม แตทุกกลุมจะนุงซิ่นเชน
เดียวกัน เสื้อของหญิงลาหูดําจะมีสองตัว ตัวในจะเปนเสื้อแขนยาวตัวสั้นแคเอว สวนตัวนอกจะเปนเสื้อแขนยาวตัวเสื้อยาวถึง
นอง ตกแตงดวยผาหลากสีและเครื่องเงิน สําหรับเสื้อผาของผูชายลาหูทุกกลุม ทั้งเสื้อและกางเกงจะใชผาสีดํา ใชผาสีตางๆ
ทําเปนแถบยาวซอนกันบริเวณปลายขากางเกง ปลายแขนเสื้อ และดานหนาตัวเสื้อ แตจะไมมีลวดลายมากเหมือนกับเสื้อผา
ของผูหญิง ผูชายลาหูสวมถุงนองดวยในขณะที่ผูหญิงไมสวม

ลักษณะการแตงกายของผูหญิง
ลักษณะการแตงกายของผูหญิงคือสวมใสเสื้อแขนยาว สวมผาถุง
ยาวถึงขอเทา ตกแตงดวยแถบผาสีตางๆและ มีเม็ดอลูมิเนียมเล็กๆ
เย็บติดเสื้อ และมีสวดลายตางๆ แปะติดไวดานหนาและดานหลัง
อยางสวยงาม

ลักษณะการแตงกายของผูชาย
ลักษณะการแตงกายของผูชายคือสวมใสเสื้อแขนยาวสีดํา ประดับดวย
เม็ดโลหะเงินและลายปกตางๆ สวนกางเกงใชสีดํา สีเขียว สีฟา เย็บปก
ดวยมือที่สวยงาม

เครื่องประดับ
เครื่องประดับเหลานี้มีความสําคัญตอชุมชนของลาหูอยางมาก เปนเอกลักษณของชาวลาหู เพื่อ ใชประดับใหเกิดความสวย
งาม ซึ่งเครื่องประดับของลาหูมีดังนี้
1.กําไลตุมหู
2.กําไลคอ
3.กําไลเข็มกลัด
4.กําไลเงินมือ
5.เม็ดโลหะเงินและอลูมิเนียมเล็กๆ

การแตงกายในชวงที่มีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
ชาวลาหูในสมัยกอนเวลามีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาก็จะมีการสวมใสชุดประจําเผาเสมอ แตมาถึงปจจุบัน การใสชุด
ประจําเผาในชนเผาลาหูเริ่มหาดูไดยาก เนื่องจากการพัฒนาของสังคมเมือง ทําใหคานิยมในการใสเสื้อเปลี่ยนไป หันไปใส
เสื้อ ผาแบบทันสมัยใหม เชนกางเกงยีนต เสื้อยีนตเปนตน เพราะวามีการวางขายตามรานทั่วไป สวนชุดชนเผาหาไดยาก อีก
อยางสังคมไมยอมรับ เมื่อใสชุดชนเผาเขาในเมือง เรากลับถูกมองเหมือนตัวประหลาดตัวหนึ่ง จึงทําใหเด็กรุนใหมไมชอบใส
ชุดประจําเผากัน เพราะวาอายคนในเมืองและ บางคนคิดวาเขามี การพัฒนาพอที่จะแยกแยะออกวา ควรใสชวงเวลาไหนและ
ไมควรใสชวงเวลาไหน ผมเชื่อ วาผูเฒาผูแกหลายๆ คนอยากบอก อยากสอนใหลูกหลานวาเราจะตองหันกลับมาอนุรักษ และ
รักษาชุดชนเผาและประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามคงไวไดแลว

อยากใหชาวลาหู ทั่วทิศ แดนใกลไกลตระหนักถึง คุณคาของการแตงกายที่มีความงดงามดานศิลปะ และเกิดความ
ภาคภูมิใจในตนเอง วาเรายังเหลือของดีๆ ที่งดงามอยูบางและรวมสืบทอดศิลปวัฒนธรรมประเพณีตอๆไป

สง link ถึงเพื่อน

เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและขอมูลภายในเว็บไซตแหงนี้ หากทานประสงคจะนําไปเผยแพร สามารถกระทําไดโดยไมมีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี
ศิลปะ
ความเชื่อ
ภาษา
สมุนไพร

ลักษณะบาน
บานเรือนของเผาลาหูสวนมากปลูกยกพื้นใตถุนสูง ซึ่งจะใชเปนที่เก็บฟน เสาบานเปนไมเนื้อแข็ง พื้นฟาก ฝา
ฟาก มุงดวยหญาคา หรือใบกอ วิธีมุงหลังคาดวยหญาคาของชาวลาหูคอนขางแปลก คือ แทนที่จะมัดคาเปนตน ๆ
เขาใชมุงฟอนทับกันหนาแนนเชนเดียวกับวิธีการมุงหลัง คาดวยหญาของชาวยุโรป การมุงแบบนี้ทําใหใชไดทน
และอบอุนในฤดูหนาว ตัวบานแบงออกเปน 2 ตอน ตอนหนาเปนชานนอกชายคา ปูดวยไมฟาก มีบันไดเปนไม
ทอนยาวพาด

บทความ
จากพื้นดินขึ้นไปสูบาน ตอนหลังเปนหองสี่เหลี่ยมกวาง 3-4 เมตร มีฝาสาน
รอบทุกดาน สูงประมาณ 1 เมตรครึ่ง ทําดวยไมไผลวนไมมีเพดาน ตรงกลางหอง
มีเตาไฟ 1 เตา สําหรับทําอาหาร รอบ ๆ เตาไฟเปนที่นอน และใชเปนที่ตอนรับ
แขกดวย สําหรับบานของหัวหนาหมูบานจะใหญโตกวาบานของลูกบานราว 2
เทา มีหองนอนสําหรับตอนรับแขก กับหองนอนของครอบครัว เตาไฟทําไว 2
แหง เพราะบรรดาแขกผูไปเยือนหมูบานจะไปหาหัวหนาหมูบานกอน และพักคาง
แรมอยูภายในบานผูเปนหัวหนานั้นเอง

บาน (แหย) ตามแบบวิธีชาวลาหู กอนที่เราจะสรางบานตามแบบของ
ชาวลาหู เราตอ งหาสิ่งเหลานี้ใหครบกอน ซึ่งประกอบดวยอุปกรณที่จะ
สรางบานแบบลาหู จะมี 4 อยางใหญ ๆ
1.
2.
3.
4.

เสาบาน
คาน
แฝกหญาคา
ไมไผสับฟากเพื่อ ทําฝา และพื้นบาน

เมื่อไดสิ่งเหลานี้ครบแลว ชาวลาหูก็จะหาฤกษ หายามวาวันไหนเหมาะที่จะปลูกบาน และจะปลูกบานบริเวณ
ไหน หลังจากที่เลือกวันโดยผูเฒา ผูแกที่ จะรูเรื่องการนับวันไดดี เพราะวาผูเฒาจะรูดีวาสรางวันใหน อยูแลวครอบ
ครัวจะมีความสุขกับบานที่สรางขึ้นมา ผูเฒาจะนับวันแลวบอกกับคนที่จะไปหารือเรื่องจะสรางบาน และสถานที่ได
แลวชาวลาหูก็จะเตรียมขาวสาร 3 เมล็ด และเทียนไข 1 คูเพื่อบวงสรวงเจาที่แลว จะขุดหลุมในที่ที่เลือกไวใสขาว
สาร 3 เมล็ดลงไป เอาใบไมปด จุดเทียน พรอมกับกลาวเพื่อทําการเสี่ยงทาย ใจความสําคัญของการเสี่ยงทาย คือ
“ถาเราสามารถปลูกบานและอยูที่นี้ไดอยางมีความสุข ขอใหขาวสารเกาะกลุมกัน แตถาหากเราปลูกบานตรงนี้แลว
ทําใหอยูไมมีความสุข หรือไมสามารถปลูกบานตรงนี้ไดแลว ขอใหขาวสารอยูคนละที่”
ถาเปนอยางที่กลาวเสร็จ ชาวบานก็จะชวยกันสรางตามแบบที่ ตองการของ
เจาบานนั้น ๆ ไปหลังจากที่ทําการเสี่ยงทายแลว ชาวลาหูจะขุดหลุม แลวนําน้ํา
เทลงไปในหลุม เพราะน้ําที่เทลงนั้นมีความเชื่อวา จะทําไหเปนอยูดีทําไหรมเย็น
ดั่งน้ํา และเอาเสาลงเสาตนแรกที่ชาวลาหูจะตั้ง คือ เสาที่เปนศาลพระภูมิ และ
เปนหัวนอนของเจาของบาน หลังจากที่สรางบานเสร็จแลว ก็จะทําพิธีไลสิ่งไมดี
ออกจากบาน เนื่องจากมีความเชื่อวาถาไมไลออกแลวจะอยูบานหลัง นี้อยางไมมี
ความสุข เมื่อทําพิธีไลสิ่งไมดีออกจากบานแลว ก็จะเปนพิธีขึ้นบานใหม การขึ้น
บานใหมนั้น ชาวลาหูจะฆาไก 1 ตัว เพื่อทําการเสี่ยงทายเหตุการณภายหนา
นอกจากนี้แลวจะฆาไกเพิ่มตามแตฐานะของเจาของบาน หลังจากนั้นก็ขนขาว
ของเขามาอยูในบาน อยางมีความสุขตอครอบครัว

บานลาหู
ที่สรางเสร็จสมบูรณแบบ
ตามแบบบานลาหู (ดานหนา)

กําลังกอนสรางบาน (ลาหู)

บานลาหู
ที่สรางเสร็จสมบูรณแบบ
ตามแบบบานลาหู (ดานหลัง)
สง link ถึงเพื่อน

เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและขอมูลภายในเว็บไซตแหงนี้ หากทานประสงคจะนําไปเผยแพร สามารถกระทําไดโดยไมมีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี
ศิลปะ
ความเชื่อ
ภาษา

ชุมชนในแตละพื้นที่แตละแหงวิถีการดํารงชีวิต และความเชื่อที่แตกตางกันไป เพราะมาจากการสืบทอดจาก
บรรพบุรุษที่ไมเหมือนกัน การกระทําใด ๆ ในความเชื่อที่ในสิ่งตาง ๆ หรือที่เรียกวาพิธีกรรม เพื่อที่จะใหชาวบานได
มีการจัดการทําพิธีกรรมทางความเชื่อ โดยเฉพาะพิธีก รรมในวันศีลชาวลาหูถือวา เปนพิธีกรรมอยางหนึ่งที่สําคัญที่
ผูเฒาหยุดงานเพื่อที่จะทําบุญรับศีล และจากไปประกอบพิธีกรรมก็จัดเตรียม น้ํา เทียน เขาไปใน หอแหย เพื่อบูชา
สักการะตามความเชื่ออของชนเผาลาหู

สมุนไพร
บทความ

ชาวบานจะหยุดงานทําไร ทํานา ทําสวน และพักผอนอยูที่บาน เพื่อ
จะทําพิธีกรรมที่หอแหยในวันศีลตอนเย็น นําน้ํามาเพื่อลางมือใหแกผู
เฒา ผูแก และผูนําศาสนาการรดน้ําลางมือนั้น ชาวบานถือวาเปนการลาง
บาปไปในตัว เพื่อเปนการลางบาปในสิ่งตาง ๆ ที่มือไดทําลงไป และก็มี
การเตนรําในหอแหยกันสนุกสนาน

การปฏิบัติตนในวันศีล
ชาวลาหูถือวาวันศีลเปนที่สําคัญวันหนึ่ง เพราะฉะนั้นชาวลาหูจะ
พรอ มใจกันเพื่อหยุดงานตาง ๆ อยูแตก ับบาน พรอมที่จะรับศีล การ
ปฏิบัติตนของชาวลาหูที่บานจะแลในวันศีลมีขอ หามและขอปฏิบัติดัง
นี้
1.
2.
3.
4.

จะไมไปทํางานนอกหมูบาน
ไมฆาสัตวตัดชีวิดในวันศีล
ไมควรพูดถึงเรื่องที่ไมดีและไมเปนมงคล
จะไมกินอาหารเนื้อสัตวในวันศีล ถากินอาจจะเกิดการเจ็บ
ปวยไดงาย

การทําบุญสะเดาะเคราะห
ในการทําบุญสะเดาะเคราะห เมื่อชาวลาหูไดรับเคราะห หรือมีการ
เจ็บปวยไมสบายกายและใจ ก็จะไดจัดเตรียม สิ่งของเพื่อไปใหผูนํา
ทางศาสนา ทําพิธี ซึ่งชาวลาหู เรียกวา “คอตาเตเว” โดยเครื่องมือ
เหลานี้ จะมีผูบอกวิธีการทํา คือ ลาซอ ลาซอเปนผูเชี่ยวชาญการ
เครื่องมือ ในการประกอบ พิธีกรรมเพื่อนํา ไปไหผูนําทางศาสนา
หรือที่เรียกวาโตโบ เพื่อสวดขอพรใหหายจากเคราะหรายตาง ๆ หรือ
เคราะหที่จะมาถึง นอกจากนี้ ยังมีสิ่งของที่จะตองเตรียมเพื่อนําไป
ประกอบการทําพิธีกรรม คือ 1. เทียน ถือวาใหนําไปจุดเพื่อ แสง
สวาง ในการประกอบพิธีกรรม 2. สําลี หรือ ฝาย สําลีตองเปนสีขาว
ชาวลาหูถือวา สําลีหรือฝายนี้ จะไป รับคําพูดที่เคยพูดไมดี หรือ ผูให
รายแกผูอื่น 3. ผาขาว เพื่อความสะอาดและความบริสุทธิ์ ผาจึงตอง
เปนผาสีขาว 4. น้ํา เพื่อ นําไปลางมือผูนําศาสนาหรือโตโบ 5. ดาย
การพิธีจะตองเปนดายขาวเหมือนกัน สําหรับดายนี้ เมื่อ โตโบทําพิธี
เสร็จก็เอาผูกขอมือหรือหอยคอ เพื่อปองกันอันตรายสิ่งตาง ๆ เหลานี้
ทั้งหมด จะเห็นไดวาอุปกรณที่นําไปทําประกอบกับเครื่อ งมือ ในการ
ประกอบพิธีกรรมนั้นจะตองเปนสีขาว ชาวลาหู หรือแมแตศาสนาใดก็
ตาม จะใชสีขาวเปนสื่อ
ในการประกอบพิธีกรรมถือวา เปนสีแหงความบริสุทธิ์และถือวาเปนมงคลความเชื่อของ ชาวลาหูมีความเชื่อ
เรื่องบาป บุญ คุณ โทษ ซึ่งมีความเหมือนกับศาสนาพุทธในประเทศไทย แตตางกันตรงที่การขอพรกับเทพเจา
การทําพิธีและการปฏิบัติธรรม ลาหูทําใหไดทราบถึงเกี่ยวกับความเชื่อและพิธีกรรมตาง ๆ ถึงแมวาพิธีกรรมของ
ชาวลาหู ใชเวลาในการทําพิธีก รรมไมนานนัก แตก็เชื่อวามีความหมายตอการดํารงชีวิตในอนาคตไดเปนอยาง
มากอยางดีกับชนเผาลาหู
อุปกรณการประกอบพิธีกรรม

1. กุติเจ

2. ธุยหิเจ

3. เควิเจ

4 . กอมูตุย

5. ลิช ิ

6. โลบูพือ
สง link ถึงเพื่อน

เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและขอมูลภายในเว็บไซตแหงนี้ หากทานประสงคจะนําไปเผยแพร สามารถกระทําไดโดยไมมีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี
ศิลปะ
ความเชื่อ
ภาษา
สมุนไพร
บทความ

วิถีชีวิตของคนในสังคมเกษตรกรรมเพื่อการยังชีพ ความอยูรอดของชาวลาหูขึ้นอยูกับธรรมชาติอยางกลมกลืน
ไมวาเปนดิน ความพอดีของน้ําจากทองฟา วัฒนธรรมของชาวลาหูผูกพันอยูเปนน้ําหนึ่งอันเดียวกับธรรมชาติได
สะทอนออกมาในรูปแบบวรรณกรรมปากเปลา ซึ่งผูนําศาสนามักจะสอนศาสนิกชน ของตน “กระดูกของเราเปน
กอนหิน เนื้อหนังของเราเปนดิน สายเลือดเปนสายน้ํา ลมหายใจเปนอากาศ และความอบอุนภายในกายเปนแสง
แดด” ดินเปน ตัวแทนธรรมชาติที่มีความผูกพันที่ใกลชิดมนุษย

สถานที่ประกอบพิธีกรรม
ชาวลาหูเกือบทุกหมูบานจะมีสถานที่ประกอบพิธีกรรมที่เรียกวา หอ
แหย มีไวเพื่อประกอบพิธีกรรม ทางศาสนาของลาหู ชาวลาหูนับถือ
บรรพบุรุษ วิญญาณ และเทพเจากือซา จึงทําใหไมเหมือนกับศาสนา
พุทธทั่วไปในประเทศไทย “หอแหย” เปรียบเสมือนโบสถหรือวัด ตาม
ความเชื่อ ของศาสนานั้น ๆ สถานที่ประกอบพิธีก รรม หรือ หอแหยของ
ชาวลาหู จะสรางอยูที่สูงและใกลๆ กับบานของ ผูนําศาสนา (โตโบ) จึง
สังเกตไดวาถามีห อเเหยอยูที่ไหนก็มีบานของโตโบที่ตรงนั้น

สิ่งของสําคัูในหอเหย
โตะบูชา หรือชาวลาหูเรียกวา “กะปะแต” เปนที่สําหรับเทพเจา (กือซา) ลงมาประทับ และเปนที่สื่อสารกับผูนํา
ศาสนาถือ วาเปน ที่สําคัญที่สุด ในศาสนสถาน นกเทพเจาจะมี 2 ตัวคูกันมีตัวผูและตัวเมีย ชาวลาหูเรียกตัวผูวา นา
นะบุจุแงะ และตัวเมียเรียกวา นะสิจุแงะ เขาจะเชื่อกันวาเปน นกของพระเจาที่จะนําพาขวัญของผูที่เสียขวัญกลับ
คืนมาเขาสูรางกาย นกไม 2 ตัวนี้จะอยูคูกับบอน้ําทิพย เรียกวา ลิเด ซึ่งผูนําศาสนา จะคอยเติมน้ําทุก ๆ วันศีลโดย
แตละเดือนจะมีวันศีลอยู 2 วันคือ วันแรม และขึ้น 15 ค่ําของทุกเดือนจะถือวันศีล ดังนั้นชาวลาหูก็หยุดทํางานเพื่อ
ถือศีล และไดมีการจัดเตรียมเครื่อ งบูชาที่จะนําไปทําบุญที่หอเเหยเพื่อทําพิธีกรรมทางศาสนาจากนั้นก็มีการเตน
“ปอยแตแว” หรือ “จะคึ” กันอยางสนุกสนาน ถือ กันวาถาเตนมากก็จะไดบุญมาก

ผูทําพิธีกรรมทางศาสนา
ผูไหว และบูชาขอพรสวดมนตนั้นจะตองเปน “โตโบ” ซึ่งเปนผูที่ทําหนาที่สอนศาสนา และเปนสื่อ กลาง
ระหวางชาวบานกับเทพเจากือซา นอกจากนี้โตโบยังตองปฏิบัติหนาที่ที่จะตองดูแลรักษาหอแหยอีกดวย เพราะ
เปนคนที่มีความเมตตากรุณา และเปนบุคคลที่ชาวบานยอมรับนับถือ การเปนโตโบจะตองเปนผูที่ไดรับการสื่อสาร
จากเทพเจา หรือกือซาเขาทรง ผูเฒาในชุมชนเลาวาผูที่จะมาเปน โตโบ ไดนั้นจะตองมีบุคลิกดังนี้

1. เปนคนที่มีความเมตา และชอบชวยเหลือผูอื่น โดยจะใหความรัก
กับทุกคนในหมูบาน และไมเลือกที่ จะลําเอียงขางใดขางหนึ่ง
2. เปนคนที่มีความซื่อสัตย สุจริต ตอตนเองและผูอื่น ไมคิดเบียด
เบียนผูอื่นในทั้งทางตรง และทางออม
3. เปนคนที่มีจิตใจ กายที่บริสุทธิ์ ไมชอบการฆาสัตว

4. ไมยุงเกี่ยวกับยาเสพติด และน้ํามึนเมาทุกชนิด
จะเปนโตโบไดนั้นอยูที่เทพเจา หรือกือซาจะทรงรางเทานั้นถึงเปนโต
โบได หรือเปนผูนําศาสนาชาวลาหูในขณะที่บุคคลภายนอกมองไมเห็น
ประโยชนของความเชื่อ ของชาวลาหู แตกลับมองเปนความเชื่อที่งมงาย
ไรสาระ ลาหูซึ่งมีวิถีชีวิตแตกตางจากชาวเขาเผาอื่น ๆ ซึ่งยังคงเหนียว
แนน ในวิถีชีวิตที่บรรพบุรุษสรางสมกันมา และถายถอด ไวปนมรดกของ
เผาพันธุ อาจกลาวไดวาชาวเขาทั้งหมด ลาหูเปนชาวเขาที่สม่ําเสมอ ใน
ขนบธรรมเนียมประเพณีทางศาสนาของตนเองมากที่สุด คนลาหูจะเชื่อ
ฟงคําสั่งสอน ของผูนําศาสนา มีการไปชุมนุมกันที่หอแหย ทุกวันขึ้นและ
แรม 15 ค่ํา เพื่อการทําพิธีกรรมทางศาสนา เนื่องจากเปนวันศีล มีการรด
น้ําเพื่อลางบาปในตอนเย็น และตอนค่ําก็จะมีการเตนรํากันอยางสนุก
สนาน
สง link ถึงเพื่อน
เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและขอมูลภายในเว็บไซตแหงนี้ หากทานประสงคจะนําไปเผยแพร สามารถกระทําไดโดยไมมีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี
ศิลปะ
ความเชื่อ
ภาษา
สมุนไพร
บทความ

วิถีชีวิตของคนในสังคมเกษตรกรรมเพื่อการยังชีพ ความอยูรอดของชาวลาหูขึ้นอยูกับธรรมชาติอยางกลมกลืน
ไมวาเปนดิน ความพอดีของน้ําจากทองฟา วัฒนธรรมของชาวลาหูผูกพันอยูเปนน้ําหนึ่งอันเดียวกับธรรมชาติได
สะทอนออกมาในรูปแบบวรรณกรรมปากเปลา ซึ่งผูนําศาสนามักจะสอนศาสนิกชน ของตน “กระดูกของเราเปน
กอนหิน เนื้อหนังของเราเปนดิน สายเลือดเปนสายน้ํา ลมหายใจเปนอากาศ และความอบอุนภายในกายเปนแสง
แดด” ดินเปน ตัวแทนธรรมชาติที่มีความผูกพันที่ใกลชิดมนุษย

สถานที่ประกอบพิธีกรรม
ชาวลาหูเกือบทุกหมูบานจะมีสถานที่ประกอบพิธีกรรมที่เรียกวา หอ
แหย มีไวเพื่อประกอบพิธีกรรม ทางศาสนาของลาหู ชาวลาหูนับถือ
บรรพบุรุษ วิญญาณ และเทพเจากือซา จึงทําใหไมเหมือนกับศาสนา
พุทธทั่วไปในประเทศไทย “หอแหย” เปรียบเสมือนโบสถหรือวัด ตาม
ความเชื่อ ของศาสนานั้น ๆ สถานที่ประกอบพิธีก รรม หรือ หอแหยของ
ชาวลาหู จะสรางอยูที่สูงและใกลๆ กับบานของ ผูนําศาสนา (โตโบ) จึง
สังเกตไดวาถามีห อเเหยอยูที่ไหนก็มีบานของโตโบที่ตรงนั้น

สิ่งของสําคัูในหอเหย
โตะบูชา หรือชาวลาหูเรียกวา “กะปะแต” เปนที่สําหรับเทพเจา (กือซา) ลงมาประทับ และเปนที่สื่อสารกับผูนํา
ศาสนาถือ วาเปน ที่สําคัญที่สุด ในศาสนสถาน นกเทพเจาจะมี 2 ตัวคูกันมีตัวผูและตัวเมีย ชาวลาหูเรียกตัวผูวา นา
นะบุจุแงะ และตัวเมียเรียกวา นะสิจุแงะ เขาจะเชื่อกันวาเปน นกของพระเจาที่จะนําพาขวัญของผูที่เสียขวัญกลับ
คืนมาเขาสูรางกาย นกไม 2 ตัวนี้จะอยูคูกับบอน้ําทิพย เรียกวา ลิเด ซึ่งผูนําศาสนา จะคอยเติมน้ําทุก ๆ วันศีลโดย
แตละเดือนจะมีวันศีลอยู 2 วันคือ วันแรม และขึ้น 15 ค่ําของทุกเดือนจะถือวันศีล ดังนั้นชาวลาหูก็หยุดทํางานเพื่อ
ถือศีล และไดมีการจัดเตรียมเครื่อ งบูชาที่จะนําไปทําบุญที่หอเเหยเพื่อทําพิธีกรรมทางศาสนาจากนั้นก็มีการเตน
“ปอยแตแว” หรือ “จะคึ” กันอยางสนุกสนาน ถือ กันวาถาเตนมากก็จะไดบุญมาก

ผูทําพิธีกรรมทางศาสนา
ผูไหว และบูชาขอพรสวดมนตนั้นจะตองเปน “โตโบ” ซึ่งเปนผูที่ทําหนาที่สอนศาสนา และเปนสื่อ กลาง
ระหวางชาวบานกับเทพเจากือซา นอกจากนี้โตโบยังตองปฏิบัติหนาที่ที่จะตองดูแลรักษาหอแหยอีกดวย เพราะ
เปนคนที่มีความเมตตากรุณา และเปนบุคคลที่ชาวบานยอมรับนับถือ การเปนโตโบจะตองเปนผูที่ไดรับการสื่อสาร
จากเทพเจา หรือกือซาเขาทรง ผูเฒาในชุมชนเลาวาผูที่จะมาเปน โตโบ ไดนั้นจะตองมีบุคลิกดังนี้

1. เปนคนที่มีความเมตา และชอบชวยเหลือผูอื่น โดยจะใหความรัก
กับทุกคนในหมูบาน และไมเลือกที่ จะลําเอียงขางใดขางหนึ่ง
2. เปนคนที่มีความซื่อสัตย สุจริต ตอตนเองและผูอื่น ไมคิดเบียด
เบียนผูอื่นในทั้งทางตรง และทางออม
3. เปนคนที่มีจิตใจ กายที่บริสุทธิ์ ไมชอบการฆาสัตว

4. ไมยุงเกี่ยวกับยาเสพติด และน้ํามึนเมาทุกชนิด
จะเปนโตโบไดนั้นอยูที่เทพเจา หรือกือซาจะทรงรางเทานั้นถึงเปนโต
โบได หรือเปนผูนําศาสนาชาวลาหูในขณะที่บุคคลภายนอกมองไมเห็น
ประโยชนของความเชื่อ ของชาวลาหู แตกลับมองเปนความเชื่อที่งมงาย
ไรสาระ ลาหูซึ่งมีวิถีชีวิตแตกตางจากชาวเขาเผาอื่น ๆ ซึ่งยังคงเหนียว
แนน ในวิถีชีวิตที่บรรพบุรุษสรางสมกันมา และถายถอด ไวปนมรดกของ
เผาพันธุ อาจกลาวไดวาชาวเขาทั้งหมด ลาหูเปนชาวเขาที่สม่ําเสมอ ใน
ขนบธรรมเนียมประเพณีทางศาสนาของตนเองมากที่สุด คนลาหูจะเชื่อ
ฟงคําสั่งสอน ของผูนําศาสนา มีการไปชุมนุมกันที่หอแหย ทุกวันขึ้นและ
แรม 15 ค่ํา เพื่อการทําพิธีกรรมทางศาสนา เนื่องจากเปนวันศีล มีการรด
น้ําเพื่อลางบาปในตอนเย็น และตอนค่ําก็จะมีการเตนรํากันอยางสนุก
สนาน
สง link ถึงเพื่อน
เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและขอมูลภายในเว็บไซตแหงนี้ หากทานประสงคจะนําไปเผยแพร สามารถกระทําไดโดยไมมีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี
ศิลปะ
ความเชื่อ
ภาษา
สมุนไพร
บทความ

การละเลนของชนเผาลาหู
การละเลนเปนอีกวัฒนธรรมหนึ่งของชนเผาลาหูที่นิยมเลนกันยามที่วางจากการทําไร ทําสวน และชวงที่มีพิธีกรรม
ทางศาสนา หรือประเพณี ซึ่งเด็กหรือผูใหญจะมารวมตัวกันบริเวณรางที่กวางๆ พรอมจัดกลุมแลวก็เลน เปนการละ
เลนเพื่อความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และจะเนนการเลนเปนกลุม เพื่อใหเกิดความสมัคสามัคคีกันภายในกลุม เปน
การใชภูมิปญญาของชาวบานในการนําสิ่ง ของตาง ๆ มาประดิษฐเปนของเลน โดยการใชวัสดุธรรมชาติ ที่หาได
งายและไมไดใชตนทุนเยอะของทองถิ่นมาดัดแปลง และทําเปนของเลนในยามที่ไปไรไปสวน ระหวางทางก็จะ
เด็ดใบไมแลวก็มาเปาใหเกิดเปนเสียงเพลง ซึ่งจะทําใหเกิดความสุขในการเดินทาง และการเปาใบไมหนุม ๆ ยังใช
เปาในการจีบสาว ซึ่งจะเปนการเปาเพลงที่ของขางเศรา และมีความหมายอันลึกซึ้ง ถือไดวาเปนวิธีการในการหาคู
ของหนุมสาวอีกวิธีหนึ่ง การละเลนของชนเผาลาหูแบงไดเปน 2 ประเภท ไดแก
การละเลนในพิธีกรรม
เปนการละเลนเฉพาะในชวงที่มีพิธีกรรมหรือประเพณีเทานั้น ซึ่งชาวลาหูทั้งหญิงและชายจะแตงกายดวยชุดประจํา
เผาเต็มยศ แลวจะมาเลนกัน
อันไดแก การเตน “จะคึ” และประกอบดวยการเลนสะบา (หมะยี้สื่อตอดะเว) เลนลูก ขาง (ขอสือบาดะเว) โยนผา
(แขปุกสื่อเหลดะเว) ซึ่งหนุมสาวจะนิยมเลนกันมากที่สุด ในชวงที่มีพิธีกรรม หรือกินวอ เปนเวลาวางที่มีคามาก
สําหรับหนุมสาว
การเตนจะคึ (ปอย เต เว)
เปนการบงบอกถึงความหลากหลายของ
การทํามาหากิน จะเตนในชวงที่มีงาน
ประเพณี (กินวอ) เตนเพื่อเฉลิมฉลองใน
งานประเพณี และเปนการกลาวขอบคุณ
แขกที่มารวมในงานพิธีกรรม อาจมาจาก
ตางหมูบาน หรือตางทองถิ่น การเตนจะคึ
จะเปนการเตนเปนจังหวะ ตามเสียงกลอง
(เจะโข ) ฉิ่งฉาบ (แซ) และฆอง (โบโล
โก) โดยจะมีทาทางประกอบหลากหลาย
ทาอยางพรอมเพรียงกัน เชน ทาเกี่ยวขาว
ทาตักขาว และ ทาตีขาว เปนตน
การเตนจะคึจะมีอีกหลากหลายทา คือ ทา
สวัสดี ทาขอบคุณ และยินดีตอนรับ ก็จะมี
อยูในตัว ทาสวัสดี และยินดีตอนรับ นั้นจะ
อยูในจังหวะเดียวกัน ชวงปใหม หรือกินวอ
จะมีแขกจากบานอื่นมาเที่ยว และชาวลาหู
จะมีการเตนจะคึ เพื่อเปนการตอนรับแขกที่
มารวมในงาน

(กา เคอะ เว)
เปนการละเลนอีกแบบหนึ่ง เปนการละเลนเพื่อความสนุกสนาน โดยมีอุปกรณที่
ใชคือ แคน โดยผูที่มีความชํานาญในเรื่องของแคน จะเปนคนเปาแลวเตนเปน
การและเพื่อ เฉลิมฉลอง
ในงานประเพณี ให เทวราช หรือ หงื่อซา รับทราบวา ถึงเวลา แลวที่ชาวลาหู
จะเฉลิมฉลอง
ใหกับทาน และขอใหทานเทพเจาลงมาอวยพรใหกับคนในชุมชนดวย

การละเลนลูกขาง (คอซือ)
เปนการละเลนของชนเผาลาหู จะนิยมเลนกันในชวงปใหม กินวอ ของลาหู
ลูกขางนั้นทําจากไมเนื้อแข็ง
วิธีการเลน มีดังนี้ อยางแรก ทําเชือกสําหรับเหวี่ยงลูกขาง แลวมัดกับดามไม
พอเสร็จก็พันลูกขางแลวโยน
ไปยังเปาหมาย แลวดึงเชือกคืนไว ๆ ก็จะทําใหลูกขางหมุน และถาลูกขางของ
เราไปโดนของคูตอสู ถือวาเราเปนฝายชนะ

(นอ) แคน
เปนอีกอยางหนึ่งที่ชาวลาหูนิยมมาก และเปนเครื่องดนตรีในเวลาที่วาง ๆ ก็เปา
แคนมาเลนกันเปนทีม
เพื่อที่จะใหรูวาทีมใครมีความสามารถมากกวากันเมื่อประเพณี เชน เวลาเตนรํา

การโยนผา (แขปุกสื่อบาดะเว)
เปนชนิดหนึ่งที่หนุม สาว จะเลนนิยมเลนกันมาก แตหนุม สาว มักจะเลนชวงปใหม หรือ กินวอ วิธีการเลนก็จะมีการ
แบงฝายเปน 2 ฝายหนุม ๆ ก็จะอยูฝายหนึ่ง และสาว ๆ ก็จะอยูอีกฝายหนึ่ง แลวมีกติกาวาถาหนุม ๆ โยนผาใหฝาย
สาว ๆ แลวสาว ๆ รับไมไดและรับไมทันทําใหตกสูพื้น 3ครั้งหรือ 3 ที แลวแตจะตั้งกติกากี่ที หรือกี่ครั้งก็แลวแต ที่
จะตั้งกันเองในกลุม จะมีการยึดสิ่งของตาง ๆ เชน สรอย นาฬิกา ขอมือ ฯลฯ จากฝายที่แพมา แตก็จะคืนใหกัน
หลังจากเสร็จการกินวอกัน
สง link ถึงเพื่อน

เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและขอมูลภายในเว็บไซตแหงนี้ หากทานประสงคจะนําไปเผยแพร สามารถกระทําไดโดยไมมีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี
ศิลปะ
ความเชื่อ
ภาษา
สมุนไพร
บทความ

พิธีฉลองปใหม ภาษาลาหู (มูเซอ) เรียกวาประเพณี เขาะเจาเว มีความหมายในภาษาไทยแปลวา ปใหมก ารกินวอ
พีธีฉลองปใหมของลาหู ไมมีการกําหนดการเฉพาะเจาะจงแนนอน จะเลือกเวลาที่สมาชิกสวนใหญอยู และเสร็จสิ้น
ภาระกิจการทํางานทําไร ทําสวน จากการเก็บเกี่ยวพืชผลแลว อาจเปนชวงเดือนกุมภาพันธ มีนาคม หรือเมษายน ของ
แตละปก็ได อีกทั้งทุกหมูบานก็ไมจําเปนตองจัดฉลองปใหมพรอมกัน เพราะแตละหมูบานจะมีความพรอมไมตรงกัน
เมื่อถึงชวงฉลองปใหม สมาชิกของหมูบานที่ไปทํางานอยูหางไกลจะเดินทางกลับมารวมงานฉลองปใหม มีก ารฆาหมู
ดํา เพื่อนําเนื้อหมู และหัวหมูสังเวยตอเทพเจา อื่อชา ลาหูนับถือมาก ตอจากนั้น ก็จะนําเนื้อหมูมาปรุงเปนอาหารเลี้ยง
กันอยางสมบูรณ ในเทศกาลปใหมนี้ ชาวลาหู (มูเซอ) จะนําขาวเหนียวนึ่งมาตําเสร็จ แลวจะปนเปนกอนกลม เรียกวา
“ออผุ” หรือขาวปุก จะนําไปใชเปนเครื่อ งถวายตอเทพเจาอื่อซา

ตนวอ

พิธีฉลองปใหมของชาวลาหู (มูเซอ) มีเวลาปใหมนานถึง 12 วัน โดยจะ
แบงการฉลองปใหมออกเปนสองชวง ชวงแรก เปนการฉลองปใหมของผูหญิง
เรียกวา “เขาะหลวง” หรือ “ปใหญ” มีระยะเวลา 6 วัน ชวงที่สอง เปนการฉลอง
ปใหมของผูชาย เรียกวา “เขาะนอย” หรือ “ปเล็ก ” มีระยะเวลา 6 วัน ระหวาง
ชวงแรกกับชวงที่สองจะมีหยุดพัก 1-2 วัน ในหลังจากสองวันนี้แลวกลางคืนจะ
มีการเตนรําทุก ๆ คืน ลาหูเรียกวา “กาเคาะเว” ตั้งแตหัวค่ําไปจนกระทั้งรุงสาง
ไกขัน กลางวันชาย – หญิงลาหู (มูเซอ) จะมีการละเลนที่แตกตางกัน โดย
ผูชายจะเลนขวางลูกขาง สวนผูหญิงจะเลนลูกสะบากัน และการเลนโยนลูก
บอลกลมขนาดเทากําปนมือ ลูกบอลนี้ ทําโดยใชผาเย็บหอขางในก็จะเปน
แกลบ หรือรําขาว สาเหตุที่ตองมีการฉลองปใหมแยกกันระหวางชายและหญิง
นั้น มีผูเฒาอธิบายวาสมัยกอนนานมาแลว พวกผูชายชาวลาหู (มูเซอ)
ตองออกไปปฏิบัติภาระกิจนอกหมูบานเปนเวลานาน เชน ไปสงคราม ไปคา
ขาย ไปลาสัตวในปา จึงทําใหกลับมารวมฉลองปใหมไมทัน บรรดาผูหญิงที่อยู
ในหมูบาน จึงจัดงานฉลองปใหมกันกอน เมื่อพวกผูชายกลับมาถึง ปใหมก็
เสร็จพอดี เลยบรรดาผูชายจัดงานฉลองปใหมกันอีกทีหลัง

ปจจุบันพบวาชาวลาหู (มูเซอ) ยังจัดฉลองปใหมเปนสองชวง คือเขาะหลวง และเขาะนอย เหมือนสมัยกอน แตทั้ง
เพศชาย และเพศหญิงจะเขารวมฉลองเทศกาลทั้งสองชวงดวยกัน ทั้งนี้เปนเพราะพวกผูชาย และผูหญิงตางทํางานอยู
ใกลกัน ซึ่งสามารถทราบขาววันเริ่มฉลองปใหมของหมูบาน และชวนกันมารวมฉลองเทศกาลปใหมพรอมกันได โดย
ชวงแรกปใหมจะมีความสนุกสนานคึกคักมาก แตละคนมีความกระตือรือรนที่จะเขามารวมกิจกรรมตาง ๆ ชวงหลังแตละ
คนเริ่มเหนื่อยลาลง คนรวมงานอาจจะนอยลงไป

เทศกาลฉลองปใหมนี้ จะมีการจุดเทียนขี้ผึ้งสวดออนวอนเทพเจาที่นับถือ
เพื่อใหเกิดความสงบสุข พรอมทั้งความอุดมสมบูรณแกสมาชิกในแตละครอบ
ครัวของชุมชน และถามีลาหู (มูเซอ) หมูบานใกลเคียงกันจัดงานพรอมกัน
พวกลาหูจะมีพิธีหนึ่งที่เรียกวา “ออรี้เตดะเว” คือ การเดินทางไปเยือนหมูบาน
อื่นพรอมกับหอเนื้อหมู และเอาขาวปุก หรือเรียกออผุ (ขาวเหนียวนึ่งตําเปน
กอน) ไปทําบุญ เพื่อนบาน รดน้ําใหผูอาวุโส ทําการเตนรํารอบลานพิธีของหมู
บานนั้น กอนกลับมาหมูบานตน และอีกไมกี่วันเพื่อนบานจากมาหมูบานเรานั้น
ก็จะยกขบวนกันมาประกอบพิธี
“ออรี้เตดะเว” เปนการตอบแทนเชนกัน
ทําพิธีใตตนวอ
เมื่อใกลจะเสร็จงานปใหมจะตองเซนไหวตนวอ และอื่อซา วาบรรดาเผาชนลาหูก็จะขอบุญจากเทพเจา ขอคุมครอง
รักรับหมูบานเราเปนสุขๆ ขอใหบรรดาพวกเรามีสุขภาพอนามัยที่แข็งแรงตลอดป ปลูกขาวขอขาวงามน้ําดื่มแกขานอย

พิธีวันศีล
วันศีลของชาวลาหูจะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ํา และแรม 15 ค่ํา แตวันศีลในชวง
ปใหมจะตรงวันที่สามของปใหม จะตองงดการกินเนื้อสัตว การฆาสัตว การดื่ม
เหลาในเมื่อวันศีล พวกเขามีความเชื่อวาเปนวันพักผอนของพวกเขา ตอนเย็น
ของวันศีลจะมีพิธีรดน้ําดําหัวผูเฒาผูแก แลวโตโบจะกลาวอวยพรทุก ๆ คน ดึก
ๆ ค่ําคืน จะมีการประกอบพิธีในหอแหย (โบสถ) แลวเตนรําตีกลองและเปา
แคนกันอยางสนุกสนานตอหนาตนวอ

รดน้ําดําหัวผูเฒาผูแกในวันศีล

กิจกรรมในชวงปใหม

เลนกิจกรรมใตตนวอ

การเลนสะบา

เตนรํา (ปอยเตเว)
สง link ถึงเพื่อน

เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและขอมูลภายในเว็บไซตแหงนี้ หากทานประสงคจะนําไปเผยแพร สามารถกระทําไดโดยไมมีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี
ศิลปะ
ความเชื่อ
ภาษา
สมุนไพร

ประเพณีแซกอนี้มีมาตั้งแตสมัยบรรพบุรุษปฎิบัติมา และสืบทอดตอ ๆ กันมาจนถึงปจจุบัน ชนเผาละหูที่นับถือพุทธ
(ผี) ซึ่งแซกอ ตรงกับวันที่ 14 เมษายนของทุกป และเปนวันสงกรานตไทย ชนเผาลาหูจะมีประเพณีแซกอ เปน
ประเพณีที่ปฏิบัติเพื่อเปนการอุทิศสวนกุศล ใหกับสิ่งที่ลวงลับที่ทําไปแลวในการประกอบอาชีพ ทําไร ทําสวนโดยที่ฆา
สัตวโดยตั้งใจ หรือไมตั้งใจ เชื่อวาทําพิธีกรรมแซกอแลว จะทําใหไมมีบาป แลวอาชีพการทําไร ทําสวน ผลผลิตจะได
ดี และชีวิตการเปนอยูเย็นเปนสุข

บทความ

การเตรียมสิ่งของที่จะไปประกอบพิธีกรรมแซกอ แตละบานจะตองจัด
หาดอกไมสวย ๆ นํามาใสกระบอกไมไผเพื่อที่จะนํามาทําพิธีกรรม เชน
เตรียมเมล็ดพืชขาว ขาวโพด พริก เตรียมทราย เตรียมเทียนไขนี้ไปเก็บไว
ณ จุดที่เคารพ

ชาวบานก็จะมาพรอมกัน ณ จุดศูนยรวมของหมูบานเพื่อที่จะชวยการทํา
พิธีกรรมแซกอ หรือทรายกอ

เตรียมขุดหลุมเล็ก ๆ ไวเพื่อที่จะใสเสาดอกไมลง

นําดอกไมมาประดับจุดที่ทําพิธีกรรมแซกอ

นําดอกไมมาเพื่อ ที่จะประกอบพิธีกรรมใหสมบูรณแบบ

นําสิ่งของเพาะปลูกมาไวจุดที่ทําพิธีกรรม เชน เมล็ดขาว ขาวโพด พริก

ชาวบานจุดเทียนเพื่อ จะประกอบพิธีขอขมาสัตวที่ตายไปในการทําไร ทํา
สวน

ชาวบานทําเครื่องมืออุปกรณ ในการประกอบพิธีกรรม สรางเสร็จแลวเริ่มทํา
พิธีกรรมขอขมา สิ่งตาง ๆ ในการทําไร เชน สัตว

ทําพิธีก รรมจะตองมีพอหมอ
หรือผูเฒา ผูแกในหมูบานที่
สามารถอานบทสวด เพื่ออุทิศสวน
กุศล ขอขมาตอสัตวตาง ๆ ที่โดน
ฆาตายในการทําไร ทําสวนแลว
สวดวาขอใหไดผลผลิตสูง เจริญ
งอกงาม ออกเมล็ดเหมือนเมล็ด
ทราย และสวดวาขอใหชาวบานทุก
หลังคาเรือนอยูเย็น เปนสุข หลัง
จากเสร็จพิธีกรรม ชาวบานเก็บ
เมล็ดพืชที่ทําพิธีกรรม จะนํามาไว
จุดที่ศักดิ์สิทธิ์ในบาน
สง link ถึงเพื่อน
เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและขอมูลภายในเว็บไซตแหงนี้ หากทานประสงคจะนําไปเผยแพร สามารถกระทําไดโดยไมมีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี

เครื่องดนตรีประเภทเปา
แคน (หนอ)
วิธีการทําเครื่องดนตรีแตละชนิด
วัสดุอุปกรณ
ลูกน้ําเตา (อี้โมะโก)
ไมเฮี้ย (โป, มะฟวู) ขี้ผึ้ง (แปบิฮอ )

ศิลปะ
ความเชื่อ
ภาษา
สมุนไพร
บทความ

วิธีการทํา
1. นําลูกน้ําเตาที่แหงแลวมาเจาะรูทั้ง 2 ขางของลูกน้ําเตา
2. เอาเมล็ดน้ําเตาขางในออกใหหมด
3. ตัดไมเฮี้ยที่แหงแลว 5 อันสั้นยาวตามลําดับ แตอันที่ยาวที่สุดตอง
ยาวเทากัน 2 อัน
4. นําไมที่ตัดแลวมาใสในลูก น้ําเตาที่เจาะรูไว
5. นําขี้ผึ้งมาปดรูตรงที่ใสไมไวเพื่อใหแนน

สวนใหญแลวมักใชในงานปใหม แตก็ใชเปาทั่วไปดวยเชนกัน
เครื่องดนตรีประเภทตี
กลอง (จะโก)
วัสดุอุปกรณ
1.ไมเนื้อแข็งขนาดใหญ 2.หนังวัว หรือหนังกวาง 3.เชือก 4.มีด 5.ขวาน 6.สิ่ว
7.หวาย 8.ขี้ผึ้ง
9.เศษแกว หรือ ใบมะนอด
วิธีการทํา
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.

ตัดไมเนื้อแข็งมาตามขนาดที่ตองการจะทํา
แกะเปนรูปรางกลอง
เจาะรูไมขางในใหโปรง
นําหนังวัว หรือหนังกวางมาปดรูขางบนที่เจาะรูไว และตองดึงหนังวัว
หรือหนังกวางใหแนนที่สุด
ใสขี้ผึ้งตรงกลางของหนังวัวหรือหนังกวาง เพื่อใหเสียงดี และดัง
ใชเชือ กรัดหนังวัวหรือหนังกวางอีกที
ทําสายสะพายไวคลองคอเมื่อเวลาตีกลอง
ใชเศษแกว หรือใบมะนอดขัดผิวเนื้อไมใหเรียบกลอง

จะใชตีในเฉพาะพิธีกรรมเทานั้น เชน ใชตีชวงปใหมเปนสวนใหญ และรองลง
มาก็ใชในวันศิลชาวลาหูจะมีวันศีลเดือ นละ 2 ครั้ง คือในเดือนขึ้น กับเดือนลง
หรือขึ้น 15 ค่ํา และแรม 15 ค่ําทุกเดือน
ขลุยไมไผ (แลกาชุย)
ขลุยของลาหูแบงออกเปน 4 ชนิดคือ
แบบ 1 รู, 2 ร,ู 4 รู และ 5 รู
วัสดุอุปกรณ
ไมไผหรือไมเฮี้ย
มีดปลายแหลม
วิธีการทํา
1. เอาไมไผมาตัดตามชนิดของขลุย เชน ถาเปนขลุย 1 รู ไมไผก็ตอ งตัด
ใหสั้น ถาเปนขลุยแบบ 2 รูขึ้นไป ก็ตองเพิ่มความยาวของขลุยขึ้นไป
อีก
2. เอามีดปลายแหลมเจาะรูไมไผตามแบบที่ตองการ โดยระยะหางของ
แตละรูตอ งเทากัน
3. ทดลองเปาดูวาเสียงดีหรือไมถาเสียงยังไมดี ก็ตองตัดสวนทายของ
ขลุยออกไปทีละนิดจนกวาเสียงจะดี ใชเปาเลนไดโดยไมจําเปนวากับ
เทศกาลเปาไดทุกยามวาง หรือเหงา ๆ ขึ้นมาก็เปาเปนเพลงตามแต
ความสามารถได>

จิ๊งหนอง (อาทา)
วัสดุอุปกรณ
-ไมไผ
วิธีการทํา
1. เอาไมไผมาตัดยาวประมาณ 1 คืบเพื่อเอาไวเก็บอาทา
2. เอาไมไผมาผาเปนชิ้นเล็กๆ 2 ชิ้น กวางประมาณ 1 ซม. ยาวประมาณ
15 ซม.
3. เอาไมไผทั้ง 2 ชิ้นมาตัดปลายใหแหลมยาวประมาณ 1 นิ้ว เพื่อ ใชดีด
เวลาเปา
4. ตอจากปลายแหลมก็จะตอ งเหลาไมใหบางๆ อีกยาวประมาณ 1 นิ้วครึ่ง
5. ผาไมอ อกเปน 3 สวนยาวประมาณ 3 นิ้วสวนตรงกลางของไมซึ่งจะทํา
เปนลิ้นนั้น จะตองตัดสวนทายใหขาด เหลาใหกลมและยาวประมาณ 1
นิ้วครึ่ง
6. ทําอาทาเหมือนกันทั้งหมด 2 อัน
จิ๊งหนองเชนเดี่ยวกันกับขลุยเลนไดทุกเวลา ไมจําตองเทศกาล

ฆอง (โบโกโล) ฉิ่ง (และแส)
เครื่องดนตรีทั้ง 2 ชนิดนี้ ชาวบานไมสามารถทําขึ้นมาเองได ตองไปหาซื้อ
มาจากที่อื่น หรือไดมาจากการ แลกเปลี่ยนสินคากับคนตางถิ่น เนื่องจาก
ชาวบานไมมีวัสดุอุปกรณในการทําเครื่องดนตรีทั้ง 2 ชนิดนี้ ฉิ่ง และฆอ ง
ใชเฉพาะในประเพณี เชน ประเพณีกินวอ หรือปใหม (เขาะจาเว) ของชาว
ลาหู แตฆองโตโบ ซึ่งเปนผูนําศาสนาในหมูบาน ถาจะทําพิธีก็จะใชตีทุก
ครั้งที่ทําพิธีสวด

เครื่องดนตรีประเภทดีด
ซึง (เตอสื้อโกย)
วัสดุอุปกรณ
ไมเนื้อแข็งชนิดใดก็ได
ลวด หรือสายเอ็น
วิธีการทํา
1.
2.
3.
4.
5.

ตัดไมมา 1 ทอน ความหนาพอประมาณ
ตัดแตงใหเปนรูปราง
สวนหัวเจาะรู 6 คู เหลาไมไผใสเขาไป
สวนตัวควานเนื้อไมออกใหโปรง
เอาไมมาปดทับ และเจาะรูเล็กๆ ประมาณ 9-10 รูเพื่อให
เกิดเสียง
6. เอาลวด หรือสายเอ็นมาขึงใหตึง โดยรอยไวที่ไมไผที่
ไดเจาะรูไวแลว 6 คู

เลนไดตลอดไมเกี่ยวกับพิธี และประเพณีใดใด
ขลุยตนขาว (แลลู)
วิธีการทํา
แลลูจะคลายกับการทําแลกาชุย แตตางกันตรงที่วัตถุดิบ ซึ่งแลลูจะใชตนขาวทําแทนไม โดยตนขาวจะ
ตองมีขอตอของตนขาวติดมาดวย 1 ขอ และจะตองทําลิ้นดวยเพื่อใหเกิดเสียงจะมีเลนก็ชวงฤดูกาลเก็บ
เกี่ยวขาวเทานั้นที่จะมีใหเลนกัน เพราะวาตนขาวหาไมไดในฤดูอื่น ๆ ขลุยตนขาว ไมเกี่ยวกับประเพณีเพียง
แตวาความเชื้อ ชาวลาหู ถาจะเลนในไรชวงที่มีตนขาว หรือฤดูเก็บเกี่ยวขาวไมดีนํามาเปาเลนเชื้อวาฝนจะ
ตกในวันนั้นทันที
เปาใบไม (อาผะเมอเว)
วัสดุอุปกรณ
ใบไมชนิดใดก็ไดแตจะตองเปนใบไมที่บาง ๆ ไมเล็ก ๆ กลม ๆ
วิธีการทํา
1. ถาเปนใบเดียวจะตองพับใบไมครึ่งหนึ่งแลวเปาตรงรอยพับนั้นถาเปนสองใบใหใชไมกลม ๆ ขนาดพอ
เหมาะ
2. อันวางบนใบไม อันละหนึ่งใบแลวพับครึ่งหนึ่งก็สามารถเปาตรงรอยพับไดเลยเปาใบไม
เปาไดทุกเมื่อถามีความสามารถในทางดานเปาใบไมก็เลนได ไมเกี่ยวกับพิธีกรรมใดใด
สง link ถึงเพื่อน

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี
ศิลปะ
ความเชื่อ
ภาษา
สมุนไพร
บทความ

ชาวบานละหูมีความเชื่อกันวา สมัยกอนพระเจาเปนผูสรางสิ่งมีชีวิตทั้งหลายขึ้นมา แตยังขาดคนตีเหล็กสําหรับไวตี
เครื่องมืออุปกรณในการทําไรทําสวน เชน มีด จอบ เปนตน พระเจาจึงไดสราง จะลี้ ขึ้นมาเพื่อรับหนาที่เปนคนตี
เหล็กประจําหมูบานลาหู เมื่อเครื่องมือการทําไรทําสวนชํารุดเสียหาย จะลี้ก็จะซอมให และถาเครื่องมือที่ทํามี
ขนาดใหญ เจาของที่จะใหทําเครื่องมือนั้นก็ตองไปชวยจะลี้ทําดวย เมื่อ ชาวบานไดรับผลผลิตจากการทําไรทําสวน
ก็ตองนําผลผลิตนั้นมาใหจะลี้กอนเปนคนแรก และจะลี้ก็จะอวยพรใหผลผลิตในปนี้ รวมถึงปตอ ๆ ไปอุดมสมบูรณ
และเจริญงอกงาม นอกจากนี้ ชาวบานตองไปชวยครอบครัวของจะลี้ถางไร ปลูกขาว และเก็บเกี่ยวดวย

เมื่อจะลี้วางจากการตีเครื่องมือ ทําไรทําสวนแลว ก็จะทําเครื่องมือ ในการลา
สัตวใหก ับชาวบาน เชน ปนแกป มีด เปนตน และถาชาวบานลาไดสัตวใหญก็
ตองแบงสวนคอของสัตวนั้นใหจะลี้ดวย ถาหากจะลี้เสียชีวิตลง คนในหมูบาน
ก็จะตองเลือกจะลี้คนใหมขึ้นมาแทนจะลี้คนที่เสียชีวิตไป โดยคนที่จะมาเปน
จะลี้คนใหมตองเปนคนที่มีความสามารถ และเชี่ยวชาญในการตีเหล็กเปน
อยางดี ซึ่งชาวบานก็จะปฏิบัติเชนนี้ยังสืบทอดมาจนถึงปจจุบัน

ที่ตีเหล็ก
ประโยชนของเครื่องตีเหล็ก
1. เพื่อใชในการทําเครื่องมือ หรืออุปกรณในการทําไรทําสวน
2. เพื่อใชในการซอมเครื่องมือ หรืออุปกรณในการทําไรทําสวน เมื่อชํารุด เสียหาย
อุปกรณที่ใชในการตีเหล็ก
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.

เหล็ก
ที่เปาลม
คีมจับเหล็ก
คอนตีเหล็ก
ที่เจียเหล็ก
ฐานตีเหล็ก
อางใสน้ํา
มีดสําหรับผาเหล็ก
ถาน
วิธีการตีเหล็ก

ที่เปาลม

1. ติดไฟใหรอนโดยการดึง
เครื่องเปาลม
2. นําเหล็กเผาไฟใหรอนจน
แดง เพื่อใหเหล็กออนตัว
3. ถาเหล็กใหญมากก็ผาใหมี
ขนาดตามตองการ
4. นําไปเผาไฟอีกครั้งจน
เหล็กแดง
5. นําเหล็กที่เผาจนแดงไดที่
มาตีเปนเครื่องมือตางๆ
6. เมื่อไดเปนเครื่องมือแลว
เอามีดขัดใหบาง
7. นําไปเผาไฟใหแดงอีกครั้ง
8. นํามาชุบน้ําเพื่อเพิ่มความ
คม
**ในการตีเหล็กตองมีผู
ชวยอยางนอ ย 3 คน แตถา
เปนงานหลัก หรืองานที่
สําคัญๆ จะลี้จะทําเอง เชน
ขั้นตอนการชุบน้ํา การตี
เหล็ก

อางใสน้ํา

สถานที่ในการตีเหล็ก
สถานที่ในการตีเหล็กนั้นจะใชตรงไหนก็ไดภายในหมูบาน แตเพื่อความ
สะดวกในทุก ๆ ดาน ควรจะอยูใกล ๆ กับบานของจะลี้ และชาวบานก็มีความ
เชื่อวา สถานที่ตีเหล็กประจําหมูบานเปนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ถาบุคคลใดลบ
หลู หรือกระทําการใด ๆ ที่ไมสมควรก็จะทําใหบุคคลนั้นมีอันเปนไปได

ฐานตีเหล็ก
สภาพปจจุบัน
ปจจุบันหมูบานลาหูยังมีการตีเหล็กอยู แตจะไมมีจะลี้ที่ เปนชางตีเหล็กประจําหมูบาน เนื่องจากสภาพการเปลี่ยน
แปลงเทคโนโลยีในปจจุบัน ทําใหหาซื้อเครื่องมือในการทําไรทําสวนไดงายตามทองตลาด และอีกอยางชาวบาน
ไมมีที่ดินทํากิน เครื่องมือตาง ๆ ในการทําไรทําสวนก็ไมจําเปนตองใชอีกตอไป สงผลใหจะลี้ประจําหมูบานลด
บทบาทลงไปมาก ทําใหจะลี้ในปจจุบันหายไปในที่สุด แตถาเครื่องมือตาง ๆ มีการชํารุดเสียหายชาวบานก็จะซอม
กันเอง
สง link ถึงเพื่อน

เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและขอมูลภายในเว็บไซตแหงนี้ หากทานประสงคจะนําไปเผยแพร สามารถกระทําไดโดยไมมีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี
ศิลปะ
ความเชื่อ
ภาษา
สมุนไพร
บทความ

พื้นฐานความเชื่อของลาหูนี้จะนับถือพระเจา หรือ (อื่อซา) ชาวลาหูมีความเชื่อเรื่องภูต ผี ขวัญ วิญญาณ ผสม
ผสานไปดวยกัน
พระเจา (อื่อซา)
อื่อซาถือเปนผูยิ่งใหญ ผูใหกําเนิดโลกและความดีทั้งปวง การบูชาสวดออน
วอน อื่อซา ถือเปนสิ่งสําคัญ เพราะจะบันดาลใหทุกคนสมบูรณพูนสุข ขาว
ปลาอาหารอุดมสมบูรณ อยางเชนเทศกาลปใหม หรือกินวอ (เขาะจาเว) ชวง
ปลายเดือนมกราคม หรือเดือนกุมภาพันธของทุกป ทุกหลังคาเรือน ทุกกลุม
บาน หรือหมูบานก็ตองทําการบูชา และสวด ผลผลิตที่ไดในรอบปนั้นๆ ใหกับ
อื่อซา เพื่อไดรับประทาน และไดรับรู รับทราบ บวกกับขอโชคลาภในปตอไป
เชน ในปนี้ผลผลิตไดเทานี้ทําถวายใหทานอื่อซา หนึ่งถวย - จาน ทานอื่อซา
รับประทาน และไดรับรู ปหนาขอผลผลิตใหได เกาเทา เกาถวย - จาน เปน
ตน
ผี
ผีนั้นชาวลาหูเชื่อวามีอยูทั่วไปแตมีทั้งผีดี และราย ตั้งแตในเรือ นไปจนทั่ว
บริเวณหมูบาน เชน ผีหมูบาน ผีเรือน เปนผีที่คอยใหความคุมครอง สวนผีน้ํา
ผีปา ผีดอยและผีอื่นๆ ที่อยูนอกบาน ถือเปนผีรายที่ใหโทษตอคน ตัวอยาง
เชน ผีบาน ผีเรือน ที่ชาวไทยเรียกวาศาลพระภูมิ หรือเจาที่ในหมูบานก็่ชวยคู
มครองสมาชิก ในครอบครัวนั้น ๆ เชนกับชาวไทยพุทธ ผีปา หรือเจาที่เจา
ทางในปา เหมือนกันในเมื่อคนเขาไปทําสิ่งไมดีใหกับสถานที่ ๆ นั้น หรือที่
ชาวไทยเรียกวาลบหลูผีปา ผีเขา หรือเจาปา เจาเขา เจาที่ ที่แหงนั้น มันก็จะ
ทําคนคนนั้นมีอันเปนไป และถาคนคนนั้นรูตัวเองวาไดกระทําผิดไว แลวไดไป
ลบหลูที่แหงนั้น แลวก็จะไปหาหมอผีมาแกบน หรือทําพิธีตามความเชื่อชาว
ลาหูเกี่ยวกับผี
วิญญาณ หรือขวัญ
วิญญาณ หรือ ขวัญ เปนภาคจิตของรางกาย คลายกับความเชื่อทางไสย
ศาสตรของคนไทย หากวิญญาณออกจากราง หรือ ถูกผีรายกระทํา เจา
ของรางกายจะเจ็บปวย ความเชื่อชาวลาหู ขวัญ วิญญาณ คือชวงที่คนไม
คอยมีแรง ไมสบายบอย ๆ ครั้งนั้น ชาวลาหูก็จะไปหาโตโบ ชึ่งที่เปนผูนํา
ทางศาสนา ทําพีธีไสยศาสตรจุดเที่ยนแลวสวด กลาวตามวิธีโตโบ โตโบ
ทําเสร็จพิธี และรูวาจะตองทําอะไรชึ่งผูปวยก็ถามวา จะทําอยางไร และจะ
ตองแกในดานไหน แลวโตโบก็จะตอบ และบอกตามจริงที่ไดรับคําสั่ง
จากเบื้อ งบนใหกับคนที่ไมสบาย รับรู และใหกลับไปแกตามจริงที่โตโบ
บอก เชน ชวงนี้บุญมีไมมากแลวนะ และขวัญหาย วิญญาณไมอยูกับเนื้อ
กับตัว ถาเปนอยางนี้แลวผูปวยหรือผูไมสบายก็ตองรีบหาหมอผี ทําพิธีแก
สิ่งเหลานี้ การทําพิธีมีดังนี้ พิธีเล็ก ๆ ทําพิธีหา บุูก็จะมีไกก็ได หมูก็ได
พิธีเล็ก ๆ ก็ไก พิธีใหญ ๆ ก็หมูได นําหมู - ไกมาฆาเลี้ยงใหกับสมาชิกใน
หมูบาน เพื่อที่จะขอบุญคนในหมูบาน และคนในหมูบานก็ผูกขอมือ และ
อวยพรใหก ับคนไมสบายคน ๆ นั้น
ขวัญ ถาขวัญหายชาวลาหูก็จะมีวิธี เชน ชาวลาหูรูวาขวัญหาย ก็จะหาไก
หนึ่งตัว เพื่อที่จะนํามาทําพิธีเรียกขวัญตามวิธีชาวลาหู ขวัญกลับมาหรือ
ยังอยางไรนั้นตองฆาไก ตัวที่ทําพิธีแลวก็มาทํา กินกันเองในกลุมหมอผี
หรือผูเฒาเพียงไมกี่คนเทานั้น พอกินเสร็จหมอผี หรือผูเฒา ผูแกก็จะดูที่
กระดูกไก ก็จะรูวาขวัญกลับมาหรือยัง ก็จะรูทันที
ความเชื่อเกี่ยวกับที่มาของฝน
มีเรื่อ งเลาวามีผูหญิงคนหนึ่งชื่อ นามะ เธอยังไมไดแตงงาน ภายหลังมาเธอไดเสียชีวิตลง ชาวบานจึงไดนําศพไป
ฝงไวหลังหมูบาน พอหลายวันผานไป ก็ไดมีตนฝน และตนยาสูบขึ้นบริเวณที่ฝงศพของผูหญิงคนนั้นอยางนา
อัศจรรย โดยตนฝนขึ้นตรงบริเวณหนาอกของผูหญิง และตนยาสูบขึ้นบริเวณอวัยวะเพศของผูหญิงคนนั้น จากนั้น
มาชาวลาหูก็เริ่มสูบฝนกันมาก หรือถาใครสูบยาสูบก็จะเปนที่รังเกียจของสังคม และจะยกยองคนที่สูบฝน
ความเชื่ออื่น ๆ
- ไมควรนําผาถุงของผูหญิงติดไปในการไปลาสัตว เพราะจะทําใหเกิดการมั่ว และยิงคนผิดได
- หามผูหญิงจับอาวุธ เชน อุปกรณลาสัตวตาง ๆ ของผูชาย เพราะจะทําใหอาวุธนั้นไมแมนเวลาไปลาสัตว
เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและขอมูลภายในเว็บไซตแหงนี้ หากทานประสงคจะนําไปเผยแพร สามารถกระทําไดโดยไมมีลิขสิทธิ์

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี
ศิลปะ
ความเชื่อ

ตนกําเนิดของภาษาพูดของลาหู
ภาษาพูดเปนการสืบทอดตอ ๆ กันมา ตั้งแตสมัยบรรพบุรุษมาถึงปจจุบัน โดยแสดงถึงวัฒนธรรมดานภาษาของตน
เอง ภาษาลาหูมีแตภาษาพูดเทานั้น การสืบทอด และการสื่อสารตาง ๆ นั้นสืบทอด โดยใชระบบความจํา พูด ฟง เทา
นั้น จะไมมีภาษาเขียนเปนของตนเอง

ภาษา
สมุนไพร
บทความ

ภาษาเขียนที่หายไป
เนื้อจากสมัยกอนพระเจา (อื่อ ซา) ไดทําการมอบตัวหนังสือใหกับชาว
เผาลาหู โดยการเขียนลงไวในแผน ขาวปุก เพื่อใหชาวลาหูมีภาษาใช
ครั้งหนึ่งไดเกิดสงครามระหวางประเทศขึ้น เมื่อเกิดสงครามก็ทําใหเกิด
ความอดหยาก ทําใหเกิดความวุนวาย แลวชาวลาหูก็รูสึกหิวขึ้นมาก ไมมี
อะไรกิน และคิดวาตัวหนังสือในแผนขาวปุกนี้จําไดหมดแลว จึงไดเผาขาว
ปุกแผนนี้กิน ภาษาเขียนของชาวลาหูจึงไมมี ตั้งแตนั้นเปนตนมา ชาวลาหู
จึงใชแตความจําเทานั้น

ตัวอยางภาษาพูด
1.
2.
3.
4.
5.
6.

ออโบอื่อจยา แปลวา สวัสดี
เชะซาหลา แปลวา สบายดีหรือเปลา
หนอออเจอามาแมเวเล แปลวา คุณชื่ออะไร
หงาออเจ... แปลวา ฉันชื่อ...
ออโบอื่อจยา แปลวา ขอบคุณ
ไกนศะแม แปลวา ไปกอนนะ

สง link ถึงเพื่อน
เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและขอมูลภายในเว็บไซตแหงนี้ หากทานประสงคจะนําไปเผยแพร สามารถกระทําไดโดยไมมีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี
ศิลปะ
ความเชื่อ
ภาษา

ลําดับที่

ภาษาเขียน

ภาษาพูด

ความหมาย

1

เณ มะ กวา สื่อ ดะ แล ออ โบ อื่อ จยา

ยิ นดีที่ไดรูจักกัน

2

ออ จาว ลา

กินขาวแลวยัง ?

3

ออ จะ เว

กินขาว

4

อี๊ กะ ดอ เว

ดื่มน้ํา

5

งา อา จึ๊ย กา ลา แผว ลา

ชวยฉันหนอยไดไหม?

6

แชะ ซา ลา

สบายดีไหม

7

ขอ มา เล

เทาไหร?

8

หนอ เขาะ กะ แชะ เว เล

คุณอยูที่ไหน?

9

หงา เก ฮาย แชะ เว

ฉันอยูเชียงราย

10

หนอ อา มา ออ เจ แม เล

คุณชื่ออะไร?

11

หงา ออ เจ จะมู แม เว

ฉันชื่อจะมู

12

โกะ เอ สา แหม

กลับกอนนะ

13

อา ญี้ ทา

เมื่อวานนี้

14

หยะ ญี

วันนี้

15

เซาะ เปาะ

พรุงนี้

16

อา มา เล

อะไรเหรอ?

17

ออ โบ อื่อ จยา

ขอบคุณมากๆ

18

เขาะ ทะ เล

เมื่อไหร?

19

เขาะ กะ เล

ที่ไหน?

20

เขาะไกโกะลาเล

ไปที่ไหนมา?

21

หงา หนอ หะ เว

ฉันรักเธอ

22

อา มา เต

ทําไม

23

เตะ ชิ มา เฮะ

ไมเปนไร

24

เต นยี แซะ ออ หงา
เขาะ สื้อ ฮี้ กวอ เตะชี

นับหนึ่งถึงสิบ 1-10

สมุนไพร
บทความ

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป

ในสมัยกอนขาวลาหูใชชีวิตอยูกับปา มีความผูกพันกับปา ซึ่งมีความสําคัญอยางยิ่งที่ตองรูเกี่ยวกับเรื่องยา ซึ่ง
จะนํามาในการรักษา แตปจจุบันนี้แตมาปจจุบันการใชยาสมุนไพรของลาหูหรือแมกระทั่งเผาอื่นก็เริ่มมีนอย
เนื่องจากการพัฒนาทางดานเทคโนโลยีเริ่มมีมากขึ้น และยาสมุนไพรก็เริ่มหายาก สมุนไพรที่ใชมีดังนี้

เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี
ศิลปะ

1. สาบแรง สาบกา (นาแกะ)
สรรพคุณ
ใชในการหามเลือ ด โดยการนําใบสาบแรงมาตําใหละเอียด หรือรากนํามา
ทุบใหแหลก จากนั้นก็นํามาประกบบริเวณแผล ซึ่งจะชวยหามเลือดไมให
ไหล และจะทําใหแผลแหง และหายในที่ก็สุด แชน้ําดื่ม แกที่กินอาหารผิด

ความเชื่อ
ภาษา
สมุนไพร
บทความ

2. ผักโขมแดง (งะอูจื่อ)
สรรพคุณ
ใชกับเวลาไฟไหมหรือน้ํารอนลวก โดยการนําใบตําใหละเอียด ประกบแผล
ที่ไฟไหมหรือน้ํารอนลวกอีกไมนามก็จะหาย

3. คราม (นอ)
สรรพคุณ
ใสเกลือตํากับใบใหละเอียดนําไปประคบบริเวณขอพลิกใชประคบบริเวณ
ฝามือลดไขอาการตัวรอนได

4. มะเขือพวง (มาดิชือ)
สรรพคุณ
ใชกับเวลาไฟลวก นําใบมาโลนไฟประคบแกอาการไฟไหม

5. คว้ําตายหงายเปน (อาพาเต)
สรรพคุณ
ใหใบตําใหละเอียดประคบแผลไฟไหม

6. หมามุย(พืออาเล)
สรรพคุณ
ใชรากทุบแชน้ําเอาใหวัวกินแกอาการทําใหวัวถายไดดีขึ้นอีก

7. ผักชี่ฝรั่ง (ออกะงะซอย)
สรรพคุณ
นําใบและรากมาผสมกับตะไคร กระเพรา ขยี้แลวนํามาแชน้ําเช็ดตัว แก
อาการเปนลม หรือตัวรอน

สง link ถึงเพื่อน

เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและขอมูลภายในเว็บไซตแหงนี้ หากทานประสงคจะนําไปเผยแพร สามารถกระทําไดโดยไมมีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com

หนาบาน : กะเหรี่ยง : มง : เมี่ยน : ลีซู : อาขา : เผาอื่นๆ

พิพิธภัณฑ
ขอมูลทั่วไป
เอกลักษณ
วิถีชีวิต
บาน
ประเพณี
ศิลปะ
ความเชื่อ
ภาษา
สมุนไพร
บทความ

หมอพื้นบานของลาหูมีมาตั้งแตสมัยปูยาตายาย จนสืบทอดตอ ๆ กันมาถึงปจจุบัน ในสมัยกอนชาวลาหูใชชีวิต
อยูกับปามาแสนนาน และรูสิ่งตาง ๆ เกี่ยวกับปา และสิ่งแวดลอมเปนอยางดี รูวาสุมนไพรไหนเปนยารักษาได หรือรู
วาสิ่งไหนเปนพิษตอชีวิต แลวไมควรที่จะใชในการรักษาโรคแลว ในการรักษาโรคตาง ๆ นี้เกี่ยวของกับพิธีกรรม
และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดวย ชาวลาหูเมื่อไมสบายจะทําพิธีกรรม หรือหายาสมุนไพรมารักษากันเองในหมูบาน
หมอพิธีกรรม
ขั้นตอนการปองกันคือ ในวันสําคัญตาง ๆ ทางประเพณี เชน
วันศีล รดน้ําดําหัวกัน และ "ขอตํา" (เครื่องบูชา) เมื่อรูสึกวาจิต
ใจไมสงบ สับสน กังวล ฝนไมดี ลาหูถือวาอาจะทําใหเกิดโรค
ราย และวิญญาณผีตายโหง จะมาเขาสิง หรือมารบกวนสมาชิก
ในครอบครัว ซึ่งจะทําใหเกิดเจ็บไข จะทํา "ขอตํา " คือ เครื่อง
บูชา ทําจากไมไผไมดิบ นําเทียน น้ํา และเงินตามความศรัทธา
ลาหูเชื่อวาสามารถปกปองคุมครองโรคตาง ๆ ที่จะเกิดแก
สมาชิกในครอบครัว หรือในหมูบานได โดยจะนําขอตําไปไวใน
หอแหย คือสถานที่ประกอบพิธีกรรมของลาหูคลาย ๆ กับวัด
หรือโบสถ ซึ่งอยูบานโตโบ หรือ ผูนําศาสนา โตโบ จะปกครอง
สมาชิกในหมูบานใหปกติสุขแลว เชื่อวายังสามารถ ปกปองคุม
ครองภัยอันตรายตาง ๆ ที่จะเขาสูหมูบานไดดวยพิธีกรรมนี้จะ
เปนพิธีที่ปองกันกอนเกิดเหตุ เหมือนภาษิตที่วา ปลูกกระทอม
กอนฝนตก ซึ่งจะสามารถปองกันไดทั้งฝน ความรอน และลม
ขั้นตอนการรักษาความเจ็บปวยตาง ๆ โดยหมอผีเปนผูประกอบ
พิธีกรรม

ความเจ็บปวยที่รักษาดวยวิธีนี้ จะเปนความเจ็บปวยที่เกิดขึ้นทันที โดยไมมีสาเหตุวาเกิดจากอะไร จนกวาหมอ
ผีจะทํานายดูตอน ทําการรักษา การรักษาจะมี วิธีควบคูกันกับการทําพิธี เชน ขอขมาผี ขับไลผี หรือใหผีชวย
ขึ้นอยูกับความเจ็บปวย แตละประเภทที่เกิดขึ้น หากผูเจ็บปวยปวดมาก จะใชคาถาปดเปากอน หากอาการยังไม
ดีขึ้น ก็จะทําพิธีกรรม ตอโดยเชื่อวาเกิดการกระทําของพวกภูตผีปศาจที่อาศัยอยูในปา เชน เวลาคนไปตัดไม
หรือหาของปา ซึ่งเปนที่อยูอาศัยของผีจะทําใหมารบกวน และทําใหเกิดการเจ็บปวย การรักษาจะใชไกหรือหมู
มาขอขมาตอผีนั้น
หมอคาถา
ผูรูคาถาอาคม หมอคาถาหรือผูรูคาถาอาคม การรักษาโดยใชคาถาเปนสวนใหญ วิธีการรักษาขึ้นอยูกับแตละ
คน คาถาอาคมมีหลายอยาง เชน บางคนรูคาถารักษากระดูก บางคนรูคาถาหามเลือด บางคนรักษาไฟไหม น้ํา
รอนลวก หรือแมแตคาถาเปากันผีรายก็มี

หมอยาสมุนไพร
เปนผูที่มีความรูความสามารถในการใชสมุนไพรในการรักษา
โรคตาง ๆ หมอแตละคนจะมีความสามารถในการรักษาโรคที่ไม
เหมือนกัน ทั้งกระบวนการ และวิธีก ารรักษาที่เปนของเฉพาะตัว
รวมทั้งการไดมาซึ่งความรูเรื่องยา และวิธีการรักษาที่ตางกัน
เชน โดยการเรียนรูได จากถายทอดของครอบครัว คือ จากปูยา พอ -แม จากพอสูลูก สูหลาน มีการบวนการถายทอดโดย
ทางออม เชน เวลาไปเก็บสมุนไพร จะพาลูกหลานไปดวย หมอ
ยาจะอธิบายสรรพคุณของยาแตละชนิดใหฟง รวมทั้งสูตรยา
และวิธีการผสมยา กับการเรียนรูโดยการไปขอเรียนจากหมอยา
ที่เกง ๆ

หมอนวด
หมอยาดานนี้มีความสามารถในการนวดที่ชํานาญในการรักษาโรคตาง ๆ เชนการนวดรักษา เมื่อปวดตามรางกาย
การนวดรักษาโรคอาจ จะควบคูไปกับการเปาคาถาการนวดดวย
หมอตําแยเปนผูชํานาญในการทําคลอด รูพิธีกรรมในเรื่องการเกิด หมอตําแยสวนใหญจะเปนผูรูสมุนไพร หมอ
ตําแยมีทั้งผูหญิงและผูชาย หมอตําแยจะเปนผูที่จิตวิทยาในการปลอบใจ ใหกําลังใจ แกผูหญิงที่กําลังคลอดลูก
การรักษาทางไสยศาตร
คาถาอาคม นอกจากการรักษาควบคูกันแลว ม ความเชื่อ พิธีกรรมแลว ยังใชการ รักษาความเจ็บปวยบาดแผล
ตาง ๆ เชน การหามเลือดจากมีดบาด หรือรักษาความเจ็บปวยที่เกิด จากการชอกช้ํา เชน การรักษาแขน ขาหัก ถูก
งูกัด เปนตน โดยใชการรักษาควบคูกับการใชสมุนไพร และคาถา

ชนิดยาสมุนไพรที่ใชในการรักษา
ยาสมุนไพรที่ใชรักษามีดวยกัน 2 อยาง คือ
1. ยาสมุนไพรที่ไดจากพืชพันธุชนิดตาง ๆ เชน ราก
เปลือก ใบ ดอก ผล
2. ยาสมุนไพรที่ไดจากสัตว เชน ดีหมี กระเสือ ตะขาบ
ดอง
ตามหลักแลวสมุนไพรทั้งสองอยางนี้ใชรักษาควบคูกันถึงจะได
ผลมากที่สุด นอกจากนั้นก็จะรักษาทั่ว ๆ ไป

การบีบ นวด จับเสน
หมอทางนี้มีความสามารถในการบีบ นวด จับเสน ที่ชํานาญในการรักษาโรคตาง ๆ เชน โรคปวดตามรางกาย การ
นวดรักษาตอกระดูกหัก การนวดรักษาขอเคลื่อน ขาพลิกแพลงการนวดรักษา คนที่มีบุตรยากใหมีบุตร การนวด
รักษาโรคอาจจะควบไปกับ การเปาคาถา บางคนใชยาสมุนไพรควบคูกับนวดดวย
ปจจุบันการดูแลรักษาสุขภาพหมอพื้นบานของลาหูเปลี่ยนแปลงไปมาก ถึงแมวาจะเปนการรักษาไดผลดี ทั้ง
ประหยัดคาใชจาย และปลอดภัย เนื่องจากขาดการสืบทอดทางพิธีกรรมทางไสยศาสตร และการใชยาสมุนไพรของ
คนรุนใหมไมมีการเรียนการสอน ทําใชยาสมุนไพร เริ่มขาดแคลนหายากมากขึ้น เพราะวาความเจริญกาวหนาของ
ในเมืองดานสาธารณสุข และมีสถานพยาบาลเขามาสูในชุมชน ชุมชนจึงหันไป ใชยาจากโรงพยาบาล เลยไมมีการ
สืบทอดตอ ๆ การใชยาสมุนไพรจึงเริ่มขาดหายไปทีละนิดทีละหนอย อีกไมกี่ปขางหนาคนรุมใหมคงจะไมไดเห็นยา
สมุนไพรของชุมเผาตนเองแนนอน
สง link ถึงเพื่อน

เขาพิพิธภัณฑ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานขาว : สมุดเยี่ยม : ติดตอเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต โดย ฅนบานนอก เจาของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและขอมูลภายในเว็บไซตแหงนี้ หากทานประสงคจะนําไปเผยแพร สามารถกระทําไดโดยไมมีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful