You are on page 1of 3

ออกไซดของไนโตรเจน (Oxides of Nitrogen: NOx

)
คําจํากัดความ
เกิดจากการเผาไหมเชื้อเพลิงที่ภาวะอุณหภูมิสูง (1000 องศาเซลเซียส) และออกซิเจนเพียงพอ โรงงานที่ทําใหเกิดออกไซดของ
ไนโตรเจน ไดแก อุตสาหกรรมปโตรเคมี อุตสาหกรรมแยกหรือแปรรูปกาซธรรมชาติ ถลุงแร ปูนซีเมนต โรงไฟฟาพลังงานความรอน
เปนตน

คุณสมบัติ
ออกไซดของไนโตรเจนที่ทําใหเกิดมลพิษอากาศที่สําคัญมี 2 ประเภท คือ
1. ไนตริกออกไซด (NO) เปนกาซ ไมมีสีไมมีกลิ่น จะเปลี่ยนเปน NO2ไดเมื่อทําปฏิกิริยากับโอโซน

2.ไนโตรเจนไนโตรเจนไดออกไซด ( NO2) เปนกาซสีน้ําตาลมีกลิ่นฉุน มีฤทธิ์ในการกัดกรอน ทําใหพืชลดอัตราการสังเคราะหแสง
และสามารถทําปฏิกิริยากับไอน้ําในอากาศทําใหเกิดกรดไนตริก ซึ่งเปนอันตรายตอระบบทางเดินหายใจ โดยสามารถทําใหเกิดโรค
หลอดลมอักเสบ ปอดบวมได

มาตรฐานการระบายออกจากโรงงานอุตสาหกรรม
ประเภทอุตสาหกรรม

1. ทั่วไป

2. เตาเผาสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไมใช
แลวที่เปนอันตรายจากอุตสาหกรรม
3. ทั่วไป

4. โรงงานปูนซีเมนต.

แหลงที่มาของสาร

แหลงกําเนิดความรอนที่ใชเชื้อเพลิง
-น้ํามันหรือน้ํามันเตา
-ถานหิน
-เชื้อเพลิงชีวมวล
-เชื้อเพลิงอื่นๆ
การผลิตทั่วไป
ระบบกําจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไมใช
แลวที่เปนอันตรายดวยวิธีการเผาไหม
กรณีการใชน้ํามันใชแลวที่ผาน
กระบวนการปรับคุณภาพและ
เชื้อเพลิงสังเคราะหในเตา
อุตสาหกรรม
-หมอเผาปูนซีเมนตทั่วไป
-หมอเผาปูนซีเมนตขาว
-หมอเย็น หมอบดปูนและหมอบดถาน

คาปริมาณสารเจือปนในอากาศ
(สวนในลานสวน)
ไมมีการเผา
มีการเผาไหม
ไหมเชื้อเพลิง
เชื้อเพลิง
200
400
200
200
150
มิลลิกรัม/
ลูกบาศกเมตร
200

500
500
-

5. โรงไฟฟา
5.1 โรงไฟฟาเกา

5.2 โรงไฟฟาใหม

.53 โรงไฟฟาเดิม

หิน
- หนวยการผลิตอื่านๆ กรณีมีการเผา
ไหมเชื้อเพลิง
แหลงกําเนิดความรอนที่ใชเชื้อเพลิง
-น้ํามันเชื้อเพลิง
-ถานหิน
-ชีวมวล
-กาซธรรมชาติ
แหลงกําเนิดความรอนที่ใชเชื้อเพลิง
1) ที่ใชถานหิน
2) ที่ใชน้ํามันเชื้อเพลิง
- ที่มีกําลังการผลิตไมเกิน 300 MW
- ที่มีกําลังการผลิตเกิน 300 MW แต
ไมเกิน 500 MW
- ที่มีกําลังการผลิตเกิน 500 MW
3) ที่ใชกาซธรรมชาติ
4) ที่ใชชีวมวล
1) โรงไฟฟาบางปะกง
-หนวยการผลิตที่ 1-4 (พลังความรอน)
- หนวยการผลิตที่ 1 และ 2 (พลังความ
รอนรวม)
- หนวยการผลิตที่ 3 และ 4 (พลังความ
รอนรวม)
2) โรงไฟฟาพระนครใต
-หนวยการผลิตไฟฟา (พลังความรอน)
- หนวยการผลิตที่ 1 (พลังความรอน
รวม)
- หนวยการผลิตที่ 2 (พลังความรอน
รวม)
3) โรงไฟฟาพระนครเหนือ
4) โรงไฟฟาสุราษฎรธานี
-หนวยการผลิตไฟฟา (กังหันกาซ)
- หนวยการผลิตไฟฟา (พลังความรอน
รวม)
5) โรงไฟฟาลานกระบือ
6) โรงไฟฟากังหันกาซหนองจอก

400

200
400
200
200
350
180
180
180
120
200

200
450
230

180
250
175

180
230
120
250
230

7) โรงไฟฟาวังนอย
8) โรงไฟฟาพลังงานความรอนรวมน้ํา
พอง
9) โรงไฟฟาแมเมาะ
- หนวยการผลิตที่ 1 – 3
- หนวยการผลิตที่ 4-13

175
250

500
500

ที่มา: ลําดับ 1 คัดแปลงจากประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2549 เรื่องกําหนดคาปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออก
จากโรงงาน ลงวันที่ 31 ตุลาคม 2549
ลําดับ 2 คัดแปลงจากประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2545 เรื่องกําหนดคาปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออก
จากปลองเตาเผาสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไมใชแลวที่เปนอันตรายจากอุตสาหกรรม ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2545
ลําดับ 3 คัดแปลงจากประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2548 เรื่องกําหนดคาปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออก
จากโรงงานกรณีการใชน้ํามันใชแลวที่ผานกระบวนการปรับคุณภาพและเชื้อเพลิงสังเคราะหเปนเชื้อเพลิงในเตาอุตสาหกรรม ลงวันที่
20 พฤษภาคม 2548
ลําดับที่ 4 คัดแปลงจากประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ.2549 เรื่องกําหนดคาปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออก
จากโรงงานปูนซีเมนต
ลําดับที่ 5 คัดแปลงจากประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ.2547 เรื่องกําหนดคาปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออก
จากโรงงานผลิต สง หรือจําหนายพลังงานไฟฟา