You are on page 1of 28

1

ทฤษฎีบททีควรทราบ
ทฤษฎีเกียวกับการแปลงทางเรขาคณิต
การแปลงทางเรขาคณิตเช่น การเลือนทางขนาน การสะท้ อน และการหมุน จะไม่สง่ ผลต่อรูปเรขาคณิต
เดิม กล่าวคือภาพทีได้ จากการเลือนทางขนาน การสะท้ อน และการหมุน จะเท่ากันทุกประการกับภาพต้ นแบบ

ทฤษฎีเกียวกับเส้ นขนาน
1 ถ้ าเส้ นตรงสองเส้ นตัดกันแล้ ว มุมตรงข้ ามจะมีขนาดเท่ากัน
2 ถ้ าเส้ นตรงเส้ นหนึงตัดกับเส้ นตรงคูข่ นานแล้ ว
2.1 มุมแย้ งทีเกิดขึนจะมีขนาดเท่ากัน
2.2 มุมภายในทีอยู่บนด้ านเดียวกันของเส้ นตัด รวมเป็ น 180 องศา
2.3 มุมภายนอกและมุมภายในบนข้ างเดียวกันของเส้ นตัดทีไม่ใช่
มุมประชิด มีขนาดเท่ากัน
ทฤษฎีบทเกียวกับรูปสามเหลียม
สมบัติพืนฐานของรูปสามเหลียม
1. มุมภายในรูปสามเหลียมดๆ รวมกันได้ 180 องศา
2. รูปสามเหลียมทีมีมม ุ เท่ากันสองมุม ก็ตอ่ เมือ มีด้านทีอยู่ตรงข้ ามมุมสองมุมนันยาวเท่ากัน
3. ถ้ าต่อด้ านใดด้ านหนึงของรูปสามเหลียมให้ ยาวออกไป มุมภายนอกเท่ากับผลบวกของมุมภายใน
ทีไม่ใช่มมุ ประชิด
4. มุมภายนอกรูปเหลียมใดๆจะมีผลบวก เท่ากับ 360o เสมอ
5. เส้ นมัธยฐานทังสามเส้ นของรูปสามเหลียมใดๆ จะตัดกันทีจุดๆเดียว จุดตัดนีจะแบ่งเส้ นมัธยมฐาน
ออกเป็ นอัตราส่วน 2 : 1 นับจากจุดยอด
6. เส้ นแบ่งครึงและตังฉากกับด้ านทังสามของรูปสามเหลียมจะตัดกันทีจุดๆเดียว
และจุดนีเป็ นจุดศูนย์กลางของวงกลมทีล้ อมรอบ(แนบนอก)รูปสามเหลียม
7. เส้ นแบ่งครึงมุมภายในทังสามุมมุมของรูปสามเหลียม จะตัดกันทีจุดๆเดียว
และจุดตัดนีเป็ นจุดศูนย์กลางของวงกลมทีแนบในรูปสามเหลียม
รูปประกอบทฤษฎีบท
2

สมบัตริ ูปสามเหลียมหน้ าจัว


รูปสามเหลียมหน้ าจัว คือ รูปสามเหลียมทีมีด้านยาวเท่ากันสองด้ าน หรือมีมมุ เท่ากันสองมุม
ข้ อสรุปเกียวกับรูปสามเหลียมหน้ าจัวดังนี
1. เส้ นแบ่งครึงมุมยอดของรูปสามเหลียมหน้ าจัว จะแบ่งรูปสามเหลียม
หน้ าจัวออกเป็ นรูปสามเหลียมสองรูปทีเท่ากันทุกประการ
2. เส้ นแบ่งครึงมุมยอดของรูปสามเหลียมหน้ าจัว
จะแบ่งครึงและตังฉากกับฐานของรูปสามเหลียมหน้ าจัว

สมบัติรูปสามเหลียมด้ านเท่ า
รูปสามเหลียมหน้ าจัว คือ รูปสามเหลียมทีมีด้านยาวเท่ากันทุกด้ านด้ าน หรือมีมมุ เท่ากันทุกมุม
มุมละ 60 องศา และมีสมบัติเหมือนกับสามเหลียมหน้ าจัวด้ วย

ความเท่ ากันทุกประการของรูปสามเหลียม
รูปสามเหลียมสองรูปใดๆเท่ากันทุกประการ ก็ตอ่ เมือ สามเหลียมสองรูปนัน
1. มีด้านยาวเท่ากันสองคูแ่ ละมุมระหว่างด้ านคูท
่ ียาวเท่ากันมีขนาดเท่ากัน (ด.ม.ด.)
2. มีมม ุ ขนาดเท่ากันสองคู่ และด้ านซึงเป็ นแขนร่วมของมุมทังสองนัน มีความยาวเท่ากัน (ม.ด.ม.)
3. สามเหลียมสองรูปนัน มีด้านทีความยาวเท่ากัน 3 คู่ (ด.ด.ด.)
4. สามเหลียมสองรูปนัน มีมม ุ ขนาดเท่ากันสองคู่ และมีด้านยาวเท่ากันหนึงคู่ (ม.ม.ด.)
5. สามเหลียมมุมฉาก 2 รูป มีด้านตรงข้ ามมุมฉากยาวเท่ากัน และมีด้านหนึงยาวเท่ากัน (ฉ.ด.ด.)

ความคล้ ายของรูปสามเหลียม
รูปสามเหลียมสองรูปคล้ ายกันก็ตอ่ เมือ รูปสามเหลียมมีมมุ ทีเท่ากันเป็ นคูท่ งสามคู
ั ่ มีสมบัติดงั นี
1. อัตราส่วนของความยาวของด้ านคูท ่ ีอยู่ตรงข้ ามมุมทีขนาดเท่ากัน(ด้ านสมนัย)จะเท่ากัน
2. ถ้ าอัตราส่วนความยาวด้ านทีสมนัยกันของรูปสามเหลียมสองรูปทีคล้ ายกัน เท่ากับ k
แล้ วอัตราส่วนของความสูงของรูปสามเหลียมทังสองรูปนัน เท่ากับ k
และอัตราส่วนของพืนทีรูปสามเหลียมทังสองรูปนัน เท่ากับ k2
3. ถ้ าอัตราส่วนความยาวด้ านทีสมนัยกันของรูปเรขาคณิตสองรูปทีคล้ ายกัน เท่ากับ k
แล้ วอัตราส่วนของพืนทีรูปเรขาคณิตทังสองรูปนัน เท่ากับ k2
4. เส้ นเชือมต่อจุดกึงกลาง 2 ด้ านของสามเหลียมใดๆ ย่อมขนานกับด้ านทีสาม
และยาวเป็ นครึงหนึงของด้ านทีสามด้ วย
3

ทฤษฎีบทอืนๆทีเกียวกับสามเหลียม
1. พืนทีของสามเหลียมทีอยู่บนฐานเดียวกันกับสีเหลียมด้ านขนานและมีสว่ นสูงเท่ากัน
ย่อมมีพืนทีเป็ นครึงหนึงของสีเหลียมด้ านขนาน
2. ในรูปสามเหลียมหนึงใดๆ จะได้ ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราส่วนของพืนทีและอัตราส่วนของ
ความยาวฐาน ดังรูป
จากรูปฐานแบ่งเป็ นอัตราส่วน a : b
ทําให้ พืนที  : พืนที  = a : b
 
a b
a c
3. ทฤษฎีบทปี ทาโกรัส : 2
a b c 2 2

b
a d b
4. จากรูป a2  b2  2d2  2m2
| |
m m

ทฤษฎีบทเกียวกับรูปสีเหลียม
1 ผลบวกขนาดของมุมภายในของรูปสีเหลียมใดๆ จะเท่ากับ 360 องศา
2. รูปสีเหลียมด้ านขนานด้ านตรงข้ ามของรูปสีเหลียมด้านขนานยาวเท่ากัน
และมุมภายในทีอยูต่ รงมีขนาดเท่ากัน
3. ถ้ ารูปสีเหลียมรูปหนึงมีด้านตรงข้ ามยาวเท่ากันสองคู่ หรือ มีมมุ ตรงข้ ามทีมีขนาดเท่ากันสองคู่
แล้ ว รูปสีเหลียมนีจะเป็ นรูปสีเหลียมด้ านขนาน
4. เส้ นทแยงมุมของรูปสีเหลียมด้ านขนานตัดแบ่งครึงซึงกันและกัน
5. เส้ นทแยงมุมของรูปสีเหลียมมุมฉากยาวเท่ากัน
6. เส้ นทแยงมุมของรูปสีเหลียมจัตรุ ัสและรูปสีเหลียมขนมเปี ยกปูนตัดกันเป็ นมุมฉาก

ทฤษฎีบทเกียวกับรูปหลายเหลียม
1. ผลบวกมุมภายในรูป n เหลียมหาจากสูตร (n – 2)180 องศา
(n  2)  180
2. ขนาดของมุมภายในรูป n เหลียมด้ านเท่ามุมเท่า เท่ากับ องศา
n
3. ผลบวกของมุมภายนอกรูป n เหลียม เท่ากับ 360 องศา
n(n  3)
4. จํานวนเส้ นทแยงมุมของรูป n เหลียม เส้ น
2
4

ทฤษฎีบทเกียวกับวงกลม

1 ในวงกลมวงหนึงมุมทีจุดศูนย์กลางจะมีขนาดเป็ นสองเท่าของขนาด
ของมุมในส่วนโค้ งของวงกลมซึงรองรับด้ วยส่วนโค้ งเดียวกัน

2 ในวงกลมวงหนึงมุมในส่วนโค้ งของวงกลมทีรองรับด้ วนส่วนโค้ ง


เดียวกันหรือมีความยาวเท่ากัน มีขนาดของมุมเท่ากัน

3 ในวงกลมวงหนึงมุมในครึงวงกลมมีขนาด 90 องศาหรือหนึงมุมฉาก
ดังนัน วงกลมทีมีรูปสามเหลียมมุมฉากแนบใน
มีจศุ นู ย์กลางอยู่ทีจุดกึงกลางด้ านตรงข้ ามุมฉาก

4. ในวงกลมวงหนึงหรือวงกลมทีเท่ากันส่วนโค้ งทีอยู่ตรงข้ ามกับมุมทีมี


ขนาดเท่ากันไม่วา่ จะเป็ นมุมทีจุดศูนย์กลางหรือมุมทีเส้ นรอบวงก็ตาม
จะยาวเท่ากัน

5. ในวงกลมเดียวกันหรือวงกลมทีเท่ากัน
คอร์ดทียาวเท่ากันจะตัดส่วนโค้งได้ ยาวเท่ากัน

6. ส่วนของเส้ นตรงทีลากจากจุดศูนย์กลางของวงกลมวงหนึงไปยังจุด
 กึงกลางของคอร์ดใดๆทีไม่ใช่เส้ นผ่านศูนย์กลางของวงกลมวงนัน
จะตังฉากกับคอร์ด

7. ส่วนของเส้ นตรงทีแบ่งครึงและตังฉากกับคอร์ด

จะผ่านจุดศูนย์กลางของวงกลมนัน

8. วงกลมทังหลายทีผ่านจุดสองจุดคงที จะมีทางเดินของจุดศูนย์กลาง
  เป็ นเส้ นตรงทีแบ่งครึงและตังฉากกับส่วนของเส้นตรงทีต่อจุดทังสอง
นัน(คอร์ดร่วม)

9. ในวงกลมวงหนึง คอร์ดจะยาวเท่ากัน ก็ตอ่ เมือ



อยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางเท่ากัน
5

10. เส้ นสัมผัสของวงกลมใดๆ จะตังฉากกับรัศมีของวงกลมทีจุดสัมผัส


11. ถ้ าลากเส้ นตรงจากจุดภายนอกวงกลมมาสัมผัสวงกลม จะได้


(1) สามารถลากได้ เพียงสองเส้ น
 (2) เส้ นสัมผัสสองเส้ นนันยาวเท่ากัน
(3) เส้ นสัมผัสสองเส้ นนันรองรับมุมทีจุดศูนย์กลางขนาดเท่ากัน

   12. วงกลมสองวงสัมผัสกันภายนอกหรือภายใน จุดสัมผัสและ


จุดศูนย์กลางของวงกลมทังสองจะอยู่ในแนวเส้ นตรงเดียวกัน

B
C
13. ขนาดของมุมตรงข้ ามของรูปสีเหลียมใดๆ ทีแนบในวงกลมรวมกัน
A
จะเท่ากับสองมุมฉาก
D
และมุมภายนอกจะเท่ากับมุมภายในทีอยู่ตรงข้ ามกับมุมประชิด
B
C
14. มุมทีเกิดระหว่างเส้ นสัมผัสกับปลายคอร์ดทีจุดสัมผัสจะมีขนาดเท่ากับ
มุมในส่วนโค้ งของวงกลมทีอยู่ตรงข้ ามกับคอร์ดนัน
A

15. กําหนด AB เป็ นเส้ นสัมผัสวงกลม จากจุด A ลากเส้ นตรงตัดวงกลม


A
C ทีจุด D และ C จะได้ วา่ AB2  AC  AD
D
B C

X
16. กําหนดให้ AB และ CD เป็ นคอร์ดทีตัดกันภายในวงกลมทีจุด X
A จะได้ วา่ AX  XB  DX  XC
D

C 17. กําหนดให้ AB และ CD เป็ นคอร์ดทีตัดกันภายนอกวงกลมทีจุด X


D
จะได้ วา่ AX  XB  DX  XC
X
B A
6
A
18. กําหนดให้ AD  BC และ AE เป็ นเส้นผ่านศูนย์กลาง
B C

D จะได้ วา่ AB  AC  AE  AD

E
A
19. กําหนด ABCD แนบในวงกลม จะได้ วา่
B D AC  BD  AB  CD  BC  AD
M

C
B A 20. กําหนดวงกลมทีแนบในสีเหลียม ABCD
จะได้ วา่ AB + CD = AD + BC
C

D
B
21. วงกลมทีแนบในรูปสามเหลียม ABC และ r เป็ นรัศมีวงกลม
2  Area ABC
O
A
จะได้ วา่ r=
AB  BC  CA

C
22. วงกลมทีแนบนอกรูปสามเหลียม ABC ซึงสัมผัสด้ าน AC
C และ r เป็ นรัศมีวงกลม
O 2  Area ABC
จะได้ วา่ r=
B AB  BC  CA
A

B
23. วงกลมทีล้ อมรอบรูปสามเหลียม ABC และ r เป็ นรัศมีวงกลม
(AB)(BC)(AC)
C
O
A จะได้ วา่ r=
4  Area ABC

A
24. วงกลมทีล้ อมรอบรูปสามเหลียม ABC และ AX, BY, CZ เป็ น
Z Y เส้ นแบ่งครึงมุม A,
ˆ B, ˆ ตามลําดับ
ˆ C
ˆ ˆ ˆ
จะได้ วา่ ˆ  90  A ,
X ˆ  90  B , Z
Y ˆ  90  C
B C 2 2 2
X
7

พืนทีรูปเรขาคณิต
พืนทีรูปสามเหลียม 1 a c
1. =  ฐาน  สูง h
2
= S(S  a)(S  b)(S  c) 
b
1
= ab sin  abc
2 S
2

3
พืนทีรูปสามเหลียมด้ านเท่า =  ด้ าน 2
4
3 3
พืนทีรูปหกเหลียมด้ านเท่า =  ด้ าน 2
2

1
2. พืนทีรูปสีเหลียมจัตรุ ัส = ด้ าน 2 = (ผลคูณของเส้ นทแยงมุม)
2
พืนทีรูปสีเหลียมผืนผ้ า = กว้ าง  ยาว
พืนทีรูปสีเหลียมด้ านขนาน = ฐาน  สูง
1
พืนทีรูปสีเหลียมขนมเปี ยกปูน = ฐาน  สูง = (ผลคูณของเส้ นทแยงมุม)
2
1
พืนทีรูปสีเหลียมคางหมู =  (ผลบวกด้ านคูข่ นาน)  สูง
2
พืนทีรูปสีเหลียมรูปว่าว = 1 (ผลคูณของเส้นทแยงมุม)
2

3. พืนทีวงกลม = r2 และ เส้ นรอบวงกลม = 2r

อัตราส่ วนตรีโกณมิติ B
จากรูปสามเหลียมมุมฉาก ABC จะพบว่า
a b a a c
sin  = cos  = tan  =
c c b
c c b
cosec  = sec  = cot  = C b A
a b a o
45o
30 60o
ค่ าของฟั งก์ ชันตรีโกณมิติทมุี มขนาดต่ าง ๆ 

4 
6 3 90o

2
sin  = ___________ 0o
0

cos  = ___________

tan  = ___________
8

ตัวอย่ างแนวข้ อสอบ สอวน


คําชีแจง : จงแสดงวิธีหาคําตอบ
1. P กําหนดให้ PQR เป็ นรูปสามเหลียมด้ านเท่า
ˆ  40 และ TQR
โดยที SPR ˆ  35
T แล้ วขนาดของมุม SXT
ˆ เป็ นกีองศา
X
(สอวน: มอ. 2556)
Q R
S

2. A จากรูป ABC เป็ นรูปสามเหลียม


E
CE แบ่งครึง ACB
ˆ และ BE แบ่งครึง ABD
ˆ

ˆ  78 แล้ วขนาดของ BEC


ถ้ า BAC ˆ เป็ นกีองศา

(สอวน: มอ. 2556)


D B C
9

E ˆ  40 มุม AFB


ˆ  30
3. จากรูปมุม BEC
ขนาดของมุม BCD
ˆ เป็ นกีองศา

(สอวน: มอ. 2556)


A
D

B C F

C
4. กําหนดวงกลมดังรูป
ถ้ า AB = 18 หน่วยและ ACB ˆ  45

แล้ วเส้ นรอบวงกลมนีเป็ นเท่าใด


(สอวน: มอ. 2556)
A 18 B
10

5. วงกลม O มีจดุ A เป็ นจุดบนเส้นรอบวงกลม AD ผ่านจุดศูนย์กลางของวงกลมตัดวงกลมที


ˆ  115 แล้ วขนาดของมุม ADB
จุด C และ DB สัมผัสวงกลมทีจุด B ถ้ า ABD ˆ เป็ นเท่าใด

(สอวน: มอ. 2556)

6. กําหนดให้ PQRS เป็ นทีดินรูปสีเหลียม โดยมีด้าน PS ขนานกับ RQ


มุม PSRˆ  90 , PQR ˆ  30 ด้ าน PQ ยาว 20 วา ด้ าน RQ ยาว 40 วา

แล้ วพืนทีสีเหลียม PQRS มีคา่ เท่าใด (สอวน: มอ. 2556)


11

7. กําหนดให้ ABC เป็ นรูปสามเหลียมมุมฉาก และ ABC เป็ นรูปสามเหลียมทีเกิดจากการ


สะท้ อนของรูปสามเหลียม ABC ดังรูป จงหาว่าความยาวของส่วนของเส้ นตรง BB เป็ นกีเท่า
ของส่วนของเส้ นตรง AB ทีทําให้ พืนทีแรเงาเป็ นครึงหนึงของพืนทีสามเหลียม ABC
C C (สอวน: มอ. 2556)

A B B A

8. กําหนดให้ ABC เป็ นสามเหลียมด้ านเท่า สร้ างวงกลมโดยให้ AB เป็ นเส้นผ่านศูนย์กลาง


และวงกลมตัด AC และ BC ทีจุด D และ E ตามลําดับ ถ้ า AB ยาว 6 หน่วย
พืนทีสีเหลียม ABED เป็ นเท่าใด (สอวน: มอ. 2556)
12

9. สีเหลียมด้ านขนาน ABCD มี E และ F เป็ นจุดกึงกลาง CD และ AD ตามลําดับ


ลาก AE และ BF ตัดกันทีจุด G จงหาอัตราส่วนของพืนที EFG ต่อพืนที BCE
(สอวน: มอ. 2556)

10. กําหนดให้ ABC เป็ นรูปสามเหลียมใดๆ โดยที BC = 3 หน่วย ให้ D เป็ นจุดบนด้ าน BC
และ BD = 2 หน่วย ค่าของ AB2  2AC2  3AD2 เป็ นเท่าใด
(สอวน: มอ. 2556)
13

11. จากรูป ABCD เป็ นรูปสีเหลียมจัตรุ ัส และ APQ เป็ นรูปสามเหลียมด้ านเท่า
ถ้ าพืนที ADQ  30 ตารางหน่วย จงหาพืนทีของ CPQ (สอวน: มอ. 2556)
(คําถามเพิมเติม : จงหาพืนที ABCD และ พืนที APQ )

B P C

A D

12. รูปสีเหลียมคางหมูหน้ าจัวมีพืนที 144 ตารางหน่วย ถ้ าด้านคูข่ นานด้ านสันยาวเท่ากับระยะห่าง


ของด้ านคูข่ นาน และด้ านคูข่ นานด้ านยาวยาวเท่ากับเส้ นทแยงมุม แล้ วความสูงของรูปสีเหลียม
คางหมูนียาวกีหน่วย (สอวน: สก. 2556)
14

13. วงกลมรัศมี r หน่วย แนบในรูปสามเหลียมหน้ าจัว ซึงมีมมุ หนึงมุมเป็ นฉาก


และรูปสามเหลียมหน้ าจัวนีแนบในวงกลมอีกวงทีมีรัศมี R หน่วย
r
จงหาค่าของ (สอวน: สก. 2556)
R

14. AB, CD, EF เป็ นคอร์ดทีขนานกัน และอยู่ด้านเดียวกันของจุดศูนย์กลางของวงกลมวงหนึง


ถ้ าระยะระหว่างคอร์ด AB กับ CD เท่ากับระยะห่างงระหว่างคอร์ด CD กับ EF
และความยาวของคอร์ดทังสาม เท่ากับ 20, 16 และ 8 หน่วย ตามลําดับ
แล้ วความยาวของเส้ นผ่านศูนย์กลางของวงกลมนีเท่ากับกีหน่วย (สอวน: สก. 2556)
15

15. P เป็ นจุดภายนอกวงกลม O ส่วนของเส้ นตรง PA, PB สัมผัสวงกลมทีจุด A, B


ต่อ PB เลยไปพบส่วนต่อของเส้ นผ่านศูนย์กลาง AC ทีจุด D ถ้ าความยาวของ CD และ BD
9 15
เท่ากับ และ หน่วยตามลําดับ แล้ วพืนทีของรูปสามเหลียม PAD เท่ากับกีตารางหน่วย
2 2
(สอวน: สก. 2556)

16. ในสามเหลียม ABC มีมมุ ยอด A กาง 120 องศา OB และ OC เป็ นเส้ นแบ่งครึงมุม B
และ C พบกันทีจุด O ดังนัน มุม BOC กางกีองศา
16

17. ในสามเหลียม ABC เส้ นแบ่งครึงมุม A พบฐานทีจุด D, AE เป็ นเส้นตังฉากพบฐานที E


ปรากฏว่ามุม B กาง 42 องศา มุม C กาง 65 องศา ดังนันมุม DAE เท่ากับกีองศา

18. ใน  ABC , XY // BC และพืนทีของ AXY เท่ากับ 8 ตารางหน่วย พืนที


BXY เท่ากับ 12 ตารางหน่วย จงหาพืนที YBC
A

X Y

B C
17

19. จากรูปจงหาผลบวกของมุม 
1, 
2, 
3, 
4, 
5 และ 6
1
2

6 4
5 3

20. จากรูป PQR; PQ = PR และ PS = QS = QR ดังนันมุม QPR กางกีองศา

Q R
18

21. ใน  = 62o, B
ABC, A  = 48o PQR เป็ นสามเหลียมใน ABC ทีทําให้
  PBC
BAQ   RCA
  20o ดังรูป จงหามุม P, Q,
 R ซึงเป็ นมุมภายในรูป  PQR

R
P
Q C
B
19

ตัวอย่ างข้ อสอบคัดเลือกการแข่ งขันคณิตศาสตร์ โอลิมปิ ก


1. จากรูป ถ้ า AD = DF = FB และ EG = 2AE = 2GC แล้ ว พืนทีของรูปสีเหลียม BFGC
เป็ นกีเท่าของพืนทีของรูปสามเหลียม ADE
A

D E

F
G
B C

2. จากรูป ถ้ า AB = 2 หน่วย AD = BC = 3 หน่วย และ AC = 4 หน่วย แล้ ว CD มีคา่ เท่าไร


A B

D C

3. จากรูป AB = CD ; E, F และ G เป็ นจุดกึงกลางด้ าน AD, BC และ AC ตามลําดับ


  88o , DCA
BAC   42o จะได้ E F G มีขนาดกีองศา

A E D

B C
F
20

4. ˆ ต่อ BC ออกไปถึงจุด E
จากรูป AD แบ่งครึงมุม BAC H เป็ นจุดบน AB
ˆ  90
ซึง EH ตัดกับ AD และ AC ทีจุด G และ F ตามลําดับ ถ้ า AGH
และ ABC
ˆ มีขนาดเล็กกว่า BCA
ˆ 30 องศา แล้ วขนาดของมุม BEF ˆ เท่ากับกีองศา
A

H
G
F

B D C E

5. จากรูป ABCD เป็ นรูปสีเหลียมด้ านขนาน E และ F เป็ นจุดบน AB และ CD ตามลําดับ โดยที
EF ขนานกับ BC และ EF ตัดกับ AC ทีจุด G ถ้ าอัตราส่วนของพืนทีรูปสามเหลียม AEG ต่อ
พืนทีรูปสีเหลียม ABCD เท่ากับ 1 ต่อ 18 แล้ วอัตราส่วนของพืนทีรูปสีเหลียม AGFD ต่อพืนทีรูป
สีเหลียม BCGE เท่ากับเท่าไร
C F D

B E A

6. ให้ ABC ˆ เป็ นมุมฉาก จากจุด A ลาก AD ไปตังฉากกับ


เป็ นรูปสามเหลียมมุมฉาก ซึงมี BAC
BC ทีจุด D และจากจุด D ลาก DE ไปตังฉากกับ AC ทีจุด E ถา BD และ DC ยาว 4 และ 9
หน่วย ตามลําดับ แล้ ว (EC)2  (AE)2 เท่ากับเท่าใด
B

A C
E
21

7. จากรูป ABC เป็ นรูปสามเหลียม มีด้าน AC ยาว 10 หน่วย ACB


ˆ มีขนาด 75 องศา D เป็ นจุด
กึงกลางของ AC และ E เป็ นจุดบน BC ทีอยู่ห่างจากจุด A น้ อยทีสุด ถ้ ารูปสามเหลียม ABC มี
พืนที 37.5 ตารางหน่วย แล้ วอัตราส่วนของความยาวของ BE ต่อความยาวของ CE เท่ากับเท่าใด

C
D
A E

8. จากรูป ABC เป็ นรูปสามเหลียม DE ขนานกับ BC ลาก CD และ BE ตัดกันทีจุด F ลาก


DG ขนานกับ AC พบ BF ทีจุด G ถ้ าพืนทีสามเหลียม ABC เท่ากับ 9 เท่าของพืนทีสามเหลียม
ADE แล้ วพืนทีของสามเหลียม ABC เท่ากับกีเท่าของพืนทีสามเหลียม DGF
A

D E

F
G
B C

9. สามเหลียม ABC เป็ นสามเหลียมด้ านเท่า จุด D และจุด E อยู่บนด้ าน AC และ AB ตามลําดับ
ทําให้ CD = AE ต่อ BD และ CE ตัดกันทีจุด X แล้ วขนาดของมุม BXC เท่ากับกีองศา
A

X E

C B
22

10. จากรูป ABCD เป็ นรูปสีเหลียมด้ านขนานทีมีพืนทีเท่ากับ 60 ตารางนิว จุด E อยู่บนด้ าน AB


ลาก CE ตัด DB ทีจุด F ทําให้ AE : EB = 1 : 2 และ EF : FC = 2 : 3
แล้ วพืนทีสามเหลียม COF เท่ากับกีตารางหน่วย
D C

O
F

A E B

11. จากรูป AD = BE = 20 เมตร และ DE = EC โดย DA , FE และ CB ตังฉากกับ AB


ถ้ าสามเหลียม DEC มีพืนที 1,352 ตารางหน่วย แล้ ว EF ยาวกีหน่วย
C
F

A E B

12. ให้ ABCD เป็ นสีเหลียมคางหมู มีด้าน AB ขนานกับด้ าน DC มีมมุ ADC เป็ นมุมฉาก
และเส้ นทแยงมุม AC และ BD ตัดตังฉากกัน ถ้ า AB = 2 เซนติเมตร DC = 8 เซนติเมตร
แล้ วความยาว BD เท่ากับกีเซนติเมตร

A 2 B

D C
8
23

13. จากรูป AB และ AC เป็ นคอร์ดทียาวเท่ากันของวงกลม ทีมีจดุ O เป็ นจุดศูนย์กลาง


ˆ มีขนาด 45 องศา แล้ วพืนทีแรเงาเท่ากับกีตารางหน่วย
และมีรัศมียาว 8 หน่วย ถ้ า BAC
A

O

B C

14. จากรูป AB และ AC เป็ นคอร์ดทียาวเท่ากันของวงกลม ทีมีจดุ O เป็ นจุดศูนย์กลาง


และมีรัศมียาว 2 หน่วย ถ้ า ACB
ˆ มีขนาด 75 องศา แล้ วพืนทีแรเงาเท่ากับกีตารางหน่วย
A

O

B C

15. สามเหลียม ABC เป็ นสามเหลียมหน้ าจัว มี AB = AC มีวงกลมแนบในสามเหลียม ลาก DE


สัมผัสวงกลมและขนานกับ BC ถ้ า DE ยาว 18 นิว และ BC ยาว 50 นิว แล้ วรัศมีของวงกลม
แนบในสามเหลียมยาวกีนิว
A

D E

B C
24

16. จากรูป AOC เป็ นเส้ นผ่านศูนย์กลางของวงกลม AB เป็ นคอร์ด BD เป็ นเส้นสัมผัสวงกลมทีจุด B
พบ AC ทีต่อออกไปทีจุด D ลาก DE ตังฉากกับ AD พบ AB ทีต่อออกไปทีจุด E
ถ้ า AB = CD = 8 เซนติเมตร และ BC = 6 เซนติเมตร แล้ ว DE ยาวกีเซนติเมตร

D
8
C
5
O
5  6
A 8 B E

17. วงกลม 2 วงตัดกันทีจุด M และ N จุด A เป็ นจุดบนวงกลมเล็ก ต่อ AM และ AN ไปพบเส้ นรอบ
ˆ  75
วงกลมใหญ่ทีจุด B และ C ตามลําดับ PAQ เป็ นเส้ นสัมผัสวงกลมเล็กทีจุด A ถ้ า MAP
และผลต่างระหว่างมุม B และมุม C เท่ากับ 25 แล้ วขนาดของมุม MAN เท่ากับกีองศา

P B
M

N
Q C

18. AB และ AC สัมผัสวงกลม O ทีจุด B และจุด C ทําให้ BAC ˆ  64 ทีจุด D เป็ นจุดบนส่วนโค้ ง

ใหญ่ BC และ E เป็ นจุดกึงกลางส่วนโค้งเล็ก BC แล้ วมุม OBE มีขนาดโตกว่ามุม BDC กีองศา

 E A
D O

C
25

19. จากรูป EX แบ่งครึงมุม AEB และ FX แบ่งครึงมุม AFD ถ้ ามุม BAD เท่ากับ 40 องศา และมุม
ADC เท่ากับ 120 องศา แล้ วขนาดของมุม EXF เท่ากับกีองศา

D
C

A B F

20. สามเหลียม ABC มีมมุ BAC เท่ากับ 2 เท่าของมุม ABC วงกลม O แนบนอกสามเหลียม ABC
โดยสัมผัสด้ าน BC และ AB, AC ทีต่อออกไป ลาก AO ตัดด้ าน BC ทีจุด P กําหนดให้ AP
เท่ากับ 3 เซนติเมตร และ AB เท่ากับ 5 เซนติเมตร ความยาวของ AO เท่ากับเท่าใด
A

B P C


O

21. สามเหลียม ABC และสามเหลียม DEF เป็ นสามเหลียมด้ านเท่าทีแนบในวงกลม


โดย BC ขนานกับ EF ถ้ าวงกลมมีเส้ นผ่านศูนย์กลางยาว 6 หน่วย แล้ วพืนทีแรเงาเท่ากับเท่าใด
A
F E

B C
D
26

22. ให้ ABC เป็ นสามเหลียมหน้ าจัวมุมฉาก โดยมีมมุ ACB เป็ นมุมฉาก และด้ าน AC ยาวเท่ากับด้ าน
CB ลาก CO ตังฉากกับ AB ทีจุด O สร้ างวงกลมโดยใช้ C เป็ นจุดศูนย์กลางรัศมี CA และสร้ าง
วงกลมโดยใช้ O เป็ นจุดศูนย์กลางรัศมี OC เกิดพืนทีแรเงาดังรูป ถ้ า AB ยาว 2 2 หน่วย
แล้ วส่วนแรเงามีพืนทีกีตารางหน่วย

O C

23. กําหนดให้ ABC เป็ นสามเหลียมหน้ าจัว โดยที BAC ˆ  120 มี AB = AC ลาก BD พบกับ AC

ทีจุด D ถ้ าเส้ นตรง BD ผ่านจุดศูนย์กลางของวงกลมทีแนบในสามเหลียม ABC แล้ วอัตราส่วนของ


AD ต่อ DC เท่ากับเท่าใด
A

D

B C

24. จากรูป ให้ สีเหลียมABCD เป็ นสีเหลียมมุมฉาก มีจดุ E, G, F และ H เป็ นจุดทีแบ่งครึงด้ าน AB,
BC, AD และ FE ตามลําดับ จงหาอัตราส่วนระหว่างพืนทีแรเงากับพืนทีไม่แรเงา

A E B
H

F G

D C
27

25. จากรูป กําหนดให้ ABCD เป็ นรูปสีเหลียมผืนผ้ า ให้ P เป็ นจุดใดๆ บน AB


โดย PS  BD, PR  AC , AF  BD และ PQ  AF
แล้ ว PR + PS เท่ากับความยาวเท่ากับส่วนของเส้นตรงใด (ตอบในรูปตัวแปร)
A P B

T
Q S
R
E
F
D C

26. กําหนดให้ AC , CD และ AE เป็ นเส้นสัมผัสวงกลมของวงกลม O ทีจุด B จุด D และจุด E


ตามลําดับ โดยมีวงกลมเล็กอีกสองวงสัมผัสกันภายนอก และสัมผัสภายในกับวงกลม O
(AB)(BC)
ถ้ าวงกลมขนาดเล็กสุดรัศมี r จงหาค่าของ (สอวน: มน. 2556)
r2
C

B
A

E O D
r

27. กําหนดให้ ABC เป็ นสามเหลียม โดยมีจดุ O เป็ นจุดศูนย์กลางของวงกลมทีล้ อมรอบจุด A, B และ C
โดยที CD เป็ นเส้ นแบ่งครึงมุม ACB
ˆ จากจุด C ลากเส้ นตังฉากกับ AB และไปตัดกับเส้ นตรงทีลาก

ผ่านจุด OD ทีจุด E ซึงอยู่บนเส้นรอบวงกลมทีผ่านจุด A, O และ B


แล้ วขนาดของมุม ACB ˆ เท่ากับกีองศา

O

A B
D

E
28

28. จากรูป จงหาขนาดของมุม HDG


ˆ

G

F
E

H
A C
D

29. กําหนดรูปสามเหลียม ABC โดยทีมุม B มีขนาด 80 องศา มีวงกลม O แนบในรูปสามเหลียม ABC


โดย BC และ AC สัมผัสวงกลมทีจุด D และ E ตามลําดับ ต่อ BO ไปตัด DE จุด P
จงหาขนาดของมุม APB (สอวน : มข 2556)
C
P

D
O

A B

30. ให้ ABCD เป็ นสีเหลียม มีเส้ นทแยงมุม AC และ BD ตัดกันทีจุด E


ถ้ า AB = BE = 5 , CD = CE = 7 และ BC = 11 จงหาความยาวของ AE
(สอวน : มช 2556)