You are on page 1of 70

หองสมุดหนังสือเกา

ขุนเขามฤตยู
เลม ๓

พล * นิกร * กิมหงวน
เอื้อเฟอ พิมพเปนเอกสารโดย คุณไก วันชัย บุญพิชญานันท
แปลงเปนไฟล pdf โดย โกหลังวัง

พลวา “ถายังงั้นเราก็ชวยกันลําเลียงคนเจ็บเอาไปดวย ประเดี๋ยวกันจะสั่งใหเขาหาไมไผมาทําเปล
สนามอยางคราว ๆ ขึ้น แลวเอาคนเจ็บของแกใสเปลไป”
นายแพทยหนุมยิ้มออกมาได
“ออไร มันตองอยางนี้ กันจะไมยอมทิ้งคนไขของกันเปนอันขาด”
อาเสี่ยยิ้มใหนายแพทยหนุม
“แกเปนหมอที่มีคุณธรรมสูงมาก ไมเหมือนกับอีตาคุณหลวงแก ๆ ขางบานเราเลย คุณหลวงนั่น
เปนหมอที่บูชาเงินเปนพระเจา ใครมาตามตองแอบดูเสียกอนวามีรถเกงมาหรือเปลา ถามารถสามลอหรือ
แท็กซี่ก็ใหคนใชบอกวาไมอยู”
ดร.ดิเรกหัวเราะ

“หมอก็เปนปุถุชนคนหนึ่ง ที่ดีก็มีที่เลวก็มี แตกันไมเคยทอดทิ้งคนไขของกันเลย จะรวยหรือจนกัน
ก็ใหการรักษาเทา ๆ กัน” พูดจบเขาก็หันขวับไปทางนิกร “อาว…..ไปไหนละเวย”
นิกรหยุดชะงักแลวหันมายิ้มใหดร.ดิเรก
“กันจะรีบไปจัดหนวยพิเศษของกัน”
ทุกคนมองดูนกิ รเปนตาเดียว พลหัวเราะหึ ๆ แลวถามวา
“หนวยอะไรวะ หนวยกลาตายเรอะ”
“เปลา ไมใชหนวยกลาตายหรอก หนวยกลัวตายนะ”
กอบแกวหัวเราะคิก๊
“ตั้งขึ้นทําไมคะ”
“อาว…..คุณไมรูอะไร หนวยกลัวตายก็คือหนวยลาดตระเวณนั่นเอง สงออกไปดูลาดเลาขาศึกพอ
เห็นขาศึกก็โกยอาวกลับมาบอกพวกเรายังไงละครับ”
เสียงหัวเราะดังขึน้ อยางครืน้ เครง ทุกคนพากันออกไปจากกระทอมใหญหลังนั้นซึ่งเปนกองบัญชา
การรบของพวกแมว
ทามกลางความหนาวเย็นของอากาศตอนใกลจะรุง อรุณของวันใหม พลรบแมวไดตน่ื นอนในเวลา
๔.๓๐ น. แลวก็รีบรับประทานอาหารซึ่งมีขาวตมกับเครื่องเค็มอยางสงบเงียบตามคําสั่งของขุนศึก เมือ่ รับ
ประทานอาหารกันเสร็จเรียบรอยก็รวบรวมกําลังกันเปนหมวดหมู แตยงั ไมไดถอนแนวตานทานตามรังปน
ตาง ๆ และขณะนี้หนวยลาดตระเวณของแมวก็ยังปฏิบัติหนาที่อยู
คณะพรรคสี่สหายและหัวหนาแมวนั่งพักผอนสนทนากันอยูหนาบานแหงหนึ่งซึ่งรอดพนจากอัคคี
ภัย ขณะนี้ทุกคนกําลังรอคอยดร.ดิเรก ณรงคฤทธิ์อีกคนเดียวซึ่งเจาคุณปจจนึก ฯ ใชใหเจาแหวไปตามแลว
ระหวางที่หัวหนาแมวและคณะพรรคสี่สหายนั่งจับกลุมสนทนากันนายแพทยหนุมก็วิ่งเหยาะ ๆ
ตรงเขามาโดยมีเจาแหวติดตามมาดวย ทัง้ สองทรุดตัวนัง่ รวมวงแลวดร.ดิเรกก็กลาวขึ้นดวยความดีใจ
“ไมตองตีฝา วงลอมออกไปหรอกพล ตัง้ รับมัน่ อยูท น่ี แ่ี หละ ในราวสองโมงเชาพวกโจรฮอจะถูก
กวาดลางตายราบไมมีเหลือ”
ทุกคนมองดูนายแพทยหนุมอยางแปลกใจ
“แกหมายความวากระไรหมอ” ขุนศึกถามเสียงหนัก ๆ
นายแพทยหนุมยิ้มแปน
“เครื่องรับสงวิทยุของกันใชไดแลว กันซอมเสร็จใชการไดเมื่อตีสองกวา ๆ แลวก็สงขาวติดตอไปที่
คาย “ดารารัศมี” รายงานการเดินทางของเราและสถานการณอนั คับขันทีเ่ กิดขึน้ แกเราในเวลานี้ ที่คายทหาร
เชียงใหมไดถา ยทอดวิทยุโทรเลขของเราไปทีฐ่ านทัพอากาศของเราทีด่ อนเมืองตามคําขอรองของกัน ในราว
๘.๓๐ น. ฝูงเครือ่ งบินประจัญบานและเครือ่ งบินลําเลียงพลรมจะมาถึงที่นี่เพื่อโจมตีพวกโจรฮอ และจะทิ้ง
เสบียงอาหาร อาวุธ ยาและเครื่องเวชภัณฑลงมาใหพวกเราดวย ขณะนี้เครื่องบินลําเลียงพลรมไดออกเดินทาง
มาแลว”

คณะพรรคสี่สหายและหัวหนาแมวตางตื่นเตนดีใจไปตามกัน ทุกคนมีหวังรอดตายแลว
“แลวยังไงอีกดิเรก” ทานเจาคุณเสนาธิการถามอยางรอนรน
“ไมมีอะไรครับ ทางคาย “ดารารัศมี” สั่งใหพวกเราพยายามตอสูตานทานพวกโจรไวจนกวาพลรม
และเครื่องบินจะมาชวยเรา และทางกองทัพอากาศมีการติดตอนัดหมายกับผมในเรื่องกระแสคลื่นวิทยุที่จะใช
ติดตอกับนักบินทางวิทยุโทรศัพทเพื่อชวยนักบินทําลายพวกโจรฮอไดสะดวกและไมหลงยิงเอาพวกเราเขา”
เสี่ยหงวนหัวเราะกาก
“เอาละมึง” อาเสี่ยพูดพลางหัวเราะ “มีหวังแดกระเบิดนาปาลมแน ไหมตวั ดําเปนตอตะโกไปตาม
กัน แกเกงมากโวยหมอเทาที่แกสามารถซอมแซมเครื่องรับสงวิทยุไดสาเร็ ํ จ อะไรมันเสียละ”
ดิเรกยิม้ แปน
“หลอดมันเสียวะ กันเอาหลอดไมไผใสแทนเลยใชได เปนอันวาพวกเรารอดพนภัยจากพวกโจร
แลว”
เจาคุณปจจนึก ฯ วา “อยาเพิ่งมั่นใจนักวาเราจะปลอดภัย ถาพวกโจรเขาตีเราตอนรุง เชาและเราตัง้
รับไมอยูพวกเราก็คงจะถูกมันฆาตายไปตามกัน”
เสี่ยหงวนจุปาก
“ปูโธ…..ทําไมจะรับไมอยูครับ พลรบของเรามีตง้ั ลาน”
ทานเจาคุณแยกเขี้ยวยกมือซายรวบผมกิมหงวนกระชากศีรษะลงมาแลวเงื้อมือขวาตบหนาอาเสี่ย
เต็มแรง
“นีแ่ นะ ทะลึ่งดีนัก”
พวกหัวหนาแมวกลั้นหัวเราะแทบแย ทุกคนตางลุกขึ้นแยกยายกันไป และในครึง่ ชัว่ โมงนัน้ เอง
กําลังรบของแมวซึ่งรวมทั้งกําลังหนุนตางก็เตรียมพรอมทีจ่ ะรับมือกับพวกโจรฮอ แมวทุกคนตืน่ เตนดีใจไป
ตามกันเมื่อไดทราบวาดร.ดิเรกสามารถใชวิทยุติดตอกับกองทัพอากาศและทางกองทัพอากาศจะสงเครื่องบิน
รบ และเครื่องบินลําเลียงพลรมมาชวยกวาดลางบดขยี้พวกโจร
๗.๐๐ น. เสียงแตรเดี่ยวทางพวกโจรก็ดังแววกังวานมาแตไกล สมุนโจรของเหลียงฟูมกี ารเคลือ่ น
ไหวอยางผิดปกติกําลังทัง้ หมดเคลือ่ นทีเ่ ขามาโอบลอมหมูบ า นแมวมองแลเห็นพวกโจรหมอบเรียงรายอยู
ตามกอนหินอยางถนัด แสงอาทิตยขับไลหมอกอันหนาทึบบนยอดดอยใหจางไปบาง
พล พัชราภรณยืนสังเกตการณอยูในระหวางหมูกอนหินแหงหนึ่งตามลําพัง ขณะนัน้ เลาเตาหรือ
นายเตาเจาหนุม จอมกะลอนไดถอื ปนแกปคูม อื วิง่ หนาตืน่ เขามาหาพลในทาทีรอ นรน
“ขุนศึก ขุนศึกครับ”
พลหันมายิ้มใหนายเตาซึ่งมีหนาที่เปนผูติดตอทั่วไป
“วาไงเตา”
“หัวหนาของผมนัง่ รองไหขม้ี กู โปงอยูใ นรังปนระหวางตนสักขางหนาโนนแหละครับ”
“งั้นเรอะ แกวอยูกับใคร”

ดิเรกมอบใหหลอน ขณะนี้นายแพทยหนุมกับเจาแหวไดงวนอยูกับเครื่องรับสงวิทยุอยูใน ที่อับกระสุนแหงหนึง่ เตรียมพรอมทีจ่ ะติดตอกับนักบินโดยทางวิทยุโทรศัพท ขุนศึกกาวลงมาในรังปนกลนั้นพอดีกอบแกวหันมาทางเขา “แกว” พลรองเรียกหลอนเสียงหนัก ๆ และนั่งลงยกมือซายประคองกอดหลังหลอน “แกวรองไห ทําไม” นางพญาแมวสะอื้นเบา ๆ “แกวกําลังคิดวาพี่คงจะตองจากดอยหลวงและแกวไปในวันนี้คะ” พลยิ้มเจื่อน ๆ “แกวรูไดอยางไร” นางไพรคอย ๆ เงยหนามองดูเขา “จากรูปการที่มันควรจะเปนไปอยางนั้นนะสิคะ เมือ่ พลรมมาลงทีน่ เ่ี ฮลิคอปเตอรกจ็ ะตองมารับ พวกพลรมกลับไปและรับพวกพี่กลับไปดวย คุณหมอบอกแกวเมือ่ กีน้ เ้ี องวาเห็นจะตองจากแกวและพวกเรา กลับเชียงใหมในวันนี”้ ขุนศึกกระชับมือที่กอดหลอนใหแนนเขา “นิ่งเสียเถอะแกวจา ประเดี๋ยวพี่จะไปตกลงกับพรรคพวกของพี่ถึงแมเฮลิคอปเตอรจะมารับเรากลับ เราก็ยังไมกลับ เราจะอยูบ นดอยนีต้ อ ไปและนัดใหนกั บินมารับวันหลัง” นางพญาแมวยิ้มทั้งนําตา ้ “จริง ๆ นะคะ” พลพยักหนาแทนคําตอบ เขายกมือขวาเชยคางหลอนขึ้นแลวขุนศึกก็กมลงจูบริมฝปากหลอนอยาง หนักหนวง กอบแกวยกมือทั้งสองโอบรอบคอเขา รางของหลอนออนระทวยอยูใ นวงแขนของขุนศึก นัยนตา หลับพริ้ม ทั้งพิศวาสทั้งอาลัยพลเหลือที่จะกลาว “พี่ขา เวรกรรมของแกวแท ๆ ที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลใหพี่เดินทางมาดอยหลวงจนกระทั่งเราได พบกันและรักกัน แตความรักของแกวรังแตจะกอความทุกขทรมานใหแกวไปชั่วชีวิตดับ พี่จากแกวไปแลวพี่ ก็คงลืมแกว เหมือนกับกระแสนํ้ายอดดอยที่ไหลผานไป ไมมีวันที่จะไหลยอนกลับมาอีก” พลจูบหลอนอีกครัง้ หนึง่ “พี่จะพาแกวไปกรุงเทพ ฯ กับพี่ดวย” . “อยูคนเดียวครับ ขุนศึกไปปลอบเสียหนอยซีครับ” พลถอนหายใจเบา ๆ เขายกทอมสันซึ่งมีกระสุนอยูอีกเพียงแม็กกาซีนเดียวขึ้นสะพายบาแลวเดิน ตรงไปยังหมูตน สักขนาดใหญหา หกตนซึง่ ทีน่ น่ั มีรงั ปนอยูแ หงหนึง่ สรางขึน้ ในระหวางหมูก อ นหินอันมิดชิด มั่นคงแข็งแรงมากและสามารถมองแลเห็นที่หมายเบื้องลางในระยะไกลตา เมื่อพลมาถึงรังปนกลแหงนี้เขาก็ แลเห็นนางไพรนั่งหงอยเหงาอยูในรังปนนั้นตามลําพัง มีปนกลมือแบบทอมสันวางอยูขาง ๆ หนึง่ กระบอก ซึ่งเปนปนของดร.

“โอ-ไมคะ เปนตายอยางไรแกวก็ไมไปกับพี่ แกวจะตายอยูที่ดอยหลวงนี่แหละคะ ถึงแมพี่จากไป แลวและแกวหมดหวังที่จะไดพบกับพี่อีกแกวก็จะรอคอยพี่จนวันตาย” พูดจบหลอนก็ซบหนาลงเกลือกกลิ้ง กับหนาอกขุนศึก เสียงปนฝายโจรดังขึน้ อีก บริวารของเหลียงฟูเริม่ เปดฉากโจมตีแลวและเขาโจมตีพรอมกันทุก ๆ ดาน ทามกลางหากระสุนปนกลหนักเบาและปนกลมือปนเล็กยาวของพวกโจร ลูกระเบิดจากปนครกถูกยิงมา อีกสามสี่ลกู แตกระเบิดสนัน่ หวัน่ ไหว พลพรรคแมวยิงโตตอบอยางดุเดือด หนวยกลาตายของกิมหงวนรบ แบบยอมตายถวายชีวิต แตหนวยกลัวตายของนิกรซึ่งมีจํานวน ๑๐ คนแอบอยูในที่กาบั ํ งอันมิดชิด นาน ๆ จึง จะโผลหัวออกมายิงขาศึกสักครั้งหนึ่ง พวกโจรหนึ่งกองรอยทางดานตะวันออกรุกคืบหนาเขามาทุกที เจาคุณปจจนึก ฯ รีบสงกําลังหนุน ไปชวยและสามารถตรึงพวกโจรไวได ในเวลาเดียวกันนี้เองพลกับนางพญาแมวก็ยกทอมสันขึ้นยิงกราดพวก โจรกลุมหนึ่งซึ่งพยายามรุกเขามาลมกลิ้งไปตามกัน พลรบตามรังปนและที่มั่นทุกแหงตองทํางานอยางหนักที่สุด ชาวแมวสามารถสังหารพวกโจรดวย หนาไมในระยะใกลไดหลายคน แตแลวรังปนของพวกแมวสองแหงก็ถูกระเบิดมือของพวกโจรพังทลาย แมวหนุมประจํารังปนเสียชีวติ หมดรวม ๗ คนดวยกัน เหลียงฟูถือปนกลมือยืนบัญชาการรบอยูในแนวหลังมีคนสนิทและพลแตรเดี่ยวยืนอยูดวย จอมโจร หนวดแดงสั่งใหสมุนโจรกองรอยที่ ๒ ทางดานตะวันออกบุกเขาหมูบานใหได และในเวลาเดียวกันนี้เองเขา ก็สั่งใหพวกโจรประมาณ ๓๐ คน ปนขึ้นทางหนาผาสูงแลวตีออมลงมาทางหมูบานเพื่อใหพวกแมวเกิดการ ระสําระสาย ่ เมื่อเจาคุณปจจนึก ฯ ไดรบั รายงานวาพวกโจรประมาณหนึง่ หมวดกําลังปนเขาขึ้นมาทางดานใต ทานก็เรียกนิกรมาพบโดยดวน “อายกร แกกับหนวยกลัวตายของแกจัดการทําลายขาศึกใหได พวกโจรประมาณ ๓๐ คน กําลังปน ขึ้นมาทางหนาผาลาดชันโนน” นิกรชิดเทาตรง “ทราบแลวครับ ขออนุญาติไปถายอุจจาระกอนสัก ๑๐ นาที ไดไหมครับ” “ไมได” เจาคุณปจจนึก ฯ ตวาดแวด “ถาปวดเต็มทนจนทนไมไหวก็ถายรดหัวอายพวกนั้นซึ่งกําลัง ปนเขาขึน้ มาหาเรา” “ครับผม” ในสองสามนาทีนน้ั เองนิกรก็นําหนวยกลัวตายของเขารวม ๑๐ คนยกมาที่หนาผานั้น พลพรรคของ นิกรแบกหมอนํ้าบรรจุรังผึ้งมาดวยซึ่งมีอยูดวยกันรวมทั้งหมด ๖ ใบ ใชทาลายข ํ าศึกไปแลว ๔ ใบ นอกจาก หมอนํ้าบรรจุรงั ผึง้ พลพรรคบางคนยังหิว้ กานําขนาดใหญ ้ มาดวยคนละกาสองกา ภายในกามีนํ้ารอนทีก่ าลั ํ ง เดือดพลาน .

ดิเรกไดพดู วิทยุตดิ ตอกับผูบังคับฝูงตลอดเวลา เสียงไชโยโหรองของพลพรรคแมวดังลั่นไปหมดระคนกับเสียงเครื่องยนตรไอพน ซุปเปอรเซ เบอรบินผานแนวรบของพวกโจรขามเขาเล็ก ๆ ลูกหนึ่งทางทิศใตสักครูมันก็กลับมา นักบินเริ่มเปดฉากโจมตีพวกโจรฮอดวยปนกลอากาศแลว เครือ่ งบินประจัญบานไอพนแบบทัน สมัยซึ่งมีความเร็วกวาเสียงดําดิ่งลงมาทีละเครื่องและสาดกระสุนปนกลลงมาราวกับหาฝนถูกพวกโจรลม ระเนระนาด เหลียงฟูสั่งปนกลหนัก ๑๔ มม. ยิงตอสูเ ครือ่ งบินทันที ซุปเปอรเซเบอรทั้ง ๙ เครือ่ งกราดปนกล แจกจายพวกโจรแลวบินเลยไปเชิดหัวขึ้นเปนเสนตั้งฉากในทาผาดแผลงสวยงามมาก เสียงเครือ่ งยนตรดงั กึก กองขุนเขาจนแสบแกวหูและสั่นสะเทือนขวัญพวกโจรไปตามกัน ไอพนประจัญบานหวนกลับมาอีก คราวนี้บินลงระยะตํ่ามากและดวยความเร็วสูงสุด วัตถุกอ นหนึง่ ที่ถูกทิ้งลงมาจากใตเครื่องบินนั้นหมุนไปมา พอถึงพื้นดินก็แตกระเบิดเปนเพลิงและกลุมควันสีดาน ํ าหวาด เสียว โจรฮอถูกระเบิดนาปาลมลมตายเกลื่อนกลาด นักบินขับไลไดทิ้งระเบิดนาปาลมสังหารพวกโจรตามที่ ตาง ๆ ตายยับ ที่เหลือตายแตกพายกระจัดกระจายไปควบคุมกันไมติด เมือ่ ซุปเปอรเซเบอรยอ นกลับมาอีกนัก บินก็กราดปนกลลงมาเสียงสนั่นหวั่นไหว เหลียงฟูสั่งสมุนโจรลาถอยเปนพัลวัน พลประจําปนกลหนักที่ยิง ตอสูเครื่องบินนั้นถูกปนกลอากาศจากไอพนเครื่องหนึ่งตายคาที่ทั้งสามคน การรบภาคพื้นดินสิ้นสุดลงแลว เมื่อฝูงบินไอพนบินผานยอดดอยพลพรรคแมวก็ลุกขึ้นโบกมือ ไชโยโหรองใหนักบิน ทุกคนตื่นเตนในอานุภาพของกองทัพอากาศไทยมาก การโจมตีของฝูงเครือ่ งบินไอ พนประจัญบานดุเดือดนากลัวนาสยดสยองที่สุด . นิกรชะโงกหนามองดูพวกโจรทีก่ าลั ํ งปนปายขึ้นมาอยางระมัดระวังตัว เขาสั่งใหหนวยกลัวตาย ของเขาทุมระเบิดไฮโดรเยนลงไปทีละหมอ หมอนํ้าบรรจุรังผึ้งลอยละลิ่วลงไปสูเบื้องลางกระทบโขดหิน แตกกระจายเสียงดังโพละเพละ ผึง้ ปาฮือกันออกมาจากรังตอยพวกโจรรองเอะอะเอ็ดตะโรลาถอยลงจากหนา ผาเปนพัลวัน นิกรยกกานําร ้ อนใบใหญชขู น้ึ แลวรองตะโกนบอกพวกโจร “เฮย-กินนําร ้ อนเสียหนอยนะพรรคพวก” แลวนิกรก็รนิ นํ้ารอนแจกจายสมุนโจรขางลาง คราวนี้พวกโจรหลายคนลอยละลิ่วพลัดตกจากหนา ผาเปนทิวแถว บางก็หลบซอนตัวตามชะงอนหิน หนวยกลัวตายชวยกันราดนํ้ารอนเดือด ๆ ลงไป แลวเอา กอนหินทุมพวกโจรอยางสนุกสนาน บางคนก็ใชปนแกปยิง พวกโจรแตกพายยับเยินทําใหเหลียงฟูเดือดดาล มากที่เขาไดรับความผิดพลาดหวังอีกครั้งหนึ่งในการโจมตีหมูบานแมว เสียงแตรเดีย่ วทางฝายโจรดังขึน้ สมุนของเหลียงฟูคอย ๆ ลาถอยกลับไปรวมกําลังกัน เหลียงฟู ระดมกําลังทั้งหมดใหเขาตีทางดานใตเพียงดานเดียวและขยายแนวรบออกไปเปนรูปครึ่งวงกลม พวกโจร ปฏิบัติการอยางรวดเร็วฉับพลันคลายกับทหาร แตกอนที่เหลียงฟูจะเปดฉากโจมตีแบบแตกหักเครือ่ งบินประจัญบานแบบซุปเปอรเซเบอรรวม ๙ เครื่องก็บินผานยอดเขาลูกหนึ่งตรงเขามาเปนแถวเรียงเดี่ยวในระยะตําด ่ วยความเร็วสูง ดร.

อ.ดิเรกกับ คณะ เครื่องบินลําที่ ๒-๓-๔ และลําสุดทาย ปลอยพลรมลงมาลําละ ๕ คน บรรดาพลพรรคแมวตางตืน่ เตน สนใจไปตามกันเมือ่ ไดเห็นพลรมลงปฏิบตั กิ ารเปนครัง้ แรก ทหารพลรมแตงเครื่องสนามสวมหมวกเหล็ก ครบครัน มีปนกลมือแบบทอมสันเปนอาวุธ บางคนก็มีวิทยุสนาม พลรมลงสูพื้นดินโดยสวัสดิภาพ เครือ่ ง บินทั้ง ๕ เครือ่ ง ไดบินยอนกลับมาทิ้งของและพลรมลงมาอีก เกือบครึ่งชั่วโมงพลรมหนึ่งกองรอยในบังคับบัญชาของ ร. เจาแหวและกอบแกวเดินเขาไปในบริเวณ ลานกวางนัน้ เพือ่ คอยชวยเหลือพลรมถาหากวามีใครไดรบั อุบตั เิ หตุ พลรมเหลานี้มาจากคายปาหวายลพบุรี เครื่องบินที่ดอนเมืองไปรับที่สนามบินโคกกระเทียมเดินทางมานี่ ทุกคนเปนพลรมที่กลาหาญบึกบึนไดรับ การฝกมาแลวอยางชํานิชานาญ ํ เมื่อฝูงเครื่องบินลําเลียงบินกลับมาอีก มันก็บินเปนแถวเรียงเดี่ยวในระยะหางจากกัน ลําแรกทิ้งขาว ของสัมภาระลงมารวม ๕ รม มีเสบียงอาหาร ยาและเครื่องเวชภัณฑ กระสุนปนกลทอมสัน กระสุนปนพกรี วอลเวอร ๙ มม.อ.เศษ สวนฝูง บินประจัญบานมาจากดอนเมืองตอน ๗.ดิเรกไดพูดวิทยุติดตอกับนักบินไดแลว เขาสั่งใหกิมหงวนกับเจาแหวนําผาสีขาวพับหนึง่ ออก ไปปูในที่ราบสูงเปนรูปตัวที หางจากหมูบานประมาณ ๓๐๐ เมตร บริเวณนัน้ เปนทีร่ าบกวางขวางมากเหมาะ ที่พลรมจะกระโดดลงมาปฏิบัติการ พอกิมหงวนกับเจาแหวปูผา เสร็จเรียบรอยเครือ่ งบินลําเลียงก็บินมาถึงและบินเปนวงกลมกวาง นัก บินไดทิ้งรมชูชีพติดกระสอบทรายลงมาเพื่อทดสอบทางลมแตขณะนี้ลมสงบเงียบ ดร.ดิเรกอยางนอบนอม แลวดิเรกก็แนะนําใหร.ชาติ แปลกใจมากเมื่อทราบวาหัวหนาแมวเปนหญิงสาวสวยและมีการศึกษาเปนอยางดี มีกิริยามารยาทสุภาพออน หวานนารัก .อ.ดิเรกติดตอกับนักบิน จนเขาใจดีแลวเขาก็เลิกพูดวิทยุชวนเจาคุณปจจนึก ฯ กับพล.๐๐ น.ชาติรูจ กั กับเพือ่ นเกลอของเขาและเจาคุณปจจนึก ฯ กับนางพญาแมว ทําใหร.ดิเรกกับ คณะปลอดภัย ซึ่งนายแพทยหนุมก็ไดขอบคุณเสืออากาศทั้งหลายโดยทั่วหนากัน เครื่องบินใบพัดครางกระหึม่ มาแตไกล พลพรรคแมวตางออกมายืนรวมกลุมอยูในที่แจงแหงนหนา มองไปทางขอบฟาทิศตะวันออกเฉียงใต เครือ่ งบินลําเลียงสองเครือ่ งยนตรรวม ๕ เครือ่ ง บินเกาะหมูต รงเขา มาอยางเอื่อย ๆ ความจริงฝูงเครือ่ งบินลําเลียงไดออกเดินทางจากฐานทัพอากาศตั้งแต ๔. บุหรี่และของใชอื่น ๆ อีกหลายอยางซึ่งทางราชการทหารไดเอื้อเฟอสงมาใหดร.๐๐ น. ฝูงบินประจัญบานหายลับไปสักครูก็บินเกาะหมูกลับมาในระยะสูงมาก ซุปเปอรเซเบอรทง้ั ๙ เครื่องเดินทางกลับฐานทัพอากาศที่ดอนเมืองแลว ผูบังคับฝูงไดพูดวิทยุกับดร.ชาติ พิชิตพงศ รวม ๑๒๐ คน ก็ลงสู พื้นดินโดยเรียบรอย ทุกคนปลอดภัยไมมีใครไดรับอันตรายเลย มีเพียงแคสิบตรีผูบังคับหมูคนหนึ่งขาแพลง ไปเล็กนอย ระหวางที่พลรมกําลังเก็บพับรมดร.ดิเรกไดพาคณะพรรคของเขากับกอบแกวเขาไปหา เมือ่ นาย แพทยหนุมไดแนะนําตัวเองใหรจู กั ผูบังคับกองรอยพลรมก็ไดสนทนาปราศรัยกับดร.ดิเรกแจงวาพวกโจรฮอถูก สังหารไปครึ่งหนึ่งแลวที่กาลั ํ งแตกพายหลบหนีเขาปาเปนหนาที่ของพลรมจะจัดการกวาดลางตอไป ซึ่งขณะ นี้เครื่องบินลําเลียงพลรมไดเดินทางมาถึงดอยหลวงแลว ผูบังคับฝูงไดกลาวแสดงความยินดีที่ดร. ดร.นิกร.

อ.ดิเรกอยางยิ้มแยม เขาเรียกนายแพทยหนุม วาอาจารยกเ็ พราะเขารูด วี า ดร.อ.ชาติยิ้มใหทานเจาคุณ “ขอบคุณครับใตเทาทีก่ รุณาเตือนผม อา-เชิญไปสํารวจสิง่ ของทีเ่ รานํามามอบใหเถอะครับ ทหาร ของผมรวบรวมไวโนนแลว” “ทําไมถึงมากมายนักละครับผูกอง” พลถามยิ้ม ๆ .อ.ชาติทาหนํ าตืน่ “แมงมุมยักษ……” “ครับ ถูกแลว” อาเสี่ยพูดเสียงหนักแนน “ผูก องกับทหารพลรมตองระวังหนอยนะครับ บนดอยนี้ ตอนสูงจากพืน้ ดินราว ๑.ชาติมองดูฝูงเครื่องบินซึ่งกําลังบินเกาะหมูเดินทางกลับฐานทัพในระยะสูงแลวเขาก็กลาวกับ นายแพทยหนุม อยางนอบนอม “เจานายสั่งใหผมนําพลรมติดตามกวาดลางพวกโจรฮอในปานีต้ อ ไปครับ โดยมีกําหนดเดินปาสอง สัปดาหซึ่งเทากับเปนการฝกหัดรบดวยกระสุนจริงในปาทึบและบนเขา ผมจะพาพลรมเดินทางเรื่อยไปจนถึง แมฮองสอนตามแผนกวาดลางโจรฮอที่ผูบังคับบัญชามอบหมายมา และทีแ่ มฮอ งสอนจะมีเครือ่ งบินไปรับ พวกเรากลับตามกําหนด” “อาว” เสีย่ หงวนรองขึน้ ดัง ๆ “แลวพวกผมละผูกอง ไมมีเฮลิคอบเตอรมารับพวกเราหรือครับ” ร.อ.ชาติหันมาทางเสี่ยหงวน “เรื่องนี้ผมไมทราบหรอกครับ ลองวิทยุติดตอกับกองทัพอากาศสิครับ” “วา” เสี่ยหงวนคราง “พวกผมตกคางอยูในปานี้นานแลวคิดถึงบานเต็มทน ถาไมมีเฮลิคอบเตอรมา รับเราจะกลับกันอยางไร ขืนบุกปากลับไปคงถูกเสือกินหมด ลูกหาบที่มากับเราหนีไปหมดแลวกอนที่เราจะ ขึ้นมาบนดอยนี้ พรานผูน าทางก็ ํ ตองเสียชีวิตจากแมงมุมยักษ” ร.ชาติพูดกับ ดร. “ผมกับพลรมในกองรอยของผมไดรับคําสั่งดวนใหมาชวยอาจารยกับคณะครับ” ร.ดิเรกเปนจอมนักวิทยาศาสตรผยู ง่ิ ใหญซึ่งใคร ๆ ก็ยกยองเรียกนายแพทยหนุมวาอาจารยโดยมาก “ผมดีใจมากที่พวกเราไดมาชวยทันกอนที่ อาจารยกับคณะจะไดรบั อันตรายจากพวกโจรฮอ นักบินผูชวยเลาใหพวกเราฟงแลวครับวาพวกโจรแตกพาย ไปหมดแลวหลังจากถูกเครือ่ งบินประจัญบานโจมตีเพียง ๑๕ นาทีดร.อ.๕๐๐ ฟต มีแมงมุมยักษอยูฝูงหนึ่ง ตัวโตขนาดกะลามะพราวเชียวครับ” เจาคุณปจจนึก ฯ พูดเสริมขึ้น “แตพลรมมีเครือ่ งพนไฟมาดวยคงจะไมเปนไรหรอก อยางไรก็ตามตองระวังตัวไวบางนะคุณ” ร.ดิเรกยืน่ มือใหนายทหารหนุม จับอีก ครั้งหนึ่งและบีบมือแนน” “ขอบคุณมากผูกอง ขอบคุณพวกนักบินและพลรมทุก ๆ คนทีไ่ ดกรุณามาชวยเหลือพวกเรา ขณะนี้ พวกโจรฮอแตกพายหนีเขาปาไปหมดแลว มันคงจะลงไปจากเขาลูกนี้เพื่อลาถอยไปทางแมฮองสอน ผูก องจะ จัดการกับพวกโจรฮออยางไรตอไปครับ” ร.

. ลูกระเบิด ไปรับมอบสิ่งของจากผมเถอะครับ ผมไมมีเวลาอีกแลวจะรีบนํา พลรมออกติดตามกวาดลางพวกโจรตอไป แตผมจะฝากรมไวที่หมูบานนี”้ แลวเขาก็หันมาทางกอบแกว “หวังวาคุณคงจะไมรังเกียจที่จะชวยรับฝากรมชูชีพของเรา” นางพญาแมวยิ้มนารัก “ไมรังเกียจเลยคะ พวกเรายินดีชวยเหลือทางราชการทหารเสมอ” กิมหงวนหัวเราะหึ ๆ แลวกลาวกับร.อายสันดาน…..ประทานโทษนะครับ ผูกองนึกเสียวบางไหมครับขณะที่โดดลงมาจากเครื่องบิน” ร.ชาติ “ผูก องครับ” ผูบังคับกองรอยหนุม หันมาทางอาเสีย่ “วาไงครับ” “อา….มึงเตะลูกกูขอใหมึงรมไมกางใหมึง กระดูกออกนอกเนือ้ ดูเถอะครับ แกชางไมนึกบางเลยวาถาผมตายหลานของแกตั้ง ๓ คน จะตองเปนกําพรา ผมหัวเสียมากเกินไปเลยลืมเอาสายรมติดตัวผม พอนักบินใหสญ ั ญาณกระโดดผมก็กระโดดเปนคนแรกใน ฐานทีผ่ มเปนผูบ งั คับกอง” .ชาติหัวเราะลัน่ เขาเปนนายทหารหนุม ทีม่ อี ารมณขนั เชนเดียวกับนิกรเหมือนกัน “มีครั้งหนึ่งครับผมเคยกระโดดรมในการฝกที่โคกกระเทียม วันนั้นผมมีเรื่องทะเลาะกับแมยายจิต ใจเลยขุนมัว เมือ่ นักบินเขาเปดสัญญาณไฟเตรียมพรอมผมก็สง่ั ทหารลุกขึน้ เอาสายรมเกีย่ วติดตัว สวนผมลืม เกี่ยวรมเพราะมัวแตนึกถึงแมยายปากปลาราของผม ซึ่งบังอาจดาผมวาอายพลรมกระดาษ” กิมหงวนจุปาก “ดาเจ็บเสียดวย” ผูบังคับกองพยักหนา “นัน่ นะซีครับ นอกจากนี้ยังแชงผมดวย………. “อาวุธและเสบียงของพลรมดวยครับ สําหรับของทีผ่ มนํามาใหพวกคุณมีเพียงสี่ลังเทานั้น นอกนัน้ เปนหีบปนกลหนัก.ชาติกลืนนําลายเอื ้ อ๊ ก “ก็เนานะซีครับ อยางนอยก็จมหายลงไปในดินราวสี่เมตร” นิกรทําคอยน “พวกพลรมกลาหาญเหลือเกินครับ ถาเปนผมถึงรมกางก็เยี่ยวราดเปนลมคอพับคอออนจนกวาจะ ถึงดิน อา….ผูก องครับ ติ๋งตางวาผูกองกระโดดลงมาแลวบังเอิญนึกขึ้นไดวาลืมรมไวละครับ” คราวนีร้ .อ. กระสุนปน.ชาติหวั เราะอยางอารมณดี “ก็เปนบางครับ โดดมากีค่ รัง้ ๆ ก็อดนึกเสียวไมได ตอนทีล่ อยลงมาจากประตูเครือ่ งบินกอนทีร่ ม มันจะกาง แตพอรมกางออกแลวก็สบายใจ” นิกรยิม้ นอยยิม้ ใหญ “ติ๋งตางวามันไมกางละครับ” ร.อ.อ.อ..

ชาติอยางสนิทสนม “ผมรูแลวผูกอง กอนทีผ่ กู องจะกระโดดลงมาจากเครือ่ งบินผูก องตองดืม่ เหลาแน ๆ จริงไหมละ ครับ” “แฮะ แฮะ จริงครับอาจารย ผมตองดื่มเหลาเพียว ๆ ประมาณหนึง่ กัก๊ กอนกระโดดรมราว ๕ นาที” “นัน่ นะซี” นายแพทยหนุมพูดยิ้ม ๆ “ตอนที่ผูกองคุยกับพวกเราเมื่อกี้นี้แอลกอฮอรยังไมออกฤทธิ์ก็ เปนเรื่องเปนราวดี พอแอลกอฮอรแผลงฤทธิผ์ กู องก็เลาเรือ่ งกระโดดรมและลืมรมไวบนเครือ่ งบิน ฮะ ฮะ ผู กองคงคอเหลาเหมือนกับพวกผม” ร.ชาติหวั เราะ “ไมไดหรอกครับ ละทิ้งหนาที่ในเวลาประกาศกฎอัยการศึกเชนนี้ติดคุกแน ขึน้ ศาลทหารเด็ดขาด เอาไวเราไปพบกันที่กรุงเทพ ฯ ดีกวานะครับผมเคยไดยินชื่ออาเสี่ยมานานแลว ดีใจมากเชียวครับทีไ่ ดเห็นตัว จริงวันนี้ แมยายผมแกไมเชื่อหรอกครับตามขาวที่เขาลือกันวาอาเสี่ยเปนมหาเศรษฐีที่กลาฉีกแบงคเลนทีละ พันสองพัน แกวาใหร่ํารวยยังไง ๒๐ บาทก็ไมกลาฉีก” อาเสี่ยยิ้มดวยมุมปากขางขวาแลวลวงกระเปากางเกงหยิบธนบัตรใบละรอยบาทใหมเอี่ยมออกมา ปกหนึ่งประมาณ ๒.ชาติอทุ านแลวหัวเราะ “ผมตายแลวผมจะมายืนคุยกับพวกคุณไดอยางไร มือชั้นผมไม ยอมตายงาย ๆ หรอกครับ เมื่อผมลอยละลิ่วลงไปจากเครื่องบินผมก็ใจหายรูทันทีวาผมไมมีรมเพราะลืมรม แตสติยังดีอยูผ มรีบแกทอ็ บบูต ออกอยางรวดเร็วทํางานแขงกับเวลาและความตาย ผมผูกปลายขากางเกงทั้ง สองขางใหเปนปม ลมมันก็เขาไปในกางเกงชวยใหผมประคองตัวอยูในอากาศได พอดีพลรมของผมคนหนึ่ง เกิดอุบัติเหตุรมไมกางลอยลิ่วลงมาใกล ๆ ผมแลวรมชูชีพก็กางพรึ่บ ผมควาสายรมเสนหนึ่งไวไดครับ ผมกับ ทหารคนนั้นจึงลอยลงสูพื้นสนามบินรอดตายเหมือนกับมีปาฏิหาริย นีแ่ หละครับชีวติ ของพลรมเปนอยางนี้ พลาดพลั้งนิดเดียวก็มีหวังไปปาชาลูกเมียรองไหขี้มูกโปงไปตามกัน” สี่สหายมองดูหนากันและทําหนาเหยเกไปตามกัน กอบแกวกลั้นหัวเราะแทบแย ดร.อ.อ.ดิเรกเลือ่ นตัว เขามาชิดผูบังคับกองพลรมแลวกลาวเบา ๆ “อาปากซิผูกอง” ร.อ. “วา” นิกรเอ็ดตะโร “เรือ่ งนีห้ วาดเสียวจังเลยครับ แลวผูกองก็เลยโหมงโลกตายไปเลย” “อาว” ร.ชาติอาปากกวางจนเห็นลิ้นไก นายแพทยหนุมสูดดมกลิ่นใกล ๆ ปากของผูบังคับกองพลรม แลวหัวเราะชอบใจยกมือตบบาร.อ.อ.๐๐๐ บาท .ชาติยิ้มอาย ๆ “ก็ไมเกงนักหรอกครับ ผมทานวันละสองสามขวดเทานั้น” กิมหงวนยื่นมือใหผูบังคับกองจับ “ผมนึกรักผูกองเสียแลวละซี อยาไปปราบพวกโจรฮอเลยครับพักกับพวกเราที่หมูบานนี้ดีกวา ผม จะจัดอาหารดี ๆ เลี้ยงผูกองใหเต็มที่ เหลาแมวยิ้มและเหลาเผน รับรองวาผูก องกินแลวตองติดใจ ขนาดจุด ไฟพรึ่บเลยครับปลอยใหผูหมวดนําพลรมบุกปาติดตามพวกโจรไปก็แลวกัน” ร.

อ.อ.ดิเรกอาปากหวอ “ผูก อง….ผมสงสัยเสียแลว นากลัวคุณจะเปนพระยาเทครัวเปนแน” ผูบังคับกองยิ้มอาย ๆ “เห็นจะใชครับ หลอนเปนแมยายผมดวยและเปนเมียนอยผมดวยครับ แมยายผมอายุ ๔๕ ครับแต ยังสาวและสวยมาก เมียผม ๒๖ ป” เสียงหัวเราะดังขึน้ อยางครืน้ เครง เจาคุณปจจนึก ฯ ยกมือชี้หนาร.อ.ชาติเดินเขามานายทหารคนหนึง่ ก็บอก กองรอยพลรมกระทําความเคารพและวิ่งเขามารายงานจํานวนทหาร นายทหารและนายสิบใหทราบตาม ระเบียบ หลังจากร.ชาติไดมอบสิ่งของตาง ๆ ใหดร..ชาติลืมตาโพลง เต็มไปดวยความตื่นเตนเหลือที่จะกลาว “โอโฮ อาเสีย่ แนจริง ๆ ครับ” เขารองเสียงลั่นแลวกมลงเก็บเศษธนบัตรเหลานั้นขึ้นมายัดใส กระเปากางเกง “ผมจะเอาไปอวดแมยายแกเพื่อเปนหลักฐานและจะเลาเรื่องนี้ใหฟง ความจริงแมยายผมแก ปากรายมากครับ แตสวยและนาพิสมัยที่สุด เมียผมยังงี้แพหลุดลุย” ดร.ดิเรกกับคณะไดผาหมนอนใหมเอี่ยม ๑๐ ผืน ปนลูกซองสําหรับลาสัตว ๔ กระบอก พรอมดวย กระสุนขนาดตาง ๆ อีก ๑๐๐ นัด เครือ่ งกระปองมากมายเหลือเฟอ วิสกี้ไทย ๒ โหล บุหรี่ ๒๐ หอ ยาและ เครื่องเวชภัณฑหนึ่งหีบ กระสุนปนกลทอมสัน กระสุนปนพกรีวอลเวอร ๙ มม.ชาติกเ็ ดินนําหนาพาทุก ๆ คนตรงไปยังหีบหอสัมภาระที่ทิ้งลงมาจากเครื่องบิน บรรดาทหารพลรมทั้งกองรอยไดเขาแถวหนากระดานเรียงสองรอคอยเคลื่อนพลอยูแลว ผูบังคับหมวด ๓ คน กับทหารและนายสิบอีกสามสี่คนยืนอยูขางหีบหอเหลานั้น เมื่อร. ลูกระเบิดมือและขาวของ เครื่องใชที่จาเป ํ นอีกหลายอยาง .ชาติแลวพูดสัพยอกอยางลูก หลาน “ระวังใหดี คุณจะถูกแมยายคุณยิง โจรฮอนะไมตอ งไปกลัวมันหรอก มีแตคณ ุ จะฆามัน แตแมยาย ของคุณระวังใหมากหลานชาย” ผูบงั คับกองรอยพลรมหนาจอย “นัน่ นะซีครับ ผมก็ชักหวาด ๆ เหมือนกัน หมูนี้แกปะทะกับผมบอย ๆ เสียดวย เอ-ไปที่กองสิ่งของ เถอะครับ ผูหมวดกับทหารเขารอคอยผมอยู ผมนะถาลงดื่มเหลาเขาไปแลวก็ไมอยากจะหยุดคุยเลย” อาเสี่ยวา “อยาไปรบกับพวกโจรเลยนาผูก อง อยูกับพวกเราที่นี่ดีกวา” ครั้นแลวร.อ.ดิเรกกับคณะและมีการเซ็นรับกันเรียบรอยแลว ผู บังคับกองหนุม ก็อําลาคณะพรรคสี่สหายกับกอบแกวพาทหารพลรมเคลื่อนที่ตอไปตามแผนการเพื่อกวาด ลางโจรฮอตามคําสั่งที่ไดรับมอบหมายมาจากผูบังคับบัญชา ดร.อ. “ผมจะฉีกใหผูกองดูเลนเปนขวัญตาจะไดไปเลาใหแมยายของผูกองฟงวาอาเสี่ยกิมหงวนสามารถ ฉีกเงินทิ้งเลนอยางหนาตาเฉย” พูดจบกิมหงวนก็ฉีกธนบัตรใบละรอยบาทปกนั้นออกเปนชิ้นเล็กชิ้นนอย ร.

ดิเรกยิม้ แหง ๆ “ทานไมลงคุณแกว พวกผมหมดหวังที่จะกลับบานโดยเฮลิคอบเตอรแลว” ทุกคนมองดูนายแพทยหนุมเปนตาเดียว “ทําไมละ” เสีย่ หงวนถามอยางรอนรน “กันคิดถึงเมียกันใจจะขาดแลวนะโวย แกติดตอทางวิทยุได ความวายังไง” ดร. เด็กและคนชราที่หลบซอนตัวอยูในปาทึบ ตางกลับมายังหมูบานดวยความดีใจ ดร. สันติภาพกลับคืนมาแลว บรรดาพวกแมวทีเ่ ปนผูห ญิง.ดิเรกออก มายืนหนาระเบียงเรือนเขาก็รอ งเรียก “เฮย-หมอมากินขาวโวย” นายแพทยหนุม กาวลงมาจากเรือนขุนศึกเดินหนามอยเขามาหาคณะพรรคของเขา เขากาวขึ้นมานั่ง ขัดสมาธิบนแคร กอบแกวรีบตักขาวตมใสจานสงใหดร.ดิเรกยักไหลแลวแบมือ “กองทัพอากาศเขาบอกวา ภูมปิ ระเทศบนดอยนีห้ รือในบริเวณปาเหลานีเ้ ฮลิคอบเตอรลงไมได นัก บินไอพนกลับไปรายงานวาบนยอดดอยมีหมอกปกคลุมและพื้นที่ไมเหมาะที่จะนําเฮลิคอบเตอรลง” “แลวกัน” เจาคุณปจจนึก ฯ อุทาน “ถายังงั้นเรามิตองบุกปาฝาดงเดินทางกลับบานยังงั้นหรือ” “ออไร ก็ตองเปนอยางนั้นแหละครับ ทานรองไดแสดงความเสียใจที่ทาให ํ เราผิดพลาดหวังเพราะ สัญญาไวแลววาจะสงเฮลิคอบเตอรมารับเรากลับ ทานแนะนําใหเราบุกไปแมฮองสอนซึ่งระยะทางใกลกวา เชียงใหมมาก เมื่อไปถึงแมฮองสอนขาราชการที่นั่นก็จะใหความชวยเหลือเราเปนอยางดีทางกองทัพอากาศ จะคอยรับโทรเลขจากเรา ถาไดรบั โทรเลขเมือ่ ไรก็จะสงเครือ่ งบินพิเศษไปรับเราทีแ่ มฮอ งสอนทันที” นิกรพุย ขาวตมอยางรวดเร็ว เอาตะเกียบหยิบกับใสปากและเคี้ยวเสียงลั่น เขาไมยอมกินขาวดวย ชอนเหมือนเพือ่ น ๆ “เอายังไงดีโวยพวกเรา” นิกรถามเสียงคับปากเพราะหมูพะโลชิ้นเบอเริ่มอยูในปากของเขา เจาคุณปจจนึก ฯ ถามกอบแกวอยางเปนงานเปนการ .ดิเรกไดวทิ ยุตดิ ตอไปทางคาย “ดารารัศมี” ใหถายทอดวิทยุโทรเลข ของเขาไปยังกองทัพอากาศทีด่ อนเมืองเพือ่ ขอใหทางกองทัพอากาศสงเครือ่ งบินเฮลิคอบเตอรมารับ นาย แพทยหนุมใชเวลาสงวิทยุโทรเลขประมาณหนึ่งชั่วโมงแลวเขาก็ออกมาจากหองรับสงวิทยุภายในเรือนพัก ของขุนศึก ขณะนี้เปนเวลาเที่ยงพอดี พวกแมวไดนง่ั ลอมวงรับประทานขาวตมตามใตรม ไมหรือหนากระทอม เปนกลุม ๆ หมูบานสามในสี่สวนตกเปนเหยื่อพระเพลิงไปแลว แตบานพักของกอบแกวและบานพัก ตําแหนงขุนศึกรอดพนจากไฟไหมเพราะปลูกอยูหางจากพวกลูกบาน ที่ใตรมเงาของตนไมใหญหนาเรือนพักของกอบแกวสามสหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และนางพญา แมวกําลังนั่งรับประทานขาวตมกันอยูบนแครไมไผอันกวางใหญและมั่นคงแข็งแรง พลแลเห็นดร.ดิเรก “ทานเถอะคะคุณหมอ ขาวตมกําลังรอนเชียวคะ” ดร.

“หลานสาว แกวพอจะบอกลุงไดไหมวาระยะทางจากดอยหลวงไปแมฮองสอนใกลไกลแคไหน” นางไพรหนาเศราทันที “แกวเรียนใหคุณลุงทราบไมถูกหรอกคะวาใกลหรือไกล ทราบแตวา พวกแมวคนของแกวเคยเอา ของปาบรรทุกลอมาไปขายที่แมฮองสอนใชเวลาเดินทางสามวันคะ เดินปาขามเขาเฉพาะตอนกลางวัน กลาง คืนหยุดพักนอน” เจาคุณพยักหนารับทราบ “ก็โขอยูเหมือนกัน พวกแมวเปนชาวปาชาวเขาเดินทางไดเร็วกวาพวกลุงมาก แกวพอจะหาคนนํา ทางและลูกหาบใหลุงสักหาหกคนไดไหมเพื่อพาพวกเราไปสงแมฮองสอน ลุงจะจายคาจางใหเขาใหสมกับ คาเหนือ่ ยของเขาทีเดียว” กอบแกวตอบโดยไมตอ งคิด “ไดคะคุณลุง แกวยินดีจะหาคนนําทางและลูกหาบให แกวจะรวมทางไปสงดวยคะ คนของแกวยิน ดีจะชวยเหลือโดยไมตอ งการเงินหรือสิง่ ตอบแทนใด ๆ เลย พวกแมวบนดอยนี้ตางสํานึกในบุญคุณของคุณ ลุงกับลูกหลานของคุณลุงอยางไมมีวันที่จะลืมไดเทาที่ทุกคนไดเปนกําลังสําคัญเสี่ยงภัยเสี่ยงชีวิตตอสูกับ พวกโจรฮอในครัง้ นี้ เมื่อมีโอกาสที่จะตอบแทนบุญคุณแกวกับคนของแกวก็ยินดีคะ การนําทางไป แมฮองสอนไมใชงานที่ยากลําบากจนเกินไปนัก” ทานเจาคุณมองดูนางไพรอยางชืน่ ชม “ขอบใจมากหลานสาว ความจริงเราอยากจะพักอยูบ นดอยนีน้ าน ๆ ดวยซําไป ้ เพราะมันสุขสบาย เหมือนกับอยูบา นของเราเอง แตดิเรกมีงานสําคัญยิ่งที่จะตองรีบกลับไปทําเพือ่ ประเทศชาติ สิ่งนั้นก็คือสราง อาวุธปรมาณูใหแกกองทัพไทยซึ่งเราก็ไดเลาใหแกวฟงแลว” กอบแกวยิ้มเศรา ๆ นาสงสาร หลอนคอย ๆ หันมามองดูขุนศึกแลวกลาววา “พี่คงคิดถึงบานใจแทบขาด” พลฝนหัวเราะ “เปลาเลยแกว” กิมหงวนพูดเสริมขึ้น “ใหแกรากเลือดลงแดงตาย” “เออ” กอบแกวคอนขุนศึก “อยางนอยพี่ก็ตองเปนหวงพี่นันทาบาง” พลเย็นวาบไปหมดทั้งตัว “ใครบอกแกว” เขาถามออมแอม “ก็นองชายพี่นันนะซีคะบอกแกว” ขุนศึกหันขวับมาทางนายจอมทะเลน นิกรทําหนาตายกมหนากมตาพุยขาวตมและคีบกับใสปาก .

ดิเรกหัวเราะหึ ๆ “ชามที่ ๖ แลวนี่มันจะลงไดอยางไร” เจาคุณปจจนึก ฯ โบกมือหามทุกคนใหสงบเงียบ แลวทานก็กลาวกับนางพญาแมวอยางเปนงาน เปนการ “พวกเราจะพักอยูที่นี่อีกสักสองสามวันจึงจะเดินทางไปแมฮองสอน ตกลงอยางนี้นะแกว” กอบแกวมีสีหนาชุมชื่นขึ้นทันที “คะ ดีแลวคะ แกวอยากจะขอรองใหคุณลุงเปนแมกองชวยสรางบานใหพวกเราคะ แมวทั้งสาม ตําบลจะอยูร วมกับพรรคพวกของแกวทีน่ เ่ี พือ่ รวมกําลังกันใหเปนปกแผนมั่นคง หัวหนาแมวไดปรึกษากับ แกวแลวคะ พวกลูกบานของเขาตางเต็มใจที่จะสรางบานเรือนอยูที่นี่เพราะชัยภูมิดี ที่ดินสําหรับปลูกพืชก็มี มาก พรุงนี้แมวทุกคนจะระดมกําลังกันสรางบานเรือนขึน้ คะ ภายในสามวันก็จะสรางเสร็จเรียบรอยดวย ความสามัคคีของพวกเรา หมูบานที่นี่จะเปนหมูบานที่หนาแนนมีชาวแมวนับพัน พวกโจรตางถิน่ มาเห็นเขาก็ ไมกลาปลน เมื่อปลูกบานเสร็จแลวคุณลุงก็จะตองเปนประธานในการคัดเลือกขุนศึกอีกดวย” เจาคุณปจจนึก ฯ นิ่งฟงดวยความสนใจ . “อายกร ทําไมถึงริอา นเปนคนปากบอนวะ เรื่องของฉันไมไดหนักกบาลแกเลย” นิกรมองดูพลอยางเคือง ๆ “จริง มันคงไมหนักกบาลขาถาหากวาพี่นันไมใชพี่สาวของขา แกกําลังจะหลอกเด็กหลอกเล็กพา คุณแกวไปกรุงเทพ ฯ ขืนไปพี่นันก็ยิงแกทิ้งเทานั้น หรือมายก็เกิดตบกันอยางอุตลุดยุงตายหาหนังสือพิมพลง ขายหนาเขา” กอบแกวพูดขึ้นดวยเสียงสั่นเครือ “แกวไมไปหรอกคะคุณนิกรคะ แกวยอมชํ้าใจตายอยูที่นี่ แกวผิดพลาดหลงรักพี่พลแลวแกวก็จะ กมหนารับกรรมไป ทําอยางไรไดคะ ไมมีใครที่จะหนีกรรมเกาพน” เสี่ยหงวนทําปากแบะเหมือนกับจะรองไห เขามองดูพลอยางเดือดดาล แลวยกมือขวาเขกกบาลขุน ศึกดังโปก “นี่แนะ ยุงนักอายเปรต ไปทีไ่ หนตองมีเรือ่ งโรมานซทน่ี น่ั ” พลยิ้มแหง ๆ “เออ ดากันเถอะเพื่อน เรือ่ งของความรักมันหามไมไดและรูไ มไดวา มันจะเกิดขึน้ แกเราเมือ่ ไร ถึง อยางไรกันก็จะรักแกวและนึกถึงแกวไปชั่วนิรันดร” กอบแกวประนมมือไหวพลอยางนอบนอม “ขอบคุณคะพี่ แกวก็เชนเดียวกัน ชาติหนามีจริงแกวคงจะไดพบพี่อีก และรักของแกวคงจะราบรื่น ไมมีอุปสรรคอะไร” นิกรวางชามขาวตมดังโครม “เศราโวย กินไมลง” ดร.

“หมายความวาชายฉกรรจผูมีฝมือดีจะสมัครเขาเปนขุนศึกและประลองฝมือกันยังงั้นหรือแกว” “คะ ก็ตองเปนไปตามประเพณีของเราคะ ขุนศึกที่มีอยูเดิม เราจะประกาศยกเลิกเพราะเรารวมกัน เปนตําบลเดียวกันแลว ขุนศึกจะมีไดคนเดียวคือผูมีฝมือเลิศ” ดร. ชาย.ดิ .ดิเรกไดใชเวลาทัง้ หมดอบรมพวกแมวใหรจู กั รักษาความสะอาด มีอนามัยดี เขาอธิบายใหพวกสาว ๆ ชาวแมวฟงวาการอาบนํ้าบอย ๆ ยอมชวยใหเนือ้ ตัว สะอาดหมดจด ผูห ญิงควรกําจัดตัวเหาและไขเหาบนศีรษะใหหมดไป สาวสวยหาแฟนไมไดก็เนื่องจากผูชาย กลัวเหากระโดดเกาะหัว และรังเกียจกลิน่ ตามใตรกั แร จึงควรจะอาบนําสระผมทํ ้ าลายเหาใหสูญสิ้นไป พวก ผูหญิงแมวถือวาสีส่ หายเปนวีรบุรษุ เมือ่ พูดอะไรชีแ้ จงอะไรจึงเชือ่ ถือ ดังนั้นเหาและไขเหาจึงถูกปราบดวย สมุนไพรชนิดหนึ่งของพวกแมว นํามันมาตมแลวเอานํามั ้ นสระผมทําใหเหาเมาตายหมด สวนไขเหาก็ฝอไป พวกสาว ๆ แมวสวมเสื้อผาสะอาดขึ้น สวยและนารักขึ้น ตลอดเวลา ๔ คืนที่ผานมานี้นิกร. ดร. คนชราและเด็กตางทํางานตัวเปนเกลียว สี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และเจาแหวไดรว มมือกับพวกแมวชวยสรางบานเรือนใหดว ย แนะนําใหทุก ๆ บานทําหนาตางหลาย ๆ บานรับแสงสวางถายเทอากาศ ดร.ดิเรกถามขึ้นทันที “แลวหัวหนาแมวละครับ ใครจะเปน” กอบแกวยิ้มใหนายแพทยหนุม “แกวปรึกษากับหัวหนาทั้งสามคนแลวคะ เราจะใชวธิ โี หวตคะ ถาคะแนนเสียงของหัวหนาแมวคน ใดในสี่คนมากกวาเพื่อนคนนั้นก็จะไดเปนหัวหนา นอกนัน้ เปนผูช ว ยหรือรองหัวหนาคะ ชวยกันปกครองดู แลชาวแมวใหไดรับความรมเย็นเปนสุข” อาเสี่ยวา “โหวตกันคุณแกวก็ไดเปนหัวหนาแหง ๆ เพราะแมวทีน่ ม่ี จี านวนมากกว ํ า” “ไมแนหรอกคะอาเสีย่ เลาเหงหัวหนาแมวมีคนเคารพนับถือเขามากนะคะ เขาเปนคนดีมศี ลี ธรรม จริง ๆ แมวที่นี่ก็รักใครเขาคะ” กิมหงวนยิ้มแคน ๆ “ถายังงั้นผมจัดการเก็บเลาเหงเสียดีไหมครับ ยิงทิ้งเสียเลยคุณแกวจะไดเปนหัวหนา” พลยกฝามือขางขวาผลักหนาอาเสี่ยคอนขางแรง “ดุมากไปแลว ตั้งแตเปนหัวหนาหนวยกลาตายรูสึกวาแกอยากฆาคนตลอดวัน อยาดุนกั เลยวะ” “จริงโวย” อาเสีย่ ยอมรับ “บางทีไมรูจะฆาใครยังนึกอยากฆาตัวเองเต็มทน” นิกรถอนหายใจเฮือกใหญ “ปะทะกับพวกโจรคราวนี้พวกเราบาดเจ็บลมตายไปไมใชนอย ทรัพยสมบัติบานชองฉิบหายหมด คิดแลวเจ็บใจอายเหลียงฟู กินขาวดีกวา” แลวนิกรก็ยกชามขาวตมขึ้นพุยตอไป ดวยสามัคคีธรรมอันดีงามของพวกแมว บานเล็กเรือนนอยไมตากว ่ํ า ๓๐๐ หลังคาเรือนก็ถูกสราง เสร็จเรียบรอยชัว่ เวลาเพียง ๔ วันเทานัน้ ไมไผปาหลายสิบกอถูกโคนมาสรางบานราบไป บานสวนมากมี สภาพคลายกับกระทอมแตกวางขวางสะดวกสบายกวากระทอม หลังคามุงแฝก สวนประกอบโดยมากใชไม ไผ ชาวแมวชวยกันสรางบาน สรางคอกสัตวพาหนะ ทัง้ หญิง. กิมหงวน.

๐๐ น.เรกกับเจาแหวตางเพลิดเพลินกับสาวแมวซึ่งทุกคนมีอิสระเสรีในเรื่องความรักอยางเต็มที่ เมือ่ หลอนรักใคร ใครหลอนก็เสียสละทุกสิ่งทุกอยางในตัวของหลอนใหอยางงายดาย และผูหญิงแมวถือวาถาหลอนเสียตัวให กับใครและชายผูนั้นไมจัดผูใหญไปสูขอแตงงานกับหลอนแลวหลอนก็มีสิทธิที่จะเสียตัวใหใคร ๆ ไดอกี เทา ที่หลอนพอใจจะเสีย แตถา หลอนตัง้ ครรภขน้ึ มาเมือ่ ไรบิดามารดาหรือผูป กครองของหลอนก็จะใหหลอนพา ไปชี้ตัวผูชายซึ่งหลอนมั่นใจวาเขาเปนผูใหกาเนิ ํ ดทารก ผูที่ถูกระบุตัววาเปนพอทารกในครรภจะปฏิเสธไม ได เขาจะตองแตงงานกับหญิงสาวผูนั้นตามประเพณีของแมว วันนั้น หัวหนาแมวทั้งสี่คนไดประกาศใหพวกแมวทราบทั่วกันวาในตอนเย็นจะมีการเลือกหัวหนา และขุนศึกประจําทองถิ่น เมื่อไดยินเสียงกลองสัญญาณใหแมวทุกคนไปชุมนุมกันที่บริเวณลานกวางกลาง หมูบาน ขอใหชายฉกรรจที่จะสมัครเขาประลองฝมือชิงตําแหนงขุนศึกเตรียมตัวไวใหพรอม ในการเลือกตัง้ หัวหนาแมวและขุนศึกนี้พระยาปจจนึกพินาศจะเปนประธานชี้ขาด ขาวนี้ทาให ํ แมวทัง้ หมูบ า นตืน่ เตนยินดี ไปตามกัน แตขาวที่คณะพรรคสี่สหายและเจาคุณปจจนึก ฯ จะจากดอยหลวงไปในวันสองวันนี้ทาให ํ พวก แมวมีความอาลัยรักอยางยิ่ง พอตะวันคลอยในราว ๑๖. เสียงกลองก็กังวานไปทั่วหมูบาน พวกแมวตางวางมือจากการ งานออกจากบานเรือนของตนมาชุมนุมกันทีบ่ ริเวณลานดินอันกวางใหญ หลังจากนั้นสักครูคณะพรรคสี่ สหายพรอมดวยเจาคุณปจจนึก ฯ และเจาแหวก็พากอบแกวกับหัวหนาแมวทั้งสามคนผานกลุมประชาชนเขา มาทามกลางเสียงโหรอ งตอนรับวีรบุรษุ ทัง้ สี่ เจาคุณปจจนึก ฯ บอกใหกอบแกวและหัวหนาแมวอีก ๓ คนนัง่ รวมกันบนแทงหินใหญ แลวใหหัว หนาแมวลุกขึ้นแถลงนโยบายทีละคน เลาเฉียกลาวปราศรัยเปนคนแรก เขาวาถาชาวแมวเลือกเขาเปนหัวหนา เขาจะพยายามเอาใจใสดูแลในทุกขสุขของลูกบานอยางดีที่สุด ตอจากนัน้ เลาจุงก็ลกุ ขึน้ พูดเปนคนทีส่ อง เลา จุงวาหัวหนานัน้ จะเปนหญิงหรือชายไมสาคั ํ ญ แตขอใหเปนคนเฉลียวฉลาด มีความเมตตากรุณาตอลูกบาน เหมือนอยางกอบแกว เขายอมรับวากอบแกวมีความรูค วามสามารถในการปกครองคนดีกวาเขาจึงขอรองให แมวทุกคนเลือกกอบแกวเปนหัวหนาตอไป เมือ่ จบคําปราศรัยของเลาจุงเสียงตบมือโหรอ งก็ดงั ขึน้ ทัว่ บริเวณ ลานกวางนั้น ตอจากนั้นเลาเหงก็กลาวแถลงนโยบายบางโดยมีสาระสําคัญวา ถาประชาชนตองการใหเขาเปน หัวหนาเขาก็ยนิ ดีรบั ตําแหนงนี้ เขาจะสนับสนุนการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตวของชาวแมว เขาจะเอาใจใสใน ทุกขสุขของประชาชนชาวแมวเปนอยางดี กอบแกวลุกขึ้นกลาวสุนทรพจนหรือแถลงนโยบายเปนคนสุดทาย หลอนพูดภาษาแมวอยางคลอง แคลว “พี่นองทั้งหลาย โปรดอยาเลือกขาพเจาถาทานคิดวาขาพเจาจะชวยอะไรทานไมไดหรือไมมี ประโยชนสําหรับทาน แตถา ทานเห็นวาขาพเจาอาจจะทําคุณประโยชนใหแกทานและเปนหัวหนาที่ดีของ ทานและถาทานเลือกขาพเจาเปนหัวหนาของทานแลว ขาพเจาจะพยายามหาทางติดตอกับรัฐบาลเพื่อใหสราง ถนนมายังดอยหลวง พวกเราจะไดมีโอกาสสงสินคาพืชตาง ๆ และของปาเขาไปขายในเมือง นอกจากนีย้ งั จะ ไดรับความเจริญมีสภาพความเปนอยูด ขี น้ึ ขาพเจาจะสงเสริมการเพาะปลูก การเลี้ยงสัตวใหถูกตองเปนไป .

ตามหลักวิชาและประการสําคัญที่สุดก็คือ ขาพเจาจะใหการศึกษาแกพวกทานในการอานเขียนหนังสือไทย คือจัดตั้งโรงเรียนขึน้ อยางนอยก็ตอ งใหพวกเราอานหนังสือออกและเขียนหนังสือได เพือ่ เราจะไดหาวิชา ความรูจ ากตําหรับตําราทั้งหลาย” เสียงไชโยโหรองดังขึ้นทันที บรรดาแมวทัง้ หลายตางรองตะโกนขึน้ เปนเสียงเดียวกันคือยกยอง กอบแกวใหเปนหัวหนาของเขา เจาคุณปจจนึก ฯ ยกมือเขี่ยแขนเสี่ยหงวนแลวพูดเบา ๆ “เขาโหรอ งเสียงเอะอะวากระไรแกชวยแปลใหอาฟงหนอยเถอะวะ” อาเสี่ยหัวเราะ “ปูโธ คุณอากับผมก็เพิ่งมาถึงดอยหลวงพรอม ๆ กัน ถามอายกรมันซีครับ” นิกรหันมายิม้ ใหพอ ตาของเขา “ประชาชนเขาเชียรคณ ุ แกวครับ ถึงฟงไมออกดูกิริยาก็พอรู ผมคิดวาคุณแกวไดเปนหัวหนาแน ๆ” กอบแกวชูมอื ขวาขึน้ เหนือศีรษะ เมื่อเสียงโหรองเสียงจอกแจกจอแจสงบเงียบลงนางพญาแมวก็ กลาวขึ้นดวยเสียงอันดังวา “พี่นองทั้งหลาย ใครตองการใหขา พเจาเปนหัวหนาของทานโปรดยืนขึน้ ” เทานี้เองพวกแมวเกือบทุกคนก็ลุกขึ้นยืน หัวหนาแมวทั้งสามรีบลุกขึ้นจากแทนหินกมศีรษะให กอบแกวแสดงความเคารพหลอน แลวเลาเหงก็กลาวกับกอบแกวดวยภาษาไทย “ผมสามคนเห็นพองกับลูกบานครับคุณแกว คุณเทานัน้ ทีค่ วรเปนหัวหนาของเรา ไมจาเป ํ นตองมี การโหวตอีก เทาที่ลูกบานเกือบทั้งหมดลุกขึ้นยืนก็เปนคะแนนนิยมในตัวคุณอยูแลว ผมขอแสดงความยินดี ดวยใจจริง” กอบแกวยิ้มนารัก “ขอบคุณคะพี่ แกวจะเปนหัวหนาทีด่ ขี องพวกเราตลอดไป และแกวหวังวาพี่ทั้งสามคนจะกรุณา ชวยเหลือแกวปกครองลูกบานของเราดวยนะคะ” เลาจุงยิ้มใหหลอน “แนนอนครับคุณแกว พวกเราจะตองทําหนาทีเ่ ปนรองหัวหนาตามทีเ่ ราตกลงกันไว” เจาคุณปจจนึก ฯ เดินเขามาหากอบแกว “ลุงและพวกเรายินดีมากที่แกวไดรับความยินยอมจากหัวหนาทั้งสามคนใหแกวเปนหัวหนา แกว ประกาศใหลูกบานทราบเถอะวาแกวไดเปนหัวหนาแลว” นางพญาแมวรองประกาศใหพวกแมวทราบทันที เสียงตบมือโหรอ งดังขึน้ อีก เมือ่ กอบแกวทรุดตัว นั่งบนแทนหินแมวทั้งหลายก็พากันนั่งลงรอบบริเวณลานกวางมองดูเนืองแนนไปหมด เลาเหง. เลาเฉียและ เลาจุงเลี่ยงไปยืนขางหลังหลอน คณะพรรคสี่สหายชื่นชมยินดีไปตามกันที่กอบแกวไดดํารงตําแหนงนาง พญาแมวเหมือนเชนเดิม เจาคุณปจจนึก ฯ ยกมือกอดคอเลาเหงแลวพูดยิ้ม ๆ .

“ชวยประกาศหนอยซีเลาเหง ถึงเวลาแลวที่เราจะคัดเลือกขุนศึก มีพิธีรตี องอะไรกันบางไหมละ”
“ไมมีครับเจาคุณ ผูสมัครเขาประลองฝมือไดนั่งปะปนอยูในกลุมคนดูแลวและเตรียมอาวุธของเขา
มาเรียบรอยแลว”
“งั้นเรอะ ถายังงั้นประกาศใหออกมาตอสูกันไดเลย”
เลาเหงออกมายืนขางแทนหินแลวรองตะโกนขึ้นเปนภาษาแมวดวยเสียงอันดัง เสียงตบมือโหรอ ง
ดังขึ้นอีก เจาหนุมแมวรางสูงใหญคนหนึ่งเดินบุกออกมาจากกลุมคนดูและตรงเขามาหาเลาเหง เขาแตงกาย
อยางรัดกุมมือถืองาวยาวสองเมตรเศษ งาวก็คือมีดใหญขาวคมตองแสงแดดเปนประกายวูบวาบมีดามยาวทํา
ดวยไม เจาหนุมแมวผูนี้คือขุนศึกของเลาจุงนั่นเอง เขามีนามวาเลาโปอายุในวัย ๓๐ ป เลาโปเขามาหยุดยืน
คํานับกอบแกวตามธรรมเนียม เลาเหงถึงแมรูจักเลาโปดีแลวก็ตองไตถามชื่อเสียงตามระเบียบ แลวเลาเหงก็
ประกาศใหคนดูทราบ
“ทานทั้งหลาย ทานผูน ค้ี อื เลาโปผูม ฝี ม อื ดีคนหนึง่ ผูอาสาสมัครคนใดจะตอสูกับเลาโปก็ขอเชิญ
ออกมาประลองฝมือกัน”
ชายหนุมรูปรางคอนขางเตี้ยแบบมะขามขอเดียวคนหนึ่งถือทวนพูขาวซึ่งมีความยาวเกือบเทางาว
วิ่งเหยาะ ๆ เขามาในสนามตอสู ชายผูนี้เปนขุนศึกของเลาเฉียชื่อเลาเตาชื่อเดียวกับเจาหนุมแมวจอมกะลอน
แตเปนคนดีมฝี ม อื พูดจาเชือ่ ถือได เลาเตาวิ่งเขามาคํานับนางพญาแมวแลวแนะนําตัวเองดวยเสียงฉาดฉาน เลา
เหงเดินออกไปในสนามเรียกคูประลองมาพบกันชี้แจงใหทราบถึงระเบียบกติกาและขอใหอภัยใหแกกันถา
ฝายใดฝายหนึ่งเพลี่ยงพลํ้าถูกฆาตายจากการประลองฝมือนี้ เลาโปกับเลาเตาตางกมศีรษะคํานับกันดวยนําใจ ้
นักสูแลวถอยหลังออกหางจากกันยืนเผชิญหนากันในระยะหางประมาณ ๒๐ กาว
เลาเหงรีบออกจากสนามเขาไปยืนรวมกลุมกับเจาคุณปจจนึก ฯ เมือ่ เขารองบอกใหคปู ระลองตอสู
กันไดเลาโปกับเลาเตาก็ปรี่หากันทันทีทามกลางความตื่นเตนของประชาชนคนดู
ในระหวางงาวกันทวนใครพลาดก็ตองเปนศพ การประลองฝมอื จะไมมวี นั เสมอกันเปนอันขาด ผู
ชนะจะตองตอสูก บั อาสาสมัครเรือ่ ย ๆ ไป จนกวาจะปราชัยหรือจนกวาจะไมมใี ครสูอ นั เปนประเพณีเลือก
ขุนศึกของแมว ซึ่งทุกครั้งจะตองมีการเสียชีวิตอยางนอยสองสามศพจากการประลองฝมือกัน
เลาเตากรายทวนแทงเบาะ ๆ ลองดูชน้ั เชิงเลาโป แตเลาโปยกดามงาวปดปองไวได เมือ่ เลาเตาขยับ
ทวนจะฟนอีกเลาโปก็เหวี่ยงงาวไปเต็มเหนี่ยวแบบเสือลากหาง เลาเตากระโดดหนีออกไปถาหากวาหลบไม
ทันรางของเขาก็คงจะขาดออกเปนสองทอนอยางไมตองสงสัย
ทั้งสองตางมีชั้นเชิงพอ ๆ กัน ตางผลัดกันรุกผลัดกันรับ ทวนกับงาวกระทบกันไดยินถนัด กิมหง
วนกับนิกรยืนอาปากหวอมองดูอยางตื่นเตนหวาดเสียวสองสหายตางวิตกเปนทุกขกลัววาเลาเตาจะถูกงาวฟน
คอขาด
การตอสูผานพนไปในราว ๑๐ นาที เลาเตาก็เหน็ดเหนือ่ ยออนแรงตกเปนฝายรับและลาถอย เลาโป
บุกทะลวงรุกไลทันที ขยับงาวคูมือหลอกลอฟนซายขวา บางทีก็แทงเขาไปตรง ๆ เลาเตาปองปดอุตลุด
บังเอิญถอยเทากาวลงไปในแองดินตื้น ๆ จึงทําใหเลาเตาเสียหลักลมลง ทันใดนัน้ เองเลาโปก็เหวีย่ งงาวฟน

ฉับเขาใหเต็มเหนี่ยว งาวตัดแขนซายของเลาเตาขาดกระเด็นหวือ ขุนทวนยกมือขวาโบกยอมแพและรองโอด
ครวญนาสงสาร บรรดาแมวทีเ่ ชียรเลาโปตางตบมือโหรอ งลัน่ พลเปลสองคนรีบนําเปลเขาไปในสนาม หลัง
จากนั้นเลาเตาก็ถูกหามออกมา เขาถูกฟนแขนขาดแคขอ ศอกดร.ดิเรกรีบเขาไปชวยเหลือคนเจ็บทันที
เลาโปไดชัยชนะก็ฮึกเหิมแสดงการรํางาวอวดลวดลายและเหมือนกับประกาศทาทายใหคนดีมีฝมือ
ออกไปสูกับเขา ทันใดนัน้ เองแมวหนุม รูปรางสูงใหญขนาดนอง ๆ ยักษวัดแจงคนหนึ่งก็เดินยางสามขุมเขา
มาในสนามตอสู มือทั้งสองถือลูกตุมเหล็ก ประชาชนคนดูพึมพํากันทั่วสนาม ชายหนุมรางยักษผูนี้ไมเคยเปน
ขุนศึกมาแตกอน แตเขาเปนผูท รงพลัง ใคร ๆ ก็รูวาเขาเปนคนแข็งแรงผิดมนุษยและกินจุมาก เจาหนุม ราง
ใหญมีใบหนาเหี้ยม ไวหนวดเครารุงรัง คิว้ ดกนัยนตาโปน ริมฝปากแบะ เขาเดินเขามาหยุดยืนเบือ้ งหนานาง
พญาแมวแลวกมศีรษะคํานับหลอน
“ขาแตทานหัวหนา ขาพเจาคือเลากุน ขาพเจาพรอมแลวที่จะประลองฝมือกับเลาโปดวยอาวุธคูมือ
ของขาพเจา”
กอบแกวหันมามองดูเลาเหง พยักหนาบอกใหเลาเหงประกาศชื่อใหคนดูทราบ เลาเหงไดประกาศ
ชื่อเลากุนตามคําสั่งของหลอนแลวพาเลากุนเขาไปพบกับเลาโปแนะนําใหรจู กั กันตามธรรมเนียม
นิกรกลาวกับกิมหงวนเบา ๆ
“เจอเอาหลีงวนปาเขาแลวโวย ประเดี๋ยวอายคนถืองาวคงถูกลูกตุมกบาลแบะแน”
อาเสี่ยหัวเราะหึ ๆ
“แตกันเสมอขางงาววะ ลูกตุมมันหนักมากกวาจะยกขึ้นตีงาวมันฟนคอขาด ไมเชือ่ คอยดู”
พลพูดเสริมขึ้น
“คูนี้เขาใจวาคงถึงตายกันขางหนึ่ง อายลูกตุม เหล็กหนาตามันโหดรายเหลือเกิน เอาละโวยลงมือ
แลว คูน ค้ี งตืน่ เตนกวาคูแ รก ถาใครชนะตองสงอายกรออกไปสูกับมัน”
นิกรสะดุง
“เห็นจะไมสาเร็ ํ จ สูดวยทอมสันละกอเอา”
เลาโปกับเลากุนเริ่มปะทะกันแลว เลาโปยกมือทั้งสองจับดามงาวขยับหลอกลอไปมา เลากุนถือลูก
ตุมเหล็กกระชับมั่น สักครูเลากุนก็โผเขาฟาดคูประลองดวยลูกตุมในมือซายเต็มเหนี่ยว เลาโปยกงาวขึ้นรับ
แรงเหวี่ยงของลูกตุมทําใหดามงาวซึ่งทําดวยไมแกนหักสะบั้นเหลือดามติดกับงาวยาวเพียง ๕๐ เซนติเมตร
เลาโปเสียขวัญลาถอยไมเปนขบวน เลากุนแสยะยิ้มติดตามสังหารคูประลองของเขายกลูกตุมในมือ
ขวาหวดไปทีหนึ่ง เลาโปกมศีรษะหลบไดอยางหวุดหวิดแลววิ่งหนีเอาดื้อ ๆ เลากุนหัวเราะลั่น
“สหายเอย ทานไมมที างทีจ่ ะสูเ ราหรอก จงทิ้งอาวุธยอมแพเราเสียเถิด ขืนสูก บั เราตอไปทานก็ตอ ง
ตายแนนอน”
ความรักตัวกลัวตายทําใหเลาโปหมดศักดิศ์ รี เขารูดีวาถาเขาขืนสูรบกับเลากุนตอไปชีวิตของเขาก็
จะตองพบจุดจบแนนอน เขานึกไมถึงวาคูตอสูของเขาจะเปนผูทรงพลังเชนนี้ เลาโปโยนงาวทิ้งทันที คนดูตบ

มือโหรองเกรียวกราว เลากุนเดินเขาไปหาเลาโปอยางองอาจแลวหยุดยืนเผชิญหนาคูป ระลองของเขาในระยะ
ใกลชิดกมศีรษะเล็กนอย
“อยาเสียใจสหายรักที่ทานสูขาไมได ขาเองก็ยังไมแนใจนักวาขาจะมีฝมือยอดเยี่ยมกวาพวกแมวทั้ง
หมดนี้ เพราะคนดีมีฝมือนั้นยอมมีอยูเสมอ ขาอาจจะปราชัยแกคนอืน่ เชนเดียวกัน” พูดจบเลากุนก็แผดเสียง
รองเหมือนงิ้วตอนสูรบกันแลวกระโดดโลดเตนอยางคลองแคลวควงลูกตุมไปมา
หนุมแมวรางใหญคนหนึง่ ถือขวานหนาใหญเปนอาวุธคูม อื เดินออกมากลางสนามตอสูอ ยางองอาจ
กอบแกวจองตาเขม็งมองดูชายหนุม ผูน อ้ี ยางตืน่ ๆ แลวหันมาทางคณะพรรคสี่สหายซึ่งยืนรวมกลุมกันอยูขาง
หลังหลอน
“เจาหนุมผูนี้เปนญาติกับเลาอูคะ นิสัยกักขฬะหยาบคายชอบขมเหงรังแกใครตอใคร แตเปนคนมีฝ
มือดีมาก ถาเขาไดเปนขุนศึกแกวคงจะยุงยากลําบากใจไมนอย”
พลยิ้มใหหลอน
“คงไมมีหวังหรอกแกว สูกับเลากุนไดอยางมากสองสามเพลงถาไมยอมแพก็คงถูกเลากุนฆาตาย พี่
ยังไมเคยเห็นใครมีกาลั ํ งเขมแข็งยิ่งไปกวาเลากุนเลย”
เจาหนุมลูกผูนองซึ่งเปนญาติหาง ๆ กับเลาอูถอื ขวานเดินเขามาหยุดยืนเบือ้ งหนานางพญาแมวแลว
กมศีรษะกระทําความเคารพหลอน
“ขาพเจาเลาเอี่ยมขอสมัครชิงตําแหนงขุนศึกคนหนึง่ ขอทานหัวหนาไดโปรดใหขา ประลองฝมอื
กับเลากุนเถิด”
กอบแกวหันไปทางเลาเหง สุภาพบุรุษแมวพยักหนารับทราบแลวรองประกาศชื่อเลาเอี่ยมให
ประชาชนทราบ เลาเหงพาเลาเอี่ยมเขาไปในสนามเรียกตัวเลากุนเขามาพบแนะนําใหรูจักกันตามระเบียบ คู
ประลองตางทักทายกันอยางยิ้มแยมแจมใส และอโหสิใหแกกนั ไมถอื เปนการผูกเวรจองกรรมถาผูใ ดตอง
เพลี่ยงพลํ้าตองเสียชีวิต ตองบาดเจ็บหรือทุพพลภาพ ตอจากนั้นเลาเหงก็ใหคูประลองแยกออกจากกันและอนุ
ญาติใหตอสูกันได
ชาวแมวเกือบพันคนตางตื่นเตนที่สุด พรรคพวกของเลาเอีย่ มประมาณรอยคนตางรองตะโกนหนุน
เขาดวยเสียงอันดัง เลาเอีย่ มถือขวานหนาใหญซง่ึ ดามของมันยาวเกือบเมตรครึง่ เตรียมพรอมทีจ่ ะสังหารเลา
กุนเจาของลูกตุมเหล็ก เลากุนขยับลูกตุมคูมือไปมา พรรคพวกของเลากุนตางรองตะโกนโหวก ๆ เอาใจชวย
บุรุษผูทรงพลัง
เลากุนรองตวาดราวกับเสียงฟารองแลวกระโจนเขาตีคูตอสูดวยลูกตุมในมือขวาของเขาเต็มแรง
แทนที่เลาเอี่ยมจะยกขวานรับลูกตุมกลับกระโจนถอยหลังออกหาง ลูกตุมเหล็กแหวกอากาศดังวื๊ดเลากุนเสีย
หลักซวนเซไปหลายกาวแตเลาเอี่ยมไมกลาถือโอกาสเขาจวงฟนดวยขวานคูมือเพราะเกรงวาจะเปนลูกไมชั้น
เชิงของคูตอสู เลาเอีย่ มบอกตัวเองวา สติปญญาของเขาเทานั้นที่จะชวยใหเขาไดชัยชนะนักรบผูมีกาลัํ งราวกับ
ชางสารคนนี้

” เขาฟาดลูกตุมเหล็กทั้งสองขางไปเต็มเหนี่ยว เลาเอี่ยมวองไวผิดมนุษยกมศีรษะหลบไดอยาง หวุดหวิดแลวเงื้อขวานจวงฟนหมายกานคอผูทรงพลัง เลากุนยกลูกตุมอันขวาขึ้นรับ ขวานกระทบกานลูกตุม ดังสนั่น เลากุนไมยอมถอยแมแตกาวเดียว เขาสงเสียงรองทําลายขวัญคูตอสูแลวยกลูกตุมหวดซายปายขวา อุตลุด เลาเอี่ยมลาถอยอยางไมเปนกระบวน ถึงแมรับลูกตุมไวไดงามมือทั้งสองขางก็ฉีกเปนแผลเล็กนอย เลาเอี่ยมถอยออกไปตั้งตัวใหม แลวพยักหนาทาทายยั่วโทสะคูตอสูของเขา “เขามาเลากุน วันนีแ้ หละคอของทานจะตองตกเปนเหยือ่ คมขวานของเรา” เลากุนโกรธจนหนาเขียว “วาก” เขารองตะโกนจนแสบคอหอย วิง่ เขาประจัญบานคูต อ สูท นั ทีดว ยความหวังทีจ่ ะเผด็จศึก เขา ยกลูกตุมขางซายเหวี่ยงไปสุดแรงแลวซําด ้ วยลูกตุมขางขวา เลาเอี่ยมยกดามขวานรับไวและลาถอยหลอกใหเลากุนบุกรุกไล ผูทรงพลังติดตามเลาเอี่ยมไมลดละ แลวกระโดดเขาตีดวยลูกตุมขางขวาอีกทีหนึ่ง เลาเอี่ยมระวังตัวอยูแลวก็ผงะหนาเอนหลังออกไปหลบลูกตุม อยางหวุดหวิด เลากุนเหวี่ยงอากาศเต็มแรงก็เสียหลักวิ่งหัวคะมําผานหนาเลาเอี่ยมไป ทันใดนัน้ เองนาทีทองก็ เปนของนองชายเลาอูอดีตขุนศึก เลาเอี่ยมเงื้อขวานขึ้นฟนฉับลงไปกลางหลังเลากุนเสียงดังเหมือนฟนตน กลวย คมขวานหนาใหญเหมือนพระจันทรครึ่งซีกจมหายลงไปในหลังของเลากุนเกือบมิด เมือ่ เลาเอีย่ ม กระชากขวานออกเลากุนก็ปลอยลูกตุมทั้งสองหลุดจากมือลมลงควําหน ่ าสิ้นใจตาย โลหิตสีแดงเขมจากบาด แผลอันเหวอะหวะไหลทะลัก พรรคพวกของเลาเอี่ยมโหรองลั่น สวนคนดูตา งตบมือใหเกียรติผชู นะ เลาเอีย่ มตืน่ เตนดีใจในชัย ชนะของเขาอยางที่สุด เขาชูขวานขึน้ เหนือศีรษะแลววิง่ เหยาะ ๆ ไปรอบ ๆ สนาม บางทีก็หยุดรําขวานโอ อวดคนดูและเปนการทาทายไปในตัว เจาหนาทีไ่ ดนําเปลออกมารับศพเลากุนออกไปจากสนามแลวเก็บลูก ตุมเหล็กเอาไปดวย ชาวแมวยอมรับนับถือวาเลาเอี่ยมเปนผูที่มีฝมือยอดเยี่ยม ชายฉกรรจหลายคนที่ตั้งใจจะ เขาประลองฝมอื ชิงตําแหนงขุนศึกตางรักตัวกลัวตายไมกลาสูกับเลาเอี่ยมผูพิชิตผุทรงพลังแหงดอยหลวง กอบแกวมองดูแมวหนุมรางใหญคนหนึ่งซึ่งเปนคนของหลอนและนั่งอยูขาง ๆ หลอนพรอมดวยดาบใหญคู มือ “เลาเพง ออกไปสูกับเขาสิ พวกเราจะเอาใจชวยทาน” . ตางคนตางเดินเขาหากัน คนดูใจเตนระทึกไปตามกัน คณะพรรคสี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และ เจาแหวลวนแตเอาใจชวยเลากุนไมอยากใหเลาเอี่ยมไดชัยชนะ อาเสี่ยแหกปากรองตะโกนสุดเสียง “เอาเลยโวยอายกุน กระโดดเหยียบสะดือเอาลูกตุมฟาดมันเลย” นิกรรองขึน้ บาง “ตีบนตีลางพรอม ๆ กันโวย หวดหนาแขงมันสักโปกก็ได เอาซีโวย บุกเลย” เลากุนกระโจนเขาใสคูตอสูแลวแผดเสียงลั่น “วาก……….

เลาเพงเจาหนุมรูปหลอยิ้มเจื่อน ๆ แตไมพูดวากระไร ทันใดนั้นเองเลาเอี่ยมก็ถือขวานวิ่งเขามาหยุด ยืนเบื้องหนานางพญาแมวแลวกลาวขึ้นดวยเสียงอันดัง “ขาแตทานหัวหนา ขาพเจาคิดวาคงไมมีใครกลาประลองฝมือกับขาพเจาอีกแลว ฉะนั้น โปรด ประกาศใหชาวแมวไดทราบทั่วกันเถิดวาขาพเจาคือขุนศึกของหมูบานนี้” พล พัชราภรณเดินออกมาเผชิญหนาเจาหนุม แมวผูเ ปนนองชายของอดีตขุนศึกทันที แลวพลก็กลาว กับกอบแกวอยางองอาจ “แกว พี่จะขอตอสูกับชายหนุมผูนี้เพื่อชิงตําแหนงขุนศึก” เลาเอี่ยมพูดภาษาไทยไดดี เมื่อไดยินพลพูดกับนางพญาแมวเชนนี้เขาก็กลาวกับพลดวยเสียงอันดัง “สหายเอย ทานใหเกียรติขาพเจามากมายถึงอยางนี้เชียวหรือทานคิดจะตั้งถิ่นฐานอยูกับพวกเราที่นี่ ตอไปหรืออยางไรจึงตองการตําแหนงขุนศึก” พลยิ้มใหเลาเอี่ยม “ถูกแลวเลาเอี่ยม ขาพเจาจะอยูที่นี่ถาขาพเจาไดเปนขุนศึกซึ่งพวกแมวก็คงจะไมรังเกียจขาพเจา” เลาเอี่ยมหัวเราะชอบใจ “ทานผูกลาหาญ ขาพเจาพรอมแลวที่จะใหทานพิสูจนฝมือตามประเพณีการคัดเลือกขุนศึกของเรา” เลาเหงปราดเขามายกมือทั้งสองจับแขนพล “คุณครับ คุณจะสูกับเลาเอี่ยมจริง ๆ หรือครับนี่” “ถูกแลวเลาเหง ฉันเห็นวาเลาเอีย่ มไมเหมาะสมหรือไมสมควรทีจ่ ะรับตําแหนงขุนศึก ฉันจะขอ ประลองฝมือกับเขาและจะพยายามเอาชนะเขาใหได ชวยหาขวานใหญ ๆ ใหฉันสักเลมเถิดเลาเหง เมือ่ เขาใช ขวานเปนอาวุธฉันก็จะใชขวานเปนอาวุธเชนเดียวกัน” เลาเหงหันมาทางเลาเฉียแลวกลาววา “ทานชวยประกาศแทนฉันหนอย ประกาศใหคนดูทราบวาคุณพลวีรบุรุษของเราจะประลองฝมือ กับเลาเอีย่ มเพือ่ ชิงตําแหนงขุนศึก ฉันจะไปหาขวานมาใหคุณพล” พูดจบเลาเหงก็รีบเดินไปจากที่นั้น นิกรกลาวกับพลทันที ”นึกขลังยังไงขึ้นมาวะพล อายเอี่ยมนะไมใชยอยนะโวย อายหลีงวนปายังถูก อายเอี่ยมฟนตาย แกจะใหพวกเราเอากระดูกแกกลับกรุงเทพ ฯ หรืออยางไร เจอขวานมันเขาคอแกก็ขาด กระเด็น” ดร.ดิเรกพูดเสริมขึน้ “ยูอยาหวังวาไอจะชวยยูได ลงคอขาดไอก็หมดความสามารถที่จะเย็บหัวใหติดกับคอตามเดิม” เสี่ยหงวนวา “มันจะมากไปอายพล ถอนตัวเสียเถอะวะ พระเอกในหนังนะมันเกงไดเพราะเขาแตง เรื่องใหมันเกง ผูกํากับเขาสั่งใหผูรายแพหรือถูกฆาตายผูรายมันก็ตองเลนตามคําสั่ง นีม่ นั ไมใชหนังหรือเรือ่ ง อานเลนโวย อายเอีย่ มมันเปนนองชายอายอู มันตองพยายามฆาแกแน ๆ เพราะพวกเราฆาพี่ชายมัน” พลยิ้มอยางใจเย็นแลวกลาวกับเจาคุณปจจนึก ฯ อยางเปนงานเปนการ .

ความคิดของแกเขาทีดนี ห่ี วา แตก็เปนการเสี่ยงชีวิตมาก” ขณะนี้เลาเฉียไดประกาศใหประชาชนคนดูทราบแลว พวกแมวตางโหรอ งดวยความพอใจทีจ่ ะได ชมฝมืออาวุธสั้นของพลอีกครั้งหนึ่ง เจาแหวมองดูพลดวยความหวงใยแลวกลาวขึ้นดวยเสียงสั่นเครือวา “รับประทานคุณไมใชพมาคุณรําขวานเปนหรือครับ” พลหัวเราะกาก “ใครบอกแกละวาพมาเทานั้นที่ราขวานเป ํ น” “รับประทานเห็นมีแตเพลงพมารําขวานนีค่ รับ รับประทานแขกรําขวาน ลาวรําขวานหรือไทยรํา ขวานไมเคยปรากฏ” “เอาเถอะ ประเดีย๋ วฉันจะรําขวานใหแกดู” เจาแหวถอนหายใจลึก ๆ “รับประทานพยายามตัดคออายเอีย่ มใหไดกอ นทีม่ นั จะตัดคอคุณนะครับ โอยโย…... “ผมจะชวยใหเลาเพงคนของแกวไดเปนขุนศึกครับคุณอา ผมจะยอมเสี่ยงภัยเสี่ยงชีวิตตอสูกับอาย เอี่ยม ถาผมเอาชนะอายเอี่ยมไดคุณอาใหเลาเพงออกไปสูกับผม แลวผมจะลมใหเลาเพง เทานี้เลาเพงก็จะได เปนขุนศึกทําใหกอบแกวสบายใจเพราะเลาเพงมีความเคารพนับถือและซื่อสัตยตอแกวมานานแลว” เจาคุณปจจนึก ฯ ยิ้มออกมาได “เอา….เลาเหงเอา ขวานมาแลว เลมเบอเริม่ เชียวครับ” เลาเหงถือขวานหนาใหญแบบเดียวกับขวานของเลาเอี่ยมเดินเขามาหาคณะพรรคสี่สหายแลวสง ขวานใหนายพัชราภรณอยางนอบนอม “ขวานเลมนี้คมกริบผมพยายามเลือกอยางดีที่สุดมาใหคุณ ตัง้ ใจใหดนี ะครับ ผมและพวกเราจะเอา ใจชวย” อาเสี่ยรีบถอดสรอยคอทองคําซึ่งมีพระเครื่องลางออกจากคอของเขาทันที แลวสวมคอพลดวย ความรักและเปนหวง “เอาหลวงพอไวอายพล แตตอนเย็น ๆ อยางนี้หลวงพอทานมักจะชอบจําวัดเสียดวย กอนจะสูกับ มันเขยาหลวงพอเสียกอน ถาทานจําวัดทานจะไดตกใจตื่น” พลยิ้มใหคณะพรรคของเขาแลวเดินออกไปยืนหนาแทนหินซึ่งนางพญาแมวนั่งอยูตามลําพังและ กําลังรูสึกเปนหวงพลเหลือที่จะกลาว ขณะนี้พลกับหลอนตางเปนของกันและกันแลว กอบแกวไดหลงรักเขา มากขึ้นอีกเปนทวีคณ ู แตหลอนไมกลาเปดเผยความจริงใหใครรูวาหลอนไดเสียเปนเมียพลแลว และพลก็ไม ยอมปริปากพูดเรือ่ งนีก้ บั เพือ่ น ๆ ของเขา เมื่อพลกมศีรษะคํานับหลอนกอบแกวก็เกือบจะลุกขึ้นโผเขากอด เขา หลอนพยายามบังคับจิตใจใหเขมแข็งเมื่อนึกวาหลอนเปนประมุขของคนเหลานี้ นางพญาแมวกลาวกับ พลดวยเสียงสัน่ เครือเล็กนอย “แกวทราบเจตนาของพีด่ แี ลวคะ แตพี่เสี่ยงภัยมากเกินไป ตั้งใจตอสูใหดีนะคะและอยาประมาทเขา แกวจะเอากําลังใจชวยพี่ตลอดเวลา” .

ผมเขาใจแลวครับ ขุนศึกกรุณาผมมากทีเดียว ยอมเสี่ยงภัยเสี่ยงชีวิตออกไปสูกับอายเลา เอี่ยมก็เพื่อจะชวยใหผมไดเปนขุนศึก” การประลองฝมอื หรือการตอสูร ะหวางพลกับเลาเอีย่ มเปนไปอยางตืน่ เตนดุเดือด ตางฝายตางใช ขวานหนาใหญเปนอาวุธคูม อื เลาเอี่ยมรูดีวาพลเปนผูมีฝมือและเคยชิงตําแหนงขุนศึกไปจากเลาอูพี่ชายของ เขาจากการประลองฝมือกัน ซึ่งเลาอูปราชัยยอยยับ เลาเอี่ยมสูรบกับพลอยางระมัดระวังตัว มือทั้งสองจับดาม ขวานกระชับมั่นเตนเทาหลอกลอไปมา พลยืนนิ่งเฉยพรอมที่จะรับและรุกในทาทางองอาจ เมือ่ เลาเอีย่ มโถม ตัวเขามาฟนเขาพลก็ยกขวานขึ้นปดปอง ขวานตอขวานกระทบกันดังลั่น ทั้งสองผละออกจากกันแลวพยัก หนาทาทายกัน “รับประทานตัดคอมันซีครับ” เจาแหวตะโกนสุดเสียง “เอาเลยครับฆามันใหได” เจาคุณปจจนึก ฯ หันมาดุเจาแหว “เบา ๆ หนอยโวย เสียงมึงแสบแกวหูเหลือเกิน” พลเปนฝายเขาฟนบาง เขาฟนซายขวาสองทีติด ๆ กัน เลาเอี่ยมยกขวานขึ้นปดและถอยกรูด พลถือ โอกาสรุกไล เขาถือขวานดวยมือขวาขางเดียว เชือกหนังปลายดามขวานรัดขอมือพลแนน เลาเอี่ยมสูพลาง ถอยพลางแลวก็ยืนปกหลักมั่นมานะกัดฟนเงื้อขวานฟาดฟนพลอยางคลองแคลว . พลยิ้มใหหลอน “ขอบใจมากแกว พี่จะพยายามเอาชนะใหได” แลวพลก็เดินเขาไปหาคูตอสูของเขา เลาเหงติดตามเขามาแนะนําระเบียบกติกาอยางซํ้า ๆ ซาก ๆ ตามธรรมเนียม พลยื่นมือใหเลาเอี่ยมสัมผัสทามกลางเสียงจอกแจกจอแจของประชาชนคนดูซึ่งสวนมากลวน แตเอาใจชวยพลทั้งนั้น เมื่อคูประลองไดสนทนาปราศรัยกันเล็กนอยแลวเลาเหงผูเปนกรรมการก็สั่งใหแยก ออกจากกันแลวใหเริ่มตอสูกันได คราวนี้คณะพรรคสีส่ หายสงเสียงเอะอะรองตะโกนหนุนตลอดเวลา เสี่ยหงวนกวักมือเรียกเลาเพง เจาหนุมรูปหลอซึ่งเปนคนของกอบแกวใหมาหาเขา แลวบอกใหทราบ “เตรียมตัวไวอา ยนองชาย ถาเพือ่ นของกันฆาอายเอีย่ มตาย หรืออายเอีย่ มยอมแพแกตองเขาไปใน สนามขอตอสูกับอายพลทันทีเขาใจไหมละ” เลาเพงยิ้มแหง ๆ “ผมจะสูทานขุนศึกไดอยางไรครับ” กิมหงวนจุปาก “เอาเถอะนา อายพลมันจะลมใหแก แกลงทําเปนแพแก แตแกอยาเอามันจริง ๆ ละ สูกันพอหอม ปากหอมคอเทานัน้ แลวแกจะไดครองตําแหนงขุนศึก” เลาเพงดีใจอยางยิ่ง “โอ…..

ขาพเจาชื่อกิมหงวน แซหลี ขาพเจาขอพิสูจนฝมือกับอายหนุมคนนี้ เพราะตําแหนงขุนศึก ควรเปนของขาพเจามากกวา วาก…..เกาเจง เขามาอายพล วันนีเ้ ปนวันตายของมึงแลว” พลหัวเราะหึ ๆ “ไดซีอายหงวน ในสนามตอสูอ ยางนีถ้ งึ แมเราเปนเพือ่ นกันเราก็ตอ งฆากัน” กิมหงวนรําขวานเขาใสพลทันที พวกแมวโหรองกันเกรียวกราว กอบแกวหนาซีดเผือด หันมามอง ดูเจาคุณปจจนึก ฯ “คุณลุงขา อาเสี่ยนึกยังไงขึ้นมาละคะถึงออกไปสูกับพี่พล” ทานเจาคุณยิม้ ใหหลอน “ปลอยมันตามเรือ่ งเถอะแกวมันไมเอากันจริงหรอก” กิมหงวนปลอยลวดลายขุนขวานกระโจนเขาฟนพลติด ๆ กันสามสี่ครั้งแตพลปองปดไวไดแลวฟน ตอบ อาเสี่ยหลับหูหลับตายกขวานขึ้นปดพลางลาถอยกรูด พลรุกประชิดติดพัน กิมหงวนเอ็ดตะโรลัน่ “เฮย ๆ ๆ ฟนชา ๆ ซีโวย ฟนหายใจหายคอไมทันอยางนี้กันก็มัวแตปดปองไมตองไดฟนแกสักที” พลหยุดยืนมองดูหนาเพือ่ นเกลอของเขาอยางขบขัน “เขามาอายหงวน” .. คนดูตื่นเตนเหลือที่จะกลาว การตอสูของคูประลองคูนี้เปนไปอยางแคลวคลองวองไว ถึงแมเลา เอี่ยมมีกําลังหรือแรงปะทะดีกวาพล แตชน้ั เชิงของพลเหนือกวา พลใชสมองตอสูหลบหลีกปดปองคมขวาน ไวได ทั้งสองฟาดฟนกันโดยไมมีใครยอมลาถอย แตแลวพลก็แกลงทําเปนออนแรงยอมลาถอยปลอยใหเลาเอี่ยมบุกตะลุยรุกไลเขา ครัง้ หนึง่ เมือ่ พล เปดชองวางใหเลาเอี่ยมก็ลืมตาโพลงยกมือทั้งสองเหวี่ยงขวานจากซายไปขวาหมายตัดคอพลเต็มแรงเกิด พล ถอยออกไปเพียงกาวเดียวขวานของเลาเอี่ยมก็ผิดพลาดเปาหมายแหวกอากาศดังวือเปนเหตุใหเลาเอี่ยมเสีย หลักกมตัวลงมา ทันใดนั้นเองพลก็เหวี่ยงขวานคูมือลงไปที่กานคอของนองชายเลาอูดังฉับ พวกผูหญิงรองหวีดวายดวยความหวาดเสียว ศีรษะของเลาเอีย่ มขาดกระเด็นหวือหลุดจากบา ราง อันสูงใหญของเลาเอี่ยมลมลงควํ่าหนาสิ้นใจตาย โลหิตที่ชองคอไหลทะลักนองพื้นดินแดงฉานไปทั่วบริเวณ นัน้ พลหายใจถีเ่ ร็วแสดงความเหน็ดเหนือ่ ยทีต่ อ งเสียกําลังไปมากมายในการตอสูกับเลาเอี่ยม แตเมือ่ เขาชูขวานขึ้นเสียงตบมือโหรองก็ดังขึ้นทั่วสนามตอสู กอบแกวยิ้มแปน หลอนตบมือจนแสบฝามือ คณะ พรรคสี่สหายตางกระโดดโลดเตนดีอกดีใจไปตามกัน พรรคพวกของเลาเอีย่ มหนาซีดเผือดและนัง่ เงียบกริบ ไปตามกัน ชัยชนะของพลเปนชัยชนะที่ขาวสะอาด และชนะดวยฝมือจริง ๆ ชาวแมวตางวิพากษวิจารณกัน แซดไปหมดเห็นสมควรอยางยิ่งที่พลจะไดเปนขุนศึกของพวกเขา พลเปลรีบนําเปลเขาไปในสนามชวยกันหามศพเลาเอี่ยมใสเปลพรอมดวยศีรษะของเขาแลวนําศพ ออกมาจากสนามโดยเร็ว ทันใดนัน้ เองกิมหงวนก็เดินเขาไปในสนามตอสูอ ยางองอาจ เขาตรงเขาไปควา ขวานของเลาเอี่ยมซึ่งตกอยูบนดินขึ้นมาชูขึ้นเหนือศีรษะแลวรองตะโกนลั่น “วาก….

อาเสี่ยยกขวานชี้หนาพลแลวยกมือซายถลกชายเสื้อขึ้นดึงขอบกางเกงลงไปจนแลเห็นสะดือ เขายืน แอนพุงมองดูพลดวยใบหนาเครงขรึม ทําใหพลอดหัวเราะไมได “ทําอะไรวะ” “ปลอยของวิเศษ” “ไมเห็นมีอะไรนีห่ วา” “นั่นนะซี ทุกทีเคยมีแสงออกมาทางสะดือ” แลวกิมหงวนก็ดึงขอบกางเกงขึ้นปดสะดือของเขาควง ขวานเดินรี่เขาหาพล “มึงตองตายอายพล ถารักตัวกลัวตายก็ทิ้งขวานนั่งคุกเขาคํานับเราเสียโดยดี รูไหมวาฟา ใหขา มาเกิดเพือ่ ปราบเจา” “ปูโธ-มึงจะบาหรือวะอายหงวน” อาเสี่ยแยกเขี้ยวแลวรองตวาดแบบงิ้ว กระโดดเขาฟนพลเต็มเหนีย่ ว พลกมศีรษะหลบคมขวานของ เสี่ยหงวนอยางแคลวคลองวองไว เมื่อฟนถูกอากาศกิมหงวนก็เสียหลักวิ่งหัวซุนไปทางซายของพล พลยก สวนแบนของหนาขวานตีกลางหลังเสี่ยหงวนดังพลั่ก อาเสี่ยปลอยขวานหลุดจากมือแลวเดินหลังแอนกระโผ ลกกระเผลกออกไปจากสนามทามกลางเสียงหัวเราะอยางครื้นเครงของพวกแมว “เฮย-ไปไหนละอายเสี่ย ไมสูเรอะ” พลตะโกนเรียก เสี่ยหงวนหยุดชะงักแลวหมุนตัวกลับ “สูอะไรเลา กระดูกสันหลังยุบไปหมดแลว” แลวอาเสี่ยก็เดินครางหงิง ๆ ออกไปหาพรรคพวกของ เขา พลยืนเดนอยูกลางสนามตอสู นางพญาแมวผุดลุกขึ้นยืนชูมือทั้งสองขึ้นขอใหพวกแมวสงบเงียบ ความเงียบเกิดขึ้นทันที สายตาทั้งหมดจองมองมาที่หลอน กอบแกวไดกลาวขึ้นเปนภาษาแมวดวยเสียงหวาน ฉําน ่ าฟง “พี่นองที่รักทั้งหลาย บัดนี้วีรบุรุษของเราผูมีนามวาพลไดสังหารเลาเอี่ยมไปแลว ทานผูใดที่คิดวามี ฝมือดีพอทีจ่ ะตอสูก บั พลไดกข็ อเชิญออกมาประลองฝมอื โดยเร็ว อยาใหเสียเวลาเลยเพราะตะวันใกลจะลับ เขาแลว ถาใน ๕ นาทีนี้ไมมีใครกลาประลองฝมือกับพล ขาพเจาก็จะแตงตั้งใหพลเปนขุนศึกประจําถิ่นของ เราตอไป” เลาเพงซึ่งยืนอยูในกลุมคณะพรรคสี่สหายถือดาบใหญเดินออกไปในสนามตอสูทันที พวกแมวพา กันมองดูเลาเพงอยางแปลกใจที่เขาหาญสูกับพล เจาหนุม รางใหญรปู หลอหยุดยืนหนาแทนหินแลวกมศีรษะ คํานับนางพญาแมว “ขาพเจาเลาเพงมีความยินดีที่จะขอตอสูกับทานขุนศึกพลเพื่อชิงตําแหนงขุนศึกอันมีเกียรติ ขอทาน ไดโปรดอนุญาติใหขาพเจาไดประลองฝมือกับทานขุนศึกพลเถิด” นางพญาแมวยิ้มใหเขาอยางรูกัน “ดีแลวเลาเพง ขาขออวยพรใหโชคชัยจงเปนของทาน” .

เลาเหงพาเลาเพงออกไปกลางสนามแลวประกาศชื่อของเลาเพงใหคนดูทราบ เสียงตบมือดังขึ้นบาง แตไมมากนัก ไมมีใครเชื่อวาเลาเพงจะเอาชนะพลได ลูกเมียและญาติพี่นองของเลาเพงตางประหวั่นพรั่นใจ ไปตามกัน เกรงวาเลาเพงจะเพลีย่ งพลํ้าเสียทีถึงแกชีวิตในการประลองฝมือกันเพราะพลเปนนักรบที่มีฝมือ ยอดเยี่ยม กรรมการไดแนะนําใหคูประลองรูจักกัน ตางฝายตางคํานับกันและทักทายกันตามสมควร ตอจาก นั้นกรรมการก็สั่งใหแยกออกจากกันเตรียมตัวสูรบกันได เลาเหงรีบออกมานอกสนามแลวตะโกนบอกใหพล กับเลาเพงตอสูกันได ทั้งสองเขามาหากันและถืออาวุธกระชับมั่น ในระหวางขวานกับดาบใหญพวกแมวตางเชื่อวาฝายที่ มีดาบจะตองปราชัยยับเยิน พลถือขวานดวยมือขวา ขยับขวานหลอกลอคูตอสูแลวโผนเขาฟนหนึ่งที เลาเพง ยกดาบขึ้นรับแลวฟนตอบพลเอี้ยวตัวหลบและใชขวานปดดาบเฉไป “ฟนซี” พลกระซิบบอกเลาเพง “ฟนบนสามทีและฟนลางสามทีกันจะรับดาบไวและทําเปนลา ถอย” เลาเพงรูวาพลสมยอมใหเขาก็สบายใจเพราะแนใจวาการประลองครั้งนี้เขาจะตองไดชัยชนะโดยไม ไดรับบาดเจ็บอะไรเลย หนุมแมวปราดเขาฟนพลตามที่สั่งฟนขางบนสามครั้งและฟนขางลางสามครั้ง พลยก ขวานขึ้นปดปองพลางลาถอยแลวเขาก็กระซิบบอกคูประลองของเขาอีก “แกทําเปนถอยบางและแกลงทําเปนหกลม กันจะฟนไหลขวาแกคอยหลบไปทางซายเพื่อใหหนา ขวานของกันฟนพื้นดินแลวแกตองยกเทาถีบหนาอกกัน ตมคนดูใหสนิทหนอยโวยอยาใหเหมือนมวยทีเ่ วที ราชดําเนิน” “ไมเปนไรครับ พวกแมวตาไมถึงหรอกครับ” การตอสูเปนไปอยางดุเดือด แตคณะพรรคสีส่ หายไมรสู กึ ตืน่ เตนหวาดเสียวแมแตนอ ยเพราะรูว า เปนมวยลม พลบุกทะลวงรุกไลเลาเพงยกขวานฟนซายขวาติด ๆ กัน ครั้งหนึ่งเลาเพงแกลงกระโดดถอยหลัง หนีออกไปและทําเปนเสียหลักลมลงกนกระแทกพื้นดาบในมือหลุดกระเด็น พลปรี่เขามายกขวานขึ้นฟน หมายไหลขวาของเลาเพงเต็มเหนีย่ ว เลาเพงเอี้ยวตัวหลบขวานของพลจึงผิดที่หมายฟนฉับลงไปบนพื้นดิน เลาเพงถือโอกาสยกเทาขวาถีบหนาอกพลเต็มแรง พลกับขวานคูมือเซแซด ๆ ออกไปหลายกาวแตไมถึงกับ หกลม เจาหนุม แมวควาดาบใหญลกุ ขึน้ อยางรวดเร็วฉับพลัน คนดูซ่ึงตาไมถงึ ตางตืน่ เตนออกรสแลว เขาแปลกใจอยางยิ่งที่เลาเพงมีฝมือทัดเทียมกับพล ทั้งสอง เตนเทาเขาหากันแสดงทาทางเหมือนกับจะมุงสังหารอีกฝายหนึ่ง ตางผลัดกันรุกผลัดกันรับ ตอสูกันประมาณ ๑๐ นาที พลก็แกลงทําเปนออนแรงและตกเปนฝายลาถอยใชวิธีสูพลางถอยพลางหรือถอยฉาก พลแกลงถอย ไปกลางสนามเพื่อหาโอกาสพูดกับเลาเพงนัดแนะกันวาควรจะสูกันอยางไร เสียงโหดังขึ้นตลอดเวลา มีผเู อา ใจชวยเลาเพงมากขึ้นตามลําดับเมื่อเห็นเลาเพงมีฝมือไมยิ่งหยอนไปกวาพล แตคนดูหารูไมวาพลกับเลาเพง ไดนัดแนะตกลงกันเรียบรอยแลว .

การตอสูด เุ ดือดเผ็ดรอนขึน้ อีก พลกลับเปนฝายรุกบาง เลาเพงถอยออกมาทางหนากอบแกวและยืน ปกหลักตอสูกับพลเบื้องหนากอบแกวหางจากหลอนประมาณ ๕ เมตร ทั้งสองสูรบกันคลายกับยี่เกใน ทํานองถอยทีถอยอาศัยกัน จนนิกรหมัน่ ไสทนดูไมไหวก็รอ งตะโกนขึน้ ดัง ๆ “พอเถอะโวยพล มันสุกจนเปอยหมดแลว เปลืองถานเปลืองฟนเปลา ๆ” เจาคุณปจจนึก ฯ ซึ่งยืนอยูขางหลังนิกรรีบยกมืออุดปากลูกเขยจอมทะเลนของทานทันที “อยาทําเปนคนปากเสียหนอยเลยวะอายกร ประเดี๋ยวพวกแมวมันก็เกิดสงสัยวาเปนมวยลมเทานั้น แกดูซี พลกับเลาเพงมันแสดงบทบาทไดดีราวกับสูกันจริง ๆ” กิมหงวนกลาวขึ้นเบา ๆ “อยางนี้ควรใหตุกตาทองมันนะครับ” นิกรหัวเราะเบา ๆ “ใหตุกตาเขกกบาลดีกวา โอย ๆ ๆ อายพลแยแลว ถาจะแพกันตอนนี้แหละ” พลถูกเลาเพงฟนซายขวาติด ๆ กันหลายตอหลายครั้ง เขาแกลงทําเปนลาถอยและแสดงทาทีใหคน ดูเห็นวาเขาหมดแรงแลวเลาเพงบุกรุกไล และครั้งหนึ่งเมื่อเลาเพงจวงฟนเต็มเหนี่ยวพลก็ยกขวานขึ้นรับ แต แลวเขาก็ลมลงนั่งพับเพียบบนพื้นดินทามกลางความตื่นตะลึงของพวกแมว ซึ่งไมมีใครคิดวาพลจะหมดแรง เอางาย ๆ เลาเพงแสดงนํ้าใจลูกผูชายไมฆาพล เขายืนถือดาบกระชับมั่น แลวยกมือซายกวักขึ้นเรียกนายพัชรา ภรณ “ลุกขึ้นมาทานขุนศึก อยาเพิ่งยอมแพขาพเจางาย ๆ” “ถุย” เสี่ยหงวนรองขึ้นดัง ๆ “กูอยากเตะปากอายพลเหลือเกิน ดูบทบาทมันซีวะ เหน็ดเหนือ่ ย เหมือนจะขาดใจตาย” พลยกมือซายขึ้นโบกแลวกลาวขึ้นดัง ๆ “ขาพเจาสูรบกับเลาเอี่ยมกวาจะฆาเลาเอี่ยมไดก็เหน็ดเหนื่อยพออยูแลว เมื่อมาสูรบกับทานผูมีฝมือ เขมแข็ง ขาพเจาสูแรงปะทะของทานไมไดจึงหมดแรง ขาพเจาขอยอมแพทาน” พูดจบพลก็ลุกขึ้นเดินโซเซ ออกไปจากสนามตรงเขามาหาพรรคพวกของเขา เลาเพงชูดาบขึ้นเหนือศีรษะและหมุนตัวไปรอบ ๆ เขารองตะโกนขึ้นสุดเสียง “พี่นองชาวแมวทั้งหลาย ทานขุนศึกพลวีรบุรษุ ของเราสูร บกับขาพเจาจนหมดแรงจึงยอมแพ ขาพเจา ขาพเจาคิดวาขาพเจาสมควรอยางยิ่งที่จะเปนขุนศึกของหมูบานนี้ แตขาพเจายังเคารพนับถือทานที่มีฝ มืออยู ฉะนั้น ถาทานผูใ ดเชือ่ วาฝมอื ของทานดีกวาขาพเจาแลวก็ขอเชิญออกมาตอสูก นั ตามประเพณีการเลือก ขุนศึกของพวกเราเถิด” เสียงจอกแจกจอแจดังขึ้นทันที ไมมีใครกลาแสดงตัวขอประลองฝมือกับเลาเพง แตแลวเจาหนุม รางใหญคนหนึ่งซึ่งนั่งอยูในกลุมคนดูก็ควาดาบคูซึ่งวางอยูขาง ๆ ตัวขึ้นมาถือทําทาจะลุกขึ้น ทันใดนัน้ เอง ชายชราผูเ ปนบิดาของเขาก็ตวัดรัดคอไว .

“อยา-ลูก เจาจะออกไปหาความตายหรือ ขุนศึกพลเปนผูที่มีฝมือยอดเยี่ยมยังสูเลาเพงไมไดแลวเจา จะสูเขาไดอยางไร” เจาแมวหนุมยิ้มแหง ๆ “เปลา พอ ขาไมไดลุกไปสูกับเขาหรอก นั่งขัดสมาธินาน ๆ มันเมื่อยก็เลยเปลี่ยนทานั่งยอง ๆ ทีเ่ อา ดาบมาถือก็เพราะกลัวดาบมันหาย แฮะ แฮะ พอนะพยายามคิดวาขาเกงเสมอ” เวลาผานพนไปในราว ๕ นาที ไมมีใครหาญสูเลาเพงแลว กอบแกวผุดลุกขึ้นยืนจากแทนหิน เมือ่ เสียงจอกแจกจอแจสงบเงียบลง หลอนก็กลาวขึ้นเปนภาษาแมวดวยเสียงอันดัง “ทานทั้งหลายเปนอันแนนอนวาไมมีใครกลาประลองฝมือกับเลาเพงอีก ฉะนัน้ การประลองฝมอื จึง สิ้นสุดลงเพียงเทานี้ ในฐานที่ขาเปนหัวหนาของพวกทานขาขอประกาศใหทราบทั่วกันวา เลาเพงคือขุนศึก คนใหมของเรานับแตบดั นีเ้ ปนตนไป และขามั่นใจวาขุนศึกคนใหมคงจะปฏิบัติหนาที่ของเขาอยางดีที่สุด” เลาเพงชูดาบขึ้นเหนือศีรษะในทาทางสงาผาเผย เสียงตบมือโหรอ งดังขึน้ รอบบริเวณลานกวางนัน้ ประชาชนคนดูตางลุกขึ้นแลววิ่งเขามาหอมลอมขุนศึกคนใหมแสดงความยินดีตอเลาเพง แตคณะพรรคสี่ สหายและกอบแกวกับรองหัวหนาแมวเทานัน้ ทีร่ คู วามจริงวาเลาเพงไดเปนขุนศึกเพราะความชวยเหลือของ พล เลาเพงปติยินดีเหลือที่จะกลาว เขาปราศรัยกับพวกชาวบานสักครูเขาก็กลับมาหากอบแกวซึ่งกําลัง ยืนสนทนาอยูกับคณะพรรคสี่สหาย เลาเพงปราดเขามาสวมกอดพลดวยความเคารพรัก “ผมขอบคุณคุณอยางยิ่งเชียวครับที่กรุณาสนับสนุนชวยเหลือผม” พลหัวเราะชอบใจ “กันตองการใหกอบแกวสบายใจ ถาเลาเอี่ยมไดตาแหนํ งขุนศึก กอบแกวก็จะมีแตความยุงยากเดือด รอน กันขอแสดงความยินดีดวยเลาเพง” เลาเพงวา “ผมจะไมลืมความกรุณาของคุณเลยครับ และผมจะปฏิบัติหนาที่ของขุนศึกนี้อยางดีที่สุด ผมขอสัญญาสาบานตอเทพยเจาทั้งหลายวาผมจะซื่อสัตยกตัญูตอกอบแกวตลอดไป” พลยกมือขวาตบบาเลาเพงคอนขางแรง “ดีแลวเลาเพง ในวันสองวันนีพ้ วกเราก็จะอําลาดอยหลวงไปแลว เมื่อแกไดเปนขุนศึกกอบแกวก็ คงสบายใจมาก แกกับแกวคงจะรวมมือกันในการสรางสรรความเจริญ และปกครองชาวแมวเหลานี้ใหไดรับ ความรมเย็นเปนสุขโดยทั่วหนากัน” คณะพรรคสี่สหายตางแสดงความยินดีกับขุนศึกคนใหมโดยทั่วหนากัน แลวพาเลาเพงเขาไปหา นางพญาแมว พิธีเลือกตั้งขุนศึกอันเปนพิธีที่หมายถึงเลือดและชีวิตไดสิ้นสุดลงแลว ประชาชนชาวแมวทั้งสี่ ตําบลซึ่งบัดนีไ้ ดรวมกันเปนตําบลเดียวกันตางยอมรับนับถือวาเลาเพงคือขุนศึกของเขา และเชื่อวาเลาเพงเปน ผูท ม่ี ฝี ม อื ยอดเยีย่ มจริง ๆ .

คณะพรรคสี่สหายพักอยูที่หมูบานแมวบนดอยหลวงอีกสามวันก็เตรียมตัวเดินทางไปแมฮองสอน ซึ่งไดรับความชวยเหลือจากกอบแกวมากมาย ลูกหาบ ๔ คนลวนแตเปนชายหนุม ทีแ่ ข็งแรง สวนผูนาทางก็ ํ เปนพรานปาที่ชานาญในการเดิ ํ นปาและลาสัตวเคยเดินทางไปมาระหวางดอยหลวงกับแมฮองสอนบอย ๆ พรานภูเขาคนนี้เปนชายกลางคนชื่อเลาอิ้นพูดภาษาไทยไดดี สุภาพเรียบรอยดีมีความซื่อสัตยไวใจได เลาอิน้ รับรองวาเขาจะพาคณะพรรคสี่สหายไปถึงจังหวัดแมฮองสอนภายในเวลาไมเกิน ๖ วัน คือเดินทางในเวลา กลางวันและกลางคืนหยุดพักแรม ตอนพลบคํ่าวันนั้นซึ่งเปนวันสุดทายที่คณะพรรคสี่สหายของเราจะจากดอยหลวง พวกแมวไดจัด การเลี้ยงสงที่บริเวณลานกวางหนาหมูบานเปนงานใหญที่สุด แมวทั้งหลายตางยกยองคณะพรรคสี่สหายของ เราเปนวีรบุรษุ จากการสูร บกับโจรฮอในคราวนี้ ชาวแมวพากันอาลัยรักสี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และเจา แหวโดยทั่วหนากัน บรรดานวลนองทั้งหลายที่เปนแฟนของคณะพรรคสี่สหายตางพากันรําร ่ องไห โดย เฉพาะกอบแกวนางไพรหลอนไมเคยไดรับความทุกขใจเหมือนครั้งนี้ หลอนรูดีวาพลจะไมกลับมาดอยหลวง อีก การจากกันคราวนีจ้ ะเปนการจากกันชัว่ นิรนั ดร ดึกสงัดคืนวันนั้น ทามกลางความหนาวเย็นและกลุมหมอกปกคลุมไปทั่วบริเวณยอดดอย สี่สหายกับทานเจาคุณปจจ นึก ฯ และเจาแหวตางมีโอกาสพรํ่าพรอดลําลาแฟนของตนเป ่ นคืนสุดทาย เจาแหวบุกเขาไปในกระทอมหลัง หนึ่งซึ่งเปนกระทอมเล็ก ๆ อยูหลังบานพักของกอบแกว เขาไดอยูรวมหองกับสาวสวยคนหนึ่งและไดฝากรัก กับหลอนเปนครั้งสุดทายอยางอาลัยอาวรณ “พี่เอย พี่มาเปนผัวขาไมทันไรพี่ก็จะจากขาไปเสียแลว” สาวนอยรําพันดวยเสียงสะอื้น “พีเ่ อาปน ในซองปนของพี่ยิงขาเสียเถิด อยาปลอยใหขาไดรับความทุกขทรมานเพราะคิดถึงพี่เลย” เจาแหวกอดหลอนแนน นําตาของเขาไหลพราก ้ “ดวงใจจา นิ่งเสียเถิดคนดี พี่จากไปแตตัวเทานั้นสวนหัวใจพี่ขอฝากไวกับนอง ในไมชาพี่จะกลับ มาดอยหลวงอีก กลับมารับนองไปอยูกรุงเทพ ฯ กับพี่ เจานายทานจะกลับพี่ก็จาเป ํ นตองติดตามทานไป ซาโยนาระ….พี่ลากอนคนดี ดับตะเกียงเสียเถอะ แสงไฟทําใหพเ่ี คืองตาเหลือเกิน” สาวแมวเอื้อมมือหยิบตะเกียงนํ้ามันขึ้นมาเปาดับ ภายในหองนั้นมืดสนิทราวกับอยูในถํา้ ที่กระทอมอีกหลังหนึ่งในบริเวณหมูบาน เจาคุณปจจนึก ฯ กําลังซาโยนาระแฟนของทานซึ่งมีอายุ ในวัย ๕๐ ขวบ รูปรางอวบอัดและเปนแมมายผัวตายมานานแลว ทานเจาคุณแสดงบทบาทรักตามแบบคนแก มีการดมแกมนิด ๆ หนอย ๆ แลวก็ยกมือตบศีรษะดวยความสงสาร เจาคุณปจจนึก ฯ ลวงกระเปาเสื้อหยิบ ธนบัตรใบละรอยบาทปกหนึ่งออกมาสงใหแมสาวใหญในวัยคุณปาแลวพูดยิ้ม ๆ “เอาเงินนี่ไวใชนองสาว กลางปหนาฉันจะมาดอยหลวงอีก” หลอนสั่นศีรษะปฏิเสธ “เงินไมสําคัญสําหรับมิง่ หรอกคะ มิง่ ไมตอ งการเงินของทานแมแตบาทเดียว มิง่ ตองการของที่ ระลึกตามประเพณีของพวกแมวเทานั้น” ..

ทานเจาคุณขมวดคิว้ ยน “ประเพณีของแมวเวลาคนรักเขาจากกันเขาใหอะไรกันละจะมิ่ง” “ผูหญิงใหเบี้ยจั่นแกผูชายหนึ่งพวงคะ เมือ่ เห็นเบีย้ จัน่ จะไดนกึ ถึงคนรัก มิ่งใหเบี้ยจั่นแกทานแลว” เจาคุณปจจนึก ฯ มองดูเบี้ยจั่นสีขาวพวงเล็ก ๆ ซึ่งคลองอยูที่ขอมือซายของทานแลวดึงสาวใหญใน วัยชราเขามากอด “บอกฉันมิ่ง ประเพณีของชาวแมวคนรักที่จากกันผูชายจะตองใหอะไรผูหญิงไวเปนที่ระลึก” แมมายยิ้มทั้งนําตา ้ “ผูชายก็ตองตัดผมสักปอยหนึ่งใหคนรักไวดูตางหนานะซีคะ” ทานเจาคุณแยกเขี้ยวพรอมกับทําคอยน “ปูโธ-เธอก็เห็นอยูแลววากบาลฉันเตียนโลงหาผมทํายาสักเสนเดียวก็ไมได ฉันจะเอาที่ไหนใหมิ่ง ละจะ เอาขนจักกระแรแทนไดไหม” สาวแมวคอนขวับ “ไมไดหรอกคะ” “ถายังงั้นฉันก็จนปญญา อา-ฉันงวงนอนแลวมิง่ เธอชวยบีบนวดใหฉันหนอยสินะ ฝมอื หมอนวด แมววิเศษเหลือเกิน นวดใหฉนั หนอยเถอะแมคณ ุ พรุงนี้เราก็จะจากกันแลว” ทานเจาคุณเอนตัวลงนอน แมมายในวัยใกลชราชวยนวดเฟนใหทานดวยความเต็มใจ เจาคุณปจจ นึก ฯ ไดรับความสุขอยางยิ่งยวด ทานบอกตัวเองวาทานเปนหนุม กระชุม กระชวยขึน้ อีก ทานสามารถเตะปบ ไดดัง และยังเปาขี้เถาฟุง ถึงแมวาทานมีอายุเขาสูวัยชราแลวแตจิตใจของทานก็ยังไมแกตามวัย ในเวลาเดียวกันนี้เองอาเสี่ยกิมหงวนของเราก็กาลั ํ งพรอดรักอยูกับสาวแมวคนหนึ่งซึ่งเปนแฟนของ เขาอยูในกระทอมหลังหนึ่ง แมวสาวผูมีนามวาโสมอายุในราว ๒๐ ป รูปรางอวบขาวผอง เปนสาวแมวที่สวย สะคราญตาคนหนึง่ เสียอยางเดียวที่หลอนเลี้ยงเหาไวมากมายหลายหมื่นตัว ไมยอมทําลายเหาตามคําแนะนํา ของดร.ดิเรก ดังนัน้ การพรอดรักกับหลอนกิมหงวนจึงตองใชผา เช็ดหนาโพกศีรษะของเขาเพือ่ ปองกันไมให เหาบนศีรษะหลอนยายสํามะโนครัวมาอยูบ นศีรษะเขา อยางไรก็ตามสาวนอยผูนี้ไดใหความสุขความสดชื่น แกอาเสี่ยของเราอยางลนเหลือ เพราะหลอนเปนสาวบริสทุ ธิผ์ ดุ ผอง เปรียบเหมือนรถยนตรทน่ี ําออกจากอู ใหม ๆ สีสวยเบาะนิ่มพวงมาลัยออน แตรดังฟงชัดแลนเรียบแหนบไมดงั ทุกสิ่งทุกอยางใหมถอดดามทั้งนั้น สาวนอยกอดเสี่ยหงวนแนนแลวรองไหสะอึกสะอื้นเมื่อกิมหงวนบอกวาถาหลอนมีลูกกับเขาก็ให สงลูกไปใหเขาทางไปรษณียวัตถุ หรือสงทาง พ.ง.ก็ได “อาว-แนะนําใหอยางเปนงานเปนการทําไมถึงหัวเราะละจะโสม ขบขันอะไรหรือ” หญิงสาวสะอื้นดัง ๆ “หัวเราะเมื่อไรละคะโสมรองไหตางหาก” เสี่ยหงวนดึงหลอนเขามากอด “นิ่งเสียเถิดทูนหัว รองไหทําไมคนดี แลวเฮียจะกลับมาหาโสมอีก” .ก.

“อยามาพูดเลย เฮียจากไปแลวที่ไหนเฮียจะกลับมา เขาวากรุงเทพ ฯ นะเปนเมืองสวรรค แลวก็เมีย ของเฮียทีก่ รุงเทพ ฯ คงจะสวยกวาโสมมากมายนัก” อาเสี่ยหัวเราะ “สวยนะสวยจริงแตวาเหลาเหยแลว ถาเปนมาก็ตองเรียกวาเลาเบ สูโสมไมได อยาลืมคําที่เฮียสั่งนะ โสมนะ ถาเกิดทองไสขึ้นจริง ๆ โสมออกลูกเมื่อไรโสมจะตองสงลูกไปใหเฮียที่กรุงเทพ ฯ ทางไปรษณีย วัตถุ” สาวแมวรองไหโฮ “ไปรษณียที่นี่มันมีเมื่อไรละคะ” “ก็ฝากพรรคพวกเขาไปทิ้งวัตถุที่แมฮองสอนสิจะหรือที่เชียงใหมก็ได เอากระดาษหอใหเรียบรอย ผูกเชือกตีตราครัง่ ติดแสตมปสง ไป ถาลูกของเฮียเปนกระเทยไมตองสง ลูกผูหญิงหรือผูชายคอยสงไป ถาลูก แฝดโสมเอาไวคนหนึ่งสงไปคนหนึ่ง นิ่งเสียนารองไหทาไมนะ ํ เฮียก็ไดใหคามั ํ น่ สัญญาแลววาอีกครึง่ ปเฮีย จะกลับมาดอยหลวงอีก นอนเถอะดึกแลว พรุง นีเ้ ฮียจะตองตืน่ นอนแตเชาเตรียมตัวออกเดินทาง” ตะเกียงที่ฝาหองถูกดับสิ้นแสงลงทันที ความเงียบปกคลุมไปทั่วกระทอมหลังนั้น ไดยินแตเสียง สาวแมวรองไหกระซิก ๆ ชาวแมวทั้งหมูบานกําลังหลับสนิท แตนกิ รกับแฟนของเขายังพรอดรักกันอยูใ นกระทอมหลังหนึง่ แฟนของนิกรมีอายุในวัย ๔๐ ขวบ รูปรางอวนใหญ นํ้าหนักตัวไมตากว ่ํ า ๙๐ กิโลกรัม นิกรไมไดรักใคร หลอนเทาใดนัก แตหลอนผูมีนามวาไหมรักและหลงนิกรมาก ไดปรนนิบตั พิ ดั วีนวดเฟนจับเสนจับสายให นิกรตลอดเวลา ไหมเคยมีสามีมาแลว หลอนเปนสาวแกทม่ี รี ปู รางเหมือนไหกระเทียมตอขา ผิวเนือ้ ขาวผอง คอสั้นใบหนาใหญเสียงดัง ที่นิกรเลือกเปนแฟนเขาก็เพราะหลอนสะอาด บนศีรษะไมมีเหา ผิวหมดจด เสื้อ ผาสะอาด ขณะนี้ไหมกําลังออดออเซาะจะขอติดตามนิกรไปกรุงเทพ ฯ ดวย “พี่จา กรุณาใหไหมตามพี่ไปกรุงเทพ ฯ เถอะนะจะ ทิ้งไหมไวที่นี่ไหมคงตรอมใจตายเพราะคิดถึง พี่แนนอน” นิกรถอนหายใจเฮือกใหญ เขาพยายามกอดหลอนใหรอบหลังแตก็ไมรอบ เพราะแฟนของเขามีรปู รางอวนใหญจนเกินไป “จะไปกับพี่อยางไรไหมจา ไหมนะจะลุกจะนั่งทั้งทีก็ตองรองอี๊ด แทบจะตองใชปนจั่นฉุดอยูแลว การบุกปาฝาดงและขามเขาไมใชของสนุก ไหมจะเดินปาไหวหรือ” ไหมยิ้มใหเขา “ไหวซีคะ ถาไมไหวไหมก็จะขี่หลังพี่ไป” นิกรกลืนนําลายเอื ้ ๊อก “โอย-พี่จะลากนองไปไดอยางไรกันทูนหัว นํ้าหนักตัวของไหมนะอยางยอม ๆ ก็ไมตํ่ากวาหาหก ตันแลว ขืนขีห่ ลังพีไ่ ปพีก่ แ็ บนแตเทานัน้ เองอดใจรอพีอ่ ยูส กั ครึง่ ปเถอะนา แลวพี่จะเชาปอมบินมารับไหมไป .

.ดิเรกกําลังนั่งพรอดรักกับแฟน สาวของเขาอยูบ นแครเล็ก ๆ หลังกระทอมหลังหนึ่ง นายแพทยหนุมไดเสียกับแฟนสาวของเขาแลว ขณะนี้ เขากําลังลํ่าลาหลอนและปลอบโยนหลอนใหคลายความอาลัยอาวรณเขา “อยารองไหดาลิ่งรักแทยอมมีอุปสรรค ไอจะกลับมาหายูในไมชานี้อยางแนนอนและจะรับยูไปอยู กรุงเทพ ฯ กับไอ” สาวนอยสะอื้นเบา ๆ “จริง ๆ นะคะพี”่ “ออไร ไอยอมรักษาวาจาสัจเชนเดียวกับทานนายพลแมคอารเธอรกลาวไววาทานจะกลับมาฟลิป ปนสแลวทานก็กลับมาจริง ๆ ไอก็เหมือนกัน เมื่อไอกลับไปทํางานใหประเทศชาติเสร็จเรียบรอยแลวไอจะ เดินทางมาดอยหลวงโดยเครือ่ งบินเฮลิคอบเตอรเพือ่ รับยูไปอยูก บั ไอทีก่ รุงเทพ ฯ ระวังรักษาตัวและสุขภาพ ใหดี ไมควรมีผัวใหมก็อยามี ถาสมควรจะมีก็มีไป แลวก็อยาปลอยใหเหาขึ้นหัวเปนอันขาด มนุษยทเ่ี จริญ แลวยอมไมเปนเหา ไปนอนคุยกันในกระทอมเถอะที่รัก นั่งคุยกันขางนอกนําค ้ างแรงและอากาศหนาวมากยู จะไมสบาย” นายแพทยหนุมประคองสาวรักของเขาลุกขึ้นแลวพาเดินเขาไปในกระทอมหลังนั้น บิดามารดาของ หลอนกําลังหลับสนิทเปดโอกาสใหดร.กรุงเทพ ฯ จะเอาเฮลิคอบเตอรมารับก็เห็นจะบินไมขึ้น ตองใชปอ มบินยักษหรือเครือ่ งบินลําเลียงแบบโกลบ มาสเตอร อา…. ถามันเปนกรรมของแกว แกวตองใหกําเนิดทารกอันเปนเลือดเนือ้ ของพี่ แกวก็จะกมหนารับกรรมเลี้ยงดูลูก ของเราอยางดีที่สุด” เขาสงสารหลอนใจเจียนขาด “แกวจา พี่ตองกลับมาหาแกวของพี่แนนอน พีต่ อ งมาแน ๆ ขอใหสิ่งศักดิ์สิทธิ์เปนพยานในคํามั่น สัญญาของพี่เถิด” .แลว พล พัชราภรณยงั นัง่ ประคองกอดกอบแกวอยางไมวางมือบนเตียงนอนภายในหองนอนของหลอน นางพญาแมวแสดงความอาลัยรักพลเหลือที่จะกลาว ถึงแมหลอนจะติดตามไปสงเขาจนถึงแมฮองสอน แต กอบแกวก็รดู วี า หลอนกับเขาจะไดรว มรักกันในคืนนีเ้ ปนคืนสุดทาย “อยาบอกแกวใหกระเทือนใจเลยนะคะวาพี่จะกลับมาดอยหลวงอีก” หลอนพูดเสียงเครือเล็กนอย หยาดนําตาคลอหน ้ วย พลกระชับมือทีก่ อดหลอนใหแนนเขา “กลัววาพีจ่ ะพูดไมจริงหรือจะแกว” “คะ อยาใหแกวนึกหวังในตัวพี่อีกเลยคะ แกวจะคิดวาเทาทีเ่ รารักกันและเปนของกันนีเ้ ปนความ ฝนรายของแกวที่เกิดขึ้นในเวลานอนหลับ แกวจะพยายามหักใจลืมพี่และอดีตของเราเสีย สวนลูกของเรา…..ดับไฟคุยกันเถอะไหมจุดตะเกียงทิ้งไวเปลืองนํ้ามันเปลา ๆ” แลวความเงียบและความมืดก็ปกคลุมไปทั่ว ตามเวลาที่กลาวนี้ดร.๐๐ น.ดิเรกลําลาลู ่ กสาวของเขาอยางเต็มที่ ขณะนีเ้ ปนเวลา ๒.

๐๐ น.พี่กลับไปนอนเถอะคะ แกวจะไดนอนหลับพักผอน พรุง นีเ้ ราจะออกเดินทางแตเชาแลว” พลกอดหลอนแนน “พี่ไมไปหรอกแกวจา พีจ่ ะนอนกอดแกวอยูใ นหองนีจ้ นกวาจะรุง สวาง ขอใหพี่นอนกับแกวอีกสัก คืนนะแกวนะ” เขายกมือเชยคางหลอนขึ้นแลวเขาก็กมลงจูบริมฝปากนางไพรอยางดูดดื่มซาบซึ้งใจ นํ้าตาของกอบ แกวไหลพราก หลอนกอดคอพลแนนแสดงความรักและอาลัยอยางสุดแสน ตอนสายวันรุงขึ้น ชาวแมวเกือบพันคนตางออกมายืนรวมกลุม อยูต ามบริเวณหนาบานของตนเพือ่ คอยสงคณะพรรคสี่ สหายเดินทางไปจากดอยหลวง ทุกคนเงียบเหงาไปตามกัน ตางคนตางแสดงความอาลัยรักสี่สหายอยางยิ่ง ชาวแมวไมลืมเลยวาครั้งหนึ่งคณะพรรคสี่สหายไดเปนกําลังสําคัญยิ่งชวยเหลือพวกเขาสูรบกับพวกโจรฮอ ชาวแมวไดรว มมือรวมใจกันรักษาหมูบ า นไวไดจนกระทัง่ ฝูงเครือ่ งบินไอพนประจัญบานและฝูงเครือ่ งบิน ลําเลียงไดนาพลร ํ มมาชวยเหลือ ขณะนี้เปนเวลา ๘.เศษ ขบวนเดินทางซึง่ มีพรานภูเขา ๑ คน ลูกหาบ ๔ คน ลอ ๔ ตัวบรรทุก ขาวของสัมภาระตาง ๆ และเสบียงกรัง ดร. นางไพรสะอื้นเบา ๆ ซบศีรษะลงแนบหนาอกเขา “แกวขอรองพี่แลวไมใหพี่บอกแกวพี่พูดทําไมคะ แกวรูดีวามันเปนไปไมได สิ่งแวดลอมที่กรุงเทพ ฯ ยอมใหความสุขแกพี่ยิ่งกวาดอยหลวงมากมายนัก เมียของพี่เองก็คงสวยและนาพิสมัยกวาแกวเปนไหน ๆ พี่ขา….ดิเรกไดแบงขาวของทีเ่ ขาไดรบั จากเครือ่ งบินใหพวกแมวไปมาก มาย สวนปนและกระสุนปนตลอดจนลูกระเบิดไมสามารถจะแบงใหใครไดเพราะเปนของทางราชการทหาร ตามเวลาที่กลาวนี้สี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และเจาแหวไดนั่งรวมกันอยูบนแครไมไผหนาบาน พักของนางพญาแมว หมอผีรวม ๔ คนกําลังทําพิธีตามพิธีไสยศาสตรของเขาเพื่อใหคณะพรรคสี่สหายเดิน ทางไปดวยความสวัสดี ๑ ใน ๔ ของหมอผีคอื นายเตอหรือลุงเตอผูท เ่ี คยชวยชุบชีวติ อาเสีย่ ของเราไว พิธีการของหมอผีเปนไปอยางแปลก ๆ ลุงเตอกับหมอผีอีก ๓ คน ถือกะโหลกศีรษะลิงไวในมือ ซาย มือขวาถือไมเล็ก ๆ พวกหมอผีวิ่งเหยาะ ๆ ไปรอบ ๆ แครรา ยเวทวิทยาพึมพํา บางทีก็หยุดยืนนิ่งเฉยเอา ไมเคาะหัวกะโหลกลิงสองสามทีแลววิ่งตอไปอีกจนหอบแฮก ๆ ซี่โครงบานไปตามกัน กอบแกวยืนอยูในกลุมนายพรานและลูกหาบพรอมดวยลอ ๔ ตัว กอบแกวแตงกายตามแบบสาว แมว หลอนอยูในความสงบเงียบปลอยใหหมอผีทั้ง ๔ คนทําพิธีปดรังควานปองกันผีปศาจ ปองกันโรคภัยไข เจ็บและศัตรูหมูรายที่จะเกิดขึ้นแกคณะพรรคสี่สหายระหวางเดินทางไปแมฮองสอน เสี่ยหงวนรูสึกรําคาญเมือ่ นัง่ ขัดสมาธิอยูเ กือบ ๑๕ นาที เมื่อลุงเตอยื่นหัวกะโหลกลิงเขามาขางหนา เขาและเอาไมเคาะดังโปกอาเสี่ยก็สะดุงเล็กนอยแลวฝนหัวเราะ “เสร็จพิธีหรือยังลุงเมื่อยเต็มทนแลว” ลุงเตอหัวหนาหมอผีทาตาเขี ํ ยวกับกิมหงวนแตไมยอมพูดอะไร เขาไมพอใจอยางยิ่งที่อาเสี่ยพูด ทะลุกลางปลองขึ้นกลางพิธีของเขา ลุงเตอกับหมอผีเตนไปเรื่อย ๆ อีกหาหกรอบแลวก็หยุดยืนจับกลุมกัน ..

สัตวรา ยหรือมนุษย” พลกลาวถามหัวหนาหมอผีทันที “ถายังงั้นคุณลุงพอจะบอกไดไหมครับ วาพวกเราจะมีใครบาดเจ็บลมตายบางไหม บอกตามตรง เถอะครับ” ลุงเตอหลับตานิ่งเฉย เขาเอือ้ มมือขวาตะครุบอากาศทัง้ ๆ ที่ไมมีอะไรแลวแบออกดูสักครูก็ปลอย มันไป แลวหัวหนาหมอผีก็กลาวกับคณะพรรคสี่สหายวา “พวกคุณหรือลูกหาบที่ไปดวยตองมีการเสียชีวิตบางอยางแนนอน” เจาคุณปจจนึก ฯ กลาวขึ้นวา “นายเตอเปนหมอผีชั้นดีมีวิทยาอาคมขลัง แกชวยปดเปาใหสิ่งที่เลวรายกลายเปนดีไมไดหรือ” ลุงเตอสัน่ ศีรษะ “ไมไดหรอกครับเจาคุณ ถาทําไดเจาคุณกับลูกหลานจะตองเลื่อนกําหนดเวลาเดินทางออกไปอีก หนึ่งเดือนเต็ม ๆ นับตัง้ แตวนั นีเ้ ปนตนไป” “โน” ดร.ดิเรกรองลัน่ “เลื่อนไมได เรามีธุระสําคัญยิ่งจะตองรีบกลับกรุงเทพ ฯ ถึงแมจะตองเสี่ยง ภัยเสีย่ งชีวติ เราก็ตอ งไป” .กระซิบกระซาบกันเบา ๆ ทําใหคณะพรรคสี่สหายชักหนาว ๆ รอน ๆ ไปตามกัน สักครูลุงเตอก็กวักมือเรียก นางพญาแมวใหเขาไปหา พวกหมอผีตางกระซิบกับหลอนและมองมาทางคณะพรรคสี่สหายอยางหวงใย ไม มีใครรูวาหมอผีพูดอะไรกับกอบแกวจนกระทั่งนางไพรเดินเขามาหาคณะพรรคสี่สหาย “วาไงจะแกว” พลถามยิ้ม ๆ กอบแกวมีสีหนาเครงเครียดอยางไรชอบกล “ลุงเตอกับหมอผีวา เมื่อกี้นี้ขณะที่ยังอยูในระหวางพิธีอาเสี่ยไดพูดถามแกวาพิธีเสร็จหรือยัง การที่ พูดออกมาเชนนี้หมอผีถือวาโชครายคะ การเดินทางจะไมราบรืน่ อาจจะตองเผชิญกับอันตรายอยางรายแรง” นิกรมองดูเสีย่ หงวนอยางเคือง ๆ “กอนจะเขาพิธีลุงเตอแกก็สั่งกําชับแลวไมใหพวกเราปริปากพูดอะไรแมแตคําเดียวจนกวาจะเสร็จ พิธี แลวเสือกพูดออกมาหาหอกอะไรวะ” เจาคุณปจจนึก ฯ เสริมขึน้ ทันที “อยางนี้เขาเรียกวาปากเสีย” ดร.ดิเรกยิ้มใหนางพญาแมวแลวกลาววา “คุณลองถามลุงเตอแกใหละเอียดซีครับ เราจะไดรบั ภัยอันตรายอะไรบาง” กอบแกวหันไปเรียกหัวหนาหมอผีใหเขามาหาหลอนและขอรองใหชายชราชวยอธิบายใหคณะ พรรคสี่สหายทราบ ชายชราพยักหนารับทราบ แกมองดูหนาเสีย่ หงวนอยางเคือง ๆ แลวกลาววา “ถาอาเสี่ยอดใจไวอีกนิดเดียวไมปริปากพูดอะไรกับผม การเดินทางไปแมฮอ งสอนก็จะปลอดภัย ดวยประการทั้งปวง ตามพิธีของเราถือวาการพูดระหวางทําพิธียอมแสดงวาผูเดินทางกับคณะจะตองไดรับภัย อันตรายอยางรายแรง แตผมบอกไมไดวา ภัยนัน้ จะเกิดจากธรรมชาติ.

หัวหนาหมอผียม้ิ แคน ๆ “ถายังงั้นก็ตองเสี่ยงเอาซีครับ เอาเถอะครับผมจะใชใหผีของผมสองตัวติดตามไปคุมกันรักษา” เจาแหวสะดุงโหยง “หา ลุงวายังไงนะลุง” ลุงเตอมองดูเจาแหวแลวหัวเราะ “ขาจะสงผีที่ขาเลี้ยงไวสองตัวใหรวมเดินทางไปดวยเพื่อปองกันผีปา” เจาแหวทําทาขนพองสยองเกลา “ขอเสียทีลุง อยาเลย ใหพวกเราไปกันตามลําพังคนลวน ๆ โดยไมมีผีเกี่ยวของดวยจะดีกวา แฮะ แฮะ ผีนะลุงพูดกับมันรูเ รือ่ ง แตฉนั พูดกับมันไมรเู รือ่ งนีล่ งุ ” นิกรเห็นพองดวยจึงสนับสนุนเจาแหว “นั่นนะซี ผมก็วายังงั้นแหละลุง” หัวหนาหมอผีอมยิม้ “ตามใจเถอะครับ เมื่อไมตองการใหผีของผมไปดวยก็ตามใจ พิธีของเราเสร็จแลวครับ ออกเดิน ทางกันไดแลว” สี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ ตางกาวลงมาจากแครไมไผนั้น เทาขวาของเสีย่ หงวนเปนเหน็บ เมือ่ ลองกาวเดินดูสองสามกาวกิมหงวนก็หัวเราะอยางขบขันเพราะรูสึกจั๊กจี้ทาให ํ ใคร ๆ อดหัวเราะไมได หลังจากนั้นสักครูหนึ่งขบวนเดินทางก็เคลื่อนที่จากหนาบานพักของกอบแกว กอบแกวกับพลเดิน หนาเคียงคูก นั ติดตามดวยเจาคุณปจจนึก ฯ นิกร. กิมหงวน.ดิเรกและเจาแหว ขบวนลูกหาบมีเลาอิ้นเปน พรานและหัวหนา ลูกหาบทั้งสี่คนจูงลอคนละตัว ลอก็คอื มานัน่ เอง รูปรางคลาย ๆ มาเทศมีความทรหดอด ทนสามารถเดินทางในภูมิประเทศที่เปนปาและเขาไดดี ชาวแมวนิยมใชมาและลอบรรทุกสินคาหรือสัมภาระ ของเขา บรรดาแมวทั้งหมูบานตางโบกมือใหวีรบุรุษของดอยหลวงและโหรองลั่นไปหมด ผูชวยหัวหนา แมวรวม ๓ คน ซึ่งไดรับมอบหมายจากกอบแกวใหดูแลลูกบานแทนหลอนยืนมองดูคณะพรรคสี่สหายดวย ความอาลัยยิ่ง เลาเพงขุนศึกคนใหมกบั บุตรภรรยาของเขาไดนําดอกไมใสขันมาขวางปาคณะพรรคสี่สหาย เสียงโหรองของพวกแมวดังกองกังวานไปไกล คณะคนหาแรยูเรเนียมออกไปพนหมูบานแลวและบายหนาลงไปสูเชิงดอยเบื้องลางโนน ถึงแมวา กอบแกวจะทุกขระทมใจหลอนก็อดชื่นใจไมไดที่หลอนไดอยูใกลชิดกับพลเชนนี้ ดวยวิสัยนักเลงกลอน เสี่ยหงวนกับนิกรไดวากลอน ๘ กันคนละวรรค โดยกิมหงวนเปนฝายเริม่ ตน ขึน้ กอน โออาลัยดอยหลวงหวงสวาท เปนเวรกรรมจํานิราศเสนหา เหมือนดอกรักดอยรางหางไกลตา . ดร.

.ประทานโทษเถอะครับเจาคุณ ผมไมมเี จตนาลวงเกินเจาคุณเลยครับ” เสี่ยหงวนหัวเราะกากแลวพูดเสริมขึ้น . กลิ่นเอื้องปาซาบซึ้งตรึงฤทัย ถึงเลีย้ งเหาแตแกมหอมยอมอารมณ พี่ชื่นชมรักฝงจิตพิสมัย นองฝากเหามาใหพี่นาดีใจ เกาทีไรนึกถึงนอง ละอองนวล สามวันในปาสูง คณะคนหาแรยเู รเนียมเดินทางมาไดครึง่ ทางแลว ในระหวางดอยหลวงกับจังหวัด แมฮอ งสอน พรานอิ้นหรือเลาอิ้นรับรองวาเขาไดพามาทางลัดที่สุด ฉะนัน้ จึงจําเปนจะตองขามเขาลูกเล็ก ๆ หลายลูก ซึง่ เทือกของมันติดตอกันเปนแนวยาวนับรอยไมล และพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเชียงใหม ยอมเต็มไปดวยขุนเขาสลับซับซอน อยางไรก็ตามไมปรากฏวาขบวนเดินทางไดประสบภัยอันตรายอะไรเลย นอกจากครัง้ หนึง่ ไดเผชิญ กับโขลงชางปาในบริเวณปาโปรงแหงหนึง่ แตเมื่อพลใชปนกลมือแบบทอมสันยิงขูไปสองสามชุดชางปา โขลงนั้นก็แตกตื่นวิ่งหนีเตลิดเปดเปงไป บายวันนั้นคณะคนหาแรยูเรเนียมยืนอยูบนยอดเขาลูกหนึ่งซึ่งสูงจากระดับพื้นดินประมาณ ๖๐๐ ฟต เขาลูกนีม้ เี ทือกเขาติดตอกับเขาใหญแลตระหงานเงือ้ มเทียมเมฆ และเปนแนวยาวไปไกล พรานอิ้นพยา ยามใชสายตาของเขาใหเปนประโยชนในการสํารวจภูมปิ ระเทศและทิศทางรอบ ๆ ตัวเขา ซึ่งเขาไดรับ สารภาพกับกอบแกวและคณะพรรคสี่สหายวาภูมิประเทศทางแถบนี้เขาไมเคยผานมาเลย ที่นาทางมาก็ ํ เพราะ เห็นเปนทางลัดตัดตรงไปแมฮองสอนโดยอาศัยเขาใหญหลายลูกเปนหลักการเดินทาง “วาไงนายอิ้น” เจาคุณปจจนึก ฯ กลาวกับพรานภูเขาอยางกันเอง “หลงหรืออยางไร” พรานอิ้นยิ้มออนโยน “ไมหลงหรอกครับเจาคุณ เขาใหญขางหนาเปนหลักสําคัญของผม แตวาทางนี้ผมไมเคยมาเลยครับ เอาละครับ เราลงจากเขานี้แลวมุงตรงไปยังเขาลูกเล็ก ๆ ซึ่งอยูขางหนาเราประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ไปพักแรม กันทีน่ น่ั เย็นวันนี”้ “ดอยนัน้ เขาเรียกเขาอะไรนายอิน้ ” “ดอยเล็ก ๆ อยางนีไ้ มมชี อ่ื หรอกครับ แตเขาหรือดอยที่ไมมีตนไมชาวปาก็มักจะเรียกกันวาเขาลาน หรือดอยลาน ปาเมืองไหน ๆ ก็มีเขาลานทั้งนั้นแหละครับเปนชื่อซํา้ ๆ กัน” สี่สหายหัวเราะคิกคักไปตามกัน ทานเจาคุณทําหนาปูเลี่ยน ๆ อยางไรชอบกล แลวเอียงหนาเขามา พูดกับพรานภูเขา “คําวาลานฉันขอซื้อเถอะนะนายอิ้น มันแสลงใจฉันเหลือเกินพับผา” พรานอิ้นเย็นวาบไปหมดทั้งตัว รีบยกมือไหวเจาคุณปจจนึก ฯ ทันที “โอ….

.ดิเรกกระโดดเขาขัดขวางทันที “โน ๆ ๆ ๆ ปา เรามาดวยกันอยาฆากันเลยครับ” ทานเจาคุณขบกรามกรอด “ก็อายสองคนมันทะลึ่งกับขา” “โน….ปาเขาใจผิด มันอธิบายใหพรานอิ้นเขาใจตางหาก อยางนี้ไมเรียกวาทะลึ่ง เราเดินทางกันตอ ไปเถอะครับ” คณะคนหาแรยูเรเนียมตางพากันลงไปจากเขาลูกนั้น พลกับกอบแกวเดินคลอคูกันตลอดเวลา กอบ แกวมีความอดทนเชนเดียวกับชายฉกรรจคนหนึง่ ตลอดเวลา ๓ วันที่ผานมานี้หลอนบุกปาฝาดงมากับคณะ พรรคสี่สหายโดยไมไดปริปากบนวาเหน็ดเหนื่อยหรือลําบากยากแคนในการเดินปาหรือขามเขาเลย นางไพ รอบอุนเปนสุขใจอยางยิ่งที่ไดอยูใกลชิดพลและไดนอนหมผาผืนเดียวกับเขาอยูในออมกอดของเขาทุก ๆ คืน เมื่อลงมาถึงเชิงเขาภูมิประเทศก็เปนปาทึบและดงดิบ ในที่สุดคณะพรรคสี่สหายก็มาถึงแควเล็ก ๆ สายหนึ่งกวางประมาณ ๒๐ เมตร กระแสนําค ้ อนขางเชีย่ วแตน้ําลึกไมมากนักมองแลเห็นกรวดทรายและ กอนหินใตนา้ํ พรานอิ้นกับคณะพรรคสี่สหายและพวกลูกหาบตางยืนรวมกลุมกันอยูริมแควนั้นปลอยใหลอทั้ง ๔ ตัวหาหญากินกันตามสบาย ธรรมชาติของแควสวยงามมากดอกไมปาบานสะพรั่ง นกเล็ก ๆ สงเสียงรองรา เริงและกระโดดโลดเตนอยูตามกิ่งไม เอื้องผึ้งสีเหลืองซึ่งเกี่ยวพันอยูตามตนไมใหญทาให ํ ตนไมที่มันอาศัยอยู มีชีวิตชีวาสวยงามขึ้นอีก “เราตองลุยขามแควนี้ครับคุณพล” นายพรานพูดยิ้ม ๆ “แตนาตอนกลางแควอาจจะลึ ้ํ กมากก็ได ผม จะใหลูกหาบคนใดคนหนึ่งลองขามไปกอน ถานํ้าลึกมากเกินไปเราก็ตองหาไมไผมาตอแพขามไป มายงั้น ขาวของก็เปยกนําเสี ้ ยหายหมด และลอวายนํ้าไมเปนครับนอกจากวานําตื ้ น้ ๆ และมันเดินลุยนํ้าขามไป” เจาคุณปจจนึก ฯ พูดเสริมขึ้น “ฉันก็วายไมไหวเหมือนกันนายอิ้น แกแลวขืนวายนําก็้ คงจมนําตาย”้ พรานอิ้นกวักมือเรียกลูกหาบคนหนึ่งซึ่งเปนชายหนุมรางใหญใหมาหาเขาชี้มือไปที่แควแลวสง ภาษาแมวสั่งใหลูกหาบลองลุยนํ้าขามไป เจาหนุม แมวรับคําสั่งอยางยิ้มแยมแจมใส หารูไมวาเขากําลังจะลง ไปพบกับมัจจุราชในแควนี้และชีวิตของเขาจะพบจุดจบในสองสามนาทีนี้แลว หนุมแมวกาวลงไปในลําธารทันที นํ้าริมตลิ่งลึกประมาณ ๓ ฟตเศษ หางจากฝง ราวหาหกเมตร ระดับนํ้ายังเทาเดิม ลูกหาบหันมาโบกมือใหเพื่อนลูกหาบของเขาและตะโกนบอกพรานอิ้นเปนภาษาแมววา นํ้าในแควเย็นเฉียบจับใจ แตแลวลูกหาบหนุมก็หยุดชะงักและรองสุดเสียงเปนภาษาแมว . “ทีหลังจะพูดอะไรตองคิดเสียกอนนะนายอิ้น คําวาลาน เลี่ยน เตียนโลง มันแผล็บ อะไรเหลานี้พูด ไมได” นิกรยิ้มใหนายพรานแลวกลาววา “ลูกมะอึก นกตะกรุม ถลอก ลื่น ไถล พูดไมไดทั้งนั้น ขุนแผนพูดไดแตขุนชางหามพูด” เจาคุณปจจนึก ฯ ยิ้มแคน ๆ ปลดปนกลมือลงมาจากบา ดร.

” อาเสีย่ รองครางดวยภาษาบรรพบุรษุ ของเขา “ปลาอะไรกันทําไมถึงดุรายอยางนี้” ดร.ดิเรกทรุดตัวลงนั่งชันสูตรศพดวยความรูความชํานาญของเขา สักครูเขาก็ลุกขึ้นยืนแลวกลาววา “ออไร ปลาแน ๆ กันเคยอานพบในหนังสือจําพวกสัตววิทยาเลมหนึ่งเกี่ยวกับปลาตาง ๆ ในใจ กลางลึกของอาฟริกามีปลาพันธุหนึ่งตัวเล็ก ๆ ยาวประมาณ ๓ นิว้ ฟุตอาศัยอยูต ามหวยหนองหรือบึงใหญ ๆ ปลาชนิดนี้ชื่ออะไรก็ลืมไปแลว มันกินสัตวและคนเปนอาหาร ปากแข็งเหมือนเหล็กและคมมาก ชาวอาฟริ กันเรียกมันวาปลาปศาจ ในสมัยโบราณเมืองที่มีคูเมืองลอมรอบเคยใชปลาพันธุนี้สังหารขาศึก พอขาศึกยกมา ก็ปลอยปลาลงไปในคูรอบเมือง ขาศึกลุยคูขามมาก็ถูกปลากินไมมีเหลือ ปลาชนิดนี้สองสามตัวสามารถกิน คนใหเหลือแตกระดูกชั่วเวลาไมกี่นาที” พลนิ่งฟงนายแพทยหนุมอธิบายดวยความสนใจ แลวเขาก็กลาววา “เคราะหกันยังดีอยู ถากันกระโดดลงไปชวยลูกหาบคนนี้ในตอนแรกที่เขารองขอความชวยเหลือ กันก็คงตายไปอีกคนหนึ่ง” . ดร.ดิเรก. นิกร. “โอย อะไรกัดฉัน” เขาหมุนตัวกลับเดินลุยนํากลั ้ บมาหาฝงอยางรีบรอน กิริยาทาทางของเขาแสดงความเจ็บปวดรวด ราวแสนสาหัส เขาลมลงไปในนําและร ้ องอุทานดวยเสียงแหลมเล็กออกมาอีกคําหนึง่ รางของเขาถูกกระแส นํ้าพัดไปปะทะหมูกอนหินกลางนํา้ คณะพรรคสี่สหายกับนายพรานและลูกหาบยืนตะลึงไปตามกัน จน กระทั่งรางของลูกหาบผูเคราะหรายหลุดจากแกงหินกลางนําลอยเปะปะกลั ้ บมาทางฝงคณะลองปา รางนัน้ ปะทะกับหมูกอนหินที่ริมฝง พล. อาเสี่ยกิมหงวนและพรานอิ้นวิ่งไปชวยลูกหาบทันที เจาคุณปจจนึก ฯ พากอบ แกวกับเจาแหวและลูกหาบอีกสามคนติดตามไปโดยเร็ว อีกครั้งหนึ่งทีค่ ณะพรรคสีส่ หายของเราไดผจญกับเหตุการณทน่ี า ตืน่ เตนหวาดเสียวสยดสยองใจ เหลือที่จะกลาว เมื่อพลกับเสี่ยหงวนชวยกันดึงรางของลูกหาบผูเคราะหรายขึ้นมาบนตลิ่ง เสื้อกางเกงของลูกหาบขาดวิ่นออกจากรางหายไปเกือบหมดแทบจะไมมีเหลือพันกาย กอบแกว หวีดรองสุดเสียงโผเขากอดพลทันที หลอนไมอาจจะมองดูภาพอันนาสะพรึงกลัวของลูกหาบได ใบหนาของ ลูกหาบกลายเปนหัวกะโหลกผี เนือ้ หนังหายไปหมด ที่เหลือติดอยูบางก็หลุดลุย เนื้อที่แขนและที่ทองหายไป แลเห็นซี่โครงเปนรูปโครงกระดูก เนื้อสวนหลังและตอนทายทอยยังมีอยู ขาซายเหลือแตโครงกระดูกขาขวา มีเนือ้ อยูค รึง่ หนึง่ เจาคุณปจจนึก ฯ ยกมือเขยาแขนพรานอิ้นคอนขางแรงขณะที่ทุกคนกําลังอกสัน่ ขวัญแขวนจอง มองดูศพของลูกหาบซึ่งถูกสัตวที่อยูในนํากั ้ ดกินเนือ้ ไปเกือบหมด “พรานอิ้น แมงมุมยักษเลนงานลูกหาบหรืออยางไร” นายพรานหนาซีดเผือด “ไมใชแมงมุมหรอกครับเจาคุณ” เขาพูดตะกุกตะกัก “แมงมุมยักษมันอยูบนเขาไมไดอยูในนํา้ ผม คิดวาปลานะครับ ปลาที่ปากของมันคมเหมือนปลาปกเปาและอยูกันเปนฝูง ๆ ในแควนี”้ “ไอยา…..

ดิเรก “รับประทานพวกเราจะตองขามแควนีไ้ ปหรือครับคุณหมอ” “ออไร เราจะตองชวยกันฝงศพลูกหาบเสียกอน แลวก็ตัดไมไผมาทําแพสักสองแพ สําหรับแกถา ไมสมัครใจนั่งแพจะลุยนํ้าขามไปก็ไดนะฉันอนุญาติ” เจาแหวสะดุงโหยงแลวหัวเราะ “รับประทานจางผมลานบาทใหลุยขามไปผมก็ไมเอา” เจาคุณปจจนึก ฯ ทําตาเขียวกับเจาแหวทันที “เดี๋ยวก็โดนถีบหรอก พูดอะไรคิดเสียกอนซีอายแหว” เจาแหวใจหายวาบ แตแลวก็ยืนนิ่งเฉยไมกลาพูดแกตัว ตอจากนัน้ ดร. เจาแหวและลูกหาบ ๓ คน เสี่ยหงวนกับนิกรทําหนาที่ถอแพหลังนั้น สวนแพทีต่ ดิ ตามมาพรานอิน้ กับลูกหาบเปนคนถอโดยใชไมไผทาถ ํ อ เมื่อแพมาถึงกลางแคว ดร.ดิเรกก็สั่งใหพรานอิ้นกับพวก ลูกหาบชวยกันขุดหลุมฝงศพเลาเกลี้ยงแมวหนุมผูเสียชีวิตจากฝูงปลาปศาจ การฝงศพและตอแพไมไผสองแพเสียเวลาไปเกือบสองชั่วโมง พิธีฝงศพแมวหนุมไดกระทําอยาง เงียบ ๆ โดยมีเจาคุณปจจนึก ฯ เปนประมุข ศพของนายเกลี้ยงถูกฝงลงในหลุมตื้น ๆ ใกลกับแควนั้นเอง เมื่อลูกหาบกับคณะพรรคสี่สหายชวยกันสรางแพเสร็จเรียบรอยและเข็นแพลงนําแล ้ ว การเดินทาง ก็เริ่มตนตอไป แพหลังหนึ่งมีลอ ๒ ตัว กับสี่สหายและกอบแกวกับเจาคุณปจจนึก ฯ อีกหลังหนึ่งมีลอ ๒ ตัว พรานอิ้น.ดิเรกไดหยิบเนื้อกวางสดขาหนึ่งหยอนลงในนํา้ ทันใดนั้นเองฝูงปลาสี ดํามะเมื่อมตัวยาวไมถึงคืบไดวายเขามารุมกันกัดกินเนื้อกวางขานั้นอยางรวดเร็ว เนือ้ กวางหลุดออกไปเปน แถบ ๆ สี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และกอบแกวตางมองดูปลาปศาจดวยความตื่นเตนแปลกใจ นิกรยกถอ ฟาดลงไปกลางฝูงปลาทีหนึ่งเสียงดังตูม แตแลวรางของเขาก็โงนเงนทําทาจะหงายหลังลงไปในนํ้า พลพุงตัว . กอบแกวนําตาคลอหน ้ วย มองดูคนของหลอนดวยความสงสาร “โถ-ที่ตายของเลาเกลี้ยงอยูที่นี่เอง นาสงสารเหลือเกิน” เจาคุณปจจนึก ฯ เมมปากแนน มองดูนางไพรแลวกลาวเบา ๆ “หลานสาว เขาชือ่ อะไรนะ” “ชื่อเลาเกลี้ยงคะ” ทานเจาคุณฝนหัวเราะ “ควรตายแลว ตายเสียก็ดี ชื่ออื่นถมเถไปไมชื่อ” กิมหงวนพูดเสริมขึ้น “เกลี้ยงเปนภาษาแมวนะครับ ไมใชภาษาไทย” เจาคุณปจจนึก ฯ คอนขวับ “ทะลึ่ง ฉันไมไดถามแก” การตายของเลาเกลี้ยงทําใหทุกคนเศราใจไปตามกัน เจาแหวมองดูศพแมวหนุม แลวหันไปมองดู แควนํ้าใสดวยความประหวั่นพรั่นใจ สักครูเขาก็กลาวถามดร.

ดิเรกโผเขากอดพลอีกทีหนึง่ แพไมไผโคลงเคลงไปมาเหมือนกับ จะลม เจาคุณปจจนึก ฯ รองเสียงหลง “เฮย ๆ นัง่ ดี ๆ โวย หลนลงไปในนําตายหมดน ้ ะโวย” แพไมไผทั้งสองแพขามไปทางฝงตะวันตกไดแลว ทุกคนตางวิพากษวิจารณกันถึงเรื่องปลาปศาจ ในแควนี้ซึ่งดุรายนากลัวยิ่งเสียกวาปลาฉลาม พรานอิน้ ยอมรับวาเขาเองก็เพิง่ ไดพบเห็นปลาชนิดนีซ้ ง่ึ เขาจะ ไดนาไปเล ํ าใหพรรคพวกของเขาฟงตอไป คณะคนหาแรยเู รเนียมพากันเดินทางตอไป ทุกคนนึกถึงคําพยากรณของหมอผี ลุงเตอวาคณะพรรคสี่สหายจะประสบภัยอันตรายซึ่งจะมีการ เสียชีวิตบาง ลูกหาบไดเสียชีวิตไปหนึ่งคนแลว เขาอาจจะรับเคราะหแทนทุก ๆ คนก็ได เย็นวันนัน้ เองดร.ดิเรกกับคณะของเขาก็ไดหยุดพักแรมที่ริมลําธารเล็ก ๆ ใกลกับเชิงเขาลูกหนึ่ง หลังจากพรานอิ้นและพวกลูกหาบปลดขาวของสัมภาระลงจากหลังลอเรียบรอยแลว นิกรก็กลาวกับเสี่ยหง วนอยางคึกคักเขมแข็งอยางนาประหลาดวา “ออกไปเที่ยวลาเสือเลนแกเหงากันสักสองสามตัวเถอะวะอายเสี่ย การเดินทางวันนี้กันรูสึกเงียบ เหงาใจเหลือเกิน” เสี่ยหงวนทําหนาชอบกล “วาไงนะอายกร” นิกรยิม้ แหง ๆ แลวเปลี่ยนคําพูดทันที “ไปยิงอีเกงกัน” กิมหงวนหัวเราะหึ ๆ “เมื่อกี้กันไดยินแกชวนกันไปยิงเสือนี่หวา” “โธ-ก็พูดโก ๆ ไปยังงั้นแหละ แกก็รูนิสัยกันดีแลว เพียงแคเห็นรอยตีนเสือหรือขีเ้ สือกันก็ปอดลอย แลว เรือ่ งเสือนะถาไมจําเปนกันไมอยากพบเห็นมันหรอก ถาจะใหกันลาเสือกันก็ตองอยูในรถถังเอ็ม ๒๔ หรือมายก็มที หารติดตามกันไปดวยอยางนอยหนึง่ กองรอย ไปโวย ไปหาอีเกงหรือไกปามากินกัน” พรานอิ้นมองดูนกิ รกับเสีย่ หงวน แลวกลาวหามดวยความหวังดี “อยาไปเลยครับคุณ ปาแถบนี้มีเสือชุกชุมมาก เสือลายพาดกลอนอยางเล็กก็ขนาด ๗ ศอก กินคน ไดอยางสบายเชียวครับ ครั้งหนึ่งผมไปแมฮองสอนกับพวกแมวหลายคนดวยกัน อายลายพาดกลอนคาบเอา พวกเราคนหนึ่งไปกินกลางวันแสก ๆ ถาคุณอยากจะกินไกปาหรืออีเกงใหผมกับพวกลูกหาบไปหามาใหดี กวาครับ” นิกรเห็นพองดวย “นั่นนะซี ฉันก็วายังงั้นแหละนายอิ้น” แลวนายจอมทะเลนก็หันมายิ้มใหเสี่ยหงวน “อยาไปเลย โวย” .เขาไปรวบขาเพือ่ นเกลอของเขาไวได ดร.

ทันใดนั้นเองเสียงรองคํารามของพยัคฆตัวหนึ่งก็ดังกังวานขึ้นหางจากที่พักไมเทาใดนัก ทุกคนรีบ ปลดปนเล็กยาวลงจากบาเลื่อนลูกขึ้นลําทันที พรานอิ้นกลาวปลอบใจคณะพรรคสี่สหาย “ไมตองตกใจครับ ภูมปิ ระเทศแถบนีเ้ ปนปาโปรง ถามันบุกเขามาเราก็จะเห็นตัวมันกอน แลวก็เชื่อ มือผมเถอะครับ ผมไมเคยยิงอะไรเปนนัดที่สองเลยถึงแมวาผมจะใชปนแกปก็ตาม” ลอทั้ง ๔ ตัวไดกลิ่นเสือก็แตกตื่นไปตามกัน พยายามดิ้นรนหาอิสรภาพ เสือลายพาดกลอนตัวหนึ่ง ซึ่งเปนเสือใหญเกือบ ๘ ศอก เผนแผล็วออกมาจากพุมไมดวยความหิวโหย มันวิ่งเหยาะ ๆ ตรงเขาไปหาลอ พรานอิ้นรองหามคณะพรรคไมใหยิงเสือ และแลวเขาก็ยกปนแกปคูมือของเขาขึ้นประทับบากระดิกนิ้ว เหนี่ยวไกยิงทันที “ปง” อายลายพาดกลอนดิ้นพราดแลวกระโดดตัวลอยสงเสียงรองคํารามลั่น เจาแหววิ่งเขาไปใกลมัน ปลอยกระสุนทอมสันออกไปสองชุด เทานี้เองอายลายพาดกลอนก็ถูกปนทะลุปรุพรุนไปทั้งตัว ทุกคนเดินเขาไปมองดูศพอายลายพาดกลอนตัวนั้น พรานอิ้นกลาวกับเจาแหววา “แกไมควรเอาปนกลยิงมันเลยเจาแหว เสียดายลูกปนเปลา ๆ มันถูกกระสุนของขานัดเดียวมันก็ เสร็จแลว” เจาแหวยิ้มแหง ๆ “เสียลูกปนดีกวาที่ใหมันตะปบเอาพวกเราไปกิน ลงมีปนกลมืออยางนี้ละกอเสือชางฉันเฉย ๆ วะ ถาไดปนใหญยิ่งใจดีกวานี”้ คณะพรรคสี่สหายและพวกลูกหาบตางพูดกันจอกแจกจอแจ พลกลาวถามกอบแกวเบา ๆ “กลัวไหมจะแกว” “ไมคะ อยูใกล ๆ พี่อยางนี้แกวไมนึกกลัวอะไรทั้งนั้น แตขากลับจากแมฮองสอนสิคะ แกวจะตอง หวาดหวั่นตลอดทางกวาจะถึงดอยหลวง เพราะไมมีพี่มาดวย” พลยิ้มใหหลอน “ถายังงั้นก็ไปกรุงเทพ ฯ กับพี่” นางพญาแมวสั่นศีรษะ “แกวไปไมไดหรอกคะ แกวบอกพี่แลว แกวจะตายอยูบ นดอยหลวงบานเกิดเมืองนอนของแกว และถึงแมแกวรูวาพี่จะไมกลับมาหาแกวอีกแกวก็จะรอคอยพี่ดวยความหวัง เพราะคนเราที่ยังมีชีวิตอยูก็ควร จะมีความหวังดวยกันทั้งนั้น ไมใชหรือคะ” เขายกมือตบหลังหลอนเบา ๆ “จําคําของพี่ไวแกวจา พี่ตองกลับมาหาแกวแนนอน” แลวพลก็จูงมือนางไพรพากลับไปยังที่พัก สวนสามสหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และเจาแหวกับนายพรานและลูกหาบยังสนใจกับศพเจาลายพาดกลอนตัว นัน้ .

๐๐ น. คืนนั้น อากาศหนาวเย็นเหมือนเชนเคย ยิ่งดึกก็มีหมอกลงจัดทําใหความหนาวทวีขึ้น สี่สหายกับเจา คุณปจจนึก ฯ และกอบแกวนอนรวมกันอยูใ ตรม เงาของตนไมใหญตน หนึง่ มีกองไฟสี่หากองกองไวรอบ ๆ พวกลูกหาบกับพรานอิ้นนอนอยูใกลลําธาร สุมไฟไวเพียงกองเดียว นิกรกับกิมหงวนนอนคลุมโปงรวมกันโดยใชผาหมขนสัตวสองผืนคลุมศีรษะตลอดเทา นิกรตกใจ ตื่นเมื่อเวลา ๓.เศษ เขายกศอกขวากระทุงซี่โครงกิมหงวนสามสี่ทีติด ๆ กัน “เฮย-อายหงวน” อาเสี่ยเปนคนนอนไวพอนิกรเรียกเขาก็ตื่นขึ้น “หือ เรียกกันเรอะ” “เออ-นอนดี ๆ ซีโวยเสือกเอาขามากายกันทําไม” กิมหงวนหนาตื่น “ใครไปกายแก กันนอนหงายเห็นไหม แลวกันจะกายแกไดอยางไร” นิกรสะดุงเล็กนอยคอย ๆ เอือ้ มมือคลําตัวกิมหงวน ความรูส กึ บอกตัวเองวาอาเสีย่ นอนอยูใ นทา นอนหงายเชนเดียวกับเขา แตสิ่งที่เหมือนกับทอนขาของคนและกําลังพาดอยูบ นหนาอกเขานัน้ คืออะไรเลา นายจอมทะเลนชักใจไมดีจึงคอย ๆ กระซิบกับอาเสี่ย “อายหงวน” “หือ” “ถามันชักจะยุงเสียแลวละโวย มีอะไรเหมือนกับขาคนพาดอยูบ นหนาอกกันแตอยูน อกผาหม” “กิ่งไมมันหลนลงมากระมัง” อาเสีย่ ออกความเห็น “กิ่งไมขนาดขาคน กันก็ซี่โครงหักมองเทงไปแลว เฮย ๆ ๆ มันดุกดิกไดวะ แกชวยโผลหนาออกไป ดูใหรูแนซิวามันคืออะไร หรืออายพลมันแกลงเอากิ่งไมใหญ ๆ มาวางทับกัน” เสี่ยหงวนคอย ๆ เปดโปงตอนสวนศีรษะออกทีละนอย จากแสงสวางของกองเพลิงที่จุดไวชวยให เสี่ยหงวนไดเห็นภาพที่ทาใหํ เขาแทบชอคเพราะความตกใจ งูเหลือมตัวหนึง่ ขนาดโตเทาเสาเรือนยาวไมต่ํา กวา ๖ เมตร ไดเลื้อยขึ้นมานอนนิ่งเฉยอยูบนหนาอกนายจอมทะเลนแตเลื้อยขึ้นมาเพียง ๒ ฟุตเทานัน้ อาเสีย่ คอย ๆ เลือ่ นผาหมขนสัตวปด ศีรษะของเขาตามเดิม อกใจเตนระทึกเพราะความหวาดกลัว “นอนเฉย ๆ อายกร” กิมหงวนกระซิบบอกเพื่อนเกลอของเขา นิกรใจหายวาบ “อะไรมันทับกันอยูละ” “บอกแลวอยาเอะอะไปนะ ถาขืนสงเสียงหรือดิน้ รนแกเปนตายแน” หัวใจของนิกรแทบจะหยุดทํางาน “บอกกันเถอะ กันจะพยายามกุมสติไว” กิมหงวนกลืนนําลายเอื ้ ๊อกแลวกระซิบกระซาบบอกนิกร .

“นอนเฉย ๆ อายกร อายที่มันทับหนาอกแกอยูนะคืองูหลามหรืองูเหลือมขนาดใหญกินคนไดอยาง สบาย ถาแกกระดุกกระดิกใหมันรูวาแกเปนสิ่งที่มีชีวิตมันจะกัดและรัดแกทันที” นิกรหลับตาป นึกถึงคุณพระคุณเจาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย สักครูก็กระซิบถามกิมหงวน “คาถากันงูวาไงแกรูไหม” “ไมรูหรอก รูแ ตคาถาเรียกงูมากัดเรา นอนเฉย ๆ อยากระซิบอะไรอีกเดี๋ยวงูมันไดยินเขา ควร หายใจเบา ๆ หรือหยุดหายใจเสียกอนจนกวางูมันจะเลื้อยลงไปจากอกแก” นิกรมีความรูสึกทั้งขยะแขยงทั้งเกลียดทั้งกลัว “อายหงวน” “หือ” “แกเปนวีรบุรุษหนอยซีวะ คอย ๆ กลิ้งออกไปนอกโปงแลวลุกขึ้นกระชากหางงูดึงมันออกไปให พนจากกัน” อาเสี่ยยิ้มแหง ๆ “ไมไหวโวย” อาเสี่ยกระซิบเชนเดียวกัน “งูตวั มันใหญเหลือเกินวะ ขืนไปกระตุกหางมันมันแวง กัดกันเขากันก็มอ งเทงเทานั้นเอง นอนเฉย ๆ เถอะ มันคิดวาแกเปนทอนไมรไู หม ประเดี๋ยวมันก็ไป” นิกรหนาว ๆ รอน ๆ หายใจไมทั่วทองเลย มีความรูส กึ เหมือนกับวาชีวติ ของเขาแขวนอยูบ น เสนดาย เขารูดีวางูใหญขนาดนี้กินไดกระทั่งกวาง และกินไมเลือกวาจะเปนสัตวหรือมนุษย การถูกงูกินนั้น ยอมทารุณที่สุด เพราะมันจะอมศีรษะเขาไปกอน ในทองงูคงมีแตความมืดและความอางวาง ยิ่งคิดนิกรก็ยิ่ง หวาดเสียวใจและนึกภาวนาขอใหงูเปรตตัวนั้นเลื้อยไปเสียเร็ว ๆ เวลาผานพนไปในราว ๒๐ นาที งูเหลือมตัวนัน้ คอย ๆ เลื้อยขามหนาอกนิกรและเสี่ยหงวนไปอยาง แชมชา สองสหายนอนตัวแข็งทื่อและแทบจะไมหายใจพอสุดสวนหางของงูอาเสี่ยก็กดตัวนิกรไว “อยาเพิ่งลุกอายกร” “ทําไมละ” “เอาเถอะเพือ่ ความปลอดภัยนอนเฉย ๆ กอน อายตัวทีเ่ ลือ้ ยผานเราไปคงเปนตัวผู ประเดีย๋ วนังตัว เมียกับลูก ๆ ของมันคงจะเลื้อยผานเราไปอีกก็ได เพราะตอนนีเ้ ปนเวลางูออกหากิน” “วะ แลวทําไมถึงตองมาเดินพาเหรดบนตัวเราดวยละโวย” กิมหงวนจุปาก “นอนเฉย ๆ เถอะนา พยายามหลับเสียเถอะอยาพูดอะไรเลย” นายจอมทะเลนถอนหายใจเฮือกใหญ “เรื่องปาเข็ดจนตาย ตอไปใครจะชวนกันมาเที่ยวปาไมรับประทานแลว จะกินจะนอนแมกระทั่ง สวมเต็มไปดวยภยันตรายทั้งนั้น” อาเสี่ยหัวเราะหึ ๆ .

ดิเรกเริม่ สํารวจรองรอยตาง ๆ แตก็ไม ปรากฏวาพบรอยเทาเสือ นิกรดึงแขนกิมหงวนพาเดินออกไปใหหางจากพรรคพวกแลวพูดกับอาเสี่ยดวย เสียงสั่นเครือ “อายหงวน งูเหลือมตัวนัน้ คงเขมือบตาอิ้นเสียแลว” อาเสี่ยเห็นพองดวย . “ชีวิตของเราจะมีรสชาติมันก็ตองมีการตอสูเผชิญภัยบาง การเที่ยวปาครั้งนี้อยางนอยแกก็ไดเปน วีรบุรุษคนหนึ่งของพวกแมว” การสนทนาสิ้นสุดลงเพียงเทานี้ สักครูก็มีเสียงใครคนหนึ่งรองโวยวายเหมือนกับละเมอ นิกรหลับ ไปแลวแตกิมหงวนยังไมหลับ เขาพลิกตัวนอนตะแคงแลวคอย ๆ เลิกโปงออกมองดูพลกับกอบแกวซึ่งนอน กอดกันอยูใ นโปง แลวอาเสี่ยก็หัวเราะเบา ๆ นอนคลุมโปงตามเดิม พอรุงอรุณของวันใหมทุกคนก็ตื่นนอนในเวลาไล ๆ กัน แตไมมกี ารอาบนําเพราะอากาศหนาวจั ้ ด และนํ้าในลําธารก็เหมือนนําแข็ ้ งจึงเพียงแตลางหนาแปรงฟนเทานั้น ลูกหาบสามคนชวยกันหุงหาอาหารมื้อ เชา สวนพรานอิ้นหายไปคงจะไปหาหนอไมหรือไปซุมยิงไกปาเอามากินกัน เจาแหวชงกาแฟรอนมาเสิรฟใหสี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และนางไพรคนละถวย กาแฟ นมและ นํ้าตาลก็คือเครื่องบริโภคที่ทิ้งลงมาจากเครื่องบินลําเลียงนัน่ เอง นอกจากนี้ยังมีขนมปงอาหารแหงและบุหรี่ อีกมากมาย คณะพรรคสี่สหายนั่งลอมวงดื่มกาแฟและสนทนากันเงียบ ๆ ขณะนั้นลูกหาบคนหนึ่งถือปนแกป เดินเขามาหาคณะพรรคสี่สหายและทรุดตัวลงนั่งขางกอบแกว เขาเจรจากับนางพญาแมวดวยภาษาของเขา เมื่อไดโตตอบกันสักครูกอบแกวก็หันมาพูดกับพลอยางรอนรน “พี่คะ อาจจะมีเรือ่ งรายเกิดขึน้ แกพรานอิ้นเสียแลวละคะ” ทุกคนหนาตื่นไปตามกัน “ทําไมละแกว ลูกหาบเขาวาอยางไร” กอบแกวมีสหี นาเครงเครียดผิดปกติ “เขาบอกวาเมือ่ พวกเขาตืน่ นอนก็ไมมใี ครเห็นพรานอิ้นคะ ตอนแรกเขาใจวาพรานอิ้นไปหา หนอไมหรือไปยิงไกปา แตพรานอิ้นไมไดเอาปนแกปและดาบไป ลูกหาบสงสัยวาพรานอิ้นอาจจะถูกเสือ คาบเอาไปกินก็ได” “ตายละวะ” เจาคุณปจจนึก ฯ รองขึ้นดวยความตกใจ “ลงไมไดเอาดาบและปนไปตาอิ้นก็คงไมได ไปหาหนอไมหรือไปยิงไกปา” ทุกคนผุดลุกขึ้นยืนเต็มไปดวยความหวงใยนายพรานชาวแมว พลเดินนําหนาพากอบแกวกับพรรค พวกของเขาตรงไปยังที่ที่นายพรานกับลูกหาบนอนเมื่อคืนนี้ ขณะนี้ดวงอาทิตยโผลพนขอบฟาแลว สีส่ หายตางซักไซไลเลียงลูกหาบทั้งสามคนกับเจาแหวซึ่งนอนอยูใกล ๆ พรานอิ้น ทุกคนพูดเปน เสียงเดียวกันวาพอตืน่ นอนตอนเชาตรูก ไ็ มเห็นนายพรานแลว ดร.

“นัน่ นะซี กันกําลังนึกอยูทีเดียว หลังจากที่งูมันเลื้อยผานเราไปสัก ๑๐ นาที เห็นจะไดแกไดยิน เสียงคนรองขึ้นเหมือนกับเสียงคนละเมอไหมละ” นิกรยิ้มแหง ๆ “ไมรหู รอก พองูมันไปกันก็หลับ” “แตกันไมหลับเพราะตืน่ เตนเกินไป กันไดยินเสียงใครคนหนึ่งรองโวยวายฟงไมไดศัพทเหมือน เสียงละเมอ ตาพรานคงถูกงูกดั และรัดแกตอนนัน้ แน ๆ” สองสหายพากันกลับมาหาพรรคพวก นิกรกับกิมหงวนตางเลาเรือ่ งงูใหญทเ่ี ลือ้ ยขึน้ ไปบนหนาอก เมื่อคืนนี้ใหทุกคนฟง คราวนีต้ า งคนตางก็เริม่ สงสัยวาพรานอิน้ คงจะถูกงูใหญตวั นัน้ เอาไปกินเปนแน “แกไมไดโกหกกันหรอกนะกร” พลถามเพื่อใหแนใจเพราะตามธรรมดานิกรไมใครชอบพูดความ จริงเทาใดนัก นิกรชักฉิว “ใหดิ้นตายซีวะ” พลหันมาทางนายแพทยหนุม “ชวยกันตรวจดูรองรอยเถอะหมอ งูตวั มันใหญมาก ถามันเลือ้ ยไปตนหญาหรือตนไมเล็ก ๆ ก็คงจะ เปนทางราบไป” “ออไร ออไร แตกันไมใครจะเชื่ออายกรกับอายหงวนเลย” ทุกคนตางชวยกันคนหารองรอยตามพืน้ ดิน ในที่สุดลูกหาบคนหนึ่งก็รองบอกกลาวขึ้นเมื่อเขาแล เห็นรอยหญาและตนไมเล็ก ๆ เปนทางลูไป คณะพรรคสี่สหายกับกอบแกวรีบเขาไปดูแลวกลับมาเอาปนติด ตามแกะรอยงูเหลือมตัวนัน้ ไปทันที ซึ่งลูกหาบทั้งสามคนมีความชํานาญในการแกะรอยสัตวอยูแลว ไมมปี ญ  หาอะไรอีก ทุกคนมั่นใจวาพรานอิ้นคงตกเปนเหยื่อของงูยักษตัวนั้นแลว คําพยากรณของ หมอผีไดเปนไปอยางแมนยําที่สุด การติดตามงูใหญไดมาสิน้ สุดทีบ่ ริเวณปาไผแหงหนึง่ ลูกหาบคนหนึ่งได กลาวกับนางไพรเปนภาษาของเขา กอบแกวจึงบอกใหคณะพรรคสี่สหายทราบ “เลาปงเขามั่นใจวางูเหลือมตัวนั้นคงอาศัยอยูในกอไผเหลานี้ เขาใหพวกเรารออยูข า งนอก เขาจะ เขาไปสังเกตการณตามลําพัง” พลพยักหนารับทราบ “บอกเขาใหเขาไปเถอะแกว สัง่ ใหเขาระวังตัวดวย ถาเขาพบงูก็ใหตะโกนเรียกเราทันที” กอบแกวหันไปพูดกับคนของหลอน เจาแมวหนุม ชักดาบออกจากฝกเดินดุม ๆ เขาไปในกอไผ อยางอาจหาญ คณะพรรคสี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และเจาแหวพรอมดวยกอบแกวกับลูกหาบอีกสองคน ยืนจับกลุมอยูขางตนไมใหญตนหนึ่ง สักครูห นึง่ เจาหนุม แมวก็รอ งตะโกนขึน้ ดวยเสียงอันดัง กอบแกวกลาว กับคณะพรรคสี่สหายทันที “รีบเขาไปเถอะคะ เลาปงพบงูใหญนอนอยูใตซุมไผคะ และยืนยันวามันกินพรานอิ้นแนนอน” .

ทุกคนติดตามเขาไปหาลูกหาบทันที ปาไผมีอาณาเขตเวิ้งวางกวางขวางมาก คณะพรรคสี่สหายกับ พวกลูกหาบแลเห็นเลาปงยืนเตนเรา ๆ อยูหนาซุมไผแหงหนึ่ง เขารองตะโกนบอกเปนภาษาแมววางูใหญอยู ตรงนัน้ ทุกคนวิ่งเหยาะเขาไปหาลูกหาบ ภายใตซุมไผนน้ั เองงูเหลือมตัวมหึมาตัวหนึง่ นอนเหยียดยาวนิง่ เฉยดวยความอิม่ จนแทบจะเคลือ่ น ไหวไมได ทองของมันใหญโตผิดปกติ นิกรทําหนาเหยเกรองขึน้ ดัง ๆ “ออย พรานอิ้นอยูใ นทองมันโวย ใชแน ๆ” พลถือปนเล็กยาวบุกเขาไปหยุดยืนหางจากงูเหลือมตัวนั้นเพียงสามสี่เมตร แลวยกปนขึ้นประทับ เล็งศูนยปนหมายศีรษะมัน งูใหญนอนลืมตานิ่งเฉยจนกระทั่งพลกระดิกนิ้วเหนี่ยวไกยิง “ปง” กระสุนทะลุหัวมันพอดี งูเหลือมดิน้ รนทุรนทุรายบิดตัวไปมาทําใหทุกคนลาถอยออกหาง แตแลว มันก็สิ้นใจตายดวยกระสุนนัดนั้น พลหันมารองบอกแกว “แกวจา บอกลูกหาบชวยกันเอาดาบแหวะทองงูหนอยซีจะ” นางไพรออกคําสั่งกับคนของหลอน ลูกหาบ ๒ คนถือดาบอันคมกริบเดินเขาไปหางูยักษ ตางชวย กันฟนคอจนขาดเลือดที่คอมันไหลแดงฉาน หลังจากนั้นลูกหาบทั้ง ๒ คนก็ชว ยกันเอาดาบกรีดทองงูออก ทุกคนทั้งตืน่ เตนและเศราใจเมือ่ แลเห็นพรานอิ้นอยูในทองของงู นายพรานตายเสียแลว รางของเขาออนเปยก เพราะถูกงูรดั จนกระดูกแหลกเหลว อยางไรก็ตามหนาตาของเขายังเหมือนกับคนนอนหลับและเสื้อผายังอยู ครบถวนรวมทัง้ มีดสัน้ ซึง่ เหน็บเอวอยูต ลอดเวลา ดร.พวกเราตองเสียชีวติ ไปสองคนแลว ตามคําพยากรณของหมอผี กวาจะถึงแมฮองสอน ยังจะมีใครตายอีกก็รูไมได” นิกรพูดดวยเสียงสั่นเครือ “คราวนีเ้ ห็นจะเปนอายแหว” เจาแหวสะดุงเฮือก “แลวกัน……….รับประทานยิ่งใจไมดีอยู” กอบแกวรองไหกระซิก ๆ ดวยความสงสารพรานอิ้น หลอนมองดูศพนายพรานแลวรําพันเบา ๆ “เลาอิ้นเอย ขอใหไปที่ชอบ ๆ เถิด เมือ่ มีชวี ติ อยูเ ลาอิน้ เปนแมวคนหนึง่ ทีซ่ อ่ื สัตยจงรักภักดีตอ พอ ของฉันตลอดจนตัวฉัน” พลหันมามองดูนางไพรแลวกลาววา “เรื่องของความตายเปนเรื่องที่หนีไมพน พรหมลิขิตกําหนดอายุของพรานอิ้นไวเพียงเทานี้ พราน อิ้นเปนคนที่กลาหาญและชํานาญในการเดินปามาก ถาหากวาเขาไดเผชิญกับงูตัวนี้ขณะที่เขายังตื่นอยูอยางไร เสียเขาก็คงฆางูตัวนี้ได มันถึงคราวของเขาแกวจา” เจาคุณปจจนึก ฯ กลาวถามกอบแกวอยางเปนงานเปนการ .รับประทานทําไมถึงมาแชงผมละครับ ปูโธ…..ดิเรกถอนหายใจเฮือกใหญ “มายกอด…..

“หลานสาว เมื่อพรานอิ้นตองเสียชีวิตไปเชนนี้พวกลูกหาบทั้งสามจะสามารถนําทางแทนพรานอิน้ ไดไมใชหรือ” “ไดคะคุณลุง คนของแกวทุกคนลวนแตเคยเดินปาทัง้ นัน้ แลวก็นเ่ี ราก็เขาเขตจังหวัดแมฮอ งสอน แลว อา-ขอใหพวกเราชวยกันนําศพเลาอิ้นไปฝงใกล ๆ กับที่พักของเราเถอะคะ แกวสงสารเขาเหลือเกิน ภรรยาของเลาอิ้นทั้ง ๕ คนรูข า วเขาคงจะรองไหครํ่าครวญไปตามกัน ลูกของเขามีตั้ง ๑๑ คน” อาเสี่ยกลืนนําลายเอื ้ ๊อก พูดเสริมขึ้นทันที “ทําไมพรานอิ้นแกมีเมียแยะนักละครับ” กอบแกวหันมามองดูเสี่ยหงวน “ประเพณีของแมวผูชายจะมีภรรยาสักกี่คนก็ไดคะ และโดยมากภรรยาเปนฝายหาเลี้ยงสามี แตแก วจะพยายามลบลางประเพณีเหลานั้นเพื่อใหแมวไดเปนอารยชนในไมชานี”้ ดร.ดิเรกกลาวกับนางไพรเบา ๆ “คุณบอกลูกหาบใหชวยกันตัดหวายและไมไผมาทําเปลหามศพพรานอิ้นเอากลับไปที่พักของเรา เถอะครับ เราจะไดทาพิ ํ ธฝี ง ใหเสร็จเรียบรอยกอนทีเ่ ราจะออกเดินทางตอไป” กอบแกวรับคํานายแพทยหนุมแลวเดินเขาไปหาพวกลูกหาบซึ่งกําลังยืนมองดูศพพรานอิ้นอยาง เศราใจ ในครึง่ ชัว่ โมงนัน้ เองศพของนายพรานก็ถกู นําออกจากปาไผกลับที่พัก ทุกคนเงียบเหงาเศราสลดใจ ไปตามกัน เจาแหวนึกถึงคําพยากรณของหมอผีตลอดเวลาและนึกกลัววาเขาจะเปนคนที่ ๓ ที่ตองเสียชีวิตใน การเดินทางไปแมฮอ งสอนในครัง้ นี้ ตอนสายวันนัน้ เอง หลังจากคณะพรรคสีส่ หายไดฝง ศพพรานอิน้ และรับประทานอาหารเชากันเสร็จเรียบรอยแลว เลา ปงลูกหาบคนหนึง่ ก็รบั หนาทีเ่ ปนพรานไพรแทนพรานอิน้ พาคณะพรรคสีส่ หายออกเดินทางตอไปยังจังหวัด แมฮอ งสอน เลาปงนําทางมุงตรงไปยังขุนเขาใหญลูกหนึ่งซึ่งมองแลเห็นลิบ ๆ อยูเบื้องหลังเขาเล็ก ๆ หลายลูก เขารับรองวาเขาใหญลูกนั้นแหละคือที่ตั้งของจังหวัดแมฮองสอน ซึ่งการเดินทางจะใชเวลาอีกในราวสองวัน ครึ่ง คือจะถึงแมฮอ งสอนในตอนบายของวันมะรืนนี้ แตจะตองขามเขาเล็ก ๆ อีก ๓ ลูก แตการเดินทางใน ตอนนี้ก็ไมยากลําบากอะไรนัก เลาปงหนุมแมวเปนคนเครงขรึมพูดภาษาไทยไมไดกี่คาํ รูปรางสูงใหญลาสั ํ่ น ลักษณะบึกบึน เขามี ความรูความชํานาญในการเดินปาไมยง่ิ หยอนกวาพรานอิน้ เทาใดนัก แตมสี ญ ั ชาติญาณพิเศษคือหูไวตาไว เหมือนสัตวปา เขาไดกลิ่นนําในระยะไกลตั ้ ้ง ๓๐๐ เมตร และไดกลิ่นสัตวปากอนที่จะเห็นตัวมันซึ่งเขา สามารถจะบอกไดวามันเปนสัตวอะไร ทุกคนไดรคู วามจริงวาเลาปงผูน เ้ี ปนคนอมภูมคิ อื มีความรูใ นเรือ่ งปา ดงพงไพรเปนอยางดีแตไมไดโออวดหรือแสดงวาเขามีความรูเ วนแตจะซักถามเขา ครั้งหนึ่งงูเหลือมตัวหนึ่งหอยหัวลงมาจากตนไมใหญใชทอนหางพันกิ่งไมเตรียมปลอยตัวของมัน ลงมาเลนงานมนุษยหรือสัตวที่ผานไปมา แตเลาปงไดกลิ่นงูกอนจึงสั่งใหทุกคนหยุดเดิน แลวเขาก็แลเห็นงู .

เศษ เลาปงไดกลิ่นกระทิงตัวหนึ่งจึงบอกใหทุกคนรูตัว กระทิงเปลี่ยวตัวนั้น ปราดออกมาจากซุมเถาวัลยอันหนาทึบและวิ่งเขามาจะเลนงานคณะพรรคสี่สหาย แตแลวมันก็ถูกเจาคุณปจจ นึก ฯ กับพลยิงลมควํ่าไป เลาปงสั่งใหลูกหาบเฉือนเนื้อวัวสองขาสําหรับเปนอาหารกลางวันและมือ้ เย็น กอนเที่ยงวันนั้นเอง คณะพรรคสี่สหายกับพวกลูกหาบกําลังเดินบุกมาตามปาโปรงแหงหนึง่ เพือ่ หา ที่หยุดพักรับประทานอาหารกลางวัน นิกรกับกิมหงวนถือปนลูกซองเดินนําหนา และแหงนหนามองหานก ตามกิ่งไมตลอดเวลา สองสหายตั้งใจจะกินนกทาเกลือกระเทียมพริกไทยปงเปนอาหารมื้อกลางวันจึงไปเอา ปนยิงนกมาจากหลังลอและเก็บปนเล็กยาวกับปนกลมือไวเพราะไมมีความจําเปนอะไรจะตองใช กิมหงวน ไดนกเขา ๕ ตัวแลว นิกรหมดกระสุนไป ๑๐ นัด แตปรากฏวานกปาเหลานั้นสมัครใจกลับไปตายรัง ครั้นแลวนิกรแลเห็นนกยูงตัวหนึง่ เกาะอยูบ นตนหวาสูงจากพืน้ ดินราว ๖ เมตร นิกรเดินจดปลาย เทายองเขาไปยังตนหวาตนนั้น บริเวณโคนตนหวาเปนทีเ่ ตียนและเรียบคลายกับลานนวดขาว สามสหายกับ กอบแกวและเจาคุณปจจนึก ฯ มองดูนกิ รอยางขบขัน ตางนึกทายวานกยูงตัวนี้คงกลับไปตายรังแนนอน ทันใดนั้นเองเลาปงเจาหนุมแมวซึ่งกําลังปนขึ้นไปบนตนลําไยเล็ก ๆ ตนหนึ่งเพื่อจะเก็บลําไยลงมา ใหคณะพรรคสีส่ หายไดรบี กระโดดลงมาจากตนลําไยตนนัน้ แลววิง่ ไปหานิกรอยางรวดเร็ว “คุณนิกร คุณนิกรครับ” นิกรหยุดชะงักทันที เสียงของเลาปงไมเบาเลยทําใหนกยูงตัวนั้นตกใจบินหนีไป นิกรเงยหนาขึน้ มองดูนกยูงแลวมองดูเลาปงอยางหัวเสีย “แลวกันฉันกําลังจะยิงนกยูงแกมาเรียกฉันทําไม” เลาปงยิ้มแหง ๆ เขาฟงภาษาไทยรูเ รือ่ งดี แตเขาพูดไดนอ ยมาก เขาชีม้ อื ไปทีล่ านดินเบือ้ งหนาตน หวาตนนั้นแลวพูดภาษาไทยกระทอนกระแทนวา “ตาย……….คุณตองตาย” นิกรขมวดคิ้วยน มองตามสายตาเลาปงแลวก็มองดูหนาแมวหนุมอยางแปลกใจ “ทําไมฉันถึงจะตาย” คราวนี้เขาอธิบายเปนภาษาแมวแตพดู กันไมรเู รือ่ ง นิกรรองเรียกกอบแกวใหมาหาเขา สามสหาย กับเจาคุณปจจนึก ฯ และกอบแกวกับเจาแหวจึงพากันเขามาหานิกรกับเลาปงนายพรานคนใหม “คุณชวยเปนลามหนอยเถอะครับ” นิกรพูดกับนางไพร “ผมกําลังจะยิงนกยูง นายปงวิ่งเขามาหาผม และรองเรียกผม เขาบอกวาผมจะตาย” กอบแกวสงภาษาแมวเจรจากับเลาปงทันที สักครูห ลอนก็มองดูบริเวณลานดินใตตน หวาดวยความ หวาดกลัว แลวกลาวกับทุก ๆ คน .เหลือมตัวนั้น ดร.ดิเรกสังหารมันดวยปนเล็กยาวของเขา เมื่อหลนลงมาจากตนไมลูกหาบทั้งสองคนไดชวย กันเอาดาบฟนซํา้ และในตอน ๑๑.๐๐ น.

คณะพรรคสี่สหายก็ออกเดินทางตอไป ขณะที่กาลั ํ งจะขึ้นเขาลูกหนึ่ง เลาปงซึ่ง เดินนําหนาไดยกมือขวาขึ้นเปนสัญญาณใหหยุดการเคลื่อนที่ และหันมาทําบุยใบใหทุกคนสงบปากเสียง กอบแกวรีบเดินเขาไปหาเลาปงทันที หลอนกระซิบกระซาบสนทนากับคนของหลอน สักครูก็กลับมาหา คณะพรรคสี่สหาย “มีอะไรเกิดขึ้นหรือหลานสาว” เจาคุณปจจนึก ฯ ถามแผวเบา .๐๐ น. ตาและจมูกเปนพิเศษ มนุษยธรรมดายอมไมมีใครที่จะไดกลิ่นนําถึ ้ งแมจะอยูในระยะใกล ๆ ก็ ตาม ดร. “เพื่อความปลอดภัยถอยออกมาอีกเถอะคะ ลานดินนัน้ คือรังตอหลุมขนาดใหญ ตอนบนมันเอากิง่ ไมเล็ก ๆ ใบไมแหงและดินโรยพรางตาไว ถาสัตวหรือคนตกลงไปในหลุมชั่วเวลาเพียงครูเดียวก็จะถูกฝูงตอ หลุมนับพันรุมกันกินเนือ้ จนเหลือแตกระดูก” ทุกคนสะดุงโหยงและรีบลาถอยออกมา เจาคุณปจจนึก ฯ ซักถามรายละเอียดในเรื่องตอหลุมโดย ใหกอบแกวทําหนาที่เปนลาม สี่สหายไดความวาปาสูงทุกแหงมักจะมีตอหลุมอาศัยอยูเสมอ นายปงแนะนํา ใหสังเกตหนาดินทีเ่ รียบรอยแตเปนขุยเล็ก ๆ คลายเม็ดทรายหยาบ ๆ ซึง่ นัน่ คือรังของมัน พลหยิบกิ่งไมแหงอันหนึ่งยาวประมาณ ๒ เมตร ถือมายืนใกล ๆ กับบริเวณหลุมพรางของตอหลุม เขาใชปลายไมแยงลงบนหลุมนั้นทําใหเกิดเปนชองกวาง ดินและกิ่งไมใบไมเล็ก ๆ รวงพรูลงไป นายพัชรา ภรณหันมามองดูคณะพรรคของเขา แลวโยนกิ่งไมทิ้ง ปลดลูกระเบิดมือที่หนาอกออกมาหนึ่งลูก “ถอยออกไปใหหางรัศมีระเบิดพวกเรา กันจะสังหารตอหลุมนี้ดวยลูกระเบิด มันคือศัตรูสาคั ํ ญของ สัตวปาและมนุษยที่เดินทางไปมาในปานี”้ ทุกคนรีบลาถอยออกไป พลกระชากสลักนิรภัยออกแลวโยนระเบิดมือลงไปในหลุม เขารีบวิ่งไป จากหลุมนั้นโดยเร็วแอบกําบังตนไมใหญตน หนึง่ เสียงระเบิดมือดังสะเทือนเลือนลั่น บริเวณพืน้ ทีต่ รงนัน้ กลายเปนหลุมใหญดวยแรงระเบิด และเสียงระเบิดทําใหตอหลุมตายหมดไมมีเหลือ พลพาพรรคพวกของเขา กับพวกลูกหาบมาดูหลุมระเบิดนั้น ตางคนตางแลเห็นตัวตอขนาดนิว้ กอยนอนตายอยูเ กลือ่ นกลาด มันเปน สัตวแมลงมีปกแบบผึ้ง แตอาศัยอยูตามหลุมที่มันชวยกันขุดเชนเดียวกับปลวก ชวยกันทํารัง การพรางปาก หลุมของมันนัน้ ทําไดประณีตเรียบรอยมาก คณะพรรคสี่สหายพากันออกเดินทางตอไป ตั้งใจวาถาถึงลําธารหรือหนองนํ้าก็จะหยุดพักรับ ประทานอาหารกลางวันกัน เลาปงบอกกอบแกววาเขาไดกลิ่นนําแล ้ ว อยูไ กลออกไปขางหนาไมเกิน ๒๐๐ เมตร หลังจากนั้นสักครูทุกคนก็มาถึงลําธารสายเล็ก ๆ แหงหนึง่ กิมหงวนยอมรับนับถือวาเลาปงเปนมนุษยที่ มีประสาทหู.ดิเรกสั่งใหหยุดพักหุงหาอาหารกลางวันรับประทานกัน ในครึง่ ชัว่ โมงนัน้ เองทุกคนก็ไดรว มวง รับประทานอาหารกันสองวง สี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และกอบแกววงหนึ่ง นายปงกับเจาแหวและลูก หาบอีกสองคนวงหนึง่ สวนลอก็ไดกินขาวเปลือก กินหญาและนําอย ้ างอิม่ หนําสําราญ ลอทั้ง ๔ ตัว แข็งแรง ทรหดอดทนมาก มีตวั เมีย ๓ ตัว ตัวผู ๑ ตัว เจาตัวผูออกจะวุนวายหนอยถูกนังตัวเมียเตะหลายครั้งก็ยังจุกจิก กวนใจนังตัวเมียอยูน น่ั เอง ในราว ๑๓.

เจาคุณปจจนึก ฯ ก็ถือปนกลมือแบบทอมสันคนละกระบอก มีกระสุนคนละหลาย แม็กกกาซีนใสไวในกระเปากางเกง ดร. กิมหงวน. “เลาปงไดกลิ่นคนหลายคนในบริเวณนี้คะ เราอาจจะถูกพวกโจรจูโ จมเราก็ไดเพราะในปาตอนนีม้ ี พวกโจรอยูหลายพวกคอยดักปลนพวกพอคาชาวปาชาวเขาที่เดินทางไปแมฮองสอน เลาปงสั่งใหพวกเรา เตรียมพรอมคะ” สี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ ตางกวักมือเรียกลูกหาบใหจูงลอมาหาในสองสามนาทีนั้นเอง พล.ดิเรกนําลูกระเบิดมือในรังออกมาแจกจายคณะพรรคของเขา ลูกหาบ และเลาปงไดรับแจกปนเล็กยาวคนละกระบอกพรอมดวยกระสุนอีกคนละ ๒๕ นัด สวนกอบแกวมีปนเล็ก ยาวเปนอาวุธประจําตัวเชนเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีปนพกอยูในซองปนคาดเอวไวอีก ๒ กระบอก เลาปงปรึกษาหารือกับกอบแกวสักครูก็ถือปนเล็กยาวเดินไปขางหนาอยางระมัดระวัง กอบแกว กลาวกับสี่สหายวา ”เลาปงสั่งใหพวกเราเขาไปแอบอยูเบื้องหลังหมูกอนหินที่เชิงเขานั่นคะ เขาจะไปลาดตระเวณใหรู แนวาจะมีอะไรเกิดแกเรา ถาหากวาเปนพวกชาวปาเราก็คงปลอดภัย” พลพาพรรคพวกลาถอยเขาไปยึดหมูกอนหินเปนที่มั่นทันที กอบแกวไมไดแสดงทาทีตระหนกตก ใจเลย สวนลูกหาบสองคนก็มีทาทางคึกคักเขมแข็งพรอมที่จะตอสูกับศัตรูดวยความภาคภูมิใจในปนเล็กยาว แบบทันสมัย ทุกคนอยูใ นสภาพเตรียมพรอม เจาแหวถอดสรอยเงินออกมาจากคอแลวอาราธนาปลุกหลวง พอใหตื่นจากจําวัด ในจํานวนพระเครือ่ งลางนัน้ เจาแหวมีพระขนาดใหญองคหนึง่ เจาคุณปจจนึก ฯ เห็นเขา นึกสนใจเขยิบเขามายืนขางเจาแหว “โอโฮ มือชัน้ แกมีหลวงพอทวาราวดีเชียวหรือวะอายแหว” เจาแหวยิ้มแหง ๆ “รับประทานมีไวนานแลวครับ หลวงพอองคนแ้ี นมากเรือ่ งยิงฟนรับรองครับ ลอกันจนเหงือกแหง ก็ไมเปนไร” เจาคุณหัวเราะหึ ๆ “แกมีหลายองคระวังหลวงพอทานจะเกี่ยงกันนะ” เจาแหวสะดุงแลวพูดปลอบใจตัวเอง “ไมเกี่ยงหรอกครับ หลวงพอของผมทัง้ ๖ องค ขยันทุกองค ไมใครจะจําวัดดวยครับ” แลวเจาแหว ก็ยกมือขึ้นประนมทําปากหมุบหมิบอาราธนาพระ เสร็จแลวก็ยกสรอยเงินเสนนั้นขึ้นสวมคอ นิกรกลาวขึน้ เปรย ๆ วา “ลุงเตอแกพยากรณแมนยํามาก แกวาพวกเราจะตองเสียชีวติ ในการเดินทาง ลูกหาบและพรานของ เราก็ตายไปแลวสองคน ทีนี้ถึงตาพวกเราบางละ ถาโจรปลนไมใครก็ใครตองมองเทงไปบาง สงสัยวาคุณพอ วะ” เจาคุณปจจนึก ฯ ทําคอยน “แกนะซีตาย มายก็อายหงวน” .ดิเรก. ดร. นิกร.

เงียบ ๆ นา จะไดฟงเสียงอะไรตออะไรบาง พวกโจรหรือจะเปนใครก็ตามขืนบุกเขา มาก็ยิงกันแหลกไปเทานั้น อาวุธของเราสามารถที่จะตอสูคน ๑๐๐ คน ไดในเวลาครึง่ ชัว่ โมง” ทันใดนั้นเองเสียงปนเล็กยาวก็ดังขึ้นหนึ่งนัดในระยะหางจากที่มั่นไมเกิน ๒๐๐ เมตร และแลว เสียงปนกลมือก็ดังขึ้นเปนชุด ๆ ระคนกับเสียงปนเล็กยาว ทุกคนใจเตนระทึกไปตามกัน รีบทรุดตัวลงนัง่ หรือหมอบลงตามหมูกอนหินอันเปนที่กาบั ํ งอยางดี ปนทุกกระบอกเตรียมพรอมที่จะสงกระสุนออกจากลํา กลอง เลาปงเผนแผล็วออกมาจากสุมทุมพุมไมและวิ่งกมตัวตรงเขามาที่มั่นอยางรีบรอน ทุกคนแลเห็น พวกโจรไมตากว ่ํ า ๒๐ คน ซึง่ แตงเครือ่ งแบบคลายทหารติดตามมา เจาคุณปจจนึก ฯ สัง่ ระดมยิงพวกโจรทัน ที เสียงปนกลมือและปนเล็กยาวดังกึกกอง โจรฮอของเหลียงฟูกลุมหนึ่งถูกกระสุนทอมสันลมกลิ้ง ไปตามกันเปดโอกาสใหเลาปงหนีเขามาในที่มั่นไดอยางปลอดภัย ทุกคนไมมีเวลาซักถามหรือฟงเลาปงเลา รายละเอียด ตางคนตางชวยกันยิงกราดพวกโจรไว สมุนโจรหมอบราบลงกับพื้นดินและยิงโตตอบไมลดละ ตอจากนั้นพวกโจรก็ไดรับกําลังหนุนทั้งปกซายและปกขวา แลวกองโจรเหลียงฟูก็พยายามรุกคืบหนาเขามา แตเมื่อถูกยิงตานทานอยางเหนียวแนนก็ลาถอยกลับไป ในที่สุดพวกโจรก็ตั้งลอมไวหาง ๆ และหยุดยิง กอบแกวหมอบอยูเคียงขางพล หลอนจําไดวาหลอนใชปนเล็กยาวยิงพวกโจรลมควํ่าไปคนหนึ่ง นางไพรยกมือซายจับแขนพลแลวกลาววา “พี่…..ดิเรกจุป ากหาม “คิ๊ปไควท…  ..เราไดเผชิญกับพวกโจรของเหลียงฟูอีกแลว พวกโจรพวกนี้เปนกองโจรของเหลียงฟูที่แตก พายมาจากดอยหลวงอยางแนนอน แกวจําเครือ่ งแบบของพวกมันไดคะ ” พลพยักหนารับทราบ “ถาเชนนั้นพวกเราตกอยูในความคับขันเสียแลว พลรบของมันยังมีอีกสี่หารอยคน ถามันบุกเราอีก สามสี่ครั้งเราก็หมดกระสุน” นิกรวา “ถอยขึ้นเขาดีไหมพล มีทางเดียวเทานั้นคือลาถอยขึ้นเขาลูกนี”้ เจาคุณปจจนึก ฯ กลาวขึ้นทันที “แกพูดโดยที่แกไมมีความรูในวิชายุทธวิธี เขาลูกนี้เปนเขาเล็ก ๆ มีตนไมลมลุกขึ้นเปนบางแหง สวนมากเปนที่โลงมองเห็นเปาหมายอยางถนัด ถาถอยขึ้นไปบนเขาลูกนี้ เราก็ถูกยิงตายไมมีเหลือ” ดร.ดิเรกเห็นพองดวย “ออไร แตเราอาจจะถอยขึ้นไปบนเขาไดในตอนกลางคืน” เจาคุณปจจนึก ฯ ยกนาฬิกาขอมือขึ้นมองดูเวลา แลวกลาวขึ้นดวยเสียงหนัก ๆ วา . อาเสี่ยกลืนนําลายเอื ้ อ๊ ก “แลวมันเรือ่ งอะไรคุณอามาแชงผม ผมยังหนุมยังแนนผมคงไมตายงาย ๆ หรอกครับ” “หน็อยแน ลุกปนมันเขาใครออกใครวะ” ดร.

อีก ๔ ชั่วโมงถึงจะคํ่า เหลียงฟูมันคงไมโงพอที่จะปลอยเราไวจนตะวันลับฟา ถามัน ไมโจมตีเรามันก็จะสงไพรพลของมันขึ้นไปบนเขาลูกนี้และโจมตีเราพรอม ๆ กับสมุนของมันที่ตั้งลอมเรา อยู” “วา” นิกรคราง “ถายังงั้นก็ยกธงขาวเถอะครับ ยอมแพมันเสีย มันจะไดพาพวกเราไปสง แมฮอ งสอน” พลหัวเราะเบา ๆ “แกหวังวาอายเหลียงฟูจะใจดีถึงอยางนั้นเชียวหรืออายกร อยานึกเลยวามันจะปรานีเรา มันยอมรูด ี วาเราสงวิทยุเรียกเครื่องบินและพลรมมาชวย ทําใหกองโจรของมันแตกยับไพรพลลมตายไปตั้งครึ่ง เราจะ ยอมแพหรือไมยอมแพมนั ก็ตอ งฆาเราใหหมด” กิมหงวนรองตะโกนสุดเสียง “ถายังงั้นกูสูตาย รองเพลงปลุกใจเสือปาโวยอายกร” นิกรยิ้มแหง ๆ “รองไมออกวะ ใจมันแปวเหลือนิดเดียว” กิมหงวนลวงกระเปากางเกงหยิบวิสกี้ขวดเล็กออกมาเปดออกยกขึ้นดื่มอั้ก ๆ รวดเดียวหมดขวด เปนการดื่มที่นากลัวที่สุด “อุยตาย” นางไพรอุทาน “อาเสีย่ ดืม่ เหลาเหมือนกับดืม่ นํ้า” เสี่ยหงวนยิ้มแปน “ผมกินเหลาแลวสูตายครับ พอเหลาตกถึงทองผมก็ใจกลา” พูดจบอาเสี่ยก็ควาปนกลมือลุกขึ้นยืน มองไปทางพวกโจรแลวตะโกนลัน่ “เฮย-บุกเขามาซีโวยอายเหลียงฟู” “อายหงวน” เจาคุณปจจนึก ฯ ดุ “นั่งลงนา โผลออกไปตัง้ ครึง่ ตัวเจอลูกปนเขาเนานะโวย” อาเสี่ยหัวเราะ “ไมเปนไรครับ ผมจะยัว่ เยาพวกโจรใหมนั บุกเรา กรโวย รองเพลงหนังตะลุงหนอยเถอะวะ กันจะ รําหนังตะลุงใหอา ยพวกโจรมันดูสกั หนอย” ดวยอํานาจแอลกอฮอลทําใหกิมหงวนปนขึ้นไปยืนบนกอนหินใหญกอนหนึ่ง แลวรายรําสายกน ทําทาเหมือนหนังตะลุง นิกรนึกสนุกขึ้นมาก็รองเพลงเชิดหนังตะลุงเสียงลั่น “……….. “๑๔.๓๐ น.รองเรียกอียาย” เจาคุณปจจนึก ฯ ยกมือขวารวบผมนิกรกระชากจนหนาหงาย .ฝายวาบองตัน เสร็จฝนตืน่ นอน พาเมียรีบจร เขาดงพงปา ถือหอกกํายํา ดามยาวสามวา บัง รมพฤกษา มองหาเนือ้ ทราย” แลวนิกรก็ใชปากตางเครื่องบรรเลงหนังตะลุงทําใหกอบแกวหัวเราะคิ๊ก กิมหงวนรําทาหนังตะลุง ไดแนบเนียนมาก เพราะอาเสี่ยตัวสูงชะลูดอยูแลว “นงเน็ง ๆ ๆ ๆ ๆ เออ เฮอ เฮย….เสียงนกรองบอก หัวถลอกเสือขบ บองตันแลพบ รองเรียกอียาย ออ…..

“พอแลว ไมตอ งเลน ขืนรองยังงี้เดี๋ยวฉันก็จะยิงแกเทานัน้ เอง นกเปรตอะไรวะรองหัวถลอกเสือ ขบ” เสียงหัวเราะดังขึน้ อยางครืน้ เครง กิมหงวนกระโดดลงมาจากกอนหินใหญกอนนั้นนั่งลงขาง ๆ นิกร แลวกลาวกับทานเจาคุณดวยเสียงหัวเราะ “เพลงนี้มันเพลงเกาแกครับคุณอา ชือ่ เพลงกราวตะลุงเนือ้ รองเขามีวา อยางนีจ้ ริง ๆ ผมเคยรองเมือ่ เด็ก ๆ ยังจําไดรองใหฟงไหมละครับ” “ไมฟง โวย” ทานเจาคุณตวาดแวด อาเสี่ยคอนขวับ “ไมฟงก็ไมฟงซีครับ ไงตอ งดุดว ย” เสียงแตรเดี่ยวดังแววกังวานมาตามสายลมเปนสัญญาณบุกของพวกโจรทําใหคณะพรรคสี่สหาย และทุกคนรีบเขาประจําที่ทันที เหลียงฟูสั่งใหปกซายรุกขึ้นมากอน กําลังสวนใหญหนึ่งกองรอยยิงตรึงไว หลังจากนั้นปกขวาของพวกโจรก็รุกคืบหนาขึ้นมา ฝายตั้งรับยิงตอสูอ ยางดุเดือด เมือ่ พวกโจรประมาณ ๒๐ คน รุกคืบหนาเขามาในระยะใกล กิมหง วนก็ขวางลูกระเบิดมือไปกํานัลสมุนของเหลียงฟูหนึ่งลูก ชิน้ ระเบิดทําใหสมุนโจร ๓ คน ตายคาที่ นอกนัน้ ลาถอยออกไปและหมอบกําบังตามที่มั่นเทาที่จะหาได กําลังรบของพวกโจรสวนหนึง่ ทําหนาที่เปนปกขวาไดบุกขึ้นไปบนภูเขาและกระจายกําลังกันออก ไปเปนแนวยาว ในเวลาเดียวกันนีเ้ องพวกโจรก็ระดมยิงมาอยางหนาแนน คณะพรรคสี่สหายตองทําศึกกระหนาบแลว การยิงดวยวิธีประหยัดกระสุนไมอาจจะทําไดเพราะ พวกโจรรุกคืบหนาใกลเขามาทุกที เจาคุณปจจนึก ฯ สั่งใหนิกรกับกิมหงวนยิงกราดพวกโจรที่อยูบนเขา สมุนโจรหลายคนถูกยิงลมกลิ้งลงมาตามความลาดชันของภูเขาแลเห็นถนัด การสูรบผานพนไปไมถึงครึ่งชั่วโมงฝายตั้งรับก็ขาดกระสุนปนกลมือ คงเหลือแตกระสุนปนเล็ก ยาวและปนพกเทานั้น สวนลูกระเบิดมือยังมีอยูอีกหลายลูก พวกโจรที่อยูบนเขาไดใชปนกลเบายิงกราดลงมา จนกระทั่งคณะพรรคสี่สหายโงหัวไมขึ้น กระสุนปนถูกลอ ๒ ตัว ลมลงตาย และลูกหาบคนหนึ่งถูกกระสุน นัดหนึ่งถากขอศอกซายไป มีบาดแผลเพียงเล็กนอย ดร.ดิ เรกไดซอนแรยเู รเนียมอันมีคา ยิง่ ไวในโพรงหินเรียบรอยแลวโดยเอากอนหินปดทับไว .ดิเรกรีบชวยเหลือปฐมพยาบาลทันที ทั้ง ๆ ที่พวกโจร ระดมยิงมาราวกับหาฝน เมื่อสมุนของเหลียงฟูรุกเขามาอีกคณะพรรคสี่สหายก็ใชลูกระเบิดมือตอสูจนกระทั่งลูกระเบิดมือ ถูกใชหมด คราวนี้สี่สหายกับลูกหาบใชปนเล็กยาวตอสูเปนครั้งสุดทาย พวกโจรหนึ่งหมวดถือปนเล็กยาวสวมดาบพรอมไดรับคําสั่งจากเหลียงฟูใหเขาประจัญบานเมื่อ เสียงปนทางคณะพรรคสี่สหายหางลง นายโจรคนหนึง่ รองตะโกนออกคําสั่งตะลุมบอนแลวถือปนพกลุกขึ้น วิ่งนําหนาพาสมุนโจรลูกแถวของเขาวิ่งเขามายังที่มั่นของคณะพรรคสี่สหาย ซึง่ ในเวลาเดียวกันนีเ้ อง ดร.

ดิเรกนัน้ นายแพทยหนุมซอนไวในหมวก พวกโจรไมไดคนในหมวกก็เพราะเชื่อวาไมมีอะไร นาฬิกาขอมือ ปากกาปลอกทองและขาวของอันมีคาถูก ยึดหมด บรรดาสัมภาระตาง ๆ ที่อยูบนหลังลอทั้ง ๔ ตัว ก็ถูกนําลงมาจากหลังลอและถูกยึดเชนเดียวกัน พวก โจรเขาใจวาคณะพรรคสี่สหายเปนพอคาชาวแมวนําสินคาไปขายที่แมฮองสอน แตพอไดเห็นการแตงกาย ของคณะพรรคสี่สหายก็รูวาเปนคนไทย ระหวางที่พวกโจรยึดขาวของและสํารวจสัมภาระตาง ๆ เหลียงฟูนายโจรหนวดแดงก็ปรากฏตัวขึน้ เขาแตงเครื่องสนามแบบนายทหารถือปนกลมือเปนอาวุธและสวมหมวกเหล็ก เสือ้ ฟอรมของจอม โจรไมมีเครื่องหมายยศหรือหนวยสังกัด เปนเสื้อแบบตรวจการธรรมดาสีกากีแกมเขียว เหลียงฟูรูปรางสูง ใหญใบหนาเหี้ยม หนวดสีแดงของเขาตกลงมาขางริมฝปากทั้งสองขาง วัยของเขาไมตากว ํ่ า ๔๕ ป ลักษณะ ทาทางทรหดอดทนบึกบึนและเขมแข็งเด็ดขาด นัยนตาคมเหมือนเหยีย่ ว ทีเ่ อวมีปน หนึง่ กระบอก และที่คอมี กลองสองทางไกล เหลียงฟูเดินนําหนาพานายโจรชั้นผูบังคับกองรอยคนหนึ่งและชั้นผูบังคับหมวดอีกสองคนบุกเขา มายังที่มั่นของคณะพรรคสี่สหาย มีสมุนโจรถือปนสวมดาบติดตามมาหนึง่ หมูพ รอมดวยพลแตรเดีย่ วหนึง่ คน จอมโจรหยุดชะงักจองมองดูคณะพรรคสี่สหายอยางตื่น ๆ พอแลเห็นกอบแกวยืนอยูขางหลังพล ขุนโจรขมวดคิว้ ยนแลวหัวเราะงอหาย เสียงหัวเราะของเขาดังราวกับฟารอง จนกระทั่งกิมหงวนหมั่นไสเต็ม ทนจึงพูดโพลงขึ้น “แกจะหัวเราะหาตวักตะบวยอะไรวะ ไมเห็นมีเรือ่ งอะไรทีน่ า ขันสักนิด” เหลียงฟูลืมตาโพลงมองดูกิมหงวนอยางยิ้มเยาะแลวกลาวกับอาเสี่ยดวยภาษาไทยอยางชัดเจน “ออ…..ไมขนั หรือสหาย ประเดีย๋ วคงจะขันแน ตอนทีก่ นั สัง่ ใหบริวารของกันตัดคอแก เมือ่ คอแก ขาดออกจากบากันคงหัวเราะแทบขาดใจตายและแกก็คงจะไดมีโอกาสหัวเราะเปนครั้งสุดทายขณะที่คนของ กันเงือ้ ดาบขึน้ กอนจะตัดคอแก” เสี่ยหงวนยิ้มดวยมุมปากขางขวา อํานาจวิสกี้ทาให ํ เขาหมดความเกรงกลัวภัยอันตรายทุกอยางแม กระทั่งความตาย . พวกโจรวิ่งโหรอ งประดาหนากันเขามาอยางดุเดือด เจาคุณปจจนึก ฯ รองบอกใหทกุ คนทิง้ อาวุธ และยอมจํานน เพราะกําลังเพียงเทานี้ขืนประจัญบานกับพวกโจรก็คงถูกฆาตายหมด อยางไรก็ตามกอนที่พวกโจรจะเขามาถึงแนวที่มั่น เลาปงไดโยนปนเล็กยาวลงบนพื้นแลวกมลง หยิบดาบคูมือของเขากระชากออกจากฝก เขากระโจนขามกอนหินถือดาบวิง่ เขาใสพวกโจรอยางอาจหาญ แต แลวเขาก็หยุดชะงักสะดุงสุดตัวปลอยดาบหลุดจากมือลมลงนอนควําหน ่ าหางจากทีม่ น่ั ราวหาหกเมตร พวก โจรของเหลียงฟูถือปนสวมดาบวิ่งกรูกันเขามา สี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และเจาแหวพรอมดวยกอบแกว กับลูกหาบอีกสองคนตางยืนรวมกลุมกันชูมือทั้งสองขางขึ้นเหนือศีรษะแสดงการยอมแพ พวกโจรรีบยึดอาวุธปนกอนอืน่ ตามคําสั่งของโจรชั้นผูบังคับหมวดทุกคนถูกคนตัวอยางละเอียด เงินที่มีติดตัวและของมีคาถูกยึดไป แตเอกสารสําคัญประจําตัวดร.

“ความตายเรื่องเล็กโวยอายหนู แกคือเหลียงฟูใชไหมละ” “ถูกแลวสหาย กันคือเหลียงฟูขนุ โจรผูย ง่ิ ใหญแหงขุนเขาเหลานี้” อาเสี่ยเคนหัวเราะ “ขุนโจรผูยิ่งใหญทาไมวิ ํ ่งตูดแปนละโวย เจอปนกลเครื่องบินและระเบิดนาปาลมเทานั้นแกกับ สมุนของแกวิ่งเสียหางจุกตูดไปตามกัน” เหลียงฟูขมวดคิ้วยนจองมองดูกิมหงวนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เขายกปนกลของเขาราวกับจะยิง อาเสี่ย แตแทนที่กิมหงวนจะตกใจเสียขวัญกลับยืดหนาอกขึ้นพลางยักคิ้วใหจอมโจรอยางองอาจ “ยิงซีเพื่อน แตถายิงไมเขาอยาเสียใจนะโวย” ขุนโจรหนวดแดงหัวเราะเบา ๆ เขาลดปนลงแลวกลาววา “กันไมอยากใหเกียรติแกดวยกระสุนปนกลมือของกันหรอก กันจะใหแกตายดวยคมดาบ เพชฌฆาตของเรา” พูดจบเขาก็เดินรีเ่ ขามาหยุดยืนเบือ้ งหนานายพัชราภรณ แตความสนใจของเหลียงฟูอยูที่ กอบแกวซึ่งยืนอยูขางหลังพล “นองสาว เธอคือนางงูเหาที่มีพิษราย เธอไดระดมพวกแมวทั้งสามตําบลรวม กําลังกันสูรบกับพวกฉันอยางเหนียวแนน โดยมีเจาหนุมคนไทยหาหกคนนี้เปนกําลังสําคัญของเธอ พวกเรา แตกพายมาจากดอยหลวงก็เพราะเราถูกเครือ่ งบินโจมตีและเราไมสามารถจะตอตานกับทหารพลรมของรัฐ บาลไทยได แตแลวในที่สุดโชคก็บันดาลใหฉันไดพบกับเธอและพวกคนไทยเหลานี้ ซึง่ ฉันถือวาเปนศัตรูอนั รายกาจของพวกเรา” พูดจบเหลียงฟูก็หัวเราะงอหาย เขาหัวเราะในชัยชนะของเขานัน่ เอง เสี่ยหงวนตวาดแวด “เฮย….หนวกหูโวย” เหลียงฟูหยุดหัวเราะทันทีทันควัน เขาปรี่เขามาหยุดยืนเบื้องหนาเสี่ยหงวนแลวกลาวถามดวยเสียง ขบกราม “แกเปนใครอายหนุม ไทย” “ออ ขาคือกิมหงวน ไทยแท จําชือ่ ขาไวใหดอี า ยหนุม ฮอ” เหลียงฟูยกมือซายลูบหนวดและหันมามองดูคณะพรรคสี่สหาย พอสบตานิกรเขาก็กลาวถามอยาง เกรีย้ วกราด “บอกชื่อของแกซิ” “กันชื่อเหลียงแฟบ” นิกรพูดเสียงหัวเราะ เหลียงฟูโกรธจนหนวดสัน่ เขาเดินเขาไปยืนเบื้องหนาพลแลวยิ้มใหนางพญาแมว “นองสาว เธอชวยบอกฉันหนอยเถอะวาพวกคนไทยคณะนีม้ ใี ครบาง ฉันจะไดจดบันทึกไวถูกตอง เมื่อฉันสั่งประหารเขาแลว” กอบแกวไมยอมหลบสายตาขุนโจรหนวดแดง หลอนมีขวัญและกําลังใจเขมแข็งตลอดเวลา นาง ไพรไดบอกชื่อสี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และเจาแหวใหเหลียงฟูทราบเปนรายตัวไปและบอกใหรูดวยวา ..

ดิเรกกลาวขึน้ อยางเดือดดาล “จะเอายังไงก็เอาเถอะวะเหลียงฟู ตายก็ตายพวกเราไมแคร” นิกรยกมือชีห้ นาจอมโจรหนวดแดง “ระวังตัวใหดีเหลียงฟู ถามีปาฏิหาริยเกิดขึ้นพวกเรากลับเปนเบี้ยบน กันจะเอานํ้ามันราดหนวดแก และเผาหนวดแกเสีย ใหดิ้นตายเถอะวะสาบานใหก็ได” .คณะพรรคสี่สหายเปนคนของรัฐบาลที่สงมาสํารวจแรธาตุบางชนิด ถาเหลียงฟูฆาคนไทยคณะนี้กองทหาร หรือตํารวจชายแดนจะตองติดตามปราบปรามเหลียงฟูใหราบคาบอยางไมตองสงสัย จอมโจรแหกปากหัวเราะอีก “อยาขูฉันเลยกอบแกว ในปาเทือกเขาเหลานีไ้ มมกี องทหารหรือตํารวจเดินทางมาหรอก และถาขืน ติดตามมาก็รังแตจะตกเปนเหยือ่ ของพวกเรา การรบบนดอยหลวงถึงแมฉันจะตองสูญเสียไพลพลและอาวุธ ไปเกือบครึ่ง ในไมชานี้ฉันก็จะไดกาลั ํ งคนและอาวุธเพิ่มเติมอีก กองโจรของฉันจะตองครองความเปนใหญ เหนือแผนดินแถบนี”้ กอบแกวมองดูเหลียงฟูอยางชิงชัง “แลวแกจะจัดการกับพวกเราอยางไรตอไป” จอมโจรหัวเราะชอบใจ “ก็พาไปรังของเรานะสินองสาว เราจะใหพวกเราทีอ่ ยูเ ฝาคายของเราไดเห็นการประหารชีวติ คน ไทยทั้ง ๖ คนนีด้ ว ยการตัดคอ อายแมวลูกหาบสองคนนี้ก็ตองถูกประหารชีวิตดวยเพราะมันไดสูรบกับพวก เรา สวนเธอนั้นฉันจะไวชีวิตเธอ แตเธอจะตองเปนเมียคูช วี ติ ของฉัน” กอบแกวกลาวกับจอมโจรทันที “ฉันยอมตายเสียดีกวาที่ฉันจะเปนเมียแก ฉันมีผัวแลว สุภาพบุรุษที่ชื่อพลซึ่งยืนอยูขาง ๆ ฉันนีค้ อื ผัวของฉัน” “แลวกัน” อาเสีย่ เอ็ดตะโร “ไปบอกอายหนวดแดงมันทําไมละคุณขายหนามันเปลา ๆ” เหลียงฟูเปลี่ยนสายตามาที่ใบหนาของนายพัชราภรณ แลวกลาวกับพลดวยเสียงคํารามในคอ “แกเปนผัวกอบแกวเปนความจริงหรือ” พลพยักหนาและยิ้มให “ถูกแลวเหลียงฟู กันกับแกวเปนผัวเมียกัน กันกําลังจะพาแกวไปแมฮอ งสอนเพือ่ ขึน้ เครือ่ งบินที่ นัน่ ไปกรุงเทพ ฯ” เหลียงฟูยิ้มแสยะ “เสียใจเหลือเกินสหาย แกกับเพื่อน ๆ ไมมีโอกาสไดกลับกรุงเทพ ฯ เสียแลว จุดจบของพวกแกอยู ที่คายกัน” ดร.

. เจาคุณปจจนึก ฯ. เหลียงฟูหัวเราะอยางขบขัน เขาหันมาทางสมุนโจรหมูห นึง่ ทีต่ ดิ ตามเขามาแลวออกคําสั่งใหนาตัํ ว สี่สหาย. เจาคุณปจจนึก ฯ.” “เออ” “เดินดวยเทานะเรอะ” “ปูโธ” อาเสีย่ เอ็ดตะโร “เปนนายโจรทําไมถึงเซออยางนี้วะ ๒.ดิเรกวา “อายเหลียงฟูมันใจแข็งโวย” . กอบแกว และเจาแหวกับลูกหาบทั้งสอง เขากลาวกับดร.๐๐๐ ไมล…….ดิเรก.๐๐๐ ไมลตอ วันนะไปเครือ่ งบินโวย ไมใชเดิน เดินนะวันละ ๒๕ ไมลก็ตับแลบออกมานอกซี่โครงแลว” นิกรหยุดยืนรอกิมหงวนกับเหลียงฟู แลวเขาก็เขากระหนาบขางซายของจอมโจรยกมือขวากอดเอว เหลียงฟูอยางสนิทสนม “อายเพื่อนเกลอ อยาฆากันเลยวะ กันเห็นความเขมแข็งของพวกแกแลวอยากจะรวมงานกับแก เหลือเกิน กันชอบชีวติ โจรมาก อยากเปนโจรมานานแลว” เหลียงฟูมองดูนายจอมทะเลนแลวยิ้มให “แกเปนคนไทยพวกเราเปนฮอจะอยูรวมกันไดอยางไร” “เถอะนา กันเปนหัวหนาโจรก็แลวกัน แลวแกเปนรองหัวหนา” เหลียงฟูเมมปากแนน นิกรวิง่ เหยาะ ๆ ไปรวมกลุมกับพล.๐๐๐ ไมล ก็ม”ี จอมโจรหนาตืน่ “วันละ ๒. เจาแหว. กอบแกวและลูกหาบทั้ง ๒ คนกลับไปซองโจรของเขาทันที และสั่งให หัวหนาโจรชั้นผูบ งั คับหมวดเก็บกวาดขาวของสัมภาระไปใหหมดเพือ่ จะไดเปนประโยชนตอ พวกโจรตอไป ตามปกตินกิ รเปนคนรักตัวกลัวตาย แตคราวนี้เขากลับไมกลัวตายเพราะปลงตกวาความตายเปน เรื่องที่หนีไมพน นิกรกับเสีย่ หงวนครึกครืน้ รืน่ เริงตลอดเวลาทําใหคนอืน่ ๆ พลอยครึกครื้นไปดวย แม กระทั่งเจาแหวก็คุยจอวาเขาพอใจแลวที่เขาจะไดตายกับสี่สหายซึ่งเปนนายที่ดีของเขา คณะพรรคสี่สหายเดินรวมกลุมกันและพูดคุยกันเสียงเอะอะเฮฮา สมุนโจรหลายคนถือปนสวมดาบ ในทาเฉียงอาวุธควบคุมอยางใกลชิด เหลียงฟูถือปนกลมือควบคุมเชลยดวยตนเอง เขาขูตลอดเวลาวาถาใคร หลบหนีเปนถูกยิงทิ้ง ครั้งหนึ่งอาเสีย่ หันมามองดูจอมโจรหนวดแดง แลวกลาวถามดัง ๆ “เฮย-เมื่อไรจะถึงซองของแกเสียทีโวย เมือ่ ยขาเต็มทนแลว” เหลียงฟูเรงฝเทาเขามาเดินคูกับอาเสี่ย “อีกในราวกิโลเมตรเดียวเทานัน้ แกไมอดทนเสียเลย ความจริงเราเดินมาจากทีเ่ ราปะทะกันราว ๒ กิโลเทานั้น ถามจริง ๆ เถอะแกเคยเดินทางไดวันหนึ่งไกลเทาไร” “ไมแนวะ” เสี่ยหงวนพูดหนาตาย “ถาขี้เกียจก็เดินไดเพียงสองสามเมตรเทานั้น ถาขยันบางวันเคย ไปตัง้ ๒. ดร.

“ทําไมละ” “กันขอเปนหัวหนาโจรแทนมัน มันไมยอมวะ” นายแพทยหนุมยกมือผลักหนานายจอมทะเลนคอนขางแรง กอบแกวอดหัวเราะไมได หลอนชม นิกรกับพลวา “คุณนิกรแกเยือกเย็นนานับถือมากเชียวคะ แกไมไดแสดงทาทีวากลัวตายสักนิด” พลยิ้มใหหลอน “แลวแกวละจะ” “แกวก็เชนเดียวกันคะ แกวจะตายกับพี่ แกวจะขอรองใหเหลียงฟูมันฆาแกวเสียดวย ชาติหนาเราจะ ไดไปเกิดดวยกันและไดเปนของกันอีก ถาเหลียงฟูมันไมฆาแกว แกวก็จะฆาตัวตายตามพี่ไป” การสนทนาสิ้นสุดลงเพียงชั่วขณะ ตอจากนั้นสักครูคณะพรรคสี่สหายก็ถูกคุมตัวมาถึงรังโจรของ เหลียงฟูซึ่งอยูบนไหลเขาลูกหนึ่ง มีบา นหรือกระทอมประมาณ ๑๐๐ หลังคาเรือน ภูมิประเทศบนไหลเขาเปน ที่ราบ ความจริงซองโจรหรือรังโจรของเหลียงฟูไดสรางขึน้ ชัว่ ระยะเวลาหนึง่ เทานัน้ เหลียงฟูกับบริวารของ เขาไมมีถ่ินฐานแนนอน เสนทางหากินของเขาก็คอื แมฮอ งสอน-เชียงใหม ปลนชาวปาชาวเขาและกอง คาราวานของพอคาทั่วปาดงพงไพร คายพักของพวกโจรฮออยูสูงจากพื้นดินราว ๓๐ เมตร บริเวณทีร่ าบบนไหลเขาอันเปนคายพักของ พวกโจรนั้นกวางขวางมาก เมือ่ เหลียงฟูกับสมุนของเขาประมาณ ๓๐ คน พาพวกเชลยขึ้นมาที่คายพัก บรรดา สมุนโจรที่อยูเฝาคายเกือบ ๒๐๐ คน ก็พากันออกมาดูคณะพรรคสี่สหายหนาสลอนไปหมด เชลยทั้ง ๙ คน ถูกบังคับใหยืนรวมกันที่หนากระทอมใหญหลังหนึ่ง จอมโจรหันไปเจรจากับนาย โจรชั้นผูบังคับกองรอยอยูสักครูจึงเปลี่ยนสายตามาที่คณะพรรคสี่สหายแลวกลาวกับเสี่ยหงวนอยางยิ้มเยาะ วา “สหายและพรรคพวกเพิ่งมาถึงยังเหน็ดเหนื่อยอยู เชิญเขาไปพักผอนในกระทอมหลังนี้เถิด อีกสัก ครูเราจะจัดอาหารมื้อสุดทายมาตอนรับพวกทานดวยไมตรีจิต และพวกทานจะไดกินอาหารอยางดีที่สุด” กิมหงวนทําปากแบะยื่นเดินสายไหลเขามาหยุดยืนเผชิญหนาจอมโจรในระยะใกลชิดแลวยกมือทั้ง สองขึ้นกอดอกวางทาใหผึ่งผาย “อายหนวดแดง บอกกันอยางลูกผูชายหนอยไดไหม แกจะฆาพวกเราจริง ๆ เหรอวะ” เหลียงฟูหัวเราะเบา ๆ “แนนอนเหลือเกิน ทุกคนเวนแตกอบแกวจะถูกประหารชีวติ ดวยการตัดคอดวยมีดใหญตามพิธี ของพวกเรา” อาเสี่ยขมวดคิ้วยน “พูดเปนบานา ตัดคอก็ตายนะซีโวย” “ถูกแลว ความผิดของพวกแกก็คือประหารชีวิต” นิกรพูดโพลงขึ้นทันที .

๓๐ น. เจาแหว. ประตูหอ งคุมขังถูกเปดออกอีกครัง้ หนึง่ คนของเหลียงฟูแบกสํารับกับขาวนํา เขามาในกระทอมหลังนั้นพรอมดวยนําสํ ้ าหรับดื่มใสถังไมเล็ก ๆ หนึ่งถัง ตามเวลาที่กลาวนี้ คณะพรรคสี่สหายและเชลยทุกคนตางนั่งลอมวงกันอยูกลางหอง อาเสี่ยกิมหง วนผุดลุกขึน้ ยืนไลตะเพิดคนของจอมโจรหนวดแดงทันที “เอาออกไป พวกกูไมกินโวย” สมุนโจรทั้งสองคนฟงภาษาไทยไมออก แตก็พอเดาไดวาเสี่ยหงวนกับพวกเชลยไมตองการกิน อาหารมื้อเย็นที่เหลียงฟูสั่งใหจัดมาให เขามองดูหนากันแลวก็แบกสํารับกับขาวเดินออกไปจากกระทอมนัน้ ประตูกระทอมถูกปดรอยโซใสกุญแจทันที กิมหงวนทรุดตัวลงนั่งและยิ้มใหพรรคพวกของเขา “ไหน ๆ จะตายแลวตองรักศักดิศ์ รีของเรา อยางนอยเหลียงฟูมันจะไดรูวาคนไทยลวนใจเด็ด” นิกรทําตาละหอย “โธ-ที่จริงถาเราจะกินก็ไมเห็นเสียหายอะไร ในถาดขาหมูตมเค็มนากินเหลือเกิน ปลานึ่งก็ตัว เบอเริ่ม ไกผดั พริกหอมเตะจมูก พูดแลวชักหิว” อาเสี่ยอดหัวเราะไมได “จะตายโหงอยูแลวแกยังมีแกใจกินลงหรือวะอายกร” คราวนี้นิกรพูดเสียงออยนาสงสาร “กินลงไมลงก็พยายามกินมันเขาไป ตายแลวใครเขาจะใสบาตรไปใหเรากินวะ” ทุกคนหัวเราะขึ้นพรอม ๆ กัน ขบขันนิกรทีพ่ ดู เหมือนคนขีย้ า พลลุกขึ้นยืนเดินวนเวียนไปมารอบ ๆ กระทอม แลวหยุดยืนเกาะหนาตางลูกกรงไมขนาดใหญ ทอดสายตามองไปที่ลานกวาง สักครูเขาก็หันมา ทางพรรคพวกของเขา “เตรียมตัวตายไดแลวโวยพวกเรา พวกโจรมันตัง้ แถวกันแลว ตัง้ แถวหนากระดานเรียงสอง ทาง ดานตะวันตกแถวหนึ่งและทางดานตะวันออกแถวหนึ่ง จํานวนพวกโจรประมาณ ๔๐๐ คน” . “ก็จะตายอยูแลวแกจะเอาขาวมาใหกินหาหอกอะไรวะ ไมตอ งหรอกเปลืองขาวเปลา ๆ ใครจะยัด เขาไปลง เอาพวกเราไปตัดหัวเสียเดี๋ยวนี้เถอะจะไดพนทุกขพนรอนกันเสียที” เหลียงฟูยิ้มใหนิกร “ใจเย็น ๆ นาสหาย ตายนะตายแน ขณะนี้สมุนของกันหลายสิบคนยังชวยกันฝงศพพวกเราที่ถูก พวกแกยิงตายไปหลายคนจากการตอสูกัน จะตองรอใหพวกนั้นกลับมาถึงคายกอน เขาจะไดดูการประหาร ชีวิตพวกแกโดยทั่วหนากัน อยางไรก็ตามการประหารชีวติ จะตองทํากอนพระอาทิตยตกในวันนี”้ เหลียงฟูสั่งใหสมุนของเขาใชปนบังคับใหคณะพรรคสี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ. กอบ แกวและลูกหาบทั้งสองคนเขาไปในกระทอมหลังนั้น ตอจากนั้นประตูกระทอมก็ถูกปดรอยโซใสกุญแจ สมุนของเหลียงฟูหนึ่งหมูทาหน ํ าที่เปนยามควบคุมเชลยทั้ง ๙ คน อยางแข็งแรง จอมโจรหนวดแดงไดสง่ั กําชับผูบังคับหมูวา ถานักโทษหลบหนีไปได สมุนโจรทัง้ ๑๐ คนนี้รวมทั้งผูบังคับหมูจะถูกตัดศีรษะแทน เชลย ในราว ๑๗.

.รับประทานศีรษะของเราที่หลุดไปจากบามันแลบลิ้นปลิ้นตาไดไม ใชหรือครับ” “แลวกัน” เจาคุณปจจนึก ฯ เอ็ดตะโรลัน่ “อายแหวนี่ชักใบใหเรือเสียเสียแลว พูดอะไรไมเขาเรือ่ ง เลย ใชเวลาที่เหลืออยูนึกถึงคุณพระคุณเจาเถอะวะไหน ๆ เราก็หนีความตายไปไมพนแลว เสือกถามโนนถาม นี่ใหหวาดเสียว เดี๋ยวถีบโครมเขาใหเลย กูยิ่งใจไมดีอยู” พลเดินกลับมานั่งขางกอบแกวแลวยกมือตบหลังหลอน “แกวจา พี่คิดวาแกวคงจะตองตกเปนเมียอายเหลียงฟูแน ๆ” พลพูดเสียงหนักแนน “ยอมเปนเมีย มันเถอะแกว แลวก็ฆามันเสียขณะที่มันหลับหรือเผลอตัว แกวฆามันก็เทากับวาแกแคนแทนพี่และพวกเรา” นางไพรทําตาแดง ๆ เหมือนกับจะรองไห กอนทีห่ ลอนจะพูดอะไร ทุกคนก็ไดยินเสียงกุญแจประตู หนากระทอมถูกไขออกและมีเสียงดึงโซ บรรดาเชลยทัง้ ๙ คน ตางมองไปที่ประตูกระทอมหลังนั้น เมือ่ ประตูเปดออกเหลียงฟูก็นําสมุนของเขาไมตากว ํ่ า ๑๕ คน เขามาในกระทอม จอมโจรหนวดแดงยิ้มแสยะแลวกมศีรษะใหคณะพรรคสี่สหาย “เสียใจมากสหายรัก ที่พวกทานไมยอมกินอาหารที่เราจัดมาให บัดนี้ถึงวาระสุดทายของพวกทาน แลว” เชลยทั้ง ๙ คน ตางลุกขึ้นยืนอยางองอาจ พลกลาวกับเหลียงฟูอยางเยือกเย็นวา “เอาพวกเราไปฆาเถอะเหลียงฟู เราเหน็ดเหนือ่ ยและตองการพักผอน ความตายก็คือการพักผอน ตลอดไป” “โอ-ทานใจแข็งมากทีเดียว เชลยของเราทุกรายกอนที่จะนําตัวไปฆาลวนแตวงิ วอนขอชีวติ เราทุก ราย” กิมหงวนพูดโพลงขึ้น “แตพวกขาจะไมปริปากรองขอชีวติ จากมึงเปนอันขาด เอาพวกเราฆาเสียเร็ว ๆ อายไขฟู” . เจาแหวถอนหายใจหนัก ๆ เอือ้ มมือขวาเขีย่ แขนนิกร แลวถามเสียงสั่น ๆ วา “รับประทานคนทีถ่ กู ตัดคอเวลาคอขาดไดรบั ความเจ็บปวดไหมครับ” นิกรหันมายิม้ ใหเจาแหว “เรื่องนี้ตอบยากโวย กันจําไดวา ตัง้ แตกนั เกิดมาเปนตัวเปนตนยังไมเคยถูกใครตัดคอเลย” เจาแหวทําหนาเหมือนกับจะรองไห คอย ๆ หันหนามาทางนายแพทยหนุม “คุณหมอกรุณาอธิบายใหผมฟงหนอยเถอะครับ รับประทานถาเราถูกตัดคอเราจะไดรบั ความเจ็บ ปวดหรือไดรับความทุกขทรมานสักแคไหน” ดร.ดิเรกหัวเราะชอบใจ “ไมใชเรื่องที่แกจะตองเก็บเอามาคิดใหเปลืองสมองเลยอายแหว พอคอขาดชีวติ แกก็ดบั ตายอยาง สบายที่สุดไมมีการทรมานหรือรูสึกเจ็บปวดเลย” เจาแหวยิ้มออกมาได “คอยยังชั่วหนอยครับ แลวก็….

เหลียงฟูขมวดคิ้วยน “กันชื่อเหลียงฟูไมใชไขฟู” “เออ” กิมหงวนเอ็ดตะโร “กูจะตายแลวกูจะเรียกมึงวาอายไขฟูมึงจะทําไม” นิกรยักคิ้วใหเหลียงฟูแลวพูดเสริมขึ้น “ระวังใหดี กูเปนผีกูจะมาถอนหนวดมึงเลน หลอกใหตายหาเลย” เหลียงฟูโกรธจนตัวสัน่ เขาสั่งใหสมุนของเขาควบคุมเชลยทั้ง ๙ คน ออกไปจากหองคุมขังทันที เมื่อเจาแหวแสดงกิริยาฮึดฮัด สมุนโจรคนหนึง่ ก็ใชซน ปนกระแทกหลังเจาแหวดังอัก้ พวกเชลยถูกนําไปรวมกันในคอกไมเตี้ย ๆ และถูกมัดมือไขวหลังทุกคน พวกโจรยืนอยูในแถว อยางสงบเงียบ กลางลานระหวางแถวพวกโจรทั้งสองขางมีเสาตนหนึ่งรูปลักษณะคลายกับเสากางเขนปกอยู ในดิน เสากางเขนนี้สูงจากพื้นดินไมถึงสองฟุต เจาหนุมฮอรูปรางสูงใหญคนหนึ่งสวมเสื้อกางเกงสีแดงยืน อยูขางเสาตนนั้น มือขวาถือมีดดาบหนาใหญคลาย ๆ กับงาวมองดูขาวคมนากลัว ตอนปลายของดาบใหญ งอนขึ้นเล็กนอย ใบมีดหนาเทา ๆ กับมีดหมูขนาดใหญ เฉพาะดามของมันยาวประมาณหนึ่งฟุต เสียงแตรเดี่ยวดังกังวานขึ้นเปนสัญญาณเริ่มการประหารชีวิตพวกเชลย พอสิ้นเสียงแตรเดี่ยวเสียง กลองและลอโกก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว ไพรพลของเหลียงฟูโหรองลั่น เพชฌฆาตรางใหญรําดาบอยาง แคลวคลองวองไว เหมือนกับมีเจตนาทําลายขวัญผูที่จะถูกนําตัวไปประหารชีวติ ในราว ๕ นาที เสียงลอโก และเสียงกลองก็สิ้นสุดลง เพชฌฆาตหยุดรําดาบยืนเทาเอวมองมาทางหมูเชลยทั้ง ๙ คน ในทาทีโหดเหีย้ มดุ ราย เหลียงฟูยืนอยูหนาคอกกั้นเชลยของเขา จอมโจรยิม้ นอยยิม้ ใหญตลอดเวลา พอสบตาเสีย่ หงวนเขา ก็กลาวถามอยางเยาะเยย “เปนยังไงสหายรัก บรรยากาศที่นี่ทานรูสึกอยางไร” เสีย่ หงวนหัวเราะ “สนุกดีโวย พวกแกแสดงงิ้วไดดีนี่หวา เริม่ ตัดคอกันหรือยังละกันอยากตายเต็มทนแลว” จอมโจรมองดูกิมหงวนอยางแปลกใจ และนึกชมในใจวาอาเสี่ยมีจิตใจเขมแข็งผิดมนุษย เขาพยัก หนาชา ๆ แลวกลาววา “อยารอนรนไปเลยสหาย ทานตองตายกอนสิน้ แสงตะวันแนนอน แตขาพเจาจะฆาสุภาพบุรุษผูนี้ เปนคนแรก” พูดจบเขาก็ยกมือชี้หนานิกร “คนนี”้ นิกรเย็นวาบไปหมดทัง้ ตัว “อยาลอเลนนา เอาคนอืน่ กอนเถอะวะ กันนะไมกลัวตายหรอก แตอยากจะเห็นคนที่ถูกตัดคอนะมี ลักษณะอยางไร เอาพอตากันกอนก็แลวกัน” เจาคุณปจจนึก ฯ สะดุงโหยง “เสือกยุเขาทําไม แลวแตเขาซีโวย” .

ดร. เจาแหวและกอบแกวกับลูกหาบทั้งสองตางเฝามองดูนิกรซึ่งกําลังถูกนํา ไปยังที่ประหาร สมุนของเหลียงฟูติดตามนิกรไป ๘ คน นิกรไมมีทางตอสูขัดขืนเพราะมือทั้งสองขางถูกมัด ไขวหลัง สมุนของเหลียงฟูชวยกันจับนิกรใหนั่งเหยียดเทาครอมเสาหลักประหาร โดยใหเสาหลักอยู ระหวางหนาขาทั้งสอง พวกโจรชวยกันมัดขานิกรใหติดกัน และมัดแขนทั้งสองขางติดกับกางเขน ปลอยเสา อยูตํ่ากวาคอนิกรเล็กนอย นิกรถูกมัดจนกระดุกกระดิกไมได “อายกรตายแน” เจาคุณปจจนึก ฯ พูดเสียงเครือ “แตเราก็ตอ งตายเชนเดียวกัน” เสียงกลองและเสียงลอโกดังขึ้นอีก เพชฌฆาตควงดาบรําปออยูเบื้องหลังนิกร นายจอมทะเลนผิว ปากเพลงชาติเบา ๆ ถึงตัวตายก็ยงั หวังทีจ่ ะใหประเทศชาติของเราเจริญรุง เรือง แตปาฏิหาริยเกิดขึ้นแลว กอนที่เพชฌฆาตจะลงดาบตัดคอนิกร เสียงปนกลมือและเสียงไชโยก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว เพชฌฆาตแลเห็นสมุนของเหลียงฟูถูกปนลมระเนระนาดก็ทิ้งดาบวิ่งหนีเอาตัวรอด กองรอยพลรมของเราใน บังคับบัญชาของร.อ.ดิเรก.ชาติ พิชิตพงศ ซึ่งมีเลาปงเปนผูนาทางได ํ ยกเขาบุกพวกโจรอยางจูโจมโดยไมใหรูตัว สมุนของเหลียงฟูถูกปนกลมือลมตายเกลื่อนกลาด ที่เหลือตายลาถอยลงมาที่เชิงเขา แตแลวก็ถูกทหารพลรม ๒ หมวด ซึง่ ซุม ซอนอยูโ จมตีอยางดุเดือด เหลียงฟูสั่งสมุนของเขาลาถอยไปรวมกําลังกันที่หนองนําแห ้ ง หนึ่ง แตกองรอยพลรมติดตามกวาดลางสังหารพวกโจรไมยอมใหรวมกําลังกันได กระทอมที่พักของพวก โจรบนไหลเขาถูกเครื่องพนไฟของพลรมเผาผลาญตกเปนเหยื่อพระเพลิงหลายหลัง กระทอมหลังหนึ่งซึ่ง เปนที่เก็บกระสุนเมื่อถูกเพลิงไหมก็เกิดการระเบิดอยางสนั่นหวั่นไหว พลรมรีบชวยเหลือคณะพรรคสี่สหายกับลูกหาบทันที เชลยของเหลียงฟูทั้ง ๙ คน ดีใจเหมือนกับ ตายแลวเกิดใหม ทหารพลรม ๒ คน ชวยกันแกมัดนิกรออกจากเสาหลัก ประคองนายจอมทะเลนใหลุกขึ้น นิกรยืนเซอเหมือนกับคนที่ถูกสะกดจิต เขามองดูหนาทหารพลรมทั้งสองแลวกลาวถามเบา ๆ “คุณชวยดูหนอยซิครับศีรษะผมยังอยูหรือเปลาหรือวาถูกฟนขาดไปแลว” พลรมทั้งสองหัวเราะลั่น แลวพลรมคนหนึ่งไดพูดกับนิกรดวยเสียงหัวเราะ “คุณยังไมตายหรอกครับ ชาวแมวที่ยืนอยูกับพรรคพวกของคุณโนน นําพวกเรามาชวยพวกคุณไว ได” . เหลียงฟูหันมาทางสมุนของเขาแลวสั่งใหนาตั ํ วนิกรออกไปจากคอกทันที เมือ่ รูต วั วาตองตายแน นิกรก็ยิ้มแปน เขากลาวกับเพื่อนเกลอของเขาอยางคึกคะนอง “กันไปกอนละโวย ไปพบกันที่เมืองนรก แลวใครอยาเสือกไปรอบนสวรรคละ สําหรับกันไมมีวัน ขึ้นสวรรคเด็ดขาด บาย-บาย” ดร. เจาคุณปจจนึก ฯ. กิม หงวน.ดิเรกรองตะโกนตอบ “ทําใจดี ๆ อายเพื่อนยาก ประเดี๋ยวกันจะตามแกไป” เจาแหวรองไหโฮทําทาจะวิ่งออกไปจากคอก แตสมุนของเหลียงฟูเอาดาบปลายปนแหยไว พล.

นิกรวิ่งตื๋อเขาไปหาคณะพรรคของเขาทันที เขากระโดดเขากอดเลาปงดวยความดีใจแลวถาม ละลําละลั ่ ก “แกไมตายหรอกหรือเลาปง” เลาปงยิ้มใหเขา กอบแกวอธิบายใหนิกรทราบตามที่เจาหนุมแมวเลาใหหลอนฟง “ไมตายหรอกคะ เลาปงแกลงทําเปนถูกปนตาย หลังจากพวกเราถูกจับมา เลาปงก็ตดิ ตามมาเรือ่ ย ๆ และหาทางชวยเหลือพวกเรา พอดีพบกับทหารพลรม ทหารเขาไดยินเสียงปนที่พวกโจรยิงตอสูกับเราคะ เลา ปงพูดไทยไดบางนิดหนอยก็บอกผูบังคับกองวาพวกเราถูกโจรจับมา นึกคําไทยไมออกก็พูดภาษาใบจนรู เรื่อง แลวก็นาทหารพลร ํ มมุง ตรงมาทีร่ งั โจรทีน่ พ่ี วกเราจึงรอดตายไดอยางไมนา เชือ่ ” นิกรถอนหายใจเฮือกใหญ “ผมเองนึกวาผมมองเทงแลว นี่ถาพลรมมาชากวานี้เพียงครึ่งนาทีคอผมก็คงหลุดจากบาแน วา….ชาติ พิชติ พงศทบ่ี ริเวณคายโจร ทานผูบังคับกองรอยพลรมไดแสดงความยินดีตอสี่สหายและทุก ๆ คนที่รอดพนจากความตายไดอยาง หวุดหวิด และพล พัชราภรณไดกลาวขอบคุณทหารพลรมในนามคณะของเขา “ผมลืมบอกขาวดีใหพวกคุณทราบวา ทหารของผมไดจบั เหลียงฟูหวั หนาโจรไดโดยละมอมหลัง จากประจัญบานกันและอายเหลียงฟูหนีเขาไปซอนตัวอยูในพุมไมรูสึกวามันเปนคนเฉลียวฉลาดพอดูเชียว ครับ” คณะพรรคสี่สหายตื่นเตนไปตามกัน “ผูกองจับเหลียงฟูได……” นิกรรองขึน้ ดัง ๆ “อายเหลียงฟูอยูที่ไหนละครับ ผมอยากดูหนามัน เหลือเกิน” ร.อ.ชาติชี้มือไปขางหนา “อยูกระทอมหลังใหญที่มันขังพวกคุณแหละครับ ไปซีครับผมจะพาไปดูหนามัน รีบหนอยครับ ประเดี๋ยวจะคํ่าเสีย” .อ. เจาปา เจาเขา เจาพอ เจาแม เทพยดาอารักษทานคุมครองพวกเรา เจาประคุณเอย อายเปรตนัน่ มันกําลังจะลง ดาบอยูแลว” เสียงปนดังกึกกองไปทั่วบริเวณปาและเชิงเขา กองรอยพลรมมีความชํานาญเปนพิเศษในการรบใน ปาจึงสังหารพวกโจรไดมากมาย แยกยายกระจายกําลังกันออกไปเปนหมวด ๆ ทุกหมวดมีอาวุธทันสมัยและ ติดตอประสานงานกันดวยวิทยุสนาม ทหารพลรมทุกคนนอกจากมีวินัยดีแลวยังเขมแข็งกลาหาญทําการรบ ไดแคลวคลองวองไว ดังนั้นชั่วเวลาไมถึงครึ่งชั่วโมงที่ปะทะกับพวกโจรก็ปรากฏวาสมุนโจรของเหลียงฟูเสีย ชีวิตไปเกือบรอยคน นอกนั้นแตกพายหลบหนีไปตามยถากรรม ทิ้งอาวุธและยุทธสัมภาระไวมากมาย พลรม หมวดที่ ๒ สามารถจับเปนจอมโจรหนวดแดงไดเมือ่ พลรมไดเขาประจัญบานกับเหลียงฟูและสมุนของเหลี ยงฟูราว ๓๐ คน บริวารของเหลียงฟูถูกจับเปนเชลยเกือบ ๕๐ คน และถูกควบคุมตัวอยางแข็งแรง ตอนใกลจะพลบคําวั ่ นนัน้ เอง คณะพรรคสี่สหายก็ไดพบกับร.

สี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และเจาแหวกับกอบแกวตางเดินตามผูบ งั คับกองรูปหลอผานบริเวณ ลานกวางหนาคายโจรตรงไปยังกระทอมหลังนั้น สวนเลาปงและลูกหาบสองคนรับอาสาคณะพรรคสี่สหาย คนหาขาวของสัมภาระทีพ่ วกโจรยึดเอาไป และโจรคงจะเก็บไวตามกระทอมใดกระทอมหนึ่ง ที่กระทอมคุมขังนายโจรมีทหารพลรมทําหนาที่เปนยามอยูสองคน ดานหนากระทอมคนหนึง่ และ ดานหลังกระทอมคนหนึง่ ยามหนากระทอมแลเห็นผูบังคับกองรอยก็แสดงความเคารพอยางแข็งแรง ร.ชาติก็พาสี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ กอบแกวและเจาแหวเขามา ในกระทอม เหลียงฟูใจเตนระทึกนั่งกมหนานิ่งเฉย อาเสี่ยกิมหงวนแหกปากหัวเราะลั่นเหมือนกับวาเขาได รับความขบขันที่สุดในชีวิตของเขา เสียงหัวเราะของเขาทําใหเหลียงฟูเดือดดาลอยางยิ่ง จอมโจรหนวดแดง เงยหนาขึ้นมองดูอาเสี่ยแลวตวาดแวด “หัวเราะอะไรวะ ไมเห็นมีอะไรที่นาขบขันสักนิด” อาเสี่ยวาเสียงอหายแลวหยุดหัวเราะทันทีทันควัน “ในที่สุดแกก็เอาคําพูดของกันมาใช ฮะ ฮะ เปนยังไงอายไขฟู เสือลายพาดกลอนกลายเปนเสือ กระบากไปแลวสินะ เห็นฤทธิ์ทหารไทยหรือยัง ลูกนองของแกถูกจับเปนเกือบครึ่งรอยและถูกยิงตายตั้งรอย กวาคน นอกนั้นวิ่งหางจุกตูดไปคนละทางสองทาง” เหลียงฟูยิ้มแคน ๆ “โชคของพวกแกยังดีอยู ถาทหารไทยมาชากวานี้สักหนอยพวกแกก็คอขาดหมดแลว” นิกรยกมือชี้หนาเหลียงฟูอยางยิ้มเยาะแลวกลาววา “แกจําไดไหมเหลียงฟู เมื่อพวกเราตกเปนเชลยของแกกันพูดวาอยางไร กันวาถามีปาฏิหาริยเกิดขึ้น ถาพวกเรากลับเปนเบี้ยบนกันจะเอานํามั ้ นราดหนวดแกและเอาไฟจุด บัดนีโ้ อกาสเปนของกันแลว กันจะตอง ทําตามคํามั่นสัญญาของกัน” พูดจบนิกรก็ลวงกระเปากางเกงหยิบขวดนํามั ้ นเบนซินสําหรับเครือ่ งขีดไฟออก มา แลวหันมายิ้มกับผูบังคับกองพลรม “ผูก องครับ ผมขออนุญาติเผาหนวดอายเหลียงฟูหนอยครับ” ร.ยังงั้นผมก็ไมไดแกแคนอายไขฟูนะซีครับ” “ก็เอาแตเพียงเบาะ ๆ พอหอมปากหอมคอซีคุณ” .อ. ชาติรับความเคารพและสัง่ ใหพลรมหนุม ไขกุญแจเปดประตูหอ งขังออก ตามเวลาที่กลาวนี้ เหลียงฟูจอมโจรหนวดแดงซึง่ หมดฤทธิห์ มดอํานาจไดนง่ั คอตกอยูบ นแครใน กระทอมหลังนี้ตามลําพัง ความเขมแข็งแหงจิตใจมิไดมเี หลืออยูแ มแตนอ ย เขารูด วี า กองโจรอันแข็งแกรง ของเขาไดถูกทหารพลรมบดขยี้ยอยยับไปแลว เขาจะถูกสงตัวไปขึ้นศาลทหารที่จังหวัดแมฮองสอน หรืออาจ จะถูกสงตัวไปยิงเปาที่กรุงเทพ ฯ ก็ได เพราะเขาเปนนายโจรที่ปลนและฆาคนมามากตอมาก มีกาลั ํ งพลมี อาวุธยุทธภัณฑเหมือนกับกองพันหนึง่ ความผิดของเขาก็คอื กบฏในพระราชอาณาจักรนัน่ เอง เมื่อประตูกระทอมถูกเปดออกร.อ.ชาติเผลอตัวหัวเราะออกมาดัง ๆ “อยาเลยนาคุณนิกร มันทารุณเกินไป ถาคุณทําอยางนี้เหลียงฟูก็คงตายแน ๆ เพราะอักเสบพิษไฟ” นิกรขมวดคิ้วยน “โธ….อ..

นึกถึงพอแกวแมแกวของแกใหดีนะ” เหลียงฟูสะดุงโหยง “แกจะโกนหนวดกันหรือจะเชือดคอกันแน” นิกรอมยิม้ “โกนหนวดโกนเคราเสียใหเรียบรอยกอนแลวก็เชือดคอแกทีหลัง” เหลียงฟูใจหายวาบรองอุทธรณตอผูบังคับกองรอยพลรมทันที “ผูกองครับ เขาจะเชือดคอผม” ร.ชาติหวั เราะอยางขบขัน “กันรับรองวาคุณนิกรไมฆาแกหรอก นอกจากจะโกนหนวดแกออกเทานัน้ ” นิกรยกมีดโกนขึน้ จดริมฝปากบนขางขวาของจอมโจรแลวโกนหนวดทางขวาออกครึง่ เดียว สวน ทางซายปลอยไวตามเดิม เสร็จแลวเขาก็ลวงกระเปาหยิบผาเช็ดหนาออกมาเช็ดมีดโกน แลวพับมีดโกนยื่น ใหร.อ.อ.ออกไปหานํ้ามาใหหนอยเถอะวะ โกนหนวดโดยไมมนี าอ ้ํ ายเหลียงฟูมันคงเจ็บแย” เจาแหวอมยิ้ม “รับประทานเอานํ้าลายซีครับ แถวนีน้ าหายากครั ้ํ บ” นิกรเห็นพองดวย “เออ จริงวะ” แลวนิกรก็บวนนําลายใส ้ มือซายของเขายกขึ้นละเลงหนวดแดงของจอมโจร “เหลียง ฟู…...ชาติ .ชาติทาหน ํ าตืน่ ๆ “คุณจะเชือดคอเขาหรือ” “เปลาครับ แตผมจะโกนหนวดเหลียงฟูออกเพือ่ ลบรอยแคนของพวกเรา ผมรูด วี า อายเหลียงฟูรกั หนวดของมันยิ่งชีวิต อนุญาติใหผมโกนหนวดมันเถอะนะครับผูก อง ไมเปนการทารุณอะไร” ผูบังคับกองรอยพลรมอดหัวเราะไมได เขาลวงกระเปาเสื้อหยิบกลองมีดโกนของเขาออกมาสงให นิกร “เอาเลย ผมสนับสนุนเต็มทีเ่ ราจะไดเห็นโฉมหนาอันแทจริงของจอมโจรคนนี”้ นิกรดึงกลองออกดึงมีดโกนออกมา เขาสงกลองเปลาใหผูบังคับกอง แลวสลัดมีดโกนอันคมกริบ ออก นายจอมทะเลนเดินเขามาหยุดยืนเผชิญหนาเหลียงฟูในระยะใกลชิดพลางขยับมีดเหมือนกับจะเชือดคอ เหลียงฟู “เงยหนาขึ้นยอมใหกันโกนหนวดแกเสียดี ๆ ถาขัดขืนกันจะเชือดลูกกระเดือกแก” เหลียงฟูจําตองปฏิบัติตามคําสั่งของนิกรดวยความเจ็บชํานํ ้ าใจคื ้ อเงยหนาขึน้ โดยดี นิกรกวาด สายตามองไปรอบ ๆ กระทอมแลวกลาวกับเจาแหว “เฮย….อ. นิกรเมมปากแนน สักครูก็ยิ้มออกมาได “ผูกองมีมดี โกนไหมครับ ขอยืมผมเดี๋ยว” ร.

อ.อ.อ..อ.ชาติผูบังคับกองรูปหลอหรือพระยาเทครัวพาคณะพรรคสี่สหายออกไป จากกระทอมหลังนั้น ขณะนี้ดวงอาทิตยลับยอดเขาลูกเล็ก ๆ ทางทิศตะวันตกไปแลว ทหารพลรมในบังคับ บัญชาของร. “ขอบคุณครับผูก องเรียบรอยแลวครับ” เสียงหัวเราะดังขึน้ อยางครืน้ เครง ใบหนาของเหลียงฟูแปลกประหลาดมาก เพราะเขามีหนวดเพียง ครึ่งเดียว เหลียงฟูคอ ย ๆ ยกมือขึ้นคลําริมฝปากของเขาแลวเอ็ดตะโรลัน่ “หมายความวายังไงโวย ทําไมถึงเหลือหนวดกันไวขางหนึ่ง โกนใหหมดซีโวย ปลอยไวยังงี้ดูไดรึ” เสี่ยหงวนหัวเราะลั่น “โกขึ้นอีกโวยเหลียงฟู ดู ๆ หนาแกคลายกับจิงโจวะ” ร.ชาติกระจายกําลังกันไปทั่วบริเวณคายโจร สมุนของเหลียงฟู ๔๘ คน ถูกคุมขังรวมกันอยูใน กระทอมใหญ ๒ หลัง มีการควบคุมอยางแข็งแรง บรรดาขาวของสัมภาระของคณะพรรคสี่สหายซึ่งถูกพวก โจรยึดไวนั้นไดคืนมาหมดแลว แตเครือ่ งรับสงวิทยุชารุํ ดเสียหายใชการไมได เพราะถูกกระสุนปนกลของ พวกโจรสามสี่แหง สวนอาวุธปนยังอยูครบถวน ร.ชาติ ทหารพลรมไดพาคณะพรรคสี่สหายไปสงยังจังหวัดแมฮองสอน และกอง รอยของเขาก็รอฟงคําสั่งจากผูบังคับบัญชาอยูในจังหวัดนั้นดวย เลาปงแมวหนุม รับอาสาเปนผูน าทาง ํ เหลียง ฟูและสมุนของเขาเกือบ ๕๐ คน ถูกควบคุมตัวอยางแข็งแรงไมมีโอกาสที่จะหลบหนีไปได สมุนโจรคนหนึง่ ถูกยิงตายเพราะพยายามหลบหนีตอนขามลําธารเล็ก ๆ สายหนึ่ง .ชาติกับพวกนายทหารไดเลี้ยงอาหารคําแก ่ คณะพรรคสี่ สหายและทุก ๆ คนดวยอัธยาศัยไมตรีจิต พล.อ. กิมหงวนและดร.อ.ชาติแลวสัพยอกอยางลูกหลาน “คุณคงคิดถึงแมยายของคุณมากกวาเมียของคุณ” ผูบังคับกองยิ้มอาย ๆ “จริงครับใตเทา แมยายผมมีอะไร ๆ หลายอยางที่ถูกใจผม ออเซาะก็เทานัน้ เอง แตงตัวเกงทันสมัย เชพยังงี้เมียผมแพหลุดลุยครับ พูดแลวผมอยากกลับบานเต็มทน” เจาคุณปจจนึก ฯ หัวเราะหึ ๆ “ขอโทษเถอะนะผูกอง แลวลูกของคุณที่เกิดจากแมยายของคุณละจะเรียกแมยายของคุณวาอยาง ไร” “กอเรียกแมยายนะซีครับ เปนการเรียกที่ถูกตองที่สุดเพราะหลอนเปนทั้งแมและยายของลูกผม” เสียงหัวเราะดังขึ้นอีก ร. นิกร.ชาติกลาวกับคณะพรรคสี่สหายอยางกันเอง “ไปขางนอกเถอะครับ อยารบกวนเหลียงฟูเลยครับ แหม….ดิเรกรูสึกรักใครเลาปงหนุมแมวอีกมาก ตอนเชาวันตอมา โดยคําสั่งของร.อยางนี้แมยายผมเห็นเขาหัวเราะขาด ใจไปเลย แกเปนคนเสนตืน้ เสียดวย” สี่สหายอาปากหวอไปตามกัน เจาคุณปจจนึก ฯ ยกมือตบบาร.

อ. เจาแหว. กอบแกว.อ.ชาติยืนอยูในกลุมสี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และกอบแกว สวนทหารนัง่ พักผอนกันเปนหมู ๆ เหลียงฟูกับสมุนของเขาถูกตอนใหมารวมกันใตตนไมใหญตนหนึ่ง ทุกคนถูกมัดมือเพื่อปองกันการหลบ หนีและเพื่อใหสะดวกในการควบคุม เวลาสองวันที่รวมทางบุกปาฝาดงมาทําใหร.ชาติอยางกันเอง “เราจะไปกินขาวกันในเมืองหรือผูกอง” “ครับ อยางชาทุมครึ่งเราคงเขาไปในเมืองได เพียงแตเดินผานละเมาะและที่ราบเชิงเขาลูกนี้ตัดตรง ไปก็จะถึงเขตชุมนุมชนแลว ไปทานอาหารคํ่าในเมืองดีกวาครับ เราจะไดทานอาหารใหอรอย ๆ จากเนือ้ สัตว และผักสด ผมเบือ่ เครือ่ งกระปองเต็มทนแลว” ร. ในที่สุดกองรอยพลรมกับคณะพรรคสี่สหายพรอมดวยเจาคุณปจจนึก ฯ. เลาปง และลูกหาบทั้งสองก็มาถึงจุดหมายปลายทางแหงการบุกปาฝาดงคือจังหวัดแมฮองสอนในตอนเย็นวันหนึ่ง ประมาณ ๑๗.๐๐ น.ดิเรกไปนัง่ พักผอนใต ตนไมใหญตน หนึง่ นิกรกับกิมหงวนตามไปดวย พลกับกอบแกวยืนเดนเคียงคูกัน ใบหนาของนางไพรหมน หมองเศราสรอย หลอนบอกตัวเองวาหลอนไดมาสงพลถึงจังหวัดแมฮองสอนแลว ตอนีไ้ ปหลอนกับเขาก็จะ จากกันชัว่ นิรนั ดร “แกวจา ไปหาที่เงียบ ๆ นั่งคุยกับพี่เถอะที่รัก” กอบแกวฝนยิ้มใหเขา “เดี๋ยวคะ พี่ไปนั่งคอยแกวอยูใตตนตะแบกทางขวามือโนนกอนนะคะ แกวจะไปหาเลาปงและลูก หาบของแกวกอน วันนี้ตลอดวันแกวไมไดเอาใจใสกับคนของแกวเลย” . ทุกคนยืนอยูบนไหลเขาเล็ก ๆ ลูกหนึ่งและทอดสายตามองไปยังอาคารบานเรือนที่แลเห็นลิบ ๆ เบื้องหนาโนนนั่นคือที่ตั้งของตัวจังหวัดแมฮองสอน ซึง่ เปนจังหวัดเล็ก ๆ มีเสนทางคมนาคมทางอากาศเพียง ทางเดียว แตในอนาคตอันใกลนี้ทางหลวงจากนครเชียงใหมก็คงจะมาถึงแมฮองสอน มีความเจริญรุง เรืองขึน้ อีกเมื่อการขนสงและการคมนาคมเปนไปโดยสะดวก ร.อ.ชาติขอตัวแยกไปหากลุมนายทหารและนายสิบ เจาคุณปจจนึก ฯ พาดร.อ.ชาติกับคณะพรรคสี่สหายของเราสนิทสนมกันยิ่ง ขึ้น ผูบังคับกองรูปหลอยกมือขวากอดเอวเสี่ยหงวนแลวพูดยิ้ม ๆ วา “อาเสี่ยลองกะดูซิครับวา จากนี่เขาไปในเมืองเปนระยะทางสักเทาใด” เสี่ยหงวนวา “เห็นจะในราว ๔ กิโลเมตรเปนอยางนอย” “หรือครับ ผมก็คดิ วาราว ๆ นั้นแหละ เราหยุดพักผอนกันสักชั่วโมงนะครับ วันนีเ้ ราเดินทางมา ตลอดวันทหารของผมเหน็ดเหนือ่ ยมาก ผมเองก็แยเหมือนกัน” นิกรกลาวถามร.

ชาติผบู งั คับกองรอยพลรมก็เดินเขามาหาคณะพรรคสีส่ หายอยางรีบรอน เขาหยุด ยืนเบื้องหนาพลแลวกลาววา “คุณพลครับ คุณแกวหนีคุณกลับไปดอยหลวงเสียแลว” พลใจหายวาบ สามสหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ ตางลุกขึ้นยืนมองดูหนาผูบังคับกองอยางตื่น ๆ “แกวหนีกลับบาน” พลรองขึน้ ดัง ๆ . พลมองไปทางละเมาะแหงหนึ่ง เขาแลเห็นเลาปงกับลูกหาบสองคนกําลังชวยกันใหขาวใหนํ้าและ หญาแกลอทั้งสองตัว บรรดาสัมภาระตาง ๆ ที่บรรทุกอยูบนหลังของมันถูกปลดลงมาแลว เจาแหวถือปนลูก ซองดอม ๆ มอง ๆ อยูแถวนั้นตั้งใจจะยิงนกดวยฝมือยิงปนชั้นดีขนาดเลวของเขา “ไปสิจะแกว พีจ่ ะไปนัง่ รอแกวอยูใ ตตน ตะแบกตนนัน้ ” พลพูดยิ้ม ๆ นางไพรตัดสินใจเด็ดขาดแลว หลอนจะชวนคนของหลอนหนีกลับดอยหลวงเพราะหมดหนาที่ ของหลอนแลว กอบแกวหยุดยืนเบื้องหนาหนุมแมวทั้งสาม เลาปงกับลูกหาบตางยิ้มใหหลอนและทักทายหลอน ดวยภาษาแมว “นายไมสบายหรือครับ” ลูกหาบคนหนึ่งกลาวถามหลอน “ผมรูสึกวา หนาตาของนายซูบซีดรวง โรยมาก” นางพญาแมวฝนยิ้ม “เปลา ฉันไมไดเปนอะไรหรอก อา-เธอทั้งสามคนจงฟงฉัน บัดนี้ถึงเวลาแลวที่เราจะกลับบานของ เรา แตถาฉันบอกพลเขาก็คงไมยอมใหฉันกลับ อยางไรเขาก็ตอ งหนวงเหนีย่ วฉันเขาไปในเมืองและรอจน กวาจะมีเครื่องบินมารับเขาไปกรุงเทพ ฯ เรากลับกันเถอะ ถือโอกาสหนีเขาไปเดี๋ยวนี้แหละ หมดหนาทีข่ อง เราแลว” หนุมแมวทั้งสามคนทําหนาตืน่ ๆ ไปตามกัน “นี่มันก็เกือบจะคําแล ่ วนี่ครับนาย” เลาปงพูดกับหลอนอยางนอบนอม “ไมแปลกอะไรเลาปง เราหนีไปใหพนจากเขาลูกนี้ พอคําก็ ่ หยุดพักนอน ไปกันเถอะจูงลอของเรา ไปดวย ถาทหารเขาถามก็บอกเขาวาเราพาลอไปอาบนํา” ้ เมื่อเปนคําสั่งของหัวหนา หนุมแมวทั้งสามคนก็ตองปฏิบัติตามคําสั่งของหลอนทันที กอบแกวเดิน นําหนาพาคนของหลอนทั้งสามคนไปจากที่นั้น ลูกหาบจูงลอไปคนละตัว พล พัชราภรณนั่งรอคอยนางไพรอยูเกือบครึ่งชั่วโมง เมื่อหลอนหายเงียบไปพลก็ลุกขึ้นจากใตตน ตะแบกเดินเขาไปหากลุมเพื่อน ๆ ซึ่งกําลังนั่งสนทนากับเจาคุณปจจนึก ฯ และกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เหมือนกับจะคนหากอบแกว “หาอะไรวะพล” เจาคุณปจจนึก ฯ ถามยิ้ม ๆ “หาแกวครับ” “อาว” เจาคุณอุทาน “ไปไหนเสียละ” ทันใดนัน้ เองร.อ.

อ. “ครับ ถูกแลว ทหารของผมหมูหนึ่งลงไปเดินเลนที่เชิงเขาหาไมตะพดและหากลวยไม ทหารพบ คุณกอบแกวและแมวสามคนพรอมดวยลอสองตัวนั้น นายสิบคนหนึ่งไดไตถามดูแกก็บอกตามตรงวาแกหนี คุณกลับบานเพราะหมดหนาที่แลว แลวก็เขียนจดหมายสั้น ๆ ถึงคุณฝากนายสิบมาให นี่ยังไงละครับ” พูด จบร.ชาติก็สงกระดาษสีขาวชิ้นเล็ก ๆ แผนหนึ่งใหนายพัชราภรณ ซึ่งกระดาษแผนนี้กอบแกวไดขอจาก นายสิบทหารพลรมผูนั้น พลคลีอ่ อกอานขอความในนัน้ ทันที กราบพี่สุดที่รัก แกวกับคนของแกวหมดหนาที่แลว ขอกราบเทาลาพี่ดวยความอาลัยยิ่ง และลาชั่วนิรันดร กอบแกว พลจบจดหมายของนางพญาแมวดวยความรันทดใจเหลือที่จะกลาว เขาสงกระดาษชิ้นนั้นใหนาย แพทยหนุมแลวพลก็เดินกมหนาไปทางตนตะแบกอันเปนที่นัดพบครั้งสุดทาย แตหลอนหลอกใหเขานัง่ รอ คอยหลอน กองรอยพลรมในบังคับบัญชาของร.อ.ดิเรกก็สงโทรเลขดวนมาถึง ฯ พณ ฯ นายกรัฐมนตรี. ผูบัญชาการทหารอากาศและ ประธานสภาปองกันราชอาณาจักร ตอนดึกคืนวันนัน้ เองกองทัพอากาศไดโทรเลขมาวาจะจัดเครือ่ งบินลําเลียงรวม ๓ เครือ่ ง เดินทาง มาแมฮองสอนในวันพรุงนี้เพื่อรับทหารพลรมและคณะพรรคสี่สหายกลับไป นอกจากนีด้ ร.๐๐ น. ในคืนวันนัน้ เอง ขาวกองโจรของเหลียงฟูถูกพลรมโจมตีแตกยับและเหลียง ฟูกับสมุนเกือบครึ่งรอยถูกจับเปนทําใหชาวแมฮองสอนในเขตเทศบาลแตกตื่นไปตามกัน ผูวาราชการจังหวัด.ชาติ พิชิตพงศไดนําพวกโจรและคณะพรรคสีส่ หายเขาเมือง แมฮองสอนกอนเวลา ๒๐. นายอําเภอ. ผูบ งั คับกองตํารวจภูธรและขาราชการชั้นผูใหญอีกหลายคนตาง ใหการตอนรับทหารพลรมและคณะพรรคสี่สหายของเราอยางดีที่สุด เหลียงฟูกับสมุนโจรถูกสงไปคุมขังที่ เรือนจําในทันที ทานผูว า ราชการจังหวัดไดจดั บานหลังหนึง่ เปนเรือนรับรองสีส่ หายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และ เจาแหว หลังจากนั้นดร.ดิเรกยังไดรบั โทรเลขแสดงความยินดีจากคณะรัฐมนตรีและบุคคลสําคัญในทางราชการอีกหลายทาน จบบริบูรณ .