You are on page 1of 9

จดหมายขาว

ฉบับที่ 3 ปีที่ 1 พฤษภาคม - มิถุนายน 2551

เภสัชกรรมโรงพยาบาล

“สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย)

ขอแสดงความยินดีแก่”

เภสัชกรดีเด่น.... เภสัชกรหญิง จันทิมา โยธาพิทักษ์
ได้รับเลือกเป็นเภสัชกร
ดีเด่น ของกลุ่มงานเภสัชกรรม
ภาคใต้ ท่านมีความมุ่งมั่นใน
การทำงานมาตลอด และเป็น
ที่รู้จักดีของเภสัชกร
โรงพยาบาล

โดยเฉพาะท่านได้ทำงานด้านอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
งานด้านศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ

ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่ง : หัวหน้าศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารด้าน
ยาและพิษวิทยา กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลศูนย์สุราษฎร์ธานี

ทางสมาคมฯ จึงได้นำประวัติท่านในด้านการศึกษา การทำงานและ
ผลงานที่ได้ตีพิมพ์บางส่วนมาเล่าสู่กันฟัง

ประวัติการศึกษา – ปริญญาตรีเภสัชศาสตร์บัณฑิต

การทำงาน

ม. มหิดล
– เภสัชศาสตร์มหาบัณฑิต ม. ขอนแก่น
– หนังสืออนุมัติทางเภสัชกรรม สาขาเภสัชบำบัด

วิสัยทัศน์ พันธกิจ
สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล
(ประเทศไทย)

พ.ศ. 2550 - 2552

วิสัยทัศน์

เป็นองค์กรวิชาชีพทางเภสัชกรรมโรงพยาบาล
ที่มีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
ให้คุณค่าต่อสมาชิก สามารถชี้นำวางรากฐาน
วิชาชีพเภสัชกรรมโรงพยาบาลให้มั่นคง
และเป็นที่พึ่งของสังคม

พันธกิจ

1. ชี้นำ ส่งเสริม พัฒนาทักษะ ประสบการณ์
ทางวิชาชีพเภสัชกรรมโรงพยาบาล
2. เสริมสร้าง เผยแพร่ จัดการองค์ความรู้ทาง
วิชาการและการวิจัยทางเภสัชกรรมโรงพยาบาล
3. ส่งเสริม สนับสนุน และดำเนินการให้บริการ
ทางวิชาชีพวิชาการต่อสังคม
4. ร่วมมือ ประสาน สร้างความเข้าใจ และเป็น
ที่ยอมรับระหว่างเครือข่ายสาธารณสุข
5. พัฒนาศักยภาพองค์กรสู่ความเป็นที่พึ่ง
ยอมรับของสมาชิกและมีความมั่งคง

- เป็นอาจารย์พิเศษให้การฝึกปฎิบัติงานของนักศึกษาเภสัชศาสตร์ปริญญาตรี
และปริญญาโท
- เป็นวิทยากรอบรมหลักสูตรระบยาโรงพยาบาลคุณภาพ หลักสูตรการจัดการ
ข้อมูลด้านยา สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล
- เป็นวิทยากรบรรยายให้แก่สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล ( ประเทศไทย )
และโรงพยาบาลหลายแห่ง
- เป็นคณะทำงานจัดทำแนวทางปฏิบัติเรื่อง การติดตามและประเมินอาการ
ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา กองวิชาการ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
กระทรวงสาธารณสุข
- เป็นคณะทำงานจัดทำบัญชียาสำหรับข้าราชการ , คณะทำงานร่างตัวชี้วัดสำหรับงานเภสัชกรรมโรงพยาบาล
ศูนย์สารสนเทศและวิจัยระบบยา (ศศวย)

ผลงานทางวิชาการด้านเอกสาร / ตำรา ที่ได้มีการตีพิมพ์



- “Adverse Drug Reaction” ในหนังสือตรงประเด็น
- “บทบาทของเภสัชกรในการป้องกันเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา” ในหนังสือเภสัชกรกับระบบยาคุณภาพ
- “ประโยชน์จากตัวชี้วัดระบบยาในโรงพยาบาล” ในหนังสือ ตัวชี้วัดระบบยาในโรงพยาบาล
- “ภาชนะบรรจุและเก็บรักษายา” ในหนังสือการใช้ยาสำหรับบุคลากรสาธารณสุข
ThaiHP Newsletter Vol.3 [1]

หนทางไม่ได้มีเพียงหนึ่ง

ภก.ผศ.ดร. มังกร ประพันธ์วัฒนะ
คณบดีคณะเภสัชศาตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

“นี่ถ้าไม่ใช่ญาติผู้ป่วยไม่ต้องมาปรึกษาหรือให้ความคิดเห็น”

แพทย์โรงพยาบาลหนึ่งกล่าวต่อเภสัชกรหอผู้ป่วยใน น้องเภสัชกรก็หน้าเจื่อนกลับไปแทบไม่ทัน หรือหากอ่านรายงาน
การศึกษาของเภสัชกรที่ปฏิบัติงานบริบาลทางเภสัชกรรม ก็มักจะเจอตัวบ่งชี้คุณภาพตัวหนึ่งคือร้อยละการยอมรับคำแนะนำ โห..
ถึงกับกำหนดเป็นตัวบ่งชี้ชัดเจน บางการศึกษาก็มีการยอมรับเพียงร้อยละ 20 ต้นๆ ปัญหาการทำงานเป็นทีม และการยอมรับ
บทบาทของแต่ละวิชาชีพเพื่อดูแลผู้ป่วยก็ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพ โดยเฉพาะระบบยา ทั้งนี้อาจเกี่ยว
ข้องตั้งแต่ระบบการศึกษาที่แยกเรียนแยกสอน ซึ่งเกือบทุกสถาบันก็ยังคงมีสภาพเช่นนี้ชัดเจน ส่งผลให้การตัดสินใจมักขึ้นกับแพทย์
เจ้าของไข้แต่เพียงผู้เดียว โรงพยาบาลหลายแห่งเมื่อติดขัดเรื่องการพัฒนาคุณภาพ ก็ยังคงให้ความสำคัญและคิดว่าเนื่องจากการ
ขาดมาตรฐานวิธีปฏิบัติ หรือขาดคู่มือที่เหมาะสม ซึ่งลึกๆแล้วในความคิดเห็นน่าจะเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม และ
การมีส่วนร่วม หรือการสร้างความยอมรับมากกว่าที่จะเป็นเรื่องมาตรฐาน หรือคู่มือ ซึ่งเป็นเพียงเครื่องมือเท่านั้น ทำเมื่อไรก็ได้
ที่ยากคือการยอมรับเพื่อจะใช้

การให้ข้อเสนอแนะผ่านการดำเนินการด้านบริบาลทางเภสัชกรรม เช่น การปรับขนาดยา การเลือกใช้ยา หรือการประเมิน
ความเหมาะสมของการสั่งใช้ยา กิจกรรมเหล่านี้เป็นการดำเนินการในระดับบุคคลหรือสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย แน่นอนว่าเป็นสิ่ง
ที่มีความสำคัญ แต่ก็จะพบปัญหาการยอมรับอย่างที่กล่าวข้างต้นในหลายๆแห่ง บ่อยครั้งอาจต้องดำเนินการสนับสนุนด้วยวิธีอื่นๆ
เช่น มูลค่าที่โรงพยาบาลต้องเสีย หรือต้องจัดซื้อ ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อกระบวนการที่เกี่ยวข้องเช่นการสั่งซื้อที่ไม่เป็นไปตามกฎ
ระเบียบ ความไม่ชัดเจน หรือความไม่เหมาะสมของการสั่งใช้ยาในภาพรวม

โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในปีงบประมาณ 2551 เพียงครึ่งปีแรกพบว่ารายการยาที่มีมูลค่าการจ่ายสูงสุด 15 รายการ
เป็นยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ ทั้งหมด 14 รายการ รวม 25,204,249.37 บาท คิดเป็นร้อยละ 35 ของมูลค่ายาที่จ่ายออก
มีขนานยา 1,074 รายการ ซึ่งเมื่อแยกเป็นยาฉีดและยาเม็ดพบว่ามูลค่าการสั่งจ่ายยาฉีดคิดเป็น 6,909,224.57 บาทและยาเม็ด
18,295,024.80 บาท หากพิจารณารายละเอียดลงไปใน 15 รายการ จะพบว่ามีประเด็นที่จะเชื่อมโยงต่ออีกมากมาย เช่น
ยาแคปซูล Diacerein 50 mg สำหรับ osteoarthritis มีการดำเนินการสั่งซื้อทั้งสิ้น 17 ครั้ง ในรอบ 7 เดือนรวม 49,800 เม็ด
มูลค่า 1,642,902 บาท และแต่ละครั้งเป็นการดำเนินการโดยการตกลงราคา ซึ่งเป็นการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง สะท้อนถึงการไม่ปฏิบัติ
ตามระเบียบพัสดุ เมื่อสืบค้นข้อมูลในฐานข้อมูลทั้ง 7 เดือน พบว่ามีผู้ป่วยที่ใช้ยา 159 คน จำนวน 24,680 เม็ด จำนวนเม็ดเฉลี่ย
ต่อใบสั่งยา 74 เม็ด จะเห็นว่ามีการต่างกันของข้อมูลจำนวนมาก พบว่ามีการสั่งใช้ที่ระบุการวินิจฉัยว่าเป็น Osteoarthritis ร้อยละ
85 ความต่างของข้อมูลเหล่านี้ ปัญหาอยู่ที่ใด

ตัวเลขและการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามระเบียบเหล่านี้ เภสัชกรควรที่จะหยิบขึ้นมาทบทวน และสะท้อนต่อผู้บริหารอีก
ทางหนึ่งว่ามีอะไรเป็นปัจจัยสาเหตุ ผลที่เกิดขึ้นตามมา ความสามารถในการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลดังกล่าวเป็นอย่างไร แม้ว่า
เป็นการจ่ายในผู้ป่วยที่ใช้สิทธิ์ เช่นข้าราชการ ขนาดยาโดยเฉลี่ยมีความเหมาะสม หรือไม่ ยกตัวอย่างยา levocetirizine 5 mg
ในโรงพยาบาลเดียวกันพบว่าจากฐานข้อมูลในช่วง 6 เดือนมีการสั่งจ่ายในผู้ป่วย 289 ราย โดยมีใบสั่งยาทั้งสิ้น 482 ครั้ง จำนวน
28,239 เม็ด เฉลี่ยต่อใบสั่งยา 59 เม็ด โดยประมาณ และเมื่อลองสุ่มใบสั่งยาพบว่า ขนาดที่สั่งจ่ายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 6.94 มก. ขนาด
ยาดังกล่าวสูงเกินกว่าที่ตำรายากำหนด ที่ 2.5-5 มิลลิกรัมต่อวัน ข้อมูลเหล่านี้เคยนำเสนอต่อผู้บริหาร พบว่ามีการให้ความสำคัญ
มาก โดยเฉพาะอัตราการใช้ที่สูง ส่งผลกระทบต่อการดำเนินการจัดซื้อจัดหา ที่ทำให้ไม่เป็นไปตามระเบียบ เพราะขาดหลักเกณฑ์ที่
ชัดเจนในการสั่งใช้ ผลจากการเสนอข้อมูลในคณะกรรมการบริหาร จึงมีส่วนช่วยเสริมเรื่องการดำเนินการด้านบริบาลทาง
เภสัชกรรม โดยออกเป็นแนวทางปฏิบัติ และมีการกำหนดเป้าที่จะลดการสั่งซื้อ เพื่อเป็นการควบคุมความเหมาะสมทางอ้อม
เนื่องจากโรงพยาบาลมียาในกลุ่มเดียวกันที่สามารถใช้ทดแทนได้

การพัฒนาระบบยา จึงเป็นภาพรวมของความร่วมมือของแต่ละงานในฝ่าย/กลุ่มงานเภสัชกรรม ในการปฏิบัติงานที่เสริม
ซึ่งกันและกัน และการดำเนินการนั้นต้องการการเข้าถึงและการจัดการข้อมูลในทุกระดับ ควรเน้นทั้งการจัดการเชิงระบบ
และการจัดการในระดับบุคคล หรือระดับกิจกรรม การทำเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งย่อมก่อให้เกิดภาระงาน การทุ่มเทอย่างมาก
และผลกระทบด้านจิตใจ ที่มักพบว่าเป็นปัญหาใหญ่ในการดำเนินการ หนทางในการพัฒนาคุณภาพจึงไม่ได้มีเพียงเส้นทางใด
เส้นทางหนึ่งเท่านั้น
ThaiHP Newsletter Vol.3 [2]

18 ตัวชี้วัดระบบยาโรงพยาบาลคุณภาพ
จากการประชุม HA National Forum ครั้งที่ 11
และ ประชุมประจำปีของสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย)
ได้มีการนำเสนอในหัวข้อเรื่องตัวชี้วัดของระบบยา ที่ได้มีการรวบรวม
และจัดทำโดยคณะทำงานพัฒนาตัวชี้วัดงานเภสัชกรรมโรงพยาบาล
ศูนย์สารสนเทศและวิจัยระบบยา
โดยมีการนำร่องในโรงพยาบาลบางแห่ง ซึ่งตัวชี้วัดทั้ง 18 ตัวมีดังนี้
1. การบริการผู้ป่วยนอก
1.1 ระยะเวลารอรับยาผู้ป่วยนอกโดยเฉลี่ยทั้งวัน
1.2 ระยะเวลารอรับยาผู้ป่วยนอก ในเวลาเร่งรีบ
(นิยาม : ระยะเวลารอรับยา ตั้งแต่รับใบสั่งยาจนเภสัชกรจ่ายยาให้แก่ผู้ป่วย โดยไม่รวม

การปรึกษาและอธิบายยา)
2. ความคลาดเคลื่อนทางยาของผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน
2.1 Prescribing error
2.2 Transribing error
2.3 Pre – dispendsing error
2.4 Dispendsing error
2.5 Pre – administration error
2.6 Administration error
3. การแพ้ยา
3.1 ร้อยละผู้ป่วยนอกที่พบอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาที่รุนแรง
3.2 จำนวนครั้งที่เกิดการแพ้ยาซ้ำ
4. คลังยาและเวชภัณฑ์
4.1 จำนวนเดือนสำรองคลัง
4.2 จำนวนยาขาดคราว


ข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับตัวชี้วัดทั้ง 18 ตัว สามารถหาได้จากหนังสือ
“ตัวชี้วัดระบบยาในโรงพยาบาล” โดยสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล ( ประเทศไทย )

ThaiHP Newsletter Vol.3 [3]

MEDICATION SAFETY
WHO Collaborating Centre for Patient
Safety Solutions

ได้จัดทำแนวทางเกี่ยวกับความปลอดภัยด้านยา ซึ่ง พรพ.
ได้ยกมาลงไว้ในหนังสือประกอบการประชุม HA National Forum
เมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา จำนวน 4 เรื่องคือ
1. Control of concentrated electrolyte solutions
2. Improved the safety of High-Alert Drug
3. Look-Alike Sound-Alike Medication Names (LASA)
4. Assuring Medication Accuracy at transition in Care
โดยในแต่ละเรื่องมีรายละเอียดดังนี้

ประกาศนียบัตรรับรองเป็นรายปี
10. คำสั่งการรักษาของแพทย์จะต้องระบุอัตราการให้
สารละลายด้วย

Improved the safety of High-Alert Drug

1. วิธีการเพื่อป้องกันอันตราย
• จัดทำชุดคำสั่ง, preprinted order forms, และ clinical
pathways หรือ protocols ซึ่งสะท้อนวิธีการรักษาที่เป็น
มาตรฐานสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหา สภาวะของโรค หรือความ
ต้องการที่คล้ายคลึงกัน
• ลดความหลากหลายโดยการกำหนดมาตรฐานความเข้มข้น
Control of concentrated electrolyte solutions และขนาดยาให้มีน้อยที่สุด เท่าที่จำเป็น
• พิจารณาจัดตั้ง anticoagulation services ซึ่งดำเนินการโดย
1. ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการใช้ KCl รวมทั้ง
พยาบาลหรือเภสัชกร
สารละลายเข้มข้นอื่นๆ
• จัดให้มีข้อความเตือนใจและข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการติดตามการ
2. ให้ปฏิบัติต่อ KCI เสมือนยาที่ต้องควบคุม รวมทั้งการจำกัด
ใช้ยาที่เหมาะสมอยู่ใน ชุดคำสั่ง, protocols, และ flow sheets
การสั่งใช้ การจัดเก็บ และการบันทึก
• พิจารณาจัดทำ protocols สำหรับกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยง
3. ถ้าเป็นไปได้ ไม่ควรเก็บสารละลาย electrolyte เข้มข้นไว้
ที่หน่วยดูแลผู้ป่วย ควรเก็บไว้ที่บริเวณจัดเตรียมของเภสัชกรรมซึ่ง สูง เช่น ผู้สูงอายุ
2. วิธีการเพื่อค้นหาความผิดพลั้งและอันตราย
แยกไว้เฉพาะหรือในพื้นที่ที่ถูกล็อค
• บรรจุข้อความเตือนใจและข้อมูลเกี่ยวกับ parameter
4. ถ้ามีการเก็บหลอด KCI ไว้ในหน่วยดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ที่แยก
ไว้เฉพาะ จะต้องเขียนฉลากติดแต่ละหลอดด้วยสีสะท้อนแสงระบุ ที่เหมาะสมสำหรับการติดตามการใช้ยาในชุดคำสั่ง, protocols,
และ flow sheet
ว่า “ต้องผสมให้เจือจาง”
• สร้างความมั่นใจว่าผู้ที่ต้องการใช้ข้อมูลผลการตรวจทดสอบ
5. ถ้าไม่มีเภสัชกรหรือไม่มีพื้นที่เตรียมยาของเภสัชกรรมเพื่อ
ทางห้องปฏิบัติการที่สำคัญสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้
เก็บและจัดเตรียมสารละลายเหล่านี้ ให้ผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
• นำแนวทาง double-checks โดยอิสระแก่กันไปใช้เมื่อมี
(แพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยเภสัชกร) และได้รับการฝึกอบรมเท่านั้น
ความเหมาะสม
เป็นผู้จัดเตรียม
3. วิธีการเพื่อบรรเทาอันตราย
6. หลังจากจัดเตรียม ให้มีการทวนสอบอย่างอิสระโดยผู้มี
• จัดทำ protocols อนุญาตให้มีการใช้สารต้านฤทธิ์ (reversal
คุณสมบัติเหมาะสมและได้รับการฝึกอบรมอีกคนหนึ่ง ควรมีการ
agents) โดยไม่ต้องรอแพทย์
จัดทำ checklist สำหรับใช้ในการทวนสอบ ประกอบด้วยการ
• สร้างความมั่นใจว่ามี antidotes และสารต้านฤทธิ์ (reversal
คำนวณความเข้มข้น, อัตราการให้, สายที่ต่อเชื่อม
agents) พร้อมใช้
7. ให้เขียนฉลากสารละลายที่จัดเตรียมแล้วด้วยเครื่องหมาย
• มีแนวทางช่วยชีวิต (rescue protocols)
เตือนว่า ใช้อย่างระมัดระวังก่อนที่จะนำไปให้ผู้ป่วย
8. ใช้ infusion pump เพื่อให้สารละลายที่มีความเข้มข้นสูง Look-Alike Sound-Alike Medication Names
ถ้าไม่มี infusion pump ให้ใช้อุปกรณ์อื่นที่สามารถจำกัดปริมาณ (LASA)
1. สร้างความมั่นใจว่ามีการค้นหาและจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับ
สารละลายในแต่ช่วงเวลาได้ และให้มีการติดตามปริมาณ
ยาที่มีชื่อพ้องมองคล้าย (LASA) ในเชิงรุกโดย
สารละลายที่ผู้ป่วยได้รับบ่อย ๆ
ก) ทบทวนยาชื่อพ้องมองคล้าย (LASA) ที่มีใช้ในโรงพยาบาล
9. มีโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรที่สนับสนุนการฝึกอบรมของผู้
ปฏิบัติงาน นโยบายและวิธีปฏิบัติ แนวทางปฏิบัติที่ดี และการให้ เป็นประจำทุกปี
ThaiHP Newsletter Vol.3 [4]

ข) นำแนวทางทางคลินิก (clinical protocol) ต่อไปนี้ไปปฏิบัติ
• ลดการใช้คำสั่งการรักษาด้วยวาจาและคำสั่งการรักษาทาง
โทรศัพท์
• เน้นความจำเป็นที่จะต้องอ่านฉลากอย่างระมัดระวังทุกครั้งที่
หยิบยา และอ่านซ้ำก่อนที่จะให้ยา โดยไม่วางใจกับการจดจำภาพ
ที่เก็บ หรือสิ่งที่ไม่เจาะจงอื่น ๆ
• เน้นความจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบเป้าหมายของการใช้ยาใน
คำสั่งใช้ยา และตรวจสอบการวินิจฉัยโรคที่เป็นปัจจุบันกับเป้าหมาย
หรือข้อบ่งชี้ในการใช้ยาก่อนที่จะให้ยาอีกครั้งหนึ่ง
• ระบุทั้งชื่อสามัญและชื่อการค้าในคำสั่งใช้ยาและฉลากยา
โดยให้ชื่อสามัญมีขนาดใหญ่กว่าชื่อการค้า
ค) จัดทำกลยุทธ์เพื่อป้องกันความสับสนหรือการแปลความหมาย
ผิดเนื่องจากคำสั่งใช้ยาที่เขียนไม่ชัดหรืออ่านไม่ออก รวมทั้งระบุ
กรณีที่จะต้องเขียนชื่อยาและขนาดยาด้วยตัวพิมพ์ กรณีที่จะต้อง
ระบุความแตกต่างของชื่อยาให้ชัดเจน เช่น การใช้ตัวอักษรที่สูงกว่า
ปกติ (Tall Man Letter)
ง) จัดเก็บยาที่มีปัญหาไว้ในสถานที่ที่แยกเฉพาะหรือจัดเก็บโดย
ไม่เรียงลำดับตัวอักษร เช่น โดยหมายเลขกล่องบนชั้น หรือในเครื่อง
จ่ายยาอัตโนมัติ
จ) ใช้เทคนิค เช่น ตัวหนาหรือสีที่แตกต่าง เพื่อลดความสับสน
เกี่ยวกับการใช้ชื่อยาบนฉลาก กล่องและชั้นเก็บหน้าจอคอมพิวเตอร์
เครื่องจ่ายยาอัตโนมัติ และ MAR (Medication Administration
Record)
ฉ) จัดทำกลยุทธ์เพื่อให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลมีส่วนร่วมในการลด
ความเสี่ยงโดย
• ให้ข้อมูลที่เป็นลายลักษณ์อักษรแก่ผู้ป่วยและผู้ดูแลเกี่ยวกับ
ข้อบ่งชี้ในการใช้ยา ชื่อสามัญและชื่อการค้า ผลข้างเคียงที่อาจเกิด
ขึ้นได้
• หากลยุทธ์เพื่อช่วยผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องสายตา ภาษา และ
ผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดในความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ
• ให้เภสัชกรทบทวนร่วมกับผู้ป่วยเพื่อยืนยันข้อบ่งชี้ รูปลักษณ์
ที่คาดหวังของยาที่จ่ายให้แก่ผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการจ่าย
ยาที่รู้ว่ามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องชื่อ
ช) สร้างความมั่นใจว่ากระบวนการจัดการเกี่ยวกับยาในทุกขั้น
ตอนได้รับการปฏิบัติโดยผู้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมและมีความรู้ความ
สามารถ
2. จัดให้มีการให้ความรู้เกี่ยวกับยาที่มีชื่อพ้องมองคล้ายในหลัก
สูตรการศึกษา การปฐมนิเทศ และการศึกษาต่อเนื่องของผู้ประกอบ
วิชาชีพ
3. สร้างความมั่นใจว่าในการจัดซื้อยาใหม่ มีการพิจารณาเรื่อง
ชื่อพ้องมองคล้ายและการทดสอบกับผู้ใช้ และมีความตื่นตัวว่ายาที่มี

ชื่อการค้าตัวหนึ่งนั้นอาจจะมีชื่อที่แตกต่างกันในประเทศต่าง ๆ

Assuring Medication Accuracy at transition in Care

1. สร้างระบบที่เป็นมาตรฐานในการรวบรวมและบันทึกข้อมูล
เกี่ยวกับยาที่ผู้ป่วยแต่ละรายกำลังใช้อยู่ และส่งมอบบัญชีรายการให้
กับผู้ที่ให้การดูแลคนต่อไป เมื่อมีการเปลี่ยนจุดให้บริการ (การรับ
ไว้นอนโรงพยาบาล, การย้าย/ส่งต่อ, การจำหน่าย, การมาติดตาม
ตรวจที่ OPD) ข้อมูลที่ควรรวบรวมประกอบด้วย
• ยา วิตามิน อาหารเสริม อาหารที่อาจมีอันตรกิริยากับยา
สมุนไพร ที่แพทย์สั่งและที่ผู้ป่วยซื้อเอง
• ขนาด ความถี่ วิธีใช้ และเวลาที่ได้รับยาครั้งสุดท้าย ตรวจ
สอบการได้รับยาที่บ้านเทียบกับที่แพทย์สั่งถ้าเป็นไปได้
• แหล่งที่รับยาของผู้ป่วย ถ้าเป็นไปได้ให้ตรวจสอบข้อมูลยาที่
ผู้ป่วยได้รับที่บ้านกับผู้ให้บริการปฐมภูมิหรือเภสัชกรชุมชน
2. มีนโยบายและวิธีปฏิบัติที่กำหนดในเรื่องต่อไปนี้
• แสดงบัญชีรายการยาที่เป็นปัจจุบันของผู้ป่วยในตำแหน่งที่
แน่นอนและเห็นได้ชัด (เช่น ในเวชระเบียนผู้ป่วย)
• ใช้บัญชีรายการยาที่ผู้ป่วยได้รับที่บ้านเป็นจุดอ้างอิงเมื่อจะสั่ง
ยาที่ห้องตรวจโรคห้องฉุกเฉิน หรือเมื่อรับไว้เป็นผู้ป่วยใน
• เปรียบเทียบบัญชีรายการยาของผู้ป่วยกับยาที่แพทย์สั่ง
(reconciliation) เพื่อดูว่ามีการละเลย การสั่งซ้ำ หรือความไม่สอด
คล้องระหว่างยาของผู้ป่วยกับสภาวะทางคลินิก ความคลาดเคลื่อน
ในขนาดยา และโอกาสเกิดอันตรกิริยา ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้
(เช่น ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากรับไว้นอนโรงพยาบาล หรือสั้นกว่า
นั้น สำหรับยาที่มีความเสี่ยงสูง มีโอกาสเกิดความแตกต่างในขนาด
ยาที่มีผลรุนแรง และ/หรือ เวลาที่จะให้ยาครั้งต่อไป)
• กระบวนการปรับปรุงบัญชีรายการยาเมื่อมีคำสั่งใช้ยาใหม่เพื่อ
สะท้อนยาที่ผู้ป่วยกำลังได้รับทั้งหมดรวมทั้งยาที่ผู้ป่วยนำมาจากบ้าน
• กระบวนการที่สร้างความมั่นใจว่ามีการปรับปรุงบัญชีรายการ
ยาของผู้ป่วยเมื่อจำหน่าย แสดงถึงรายการยาทั้งหมดที่ผู้ป่วยจะต้อง
ใช้หลังจากจำหน่าย ซึ่งมีทั้งยาที่แพทย์สั่งใหม่ และยาเดิมที่ผู้ป่วย
เคยได้รับเมื่ออยู่ที่บ้านที่แพทย์สั่งใช้ต่อ บัญชีรายการนี้ควรสื่อสารให้
ผู้ที่จะให้การดูแลต่อเนื่อง และให้ผู้ป่วยเป็นส่วนหนึ่งของการให้
คำแนะนำเมื่อจำหน่าย ผู้ป่วยควรทิ้งยาที่แพทย์ไม่สั่งใช้อีกต่อไป
• การมอบหมายบทบาทและความรับผิดชอบในขั้นตอนต่าง ๆ
ของ medication reconciliation ให้แก่ผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
ภายใต้บริบทของความรับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งได้แก่ แพทย์ พยาบาล
เภสัชกร
3. นำการฝึกอบรมวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับ medication reconciliation เข้าบรรจุในหลักสูตรการศึกษา การปฐมนิเทศ และการศึกษา
ต่อเนื่องของผู้ประกอบวิชาชีพ
ThaiHP Newsletter Vol.3 [5]

Patient Safety Goals : SIMPLE

S = Safe Surgery (2nd Global patient Safety Challenge)
I = Infection Control (Clean Care ใน 1st Patient Safety Challenge)
M = Medication Safety
P = Patient Care Process
L = Line, Tube, Catheter
E = Emergency Response

Patient Safety เป็นปัญหา ปรากฏในรายงานวิชาการและข่าวสารทางสื่อมวลชน
Patient Safety เป็นความท้าทาย ที่ WHO ประกาศท้าทายความสามารถของสมาชิก
ทั่วโลก (Global Patient Safety Challenge)
Patient Safety เป็นความคาดหวังและความต้องการของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
Patient Safety เป็นปรัชญาที่จะนำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมใหม่ของการเปิดใจไม่กล่าวโทษ
มุ่งประโยชน์อนาคตโดยมุ่งเน้นการปรับปรุงระบบด้วยความเข้าใจในข้อจำกัดที่เป็นธรรมชาติ
ของคน
Patient Safety มีคำตอบที่ผ่านการทดสอบมาแล้วจำนวนหนึ่ง ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์
ได้ทันที (Patient Safety Solution – PSS)
Patient Safety Solution 5 หัวข้อ จะถูกนำไปปฏิบัติและพัฒนาต่อเนื่องในประเทศ
พัฒนาแล้ว 7 ประเทศ ในเวลา 5 ปีข้างหน้าภายใต้โครงการ High 5s
Patient Safety Solution – PSG เป็นเป้าหมายความปลอดภัยที่เชิญชวนให้พิจารณานำไป
สู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง ควบคู่กับการติดตามผล
SIMPLE คืออักษรย่อของหมวดหมู่ใหญ่ ๆ สำหรับ Patient Safety Goals เพื่อความง่ายใน
การจดจำและรองรับเป้าหมายหรือความท้าทายใหม่ ๆ ที่จะมีมาในอนาคต

ThaiHP Newsletter Vol.3 [6]

ภาพเล่าเรื่อง

21 - 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

งานประชุมวิชาการและการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2551
สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย)
Integration of Pharmacy Service for Patient Safety

รางวัลชนะเลิศ ประเภท oral presentation ปี 2551 คือ
“การให้บริบาลทางเภสัชกรรมร่วมกับทีมสหวิชาชีพในผู้ป่วยนอกคลินิกความทรงจำ”
จริยาพร เจริญรูป, ภ.บ. , นันทิยา นัครา, ภ.บ. , ภักดี จิรัฐิติโชติ, ภ.บ.,
ประมนัส ตุ้มทอง , ภ.ม. กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

รางวัลชนะเลิศ ประเภท Poster presentation ปี 2551
“ผลทางคลินิกของผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รับการบริบาลทางเภสัชกรรม:
บทเรียนที่ได้”
รุ่งทิวา หมื่นปา, ปร.ด., ปิยวรรณ เหลืองจิรโณทัย, ภ.บ., ศุภธิดา
สิทธิหล่อ, ภ.บ. กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลลำปาง

บรรณาธิการ

ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมากับงานประชุมวิชาการประจำปี
ของสมาคมฯ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนมากถึง 700 กว่าคน
เภสัชกรทุกท่านให้ความสนใจในการเข้าประชุมแนวใหม่ในครั้งนี้เป็น
อย่างมาก ต้องขอขอบคุณทีมงานวิชาการและวิชาชีพที่ช่วยในการจัด
งานประชุมครั้งนี้ รวมทั้งเภสัชกรทุกท่านที่จะนำความรู้ไปเผยแพร่และ
ดูแลผู้ป่วยต่อไป

ฉบับที่ 3 นี้คงเป็นการทำงานที่เย็นฉ่ำกับสายฝน โดยคณะ
ทำงานได้นำข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Patient Safety และ Medication Safety มาให้แก่เภสัชกรที่สนใจนำแนวทางไปพัฒนางานเภสัช
กรรมคุณภาพ นอกจากนี้ยังได้แสดงความยินดีกับเภสัชกรคุณภาพที่
ได้ทำงานให้แก่ผู้ป่วย ประชาชน รวมทั้งให้ความรู้แก่เภสัชกรมาเกือบ
20 ปี

นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากคณบดีเภสัชศาสตร์ ม.นเรศวร
อาจารย์มังกรที่ท่านได้ส่งบทความที่น่าสนใจในการทำงานและให้แง่คิด
อีกหลายด้าน

และในช่วง 25 มิ.ย. – 1 ก.ค. 51 เป็นการจัดงานสัปดาห์เภสัช
กรรมโรงพยาบาลประจำปี โรงพยาบาลที่จัดกิจกรรมที่น่าสนใจช่วยส่ง
เรื่องและภาพถ่ายฉบับย่อในงานมาเล่าสู่กันฟังบ้าง

ช่วงเวลาอีก 6 เดือนจากนี้ หลายโรงพยาบาลคงกำลังสนุก
กับงานพัฒนาคุณภาพ เพื่อให้ผ่านการรับรองจากสถาบันฯ ทั้งครั้งแรก
ตลอดจน Reaccreditation ทางคณะทำงานขอเป็นกำลังใจให้ทุก
โรงพยาบาลผ่านการตรวจเยี่ยมสำรวจ และนำงานเภสัชกรรมคุณภาพ
มาดูแลรักษาผู้ป่วย

บรรณาธิการ

คณะผู้จัดทำ

ที่ปรึกษา :
ภญ.วนิดา เดชาวาศน์
ภก.ผศ.ดร.มังกร ประพันธ์วัฒนะ
ภญ.ปรานี ภิญโญวัฒยากร
ภญ.วิมล อนันต์สกุลวัฒน์
บรรณาธิการ :
ภญ. ศรัญญา ไตรรัตน์เกยูร
กองบรรณาธิการ :
ภญ.น.ท.ทวิเพ็ญ สุทัตตกุล
ภญ.วิภาจรี นวสิริ
ภญ.ภูมิใจ อ่างแก้ว
ภญ.พ.ต.ศนิตา หิรัญรัศมี
ภญ.จิราภรณ์ พาณิชย์นิตินนท์
ภญ.วรรณี อิทธิวัฒนกุล
ภญ.จิราภรณ์ เชี่ยววิทย์
ภญ.กฤติยา สธนเสาวภาคย์
กราฟฟิค :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ภญ.ศรัญญา ไตรรัตน์เกยูร

ThaiHP Newsletter Vol.3 [9]