You are on page 1of 167

คูมือองคกรการเงินชุมชน: แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน

พิมพครั้งที่ 1 จํานวน 15,000 เลม ธันวาคม 2556


ราคา 120 บาท
ISBN 978-616-91216-3-3

คณะผูวิจัย
สฤณี อาชวานันทกุล
ปทมาวดี โพชนุกูล

ที่ปรึกษา
กฤษฎา อุทยานิน
เอ็นนู ซื่อสุวรรณ
สมพร ใชบางยาง
สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์

ประสานงานวิชาการและกระบวนการจัดทํา
สุธาสินี ทองลิ่ม
พรฤทัย โชติวิจิตร

หนวยงานสนับสนุนกระบวนการจัดทําและเผยแพร
กรมการพัฒนาชุมชน สํานักพัฒนาทุนและองคกรการเงินชุมชน กลุม งานสงเสริมกองทุนชุมชน
สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ธนาคารออมสิน สวนพัฒนาสถาบันการเงินชุมชนฝายสินเชื่อองคกรชุมชน
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณการเกษตร (ธ.ก.ส.) สํานักสินเชื่อวิสาหกิจชุมชนและ
กองทุนหมูบาน
สถาบันพัฒนาองคกรชุมชน (พอช.)
สํานักงานกองทุนหมูบานและชุมชนเมืองแหงชาติ
มูลนิธิอาจารยจําเนียร สาระนาค
มูลนิธิสาธารณสุขแหงชาติ (มสช.)
สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ (สสส.)
บรรณาธิการบริหาร
วรพจน วงศกิจรุงเรือง
บรรณาธิการเลม
ฐณฐ จินดานนท
ศิลปกรรม
กรมัยพล สิริมงคลรุจิกุล
ชุดอักษร Silpakorn70 New (มหาวิทยาลัยศิลปากร)
ออกแบบโดย โรจ สยามรวย
พิสูจนอักษร
ภูมิ นํ้าวล

จัดทําโดย
เครือขายวิชาการเพื่อการพัฒนาปฏิรูปประเทศไทย
มูลนิธิสาธารณสุขแหงชาติ
1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท 02-511-5855 โทรสาร 02-939-2122
email: thainhf@thainhf.org
website: http://www.thainhf.org/

ขอมูลทางบรรณานุกรมของสํานักหอสมุดแหงชาติ

สฤณี อาชวานันทกุล.
คูมือองคกรการเงินชุมชน: แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน.
-- กรุงเทพฯ : มูลนิธิสาธารณสุขแหงชาติ, 2556.
168 หนา.
1. สถาบันการเงิน. 2. การพัฒนาชุมชน. 3. การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน.
I. ปทมาวดี โพชนุกูล, ผูแตงรวม. I. ชื่อเรื่อง.
332
ISBN 978-616-91216-3-3
สารบัญ

คํานํา
7

บทนํา:
องคกรการเงินชุมชนไทย
และหลักการวางโครงสรางการจัดการ
14

บทที่ 1:
หลักการรับสมาชิกและการรับฝากเงิน
22

บทที่ 2:
หลักการปลอยกู
36

บทที่ 3:
การบริหารความเสี่ยง การบริหารหนี้
และการวัดผลผลิตของกลุม
60
บทที่ 4:
หลักการบัญชีและการใชตัวเลขทางบัญชี
ในการบริหารจัดการ
82

บทที่ 5:
หลักการจัดสวัสดิการ
112

บทที่ 6:
กลไกควบคุมภายใน
134

บทที่ 7:
หลักการประเมินความพรอมในการทําธุรกิจ
และสรุปกระบวนการพื้นฐานที่ควรมี
154
คํานํา

เปาหมายอยางหนึ่งในการพัฒนาประเทศคือความอยูดีกินดีของ
ประชาชน ซึ่งประชาชนในที่นี้ไมไดหมายถึงเฉพาะคนกลุมใดกลุมหนึ่งเทานั้น
แตหมายถึงประชาชนทุกคนในประเทศ ซึ่งถือเปนงานใหญและทําใหสําเร็จ
ไดยาก แตก็เปนเปาหมายที่สําคัญที่สุด ซึ่งที่ผานมา รัฐยังไมสามารถกระจาย
ความอยูด กี นิ ดีไปใหคนทัง้ ประเทศไดอยางทัว่ ถึงและเปนธรรม และยังมีคาํ ถาม
จากสังคมวา โครงขายการคุม ครองทางสังคมในปจจุบนั ครอบคลุมสถานการณ
ตางๆ อยางทัว่ ถึงหรือไม ครอบคลุมคนทุกหมูเ หลาและเพียงพอหรือไม เพราะ
ในความเปนจริงแลว ยังมีประชาชนจํานวนมากที่เขาไมถึงสวัสดิการที่จําเปน
และนีค่ อื สาเหตุหนึง่ ทีท่ าํ ใหความเหลือ่ มลํา้ ในสังคมยังคงอยู การทีร่ ฐั ไมสามารถ
ลดชองวางความเหลือ่ มลํา้ ทางสังคม และการทีผ่ มู สี ถานภาพออนแอทางสังคม
และเศรษฐกิจไมไดรับการดูแลอยางเพียงพอเพื่อใหยกระดับคุณภาพชีวิตของ
ตนเองไดนั้น เปนสาเหตุหนึ่งที่ทําใหชุมชนและสังคมไมเขมแข็ง นอกจากนี้
ยังพบวา ที่ผานมาประชาชนในชุมชนที่อยูหางไกล หรือมีฐานะยากจนไม
สามารถเขาถึงบริการทางการเงินได ทั้งในเรื่องของการฝาก การถอน และ
การบริการดานสินเชื่อที่จําเปนตอการพัฒนาคุณภาพชีวิต

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 7
อยางไรก็ตาม ในปจจุบันหลายชุมชนเริ่มหันมาพึ่งพาตนเองโดยไม
เพียงแตรอใหรัฐมาจัดบริการให พวกเขาลงมือชวยเหลือกันเองดวยการจัดตั้ง
องคกรการเงินชุมชนขึ้นในพื้นที่ของตน ซึ่งองคกรการเงินชุมชนดังกลาว
มี บ ทบาทสํ า คั ญ ในการเป น สถาบั น ที่ ใ ห บ ริ ก ารทางการเงิ น และจั ด สรร
สวัสดิการสังคมใหแกผูมีฐานะยากจนและมีหลักประกันทางสังคมไมเพียงพอ
โดยไมไดเนนแตเพียงการนําเงินมาปลอยกูเพื่อหากําไรจากดอกเบี้ย ซึ่ง
ทําใหชาวบานที่ยากจนอยูแลวกลับมีหนี้สินเพิ่มขึ้น แตยังมุงเปาไปที่การ
พัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกในชุมชนซึ่งถือเปนปจจัยสําคัญในการพัฒนา
ประเทศอยางยั่งยืน และเปนแนวทางหนึ่งที่จะชวยสรางความเปนธรรม
และลดความเหลื่อมลํ้าในสังคมได อีกทั้งยังมีการคืนกําไรใหกับชุมชนในรูป
ของสวัสดิการและชวยแกปญหาในชุมชน ดังนั้น องคกรการเงินชุมชนจึงถือ
เปนเครื่องมือที่สามารถชวยอุดชองวางดานเงินทุนและสวัสดิการสังคม รวม
ทั้งแกปญหาตางๆ ในชุมชน เชน ความยากจนในชุมชน หนี้สิน การไมมีที่ดิน
ทํากิน การขาดโอกาสทางการศึกษา การประกอบอาชีพ สุขภาพอนามัย
และสิ่งแวดลอมในชุมชน โดยองคกรเหลานี้สามารถดูแลและจัดสวัสดิการ
ใหสอดคลองกับตนทุนพื้นฐานชีวิตที่แตกตางกัน อีกทั้งยังใชเปนเครื่องมือใน
การพัฒนาทรัพยากรมนุษยได เชน การฝกใหมีสัจจะ การรูจักขมใจและอดทน
การเรียนรู และแกปญหารวมกัน ซึ่งเรียกไดวาเปนเครื่องมือที่สําคัญในการ
เสริมสรางความเขมแข็งของชุมชน ซึ่งวิธีการที่องคกรการเงินชุมชนนํามาใช
กับสมาชิกนั้น “ไมใชการใชอํานาจตลาดเพื่อแสวงหากําไร” แตเปนการนํามา
สรางเงื่อนไขใหสมาชิกปฏิบัติตามกติกาของสังคม เชน การอนุรักษทรัพยากร
การลดละเลิกอบายมุข ฯลฯ เพื่อแลกกับการไดเขามาเปนสมาชิกเงินกู สิ่งนี้
เกิดขึ้นไดโดยอาศัย “ความเปนชุมชน” ซึ่งถือไดวาชาวบานใชองคกรการเงิน
ชุมชนเปนเครื่องมือในการพัฒนาอีกรูปแบบหนึ่ง หรือหากมีการนําเงินนั้นไป
แสวงหากําไร ในทายทีส่ ดุ กําไรนัน้ ก็จะกลับไปสูส มาชิกในรูปของเงินปนผลและ
สวัสดิการ ดวยหลักการและวัตถุประสงคดงั กลาว ทําใหองคกรการเงินชุมชนมี
ความแตกตางจากธนาคารพาณิชยทั่วไป

8 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
ทีป่ ระชุมคณะกรรมการสมัชชาปฏิรปู ระดับชาติเล็งเห็นถึงความสําคัญ
ของการเสริมสรางความเขมแข็งในชุมชน และเห็นวาชุมชนจะเขมแข็งไดก็
ตอเมื่อมีความเขมแข็งทางการเงิน ซึ่งองคกรการเงินชุมชนถือเปนเครื่องมือ
ที่ สํ า คั ญ ในเรื่ อ งดั ง กล า ว ดั ง นั้ น เครื อ ข า ยวิ ช าการเพื่ อ การพั ฒ นาปฏิ รู ป
ประเทศไทย มูลนิธสิ าธารณสุขแหงชาติ โดยการสนับสนุนของสํานักงานกองทุน
สนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงไดหยิบประเด็นเรื่องการเงินชุมชน
ขึ้นมาเปนประเด็นสําคัญในการขับเคลื่อนใหเกิดความเขมแข็งของชุมชน และ
สรางการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในชุมชน โดยเห็นวา หากตองการให
องคกรการเงินชุมชนเปนเครือ่ งมือทีด่ แี ละมีพลังในการขับเคลือ่ นนัน้ ศักยภาพ
ในการบริหารงานเปนเรื่องหนึ่งที่จะละเลยไมได จึงไดมีการริเริ่มจัดทําหนังสือ
“คูมือองคกรการเงินชุมชน: แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน”
ขึ้น โดยประกอบไปดวยเนื้อหาในสวนตางๆ ดังนี้
1. องคกรการเงินชุมชนไทยและหลักการวางโครงสรางการจัดการ
2. หลักการรับสมาชิกและการรับฝากเงิน
3. หลักการปลอยกู
4. การบริหารความเสี่ยง การบริหารหนี้ และการวัดผลผลิตของกลุม
5. หลักการบัญชีและการใชตัวเลขทางบัญชีในการบริหารจัดการ
6. หลักการจัดสวัสดิการ
7. กลไกควบคุมภายใน
8. หลักการประเมินความพรอมในการทําธุรกิจ และสรุปกระบวนการ
พื้นฐานที่ควรมี

การเขียนหนังสือเลมนี้มีฐานความรูที่สําคัญจากการวิจัยของคณะ
ผูเขียนใน “โครงการศึกษาและจัดทําเครื่องมือประเมินตนเองขององคกรการ
เงินฐานรากระยะที่ 1 และ 2” ซึ่งไดรับทุนสนับสนุนจากสํานักงานกองทุน
สนับสนุนการวิจัย (สกว.) เปนระยะเวลา 3 ป โดยคณะผูเขียนไดทําวิจัย
เชิงลึกรวมกับกลุมการเงินหลากหลายรูปแบบในพื้นที่หลายจังหวัด เชน

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 9
กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ชัยภูมิ นครศรีธรรมราช ชัยนาท และ
ลําปาง เปนตน อีกทั้งยังไดมีการจัดเวทีถอดบทเรียน เพื่อสรางและทดลอง
ใหองคกรการเงินฐานรากใชเครื่องมือประเมินตนเองทางการเงินควบคูไป
กับการบรรลุเปาหมายการพัฒนาคุณภาพชีวิตสมาชิก โดยการจัดทําหนังสือ
เลมนี้เริ่มมาจากการตอยอดโครงการวิจัยดังกลาว และมีกระบวนการสําคัญ
2 กระบวนการ คือ 1) การผสานความรูทางทฤษฎีการเงินกับความรูที่
เกิดจากประสบการณจริงของแกนนําองคกรการเงินชุมชนตางๆ ที่ประสบ
ความสําเร็จ 2) การสรางการมีสวนรวมของผูเกี่ยวของซึ่งมีทั้งองคกรการเงิน
ชุมชนในระดับพื้นที่ซึ่งเปนผูที่จะนําคูมือดังกลาวไปใช และในระดับหนวยงาน
ตางๆ ทีม่ บี ทบาทในการอบรมสนับสนุนความรูใ หแกองคกรการเงินชุมชน โดย
เนนใหมีการจัดการองคความรูรวมกัน ซึ่งเปนการดึงความรูทั้งในทางวิชาการ
และทฤษฎีการเงินตางๆ และความรูที่เกิดจากตัวบุคคลที่มีประสบการณจริง
ในการบริหารองคกรการเงินชุมชนใหประสบผลสําเร็จมาผนวกกัน ถือเปน
กระบวนการพัฒนาองคความรูในระดับวิชาการและในระดับปจเจกบุคคล
เพื่อสรางองคความรูที่เปนประโยชนและเผยแพรแกสาธารณะ
ในระหวางการจัดทําหนังสือเลมนี้ มีการจัดกระบวนการเวิรคช็อป
จํานวน 2 ครั้ง โดยการเวิรคช็อป ครั้งที่ 1 เปนการพูดคุยถึงปจจัยเสี่ยงตางๆ
ปญหาที่พบ และวิธีการจัดการปญหาตางๆ จากนั้นนักวิชาการจะนําความรูที่
ไดไปใชประกอบในการจัดทําเนื้อหาของหนังสือฯ สวนการเวิรคช็อป ครั้งที่ 2
เปนการทดสอบเนื้อหาในหนังสือฯ โดยใหองคกรการเงินชุมชนไดมีสวนรวม
ในการทดสอบวาเนื้อหาที่จัดทําขึ้นในคูมือฯ สามารถเขาใจงายหรือยาก
แคไหนและมีความครบถวนถูกตองตามความตองการเพียงใด จากนั้นไดนํา
ขอเสนอแนะในการเวิรค ช็อป ครัง้ ที่ 2 ไปปรับเนือ้ หาใหมคี วามครบถวนสมบูรณ
ยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ กระบวนการจัดทําหนังสือเลมนี้คงไมอาจสําเร็จไดดวยดี หาก
ไมไดรบั การสนับสนุนจากบุคคลหลายฝายทีเ่ กีย่ วของ ตัง้ แตคณะนักวิชาการที่
เปนผูเขียนหนังสือดังกลาวคือ คุณสฤณี อาชวานันทกุล และ รศ.ดร.ปทมาวดี
โพชนุกูล รวมทั้งคณะผูทรงคุณวุฒิที่ใหคําปรึกษาไดแก คุณกฤษฎา อุทยานิน

10 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
คุณเอ็นนู ซื่อสุวรรณ คุณสมพร ใชบางยาง และ นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์
นอกจากนี้ในกระบวนการจัดเวิรคช็อปทั้งสองครั้ง ไดรับการสนับสนุนใน
การประสานองคกรการเงินชุมชนในพื้นที่และงบประมาณจากหนวยงานภาคี
เครือขายหลายฝายประกอบดวย กรมการพัฒนาชุมชน ธนาคารออมสิน
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณการเกษตร (ธ.ก.ส.) สถาบันพัฒนาองคกร
ชุมชน (พอช.) มูลนิธิอาจารยจําเนียรสาระนาค รวมทั้งองคกรการเงินชุมชน
ตางๆ ทีส่ ละเวลามารวมกระบวนการเวิรค ช็อปทัง้ สองครัง้ เพือ่ ใหขอ เสนอแนะ
ตอการจัดทําหนังสือดังกลาว รวมทั้งนักวิชาการที่ชวยประสานงานในการ
จัดประชุมคือ คุณพรฤทัย โชติวิจิตร
คณะผูจัดทําหวังเปนอยางยิ่งวาหนังสือ “คูมือองคกรการเงินชุมชน:
แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน” เลมนี้ จะเปนประโยชนตอ
ผูเ กีย่ วของ เพือ่ ประยุกตใชเปนแนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน
ในพื้นที่ตางๆ ตอไป

สุธาสินี ทองลิ่ม
เครือขายวิชาการเพือ่ การพัฒนาปฏิรปู ประเทศไทย
นักวิชาการอาวุโส มูลนิธิสาธารณสุขแหงชาติ
ตุลาคม 2556

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 11
บทนํา
:
องคกรการเงินชุมชนไทย
และหลักการวางโครงสรางการจัดการ
องคกรการเงินชุมชน กลุมการเงินชุมชน หรือองคกรการเงินระดับ
ฐานรากหมายถึงองคกรที่ดําเนินกิจกรรมทางการเงินที่เนนดานการใหความ
ชวยเหลือแกประชาชนทีอ่ ยูใ นชุมชน ซึง่ มีความแตกตางกันตามสภาพแวดลอม
ประเพณีและความเชื่อในแตละทองถิ่น ธุรกรรมหลักที่ดําเนินงานไดแก การ
รับฝากเงิน การใหสินเชื่อ และการจัดสวัสดิการชุมชน
ปจจุบนั องคกรการเงินฐานรากสามารถจําแนกคราวๆ เปน (1) องคกร
การเงินกึ่งในระบบซึ่งทางการมีสวนสนับสนุนในการจัดตั้ง มีกฎหมายรองรับ
ชัดเจน มีฐานะเปนนิติบุคคล เชน เครดิตยูเนียน สหกรณออมทรัพย (มีจํานวน
1,227 แหง) กองทุนหมูบาน (มีจํานวน 78,013 แหง) กลุมออมทรัพยเพื่อ
การผลิต และ (2) องคกรการเงินแบบพึ่งตนเอง ไดแก กลุมออมทรัพยทั่วไป
ที่ชาวบานรวมกันริเริ่มกอตั้งขึ้น เชน กลุมสัจจะออมทรัพย และกลุมสัจจะลด
รายจายวันละบาท เปนตน ยังไมมีสถิติที่แนชัดวาประเทศไทยมีกลุมองคกร
ตางๆ รวมทัง้ หมดเทาใด มีเงินรวมกันประมาณเทาไหร แตอาจคาดการณคราวๆ
ไดวา การเงินของกลุมกึ่งในระบบมีประมาณ 9 แสนลานบาท กลุมพึ่งตนเองมี
ประมาณ 3 หมื่นลานบาท และเกี่ยวของกับประชาชนไมนอยกวา 10 ลานคน
ในปจจุบัน องคกรการเงินชุมชนในประเทศไทยมีความหลากหลาย
และมีวัตถุประสงคที่ตางกันออกไป งานศึกษาวิจัยของ ปทมาวดี โพชนุกูล
ซูซูกิ และคณะ เมื่อป 2552 แบงองคกรการเงินชุมชนตามวัตถุประสงคเปน 3
ประเภทใหญไดแก
• องคกรการเงินชุมชนที่เนนเรื่องการจัดการทางการเงิน เชน การ
ปลอยกู เปนตน กลุมนี้มีความเสี่ยงเรื่องหนี้และการหมุนหนี้ของ
สมาชิก

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 15
• องคกรการเงินชุมชนที่เนนการออมและการจัดสวัสดิการ ซึ่งกลุมนี้
มักประสบปญหาเงินออมหรือเงินสดไหลเขากับเงินที่ตองจายเพื่อ
จัดสวัสดิการไมสัมพันธกัน
• กลุมองคกรการเงินชุมชนที่ทําหนาที่หลายๆ อยาง คือ ทั้งการออม
การกู การจายปนผล และการจัดสวัสดิการ รวมทั้งการผลิตสินคา
และบริการดวย ซึง่ กลุม นีไ้ มคอ ยมีปญ
 หาดานการเงินทีต่ อ งใชเพือ่ จัด
สวัสดิการ เนือ่ งจากมีรายไดจากการผลิตสินคาและบริการ อีกทัง้ ยังมี
เงินจากการฝากและออมดวย กลุม นีเ้ ปนกลุม ทีม่ กี ารบริหารจัดการที่
ซับซอนขึน้ ดังนัน้ การวิเคราะหแนวโนมธุรกิจและการใชระบบบัญชี
ที่ซับซอนขึ้น เชน การคํานวณตนทุนการผลิต จึงเปนเรื่องสําคัญ
อยางไรก็ตาม องคกรการเงินทุกกลุมไมจําเปนที่จะตองขยับมาเปน
ผูประกอบการในชุมชน เพราะตองคํานึงถึงศักยภาพของกลุมดวยวามีเพียง
พอหรือไม

แนะนําแนวทาง
แนวทางบริหารจัดการฉบับนี้จะเรียกองคกรการเงินทุกประเภทวา
“กลุม” โดยเนื้อหานาจะเปนประโยชนตอกลุมการเงินทุกประเภทและทุกชวง
อายุ ตั้งแตกลุมที่พึ่งกอตั้ง ไปจนถึงกลุมที่มีประสบการณมากแลว เนื้อหาที่
เนนในสวนของกลุมที่มีประสบการณแลวจะอยูในหัวขอ “รูไวใชวา สําหรับนัก
บริหารเจนสนาม” ซึ่งอยูสวนทายของแตละบท

1. ประวัติโดยสังเขปของวงการการเงินชุมชนไทย

องคกรการเงินชุมชนหรือองคกรการเงินระดับฐานรากแบบพึง่ ตนเอง
ถือกําเนิดราวทศวรรษ 2520 จากความยากลําบากในการเขาถึงแหลงเงินทุน
ในชนบท กลุมตางๆ บริหารจัดการโดยอาศัยกติกาที่สมาชิกรวมกันกําหนด
ขึ้น การบริหารจัดการใชความไวเนื้อเชื่อใจเปนหลักโดยไมจําเปนตองมีหลัก
ทรัพยคํ้าประกันในการกูยืม
16 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
องคกรการเงินระดับฐานรากแบบพึ่งตนเองขยายตัวอยางรวดเร็วไป
ยังพืน้ ทีต่ า งๆ ในลักษณะทีเ่ ปนเครือขาย จากความสําเร็จในการบริหารจัดการ
การเงินซึ่งตั้งอยูบนพื้นฐานที่วา สมาชิกมีสัจจะตอตนเองในการออมและการ
คืนเงินกู ขยายไปสูการแบงสรรเงินปนผลและจัดสวัสดิการใหแกสมาชิกเมื่อมี
ผลกําไรจากการดําเนินงาน
นอกเหนือจากกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิตที่สนับสนุนโดยกรมการ
พัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทยแลว ความสําเร็จขององคกรการเงินชุมชน
แบบพึ่งตนเองนําไปสูการกําหนดนโยบายและการจัดตั้งกองทุนหมูบานในป
2544 โดยรัฐบาลเปนผูก าํ หนดกติกา และมอบเงิน 1 ลานบาทใหแกทกุ หมูบ า น
แตการบริหารจัดการในรายละเอียดนั้นเปนสิ่งที่กลุมจะดําเนินการเอง แมกลุม
องคกรการเงินชุมชนในหมูบ า นตําบลหนึง่ จะมีรปู แบบทีห่ ลากหลายและบริหาร
จัดการคอนขางเปนอิสระตอกัน แตอันที่จริงแลว องคกรการเงินเหลานี้กลับมี
ความเชื่อมโยงเกี่ยวของกันผานพฤติกรรมการกูยืมหรือฝากเงินของสมาชิกที่
มีการกูหมุนเวียนเพื่อการใชจายและลงทุนในการผลิต
ในป 2551 สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ไดวเิ คราะห
จุดแข็ง จุดออน โอกาส และอุปสรรคขององคกรการเงินระดับฐานรากดังภาพ
“การวิเคราะหจุดแข็ง จุดออน อุปสรรคและโอกาสขององคกรการเงินฐานราก”
ตอไปนี้
การวิเคราะหจุดแข็งและจุดออน (SWOT Analysis)
จุดแข็ง จุดออน
• เปนแหลงระดมทุนเงินออม และทุนทางสังคม • ขาดโครงสรางที่เอื้อใหเกิดความยั่งยืน
• เปนเครือ่ งมือในการทํากิจกรรมเพือ่ พัฒนาสังคม • ขาดการบริหารจัดการอยางบูรณาการ
• ไมมีสถานภาพนิติบุคคลจุดแข็ง
อุปสรรค โอกาส
• กฎระเบียบของหนวยงานภาครัฐไมเอื้อตอการ • หนวยงานตางๆ ใหความสําคัญของบทบาท
ดําเนินงานขององคกรการเงินระดับฐานราก ของชุมชนในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
• การสนับสนุนจากภาครัฐมีความซํ้าซอน • เพิ่มโอกาสในการเขาถึงแหลงเงินทุนของผูมี
รายไดนอย
ทีม่ า: กฤษฎา อุทยานิน, เอกสารประกอบการสัมมนาเรือ่ ง “แผนแมบทการเงินระดับฐานราก”, จัดโดยคณะเศรษฐศาสตร
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร 14 กรกฎาคม 2551

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 17
ปจจุบัน องคกรการเงินชุมชนในประเทศไทยมีทั้งกลุมที่เขมแข็ง
และกลุมที่ยังไมเขมแข็ง กลุมที่กอตั้งมานานและกลุมที่พึ่งเริ่มกอตั้ง กลุมที่
เขมแข็งจะมีรูปแบบการบริหารจัดการที่เปนนวัตกรรมทางสังคมเพื่อหวังผล
ที่กวางขวางกวาผลสัมฤทธิ์ทางการเงิน เชน การพัฒนาคุณภาพชีวิตและการ
พัฒนาคุณธรรม เปนตน หนวยงานที่เกี่ยวของกับการดูแลสวัสดิการสังคม
เห็นวา องคกรการเงินระดับฐานรากจะมีบทบาทสําคัญในการบริหารจัดการ
สวัสดิการสําหรับแรงงานนอกระบบหรือผูอยูนอกภาคทางการ อีกทั้งยังเปน
โครงขายการประกันทางสังคมที่ทําใหคนจนและผูดอยโอกาสมีคุณภาพชีวิต
ที่ดีขึ้น นอกจากบทบาทตอเศรษฐกิจฐานรากแลว องคกรการเงินชุมชนยังมี
บทบาทที่สําคัญตอคุณภาพชีวิตและสังคมในระดับรากฐานอีกดวย
ปราชญชาวบานที่มีสวนสําคัญในการพัฒนาการเงินฐานรากของไทย
มีจํานวนหลายทาน อาทิ คุณอัมพร ดวงปาน พระอาจารยสุบิน ปณีโต และ
ครูชบ ยอดแกว เปนตน บุคคลเหลานี้สามารถสราง “สถาบัน” บนฐานสังคม
ไทย เพราะรูจักและเขาใจวิธีคิดรวมถึงวิถีชีวิตของชาวบานดีพอ ในปจจุบัน
“สถาบัน” นี้ก็ขยายผลเติบโตไปทั่วประเทศ โดย “สถาบัน” หมายถึงกติกา
ที่เปนที่ยอมรับรวมกันในกลุมหรือชุมชน เชน การใชสัจจะ การออม และ
หลักการเฉลี่ยทุกขเฉลี่ยสุข เปนกติกาในการจัดการทางการเงินเพื่อดูแลทุกข
สุขของคนในชุมชน แตเดิม ชุมชนดูแลทุกขสุขกันโดยใชความเอื้ออาทรแบบ
ไมเนนเงินตรา สิง่ นีส้ ะทอนถึงระบบความสัมพันธแบบชวยเหลือเกือ้ กูลระหวาง
กันของผูคนในชุมชนไทย แนวคิดกลุมการเงินชุมชนของไทยจึงมีฐานคิดทาง
ศาสนาและวัฒนธรรมผสมอยูดวย ซึ่งนาจะเปนจุดเดนที่สําคัญ

2. กลุมควรมีโครงสรางการจัดการอยางไร?

เวลาพูดถึง “การจัดการ” กลุมการเงินชุมชน คนสวนใหญจะนึกถึง


“คุณสมบัติของกรรมการ” วา กรรมการกลุมทุกคนควรเปนที่ไววางใจของ
ชาวบาน มีชื่อเสียงในชุมชนวาเปนผูมีความซื่อสัตยสุจริต มีความเปนผูนํา
และมีความคิดริเริ่มสรางสรรค

18 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
คุณสมบัติเหลานี้สําคัญอยางยิ่ง แต “โครงสรางการจัดการ” ของกลุม
ก็มีความสําคัญมากเชนกัน เพราะความผิดพลาดยอมเกิดขึ้นได หลายกลุมที่
ผานมาประสบความลมเหลว เพราะกรรมการที่ชาวบานเคยคิดวาดี นานวัน
เขาก็อนุมัติปลอยเงินกูใหตัวเองและพวกพอง คนอื่นเขาไมถึงเงินกู แอบเพิ่ม
สวัสดิการใหกรรมการไดอภิสิทธิ์มากกวา โดยที่สมาชิกไมรูเรื่องดวย กลุมที่
โครงสรางการจัดการไมทํางานและธรรมาภิบาลลมเหลวเชนนี้ ยอมไมอาจ
ตอบสนองความตองการของคนในชุมชนไดอยางเต็มที่ และมีความเสีย่ งทีก่ ลุม
จะขาดทุนจนตองลมเลิกไป หรือกรรมการ “หนี” ไปพรอมกับเงินของสมาชิกก็มี
โครงสรางการจัดการกลุมที่ดีจึงตองมีการแบงหนาที่กันอยางชัดเจน
เพื่อปองกันผลประโยชนทับซอนระหวางกรรมการกับสมาชิก ลดโอกาสที่จะ
เกิดความผิดพลาด มีความโปรงใส มีกลไกการตรวจสอบถวงดุล และเคารพ
ในสิทธิการออกเสียงของสมาชิก

รายการตรวจสอบ (Check-List): กลุมมีโครงสรางการจัดการที่ดีหรือไม?

กรรมการทุกคนเปนคนในหมูบ า นทีไ่ ดรบั การยอมรับจากชาวบาน และ


มีการกําหนดคุณสมบัติอื่นๆ ที่เหมาะสม เชน มีความซื่อสัตย ไมเห็น
แกพวกพอง มีเปาหมายของการทํางานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของ
สมาชิก และสามารถถายทอดระบบการทํางานจากรุนสูรุนเพื่อสราง
นักบริหารรุนใหมได
มีระเบียบที่กําหนดวาระการดํารงตําแหนงของกรรมการ และการตอ
อายุงานของกรรมการขึ้นอยูกับขอตกลงในหมูสมาชิก
มีการกําหนดขอบเขตความรับผิดชอบของกรรมการและเจาหนาที่
อยางชัดเจน
เมื่อกลุมดําเนินการมาไดระยะหนึ่งแลว ก็ควรมีการแบงหนาที่กัน
ระหวางกรรมการ เจาหนาที่ฝายสินเชื่อ ฝายเงินหุน ฝายสวัสดิการ
ฝายรับเงิน และฝายบัญชีอยางชัดเจน (ถาใหคนเดียวทําทุกอยางตัง้ แต

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 19
การอนุมัติสินเชื่อ การจายเงินสวัสดิการ และการรับเงินกู จะสุมเสี่ยง
ที่จะเกิดความผิดพลาดและความลําเอียงได)
มีกระบวนการประเมินผลงานของกรรมการและเจาหนาที่
ปดบัญชี (งบการเงิน) ของกลุมไดทุกป และถูกตองตามหลักบัญชี
เปดเผยบัญชีของกลุมใหสมาชิกเห็นโดยทั่วกัน หรือใหสมาชิกมีสิทธิ์
สามารถขอดูไดตลอดเวลา ณ ที่ทําการ
เปดเผยระเบียบขอบังคับอยางชัดเจน และสมาชิกสามารถขอดูได
ตลอดเวลา ณ ที่ทําการ
สรุปผลการดําเนินงานรายไตรมาสเปนอยางนอย พรอมทั้งรายงาน
ใหสมาชิกทราบ
สรุปผลการดําเนินงานรายปในการประชุมประจําปของกลุม
การลงมติในเรื่องสําคัญๆ ตองใชเสียงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการและ
สมาชิกที่มาประชุม โดยกรรมการและสมาชิกที่มาประชุมจะตองมี
จํานวนไมนอยกวากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด การลงมติจึงจะมีผล
โดยตัวอยางเรื่องสําคัญที่คณะกรรมการควรเสนอเขาสูที่ประชุม และ
ควรใหสมาชิกลงมติเห็นชอบ ไดแก
• อัตราการจายเงินปนผลประจําป
• เงินกูหรือสวัสดิการสําหรับกรรมการที่จะใหในเงื่อนไขที่พิเศษกวา
สมาชิกทั่วไป
• การเปลีย่ นแปลงเงือ่ นไขเงินกู สวัสดิการ เงินหุน สัจจะ เงินฝาก หรือ
บริการอื่นที่ระดมทุนจากสมาชิกมาดําเนินงาน
• การนําเงินทุนของกลุมไปปลอยกูแกกลุมการเงินอื่นหรือลงทุนใน
วิสาหกิจชุมชน
• การกูยืมเงินจากสถาบันการเงินอื่น เชน ธนาคารของรัฐ เพื่อมา
ปลอยกูตอหรือลงทุน

ดูตัวอยางกระบวนการปฏิบัติที่ดีเพิ่มเติมในบทที่ 7 และกลไกการ
ตรวจสอบภายในที่ดีในบทที่ 6 เรื่อง “การควบคุมภายใน”

20 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
บทที่ 1
:
หลักการรับสมาชิกและการรับฝากเงิน
1. องคกรการเงินชุมชนควรรับใครเปนสมาชิกบาง?

กอนที่จะตั้งกลุมการเงินชุมชน สิ่งที่ตองตกลงกันเปนอันดับแรกคง
หนีไมพน “กลุมของเราจะใหบริการแกใครบาง?” สมาชิกในชุมชนเทานั้น?
สมาชิกนอกชุมชน? คนในชุมชนที่มีเงินมาออม? คนที่จนที่สุดในชุมชน? และ
“ใหบริการแกคนเหลานี้เพราะอะไร?”

ลองคิด 1: กลุมการเงินชุมชนใหม จะรับใครเปนสมาชิกดี?

• ผูใหญ (อายุไมเกิน 65 ป) รับ ไมรับ


เพราะ…………………………………………………………
• เด็กที่ยังไมถึงวัยทํางาน รับ ไมรับ
เพราะ…………………………………………………………
• คนที่จนที่สุดในชุมชน รับ ไมรับ
เพราะ…………………………………………………………
• ผูชรา (อายุเกิน 65 ป) รับ ไมรับ
เพราะ…………………………………………………………
• คนจากตางตําบล รับ ไมรับ
เพราะ…………………………………………………………

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 23
พระอาจารยสุบิน ปณีโต ผูกอตั้งกลุมสัจจะสะสมทรัพยเพื่อพัฒนา
คุณธรรมครบวงจรชีวิต วัดไผลอม จ.ตราด ไดใหหลักคิดในการกอตั้งกลุม
การเงินชุมชนใหม ซึ่งใชไดกับกลุมการเงินทุกรูปแบบวา แรกเริ่มไมควรเนนที่
การรวบรวมเงินหรือสมาชิกใหไดจาํ นวนมากๆ แตใหเนนทีค่ วามรูจ กั มักคุน และ
การมีถนิ่ ฐานทีแ่ นนอน โดยพระอาจารยอธิบายดังตอไปนี้ (อางอิงจาก “เอกสาร
ประกอบการอบรม การจัดตั้งกลุมสัจจะสะสมทรัพยเพื่อพัฒนาคุณธรรมครบ
วงจรชีวิต” พ.ศ. 2554)
“สมาชิกตองเปนคนในหมูบาน ยกเวนที่ปรึกษา หมูบานใครหมูบาน
มัน สวนเรื่องความใหญ ระดับตําบล อําเภอ จํานวนเงินมากหรือนอย อยาเพิ่ง
ไปนึกถึงมัน การทําเปนหมูบานมีเหตุผลคือ
หนึ่ง เราไดนําหลักของมงคลสูตรมาใช คือการสงเคราะหญาติ คนใน
หมูบ า นเดียวกัน ถามีการโกงกันก็เปนการโกงญาติ นีค่ อื เหตุผลทีไ่ มรบั คนนอก
พื้นที่ ถารับแลวมีปญหาไมรูวามันจะโยกยายไปเมื่อไหร ถามันโกงก็รูสึกวามัน
ไมใชญาติ ดังนั้น ตรงนี้ที่เราตองขีดวงอยาใหใหญนัก
สอง การไมรบั คนไกล เพราะถารับคนนอก หลายๆ หมูม ารวมกัน เวลา
มาสงเงินก็ยาก เวลามาเก็บก็ลําบาก
สาม ถาเราไปรับคนไกล คนนอกพื้นที่ สมมุติวาตําบลนั้นมี 5 หมู ก็
เอาไวหมู 1 หมูเดียว อีก 4 หมูจะขอการพัฒนา ขอความรวมมือ 4 หมูนั้นก็จะ
ไมมใี ครไปเหลียวแล มาอยูท หี่ มู 1 หมด เพราะกําลังทรัพยอยูท นี่ ี่ ทีน่ กี่ อ ใหเกิด
ประโยชนแกเขา ที่ไมกอประโยชนเขาไมไป อีก 4 หมูจะพัฒนาไมขึ้น ฉะนั้นก็
แบงเปนหมูๆ ดีกวา พอเริ่มโตคอยเอาระดับหัวหนามาคุยกัน...
...เริ่มตนเราอยาพยายามเอาใหญ อยาเอาคนมารวมกัน มากๆ คือ
ปญหา เราเอาคนใหอยูใ นฐานลางกอน เหมือนกับเราสรางเจดีย ...แตทปี่ รึกษา
เอาคนนอกพื้นที่ก็ได ไมมีปญหาอะไร เพราะเปนที่ปรึกษาเทานั้น เรื่องบัญชี
วิธีจัดการตางๆ รับคนนอกพื้นที่ได เปนวิธีการการใหคําปรึกษาหารือ ยกเวน
กรณีไปพลิกแพลงกันเอาเอง เชนวา หมูบานอยูติดเขตแดนกับหมู 1 หรือขึ้น
กับหมู 2 แลว หมู 2 ขึ้นกับหมู 1 นิดหนอยอยาใหอื่นไกล อยาใหตีแผไปไกล
นัก อยาเนนความใหญ แตเนนความรูจักมักคุน และมีถิ่นฐานที่แนนอนจะได
ไมกอใหเกิดปญหา...”
24 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
2. ประเด็นที่ควรพิจารณาในการรับสมาชิกมีอะไรบาง?

องคกรการเงินชุมชนทุกประเภทยึดหลัก “เฉลีย่ ทุกข เฉลีย่ สุข” เพราะ


นําเงินจากคนในชุมชนเองมาปลอยกู จัดสวัสดิการ และลงทุนเพือ่ พัฒนาชุมชน
ยิง่ กลุม การเงินสามารถรับคนในชุมชนมารวมเปนสมาชิกไดมากเพียงใด คนใน
ชุมชนยิ่งมีโอกาสไดประโยชนจากการรวมกลุมไดมากเทานั้น (แมควรเริ่มตน
จากเล็กๆ คอยเปนคอยไปก็ตาม)
แนนอนวาทุกกลุมอยากมีสมาชิกมาก แตคําถามที่สําคัญกวา “กลุมมี
สมาชิกกี่คน?” คือ “สมาชิกจะปฏิบัติตามกฎกติกาของกลุมไดหรือไม?” เพราะ
การทําตามกฎกติกาเปนปจจัยสําคัญที่จะทําใหกลุมการเงินอยูไดในระยะยาว
กลุม ไหนมีสมาชิกจํานวนมาก แตสมาชิกสวนใหญไมทาํ ตามกฎกติกา กลุม นัน้
ก็ไมอาจเติบโตไดอยางยั่งยืน
เมือ่ รวบรวมประสบการณจากกลุม การเงินชุมชนทีป่ ระสบความสําเร็จ
แลว สรุปไดวามีประเด็นสําคัญที่ควรคํานึงถึงเวลาเปดรับสมาชิกไดดังตอไปนี้

รายการตรวจสอบ (Check-List): คุณสมบัติของสมาชิก

หากเปนคนในหมูบาน เขาหรือเธอมีงานทําเปนหลักแหลงหรือไม ?
สมาชิกตองอยูใ นหมูบ า นเดียวกันกับกรรมการกลุม การเงิน และมีงาน
ทําหรือประกอบอาชีพอยูใ นหมูบ า น ไมใชทาํ งานทีอ่ นื่ แตกลับบานเปนครัง้ คราว
เงื่อนไขนี้สําคัญโดยเฉพาะในระยะ 1 ปแรกของการกอตั้งกลุม เพราะกลุมจะ
สามารถติดตามไดวา สมาชิกรายนั้นปฏิบัติตามกฎกติกาของกลุมไดหรือไม
ทัง้ เรือ่ งการออม การฝากสัจจะ และโดยเฉพาะอยางยิง่ การกูแ ละการสงคืนเงินกู
ยกตัวอยางเชน เมื่อสมาชิกมากูเงิน โดยอางวานําไปประกอบอาชีพ
หากสมาชิกคนนั้นไปทํางานตางหมูบาน นานๆ กลับบานที กลุมก็จะติดตาม
ไดยากมากวานําเงินกูไปประกอบอาชีพจริงตามที่อางหรือไม ในทางกลับกัน
ถาสมาชิกประกอบอาชีพในหมูบาน กลุมก็จะติดตามไดไมยาก เพราะทุกคน
จะสังเกตเห็นสินทรัพยที่นําเงินกูไปซื้อมาเพื่อการประกอบอาชีพ เชน รถไถ
รถเข็นขายกวยเตี๋ยว เปนตน
แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 25
หากเปนเด็ก มีพอหรือแมออมเงินใหหรือไม ?
การรับเด็กๆ เปนสมาชิกเปนสิ่งที่ควรทํา และกลุมการเงินจํานวน
มากก็เปดรับสมาชิกตั้งแตยังเปนทารกแรกเกิด เมื่อเด็กๆ เติบโตไปก็จะไดใช
สิทธิประโยชน แตสงิ่ ทีส่ าํ คัญคือตองมีพอ หรือแมออมเงินใหเปนประจํา พูดงายๆ
คือสงเงินแทนลูก เพือ่ ใหลกู ไดประโยชนในภายภาคหนาทัง้ เรือ่ งเงินออมและการ
กูเงิน (เนื่องจากผูเยาวไมควรมีสิทธิกูเงิน ดูรายละเอียดไดในบทที่ 2)

หากเปนคนจนแรนแคนที่ไมมีเงินมาออม กลุมจะชวยสงเคราะหเขา
หรือเธอหรือไม ?
ในเมื่อการเงินชุมชนตั้งอยูบนหลักการ “เฉลี่ยทุกขเฉลี่ยสุข” เพื่อ
ประโยชนของสมาชิกและชุมชนเปนหลัก คําถามคือ กลุม ควรเปดให “คนจน” ที่
จนมากๆ เขามาเปนสมาชิกหรือไม เพราะถาหากสิทธิประโยชนมาจากเงินทุน
ของสมาชิกเอง ไมวาจะในรูปของหุน เงินฝาก หรือสัจจะ (ดูหัวขอที่ 3) คนที่
จนมากๆ ไมมเี งินทุนมาให ก็จะไมมสี ทิ ธิเปนสมาชิก ไมมสี ทิ ธิไดรบั บริการจาก
กลุม แตการกีดกันคนจนออกไปก็เปนสิง่ ทีน่ า เศรา เพราะกลุม การเงินถือกําเนิด
ขึน้ เพือ่ ชวยเหลือเจือจานคนในชุมชนดวยกัน อีกทัง้ คนทีจ่ นทีส่ ดุ ในหมูบ า นก็มกั
เปนคนที่เดือดรอนที่สุดและตองการความชวยเหลือมากที่สุด
กลุ  ม การเงิ น หลายกลุ  ม แก ป  ญ หานี้ ด  ว ยการกั น ผลกํ า ไรส ว นหนึ่ ง
เปน “สวัสดิการคนจน” นําไปจุนเจือผูยากไรในหมูบานทุกป ดวยวิธีนี้ คนจน
ผูแรนแคนก็ไมจําเปนตองมาสมัครเปนสมาชิกกลุม ทางกลุมก็ไมตองยกเวน
กฎกติกาใดๆ ใหกับผูยากไรเปนกรณีพิเศษ แตก็ยังสามารถชวยเหลือพวก
เขาได

หากเปนผูส มัครจากตางถิน่ เขาหรือเธอมีสมาชิกในหมูบ า นแนะนํามา


หรือไม ?
หากมีคนตางถิน่ ตองการสมัครเขาเปนสมาชิกกลุม กลุม ไมควรรับเปน
สมาชิกทันทีถาพึ่งตั้งกลุมไดไมนาน ควรมีการเวนชวงเวลา เชน 1 ป เพื่อให
กลุม รวมตัวกันจนเปนหนึง่ เดียวกัน และมีความยัง่ ยืนทางการเงินในระดับหนึง่

26 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
กอน หลายกลุม ใชวธิ ใี หสมาชิกในชุมชนเปนผูแ นะนําและรับรองวาผูส มัครจาก
ตางถิ่นเปนผูที่เชื่อถือได
บางกลุมที่มีวิสาหกิจชุมชนใชเงื่อนไขวา คนตางถิ่นที่มาสมัครเปน
สมาชิกจะตองเปนคูคาหรือเปนลูกคาของวิสาหกิจชุมชนของกลุมอยูแลว เพื่อ
จะไดมีขอมูลเกี่ยวกับความนาเชื่อถือของผูสมัคร และสามารถติดตามไดวา
ทําตามกติกาของกลุมหรือไม

หากเปนผูส มัครทีเ่ ปนคนตางดาวหรือคนไรสญั ชาติ เขาหรือเธออาศัย


อยูในพื้นที่นานพอแลวหรือยัง ?
เปาหมายหลักของกลุมการเงินชุมชนอยูที่การชวยเหลือคนในชุมชน
ฉะนัน้ การมีสญ ั ชาติไทยหรือไมอาจไมใชประเด็นสําคัญ กลุม การเงินหลายกลุม
โดยเฉพาะกลุมที่ตั้งอยูในภาคเหนือติดกับแนวชายแดน เปดรับสมัครสมาชิก
สัญชาติอื่นดวย โดยกําหนดวาผูสมัครตางดาวจะเขากลุมไดก็ตอเมื่ออาศัยอยู
ในพื้นที่มาแลวไมตํ่ากวา 1 ป เพื่อใหเกิดความคุนเคยระหวางกันและกันกอน

3. หุน เงินฝาก และสัจจะแตกตางกันอยางไร ควรเริ่มระดมทุนแบบไหน


กอนดี?

ถาไมนับเงินอุดหนุนจากรัฐหรือเงินบริจาคจากองคกรพัฒนาเอกชน
“เงินทุน” ในการดําเนินกิจการทัง้ หมดของกลุม การเงินชุมชนมาจากเงินทีร่ ะดม
มาจากสมาชิกกลุม ปจจุบนั กลุม การเงินชุมชนรับเงินหลากหลายรูปแบบตัง้ แต
หุน เงินฝาก และสัจจะ ซึ่งมีทั้งสัจจะออมทรัพยและสัจจะพิเศษ
เงินทุนเหลานี้แตกตางกันอยางไร? ตารางในหนาถัดไปจะประมวล
ความแตกตางสําคัญๆ จากประสบการณของกลุมการเงินชุมชนไทยหลาก
หลายรูปแบบ

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 27
28 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 29
คําถามตอไปคือ กลุมการเงินชุมชนควรเริ่มระดมทุนจากแหลงไหน
กอนดี? คําตอบคือ สําหรับกลุมที่พึ่งกอตั้ง กลุมควรรับเงินจากสมาชิกในรูป
“เงินหุน” เปนหลัก เพื่อรวบรวมทุนรอนที่จําเปนตอการเริ่มใหบริการ เชน การ
จัดสวัสดิการและการปลอยกู กรณีทเี่ ปนกลุม สัจจะออมทรัพย กลุม ก็ควรเริม่ รับ
เงินสัจจะออมทรัพยตงั้ แตเริม่ กอตัง้ เพือ่ สรางฐานเงินออมใหกบั สมาชิก และเริม่
เก็บขอมูลวาสมาชิกคนไหนบางที่นาเชื่อถือ (รักษา “สัจจะ”) หรือไมนาเชื่อถือ
“เงินฝาก” ควรเปนบริการที่กลุมการเงินชุมชนเปดใหบริการหลังจาก
ที่กลุมมีอายุเกิน 1 ป และหลังจากที่มีรายรับจากดอกเบี้ยเงินกูแลว เนื่องจาก
เงินฝากมี “ตนทุนทางการเงิน” สูงกวาสัจจะและเงินหุน กลาวคือ กลุมการเงิน
ตองจายดอกเบีย้ เงินฝากใหสมาชิกเปนประจําทุกปตามอัตราทีป่ ระกาศไว ไมวา
ผลการดําเนินงานจะเปนอยางไร ถาไมมีรายไดจากดอกเบี้ยเงินกู ก็จะไม
สามารถจายดอกเบี้ยเงินฝากตามสัญญาได
แผนภาพสรุปลําดับการระดมทุนรูปแบบตางๆ ใหเหมาะสมตามอายุของกลุม
การเงินชุมชน

อายุของกลุม พึ่งกอตั้ง ถึง 1 ป 1 ปขึ้นไป 1 ปขึ้นไป


การเงินชุมชน และไดดอกเบี้ยเงินกู

“ฝากไววา อยาไปคํานึงถึงวา ตองเอาเงินมากเปนหลัก เงินเปนทางผานทีจ่ ะขอ


ใหประสานคน ...แลวสอดแทรกเรือ่ งคุณธรรมเขาไป ฉะนัน้ ใครจะมาเพิม่ ใครจะ
ลด [สัจจะ] เอาวันสิ้นปเปนหลัก จะเพิ่มจะลดระหวางกลางปเราไมยอม เพื่อให
รักษามาตรฐานของสัจจะ สวนคนฝากมากฝากนอยนัน้ ก็แลวแตความสามารถ
และฐานะของแตละคน...”

พระอาจารยสุบิน ปณีโต

30 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
4. ควรใหผลตอบแทนสมาชิกเทาไร?

หลักคิดในการใหผลตอบแทนนั้น ขึ้นอยูกับ “ประเภท” ของเงินทุนที่


สมาชิกสงใหกับกลุมการเงิน สรุปไดดังตอไปนี้
สําหรับ “สัจจะออมทรัพย” และ “สัจจะพิเศษ” สมาชิกจะไดผล
ตอบแทนในรูปสวัสดิการ ดูรายละเอียดในบทที่ 5 “หลักการจัดสวัสดิการ”
สําหรับ “เงินหุน” สมาชิกจะไดผลตอบแทนในรูปเงินปนผล ซึ่งแบง
จายรายปจากกําไรสุทธิ (รายไดหลังหักคาใชจา ย) หลังทราบผลกําไรตอนสิน้ ป
โดยอัตราเงินปนผลควรมีหลักคิดดังตอไปนี้
1. กอนที่จะพิจารณาจายเงินปนผล กลุมควรกันกําไรสุทธิบางสวน
ไวสําหรับรายจายดังตอไปนี้ โดยเรียงตามลําดับความสําคัญจาก
มากไปหานอย
• คาตอบแทนกรรมการและเจาหนาที่กลุม
• เงินลงทุนสําหรับปตอไป เชน ซื้อคอมพิวเตอร สมุดบัญชี ฯลฯ
• เงินสํารองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (ดูรายละเอียดในบทที่ 3)
• เงินบริจาคเพือ่ สาธารณประโยชนและอืน่ ๆ เชน เงินสงเคราะห
ผูยากไรในหมูบาน
2. สําหรับกลุม ออมทรัพยทจี่ ดั สวัสดิการหลายประเภท และมีรายจาย
สวัสดิการคอนขางมากในแตละป ควรกันเงินกําไรสุทธิสว นหนึ่งที่
เหลือจากขอ 1. (หลายกลุม กําหนดเกณฑไวที่ “ครึง่ หนึง่ ” หรือรอย
ละ 50) เขากองทุนสวัสดิการกอน แลวคอยจายสวนที่เหลือเปน
เงินปนผลแกสมาชิก (ดูรายละเอียดในบทที่ 5)
3. สําหรับกลุมการเงินที่ไมเนนการจัดสวัสดิการ ควรจายกําไรสุทธิ
ทั้งหมดที่เหลือจากขอ 1. เปนเงินปนผลใหแกสมาชิก

สําหรับ “เงินฝาก” สมาชิกจะไดดอกเบี้ยเงินฝากเปนผลตอบแทน


กลุม การเงินสวนใหญจา ยดอกเบีย้ ครัง้ เดียวตอนปลายป โดยควรกําหนดอัตรา
ดอกเบี้ยดวยหลักคิดตอไปนี้

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 31
1. “แขงขันได” นั่นคือ ใหขอเสนอที่ดีกวาทางเลือกอื่นของสมาชิก
เชน ใหดอกเบี้ยสูงกวาอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร (ปจจุบันเงิน
ฝากประจํา 2 ป อยูที่ประมาณรอยละ 2 ตอป)
2. เปนอัตราที่ทําใหกลุมการเงินมีกําไรจาก “สวนตางดอกเบี้ย” เมื่อ
เปรียบเทียบกับดอกเบี้ยเงินกู (ดูรายละเอียดในบทที่ 2 “หลัก
การปลอยกู”) เชน ถาปจจุบันกลุมปลอยเงินกูในอัตรารอยละ 1
ตอเดือน (รอยละ 12 ตอป) และสามารถปลอยกูจากเงินทุนได
คอนขางดี ลูกหนี้สวนใหญชําระคืนตรงเวลา ก็ควรจายดอกเบี้ย
เงินฝากใหแกสมาชิกที่อัตรารอยละ 0.5 ตอเดือนได (รอยละ 6
ตอป)
3. ยิ่งเงินฝากระยะยาวกินเวลานานเทาไหร ยิ่งควรจายดอกเบี้ย
เงินฝากสูงเทานั้น เพราะกลุมไดรับเงินทุนที่ “อุนใจ” วาจะไม
ถูกสมาชิกถอนคืนกอนระยะเวลาที่กําหนด ดังนั้นจึงถือเปนการ
ตอบแทนทุนระยะยาว และสรางแรงจูงใจใหสมาชิกมาฝากเงิน
ระยะยาวกับกลุม ยกตัวอยางเชน สําหรับเงินฝากประจํา 24 เดือน
กลุมอาจประกาศใหดอกเบี้ยในอัตรารอยละ 6.5 ตอป ซึ่งสูงกวา
เงินฝากประจํา 12 เดือนซึ่งมีอัตรารอยละ 6 อยูรอยละ 0.5 ตอป
เปนตน บางกลุม อาจกําหนดวา ถาฝากประจําสองปจะไดดอกเบีย้
รอยละ 5 ในขณะที่ถาฝากประจํา 5 ป ก็จะไดดอกเบี้ยในอัตรา
รอยละ 6 แตถาถอนเงินออกกอนครบกําหนด 5 ป อัตราดอกเบี้ย
จะลดลงเหลือรอยละ 1.5 ทันที
4. ควรสรางแรงจูงใจเพิ่มเติม เชน บางกลุมประกาศวา หากสมาชิก
มาฝากประจํา 1 แสนบาทขึ้นไป จะสามารถถอนดอกเบี้ยไดทุก
สิ้นเดือน

32 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
ขอควรระวัง!
ลําพังการคิดดอกเบีย้ เงินกูส งู กวาอัตราดอกเบีย้ เงินฝาก ไมไดแปลวา
กลุมการเงินจะมีความมั่นคงทางการเงิน หรือมีกําไรโดยอัตโนมัติ เพราะกลุม
อาจไมสามารถนําเงินทุนจากสมาชิกไปปลอยเงินกูไดมากพอ เมื่อเทียบกับ
รายจายดอกเบี้ยเงินฝากที่ตองจายแกสมาชิกทุกป ฉะนั้นจึงตองเปรียบเทียบ
“สวนตางดอกเบี้ย” ที่เปนเม็ดเงินจริงๆ ดวย
ยกตัวอยางเชน หากตอนสิ้นป กลุมมียอดเงินกูรวม 500,000 บาท
ยอดเงินฝากรวม 1,000,000 บาท ไดดอกเบี้ยเงินกูที่รอยละ 1 ตอเดือน ให
อัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่รอยละ 0.5 ตอเดือน และไมมีลูกหนี้รายใดผิดนัดชําระ
หนี้ ปนี้กลุมจะมีสวนตางดอกเบี้ยเทากับ
(500,000 x 1% x 12) – (1,000,000 x 0.5% x 12) = 0 หรือศูนย
บาท! นีเ่ ปนเพราะกลุม มีเงินฝากทีต่ อ งจายดอกเบีย้ สูงถึง 1 ลานบาท แตปลอย
กูไดเพียงครึ่งเดียวของเงินจํานวนนี้เทานั้น

5. หุน เงินฝาก สัจจะ มีขอดีขอดอยอะไรบาง และจะจัดการกับขอดอยได


อยางไร?

สรุปขอดี ขอดอย และวิธีจัดการขอดอยของ หุน สัจจะ และเงินฝาก


เปนตารางไดดังตอไปนี้

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 33
34 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
ขอควรระวัง!
ปจจุบันสัจจะบางกลุมมีการจายเงินปนผลปลายป หรือจายดอกเบี้ย
ตามยอดเงินสัจจะสะสมดวย กรณีเชนนี้ ไมควรทํา เนือ่ งจากจะทําใหเกิดความ
สับสนระหวางสัจจะกับเงินหุน และเงินฝาก ซึง่ มีลกั ษณะการตอบแทนสมาชิกที่
แตกตางกันมาก

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 35
บทที่ 2
:
หลักการปลอยกู
เนื้อหาในบทนี้บางสวนเรียบเรียงจาก “องคความรูการดําเนินงาน
องคกรการเงินชุมชน” โดย ศูนยวจิ ยั ธนาคารเพือ่ การเกษตรและสหกรณ (ธกส.)
และเอกสารประกอบ “การอบรมหลักสูตรการเรียนรูทางไกลแบบผสมผสาน
(A Blended Distance Learning Method) เรื่อง การบริการดานการเงินระดับ
รากหญา” ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย United Nations Capital Development Fund
(UNCDF)

“สินเชื่อ” หรือเงินกูเปนบริการหลักของกลุมการเงินชุมชนทุกรูป
แบบ เนื่องจากเงินทุนเปนปจจัยที่จําเปนสําหรับการประกอบอาชีพและการ
ดํารงชีวิตในสังคมสมัยใหม แตคนในชุมชนมักเขาไมถึงสินเชื่อของธนาคาร
พาณิชย ดวยความที่สาขาตางๆ ของธนาคารอยูหางไกลจากชุมชน และเรียก
สินทรัพยคํ้าประกันเปนมูลคาสูงที่ชาวบานไมมี หรือไมมีรูปแบบสินเชื่อที่ตรง
กับความตองการของชาวบาน ดังนั้นจึงสรุปงายๆ ไดวา กลุมการเงินชุมชน
มีขอดีตรงที่ “ดอกเบี้ยตํ่า ยอดผอนทีละนอยๆ ผอนไดนานๆ และผอนผันได
เวลาที่เกิดปญหา”
โดยนิยามแลว “สินเชือ่ ” หมายถึง “ความเชือ่ ถือ” ทีผ่ ใู หบริการมีตอ ผูใ ช
บริการ เมื่อฝายผูใหบริการ (ในที่นี้คือกลุมการเงิน) ยอมมอบสินคาหรือบริการ
แกผใู ช (ในทีน่ คี้ อื เงินสด) โดยมีสญ
ั ญาและหลักประกันสําหรับการชําระเงินตน
รวมทั้งดอกเบี้ยที่จะทยอยเกิดขึ้นในวันขางหนา ตามเงื่อนไขในสัญญาที่ตกลง
ดวยความสมัครใจของทั้งสองฝาย ซึ่งในที่นี้คือเจาหนี้และลูกหนี้

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 37
ในเมื่อสินเชื่อตั้งอยูบนความเชื่อถือ ปญหาที่สําคัญที่สุดสําหรับเจา
หนี้เวลาปลอยกูคือ เราจะแนใจไดอยางไรวาผูขอกูรายนี้ “เชื่อถือได” วาจะเปน
ลูกหนี้ที่ดี?

1. เงินกูมีกี่ประเภท และแตละประเภทแตกตางกันอยางไร?

เงิ น กู  ที่ ก ลุ  ม การเงิ น ชุ ม ชนปล อ ยได มี ห ลายประเภท ขึ้ น อยู  กั บ


วัตถุประสงคของเงินกู เงินกูที่แพรหลายที่สุดเพราะสมาชิกตองการมากที่สุด
คือ เงินกูสําหรับการประกอบอาชีพ รองลงมาไดแก เงินกูฉุกเฉิน บางกลุมยัง
ปลอยเงินกูเพื่อการบริโภค (สินเชื่อสวนบุคคล) และเงินกูเพื่อการศึกษาดวย
พระอาจารยสุบิน ปณีโต ใหหลักคิดวา กลุมการเงินชุมชนควรเริ่ม
ปลอยกูตั้งแตเริ่มกอตั้งกลุมเลย เพราะเปนโอกาสใหเรียนรูเรื่องการจัดการ
บัญชี และจะไดเริ่มสะสมขอมูลวาสมาชิกแตละคนมีความนาเชื่อถือเพียงใด

“เขามาเดือนแรกตองปลอยกู เงินนอยก็ปลอยกู เพราะตองเรียนรูเรื่องการ


จัดการบัญชี ประการทีส่ อง เปนการเรียนรูน สิ ยั คนวาใครจริงใจ ไมจริงใจ ซือ่ สัตย
หรือไมซอื่ สัตย ตอไปอนาคตมีเงินเปนลานจะปลอยกูห รือไม เราก็รนู สิ ยั กันหมด
แลว เพราะคนมันจะโกงก็โกง แมแตเงินพันเงินรอยมันก็โกงได”

พระอาจารยสุบิน ปณีโต

เนื่องจากสินเชื่อแตละประเภทไมเหมือนกัน “ความพรอม” ของกลุม


ในการปลอยสินเชื่อแตละประเภทจึงไมเทากันดวย สินเชื่อบางประเภทที่มี
ระยะยาวโดยธรรมชาติ เชน เงินกูเ พือ่ การศึกษาและเงินกูเ พือ่ ทีอ่ ยูอ าศัยไมควร
เริม่ ปลอยตัง้ แตกอ ตัง้ ใหมๆ แตควรปลอยเมือ่ กลุม ตัง้ ขึน้ มาระยะเวลาหนึง่ และมี
ความมัน่ คงทางการเงินแลว ทัง้ นี้ เนือ่ งจากตองใชเวลานานกวาจะไดเงินตนคืน
อีกทัง้ ยังมิใชการกูไ ปประกอบอาชีพทีจ่ ะมีรายไดมาใชหนีโ้ ดยตรง ดังนัน้ จึงตอง
คํานึงถึงประวัตกิ ารทําธุรกรรมของผูก กู บั กลุม ยอดเงินหุน และเงินสัจจะสะสม

38 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
ของผูข อกูเ ปนสําคัญ แนนอนวาสําหรับกลุม ทีพ่ งึ่ ตัง้ ใหม ผูข อกูจ ะยังไมมปี ระวัติ
และไมมเี งินทุนมากพอใหกลุม บริหารความเสีย่ งจากการปลอยกูไ ด นอกจากนี้
ก็ตองดูความตองการของสมาชิกดวย ถาหากตองการกูเงินจํานวนมาก การ
กําหนดอายุการเปนสมาชิกกลุม เชน ตองเปนสมาชิกมาไมนอยกวา 3 เดือน
จึงจะใหยนื่ เรือ่ งขอเงินกู อาจเปนสิง่ จําเปนระหวางทีก่ ลุม ยังมีเงินทุนไมมากนัก
เงินกูประเภทตางๆ และหลักคิดในการประเมิน “ความพรอม” ของ
กลุม สรุปเปนตารางไดดังนี้

แผนภาพสรุปลําดับการปลอยกูร ปู แบบตางๆ ใหเหมาะสมตามความพรอมของ


กลุมการเงินชุมชน

ความพรอม นอย--------------------------------------------------------------------------------------->มาก
ของกลุม

2. สมาชิกอยากไดอะไร?

กลุมการเงินชุมชนที่ดีคือ กลุมที่รับฟงและพยายามตอบสนองความ
ตองการของสมาชิกอยางสมํ่าเสมอ หากพูดถึงสินเชื่อ คนในชุมชนโดยมากจะ
อยากไดเงินกูที่มีดอกเบี้ยตํ่า อนุมัติเร็ว ผอนนอย ลดตนลดดอก และผอนผัน
ได ดังตัวอยางเสียงสะทอนจากลูกจางและแมคาในจังหวัดชัยนาทซึ่งแสดงใน
ตารางตอไปนี้

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 39
40 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 41
3. หลักคิดและวิธีวิเคราะหสินเชื่อมีอะไรบาง?
ในเมือ่ การปลอยกูเ ปนธุรกิจทางการเงินซึง่ “มีความเสีย่ ง” ทีเ่ จาหนีจ้ ะ
ไมไดเงินคืน ดังนัน้ หลักแนวคิดและการวิเคราะหสนิ เชือ่ ก็คอื การ “ปองกัน” และ
สราง “หลักประกัน” เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นไดในอนาคต เพราะ
ไมมีใครยืนยันไดวาเงินกูที่ปลอยไปนั้นจะไดรับการชําระคืนครบตามจํานวน
และตามเวลาที่ตกลงหรือไม
ขอมูลเบื้องตนที่จําเปนในการวิเคราะหสินเชื่อคือ ขอมูลเกี่ยวกับ
“คุณสมบัติ” ของผูกู ทั้งในกรณีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยสามารถสรุป
ไดดังนี้

หลังจากทราบขอมูลเบื้องตนแลว ก็มาถึงขั้น “การวิเคราะหสินเชื่อ”


การวิเคราะหอยางรอบคอบจะชวยใหกลุมไดรูวา “ความเสี่ยง” ของผูขอกู
แตละรายนั้นยอมรับไดแคไหน เพื่อพิจารณาวาจะใหกูดีหรือไม ถาใหเงินกู
ควรมีเงื่อนไขการกูอยางไร ยกตัวอยางเชน ถาผูขอกูมีความเสี่ยงมาก กลุมก็
ตองการหลักประกัน (หมายรวมถึง “ผูคํ้าประกัน” ดวย) มากตามไปดวย เพื่อ
ชดเชยความเสี่ยง ถาความเสี่ยงนอยและจํานวนเงินไมมาก อาจไมตองใชหลัก
ประกันเลยก็เปนได
42 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
สําหรับหลักการเบื้องตนในการพิจารณาสินเชื่อ ธนาคารพาณิชยใช
หลักใหญๆ คือ 3 ‘P’ และ 5 ‘C’ ซึ่งกลุมสามารถนํามาประยุกตใชกับบริบทของ
ชุมชนไทยได ดังตอไปนี้

หลัก 3 ‘P’
วั ต ถุ ป ระสงค (Purpose) ก อ นที่ จ ะพิ จ ารณาสิ น เชื่ อ ในฐานะ
เจาหนี้ กลุมตองรูวา ผูขอกูตองการใชเงินเทาไร และมีวัตถุประสงคอะไร
เพื่อใหกําหนดประเภทของสินเชื่อไดอยางถูกตอง และกําหนดระยะเวลาการ
ชําระคืนใหตรงกับวัตถุประสงคในการกูยืม
ยกตัวอยางเชน ถาผูขอกูตองการสินเชื่อไปซื้อปจจัยการผลิตสําหรับ
การลงทุนทํานาในฤดูตอไป ระยะเวลาเงินกูที่เหมาะสมก็คือ 1 ฤดูเพาะปลูก
เชน 4 เดือน เมื่อผูขอกูเก็บเกี่ยวผลผลิตนําไปขาย และมีรายไดแลวจึงจะ
สามารถคืนเงินกูไ ด ถาผูข อกูต อ งการเงินทุนเพือ่ สงลูกเรียนสูงๆ สินเชือ่ เพือ่ การ
ศึกษาก็ควรมีระยะเวลาเทากับจํานวนปทเี่ ขารับการศึกษาเปนอยางนอย เพือ่ ที่
การศึกษาจะไดไมขาดตอน และเพิ่มโอกาสที่ผูเรียนจะสามารถหางานรายไดดี
ทําหลังจากสําเร็จการศึกษา เพื่อนํารายไดมาใชหนี้แทนผูปกครองตอไป
หากกลุม การเงินจัดวงเงินใหกบั ลูกคาไมตรงตามวัตถุประสงคในการกู
อาจทําใหลูกหนี้ประสบปญหาดานการเงิน เมื่อเกิดปญหากับลูกหนี้ ในฐานะ
เจาหนี้ กลุมก็จะมีปญหาตามมาเพราะไมไดเงินคืน ดังตัวอยางขางตน ถากลุม
กําหนดระยะเวลาเงินกูเ พือ่ การเกษตรเพียง 2 เดือน ลูกหนีต้ อ งชําระเงินคืนเต็ม
จํานวนกอนถึงฤดูเก็บเกี่ยว ลูกหนี้ก็จะประสบปญหาไมมีเงินมาคืน เพราะยัง
ไมมีรายไดจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตไปขาย

การชําระหนี้คืน (Payment) ในประเด็นนี้ กลุมตองพิจารณา “ความ


สามารถ” ของผูขอกูวา จะสามารถชําระหนี้คืนไดอยางไร โดยมีปจจัยสําคัญที่
ตองคํานึงถึงคือ การพิจารณาปรับระยะเวลาของเงินกูใหสอดคลองกับความ
สามารถในการชําระ ถาหากลูกหนี้ตองใชเวลานานกวาจะใชหนี้หมด กลุมก็
ควรปลอยเงินกูร ะยะยาว หากผูข อกูม คี วามสามารถทีจ่ ะใชหนีค้ นื ในระยะเวลา

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 43
อันสั้น เชน มากูเงินฉุกเฉินไปจัดงานศพ หลังงานศพจะใชหนี้ไดจาก “ซอง”
ที่ไดรับจากแขกในงาน ในกรณีนี้กลุมก็ควรปลอยกูระยะสั้น
ถาหากลูกหนี้สามารถชําระหนี้คืนไดในระยะยาว เชน นําเงินกูไป
ลงทุนซื้อเครื่องนวดขาว ซึ่งเปนทรัพยสินที่ใชในการประกอบอาชีพ และกวา
เครื่องนี้จะสรางรายไดก็ตองใชเวลา 1 ป เพราะตองปรับสภาพพื้นที่เพาะปลูก
ใหปลูกขาวไดกอน หากกลุมกําหนดระยะเวลาเงินกูใหเปนระยะสั้น ก็จะทําให
ลูกหนีต้ อ งหาเงินมาชําระกอนทีจ่ ะมีรายไดจากการขายขาว จํานวนเงินทีต่ อ งหา
มาสงชําระหนี้อาจสงผลกระทบตอการประกอบอาชีพได เพราะฉะนั้น เงื่อนไข
เวลาในการชําระหนีค้ นื จะตองเหมาะสมและสอดคลองกับระยะเวลาทีล่ กู หนีจ้ ะ
ไดรับผลตอบแทนเปนเงิน ไมควรยาวหรือสั้นเกินไป

การปองกันความเสี่ยง (Protection) ในเมื่ อ สิ น เชื่ อ ทุ ก ชนิ ด มี


ความเสี่ยง กลุมตองพิจารณาหาวิธี “ปองกัน” ความเสี่ยงใหดีที่สุดกอนปลอย
สินเชื่อ (และเมื่อปลอยกูไปแลวก็ตอง “จัดการ” กับความเสี่ยงที่เหลืออยู โดยดู
รายละเอียดไดในบทที่ 3 เรื่อง “การบริหารความเสี่ยงและการบริหารหนี้”) โดย
อาจใชหลักคิดเปนขั้นตอนไดดังนี้
1. ผูข อกูม คี วามสามารถทีจ่ ะใชหนีค้ นื ไดจริงหรือไม เคยกูย มื เงินจาก
กลุม มากอนหรือไม หากยังมีหนีเ้ กาคางชําระ ก็ไมควรปลอยกูเ พิม่
2. ถาผูขอกูชําระหนี้ไมได จะสามารถจัดหาทุนกูยืมเงินบุคคลอื่น
หรือมีทรัพยสินพอที่จะขายมาชําระหนี้ไดหรือไม
3. ถาผูข อกูใ ชหนีไ้ มได และไมมลี ทู างทีจ่ ะกูย มื เงินหรือขายทรัพยสนิ
มาใชหนี้ กลุมมีหลักประกันเพียงพอ หรือผูคํ้าประกันมีความ
สามารถที่จะใชหนี้แทนหรือไม

หากกลุมพิจารณาแลวเห็นวา ผูขอกูมีความสามารถสูงในการชําระ
หนี้คืน กลุมอาจเรียกหลักประกันนอยลง หรือกําหนดใหไมตองมีผูคํ้าประกัน
ก็ได แตถาเห็นวาผูขอกูมีความสามารถในการชําระหนี้คืนนอย ก็ควรเรียก
หลักประกันหรือผูคํ้าประกันฐานะดีใหเหมาะสมกับวงเงินกูที่อนุมัติให

44 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
หลัก 3 ‘P’ ขางตนนับเปนหลักคิดพื้นฐานในการวิเคราะหสินเชื่อ
นอกจากหลักขางตนแลว กลุม ยังสามารถนําหลัก 5 ‘C’ ของธนาคารมาประกอบ
ในการวิเคราะหสนิ เชือ่ โดยหลักชุดนีม้ คี วามคลายคลึงกับ 3 ‘P’ แตลงลึกในราย
ละเอียดมากขึ้นเพื่อใหกําหนดวงเงินกูและเงื่อนไขไดอยางเหมาะสม

หลัก 5 ‘C’
อุปนิสัยของลูกคา (Character) เปนปจจัยสําคัญขอแรกที่กลุมควร
คํานึงถึง โดยพิจารณาตัวผูกูวาเปนคนอยางไร มีความซื่อสัตยสุจริตเพียงใด
มีความรูและประสบการณในการประกอบอาชีพขนาดไหน มีประวัติไมดีดาน
การเงินหรือไม หากผูขอกูเปนสมาชิกของกลุมมานาน ก็จะดูไดจากประวัติที่
ผานมาวาปฏิบตั ติ ามกฎกติกาของกลุม ดีหรือไม เชน เคยผิดนัดชําระหนีซ้ าํ้ ซอน
หรือเคยขาดสงเงินสัจจะติดตอกันหลายเดือนหรือไม โดยอาจสืบหาขอมูลจาก
สมาชิกคนอืน่ เพือ่ ใหไดขอ มูลมากทีส่ ดุ เทาทีท่ าํ ได บางกลุม ใชวธิ เี ลือกกรรมการ
ที่อาศัยอยูคนละฝงของหมูบาน เชน กรรมการ 4 คน ตองมาจาก 4 ทิศ ไมใช
มีบานอยูติดกัน จะไดสอดสองดูแลอยางทั่วถึง และรูจักมักคุนกับคนในชุมชน
ทุกบริเวณในหมูบาน
ควรพึงระลึกไวเสมอวา ถากลุมปลอยกูใหกับบุคคลหรือองคกรที่มี
ประวัติหรือนิสัยไมดี ถึงแมจะเสนอโครงการดีแคไหน หรือมีแนวโนมที่จะสราง
รายไดพอใชหนี้แคไหน ถาหากผูเกี่ยวของกับโครงการเปนคนไมดี โอกาสที่จะ
เกิดปญหาก็มีสูงมากอยางแนนอน เชน ลูกหนี้อาจเชิดเงินกู และยายถิ่นฐาน
หนีไปอยูที่อื่นก็ได

ความสามารถในการชําระหนี้ (Capacity) เปนหัวใจสําคัญในการ


พิจารณาใหสินเชื่อ โดยความสามารถในการชําระหนี้ขึ้นอยูกับวัตถุประสงคใน
การขอกูด ว ย เชน หากกูไ ปประกอบอาชีพ ก็ควรเปนอาชีพทีก่ ลุม รูว า กอใหเกิด
รายได และผูกูสามารถทําได หากกูไปประกอบธุรกิจหรืออาชีพใหม ก็ควรเปน
ธุรกิจหรืออาชีพทีส่ รางผลกําไร หรือเห็นความเปนไปไดทจี่ ะสรางกําไร นอกจากนี้
กลุมควรพิจารณาความสอดคลองของกระแสเงินสดวามีความสัมพันธกับ

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 45
กิจกรรมหลักเพียงใด หากวิเคราะหแลววาโครงการนั้นๆ ไมสามารถทํากําไร
และนาจะมีกระแสเงินสดติดลบ กลุมก็ไมควรปลอยเงินกูให
รายไดที่จะนํามาชําระหนี้ควรพิจารณาจากรายไดสุทธิ ซึ่งเปนรายได
หลังหักคาใชจายตางๆ แลว และควรเปนรายไดที่แนนอน หรือหากเปนรายได
เสริม ก็ควรเปนรายไดที่กลุมสามารถประมาณการได

เงินทุน (Capital) โดยทั่วไปแลว กอนปลอยกูเพื่อการประกอบ


อาชีพหรือธุรกิจ สถาบันการเงินจะพิจารณาดวยวา ผูขอกูนําเงินทุนสวนตัว
มาลงทุนสมทบดวยเทาไร ยิ่งผูขอกูนําเงินทุนสวนตัวมาลงมากเทาไร ความ
เสีย่ งของธนาคารก็นอ ยลงเทานัน้ เพราะการทีผ่ กู นู าํ เงินสวนตัวมาลงทุนมากก็
หมายความวา ผูก อู ยากทุม เทแรงกายแรงใจใหกบั การประกอบธุรกิจหรืออาชีพ
นั้นอยางสุดความสามารถ
ดวยเหตุนี้ กลุมควรพิจารณาสัดสวนระหวางหนี้ตอทุน (Debt to
Equity Ratio หรือ D/E Ratio) ของโครงการที่ผูขอกูจะนําเงินกูไปลงทุนดวย
ทั้งนี้ขึ้นอยูกับธุรกิจแตละประเภทดวยวาควรมีอัตราสวนหนี้ตอทุนเทาใด ยก
ตัวอยางเชน ธุรกิจทีม่ ผี ลกําไรตํา่ ควรจะตองมีเงินลงทุนสูง อาทิ ธุรกิจสรางทีพ่ กั
ใหเชา ซึ่งมีรายรับไมมากนักเมื่อเทียบกับเงินลงทุน ในกรณีนี้ผูกูควรใชเงิน
ลงทุนของตนเองเปนสวนใหญ แตกลุม การเงินชุมชนอาจอะลุม อลวยใหได โดย
มีหลักคิดคราวๆ คือ อัตราสวนหนี้ตอทุนไมควรเกิน 1 ตอ 1 เทา โดย “ทุน” ดู
จากยอดเงินหุนได เชน ถาหากผูขอกูมีเงินหุนอยูกับกลุม 50,000 บาท กลุมก็
ไมควรปลอยกูเกิน 50,000 บาท
ทั้งนี้ทั้งนั้น กลุมไมควรใหกูมากเกินความจําเปน มิฉะนั้นจะเปนผล
เสียแกทั้งสองฝาย

หลักประกัน (Collateral) ในการวิเคราะหสนิ เชือ่ เพือ่ กําหนดวงเงินกู


สิ่งสําคัญเรื่องหนึ่งที่ตองคํานึงถึงคือหลักประกัน เพราะไมวาแนวโนมธุรกิจ
หรื อ อาชี พ ของผู  ข อกู  จ ะดี เ พี ย งใดก็ ต าม ก็ ยั ง อาจมี ผ ลกระทบจากสภาวะ
แวดลอมหรือเหตุที่คาดไมถึง ซึ่งอาจทําใหผูกูเกิดปญหาใชหนี้ไมไดตามมา

46 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
โดยการปองกันความเสี่ยงที่ธนาคารอาจจะไดรับวิธีหนึ่งก็คือ การวิเคราะห
หลักประกันกอนการใหสินเชื่อ
การพิ จ ารณาว า กลุ  ม ควรเรี ย กหลั ก ประกั น มากน อ ยเพี ย งใดนั้ น
ตองพิจารณาจากความเสี่ยงทั้งจากปจจัยภายในและภายนอกที่อาจเกิดขึ้นใน
การดําเนินงาน หากพิจารณาแลววามีความเสี่ยงนอย หลักประกันก็นอย ถา
คาดวามีความเสี่ยงมาก ก็ควรกําหนดหลักประกันไวมากเชนกัน สินทรัพยที่
สถาบันการเงินปกติจะเรียกเปนหลักประกันมักจะเปนสินทรัพยที่มีมูลคาเปน
เงินสดหรือนําไปขายทอดตลาดเปนเงินสดได อาทิ เงินฝาก พันธบัตรรัฐบาล
อาคาร เครื่องจักร ใบหุน ทะเบียนรถ สิทธิการเชา และที่ดิน
อยางไรก็ดี คนในชุมชนมักขาดแคลนสินทรัพยที่ใชเปนหลักประกัน
ทั่วไป ดังนั้นกลุมการเงินสวนใหญจึงใชวิธี “คํ้าประกันกลุม” หรือ “ใหกูแบบ
กลุม” แทนการเรียกสินทรัพยเปนหลักประกัน เชน ใหผูขอกูไปรวบรวมคน
มาอีก 4 คน แลวขอกูพรอมกัน 5 คน หากคนใดคนหนึ่งผิดนัดชําระ จะสงผล
ใหอีก 4 คนไมไดรับการอนุมัติเงินกูรอบใหมไปดวย วิธีนี้ชวยสรางแรงจูงใจให
ดูแลซึ่งกันและกัน มีหลายกลุมที่ใชวิธีใหกูคนเดียวได แตตองหาผูคํ้าประกันที่
มีประวัติดีกับกลุมมาอีก 2 คน (สําหรับประโยชนของการกูแบบกลุม สามารถ
ดูรายละเอียดไดในหัวขอถัดไป)

สถานการณ (Conditions) หมายถึงสิ่งที่อยูนอกเหนือจากการ


ควบคุม อาทิ ปญหาทีเ่ กิดจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา การเปลีย่ นแปลงนโยบาย
ของรัฐ ปญหาสิ่งแวดลอม ปญหาทางการเมือง ความผันผวนของตลาด และ
ราคาวัตถุดิบไมคงที่ เปนตน กลุมควรวิเคราะหถึงสถานการณตางๆ อยาง
รอบคอบ และคาดการณสถานการณทอี่ าจเกิดขึน้ กับธุรกิจหรืออาชีพของลูกหนี้
อยูเ สมอ การหมัน่ ศึกษาและติดตามขอมูลขาวสารอยางใกลชดิ จะทําใหสามารถ
ปลอยสินเชื่อไดอยางมีประสิทธิภาพ หรือแกไขปญหาไดอยางทันทวงที
วิธีการลดความเสี่ยงอีกประการหนึ่งคือ การไมปลอยสินเชื่อใหแก
ธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งมากจนเกินไป แตควรแบงไปในธุรกิจหลายๆ ประเภท
เพื่อเปนการกระจายความเสี่ยง

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 47
4. การ “คํ้าประกันกลุม” คืออะไร และมีประโยชนอยางไร?

กลุมการเงินชุมชนอาจใชการ “คํ้าประกันกลุม” แทนหลักประกัน โดย


สมาชิกที่เปนผูคํ้าประกันตองรับผิดชอบหากเกิดปญหาการผิดนัดชําระหนี้
โดยมีหลักคิดที่ควรใชคราวๆ คือ
• หากมีเงินหุนหรือเงินฝาก ก็ใหใชหุนหรือเงินฝากของตัวเองคํ้า
ประกันได โดยใหกูไดในวงเงินรอยละ 100 ของหุนหรือเงินฝากที่มี
• ใหสมาชิกดวยกันเปนคนคํ้าประกัน โดยมากจะใหมีคนคํ้าประกัน 3
คน และใหกูไดในจํานวนไมสูงมาก เชน 10,000 บาท เปนตน
• ใชทดี่ นิ เปนหลักทรัพยคาํ้ ประกัน โดยไมควรปลอยกูเ ต็มราคาประเมิน
ของทีด่ นิ เพือ่ จํากัดความเสีย่ งของกลุม เชน ปลอยกูร อ ยละ 50 ของ
ราคาประเมิน เปนตน

กลาวในภาพรวม กระบวนการพัฒนาสูค วามยัง่ ยืนของชุมชนจะตองให


ความสําคัญกับการเสริมสรางความเขมแข็งในชุมชน โดยตองสอดคลองกับการ
พัฒนาทุนของชุมชน ทัง้ ทุนทางสังคมทีไ่ มใชตวั เงินและเงินทุนในชุมชนซึง่ เปน
พื้นฐานของการพัฒนาจากระดับลางไปสูระดับประเทศ ทั้งนี้การเสริมสรางทุน
ทางสังคมควรเปนฐานหลักในการพัฒนา ซึ่งตองเริ่มจากการพัฒนาชุมชนใหมี
ความเขมแข็ง คนในชุมชนชวยเหลือเกือ้ กูลกันภายในชุมชนและระหวางชุมชน
ดวยกันเองได มีกระบวนการสรางความสามารถในการปองกันและแกไขปญหา
ที่ยากและสลับซับซอน โดยเฉพาะอยางยิ่งปญหาความยากจนแบบองครวมที่
เกีย่ วพันทัง้ ในดานเศรษฐกิจและสังคม ซึง่ ตองอาศัยชุมชนและองคกรของชุมชน
ที่เขมแข็งเปนเสาหลักในการรวมมือรวมใจกันขจัดปญหาดังกลาว
การใหสนิ เชือ่ โดยวิธคี าํ้ ประกันกลุม นัน้ เปนการลดตนทุนในการดําเนิน
งาน รวมถึงลดปริมาณงานลงบางสวน เพราะมีการสรางแรงจูงใจใหสมาชิกทีค่ าํ้
ประกันซึง่ กันและกันติดตามดูแลการชําระหนี้ ชวยแบงเบาภาระของกรรมการ
กลุม และชวยใหคนในชุมชนสนิทสนมกันมากขึน้ ประโยชนอกี ขอทีส่ าํ คัญไมแพ
กัน คือ วิธีนี้สามารถสรางระบบเครือขายในลักษณะกลุม ผูนําเครือขาย หรือ

48 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
ผูนํากลุมไดมากขึ้น และยังสามารถสงเสริมการพัฒนาอาชีพตางๆ ไดอยางทั่ว
ถึงตามประเภทกิจกรรมและความตองการของสมาชิก
จากการศึกษา “โครงการประเมินผลกลุม การเงินขนาดเล็ก กรณีศกึ ษา
เปรียบเทียบการใหสินเชื่อรายคนกับรายกลุมในประเทศเปรู” ของ คารลาน,
ฮาริกายา และนาเดล แหงมหาวิทยาลัยเยล ประเทศสหรัฐอเมริกา พบวา
การเปลี่ยนระบบการใหสินเชื่อจากรายคนเปนรายกลุมทําใหองคกรการเงิน
ชุมชนไดอัตราการชําระหนี้ที่ดีขึ้น (จากรอยละ 90 เปนรอยละ 94) ตนทุนการ
ดําเนินงานดานการใหสนิ เชือ่ ลดตํา่ ลง อีกทัง้ การบริหารจัดการกลุม โดยใชวธิ ฝี ก
อบรมใหความรูทางธุรกิจ การเขารวมประชุม และการติดตามประเมินผลการ
ดําเนินงานอยางตอเนื่อง ยังกอใหเกิดกระบวนการมีสวนรวมในชุมชนมากขึ้น
การศึกษาและวิเคราะหขอมูลดังกลาวสอดคลองกับผลการศึกษา
ของกองวิจยั และพัฒนาธุรกิจป 2548 ซึง่ ไดทาํ การศึกษาการใหสนิ เชือ่ ผานกลุม
เพื่อเปนแนวทางในการกําหนดสัดสวนที่เหมาะสมในการใหสินเชื่อรายคนตอ
การใหสินเชื่อรายกลุม ผลการศึกษาจากจํานวนเงินการใหสินเชื่อ 3 ประเภท
ในจํานวนลูกคา 100 ราย พบวา ตนทุนการดําเนินงานที่เปนคาเบี้ยเลี้ยงของ
พนักงานลดลงอยางชัดเจน

5. เพดานเงินกูควรกําหนดอยางไร และควรวางระบบการใหคุณให โทษ


อยางไร?
กลุ  ม ควรกํ า หนดเพดานเงิ น กู  เ ป น รายคน โดยดู จ ากประวั ติ ก าร
ทําธุรกรรมกับกลุมที่ผานมาของผูขอกู ประกอบกับยอดเงินสัจจะ เงินหุน
และเงินฝากของผูขอกูรายนั้นๆ โดยมีหลักคิดประกอบดังตอไปนี้
• เพื่อความสะดวกของสมาชิก อาจกําหนดวงเงินกูขั้นตํ่าที่ไมจําเปน
ตองผานการพิจารณาของกรรมการ และไมตองมีผูค ํ้าประกัน เชน
วงเงินไมเกิน 10,000 บาท ผอนไมเกิน 10 เดือน เดือนละ 1,000
บาท หรือเงินกูฉุกเฉินในวงเงิน 5,000 บาท
• ควรกําหนดวงเงินกูตามยอดเงินสัจจะหรือเงินหุนของผูขอกู เชน
ไมเกิน 1 เทา หรือ 1.5 เทาของเงินหุน โดยพิจารณาประกอบกับ

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 49
ทรัพยสินและหนี้สินอื่นๆ ของผูขอกู รวมถึงอาชีพและรายไดตางๆ
เงินกูที่นําไปสรางรายไดอยางชัดเจน เชน การกูเงินเพื่อการผลิต
หรือลงทุน ควรใหวงเงินสูงกวาเงินกูป ระเภทอืน่ ทีไ่ มกอ ใหเกิดรายได
เชน เงินกูฉุกเฉิน และเงินกูเพื่อการบริโภค
• ผูข อกูท มี่ ปี ระวัตดิ ี (ใชหนีต้ รงเวลาในอดีต) ควรไดรบั เงือ่ นไขทีด่ กี วา
คนอื่นเพื่อเปนการใหรางวัลและสรางแรงจูงใจใหใชหนี้ตรงเวลาตอ
ไป ผูขอกูที่มีประวัติไมดี (เคยขาดสงในอดีต) ควรไดรับเงื่อนไขที่
ดอยกวาคนอื่นเพื่อเปนการทําโทษและกระตุนใหปรับปรุงตัวเอง
โดยอาจใชหลักคราวๆ ดังนี้
- สมาชิกที่เคยสามารถผอนสงเงินกูไดทุกเดือนในอดีต หรือสง
ครบกอนกําหนด ถือวาประวัติดี สามารถใหกูเงินไดมากขึ้น
- สมาชิกทีเ่ คยสามารถผอนสงเงินกูไ ดครึง่ หนึง่ ของเงินตนทีก่ ไู ป
หรือขาดสงเงินตนเปนบางเดือน ใหปลอยกู 2 ใน 3 ของวงเงิน
ครั้งกอน
- สมาชิกทีเ่ คยผอนสงไดตาํ่ กวายอดเงินตนมาก สงไมสมํา่ เสมอ
หรือปจจุบันยังใชคืนไมหมด ตองชําระเงินกูเดิมใหหมดกอน
จึงจะมีสิทธิกูใหมในวงเงินที่เทากับเงินหุน

ลองคิด 2: ควรปลอยหรือไมควรปลอยกู?
• นายสมคิดวัย 42 ป เปนสมาชิกของกลุมมา 5 ป มีเงินหุนสะสมอยู
20,000 บาท ปจจุบันทํางานรับจางทั่วไป มีรายไดไมสมํ่าเสมอ โดยเฉลี่ยได
เดือนละ 5,000 บาท เขามีความประสงคจะกูเ งิน 100,000 บาท ไปเปนทุนทํานา
แตชาวบานลือกันหนาหูวา นายสมคิดติดหนี้พนันไมตํ่ากวา 200,000 บาท
ใหกู ไมใหกู
เพราะ……………………………………………………….................
ถาใหกู จะกําหนดเงือ่ นไขอยางไร……………………………………….
……………………………………………..……………………………………

50 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
• ด.ช. ทอม อายุ 16 ป เปนบุตรชายคนโตของนายดีกบั นางมา ทัง้ สาม
คนเปนสมาชิกกลุมมานานนับสิบป นายดีกับนางมาไมเคยขาดสงเงินตนและ
ดอกเบี้ยกับกลุม ปจจุบันมีหนี้ 20,000 บาท ซึ่งยังสงตรงเวลาไมเคยขาด ด.ช.
ทอมบอกกรรมการกลุมวาอยากกูเงิน 20,000 บาท เพื่อไปซื้อไอแพดรุนใหม
ใหกู ไมใหกู
เพราะ…………………………………………………........................
ถาใหกู จะกําหนดเงือ่ นไขอยางไร……………………………………….
……………………………………………..……………………………………
…………………………………………………………………………………

• นางมาลี วัย 60 ป ประกอบอาชีพรับจาง ลูกชายและลูกสะใภไป


ทํางานในเมือง เธออยูบ า นเลีย้ งหลานวันสามขวบ โดยมีรายไดจากการจักสาน
เฉลี่ยเดือนละ 3,000 บาท มีเงินหุนกับกลุม 60,000 บาท เงินฝากอีก 10,000
บาท เปนสมาชิกกลุมมาสิบกวาป ประสงคจะกูเงิน 50,000 บาท โดยจะนําเงิน
ไปลงทุนซือ้ อุปกรณและวัตถุดบิ เพือ่ เปดรานขายขาวแกงในตลาดประจําอําเภอ
ใหกู ไมใหกู
เพราะ…………………………………………………........................
ถาใหกู จะกําหนดเงือ่ นไขอยางไร……………………………………….
……………………………………………..……………………………………
…………………………………………………………………………………

6. คิดดอกเบี้ยเงินกูเทาไรดี?

ดอกเบี้ยเงินกู คือ “ราคา” ของเงินกูสําหรับสมาชิก คําถามที่วาเรา


ควรคิดดอกเบี้ยเงินกูเทาไร ควรตั้งอยูบนการเปรียบเทียบกับสถาบันการเงิน
อื่น เชน

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 51
• เจาหนี้นอกระบบคิดดอกเบี้ยรอยละ 200-3,000 ตอป (คิดรายวัน
หรือรายสัปดาห)
• ตามกฎหมาย สินเชื่อสวนบุคคลคิดดอกเบี้ยบวกคาธรรมเนียมได
ไมเกินรอยละ 28 ตอป สําหรับเงินตนไมเกิน 200,000 บาท
• ตามกฎหมาย โรงรับจํานําคิดอัตราดอกเบี้ยไมเกินรอยละ 24 ตอป
• ธนาคารชุมชนในโครงการของธนาคารกรุงไทยคิดดอกเบี้ยรอยละ
20 ตอป
• สหกรณการเกษตรคิดดอกเบี้ยรอยละ 8.5 ตอป โดยมีผูคํ้าประกัน
3 คน
• กองทุนหมูบานคิดดอกเบี้ยรอยละ 6 ตอป โดยมีผูคํ้าประกัน 3 คน

ขอเสนอแนะ
กลุม ควรกําหนดดอกเบีย้ เงินกูท ที่ าํ ใหมกี าํ ไรเมือ่ เทียบกับดอกเบีย้ เงิน
ฝาก เชน คิดดอกเบีย้ เงินกูร อ ยละ 1 ตอเดือน (รอยละ 12 ตอป) ถาจายดอกเบีย้
เงินฝากทีร่ อ ยละ 0.5 ตอเดือน (รอยละ 6 ตอป) และยังสามารถแขงขันกับเงินกู
ของสถาบันการเงินอืน่ ทีม่ เี งือ่ นไขเดียวกันได (เชน ถากลุม ออมทรัพยในหมูบ า น
ที่อยูติดกันคิดดอกเบี้ยเงินกูรอยละ 1 ตอป กลุมก็ไมควรคิดรอยละ 2 ตอป)
สําหรับสมาชิกที่ไมมีศักยภาพในการชําระหนี้แตมีนิสัยดี กลุมอาจ
พิจารณาใหกโู ดยไมคดิ ดอกเบีย้ เพือ่ เปนการสนับสนุนใหเขาสามารถชวยเหลือ
ตัวเองได

ขอควรระวัง!
แนนอนวายิ่งคิดดอกเบี้ยสูง กลุมยิ่งมีรายไดสูง แตขอเสียคือ อัตรา
ดอกเบีย้ สูงๆ อาจทําใหสมาชิกเขาไมถงึ เงินกู และมีผลกีดกันคนจน ซึง่ ตองหา
วิธีการอื่นมาเสริมเพื่อชวยเหลือคนจน

52 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
7. กําหนดงวดชําระคืนอยางไรดี?

ถาเปนไปได การกําหนดงวดการชําระคืนเงินกูปกติควรรับเปน
รายเดือนและคิดแบบ “ลดตนลดดอก” (นําเงินที่จายแตละเดือนไปลดยอด
เงินตน) เพื่อแบงเบาภาระของสมาชิก
อยางไรก็ดี งวดการชําระเงินควรปรับเปลี่ยนใหสอดคลองกับกระแส
เงินสดของลูกหนี้ เชน ถากลุมการเงินอยูในพื้นที่ชุมชนเมืองและสมาชิก
สวนใหญเปนแมคา ก็ควรกําหนดงวดชําระใหเปนลักษณะที่ถี่กวารายเดือน
เชน รายวันหรือรายสัปดาห เพือ่ ใหสอดคลองกับกระแสเงินสดรับทีเ่ ปนรายวัน
และแบงเบาภาระไมใหผูกูตองจายทีเดียวเปนเงินกอนใหญ อีกทั้งยั้งเปนการ
สรางวินัยในการผอนสงอีกดวย

รูไวใชวา สําหรับนักบริหารเจนสนาม

อัตราดอกเบี้ยที่แทจริง (real interest rate)


อัตราดอกเบี้ยที่ระบุไวในสัญญาสินเชื่อ ในบัญชีเงินฝาก หรือใน
สัญญาทางการเงินอื่นใดก็ตามที่มีการรับหรือจายดอกเบี้ย จะประกอบดวย
อัตราดอกเบี้ยตามที่กําหนดหรืออัตราตามชวงเวลาอยางใดอยางหนึ่ง อัตรา
ดอกเบี้ยที่ระบุไวนี้ไมไดคํานึงถึงผลกระทบของเงินเฟอที่มีตอ “มูลคาแทจริง”
ของดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นหรือที่เรียกเก็บ เพื่อคํานวณหาอัตราดอกเบี้ยที่แทจริง
ใหใชสูตรการคํานวณตอไปนี้

อัตราตามชวงเวลา – อัตราเงินเฟอ = อัตราที่แทจริง

หรือ

(1 + อัตราตามชวงเวลา) / (1 + อัตราเงินเฟอ) = (1 + อัตราที่แทจริง)

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 53
สูตรการคํานวณทั้ง 2 แบบมาจากความคิดที่วา เงินเฟอทําใหอัตรา
ดอกเบี้ยที่แทจริงลดลงดวย สูตรแรกเปนสูตรที่คํานวณงาย แตมีความแมนยํา
นอยกวาในการคํานวณอัตราดอกเบี้ยที่แทจริง ซึ่งจะใชไดดีในสภาพแวดลอม
ที่มีเงินเฟอตํ่า แตถาเงินเฟอเพิ่มสูงขึ้นหรือตองการความถูกตองมากยิ่งขึ้น
ในการคํานวณ สูตรคํานวณแบบที่ 2 ควรจะถูกนํามาใช อัตราดอกเบี้ยและ
อัตราเงินเฟอจะตองอยูในชวงเวลาเดียวกัน อาทิ เปนรายป รายไตรมาส
รายเดือน รายอาทิตย หรือรายวัน หากมีการใชชวงเวลาที่ตางกัน การคํานวณ
จะไมใหผลลัพธของอัตราดอกเบี้ยแทจริงที่ถูกตอง หากจะพิจารณาผลกระทบ
ของเงินเฟอที่มีตอรายไดที่รับจากสินเชื่อ กลุมจําเปนตองทําความเขาใจกับ
ความหมายของการคํานวณนี้กอน
สวนนี้จะเปรียบเทียบผลลัพธในรูปของอัตราดอกเบี้ยที่แทจริงดวย
การใชสูตรคํานวณทั้ง 2 แบบ โดยใหอัตราเงินเฟออยูที่รอยละ 15 และอัตรา
ดอกเบีย้ อยูท รี่ อ ยละ 50 สําหรับชวงเวลาเดียวกัน การคํานวณตามสูตรแรกจะได
ผลลัพธอัตราดอกเบี้ยแทจริงที่รอยละ 35 (0.50-0.15 = 0.35) สวนการคํานวณ
ตามสูตรที่ 2 แสดงอัตราดอกเบี้ยแทจริงเทากับรอยละ 30 (1.50/1.15 = 1.30
= 1 + อัตราที่แทจริง; 1.30-1 = อัตราที่แทจริง = 0.30) เมื่ออัตราดอกเบี้ยหรือ
อัตราเงินเฟอเพิ่มขึ้น สูตรการคํานวณแบบที่ 1 จะมีความแมนยําลดลง

อัตราดอกเบี้ยที่ตองการ (required interest rate)


เพื่อใหเกิดความมั่นคงทางการเงิน กลุมตองเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ย
ที่ยั่งยืน (sustainable interest rate) ซึ่งก็คืออัตราดอกเบี้ยที่ครอบคลุมตนทุน
ทั้งหมดที่เกิดจากการใหสินเชื่อ สูตรการคํานวณตอไปนี้แสดงวิธีการคํานวณ
อัตราดอกเบี้ยที่ตองการ (required interest rate - RR)

AE + LL + CF + K - II
RR =
1 - LL

54 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
ตัวตั้งคือผลรวมของตนทุนทั้งหมดที่เกิดจากการใหสินเชื่อ (รวมถึง
การใหสนิ เชือ่ ในอนาคต) ตัวเลขตางๆ ทีใ่ ชในการคํานวณควรมาจากงบการเงิน
ของกลุมที่มีการดําเนินงานเขาที่เรียบรอยแลว (mature operation) ตนทุน
ทัง้ หมดจะถูกแสดงในรูปอัตรารอยละของยอดสินเชือ่ คงคางถัวเฉลีย่ (average
outstanding portfolio - AOP) ทําใหเห็นไดชัดเจนวา รายรับทั้งหมดที่เกิดจาก
อัตราดอกเบีย้ ทีต่ อ งการมาจากรายรับจากสินทรัพยหลักของกลุม หรือสินเชือ่ ใน
ครอบครองของกลุม แตเนือ่ งจากตนทุนตางๆ ถูกรวบรวมมาตลอดระยะเวลาที่
กําหนด จึงตองทําการถัวเฉลี่ยสินเชื่อรวม ดังนั้น การหาจํานวนสินเชื่อคงคาง
ถัวเฉลีย่ จึงเปนขัน้ ตอนแรกในการคํานวณอัตราดอกเบีย้ ทีต่ อ งการ (ดูวธิ กี ารใน
บทที่ 3) การคํานวณอัตราดอกเบีย้ ทีต่ อ งการมีตวั แปรตางๆ ทีส่ าํ คัญดังตอไปนี้
1. คาใชจายดานการบริหารจัดการ (administrative expenses - AE)
แสดงตนทุนคาใชจายที่เกิดจากการใหบริการและการจายคาตอบแทนให
แกพนักงานผูใหบริการ ตนทุนคาใชจายเหลานี้รวมถึงคาเชา คาเสื่อมราคา
คาสาธารณูปโภค เงินเดือน คาฝกอบรม และผลประโยชนตางๆ ของพนักงาน
อัตรารอยละของ AE หาไดจากการรวมคาใชจายในการดําเนินงาน (หักตนทุน
ของเงินทุนและหนี้สูญ) จากงบกําไรขาดทุนของปที่กําหนด และหารดวยยอด
สินเชื่อคงคางถัวเฉลี่ยของปเดียวกัน
2. อัตราหนี้สูญ (loan loss - LL) ครอบคลุมตนทุนของเงินทุนที่ถูกตัด
บัญชีเปนหนี้สูญ ซึ่งใหสังเกตวาอัตราหนี้สูญนี้เปนสวนประกอบของทั้งตัวตั้ง
และตัวหาร ดวยการหักอัตราหนี้สูญออกจากตัวหาร สูตรการคํานวณไดแสดง
ใหเห็นถึงหลักคิดทีว่ า มีเพียงสินเชือ่ ทีเ่ คลือ่ นไหวเทานัน้ ทีจ่ ะสรางรายไดทกี่ ลุม
ตองการดวยอัตราดอกเบี้ยที่ตองการ
3. อัตราตนทุนของเงินทุน (cost of funds - CF) แสดงตนทุนของกลุม
ในการจัดหาเงินทุนและการรักษาระดับสินเชื่อรวม ซึ่งรวมถึงดอกเบี้ยที่จาย
ใหแกเงินฝากหรือหนี้สินของกลุม ตลอดจนผลกระทบจากเงินเฟอที่มีตอทุน
เนื่องจากตนทุนแตละรายการมีอัตราดอกเบี้ยที่เกี่ยวของ (associated rate)
แตกตางกัน ไมวาจะเปนดอกเบี้ยที่จายสําหรับเงินฝาก ดอกเบี้ยที่จายสําหรับ
สินเชื่อจากธนาคาร (ในกรณีที่กลุมไปกูเงินธนาคารมาปลอยกูตอ) และอัตรา

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 55
เงินเฟอ จึงตองใชตนทุนถัวเฉลี่ยถวงนํ้าหนักของเงินทุน (weighted average
cost of capital) ในการคํานวณอัตราตนทุนของเงินทุน รายการเงินทุนแตละ
รายการจําเปนตองคูณดวยอัตราดอกเบี้ยที่จายใหทุนแตละรายการ
ยกตัวอยางเชน เงินฝากออมทรัพยถัวเฉลี่ยตลอดงวดถูกนําไปคูณ
ดวยอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก หนี้สินเพื่อการพาณิชยถัวเฉลี่ยถูกนําไปคูณดวย
อัตราดอกเบี้ยจากการกูยืม และสวนของทุนถัวเฉลี่ย (สวนของทุนถัวเฉลี่ย
หักดวยสินทรัพยถาวร) ถูกนําไปคูณดวยอัตราเงินเฟอ เปนตน ดังตัวอยางใน
ตารางตอไปนี้

เมื่อรวมตนทุนคาใชจายเหลานี้เขาดวยกันและหารดวยยอดสินเชื่อคงคาง
ถัวเฉลี่ย จะไดอัตรา CF เพื่อใชในการหาอัตราดอกเบี้ยที่ตองการ

56 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
4. การจัดหาเงินทุน (capitalization - K) แสดงถึงอัตราการเติบโตที่
กลุมตองการจะบรรลุดวยกําไรสุทธิและการเติบโตในสวนของทุนของกลุมเอง
กําไรสะสมที่เปนบวกจะทําใหกลุมสามารถจัดหาเงินทุนมาเพื่อใชสําหรับสราง
ความเจริญเติบโตของสินเชื่อในครอบครอง เชนเดียวกับองคประกอบของ
ตนทุนอื่นๆ การจัดหาเงินทุนจะอยูในรูปอัตรารอยละของยอดสินเชื่อคงคาง
ถัวเฉลี่ยสําหรับงวดที่กําหนด
5. รายไดจากเงินลงทุน (investment income - II) เปนผลรวมของ
รายรั บ ทั้ ง หมดที่ เ กิ ด จากสิ น ทรั พ ย ท างการเงิ น นอกเหนื อ จากสิ น เชื่ อ รวม
เนื่องจากรายไดสวนนี้จะไปลดอัตราดอกเบี้ยที่ตองการซึ่งจําเปนตองหาจาก
สินเชื่อรวม II จึงถูกหักออกจากสูตรการคํานวณ รายไดจากเงินลงทุน (ที่มา
จากงบกําไรขาดทุน) สําหรับงวดที่กําหนดจะแสดงในรูปอัตรารอยละของยอด
สินเชื่อคงคางถัวเฉลี่ยสําหรับงวดเดียวกัน

การวิเคราะหสวนตางของผลตอบแทน (yield gap analysis)


การวิเคราะหสวนตางของผลตอบแทน จะเปรียบเทียบยอดรายรับ
ที่บันทึกไวจริงในบัญชีของกลุมกับรายรับที่ควรจะไดตาม “ผลตอบแทนตาม
ทฤษฎี” ของสัญญาสินเชื่อ วิธีการที่ใชกันอยางแพรหลายในการคํานวณ
สวนตางนี้มีอยู 2 วิธีคือ

ผลตอบแทนที่แทจริง – ผลตอบแทนตามทฤษฎี = สวนตางของผลตอบแทน

หรือ

100% - (ผลตอบแทนที่แทจริง / ผลตอบแทนตามทฤษฎี)

สูตรการคํานวณแรกใชวิธีการลบอยางงายๆ คลายกับสูตรที่ใชใน
การคํานวณหาอัตราดอกเบี้ยแทจริงอยางงาย ซึ่งจะวัดความแตกตางระหวาง
ผลตอบแทนที่แทจริงและผลตอบแทนตามทฤษฎี การคํานวณแบบที่สองจะ

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 57
วัดอัตรารอยละของการผันแปรของผลตอบแทนที่แทจริงตอผลตอบแทนตาม
ทฤษฎีที่คํานวณไวในอัตราสินเชื่อตั้งแตแรก หากสวนตางของผลตอบแทนสูง
มาก แสดงวากลุม ไดรบั รายไดรวมจากสินเชือ่ นอยกวารายไดทคี่ วรจะเปนตาม
สัญญาสินเชือ่ สวนตางนีอ้ าจเกิดจากขอผิดพลาดทางบัญชี การทุจริต หรือการ
เสื่อมคุณภาพของสินเชื่อที่แฝงอยู

58 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
บทที่ 3
:
การบริหารความเสี่ยง การบริหารหนี้
และการวัดผลผลิตของกลุม
เนื้อหาในบทนี้บางสวนเรียบเรียงมาจาก “องคความรูการดําเนินงาน
องคกรการเงินชุมชน” โดย ศูนยวจิ ยั ธนาคารเพือ่ การเกษตรและสหกรณ (ธกส.)
และเอกสารประกอบ “การอบรมหลักสูตรการเรียนรูทางไกลแบบผสมผสาน
(A Blended Distance Learning Method) เรื่อง การบริการดานการเงินระดับ
รากหญา” ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย United Nations Capital Development Fund
(UNCDF)

1. “ความเสี่ยง” ของการเงินชุมชนมีอะไรบาง?

“ความเสี่ยง” หมายถึง ความเปนไปไดที่จะเกิดเหตุการณตามที่คาด


หรือมิไดคาดคิดมากอน และสงผลกระทบในเชิงลบตอผลการดําเนินงาน
ตอทุน หรือตอกําไรขององคกร (ที่มา: ดร.พล ณรงคเดช) หรือเหตุการณไม
พึงประสงคที่ทําใหการปฏิบัติงานไมประสบความสําเร็จตามวัตถุประสงคหรือ
เปาหมายที่กําหนดไว
“การบริ ห ารความเสี่ ย ง” เป น หั ว ใจสํ า คั ญ ในการบริ ห ารองค ก ร
การเงินชุมชน โดยมีเปาหมายเพื่อจัดการ ปองกัน และควบคุมใหความเสี่ยง
อยูในระดับที่เหมาะสม เชน มีการจัดระบบงาน มีกระบวนการอนุมัติวงเงินกู
แกสมาชิกอยางระมัดระวัง หรือมีการกําหนดอัตราดอกเบี้ยใหเหมาะสมกับ
คุณลักษณะของผูขอกูและประเภทเงินกู

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 61
ความเสี่ยงทั้งหมดแบงไดเปนสองประเภทใหญๆ ไดแก ความเสี่ยง
จากปจจัยภายนอก และความเสี่ยงจากปจจัยภายใน

การวิเคราะหความเสี่ยงจากปจจัยภายนอก
ปจจัยภายนอก หมายถึง ปจจัยที่กลุมไมสามารถควบคุมได ยก
ตัวอยางเชน หากภาวะเศรษฐกิจซบเซาสงผลใหเกิดความไมเชื่อมั่นในหมู
นักลงทุนทั้งในและตางประเทศ จนทําใหการตัดสินใจลงทุนอาจจะถูกชะลอ
และการดําเนินโครงการของรัฐบาลลาชาออกไป สงผลกระทบตอการจางงาน
เกิดปญหาการวางงาน ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกตํา่ โดยเหตุการณเหลานี้
อาจสงผลตอการชําระหนี้ของสมาชิกได จึงทําใหเกิดความเสี่ยงในการปลอยกู
มากขึน้ ดังนัน้ ความทาทายคือ กลุม จะสามารถจัดการความเสีย่ งไปพรอมๆ กับ
รักษาอัตราการเติบโตของเงินกูภายใตสถานการณดังกลาวไดอยางไร
ตัวอยางความเสี่ยงจากปจจัยภายนอกอื่นๆ ที่พบบอย ไดแก การ
เปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐ และการเปลี่ยนแปลงดานกฎหมาย เปนตน

การวิเคราะหความเสี่ยงจากปจจัยภายใน
ความเสี่ยงดานเครดิต (credit risk) หมายถึง ความเสียหายหรือ
ปจจัยทีอ่ าจกอใหเกิดความเสียหายจากการทีล่ กู หนีไ้ มสามารถชําระหนีเ้ งินกูค นื
ความเสีย่ งดานเครดิตจะเกิดกับเจาหนีเ้ ทานัน้ เพราะเมือ่ ลูกหนีไ้ มสามารถชําระ
หนีเ้ งินกูไ ด ผูแ บกรับความเสียหายคือเจาหนีเ้ ทานัน้ การบริหารความเสีย่ งดาน
เครดิตจะตองหาวิธีการประเมิน “คาความสูญเสีย” ที่อาจเกิดขึ้นกับลูกหนี้ และ
วางมาตรการปองกัน เชน (ดูรายละเอียดในบทที่ 2 เรื่อง “หลักการปลอยกู”)
• การกําหนดหลักเกณฑวงเงินกูส งู สุดสําหรับปลอยสินเชือ่ แกสมาชิก
แตละราย
• การกําหนดหลักเกณฑสําหรับอนุมัติสินเชื่อแกกลุมสมาชิก
• การกําหนดอัตราดอกเบีย้ เงินกูส าํ หรับสมาชิกอยางเหมาะสม และ
มีหลักเกณฑที่ชัดเจน

62 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
สําหรับวิธบี ริหารความเสีย่ งดานเครดิต สามารถดูรายละเอียดในหัวขอ
“การบริหารหนี้” ซึ่งอยูภายในบทนี้
ความเสี่ยงดานการปฏิบัติงาน (operational risk) หมายถึง ความ
เสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานของกรรมการหรือเจาหนาที่ของกลุม
ซึ่งอาจเกิดจากความเจตนา ความรูเทาไมถึงการณ ความตั้งใจทุจริตเพื่อ
แสวงหาประโยชนสวนตน หรือปจจัยอื่นๆ ตอไปนี้
• ระบบการควบคุมภายในไมมีความรัดกุมเพียงพอ
• การไมปฏิบัติตามระบบการควบคุมภายในของสถาบัน
• ความบกพรองในเทคโนโลยีสารสนเทศ
• การไมปฏิบัติตามระเบียบ ขอบังคับ หรือกฎหมาย

ความเสี่ยงดานสภาพคลอง (liquidity risk) เปนความเสี่ยงที่เกิด


จากความไมสมดุลของปริมาณเงินที่ไหลเขา - ออกในระบบธุรกิจ เชน กลุม
การเงินมีหนีท้ ตี่ อ งชําระมากกวารายไดในชวงระยะเวลาเดียวกัน หรือมีปริมาณ
เงินจากการรับฝากและรับชําระหนีจ้ ากสมาชิกนอยกวาเงินทีต่ อ งจายเงินกูแ ละ
เงินสัจจะทีส่ มาชิกมาถอนออกในชวงเวลาเดียวกัน สถานการณนที้ าํ ใหสถาบัน
มีปริมาณเงินสํารองไมเพียงพอตอความตองการ ถือเปนความเสีย่ งทีท่ าํ ใหกลุม
เสียภาพพจน ทําใหการดําเนินงานหยุดชะงัก และอาจทําใหสมาชิกขาดความ
เชื่อถือในการทําธุรกรรมกับกลุมได อยางไรก็ดี ความเสี่ยงดานสภาพคลองมัก
ไมใชความเสีย่ งทีส่ าํ คัญมากนัก เนือ่ งจากกลุม สวนใหญไมไดเปดทําการทุกวัน
การบริหารความเสี่ยงดานสภาพคลองของกลุมการเงินชุมชนอาจ
กระทําไดดังนี้
• เปดใหสมาชิกกูเงิน ฝากเงิน และถอนเงินไดเฉพาะวันทําการ เชน
ทุกวันอาทิตย หรือทุกวันสุดทายของเดือน เปนตน
• เตรียมเงินสดใหเพียงพอตอความตองการ โดยมีหลักคิดงายๆ คือ
สํารองเงินในมือใหเทากับ 1.5 หรือ 2 เทา ของรายจายของกลุมใน
แตละเดือนโดยดูจากสถิติที่ผานมา

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 63
2. ควรบริหารจัดการหนี้อยางไร?

กลุมการเงินชุมชนไทยที่ประสบความสําเร็จแตละกลุมมีกลไกหรือ
เครือ่ งมือในการบริหารจัดการหนีท้ แี่ ตกตางกัน และในบางกลุม เองก็มหี ลายวิธี
ที่ใชควบคูกันไป จากการรวบรวมขอมูลของภาคีเครือขายดานการเงินชุมชน
พบวาวิธีบริหารสินเชื่อที่ถูกใชมากที่สุด ไดแกวิธีตอไปนี้

กลุมการเงินในชุมชนเมืองหลายกลุมมีการทําประกันชีวิตผูกูกับ
บริษัทประกันภัย ในขณะที่กลุมที่มีบริการหลากหลายหักเงินคาประกันเงินกู
เข า กองทุ น ประกั น เงิ น กู  ที่ ก ลุ  ม ตั้ ง ขึ้ น เองในอั ต ราร อ ยละ 1 ถึ ง 1.5 ของ
เงินกู วัตถุประสงคของกองทุนนีค้ อื นอกจากจะประกันการผิดนัดชําระเงินกูแ ลว
ยังเปนการอุดหนุนกรณีที่สมาชิกผูกูเสียชีวิต โดยผูเสียชีวิตไมตองชําระหนี้ที่

64 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
เหลือ แตกองทุนประกันเงินกูนี้จะเปนผูจายแทน ถือเปนการบริการทางสังคม
ใหแกครอบครัวสมาชิกทีเ่ สียชีวติ (ยังไมนบั รวมคาสวัสดิการจากการฌาปณกิจ)

การใชแรงกดดันทางสังคม ทําไดหลายรูปแบบ โดยตัวอยางที่หลายกลุม


บอกวาไดผลมีดังตอไปนี้
• ใชสมาชิกของกลุม การเงินทุกคนในการคํา้ ประกัน โดยหากมีสมาชิก
รายใดรายหนึ่งผิดนัดชําระคืน กลุมการเงินก็จะไมอนุมัติเงินกูรอบ
ถัดไปใหแกสมาชิกรายใดเลยจนกวาผูกูรายนั้นจะชําระเงินกู
• ใชอาํ นาจกํานันหรือผูใ หญบา นในการเรียกลูกหนีม้ าคุย โดยจะมีการ
สงจดหมายเตือนครั้งแรกเมื่อมีการคางชําระหนี้ 90 วันขึ้นไป โดย
เรียกใหมาติดตอภายใน 15 วัน ถายังเพิกเฉย จะมีการสงจดหมาย
ฉบับทีส่ อง โดยใหมาติดตอภายใน 10 วัน หรือใหไปพบ ณ ทีท่ าํ การ
ผูใ หญบา นตามทีม่ กี ารตกลงกันไว วิธกี ารนีไ้ ดผลเปนอยางมาก เมือ่
ลูกหนี้มาพบแลว ก็ทําการเจรจา
• ทวงหนี้กอนจะถึงวันจายเงินปนผล โดยสงใบแจงเตือนใหมาคุยกับ
ทางสถาบันการเงิน ถายังไมมาก็จะขึ้นหอกระจายขาวใหรูกันทั้ง
หมูบาน โดยมาตรการนี้มีที่มาจากมติของชุมชนที่ยอมรับกัน เมื่อ
ผูกูรายนั้นมารายงานตัวแลว ก็จะทําการประนอมหนี้
• ใหเขารวม “ธนาคารความดี” ถาไปรวมประชุมทุกครัง้ ก็จะไดคะแนน
มา โดยคะแนนนี้สามารถนํามาลดดอกเบี้ยได หรือหากลูกหลานไม
เกี่ยวของกับยาเสพติดก็สามารถใชสิทธิลดดอกเบี้ยเงินกูไดเชนกัน
• ไปเยี่ยมที่บาน เอาของไปฝาก พูดคุยสารทุกขสุกดิบทั่วไป โดยจะ
ไมมกี ารพูดถึงหนีส้ นิ เลย แตดว ยลักษณะของชุมชน บานของลูกหนี้
ก็จะรูสึกไดเอง เชน อาจรูสึกวาขางบานคงสงสัยวาทําไมกลุมถึงมา
เยี่ยม แลวลูกหนี้ก็จะไปจัดการพูดคุยเรื่องหนี้สินเอง

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 65
การปรับโครงสรางหนี้ ที่มีปญหามีดวยกันหลายรูปแบบ ยกตัวอยางเชน
• “เชาเงิน” ของกลุมเพื่อสงคืนเงินตนได เชน กูมา 100,000 บาท
สัญญา 2 ป สงแตดอกเบีย้ อยางเดียวก็ได เมือ่ ถึงปทสี่ องแลวดอกเบีย้
จะขึ้นเปน 2 เทา จากรอยละ 12 เปนรอยละ 24 แตสามารถเชาเงิน
ของสถาบันเปนจํานวน 100,000 บาท เพื่อนํามาคืนแกสถาบันแลว
สัญญาจะกลับไปเริ่มตนที่ปแรกเหมือนเดิม
• หลายกลุมมีนโยบายไมฟองรองลูกหนี้ที่มีปญหา เพราะเชื่อวา
เป น การทํ า ให สั ง คมไม น  า อยู  และในกรณี ข องกองทุ น หมู  บ  า น
ตอใหฟอ งก็ไดเงินคืนไมเทาไหร เพราะศาลตัง้ ประเด็นวาเปนเงินของ
รัฐบาล และคนทีม่ ากูค อื คนทีย่ ากจน ทีส่ ดุ แลวศาลก็ใหชดใชแค 500
บาท กลุมเลยใชวิธีการประนีประนอม โดยทําสัญญาใหหักเงินจาก
บัญชีเงินฝาก ถาผูก สู ง ไมไหวก็จะลดจํานวนเงินทีต่ อ งสงในแตละวัน
โดยไมจําเปนตองสงเทาที่ตกลงกันไว เชน กําหนดวาตองสงวันละ
120 บาท แตถา ไมมเี งินจริงๆ ก็สามารถสง 100 บาท หรือ 50 บาทได
• มีการทําโครงการตําบลปลอดหนี้นอกระบบ กลุมจะชวยเจรจาแทน
ลูกหนี้ที่มีปญหาเงินกูนอกระบบ โดยมีเงื่อนไขวาจะตองไมกลับไป
กูเงินนอกระบบอีก

การใชเทคโนโลยีชวยตาม
บางกลุมการเงินมีการใชการสงขอความทางโทรศัพทมือถือ (SMS)
เพื่อยํ้าเตือนผูกูที่กําลังจะถึงงวดการชําระหนี้ (นอกจากการแจงเตือนการ
ชําระคืน กลุมการเงินยังใช SMS ในการแจงขาวการเปดรับฝากเงินรวมถึง
การนัดประชุมคณะกรรมการ โดยกลุม ดังกลาวเปนกลุม ทีต่ ง้ั อยูใ นชุมชนเมือง)
ซึ่งหากผิดนัดก็จะมีคาปรับเปนการเพิ่มอัตราดอกเบี้ย สําหรับแนวคิดเรื่อง
คาปรับนี้ บางกลุม การเงินมองวาเปนการปองกันไมใหผผู ดิ นัดชําระไปกูเ งินจาก
ผูปลอยกูนอกระบบ (หัวปงปอง) เพื่อมาชําระหนี้กับกลุมการเงิน เพราะแทนที่
จะตองไปเสียคาดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกวามากใหกับเจาหนี้รายยอยนอกระบบ
เหลานั้น การเสียคาปรับใหกลุมดูจะเปนทางเลือกที่ดีกวา

66 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
แตทงั้ นีท้ งั้ นัน้ ก็ตอ งขึน้ อยูก บั การทําความเขาใจระหวางผูผ ดิ นัดชําระ
กับทางคณะกรรมการวา จะไมมีการ “หนีหนี้” เพราะการพูดคุยทําความเขาใจ
กันในกรณีที่ผิดนัดชําระก็เปนสิ่งสําคัญที่ทําใหกลุมการเงินเขาใจปญหาของผู
ชําระหนีแ้ ละสาเหตุการผิดนัดชําระจนนําไปสูก ารเจรจายืดหยุน สัญญาเงินกูไ ด

3. วิธีวัดระดับการผิดนัดชําระหนี้

ยอดเงินกูห รือทีเ่ รียกเปนภาษาการเงินวา “สินเชือ่ ในครอบครอง” เปน


สินทรัพยสว นทีใ่ หญทสี่ ดุ และสําคัญทีส่ ดุ ของกลุม แตเงินสดอยูใ นมือของลูกหนี้
ฉะนั้นโดยปกติแลวจะมีความเสี่ยงแฝงอยูกับสินเชื่อตางๆ ในระดับหนึ่งเสมอ
เนื่องจากการชําระคืนหนี้ซึ่งเกิดขึ้นในอนาคตนั้นเปนสิ่งที่ไมแนนอน ระดับ
ความเสี่ยงของสินเชื่อในครอบครองจึงจําเปนตองไดรับการติดตามดูแลและ
วิเคราะหอยูเปนประจํา การติดตามดูแลความเสี่ยงที่เปนประโยชนจะกําหนด
ใหกลุมตองจัดทําและใชการรายงานสินเชื่อซึ่งใหขอมูลรายละเอียดตางๆ เชน
ขนาดของสินเชื่อในครอบครอง การจัดสรรเบิกจายเงินสินเชื่อ การจายชําระ
คืนหนี้ การคางชําระ การวัดอายุสินเชื่อ จํานวนเงินตนที่ถูกตัดเปนหนี้สูญและ
องคประกอบอื่นๆ ที่จําเปน เพื่อใหทราบถึงระดับของความเสี่ยงและเปนการ
ติดตามดูแลคุณภาพของสินเชื่อ

การตัดหนี้สูญ นโยบายบัญชี และคุณภาพสินเชื่อ


เมื่อสินเชื่อที่ผิดนัดชําระมีอายุการคางชําระถึงระดับหนึ่ง กลุมอาจจะ
พิจารณาตัดสินเชื่อนั้นออกจากบัญชีเปนหนี้สูญ การตัดบัญชีเปนหนี้สูญและ
ระยะเวลาที่จะทําการตัดบัญชีขึ้นอยูกับนโยบายบัญชีที่กลุมนํามาปฏิบัติ การ
รายงานคุณภาพสินเชื่ออยางมีความหมายขึ้นอยูกับ 2 ปจจัย คือ นโยบายการ
ตัดหนี้สูญที่ดีและการปฏิบัติตามนโยบายนั้นอยางสมํ่าเสมอ นโยบายบัญชีที่ดี
จะกําหนดใหกลุมตั้งคาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสําหรับยอดคางชําระคงเหลือของ
สินเชื่อที่มีการผิดนัดชําระตามการจัดแบงอายุการคางชําระหนี้ นโยบายที่
เหมาะสมจะตองสะทอนถึงชวงเวลาของการจายชําระคืนหนีแ้ ละระยะเวลาของ

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 67
สินเชื่อ นโยบายบัญชีที่รายงานการตัดบัญชีหนี้สูญตํ่าเกินจริงจะทําใหมูลคา
ที่แทจริงของฐานทรัพยสิน (asset base) สูงกวาความเปนจริง ในทางกลับ
กัน นโยบายบัญชีที่มีการตัดสินเชื่อผิดนัดชําระหนี้ออกจากบัญชีเร็วเกินไป
จะทําใหมูลคาที่แทจริงของสินเชื่อในครอบครองลดลงโดยไมจําเปน พรอมกับ
แสดงคุณภาพของสินเชือ่ ดีเกินความเปนจริง เมือ่ ทําการตรวจสอบคุณภาพของ
สินเชือ่ ในครอบครอง นักวิเคราะหจะตองดูทรี่ ะดับการตัดหนีเ้ สียออกจากบัญชี
รวมทั้งระดับของการผิดนัดชําระหนี้

อัตราการจายชําระคืนหนี้ตางๆ และความสําคัญของการเปดเผยอัตราสวน
บางกลุมอาศัยการรายงานอัตราเรียกเก็บหนี้หรือการจายชําระคืน
หนี้เปนตัวชี้วัดคุณภาพสินเชื่อในครอบครอง อัตราเหลานี้จะขึ้นอยูกับกระแส
เงินสดของงวดเวลาที่กําหนด ดวยเหตุนี้ อัตราดังกลาวจะไมรายงานการคาง
ชําระสะสมของสินเชื่อในครอบครอง โดยสวนใหญ อัตราการจายชําระคืน
สินเชือ่ อยางสมํา่ เสมอทีร่ อ ยละ 98 จะไมเทากับอัตราหนีส้ ญ
ู รอยละ 2 และไมใช
ตัวบงชี้ที่เพียงพอสําหรับวัดระดับความเสี่ยงของสินเชื่อในครอบครอง เพราะ
อัตราการจายชําระคืนสินเชื่อจะวัดเพียงกระแสเงินสดของงวดนั้นๆ เทานั้น
โดยไมไดคํานึงถึงการขาดทุนสะสม หรือการเพิ่มขึ้นของความเสี่ยงในอนาคต
ที่ผูกติดอยูกับสินเชื่อที่มีการผิดนัดชําระหนี้ การใชอัตราการจายชําระคืน
สินเชื่อในอดีตเปนเกณฑพิจารณาอาจเปนประโยชนสําหรับการคาดคะเน
กระแสเงินสด แตเปนวิธีวัดคุณภาพสินเชื่อที่อันตรายและบิดเบือนจากความ
เปนจริง

รายงานการจัดอายุสินเชื่อคางชําระ
“รายงานการจั ด อายุ สิ น เชื่ อ ค า งชํ า ระ” เป น เครื่ อ งมื อ บริ ห ารที่ ใ ช
แจกแจงรายละเอียดของสินเชื่อในครอบครองที่มีการผิดนัดชําระหนี้ และ
กําหนดนํ้าหนักที่แตกตางกันสําหรับแตละกลุมความเสี่ยง รายงานนี้จะใชกลุม
อายุของสินเชื่อที่พนกําหนดชําระในการแยกประเภท และจากนั้นจะจัดกลุม
ยอดเงินตนคงเหลือของสินเชื่อที่ยังไมไดชําระใหมตามกลุมความเสี่ยง โดย

68 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
ดูวาการชําระหนี้งวดนั้นลาชาเพียงใด การจัดอายุสินเชื่อคางชําระจะวัดจาก
จํานวนวันที่ลาชาของยอดสินเชื่อที่ผิดนัดชําระหนี้นานที่สุด กลุมอายุเหลานี้มี
ชวงเวลาตัง้ แตการผิดนัดชําระหนีท้ เี่ พิง่ เกิดขึน้ (นอยกวา 30 วัน) ไปจนถึงพวก
ที่มีความเปนไปไดวาจะเปนการผิดสัญญาสินเชื่อ (มากกวา 30 วัน)
โดยทัว่ ไป นํา้ หนักหรืออัตรากันสํารอง ซึง่ เปนอัตราทีฝ่ า ยบริหารการเงิน
ขององคกรใชกําหนดยอดคงเหลือของสินเชื่อคงคางที่เกิดการผิดนัดชําระหนี้
เพื่อกันเปนเงินสํารอง จะผันแปรอยูระหวางรอยละ 0 ถึงรอยละ 100 ของยอด
สินเชื่อคงคางที่หมุนเวียน สําหรับสินเชื่อที่จายตรงตามเวลาที่กําหนด จะมี
อัตรากันสํารองเทากับรอยละ 0 โดยอัตรากันสํารองจะเพิ่มขึ้นตามจํานวนวัน
ของการผิดนัดชําระหนี้ไปจนถึงอัตรากันสํารองเทากับรอยละ 100 เมื่อยอด
สินเชื่อในครอบครองถูกพิจารณาวาไมนาจะเรียกเก็บคืนมาได ผลรวมของ
ยอดเงินตนคงเหลือถวงนํ้าหนักเหลานี้เปนตัวกําหนดยอดคาเผื่อหนี้สงสัยจะ
สูญที่กลุมควรจะสํารองไว ซึ่งจะปรากฏอยูในงบดุลของกลุม
นโยบายดานบัญชีของกลุมจะกําหนดกลุมความเสี่ยงและอัตรากัน
สํารองที่ใชสําหรับแตละกลุม เมื่อเวลาผานไปกลุมสามารถอาศัยประสบการณ
ที่เรียนรูจากการจายชําระคืนหนี้ เพื่อสรางแบบเคาโครง (profile) ของสินเชื่อ
ทีน่ า จะกลายเปนสินเชือ่ ผิดสัญญา ขอมูลในอดีตเหลานีส้ ามารถนําไปใชในการ
คํานวณอัตรากันสํารองคาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญได
ยกตัวอยางเชน หากการวิเคราะหขอ มูลเปดเผยวาสินเชือ่ ทีพ่ น กําหนด
ชําระนอยกวา 30 วัน มีความนาจะเปนรอยละ 30 ที่จะกลายเปนสินเชื่อผิด
สัญญา กลุมนั้นๆ ก็ควรจะกําหนดอัตรากันสํารองที่รอยละ 30 ของยอดเงิน
ตนคงเหลือที่ยังไมไดมีการชําระสําหรับสินเชื่อที่ผิดนัดชําระหนี้นอยกวา 30
วัน สําหรับกลุม ทีม่ กี ารบันทึกขอมูลการดําเนินงานในอดีตทีเ่ พียงพอ อัตราหนี้
สูญในอดีตจะบอกถึงแนวโนมของกลุมอายุและอัตราสวนเหลานี้ในอนาคตได

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 69
ขอเสนอแนะ
กลุมที่พึ่งจัดตั้งมาไมนานอาจใชหลักคิดงายๆ วา กันเงินสํารองที่
รอยละ 50 ของเงินตน กรณีที่ลูกหนี้ขาดสงไมนอยกวา 6 เดือน (หรือครึ่งทาง
ของอายุสญ ั ญาเงินกู ถาไมใชเงินกูร ายป) และกันสํารองรอยละ 100 (เงินตนทัง้
จํานวน) ในกรณีทลี่ กู หนีข้ าดสงไมนอ ยกวา 12 เดือน (หรือครบรอบอายุสญ ั ญา
เงินกู ถาไมใชเงินกูรายป)

สินเชื่อที่มีการปรับโครงสรางหนี้
บางครัง้ สถาบันการเงินตัดสินใจทีจ่ ะปรับโครงสรางหนีข้ องสินเชือ่ ทีอ่ ยู
ในภาวะอันตรายจากการผิดสัญญาแทนทีจ่ ะตัดบัญชีเปนหนีส้ ญ ู บอยครัง้ ทีก่ าร
ตัดสินใจนีเ้ กิดขึน้ เมือ่ สมาชิกประสบกับภาวะวิกฤตทีไ่ มสามารถหลีกเลีย่ ง และ
ขัดขวางการจายชําระคืนสินเชือ่ ตามปกติ เชน ภัยจากธรรมชาติ หรือความเจ็บ
ปวยที่ทําใหทํางานไมได เปนตน ในกรณีเหลานี้ ความตั้งใจและความสามารถ
ในการชําระคืนสินเชือ่ ของสมาชิกสามารถเริม่ ตนไดอกี ครัง้ คอนขางแนนอนหลัง
จากผานชวงของการฟน ฟูสสู ภาพปกติ กลุม ตางๆ จึงควรใชการปรับโครงสราง
หนี้สินเชื่อเฉพาะในสถานการณที่พบไดไมบอยตามลักษณะดังกลาวนี้เทานั้น
และควรมีการพิจารณาอยางจริงจังวาวิกฤตนั้นกอใหเกิดความเสี่ยงในการผิด
สัญญาสินเชื่อไดมากนอยแคไหน เพื่อปรับกําหนดตารางเวลาของสินเชื่อใหม
กลุม ตางๆ ควรพิจารณาทําการปรับโครงสรางหนีเ้ ฉพาะในกรณีทเี่ ปน
ขอยกเวนพิเศษ แตไมใชเปนบรรทัดฐานทัว่ ไปสําหรับการจัดการกับสินเชือ่ ทีม่ ี
การผิดนัดชําระหนี้ หากฝายบริหารของกลุมตัดสินใจที่จะคงสินเชื่อนั้นๆ ไวใน
บัญชี ในฐานะสินเชื่อที่มีการปรับโครงสรางหนี้ เงินตนของสินเชื่อเหลานี้ควรมี
รายการแยกตางหากจากสินเชือ่ ทีม่ คี ณ ุ ภาพปกติ สินเชือ่ ทีม่ กี ารปรับโครงสราง
หนี้ควรจะถูกรายงานเปนบัญชีที่แยกออกมา พรอมกับสัญญาสินเชื่อที่มีการ
ปรับโครงสรางหนี้อื่นๆ ทั้งหมด นอกจากนี้ เพื่อใหครอบคลุมความเสี่ยงที่เพิ่ม
ขึน้ จากการผิดสัญญาของสินเชือ่ ทีม่ กี ารปรับโครงสรางหนี้ กลุม ควรจะกําหนด
อัตรากันสํารองฯ ที่สูงขึ้นดวย

70 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
รูไวใชวา สําหรับนักบริหารเจนสนาม

เกณฑวัดคุณภาพสินเชื่อในครอบครองของกลุม
เชนเดียวกันกับอัตราสวนอืน่ ๆ คุณภาพของสินเชือ่ ในครอบครองทีว่ ดั
ดวยอัตราสินเชือ่ ทีม่ คี วามเสีย่ ง (portfolio at risk - PAR) สามารถนําไปใชเปรียบ-
เทียบระหวางกลุมได เมื่อการคํานวณนั้นๆ เปนวิธีการที่ไดมาตรฐาน ซึ่งชวย
ทําใหผจู ดั การและคณะกรรมการบริหารของกลุม ตางๆ มีวธิ สี าํ หรับการเปรียบ-
เทียบคุณภาพสินเชื่อของตัวเองกับกลุมอื่นๆ ซึ่งมีวิธีใหบริการที่คลายคลึงกัน
มีระดับขั้นการเจริญเติบโตที่คลายกัน หรืออยูในเขตทางภูมิศาสตรเดียวกัน
การจัดกลุมที่มีคุณสมบัติคลายคลึงกันเพื่อวัตถุประสงคสําหรับการเปรียบ
เทียบเรียกวา กลุมเทียบเคียง (peer groups) โครงการจัดทํามาตรฐานสําหรับ
การธนาคารระดับรากหญา (Microbanking Standards Project) และจดหมาย
ขาวการธนาคารระดับรากหญา (Microbanking Bulletin) ของโครงการ www.
microbanking-mbb.org ไดเสนออัตราสวนสําหรับวัดคุณภาพสินเชือ่ แบบตางๆ
เพื่อเปรียบเทียบกับกลุมตางๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกันและภายในกลุมเทียบ
เคียงเดียวกัน ซึ่งเปนเกณฑวัดที่นาจะใชไดสําหรับกลุมทั้งหลาย
คําศัพทและสูตรคํานวณดานการเงินที่นารูสําหรับการบริหารหนี้มี
ดังตอไปนี้

สินเชื่อในครอบครองคงเหลือ หรือสินเชื่อคงคางขั้นตน (gross outstanding


portfolio)
สินเชื่อในครอบครองคือสิ่งที่สรางรายไดหลักใหกับกลุม เพราะฉะนั้น
การคํานวณยอดสินเชื่อในครอบครองคงเหลือขั้นตน ณ ปจจุบันใหถูกตองจึง
มีความสําคัญมาก ยอดคงเหลือของสินเชื่อในครอบครองจะรวมถึงสินเชื่อจาก
การดําเนินงานตางๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแตการจัดทํางบดุลครั้งกอน สูตรการคํานวณ
ตอไปนี้สรุปการคํานวณยอดสินเชื่อในครอบครองคงเหลือขั้นตน ณ ปจจุบัน

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 71
สินเชื่อในครอบครองคงเหลือขั้นตนงวดกอน + สินเชื่อที่จัดสรรเบิกจาย –
เงินจายชําระคืนเงินตน – ยอดตัดบัญชี = สินเชื่อในครอบครองคงเหลือ
ขั้นตน ณ ปจจุบัน
มี ก ารดํ า เนิ น งาน 3 ประเภทที่ จ ะส ง ผลกระทบต อ ยอดสิ น เชื่ อ ใน
ครอบครองคงเหลือขัน้ ตนของกลุม เมือ่ กลุม ปลอยสินเชือ่ ใหแกสมาชิก เงินทุนที่
ใหกยู มื ไปจะเพิม่ ขนาดของสินเชือ่ ในครอบครอง ถาหากมีการใหสนิ เชือ่ จํานวน
2,500 หนวย โดยคาดวาดอกเบี้ยที่ไดรับตลอดอายุของสินเชื่อดังกลาวเทากับ
400 หนวย ก็จะมีเพียงเงินตนจํานวน 2,500 หนวยเทานั้นที่ถูกนําไปรวมเปน
ยอดสินเชื่อในครอบครองคงเหลือขั้นตน เมื่อมีการชําระคางวดสําหรับสินเชื่อ
คงคาง ยอดจายชําระคืนเงินตนจะถูกนําไปหักออกจากยอดสินเชือ่ คงคางขัน้ ตน
ในการจายชําระคางวดจํานวน 100 หนวย หาก 95 หนวยเปนเงินตน และ 5
หนวยเปนดอกเบีย้ ยอดสินเชือ่ ในครอบครองคงคางขัน้ ตนจะลดลงไป 95 หนวย
และทายที่สุด การตัดหนี้สูญทําใหยอดสินเชื่อคงคางขั้นตนลดลง การตัดหนี้
สูญจะคิดเฉพาะเงินทุนเทานั้น แตจะไมรับรูถึงรายไดที่สูญหายไป (ดอกเบี้ยที่
เรียกเก็บไมได) ดังนัน้ หากมีการตัดบัญชีสนิ เชือ่ ทีม่ กี ารผิดนัดชําระหนีท้ มี่ ยี อด
คงคางคงเหลือเทากับ 300 หนวยเปนหนี้สูญ ก็จะมีเพียง 300 หนวยนี้เทานั้น
ที่จะถูกหักออกจากยอดสินเชื่อในครอบครองคงคางขั้นตน
เพื่อการคํานวณยอดสินเชื่อคงคางขั้นตน ณ ปจจุบัน กลุมจําเปนจะ
ตองมีขอมูลสี่สวนดวยกัน คือ ยอดสินเชื่อคงคางขั้นตน ณ ตนงวด ยอดสินเชื่อ
ที่มีการจัดสรรเบิกจายไป (เงินตน) ยอดการจายชําระคืนสินเชื่อ (เงินตน) และ
ยอดตัดบัญชีหนี้สูญ (เงินตน)

สินเชื่อคงคางถัวเฉลี่ย (average outstanding portfolio - AOP)


เมื่อกลุมทําการคํานวณยอดสินเชื่อคงคางขั้นตนอยางถูกตองแลว
และทําอยูเปนประจํา (รายสัปดาห รายเดือน รายไตรมาส รายป) ก็เปนไปไดที่
จะสามารถคํานวณยอดสินเชื่อคงคางถัวเฉลี่ยตามชวงเวลาที่กําหนด AOP
สามารถคํานวณโดยอิงตามชวงเวลาที่กําหนดไวกอน เชน รายสัปดาห ราย
เดือน รายไตรมาส รายป ฯลฯ ไดดังตอไปนี้

72 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
สินเชื่อในครอบครองคงเหลือตนงวด +
ผลรวมของสินเชื่อในครอบครองคงเหลือปลายงวด
จํานวนงวด + 1
งวดตางๆ เหลานี้แสดงถึงชวงเวลายอยๆ ที่เทากัน และเกิดขึ้นเปน
ประจําตลอดชวงเวลาที่กําหนด ในการคํานวณ AOP ของปที่ตองการ กลุม
สามารถใชไตรมาส เดือน สัปดาห หรือกระทั่งวัน เปนชวงเวลาของงวดตางๆ
ภายในปที่นํามาใชสําหรับการคํานวณหาคาเฉลี่ย สิ่งสําคัญที่ตองคํานึงถึงใน
ที่นี้คือ ยิ่งชวงเวลาที่เลือกมีความถี่มากเทาใด คาเฉลี่ยที่คํานวณไดก็จะยิ่งมี
ความแมนยํามากขึ้นตามไปดวย ทายที่สุด ใหสังเกตวาตัวหารคือ ผลรวมของ
จํานวนงวด (เชน 12 เดือน ถาระยะเวลาเดือนถูกเลือกใชเปนชวงเวลาแตละ
งวด) บวกดวย 1 การบวกเพิ่มอีก 1 ในตอนทายนี้แสดงถึงความจริงที่วา
ยอดคงเหลือ ณ ตนงวดจะตองถูกรวมเขากับผลรวมของยอดคงเหลือ ณ ปลายงวด
ดังนัน้ ถากลุม คํานวณ AOP รายเดือนโดยใชขอ มูลจากยอดสินเชือ่ คงคางขัน้ ตน
ตอนปลายสัปดาหของทั้งสี่สัปดาหติดตอกัน เราจะตองบวกยอดตนงวดเขากับ
ตัวตั้ง (ตัวเศษ) และบวก “1” เขากับตัวหาร ดังตัวอยางตอไปนี้

จากตัวอยาง ควรจะคํานวณคาเฉลี่ยดังนี้
10,000 (สินเชื่อในครอบครองคงเหลือตนงวด) +
44,300 (ผลรวมของสินเชื่อในครอบครองคงเหลือปลายงวด)
4 (จํานวนงวด) + 1 (ตนงวด)

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 73
การคํานวณนีท้ าํ ใหไดคา เฉลีย่ เทากับ 10,860 บาท มีขอ สังเกตวาการ
เลือกอยางงายๆ เพื่อหาคาเฉลี่ยโดยใชเพียงคงเหลือตนงวดและยอดคงเหลือ
ปลายงวดสําหรับชวงเวลาที่กําหนด (10,000 และ 12,000 บาท) เปนการ
ประเมินคาเฉลี่ยมากเกินความเปนจริงคือ 11,000 บาท เนื่องจากยอดคงเหลือ
ในสัปดาหสุดทายของเดือนเพิ่มขึ้นอยางฉับพลัน
โดยทัว่ ไป คาเฉลีย่ และ AOP มีความสําคัญในการคํานวณตัวชีว้ ดั หรือ
อัตราสวนตางๆ ทีใ่ หภาพของกิจกรรมตลอดชวงเวลาทีก่ าํ หนดโดยเฉพาะอยาง
ยิ่งสําหรับกลุม

อัตราคางชําระและอัตราสินเชื่อที่มีความเสี่ยง
การปลอยสินเชือ่ มีความเสีย่ งอยูใ นตัว เพราะการไดรบั คืนเงินตนและ
รายรับจากดอกเบี้ยนั้นขึ้นอยูกับเหตุการณในอนาคต ผูใหสินเชื่อจึงจําเปน
ตองประเมินวาผูไ ดรบั สินเชือ่ จะสามารถจายชําระคืนหนีโ้ ดยมีกระแสเงินสดใน
อนาคตเพียงพอเพื่อการจายชําระหนี้ มีความตั้งใจที่จะจายชําระหนี้คืน และมี
แรงจูงใจใหจายชําระหนี้คืน
ความเสีย่ งทีแ่ ฝงอยูก บั สินเชือ่ เหลานีห้ มายความวา กลุม และผูบ ริหาร
ของกลุม จําเปนตองเฝาติดตามพฤติกรรมการจายชําระคืนเงินสินเชือ่ ของผูร บั
สินเชือ่ อยางใกลชดิ เพือ่ ประเมินระดับความเสีย่ งของสินเชือ่ ในครอบครอง สูตร
การคํานวณทั้งสองที่ไดอธิบายดานลางนี้ ใหวิธีการที่แตกตางกันสําหรับการ
ประเมินความเสี่ยงดังกลาว
“อัตราคางชําระ” คือ การวัดยอดผอนชําระสินเชื่อที่พนกําหนดชําระ
(สงชากวากําหนด) โดยคิดเปนสัดสวนรอยละของยอดสินเชือ่ คงคางขัน้ ตน ซึง่
คํานวณไดดังตอไปนี้

ยอดรวมเงินผอนชําระของสินเชื่อที่พนกําหนดชําระ
ยอดสินเชื่อคงคางขั้นตน

74 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
ในฐานะทีเ่ ปนตัวชีว้ ดั ความเสีย่ งของสินเชือ่ คงคางในครอบครอง สูตร
คํานวณนี้วัดเพียงพฤติกรรมปจจุบันของผูรับสินเชื่อเทานั้น (ซึ่งก็คือยอดที่แท
จริงของเงินผอนชําระสินเชือ่ ทีพ่ น กําหนดชําระ) อัตราคางชําระไมไดครอบคลุม
ถึงการประเมินพฤติกรรมใดๆ ในอนาคต การผิดนัดชําระหนี้ในปจจุบันหรือใน
อดีตหมายความวาควรจะพิจารณาการผอนชําระในอนาคตวานาจะมีความเสีย่ ง
มากกวาปกติดว ย แตเนือ่ งจากอัตราคางชําระไมไดสะทอนความเสีย่ งในอนาคต
ทีส่ งู ขึน้ ของสินเชือ่ ทีม่ กี ารผิดนัดชําระหนีว้ า มากกวาทีเ่ กิดขึน้ แลวหรือไม อัตรา
นี้จึงประเมินความเสี่ยงพิเศษของการจายชําระคืนสินเชื่อไวตํ่าเกินไป ความ
เสีย่ งพิเศษนีเ้ กิดขึน้ เองโดยธรรมชาติ แตกลุม ก็สามารถจะวัดไดโดยอาศัยขอมูล
ในอดีต ผูร บั สินเชือ่ ทีพ่ ลาดการผอนชําระ 3 งวด แสดงถึงความเสีย่ งสําหรับกลุม
ทีม่ ากกวาผูร บั สินเชือ่ ซึง่ พึง่ พลาดการจายเงินผอนชําระคางวดของงวดปจจุบนั
การวัดความเสี่ยงของสินเชื่อในครอบครองที่มีความถูกตองมากกวา
คือ วิธกี ารวัด “อัตราสินเชือ่ ทีม่ คี วามเสีย่ ง (PAR)” ซึง่ จะวัดยอดรวมสินเชือ่ คงคาง
ในสวนของสินเชือ่ ทีม่ กี ารผิดนัดชําระหนี้ โดยคิดเปนรอยละของยอดสินเชือ่ คง
คางขั้นตน ซึ่งมีวิธีการคํานวณดังนี้

ยอดรวมสินเชื่อคงคางของสินเชื่อที่ผิดนัดชําระหนี้
ยอดสินเชื่อคงคางขั้นตน

ใหสงั เกตวาสําหรับทัง้ สองกรณี สินเชือ่ ในครอบครองทีม่ คี วามเสีย่ งจะ


ถูกวัด ณ ขณะเวลาใดเวลาหนึ่ง ไมใชตลอดชวงเวลาที่กําหนด ดังนั้น แทนที่
จะใชเปนคาเฉลี่ย การวัดความเสี่ยงจะมีความเกี่ยวโยงโดยตรงกับสินเชื่อใน
ครอบครองของกลุม ณ ขณะเวลาที่กําหนด

อัตราหนี้สูญ
อัตราหนีส้ ญ ู เปนการวัดความเสียหายในอดีตจากสินเชือ่ ทีไ่ มสามารถ
เรียกเก็บคืนได ซึง่ คํานวณโดยการใชสนิ เชือ่ ทีถ่ กู ตัดบัญชีเปนหนีส้ ญ
ู ของงวดที่
กําหนด ดังตอไปนี้

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 75
ยอดรวมการตัดบัญชีหนี้สูญ (ตลอดชวงเวลาที่กําหนด)
ยอดสินเชื่อคงคางถัวเฉลี่ย (สําหรับชวงเวลาเดียวกัน)

สังเกตวาตัวหารนั้นเปนคาเฉลี่ย แทนที่จะเปนยอดเงิน ณ ขณะเวลา


ใดเวลาหนึ่ง และที่ใชคาเฉลี่ยก็เพราะเมื่อกลุมทําการจัดสรรเบิกจายและรับ
ชําระคืนเงินสินเชื่อ สินเชื่อในครอบครองมีการเปลี่ยนแปลงไปตลอดชวงเวลา
ทีก่ าํ หนด ในทํานองเดียวกัน ยอดทีต่ ดั บัญชีเปนหนีส้ ญ
ู จะเกีย่ วของกับกิจกรรม
ของสินเชือ่ ในครอบครองตลอดชวงเวลาดังกลาวนี้ ไมใชยอดคงเหลือ ณ ปลาย
งวด มีความเปนไปไดอยางมากที่การตัดหนี้สูญของสินเชื่อ ณ เดือนธันวาคม
จะแสดงถึงความเสีย่ งของสินเชือ่ ทีไ่ ดเกิดขึน้ มาระยะเวลาหนึง่ แลว และเปนตัว
บงชีร้ ะดับความเสีย่ งในปจจุบนั ของสินเชือ่ ในครอบครองไดนอ ยกวา โดยเฉพาะ
อยางยิ่งถาสินเชื่อนั้นมีการผิดนัดชําระมานานแลว สําหรับการหาระดับความ
เสี่ยงในปจจุบัน ควรใช PAR ในการคํานวณ
หากยอดตัดบัญชีหนี้สูญไมไดแสดงในรายงานสินเชื่อ ก็จําเปนตอง
คํานวณเอาจากงบกําไรขาดทุนและงบดุล ดังตอไปนี้

ยอดรวมการตัดบัญชีหนี้สูญ = คาใชจายการตั้งสํารองคาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
(สําหรับงวด) +คาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญคงเหลือ (ตนงวด) – คาเผื่อหนี้สงสัย
จะสูญคงเหลือ (ปลายงวด)

เมื่อรวมคาใชจายการตั้งสํารองคาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเขากับคาเผื่อ
หนี้สงสัยจะสูญสําหรับงวด ถาไมมีสินเชื่อใดถูกตัดบัญชีเปนหนี้สูญ คาเผื่อหนี้
สงสัยจะสูญ ณ ปลายงวดควรจะเทากับผลรวมของยอดทั้งสองนี้ อยางไรก็ดี
หากมีการตัดบัญชีสินเชื่อเปนหนี้สูญ ยอดที่ตัดบัญชีไปจะเทากับผลตางของ
ผลรวมของคาใชจายการตั้งสํารองและคาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญคงเหลือตนงวด
กับยอดคงเหลือปลายงวดในบัญชีคาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ

76 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
อัตราสวนความสามารถในการสรางผลผลิต (productivity ratios)
มีวิธีการคํานวณอัตราสวนความสามารถในการสรางผลผลิตหลาย
แบบเพือ่ ใชวดั วา กลุม สามารถสรางผลิตผลจํานวนเทาใด (เชน จํานวนรายของ
สินเชือ่ เงินทุนสําหรับการใหสนิ เชือ่ หรือจํานวนสมาชิก เปนตน) จากทรัพยากร
ทีใ่ ชไปเพือ่ การดําเนินการ เชน พนักงาน เจาหนาทีส่ นิ เชือ่ หรือสํานักงานสาขา
เปนตน
เพื่อใหเขาใจไดงายขึ้น ตัวชี้วัดเหลานี้จะวัดความสามารถในการสราง
ผลผลิตจากมุมมองที่แตกตางกัน อัตราสวนความสามารถในการสรางผลผลิต
ทัง้ หมดมีหลักเหตุผลทีค่ ลายกัน คือ อัตราสวนยิง่ สูง ความสามารถในการสราง
ผลผลิตของกลุม ก็จะยิง่ มาก กลุม ตางๆ สามารถใชอตั ราสวนเหลานีเ้ ปนเครือ่ งมือ
ในการบริหารเพือ่ คํานวณและติดตามความสามารถในการสรางผลผลิตของตน
ซึ่งทําใหกลุมสามารถวัดระดับการพัฒนาในกิจการของตนได
อัตราสวนความสามารถในการสรางผลผลิตทีใ่ ชกนั ทัว่ ไปมี 3 แบบ คือ

ยอดรวมจํานวนสมาชิกสินเชื่อที่มีรายการเคลื่อนไหว
ยอดรวมจํานวนพนักงาน

อัตราสวนนี้ใชวัดจํานวนของสมาชิกสินเชื่อเทียบกับจํานวนพนักงาน
ทั้งหมดที่ทํางานในกลุม วิธีการวัดนี้รวมพนักงานฝายสนับสนุน (เชน บัญชี
ธุรการ) ผูบริหารและพนักงานที่ใหบริการสมาชิกโดยตรง (เชน เจาหนาที่
สินเชือ่ ) นักวิเคราะหจาํ นวนมากเชือ่ วาวิธนี เี้ ปนวิธที ดี่ ใี นการวัดวา กลุม พัฒนา
ตัวเองเพื่อการใหบริการทางการเงินตางๆ ไดดีเพียงใด หากคาอัตราสวนตํ่า ก็
แสดงวาพนักงานจํานวนมากไดทมุ เทใหกบั การบริหารจัดการของกิจการ หาก
อัตราสวนมีคา สูงกวา ก็หมายความวามีพนักงานจํานวนมากกวาทีท่ มุ เทใหกบั
การใหสินเชื่อหรือการใหบริการทางการเงินตางๆ โดยตรง

ยอดรวมจํานวนสมาชิกสินเชื่อที่มีรายการเคลื่อนไหว
ยอดรวมเจาหนาที่สินเชื่อ

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 77
วิธีนี้คลายกับวิธีแรก โดยอัตราสวนนี้เปรียบเทียบจํานวนสมาชิกที่
มีรายการเคลื่อนไหวกับจํานวนเจาหนาที่สินเชื่อหรือพนักงานที่เกี่ยวของกับ
การใหบริการทางการเงินโดยตรง นักวิเคราะหบางรายแยงวา เทคโนโลยีการ
ใหบริการสินเชื่อ โครงสรางบุคลากร และประเภทของบริการทางการเงินที่
เสนอใหนั้นอาจแตกตางกันอยางมากระหวางกลุมตางๆ ทําใหยังเกิดความ
เคลือบแคลงในประโยชนของอัตราสวนนี้ แตภายในองคกรเดียวกัน กลุม
สามารถใชอัตราสวนนี้สําหรับเปรียบเทียบความสามารถในการสรางผลผลิต
ของพนักงานระหวางสาขาและภายในสาขาเดียวกันได

ยอดรวมสินเชื่อคงคาง
ยอดรวมเจาหนาที่สินเชื่อ

อัตราสวนนี้ใชวัดความสามารถในการสรางผลผลิตทางการเงิน โดย
เปนการเปรียบเทียบยอดรวมสินเชื่อคงคางขั้นตนตอจํานวนเจาหนาที่สินเชื่อ
ตัวเลขที่ไดจากอัตราสวนนี้อาจแตกตางกันอยางมากขึ้นอยูกับวิธีใหบริการ
ขนาดของสินเชื่อ และตลาดเปาหมาย ผูบริหารของกลุมจะใชอัตราสวนนี้เพื่อ
ติดตามความสามารถในการสรางผลผลิตทางการเงินของเจาหนาที่สินเชื่อ

อัตราสวนประสิทธิภาพ (efficiency ratios)


อัตราสวนประสิทธิภาพใหขอมูลเกี่ยวกับตนทุนที่กลุมใชในการให
บริการทางการเงิน เชนเดียวกับอัตราสวนความสามารถในการสรางผลผลิต
ซึ่งวิเคราะหความสัมพันธระหวางทรัพยากรที่ปอนเขาไปและผลผลิตที่ได
ออกมา อัตราสวนประสิทธิภาพตอบคําถามวา กลุมใชตนทุนเทาใดสําหรับ
การใหบริการสินเชื่อจํานวนหนึ่งหนวยสกุลเงิน อัตราสวนประสิทธิภาพมีหลัก
เกณฑที่ตรงขามกับอัตราสวนความสามารถในการสรางผลผลิต คืออัตราสวน
ยิง่ ตํา่ ประสิทธิภาพของกลุม ยิง่ สูง กลุม ตางๆ ยังใชอตั ราสวนประสิทธิภาพเปน
เครื่องมือสําหรับการบริหารเพื่อคํานวณและติดตามประสิทธิภาพของกลุมซึ่ง
ทําใหสามารถวัดการพัฒนาในการดําเนินงานเมื่อเวลาผานไปได นักวิเคราะห
จะใชอัตราสวนประสิทธิภาพที่สําคัญ 2 แบบ โดยแบบแรกคือ
78 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
คาใชจายรวมในการดําเนินงาน – ตนทุนเงินทุน – คาสํารองเผื่อหนี้จะสูญ
+ การสนับสนุนที่ไมใชตัวเงิน
สินเชื่อคงคางถัวเฉลี่ย

อัตราสวนนี้ หรือทีร่ จู กั กันในชือ่ อัตราประสิทธิภาพการบริหารจัดการ


หรือ อัตราคาใชจายในการบริหารจัดการ ใชสําหรับวัดตนทุนของการให
บริการสินเชือ่ จํานวนหนึง่ หนวยสกุลเงิน ประสิทธิภาพการบริหารจัดการไมได
รวมตนทุนของเงินทุนหรือคาใชจายสํารองคาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเขาไปดวย
เนื่องจากคาใชจายดังกลาวไดถูกหักออกจากคาใชจายรวมในการดําเนินงาน
เรียบรอยแลว อัตราสวนนีช้ ว ยใหนกั วิเคราะหสามารถเปรียบเทียบประสิทธิภาพ
ระหวางกลุมตางๆ ที่มีโครงสรางของเงินทุนที่ตางกัน และจําเปนตองตั้ง
คาสํารองสําหรับหนี้สูญในอัตราที่คอนขางจะแตกตางกัน ทางเลือกอีกวิธีหนึ่ง
คือการดูจากอัตราประสิทธิภาพการดําเนินงาน ซึ่งรวมตนทุนของเงินทุนและ
คาใชจายการสํารองคาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ โดยมีการคํานวณดังตอไปนี้

ยอดรวมคาใชจา ยในการดําเนินงาน + การสนับสนุนทีไ่ มไดอยูใ นรูปของตัวเงิน


สินเชื่อคงคางถัวเฉลี่ย

อัตราสวนนี้เหมาะกับการใชภายในกลุมมากกวา โดยทั้งสองสมการ
นี้ตองบวกการสนับสนุนที่ไมไดอยูในรูปของตัวเงินเขาไปดวย จํานวนเงินและ
ขอบเขตของการสนับสนุนที่ไมไดอยูในรูปของตัวเงินที่ตองนํามาพิจารณา
สําหรับการคํานวณนีข้ นึ้ อยูก บั วา มีการใชการสนับสนุนทีไ่ มไดอยูใ นรูปของตัว
เงินอยางไรภายในกลุม และใหสงั เกตวาทัง้ สองสมการนีว้ ดั ประสิทธิภาพ ตลอด
ชวงเวลาหนึ่งๆ ไมใช ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง ดังนั้น จึงตองใชคาเฉลี่ยเปนตัวหาร
สําหรับยอดคงเหลือของสินเชื่อคงคางขั้นตน

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 79
ลองคิด 3: สถานการณของสหกรณซีซี
สหกรณ Cooperative Credit (ซีซี) เปนกลุมการเงินชุมชนที่พึ่งเริ่ม
กอตัง้ ดําเนินงานอยูใ นเมืองทีเ่ ปนตลาดคึกคักใจกลางหมูบ า นการเกษตรขนาด
เล็กแหงหนึง่ เมืองนีเ้ ปนศูนยเศรษฐกิจของภูมภิ าคซึง่ ไมสามารถเขาถึงไดงา ย
นักจากตลาดภายนอก เนือ่ งจากมีโครงสรางพืน้ ฐานทีไ่ มพรอม มีสภาพอากาศ
เลวราย และมีภเู ขาลอมรอบหมูบ า นแหงนี้ สมาชิกสวนใหญของกลุม เปนผูห ญิง
ทีเ่ ขามาในเมืองเพือ่ ซือ้ เสบียงและสินคาสําหรับธุรกิจของพวกเธอในหมูบ า นราย
รอบเมืองและผูที่ขายสินคาตางๆ ในตลาดทองถิ่น
สหกรณซีซีเสนอสินเชื่อประเภทกลุม สมาชิกมีวงเงินในแตละวงจร
สินเชื่อเพิ่มขึ้นอยางเปนลําดับ กําหนดระยะเวลาของสินเชื่อแตละรอบคือ 3
เดือน โดยมีการผอนชําระคืนสินเชือ่ เปนรายสัปดาห และกลุม นีค้ ดิ ดอกเบีย้ เงิน
กูที่อัตรารอยละ 37 ตอป
ตารางตอไปนี้แสดงใหเห็นสถิติบริการสินเชื่อของสหกรณซีซี

สหกรณนี้ดําเนินงานมาเพียง 2 ปเทานั้น และสมาชิกรายแรกกําลัง


จะเริ่มเขาสูรอบสินเชื่อรอบที่ 3 ถึงจุดนี้ สหกรณซีซีมีอัตราการรักษาสมาชิก
ที่ดีมาก สามารถเลื่อนสมาชิกรอยละ 100 จากรอบหนึ่ง (3 เดือน) ไปยังรอบ
ถัดไป ฝายบริหารตั้งใจที่จะใชอัตราการรักษาสมาชิกเปนพื้นฐานสําหรับการ
คาดการณทางการเงิน
อัตรารอยละที่เพิ่มขึ้นของยอดสินเชื่อและยอดผอนชําระรายอาทิตย
จากรอบหนึ่ ง ไปยั ง อี ก รอบหนึ่ ง เป น เท า ไหร ? คุ ณ คิ ด ว า การเพิ่ ม ขึ้ น ของ

80 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
ขนาดวงเงินสินเชื่อและขนาดของยอดผอนชําระรายอาทิตยเปนอยางไร? มี
ความหมายอะไรบางสําหรับลูกหนี้? ถาหากปรากฏวาสมาชิกในตลาดนี้ไมมี
ความสามารถในการชําระหนีท้ สี่ งู พอสําหรับสินเชือ่ ในรอบทีม่ วี งเงินสูงขึน้ คุณ
เห็นปญหาอะไรสําหรับสถาบันแหงนี?้ ปจจัยใดบางทีอ่ ยูภ ายใตการควบคุมของ
กลุมเพื่อแกไขปญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได?
ในฐานะที่เปนทรัพยสินที่กอใหเกิดรายไดในสัดสวนใหญที่สุด สินเชื่อ
ในครอบครองจึงเปนหัวใจในการสรางรายไดของกลุม มีปจ จัยอะไรบางทีส่ ง ผล
กระทบตอขนาดของสินเชือ่ ในครอบครอง และมีความทาทายอะไรทีต่ อ งเผชิญ?

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 81
บทที่ 4
:
หลักการบัญชีและการใชตัวเลขทางบัญชี
ในการบริหารจัดการ
1. ทําไมตองทําบัญชี?

สมุดรายวันรับและสมุดรายวันจายถือเปนขั้นตอนแรกของการบันทึก
บัญชี โดยเปนสมุดที่ใชบันทึกรายการที่เกิดขึ้นตามลําดับกอนหลัง และนํา
รายการที่เกิดขึ้นไปใชเพื่อจัดทํางบการเงินตอไป

ใครบางที่ตองทํา?

บุคคลทั่วไป ครัวเรือน
การทําบัญชีอาจดูเปนเรือ่ งไกลตัวสําหรับคนทัว่ ไปทีไ่ มไดอยูใ นแวดวง
ธุรกิจหรือการเงิน แตที่จริงแลวการทําบัญชีมีความสําคัญอยางมากกับทุกคน
โดยเฉพาะการทําสมุดรายวันรับ - จาย ซึ่งชวยทําใหเห็นวาเงินถูกรับมาทาง
ไหน และใชจา ยไปกับอะไรบางในแตละวัน เพราะคนจนสวนมากไมไดจนเพราะ
รายไดนอย แตจนเพราะมีรายจายมากกวารายไดที่ตนไดรับมา
การทําสมุดรายวันรับ - จาย จะชวยใหเรารูวาควรลดคาใชจายอะไรที่
กอใหเกิดความสิ้นเปลืองโดยใชเหตุ

องคกรการเงินชุมชน
สําหรับองคกรการเงินชุมชนซึง่ เปนกลุม กิจกรรมทางการเงินทีม่ คี วาม
ใกลชิดกับชุมชน เชน กลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต กองทุนหมูบาน กลุมสัจจะ
สะสมทรัพย เปนตน และเปนกลุมที่เกี่ยวของกับกิจกรรมทางการเงินโดยตรง
เพื่อใหการบริหารงานเปนไปอยางมีประสิทธิภาพและโปรงใส จึงมีความ
จําเปนตองทําบัญชี โดยเริ่มจากการจดบันทึกรายรับรายจายที่ขึ้นลงในสมุด
รายวันรับ - จาย

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 83
ประโยชนของการจัดทําบัญชี

• บัญชีใชในการวางแผนและตัดสินใจ
บัญชีเปนการจดบันทึกและรวบรวมขอมูล ทําใหเรามีขอ มูลในอดีตและ
ปจจุบัน เพื่อใชในการวางแผนและตัดสินใจในอนาคต เชน การจัดเก็บตนทุน
และคาใชจายที่เกิดขึ้น ทําใหเราสามารถคํานวนตนทุนของกิจการไดถูกตอง
รวมถึงการควบคุมและตัดคาใชจายที่ไมจําเปนทิ้ง
• บัญชีใชในการขอเงินกู
เมื่อเราไปขอกูเงินกับธนาคาร ธนาคารตองการความมั่นใจวาเราจะ
สามารถคืนเงินใหกับธนาคารได บัญชีจะบอกวา เรามีความสามารถในการคืน
เงินไดมากนอยแคไหน
• ระบบบัญชีจะทําใหมีการควบคุมภายในที่ดี ชวยปองกันการทุจริตที่
อาจเกิดขึ้นได
• บัญชีใชวัดความสําเร็จของกิจการ โดยสามารถดูไดจาก

งบดุล

งบกําไร
ขาดทุน

งบกระแส
เงินสด

84 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
2: ขั้นตอนการจัดทําบัญชี

1. ลงสมุดรายวันรับ - จาย และจัดประเภทรายการที่เกิดขึ้น


ในขัน้ แรกเราจะเริม่ จากการทําสมุดรายวันรับ - จาย โดยเราจะทําการ
บันทึกรายการลงในสมุดทุกครัง้ ทีม่ กี ารจายและรับเงินสด จากนัน้ จึงจัดประเภท
รายการทีเ่ กิดขึน้ วาแตละรายการเมือ่ จัดประเภทตามหลักการทางบัญชีแลวจัด
เปนประเภทใดบาง
2. จัดทํางบดุลและงบกําไรขาดทุน
การจั ด ทํ า งบกํ า ไรขาดทุ น อย า งง า ยๆ สามารถทํ า ได โ ดยการนํ า
ยอดเงินรวมของสมุดรายวันรับ - จายมารวมกันตามประเภทรายการที่แยกไว
และดูวามียอดรวมในแตละรายการเทาใดบาง เพื่อนํามาแสดงบนหนางบดุล
และงบกําไรขาดทุน
การทํางบดุลและงบกําไรขาดทุนนั้น นอกจากจะเปนการแสดงยอด
ตัวเลขแลว ยังเปนการตรวจสอบดวยวาการแสดงยอดตางๆ นั้น กลุมทําได
ถูกตองหรือไม เพราะสามารถดูไดจากการนํายอดรวมของสินทรัพย และยอด
รวมของหนี้สินกับทุนมาเทียบกันวาเทากันหรือไม ดังสมการขางลาง

สินทรัพย = หนี้สิน + ทุน

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 85
แบบฝกหัด

คําสัง่ : ใหระบุวา รายการดังตอไปนีจ้ ดั อยูใ นบัญชีหมวดใด และใหนาํ รายการดัง


กลาวไปใสงบการเงินใหถูกตอง
สินทรัพย = 1 หนี้สิน = 2 สวนของผูถือหุน = 3 รายได = 4 คาใชจาย = 5

___ เงินสด
___ เงินฝากธนาคาร
___ คอมพิวเตอร
___ กําไรสะสมจากการดําเนินงาน
___ หุนทุน
___ เงินฝากจากสมาชิกกลุมการเงินชุมชน (ในกรณีที่เราเปนกลุมการเงิน
ชุมชน)
___ เจาหนี้
___ คาไฟฟา
___ ลูกหนี้
___ คานํ้าประปา
___ ที่ดิน อาคาร อุปกรณ
___ รายไดจากการขายสินคา
___ เงินกูยืมจากธนาคาร
___ รายไดจากดอกเบี้ย
___ ตนทุนขาย
___ คาเชาบาน
___ เครื่องจักรที่ใชในการผลิต
___ เงินกูยืมจากธนาคาร
___ คาเชาบานที่จายลวงหนา 3 ป

86 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
3. การบันทึกสมุดรายวันรับ - จายตองทําอยางไร?

มีรายการอะไรบางที่ควรลงในสมุดรายวันรับ - จาย?

สมุดรายวันรับและสมุดรายวันจายจะถูกแยกออกเปน 2 สมุดบัญชี
โดยบันทึกการรับเขาและจายออกของเงินสดที่เกิดขึ้นในแตละวัน

โดย “คาใชจาย” คือ สิ่งที่เราจายเงินไปแลวจะไมเปนประโยชนใน


อนาคตอีกตอไป
แต “สินทรัพย” คือ สิ่งที่จะกอประโยชนไดในอนาคตใหกับกิจการ
เชน การซื้อตู โตะ เกาอี้ เขามาเปนเครื่องใชในกลุมการเงินชุมชน หรือการซื้อ
ที่ดิน และรถยนต เปนตน

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 87
วิธีการทําสมุดรายวันรับ - จายอยางงาย
แยกสมุดออกเปน 2 เลม โดยตีตารางสมุดเลมแรกเปนสมุดรายวัน
รับไวบันทึกรายการรับเงินทั้งหมด และอีกเลมเปนสมุดรายวันจายใชบันทึก
รายการจายเงินออกทั้งหมด

ขอควรระวัง!!
กอนที่จะนํารายการในสมุดรายวันรับ - จายไปบันทึกเปนรายการใน
งบการเงิน อยาลืมแยกประเภทของรายการตางๆ ใหถูกตองดวย

88 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
แบบฝกการลงบัญชี

ใหบันทึกรายการตอไปนี้ ลงในสมุดบัญชีรายวันรับ รายวันจาย ของ


กิจการปรีชาคาไม

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 89
4: งบดุล

งบดุลแสดงใหเห็นถึงฐานะทางการเงินของกิจการ ณ วันใดวันหนึง่ (ที่


ตองการทราบฐานะของกิจการ) ซึ่งประกอบไปดวย สินทรัพย หนี้สิน และสวน
ของเจาของ โดยปกติแลวงบดุลมักจะทําขึ้นทุกๆ 1 ป ซึ่งเราจะเรียกระยะเวลา
นี้วา “รอบระยะเวลาบัญชี”

ขอเสนอแนะ
กลุม การเงินชุมชนควรจัดทํางบดุลทุกเดือน เพือ่ แสดงการเปลีย่ นแปลง
ฐานะของกลุม การเงินชุมชนในแตละเดือน สรางความเชือ่ มัน่ ใหกบั สมาชิกของ
กลุมการเงินชุมชนวา กลุมการเงินชุมชนมีการดําเนินงานอยางโปรงใส

งบดุลของกลุมออมทรัพยหรือกองทุนหมูบานโดยภาพรวมแลวจะ
ประกอบดวยหมวดตางๆ ดังนี้

90 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
สินทรัพย คื อ สิ่ ง ที่ ก ลุ  ม มี อ ยู  แ ละเป น เจ า ของอย า งถู ก กฎหมาย
สามารถตีคาเปนเงินได และสามารถทําประโยชนใหกับเราไดในอนาคต โดย
จะแสดงรายการเรียงลําดับจากสินทรัพยที่มีสภาพคลองสูงสุดไปยังสภาพ
คลองตํ่าสุด

สภาพคลองสูง สภาพคลองตํ่า

โดยสวนใหญสินทรัพยจะแบงได 2 ประเภท ไดแก

หนีส้ นิ คือ จํานวนเงินทีก่ จิ การเปนหนีบ้ คุ คลภายนอก ดังนัน้ กิจการจึง


มีภาระผูกพันทีจ่ ะตองชดใชเงินจํานวนนัน้ คืน ไมวา จะเปนการชดใชดว ยเงินสด
สินคาหรือบริการ หรือสิ่งมีคาอื่นใดก็ตาม โดยจะแสดงรายการเรียงลําดับจาก
หนี้สินที่ครบกําหนดชําระคืนกอนไปยังหนี้สินระยะยาว
โดยสวนใหญจะแบงเปน 2 ประเภท เชนเดียวกับสินทรัพย ไดแก

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 91
สวนของเจาของ เปนสวนเงินลงทุนที่เปนของกิจการเอง อาจเรียก
ไดอีกอยางหนึ่งวาเปน “สินทรัพยสุทธิ” เชน เงินทุนจดทะเบียนเริ่มตน เงินหุน
จากสมาชิก เงินรับฝากสัจจะ (ในกรณีที่หากมีการถอนเงินสัจจะออกไปแลว
สมาชิกจะตองออกจากกลุมไปทันที) กําไรสะสมจากการดําเนินงานในชวงที่
ผานมา หรือเงินสนับสนุนจากรัฐบาล เปนตน
โดยสามารถเขียนเปนสมการบัญชีไดดังนี้

92 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
วิธีการทํางบดุลอยางงาย

คําอธิบายรายการ
(1) ลูกหนี้การคา หมายถึง ลูกหนี้ที่เกิดจากการดําเนินการคาตาม
ปกติของกิจการ
(2) ลูกหนี้อื่น หมายถึง ลูกหนี้ที่ไมไดเกิดจากการดําเนินการคาของ
กิจการ เชน ลูกหนี้เงินกู (เกิดจากการที่กิจการปลอยเงินกู )
(3) สินคาคงเหลือ หมายถึง สินทรัพยที่กิจการซื้อมาไวขายคงเหลือ
(สินคาที่ซื้อมาไวขายแลวยังขายไมหมด)

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 93
(4) คาเชาจายลวงหนา หมายถึง คาเชาที่กิจการจายเงินไปแลว แต
ยังไมไดใชประโยชนจากการเชานัน้ เชน การจายคาเชาของเดือน
เมษายน ณ วันที่ 31 มีนาคม
(5) คาใชจา ยจายลวงหนาอืน่ ๆ หมายถึง คาใชจา ยทีก่ จิ การไดจา ยเงิน
ไปแลว แตยังใชประโยชนไดไมครบ หรือใชเพียงบางสวน สวนที่
รับประโยชนไปแลวในงวดนี้ ถือเปนคาใชจา ยในงวดปจจุบนั สวน
ที่ยังไมไดใชประโยชนในงวดนี้ถือเปนคาใชจายลวงหนา (เปน
สินทรัพย)
(6) วัสดุสิ้นเปลือง หมายถึง วัสดุหรือสิ่งของที่ใชแลวหมดไป เชน
กระดาษ ดินสอ ปากกา กาว กระดาษคารบอน ลวดเย็บกระดาษ
เทป กาว ตะปู นํ้ามันหลอลื่น ฯลฯ ซึ่งอาจมีชื่อเรียกตางกันไป
(7) เครื่องใชสํานักงาน หมายถึง เครื่องใชสํานักงานที่มีลักษณะเปน
ถาวร มีอายุการใชงานมากกวา 1 ปขึ้นไป หรือเมื่อเครื่องเสียก็
สามารถซอมแซมโดยการเปลี่ยนอะไหล ทําใหสามารถใชงานได
ดังเดิม เชน เครื่องถายเอกสาร เฟอรนิเจอร (โตะ เกาอี้ พัดลม)
เปนตน
(8) คาเสื่อมราคาสะสมอาคาร หมายถึง ผลรวมของคาเสื่อมราคา
อาคารที่ถือเปนคาใชจายแลวในปกอนๆ
(9) คาเสือ่ มราคาสะสมยานพาหนะ หมายถึง ผลรวมของคาเสือ่ มราคา
ยานพาหนะที่ถือเปนคาใชจายแลวในปกอนๆ
(10) คาเสื่อมราคาสะสมเครื่องใชสํานักงาน หมายถึง ผลรวมของคา
เสื่อมราคาเครื่องใชสํานักงานที่ถือเปนคาใชจายแลวในปกอนๆ
(11) เจาหนี้ หมายถึง จํานวนเงินทีก่ จิ การมีภาระผูกพันทีจ่ ะตองชําระ
ใหกับบุคคลหรือกิจการอื่นเปนคาสินคาหรือบริการที่กิจการซื้อ
มาเปนเงินเชื่อ
(12) เงินกูยืมระยะสั้น หมายถึง การที่กิจการไดทําสัญญาตกลงกับ
ธนาคารเพื่อการกูยืมเงิน โดยที่มีกําหนดชําระคืนภายใน 1 ป
(13) เงินกูยืมระยะยาว หมายถึง การที่กิจการไดกูยืมเงินกูระยะยาว
จากบุคคล กิจการ หรือสถาบันการเงิน โดยไมตอ งมีหลักทรัพยไป

94 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
คํา้ ประกัน และเงินกูน นั้ มีกาํ หนดชําระคืนเงินตนเกิน 1 ปขนึ้ ไป แต
ถาหากเงินกูร ะยะยาวใดทีจ่ ะถึงกําหนดชําระภายใน 1 ปขา งหนา
เงินกูระยะยาวจํานวนนั้น จะถือเปนเงินกูระยะสั้น
(14) หุนทุน หมายถึง หนวยของความเปนเจาของในกิจการหรือกลุม
การเงินชุมชน โดยแบงหนวยความเปนเจาของตามจํานวนหุน ใน
มือผูถ อื หุน รายนัน้ ๆ คิดเปนสัดสวนกับจํานวนหุน ทีม่ ผี ถู อื ทัง้ หมด
(15) กําไรสะสม หมายถึง ผลรวมของกําไร (ขาดทุน) สุทธิของกิจการ
ตั้งแตเริ่มเปดทําการ ซึ่งถาปใดมีกําไรสุทธิจะสงผลใหกําไรสะสม
เพิ่มขึ้น แตถาปใดมีผลขาดทุนจะสงผลใหกําไรสะสมลดลง
ขั้นตอนในการจัดทํางบดุลมีดังนี้

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 95
แบบฝกการลงบัญชีในงบดุล: ลงบัญชีในงบดุลตามสถานการณทกี่ าํ หนดให
1. ณ วันที่ 1 มกราคม 25x1 คณะกรรมการหมูบ า นรวมเปดกองทุนออม
ทรัพย ชื่อวา “กองทุนออมทรัพย กขค” มีสมาชิกรวมลงหุนคนละ 100 หุน หุน
ละ 10 บาท โดยมีสมาชิกจํานวน 100 คน รวมเงินทุนเปนจํานวน 100,000 บาท

2. ณ วันที่ 1 มกราคม 25x1 ซื้ออาคารเพื่อจัดตั้งกองทุนออมทรัพย


ราคา 200,000 บาท โดยกูเงินจากธนาคารมา200,000 บาท ซึ่งจะผอนชําระ
กับธนาคารภายใน 5 ป

96 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
3. ไดนาํ เงินไปซือ้ อุปกรณตกแตงสํานักงานกองทุนราคา 20,000 บาท
โดยชําระเปนเงินสด และมีชาวบานชื่อนายสมชายนําเงินมาฝากกับกองทุน
ออมทรัพยจาํ นวน 5,500 บาท และนางสมหญิงไดขอกูเ งินจากกองทุนไป 5,000
บาท โดยกําหนดการชําระคือ 1 ป

5: งบกําไรขาดทุน

งบกําไรขาดทุนประกอบไปดวย
รายได คือ จํานวนเงินที่เขามาสูกิจการ ไมวาจะเปนเงินที่ไดจาก
การขาย การนําเงินไปลงทุน หรือดอกเบี้ยจากเงินฝาก เปนตน
คาใชจาย คือ เงินที่ไหลออกไปจากกิจการ เชน การซื้อของเขามา
เราก็จะตองเสียเงินออกไป ซึ่งก็ถือเปนคาใชจายอยางหนึ่งในงบกําไรขาดทุน
ซึง่ ความแตกตางระหวางเงินทีเ่ สียไปเปนคาใชจา ย และเสียไปเพือ่ ซือ้ สินทรัพย
นั้น ไดอธิบายไปกอนหนานี้แลวในสวนของงบดุล
กําไรสุทธิ คือ สวนของรายไดที่มากกวาคาใชจาย ซึ่งจะสงผลให
สวนของเจาของเพิ่มขึ้น

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 97
ขาดทุนสุทธิ คือ สวนของคาใชจายที่มากกวารายได ซึ่งจะสงผลให
สวนของเจาของลดลง

รายได > คาใชจาย รายได < คาใชจาย


กําไรสุทธิ ขาดทุนสุทธิ

รายไดคืออะไร?
รายไดของกลุมออมทรัพยจะประกอบไปดวย ดอกเบี้ยซึ่งรับจาก
การปลอยเงินกูใหแกสมาชิก คาธรรมเนียมตางๆ หรือรายไดจากการทํา
กิจกรรมอื่นๆ เชน กิจการรานคาชุมชน กิจการโรงสี ลานรับซื้อผลผลิต ฯลฯ

คาใชจายคืออะไร??
คาใชจา ยของกลุม ออมทรัพยจะประกอบไปดวย ดอกเบีย้ ทีจ่ า ยใหเงิน
ฝากของสมาชิก หรือดอกเบีย้ ในกรณีทกี่ ลุม กูย มื จากสถาบันการเงินหรือบุคคล
อืน่ เงินจายสวัสดิการ คาเสือ่ มราคา หรือคาใชจา ยในการดําเนินงาน เชน คานํา้
คาไฟ คาเดินทาง คาเบี้ยเลี้ยง คาจางคนงาน คาตอบแทนกรรมการ คาเบี้ย
ประชุม ฯลฯ
ซึ่งคาใชจายที่สําคัญมาก แตหลายกลุมไมไดคํานึงถึงคือ “คาเสื่อม
ราคา” ทัง้ นีจ้ ะตองลงคูก บั บัญชี “คาเสือ่ มราคาสะสม” โดยจะอธิบายรายละเอียด
ตอไปในทายบทนี้

98 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
วิธีการทํางบกําไรขาดทุนอยางงาย

ขอควรรู
ทัง้ รายไดและคาใชจา ยนัน้ จะไมรวมถึงการเปลีย่ นแปลงในสวนของผูถ อื หุน เชน
การเพิ่มทุนหรือการจายเงินปนผล

คําอธิบายรายการ
(1) รายไดจากดอกเบี้ยรับ หมายถึง รายไดที่เกิดจากการที่กลุมใหเงิน
แกผูอื่นเพื่อนําไปใช (การใหกูเงิน) แลวกลุมไดรับผลตอบแทนใน
รูปของดอกเบี้ย
(2) รายไดอนื่ ๆ หมายถึง รายไดทไี่ มไดเกิดจากการดําเนินงานตามปกติ
ของกิจการ กลาวคือเปนรายไดที่ไมไดมาจากการขายสินคาหรือ
บริการนั่นเอง

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 99
(3) ดอกเบี้ยจาย หมายถึง ดอกเบี้ยหรือคาตอบแทนที่กลุมตองจาย
เนื่ อ งจากการใช ป ระโยชน จ ากเงิ น ที่ ก ลุ  ม กู  ยื ม มา ในกรณี ข อง
กองทุนออมทรัพย คนมาฝากเงินก็เหมือนเปนเจาหนี้ จึงตองจาย
ดอกเบี้ยใหกับผูนําเงินมาฝาก
(4) คาใชจายในการดําเนินงาน หมายถึง คาใชจายที่เกิดขึ้นเนื่องมา
จากการขายสินคาหรือบริการ และคาใชจายที่เกิดขึ้นเนื่องจากการ
บริหารกิจการ ซึ่งคิดรวมทั้งกิจการ
(5) คาสวัสดิการ หมายถึง รายจายเพื่อประโยชนของพนักงานที่จะให
ผลดีแกการดําเนินงานโดยรวมของกิจการ เชน คารักษาพยาบาล
เปนตน
(6) คาใชจายอื่นๆ หมายถึง คาใชจายนอกเหนือจากที่จัดเขาเปน
ตนทุนขายและคาใชจายในการดําเนินงาน

รูปแบบการทํางบกําไรขาดทุนอยางงายนั้นมีขั้นตอนที่งายมาก และ
มีประโยชนในแงทชี่ ว ยใหเห็นถึงการดําเนินงานของธุรกิจวาเปนอยางไร ทัง้ ยัง
สามารถชวยในการคาดเดารายไดและกําไรในอนาคตไดอีกดวย ซึ่งมีขั้นตอน
ในการจัดทํา ดังนี้

100 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
แบบฝกการลงบัญชีในงบกําไรขาดทุน: ใหลงบัญชีในงบกําไรขาดทุนตาม
สถานการณที่กําหนดให
จากแบบฝกที่ผานมา หลังจากคณะกรรมการหมูบานไดลงทุนเปด
กองทุนออมทรัพย กขค รวมกัน เวลาผานไป 1 เดือน พบวากองทุนมีรายได
จากดอกเบี้ย 3,500 บาท และมีรายจายจากดอกเบี้ยเดือนนี้ 700 บาท คานํ้า
คาไฟ 200 บาท และคาแรง 300 บาท เมื่อจัดทํางบกําไรขาดทุนจะไดงบที่มี
ลักษณะดังนี้

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 101
แบบฝกการนําบัญชีในงบกําไรขาดทุนมาลงในงบดุล
จากแบบฝกของงบกําไรขาดทุนในเดือนแรกของการทํากองทุนออม
ทรัพย กขค เมื่อนําคาใชจายรวมหักออกจากรายไดรวมแลวเกิดรายการ กําไร
สุทธิขึ้นมา 2,300 บาท

102 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
6: เชื่อมโยงงบ

การนํายอดกําไรสุทธิไปปรับกําไรสะสมในงบดุล
1. กอนที่จะทํางบดุลสิ้นเดือน ใหนํากําไรสะสมของตนเดือนมาตั้ง
เปนกําไรสะสมตนงวดเสียกอน (นํา 380,000 บาทมาตัง้ เปนกําไร
สะสมตนงวด)
2. นํากําไรสุทธิจากการดําเนินงานมารวมกับกําไรสะสมตนงวดทีต่ งั้
ไว (นํา 432,300 มาบวกกับ 380,000 บาท)

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 103
3. บวกลบเลขในขอ 2 ถามีการจายเงินปนผล ก็ใหเอามาหักออกดวย
(หัก 200,000 บาทดวย)
4. ไดตัวเลขกําไรสะสมใหมในงบดุลสิ้นเดือนเทากับ (432,300 +
380,000) - 200,000 = 612,300 บาท

ขอสงสัย! แลวทําไมการจายเงินปนผลใหแกสมาชิกจึงไมลงเปนคาใชจา ยกอน?


การจายเงินปนผลนั้นไมถือวาเปนคาใชจาย เพราะการจายเงินปนผล
ตามหลักทางบัญชี เปนการปนผลตามสัดสวนของกําไรสุทธิ ซึ่งจะเกิดขึ้นไดก็
ตอเมื่อกองทุนดําเนินงานแลวเกิดกําไรสุทธิขึ้นมา หากกองทุนดําเนินงานแลว
ขาดทุนสุทธิ ก็จะจายเงินปนผลไมได

แบบฝกหัด: หากกองทุนจะชําระคืนเงินฝากของนายสมชายจะตองบันทึกใน
บัญชีใด อยางไร

เมื่อสิ้นสุดเดือนที่ 2 กองทุนออมทรัพย มีรายไดจากดอกเบี้ยรับ


4,000 บาท มีคาดอกเบี้ยจาย 820 บาท (ยังไมรวมของนายสมชายที่นําเงิน
มาฝากไวกอนหนานี้) คานํ้าคาไฟ 200 บาท คาแรง 300 บาท และตองชําระ
เงินฝากใหนายสมชายคืน เปนเงินตน 5,500 บาท และดอกเบี้ยจายของเดือน
กุมภาพันธ 55 บาท (อัตราดอกเบี้ยรอยละ 12 ตอป ดังนั้นดอกเบี้ยจายตอ
เดือน = 5,500X12%/12เดือน) เนื่องจากนายสมชายมาขอถอนเงินออกไป
ดังนั้น เมื่อจัดทํางบกําไรขาดทุนแลว จะไดงบที่มีลักษณะดังนี้

104 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในงบดุลจากกําไรที่เพิ่มขึ้น และการชําระคืน
เงินฝากใหนายสมชาย

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 105
ขอสงสัย
เงินที่ไดรับมาจากสมาชิกควรจะอยูในสวนของ “หนี้สิน” หรือใน “สวน
ของเจาของ”?
การจัดประเภทระหวางหนี้สินและสวนของเจาของนั้นควรดูระเบียบ
ของกลุม วาเงินสวนนัน้ (ไมวา จะเรียกวาเงินสัจจะหรือเงินหุน ก็ตาม) มีลกั ษณะ
ตรงกับ 2 เงื่อนไขตอไปนี้หรือไม
• หากสมาชิกตองการถอนเงินสวนนั้นแลว จะกระทบตอสิทธิ์ในการ
เปนสมาชิกหรือไม
• เงินจํานวนนั้นนําไปคํานวณเงินปนผลประจําปตอสมาชิกหรือไม

กรณีเงินจากสมาชิกที่บันทึกในชองสวนของเจาของ
• หากเปนเงินฝากจากสมาชิก โดยทีส่ มาชิกสามารถถอนออกไปใชได
แตจะตองลาออกจากการเปนสมาชิกกลุม แลวการสมัครใหมไมสามารถทําได
ทันที หรือทําใหสิทธิ์ที่ไดรับไมเหมือนสมาชิกเดิม

หรือ

• การจายเงินปนผลประจําปจะคํานวณจากยอดเงินในบัญชีนี้
หากเปนเชนนี้ก็ควรที่จะเปนสวนของเจาของ เพราะสมาชิกมีสวนได
สวนเสียกับผลการดําเนินงานประจําปของกลุม

กรณีเงินจากสมาชิกที่บันทึกในชองหนี้สิน
• หากเปนเงินฝากจากสมาชิกโดยที่ สมาชิกสามารถถอนออกไปใชได
โดยไมจําเปนตองออกจากการเปนสมาชิกกลุม

และ

• เปนบัญชีที่ไมไดใชคํานวณเงินปนผล

106 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
หากเปนเชนนี้ก็ควรนับเปนหนี้สิน เพราะมีพันธะผูกพันที่เกิดขึ้นกับ
กลุมวา ในอนาคตกลุมจะตองจายเงินนี้ใหแกสมาชิกหากสมาชิกตองการที่จะ
ถอนเงินออกไปใช
ในกรณีนรี้ วมถึงเงินสัจจะของกลุม ออมทรัพยทหี่ ากสมาชิกถอนออกไป
แลวจะสิ้นสมาชิกภาพ แตสามารถสมัครเปนสมาชิกใหมภายในปตอไปโดยมี
สิทธิ์อื่นๆ เทากับสมาชิกเดิม เงินสัจจะลักษณะดังกลาวก็สามารถบันทึกลงใน
ชองหนีส้ นิ ได เพราะถือวาการถอนเงินออกไปไมกระทบตอสิทธิก์ ารเปนสมาชิก
เดิมเมื่อสมัครเขาเปนสมาชิกกองทุนอีกครั้ง

เรื่องนารู: คาเสื่อมราคา
คาเสื่อมราคา หมายถึง มูลคาที่เสียไปของสินทรัพยตามการใชงาน
หรือเมื่อเวลาผานไป
วิธีคิด โดยสวนมากคาเสื่อมราคาในแตละงวดจะถูกคิดจากมูลคาของ
สินทรัพยนั้นๆ ตอนซื้อมา หารดวยจํานวนงวดการใชงานทั้งหมดที่เปนหนวย
เดียวกับงวดทางบัญชีของงบกําไรขาดทุนหรือเขียนเปนสมการไดวา

คาเสื่อมราคา = ราคาสินทรัพยตอนซื้อมา ÷ จํานวนงวดการใชงานทั้งหมด

สินทรัพยทคี่ วรตัดคาเสือ่ ม คือ สินคาของกลุม ทีม่ มี ลู คาสูงมากๆ ทัง้ นี้


ตองแลวแตการตกลงกันในกลุม เชน มากกวา 10,000 ขึน้ ไป อาทิ คอมพิวเตอร
อาคาร เครื่องคิดเงินอัตโนมัติ รถบรรทุก เปนตน
ตัวอยางเชน คอมพิวเตอรตอนซื้อมาราคา 20,000 บาท คาดวาจะ
มีอายุการใชงานทั้งหมด 5 ป (เทากับงวดทางบัญชี 5 ครั้ง หากทํางวดการทํา
บัญชีปล ะครัง้ ) คาเสือ่ มราคาของคอมพิวเตอรจงึ มีคา ปละ 4,000 บาท (20,000
÷ 5) หมายความวาแตละปที่เวลาผานไป คอมพิวเตอรจะมีมูลคาลดลงปละ
4,000 บาท

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 107
ทําไมตองคิดคาเสื่อมราคา?
ประโยชนของการคิดคาเสื่อมราคา คือ “การแสดงมูลคาสินทรัพยให
ใกลเคียงมูลคาแทจริงมากทีส่ ดุ โดยการคิดคาเสือ่ มจะทําใหทราบถึงมูลคาของ
สินทรัพยโดยประมาณ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งจะทําใหทราบวา ณ เวลานั้น
มูลคาของสินทรัพยดังกลาวมีการเสื่อมสภาพไปเทาไหรแลว และมีมูลคาเหลือ
อยูอีกประมาณเทาใด”
ประโยชนอีกอยางหนึ่งคือ เปนการเตรียมเงินไวเพื่อซื้อหาสินทรัพย
ใหมในอนาคตจากการใชงานสินทรัพยที่มีอยูเดิม เพราะหากไมมีการคิด
คาเสือ่ มราคาจะทําใหกาํ ไรสุทธิของกลุม ออมทรัพยมมี ากเกินไปและนําไปปนผล
มากเกินควร เมื่อเวลาผานไป สินทรัพยที่ใชอยูเกิดชํารุดเสียหาย ก็อาจจะไมมี
เงินสํารองเพียงพอในการซื้อหามาใช และกระทบตอการดําเนินงานดานอื่น

วิธีการบันทึก จะบันทึก 2 บัญชีดวยกัน คือ


- บันทึก “คาเสื่อมราคา” ในหมวดคาใชจาย ซึ่งจะปรากฏอยูในงบ
กําไรขาดทุน
- บันทึกเปน “คาเสือ่ มราคาสะสม” ในหมวดสินทรัพย โดยหักออกจาก
มูลคาสินทรัพยที่มีการเสื่อมในงบดุล

108 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
โดยปกติแลวคาเสื่อมเปนคาใชจายที่ไมไดมีการจายเงินออกไปเปน
ตัวเงินเหมือนคาใชจายทั่วไป ดังนั้นความผิดพลาดสวนมากจะเกิดจากการลืม
คาใชจายในสวนนี้ไป และไมไดบันทึกลงไปในบัญชี

ตัวอยาง: การบันทึกคาเสื่อมในงบกําไรขาดทุนและงบดุล
จากตัวอยางกอนหนา หากคอมพิวเตอรและเครื่องพิมพของกลุม
ออมทรัพยธรรมศาสตรมีอายุการใชงาน 5 ป
• คอมพิวเตอรมีราคา 20,000 บาท ดังนั้นคาเสื่อมของคอมพิวเตอร
คือ ปละ 4,000 บาท
• เครื่องพิมพมีราคา 5,000 บาท ดังนั้นคาเสื่อมของเครื่องพิมพคือ
ปละ 1,000 บาท
ซึ่งสงผลกระทบทําใหงบดุลและงบกําไรขาดทุนของกลุมออมทรัพย
ธรรมศาสตรเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเทียบกับการไมคิดคาเสื่อมราคา ดังนี้

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 109
ขอสังเกต
(1) จากงบดุลอันนี้ ในดานสินทรัพย มูลคาของคอมพิวเตอรและ
เครื่องพิมพที่ถูกรวมอยูใน รวมสินทรัพย จะเปนมูลคาที่ถูกหักดวยคาเสื่อม
ราคาสะสมแลวเทานั้น โดยจะเหลือมูลคา 16,000 บาท และ 4,000 บาท (รวม
แลวมูลคาของสินทรัพยลดลง 5,000 บาท)
(2) เนือ่ งจากคาเสือ่ มราคาจัดอยูใ นหมวดคาใชจา ย จึงมีผลทําใหกาํ ไร
สุทธิในงวดนี้ลดลง 5,000 บาท ซึ่งมีผลทําใหเมื่อสิ้นงวดกําไรสะสมจะลดลง
จาก 36,000 บาท เปน 31,000 บาท (มีผลทําใหยอดรวมในสวนของเจาของ
ลดลง 5,000 บาท)

110 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
บทที่ 5
:
หลักการจัดสวัสดิการ
“สวัสดิการ” จัดเปนบริการสําคัญของกลุม การเงินชุมชนหลายประเภท
อาทิ กลุม ออมทรัพย สหกรณออมทรัพย สัจจะสะสมทรัพย สัจจะลดรายจายวัน
ละบาท และกองทุนสวัสดิการชุมชน โดยมีเปาหมายหลักใหคนในชุมชนดูแล
ซึ่งกันและกัน “ตั้งแตเกิดจนตาย” บนพื้นฐานของความเอื้ออาทรตอกัน โดยใช
หลักคิดดังภาพตอไปนี้

ที่มาภาพ: เว็บไซต กองทุนสวัสดิการชุมชนตําบลอําแพง http://1bahtfund.com/index_1.html

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 113
1. เงินที่ใชจัดสวัสดิการมาจากไหน?

สวัสดิการของกลุมเกิดจากการที่สมาชิกในชุมชนมารวมกันคิด รวม
กันสรางระบบ รวมกันบริหารจัดการ และรวมกันรับประโยชน ตามหลักการ
“เฉลี่ยทุกขเฉลี่ยสุข” และ “ทุกคนรวมกันเปนเจาของ” ฉะนั้นเงินทุนในการจัด
สวัสดิการจึงมักจะมาจากการสมทบทุนจากสมาชิก ซึง่ ก็มไี ดหลากหลายรูปแบบ
แลวแตประเภทของกลุม เชน
• กลุม ทีก่ อ ตัง้ ขึน้ มาเพือ่ เนนการจัดสวัสดิการอยูแ ลว เชน กลุม สัจจะ
จะนําเงินสัจจะที่ไดรับจากสมาชิกมาจัดสวัสดิการ
• กลุมที่เนนการปลอยกูเปนหลักหรือทํากิจกรรมอื่น เชน กองทุน
หมูบาน วิสาหกิจชุมชน หรือหากมีกองทุนอื่นๆ อยูแลวในชุมชน
อาจเจียดผลกําไรเขามาสมทบ แลวตัง้ เปนกองทุนสวัสดิการชุมชน
• เงินสนับสนุนหรือเงินสมทบจากแหลงอื่นๆ เชน เงินสนับสนุน
จากองคกรปกครองสวนทองถิ่น หนวยงานภาครัฐ องคกรพัฒนา
เอกชน เปนตน
• รายไดทเี่ กิดจากการใชทรัพยากรในชุมชน ซึง่ กลุม ตกลงกันวาจะนํา
มาจัดสวัสดิการ เชน รายไดจากการจับปลาในแหลงนํ้าสาธารณะ

2. ควรตั้งสวัสดิการอะไรบาง ใชเงื่อนไขอะไร และควรเรียงลําดับกอนหลัง


อยางไร?

กลุมการเงินชุมชนไทย โดยเฉพาะประเภทที่เนนการจัดสวัสดิการ
มากกวาการปลอยกู อาทิ กลุมออมทรัพย สัจจะออมทรัพย และสัจจะสะสม
ทรัพย นิยมจัดสวัสดิการแบบ “เกิดแกเจ็บตาย” ตามหลักสัจธรรม กลาวคือ
จายเปนสวัสดิการเมือ่ สมาชิกคลอดลูก เปนบํานาญรายเดือนยามชรา เปนเงิน
อุ ด หนุ น ค า รั ก ษาพยาบาลยามป ว ยถึ ง ขนาดที่ ต  อ งค า งคื น ในโรงพยาบาล
และมอบเงินอุดหนุนคาฌาปนกิจใหกับครอบครัวเมื่อสมาชิกลวงลับ ในบรรดา
สวัสดิการทัง้ หมดนี้ คาฌาปนกิจนับเปนสวัสดิการกอนใหญทสี่ ดุ ตามคติการจัด

114 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
งานศพแบบพุทธในชนบท
นอกจากนี้ หลายกลุมยังจัดสวัสดิการดานอื่นเมื่อมีเงินเหลือ เชน
ทุนการศึกษา เงินสงเคราะหผูยากไรในหมูบาน เงินชวยเหลือเมื่อเกิดอุบัติภัย
เชน บานไฟไหม ที่นาถูกนํ้าทวม และเงินสงเคราะหผูพิการ เปนตน
สวัสดิการทั้งหมดที่พบในกลุมการเงินชุมชน สามารถแบงไดเปน 3
ประเภท ไดแก 1) สวัสดิการเกิดแกเจ็บตาย 2) สวัสดิการเสริม และ 3) สวัสดิการ
อื่น โดยเราสามารถสรุปหลักคิดในการจัดการสวัสดิการแตละประเภทไดดังตอ
ไปนี้

สวัสดิการพื้นฐาน: “เกิดแกเจ็บตาย”
หลักสัจธรรมในพุทธศาสนาชี้วา คนเราทุกคนไมมีใครหลีกเลี่ยงวงจร
“เกิดแกเจ็บตาย” ของชีวิตได ดวยเหตุนี้การจัดสวัสดิการเกิดแกเจ็บตาย จึง
ถือเปน “สวัสดิการพื้นฐาน” ที่กลุมการเงินชุมชนควรจัดใหแกสมาชิก โดยมี
ลักษณะดังตอไปนี้
• สวัสดิการเด็กทารก (เกิด) เชน ของรับขวัญเด็ก หรือชวยคาคลอด
บุตร
• สวัสดิการผูสูงอายุ 60 ปขึ้นไป (แก) เชน เบี้ยยังชีพ สิ่งของเครื่องใช
เครื่องอุปโภคบริโภค หรือการจัดเวรดูแล
• สวัสดิการการรักษาพยาบาล (เจ็บ) เชน ชวยคารักษาพยาบาล ชวย
คาพาหนะเดินทางไปหาแพทย การเขาเยี่ยมใหกําลังใจ
• สวัสดิการการเสียชีวิต (ตาย) เชน สมทบทุนคาจัดงานศพและ
พวงหรีด

หลักคิดในการใหสวัสดิการพื้นฐานขางตนคือ
• จํานวนเงินที่จายคาสวัสดิการควรคํานึงถึง “ความพรอม” ในการจัด
สวัสดิการ ซึ่งหลักๆ จะดูจาก “เงินทุนสะสม” ของกลุม ถากลุมพึ่ง
กอตั้งมายังไมนาน หรือมีขนาดเล็ก (สมาชิกไมถึง 100 คน เงินทุน
ไมถึง 10,000 บาท) ก็ควรทดลองตั้งเงินสวัสดิการเปนหลักสิบหลัก

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 115
รอยกอน พอถึงสิน้ ป เมือ่ สมาชิกทยอยสงเงินทัง้ ปแลว และกลุม มีราย
จายสวัสดิการจริงแลว คอยดูวาควรปรับจํานวนเงินหรือไมอยางไร
โดยกลุมจะตั้ง “กองทุนสวัสดิการ” ขึ้นมาตางหากเพื่อจัดสวัสดิการ
โดยเฉพาะ หรือไมตั้งก็ได เพราะความสําเร็จอยูที่ความสามารถใน
การบริหารจัดการเงินมากกวาการแยกบัญชีหรือไมแยกบัญชี
• กอนที่กลุมจะจายสวัสดิการให ผูใชสิทธิควรตองเปนสมาชิกมาแลว
อยางนอยระยะหนึ่ง เชน 180 วัน (6 เดือน) และมีประวัติที่ดี เชน
ไมขาดสงสัจจะเกิน 3 เดือน เพื่อกระตุนใหสมาชิกมีวินัย
• จํานวนเงินทีใ่ หสวัสดิการ “แก” หรือ “ตาย” อาจพิจารณาแปรผันตาม
อายุการเปนสมาชิก ยิง่ เปนสมาชิกกลุม มานานและไมขาดสง ยิง่ ควร
ไดรบั สวัสดิการมาก เพราะมีเงินสะสมอยูก บั กลุม มาก และเพือ่ รักษา
ความเปนธรรมระหวางสมาชิกตางรุน เพราะสมาชิกทีเ่ ขากอนสงเงิน
สะสมมามากกวา และรับความเสีย่ งตอนทีก่ ลุม ยังไมมนั่ คง มากกวา
สมาชิกที่มาทีหลัง

“กลุมที่เพิ่งตั้งใหมควรจัดสวัสดิการปวยและตายกอน โดยใหหลักไววา การจะ


กําหนดวาปนี้จะตั้งสวัสดิการกี่บาทตอกี่คืน ใหมองกองทุนสวัสดิการวาเปน
“แมไก” กองทุนนี้นําไปปลอยกูหรือลงทุนหากําไร ไดคาบํารุง ถือเปน “ไขไก”
ถาปใดจํานวนเงินรวมที่ตั้งไวจายไปมากเกินกวา “ไขไก” ที่ไดในปนี้ แสดงวา
เรากําลังฆา “แมไก” มากิน ตองหาสาเหตุและแกไข
...ถ า แม ไ ก มี น  อ ยกว า 10,000 บาท ควรทดลองตั้ ง สวั ส ดิ ก ารป ว ยนอน
โรงพยาบาล คืนละ 20 บาท ไมเกิน 15 คืนตอป ถาแมไกมีเงินมากกวา 10,000
บาท หรือสมาชิกมากกวา 200 คน อาจทดลองตั้งสูงกวานั้นได”

พระอาจารยสุบิน ปณีโต

116 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
สรุปหลักคิดในการกําหนดวงเงินและเงื่อนไขสวัสดิการพื้นฐานเปนตารางไดดังนี้

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 117
ความเหมาะสมของจํ า นวนเงิ น ให ดู จ ากผลประกอบการในป แ รก
ถาหากรายจายสวัสดิการ “สูงกวา” รายรับของกลุม (จากดอกเบี้ยเงินกู ฯลฯ)
ก็แสดงวามีคนปวยและตายคอนขางมาก หรือกลุมกําหนดเงื่อนไขสวัสดิการ
ไว “ดี” เกินไป (จายมากเกินควร) วิธีแกไขคือ ลองใชเงื่อนไขเดิมตอไปอีก 1 ป
แล ว ประเมิ น สถานการณ ใ หม หรื อ ลดเงิ น สวั ส ดิ ก ารหรื อ ลดจํ า นวนวั น ลง
(ในกรณีของสวัสดิการคารักษาพยาบาล)
ในทางกลับกัน ถาหากตลอดทัง้ ปกลุม มีรายรับ (จากดอกเบีย้ เงินกู ฯลฯ)
มากกวารายจายสวัสดิการคอนขางมาก และมีเสียงรองเรียนจากสมาชิกวา
ไมไดรับสวัสดิการเพียงพอ กรณีนี้อาจแสดงวากลุมตั้งเงื่อนไข “เขม” เกินไป
ควรพิจารณาเพิ่มเงินสวัสดิการ หรือผอนคลายเงื่อนไขใหสมาชิกใชสิทธิ์ได
งายขึ้น

ลองคิด 4: หลังทดลองมาหนึ่งป จะจัดสวัสดิการตออยางไรดี?


กลุม ออมทรัพยบา นนาเปนกลุม การเงินชุมชนใหม พึง่ กอตัง้ เมือ่ เดือน
มกราคม กรรมการและสมาชิกตกลงกันวาจะเริ่มจัดสวัสดิการ “ปวย” และ
“ตาย” กอน โดยกําหนดเงื่อนไขวา สมาชิกที่ปวยถึงขั้นคางโรงพยาบาล จะได
รับสวัสดิการรักษาพยาบาลคนละ 150 บาทตอคืน ปหนึ่งไมเกิน 15 วัน และ
เมื่อมีสมาชิกตาย ครอบครัวของผูตายจะไดรับสวัสดิการคาฌาปนกิจ รายละ
5,000 บาท นอกจากนี้กลุมยังเริ่มปลอยกูทันทีที่ไดเงินสัจจะ โดยใหสมาชิกกู
ไดไมเกินรายละ 10,000 บาท แตตองสงสัจจะติดตอกัน 6 เดือนไมขาด โดย
คิดดอกเบี้ยรอยละ 1 ตอเดือน (รอยละ 12 ตอป)
พอถึงปลายปแรก กลุม ออมทรัพยบา นนามีสมาชิก 80 คน มีเงินสัจจะ
สะสม 93,000 บาท ระหวางปจายสวัสดิการปวยใหกับสมาชิกรวม 20 คน
เปนเงิน 45,000 บาท จายคาสวัสดิการฌาปนกิจ 2 ราย จํานวน 10,000 บาท
ระหวางปปลอยกูใหกับสมาชิก 2 ราย เปนเงิน 20,000 บาท มีรายรับดอกเบี้ย
ทั้งป 2,400 บาท

118 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
กลุม ออมทรัพยบา นนามาปรึกษาคุณในฐานะผูม ปี ระสบการณทาํ กลุม
การเงินชุมชนมากอนวา สถานการณของกลุม เปนอยางไร คุณเห็นปญหาอะไร
บาง ควรปรับเปลี่ยนเงื่อนไขสวัสดิการอยางไรหรือไม?

“ควรใชเงื่อนไขสวัสดิการเพื่อการเรียนรู และฝกความอดทนรอคอย
ผลผลิต ใหคดิ วาเรากําลังปลูกไมยนื ตน ไมใชไมลม ลุก และเราก็ไมเรงปุย เรงยา
ใน 3-4 ปแรก เราแทบไมไดประโยชนจากไมยืนตน มีแตจะตองอดทนรอคอย
หมั่นรดนํ้าพรวนดิน ในป 5-6 จึงจะไดดอกผล ใหคิดแบบนี้ จึงไมควรใชเพื่อลอ
หรือดึงคนอืน่ เขามาเปนสมาชิกดวยการตัง้ สวัสดิการไวสงู จากประสบการณที่
ผานมามีหลายกลุมที่ตั้งเกณฑจายสวัสดิการไวสูง แลวตองจายมาก ฆาแมไก
มากิน แมไกไมมี ออกไขไมได กลุมก็ไมมีเงินจาย สมาชิกไมเชื่อถือ”

พระอาจารยสุบิน ปณีโต

สวัสดิการเสริม
เมื่อกลุมเริ่มคุนเคยกับการจัดสวัสดิการพื้นฐาน สามารถบริหาร
รายรับรายจายในแตละปใหมีกําไร และมีความมั่นใจกับการจัดสวัสดิการแลว
ก็ควรพิจารณาจัดสวัสดิการดานอื่นๆ ที่เปนประโยชนแกสมาชิก โดยดูจาก
ความตองการของคนในพื้นที่เปนหลัก ตัวอยางสวัสดิการเสริมในแงคิดของ
พระอาจารยสุบิน ปณีโต ไดแก
• สวัสดิการสมทบคานํา้ คาไฟ: “ควรจัดเมือ่ มีเงินทุนสวัสดิการมาก โดย
วิธีนี้จะเนนสมาชิกที่มีความประพฤติดี ไมเปนที่เดือดรอนแกชาว
บาน และมีสวนรวมการพัฒนาหมูบาน

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 119
• สวัสดิการการศึกษา: “ควรใชวิธีการทําสัญญาใหทุนการศึกษา
เปนคนๆ ใหจบการศึกษาไปเลย แลวสัญญาระบุวาใหกลับมาชวย
หมูบาน เพื่อแกปญหาสมองไหล”
• สวัสดิการพัฒนาหมูบ า น: “ชุมชนตองใหความสําคัญเรือ่ งการประกัน
อนาคตและสวัสดิการของตนเองกอน แตถากลุมโตแลวจะอุดหนุน
การพัฒนาหมูบานเปนครั้งๆ ไป ตามแตเหมาะสม ก็สามารถจะ
ทําได”

กลุมการเงินชุมชนหลายกลุมใชสวัสดิการเสริมเปนเครื่องมือในการ
เสริมสรางความสามัคคีในชุมชน จูงใจใหคนในชุมชนรวมตัวกัน โดยมีตัวอยาง
ที่นาสนใจไดแก
• “บัญชีกําไรชีวิต” เพื่อพาสมาชิกไปเที่ยวตางประเทศ โดยใหออมวัน
ละ 99 บาท ปหนึ่งก็ไดประมาณ 36,500 บาท หักคาตั๋วเครื่องบิน
แลวก็ยังเหลือเงินติดกระเปา โดยจะบอกไวกอนวาจะไปไหน แลว
กําหนดจํานวนสมาชิกที่จะไป เชน 70 คนเทานั้น ใครมากอนก็ได
กอน เพื่อใหเกิดความรูสึกรักสถาบันที่ตัวเองสังกัดอยู
• สมทบทุนทําบุญขึน้ บานใหม งานบวช และงานแตงงานของครอบครัว
สมาชิก ครั้งละ 1,000 บาท
• สวัสดิการคุม ครองอสังหาริมทรัพย เชน บานเรือนหรือสํานักงาน ใน
กรณีที่เกิดไฟไหมหรือนํ้าทวม คลายบริการประกันภัยของสถาบัน
การเงิน

รูไวใชวา: ในภาษาการเงินสากล บริการที่รวบรวมเงินจากสมาชิก แลวจายคา


ชดเชยเมือ่ เกิดเหตุการณทคี่ าดเดาลวงหนาไมไดวา จะเกิดเมือ่ ใด เชน การตาย
เรียกวา “ประกันขนาดจิ๋ว” (microinsurance) แตคนในชุมชนไทย โดยเฉพาะ
ในชนบทยังคุนเคยกับคําวา “สวัสดิการ” มากกวา “ประกัน” คําแรกจึงยังถูกใช
กันเรื่อยมา

120 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
สวัสดิการอื่นๆ
นอกเหนือจากการจัดสวัสดิการพืน้ ฐานและสวัสดิการเสริมแกสมาชิก
กลุม ยังสามารถพิจารณาจัดสวัสดิการอืน่ ๆ ใหแกผทู ไี่ มไดเปนสมาชิกกลุม เพือ่
ชวยเหลือผูดอยโอกาสในชุมชน และเสริมสรางความเปนนํ้าหนึ่งใจเดียวกัน
สวัสดิการเหลานี้มักจัดโดยการตัดสินใจของคณะกรรมการ เจียดเงินกําไรที่
เหลือปลายปไปทํา ตัวอยางสวัสดิการอื่นไดแก
• สวัสดิการพัฒนาวัฒนธรรม เชน การสมทบทุนเพื่อจัดกิจกรรมใน
ชุมชน
• สวัสดิการคนพิการ คนดอยโอกาส และผูถ กู ทอดทิง้ เชน เบีย้ ยังชีพ
การตรวจดูแล สุขภาพ และการรักษาพยาบาล

ขอควรระวัง!
ปจจุบันกลุมการเงินชุมชนบางกลุมเรียกเงินกูวา “สวัสดิการ” ทั้งที่
ในความเปนจริง เงินกูไมใชสวัสดิการ เพราะเปน “พันธะสัญญา” ที่ลูกหนี้ตอง
ชดใชเงินในอนาคต ไมใช “สิทธิประโยชน” ที่พึงไดในฐานะสมาชิกกลุมอยางใน
กรณีของสวัสดิการ

3. ควรบริหารจัดการเงินสวัสดิการอยางไร?

เปาหมายที่นาจะสําคัญที่สุดของการบริหารเงินสวัสดิการคือ “การ
กําหนดเงือ่ นไขการใหสวัสดิการทีส่ อดคลองกับฐานะทางการเงินของกลุม ” แต
ในขณะเดียวกันก็สามารถ “ตอบสนองความตองการพื้นฐานของสมาชิก” ได
กลุมตางๆ มักกําหนดการจายเงินสวัสดิการโดยดูตัวอยางจากกลุม
ที่เคยดําเนินการมากอนหนานั้น และนํามาปรับใชใหสอดคลองกับเปาหมาย
ของตนเอง กลุมสวนใหญประสงคจะเพิ่มจํานวนสมาชิก เงินสวัสดิการจึงอาจ
ถูกกําหนดใหสงู กวากลุม อืน่ ๆ มีกลุม จํานวนไมมากนักทีค่ อ นขางระมัดระวังใน

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 121
การใหเงินสวัสดิการ แตกลุมตางๆ เหลานี้มักจะมองขามขนาดของเงินกองทุน
สวัสดิการ ความสามารถในการหารายได หรือแหลงเงินทุนเพือ่ การจัดสวัสดิการ

จากประสบการณภาคสนาม พบวาการบริหารจัดการมักมีจุดออน เชน


• รายจายดานสวัสดิการไมสอดคลองกับรายรับ
• กลุมมองขามภาระผูกพันในอนาคต โอกาสหรือความนาจะเปนที่
สมาชิกจะเจ็บปวย แกชรา โดยเฉพาะอยางยิง่ สังคมคนชรา การจาย
เงินสวัสดิการจะนําเงินในอนาคตของคนอืน่ ๆ มาจาย จึงเปนการผลัก
ภาระความเสี่ยงไปสูคนรุนหลัง
• เมื่อกลุมตระหนักถึงภาระผูกพัน แตแกไขปญหาโดยพยายามเพิ่ม
จํานวนสมาชิกเพื่อระดมเงินออมในการจัดสวัสดิการ วิธีดังกลาวก็
ยังคงผลักภาระความเสี่ยงไปใหคนรุนหลังอยูดี เพียงแตยืดระยะ
เวลาออกไปเทานั้น

ตัวอยางแนวทางปฎิบัติที่เหมาะสม ไดแก
• ผูกเงื่อนไขการถอนเงินหรือผิดสัญญากับการรับผลประโยชนจาก
กองทุนสวัสดิการ เชน การเริ่มนับอายุสมาชิกใหมซึ่งทําใหจํานวน
เงินจากผลประโยชนสวัสดิการลดลง เปนตน นอกจากนี้ยังมีการ
ผูกเงื่อนไขการชําระเงินกับจํานวนเงินฝาก เงินหุน หรือเงินสัจจะ
หากผูกูผิดสัญญาชําระเงินคืน กลุมการเงินมีสิทธิ์ในการตัดคืนสวน
ชําระจากเงินดังกลาว
• ถาเปนกลุมที่เนนสวัสดิการไมควรเนนการจายปนผล เพราะตอง
ระวังเรื่องความเพียงพอของเงินกองทุนในอนาคตเปนหลัก เชน
กลุมสัจจะฯ วัดปากเจา ที่เนนสวัสดิการ จะหักจายเงินสวัสดิการ
และคาใชจายตางๆ ออกจากเงินบํารุงสัจจะ (รายไดจากดอกเบี้ย
เงินกู) กอน จากนั้นจึงจะจายเงินปนผลเพียงรอยละ 50 ของเงิน
บํารุงสัจจะที่เหลือ
• ประมาณการรายไดและทบทวนเงื่อนไขอยางตอเนื่อง โดยเฉพาะ

122 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
เงินฌาปนกิจเมื่อเสียชีวิต วิธีที่อนุรักษนิยมที่สุดคือ ใหสวัสดิการ
ดังกลาวเทากับเงินออมของสมาชิกที่ตาย เชน หากสมาชิกออมวัน
ละบาท ปละ 360 บาท และออมได 10 ป เงินออมรวม 3,600 บาท
เงินดังกลาวสามารถนํามาจัดสรรเปนเงินบํานาญและเงินฌาปนกิจ
ทั้งกอนรวมกันไมเกิน 3,600 บาท (ถาอัตราดอกเบี้ยเงินออมนําไป
ใชจายเพื่อสวัสดิการดานอื่นไดเพียงพอ) โดยอาจเก็บเงินฌาปนกิจ
เปนรายหัวของสมาชิก เชน หากกําหนดเงินฌาปนกิจรายละ 5,000
บาท และมีสมาชิก 100 คน สมาชิกแตละคนตองสมทบเงินฌาปนกิจ
คนละ 50 บาท วิธีดังกลาวถูกนํามาใชอยูบาง และมีขอดีคือ ไมเกิด
ปญหานําเงินในอนาคตมาใช หรือผลักภาระความเสีย่ งใหคนรุน หลัง
• หาแหลงรายไดทางอื่นบนฐานการพึ่งตนเอง เชน การเพิ่มเงินออม
การนําผลกําไรจากสินเชื่อหรือวิสาหกิจชุมชนมาใชจัดสวัสดิการ
บางกลุม นําเงินสบทบจากรัฐมาจัดสวัสดิการ แตขอ ควรระวัง
คือ การพึง่ พาภาครัฐจะบัน่ ทอนความมุง มัน่ ในการทํางานบนพืน้ ฐาน
ของประสิทธิภาพ อาจทําใหนักการเมืองแทรกแซงเขามามีบทบาท
ในกลุม และมีโอกาสจะทําใหกลุมสูญเสียความเปนกลางในการ
ตอบสนองความตองการของสมาชิกในชุมชนโดยปราศจากความ
ลําเอียง สงผลใหเกิดความไมเทาเทียมกันในการเขาถึงบริการของ
กลุม และเกิดความแตกแยกได
บางกลุม มีการตัง้ กองทุนสวัสดิการแยกจากกองทุนสัจจะ และ
ระดมทุนเขาสูก องทุนสวัสดิการอยางตอเนือ่ ง อีกทัง้ ยังมีการใหความ
สําคัญกับการเติบโตของกองทุนสวัสดิการเปนอยางมาก โดยสรุป
วิธีการระดมทุนเขาสูกองทุนสวัสดิการไดดังนี้
- การปลอยกูจ ากกองทุนสวัสดิการกอนกองทุนสัจจะ เพือ่ นํา
ดอกผลเขามาสูกองทุนสวัสดิการ
- ดอกเบี้ยเงินกู (เงินบํารุงสัจจะ) มีอัตราคอนขางสูง คือรอย
ละ 2 ตอเดือน ทําใหสรางรายไดใหกองทุนไดสูง อยางไรก็ดี อัตรา
ดอกเบี้ยสูงจะมีผลกีดกันคนจน ซึ่งตองหาวิธีการอื่นมาเสริมเพื่อ
ชวยเหลือคนจน
แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 123
- การจายเงินปนผลใหกับสมาชิกมิไดจายเงินปนผลใหกับ
สมาชิกทั้งหมด แตมีการหักรอยละ 50 ของกําไรสุทธิเขาสูกองทุน
สวัสดิการ
- การทําวิสาหกิจชุมชนทําใหมีรายไดเขามาจัดสวัสดิการ
อยางไรก็ดี กลุมควรทําวิสาหกิจชุมชนก็ตอเมื่อมี “ความพรอม”
เทานั้น (ดูรายละเอียดไดในบทที่ 7)
วิธกี ารระดมทุนเพือ่ จัดสวัสดิการดังกลาวขางตนเปนการเพิม่
การเติบโตและความยัง่ ยืนใหกบั กองทุนสวัสดิการมากขึน้ เพือ่ จะได
มีแหลงเงินทุนที่มากพอในการจายสวัสดิการในอนาคต

• ใหสิทธิลดหลั่นตามอายุสมาชิก และไมเปดรับสมาชิกทุกป หลาย


กลุมใชวิธีรับสมาชิกเปน “รุน” โดยที่รุนแรกๆ จะไดสิทธิมากกวา
รุน หลังๆ เพราะออมเงินกับกลุม มานานกวา และยินดีรบั ความเสีย่ ง
ตั้งแตกลุมยังไมมั่นคง หลายกลุมนอกจากจะใหสิทธิ์ลดหลั่นตาม
อายุสมาชิกแลว ยังใชวิธีเปดรับสมาชิกแคบางป เชน รอ 4 ป แลว
คอยเปดรับใหม เชน “เปด 4 ปด 4” หรือ “เปด 5 ปด 5” เพื่อรอใหมี
เงินออมสะสมจากสมาชิกมากพอที่จะจัดสวัสดิการเพิ่ม

ขอควรระวัง!
การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการจัดสวัสดิการเปน “สาระสําคัญ” ในการ
บริการของกลุม การเงินชุมชน ดังนัน้ การเปลีย่ นแปลงใดๆ ก็ตาม จึงตองนําเขา
ที่ประชุมสมาชิกประจําปกอน โดยใหสมาชิกออกเสียง และใชเสียงไมตํ่ากวา
กึง่ หนึง่ ของสมาชิกทัง้ หมดจึงจะแกไขเงือ่ นไขได แตเนือ่ งจากการเปลีย่ นแปลง
เงื่อนไขจะทําใหสมาชิกบางกลุมไมพอใจ โดยเฉพาะในกรณีที่ถูกตัดสิทธิหรือ
ไดสวัสดิการนอยลง กลุมจึงควร “บริหารจัดการ” เงินทุน (สัจจะ เงินหุน และ
เงินฝาก) อยางรัดกุม เนนการหารายได และตัง้ เงือ่ นไขทีอ่ นุรกั ษนิยมตัง้ แตตน
แทนที่จะลองผิดลองถูกแลวปรับเปลี่ยนเงื่อนไขไปเรื่อยๆ

124 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
รูไวใชวา สําหรับนักบริหารเจนสนาม
ความเสีย่ งประการสําคัญของการจัดสวัสดิการชุมชนคือเงินชวยเหลือ
ครอบครัวผูต าย เนือ่ งจากสวัสดิการสวนนีม้ กั กําหนดเปนเงินจํานวนมาก หลัก
หมื่นหรือหลายหมื่น หรือบางทีเปนแสน ทําใหกลุมอาจประสบปญหาไมมีเงิน
พอจายสวัสดิการในอนาคตได เมื่อสังคมไทยกําลังกาวเขาสู “สังคมผูสูงอายุ”
ซึ่งหมายความวา ในแตละป จํานวนสมาชิกที่ตายจะมีแนวโนมเพิ่มจํานวนขึ้น
เรื่อยๆ เปนการสรางแรงกดดันตอเงินทุนของกลุม
การจัดการสวัสดิการฌาปนกิจทีด่ ี สวนหนึง่ จึงตองอาศัย “การประมาณ
การ” สมาชิกที่จะเสียชีวิตในแตละป รายรับของกลุม จํานวนสมาชิกใหม และ
เงือ่ นไขการสงเงิน เพือ่ ประมาณการวากลุม มีแนวโนมทีจ่ ะไมมเี งินจัดสวัสดิการ
สวนนี้ในปใด และควรปรับเปลี่ยนเงื่อนไขอะไรบาง
กลุม สามารถใชโปรแกรม Excel ในการจัดทําการประมาณการดังกลาว
ตอไปนีเ้ ปนตัวอยางการใชโปรแกรมนีก้ บั ขอมูลจริงของกลุม ออมทรัพยแหงหนึง่
การพยากรณความยัง่ ยืนของกองทุนผูเ สียชีวติ (โปรแกรม Excel : ดาวโหลด
การพยากรณความยั่งยืนของกองทุนผูเสียชีวิต (โปรแกรม Excel)
ไดจาก http : // v-reform.org และ http : // www.fringer.org)
สมมุติฐานที่ใชในการพยากรณความยั่งยืนกองทุนผูเสียชีวิต
• สมาชิกจายเงิน 365 บาทตอป
• กลุมจายเงินสวัสดิการให 10 เทา ของเงินสะสมของสมาชิก
• อัตราการนําเงินไปหมุนเวียนอยูที่รอยละ 102
• วงเงินสูงสุดที่กลุมจะจายใหคือ 100,000 บาท

ขอมูลจริง (ปจจัยที่ไมสามารถปรับได)
• จํานวนสมาชิกเกาและใหม
ขอมูลจํานวนสมาชิกเกาที่ใชในการคํานวณอางอิงมาจากขอมูลใน
ทะเบียนกองทุนผูเสียชีวิต ณ ป พ.ศ. 2553 ในขณะที่ขอมูลจํานวนสมาชิกใหม
คํานวณจากจํานวนสมาชิกที่เขาใหมตั้งแตป พ.ศ. 2545 ถึงป พ.ศ. 2553 โดย
ใชโปรแกรม Excel ในการพยากรณจํานวนสมาชิกใหมลวงหนาในอีก 20 ป ดัง
ผลการคํานวณตอไปนี้
แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 125
• อายุการเปนสมาชิก
อายุการเปนสมาชิกกองทุนจะคํานวณนับจากปที่เขาจนถึงปปจจุบัน
โดยใชคา ฐานนิยม (mode) ซึง่ จะมีการแบงการคํานวณระหวางสมาชิกเกาและ
สมาชิกใหม เนือ่ งจากทางกองทุนผูเ สียชีวติ มีการกําหนดอายุสมาชิกใหมไมเกิน
65 ป และจากขอมูลอายุขยั เฉลีย่ ของสมาชิกทีก่ ลาวไปขางตน ดังนัน้ สมาชิกใหม
ที่เขาในป พ.ศ. 2554 จะเริ่มตนเสียชีวิตตั้งแตป พ.ศ. 2559 ดังตารางตอไปนี้

126 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
• อายุขัยเฉลี่ยของสมาชิก
อายุขัยเฉลี่ยของสมาชิกอางอิงจากอายุขัยเฉลี่ยของคนไทย ซึ่งจาก
การศึกษาขอมูลพบวา คนไทยมีอายุขยั เฉลีย่ เทากับ 70 ป ดังนัน้ จึงตัง้ สมมุตฐิ าน
วาสมาชิกจะเสียชีวิตเมื่ออายุครบ 70 ป

• จํานวนสมาชิกที่เสียชีวิตในแตละป
จํานวนสมาชิกที่เสียชีวิตในแตละปแบงออกเปน 2 สวน คือ สมาชิก
เกาและสมาชิกใหม ซึ่งสมาชิกเกาจะคํานวณจากขอมูลในทะเบียนกองทุนผู

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 127
เสียชีวิต ณ ป พ.ศ. 2553 โดยเลือกสมาชิกที่มีอายุครบ 70 ป ในขณะที่ขอมูล
จํานวนสมาชิกใหมเริ่มตนคํานวณจาก
1. หาจํานวนสมาชิกใหมในป พ.ศ. 2553 ทัง้ หมด นํามาหาอัตราสวน
ของสมาชิกในแตละชวงอายุตั้งแต 50-65 ปไดดังตารางตอไปนี้

2. นําสมาชิกใหมจากการประมาณการ คูณดวยอัตรารอยละที่
คํานวณมา เพื่อหาจํานวนสมาชิกในแตละชวงอายุ เชน จะหา
จํานวนสมาชิกอายุ 50 ป ที่เขาในป พ.ศ. 2554 (ซึ่งจะเสียชีวิตใน
ป พ.ศ. 2574) หาไดจากสมาชิกใหมทงั้ หมดทีเ่ ขาในป พ.ศ. 2554
คือ 712 คูณดวยเปอรเซ็นตที่คํานวณมาคือ 3% ดังนั้น สมาชิก
ใหมที่จะเสียชีวิตในป พ.ศ. 2574 เทากับ 18 คน

128 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
3. เลือกสมาชิกใหมที่มีกําหนดอายุครบ 70 ปในแตละปที่พยากรณ
เชน สมาชิกใหมที่เขารวมกองทุนผูเสียชีวิตตอนอายุ 65 ป ในป
พ.ศ. 2554 จะอายุครบ 70 ป ในปพ.ศ. 2559 เปนตน ซึ่งจะได
จํานวนสมาชิกใหมที่จะเสียชีวิตในปตางๆ ดังตารางซึ่งอยูหนา
ถัดไป

ปจจัยที่สามารถปรับได
• วงเงินตอบแทนสูงสุด
ปจจุบนั กองทุนผูเ สียชีวติ กําหนดวงเงินตอบแทนแกสมาชิกทีเ่ สียชีวติ
สูงสุด 100,000 บาท ซึ่งจะจายใหกับผูที่มีอายุการเปนสมาชิก 20 ปขึ้นไป
• อัตราผลตอบแทนแกสมาชิกผูเสียชีวิต
จํานวนเทาของเงินสมทบ โดยสมาชิกที่เขาเปนสมาชิกกองทุนกอน
ป พ.ศ. 2551 จะไดรับเงินชวยเหลือจากกลุม 25 เทาของเงินสมทบ ในขณะที่
สมาชิกที่เขาเปนสมาชิกตั้งแตป พ.ศ. 2551 เปนตนไป จะไดรับเงินชดเชยเมื่อ
เสียชีวิตตั้งแต 10-25 เทาตามแตจํานวนปในการเปนสมาชิก

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 129
• รายไดดอกเบี้ยที่ปนเขากองทุน
ในปจจุบัน มีการกําหนดไวที่รอยละ 2 จากรายไดดอกเบี้ยทั้งหมด
และรอยละ 7 ที่ไดรับจากการปลอยกู
• เงื่อนไขการรับสมาชิกใหม(การจํากัดอายุการรับสมาชิก)
ในปจจุบัน มีการกําหนดอายุของสมาชิกที่จะเขาไวไมเกิน 65 ป โดย
ไมมีการตรวจสุขภาพของสมาชิกอยางที่ควรจะเปน
• เงินสะสมที่ไดรับจากสมาชิกตอป
ปจจุบนั กองทุนผูเ สียชีวติ มีการเก็บคาสมาชิกแรกเขา 20 บาทและเงิน
สะสม 360 บาทตอปตอคน

ผลการพยากรณความยั่งยืนของกองทุนผูเสียชีวิต
จากผลการพยากรณความยั่งยืนของกองทุนผูเสียชีวิตพบวา กองทุน
จะไมสามารถจายผลตอบแทนแกสมาชิกที่เสียชีวิตได ตั้งแตป พ.ศ. 2558

130 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
วิธีปรับเปลี่ยนเงื่อนไข
เงื่อนไขตางๆ ที่สามารถปรับเปลี่ยนได เพื่อความยั่งยืนของกองทุนผู
เสียชีวิต (ในกรณีที่ปจจัยอื่นคงเดิม) มีดังตอไปนี้
วิธีที่ 1 ปรับเปลี่ยนอัตราการจายคาตอบแทนลดลง จาก 10-25 เทา
เหลือ 5 เทา พบวากองทุนมีความยั่งยืนมากขึ้น ดังรูป

วิธีที่ 2 ปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยที่ปนเขากองทุนอุบัติเหตุหมู จาก


รอยละ 2 เปนรอยละ 10 พบวากองทุนจะจายสวัสดิการไมได (ขาดทุน) ใน ป
พ.ศ. 2559 (จากเงื่อนไขเดิม จะขาดทุนในป พ.ศ. 2558) ดังรูป

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 131
วิธีที่ 3 ปรับเปลี่ยนเงินรับจากสมาชิกตอป จาก 360 บาท เปน 465
บาท พบวากองทุนจะขาดทุนในป พ.ศ. 2559 (จากเงื่อนไขเดิม จะขาดทุนใน
ป พ.ศ. 2558) ดังรูป

วิธีที่ 4 ปรับเปลี่ยนวงเงินสูงสุด จาก 100,000 บาท เปน 50,000 บาท


พบวากองทุนจะขาดทุนใน พ.ศ. 2568-2569 ดังรูป

132 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
สรุปปจจัยที่มีผลตอความยั่งยืนของกองทุน

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 133
บทที่ 6
:
กลไกควบคุมภายใน
หากเราเปรียบเทียบเหตุการณไฟไหมกับการทุจริตในกิจการ จะเห็น
ไดวาเหตุการณทั้ง 2 นั้นยอมเกิดจากสาเหตุบางประการ เชน การเสียบปลั๊ก
เครือ่ งใชไฟฟาทิง้ เอาไว การเกิดไฟฟาลัดวงจร ซึง่ เกิดไดทงั้ จากคนและอุบตั เิ หตุ
การควบคุมภายในก็เหมือนกับการปองกันเหตุรายที่จะเกิดขึ้น เชน
การดึงปลั๊กเครื่องใชไฟฟาออกทุกครั้งหลังใชงานเสร็จ หรือการติดตั้งตัวตัด
วงจร เพื่อตัดไฟเมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นกับวงจรไฟฟา สิ่งเหลานี้ชวยปองกัน
ตัวเราจากเหตุการณไฟไหมจากไฟฟาลัดวงจรได
ธุรกิจก็เชนเดียวกัน ความเสี่ยงที่จะทําใหเกิดการฉอโกงและการ
ทุจริตในองคกรสามารถเกิดขึน้ ไดหากไมมกี ารปองกันทีด่ ี การปองกันดังกลาว
ก็คือการสรางกลไกควบคุมภายในที่ดีพอในธุรกิจหรือกิจการ ซึ่งการควบคุม
ภายในก็เปรียบไดกับวัคซีนที่สรางภูมิคุมกันโรคเพื่อปองกันเหตุการณตางๆ
ที่จะเกิดขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังเปนสัญญาณเตือนภัยที่คอยบงชี้และเตือนถึง
สถานการณตา งๆ ภายในองคกรวามีโอกาสทีจ่ ะเกิดความเสีย่ งอะไรบาง ชวยให
กรรมการและสมาชิกสามารถคอยควบคุมและดําเนินงานภายใตสถานการณ
ตางๆ ไดอยางเปนปกติ

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 135
1. การควบคุมภายในของกลุมการเงินชุมชนมีอะไรบาง?

ดานการบริหาร

ดานการเงินและการบัญชี

เงินสด
(1) คนที่ทําหนาที่รับเงินหรือควบคุมการรับเงินกับคนที่ทําหนาที่
เกี่ยวกับบัญชี เชน คนลงบัญชีประจําวัน ควรเปนคนละคนกัน
(2) เจาหนาที่รับเงินตองมีหนาที่และความรับผิดชอบระบุไวแนนอน
และมีการสับเปลี่ยนหนาที่เปนครั้งคราว
(3) กลุมการเงินชุมชนควรกําหนดวงเงินขั้นสูงที่อาจจายเปนเงินสด
ไวในจํานวนทีเ่ หมาะสม โดยการจายเงินตองไดรบั การอนุมตั จิ าก
ผูมีอํานาจหรือมติที่ประชุมกรรมการ
(4) เมือ่ มีการรับเงิน ควรออกใบเสร็จรับเงินเปนหลักฐานใหกบั ผูช าํ ระ
เงินทุกครั้ง โดยออกใบเสร็จรับเงินสําหรับเงินที่ไดรับทุกจํานวน
และมีการเรียงเลขที่ใบเสร็จ
(5) เวลาทีม่ กี ารจายเงินสําหรับคาใชจา ยทีส่ าํ รองจายลวงหนาไปกอน
แลวจึงมาเบิกเงินคาใชจายกับกลุมการเงินชุมชน ตองมีใบเสร็จ
มาแสดงเปนหลักฐานทุกครั้ง และเมื่อนําใบเสร็จมาเบิกเงินแลว
ตองมีการประทับตรา “จายแลว” ทุกครั้ง
136 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
ลูกหนี้
(1) การจายเงินใหผูที่มาขอกูเงินทุกครั้งจะตองผานการอนุมัติจาก
คณะกรรมการเงินกู และมีการบันทึกไวในรายงานการประชุม
(2) สมาชิกจะตองยื่นคําขอกูพรอมทั้งหนังสือสัญญากูเงินตอกลุม
การเงินชุมชน
(3) กลุม การเงินชุมชนควรมีการจัดทําบัญชีแยกลูกหนีเ้ ปนรายบุคคล
(รายชื่อ รายละเอียดที่เกี่ยวของ และจํานวนเงินที่กูยืม) ไวให
เรียบรอยและเปนปจจุบัน โดยมีการบันทึกการเปลี่ยนแปลงทุก
ครั้ง เชน ในกรณีที่ลูกหนี้มาชําระเงิน หรือลูกหนี้มาขอเงินกูเพิ่ม
และเปรียบเทียบยอดรวมเงินกูร ายยอยกับบัญชีคมุ ยอด (ลูกหนี)้
ในสมุดรวมบัญชีทั่วไปใหตรงกันอยูเสมอ
(4) ถาหากมีการชําระหนี้คืนไมตรงเวลาเกินกวา 2 ครั้ง ควรมีการ
ติดตามทวงถาม และสอบถามสาเหตุที่ไมสามารถชําระคืนได
(5) การชําระหนีก้ อ นกําหนดทุกครัง้ ไดผา นขัน้ ตอนการตรวจสอบแลว

เงินรับฝาก
(1) การรับฝากและการถอนเงินตองบันทึกรายการลงในสมุดคูบัญชี
เงินฝากทันที
(2) การรับฝากและถอนเงินตองกระทําในเวลาทําการที่กําหนดไว
(3) ในการถอนเงินฝากจากกลุมการเงินชุมชน เจาหนาที่ผูมีหนาที่
รับผิดชอบตองตรวจสอบชื่อผูฝากจากบัตรประชาชนของผูที่
ประสงคจะถอนเงินและลายมือชื่อผูถอนที่ปรากฏในใบถอนเงิน
ฝากกับบัตรตัวอยางลายมือชื่อทุกครั้งใหถูกตองตรงกันกอนสง
มอบเงิน
(4) ในการฝากและถอนเงินทุกครั้ง สมาชิกเจาของบัญชีตองกรอก
ใบนําสงเงินฝาก หรือใบถอนเงินที่ไดลงลายมือชื่อกํากับ และนํา
สมุดคูบัญชีเงินฝากมาเพื่อบันทึกรายการทุกครั้ง
(5) ในการฝากหรือถอนเงิน ตองมีการเก็บสําเนาเอกสารทุกครั้ง

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 137
รายไดและคาใชจาย
(1) มีการพิสูจนความถูกตองครบถวนในการเรียกเก็บดอกเบี้ยรับ
จากเงินใหกเู ปนประจําทุกเดือน ดวยการตรวจสอบความสัมพันธ
ระหวางบัญชีลูกหนี้เงินใหกูกับบัญชีดอกเบี้ยรับจากเงินใหกู
(2) มีการวิเคราะหเปรียบเทียบคาใชจา ยทีเ่ กิดขึน้ จริงกับงบประมาณ
เปนระยะๆ เพือ่ ใชในการควบคุมคาใชจา ยใหอยูใ นงบประมาณที่
วางไว
(3) การจายเงินเพือ่ เปนคาใชจา ยตองมีเอกสารหลักฐานประกอบการ
จายเงินทีถ่ กู ตองสมบูรณ และตองไดรบั การอนุมตั จิ ากผูม อี าํ นาจ
กอนทุกครั้ง
ตอไปนี้เปนตัวอยางความเสี่ยงและขอเสนอแนะเกี่ยวกับการปรับปรุงกลไก
ควบคุมภายในของกลุมออมทรัพยแหงหนึ่งในประเทศไทย

กลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต กอน

138 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
กอน

การควบคุมภายใน (internal control)

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 139
หลัง

หลัง

140 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
ศูนยสาธิตการตลาด กอน

การควบคุมภายใน (Internal Control)

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 141
หลัง

กอน

142 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
การควบคุมภายใน (Internal Control)

หลัง

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 143
กลุมสวัสดิการ กอน

การควบคุมภายใน (Internal Control)

144 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
หลัง

กลุมสัจจะออมทรัพย กอน

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 145
การควบคุมภายใน (Internal Control)

หลัง

146 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
เงินสงเสริมอาชีพ

ลานรับซื้อผลผลิต กอน

ชั่งนํ้าหนักสินคา
ที่จะสงไปขาย
แลวจดบันทึกไว

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 147
กอน

ชั่งนํ้าหนักสินคา นําสมุดบัญชีไป
ที่จะสงไปขาย ปรับยอดใหเปน
แลวจดบันทึกไว ปจจุบัน

กอน

148 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
กอน

สมุดซื้อมัน
สมุดซื้อขาวโพดปอก

กอน

คาซอมแซมและบํารุงรักษา
คาแรง สมุดคานํ้ามัน คานํ้าคาไฟ
คาตอบแทนกรรมการ คาจางรถไปขาย
และคาใชจายเบ็ดเตล็ด

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 149
การควบคุมภายใน (Internal Control)

150 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
หลัง

ชั่งนํ้าหนักสินคา
ที่จะสงไปขาย
แลวจดบันทึกไว

จัดทําใบเสร็จรับเงิน
และสําเนาพรอมลง
ลายมือชื่อผูรับเงิน

หลัง

ลูกคาจะโอนเงินมาใหใน
ภายหลังประมาณ 1-2 อาทิตย
ที่บัญชีธนาคารกรุงเทพ
เลขที่บัญชี 430-0-71136-5
ชื่อบัญชี ลุงสวัสดิ์ แกวบัณฑิต
ซึ่งเปนเจาของลาน
ชั่งนํ้าหนักสินคา
ที่จะสงไปขาย
แลวจดบันทึกไว

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 151
หลัง

สํารวจความตองการปุยและเมล็ดพันธุ

ซื้อและผลิตปุย
และเมล็ดพันธุ
ใหเพียงพอ

สมุดซื้อปุยและ
เมล็ดพันธุ

จายคาปุยและ
เมล็ดพันธุ

สมุดเงินยืมปุย
และเมล็ดพันธุ

หลัง

สมุดซื้อมัน
สมุดซื้อขาวโพดปอก

จดบันทึกใน
สมุดคาใชจาย

152 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
หลัง

คาซอมแซมและบํารุงรักษา
คาแรง สมุดคานํ้ามัน คานํ้าคาไฟ
คาตอบแทนกรรมการ คาจางรถไปขาย
และคาใชจายเบ็ดเตล็ด

จดบันทึกใน
สมุดคาใชจาย

รายการคาซอมแซม
และบํารุงรักษา คาแรง
คานํ้ามัน คานํ้าคาไฟ
คาใชจายเบ็ดเตล็ด

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 153
บทที่ 7
:
หลักการประเมินความพรอมในการทําธุรกิจ
และสรุปกระบวนการพื้นฐานที่ควรมี
กลุม การเงินชุมชนเมือ่ แรกตัง้ จะยังมีเงินทุนหมุนเวียนไมมากนัก และ
จะเนนดานการจัดบริการหลัก ไดแก สัจจะหรือเงินฝาก สวัสดิการ และเงินกู แต
เมือ่ ดําเนินการไปไดระยะหนึง่ และเงินทุนสะสมเริม่ พอกพูนขึน้ หลายกลุม ก็จะ
เกิดแนวคิดวาอยากนําเงินทุนไปลงทุนเพื่อใหกอดอกออกผลมากกวานําเงิน
ไปฝากธนาคาร เพราะรายไดหลักของกลุมคือดอกเบี้ยรับจากเงินกูนั้นมีความ
ไมแนนอน อีกทัง้ การปลอยเงินกูร ะดับชุมชนก็ถกู จํากัดดวยพืน้ ทีแ่ ละฐานะของ
คนในชุมชนอีกดวย
ตัวอยางการลงทุนของกลุมการเงินชุมชน ไดแก
• การลงทุนในอสังหาริมทรัพย
• การลงทุนทํารานคาชุมชน โดยกลุม ทําเอง หรือลงทุนรวมกันระหวาง
กลุมกับสมาชิก
• การทํา OTOP วิสาหกิจชุมชน อาทิ โรงสีชุมชน โรงนํ้า เปนตน

การลงทุนเหลานีอ้ าจเปนแหลงรายไดทสี่ าํ คัญสําหรับกลุม แตถา กลุม


บริหารจัดการไมเปน หรือไมมีประสบการณในการดําเนินธุรกิจนั้นๆ มากอน
กลุมก็อาจเสี่ยงที่จะสูญเงินของสมาชิกได
ดวยเหตุนี้ กอนที่จะนําของเงินสมาชิกไปลงทุนในกิจกรรมที่ไมใช
บริการทางการเงิน กลุม จึงควรประเมินวามี “ความพรอม” ในการขยายขอบเขต
การดําเนินงานหรือไม

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 155
รายการตรวจสอบ (Check-List): กลุมพรอมที่จะลงทุนหรือไม?

ในบรรดากรรมการกลุม มีผูมีประสบการณเกี่ยวกับการลงทุนที่กลุม
จะทํา
การดําเนินธุรกิจตองอาศัยความรู ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ
ที่แตกตางจากการดําเนินกิจการองคกรการเงินชุมชนอยางมาก ดังนั้นถาหาก
กลุมสนใจจะลงทุนซื้อที่ดิน แตกรรมการกลุมไมมีใครมีประสบการณในการซื้อ
ทีด่ นิ มากอน ก็เปนการยากทีก่ ลุม จะประเมินวาราคาสมเหตุสมผลหรือไม ทีด่ นิ
ตรงนั้นควรซื้อหรือไม มีโอกาสเชิงพาณิชยอะไรบาง หรือถาหากกลุมสนใจ
จะเอาเงินมาลงทุนในโรงสีชุมชนเพื่อใหสมาชิกนําขาวมาสี แตกรรมการกลุม
ไมมใี ครมีประสบการณในการทําโรงสีมากอน ก็ยากทีจ่ ะรูว า ตองทําอยางไร ซือ้
เครื่องจักรจากที่ไหน ราคาสมเหตุสมผลหรือไม ขาวสีแลวจะสงขายอยางไร มี
ชองทางการตลาดอะไรบาง ฯลฯ

เงินทีจ่ ะนําไปลงทุนนัน้ คิดเปนสัดสวนไมถงึ รอยละ 5 ของเงินทุนสะสม


(หุน สัจจะ เงินฝาก) ทั้งหมดของกลุม (ไมใชสาระสําคัญในการดําเนินงานของ
กลุม)
ตอใหกรรมการกลุมทุกคนมั่นใจวาการลงทุนนี้จะไปไดดี เงินที่จะนํา
ไปลงทุนถามีสัดสวนคอนขางสูง เชน สูงกวารอยละ 5 ของเงินทุนทั้งหมดของ
กลุม ก็นบั วาเปนเงินคอนขางมาก ตองใชความระมัดระวังอยางยิง่ เนือ่ งจากถา
จะลงทุนจริงๆ ก็เปนการเปดใหกลุมมีความเสี่ยงมากกวาเดิม เชน ความเสี่ยง
ของตลาดที่ดิน ความเสี่ยงทางธุรกิจ ฯลฯ ซึ่งเปนความเสี่ยงที่กลุมไมคุนเคย
เพราะไมใชความเสี่ยงจากการใหบริการทางการเงิน

กลุมไดทําประมาณการแลววา ถาไมนับเงินที่จะไปลงทุน กลุมมีเงิน


เพียงพอที่จะรองรับความตองการของสมาชิกและการบริหารงานในอนาคต
การลงทุ น หลายแบบ โดยเฉพาะการลงทุ น ก อ ตั้ ง วิ ส าหกิ จ ชุ ม ชน
เป น การลงทุ น ระยะยาวที่ ต  อ งใช เ วลานานหลายป ก ว า จะได ผ ลตอบแทน

156 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
ในระหวางนัน้ เงินทีก่ ลุม นําไปลงทุนจะติดอยูก บั วิสาหกิจไมอาจนํากลับมาใชใน
การดําเนินงานของกลุม ได ฉะนัน้ กอนตัดสินใจลงทุน กลุม จะตองจัดทําแผนการ
ดําเนินงานในอนาคต จัดทําประมาณการทางการเงิน เพือ่ ใหมนั่ ใจวาเงินทีน่ าํ ไป
ลงทุนนัน้ จะไมเบียดบังเงินทีก่ ลุม จําเปนตองใชในอนาคต เชน รายจายสวัสดิการ
ฌาปนกิจที่เพิ่มสูงขึ้น หรือการลงทุนที่จําเปน อาทิ ซื้อคอมพิวเตอรเครื่องใหม
แทนเครื่องเดิมที่เกาเกินไป ซื้ออุปกรณเครื่องใชในสํานักงาน ฯลฯ

กลุมมี “ทางออก” จากการลงทุน


การลงทุนทุกชนิดมีความเสี่ยง ฉะนั้นกลุมจะตองประเมินวา หากการ
ลงทุนลมเหลว ขาดทุน หรือเกิดปญหาใดๆ ก็ตาม กลุมจะมีทางออกอยางไร
การมีทางออกยอมดีกวาไมมี เชน พันธมิตรทางธุรกิจตกลงตั้งแตตนวา จะรับ
ซื้อหุนของวิสาหกิจนั้นๆ คืนทั้งหมดถาหากกลุมอยากขายหุนคืน หรือหาก
ที่ดินแปลงที่ไปลงทุนนั้นกําลังเปนที่ตองการของตลาด ถาตัดสินใจขาย นาจะ
ขายไดราคาดี เปนตน
กลุม ควรหลีกเลีย่ งการลงทุนทีใ่ ชเวลานานกวาจะใหผลตอบแทน และ
ไมมีทางออกที่ชัดเจนจากการลงทุน

กรรมการกลุมไมมีผลประโยชนทับซอน
กรรมการกลุม เมือ่ ทําหนาทีก่ รรมการ จะตองพิทกั ษรกั ษาผลประโยชน
ของสมาชิกเปนหลัก แตถา หากสวม “หมวก” ใบอืน่ ดวย ก็อาจเกิดผลประโยชน
ทับซอนที่ทําใหกลุมมีความเสี่ยงได เชน ถาประธานกลุมเปนเจาของรานคาใน
ชุมชน อยากใหกลุมนําเงินทุนสวนหนึ่งมาลงทุนเปดสาขาที่ 2 ประธานก็อาจ
สวมหมวก “เจาของรานคา” มากกวา “ประธานกลุม ” และอยากนําเงินของกลุม
ไปเอื้อประโยชนใหรานคาตัวเองเปนหลักก็ได ดวยเหตุนี้ การลงทุนใดๆ ก็ตาม
จึงไมควรมีผลประโยชนทับซอนเลย หรือถามีผลประโยชนทับซอน กรรมการ
ทุกคนและสมาชิกตองหารือกันวา สมควรที่กลุมจะเสี่ยงหรือไม และจะไดรับ
ผลตอบแทนที่คุมคาหรือไม

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 157
การลงทุนนี้ไดรับการอนุมัติจากที่ประชุมสมาชิกแลว
การลงทุนทุกอยางที่อยูนอกเหนือขอบเขตการดําเนินงานปกติของ
กลุม จะตองไดรับการอนุมัติจากที่ประชุมประจําป โดยสมาชิกกลุมไมตํ่ากวา
กึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดยกมือใหความเห็นชอบ กลุมจึงจะดําเนินการได

สวนสุดทายของคูม อื ฉบับนีส้ รุป “กระบวนการพืน้ ฐาน” ทีท่ กุ กลุม ควร


มี เปนรายการตรวจสอบดังตอไปนี้

รายการตรวจสอบ (Check-List): กระบวนการพื้นฐานที่กลุมควรมี

มิติการเงิน

1. มีระบบบัญชีที่ไดมาตรฐาน และมีการตรวจสอบบัญชีทุกปเชน
ลงรายการใหถูกตองตามหมวดหมู มีการบันทึกคาเสื่อมของ
สินทรัพยที่ใชในการดําเนินงาน เปนตน
2. ปดบัญชี (งบการเงิน) ของกองทุนไดทุกป
3. มีกระบวนการวิเคราะหความสามารถในการชําระหนี้ของลูกหนี้
4. มีกระบวนการติดตามหนี้ และมีกระบวนการแกไขหนี้ที่มีปญหา
(ปรับโครงสรางหนี้)
5. มี ก ารกํ า หนดเงื่ อ นไขการให ส วั ส ดิ ก ารที่ ส อดคล อ งกั บ ฐานะ
ทางการเงินของกลุม
6. มีการวางแผนทางการเงินเพือ่ สามารถบริหารความเสีย่ งของกลุม
เชน เพื่อใหมีเงินเพียงพอที่จะจัดสวัสดิการอยางยั่งยืน

มิติการบริหารจัดการ

7. มีการเปดเผยบัญชีของกลุม ณ ที่ทําการกลุม และสรุปผลการ


ดําเนินงานในที่ประชุมของกลุม

158 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
8. มีเปาหมายในการดําเนินงานรายป เชน เปาหมายจํานวนสมาชิก
ใหม เปาหมายการพึ่งตนเอง เปนตน
9. มีการแบงหนาที่และขอบเขตความรับผิดชอบของกรรมการและ
เจาหนาที่อยางชัดเจน และมีกระบวนการประเมินผลงานของ
กรรมการและเจาหนาที่
10. มีระเบียบที่กําหนดวาระการดํารงตําแหนงของกรรมการ
11. มีกระบวนการสรางบุคลากรใหมที่จะเปนกรรมการของกลุมใน
อนาคต และมีการพัฒนาศักยภาพบุคลากร

มิติทางสังคม

12. มีการประเมินระดับคุณภาพชีวติ ของสมาชิกทีก่ ยู มื วาดีขนึ้ หรือไม


13. มีเปาหมายและกระบวนการเพื่อสรางโอกาสใหคนจน คนดอย
โอกาส และผูสูงอายุใหเขาถึงกองทุน
14. มีกระบวนการสรางแรงจูงใจใหสมาชิกในการออม เชน มีบริการ
เงินออมหลากหลายประเภท ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
15. มีการสรางแรงจูงใจใหสมาชิกมีสวนรวมในกิจกรรมของกลุมและ
ชุมชน

ตัวอยางกระบวนการปฏิบัติที่เปนเลิศ

ในสวนนี้จะเสนอตัวอยางกระบวนการปฏิบัติที่เปนเลิศ โดยใชตัวเลข
หัวขอและชื่อหัวขอตาม “รายการตรวจสอบ” ของกระบวนการที่ทุกกลุมควร
มี แตจะนําเสนอเพียงบางกระบวนการที่ตองการการอธิบายในรายละเอียด
ตัวอยางกระบวนการทีน่ าํ เสนอจะมาจากประสบการณภาคสนามของไทย และ
บางสวนเปนประสบการณของตางประเทศ

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 159
มิติการเงิน
กระบวนการที่ 3: การวิเคราะหความสามารถในการชําระหนี้ของลูกหนี้
• การประเมินจากความสมํา่ เสมอในการสงเงินสัจจะรายเดือน เปนการ
วิเคราะหอยางงายที่หลายๆ กลุมใชอยูในลักษณะที่เปน “สัญญาณ
เตือนภัย”

อยางไรก็ดี เพือ่ ปองกันความเสีย่ ง กลุม ควรพิจารณาความสามารถใน


การชําระหนีต้ งั้ แตกอ นการปลอยกู กลุม สวนใหญกจ็ ะประเมินในประเด็นนีด้ ว ย
โดยมีแนวปฏิบัติที่นาสนใจ ตัวอยางเชน
• การหาขอมูลวาสมาชิกมีการกูจากกลุมอื่นๆ ดวยหรือไม การ
บูรณาการทุนชุมชนและการหาขอมูลการกูย มื ของสมาชิกจะชวยให
รูภ าระหนีท้ แี่ ทจริงของสมาชิกและสามารถใชประเมินความสามารถ
ในการชําระหนี้ของสมาชิกได ในบางพื้นที่ที่มีกลุมการเงินหลาย
กลุม ก็จะใชวธิ บี รู ณาการทุนเพือ่ ใหสมาชิกแตละคนมีสญั ญากูเ พียง
สัญญาเดียว
• การจัดชั้นของสมาชิกและปลอยเงินกูตามศักยภาพ เชน
- กูไดมาก กูไดนอย กูโดยปราศจากดอกเบี้ยสําหรับสมาชิก
ที่อาจไมมีศักยภาพในการชําระหนี้ และกลุมตองการสนับสนุนให
สามารถชวยตัวเองได
- กําหนดวงเงินกูสัมพันธกับเงินออม เชน สมาชิกสามารถกู
ไดสูงสุด 1 เทา หรือ 2 เทา ของยอดเงินฝากและสัจจะรวมทั้งหมด
- การประเมินดวยอัตราสวนความสามารถในการชําระหนี้
โดยอัตราสวนความสามารถในการชําระหนี้ (debt service ability
ratio) = รายไดเฉลี่ยของลูกหนี้ตอป / ภาระหนี้เฉลี่ยของลูกหนี้
(เงินตนรวมดอกเบี้ย) ตอป โดยอัตราสวนดังกลาวไมควรมีคาตํ่า
กวา 1/5 หรือรอยละ 20 กลาวคือ สมาชิกไมควรมีหนี้เกิน 5 เทา
ของรายได ขอดีของตัวชีว้ ดั นีค้ อื สามารถมองภาระหนีเ้ ปรียบเทียบ

160 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
กับรายได จึงสะทอนความสามารถในการชําระหนี้ที่ชัดเจนกวา
ตัวชี้วัดอื่นๆ หากเปรียบเทียบอัตราสวนดังกลาวปตอป ก็จะเห็น
ภาพที่ชัดเจนขึ้นวา การกูยืมในอดีตกอใหเกิดความสามารถใน
การสรางรายไดที่ทําใหภาระหนี้ลดลงในระยะยาว หรือการกูยืม
กอใหเกิดการเพิ่มหนี้เร็วกวารายไดที่เพิ่มขึ้นกันแน และมิไดมอง
ยอดหนี้เพียงดานเดียวจนเห็นวา หนี้สินเพิ่มขึ้นเปนผลดานลบ
เสมอไป เพราะหากหนี้ สิ น ช ว ยเพิ่ ม ศั ก ยภาพและเพิ่ ม รายได
ไดมากกวายอดหนี้ที่เพิ่มขึ้น ก็อาจจะมิใชปญหา

กระบวนการที่ 4: การติดตามหนี้และกระบวนการแกไขหนี้ที่มีปญหา (ปรับ


โครงสรางหนี้)
• ในขั้ น แรก ควรกํ า หนดระยะเวลาการชํ า ระเงิ น กู  ใ ห เ หมาะสม
สอดคลองกับแผนการผลิตและศักยภาพของผูกู โดยเฉพาะอยางยิ่งในภาค
เกษตรที่มีการผลิตและการเก็บเกี่ยวตามฤดูกาล ทําใหเกษตรกรอาจมีรายได
ไมสมํา่ เสมอ ระยะเวลาการชําระเงินกูค วรสอดคลองกับระยะเวลาการเก็บเกีย่ ว
หรือใหทยอยชําระเปนรายเดือนเพื่อไมใหเปนภาระเกินกําลัง โดยดอกเบี้ยจะ
คิดตามยอดหนี้คงเหลือ (เชน กลุมสัจจะสะสมทรัพยเพื่อพัฒนาคุณธรรมครบ
วงจรชีวิต วัดปากเจา)
• มีแนวทางการติดตามหนี้และการแกปญหา หัวใจสําคัญคือ การ
เยี่ยมเยียนสมาชิกอยางสมํ่าเสมอจะชวยใหรูขอจํากัดของสมาชิกกอนถึง
กําหนดเวลาชําระหนี้ เพื่อหาทางชวยเหลือใหสมาชิกสามารถชําระหนี้ไดตรง
เวลา หรือปรับแผนใหผอนผันการชําระหนี้ไดถามีเหตุจําเปน
บางครั้งสมาชิกเปนหนี้จากหลายแหลง ทําใหไมสามารถชําระหนี้ให
กลุมได ในกรณีเชนนี้ บางกลุมใชวิธี “โอนหนี้” คือ กลุมชําระหนี้ภายนอกที่มี
อัตราดอกเบี้ยสูงแทนสมาชิก เทากับสมาชิกมาเปนหนี้กลุมแตเพียงทางเดียว
การทําเชนนีน้ อกจากจะชวยลดภาระดอกเบีย้ ของสมาชิกแลว กลุม ยังสามารถ
เขามาชวยเหลือวางแผนการชําระหนีใ้ หเหมาะกับศักยภาพของสมาชิกไดอยาง
เต็มที่

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 161
กระบวนการที่ 5: การกําหนดเงื่อนไขการใหสวัสดิการที่สอดคลองกับฐานะ
ทางการเงินของกลุม
กลุมตางๆ มักกําหนดการจายเงินสวัสดิการโดยดูตัวอยางจากกลุม
ที่เคยดําเนินการมากอนหนานั้น และนํามาปรับใชใหสอดคลองกับเปาหมาย
ของตนเอง กลุมสวนใหญประสงคจะเพิ่มจํานวนสมาชิก เงินสวัสดิการจึงอาจ
ถูกกําหนดใหสงู กวากลุม อืน่ ๆ มีกลุม จํานวนไมมากนักทีค่ อ นขางระมัดระวังใน
การใหเงินสวัสดิการ แตกลุม ตางๆ เหลานี้ มักจะมองขามขนาดของเงินกองทุน
สวัสดิการ ความสามารถในการหารายได หรือแหลงเงินทุนเพือ่ การจัดสวัสดิการ
จากประสบการณภาคสนาม พบวาการบริหารจัดการมักมีจุดออน เชน
• รายจายดานสวัสดิการไมสอดคลองกับรายรับ
• กลุมมองขามภาระผูกพันในอนาคต โอกาส หรือความนาจะเปนที่
สมาชิกจะเจ็บปวยและแกชรา โดยเฉพาะในสังคมคนชรา การจาย
เงินสวัสดิการจะนําเงินในอนาคตของคนอื่นๆ มาจาย จึงเปนการ
ผลักภาระความเสี่ยงไปสูคนรุนหลัง
• ถึงกลุมจะตระหนักถึงภาระผูกพัน แตหากแกไขปญหาดวยการ
พยายามเพิ่มจํานวนสมาชิกเพื่อระดมเงินออมในการจัดสวัสดิการ
วิ ธี ก ารดั ง กล า วก็ ยั ง คงผลั ก ภาระความเสี่ ย งไปให ค นรุ  น หลั ง
เพียงแตยืดระยะเวลาออกไปเทานั้น

ตัวอยางแนวทางปฎิบัติที่เหมาะสม ไดแก
• ถาเปนกลุมที่เนนสวัสดิการ ไมควรเนนการจายปนผล เพราะตอง
ระวังเรื่องความเพียงพอของเงินกองทุนในอนาคตเปนหลัก เชน
กลุมสัจจะฯ วัดปากเจาที่เนนสวัสดิการ จะหักจายเงินสวัสดิการ
และคาใชจายตางๆ ออกจากเงินบํารุงสัจจะ (รายไดจากดอกเบี้ย
เงินกู) กอน จากนั้นจึงจะจายเงินปนผลเพียงรอยละ 50 ของเงิน
บํารุงสัจจะที่เหลือ
• ประเมินแหลงรายไดเพื่อการจัดสวัสดิการ โดยเฉพาะเงินฌาปนกิจ
เมื่อเสียชีวิต เชน หากสมาชิกออมวันละบาท ปละ 360 บาท และ
ออมได 10 ป มีเงินออมรวม 3,600 บาท เงินดังกลาวสามารถนํามา
162 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
จัดสรรเปนเงินบํานาญและเงินฌาปนกิจทัง้ กอนรวมกันไมเกิน 3,600
บาท (ถาอัตราดอกเบี้ยเงินออมนําไปใชจายเพื่อสวัสดิการดานอื่น
ไดเพียงพอ) โดยอาจเก็บเงินฌาปนกิจเปนรายหัวของสมาชิก เชน
หากกําหนดเงินฌาปนกิจรายละ 5,000 บาท และมีสมาชิก 100 คน
สมาชิกแตละคนตองสมทบเงินฌาปนกิจคนละ 50 บาท วิธีดังกลาว
ถูกนํามาใชอยูบาง และมีขอดีคือ ไมเกิดปญหานําเงินในอนาคตมา
ใชหรือผลักภาระความเสี่ยงใหคนรุนหลัง
• หาแหลงรายไดทางอื่นบนฐานการพึ่งตนเอง เชน การเพิ่มเงินออม
การนําผลกําไรจากสินเชื่อหรือวิสาหกิจชุมชนมาใชจัดสวัสดิการ
ตัวอยางวิธีการระดมทุนเขาสูกองทุนสวัสดิการไดแก
- การปลอยกูจ ากกองทุนสวัสดิการกอนกองทุนสัจจะ เพือ่ นํา
ดอกผลเขามาสูกองทุนสวัสดิการ
- ดอกเบี้ยเงินกู (บางสัจจะเรียกวา “เงินบํารุง”)
- การจายเงินปนผลใหกับสมาชิก โดยไมนํากําไรสุทธิไป
จายเงินปนผลใหกับสมาชิกทั้งหมด แตมีการหักรอยละ 50 ของ
กําไรสุทธิเขาสูกองทุนสวัสดิการ
- การทําวิสาหกิจชุมชน ทําใหมีรายไดเขามาจัดสวัสดิการ

กระบวนการที่ 6: การวางแผนทางการเงินเพื่อใหสามารถบริหารความเสี่ยง
ของกลุม
ยังไมคอยพบการวางแผนทางการเงินอยางเปนระบบในกลุมองคกร
การเงินชุมชนไทย การวางแผนทางการเงินสามารถทําไดถามีระบบบัญชีที่
ดี เพื่อนําตัวเลขทางบัญชีไปคิดอัตราสวนทางการเงินสําหรับตอบโจทยตางๆ
อยางไรก็ดี จากการจัดเวทีกบั กลุม องคกรการเงินชุมชน พบวา กลุม ตางๆ มีขอ
สงสัย เชน กลุม ยังสามารถจะปลอยเงินกูเ พิม่ ไดหรือไม หรือผลการดําเนินการใน
อนาคตของกลุม จะเปนอยางไรถาเงินฝากไมเพิม่ ขึน้ คําตอบของคําถามดังกลาว
ขึน้ อยูก บั นโยบายหรือแนวทางของกลุม และการประเมินฐานะทางการเงินทีเ่ ปน
จริงจากตัวเลขทางบัญชีทถี่ กู ตอง (สามารถทบทวนเรือ่ งดังกลาวไดในชวงทาย
ของบทที่ 4 เรื่อง “หลักการบัญชี”)
แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 163
มิติการบริหารจัดการ
กระบวนการที่ 7: การเปดเผยบัญชีของกลุม ณ ที่ทําการกลุม
• รายงานตัวเลขทางบัญชีทสี่ าํ คัญดวยตัวอักษรขนาดใหญบนบอรด ณ
ที่ทําการกลุม (เชน กลุมโมคลาน จ.นครศรีธรรมราช)

กระบวนการที่ 8: การกําหนดเปาหมายในการดําเนินงานทางการเงินรายป
เชน เปาหมายจํานวนสมาชิกใหม เปาหมายการพึง่ ตนเองทางการเงิน
และการหาแนวทางปฎิบัติเพื่อบรรลุเปาหมาย
กลุมสวนใหญไมมีการกําหนดเปาหมายรายปในการดําเนินงาน โดย
เฉพาะในมิติดานสังคมหรือคุณภาพชีวิตของสมาชิก การกําหนดเปาหมาย
รายปสามารถกระทําไดโดย
• การวิเคราะหตนเองดวยตัวชี้วัดมิติทางสังคมและทางการเงิน เพื่อ
ใหรูสถานะที่เปนจริงของกลุม
• เมือ่ รูส ถานะทีช่ ดั เจนแลว กลุม จึงจัดเวทีกบั สมาชิกและกรรมการเพือ่
กําหนดเปาหมายและตัวชี้วัดรวมกัน เพื่อพิจารณาสถานะที่เปนอยู
และความเปนไปไดในการดําเนินการ
• กําหนดแนวทางการปฏิบัติเพื่อใหบรรลุเปาหมาย โดยทบทวน
แนวทางที่เปนอยู ปรับปรุงแนวทาง หรือหาแนวทางใหม

กระบวนการที่ 9: การประเมินผลงานของกรรมการและเจาหนาที่
เปนการพิจารณาผลการปฏิบัติงานวาไดผลบรรลุตามวัตถุประสงค
ของกลุม หรือไม การปฏิบตั งิ านสรางความพึงพอใจใหแกสมาชิกหรือไมอยางไร
ตัวอยางกระบวนการประเมินผลงานของกรรมการและเจาหนาที่มีดังนี้
• กรรมการและเจ า หน า ที่ มี ส  ว นร ว มให ค วามเห็ น ในการจั ด ทํ า
กระบวนการเพื่อการประเมินผลงาน
• มีการกําหนดหลักการประเมินและวิธีการประเมินผลงาน เชน

164 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
ประเมินในเรื่องใด มีเกณฑในการใหคะแนนอยางไร ใครเปนผู
ประเมิน เปนตน
• มีการนําผลการประเมินไปใชประโยชน เชน ใชในการใหคา ตอบแทน
หรือใชเปนขอมูลใหแกสมาชิกในการเลือกกรรมการ

กระบวนการที่ 11: การสรางบุคลากรใหมทจี่ ะเปนกรรมการของกลุม ในอนาคต


และการพัฒนาบุคลากร
• การสรางบุคลากรใหมและการรักษาบุคลากรไวขึ้นอยูกับวากลุมมี
วิธีการอยางไรในการผูกใจ จัดการ และพัฒนาผูปฏิบัติงานเพื่อนํา
ศักยภาพของพวกเขามาใชอยางเต็มที่ และสอดคลองไปในทิศทาง
เดียวกับเปาหมายของกลุมในการพัฒนาบุคลากร กลุมตองมีการ
ประเมินความตองการดานขีดความสามารถของกรรมการและ
เจาหนาที่ รวมถึงมีการสรางสภาพแวดลอมในการทํางานเพือ่ นําไป
สูผลปฏิบัติการที่ดี
• การกําหนดแรงจูงใจขึ้นอยูกับลักษณะคานิยมของกลุมและชุมชน
อาจเป น การให คุ ณ ค า ที่ ไ ม ใ ช ตั ว เงิ น หรื อ สิ่ ง ของ หรื อ อาจเป น
ของรางวัล เชน เงินสวัสดิการกรรมการ คาตอบแทน แตสิ่งเหลานี้
ควรเปดเผยหลักเกณฑและชีแ้ จงใหสมาชิกรับทราบเพือ่ ใหเกิดความ
โปรงใส (เครือขายออมทรัพยสําโรงใต จังหวัดสมุทรปราการ กลุม
กองทุนหมูบานหลายกลุม กลุมกะหรอ)
• อยางไรก็ดี กลุมมักไมเลือกการเพิ่มคาตอบแทนกรรมการเพื่อ
ตอบแทนการทํางานอยางมีประสิทธิภาพ ถึงแมตวั ชีว้ ดั ทางการเงิน
จะสะทอนใหเห็นวาสามารถกระทําได เพราะคาใชจายของกลุมยัง
คงตํ่า และประโยชนสวนใหญถูกโอนไปใหแกสมาชิกในอัตราที่สูง
พอจะปรับลดลงไดบาง

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 165
• กรรมการกลุมมาจากการสรรหา โดยดูจากความรูความสามารถ
ความรับผิดชอบ อุปนิสยั และศักยภาพในการเขารวมทํางาน (เพราะ
เปนงานที่ตองทุมเทเวลา) โดยอาจจะมีการฝกงานกอน และมี
คาตอบแทนกรรมการคนละ 600 บาทตอเดือน

มิติทางสังคม
กระบวนการที่ 12: การประเมินระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกที่กูยืม
การประเมินคุณภาพชีวิตของสมาชิกวาดีขึ้นหรือไม มีความสําคัญ
เพราะเปนเปาหมายสูงสุดของการมีองคกรการเงินชุมชน เงินที่สมาชิกไดรับ
จากการกู  ยื ม หรื อ เงิ น สวั ส ดิ ก ารยั ง ไม ใ ช เ ป า หมายสุ ด ท า ย แต เ ป น เพี ย ง
“เครื่องมือหนึ่ง” ซึ่งนําไปสูการบรรลุเปาหมายดานการพัฒนาคุณภาพชีวิต
• กลุมตั้งเปาหมายในเรื่องดังกลาว
• มีกระบวนการติดตามการใชเงินที่สมาชิกกูยืมไป และมีกรรมการ
ที่ดูแลดานนี้ลงไปเยี่ยมสมาชิก ในเชิงหลักการ การใชเงินตาม
วัตถุประสงคที่แจงในการกูยืมอาจไมใชเรื่องใหญ ตราบใดที่เงินนั้น
ถูกนําไปใชจายในการเพิ่มศักยภาพ การแกปญหา หรือการเพิ่ม
คุณภาพชีวิตของสมาชิก เพราะสมาชิกในระดับฐานรากมักจะมี
ความเปราะบาง และมีโอกาสที่จะเผชิญกับภาวะความเสี่ยงในการ
ประกอบอาชีพหรือการดําเนินชีวิต

กระบวนการที่ 13: การกําหนดเปาหมายและกระบวนการเพื่อสรางโอกาสให


คนจน คนดอยโอกาส และผูสูงอายุใหเขาถึงกองทุน
ในกรณีที่มีเปาหมายใหคนจนเขาถึงได ควรมีแนวทางการปฏิบัติดังนี้
• ทบทวนวาอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมสําหรับคนจนควรเปนอยางไร
กลุม มักเชือ่ วาพวกตนชวยเหลือคนจนอยูแ ลว เพราะมองโดยเปรียบ
เทียบกับคนในเมืองหรือคนกลุม อืน่ ๆ แตมกั จะมองขามคนทีจ่ นทีส่ ดุ
ในชุมชน อัตราดอกเบี้ยรอยละ 0.5-1 ตอเดือนที่จัดเก็บอยู ก็อาจจะ
สูงเกินไปสําหรับคนเหลานั้น

166 คูมือองคกรการเงินชุมชน:
• คิดกิจกรรมสนับสนุนใหคนกลุมนี้ชวยตนเองได อาจเปนการใหเงิน
กูปราศจากดอกเบี้ยเพื่อลงทุนประกอบอาชีพ เชน ขายของเล็กๆ
นอยๆ หรือปลูกพืชสมุนไพร (กลุมออมทรัพยเพื่อการผลิตทาทราย
จังหวัดชัยนาท)

กระบวนการที่ 14: การสรางแรงจูงใจใหสมาชิกมีการออม


• มีบริการเงินออมที่หลากหลาย ทั้งในประเภทระยะสั้นและระยะยาว
• มีบริการเงินออมเฉพาะวัตถุประสงค เชน การออมเพือ่ การศึกษาบุตร
• เชื่อมโยงการออมกับการใหสวัสดิการและการใหสินเชื่อ

กระบวนการที่ 15: การสรางแรงจูงใจใหสมาชิกมีสวนรวมในกิจกรรมของกลุม


และชุมชน
• มีกิจกรรมสานสัมพันธกับสมาชิก (เครือขายออมทรัพยสําโรงใต)
• จัดกิจกรรมหรือสวัสดิการที่ตรงกับความตองการของสมาชิก เชน
การใชเงินของกลุม โอนหนีน้ อกระบบเขามาอยูใ นการบริหารจัดการ
ของกลุม การซื้อที่ดินที่สมาชิกติดหนี้
• มีการใหสวัสดิการแกสมาชิก โดยสมาชิกตองมารับดวยตนเอง ทําให
เกิดชองทางในการพบปะ และสื่อสารกับสมาชิกรายบุคคล (กลุม
สัจจะสะสมทรัพยเพื่อพัฒนาคุณธรรมครบวงจรชีวิต วัดปากเจา)

แนวทางการบริหารจัดการองคกรการเงินชุมชน 167