มารยาทการให้สลาม

[ ไทย ]

‫آداب السلم‬
[ ‫] باللغة التايلندية‬

มุหัมมัด บิน อิบรอฮีม บิน อับดุลลอฮฺ อัต-ตุวัยญิรีย์
‫محمد بن إبراهيم بن عبدالله التويجري‬

แปลโดย: สุกรี นูร จงรักสัตย์
‫ شكري نور‬:‫ترجمة‬
ตรวจทาน: ซุฟอัม อุษมาน

‫ صافي عثمان‬:‫مراجعة‬
จากหนังสือ: มุคตะศ็อร อัล-ฟิ กฮฺ อัล-อิสลามีย์
‫ كتاب مختصر الفقه السلمي‬:‫المصدر‬

สำานักงานความร่วมมือเพือ
่ การเผยแพร่และสอนอิสลาม อัร-ร็อบวะฮฺ กรุง
ริยาด
‫المكتب التعاوني للدعوة وتوعية الجاليات بالربوة بمدينة الرياض‬
1429 – 2008

2

จรรยามารยาท
จรรยามารยาท หมายถึง การนำาสิง่ ทีน
่ ่ายกย่องสรรเสริญมา
ปฏิบัติ ทัง้ ในด้านวาจา การกระทำา และมารยาททีด
่ ีงาม
อิสลามเป็ นศาสนาทีส
่ มบูรณ์
มนุษย์ในทุกสภาวการณ์

จัดระบอบการดำาเนินชีวิตของ

กำาชับให้ปฏิบัติในสิง่ ทีเ่ ป็ นประโยชน์ และ

ห้ามปรามจากสิง่ ทีเ่ กิดโทษ และได้กำาหนดมารยาทต่างๆ ต่อตนเอง
และต่อผู้อืน

มารยาทยามรับประทานอาหารและดืม
่ มารยาทยาม

นอนและตืน
่ มารยาทยามอยู่ในพืน
้ ทีแ
่ ละเดินทาง และมารยาทใน
ทุกอิริยาบทของชีวิตประจำาวัน
อัลลอฮฺได้ตรัสว่า :
                       
              
             
               
( 7 : ‫)الحشر‬

ความว่า “และสิง่ ใดทีร
่ อซูลได้นำามายังพวกเจ้า พวกเจ้าก็จง
ยึดมัน
่ เอาไว้ และสิง่ ใดทีท
่ ่านห้ามปรามไม่ให้พวกเจ้ากระทำา
พวกเจ้าก็จงละเว้นเสีย และพวกเจ้าจงเกรงกลัวต่ออัลลอฮฺ
เถิด แท้จริง อัลลอฮฺนัน
้ เป็ นผู้ทรงเข้มงวดในการลงโทษ”
(อัล-หัชร์ : 7)
ในบรรดามารยาททีไ่ ด้มีระบุในอัลกุรอานและในหะดีษที ่
เศาะฮีหฺ มีดังต่อไปนี ้ :
1- มารยาทการให้สลาม
3

ความประเสริฐของการให้สลาม
1. จากอับดุลลอฮฺ บิน อัมร์ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่า :
َ
َ
َ َ ‫سأ‬
ّ ‫أ‬
ُ ‫ن َر‬
ْ ِ ‫ى ال‬
َ ً ‫جل‬
ّ ‫ أ‬: ‫ى صلى الله عليه وسلم‬
ِ ‫ل الن ّب‬
ّ
ِ ‫سل َم‬
ُ ْ َ ‫ وت‬،‫عم الطّعام‬
َ ،‫خي ٌْر؟‬
َ ‫قا‬
‫ن‬
َ
َ ‫م‬
َ َ ‫سل‬
ّ ‫قَرأ ال‬
ْ ‫م‬
َ ‫عَلى‬
ُ ِ ْ‫ »ت ُط‬:‫ل‬
َ َ َ
َ
ْ ‫عَر‬
«‫ف‬
َ
ْ ‫ر‬
ْ َ‫م ت‬
َ ‫ف‬
ْ ‫م‬
ْ ‫نل‬
َ ‫و‬
َ ‫ت‬
ِ ‫ع‬
ความว่า มีชายผู้หนึง่ ได้ถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ
วะสัลลัม ว่า (บทบัญญัติของ)อิสลามข้อไหนดีทีส
่ ุด? ท่าน
รอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ตอบว่า “คือการที ่
ท่านให้อาหารแก่ผู้อืน
่ และการทีท
่ ่านให้สลามแก่ผู้ทีท
่ ่าน
ร้จ
ู ักและผู้ทีท
่ ่านไม่รู้จัก” (บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ : 12
สำานวนรายงานเป็ นของท่าน, มุสลิม : 39)
2. จากอบู ฮุรอ
็ ยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่า :
ْ َ ‫واّلذي ن‬
َ
ُ ‫سو‬
َ ‫قا‬
‫فسي‬
ِ ّ ‫ل الل‬
ُ ‫ل َر‬
َ » :‫ه صلى الله عليه وسلم‬
ْ ُ ‫ول َ ت‬
ْ ُ ‫حّتى ت‬
‫حّتى‬
ُ ْ‫ه ل َ ت َد‬
َ ّ ‫جن‬
ِ ‫ؤ‬
ِ ‫ؤ‬
ِ ‫د‬
ِ َ ‫ب ِي‬
َ ‫خُلو‬
َ ‫مُنوا‬
َ ‫ة‬
َ ْ ‫ن ال‬
َ ،‫مُنوا‬
َ
َ
َ ‫ذا‬
َ ‫عَلى‬
َ ِ‫ء إ‬
‫م؛‬
ٍ ‫ى‬
َ ‫م‬
َ َ ‫موهُ ت‬
َ ‫ف‬
َ َ‫ت‬
ْ ُ ‫حاب َب ْت‬
ُ ُ ‫عل ْت‬
ْ ُ ‫ول َ أدُل ّك‬
َ ‫ أ‬،‫حاّبوا‬
ْ ‫ش‬
ْ َ‫أ‬
ُ ‫ف‬
. «‫م‬
َ َ ‫سل‬
ّ ‫شوا ال‬
ْ ُ ‫م ب َي ْن َك‬
ความว่า ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้
กล่าวว่า “ขอสาบานกับผู้ทีช
่ ีวิตฉันอยู่ในพระหัตถ์ของ
พระองค์ว่า พวกท่านจะไม่เข้าสวรรค์จนกว่าพวกท่านจะ
ศรัทธา และพวกท่านจะไม่ศรัทธาจนกว่าพวกท่านจะรักใคร่
ปรองดองกัน พวกท่านจะเอาไหม ฉันจะบอกวิธีหนึง่ ทีเ่ มือ

พวกท่านปฏิบัติแล้ว พวกท่านก็จะรักใคร่ซึง่ กันและกัน ? จง
แพร่สลามในหมู่พวกท่าน” (บันทึกโดยมุสลิม : 54)
3. จากอับดุลลอฮฺ บิน สลาม เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่า :
4

ُ َ ‫ه صلى الله عليه وسلم ي‬
ُ ‫و‬
َ ‫سو‬
‫ ـ وفيه‬: ‫ل‬
ِ ّ ‫ل الل‬
ِ ‫س‬
ْ ‫م‬
ُ ‫ع‬
ُ ‫ت َر‬
َ
ْ ‫ق‬
َ
َ
َ
ّ
ّ
ْ
ْ ‫س! أ‬
ُ ‫ف‬
‫صلوا‬
ِ ‫وأ ط‬
َ ‫موا الط‬
َ ‫عا‬
َ َ ‫سل‬
ّ ‫شوا ال‬
َ ّ ‫ـ »أي‬
ُ ‫ع‬
َ ‫و‬
ُ ‫ها الّنا‬
َ ،‫م‬
َ ،‫م‬
.«‫م‬
ُ ْ‫م؛ ت َد‬
َ ّ ‫جن‬
َ ‫خُلو‬
َ ْ ‫ن ال‬
ٌ ‫س ن َِيا‬
َ ِ‫ة ب‬
ُ ‫والّنا‬
َ
ٍ َ ‫سل‬
ความว่า ฉันได้ยินท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะ
สัลลัม กล่าวว่า “โอ้ มนุษย์เอ๋ย ! พวกท่านจงแพร่สลาม จง
เลีย
้ งอาหาร และทำาละหมาดในยามทีค
่ นอืน
่ ต่างหลับไหล
แล้วท่านจะได้เข้าสรวงสวรรค์ด้วยความสันติราบรืน
่ ” (เป็ น
หะดีษ เศาะฮีหฺ บันทึกโดย อัต-ติรมิซีย์ : 2485 สำานวนนี ้
เป็ นของท่าน ดู เศาะฮีหฺ สุนัน อัต-ติรมิซีย์ : 2019, อิบนุ
มาญะฮฺ : 1334 ดูเศาะฮีหฺ สุนัน อิบนิ มาญะฮฺ : 1097)
วิธีการให้สลาม
1. อัลลอฮฺได้ตรัสว่า :
    
  
      
     
(86 : ‫)النساء‬

ความว่า “และเมือ
่ พวกเจ้าได้รับการอวยพรด้วยคำาอวยพร

หนึง่ พวกเจ้าก็จงกล่าวตอบ (แก่ผู้ทีอ
่ วยพร)ด้วยคำาอวยพรที ่
ดีกว่านัน
้ หรือด้วยคำาเช่นเดียวกัน แท้จริง อัลลอฮฺนัน
้ เป็ น
ผู้ทรงคำานวณนับในทุกสิง่ ” (อัน-นิสาอ์ : 86)
2. จากอิมรอน บิน หุศ็อยน์ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่า :
َ ‫ف‬
َ ،‫ى صلى الله عليه وسلم‬
َ ‫قا‬
ٌ ‫ج‬
:‫ل‬
ُ ‫جاءَ َر‬
َ
ّ ِ ‫ل إ َِلى الن ّب‬
َ ‫ف‬
َ .‫س‬
َ .‫م‬
َ ‫قا‬
‫ى‬
َ ّ‫فَرد‬
َ ‫م‬
ِ ْ ‫عل َي‬
َ ‫م‬
َ َ ‫سل‬
ُ َ ‫سل‬
ّ ‫ه ال‬
ّ ‫ال‬
ّ ُ ‫ ث‬،‫م‬
ْ ُ ‫عل َي ْك‬
َ َ ‫جل‬
ّ ِ ‫ل الن ّب‬
َ ‫ف‬
َ ،‫خُر‬
َ ‫قا‬
ْ ‫ع‬
:‫ل‬
َ ‫جاءَ آ‬
َ » :‫صلى الله عليه وسلم‬
َ ‫م‬
ّ ُ ‫ ث‬.«‫شٌر‬
َ ‫ف‬
َ .‫س‬
َ ،‫ه‬
َ .‫ه‬
َ ‫قا‬
:‫ل‬
َ ّ‫فَرد‬
َ ‫م‬
ُ ‫م‬
ِ ْ ‫عل َي‬
ِ ّ ‫ة الل‬
َ ‫ف‬
ْ ‫وَر‬
ُ َ ‫سل‬
ّ ‫ال‬
َ ‫ح‬
ْ ُ ‫عل َي ْك‬
َ َ ‫جل‬
َ ‫م‬
َ ‫ف‬
َ ،‫خُر‬
َ ‫قا‬
ْ ‫ع‬
‫ة‬
َ ‫جاءَ آ‬
َ ‫م‬
ُ ‫م‬
ِ »
َ ‫شُرو‬
ْ ‫وَر‬
َ ‫م‬
ُ َ ‫سل‬
ّ ‫ ال‬:‫ل‬
َ ‫ح‬
ْ ُ ‫عل َي ْك‬
ّ ُ ‫ ث‬.«‫ن‬
َ ‫م‬
َ
َ
َ ‫وب ََر‬
َ ‫ف‬
َ .‫س‬
َ ،‫ه‬
َ .‫ه‬
َ ‫قا‬
.«‫ن‬
َ ّ‫فَرد‬
ِ ْ ‫علي‬
ِ ّ ‫الل‬
َ ‫ »ث َل َُثو‬:‫ل‬
َ ‫ف‬
ُ ُ ‫كات‬
َ ‫جل‬
َ ‫ه‬
5

ความว่า : มีชายคนหนึง่ ได้มาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะ
ลัยฮิ วะสัลลัม แล้วกล่าวว่า “อัสสลามมุอะลัยกุม” ท่านจึง
ตอบสลาม แล้วเขาก็นัง่ ลง แล้วท่านนบีก็บอกว่า “ได้สิบ”
ต่อมามีคนอืน
่ มาหาอีก เขากล่าวว่า “อัสสลามุอะลัยกุม วะ
เราะฮฺมะตุลลอฮฺ” ท่านจึงตอบกลับ แล้วเขาก็นัง่ ลง ท่าน
บอกว่า “ได้ยีส
่ ิบ” ต่อมาก็มีคนอืน
่ มาหาอีก เขากล่าวว่า “
อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะฮฺมะตุลลอฮฺ วะบะเราะกาตุฮฺ”
ท่านก็ตอบกลับ แล้วเขาก็นัง่ ลง ท่านบอกว่า “ได้สามสิบ”
(เป็ นหะดีษ เศาะฮีหฺ บันทึกโดย อบู ดาวูด : 5195 ดู
เศาะฮีหฺ สุนัน อบี ดาวูด : 4327, อัต-ติรมิซีย์ : 2689 ดู
เศาะฮีหฺ สุนัน อัต-ติรมิซีย์ : 2163)
ความประเสริฐของผ้้ทีเ่ ริม
่ ให้สลามก่อน

1. มีรายงานจากอบู อัยยูบ อัล-อันศอรีย์ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ

วะสัลลัม ว่าท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า :
َ
َ ُ‫خاه‬
ّ ‫ح‬
‫ن‬
َ َ ‫جَر أ‬
ِ َ ‫ل ي َل ْت‬
ِ َ ‫»ل َ ي‬
ِ َ ‫وقَ ث َل‬
ْ ‫سل ِم ٍ أ‬
ُ ‫ه‬
ْ َ‫ن ي‬
ْ ‫م‬
ُ ِ‫ل ل‬
ِ ‫قَيا‬
ٍ ‫ث ل ََيا‬
ْ ‫ف‬
ُ
َ
َ ‫ه‬
َ ‫ه‬
.«‫م‬
َ ‫و‬
ُ ‫خي ُْر‬
َ ‫ض‬
َ ‫ض‬
ِ ّ ‫ما ال‬
ْ ُ ‫وي‬
ْ ُ ‫في‬
ّ ‫ذى ي َب ْدَأ ِبال‬
َ ‫ه‬
ُ ‫ر‬
ُ ‫ر‬
َ ،‫ذا‬
َ ‫ذا‬
ِ ‫ع‬
ِ ‫ع‬
ِ َ ‫سل‬
ความว่า “ไม่อนุมัติให้มุสลิมตัดสัมพันธ์กับพีน
่ ้องของเขาเกิน
กว่าสามคืน ซึง่ สองคนนัน
้ เจอกันแล้วต่างคนต่างหนีหน้า
และผู้ทีป
่ ระเสริฐกว่าในสองคนนัน
้ คือผู้ทีเ่ ริม
่ ให้สลามก่อน”
(บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ : 6077, มุสลิม : 2560 สำานวนนี ้
เป็ นของท่าน)

6

2. จากอบู อุมามะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่า : ท่านเราะ
สูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า :
َ ْ َ‫ن أ‬
.«‫م‬
ُ َ ‫ن ب َدَأ‬
ِ ّ ‫س ِبالل‬
ّ ِ ‫»إ‬
ّ ‫م ِبال‬
ْ ‫م‬
ْ ‫ه‬
َ ‫ه‬
ِ َ ‫سل‬
ِ ‫ولى الّنا‬
ความว่า “แท้จริงผู้มีความพิเศษกับอัลลอฮฺมากทีส
่ ุด คือ
คนทีเ่ ริม
่ ให้สลามก่อนคนอืน
่ ” (เป็ นหะดีษ เศาะฮีหฺ บันทึก
โดย อบู ดาวูด : 5197 สำานวนเป็ นของท่าน ดู เศาะฮีหฺ สุ
นัน อบี ดาวูด : 4338, อัต-ติรมิซีย์ : 2694 ดูเศาะฮีหฺ สุนัน
อัต-ติรมิซีย์ : 2167)
ผ้้ทีส
่ มควรเริม
่ ให้สลามก่อน

1. มีรายงานจากอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ ว่าท่าน

นบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า :
َ ْ ‫وال‬
َ ْ ‫عَلى ال‬
ُ ‫قِلي‬
‫ل‬
َ ‫ماّر‬
َ ‫غيُر‬
ِ ‫قا‬
ِ ‫ص‬
ِ ‫ع‬
َ ُ ‫»ي‬
َ ْ ‫وال‬
ُ ّ ‫سل‬
ّ ‫م ال‬
َ ،‫د‬
َ ،‫ر‬
ِ ‫عَلى ال ْك َِبي‬
.«‫ر‬
َ
ِ ‫عَلى ال ْك َِثي‬
ความว่า “เด็กควรให้สลามแก่ผู้ใหญ่ คนเดินผ่าน(ควรให้
สลาม)แก่คนทีน
่ ัง่ อยู่ และกลุ่มคนทีน
่ ้อยกว่า (ควรให้สลาม)
แก่กลุ่มคนทีม
่ ากกว่า” (บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ : 6231,
มุสลิม : 2160)
2. มีรายงานจากอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ ว่าท่าน
นบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า :
َ ْ ‫عَلى ال‬
،‫د‬
َ ‫شى‬
َ ‫ب‬
ِ ‫قا‬
ِ ‫ع‬
ِ ‫ما‬
ِ ‫ما‬
ُ ِ ‫م الّراك‬
َ ُ ‫»ي‬
َ ْ ‫وال‬
َ ْ ‫عَلى ال‬
ُ ّ ‫سل‬
َ ،‫شى‬
َ ْ ‫وال‬
ُ ‫قِلي‬
.«‫ر‬
َ ‫ل‬
َ
ِ ‫عَلى ال ْك َِثي‬
ความว่า “ผู้ทีข
่ ับขีย
่ านพาหนะควรให้สลามแก่ผู้ทีเ่ ดิน ผู้ที ่
เดิน(ควรให้สลาม)แก่ผู้ทีน
่ ัง่ และกลุ่มคนทีน
่ ้อยกว่า(ควรให้
7

สลาม)แก่กลุ่มคนทีม
่ ากกว่า” (บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ :
6232, มุสลิม : 2160)
การให้สลามแก่สตรีและเด็ก
1. จากอัสมาอ์ บินตุ ยะซีด เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮา กล่าวว่า :
َ ‫ة‬
‫م‬
َ ‫مّر‬
ِ ‫ى صلى الله عليه وسلم‬
ٍ ‫و‬
َ ‫ف‬
ْ ِ ‫فى ن‬
َ ّ ‫سل‬
َ
َ ‫س‬
ّ ِ ‫عل َي َْنا الن ّب‬
.‫عل َي َْنا‬
َ
ความว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้ผ่าน
หน้าพวกเราในหมู่สตรีกลุ่มหนึง่ แล้วท่านก็ให้สลามแก่พวก
เรา (เป็ นหะดีษ เศาะฮีหฺ บันทึกโดย อบู ดาวูด : 5204 ดู
เศาะฮีหฺ สุนัน อบี ดาวูด : 4336, อิบนุ มาญะฮฺ : 3701 ดู
เศาะฮีหฺ สุนัน อิบนิ มาญะฮฺ : 2986)
2. มีรายงานจากอะนัส บิน มาลิก เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ ว่า :
َ
َ َ ‫م‬
َ :‫ل‬
َ ‫و‬
َ ‫ن‬
َ ‫قا‬
-‫ى‬
َ ‫مّر‬
ِ ‫عَلى‬
َ ‫كا‬
َ ‫ف‬
ْ ‫ه‬
َ ّ ‫سل‬
َ ‫ه‬
ُ ّ ‫أن‬
َ ،‫م‬
ٍ ‫صب َْيا‬
ّ ِ ‫ن الن ّب‬
ِ ْ ‫علي‬
ْ َ ‫ ي‬- ‫صلى الله عليه وسلم‬
‫ه‬
َ ‫ف‬
ُ ُ ‫عل‬
ความว่า ท่าน(อะนัส)ได้ผ่านพวกเด็กๆ กลุ่มหนึง่ แล้วท่าน
ก็ให้สลามแก่พวกเขา และกล่าวว่า “ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ
อะลัยฮิ วะสัลลัม เคยทำาอย่างนี”้ (บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ :
6247 สำานวนเป็ นของท่าน, มุสลิม : 2168)
การให้สลามของสตรีแก่บุรุษเมือ
่ ปลอดจากฟิ ตนะฮฺ
จากอุมมุฮานิ บินตุ อบี ฏอลิบ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮา กล่าวว่า
:
8

َ ْ ‫م ال‬
،‫ح‬
َ ‫ه صلى الله عليه وسلم‬
َ َ‫ذ‬
ِ ّ ‫ل الل‬
َ ‫عا‬
ُ ْ ‫هب‬
ُ ‫ت إ َِلى َر‬
ِ ‫سو‬
ِ ْ ‫فت‬
َ ،‫ه‬
َ ‫و‬
َ
ُ ‫س‬
،‫ه‬
ْ َ‫ه ي‬
َ ‫ت‬
ُ ‫م‬
ِ ْ ‫عل َي‬
ِ َ ‫غت‬
َ ‫و‬
ُ ‫م‬
َ ‫ف‬
ْ َ‫ه ت‬
ْ ّ ‫سل‬
ُ ‫ست ُُر‬
ُ ُ ‫ة اب ْن َت‬
َ ِ‫فاط‬
ُ ُ ‫جدْت‬
َ ،‫ل‬
َ ‫ف‬
َ
ُ
َ
َ ‫ت أِبى‬
ُ ‫ف‬
َ .‫ه«؟‬
َ ‫ف‬
َ
َ ‫قا‬
.‫ب‬
َ ‫م‬
َ ‫ن‬
ِ ‫ذ‬
ِ ‫ه‬
ُ ْ ‫ئ ب ِن‬
ّ ‫ أَنا أ‬: ‫ت‬
ُ ْ ‫قل‬
ْ ‫م‬
ٍ ِ ‫هان‬
َ »‫ل‬
ٍ ِ ‫طال‬
ُ
َ ‫ف‬
َ
َ ‫قا‬
.«‫ئ‬
َ ‫م‬
َ ‫مْر‬
ّ ‫حًبا ب ِأ‬
ٍ ِ ‫هان‬
َ » :‫ل‬
ความว่า ฉันได้ไปหาท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะ
สัลลัม ในปี อัล-ฟั ตหฺ(ปี แห่งการเปิ ดเมืองมักกะฮฺ) ซึง่ ฉันพบ
ว่าท่านกำาลังอาบนำา
้ อยู่ โดยมีฟาฏิมะฮฺ บุตรสาวของท่าน
กำาลังกัน
้ ฉากให้ท่าน ฉันเลยให้สลามแก่ท่าน และท่านถาม
ว่า “ใครกันนี ่ ?” ฉันตอบว่า “ฉันคืออุมมุ ฮานิอ์ บินตุ
อบีฏอลิบ” ท่านจึงกล่าวว่า “ยินดีต้อนรับ อุมมุ ฮานิอ์”
(บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ : 6158 สำานวนเป็ นของท่าน,
มุสลิม : 336)
การให้สลามขณะเข้าบ้าน
อัลลอฮฺได้ตรัสว่า :
  
   
    
  

ความว่า “ดังนัน
้ เมือ
่ พวกเจ้าจะเข้าในบ้านหลังใดก็ตาม
พวกเจ้าก็จงให้สลามแก่พวกท่านเอง(หมายถึงให้สลามแก่ผู้
อยู่ในบ้านทีเ่ ป็ นมุสลิม ซึง่ เปรียบเสมือนเรือนร่างเดียวกันกับ
ท่าน) เพือ
่ เป็ นการอวยพรอันจำาเริญพูนสุขจากอัลลอฮฺ”
(อัน-นูร : 61)

9

ไม่ให้สลามแก่ชาวซิมมีย์(ผ้้ไม่ใช่มุสลิมทีอ
่ ย่้ในชุมชนมุสลิม)
1. มีรายงานจากอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ ว่าท่าน
รอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า :
«...‫م‬
ُ َ‫»ل َ ت َب ْد‬
ّ ‫صاَرى ِبال‬
ُ َ ‫ءوا ال ْي‬
َ ّ ‫ول َ الن‬
َ َ‫هود‬
ِ َ ‫سل‬
ความว่า “พวกท่านจงอย่าเริม
่ ให้สลามแก่ชาวยะฮูดและนัศ
รอนีย์ก่อน ...” (มุสลิม : 2167)
2. อะนัส เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ
อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า :
ُ ‫ف‬
َ ‫ب‬
ُ ‫ه‬
َ ِ ‫»إ‬
«‫م‬
َ ‫و‬
َ ‫م‬
ْ َ‫م أ‬
َ ‫ذا‬
ْ ُ ‫عل َي ْك‬
ْ ُ ‫عل َي ْك‬
َ ّ ‫سل‬
ِ ‫ل ال ْك َِتا‬
َ ‫قوُلوا‬
ความว่า “เมือ
่ ชาวคัมภีร์ให้สลามแก่พวกท่าน ก็จงตอบว่า
“วะอะลัยกุม”” (บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ : 6258, มุสลิม :
2163)
ผ้้ใดผ่านกลุ่มคนทีม
่ ีทง
้ั มุสลิมและกาเฟรก็จงให้สลามโดยมุ่งเจตนา
ต่อคนมุสลิม

มีรายงานจากอุสามะฮฺ บิน ซัยด์ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุมา ว่า :
َ
... َ‫عَبادَة‬
ُ ‫ن‬
ّ ‫أ‬
ْ ‫س‬
َ َ‫ى صلى الله عليه وسلم عاد‬
َ ْ ‫عدَ ب‬
ِ ‫ن الن ّب‬
ّ
ٌ َ ‫خل‬
‫ن‬
ْ َ‫ه أ‬
ِ ‫س‬
ِ ِ ‫سل‬
ِ ‫ط‬
ِ ‫في‬
ْ ‫م‬
َ : ‫وفيه‬
ْ ‫م‬
َ ‫مي‬
َ ‫م‬
ُ ْ ‫ن ال‬
َ ِ ‫مّر ب‬
َ ‫حّتى‬
ٍ َِ ‫جل‬
َ َ ‫م‬
َ ... ‫هوِد‬
ْ ‫م‬
‫م‬
َ ‫ن‬
ِ َ‫عب َد‬
ِ ‫ر‬
َ ‫ف‬
ُ َ ‫وال ْي‬
َ ‫كي‬
ُ ‫ه‬
َ ّ ‫سل‬
ُ ْ ‫وال‬
َ ‫ن‬
ِ ‫وَثا‬
ْ ‫ة ال‬
َ
ِ ‫ش‬
ِ ْ ‫علي‬
َ
َ ‫ل‬
َ ‫ف‬
َ ‫و‬
َ ‫فن ََز‬
‫م إ ِلى‬
َ َ‫فد‬
ُ ‫عا‬
َ ‫ق‬
ْ ‫ه‬
ّ ُ ‫ى صلى الله عليه وسلم ث‬
َ ‫م‬
ّ ِ ‫الن ّب‬
َ
َ َ ‫قَرأ‬
ُ ْ ‫م ال‬
َ ‫و‬
.‫ن‬
ِ ّ ‫الل‬
َ ‫قْرآ‬
ُ ‫ه‬
َ ‫ه‬
ِ ْ ‫علي‬
ความว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้ไปเยีย
่ ม
สะอัด บิน อุบาดะฮฺ

(ในระหว่างทาง) ท่านได้ผ่านกลุ่มคน

ทีป
่ ะปนกันซึง่ มีทงั ้ คนมุสลิม คนมุชริกผู้กราบไหว้รูบปั ้ น และ
10

คนยะฮูด... ท่านจึงให้สลามแก่พวกเขา แล้วท่านก็หยุดลง
พัก ซึง่ ท่านได้เรียกร้องพวกเขาสู่อัลลอฮฺ และอ่านอัลกุ
รอานให้พวกเขาฟั ง (บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ : 5663, มุสลิม
: 1798 สำานวนเป็ นของท่าน)
การให้สลามในตอนเข้า-ออก
1. จากอบู ฮุรอ
็ ยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่า :
َ
ُ ‫سو‬
َ ‫قا‬
َ ِ ‫ »إ‬: ‫ه صلى الله عليه وسلم‬
‫هى‬
ِ ّ ‫ل الل‬
َ َ ‫ذا ان ْت‬
ُ ‫ل َر‬
َ
َ
َ
ُ َ‫ن ي‬
َ ،‫م‬
َ ‫س‬
َ ِ ‫فإ‬
‫م‬
ِ ‫جل‬
ْ ‫ذا أَرادَ أ‬
ْ ‫م‬
َ ‫أ‬
َ ‫قو‬
َ ُ ‫فل ْي‬
ْ ّ ‫سل‬
َ ْ ‫م إ َِلى ال‬
ْ ُ ‫حدُك‬
ِ
َ
ُ ‫تا‬
َ ،‫م‬
َ
.«‫ة‬
ِ ‫ن ال‬
ِ ‫خَر‬
ِ ‫ق‬
ِ ‫س‬
َ ‫لوَلى ب ِأ‬
َ ْ ‫فل َي‬
َ ُ ‫فل ْي‬
َ ‫م‬
ّ ‫ح‬
ْ ّ ‫سل‬
ความว่า ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้
กล่าวว่า “เมือ
่ ผู้ใดไปถึงยังทีช
่ ุมนุม ก็จงให้สลาม และเมือ

ต้องการจะปลีกตัวออกมาก็จงให้สลามเช่นกัน เพราะไม่ใช่
ว่าการให้สลามครัง้ แรกนัน
้ จะมีความพิเศษ(ควรกระทำา)
มากกว่าการให้สลามครัง้ หลัง” (หะดีษมีสายรายงานทีด
่ ี
บันทึกโดย อบู ดาวูด : 5208 ดู เศาะฮีหฺ สุนัน อบี ดาวูด :
4340, อัต-ติรมิซีย์ : 2706 ดู เศาะฮีหฺ สุนัน อัต-ติรมิซีย์ :
2177, อัส-สิลสิละฮฺ อัศ-เศาะฮีหะฮฺ : 183)
ไม่ต้องโค้งตัวเมือ
่ พบกัน
จากอะนัส บิน มาลิก เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่า :
َ
َ ْ ‫مّنا ي َل‬
َ
ُ ‫ج‬
َ ‫سو‬
ٌ ‫ج‬
َ ‫قا‬
‫و‬
َ َ ‫قى أ‬
ِ ‫ل‬
ِ ّ ‫ل الل‬
ُ ‫ الّر‬،‫ه‬
ُ ‫ل َر‬
ُ ‫ َيا َر‬:‫ل‬
ْ ‫خاهُ أ‬
َ
َ
َ » :‫ل‬
َ ُ ‫وي‬
َ ‫ أ‬:‫ل‬
َ .«‫ل‬
َ ،‫ه؟‬
َ ‫دي‬
َ ‫قا‬
َ ‫قا‬
،‫ه؟‬
ِ ‫ص‬
َ ْ ‫ه أي َن‬
ُ ُ ‫قب ّل‬
ُ ‫م‬
ُ ‫ز‬
ُ َ ‫حِنى ل‬
ُ ‫ق‬
َ
َ ‫ه‬
ِ َ ‫في َل ْت‬
ْ
َ
َ » :‫ل‬
َ ،‫ه؟‬
َ ‫ أ‬:‫ل‬
َ .«‫ل‬
َ
َ ‫قا‬
َ ‫قا‬
َ ‫قا‬
.«‫م‬
ُ ‫في َأ‬
ِ ‫صا‬
ِ ‫د‬
ِ َ ‫خذُ ب ِي‬
َ َ ‫ »ن‬:‫ل‬
ُ ‫ف‬
ْ ‫ع‬
ُ ‫ح‬
َ ُ ‫وي‬
َ ‫ه‬
ความว่า ชายคนหนึง่ ได้กล่าวว่า “โอ้ ท่านเราะสูลุลลอฮฺ !
คนหนึง่ ในหมู่พวกเราทีเ่ จอกับพีน
่ ้องเขา หรือเพือ
่ นของเขา
11

เขาต้องโค้งตัวให้เขาด้วยหรือไม่ ?” ท่านตอบว่า ”ไม่ต้อง”
เขาถามต่อว่า “แล้วเขาต้องโอบกอดและจุมพิตด้วยหรือไม่
?” ท่านตอบว่า “ไม่ต้อง” เขาถามต่อว่า “แล้วเขาต้องจับมือ
เขาหรือ ?” ท่านจึงตอบว่า “ใช่แล้ว” (เป็ นหะดีษ หะสัน
บันทึกโดย อัต-ติรมิซีย์ : 2728 สำานวนนีเ้ ป็ ฯของท่าน ดู
เศาะฮีหฺ สุนัน อัต-ติรมิซีย์ : 2195, อิบนุ มาญะฮฺ : 3702 ดู
เศาะฮีหฺ สุนัน อิบนิ มาญะฮฺ : 2987)
คุณค่าของการจับมือกัน

จากอัล-บัรรออ์ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่า ท่านรอซูล

ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า :
ُ ّ ‫ن إ ِل‬
َ ‫ما‬
َ ‫صا‬
َ ‫ن‬
َ ْ ‫قب‬
‫ل‬
ِ ‫غ‬
ِ َ ‫ن ي َل ْت‬
ِ ‫ما‬
َ ‫ف‬
ُ َ ‫فَر ل‬
ْ ‫م‬
ْ ‫م‬
َ ‫ه‬
َ ِ ‫سل‬
ُ ‫ن‬
َ »
َ َ ‫في َت‬
ِ ‫حا‬
ِ ‫قَيا‬
ِ ْ ‫مي‬
َ
َ ‫ر‬
ْ َ‫ن ي‬
.«‫قا‬
ْ ‫أ‬
ِ َ ‫فت‬
ความว่า “ไม่มีมุสลิมสองคนใดทีเ่ จอกัน แล้วต่างยืน
่ มือจับ

ระหว่างกัน นอกจากทัง้ สองนัน
้ จะได้รับการอภัยโทษก่อนที ่
จะพรากจากกัน” (หะดีษ หะสัน บันทึกโดย อบู ดาวูด :
5212 ดู เศาะฮีหฺ สุนัน อบี ดาวูด : 4343, อัต-ติรมิซีย์ :
2727 ดู เศาะฮีหฺ สุนัน อัต-ติรมิซีย์ : 2197)
การจับมือพร้อมกับการโอบกอดให้กระทำากันเมือ
่ ใด ?

ท่านอะนัส เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ ได้กล่าวว่า :
َ
َ ‫ذا‬
َ ‫صا‬
ُ َ ‫ذا ت َل‬
َ ِ ‫وإ‬
َ ِ‫ إ‬ ‫ي‬
‫ن‬
ِ ‫وا‬
ِ ‫ق‬
َ ‫كا‬
ُ ‫ف‬
ُ ‫صحا‬
ْ ‫م‬
ُ ‫د‬
َ َ ‫قوا ت‬
ْ ‫نأ‬
ْ ‫م‬
َ ‫وا‬
ْ ‫ح‬
ّ ِ ‫ب الن ّب‬
ُ َ ‫ر َتعان‬
َ ‫س‬
.‫قوا‬
َ
ٍ ‫ف‬
ความว่า เหล่าสหายของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะ
สัลลัม นัน
้ เมือ
่ พวกเขาเจอกัน พวกเขาก็จะจับมือกัน และ
12

เมือ
่ พวกเขากลับจากการเดินทางไกล พวกเขาก็จะโอบกอด
กัน (เป็ นสายรายงานทีด
่ ี บันทึกโดย อัต-เฏาะบะรอนีย์ ใน
อัล-เอาส็อฏ : 97, ดู อัส-สิลสิละฮฺ อัศ-เศาะฮีหะฮฺ : 2647)
ลักษณะการตอบสลามแก่ผ้ทีไ่ ม่อย่้ต่อหน้า

1. ท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮา ได้รายงานว่า ท่าน

นบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวกับเธอว่า :
َ ‫ف‬
َ . «‫م‬
ْ َ‫ل ي‬
ُ ‫ري‬
َ ِ ‫عائ‬
َ ‫ه‬
:‫ت‬
َ ُ ‫قَرأ‬
َ ‫»َيا‬
ُ ‫ش‬
َ ،‫ة‬
ِ ْ ‫عل َي‬
ْ َ ‫قال‬
َ َ ‫سل‬
ّ ‫ك ال‬
ِ ‫ذا‬
ِ ْ ‫جب‬
َ
َ ‫وب ََر‬
.‫ما ل َ أَرى‬
َ ‫و‬
ُ ‫م‬
ِ ّ ‫ة الل‬
ِ ْ ‫عل َي‬
ْ ‫وَر‬
ُ َ ‫سل‬
ّ ‫ه ال‬
َ ‫ ت ََرى‬. ‫ه‬
ُ ُ ‫كات‬
َ ‫ح‬
َ ‫ه‬
َ ‫م‬
َ
ความว่า “โอ้ อาอิชะฮฺ ! มลาอิกะฮฺญิบรีลนีไ่ ด้ให้สลามแก่
เธอ” เธอจึงตอบว่า “วะอะลัยฮิสสะลาม วะเราะฮฺมะตุลลอฮิ
วะบะเราะกาตุฮฺ” ท่านมองเห็นในสิง่ ทีฉ
่ ันมองไม่เห็น (บันทึก
โดย อัล-บุคอรีย์ : 3217 สำานวนนีเ้ ป็ นของท่าน, มุสลิม :
2447)
2. ชายคนหนึง่ ได้มาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม
แล้วกล่าวว่า :
َ ‫عَلى أ َِبي‬
َ ْ ‫عل َي‬
َ ُ ‫رئ‬
َ ‫ف‬
َ .‫م‬
ْ ُ ‫ن أ َِبى ي‬
َ ‫قا‬
‫ك‬
َ ‫و‬
َ » :‫ل‬
ّ ِ‫إ‬
َ َ ‫سل‬
ّ ‫ك ال‬
َ ‫ك‬
ِ ‫ق‬
«‫م‬
ُ َ ‫سل‬
ّ ‫ال‬
ความว่า “พ่อของฉันฝากสลามแก่ท่านด้วย” แล้วท่านก็
ตอบว่า “อะลัยกะ วะอะลา อบีกัส สะลาม (ขอความสันติ
ประสบแด่ท่านและพ่อของท่าน)” (หะดีษ หะสัน, บันทึกโดย
อะห์มัด : 23492, อบู ดาวูด : 5231 สำานวนนีเ้ ป็ นของท่าน
ดู เศาะฮีหฺ สุนัน อบี ดาวูด : 4358)

13

หะดีษเกีย
่ วกับการยืนต้อนรับผ้้มาเยือนเพือ
่ ช่วยเหลือเขา หรือ
เพือ
่ ให้เกียรติแก่เขา

1. มีรายงานจากอบู สะอีด เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ ว่า :
َ َ ،‫عَلى حك ْم سعد بن معاذ‬
َ
ُ ‫ل‬
َ ‫س‬
َ ‫ه‬
‫ل‬
َ ‫ة ن ََزُلوا‬
َ َ‫قَري ْظ‬
ْ َ‫ن أ‬
ٍ َ ُ ِ ٍ ْ َ ِ
ّ ‫أ‬
ُ
َ ‫فأْر‬
ُ » :‫ل‬
َ ‫ف‬
َ َ‫جاء‬
َ ،‫ه‬
َ ‫قا‬
‫موا‬
ِ ْ ‫ى صلى الله عليه وسلم إ ِل َي‬
َ ‫ف‬
ُ ‫قو‬
ّ ِ ‫الن ّب‬
َ
َ ‫و‬
َ ‫قا‬
.«‫م‬
َ ‫ل‬
ِ ّ ‫سي‬
َ ‫إ َِلى‬
ْ ُ ‫رك‬
ْ ُ ‫دك‬
ْ ‫مأ‬
ِ ْ ‫خي‬
ความว่า ชาวเผ่ากุรอ
็ ยเซาะฮฺได้ตกลงจะยอมรับการติดสิน
คดีของสะอัด บิน มุอาซ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะ
สัลลัม จึงส่งคนไปเชิญให้สะอัดมาพบ เมือ
่ สะอัดมาถึงท่าน
นบีกก
็ ล่าวว่า “พวกท่านจงลุกขึน
้ ไปหาหัวหน้าของพวกท่าน
– หรือท่านได้กล่าวว่า - คนทีด
่ ีทีส
่ ุดของพวกท่าน” (บันทึก
โดยอัล-บุคอรีย์ : 6262 สำานวนเป็ นของท่าน, มุสลิม :
1768)
َ َ ‫قوموا إَلى سيدك ُم‬
ْ َ ‫في ل‬
.«‫ه‬
ِ ‫و‬
ٍ ‫ف‬
ُ ‫زُلو‬
ْ ِ ّ َ
ُ ْ ُ »:‫ظ‬
َ
ِ ْ ‫فأن‬
ِ
และในสำานวนอืน
่ รายงานว่า “พวกท่านจงลุกขึน
้ ไปยัง
หัวหน้าของพวกท่านแล้วพยุงเขาลงมา” (หะดีษ หะสัน
บันทึกโดยอะห์มัด : 25610 ดู อัส-สิลสิละฮฺ อัศ-เศาะฮีหะฮฺ
: 67)
2. อาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮา ได้กล่าวว่า :
َ
َ
َ ‫دا‬
ْ َ‫ن أ‬
‫ه‬
َ ‫و‬
ِ ّ ‫ل الل‬
َ ‫كا‬
ً ‫ح‬
َ ‫تأ‬
ُ ْ ‫ما َرأي‬
ُ ‫ودَل ّ ب َِر‬
َ ‫ه‬
ْ ‫س‬
َ َ ‫شب‬
َ
ِ ‫سو‬
َ ‫هدًْيا‬
َ ‫مًتا‬
ّ
َ
َ
َ
‫ت‬
َ ‫م‬
ِ ‫صلى الله عليه وسلم‬
ْ ‫و‬
ْ َ ‫ كان‬،‫ها‬
َ ‫ة كّر‬
َ ‫ه‬
َ ‫ج‬
ْ ‫م‬
ُ ‫م الل‬
َ ِ‫ن فاط‬
َ ‫ه‬
َ
َ
َ ‫و‬
َ ‫ها‬
َ ‫ه‬
َ ِ‫إ‬
‫ها‬
َ ‫فأ‬
َ َ‫ذا د‬
َ ‫ت‬
َ ‫د‬
ِ َ ‫خذَ ب ِي‬
ِ ْ ‫عل َي‬
ْ ‫وأ‬
َ ‫قا‬
ْ َ ‫خل‬
َ ‫س‬
َ َ ‫جل‬
َ َ ‫قب ّل‬
َ ْ ‫م إ ِل َي‬
َ ‫ها‬
َ ‫ها‬
َ
َ ‫و‬
َ ‫ه‬
َ ‫ها‬
َ ‫خ‬
َ ِ‫ن إ‬
‫ه‬
َ ‫فأ‬
َ َ‫ذا د‬
َ ‫ل‬
ِ
ِ ‫د‬
ِ َ ‫ت ب ِي‬
ِ ْ ‫ت إ ِل َي‬
ِ ‫س‬
ِ ِ ‫جل‬
َ ‫كا‬
ْ ‫م‬
ْ َ‫خذ‬
ْ ‫م‬
َ ْ ‫عل َي‬
َ ‫قا‬
َ ‫فى‬
َ ،‫ه‬
َ
َ ‫ف‬
َ
.‫ها‬
ِ ‫ه‬
ِ ِ ‫جل‬
ْ ‫م‬
ْ ‫وأ‬
َ ‫س‬
َ َ ‫جل‬
َ ‫فى‬
ُ ْ ‫ست‬
ُ ْ ‫قب ّل َت‬
َ ‫ه‬

14

ความว่า ฉันไม่เคยเห็นใครทีล
่ ะม้ายคล้ายคลึงกับท่านรอซู
ลุลลอฮฺในด้านบุคลิกความเป็ นผู้ดี การดำาเนินชีวิต และ
ท่าทางมากไปกว่าฟาฏิมะฮฺ – ขออัลลอฮฺทรงให้เกียรติเธอ ซึง่ เมือ
่ เธอเข้าหาท่าน ท่านจะลุกขึน
้ ไปต้อนรับเธอ แล้ว
จูงมือและจุมพิตเธอ แล้วให้เธอนัง่ ลงบนทีน
่ ัง่ ของท่าน และ
เมือ
่ ท่านเข้าหาเธอ เธอก็จะลุกขึน
้ ไปต้อนรับท่าน แล้วจูงมือ
แล้วจุมพิตท่าน และพาท่านนัง่ ลงบนทีน
่ ัง่ ของเธอ (หะดีษ
เศาะฮีหฺ บันทึกโดยอบู ดาวูด : 5217 สำานวนนีเ้ ป็ นของท่าน
ดู เศาะฮีหฺ สุนัน อบี ดาวูด : 4347, อัต-ติรมิซีย์ : 3872 ดู
เศาะฮีหฺ สุนัน อัต-ติรมิซีย์ : 3039)
ไม่บังควรทีจ
่ ะยืนเพือ
่ ทำาความเคารพต่อผ้้หนึง

1. ท่านมุอาวิยะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ ได้รายงานว่าท่านได้ยิน
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม
ْ ‫فل ْيت َب‬
ْ ‫م‬
ُ ‫جا‬
‫ن‬
ِ ‫ل‬
ِ ُ‫عدَه‬
َ ‫ق‬
َ ‫الّر‬
َ ‫م‬
َ ‫وأ‬
ً ‫قَيا‬
ّ َ َ َ ‫ما‬
ความว่า

กล่าวว่า :
َ
َ ّ ‫مث‬
‫ه‬
ْ ‫سّرهُ أ‬
َ ‫ن‬
ْ ‫م‬
ُ َ‫ل ل‬
َ َ ‫ن ي َت‬
َ »
. .«‫ر‬
ِ ‫الّنا‬

“ผู้ใดทีช
่ ืน
่ ชอบให้คนอืน
่ ๆ ยืนขึน
้ เพือ
่ ให้ทำาความ

เคารพเขา เขาจงเตรียมทีพ
่ ำานักของเขาได้ในนรก” (หะดีษ
เศาะฮีหฺ บันทึกโดยอบู ดาวูด : 5229 ดู เศาะฮีหฺ สุนัน อบี
ดาวูด : 4357, อัต-ติรมิซีย์ตามสำานวนนี ้ : 2755 ดู เศาะฮีหฺ
สุนัน อัต-ติรมิซีย์ : 2212)
การให้สลามสามครั้งเมือ
่ ไม่มีคนได้ยิน

15

ท่านอะนัส เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ ได้รายงานจากท่านนบี
ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ว่า :
َ
َ ‫ه‬
ْ ُ ‫حّتى ت‬
َ ِ ‫وإ‬
َ ِ‫ن إ‬
‫ذا‬
َ ‫م‬
َ َ‫ة أ‬
َ َ‫عاد‬
ٍ ‫م‬
َ ‫كا‬
َ ‫ها ث َل ًَثا‬
َ ‫ف‬
ُ ْ ‫عن‬
َ ‫ه‬
َ ِ ‫م ب ِك َل‬
َ ّ ‫ذا ت َك َل‬
ُ ّ ‫أن‬
َ ،‫ه‬
َ َ ‫م‬
َ َ ‫م‬
َ ٍ ‫وم‬
َ ‫عَلى‬
‫م ث َل ًَثا‬
َ ‫أ ََتى‬
َ ‫م‬
َ ‫ف‬
ْ ‫ه‬
َ ّ ‫سل‬
ْ ‫ه‬
َ ّ ‫سل‬
ْ ‫ق‬
ِ ْ ‫علي‬
ِ ْ ‫علي‬
ความว่า ท่าน(นบี)นัน
้ เมือ
่ พูดคำาใด ท่านจะทวนซำา
้ สามครัง้
จนคนเข้าใจ และเมือ
่ ท่านมาหาคนกลุ่มใด ท่านก็จะให้สลา
มแก่พวกเขา ท่านจะให้สลามแก่พวกเขาสามครัง้ (บันทึกโด
ยอัล-บุคอรีย์ : 95)
การให้สลามแก่กลุ่มคน

จากอะลี บิน อบีฏอลิบ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่าท่านรอซู

ลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า :
َ
َ
ُ ‫ز‬
ُ ‫ز‬
َ ِ‫ة إ‬
‫ئ‬
َ ‫ما‬
َ ‫ئ‬
ُ ُ‫حد‬
ِ ‫ع‬
ْ ‫مّروا أ‬
ْ ُ ‫وي‬
َ ‫مأ‬
َ ْ ‫ن ال‬
ْ ُ ‫»ي‬
َ ُ‫ن ي‬
ْ ‫ه‬
َ ّ ‫سل‬
َ ‫ذا‬
َ ‫ج‬
َ ،‫م‬
ِ ‫ج‬
ِ ‫ج‬
ِ ‫ع‬
َ
َ
ُ ُ ْ ‫عن ال‬
.«‫م‬
ُ ُ‫حد‬
ْ ‫سأ‬
َ ‫ن ي َُردّ أ‬
ْ ‫ه‬
ِ ‫جلو‬
ِ َ
ความว่า “เพียงพอสำาหรับชนกลุ่มหนึง่ เมือ
่ พวกเขาผ่าน(กลุ่ม
คนอืน
่ ๆ)ด้วยการให้สลามของคนคนเดียวในหมู่พวกเขา
และเพียงพอสำาหรับชนกลุ่มหนึง่ ทีน
่ ัง่ อยู่ด้วยการตอบสลาม
เพียงคนเดียวในหมู่พวกเขา” (หะดีษ หะสัน บันทึกโดยอบู
ดาวูด : 5210 ดู เศาะฮีหฺ สุนัน อบี ดาวูด : 4342 ดู อัส-สิ
ลสิละฮฺ อัศ-เศาะฮีหะฮฺ : 1412 และ ดู อัล-อิรวาอ์ : 778)
ไม่กล่าวหรือตอบสลามในขณะกำาลังถ่ายทุกข์

1. อิบนุ อุมัร เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุมา ได้รายงานว่า :
َ
ُ ‫ه صلى الله عليه وسلم ي َُبو‬
ُ ‫سو‬
‫ل‬
ِ ّ ‫ل الل‬
ّ ‫أ‬
ُ ‫ن َر‬
ُ ‫وَر‬
َ ً ‫جل‬
َ ‫مّر‬
َ ‫م‬
َ
.‫ه‬
َ ّ‫م ي َُرد‬
ِ ْ ‫عل َي‬
َ ‫ف‬
ْ َ ‫فل‬
َ ّ ‫سل‬
16

ความว่า มีชายคนหนึง่ ได้ผ่านมาขณะทีท
่ ่านรอซูล
ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กำาลังถ่ายปั สสาวะอยู่ แล้ว
เขาก็ให้สลาม แต่ท่านไม่ได้ตอบสลามแก่เขา (บันทึกโดย
มุสลิม : 370)
2. จากอัล-มุฮาญิร บิน กุนฟุซ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ

ได้

รายงานว่า :
َ ّ ‫أ َن‬
َ ‫ل‬
ُ ‫و ي َُبو‬
‫م‬
ُ ‫و‬
َ ‫ف‬
َ ّ ‫سل‬
ُ
ِ ‫ه أَتى الن ّب‬
َ ‫ه‬
َ ‫ى صلى الله عليه وسلم‬
ّ
َ
َ ‫ف‬
َ ‫ه‬
َ ‫ه‬
َ ‫قا‬
‫ل »إ ِّنى‬
ْ ‫ما‬
َ ّ‫م ي َُرد‬
َ
ّ ‫و‬
ِ ْ ‫عت َذََر إ ِل َي‬
ِ ْ ‫عل َي‬
ِ ْ ‫عل َي‬
َ ‫ه‬
ّ ُ ‫ضأ ث‬
ْ َ ‫فل‬
َ َ ‫حّتى ت‬
َ
َ
ُ
َ
ّ
ُ
ّ ‫ج‬
.«‫ر‬
َ ّ ‫ل إ ِل‬
َ ‫ه‬
ْ ‫ر‬
ْ ‫تأ‬
َ ‫و‬
ُ ‫ه‬
ْ ‫على ط‬
َ ‫ن أذْكَر الل‬
َ ‫عّز‬
ٍ ‫ه‬
ِ َ‫ك‬
ความว่า ท่านได้มาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะ
สัลลัม ขณะทีท
่ ่านกำาลังถ่ายปั สสาวะอยู่ ท่านได้ให้สลามแก่
ท่าน แต่ท่านไม่กล่าวตอบจนกระทัง่ ได้ทำาวุฎูอ์(อาบนำา

ละหมาด)เสร็จ แล้วท่านก็ขอโทษโดยกล่าวว่า “ฉันไม่อยาก
ทีจ
่ ะเอ่ยนามของอัลลอฮฺทีส
่ ูงส่งนอกจากในสภาพทีส
่ ะอาด”
(หะดีษ เศาะฮีหฺ บันทึกโดยอบู ดาวูดตามสำานวนนี ้ : 17 ดู
เศาะฮีหฺ สุนัน อบี ดาวูด : 13, อัน-นะสาอีย์ : 38 ดู
เศาะฮีหฺ สุนัน อัน-นะสาอีย์ : 37)

ส่งเสริม (อิสติห์บาบ) ให้สร้างความคุ้นเคยกับผ้้มาเยือนและ
สอบถามเกีย
่ วกับตัวตนของคนแปลกหน้าเพือ
่ ทีจ
่ ะได้ร้จักและ
ให้การต้อนรับได้ถ้กต้องตามสถานะของเขา
จากอบู ญัมเราะฮฺ กล่าวว่า :
17

ُ
ْ ‫و‬
َ ‫ف‬
َ ،‫س‬
َ ‫قا‬
‫د‬
َ ‫ن‬
ّ ِ‫ إ‬: ‫ل‬
َ ‫ف‬
ُ ْ ‫ك ُن‬
َ ْ ‫وب َي‬
َ ْ ‫م ب َي‬
ُ ‫ج‬
ِ ‫ت أت َْر‬
َ ‫ن‬
َ ‫س‬
ِ ‫ن الّنا‬
ٍ ‫عّبا‬
ِ ْ ‫ن اب‬
َ
َ ‫ف‬
َ ‫ى صلى الله عليه وسلم‬
َ ْ ‫د ال‬
َ ‫قا‬
:‫ل‬
َ
ِ ْ ‫عب‬
ْ ‫قي‬
ْ َ ‫س أت‬
ّ ِ ‫وا الن ّب‬
ِ
َ
َ ‫ف‬
َ .‫ة‬
َ .«‫م‬
َ ْ ‫ن ال‬
ْ ‫و‬
َ ‫قا‬
:‫ل‬
ُ ‫ع‬
َ ‫ َرِبي‬:‫قاُلوا‬
ُ ‫و‬
َ ‫و‬
َ »
ْ ‫ق‬
ْ ‫ أ‬- ُ‫فد‬
َ ْ ‫ن ال‬
َِ‫م‬
ِ ‫م‬
َ -‫د‬
ْ ‫و‬
َ ْ ‫حًبا ِبال‬
.«‫مى‬
َ ‫غي َْر‬
ِ ‫ف‬
َ َ ‫ول َ ن‬
َ ‫مْر‬
َ ‫دا‬
َ »
َ ‫خَزاَيا‬
َ ْ ‫و ِبال‬
ْ ‫ أ‬- ِ ‫وم‬
ْ ‫ق‬
ความว่า ฉันเคยเป็ นล่ามระหว่างอิบนุอับบาสกับคนอืน
่ ๆ
โดยท่านเล่าว่า เคยมีคณะของอับดุลก็อยส์มาหาท่านนบี
ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ท่านจึงถามว่า “คณะนีเ้ ป็ น
ใครกัน หรือพวกเขาเป็ นใคร?” พวกเขาตอบว่า คือ “(เผ่า)
เราะบีอะฮฺ” ท่านจึงกล่าวว่า “ยินดีต้อนรับชนเผ่า(เหล่า
คณะ) โดยไม่ต้องเขินอาย(เกรงใจ)และเสียดาย” (บันทึกโด
ยอัล-บุคอรีย์ : 87 ตามสำานวนนี ้, มุสลิม : 17)
อิสติห์บาบ คือ ระดับหนึง่ ของมาตรการกวดขันให้กระทำา
หมายถึงการสนับสนุนหรือการเร่งเร้าให้กระทำา แต่ไม่ถึงขัน
้ บังคับ
โดยผู้ทีก
่ ระทำาจะได้ผลบุญทีล
่ ำา
้ เลิศในขณะทีผ
่ ู้ทีไ่ ม่กระทำาจะไม่ได้รับ
บาปแต่อย่างใด(ผู้แปล)
ไม่ส่งเสริมให้เริม
่ สลามด้วยคำาว่า “อะลัยกัสสลาม”

1.จากญาบิร บิน สุลัยม์ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่า :
َ
َ ْ ‫عل َي‬
ُ ‫ف‬
َ ‫ى صلى الله عليه وسلم‬
.‫م‬
َ :‫ت‬
ُ َ ‫سل‬
ُ ْ ‫قل‬
ُ ْ ‫أت َي‬
ّ ‫ك ال‬
ّ ِ ‫ت الن ّب‬
َ ْ ‫عل َي‬
َ ْ ‫عل َي‬
ُ ‫ن‬
ُ َ ‫ »ل َ ت‬:‫ل‬
َ ‫ف‬
َ
ْ ‫ق‬
َ ‫قا‬
.«‫ك‬
َ ‫م‬
َ ‫ل‬
ُ َ ‫سل‬
ُ َ ‫سل‬
ّ ‫ل ال‬
ّ ‫ك ال‬
ْ ِ ‫ول َك‬
ِ ‫ق‬
َ ،‫م‬
ความว่า ฉันได้ไปหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม
แล้วฉันก็กล่าวว่า “อะลัยกัสสลาม” ท่านจึงตอบว่า “ท่านจง
อย่ากล่าวว่า อะลัยกัสสลาม แต่จงกล่าวว่า อัสสลามุอะลัย
กะ” (หะดีษ เศาะฮีหฺ บันทึกโดยอบู ดาวูด ตามสำานวนนี ้ :

18

5209 ดู เศาะฮีหฺ สุนัน อบี ดาวูด : 4341, อัต-ติรมีซีย์ :
2722 ดู เศาะฮีหฺ สุนัน อัต-ติรมิซีย์ : 2189)
2. และในสำานวนอืน
่ ระบุว่า :

َ ْ ‫عل َي‬
َ »
.«‫وَتى‬
َ ‫ن‬
ُ ّ ‫حي‬
ِ َ‫م ت‬
ّ ِ ‫فإ‬
ُ َ ‫سل‬
ّ ‫ك ال‬
َ ْ ‫ة ال‬
ْ ‫م‬
ความว่า “เพราะแท้จริงแล้วคำาว่า อะลัยกัสสลาม เป็ นคำา
ทักทายแก่คนตาย” (หะดีษ เศาะฮีหฺ บันทึกโดยอบู ดาวูด :
5209

ดู เศาะฮีหฺ สุนัน อบี ดาวูด : 4341)

19

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful