อะไรคือ essay และฝกเขียน essay ยังไง

(ขั้น intermediate to advanced)
โดยเมื่อลมแรง...ใบไมก็รวง/Dialogue on Writing
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อาทิตยกอนมีนองคนนึงอีเมลลมาถามวาทํายังไงถึงจะเขียนไดดี ผมเห็นวานองคนนั้นมีภาษาในการ
เขียนที่คอนขางดีแลว และสามารถ organize essay ไดดี ผมเลยไมไดแนะนําเหมือนกับที่เคยแนะนํา
คนอื่นๆ ไป ผมมุงไปที่ทักษะการอาน และกระบวนการคิดมากกวาการเขียน เพราะจากประสบการณ
ผมเชื่อวาในการเขียน essay หนึ่งฉบับนั้น reading กับ thinking คิดเปน 70% อีก 30% ที่เหลือเปน
writing skill ตรงนี้อาจจะแปลกจากที่ทั่วไปที่มักมีความเขาใจวาการเขียน essay มันก็เปนเรื่อง
writing 100% สิ ดังนั้นผมวาสิ่งสําคัญที่ตองพูดถึงคือสิ่งที่เราไมคอยพูดถึง นั่นคือ What is an
essay?
หลายๆ ครั้ง (จริงๆ เกือบทุกครั้ง) เราจะถูกสอนมาวา essay มีสวนประกอบคือ introduction, body,
conclusion และ essay ที่ดีควรจะมี thesis statement อยูตอนตน แลวสวน body ตอง support
thesis statement นั้น ทําใหเวลาเราเขียน essay เราจะยึดติดกับรูปแบบแบบนี้
Introduction: thesis statement
Body 1: Support thesis
Body 2: Support thesis
Body 3: Support thesis
Conclusion: สรุปเรื่องที่พูดมาทั้งหมด
เชน
Introduction: ประเทศไทยเปนประเทศที่นาอยูที่สุด
Body 1: เพราะวาไมคอยมีภัยธรรมชาติ
Body 2: เพราะวาคนมีน้ําใจ
Body 3: เพราะวาขาวของถูก

Conclusion: เมืองไทยนาอยูเพราะวาสาเหตุ 3 ประการดังที่กลาวขางตน
ไมนาแปลกวาหลายๆ คนจะถูกสอนมาแบบนี้นะครับ นั่นเพราะวาขอสอบหลายๆ ชนิด เชน TOEFL
หรือ SAT ก็ยึดติดกับรูปแบบแบบนี้ (ถาไมเขียนตามนี้ คะแนนอาจจะไมดี)
จริงๆ แลวรูปแบบการเขียนแบบนี้เราไมเรียกวา essay นะครับ นักวิชาการบางคนเรียกวา "highschool 5-paragraph writing" หรือ "thesis/support form"

แลวจริงๆ essay คืออะไร มีรูปแบบยังไง?
มีหลายๆ คนใหนิยามของคําวา essay ไว แตถาจะใหสรุปตามความเขาใจผมคือ [b]งานเขียนที่เปน
การบันทึกกระบวนความคิดของนักเขียน วากวาจะผานมาจนถึงจุดสุดทายของงานเขียน (ยอหนาสุด
ทาย) นักเขียนคิดอะไรบาง หรืองายๆ ก็คือ essay ไมไดมีหนาที่บอกความจริงกับคนอาน แต essay
บอกความคิดของคนๆ หนึ่งเกี่ยวกับสถาการณ/ประสบการณ/บทความหนึ่ง[/b] อานแบบนี้แลวจะเห็น
วา essay ไมไดมีรูปแบบที่สวยงามหรือ perfect แบบที่มี introduction บอก thesis statement หรือมี
body ที่สนับสนุน thesis statement และมี conclusion ที่บอกคนอานวาทั้งหมดไดเขียนอะไรมา แต
essay ที่แทจริงนั้นมีรูปแบบที่ไมตายตัว บางทีคนเขียนอาจจะขัดแยงในความคิดของตัวเอง, ไมเห็น
ดวยกับคนอื่นที่แสดงความเห็นในหัวขอที่ตัวเองสนใจ หรือเห็นดวย, ยกตัวอยางใหคนอานดูเพื่อชักจูง
ใหคลอยตาม, ตั้งคําถาม (ที่หลายๆ ครั้งยังหาคําตอบไมได แตสิ่งที่ไดมาคือสมมติฐานที่มาจากการ
ศึกษาในชวงเวลานั้น), มองหัวขอในหลายๆ มุมมองไมใชมุมมองที่ตัวเองเห็นอยางเดียว เปนตน
ถาจะสังเกตใหดี จะเห็นวา essay จะคลายๆ กับบทสนทนา เชน เวลาเพื่อนมาเลาใหฟงวาหนังเรื่องนี้
ดียังไง เพื่อนก็คงไมบอกวาหนังดีหมดหรือหนังไมมีไปสะหมด แลวเราก็คงไมแคเห็นดวยหรือไมเห็น
ดวยกับความคิดของเพื่อน หรือเราอาจจะบอกวา มันคลายๆ กับหนังเรื่องที่เราเคยดู หรือเราอาจจะตั้ง
คําถามกับเพื่อน (เชน "เหย แตถาดูดีๆ ฉากนี้มันเปนแบบนี้นะเวย") ความเปนไปไดที่เราจะตอบมีอีก
หลากหลายไมจบสิ้น เชนเดียวกันกับการเขียน essay แตสิ่งที่ยากคือ เราจะตองเปนทั้งตัวเองและเปน
ทั้งเพื่อนในเวลาเดียวกัน ตรงนี้ตองอาศัยการฝก ทั้งการอานและการเขียนและการคิด

ฝกยังไงดีหละ?
การอาน/การคิด สองอยางนี้สําหรับผมดูเหมือนจะมาคูกัน ตองบอกกอนวาผมมองการอานในมุมที่
แตกตางไป การอานไมไดหมายถึงการอานหนังสืออยางเดียว แตรวมไปถึงการอานโลก (ขอใชคําของ
นักการศึกษาชาวบราซิลนะครับ Reading the World, Reading the Word) เวลาเราจะพูดถึงปราก
ฎการณในสังคม เชนเสื้อสายเดี่ยว เราก็กําลัง "อาน" สังคมอยู คือเรากําลังมองถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
พยายามหาสาเหตุ แสดงความคิดเห็น (วาชอบหรือไมชอบ -- เพราะวาอะไร) เปรียบเทียบสิ่งที่เกิดขึ้น
กับปรากฎการณอื่นๆ ในสังคมทั้งในอดีตและปจจุบัน ตั้งสมมติฐานวาอนาคตตอไปจะเปนยังไง
(กระแสนี้จะอยูนานแคไหน หรือวามีผลกระทบตอกระแสที่จะตามมาหรือเปลา) เปนตน ผมเรียก
กิจกรรมทางสมองเหลานี้วาการ "อาน" เขนเดียวกัน
จากตัวอยางสายเดี่ยวจะเห็นวาการอานนั้นไมเหมือนกับการอานทั่วไป ปกติเวลาเราอานหนังสือเรา
จะพยายาม "สรุป" (ตรงนี้อาจจะมีสาเหตุมาจากวัฒนธรรมขอสอบปรนัยที่เนนความจํา) แลวก็จบลง
แคนั้น ทําใหเวลาเราเขียน เราก็มักจะ "สรุป" สิ่งที่เราอานใหคนอานของเรา แตคําถามคือ คนอานไม
สามารถสรุปไดดวยตัวเองนั้นหรือ ถาสรุปเองได ทําไมจะตองมาอานงานเขียนของเรา? [b]นี่แหละ
ครับปญหาสําคัญ หลายๆ งานเขียนที่ผมเห็นจะเนนสรุปมากกวาที่จะพยายามทํากิจกรรมทางสมองที่
ผมพูดไวตอนแรก[/b] ทําใหงานเขียนพวกนี้ไมถูกเรียกวา essay อีกทั้งยังไมมีอะไรแปลกใหมสําหรับ
คนอาน เพราะวาคนอานไมไดรูวาเราเขียนทําไม (นอกจากเขียนเพื่อสรุป ซึ่งเคาสรุปเองได) และไมได
เห็นความคิดเห็นของเราตอหัวขอ และไมไดเรียนรูอะไรใหมๆ
ดังนั้นเวลาอานนั้นเราควรจะอานดวยความคิดที่ active อยูตลอดเวลา ตองคอยสรุป และ
เปรียบเทียบ แสดงความเห็น (เห็นดวยและไมเห็นดวย เพราะวาอะไร) ตั้งสมมติฐาน หา
สาเหตุของปญหา/หัวขอ เปนตน หรือพูดงายๆ คือ ตองทําใหคนอานอานแลวรูสึกวาไดอะไร
กลับไป แลว "อะไร" ในที่นี้ก็หมายถึง ความคิดของเราในฐานะนักเขียนตอหัวขอหรือปญหา
ที่เรากําลังเขียน
การที่เราจะทําแบบนี้ไดเราตองฝกบอยๆ ครับ คิดอยูในหัวไมพอ จะตองเขียนออกมาดวย แลวเขียน

อยางเดียวก็ไมพอ จะตองมีคนคอยตรวจดวย สําหรับผมนี่คือหัวใจหลักของการฝกการเขียน คือ ตอง
มีคนแนะนําที่มีความรูความเขาใจการ(สอนการ)เขียน และระบบการเขียน ไมใชเพียงแค
ตรวจแกรมมารหรือศัพทใหเทานั้น แตคนใหคําแนะนําจะตองสามารถใหความเห็นเกี่ยวกับงาน
เขียนไดดวย นั่นคือคนแนะนําตองอานงานเขียนนั้นเสมือนเปนงานเขียนของนักเขียนอาชีพ ไมใชแค
นั่งจับผิดวาเขียนถูกหรือไมถูก หรือดีหรือไมดี (ตรงนี้ผมเคยเขียนไวในอีกกระทู "เขียน essay แลวให
เพื่อนๆ ชวยแก ชวยคุณเขียน essay ไดจริงๆ เหรอ?"
http://dialogueonwriting.blogspot.com/2008/04/compositionesl-essay-essay_25.html)
ผมเขาใจวาเมืองไทยยังไมมี compositionist (คนที่เรียนทางดานการเขียนเชิงวิชาการ และการสอน
การเขียนเชิงวิชาการ) อยางจริงๆ จังๆ อาจารยสวนมากก็จะเรียนมาทางดานวรรณคดี หรือ Teaching
English as a Second Language แตตองมีหนาที่สอนการเขียนไปในตัวทําใหเมืองไทยขาดบุคลลา
กรดานนี้ อีกอยาง ร.ร. กวดวิชาตางๆ ก็มีเปาหมายใหนักเรียนสอบขอสอบ TOEFL ไดคะแนนดีๆ จึง
เนนไปที่การสอน thesis/support form ที่จะเรียกคะแนนจากคนตรวจไดมากกวา essay (จริงๆ สอน
thesis/support form งายกวาดวย) แตยังไงก็ตามผมคิดวาทักษะการเขียน essay เปนสิ่งที่นาสนใจ
เพราะวามันจะฝกใหเราเปนทั้งนักอาน นักคิด และนักเขียนในสังคมที่เรากําลังไดรับขอมูลหลายๆ ได
อยางในปจจุบันครับ

29 พ.ค. 2551
เมื่อลมแรง...ใบไมก็รวง

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful