You are on page 1of 135

เสริมคิด...

คณิตศาสตร์ ระดับประถมศึกษา
แบบทดสอบการแข่งขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ
ประจ�ำปี พ.ศ. 2553-2554

ส�ำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ
เสริมคิด...คณิตศำสตร
ระดับประถมศึกษำ
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ
ประจําป พ.ศ. 2553-2554

ISBN 978-616-202-598-3

พิมพครั้งแรก พ.ศ. 2555
จ�ำนวนพิมพ 2,000 เลม

เรียบเรียง กลุมวิจัยและพัฒนาองคกรแหงการเรียนรู
สํานักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ

สงวนลิขสิทธิ์ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ
จัดพิมพโดย โครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล
กลุมวิจัยและพัฒนาองคกรแหงการเรียนรู
สํานักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ

พิมพที่ โรงพิมพองคการสงเคราะหทหารผานศึก
เลขที่ 2/9 ซอย 31 ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี
เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ 10800
โทรศัพท 0-2587-3137 โทรสาร 0-2587-3295
คํานํา
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน มีนโยบายยกระดับคุณภาพมาตรฐาน
การศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน และใชกระบวนการแขงขันทางวิชาการ กระบวนการวิจยั พัฒนาคุณภาพ
การเรียนรูเปนเครื่องมือในการขับเคลื่อนนโยบายสูการปฏิบัติ และในโอกาสที่สํานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไดรับเชิญจากกระทรวงและหนวยงานทางการศึกษา
ตางประเทศในการพิจารณานักเรียนเขารวมการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ
จึงไดดําเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล กิจกรรมการแขงขันทางวิชาการ
ระดับนานาชาติ โดยมีวัตถุประสงคเพื่อเปดโอกาสใหนักเรียนไดแลกเปลี่ยนเรียนรูสูเวที
วิชาการ และไดพฒ ั นาความสามารถเต็มตามศักยภาพ สําหรับกิจกรรมการแขงขันทางวิชาการ
จึงเปนเวทีแหงประสบการณนอกหองเรียน และเปนกาวหนึ่งของนักเรียนที่ไดมีโอกาส
ฉายแววแหงความสามารถ ดังนั้น ความสําคัญจึงมิไดอยูที่รางวัลจากการแขงขันที่นักเรียน
ไดรับเทานั้น หากแตความสําเร็จนั้นคือประสบการณการเรียนรูอันเปนประสบการณตรง
ที่ทรงคุณคาของนักเรียน
เอกสารชุดเสริมคิดคณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (แบบทดสอบการแขงขัน
ทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554) เปนผลผลิตจากการศึกษา
วิเคราะหเนือ้ หาหลักสูตรในการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ทีเ่ นนดานกระบวนการ
ทางคณิตศาสตร และใชเปนพิมพเขียวในการสรางแบบทดสอบที่ใชในการแขงขัน
ทางวิชาการระดับเขตพื้นที่การศึกษา และการแขงขันทางวิชาการระดับประเทศ เพื่อ
การคัดเลือกนักเรียนทีม่ คี วามสามารถทางคณิตศาสตร เปนตัวแทนนักเรียนไปแขงขันทางวิชาการ
ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 เอกสารชุดนี้ สํานักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน เผยแพรเปนแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูและ
พัฒนาขีดความสามารถของนักเรียนใหสามารถกาวทันโลก กาวทันการเปลี่ยนแปลง
ตลอดจนสามารถนําสิ่งที่ไดจากการเรียนรูไปปรับใชในชีวิตประจําวันไดอยางมีความสุข
โอกาสนี้ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ขอขอบคุณคณะทํางาน
ทุกทานที่ไดมีสวนรวมจัดทําเอกสารชุดเสริมคิดคณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา
และขอขอบคุณหนวยงานที่เกี่ยวของในการรวมสรางสรรคเปดโอกาสใหนักเรียนไทย
ไดกาวไกลสูสากล

สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
คําชี้แจง
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยสํานักพัฒนานวัตกรรมการจัด
การศึกษา ไดจัดทําเอกสารชุดเสริมคิดคณิตศาสตรและเสริมคิดวิทยาศาสตร (แบบทดสอบ
การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554) และเปนผลผลิตจาก
การดําเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล กิจกรรมการแขงขันทางวิชาการ
ระดับนานาชาติ จัดทําขึน้ เพือ่ เผยแพรเปนแนวทางหนึง่ สําหรับครูผสู อนใชในการจัดกิจกรรม
การเรียนรู และสําหรับนักเรียนใชเปนแบบฝกเสริมทักษะเพิ่มพูนประสบการณ พัฒนาความ
สามารถทางคณิตศาสตรและวิทยาศาสตร เปนการเพิม่ ขีดความสามารถดานกระบวนการคิด
และเตรียมความพรอมนักเรียนเพื่อการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ
เอกสารชุดเสริมคิดคณิตศาสตรและเสริมคิดวิทยาศาสตร ประกอบดวยแบบทดสอบ
คณิตศาสตรและแบบทดสอบวิทยาศาสตร ที่ใชในการแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติ
ประจําป พ.ศ. 2553-2554 ของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จํานวน
3 เลม ดังตอไปนี้
เลมที่ 1 เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554
เลมที่ 2 เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับมัธยมศึกษาตอนตน
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554
เลมที่ 3 เสริมคิด...วิทยาศาสตร ระดับประถมศึกษา
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2553-2554
เอกสารชุดเสริมคิดคณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (แบบทดสอบการแขงขัน
ทางวิชาการประจําป พ.ศ. 2553-2554) เปนการนําเสนอวิธีการ ยุทธศาสตรการแก
โจทยปญ หา และใชเปนยุทธวิธใี นการเฉลยแนวคิดแบบทดสอบทีใ่ ชในการแขงขันทางวิชาการ
ระดับเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษา และการแขงขันทางวิชาการระดับประเทศ ประจําป พ.ศ. 2553-2554
สําหรับเนื้อหาสาระที่ไดนําเสนอในเอกสารนี้เปนแนวทางหนึ่งในการแกโจทยปญหา
ที่หลากหลาย ภายใตกรอบเนื้อหาสาระที่ใชในการแขงขันคณิตศาสตร ระดับนานาชาติ

สํานักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา
สารบัญ
หนา
คํานํา
คําชี้แจง
สารบัญ
๏ แบบทดสอบคณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา .................................................................. 7
ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ประจําป พ.ศ. 2553
๏ แนวคิดแบบทดสอบคณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา ...................................................... 15
ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ประจําป พ.ศ. 2553
๏ แบบทดสอบคณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา .................................................................. 33
ระดับประเทศ ประจําป พ.ศ. 2553
๏ แนวคิดแบบทดสอบคณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา ...................................................... 41
ระดับประเทศ ประจําป พ.ศ. 2553
๏ แบบทดสอบคณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา .................................................................. 61
ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ประจําป พ.ศ. 2554
๏ แนวคิดแบบทดสอบคณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา ...................................................... 69
ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ประจําป พ.ศ. 2554
๏ แบบทดสอบคณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา .................................................................. 91
ระดับประเทศ ประจําป พ.ศ. 2554
๏ แนวคิดแบบทดสอบคณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา ...................................................... 101
ระดับประเทศ ประจําป พ.ศ. 2554
การแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ.2553
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ

แบบทดสอบคณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา
ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ประจําป พ.ศ. 2553
การแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ.2553
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
แบบทดสอบคณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา
เพื่อการคัดเลือกตัวแทนนักเรียนระดับเขตพื้นที่การศึกษา ประจําป พ.ศ. 2553
สอบวันที่ 23 มกราคม พ.ศ.2553 เวลา 09.30 - 11.30 น.

คําชี้แจง
1. แบบทดสอบฉบับนี้ เปนแบบทดสอบชนิดเติมคําตอบ (ไมตองแสดงวิธีทํา) มีจํานวน 5 หนา
รวมเวลา 2 ชั่วโมง
2. แบบทดสอบมีทั้งหมด 30 ขอ คะแนนเต็ม 120 คะแนน
แบงเปน 3 ตอนคือ
ตอนที่ 1 ตั้งแตขอที่ 1 – 10 ขอละ 3 คะแนน รวม 30 คะแนน
ตอนที่ 2 ตั้งแตขอที่ 11 – 20 ขอละ 4 คะแนน รวม 40 คะแนน
ตอนที่ 3 ตั้งแตขอที่ 21 – 30 ขอละ 5 คะแนน รวม 50 คะแนน
3. กระดาษคําตอบมี 1 แผน ใหนักเรียนเขียน ชื่อ-นามสกุล เลขประจําตัวสอบ หองสอบ
ชือ่ โรงเรียน สํานักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาของนักเรียนใหครบในกระดาษคําตอบ
4. คําตอบ แตละขอที่นักเรียนตอบ ตองตอบลงในกระดาษคําตอบเทานั้นและใหตรงกับขอคําถาม
5. คําถามขอใดที่ตองแสดงคําตอบมากกวาหนึ่งคําตอบ นักเรียนตองตอบใหถูกทุกคําตอบ
จึงจะไดคะแนนในขอนั้น
6. ไมอนุญาตใหใชเครื่องคิดเลข โทรศัพท หรือ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกสใดๆ ในการคํานวณ
7. นักเรียนจะออกจากหองสอบได หลังจากเริ่มสอบไปแลว 1 ชั่วโมง โดยวางกระดาษคําตอบ
กระดาษทดและแบบทดสอบไวบนโตะ
8. การตัดสินของคณะกรรมการถือเปนขอยุติ
แบบทดสอบฉบับนี้ เปนลิขสิทธิ์ของ
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
หามเผยแพร อางอิง ตัดตอ ดัดแปลงหรือเฉลย กอนไดรับอนุญาต
 
 
  เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ป 2553) : 10
 
 
 
 
 
 
ตอนที่ 1 ตั้งแตขอที่ 1-10 ขอละ 3 คะแนน
 
 
 1. ให้เขียนจํานวน 5 หลักทีม่ ีค่าน้อยที่สุดและมากทีส่ ุดโดยใช้เลขโดด 2, 7, 9, 0 และ 5
  และในแต่ละจํานวนใช้เลขโดดที่ไม่ซ้ํากัน
 

2. จํานวนจํานวนหนึ่งเมื่อหารด้วย 56 แล้วเหลือเศษ 29 ถ้านําจํานวนนั้นหารด้วย 8
จะเหลือเศษเท่าไร

3. ให้หาจํานวนเต็มบวก 5 หลัก ทีม่ ีค่าน้อยที่สุด ที่หารด้วย 654 ลงตัว

4. ให้หาจํานวนที่อยู่ใกล้ 58526 มากทีส่ ุดที่หารด้วย 567 ลงตัว

5. ให้เขียนจํานวนเต็มบวก 5 จํานวนแรก ที่เป็นพหุคูณของ 17 จากค่าน้อยไปมาก

6. ให้หาค่าของ 1  2  3  4  5  6      50

7. ให้หาจํานวนมากที่สุดที่เมือ่ นําไปหาร 381, 436 และ 542 แล้วเหลือเศษ 7, 11 และ 15 ตามลําดับ

8. ของผสม 60 ลิตร มีอัตราส่วนนมต่อน้ํา เท่ากับ 2 : 1 ต้องเติมน้ํากี่ลิตร
เพื่อทําให้อตั ราส่วนนมต่อน้ําเปลี่ยนเป็น 1 : 2

9. ถ้าอัตราส่วนอายุของ R ต่ออายุของ S เท่ากับ 5 : 6 อัตราส่วนอายุของ S ต่ออายุของ M
เท่ากับ 6 : 7 และอัตราส่วนอายุของ M ต่ออายุของ P เท่ากับ 7 : 10 แล้ว
ให้หาอัตราส่วนอายุของ R ต่ออายุของ P เป็นเท่าไร

10. ให้หาจํานวนนับสองจํานวน ที่มผี ลคูณเท่ากับ 1575 และผลหารของจํานวนมากหารด้วยจํานวนน้อย
9
เท่ากับ
7
   
    แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 11
   
   
   
   
   
    ตอนที่ 2 ตั้งแตขอที่ 11-20 ขอละ 4 คะแนน
   
   
 11.
 11.  11.
AAและ
Aและ
และBBเป็
Bเป็นเป็นจํนจํานวนนั
จํานวนนั
านวนนั บบสองจํ
บสองจํ
สองจํ านวนานวนานวนถ้ถ้าถ้าAาAมีAมีคมีค่าคมากกว่
่ามากกว่ าสองเท่
่ามากกว่ าของ
าสองเท่
าสองเท่ าของาของBBอยู
Bอยูอยู
่ 5่ 5่ และผลรวม
5และผลรวม
และผลรวม
   
ของสองจํ
ของสองจํ
      ของสองจํ านวนเท่
านวนเท่
านวนเท่ ากัากัาบกับ80
บ8080ให้ให้หให้หาค่หาค่าค่
า าาAAABBB
   
12.
12.ถ้ถ้าถ้ค่าค่าค่เฉลี
12. าเฉลี ่ย่ยของ
าเฉลี ่ยของ
ของ2,2,2,b,b,b,5,5,5,c,c,c,121212คืคือคือ6.4
อ6.4 และค่
6.4และค่
และค่าเฉลี่ย่ยของ
าเฉลี
าเฉลี ่ยของ
ของ4,4,4,4,4,2b,
2b,
2b,7,7,7,c,c,c,111111คืคือคือ7อ77
ให้ให้หให้หาค่หาค่าค่
า าbาbและbและและccc

13.
13.PPขีPขี่จขี่จัก่จักรยานด้
13. ักรยานด้
รยานด้ วยความเร็
วยความเร็
วยความเร็ วว9ว9กิ9กิโลเมตรต่
กิโลเมตรต่ออชัอชั่วชัโมง
โลเมตรต่ ่วโมง
่วโมงเป็เป็นเป็นเวลา
นเวลา
เวลา202020นาที
นาที
นาทีแล้แล้แล้
วหยุ
วหยุ วหยุดดพัดพักพักครูกครูครู
่ห่หนึ่หนึ่งนึ่ง ่ง
1
จากนั
จากนั
จากนั ้น้นเดิ้นเดินเดินทางต่
นทางต่
ออไปอี
ทางต่ อไปอี
กก10
ไปอี ก1010กิกิโลเมตร
กิโลเมตร
โลเมตรด้ด้วด้ยความเร็
วยความเร็
วยความเร็ วว7ว717 1กิกิโลเมตรต่
กิโลเมตรต่ออชัอชั่วชัโมง
โลเมตรต่ ่วโมง
่วโมงถ้ถ้าถ้ความเร็
าความเร็
าความเร็ วเฉลี
วเฉลี ่ย่ย่ย
วเฉลี
222
ตลอดเส้นนทางของ
ตลอดเส้
ตลอดเส้ นทางของ
ทางของPPเท่
Pเท่าเท่กัากัาบกับ6บ6กิ6กิโลเมตรต่
กิโลเมตรต่
ออชัอชั่วชัโมง
โลเมตรต่ ่วโมง
่วโมงให้ให้หให้หาว่หาว่าาว่าPาPหยุ
Pหยุหยุ
ดดพัดพักพักเป็กเป็นเป็นเวลานานกี
นเวลานานกี
่น่นาที่นาทีาที
เวลานานกี

333 111
14.
14. าหนดให้555bbb 19
14.กํกํากํหนดให้
าหนดให้ 1919เมืเมื่อเมื่อa่อaและ
aและ
และbbเป็
bเป็นเป็นจํนจํานวนนั
จํานวนนั
บบให้
านวนนั บให้หให้หาค่หาค่าค่
า าaาaและ
aและ
และbbb
aaa 222

15.
15.ถ้ถ้าถ้ส้าส้ามส้ม9ม9ผลราคาเท่
15. 9ผลราคาเท่
ผลราคาเท่ ากัากัาบกับกล้
บกล้กล้
วยวยว15
ย1515ผลผลผลและกล้ และกล้ วยวยว10
และกล้ ย1010ผลผลผลราคาเท่
ราคาเท่ากัากัาบกับมะม่
ราคาเท่ บมะม่
วงวงว3ง3ผล
มะม่ 3ผลผลแล้แล้แล้
ว วว
มะม่
มะม่ มะม่วงวงว20ง2020ผลผลผลจะมี
จะมี
จะมีราคาเท่
ราคาเท่
ราคาเท่ ากัากัาบกับส้บส้มส้มกีมกีผ่ กีผ่ ลผ่ ลล

16.
16.ถ้ถ้าถ้าAาAทํAทําทํงาน
16. างานางาน33วั3นวันวัจะได้
นจะได้
จะได้ ปปริปมริมริาณงานเท่
มาณงานเท่
าณงานเท่ ากัากัาบกับBบBทํBทําทํงาน
างาน
างาน44วั4นวันวัและ
นและ
และBBทํBทําทํงานางาน
างาน55วั5นวันวัจะได้
นจะได้จะได้
ปริปริปริ
มมาณงานเท่
มาณงานเท่
าณงานเท่ ากัากัาบกับCบCทํCทําทํงาน
างาน
างาน66วั6นวันวันถ้ถ้าถ้ให้
าให้
าให้CCทํCทําทํงาน
างาน
างาน161616วันวันวัจะได้
นจะได้ปปริปมริมริาณงานเท่
จะได้ มาณงานเท่
าณงานเท่ ากัากัาบกับบAAA
ทํทําทํงานกี
างานกี
างานกี่วัน่วัน่วัน

17.ถ้ถ้าถถ้ชาย
17.
17. าชายาชาย
ชาย666คน คน
คนทํทําทํทํงาน
6คน าางาน งาน101010วันวันวัได้ ไดค่าคตอบแทน
นได้คได้ ่า ตอบแทน
ตอบแทน
่าตอบแทน 4500
4500
4500
4500 บาท
บาท าถชาย
าชาย
ถ้ถ้าถ้ชาย
บาท
บาท 8คนทํคน
88คน
าชาย 8คน าทํงาน
ทําทํงาน
างาน างาน
77วั7นวั7นวันวัน
จะได้
จะได้ จะได้ค่คค่าาค่ตอบแทนกี
จะได าตอบแทนกี
ตอบแทนกี ่บ่บาท่บาท
าทาท

18.
18.ถ้ถ้าถ้าxาx:x:y:yy33: 35: 5: 5แล้แล้แล้
18. วววให้ให้หให้หาค่หาค่าค่
าของอั
าของอั ตตราส่
าของอั ตราส่
วนวนว10
ราส่ น1010
xxx33y3y:y5: 5:x5xx22y2yy

19. ชาย
ชาย55คน
19.ชาย
19. 5คนคนทํทําทํงานอย่
างานอย่
างานอย่ างหนึ
างหนึ างหนึ ่งเสร็
จจในเวลา
่งเสร็
่งเสร็ จในเวลา
ในเวลา88วั8นวันวัถ้นถ้าถ้ต้าต้าอต้องการให้
องการให้
ชชายชายาย121212คนคนคนทํทําทํงานนี
งการให้ างานนี ้้้
างานนี
จะเสร็จจในเวลากี
จะเสร็
จะเสร็ จในเวลากี
ในเวลากี ่วัน่วัน่วกีันกี่ชกี่ชัวชโมง
ั่วโมง
ั่วโมง

444
20. เศษส่
20.เศษส่
20. เศษส่ วนจํ วนจํ านวนหนึ
วนจํ
านวนหนึ
านวนหนึ ่ง ่งเมื่งเมื่อเมื่อบวก
่อบวก
บวก11ทั1ทั้งทัตั้งตัว้งตัเศษและตั
วเศษและตั วส่วส่วส่นจะมี
วเศษและตั วนจะมี คค่าคเป็
วนจะมี ่าเป็
่านเป็นน แต่แต่แต่
ถถ้าถลบด้
้าลบด้
วยวยว5ย55
้าลบด้
555
111
ทัทั้งทัตั้งตัว้งตัเศษและตั
วเศษและตั วส่วส่วส่นจะมี
วเศษและตั วนจะมี
วนจะมี ่านเป็นน ให้ให้หให้หาเศษส่
คค่าคเป็
่าเป็ หาเศษส่
าเศษส่วนจํ
วนจํ
วนจํ านวนนี
านวนนี
านวนนี ้้้
222
 
  
   เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ป 2553) : 12
  
  
  
  
  
   ตอนที่ 3 ตั้งแตขอที่ 21-30 ขอละ 5 คะแนน
  
  
21. ABCD เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีรูปวงกลม 2 วงที่สัมผัสกัน แต่ละวงมีรศั มียาว 2 เซนติเมตร
 21.
  ABCD เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีรูปวงกลม 2 วงที่สัมผัสกัน แต่ละวงมีรศั มียาว 2 เซนติเมตร
   และสัมผัสด้านในของรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ถ้ากําหนดให้   3.14
   และสัมผัสด้านในของรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ถ้ากําหนดให้   3.14
ให้หาพื้นที่ส่วนที่แรเงา (ให้ตอบเป็นทศนิยม 2 ตําแหน่ง)
  ให้หาพื้นที่ส่วนที่แรเงา (ให้ตDอบเป็นทศนิยม 2 ตําแหน่ง) C
D C

A B
A B

A D
A D
F
22. F ABCD เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรสั ที่มีความยาวด้าน 8 เซนติเมตร
22. 8 ซม. ABCD เป
ABCD เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรสั ทีที่ม่มีคีความยาวด้ วามยาวดาานน8 8เซนติ เมตร
เซนติ เมตร
O
8 ซม. มีเส้นทแยงมุมตัดกันที่ O E เป็นจุดอยู่บนด้าน BD ทําให้
O มีมีเเสส้นทแยงมุมมตัตัดดกักันนทีที่ O่ O EE เป็เปนนจุดจุอยู ่บนด้
ดอยู านานBDBDทําทํให้าให
บนด
E BE : ED = 3 : 5 และ F เป็นจุดอยู่บน AC ทําให้ AF = FO
E BE: :ED
BE ED==33: :55และ และF เปF นเป็จุดนอยู
จุดบอยูน่บAC
น AC
ทําใหทําAF
ให้ =AFFO= FO
B C ให้หาพื้นที่ส่วนที่แรเงา
B C ใหให้หหาพื
าพื้น้นทีที่ส่สว่วนที
นที่แ่แรเงา
รเงา

23. จุด A และจุด B อยู่ห่างกัน 90 กิโลเมตร รถคันหนึ่งออกจากจุด A และรถอีกคันหนึ่งออกจากจุด B
23. จุด A และจุด B อยู่ห่างกัน 90 กิโลเมตร รถคันหนึ่งออกจากจุด A และรถอีกคันหนึ่งออกจากจุด B
ในเวลาเดียวกัน ถ้ารถทัง้ สองคันวิ่งตามกันในทิศทางเดียวกันจะทันกันในเวลา 9 ชั่วโมง
ในเวลาเดียวกัน ถ้ารถทัง้ สองคันวิ่งตามกันในทิศทางเดียวกันจะทันกันในเวลา 9 ชั่วโมง
9
แต่ถ้ารถทั้งสองคันวิ่งสวนในทิศทางตรงข้ามกัน จะพบกันในเวลา 9 ชั่วโมง
แต่ถ้ารถทั้งสองคันวิ่งสวนในทิศทางตรงข้ามกัน จะพบกันในเวลา 7 ชั่วโมง
ให้หาความเร็วของรถทั้งสองคันนี้ 7
ให้หาความเร็วของรถทั้งสองคันนี้
D
A D
20 ซม. A
20 ซม.

24. O 50๐ AB และ CD คือส่วนโค้งของรูปวงกลม O รัศมียาว
24. O 50๐ AB และ CD คือส่วนโค้งของรูปวงกลม O รัศมียาว
20 เซนติเมตรและ 36 เซนติเมตร ตามลําดับ
36 ซม. B 20 เซนติ เมตรและ 36 เซนติเมตร ตามลําดับ
36 ซม. B C ถ้า AOˆˆ B  50 เมื่อ   3 ให้หาความยาวรอบรูปและ
C ถ้า AOB  50 เมื่อ   3 ให้หาความยาวรอบรูปและ
พื้นที่ของส่วนที่แรเงา (ตอบเป็นทศนิยม 2 ตําแหน่ง)
พื้นที่ของส่วนที่แรเงา (ตอบเป็นทศนิยม 2 ตําแหน่ง)
 
 
 
 
  แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 13
 
 
 
 
  D
11 ซม.
C
 25. ABCD เป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู
 
 
15 ซม.
13 ซม. AB // CD , AB  25 ซม. , BC  13 ซม.
  CD  11 ซม. และ AD  15 ซม.
A 25 ซม. B ให้หาพื้นที่รูปสี่เหลี่ยมคางหมู ABCD

26. นําลวดเส้นหนึ่งมาดัดให้เป็นรูปสามเหลี่ยมมีความยาวด้านแต่ละด้านเป็นจํานวนเต็ม
โดยทีแ่ ต่ละรูปมีความยาวของเส้นรอบรูปเท่ากับ 24 เซนติเมตร จะได้รูปสามเหลี่ยม
ทีแ่ ตกต่างกันทั้งหมดกี่รูป

27. กระดาษแข็
กระดาษแข็งงแผแผ่นนหนึ หนึ่งมี่งมีรูปรูปราร่งและพื
างและพื้นที้น่ดทีัง่ดรูังปรูปแตแต่
ละช องมี
ละช่ องมีความยาว
ความยาว1 เซนติ
1 เซนติ เมตร เมตร
ให้เเขีขียยนเส
ให นเส้นนแสดงการแบ
แสดงการแบ่งกระดาษแข็ งกระดาษแข็งแผ งแผ่นนีน้อนีอกเป้ออกเป็น น2 ส2วส่นเท
วนาเท่
ๆ ากัๆนทักั้งนรูทัป้งรรูาปงและพื
ร่างและพื
้นที่ ้นที่
เมื่อ่อนํนําาสองรู
เมื สองรูปปทีที่แ่แบบ่งงมาตั
มาตัดกแลแล้วววางทัวางทับบกักันนจะทั จะทับบกันกัสนิ
นสนิทพอดี
ทพอดี

28.
A 21 94
ตาราง 3 3 บรรจุด้วยจํานวนที่ทําให้ผลรวมของ 3 จํานวน
3 ในแนวนอน แนวตั้งและแนวเส้นทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
มีค่าเท่ากัน ให้หาค่า A
 
 
 
 
  เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ป 2553) : 14
 
 
 
 
 29. 2 2 อ่านว่า สองกําลังสอง หรือ สองยกกําลังสอง
 
 
22  2  2  4
  2 3 อ่านว่า สองกําลังสาม หรือ สองยกกําลังสาม
  23  2  2  2  8
ถ้ามีจํานวนนับจํานวนหนึ่ง เมื่อเรายกกําลังสองหรือยกกําลังสามแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้
จากการยกกําลังสองหรือกําลังสามนั้น จะประกอบไปด้วย เลขโดด 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7
และ 8 โดยไม่มีเลขโดดใดซ้ํากันเลย ให้หาจํานวนนับที่เป็นไปตามเงื่อนไขนี้

30. S L I D E

D E A N
3 6 5 1

กําหนดให้ตัวอักษรต่างกันแทนด้วยเลขโดดที่ต่างกัน ตัวอักษรเหมือนกันแทนด้วยเลขโดด
ที่เหมือนกัน ให้หาเลขโดดแทนตัวอักษร เพื่อให้การลบครั้งนี้เป็นจริง
การแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ.2553
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

แนวคิดแบบทดสอบคณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา
เพื่อการคัดเลือกตัวแทนนักเรียนระดับเขตพื้นที่การศึกษา ประจําป พ.ศ. 2553

แนวคิดแบบทดสอบคณิตศาสตรฉบับนี้ เปนลิขสิทธิ์ของ
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
หามเผยแพร อางอิง ตัดตอ ดัดแปลงหรือเฉลย กอนไดรับอนุญาต
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ป 2553) : 16

1. ใหเขียนจํานวน 5 หลักที่มีคานอยที่สุดและมากที่สุดโดยใชเลขโดด 2, 7, 9, 0 และ 5
และในแตละจํานวนใชเลขโดดที่ไมซํ้ากัน
แนวคิด
เลขโดด 2, หลักหมืน่ 7, 9, 0 และ 5 สรางจํานวนทีน่ อ ยทีส่ ดุ หลักหมืน่ ตองเปนตัวเลขโดดทีม่ คี า นอยทีส่ ดุ ทีเ่ ปนไปได
ยกเวน 0 คือ 2 หลักพันคือ 0 หลักรอยคือ 5 หลักสิบคือ 7 และหลักหนวย คือ 9
จํานวนที่นอยที่สุดคือ 20,579
สรางจํานวนทีม่ ากทีส่ ดุ หลักหมืน่ ตองเปนเลขโดดทีม่ คี า มากทีส่ ดุ ทีเ่ ปนไปได หลักหมืน่ คือ 9 หลักพันคือ 7 หลักรอย
คือ 5 หลักสิบ คือ 2 และหลักหนวยคือ 0
จํานวนที่มากที่สุด คือ 97,520
ตอบ 20579 , 97520

2. จํานวนจํานวนหนึ่งเมื่อหารดวย 56 แลวเหลือเศษ 29 ถานําจํานวนนั้นหารดวย 8 จะเหลือเศษเทาไร
แนวคิด
  ใหจํานวนนั้น เทากับ X
จากโจทย X = 56k + 29
= (8 x 7k) + (8 x 3) + 5
= 8 (7k + 3) + 5
เมื่อ X หารดวย 8
จะเหลือเศษ 5
10. ให้หาจํานวนนับสองจํานวน ที่มผี ลคูณเท่ากับ 1575 และผลหารของจํานวนมากหารด้วย
ตอบ 5 9
  จํานวนน้อยเท่ากับ
7
แนวคิ ด ที ่ 1
3. ใหหาจํานวนเต็มบวก 5 หลัก ที่มีคานอยที แนวคิ
่สุด ทีด่หทีารด
่ 2 วย 654 ลงตัว
แนวคิด
ให้จํานวนที ่สองคืมอบวกห
จํานวนเต็ a าหลักที่นอยที่สุดคือ 10,000ab  1575 …………………………
อีกจํานวนคื อ 1575÷ 654
แต 10,000 a = 15 เศษ 190 a 9 9b
 a แทนใน 
10. ให้หาจํานวนนับดัสองจํ งนั้นาจํนวนานวนเต็ ที่มมผี บวก
ลคู 9 ณ5เท่หลั
ากักบที1575
่มีคานและผลหารของจํ
อยที่สbุดที่ห7ารดวยา654นวนมากหารด้
7 ลงตัว คือ ว16
ย x 654 = 10,464
ผลหารของ92 จํานวนคือ 9b
7  b  1575
จํานวนน้อตอบยเท่ากั10464
บ 7
a 79 1575  7
แนวคิดที่ 11575  7
 2
แนวคิดที่ 2 b  9  25  7  7  5  5  7  7
4. ใหหaาจํานวนที่อยูใกล 58526 มากที่สุดที่หารดวยb567  35ลงตัว
ให้จํานวนที
แนวคิ่สองคื
ด อa ab  1575 …………………………
1575
อีกจํานวนคื 9  1575 a a9 9b45
a อ58526
2
1575÷ 567 a = 103 เศษ 125  35 a แทนใน 
58,526 -7567 9X 103 = 125 b 7 7
ผลหารของ567 2จํา9Xนวนคื
104225อ- 58526 = 442 9b
7  b  1575
ดั ง นั น
้ จํ า นวนที อ
่ ยู ใ
 กล 58526 ที ม
่ ากที ส
่ 7ุดที่หารดวย 567 ลงตัว
คือ567
a 9 3  3  15  15 1575  7
 x 103 = 58,401 b2   25  7  7  5  5  7  7
1575a  45 7 9
aตอบ 58401 1575 b  35
อีกจํานวน 9 คื1575 อ  35 a
1575
 45
a 
2
45 35
7
 
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 17

5.5. ให้
ใหเขียนจํานวนเต็มบวก บวก 55 จํจําานวนแรก
นวนแรกทีที่เป่เป็นนพหุ
พหุคคูณูณของ
ของ1717จากค
จากน้านออยไปหามาก
ยไปมาก
แนวคิ
แนวคิด
จํจําานวนเต็
นวนเต็มบวกห้
บวกหาจํานวนแรกที่เปป็นนพหุ พหุคคูณูณของ
ของ1717จากค
จากน้าอนยไปหามากคื
อยไปมากคือ อ
17x11==17,
17 17,17
17x22==34, 34,1717 x3 3= =51,51,1717 4x 4= =68,68,1717 5x =5 =8585
ตอบ 17,
ตอบ 17,34,
34,51,
51,68,
68, 85
85

6. ให้หาค่าของ 1  2  3  4  5  6      50
แนวคิด
1  2  3  4  5  6      49  50
-1 -1 -1
25   1  25
ตอบ --25
25

7. ให้หาจํานวนมากที่สุดที่เมือ่ นําไปหาร 381, 436 และ 542 แล้วเหลือเศษ 7, 11 และ 15 ตามลําดับ
แนวคิด
จํานวนที่มากที่สุดที่หาร 381, 436 และ 542 แล้วเหลือเศษ 7, 11 และ 15 ตามลําดับจะหาร
381 – 7, 436 – 11 และ 542 – 15 ลงตัว
425 527 425 - 374 = 51
 527 - 425 = 102
374 425
527 - 374 = 153
51 102 หรม. ของ 51, 102, 153 คือ 51
102
ตรวจสอบ ถาจํานวนที
7 ่มากที่สุดเปน 51 22 25 31
ตรวจสอบ
381 ÷ 51 = 7 เศษ 24 ตรวจสอบ
17 )381 436 542
436 ÷ 5151) 381
= 8 เศษ436
28 542 ซึง่ ไมเปนไปตามเงือ่ นไข
542 ÷ 51357 = 10 เศษ 32 34 34 51
ตัวประกอบของ24 51 คือ 1, 3, 17 และ 51 41 36 32
ถา 381 ÷ 17 = 22 เศษ 7 34 85 17
แต่ 51 หาร 381 เหลือเศษ 24 ไม่ซึต่งรงตามเงื อ
่ นไข
เปนไปตามเงื่อนไข
436 ÷ 17 = 25 เศษ 11 7 11 15
ตัวประกอบของ 51 คือ 1, 3, 17 และ 51
54 ÷÷1717==3131เศษ
542 เศษ1515ซึ่งเปนไปตามเงื่อนไข
ดังนั้น จํานวนมากที่สุดที่หาร 381, 436 และ542 แล้วเหลือเศษ 7, 11 และ 15 ตามลําดับคือ 17
ดังนั้น จํานวนมากที่สุดที่หาร 381, 436 และ542 แลวเหลือเศษ 7, 11 และ 15 ตามลําดับคือ 17
ตอบ 17
ตอบ 17
17
       
 
เสริ มคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ป 2553) : 18

8.ของผสม
8.8.8.8.ของผสม
ของผสม
ของผสม ของผสม 60
606060 ลิลิตลิต60
รตรลิรตมีมีลิรอมีอตัตอัตมีรราส่
อมีราส่
ัตอราส่
ัตราส่ ววัตนนมต่
วราส่
นนมต่
นนมต่ วนนมต่ วนนมต่ อําเท่น้าาเท่
ออน้อน้ําน้อํา ําน้เท่
เท่ กัํากับกับาเท่บกั22าบ2กั:: 2บ1:11:2ต้ต้1อต้อ: งเติ
ต้1งเติ
อต้งเติ
องเติ มมอน้มน้งเติ
ําน้มํากีกีําน้ม่ลกี่ลําิตน้่ลิตกีริําตร่ลกีริต่ลริตร
เพืเพื่อ่อเพืทํ่อทําทํเพื
เพื าทํ่อให้
่อาให้
ให้ าออทํให้ตั อตั าราส่
ตั ให้ตั อราส่
อราส่
ราส่ ววตั นนมต่
วราส่
นนมต่
นนมต่วนนมต่ วนนมต่ ําน้อเปลี
ออน้อน้ําน้อําเปลี
เปลี ําน้เปลี
่ย่ยํานเป็
เปลี
่ยนเป็
นเป็
่ยนเป็นน่ยนนเป็11น1:: 1น2:22:12: 2
แนวคิ
แนวคิ
แนวคิ แนวคิ แนวคิ
ดดด ด ด
2
ปริ
ปริปริมมปริาณนม
มาณนมปริาณนม
มาณนม มาณนม เท
 า22กั2บ26060
33360
40
60 60 4040 ลิต40ลิรตลิรตน้ลิรําน้ตําน้20
รํา20น้20 ลิําตลิ20 รตลิรตลิรตร
3  40 ลิตร น้ํา 20 ลิตร
3
สมมุ xตxให้
ิใลิหตเรคื
xติลิรคื
มตอลิอนํรคืน้ตอน้้าํารคื
น้อเข xูกเข้
ให้
ให้ให้
ให้ x ลิxลิตตรคื ําทีทีําน้าอ่ถที่ถําไปอี
นู้ก่ถทีูกเติ ูกมม่ถเติเข้
ําูกเติ
่ถทีเติ มเข้ าาลิเข้
มเติไป
ไปาตมไป
ารเข้ไป
เพืเพื
เพืาเพืไป่อทํ่อทํทําทํเพื
่อ่อเพื ่อาาให้
าทํให
ให้่อให้ อป็เานป็ัตนให้
าเเทํป็ให้ เราส อัวนราส่
ตนของนมต
อันป็อัตอันตเป็ราส่
ตราส่ อัราส่ นว11น1ว:: 1น2:2อ2:1นํ2:้าเป
ววตนนวราส่ 2น1:2
จะไดวา 404040401 1 1 1
40  1 
2020 x202x 2
xx x 22 2
20 20

ลิตรตรลิรตลิรตร
ลิตลิ60
x6060
x xx60
x  60
ตอบ
ตอบตอบ
606060ลิลิ60
60
ตอบ
ตอบ ตลิตรตรลิรตลิรตร

9.9.9.ถ้9.
ถาอัตตถ้อัราส ววตวนอายุ
วนอายุ ของององ RRRขRต่อง
ตRอต่ออายุ
ต่Rอายุ ขอขของององ SSSขSเท่
เท
Sเท่าาาเท่
กัSกัากับกับาเท่
บบกั5า5บ5กั: :บ56:66:5อัอั6ตอั:ตราส่
อั6ราส ววตวนอายุ
นอายุ ของ
ขององ SSขSSต่อง
ตSอต่ออายุ
ต่Sอายุ ขอขขององMMขMMองM M
9. ถ้เทาถ้าอัอัา9.าถ้ตกัอัตาราส่
ราส่าราส่
ตอัราส่ ราส่
นอายุ นอายุ วขนอายุ
วนอายุข ของของ ต่ อ ออายุอต่อายุ
อายุ ขอายุ
อง ของ อง
เท่ 5 : 6 อั ต ตราส่ตอัราส่
ราส่ วราส่
นอายุ
วนอายุ
นอายุ วขนอายุ
ข อง
ของ ต่ อ ออายุอต่อายุ
อายุ ขอายุ
อง
องของ
เท่
เท่เท่าาเท่ กักัาบบกับาเท่บกั666าบ6กั::: 6บ77:77:6และอั
7:และอั
และอั
และอั
ตตและอั
7และอั ราส
ตราส่ ตวราส่
ตราส่
ราส่ ววตนอายุ
วราส่
นอายุ
นอายุ
นอายุวนอายุ วขขนอายุ
องของ
ขององของ
MMขMอง
ตออายุ
M ต่ต่Mอต่อM อายุ
ออายุ ขขออง
อต่อายุ
ต่อายุ ของ ขPองPขPเท
ขอายุ
ององ อง
Pเท่ ากัPกับาบกัาเท่7บกั7าบ:7กั:10
กับ 7 : 7บ10
เท่Pเท่าาเท่ :7แล
:1010 แล้
10
แล้
ว10
: แล้ววแล้วแล้ วว
ให
จงหาอัห าอั ต
จงหาอั
ตตราส่ ราส ว นอายุ
ววตนอายุ
วราส่ ข อง
วขนอายุ R ต
RRขRต่อง อ อายุ
ต่Rอายุ ข
อต่อายุ อง
ขอของ
ขอายุ P
PPขPเป็ เป
อง น เท
Pเท่ า ไร
นเป็าาเท่
านไราเท่ไราไร
จงหาอั
จงหาอั จงหาอั ตราส่ราส่
ตราส่ นอายุ
วนอายุ
นอายุ ของขององ
ของ ต่Rอต่ออายุ
ออายุ ององของ เป็Pเป็นนเป็ นเท่เท่ ไรไร
แนวคิ
แนวคิ
แนวคิ แนวคิ แนวคิ
ดดด ด ด
RRR R 5R55 5 5
 
SSSS 6S66 6 6
SSS S 6S66 6 6 MMMM M777 7 7
 และ และ และและ 
MMMM M777 และ 7 7 PPP P 10 P10101010
SMM MRRR R 5R55 56656 6 7767 7 7
RRR R SRSS S MM

 
    111::  212: 2:12: 2
SSS S MMSMM MPPP P PPPP 6P666 7767710
107
101010

ตอบ
ตอบ1ตอบ
ตอบ
ตอบ 11:: 12:22:12: 2
    

 
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 19

10.
10. ให้ให้หหหาจํ
10. ให้ าจําจําาานวนนั
นวนนั
นวนนับบบสองจํ สองจํ
สองจําาานวน
นวน
นวน ทีทีที่ม่ม่มผี ผี ผี ลคู
ลคู
ลคูณณณเท่
เท่เท่าาากักักับบบ1575
1575 และผลหารของจํ
และผลหารของจําาานวนมากหารด้
1575และผลหารของจํ นวนมากหารด้
นวนมากหารด้วววยยย
9
10. ให้จํจํหจําาานวนน้
นวนน้
าจํ
นวนน้านวนนั อออยเท่ ยเท่ าากักักับบบ า99นวน ที่มผี ลคูณเท่ากับ 1575 และผลหารของจํานวนมากหารด้วย
บาสองจํ
ยเท่
7
9 77
แนวคิ
แนวคิดดอดทีทียเท่
จําแนวคิ
นวนน้ ที่ ่ 1่ 11ากับ แนวคิ
แนวคิแนวคิดดดทีทีที่ ่ 2่ 22
7
แนวคิให้ ดทีจจํา่ ํา1นวนที แนวคิ ดทีต่ ิใ2หab
ให้
ให้จํานวนที นวนที่ส่ส่สองคื องคื
องคือออaaa สมมุ ab 15751575
จabํานวนสองจํ …………………………
นวนคือ a และ b
า…………………………
1575………………………… 
อีอีอีกกกจํจํจําาานวนคื
นวนคื ออ
นวนคือ 1575÷ a 1575÷
1575÷ aa a a aa 9999 9
99b
9b
b
b
ให้จํานวนที่สองคือ a abbbbb1575 
 aaaa 7 แทนใน แทนใน
แทนใน 

99
9 7777 ………………………… 777
ผลหารของ
อีกผลหารของ
จํผลหารของ
านวนคือ 1575÷ 222จํจํจําาานวนคื
นวนคื
a อออ
นวนคื a9999bbbb9 9b
แทนใน 
77  b bbba1575

1575
1575
1575
9 7 b 7777 7 7
ผลหารของ
 aaa 2 9จํ99านวนคือ 9b 2 1575 1575 7777  25  7  7  5  5  7  7
1575  7 7bbbb222 b 1575
1575
1575 2525777777555555777777
25
1575
1575 777 9
999
a 9 1575
 aaa  b b2bbb35 35  7  25  7  7  5  5  7  7
35
35
1575 7 1575
1575
1575 9
1575  45
9 9 
 1575
9  1575
1575 a a
b  35 35 45
a a 
 45
45
aaaa222 
2
3535
35
9  1575 777 a
1575
 45
a 999225
2
225 35
7 225

9 3 3322533315 1515
15 15 15
aaa  3 4545 453  15  15
1575
1575
1575  35
อีอีaอีกกกจํจํจําาานวน
นวน นวน  45คืคืคือออ 3535
45
45
45
1575
อีกจํานวน คือ  35
ตอบ
ตอบ 35 และ 45 45
ตอบ 3535และ และ4545

11. ตอบและ35BB และ
เป็เป็นนนจํจํ45
11. AAAและ
11. และ Bเป็ จําาานวนนั
นวนนั
นวนนับบบสองจํ
สองจํ
สองจําาานวน นวน
นวนถ้ถ้ถ้าาา AAAมีมีมีคคค่า่า่ามากกว่
มากกว่
มากกว่าาาสองเท่
สองเท่
สองเท่าาาของ
ของ
ของBBBอยู
อยู
อยู่ ่ 5่ 55และผลรวม
และผลรวม
และผลรวม
ของสองจํ
ของสองจําาานวนเท่
ของสองจํ นวนเท่
นวนเท่าาากักักับบบ8080 าค่าาา AAABBB
ให้ให้หหหาค่
80ให้ าค่
11. Aแนวคิ
และ
แนวคิB เป็ น จํ า นวนนั บ สองจํ า นวน ถ้า A มีค่ามากกว่าสองเท่าของ B อยู่ 5 และผลรวม
แนวคิดดด
ของสองจํานวนเท่ากับA  80 ให้หาค่า………….. A  B AAA25
AA222BBB555 ………….. …………..  2522255535
25 35
55
35
แนวคิด
AAABBB80 80 ………………….
………………….  AAAABBB2555
80 ………………….
A  2B  5 …………..
  55
55 22525
255  35

---
  A  B BBB80 8080 222BBB555 
80………………….
 A  B   55 1375
1375 137525
- 33 B  75
B3B8075 2B  5
B 75
 1375
3B  75BBB
 25
2525
ตอบ
ตอบ 1375
ตอบ 1375 1375 B  25
ตอบ 1375
 
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ป 2553) : 20
 

12. ถ้าค่าเฉลีย่ ของ 2, b, 5, c, 12 คือ 6.4 และค่าเฉลี่ยของ 4, 4, 2b, 7, c, 11 คือ 7
ให้หาค่า b และ c
12. แนวคิ
ถ้าค่าเฉลี
ด ย่ ของ 2, b, 5, c, 12 คือ 6.4 และค่าเฉลี่ยของ 4, 4, 2b, 7, c, 11 คือ 7
ให้หาค่า b และ2 cb  5  c  12
แนวคิด  6.4
5
2  b  5  c  12
 6.4
19  5b  c  32
19  b bc  c  13
32 …………...
4  4  2b  7  cb11c  13 …………...
7
6
4  4  2b  7  c  11
26  2b c7 42 …………….. 2b  c  16 ……………..
6
26  2b  c  42 …………….. 2b  c  16 ……………..
- b3
- cb 10
3
ตอบ 3 และ 10
c  10
13. Pตอบ 3 และวยความเร็
ขี่จักรยานด้ 10 ว 9 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นเวลา 20 นาที แล้วหยุดพักครู่หนึ่ง
1
13. จากนั
P ขี่จัก้นรยานด้
เดินทางต่ อไปอีก ว109 กิกิโโลเมตร
วยความเร็ ชั่วโมง เป็ว น7เวลากิ20
ลเมตรต่ด้อวยความเร็ โลเมตรต่ อชัว่ หยุ
นาที แล้ โมงดพัถ้กาครู
ความเร็
่หนึ่ง วเฉลี่ย
21
จากนั้นเดินทางของ
ตลอดเส้ นทางต่อไปอี
P เท่กากั10บ 6กิโกิลเมตร ด้วยความเร็
โลเมตรต่ ว ห7าว่ากิPโลเมตรต่
อชั่วโมง ให้ หยุดพักอเป็ชั่วนโมง ถ้าความเร็
เวลานานกี ่นาทีวเฉลี่ย
2
แนวคิตลอดเส้
ด นทางของ P เท่ากับ 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ให้หาว่า P หยุดพักเป็นเวลานานกี่นาที
20 1 ให้ x คือเวลาพัก
ด เวลา
แนวคิแนวคิ ด 20 นาที = = ชม.
60 ระยะเวลาทังหมด
20 31 ความเร็
x คืวอเฉลี
ให้เวลาพั
ให เท่ยากั=บกx ชม.
กเวลาพั
เวลา 20 นาที = = 9 ชม. กม . 1 เวลาทั้งหม ด
ระยะทางช่ว60
งแรก 3 x =3 กม. ระยะทางทั
ระยะเวลาทั ้งหมด
งหมด
19ชม ความเร็วเฉลี่ย =
กม . 31
.
เวลาทั้งหมด
10 กม . x1 =3 กม.
ระยะทางช่วงแรก 6 กม (3  10) ¡Á
เวลาในช่วงสอง 1 ชม=. 1 3 = 1 1
1 16 ชม
107 กม . 31 กม ( 3 (3 x101)3¡Á)ªÁ
เวลาในช่วงสอง 2 = 1 ชม. =
1 3 1 ชม ( 1 1x  1 1 )ªÁ
7 x3= 3
2 21
x=
= 30นาที2
ตอบ 30 นาที = 30นาที

ตอบ 30 นาที
  

แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 21

14. กํจากสมการ
จากสมการ 33  b 11  19 เมื่อ a และ b เป็นจํานวนนับ ให้หาค่า a และ b
14. าหนดให 55  b  19 เมื่อ a และ b เป็นจํานวนนับ ให้หาค่า a และ b
aa 22
แนวคิดด
แนวคิ

33 b 11  19 เมื่อ a และ b เป็นจํานวนนับที่ไม่เท่ากับ 0
55 b  19 เมื่อ a และ b เป็นจํานวนนับที่ไม่เท่ากับ 0
แนวคิaaด 1 22 แนวคิด 2
 55 
  33   18
18 2 จํานวนคูณนับได 19
3 11
3 b=3
55 bb   19 จะได้ bb == 33
19 จะได้
aa 22
33 11
55   33   19
19
aa 22 +
33  19  3 11
55  19  3 +
aa 22
33  19  22  38
38 33
จะได้ aa  77 35a + 21 = 38 a
 55 จะได้
55  19   
aa 77 77 77 3a = 21
33 11 a=7
55 
  33   19
19
77 22
ตอบ aa == 7,
ตอบ 7, bb == 33

15. ถ้ถ้าาส้ส้มม 99 ผลราคาเท่
15. ผลราคาเท่าากักับบกล้
กล้ววยย 15
15 ผล ผล และกล้และกล้ววยย 10
10 ผล
ผล ราคาเท่
ราคาเท่าากักับบมะม่
มะม่ววงง 33 ผล
ผล แล้
แล้วว
มะม่ววงง 20
มะม่ 20 ผล
ผล จะมี
จะมีรราคาเท่
าคาเท่าากักับบส้ส้มมกีกี่ผ่ผลล
แนวคิดด
แนวคิ
มะม่ววงง 33 ผล
มะม่ ผล ราคาเท่
ราคาเท่าากักับบกล้
กล้ววยย 10 10 ผล
ผล
10  20
มะม่ววงง 20
มะม่ 20 ผล
ผล ราคาเท่ กล้ววยย 10  20 ผล
ราคาเท่าากักับบกล้ ผล
33
กล้ววยย 15
กล้ 15 ผล
ผล ราคาเท่
ราคาเท่าาส้ส้มม 99 ผลผล
10  20 9  10  20
กล้ววยย 10  20 ผล
กล้ ราคาเท่าาส้ส้มม 9  10  20 
ผล ราคาเท่  40 ผล
40 ผล
33 33  15
15

ตอบ 40
ตอบ 40 ผล
ผล
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ป 2553) : 22
  

16. ถา A ทํางาน 3 วัน จะไดปริมาณงานเทากับ B ทํางาน 4 วัน และ B ทํางาน 5 วัน จะได
ปริมาณงานเทากับ C ทํางาน 6 วัน ถาให C ทํางาน 16 วัน จะไดปริมาณงานเทากับ A ทํางานกี่วัน
16. ถ้ถ้า าAAทํทํางาน
16. างาน33วันวันจะได้ จะได้ปปริมริมาณงานเท่
าณงานเท่ากัากับบBBทํทํางาน างาน44วันวันและและBBทํทํางาน างาน55วันวันจะได้
จะได้
แนวคิ
ปริ ด
ปริมมาณงานเท่
าณงานเท่ ากัากับบCCทํทํางาน างาน66วันวัน ถ้ถ้าให้ าให้CCทํทํางาน างาน1616วันวันจะได้
จะได้ปปริมริมาณงานเท่
าณงานเท่ากัากับบ AA ทํทํางานกี
างานกี่วัน่วัน
แนวคิ ค.ร.น.
ด 4 และ 5 คือ 20
แนวคิ ด
Aค.ร.น.
ทํางาน4 และ 3 วัน ไดปริมาณงานเทากับ B ทํางาน 4 วัน
ค.ร.น. 4 และ 55คืคืออ2020
A ทําางาน งาน333วัXนวัน5ได้ได้วัปนปริมริได ปริมาณงานเท ากับางาน B ทํา4งาน 4 X 5 = 20 วัน
AAทํทํางาน มาณงานเท่
าณงานเท่ ากัากับบBBทํทํางาน 4 วันวัน
ABAทํทํทําางาน
างาน
งาน353วัน55ไดวันวัปนริได้มได้าณงานเท ากับากัCากับทํบBาBงาน
ปปริมริมาณงานเท่
าณงานเท่ างาน4455==2020วันวัน6 วัน
ทํทํางาน
BBBทํทํทําางาน
างาน
งาน55วัXนวัน4ได้ได้วัปนปริมริได ปริมาณงานเท
มาณงานเท่
าณงานเท่ ากัากับบCCาทํกัทําบงานC ทํ6า6วังาน
างาน นวัน 6 X 4 = 24 วัน
BCBทํทํทําางาน
างาน5245วั4น4 วัไดนวันปได้ริได้มปปาณงานเท
ริมริมาณงานเท่
าณงานเท่ ากัาบกัากับAบCทํCาทํงาน
ทํางาน
างาน6644==2424วันวัน15 วัน
CCทํทํางาน างาน2424วันวันเท่เท่ากัากับบAAทํทํางานได้ างานได้1515วันวัน

CCCทํทํทําางาน
างาน
งาน1616
16วัวันวันนเท่เท่
ไดากัาปกับริบมAาณงานเท
Aทํทํางานได้
างานได้ ากั15บ15A16 ทํ16างาน
 1010วันวัน วัน
2424
ตอบ
ตอบ10
ตอบ 1010วัวันวันน

17. ถ้ถถ้าชาย
17. าชาย
ชาย666คนคนทํทํทําางาน
คน างาน
งาน1010
10วัวันวันนได้ได้
ไดคค่าคตอบแทน
่าาตอบแทน 4500
ตอบแทน4500 บาท
บาทถ้ถ้าถชาย
4500บาท าชาย
าชาย 88คน
8คนคน
ทํทํางาน
าทํงาน 77วั7นวันวัน
างาน
จะได้คค่าค่ตอบแทนกี
จะได้
จะได าตอบแทนกี่บ่บาทาท
แนวคิดด
แนวคิ
ชาย66คนคนทํทํางาน
ชาย างาน1010วันวันมีมีปปริมริมาณงาน าณงาน661010หน่หน่วยวยได้ได้คค่าตอบแทน
่าตอบแทน4,500 4,500บาท บาท

450045008877
ชาย 8 คน ทํ างาน 7 วั น มี ป ริ ม าณงาน 8
ชาย 8 คน ทํางาน 7 วัน มีปริมาณงาน 8  7 หน่วย ได้ค่าตอบแทน  7 หน่ วย ได้ ค า
่ ตอบแทน
6  10 4200 บาท
4200บาท
6  10
ตอบ
ตอบ 4200 บาท 4200 บาท

18. ถ้ถ้า าxx: :yy33: 5: 5แล้แล้วให้
18. วให้หหาค่าค่าของอั
าของอัตตราส่
ราส่วนวน1010xx33yy: 5: 5xx22yy
แนวคิดดด
แนวคิ
แนวคิ
xx: :yy33: 5: 5
33yy
xx 5
5
 3y   3y 
10xx33yy: 5: 5xx22yy10
10 10 3 y  33yy: 5: 5 3 y  22yy
  5    5 
 5   5 
 9 y
 9y : 5y: 5 y
99: 5: 5
ตอบ 99: 5: 5
ตอบ
 
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 23

19. ชาย 5 คน ทํางานอย่างหนึ่งเสร็จในเวลา 8 วัน ถ้าต้องการให้ชาย 12 คน ทํางานนี้
จะเสร็จในเวลากี่วันกี่ชั่วโมง
แนวคิด
ชาย 5 คนทํางานเสร็จในเวลา 8 วัน ปริมาณงาน 5  8 หน่วย
5  8 10 1
ชาย 12 คน ทํางานนี้ใช้เวลา   3 วัน
12 3 3
1
= 3 วัน  24 ชั่วโมง
3
ตอบ 3 วัน 8 ชั่วโมง

4
20. เศษส่วนจํานวนหนึ่ง เมื่อบวก 1 ทั้งตัวเศษและตัวส่วนจะมีค่าเป็น แต่ถ้าลบด้วย 5
5
1
ทั้งตัวเศษและตัวส่วนจะมีค่าเป็น ให้หาเศษส่วนจํานวนนี้
2
แนวคิด
x 1 4

y 1 5
5x  5  4 y  4
5 x  4 y  1 ……………………..
x5 1

y5 2
2 x  10  y  5
2 x  y  5 …………………………

X4; 8 x  4 y  20 …………………………………..
- 3 x  21
x7
y9
x 7
 
y 9

7
ตอบ
9
 
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ป 2553) : 24

21. ABCD
ABCD เป็เปนนรูรูปปสีสี่เหลี ่เหลี่ย่ยมผืมผืนนผ้ผา ามีมีรูปรูปวงกลม
วงกลม2 2วงทีวงที ่สัม่สผััมสผักัสนกันแต่แต ละวงมี
ละวงมี รัศมีรยัศาว
มีย2าวเซนติ
2 เซนติ
เมตรเมตร
และสัมมผัผัสสด้ดาานในของรู
และสั นในของรูปปสีสี่เหลี ่เหลี่ยมผื าหนดให  3.14
่ยมผืนผ้นาผาถ้าถกําากํหนดให้
ให้
ใหหหาพื
าพื้น้นทีที่ท่สี่ถวูกนที
แรเงา
่แรเงา(ให้(ใหตอบเป็ตอบเป นทศนิ ยม ย2มตํ2าแหน่
นทศนิ ตําแหน ง) ง)

D H G c
M
I K P J
N
A E F B
แนวคิด BC = ความยาวเส้นผ่านศูนย์กลางของรูปวงกลม = 4 ซม.
รัศมี = 2 ซม.
AB = 2  เส้นผ่านศูนย์กลาง
= 2  4  8 ซม.
เพราะเป็นรูปสมมาตร พื้นที่ M = พื้นที่ N
 พื้นที่ที่ถูกแรเงา = พท  ABC – (พ.ท.P+พท.N)
พ.ท. N)
1
=  AB  BC    2 2
2
1
=  8  4  3.14  4
2
= 16 - 12.56
= 3.44 ซม2

ตอบ 3.44 ตารางเซนติเมตร
 
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 25

A D

F
22. ABCD เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรสั ที่มีความยาวด้าน 8 เซนติเมตร
0 8 ซม.
มีเส้นทแยงมุมตัดกันที่ O E เป็นจุดอยู่บนด้าน BD
E ทําให้ BE : ED = 3 : 5 และ F เป็นจุดอยู่บน AC ทําให้ AF = FO
B C
ให้หาพื้นนทีที่ส่สว่วนที
ให นที่แ่ถรเงา
ูกแรเงา

แนวคิด
พ.ท. ส่วนที่แรเงา พท  AOB - พ.ท.
= พ.ท. พท  EOF
1
พ.ท.
พท  AOB = พท � ABCD
พ.ท.
4
1
=  8  8  16 ซม 2
4
BD  AB  AD
2 2 2

BD  8 2  8 2  8 2 ซม.
1 1
BO  BD   8 2  4 2 ซม.
2 2
BE : ED  3 : 5
3 3
BE  BD   8 2  3 2 ซม.
35 8
1 1 1
OF  OA  OB   4 2  2 2 ซม.
2 2 2
1
พท. EOF   EO  OF
พ.ท.
2
1
  2  2 2  2 ซม. 2
2
พท. AOB  พ.ท.
พท.ส่วนที่แรเงา  พ.ท.
 พ.ท. พท. EOF
 16  2  14 ซม. 2

ตอบ 14 ตารางเซนติเมตร
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ป 2553) : 26

23. จุด A และจุด B อยูหางกัน 90 กิโลเมตร รถคันหนึ่งออกจากจุด A และรถอีกคันหนึ่งออกจากจุด B
ในเวลาเดียวกัน ถารถทั้งสองคันวิ่งตามกันในทิศทางเดียวกันจะทันกันในเวลา9 ชั่วโมง แตถารถทั้งสอง
คันวิ่งสวนในทิศทางตรงขามกัน จะพบกันในเวลา ชั่วโมง ใหหาความเร็วของรถทั้งสองคันนี้
แนวคิด

กรณีที่ 1 ไปในทิศทางและเสนทางเดียวกัน
ใหรถทั้งสองคันพบกันที่ Q (รถ x และรถ y )
ระยะทางทั้งสองคันพบกันเวลา 9 ชั่วโมง
ระยะของ x ในเวลา 9 ชม = 9 x กม = AQ (รถ x กม ใชความเร็ว x กม/ชม)
ระยะของ y ในเวลา 9 ชม = 9y กม = BQ (รถ y ใชความเร็ว y กม/ชม)
AQ – BQ = AB = 90 กม.
9X – 9 y = 90
x - y = 10 ........................➀
กรณีที่ 2 เดินทางในทิศทางตรงขามกัน
ใหรถทั้งสองคันพบกันที่จุด P
ระยะทางของ x = AP
ระยะทางของ y = BP
ถารถทั้งสองคันพบกันในเวลา ชม.

ระยะทางของ กม. = AP

ระยะทางของ กม. = BP

ตอบ 40 กิโลเมตรตอชั่วโมง และ 30 กิโลเมตรตอชั่วโมง
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 27

24. AB และ CD คือสวนโคงของรูปวงกลม O รัศมียาว 20 เซนติเมตรและ
36 เซนติเมตร ตามลําดับถา เมื่อ
ใหหาความยาวรอบรูปและพื้นที่ของสวนที่แรเงา
( นทศนิยม 2 ตําแหนง)
(ตอบเป

แนวคิด
กรณีที่ 1 ความยาวสวนโคง

ความยาวสวนโคง

ความยาวรอบรูป

กรณีที่ 2 พื้นที่สวนที่ถูกแรเงา พ.ท. เซคเตอร ODC – พ.ท. เซคเตอร OAB

(362 - 202)

(36 + 20) (36 - 20)

56 X 16

ตอบ 78.67 เซนติเมตร และ 373.33 ตารางเซนติเมตร
 
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ป 2553) : 28
 

 

25. D
11 ซม.
C
ABCD เป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู
25. AB //11CDซม., AB  25 ซม. , BC  13 ซม. ABCD เป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู
15 ซม.
13 ซม. CD  11 ซม. และ
D C
AD  15 ซม. AB // CD , AB  25 ซม. , BC
25. 15 ซม. ให้
D
หาพื11้นทีซม.่รูปสี่เหลีC ่ยมคางหมู
13 ซม.
ABCD CD  11เป็นซม.
ABCD รูปสีและ
่เหลี่ยAD
มคางหมู
 15
A 25 ซม.
  B AB // CD , AB  25 ซม.
ให้หาพื้นที่รูปสี่เหลี่ยมคางหมู , BCA
A
15 ซม.
13 ซม.
B
CD  11 ซม. และ AD  15
แนวคิดแนวคิด D 11 C
25 ซม.
ให้หาพื้นที่รูปสี่เหลี่ยมคางหมู A
15
แนวคิดA D 2511ซม.
C
B
15
25. 13 D
11 ซม.
C
ABCD เป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู
E แนวคิด 15 D 15 11
C 13 AB // CD , AB  25 ซม. , BC
A B15 ซม.
E 13 ซม. CD  11 ซม. และ AD  15
14 ซม. 15 15 13
A B ให้หาพื้นที่รูปสี่เหลี่ยมคางหมู A
ECB A
E
14 ซม. B
15  13  14 25 ซม.
S  21 ซม.พ.ท.
A พท.ECB ECB  S  s  a  s  b  s  c 
ECB B

2 แนวคิด 15 D13  1411 14 ซม.C
พท.
พ.ท. ECB
ECB  2 2121 21
S ECB 15ซม.
21 พท.13 21
ECB 14   S  s  a  s  b  s  c 
15  13 1514
S   21  621 8  ซม. S s21a  15s21bs13c21 
15
7 13พท. ECB  21
E 2
 37232 พท.2B 2  7 21
ECB 21216  15 8 721  13 21 
A
 3  7  4 1484ซม.ซม.2
 21 3 762837 2  2  2 
1 
พ.ท.พท.ECB
ECB   ฐาน  สูง
ECB  3  7  4  84
15  13  14
2  13723222
S 1  21 ซม. พท.  ECB  32S7ฐาน
s4aสูง84s  b  s  c 
84  2  14  สูง 1
2 พท. ECB 1 
84  2  14
21สูสูง15ง 21  13 21 
21ฐาน
84  2
สูง   12 ซม.  21 21  6  8  7
14 84142 สูง
พ.ท.
พท. AECD  ฐาน  สูง
¨AECD สู84ง  2 3  7   212 3ซม. 222
14
 11 12  384 7 2 4  84

1 14  12 ซม.
ฐาน
พท.  AECD
สู ง  สูง
 132 ซม. 2 พท. ECB1112 ฐาน  สูง
พท.  คางหมู ABCD  132  84
พ.ท. พท.  AECD 132 2  ซม.
ฐาน สูง 2
 216 ซม. 2
พท.  คางหมู ABCD84 11 1 1284
132
ตอบ 216 ตารางเซนติเมตร  14  สู2ง
 132
 216 ซม.
2 ซม. 2
ตอบ 216 ตารางเซนติ พท. เมตรคางหมู ABCDสูง 132 84  284
 21614 ซม.212 ซม.
ตอบ 216 ตารางเซนติเมตร พท.  AECD  ฐาน  สูง
 11 12
 132 ซม. 2
พท.  คางหมู ABCD  132  84
 216 ซม. 2
ตอบ 216 ตารางเซนติเมตร
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 29
 

26. นําลวดเสนหนึ่งมาดัดใหเปนรูปสามเหลี่ยมมีความยาวดานแตละดานเปนจํานวนเต็ม โดยที่แตละรูป
26. มีนํคาลวดเส้
วามยาวของเส นรอบรู
นหนึ่งมาดั ดให้เปป็เทนรูากัปบสามเหลี
24 เซนติ
่ยมมีเมตร จะไดรูปาสามเหลี
ความยาวด้ นแต่ละด้่ยมที ่แตกต
านเป็ นจําานวนเต็
งกันทั้งมหมดกี ่รูป่แต่ละรูป
โดยที
มีความยาวเส้นรอบรูปเท่ากับ 24 เซนติเมตร จะได้รูปสามเหลี่ยมทีแ่ ตกต่างกันทั้งหมดกี่รูป
แนวคิด
แนวคิดผลบวกของความยาวดานสองดานของรูปสามเหลี่ยมใดๆ จะมากกวาความยาวดานที่สาม
 ผลบวกความยาวด้ านสองด้านของรูปสามเหลี
และ 24=11+13=10+14=9+15=8+16 ให ่ยa,มใดๆ น้อยกว่าความยาวด้
b, c แทนความยาวด านทีa>b>c
าน โดย ่สาม
และ 24=11+13=10+14=9+15=8+16 ให้ a, b, c แทนความยาวด้าน โดย a>b>c
รูปที่... 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12
a 11 11 11 11 11 10 10 10 10 9 9 8
b 11 10 9 8 7 10 9 8 7 9 8 8
c 2 3 4 5 6 4 5 6 7 6 7 8
ตอบ 1212รูรูปป

27. กระดาษแข็งแผ่นหนึ่งมีรูปร่างและพื้นที่ดังรูป แต่ละช่องมีความยาว 1 เซนติเมตร
ให้เขียนเส้นงแสดงการแบ่
27. กระดาษแข็ แผนหนึ่งมีรูปงรกระดาษแข็
างและพื้นทีง่ดแผ่
ังรูนปนีแต
้ออกเป็
ละชอนงมี2คส่วามยาว
วนเท่าๆ1กัเซนติ
น ทั้งเมตร
รูปร่าง
และพื
ให ้นที่ น(เมื
เขียนเส ่อนําสองรูงปกระดาษแข็
แสดงการแบ ที่แบ่งมาตังดแผ
แล้นวนีวางทั บกันนจะทั
้ออกเป 2 สวบนเท
กันาพอดี
ๆ กั)น ทั้งรูปรางและพื้นที่
ตอบ
เมื่อนําสองรูปที่แบงมาตัดแลววางทับกันจะทับกันสนิทพอดี
แนวคิด ตอบ
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ป 2553) : 30

28. A 21 94 ตาราง 3  3 บรรจุด้วยจํานวนที่ทาให้
ําให้
าใหผลรวมของ 3 จํานวน
ในแนวนอน แนวตั้งและแนวเส้นทแยงมุมของรูปสีปสีเหลี่ยมจัตุรัส
ปส่
3 มีค่าเท่ากัน ให้
ใหหาค่า A

แนวคิด
เติมตัวแปรในชองว่
ัวแปรในช่
แปรในช างของตาราง
จะได z  112
จะได้
 94  21  A  A  3  z
A 21 94 จาก 94  21  A  21  y  a
3 Y a  A  94  y ............................. 
Z a b จาก A  y  b  112  a  b,
a  A  y  112 ........................... 
=
 + ; 94  y  y  112 จะได้ จะได y  103
จาก 94  21  A  94  103  112
 A  194
ตอบ 194

29. 2 2 อ่านว่า สองกําลังสอง หรือ สองยกกําลังสอง
22  2  2  4
2 3 อ่านว่า สองกําลังสาม หรือ สองยกกําลังสาม
23  2  2  2  8
ถ้ามีจํานวนนับจํานวนหนึ่ง เมื่อเรายกกําลังสองหรือยกกําลังสามแล้ว ผลลัพธ์ทได้ ไี่ ด้
ได
จากการยกกําลังสองหรือกําลังสาม สามนัจะประกอบไปด้
จะประกอบไปดวย
้นจะประกอบไปดวยเลขโดด เลขโดด1,1,2,2,3,3,4,4,5,5,6,6,77และ
และ88
โดยไมมีเลขโดดใดซํ
โดยไม่ เลขโดดใดซ้ํ นเลย ให้
เลขโดดใดซากั ใหหาจํานวนนับทีเป็ ่เป็นไปตามเงื
เปนไปตามเงื
นไปตามเง่อนไขนี
อนไขน
อนไขน้
แนวคิด เมื่อ 20  4002

และ 20 3  8000 ซึ่งใชเลขโดดเพียง 7 ตัว
แสดงว่าจํานวนนี้ต้องน้อยกว่า 30 และเลขโดดในหลั
และเลขโดดในหลกหน่วยเป็ วยเป็ 0, 1, 5, 6 ไม่
วยเปน ไมได้
ได
ได้
เพราะยกกําลังสองและยกกําลังสามมีเลขโดดซํ เลขโดดซ้ํ น และเลขโดดในหลั
เลขโดดซากั และเลขโดดในหลกหน่วย
ก็จะเป็
จะเป็ 3 หรือ 7 ไม่
จะเปน ไมได้ได จํานวนทีเป็
ได้ ่เป็นไปได้
เปนไปได้
นไปได้ 22, 24 หรือ 28
2
ทดลอง 22 =484 ใชไม
ใช้ ้ไมได้
ไมได้
ไม่ ่ ไดเพราะเลขโดด 4 ใช้
ใชซ้าํ
3
28 =21952 ใช้ ใชไม ้ไมได้
ไมได้
ไม่ ่ ไดเพราะเลขโดด 2 ใช้
ใชซ้าํ
2
 24 =576
243=13824
 จํานวนที่ต้องการคือ 24
ตอบ 24
A D

F
22. ABCD เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรสั ที่มีความยาวด้าน 8 เซนติเมตร
0 8 ซม.
มีเส้นทแยงมุมตัดกันที่ O E เป็นจุดอยู่บนด้าน BD
E แบบทดสอบการแข
ทําให้ BE : ED =งขั3น:ทางวิ ชาการF เป็
5 และ ระดั
นจุบดนานาชาติ
อยู่บน AC ประจํ
ทําให้าปAFพ.ศ.
= FO2553-2554 : 31
B C
ให้หาพื้นที่ส่วนที่ถูกแรเงา

แนวคิ
30.ด
SLIDE พ.ท. ส่วนที่แรเงา = พท  AOB - พท  EOF
DEAN 1
3651
พท  AOB = พท � ABCD
4
กําหนดใหตัวอักษรตางกันเปนเลขโดที 1
  = ่ตางกั8 น 8  16 ซม 2
จงหาเลขโดดแทนตัวอัการ เพื่อใหการลบครั 4 ้งนี้เปนจริง
BD  AB  AD
2 2 2

แนวคิด
S ตองเปน 1
BD  8 2  8 2  8 2 ซม.
A D 1 า5 1
D ที่อยูใต LBO  BD
ตองมากกว   8 2  4 2 ซม.
22. F ถา D = 6 L ตอง ABCD = 02 เป็นรู2ปสี่เหลี่ยมจัตุรสั ที่มีความยาวด้าน 8 เซนติเมตร
0แต A คือ 81 BEหรือ: 0EDซึ่ง
ซม.
มีเส้นเปทแยงมุ
น3ไปไม: 5 ไดมตัดกันที่ O E เป็นจุดอยู่บนด้าน BD
ถ า D = 7 L ต อ ง = 0 และ
3 BE :=EDA 2 3
E
BE  ทํ า ให้
ถา D = 8 L ตอง = 2 และ A = 3  8 2  3 2 ซม.
BD  = 3 : 5 และ F เป็นจุดอยู่บน AC ทําให้ AF = FO
B ถา D = 9C L ตอง ให้ = 32ห หรรื5้นอที3,A
าพื = 38่ถหรื
่ส่วนที ูกแรเงา
อ 4 แยกเปน 5 กรณีเพื่อทดสอบ
กรณีที่ SOF  1 OA D  1 OB L  1 A 4 2  2 2 ซม.
แนวคิด 1 1 27 20 22
2 พ.ท.1 ส่วนที่แรเงา 8 1 = พท 3 AOB - พท  EOF
2
3 พท.
1  EOF 9   EO  OF3
212
4 พท 1 AOB 9 = 2พท � ABCD 3
5 1
1
9 4 3 2  42 2  2 ซม. 2
ถา 1 ถูกยืมจาก D → E แล=ว N12=98และ  8Dตอ16งมากกว
ซมา2A อยู 6
 กรณีพท.ส่3 วตันที ดทิ้ง่แไดรเงา
4  พท.  AOB  พท. EOF
เมื่อ E มากกว
BD 2 า NAB อยู2 1,E AD ตองไม
2 ใชO16  2  14 ซม. 2
E ไมใช 1 ; ถา E = 2,2 N = 12
BD  8  8  8 2 ซม.
E ไมใช 2 ; ถา E = 3, N = 3
3  1 BD  1  8 2  4 2 ซม.
E ไมใช BO
ตอบ 14 ตารางเซนติ เมตร
E ตอ2งมากกวา 32แลวยืมจาก L ไป I มา 1
BE : ED  3D: 5- L = 6
ถา E = 4, N = 33; E3ตองไมใช 4
ถา E =BE5,  I = 1 ; BD E ตองไม8 ใช 25  3 2 ซม.
ถา E = 7, I =3 3; 5 E8ตองไมใช 7
ถา E =OF 8, I =14OA ;  1 OB E ตองไม1ใช8 4 2  2 2 ซม.
ถา E = 9, N =28 ; 2 E ตองไม2ใช 9 E = 6
แลว I = 2 , N = 5 1
กรณี 2พท. ถูกตอ ้ง I = 2  EO  OF
งทัEOF
2
กรณี 5 ถูกตอง
สรุป S
1
D  L 2  2 A2  2 ซม. E 2 I N
1 9 2 3 4 6 2 5
 พท.ส่ ว นที แ
่ รเงา 
ตอบ S = 1, D = 9,L = 3, A = 4,E = 6, I = 2, N = 5 พท.  AOB  พท.  EOF
 16  2  14 ซม. 2

ตอบ 14 ตารางเซนติเมตร
การแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ.2553
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ

แบบทดสอบคณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา
ระดับประเทศ ประจําป พ.ศ. 2553
การแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ พ.ศ. 2553
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
แบบทดสอบคณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา 2553
เพื่อการคัดเลือกตัวแทนนักเรียนระดับประเทศ ประจําป พ.ศ. 2553
สอบวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 09.30 น.-11.30 น.

คําชี้แจง
1. แบบทดสอบฉบับนี้ เปนแบบทดสอบชนิดเติมคําตอบ (ไมตองแสดงวิธีทํา) มีจํานวน 6 หนา
รวมเวลา 2 ชั่วโมง
2. แบบทดสอบมีทั้งหมด 30 ขอ คะแนนเต็ม 120 คะแนน
แบงเปน 3 ตอนคือ
ตอนที่ 1 ตั้งแตขอที่ 1 – 10 ขอละ 3 คะแนน รวม 30 คะแนน
ตอนที่ 2 ตั้งแตขอที่ 11 – 20 ขอละ 4 คะแนน รวม 40 คะแนน
ตอนที่ 3 ตั้งแตขอที่ 21 – 30 ขอละ 5 คะแนน รวม 50 คะแนน
3. กระดาษคําตอบมี 2 หนา ใหนักเรียนเขียน ชื่อ-นามสกุล เลขประจําตัวสอบ หองสอบ
ชือ่ โรงเรียน สํานักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาของนักเรียนใหครบในกระดาษคําตอบ
4. คําตอบ แตละขอที่นักเรียนตอบ ตองตอบลงในกระดาษคําตอบเทานั้นและใหตรงกับขอคําถาม
5. คําถามขอใดที่ตองแสดงคําตอบมากกวาหนึ่งคําตอบ นักเรียนตองตอบใหถูกทุกคําตอบ
จึงจะไดคะแนนในขอนั้น
6. ไมอนุญาตใหใชเครื่องคิดเลข โทรศัพท หรือ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกสใดๆ ในการคํานวณ
7. นักเรียนจะออกจากหองสอบได หลังจากเริ่มสอบไปแลว 1 ชั่วโมง โดยวางกระดาษคําตอบ
กระดาษทดและแบบทดสอบไวบนโตะ
8. การตัดสินของคณะกรรมการถือเปนขอยุติ
แบบทดสอบฉบับนี้ เปนลิขสิทธิ์ของ
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
หามเผยแพร อางอิง ตัดตอ ดัดแปลงหรือเฉลย กอนไดรับอนุญาต
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2553) : 36
 

ตอนที่ 1 ตั้งแตขอที่ 1-10 ขอละ 3 คะแนน

1. ให้หาจํานวนนับที่มีค่าน้อยที่สุดที่หารด้วย 2, 3, 4, 5, 6 ต่างก็เหลือเศษ 1 เท่ากัน
และจํานวนนับนี้หารด้วย 7 ลงตัว

2. ให้หาจํานวนเต็มบวกที่มีค่าน้อยที่สุดที่นําไปลบออกจาก 1936 แล้วผลลบนั้นหารด้วย
9, 10, 15 จะเหลือเศษ 7 เท่ากัน

3. ค.ร.น. ของจํานวนนับสองจํานวนคือ 2079 และ ห.ร.ม. ของจํานวนนับสองจํานวนนั้นคือ 27
ถ้าจํานวนที่หนึ่งคือ 189 ให้หาจํานวนที่สอง

4. ให้หาตัวหารร่วมมากที่สุด ของ 1650, 45 และ 1500

5. A ขายสินค้าชิ้นหนึ่งให้ B ได้กําไร 20% และ B ขายสินค้าชิ้นนี้ต่อให้ C ได้กําไร 25%
ถ้า C จ่ายค่าสินค้าเป็นจํานวนเงิน 225 บาท แล้ว A ซื้อสินค้ามาในราคากี่บาท

6. อัตราส่วนอายุของพ่อต่ออายุของลูกในปัจจุบันเท่ากับ 3 : 1 แต่อัตราส่วนอายุของพ่อต่ออายุ
ของลูก เมื่อ 4 ปีทแี่ ล้วเท่ากับ 4 : 1 ปัจจุบันทั้งสองคนมีอายุคนละกี่ปี

7. A B จากรูป
กําหนดให้ ABCD เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ที่มี BC  6 เซนติเมตร, CD  8 เซนติเมตร
F และ FA  4 เซนติเมตร แล้วให้หาพื้นที่
รูปสามเหลี่ยม AEF มีพื้นที่กี่ตารางเซนติเมตร
E D C
 
8. ในการสอบของนักเรียนห้องหนึ่ง คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนชายจํานวน 21 คน เท่ากับ
82 คะแนน และคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนหญิงจํานวน 19 คน เท่ากับ 87 คะแนน
ให้หาคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั้งหมดของห้องนี้ (ให้ตอบเป็นทศนิยม 2 ตําแหน่ง)
9. ถ้าต้องการสร้างรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทีม่ ีพื้นที่ 165 ตารางเซนติเมตร โดยมีความยาวแต่ละด้าน
เป็นจํานวนนับจะสามารถสร้างรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทีแ่ ตกต่างกันได้กี่รูป

1 1 1 1 1
10. ผลบวกของ     เป็นเท่าไร (ให้ตอบเป็นเศษส่วนอย่างต่ํา)
42 56 72 90 110

11. จากโจทย์การบวกต่อไปนี้ ให้เขียนตัวเลขแทนตัวอักษรซึ่งทําให้การบวกเป็นจริง
9. ถ้าต้องการสร้างรูปแบบทดสอบการแข
สี่เหลี่ยมผืนผ้าทีม่ ีพงื้นขัทีน่ ทางวิ
165 ชตารางเซนติ
าการ ระดัเบมตร
นานาชาติ
โดยมีคประจํ าป พ.ศ.
วามยาวแต่ ละด้2553-2554
าน : 37
เป็นจํานวนนับจะสามารถสร้างรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทีแ่ ตกต่างกันได้กี่รูป

1 1 1 1 1
10. ผลบวกของ     เป็นเท่าไร (ให้ตอบเป็นเศษส่วนอย่างต่ํา)
42 ตอนที
56 ่ 272ตั้งแต
90 ขอ110
ที่ 11-20 ขอละ 4 คะแนน

11. จากโจทย์การบวกต่อไปนี้ ให้เขียนตัวเลขแทนตัวอักษรซึ่งทําให้การบวกเป็นจริง
ตั(ตัววอัอักกษรที
ษรที่เ่เหมื
หมือนกันแทนด
แทนด้วยเลขโดดตั
ยเลขโดดตัววเดีเดียยวกัวกันน ตัตัววอัอักกษรที
ษรที่ต่ต่าางกังกันนแทนด้
แทนดวยเลขโดดที
วยเลขโดดที่ต่าตงกัางกั
น)น
SS EE V E NN
TTHHRREEEE 
T TWO
WO
T TWWE EL LV VE E

12. ให้หาจํานวนนับ 6 หลักที่มคี ่ามากที่สุดทีห่ ารด้วย 24, 15 และ 36 ลงตัว

13. กําหนดให้ a, b และ c เป็นจํานวนเฉพาะที่ a  b  c
ถ้า a  b = 437 และ b  c = 551 แล้ว a + b + c มีค่าเท่าไร

14. ให้เติมเลขโดดลงใน  เพื่อให้การคูณนี้ถูกต้อง

4

 
4

4

F
15. จากรู
A
B จากรูปปAFCE AFCEเปเป็นนรูรูปปสีสี่เ่เหลี
หลี่ย่ยมรู
มรูปปหนึ
หนึ่ง่ง
ABAB= =4 เซนติ เมตรเมตร
4 เซนติ AE =AE8 เซนติ = 8 เมตร
เซนติเมตร
DC DC = 7 เซนติเมตร CF = 10 เมตร
= 7 เซนติ เ มตร CF = 10 เซนติ เซนติเมตรมุม
มุAED
ม AED และมุ และมุ ม BFCเป็นเปมุนมมุฉาก
ม BFC มฉาก
รูปรูปสีสี่เหลี
่เหลี่ย่ยมมABCD
ABCD มีมีพพื้นื้นที่กี่ตารางเซนติเมตร มตร

E D C

16. ชายคนหนึ่งใช้เวลา 8 ชั่วโมง ในการเดินจากจุด A ไปจุด B แล้วขี่จักรยานจากจุด B
กลับมายังจุด A และชายคนนี้ใช้เวลา 6 ชั่วโมงในการเดินทางด้วยการขี่จักรยานจากจุด A
ไปจุด B แล้วขี่จักรยานจากจุด B กลับมายังจุด A ให้หาว่า ชายคนนี้เดินจากจุด A
ไปยังจุด B และเดินจากจุด B กลับมายังจุด A จะใช้เวลากี่ชั่วโมง
AB = 4 เซนติเมตร AE = 8 เซนติเมตร
DC = 7 เซนติเมตร CF = 10 เซนติเมตรมุม
AED และมุม BFC เป็นมุมฉาก
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษารูป(ระดั
สี่เหลีบ่ยประเทศ
ม ABCD ปมีพ2553)
ื้นที่กตี่ :ารางเซนติ
38 เมตร

E D C

16. ชายคนหนึ่งใช้เวลา 8 ชั่วโมง ในการเดินจากจุด A ไปจุด B แล้วขี่จักรยานจากจุด B
กลับมายังจุด A และชายคนนี้ใช้เวลา 6 ชั่วโมงในการเดินทางด้วยการขี่จักรยานจากจุด A
ไปจุด B แล้วขี่จักรยานจากจุด B กลับมายังจุด A ให้หาว่า ชายคนนี้เดินจากจุด A
ไปยังจุด B และเดินจากจุด B กลับมายังจุด A จะใช้เวลากี่ชั่วโมง
(กําหนดให้การเดินทางแต่ละครั้งจะไม่มีการหยุดพัก)

17. ปากกาสีแดงราคาด้ามละ 19 บาท ปากกาสีน้ําเงินราคาด้ามละ 11 บาท ถ้า A ซื้อปากกา
ทั้งสองชนิด รวมกัน 16 ด้ามเป็นเงิน 280 บาท A ซื้อปากกาสีแดงและปากกาสีน้ําเงิน
มาอย่างละกี่ด้าม

18. C 12 จากตาราง
A B B
A A C C 12 จํานวนที่อยู่ด้านล่างและด้านขวา คือผลรวม
30 ของจํานวนในแนวตั้งและแนวนอนตามลําดับ
D C B D
ให้หาค่าของ  เมื่อกําหนดให้ ตัวอักษรที่เหมือนกัน
C C B D 24 แทนด้วยจํานวนที่เท่ากัน ตัวอักษรที่ต่างกันแทน
 14 14 32 ด้วยจํานวนที่ต่างกัน

A B D
19. รูรูปปสีสี่เ่เหลี
หลี่ย่ยมจั
มจัตุรัสมีความยาวด้
วามยาวดาานน 10 10, , 1212และ
และ 88 เซนติ
เซนติเมตร
เมตร
ตามลําดับนํนําามาวางชิ
ตามลํ มาวางชิดดติติดดกักันนดัดังรูงปรูป
8 ถถ้าาสส่ววนของเส
นของเส้นนตรง ตรง BC
BC แบ่ แบงงพืพื้น้นทีที่ร่รูปูประนาบนี
ระนาบนี้อ้ออกเป็
อกเปนน
  C  สองส่ววนเท
สองส นเท่าาๆๆ กักันนแล้
แลววส่สววนของเส้
นของเสนนตรง ตรงABABยาวกี
ยาวกี่เซนติ
่เซนติเมตร
เมตร
10 12

B
20.
C

D 45๐ A
ABCD เป็นรูปสี่เหลีย่ มรูปหนึ่ง มุม BAD เท่ากับ 45 o , BC = 4 เซนติเมตร และ
AD = 10 เซนติเมตร รูปสี่เหลี่ยม ABCD มีพื้นที่กี่ตารางเซนติเมตร

21. A ABC เป็นรูปสามเหลี่ยมรูปหนึ่ง BD, DE และ EC
ยาว 2, 4 และ 2 เซนติเมตร ตามลําดับ
C

45๐ ชาการ
D แบบทดสอบการแขงขันทางวิ A ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 39
ABCD เป็นรูปสี่เหลีย่ มรูปหนึ่ง มุม BAD เท่ากับ 45 o , BC = 4 เซนติเมตร และ
AD = 10 เซนติเมตร รูปสี่เหลี่ยม ABCD มีพื้นที่กี่ตารางเซนติเมตร
ตอนที่ 3 ตั้งแตขอที่ 21-30 ขอละ 5 คะแนน

21. A ABC เป็นรูปสามเหลี่ยมรูปหนึ่ง BD, DE และ EC
ยาว 2, 4 และ 2 เซนติเมตร ตามลําดับ
F F เป็นจุดกึ่งกลางของด้าน AE ถ้าความสูง
ของรูปสามเหลี่ยม ABC เท่ากับ 4 เซนติเมตร
เมื่อกําหนดให้ BC เป็นฐาน
B D E C รูปสามเหลี่ยม DEF มีพื้นที่กี่ตารางเซนติเมตร

22. ถ้า A กับ B ทํางานอย่างหนึ่งเสร็จในเวลา 12 วัน และ B กับ C ทํางานอย่างเดียวกันนี้
เสร็จในเวลา 16 วัน เมือ่ นํางานนี้มาให้ A ทําไปก่อน 5 วัน แล้วหยุดเพื่อให้ B ทําต่ออีก
7 วัน แล้วหยุดเพื่อให้ C ทําต่ออีก 13 วัน งานจึงแล้วเสร็จ ให้หาว่า ถ้าให้แต่ละคนทํางานนี้
คนเดียวจนเสร็จ จะใช้เวลาคนละกี่วัน

23. ถ้า A และ B เดินทางจากเมือง P ไปเมือง Q ระยะทาง 21 กิโลเมตร ด้วยความเร็ว 3
และ 4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตามลําดับ B เดินทางมาถึงเมือง Q แล้วเดินทางกลับทันทีมาพบ
A ที่จุด R ให้หาว่า A เดินได้ระยะทางกี่กิโลเมตร
 
24. ถ้า A ทํางานอย่างหนึ่งเสร็จในเวลา 15 วัน (A ทํางานวันละ 8 ชั่วโมง) B ทํางานนี้เสร็จ
2
ในเวลา 6 วัน (B ทํางานวันละ 9 ชัว่ โมง) ให้หาว่า ถ้า A และ B ช่วยกันทํางานนี้
3
วันละ 10 ชั่วโมงจะเสร็จในเวลากี่วัน
25. ถ้าความยาวด้านคู่ขนานคู่หนึ่งของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสลดลง 20% ขณะที่ความยาวด้าน
คู่ขนานอีกคู่หนึ่งเพิ่มขึ้น 2 เซนติเมตร ทําให้รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เกิดขึ้นใหม่นี้มพี ื้นที่
เท่ากับรูปสี่เหลี่ยมจัตุรสั รูปเดิม ให้หาว่าเดิมรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีพื้นที่กี่ตารางเซนติเมตร

26. ให้เติมเลขโดดลงใน  เพื่อให้การหารครั้งนี้เป็นจริง
7
)
7 7
7
7

0

27. A B
7
7

เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2553) : 40
0

27. A B
กําหนดให้ ABCD เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
F AB  8 เซนติเมตร AE  6 เซนติเมตร
DE  3 เซนติเมตร
F เป็นจุดกึ่งกลางของ BE
E G G เป็นจุดกึ่งกลางของ FC
รูปสามเหลี่ยม DFG มีพื้นที่กี่ตารางเซนติเมตร
D C
 
28. ถ้าให้ผู้ชาย
  8 คน กับผู้หญิง 16 คน ทํางานอย่างหนึ่งเสร็จในเวลา 8 วัน ถ้าให้ผู้ชาย 40 คน
กับผู้หญิง 48 คน ทํางานอย่างเดียวกันนี้เสร็จในเวลา 2 วัน ถามว่าถ้าให้ผู้ชาย 6 คน
กับผู้หญิง 12 คน ทํางานนี้จะเสร็จในเวลากี่วัน (ให้ตอบในรูปของเศษส่วนอย่างต่ํา)

29. ให้เขียนเส้นแบ่งตารางนี้ออกเป็น 4 ส่วนทีม่ ีพื้นที่และรูปร่างเหมือนกัน
โดยแต่ล29. ให้เขียอนเส้
ะส่วนจะต้ งมีรนูปแบ่ง,ตารางนี
 , ้อและ
อกเป็
น 4ครบ
ส่วนทีทัม่ ้งีพ4ื้นรูทีป่และรูปร่างเหมือนกัน
โดยแต่ละส่วนจะต้องมีรูป ,  ,  และ  ครบ ทั้ง 4 รูป
  

   

   
      
   
  
 
30. ให้เขียนแสดงการสับเปลี่ยนจํานวนที่กําหนดให้ใน  ดังรูป เพื่อให้ผลบวกของจํานวน
ตามแนวส่30. ให้เขียนนแสดงการสั
วนของเส้ ตรงทั้ง 8 เส้บนเปลี
มีค่ย่านจํ
เท่าากันวนที
บ 55่กเท่ ากัน ใน  ดังรูป เพื่อให้ผลบวกของจํานวน
ําหนดให้
ตามแนวส่วนของเส้นตรงทั้ง 8 เส้น มีค่าเท่ากับ 55 เท่ากัน
20 15 15
20 15 15
20 5 5
20 105
5 5
15 5 20
20 5 10
5 5 205
15

5 205 20
20 10
20 10 20
การแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

แนวคิดแบบทดสอบคณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา
เพื่อการคัดเลือกตัวแทนนักเรียนระดับประเทศ ประจําป พ.ศ. 2553

แนวคิดแบบทดสอบคณิตศาสตรฉบับนี้ เปนลิขสิทธิ์ของ
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
หามเผยแพร อางอิง ตัดตอ ดัดแปลงหรือเฉลย กอนไดรับอนุญาต
 

เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2553) : 42

1. ใหหาจํานวนนับที่มีคานอยที่สุดที่หารดวย 2, 3, 4, 5, 6 ตางก็เหลือเศษ 1 เทากัน
1. ให้
และจํ หาจํานวนนั
านวนนับบนีที้ห่มารด
ีค่าวน้ยอ7ยทีลงตั
ส่ ุดทีว ่หารด้วย 2, 3, 4, 5, 6 ต่างก็เหลือเศษ 1 เท่ากัน
และจํ
แนวคิาดนวนนับนี้หารด้วย 7 ลงตัว
แนวคิ
ค.ร.น.ดของ 2, 3, 4, 5, 6 คือ 60 จํานวนที่ตองการคือ 60 k + 1
หา ค.ร.น. ของ 2, 3, 4, 5, 6 = 60 จํานวนที่ต้องการคือ 60k  1
เมื่อ k คือจํานวนเต็มบวก
เมื่อ k คือจํานวนเต็มบวก
60 k + 1 = ( 7× 8 + 4 ) k + 1
60 k + 1 == ( 7× ( 78 k8)++ 4( 4) kk ++ 11)
ซึ่ง 4k + 1 ตองหารดวย 7=ลงตั( ว7เลือ8กคk า) +k =( 41,k2,+ 3,1)4, 5, …
ซึเมื่ง่อ4kk =+ 51 จะได
ต้องหารด้4k +วย1 7= ลงตั21 ว เลือกค่า k = 1, 2, 3, 4, 5 …
เมื่อจําkนวนที
= 5 จะได้ 4k +อ 1 = 21
่ตองการคื
 จํานวนที่ต้องการคือ 60  5  1  301
ตอบ 301
ตอบ 301

2.2. ให้
ใหหหาจํ
าจําานวนเต็
นวนเต็มมบวกทีบวกที่ม่มีคีคา่านน้ออยที
ยที่ส่สุดุดทีที่น่นําําไปลบออกจาก
ไปลบออกจาก1936 1936แลแล้วผลลบนั
วผลลบนั้นหารด วยวย
้นหารด้
9,9, 10,
10, 15
15 จะเหลื
จะเหลืออเศษ เศษ77เทเท่ากัากันน
แนวคิดด
แนวคิ
ค.ร.น. ของ
ค.ร.น. ของ 9,9, 10, 10, 15
15 คื=อ 9090จะได นํา 1936 1936÷  9090= 21เหลืเหลื
อเศษ อเศษ
46 46
จํจําานวนที
นวนที่ต่ตอ้องการ
งการ4646– –7 7= =3939
ตรวจสอบ 1936
ตรวจสอบ 1936−3939 == 1897 1897
1897 ÷ 7 = 271
 1897  7 = 271
จํานวนที่ตองการ คือ 39
 จํานวนที่ต้องการ คือ 39
ตอบ 3939
ตอบ

3. ค.ร.น. ของจํานวนนับสองจํานวนคือ 2079 และ ห.ร.ม. ของจํานวนนับสองจํานวนนั้นคือ 27
ถ้าจํานวนที่หนึ่งคือ 189 ให้หาจํานวนที่สอง
แนวคิด
จํานวนที่ต้องการ = ค.ร.น. ห.ร.ม.
จํานวนที่หนึง่
2079  27
=
189
= 297
ตอบ 297
ตอบ 297
    

แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 43

4.4. ให้
ให้หหาตัาตัวหารร่ววมมากที ่ส่สุดุด ของ ของ 1650, 45 และและ 1500
4.4.วหารร่
4. ให้ าตัาตัมมากที
ให้ให้หหหาตั ววหารร่
วหารร่หารร่ ว วมมากที
ว มมากที
มมากที ส

1650,
่ส่สุดุดุดของ
ของ
ของ
451650,
1650, 1650,
1500
45
4545และ และและ1500 15001500
แนวคิ
แนวคิดด แนวคิด
หา แนวคิ
หา ห.ร.ม.
ห.ร.ม.แนวคิดของ ด 1650,
ของ 1650, 45451650, และ
และ 1500 1500
หาหาหา ห.ร.ม.
ห.ร.ม. ของ
ของ 1650, 45 และ
45 และ
และ1500 1500
1650 5)451650150045 45
5)5) 1650 ห.ร.ม. 45 ของ 1500 1650,
1500
1500
3)3) 330 3305)3)5)1650 991650300
330 300 4545 1500
9
1500
300
110 1103)3)33330 330100
110 100 99 300
3
300
100
110 110 3 100
 ห.ร.ม.
ห.ร.ม. ==ห.ร.ม. 55  333 ==100 15
=อ= 55515


ตอบ
ตอบ 15 15 ห.ร.ม. ห.ร.ม. คื= 333 === 15 15 15
ตอบ
ตอบ
ตอบ151515 15
5.5. AA ขายสิ
ขายสิ นค้าาชิชิ้น้นหนึ หนึน่งค้่งให้ B ได้ได้กกําําไรไร 20% และ BB ขายสิ นนค้ค้าาชิชิ้น้นนีนี้ต้ต่อ่อให้ C ได้กกําําไรไร 25%
5.5. นAAค้Aขายสิ
5. ขายสิ
ขายสิ น ค้
นค้
ให้
าาชิาชิ้นชิ้นB้นหนึ
หนึ หนึง
่ ง
่ ให้ให้BBB20%
่งให้ ได้ได้กกกําําไรําไรและ
ได้ ไร20%20%
20%
ขายสิ
และ
และ และ B BBขายสิขายสิ
ขายสิ นนนค้ค้ค้าให้
าชิาชิ้นชิ้นC้นนีนีนี้ตได้
้ต้ต่อ่อ่อให้ให้ให้CCC25%ได้ได้ได้กกกําําไรําไรไร25%
25%
25%
ถ้ถ้าา CC จ่จ่าายค่
ยค่ าาสิสินนค้ค้าาเป็เป็นนจํจําานวนเงิ นวนเงิ นน 225 225 บาท
บาท แล้
แล้ วว AA ซืซื้อ้อสิสินนค้ค้าามาในราคากี มาในราคากี ่บ่บาทาท
ถ้ า C จ่ า ยค่ า สิ น ค้ า เป็ น จํ า นวนเงิ น 225 บาท แล้ ว A ซื อ
้ สิ น ค้ า มาในราคากี บ
่ าท
แนวคิดด ถ้แนวคิ
แนวคิ าถ้าCCจ่าจ่ยค่

ายค่าสิาสินนค้ค้าเป็ าเป็นนจําจํนวนเงิ านวนเงินน225 225บาท บาท แล้แล้ว ว AAซืซื้อ้อสิสินนค้ค้ามาในราคากี ามาในราคากี่บ่บาทาท
แนวคิ CCดขาย
แนวคิ ด 125
ขาย บาทจากต้ นนทุทุนน นทุนของ B 100100 บาท
C125
CCCซืขาย ขาย บาทจากต้
้อขาย 125125 125125บาทจากต บาทจากต้
บาทจากต้นนนทุทุทุนนน
บาทจากต้
100 100
100 100 บาทบาท บาท
บาท
บาท
100225
100 225 
CC ขายขาย 225 C225 บาทจากต้
บาทจากต้ นนทุทุนน นทุนของ B 100
100
100  180
180
225225225 180 บาท
บาท บาท
CCCซืขาย ขาย ้อขาย 225225 225225บาทจากต บาทจากต้
บาทจากต้นนนทุทุทุนนน
บาทจากต้ 125 125 125 บาท 180 บาท
180 บาท
BB ขายขาย B120 120 บาทจากต้
บาทจากต้ น ทุ น
นทุน นนทุทุนนของ A 100 100 100 100 125 125 บาท
บาท บาท
BBBซืขาย ้อขาย
ขาย 120120 120120บาทจากต บาทจากต้
บาทจากต้
บาทจากต้ นนทุทุนน 100  180
100  180 100 100 บาท บาท
บาท
BB ขายขาย 180 B180 ้อบาทจากต้
บาทจากต้ นนทุทุนน นทุนของ A 100
100
100 
150150
180180180 บาท บาท
บาท บาท
BBBซืขาย ขาย ขาย 180
180 180 บาทจากต
180บาทจากต้ บาทจากต้
บาทจากต้นนนทุทุทุนนน 120 120 120 150 150
150 บาท บาท
สิสินนค้ค้าาทีที่ ่ AA ซืซื้อ้อมาราคา 150150 บาท 120 120
สิ สิสินนนค้ค้ค้าามาราคา ทีที่ ่ A่AAซืซืซื้อ้อ้อมาราคา
ที
า มาราคา
มาราคา
บาท150 บาท
150
150 บาท บาท
ตอบ
ตอบ 150 150 บาท
บาท150 บาท
ตอบ
ตอบ ตอบ 150 150 150บาท บาท บาท
6.6. อัอัตตราส่
ราส่6.ววนอายุ
นอายุ ขของพ่
องพ่ ออต่ต่อออายุ อายุ ขของลู กกในปั จจจุจุบบันันเท่เท่าากักับบ 33 :: 11 แต่ อัตราส่ววนอายุ ขของพ่ ออต่ต่อออายุ
6. 6. อัอัตตตราส่
อั ราส่
ราส่ ววนอายุ
ว นอายุนอายุ ข ของพ่ องพ่
ข องพ่ อ ออต่องลู
ต่ต่ออออายุ อายุในปั
อายุ ข ของลู
ข องลูองลู กกในปั
ก ในปั
ในปั จจจุจจุบจุบบันันันเท่เท่เท่าากัากักับแต่
บบ3อ33ัต::ราส่
1
: 11แต่แต่ นอายุ
แต่อออัตัตัตราส่ราส่
ราส่
องพ่
ว วนอายุ
วนอายุ
นอายุ ขของพ่

อายุ
องพ่
องพ่อออต่ต่ต่ออออายุ
อายุ
อายุ
ของลู ก เมื
ของลูก เมืของลู อ
่ 4 ปี ท แ
่ ี ล้ ว เท่ า กั บ 4 : 1
่อ 4 กปีทเมืี่แ่อล้ว4เท่ปีาทกัี่แบล้4วเท่: 1ากับปัจ4จุ:บ1นั ทัปั้งสองคนมี ปั จ จุ บ น
ั ทั ง
้ สองคนมี อ อ ายุายุ ค คนละกี
นละกี ป
่ ป
่ ี ี
จ จุ บ น
ั ทั ง
้ สองคนมี อ ายุ ค นละกี ป
่ ี
แนวคิดด ของลู
แนวคิ ของลูกกเมืเมื่อ่อ44ปีปีทที่แล้ี่แล้วเท่
ปี
วเท่ากัากับบ44: 1: 1 ปัปัจจุจบจุบนั นั ทัทั้งสองคนมี ้งสองคนมีออายุายุคคนละกี นละกี่ป่ปี ี
แนวคิ
แนวคิ
แนวคิ อดีดตตดด อดีต 4 ปี 444ปีปีปปีปัปัจจจุจุบบันัน ปัจจุบัน
อดี
แนวคิ ด 4
อดีอดี
อดีตตต ปัปัจจจุจุบบันปันจจุบัน อนาคต อนาคต อนาคต
อนาคต
อนาคต
อายุ
อายุ พ่พ่ออ =อายุ
= 333xxxพ่อ444=ปีปี3x  4 ปี อายุ อายุ พ่พ่อออายุ
333xxxปีปี
อายุ พ่ อ = 33x x44ปีปี พ่อ  3x ปี
อายุ อายุ
อายุ ลูลูกก อายุ พ่ อ
 xxx444ปีปี
= อายุ
อายุ ลูลูกก  xxxพ่ปีปีพ่ออ33x xปีปี
อายุ
อายุ
อายุลูลูลูกกก333xxxxxx444444ปีปี4ปี44
อายุ อายุ
อายุ ลูลูลูกกกxxxปีปีปี
อายุ
3x  4 4
xxx444 331x11x4444
x 444 111
333xxx444x444xxxx
16
16
16
33xxx444444xxx16
3 16
16
12 xxx
12
12
12 12xxx
12
ตอบ
ตอบ ลูลูกกตอบ
อายุ
อายุ 12
12 ปีปีอายุ ,, พ่พ่อออายุ
อายุ 36 ปีปี
ตอบ ตอบ ลูลูลูกลูกกอายุ
กอายุ 12
อายุ1212 พ่36
12ปปี,ปีปี,พ, ,อพ่อายุ
พ่ออออายุ
อายุ 36
36ปีปีปี
36 ป36
อายุ
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2553) : 44

7. A B จากรูป
กําหนดให้
าหนดให้้ ABCD เป็
าหนดให เปนรูปสี
ปสีเหลี่ยมผืนผ้า
ปส่
ที่มี BC  6 เซนติเมตร, CD  8 เซนติเมตร
F และ FA  4 เซนติเมตร แล้วให้ ้วให้ ้นที่
วใหหาพื
รูปสามเหลี
ปสามเหลียม AEF มีพื้นที่กี่ตารางเซนติเมตร
ปสามเหล่
E D C
แนวคิด
พ.ท. AEF  พ.ท. AEB  พ.ท. AFB
 86   84 
  
 2   2 
 8 ซม. 2
ตอบ 88ตารางเซนติ
ตารางเซนติเมตรเมตร

8. ในการสอบของนั
ในการสอบของนกเรียนห้องหนึ่ง คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนชายจํานวน 21 คน เท่ากับ
82 คะแนน และคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนหญิงจํานวน 19 คน เท่ากับ 87 คะแนน
ใหหาคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั้งหมดของห้องนี้ (ให
ให้ (ให้
ใหตอบเป็
ตอบเปนทศนิ
ตอบเป็
้ ยม 2 ตําแหน่ง)
แนวคิด
คะแนนรวมของนักเรียนชาย 82  21 = 1722 คะแนน
คะแนนรวมของนักเรียนหญิง 19  87 = 1653 คะแนน
คะแนนรวมทั้งห้อง 1722 + 1653 = 3375 คะแนน
จํานวนนักเรียนรวมทั้งหมด 21 + 19 = 40 คน
3375
คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั้งหมด = 84.375 คะแนน
40
ตอบ 84.38
84.38คะแนน
คะแนน

9. ถ้าต้องการสร้างรูปสีปสีเหลีย่ มผืนผ้าทีม่ ีพื้นที่ 165 ตารางเซนติเมตร โดยมี
ปส่ โดยมความยาวแต่ละด้าน
เปนจํานวนนับจะสามารถสร้างรูปสี
เป็ ปสีเหลี่ยมผืนผ้าที่แตกต่างกันได้
ปส่ ันได้ ่รูป
นไดกี
แนวคิด
มีรปสี
ูปสีเหลี่ยมผืนผ้าที่มีพื้นที่ 165 ตารางเซนติเมตร ทั้งหมด 4 รูป
ปส่
ูปสีเหลี่ยมผืนผ้า = กว้าง  ยาว
พื้นที่รปสี
ปส่
165 = 1X165
หรือ 165 = 3X55
หรือ 165 = 5X33
หรือ 165 = 11X15
ตอบ 4 รูป
   
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 45

10. ผลบวกของ 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 เป็นเท่าไร (ให้ตอบเป็นเศษส่วนอย่างต่ํา)
10. ผลบวกของ 42 56 72 90 110 เป็นเท่าไร (ให้ตอบเป็นเศษส่วนอย่างต่ํา)
42 56 72 90 110
แนวคิ
แนวคิด ด
1 1 1 1 1 1 1 1 1 1  1 1  1 1  1 1  1 1  1 1
    110  6  7 7  8 8  9 9 10 10 11
4242 5656 7272 9090 110 6  7 7  8 8  9 9 10 10 11
 1 1 1 1   1 1 1 1   1 1 1 1   1 1 1 1   1 1 1 1 
   6 7                10 11 
 6 7    7 7 8 8   8 8 9 9   9 9 1010   10 11 
11 11
 6 11
6 11
55
 66
66
5
ตอบ 5
ตอบ
6666

11.11.จากโจทย์
จากโจทย์ การบวกต่
การบวกต่ อไปนี
อไปนี ้ ้ ให้ให้
เขีเยขีนตั
ยนตั วเลขแทนตั
วเลขแทนตั วอัวกอัษรซึ
กษรซึ ่งทํ่งาทํให้าให้ การบวกเป็
การบวกเป็ นจริ
นจริ งง
(ตัตั(ตั
วอัวกอัษรที
กษรที หมื่เหมื
่เหมื อนกั
ออนกั
นกั นแทนด้
นนแทนด
แทนด้ วยเลขโดดตั
ววยเลขโดดตั
ยเลขโดดตั ววเดีเดีวยเดี ยนวกั
ยวกัวกั น ตันตัวอัวตักอัวษรที
กอัษรที
กษรที ่า่ตงกัน่างกั
่ตา่ตงกั นแทนด้
นแทนด้
แทนด วยเลขโดดที
่ตา่ตงกั่า่ตงกั
วยเลขโดดที
วยเลขโดดที น่างกั
น)น)
S SE EV VE EN N
SEVEN
T TH HR RTE HEE RE E E  +
T TWWTOWO O
T TWWE ELTLVWEVEEL V E

ตอบ
ตอบ
82524
82524 82526
82526
19722 
19722 19722 
19722
106 หรืหรื
ออ 104
106 104
102352
102352 102352
102352
   
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2553) : 46
13. กําหนดให้ a, b และ c เป็นจํานวนเฉพาะที่ a  b  c
ถ้า a  b = 437 และ b  c = 551 แล้ว a + b + c มีค่าเท่าไร
แนวคิด
12.
12. ให้ หหาจํ
ให้หา าานวนนั
าจํห.ร.ม.
นวนนัของบบ 66 หลั
437กกทีที่มและ
หลั ่มคี คี ่า่ามากที
551 ่ส่สุดุดทีทีห่ ห่ ารด้
มากที ารด้ววยย 24,
24, 15
15 และ
และ 36
36 ลงตั
ลงตัวว
แนวคิ
แนวคิดด
หา
หา3ค.ร.น. ของ
ค.ร.น.437ของ 24, 24,551 1515 และ
และ136 36
342 33))24 24437 1515 36 36
53 24 95 114 15 36 1
2 895 225))88 95 1255 12 12
2 4 225))44 19655 66
2 5 3
22 55 33
b = 19
ค.ร.น. 437 เท
ค.ร.น. ากับ 332222225533
a =  360 360 360
360 23
19
จํจําานวน
นวน 66 หลั
หลั
551 กกทีที่ม่มีคีค่า่ามากที
มากทีส่ ส่ ดุ ดุ คืคืออ 999999
999999
c =  29
19 2777 2777
a  b  c 2777  23  19  29
360 999999
360 999999
999999
= 71
ตอบ 71 720720 720
2799
2799 2799
14. ให้เติมเลขโดดลงใน  เพื่อให้การคูณนี้ถูกต้อง
2520
2520 2520
4
2799 27992799
2520
25202520
4
2799
2799
2799
4 2520
2520
2520

ตอบ 279279
 จํจําานวน
นวน 66 หลั
หลักกทีที่ต่ต้อ้องการคื
งการคืออ 999999
999999 –– 279
279 == 999720
999720
4 7
ตอบ 999720 
999720
ตอบ 999720
6 9
4 2 3
2 8 2
3 2 4 3
 
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 47

 13. กําหนดให้ a, b และ c เป็นจํานวนเฉพาะที่ a  b  c
ถ้า a  b = 437 และ b  c = 551 แล้ว a + b + c มีค่าเท่าไร
แนวคิด
หา ห.ร.ม. ของ 437 และ 551
13. กําหนดให้ a, b และ3c เป็น437 551 ่ a 1 b  c
จํานวนเฉพาะที
ถ้า a  b = 437 และ342 b 437 c = 551 แล้ว a + b + c มีค่าเท่าไร
แนวคิด 5 95 114 1
หา ห.ร.ม. ของ 43795 และ 551 95
19
3 437 551 1
b =34219 437
5 95437 114 1
a = 95 95 23
19
551 19
c =  29
19
b a = b19 c  23  19  29
437
a = = 7123
ตอบตอบ 7171 19
551
c =  29
14. ให้เติมเลขโดดลงใน  19 เพื่อให้การคูณนี้ถูกต้อง
14. ใหเติมเลขโดดลงใน � aเพื่อbใหการคู
c ณนี้ถูก23ตอง 19  29
4 4
 = 71
ตอบ 71
4 4
14. ให้เติมเลขโดดลงใน  เพื่อให้การคูณนี้ถูกต้อง
44 4

ตอบตอบ
44
4 7 7
6 6 9 9 
43
4 42 2 3
ตอบ 2 2 8 82 2
3 3 2 244 473 3

6 9
4 2 3
2 8 2
3 2 4 3
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2553) : 48

F
15. B
A
จากรูป AFCE เป็เปนรูปสี
ปสีเหลี่ยมรูปหนึ
ปส่ ปหนึง
ปหน่
AB = 4 เซนติเมตร AE = 8 เซนติเมตร
DC = 7 เซนติเมตร CF = 10 เซนติเมตร
มุม AED และมุม BFC เป็ เปนมุมฉาก
รูปสี
ปสีเหลี่ยม ABCD มีพื้นที่กี่ตารางเซนติเมตร
ปส่
E D C
F

แนวคิด F
B
A

E D C

1. ลากส่วนของเส้นตรง AC
2. พิจารณารูปสามเหลี
ปสามเหลียม ADC และรูปสามเหลี
ปสามเหล่ ปสามเหลียม ABC
ปสามเหล่
1
ปสามเหลียม ADC เท่ากับ  7  8 = 28 ตารางเซนติเมตร
พื้นที่ของรูปสามเหลี
ปสามเหล่
2
1
พื้นที่ของรูปสามเหลี
ปสามเหลียม ABC เท่ากับ
ปสามเหล่  104  410 = 20 ตารางเซนติเมตร
2
 พื้นที่ของรูปสี
ปสีเหลี่ยม ABCD เท่ากับพื้นที่ของรูปสามเหลี
ปส่ ปสามเหลียม ADC รวมกับพื้นที่
ปสามเหล่
ของรูปสามเหลี
ปสามเหลียม ABC เท่ากับ 28 + 20 = 48 ตารางเซนติเมตร
ปสามเหล่

ตอบ 48 ตารางเซนติเมตร
 
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 49
 

16. ชายคนหนึ่งใช้เวลา 8 ชั่วโมง ในการเดินจากจุด A ไปจุด B แล้วขี่จักรยานจากจุด B
กลับมายังจุด A และชายคนนี้ใช้เวลา 6 ชั่วโมงในการเดินทางด้วยการขี่จักรยานจากจุด A
16. ชายคนหนึ
ไปจุด B แล้่งวใช้ขีเ่จวลา 8 ชั่วโมงดในการเดิ
ักรยานจากจุ B กลับมายันจากจุ งจุดด AA ไปจุ
ให้ดหาว่
B าแล้ชายคนนี
วขี่จักรยานจากจุ
้เดินจากจุดดBA
กลั
ไปยับงมายั
จุด งBจุดและเดิ
A และชายคนนี
นจากจุด B ้ใกลั
ช้เวลา
บมายั6งจุชัด่วโมงในการเดิ
A จะใช้เวลากีนทางด้
่ชั่วโมงวยการขี่จักรยานจากจุด A
ไปจุ ด B แล้กวารเดิ
(กําหนดให้ ขี่จักนรยานจากจุ ด B้งจะไม่
ทางแต่ละครั กลับมายั งจุด ดAพัก)ให้หาว่า ชายคนนี้เดินจากจุด A
มีการหยุ
ไปยั
แนวคิงจุดด B และเดินจากจุด B กลับมายังจุด A จะใช้เวลากี่ชั่วโมง
(กํเวลาเดิ
าหนดให้
นเท้กาารเดิ นทางแต่
+ เวลาขี ละครั้งจะไม่8มีกชัารหยุ
่จักยาน ่วโมง ด………….
พัก) 
2แนวคิ ด ่จักรยาน
 เวลาขี  6 ชั่วโมง …………. 
เวลาเดินเท้า + เวลาขี่จักยาน  8 ชั่วโมง …………. 
 2 ; 2 (เวลาเดินเท้า) + 2 (เวลาขี่จักรยาน) = 16 ชั่วโมง …………… 
2 เวลาขี่จักรยาน  6 ชั่วโมง …………. 
-; 2(เวลาเดินเท้า) = 16 – 6 = 10 ชั่วโมง
ตอบ 210 ่วโมง 2 (เวลาเดินเท้า) + 2 (เวลาขี่จักรยาน) = 16 ชั่วโมง …………… 
10; ชัชั่วโมง
-; 2(เวลาเดินเท้า) = 16 – 6 = 10 ชั่วโมง
ตอบ 10แดงราคาด้
17. ปากกาสี ชั่วโมง ามละ 19 บาท ปากกาสีน้ําเงินราคาด้ามละ 11 บาท ถ้า A ซื้อปากกา
ทั้งสองชนิด รวมกัน 16 ด้ามเป็นเงิน 280 บาท A ซื้อปากกาสีแดงและปากกาสีน้ําเงิน
17. ปากกาสี แดงราคาด้
มาอย่างละกี ด่ ้าม ามละ 19 บาท ปากกาสีน้ําเงินราคาด้ามละ 11 บาท ถ้า A ซื้อปากกา
ทั้งสองชนิด รวมกัน 16 ด้ามเป็นเงิน 280 บาท A ซื้อปากกาสีแดงและปากกาสีน้ําเงิน
แนวคิดที่ 1 ราคาปากกาสีแดง 19 16 = 304 บาท
มาอย่างละกี่ด้าม
จํานวนเงินเกิน 304  280 = 24 บาท
แนวคิดที่ 1 ราคาปากกาสีแดง 19 16 = 304 บาท
ราคาปากกาต่างกัน 19  11 = 8 บาท
จํานวนเงินเกิน 304  280 = 24 บาท
19  16  280 24
จํานวนปากกาสี
ราคาปากกาต่ างกัน้ํานเงิน19  11 = 8  บาท  3 ด้าม

19  16  280
19 11 8
24
จํานวนปากกาสีนแ้ําดงเงิน 16 316 – 3 = 1313ดามด้าม 3 ด้าม
19  11 8
แนวคิดที่ 2 จํานวนปากกาสีแนดง ้ําเงิน x ด้าม ราคา16 11x บาท
– 3 = 13 ด้าม
จํานวนปากกาสีแดง y ด้าม ราคา 19y บาท
แนวคิดที่ 2 จํานวนปากกาสีxน้ําเงิy น x ด้=าม ราคา
16
11x บาท
จํานวนปากกาสีแดงx y ด้=าม ราคา 19y บาท
16  y ……………
x y  16
11x  19 y  = 280 ……………….
x  16  y ……………
แทน  ใน 
11x  19 y  = 280 ……………….
1116  y   19 y  280
แทน  ใน 
176  11y  19 y = 280
1116  y   19 y  280
8y = 104
176  11 y  19 y  280
104
8yy = 1048
 13

xy = 104
 16  13  3
13
8
ตอบ
ตอบปากกาสี
ปากกาสีแดงแดง
13 13
ดามด้าปากกาสี
x นํ้าเงินน้ํา3เงิดนาม3 ด้าม 13
ม ปากกาสี  16  3

ตอบ ปากกาสีแดง 13 ด้าม ปากกาสีน้ําเงิน 3 ด้าม
 
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2553) : 50

18.
A B B C 12 จากตาราง
A A C C 12 จํานวนที่อยูด่ ้านล่างและด้านขวา คือผลรวม
D C B D 30 ของจํานวนในแนวตั้งและแนวนอนตามลําดับ
C C B D 24 ให้หาค่าของ  เมื่อกําหนดให้ ตัวอักษรที่เหมือนกัน
14 14 32 แทนด้วยจํานวนที่เท่ากัน ตัวอักษรที่ต่างกันแทน

ด้วยจํานวนทีต่ ่างกัน

แนวคิด 2A + 2C = 12
A+C = 6 …………………….. 
A + 2B + C = 12
2B + (A + C) = 12
A+C = 12  2B …………….. 
 =  12  2B = 6
2B = 6
B = 3 ………………………….*
3B + C = 14 …………………………
33+C = 14
C = 14  9 = 5 ….…….. *
A + 2B + C = 12 …………………………
A+23+5 = 12
A = 12  11 = 1 …………..*
2C + 2D = 32 ………………………….
25 + 2D = 32
2D = 22, D = 11 …………… *
 2A + D + C = 2  1 + 11 + 5 = 18

ตอบ
ตอบ1818
      
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 51

19. 19. 19.
19. A A AA B DB DBB DD

8 8 88
C  C  CC 
10 10 1010 12 12 12
12
รูปปสี
ปส่สี่เรูหลี
ปสี่ย่เมจั
รูรูปปตสี่ยสีร่เุ มจั
หลี หลี มีต่ยครุค่ยมจั
่เัสหลี ัสวามยาวด
มจั
มีตคตรุ วามยาวด้
วามยาวด้ านวามยาวด้
น10,
า10,
รุ ัสัสมีมีคคาวามยาวด้น 12 12
10, าานนและ และ
10,และ
1210, 12 128 และ
8เซนติ เซนติ
และ
8เซนติ
เมตรเ8เซนติ
มตร
8เซนติ
เมตร
ตามลํตามลํ
าดับาตามลํ
เมตร
เตามลํ
มตร นํดัาตามลํ
ดับามาวางชิ
บนํนําาาดัมาวางชิ
ดับบนํดนําติามาวางชิ
มาวางชิ
ดกัดนติดกัดนดติติดดกักันน
ดังรูปดังถ้รูาปส่ดัวดัถ้งนของเส้
งารูรูส่ปปวถ้นของเส้
ถ้าาส่นส่ววตรง นของเส้
นของเส้ นตรง BCนนแบ่ BC
ตรงตรง ้นBC
งพืแบ่BC ปู้นแบ่ระนาบนี
ทีงพื่รแบ่ ทีง่รงพืพืปู ้น้นระนาบนี
ประนาบน้
ประนาบนี ทีที่ร่รปู ออกเป็
อปู ระนาบนี
ระนาบนี
้ออกเป็้อ้ออกเป็
ออกเปนสองส่
อกเป็ นอกเป็นนสองส่
สองส่
วนเท่วสองส่
านเท่ ๆ กัวาวนเท่
นๆนเท่
แล้กัาวนาๆแล้
ๆกัวกันนแล้
แล้วว
ส่วนของเส้ส่วนของเส้ส่นส่ววตรง
นของเส้
นของเส้ AB นนAB
นตรง ตรงตรงยาวกี
ยาวกี ่เAB
AB ่เยาวกี
ซนติยาวกี ซนติ ่เมตร
เมตร่เซนติซนติเมตร เมตร

แนวคิแนวคิ แนวคิ
ด แนวคิ ด ดด
าต่นต่ออและ
ต่อด้าต่นอด้CE ด้ด้าานนและ
CE CE
BACE BA และ BA
ดทีกั่จนุดตัทีตัดPนด่จกัทีกัุดนน่จทีPุดที่จ่จุดPุดPP
ดกันตัBA
ออกไปพบกั
ตัและ
P P PP A A AA B DB DBB DD
     
E E EE F F FF

8 8 88
C  C  CC
10 10 1010 12 12 1212

2
และ และ พ.ท.พ.ท. และ
และ พ.ท.
พ.ท.APEF  APEF = APEF APEF กั2บ==20
10=เทา10 21020
10 ซม222ซม 202 ซม
20 ซม222
ครึ (10 (1010)(10 (10(1010
)12 (12))(12
)12 )8
(12( 1212(8) )8( 8()888) ) 2 2 2222
ครึ่ง่งหนึ
ครึ่ง่งของพื
หนึ หนึครึ
ของพื ้น่งหนึ
ครึ่ง่งของพื ทีที่ข่งร่งองรู
้นหนึ ทีป่ระนาบ
ของพื
้นของพื
ะนาบ ระนาบ
้น้นที=ที่ร่ระนาบ=เทากั=บ=
ะนาบ = 154 = 154 == 154
ซม ซม ซม
154 ซม
2 2 22
1 22221 11
ดังนั้นดังนัพ.ท. นั้น
้นดัดังงนัพ.ท. ้น พ.ท. BCP
พ.ท. 
BCP= า154
เท บ
=BCP
กัBCP 154=20= 154
154
20
17420 20ซม2174
174 ซม2 ซม
174 ซมBPBP 12BP BP1212
12
2 2 22
174 174  2 174 2 22
174
BP BP=BPเทเท =าBP กัBPาบกับ== = =29 29 =ซม= 29 29 ซม
ซม ซม
12 12 1212
ดังนั้นดังนัAB ้นดัดังงเท
AB นัAB
นั้น29 า้นกั
บAB 10
AB
29 1029 29
19 เซนติ
10เซนติ
10
19 19 เเซนติ
เ19
มตร มตร เเมตร
เซนติ มตร

ตอบตอบ ตอบ
19 ตอบ
เซนติ
เซนติ
19 19
เมตร
เซนติ
เ19
19 เเซนติ เมตร
มตรเมตร
มตรเซนติ
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2553) : 52

20. B

C


D 45 ํ
45 AA
ABCD เป็
เปนรูปสี ปหนึง มุม BAD เท่ากับ 45 o , BC = 4 เซนติเมตร และ
ปสีเหลี่ยมรูปหนึ
ปส่ ปหน่
ปสีเหลี่ยม ABCD มีพื้นที่กี่ตารางเซนติเมตร
AD = 10 เซนติเมตร รูปสี
ปส่

แนวคิด E
45๐ B

45
C


D 45 ํ A
45

ลาก DC และ AB ต่อออกไปพบกั
อออกไปพบกั ่จุด E
อออกไปพบกนที
าให้ ม AED = 45 o
ทําให้
าใหมุ
และ  ADE เป็ เปนรูปสามเหลี
ปสามเหลียมหน้าจั่ว
ปสามเหล่
มุม DEA เท่ากับมุม DAE เท่ากับมุม BCE เท่ากับ 45 o
ดังนั้น AD = DE = 10 เซนติเมตร
และ BE = BC = 4 เซนติเมตร
พ.ท.  ABCD = พ.ท. ADE – พ.ท. BCE
1 1
=  10  10 –  4  4
2 2
= 50 – 8
= 42 ตารางเซนติเมตร
ตอบ 42 ตารางเซนติเมตร
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 53

A
ABC เป็เปนรูปสามเหลี
ปสามเหลียมรูปหนึ
ปสามเหล่ ปหนึง BD, DE และ
ปหน่
21. EC ยาว 2, 4 และ 2 เซนติเมตร ตามล ตามลําดั
าดบ
4 ซม.
F เป็
เปนจุดกึ่งกลางของด้าน AE ถ้าความสูง
F ของรูปสามเหลี
ปสามเหลียม ABC เท่ากับ 4 เซนติเมตร
ปสามเหล่
เมื่อกําหนดให้
าหนดให้้ BC เป็
าหนดให เปนฐาน รูปสามเหลี
ปสามเหลียม DEF
ปสามเหล่
B D E
C มีพื้นที่กี่ตารางเซนติเมตร
แนวคิดด1
แนวคิ A
G
F

B D H E C

แนวคิด 2
พ.ท. ∆ ADE = X ฐาน X สูง

= X4X4

= 8 ตารางเซนติเมตร
F เปนจุดกึ่งกลางของ AE
พ.ท. ∆ DEF = พ.ท. ∆ DFE = พ.ท. ∆ ADE

พ.ท. ∆ DEF = X 8 = 4 ตารางเซนติเมตร

ตอบ 4 ตารางเซนติเมตร
 
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2553) : 54

22. ถ้ถา A กับ BB ทํทําางานอย่
งานอยาางหนึงหนึ่งเสร็
่งเสร็จจในเวลา
ในเวลา1212วันวันและ
และB BกับกับC ทํCาทํงานอย่างานอย างเดีางเดี
ยวกัยนวกันี้นนี้
เสร็จจในเวลา
เสร็ ในเวลา 16 วัน เมืเมื่ออ่ นํนําางานนี
งานนี้มาให าให้ A ทําไปก่
ไปกออนน 55 วัวันนแล้
แลววหยุ
หยุดดเพืเพื่อ่อให้ใหBBทํทําต่าอตอีอกอีก
77 วัวันน แล
แล้ววหยุ
หยุดดเพื
เพื่อ่อให้
ให CC ทํทําาต่ตอออีอีกก13
13วัวันนงานจึ
งานจึงแล้
งแลวเสร็
วเสร็จ จให้ใหหหาว่าวาาถ้ถาให้
าใหแต่แลตะคนทํ
ละคนทํางานนี ้ ้
างานนี
คนเดียยวจนเสร็
คนเดี วจนเสร็จจ จะใช้
จะใชเเวลาคนละกี
วลาคนละกี่ว่วันัน
แนวคิดด
แนวคิ
1
ใน 1 วัน A และ B ทํางานได้ ของงาน
12
1
B และ C ทํางานได้ ของงาน
16
จากโจทย์
A ทํา 5 วัน + B ทํา 7 วัน + C ทํา 13 วัน ได้งาน 1 ของงาน
หรือ A ทํา 5 วัน + B ทํา 5 วัน + Bทํา 2 วัน + C ทํา 2 วัน + C ทํา 11 วัน ได้งาน 1 ของงาน
(A + B) ทํทําา 55 วัวันน ++(B(B++C)C)ทํทําา22วันวัน++C Cทําทํา1111วันวันทําไดได้งาน 1 ของงาน
1 ของงาน
 5 2  11
C ทํา 11 วันได้งาน 1 -    
 12 16  24
11 1
C ทํา 1 วันได้งาน 
24  11 24
1 1 1
B ทํา 1 วันได้งาน  
16 24 48
1 1 1
A ทํา 1 วันได้งาน  
12 48 16
A, B และ CC ทํแตางานเสร็
ละคนจะทํ
จใช้เาวลา
งานเสร็
16, จ48ใชเและ
วลา 24
16,วั48 และา24
น ตามลํ ดับ วัน ตามลําดับ

ตอบ
ตอบ A ทํAางานเสร็
ทํางานเสร็
จใน 16จในวัน 16 วัน
B ทํBางานเสร็
ทํางานเสร็
จใน 48จในวัน 48 วัน
C ทํCางานเสร็
ทํางานเสร็
จใน 24จในวัน 24 วัน
 
 
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 55

23. ถ้ถ้าา AA และ และBBBเดิเดิ นนทางจากเมื
23. ถา A และ นเดิทางจากเมื
ทางจากเมื องอองงP Pไปเมื
P ไปเมื องออQงง ระยะทาง
ไปเมื QQ ระยะทาง
21 กิ21
ระยะทาง 21 กิกิโโลเมตร
โลเมตร ลเมตร ด้ด้ววยความเร็
ดวยความเร็ ว 3 วว 33
ยความเร็
และ
และ444กิกิโกิลเมตรต
โโลเมตรต่
ลเมตรต่อออชัชัชั่ว่วโมง
่วโมง ตามลํ
ตามลําาาดัดัดับบบ BBB เดิ
โมงตามลํ เดิเดินนทางมาถึ
ทางมาถึงงงเมื
เมืออองงง QQQ แล้
แล้ ววเดิเดินนทางกลั
ทางกลับบทัทันนทีทีมมาพบ
และ
AA ทีที่จ่จุดุด RR ให้ ห าว่ า A เดิ น ได้ ระยะทางกี ก
่ โ

น ทางมาถึ
ลเมตร
เมื แล ว เดิ น ทางกลั บทันทีมาพบ าพบ
ให้ ห าว่ า A เดิ
A ที่จุด R ใหหาวา A เดินไดระยะทางกี่กิโลเมตร นได้ ร ะยะทางกี ก
่ โ
ิ ลเมตร
แนวคิด
แนวคิ
แนวคิดด
เมื
เมื่อ่อ BB พบ พบ AA ทีที่ ่ RR
BB ต้ต้อองเดิ งเดินนทางเป็ทางเป็นนระยะทาง
ระยะทาง PQ PQ ++ QR QR
และ A เดิ
และ A เดินทางได้ระยะทาง PR น ทางได้ ร ะยะทาง PR
นันั่น่นคืคืออ ทัทั้ง้งสองคนเดิ
สองคนเดินนได้ ได้รระยะทางรวมกั
ะยะทางรวมกันน 21 21 22  42 42 กิกิโโลเมตร
ลเมตร
จากโจทย์
จากโจทย์อัตราส่วนความเร็วของ A : B = 3 : 4 และเขาเดินได้ระยะทาง
อ ต
ั ราส่ ว นความเร็ ว ของ A : B = 3 : 4 และเขาเดิ น ได้ ร ะยะทาง 42 42 กิกิโโลเมตร
ลเมตร
33
PR   42  18 กิโลเมตร
PR 77 42  18 กิโลเมตร
ดัดังงนันั้น้น AA เดิเดินนทางได้
ทางได้รระยะทาง
ะยะทาง 18 18 กิกิโโลเมตร ลเมตร
ตอบ
ตอบ
ตอบ 18 18
18กิโลเมตรกิกิโโลเมตร
ลเมตร
24.
24. ถ้ถ้ถาา AAA ทํทํทําาางานอย
งานอย่
งานอย่าาางหนึ งหนึ
งหนึ่ง่ง่งเสร็
เสร็
เสร็จจจในเวลา
ในเวลา 15 15
15วัวันวันน(A(A(Aทําทํทํงานวั
าางานวั
งานวั นละ นนละละ8 ชั88่วโมง)
ชัชั่ว่วโมง)
B ทํBาBงานนี
โมง) ทํทําางานนี
้เสร็จ้เ้เสร็
งานนี สร็จจ
22
ในเวลา
ในเวลา 66 3 วัวันน (B(B(Bทํทําทํงานวั งานวันนนละละ
าางานวั ละ9 99ชั่วชัโมง) โมง)ใหหให้
ชัว่ ว่ โมง) ให้าวหหาาว่
าว่ถาาา ถ้Aถ้าาและ
AA และB ชวยกั
และ BB นช่ช่ทํววยกั
ายกังานนี
นนทํทําา้งานนี
งานนี้ ้
3
วัวันนละ ละ 10 ชั่วชัโมงจะเสร็
1010 ชั โมงจะเสร็จจจในเวลากี
่ว่วโมงจะเสร็ ในเวลากี่ว่ว่วันันัน
ในเวลากี
แนวคิ
แนวคิดด
AA .ใช้ .ใช้เเวลา
วลา 15 1588 120 120 ชม. ชม. 1 ของงาน
A ใชเวลา 15 X 8 = 20 120 ชม. ในเวลา 1 ชม. A ทํางานได 120
20
BB ใช้ วลา 3 99 60
ใช้เเวลา 60 ชม. ชม.
3 1 ของงาน
B ใชเวลา ชม. ในเวลา 1 ชม.120 B ทํา60
120 งานได
60  4060 ชม.
ถ้ถ้าาช่ช่ววยกั น จะสามารถทํ างานได้ ใ
ยกันจะสามารถทํางานได้ในเวลา 120  60  40 ชม.นเวลา
120  60
ในเวลา แต่ A กั บ B ทํ างานวั
แต่ A กับ B ทํางานวันละ 10 ชม. าน 120
1 ชม. A กั บ B ช ว ยกันนละ
ทํ า 10
งานจะได ชม. ง 1 + 1 + 1 ของงาน
60 40
 จะทํางานเสร็จในเวลา 4 วัน
 จะทํางานเสร็จในเวลา 4 วัน
ถาชวยกันจะสามารถทํางานเสร็จในเวลา 40 ชม.
ตอบ 44 วัวันน
แตตอบ A กับ B ทํางานวันละ 10 ชม.

จะทํางานเสร็จในเวลา 4 วัน

ตอบ 4 วัน
 
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2553) : 56

25. ถ้าความยาวด้านคู่ขนานคู่หนึ่งของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรสั ลดลง 20% ขณะที่ความยาวด้าน
คูข่ นานอีกคู่หนึ่งเพิ่มขึ้น 2 เซนติเมตร ทําให้รูปสีเ่ หลี่ยมผืนผ้าทีเ่ กิดขึ้นใหม่นี้มพี ื้นที่
เท่ากับรูปสี่เหลี่ยมจัตุรสั รูปเดิม ให้หาว่าเดิมรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีพื้นที่กี่ตารางเซนติเมตร
แนวคิด
ถ้าให้ความยาวด้านหนึ่งของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรสั เท่ากับ 1 หน่วย พื้นที่เท่ากับ 1 ตารางหน่วย
เมื่อด้านหนึ่งลดลง 20% เหลือความยาวด้าน 0.8 หน่วย
ดังนั้น อีกด้านต้องเพิ่มขึ้น ดังนี้
เมื่อ A คือความยาวด้านที่เพิ่มขึ้นในขณะทีพ่ ื้นที่เท่าเดิม คือ 1 ตารางหน่วย
1  0.8 A
1
A
0.8
5
A  หน่วย
4
5 1
ดังนั้น ความยาวเดิมจึงเพิ่มขึ้น  1 เท่ากับ หน่วย
4 4
1
ซึ่งความยาว หน่วยเท่ากับ 2 เซนติเมตร
4
ดังนั้น ความยาว 1 หน่วยจึงเท่ากับ 8 เซนติเมตร
 พื้นที่รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส 8  8  64 ตารางเซนติเมตร

ตอบ
ตอบ6464ตารางเซนติ เมตรเมตร
ตารางเซนติ

26. ให้เติมเลขโดดลงใน  เพื่อให้การหารครั้งนี้เป็นจริง
ตอบ
7 9 7 1
) 5 3 ) 5 1 4 6 3
7 7 7 7
4
7 3 7 6
7 3 7 1
5 3
5 3
0 0
 

   
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 57

27. A B
กําหนดให ABCD เปนรูปสี่เหลี่ยมผืนผา
27.27.
F AB = 8 เซนติเมตร AE = 6 เซนติเมตร
DE = 3 เซนติเมตร
G F เปนจุดกึ่งกลางของ BE
E G เปนจุดกึ่งกลางของ FC
รูปสามเหลี่ยม DFG มีพื้นที่กี่ตารางเซนติเมตร
แนวคิDด A C B
แนวคิ
แนวคิ
แนวคิดดด AAA F BBB

FFF
E G
EEE GGG
D C
DDD 1 C C2 C
พ.ท.  ABE =  8  6  24 ซม
1 121 2 2 2
พ.ท. 
พ.ท.
พ.ท.
พ.ท. ABE ABE ABE = === พ.ท.
BCDE 8 88ABCD66624 –24พ.ท.
24ซม
ซม ซม ABE = 72  24  48 ซม2
222
 BCDE คื อ=รูพ.ท. ปพ.ท.
สี่เหลี ่ยมคางหมู =7272242424484848 2 2 2
พ.ท. 
พ.ท.
พ.ท. BCDE BCDE BCDE= =พ.ท. ABCD ABCDABCD –พ.ท.
– –พ.ท. 
พ.ท. ABEABEABE= =72 ซมซมซม
1 2
พ.ท.
  
BCDE BCDEBDEBCDE ป
คือคืรู=อปคืรูอสีปรู่เสีหลี
ปส่
ปสี่เสีหลี 
่ยเ3หลี  12 ซม
่ย8มคางหมู
มคางหมู
่ยมคางหมู
111 2
2 2 2
พ.ท. 
พ.ท.
พ.ท. BDE BDEBDE= = =3 3 83  8
8 12 12ซม
12ซม ซม 1
F คือจุดกึ่งกลาง 2BE2  2 พ.ท.  EFD  พ.ท.  BDE
1 121
F FคืFอคืจุอคืดจุอกึดจุ่งกึกลาง
ด่งกึกลาง
่งกลางBEBE BE พ.ท. พ.ท. 
พ.ท. EFDEFDEFD1พ.ท. 
พ.ท.
พ.ท. BDE
BDEBDE
2 2 2 12  6 ซม2
1 121 2 2 2
1 121212 16 6ซม6ซม ซม
พ.ท.  BEC  ABCD และ พ.ท.2 2BFC 2 = พ.ท. BEC
1 121 1 121
พ.ท.
พ.ท. พ.ท. BEC BEC =ABCD
BEC 1 ABCD
ABCD และ
1และและ
พ.ท. 
พ.ท.
พ.ท. BFCBFCBFC= = = พ.ท. BEC
พ.ท.
2 พ.ท. BEC BEC
 พ.ท.  BFC 22 2   9  8  18 2ซม 22
1 1 21 1 121
 พ.ท.
พ.ท.
พ.ท. พ.ท.    BFC
BFC
FDCBFC== พ.ท.  9989–8พ.ท.
 BCDE 8=18 18ซม
18ซม 2 2 2
EFD ซม – พ.ท.  BFC
2 2 2 2
= 48  6  18 = 24 ซม 2 2 2
พ.ท.
พ.ท. พ.ท.  FDC
FDC FDC = ==พ.ท. =พ.ท. พ.ท.
BCDE BCDE– –พ.ท.
BCDE –พ.ท. 
พ.ท. EFD
EFDEFD –พ.ท.
– –พ.ท. 
พ.ท. BFC BFC
BFC
1 1 22 2 2
 พ.ท.  DFG = ==48 =4848 666FDC
181818 ===2424 =24ซมซม24ซม 12 ซม
24ซม 2

111 2 111 2
2 2 2
ตอบ
พ.ท.
พ.ท. 12
พ.ท.  DFG
DFG DFG= =เมตร
ตารางเซนติ =  FDC FDC === =2424241212ซม
FDC 12ซม ซม
222 222
ตอบ
ตอบ
ตอบ1212 12ตารางเซนติ ตารางเซนติ
ตารางเซนติ เมตร เมตร
   

เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2553) : 58

28.
28.ถ้ถ้าถ้าให้
28. าให้ให้ผผู้ชผู้ชาย
ู้ชายาย888คนคนกักับกับผูบผู้หผู้หญิ
คน ้หญิญิงงง16 16คน
16 คนทํทํทําางานอย่
คน งานอย่าางหนึ
างานอย่ งหนึ่ง่งเสร็
างหนึ เสร็จจในเวลา
่งเสร็ ในเวลา888วัวันวันนถ้ถ้าถ้าให้
จในเวลา าให้ให้ผผู้ชผู้ชาย
ู้ชายาย40 40คน
40 คน
คน
กักับกับผูบผู้หผู้หญิ
้หญิญิงงง48 48คน
48 คนทํทํทําางานอย่
คน างานอย่งานอย่าางเดี งเดียยวกั
างเดี ยวกัวกันนนีนนี้เนีสร็ ้เสร็จจในเวลา
้เสร็ ในเวลา222วัวันวันนถามว่
จในเวลา ถามว่าาถ้าถ้าถ้าให้
ถามว่ าให้ให้ผผู้ชผู้ชาย
ู้ชายาย666คน คน
คน
กักับกับผูบผู้หผู้หญิ
้หญิญิงงง1212คน
12 คนทํทํทําางานนี
คน งานนี้จ้จะเสร็
างานนี ะเสร็จจในเวลากี
้จะเสร็ ในเวลากี่ว่วัน่วันัน(ให้
จในเวลากี (ให้ตตอบในรู
(ให้ อบในรูปปของเศษส่
ตอบในรู ของเศษส่ววนอย่
ปของเศษส่ นอย่าางต่
วนอย่ างต่งต่ําํา)ํา) )
แนวคิ
แนวคิดดด
แนวคิ
8mm16
88m 16 16www  888
เมืเมืเมื่อ่อเที
่อเทีเทียยบการทํบการทําางานใน
ยบการทํ งานใน111วัวันวันน
างานใน
4040mmm48
40 4848www  222
111
8mm16
88m 16 16www 111วัวันวันนได้ได้ได้งงาน งาน
าน === ……………. …………….
…………….  
888
111
4040mmm48
40 48www
48 111วัวันวันนได้ได้ได้งงาน งาน
าน === ……………. …………….
…………….  
222
333
  333 24 24mmm48
24 48www
48 ได้ได้ได้งงาน
งานาน === ……………. …………….
…………….  
888
444 333 111
    1616 16mmm ได้ได้ได้งงาน งานาน ===  
888 888 888
111 666 333
66m6mm ได้ได้ได้งงาน งานาน ===  
888 161616 64 6464

555


555 4040mmm80
40 80wwwได้ได้ได้งงาน
80 งาน
าน === …………….
…………….
……………. 
888
111


 
 3232www
32 ได้ได้ได้งงาน
งาน
าน ===
888
111 12
12
12 333
1212www
12 ได้ได้ได้งงาน
งาน
าน ===  
888 3232 64
32 64
64
333 333 666 333
6mm12
66m 12www
12 =   
64
6464 6464
64 64
64
64 32
32
32

32
32
32 222

 ใช้
ใช้ใช้เวลาทํ
เวลาทําางาน
เวลาทํ างาน
งาน  1010 วัวันวันน
10
333 333
222
ตอบ
ตอบ 10
ตอบ 10 วัวันวันน
10
333
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 59

29. ใหเขียนเสนแบงตารางนี้ออกเปน 4 สวนที่มีพื้นที่และรูปรางเหมือนกัน
โดยแตละสวนจะตองมีรูป •, ∆, ¨และ«ครบ ทั้ง 4 รูป

ตอบ
  

 
  
   

 

30. ให้
ใหเขียนแสดงการสับเปลี ําหนดให้ในดังรูป เพือให้
ับเปลยี นจํานวนที่กาหนดให้
บเปล่ าหนดให
าหนดใหใน ่อให้
อใหผลบวกของจํ านวน
ตามแนวส่วนของเส้นตรงทั้ง 8 เส้น มีค่าเท่ากับ 55 เท่ากัน

20 15 15
20 5 5
15 5 20 5 10
5 5 20
20
20 10
15 20

ตอบ
15 20 20

5 10 5

20 10 5 5 15

5 5 10

20 15 20
การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2554
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ

แบบทดสอบคณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา
ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ประจําป พ.ศ. 2554
การแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2554
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
แบบทดสอบคณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา
เพื่อการคัดเลือกตัวแทนนักเรียนระดับเขตพื้นที่การศึกษา ประจําป พ.ศ. 2554
สอบวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2554 เวลา 09.30 - 11.30 น.

คําชี้แจง
1. แบบทดสอบฉบับนี้ เปนแบบทดสอบชนิดเติมคําตอบ (ไมตองแสดงวิธีทํา) มีจํานวน 5 หนา
รวมเวลา 2 ชั่วโมง
2. แบบทดสอบมีทั้งหมด 28 ขอ คะแนนเต็ม 100 คะแนน
แบงเปน 3 ตอนคือ
ตอนที่ 1 ตั้งแตขอที่ 1 – 16 จํานวน 16 ขอ ขอละ 3 คะแนน รวม 48 คะแนน
ตอนที่ 2 ตั้งแตขอที่ 17 – 24 จํานวน 8 ขอ ขอละ 4 คะแนน รวม 32 คะแนน
ตอนที่ 3 ตั้งแตขอที่ 25 – 28 จํานวน 4 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 20 คะแนน
3. กระดาษคําตอบมี 1 แผน ใหนักเรียนเขียน ชื่อ-นามสกุล เลขประจําตัวสอบ หองสอบ
ชือ่ โรงเรียน สํานักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษา เขต ของนักเรียนใหครบในกระดาษคําตอบ
4. คําตอบ แตละขอที่นักเรียนตอบ ตองตอบลงในกระดาษคําตอบเทานั้นและใหตรงกับขอคําถาม
5. คําถามขอใดที่ตองแสดงคําตอบมากกวาหนึ่งคําตอบ นักเรียนตองตอบใหถูกทุกคําตอบ
จึงจะไดคะแนนในขอนั้น
6. ไมอนุญาตใหใชเครื่องคิดเลข โทรศัพท หรือ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกสใดๆ ในการคํานวณ
7. การตัดสินของคณะกรรมการถือเปนขอยุติ

แบบทดสอบฉบับนี้ เปนลิขสิทธิ์ของ
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
หามเผยแพร อางอิง ตัดตอ ดัดแปลงหรือเฉลย กอนไดรับอนุญาต
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ป 2554) : 64

ตอนที่ 1 ตั้งแตขอที่ 1-16 ขอละ 3 คะแนน

1. ถ้า 9a  8b  6c  202 และผลรวมของ a , b, c เท่ากับ 28 ให้หาค่าของ 2a  b  c

2. ถ้าค่าเฉลี่ยของจํานวนธรรมชาติ 8 จํานวน เท่ากับ 29 โดยค่าเฉลี่ยของ 5 จํานวนแรก
ของจํานวนธรรมชาติชุดนี้ เท่ากับ 26 และค่าเฉลี่ยของ 4 จํานวนสุดท้ายของจํานวนธรรมชาติ
ชุดเดียวกันเท่ากับ 31 ให้หาจํานวนที่ห้าของจํานวนธรรมชาติชุดนี้

3.
A E F B
จากรูป ABCD เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
และ EFGH เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
HC = 16 เซนติเมตร DG = 20 เซนติเมตร
D H G C ให้หาความยาวรอบรูปของรูปสี่เหลี่ยม ABCD ยาวกี่เซนติเมตร
16
20

4. แถวที่ 1 : ABC DEF GHI ……. กลุ่มที่ 1
แถวที่ 2 : BCA EFD HIG ……. กลุ่มที่ 2
แถวที่ 3 : CAB FDE IGH ……. กลุ่มที่ 3
แถวที่ 4 : ABC DEF GHI ……. กลุ่มที่ 4
ให้หากลุ่มอักษรในแถวที่ 2011

5. A B

ให้หาว่ามีรูปสามเหลี่ยมทั้งหมดกี่รูป ที่เกิดจาก
E การใช้จุด 3 จุดใด ๆ จากจุดที่กําหนดในรูปให้เป็นจุดยอด
ของมุมของรูปสามเหลี่ยมนั้น

 
D C

6. ให้หาค่า N ที่เป็นจํานวนนับที่มีค่าน้อยที่สุดที่เมื่อคูณ 45 แล้วผลลัพธ์เป็นจํานวนกําลังสองสมบูรณ์
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 65

7.7. จากตาราง
จากตาราง44
44 แสดงแบบรู
แสดงแบบรูปปชุดชุดหนึหนึ่ง ่ง เมืเมื่อ่อAAเป็เป็นนจําจํนวนนั
านวนนับบ ให้ให้หหาค่าค่า าAA

77 88 11 1010

1010 33 AA 33

11 66 55 1010

88 11 1010 77

8.8. ให้ให้หหาค่าค่า าAAเมืเมื่อ่อAA==498+500+497+501+496+502+…+451+547+450+548+449+549
498+500+497+501+496+502+…+451+547+450+548+449+549

9.9. จําจํนวนนั
านวนนับบทีที่ม่มีสองหลั
ีสองหลักกได้ได้แก่แก่ 1A,
1A,A8A8และ
และAAAA และค่
และค่าเฉลี
าเฉลี่ยของจํ
่ยของจํานวนที
านวนที่ม่มีสองหลั
ีสองหลักกทัทั้งสามจํ
้งสามจํานวนนี
านวนนี้ ้
เท่เท่ากัาบกับ2828ให้ให้หหาค่าค่า าAA

10.10. ถ้าถ้า แอปเปิ
แอปเปิ้ล้ล 11 ลังลังกับกับส้มส้ม 22ลังลัง หนัหนักรวมกั กรวมกันน125
125กิโกิลกรั
โลกรัมม
สับสับปะรดปะรด 22 ลังลังกับกับส้มส้ม 22ลังลัง หนัหนักรวมกั กรวมกันน220
220กิโกิลกรั
โลกรัมม
และแอปเปิ
และ แอปเปิ้ล้ล 33 ลังลังกับกับสับสับปะรด ปะรด22ลังลัง หนัหนักรวมกั
กรวมกันน235
235กิโกิลกรั
โลกรัมม
ให้ให้หหาว่าว่าสัาบสับปะรด
ปะรด 11 ลังลัหนั
งหนักกกีกี่ก่กิโลกรั
ิโลกรัมม

11. จากรู
11. จากรูปปเมืเมืออง งAAกักับบเมืเมืออง งBBอยูอยู่ห่หางกั
่างกันน160
160กิกิโลเมตร
โลเมตรรถยนต์
รถยนต์AAออกเดิ ออกเดินนทางจากเมื
ทางจากเมืออง งAAและในเวลา
และในเวลา
เดีเดียวกั
ยวกันนรถยนต์
รถยนต์BBก็อก็อกเดิ ออกเดินนทางจากเมื
ทางจากเมืององBB รถยนต์ รถยนต์ททั้งสองคั
ั้งสองคันนต่ต่างเดิ
างเดินนทางมุ
ทางมุ่งหน้
่งหน้าไปเมื
าไปเมืององCC
รถยนต์
รถยนต์AA รถยนต์
รถยนต์BB

เมืเมืององAA เมืเมืององBB เมืเมืององCC
160
160กม.
กม.

ถ้าถ้ความเร็
าความเร็วของรถยนต์
วของรถยนต์AAและรถยนต์ และรถยนต์BBเท่เท่ากัาบกับ8080และ
และ6060กิโกิลเมตรต่
โลเมตรต่อชัอ่วชัโมงตามลํ
่วโมงตามลําดัาดับบ
ให้ให้หหาว่าว่ารถยนต์
ารถยนต์AAจะวิ
จะวิ่งทั่งทันนรถยนต์
รถยนต์BB เมืเมื่อเวลาผ่
่อเวลาผ่านไปกี
านไปกี่ชั่วชโมง
ั่วโมง

12.12.มีมีนมีนักนเรี
ักักเรียเรีนเจ็
ยยนเจ็
นเจ็ ดคนคื
ดดคนคื คนคื อออA,A,B, A,B,C,B,C,D,C,D,E,D,E,FE,F และ Fและและ Gมายืนมายื
GG มายื นเรีเรียนงกัยเรีงกันยนเป็
งกัเป็นนนแถวหน้
เปแถวหน้
นแถวหน ากระดานหนึ
ากระดานหนึ
ากระดานหนึ ่งแถว่งแถว
่งแถว
ถ้าถ้ถกําากํกํหนดให้
าาหนดให้
หนดให BBและ Bและ CCจะต้
และ Cจะต้ องยื
องยื
จะต อนงยื
นติติดนดกัตินกัดนเสมอ
กัเสมอ
นเสมอ
ให้ให้ให
หหาว่หาว่าาวจะมี
าจะมี วิธวีกิธวารยื
าจะมี นนเรีเรีนยเรีงกั
ีกิธารยื
ีการยื ยงกั ยนงกั
นเป็เป็
นนเปนแถวหน้
แถวหน้
นแถวหน ากระดานนี
ากระดานนี้ได้้ได้ททั้งหมดกี
ากระดานครั นี้ไดท่วิธั้ง่วีทหมดกี
ั้ง้งหมดกี ิธีท่แตกต่่วาิธงกั
ี่แตกต่ ี่แนตกต
าีทงกั น างกัน
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ป 2554) : 66

13. A B กําหนด BD เป็นเส้นทแยงมุมเส้นหนึ่ง
13. A B กํของรู
าหนดปสีBD ่เหลีเป็่ยนมผืเส้นนผ้ทแยงมุ
า ABCDมเส้นหนึ่ง
ของรู 1
เมื่อพืป้นสีที่เหลี
่ ่ยCDE
มผืนผ้เท่าาABCDกับ ของพื้นที่ABCD
15
เมื่อพื้นที่  CDE เท่ากับ ของพื้นที่ABCD
E และพื้นที่  ABE เท่ากับ 90 5 ตารางเซนติเมตร
ให้หาพื
และพื องรูปเท่
้นที้น่ ที่ขABE ากับABCD
90 ตารางเซนติเมตร
D E C ให้หาพื้นที่ของรูป  ABCD
D C

14. A B
14. A B
ABCD เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
8 ซม. มีความยาวของด้
ABCD เป็นรูปสี่เหลี านกํ่ยมผื
าหนดไว้
นผ้า ดังรูป
8 ซม. มีMความยาวของด้
เป็นจุดกึ่งกลางด้ านกํ าหนดไว้
น DE ดังรูป
Mให้หเป็าพื
นจุ้นดทีกึ่ร่งูปกลางด้
สี่เหลี่ยามน ABMD
DE
E ให้หาพื้นที่รูปสี่เหลี่ยม ABMD
M
M7 ซม. EE ซม.
2
D 2C ซม.
D 7 ซม. C
15. มีเก้าอี้วางเรียงติดต่อกันในแนวเส้นตรง 15 ตัว แล้วจัดนักเรียน 4 คน นั่งเก้าอี้ดังกล่าว
15. มีโดยให้
15. เมีก้เากอีา้วอีนางเรี
้วักางเรี ยงติ
เรียงติ
นทั ด้งต่ด4อตกัคนนั
อนกัในแนวเส้
น่งในแนวเส
ติดกันนเสมอ นตรง
ตรง ให้หตั15
15 าจํ ตันวนวิ
ววแล
ว าแล้ จัดธวนัีทจักี่ทดเรีนัี่แยตกต่
กนเรี4ยานคน
งกั4นนันัคน
่งกเก้เรีนัายอี่งนนั
เก
้ดังา่งกล่
อีตามเงื
้ดาังวกล่อานไขที
ว ่กําหนด
โดยให
โดยให้ นักนเรีักยเรีนทั
ยนทั
้ง 4้ง คนนั
4 คนนั ่งติด่งกัตินดเสมอ
กันเสมอ
ให้หให
าจํหานวนวิ
าจํานวนวิ
ธีที่ทธี่แีทตกต่ ี่แตกต
างกัานงกันันกเรีที่นยนนั ักเรี่งยตามเงื
นนั่งตามเงื
่อนไขที่อนไขที
่กําหนด่กําหนด

16. ส่วนของเส้นตรง 2 เส้น
16. ส่สมีววจนของเส้
ุดตัดมากที
นของเส นนตรง
ตรง่สุด221 เส้จุเสดนน
มีมีจจุดุดตัตัดดมากที
มากที่ส่สุดุด11จุจุดด

ส่วนของเส้นตรง 3 เส้น
ส่มีววจนของเส้
ส นของเส
ุดตัดมากทีนนตรง
ตรง่สุด333 เส้จุเสดนน
มีมีจจุดุดตัตัดดมากที
มากที่ส่สุดุด33จุจุดด

ส่วนของเส้นตรง 4 เส้น
ส่สมีววจนของเส้
ุดตัดมากที
นของเส นนตรง่สุด446 เส้จุเสดนน
ตรง
มีมีจจุดุดตัตัดดมากที
มากที่ส่สุดุด66จุจุดด
ถ้ามีส่วนของเส้นตรง 2011 เส้น ให้หาว่าจะมีจุดตัดมากที่สุดกี่จุด
ถ้ามีส่วนของเส้นตรง 2011 เส้น ให้หาว่าจะมีจุดตัดมากที่สุดกี่จุด
ถามีสวนของเสนตรง 2011 เสน ใหหาวาจะมีจุดตัดมากที่สุดกี่จุด
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 67

17. 11 12 1 ตอนที่ 2 ตั้งแตขอที่ 17-24 ขอละ 4 คะแนน
10 2 ให้หาค่ามุมที่นอ้ ยที่สุดระหว่างเข็มสั้น
17. 12 1
9 11 12  3 (บอกชั่วโมง) กับเข็มยาว (บอกนาที)
17. 1011 1 2 ให้่อหเวลา
าค่ามุ16.15 มที่นอ้ ยที
17. 8
10
9 11
12 1 42 เมื
ให้ ห าค่ า มุ ม ที น
่ อ
้ น. ่ส่ส(ตอบในรู
ยที
ุดระหว่าปงเข็ทศนิ

ุ ระหว่ างเข็
มสัย้นม 1 ตําแหน่ง)
มสั)้น
7 6 5 3 (บอกชั่วโมง) กับเข็มยาว (บอกนาที
910  23 ให้หาค่่วาโมง)
(บอกชั มุมที่นกัอ้ บยที
เข็ ่สยาวุดระหว่ างเข็มสั)้น
8
98 7  5 4 3
4 เมื ่อเวลา 16.15 น.ม(ตอบในรู (บอกนาที ปทศนิยม 1 ตําแหน่ง)
6 (บอกชั
เมื ่อเวลา่วโมง) 16.15 กับเข็
น.ม(ตอบในรู
ยาว (บอกนาที ปทศนิ)ยม 1 ตําแหน่ง)
8 7 6 5 4 เมื่อเวลา 16.15 น. (ตอบในรูปทศนิยม 1 ตําแหน่ง)
18. การสอบแข่7 งขัน6 คณิ5ตศาสตร์ครั้งหนึ่ง มีนักเรียนเข้าร่วมการสอบจํานวนทั้งหมด 100 คน
ค่าเฉลี่ยของคะแนนรวมของนักเรียนทั้งหมด เท่ากับ 80 คะแนน ค่าเฉลี่ยของคะแนนรวม
18. การสอบแข่
ของนั กเรียนหญิ งขันคณิ
งทั้งตตหมดและค่
ศาสตร์ครัา้งเฉลี
หนึ่ง่ยของคะแนนรวมของนั
มีนักเรียนเข้าร่วมการสอบจํ กเรียนชายทั านวนทั้งหมด ้งหมดเท่100 คน และ
ากับ 76
18. การสอบแข่
ค่86าเฉลี ย
่ งขั น คณิ
ของคะแนนรวมของนั ศาสตร์ คกรั ง
้ หนึ
เรี ย ง

นทั ง
้ มี น
หมด ก
ั เรี ย
เท่นเข้
ากัา บร่ ว มการสอบจํ
80 คะแนน า นวนทั
ค่ า เฉลี ง
้ หมด

่ 100
ของคะแนนรวม คน
18. คะแนน
ค่การสอบแข่
าเฉลี งขัตามลํ
นคณิตาดัศาสตร์
บ ให้หคาว่
รั้งาหนึ
การสอบแข่
่ง ้งมีหมด นักเรีงยเท่
ขันเข้
นาครั
กัาบร่ง้ นีวมการสอบจํ
้มีนักคะแนน
เรียนหญิ งค่เข้าเฉลี
านวนทั าร่้งวหมด ่ยมการสอบกี
100 คน ่คน
ของนั ก่ยเรีของคะแนนรวมของนั
ยนหญิงทั้งหมดและค่กาเรีเฉลี ยนทั ่ยของคะแนนรวมของนั 80 กเรียนชายทั ้งหมด ของคะแนนรวม
เท่ากับ 76 และ
ค่าเฉลีก่ยเรีของคะแนนรวมของนั
ของนั ยนหญิ งทั้งาหมดและค่ กเรียนทั ้งหมด เท่ากับ 80 คะแนน ค่าเฉลี่ยของคะแนนรวม
86 คะแนน ตามลํ ดับ ให้หาว่าาเฉลี ่ยของคะแนนรวมของนั
การสอบแข่ งขันครัง้ นี้มีนักกเรีเรียยนหญิ นชายทั งเข้า้งหมด ร่วมการสอบกี เท่ากับ 76 ่คน และ
86 คะแนน ตามลําดับ ให้หาว่าการสอบแข่งขันครัง้ นี้มีนักเรียนหญิงเข้าร่วมการสอบกี่คน และ
ของนั ก เรี ย นหญิ งทั ง
้ หมดและค่ า เฉลี ย
่ ของคะแนนรวมของนั กเรี ย นชายทั ง
้ หมด เท่ ากั บ 76
19. 86 คะแนน 4ตามลําBดับ ให้หาว่าการสอบแข่งขันครัง้ นี้มีนักเรียนหญิงเข้าร่วมการสอบกี่คน
A
19. 4 B
19. A 4 B
A 4 B 10 จากรูป ให้หาส่วนที่แรเงา
19.
8 A มีพื้นที่กี่ตารางหน่วย
10 จากรูป ให้หาส่วนที่แรเงา
10
8 10 มีจากรู
พื้นทีป่กให้ หาส่วนทีวย่แรเงา
ี่ตารางหน่
8 จากรู
มีพื้นทีป่กให้ หาส่วนทีวย่แรเงา
ี่ตารางหน่
8 D C มีพื้นที่กี่ตารางหน่วย
7
D 7 C
1 D 1 7 1 C 1 1 1 1
20. ให้หาค่า x เมื่อ x  D   
C   
2 1 5 5 1 87 8 1 11 11 1 14 14 1 17 17 1 20 20 1 23
20. ให้หาค่า xปเศษส่
(ตอบในรู  า1งต่ํา) 1  1  1  1  1  1
เมื่อ วx นอย่
20. ให้หาค่า x เมื่อ x  2 1 5  5 1 8  8 1 11  11 1 14  14 1 17  17 1 20  20 1 23
20. ให้หาค่า xปเศษส่
(ตอบในรู  2างต่5ํา) 5  8  8  11  11  14  14  17  17  20  20  23
เมื่อ วx นอย่
(ตอบในรูปเศษส่วนอย่2างต่5ํา) 5  8 8  11 11  14 14  17 17  20 20  23
21. (ตอบในรูปเศษส่วนอย่างต่ํา)
1
21. 2 3 4
21.
21. 5 6 711 8 9
10 11 2212 33113 4414 15 16
17 18 5519 26620 37721 88422 9923 24 25
26 27 10 10
28 511 11 12
29 612
30 71313 14
31 814 15
32 915 16
33 16
34 35 36
... 1717
... 10 18 19
...18 11 20 21 22 23 24 25
19 12
20 13
21 14
22 15
23 16
24 25
26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36
26 17 18 19
29 2030่ 20021
31คือ22 23
33 24
34 25
...27 า...28
ให้หาจํานวนที่ส...องจากซ้ ยมือในแถวที 32
จํานวนใด 35 36
26 27
... ... ... 28 29 30 31 32 33 34 35 36
ให้หาจํานวนที่ส...องจากซ้
... า...ยมือในแถวที่ 200 คือจํานวนใด
ให้หาจํานวนที่สองจากซ้ายมือในแถวที่ 200 คือจํานวนใด
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ป 2554) : 68

22. กระดาษรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสถูกแบ่งออกเป็น 5 ส่วน
เท่าๆ กัน แต่ละส่วนเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ที่มีความยาวรอบรูปแต่ละรูปเมื่อนับรวมกัน
22. ทักระดาษรู
้งห้ารูปได้ปเท่สี่เาหลี
กับ่ย72
มจัตเซนติ
ุรัสถูกเมตร
แบ่งออกเป็น 5 ส่วน
เท่าๆ กัน แต่ละส่วนเป็นรูปสีสี่เหลี
ให้ ห าความยาวรอบรู ป ของรู ป ่เหลี่ย่ยมผืมจันตผุ้ราสั รูปนี้
ที่มีความยาวรอบรูปแต่ละรูปเมื่อนับรวมกัน
ทั้งห้ารูปได้เท่ากับ 72 เซนติเมตร
23. A ให้หาความยาวรอบรูปของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรสั รูปนี้
จากรูปถ้าต้องการเดินทางจากจุด A ไปยังจุด B
ซึ่งต้องเดินในทิศตะวันออกและทิศใต้เท่านั้น
23. ให้หาว่าจะมีเส้นทางเดินที่แตกต่างกันทั้งหมดกี่เส้นทาง
A
จากรูปถ้าต้องการเดินทางจากจุด A ไปยังจุด B
ซึ่งต้องเดินในทิศตะวันออกและทิศใต้เท่านั้น
ให้หาว่าจะมีเส้นทางเดินที่แตกต่างกันทั้งหมดกี่เส้นทาง

B

24. กําหนด P,Q และ R เป็นจํานวนนับสามจํานวน P : ( P+Q ) = 4 : 9 และ Q : ( Q+R ) = 3 : 4
ถ้าผลรวมของ Pและ R เท่ากับ 323 ให้หาค่าของ QB

25. กํจําานวนนั
หนด บP,Qที่มีคและ่าตั้งแต่
R เป็1่ น3ถึจํงตัา60 และมี 3 หรื อ 4 หรื
P ข:อ(อ5P+Q
เป็นตัว=คูณ4มีท: 9ั้งหมดกี
และ ่จQาํ นวน
24. ตอนที ้งแตขบสามจํ
นวนนั อที่ 25-28
านวน ละ 5) คะแนน : ( Q+R ) = 3 : 4
ถ้าผลรวมของ Pและ R เท่ากับ 323 ให้หาค่าของ Q
26. งานอย่างหนึ่ง ถ้าใช้ผู้ชาย 24 คน จะทําเสร็จในเวลา 90 วัน เมื่อผูช้ ายกลุ่มนี้ทํางานไปได้ 46 วัน
25. จํอุาปนวนนั
กรณ์มบีปทีัญ่มหาต้
ีค่าตัอ้งแต่
งหยุ1ดทํถึางงานไป
60 และมี 12 วั3น หรื
แล้อวกลั บมาทํ
4 หรื อ 5าเป็งานอี
นตัวกคูครัณ้งมีแต่ นายจ้า่จงต้
ทั้งหมดกี องการให้งานเสร็จ
าํ นวน
ภายในกําหนดเดิม ให้หาว่าจะต้องหาผู้ชายมาเพิ่มอีกกี่คน
26. งานอย่างหนึ่ง ถ้าใช้ผู้ชาย 24 คน จะทําเสร็จในเวลา 90 วัน เมื่อผูช้ ายกลุ่มนี้ทํางานไปได้ 46 วัน
อุปกรณ์มีปัญหาต้องหยุดทํางานไป 12 วัน แล้วกลับมาทํางานอีกครั้ง แต่นายจ้างต้องการให้งานเสร็จ
27. กํภายในกํ 7 ม ให้4ฃหาว่าจะต้
าหนดให้าหนดเดิ เป็อนงหาผู
จํานวนที ่มี 4 ่มหลั
้ชายมาเพิ อีกกกี่คทีน่หารด้วย 55 ลงตัว ให้หาจํานวน 4 หลัก
ทั้งหมดที่เป็นไปได้

28.
27. ให้
กําหหนดให้
าผลบวกของจํ
7 านวนนั4ฃ บทั้งเป็หมดที ่มีค่าระหว่
นจํานวนที ่มี 4างหลั120
ก ทีกับ่หารด้
150วยซึง่ มี55ตัวประกอบ
ลงตัว ให้8หาจํ
ตัวานวน 4 หลัก
ทั้งหมดที่เป็นไปได้

28. ให้หาผลบวกของจํานวนนับทั้งหมดที่มีค่าระหว่าง 120 กับ 150 ซึง่ มีตัวประกอบ 8 ตัว
การแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ พ.ศ. 2554
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

แนวคิดแบบทดสอบคณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา
เพื่อการคัดเลือกตัวแทนนักเรียนระดับเขตพื้นที่การศึกษา ประจําป พ.ศ. 2554

แนวคิดแบบทดสอบคณิตศาสตรฉบับนี้ เปนลิขสิทธิ์ของ
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
หามเผยแพร อางอิง ตัดตอ ดัดแปลงหรือเฉลย กอนไดรับอนุญาต
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ป 2554) : 70

1. ถ้า 9a  8b  6c  202 และผลรวมของ a , b, c เท่ากับ 28 ให้หาค่าของ 2a  b  c

แนวคิ ด ด
แนวคิ
a+b+c = 28 …………………
9a + 8b + 6c = 202 ………………… 
 7 ; 7a + 7b + 7c = 196 ………………… 
 ; 2a + b  c = 6

ตอบ 6

2. ถ้าค่าเฉลี่ยของจํานวนธรรมชาติ 8 จํานวน เท่ากับ 29 โดยค่าเฉลี่ยของ 5 จํานวนแรก
ของจํานวนธรรมชาติชุดนี้ เท่ากับ 26 และค่าเฉลี่ยของ 4 จํานวนสุดท้ายของจํานวนธรรมชาติ
ชุดเดียวกันเท่ากับ 31 ให้หาจํานวนที่ห้าของจํานวนธรรมชาติชุดนี้

แนวคิ ด ด
แนวคิ
31

26

29

ผลรวมของ 5 จํานวนแรก คือ 26  5  130
ผลรวมของ 4 จํานวนสุดท้าย คือ 31  4  124
ผลรวมของ 8 จํานวน คือ 29  8  232
130  124  232  22
จํานวนที่ 5 ของจํานวนธรรมชาติชุดนี้คือ 22

ตอบ 22
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 71

3.
A E F B
เปนรู
จากรูป ABCD เป็ นรูปปสี
ปส่สี่เหลี่ยมผืนผ้า
เปนรู
และ EFGH เป็ นรูปปสี
ปส่สี่เหลี่ยมจัตุรัส
HC = 16 เซนติเมตร DG = 20 เซนติเมตร
D H G C ใหหาความยาวรอบรู
ให้ หาความยาวรอบรูปของรูปปสี ปส่สี่เหลี่ยม ABCD ยาวกี่เซนติเมตร
16
20

แนวคิ ด ด
แนวคิ
จากรูป GC + CB = HC
จากรูป BC + GC = 16 เซนติเมตร
= 16 เซนติเมตร
AD + AE = 20 เซนติเมตร
ความยาวรอบรูDG
ปของรูป=20ABCD เซนติเมตร
16 ป2¨
ความยาวรอบรู= ปของรู ABCD
+ 20 2
= 16
= 32 + 40× 2 + 20 ×2
= = 7232 + 40
= 72
ตอบ
ตอบ 7272 เซนติ
เซนติเเมตร
มตร

4. แถวที่ 1 : ABC DEF GHI …….. กลุ่มที่ 1
แถวที่ 2 : BCA EFD HIG …….. กลุ่มที่ 2
แถวที่ 3 : CAB FDE IGH …….. กลุ่มที่ 3
แถวที่ 4 : ABC DEF GHI …….. กลุ่มที่ 4
ให้หากลุ่มอักษรในแถวที่ 2011

แนวคิ
แนวคิ ด ด
กลุ่มอักษรจะซ้าํ กันทุก ๆ 3 แถว
แถวที่ 4 จะได้ว่า 43 = 1 เศษ 1 เป็นอักษรในแถวที่ 1
แถวที่ 5 จะได้ว่า 53 = 1 เศษ 2 เป็นอักษรในแถวที่ 2
แถวที่ 6 จะได้ว่า 63 = 2 เศษ 0 เป็นอักษรในแถวที่ 3
 แถวที่ 2011 จะได้ว่า 2011  3 = 670 เศษ 1 เป็นอักษรในแถวที่ 1
คือ ABC, DEF, GHI

ตอบ ABC, DEF, GHI
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ป 2554) : 72

5. A B
 ใหหาว่ามีรปสามเหลี
ให้ ูปสามเหลียมทั้งหมดกี่รูป ที่เกิดจาก
ปสามเหล่
การใชจุด 3 จุดใด ๆ จากจุดที่กาหนดให้
การใช้ ําหนดให้ในรปเป็
าหนดให
าหนดใหในร ูปเป็ ดยอด
ปเปนจุ
E ของมุมของรูปสามเหลี
ปสามเหลียมนั้น
ปสามเหล่

 
D C
แนวคิ
แนวคิ ด ด
A B

ABE BEC
ACE CED
E ABD BDC
ACD EDB
ACB
 
D C

ตอบ 9 รูป

ใหหาค่า N ทีเป็
6. ให้ ่เป็ านวนนับที่มีค่าน้อยที่สุดที่เมื่อคูณ 45 แล้วผลลัพธ์เป็
เปนจํ เป็ านวนกําลังสองสมบูรณ์
เปนจํ

แนวคิ
แนวคิ ด ด
45N = 9  5  N
= 335N
จะพบว่า ถ้าต้องการให้
องการให้้ 45N เป็
องการให เปนจํานวนกําลังสมบูรณ์แล้ว N = 5 จะได้
จะไดว่า
5  45 = 3  3  5  5
N = 5

ตอบ 5
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 73

7. จากตาราง 44 แสดงแบบรูปชุดหนึ่ง เมื่อ A เป็
เปนจํานวนนับ ให้
ใหหาค่า A

7 8 1 10

10 3 A 3

1 6 5 10

8 1 10 7

แนวคิ
แนวคิ ด ด

สังเกตแต่ละแถวและแต่ละคอลัมน์
ผลรวมเลขคู่ – ผลรวมเลขคี่ = 10 คือ
(8+10) – (7+1) = 10
(10+6) – (1+5) = 10
(10+8) – (1+7) = 10
(10+A) – (3+3) = 10
A=6
ตอบ 6
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ป 2554) : 74

8. ให้หาค่า A เมื่อ A = 498+500+497+501+496+502+…+451+547+450+548+449+549
แนวคิ
ให้ดหาค่ดา A เมื่อ A = 498+500+497+501+496+502+…+451+547+450+548+449+549
แนวคิ
8.
A = (498+500)+(497+501)+(496+502)+…+(451+547)+(450+548)+(449+549)
แนวคิด A = 998+998+998+…+998
A = (498+500)+(497+501)+(496+502)+…+(451+547)+(450+548)+(449+549)
50 จํานวน
A = 998+998+998+…+998
จาก 500 ถึง 549 549 มีหรื50อ จํ449
านวนถึง 498 มี 50 จํานวน
A = 99850 50 จํานวน
จาก=500 ถึง 549 มี 50 จํานวน
49,900
A = 99850
ตอบ = 49,900

ตอบ 49,900
9. จํานวนนับที่มีสองหลัก ได้แก่ 1A, A8 และ AA และค่าเฉลี่ยของจํานวนที่มีสองหลักทั้งสามจํานวนนี้
เท่ากับ 28 ให้หาค่า A
9. จํานวนนับที่มีสองหลัก ได้แก่ 1A, A8 และ AA และค่าเฉลี่ยของจํานวนที่มีสองหลักทั้งสามจํานวนนี้
แนวคิ
แนวคิ
เท่ าดกัทีบ่ ด128 ให้หาค่า A
ผลรวมของสามจํานวนคือ 283 = 84
แนวคิดที1A่ 1 + A8 + AA
แนวคิผลรวมของสามจํ
สุด่มทีA่ 1= 3 านวนคือ 283 = 84
จะได้+ วA8
1A ่า 13+38+33
+ AA = 84
สุ่ม A = 3
แนวคิดทีจะได้ ่ 2 ว่า 13+38+33 = 84
1A A== 31 × 10 + A ………………… 
แนวคิ
แนวคิ ดทีA8 ่ ด2ที่ =2 A × 10 + 8 ………………… 
AA = 1A × 10 + A ………………… 
1A 
++ A8 = ได้A ×22A = 84 ซึ่งเท่า
10 + 818 ………………… กับ 28 × 3
เพราะฉะนัAA =้น A22A × 10+ 18
+ A = …………………
84 
+ +
++ ได้ 22A +A 18= =3 84 ซึ่งเท่ากับ 28 × 3
เพราะฉะนัตอบ ้น 322A + 18 = 84
A = 3
ตอบ 3
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 75

10. ถ้า แอปเปิ้ล 1 ลัง กับ ส้ม 2 ลัง หนักรวมกัน 125 กิโลกรัม
สับปะรด 2 ลัง กับ ส้ม 2 ลัง หนักรวมกัน 220 กิโลกรัม
และ แอปเปิ้ล 3 ลัง กับ สับปะรด 2 ลัง หนักรวมกัน 235 กิโลกรัม
ให้หาว่าสับปะรด 1 ลังหนักกี่กิโลกรัม

แนวคิแนวคิ
ด ด
ให้ แอปเปิ้ล 1 ลัง หนัก a กิโลกรัม
ให้ ส้ม 1 ลัง หนัก b กิโลกรัม
ให้ สับปะรด 1 ลัง หนัก c กิโลกรัม
จากโจทย์จะได้ว่า
a + 2b = 125 ………..(1)
2c + 2b = 220 …….…..(2)
3a + 2c = 235 ………..(3)

(2)(1)  2c  a = 95 ………..(4)
(3)(4)  4a = 140
a = 35
แทนค่า a ใน (3) จะได้
3(35) + 2c = 235
105 + 2c = 235
2c = 235 - 105
2c = 130
c = 65

ตอบ 65 กิโลกรัม
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ป 2554) : 76

11. จากรูปเมือง A กับเมือง B อยู่ห่างกัน 160 กิโลเมตร รถยนต์ A ออกเดินทางจากเมือง A และในเวลา
11. เดีจากรู
ยวกัปนเมืรถยนต์
อง A กัBบก็เมือออกเดิ
ง B นอยูทางจากเมื อง Bกิโลเมตร
่ห่างกัน 160 รถยนต์ทรถยนต์
ั้งสองคัAนต่ออกเดิ
างเดินนทางมุ ่งหน้าไปเมื
ทางจากเมื อง Aอและในเวลา
งC
เดียวกันรถยนต์
รถยนต์BAก็ออกเดินทางจากเมือง B รถยนต์ ทBั้งสองคันต่างเดินทางมุ่งหน้าไปเมือง C
รถยนต์ A รถยนต์ B
เมือง A เมือง B เมือง C
160 กม.
เมือง A เมือง B เมือง C
ถ้าถความเร็
าความเร็วของรถยนต์
วของรถยนต 160 Aกม.
และรถยนต
A และรถยนต์ B เท่Bาเท กับากั80บ 80
และและ 60 กิ60โลเมตรต่
กิโลเมตรต อชั่วโมงตามลํ
อชั่วโมงตามลํ าดับ าดับ
ให้ถ้ให หาวารถยนต์
าหความเร็
าว่ ารถยนต
A Aจะวิจะวิ
วของรถยนต์ ่งทัA่งนทัและรถยนต์
นรถยนต
รถยนต์ B BเมืB่อเมื ่อากัเวลาผ
เวลาผ่
เท่ บา80 าและ
นไปกี
นไปกี ่ชั่วกิโมง
่ชั่ว60
โมง โลเมตรต่อชั่วโมงตามลําดับ
ให้แนวคิ
หาว่าดรถยนต์ A จะวิ่งทันรถยนต์ B เมื่อเวลาผ่านไปกี่ชั่วโมง
แนวคิด
ใน 1ความแตกต่
ชม. รถยนต A วิ่งไดระยะทางมากกวารถยนต B เทากับ 80-60 = 20 กม.
างของความเร็วของรถยนต์สองคันนี้ คือ 80 – 60 = 20 กม/ชม.
แนวคิ ด
รถยนต A จะทั่รนถยนต์
รถยนตA วิB่งทัเมืน่อรถยนต์
วิ่งไดทางมากกว าลเมตร
รถยนต B เทากับ 160 กม.
ระยะทางที
ความแตกต่ างของความเร็ วของรถยนต์160 B 160 กิ โ
สองคันนี้ คือ 80 – 60 = 20 กม/ชม.
ระยะทาง 20 กม. ใชเวลา 1 ชม.
รถยนต์ A จะวิ ง
่ ทั น รถยนต์ B
ระยะทางที่รถยนต์ A วิ่งทั1นรถยนต์ B 160 ใช้ เ วลา ชั่วโมง
กิ8โลเมตร
ระยะทาง 160 กม. ใชเวลา 20 X 160 =160 20
80 ชม.
รถยนต์ A จะวิ่งทันรถยนต์ B ใช้เวลา  8 ชั่วโมง
20
ตอบ 8 ชั่วโมง
ตอบ 8 ชั่วโมง
ตอบ 8 ชั่วโมง
12. มีนักเรียนเจ็ดคนคือ A, B, C, D, E, F และ G มายืนเรียงกันเป็นแถวหน้ากระดานหนึ่งแถว
12.ถ้มีานกํักาหนดให้
12. เรียนเจ็ดBคนคื และออ C A,จะต้
คนคื A, B,B,อC,งยื
C,นD,D,ติดE,E,กัFนFเสมอและ GGมายื
และ มายืนเรีนเรียงกั
ยงกันเป็นเป
นแถวหน้ นแถวหน ากระดานหนึ
ากระดานหนึ ่งแถว
่งแถว
ให้ ห าว่ าจะมี
ถถ้ากําหนดให วธ
ิ ก

หนดให้ BB และ ารยื น เรี
และ CC จะต้ ยงกั น เป็ น แถวหน้ า กระดานนี
จะตอองยืงยืนนติติดดกักันนเสมอ
เสมอ ้ ได้ ท ง
้ ั หมดกี ว
่ ธ
ิ ี ท แ
่ ี ตกต่ างกั น
ให้หาว่
ให าวาจะมี
จะมีววิธิธีกีการยื
ารยืนนเรีเรียยงกังกันนเป็เปนนแถวหน้
แถวหนากระดานนี
ากระดานครั ้ได้ท้งั้งนีหมดกี
้ไดทั้ง่วหมดกี
ิธีที่แตกต่
่วิธีทาี่แงกัตกต
น างกัน
แนวคิด
A,ดB, C,ด D, E, F และ G ยืนเรียงกันเป็นแถวหน้ากระดาน B และ C ยืนติดกันเสมอ
แนวคิแนวคิ
ดัA,งนัB,้น C,B D,
และE, CF มีและ วิธียืนGได้ยื2นเรีวิยธีงกัคนที นเป็่เหลื
นแถวหน้อคือ ากระดาน B และ C ยืนติดกันเสมอ
ดังนั้น B และ C มีวิธียืนได้ 2 วิธAี คนที จะมีว่เหลื
ิธียืนอคืได้อ 6 วิธี
BAจะมี
จะมีววิธิธียียืนืนได้ได้56วิวิธธี ี
DB จะมี
จะมีววิธิธียียืนืนได้
ได้ 45 วิวิธธี ี
EDจะมี
จะมีววิธิธียียืนืนได้ได้34วิวิธธี ี
FE จะมี
จะมีววิธิธียียืนืนได้ได้ 23 วิวิธธี ี และ
GF จะมี
จะมีววิธิธียียืนืนได้
ได้ 12 วิวิธธี ี และ
นั่นคือนักเรียนทั้ง 7 คน จะมีวิธGียจะมี ืนที่แวตกต่
ิธียืนาได้งกัน1 ได้วิธี 2 × 6! = 2 × 6 × 5 × 4 × 3 × 2 × 1 วิธี
นั่นคือนักเรียนทั้ง 7 คน จะมีวิธียืนที่แตกต่างกันได้ =2 1440 × 6! วิ=ธี 2 × 6 × 5 × 4 × 3 × 2 × 1 วิธี
ตอบ 1440 วิธี = 1440 วิธี
ตอบ 1440 วิธี
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 77

13. A B กําหนด BD เป็นเส้นทแยงมุมเส้นหนึ่ง
ของรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ABCD
เมื่อพื้นที่  CDE เท่ากับ 1 ของพื้นที่ABCD
5
และพื้นที่  ABE เท่ากับ 90 ตารางเซนติเมตร
E ให้หาพื้นที่ของรูป  ABCD
D C

แนวคิด แนวคิด
A B

I

III IV
E
II
D C

พื้นที่ I เท่ากับ พื้นที่ IV รูปสามเหลี่ยมที่มีฐานยาวเท่ากันความสูงเท่ากันจะมีพื้นที่เท่ากัน
พื้นที่ II เท่ากับ พื้นที่ III รูปสามเหลี่ยมที่มีฐานยาวเท่ากันความสูงเท่ากันจะมีพื้นที่เท่ากัน
พื้นที่ I และ IV เท่ากับ 90 + 90 = 180 ซม. 2
เมื่อพื้นที่ II เท่ากับ 1 ของ ABCD = 20% ของ ABCD
5
1
 พื้นที่ III เท่ากับ ของ ABCD เช่นเดียวกัน
5
1 1 2
พื้นที่II + พื้นที่III เท่ากับ   ของ ABCD
5 5 5
ดังนั้น หาพื้นที่ I และพื้นที่ IV เท่ากับ 1  2  3 ของ ABCD
5 5
จะได้ว่า
3
เท่ากับ 180 ตารางเซนติ เมตรเมตร
ตารางเซนติ
5
3 5
1 เท่ากับ 180  180  = 300 ตารางเซนติเมตร
5 3
5 5 5
หรือ เท่ากับ 180    300 ตารางเซนติเมตร
5 3 5

ตอบ 300 ตารางเซนติเมตร
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ป 2554) : 78

14. A B

8 ซม. ABCD เป็
เปนรูปสี
ปสีเหลี่ยมผืนผ้า
ปส่
มีความยาวของด้านกําหนดไว้
าหนดไว้ งรูป
าหนดไวดั
M เป็
เปนจุดกึ่งกลางด้าน DE
EE ใหหาพื้นที่รปสี
ให้ ูปสีเหลี่ยม ABMD
ปส่
M 2 ซม.
D 7 ซม. C

แนวคิดแนวคิด
A B

8 ซม.

EE
M
22 ซม.
ซม.
D 7 ซม. C

1
พื้นที่  DCE = 72  7 ตารางเซนติเมตร
2
1 7
พื้นที่  BEM ==  8   14 ตารางเซนติเมตร
2 2
พื้นที่ ABCD = 7  10  70 ตารางเซนติเมตร
พื้นที่ ABMD == 70  7  14   70  21 ตารางเซนติเมตร

ตอบ 49 ตารางเซนติเมตร
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 79

15. มีเกก้าอี้วางเรียงติ
งติดดต่ตออกักันนในแนวเส้
ในแนวเสนนตรง
ตรง1515ตัวตัวแล้แลวจัวดจันัดกนัเรีกยเรีนยน4 คน
4 คนนั่งนัเก้่งาเกอี้ดาอีังกล่
้ดังกล
าว าว
โดยให้นักเรียนทั
โดยให นทั้ง้ง 44 คน
คนนันั่งติดกันเสมอ
เสมอ ให้
ใหหหาจําจําานวนวิ
นวนวิธธีทีที่แี่แตกต่
ตกตางกั
างกันทีน่นทีัก่นเรีักเรียนนั
ยนนัง่ ตามเงื ่อนไข
่งตามเงื ่อนไข
ทีที่ก่กําําหนด
หนด
แนวคิแนวคิ
ด ด

ให้ ก ข ค และ ง แทนนักเรียน

เก้าอี้ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15
วิธีที่ 1 ก ข ค ง
วิธีที่ 2 ก ข ค ง
วิธีที่ 3 ก ข ค ง
วิธีที่ 4 ก ข ค ง
วิธีที่ 5 ก ข ค ง
วิธีที่ 6 ก ข ค ง
วิธีที่ 7 ก ข ค ง
วิธีที่ 8 ก ข ค ง
วิธีที่ 9 ก ข ค ง
วิธีที่ 10 ก ข ค ง
วิธีที่ 11 ก ข ค ง
วิธีที่ 12 ก ข ค ง

จะเห็จะเห็ นไดนวาได้จัวด่าใหจัดนให้ักเรีนยักนเรียกนข กค งข นัค่งเกงาอีนั้เรี่งเก้
ยงตามลํ าดับ แลาดัวบเลืแล้
าอี้เรียงตามลํ ่อนไปเรื ่อย ๆ ่อย ๆ จะได้ทงั้ หมด
วเลื่อนไปเรื
12 วิจะได
ธี แต่ทลั้งะวิหมด 12 วิธี แตบทีล่นะวิักธเรีีสยามารถสลั
ธีสามารถสลั นได้ 4! บวิธทีี ่นักเรียนได 4! วิธี
ดังดันังนั้น้นจํานวนวิ
จํานวนวิ ธีทธั้งีทหมดั้งหมด= 12= x124!x=4!12= 12 × 4××4 3××3 2× ×2 1× =1 288 = 288วิธวิี ธี

ตอบ288288
ตอบ วิธี วิธี
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ป 2554) : 80

16.
ส่วนของเส้นตรง 2 เส้น
มีจุดตัดมากที่สุด 1 จุด

ส่วนของเส้นตรง 3 เส้น
มีจุดตัดมากที่สุด 3 จุด

ส่วนของเส้นตรง 4 เส้น
มีจุดตัดมากที่สุด 6 จุด

ถ้ามีส่วนของเส้นตรง 2011 เส้น ให้หาว่าจะมีจุดตัดมากที่สุดกี่จุด

แนวคิด แนวคิด
จํานวนเส้น 1 2 3 4
จํานวนจุดตัด 0 0+1 0+1+2 0+1+2+3
(1  2010) 2010
 มี 2011 เส้น จะมีจุดตัด 1 + 2 + 3 + . . . + 2010 =
2
( 2011) 2010
==
2
== 20111005
== 2,021,055

ตอบ 2,021,055 จุด
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 81

17. 17.
12 121 1
11 11 ให้หให้าค่หาาค่
มุมาทีมุ่นมอ้ ทียที
่นอ้ ่สยที ่สุดระหว่
ุดระหว่ างเข็ามงเข็
สั้นมสั้น
10 10 2 2 (บอกชั ่วโมง)
(บอกชั ่วโมง) กับเข็กับมเข็ยาวมยาว (บอกนาที
(บอกนาที ) )
9 9   3 3
เมื่อเมื
เวลา่อเวลา
16.15 16.15 น. (ตอบในรู
น. (ตอบในรู ปทศนิปทศนิ
ยม ย1มตํ1าแหน่
ตําแหน่
ง) ง)
8 8 4 4
7 6 65 5
7

แนวคิ แนวคิด
แนวคิ ด ด
เข็มเข็ มยาวเดิ
ยาวเดิ น 12น 12
ช่องช่เข็
องมเข็
สั้นมเดิสั้นนเดิ1นช่1องนาที
ช่องนาที
เข็มเข็ มยาวเดิ
ยาวเดิ น 15น 15
ช่องช่เข็
องมเข็ น  5 ช่5องนาที
สั้นมเดิสั้นนเดิ15
15
ช่องนาที
12 4 12
4
5 5 ช่องนาที
เวลาเวลา 16.15
16.15 น. เข็น.มเข็
สั้นมห่สัา้นงเข็
ห่ามงเข็
มยาว
ยาว 5 5  4ช่องนาที
4
25 25 75 

  6  75
  .37 .5 
 
 46   37 5
4 2 2

ตอบตอบ37.537.5องศาองศา

18. 18.การสอบแข่
การสอบแข่ งขันงคณิ
ขันคณิ ตศาสตร์
ตศาสตร์ ครั้งคหนึ
รั้ง่งหนึมี่งนักมีเรีนยักนเข้
เรียนเข้
าร่วามการสอบจํ
ร่วมการสอบจํ านวนทั
านวนทั ้งหมด ้งหมด100100คน คน
ค่าเฉลี
ค่าเฉลี ่ยของคะแนนรวมของนั
่ยของคะแนนรวมของนั กเรียกนทั เรีย้งนทั
หมด ้งหมดเท่าเท่ กับากั80 บ 80คะแนน คะแนนค่าเฉลี
ค่าเฉลี ่ยของคะแนนรวม
่ยของคะแนนรวม
ของนัของนั
กเรียกนหญิ
เรียนหญิ
งทั้งงหมดและค่
ทั้งหมดและค่ าเฉลีาเฉลี ่ยของคะแนนรวมของนั
่ยของคะแนนรวมของนั กเรียกนชายทั
เรียนชายทั
้งหมด ้งหมดเท่าเท่
กับากั76บ 76
และและ
86 86คะแนน คะแนนตามลํ ตามลํ
าดับาดัให้บหให้าว่หาาว่ าการสอบแข่
การสอบแข่ งขันงครั
ขันง้ ครั
นี้มง้ ีนนีัก้มเรีีนยักนหญิ
เรียนหญิ
งเข้างร่เข้วามการสอบกี
ร่วมการสอบกี
่คน ่คน

ด แนวคิ
แนวคิ
แนวคิ ด ด
สมมุสมมุ
สมมุ ตติใิให้หตนนิใกั ห้ักเรีนเรียกั ยนหญิ
เรีนหญิ
ยนหญิ งงมีมีaงมีคนa คน a คน
กกเรีนัยกนชายมี
 นันั เรียนชายมี 100100 – a–คนa คน 100 – a คน
คะแนนรวมของนั
คะแนนรวมของนั ก เรี
กกเรีเรียยนทั ย นทั
้งหมดง
้ หมด 80 
8080X100 100 =
==80008000 คะแนน
คะแนน
คะแนนรวมของนั นทั ง
้ หมด 100 8000 คะแนน
จะได้จะได้8000 8000 = 76a = 76a + 86(100
+ 86(100 – a)– a)
จะได 8000 = 76a + 86(100 – a)
10a10a = 600 = 600
10a a =a60= 60 600

ตอบ6060คน
ตอบ
ตอบ 60คน คน
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ป 2554) : 82

19.
4 B
A
จากรูป ให้ ใหหาส่วนที่แรเงา
10 มีพื้นที่กี่ตารางหน่วย
8

D 7 C

แนวคิดแนวคิด
4 B
A

10
8

D 7 C
ลากเส้น AC
1
พื้นที่ ABC   4  10  20 ตารางหน่วย
2
1
พื้นที่ ADC   7  8  28 ตารางหน่วย
2
 พื้นที่ที่ถูกแรเงา 20  28  48 ตารางหน่วย

ตอบ 48 ตารางหน่วย
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 83

20. ให้หาค่า x เมื่อ   1  1  1  1  1  1  1
20. ให้หาค่า x เมื่อ   2 1 5  5 1 8  8 111  11 1 14  14 1 17  17 1 20  20 1 23
(ตอบในรู ปเศษส่ วนอย่2างตํ5่า) 5  8 8  11 11  14 14  17 17  20 20  23
(ตอบในรู ปเศษส่ วนอย่างตํ่า)
แนวคิแนวคิ
ด ด
แนวคิด 1  1  1   1  1 
 
2 1 5 10 1 13  12 15 
    
21 5 10 1 31  21 15 
    
5 1 8 40 1 13  15 1
8
     
51 8 40 1 13  15 81 
    
8 111 88 1 13  1 1
8 11
     
8  111 88 1 13 1 8 1 11 1 1 1 1 1 1 
  ...   ...           
13  12 15 15 18 18 11 1 1 20
17 1 20 1 
1 23
               
31  21 51 5 8 8 11 17 20 20 23 
   
13  12 23 1 
   
13 232  223 
 
13 2346 2
 
37 46

7
46

46

ตอบ 7
7
46
ตอบ
46
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ป 2554) : 84

21.
1
2 3 4
5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36
... ... ...

ให้หาจํานวนที่สองจากซ้ายมือในแถวที่ 200 คือจํานวนใด
แนวคิด
แนวคิด
สังเกตแต่ละจํานวนของแต่ละแถวทางขวามือสุดคือ n2
จํานวนสุดท้ายทางขวามือแถวที่ 1 คือ 12 = 1
จํานวนสุดท้ายทางขวามือแถวที่ 2 คือ 22 = 4
จํานวนสุดท้ายทางขวามือแถวที่ 3 คือ 32 = 9
จํานวนสุดท้ายทางขวามือแถวที่ 4 คือ 42 = 16
...


2
จํานวนสุดท้ายทางขวามือแถวที่ 199 คือ 199
199

199
1791
1791 +
199
39601
จํานวนแรกของแถวที่ 200 คือ 3 9 6 0 2 และจํานวนที่สอง คือ 3 9 6 0 3

ตอบ 39,603
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 85

22. กระดาษรูปสีปสีเหลี่ยมจัตุรัสถูกแบ่งออกเป็
ปส่ งออกเป็ 5 ส่วน
งออกเปน
เท่า ๆ กัน แต่ละส่วนเป็
วนเป็ ปสี
วนเปนรู ปสีเหลี่ยมผืนผ้า
ปส่
ที่มีความยาวรอบรูปแต่
ปแต่ ปเมื
ปแตละรู ปเมือนับรวมกัน
ปเม่
ทั้งห้ารูปได้
ปได้ ากับ 72 เซนติเมตร
ปไดเท่
ใหหาความยาวรอบรูปของรูปสี
ให้ ปสีเหลี่ยมจัตุรสั รูปนี
ปส่ ปนี
ปน้

1 สวน ่วน
แนวคิแนวคิ
ด ด 1 สวน่วน 1 สวน
12 สสวน
่ววนน
2 สวน ่วน
2 ส่ววนน 2 สวน
2 สวน หรือ 11 สส่ววนน 2 สวน ่วน
1 ส่วน 2 สวน 1 ส่วน 2 สวน 1 ส่สวน
2 สวน ่วน 2 สวน ่วน
2 สวน 2 สวน
2 สวน ่วน 2 สวน ่วน
11 สสวน ่ววนน 1 1สวสนวน ่วน
จากรูปความยาวรอบรูปทั
ปทังหมดของรูปสี
ปท้ ปสีเหลี่ยมผืนผ้า ทั้งหมด 12 ส่วน = 72 เซนติเมตร
ปส่
 1 ส่วน = 72  6 เซนติเมตร
12
แต่ละส่วนมีความยาว 6 เซนติเมตร
 ความยาวรอบรูปของรูปสี
ปสีเหลี่ยมจัตุรัส เท่ากับ
ปส่ 6  4  24 เซนติเมตร

ตอบ 24 เซนติเมตร
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ป 2554) : 86

23. A


B
จากรูปถ้
ปถ้ องการเดินทางจากจุด A ไปยั
ปถาต้ ไปยงจุด B ซึ่งต้องเดินในทิ
นในทิ นออกและทิศใต้
นในทศตะวั ศใต้ านั้น
ศใตเท่
ใหหาว่าจะมีเส้นทางเดินที่แตกต่างกันทั้งหมดกี่เส้นทาง
ให้

แนวคิดแนวคิด A 1

2 2 2 2
1
2 4 6 8

2 6 12 20

2 40 40 40
8 20
40
80 120

40 B
120 240

ตอบ 240 เส้นทาง
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 87

24.
24. กํกําาหนด
หนด P,Q
P,Qและ
และRR เป็เป็นนจํจําานวนนั
นวนนับบสามจํ
สามจําานวน นวน PP: :( (P+Q
P+Q) ) == 44: :99 และ
และQQ: :( (Q+R
Q+R) )== 33: :44
ถ้ถ้าาผลรวมของ
ผลรวมของPและ
PและRR เท่เท่าากักับบ323
323ให้ให้หหาค่าค่าาของ
ของQQ

แนวคิแนวคิ
แนวคิ ดด ด
PP 44 QQ 33
 และ
และ 
PPQQ 99 QQRR 44
55PP ==44QQ และ และ Q Q=Q3R
==3R3R
44QQ QQ
PP: Q
: Q: :RR == : :QQ: :
55 33
==1212: :1515: :55
PP++RR==1717ส่ส่ววนน==323
323
QQ==1515ส่ส่ววนน== 3231515285
323
285
17
17

ตอบ
ตอบ 285
285

25.
25. จํจําานวนนั
นวนนับบทีที่ม่มีคีค่า่าตัตั้ง้งแต่แต่11ถึถึงง6060 และมี
และมี33หรืหรืออ44หรืหรืออ55เป็เป็นนตัตัววคูคูณณมีมีททั้งั้งหมดกี
หมดกี่จ่จาํ าํ นวน
นวน

แนวคิแนวคิ
แนวคิ ดด ด
606033 == 2020 มีมีจจําํานวน นวน 2020 จํจําานวนที นวนที่เป็่เป็นนตัตัววคูคูณณของ
ของ 33
606044 == 1515 มีมีจจําํานวน นวน 1515 จํจําานวนที นวนที่เป็่เป็นนตัตัววคูคูณณของ
ของ 44
606055 == 1212 มีมีจจําํานวน นวน 1212 จํจําานวนที นวนที่เป็่เป็นนตัตัววคูคูณณของ
ของ 55
ในใน2020++1515++1212==4747จํจําานวนนี นวนนี้จ้จะประกอบด้
ะประกอบด้ววยย
1)1)จํจําานวนนั และ44เป็เป็นนตัตัววคูคูณณมีมี 6060 55 จํจําานวน
นวนนับบทีที่ม่มี 3ี 3และ นวนคืคืออ12,
12,24,
24,36,
36,48,
48,6060
3344
2)2)จํจําานวนนั และ55เป็เป็นนตัตัววคูคูณณมีมี 6060 33จํจําานวน
นวนนับบทีที่ม่มี 4ี 4และ นวนคืคืออ20,
20,40,
40,6060
4455
3)3)จํจําานวนนั และ55เป็เป็นนตัตัววคูคูณณมีมี 6060 44 จํจําานวน
นวนนับบทีที่ม่มี 3ี 3และ นวนคืคืออ15,
15,30,
30,45,45,6060
3355
60
60
4)4)จํจําานวนนั
นวนนับบทีที่ม่มี 3ี 3, ,44และ
และ55เป็เป็นนตัตัววคูคูณณมีมี 11จํจําานวน
นวน คืคืออ6060
334455
 47553344++11==3636จํจําานวนที
มีมี47 นวนที่ม่มคี คี ่า่าตัตั้ง้งแต่แต่11ถึถึงง6060ทีที่ม่มี 3ี 3หรืหรืออ44หรืหรืออ55เป็เป็นนตัตัววคูคูณณ

ตอบ
ตอบ 3636 จํจําานวน
นวน
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ป 2554) : 88

26.26.งานอย่
งานอย่างหนึ
างหนึ่ง ่งถ้าถ้ใช้
าใช้ผู้ชผาย
ู้ชาย2424คนคนจะทํ
จะทําเสร็
าเสร็จในเวลา
จในเวลา9090วันวัน เมืเมื่อผู่อช้ผูายกลุ
ช้ ายกลุ่มนี่มนี้ท้ทํางานไปได้
ํางานไปได้4646วันวัน
อุปอุปกรณ์
กรณ์มีปมีปัญัญหาต้
หาต้องหยุ
องหยุดทํดทํางานไป
างานไป1212วันวันแล้แล้วกลั
วกลับบมาทํ
มาทํางานอีางานอีกครั
กครั้ง ้งแต่แต่นนายจ้
ายจ้างต้ างต้องการให้
องการให้งานเสร็
งานเสร็จ จ
ภายในกํ
ภายในกําหนดเดิ
าหนดเดิมมให้ให้หหาว่าว่าจะต้
าจะต้องหาผู
องหาผู้ชายมาเพิ
้ชายมาเพิ่มอี่มกอีกีก่คกีน่คน

แนวคิดแนวคิ
แนวคิ ด ด
ชายชาย2424คนคนทํทํางานเสร็
างานเสร็จในเวลา
จในเวลา9090วันวันงานทังานทั้งหมด
้งหมด24249090==21602160ส่วส่นวน
ชายชาย2424คนคนทํทําไปได้
าไปได้4646วันวันเหลื
เหลืองานอี
องานอีกก4444วันวันเหลืเหลืองาน
องาน24244444==10561056ส่วส่นวน
หยุหยุดงานไป
ดงานไป1212วันวันต้อต้งทํ
องทํางานให้
างานให้เสร็เสร็จในเวลา
จในเวลา4444– –1212==3232วันวัน
24  44
คนงาน 2432 443333คนคน
ใช้ใช้คนงาน
32
ต้อต้งเพิ
องเพิ่มคนงาน
่มคนงาน3333– –2424==9 9คนคน
ตอบ
ตอบ 9 9คนคน

หนดให้ 7 7 4ฃ4ฃ
27.27.กํากํหนดให้
าาหนดให้
าหนดให เป็เป็
นนจําจํนวนที
เปนจํ านวนที่มี่มี4 4หลัหลักกทีที่ห่หารด้
ารด้วยวย5555ลงตั
ลงตัว วให้ให้
หหาจําจํานวน
ใหหาจํ านวน4 4หลัหลักก
ทัทั้งหมดที
้งหมดที่เป็่เเป็
ป็นนไปได้
เปนไปได้นไปได
นไปได้
ไปได้
แนวคิ
แนวคิดดแนวคิด
เมืเมื่อ่อ5555==5 51111
จําจํนวน
านวน4 4 หลัหลักต้กอต้งหารด้ องหารด้วยวย 5 5และ และ1111ลงตั ลงตัว ว
เมืเมื่อหารด้
หารด
่อหารด้ วยววยย5 55เลขท้
ลงตัายต้
เลขท้ องเป็
วายต้ องเป็านยต
เลขท น0อ0งเป
และ
และน 505เท่หรื เท่านัอานั้น้น5 เทานั้น
ต่อต่มาพิ
อมาพิจาณาการหารด้
จาณาการหารด้วยวย1111 ลงตั ลงตัว ว
กรณี
กรณีทที่ ี่1กรณี
1(7(7ท+ี่ +14)4)(7– –+(หลั
4)กร้ก–อร้(หลั
(หลั ยอย+ก+0)ร0)อยจะต้
+ อ0)งหารด้
จะต้ จะตอวงหารด
องหารด้ ยวย 1111วลงตั 11ว วลงตัว
ยลงตั
หลั หลักร้กอร้ยต้
อยต้องเป็
องเป็นน0 0 จะได้จะได้จําจนวนสี
ํานวนสี่ห่หลักลัคืกอคือ 7040
7040
กรณี ท ่ ี 2
กรณีที่ กรณี (7 + 4) – (หลั กร้ อ
2 (7ที่ +24)(7– +(หลั4)ก–ร้อ(หลั ย + 5) จะต้
ย +กร5)อยจะต้ อ งหารด้
+ 5)องหารด้ ว ย
จะตอวงหารดย 1111 ลงตั ย ว11
วลงตั ว ลงตัว
หลั ก ร้ อ ยต้ องเป็ น 6 จะได้ จ า
ํ นวนสี
หลักร้อยต้องเป็น 6 จะได้จํานวนสี่หลักคือ 7645 ห
่ ลั ก คื อ 7645

ตอบ
ตอบ 7,040
7,040และ
และ7,645
7,645
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 89

28.28.ให้
28. ให้ให้ หาผลบวกของจํ
าผลบวกของจํ
หหาผลบวกของจํ
28. ให้หาผลบวกของจํ านวนนั
าานวนนั
นวนนั ทับทั้งทั้งหมดที
าบบนวนนั ้งหมดที
หมดที ีคีค่ม่า่าีคระหว่
บทั้ง่ม่มหมดที ่าระหว่
ระหว่ าง120
120
่มีคาา่ งงระหว่
120 ากังกับบกั120
บ150
150
กับซึซึง่ ง่ ซึ150
150 มีมีง่ ตตมีัวัวตประกอบ
ัวง่ ประกอบ
ซึประกอบ 88 8ตัตัววตัว 8 ตัว
มีตัวประกอบ
แนวคิ
ด ดด
แนวคิดดแนวคิ
แนวคิ
แนวคิ
มีมีมี33 3เงืเงืมีเงื่อ่อนไข
่อ3นไข
นไข เงื่อนไข
88 8===7787++=+11 17 + 1
88 8===(3(38(3++=+1)1)(31)+(1(11)(1+++1)1)(1 1) + 1)
8 8==(18(1+=+1)(11)+(11)(1++1)(1 1)+(11)(1++1)(1 1) + 1)
7 78 = 7 (1 + 1)  (1 + 1)  (1 + 1)
(1)(1) 2(1)
(1) 272 ===2128 128 128 = 128
33 3
(2)(2) 2(2)
(2) 232 ===288 8จะได้ =จะได้
จะได้ 8817
8 8จะได้ 17178===17 136
136136
= 136
33 3
3333===27 27327จะได้ จะได้
=จะได้
27 27 272755 527===135
จะได้ 5135
135 = 135
(3)(3) 2(3)
(3) 22555213 13135===13 130
130 130 = 130
222333223 23233===23 138
138 138 = 138
จํจําาจํนวนทั
านวนทั
นวนทั จํา้ง้งนวนทั ้งหมด้งคืคืหมด
หมด
หมด ออคือ128,
128,
128,
คือ 130 130128,130,, 135
,130
135 135,, 136 ,135
136,, 138
136 ,136
138, 138
138

ตอบ ตอบ
ตอบ
ตอบ 667 667
667
667
การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2554
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ

แบบทดสอบคณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา
ระดับประเทศ ประจําป พ.ศ. 2554
การแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2554
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
แบบทดสอบคณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา
เพื่อการคัดเลือกตัวแทนนักเรียนระดับประเทศ ประจําป พ.ศ. 2554
สอบวันที่ 6 มีนาคม 2554 เวลา 09.30 - 11.30 น.

คําชี้แจง
1. แบบทดสอบฉบับนี้ เปนแบบทดสอบชนิดเติมคําตอบ (ไมตองแสดงวิธีทํา)
2. แบบทดสอบมีจํานวน 8 หนา 32 ขอ คะแนนเต็ม 100 คะแนน แบงเปน 3 ตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 ตั้งแตขอที่ 1 - 10 ขอละ 2 คะแนน รวม 20 คะแนน
ตอนที่ 2 ตั้งแตขอที่ 11 - 25 ขอละ 3 คะแนน รวม 45 คะแนน
ตอนที่ 3 ตั้งแตขอที่ 26 - 32 ขอละ 5 คะแนน รวม 35 คะแนน
3. กระดาษคําตอบมี 1 แผน ใหนักเรียนเขียนขอมูลลงในกระดาษคําตอบใหครบถวน
(ชื่อ-นามสกุล เลขประจําตัวสอบ หองสอบ ชื่อโรงเรียน
สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา)
4. คําตอบแตละขอที่นักเรียนตอบ ตองตอบลงในกระดาษคําตอบเทานั้น และตอบใหตรงกับ
ขอคําถาม
5. ไมอนุญาตใหใชเครื่องคิดเลข โทรศัพท หรือ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกสใดๆ ในการคํานวณ
6. ไมอนุญาตใหนักเรียนออกจากหองสอบจนกวาจะหมดเวลาสอบ
(เมื่อหมดเวลาสอบ ใหวางกระดาษคําตอบ กระดาษทด และแบบทดสอบไวบนโตะ)
7. การตัดสินของคณะกรรมการถือเปนขอยุติ

แบบทดสอบฉบับนี้ เปนลิขสิทธิ์ของ
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
หามเผยแพร อางอิง ตัดตอ ดัดแปลงหรือเฉลย กอนไดรับอนุญาต
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2554) : 94

ตอนที่ 1 ตั้งแตขอที่ 1-10 ขอละ 2 คะแนน

1. มีจํานวนสองจํานวนคือ 35,935 และ 39,199 เมื่อนําจํานวนนับสามหลักใด ๆ ไปหารทั้งสองจํานวนนี้
จะเหลือเศษเท่ากันเสมอ ให้หาผลบวกของตัวหารทั้งหมด

2. ABCD เป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน P, Q , R และ S เป็นจุดที่อยู่บนด้าน AB , BC , CD และ DA ตามลําดับ
ทําให้ AP = RD = 3 (PB) และพื้นที่รูปสี่เหลี่ยม PQRS เท่ากับ 80 ตารางเซนติเมตร
พื้นที่ของรูปสามเหลี่ยม PQR เท่ากับกี่ตารางเซนติเมตร
3. อุดมวัดความยาวด้าน 3 ด้าน ของรูปสี่เหลีย่ มผืนผ้ารูปหนึ่ง รวมกันได้ 92 เซนติเมตร
ส่วนบรรทัดวัดความยาวด้าน 3 ด้านของรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ารูปเดียวกันนี้ได้ 100 เซนติเมตร
ให้หาว่า รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้านี้มีพื้นที่กี่ตารางเซนติเมตร

4. ครอบครัวหนึ่งมีสมาชิก 3 คน คือ ปู่ พ่อ และลูก โดยอายุของปู่ประกอบด้วยเลขโดดที่เป็นจํานวนคู่
เมื่อสลับเลขโดดของอายุปู่ก็จะเท่ากับอายุของพ่อ เมื่อนําเลขโดดอายุของพ่อมาบวกกันก็จะได้เท่ากับ
อายุของลูก หากนําอายุทั้งสามคนมารวมกันจะเท่ากับ 120 ปี ถ้าปู่อายุน้อยกว่า 100 ปี
ให้หาว่าลูกมีอายุกี่ปี

5. ให้หาจํานวนที่มี 8 หลัก ที่มคี า่ น้อยที่สุด ซึ่งผลบวกของเลขโดดทั้ง 8 ตัว มีค่าเท่ากับสองเท่าของ
ผลคูณของเลขโดดทั้ง 8 ตัวนั้น เช่น จํานวนที่มีสองหลัก คือ 11 จะได้ 1 + 1 = 2 และ 1  1 = 1

6. กําหนด A , B , C และ D เป็นจํานวนนับ 4 จํานวน ที่แตกต่างกันซึ่งแต่ละจํานวนมีค่ามากกว่า 3
โดยที่ A < B < C < D ให้หาค่าของ D ที่เป็นไปได้ทั้งหมดที่ทําให้ผลบวกเป็นจริง

A + B + C + D = 29

7. มีจํานวนเต็มบวกห้าจํานวน ผลรวมของจํานวนสองจํานวนเท่ากับ 22 จํานวนที่เหลือมีค่าเป็น ,

และ ของผลบวกของจํานวนทั้งห้าจํานวนนี้ ให้หาว่า จํานวนที่มีค่ามากที่สุด มีค่าเท่าใด

8. มีนักกีฬาบาสเกตบอลจํานวน 5 คน และเชียร์ลีดเดอร์จํานวน 15 คน
ถ้าน้ําหนักของนักกีฬาบาสเกตบอลทั้ง 5 คน รวมกัน เท่ากับ 450 กิโลกรัม
และน้ําหนักเฉลี่ยของเชียร์ลีดเดอร์ทั้ง 15 คน เท่ากับ 40 กิโลกรัม
ให้หาว่าน้ําหนักเฉลี่ยของคนทั้ง 20 คน เป็นกี่กิโลกรัม (ตอบในรูปทศนิยม 1 ตําแหน่ง)
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 95

9. อารีมีกล่องอยู่ 6 ใบ ในกล่อง 2 ใบ บรรจุลกู หินสีแดง ส่วนกล่องอีก 4 ใบ บรรจุลูกหินสีเขียว
จํานวนลูกหินแต่ละกล่องเท่ากับ 95 , 105 , 115 , 120 , 125 และ 130 ลูก ถ้าอารีหยิบกล่องใบหนึ่งออกไป
จะทําให้จํานวนลูกหินที่เหลือเป็นลูกหินสีเขียวมีจํานวนเป็นห้าเท่าของจํานวนลูกหินสีแดง
ให้หาว่า เดิมอารีมีลูกหินสีเขียวมากกว่าลูกหินสีแดงกี่ลูก
9. อารีมีกล่องอยู่ 6 ใบ ในกล่อง 2 ใบ บรรจุลกู หินสีแดง ส่วนกล่องอีก 4 ใบ บรรจุลูกหินสีเขียว
10. จํจําานวนลู
นวนเต็กมหิบวกทีนแต่ล่มะกล่
ีค่าน้อองเท่
ยกว่ากัาบ1,000
95 , 105 , 115 , 120
และเลขโดดด้ านซ้,ายมื125อสุและ 130บลูเลขโดดด้
ด รวมกั ก ถ้าอารีาหนขวามื
ยิบกล่ออสุงใบหนึ
ด ่งออกไป
จะทํ
ของแต่ าให้ลจะจํํานวนลู
านวนมีกหิคน่าเท่
ที่เาหลื
กับอเป็
12นลูกหินสีเขียวมีจํานวนเป็นห้าเท่าของจํานวนลูกหินสีแดง
ให้
ให้หหาว่
าว่าามีเดิจํามนวนเต็
อารีมีลมูกบวกทั
หินสีเ้งขีหมดกี
ยวมากกว่ าลูกหิ่เป็นนสีแไปตามเงื
่จํานวนที ดงกี่ลูก ่อนไขที่กําหนดให้นี้

10. นรามี
11. จํานวนเต็อายุมคบวกที รบ 20่มปีีค่าพน้อดี
อยกว่เมื่อาวั1,000
นที่ 9 มิและเลขโดดด้
ถุนายน พ.ศ.า2554 นซ้ายมื(09/06/54)
อสุด รวมกับเธอพบว่
เลขโดดด้าผลคู
านขวามื อสุดานวน
ณของจํ
ทีของแต่
่เป็นวันละจํ เดือตอนที
ที่กาับนวนมี เท่่า2กัดบมีตั12
นทีค่า่เขาเกิ ค้ง่าแต
เท่าขกัอบจํทีา่ นวนที
11-25 ขอวเลขสองหลั
่แทนตั ละ 3 คะแนน กท้ายของปี พ.ศ. พอดี คือ 9×6 = 54
เธอคิดถึงวันเกิดของน้องชายทั้งสองคนของเธอในรอบสิบปี เธอก็พบว่า วันนเกิี้ ดของน้องชายทั้งสองคนของเธอ
ให้ ห าว่ า มี จ า
ํ นวนเต็ ม บวกทั ง
้ หมดกี จ
่ า
ํ นวนที เ
่ ป็ นไปตามเงื ่ อนไขที ก
่ า
ํ หนดให้
เมื่อเขามีอายุครบรอบ 20 ปีพอดีก็มีความสัมพันธ์ของวันที่ เดือน และปี พ.ศ. แบบเดียวกับวันเกิดของเธอ
11. โดยน้
นรามีอองทั ายุง้คสองคนเกิ
รบ 20 ปีพดเดื อดีอนเดี
เมื่อยวันวกัทีน่ 9อายุมิถตุน่าายน พ.ศ. 25546 ปี(09/06/54) เธอพบว่าผลคูณของจํานวน
งกันประมาณ
ที่เป็หนาว่วัานทีน้่กอับงชายคนเล็
ให้ เดือนที่เขาเกิ ดมีค่าเท่ดากัวับนจํทีา่/นวนที
กของเธอเกิ เดือน/ปี ่แทนตั
พ.ศ.วเลขสองหลั
อะไร (ให้กตท้อบายของปี
วันที่ เดืพ.ศ.
อน ปีพอดี
ในรูคืปอตัว9×6
เลข)= 54
เธอคิดถึงวันเกิดของน้องชายทั้งสองคนของเธอในรอบสิบปี เธอก็พบว่า วันเกิดของน้องชายทั้งสองคนของเธอ
12. เมื
จากรู่อเขามี
ป ABC อายุคเป็รบรอบนรูปสามเหลี20 ปีพย่ อดี มมุกม็มฉาก ีความสั
BC ม=พั84 นธ์ขเซนติ
องวันเมตร
ที่ เดือAB
น และปี
= 112พ.ศ.
เซนติแบบเดี
เมตร ยวกับวันเกิดของเธอ
โดยน้
มีรูปครึองทั ง้ สองคนเกิ
่งวงกลมที ่มี ACดเดืเป็อนเดี
นเส้ยนวกั ผ่านนศูอายุนย์ตก่าลาง
งกันและรู
ประมาณปเศษหนึ 6 ปี ่งส่วนสี่ของวงกลมซึ่งมี BC เป็นรัศมี
ให้หาว่า น้องชายคนเล็กของเธอเกิด วันที่/เดือน/ปี พ.ศ. อะไร (ให้ตอบ วันที่ เดือน ปี ในรูปตัวเลข)
ให้หาว่า ส่วนที่แรเงามีพื้นทีก่ ี่ตารางเซนติเมตร (กําหนดค่า π เท่ากับ )
12. จากรูป ABCA เป็นรูปสามเหลีย่ มมุมฉาก BC = 84 เซนติเมตร AB = 112 เซนติเมตร
มีรูปครึ่งวงกลมที่มี AC เป็นเส้นผ่านศูนย์กลาง และรูปเศษหนึ่งส่วนสี่ของวงกลมซึ่งมี BC เป็นรัศมี
D
ให้หาว่า ส่วนที่แรเงามีพื้นทีก่ ี่ตารางเซนติเมตร (กําหนดค่า π เท่ากับ )
A
DB
C

B C
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2554) : 96

13. รูปสามเหลี่ยม ABC มี AP = AQ , BQ = BR และมุม ACB มีขนาด 70 องศา
ให้หาว่า มุม PQR มีขนาดกี่องศา
C

70

P R

A Q B

14. มีจํานวนสามหลักจํานวนหนึ่งซึ่งประกอบด้วยเลขโดดสามตัวที่แตกต่างกัน ถ้านําเลขโดดทั้งสามตัว
มาจัดเรียงใหม่ให้เป็นจํานวนที่มีค่ามากทีส่ ดุ และเป็นจํานวนที่มีค่าน้อยที่สุดแล้ว ผลต่างของจํานวน
ที่เรียงใหม่ทั้งสองจํานวนนี้มีค่าเท่ากับจํานวนเริ่มต้นพอดี ให้หาจํานวนสามหลักที่เป็นจํานวนเริ่มต้นนี้

15. จากรูปมีรูปวงกลมห้าวงซึ่งมีรัศมี 1 เซนติเมตรเท่ากัน ลากส่วนของเส้นตรงเชื่อมต่อจุดศูนย์กลางของทุกรูป
ทําให้จุดศูนย์กลางของแต่ละรูปเป็นมุมยอดของรูปสามเหลี่ยมต่างๆ ให้หาว่า พื้นที่ของส่วนที่แรเงาทั้งหมด
เป็นกี่ตารางเซนติเมตร (กําหนดให้ π เท่ากับ 3.14 และ ตอบเป็นทศนิยม 2 ตําแหน่ง)

16. จํานวนเต็มบวกสี่จํานวนที่แตกต่างกันได้แก่ a , b , c และ d โดยที่ a < b < c < d ถ้าผลคูณของ
(d – c) × (c – b) × (b – a) นี้สามารถหารลงตัวได้ด้วย 2009 เราจะเรียกกลุ่มของจํานวนเต็มบวกทั้ง
สี่จํานวนนี้ว่า "กลุ่มเพื่อนกัน" ให้หาว่า ตั้งแต่ 1 ถึง 60 มี "กลุ่มเพื่อนกัน" แบบนี้ทั้งหมดอยู่กี่กลุ่ม

17. สมศักดิ์และสมศรีกําลังเดินบนหาดทรายแห่งหนึ่ง โดยที่สมศรีเดินนําหน้าสมศักดิ์ แต่ละก้าวของ
สมศักดิ์และสมศรีวัดระยะห่างได้ 0.75 เมตร และ 0.6 เมตร ตามลําดับ ระยะห่างแต่ละก้าวคงที่เสมอ
ถ้าทั้งคู่เริ่มออกเดินจากจุดเริ่มต้นเดียวกัน (ตําแหน่งนี้จะมีรอยเท้าแรกปรากฏอยู่ด้วย) และรอยเท้าที่
เกิดจากการเดินทั้งสองข้างของทั้งสองคนอยู่บนเส้นตรงเดียวกันตลอดระยะทาง 100 เมตร
ให้หาว่า จะมีรอยเท้าเกิดขึ้นทั้งหมดกี่รอย
(หมายเหตุ ถ้ามีรอยเท้าปรากฏตรงตําแหน่ง 100 เมตรพอดีก็ให้นับรอยเท้านี้ด้วย และให้พิจารณาว่า
ถ้ารอยเท้าของทั้งสองคนทับลงบนตําแหน่งเดียวกันพอดีให้นับเพียงหนึ่งรอยเท่านั้น)
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 97

18. จากรูป ส่วนของเส้นตรง AB เป็นเส้นผ่านศูนย์กลางของรูปครึ่งวงกลม O และยาว 12 เซนติเมตร
จุด C และจุด D แบ่ง AB ออกเป็นสามส่วนที่ยาวเท่ากัน ส่วนโค้งที่มีจดุ ศูนย์กลางอยู่ที่จุด C และ
มี CA เป็นรัศมีพบส่วนโค้งอีกเส้นหนึ่งซึ่งมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่จุด D และมี DB เป็นรัศมีทจี่ ุด M ระยะห่าง
ที่สั้นที่สุดระหว่างจุด M ไปยัง AB เท่ากับ 3.46 เซนติเมตร ใช้จุด C เป็นจุดศูนย์กลางและ CO เป็นรัศมี
เขียนรูปครึ่งวงกลมมาพบกับ AB ที่จุด E และใช้จุด D เป็นจุดศูนย์กลางและ DO เป็นรัศมีเขียนรูปครึง่
วงกลมพบกับ AB ที่จุด F ให้หาว่า พื้นที่ส่วนที่แรเงามีค่ากี่ตารางเซนติเมตร
(กําหนดให้ π เท่ากับ 3.14 และ ตอบเป็นทศนิยม 2 ตําแหน่ง)

M

A E C O D F B

19. พืพื้น้นทีที่ผ่ผิวิวทัทั้ง้งหมดของแท่
19. หมดของแทงไม้
งไมรูปรทรงสี
ูปทรงสี ่เหลี
่เหลี ่ยมมุ
่ยมมุ มฉากแท
มฉากแท่ งหนึงหนึ
ง่ ดัง่งรูดัปงรูถูปกทาด้
ถูกทาด
วยสีวแยสี ดงทัแดงทั
้งหมด้งหมด หลังจากนั
หลังจากนัน้ ้น
นํนําาแท่
แทงงไม้ ไมนมี้ าตัดแบ่
แบงเป็
เปนรูปทรงลูกบาศก บาศก์ขขนาด
นาด 11ซม. × 1 ซม. × 1 ซม.
ซม.×1ซม.×1ซม. เท่าเทๆากัๆน กัน
ใหหหาว่
ให้ าวาา จํจํานวนลูกบาศก์ บาศกขนาด 1 ซม. × 1 ซม. × 1 ซม.
ซม.×1ซม.×1ซม. ที่ถูกทีทาสี
่ถูกทาสี
สองด้สองด านมีาทนมีั้งหมดกี
ทั้งหมดกี
่ลูก ่ลูก
10 ซม.

4 ซม.

3 ซม. 4 ซม. 5 ซม.

4 ซม.
5 ซม.
3 ซม.

20. ให้หาว่า จํานวนนับที่มีสามหลัก ที่เลขโดดในแต่ละหลักเรียงจากมากไปหาน้อย เช่น 843 , 961 , 752
มีทั้งหมดกี่จํานวน

21. ในชั้นเรียนหนึ่ง 85% ของนักเรียนอยู่ชุมนุมบาสเกตบอล
82% อยู่ชุมนุมฟุตบอล
78% อยู่ชุมนุมเบสบอล
72% อยู่ชมุ นุมวอลเลย์บอล
ให้หาว่า จํานวนเปอร์เซ็นต์ที่น้อยที่สุดของนักเรียนในชั้นนี้ที่อยู่ทั้ง 4 ชุมนุม
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2554) : 98

22. ทรงลูกบาศก์มีปริมาตรเท่ากับ 1 ลูกบาศก์นิ้ว 8 ลูกบาศก์นิ้ว และ 64 ลูกบาศก์นวิ้
ถ้านําทรงลูกบาศก์ดังกล่าว มาทากาวติดกันเป็นรูปทรงเรขาคณิตเพื่อให้มีพื้นที่ผิวน้อยที่สุด
ให้หาว่า พื้นที่ผิวที่น้อยสุดที่เป็นไปได้ มีค่าเท่ากับกี่ตารางนิ้ว

23. จากรูป กระดาษรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ABCD มีด้าน AB ยาว 24 เซนติเมตร ด้าน AD ยาว 10 เซนติเมตร
ต่อมาพับกระดาษตามแนวเส้นทแยงมุม AC D
A B E
A B

D C
C
แล้วพับกระดาษรูปสามเหลี่ยม ACD เพื่อให้ ทับสนิทตามแนว
เมื่อคลี่กระดาษออกจะเกิดรอยพับดังรูป
A B

D E C
ให้หาว่า ยาวกี่เซนติเมตร (ตอบเป็นทศนิยม 2 ตําแหน่ง)

24. อ่างเก็บน้ําแห่งหนึ่งมีน้ํารั่วออกมาในอัตราที่คงที่ ในการซ่อมแซมอ่างเก็บน้ําแห่งนี้ คนงานจะต้อง
สูบน้ําออกจากอ่างเก็บน้ําจนหมดด้วยเครื่องสูบน้ําจํานวนหนึ่ง ถ้าใช้เครือ่ งสูบน้ําจํานวน 20 เครื่อง
จะใช้เวลานาน 15 ชั่วโมง จึงจะสูบน้ําออกจากอ่างเก็บน้ํานี้จนหมด แต่ถ้าใช้เครื่องสูบน้ําจํานวน
15 เครื่อง จะต้องใช้เวลามากขึ้นกว่าเดิม 3 ชั่วโมง ถ้าคนงานถูกกําหนดให้สูบน้ําออกจากอ่างเก็บน้ํานี้
จนหมดภายในเวลา 10 ชั่วโมง ให้หาว่า จะต้องใช้เครื่องสูบน้ําอย่างน้อยที่สุดจํานวนกี่เครื่อง

25. รูปสี่เหลี่ยมจัตรุ ัสรูปหนึ่ง ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนเท่า ๆ กัน โดยการใช้เส้นขนาน 2 เส้น ดังรูป
ถ้าระยะห่างระหว่างเส้นขนานสองเส้นนี้เท่ากับ 1 เซนติเมตร ให้หาว่า รูปสี่เหลี่ยมจัตรุ ัสรูปนี้
มีพื้นที่กตี่ ารางเซนติเมตร
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 99

ตอนที่ 3 ตั้งแตขอที่ 26-32 ขอละ 5 คะแนน

26. ผลบวกของเลขโดดทุกตัวในผลลัพธ์ที่เป็นเศษส่วนอย่างต่ําของ
3 5 7 5107
   ...  เป็นเท่าใด
2
1 2 2 2
2 3 2 2
3 4 2 2
2553  2554 2

27. จากโดมิโน 15 ชิ้น ดังรูป 5 5
4 4 4 5
3 3 3 4 3 5
2 2 2 3 2 4 2 5
1 1 1 2 1 3 1 4 1 5

ให้เขียนรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าล้อมรอบจํานวนในตารางข้างล่างนี้ให้เป็นโดมิโนครบทั้ง 15 ชิ้น
เมื่อโดมิโนที่อยู่ในลักษณะ
1 3
1 3 หรือ 3 1 และ หรือ ให้ถือว่าเป็นกรณีเดียวกัน
3 1

2 4 4 2 2 3
3 4 3 4 3 4
1 2 1 5 3 5
1 2 1 4 1 2
5 5 1 5 5 3

28. รูปสามเหลี่ยม ABC รูปหนึ่ง มีขนาดของมุมมุมหนึ่งเป็น 36 องศา ถ้าแบ่งรูปสามเหลี่ยมรูปนี้ออกเป็น
รูปสามเหลี่ยมหน้าจั่วสองรูป ให้หาขนาดของมุมที่ใหญ่ทสี่ ุดทั้งหมดที่เป็นไปได้ของรูปสามเหลี่ยม ABC ที่เกิดขึ้น

29. ผลบวกของเลขโดดในคําตอบที่เป็นจํานวนคละและเป็นเศษส่วนอย่างต่ํา
7 7 7 7
ของ    ...  เป็นเท่าใด
1 1 2 1 2  3 1  2  3  ...  100
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2554) : 100

30. เฉลิมพลมีกระเบื้องรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสสองขนาด โดยกระเบื้องมีความยาวด้านละ 25 เซนติเมตร
และมีความยาวด้านละ 30 เซนติเมตร ถ้าเฉลิมพลใช้กระเบื้องทั้งสองขนาดปูพื้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรสั
ให้มีพื้นที่น้อยที่สุดโดยไม่ตัดกระเบื้องเลย เฉลิมพลจะต้องใช้กระเบื้องทั้งสองขนาดรวมกันน้อยที่สุด
ทั้งหมดกี่แผ่น

31. ถ้าจํานวนสามหลักลบออกจากจํานวนสี่หลัก ได้ผลลบเป็นจํานวนสามหลัก
ให้หาตัวตั้ง ตัวลบ และผลลบ เมื่อผลลบที่ได้มีค่าน้อยที่สุดที่เป็นไปได้
โดยกําหนดว่าเลขโดดในแต่ละ ไม่ซ้ํากัน

32. เขียนเลขโดด 1 ถึง 9 ลงในช่องว่างแทน a , b , c , d , e , f , g , h และ i โดยไม่ให้เลขโดดซ้ํากัน
และผลบวกของจํานวนในแต่ละวงกลมมีค่าเท่ากัน
ให้หาผลบวกของ d , e , f และ g ของทุกวิธีที่เป็นไปได้ เมื่อ d < g

a b c
d e f g
h i
การแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2554
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

แนวคิดแบบทดสอบคณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา
เพื่อการคัดเลือกตัวแทนนักเรียนระดับประเทศ ประจําป พ.ศ. 2554

แนวคิดแบบทดสอบคณิตศาสตรฉบับนี้ เปนลิขสิทธิ์ของ
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
หามเผยแพร อางอิง ตัดตอ ดัดแปลงหรือเฉลย กอนไดรับอนุญาต
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2554) : 102

1. มีจํานวนสองจํานวนคือ 35,935 และ 39,199 เมื่อนําจํานวนนับสามหลัักใดๆ ไปหารทั
ไปหารท้งสองจํานวนนี้
จะเหลือเศษเท่ากันเสมอ ให้
ใหหาผลบวกของตัวหารทั้งหมด
แนวคิ
แนวคิ ด ด
1. ผลต่างของ 2 จํานวน คือ 39,199 – 35,935 = 3,264
2. เขียนในรูปผลคูณของจํานวนนับสามหลักกับจํานวนนัับใดๆ
3,264 = 32 × 102 = 8 × 408
3,264 = 24 × 136 = 6 × 544
3,264 = 16 × 204 = 4 × 816
3,264 = 12 × 272 = 17 × 192
3. ผลบวกของตัวหารคือ 102 + 136 + 204 + 272 + 408 + 544 + 816 + 192 = 2,674
ตอบ 2,674

2. ABCD เป็เปนรูปสี
ปสีเหลี่ยมด้านขนาน P, Q, R และ S เป็
ปส่ เปนจุดที่อยู่บนด้าน AB, BC, CD และ DA ตามลําดับ
ทําให้
าให้้ AP = RD = 3 (PB) และพื้นที่รปสี
าให ูปสีเหลี่ยม PQRS เท่ากับ 80 ตารางเซนติเมตร
ปส่
พื้นที่ของรูปสามเหลี
ปสามเหลียม PQR เท่ากับกีต่ ารางเซนติเมตร
ปสามเหล่
แนวคิ ด ด
แนวคิ

แนวคิ
แนวคิ ดที่ ด1.ที่ 1 พื้นที่  PQRS  80 ซม.2
พื้นที่  ABCD  160 ซม.2
AP  3 (PB)
พื้นที่  PBCR  160  40 ซม.2
4
 พื้นที่  PQR  20 ซม.2
แนวคิ ดที่ ด2.ที่ 2
แนวคิ พื้นที่  PQRS  80 ซม.2
AP  3 (PB)
พื้นที่  SPR  3 (พื้นที่  PQR)
พื้นที่  SPR  พื้นที่  PQR  80 ซม.2
4 (พื้นที่  PQR)  80 ซม.2
พื้นที่  PQR  20 ซม.2
ตอบ 20 ตารางเซนติเมตร
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 103

3. อุดมวัดความยาวด้าน 3 ด้าน ของรูปสี ปสีเหลีย่ มผืนผ้ารูปหนึ
ปส่ ปหนึง รวมกันได้
ปหน่ ันได้ 92 เซนติเมตร
นได
ส่วนบรรทัดวัดความยาวด้าน 3 ด้านของรูปสี ปสีเหลี่ยมผืนผ้ารูปเดี
ปส่ ปเดี นนี้ได้
ปเดยวกั ได้้ 100 เซนติเมตร
ได
ใหหาว่า รูปสี
ให้ ปสีเหลี่ยมผืนผ้านี้มีพื้นที่กี่ตารางเซนติเมตร
ปส่
แนวคิ
แนวคิ ด ด
1. ความยาวด้านกว้างเป็
างเป็ x เซนติเมตร
างเปน
ความยาวด้านยาวเป็
านยาวเป็ y เซนติเมตร
านยาวเปน
y

x

2. อุดมวัดความยาวด้าน 3 ด้าน เท่ากับ 92 เซนติเมตร
 x + y + x = 92 ........................ 
3. บรรทัดวัดความยาวด้าน 3 ด้าน เท่ากับ 100 เซนติเมตร
 x + y + y = 100 ........................ 
 +  ; 3 x +3y = 192
x + y = 64
แทนค่า x + y = 64 ใน  และ 
ได x = 92 64 = 28 เซนติเมตร
ได้
y = 100 64 = 36 เซนติเมตร

 พื้นที่สี่เหลีย่ มผืนผ้าเท่ากับ 36×28 = 1,008 ตารางเซนติเมตร

ตอบ 1,008 ตารางเซนติเมตร
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2554) : 104

4. ครอบครั
ครอบครั ววหนึ
4. ครอบครั หนึ่ง่งมีมีสสวมาชิ
มาชิ
หนึ่งกกมี3ส3มาชิ คนกคืคือ3อ ปูคน
คน ปู่ , ,พ่คืพออและ
ปูและ
่ , พ่ลูลูอกกและ
โดยอายุ
โดยอายุ ของปู
องปู่ปประกอบด้
ลูก ขโดยอายุ ระกอบด
ของปู่ประกอบด้ ววยเลขโดดที
ยเลขโดดที ่เป็่เปนนจํจําานวนคู
วยเลขโดดที นวนคู
่เป็นจํ่ า นวนคู่
เมืเมื่อ่อสลั
สลับบเมื
เลขโดดของอายุ
่อสลับเลขโดดของอายุ
เลขโดดของอายุ ปปู่ ก็ูกจ็ ะเท่
ะเทปาู่ กัก็บจอายุ
ะเท่าขกัองพ่ บอายุ
องพ อ เมื ่อนําอเลขโดดอายุ
ของพ่ เมื่อนําเลขโดดอายุ
เลขโดดอายุ ขของพ่
องพออมาบวกกั นนก็ก็จจะได้
ของพ่อมาบวกกั
มาบวกกั ะไดเนเท่ทก็าาจกักัะได้
บบ เท่ากับ
อายุ
อายุขของลู องลูอายุ กกหากนํองลูากาอายุ
ขหากนํ ททั้งั้งสามคนมารวมกั
หากนํ
อายุ าสามคนมารวมกั
อายุทั้งสามคนมารวมกั นนจะเท่
จะเทาากันกับจะเท่
บ120
120ากัปีบปถ้120
ถาปูาปู่ออายุ
ปีายุถ้นนา้อปูอยกว่ายุานา100
่อยกว ยกว่ปีาป 100 ปี
้อ100
ให้ใหหหาว่าวาาลูให้
ลูกกมีหมีอาว่อายุายุ
าลูกกกี่ปี่ปมีี อายุกี่ปี

แนวคิ
แนวคิ ่ ด1ที่ 1ดที่ 1
ดทีแนวคิ
ตารางสุ่มตารางสุ
อายุของปู ่ ดังขนีองปู
่มอายุ ้ ่ ดังนี้
อายุปู่ (ปีอายุ
) ปู่ (ปี86) 84
86 82
84 . 82
.. 64 62
. . . 64 42
62 42
อายุพ่อ (ปี
อายุ) พ่อ (ปี68) 48
68 28
48 . 28
.. 46 26
. . . 46 24
26 24
อายุลูก (ปี ) ลูก (ปี14)
อายุ 12
14 10
12 . 10
.. 10
. . . 108 86 6
รวม (ปี) รวม (ปี168) 144
168 120
144 .120
.. 120 96
. . . 120 72
96 72

แนวคิ ดทีแนวคิ
แนวคิ ่ ด2ที่ 2ดที่ 2
ให้ปู่อายุให้10a
ปู่อายุ+ b10a
ปี +...............
b ปี ...............
 พ่ออายุ
 พ่10b
ออายุ+ a10b
ปี ...............
+ a ปี ...............
ลูกอายุ ลูกaอายุ
+ b ปีa +...............
b ปี ...............
ทั้ง 3 คนทัอายุ
้ง 3 รคน
วมกัอายุ
นได้รวมกั
120นปีได้ 120 ปี
 + ++; 12a
+ + ;12b
12a=+120
12b = 120
a + b =a10+ b = 10
ตอบ ลูกตอบ
อายุ ลู10
กอายุปี 10 ปี
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 105

5. ให้หาจํานวนที่มี 8 หลัก ที่มีค่าน้อยที่สดุ ซึ่งผลบวกของเลขโดดทั้ง 8 ตัว มีค่าเท่ากับสองเท่าของ
ผลคูณของเลขโดดทั้ง 8 ตัวนั้น เช่น จํานวนที่มีสองหลัก คือ 11 จะได้ 1 + 1 = 2 และ 1  1 = 1
แนวคิด
แนวคิด
1. จํานวนที่มี 8 หลัก ที่มีค่าน้อยที่สุดจะมีหลักสิบล้านเป็น 1
จํานวนที่มี 8 หลักที่มีค่าน้อยที่สุด คือ 10,000,000
ผลบวกเป็น 1 ผลคูณเป็น 0 ใช้ไม่ได้
จํานวนที่มี 8 หลัก มีเลขโดด 0 ใช้ไม่ได้ จะทําให้ผลคูณเป็น 0
2. จํานวนที่มี 8 หลักทีม่ ีค่าน้อยที่สุดที่เป็นไปได้คือ 11,111,111
ผลบวกเป็น 8 ผลคูณเป็น 1 ใช้ไม่ได้
3. พิจารณาจํานวนที่มากกว่า 11,111,111

จํานวน ผลบวกของเลขโดด ผลคูณของเลขโดด
11,111,112 9 2
11,111,113 10 3
11,111,114 11 4
11,111,115 12 5
11,111,116 13 6
11,111,117 14 7

ตอบ 11,111,117
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2554) : 106

6. กําหนด A , B , C และ D เป็นจํานวนนับ 4 จํานวน ที่แตกต่างกันซึ่งแต่ละจํานวนมีค่ามากกว่า 3
โดยที่ A < B < C < D ให้หาค่าของ D ที่เป็นไปได้ทั้งหมดที่ทําให้ผลบวกเป็นจริง

A + B + C + D = 29

แนวคิแนวคิ
ด ด
1. จาก 4, 5, 6,6, 7,7, .. .. ..จะพบว่
จะพบวาาจํจํานวนนั
านวนนับบสี่จสีํา่จนวนแรกที
ํานวนแรกที ่รวมกั นได้นได2929คือคื5อ +5 7++7 8++89+แสดงว่
่รวมกั 9 า
D มีค่าน้าอDยทีมี่สคดุ าเท่
แสดงว นอายที
กับ่ส9ุดเทากับ 9
2. พิจารณาค่
ารณาคาา DD ทีทีมมากกว่ ากกวาา99คืคืออ10,
10,11,11,12,12,. .. .. แล้
. แล วหาอี
วหาอี ก 3ก จํ3าจํนวนที
านวนที่น้อ่นยกว่
อยกว
า Dาและรวมกั
D นได้
และรวมกั
เท่ากับ 29น–ไดDเทากับ 29 – D
3. กําหนดค่า D และใช้ค่า A จาก 4, 5, 6, 7, . . . ที่อาจจะเป็นได้เพื่อหาค่า B + C
4. จะได้ผลบวกของจํานวน 4 จํานวนตามเงื่อนไขดังนี้
1) 5 + 7 + 8 + 9 = 29
2) 4 + 6 + 9 + 10 = 29
3) 4 + 7 + 8 + 10 = 29
4) 5 + 6 + 8 + 10 = 29
5) 4 + 5 + 9 + 11 = 29
6) 4 + 6 + 8 + 11 = 29
7) 5 + 6 + 7 + 11 = 29
8) 4 + 5 + 8 + 12 = 29
9) 4 + 6 + 7 + 12 = 29
10) 4 + 5 + 7 + 13 = 29
11) 4 + 5 + 6 + 14 = 29
ดังนั้นค่าของ D ที่เป็นไปได้คือ 9, 10, 11, 12, 13, 14
ตอบ
ตอบ 9, 10, 11, 12, 13, 14
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 107

1 2
7. มีจํานวนเต็มบวกห้าจํานวน ผลรวมของจํานวนสองจํานวนเท่ากับ 22 จํานวนที่เหลือมีค่าเป็น ,
4 5
1
และ ของผลบวกของจํานวนทั้งห้าจํานวนนี้ ให้หาว่า จํานวนที่มีค่ามากที่สุด มีคา่ เท่าใด
6
แนวคิ
แนวคิ ด ด ใช้สมการในการหาคําตอบ
เขียนสมการผลรวมของจํานวนทั้ง 5 ดังนี้
(จํานวนที่ 1 + 5)
จํานวนที ่ 2) +่ 2จํา+นวนที
+ จํานวนที ่ 3 +่ 3จํา+นวนที
จํานวนที ่ 4 +่ 4จํา=นวนที
จํานวนที a ่5=a
1 2 1
22  a  a  a == a ………………… 
4 5 6
1320  15a  24a  10a
== a
60
1320 + 49a = 60a
1320 = 11a
1320
a =
11
a = 120
นํา a แทนค่าในสมการที่  ; ได้ 22 + 30 + 48 + 20 = 120
 จํานวนที่มีค่ามากที่สุด มีค่าเท่ากับ 48

ตอบ 48
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2554) : 108

8. มีนักกีฬาบาสเกตบอลจํานวน 5 คน และเชียร์ลีดเดอร์จํานวน 15 คน
8. ถ้มีานน้ักํากีหนั กของนักกีฬาบาสเกตบอลทั
ฬาบาสเกตบอลจํ านวน 5 คน้ง 5และเชี คน ยรวมกั ร์ลีดเดอร์ น เท่จาํากันวน บ 450 15 กิคน โลกรัม
และน้
ถ้าน้ําหนั ําหนักกของนั เฉลี่ยกของเชี กีฬาบาสเกตบอลทั ยร์ลีดเดอร์ทั้ง้ง 15 5 คน คน รวมกั เท่ากันบ เท่40ากับกิโลกรั 450ม กิโลกรัม
ให้
และน้ หาว่ําาหนั น้ํากหนั เฉลี กเฉลี ย
่ ของเชี ่ยของคนทั ย ร์ ล ด
ี ้ง 20ทั้งคน15เป็คน
เดอร์ นกี่กิโเท่ลกรั ากั มบ (ตอบในรู
40 กิ โ ปทศนิ
ลกรั ม ยม 1 ตําแหน่ง)
8. แนวคิ
มีดนักกีดฬาบาสเกตบอลจํานวน 5 คน และเชียร์ลีดเดอร์จํานวน 15 คน
แนวคิ
ถ้าน้หน้ําาว่หนั
ให้
1.
าน้กําของนัหนักเฉลี กกีกฬกี่ยฬาบาสเกตบอลทั
ของคนทั้ง 20 คน ้ง 55 คนเป็คนนกี่กรวมกั ิโลกรันม เท่ (ตอบในรู
ากับ450450 ปทศนิกิโยลกรั
ม 1มตําแหน่ง)
แนวคิ
และน้ด ําหนักเฉลี่ยของเชียร์ลีดเดอร์ทั้ง 15 คน เท่ากับ 40 กิโลกรัม ม

ํ หนั ก ของนั าบาสเก็ ต บอล มี น า
ํ ้ หนั ก รวม กิ โ ลกรั
2.1. น้น้ําําหนั กเฉลี ่ยของเชี ยร์ลีดเดอร์ บอล15 5 คนคนนเท่ มี่กานิโกัลกรั
้ําบหนัม40 กิโลกรั450มปทศนิ
ให้หาว่าหนั น้ ํากหนั
ของนั ก
น้ า
ํ เฉลี
หนั
กกี่ยฬของคนทั

าบาสเก็
รวมของเชี ง
้ ต20
ย ร์ ล ด
ี คนเดอร์ เป็ กี
15 คน
กรวม
เท่ (ตอบในรู
า กั บ 15 
กิโลกรั
40 ยมม1600
= ตําแหน่ ง) ม
กิโลกรั
2.
แนวคิ น้ า
ํ หนั ก เฉลี ย
่ ของเชี ย ร์ ล ด
ี เดอร์ 15 คน เท่ า กั บ 40 กิ โลกรั ม
3. ดน้ํา หนักน้รวมทั ําหนั ้ง 20 คน ยเท่ร์ลากัีดบเดอร์ 450+600 = 1,050 กิ15โลกรั ม = 600 กิโลกรัม
1. น้ําหนักของนั กกีกฬรวมของเชี าบาสเก็ตบอล 51050 คน15มีนคน ้ําหนัเท่ กรวม ากับ 450  กิ40
โลกรั ม
3. น้
4.2. น้ําหนักเฉลีเฉลี า
ํ หนั ก รวมทั ่ยของเชี่ย 20ยร์คนง
้ 20 ลีดเดอร์ คน เท่ า กั บ 450+600
เท่ากับ15 คน เท่=ากั52.5 = 1,050
บ 40กิโกิลกรั กิ โ
โลกรัม ม ลกรั ม
20
1050
4. น้ตอบ ํา หนักน้เฉลี ําหนั่ยกรวมของเชี
52.5 20 กิโลกรั คนม เท่ยร์ากัลีดบเดอร์ 15= คน52.5เท่ากิกัโบลกรั15ม  40 = 600 กิโลกรัม
3. น้ําหนักรวมทั้ง 20 คน เท่ากับ 450+600 20 = 1,050 กิโลกรัม
ตอบ 52.5 กิโลกรัม 1050
9. อารี
4. มน้ ีกล่อํางอยู หนั่ก6เฉลี ใบ่ยในกล่ 20 อคน ง 2 เท่ ใบาบรรจุ
กับ ลูกหินสี=แดง52.5 ส่วนกล่ องอีมก 4 ใบ บรรจุลูกหินสีเขียว
กิโลกรั
จํานวนลู 20
9. อารี มีกล่อกตอบ หินแต่
งอยู ่ 6 ล52.5 ใบะกล่ในกล่ องเท่อางกั2บใบ95บรรจุ
กิ โ ลกรั ม
, 105ลูก, หิ115 นสีแ,ดง120ส่ว,นกล่ 125องอี และก 4130 ใบ ลูบรรจุ
ก ถ้าลอารี
ูกหิหนยิสีบเขีกล่
ยวองใบหนึ่งออกไป
จะทํ
จํานวนลู าให้จกาํ หินวนลู นแต่ลกะกล่ หินทีอ่เงเท่ หลือาเป็ กับน95 ลูกหิ, น105 สีเขีย, วมี 115จํา,นวนเป็ 120 , น125 ห้าเท่และ าของจํ
130านวนลู
ลูก ถ้กาอารี
หินสีหแยิดงบกล่องใบหนึ่งออกไป
ให้
จะทํ หาว่ า เดิาํ มนวนลูอารีมกีลหิูกนหิทีน่เสีหลืเขีอยเป็วมากกว่ หินาลูสีลกเขีูกหิยหินวมี
สีแดงกี ่ลูก นห้าเท่าของจํานวนลูกหินสีแดง
9. อารี มาีกให้ล่อจงอยู ่ 6 ใบ ในกล่อง 2 นใบลูกบรรจุ นสีจแําดง นวนเป็ ส่วนกล่องอีก 4 ใบ บรรจุลูกหินสีเขียว
ให้ ห
จําดนวนลู าว่ า เดิ ม อารี ม ล
ี ก
ู หิ น สี เขี ย วมากกว่ าลู ก หิ น สีแ ดงกี ล
่ ูก
แนวคิ
แนวคิ ด กหินแต่ละกล่องเท่ากับ 95 , 105 , 115 , 120 , 125 และ 130 ลูก ถ้าอารีหยิบกล่องใบหนึ่งออกไป
จะทํจําาให้ นวนลู จาํ นวนลู กหินในกล่ กหินทีอ่เงหลื6 อใบเป็รวม นลูกหิ95นสี+เขี105 ยวมีจ+ํา115 นวนเป็ + น120 ห้าเท่+า125 ของจํ+านวนลู
130 =กหิ690 นสีแลูดงก
แนวคิ ด
ให้หหยิ าว่บาออก เดิมอารี ม ล
ี ก
ู หิ น สี เขี ย วมากกว่ าลู ก หิ น สีแ ดงกี ล
่ ก

จํานวนลูก1หินกล่ในกล่ อง ทํอางให้6 ลใบูกหิรวม นที่เหลื 95อ+มีส105 ีเขีย+ว 5115 เท่า+ของลู 120ก+หิน125 สีแดงจํ านวนที
+ 130 = 690่เหลือลูก
จํานวนที บออก่ห1ารด้กล่วกอยหิง6นทํทีลงตั
ผลรวมของลู หลืวลอคืูกจะต
า่เให้ อหิจํนาทีอนวนคู หลือ่ทมีวี่หสยารด้
่เงหารด วย5 3วเท่ลงตั
ีเขี6ยวลงตั ว เช่กนหิน690, 570านวนที
และ ่เ120
แนวคิดหยิกล่ อ งลู ก หิ น ที ถ
่ ก
ู หยิ บ ออกไปมี จ า
ํ นวนลู ก หิ น 120
าของลู
ลู ก
สีแดงจํ หลือ
จํจําานวนลู
นวนทีก่หหิารด้
570 นในกล่ วย 6อลงตั ง 6 วใบคือรวม จํานวนคู 95 +่ท105 ี่หารด้+วย115 3 ลงตั + 120 ว เช่+น 125 690,+570 130และ
= 690 120ลูก
 แตกล่
หยิ บ690
ออก องลูหารด
1ก95 หิกล่ นวดัทีอยงถ่ งนั6ูกทํ้นหยิ าเดิให้ลบมงตั
ได ลออกไปมี
มีูกลวหิูกหินนทีสี่เจหลื แําดง
นวนลู
อมี120สีเขีกยหิ+วน95 5120
เท่=า215 ลูของลู
ก ลูกกหินสีแดงจํานวนที่เหลือ
6
570องที่หารด้
จํามนวนที กล ่หยิบออกก็ จะตม+วมีอคืล115 งหารด สีว125
แยดง6่ท+120
ลงตั ว ซึ่งมีก=ลลงตั อ215งเดี ยว

เดิ มีลูกหิ นสี95เขีวดัยยงวนั6105 ้นลงตั
เดิ อูกจํหิาน+นวนคู ี่หารด้
130+วย=953475 ลูวก เช่ลูกน 690, 570 และ 120
คือกล่ กล6องงลู120 กหิหินนลูสีทีกเถ่ขีจะเหลื ูกยหยิ บออกไปมี อลูกหิน 570 จํานวนลูลูก กหิน 120 ลูก
เดิม570 เดิ
มีลูกหินสีเขียว 105 + 115 + 125 +–130
ม มี ล ก
ู วมากกว่ า สี แ ดง 475 215==475 260ลูลูกก
เดิมมีลูกหิ95นสีดัเงขีนัย้นวมากกว่ เดิมมีลูกาหิสีนแดง สีแดง 475120 – 215 + 95= =260 215ลูกลูก
6ตอบ 260 ลูก
เดิมมีลูกหินสีเขียว 105 + 115 + 125 + 130 = 475 ลูก
เดิมตอบ มีลูกหิน260 สีเขีลูยกวมากกว่าสีแดง 475 – 215 = 260 ลูก

ตอบ 260 ลูก
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 109

10. จํานวนเต็มบวกที่มีค่าน้อยกว่า 1,000 และเลขโดดด้านซ้ายมือสุด รวมกับเลขโดดด้านขวามือสุด
ของแต่ละจํานวนมีค่าเท่ากับ 12
ให้หาว่ามีจํานวนเต็มบวกทั้งหมดกี่จํานวนที่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กําหนดให้นี้

แนวคิ
แนวคิ ด ด
1. จํานวนเต็มบวกที่เป็นไปได้ตามเงื่อนไขจะมีค่า 10 - 999
2. เลขโดดด้านซ้ายมือสุด และด้านขวามือสุด รวมกันได้ 12 มีดังนี้
จํานวน 2 หลัก ได้แก่
39 , 48 , 57 , 66 , 75 , 84 , 93 มี 7 จํานวน
จํานวน 3 หลัก ได้แก่
309, 319, 329, …, 399 มี 10 จํานวน
408, 418, 428, …, 498 มี 10 จํานวน
507, 517, 527, …, 597 มี 10 จํานวน
606, 616, 626, …, 696 มี 10 จํานวน
705, 715, 725, …, 795 มี 10 จํานวน
804, 814, 824, …, 894 มี 10 จํานวน
903, 913, 923, …, 993 มี 10 จํานวน

ตอบ 77 จํานวน
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2554) : 110

11. นรามีอายุครบ 20 ปีพอดี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2554 (09/06/54) เธอพบว่าผลคูณของจํานวน
ที่เป็นวันที่กับเดือนที่เขาเกิดมีค่าเท่ากับจํานวนที่แทนตัวเลขสองหลักท้ายของปี พ.ศ. พอดี คือ 9×6 = 54
เธอคิดถึงวันเกิดของน้องชายทั้งสองคนของเธอในรอบสิบปี เธอก็พบว่า วันเกิดของน้องชายทั้งสองคนของเธอ
เมื่อเขามีอายุครบรอบ 20 ปีพอดีก็มีความสัมพันธ์ของวันที่ เดือน และปี พ.ศ. แบบเดียวกับวันเกิดของเธอ
โดยน้องทัง้ สองคนเกิดเดือนเดียวกันอายุต่างกันประมาณ 6 ปี
ให้หาว่า น้องชายคนเล็กของเธอเกิด วันที่/เดือน/ปี พ.ศ. อะไร (ให้ตอบ วันที่ เดือน ปี ในรูปตัวเลข)
แนวคิ
แนวคิ ดด
วันที่มีความสัมพันธ์เช่นเดียวกับวันเกิดในรอบ 20 ปี ของนรา

ปี พ.ศ. 25.. วัน / เดือน

55 05/11 11/05
56 14/04 07/08 08/07
57 19/03
58 29/02
28/02
59 -
60 20/03 15/04 10/06 06/10 05/12
61 -
62 -
63 21/03 09/07 07/09
64 16/04 08/08

ปีที่มีระยะห่างกัน 6 ปี และมีอายุครบ 20 ปี คือ 2557 กับ 2563 และ 2558 กับ 2564
และน้องทั้งสองคนเกิดเดือนเดียวกันจะต้องมีอายุครบ 20 ปี ในวันที่19/03/57 และ 21/03/63
 น้องชายคนเล็กจะมีอายุครบ 20 ปี ในวันที่ 21/03/63 แสดงว่าเกิด 21/03/43

ตอบ 21 / 03 / 43
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 111

12. จากรูป ABC เป็ เปนรูปสามเหลี
ปสามเหลียมมุมฉาก BC = 84 เซนติเมตร AB = 112 เซนติเมตร
ปสามเหล่
มีรปครึ
ูปครึงวงกลมที่มี AC เป็
ปคร่ เปนเส้นผ่านศูนย์กลาง และรูปเศษหนึ ปเศษหนึงส่วนสีข่ องวงกลมซึ่งมี BC เป็
ปเศษหน่ เปนรัศมี
22
ให หาวา ส่สวนที่ถแูกรเงามี
ใหหาว่
ให้ พื้นพทีื้น่กทีี่ต่การางเซนติ
แรเงามี เมตร (กําหนดค่า π เท่ากับ )
ี่ตารางเซนติเมตร
7

A
D

B C
แนวคิแนวคิ
ด ด
ใหพื้นที่แตละสวนแทนดวย I, II, III และ IV
BC = 84 เซนติเมตร, AB = 1132 เซนติเมตร
A AC 2
= AB2 + BC2
I IV = 12544 + 7056
D = 19,600
140 AC = 140 เซนติเมตร
II
112 III พื้นที่ II + พื้นที่ III = ตารางเซนติเมตร

พื้นที่ I + พื้นที่ III = ตารางเซนติเมตร
B C
84
พื้นที่ II + พื้นที่ IV = ตารางเซนติเมตร

พื้นที่ I + พื้นที่ III + พื้นที่ IV = 4704 + 7700 - 5544 ตารางเซนติเมตร
= 4704 + 2156 ตารางเซนติเมตร
= 6860 ตารางเซนติเมตร

ตอบ 6860 ตารางเซนติเมตร
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2554) : 112

13. รูปสามเหลี
ปสามเหลียม ABC มี AP = AQ , BQ = BR และมุม ACB มีขนาด 70 องศา
ปสามเหล่
ใหหาว่า มุม PQR มีขนาดกี่องศา
ให้
C

70

P R

A Q B
แนวคิ
แนวคิดด C

70

P R
c
d

b a
A Q B

1. ABC ; 70 + ˆ + ˆ = 180๐ …...............
2. BQR ; ˆ+ ˆ +ˆ = 180๐
ˆ = ˆ เพราะ BQR เป็
เปนรูปสามเหลี
ปสามเหลียมหน้าจั่ว
ปสามเหล่
ˆ + 2ˆ ๐
= 180
 ˆ = 180๐  2 ˆ …................
......
ˆ + ˆ + ˆ ๐
3. APQ ; = 180
ˆ = ˆ เพราะ APQ เป็
เปนรูปสามเหลี
ปสามเหลียมหน้าจั่ว
ปสามเหล่
ˆ + 2ˆ ๐
= 180
 ˆ = 180๐  2 ˆ .…..............
......
4. แทนค่า ˆ และ ˆ ใน 
ABC ; 70๐ + ( 180๐  2 ˆ ) + ( 180  2 ˆ ) = 180๐
70๐ + 180๐  2 ˆ + 180  2 ˆ = 180๐
2ˆ + 2 ˆ = 250๐
ˆ + ˆ = 125๐
ให ˆ  ˆ ;
5. ให้ ˆ + ˆ + ˆ = 180  …………….
6. แทนค่า ˆ + ˆ ใน 

125 + ˆ = 180 
ˆ = 180   125  = 55 
มุม PQR = 55 องศา
ตอบ 55 องศา
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 113

14. มีจํานวนสามหลักจํานวนหนึ่งซึ่งประกอบด้วยเลขโดดสามตัวที่แตกต่างกัน ถ้านําเลขโดดทั้งสามตัว
มาจัดเรียงใหม่ให้เป็นจํานวนที่มีค่ามากที่สุด และเป็นจํานวนที่มีค่าน้อยที่สุดแล้ว ผลต่างของจํานวน
ที่เรียงใหม่ทั้งสองจํานวนนี้มีค่าเท่ากับจํานวนเริ่มต้นพอดี ให้หาจํานวนสามหลักที่เป็นจํานวนเริ่มต้นนี้
แนวคิแนวคิ
ด ด
จํานวน จัดเรียงใหม่เป็นจํานวนที่มีค่ามากที่สุดคือ โดยที่ a>b>c และค่าน้อยที่สดุ คือ
สมการคือ   = 100a + 10b + c  100c  10b  a = 99 (a – c)
เป็น พหุคูณ ของ 99 ดังนั้น มีจํานวนสามหลัก 8 จํานวนที่เป็นพหุคูณ ของ 99
ประกอบด้วย 198, 297, 396, 495, 594, 693, 792, 891

พิจารณา ผลต่างเมื่อจัดเรียงใหม่

198 981-189 ≠ 198
297 972-279 ≠ 297
396 963-369 ≠ 396
495 954-459 = 495 ตรงตามเงื่อนไข
594 954-459 ≠ 594
693 936-369 ≠ 693
792 972-279 ≠ 792
891 981-189 ≠ 891

ตอบ 495
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2554) : 114

15. จากรูปมีรูปวงกลมหวงกลมห้าาวงซึ วงซึ่ง่งมีมีรรัศัศมีมี11เซนติ เซนติเมตรเท
เมตรเท่ากัานกันลากส ลากส่วนของเส
วนของเส้ นตรงเชื
นตรงเชื่อมต อจุอดจุศูดนศูยนกย์ลางของทุ
่อมต่ กลางของทุ กรูปกรูป
ให้จุดศูนยย์กกลางของแต
ทําให ลางของแต่ลละรูะรูปปเปกลายเป็ นมุมยอดของรู
นมุมยอดของรู ปสามเหลี ปสามเหลี
่ยมตางๆ่ยมต่
ใหาหงๆาวาให้พืห้นาว่
ที่ขาองสพืน้ วทีนที่ของส่ ่แรเงา วนที่แรเงา
15.
15. จากรู ป มี ร ป
ู วงกลมห้
15.
จากรูนปกีกีมี่ต่ตรารางเซนติ
ทั้งหมดเป
หมดเป็ ูปารางเซนติ า วงซึ
จากรูเามตร
วงกลมห้ เปมตร มีร(กํ
วงซึ ง
่ มี
่งูป(กํ ร ศ
ั มี
มีวงกลมห้
าราหนดให
ัศหนดให้1 เซนติ เ มตรเท่
ππเทเ่งมตรเท่
าวงซึ
มี 1 เซนติ =มีากัร3.14 ากั
บัศมี3.14 น
า1กัและ ลากส่
เซนติ
นและ วนของเส้
เมตรเท่
ลากส่ น
านกัทศนิ
วนของเส้
ตอบเป
ตอบเป็ นทศนิ ตรงเชื
นยนมลากส่ อ
่ มต่
2ม ตํ2วาตํนของเส้
ยตรงเชื ่อแหน่
ามต่
แหน อ จุ ด ศู นย์ย์กกลางของทุ
อง)จุงดน) ศูตรงเชื น ลางของทุ
่อมต่อจุดศูกกนรูรูปปย์กลางของทุกรูป
ทํทําาให้
ให้จจุดุดศูศูนนย์ย์กกลางของแต่
ลางของแต่
ทําให้จุดศูลนละรู ะรู
ย์กปปลางของแต่
กลายเป็นนมุลมุมะรู
กลายเป็ มยอดของรู
ยอดของรู
ปกลายเป็ปปนสามเหลี
สามเหลี ่ย่ยมต่
มุมยอดของรู มต่าางๆ
ปงๆสามเหลี
ให้หหาว่
ให้ าว่่ยามต่
า พืพืาน้ น้ งๆทีที่ข่ของส่
องส่
ให้หววาว่นที
นทีา ่แ่แพืรเงา
รเงา
น้ ที่ของส่วนที่แรเงา
ทั ง
้ หมดเป็ น
ทั้งหมดเป็นกี่ตารางเซนติกี ต
่ ารางเซนติ
ทั้งหมดเป็เมตร เ มตร (กํ า
นกี่ตารางเซนติหนดให้
(กําหนดให้เมตร π =
π =(กํ3.14 3.14
าหนดให้ และ ตอบเป็
และ πตอบเป็
= 3.14 น ทศนิ ย ม
และยมตอบเป็
นทศนิ 2 ตํ
2 ตําแหน่ า แหน่
นทศนิ ง )
ง) ยม 2 ตําแหน่ง)

แนวคิด
กําหนดชื่อแต่ละมุมด้วยตัวเลข ดังรูป
แนวคิดด
แนวคิ แนวคิด
กํกําาหนดชื
หนดชื่อ่อแต่
แต่ลละมุ
ะมุ
กํามมหนดชื
ด้ด้ววยตั
ยตั่อววแต่
เลขละมุ
เลข ดัดังงมรูรูปด้ปวยตัวเลข ดังรูป
5
8 9
1 6 55 7 4 5
2 8 9 8
11 66 8 1 9 3 77 6 44 9 7 4
22 2 3
3 3
1̂  2̂  3̂  4̂  (360  )  5̂
พื้นที่ที่แรเงาทัง้ หมดมีค่าเท่ากับ π ×
360 
1̂ 2̂2̂  3̂3̂ 4̂4̂ 
1̂ 1̂ (360

(360  )  5̂

)3̂9̂5̂4̂ 180(360 
)  5̂6̂  8̂ , 7̂  9̂
ในรูปพืพื้น1้̂นที  6̂ ง้ ง้ หมดมี
ที่ท่ท2̂ี่แี่แรเงาทั
รเงาทั 180
หมดมี

ค า
่ ,
พื้นที่ทคี่แ่ารเงาทั 3̂
เท่ า กับ 4̂
เท่ากับง้ หมดมีπ  × 7̂ 
π × ค่าเท่ากับ π360 180 , 5̂
×   8̂  
และ
ดังนั้น 360 360 

 และ 6̂  8̂
ในรู ป 1̂  2̂  6̂  180  , 3̂  4̂  7̂  180  , 5̂  8̂  9̂ 5̂ 180
180 7̂7̂ 6̂9̂9̂ 8̂ , 7̂  9̂
 8̂ ,,และ
 
ในรูป 1̂  2̂ 1̂ ในรู 6̂ 
ป 1̂
180
 2̂  3̂  4̂  6̂  7̂2̂ ,  3̂6̂   4̂ 
180 
7̂ ,  3̂ 180
 360 4̂ ,  5̂7̂  8̂ 
180 
9̂ ,   8̂  9̂ 6̂ 180
และ

ดัดังงนันั้น้น 1̂  2̂ ดังนั3้̂น 4̂  8̂  9̂  360  
1̂  2̂  3̂  4̂  2̂6̂6̂  3̂7̂7̂  4̂ =6̂360 360
1̂ 1̂2̂ 2̂3̂3̂4̂1̂4̂(180 - 5̂)  360  7̂  360 
1̂  2̂  3̂  4̂  2̂8̂8̂  3̂9̂9̂  4̂ =8̂ 360 360
1̂ 1̂2̂ 2̂3̂ 3̂4̂ 1̂4̂(360 - 5̂)  540  9̂  360 
1̂1̂  2̂2̂  3̂3̂ 1̂4̂4̂  2̂540  3̂ --5̂5̂3))4̂ = (180
(180
(180 360 - 5̂)  360 
360
3 
สรุปว่า พื้นที่ทแี่ รเงาทั 1̂1̂ ้ง2̂2̂หมดเท่ 3̂ ากั บ
4̂ π
 3̂  1̂4̂  2̂360 (360 

- 5̂ ) π 
  3̂ -5̂2)4̂  (360
(360 =  540
540  3- .5̂14) 4.540 71  ตารางเซนติเมตร
2
540 33 54033 3
540 3 ตารางเซนติเมตร
สรุ ตอบ 4.71 ตารางเซนติ
สรุปปว่ว่าา พืพื้น้นทีที่ท่ทแี่ แี่ สรุ
รเงาทั
ปว่า้ง้งหมดเท่
รเงาทั หมดเท่ เมตรกับบ ππ้งหมดเท่
พื้นที่ทแี่ าากัรเงาทั  
ากับπ π π  33..14 14π44..71
71 ตารางเซนติ
3.14  4.71เมตรตารางเซนติเมตร
360 22 36022 2
360 2
ตอบ 4.71
ตอบ 4.71 ตารางเซนติ
ตารางเซนติ
ตอบ 4.71 เเมตร
มตรตารางเซนติเมตร
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 115

16. จํ16.านวนเต็ จํานวนเต็
มบวกสีมบวกสี่จํานวนที่จํานวนที
่แตกต่แาตกต่ งกันาไดงกัแนกได้aแ,ก่ba ,, cbและ , c และ d โดยที
d โดยที ่ a <่ ab << bc << cd<ถาdผลคู ถ้าผลคู
ณของณของ
16. (dจํา–นวนเต็c)(d×–ม(cc)บวกสี
–×b)(c่จํา×–นวนที
b) ×– a)
(b (b นี– ้สa)ามารถหารลงตั
่แตกต่
นี้สามารถหารลงตัววได้ยด2009
างกันได้แก่ a , bว,ไดc ดและ
้วย 2009
d โดยที
เราจะเรียกกลุ
เราจะเรี
่ a < bยกกลุ < c ม<ของจํ
่มของจํานวนเต็
d ถ้าานวนเต็
ผลคูณของ มบวกมบวก
ทั(d้งสี–่จําc)ทันวนนี
้งสี่จํานวนนี ้ว่า "กลุ่มเพืน่อ"นกัใหนห"าวให้า หตัาว่
× (c้ว–า b)"กลุ×ม(bเพื–่อนกั
a) นี้สามารถหารลงตั
า ตั1้งแต่
้งแต 1 ถึงมี60"กลุมีม"กลุ
วได้ถึดง้วย602009 เพื่อ่มนกั
เราจะเรี
เพื่อนนกั
ยกกลุ
น" แบบนี
" ่มแบบนี
ของจํ้ทานวนเต็
้ทั้งหมดอยู
ั้งหมดอยู มบวกกี่กลุ่กมี่กลุ่ม
แนวคิ
ทั้งสี่จดําดนวนนี้ว่า "กลุ่มเพื่อนกัน" ให้หาว่า ตั้งแต่ 1 ถึง 60 มี "กลุ่มเพื่อนกัน" แบบนี้ทั้งหมดอยู่กี่กลุ่ม
แนวคิ
2009 = 7 X77 X41
2009=7 41ถ้ถาา(a,b,c,d)
(a,b,c,d)คืคืออกลุ กลุ่มมของตั
ของตัววเลขในกลุ
เลขในกลุม่ มเพืเพื่อ่อนกั
นกันน แล้ แลวผลต่ ผลตางระหว่
งระหวางจํานวนสองตัว
แนวคิด
ในกลุม่มตต้อองน
ในกลุ งน้อยกว่าา 60 60 เนื่องจาก (d-c) X (c-b) X (b-a) (b-a) หารด หารด้วย 2009 ลงตัว หนึ่งจํานวนในสามจํานวนคืออ
2009=7 อ7ยกว  41 ถ้า (a,b,c,d) คือกลุ่มของตัวเลขในกลุม ่ เพื่อนกั น แล้วผลต่างระหว่างจํานวนสองตัว
d-c, c-b
d-c, c-b หรือ b-a มีค่า 41 41 ทีที่เเ่หลื
หลือออีอีกกสองจํ
สองจํ านวนเป็
นวนเป น 77 หรื หรื ออผลคู
ผลคู ณณของ
ของว77หนึ (ถ้(ถาาจํจําานวนหนึ
นวนหนึ่งง่ เป็เปนนผลคู ณณของ 49
ในกลุ่มต้องน้อยกว่า 60 เนื่องจาก (d-c)  (c-b)  (b-a) หารด้วย 2009 ลงตั ่งจํานวนในสามจํ าผลคู
นวนคื ของ
อ 49
แล้
แลวหรื ผลต่
ผลต างของจํานวนสองจํานวนจากสี่จ่จําํานวน นวนนมีมี7คค่าาหรื
ไม่
ไมอนนผลคู
อ้ อยกว่ าา 49
497++(ถ้4141าจํ==านวนหนึ
90)
d-c, c-b อ b-a มีค่า 41 ที่เหลือนวนจากสี อีกสองจํานวนเป็ ยกว ณของ 90) ่งเป็นผลคูณของ 49
ถ้า d – c = 41แล้ว c – b = 7 และ b – a = 7 ทําให้ c – a = 14 และ d – a = 55
แล้วผลต่างของจํานวนสองจํานวนจากสี่จํานวน มีค่าไม่นอ้ ยกว่า 49 + 41 = 90)
 (a,d) คือ (1,56), (2,57), (3,58), (4,59), (5,60)
ถ้า d – c = 41แล้ว c – b = 7 และ b – a = 7 ทําให้ c – a = 14 และ d – a = 55
กลุ่มเพื่อนกันคือ (a,b,c,d) ได้แก่ (1,8,15,56) , (2,9,16,57) , (3,10,17,58) , (4,11,18,59) , (5,12,19,60)
 (a,d) คือ (1,56), (2,57), (3,58), (4,59), (5,60)
ถ้า c – b = 41 เช่นเดียวกับ d – c = 7 และ b – a = 7 กลุม่ เพื่อนกันมี 5 กลุ่ม คือ (a,b,c,d)ได้แก่
กลุ่มเพื่อนกันคือ (a,b,c,d) ได้แก่ (1,8,15,56) , (2,9,16,57) , (3,10,17,58) , (4,11,18,59) , (5,12,19,60)
(1,8,49,56) , (2,9,50,57) , (3,10,51,58) , (4,11,52,59) , (5,12,53,60)
ถ้า c – b = 41 เช่นเดียวกับ d – c = 7 และ b – a = 7 กลุม่ เพื่อนกันมี 5 กลุ่ม คือ (a,b,c,d)ได้แก่
ถ้า b – a = 41 เช่นเดียวกับ d – c = 7 และ c – b = 7 กลุม่ เพื่อนกันมี 5 กลุ่มคือ (a,b,c,d)ได้แก่
(1,8,49,56) , (2,9,50,57) , (3,10,51,58) , (4,11,52,59) , (5,12,53,60)
(1,42,49,56) , (2,43,50,57) , (3,44,51,58) , (4,45,52,59) , (5,46,53,60)
ถ้า b – a = 41 เช่นเดียวกับ d – c = 7 และ c – b = 7 กลุม่ เพื่อนกันมี 5 กลุ่มคือ (a,b,c,d)ได้แก่
ดังนั้น มีทั้งหมด 15 กลุ่มของกลุ่มเพื่อนกันตั้งแต่ 1 ถึง 60
(1,42,49,56) , (2,43,50,57) , (3,44,51,58) , (4,45,52,59) , (5,46,53,60)
ตอบ 15 กลุ่ม
ดังนั้น มีทั้งหมด 15 กลุ่มของกลุ่มเพื่อนกันตั้งแต่ 1 ถึง 60
ตอบ 15 กลุ่ม
17. สมศักดิ์และสมศรีกําลังเดินบนหาดทรายแห่งหนึ่ง โดยที่สมศรีเดินนําหน้าสมศักดิ์ แต่ละก้าวของ
สมศักดิ์และสมศรีวัดระยะห่างได้ 0.75 เมตร และ 0.6 เมตร ตามลําดับ ระยะห่างแต่ละก้าวคงที่เสมอ
17. สมศักดิ์และสมศรีกําลังเดินบนหาดทรายแห่งหนึ่ง โดยที่สมศรีเดินนําหน้าสมศักดิ์ แต่ละก้าวของ
ถ้าทั้งคู่เริ่มออกเดินจากจุดเริ่มต้นเดียวกัน (ตําแหน่งนี้จะมีรอยเท้าแรกปรากฏอยู่ด้วย) และรอยเท้าที่
สมศักดิ์และสมศรีวัดระยะห่างได้ 0.75 เมตร และ 0.6 เมตร ตามลําดับ ระยะห่างแต่ละก้าวคงที่เสมอ
เกิดจากการเดินทั้งสองข้างของทั้งสองคนอยู่บนเส้นตรงเดียวกันตลอดระยะทาง 100 เมตร
ถ้าทั้งคู่เริ่มออกเดินจากจุดเริ่มต้นเดียวกัน (ตําแหน่งนี้จะมีรอยเท้าแรกปรากฏอยู่ด้วย) และรอยเท้าที่
ให้หาว่า จะมีรอยเท้าเกิดขึ้นทั้งหมดกี่รอย
เกิดจากการเดินทั้งสองข้างของทั้งสองคนอยู่บนเส้นตรงเดียวกันตลอดระยะทาง 100 เมตร
(หมายเหตุ ถ้ามีรอยเท้าปรากฏตรงตําแหน่ง 100 เมตรพอดีก็ให้นับรอยเท้านี้ด้วย และให้พิจารณาว่า
ให้หาว่า จะมีรอยเท้าเกิดขึ้นทั้งหมดกี่รอย
ถ้ารอยเท้าของทั้งสองคนทับลงบนตําแหน่งเดียวกันพอดีให้นับเพียงหนึ่งรอยเท่านั้น)
(หมายเหตุ ถ้ามีรอยเท้าปรากฏตรงตําแหน่ง 100 เมตรพอดีก็ให้นับรอยเท้านี้ด้วย และให้พิจารณาว่า
แนวคิด
ถ้ารอยเท้าของทั้งสองคนทับลงบนตําแหน่งเดียวกันพอดีให้นับเพียงหนึ่งรอยเท่านั้น)
ด ในด 100 เมตรสมศักดิ์เดินได้ 100  0.75 = 133.33 ก้าว จะมีรอยเท้า 134 รอย (นับรอยเท้าเริ่มต้นด้วย)
แนวคิแนวคิ
ใน 100 เมตรสมศั 100 เมตรสมศรี กดิ์เดินได้ เดินได้
100100  0.75 0.6= =133.33 166.67ก้าก้วาวจะมี จะมีรรอยเท้
อยเท้าา134 167รอย รอย(นั (นับบรอยเท้
รอยเท้าาเริเริ่ม่มต้ต้นนด้ด้ววย)
ย)
สมศักดิ์เดินก้าวละ 0.75 เมตร และสมศรีเดินก้าวละ 0.6 เมตร
100 เมตรสมศรีเดินได้ 100  0.6 = 166.67 ก้าวจะมีรอยเท้า 167 รอย(นับรอยเท้าเริ่มต้นด้วย)
ฉะนั้นในระยะทุกๆ 3 เมตร รอยเท้าจะทับกันสนิท1 รอย
สมศักดิ์เดินก้าวละ 0.75 เมตร และสมศรีเดินก้าวละ 0.6 เมตร
ฉะนั้นใน ในระยะทุ 100กๆเมตร 3 เมตรจะมีรรอยเท้
อยทับากัจะทั น 100 บกันสนิ3ท=1 33.33รอย นับรอยเท้าได้ 34 รอย (นับรอยเท้าเริ่มต้นด้วย)
ในนั100 ่นคือเมตร
จะมีรอยเท้จะมีราอยทัมองเห็ บกันนได้100 จํานวน  3 134
= 33.33 + 167 นับรอยเท้ 34 =าได้26734รอยรอย (นับรอยเท้าเริ่มต้นด้วย)
ตอบ 267 รอย
นั่นคือจะมีรอยเท้ามองเห็นได้จํานวน 134 + 167  34 = 267 รอย
ตอบ 267 รอย
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2554) : 116

18. จากรูป ส่วนของเส้นตรง AB เป็นเส้นผ่านศูนย์กลางของรูปครึ่งวงกลม O และยาว 12 เซนติเมตร
18.จุจากรู
18.
18. ดจากรู
จากรู C ปและจุปปส่ส่วส่วนของเส้ดนของเส้
วนของเส้D แบ่นนงตรง นตรง ABAB
ตรง ออกเป็
ABเป็เป็เป็นนเส้
AB นนเส้เส้
สามส่
นนผ่นผ่าผ่านศู วนศู
านศูนที
นนย์นย์่ยกย์กาวเท่
ลางของรู
กลางของรู
ลางของรูากัน ปปส่ปครึครึ วครึนโค้ งที่มีจOุดOOศูและยาว
่ง่งวงกลม
่งวงกลม
วงกลม นและยาว
ย์กลางอยู
และยาว 121212่ทเซนติ ี่จเซนติ
เซนติ ุด Cเมตร
และ
เเมตร
มตร
มีจุจุดจุCA
ดดCCCและจุ เป็
และจุ น รั
และจุดดดDDDแบ่ศมี พ บส่ ว
แบ่งงงAB
แบ่ นโค้ ง อี ก
ABออกเป็
AB เส้ น
ออกเป็นนสามส่
ออกเป็ หนึ นสามส่ ง
่ ซึ ง

สามส่ววนทีมี จ ด

วนที ศู น ย์
นที่ย่ยาวเท่ ก ลางอยู ท
่ จ
่ ี
าวเท่าากัากันกันนส่ส่วส่วนโค้
่ยาวเท่ ด
ุ D และมี DB เป็ น รัศมี
นโค้งงทีงทีที่ม่มีจ่มีจุดีจุดศูุดศูนศูนย์นย์กย์กลางอยู
วนโค้ ท จ
่ ี ด
ุ M ระยะห่
ลางอยู่ท่ท่ทีจี่จุดี่จุดุดCCCและ
กลางอยู และาง
และ
มีทีมีมี่สCA
ั้นCA
CA
ที่สเป็ุดเป็ระหว่ างจุดบส่วMนโค้
เป็นนรันรัศรัศมีศมีพมีพพบส่
บส่ววนโค้
ไปยั
งงอีงอีกงอีกเส้
นโค้ AB เท่หนึา่งซึกั่ง่งซึบมี่งจ3.46
เส้นนหนึ
กเส้ นหนึ เซนติ เมตร่ทที่จใชุ้ดี่จุดจDุดDและมี
่งซึ่งมีมีจุดจุดศูุดศูนศูนย์นย์กย์กลางอยู
กลางอยู
ลางอยู ่ที่จุด D และมี
Cและมี
เป็นDBจุDB ดศูนย์กลางและ COระยะห่ เป็นรัศมี
DBเป็เป็เป็นนรันรัศรัศมีศมีทมีทที่จี่จุดี่จุดุดMMMระยะห่
ระยะห่าางางง
เขีทีที่สยนรู ปครึุด่งระหว่ วงกลมมาพบกั บ งAB ทีเท่
่จเท่
ุด E และใช้ จเซนติ
ุด D เป็ นจุใช้ ดใช้ ศูนย์กลางและ DO เป็กลางและ นรัศมีเขียCO นรูปครึ่ง
ที่สั้น่สั้นทีั้นทีที่ส่สุด่สุดระหว่
ระหว่าางจุ างจุงจุดดดMMMไปยั ไปยั
ไปยั งงAB AB
AB เท่าากัากับกับบ3.46 3.463.46เซนติ เซนติเเมตร เมตร
มตร ใช้จจุดจุดุดCCCเป็เป็เป็นนจุนจุดจุดศูดศูนศูนย์นย์กย์กลางและ
ลางและ CO CO เป็เป็เป็นนรันรัศรัศมีศมีมี
วงกลมพบกั
เขีเขีเขียยนรูยนรูนรูปปปครึ บ่งวงกลมมาพบกั
AB ที่จุด F ให้หาว่ ABทีาทีที่จพื่จุด่จุด้นุดEทีEE่สและใช้
่วนที ่แรเงามี
จจุดจุดุดDDDคเป็เป็
่าเป็
กีน่ตจุนารางเซนติ เมตร DODOเป็เป็นรันศรัมีศเมีขีเยขีนรู
ครึครึ่ง่งวงกลมมาพบกั
วงกลมมาพบกับบบAB AB และใช้
และใช้ นจุดจุดศูดศูนศูนย์นย์กย์กลางและ
กลางและ ลางและ DO เป็นรัศมีเขียยนรูนรูปปปครึ ครึครึ่ง่ง่ง
(กํ า
วงกลมพบกั หนดให้
วงกลมพบกับบบAB π เท่ า กั บ 3.14
ABทีทีที่จ่จุด่จุดุดFFFให้ และ ตอบเป็ น ทศนิ ย ม 2 ตํ า แหน่ ง )
วงกลมพบกั AB ให้ให้หหหาว่าว่าว่าาาพืพืพื้น้นที้นทีที่ส่ส่วส่วนที นที่แ่แรเงามี
่วนที รเงามีคค่าค่ากี่ากี่ตกี่ตารางเซนติ
่แรเงามี ารางเซนติเเมตร
่ตารางเซนติ เมตร
มตร
หนดให้πππเท่เท่เท่าากัากับกับบ3.14
(กํ(กํ(กําาหนดให้
าหนดให้ 3.14และ
3.14 และตอบเป็
และ ตอบเป็นนทศนิ
ตอบเป็ นทศนิ ทศนิยยมยมม222ตํตําตําแหน่ แหน่งง)ง))
าแหน่

M
MMM

A E C O D F B

AA
AA EEEE CC
CC O
OO
O DD
DD FFFF BB
BB
แนวคิด
แนวคิ
แนวคิ ดดด ด
แนวคิ
แนวคิ

M
MMM

A E C O D F B

พืAA้นAAที่  MOC EEEE  CCC C  OO OO  DD DD ซมFF2FF BBBB

พืพืพื้น้นที้นทีที่ ่ ่ MOCMOC    1 ซม
MOC ซม2222 2
ซม
พื้นที่สามเหลี่ยมฐานโค้ง AMC   3.14  4  16.75 ซม 2
3111
พืพืพื้น้นที้นทีที่ส่สามเหลี ามเหลี่ย่ยมฐานโค้
่สามเหลี ่ยมฐานโค้
1มฐานโค้ งงงAMC
AMC
AMC  3.14 3.1444422 2
3.14
2
116.75
16.75ซม
16.75 ซมซม22222 2
พื้นที่แรเงา  (  3.14  6 )  16.75 2
333  3.46   3.14  2 ซม
2 2
1111 111
พืพืพื้น้นที้นทีที่แ่แรเงา รเงา(((56.52
่แรเงา  ) 16.753.46 123.143.142222222ซมซม2222
ซม
2 2
( 3.14
3.14
3.14
3.14 666622)2))
16.75 16.75
 16.75
3.46
16.75 3.46
3.46
6.28
3.46 ซม 3.14
3.14
2222 2222
 30.03
56.52 ซม
56.5216.75
2
16.753.46 3.466.28
6.28ซม ซม2222
56.52 16.75 3.46 6.28 ซม
ตอบ 30.03 30.03 ตารางเซนติ
30.03 ซม ซม2222 เมตร
30.03 ซม
ตอบ
ตอบ ตอบ30.03 30.03ตารางเซนติ
30.03 ตารางเซนติเมตร
ตารางเซนติ เเมตร
มตร
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 117

19. พื้นที่ผิวทัง้ หมดของแท่งไม้รูปทรงสี่เหลีย่ มมุมฉากแท่งหนึ่งดังรูป ถูกทาด้วยสีแดงทั้งหมด หลังจากนั้น
19. นํพืา้นแท่ที่ผงไม้
ิวทันง้ ี้มหมดของแท่
าตัดแบ่งเป็งนไม้รูปรูปทรงลู
ทรงสีกบาศก์
่เหลีย่ มมุ
ขนาดมฉากแท่ งหนึ่งดังรูป ถูกทาด้
1 ซม.×1ซม.×1ซม. เท่า วๆยสีกัแนดงทั้งหมด หลังจากนั้น
ให้นําหแท่
าว่างไม้จํานนวนลู ี้มาตัดกแบ่ งเป็นขรูนาด
บาศก์ ปทรงลู กบาศก์ขนาด 1 ซม.×1ซม.×1ซม.
1 ซม.×1ซม.×1ซม. ที่ถูกทาสีสองด้านมีเท่ทาั้งๆหมดกี
กัน ่ลูก
ให้หาว่า จํานวนลูกบาศก์ขนาด 1 ซม.×1ซม.×1ซม. ที่ถูกทาสีสองด้านมีทั้งหมดกี่ลูก
10 ซม.
10 ซม.
4 ซม.
4 ซม.
3 ซม. 4 ซม. 5 ซม.
3 ซม. 4 ซม. 5 ซม.

4 ซม.
4 ซม. 5 ซม.
3 ซม. 5 ซม.
3 ซม.
แนวคิด
แนวคิด
แนวคิดแท่งไม้ถูกตัดออกแล้วมีสแี ดงสองด้าน(ขอบริมทั้งหมดทุกด้าน)จะมีปริมาตรเป็น
แทงไมถูกตัดออกแลวมีสีแดงสองดาน (ขอบริมทั้งหมดทุกดาน) จะมี
แท่งไม้ถูก+ตัด(4×2×1)
ออกแล้วมี+ส(6×3×1)
แี ดงสองด้า+น(ขอบริ มทั้ง+หมดทุ กด้าน)จะมี ปริมาตรเป็น
(2 ×(2×8×1)
8) + (6 x 2) + (10 x 3) + (2 x (2×1×1)
1) (4×3×1) + (2×2×1)
=(2×8×1)
16 + 8 ++ (4×2×1)
18 + 2 + +12(6×3×1)
+ 4 + (2×1×1) + (4×3×1) + (2×2×1)
= 16 + 12 + 30 + 2
==6016 + 8 + 18 + 2 + 12 + 4
= 60 ลู60ก
 จํ=านวนลู กบาศก์เล็กขนาด 1 ซม. × 1 ซม. × 1 ซม. ที่ถูกทาสีแดงสองด้านมีทั้งหมด 60 ลูก
 จํานวนลูกบาศก์เล็กขนาด 1 ซม. × 1 ซม. × 1 ซม. ที่ถูกทาสีแดงสองด้านมีทั้งหมด 60 ลูก
ตอบ 60 ลูก
ตอบ 60 ลูก
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2554) : 118

20.
20. ให้
ให้หหาว่ าว่าา จํจําานวนนั
นวนนับบทีที่ม่มีสีสามหลั
ามหลักก ทีที่เ่เลขโดดในแต่
ลขโดดในแต่ลละหลั
ะหลักกเรี
เรียยงจากมากไปหาน้
งจากมากไปหาน้ออยย เช่
เช่นน 843
843 ,, 961
961 ,, 752
752
มีมีททั้งั้งหมดกี
หมดกีจจ่่ ําํานวน
นวน
แนวคิ
แนวคิ
แนวคิ ดด ด
พิพิจจารณา ไม่มี
ารณา 999 999 ไม่มี 990 990 ไม่ ไม่มมีจีจําํานวนที
นวนที่ต่ต้อ้องการ
งการ
989 ไม่ ม ี
989 ไม่มี 988, 987 988, 987 980
980 มีมี 88 จํจําานวน
นวน
979 ไม่ ม
979 ไม่มี 977, ี 977, 976
976 970
970 มีมี 77 จํจําานวน
นวน
969 ไม่
969 ไม่มมีี 966,
966, 965
965 960
960 มีมี 66 จํจําานวน
นวน
959
959 ไม่ ไม่มมีี 955,
955, 954
954 950
950 มีมี 55 จํจําานวน
นวน
949 ไม่
949 ไม่มมีี 944,
944, 943
943 940
940 มีมี 44 จํจําานวน
นวน
939
939 ไม่ ไม่มมีี 933,
933, 932
932 930
930 มีมี 33 จํจําานวน
นวน
929 ไม่
929 ไม่มมีี 922,
922, 921
921 920
920 มีมี 22 จํจําานวน
นวน
919 ไม่
919 ไม่มมีี 911,
911, 910
910 มีมี 11 จํจําานวน
นวน
909 ไม่มี 900
909 ไม่มี 900 ไม่ ไม่มมีจีจําํานวนที
นวนที่ต่ต้อ้องการ
งการ
จาก
จาก 999 999   910 910 มีมีจจําํานวนดั
นวนดังงกล่
กล่าาวว
11  22   33   44  55   66   77   88 
 36
36 จํจําานวน
นวน
เช่
เช่นนเดี
เดียยวกั
วกันน จํจําานวนจาก
นวนจาก 898 898 800
800 มีมี
11  22   33   44   55   66   77 มีมี 28 28 จํจําานวน
นวน
จาก
จาก 799799 700
700 มี
มี 21 21 จํจําานวน
นวน
จาก
จาก 699699 600
600 มี
มี 15 15 จํจําานวน
นวน
จาก
จาก 599599 500
500 มี
มี 10 10 จํจําานวน
นวน
จาก
จาก 499499 400
400 มี
มี 66 จํจําานวน
นวน
จาก
จาก 399399 300
300 มีมี 33 จํจําานวน
นวน
จาก
จาก 299299 200
200 มีมี 11 จํจําานวน
นวน
จาก
จาก 199199 100
100 ไม่
ไม่มมีจีจําํานวนที
นวนที่ต่ต้อ้องการ
งการ
รวม
รวม 120
120 จํจําานวน
นวน
ตอบ 120
ตอบ 120 จํานวน จํ านวน
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 119

21.21.ในชัในชั
้นเรี้นยเรีนหนึ
ยนหนึ่ง ่ง85%
85%ของนั
ของนั กเรีกยเรีนอยู
ยนอยู ่ชุม่ชนุุมมนุบาสเกตบอล
มบาสเกตบอล
82% อยู ช
่ ม

82% อยู่ชุมนุมฟุตบอล นุ ม ฟุ ต บอล
78%
78%อยูอยู ่ชุม่ชนุุมมนุเบสบอล
มเบสบอล
72% อยู ช
่ ม

72% อยู่ชมุ นุมวอลเลย์นุ ม วอลเลย์ บอลบอล
ให้ให้
หาว่ า จํ านวนเปอร์ เซ็ นต์ ท น

หาว่าจํานวนเปอร์เซ็นต์ที่น้อยที่สุดของนัี อ
้ ยที ส
่ ด
ุ ของนั กเรีกยเรีนในชั
ยนในชั้นนี้น้ทนีี่อ้ทยูี่อ่ทยูั้ง่ท4ั้ง 4ชุมชุนุมมนุม

แนวคิ ดด ด
แนวคิ
แนวคิ
นักนัเรีกยเรีนอยู
ยนอยู ่ชุม่ชนุุมมนุบาสเกตบอล
มบาสเกตบอล 8585%%
ไม่ไม่
อยูอ่ใยูนชุ่ในชุ
มนุมมนุบาสเกตบอล
มบาสเกตบอล 1515%%
นักนัเรีกยเรีนอยู
ยนอยู ่ชุม่ชนุุมมนุฟุมตฟุบอล
ตบอล 8282%%
ไม่ไม่อยูอ่ใยูนชุ่ในชุมนุมมนุฟุมตฟุบอลตบอล 1818%%
อยูอยู ่ชุม่ชนุุมมนุเบสบอล
มเบสบอล 7878%%
ไม่ไม่
อยูอ่ใยูนชุ่ในชุ มนุมมนุเบสบอล
มเบสบอล 2222%%
อยูอยู ่ชุม่ชนุุมมนุวอลเลย์
มวอลเลย์ บอลบอล 7272%%
ไม่ไม่
อยูอ่ใยูนชุ่ในชุ
มนุมมนุวอลเลย์
มวอลเลย์ บอลบอล 2828%%
รวมไม่
รวมไม่ มนุมมนุทัม้งทั้ง4 4ชุมชุนุมมนุม = = 1515181822222828
อยูอ่ใยูนชุ่ในชุ
= = 8383%%
ดังดันัง้นนั้น อยูอยู่ในชุ่ในชุ 1008383%%
มนุมมนุทัม้งทั4้ง 4ชุมชุนุมมนุม = = 100
= = 1717 %%
ตอบ ตอบ 1717 %%
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2554) : 120

22. ทรงลูกบาศกมีปริมาตรเทากับ 1 ลูกบาศกนิ้ว 8 ลูกบาศกนิ้ว และ 64 ลูกบาศกนิ้ว
ถานําทรงลูกบาศกดังกลาว มาทากาวติดกันเปนรูปทรงเรขาคณิตเพื่อใหมีพื้นที่ผิวนอยที่สุด
ใหหาวา พื้นที่ผิวที่นอยสุดที่เปนไปได มีคาเทากับกี่ตารางนิ้ว
แนวคิด คํานวณพื้นที่ลูกบาศก ทั้ง 6 ดาน ดังนี้
1. ลูกบาศกปริมาตร 1 ลูกบาศกนิ้ว มีพื้นที่ 1 ดานเทากับ 1X1 = 1 ตารางนิ้ว
มี 6 ดาน รวม 6 ตารางนิ้ว
2. ลูกบาศกปริมาตร 8 ลูกบาศกนิ้ว มีพื้นที่ 1 ดานเทากับ 2X2 = 4 ตารางนิ้ว
มี 6 ดาน รวม 24 ตารางนิ้ว
3. ลูกบาศกปริมาตร 64 ลูกบาศกนิ้ว มีพื้นที่ 1 ดานเทากับ 4X4 = 16 ตารางนิ้ว
มี 6 ดาน รวม 96 ตารางนิ้ว
4. วาดภาพประกอบการหาคําตอบ ดังนี้

รูปที
ปที1
ปท่ รูปที
ปที 2
ปท่ รูปที
ปที 3
ปท่
5. พิจารณาพื้นที่ของรูปที
ปที 1 มีพื้นที่ทั้งหมด 96 ตารางนิ้ว
ปท่
พิจารณาพื้นที่ของรูปที
ปที 2 มีพื้นที่ทั้งหมด 28 ตารางนิ้ว
ปท่
ด้านหน้า 4 ตารางนิ้ว
ด้านหลัง 4 ตารางนิ้ว
ด้านข้างซ้าย 5 ตารางนิ้ว
ด้านข้างขวา 5 ตารางนิ้ว
ด้านบน 5 ตารางนิ้ว
ด้านล่าง 5 ตารางนิ้ว
6. สร้างตารางหาพื้นที่ส่วนที่เหลือ
พื้นที่ผิวรูปทรงปริ
ปทรงปริ
ปทรงปรมาตร รูปที
ปที 1
ปท่ รูปที
ปที 2
ปท่
พื้นที่ทั้งหมด 96 28
พื้นที่ที่หักออก 5 5
พื้นที่ที่เหลือ 91 23
รวม (รูปที
ปที 3)
ปท่ 114
7. พื้นที่ที่เหลือน้อยที่สุด เท่ากับ 114 ตารางนิ้ว
ตอบ 114 ตารางนิ้ว
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 121

23. จากรูป กระดาษรูปสี
ปสีเหลี่ยมผืนผ้า ABCD มีด้าน AB ยาว 24 เซนติเมตร ด้าน AD ยาว 10 เซนติเมตร
ปส่
23. จากรู
23. จากรู ป กระดาษรู
ป กระดาษรู ปสี่ย่เหลี
ปสี่เหลี มผืน่ยมผื
ผ้า นABCD
ผ้า ABCD
มีด้านมีดAB
้าน ยาว
AB ยาว 24 เซนติ
24 เซนติ เมตรเมตร
ด้าน ด้AD
าน ยาว
AD ยาว 10 เซนติ
10 เซนติ เมตรเมตร
ต่อมาพับกระดาษตามแนวเส้นทแยงมุม AC D
ต่อบมาพั
ต่อมาพั บกระดาษตามแนวเส้
กระดาษตามแนวเส้ นทแยงมุ
นทแยงมุ ม ACม AC D D
A B E
A A B B A E E B
A A B B

D C
D D C C C
แล้วพับกระดาษรูปสามเหลี
ปสามเหลียม ACD เพือให้
ปสามเหล่ ่อให้
อให ทับสนิทตามแนว C C
แล้วพัแล้บวกระดาษรู
พับกระดาษรู ปสามเหลี
ปสามเหลี ่ยม ACD
่ยม ACD เพื่อให้ ทับสนิทับทสนิ
เพื่อให้ ทตามแนว
ตามแนว
เมื่อคลี่กระดาษออกจะเกิดรอยพับดังรูป
เมืก่อระดาษออกจะเกิ
เมื่อคลี คลี่กระดาษออกจะเกิ
ดรอยพัดรอยพั
บดังรูบปดังรูป
A B
A A B B

D E C
D D E E C C
ใหหาว่า
ให้ ยาวกี่เซนติเมตร (ตอบเป็
ตอบเปนทศนิยม 2 ตําแหน่ง)
ตอบเป็
ให้าหาว่า ยาวกียาวกี
ให้หาว่ ่เซนติ่เซนติ
เมตรเมตร (ตอบเป็
(ตอบเป็ นทศนินทศนิ
ยม 2ยมตํา2แหน่
ตําแหน่
ง) ง)
แนวคิ
ด ดด
แนวคิแนวคิ
A A 24 24 B B
10 10
F F
10 10
x x 16 16
x x y y
D D E E C C
24
จากทฤษฎี
จากทฤษฎี พิธากอรัพิธากอรั
ส ACส =AC26= เซนติ
26 เซนติ
เมตรเมตร
ให้ Fให้เป็Fนจุเป็ดนบนจุดAC
บน โดย
AC โดย
EF ตัEF ตั้งฉากกั
้งฉากกั บ ACบ AC  AFE AFE
ทําให้ทําให้ ADEADE (เกิดจากการพั
(เกิดจากการพั บทับบกัทันบสนิกันทสนิ
) ท)
 CADCAD
CEF CEF
y y 26 26 52 52    24  y 20 20
     y y     24  y   เซนติเซนติ
เมตรเมตร
16 16 24 24 3 3 3 3
 DE
 DE = 6.67
= 6.67 เซนติเซนติ
เมตรเมตร
ตอบตอบ
6.676.67เซนติเซนติ
เมตรเมตร
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2554) : 122

24. อ่างเก็บน้ําแห่งหนึ่งมีน้ํารั่วออกมาในอัตราที่คงที่ ในการซ่อมแซมอ่างเก็บน้ําแห่งนี้ คนงานจะต้อง
24. สูอ่บาน้งเก็าํ ออกจากอ่
บน้ําแห่งหนึ ่งมีบนน้้ําํารัจนหมดด้
างเก็ ่วออกมาในอั วยเครื ตราที
่องสู่คบงทีน้่ ําจํในการซ่
านวนหนึ อมแซมอ่
่ง ถ้าใช้าเงเก็ ครื่อบงสู
น้ําบแห่น้ํางจํนีา้ คนงานจะต้
นวน 20 เครือ่องง
สูบน้ําเวลานาน
จะใช้ ออกจากอ่15างเก็ ชั่วบโมง
น้ําจนหมดด้
จึงจะสูบวน้ยเครื ่องสูบน้าํางเก็
าํ ออกจากอ่ จํานวนหนึ
บน้ํานี้จ่งนหมด ถ้าใช้เแต่
ครืถ่อ้างสูใช้บเน้ครืําอ่จํางสูนวนบน้ํา20 เครื่อง
จํานวน
จะใช้เครืเวลานาน
15 ่อง จะต้อ15 งใช้ชัเ่ววลามากขึ
โมง จึงจะสู ้นกว่บาน้เดิาํ มออกจากอ่
3 ชั่วโมงางเก็ ถ้าบคนงานถู
น้ํานี้จนหมด แต่ถ้าสใชู้บเน้ครืําออกจากอ่
กกําหนดให้ อ่ งสูบน้ําจําางเก็
นวนบน้ํานี้
15 เครื่อง จะต้องใช้เ10
จนหมดภายในเวลา วลามากขึ
ชั่วโมง ้นให้กว่หาาว่เดิามจะต้ 3 ชัอ่วงใช้
โมงเครืถ้่อางสูคนงานถู
บน้ําอย่กากํงน้าหนดให้
อยที่สุดสจํูบาน้นวนกีําออกจากอ่ ่เครื่อง างเก็บน้ํานี้
จนหมดภายในเวลา 10 ชั่วโมง ให้หาว่าจะต้องใช้เครื่องสูบน้ําอย่างน้อยที่สุดจํานวนกี่เครื่อง
แนวคิแนวคิ
ด ด
แนวคิให้ดเครื่องสูบน้ํา 1 เครื่อง สูบน้ํา 1 ชั่วโมง ได้น้ํา 1 หน่วย
ให้ เครื
เครื่องสูบน้ํา อ
่ งสู บ น้ า
ํ 20 เครื่อง สูบน้ํา 15 ชั่วโมง ได้น้ํา 3001 หน่
1 เครื อ
่ ง สู บ น้ า
ํ 1 ชั ว
่ โมง ได้ น า
ํ ้ หน่ววยย
เครื่อ่องสู
เครื งสูบบน้น้ําํา 15 20 เครื เครื่อ่องง สูสูบบน้น้ําํา 18 15 ชัชั่ว่วโมง โมง ได้ได้นน้ํา้ํา 270 300 หน่ หน่ววยย
เครื่อ่องสู
เครื งสูบบน้น้ําํา 20 เครื15่อง กัเครื บเครื ่อง่อสูงสูบน้บําน้ํา 1518เครื่อชัง่วทํโมง ได้นางกั
างานต่ ้ํา น 3270
ชั่วโมงหน่วย
เครืผ่อลต่งสูาบงของน้
ได้ น้ํา 20ํา เครื
30่องหน่กับวยเครืเท่่อางสูกับบน้น้ําําที15 เครื่อง ทํางานต่
่หายไปโดยการรั ่ว างกัน 3 ชั่วโมง
ได้ผลต่างของน้ํา 30 หน่วย เท่ากับน้ําที่หายไปโดยการรั 30  15่ว
ปริมาณน้ําเดิมในอ่างเก็บน้ํา เท่ากับ 300 + 30  15 = 450 หน่วย
ปริมาณน้ําเดิมในอ่างเก็บน้ํา เท่ากับ 300 + 3 = 450 หน่วย
ดังนั้น น้ําที่รั่วออกไปใน 10 ชั่วโมง = 10  10 = 100 หน่วย 3
ดังนั้น น้ําที่รั่วออกไปใน 10 ชั่วโมง = 10  10 = 100 หน่วย
เหลือน้ําที่จะต้องสูบโดยเครื่องสูบน้ําเท่ากับ 450  100 = 350 หน่วย
เหลือน้ําที่จะต้องสูบโดยเครื่องสูบน้ําเท่ากับ 450  100 = 350 หน่วย
 จะต้องใช้เครื่องสูบน้ําอย่างน้อยที่สุด 350 10 = 35 เครื่อง
 จะต้ ตอบองใช้35 ่องสู่อบง น้ําอย่างน้อยที่สุด 350 10 = 35 เครื่อง
เครืเครื
ตอบ 35 เครื่อง
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 123

25. รู25.
ปสี่เรูหลี
ปสี่ยเมจั
ปส่
ปสี หลีต่ยุรมจั
ัสรูตปุรหนึ
ัสรูปหนึ
ป่ง หนึ
ปหน่ ถูกงแบ่ถูงกออกเป็ แบ่งออกเป็
งออกเป็
งออกเปน น 3 ส่ว3นเท่
ส่วานเท่
ๆ กัานๆโดยการใช้
กัน โดยการใช้
โดยการใชเส้ นขนาน
เส้นขนาน 2 เส้น2 เส้
ดังนรูปดังรูป
ถ้าระยะห่
ถ้าระยะห่ างระหว่ างระหว่
างเส้นางเส้ นขนานสองเส้
ขนานสองเส้ นนี้เท่นานีกั้เบท่า1กับเซนติ
1 เซนติ
เมตรเมตร
ให้หาว่ ใหหาว่
ให้า รูปาสี่เรูหลี
ปสี่ยเมจั
ปส่
ปสี หลีต่ยุรมจั
สั รูตปุรนีสั ้มรูปนี
ปีพนีื้นมทีีพ่กื้นตี่ ารางเซนติ
ปน้ ที่กตี่ ารางเซนติ
เมตรเมตร

แนวคิด แนวคิด A A F F D D

B B E C
E C

1. รูปสี่เหลี่ยมจัตรุ ัส ABCD มี BF ขนานกับ ED รูปสามเหลีย่ ม AFB และรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน
BEDF มีพื้นที่เท่ากันและสูงเท่ากัน ทําให้ AF = 2DF
2. ให้ AB ยาว 3x เซนติเมตร ทําให้ AF ยาว 2x เซนติเมตร
3. จากทฤษฎีบทพีธากอรัส BF2 = AB2 + AF2 = (3x)2 + (2x)2 : BF = x เซนติเมตร
4. พื้นที่รูปสามเหลี่ยม ABF = × 3x × 2x = 3x2 ตารางเซนติเมตร
ซึ่งเท่ากับพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน BEDF
5. พื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน BEDF เท่ากับ xx1=
x ตารางเซนติเมตร
6. พื้นที่รูปสามเหลี่ยม ABF = พื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน BEDF ทําให้ 3x2 = x
x =
7. พื้นที่รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ABCD มีพื้นที่เป็น 3× ×3× = 13 ตารางเซนติเมตร
ตอบ 13 ตารางเซนติเมตร
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2554) : 124

26.
26.ผลบวกของเลขโดดทุ
ผลบวกของเลขโดดทุกกตัตัวในผลลั
วในผลลัพพธ์ทธ์ที่เป็ี่เป็นนเศษส่
เศษส่วนอย่
วนอย่างต่
างต่ําของ
ําของ
33 55 77 5107
5107
   ...  เป็เป็นนเท่เท่าใด
112 2222 2 222 2332 2 332 2442 2  ... 2553 2
2 2554 2
2553  2554
2 าใด

แนวคิ ดด ด
แนวคิ
แนวคิ
22 22 22 22 22 22 22 2
จาก 221
จาก 1==3,3, 332 2 ==5,5, 443 3=7,…, 25542553
=7,…,2554 25532==5107
5107
33 55 77 5107
5107
     
11222 2 22 233 2 33 244 2
2 2 2 2 2 2
2553 22554
2553 2 2
2554 2
222 2112 2 332 2222 2 442 2332 2 2554
2554
2
2 2553 2

2
2553
 2 2  2 2  2 2  
11222 2 22 233 2 33 244 2  2553 2553 22554
2 2
2554 2
1 1 1 1 1 1  1 1 
 21 21 21  21 21  21   1 2  1 2 
112 22 2 22 2 33 2 33 2 44 2 2553 2554 2
2553 2 2554
1
11 1 2
2554
2554 2
6522915
 6522915
6522916
6522916
ผลบวกของเลขโดดในผลลั
ผลบวกของเลขโดดในผลลัพพธ์เธ์ป็เป็นน6161
ตอบ
ตอบ 6161
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 125

27. จากโดมิ
จากโดมโน 15 ชิ้น ดังรูป 5 5
4 4 4 5
3 3 3 4 3 5
2 2 2 3 2 4 2 5
1 1 1 2 1 3 1 4 1 5

ใหเขียนรูปสี
ให้ ปสีเหลี่ยมผืนผ้าล้อมรอบจํานวนในตารางข้
ปส่ านวนในตารางข้ างนให
านวนในตารางขางล่ างนีให้
างน ้ใหเป็
ใหเป็
้ นโดมิ
เปนโดมิ
นโดมโนครบทั
โนครบท้ง 15 ชิ้น
โนครบทั
เมือโดมิ
่อโดมิโนที
อโดมโนที
โนท่อยูในลั
่ในลั
ในลกษณะ
1 3
1 3 หรือ 3 1 และ หรือ ใหถือว่าเป็
ให้ าเป็
าเปนกรณี เดียวกัน
3 1

2 4 4 2 2 3
3 4 3 4 3 4
1 2 1 5 3 5
1 2 1 4 1 2
5 5 1 5 5 3

ตอบ
2 4 4 2 2 3
3 4 3 4 3 4
1 2 1 5 3 5
1 2 1 4 1 2
5 5 1 5 5 3
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2554) : 126

28. รูปสามเหลี่ยม ABC รูปหนึ่ง มีขนาดของมุมมุมหนึ่งเป็ เปน 36 องศา ถ้ถาแบ่ แบงรูปสามเหลีย่ มรูปนี้ออกเป็
อกเปนรูป
รูปสามเหลี
สามเหลี ่ยมหน
่ยมหน้ าจัา่วจัสองรู
่วสองรู
ป ปให้ให หาขนาดของมุมทีม่ใทีหญ่
หาขนาดของมุ ่ใหญทที่สุดี่สุดทีทั่เป็้งนหมดที
ไปได้่เขปองรู
นไปได ของรูป่ยสามเหลี
ปสามเหลี ่ยม ABC
มทั้งหมดที ่เกิดขึที้น่เกิดขึ้น

แนวคิ
แนวคิ ดด
สามารถเขียนรูปสามเหลี่ยมได้แบบต่าง ๆ ดังนี้ มีทั้งหมด 5 รูปแบบ
A

36๐

108๐ D
72๐
มุมที่มขี นาดใหญ่ที่สุดกาง 72
36๐
36๐ 72๐
B C

A
54๐
D
72๐
108๐
54๐
มุมที่มขี นาดใหญ่ที่สุดกาง 90
36๐ 36๐ C
B
A
36๐ 72

มุมที่มขี นาดใหญ่ที่สุดกาง 108
B 36 ๐ 108๐ 72๐ 36 ๐

D C

A
108๐
18๐
มุมที่มขี นาดใหญ่ที่สุดกาง 126
36 ๐
36 ๐ 144๐ 18

B
D
A
132๐
D 24๐
156๐
24๐
B 12 ๐
12 36๐

C
มุมที่มขี นาดใหญ่ที่สุดกาง132

ตอบ 72, 90, 108, 126, 132
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 127

29. ผลบวกของเลขโดดในคําตอบที่เป็นจํานวนคละและเป็นเศษส่วนอย่างต่ํา
ของ     เป็นเท่าใด
      

แนวคิแนวคิ
ด ด
   
      
 
=         
 
       
          
       

 
         
 

 
 7         
       

 
                
 

 
     
 
 
    
 

   
  
 

 ผลบวกของเลขโดดในคําตอบ คือ 1 + 3 + 8 + 7 + 1 + 0 + 1 = 21
ตอบ
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2554) : 128

30. เฉลิมพลมีกระเบื้องรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสสองขนาด โดยกระเบื้องมีความยาวดานละ 25 เซนติเมตร
และมีความยาวดานละ 30 เซนติเมตร ถาเฉลิมพลใชกระเบื้องทั้งสองขนาดปูพื้นเปนรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
ใหมีพ30.
ื้นที่นเฉลิ
อยที ่สุดโดยไม
มพลมี กระเบื้อตงรู
ัดกระเบื
ปสี่เหลี่ย้อมจั
งเลยตุรสั เฉลิ มพลจะต
สองขนาด องใชกระเบื
โดยกระเบื ้องมีค้อวามยาวด้
งทั้งสองขนาดรวมกั
านละ 25 เซนตินเนมตร
อยที่สุด
ทั้งหมดกี่แและมี
ผน ความยาวด้านละ 30 เซนติเมตร ถ้าเฉลิมพลใช้กระเบื้องทั้งสองขนาดปูพื้นเป็นรูปสี่เหลีย่ มจัตุรัส
ให้มีพื้นทีน่ ้อยที่สุดโดยไม่ตัดกระเบื้องเลย เฉลิมพลจะต้องใช้กระเบื้องทั้งสองขนาดรวมกันน้อยที่สุด
แนวคิด ทั้งหมดกีแ่ ผ่น
กระเบื้องขนาด 30 x 30 ตารางเซนติเมตร และกระเบื้องขนาด 25 x 25 ตารางเซนติเมตร นํามาวางเปน
แนวคิ
รูปสี่เหลี ่ยมจั ด ตุรัส การวางกระเบื้องทั้ง 2 ขนาดใหเปนรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่เล็กที่สุด ความยาวของรูป
กระเบื้องขนาด 30 x 30 ตารางเซนติเมตร และกระเบื้องขนาด 25 x 25 ตารางเซนติเมตร นํามาวางเป็น
สี่เหลี่ยรูปมจัสี่เตหลีุรัส่ยทีมจั่เล็ตกรุ ัสที่สการวางกระเบื
ุดและมีความยาวสั มพันธกับขนาดของกระเบื้องทั้ง 2 ขนาด คือความยาวของดาน
้องทั้ง 2 ขนาดให้เป็นรูปรูปสี่เหลี่ยมจัตรุ ัสที่เล็กที่สุด ความยาวของรูป
จัตุรัสสีที่เ่นหลีอ่ยยที
มจั่สตุดุรสั ทีที่ส่เล็ามารถหารด
กที่สุดและมีคววามยาวสั
ยความยาวของด านกระเบื้องทั้ง้องทั
มพันธ์กับขนาดของกระเบื 2 ้งแผ2 นขนาด
ลงตัวคือคืความยาวของด้
อ 150 เซนติเามตร

การวางกระเบื
จัตุรัสที่น้อ้อยที งให ส่ ุดเปทีน่สรูามารถหารด้
ปสี่เหลี่ยมจัวยความยาวของด้
ตุรัสที่เล็กที่สุดาวางได
นกระเบื2้องทั
กรณี้ง 2 คืแผ่อนลงตัว คือ 150 เซนติเมตร
กรณีทการวางกระเบื
ี่ 1 ้องให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่เล็กที่สุด วางได้ 2 กรณี คือ
กรณีที่ 1
1 วางกระเบื
1 วางกระเบื ้องขนาด ้องขนาด 25 25 x 25x 25ตารางเซนติ
ตารางเซนติเมตรเป
เมตรเป็นน
รู ป สี เ
่ หลี ย
่ มจั ต ุ รส
ั ขนาดพื น

รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดพื้นที่ 150 x 150 ตารางเซนติ ที ่ 150 x 150 ตารางเซนติเเมตร มตร
ใช้กระเบื้องขนาด 25 x 25 ตารางเซนติเมตร จํานวน 36 แผ่น
ใชกระเบื้องขนาด 25 x 25 ตารางเซนติเมตร จํานวน 36 แผน
2 วางกระเบื้องขนาด 30 x 30ตารางเซนติเมตร ด้านข้าง 2 ด้าน
2 วางกระเบื
ติดกัน้อของรู งขนาด 30่ยxมจั30ตุรสั ตารางเซนติ
ปสี่เหลี เมตร ดานข้อางขนาด
ที่เกิดจากการวางกระเบื ง 2 ดาน
ติดกัน25ของรู x 25 ปสีตารางเซนติ
่เหลี่ยมจัตุรเมตรเป็ ัสที่เกิดนรูจากการวางกระเบื
ปสี่เหลีย่ มจัตุรัส จํานวน ้องขนาด
36 แผ่น
25 x 25 จํานวน11 ตารางเซนติ แผ่น ใช้เมตรเป
กระเบื้อนงรวม รูปสี่เ(36+11)
หลี่ยมจัต=ุร47 ัส จํแผ่านวน
น 36 แผน
จํานวน
3 พื้น11 ที่ที่ไแผ
ด้ น =ใช{(25x6)+30}x{(25x6)+30}
กระเบื้องรวม (36+11) =ตารางเซนติ 47 แผน เมตร
= 180 x 180 ตารางเซนติเตารางเซนติ
3 พื้นที่ที่ได = {(25x6)+30}x{(25x6)+30} มตร เมตร
กรณีทx ี่ 180
= 180 2 ตารางเซนติเมตร
1
กรณีที่ 2 วางกระเบื ้องขนาด 30 x 30 ตารางเซนติเมตรเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรสั
ขนาดพื้นที่ 150 x 150 ตารางเซนติเมตร ใช้กระเบื้อง
1 วางกระเบื ้องขนาด 30 x 30 ตารางเซนติเมตรเปนรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
ขนาด 30 x 30 ตารางเซนติเมตร จํานวน 25 แผ่น
ขนาดพื ้นที่ 150้องขนาด
2 วางกระเบื x 15025ตารางเซนติ x 25 ตารางเซนติ เมตร เใชมตรด้
กระเบื
านข้้อางง 2 ด้าน
ขนาดติ30 ดกันxของรู30 ปตารางเซนติ
สี่เหลี่ยมจัตุรเสัมตร ที่เกิดจํจากการวางกระเบื
านวน 25 แผน ้อง
2 วางกระเบื
ขนาด้อ30x30 งขนาดตารางเซนติ 25 x 25 เตารางเซนติ
มตรเป็นรูปสีเ่ มตรด
หลี่ยมจัาตนข
ุรสั าง 2 ดาน
ติดกันจํของรูานวน13 ปสี่เแผ่หลีน่ยใช้มจักตระเบื
ุรัสที้อ่เงรวม(25+13)
กิดจากการวางกระเบื = 38 แผ่้อนง
ขนาด3 พื30x30้นที่ที่ได้ ตารางเซนติ
= {(30x5)+25}x{(30x5)+25}
เมตรเปนรูปสี่เหลี่ยตารางเซนติ มจัตุรัส เมตร
= 175 x
จํานวน 13 แผน ใชกระเบื้องรวม(25+13) = 38 แผน 175 ตารางเซนติ เมตร
3 พื้นที่ทคํี่ไาดตอบเลื อกกรณีที่ 2 มีพื้นที่น้อยที่สุด ตารางเซนติเมตร
= {(30x5)+25}x{(30x5)+25}
= 175
ตอบx 175 ตารางเซนติ
38 แผ่ น เมตร
คําตอบเลือกกรณีที่ 2 มีพื้นที่นอยที่สุด

ตอบ 38 แผน
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 129

31. 31.
ถ้าจําถ้นวนสามหลั
าจํานวนสามหลั กลบออกจากจํ
กลบออกจากจํ านวนสีานวนสี
่หลัก ่หได้
ลักผลลบเป็
ได้ผลลบเป็านวนสามหลั
ไดผลลบเป็
ผลลบเปนจํ นจํานวนสามหลั ก ก
ใหหาตั
ให้ ให้วหตัาตั
้ง วตัตัว้งลบตัวและผลลบ
ลบ และผลลบ เมื่อผลลบที
เมื่อผลลบที ่ได้ ค่ไ่าด้น้มอีคยที
ไดมี
ได้ ่าน้่สอุดยทีทีเปนไปได้
่เ่สป็ุดนไปได้
เป็ ที่เป็นไปได้
นไปได
โดยกํ โดยกําหนดว่
โดยกาหนดว่ าเลขโดดในแต่ละ ไม
าเลขโดดในแต
าเลขโดดในแตละ
าเลขโดดในแต่ ไมซ้ําไม่
ไม่ กันซ้ํากัน


แนวคิด
พิจารณาการลบ A B C D
E F G
H I J
เมื่อ H I J เป็นจํานวนที่มีค่าน้อยที่สุดที่เป็นไปได้
A  1 เพราะว่า ถ้า A  2 ผลลบจะต้องมีค่ามากกว่า 1000
ดังนั้น H I J ต้องเท่ากับ 2 0 3 เพราะ 1 ถูกใช้ไปแล้ว  H  2
1 B C D
E F G
2 I J

เมื่อ E  B และมีการยืม B  0 , 1 , 2 แต่ 1 กับ 2 ใช้ไปแล้ว
 B  0 , E  7 หรือ 8 และผลลบ  234 ลองให้ I  3 แล้วอาจได้ว่า
1 0 C D 1 0 C D
7 F G หรือ 8 F G
2 3 J 2 3 J

F กับ C อาจเป็น 4 , 7 หรือ 5 , 9 หรือ 6 , 9
ลองให้ I  4 แล้วอาจได้ว่า
1 0 C D 1 0 C D
7 F G หรือ 8 F G
2 4 J 2 4 J
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2554) : 130

F กับ C อาจเป็น 3 , 7 หรือ 5 , 9
F กับ C อาจเป็น 8 , 3 หรือ 9 , 3
1 0 3 5 1 0 3 5
7 8 9 หรือ 7 8 6
2 4 6 2 4 9

 ผลลบน้อยที่สุด คือ 246

ตอบ 1 0 3 5
7 8 9
2 4 6
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 131

32. เขียนเลขโดด 1 ถึง 9 ลงในช
ลงในชองว่างแทน a , b , c , d , e , f , g , h และ i โดยไม
ลงในช่ โดยไมให้
โดยไม่ ใหเลขโดดซ้
ให้ เลขโดดซากั
เลขโดดซํ ํ น
และผลบวกของจํานวนในแต่
านวนในแต
านวนในแตละวงกลมมี ค่าเท่ากัน
ใหหาผลบวกของ d , e , f และ g ของทุกวิธีทเป็
ให้ ี่เป็นไปได้
เปนไปได้
นไปได เมื่อ d < g

a b c
d e f g
h i
แนวคิแนวคิ
ด ด พิจารณาจํานวน วงกลม มี 5 วง จับคูให้
่ให้ได้
ใหได
้ได้ 5 คู่
ได
กรณีที่ 1 รวมกันได้
ันได้ 11 คือ 9 + 2 และ 8 + 3
นได
9 6 8
9 6 8
2 4 1 3
5 หรือ 2 4 1 3
7 5 7
กรณีที่ 2 รวมกันได้
ันได้ 13 คือ 9 + 4 และ 7 + 6
นได
9 3 7 7 3 9
4 8 2 6 6 2 8 4
1 5 หรือ 5 1

7 8 4 4 8 7
6 2
หรือ 9 3
3 9 2 6
5 1 1 5

กรณีที่ 3 รวมกันได้
ันได้ 14 คือ 5 + 9 และ 8 + 6
นได

8 4 5
6 7 3 9
1 2

 ผลบวกของทัง้ 3 กรณีทเป็
ี่เป็นไปได้
เปนไปได้
นไปไดเท่ากับ 10 + 20 + 20 + 25 = 75
ตอบ 75
แบบทดสอบการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2553-2554 : 133

คณะผูจัดทํา
ที่ปรึกษา
นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
นางเบญจลักษณ นํ้าฟา รองเลขาธิการคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน
นางพจมาน พงษไพบูลย ผูอํานวยการสํานักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา
คณะรวบรวม / เรียบเรียง
1. นายปราโมทย ขจรภัย ศึกษานิเทศกเชี่ยวชาญ
สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร
ชวยราชการสํานักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา
2. นางนิจวดี เจริญเกียติบวร หัวหนากลุมวิจัยและพัฒนาองคกรแหงการเรียนรู
สํานักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา
3. นางมาลี กิตติอุดมเดช นักวิชาการศึกษาชํานาญการ สํานักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา
4. นางสาวศิริวัลย อุดมพรวิรัตน ศึกษานิเทศกชํานาญการพิเศษ
สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 2
5. นางจิราพร มงคลคํา ศึกษานิเทศกชํานาญการพิเศษ
สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1
6. นางบุษรา ออนคง ศึกษานิเทศกชํานาญการพิเศษ
สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแกน เขต 1
7. นางสาวพรพรรณ อินทรประเสริฐ ผูอํานวยการโรงเรียนวัดเฉลิมพระเกียรติ
สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 1
8. นางจันทิมา วัชรคุปต โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา
สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1
9. นายคธาธร งามมุข ขาราชการบํานาญ กระทรวงศึกษาธิการ
10. นายเฉลิมพล เสขะพันธ ขาราชการบํานาญ กระทรวงศึกษาธิการ
11. นายปฎล เปรมปรีดิ์ ขาราชการบํานาญ กระทรวงศึกษาธิการ
12. นางมะลิ วสยางกูร ขาราชการบํานาญ กระทรวงศึกษาธิการ

ปก / รูปเลม
1. นายประมุข ปุญสิริ รองผูอํานวยการโรงเรียนวัดหวายเหนียว “ปุณสิริวิทยา”
สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 2
2. นายภาณุวิชญ สุโสภา สํานักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา
เสริมคิด...คณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (ระดับประเทศ ป 2554) : 134

คณะรับผิดชอบโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล
1. นางนิจวดี เจริญเกียติบวร หัวหนากลุมวิจัยและพัฒนาองคกรแหงการเรียนรู
สํานักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา
2. นายปราโมทย ขจรภัย ศึกษานิเทศกเชี่ยวชาญ
สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร
ชวยราชการสํานักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา
3. นางสาววรนุช รุงเรืองเจริญกุล นักวิชาการศึกษาชํานาญการ สํานักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา
4. นางสาวมาลี กิตติอุดมเดช นักวิชาการศึกษาชํานาญการ สํานักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา
5. นางรัชทิตา เชยกลิ่น นักวิชาการศึกษาชํานาญการ สํานักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา

………………………………………………………..