หนน่วยการเรรียนรรรู้ทรีที่ 1 เรรที่อง หลลักการเขรียนโปรแกรม

เบรบื้องตรน
รายววิชา ง 30203 การเขรียนโปรแกรมเบรบื้องตรน
ระดลับชลัน
บื้ มลัธยมศศึกษาปรี ทรีที่ 5
เรรที่อง หลลักการเขรียนโปรแกรมเบรบื้องตรน
ภาคเรรียนทรีที่ 1 เวลา 4 ชลัที่วโมง
โรงเรรียนหนองแค “สรกวิจพวิทยา” ครรู้ผรรู้สอน
นางสาวนลัฏกาญจนน์ ววิจารณน์

ผลการเรรียนรรรู้
1. อธธิบายและบอกขขน
ขั้ ตอนการพขฒนาโปรแกรมไดด
2. อธธิบายขขน
ขั้ ตอนการททางานของโปรแกรมดดวยอขลกอรธิททึม
รหขสจทาลองและผขงงานไดด
สาระสสาคลัญ/ความควิดรวบยอด
ในการเขขียนโปรแกรมคอมพธิวเตอรร์ จะตดองเขดาใจหลขกเกณฑร์
ของภาษาโปรแกรมและระบบการททางานของคอมพธิวเตอรร์ วว่ามขี
โครงสรดางและวธิธขีการใชดคทาสขงสั่ อยว่างไรซทึสั่งในการเขขียนโปรแกรม
คอมพธิวเตอรร์
สาระการเรรียนรรรู้
1. ดรานความรรรู้ (K)
2

1.1 อธธิบายและบอกขขน
ขั้ ตอนการพขฒนาโปรแกรมไดด
1.2 อธธิบายขขน
ขั้ ตอนการททางานของโปรแกรมดดวยอขลกอรธิ
ททึม รหขสจทาลองและผขงงานไดด
2. ดรานทลักษะกระบวนการ/กระบวนการควิด (P)
2.1 มขีทขกษะในการแกดปขญหาไดด
2.2 มขีทขกษะในการแสวงหาความรดร
3. คคุณลลักษณะอลันพศึงประสงคน์ (A)
3.1 มขีวธินขย
3.2 ใฝว่ เรขียนรดร
3.3 มว่มุ่งมขสั่นในการททางาน
4. สมรรถนะสสาคลัญของผรรู้เรรียน
4.1 ความสามารถในการสสสั่อสาร
4.2 ความสามารถในการคธิด
4.3 ความสามารถในการแกดปขญหา
4.4 ความสามารถในการใชดทขกษะชขีวธิต
4.5 ความสามารถในการใชดเทคโนโลยขี

หลลักฐานแสดงผลการเรรียนรรรู้
3

1. ชวิน
บื้ งาน
1.1 แบบฝทึ กหขดทขีสั่ 1 เรสสั่อง ขขน
ขั้ ตอนการเขขียนโปรแกรม
1.2 แบบฝทึ กหขดทขีสั่ 2 เรสสั่อง เครสสั่องมสอทขีสั่ใชดในการออกแบบ
โปรแกรม
1.3 แบบทดสอบหลขงเรขียนหนว่วยการเรขียนรดรทขีสั่ 1 เรสสั่อง
หลขกการเขขียนโปรแกรมเบสขั้องตดน
2. ภาระงาน
2.1 เรขียนรดรจากสสสั่อ Mobile Learning หนว่วยการเรขียนรดร
ทขีสั่ 1 หลขกการเขขียนโปรแกรมเบสขั้องตดน

ระดลับคคุณภาพ

ประเดด็นการ ควร
ประเมวิน ดรีเยรีที่ยม(4) ดรี(3) พอใชร(2) ปรลับปรคุง(
1)

1. แบบฝทึ กหขด บอกขขน
ขั้ บอกขขน
ขั้ บอกขขน
ขั้ บอกขขน
ขั้
ทขีสั่ 1 ตอนการ ตอนการ ตอนการ ตอนการ
เรสสั่อง ขขน
ขั้ ตอน เขขียน เขขียน เขขียน เขขียน
การเขขียน โปรแกรม โปรแกรม โปรแกรม โปรแกรม
โปรแกรม ไดดอยว่างถรก ไดดอยว่างถรก ไดด ไดดไมว่ถรก
4

ตดอง ครบ ตดอง ตดอง
ถดวน

2. แบบฝทึ กหขด บอกความ บอกความ บอกความ บอกความ
ทขีสั่ 2 รดรเครสสั่องมสอ รดรเครสสั่องมสอ รดรเครสสั่องมสอ รดรเครสสั่องมสอ
เรสสั่อง เครสสั่อง ทขีสั่ใชดในการ ทขีสั่ใชดในการ ทขีสั่ใชดในการ ทขีสั่ใชดในการ
มสอทขีสั่ใชดในการ ออกแบบ ออกแบบ ออกแบบ ออกแบบ
ออกแบบ โปรแกรม โปรแกรม โปรแกรม โปรแกรม
โปรแกรม ไดดอยว่างถรก ไดดอยว่างถรก ไดด ไดดไมว่ถรก
ตดอง ครบ ตดอง ตดอง
ถดวน

3.แบบ ททาคะแนน ททาคะแนน ททาคะแนน ททาคะแนน
ทดสอบ ไดดรดอยละ ไดดรดอยละ ไดดรดอยละ ไดดตสั่าท กวว่า
หลขงเรขียน 80 ขทึน
ขั้ ไป 70-79 50-69 รดอยละ 50
หนว่วยการ
เรขียนรดรทขีสั่ 1
5

กวิจกรรมการเรรียนรรรู้ (ววิธรีการสอน : แบบ TPACK MODEL )
ชลัที่วโมงทรีที่ 1-2
กวิจกรรมนสาเขราสน่รู้บทเรรียน
ความรรรู้ดรานเทคโนโลยรี (TK)
1. ครรชแ
ขี ขั้ จงภาพรวมของเนสขั้อหา กธิจกรรมการเรขียนการสอน
การวขดประเมธินผลทขีสั่จะตดอง ดทาเนธินการใหดนขกเรขียนทราบ
2. นขกเรขียนททาแบบทดสอบกว่อนเรขียนหนว่วยการเรขียนรดรทขีสั่ 1
เรสสั่อง หลขกการเขขียนโปรแกรม ผว่านระบบออนไลนร์ โดยมขีวธิธขีการดขงนขี ขั้
2.1 การททาแบบทดสอบ แบบฝทึ กหขด ทมุ่กหนว่วยการเรขียนรดร จะ
ตดองมขีการ Login เขดาสว่ร Google Account ทมุ่กครขงขั้ เพสสั่อเปป็ นการ
ตรวจสอบการใชดงาน เมสสั่อนขกเรขียนททา แบบทดสอบ แบบฝทึ กหขด
สว่งเรขียบรดอยแลดวจะททาใหดครรผดรสอนสามารถตรวจสอบ ตอนนขกเรขียน
สว่งขดอสอบ และแบบฝทึ กหขด ไดดวว่านขกเรขียนมขีการทมุ่จรธิตใหดผดรอสั่ น
ส ททาแทน
หรสอไมว่ เพสสั่อเปป็ นการปลรกฝข งคมุ่ณธรรม ความซสสั่อสขตยร์ใหดกขบนขกเรขียน
2.2 นขกเรขียนทขีสั่ใชดสมารร์ทโฟนหรสอแทป็บเลป็ต (เฉพาะระบบ
ปฏธิบขตธิการ Android เทว่านขน
ขั้ ) สามารถดาวนร์โหลดสสสั่อ Mobile
Learning ทขีสั่ครรพขฒนาขทึน
ขั้ โดยเขดาไปดาวนร์โหลด Application ไดดทขีสั่
6

http://ai2.appinventor.mit.edu/b/96px หรสอไปททาการสแกน
QR Code ดขงนขี ขั้
เมสสั่อตธิดตขงขั้ Application เรขียบรดอย ใหดไปทขีสั่เมนร แบบทดสอบกว่อน
เรขียน
*** หมายเหตมุ่ สสสั่อ Mobile Learning นขีย
ขั้ ขงไมว่สามารถตธิดตขงขั้
บนระบบปฏธิบขตธิการอสสั่นไดด เนสสั่องจากบรธิษขทผดพ
ร ขฒนาโปรแกรมยขงไมว่
ไดดพขฒนารองรขบระบบปฏธิบขตธิการอสสั่น
2.3. กรณขีทขีสั่ไมว่มขีสสั่ อ
ส Mobile Learning หรสอใชด คอมพธิวเตอรร์
สมารร์ทโฟน แทป็บเลป็ต ทขีสั่เปป็ นระบบปฏธิบขตธิการอสสั่น ใหดเปธิ ด
https://goo.gl/3TqPHg หรสอสแกน QR Code ดขงนขี ขั้
จะสามารถเขดาสว่รแบบทดสอบกว่อนเรขียนหนว่วยการเรขียนรดรทขีสั่ 1 เรสสั่อง
หลขกการเขขียนโปรแกรม ไดดเชว่นกขน
2.4 เมสสั่อนขกเรขียนททาขดอสอบ และสว่งคทาตอบเรขียบรดอยแลดว
สามารถดรผลคะแนนไดดทขนทขีเพสสั่อเปป็ นการประเมธินตนเอง
กวิจกรรมการพลัฒนาการเรรียนรรรู้
ความรรรู้ดรานววิธรีการสอน (PK)
1. ครรอธธิบายเนสขั้อหาการเรขียนรดรจากใบความรดรทขีสั่ 1 เรสสั่อง หลขก
การเขขียนโปรแกรมเบสขั้องตดน
โดยทขีสั่นขกเรขียนสามารถเขดาไปดาวนร์โหลดใบความรดรไดดทขีสั่
7

https://goo.gl/Bt7hcJ สมารร์ทโฟนหรสอ
แทป็บเลป็ต สามารถสแกน QR Code ดขงนขี ขั้
ความรรรู้ดรานเนรบื้อหา (CK)
1. นขกเรขียนททาแบบฝทึ กหขดทขีสั่ 1 เรสสั่อง ขขน
ขั้ ตอนการเขขียน
โปรแกรม โดยไปทขีสั่https://goo.gl/regr3Q สมารร์ทโฟนหรสอ
แทป็บเลป็ต สามารถสแกน QR Code ดขงนขี ขั้
กวิจกรรมสรคุปการเรรียนรรรู้
ความรรรู้ดรานเนรบื้อหา (CK)
1. ครรและนขกเรขียนรว่วมกขนสรมุ่ปเนสขั้อหา พรดอมทขงขั้ เสนอแนะเพธิสั่ม
เตธิมเพสสั่อเปป็ นแนวทางในการศทึกษาดดวยตขวเองตว่อไป
2. ครรและนขกเรขียนรว่วมกขนแสดงความคธิดเหป็น วธิเคราะหร์
วธิจารณร์ เฉลยแบบฝทึ กหขดทขีสั่ 1
ความรรรู้ดรานเนรบื้อหา (CK)
1. นขกเรขียนกลขบไปศทึกษาเพธิสั่มเตธิมหรสอทบทวนเนสขั้อหาจาก สสสั่อ
Mobile Learning ทขีสั่ครรพขฒนาขทึน
ขั้

ชลัที่วโมงทรีที่ 3-4
กวิจกรรมนสาเขราสน่รู้บทเรรียน
ความรรรู้ดรานววิธรีการสอน (PK)
8

1. ครรทบทวนเนสขั้อหาทขีสั่ไดดเรขียนมาเมสสั่อคาบเรขียนทขีสั่แลดว เรสสั่อง ขขน
ขั้
ตอนการเขขียนโปรแกรม
กวิจกรรมการพลัฒนาการเรรียนรรรู้
ความรรรู้ดรานววิธรีการสอน (PK)
1. ครรอธธิบายเนสขั้อหาการเรขียนรดรจากใบความรดรทขีสั่ 1 เรสสั่อง หลขก
การเขขียนโปรแกรมเบสขั้องตดน หขวขดอเรสสั่อง เครสสั่องมสอทขีสั่ใชดในการ
ออกแบบโปรแกรม โดยทขีสั่นขกเรขียนสามารถเขดาไปดาวนร์โหลดใบ
ความรดรไดดทขีสั่ https://goo.gl/Bt7hcJ สมารร์ทโฟนหรสอแทป็บเลป็ต
สามารถสแกน QR Code ดขงนขี ขั้
ความรรรู้ดรานเนรบื้อหา (CK)
1. เมสสั่อนขกเรขียนศทึกษาใบความรดร เรสสั่อง เครสสั่องมสอทขีสั่ใชดในการ
ออกแบบโปรแกรม เรขียบรดอยแลดว ใหดนขกเรขียนททาแบบฝทึ กหขดทขีสั่ 2
เรสสั่อง ขขน
ขั้ ตอนการเขขียนโปรแกรม โดยไปทขีสั่
https://goo.gl/MXeMZz สมารร์ทโฟนหรสอแทป็บเลป็ต สามารถ
สแกน QR Code ดขงนขี ขั้

กวิจกรรมสรคุปการเรรียนรรรู้
ความรรรู้ดรานเทคโนโลยรี (TK)
9

1. นขกเรขียนททาแบบทดสอบหลขงเรขียนหนว่วยการเรขียนรดรทขีสั่ 1
เรสสั่อง หลขกการเขขียนโปรแกรมเบสขั้องตดนจากแบบทดสอบออนไลนร์โดย
ผว่านเวป็บไซตร์ https://goo.gl/SjVs43 สมารร์ทโฟนหรสอแทป็บเลป็ต
ททาการสแกน QR Code ดขงนขี ขั้

ความรรรู้ดรานเนรบื้อหา (CK)
1. ครรและนขกเรขียนรว่วมกขนสรมุ่ปเนสขั้อหา พรดอมทขงขั้ เสนอแนะเพธิสั่ม
เตธิมเพสสั่อเปป็ นแนวทางในการศทึกษาดดวยตขวเองตว่อไป
2. ครรและนขกเรขียนรว่วมกขนแสดงความคธิดเหป็น วธิเคราะหร์
วธิจารณร์ เฉลย แบบฝทึ กหขดทขีสั่ 2
และแบบทดสอบหลขงเรขียนหนว่วยการเรขียนรดรทขีสั่ 1
ความรรรู้ดรานเนรบื้อหา (CK)
1. นขกเรขียนกลขบไปศทึกษาเพธิสั่มเตธิมหรสอทบทวนเนสขั้อหาจาก สสสั่อ
Mobile Learning ทขีสั่ครรพขฒนาขทึน
ขั้

วลัดผลประเมวินผลประจสาหนน่วย
การประเมวินผลระหวน่างการจลัดกวิจกรรมการเรรียนรรรู้
1. แบบฝทึ กหขดทขีสั่ 1 เรสสั่อง ขขน
ขั้ ตอนการเขขียนโปรแกรม
10

2. แบบฝทึ กหขดทขีสั่ 2 เรสสั่อง เครสสั่องมสอทขีสั่ใชดในการออกแบบ
โปรแกรม
3. แบบทดสอบหลขงเรขียนหนว่วยการเรขียนรดรทขีสั่ 1 เรสสั่อง หลขก
การเขขียนโปรแกรมเบสขั้องตดน
4. สขงเกตจากการตอบคทาถาม
5. สขงเกตพฤตธิกรรมในการททากธิจกรรมรายบมุ่คคล

สรที่อ/แหลน่งการเรรียนรรรู้
สรที่อการเรรียนรรรู้
1. สสสั่อ Mobile Learning วธิชาการเขขียนโปรแกรมเบสขั้องตดน
2. หนขงสสอหรสอตทาราทขีสั่เกขีสั่ยวขดองกขบการเขขียนโปรแกรมเบสขั้องตดน

แหลน่งการเรรียนรรรู้
1. หดองคอมพธิวเตอรร์
2. หดองสมมุ่ด
3. แหลว่งขดอมรลสารสนเทศ
3.1) https://goo.gl/Bt7hcJ
3.2) www.google.com
3.3) www.youtube.com
11

แผนการจลัดการเรรียนรรรู้หนน่วยการเรรียนรรรู้ทรีที่ 1
แผนการจลัดการเรรียนรรรู้ทรีที่ 1 เรรที่อง หลลักการ
เขรียนโปรแกรมเบรบื้องตรน
รายววิชา การเขรียนโปรแกรมเบรบื้องตรน รหลัสววิชา ง 30203
ชลัน
บื้ มลัธยมศศึกษาปรี ทรีที่ 5 เวลา 2 ชลัที่วโมง
ครรู้ผรรู้สอน นางสาวนลัฏกาญจนน์ ววิจารณน์ โรงเรรียน
หนองแค “สรกวิจพวิทยา”

ผลการเรรียนรรรู้
1. มขีความรดรความเขดาใจอธธิบายและบอกขขน
ขั้ ตอนการพขฒนา
โปรแกรมไดด
2. มขีความรดรความเขดาใจอธธิบายรรปแบบในการเขขียนโปรแกรม
ไดด
สาระสสาคลัญ/ความควิดรวบยอด
ในการเขขียนโปรแกรมคอมพธิวเตอรร์ จะตดองเขดาใจหลขกเกณฑร์
ของภาษาโปรแกรมและระบบการททางานของคอมพธิวเตอรร์ วว่ามขี
12

โครงสรดางและวธิธขีการใชดคทาสขงสั่ อยว่างไรซทึสั่งในการเขขียนโปรแกรม
คอมพธิวเตอรร์
สาระการเรรียนรรรู้
1. ดรานความรรรู้ (K)
1.1 ขขน
ขั้ ตอนการพขฒนาโปรแกรม
1.2 รรปแบบในการเขขียนโปรแกรม
2. ดรานทลักษะกระบวนการ/กระบวนการควิด (P)
2.1 มขีทขกษะในการแสวงหาความรดร
2.2 มขีทขกษะในการแกดปขญหา
3. คคุณลลักษณะอลันพศึงประสงคน์ (A)
3.1 มขีวธินขย
3.2 ใฝว่ เรขียนรดร
3.3 มว่มุ่งมขสั่นในการททางาน
4. สมรรถนะสสาคลัญของผรรู้เรรียน
4.1 ความสามารถในการสสสั่อสาร
4.2 ความสามารถในการคธิด
4.3 ความสามารถในการแกดปขญหา
4.4 ความสามารถในการใชดทขกษะชขีวธิต
4.5 ความสามารถในการใชดเทคโนโลยขี
13

หลลักฐานแสดงผลการเรรียนรรรู้
1. ชวิน
บื้ งาน
1.1 แบบฝทึ กหขดทขีสั่ 1 เรสสั่อง ขขน
ขั้ ตอนการเขขียนโปรแกรม
2. ภาระงาน
2.1 เรขียนรดรจากสสสั่อ Mobile Learning หนว่วยการเรขียน
รดรทขีสั่ 1 หลขกการเขขียนโปรแกรมเบสขั้องตดน

กวิจกรรมการเรรียนรรรู้ (ววิธรีการสอน : แบบ TPACK MODEL )
ชลัที่วโมงทรีที่ 1-2
กวิจกรรมนสาเขราสน่รู้บทเรรียน
ความรรรู้ดรานเทคโนโลยรี (TK)
1. ครรชแ
ขี ขั้ จงภาพรวมของเนสขั้อหา กธิจกรรมการเรขียนการสอน
การวขดประเมธินผลทขีสั่จะตดอง ดทาเนธินการใหดนขกเรขียนทราบ
2. นขกเรขียนททาแบบทดสอบกว่อนเรขียนหนว่วยการเรขียนรดรทขีสั่ 1
เรสสั่อง หลขกการเขขียนโปรแกรม ผว่านระบบออนไลนร์ โดยมขีวธิธขีการดขงนขี ขั้
2.1 การททาแบบทดสอบ แบบฝทึ กหขด ทมุ่กหนว่วยการเรขียนรดร จะ
ตดองมขีการ Login เขดาสว่ร Google Account ทมุ่กครขงขั้ เพสสั่อเปป็ นการ
14

ตรวจสอบการใชดงาน เมสสั่อนขกเรขียนททา แบบทดสอบ แบบฝทึ กหขด
สว่งเรขียบรดอยแลดวจะททาใหดครรผดรสอนสามารถตรวจสอบ ตอนนขกเรขียน
สว่งขดอสอบ และแบบฝทึ กหขด ไดดวว่านขกเรขียนมขีการทมุ่จรธิตใหดผดรอสั่ น
ส ททาแทน
หรสอไมว่ เพสสั่อเปป็ นการปลรกฝข งคมุ่ณธรรม ความซสสั่อสขตยร์ใหดกขบนขกเรขียน
2.2 นขกเรขียนทขีสั่ใชดสมารร์ทโฟนหรสอแทป็บเลป็ต (เฉพาะระบบ
ปฏธิบขตธิการ Android เทว่านขน
ขั้ ) สามารถดาวนร์โหลดสสสั่อ Mobile
Learning ทขีสั่ครรพขฒนาขทึน
ขั้ โดยเขดาไปดาวนร์โหลด Application ไดดทขีสั่
http://ai2.appinventor.mit.edu/b/96px หรสอไปททาการสแกน
QR Code ดขงนขี ขั้
เมสสั่อตธิดตขงขั้ Application เรขียบรดอย ใหดไปทขีสั่เมนร แบบทดสอบกว่อน
เรขียน
*** หมายเหตมุ่ สสสั่อ Mobile Learning นขีย
ขั้ ขงไมว่สามารถตธิดตขงขั้
บนระบบปฏธิบขตธิการอสสั่นไดด เนสสั่องจากบรธิษขทผดพ
ร ขฒนาโปรแกรมยขงไมว่
ไดดพขฒนารองรขบระบบปฏธิบขตธิการอสสั่น
2.3. กรณขีทขีสั่ไมว่มขีสสั่ อ
ส Mobile Learning หรสอใชด คอมพธิวเตอรร์
สมารร์ทโฟน แทป็บเลป็ต ทขีสั่เปป็ นระบบปฏธิบขตธิการอสสั่น ใหดเปธิ ด
https://goo.gl/3TqPHg หรสอสแกน QR Code ดขงนขี ขั้
จะสามารถเขดาสว่รแบบทดสอบกว่อนเรขียนหนว่วยการเรขียนรดรทขีสั่ 1 เรสสั่อง
หลขกการเขขียนโปรแกรม ไดดเชว่นกขน
15

2.4 เมสสั่อนขกเรขียนททาขดอสอบ และสว่งคทาตอบเรขียบรดอยแลดว
สามารถดรผลคะแนนไดดทขนทขีเพสสั่อเปป็ นการประเมธินตนเอง

กวิจกรรมการพลัฒนาการเรรียนรรรู้
ความรรรู้ดรานววิธรีการสอน (PK)
1. ครรอธธิบายเนสขั้อหาการเรขียนรดรจากใบความรดรทขีสั่ 1 เรสสั่อง หลขก
การเขขียนโปรแกรมเบสขั้องตดน
โดยทขีสั่นขกเรขียนสามารถเขดาไปดาวนร์โหลดใบความรดรไดดทขีสั่
https://goo.gl/Bt7hcJ สมารร์ทโฟนหรสอ
แทป็บเลป็ต สามารถสแกน QR Code ดขงนขี ขั้
ความรรรู้ดรานเนรบื้อหา (CK)
1. นขกเรขียนททาแบบฝทึ กหขดทขีสั่ 1 เรสสั่อง ขขน
ขั้ ตอนการเขขียน
โปรแกรม โดยไปทขีสั่https://goo.gl/regr3Q สมารร์ทโฟนหรสอ
แทป็บเลป็ต สามารถสแกน QR Code ดขงนขี ขั้
กวิจกรรมสรคุปการเรรียนรรรู้
ความรรรู้ดรานเนรบื้อหา (CK)
1. ครรและนขกเรขียนรว่วมกขนสรมุ่ปเนสขั้อหา พรดอมทขงขั้ เสนอแนะเพธิสั่ม
เตธิมเพสสั่อเปป็ นแนวทางในการศทึกษาดดวยตขวเองตว่อไป
16

2. ครรและนขกเรขียนรว่วมกขนแสดงความคธิดเหป็น วธิเคราะหร์
วธิจารณร์ เฉลยแบบฝทึ กหขดทขีสั่ 1
ความรรรู้ดรานเนรบื้อหา (CK)
1. นขกเรขียนกลขบไปศทึกษาเพธิสั่มเตธิมหรสอทบทวนเนสขั้อหาจาก สสสั่อ
Mobile Learning ทขีสั่ครรพขฒนาขทึน
ขั้

วลัดผลประเมวินผลประจสาหนน่วย
การประเมวินผลระหวน่างการจลัดกวิจกรรมการเรรียนรรรู้
1. แบบฝทึ กหขดทขีสั่ 1 เรสสั่อง เครสสั่องมสอทขีสั่ใชดในการออกแบบ
โปรแกรม
2. สขงเกตจากการตอบคทาถาม
3. สขงเกตพฤตธิกรรมในการททากธิจกรรมรายบมุ่คคล

สรที่อ/แหลน่งการเรรียนรรรู้
สรที่อการเรรียนรรรู้
1. สสสั่อ Mobile Learning วธิชาการเขขียนโปรแกรมเบสขั้องตดน
2. หนขงสสอหรสอตทาราทขีสั่เกขีสั่ยวขดองกขบการเขขียนโปรแกรมเบสขั้องตดน
17

แหลน่งการเรรียนรรรู้
1. หดองคอมพธิวเตอรร์
2. หดองสมมุ่ด
3. แหลว่งขดอมรลสารสนเทศ
3.1) https://goo.gl/Bt7hcJ
3.2) www.google.com
3.3) www.youtube.com

วลัดผลประเมวินผลประจสาหนน่วย

ดรานความรรรู้ ดรานคคุณธรรม ดรานทลักษะ/
จรวิยธรรม กระบวนการ

1. สขงเกตจากการ 1. สขงเกตพฤตธิกรรม 1.สขงเกตพฤตธิกรรมใน
ตอบคทาถาม การ การททางาน การททางาน
แสดงความคธิดเหป็น ในขณะปฏธิบขตธิงานทขีสั่ 2.สขงเกตทขกษะในการ
2.ตรวจภาระงานทขีสั่ ไดดรขบมอบหมาย ใชดเทคโนโลยขี อมุ่ปกรณร์
ไดดรขบมอบหมาย 2. สขงเกตการ คอมพธิวเตอรร์ สมารร์ท
วธิเคราะหร์ วธิจารณร์ โฟน และอมุ่ปกรณร์อสั่ น

งานผดรอสั่ น
ส ดดวยความมขี ๆ
18

ดรานความรรรู้ ดรานคคุณธรรม ดรานทลักษะ/
จรวิยธรรม กระบวนการ

เหตมุ่ผล
3. สขงเกตความมขีจธิต
สาธารณะในการ
ดรแลชว่วยเหลสอเพสสั่อน

ววิธรีการวลัดผล
- คะแนนจากการททาแบบฝทึ กหขดทขีสั่ 1 อยว่รในระดขบดขีขน
ทึ ขั้ ไป
- สขงเกตพฤตธิกรรมในการททากธิจกรรมรายบมุ่คคล
เครรที่องมรอวลัดและประเมวินผล
- แบบฝทึ กหขดทขีสั่ 1 เรสสั่อง เครสสั่องมสอทขีสั่ใชดในการออกแบบ
โปรแกรม
- แบบสขงเกตพฤตธิกรรมรายบมุ่คคล
เกณฑน์การประเมวิน
- แบบฝทึ กหขดทขีสั่ 1 อยว่รในระดขบดขีขน
ทึ ขั้ ไป
- แบบสขงเกตพฤตธิกรรมรายบมุ่คคล ไดดคะแนนรวมในระดขบดขี
ขทึน
ขั้ ไป
19

บลันทศึกหลลังการสอน

ผลการจลัดการเรรียนการสอน
ดรานความรรรู้
_________________________________________________
________________________
_________________________________________________
________________________
ดรานทลักษะกระบวนการ/กระบวนการควิด
_________________________________________________
________________________
_________________________________________________
________________________
ดรานคคุณลลักษณะอลันพศึงประสงคน์
_________________________________________________
________________________
20

_________________________________________________
________________________

ปลั ญหา/อคุปสรรค
_________________________________________________
________________________
_________________________________________________
________________________
_________________________________________________
________________________
_________________________________________________
________________________

แนวทางแกรไข
_________________________________________________
________________________
_________________________________________________
________________________
21

_________________________________________________
________________________

ลงชสสั่อ__________________ ผดส
ร อน

(นางสาวนขฏกาญจนร์ วธิจารณร์)

_____/_____/____

แบบสลังเกตพฤตวิกรรมการปฏวิบลัตวิงานรายบคุคคล

การ การ ททางาน
พฤตธิกรรม หม
ท ความ แสดง การตอบ ยอมรขบ ตามทขีสั่ไดด
ายเ
ขีสั่ สนใจ ความคธิด คทาถาม ฟข งคน รขบมอบ
หตมุ่
เหป็น อสสั่น หมาย
ชสสั่อ-สกมุ่ล
43214321432143214321
22

ดขีมาก = 4 สนใจฟข ง ไมว่หลขบ ไมว่พรดคมุ่ยในชขน
ขั้ มขีคทาถามทขีสั่ดขี
ตอบคทาถามถรกตดอง ททางานสว่งครบตรงเวลา
ดขี = 3 การแสดงออกอยว่รในเกณฑร์ประมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยว่รในเกณฑร์ประมาณ 50%
ปรขบปรมุ่ง = 1 เขดาชขน
ขั้ เรขียน แตว่การแสดงออกนดอยมาก สว่ง
งานไมว่ครบ ไมว่ตรงเวลา
23

ลงชสสั่อ__________________
ผดรสอน
(นางสาวนขฏกาญ
จนร์ วธิจารณร์ )
…………/…………/……….

แผนการจลัดการเรรียนรรรู้หนน่วยการเรรียนรรรู้ทรีที่ 1
แผนการจลัดการเรรียนรรรู้ทรีที่ 2 เรรที่อง เครรที่องมรอทรีที่มา

ใชรในการออกแบบโปรแกรม

รายววิชา การเขรียนโปรแกรมเบรบื้องตรน รหลัสววิชา ง 30203
ชลัน
บื้ มลัธยมศศึกษาปรี ทรีที่ 5 เวลา 2 ชลัที่วโมง
ครรู้ผรรู้สอน นางสาวนลัฏกาญจนน์ ววิจารณน์ โรงเรรียน
หนองแค “สรกวิจพวิทยา”

ผลการเรรียนรรรู้
1. อธธิบายความหมายของอขลกอรธิททึมไดด
2. อธธิบายความหมายของซรโดโคดด (Pseudocode)ไดด
24

3. อธธิบายความหมายของผขงงานหรสอแผนภาพ
(Flowchart)ไดด
สาระสสาคลัญ/ความควิดรวบยอด
เครสสั่องมสอทขีสั่มาใชดในการออกแบบโปรแกรม
สาระการเรรียนรรรู้
1. ดรานความรรรู้ (K)
1.1 ขขน
ขั้ ตอนการพขฒนาโปรแกรม
1.2 รรปแบบในการเขขียนโปรแกรม
2. ดรานทลักษะกระบวนการ/กระบวนการควิด (P)
2.1 มขีทขกษะในการแสวงหาความรดร
2.2 มขีทขกษะในการแกดปขญหา
3. คคุณลลักษณะอลันพศึงประสงคน์ (A)
3.1 มขีวธินขย
3.2 ใฝว่ เรขียนรดร
3.3 มว่มุ่งมขสั่นในการททางาน
4. สมรรถนะสสาคลัญของผรรู้เรรียน
4.1 ความสามารถในการสสสั่อสาร
4.2 ความสามารถในการคธิด
4.3 ความสามารถในการแกดปขญหา
25

4.4 ความสามารถในการใชดทขกษะชขีวธิต
4.5 ความสามารถในการใชดเทคโนโลยขี

หลลักฐานแสดงผลการเรรียนรรรู้
1. ชวิน
บื้ งาน
1.1 แบบฝทึ กหขดทขีสั่ 2 เรสสั่อง เครสสั่องมสอทขีสั่ใชดในการออกแบบ
โปรแกรม
2. ภาระงาน
2.1 แบบทดสอบหลขงเรขียนหนว่วยการเรขียนรดรทขีสั่ 1 เรสสั่อง
หลขกการเขขียนโปรแกรมเบสขั้องตดน

กวิจกรรมการเรรียนรรรู้ (ววิธรีการสอน : แบบ TPACK MODEL )
ชลัที่วโมงทรีที่ 1-2
กวิจกรรมนสาเขราสน่รู้บทเรรียน
ความรรรู้ดรานววิธรีการสอน (PK)
1. ครรทบทวนเนสขั้อหาทขีสั่ไดดเรขียนมาเมสสั่อคาบเรขียนทขีสั่แลดว เรสสั่อง ขขน
ขั้
ตอนการเขขียนโปรแกรม
26

กวิจกรรมการพลัฒนาการเรรียนรรรู้
ความรรรู้ดรานววิธรีการสอน (PK)
1. ครรอธธิบายเนสขั้อหาการเรขียนรดรจากใบความรดรทขีสั่ 1 เรสสั่อง หลขก
การเขขียนโปรแกรมเบสขั้องตดน หขวขดอเรสสั่อง เครสสั่องมสอทขีสั่ใชดในการ
ออกแบบโปรแกรม โดยทขีสั่นขกเรขียนสามารถเขดาไปดาวนร์โหลดใบ
ความรดรไดดทขีสั่ https://goo.gl/Bt7hcJ สมารร์ทโฟนหรสอแทป็บเลป็ต
สามารถสแกน QR Code ดขงนขี ขั้
ความรรรู้ดรานเนรบื้อหา (CK)
1. เมสสั่อนขกเรขียนศทึกษาใบความรดร เรสสั่อง เครสสั่องมสอทขีสั่ใชดในการ
ออกแบบโปรแกรม เรขียบรดอยแลดว ใหดนขกเรขียนททาแบบฝทึ กหขดทขีสั่ 2
เรสสั่อง ขขน
ขั้ ตอนการเขขียนโปรแกรม โดยไปทขีสั่
https://goo.gl/MXeMZz สมารร์ทโฟนหรสอแทป็บเลป็ต สามารถ
สแกน QR Code ดขงนขี ขั้
กวิจกรรมสรคุปการเรรียนรรรู้
ความรรรู้ดรานเทคโนโลยรี (TK)
1. นขกเรขียนททาแบบทดสอบหลขงเรขียนหนว่วยการเรขียนรดรทขีสั่ 1
เรสสั่อง หลขกการเขขียนโปรแกรมเบสขั้องตดนจาก https://goo.gl/SjVs43
สมารร์ทโฟนหรสอแทป็บเลป็ต ททาการสแกน QR Code ดขงนขี ขั้
ความรรรู้ดรานเนรบื้อหา (CK)
27

1. ครรและนขกเรขียนรว่วมกขนสรมุ่ปเนสขั้อหา พรดอมทขงขั้ เสนอแนะเพธิสั่ม
เตธิมเพสสั่อเปป็ นแนวทางในการศทึกษาดดวยตขวเองตว่อไป
2. ครรและนขกเรขียนรว่วมกขนแสดงความคธิดเหป็น วธิเคราะหร์
วธิจารณร์ เฉลย แบบฝทึ กหขดทขีสั่ 2
และแบบทดสอบหลขงเรขียนหนว่วยการเรขียนรดรทขีสั่ 1

ความรรรู้ดรานเนรบื้อหา (CK)
1. นขกเรขียนกลขบไปศทึกษาเพธิสั่มเตธิมหรสอทบทวนเนสขั้อหาจาก สสสั่อ
Mobile Learning ทขีสั่ครรพขฒนาขทึน
ขั้

วลัดผลประเมวินผลประจสาหนน่วย
การประเมวินผลระหวน่างการจลัดกวิจกรรมการเรรียนรรรู้
1. แบบฝทึ กหขดทขีสั่ 2 เรสสั่อง เครสสั่องมสอทขีสั่ใชดในการออกแบบ
โปรแกรม
2. แบบทดสอบหลขงเรขียนหนว่วยการเรขียนรดรทขีสั่ 1 เรสสั่อง หลขก
การเขขียนโปรแกรมเบสขั้องตดน
3. สขงเกตจากการตอบคทาถาม
4. สขงเกตพฤตธิกรรมในการททากธิจกรรมรายบมุ่คคล
28

สรที่อ/แหลน่งการเรรียนรรรู้
สรที่อการเรรียนรรรู้
1. สสสั่อ Mobile Learning วธิชาการเขขียนโปรแกรมเบสขั้องตดน
2. หนขงสสอหรสอตทาราทขีสั่เกขีสั่ยวขดองกขบการเขขียนโปรแกรมเบสขั้องตดน

แหลน่งการเรรียนรรรู้
1. หดองคอมพธิวเตอรร์
2. หดองสมมุ่ด
3. แหลว่งขดอมรลสารสนเทศ
3.1) https://goo.gl/Bt7hcJ
3.2) www.google.com
3.3) www.youtube.com
29

วลัดผลประเมวินผลประจสาหนน่วย

ดรานความรรรู้ ดรานคคุณธรรม ดรานทลักษะ/
จรวิยธรรม กระบวนการ

1. สขงเกตจากการ 1. สขงเกตพฤตธิกรรม 1.สขงเกตพฤตธิกรรมใน
ตอบคทาถาม การ การททางาน การททางาน
แสดงความคธิดเหป็น ในขณะปฏธิบขตธิงานทขีสั่ 2.สขงเกตทขกษะในการ
2.ตรวจภาระงานทขีสั่ ไดดรขบมอบหมาย ใชดเทคโนโลยขี อมุ่ปกรณร์
ไดดรขบมอบหมาย 2. สขงเกตการ คอมพธิวเตอรร์ สมารร์ท
วธิเคราะหร์ วธิจารณร์ โฟน และอมุ่ปกรณร์อสั่ น

งานผดรอสั่ น
ส ดดวยความมขี ๆ
เหตมุ่ผล
3. สขงเกตความมขีจธิต
สาธารณะในการ
ดรแลชว่วยเหลสอเพสสั่อน

ววิธรีการวลัดผล
1. คะแนนจากการททาแบบฝทึ กหขดทขีสั่ 2 อยว่รในระดขบดขีขน
ทึ ขั้ ไป
30

2. คะแนนจากการททาแบบทดสอบหลขงเรขียนหนว่วยการเรขียนรดร
ทขีสั่ 1 เรสสั่อง หลขกการเขขียนโปรแกรมเบสขั้องตดน อยว่รในระดขบดขีขน
ทึ ขั้ ไป
3. สขงเกตพฤตธิกรรมในการททากธิจกรรมรายบมุ่คคล
เครรที่องมรอวลัดและประเมวินผล
1. แบบฝทึ กหขดทขีสั่ 2 เรสสั่อง เครสสั่องมสอทขีสั่ใชดในการออกแบบ
โปรแกรม
2. แบบทดสอบหลขงเรขียนหนว่วยการเรขียนรดรทขีสั่ 1 เรสสั่อง หลขก
การเขขียนโปรแกรมเบสขั้องตดน
3. แบบสขงเกตพฤตธิกรรมรายบมุ่คคล
เกณฑน์การประเมวิน
1. แบบฝทึ กหขดทขีสั่ 2 อยว่รในระดขบดขีขน
ทึ ขั้ ไป
2. แบบทดสอบหลขงเรขียนหนว่วยการเรขียนรดรทขีสั่ 1 เรสสั่อง หลขกการ
เขขียนโปรแกรมเบสขั้องตดน
ไดดคะแนนมากกวว่ารดอยละ 70
3. แบบสขงเกตพฤตธิกรรมรายบมุ่คคล ไดดคะแนนรวมในระดขบดขี
ขทึน
ขั้ ไป
31

บลันทศึกหลลังการสอน

ผลการจลัดการเรรียนการสอน
ดรานความรรรู้
_________________________________________________
________________________
_________________________________________________
________________________
ดรานทลักษะกระบวนการ/กระบวนการควิด
_________________________________________________
________________________
_________________________________________________
________________________
ดรานคคุณลลักษณะอลันพศึงประสงคน์
_________________________________________________
________________________
32

_________________________________________________
________________________

ปลั ญหา/อคุปสรรค
_________________________________________________
________________________
_________________________________________________
________________________
_________________________________________________
________________________
_________________________________________________
________________________

แนวทางแกรไข
_________________________________________________
________________________
_________________________________________________
________________________
33

_________________________________________________
________________________

ลงชสสั่อ__________________ ผดส
ร อน

(นางสาวนขฏกาญจนร์ วธิจารณร์)

_____/_____/____

แบบสลังเกตพฤตวิกรรมการปฏวิบลัตวิงานรายบคุคคล

การ การ ททางาน
พฤตธิกรรม หม
ท ความ แสดง การตอบ ยอมรขบ ตามทขีสั่ไดด
ายเ
ขีสั่ สนใจ ความคธิด คทาถาม ฟข งคน รขบมอบ
หตมุ่
เหป็น อสสั่น หมาย
ชสสั่อ-สกมุ่ล
43214321432143214321
34

ดขีมาก = 4 สนใจฟข ง ไมว่หลขบ ไมว่พรดคมุ่ยในชขน
ขั้ มขีคทาถามทขีสั่ดขี
ตอบคทาถามถรกตดอง ททางานสว่งครบตรงเวลา
ดขี = 3 การแสดงออกอยว่รในเกณฑร์ประมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยว่รในเกณฑร์ประมาณ 50%
ปรขบปรมุ่ง = 1 เขดาชขน
ขั้ เรขียน แตว่การแสดงออกนดอยมาก สว่ง
งานไมว่ครบ ไมว่ตรงเวลา
35

ลงชสสั่อ__________________
ผดรสอน
(นางสาวนขฏกาญ
จนร์ วธิจารณร์ )
…………/…………/……….

แบบทดสอบกน่อนเรรียนหนน่วยการเรรียนรรรู้ทรีที่ 1
เรรที่อง หลลักการเขรียนโปรแกรมเบรบื้องตรน

ตอนทรีที่ 1 จงทสาเครรที่องหมาย X ในหลัวขรอทรีที่ถรู้กตรองทรีที่สคุดเพรียงขรอเดรียว

1.เมสสั่อตดองการพขฒนาโปรแกรมจะตดองททาสธิสั่งใดกว่อน
ก. วธิเคราะหร์ปขญหา ข. เขขียนซรโดโคดด
ค. เขขียนโปรแกรม ง. เลส อ กภาษาทขีสั่ ตด อ งใชด
เขขียน
2. การแปลภาษาคอมพธิวเตอรร์เปป็ นรหขสภาษาเครสสั่องทขีสั่มขีการแปลทขีละ
บรรทขดเรขียกวว่าอะไร
ก. คอมไพลร์เลอรร์ ข. อธินเทอรร์พรขีเตอรร์
ค. แอสเซมเบอรร์ ง. รขนไทมร์
36

3. ขดอใดเปป็ นขขน
ขั้ สมุ่ดทดายในการพขฒนาโปรแกรม
ก. วธิเคราะหร์ปขญหา ข. ทดสอบโปรแกรม
ค. เขขียนโปรแกรม ง. จขดททาเอกสารประกอบ
โปรแกรม
4. ขดอใดไมน่ใชน่เครสสั่องมสอในการออกแบบโปรแกรม
ก. คอมไพลร์เลอรร์ ข. อธินเทอรร์พรขีเตอรร์
ค. แอสเซมเบอรร์ ง. รขนไทมร์
5. ขดอใดคสอ ความหมายของ อขลกอรธิททึมทขีสั่ถรกตดองทขีสั่สมุ่ด
ก. กทาหนดขขน
ขั้ ตอนการประมวลผลสว่วนหลขกๆ
ข. การจทาลองการเขขียนโปรแกรม โดยเขขียนคทาสขงสั่ เปป็ นภาษา
อะไรกป็ไดด
ค. แตกปข ญหาทขีสั่ซขบซดอนใหดงว่ายลงดดวยการแตกโปรแกรมออก
เปป็ นโมดรลยว่อย
ง. ขขน
ขั้ ตอนวธิธขีทขีสั่จะอธธิบายวว่างานนขน
ขั้ ททาอยว่างไรโดยจะประกอบ
ไปดดวยกระบวนการททางานเปป็ นลทาดขบขขน
ขั้ ตอนทขีสั่ชขดเจน
6. ขดอใดคสอ ความหมายของ ซรโดโคดด (Pseudocode) ทขีสั่ถรกตดอง
ทขีสั่สมุ่ด
ก. กทาหนดขขน
ขั้ ตอนการประมวลผลสว่วนหลขกๆ
37

ข. การจทาลองการเขขียนโปรแกรม โดยเขขียนคทาสขงสั่ เปป็ นภาษา
อะไรกป็ไดด
ค. แตกปข ญหาทขีสั่ซขบซดอนใหดงว่ายลงดดวยการแตกโปรแกรมออก
เปป็ นโมดรลยว่อย
ง. ขขน
ขั้ ตอนวธิธขีทขีสั่จะอธธิบายวว่างานนขน
ขั้ ททาอยว่างไรโดยจะประกอบ
ไปดดวยกระบวนการททางานเปป็ นลทาดขบขขน
ขั้ ตอนทขีสั่ชขดเจน

7.ขดอใด ไมน่ใชน่ หลขกในการเขขียนซรโดโคดด (Pseudocode)
ก.ในหนทึสั่งบรรทขด ใหดมขีคทาสขสั่งไดดหลายคทาสขสั่ง
ข.คทาสขงสั่ ทขีสั่เขขียนใชดภาษาทขีสั่เขดาใจงว่าย ไมว่ตดองคทานทึงถทึงภาษา
คอมพธิวเตอรร์
ค.ในการเขขียนแตว่ละคทาสขสั่งใหดเรขียงการททางานจากบนลงลว่าง
และมขีทางออกหรสอจมุ่ดสธิน
ขั้ สมุ่ดเพขียงจมุ่ดเดขียว
ง.ใชดยว่อหนดาในการแสดงกลว่มุ่มของคทาสขสั่ง ทขีสั่เปป็ นคทาสขสั่งยว่อยในคทา
สขสั่งพวกเงสสั่อนไข เชว่น if-else, while, for ฯลฯ
8.ขดอใดคสอ ความหมายของ ผขงงานหรสอแผนภาพ (Flowchart) ทขีสั่
ถรกตดองทขีสั่สมุ่ด
38

ก.คทาสขงสั่ ทขีสั่เขขียนใชดภาษาทขีสั่เขดาใจงว่าย ไมว่ตดองคทานทึงถทึงภาษา
คอมพธิวเตอรร์
ข.ขขน
ขั้ ตอนวธิธขีทขีสั่จะอธธิบายวว่างานนขน
ขั้ ททาอยว่างไรโดยจะประกอบ
ไปดดวยกระบวนการททางานเปป็ นลทาดขบขขน
ขั้ ตอนทขีสั่ชขดเจน
ค.เปป็ นเครสสั่องมสอทขีสั่ชว่วยในการวางแผนและเขขียนขขน
ขั้ ตอนการ
ททางานดดวยรรปภาพทขีสั่เปป็ นสขญลขกษณร์การททางานและอมุ่ปกรณร์ตว่างๆ
เปป็ นเครสสั่องมสอทขีสั่โปรแกรมเมอรร์ใชดในการเปลขีสั่ยน Algorithm ความ
คธิดหรสอความตดองการของผดรใชดใหดอยว่รในรรปของแผนภาพการททางาน
ของโปรแกรม
ง.กทาหนดขขน
ขั้ ตอนการประมวลผลสว่วนหลขกๆ
9.ผขงงานขดอใดเปป็ นโครงสรดางแบบททาซทาขั้ (Iteration Structure)
ก. ข.
39

ค. ง.

10.ขดอใดคสอกลว่าวถทึงโครงสรดางผขงงานแบบมขีตขวเลสอก (Selection
Structure)ไดดถก
ร ตดองทขีสั่สมุ่ด
ก.โครงสรดางลขกษณะนขีเขั้ ปป็ นโครงสรดางพสขั้นฐานของผขงงาน และ
เปป็ นลขกษณะขขน
ขั้ ตอนการททางานทขีสั่พบมากทขีสั่สมุ่ด คสอททางานทขีละขขน
ขั้
ตอนลทาดขบ
ข.โครงสรดางลขกษณะนขีจ
ขั้ ะททางานแบบเดขียวกขนซทาขั้ ไปเรสสั่อย ๆ ใน
ขณะทขีสั่ยขงเปป็ นไปตามเงสสั่อนไขหรสอเงสสั่อนไขเปป็ นจรธิง จนกระทขงขั้ เงสสั่อนไข
เปป็ นเทป็จจทึงททางานอสสั่นตว่อไป
ค.การเลสอกแบบมขีทางออก 2 ทาง ในการเลสอกแบบมขีทางออก
2 ทาง นขีจ
ขั้ ะมขีทางออกจากสขญลขกษณร์การตขดสธินใจเพขียง 2 ทาง คสอ
ใชว่หรสอไมว่ใชว่ เทว่านขน
ขั้
40

ง.เปป็ นขขน
ขั้ ตอนวธิธขีทขีสั่จะอธธิบายวว่างานนขน
ขั้ ททาอยว่างไรโดยจะ
ประกอบไปดดวยกระบวนการททางานเปป็ นลทาดขบขขน
ขั้ ตอนทขีสั่ชขดเจน
41

เฉลยแบบทดสอบกน่อนเรรียนหนน่วยการเรรียนรรรู้ทรีที่ 1

เรรที่อง หลลักการเขรียนโปรแกรมเบรบื้องตรน

ตอนทรีที่ 1 จงทสาเครรที่องหมาย X ในหลัวขรอทรีที่ถรู้กตรองทรีที่สคุดเพรียงขรอเดรียว

1.เมสสั่อตดองการพขฒนาโปรแกรมจะตดองททาสธิสั่งใดกว่อน
ก. วธิเคราะหร์ปขญหา ข. เขขียนซรโดโคดด
ค. เขขียนโปรแกรม ง. เลส อ กภาษาทขีสั่ ตด อ งใชด
เขขียน
2. การแปลภาษาคอมพธิวเตอรร์เปป็ นรหขสภาษาเครสสั่องทขีสั่มขีการแปลทขีละ
บรรทขดเรขียกวว่าอะไร
ก. คอมไพลร์เลอรร์ ข. อธินเทอรร์พรขีเตอรร์
ค. แอสเซมเบอรร์ ง. รขนไทมร์
3. ขดอใดเปป็ นขขน
ขั้ สมุ่ดทดายในการพขฒนาโปรแกรม
ก. วธิเคราะหร์ปขญหา ข. ทดสอบโปรแกรม
ค. เขขียนโปรแกรม ง. จขดททาเอกสารประกอบ
โปรแกรม
4. ขดอใดไมน่ใชน่เครสสั่องมสอในการออกแบบโปรแกรม
ก. คอมไพลร์เลอรร์ ข. อธินเทอรร์พรขีเตอรร์
ค. แอสเซมเบอรร์ ง. รขนไทมร์
5. ขดอใดคสอ ความหมายของ อขลกอรธิททึมทขีสั่ถรกตดองทขีสั่สมุ่ด
42

ก. กทาหนดขขน
ขั้ ตอนการประมวลผลสว่วนหลขกๆ
ข. การจทาลองการเขขียนโปรแกรม โดยเขขียนคทาสขงสั่ เปป็ นภาษา
อะไรกป็ไดด
ค. แตกปข ญหาทขีสั่ซขบซดอนใหดงว่ายลงดดวยการแตกโปรแกรมออก
เปป็ นโมดรลยว่อย
ง. ขขน
ขั้ ตอนวธิธขีทขีสั่จะอธธิบายวว่างานนขน
ขั้ ททาอยว่างไรโดยจะประกอบ
ไปดดวยกระบวนการททางานเปป็ นลทาดขบขขน
ขั้ ตอนทขีสั่ชขดเจน
6. ขดอใดคสอ ความหมายของ ซรโดโคดด (Pseudocode) ทขีสั่ถรกตดอง
ทขีสั่สมุ่ด
ก. กทาหนดขขน
ขั้ ตอนการประมวลผลสว่วนหลขกๆ
ข. การจทาลองการเขขียนโปรแกรม โดยเขขียนคทาสขงสั่ เปป็ นภาษา
อะไรกป็ไดด
ค. แตกปข ญหาทขีสั่ซขบซดอนใหดงว่ายลงดดวยการแตกโปรแกรมออก
เปป็ นโมดรลยว่อย
ง. ขขน
ขั้ ตอนวธิธขีทขีสั่จะอธธิบายวว่างานนขน
ขั้ ททาอยว่างไรโดยจะประกอบ
ไปดดวยกระบวนการททางานเปป็ นลทาดขบขขน
ขั้ ตอนทขีสั่ชขดเจน
43

7.ขดอใด ไมน่ใชน่ หลขกในการเขขียนซรโดโคดด (Pseudocode)
ก.ในหนทึสั่งบรรทขด ใหดมขีคทาสขสั่งไดดหลายคทาสขสั่ง
ข.คทาสขงสั่ ทขีสั่เขขียนใชดภาษาทขีสั่เขดาใจงว่าย ไมว่ตดองคทานทึงถทึงภาษา
คอมพธิวเตอรร์
ค.ในการเขขียนแตว่ละคทาสขสั่งใหดเรขียงการททางานจากบนลงลว่าง
และมขีทางออกหรสอจมุ่ดสธิน
ขั้ สมุ่ดเพขียงจมุ่ดเดขียว
ง.ใชดยว่อหนดาในการแสดงกลว่มุ่มของคทาสขสั่ง ทขีสั่เปป็ นคทาสขสั่งยว่อยในคทา
สขสั่งพวกเงสสั่อนไข เชว่น if-else, while, for ฯลฯ
8.ขดอใดคสอ ความหมายของ ผขงงานหรสอแผนภาพ (Flowchart) ทขีสั่
ถรกตดองทขีสั่สมุ่ด
ก.คทาสขงสั่ ทขีสั่เขขียนใชดภาษาทขีสั่เขดาใจงว่าย ไมว่ตดองคทานทึงถทึงภาษา
คอมพธิวเตอรร์
ข.ขขน
ขั้ ตอนวธิธขีทขีสั่จะอธธิบายวว่างานนขน
ขั้ ททาอยว่างไรโดยจะประกอบ
ไปดดวยกระบวนการททางานเปป็ นลทาดขบขขน
ขั้ ตอนทขีสั่ชขดเจน
ค.เปป็ นเครสสั่องมสอทขีสั่ชว่วยในการวางแผนและเขขียนขขน
ขั้ ตอนการ
ททางานดดวยรรปภาพทขีสั่เปป็ นสขญลขกษณร์การททางานและอมุ่ปกรณร์ตว่างๆ
เปป็ นเครสสั่องมสอทขีสั่โปรแกรมเมอรร์ใชดในการเปลขีสั่ยน Algorithm ความ
คธิดหรสอความตดองการของผดรใชดใหดอยว่รในรรปของแผนภาพการททางาน
ของโปรแกรม
44

ง.กทาหนดขขน
ขั้ ตอนการประมวลผลสว่วนหลขกๆ
9.ผขงงานขดอใดเปป็ นโครงสรดางแบบททาซทาขั้ (Iteration Structure)

ก. ข.

ค. ง.

10.ขดอใดคสอกลว่าวถทึงโครงสรดางผขงงานแบบมขีตขวเลสอก (Selection
Structure)ไดดถก
ร ตดองทขีสั่สมุ่ด
45

ก.โครงสรดางลขกษณะนขีเขั้ ปป็ นโครงสรดางพสขั้นฐานของผขงงาน และ
เปป็ นลขกษณะขขน
ขั้ ตอนการททางานทขีสั่พบมากทขีสั่สมุ่ด คสอททางานทขีละขขน
ขั้
ตอนลทาดขบ
ข.โครงสรดางลขกษณะนขีจ
ขั้ ะททางานแบบเดขียวกขนซทาขั้ ไปเรสสั่อย ๆ ใน
ขณะทขีสั่ยขงเปป็ นไปตามเงสสั่อนไขหรสอเงสสั่อนไขเปป็ นจรธิง จนกระทขงขั้ เงสสั่อนไข
เปป็ นเทป็จจทึงททางานอสสั่นตว่อไป
ค.การเลสอกแบบมขีทางออก 2 ทาง ในการเลสอกแบบมขีทางออก
2 ทาง นขีจ
ขั้ ะมขีทางออกจากสขญลขกษณร์การตขดสธินใจเพขียง 2 ทาง คสอ
ใชว่หรสอไมว่ใชว่ เทว่านขน
ขั้
ง.เปป็ นขขน
ขั้ ตอนวธิธขีทขีสั่จะอธธิบายวว่างานนขน
ขั้ ททาอยว่างไรโดยจะ
ประกอบไปดดวยกระบวนการททางานเปป็ นลทาดขบขขน
ขั้ ตอนทขีสั่ชขดเจน
46

แบบฝศึ กหลัดทรีที่ 1
ขลัน
บื้ ตอนการเขรียนโปรแกรม

1. ใหร นลั ก เรรี ย นอธวิ บ ายการเขรี ย นโปรแกรมทรีที่ ดรี ป ระกอบดร ว ยกรีที่ ขลั น
บื้
ตอนอะไรบราง
47

..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
2. ใหรนลักเรรียนอธวิบายเครรที่องมรอในการใชรออกแบบโปรแกรมมรีอะไร
บราง
48

..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................

3. ใหรนลักเรรียนอธวิบายถศึงคสาวน่าคอมไพเลอรน์ (Complier)และอวินเต
อรน์พรรีเตอรน์ (Interpreter) มรีความแตกตน่างกลันอยน่างไร
49

..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
4.ใหรนลักเรรียนอธวิบายถศึงเอกสารสสาหรลับผรใรู้ ชรโปรแกรม (User
Documentation)และเอกสารสสาหรลับผรรู้เขรียนโปรแกรม
(Technical Documentation) ตน่างกลันอยน่างไร
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
50

..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................

5. ใหรนลักเรรียนอธวิบายถศึงขรอแตกตน่างระหวน่างการเขรียนโปรแกรม
เชวิงโครงสรรางและการเขรียนโปรแกรมเชวิงวลัตถคุ
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
51

..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................

6. ใหรนลักเรรียนอธวิบายถศึงเทคนวิคการออกแบบโปรแกรมเชวิง
โครงสรรางและแนวทางในการประยคุกตน์ใชรงาน
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
52

..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................

แบบฝศึ กหลัดทรีที่ 2
เครรที่องมรอทรีที่ใชรในการออกแบบโปรแกรม

1. ใหรนลักเรรียนอธวิบายความหมาย คคุณสมบลัตวิและประสวิทธวิภาพขอ
งอลัลกอรวิทศึม
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
...................................................... ...................................................
..........................................................................................................
...
53

..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................

2. ใหรนลักเรรียนเขรียนความหมายและหลลักการของการเขรียนซรู้โด
โครด (Pseudocode)
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
...................................................... ...................................................
..........................................................................................................
...
..........................................................................................................
......................................................
54

..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................

3. ใหรนลักเรรียนเขรียนซรู้โดโครด (Pseudocode) จากโปรแกรมหา
ผลรวมของตลัวเลข 3 คน่า แลรวแสดงผลรวมออกมาทางหนราจอ
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
...................................................... ...................................................
..........................................................................................................
...
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
55

..........................................................................................................
......................................................
4. ใหรนลักเรรีย นเขรีย นซรู้โ ดโคร ด (Pseudocode) จากโปรแกรมหา
คน่าเฉลรีที่ยของตลัวเลข 10 คน่า แลรวแสดงคน่าเฉลรีที่ยออกมาทางหนราจอ
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
...................................................... ...................................................
..........................................................................................................
...
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
56

..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................

5. ใหรนลักเรรียนบอกความหมาย หลลักและกระบวนการเขรียนผลังงาน
ทรีที่ดรีของผลังงาน(Flowchart)
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
...................................................... ...................................................
..........................................................................................................
...
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
57

..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................

6. ใหรนลักเรรียนลลักษณะโครงสรรางของผลังงาน พรรอมทลังบื้ อธวิบาย
โครงสรรางลลักษณะตน่างๆ มาพอเขราใจ
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
...................................................... ...................................................
..........................................................................................................
...
..........................................................................................................
......................................................
58

..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
7. ใหรนลักเรรียนออกแบบผลังงาน โดยตรองการปร อนขรอมรู้ลเปด็ น
ปรี พ.ศ.แลรวตรองการใหรโปรแกรมแสดงผลเปด็ นปรี ค.ศ.
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
...................................................... ...................................................
..........................................................................................................
...
..........................................................................................................
......................................................
59

..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..............................................................................................................
..................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
...................................................... ...................................................
..........................................................................................................
...
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
60

..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
...................................................... ...................................................
..........................................................................................................
...
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
...................................................... ...................................................
..........................................................................................................
...
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
61

..........................................................................................................
...................................................... ...................................................
..........................................................................................................
...
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
...................................................... ...................................................
..........................................................................................................
...
..........................................................................................................
......................................................
8. ใหร นลั ก เรรี ย นออกแบบผลั ง งาน โดยตร อ งการควิ ด ผลการสอบของ
นลักศศึกษาจากคะแนนโดยกสาหนดใหร
ถราคะแนนมากกวน่าหรรอเทน่ากลับ 80 ไดรเกรด A ถราคะแนน
เทน่ากลับ 75 ถศึง 79 ไดรเกรด B+
ถราคะแนนเทน่ากลับ 70 ถศึง 74 ไดรเกรด B ถราคะแนน
เทน่ากลับ 65 ถศึง 69 ไดรเกรด C+
62

ถราคะแนนเทน่ากลับ 60 ถศึง 64 ไดรเกรด C ถราคะแนน
เทน่ากลับ 55 ถศึง 59 ไดรเกรด D+
ถราคะแนนเทน่ากลับ 50 ถศึง 54 ไดรเกรด D ถราคะแนนนรอย
กวน่า 50 ไดรเกรด F
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
...................................................... ...................................................
..........................................................................................................
...
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
63

..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..............................................................................................................
..................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..............................................................................................................
..................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..............................................................................................................
..................................................
64

..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..............................................................................................................
..................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..............................................................................................................
..................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..............................................................................................................
..................................................
65

..........................................................................................................
......................................................
9. ใหรนลักเรรียนออกแบบผลังงาน โดยใหรเขรียนโปรแกรมเพรที่อรลับคน่าตลัว
เลขและทสาการบวกคน่าทรีที่รลับเขรามาแบบวนซสาบื้ โดยใหรออกจาก
โปรแกรมเมรที่อผลลลัพธน์มรีคน่ามากกวน่า 50,000 และแสดงผลของ
ผลลลัพธน์ทรีที่ไดร
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..............................................................................................................
..................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..............................................................................................................
..................................................
66

..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..............................................................................................................
..................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..............................................................................................................
..................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..............................................................................................................
..................................................
67

..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..............................................................................................................
..................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..............................................................................................................
..................................................
..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..............................................................................................................
..................................................
68

..........................................................................................................
......................................................
..........................................................................................................
......................................................
..............................................................................................................
..................................................
..........................................................................................................
......................................................
..............................................................................................................
..................................................

แนวทางการตอบคสาถาม
แบบฝศึ กหลัดทรีที่ 1
ขลัน
บื้ ตอนการเขรียนโปรแกรม

1. ใหร นลั ก เรรี ย นอธวิ บ ายการเขรี ย นโปรแกรมทรีที่ ดรี ป ระกอบดร ว ยกรีที่ ขลั น
บื้
ตอนอะไรบราง
69

การเขขียนโปรแกรมทขีสั่ดขีจทาเปป็ นตดองมขีแบบแผนและสามารถ
ถว่ายทอดกขนไดดซทึสั่งประกอบดดวย 5 ขขน
ขั้ ตอนหลขก ดขงนขี ขั้ 1. การ
วธิเคราะหร์ปขญหา
2. การออกแบบโปรแกรม
3. การเขขียนโปรแกรม
4. การทดสอบโปรแกรม
5. การจขดททาเอกสารประกอบโปรแกรม

2. ใหรนลักเรรียนอธวิบายเครรที่องมรอในการใชรออกแบบโปรแกรมมรีอะไร
บราง
1. อขลกอรธิททึม หมายถทึง ขขน
ขั้ ตอนวธิธขีทขีสั่จะอธธิบายวว่างานนขน
ขั้ ททา
อยว่างไรโดยจะประกอบไปดดวยกระบวนการททางานเปป็ นลทาดขบขขน
ขั้
ตอนทขีสั่ชขดเจนและมขีการรขบประกขนวว่าเมสสั่อไดดปฏธิบขตธิถรกตดองตามขขน
ขั้
ตอนจนครบแลดวจะตดองไดดผลลขพธร์ทขีสั่ถรกตดองตามความตดองการขขน
ขั้
ตอนการททางานของอขลกอรธิททึมอาจมขี ความแตกตว่างกขนไดดแตว่จะไดด
ผลลขพธร์เชว่นเดขียวกขนทขงขั้ นขีข
ขั้ น
ทึ ขั้ อยว่รกขบความเหมาะสม
2. ซรโดโคดด (Pseudocode) หรสอ ในภาษาไทย เรขียกวว่า รหขส
จทาลอง หรสอ รหขสเทขียมคสอ การจทาลองการเขขียนโปรแกรม โดย
เขขียนคทาสขงสั่ เปป็ นภาษาอะไรกป็ไดด เชว่น ไทย หรสอ อขงกฤษ ฯลฯ ทขีสั่ไมว่ใชว่
ภาษาคอมพธิวเตอรร์ขน
ข ขั้ สรงอยว่าง ภาษา C หรสอ Java ซรโดโคดดนขีจ
ขั้ ะไมว่
70

ขทึน
ขั้ กขบภาษาคอมพธิวเตอรร์ใดๆ โดยเฉพาะ ใชดอธธิบายการททางานของ
โปรแกรม เนสสั่องจากสสสั่อดดวยภาษางว่ายๆ อยว่าง ไทย, อขงกฤษ ททาใหดผดร
อว่านเขดาใจไดดงว่าย และตรงกขน โดยปกตธิแลดวมขกใชดภาษาอขงกฤษ
เนสสั่องจากสามารถแปลเปป็ นภาษาคอมพธิวเตอรร์ไดดงว่าย
3. ผขงงานหรสอแผนภาพ (Flowchart) เปป็ นเครสสั่องมสอทขีสั่ชว่วยใน
การวางแผนและเขขียนขขน
ขั้ ตอนการททางานดดวยรรปภาพทขีสั่เปป็ น
สขญลขกษณร์การททางานและอมุ่ปกรณร์ตว่างๆ เปป็ นเครสสั่องมสอทขีสั่
โปรแกรมเมอรร์ใชดในการเปลขีสั่ยน Algorithm ความคธิดหรสอความ
ตดองการของผดรใชดใหดอยว่รในรรปของแผนภาพการททางานของโปรแกรม

3. ใหรนลักเรรียนอธวิบายถศึงคสาวน่าคอมไพเลอรน์ (Complier)และอวินเต
อรน์พรรีเตอรน์ (Interpreter) มรีความแตกตน่างกลันอยน่างไร
คอมไพเลอรร์ (Complier) จะททาการแปลทขงขั้ โปรแกรมหาก
โปรแกรมมขีขดอผธิดพลาดตดองแกดไขใหดถรกตดองกว่อนแลดวแปลใหมว่จนไมว่
พบขดอผธิดพลาดโปรแกรมจทึงจะสามารถใชดงานไดดแตว่ อธินเตอรร์พรขี
เตอรร์ (Interpreter) จะแปลชมุ่ดคทาสขสั่งทขีสั่ละคทาสขสั่งในแตว่ละบรรทขดโดย
โปรแกรมยขงสามารถททางานตว่อไปไดดถงทึ จะมขีขดอผธิดพลาดในโปรแกรม
71

ตราบใดทขีสั่ตขวแปรภาษายขงไมว่ผว่านการแปลในบรรทขดทขีสั่เขขียนชมุ่ดคทาสขงสั่
ผธิด

4.ใหร นลั ก เรรี ย นอธวิ บ ายถศึ ง เอกสารสสา หรลั บ ผรรู้ ใ ชร โ ปรแกรม (User
Documentation)แ ล ะ เ อ ก ส า ร สสา ห รลั บ ผรรู้ เ ขรี ย น โ ป ร แ ก ร ม
(Technical Documentation) ตน่างกลันอยน่างไร
เอกสารสทา หรข บ ผดร ใ ชด โ ปรแกรม (User Documentation) จะ
เนด น การอธธิบ ายการใชดง านโปรแกรมเปป็ นหลข ก แตว่เ อกสารสทา หรข บ ผดร
เขขียนโปรแกรม (Technical Documentation) จะอธธิบ ายชสสั่ อ ของ
โปรแกรมยว่อยและการททางานของแตว่ละโปรแกรมยว่อย

5. ใหรนลักเรรียนอธวิบายถศึงขรอแตกตน่างระหวน่างการเขรียนโปรแกรม
เชวิงโครงสรรางและการเขรียนโปรแกรมเชวิงวลัตถคุ
จมุ่ดเดว่นของโปรแกรมเชธิงโครงสรดาง คสอความงว่ายตว่อความ
เขดาใจและสามารถนทาไปเขขียนโปรแกรมทขสั่วไปไดดเปป็ นอยว่างดขี แตว่ใน
ขณะเดขียวกขน หากเปป็ นระบบงานขนาดใหญว่และมขีความซขบซดอนสรง
การเขขียนโปรแกรมเชธิงวขตถมุ่จะมขีความเหมาะสมกวว่า

6. ใหรนลักเรรียนอธวิบายถศึงเทคนวิคการออกแบบโปรแกรมเชวิง
โครงสรรางและแนวทางในการประยคุกตน์ใชรงาน
72

เทคนวิคการออกแบบโปรแกรมเชวิงโครงสรราง (จมุ่ดประสงคร์หลขกใน
การออกแบบโปรแกรม)
ประกอบดดวย
เพสสั่อสรดางโปรแกรมใหดมขีคมุ่ณภาพและททานายไดดวว่าจะ
เกธิดอะไรขทึน
ขั้ ในโปรแกรม
เพสสั่อสรดางโปรแกรมทขีสั่งว่ายตว่อการปรขบปรมุ่งและแกดไข
เพสสั่อใหดขน
ข ขั้ ตอนการพขฒนาโปรแกรมมขีระบบระเบขียบยธิสั่ง
ขทึน
ขั้
เพสสั่อใหดการพขฒนาระบบมขีความรวดเรป็วและประหยขด
ตดนทมุ่น

แนวทางในการประยคุกตน์ใชรงาน
แตกปข ญหาทขีสั่ซขบซดอนใหดงว่ายลงดดวยการแตกโปรแกรม
ออกเปป็ นโมดรลยว่อย
ออกแบบโปรแกรมใหดงว่ายและหากมขีการสว่งผว่านขดอมรล
ระหวว่างโมดรลจะตดองกทาหนดการสว่งผว่านขดอมรลระหวว่างโมดรลใหด
ชขดเจน
สามารถควบคมุ่มความซขบซดอนของโปรแกรมไดด
เขขียนผขงงานใหดเขดาใจงว่าย
ปรขบปรมุ่งโปรแกรมใหดอว่านงว่าย
73

สสสั่อสารกขบผดรใชดงานเพสสั่อใหดไดดความตดองการทขีสั่แทดจรธิง
ใชดโครงสรดางทขีสั่ควบคมุ่มงว่ายเชว่นการควบคมุ่มลรปหรสอการ
ตรวจสอบเงสสั่อนไข
ชว่วยลดขดอผธิดพลาดภายในโปรแกรม
สามารถนทาโปรแกรมกลขบมาใชดงานไดด
74

แนวทางการตอบคสาถาม
แบบฝศึ กหลัดทรีที่ 2
เครรที่องมรอทรีที่ใชรในการออกแบบโปรแกรม

1. ใหรนลักเรรียนอธวิบายความหมาย คคุณสมบลัตวิและประสวิทธวิภาพขอ
งอลัลกอรวิทศึม
อลัลกอรวิทศึม หมายถทึง ขขน
ขั้ ตอนวธิธขีทขีสั่จะอธธิบายวว่างานนขน
ขั้ ททา
อยว่างไรโดยจะประกอบไปดดวยกระบวนการททางานเปป็ นลทาดขบขขน
ขั้
75

ตอนทขีสั่ชขดเจนและมขีการรขบประกขนวว่าเมสสั่อไดดปฏธิบขตธิถรกตดองตามขขน
ขั้
ตอนจนครบแลดวจะตดองไดดผลลขพธร์ทขีสั่ถรกตดองตามความตดองการขขน
ขั้
ตอนการททางานของอขลกอรธิททึมอาจมขี ความแตกตว่างกขนไดดแตว่จะไดด
ผลลขพธร์เชว่นเดขียวกขนทขงขั้ นขีข
ขั้ น
ทึ ขั้ อยว่รกขบความเหมาะสม

คคุณสมบลัตวิของอลัลกอรวิทศึม
1. เปป็ นกระบวนการทขีสั่สรดางขทึน
ขั้ จากกฎเกณฑร์กฎเกณฑร์ในการ
สรดางกระบวนการอาจอยว่รในรรปแบบของประโยคภาษาอขงกฤษ
สขญลขกษณร์หรสอซรโดโคดดทขีสั่มขีความเปป็ นสากล
2. กฎเกณฑร์ทขีสั่สรดางอขลกอรธิททึมตดองไมว่คลมุ่มเครสอตดองเปป็ นกฎ
เกณฑร์ทขีสั่อว่านแลดวเขดาใจตรงกขนควรหลขีกเลขีสั่ยงคทาทขีสั่กว่อใหดเกธิดความ
เขดาใจไดดหลายความหมาย
3. การประมวลผลตดองเปป็ นลทาดขบขขน
ขั้ ตอนคทาสขสั่งตว่างๆจะตดอง
ประมวลผลเปป็ นลทาดขบตามขขน
ขั้ ตอนทขีสั่แนว่นอน
4. กระบวนการตดองใหดผลลขพธร์ตามทขีสั่กทาหนดในปข ญหากลว่มุ่มขขน
ขั้
ตอนตว่าง ๆ เมสสั่อดทาเนธินการแลดวตดองมขีผลลขพธร์ตรงตามทขีสั่กทาหนดใน
ปข ญหานขน
ขั้ ๆ
5. อขลกอรธิททึมตดองมขีจมุ่ดสธิน
ขั้ สมุ่ดเนสสั่องจากคอมพธิวเตอรร์ไมว่สามารถ
ประมวลผลแบบไมว่สน
ธิ ขั้ สมุ่ดไดด
ประสวิทธวิภาพของอลัลกอรวิทศึม
76

1. อขลกอรธิททึมทขีสั่ดขีตดองใชดเวลาในการดทาเนธินการนดอยทขีสั่สมุ่ด ควร
มขีขน
ข ขั้ ตอนตว่าง ๆ เทว่าทขีสั่จทาเปป็ น
2. อขลกอรธิททึมทขีสั่ดขีตดองใชดหนว่วยความจทานดอยทขีสั่สมุ่ดภายในหนว่วย
ความจทาควรจะมขีขดอมรลทขีสั่จทาเปป็ นตว่อการดทาเนธินงานในขณะนขน
ขั้
3. อขลกอรธิททึมทขีสั่ดขีตดองมขีความยสดหยว่มุ่นควรออกแบบใหดสามารถ
ปรขบปรมุ่งการใชดงานไดดงว่าย 4. อขลกอรธิททึมทขีสั่ดขีตดองใชดเวลาใน
การพขฒนานดอยทขีสั่สมุ่ด ควรใชดเวลาในการพขฒนาอขลกอรธิททึมใหดเหมาะ
สมกขบเวลา
5. อขลกอรธิททึมทขีสั่ดขีตดองงว่ายตว่อการททาความเขดาใจจะตดอง
ออกแบบดดวยการใชดประโยคคทาสขสั่งทขีสั่เปป็ นมาตรฐานเมสสั่ออว่านแลดวตดอง
ตขีความหมายทขีสั่เขดาใจตรงกขนไมว่สขบสน

2. ใหรนลักเรรียนเขรียนความหมายและหลลักการของการเขรียนซรู้โด
โครด (Pseudocode)
ซรู้โดโครด (Pseudocode) หรสอ ในภาษาไทย เรขียกวว่า รหขส
จทาลอง หรสอ รหขสเทขียมคสอ การจทาลองการเขขียนโปรแกรม โดย
เขขียนคทาสขงสั่ เปป็ นภาษาอะไรกป็ไดด เชว่น ไทย หรสอ อขงกฤษ ฯลฯ ทขีสั่ไมว่ใชว่
ภาษาคอมพธิวเตอรร์ขน
ข ขั้ สรงอยว่าง ภาษา C หรสอ Java ซรโดโคดดนขีจ
ขั้ ะไมว่
ขทึน
ขั้ กขบภาษาคอมพธิวเตอรร์ใดๆ โดยเฉพาะ ใชดอธธิบายการททางานของ
77

โปรแกรม เนสสั่องจากสสสั่อดดวยภาษางว่ายๆ อยว่าง ไทย, อขงกฤษ ททาใหดผดร
อว่านเขดาใจไดดงว่าย และตรงกขน โดยปกตธิแลดวมขกใชดภาษาอขงกฤษ
เนสสั่องจากสามารถแปลเปป็ นภาษาคอมพธิวเตอรร์ไดดงว่าย

หลลักในการเขรียนซรู้โดโครด (Pseudocode)
1. คทาสขงสั่ ทขีสั่เขขียนใชดภาษาทขีสั่เขดาใจงว่าย ไมว่ตดองคทานทึงถทึงภาษา
คอมพธิวเตอรร์
2. ในหนทึสั่งบรรทขด ใหดมขีเพขียงหนทึสั่งคทาสขสั่งเทว่านขน
ขั้
3. ใชดยว่อหนดาในการแสดงกลว่มุ่มของคทาสขสั่ง ทขีสั่เปป็ นคทาสขสั่งยว่อยในคทา
สขสั่งพวกเงสสั่อนไข เชว่น if-else, while, for ฯลฯ
4. ในการเขขียนแตว่ละคทาสขสั่งใหดเรขียงการททางานจากบนลงลว่าง
และมขีทางออกหรสอจมุ่ดสธิน
ขั้ สมุ่ดเพขียงจมุ่ดเดขียว
5. กลว่มุ่มคทาสขสั่งอาจจะเขขียนรวมกขนเปป็ นโมดมุ่ล และเวลาเรขียกใชดกป็
เรขียกใชดผว่านชสสั่อโมดมุ่ล (คลดายกขบการเรขียกใชดฟขงกร์ชขน)

3. ใหรนลักเรรียนเขรียนซรู้โดโครด (Pseudocode) จากโปรแกรมหา
ผลรวมของตลัวเลข 3 คน่า แลรวแสดงผลรวมออกมาทางหนราจอ
1. start
2. read number1 , number2, number 3
78

3. calculate sum = number1 + number2 + number
3
4. print sum
5. End

4. ใหรนลักเรรีย นเขรีย นซรู้โ ดโคร ด (Pseudocode) จากโปรแกรมหา
คน่าเฉลรีที่ยของตลัวเลข 10 คน่า แลรวแสดงคน่าเฉลรีที่ยออกมาทางหนราจอ
1. start
2. read n
3. for i = 1 to 10 <– เปป็ นคทาสขสั่งวนรอบจทานวน 10 รอบ
4. read num
5. calculate sum = sum + num
6. calculate mean = sum / n
7. print mean
8. End

5. ใหรนลักเรรียนบอกความหมาย หลลักและกระบวนการเขรียนผลังงาน
ทรีที่ดรีของผลังงาน(Flowchart)

ผลังงานหรรอแผนภาพ (Flowchart) เปป็ นเครสสั่องมสอทขีสั่ชว่วยใน
การวางแผนและเขขียนขขน
ขั้ ตอนการททางานดดวยรรปภาพทขีสั่เปป็ น
79

สขญลขกษณร์การททางานและอมุ่ปกรณร์ตว่างๆ เปป็ นเครสสั่องมสอทขีสั่
โปรแกรมเมอรร์ใชดในการเปลขีสั่ยน Algorithm ความคธิดหรสอความ
ตดองการของผดรใชดใหดอยว่รในรรปของแผนภาพการททางานของโปรแกรม

หลลักและกระบวนการเขรียนผลังงานทรีที่ดรี
วธิเคราะหร์ขดอมรลและเลสอกสขญลขกษณร์ทขีสั่เหมาะสม
หลขกการออกแบบผขงงานจะเรธิสั่มจากบนลงลว่างหรสอจากซดายไป

ขวา
ภายในผขงงานเดขียวกขนตดองมขีการเรธิสั่มตดนและสธิน
ขั้ สมุ่ดการททางาน

ของโปรแกรมเพขียงทางเดขียวยกเวดนการเขขียนในลขกษณะของ

โปรแกรมยว่อย
ควรเขขียนลรกศรบอกทธิศทางการไหลของขดอมรลในผขงงานเสมอ
ทมุ่กผขงงานตดองมขีทางเขดาและทางออกเพขียงหนทึสั่งทธิศทางยกเวดน

สขญลขกษณร์ของการตขดสธินใจทขีสั่มขีทางเขดาทางหนทึงสั่ แตว่อาจมขีทางออกไดด

มากกวว่าหนทึสั่งทธิศทางและสขญลขกษณร์ของการเรธิสั่มตดนจะมขีทางออก

เพขียงทางเดขียวสว่วนสขญลขกษณร์การสธิน
ขั้ สมุ่ดจะมขีทางเขดาเพขียงทางเดขียว
ไมว่ปลว่อยใหดเสดนทางการไหลของขดอมรลวว่างไวดโดยไมว่ไดดเชสสั่อมตว่อ

เขดากขบผขงงานใดๆในขขน
ขั้ ตอนตว่อไป
80

การเขขียนคาอธธิบายจะตดองเขขียนขดอความสขน
ขั้ ๆเขดาใจงว่าย

ชขดเจนไมว่ใชดภาษาทขีสั่กทากวมทมุ่กคนอว่านแลดวเขดาใจความหมายใน

ทธิศทางเดขียวกขน
ขดอความทขีสั่เขขียนจะตดองบรรจมุ่อยว่รในสขญลขกษณร์เทว่านขน
ขั้
ในกรณขีทขีสั่เขขียนผขงงานไมว่จบภายในหนดาเดขียวกขนจะตดองใชด

สขญลขกษณร์เชสสั่อมตว่อผขงงานและเขขียนหมายเลขหรสอรหขสกทากขบลทาดขบ

การเชสสั่อมตว่อใหดถรกตดอง

6. ใหรนลักเรรียนลลักษณะโครงสรรางของผลังงาน พรรอมทลังบื้ อธวิบาย
โครงสรรางลลักษณะตน่างๆ มาพอเขราใจ

ผขงงานทขสั่วไปจะประกอบดดวยโครงสรดางผขงงานพสขั้นฐาน 3 รรป
แบบตว่อไปนขีค
ขั้ สอ
1. โครงสรดางแบบเปป็ นลทาดขบ (Sequence Structure)
โครงสรดางลขกษณะนขีเขั้ ปป็ นโครงสรดางพสขั้นฐานของผขงงาน และ
เปป็ นลขกษณะขขน
ขั้ ตอนการททางานทขีสั่พบมากทขีสั่สมุ่ด คสอททางานทขีละขขน
ขั้
ตอนลทาดขบ
81

2. โครงสรดางแบบมขีตขวเลสอก (Selection Structure)
โครงสรดางการททางานแบบมขีการเลสอกมขีรรปแบบทขีสั่ซขบซดอนกวว่า
โครงสรดางแบบเปป็ นลทาดขบรรปแบบทขีสั่งว่ายทขีสั่สมุ่ดของโครงสรดางแบบนขีค
ขั้ สอ
การเลสอกแบบมขีทางออก 2 ทาง ในการเลสอกแบบมขีทางออก 2 ทาง
นขีจ
ขั้ ะมขีทางออกจากสขญลขกษณร์การตขดสธินใจเพขียง 2 ทาง คสอ ใชว่หรสอ
ไมว่ใชว่ เทว่านขน
ขั้ (แตว่ระบบการเขขียนผขงงานระบบ อนมุ่ญาตใหดมขีทางออก
จากการตขดสธินใจไดดมากกวว่า 2 ทาง)
3.โครงสรดางแบบททาซทาขั้ (Iteration Structure)
โครงสรดางการททางานแบบททาซทาขั้ จะททางานแบบเดขียวกขนซทาขั้ ไป
เรสสั่อย ๆ ในขณะทขีสั่ยขงเปป็ นไปตามเงสสั่อนไขหรสอเงสสั่อนไขเปป็ นจรธิง จนกระ
ทขงขั้ เงสสั่อนไขเปป็ นเทป็จจทึงททางานอสสั่นตว่อไป

7. ใหรนลักเรรียนออกแบบผลังงาน โดยตรองการปร อนขรอมรู้ลเปด็ น
ปรี พ.ศ.แลรวตรองการใหรโปรแกรมแสดงผลเปด็ นปรี ค.ศ.
82

8. ใหร นลั ก เรรี ย นออกแบบผลั ง งาน โดยตร อ งการควิ ด ผลการสอบของ
นลักศศึกษาจากคะแนนโดยกสาหนดใหร
ถราคะแนนมากกวน่าหรรอเทน่ากลับ 80 ไดรเกรด A ถราคะแนน
เทน่ากลับ 75 ถศึง 79 ไดรเกรด B+
ถราคะแนนเทน่ากลับ 70 ถศึง 74 ไดรเกรด B ถราคะแนน
เทน่ากลับ 65 ถศึง 69 ไดรเกรด C+
ถราคะแนนเทน่ากลับ 60 ถศึง 64 ไดรเกรด C ถราคะแนน
เทน่ากลับ 55 ถศึง 59 ไดรเกรด D+
ถราคะแนนเทน่ากลับ 50 ถศึง 54 ไดรเกรด D ถราคะแนนนรอย
กวน่า 50 ไดรเกรด F
83
84

9. ใหรนลักเรรียนออกแบบผลังงาน โดยใหรเขรียนโปรแกรมเพรที่อรลับคน่าตลัว
เลขและทสาการบวกคน่าทรีที่รลับเขรามาแบบวนซสาบื้ โดยใหรออกจาก
โปรแกรมเมรที่อผลลลัพธน์มรีคน่ามากกวน่า 50,000 และแสดงผลของ
ผลลลัพธน์ทรีที่ไดร
85
86

ใบความรรรู้ทรีที่ 1
เรรที่อง หลลักการเขรียนโปรแกรมเบรบื้องตรน

การเขขียนโปรแกรมทขีสั่ดขีจทาเปป็ นตดองมขีแบบแผนและสามารถ
ถว่ายทอดกขนไดดซทึสั่งประกอบดดวย 5 ขขน
ขั้ ตอนหลขก ดขงนขี ขั้ 1. การ
วธิเคราะหร์ปขญหา 2. การออกแบบโปรแกรม
3. การเขขียนโปรแกรม 4. การทดสอบ
โปรแกรม
5. การจขดททาเอกสารประกอบโปรแกรม

1. การววิเคราะหน์ปลัญหา
การ

ขขน
ขั้ ตอนการวธิเคราะหร์ปขญหาจทาเปป็ นตดอง ววิเคราะหน์
การออกแบบ
อว่านโจทยร์ ปลั ญหา
โปรแกรม
การเขรี
ปปั ญหายน
อยว่างระมขดระวขงโดยการวธิเคราะหร์และตขีโจทยร์
โปรแกรม
ใหดแตกเพสสั่อใหด การทดสอบ
โปรแกรม
การจลัดทสาเอกสาร

รรู้ปประกอบโปรแกรม
ผลังแสดงขลัน
บื้ ตอนการ
เขรียนโปรแกรม
87

เขดาใจถทึงความตดองการทขีสั่แทดจรธิงของปข ญหา หากตขีความโจทยร์ผธิด
พลาด จะสว่งผลกระทบตว่อเนสสั่องเปป็ นทอดๆ ททาใหดโปรแกรมทขีสั่
เขขียนขทึน
ขั้ ไมว่ตรงกขบความตดองการในทขีสั่สมุ่ด ททาใหดสรญเสขียงบประมาณ
และสรญเสขียโอกาสตามมาขขน
ขั้ ตอน การวธิเคราะหร์ปขญหาแบว่งเปป็ น
3 สว่วนหลขก ดขงนขี ขั้ 1. สว่วนนทาขดอมรลเขดา (Input)
2. สว่วนการประมวลผล (Processing)

3. สว่วนผลลขพธร์ (Output)

2. การออกแบบโปรแกรม

เมสสั่อททาการวธิเคราะหร์ปขญหาเปป็ นทขีสั่เรขียบรดอยแลดวตว่อไป คสอ
การออกแบบโปรแกรมโดย
การเครสสั่องมสอทขีสั่มาใชดในการออกแบบโปรแกรม เชว่น อขลกอรธิททึม ,
ผขงงาน ,ซรโดโคดด

ขลัน
บื้ ตอนการออกแบบโปรแกรมประกอบดรวยกวิจกรรมตน่าง ๆ ดลังนรี บื้
กทาหนดขขน
ขั้ ตอนการประมวลผลสว่วนหลขกๆ
การททางานของสว่วนงานยว่อย
การออกแบบสว่วนประสานการททางานระหวว่างผดรใชด
(User Interface)
88

โครงสรดางควบคมุ่มการททางานเชว่นการททางานซทาขั้ หรสอการ
ตรวจสอบเงสสั่อนไข
ตขวแปรและโครงสรดางของเรคคอรร์ด
ตรรกะโปรแกรม (Logic)
3. การเขรียนโปรแกรม
การนทาอขลกอรธิททึมมาเขขียนเปป็ นชมุ่ดคทาสขสั่งดดวยภาษาคอมพธิวเตอรร์
โดยการเขขียนโปรแกรมสามารถเลสอกใชดภาษาคอมพธิวเตอรร์ระดขบสรง
ตามความเหมาะสมเชว่น Pascal, C, C++ เปป็ นตดน

4. การทดสอบโปรแกรม
การทดสอบโปรแกรมหรสอการดขีบบั๊ ก
ข โปรแกรม (Debugging) คสอ
การนทาโปรแกรมมาแปลโดย ตขวแปรภาษาคอมพธิวเตอรร์ (อาจเปป็ น
ตขวแปรชนธิดคอมไพเลอรร์หรสออธินเตอรร์พรขีเตอรร์กป็ไดด)

คอมไพเลอรร์ (Complier) จะททาการแปลทขงขั้ โปรแกรมหาก
โปรแกรมมขีขดอผธิดพลาดตดองแกดไขใหดถรกตดองกว่อนแลดวแปลใหมว่จนไมว่
พบขดอผธิดพลาดโปรแกรมจทึงจะสามารถใชดงานไดดเชว่น C, C++,
Pascal

อธินเตอรร์พรขีเตอรร์ (Interpreter) จะแปลชมุ่ดคทาสขสั่งทขีสั่ละคทาสขสั่งใน
แตว่ละบรรทขดโดยโปรแกรมยขงสามารถททางานตว่อไปไดดถทึงจะมขีขดอผธิด
89

พลาดในโปรแกรมตราบใดทขีสั่ตขวแปรภาษายขงไมว่ผว่านการแปลใน
บรรทขดทขีสั่เขขียนชมุ่ดคทาสขสั่งผธิด เชว่น Java, Perl, Python

5. การจลัดทสาเอกสารประกอบโปรแกรม
เอกสารประกอบโปรแกรมจะถรกจขดททาขทึน
ขั้ ในขขน
ขั้ ตอนสมุ่ดทดายของ
การพขฒนาโปรแกรม แตว่ใน ความเปป็ นจรธิง อาจจขดททาขทึน
ขั้ ตขงขั้ แตว่ขน
ข ขั้
ตอนการกทาหนดปข ญหาจนถทึงขขน
ขั้ ตอนสมุ่ดทดายคสอ การทดสอบ
โปรแกรมโดยเอกสารเหลว่านขีจ
ขั้ ะนามาใชดสทาหรขบอดางอธิงถทึงขดอผธิด
พลาดทขีสั่เกธิดขทึน
ขั้ วธิธขีการแกดไขขดอผธิดพลาดรวมถทึงการนทาไปใชดเพสสั่อ
ปรขบปรมุ่งโปรแกรมในอนาคต
เอกสารสทาหรขบผดรใชดโปรแกรม (User Documentation) จะ
เนดนการอธธิบายการใชดงานโปรแกรมเปป็ นหลขก

เอกสารสทาหรขบผดเร ขขียนโปรแกรม (Technical
Documentation) จะอธธิบายชสสั่อของโปรแกรมยว่อยและการททางาน
ของแตว่ละโปรแกรมยว่อย

รรู้ปแบบในการเขรียนโปรแกรมสามารถแบน่งออกเปด็ น 2 รรู้ปแบบ
ครอ
90

1. การเขขียนโปรแกรมเชธิงโครงสรดาง (Structured
Programming) และ 2.การเขขียนโปรแกรมเชธิงวขตถมุ่ (Object-
Oriented Programming)

1. การเขรียนโปรแกรมเชวิงโครงสรราง (Structured
Programming)

ประกอบดดวยโครงสรดางควบคมุ่มการททางานหลขก 3 สว่วน คสอ
1. ชมุ่ดคทาสขงสั่ ภายในโปรแกรมจะเปป็ นลทาดขบขขน
ขั้ ตอน
(Sequence) ประกอบดดวยคทาสขสั่งอยว่างงว่าย ไมว่มขีเงสสั่อนไข ไมว่มขีการ
ตขดสธินใจมขีทางเขดาทางเดขียวและมขีทางออกทางเดขียวดทาเนธินการแบบ
เรขียงลทาดขบตว่อเนสสั่องโดยแตว่ละขขน
ขั้ ตอนมขีการดทาเนธินงานเพขียงครขงขั้ เดขียว
2. มขีทางเลสอกในการตขดสธินใจทางใดทางหนทึสั่ง (Decision) เปป็ น
โครงสรดางทขีสั่มขีเงสสั่อนไขและมขี การตรวจสอบคว่า ตขวแปรแลดว
ประมวลผลตามเงสสั่อนไขทขีสั่กทาหนดตรรกะคว่าจรธิงหรสอเทป็จแลดวดทาเนธิน
งานตามคทาสขงสั่ ทขีสั่เปป็ นไปตามเงสสั่อนไขทขีสั่กทาหนด
3. มขีชมุ่ดคทาสขงสั่ เพสสั่อการททาซทาขั้ (Repetition) เปป็ นการทางานใน
ลขกษณะวนซทาขั้ หลาย ๆ รอบ (Loop) โดยจะหลมุ่ดออกจากเงสสั่อนไขกป็
ตว่อเมสสั่อเงสสั่อนไขตรงตามทขีสั่กทาหนดไวด
91

รรู้ปแสดงการเขรียนโปรแกรมเชวิงโครงสรราง

แนวคธิดอสสั่นๆ ทขีสั่เกขีสั่ยวขดองกขบการโปรแกรมเชธิงโครงสรดาง กป็คสอ
การเขขียนโปรแกรมแบบ บนลงลว่าง (Top-Down
Programming) จะนทาโปรแกรมมาแบว่งสว่วนเปป็ นโมดรลยว่อย ๆ เพสสั่อ
ลด ความซขบซดอนภายในโปรแกรมประกอบดดวยหลาย ๆ โมดรลทขีสั่
ททางานรว่วมกขนเพสสั่อแกดไขปข ญหาซทึสั่งชว่วยใหดงว่ายตว่อการอว่านและงว่ายตว่อ
การแกดไขโปรแกรม
92

รรู้ปแสดงการเขรียนโปรแกรมแบบบนลงลน่าง

2.การเขรียนโปรแกรมเชวิงวลัตถคุ (Object-Oriented
Programming)
การเขขียนโปรแกรมเชธิงวขตถมุ่จะมองวขตถมุ่หนทึสั่ง ๆ เปป็ นแหลว่งรวมของ
ขดอมรลและกระบวนการเขดาไวดดดวยกขนโดยมขีคลาส (Class) เปป็ นตขว
กทาหนดคมุ่ณสมบขตธิของวขตถมุ่และคลาสสามารถสสบทอด
คมุ่ณสมบขตธิ(Inheritance)ไปยขงคลาสยว่อ(Subclass) ตว่างๆไดดคมุ่ณสมบขตธิ
ดขงกลว่าวจทึงททาใหดเกธิดการนทามาใชดใหมว่(Reusable) ทขีสั่ททาใหดลดขขน
ขั้ ตอน
การพขฒนาโปรแกรมลงไดด โดยเฉพาะโปรแกรมทขีสั่มขีขนาดใหญว่และ
ความซขบซดอนสรง
93

รรู้ปคลาสไดอะแกรมทรีที่ออกแบบขศึน
บื้ มา เพรที่อใชรการโปรแกรมเชวิง
วลัตถคุ

ในปข จจมุ่บขนโปรแกรมตว่างๆ ทขีสั่ถรกพขฒนาขทึน
ขั้ มาทขงขั้ แบบเชธิง
โครงสรดางและเชธิงวขตถมุ่รวมถทึง การนทาทขงขั้ สองรรปแบบมาใชดรว่วม
กขนกป็มขี ทขงขั้ นขีจ
ขั้ มุ่ดเดว่นของโปรแกรมเชธิงโครงสรดาง กป็คสอ ความงว่าย
ตว่อความเขดาใจและสามารถนทาไปเขขียนโปรแกรมทขสั่วไปไดดเปป็ นอยว่างดขี
แตว่ในขณะเดขียวกขน หากเปป็ นระบบงานขนาดใหญว่และมขีความซขบ
ซดอนสรง การเขขียนโปรแกรมเชธิงวขตถมุ่จะมขีความเหมาะสมกวว่า

เทคนวิคการออกแบบโปรแกรมเชวิงโครงสรราง (จมุ่ดประสงคร์หลขกใน
การออกแบบโปรแกรม)
94

ประกอบดดวย
เพสสั่อสรดางโปรแกรมใหดมขีคมุ่ณภาพและททานายไดดวว่าจะ
เกธิดอะไรขทึน
ขั้ ในโปรแกรม
เพสสั่อสรดางโปรแกรมทขีสั่งว่ายตว่อการปรขบปรมุ่งและแกดไข
เพสสั่อใหดขน
ข ขั้ ตอนการพขฒนาโปรแกรมมขีระบบระเบขียบยธิสั่ง
ขทึน
ขั้
เพสสั่อใหดการพขฒนาระบบมขีความรวดเรป็วและประหยขด
ตดนทมุ่น

แนวทางในการประยคุกตน์ใชรงาน

แตกปข ญหาทขีสั่ซขบซดอนใหดงว่ายลงดดวยการแตกโปรแกรม
ออกเปป็ นโมดรลยว่อย

ออกแบบโปรแกรมใหดงว่ายและหากมขีการสว่งผว่านขดอมรล
ระหวว่างโมดรลจะตดองกทาหนดการสว่งผว่านขดอมรลระหวว่างโมดรลใหด
ชขดเจน

สามารถควบคมุ่มความซขบซดอนของโปรแกรมไดด

เขขียนผขงงานใหดเขดาใจงว่าย

ปรขบปรมุ่งโปรแกรมใหดอว่านงว่าย

สสสั่อสารกขบผดรใชดงานเพสสั่อใหดไดดความตดองการทขีสั่แทดจรธิง
95

ใชดโครงสรดางทขีสั่ควบคมุ่มงว่ายเชว่นการควบคมุ่มลรปหรสอการ
ตรวจสอบเงสสั่อนไข

ชว่วยลดขดอผธิดพลาดภายในโปรแกรม

สามารถนทาโปรแกรมกลขบมาใชดงานไดด
เครรที่องมรอทรีที่มาใชรในการออกแบบโปรแกรม

อลัลกอรวิทศึม หมายถทึง ขขน
ขั้ ตอนวธิธขีทขีสั่จะอธธิบายวว่างานนขน
ขั้ ททา
อยว่างไรโดยจะประกอบไปดดวยกระบวนการททางานเปป็ นลทาดขบขขน
ขั้
ตอนทขีสั่ชขดเจนและมขีการรขบประกขนวว่าเมสสั่อไดดปฏธิบขตธิถรกตดองตามขขน
ขั้
ตอนจนครบแลดวจะตดองไดดผลลขพธร์ทขีสั่ถรกตดองตามความตดองการขขน
ขั้
ตอนการททางานของอขลกอรธิททึมอาจมขี ความแตกตว่างกขนไดดแตว่จะไดด
ผลลขพธร์เชว่นเดขียวกขนทขงขั้ นขีข
ขั้ น
ทึ ขั้ อยว่รกขบความเหมาะสม

คคุณสมบลัตวิของอลัลกอรวิทศึม
1. เปป็ นกระบวนการทขีสั่สรดางขทึน
ขั้ จากกฎเกณฑร์กฎเกณฑร์ในการ
สรดางกระบวนการอาจอยว่รในรรปแบบของประโยคภาษาอขงกฤษ
สขญลขกษณร์หรสอซรโดโคดดทขีสั่มขีความเปป็ นสากล
2. กฎเกณฑร์ทขีสั่สรดางอขลกอรธิททึมตดองไมว่คลมุ่มเครสอตดองเปป็ นกฎ
เกณฑร์ทขีสั่อว่านแลดวเขดาใจตรงกขนควรหลขีกเลขีสั่ยงคทาทขีสั่กว่อใหดเกธิดความ
เขดาใจไดดหลายความหมาย
96

3. การประมวลผลตดองเปป็ นลทาดขบขขน
ขั้ ตอนคทาสขสั่งตว่างๆจะตดอง
ประมวลผลเปป็ นลทาดขบตามขขน
ขั้ ตอนทขีสั่แนว่นอน
4. กระบวนการตดองใหดผลลขพธร์ตามทขีสั่กทาหนดในปข ญหากลว่มุ่มขขน
ขั้
ตอนตว่าง ๆ เมสสั่อดทาเนธินการแลดวตดองมขีผลลขพธร์ตรงตามทขีสั่กทาหนดใน
ปข ญหานขน
ขั้ ๆ
5. อขลกอรธิททึมตดองมขีจมุ่ดสธิน
ขั้ สมุ่ดเนสสั่องจากคอมพธิวเตอรร์ไมว่สามารถ
ประมวลผลแบบไมว่สน
ธิ ขั้ สมุ่ดไดด
ประสวิทธวิภาพของอลัลกอรวิทศึม

1. อขลกอรธิททึมทขีสั่ดขีตดองใชดเวลาในการดทาเนธินการนดอยทขีสั่สมุ่ด ควร
มขีขน
ข ขั้ ตอนตว่าง ๆ เทว่าทขีสั่จทาเปป็ น
2. อขลกอรธิททึมทขีสั่ดขีตดองใชดหนว่วยความจทานดอยทขีสั่สมุ่ดภายในหนว่วย
ความจทาควรจะมขีขดอมรลทขีสั่จทาเปป็ นตว่อการดทาเนธินงานในขณะนขน
ขั้
3. อขลกอรธิททึมทขีสั่ดขีตดองมขีความยสดหยว่มุ่นควรออกแบบใหดสามารถ
ปรขบปรมุ่งการใชดงานไดดงว่าย 4. อขลกอรธิททึมทขีสั่ดขีตดองใชดเวลาใน
การพขฒนานดอยทขีสั่สมุ่ด ควรใชดเวลาในการพขฒนาอขลกอรธิททึมใหดเหมาะ
สมกขบเวลา
5. อขลกอรธิททึมทขีสั่ดขีตดองงว่ายตว่อการททาความเขดาใจจะตดอง
ออกแบบดดวยการใชดประโยคคทาสขสั่งทขีสั่เปป็ นมาตรฐานเมสสั่ออว่านแลดวตดอง
ตขีความหมายทขีสั่เขดาใจตรงกขนไมว่สขบสน
97

ซรู้โดโครด (Pseudocode) หรสอ ในภาษาไทย เรขียกวว่า รหขส
จทาลอง หรสอ รหขสเทขียมคสอ การจทาลองการเขขียนโปรแกรม โดย
เขขียนคทาสขงสั่ เปป็ นภาษาอะไรกป็ไดด เชว่น ไทย หรสอ อขงกฤษ ฯลฯ ทขีสั่ไมว่ใชว่
ภาษาคอมพธิวเตอรร์ขน
ข ขั้ สรงอยว่าง ภาษา C หรสอ Java ซรโดโคดดนขีจ
ขั้ ะไมว่
ขทึน
ขั้ กขบภาษาคอมพธิวเตอรร์ใดๆ โดยเฉพาะ ใชดอธธิบายการททางานของ
โปรแกรม เนสสั่องจากสสสั่อดดวยภาษางว่ายๆ อยว่าง ไทย, อขงกฤษ ททาใหดผดร
อว่านเขดาใจไดดงว่าย และตรงกขน โดยปกตธิแลดวมขกใชดภาษาอขงกฤษ
เนสสั่องจากสามารถแปลเปป็ นภาษาคอมพธิวเตอรร์ไดดงว่าย

หลลักในการเขรียนซรู้โดโครด (Pseudocode)
1. คทาสขงสั่ ทขีสั่เขขียนใชดภาษาทขีสั่เขดาใจงว่าย ไมว่ตดองคทานทึงถทึงภาษา
คอมพธิวเตอรร์
2. ในหนทึสั่งบรรทขด ใหดมขีเพขียงหนทึสั่งคทาสขสั่งเทว่านขน
ขั้
3. ใชดยว่อหนดาในการแสดงกลว่มุ่มของคทาสขสั่ง ทขีสั่เปป็ นคทาสขสั่งยว่อยในคทา
สขสั่งพวกเงสสั่อนไข เชว่น if-else, while, for ฯลฯ
4. ในการเขขียนแตว่ละคทาสขสั่งใหดเรขียงการททางานจากบนลงลว่าง
และมขีทางออกหรสอจมุ่ดสธิน
ขั้ สมุ่ดเพขียงจมุ่ดเดขียว
5. กลว่มุ่มคทาสขสั่งอาจจะเขขียนรวมกขนเปป็ นโมดมุ่ล และเวลาเรขียกใชดกป็
เรขียกใชดผว่านชสสั่อโมดมุ่ล (คลดายกขบการเรขียกใชดฟขงกร์ชขน)
98

ตลัวอยน่างการเขรียนซรู้โดโครด (Pseudocode)
ตลัวอยน่างทรีที่ 1 จงเขขียน Pseudocode จากโปรแกรมหาผล
รวมของตขวเลข 2 คว่า แลดวแสดงผลรวมออกมาทางหนดาจอ
1. start
2. read number1 , number2
3. calculate sum = number1 + number2
4. print sum
5. End
ตลัวอยน่างทรีที่ 2 จงเขขียน Pseudocode จากโปรแกรมหาคว่า
เฉลขีสั่ยของตขวเลข 10 คว่า แลดวแสดงคว่าเฉลขีสั่ยออกมาทางหนดาจอ
1. start
2. for i = 1 to 10 <– เปป็ นคทาสขสั่งวนรอบจทานวน 10 รอบ
3. read num
4. calculate sum = sum + num
5. calculate mean = sum / 10
6. print mean
7. End

ตลัวอยน่างทรีที่ 3 จงเขขียน Pseudocode จากโปรแกรมหาคว่า
เฉลขีสั่ยของตขวเลข n คว่า แลดวแสดงคว่าเฉลขีสั่ยออกมาทางหนดาจอ
99

1. start
2. read n
3. for i = 1 to n <– เปป็ นคทาสขสั่งวนรอบจทานวน n รอบ
4. read num
5. calculate sum = sum + num
6. calculate mean = sum / n
7. print mean
8. End

ตลัวอยน่างทรีที่ 4 จงเขขียน Pseudocode จากโปรแกรมเปรขียบ
เทขียบตขวเลข 2 คว่า แลดวแสดงความสขมพขนธร์ออกมา
1. start
2. read x , y
3. if x > y
4. then
5. print “x > y”
6. else if x < y
7. then
8. print “x < y”
9. else
100

10. print “x = y”
11. End

ผลังงานหรรอแผนภาพ (Flowchart) เปป็ นเครสสั่องมสอทขีสั่ชว่วยใน
การวางแผนและเขขียนขขน
ขั้ ตอนการททางานดดวยรรปภาพทขีสั่เปป็ น
สขญลขกษณร์การททางานและอมุ่ปกรณร์ตว่างๆ เปป็ นเครสสั่องมสอทขีสั่
โปรแกรมเมอรร์ใชดในการเปลขีสั่ยน Algorithm ความคธิดหรสอความ
ตดองการของผดรใชดใหดอยว่รในรรปของแผนภาพการททางานของโปรแกรม

สลัญลลัก สลัญลลักษ
ความหมาย ความหมาย
ษณน์ ณน์

เครสสั่องหมายเรธิสั่มตดน ปด อนขดอมรลดดวย
หรส อสธิน
Process ขั้ สมุ่ดการ
การ ตนเองหรส อแปด
จมุ่ดตว่อในหนด า น
ประมวลผล
ขดอมรลรขบหรสอแสดง เดขียวกขน
ประมวลผลดดวยมสอ
ขด อมรลโดยไมว่
Decision ระบมุ่ดชสธินธินด
การตข จมุ่ดตว่ออยว่รตว่างหนดา
ใจ
แสดงผลออกทาง กข
พธิน
มพร์ขดอมรลออกทาง
จอภาพ เครสสั่องพธิมพร์

หลลักและกระบวนการเขรียนผลังงานทรีที่ดรี
วธิเคราะหร์ขดอมรลและเลสอกสขญลขกษณร์ทขีสั่เหมาะสม
101

หลขกการออกแบบผขงงานจะเรธิสั่มจากบนลงลว่างหรสอจากซดายไป
ขวา
ภายในผขงงานเดขียวกขนตดองมขีการเรธิสั่มตดนและสธิน
ขั้ สมุ่ดการททางาน
ของโปรแกรมเพขียงทางเดขียวยกเวดนการเขขียนในลขกษณะของ
โปรแกรมยว่อย
ควรเขขียนลรกศรบอกทธิศทางการไหลของขดอมรลในผขงงานเสมอ
ทมุ่กผขงงานตดองมขีทางเขดาและทางออกเพขียงหนทึสั่งทธิศทางยกเวดน
สขญลขกษณร์ของการตขดสธินใจทขีสั่มขีทางเขดาทางหนทึงสั่ แตว่อาจมขีทางออกไดด
มากกวว่าหนทึงสั่ ทธิศทางและสขญลขกษณร์ของการเรธิสั่มตดนจะมขีทางออกเพขียง
ทางเดขียวสว่วนสขญลขกษณร์การสธิน
ขั้ สมุ่ดจะมขีทางเขดาเพขียงทางเดขียว

ไมว่ปลว่อยใหดเสดนทางการไหลของขดอมรลวว่างไวดโดยไมว่ไดดเชสสั่อมตว่อ

เขดากขบผขงงานใดๆในขขน
ขั้ ตอนตว่อไป
การเขขียนคาอธธิบายจะตดองเขขียนขดอความสขน
ขั้ ๆเขดาใจงว่าย

ชขดเจนไมว่ใชดภาษาทขีสั่กทากวมทมุ่กคนอว่านแลดวเขดาใจความหมายใน

ทธิศทางเดขียวกขน
ขดอความทขีสั่เขขียนจะตดองบรรจมุ่อยว่รในสขญลขกษณร์เทว่านขน
ขั้
ในกรณขีทขีสั่เขขียนผขงงานไมว่จบภายในหนดาเดขียวกขนจะตดองใชด

สขญลขกษณร์เชสสั่อมตว่อผขงงานและเขขียนหมายเลขหรสอรหขสกทากขบลทาดขบ

การเชสสั่อมตว่อใหดถรกตดอง
102

ประโยชนน์ของการใชรผลังงาน
1. ททาใหดเหป็นภาพการททางานของโปรแกรมอยว่างชขดเจนแทนทขีสั่จะ
เปป็ นภาพในความคธิดของผดรใชดหรสอโปรแกรมเมอรร์เทว่านขน
ขั้
2. ใชดเปป็ นเครสสั่องมสอสสสั่อสารระหวว่างโปรแกรมเมอรร์ในการมองภาพ
รวมหรสอมองการททางานของโปรแกรม
3. ใชดเปป็ นเครสสั่องมสอสสสั่อสารระหวว่างโปรแกรมเมอรร์กขบผดรใชดใหดเหป็น
ภาพและเขดาใจการททางานของโปรแกรมไดดตรงกขนกว่อนการเขขียนโปร
แกรมจรธิงๆ
4. ชว่วยในการแปลงความตดองการของผดรใชดใหดเปป็ นโปรแกรมภาษา
คอมพธิวเตอรร์
5. เปป็ นแบบแปลนเอกสารของโปรแกรมทขีสั่ใชดอดางอธิงเมสสั่อตดองแกดไข
หรสอปรขบปรมุ่งโปรแกรมในอนาคต
6. ชว่วยในการควบคมุ่มหรสอบรธิหารโครงการ

ลลักษณะโครงสรรางของผลังงาน
ผขงงานทขสั่วไปจะประกอบดดวยโครงสรดางพสขั้นฐาน 3 รรปแบบตว่อไป
นขีค
ขั้ สอ
1. โครงสรรางแบบเปด็ นลสาดลับ (Sequence Structure)
103

โครงสรดางลขกษณะนขีเขั้ ปป็ นโครงสรดางพสขั้นฐานของผขงงาน และเปป็ น
ลขกษณะขขน
ขั้ ตอนการททางานทขีสั่พบมากทขีสั่สมุ่ด คสอททางานทขีละขขน
ขั้ ตอน
ลทาดขบ
2. โครงสรรางแบบมรีตลัวเลรอก (Selection Structure)
โครงสรดางการททางานแบบมขีการเลสอกมขีรรปแบบทขีสั่ซขบซดอนกวว่า
โครงสรดางแบบเปป็ นลทาดขบรรปแบบทขีสั่งว่ายทขีสั่สมุ่ดของโครงสรดางแบบนขีค
ขั้ สอ
การเลสอกแบบมขีทางออก 2 ทาง ในการเลสอกแบบมขีทางออก 2 ทาง
นขีจ
ขั้ ะมขีทางออกจากสขญลขกษณร์การตขดสธินใจเพขียง 2 ทาง คสอ ใชว่หรสอ
ไมว่ใชว่ เทว่านขน
ขั้ (แตว่ระบบการเขขียนผขงงานระบบ อนมุ่ญาตใหดมขีทางออก
จากการตขดสธินใจไดดมากกวว่า 2 ทาง)

3.โครงสรรางแบบทสาซสาบื้ (Iteration Structure)
โครงสรดางการททางานแบบททาซทาขั้ จะททางานแบบเดขียวกขนซทาขั้ ไป
เรสสั่อย ๆ ในขณะทขีสั่ยขงเปป็ นไปตามเงสสั่อนไขหรสอเงสสั่อนไขเปป็ นจรธิง จนกระ
ทขงขั้ เงสสั่อนไขเปป็ นเทป็จจทึงททางานอสสั่นตว่อไป

ตลัวอยน่างการออกแบบโปรแกรมดรวยผลังงาน
ตลัวอยน่างทรีที่1 การปด อนขดอมรลเปป็ นปขี ค.ศ.แลดวตดองการใหดโปรแกรม
แสดงผลเปป็ นปขี พ.ศ.
104

ตลัวอยน่างทรีที่2 การคธิดผลการสอบของนขกศทึกษาจากคะแนนโดย
กทาหนดใหดถดาคะแนนมากกวว่าหรสอเทว่ากขบ 50 ถสอวว่าผว่านถดาคะแนนตทสั่า
กวว่า 50 ถสอวว่าไมว่ผว่าน
105

ตลัวอยน่างทรีที่3 การคธิดผลการสอบของนขกศทึกษาจากคะแนนโดย
กทาหนดใหดถดาคะแนนมากกวว่าหรสอเทว่ากขบ 80 ไดดเกรด A ถดาคะแนน
มากกวว่าหรสอเทว่ากขบ 70 ไดดเกรด B ถดาคะแนนมากกวว่าหรสอ
เทว่ากขบ 60 ไดดเกรด C ถดาคะแนนนดอยกวว่า 60 ไดดเกรด F
106

ตลัวอยน่างทรีที่4 เขขียนโปรแกรมเพสสั่อรขบคว่าตขวเลขและททาการบวกคว่าทขีสั่รขบ
เขดามาแบบวนซทาขั้ โดยใหดออกจากโปรแกรมเมสสั่อผลลขพธร์มขีคว่า
มากกวว่า 1,000 และแสดงผลของผลลขพธร์ทขีสั่ไดด

ไดรผลังงานดลังนรี บื้ 
107

แบบทดสอบหลลังเรรียนหนน่วยการเรรียนรรรู้ทรีที่ 1

เรรที่อง หลลักการเขรียนโปรแกรมเบรบื้องตรน

ตอนทรีที่ 1 จงทสาเครรที่องหมาย X ในหลัวขรอทรีที่ถรู้กตรองทรีที่สคุดเพรียงขรอเดรียว

1.เมสสั่อตดองการพขฒนาโปรแกรมจะตดองททาสธิสั่งใดกว่อน
ก. วธิเคราะหร์ปขญหา ข. เขขียนซรโดโคดด
ค. เขขียนโปรแกรม ง. เลส อ กภาษาทขีสั่ ตด อ งใชด
เขขียน
2. การแปลภาษาคอมพธิวเตอรร์เปป็ นรหขสภาษาเครสสั่องทขีสั่มขีการแปลทขีละ
บรรทขดเรขียกวว่าอะไร
ก. คอมไพลร์เลอรร์ ข. อธินเทอรร์พรขีเตอรร์
ค. แอสเซมเบอรร์ ง. รขนไทมร์
3. ขดอใดเปป็ นขขน
ขั้ สมุ่ดทดายในการพขฒนาโปรแกรม
ก. วธิเคราะหร์ปขญหา ข. ทดสอบโปรแกรม
ค. เขขียนโปรแกรม ง. จขดททาเอกสารประกอบ
โปรแกรม
4. ขดอใดไมน่ใชน่เครสสั่องมสอในการออกแบบโปรแกรม
ก. คอมไพลร์เลอรร์ ข. อธินเทอรร์พรขีเตอรร์
ค. แอสเซมเบอรร์ ง. รขนไทมร์
5. ขดอใดคสอ ความหมายของ อขลกอรธิททึมทขีสั่ถรกตดองทขีสั่สมุ่ด
108

ก. กทาหนดขขน
ขั้ ตอนการประมวลผลสว่วนหลขกๆ
ข. การจทาลองการเขขียนโปรแกรม โดยเขขียนคทาสขงสั่ เปป็ นภาษา
อะไรกป็ไดด
ค. แตกปข ญหาทขีสั่ซขบซดอนใหดงว่ายลงดดวยการแตกโปรแกรมออก
เปป็ นโมดรลยว่อย
ง. ขขน
ขั้ ตอนวธิธขีทขีสั่จะอธธิบายวว่างานนขน
ขั้ ททาอยว่างไรโดยจะประกอบ
ไปดดวยกระบวนการททางานเปป็ นลทาดขบขขน
ขั้ ตอนทขีสั่ชขดเจน
6. ขดอใดคสอ ความหมายของ ซรโดโคดด (Pseudocode) ทขีสั่ถรกตดอง
ทขีสั่สมุ่ด
ก. กทาหนดขขน
ขั้ ตอนการประมวลผลสว่วนหลขกๆ
ข. การจทาลองการเขขียนโปรแกรม โดยเขขียนคทาสขงสั่ เปป็ นภาษา
อะไรกป็ไดด
ค. แตกปข ญหาทขีสั่ซขบซดอนใหดงว่ายลงดดวยการแตกโปรแกรมออก
เปป็ นโมดรลยว่อย
ง. ขขน
ขั้ ตอนวธิธขีทขีสั่จะอธธิบายวว่างานนขน
ขั้ ททาอยว่างไรโดยจะประกอบ
ไปดดวยกระบวนการททางานเปป็ นลทาดขบขขน
ขั้ ตอนทขีสั่ชขดเจน
109

7.ขดอใด ไมน่ใชน่ หลขกในการเขขียนซรโดโคดด (Pseudocode)
ก.ในหนทึสั่งบรรทขด ใหดมขีคทาสขสั่งไดดหลายคทาสขสั่ง
ข.คทาสขงสั่ ทขีสั่เขขียนใชดภาษาทขีสั่เขดาใจงว่าย ไมว่ตดองคทานทึงถทึงภาษา
คอมพธิวเตอรร์
ค.ในการเขขียนแตว่ละคทาสขสั่งใหดเรขียงการททางานจากบนลงลว่าง
และมขีทางออกหรสอจมุ่ดสธิน
ขั้ สมุ่ดเพขียงจมุ่ดเดขียว
ง.ใชดยว่อหนดาในการแสดงกลว่มุ่มของคทาสขสั่ง ทขีสั่เปป็ นคทาสขสั่งยว่อยในคทา
สขสั่งพวกเงสสั่อนไข เชว่น if-else, while, for ฯลฯ
8.ขดอใดคสอ ความหมายของ ผขงงานหรสอแผนภาพ (Flowchart) ทขีสั่
ถรกตดองทขีสั่สมุ่ด
ก.คทาสขงสั่ ทขีสั่เขขียนใชดภาษาทขีสั่เขดาใจงว่าย ไมว่ตดองคทานทึงถทึงภาษา
คอมพธิวเตอรร์
ข.ขขน
ขั้ ตอนวธิธขีทขีสั่จะอธธิบายวว่างานนขน
ขั้ ททาอยว่างไรโดยจะประกอบ
ไปดดวยกระบวนการททางานเปป็ นลทาดขบขขน
ขั้ ตอนทขีสั่ชขดเจน
ค.เปป็ นเครสสั่องมสอทขีสั่ชว่วยในการวางแผนและเขขียนขขน
ขั้ ตอนการ
ททางานดดวยรรปภาพทขีสั่เปป็ นสขญลขกษณร์การททางานและอมุ่ปกรณร์ตว่างๆ
เปป็ นเครสสั่องมสอทขีสั่โปรแกรมเมอรร์ใชดในการเปลขีสั่ยน Algorithm ความ
คธิดหรสอความตดองการของผดรใชดใหดอยว่รในรรปของแผนภาพการททางาน
ของโปรแกรม
110

ง.กทาหนดขขน
ขั้ ตอนการประมวลผลสว่วนหลขกๆ
9.ผขงงานขดอใดเปป็ นโครงสรดางแบบททาซทาขั้ (Iteration Structure)

ก. ข.

ค. ง.

10.ขดอใดคสอกลว่าวถทึงโครงสรดางผขงงานแบบมขีตขวเลสอก (Selection
Structure)ไดดถก
ร ตดองทขีสั่สมุ่ด
111

ก.โครงสรดางลขกษณะนขีเขั้ ปป็ นโครงสรดางพสขั้นฐานของผขงงาน และ
เปป็ นลขกษณะขขน
ขั้ ตอนการททางานทขีสั่พบมากทขีสั่สมุ่ด คสอททางานทขีละขขน
ขั้
ตอนลทาดขบ
ข.โครงสรดางลขกษณะนขีจ
ขั้ ะททางานแบบเดขียวกขนซทาขั้ ไปเรสสั่อย ๆ ใน
ขณะทขีสั่ยขงเปป็ นไปตามเงสสั่อนไขหรสอเงสสั่อนไขเปป็ นจรธิง จนกระทขงขั้ เงสสั่อนไข
เปป็ นเทป็จจทึงททางานอสสั่นตว่อไป
ค.การเลสอกแบบมขีทางออก 2 ทาง ในการเลสอกแบบมขีทางออก
2 ทาง นขีจ
ขั้ ะมขีทางออกจากสขญลขกษณร์การตขดสธินใจเพขียง 2 ทาง คสอ
ใชว่หรสอไมว่ใชว่ เทว่านขน
ขั้
ง.เปป็ นขขน
ขั้ ตอนวธิธขีทขีสั่จะอธธิบายวว่างานนขน
ขั้ ททาอยว่างไรโดยจะ
ประกอบไปดดวยกระบวนการททางานเปป็ นลทาดขบขขน
ขั้ ตอนทขีสั่ชขดเจน
112

เฉลยแบบทดสอบหลลังเรรียนหนน่วยการเรรียนรรรู้ทรีที่ 1

เรรที่อง หลลักการเขรียนโปรแกรมเบรบื้องตรน

ตอนทรีที่ 1 จงทสาเครรที่องหมาย X ในหลัวขรอทรีที่ถรู้กตรองทรีที่สคุดเพรียงขรอเดรียว

1.เมสสั่อตดองการพขฒนาโปรแกรมจะตดองททาสธิสั่งใดกว่อน
ก. วธิเคราะหร์ปขญหา ข. เขขียนซรโดโคดด
ค. เขขียนโปรแกรม ง. เลส อ กภาษาทขีสั่ ตด อ งใชด
เขขียน
113

2. การแปลภาษาคอมพธิวเตอรร์เปป็ นรหขสภาษาเครสสั่องทขีสั่มขีการแปลทขีละ
บรรทขดเรขียกวว่าอะไร
ก. คอมไพลร์เลอรร์ ข. อธินเทอรร์พรขีเตอรร์
ค. แอสเซมเบอรร์ ง. รขนไทมร์
3. ขดอใดเปป็ นขขน
ขั้ สมุ่ดทดายในการพขฒนาโปรแกรม
ก. วธิเคราะหร์ปขญหา ข. ทดสอบโปรแกรม
ค. เขขียนโปรแกรม ง. จขดททาเอกสารประกอบ
โปรแกรม
4. ขดอใดไมน่ใชน่เครสสั่องมสอในการออกแบบโปรแกรม
ก. คอมไพลร์เลอรร์ ข. อธินเทอรร์พรขีเตอรร์
ค. แอสเซมเบอรร์ ง. รขนไทมร์
5. ขดอใดคสอ ความหมายของ อขลกอรธิททึมทขีสั่ถรกตดองทขีสั่สมุ่ด
ก. กทาหนดขขน
ขั้ ตอนการประมวลผลสว่วนหลขกๆ
ข. การจทาลองการเขขียนโปรแกรม โดยเขขียนคทาสขงสั่ เปป็ นภาษา
อะไรกป็ไดด
ค. แตกปข ญหาทขีสั่ซขบซดอนใหดงว่ายลงดดวยการแตกโปรแกรมออก
เปป็ นโมดรลยว่อย
ง. ขขน
ขั้ ตอนวธิธขีทขีสั่จะอธธิบายวว่างานนขน
ขั้ ททาอยว่างไรโดยจะประกอบ
ไปดดวยกระบวนการททางานเปป็ นลทาดขบขขน
ขั้ ตอนทขีสั่ชขดเจน
114

6. ขดอใดคสอ ความหมายของ ซรโดโคดด (Pseudocode) ทขีสั่ถรกตดอง
ทขีสั่สมุ่ด
ก. กทาหนดขขน
ขั้ ตอนการประมวลผลสว่วนหลขกๆ
ข. การจทาลองการเขขียนโปรแกรม โดยเขขียนคทาสขงสั่ เปป็ นภาษา
อะไรกป็ไดด
ค. แตกปข ญหาทขีสั่ซขบซดอนใหดงว่ายลงดดวยการแตกโปรแกรมออก
เปป็ นโมดรลยว่อย
ง. ขขน
ขั้ ตอนวธิธขีทขีสั่จะอธธิบายวว่างานนขน
ขั้ ททาอยว่างไรโดยจะประกอบ
ไปดดวยกระบวนการททางานเปป็ นลทาดขบขขน
ขั้ ตอนทขีสั่ชขดเจน

7.ขดอใด ไมน่ใชน่ หลขกในการเขขียนซรโดโคดด (Pseudocode)
ก.ในหนทึสั่งบรรทขด ใหดมขีคทาสขสั่งไดดหลายคทาสขสั่ง
ข.คทาสขงสั่ ทขีสั่เขขียนใชดภาษาทขีสั่เขดาใจงว่าย ไมว่ตดองคทานทึงถทึงภาษา
คอมพธิวเตอรร์
ค.ในการเขขียนแตว่ละคทาสขสั่งใหดเรขียงการททางานจากบนลงลว่าง
และมขีทางออกหรสอจมุ่ดสธิน
ขั้ สมุ่ดเพขียงจมุ่ดเดขียว
115

ง.ใชดยว่อหนดาในการแสดงกลว่มุ่มของคทาสขสั่ง ทขีสั่เปป็ นคทาสขสั่งยว่อยในคทา
สขสั่งพวกเงสสั่อนไข เชว่น if-else, while, for ฯลฯ
8.ขดอใดคสอ ความหมายของ ผขงงานหรสอแผนภาพ (Flowchart) ทขีสั่
ถรกตดองทขีสั่สมุ่ด
ก.คทาสขงสั่ ทขีสั่เขขียนใชดภาษาทขีสั่เขดาใจงว่าย ไมว่ตดองคทานทึงถทึงภาษา
คอมพธิวเตอรร์
ข.ขขน
ขั้ ตอนวธิธขีทขีสั่จะอธธิบายวว่างานนขน
ขั้ ททาอยว่างไรโดยจะประกอบ
ไปดดวยกระบวนการททางานเปป็ นลทาดขบขขน
ขั้ ตอนทขีสั่ชขดเจน
ค.เปป็ นเครสสั่องมสอทขีสั่ชว่วยในการวางแผนและเขขียนขขน
ขั้ ตอนการ
ททางานดดวยรรปภาพทขีสั่เปป็ นสขญลขกษณร์การททางานและอมุ่ปกรณร์ตว่างๆ
เปป็ นเครสสั่องมสอทขีสั่โปรแกรมเมอรร์ใชดในการเปลขีสั่ยน Algorithm ความ
คธิดหรสอความตดองการของผดรใชดใหดอยว่รในรรปของแผนภาพการททางาน
ของโปรแกรม
ง.กทาหนดขขน
ขั้ ตอนการประมวลผลสว่วนหลขกๆ
9.ผขงงานขดอใดเปป็ นโครงสรดางแบบททาซทาขั้ (Iteration Structure)

ก. ข.
116

ค. ง.

10.ขดอใดคสอกลว่าวถทึงโครงสรดางผขงงานแบบมขีตขวเลสอก (Selection
Structure)ไดดถก
ร ตดองทขีสั่สมุ่ด
ก.โครงสรดางลขกษณะนขีเขั้ ปป็ นโครงสรดางพสขั้นฐานของผขงงาน และ
เปป็ นลขกษณะขขน
ขั้ ตอนการททางานทขีสั่พบมากทขีสั่สมุ่ด คสอททางานทขีละขขน
ขั้
ตอนลทาดขบ
ข.โครงสรดางลขกษณะนขีจ
ขั้ ะททางานแบบเดขียวกขนซทาขั้ ไปเรสสั่อย ๆ ใน
ขณะทขีสั่ยขงเปป็ นไปตามเงสสั่อนไขหรสอเงสสั่อนไขเปป็ นจรธิง จนกระทขงขั้ เงสสั่อนไข
เปป็ นเทป็จจทึงททางานอสสั่นตว่อไป
117

ค.การเลสอกแบบมขีทางออก 2 ทาง ในการเลสอกแบบมขีทางออก
2 ทาง นขีจ
ขั้ ะมขีทางออกจากสขญลขกษณร์การตขดสธินใจเพขียง 2 ทาง คสอ
ใชว่หรสอไมว่ใชว่ เทว่านขน
ขั้
ง.เปป็ นขขน
ขั้ ตอนวธิธขีทขีสั่จะอธธิบายวว่างานนขน
ขั้ ททาอยว่างไรโดยจะ
ประกอบไปดดวยกระบวนการททางานเปป็ นลทาดขบขขน
ขั้ ตอนทขีสั่ชขดเจน