วรรณกรรมปปั จจจุบปันและออิทธอิพลของ

วรรณกรรมททที่มทตต่อสปังคม

นายชชัยวชัฒนน์ พรหมจจิตตน์
ชชัชั้นมชัธยมศศึกษาปปี ทปีที่ ๕๐๙ เลขทปีที่ ๑๕
นนาเสนอ
คคุณครรูอารมยน์ ชลสจิทธจิธ
รายงานฉบชับนปีชั้ เปป็ นสส่วนหนศึที่งของรายวจิชา ท๓๒๒๐๒
ประวชัตจิวรรณคดปีไทย
โรงเรปียนกชัลยาณปีศรปีธรรมราช
ภาคเรปียนทปีที่ ๒ ปปี การศศึกษา ๒๕๕๘
คคคำนคคำ

รายงานฉบบับนนนี้เปป็ นสส่วนหนนนึ่งของรายววิชาประวบัตวิวรรณคดน
ไทย(ท๓๒๒๐๒) จบัดททาขนนี้นเพพนึ่อการศนกษาความรรรู้เรพนึ่อง “วรรณกรรม
ปบั จจจุบบันและอวิทธวิพลของวรรณกรรมทนนึ่มนตส่อสบังคม” ทบันี้งนนนี้ในรายงานเลส่มนนนี้มน
เนพนี้ อประกอบดรวยความรรรู้เกนนึ่ยวกบับการกทาหนดยจุคสมบัยของวรรณกรรม
ปบั จจจุบบัน เกณฑฑ์ในการพวิจารณากทาหนดยจุคสมบัยของวรรณกรรม คจุณคส่า
ของวรรณกรรมปบั จจจุบบัน ประเภทของวรรณกรรมไทยปบั จจจุบบัน ขรอแตก
ตส่างระหวส่างลบักษณะของวรรณกรรมแบบฉบบับและวรรณกรรมปบั จจจุบบัน
และอวิทธวิพลและผลกระทบของวรรณกรรมตส่อสบังคม

ผรรู้จบัดททาตรองขอขอบคจุณคจุณครรู้อารมยฑ์ ชลสวิทธวิ ธ ผรรู้ใหรความรรรู้และ
แนวทางการศนกษา ทางผรรู้จบัดททาหวบังวส่ารายงานฉบบับนนนี้จะใหรความรรรู้และเปป็ น
ประโยชนฑ์แกส่ผรรู้อส่านทจุกๆทส่าน หากมนขรอเสนอแนะประการใด ผรรู้จบัดททา
ขอรบับไวรดวร ยความขอบพระคจุณยวินึ่ง

ชบัยวบัฒนฑ์ พรหมจวิตตฑ์
ผรรู้จบัดททา
สคำรบปัญ

เรพนึ่อง

หนรา

วรรณกรรมปปั จจจุบปันและออิทธอิพลของวรรณกรรมททที่มต
ท ต่อ
สปังคม…………………………………………๑

การกกาหนดยจุคสมปัยของวรรณกรรมปปั จจจุบปัน
…………………………………………………………...๑

เกณฑฑ์ในการพอิจารณากกาหนดยจุคสมปัยของวรรณกรรม
ปปั จจจุบปัน………………………………………...๒

คจุณคต่าของวรรณกรรม
ปปั จจจุบปัน…………………………………………………………………
……....๔

ประเภทของวรรณกรรมไทย
ปปั จจจุบปัน………………………………………………………………...
...๖
ขข้อแตกตต่างระหวต่างลปักษณะของวรรณกรรมแบบฉบปับและ
วรรณกรรมปปั จจจุบปัน……………………….๑๑

อวิทธวิพลและผลกระทบของวรรณกรรมตส่อ

สบังคม………………………………………………….....๑๓
วรรณกรรมปชั จจคุบชันและอจิทธจิพลของวรรณกรรมทปีที่มปีตส่อ

สชังคม

วรรณกรรมปบั จจจุบบัน ตรงกบับคทาภาษาอบังกฤษวส่า Contemporary

Literature ซนนึ่งศาสตราจารยฑ์กจุหลาบมบัลลวิกะมาส ไดรใหรคทาอธวิบายวส่า

หมายความรวมเอาวรรณกรรมทนนึ่แตส่งขนนี้นอบันมนรรู้ปแบบ ความควิด เนพนี้ อเรพนึ่อง

และปรบัชญาแตกตส่างไปจากวรรณกรรมสมบัยอดนต คพอตบันี้งแตส่สมบัยรบัชกาลทนนึ่

๓ ขนนี้นไป

คทาวส่า Contemporary Literature ยบังมนผรรู้แปลวส่า “วรรณกรรมรส่วม

สมบัย” อนกคทาหนนนึ่งดรวยตามนบัยแหส่งความหมายของคทาวส่า “วรรณกรรม

ปบั จจจุบบัน” และ “วรรณกรรมรส่วมสมบัย” ผรรู้ใครส่เขนยนจะอธวิบายเพพนึ่อเขราใจ

ตรงกบันวส่า วรรณกรรมปบั จจจุบบัน หมายถนงวรรณกรรมทนนึ่รรู้ปแบบอยส่าง

ปบั จจจุบบันทนนึ่แพรส่หลายอยส่รู้ในสบังคมไทยซนนึ่งสะทรอนใหรเหป็นแนวควิด ปรบัชญา

ชนวต
วิ ของสบังคมไทยในปบั จจจุบบัน

1. การกนาหนดยคุคสมชัยของวรรณกรรมปชั จจคุบชัน
ในการกทาหนดยจุคสมบัยของวรรณกรรมปบั จจจุบบัน หมายถนง การ

กทาหนดระยะสมบัยวส่าเมพนึ่อไรจะเรวินึ่มนบับวส่าเปป็ นวรรณกรรมปบั จจจุบบัน ในการ

กทาหนดระยะสมบัยวรรณกรรมปบั จจจุบบันนนนี้ยบังไมส่ยจุตวิ เนพนึ่องจากนบักศนกษา

วรรณกรรมมนความเหป็นขบัดแยรงกบันอยส่วรู้ าส่ จะยนดอะไรเปป็ นเกณฑฑ์ คพอ
1) การพจิมพน์เอกสารเผยแพรส่ มนเหตจุผลวส่าเปป็ นปบั จจบัยสทาคบัญทนนึ่ททาใหร

วรรณกรรมถนงมพอประชาชนสส่วนใหญส่ของสบังคม กลส่าวคพอ มนการพวิมพฑ์
เอกสารวรรณกรรมขายโดยทบัวนึ่ ไป ททาใหรประชาชนมนสวิทธวิเธ ปป็ นเจราของ

วรรณกรรม และมนโอกาสไดรอส่านวรรณกรรมมากขนนี้น ซนงนึ่ เมพนึ่อกส่อนนบันี้นทนนึ่จะมน

โอกาสไดรคบัดลอกตรนฉบบับ ฉะนบันี้นถราใชรเกณฑฑ์นนี้ เน รากป็กทาหนดไดรโดยฉบับพลบัน

วส่า เมพนึ่อหมอบลบัดเล (มวิสเตอรฑ์ บน.ดน.บลบัดเล เอน.เอ.แมกดบัมสฑ์) ตบันี้งโรง

พวิมพฑ์ภาษาไทยครบันี้งแรกและออกหนบังสพอพวิมพฑ์ชนึ่ อ
พ Bangkok Recorder

เมพนึ่อ พ.ศ. ๒๓๘๗ สมบัยรบัชกาลทนนึ่ ๓ตอนปลาย
2) การนจิยมวรรณกรรมรร้อยแกร้ว มนเหตจุผลวส่ารรอยแกรวเปป็ นรากฐานของ

พบัฒนาทางดรานการเขนยนของวรรณกรรมปบั จจจุบบัน ฉะนบันี้นถราใชรเกณฑฑ์นนี้ น
น ส่า

จะเรวินึ่มนบับตบันี้งแตส่สมบัยรบัชกาลทนนึ่ ๑ ทนนึ่มนการแปลพงศาวดารจนน (สามกก๊ก)

พงศาวดารมอญ (ราชาธวิราช) และรวบรวมตทารากฏหมาย (กฏหมายตรา

สามดวง) และตส่อมากป็ยงบั มนความนวิยมแปลพงศาวดารจนนตส่อมาอนกในสมบัย

รบัชกาลทนนึ่ ๒ รบัชกาลทนนึ่ ๓ และรบัชกาลทนนึ่ ๔ เชส่นเรพนึ่องเลนยดกก๊ก ตบันี้งฮบัน
นึ่ ไซส่ฮน
บั นึ่

หรองสวิน ไซส่อววิอิ๋ ฯลฯ ครบันี้นเมพนึ่อถนงสมบัยการพวิมพฑ์ พงศาวดารจนนกป็ไดรร บับ

ความนวิยมในการนทามาพวิมพฑ์เผยแพรส่อยส่รู้ไมส่นรอย แมรแตส่ในปบั จจจุบบัน

วรรณกรรมจนนประเภทกทาลบังภายในกป็ไดรร บับความนวิยมอยส่างกวส่างขวาง
2

3) การเขปียนวรรณกรรมแบบใหมส่ มนเหตจุผลวส่าอวิทธวิพลการเขนยนวรรณกรรม

แบบตะวบันตกเขรามามนบทบาทในวงการวรรณกรรมไทย ถราใชรเกณฑฑ์ดบัง

กลส่าวนส่าจะเรวินึ่มนบับจากนบักเขนยนกลส่จุมทนนึ่ไดรศนกษามาจากตะวบันตกและไดรรวส่ ม

กบันออกหนบังสพอพวิมพฑ์ “ลบักววิทยา” เมพนึ่อปน พ.ศ.๒๔๔๓ คณะผรรู้จบัดททาไดรแกส่
ธ นตรน (ครรู้เทพ) กรมหมพนึ่นพวิทยาลงกรณฑ์ (น.ม.ส.)
เจราพระยาธรรมศบักดวิม

พระยาสจุร วินทราชา (แมส่วน
บั ) ฯลฯ และในสมบัยดบังกลส่าวเปป็ นตอนปลายรบัช

สมบัยรบัชกาลทนนึ่ ๕ การพบัฒนาบรานเมพองและสบังคมตามแบบตะวบันตกไดรเปป็ น

รรู้ปรส่างมากแลรว เชส่น มนรถไฟ การไฟฟร า ประปา และเลวิกระบบสบังคมทาส

ฯลฯ
4) นชักประพชันธน์ ถราจะยนดนบักประพบันธฑ์เปป็ นเกณฑฑ์ในการกทาหนดยจุคสมบัยของ

วรรณกรรมปบั จจจุบบัน กลส่าวคพอ ผรรู้ประพบันธฑ์หรพอนบักเขนยนเปป็ นชนชบันี้นกลางทนนึ่

ไดรร บับการศนกษา หรพอพส่อครานายทจุน ซนนึ่งเดวิมนบักเขนยน นบักประพบันธฑ์ของ

วรรณกรรมไทยเปป็ นกลส่จุมเจราขจุนมรู้ลนาย หรพอนบักปราชญฑ์ราชสทานบัก นส่าจะ

เรวินึ่มตรนนบับจากปน พ.ศ. ๒๔๔๐ เมพนึ่อ ก.ศ.ร. กจุหลาบ ออกหนบังสพอพวิมพฑ์

สยามประเภทรายเดพอน
ในทบัศนะดบังกลส่าว รพนึ่นฤทบัย สบัจจพบันธฑ์จุ ไดรกทาหนดขอบเขตและยจุค

สมบัยของวรรณกรรมปบั จจจุบบัน โดยใชรเกณฑฑ์การเขนยนวรรณกรรมแบบใหมส่

และยบังไดรแบส่งยจุคสมบัยของวรรณกรรมไทยปบั จจจุบบันดบังนนนี้
1. ยจุคเรวินึ่มแรก (พ.ศ. ๒๔๔๓-๒๔๗๑)
2. ยจุครส่งจุ อรจุณ (พ.ศ.๒๔๗๒-๒๔๗๕)
3. ยจุคศวิลปะเพพนึ่อชนวต
วิ ถนงสมบัยชาตวินวิยม (พ.ศ. ๒๔๗๖-๒๔๘๘)
4. ยจุคกบฏสบันตวิภาพ (พ.ศ. ๒๔๘๙-๒๕๐๐)
3

5. ยจุคมพด (พ.ศ. ๒๕๐๑-๒๕๐๖)
6. ยจุคฉบันจนงมาหาความหมาย (พ.ศ. ๒๕๐๗-๒๕๑๕)
7. ยจุควรรณกรรมเพพนึ่อประชาชน (พ.ศ. ๒๕๑๖-ปบั จจจุบบัน)
2. เกณฑน์ในการพจิจารณากนาหนดยคุคสมชัยของวรรณกรรม

ปชั จจคุบชัน
ในการทนนึ่เราจะกทาหนดวส่า วรรณกรรมไทยปบั จจจุบบันจะเรวินึ่มตรนนบับกบัน

เมพนึ่อไร ตามทบัศนะของผรรู้เขนยนเหป็นวส่านส่าจะตรองศนกษาวส่าเมพนึ่อไรวรรณกรรม

ตกอยส่รู้ในสวิทธฑ์ความเปป็ นเจราของของคนสส่วนใหญส่ในสบังคม กลส่าวคพอ

ประชาชนเปป็ นผรรู้สรรางสรรคฑ์วรรณกรรมเปป็ นผรรู้อส่านผรรู้ศนกษา รวมถนงการ

ววิพากษฑ์วจ
วิ ารณฑ์และการยอมรบับทบัศนะตส่างๆ แนวควิดตส่างๆ อบันปรากฏอยส่รู้

ในวรรณกรรมนบันี้น ซนนึ่งเราอาจจะพวิจารณาโดยอาศบัยเกณฑฑ์ดบังนนนี้
4

ธ หส่งวรรณกรรมและการแพรส่กระจายการเปป็ นกรรมสวิทธวิแ
1) กรรมสจิทธจิแ ธ หส่ง

วรรณกรรมนนนี้หมายถนงผรส
รู้ รรางสรรคฑ์ (กวนผรรู้ประพบันธฑ์) และผรรู้อส่าน ซนงนึ่ ทบันี้งสอง

ฝส่ ายนส่าจะเปป็ นตบัวแทนนของชนสส่วนขรางมากของสบังคมคพอปวงประชา

นบัน
นึ่ เอง ฉะนบันี้นการมองสบังคมของนบักประพบันธฑ์ซนึ่งน เปป็ นสามบัญชนจะทบัศนะไมส่

หส่างไกลไปจากทบัศนะโดยสส่วนรวมของสบังคม เนพนึ่องจากพพนี้ นฐานทางสบังคม

ของนบักปราชญฑ์ไมส่แตกตส่างไปจากผวิอนึ่ น
พ มากนบัก การไดรเปรนยบ การมน
ธ ส่างๆ ในสภาพของสบังคม ของกวนไมส่แตกตส่างกบับผรรู้อส่าน ฉะนบันี้น
อภวิสวิทธวิต

แนวควิดปรบัชญาชนววิตทนนึ่แฝงอยส่ใรู้ นแกส่นของเรพนึ่องจนงเปป็ นทบัศนะรส่วมของสบังคม

มากกวส่าผรรู้ประพบันธฑ์ทนึ่ม วิ ธวิเธ หนพอสบังคมสส่วนรวม หรพอมนฐานะความเปป็ น
น นอภวิสท

อยส่รู้เหนพอสบังคม อนกประการหนนนึ่งการแพรส่กระจายของวรรณกรรมกป็เปป็ น
ธ อง
ปบั จจบัยสทาคบัญในการทนนึ่จะตอบสนองใหรวรรณกรรมเปป็ นกรรมสวิทธวิข

ประชาชน
2) รรูปแบบวรรณกรรม คพอ พวิจารณาการเสนอรรู้ปแบบฉบันทลบักษณฑ์ทนึ่งน าส่ ยตส่อ

การเขราใจ คพอรรอยแกรว รรู้ปแบบการเสนอวรรณกรรมรรอยแกรวนนนี้ สทานวน

ภาษาเปป็ นแบบเรนยบงส่าย ชบัดเจน เพพนึ่อมส่งจุ ทนนึ่จะตอบสนองความตรองการ

ของคนสส่วนขรางมากของสบังคม ซนงนึ่ จะกลส่าวแยกประเดป็นตส่อไปนนนี้
1. วจิธปีการประพชันธน์ นวิยมรรอยแกรวเพพนึ่อตอบสนองความตรองการของ

สบังคม ซนงนึ่ ประชาชนสส่วนใหญส่มนการศนกษาไมส่มาก เพนยงแตส่อส่านออก

เขนยนไดร การเขนยนรรอยแกรวททาใหรประชาชนเขราถนงวรรณกรรมมาก

ขนนี้น และมนความตรองการอส่านมากขนนี้น ซนงนึ่ ในสมบัยอดนตนบันี้นนวิยมแขส่งขบัน

ความสามารถกบันในการเขนยนฉบันทลบักษณฑ์ทนึ่ย
น าก เพพนึ่อแสดงใหรเหป็น
5

ความเปป็ นอบัจฉรวิยะของกวน ภาษาสทานวนซบับซรอนเพพนึ่อแสดง

ภรู้มวิปบัญญาของกวน ฉะนบันี้นผรรู้อส่านจะตรองเปป็ นผรรู้ไดรร บับการศนกษาขส่อนขราง

สรู้งจนงจะเขราถนงวรรณกรรมแบบฉบบับเหลส่านบันี้น
2. เนนชั้ อเรนที่อง นวิยมโครงเรพนึ่องทนนึ่เปป็ นพพนี้ นๆกลส่าวถนงสบังคมแบบชาวบราน

หรพอชาวเมพอง เปป็ นเรพนึ่องใกลรตวบั ซนงนึ่ มนสวส่ นใหรผรรู้อส่านทจุกคนเหป็นตาม

เพลวิดเพลวินตามเนพนี้ อเรพนึ่อง ฉะนบันี้นจนงนวิยมใชรโครงเรพนึ่อง ทนนึ่เปป็ นสามบัญ

มนสภาพสบังคมเหมพอนชนวต
วิ จรวิงๆ เชส่น นวิยายรบักของหนส่จุมสาวชาว

บราน หรพอระหวส่างผรรู้ดนกบับสามบัญชน (นวนวิยายเรวินึ่มแรก) เปป็ นตรน เลวิก

กลส่าวถนงเรพนึ่องสวรรคฑ์ บาดาล จบักรวาล เขาพระสจุเมรจุ อนนเปป็ นดวิน

แดนอบันแสนไกลไมส่มนใครพบเหป็น
3. ตชัวละคร เปป็ นสามบัญชน ซนนึ่งวรรณกรรมสมบัยอดนตนบันี้นนวิยมเรพนึ่องราว

ของพระราชาหนส่จุมเผชวิญโชค แตส่ปบัจจจุบบันนวิยมเรพนึ่องราวของตบัวละคร

ทนนึ่เปป็ นตบัวตนจรวิงๆ ฉะนบันี้นฉากในทรองเรพนึ่องจนงเปป็ นสภาพจทาลองของ

สบังคมปบั จจจุบบัน ซนงนึ่ ผรรู้อส่านสามารถรรรู้และเขราใจไดรโดยงส่าย
4. กลวจิธปีในการประพชันธน์ กลววิธนในการประพบันธฑ์ไดรมนการเปลนนึ่ยนแปลง

จากเดวิม กลส่าวคพอนวิยมใชรรรอยแกรวในการดทาเนวินเรพนึ่อง เพราะอส่านงส่าย

เขราใจงส่าย ในสมบัยเรวินึ่มตรนอาจจะดทาเนวินเรพนึ่องโดยการเลส่าเรพนึ่องแตส่ภาย

หลบังไดรเปลนนึ่ยนเปป็ นบทสนทนาผสมกบับการเลส่าเรพนึ่อง ซนนึ่งททาใหรผรรู้อส่านมน

ความรรรู้สนกวส่าวรรณกรรมนบันี้นมนความใกลรชวิดกบับชนวต
วิ จรวิงของสบังคมยวินึ่ง

ขนนี้น
3. คคุณคส่าของวรรณกรรมปชั จจคุบชัน
6

ในการพวิจารณาคจุณคส่าของวรรณกรรมปบั จจจุบบัน เรานส่าจะตรองกทาหนด

สมมจุตวิฐานเบพนี้ องตรนวส่า “วรรณกรรมนชัชั้นเปป็ นสจิทธจิของปวงชน มจิใชส่เปป็ นของ
ธ องกลส่คุมปชั ญญาชนจนถศึง
ชนกลส่คุมหนศึที่งกลส่คุมใด กลส่าวคนอ เปป็ นกรรมสจิทธจิข

กรรมกร สส่วนผร้รูประพชันธน์นชั้ น
ชั เปป็ นเพปียงผร้รูเสนอแนวคจิด ความสนานศึกตส่อ

สชังคมในทชัศนะของผร้รูประพชันธน์เทส่านชัชั้น ถร้าทชัศนะดชังกลส่าวของกวปีผร้รูประพชันธน์

เปป็ นทปีที่ยอมรชับของสชังคมทคุกชนชชัชั้น เราอาจจะเชนที่อไดร้วส่าวรรณกรรมเรนที่องนชัชั้น

เปป็ นแนวคจิดรส่วม ทชัศนะรส่วมของสชังคมสมชัยนชัชั้น กลส่าวคนอ เปป็ นวรรณกรรม

ทปีที่จนาหนส่ายดปี มปีผร้รูคนกลส่าวถศึงและวจิพากษน์วจิจารณน์กชันมาก ตลอดจนเปป็ นทปีที่

ชนที่นชอบของคนทชัวที่ ไป”ในการกทาหนดสมมจุตวิฐานเบพนี้ องตรนดบังกลส่าวนนนี้ เปป็ น

แนวควิดทนนึ่นส่าจะตรองยนดถพอกบันอยส่างจรวิงจบังเนพนึ่องจากวส่านบักววิจารณฑ์

วรรณกรรมในปบั จจจุบบันนนนี้มบักจะถพอความเหป็นของกลส่จุมของตนเปป็ นเกณฑฑ์ใน

การศนกษาคจุณคส่าของวรรณกรรม และมองขรามของวรรณกรรมบางเรพนึ่องวส่า

เปป็ น “วรรณกรรมนทนี้าเนส่า” มบักเสนอความเหป็นวส่าไมส่ไดรใหรคณ
จุ คส่าทางปบั ญญา

ตส่อสบังคม แตส่กลบับตรงกบันขราม วรรณกรรมดบังกลส่าวอาจจะเปป็ นวรรณกรรม

ทนนึ่คนสส่วนใหญส่นวิยมอส่านมากกป็ไดร ฉะนบันี้นในการพวิจารณาทางคจุณคส่าของ

วรรณกรรมนบันี้น อาจจะตรองมองไปถนงสถวิตวิการจทาหนส่ายและจทานวนครบันี้งทนนึ่

พวิมพฑ์อนกดรวย การพวิจารณาคจุณคส่าของวรรณกรรมจนงหยจุดอยส่รู้ทนึ่รน รู้ปแบบ

ศวิลปะการประพบันธฑ์เทส่านบันี้น มวินทาเนพนี้ อหาสารบัตถะของวรรณกรรมทนนึ่สะทรอน

ภาพสบังคมมาพวิจารณารวมดรวย ซนงนึ่ ทบันี้งรรู้ปแบบและเนพนี้ อหาสารบัตถะของ

วรรณกรรมนบันี้น นส่าจะตรองเกนนึ่ยวพบันกบันอยส่างใกลรชวิดโดยเฉพาะเนพนี้ อหาใน

เชวิงรบับใชรสงบั คมสส่วนรวม เพราะคจุณคส่าของวรรณกรรมนอกจากจะรบับใชร
7

สบังคมสส่วนรวมของมนจุษยฑ์ขรางมากและจะตรองมนพนฐานหลบั
พนี้ กอยส่ท
รู้ นึ่ก
น ฎวส่า

ดรวยการเปลนนึ่ยนแปลงทนนึ่ยงบั สามารถพวิจารณาไดรอนก ๒ ประการ คพอ ขรอ

ววินวิจฉบัยทนนึ่วส่าดรวย คจุณคส่าสาระสทาคบัญของวรรณกรรม และขรอววินวิจฉบัยทนนึ่วาส่

ดรวยประสวิทธวิภาพทนนึ่แทรจรวิง จากเกณฑฑ์ดงบั กลส่าว จนงหนราจะอนจุมานไดรวส่า

วรรณกรรมทนนึ่ดนมรคจุณคส่า จนงมวิใชส่ขนี้ น
น อยส่รู้แตส่เพนยงวส่ามนคจุณคส่าทางเนพนี้ อหาและ

รรู้ปแบบเทส่านบันี้น ยบังตรองมนประสวิทธวิภาพทนนึ่แทรจรวิง สามารถททาใหรแนวควิด

ตส่างๆ เกวิดเจรวิญงอกงามสถาพรอยส่รู้ในสบังคมไดร และเปป็ นเวลายาวนาน

กลส่าวคพอ เปป็ นแนวควิดรส่วมของสบังคม มวิใชส่ร บับใชรกลส่จุมมนจุษยฑ์เพนยงเลป็กนรอย

แตส่ตรองสบัมผบัสถนงประชาชนกลส่จุมขรางมากดรวย ตามนบัยดบังกลส่าวนนนี้จะตรงกบับ

การกทาหนดคจุณคส่าของวรรณกรรมวส่า
1) ทางดร้านเนนชั้ อหาของวรรณกรรม ตรองเอพนี้ อตส่อการชบักจรู้งใหรประชาชนสส่วน

ใหญส่ยอมรบับการเปลนนึ่ยนแปลงของสภาพสบังคมซนนึ่งไมส่หยจุดนวินึ่ง และ

ประชาชนตรองปรบับตบัวใหรเขรากบับสภาพของสบังคมนบันี้นๆ เพพนึ่อมนชวน วิตทนนึ่ดนขนี้ น

2) ทางดร้านรรูปแบบของวรรณกรรม ซนนึ่งจะตรองมนลบักษณะเดส่นชบัด มนความงาม

ความงส่ายเปป็ นพพนี้ นฐาน เพพนึ่อมนประสวิทธวิภาพอบันแทรจรวิงในการเขราถนงปวง

ประชาสส่วนขรางมาก หรพอปวงชนสามารถรรรู้และเขราใจเนพนี้ อหาอบันทรงคส่าของ

วรรณกรรมนบันี้นไดรอยส่างงส่ายดาย ซนงนึ่ เปป็ นผลใหรภาษาโวหารในวรรณกรรม

เรนยบงส่ายไมส่ซบับซรอน และการเสนอแนวควิดหรพอทบัศนะในวรรณกรรมตรอง

ไมส่ซบับซรอนอนกดรวย
ฉะนบันี้นในการพวิจารณาคจุณคส่าของวรรณกรรมโดยถพอเกณฑฑ์ดงบั กลส่าว

ไวรขรางตรนนบันี้น กวนผรรู้ประพบันธฑ์ไดรพยายามสรรางเสนอตส่อสาธารณะชน ซนนึ่ง
8

เปป็ นทบัศนะของกวนเอง จนงเปรนยบเหมพอนผลผลวิตทนนึ่เสนอสส่รู้ตลาดเพพนึ่อการ

บรวิโภค การทนนึ่สงบั คมสส่วนรวมหรพอสส่วนขรางมากยอมรบับ และใหรความนวิยม

แกส่ผลวิตผลนบันี้นกป็แสดงใหรเหป็นวส่า ผลผลวิตนบันี้นกป็ไดรตอบสนองความตรองการ

ของสบังคมซนนึ่งเปป็ นแนวควิดรส่วม ในลบักษณะดบังกลส่าววรรณกรรมนบันี้นคงจะอยส่รู้

ไดรนาน ในทนนึ่สจุดกป็กลายเปป็ นวรรณกรรมแบบฉบบับ หรพอวรรณคดน (ใน

ทบัศนะใหมส่)
ครบันี้นเมพนึ่อเรากทาหนดคจุณคส่าของวรรณกรรมตามนบัยดบังกลส่าวขรางตรนนนนี้

ททาใหรเราทราบวส่าผรรู้อส่านจะไดรร บับสารประโยชนฑ์อบันใดในการศนกษา

วรรณกรรมชบัดเจนขนนี้น หรพอวรรณกรรมใหรอะไรแกส่ผรรู้ศนกษา และสบังคมทนนึ่

วรรณกรรมนบันี้นๆ ถพอกทาเนวิดมาบราง ซนนึ่งในทนนึ่นนี้ จ
น ะสรจุปเปป็ น ๒ ประการใหญส่

ดบังนนนี้
1) คคุณคส่าของวรรณกรรมตส่อปชั จเจกบคุคคล คพอ วรรณกรรมใหรสารประโยชนฑ์

ตส่อบจุคคลอบันเปป็ นหนส่วยหนนนึ่งของสบังคม
1)สส่งเสรวิมการเรนยนรรรู้และฝน กทบักษะรรรู้จบักใชรเวลาวส่างใหรเปป็ นประโยชนฑ์
2)ใหรความบบันเทวิงใจ สะเทพอนใจสะเทพอนอารมณฑ์
3) ประเทพองปบั ญญา ชนนี้ใหรเหป็นสภาพของชนวต
วิ มนจุษยฑ์ในสบังคม ใหรประสบการณฑ์

จทาลองของชนวต
วิ ในแงส่มจุมตส่างๆ
2) คคุณคส่าของวรรณกรรมตส่อการสรร้างสรรคน์สชังคมวรรณกรรมมนสวส่ นใหรความ

สทานนกของสบังคม
3) หรพอมโนทบัศนฑ์รวส่ มของสบังคม โดยววิธนเสนอแนวควิดตส่อผรรู้อส่านโดยสส่วนรวม

เปป็ นการปลรู้กฝบั งทบัศนคตวิสงบั คมแกส่ผรรู้อส่าน และมนกลววิธนในการนทาเสนอในรรู้ป

แบบตส่างๆ เพพนึ่อใหรผรรู้อส่านเหป็นพรองกบับแนวควิดทนนึ่ผรรู้ประพบันธฑ์เสนอมาในรรู้
9

แบบวรรณกรรม หรพอใหรผรรู้อส่านเลพอกรรู้ปแบบของสบังคมตามทบัศนะของ

ตนเองรวมมากบับการบบันเทวิงใจในวรรณกรรมดรวย ซนงนึ่ เปป็ นตบัวเรส่งเรรา สส่ง

เสรวิมใหรผอ
รรู้ ส่านอบันเปป็ นหนส่วยหนนนึ่งของสบังคมยอมรบับแนวควิดเหลส่านบันี้น และ

มนมโนทบัศนฑ์รส่วมตส่อสบังคม คพอ
1) กฎเกณฑฑ์ของสบังคม อบันไดรแกส่ ศนลธรรม กรอบจารนตประเพณน และธรรม

นวิยมตส่างๆ
2) มนความรบับผวิดชอบตส่อสบังคมในฐานะเปป็ นหนส่วยหนนนึ่งของสบังคมนบันี้น
3) มโนทบัศนฑ์เกนนึ่ยวกบับการเปลนนึ่ยนแปลงของสบังคม วรรณกรรมไดรเสนอ

แนวควิดรส่วมของการเปลนนึ่ยนแปลงทางดรานสบังคมโดยไมส่หยจุดนวินึ่ง เพพนึ่อไปสส่รู้

สภาพสบังคมของมนจุษยฑ์ทนึ่ด
น นกวส่า
4) เสนอแนวควิดรส่วมในการเปลนนึ่ยนสบังคมไปสส่รู้สภาพทนนึ่ดนกวส่า และชะลอการ

เปลนนึ่ยนแปลงทนนึ่นทาไปสส่รู้สภาพชนววิตเลวลง หรพอชะลอการเปลนนึ่ยนแปลงทนนึ่คน

เพนยงกลส่จุมใดกลส่จุมหนนนึ่ง พยายามผลบักดบันจะใหรเปป็ นไปแตส่ไมส่ใชส่มโนทบัศนฑ์

รส่วมของสบังคม
5) เสนอแนะ เรส่งเรรามโนคตวิของปบั จเจกบจุคคลใหรพยายามปรบับตบัวเขรากบับการ

เปลนนึ่ยนแปลงพบัฒนาทางดรานสบังคมอบันไมส่เคยหยจุดนวินึ่ง
4. ประเภทของวรรณกรรมไทยปชั จจคุบชัน
จากความในบทกส่อนนบันี้นจะเหป็นวส่าวรรณกรรมไทยไดรขยายตบัวจาก

ขนบธรรมเนนยมเดวิม ซนงนึ่ โดยมากเปป็ นประเภทนวิทานคทากลอนเปป็ นรรู้ปแบบ

ใหมส่ๆ มากขนนี้น วรรณกรรมประเภทใหมส่ๆ เหลส่านบันี้นกป็มนลบักษณะแตกตส่าง

กบันออกไป แตส่หากจะแยกประเภทกบันแลรวเหป็นไดรวส่ามน ๒ประเภทใหญส่ๆ
10

คพอ วรรณกรรมประเภทรรอยกรองและรรอยแกรว ทบันี้งนนนี้ใครส่จะกลส่าวถนงงาน

รรอยแกรวไปเปป็ นปฐม
งานวรรณกรรมปบั จจจุบบันประเภทรรอยแกรวนบันี้นอาจแบส่งไดรอนกเปป็ นสอง
สส่วนคพอสารคดน และบบันเทวิงคดน โดยอาศบัยหบัวขรอใหญส่ๆ ดบังกลส่าวเปป็ นตบัวเครา
ในทนนึ่นนี้ นจงน ใครส่จะกลส่าวถนงงานประพบันธฑ์แงส่ตส่างๆ ตามลทาดบับดบังนนนี้คพอ สารคดน
บบันเทวิงคดน เรพนึ่องแปล วรรณกรรมสทาหรบับเดป็ก รรอยกรอง และววิจารณฑ์
วรรณกรรม
1) สารคดปี
สารคดน (Nonfiction) คพอ วรรณกรรมทนนึ่มวิใชส่เรพนึ่องสมมจุตวิแตส่เปป็ นเรพนึ่อง
ทนนึ่มงส่จุ แสดงความรรรู้ ความควิด
ความจรวิง ความกระจส่างแจรง และเหตจุผลเปป็ นสทาคบัญโดยจะตอบปบั ญหาวส่า
ใคร ททาอะไร ทนนึ่ไหน อยส่างไร
โดยครบถรวน แตส่กระนบันี้นวรรณกรรมประเภทนนนี้กป็ยงบั ตรองอาศบัยวรรณศวิลปฑ์
ในเชวิงอธวิบาย ววิจารณฑ์ หรพอสบังนึ่ สอน เพพนึ่อความนส่าสนใจในแงส่ของภาษาอยส่รู้
ดรวย สารคดนนนี้ นแบส่งเปป็ น ๘ ชนวิด ดบังนนนี้
1) ความเรนยง คพอ การถส่ายทอดความรรรู้ อาจจะไดรมาจากการประสบพบเจอ

หรพอตทาราววิชาการ มาเปป็ นถรอยความตามลทาดบับขบันี้นตอนเพพนึ่อใหรผรรู้อส่านเขราใจ

ตามความรรรู้ ความควิดทนนึ่ผรรู้เขนยนเสนอมา ผรรู้เขนยนตรองเปป็ นผรรู้มนความรรรู้และ

ความควิดลนกซนนี้ง มส่งจุ แสดงขรอควิดมากกวส่าความรรรู้ และใหรความเพลวิดเพลวิน

ไปดรวยในเวลาเดนยวกบัน บางครบันี้งมนผรรู้เรนยกวส่า “สารคดนววิชาการ”
2) บทความ คพอ ความควิดเหป็นของผรเรู้ ขนยนตส่อเรพนึ่องราวทนนึ่ประสบมาหรพอตส่อขรอ

เขนยนของผรรู้อนึ่ น
พ หรพอตส่อเหตจุการณฑ์อยส่างใดอยส่างหนนนึ่ง ในการเขนยน
11

บทความผรรู้เขนยนมส่จุงทนนึ่จะบอกถนงความเหป็น ความรรรู้สนกนนกควิดมากกวส่าทนนึ่จะ

ถส่ายทอดความรรรู้เหมพอนความเรนยง
3) สารคดนทส่องเทนนึ่ยว คพอ การบบันทนกการทส่องเทนนึ่ยวและเรพนึ่องราวตส่างๆ ทนนึ่

ประสบพบเหป็นขณะทนนึ่ทส่องเทนนึ่ยวไป โดยมส่งจุ ทนนึ่จะใหรความรรรู้แกส่ผรรู้อส่านและใหร

ความเพลวิดเพลวินดรวย
4) สารคดนชนวประวบัตวิ คพอ การบบันทนกพฤตวิกรรมตส่างๆ ของบจุคลวิกภาพหนนนึ่ง มส่จุง

ทนนึ่จะใหรเหป็นสภาพชนวต
วิ ประสบการณฑ์ของบจุคลวิกภาพนบันี้นทจุกแงส่ทจุกมจุม แตส่

ไมส่ใชส่ประวบัตวิศาสตรฑ์ และนวิยาย
5) สารคดนววิชาการ คพอ ความเรนยงธรรมดาแตส่เนรนหนบักไปทางดรานววิชาการ ใชร

ภาษาคส่อนขรางเปป็ นทางการ แตส่ไมส่ถนงกบับมนแบบแผนในการเขนยนตายตบัว

ขรอเขนยนนบันี้นอาจไปในเชวิงววิเคราะหฑ์ขรอมรู้ลอยส่างจรวิงจบังพรรอมกบับการแสดง

ทรรศนะสส่วนตบัว ทบันี้งนนนี้อาจมรการอรางขรอมรู้ลอยส่างเปป็ นทางการ
6) สารคดนเบพนี้ องหลบังขส่าว คพอ การนทาเอาขส่าวทนนึ่นส่าสนใจมาครนควราหาราย

ละเอนยดเพวินึ่มเตวิมใหมส่ เพพนึ่อใหรไดรความชบัดเจนขนนี้น โดยไมส่ตรองถพอเรพนึ่องเวลา

เปป็ นเรพนึ่องสทาคบัญ บางเรพนึ่องอาจเกวิดขนนี้นมานานแลรว แตส่เมพนึ่อไดรหลบักฐาน

ขรอมรู้ลในระยะหลบังกป็อาจนทามาเขนยนไดร
7) อนจุทวิน คพอ การบบันทนกประจทาวบันทนนึ่เกวิดขนนี้นแกส่ตนเอง จะเปป็ นการบบันทนก

ความรรส
รู้ นกนนกควิดของตนเองในประจทาวบัน หรพออาจจะบบันทนกประสบการณฑ์

ในชนววิตประจทาวบัน หรพอบบันทนกเหตจุการณฑ์ในชนวต
วิ ประจทาวบัน โดยมนจจุดมส่งจุ

หมายเพพนึ่อเตพอนความจทา
8) จดหมายเหตจุ คพอ การบบันทนกเหตจุการณฑ์สทาคบัญๆ ของทางราชการ หรพอ

บบันทนกเหคจุการณฑ์สทาคบัญๆ ของสถาบบัน หนส่วยงานหรพอตระกรู้ล โดยมนจจุดมส่จุง
12

หมายเพพนึ่อเกป็บไวรเปป็ นหลบักฐานเชวิงประวบัตวิเหตจุการณฑ์ของชาตวิ หรพของ

สถาบบัน หรพอ หนส่วยราชกาล หรพอของตระกรู้ล
นอกเหนพอจากงานเขนยนประเภทตส่างๆ เหลส่านนนี้แลรวยบังมนสารคดน

ประเภทอพนึ่นอนกมาก เชส่น สารคดนสทาหรบับหนบังสพอพวิมพฑ์ จดหมายโตรตอบขอ

งบจุคล หรพอบบันทนกความรรรู้ทนึ่ผ
น รรู้ทรงความรรรู้ไดรแลกเปลนนึ่ยนกบัน คทาบรรยาย

สจุนทรพจนฑ์ คอลบัมนฑ์หนบังสพอพวิมพฑ์ ฯลฯ ซนงนึ่ มนลบักษณะปลนกยส่อยในแตส่ละ

อยส่างไปอนก
ปบั จจจุบบันนนนี้งานเขนยนทางดรานสารคดนกป็ไดรร บับความนวิยมเปป็ นอบันมาก

ทบันี้งนนนี้จะสบังเกตไดรจากการพวิมพฑ์หนบังสพอปกอส่อนในทรองตลาดปบั จจจุบบันจะ

เหป็นวส่ามนขรอเขนยนเชวิงววิชาการ และกนนึ่งววิชาการอยส่รู้อยส่างแพรส่หลาย
2) สารบชันเทจิงคดปี
โดยปกตวินนี้ น
บั วรรณกรรมรรอยแกรว จะมนลบักษณะใหญส่ๆ สองประการ

คพอ สารคดน และสารบบันเทวิงคดน บบันเทวิงคดนมงส่จุ ใหรความสนจุกสนาน

เพลวิดเพลวินและสารคดนนนี้ บันจะใหรความรรรู้เปป็ นหลบัก ใหรขอ
ร ควิด คตวินวิยม หรพอ

สอนใจ แตส่กระนบันี้นกป็มนวรรณกรรมบางประเภททนนึ่มนลบักษณะรส่วมกทนี้ากนนึ่งอยส่รู้

ระหวส่างสาระและบบันเทวิงและมนผรรู้จบัดไวรวส่า วรรณกรรมดบังกลส่าวเปป็ นพวกทนนึ่

เรนยกวส่า สารบบันเทวิงคดน ซนนึ่งจทาแนกยส่อยไดรดงบั นนนี้
1) นวนวิยาย คพอ การเขนยนผรู้กเรพนึ่องราวของชนวต
วิ อบันมนพฤตวิกรรมรส่วมกบัน มน

ความสบัมพบันธฑ์กบัน ในลบักษณะจทาลองสภาพชนววิตของสบังคมสส่วนหนนนึ่งสส่วนใด

โดยมรความมส่จุงหมายใหรความบบันเทวิงใจแกส่ผรรู้อส่าน คพอใหรผรรู้อส่านเกวิด

สะเทพอนอารมณฑ์ไปกบับเนพนี้ อเรพนึ่องอยส่างมนศวิลปะ
13

2) เรพนึ่องสบันี้น คพอ การเขนยนเรพนึ่องจทาลองสภาพชนววิตในชส่วงสบันี้น คพอมจุมหนนนึ่งของ

ชนวต
วิ หรพอเหตจุการณฑ์หนนนึ่ง หรพอชส่วงระยะหนนนึ่งของชนวต
วิ เพพนึ่อใหรเกวิดอารมณฑ์

สะเทพอนใจผรรู้อส่าน หรพอนวิยามอนกอยส่างหนนนึ่งวส่า เรพนึ่องสบันี้นคพอววิกฤตวิการณฑ์ชจุด

หนนนึ่ง มนความสบัมพบันธฑ์สพบเนพนึ่องกบัน และนทาไปสส่รู้จจุดยอดหนนนึ่ง
3) ตนารา
วรรณกรรมประเภทตทารานนนี้มนจจุดมส่จุงหมายเฉพาะ คพอเพพนึ่อใหรความรรรู้

แกส่ผรรู้อส่านเปป็ นสทาคบัญ วรรณกรรมประเภทนนนี้อาจนบับเปป็ นสารคดนไดรเหมพอน

กบัน เพราะมส่งจุ ใหรความรรรู้แกส่ผรรู้อส่านโดยไมส่คทานนงถนงความเพลวิดเพลวิน

วรรณกรรมตทารานนนี้อาจแบส่งเปป็ นประเภทใหญส่ๆ ไดร ๓ ประเภท คพอ
1) หนบังสพอแบบเรนยน มส่จุงททาขนนี้นเพพนึ่อจะใชรเปป็ นหบัวขรอเรพนึ่องแกส่นบักเรนยนตาม

โรงเรนยนทบัวนึ่ ไป โดยปกตวิหนบังสพอประเภทนนนี้จะททาเปป็ นเลส่มขนาดไมส่ใหญส่นบัก

และใหรมนราคาถรู้ก
2) หนบังสพอตทาราววิชาการ หนบังสพอประเภทนนนี้จะบรรจจุความรรรู้ในแตส่ละสาขาไวร

อยส่างสมบรู้รณฑ์ เหมาะสทาหรบับการอส่านเพพนึ่อหาความรรรู้อยส่างจรวิงจบัง โดยปกตวิ

ตทาราววิชาการนนนี้จะเปป็ นหนบังสพอทนนึ่แตส่งอยส่างระมบัดระวบังคพอใหรมรความชบัดเจน

ของเนพนี้ อหา มนการใชรสทานวนภาษาทนนึ่ดน และจบัดรรู้ปเลส่มอยส่างเหมาะสม โดย

มากจะเปป็ นตทาราทนนึ่ขยายความแบบเรนยนอนกตส่อหนนนึ่ง
3) หนบังสพออส่านเสรวิมทบักษะ หนบังสพอนนนี้จะบรรจจุเนพนี้ อหาจทากบัด เพพนึ่อใหรเหมาะสม

กบับวบัยและประสบการณฑ์ของนบักเรนยนในแตส่ละชบันี้น ทบันี้งนนนี้เพพนึ่อใหรเดป็กสามารถ

เกป็บความรรรู้ทนึ่เน ปป็ นสาระจากหนบังสพอเหลส่านบันี้น และเปป็ นไปเพพนึ่อความ

เพลวิดเพลวินในการอส่านดรวย จนงจบัดวส่าหนบังสพอแบบนนนี้จะเปป็ นประเภท
14

สนบับสนจุนใหรเดป็กรบักการอส่านและการหาความรรรู้ใหรเหมาะสมกบับวบัยและชบันี้น

เรนยนดรวย
4) บทละคร
ละครเลรงถนงการแสดงเพพนึ่อใหรเกวิดความเพลวิดเพลวินหรพอความ

สะเทพอนอารมณฑ์ หรพอเพพนึ่อเชวิดชรู้วรน บจุรจุษ ขณะเดนยวกบันกป็อาจเปป็ นเรพนึ่องราวทนนึ่

อาจนทาไปถส่ายทอดตส่อผรรู้อนึ่ น
พ ไดรในววิธนการอพนึ่นๆ โดยปกตวิแลรวบทละครของ

ไทยนบันี้นแบส่งเปป็ นบทละครรทาแบบไทยเดวิม และบทละครแบบตะวบันตก บท

ละครนนนี้นทาไปใชรในการแสดงละครเปป็ นสส่วนใหญส่ แตส่ขณะเดนยวกบันบทละคร

กป็มนลบักษณะคลรายวรรณกรรมประเภทบบันเทวิงคดนอนึ่ น
พ ๆ เพนยงแตส่มนราย

ละเอนยดบางอยส่างเพวินึ่มมากขนนี้น ดบังนบันี้นจนงมนผรรู้นทาเอาวรรณกรรมประเภทนนนี้ไป

ใชรอส่านแทนบบันเทวิงคดนโดยเฉพาะ รามเกนยรตวิ ธ ฉบบับรบัชกาลทนนึ่ ๑ ซนงนึ่ มนความ

ละเอนยดมากเกวินไปจนไมส่เหมาะกบับการเลส่นละคร อยส่างไรกป็ดนเนพนึ่องจากบท

ละครมนลบักษณะพวิเศษจากบบันเทวิงคดนประเภทอพนึ่นจนงไดรจบัดวรรณกรรม

ประเภทนนนี้ไวรเปป็ นสบัดสส่วนตส่างหาก เพพนึ่อประโยชนฑ์และความเขราใจในเรพนึ่อง

ละครมากขนนี้น จนงใครส่จะกลส่าวถนงละครประเภทตส่างๆทนนึ่มนอยส่รู้ไวรโดยสบังเขป
ทบันี้งนนนี้ละครสบันสกฤตนบันี้น มนจจุดมส่จุงหมายใหญส่ๆ อยส่รู้สองประการ คพอ

การแสดงนบันี้นจะตรองใหรเกวิดความรพนึ่นรมยฑ์ ลบักษณะชนวต
วิ ทนนึ่ไมส่ราบรพนึ่น เชส่น

การรบ ความปวดรราวเพราะการพลบัดพราก การดส่า ความตาย ฯลฯ จะ

ไมส่มนการแสดงบนเวทนเพนยงแตส่จะใหรตวบั ละครตบัวหนนนึ่งเลส่าเรพนึ่องราวดบังกลส่าว

ใหรทราบเทส่านบันี้น ประการทนนึ่สองคพอจะตรองแสดงถนงชนวประวบัตวิของ
15

บรรพบจุรจุษ ทบันี้งนนนี้ใครส่จะกลส่าวถนงละครแบบตส่างๆ ของไทยไวรในทนนึ่นนี้ พ
น อเปป็ น

ทนนึ่สงบั เขป
1) ละครชาตรน ละครแบบนนนี้เปป็ นชนวิดเกส่าทนนึ่ร บับมาจากอวินเดนย เปป็ นเรพนึ่องงส่ายๆ

ไมส่จทาเปป็ นตรองมนโรง ตบัวละครมนเพนยง ๓-๔ ตบัว และตบัวหนนนึ่งตรองเปป็ น

กษบัตรวิยฑ์เสมอ ละครชนวิดนนนี้สส่วนใหญส่เลส่นกลางแจรงมนทนึ่บ
น งบั แดดมนเตนยง ดราน

ขรางเปป็ นทนนึ่สทาหรบับนบักดนตรนและบจุคลากรอพนึ่นๆทนนึ่ชวส่ ยในการแสดง ทนนึ่ขาดไมส่

ไดรคพอตรองมนเสากลาง ซนงนึ่ เปป็ นตบัวแทนของพระววิสสจุกรรมทนนึ่มาประทบับเปป็ น

ประธานตลอดการแสดง เวลาแสดงตบัวละครจะตรองรรองเอง
2) ละครใน ละครประเภทนนนี้มงส่จุ เอาความงามเปป็ นหลบัก ดบังนบันี้นตบัวละครจนงเปป็ น

หญวิงงาม รส่างงาม รรองเพราะ กลอนเพราะ และดนตรนเพราะ เรพนึ่องทนนึ่นวิยม

เลส่นมนสามเรพนึ่องเทส่านบันี้น คพอ อจุณรจุท อวิเหนา และรามเกนยรตวิ ธ
3) ละครนอก เปป็ นละครทนนึ่มงส่จุ เพพนึ่อความสนจุกสนานมากกวส่าอยส่างอพนึ่น ตบัวละคร

เปป็ นชายลรวน เลส่นกบันทบัวนึ่ ๆ ไปตามแบชาวบราน บทละครตรองรวบรบัด และ

รวดเรป็ว ตบัวละครรรองเองบรางแตส่สวส่ นใหญส่เปป็ นการแสดงแบบตลกขบขบัน

บทละครเหลส่านนนี้ลรวนแตส่งดรวยกลอนบทละครเกพอบทบันี้งสวินี้น
4) ละครพบันทาง เกวิดจากการทนนึ่เจราพระยามหวินทรศบักดวิธธ ทารงควิดแปลงมาจาก

Opera การแสดงหนบักไปทางละครนอกคพอ เลส่นใหรเรป็ว สมจรวิง การแสดง

ละครพบันทางนนนี้อาจเรนยกไดรวส่าเปป็ นละครนอกผสมละครในกป็ไดร
5) ละครดนกดทาบรรพฑ์ ละครชนวิดนนนี้เจราพระยาเทเวศรวงศฑ์วววิ บัฒทรงแปลงมา

จาก Opera ของฝรบังนึ่ เหมพอนกบัน แตส่การแสดงทบัวนึ่ ไปคลรายละครใน การ

เขนยนบทเรวินึ่มแบส่งเปป็ นตอนๆ มนการใชรฉากประกอบการแสดง ตบัวละคร
16

รรองและรทาเอง ไมส่มนการบรรยายเรพนึ่องใหรคนดรู้ทราบ การดนตรนกป็ไดรมนการ

ปรบับปรจุงกระชบับ และมนทวส่ งททานองแปลกใหมส่ขนี้ น

6) ละครรรอง เกวิดขนนี้นจากการทนนึ่กรมพระนราธวิปประพบันธฑ์พงศฑ์ ทรงควิดแปลง

มาจาก Opera เชส่นกบัน เพนยงแตส่ไมส่มนการรทา แตส่เนรนทนนึ่บทรรองและแสดง

ทส่าทนประกอบ มนฉากเปลนนึ่ยนแปลงใหรเขรากบับเรพนึ่องโดยตลอด
7) ละครพรู้ด ละครประเภทนนนี้เปป็ นการเลส่นโดยไมส่มนบท ตบัวละครใชรปฏวิภาณ

และความจทาเลส่นไปตามเรพนึ่องทนนึ่เตรนยมกบันไวรแลรว แตส่เดวิมละครพรู้ดใชรตวบั

แสดงเปป็ นชายลรวน ตส่อมาไดรปรบับเปลนนึ่ยนเปป็ นชายจรวิงหญวิงแทรไปตามทรอง

เรพนึ่องการแสดงนบันี้นตรองททาทส่าทางและบทสนทนาใหรเปป็ นธรรมชาตวิทนึ่ส
น จุด

เนพนี้ อเรพนึ่องแบส่งเปป็ นองกฑ์หรพอตอนตามเหตจุการณฑ์ในเรพนึ่อง ทบันี้งนนนี้ไมส่จทาเปป็ นตรอง

มนดนตรนประกอบกป็ไดร ละครประเภทนนนี้เปป็ นทนนึ่นวิยมมากกวส่าอยส่างอพนึ่นใน

ปบั จจจุบบันนนนี้
8) ละครพรู้ดสลบับรทา การแสดงสส่วนใหญส่เปป็ นแบบการพรู้ด มนบทรรองเปป็ นสส่วน

ประกอบ และอาจนทาเอาเพลงนอกเนพนี้ อเรพนึ่องมารรองประกอบไดรบราง
9) ละครสบังคนต บทรรองและบทพรู้ดในละครชนวิดนนนี้มนความสทาคบัญเทส่าเทนยมกบัน

จะตบัดบทพรู้ดหรพอบทรรองออกไมส่ไดรเพราะจะททาใหรเสนยการดทาเนวินเรพนึ่อง

ปบั จจจุบบันไดรมนการดบัดแปลงการเลส่นละครใหรเขรากบับแนวโนรมตะวบันตก โดย

การจบัดฉาก เครพนึ่องแตส่งตบัว แสง และสนยงใหรประสานกลมกลพนกบันยวินึ่งขนนี้น

ปบั จจจุบบันการละครไดรขยายแนวออกไปเปป็ นละครโทรทบัศนฑ์และละครววิทยจุ

และมากไปกวส่านบันี้นไดรกลายตบัวเปป็ นบทภาพยนตรฑ์ขนี้ น
น มาอนกดรวย
5) เรนที่องแปล
17

อาจกลส่าวไดรวาส่ วรรณกรรมไทย ไดรร บับอวิทธวิพลจากตส่างประเทศมา

ตบันี้งแตส่ครบันี้งสจุโขทบัยเปป็ นราชธานนสพบมา โดยไดรร บับความควิดและเรพนึ่องราวจาก

อวินเดนยและเขมร ถบัดจากนบันี้นมาการรบับเอาวรรณคดนตส่างประเทศมาใชรกป็ซบับ

ซรอนมากขนนี้น เชส่นการกลส่าวอรางไวรในวรรณคดน การแปลหรพอแปลง

วรรณคดนเหลส่านบันี้น และอาจอยส่รู้ในรรู้ปการถส่ายทอดใหรเหมาะกบับความนวิยม
ในขณะนนนี้งานแปลทนนึ่กทาหนดนบันี้นมนอยส่รู้มากทบันี้งทนนึ่เปป็ นตทาราววิชาการ

สารคดน และบบันเทวิงคดน แตส่ดรู้เหมพอนวส่างานแปลบบันเทวิงคดนในแงส่เรพนึ่องสบันี้น

หรพอนวนวิยายจะไดรร บับการตรอนรบับมากกวส่า นอกจากเรพนึ่องแปลประเภท

บบันเทวิงคดนแลรว เรพนึ่องประเภทแนวการเมพองหรพอการตส่อสรเรู้ พพนึ่อชนผรรู้ยากไรร

กป็ไดรร บับการแปลออกมาไมส่นรอย
6) วรรณกรรมสนาหรชับเดป็ก
วรรณกรรมสทาหรบับเดป็ก หมายถนง วรรณกรรมทนนึ่แตส่งขนนี้นดรวยภาษาทนนึ่

งส่าย และมนเรพนึ่องราวเหมาะสมกบับเดป็กทบันี้งนนนี้การเขนยนวรรณกรรมประเภทนนนี้

จทาเปป็ นจะตรองจทากบัดลงไปดรวยวส่า มส่จุงใหรเดป็กอายจุขนาดไหนและมนความรรรู้

ระดบับใดเปป็ นผรรู้อส่าน
ความเคลพนึ่อนไหวดรานวรรณกรรมสทาหรบับเดป็กนนนี้ กป็ไดรมนตส่อมาเรพนึ่อยๆ

ทบันี้งในการประกวดหนบังสพอในสบัปดาหฑ์หนบังสพอแหส่งชาตวิ และการผลวิตออก

มาอยส่างสมทนึ่าเสมอของเอกชนทบันี้งในดรานสารคดนและบบันเทวิงคดนทางดราน

ววิชาการแลรว ไดรมวน วิชาการเขนยนวรรณกรรมสทาหรบับเดป็ก สอนในสถาบบัน

ระดบับอจุดมศนกษาบางแหส่งดรวย
ในการกลส่าวถนงวรรณกรรมไทยปบั จจจุบบันอยส่างครส่าวๆ มานนนี้เพพนึ่อ

เปป็ นการปรู้พนฐานใหร
พนี้ เกวิดความแจส่มแจรงในการทนนึ่จะเขราใจถนงวรรณกรรม
18

ไทยปบั จจจุบบันไดรในรรู้ปกวรางๆ ทบันี้งนนนี้ขอแยกกลส่าวถนงวรรณกรรมประเภทรรอย

กรอง นวนวิยาย และการววิจารณฑ์ประเมวินคส่าวรรณกรรมไวรในแตส่ละบทตส่าง

กบันออกไป เพพนึ่อความเปป็ นกลส่จุมกรอนของววิชาการดรานนนนี้

ขข้อแตกตต่คำงระหวต่คำงลปักษณะของวรรณกรรมแบบฉบปับ

และวรรณกรรมปปั จจจุบปัน

ในการพอิจารณาความแตกตต่างระหวต่างวรรณกรรมแบบ
ฉบปับ (วรรณคดท) กปับวรรณกรรมปปั จจจุบปันโดยดดูลปักษณะรวมๆ จะพบ
วต่ามทลปักษณะแตกตต่างกปันอยต่ดูหลายประการ ดปังนทน
1) ความเปป นสอิทธอิเธิ์ จข้าของแหต่งวรรณกรรม
-วรรณกรรมแบบฉบปับ สรรคฑ์สรข้างขขนนมาเพพที่อสนองความ
ตข้องการของผข้ดูรข้ดู และบจุคคลในแวดวงราชสกานปัก คพอ ถวาย
บกาเรอทข้าวไทข้ธอิราชผข้ดูมทบจุญ ฉะนปันนจขงใชข้สกานวนโวหารซปับ
ซข้อนไปดข้วยศปัพทฑ์บาลท สปันสกฤต
-วรรณกรรมปปั จจจุบปัน สรรคฑ์สรข้างมาเพพที่อตอบสนองความ
ตข้องการของชนทจุกระดปับชปันน ระดปับความรข้ดู ฉะนปันนจขงนอิ ยม
สกานวนโวหารททที่มทความงามแบบเรทยบงต่ายและชปัดเจน
2) ดข้านเนพน อเรพที่อง
-วรรณกรรมแบบฉบปับ มทแนวคอิดในการเขทยนเนพน อเรพที่องแบบ
จอินตนอิ ยม หรพอ แบบอจุดมคตอินอิยม คพอ มปักเปป นเรพที่องเจข้าชาย
ผจญภปัย (เรพที่องจปักรๆ วงศฑ์ๆ) และฉากของเรพที่องมปักจะเปป น
สวรรคฑ์ ปต่ าหอิมพานตฑ์ กลต่าวคพอ เปป นเรพที่องนอกสปังคมมนจุษยฑ์
มากกวต่า
19

-วรรณกรรมปปั จจจุบปัน มทแนวคอิดในการสรข้างเรพที่องแบบ
สปัจนอิ ยม คพอ เปป นเรพที่องในสปังคมมนจุษยฑ์สะทข้อนใหข้เหปนสภาพ
ชทวอิตและสปังคมในปปั จจจุบปัน เปป นเรพที่องใกลข้ตปัวซขที่งผข้ดูอต่าน
สามารถทราบและเหปนตามไดข้
3) แนวการเขทยน
-วรรณกรรมแบบฉบปับ มทแนวการเขทยนแบบเกต่าๆ ซกน าซาก
เชต่น พรรณนาชมนกชมไมข้เพพที่ออวดฝท ปากกวท และยขด
ธรรมเนท ยมการประพปันธฑ์เปป นแนวเดทยวเกพอบทจุกเรพที่อง และ
สรข้างสจุนทรทยรสจากโวหาร
-วรรณกรรมปปั จจจุบปัน มทแนวการเขทยนไมต่ซากน กปัน นปัก
ประพปันธฑ์พยายามเสนอกลวอิธใท นการวางโครงเรพที่องในรดูป
แบบตต่างๆ ไมต่ซน า
ก กปัน เพพที่อสรข้างความตพที่นตาตพที่นใจแกต่ผข้ดูอต่าน
ทจุกขปันนตอน
4) คจุณคต่าของวรรณกรรม
-วรรณกรรมแบบฉบปับ พยายามเสนอคจุณคต่าทางดข้าน
ประเทพองอารมณฑ์ โดยยขดอรรถรสเปป นแกนสกาคปัญในการ
ดกาเนอิ นเรพที่อง คพอ ใหข้โวหารไพเราะเพรอิศพรอินง สต่วนโครง
เรพที่องเปป นเพทยงสต่วนประกอบ
-วรรณกรรมปปั จจจุบปัน ยขดโครงเรพที่องสกาคปัญกวต่าอรรถรส คพอ
เพต่งเลปงศอิลปะในการดกาเนอิ นเรพที่องเปป นสกาคปัญ สต่วนภาษา
สกานวนโวหารเปป นเพทยงสต่วนประกอบ แตต่เนข้นความงาม
แบบเรทยบงต่ายและชปัดเจนเพพที่อททที่จะใหข้คจุณคต่าทางปปั ญญาแกต่ผข้ดู
อต่าน
20

5) ตปัวละคร
-วรรณกรรมแบบฉบปับ สต่วนใหญต่ตปัวละครจะเปป นเจข้าชาย
เจข้าหญอิง และกลต่าวถขงสปังคมในแวดวงราชสกานปัก สต่วนคน
สามปัญนปันนเปป นเพทยงตปัวประกอบ
-วรรณกรรมปปั จจจุบปัน ตปัวละครสต่วนใหญต่เปป นสามปัญชน ไมต่
จกากปัดอาชทพ ฐานะ และกลต่าวถขงสปังคมททที่สมจรอิงตามตปัว
ละคร เชต่น ในครอบครปัวชนชปันนสดูง คนยากจน ชทวต
อิ ชาว
ชนบท ฯลฯ เปป นตข้น
6) ฉากในทข้องเรพที่อง
-วรรณกรรมแบบฉบปับ มทฉากอยต่ดูทนง
ปั ในโลก และนอก
จปักรวาล (สวรรคฑ์ บาดาล )

-วรรณกรรมปปั จจจุบปัน มทฉากเปป นสปังคมมนจุษยฑ์จรอิง
7) ความเชพที่อ
-วรรณกรรมแบบฉบปับ ใชข้ความเชพที่อแบบไสยศาสตรฑ์ดกาเนอิ น
เรพที่อง ฉะนปันนตปัวเอกของเรพที่องมปักจะเหาะเหอินเดอินอากาศไดข้
และมทออิทธอิฤทธอิป
ธิ์ าฏอิหารอิยฑ์
-วรรณกรรมปปั จจจุบปัน ใชข้ความเชพที่อททที่เปป นวอิทยาศาสตรฑ์มาก
ขขนนในการดกาเนอิ นเรพที่อง ฉะนปันนจขงละเวข้นอภอินอิหาร เวทยฑ์
มนตรฑ์ คาถาอาคมในการดกาเนอิ นเรพที่อง และนอิ ยมแนว
จอิตวอิทยาอทกดข้วย
8) กลวอิธก
ท ารประพปันธฑ์และการเขทยน
-วรรณกรรมแบบฉบปับ ประพปันธฑ์โดยใชข้ฉน
ปั ทลปักษณฑ์แบบ
ตต่างๆ อยต่างซปับซข้อน เพพที่อแสดงภดูมอิปปัญญาของกวทและผข้ดูอต่าน
21

ฉะนปันนวรรณกรรมแบบฉบปับจขงแพรต่กระจายอยต่ดูในชนบาง
กลต่จุมททที่มก
ท ารศขกษาสดูง
-วรรณกรรมปปั จจจุบปัน เขทยนเปป นรข้อยแกข้ว เพพที่อสพที่อความ
หมายสพที่อความคอิดถขงผข้ดูอต่านไดข้ดทโดยมต่จุงททที่จะใหข้ชนทจุกชปันนอต่าน

9) ตข้นฉบปับ
-วรรณกรรมแบบฉบปับ มทตข้นฉบปับนข้อยเพราะตข้องคปัดลอก
ดข้วยมพอ ฉะนปันนจขงไมต่แพรต่หลายไปสต่ดูประชาชน คนททที่มทฐานะ
สดูงในสปังคมเทต่านปันนททที่จะสามารถหาตข้นฉบปับไดข้
-วรรณกรรมปปั จจจุบปัน มทตข้นฉบปับจกานวนมาก (พอิมพฑ์) จขงแพรต่
หลายสต่ดูประชาชนทจุกฐานะ
อจิทธจิพลและผลกระทบของวรรณกรรมตส่อสชังคม

เนพนึ่องจากบทบาทของวรรณกรรมทนนึ่ชบัดเจนมากทนนึ่สจุดกป็คพอ

ผลกระทบทางดรานสบังคม มนนบักควิดนบักเขนยนทางดรานวรรณกรรมสส่วนใหญส่

ไดรเนรนผลกระทบทางดรานนนนี้มาก เพราะถพอวส่าวรรณกรรมทนนึ่ดนจะตรองสส่งผล

ตส่อสบังคมไมส่มากกป็นรอย ดรวยเหตจุนนี้ จ
น งน ขอกลส่าวถนงเฉพาะผลกระทบหรพอ

อวิทธวิพลทางดรานสบังคม ซนงนึ่ มนผรรู้แสดงความควิดเหป็นไวรหลากหลายดบังนนนี้คพอ
ธ รน ไดรเขนยนไวรในคทานทาหนบังสพอเรพนึ่องนบักเขนยน
สจุชาตวิ สวบัสดวิศ

หนส่จุมวส่า ความเปป็ นจรวิงในวรรณกรรมโดยทบัวนึ่ ไป ไมส่วาส่ จะเปป็ นของตส่างชาตวิ

หรพอของไทยเองกป็ตาม ปรากฏการณฑ์สทาคบัญอยส่างหนนนึ่งทนนึ่เราไมส่อาจปฏวิเสธ

ไดรกป็คพอ วรรณกรรมเปป็ นกระจกเงาทนนึ่สะทรอนภาพทางสบังคมและเปป็ นดบัชนนชนี้ น

แนวของกระบวนการทางวบัฒนธรรม ตลอดจนเสนอใหรเหป็นการยนดถพอ
22

คจุณคส่าตส่างๆของคนในสบังคมแตส่ละยจุคสมบัย ความเปป็ นไปทางการเมพอง

ความเปป็ นอยส่ท
รู้ างเศรษฐกวิจ ระดบับการศนกษา เปป็ นตรน สวิงนึ่ เหลส่านนนี้ลวร นเปป็ น

สวินึ่งทนนึ่สะทรอนออกมาใหรเราไดรจากคนอส่านและคนเขนยน และถราหากจะมน

ความจรวิงทนนึ่นอกเหนพอไปจากนนนี้อนกประการหนนนึ่งกป็ คพอ วรรณกรรมเปป็ น

สบัญลบักษณฑ์ทนึ่บ
น อกใหรเราเหป็นความจรวิงจบังของคนในชาตวิ หรพอความฟร งจุ เฟร อ

ของกลส่ม
จุ คนในสบังคม ซนงนึ่ ทบันี้งนนนี้ยอ
ส่ มแลรวแตส่วส่ากลส่จุมสบังคมใดจะใชรกระจกเงา

บานไหนออกมาฉายดบังนบันี้นทส่าทนและแนวโนรมของวรรณกรรมตส่างๆไมส่วส่า

จะเปป็ นของไทยหรพอตส่างชาตวิ ไมส่วส่าจะอยส่รู้ในสถานะไหนยส่อมมนอวิทธวิพล

เกนนึ่ยวขรองกบัน และยส่อมขนนี้นอยส่วรู้ ส่าบรรดาผรรู้มนสส่วนสรรางสรรคฑ์ผลงานทาง

วรรณกรรมทบันี้งหลาย ( ณ ทนนึ่นนี้ ห
น มายถนงงานเขนยนทบัวนึ่ ไปทบันี้ง รรอยแกรวและ

รรอยกรอง โดยเนรนเฉพาะ นวนวิยาย เรพนึ่องสบันี้น กวนนวิพนธฑ์ และบทละคร )

จะพยายามเพนยงใดทนนึ่จะยกวรรณกรรมขนนี้นไวรเปป็ นสพนึ่อของการรบับใชรสงบั คม

หรพอเหยนยบยทนึ่าสบังคมใหรตนึ่าท ทรามลง

เจตนา นาควบัชระ ( 2521 : 13 - 17 ) ไดรเสนอวส่า

วรรณกรรมเปป็ นสวินึ่งผรู้กพบันกบับสบังคม และเปป็ นสมบบัตวิรส่วมของทจุกยจุคทจุกสมบัย

ทจุกถวินึ่น การศนกษาวรรณกรรมจนงตรองควบคส่รู้กบับสบังคม ซนนึ่งเปป็ นแหลส่งกทาเนวิด

ของวรรณกรรม ผรรู้ประพบันธฑ์ไดรแสดงความควิด ปรบัชญา ตลอดจนความ

จรวิงในสบังคมดรวยความสนใจและความรบับผวิดชอบ วรรณกรรมจนงมน

อวิทธวิพลตส่อสบังคม รวมทบันี้งพลบังในสบังคมมนจุษยฑ์ดรวย

สส่วนเสนนยฑ์ เสาวพงศฑ์ ( อรางถนงใน รส่งจุ ววิทยฑ์ สจุวรรณอภวิชน

ม.ป.ป. : 15 - 16 ) ไดรเสนอขรอควิดเกนนึ่ยวกบับวรรณกรรมกบับสบังคมวส่า เบพนี้ อง
23

หลบังปากกาทนนึ่สรรางงานเขนยนหรพอวรรณกรรม กป็คพอผรเรู้ ขนยนหรพอนบัก

ประพบันธฑ์ และเบพนี้ องหลบังนบักประพบันธฑ์กป็คพอสบังคม นบัน
นึ่ กป็คพอความเปป็ นจรวิง

ของวรรณกรรมทจุกเลส่มทนนึ่มนทบัศนะของผรเรู้ ขนยนสอดแทรกในงานของเขา

พรรอมๆกบับการถส่ายทอดประสบการณฑ์ของชนวต
วิ ของสบังคมในงานเขนยนของ

เขาแตส่ละชวินี้น ภาพของสบังคมปรากฏในวรรณกรรมชวินี้นนบันี้นๆ จะโดยตบันี้งใจ

หรพอไมส่ตนี้ งบั ใจกป็ตาม เปป็ นการมองภาพชนวต
วิ ในแตส่ละบรรทบัดของวรรณกรรม

เลส่มนบันี้นๆ (between the lines ) ซนงนึ่ สอดคลรองกบับแนวความควิดของพระ

มหากจุเทพ ใสกระจส่าง ( 2521 : 1 , 13 ) ทนนึ่กลส่าววส่า วรรณกรรมเปป็ น

ผลผลวิตทางปบั ญญา ทนนึ่เนรนคจุณคส่าของชนวต
วิ ทนนึ่ดนงาม วรรณกรรมของคนกลส่จุม

ใดยส่อมสะทรอนชนวต
วิ และแนวความควิดของคนกลส่จุมนบันี้น ดบังคทากลส่าวทนนึ่วาส่

เบพนี้ องหลบังวรรณกรรมทจุกเลส่มคพอมนจุษยฑ์ เบพนี้ องหลบังมนจุษยฑ์คพอเผส่าพบันธฑ์จุ และ

เบพนี้ องหลบังเผส่าพบันธฑ์จุคพอสวินึ่งแวดลรอมทนนึ่เปป็ นธรรมชาตวิและสบังคมซนนึ่งมนอวิทธวิพล

ตส่อวรรณกรรม ดบังนบันี้นการศนกษาวรรณกรรมจนงมวิใชส่แตส่เพนยงการอส่านตทารา

อยส่างเดนยวเทส่านบันี้น หากแตส่เปป็ นการศนกษาภาวการณฑ์ทางสบังคมดรวยหรพอ

แมรแตส่ความควิดเหป็นของ

พลศบักดวิธ จวิรไกรศวิร วิ ( 2521 : 105 ) กลส่าววส่าวรรณกรรมเปป็ น

ผลงานการสรรางสรรคฑ์ทางความควิดของมนจุษยฑ์ในยจุคหนนนึ่งยจุคใด และความ

ควิดของมนจุษยฑ์นนี้ น
บั กป็ถรู้กกทาหนดโดยสภาพทางวบัตถจุในขณะนบันี้น สภาพทาง

วบัตถจุในทนนึ่นนี้ ก
น ป็คพอระบบสบังคมของมนจุษยฑ์นน
บั นึ่ เอง ทนปกร( 2521 : 35 ) กลส่าว

สนบับสนจุนวส่าแหลส่งกทาเนวิดอบันแทรจรวิงของวบัตถจุดวิบทนนึ่มนจุษยฑ์นทามาสรรางเปป็ น

งานวรรณกรรมนบันี้น มาจากความจบัดเจนในการตส่อสรข
รู้ องมนจุษยฑ์ทนี้ งบั ในทาง
24

ตรงและทางอรอม วรรณกรรมจนงไมส่เพนยงแตส่เปป็ นผลวิตผลทนนึ่มนจุษยฑ์สรรางขนนี้น

เพพนึ่อสะทรอนถส่ายความจบัดเจนทนนึ่ไดรร บับจากการตส่อสรข
รู้ องชนวต
วิ ทบันี้งในทาง

ธรรมชาตวิและทางสบังคม หากยบังเปป็ นการสรรางวบัฒนธรรมเพพนึ่อรบับใชรผล

ประโยชนฑ์ของกลส่จุมความควิดทนนึ่ตนสบังกบัดอยส่รู้ดรวย

สวิทธา พวินวิจภรู้วดล และนวิตยา กาญจนะวรรณ ( 2520 : 48

-49 ) กลส่าวเสรวิมวส่า วรรณกรรมเปป็ นผลงานของมนจุษยฑ์ ดบังนบันี้นจนงเปป็ นทนนึ่

เกป็บรวบรวมความควิด ความเปป็ นอยส่รู้ และลบักษณะสภาพตส่างๆของมนจุษยฑ์ทนึ่น

เปป็ นสส่วนหนนนึ่งของสบังคมไวรดวร ยกบัน วรรณกรรมจนงกลายเปป็ นหนบังสพอทนนึ่

สามารถสะทรอนสภาพสบังคมไดร สบังคมของผรรู้แตส่งหนบังสพอมนธรรมชาตวิเชส่นไร

วรรณกรรมกป็มนธรรมชาตวิเชส่นนบันี้น สบังคมนบันี้นเปลนนึ่ยนแปลงและววิวบัฒนาการ

ไปตามเหตจุการณฑ์อยส่างไร วรรณกรรมกป็กลส่าวถนงเหตจุการณฑ์อยส่างนบันี้น เชส่น

เหตจุการณฑ์ทางประวบัตวิศาสตรฑ์ ทางการเมพอง ทางเศรษฐกวิจ มนผลททาใหร

มนจุษยฑ์ในแตส่ละสบังคมประพฤตวิปฏวิบบัตวิตนตส่างๆกบัน หรพอบางครบันี้งกป็ออกมา

ในรรู้ปเดนยวกบัน บางครบันี้งกป็ขด
บั แยรงกบัน บางครบันี้งกป็กลมกลพนกบัน ผรรู้แตส่ง

หนบังสพอทนนึ่ชส่างสบังเกตกป็จะเลพอกหาเหตจุการณฑ์เรพนึ่องราวจากความเปป็ นไปใน

สบังคมมาผรู้กเปป็ นเรพนึ่องขนนี้น โดยตบันี้งจจุดประสงคฑ์ไวรตส่างๆกบัน บางคนผรู้กเรพนึ่อง

ขนนี้นเพพนึ่อรายงานเหตจุการณฑ์แตส่เพนยงอยส่างเดนยว บางคนกป็ชนี้ ใน หรเหป็นลบักษณะทนนึ่

ขบัดแยรงตส่างๆเพพนึ่อเตพอนสตวิคนในสบังค

สทาหรบับ ตรนศวิลปฑ์ บจุญขจร ( 2523 : 6 - 10 ) กลส่าววส่า วรรณกรรมยส่อม

สบัมพบันธฑ์กบับสบังคม วรรณกรรม สะทรอนประสบการณฑ์ชวน วิตในยจุคสมบัยไมส่วส่า

จะจงใจสะทรอนสบังคมหรพอไมส่กป็ตาม นบักววิจารณฑ์บางคนจนงกลส่าววส่า
25

วรรณกรรมเปป็ นคบันฉส่องแหส่งยจุคสมบัย เนพนึ่องจากเปป็ นภาพถส่ายชนววิตของยจุค

สมบัยนบัน
นึ่ เอง ความสบัมพบันธฑ์ระหวส่างวรรณกรรมกบับสบังคมมน 3 ลบักษณะดบังนนนี้

คพอ

1. วรรณกรรมเปป็ นภาพสะทรอนของสบังคม ซนงนึ่ การสะทรอน

สบังคมของวรรณกรรมมวิใชส่เปป็ นการสะทรอนอยส่างบบันทนกเหตจุการณฑ์ททานอง

เอกสารประวบัตวิศาสตรฑ์ แตส่เปป็ นภาพสะทรอนประสบการณฑ์ของผรเรู้ ขนยน

และเหตจุการณฑ์หนนนึ่งของสบังคม วรรณกรรมจนงมนความเปป็ นจรวิงทางสบังคม

สอดแทรกอยส่รู้ นบักเขนยนบางคนมนความรบับผวิดชอบตส่อสบังคมเปป็ นอยส่างมาก

เขาจะสะทรอนความปราถนาทนนึ่จะปรบับปรจุงหรพอเปลนนึ่ยนแปลงสบังคมใหรดนขนี้ น

วรรณกรรมของเขาฉายใหรเหป็นสวินึ่งทนนึ่เรนยกวส่าอจุดมการณฑ์ ซนนึ่งอาจจะเปป็ น

อจุดมการณฑ์ทางสบังคมหรพออจุดมการณฑ์ทางการเมพองกป็ไดร

2. สบังคมมนอวิทธวิพลตส่อวรรณกรรมหรพอตส่อนบักเขนยน ซนนึ่งนบัก

เขนยนอยส่รู้ในสบังคมยส่อมไดรร บับอวิทธวิพลจากสบังคมทบันี้งดรานวบัฒนธรรม

ขนบธรรมเนนยมประเพณน ศาสนา ปรบัชญาและการเมพอง สภาพการณฑ์ของ

ปบั จจบัยเหลส่านนนี้ยส่อมเปป็ นสวินึ่งกทาหนดโลกทบัศนฑ์และชนวทบัศนฑ์ของเขา การ

พวิจารณาอวิทธวิพลของสบังคมตส่อนบักเขนยน ควรใหรความสนใจวส่านบักเขนยนไดร

รบับอวิทธวิพลจากสบังคมมาอยส่างไร และเขามนทส่าทนสนองตอบตส่ออวิทธวิพลเหลส่า

นบันี้นอยส่างไร

3. วรรณกรรมหรพอนบักเขนยนมนอวิทธวิพลตส่อสบังคม นบักเขนยนทนนึ่

ยวินึ่งใหญส่นอกจากมนความสามารถในการสรรางสรรคฑ์วรรณกรรมใหรมนชวน วิต

โนรมนราวจวิตใจผรรู้อส่านแลรว ยบังเปป็ นผรรู้มนทบัศนะกวรางไกลกวส่าคนธรรมดา
26

สามารถเขราใจโลกและมองสภาพความเปป็ นจรวิงไดรลนกกวส่าคนทบัวนึ่ ไปมอง

เหป็น ดรวยทบัศนะทนนึ่กวรางไกลและลส่จุมลนก ภาพทนนึ่เขาใหรจนงเปป็ นจรวิงยวินึ่งกวส่า

ความเปป็ นจรวิง ดรวยเหตจุนนี้ ว
น รรณกรรมทนนึ่ยนึ่งวิ ใหญส่จงน เปป็ นอมตะ เพราะไมส่

เพนยงแตส่จะเสนอภาพปบั จจจุบบันอยส่างถนงแกส่นของความเปป็ นจรวิงเทส่านบันี้น แตส่

ยบังคาดคะเนความเปป็ นไปในอนาคตไดรอนกดรวย

ดบังนบันี้นอวิทธวิพลของวรรณกรรมตส่อสบังคม อาจเปป็ นไดรทนี้ งบั ใน

ดรานอวิทธวิพลภายนอก เชส่น การแตส่งกาย หรพอการกระททาตามอยส่าง

วรรณกรรม เชส่น หญวิงไทยสมบัยหนนนึ่งนวิยมถบักหางเปน ย นส่งจุ กางเกงขาสบันี้น

เหมพอน " พจมาน " ในเรพนึ่องบรานทรายทอง หรพอยรอมผมสนแดงเหมพอน "

จอย " ในเรพนึ่องสลบักจวิต เปป็ นตรน และอวิทธวิพลทางความควิด การสรรางคส่า

นวิยม รวมทบันี้งความรรรู้สนกนนกควิด ดบังเชส่น หนบังสพอเรพนึ่อง " The Social

Contract " ของจบัง จาคสฑ์รส
จุ โซ ( Jean Jacques Rousseau ) พวิมพฑ์เมพนึ่อปน

ค.ศ. 1762 เปป็ นหนบังสพอทนนึ่มนอวิทธวิพลตส่อการเปลนนึ่ยนแปลงการปกครองจาก

ระบอบสมบรู้รณาญาสวิทธวิราช มาเปป็ นระบอบประชาธวิปไตย โดยใหรแนวควิด

เกนนึ่ยวกบับทฤษฏนทางรบัฐศาสตรฑ์ทนึ่ส
น ทาคบัญ เรนยกวส่า " เจตนารมณฑ์ทว
บั นึ่ ไป

( General Will ) " เนรนเรพนึ่องเสรนภาพและสวิทธวิของมนจุษยชาตวิ กป็คพอ

อทานาจอธวิปไตยนบัน
นึ่ เอง ซนนึ่งถพอเปป็ นหลบักการทนนึ่สทาคบัญยวินึ่งของการปกครอง

ระบอบประชาธวิปไตย อวิทธวิพลของหนบังสพอเลส่มนนนี้มนสส่วนกส่อใหรเกวิดแรง

บบันดาลใจในการเรนยกรรองอวิสรภาพของสหรบัฐอเมรวิกาใน ค.ศ. 1776 และ

การปฏวิวบัตวิในฝรบังนึ่ เศส ค.ศ. 1789 - 1792 และอวิทธวิพลของหนบังสพอเลส่มนนนี้

กป็ยงบั คงมนอยส่รู้จนกระทบังนึ่ ปบั จจจุบบันนนนี้ ดบังจะเหป็นไดรจากแนวควิดเรพนึ่องทฤษฏน
27

สบัญญาประชาคม ( Social Contract Theory) ซนนึ่งมนนบักววิชาการไดรนทามา

อรางอวิงอยส่เรู้ สมอ หลบังจากนบันี้นกป็มนวรรณกรรมอนกหลายเลส่ม ไดรอวิทธวิพลและ

สนบับสนจุนการปกครองตามแนวควิดของรจุสโซ เชส่น จอหฑ์น สจก๊วตมวิลลฑ์

( John Stuart Mill ) นบักเศรษฐศาสตรฑ์และนบักควิดชาวอบังกฤษ ไดรเขนยน

หนบังสพอ เรพนึ่อง On Liberty โดยเนรนวส่ารบัฐบาลทนนึ่ดนตรองใหรเสรนภาพแกส่

ประชาชน

หรพอความควิดของ จอหฑ์น ลรอค ( John Lock ) ในผลงานชพนึ่อ Two

Treatise of Government กป็มนอวิทธวิพลอยส่างมากตส่อนบักปฏวิวต
บั วิชาวอเมรวิกบัน

ดบังจะเหป็นจากคทาประกาศอวิสรภาพของอเมรวิกา ดรู้เหมพอนวส่าจะลอก

ขรอความในหนบังสพอเลส่มนนนี้มาทบันี้งหมด จะแตกตส่างกบันเพนยงมนการ

เปลนนึ่ยนแปลงคทาศบัพทฑ์บางคทาเทส่านบันี้น

( พลศบักดวิธ จวิรไกศวิร วิ 2522 : 148 - 149 )

หนบังสพออนกเลส่มหนนนึ่งซนนึ่งมนความสทาคบัญและมนอวิทธวิพลตส่อความ

ควิดและพฤตวิกรรมของมนจุษยฑ์อยส่างมาก

มนสวส่ นในการเปลนนึ่ยนแปลงโครงสรรางของสบังคม ไมส่เพนยงแตส่เฉพาะ

ประเทศใดประเทศหนนนึ่งเทส่านบันี้น

แตส่มนอวิทธวิพลไปในหลายประเทศทบัวนึ่ โลก นบัน
นึ่ กป็คพอ หนบังสพอเรพนึ่อง Das

Kapital ( Capital ) เขนยนโดยคารฑ์ล มารฑ์กซฑ์ ( Karl Marx ) ซนนึ่งเปป็ น

นบักการเมพองและนบักปรบัชญาชาวเยอรมบัน ไดรเขนยนหนบังสพอเลส่มนนนี้ในปลาย

ศตวรรษทนนึ่ 19 เพพนึ่อเผยแพรส่ความควิด อจุดมการณฑ์ทางเศรษฐกวิจ ขอ
28

งมารฑ์กซฑ์ หรพออจุดมการณฑ์มารฑ์กซวิสตฑ์ ซนนึ่งไดรร บับความนวิยมอยส่างกวรางขวาง ว

ลาดวิมวิรฑ์เลนวิน ( Vladimir Lenin ) อดนตผรรู้นทาของรจุสเซนยไดรนทาอจุดมการณฑ์

มารฑ์กซวิสตฑ์มาใชรปกครองประเทศ ทบันี้งยบังเปป็ นผรรู้นทาในการเผยแพรส่

อจุดมการณฑ์นนี้ นดวร ย ซนนึ่งจะเหป็นไดรจากการปฏวิวบัตวิบอลเชววิค ( Bolshevist

Revolution ) ในรจุสเซนย เมพนึ่อ ค.ศ. 1917 และมนผลตส่อการเมพองใน

ประเทศจนนมาก

ถราการปฏวิวบัตวิในรจุสเซนยไมส่ประสบผลสทาเรป็จ การกส่อกทาเนวิดของลบัทธวิมารฑ์กซฑ์

ในประเทศจนนและประเทศตส่างๆ คงลส่าชราไปกวส่าความเปป็ นจรวิงอนกหลายปน

หลบังจากนบันี้นกป็มน เจ. วน. สตาลวิน ( J. V. Stalin )และนวิกวิตา ครจุสชอฟ

( Nikita Khrushchev ) เปป็ นผรส
รู้ านตส่อ หรพอแมรแตส่ประธานาธวิบดนซรู้การฑ์โน

( Sukarno )ของอวินโดนนเซนยไดรนทาอจุดมการณฑ์มารฑ์กซวิสตฑ์มาผสมผสานกบับ

นโยบายชาตวินวิยม ( Nationalism ) ตามหลบักศาสนาอวิสลาม เรนยก

อจุดมการณฑ์นนี้ ว
น ส่า ปบั ญจศวิลา ( PantjaSila ) จนงกลส่าวไดรวส่าแนวความควิดขอ

งมารฑ์กซฑ์มนอวิทธวิพลตส่อแนวความควิดของคนเกพอบทบันี้งโลก แมรวส่ามารฑ์กซฑ์ไดร

ถนงแกส่กรรมไปนานแลรวกป็ตาม แตส่ความควิด และอจุดมการณฑ์ของเขายบังคงมน

อยส่รู้ พรรอมกบับไดรร บับการนทามาตนความใหมส่แตกตส่างกบันออกไปในแตส่ละ

สบังคมและแตส่ละประเทศหรพอแมรแตส่หนบังสพอเรพนึ่อง Animal Farm ของยอรฑ์

จออรฑ์เวลลฑ์ ( George Orwell ) ในราวตรนศตวรรษทนนึ่ 19 ไดรเขนยนขนนี้นมา

เพพนึ่อลรอเลนยนระบบการปกครองแบบเผดป็จการภายใตรการนทาของสตาลวิน

ผรรู้เปป็ นแรงสทาคบัญคนหนนนึ่งในการปฏวิวบัตวิของพวกบอลเชววิค ( Bolsheviks )

ในปน ค.ศ.1917 ผรเรู้ ขนยนไดรแสดงใหรเหป็นวส่าอจุดมการณฑ์ทนึ่ไน ดรวางไวรอยส่าง
29

สวยงามอาจถรู้กนทามาเปป็ นเครพนึ่องมพอกอบโกยผลประโยชนฑ์ของคนบางกลส่จุม

ไดร จนงสะทรอนใหรโลกไดรร บับรรรู้วาส่

แมรในรจุสเซนยเองกป็ยงบั ไมส่มนความเสมอภาค ทบันี้งๆทนนึ่เปป็ นผรรู้นทาในการเรนยกรรอง

เรพนึ่องความเสมอภาค อวิทธวิพลของหนบังสพอเลส่มนนนี้จนงมนผลตส่อการตส่อตราน

ระบบเผดป็จการมาก นบับเปป็ นหนบังสพอขายดนเลส่มหนนนึ่ง และไดรมนผรรู้นทาไปแปล

เปป็ นภาษาตส่างๆเผยแพรส่ทว
บันึ่ โลก ( นวลจบันทรฑ์ รบัตตากร 2526 : 59 -

61 ) มนนบักววิจารณฑ์หลายคนกลส่าววส่า หนบังสพอเรพนึ่องนนนี้เปป็ นหนบังสพอทนนึ่ดนและ

ประสบผลสทาเรป็จมากกวส่าหนบังสพอเลส่มอพนึ่นๆของ ยอรฑ์จออรฑ์เวลลฑ์ ทนนึ่ไดรเขนยน

ขนนี้น

เปป็ นความควิดนอกแบบของบรรดาสบัตวฑ์ตส่างๆในฟารฑ์มสบัตวฑ์ ควิดโคส่นผรรู้เปป็ น

นาย กส่อการปฏวิวบัตวิขนี้ น
น ขบับไลส่ผเรรู้ ปป็ นนายออกไป ดทาเนวินการปกครองและ

การงานภายในฟารฑ์มกบันเอง การงานทจุกอยส่างดทาเนวินไปดรวยดน ประสบผล

สทาเรป็จ ผรรู้ตนี้ งบั ตนเปป็ นเจราคพอหมรู้ผรรู้ซนึ่งน บรรดาสบัตวฑ์ทนี้ งบั ปวงถพอวส่าเปป็ นผรรู้มนสตวิ

ปบั ญญาเฉนยบแหลม ฉลาดกวส่าสบัตวฑ์อนึ่ น
พ ๆ แตส่สจุดทรายกป็เกวิดการ

เปลนนึ่ยนแปลงอยส่างมากมาย ( ภาษาไทยชพนึ่อ ฟารฑ์มสบัตวฑ์ แปลโดย สายธาร

)

หรพอแมรแตส่ผลงานหลายๆเลส่มของวอลแตรฑ์ ( Voltaire ) ซนนึ่งผลงานของ

เขามนสส่วนตส่อการปฏวิวบัตวิในฝรบังนึ่ เศส ไดรชนึ่ อ
พ วส่าเปป็ นนบักหนบังสพอพวิมพฑ์ทนึ่ย
น นึ่งวิ ใหญส่

ทนนึ่สจุดของยจุโรปสมบัยนบันี้น และเปป็ นนบักประพบันธฑ์ทนึ่เน ขนยนเรพนึ่องไดรไพเราะ วอล

แตรฑ์ตรองเขราคจุกบาสตนลลฑ์หลายครบันี้งและเคยถรู้กขบับไลส่ออกนอกประเทศ

เพราะขรอเขนยนของเขา
30

แตส่ประชาชนในอบังกฤษและตส่างประเทศยกยส่องเทวิดทรู้นวอลแตรฑ์ เหป็นวส่า

ผลงานของเขาถรู้กตรอง ในทนนึ่สจุดชาวฝรบังนึ่ เศสกป็ร บับเขากลบับประเทศ และจบัด

งานฉลองตรอนรบับวอลแตรฑ์ทนึ่ป
น ระตรู้ชบัยฝรบังนึ่ เศสอยส่างมโหฬาร วอลแตรฑ์

เขนยนนวนวิยาย บทละคร และโคลงกลอนตส่างๆมากกวส่า 50 เรพนึ่อง แตส่

เรพนึ่องทนนึ่ไดรร บับการยกยส่องวส่ายอดเยนนึ่ยมทนนึ่สจุดคพอเรพนึ่อง กป็องดวิดดฑ์ ( Candide )

( แปลเปป็ นภาษาไทยโดย วบัลยา ววิวบัฒนฑ์ศร ) เปป็ นนวนวิยายอมตะทนนึ่นบัก

ภาษาศาสตรฑ์ของฝรบังนึ่ เศสยกยส่องวส่าเปป็ น " นวนวิยายตบัวอยส่าง " ทนนึ่เขนยน

อยส่างงส่ายๆ สละสลวยดนเยนนึ่ยมและเปป็ นวรรณกรรมทนนึ่มนคส่าคส่รู้โลกมาจน

กระทบังนึ่ ปบั จจจุบบันนนนี้ กป็องดวิดดฑ์ มนความหมายวส่าเชพนึ่องส่าย ซพนึ่อ บรวิสจุทธวิ ธ จรวิงใจ

เปวิ ดเผย อส่อนตส่อโลก วอลแตรฑ์เลส่าเรพนึ่องใหรกป็องดวิดดฑ์เปป็ นพระเอก ชะตา

กรรมของพระเอกผรรู้นนี้ เน ปป็ นเรพนึ่องนส่าตพนึ่นเตรน ตลอดเรพนึ่องอส่านสนจุก เตป็มไป

ดรวยปรบัชญาชวนควิด การเสนยดสน อารมณฑ์ขบันลนกๆไปจนกระทบังนึ่ ความเจป็บ

ปวดรวดรราวของความเปป็ นมนจุษยฑ์ จากบบันทนกของผรรู้แปล ( วบัลยา ววิวบัฒนฑ์

ศร อรางถนงใน วอลฑ์แตรฑ์ 2542 : คทานทา ) ไดรกลส่าววส่า ปรบัชญานวิยายเรพนึ่อง กป็

องดวิดดฑ์นนี้ น วอลฑ์แตรฑ์ เขนยนขนนี้นเมพนึ่อปน ค.ศ. 1758 เพพนึ่อตอบคทาถามเรพนึ่อง

ความเปป็ นไปในโลกนนนี้ เมพนึ่อมนจุษยฑ์ตรองเผชวิญทบันี้งภบัยพวิบบัตวิจากธรรมชาตวิและ

จากนทนี้ามพอของมนจุษยฑ์ดรวยกบัน เขาควรจะไวรวางใจในความเชพนึ่อทนนึ่มนอยส่รู้

ความเชพนึ่อถพอในสถาบบันตส่างๆทนนึ่เปป็ น องคฑ์ประกอบหลบักของสบังคมของเขา

ตส่อไปหรพอไมส่ เขาควรจะเชพนึ่อมบัน
นึ่ ในศบักยภาพของความเปป็ นมนจุษยฑ์ และ

หวบังจะรบังสรรคฑ์ผพนแผส่นดวินและสบังคมขนนี้นใหมส่หรพอไมส่ วอลฑ์แตรฑ์จงน เสนอ

ปบั ญหาดรวยววิธนการเสนยดสนแบบชวนขบัน ตนแผส่สงบั คมฝรบังนึ่ เศสและชาตวิตส่างๆ
31

ในยจุโรปตบันี้งแตส่สมบัยอดนตจนถนงสมบัยทนนึ่วอลฑ์แตรฑ์มนชวน วิตอยส่รู้ หรพอเรพนึ่องอพนึ่นๆของ

วอลฑ์แตรฑ์ เชส่น เรพนึ่อง Letters Philosphiques ซนงนึ่ ถพอเปป็ นหนบังสพอปรบัชญา

เลส่มสทาคบัญทนนึ่สจุดเลส่มหนนนึ่ง และเรพนึ่อง Letters on the English เปป็ นหนบังสพอทนนึ่

นบักการเมพองและนบักปฏวิวบัตวิยงบั อส่านกบันอยส่รู้จนถนงปบั จจจุบบันหรพอแมรแตส่การ

เรนยกรรองอวิสรภาพหรพอเอกราชของอวินเดนยจากอบังกฤษ โดยมนบจุคคลสทาคบัญ

ผรรู้หนนนึ่งในการเรนยกรรองคพอ คานธน ซนงนึ่ ไดรสรรางแนวทางในการเรนยกรรองใหมส่

เรนยกวส่า " สบัตยาเคราะหฑ์ " หรพอ Truth Force ( พลบังแหส่งสบัจจะ ) นบัน
นึ่ กป็

คพอเนรนเรพนึ่องสบัจจะกบับเรพนึ่องอหวิงสา หรพอความไมส่รจุนแรง โดยคานธน ไดรร บับ

อวิทธวิพลมาจากหนบังสพอหลายเลส่ม ดบังตส่อไปนนนี้คพอ เลส่มแรกคพอเรพนึ่อง ภควบัทคน

ตา เปป็ นคบัมภนรฑ์เกส่าแกส่ของศาสนาฮวินดรู้ ซนนึ่งเปป็ นสส่วนหนนนึ่งของบทภารตยจุทธ

อบันเปป็ นสงครามระหวส่าง พวกปานฑพ กบับพวกเการพ อรชจุน ซนนึ่งเปป็ นพวก

ปานฑพหรพอฝส่ ายคนดน ตรองตส่อสรรู้กบับญาตวิพนึ่น
น รองของตนเองซนงนึ่ อยส่รู้ฝส่าย

อธรรม อรชจุนลบังเลทนนึ่จะรบดรวยการยวิงธนรู้ไปสบังหารญาตวิพนึ่น
น รองของตนเอง

ทนนึ่อยส่รู้ฝส่ายตรงกบันขราม พระกฤษณะซนนึ่งเปป็ นสารถนใหรกบับอรชจุน จนงอธวิบาย

สบัจธรรมใหรอรชจุนเขราใจ เรพนึ่องตส่อมาคพอ The Kingdom of God is Within

You ( อาณาจบักรของพระเปป็ นเจราอยส่รู้ในตบัวทส่าน ) ของตอลสตรอย ซนงนึ่

เขนยนขนนี้นในปน ค.ศ. 1893 คานธน ไดรกลส่าววส่า การอส่านหนบังสพอเลส่มนนนี้ไดร

รบักษาขราพเจราจากความสงสบัยทบันี้งมวล และททาใหรขราพเจราเปป็ นผรรู้ศรบัทธาใน

อหวิงสาทนนึ่แทรจรวิง เลส่มตส่อมาคพอ บทกวนของ Shelly โดยเฉพาะบทกวนชนึ่ อ

The Mask of Anarchy ( หนรากากอนาธวิปไตย ) ซนงนึ่ ไดรเขนยนวส่า " ดรวย

การประสานแขนทบันี้งสอง และดรวยสายตาอบันมส่จุงมบัน
นึ่ ดรวยความกลบัวเพนยง
32

เลป็กนรอย และประหลาดใจเพนยงบางเบา จงจรองดรู้พวกเขาในขณะทนนึ่พวก

เขาสบังหาร จนกวส่าความเกรนนี้ยวโกรธของคนเหลส่านบันี้นจะเหพอดหายสวินี้น "

สมบัยสงครามโลกครบันี้งทนนึ่ 2 ไดรมนผรรู้เขนยนจดหมายมาถามคานธนวาส่ จะททา

อยส่างไรกบับศบัตรรู้แบบฮวิตเลอรฑ์คานธนตอบวส่า " เรากป็จะตรองมากอดอกยพนดรู้

แลรวถราเขาจะใชรปพนใหญส่ถลส่มกป็ปลส่อยใหรเขายวิง จนกวส่าเราจะเรนยกรรองหรพอ

จะดนงเอาความสงสารเหป็นใจจากฝส่ ายนบันี้น ออกมาไดร " ซนนึ่งจะเหป็นไดรวส่าคทา

พรู้ดเหลส่านนนี้ไดรร บับอวิทธวิพลมาจากบทกวนของ Shelly นบัน
นึ่ เอง หนบังสพออนกเลส่ม

กป็คพอ Unto This Last ของ John Ruskin เขนยนขนนี้นในปน ค.ศ. 1826

ประกอบดรวยบทความยาว 4 บทความรวมกบัน จจุดมส่งจุ หมายของหนบังสพอ

เลส่มนนนี้เปป็ นการหาคทานวิยามในเชวิงตรรก ของคทาวส่า ความมบังนึ่ คบังนึ่ ( Wealth )

ซนนึ่งตามความหมายทนนึ่แทรจรวิงมวิไดรหมายถนงอทานาจในทางทจุนหรพอทจุนนวิยม

ทนนึ่จะบบังคบับคนใหรททางานใหรแกส่ตนไดร หากหมายถนงชนวต
วิ ทนนึ่สมบรู้รณฑ์พรู้นสจุข

ประเทศทนนึ่รนึ่าท รวยมบังนึ่ คบังนึ่ คพอประเทศซนนึ่งคนในประเทศมนความสจุขมากทนนึ่สจุด

นบัน
นึ่ เอง Ruskin ไดรโจมตนระบบเศรษฐกวิจแบบปบั จเจกชนนวิยม ซนนึ่งเปป็ น

ระบบธจุรกวิจทนนึ่เนรนการแขส่งขบันในทจุกๆววิถนทาง และไดรเรนยกรรองวส่ามนจุษยฑ์

มวิใชส่เครพนึ่องจบักร และเสนอแนะวส่าสวบัสดวิการของรบัฐและสบังคมนบันี้น จะเกวิด

ขนนี้นไดรกป็จทาเปป็ นตรองมนระบบเศรษฐกวิจ ซนนึ่งไดรดจุลยภาพและนทามาปฏวิบบัตวิจรวิง

ไดร และมนรากฐานอยส่รู้บนศนลธรรมผสมกบับปรบัชญาชนวิดทนนึ่ประสานรส่วมมพอ

กบัน และเลส่มสจุดทรายเปป็ นงานเขนยนของ Henry David Thorean ไดรเขนยน

บทความชพนึ่อ On Civil Disobedience ( วส่าดรวยการดพนี้ อแพส่ง ) ราว ค.ศ.
33

1849 ซนงนึ่ คานธนไดรนทามาใชรวาส่ Civil Resistance ( การตส่อตรานของ

พลเมพอง )

( ชบัยวบัฒนฑ์สถานบันทฑ์ 2528 : 30 - 33 )

โรเบวิรฑ์ต บน ดาวนฑ์ส ( Downs 1978 ) ไดรกลส่าวถนงหนบังสพอทนนึ่

มนอวิทธวิพลตส่อสบังคมและเปลนนึ่ยนแปลงโลกไวรในหนบังสพอ Books that

Changed the World ซนงนึ่ นอกจากหนบังสพอเรพนึ่อง Das Kapital ของ คารฑ์ล

มารฑ์กซฑ์ ดบังทนนึ่ไดรกลส่าวแลรว ยบังมนหนบังสพอทนนึ่สทาคบัญอนกหลายเลส่ม จะขอยก

ตบัวอยส่างบางเลส่มทนนึ่เดส่นๆดบังตส่อไปนนนี้คพอ

1. Mein Kampt เขนยนโดย อดอลฑ์ฟฮวิตเลอรฑ์(Adolf

Hitler ) ซนนึ่งถพอเปป็ นคบัมภนรฑ์ทางการเมพองของชาวเยอรมบัน และมนบทบาทใน

การสรรางทบัศนคตวิของชาวเยอรมบันเปป็ นอยส่างมาก เชส่น การกทาจบัดชาวยวิว

และสงครามโลกครบันี้งทนนึ่ 2

2. The Communist Manifesto เขนยนโดย คารฑ์ล มารฑ์กซฑ์

และ เฟรดรวิค เองเกลสฑ์( Karl Marx and Friedrich Engles ) เปป็ น

หนบังสพอทนนึ่สทาคบัญและมนอวิทธวิพลเชส่นเดนยวกบับหนบังสพอเรพนึ่อง Das Kapital

3. An Inquiry into the Nature and Causes of the

Wealth of Nations เขนยนโดย อดบัมสมวิธ( Adam Smith ) เปป็ นตทาราทนนึ่

ชส่วยเผยแพรส่ลบัทธวิทจุนนวิยมไปทบัวนึ่ โลกเชส่นกบัน

4. The Prince เขนยนโดย นวิโคโล แมคเคนยเวลลนนึ่ ( Niccolo

Machiavelli ) เปป็ นหนบังสพอทางดรานการเมพองทนนึ่สทาคบัญ โดยผรรู้เขนยนไดรชนึ่ อ
พ วส่า

เปป็ นตบัวแทนทนนึ่จะชนนี้ใหรเหป็นถนงนบักการเมพอง ซนนึ่งเปป็ นสบัญญลบักษณฑ์ของเจราเลส่หฑ์
34

เจราเพทจุบาย ผรรู้หลอกลวง ไรรศนลธรรม หรพอไมส่มนคจุณธรรม และสจุดทราย

แสดงใหรเหป็นวส่าเปป็ นคนเหป็นแกส่ตวบั ททาเพพนึ่อตนเองทบันี้งสวินี้น หนบังสพอเรพนึ่องนนนี้

เขนยนขนนี้นในปน ค.ศ. 1513 แตส่ยงบั ไมส่ไดรร บับการจบัดพวิมพฑ์ จนปน ค.ศ. 1532

ถนงไดรจบัดพวิมพฑ์และหลบังจากนบันี้นอนก 5 ปน ตส่อมา นวิโคโล แมคเคนยเวลลนนึ่ กป็เสนย

ชนวต
วิ หนบังสพอเรพนึ่องนนนี้เปป็ นคส่รู้มพอสทาหรบับ กษบัตรวิยฑ์ หรพอเจราผรรู้ครองนคร ( หรพอ

อนกนบัยหนนนึ่งเรนยกวส่า เปป็ นคส่รู้มพอของผรรู้ปกครองแบบเผดป็จการ ) ทนนึ่แนะนทาเจรา

ผรรู้ครองนครวส่า ททาอยส่างไรจนงจะไดรร บับหรพอสรรางพลบังอทานาจ ซนงนึ่ เปป็ นพลบัง

อทานาจทนนึ่มวิใชส่เพพนึ่อผลประโยชนฑ์ของตนเอง ซนงนึ่ เปป็ นกฏทนนึ่ผเรรู้ ขนยนไดรวางไวร

เปป็ นหลบักสากลวส่า จะตรองมน

การเมพองทนนึ่เหมาะสม

5. Uncle Tom's Cabin เขนยนโดย แฮเรนยตบนชอรฑ์สโตรฑ์

( Harriet Beecher Stowe ) เปป็ นหนบังสพอทนนึ่มนอวิทธวิพลมากในยจุคกส่อน

สงครามกลางเมพองสหรบัฐอเมรวิกา หนบังสพอเลส่มนนนี้ขายดนนบับเปป็ นลรานๆเลส่ม

แปลออกเปป็ นภาษาตส่างๆหลายภาษา ( ภาษาไทยชพนึ่อ กระทส่อมนรอยของ

ลจุงทอม แปลโดย อ. สนวิทวงศฑ์ ) โดยผรรู้เขนยนไดรชนี้ ใน หรเหป็นภาพชนวต
วิ ทาส

นวิโกร ซนนึ่งตรองทนทจุกขฑ์ทรมาน ททาใหรผรรู้อส่านเกวิดอารมณฑ์สลดใจ และมนสวส่ น

สทาคบัญอยส่างมากทนนึ่ททาใหรมนการเลวิกทาสในสหรบัฐอเมรวิกา เมพนึ่อประธานาธวิบดน

อบับราฮบัม ลวินคอลฑ์น ( Abraham Lincoln ) ไดรอส่านหนบังสพอเลส่มนนนี้แลรวไดร

เกวิดแรงบบันดาลใจจากการอส่านเรพนึ่องชนววิตของทาสผวิวดทาผส่านตบัวละครทนนึ่ชนึ่ อ

ลจุงทอม จนงททาใหรการเลวิกทาสเกวิดขนนี้นในสหรบัฐอเมรวิกา ชารฑ์ลสฑ์ ซบัมเนอรฑ์

( Charles Sumner ) ไดรแสดงความควิดเหป็นไวรวส่า " นบักเขนยนสตรนตวบั เลป็กๆ
35

คนนนนี้ เปป็ นผรเรู้ ขนยนหนบังสพอทนนึ่ททาใหรเกวิดสงครามครบันี้งยวิงนึ่ ใหญส่ ถราหากไมส่มน

หนบังสพอเรพนึ่องกระทส่อมนรอยของลจุงทอม ลวินคอลฑ์น อาจไมส่ไดรร บับเลพอกเปป็ น

ประธานาธวิบดนสหรบัฐอเมรวิกากป็ไดร " ครวิค มอนโร ( Kirk Monroe ) ไดร

กลส่าววส่า " สโตรฑ์ มวิใชส่เปป็ นนบักเขนยนสตรนทนึ่นมนชนึ่ อ
พ เสนยงทนนึ่สจุดของโลกเทส่านบันี้น

แตส่ยงบั ไดรสรรางผลงานใหรชาวอเมรวิกบันไดรร บับรรรู้ ในชส่วงจจุดววิกฤต

ประวบัตวิศาสตรฑ์ของพวกเขา ผลงานของเธอมนอวิทธวิพลอยส่างมากตส่อใคร

หลายๆคน และทนนึ่สทาคบัญมวิใชส่มนสส่วนใหรเกวิดการเลวิกทาสผวิวดทาเทส่านบันี้น แตส่ยบัง

ททาใหรเกวิดมนการเลวิกทาสสทาเรป็จในใจของใครกป็ตามทนนึ่อส่านหนบังสพอเธอ "

พรรอมกบันนนนี้งานเขนยนของเธอยบังมนอวิทธวิพลตส่อนบักเขนยนรส่จุนหลบัง เชส่น

SerahOrne , Jewett Mary และ Wilkine Freeman

6. The Republic เขนยนโดย พลาโตร (Plato) หนบังสพอเลส่มนนนี้

มนชนึ่ อ
พ เสนยง มนอวิทธวิพลและมนผรรู้อส่านอยส่างกวรางขวางเปป็ นการบรรยายถนงรบัฐใน

อจุดมคตวิ (utopia) นบัน
นึ่ กป็คพอ รบัฐกป็คพอคน, คนเปป็ นอยส่างไร รบัฐกป็เปป็ นอยส่างนบันี้น

รบัฐประกอบขนนี้นดรวยธรรมชาตวิของมนจุษยฑ์ซนึ่งน อยส่รู้ในรบัฐและเราจะททาใหรมนจุษยฑ์

เปป็ นคนดนไดรอยส่างไร ซนนึ่งใครทนนึ่ตรองการเปป็ นนบักเารเมพองจะตรองอส่านหนบังสพอ

เลส่มนนนี้ เอป็มเมอรฑ์สบัน นบักปราชญฑ์ของอเมรวิกบันกลส่าววส่า "พลาโตคพอนบัก

ปราชญฑ์ และปรบัชญากป็คพอพลาโต" หรพอแมรแตส่ โอมารฑ์คบัยยาม ทนนึ่กลส่าวถนง

ในคบัมภนรฑ์อบัลกจุรอาน ยบังกลส่าววส่า "จงเผาหนบังสพอเสนยใหรหมด เพราะสวินึ่งทนนึ่มน

คส่านบันี้นมนอยส่รู้ในหนบังสพอเลส่มนนนี้แลรว" ปบั จจจุบบันหนบังสพอเลส่มนนนี้ไดรร บับยกยส่องวส่า

เปป็ นหนบังสพอเลส่มสทาคบัญทบันี้งในดรานปรบัชญา รบัฐศาสตรฑ์ กฎหมาย การศนกษา

และวรรณคดน พรรอมวบันนนนี้กป็ยบังกลส่าวถนงหนบังสพออนกเลส่มหนนนึ่ง เชส่น นวิทานของ
36

อนสป (Aesop : Fables) , อนเลนยต และโอเดสสน (Iliad , Odyssey) เขนยน

โดย โฮเมอรฑ์ (Homer) , Common Sense เขนยนโดย โธมบัสเพน

(Thomas Paine) , Politics เขนยนโดย อรวิสโตเตวิล (Aristotle) , Origin

of Species เขนยนโดย ชาลสฑ์ดารฑ์ววิน (Charles Darwin) และ Principia

Mathematica เขนยนโดย เซอรฑ์ไอเซคนวิวตบัน (Sir Isaac Newton) เปป็ นตรน

หรพอแมรแตส่ปบัจจจุบบันในสบังคมสารสนเทศ ใคร ๆ กป็รรรู้จบักคทาวส่า

ไซเบอรฑ์ (Cyber) อบันเปป็ นเรพนึ่องเกนนึ่ยวกบับระบบคอมพวิวเตอรฑ์เนป็ตเววิรฑ์กหรพอ

ระบบอวินเทอรฑ์เนป็ต แลรวยบังมนการใชรคทานนนี้หลากหลาย เชส่น Cyberspace ,

Cyber Caf? , Cyberporn หรพอ Cybersex เปป็ นตรน ซนงนึ่ จรวิง ๆ แลรวคทาวส่า

ไซเบอรฑ์สเปช เปป็ นคทาทนนึ่นทามาใชร ซนนึ่งมาจาก

นวนวิยายววิทยาศาสตรฑ์ เรพนึ่อง นวิวโรแมนเซอรฑ์ (Nevromancer) ของววิล

เลนนึ่ยมกวิบสบัน (WillianGibbson) นวนวิยายเรพนึ่องนนนี้ กลส่าวถนง โลกอนาคตทนนึ่

ถรู้กควบคจุมโดยคอมพวิวเตอรฑ์เนป็ตเววิรฑ์ก โดยพระเอกของเรพนึ่องชพนึ่อ "เคส"

เปป็ น

แฮป็กเกอรฑ์ (Hacker) ตบัวฉกาจถรู้กวส่าจรางใหรเขราไปแฮป็กเครพนึ่องคอมพวิวเตอรฑ์

ปบั ญญาประดวิษฐฑ์ ทนนึ่ชนึ่ อ
พ วส่า

นวิวโรแมนเซอรฑ์ สจุดทรายเคสกป็ทราบความจรวิงวส่าผรรู้ทนึ่อ
น ยส่รู้บงการเบพนี้ องหลบังคทา

สบังนึ่ แฮป็กในครบันี้งนนนี้ไมส่ใชส่คน

แตส่เปป็ นคอมพวิวเตอรฑ์ปบัญญาประดวิษฐฑ์อนกเครพนึ่องหนนนึ่ง ทนนึ่ททางานรส่วมกบับนวิวโร

แมนเซอรฑ์มากส่อนชพนึ่อ ววินเทอรฑ์มววิ ตฑ์ (Wintermute) ทนนึ่ฉลาดจนถนงขบันี้นมน

ความรรส
รู้ นกเปป็ นตบัวตนและเรวินึ่มเหมป็นหนราเพพนึ่อนของมบันเอง คทาวส่า ไซเบอรฑ์
37

สเปช ในเรพนึ่องนนนี้หมายถนง โลกทนนึ่อยส่รู้ภายใน "นวิวโรแมนเซอรฑ์" และ "ววินเท

อรฑ์มวิวตฑ์" นบัน
นึ่ เอง (วจุฒช
วิ บัย กฤษณะประกรกวิจ. 2543 : 18 - 19)

จากตบัวอยส่างทนนึ่กลส่าวมา ไดรแสดงใหรเหป็นวส่าวรรณกรรมมน

อวิทธวิพลและผลกระทบตส่อสบังคมเชส่นไร วรรณกรรมมนสวส่ นอยส่างมากทนนึ่จะ

ใหรแนวความควิด สรรางพลบัง ใหรผอ
รรู้ ส่านไดรร บับความรรรู้ ความควิด และสส่งผลตส่อ

การเปลนนึ่ยนแปลงสบังคมทบันี้งในระดบับสบังคมของผรอ
รู้ ส่าน ประเทศ และโลก

วรรณกรรมจนงผรู้กพบันกบับสบังคมอยส่างแนบแนส่น และมนบทบาททนนึ่สทาคบัญใน

การชนนี้นทาแนวทางใหรกบับคนในสบังคมตลอดมา

บรรณคำนจุกรม

คณะมนจุษยศาสตรฑ์ สาขา วรรณกรรมสกาหรปับเดปก. ควคำมรข้ร

พพพื้นฐคำนทคำงดข้คำนวรรณกรรม.

[ออนไลนฑ์].สพบคข้นจาก
http://personal.swu.ac.th. สพบคข้นเมพที่อ ๑๙ ธปันวาคม ๒๕๕๘.
ปั ถอิกจุล. วรรณกรรมไทยรต่วมสมปัย.
จอิตรลดา สจุวต นครปฐม.

๒๕๒๖.
ธวปัช ปจุณโณทก. วรรณกรรมปปั จจจุบปัน. กรจุงเทพมหานคร :

ไทยวปัฒนาพานอิ ช, ๒๕๒๗.
พงษฑ์ ศปั ก ดอิ ธิ์ สปั ง ขภอิ ญ โญ. ออิ ท ธอิ พ ลและผลกระทบของ

วรรณกรรมตต่อสปังคม. [ออนไลนฑ์].

สพบครนจาก https://blog.eduzones.com. สพบครนเมพนึ่อ

๑๙ ธบันวาคม ๒๕๕๘.
38

จุ เรพองศรท. สภคำพของวรรณกรรมไทยปปั จจจุบปัน.
อจุดม รต่ง
พอิมพฑ์ครปันงททที่ ๒. กรจุงเทพมหานคร
: ศอิลปาบรรณาคาร, ๒๕๒๒.