You are on page 1of 33

หองสมุดหนังสือเกา

ศึกแมว
(ขุนทัพเวียงดอยตอนจบ)

เอือ้ เฟอ ภาพปกโดย คุณ Somerset

พล * นิกร * กิมหงวน
เจาของและพิมพเปนเอกสาร โดย คุณปอมดอนเมือง
แปลงเปนไฟล pdf โดย โกหลังวัง

ตลอดคืนวันนั้น นิกรของเราไมไดกลับมายังบานพักของสุดาวดี คณะพรรคสี่สหายเศราใจไปตาม
กันที่นิกรเพลิดเพลินความสุขกับยายแรงทึง้ คนนัน้
ตอนสายวันรุงขึ้น
หลังจากเวลาอาหารเชาผานไปแลว สุดาวดีหรือพระแมเจาแหงเวียงดอย ก็ไดทราบขาวรายจากคน
ของหลอนคนหนึ่งแจงใหทราบวา สุรยิ นั ขุนพลผูย ง่ิ ใหญไดพานักรบฝมอื ดีไมนอ ยกวา ๑๐ คนไปสวามิภกั ดิ์

กับเจาชายสุบนิ ทีผ่ ามวน และตอนรุง อรุณของวันใหมน้ี เจาชายหนุมหัวหนาแมวแหงผามวน จะกระทําศึก
ใหญกับเวียงดอยแนนอน พระองคไดสั่งระดมพลรบแมวแลว ทัง้ นีเ้ พราะอาณาจักรนอยๆของเวียงดอยกับผา
มวนนั้นอยูใกลๆกัน เจาชายสุบนิ ทรงปรารถนาทีจ่ ะยึดครองเวียงดอยมานานแลว ทัง้ ๆทีร่ าชินแี หงเวียงดอย
นั้นมีศกั ดิเ์ ปนพระขนิษฐาของพระองค
เมื่อสุดาวดีไดทราบขาวที่ควรเชื่อถือไดเชนนี้ หลอนก็วิตกทุกขใจเปนอยางยิ่ง หลอนเลาเรื่องให
พล, กิมหงวน, ศาสตราจารยดิเรก และเจาคุณปจจนึกฯ กับเจาแหวฟง แลวก็ชวนสามสหายพรอมดวยทาน
เจาคุณกับเจาแหวไปหายายแมมดเฒาทันที ในฐานะทีค่ ณ ุ ยาทวดแหงเวียงดอยเปนผูห ยัง่ รูด นิ ฟามหาสมุทร
มองเห็นอดีต, ปจจุบนั และอนาคต นอกจากนีย้ งั เต็มไปดวยเวทยมนตคาถา เปนทีป่ รึกษาของหลอน อาจจะ
ใหความชวยเหลือหลอนไดทกุ วิถที าง
บานพักของยายเฒากองคํา ผูม เี นือ้ หนังเหีย่ วยนเหมือนคางคกตายซาก อยูใ นถําใหญ้ แหงหนึ่ง ถํา้
ที่กลาวนีเ้ ปนทางคดเคีย้ วมีซอกหลืบหลายแหง มีหนิ ยอยคลายกับรากไทรเกิดขึน้ ตามธรรมชาติสวยงามมาก
เบื้องบนถํ้ามีปลองหรือชองลมรับอากาศและแสงสวางไดหลายแหง แตอากาศในถําหนาวเย็ ้ นกวาขางนอก
อุณหภูมิราว ๒ องศาเซนติเกรด อาเสีย่ กิมหงวนกับเจาแหวถึงกับคางสัน่ กระทบกันเพราะความหนาว ถึงแม
มีแจคเก็ตสวมใสปอ งกันความหนาวแลวก็ตาม
สิ้นสุดของถํากว
้ างใหญมสี ภาพคลายกับปราสาทเกาแกหลังหนึง่ เพดานถํ้าสูงไมนอยกวา ๖ เมตร
มีปลองหรือชองของภูเขาอยูเ บือ้ งบน ชวยใหแสงสวางสองลอดมายังพื้นถํา้
ทุกคนเขามายืนรวมกลุม กันในบริเวณลานกวางนัน้ พล, กิมหงวน, นายพลดิเรก, เจาคุณปจจนึกฯ
และเจาแหวตางกวาดสายตามองไปรอบๆดวยความรูส กึ หวาดๆ เจาแหวกลาวขึน้ เบาๆวา
“รับประทานคลายๆกับปราสาท เคาต แดร็กคูลา นะครับ รับประทานมองดูทั้งวันไมมีอะไรนารัก
หรือนาดูเลย รับประทานมีแตความเสียวไส”
พ.อ.กิมหงวนเห็นพองดวย
“นัน่ นะซี อีแรงหลายตัวเกาะอยูต ามชะงอนหินกําลังจองมองดูเรา อีกาและเหยีย่ วก็มี แมงมุมตัวโต
เกือบเทาหมอแกงชักใยยัว้ เยีย้ เต็มไปหมด”
เจาคุณปจจนึกฯ กลาวถามสุดาวดีอยางเปนงานเปนการ
“แมเฒากองคําอยูไ หนละ อายกรก็ไมเห็น หรือพากันออกไปนอกถํ้าแลว?”
สุดาวดียิ้มใหทานเจาคุณ
“อยูคะ แตอยูในหองนอน ผนังถํ้าทางซายมือของเรามีประตูกลคะคุณอา คุณยาทวดนอนอยูใ น
หองนัน้ และคุณนิกรก็คงอยูด ว ย”
“หนูเรียกคุณยาทวดของหนูหนอยซีหลาน”
หลอนยิม้ นารัก
“ไมทราบวาจะเรียกยังไงนีค่ ะ ประตูกลอยูต รงไหนหนูกไ็ มทราบ”

ทันใดนั้นเอง อีกาของยายแมมดกองคํ าตัวหนึ่งก็รองตะโกนขึ้นดังๆดวยเสียงหาวๆแตเปนเสียง
มนุษย
“คุณยาทวดเจาขา พระแมเจาเสด็จมากับคนแปลกหนาคะ มีตาแกหวั ลานอวนเตีย้ พุงพลุย มาดวย
คะคุณยาทวด”
เจาคุณปจจนึกฯ ทําคอยน กระชากปนพกออกมาจากซองปนขางขวาดวยความโมโห แตสดุ าวดีรบี
ดึงขอมือทานไว
“อยาคะคุณตา อีกาตัวนีค้ ณ
ุ ยาทวดรักมันเปรียบไดกบั ชีวติ ของทาน เพราะมันรูภาษาคนและภาษา
ไทยไดดี ถาคุณตายิงมันตาย คุณยาทวดอาจจะสาปใหคณ ุ ตากลายเปนหินยืนอยูใ นถํานี ้ ช้ ว่ั กัลปกไ็ ด”
ทานเจาคุณขบกรามกรอด มองดูอกี าตัวนัน้ แลวบนพึมพํา
“ทะลึ่งมาก เหมือนกับอายกรมาสอนใหพูดอยางนี้ ทําไมจะตองเสือกบอกดวยวามีตาแกหวั ลาน
อวนเตี้ยพุงพลุยมาดวย จะไมพูดเสียไมไดหรือ มันนาจับถอนขนเอาพริกไทยกับเกลือทาทอดกินเหลือเกินพับ
ผา”
ประตูกลหลังถํ้าเผยออกทีละนอย แผนหินอันมหึมาทัง้ แผนเปดออกอยางงายดายเหมือนกับวามัน
ไมมีนํ้ าหนัก ทั้งนี้ก็ดวยความเฉลียวฉลาดและความสามารถของยายแมมดเฒากองคํานั่นเองที่นางสราง
ประตูกลนี้ขึ้น และเบือ้ งหลังประตูกลนีค้ อื หองนอนอันสุขสบายของนาง
นิกรเดินยิ้มกริ่มออกมาจากประตูนั้น เขานุงโสรงไหมตาหมากรุกเหลืองสลับแดง สวมเสื้อสีดํา
คลายเสื้อกุยเฮง จะวาพมาก็ไมใช จะวาแมวหรือฮอก็ไมเชิง ใบหนาของ พ.อ.นิกรยิ้มแยมแจมใส หวีผมเรียบ
ใสนํ้ามันหอมฟุง แสดงวาเขาลางหนาลางตาเรียบรอยแลว
“อายกร” พลรองอุทานขึน้ ดวยเสียงหัวเราะ “แกกับคุณยาทวด โอ.เค. ซิกาแรต กันแลวหรือ?”
นายจอมทะเลนยักคิว้ แผล็บ
“ไมมีปญหาอะไรอีก กองคําเปนเมียกันแลว กันอาจจะไมกลับกรุงเทพฯ เพราะถํานี ้ เ้ ปรียบเหมือน
กับถําทองของกั
้ น”
ดร.ดิเรกทําทาผะอืดผะอม
“แลวแกไมอว กแตกหรือ?”
นิกรยิ้มละไม
“ทําไมจะอวก ในเมือ่ กันไดรบั ความสุขอันดูดดืม่ ซาบซึง้ ใจทีส่ ดุ ในชีวติ ของกัน องคเทพเจาอสูรยอม
ทรงทราบดีวากันรักและบูชากองคําของกันเปนทีส่ ดุ เธอคือยอดพิศมัยของกันวะ”
เสี่ยหงวนทําทาเหมือนกับจะคายอาหารเชาออกมา แตเมือ่ นึกเสียดายก็พยายามกลัน้ เอาไว เขาไม
อาจจะเขาใจไดทน่ี กิ รไดยายแกอายุตง้ั เกือบ ๔๐๐ ปเปนเมีย เจาคุณปจจนึกฯ มองดูหนานายจอมทะเลน
อยางขบขัน
“เรียกเมียของแกออกมาพบสุดาวดีหนอยซี ขณะนี้มีเหตุการณไมสูดีเกิดขึ้นแลว กองทัพผามวนจะ
ยกมาโจมตีเวียงดอย”

..พูดแลวอยากอวกโวย” ทันใดนั้นเองสาวสวยในวัยรุนรางอวบอัดคนหนึ่งก็เยื้องกรายออกมาจากชองประตูกลนั้น คณะ พรรคสีส่ หายและเจาคุณปจจนึกฯ กับเจาแหวตกตะลึงพรึงเพริดไปตามกัน หลอนสวยราวกับเทพธิดาทีเ่ หาะลงมาจากสวรรค ทัง้ สวยทัง้ นารักจนกระทัง่ สุดาวดีผเู ลอโฉมกลาย เปนหญิงสาวที่ขี้ริ้วขี้เหรไป ผิวพรรณของหลอนเปลงปลัง่ ขาวผองปราศจากไฝฝาราคี ดวงหนาอันแสนหวานมี เสนหติดตาเตือนใจใหทกุ คนทีพ่ บเห็นหลอนตองมองดูอยางตะลึงลาน สาวนอยผูน น่ี งุ หมแบบไทยเดิม ซิน่ ยก สีเขียวเชิงทองเปนลวดลายกนก หมสไบแพรจีบสีเหลืองออน ปลอยผมสยายยาวประบา เสนผมของหลอนดํา สนิทเหมือนขนกานํ้า มีดอกกุหลาบสีแดงเสียบแซมผมอยูเ หนือจอนหูขา งขวา หลอนแตงหนาทาปากเหมือน หญิงสาวทั้งหลาย รางของหลอนหอมกรุน ดวยกระแจะจันทน หลอนยืนเอียงอายอยูเ บือ้ งหลังนิกรโดยไมยอม ปริปากพูดอะไรเลย กิมหงวนยืนอาปากหวอตกตะลึงในความงามของหลอนจนกระทั่งนํ้าลายไหลยืดออกมานอกปาก โดยไมรูตัว พล พัชราภรณ กับ ศาสตราจารยดิเรกตางกระสันปน ปวนใจไปตามกัน สวนเจาแหวไดแตจุปาก และรองอือ้ ฮือตลอดเวลา แตสุดาวดีหาไดตื่นเตนสนใจอะไรไม เพราะหลอนรูจ กั สาวสวยผูน เ้ี ปนอยางดี หลอนกลาวกับ ดร. “อวก” อาเสีย่ รองขึน้ ดังๆแลวหัวเราะกาก “แกจูบลงหรือวะอายกร แกมเหีย่ วมีแตหนังหุม กระดูก ฟนสักซีกก็ไมมี มีแตเหงือกลวนๆ วา.. นิกรทําตัวออนยกมือทั้งสองขึ้นรํา แลวเจรจาแบบยีเ่ กดวยเสียงหวานแตยานคาง “ออ เรื่องเล็กคะรับพระราชบิดา ตอใหขา ศึกยกมาตัง้ ลานเกลากระผมก็จะโจมตีใหแตกพายไป ไม ใหมีเหลือแมแตเพียงหร็อมแหร็มหรือกระหยอมเดียว” “อาวๆ” เจาคุณปจจนึกฯ เอ็ดตะโรทามกลางเสียงหัวเราะอยางครืน้ เครงของคณะพรรคสีส่ หาย แม กระทั่งสุดาวดีและเจาแหวก็อดหัวเราะไมได “อยาใหฉนั เปนจําเลยในคดีฆา หมกสวมเลยโวยอายกร ทะลึ่งกับ ฉันบอยๆตายไมรตู วั นะจะบอกให” นิกรรําปอ แลวรองยีเ่ กเรียกยายแมมดเฒา ยอดเอยยอดสรอย เชิญออกมาหาพีห่ นอยนะแมรอ ยหวี โฉมไฉไลงามใดจะหาเทียบ สาวโลกไมเปรียบยอดยาหยี แมเอือ้ งไพรหอมชืน่ แสนรืน่ ฤดี...ดิ เรกดวยเสียงหัวเราะวา “คุณหมอคงจะแปลกใจไมนอย ถาดิฉนั จะบอกวาสาวนอยผูน ม้ี ใิ ชใครอืน่ หรอกคะ ทานคือคุณยา ทวดกองคําของดิฉนั นัน่ เอง” ..

พล.. กิมหงวนและนายพลดิเรกตองสะทอนถอนใจ “อยาแปลกใจเลยคะ ดิฉนั คือยายเฒากองคําทีพ่ วกคุณเกลียดชังขยะแขยง และใหสมญาดิฉันวา คางคกตายซากหรือยายแรงทึ้ง ตายตาย ทุกคนจองมองดิฉนั จนตาเปนมันทีเดียว ผูช ายละกอเปนอยางนี้ แหละ สนใจแตหญิงสาวที่ยังเปลงปลั่งเตงตึง มีสวนเวาสวนโคงจําเริญตาเทานัน้ พอเหีย่ วยนทอกแทกมีแต สวนยานและสวนแฟบก็เมินหนา ชางไมนึกบางเลยวา สังขารของคนเรานัน้ มันก็ตอ งรวงโรยไปตามวัย ไมมี ใครสามารถเหนี่ยวรั้งความสวยงามเอาไวได ทุกคนตองแกเฒาดวยกันทัง้ นัน้ สิง่ ทีเ่ หลือไวกค็ อื คุณงามความ ดีของเรา” เสียงของยายแมมดเฒาหวานฉํ่าราวกับระฆังเงิน พล พัชราภรณ จองมองดูยายแมมดจําแลงแทบ ไมกระพริบตา เขาอยากคิดวาเขาตกอยูในความฝน มันไมนาจะเปนไปไดที่ยายเฒากองคําสามารถปลอม แปลงตัวหรือกลายรางเปนสาวสวยเชนนี้ พลหันมามองดูนกิ รแลวพยักหนาเรียก นายจอมทะเลนเดินยิ้มกริ่มเขามาหา พลยกมือจับแขนนิกร พาเดินไปทางหนาถํ้า เสี่ยหงวนวิ่งเหยาะๆติดตามมาดวย สามเกลอยืนรวมกลุม กันอยูใ นซอกหินแหงหนึง่ แลวพลก็กระซิบกระซาบกับนิกรเบาๆ “ยายแมมดเปนสาวสวยตลอดเวลาทีแ่ กอยูร ว มกับหลอนยังงัน้ หรือ?” “อือ หลอนฉุดกระชากลากตัวกันมาจากบานพักเมื่อคืนนี้ พอเขามาในถําคุ ้ ณยาทวดก็กลายราง ของเขาเปนสาวนอยวัยทีนเอจที่แกเห็นอยูนี่แหละ เปนยังไงเพื่อน นางงามโลกที่ลองบีชแพหลุดลุยใชไหม ละ?” พลพยักหนาเห็นพองดวย “จริงโวย ไมมสี าวสวยคนไหนอีกแลวในโลกนีท้ จ่ี ะสวยเทากับยายแมมดกองคํา อา.อยาวายังโงน ยังงี้เลยนะอายกร แกกับกันก็เปนเพือ่ นกันมานานแลว ยกใหกนั เถอะวะ กันนึกรักหลอนเสียแลวละซี” . เจาคุณปจจนึกฯ และเจาสะดุงเฮือกขึ้นพรอมๆกัน ตางมองดูสดุ าวดีพระ แมเจาแหงเวียงดอยเปนตาเดียว “คุณสุดา!” เสี่ยหงวนรองขึ้นดังๆ “เปนความจริงหรือครับนี?่ ” สุดาวดีย้ิมออนหวาน เปลีย่ นสายตามาทีอ่ าเสีย่ “อยาสงสัยอะไรเลยคะอาเสี่ย เมื่อคุณยาทวดอยูในถํ้ านี้ทานอาจจะแปลงตัวเปนอะไรไดทั้งนั้น ดิฉันเคยเห็นจนเปนของธรรมดาเสียแลว บางทีคณ ุ ยาทวดก็กลายรางเปนเสือโครง เปนงูจงอาง เปนตะขาบ ยักษ แตเมื่อทานออกไปพนจากถํ้านีแ้ ลวทานแปลงตัวไมได ถํานี ้ ม้ อี าถรรพคะ ” นายจอมทะเลนยกมือขวาโอบกอดสาวสวย ซึง่ ความจริงคือยายแกแรงทึง้ มีอายุถงึ ๓๕๐ ขวบ ทา ทางของนิกรแสดงวาเขาหลงรักหลอนมาก “กองคําจา ทักทายพรรคพวกของฉันเสียหนอยสิจะ ใหเขาแนใจวาเธอคือคุณยาทวดแหงเวียงดอย นี้ ไมใชสาวแสหรือทีนเอจที่ไหน” ยายเฒากองคําซึง่ กลายรางเปนสาวสวยยิม้ ใหคณะพรรคสีส่ หาย เพียงแตยิ้มของนางก็ทาให ํ พล. กิมหงวน.ดิเรก.. ดร..

.๕๐๐ บาทเทานัน้ แกกลับไปกรุงเทพฯ ก็ทาหน ํ าที่เปนผัวประไพแทนกันเลย แลวก็บอกหลอนดวยวา ประไพแกแลว ขอบตายนแลว ถึงจะเมคอัปอยางไรมองดูใกลๆก็รูวาไมไดความ โดยเฉพาะตอนตืน่ นอนกอน ลางหนามองดูคลายผีกระสือมาก แกเอาไปเถอะกันยกให กันจะอยูก บั กองคําของกัน” กิมหงวนคอนปะหลับปะเหลือก ชวนพลเดินกลับไปหาสุดาวดีซึ่งกําลังเลาเรื่องสุริยันขุนพลผูยิ่ง ใหญใหยายเฒาแมมดฟง นิกรเดินตามมาดวย เขาภาคภูมิใจอยางยิ่งที่เขามีเมียสาวและสวยที่สุดในโลก นายพลดิเรกกับคณะของเขาตางยืนจับกลุมอยูเบื้องหลังพระแมเจาแหงเวียงดอยและนิ่งฟงสุดาวดี กับยายแมมดเฒาสนทนากันอยางเปนงานเปนการ ในที่สุดแมเฒากองคําซึ่งอยูในรางของสาวนอยก็ถอย หลังออกไปยืนพิงผนังถํา้ แลวทรุดตัวลงนัง่ คุกเขาชูมอื ทัง้ สองขึน้ เหนือศีรษะของนาง “อาองคเทพเจาอสูรจอมภูผาเอย ขาพระองคมองเห็นเหตุการณทจ่ี ะเกิดขึน้ แลว ศึกนองเลือดจะ เกิดขึ้นในวันนี้ เพราะเจาชายสุบนิ ทรงถือโอกาสทีส่ รุ ยิ นั ไปสวามิภกั ดิต์ อ พระองค ยกทัพมายํายี ่ เวียงดอยดวย ทรงหวังที่จะไดเวียงดอยเปนอาณาจักรของพระองค ขารู... นิกรทําตาเขียวแลวเอ็ดตะโรลัน่ “ยกใหยังไงวะ ไมใชโทรทัศน รถยนต หรือวิทยุ หลอนเปนเมียกันแลว หลอนรักกันและกันก็รกั หลอน” กิมหงวนยกมือตบหลังนายจอมทะเลนเบาๆ “ถายังงั้นเซงใหกันไดไหมละ แกจะตองการเงินสักเทาใดวามา กันจะพากองคําไปกรุงเทพฯ หาบาน เล็กๆใหอยู” นิกรหันมามองดูเสี่ยหงวนแลวยิ้มให “แกเขาใจวาเมียกันเปนตึกแถวยังงั้นเรอะ จะไดมีการเซงกัน แกจะเอาเงินมากองใหกันสูงเทาภูเขา ลูกนี้ กันก็เซงใหไมได กําลังขาวใหมปลามันโวย กองคําสามารถใหความสุขสดชืน่ แกกนั ไดดที ส่ี ดุ กันกับ หลอนตกลงกันไววาเราจะมีลูกชายดวยกันในไมชานี้ กันไมกลับไปกรุงเทพฯแลว กันจะอยูก บั กองคําในถํานี ้ ้ แหละ ถาหลอนออกไปพนปากถํ้า หลอนก็จะกลายรางเหีย่ วยนเปนคางคกตายซากตามวัย ๓๕๐ ปของ หลอนเหมือนเชนเดิม” กิมหงวนมองดูนกิ รอยางนอยใจ “ดีละนา เซงใหกันก็ไมได” “วา” นิกรเอ็ดตะโร “มีใครที่ไหนวะที่เขาเซงเมียใหเพื่อน ถาแกอยากไดเมียกันเอาประไพไหมละ กัน เซงให ๒.สงคราม......สงครามโหดรายทารุณ สงครามยอมสรางความพินาศฉิบหายใหแกชีวิตมนุษยและทรัพยสมบัติ แตสงครามนั้นหลีกเลี่ยงไมไดในเมื่อ อีกฝายหนึ่งเขาตองการรบ ขอองคเทพเจาอสูรจงคุมครองพระแมเจาแหงขาและชาวเวียงดอยทั้งหลายเถิด” แลวกองคํ าสาวสวยก็กมลงกราบเทพเจาอสูรคือรูปแกะสลักดวยหินออนขนาดยักษวัดพระแกว ประดิษฐานอยูใ นบริเวณลานกวางหนาเมืองเวียงดอย .ขาเห็น...ขาไดกลิน่ คาวเลือด ขาไดยนิ เสียงทวย หาญแมวทั้งสองฝายโหรองถืออาวุธบุกเขาตะลุมบอนกันบนดอยนี้ อา...

ขาไดกลิน่ คาวเลือดปนกับกลิน่ ถัว่ ลิสง.ขาเห็น.....เลือดจะทวมทองชาง ตูขาจะวายไปในทะเลเลือด ขุนเขานี้จะพินาศ ถาไมพินาศ ตูขา ก็พนิ าศเอง ฮิ ฮิ ฮิ โอย – แสบคอหอยโวย” สาวสวยลุกขึน้ แลวมองดูนกิ รอยางเคืองๆ “เธออยาทําเปนเลนนะคะนิกร ขณะนีพ้ วกเราและชาวเวียงดอยตกอยูใ นความคับขันแลว กองคํา มองเห็นกองทัพผามวนกําลังชุมนุมไพรพลกันอยางคับคั่ง เจาชายสุบินทรงแตงตั้งใหสุริยันเปนขุนทัพผามวน ทัพผามวนจะเคลื่อนพลมาโจมตีเราหลังจากเที่ยงวันนี้” นิกรยิ้มใหเมียแกของเขาซึง่ มีอายุมากกวายาทวดของเขาเสียอีก “ที่รัก เธอตองใชความรูค วามสามารถของเธอปราบปรามกองทัพผามวนใหแตกพายไป” “เสียใจคะนิกร การปองกันรักษาบานเมืองนัน้ ก็ตอ งเปนไปตามแบบอยางสงคราม คือใชทหารปอง กันและสูรบกับขาศึก กองคําเปนแตเพียงทีป่ รึกษา เปนแวนแกวของพระแมเจาเทานั้น” พูดจบสาวสวยก็หนั มาทางสุดาวดี “ขอเดชะ มหาเทวีแหงขา เทาที่พระแมเจาทรงแตงตั้งใหคุณพลเปนขุนทัพเวียงดอยแทนสุริยัน นั้น ขาเห็นดวย แตพระแมเจายังไมไดทรงแตงตัง้ ขุนศึกคูบ ลั ลังกหรือทหารเอกแหงเวียงดอย ขอไดโปรดแตง ตั้งเสียเดีย๋ วนีเ้ ถิดเพคะ” สุดาวดีพยักหนารับทราบ แลวมองดูคณะพรรคสีส่ หาย นิง่ เงียบไปสักครู หลอนก็กลาวขึน้ ดวยเสียง กังวาน “ในฐานะทีด่ ฉิ นั เปนราชินหี รือพระแมเจาแหงเวียงดอย ดิฉนั ขอแตงตัง้ ใหคณ ุ นิกร....แฮะ แฮะ นํ้าจะทวมฟา ปลาจะกินดาว สาวๆจะมีผัว.สงคราม.......... อาเสีย่ กิมหงวน เปนขุนพลอาวุโส คือเปนขุนศึกคูบ ลั ลังกของดิฉนั และเปนนายกองใหญควบคุมบังคับบัญชาทหาร” อาเสี่ยขมวดคิ้วยน “นายกองใหญเชียวหรือครับ?” “คะ อาเสี่ยจะมีพลรบอยูในบังคับบัญชา ๒๐๐ คน” แลวก็หันมาทางนายจอมทะเลน “คุณนิกรก็ เปนนายกองใหญเชนเดียวกัน” นิกรยิ้มแหงๆ “กองขนาดไหนครับทีเ่ รียกวากองใหญ ทํามือใหผมดูหนอยซิครับ” เสี่ยหงวนทํามือใหนกิ รดู “นี่ยังไงละอายกร กองขนาดนี”้ “แหม ทําไมใหญนักละ เหมือนกับทองผูกมาตัง้ หลายอาทิตย” เสียงหัวเราะดังขึน้ อยางครืน้ เครง สุดาวดีกลาวกับคณะพรรคสีส่ หายตอไป ...ตะกัว่ จะเปนทองคํา. นิกรทําปากเบี้ยวปากบูดกระโดดโหยงๆเหมือนกบเตนไปรอบๆถําโดยไม ้ มเี หตุผล สามสหายกับเจา คุณปจจนึกฯ มองดูนายจอมทะเลนอยางเศราใจ นิกรแสดงบทบาทยายเฒากองคําไดดพี อใช เขาทําเสียง ยายแกพดู ขึน้ ดังๆวา “แฮะ แฮะ แฮะ ขารู....ขามองเห็นแลว โอ.

.” เจาแหวชิงพูดขึน้ กอนทีส่ ดุ าวดีจะพูดจบ “ผมเปนแมทัพหนานะครับ” สุดาวดีหวั เราะหึๆ “ตกลง ฉันขอตั้งแกเปนแมทัพหนาของเวียงดอย เมื่อกองทัพผามวนเคลื่อนเขามาลอมเมืองเรา แก จะตองออกไปสูรบกับขาศึก และออกไปตามลําพังใหสมกับที่แกเปนแมทัพหนา” เจาแหวกลืนนําลายเอื ้ ๊อก “รับประทานถายังงั้นผมขอเปนทหารรับใชดกี วา แฮะ แฮะ ออกไปคนเดียวผมก็มอ งเทงเทานัน้ ” สุดาวดีมีสีหนาชุมชื่นขึ้นเพราะมั่นใจวาคณะพรรคสี่สหายคงจะชวยปองกันเวียงดอยและโจมตีทัพ ผามวนแตกพายไปโดยไมยากลําบากอะไรนัก หลอนหันมาทางคุณยาทวดที่กลายเปนสาวทีนเอจและสวย พริ้ง “คุณยาทวดขา ไปทีบ่ า นหลานเถอะคะ เรามีงานจะตองปรึกษาหารือกัน และตองรีบจัดการปองกัน เวียงดอยโดยเร็วที่สุด หลานเสียใจเหลือเกินที่แมวตอแมวรบพุงกันเอง นับวาเปนครั้งแรกที่เราจะตองทํา สงครามกัน แตวา กําลังของผามวนเหนือกวามาก” กองคํายิ้มละไม “ขาแตมหาเทวี ไมตอ งวิตกหรอกหลานเอย ตูขา มองเห็นแลว ศึกครัง้ นีเ้ กิดขึน้ ตามบัญชาของเทพ เจาอสูรจอมภูผาหรือตามพรหมลิขิต แตเวียงดอยของเราจะเปนฝายไดชัยชนะขาศึก เพราะธัมมะยอมชนะ ฝายอธรรมเสมอ ตูขา ยอมมองเห็นอนาคต..เจาพี่ของมหาเทวีจะตองเสียพระชนมในการสูรบ ขาพรอมแลว ที่จะรวมมือกับพระแมเจาทุกสิ่งทุกประการ ขอไดโปรดใหขา กลับไปเอาไมเทากายสิทธิแ์ ละแสหางวัวของขา กอน” สาวสวยกองคําซึง่ มีอายุ ๓๕๐ ปพาตัวเดินผานชองประตูกลเขาไปในหองนอนของนาง คณะพรรค สี่สหายตางถือโอกาสปรึกษาหารือกันเกีย่ วกับการสูร บกับขาศึก .... มาแลว ตกลงนะคะคุณตา” เจาคุณปจจนึกฯ ยิม้ แกมแทบแตก “ตกลงหลานสาว” “แลวผมละครับ?” ศาสตราจารยดิเรกกลาวขึน้ ทันที “คุณหมอหรือคะ เปนนายแพทยใหญแหงกองทัพเราคะ” “ออไร ออไร หนาที่นี้ผมชอบมาก ถาคุณจะใหผมเปนอัศวินออกสูร บกับขาศึกผมคงปฏิเสธ เรื่องฆา สัตวตัดชีวิตผมไมชอบ ผมชอบชวยเหลือเพือ่ นมนุษยตามหนาทีข่ องหมอ” “ขอบคุณคะ ดิฉนั เชือ่ วากองทัพของเราจะตองแข็งแกรงแนนอน และยากทีก่ องทัพผามวนจะตีเวียง ดอยแตกได อา – สําหรับนายแหว.. “สําหรับคุณตา ดิฉนั ขอแตงตัง้ ใหเปนเสนาธิการของเราคะ เพราะคุณตามีความรูใ นวิชายุทธวิธเี ปน อยางดี เปนนายทหารทีผ่ า นโรงเรียนนายรอย จปร..

ดาบ.ทีร่ กั จา กลับเขาไปปลอมตัวเปนสาวสวยเถิดกองคํา” ยายแมมดเงยหนามองดูนายจอมทะเลนแลวหัวเราะเสียงแหลมเล็กเหมือนเสียงนกชนิดหนึ่ง มือ ขวาของนางถือไมหงิกงอซึ่งเปนไมเทากายสิทธิ์ มือซายถือแสหางวัว ทอนบนสวมเสือยกทรงทีข่ าดกะรุง กะริง่ ผมเผารุงรัง กลิน่ หอมจากกระแจะจันทนกลายเปนกลิน่ เหม็นสาบพอๆกับกลิน่ อีแรง “พอหนุมเอย พอยอดดวงใจแหงขา ตูขา จะออกไปจากถํา้ ตูขา ก็ตอ งอยูใ นสภาพเดิม มา – มาจูบ กันอีกทีเถิดทูนหัว” “อวก” นิกรรองลัน่ แลวถอยหลังกรูด “อยาเขามานะ ออย.. หอกและธนู อยางไรก็ตามสงครามก็คอื การยกพวกฆาฟนกัน ฝายใด ฆาฝายหนึ่งไดมาก ฝายนัน้ ก็ชนะ ไปเถอะครับ ไปเตรียมรบไดแลว” เสียงจอกแจกจอแจดังขึ้นทั่วถํ้าใหญ คุณยาทวดแหงเวียงดอยเดินออกมาจากผนังถํ้าหรือชอง ประตูกลนั้น คราวนี้นางเฒาผูหยั่งรูดินฟามหาสมุทรก็อยูในสภาพคางคกตายซาก มีรูปรางผอมแหง ใบหนา เหี่ยวยนนาเกลียดนากลัวยิง่ “วาย!” นิกรรองสุดเสียง “ทีร่ กั ..ที. ของเราก็มี ฝงระเบิดไวนอกหมูบ า น ทัพผามวนยกมากดสวิตชฉบั เดียวตายหมดไมมี เหลือ” สุดาวดีไมเห็นดวย หลอนพูดขัดขึน้ ทันที “คุณหมอขา ดิฉันขอรองคะ โปรดอยาใชอาวุธสมัยใหมสรู บกับแมวผามวนเลยนะคะ เวนแตวา ทัพ ผามวนใชปนหรือระเบิด แตดิฉันเชื่อวาอยางไรฝายขาศึกก็ไมมีอาวุธทันสมัยใช นอกจากจะใชธนูและหอก ดาบตามความถนัดของพวกเรา” นายพลดิเรกเห็นพองดวย “ออไร ออไร พวกผมถือวาเราศิวลิ ัยซกวาพวกแมวทีน่ ่ี ฉะนัน้ ในการทําสงครามเราจะไมเอาเปรียบ พวกแมวผามวน” สุดาวดีหวั เราะคิก “แมวนะคะคุณหมอ ไมใชแมวหรอกคะ” “แมว!” นายแพทยหนุม อุทานออกมาดังๆ “ไมใชแมวหรอกหรือครับ?” “คะ แมวก็คอื คนไทยนัน่ เอง” “ออไร ถาหากวาพวกแมวผามวนขาศึกของเราไมมปี น หรือลูกระเบิดใช เราก็จะใชอาวุธตามแบบ ฉบับของพวกชาวเขา คือใช มีด.เอ็น.... “เราชนะแหงๆ” ศาสตราจารยดิเรกพูดอยางมั่นใจ “เรามีปนกลมือ ปนเล็กยาว ปนพกและระเบิด มือ ดินระเบิด ที.นี่นะเรอะเมียรักของฉัน” นางแมมดหัวเราะชอบใจ “สังขารยอมไมเที่ยงแท อีกไมชาเจาก็จะแกเฒา มีรา งกายเหีย่ วยนเชนเดียวกัน ฟนของเจาจะหักไป ทีละซีก หนักเขาก็เหลือแตเหงือก เนื้อของเจาจะตกกระไมนาดู รางของเจาจะเหมือนกับคางคกตายซาก มนุษยทั้งหลายเปนอยางนี้ เจารังเกียจขยะแขยงคนแก เจาหัวเราะเยาะคนแก อีกหนอยเจาก็ไดกบั ตัวเอง ชีวิตทุกชีวติ เกิดมาตอสู เกิดมารับกรรม ตายเสียเมื่อไหรนั่นแหละจึงจะผานกรรม ไดรบั ความสุขอันแทจริง” ..

พูดจบเฒากองคําก็รอ งไหสะอึกสะอืน้ “ขาอยากตายเพือ่ หนีความชราภาพแหงขา แตเมื่อมันยังไมถึงที่ตาย ขาก็ตองมีชีวิตอยูชดใชกรรมตอไป ขาเพิ่งมีผัวเมื่อขาอายุ ๓๕๐ ป และผัวของขามีอายุนอ ยกวาเหลนของ เหลนขาเสียอีก” สุดาวดียกมือขวาประคองกอดยายแมเฒา “คุณยาทวดขา คุณยาทวดไมเคยออนแอเหมือนวันนีเ้ ลย หลานเพิ่งไดเห็นนําตาของคุ ้ ณยาทวดใน ครัง้ นี”้ “ก็เพราะตูขาเสียตัวใหกับอายหนุมหนาทะเลนผูนี้นั่นเอง ขาเคยคิดวาขาจะไมยอมใหชายใดมา แตะตองขาในชาติน้ี แตแลวขาก็หนีกรรมไมพน” นิกรพูดเสริมขึ้น “เลิกแลวตอกันนะครับคุณยาทวด ผมไมรับประทานอีกแลว เห็นคุณยาทวดอยูในสภาพอยางนี้ คลื่นไสเต็มทน” “หน็อย คลื่นไส เมือ่ คืนนีห้ มาทีไ่ หนวะทีม่ นั นอนกอดกู ออดออเซาะกูจนสวาง พูดกะกูเสียไพเราะ เพราะพริ้ง หนูยังงั้น หนูยังงี้ พี่รักหนู พี่จูบหนูแลวพี่ชื่นใจจริงๆ” “พอแล ว!” นิ ก รตวาดแว ด “ประเดี๋ยวอวกแตก ก็เมื่อคืนคุณยาทวดเปนสาวทีนเอจนี่นามา หลอกลวงทําลายความบริสทุ ธิข์ องผมแลวยังจะมาพูดดีอกี ” สุดาวดีกลั้นหัวเราะแทบแย จูงมือยายเฒากองคําพาเดินออกไปจากทีน่ น้ั คณะพรรคสีส่ หายกับเจา คุณปจจนึกฯ และเจาแหวติดตามไปดวย คําพยากรณของยายแมมดเฒาเปนไปโดยถูกตอง ในราว ๑๓. เสียงกลองศึกก็ดงั กระหึม่ ขึน้ ทัว่ อาณาจักรนอยๆของเวียงดอย ซึง่ ทีถ่ กู ควรจะ เรียกวาหมูบานมากกวา กองคอยเหตุไดกลับมารายงานใหสดุ าวดีทราบวากองทัพผามวนซึง่ มีรพ้ี ลประมาณ ๘๐๐ คน ไดเคลือ่ นทีเ่ ขามาแลว และแบงแยกกําลังกันออกไปหลายพวกเพือ่ ทําการโอบลอมเวียงดอย พระ แมเจาสั่งให พล พัชราภรณ ขุนทัพเวียงดอยเตรียมปะทะกับขาศึกทันที พลรบเวียงดอยเพียง ๔๕๐ คนตางกระจายกําลังกันออกไปนอกหมูบ า น เขาทีก่ าบั ํ งตามชะงอนหิน หรือสุมทุมพุมไม เตรียมยิงขาศึกดวยธนูอาบยาพิษ การปองกันเวียงดอยเปนไปตามแผนของทานเจาคุณ ปจจนึกฯ แนวตานทานของเวียงดอยทุกแหงอยูในที่กําบังอันมิดชิด และมีการติดตอประสานงานกันเปน อยางดี ทัพผามวนเคลือ่ นทีเ่ ขามาใกลตามลําดับ แตเปนไปอยางระมัดระวัง ทั้งนี้เพราะสุริยันขุนทัพผามวน รูดีวาฝายเวียงดอยจะมีคณะพรรคสี่สหายเปนกําลังสําคัญ หากทัพผามวนประมาทขาศึกแลวก็อาจจะถูกโจม ตีแตกพายยับเยิน โดยคําสัง่ ของ พล พัชราภรณ นิกรของเราอยูป ระจําแนวตานทานดานเหนือ คุมพลรบ ๗๕ คน เสี่ย หงวนอยูดานใต มีทหารแมวอยูใ นบังคับบัญชา ๗๕ คนเทากัน พลอยูด า นตะวันออกซึง่ เปนดานทีต่ ดิ ตอกับ .๐๐ น.

พล ผูเปนขุนทัพเวียงดอย ไดรับแจงทางวิทยุสนามจากนายจอมทะเลนวา พลรบผามวนประมาณ ๑๕๐ คน กําลังทําทาจะบุกแนวตานทางดานเหนือ แลวนิกรก็ขอคําสั่งจากพล “จะใหกันทํายังไงวามาโวย?” เสียงนิกรพูดแจวๆดังออกมาจากเครือ่ งรับสงวิทยุสนามทีแ่ นบอยูก บั หูพล “จะใหสหู รือหนี บอกมาเร็ว” “สูตายอายกร” “วา – กันยังไมอยากตายนีห่ วา สับเปลีย่ นหนาทีใ่ หกนั หนอยไดไหม แกมาแทนกันทางดานเหนือ แลวกันจะไปบัญชาการรบทางดานตะวันออก” “อยาแกลงทําเปนขีข้ ลาดหนอยเลยวะ พวกเราทุกคนรูด วี า แกเปนคนกลาหาญ มีจติ ใจเปนนักสู” นิกรหัวเราะ “ไมสําเร็จ ใหแกยอกันอีกหาวันหาคืนใจกันก็ไมสู เฮยๆๆ! ขาศึกบุกแลวโวย! สงกําลังมาชวยเร็ว” พลไมสามารถติดตอทางวิทยุสนามกับนิกรไดอกี เพราะกองทหารผามวนทางดานเหนือเปดฉากโจม ตีแลว นิกรจึงสัง่ แมวเวียงดอยในบังคับบัญชาของเขาสูต าย เสียงโหรองดังขึน้ บนไหลเขาทางทิศเหนืออือ้ อึงไปทัว่ พลรบผามวนแตงชุดดําลวนวิง่ ประดาหนากัน เขามา แตแลวทหารเวียงดอยก็พรอมใจกันยิงดวยธนูอาบยาพิษถูกไพรพลของเจาชายสุบนิ ลมตายไปหลาย คน ที่เหลือตายรองตะโกนบอกกลาวกันเปนภาษาแมวใหลา ถอย ตอจากนัน้ ทัง้ สองฝายก็ยงิ กันดวยลูกธนูใน ระยะหางกันราว ๕๐ เมตร เจาแมวหนุมรางใหญซึ่งทําหนาที่เปนคนสนิทของนิกรถือลูกตุมเหล็กสองอันวิ่งเขามาหานายจอม ทะเลน แลวสงลูกตุมเหล็กให “ใชนี่เปนอาวุธซีครับนาย แลวนําพวกเราเขาประจัญบาน ลูกตุม เหล็กนีเ่ หมาะทีส่ ดุ ครับ ตีเบาะๆก็ คอหัก” .อาณาจักรผามวน จึงมีทหารถึง ๒๐๐ คน เจาแหวอยูด า นตะวันตก มีทหารแมว ๗๕ คน พลแมวที่เหลือ ประมาณ ๑๐๐ เศษ สํารองไวเปนกองหนุน สวนพวกผูหญิง. กิมหงวนและเจาแหวทาง วิทยุสนามซึ่งนํามาจากกรุงเทพฯ นอกจากนี้ทุกคนยังสามารถติดตอกับทานเสนาธิการใหญคือเจาคุณปจจ นึกฯ โดยทางวิทยุสนามไดดวย การติดตอจึงกระทําไดรวดเร็วไดเปรียบพวกขาศึกซึง่ ใชวธิ กี ารติดตอดวยการ สงคนวิ่งไปตามจุดตางๆจนลิน้ หอยไปตามกัน อยางไรก็ตามศาสตราจารยดเิ รกกับคณะของเขาไมไดนําอาวุธ ทันสมัยมาใชในการรบเลย ปนกลมือ ปนเล็กยาว และปนพก ตลอดจนลูกระเบิดและดินระเบิดอยางรายแรง คงเก็บรักษาไวท่ีบานพักของสุดาวดี มีทหารรักษาอยางแข็งแรง ซึง่ หมายถึงเครือ่ งบินเฮลิคอปเตอรทจ่ี อดอยู ในที่วางหลังบานพักหรือวังของพระแมเจาแหงเวียงดอยดวย ๑๓. เด็กและคนชราก็ตอ งทําหนาทีช่ ว ยรบ คือชวย ปองกันเวียงดอยนัน่ เอง แนวตานทานทัง้ ๔ ดานอยูใ นความสงบ พล พัชราภรณ ติดตอกับนิกร.๓๐ น.

นิกรมองดูลูกตุมเหล็กแลวยิ้มแหงๆ “หนักขางละเทาไรนองชาย?” “ขางละ ๓๐ กิโลเทานัน้ เองแหละครับ” นายจอมทะเลนทําคอยน “แกคิดวากันเปนหลีงวนปาหรืออยางไร ไปหามาใหมโวย เอาขางละหนึ่งกิโลพอแลว อยางนี้ไม ตองสูกับขาศึก พอยกขึน้ จะตีขา ศึกก็หลังหักหรือมายก็หกลม ถูกขาศึกกระทืบสบายแฮไปเทานัน้ หาอาวุธให มันเขาทากวานีห้ นอยซีเพือ่ น กันอยากไดอาวุธยาวๆ” เจาแมวหนุมอมยิ้ม “ยาวสักแคไหนละครับ?” “ไดสักรอยเมตรก็ดี อาวุธยาวกันมีโอกาสเลนงานขาศึกไดกอ นหรือมายก็ใชกวาดขาศึก หาไมไผ ยาวๆเสี้ยมปลายใหแหลมมาใหกันสักลําก็ใชได” คนสนิทของนิกรหัวเราะหึๆ “อยางนี้ไมเรียกวารบหรอกครับ ลงใชไมไผทั้งลําเปนอาวุธ ขาศึกมันก็เพียงแตควาปลายไมไผไว แลวพวกมันก็วิ่งเขามาฟนคอคุณขาดหรือตัวขาดสองทอน เอาลูกตุม นีแ่ หละครับ ชาวแมวกลัวนักรบทีถ่ อื ลูก ตุมเหล็กเปนอาวุธ เพราะเชื่อวามีกาลัํ งเหมือนชางสาร ถาคุณถือลูกตุม คูน ว้ี ง่ิ นําหนาพวกเราบุกเขาไป พวก แมวผามวนก็จะเสียขวัญแตกพายยับเยิน โดยไมยอมตะลุมบอนกัน ถือไวซคี รับ” “วา” นิกรคราง “ถือลูกตุม เหล็กหนักขางละ ๓๐ กิโลอยางนี้ กันจะไปรบกับลิงที่ไหนเลา ลูกตุม นีแ้ ก เอามาจากไหนวะ?” “ออ ของพอผมครับ พอผมเคยเปนยอดขุนพลแหงขุนเขาตะนาวศรีมาแลว ตัวใหญกวาผมมากครับ เสียงดังเหมือนฟารอง กระแอมทีเดียวยายแกตกใจช็อกตาย” นิกรนิ่งคิดระหวางที่ไพรพลทั้งสองฝายระดมยิงกันดวยลูกธนูแตไมปรากฏวาถูกใคร เพราะตางฝาย หลบอยูในที่กําบังอันมิดชิด นายจอมจะเลนมองดูลูกตุมเหล็กทั้งสองอันที่เจาหนุมแมวผูมีนามวาหลินยื่นมา ใหเขา แลวนิกรก็ตัดใจเอือ้ มมือรับลูกตุม เหล็กคูน น้ั เมือ่ เจาหลินปลอยมือทีจ่ บั ลูกตุม ออก นิกรก็ยนื ตุปด ตุเป เพราะนํ้าหนักของลูกตุม ทัง้ สองขางถวงตัวเขานัน่ เอง เจาหนุม แมวชวยประคองนิกรไว “เขมแข็งหนอยซีครับเจานาย สั่งประจัญบานเถอะครับ พวกผมอยากจะเขาตะลุมบอนกับพวก ขาศึกเต็มทนแลว” นิกรแข็งใจมานะกัดฟนชูลกู ตุม เหล็กขางขวาขึน้ เหนือศีรษะแลวรองตะโกนขึน้ ดวยเสียงอันดัง “ประจัญบานโวยพวกเรา เอามันพวกเรา เอาเฮ” ทหารเวียงดอยประมาณ ๗๕ คน ตางลุกขึน้ จากทีม่ น่ั วิง่ ตรงเขาไปหาขาศึก ซึง่ ในเวลาเดียวกัน ทหารผามวนก็ว่ิงประดาหนากันเขามา แนนอนละ การนองเลือดเนือ่ งจากตะลุมบอนกันจะตองเกิดขึน้ อยาง หลีกเลี่ยงไมได .

ประเพณีของชาวเขานัน้ เมือ่ มีการตอสูเ กิดขึน้ แบบรบกัน หัวหนาจะตองนําหนา พวกแมวเวียงดอย ทุกคนวิ่งเร็วมาก แตเมือ่ นิกรตองแบกนําหนั ้ กลูกตุม เหล็กถึงสองอัน เขาจึงวิง่ อืดอาดลาชาเต็มทน พลพรรค ทั้งหลายก็ไมมใี ครวิง่ ออกหนา ในที่สุด ไพรพลทั้งสองฝายก็เขาถึงตัวกันและสูกันอยางดุเดือดดวยอาวุธดาบ ขุนพลแมวผามวน รางสูงใหญราวกับยักษปก หลัน่ ควงดาบปรีเ่ ขามาหานิกรและจวงฟนนายจอมทะเลนของเราทันที นิกรกมศีรษะหลบคมดาบอยางหวุดหวิด ขุนพลผามวนซึ่งเปนเพื่อนเกลอของสุริยันฟนถูกอากาศ ดังวืดก็เสียหลักหัวคะมําวิ่งเขามาหานิกร นายจอมทะเลนยื่นขาขวาออกไปขางหนา เจาหมอนัน่ สะดุดเทา นิกรก็เสียหลักหกลมปาบ ดาบใหญท่ีถืออยูใ นมือหลุดกระเด็น นิกรปลอยลูกตุม เหล็กในมือซายหลนลงบน พื้น แลวใชมอื ทัง้ สองจับกานลูกตุม ยกลูกตุมที่มีอยูขางเดียวกระแทกลงกลางศีรษะขุนพลผามวนเต็มรักไม ผิดอะไรกับตําขาว “โพละ!” นักรบฝมือดีของผามวนศีรษะแหลกเหลว มันสมองไหลทะลักออกมาปนกับเลือด นิกรทําทาจะเปน ลมเพราะความหวาดเสียวสยดสยองใจ แตแลวเขาก็ฝน ใจเตะทาทําเปนวีรบุรษุ แหงดอยแมว เขายกเทาขวา วางลงบนศพของนักรบหนุม แลวชูลกู ตุม ในมือขวาขึน้ เหนือศีรษะ “แมวผามวนจงดูนี่ นายของเจาถูกเราฆาตายแลว” พลรบของเวียงดอยโหรองเกรียวกราว สวนทหารผามวนพอเห็นนายตายก็เสียขวัญ ทิง้ อาวุธใสตนี หมาหอแนบไปตามกัน ทหารเวียงดอยไดทีก็บุกรุกไลฆาฟนพวกผามวนลมตายเกลื่อนกลาด ทีร่ จู กั กันเปน เพื่อนหรือเปนญาติกันก็ทําเปนรบกันอยางสงเดชเหมือนกับมวยลม แตที่โกรธเคืองกันมาแตกอนหรือยืม สตางคไปแลวไมใชก็สูกันอยางถึงพริกถึงขิง ในที่สุด เสียงเปาเขาควายเปนสัญญาณหยุดรบทางแนวรบดานเหนือก็ดงั ขึน้ พลรบเวียงดอยตาง ยอยๆกันกลับมารวมพวกตามเดิม ทุกคนตางตื่นเตนยินดีในความสามารถอาจหาญของนิกรที่เอาชนะนาย กองผามวนได เจาแมวหนุม คนหนึง่ โปรยยาหอมใหนกิ รทันที “เจานายแนจริงๆครับ ควงลูกตุม แคลวคลองวองไวอยางไมนา เชือ่ ” “ปูโธ” นิกรรองลัน่ “ควงกะหอกอะไรเลา เพียงแตยกมันขึ้นก็แทบจะยกไมไหวอยูแลว” “แนะ เจานายทานถอมตัวโวยพวกเรา” ใครคนหนึง่ รองขึน้ “นีแ่ หละโวย หลีงวนปาจอมลูกตุมสมัย แผนดินถังกลับชาติมาเกิดละ ดูใหดเี ถอะพวกเรา หนาตาของเจานายคลายกับหลีงว นปามาก” คราวนี้นิกรยิ้มแกมแทบแตก เขาภาคภูมใิ จทีถ่ กู ชมวาเขาคลายกับหลีงว นปา ยอดทหารเสือของจีน ในสมัยโนน เขากวักมือเรียกเจาแมวหนุม คนสนิทของเขาใหเขามาหา แลวขอเครือ่ งรับสงวิทยุโทรศัพทสนาม ที่สะพายอยูบนบา เจาหนุมรางใหญที่มีนามวาหลินรีบปลดลงมาสงใหนิกรทันที นายกองใหญแหงแนวตาน ทานดานเหนือของเวียงดอยจัดแจงพูดวิทยุแจงขาวชัยชนะไปให พล พัชราภรณ ขุนทัพเวียงดอยทราบ “ฮัลโหล กรเรอะ วายังไงเพื่อน” .

๐๐๐ เพลง อายหมอนัน่ เสียทา เลยถูกกันฟาดดวยลูก ตุมเหล็กกบาลแบะมองเทงไปแลว พวกทหารผามวนเห็นนายตายก็หนีเตลิดเปดเปงไปหมด ทิ้งศพพวกมันไว ประมาณ ๒๐ คนเห็นจะได” “ไมอยากเชื่อขาวของแกเลยโวย แกสาบานไดไหมวาทีแ่ กบอกกันนีเ้ ปนความจริง ขณะนี้ไมใชเวลา ที่แกจะพูดเลนสนุกๆนะจะบอกให เรากําลังทําศึกกับพวกผามวน ถาแกสงขาวเท็จทัพเวียงดอยก็อาจจะแตก พายได” “โธ – ใหดน้ิ ตายเถอะวะ กันชนะจริงๆ กันกําลังเปนวีรบุรษุ ของพวกแมวเวียงดอยทางดานนี้ พลรบ ในบังคับบัญชาของกันตืน่ เตนในฝมอื และฝตนี ของกันมาก” เสียง พล พัชราภรณ หัวเราะเบาๆ “ดีมาก คนของแกมีใครบาดเจ็บบางไหม?” “มีคนเดียว ถูกยิงทีส่ ะดือพอดี ลูกธนูเสียบสะดือทะลุออกทางขางหลัง” “ถายังงั้นแกรีบจัดการสงตัวเขามาใหดิเรกเดีย๋ วนี้” “ไมตองหรอก เขาตายเสียแลว ตอนแรกเขาก็กระโดดโลดเตนไชโยโหรอ งดีใจทีพ่ วกขาศึกแตกพาย ไป แตพอเขากมลงมองดูทองของเขา แลเห็นลูกธนูเสียบอยูท ส่ี ะดือ เขาก็ลม ลงชักดิน้ ชักงอรองครวญครางสัก ครูก ม็ อ งเทง” “แกพูดอะไรเปนเลนเสมอ” พลดุ “รักษาแนวทีม่ น่ั ของแกไวใหดนี ะ ถาถูกโจมตีอกี แกกับพลพรรค ของแกจะตองสูแ บบยอมตายถวายชีวติ เขาใจไหม?” “เขาใจ สงเสบียงมาใหบา งซีโวย ขาวเหนียวนึง่ กับเนือ้ ยางก็ยงั ดี ทหารจะทําการรบไดดกี ต็ อ เมือ่ ทองอิ่ม แนวอืน่ ๆเปนยังไงบาง?” พลวา “กันไดรับรายงานจากอายหงวนวา ขณะนีท้ หารผามวนหนึง่ กองรอย กําลังชุมนุมพลกัน อยางหนาแนนเพื่อจะบุกดานนั้น แตอา ยเสีย่ รับรองวามันกับทหารเวียงดอย ๗๕ คนพรอมทีจ่ ะสูต าย เลิกกัน โวยอายกร กันจะติดตอกับอายเสีย่ และดานอืน่ ๆ และตองรายงานการเคลือ่ นไหวของขาศึกไปใหคณ ุ อาทราบ ทุกระยะไป ขอใหแกโชคดีนะ” เราจะไดพาทานผูอ า นไปยังแนวตานทานทางดานใตของเวียงดอย ณ บัดนี้ ทามกลางแสงอาทิตยอันอบอุนในตอนบาย นายกองกิมหงวนของเรากําลังเตรียมรับขาศึกอยาง เต็มที่ อาเสี่ยแตงกายแบบนักรบแมว ทีค่ อสวมหวงเหล็กเงินถึง ๓ หวง เขานัง่ อยูบ นหลังมาแกลบตัวหนึง่ มา ศึกตัวนี้ตัวโตกวาหมาฝรั่งขนาดใหญเพียงเล็กนอย ดังนั้นเทาทั้งสองขางของเสี่ยหงวนจึงลากดิน อาเสีย่ ถือ . “มีขาวดีโวยพล ทหารผามวนรอยคนไดประจัญบานกับพวกเราอยางดุเดือด กันไดสูรบกับนาย ทหารขาศึกคนหนึง่ ตัวตอตัว อายหมอนัน่ มีดาบใหญเปนอาวุธวะ” “แลวแกละ?” “กันใชลกู ตุม เหล็ก” “ฮา! แกนะเรอะใชลูกตุมเหล็ก?” พลถามอยางสงสัย “เออ กันรบกับนายกองผามวนไดในราว ๕.

ขวานรูปพระจันทรครึ่งซีกซึ่งเปนขวานหนาใหญดามยาวราวสองเมตรเปนอาวุธ เขาขี่มาเดินตรวจพลรบใน บังคับบัญชาของเขา ซึ่งซุมซอนตัวอยูตามระหวางซอกหินหรือสุมทุมพุมไม ในเวลาเดียวกันนีเ้ อง พลรบผา มวนหนึ่งกองรอยในบังคับบัญชาของเลาจงเจาแมวหนุมซึ่งเปนนักรบฝมือดีคนหนึ่ง กําลังเคลื่อนที่เขามา อยางเงียบๆเพื่อทํ าการจูโจมโดยไมใหพวกเวียงดอยรูตัว เลาจงแตงเครื่องรบครบครัน สะพายธนูและ กระบอกใสธนูไวบนบา มือขวาถือตะบองเหล็กหนักถึง ๑๐๐ ชั่ง นักรบผามวนผูน ม้ี กี าลั ํ งวังชาผิดมนุษย เคย ตอสูกับเสือโครงดวยมือเปลามาแลว และเคยชักเยอกับชางตัวตอตัว ซึ่งปรากฏวาชางแพเลาจง บรรดาแมว ทั้งหลายนั้นสวนมากมักจะมีชื่อคําเดียว ผูชายมีคําวาเลาหรือเลานําหนา ชือ่ เพราะๆเปนตนวา วีระศักดิ.์ เฉลิมชัย หรือวิบลู ยวงศ ไมปรากฏ เมื่อนักรบผามวนคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นในระหวางสุมทุมพุมไม พลพรรคเวียงดอยแลเห็นเขาก็รอ ง เอะอะบอกกลาวกัน ครัน้ แลวลูกธนูอาบยาพิษก็ถกู ระดมยิงไปยังจุดนัน้ เลาจงรูท นั ทีวา ทหารของเขาเคลือ่ นที่ เขามาถึงแนวถึงแนวตานทานของเวียงดอยแลว เจาหนุมรางยักษผูทรงพลังปานเฮอรคิวลิสรองตะโกนสั่งให พลรบของเขาตะลุมบอนทันที นักรบผามวนตางโหรองถืออาวุธคูมือวิ่งประดาหนากันเขามาอยางกลาหาญ เสีย่ หงวนกวัดแกวง ขวานคูมือรองออกคําสัง่ ดวยเสียงเด็ดขาด “ตะลุมบอนโวย เอาโวย สูมันพวกเรา ถาสูไมไหววิ่งหนีโวย ตัวใครตัวมัน” พลพรรคเวียงดอยตางวิง่ เขาหาขาศึก กิมหงวนขีม่ า แกลบนําหนา แตแลวเจามาหนุมผูนาสงสารก็ หมดแรงลมลง ทําใหนายกองกิมหงวนพลัดตกจากหลังมากลิง้ ไปหลายทอด อยางไรก็ตาม อาเสีย่ รีบลุกขึน้ มาได ควงขวานเขาฟาดฟนทหารของตัวเองเพราะความมึนงงที่ตกมานั่นเอง ทหารเวียงดอยตางยกอาวุธปดปองคมขวานของกิมหงวน แลวใครคนหนึง่ ก็รบี รองบอก “ฟนขาศึกซีครับนาย โนน – ขาศึกอยูท างโนน” เสี่ยหงวนหายงงแลว เขานําทหารบุกเขาประจัญบานกับพลพรรคผามวนทันที แมวตอแมวรบกัน อยางดุเดือด เสียงดาบตอดาบกระทบกันดังฉาดฉับตลอดเวลา ใครพลาดนิดเดียวก็ถกู ฟนแขนขาดหรือคอ ขาด กําลังรบทั้งสองฝายมีจานวนพอๆกั ํ น เสี่ยหงวนมีความกลาอยางบาบิ่นก็เพราะเขาดื่มเหลาเสียจนเมา และเมื่ออาเสี่ยเมาเหลาแลว เขาก็กลายเปนนักสูท เ่ี ห็นวาความตายเปนเรือ่ งเล็ก ขวานของอาเสี่ยตัดคอทหารขาศึกขาดกระเด็นไปสามสี่คนแลว แมวผามวนเสียขวัญลาถอยกรูด กิมหงวนฟาดฟนซายขวาอยางแคลวคลอง พวกแมวเวียงดอยเห็นนายกองของตนกลาหาญชาญชัยอยางไม นาจะเปนไปไดกย็ า มใจ รุกไลขา ศึกอยางสนุกสนาน เลาจงแลเห็นพลรบของเขาถอยรนลงเชนนัน้ ก็เดือดดาลอยางยิง่ อัศวินผามวนควงตะบองเหล็กรอง สั่งทหารไมใหถอย แตพวกทหารพากันโตเถียงวา นายกองเวียงดอยใชขวานฟนพวกเขาตายหลายคนแลว เขาจึงตองใชวิธีสูพลางถอยพลาง ในที่สุดเลาจงกับเสี่ยหงวนก็ไดเผชิญหนากัน ขุนพลทั้งสองวิ่งเขามาหากันแลวหยุดชะงัก ตางฝาย ตางนึกเกรงกลัวฝไมลายมือของอีกฝายหนึ่ง .

...” กิมหงวนตวาดเสียงดังราวกับฟารอง “ทานแซใด ชือ่ ใด?” เลาจงหัวเราะหึๆ “เราไมไดเลนงิ้วโวย เรารบกันจริงๆ ขาชือ่ เลาจงเปนทหารเอกคนหนึง่ ของเจาชาย” “เจาชายกระเบนหรือยังไง” “เจาชายสุบนิ โวย ไมใชเจาชายกระเบน เจาเปนใครวะ?” “พูดใหนาฟงหนอยซีอา ยนองชาย เดีย๋ วนีเ้ ขาพูดคุณผมและพูดขอรับกันทัง้ นัน้ ” “ออ นี่มนั เมืองแมวบานปาเมืองเถือ่ นโวย คนในกรุงเทพฯแทๆยังพูดจาโฮกฮากไมนาฟง ยิ่งมีเงิน หรือเปนใหญเปนโตยิง่ พูดหวนๆกระโชกโฮกฮาก” “เออ จริงของแกวะ กันชือ่ กิมหงวน อายนองชาย” “แซอะไร?” “แสปดยุง” อาเสีย่ พูดยิม้ ๆ “กระบองทีแ่ กถือนะ กระบองเหล็กใชไหม?” “ใช หนักรอยชัง่ พอดี รบกันหรือยังละพีช่ าย กันไมไดฆา คนมาหลายเดือนแลว วันนีก้ นั ตองฆาแก” กิมหงวนโกรธจนตัวสัน่ เขารองขึน้ สุดเสียง “วาก..” เลาจงทําหนาชอบกล “แกจะรองทําไมวะ ตอใหแกแผดเสียงจนคอหอยแตกกันก็ไมกลัวแก พวกแมวไมกลัวคนเสียงดัง หรอก” “แลวแกกลัวอะไร?” “กลัวโปลิศนะซี มา – มารบกันโวยอยารําไร ่ อยางมากแกสูก นั ไดเพียง ๑๐ เพลงเทานั้น ถึงแกยก ขวานรับ ดามขวานของแกก็ตอ งหัก เพราะทานตะบองเหล็กของกันไมได” กิมหงวนฝนหัวเราะ “ถายังงั้น ขอทดสอบฝมอื แกหนอย ใหมนั รูไ ปทีเถอะวา ตะบองมันจะแนกวาขวาน เขามา อายนอง ชาย ถาแกถูกกันฆาตาย แกเปนผีอยาหลอกกันนะโวย บอกไวเสียกอน ไมตองจองเวรจองกรรมกัน เราสูรบ กันอยางลูกผูช าย” พลรบทั้งสองฝายหยุดรบกันแลวหลังจากใครคนหนึง่ รองตะโกนขึน้ วา ควรจะดูนายกองกับนายกอง สูรบกันดีกวา แมวเวียงดอยกับแมวผามวนตางเฮโลกันเขามาหอมลอมรอบกิมหงวนและเลาจง พวกแมว เหลานี้รูจักกันทัง้ นัน้ บางก็เปนเพือ่ นหรือเปนญาติกนั ดวยซําไปจึ ้ งพูดคุยกันอยางสนิทสนม มีการเลนพนันตอ รองกันดวยขณะที่อาเสี่ยกับเลาจงรําอาวุธเขาหากัน “ตอเลาจงสิบเอาหนึ่งโวย เสมอเปนแพ” พลรบซึ่งเปนลูกนองของกิมหงวนคนหนึ่งรองขึ้นดังๆ เสียงจอกแจกจอแจดังขึ้นในหมูแมวทั้งหลาย เลาจงควงตะบองเหล็กแคลวคลองวองไว สวนเสี่ย หงวนก็รําขวานไดดีพอใช ทัง้ สองฝายรายรําทําทาจดๆจองๆกันอยูน าน ใครคนหนึง่ รําคาญเต็มทนก็ตะโกน ขึ้น .. “วาก..

“รบกันเสียทีซคี รับเจานาย รําอยูห ลายนาทีแลว” กิมหงวนกระโดดเขาจวงฟนเลาจงทันที เจาหนุม รางยักษยกตะบองเหล็กขึน้ รับขวานแลวตีตอบเต็ม แรง ถึงแมเสีย่ หงวนรับไวได แรงเหวี่ยงและนําหนั ้ กของตะบองก็ทาให ํ กมิ หงวนเซถลาออกไปหลายกาวถึงกับ เสียหลักลมลงกนกระแทกพื้น อยางไรก็ตาม นายกองกิมหงวนก็รบี ลุกขึน้ ตัง้ หลักมัน่ เลาจงเดินยางสามขุมเขามาหา “อายเพื่อนเกลอ ศีรษะของเจาจะตองแหลกเหลวดวยตะบองคูมือของขา ถารักตัวกลัวตายก็วาง ขวานทรุดตัวลงนัง่ คุกเขาคํานับเราเสียโดยดี” อาเสี่ยหัวเราะเบาๆ “แกเรื่องจีนไปหนอยแลวอายเวร คนอยางกันเรือ่ งตายเปนเรือ่ งขีผ้ งโวย อยาบุม บามเขามานะ ถูก ของวิเศษของกันเขาจะวาไมบอก” เลาจงหยุดชะงัก แตลกู นองของเขาคนหนึง่ รองตะโกนบอก “อยาเสียขวัญซีครับนาย ของวิเศษนะมันมีแตในเรือ่ งจีน เอาเลยครับ รีบตีเมืองเวียงดอยใหไดเร็วๆ ผมหิวฝน เต็มทนแลว” เจาหนุมรางยักษถอื ตะบองเหล็กคูม อื เตนเทาเขามาหา กิมหงวนยืนถางขาเงยหนาขึ้นมองดูทองฟา แลวยกมือซายขึ้นทํ าทาเหมือนจะปลอยของวิเศษ เลาจงเห็นเชนนั้นก็ถอยหลังกรูด อาเสี่ยลดมือลงแลว หัวเราะชอบใจ “ลอลนโวยอายนองชาย สมัยนี้มันสมัยจรวดและนิวเคลียร ของวิเศษทีอ่ อกมาตามมือหรือตามชอง สะดือนะมันเสือ่ มไปนานแลว” ใครคนหนึง่ รองตะโกนขึน้ ดังๆ “ลําบากนักก็อยารบกันเลยโวย มวยลมหรือยังไง ทานเลาจงไมสูเขาก็วางอาวุธยกมือไหวเขาเสีย เถอะ” เลาจงถูกลูกนองประณามเชนนีก้ เ็ ดือดดาล ควงตะบองเขาฟาดฟนกิมหงวนทันที อาเสีย่ ยกขวาน ขึ้นปองปดอุตลุดและลาถอย เนื่องจากสูแรงปะทะของเลาจงไมได แลวกิมหงวนก็บอกตัวเองวา ถาหากวาเขา ขืนตอสูกับเลาจงโดยอาศัยขวานคูมือเพียงอยางเดียว ก็คงปราชัยเลาจงอยางไมมีปญหา ทุกครัง้ ทีเ่ ลาจงตี เขาและเขารับไวได ขอมืออาเสีย่ ก็สน่ั สะเทือนแทบจะปลอยขวานหนาใหญหลุดจากมือ เขาจําเปนจะตองใช กลยุทธของมวยไทยเขาชวย ซึง่ มวยไทยนัน้ เปนวิชาการตอสูก นั ทีย่ อดเยีย่ มทีส่ ดุ ในโลก อาเสี่ยเตนเทาแบบมวยไทยทันที มือทั้งสองกําดามขวานยืน่ ออกไปขางหนา เมื่อเลาจงปรี่เขามา เงื้อตะบองขึ้นจะตีเขา กิมหงวนก็สบื เทาเขาไปหาแลวยกเทาขวาเตะใตบานพับขาซายของเลาจงเสียงดังฉาด ขุนพลรางใหญถูกเตะอยางจังก็เสียหลังลมลงกนกระแทกพื้น แทนที่กิมหงวนจะถือโอกาสเขาซํ้า เติม เขากลับยืนอมยิ้มนิ่งเฉย “ลุกขึ้นมาอายนองชาย ระวังตัวหนอยซี” .

เลาจงควาตะบองเหล็กลุกขึน้ แตขาขางซายของเขาขัดยอกไปแลว เขาเดินกะโผลกกะเผลกเขามา หาคูตอสูและยกตะบองเหล็ กขึ้ นหวดแบบเสือลากหาง กิ ม หงวนกระโดดถอยหลังหลบตะบองไดอยาง หวุดหวิด เมื่อเลาจงปราดเขามา อาเสี่ยก็เตะดวยเทาขวาอีกทีหนึ่งถูกใตบานพับขาซายของเลาจงอยาง เหมาะเจาะ เลาจงตัวลอยแลวลมลงกนกระแทกพื้น ตะบองเหล็กกระเด็นไปทางหนึง่ กิมหงวนปราดเขามายก ขวานจี้คอหอยคูต อ สูพ ลางพูดเสียงกราว “แกไมมีทางสูกันแลวเลาจง กันขยับแขนทีเดียวคอแกก็ขาด วายังไงนองชาย” ขุนพลผามวนหนาซีดเผือดเต็มไปดวยความรักตัวกลัวตาย เขายกมือไหวกิมหงวนยอมจํานนโดยดี “กันยอมแพแกแลวอายเพื่อนเกลอ ใหดน้ิ ตายเถอะวะ แกเปนนักรบทีม่ ฝี ม อื ยอดเยีย่ มจริงๆ แกใช ตีนไดรวดเร็วและหนักแนนมาก เตะกันเสียลุกไมขึ้นแลว” กิมหงวนหัวเราะหึๆ “เขาเรียกเทาโวยอายนองชาย ตีนนะมันคําหยาบ ไมสุภาพ” “แตปูยาตายายของกันก็เรียกตีนกันทัง้ นัน้ พวกเราใชภาษาไทยแทหรือคํางายๆ กินขาวไมเรียกรับ ประทานขาว ขี้มูกไมเรียกอุจจาระมูก หัวลําโพงไมเรียกศีรษะลําโพง อา – แกจะจัดการกับกันอยางไรตอไป บอกกันหนอยซี” อาเสี่ยหันไปดูพรรคพวกของเขาแลวกลาวถาม “เอายังไงดี ปลอยมันไปหรือ?” เจาแมวหนุม คนหนึง่ เดินเขามาหาอาเสีย่ แลวสงเครือ่ งรับสงวิทยุสนามใหเสีย่ หงวนอยางนอบนอม “ถามคุณพลซีครับ พูดวิทยุถามไป” เสี่ยหงวนเห็นพองดวย เขาเปดเครือ่ งรับสงวิทยุโทรศัพท แลวยกขึน้ พูดติดตอกับขุนทัพเวียงดอยทัน ที “ฮัลโหล กิมหงวนพูดโวย” “ดีแลว กําลังรอฟงขาวจากแกทีเดียว เมือ่ สักครูก นั ไดยนิ เสียงโหรอ งทางดานใต ขาศึกเขาโจมตีแนว ตานทานของแกใชไหม?” “ใช กันกับพลรบของกันไดประจัญบานกับขาศึกอยางนาตื่นเตนหวาดเสียวแตไมดุเดือดโวย ทัง้ สองฝายตายไมกค่ี น มันรบกันเหยาะๆแหยะๆเหมือนมวยลมวะ” “แลวยังไง ดานนัน้ เลาจงเปนหัวหนาทหารผามวน” “ถูกแลว กันไดรบกับเลาจงตัวตอตัว และขณะนี้กันจับตัวเลาจงไวได บอกมาเร็วโวย จะใหกันจัด การกับนายทหารผามวนคนนีต้ อ ไปอยางไร?” “ตัดคอมันเสียดวยขวานของแก” กิมหงวนสะดุงโหยง “ไมไหวโวย เสียวไสทําไมลง” .

“ถายังงั้นก็จับมันมัดมือไขวหลังแลวใหทหารของแกเอามาสงกัน สวนทหารเลวปลอยมันไปเถอะ ความจริงก็ลวนแตญาติพน่ี อ งหรือเพือ่ นฝูงกับพวกแมวเวียงดอยทัง้ นัน้ ศึกครัง้ นีเ้ กิดขึน้ ก็เพราะสุรยิ นั คนเดียว มันกําลังจะยกทหารเขาตีทางดานของกันโวย พลรบผามวนประมาณ ๕๐๐ คนชุมนุมกันอยางคับคัง่ ขณะนี้ ทางดานตะวันตกก็กําลังจะถูกบุก” “อายแหวสูไหวหรือ?” “มันรับรองวาสูไ ด เพราะอายแหวกับทหารเวียงดอยอยูใ นทีส่ งู พลรบผามวนจะตองบุกขึน้ มาตาม ความลาดชันของภูเขา ภูมปิ ระเทศตอนนัน้ ก็เปนทีโ่ ลง อายแหวกับพลรบเวียงดอยคงใชธนูเลือกยิงพวกขาศึก อยางสบาย กันขอชมเชยความสามารถของแกอายเสีย่ อยางนีซ้ วี ะถึงจะเรียกวานายกองใหญ ระวังรักษา แนวของแกไว ขาศึกอาจจะยกกําลังเขาตีอีกเพราะเรายังไมรูวาเจาชายสุบินจะเขาตีทางดานไหน สงคนไป ลาดตระเวนแลว เลิกกันนะ” เวลาผานพนไปตามลําดับ การปองกันรักษาเมืองเวียงดอยตามแผนของเจาคุณปจจนึกฯ กับสุดาวดีและยายเฒาแมมดอยูท ่ี กองบัญชาการรบคือที่บานพักของพระแมเจานั่นเอง วิทยุสนามชวยใหการติดตอเปนไปอยางสะดวกและรวด เร็วทันใจดีกวาโทรศัพทเสียอีก ขณะนี้นักรบผามวนหนึ่งกองรอยกําลังเตรียมการเขาตีดานตะวันตก ซึ่งเจาแหวทําหนาที่ปองกัน ดานนี้ มีทหารเวียงดอยอยูในบังคับบัญชา ๗๕ คน เจาแหวมีวธิ กี ารตอสูข า ศึกอยางนาประหลาดและแหวก แนว คือใชโองดินขนาดยอมมีฝาปดรวม ๖ ใบตัง้ เรียงรายบนปลายสันเขาตอนนัน้ เตรียมไวทําลายขาศึก โอง ดินทั้ง ๖ ใบมีผึ้งทั้งรังบรรจุอยู ซึ่งเจาแหวใชใหพวกแมวไปหาผึ้งมาใหสาหรั ํ บใชเปนอาวุธลับ ผึ้งรังใหญทั้ง ๖ รังกําลังโมโหโกรธาอยางยิง่ ทีพ่ วกมันถูกจับมาขังอยูใ นโองดินซึง่ มีแตความมืดและเนือ้ ทีก่ จ็ ากั ํ ด ขณะนั้นเปนเวลา ๑๔.๓๐ น. เศษ เจาแหวแตงกายแบบนักรบแมว ถือปงตอขนาดใหญเปนอาวุธคูมือยืนสังเกตุการณอยูเบื้องหลัง กอนหินใหญกอ นหนึง่ พลรบเวียงดอยในบังคับบัญชาของเจาแหวซุมซอนอยูเรียงราย ความเงียบปกคลุมไปทั่วขุนเขา ไดยนิ แตเสียงลมพัดและนกรอง เมือ่ ทหารผามวนปรากฏตัวออก มาจากสุมทุมพุมไมเบื้องลาง เจาแหวก็ใจหายวาบหนาถอดสีทนั ที เขารีบหยิบวิทยุสนามทีว่ างอยูบ นกอนหิน ลงมาพูดติดตอกับพล “ฮัลโหล รับประทานผมนายกองแหวพูดครับ” “เออ วายังไง” “รับประทานขาศึกกํ าลังจะโจมตีแนวของผมเดี๋ยวนี้แหละครับ รับประทานขอคําสั่งลาถอยดวน ครับ” “ถาแกถอยกลับมาฉันจะยิงเปาแก ทหารเวียงดอยตองสูตายถอยไมไดเขาใจไหม ปฏิบตั หิ นาทีข่ อง แกตอไป” .

เจาแหวอกสั่นขวัญแขวน วางเครือ่ งรับสงวิทยุสนามลงบนกอนหินใหญกอ นนัน้ ตามเดิม ทันใดนัน้ เองพลรบผามวนก็โหรอ งขึน้ พรอมๆกันแลววิง่ ประดาหนากันขึน้ มาบนสันเขาซึง่ มีความลาดชันราว ๔๕ องศา แตมีตนไมและกอนหินเกลือ่ นกลาดพอยึดเหนีย่ วตัวหรือพักอาศัยกําบังตัว อยางไรก็ตามแมวผามวนชํานาญ ในการขึน้ เขามาก เขาวิง่ ขึน้ มาอยางรวดเร็ว “ทหาร ทุมโองลงไป” โองดินขนาดกลางรวม ๖ โองถูกทิ้งลงไปสูเบื้องลางทันที มันกลิ้งขลุกๆหมุนติ้ว ฝาโองหลุดกระเด็น ไปแลว พวกผึ้งที่อยูใ นโองเวียนหัวไปตามกัน โองเหลานีก้ ระทบกอนหินหรือกระทบตนไมแตกกระจาย ผึ้งปา แตกฮือออกมาจากโอง และแลวฝูงผึ้งก็แยกยายกระจายกําลังกันเขาโจมตีพลรบผามวนอยางดุเดือดทีส่ ดุ นักรบผามวนกองรอยกลาตายกองรอยนี้ถูกผึ้งตอยกระโดดโลดเตนไปตามกัน ตางยกมือขึ้นปอง ปดพัลวัน บางก็รองโอดโอยวิง่ หนีอยางไมคดิ ชีวติ ฝูงผึง้ ติดตามโจมตีไมลดละ ผึง้ บางตัวใชวธิ ดี าทิ ํ ง้ ระเบิดคือ หุบปกทิ้งตัวลงมาแลวตอยศีรษะทหารผามวน ความสับสนอลหมานเกิดขึน้ ทัว่ ทัง้ กองรอย ขาศึกหลบหนีเขา ปาถูกผึง้ ตอยหนาปูดโปไปตามกัน เจาแหวยืนหัวเราะงอไปงอมาชอบใจที่พวกขาศึกกระโดดโลดเตนเกาโนนเกานี่เหมือนลิง เจาแหว หัวเราะจนนํ้าตาไหลพราก จนกระทั่งเจาแมวหนุมคนหนึ่งเขามาสะกิดเขา “นาย นายครับ” “หือ วายังไงนองชาย” เจาหมอนั่นชี้มือลงไปขางลางแลวพูดละลําละลั ่ ก “ผึ้งฝูงหนึ่งกําลังบินมารวมกลุมตรงมาทางพวกเราครับ” เจาแหวสะดุง เฮือก “บรรลัยแน ทุกขโตทุกขถานัง เปดโวยพวกเรา ตัวใครตัวมัน มันมาถึงแลว” ฝูงผึ้งนับพันตัวบินรี่เขามาโจมตีทหารเวียงดอยซึง่ รักษาทีม่ น่ั อยูท างดานตะวันตกทันที ทั้งเจาแหว และพลรบเหลานัน้ ถูกผึง้ ตอยอุตลุด ตางคนตางวิง่ หนีกระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทาง ฝูงผึง้ ติดตามโจม ตีไมลดละ มันเปนสัตวทม่ี คี วามรักสามัคคีตอ กันอยางยิง่ และกลาหาญทีส่ ดุ กลาหาญยิง่ กวามนุษยเปนไหนๆ เพราะผึ้งนั้นถามันตอยศัตรูของมันปลอยเหล็กในฝงอยูในตัวศัตรูแลว มันก็ตอ งสิน้ ชีวติ ในชัว่ โมงนัน้ เอง ซึ่ง เหล็กในก็เปรียบไดกับหัวใจของผึ้ง อยางไรก็ตามผึง้ ทุกตัวจะตอสูก บั ศัตรูทกุ โอกาสโดยไมคานึ ํ งถึงความตาย บัดนี้ สุรยิ นั ขุนทัพผามวนไดรูความจริงแลววา กองทัพนอยๆของเวียงดอยทีม่ ศี าสตราจารยดิ เรกและคณะเปนกําลังสําคัญนั้นมีความเขมแข็งมาก ทหารผามวนไดเขาตีดา นเหนือ ดานใต และดานตะวัน ตกถึง ๓ ดาน เพื่อหยั่งกําลังและหวังจะบุกทะลวงเขาไปในเมือง แตแลวก็ไดรบั การตานทานอยางเหนียวแนน ถูกตีโตแตกพายยับเยิน มิหนําซํ้ายังเสียทหารเอกไป ๒ คน ซึง่ คนหนึง่ ถูกจับเปนเชลยคือเลาจงทีไ่ ดสรู บกับอา เสี่ยกิมหงวน .

สุริยันรุดเขาเฝาเจาชายหนุมประมุขแหงแมวผามวน ซึ่งพระองคไดชุมนุมไพรพลอยูทางดานตะวัน ออกของเมืองเวียงดอย “กองทหารของเราทางดานตะวันตกแตกพายอีกแลวพะยะคะ ทหารของพระองคทง้ั กองรอยวิง่ หนี ปาราบจนคุมกันไมตดิ ” เจาชายหนุมวัยเบญจเพสรูปรางผอมบางและพระวรกายเหลือง พระโอษฐแบะบานเนื่องจากอม กลองยาฝน เสียเคยชิน ทรงฟงสุริยันกราบทูลอยางหวั่นพระทัย “ขาไมอยากเชื่อเลยวาหนวยคอมมานโดของขาตองปราชัยขาศึกที่มีกาลั ํ งเพียงไมกี่คน เปนความ จริงหรือสุริยัน?” “พะยะคะ เปนความจริงที่ไมมีความเท็จแฝงอยูเลย ขาศึกใชวธิ ตี อ สูแ บบแหวกแนวพะยะคะ” “หา! มันทํายังไง?” “เอาผึ้งทั้งรังจับใสโองนําใบเล็ ้ กๆไวพะยะคะ พอพวกเราบุกขึ้นไป ขาศึกก็ทมุ โองลงมาขางลาง เมื่อ โองแตกผึ้งก็ออกมาไลตอย หนวยกลาตายกลายเปนนักวิง่ เร็วไปตามกัน ทุกคนตองวิง่ หนีเขาปาพะยะคะ” เจาชายสุบนิ ทรงนิง่ คิดอยูส กั ครู “ถายังงั้นขาจะทุมกํ าลังทั้งหมดบุกเขาตีทางดานตะวันออกนี้ เจาสงคนไปติดตอกับพวกเราทาง ดานตางๆใหถอนกําลังมาทางนี้ใหหมด แตการถอนตัวอยาใหขา ศึกสังเกตเห็นได ขาจะนําทัพผามวนบุกเขาตี เมืองเวียงดอยในราวหาโมงเย็นนีเ้ ปนอยางชา เพราะเราจะตองยึดเมืองใหไดกอนสิ้นแสงตะวัน มิฉะนั้นพวก เราอาจจะเกิดสูร บกันเองในเวลากลางคืน ซึง่ สังเกตไดยากวาพวกเราหรือฝายขาศึก” “พะยะคะ เชิญพระองคทรงสูบฝนใหสาราญพระทั ํ ยเสียกอน ขาพระองคจะสงคนของเราไปเรียก ทหารตามดานตางๆใหมารวมพลกันที่นี่เดี๋ยวนี้ และกอนทีพ่ ระองคจะโจมตีเมือง ขาพระองคจะลองใชอาวุธ วิเศษดู” เจาชายสุบินทรงขมวดพระขนงยน “ผงเคมีของเจาจะทําลายชีวติ พวกขาศึกของเราใชไหมสุรยิ นั ?” ขุนทัพผามวนยิม้ เล็กนอย “ไมถึงกับตายหรอกพะยะคะ แตขา ศึกจะไดรบั ความเดือดรอนรําคาญ ไดรบั ทุกขเวทนาไปตามกัน” พูดจบสุริยันก็ผละไปจากเจาชายหนุม ขุนทัพผามวนแตงเครือ่ งรบครบครันสวมเสือ้ กางเกงชุดสีแดงเพลิง มือ ขวาถือดาบใหญเปนอาวุธ และมีธนูสะพายอยูบนบา ในชั่วโมงเดียวกันนั้นเอง ทหารผามวนตามดานตางๆซึ่งชุมนุมกําลังกันอยูน อกเมืองเวียงดอย ก็ ถอนกําลังมารวมกับกองทัพใหญทางดานตะวันออก อยางไรก็ตาม ถึงแมวา การถอนกําลังเปนไปอยางเงียบ เชียบ หนวยลาดตระเวนของเวียงดอยก็สงั เกตเห็น นิกรกับเสี่ยหงวนและเจาแหวรีบรายงานใหพลทราบโดยทางวิทยุสนาม พลเรียกตัวเพือ่ นเกลอทัง้ สองกับเจาแหวใหมาหาเขาทันที แตใหทง้ิ ทหารไวและใหมอบหมายใหใครเปนผูบ งั คับบัญชา .

.๑๐ น. สี่สหายกับเจาคุณปจจนึกฯ และเจาแหวพรอมดวยสุดาวดีและนางแมมดเฒากองคํายืนรวมกลุม กันอยูใตตนไมใหญแหงหนึ่งเบื้องหลังเทวรูปอสูรจอมภูผา ทุกคนทอดสายตามองไปขางหนา ทหารของผา มวนเกลื่อนกลาดไปทัว่ และอยูห า งจากประตูปา ประมาณ ๒ เสน ขณะนี้ลมกําลังพัดแรง พัดจากทิศตะวันตก มาตะวันออก หรือพัดจากพวกขาศึกมาทางกองทหารของเวียงดอยทางดานนีน้ น่ั เอง นิกรขอยืมกลองสองทางไกลของนายพลดิเรกมาสองมองดูทหารขาศึกอยางตั้งอกตั้งใจ ยายเฒา กองคําคอยๆเลี่ยงเขามายืนเคียงขางนายจอมทะเลนยกมือขวาโอบกอดหลังเขาดวยความรักและหลงใหล ตามธรรมดาคนแกที่มีผัวหนุม “เห็นขาศึกถนัดไหมคะเธอขา?” ยายแมมดกลาวขึน้ ดวยเสียงสัน่ และแหบเครือแบบเดียวกับคนแก หงอมทั้งหลาย นิกรลดกลองลงและหันมาดูยายแมมด เขารีบเขยิบออกหางยายแมเฒากองคําทันที “อยาเขามาใกลๆนา โธโวย เหม็นสาบยังกะอีแรง” คุณยาทวดคอนปะหลับปะเหลือก “ทีตอนเปนสาวสวยอยูใ นถําเธอไม ้ ไดพูดอยางนี้เลย นิกรขา..ชื่นใจของเมีย” “อยาๆๆ” นิกรหาม “ถอยออกไปหางๆดีกวาคุณยา ดีไมดเี จ็บตัวเปลาๆ ถารักจะออเซาะฉัน ก็ตอ ง แปลงตัวเปนสาวสวยเสียกอน สารรูปยังงี้เหมือนผีตายซาก” ทันใดนั้นสุดาวดีกย็ กมือชีไ้ ปในอากาศแลวรองขึน้ ดังๆ “นั่นผงอะไรคะ! ปลิววอนเต็มไปหมดและกํ าลังลอยมาทางพวกเรา คุณยาทวดชวยบอกหลาน หนอยซีคะ หรือขาศึกปลอยของวิเศษมา” ยายแมมดยกมือขวาปองหนาผากมองดูละอองเล็กๆที่ปลิวอยูในอากาศ แลวนางก็ทราบดวยวิถี ญาณของนาง . แนวรบทุกดานสงบเงียบ แตพลรบของทัง้ สองฝายทางดานตะวันออกหนาแนนมาก พล พัชราภรณ มั่นใจวาสุริยันจะตองเขาตีเมืองทางดานนีแ้ นนอนเขาพูดวิทยุตดิ ตอกับทานเจาคุณปจจนึกฯ เรียนใหทราบวา ทหารขาศึกทําทาเหมือนกับจะบุกตะลุยเขามาทางประตูปาแลว ทานเจาคุณรีบพาสุดาวดีและยายเฒาแมมด กองคํามาทีแ่ นวตานทานของเวียงดอยทันที บัดนีท้ หารเวียงดอยทางดานตะวันออกซึง่ มีจานวนเพี ํ ยง ๒๐๐ คนพรอมแลว ทหารเหลานีม้ ขี วัญ และกําลังใจดีมากเมื่อไดเห็นพระแมเจาสุดาวดีพรอมดวยคุณยาทวดและคณะพรรคสี่สหาย ถึงแมวา ขาศึก จะมีกําลังมากกวา ทหารเวียงดอยก็มิไดหวั่นไหวเกรงกลัว ทุกคนพรอมทีจ่ ะสูต ายเพือ่ สุดาวดีพระแมเจาของ เขา เข็มนาฬิกาทีข่ อ มือของพลบอกเวลา ๑๖..

มันคือผงวิเศษของ ขาศึกที่จะทําใหพวกเราไดรบั ความทุกขทรมานอยางแสนสาหัส สูเจาทั้งหลายและมหาเทวีจงหลบหนีไปทาง โนนใหละอองเหลานีม้ นั ผานไปเสียกอน” เจาคุณปจจนึกฯ มองดูยายแมมดเฒาแลวพูดยิม้ ๆ “ยายพูดเลอะเทอะไมไดความ ของวิเศษสมัยนี้ที่มันลอยมาก็คงเปนพวกเกสรพืชจําพวกฝายหรือ อะไรอยางหนึง่ ” ยายแมมดชักโมโห “ไมเชื่อขาก็ตามใจ แตตขู า ตองขอหลบกอน” นิกรพูดเสริมขึ้น “ไปเสียทีก็ดี ฉันไมอยากเห็นหนาเธอและอยูใ กลเธอหรอก” “ออ – แลวใครละคะที่ชมอะฮั้นวาทั้งสวยทั้งนารักนาบูชา” นายจอมทะเลนทําตาเขียวเขาใส “พูดมากประเดีย๋ วตุบ ตั้บเขาใหหรอก” “ชะ ชา สูเจามีสิทธิ์อะไรที่จะมาตุบตั้บขา” “มีสิทธิ์ที่เปนผัวแกนะซี ไปใหพน หมั่นไส มีแตเหงือกแลวยังจะดัดจริต” ยายแมมดยกมือชีห้ นานิกร “แลวคืนนี้เคาแปลงตัวเปนสาวสวยเธออยาไปยุง กะเคานะจะบอกให ฮึ่ม – ประเดีย๋ วแมประจานให อายเขาเลย เมื่อคืนนี้เธอพูดอะไรกะเขาบางเขายังจําไดนะ” นิกรหันขวับมาทางเจาแหว “เฮย แกชวยลากตัวยายเฒาชักโครกนีไ่ ปใหพน หนาฉันหนอยเถอะวะ” เจาแหวสั่นหนา “รับประทานไมกลาครับ ดีไมดีรับประทานแกสาปผมใหกลายเปนหมาผมก็แยเทานัน้ ไมตองฉุด หรอกครับแกเดินไปแลว ความจริงถึงแกปานนี้แลวเชฟก็ยังงามนะครับ มองดูคลายๆกับมัมมีเ่ ดินได” แมมดกองคําถือไมเทาและแสหางวัวเดินกะโผลกกะเผลกหายเขาไปในถําถํ ้ าหนึ ้ ง่ เพือ่ หลบซอนของ วิเศษของขาศึกซึ่งสุริยันเรียกมันเสียโกเกวาผงเคมี ความจริงไมเกีย่ วกับเคมีสกั นิด มันคือพืชผักชนิดหนึ่งที่เรา เรียกกันวาหมามุยพืชจําพวกตนไมลมลุก ฝกของมันมีขนเล็กๆเต็มไปหมดซึ่งขนของมันทําใหระคายเคืองผิว หนังและปวดแสบปวดรอนมากถาหากใครไปโดนมันเขา สุริยันใชทหารหลายสิบคนแยกยายกันเก็บหมามุย ในปา แลวนํามารวบรวมไว คอยๆแกะขนออก จากฝกอยางระมัดระวัง ในทีส่ ดุ ขุนทัพผามวนก็ปลอยของวิเศษคือหมามุย ใหปลิวมาทางทหารเวียงดอย ซึ่ง ตั้งมั่นอยูทางดานตะวันออกคือดานหนาเมือง คณะพรรคสีส่ หายกับเจาคุณปจจนึกฯ เจาแหวและสุดาวดีกบั พวกทหารประมาณ ๒๐๐ คน ตาง จองมองดูขนหมามุยนับจํ านวนลานที่ปลิวฟุงไปทั่วอากาศและลอยเขามาจนจะถึงตัวแลว ขนหมามุยตาง .. “ขอเดชะมหาเทวี จงรีบเสด็จไปใหพนทิศทางนี้เถิด แฮะ แฮะ ขารู....ขาเห็น...

เกาะตามหนาตาเนื้อตัวทุกๆคน ใครโชครายก็ถูกขนหมามุยมากหนอย ใครโชคดีกน็ อ ยหนอย ขนหมามุย เหลานี้ฝงหรือตําลงไปใตผิวหนังทําใหเกิดระคายเคือง มีอาการคัน บวมเปนผืน่ แดงและปวดแสบปวดรอน แต คอยเปนคอยไป วิธแี กพษิ หมามุย ก็มอี ยูท างเดียว คือใชเทียนขีผ้ ง้ึ คลึงตามรางกายทีถ่ กู ขนหมามุย ขนของมัน ก็จะติดเทียนออกมา อาวุธวิเศษของสุรยิ นั ไดผลเกินคาด เจาคุณปจจนึกฯ ยกมือเกาศีรษะอันลานเลีย่ นของทาน ยิง่ เกาก็ ยิ่งคัน นิกรเกากนแกร็กๆ ดร..ดิเรกเการักแรทง้ั สองขาง พลเกาซอกคอและทีเ่ อวขางขวาของเขา อาเสีย่ กิม หงวนเกาเกือบทั่วตัว เจาแหวถูกขนหมามุยมากที่สุดเกาเร็วยิกเหมือนลิง สวนสุดาวดีพระแมเจายกมือเกา ทองและหนาอกทั้งสองขาง ในเวลาเดียวกันนีเ้ องทหารเวียงดอยประมาณ ๒๐๐ เศษตางก็เกายิกๆบนพึมพํา ไปตามกัน หลายตอหลายคนถึงกับกระโดดโลดเตนรองเอะอะเอ็ดตะโร “เฮ” ศาสตราจารยดิเรกรองออกมาอยางหัวเสียพลางเการักแรแควกๆ “เราเสียทาขาศึกแลว ผงหรือ ละอองที่ปลิวมาตามลมคือหมามุย โอย...ฝรัง่ คันโวย” เจาคุณปจจนึกฯ ทําหนาเหมือนกับจะรองไห ทานเกาคะเยอจนศีรษะของทานมีเลือดไหลซิบๆ ถึง กระนัน้ ก็ไมหายคัน “ชวยหนอยซีดิเรก พอคันจนแทบจะทนไมไหวแลว” ทันใดนั้นเองเสียงทหารขาศึกก็โหรองขึ้น เจาชายสุบินสั่งสุริยันนําพลรบผามวนบุกเขาโจมตีเวียง ดอย โดยถือโอกาสทีท่ หารเวียงดอยกําลังเกาแกร็กๆ แมวผามวนไมตากว ํ่ า ๕๐๐ คนวิง่ ประดาหนากันเขามา เปนแถวหนากระดาน พล พัชราภรณ รองตะโกนออกคําสัง่ ใหทหารเวียงดอยตะลุมบอนขาศึกทันที สี่สหายกับเจาคุณปจจนึกฯ และเจาแหววิ่งนําหนานักรบเวียงดอยอยางองอาจกลาหาญ พลถือ ดาบใหญเปนอาวุธ นิกรถือลูกตุม เหล็ก กิมหงวนถือขวานหนาใหญรปู พระจันทรครึง่ ซีก นายพลดิเรกถือดาบ สองมือแบบดาบไทย เจาคุณปจจนึกฯ ถืองาว สวนเจาแหวถือมีดปงตอเลมมหึมาคมขาวเปนเงาวาววับนา กลัว ไพรพลทั้งสองฝายประจัญบานกันในบริเวณลานกวางเบื้องหนาองคเทวรูปอสูรจอมภูผา สุดาวดี ขึ้นไปดูการสูรบบนชะงอนผา คนสนิทของหลอนหลายคนติดตามหลอนไปอยางใกลชิด ทําหนาทีค่ มุ ครอง พระแมเจาแหงเวียงดอย สวนยายเฒาแมมดยืนดูอยูหนาถํ้าและหัวเราะชอบใจเมื่อไดเห็นการตะลุมบอน อยางดุเดือด “แฮะ แฮะ แฮะ แฮ” คุณยาทวดหัวเราะเสียงแหลมเล็กวิ่งกะโผลกกะเผลกมาที่ชะงอนผาแลวปนขึ้น ไปหาสุดาวดี นางยกไมเทาชี้ไปทางบริเวณลานกวางซึ่งทหารทั้งสองฝายกําลังสูรบกัน “ขาแตมหาเทวี ตูขา ยอมมองเห็นผลกรรมที่จะสิ้นสุดลง ทัพเวียงดอยจะไดชยั ชนะอยางเด็ดขาด ขุนทัพของเราจะสูรบกับสุริยัน และอาเสี่ยกิมหงวนจอมขวานผูยิ่งใหญ อินทะโกสีขุนขวานผูกลับชาติมาเกิด จะรบกับเจาชายสุบินพระ เชษฐาของพระแมเจา แฮะๆ ดาวประจําชีพของสุริยันและเจาชายหนุมจะสิ้นแสงในวันนี้ ขามองเห็นแลวพระ แมเจา ขาเห็นทุกสิง่ ทุกอยางทีจ่ ะเกิดขึน้ มหาเทวีเอย ชาวนครหลวงมิตรทีด่ ขี องพระแมเจาจะปราบศึกไดราบ .

คาบ ผามวนนัน้ จะเปนราชอาณาจักรของพระองค แลวสันติภาพก็จะเกิดขึ้น พระองคจะไดเปนราชินีแมวไป ชั่วชีวิตดับ ปกครองชาวแมวใหรม เย็นเปนสุขตลอดไป” บริเวณลานกวางเบื้องหนาหมูบานและองคเทวรูปอสูรจอมภูผากลายเปนสมรภูมิไปแลว ทัพเวียง ดอยมีไพรพลนอยกวาถึงสองเทา แตกส็ ามารถยันทัพผามวนไวอยู สีส่ หายกับเจาคุณปจจนึกฯ และเจาแหว กระจายกําลังกันออกไปบุกตะลุยรุกไลขา ศึกจนถอยรนไปทีละนอย เจาแหวควงปงตอเลมมหึมาฟนถูกทหาร ขาศึกคอขาดไปสองสามคน เจาคุณปจจนึกฯ ใชงาวฟนแบบเหวี่ยงแห ในเวลาเดียวกันพลก็ถกู ขาศึกหลาย สิบคนรุมลอม พลยกดาบใหญปด ปองอาวุธและฟนโตตอบอยางแคลวคลองวองไว นิกรเห็นเพือ่ นถูกลอมก็ เกิดบาบิ่นมุทะลุ ควงลูกตุมทั้งสองขางบุกเขาไปชวยนายพัชราภรณ ศาสตราจารยดิเรกฟนดาบอยางเกงกาง แตทหารขาศึกก็ถกู ฟนลาถอยไปตามกัน ไพรพลผามวน ถูกฆาฟนบาดเจ็บลมตายเกลือ่ นกลาด เจาชายสุบนิ กับสุรยิ นั ตางรองตะโกนสัง่ ทหารไมใหถอย แตทหารผา มวนก็ยงั ลาถอยเรือ่ ยๆ ในวิธีสูพลางถอยพลาง ในที่สุดสุริยันขุนทัพรางใหญใบหนาเหีย้ ม ไวหนวดเครารุงรังก็ควงดาบใหญตฝี า ทหารเวียงดอยบุก เขามาตามลําพัง ดาบของเขาสังหารพลรบเวียงดอยลมตายไปหลายคน พล พัชราภรณ แลเห็นสุริยันทะนง องอาจเชนนั้นก็ปราดเขาปะทะขุนทัพผามวนทันที ขณะที่การสูรบของทหารทั้งสองฝายทวีความเขมขนขึ้น ตามลําดับ สมใจสุริยันแลว เขาตองการรบกับพลมากกวาคนอืน่ ทั้งนี้เพราะเจ็บใจที่เขาไดชกกับพลเมื่อคืนนี้ และถูกพลชกเขาจนสะบักสะบอมไมมีทางที่จะสูได สุริยันรูจักพลดีแลว จึงไมจําเปนตองถามชือ่ และแซให เสียเวลา ขุนทัพผามวนปรี่เขาฟนพลดวยดาบใหญคูมือเขา ทั้งสองผลัดกันรุกผลัดกันรับดวยชั้นเชิงคนละ แบบ เสียงดาบตอดาบกระทบกันดั งฉาดฉาน บางครั้งก็เปนประกายไฟ ไพรพลทั้งสองฝายยังคง ตะลุมบอนกันอยางสับสน ผงคลีมืดคลุมไปหมด ตางฝายตางเสียชีวติ และบาดเจ็บเพิม่ จํานวนมากขึน้ ทีข่ ้ี ขลาดตาขาวรักตัวกลัวตายก็วง่ิ หนีเขาปาหรือเขาไปแอบซอนตัวตามถําต ้ างๆ ทีห่ นังเหนียวอยูย งคงกระพันก็ ทําการรบอยางสนุกสนาน พลกับสุริยันรบกันไดประมาณ ๒๐ เพลง พลก็แกลงทําเปนออนแรงลาถอย สุริยันยามใจบุกรุกไล ทันที ครั้งหนึ่งเขากระโจนเขาฟนพลเต็มเหนี่ยว พลกมศีรษะหลบคมดาบอยางหวุดหวิดพรอมกับเอีย้ วตัวหลบ ฉาก สุรยิ นั ฟนอากาศดังวืดก็เสียหลักวิ่งหัวซุกหัวซุนไปขางหนา ขุนทัพเวียงดอยถือโอกาสนีย้ กดาบฟนกาน คอตอนทายทอยของเจาหนุม รางยักษสดุ แรงเกิด “ฉับ” ศีรษะของขุนทัพผามวนขาดกระเด็น แตตัวของสุริยันวิ่งไปไดอีกหลายกาวทั้งๆที่ไมมีศีรษะและ เลือดที่ชองคอพุงฉูด รางที่ไมมีศีรษะวิ่งตรงเขามาหาเสี่ยหงวน ทําใหเสีย่ หงวนยืนตะลึงดวยความตกใจ แต แลวรางของขุนทัพผามวนซึ่งปราศจากชีวิตก็ลมลงแทบเทากิมหงวน .

พลใชปลายดาบจิ้มศีรษะสุริยันชูขึ้นประกาศชัยชนะของเขา ทหารผามวนตางเสียขวัญทําทาจะ แตกทัพ เจาชายสุบนิ ควบมาศึกสีดาควงขวานดํ ํ าบุกเขามาพลางรองตะโกนบอกทหารใหสตู าย นักรบเวียงดอยถูกเจาชายหนุม ฆาตายหลายคน ขวานของพระองคคมกริบ ประมุขแหงผามวนทรง มีผีมือในการรบบนหลังมาอยางยอดเยี่ยม โดยเฉพาะอาวุธขวานของพระองคถนัดทีส่ ดุ เมือ่ เจาชายหนุม ตอน พลบุกเขามาอยางทะนงองอาจเชนนี้ กิมหงวนก็เดือดดาลและบอกตัวเองวาเขาจะตองสังหารเจาชายสุบนิ ให ได เพือ่ ชัยชนะอันเด็ดขาดของกองทัพเวียงดอย อาเสี่ยถือขวานหนาใหญวิ่งเขามาหาเจาแหว “เฮย.ชวยเปนมาศึกใหกนั ขีห่ ลังแกหนอยเถอะวะ กันจะรบกับเจาชายสุบนิ ” เจาแหวกลืนนําลายเอื ้ ๊อก “รับประทานวายังไงนะครับ?” กิมหงวนจุปาก “ฉันขอรองใหแกสมมุติตัวเปนมาใหฉันขี่ เร็ว อยารํ่าไร กมลงซีโวย” “วา รับประทานเห็นผมเปนมาไปแลว” “เถอะนา แลวกันจะจายเงินคาปวยการใหแกพันบาท” เจาแหวนิง่ คิดสักครู “เอา...รับประทานตกลงครับ เงินทองเดีย๋ วนีม้ นั หายาก พันบาทก็ไมใชเงินนิดหนอย” พูดจบเจา แหวก็กมหลังลงในทายืนโกงโคง มือขวาถือมีดปงตอเลมใหญกระชับมัน่ เตรียมตะลุมบอนขาศึกเต็มที่ อาเสี่ยกาวขึ้นไปนั่งบนหลังเจาแหวอยางภาคภูมิ เทาทั้งสองขางลากดิน เพราะเจาแหวตัวโตกวามา แกลบเล็กนอย ตอจากนัน้ เจาแหวก็พากิมหงวนวิง่ สะบัดยางตรงเขาไปหาเจาชายสุบนิ ซึง่ กําลังตะลุมบอนกับ พวกทหารเวียงดอย กิมหงวนควงขวานคูม อื แลวรองตวาดลัน่ “ทหารหลีกทางโวย! หลีกทางใหนายกองหนอย” เจาแหวทําหนาทีเ่ ปนมาศึกไดดพี อใช เขาสงเสียงรองเหมือนมาและมีการเตนผยอง ไพรพลทั้งสอง ฝายซึ่งกําลังสูร บกันแลเห็นกิมหงวนขีเ่ จาแหวตางมาก็หยุดรบกันทันที พวกแมวตางหัวเราะชอบอกชอบใจไป ตามกัน โดยเฉพาะพล นิกร ดร..ดิเรก และเจาคุณปจจนึกฯ ยืนหัวเราะงอไปงอมา แมกระทั่งเจาชายสุบินก็ ทรงพระสรวลจนนํ้าพระเนตรไหล พระองคยกดาบขึ้นชี้หนากิมหงวนซึง่ ขับเจาแหวมาหยุดยืนเผชิญหนากับ พระองคในระยะใกลชิด แลวรับสัง่ อยางขบขัน “ทานผูก ลาหาญ ทานนึกยังไงขึ้นมาละถึงไดขี่คนตางมา” อาเสี่ยอมยิ้ม “ไมไดนกึ ยังไงหรอกฝาบาท มาในเวียงดอยหายากก็ตอ งใชแบบนี้ ฝาบาทคือเจาชายสุบนิ ใชไหม?” “ถูกแลว เราคือเจาชายสุบนิ แหงผามวน ก็ทา นละเปนใคร?” ....

.ฝาบาท เราสูร บกันไดแลว ขวานตอขวาน พบกันประเดีย๋ วก็คงรูว า ใครจะอยูห รือใครจะคอ ขาด” เจาชายสุบินขยับขวานทองแดงคูพ ระหัตถ กระตุน เตือนมาศึกสีดําโผนเขาใสกิมหงวนทันที เจาแหว ยกปงตออันมหึมาเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาเพราะกลัวมาเตะขา ประมุขแหงผามวนฟาดฟนอาเสีย่ ติดๆกันหลายตอ หลายครั้ง ถึงแมพระองคตดิ ฝน อยางงอมแงมแตเจาชายพระองคนก้ี ท็ าการรบได ํ ดมี าก การขีม่ า บังคับมาก็ แคลวคลองวองไว กิมหงวนยกขวานขึน้ ปดปอง เจาแหวลาถอยกรูดหลังแอเพราะทนรับนํ้าหนักตัวกิมหงวน มาเกือบ ๑๐ นาทีแลว อาเสี่ยฟนตอบบาง แรงปะทะของกิมหงวนเหนือกวา เนื่องจากอาเสี่ยของเราไมไดสูบฝนเพียงแต กินเหลาเทานั้น เจาชายหนุมแหงผามวนชักมาหันเหียนวกกเวียนไปมาดวยชั้นเชิงของพระองค เมือ่ มาศึกหัน ... “กระหมอมชื่อกิมหงวน มีตําแหนงเปนนายกองใหญแหงกองทัพเวียงดอย ความจริงเราไมนาจะรบ กันเลย เพราะเวียงดอยกับผามวนก็เปนชาวแมวดวยกัน ขอใหฝาบาทถอยทัพไปนอนสูบฝนใหทรงพระ สําราญดีกวา” “ขอบใจที่ชวยแนะแนวทางสันติใหขา แตวา เราไดรบกันแลว ไพรพลของขาบาดเจ็บลมตายไปมาก แลว ขาจะตองทําศึกตอไป ถึงแมวา สุรยิ นั ขุนทัพของขาตองเสียชีวติ ไปแลวก็ตาม” เสี่ยหงวนหัวเราะ “ฝาบาทไมมีทางที่จะชนะเราได” “วา” เจาแหวเอ็ดตะโรลัน่ แลวเงยหนาขึน้ มองดูกิมหงวน “รับประทานหลังผมจะหักอยูแ ลวมัวแตโต คารมกันอยูไ ด รบก็รบกันซีครับ รับประทานผมเปนคนนะครับไมใชมา ” อาเสี่ยยกมือซายตบศีรษะเจาแหว “ขอโทษทีโวย หลังของแกนุมมากทําใหกนั เผลอไปคิดวานัง่ อยูบ นหลังมาศึก อดทนหนอยเพือ่ น กัน จะรบกับเจาชายเดีย๋ วนี”้ พูดจบเขาก็มองดูหนาเจาชายขีย้ า “กระหมอมพรอมแลวฝาบาท เรามาสูร บกันให พวกทหารของเราไดชมเปนขวัญตาเถิด” เจาชายหนุม ควงขวานเลน “ทานสูร บกับขาก็ไมมที างรอดชีวติ ” “ออ ความตายเปนเรือ่ งเล็กกระหมอม” เจาแหวตวาดแวด “ปูโธ รับประทานมัวแตทอคโกทอคคัมเมือ่ ไรจะฟอลดาวนเสียทีละ ครับ” อาเสีย่ มองดูเจาแหวแลวหัวเราะหึๆ “แปลวากระไรวะ ฉันไมเคยไดยนิ ภาษาอังกฤษประโยคนีเ้ ลย” “รับประทานก็แปลทีละคําซีครับ ทอคโกทอคคัม พูดไปพูดมา ฟอลดาวนกแ็ ปลวาตกลง” เสี่ยหงวนพยักหนารับทราบ แลวเงยหนาขึน้ มองดูเจาชายผอมกะหรองผิวเหลืองสะโอดสะองตาม แบบของนักนิยมควันทัง้ หลาย “มา.

หลังใหกิมหงวนมันก็ยกขาหลังขึ้นดีดหวุดหวิดจะถูกหนาเจาแหวตั้งหลายครั้ง เจาแหวถือปงตอกระชับมั่น พอมาดีดลูกหลังเขาอีกทีหนึ่ง เจาแหวก็ฟน ฉับเต็มเหนีย่ วถูกขอเทาขางขวาขาดกระเด็น ความเจ็บปวดรวดราวทําใหมาศึกลมลงทันที เจาชายสุบินกระเด็นตกจากหลังของมันอยางไมมีทา เจาแหวรีบบอกเสีย่ หงวนโดยเร็ว “รับประทานลงจากหลังผมไดแลวครับ เร็ว ลงเถอะครับ กนอาเสีย่ รับประทานแหลมยังกะเข็ม รบ กันบนพื้นดินเถอะครับ รับประทานผมชวยจัดการกับมาศึกของเจาชายไดแลว ฟนเสียขาขาดเลย” อาเสี่ยยิ้มนอยยิ้มใหญ “ไมอยากลงจากหลังแกเลยโวยใหดน้ิ ตาย นัง่ อยูบ นหลังแกสบายกวานัง่ บนหลังมาเปนไหนๆ” “วา” เจาแหวเอ็ดตะโร “รับประทานหลังผมจะหักอยูแลว ลงเสียทีสิครับ ปูโ ธ” กิมหงวนแลเห็นเจาชายขีย้ าถือขวานทองแดงผุดลุกขึน้ เขาก็กาวลงจากหลังมาทันที ถือขวานหนา ใหญรูปพระจันทรครึ่งซีกกระชับมั่นเตรียมพรอมที่จะปะทะกับเจาชายหนุมอีก เจาแหวยกมือขวากุมสันหลัง แลงเดินลากขาเขาไปหาคณะพรรคสีส่ หายซึง่ ยืนรวมกลุม อยูใ นพวกแมวเวียงดอย เจาชายสุบนิ ถือขวานเดินยางสามขุมเขามาหาเสีย่ หงวน “ตาย!” พระองคตวาดลัน่ “ใครตาย” กิมหงวนถามยิ้มๆ “อัว๊ นะซี วันนี้อ๊ัวสูต ายโวย แตก็ไมแน ถาลือ้ ประมาทอัว๊ หรือพลาดพลัง้ เพียงนิดเดียวขวานของอัว๊ ก็ จะตัดคอลือ้ ออกจากบาทันที” กิมหงวนแหยขวานออกไปขางหนา เจาชายทรงฟนเต็มเหนี่ยว อาเสีย่ ยกขวานขึน้ รับแลวสปริงตัว ถอยออกมาหางยักคิ้วหลิว่ ตาเพือ่ ยัว่ โทสะคูต อ สู เมือ่ เจาชายติดตามเขามา กิมหงวนก็กระโจนขามมาศึกของ เจาชายซึ่งนอนดิ้นทุรนทุรายอยูบนพื้นดินเพราะถูกฟนขาหลังขางขวาขาด ทําใหมนั เจ็บปวดไดรบั ความทุกข ทรมานอยางทีส่ ดุ อาเสี่ยเอียงคอซายขวาหลอกลอเจาชายสุบนิ “มาซีฝาบาท คราวนีพ้ ระเศียรขาดแน ชัน้ เชิงของฝาบาทออนหัดนัก กระหมอมนีแ่ หละคือขุนขวาน ผูยิ่งใหญ” ประมุขแหงผามวนขบพระทนตกรอด พระองคปราดเขาปะทะกิมหงวนอีก อาเสีย่ เตนเทาสลับไปมา แบบนักมวย ลอยหนาเฉิบๆขยับขวานหลอกลอ พอเจาชายเงื้อขวานขึ้นจะฟน เทาขวาของกิมหงวนก็เหวีย่ ง โครมถูกพระพักตรเจาชายอยางถนัดถนี่ รางอันผอมบางแบบนักนิยมควันเซถลาออกไปหลายกาวเหมือนกับ นกปกหัก แลวเจาชายก็เอ็ดตะโรลัน่ “มึงเตะกู” “ถูกแลวกระหมอม การสูร บกันก็ตอ งอาศัยกลยุทธรอบตัว กระหมอมตองขอประทานโทษที่เอาพระ บาทไปฟาดพระโอษฐฝา บาท” .

. เจาชายทรงโมโหจนลืมตัว พระองคปรีเ่ ขาจวงฟนอาเสีย่ ติดๆกันหลายครัง้ คราวนีเ้ สีย่ หงวนลาถอย กรูดๆ เจาคุณปจจนึกฯ แลเห็นเชนนัน้ ก็รอ งตะโกนลัน่ “ถอยทําไมโวยอายหงวน อยาถอย สูต ายซีโวย” โทสะของเจาชายสุบินทํ าใหพระองคมีกําลังวังชาเกิดขึ้นอีกหลายเทาตัว พระองคทรงบุกรุกไล หมายที่จะสังหารกิมหงวนดวยขวานทองแดงอันเปนอาวุธคูม อื ของพระองค อาเสีย่ ลาถอยไปรอบๆ พวกแมว ผามวนตางรองตะโกนหนุนเจานายของเขา สวนแมวเวียงดอยเงียบกริบ ทุกคนหวัน่ วิตกไปตามกัน เกรงวากิม หงวนจะเพลี่ยงพลําเสี้ ยทีเจาชายหนุมพระองคนี้ซึ่งเปนนักรบผูมีฝมือเยี่ยมคนหนึ่งในหมูแมวทั้งหลาย กิมหงวนใชกลยุทธมวยไทยอีก เขายกเทาซายถีบพระอุระเจาชายสุบนิ เต็มแรงทําใหพระองคเซออกไป คราวนีเ้ จาชายหนุม โกรธจน หนาเขียว เงื้อขวานวิ่งเจามาจะฟนอาเสี่ย แตแลวกิมหงวนก็เตะดวยเทาขวาถูกใตขาพับขางซายของเจาชาย ขี้ยาเสียงดังฉาด พระองคตัวลอยแลวลมลงกนกระแทกพื้นแบบเดียวกับเลาจงทีป่ ราชัยกิมหงวนดวยชัน้ เชิง ของมวยไทย อาเสี่ยปราดเขาไปเงื้อขวานรูปครึ่งวงเดือนขึ้นสุดแขนจะตัดคอเจาชายหนุม แตดร..ดิเรกวิ่งเขาไป กระโจนเขาควาดามขวานไวได “เฮ – อยาฆาคนทีไ่ มมโี อกาสตอสูแ กซีเวย แกเปนสุภาพบุรุษและเปนลูกหมา.....เอย.ลูกผูชาย ให โอกาสเขาลุกขึ้นสูกับแกใหม” กิมหงวนหันมายิม้ ใหนายพลดิเรก “เปลา กันทําเงื้องาไปยังงั้นเอง กันไมเคยฆาคนที่ไมมีอาวุธหรือไมมีทางสูกันหรอก” แลวกิมหงวนก็ พยักหนากับเจาชายนักนิยมควัน “ลุกขึน้ มาฝาบาท หรือถารักตัวกลัวตายก็ยอมแพเสียโดยดี” เจาชายสุบนิ ควาขวานคูม อื ลุกขึน้ พระเนตรวาวโรจน สิงหอมควันจอมแมวแหงผามวนวิ่งเขามาหา เสี่ยหงวน แตแลวก็หยุดชะงักเพราะขาขวาของพระองคขดั ยอกเนือ่ งจากถูกเตะใตบานพับอยางแรง พระองค มานะกัดฟนเดินกะโผลกกะเผลกเขามาหาเสีย่ หงวน นิกรปองปากตะโกนบอกเจาชายสุบนิ ดวยเสียงอันดัง “ฝาบาท ระวังอายหงวนเตะบานพับ คอยยกเขาขึน้ รับไวพะ ยะคะ” เจาคุณปจจนึกฯ หันขวับมาทางนายจอมทะเลน “แลวกันโวย ไหงเสือกไปหนุนฝายขาศึกละ” นิกรอมยิม้ “ผมรองเจาชายไวนค่ี รับ เจาแมวหนุม ทีย่ นื อยูข า งผมนีเ่ ขาตออายหงวนถึงสิบเอาหนึง่ เสมอเปนแพ ผมเลยรองไว ๑๐๐ บาท ผิดนักผมก็ไดเงินใช ๑.๐๐๐ บาท เพียงแตเจาชายตีเสมออายหงวนได” อาเสี่ยกับสิงหอมควันตอสูก นั ดวยเพลงขวานตอไป ซึง่ การตอสูข าดรสตืน่ เตนหรือหวาดเสียว คูต อ สูมดั จดๆจองๆกัน นานๆจึงฟนกันสักฉึกและฟนหางกันตั้งโยชน .

. ครั้งหนึ่งเจาชายสุบนิ ตัดสินใจบุกเขามา เสีย่ หงวนใชกลยุทธมวยไทยยกเทาขวาเตะหมายบานพับ ซายของเจาชายอีก ครานีจ้ อมแมวก็ยกขาซายขึน้ ตัง้ เขารับ กิมหงวนจึงเตะถูกเขาของพระองคเต็มแรงทําให เขารองเสียงลั่น “โอยๆๆ เจ็บโวย” เสียงหัวเราะของคณะพรรคสีส่ หายและพลรบทัง้ สองฝายดังขึน้ อยางครืน้ เครง เจาชายหนุม ยิม้ ออก มาไดปราดเขามายกขวานฟนเสีย่ หงวนเต็มเหนีย่ ว กิมหงวนตกใจเอีย้ วตัวหลบ แตถงึ กระนัน้ คมขวานก็เฉีย่ ว ไหลซายของอาเสีย่ เปนแผลยาวเกือบ ๒ นิว้ ถึงแมแผลจะไมลึกก็ตาม อาเสีย่ ถอยออกหาง พอรูต วั วาเสีย เลือดใหเจาชายสุบิน เขาก็เดือดดาลอยางยิง่ อาเสีย่ ของเราบาเลือดแลว ควงขวานบุกเขาตะลุมบอนอยาง แคลวคลองวองไว ดูเหมือนวาการสูรบระหวางจอมแมวกับเสี่ยหงวนเพิ่งจะจริงจังและออกรสเผ็ดรอนในตอนนี้ ทั้งสอง เหวี่ยงขวานเขาใสกนั เสียงฉาดฉับ ผลัดกันรุกผลัดกันรับ พลรบทัง้ สองฝายตางโหรอ งเอาใจชวยนายของตน นิกรเลี่ยงเขามาหาเจาแมวหนุมคูพนันของเขา “เฮ..๐๐๐ บาท” สิงหอมควันบอกตัวเองวาพระองคสูตายเพื่อศักดิ์ศรีของพระองค แตฝมือและชั้นเชิงของพระองค ดอยกวากิมหงวน และกําลังของขีย้ าทัง้ หลายนัน้ ก็มอี ยูเ พียงเล็กนอย พระองครบกับอาเสีย่ ไดประมาณ ๓๐ เพลงก็ทรงไอแคกๆ ถูกเสี่ยหงวนบุกทะลวงรุกไลจนตั้งตัวไมติด ครั้งหนึ่งเจาชายสุบินทรงเสียหลักถอยลงไปในหลุมตื้นๆ พระองคจึงซวนเซไป อาเสีย่ กระโจนเขา ประชิดตัว ยกขวานหนาใหญขน้ึ ฟนเต็มเหนีย่ ว ถูกพระศอของจอมแมวเสียงดังฉัวะขาดกระเด็นหวือ แลวกิม หงวนก็สะดุงสุดตัวใจหายวาบเมือ่ แลเห็นรางอันปราศจากศีรษะของเจาชายยืนจังกา โลหิตสีแดงเขมพุง ออก มาจากซอกคอเปนไฟพะเนียง กิมหงวนทิ้งขวานคูมือแลวหมุนตัวกลับรองเอะอะโวยวายวิ่งเขาไปหาคณะ พรรคของเขาดวยความหวาดเสียงสยดสยองใจ ชัยชนะอันเด็ดขาดเปนของกองทัพเวียงดอยแลว รางของเจาชายสุบินยืนนิ่งเฉยอยูในราว ๑๐ วินาทีก็ลม ลงนอนควํ่าหนาบนพืน้ ดิน พลรบเวียงดอยตางโหรอ งกระโดดโลดเตนไปตามกัน สวนแมวผามวน ประมาณ ๕๐๐ คนตางทิง้ อาวุธทรุดตัวลงนัง่ พับเพียบยอมจํานนโดยไมมีเงื่อนไข พลยื่นมือใหกิมหงวนจับ .เมือ่ กีแ้ กตออายหงวนสิบเอาหนึง่ กันรองไวรอ ยบาทใชไหม?” “ครับ” “อา กันตออายหงวนรอยเอาหนึง่ แกรองไหม?” เจาแมวหนุม ขมวดคิว้ ยน การตอถึงรอยเอาหนึง่ ถึงแมอาเสี่ยมีฝมือดีกวา แตถาเพลี่ยงพลําเพี ้ ยง นิดเดียวก็อาจจะถูกเจาชายขีย้ าตัดคอไดงา ยๆเหมือนกัน ดังนั้นเขาจึงเสี่ยงโชครองไว เจาแมวหนุมยื่นมือให นายจอมทะเลนจับ “ผมรอง ๒๐๐ ครับ จายเงินสดใหผมนะครับ ไมใชเช็ค” “เออ เงินสดซีวะ ถาอายหงวนแพกนั จะจายเงินสดใหแก ๒๐..

ดิเรกกับเจาคุณปจจนึกฯ และเจาแหวตางเขามารุมลอมแสดงความยินดีกบั เสีย่ หงวน สวนนิกร มองหาตัวเจาแมวรางสูงใหญคูพนันของเขา แลวนิกรก็วง่ิ เขาไปควาแขนเจาแมวคนหนึง่ ซึง่ ไวหนวดโงง “เฮย! เอาหนวดออกอายระยํา หน็อยแน ทําเปนสนามวาวสนามหลวงไปได พอแพพนันควักหนวด ออกมาติด” แลวนิกรก็หวั เราะ เจาแมวหนุมทําหนาเหมือนกับจะรองๆไห ยกมือขวาดึงหนวดปลอมซึง่ ยาวและโงงเหมือนเขาควาย ออกมาเก็บใสกระเปาตามเดิม “แฮะ แฮะ เปนอันวานายไดผม ๑๐๐ บาทนะครับ เพราะตอนแรกนายรองผมไว ๑๐๐ บาท ตอน หลังผมรองนายไว ๒๐๐ บาท” “เออ จายมาเสียดีๆ” หนุมแมวลวงกระเปาเสื้อ หยิบธนบัตรยอยออกมาปกหนึง่ นับสงใหนกิ รรวม ๕๐ บาท แลวยกมือ ไหวนายจอมทะเลน “กรุณาผมเถอะครับ นายเอาไป ๕๐ บาทกอน แลวเดือนหนาขีเ่ รือบินมาเอาเงินทีผ่ มอีก ๕๐ บาท สาบานตอหนาเจาพออสูรก็ไดครับวาผมจายใหแน – โดยไมมีการเหลวไหล ยอมเสียเวลาขีเ่ รือบินมาอีก หนนะครับ” นิกรเมมปากแนน “คานํ้ามันเรือบินมาจากดอนเมืองมานีก่ น็ บั พันแลว” “โธ – นํ้ามันหลวงนี่ครับไมใชนํ้ามันของคุณ” “เออ จริงของแกโวย” แลวนิกรก็คนื เงินให “เอา เอาไป กันกินเงินของแกไมลงหรอก ลอแกเลน สนุกๆเทานั้นเอง แตถา อายหงวนแพ กันก็ตอ งจายเงิน ๒๐. “ไมเลวโวยเพือ่ นยาก แกเกงมาก” เสี่ยหงวนทําหนาเหมือนกับจะรองไห “เกงกะลิงอะไรเลา กันเหวีย่ งขวานไปอยางสงเดช บังเอิญไปถูกคอเจาชายขีย้ าเขาพอดี วุย – นา เสียวไสโวย” ดร.๐๐๐ บาทใหแกจริงๆ” มหาเทวีแหงเวียงดอยเสด็จแลว สุดาวดีเดินนําหนาพายายแมมดเฒากองคําตรงเขามาในยุทธ บริเวณ พวกแมวเวียงดอยตางทรุดตัวลงนัง่ หมอบกราบถวายบังคมโดยทัว่ หนากัน และเชนเดียวกัน แมวผา มวนก็กราบถวายบังคมพระแมเจาผูเ ปนราชินแี มวดวย สุดาวดีมสี หี นาสดชืน่ แจมใสผิดปรกติ หลอนปราดเขามากอด พล พัชราภรณ ผูเ ปนขุนทัพของ หลอนแลวเอียงแกมขวาใหพลจูบโดยดี พลยิม้ แหงๆและกอดหลอน “ขอจูบแกมคุณอีกทีซคี รับ เมือ่ กีผ้ มตกใจสูดลมเขาปอดเบาไปหนอย เพราะนึกไมถึงวาคุณจะเอียง แกมใหผมจูบ” สุดาวดีเอียงแกมซายใหพลโดยดี พลกมลงจูบแกมหลอนอยางรุนแรงแลวกระซิบเบาๆ .

“ผมอยากจูบปากของคุณมากกวาแกมครับ” หลอนคลายมือที่โอบรอบคอพลออกทันที ทาทางของหลอนกระดากอายเล็กนอย ในเวลาเดียวกัน นี้เองยายเฒาแมมดก็คอ ยๆยองเขามายืนเบือ้ งหนานิกร คุณยาทวดแหงเวียงดอยเงยหนาอันเหีย่ วยนตกกระ ของนางขึน้ มองนิกรดวยความพิศวาส “กรขา จูบเมียใหชื่นใจสักทีซีคะ” นิกรสะดุง เฮือกสุดตัว “ปูโธโวย จะตามลางตามผลาญฉันไปถึงไหนนะคุณยาทวด” “โธ – อะฮั้นรักคุณแทๆ คุณยังวาอะฮั้นตามลางตามผลาญ ชางไมเห็นใจอะฮั้นเลย คนแกกม็ หี วั ใจ เหมือนกันนะคะ” “พอแลว” นิกรพูดตัดบท “เดีย๋ วอวกแตก กรุณาออกไปหางๆฉันหนอย ตราบใดทีอ่ ยูใ นรูปยายแก แรงทึง้ อยางนี้ อยาพยายามเขามาใกลฉันเลย” คุณยาทวดรองไหกระซิกๆ เดินกระทืบเทาปองๆสะบัดกนไปมาตรงไปยังองคเทวรูปอสูรจอมภูผา เพื่อกราบไหวออ นวอนเทพเจาอสูรใหชว ยดลบันดาลจิตใจของนิกรใหปฏิพทั ธนาง ในเวลาเดียวกันนี้เอง สุดาวดีพระแมเจาก็เสด็จเขาไปประทับยืนเดนเบือ้ งหนาพวกแมวผามวน พระ องครับสั่งขึ้นดวยเสียงแจมใสวา “พี่นองทั้งหลาย เทาทีเ่ รารบราฆาฟนกันทําใหพลรบทัง้ สองฝายตองบาดเจ็บลมตายไปตามกัน ก็ เพราะเจาพี่ของขามีเจตนาที่จะไดเวียงดอยเปนอาณาจักรของพระองค เจาพี่ทรงเชื่อถือฝมือสุริยันมากเกินไป แตแลวในที่สุด ทั้งสุริยันและเจาพี่ของขาก็ตองเสียชีวิตในการรบ บัดนีพ้ วกเจาชาวแมวผามวนตองตกเปน เชลยของขาแลว แตขา ยินดีอภัยโทษให จะไมถือวาพวกเจาเปนเชลยศึก ขอใหชว ยกันนําศพเจาพี่ของขากับ สุริยันและไพรพลผามวนที่เสียชีวิตกลับไปฝงตามประเพณีของเราเถิด ตอจากนีไ้ ปขาจะปกครองผามวนและ ขอประกาศใหทราบทั่วกันวาผามวนกับเวียงดอยไดรวมเปนอาณาจักรเดียวกันแลว ขอใหทกุ คนจงประกอบ อาชีพกันตอไป อยาเบียดเบียนขมเหงกันและอยาทําการทุจริตคิดมิชอบ ขาจะปกครองพวกเจาอยางดีทส่ี ดุ จะไมใหใครมีเรือ่ งเดือดรอนเลย” กิมหงวนแหกปากรองขึน้ ดังๆ “ขอใหพระแมเจาสุดาวดีจงเจริญ ไช – โย” เสียงไชโยดังขึน้ สนัน่ หวัน่ ไหว สันติภาพกลับคืนมาแลว ศาสตราจารยดิเรกกับคณะของเขาพักอยูที่เวียงดอยอีก ๓ วัน ซึ่งสุดาวดีไดใหการตอนรับ อยางดีที่สุด นิกรของเราเกลียดชังยายเฒาแมมดอยางที่สุด แตแลวพอตกคําเขาก็ ่ ไปหาคุณยาทวดในถําที ้ ่พัก และนอนอยูในถํ้านั้นจนรุงอรุณของวันใหม ซึ่งแมมดเฒาอยูใ นสภาพของสาวสวยตลอดเวลาทีน่ างอยูใ นถํ้า นัน้ .

๓๐ น.ดิเรกมอบเครื่องกระปองและยารักษาโรคอัน มากมายใหสุดาวดีไวใช นอกจากนีย้ งั มอบเครือ่ งรับวิทยุทรานซิสเตอรอยางดีใหพระแมเจาอีกเครือ่ งหนึง่ ๙.ต. นิกร.ศาสตราจารยดิเรก ณรงคฤทธิ์ แลวพูดยิ้มๆ “ดิฉันขอมอบกลวยไมปาใหคุณหมอเปนที่ระลึกคะ ขอใหทุกคนเดินทางกลับดวยความสวัสดีนะ คะ” นายพลดิเรกกมศีรษะเล็กนอย “ขอบคุณมากครับคุณสุดา ลากอนครับ วันหนึ่งเราคงจะมีโอกาสไดมาเยี่ยมคุณและพวกแมวอีก ถาไปกรุงเทพฯเมื่อไรตองแวะไปหาเรานะครับ” พล. ในที่สุด คณะพรรคสีส่ หายก็เดินทางกลับในตอนสายวันนัน้ สุดาวดีและพวกชาวแมวทัง้ หลายตาง แสดงความอาลัยรักนายพลดิเรกกับคณะของเขาอยางยิ่ง ดร. อวสาน .อ.กิมหงวนไดตดิ เครือ่ งยนต แลว มีการเรงเครื่องและผอนเครื่องใหเบาลง ใบพัดใหญเหนือลําตัวของมันและใบพัดทีห่ างหมุนชาๆ ทันใด นั้นเองยายแมมดเฒาก็วง่ิ ตรงมายังเฮลิคอปเตอร นิกรแลเห็นเขาก็ใจหายวาบ “เฮย อายหงวน เปดเถอะเวย ยายแรงทึ้งเมียกันตามมาแลว” อาเสี่ยบังคับเฮลิคอปเตอรลอยขึ้นจากพื้นดินทันที ยายเฒากองคํากระโดดเกาะขอบประตูเครื่อง บินแนน รองเอะอะเอ็ดตะโรเมือ่ เครือ่ งบินลอยตัวขึน้ เกือบถึงยอดไม นิกรผุดลุกขึน้ จากทีน่ ง่ั วิง่ มาทีข่ อบประตู แกะมือยายแมมดออก รางอันเหี่ยวยนเหมือนคางคกตายซากลอยละลิ่วลงสูพื้นดินทันที นายจอมทะเลนถอนใจโลงอก เสี่ยหงวนบังคับเฮลิคอปเตอรเดินทางไปจากเวียงดอยแลว คณะพรรคสี่สหายไมอาจจะทราบไดวาคุณยา ทวดเปนตายรายดีประการใด แตแกหลนลงไปจากเครือ่ งบินอยางแนนอน. เจาคุณปจจนึกฯ และเจาแหวตางอําลาพระแมเจาแหงเวียงดอยโดยทัว่ หนากันตอจาก นั้นทุกคนก็ขึ้นไปบนเครื่องบินเฮลิคอปเตอร แตประตูเครื่องบินยังเปดทิ้งไว พ. สุดาวดีกับชาวแมวหญิงชายประมาณ ๑๐๐ คนตางยืนหอมลอมเฮลิคอปเตอรหมายเลข ๑๓ ของ กองทัพอากาศไทยในระยะหางๆ เมื่อคณะพรรคสี่สหายกับเจาคุณปจจนึกฯ และเจาแหวตางเดินเขามาใน บริเวณที่วางหลังบานพักของสุดาวดีและตรงไปทีเ่ ครือ่ งบิน เสียงจอกแจกจอแจก็ดงั ขึน้ สุดาวดีวง่ิ เหยาะๆเขา ไปหาคณะพรรคสี่สหายพรอมดวยชอกลวยไมปาหนึ่งหอบ สุดาวดียื่นชอกลวยไมให พล.