1

Engaging English: คุณเรียนภาษาอังกฤษยังไง

ENGAGING
ENGLISH
- ฉบับปฐมฤกษ -

คุณเรียน
ภาษาอังกฤษยังไง
Featured Writers
>> Flowery <<
>> Krisdauw <<
>> Tonmelb <<

>> เมื่อลมแรง...ใบไมก็รวง <<
บทความทั้งหมดเปนลิขสิทธิ์ของนักเขียนทานนั้นๆ
กอนนําไปเผยแพรกรุณาติดตอนักเขียนครับ
ฉบับที่ 1

Engaging English
(http://engagingenglish.blogspot.com)

2

Engaging English: คุณเรียนภาษาอังกฤษยังไง

Engaging English

ฉบับที่ 1

Engaging English
(http://engagingenglish.blogspot.com)

3

Engaging English: คุณเรียนภาษาอังกฤษยังไง

คํานํา
Engaging English ฉบับปฐมฤกษ
(คุณเรียนภาษาอังกฤษยังไง)

ผมเองเปนคนที่ชอบสังเกตวาคนที่ประสบความสําเร็จในการเรียน(ภาษาอังกฤษ)มีเคล็บลับ
หรือวามีวิธีการเรียนตางจากเรายังไง หรือวาระหวางที่เรียน พวกเคาเหลานั้นมีปญหาบ าง
หรือเปลา หรือวามีแตเราที่มี? และถามีปญหา พวกเคาแกปญหาเหลานั้นยังไง?

ทุกครั้งที่ผมอานเรื่องราวเหลานั้นจะรูสึกวา ไมใชเราคนเดียวที่มีปญหา กวาคนที่จะเกง
และใชภาษาไดระดับหนึ่งจนเปนที่ยอมรับ ตองผานอะไรมามาก พอไดอานวาเรากับเคาไม
ตางกันก็มีกําลังใจและรูสึกฮึกเฮิมวา การเรียนภาษากับปญหาเปนเรื่องปกติ ไมตองไปทอ ถอยเลย ก็ทําไปเรื่อยๆ นั่นแหละ

เมื่อไมนานมานี้ผมเองมีโอกาสไดอานบทความสั้นๆ เกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษของ
อาจารยชาวฟนแลนดทานหนึ่ง ที่เขียนเกี่ยวกับประสบการณการเรียนภาษาอังกฤษของเธอ
รวมทั้งปญหาที่เธอเจอระหวางเรียน ผมสนใจมาก และคิดวาทําไมในเมื่อเราเองก็สนใจวา
คนอื่นๆ มีวิธีเรียนภาษาอังกฤษยังไงถึงประสบความสําเร็จ คนอื่นก็นาจะสนใจเชนกัน
และทําไมเราตองรออานเรื่องราวของคนชาวตางชาติ คนไทยที่สามารถพัฒนาภาษาของ
ตัวเองไดระดับหนึ่งก็มีเยอะเหมือนกัน ดังนั้นหัวขอแรกของ Engaging English จึงออก
มาเปนแบบนี้: "คุณเรียนภาษาอังกฤษอยางไร (English Learning Narrative)"

ผมชวนเพื่อนๆ พี่ๆ นองๆ ที่พอจะรูจักตามเว็บบอรดตางๆ มารวมแบงปนประสบการณ
ผมขอขอบคุณพี่ Krisdauw, พี่ Tonmelb, และคุณ Flowery ที่ทําให Engaging English
ฉบับปฐมฤกษมีรูปรางขึ้นมาไดครับ
สิ่งที่นาสังเกตอยางหนึ่งเกี่ยวกับบทความชุดแรกนี้คือ นักเขียน 3 ใน 4 เปน "นักเรียนนอก"
ดังนั้นผมจึงมั่นใจวาตองมีคนอานหลายคนทวงติงมาวา ที่พวกเคาสามารถพัฒนาภาษาไดดี
ระดั นั้นก็เปนเพราะจากประสบการณที่ไดเรียนตางประเทศหรือเปลา ผมจึงเห็นวาผมตอง

ฉบับที่ 1

Engaging English
(http://engagingenglish.blogspot.com)

4

Engaging English: คุณเรียนภาษาอังกฤษยังไง

พูดถึงเรื่องนี้ ในคํานําบทความ

จริงๆ แลวผมวาไมเกี่ยวกัน ถาสังเกตใหดีทั้ง Krisdauw, Tonmelb, และ เมื่อลมแรง...
ใบไมก็รวง นั้นไดพัฒนาภาษาอังกฤษของตัวเองจนถึงระดับหนึ่งแลวระหวางที่อยู เมืองไทย
(สมัยยังเด็ก) และตรงนี้ตางหากครับที่ผมอยากเนน และเห็นวาสําคัญที่สุด ประสบการณ
เรียนตางประเทศแมจะมีผลอยางหลีกเลี่ยงไมได แตก็ไมนาจะใชปจจัยหลักของการเรียน
ภาษาของนักเขียนสามคนนี้

งานเขียนของ Flowery หนึ่งในนักเขียนประจําฉบับเปนตัวอยางที่ดีครับ เธอสามารถ
พัฒนาความสามารถทางดานภาษาอังกฤษไดดีเลยทีเดียว แมวาเธอไมเคยศึกษาตอตางประเทศ ทั้งหมดทั้งมวลก็มาจากความพยายาม ความมุงมั่น และความตั้งใจจริงดวยการศึกษาดวยตัวเองเปน หลักและการหาตัวชวยจาก google และเว็บบอรด (จริงๆ ผมเชิญให
สมาชิกพันทิป และจากเว็บบอรดอื่นอีกหลายทานมารวมเขียนนะครับ เพื่อใหเกิดความ
หลากหลายทั้งในดาน background และดานวิธีการเรียนหลายๆ "สํานัก" แตนาเสียดายที่
สมาชิกสวนใหญติดภาระกิจหรือไมสะดวกกัน โอกาสหนาคงไดรวมงานกันครับ )

อีกขอสังเกตหนึ่งคือ งานเขียนของ Tonmelb, Flowerly และ เมื่อลมแรง...ใบไมก็รวง
นอกจากจะเหมือนกันในแงของ "ความรัก" และ "ความชอบ" ในการเรียนรูแลว ทั้ง 3
คนยังจะเนนไปที่เรื่องของ "การตั้ง จุดประสงคของการเรียนภาษาใหชัดเจน" Tonmelb
เขียนไว ชัดเจนวา“คุณตองตอบตัวเองใหไดวา เรียนภาษาอังกฤษไปทําไม?” (หนา 14)
Flowery เสริมวา “พยายามตัดความ คิดในแงลบออกไป คิดในแงบวกเขาไว
ตั้งเปาหมายดีๆ ทั้งระยะใกล ระยะไกล แลวทําใหได” (หนา 7) เมื่อลมแรง...ใบไมก็รวง

ฉบับที่ 1

Engaging English
(http://engagingenglish.blogspot.com)

5

Engaging English: คุณเรียนภาษาอังกฤษยังไง

แสดง ความเห็นเสริมเกี่ยวกับการตั้งจุดประสงคในมุมที่แปลกไปวา “จุดประสงคการ
เรียนที่ไมใชเรียนเพื่อภาษา (เชนผมเรียน เพราะวาอยากเปน นักขาว CNN ไมใชเพราะ
อยากฟง พูด อาน เขียนไดเปนหลัก)” (หนา 17)

และแมงานเขียนของ Krisdauw จะไมไดเนนจุดนี้ แต “แตหนหลัง” ใหความสําคัญกับสิ่งที่
ผูเรียนภาษาหลายคนมองขาม นั่นคือการตั้งคําถาม “ทําไม” คําถามนี้สําคัญเพราะวา
“การตั้งคําถามวา ‘ทําไม’ นี้ทําใหเราไมเรียนโดยการจํานะครับ แตเรียนโดยใชเหตุผล”
(หนา 8) แตไมวาแตละคนจะมีประสบการณ และแรงบันดาลใจอยางไร นักเขียนทั้ง 4
ทานไดแสดงใหคนอานเห็นแลววาการเรียนรูที่แทจริง คือการ engage with the language

สุดทายนี้ แนนอนครับวา ถาอานแลวไมไดนําไปขบคิด และนําเรื่องราวบางสวนไปเปน
แรงบันดาลใจในการปฎิบัติตาม ก็ไมเกิดผลอยางแนนอน ดังนั้นอยาลืมนําไปปฎิบัติครับ

ทิ้งความเห็นในชอง comments ไวคุยกันไดนะครับ เพือเปนการแลกเปลี่ยนความรูและ
ประสบการณ

26 เษยายน 2551
เมื่อลมแรง...ใบไมก็รวง/Dialogue on Writing

ฉบับที่ 1

Engaging English
(http://engagingenglish.blogspot.com)

6

Engaging English: คุณเรียนภาษาอังกฤษยังไง

เรียนภาษาอังกฤษดวยตัวเอง...ไมยาก
(English Learning Narrative)
โดย Flowery1

สวัสดีคะ เพื่อนๆ พี่ๆ นองๆ ทุกทาน เราชื่อ Flowery นะคะ บางทานอาจจะรูจักเราบาง
แลวจากเว็บไซตพันทิปดอทคอม ในกลุมยอยหองเรียนภาษาอังกฤษซึ่งเราและเพื่อนๆ
สมาชิกหลายๆ ทานไดชวยกันตั้งขึ้นมาเพื่อเปนแหงเรียนรูภาษาอังกฤษอีกแหงหนึ่งของ
คนไทย และที่พันทิปดอทคอมนี่เองที่ทําใหเราไดรูจักพี่เมื่อลมแรง…ใบไมก็รวงซึ่งเปน
ผูริเริ่มโครงการ Engaging English นี้คะ ขอบคุณนะคะที่ทําใหมีโครงการดีๆ อยางนี้เกิด
ขึ้นคะ เราขอเริ่มเลาประสบการณการเรียนภาษาอังกฤษของเราเลยนะคะ

เรื่องสนใจภาษาอังกฤษนี่ เราสนใจภาษาอังกฤษมานานแลวนะคะ ตั้งแตเด็กๆ เลยคะ
ตอนเด็กก็อยากอานการตูนภาษาอังกฤษรูเรื่อง อยากมีเพื่อนเปนชาวตางชาติ
อยากดูภาพยนตร, ฟงเพลงภาษาอังกฤษรูเรื่อง เรียนภาษาอังกฤษในโรงเรียนมาก็หลายป
ก็ไมเห็นจะพูดคุยกับชาวตางชาติไดสักที ขอสอบแกรมมารทําได สอบ reading ก็พอถูไถ
แต listening ไมไดเรื่องเลยจริงๆ เพือนๆ ก็มีปญหาคลายๆ กัน

สมัยเรียนมีโอกาสไดติดตอชาวตางชาติบาง ภาษาอังกฤษที่ใชก็มั่วบาง ไมมั่วบาง
ใชภาษาทาทางประกอบดวย พอเอาตัวเรารอดไปได แตภาษาอังกฤษก็ยังไมพัฒนา
จนกระทั่งเราเรียนจบปริญญาตรี, ไดทํางาน, ไดพบปะผูคนมากขึ้น, มีหลายโอกาสที่ตองใช
ภาษาอังกฤษ และสุดทายเราได ตัดสินใจไปเรียนตอตางประเทศ จึงมุงมั่นที่จะเรียน
ภาษาอังกฤษอยางจริงจัง โดยเรียนภาษาอังกฤษดวยตัวเองเปนหลัก แมตอนแรกจะคอนขางลําบาก แตหลังๆ ไดคําแนะนําดีๆ จากเพื่อนๆ หลายๆ ทานในพันทิป และเว็บไซตอื่นๆ
จึงชวยใหการฝกภาษาอังกฤษของเรา เปนรูปเปนรางมากขึ้น

1

จบปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต จากจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย กําลังเตรียมตัวไปศึกษาตอ ณ
ประเทศสหรัฐอเมริกา รักและสนใจเรียนภาษาอังกฤษเปนอยางมาก
เว็บไซตประจําคือพันทิปดอททอม
ฉบับที่ 1

Engaging English
(http://engagingenglish.blogspot.com)

7

Engaging English: คุณเรียนภาษาอังกฤษยังไง

วิธีการฝกภาษาอังกฤษของเราเปนการเรียนภาษาอังกฤษดวยตัวเองเปนหลักคะ เริ่มแรก
ควรเริ่มจากวิเคราะหทักษะภาษาอังกฤษของตัวเอง และตั้งเปาหมายกอนวาเราอยาก
พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษใหอยูในระดับไหน หลังจากตั้งเปาหมายไดแลว เราก็หาขอมูลคะ
ขั้นตอนนี้งายมาก อาศัยทักษะการหาขอมูลก็ชวยไดเยอะเลยคะ อยากรูอะไรก็ถาม google
คะ ทั้งเว็บไซตของไทยและตางประเทศ คําแนะนําสวนใหญก็จากพันทิปดอทคอมคะ
(ยิ่งเดี๋ยวนี้มีกลุมยอยหองเรียนภาษาอังกฤษแลว สงสัยอะไรถามไดเลยคะ มีเพื่อนๆ
ใจดีชวยตอบใหคะ) พอไดขอมูลมาแลว ก็มาวางแผนการเรียนวาจะเรียนวันละกี่ชั่วโมง
สัปดาหละกี่วัน จะใชหนังสือ เทป CD ภาพยนตร เพลงอะไรบาง มีหองสมุดที่ไหนที่จะ
ไปใชบริการ หรือจะไปลงเรียนที่ไหน ที่สําคัญก็คือการปรับความคิดคะ พยายามตัดความ
คิดในแงลบออกไป คิดในแงบวกเขาไว ตั้งเปาหมายดีๆ ทั้งระยะใกล ระยะไกล
แลวทําใหได แมจะไมไดตามแผนเปะก็ไมเปนไร เราสามารถยืดหยุนการเรียนเราได
แตที่สําคัญตองเรียนรูและใชภาษาอังกฤษอยางสม่ําเสมอคะ ทักษะการเรียนหรือ study
skills ก็สําคัญนะคะ ทักษะเหลานี้ชวยสงเสริมการเรียนรูภาษาอังกฤษใหรุดหนาเร็วยิ่งขึ้นคะ
ถาจะใหดีมีกลุมเพื่อนที่สนใจเรียนภาษาอังกฤษดวยกันก็ดีนะคะ จะไดชวยกันใหคําแนะนํา
ใหกําลังใจกัน และชวยกันฝกทักษะภาษาอังกฤษดวยคะ

คนไทยจะมีปญหาเรื่องการพูดและเขียนคอนขางเยอะคะ การอานและการฟงยังพอฝกเอง
ได ตอนนี้เราเจอเพื่อนที่มีจุดมุงหมายเหมือนกัน พวกเราจะนัดหมายเวลาที่จะคุยเปน
ภาษาอังกฤษกันคะ วิธีนี้ชวยใหไดฝกพูด กลาพูด คิดเปนภาษาอังกฤษไดดีทีเดียวคะ
ถามีอาจารยหรือชาวตางชาติรวมวงสนทนาดวยก็ยิ่งดีคะ สวนการเขียนก็อาศัยหนังสือคูมือ
การเขียน ฝกเขียนแลวใหอาจารยตรวจและแนะนํา ไมวาจะเปนการฟง พูด อาน
หรือเขียนตางก็เปนทักษะ นั่นก็คือตองอาศัยการฝกฝนสม่ําเสมอ จึงจะเกงภาษาอังกฤษคะ
ไมวาอยางไรก็อยาทอนะคะ การเดินทางหมื่นลี้ตองเริ่มที่กาวแรกคะ

ขอเปนกําลังใจใหทุกคนที่กําลังเรียนรูภาษาอังกฤษอยูนะคะ

ฉบับที่ 1

Engaging English
(http://engagingenglish.blogspot.com)

8

Engaging English: คุณเรียนภาษาอังกฤษยังไง

แตหนหลัง…(In Retrospect)
โดย Krisdauw2

นับตั้งแตศตวรรษที่สิบแปดภายใตการลาอาณานิคมของอังกฤษเปนตนมา ภาษาอังกฤษได
ทวีความสําคัญขึ้นเรื่อยๆ จนในปจจุบันถือไดวาภาษาอังกฤษเปนภาษาสากลที่นอกจากจะ
เปดประตู แหงการสื่อสารระหวางคนจากชาติตางๆแลว ยังอาจจะเปน “ประตูกั้น”
(gatekeeper) ที่ทําใหคนที่ไมรูไมสามารถสื่อสาร หรือเขาถึงขอมูลที่สําคัญและความรูได
แตการจะเขาถึงภาษาหนึ่งจนใช ไดอยางมีประสิทธิภาพนั้นก็ใชวาจะเปนเรื่องงายจําเปน
ตองอาศัยการฝกฝนและคําแนะนำ จึงจะบรรลุเปาประสงคไดนะครับ บทความนี้จึงมีจุดมุงหมายเพื่อใหขอมูลและคําแนะนําสําหรับ ผูที่เริ่มเรียนหรือกําลังเรียนอยูเกี่ยวกับการใช
ภาษาอังกฤษ จากประสบการณของผูเขียนซึ่งมีประสบการณในฐานะผูใชและผูสอนภาษา
นี้อยูโดยผานทางเรื่องเลาประสบการณ (autobiography) ผานทางการเรียนภาษาอังกฤษ
ของตัวเองนะครับ

เนื่องจากผมเชื่อวาผูที่อานบทความนี้คงมีอายุไดประมาณหนึ่ง ดังนั้นผมจึงขอตัดตอน
ขามไปจนถึงวัยรุนตอนปลาย ผมจําไดวาภาษาอังกฤษเปนหนึ่งในวิชาที่ชอบและทําไดดี
ในสมัยมัธยมปลาย หลังจากเรียนเสร็จ (จําไดวาเรียนเกี่ยวกับ relative pronouns,
question words, subjunctive, etc) ผมจะขวนขวายหาความรูเพิ่มเติมจากในหองเรียน
โดยการไปคน เพิ่มจากตําราไทย เชน ของสําราญ คํายิ่ง หรือตําราภาษาอังกฤษ เชน

English Grammar in Use (by Murphy) ในเรื่องเดียวกันกับที่เรียนในหองทําแบบฝก
หัดเพิ่มเติม ถาไมเขาใจหรือทําผิด จะตองถามวา “ทําไม” เสมอๆ และถามีตัวอยางการใชที่
ไมเปนไปตาม “กฎ” ไวยากรณ ก็จะตองคนจนเจอวา ทําไมมันใชไดทั้งสองอยาง
หรือทําไมไมเหมือนกฎที่เรียนมา การตั้งคําถามวา “ทําไม” นี้ทําใหเราไมเรียนโดยการจํา
นะครับ แตเรียนโดยใชเหตุผล เชน “กฎ” ขอนึงของ subjunctive วาไววา ถาเจอกริยาที่
เกียวกับการแนะนํา การเสนอแนะ การตองการ (suggest, advise, desire, etc)
กริยาในประโยคยอยที่ตามมาจะตองเปน subjunctive form คือไมเติมอะไรเลย และไมใส
2

Krisdauw majored in English from his undergraduate to graduate studies. Currently he is an
Assistant Professor of English at a university in Texas, USA. His research interests lie in English
Grammar, History of the English Language, and Discourse Analysis. Ultimately he wishes to
return to his native country to contribute his experience gained abroad to English studies in
Thailand.
ฉบับที่ 1

Engaging English
(http://engagingenglish.blogspot.com)

9

Engaging English: คุณเรียนภาษาอังกฤษยังไง

tense เชน Mary suggested that John BE home all day. (สังเกตวาไมใช is หรือ was
ถึงแมวา suggested จะเปนอดีตก็ตาม) แตในบางครั้งผมเจอ ประโยคนี้ The evidence
suggests that somebody came here before. คําถามคือ ทําไมประโยคยอยจึงมีกริยา
ที่เปน past tense อยู (came) ทั้งๆที่กริยาหลักคือ suggest อยางนี้คงไมเปนไปตาม “กฎ”
แตพอไปศึกษาเพิ่มเติม จะเห็นไดวา suggest ในประโยคนี้”ตางไป” นั่นคือ มันไมไดถูกใช
ในเชิงใหคําแนะนํา แตมันเเปลวา แสดงใหเห็น (หรือ indicate) นั่นเอง ดังนั้นจึงไมตองใช
subjunctive นะครับ ถาทุกคนหมั่นตั้งคําถามเชนนี้เรื่อยๆ โดยไมติดอยูกับการจํา กฎ
จะทําใหเราเขาใจอยางแทจริงนะครับ

(หนึ่งในหนังสือฝกภาษาที่แนะนําโดย Krisdauw3)

ในขณะเดียวกัน เนื่องจากผมมีเวลาวางและมีความสนใจเปนหลัก จึงทําใหมีโอกาสได
ใชเวลาวาง ไปเรียนเพิ่มเติม และผมเล็งเห็นวาควรจะเรียนอยางเปนจริงเปนจังไปเลย
แตการไปเรียนตาม “สถาบัน” สอนภาษาตางๆไมใชสิ่งที่ผมตองการ เพราะนอกจากจะเสีย
เงินมากแลว ยังไมไดความรู ที่ถูกตองตามหลัก (เชน จางใครก็ไมรูมาสอน และเวลาสอน
เนนแคใหพูดๆ คุยๆไดก็พอแลว) และการเรียนดวย ตนเองก็ไมนาจะเปนไปได ดังนั้นผมจึง
ไปลงเรียนเอกภาษาอังกฤษ ที่มหาวิทยาลัยรามคําแหง หลังจากไดเขาไปเรียนวิชา
วรรณคดี ซึ่งตองอานกลอน อานนิยาย และวิชาทักษะ เชน การออกเสียงภาษาอังกฤษ
(English Phonetics), การวิเคราะหไวยากรณ อังกฤษ (English Syntax) และเมื่อไม
เขาใจ ก็ไดมีโอกาสซักถามอาจารยแบบตัวตอตัว พรอมทั้งคนควาตอ ทําใหผมเขาใจถึง

3

รูปภาพจาก http://www.kriso.ee/covers/large/978052/9780521537629.jpg

ฉบับที่ 1

Engaging English
(http://engagingenglish.blogspot.com)

10

Engaging English: คุณเรียนภาษาอังกฤษยังไง

“หลัก” จริงๆ เขาใจวาภาษาทุกภาษาเปนสิ่งที่มีระบบ (systematic) อะไรก็ตามที่ถูกสอน
มาวาเปนขอยกเวน หรือ ตองจําไปเลย นั้นนะครับ เราสามารถอธิบายไดวาทําไม
ยกตัวอยางในเรื่องของการออกเสียง ที่เราเห็นๆ การเติม -s เพื่อแสดงพหูพจน หรือกริยา
เอกพจนใน present tense นั้น มันออกเสียงไดสามแบบ เชน cats, dogs, churches
(อานวา kats, dogz, churchiz ตามลําดับ) จะเห็นไดวา สะกดเปน -s แตออกเสียงเปน -s,
-z, หรือ iz (อิส) ขึ้นอยูกับวาเสียงที่มากอนหนาเปนอะไร (ถาไมกอง voiceless จะเปน -s,
ถากอง เปน -z, ถาเปนเสียงที่มีการเสียดสี เชน s, z, ch, ge จะเปน -iz

การเรียนที่รามคําแหงของผม ถึงแมเปนเวลาสั้นๆ ทําใหผมไดเรียนรูอะไรมากมายอยางที่
ไดเรียน ขางตน จากทั้งการอานวรรณคดี(ทําใหเราไดเห็นรูปประโยคที่สละสลวย ไดเห็นถึง
วิธีการ express หรือสื่อความคิดของผูเขียน ซึ่งเราอาจจะมาใชตามและการเรียนหลัก
ภาษา) แตสังเกตวา ผมเขาเรียนทุกครั้งไมไดขาด ทบทวน ถามอาจารย และไมนิยมการ
อานเองเพื่อไปสอบนะครับ (ลองไปลงเรียนภาคฤดูรอนสิครับ) การลงเรียนที่รามนี้เอง
สงผลใหผมมีความสนใจในศาสตรนี้ อยางลึกซึ้งจนถึงกับเลือกเรียนเปนวิชาเอกในระดับ
ปริญญาตรี และเรียนตอขึ้นสูงๆขึ้น จนถึงปจจุบัน (ซึ่งคงมีโอกาสเลาตอในคราวหนา)

ถาจะใหผมแนะนําวาภาษาอังกฤษจะเรียนไดอยางไรจะงายและไดผลจริง
ผมมีขอแนะนําขางลางนี้

1) แนนอนวาการจํา (เชน ศัพท) ก็ตองทํา แตความ “เขาใจ” นาจะมาเหนือสิ่งอื่นใด
พยายามตั้ง คําถามจาก “กฎ” ที่เรียนมา ไมวา ทําไม “กฎ” เปนเชนนี้
(ไมใชจําไปตะพึดตะพือ) ทําไมมีขอ ยกเวน ฯลฯ คุณจะตอง “เขาใจ” ไดอยางแทจริง

2) หลังจากเขาใจแลว ตองเอาที่เขาใจนะ ไปใช ไมวาจะเปนศัพทหรือไวยากรณ
(ไมงั้นก็หลงๆ ลืมๆ หรือติดขัดในการนําออกมาใช) เชน เอาไปใชคุยกับเพื่อนฝรั่ง
หรือเวลาดูหนัง ฟงเพลงก็ พยายามสังเกตประโยควาเคาใชกันอยางนี้นะ เราเรียนมาแลวหนิ
ฯลฯ

3) พยายามเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนมาเขาดวยกัน เพราะเวลาใชภาษาจริง ทุกอยางตอง
สัมพันธกัน (interact) เวลาเราผูกประโยค เชน Last night, I was close to getting my
ฉบับที่ 1

Engaging English
(http://engagingenglish.blogspot.com)

11

Engaging English: คุณเรียนภาษาอังกฤษยังไง

homework done. ประโยคนี้ สิ่งที่เชื่อมโยงกันคือ tense (อดีตกาล was), การใชกริยา
-ing หรือ gerund (close to + V.ing แปลวา “ใกลจะ..”) และ to have something done
ที่แปลวาใหใครทําอะไรให… จะเห็นไดวา เวลาเราเรียน เราเรียนทีละเรื่อง แตเวลาใชจริง
ทุกเรื่องมันมารวมกันนะครับ เพราะฉะนั้นเราตอง “รูอยู” หรือ มีสติ (เหมือนกับเวลาฝก
สมาธิ ใหเรารูวาเรายกขา เดิน พูด ฯลฯ) ในกรณีนี้ก็เชนกัน เราตองสามารถหยิบยกสิ่งที่เรา
เรียนแลว มารวมกันได และจะทําไดก็ตอง ฝกบอยๆ (คือ เอาไปใชจริงๆ) การหัดใชจริงๆ
นั้น ถาไมมีเพื่อนฝรั่งคุยดวย อาจจะเริ่มตนงายๆ จากการหัดแปลภาษาไทย เปนภาษา
อังกฤษ เราตองการจะพูดอะไรเปนภาษาไทย ก็นาจะสามารถแปลเปนภาษา อังกฤษได
แตอยางไรก็ตามก็ควรไปเช็คกับผูรูวาเเปลถูกไหม และไมควร”ยึดติด” วาตองถอดคําตอคํา
เชน หองพระ shrine room, กระตายขูดมะพราว coconut shredder (made to look like
a rabbit) เปนตน แตการจะทําไดอยางนี้ ก็อาจจะตองผานตามา เยอะเชนกัน ถาอยาก
ฝก ลองหาหนังสือนิยาย(งายๆ) ภาษาไทยที่เคาเเปลเปนภาษา อังกฤษแลว มาอานเทียบ
กัน แลวดูลักษณะการใชภาษาสิครับ เชน ความสุขของกะทิ (งามพรรณ เวชชาชีวะ)
ที่ไดรางวัลซีไรท ก็แปลเปนภาษาอังกฤษแลวครับ ลองเอามาศึกษาดูวาประโยคไทยๆ
ที่เราพูด กันเปนปรกติ เชน ยายบนกระปอดกระแปด นะ เคาแปลอยางไรใหมันฟงเปน
ธรรมชาติ และภาษา งายๆ

4) หมั่นหาความรูเพิ่มเติม จากตําราไทยและเทศ (เชน สําหรับผูเริ่มเรียน เชน

Understanding English Grammar by Azar, Grammar in Use by Murphy, Practical
English Usage by Swan) ถาไมเขาใจ หรือ ถาตั้งคําถามวา “ทําไม” แลวตอบไมได
ก็ตองหาผูรู (ไมใชใครก็ไดนะครับ แตขอวา ตองเปนผูที่สามารถอธิบายใหคุณเขาใจได
เชน อาจารยภาคภาษาอังกฤษในมหาลัย หรือ ใครก็ตามที่เรียนมาทางดานนี้
แตฝรั่งทั่วๆไปไมสามารถหาเหตุผลมาอธิบาย ใหคุณฟงไดวา “ทําไม” ครับ)

5) ถาวาง ลองไปลงเรียนที่ราม เขาหองเรียน ทบทวน ถามอาจารย และเขาสอบนะครับ
(หนวยกิตละ 25 บาทเองครับ ถูกกวา และคุณภาพดีกวาไปเรียนที่สถาบันตางๆ เยอะครับ)

หวังวาบทความนี้ไดใหคําแนะนํากับผูอานถึงวิธีการเรียนภาษาอังกฤษใหสัมฤทธิ์ผลบางนะ
ครับ ผมหวังวาโอกาสตอไป จะไดมาเขียนบทความเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษ
ในแงมุมอื่นๆนะครับ แลวเจอกันครับ
ฉบับที่ 1

Engaging English
(http://engagingenglish.blogspot.com)

12

Engaging English: คุณเรียนภาษาอังกฤษยังไง

ตองรัก...ตองชอบ
โดย Tonmelb4
Q: คุณเรียนภาษาอังกฤษอยางไร?
A: ผมขอแยกยอยคําถามนี้ ใหอยูใน 4 หัวขอที่ผมจะเรียบเรียง

1. แรงบันดาลใจ ( Motivation) หรือ แรงผลักดัน (Drive) ที่คนๆ
หนึ่งจะเริ่มตนเรียน ภาษาอังกฤษ
เมื่อครั้งเปนเด็กแรงบันดาลใจ (Motivation) หรือ แรงผลักดัน (Drive) ของผม ไมมี
หรือไมเดนชัด ผมเริ่มตนเรียนภาษาอังกฤษ เพราะความชอบ เพราะความรัก ผมเรียนภาษา
อังกฤษอยางจริงๆ จังๆ เมื่อผมอยูประถมศึกษาปที่ 3 แตครั้งแรกที่ผมสัมผัสกับภาษา
อังกฤษจริงๆ คือ 2 เดือนกอนขึ้นชั้น ป.3 เมื่อผมลงเรียนพิเศษที่โรงเรียน เดือนมีนาคม
2523

ผมจําวันนั้นไดเลยวา ตอนเชา ครูผูหญิงขออาสาสมัครนักเรียนใหออกมายืนหนาหอง อาน
A-Z หลังจากที่ครูทานนั้นไดสอนใหอานแลว 2-3 นาที ไมมีใครยกมือ ผมจึงยกมืออาสา
ปกติผมเปนคนกลาอยูแลว ภาพนั้นทีผมใชไมเรียวไลอักษรภาษาอังกฤษไปทีละตัว ทีละตัว
และเพื่อน ๆ อานตาม ยังติดตาติดใจผมอยูทุกวันนี้ ตั้งแตนั้นมา ผมรูสึกวา ภาษามันงาย
มาก เสียงที่ออกมาจากตัวอักษร ก็ยังไพเราะ ผมเริ่มเรียนภาษา จากความรัก ความชอบ
ในตัวของภาษา สวนแรงผลักดันและแรงบันดาลใจ ผมเพิ่งมีเมื่อผมไปเรียนมัธยม 4 ที่
Melbourne, Australia ความที่ไมรูเรื่องเลย และตองเรียนใหรูเรื่อง เพื่อดูแลตัวเองและ
คุณแมในตางแดน มันชางเปนพลังผลักดัน ใหผมตองไดภาษาใหได ชวง Period
นี้ผมไมไดเรียนมากนัก แต (ใช) ซะมากกวา

4

Tonmelb หรือ หรือ อาจารย ตน จบการการศึกษาปริญญาตรีในสาขาHistory and English
จากAustralia มีประสบการณสอน 13 ป และเริ่มเรียน English แนว Communicative approach
ตั้งแตพ.ย. 1988 ปจจุบัน Tonmelb เปน อาจารยที่โรงเรียนโปรแกรมนานาชาติที่หนึ่งในกรุงเทพฯ

ฉบับที่ 1

Engaging English
(http://engagingenglish.blogspot.com)

13

Engaging English: คุณเรียนภาษาอังกฤษยังไง

2. วิธีหรือที่ผมเรียกกลยุทธในการที่จะประสบความสําเร็จในการเรียนภาษาใน
ประเทศไทย ( Ways to achieve English success)
วิธีเรียนแบบไทยสมัยเมื่อ 25-30 ปกอน ยังถือวา OK นะ เมื่อมาคิดยอนหลัง เพราะสมัยนั้น
ผมไดอิทธิพลจากพี่ๆ ที่คลั่งไคลในการแกะเพลงฝรั่ง และครู/อาจารย (ขอใชภาษาเด็กแนว
Cool งะ เจงครับ ขอบอก) และอาจเปนเพราะวา ผมเรียนประถมที่โรงเรียนเอกชนที่มี
คุณภาพดีดวย เลยไดอานิสงฆรับไปเต็ม ๆ เรื่องการเรียนภาษา

วิธีที่ผมเรียนสมัยเนนการฟงและอานนะ มาจากฟงเพลงฝรั่งที่รุนพี่ ๆ เขาเปด และเปน
คนชอบอานหนังสือ แตไมคอยไดมีโอกาสใชนะสมัยนั้น แตไมรูวาทําไมเมื่อตองใชใน
บางครั้ง บางคราว ถึงกลาพูดกับฝรั่ง พอไปเรียนที่ Australia ผมอานๆๆๆๆ และฟงๆๆๆๆ
และเริ่มเขียนมากขึ้น สุดทายจบที่ (ใช) ทุกวัน

วิธีของผมที่ดูแสนจะเรียบงาย และเปนวิธีที่ผมใชมาตั้งแตผมอยูประถม: ผมอานและฟง
มากๆๆๆ มากอน สําหรับเขียนและพูดนั้น ทิ้งเวลาหางจากครั้งแรก ประมาณ 12 ป (2523
เรียนภาษาอังกฤษ ครั้งแรก, 2529 ไดไปเที่ยว Australia 26 วันและป 2532 คือปที่ผม
ไปเรียนตอที่ Australia และกลับมาปลายป 2546) ขอการันตี ถาคุณเริ่มที่จะอาน + ฟง
มากๆๆๆ กอน คุณมีแนวโนมที่จะ ประสบความสําเร็จอยางแนนอน

3. ปญหาและอุปสรรค ( Problems) และวิธีแกไข
ครั้งที่เริ่มเรียนภาษาสมัยนั้น ปญหาที่พบคือ ไมมีคนจะใชภาษาดวย สื่อการเรียนการสอน
ไมคอยมี แตเพราะอุปสรรคตรงนี้ที่สมัยนั้นใหมาทําใหผูเรียนเมื่อ 25-30 ปกอน ตองกลับ
กลายเปนผูมุมานะ ถาตองการเรียนภาษาฝรั่งกับชาวตางชาติ ก็ตองไปที่วัดพระแกว
(ไมคอยเห็นฝรั่งเดินตามทองถนนมากมายแบบในสมัยนี้) สมัยนั้นนอกจากจะหาฝรั่งไมได
แลว ครู/อาจารยฝรั่งผมก็ไมเคยไดเรียน รวมไปถึงสมัยนั้นเทาที่จําความได ไมมีใครมา
บอกวา ภาษาอังกฤษสําคัญนะ ตองใหไดภาษา ไมเชนนั้น งานจะหายาก ไมมีครับ ไมมี

ฉบับที่ 1

Engaging English
(http://engagingenglish.blogspot.com)

14

Engaging English: คุณเรียนภาษาอังกฤษยังไง

วิธีแกของผม ผมก็ใชเพลงและหนังสือ พูดถึงหนังสือ ผมออกจะโชคดีหนอยที่คุณแม ณ
เวลานั้น หันมาเรียนภาษาอังกฤษดวย หนังสือเลมแรก ๆ ที่อานคือ Learning English with

Acharn Thong-In หนังสือของอาจารย ทองอินทร สุนสวัสดิ์ คนที่อายุ 40+ ตองรูจัก
และหนังสือของทาน สอ เสถบุตร และหนังสือของ AUA

ไดผลไหม? เมืองไทย ไมทราบ เพราะไมไดมีโอกาสได Test ความรูของตนเทาไหร
แตคิดวานา จะไดผล เพราะการอาน+ฟง ทําใหพื้นฐานผมดีเมื่อไดไปเรียนตอที่ Australia
ในป 2532 (ตรงนี้ไมไดเกี่ยวกับและไมใชเพราพ Grammar ทางกลับกัน ชวงหลัง ๆ คือป
2527-2531 ภาษาผมเริ่มเละ เริ่มงง คะแนน Grammar คะแนนสอบกลับไดสูง
แตความเขาใจลดต่ําลง)

4. คําแนะนํา (Advice/suggestions)
การเรียนภาษาใหไดผลในเมืองไทยปจจุบันนี้ ผูเรียนมีโอกาสดีกวาผูเรียนสมัยกอน นั่นคือ
ปจจุบันมีสื่อการเรียนการสอนที่ดีมากมายและราคาไมแพงนัก อีกทั้ง Internet ก็เปนอีก 1
ทางที่ผูเรียนจะเรียนภาษาได สวนการใชนับวามีโอกาสที่จะใชมากขึ้น ผูเรียนในยุคปจจุบัน
ควรปฏิบัติตัวแบบผูเรียนยุคกอน นั่นคือ การขวนขวายหาความรู อยางไมหยุดยั้ง สุ จิ ปุ ลิ
ยังใชไดดีกับการเรียนภาษาสมัยนี้ และสิ่งหนึ่งที่ไมควรทําเลย คือ การเลิกลมการฝก
เพียงเพราะ ไมมีเพื่อนฝก/เรียนกับเรา คุณตองตอบตัวเองใหไดวา เรียนภาษาอังกฤษไปทํา
ไม? และนี่คือกฎ เหล็ก ถาตองการจะประสบความสําเร็จในการเรียนภาษา: ตองรัก
ตองชอบ แตถาไมรูสึกเชนนี้ และตองเรียน ก็เรียนไวใชงานหรือใชสมัครงาน ก็ยังดี
เพราะตัวเองไดประโยชนจากการเรียน

ทายสุดนี้ ผมขอใหผูเรียนทุกคน ทุกวัยที่เรียนภาษา ขอใหโชคดี พบกันครั้งหนาครับ

Best wishes
tonmelb

ฉบับที่ 1

Engaging English
(http://engagingenglish.blogspot.com)

15

Engaging English: คุณเรียนภาษาอังกฤษยังไง

เพราะวัยเด็ก...(และเพราะ Veronica และเพราะวา “โง”)
โดย เมื่อลมแรง...ใบไมก็รวง5

ผมถือวาตัวเองโชคดีที่ไดมีโอกาสเรียนภาษาอังกฤษตั้งแตอนุบาล มาจนถึงปจจุบัน
ตอนที่เพื่อนๆ ไดเรียน A B C กันตอนป. 5 ผมก็เริ่มอาน textbook แลว แตวานั่นคง
ไมใชสิ่งที่ชวยใหผมพัฒนา มาไดจนถึงปจจุบัน เพราะวาตอนม. 1 ผมก็เริ่มเรียนโรงเรียน
รัฐบาล ทําใหการเรียนภาษาของผม เรียนแบบยอนกลับ (คือ ศัพทที่เรียนตอนม. 1 - ม. 3
เปนศัพทที่ผมเรียนรูเกือบหมดแลวตั้งแต เรียนประถม) แตจุดนี้แหละครับที่ผมถือวาเปน
จุดที่สําคัญในการเรียนภาษาอังกฤษของผม คือ ในหองเรียนนั้นเวลาเพื่อนๆ มีปญหาเรื่อง
ศัพท หรือ แกรมมาร ก็จะถามผมทั้งในหองเรียน และนอกหองเรียน ทําใหผมรูสึกวาเรา
"เกง" และนาจะเอาดีทางดานนี้ ผนวกกับ 2 เหตุการณที่ สําคัญ หนึ่ง พี่สาวผมเรียน
มนุษยศาสตร เธอจึงมีงานเขียนเปนภาษาอังกฤษเยอะ และมักจะชวนผมใหชวยแปลงาน
เสมอๆ ทําใหผมไดเรียนรูวาจริงๆ การเรียนภาษา อังกฤษมีอะไรนอกจากศัพท (ตอนนั้น
ไดเรียน phonetics นิดหนอยจากการแปล) และสองชวงนั้นที่บานติดตั้งเคเบิล ทําใหผม
มีโอกาสไดดู CNN และเจอนักอานขาวชาวเอเชีย (Veronica Pedrosa) รูสึกวาทําไมเธอ
เปนคนเอเชียเหมือนกับเรา แตอานภาษาไดคลองแคลว เราก็ตองทําได บางสิ (มารูทีหลัง
วาครอบครัว ของเธอนั้นอพยพไปอยูอังกฤษ ตั้งแตเธอยังเด็ก) ผมเลยเริ่มอานหนังสือพิมพ
เริ่มออกเสียงตาม ทีไดยินทีละคําสองคํา ไปเรื่อยๆ ถึงกระทั่งเอาพัดลมมาเปนกลอง
แลวเราก็ “จํา” 10 - 12 ขาว (จาก Bangkok Post, The Nation, Student Weekly,

Nation Junior) แลว “รายงาน” (ตอนนั้นนึกวานักขาว CNN “จํา” ขาวแลวรายงาน
ไมรูวามีเครื่องมือทุนแรงที่ฉายตัวหนังสือดานหนานักขาว แลวนักขาวอานจากหนาจอ)
แตเพราะวา “ความโง” ที่มานั่งจําขาวแลวอานตามนี่แหละครับ ทําใหผมฝกรูปแบบประโยค
ไปในตัว (แตไมคอยรูแกรมมาร อาศัยว าขาวเขียนยังไง เราก็จําและพูดไปแบบนั้น
)
อีกทั้งฝกการออกเสียง จนเพื่อนๆ เริ่มทักวา "ทําไมเสียงแกไมเหมือนคนไทยวะ"

5

เมื่อลมแรง...ใบไมก็รวงจบปริญญาตรีในสาขา English Literature กําลังจะเริ่มเรียนปริญญาโทในสาขา
English Composition and Rhetoric (การเขียนเชิงวิชาการและวาทวิทยา) สนใจเรื่องการเขียนเชิง
วิชาการภาษาอังกฤษ (academic writing) การสอนภาษาอังกฤษ และวิชาชีพครู/การสรางหลักสูตร
ฉบับที่ 1

Engaging English
(http://engagingenglish.blogspot.com)

16

Engaging English: คุณเรียนภาษาอังกฤษยังไง

(Veronica Pedrosa หนึ่งในแรงบันดาลใจการเรียนภาษาของผม6)

เริ่มมาสังเกตวาจริงดวย สําเนียงเราไมโมโนโทน (ขาดความสูงต่ํา) ซึ่งเปนหัวใจหลักในการ
pronunciation จากนั้นก็เริ่มสนุกกับมันไปเรื่อยๆ ขาวที่เรียนรูมาจากการอานหนังสือพิมพ
ก็กลายเปนการเปดโลกกวางไปในทันที ในวิชาสังคมศาสตรที่เรียนวิชาเกี่ยวกับประวัติศาสตรโลก หรือโลกในยุคปจจุบัน ผมสามารถตอบไดเกือบทุกคําถาม เพราะวาเราอานขาว
มาเยอะ เรียกวาไดฝกทั้งภาษา และไดความรูไปใชในวิชาอื่นโดยไมรูตัว

ผมเปนคนที่เรียนพิเศษ 2 ครั้งในชีวิต ครั้งแรกตอนม. 3 และอีกครั้งตอนม. 6 ตอนม. 3
เรียนที่ British American อยู 1 คอรส มองยอนกลับไป รูสึกวาตัวเองไมไดเรียนรูอะไรมาก
เทาไหรเลย สิ่งที่รูอยางเดียวคงเปนเรื่อง tense แบบกวางๆ (เผอิญวันนั้นอ. ฝรั่งไมอยู
เลยมีอ. ไทยมาสอนแทน แลวก็สอนเรื่อง tenses) ผมเลยไดไอเดียวาจริงๆ แลว tense
เปนแบบนี้ มีโครงสรางอะไรบาง แตก็ยังเขาใจไมหมด จะมาเขาใจแกรมมารแบบลึกๆ
ก็คงจะเปนตอน เอนทรานส ผมก็เหมือนเพื่อนๆ คนอื่นเริ่มกลัววา ถาเราไมเรียน
เราคงสอบไมติดแนเลย เลยตัดสินใจลงเรียน ครั้งนี้เปนครั้งแรกที่ เรียนแกรมมารแบบจริงๆ
จังๆ เมื่อกอนเคยเรียนแตในหองเรียน แตก็ยังไมเขาใจวา "ทําไมบางประโยคใช is
ทําไมบางทีใช does แลว is working กับ works มันตางกันยังไง" หรือ "adjective จริงๆ
แลวคืออะไร" (ดูสิ ม. 6 แลวยังไมเขาใจ แตแตงประโยคพอไดนะครับ เชน I have a black
cat. เรารูวาตองเปน black cat ไมใช cat black) พอไดเรียนเขาไป 2 คอรส ผมถึงกับบอก
กับตัวเองวา "กรูเขาใจแกรมมารแลว"

แมจะเขาใจแกรมมารแตยังเขียนไมได ตอนม. 5 อาจารยใหเขียนยอหนา 1 ยอหนาสั้นๆ
(เปนครั้งแรกที่เขียนยอหนา ไมเคยเขียนเปนภาษาอังกฤษมากอน มีแตเขียนประโยค)
6

ภาพจาก http://www.ameinfo.com/images/news/2/19482-veronica.jpg

ฉบับที่ 1

Engaging English
(http://engagingenglish.blogspot.com)

17

Engaging English: คุณเรียนภาษาอังกฤษยังไง

ผิดระนาว แตอ. ก็ชูกระดาษแลวถามวานี่ใครเปนคนเขียน ผมก็บอกวาของผมเอง อ. ชมวา
"ถึงจะผิด แตเธอเปนคนเดียวที่เขียนดีที่สุด เพราะวามีศัพทหลากหลายมาก" ผมก็ดีใจ
ตองขอบคุณตัวเองที่ อานขาวมาเยอะ และฟงขาวเยอะ เพราะวาศัพททั้งหลายเอามา
จากขาวทั้งนั้น

พอเลือกเอนทจากความคิดจะเปนนักขาวก็เริ่มจางลง มีความคิดอยากเปนอาจารยสอน
ภาษาแทน มีความสุขที่ไดติวใหเพื่อนๆ มีความสุขที่นั่งหาหนังสือที่เราคิดวาเพื่อนอานแลว
ตองเขาใจ ก็เลยตัดสินใจเอนทอักษรศาสตร แตวาจับพลัดจับพลูมาเรียนตอตางประเทศสะ
กอน ก็ยังเลือกเรียน English Major อยูดี โดยเฉพาะหลังจากไดเรียนวิชา Literary
Studies (วรรณคดีวิจารณ?) ที่ทําใหผมรูวาอักษรมีอะไรมากกวาฟง พูด อาน เขียนภาษา
อังกฤษได (แตตอนนี้ความสนใจมาอยูที่การเขียนเชิงวิชาการแลวครับ รูสึกวาทาทายดี)

จากประสบการณของผม คุณคงจะเห็นวาสิ่งที่สําคัญคือ (1) พยายามชมตัวเองบอยๆ
วาตัวเองได พัฒนาแลว (2) หาจุดประสงคการเรียนที่ไมใชเรียนเพื่อภาษา (เชนผมเรียน
เพราะวาอยากเปน นักขาว CNN ไมใชเพราะอยากฟง พูด อาน เขียนไดเปนหลัก) และ (3)
เรียนรูบอยๆ อยาพึ่งแตหองเรียน และ (4) สําคัญที่สุดคือ ตองมีใจรักในการ เรียนรูครับ
ไมเพียงแตเรียนภาษา แตการเรียนทุกอยาง ที่จะพัฒนาศักยภาพของคุณครับ

Don’t Forget…
กลับมาเยี่ยมชมเว็บไซทเผื่อวาวันไหนจะมีหัวขอที่ คุณอยาก
แบงปนประสบการณ ถาเปนแบบนี้สงอีเมลลหรือฝากขอความไวเลยครับ หรือวามีหัวขออยากจะเสนอ ก็ทําไดเชนกัน
... ชวนเพื่อนๆ มากันเยอะเพื่อ Engaging English จะได
สรางประโยชนสูงสุดแกผู อานครับ
www.engagingenglish.blogspot.com

ฉบับที่ 1

Engaging English
(http://engagingenglish.blogspot.com)

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful