You are on page 1of 20

 ผลทานตะววัน (หรรือโดยททวทั่ ไปเรรียกวว่า “เมลล็ดทานตะววัน“) ผลเปป็ นผลแหห้ง

และมรีจจานวนมากอยว่ยู่ตรงฐานดอก ผลขนาดใหญว่จะอยว่วยู่ งรอบนอก สว่วนผลทรีทั่
อยว่ยู่ใกลห้กทบกกทั่งกลางจะมรีขนาดเลป็ก ผลมรีลทกษณะเปป็ นรยู่ปรรีและแบนนยู่น ดห้าน
หนกทั่งมนอรีกดห้านหนกทั่งแหลม ผลมรีขนาดประมาณ 6-17 มมิลลมิเมตร เปลรือกหห้หุ้ม
ผลแขป็ง เปลรือกผลเปป็ นสรีเทาเขห้มหรรือเปป็ นสรีดจาและมรีเปป็ นลาย ภายในผลมรี
เมลป็ดสรีเหลรืองอว่อนเพรียง 1 เมลป็ด ลทกษณะรรียาว และในเมลป็ดพบวว่ามรีนน าจ มทน
[1],[3],[4],[8]
เปป็ นจจานวนมาก โดยผลหรรือเมลป็ดทานตะวทนจะแบว่งออกเปป็ น 3
ประเภทใหญว่ ๆ ไดห้แกว่ เมลป็ดทรีทั่ใชห้สกทดทจานจนามทน (ผลเลป็ก สรีดจา เปลรือกบาง),
เมลป็ดทรีทั่ใชห้ร บ
ท ประทาน (ผลใหญว่ เปลรือกหนาไมว่ตมิดกทบเนรืน อในเมลป็ด), และ
[8]
เมลป็ดทรีทั่ใชห้สจาหรทบเลรีนยงนกหรรือไกว่
สรรพคคุณของทานตะววัน

1. นจนามทนจากเมลป็ดทานตะวทน มรีรสรห้อน สามารถชว่วยลดระดทบไขมทนในเสห้นเลรือด
[1],[2],[4]
ไดห้ (นจนามทนจากเมลป็ด)
[2],[4]
2. ใบทานตะวทนมรีรสเฝรืทั่ อน สรรพคหุ้ณเปป็ นยาแกห้เบาหวาน (ใบ)

[3]
3. เมลป็ดมรีสรรพคหุ้ณชว่วยลดความดทนโลหมิต (เมลป็ด) หรรือจะใชห้แกนหรรือไสห้ของ
[2]
ลจาตห้นทานตะวทน นจามาตห้มกทบนจนาดรืทั่ม (แกนตห้น) หรรือจะใชห้ใบทานตะวทนสด
60 กรทม (ถห้าใบแหห้งใชห้ 30 กรทม) และโถวงว่ฉ
ยู่ มิกสด 60 กรทม (ถห้าแหห้งใชห้ 30
[4]
กรทม) นจามาตห้มเอาแตว่นน าจ ดรืทั่ม (ใบ) สว่วนอรีกวมิธรีเปป็ นการทดลองกทบผห้ยู่ปว่วยทรีทั่
เปป็ นโรคความดทนโลหมิตสยู่ง จจานวน 10 คน ดห้วยการใชห้ฐานรองดอกแหห้ง
ประมาณ 45 กรทม นจามาบดใหห้ละเอรียด แลห้วทจาเปป็ นยานจนาเชรืทั่อม 100
มมิลลมิลมิตร นจามาใหห้ผห้ยู่ปว่วยกมินครทนงละ 20 มมิลลมิลมิตร วทนละ 3 ครทนง พบวว่าหลทง
จากการศกกษาแลห้ว 60 วทน ความดทนโลหมิตของผห้ยู่ปว่วยลดลง โดยมรีอาการดรีขน น

4 คน และมรีอาการดรีขน น
ก เลป็กนห้อย 4 คน สว่วนอรีก 2 คน ไมว่มรีอาการดรีขน น
ก เลย
[4]
(ฐานรองดอก)

[3]
4. ชว่วยทจาใหห้อวทยวะภายในรว่างกายชว่หุ้มชรืน น (เมลป็ด)

5. ชว่วย แกห้อาการปวดศรีรษะ วมิงเวรียนศรีรษะ ตาลาย ดห้วยการใชห้ฐานรองดอกแหห้ง
ประมาณ 25-30 กรทม นจามาตตหุ้นกทบไขว่ 1 ฟอง ใชห้ร ทบประทานหลทงอาหารวทน
[2],[3],[4]
ละ 2 ครทนง (ดอก,ฐานรองดอก,ดอกและฝท ก)

6. เปลรือกเมลป็ดมรีรส เฝรืทั่ อน มรีสรรพคหุ้ณชว่วยแกห้อาการหยู่ออ รืน ดห้วยการใชห้เปลรือก
เมลป็ดทานตะวทนประมาณ 10-15 กรทม นจามาตห้มกทบนจนารทบประทาน (เปลรือก
[2],[4]
เมลป็ด)

7. ชว่วย แกห้อาการปวดฟท น ดห้วยการใชห้ดอกแหห้ง 25 กรทม นจามาสยู่บเหมรือนยาสยู่บ
หรรือจะใชห้ฐานรองดอก 1 อทน และรากเกากรีน นจามาตตหุ้นกทบไขว่ร ทบประทาน
[2],[3],[4]
(ดอก,ฐานรองดอก,ดอกและฝท ก)

[3]
8. รากและลจาตห้นมรีสรรพคหุ้ณเปป็ นยาขทบพมิษรห้อน ถอนพมิษไขห้ (รากและลจาตห้น)
9. ใชห้ เปป็ นยาแกห้หวทด แกห้อาการไอ แกห้ไขห้หวทด หากใชห้แกห้อาการไอใหห้ใชห้เมลป็ดนจา
[1],[2],
มาคทวทั่ ใหห้เหลรือง แลห้วนจามาชงกทบนจนารทบประทาน (เมลป็ด,นจนามทนจากเมลป็ด)
[4] [3]
สว่วนรากและลจาตห้นกป็มรีสรรพคหุ้ณเปป็ นยาแกห้ไอเชว่นกทน (รากและลจาตห้น)

[3]
10. ชว่วยแกห้อาการรห้อนใน (รากและลจาตห้น)

11. แกน หรรือไสห้ลจาตห้นนจามาตห้มกทบนจนาดรืทั่ม ชว่วยแกห้อาการไอกรนไดห้ หรรือจะ
ใชห้แกนกลางของลจาตห้นนจามาโขลกใหห้ละเอรียด ผสมกทบนจนาตาลทรายขาว แลห้ว
[2],[4]
นจามาชงดห้วยนจนารห้อนรทบประทาน (แกนตห้น)

[2],[3],
12. ใบ รากและลจาตห้นมรีสรรพคหุ้ณชว่วยแกห้หอบหรืด (รากและลจาตห้น,ใบ)
[4]

[2],[4]
13. ดอกมรีเฝรืทั่ อน มรีสรรพคหุ้ณเปป็ นยาแกห้หลอดลมอทกเสบ (ดอก)

14. เมลป็ด นจนามทนจากเมลป็ด รากและลจาตห้น มรีสรรพคหุ้ณชว่วยขทบเสมหะ ขจทด
[1],[2],[3],[4]
เสมหะ (รากและลจาตห้น,เมลป็ด,นจนามทนจากเมลป็ด)

15. ชว่วย รทกษาเตห้านมอทกเสบ ดห้วยการใชห้ฐานรองดอกแหห้ง นจามาหทน
ทั่ เปป็ น
ฝอย แลห้วนจาไปคทวทั่ ใหห้เกรรียม บดใหห้ละเอรียด นจามาชงกทบนจนาอว่หุ้นหรรือเหลห้ารทบ
ประทานครทนงละ 10-15 กรทม วทนละ 3 ครทนง ซกทั่งจากการใชห้ร ทกษาในผห้ยู่ปว่วย
[3],[4]
จจานวน 122 คน พบวว่าผห้ยู่ปว่วยมรีอาการดรีขน น
ก (ฐานของดอก)

[2]
16. ชว่วยรทกษาฝรี เตห้านม (แกนตห้น)

[2],[4]
17. ดอกมรีสรรพคหุ้ณชว่วยขทบลม (ดอก)

[1],[4]
18. รากมรีสรรพคหุ้ณเปป็ นยาแกห้อาการปวดทห้องแนว่นหนห้าอก (ราก)

19. รากและลจาตห้น ฐานรองดอก ดอกและฝท กใชห้เปป็ นยาแกห้อาการปวดทห้อง
[2],[3]
(รากและลจาตห้น,ฐานรองดอก,ดอกและฝท ก)
[2],[3]
20. ชว่วยแกห้อาการปวดกระเพาะ (แกนตห้น,ดอกและฝท ก)

21. ฐาน รองดอกมรีรสเฝรืทั่ อน มรีสรรพคหุ้ณเปป็ นยาแกห้โรคกระเพาะอาหาร แกห้
อาการปวดทห้องเนรืทั่องจากโรคกระเพาะอทกเสบ ดห้วยการใชห้ฐานรองดอก 1 อทน
(หรรือประมาณ 30-60 กรทม) และกระเพาะหมยู่ 1 อทน แลห้วใสว่นน าจ ตาลทราย
[2],[4]
แดง 30 กรทม นจามาตห้มกรองเอาแตว่นน าจ มารทบประทาน (ฐานรองดอก)

[1],[2],[4]
22. ชว่วยแกห้โรคบมิด (เมลป็ด,นจนามทนจากเมลป็ด) ชว่วยแกห้บมิดถว่ายเปป็ น
[3]
เลรือด (ดอกและฝท ก)

23. แกนหรรือไสห้ลจาตห้น นจามาตห้มกทบนจนาดรืทั่มเปป็ นยาแกห้มะเรป็งกระเพาะอาหาร
[2]
มะเรป็งหลอดอาหาร (แกนตห้น)

[3]
24. ชว่วยแกห้อาการทห้องผยู่กสจาหรทบผห้ยู่สยู่งอายหุ้ (ดอกและฝท ก)

[4]
25. รากใชห้เปป็ นยาแกห้ระบาย (ราก)

26. รากใชห้เปป็ นยาขทบพยาธมิไสห้เดรือน ดห้วยการใชห้รากสด 30 กรทม เตมิม
[1],[4]
นจนาตาลทราบแดงเลป็กนห้อย นจามาตห้มกทบนจนารทบประทาน (ราก)

27. ราก แกนหรรือไสห้ลจาตห้น และนจนามทนจากเมลป็ดใชห้เปป็ นยาขทบปท สสาวะ
[1],[4]
(แกนตห้น,ราก,นจนามทนจากเมลป็ด)

28. แกน หรรือไสห้ของลจาตห้น มรีรสจรืดเฝรืทั่ อน นจามาตห้มกทบนจนาดรืทั่มเปป็ นยาขทบนมิทั่ว
ในไต นมิทั่วในทางเดมินปท สสาวะ ชว่วยขทบปท สสาวะไดห้ดรี แกห้ปทสสาวะขว่หุ้นขาว แกห้โรค
ทางเดมินปท สสาวะ แกห้ปทสสาวะเปป็ นเลรือด ดห้วยการใชห้แกนกลางของลจาตห้นยาว
ประมาณ 60 เซนตมิเมตร หรรือประมาณ 15 กรทม และรากตห้นจห้หุ้ยขกทั่งฉาวราว
60 กรทม นจามาตห้มคทนนเอาแตว่นน าจ หรรือใชห้ผสมกทบนจนาผกนงรทบประทาน (แกนตห้น)
[2],[4]
สว่วนรากและลจาตห้นมรีสรรพคหุ้ณเปป็ นยาขทบปท สสาวะ แกห้ปทสสาวะปวดแสบ
[3]
ปวดรห้อน แกห้นทั่วมิ ในทางเดมินปท สสาวะ (รากและลจาตห้น)
[1],[2],[4]
29. ชว่วยขทบหนองใน (เมลป็ด,นจนามทนจากเมลป็ด)

[3]
30. ชว่วยแกห้มหุ้ตกมิดตกขาวของสตรรี (รากและลจาตห้น)

[2],
31. ชว่วยแกห้อาการปวดประจจาเดรือนของสตรรี (ฐานรองดอก,ดอกและฝท ก)
[3],[4]
ใชห้แกห้อาการปวดทห้องนห้อยกว่อนหรรือระยะทรีทั่รอบเดรือนมา ใหห้ใชห้ฐานรอง
ดอก 1 อทน กระเพาะหมยู่ 1 อทน ใสว่นน าจ ตาลทรายแดง 30 กรทม แลห้วตห้มกรอง
[4]
เอาแตว่นน าจ มารทบประทาน (ฐานรองดอก)

[4]
32. ชว่วยบรีบมดลยู่ก (ดอก)

[2]
33. ชว่วยแกห้เนรืน องอกเยรืทั่อบหุ้ผมิวถหุ้งนจนาครจทั่า (แกนตห้น)

34. ชว่วยแกห้อาการมยู่กโลหมิต ดห้วยการใชห้เมลป็ด 30 กรทม ใสว่นน าจ ตาลเลป็กนห้อย
[4]
นจามาตห้มกทบนจนาประมาณ 60 นาทรี แลห้วนจามาใชห้ดทั่ ม
รื (เมลป็ด)

[3]
35. เมลป็ดใชห้เปป็ นยาบจารหุ้งตทบและไต (เมลป็ด)

[3]
36. ชว่วยแกห้อาการบวมนจนา (รากและลจาตห้น)

[3]
37. ใบใชห้เปป็ นยารทกษาแผลไฟไหมห้ นจนารห้อนลวก (ใบ)

38. หากแผลทรีทั่มรีเลรือดไหล ใหห้ใชห้แกนกลางของลจาตห้นนจามาโขลกใหห้
[4]
ละเอรียด แลห้วนจามาใชห้พอกบรมิเวณแผล (แกนตห้น)

39. ใชห้ทน งท ตห้นนจามาสกทดทจาเปป็ นขรีนผน งก ใชห้เปป็ นยารทกษาแผลสดและแผลฟกชจนา
[3] [1],[4]
(ททนงตห้น) สว่วนรากมรีสรรพคหุ้ณชว่วยแกห้อาการฟกชจนา (ราก)

[3]
40. ชว่วยแกห้อรีสหุ้กอรีใส (ดอกและฝท ก)

[1],[4]
41. ชว่วยแกห้ฝรีฝท กบทว (นจนามทนจากเมลป็ด) แกห้อาการปวดบวมฝรี (ฐานรอง
[4]
ดอก)
42. นจนามทนจากเมลป็ดใชห้เปป็ นยาแกห้พมิษจากแมลงสทตวว์กทดตว่อยไดห้ (นจนามทนจาก
[1],[4]
เมลป็ด)

[3]
43. ใชห้แกห้ไขขห้อกระดยู่กอทกเสบ และฝรี ดห้วยการใชห้ดอกทานตะวทนสด บห้าง
[4]
ระบหุ้วาว่ ใชห้ฐานรองดอก ในปรมิมาณพอดรี นจามาตห้มเครีทั่ยวใหห้ขห้นคลห้ายกทบขรีนผน งก
เหลว แลห้วนจามาใชห้พอกและทาบรมิเวณทรีทั่เปป็ น จากการรทกษาในผห้ยู่ปว่วยจจานวน
[3],[4]
30 คน พบวว่าไดห้ผลดรีเปป็ นทรีทั่นาว่ พอใจ (ดอก)

44. ดอกมรีสรรพคหุ้ณชว่วยทจาใหห้หนห้าตาสดใส ชว่วยรทกษาใบหนห้าตกงบวม
[4]
(ดอก)

หมายเหตหุ้ : การใชห้ตาม [3] ถห้าเปป็ นฝท กดอกแหห้งใหห้ใชห้ครทนงละ 35-100 กรทม แตว่ถห้า
[3]
เปป็ นรากแหห้ง ใหห้ใชห้ครทนงละ 15-40 กรทม สว่วนกมิทั่งและกห้านใหห้ใชห้ครทนงละ 15-35 กรทม

advertisements

ขข้อมมูลทางเภสวัชววิทยาของทานตะววัน

 สาร สจาคทญทรีทั่พบไดห้แกว่ Abscisic acid, Beta-carotene, Citric acid,
Coumaric acid,Cumin alcohol, Cyamidin, Glycoside, Glandulone A, B
[2]
gibberellin A, Vanillin, Vitamin B2

 ททนงตห้นพบวว่ามรีสาร Cryptoxanthin, Earotenoids, Globulin, Glycocoll,
Quercimeritin, Phospholipid Methionine, Seopoline Heliangine,
Tocopherol สว่วนในเมลป็ดพบโปรตรีน 55%, ออกไซดว์คารว์บอเนต 41.6%,
นจนามทนประมาณ 55% และในนจนามทนพบสาร Linoleic acid 70%, Glycerol
oil, Phosphatide, Phospholipid, B-Sitosterol และพบนจนามทนระเหยอรีกหลาย
[3],[4]
ชนมิด สว่วนเปลรือกเมลป็ดพบนจนามทน 5.17%, โปรตรีน 4%, ขรีนผน งก 2.96%
[4]
และยทงมรี Cellulose, Pentosan, และ Lignin
ธ ดความดทนโลหมิตสยู่ง ยทบยทนงการกว่อมะเรป็ง ชว่วยขทบปท สสาวะ
 ทานตะวทนมรีฤทธมิล
[2]
ชว่วยลดระดทบคอเลสเตอรอลในเลรือด

 เมรืทั่อ ปรี ค.ศ.1971 บยู่ดาเปส ไดห้ทจาการศกกษาทดลองผลการลดไขมทนในเลรือด
ของนจนามทนจากเมลป็ดทานตะวทนในหนยู่ทดลอง พบวว่าสาร Cephalin B,
Cephalin A lysocepphalin, lecithin, และ lysolecithin มรีผลในการชว่วยลด
[2]
ไขมทนในเลรือด

 เมรืทั่อปรี ค.ศ.1999 ทรีทั่ประเทศอมินเดรีย ไดห้ทจาการทดลองศกกษาผลในการลดไข
มทนในเลรือดของเมลป็ดทานตะวทนในหนยู่ขาวทดลอง โดยทจาการทดลองนานถกง
9 สทปดาหว์ โดยกระตห้หุ้นใหห้หนยู่ขาวเปป็ นเบาหวาน โดยใหห้ Alloxan และใหห้นน ามวัน
[2]
ดอกทานตะววัน หลทงจากการทดลองพบวว่าไขมทนในเลรือดมรีระดทบลดลง

 เมรืทั่อ ปรี ค.ศ.2003 ทรีทั่ประเทศสหรทฐอเมรมิกา ไดห้ทจาการศกกษาทดลองผลในการ
ลดไขมทนของเมลป็ดทานตะวทน โดยทจาการทดลองในหนยู่เพศผห้ยู่ จจานวน 60 ตทว
และกลว่หุ้มการทดลองออกเปป็ น 3 กลว่หุ้ม กลว่หุ้มแรกเปป็ นกลว่หุ้มควบคหุ้มทรีทั่ใหห้อาหาร
ไขมทน 1% สว่วนกลว่หุ้มทรีทั่สอง ใหห้เมลป็ดองว่หุ้น 10 gm. และกลว่หุ้มทรีทั่สามใหห้นจามทน
ดอกทานตะวทน 1 gm. และไดห้ทจาการทดลอง 4 สทปดาหว์ พบวว่า กลว่หุ้มทรีทั่สามทรีทั่
[2]
ใหห้นน าจ มทนดอกทานตะวทน สามารถลดไขมทนไดห้มากกวว่ากลว่หุ้มทรีทั่สอง

 เมรืทั่อปรี ค.ศ.2005 ทรีทั่ประเทศสหรทฐอเมรมิกา ไดห้ทจาการศกกษาทดลองผลการลด
ไขมทนในเลรือดของทานตะวทน ในผห้ห
ยู่ ญมิงทรีทั่หมดประจจาเดรือน จจานวน 14 คน
โดยทจาการทดลอง 28 วทน แบว่งกลว่หุ้มการทดลองออกเปป็ น 2 กลว่หุ้ม กลว่หุ้มแรก
ครือกลว่หุ้มควบคหุ้ม สว่วนกลว่หุ้มทรีทั่สอง ใหห้นน าจ มทนมะกอกผสมกทบนจนามทนเมลป็ด
ทานตะวทน และกลว่หุ้มสามครือกลว่หุ้มทรีทั่ใหห้อาหารไขมทนสยู่ง ภายหลทงการทดลองพบ
วว่ากลว่หุ้มทรีทั่สองมรีระดทบคอเลสเตอรอลลดลงแตกตว่างจากกลว่หุ้มอรืทั่น อยว่างมรีนทย
[2]
สจาคทญทางสถมิตมิ P < 0.05

 เมรืทั่อปรี ค.ศ.2005 ทรีทั่ประเทศสหรทฐอเมรมิกา ไดห้ทจาการศกกษาทดลองผลในการ
ลดไขมทนในเลรือดของเมลป็ดทานตะวทน โดยทจาการทดลองกทบอาสาสมทคร
จจานวน 31 คน ทรีทั่มรีอายหุ้ระหวว่าง 25-64 ปรี แบว่งเปป็ นชาย 12 คน และหญมิง
19 คน และมรีระดทบไขมทนในเลรือด 294 mg./dl. ซกทั่งไดห้ทจาการทดลอง 4
สทปดาหว์ โดยใหห้นน าจ มทนดอกทานตะวทน 8.3% และ 7.9% ผลการทดลองพบวว่า
[2]
คอเลสเตอรอลในเลรือดมรีระดทบลดลง

 เมรืทั่อ ปรี ค.ศ.2005 ทรีทั่ประเทศรทสเซรีย ไดห้ทจาการศกกษาทดลองผลในการลดไข
มทนของเมลป็ดทานตะวทน โดยทจาการทดลองในหนยู่ขนาด 180-200 gm. ทรีทั่ถยู่ก
กระตห้หุ้นใหห้ไขมทนในเลรือดสยู่ง โดยใหห้นน าจ มทนดอกทานตะวทน 1 ซรีซรีตว่อวทน และใชห้
n-6 fatty acid fish oil 1 ซรีซรีตว่อวทน และ Znso 0.43 ไมโครกรทมตว่อกมิโลกรทม
ตว่อวทน โดยทจาการทดลองนาน 6 สทปดาหว์ ภายหลทงการทดลองพบวว่าระดทบ
[2]
ของคอเลสเตอรอลในเลรือดลดลง

ธ วว่ ย
 ใน เมลป็ดทานตะวทนพบวว่ามรีสารฟอสฟอไลปมิ ด (Phosphilipid) ซกทั่งมรีฤทธมิช
ลดคอเลสเตอรอลในเลรือดของหนยู่ทดลองไดห้ แตว่ผลการรทกษายทงไมว่ชทดเจน
[3],[4]
นทก

 ดอกเมรืทั่อนจามาสกทด จะไดห้นน าจ จากใบ แลห้วนจามาใชห้ทดลองกทบกระตว่ายทดลอง
ดห้วยวมิธรีการฉรีดเขห้าทางเสห้นเลรือดดจา พบวว่าจะทจาใหห้ความดทนโลหมิตตจทั่า และ
กระตห้หุ้นการหายใจ นอกจากนรีนเมรืทั่อนจามาหยอดลงบรมิเวณใบหยู่ของกระตว่ายกป็วว่า
ทจาใหห้เสห้นเลรือดขยายตทว ขกนน และยทงทจาใหห้การบรีบตทวของลจาไสห้เลป็กเพมิทั่มขกนนอรีก
ดห้วย แตว่เมรืทั่อนจามาทดลองกทบแมวดห้วยวมิธรีการฉรีดเขห้าในผมิวหนทง พบวว่าจะมรีผล
[4]
ทจาใหห้ความดทนโลหมิตลดลงกวว่าเดมิม

 ฐานรองดอก เมรืทั่อนจามาสกทดสารออกดห้วยแอลกอฮอลว์ แลห้วนจามาใชห้ทดลอง
กทบแมวดห้วยวมิธรีการฉรีดเขห้าไปในเสห้นเลรือดดจา พบวว่ามรีผลทจาใหห้ความดทนโลหมิต
[4]
ตจทั่า และทจาใหห้แมวสลบ

 นจนามทน จากดอกทานตะวทน เมรืทั่อนจามาใชห้ผสมกทบอาหารแลห้วใหห้กระตว่ายทดลอง
[4]
กมิน พบวว่ามรีผลตว่อระบบภยู่มมิคห้หุ้มกทน ทจาใหห้ภยู่มมิคห้หุ้มกทนตว่อเชรืน อวทณโรคมรีมากขกนน
 สารสกทด จากดอกทานตะวทน เมรืทั่อนจามาทดลองกทบกระตว่าย พบวว่าสามารถ
ทจาใหห้เสห้นเลรือดมรีการขยายตทว และไปกระตห้หุ้นระบบประสาท สว่วนเรรืทั่องการ
หาย พบวว่าทจาใหห้กระตว่ายหายใจแรงขกนน แตว่มรีความดทนลดลง และเหป็นไดห้
ชทดเจนวว่า ลจาไสห้เลป็กของกระตว่ายมรีการบรีบตทวมากขกนน จกงไดห้มรีการนจาไปใชห้ร ทกษา
[3]
ผห้ยู่ปว่วยทรีทั่มรีอาการลจาไสห้หยว่อน หรรือลจาไสห้ไมว่มรีกจาลทง

 สารสกทด จากใบทานตะวทนดห้วยแอลกอฮอลว์ 0.2% สามารถชว่วยยทบยทนงการ
เจรมิญเตมิบโตของเชรืน อแบคทรีเรรียบางชนมิดไดห้ โดยสามารถชว่วยยทบยทนงการเจรมิญ
เตมิบโตของเชรืน อแบคทรีเรรีย Bacillus aureus และพารามรีเซรียม (Paramecium)
ธ ว่อเชรืน อแบคทรีเรรีย Bacillus coli และนอกจากนรีนยทงสามารถนจา
ไดห้ แตว่ไมว่มรีฤทธมิต
ธ องยาควมินน
มาใชห้เปป็ นยาตห้านโรคมาลาเรรีย และชว่วยเสรมิมฤทธมิข มิ ไดห้อรีกดห้วย
[3],[4]

 จากการทดสอบความเปป็ นพมิษพบวว่าสารสกทดจากสว่วนทรีทั่อยว่ยู่เหนรือดมินดห้วย 50%
เอทานอล มรีคว่า LD50 มากกวว่า 1.0 กรทมตว่อกมิโลกรทม เมรืทั่อทจาการฉรีดเขห้าทาง
[2]
ชว่องทห้องของหนยู่ถรีบจทกร

ประโยชนน์ของทานตะววัน

[2]
1. เมลป็ดทานตะวทน นจามาคทวทั่ ใหห้แหห้งใชห้ร ทบประทานเปป็ นอาหารวว่างไดห้ หรรือจะนจา
มาอบหรรือใชห้ปรหุ้งแตว่งขนมหวาน เปป็ นคหุ้กกรีนทานตะวทน ทานตะวทนแผว่น หรรือใชห้
[8],[13]
ทจาเปป็ นแปห้ งประกอบอาหารกป็ไดห้ อรีกททนงเมลป็ดยทงเปป็ นแหลว่งโปรตรีนทรีทั่ใชห้
แทนเนรืน อสทตวว์ไดห้เปป็ นอยว่างดรี และเมรืทั่อนจามาบดจะไดห้แปห้ งสรีขาว มรีไขมทนสยู่งและ
มรีโปรตรีนมากกวว่ารห้อยละ 50 ของปรมิมาณแปห้ ง นอกจากนรีนยงท มรีธาตหุ้เหลป็กสยู่งไมว่
แพห้ธาตหุ้เหลป็กทรีทั่ไดห้จากไขว่แดงหรรือตทบของสทตวว์ อรีกดห้วย จกงเหมาะอยว่างมาก
สจาหรทบผห้ยู่ททั่รรี ทบประทานมทงสวมิร ทตมิ (การเลรือดเมลป็ดทานตะวทน ตห้องเลรือกทรีทั่ยงท
ใหมว่ ๆ และไมว่มรีกลมิทั่นเหมป็นหรืน โดยสทงเกตไดห้จากเปลรือกหห้หุ้มเมลป็ดจะตห้องมรีสรี
[10]
เทา ไมว่เปป็ นสรีเหลรืองหรรือสรีนน าจ ตาล) วว่ากทนวว่าหากใชห้เมลป็ดทานตะวทนในการ
[12]
เลรีนยงไกว่ จะชว่วยทจาใหห้แมว่ไกว่ออกไขว่มาก

2. เมลป็ด ทานตะวทนมรีคหุ้ณคว่าทางโภชนาการสยู่ง โดยประกอบไปดห้วยโปรตรีน
แคลเซรียม ธาตหุ้เหลป็ก ฟอสฟอรทส อรีกททนงยทงวมิตามมินเอ วมิตามมินบรี2 วมิตามมินอรี
และวมิตามมินเค โดยเฉพาะอยว่างยมิทั่งวมิตามมินอรีจะมรีมากกวว่าพรืชชนมิดอรืทั่น ๆ (มาก
กวว่าเมลป็ดถทวทั่ เหลรืองและเมลป็ดขห้าวโพดกวว่า 3 เทว่า) โดยประโยชนว์ของวมิตามมิน
อรีนน น
ท จะชว่วยตว่อตห้านอนหุ้มยู่ลอมิสระ ชว่วยรทกษาผมิวพรรณใหห้แลดยู่สดใส เยาวว์วย

ชว่วยทจาใหห้ระบบสรืบพทนธว์หุ้เปป็ นปกตมิ ชว่วยลดไขมทนในหลอดเลรือด ชว่วยปห้ องกทน
หทวใจวาย ชว่วยบจารหุ้งสายตา และยทงอาจชว่วยชะลอการเกมิดตห้อกระจกดห้วยกป็เปป็ น
[9]
ไดห้ (พ.ญ.สกาวรทตนว์ คหุ้ณาวมิศรหุ้ต) นอกจากนรีนเมลป็ดทานตะวทนยทงชว่วยปห้ องกทน
การเกาะตทวของเกลป็ดเลรือด ชว่วยเพมิทั่มการไหลเวรียนของโลหมิตใหห้ดรีขน น
ก และชว่วย
[14]
ปห้ องกทนและตว่อตห้านสารเคมรีททั่เรี ปป็ นพมิษทรีทั่จะกว่อใหห้เกมิดมะเรป็งในปาก

3. เมลป็ดทานตะวทนสามารถนจามาเพาะเปป็ นทานตะวทนอว่อน (ตข้นออ่อนทานตะววัน)
หรรือทานตะวทนงอก (เมลล็ดทานตะววันงอก) มรีรสหวานกรอบ โดยสามารถนจา
มาใชห้ทจาเปป็ นอาหารไดห้หลากหลายเมนยู่ เชว่น ยจาตห้นอว่อนทานตะวทน สลทดตห้น
อว่อนทานตะวทน ผทดนจนามทนหอย แกงจรืด แกงสห้ม ใชห้ใสว่ในกตวยเตรีตี๋ยวแทน
ถทวทั่ งอก หรรือทจาเปป็ นผทกจมินมนจนาพรมิกกป็ยทงไดห้ ฯลฯ หรรือจะนจามาปท ทั่ นเปป็ นนจนาผทกดรืทั่ม
กป็จะไดห้นน าจ ผทกทรีทั่มรีสรีเขรียวเขห้มและมรีกลมิทั่นหอม (แตว่ควรดรืทั่มตอนทว่องวว่าง กว่อน
อาหารประมาณครกทั่งชทวทั่ โมง กป็จะไดห้ประโยชนว์มาก) โดยเปป็ นอาหารทรีทั่ยว่อยงว่าย
และยทงมรีประโยชนว์ททั่ไรี มว่ธรรมดา โดยจากการศกกษาวมิจทยพบวว่า ตห้นอว่อนของ
เมลป็ดทานตะวทนมรีโปรตรีนมากกวว่าถทวทั่ เหลรือง มรีวมิตามมินเอ และวมิตามมินอรีสยู่ง จกง
ชว่วยบจารหุ้งสายตา บจารหุ้งผมิวพรรณ ชว่วยในการชะลอวทย มรีวมิตามมินบรี1 วมิตามมินบรี6
โอเมกห้า 3 โอเมกห้า 6 โอเมกห้า 9 ทรีทั่ชวว่ ยบจารหุ้งเซลลว์สมองและชว่วยปห้ องกทนโร
คอทลไซเมอรว์ และยทงมรีธาตหุ้เหลป็กสยู่ง และชว่วยลดระดทบคอเลสเตอรอลไดห้อรีก
[11]
ดห้วย

4. นนนามวันทานตะววัน หรรือ นนนามวันจากเมลล็ดทานตะววัน

สามารถนจามาใชห้ปรหุ้งอาหารไดห้ เชว่น
การนจามาผทด หรรือนจามาปรหุ้งนจนาสลทด มรีบางสว่วนทรีทั่นจามาใชห้บรมิโภคเปป็ นนจนามทน
[2]
และเครรืทั่องสจาอาง

5. นจนามทน จากเมลป็ดทานตะวทนเปป็ นนจนามทนทรีทั่มรีคหุ้ณภาพสยู่ง โดยมรีนน าจ มทนไมว่อทั่มิมตทวสยู่ง
กวว่ารห้อยละ 90 ซกทั่งรว่างกายไมว่สามารถสทงเคราะหว์ขน น
ก เองไดห้ (ชว่วยลด
คอเลสเตอรอลทรีทั่เปป็ นสาเหตหุ้ของการเกมิดโรคไขมทนอหุ้ดตทนในเสห้นเลรือด ชว่วย
ปห้ องกทนโรคหลอดเลรือดหทวใจ และโรคมะเรป็ง) และยทงประกอบไปดห้วยวมิตามมิน
เอ วมิตามมินดรี วมิตามมินอรี และวมิตามมินเคอรีกดห้วย เมรืทั่อเกป็บไวห้เปป็ นเวลานานกป็ไมว่
เกมิดกลมิทั่นหรืน อรีกททนงยทงทจาใหห้สรีกลมิทั่นและรสชาตมิไมว่เปลรีทั่ยนแปลง นอกจากจะนจา
มาใชห้เปป็ นนจนามทนพรืชแลห้ว ยทงนมิยมนจามาใชห้ในอหุ้ตสาหกรรมการแปรรยู่ปเปป็ น
ผลมิตภทณฑว์ตว่าง ๆ เชว่น ทจาเนยเทรียม นจนามทนสลทด ครรีม นมทรีทั่มรีไขมทน และ
อาหารอรีกหลายชนมิด นอกจากนรีนยงท นจามาใชห้ในอหุ้ตสาหกรรมสรี ฟอกสรี ทจาสบว่ยู่
นจนามทนชทกเงา นจนามทนหลว่อลรืทั่นเครรืทั่องยนตว์ ทจาฟมิ ลว์ม ใชห้ในการฟอกหนทง เคลรือบ
[5],[8],[7],[10],[13],
ผมิวผลไมห้ในลทกษณะขรีนผน งก เชว่น การทจาเทรียนไข หรรือเครรืทั่องสจาอาง
[14]
บห้างใชห้เปป็ นนจนามทนนวด หรรือใชห้เปป็ นสว่วนผสมของครรีมนวดผม หรรือผสมใน
โลชทน
ทั่ บจารหุ้งผมิว (เนรืทั่องจากมรีวมิตามมินอรีสงยู่ )
6. กาก จากเมลป็ดทานตะวทนหลทงการสกทดเอานจนามทน จะมรีโปรตรีนอยว่ยู่ประมาณ 30-
40% สามารถนจามาใชห้เปป็ นสว่วนผสมของอาหารสจาหรทบสทตวว์เลรีนยงไดห้ และยทงใชห้
เปป็ นแหลว่งแคลเซรียมสจาหรทบปศหุ้สทตวว์ไดห้เปป็ นอยว่างดรี แตว่จะมรีปรมิมาณของกรด
อะมมิโนอยว่ยู่เพรียงเลป็กนห้อย และขาดไลซรีน จกงตห้องนจามาใชห้อยว่างรอบคอบ เมรืทั่อ
[5],[10]
จะนจาไปผสมเปป็ นอาหารสทตวว์ททั่ม
รี มิใชว่สทตวว์เครีนยวเอรืน อง นจามาใชห้ทจา Lecithin
เพรืทั่อใชห้ในทางการแพทยว์ในการชว่วยลดคอเลสเตอรอลในคนไขห้ททั่ม
รี รี
[14]
คอเลสเตอรอลในเสห้นเลรือด

7. ราก ของตห้นทานตะวทน สามารถนจามาใชห้ทจาเปป็ นแปห้ งเคห้ก สปาเกป็ตตรีนไดห้ อรีกททนง
รากยทงมรีวต
มิ ามมินบรี1 และแรว่ธาตหุ้อรีกหลายชนมิด อรีกททนงแพทยว์ยทงแนะนจาใหห้ใชห้ราก
[10]
ของตห้นทานตะวทนประกอบอาหารสจาหรทบผห้ยู่ปว่วยทรีทั่ เปป็ นเบาหวานอรีกดห้วย

8. คนจรีนจะนมิยมใชห้ใบทานตะวทนแหห้งมา มวนเปป็ นแทว่งขนาดใหญว่ แลห้วนจามาจหุ้ด
เพรืทั่อรมใหห้จหุ้ดฝท งเขป็มรห้อนขกนน ซกทั่งเปป็ นการรทกษาแบบฝท งเขป็มแบบประยหุ้กตว์ โดย
มรีการใชห้มานานเกรือบพทนปรี แลห้ว แตว่สว่วนใหญว่จะนมิยมใชห้โกฐจหุ้ฬาลทมพามามวน
[12]
เปป็ นยารมมากกวว่า

[12]
9. กลรีบดอกสามารถนจามาตห้มแลห้วใชห้ยห้อมสรีผห้าไดห้ โดยจะใหห้สรีเหลรือง

[12]
10. คนจรีนจะใชห้เสห้นใยทรีทั่ไดห้จากกห้านมาทอเพรืทั่อใชห้ทจาเปป็ นผห้าเนรืน อหยาบ

11. เปลรือกของลจาตห้นทานตะวทน มรีลทกษณะคลห้ายเยรืทั่อไมห้ จกงนจามาใชห้ทจา
[10]
กระดาษสรีขาวทรีทั่มรีคหุ้ณภาพดรีไดห้

12. ลจาตห้นหรรือจานดอกเมรืทั่อนจาไปเผาใหห้เปป็ นขรีนเถห้าแลห้วสามารถนจาไปใชห้เปป็ น
[13]
เชรืน อเพลมิงในอหุ้ตสาหกรรมการหลอมเหลป็กไดห้

13. ลจา ตห้นยทงสามารถนจามาใชห้ทจาเปป็ นเชรืน อเพลมิงไดห้ อรีกททนงเมรืทั่อทจาการไถกลบ
[10],[13]
กป็จะกลายเปป็ นปต หุ้ยทรีทั่ชวว่ ยเพมิทั่มความอหุ้ดมสมบยู่รณว์ใหห้แกว่ ดมินไดห้เปป็ นอยว่างดรี
หรรือจะนจาทหุ้กสว่วนของตห้นทานตะวทนทรีทั่แหห้งแลห้ว นจาไปเผากป็จะกลายเปป็ นปต หุ้ย
[12]
โพแทสเซรียมทรีทั่ใชห้ในการเกษตรไดห้
14. ทานตะวทน เปป็ นพรืชทรีทั่มรีบทบาทมากในการชว่วยฟรืน นฟยู่ดมิน เพราะตห้น
ทานตะวทนสามารถสะสมสารตะกทวทั่ ไดห้ 0.86 mg./kg. เมรืทั่อเลรีนยงแบบไฮโดรโพนมิ
[7]
กสว์ และยทงชว่วยสว่งเสรมิมการยว่อยสลายคารว์โบฟยู่รานไดห้ 46.71 mg./kg.

15. เนรืทั่องจากดอกทานตะวทนจะไมว่ผสมเกสรใน ตห้นเดรียวกทน จกงตห้องอาศทย
ผกนงหรรือแมลงบางชนมิดนจาละอองเกสรจากดอกอรืทั่นมาชว่วยในการผสมพทนธว์หุ้ จกง
จะไดห้เมลป็ดทรีทั่สมบยู่รณว์ เลยทจาใหห้เกมิดอาชรีพเลรีนยงผกนงควบคว่ยู่ไปกทบการปลยู่กตห้น
[5]
ทานตะวทนไปดห้วยในหลายทห้อง ทรีทั่

16. ทานตะวทนเปป็ นพรรณไมห้ททั่น
รี มิยมนจามาปลยู่กเปป็ นประดทบ สว่วนดอกนจามา
ใชห้จทดในงานพมิธรีตว่าง ๆ เชว่น งานแตว่ง หรรือนจามาใชห้จทดเปป็ นแจกทนดอกไมห้เพรืทั่อ
[4]
ความสวยงาม และยทงนมิยมนจาไปใชห้ในการเยรีทั่ยมคนปว่ วย เพราะทจาใหห้รห้ยู่สกกใส

คคุณคอ่าทางโภชนาการของเมลล็ดทานตะววันอบแหข้ง ตอ่อ 100 กรวัม

 พลทงงาน 584 กมิโลแคลอรรีทั่ 29%
 คารว์โบไฮเดรต 20 กรทม 15%

 โปรตรีน 20.78 กรทม 37%

 ไขมทน 51.46 กรทม 172%

 ใยอาหาร 8.6 กรทม 23%

 วมิตามมินเอ 50 หนว่วยสากล 1.6%

 วมิตามมินบรี1 1.480 มมิลลมิกรทม 123%

 วมิตามมินบรี2 0.355 มมิลลมิกรทม 27%

 วมิตามมินบรี3 8.335 มมิลลมิกรทม 52%

 วมิตามมินบรี5 1.130 มมิลลมิกรทม 22%

 วมิตามมินบรี6 1.345 มมิลลมิกรทม 103%

 วมิตามมินบรี9 227 ไมโครกรทม 57%

 วมิตามมินซรี 1.4 มมิลลมิกรทม 2%

 วมิตามมินอรี 35.17 มมิลลมิกรทม 234%

 ธาตหุ้แคลเซรียม 78 มมิลลมิกรทม 8%

 ธาตหุ้เหลป็ก 5.25 มมิลลมิกรทม 63%

 ธาตหุ้แมกนรีเซรียม 325 มมิลลมิกรทม 81%

 ธาตหุ้แมงกานรีส 1.950 มมิลลมิกรทม 85%

 ธาตหุ้ฟอสฟอรทส 660 มมิลลมิกรทม 94%
 ธาตหุ้โพแทสเซรียม 645 มมิลลมิกรทม 14%

 ธาตหุ้โซเดรียม 9 มมิลลมิกรทม 1%

 ธาตหุ้สทงกะสรี 5.00 มมิลลมิกรทม 45%

 ธาตหุ้ทองแดง 1.800 มมิลลมิกรทม 200%

 ธาตหุ้ซรีลรีเนรียม 53 ไมโครกรทม 96%

% รห้อยละของปรมิมาณแนะนจาทรีทั่รว่างกายตห้องการในแตว่ละวทนสจาหรทบผห้ใยู่ หญว่ (ขห้อมยู่ล
จาก : USDA Nutrient database)

ขข้อควรระววังในการใชข้สมคุนไพรทานตะววัน

[3]
 สตรรีมรีครรภว์หห้ามรทบประทาน

ทอ่คุงทานตะววัน

 ทอ่คุงดอกทานตะววัน ตทนงอยว่ยู่บรมิเวณเขตตมิดตว่อระหวว่าง จทงหวทดลพบหุ้ร รีและจทงหวทด
สระบหุ้ร รี ตามเสห้นทางสายพทฒนานมิคม-วทงมว่วง ซกทั่งจะมรีการทจาไรว่ทานตะวทนกทน
มากในชว่วงฤดยู่หนาว หรรือในชว่วงเดรือนพฤศจมิกายนถกงเดรือนธทนวาคม และ
ดอกทานตะวทนจะบานสะพรทงทั่ ในชว่วงเดรือนพฤศจมิกายนถกงเดรือนมกราคม โดย
แหลว่งเพาะปลยู่กทรีทั่สจาคทญในประเทศไทย ครือ จทงหวทดลพบหุ้ร รี (ปลยู่กทานตะวทน
ประมาณ 200,000-300,000 ไรว่) โดยแหลว่งปลยู่กทานตะวทนในจทงหวทดลพบหุ้ร รี
จะกระจายอยว่ยู่ทวททั่ ไปในเขตอจาเภอเมรือง อจาเภอชทยบาดาล และอจาเภอ
พทฒนานมิคม แตว่พนทรี
รืน ทั่ททั่ม
รี รีการปลยู่กกทนเปป็ นจจานวนมากครือ บรมิเวณวทดเวฬหุ้วทน (
อจาเภอเมรือง) นอกจากนรีนยงท มรีทว่หุ้งทานตะวทนทรีทั่จทงหวทดสระบหุ้ร รี (อจาเภอ
พระพหุ้ทธบาท อจาเภอวทงมว่วง อจาเภอมวกเหลป็ก อจาเภอหนองโดน อจาเภอ
เฉลมิมพระเกรียรตมิ และอจาเภอแกว่งคอย) และงานทว่งหุ้ ตะวทนบานทรีทั่จงท หวทด
สหุ้พรรณบหุ้ร รี (ดยู่ไดห้ททั่รีศยู่นยว์พทนธว์หุ้พช
รื เพาะเลรีนยง ตจาบลพลทบพลาไชย อจาเภออว่ยู่ทอง)
(ขห้อมยู่ลจากกระปหุ้กดอทคอม)
References

1. หนทงสรือสมหุ้นไพรไทย เลว่ม 1. (ดร.นมิจศมิร มิ เรรืองรทงษรี, ธวทชชทย มทงคละคหุ้ปตว์).
“ทานตะววัน (Tan Ta Wan)” หนห้า 144.

2. หนทงสรือสมหุ้นไพรลดไขมทนในเลรือด 140 ชนมิด. (เภสทชกรหญมิง จหุ้ไรรทตนว์ เกมิด
ดอนแฝก). “ทานตะววัน” หนห้า 107-108.
3. หนทงสรือสารานหุ้กรมสมหุ้นไพรไทย-จรีน ทรีทั่ใชห้บว่อยในประเทศไทย. (วมิทยา บหุ้ญว
รพทฒนว์). “ทานตะววัน” หนห้า 262.

4. หนทงสรือพจนานหุ้กรมสมหุ้นไพรไทย, ฉบทบพมิมพว์ครทนงทรีทั่ 5. (ดร.วมิทยว์ เทรีทั่ยงบยู่รณ
ธรรม). “ทานตะววัน” หนห้า 375-379.

5. โครงการสารานหุ้กรมไทยสจาหรทบเยาวชน โดยพระราชประสงคว์ในพระบาท
สมเดป็จพระเจห้าอยว่ยู่หวท . “ทานตะววัน” [ออนไลนว์]. เขห้าถกงไดห้จาก:
kanchanapisek.or.th/kp6/. [03 เม.ย. 2014].

6. การ ผลมิตไมห้กระถางและไมห้ตทดดอก (PRODUCTION OF POT-PLANTS
AND CUT-FLOWERS), ภาควมิชาพรืชศาสตรว์ คณะทรทพยากรธรรมชาตมิ
มหาวมิทยาลทยสงขลานครมินทรว์. “ทานตะววัน” [ออนไลนว์]. เขห้าถกงไดห้จาก:
natres.psu.ac.th/Department/PlantScience/510-111web/510-
482web/index.htm. [03 เม.ย. 2014].

7. Khon Kaen University, Thesis. “Phytoremediation of Carbofuran
Residue in Soil.” (Teerakun, M. (2004).

8. พรืชนจนามทน, สจานทกงานโครงการอนหุ้ร ทกษว์พทนธหุ้กรรมพรืชอทนเนรืทั่องมาจากพระ
ราชดจารมิ สมเดป็จพระเทพรทตนราชสหุ้ดาฯ สยามบรมราชกหุ้มารรี. “ทานตะววัน”
[ออนไลนว์]. เขห้าถกงไดห้จาก: www.rspg.or.th/plants_data/use/oil1.htm. [03
เม.ย. 2014].

9. มยู่ลนมิธมิหมอชาวบห้าน. ถาม-ตอบปท ญหาสหุ้ขภาพ. “เมลล็ดทานตะววัน”
(พ.ญ.สกาวรทตนว์ คหุ้ณาวมิศรหุ้ต). [ออนไลนว์]. เขห้าถกงไดห้จาก:
www.doctor.or.th. [03 เม.ย. 2014].

10. กรมสว่งเสรมิมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณว์. “ทานตะววัน”
[ออนไลนว์]. เขห้าถกงไดห้จาก:
www.doae.go.th/library/html/detail/sunflower/index1.htm. [03 เม.ย.
2014].

11. ไทยรทฐออนไลนว์. “ทานตะววันออ่อน..สข้มูแลข้ง ใชข้นน านข้อย..7 ววันนวับเงวิน”
[ออนไลนว์]. เขห้าถกงไดห้จาก: www.thairath.co.th. [03 เม.ย. 2014].

12. นมิตยสารขวทญเรรือน. “ทานตะววัน..สารพวันสารพวัดประโยชนน์”.

13. ทะเบรียนพทนธว์หุ้ไมห้ในโรงเรรียน, โรงเรรียนวทฒโนททยพายทพ. “ทานตะววัน”
[ออนไลนว์]. เขห้าถกงไดห้จาก: www.wattano.ac.th. [03 เม.ย. 2014].

14. กรมสว่งเสรมิมการเกษตร. “ทานตะววัน” [ออนไลนว์]. เขห้าถกงไดห้จาก:
ssnet.doae.go.th/ssnet2/Library/plant/sun.htm. [03 เม.ย. 2014].

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by Anthony Quintano, bochinohito, kithylin,
Paul Gallian, Paul Dykes, Rob Greebon, carlogatti, Quimg), pantip.com (by
สมาชมิกหมายเลข 836251)