You are on page 1of 328

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ก ก ก ก ก ก พระราชกฤษฎี
ก ก กกา ก ก ก ก ก ก
ใหใชบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย"
ก ก บรรพ
ก ก ๑ และก ๒ ที่ไดตรวจชํากระใหม๑ ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มีพระบรมราชโองการ ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มงกุฎเกลาเจาอยูหัว ใหประกาศจงทราบทั่วกันวา
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
จําเดิมแตไดออกประกาศประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย" บรรพ ๑ และ ๒ แต
วันที่ ๑๑ พฤศจิกกายน พระพุ
ก ทธศั
ก กกราช ๒๔๖๖
ก เปนตนมา กไดมีความเห็
ก นกแนะนํ
ก ามากหลาย
ก เพื่อยัง
ประมวลกฎหมายนี้ใหสมบูรณ"ยิ่งขึ้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
และเมื่อไดพิจารณาโดยถองแทแลว เห็นเปนการสมควรใหตรวจชําระบทบัญญัติใน
ก ก ก ก ก
บรรพ ๑ และ ๒ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิ ก ก ้นกใหม
ชย"ที่กลาวมาขางตนนั ก ก

ก ก ก ก ก ก
จึ่งทรงพระกรุ ณาโปรดเกลาฯ สัก่งวา บทบั
ก ก ก ก
ญญัติเดิมในบรรพ ๑ และ ก ก ก
๒ แหงประมวล ก
กฎหมายแพงและพาณิ ก
ชย"ทกี่ไดประกาศไวแต
ก ก ก
ณ วันที่ ๑๑ พฤศจิ

กายนก พระพุ ทธศักราช ๒๔๖๖ นั้น
ก ก ก
ใหยกเลิกเสียสิ้น และใชบทบัญญัติที่ไดตรวจชําระใหมตอทายพระราชกฤษฎีกานี้แทนสืบไป
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ประกาศมา ณ วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พระพุทธศั กราช ๒๔๖๘ เปนป:ที่ ๑๖ ใน
รัชกาลป;ตยุบันนี้ ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ราชกิจจานุเบกษา เลม ๔๒/-/หนา ๑/๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๖๘
-๒- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

พระราชบัญญัติ
ก ก ก ก ก ใหใชบทบั
ก ญญักติบรรพ
ก ก๑ ก ก ก ก ก ก
แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย"ที่ไดตรวจชําระใหม
ก ก ก ก พ.ศ.ก ๒๕๓๕ ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กภูมิพกลอดุลยเดช ป.ร. ก ก ก ก ก
ใหไว ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕
ก ก ก ก ก เปBนป:ทกี่ ๔๗ ในรักชกาลป;
ก จกจุบัน ก ก ก ก ก ก

พระบาทสมเด็
ก กจพระปรมิ
ก ก นทรมหาภู
ก มิพลอดุลยเดช
ก มีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ
ก ก ก ก
ใหประกาศวา
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
โดยที่เปBนการสมควรปรับปรุงบทบัญญัติบรรพ ๑ แหงประมวลกฎหมายแพงและ
พาณิชย" และบทบัญญักติลักษณะก ๒๓ก สมาคม
ก ก ก ก ก ก ก
ของบรรพ ๓ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิ ชย"
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหตราพระราชบัญญัติขึ้นไวโดยคําแนะนําและยินยอม
ของสภานิติบัญญัติแหงชาติ
ก ทํากหนาที
ก ่รัฐกสภา กดังตอไปนี้ ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๑ พระราชบัญญักตินี้เรียกวา
ก “พระราชบั
ก ก กญญัติใหใชบทบัญญักติบรรพ ๑ก แหง
ก ก ก
ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย"ที่ไดตรวจชําระใหม พ.ศ. ๒๕๓๕”
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเมื่อพนกําหนดหกสิบวันนับแตวันถัดจาก
กวันประกาศในราชกิ
ก ก ก จจานุก เบกษาเปBนตนไปก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓ ใหแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย"บรรพ ๑ และบรรพ
ก๓ ดังตอไปนี
ก ้ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๑) ใหยกเลิกบทบัญญัติบรรพ ๑ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย" ซึ่งไดใช
บังคับโดยพระราชกฤษฎี ก กาใหใชบทบั
ก ก กญญั ตกิแหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิ
ก ก ก ก ชย" บกรรพ ๑ และ
บรรพ ๒ ที่ไดตรวจชําระใหม พ.ศ. ๒๔๖๘
ก ก ก ก(๒) ใหยกเลิ
ก กลักษณะ ๒๓
ก สมาคมก ของบรรพ
ก ก ก๓ แหงประมวลกฎหมายแพงและ
ก ก ก ก ก
พาณิชย" ซึ่งไดใชบังคับโดยพระราชกฤษฎีกาใหใชบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย"
บรรพ ๓ ที่ไดตรวจชํากระใหม พ.ศ.
ก ๒๔๗๑
ก ก ก ก ก ก ก ก
(๓) ใหใชบทบัญญัติทายพระราชบัญญัตินี้เปBนบรรพ ๑ แหงประมวลกฎหมายแพง
กและพาณิกชย"ทกี่ไดตรวจชํ
ก การะใหม ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก๒ ราชกิกจจานุเบกษา เลม ๑๐๙/ตอนที


ก ่ ก๔๒/หนา
ก ก๑/๘ เมษายน
ก ๒๕๓๕ ก ก ก ก ก
-๓- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๔ เอกสารที่มีการใชตราประทับแทนการลงลายมือชื่อตามมาตรา ๙ วรรค


กสอง แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิ
ก ก ก ก ชกย" กอนการแกไขเพิ
ก ก ก่มเติมกโดยพระราชบัญญัตกินี้ ซึ่งไดกระทํ
ก กา ก ก
ขึ้นกอนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ใหมีผลสมบูรณ"เสมือนกับลงลายมือชื่อตอไป
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๕ บทบัญญัติบรรพ ๑ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย" ที่ไดตรวจ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ชําระใหมทายพระราชบัญญัตินี้ ไมกระทบกระเทือนถึงความสมบูรณ"ของการใหกูยืมเงินที่ผูเสมือนไร
ความสามารถไดกระทํกาขึ้นกอนวั
ก นทีก่พระราชบั
ก กญญัตินี้ใชบังคับ ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๖ ผูจัดการทรัพย"กสินของผูกไมอยูกที่ศกาลไดตั
ก ้งขึ้นกอนวันที่พระราชบั
ก ญญักตินี้ใกช ก ก
บังคับ หากยังมิไดจัดทําบัญชีทรัพย"สินของผูไมอยูหรือจัดทํายังไมแลวเสร็จ ใหจัดทําใหแลวเสร็จ
ภายในสามเดือนนับกแตวันที่พกระราชบั
ก กญญัตกินี้ใชบังคับ และใหนํ
ก ามาตราก ๕๒ก และมาตรา
ก ก ๕๓ แหง
ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย"ที่ไดตรวจชําระใหมทายพระราชบัญญัตินี้มาใชบังคับ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๗ ใหองค"กรหรือหนวยงานที่กฎหมายบัญญัติใหเปBนทบวงการเมืองตาม
ก ก ก ก ก ก
ความหมายของมาตรา ๗๒ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิ ชย" ซึ่งกถูกยกเลิ
ก ก ก
กโดยมาตรา ๓ (๑)
แหงพระราชบั

ญญัตินี้ คงมีฐานะเปBนนิติบุคกคลตอไปก ก ก ก
ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๘ ใหบรรดาสมาคมที
ก ก ก ก ่ไดจดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิ
ก ก ก ก ก ชย"
กอนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ เปBนสมาคมตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย"
กที่ไดตรวจชํ
ก าระใหมทายพระราชบั
ก ก ก ญญัตินี้ ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
สมาคมใดที่ ไ ดจดทะเบี ย นตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิ ช ย" ก อนวั น ที่
พระราชบัญญัตินี้ใชบักงคับ มิไดใชชื
ก ่อกซึ่งมีกคําวาก “สมาคม” ประกอบกั
ก บชื่อของสมาคมใหยื
ก ก ก ก่นคําขอแกไข
ขอบังคับของสมาคมใหถูกตองตามมาตรา ๘๐ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย"ที่ไดตรวจชําระ
กใหมทายพระราชบั
ก ก กญญัตกินี้ ภายในสองป:นับกแตวันที่พกระราชบั ก กญญัตกินี้ใชบังคับ ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๙ สมาคมตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่ ง สมาคมใด มี วิ ธี จั ด การโดยไมมี
กคณะกรรมการเปB
ก ก กนผูดํากเนินกิจการของสมาคมตามมาตรา
ก ก ก ก๗๙ (๖) ก แหงประมวลกฎหมายแพงและ
ก ก ก ก ก
พาณิชย"ที่ไดตรวจชําระใหมทายพระราชบัญญัตินี้ ถาสมาคมนั้นไมดําเนินการยื่นคําขอแกไขขอบังคับ
ของสมาคมและจั ด ใหมี
ก ค ณะกรรมการเปB
ก ก ก นกผู ดํ า เนิ น กิ จ การของสมาคมภายในสองป:
ก ก ก ก ก นั บ แตวั น ที่
พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ใหนายทะเบียนถอนชื่อสมาคมนั้นออกจากทะเบียน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๐ สมาคมตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง สมาคมใด มีสมาชิกไมถึงสิบคน หาก
สมาคมนั้นไมไดจัดใหมี
ก จํานวนสมาชิ
ก ก กกตามมาตรา
ก ๘๑ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิ
ก ก ก ก ก ชย"ที่ได
ตรวจชําระใหมทายพระราชบัญญัตินี้ ภายในสองป:นับแตวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ใหนาย
กทะเบียนถอนชื
ก ก่อสมาคมนั
ก ก ้นออกจากทะเบีกยนตามมาตรา ก ก ๑๐๒
ก (๕)ก แหงประมวลกฎหมายแพงและ
ก ก ก ก ก
พาณิชย"ที่ไดตรวจชําระใหมทายพระราชบั
ก ก ก ก ก
ญญัตินี้ ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๑๑ ใหบรรดามูลกนิธิที่ไดจดทะเบี
ก ก ยกนตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิ
ก ก ก ชกย" ก ก
-๔- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

กอนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ เปBนมูลนิธิตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย"
กที่ไดตรวจชํ
ก าระใหมทายพระราชบั
ก ก ก ญญัตินี้ กและใหถือกวาตราสารกอตั
ก ก ก ้งมูลนิธิดังกลาวเปBกนขอบังคักบของ
ก ก ก
มูลนิธิตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย"ที่ไดตรวจชําระใหมทายพระราชบัญญัตินี้
มู ลกนิ ธิ ใ ดที่ ไกดจดทะเบี
ก ก ย นตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิ
ก ก ก ก ก ชก ย" ก อนวั น ที่
พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ มิไดใชชื่อซึ่งมีคําวา “มูลนิธิ” ประกอบกับชื่อของมูลนิธิ ใหยื่นคําขอแกไข
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ขอบังคับของมูลนิธิใหถูกตองตามมาตรา ๑๑๓ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย"ที่ไดตรวจชําระ
ใหมทายพระราชบัญญัก ตินี้ ภายในสองป:ก ก กนับแตวั ก นที่พระราชบัญญักตินี้ใชบังคักบ ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๑๒ บรรดามูลนิกธิที่มีอยูกอนวั
ก นกที่พกระราชบั
ก ญญัตินี้ใชบังคับกและมิไดเปB
ก นนิกติ ก ก
บุคคล ถาประสงค"จะจัดตั้งเปBนนิติบุคคลและใชคําวา “มูลนิธิ” ประกอบชื่อของตนตอไป ตองยื่นคํา
ขอจดทะเบียนตามมาตราก ๑๑๔
ก แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิ
ก ก ก ก กชย" ที่ไกดตรวจชํ
ก การะใหมทาย
พระราชบัญญัตินี้ ภายในหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๓ มูลนิธิตามมาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง มูลนิธิใด มีขอบังคับที่กําหนดใหมี
ก ก ก ก ก
ผูจัดการของมูลนิธิไมถึ งสามคนในวั นที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคักบ ถามูลนิกธินั้นกไมดํกาเนินกการยื่นคําขอ

แกไขขอบักงคับกของมู
ก ก
ลนิธิเพื่อใหมีคณะกรรมการซึ

่งประกอบดวยบุ
ก ก ก ก
คคลไมนอยกวาสามคนเปB ก
นผูกดําเนิกน ก ก
กิจการของมูลนิธิภายในหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ใหนายทะเบียน
ดํ า เนิ น การตามมาตรา
ก ๑๒๘ก แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิ
ก ก ก ก ชกย" ที่ ไกดตรวจชํ
ก กา ระใหมทาย
พระราชบัญญัตินี้เพื่อสั่งการใหแกไขขอบังคับของมูลนิธิใหถูกตองตามกฎหมายตอไป ถาปรากฏวา
กมูลนิธิใดไมสามารถดํ
ก ก ก าเนิก นกิจการตอไปได กก็ใหนายทะเบี
ก กยนรองขอตอศาลใหมี
ก ก คําสั่งใหเลิ
ก กมูลนิกธิตามก ก ก
มาตรา ๑๓๑ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย"ที่ไดตรวจชําระใหมทายพระราชบัญญัตินี้
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๔ บรรดาระยะเวลาที่บัญญัติไวในบรรพ ๑ แหงประมวลกฎหมายแพง
กและพาณิกชย"แกละทีก ่บัญญั
ก ติไวในลักษณะ ๒๓
ก สมาคม ก ของบรรพ
ก ก ก๓ แหงประมวลกฎหมายแพงและ
ก ก ก ก ก
พาณิชย" ซึ่งใชบังคับอยูกอนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ หากระยะเวลาดังกลาวยังไมสิ้นสุดลงใน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
วันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ และระยะเวลาที่กําหนดขึ้นตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายแพง
กและพาณิกชย"ทกี่ไดตรวจชํ
ก การะใหมทายพระราชบั ก ญญักตินี้ แตกตางกั
ก ก กบระยะเวลาที่กําหนดไวเดิ
ก มกใหนํกา ก ก
ระยะเวลาที่ยาวกวามาใชบังคับ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๕ ใหแกเลขมาตราตามที่มีอยูในมาตราตาง ๆ แหงประมวลกฎหมายแพง
กและพาณิกชย"เปBกนเลขมาตราตามบรรพ
ก ก ๑ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิ
ก ก ก ก ก ชย"ที่ไดตรวจชํ
ก าระใหม
ก ก ก ก
ทายพระราชบัญญัตินี้ ดังตอไปนี้
(๑)ก“มาตราก๙ วรรคสองและวรรคสาม”
ก ก ก ในมาตรา
ก ๑๖๖๖
ก กใหแกเปB
ก กน “มาตรา ๙
วรรคสอง”
ก ก ก ก(๒) “มาตรา ก ก ๑๔๖๔
๒๙” ในมาตรา ก และมาตรา
ก ก ก๑๕๑๙ ใหแกเปBน ก“มาตรา ๒๘” ก ก ก ก
(๓)ก“มาตรา ก๓๔”กในมาตรา
ก ก
๑๖๑๐ และมาตรา

๑๖๑๑ก ใหแกเปB
ก ก ก
น “มาตรา ๓๒”
(๔) “มาตรา ๖๐ มาตรา ๖๑ มาตรา ๖๓” ในมาตรา ๑๕๗๗ ใหแกเปBน “มาตรา
ก๕๖ มาตรา
ก ๕๗ก มาตราก ก๖๐” ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
-๕- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๕) “มาตรา ๖๕” ในมาตรา ๑๖๐๒ ใหแกเปBน “มาตรา ๖๒”


ก ก ก ก(๖) “มาตรา
ก ๖๖” ในมาตรา
ก ๑๖๐๒ก ใหแกเปB
ก ก น “มาตรา
ก ๖๓” ก ก ก ก ก
(๗) “มาตรา ๘๑” ในมาตรา ๑๖๗๖ ใหแกเปBน “มาตรา ๑๑๐”
(๘)ก“มาตรา ก๘๕”กในมาตรา
ก ก ๑๖๗๗ ใหแกเปBนก “มาตราก๑๑๔”
ก ก ก
(๙) “มาตรา ๑๓๐ วรรคสอง” ในมาตรา ๓๖๐ ใหแกเปBน “มาตรา ๑๖๙ วรรค
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
สอง”
(๑๐)
ก “มาตรา
ก ๑๘๙”
ก ก ในมาตรา
ก ๒๔๘ และมาตรา
ก ๑๗๕๔
ก ก ใหแกเปB
ก ก น “มาตรา
๑๙๓/๒๗”
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๖ บทบัญญัติแหงกฎหมายอื่นที่อางถึงบทบัญญัติในบรรพ ๑ หรือลักษณะ
๒๓ ในบรรพ ๓ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิ
ก ก ก ก ก ชย" ใหถือกวาบทบัญกญัติแกหงกฎหมายนั
ก ก ้นอางถึง
บทบัญญัติที่มีนัยเชนเดียวกันในบรรพ ๑ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย"ที่ไดตรวจชําระใหม
กทายพระราชบั
ก กญญักตินี้ ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก


มาตรา ๑๗ กบรรดากฎกระทรวงที
ก ก ก ก
่ออกตามความในมาตราก ก ก ก
๙๗ และมาตรา ๑๒๙๗
แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิ
ก ก ก ก ก
ชย"ซกึ่งใชบังคับกอยูกอนวั
ก ก ก
นที่พระราชบัญญัตินี้ใชบั

งคับ ใหยั งคง
ก ก ก ก
ใชไดตอไปเทาที่ไมขัดหรือแยงกับบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย"ที่ไดตรวจชําระ
ใหมทายพระราชบัญญัก ตินี้ ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๑๘ ใหนายกรัฐกมนตรี และรั


ก ฐกมนตรี
ก วาการกระทรวงมหาดไทยรั
ก ก กษาการ
ก ก ก ก
ตามพระราชบัญญัตินี้
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ผูรับสนองพระบรมราชโองการ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
อานันท" ป;นยารชุน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
นายกรัฐมนตรี
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
-๖- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย"
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ขอความเบื
ก ้องตน ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑ กฎหมายนี้ใหเรียกวา ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย"
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒ ใหใชประมวลกฎหมายนี้ตั้งแตวันที่ ๑ เดือนมกราคม พระพุทธศักราช
ก๒๔๖๘ เปBก นตนไป
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๓ ตัก้งแตวักนทีก่ใชประมวลกฎหมายนี
ก ้สกืบไป ใหยกเลิ
ก กกบรรดากฎหมาย
ก ก กฎ
และขอบังคับอื่น ๆ ในสวนที่มีบัญญัติไวแลวในประมวลกฎหมายนี้ หรือซึ่งแยงกับบทแหงประมวล
กกฎหมายนี
ก้ ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
บรรพ ๑
ก ก ก ก ก ก
หลักทัก่วไป ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ลักษณะ ๑
ก ก ก ก ก บทเบ็
ก ดเสร็กจทัว่ กไป ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔ กฎหมายนั้ น ตองใชในบรรดากรณี ซึ่ งตองดวยบทบั ญ ญั ติ ใ ด ๆ แหง
กกฎหมายตามตั
ก กวอักกษร หรื ก อตามความมุงหมายของบทบั
ก ก ญกญัตกินั้น ๆก ก ก ก ก ก
เมื่อไมมีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับคดีได ใหวินิจฉัยคดีนั้นตามจารีตประเพณีแหง
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ทองถิ่น ถาไมมีจารีตประเพณีเชนวานั้น ใหวินิจฉัยคดีอาศัยเทียบบทกฎหมายที่ใกลเคียงอยางยิ่ง และ
กถาบทกฎหมายเชนนั
ก ก ก ้นก็กไมมีดวย ใหวินิจฉัยกตามหลักกกฎหมายทั
ก ก ่วไปก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๕ ในการใชสิ
ก ก กทธิแหงตนก็
ก ดี ในการชําระหนี
ก ้ก็ดี กบุคคลทุ
ก กกคนตองกระทํ
ก าโดย
สุจริต
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๖ ใหสันนิษฐานไวกอนวา บุคคลทุกคนกระทําการโดยสุจริต
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๗ ถาจะตองเสียดอกเบี้ยแกกันและมิไดกําหนดอัตราดอกเบี้ยไวโดยนิติ
กกรรมหรือกโดยบทกฎหมายอั
ก ก ก นชัดแจง ใหใชอั
ก ตรารอยละเจ็
ก กดครึก ่งตอป:ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๘ คําวา “เหตุสุดวิสัย” หมายความวา เหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะใหผล
กพิบัติก็ดี กเปBนเหตุ
ก กที่ไมอาจปP
ก องกันไดแมทัก้งบุคคลผูกตองประสบหรื
ก ก กอใกลจะตองประสบเหตุ ก นั้นกจะไดก ก ก
-๗- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายไดจากบุคคลในฐานะและภาวะเชนนั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๙ เมื่อมีกิจการอันใดซึ่งกฎหมายบังคับใหทําเปBนหนังสือ บุคคลผูจะตองทํา
ก ยนเอง กแตหนักงสืกอนั้นตองลงลายมื
หนังสือไมจําเปBนตองเขี ก ก คคลนัก้น ก ก ก
อชื่อของบุ
ลายพิมพ"นิ้วมือ แกงได ตราประทับ หรือเครื่องหมายอื่นทํานองเชนวานั้นที่ทําลงใน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
เอกสารแทนการลงลายมือชื่อ หากมีพยานลงลายมือชื่อรับรองไวดวยสองคนแลวใหถือเสมอกับลง
ลายมือชื่อ ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ความในวรรคสองไมใชบังคับแกการลงลายพิมพ"นิ้วมือ แกงได ตราประทับ หรือ
กเครื่องหมายอื
ก ่นกทํากนองเชนวานั
ก ้น ซึ่งทําลงในเอกสารที
ก ก ่ทําตอหนาพนั
ก ก กกงานเจาหนาที่ ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๑๐ กเมื่อความขอใดขอหนึ
ก ก ก ่งในเอกสารอาจตี
ก ความไดสองนั
ก ก กย นัยกไหนจะทําให
เปBนผลบังคับได ใหถือเอาตามนัยนั้นดีกวาที่จะถือเอานัยที่ไรผล
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๑ ในกรณีที่มีขอสงสัย ใหตีความไปในทางที่เปBนคุณแกคูกรณีฝRายซึ่งจะ
เปBนผูตองเสียในมูลหนีก ้นั้น ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๒ ในกรณีที่จํานวนเงินหรือปริมาณในเอกสารแสดงไวทั้งตัวอักษรและ
ตัวเลข ถาตัวอักษรกักบตัวเลขไมตรงกั
ก ก นกและมิกอาจหยั่งทราบเจตนาอั
ก นแทจริ
ก งได
ก ใหถื
ก อเอาจํ
ก านวนเงิน
หรือปริมาณที่เปBนตัวอักษรเปBนประมาณ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๓ ถาจํานวนเงินหรือปริมาณในเอกสารแสดงไวเปBนตัวอักษรหลายแหง
หรือเปBนตัวเลขหลายแหง
ก แตทีก่แสดงไวหลายแหงนั
ก ก ก ้นไมตรงกัน กและมิอาจหยั
ก ่งกทราบเจตนาอั
ก ก นแทจริง
ได ใหถือเอาจํานวนเงินหรือปริมาณนอยที่สุดเปBนประมาณ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๔ ในกรณีที่เอกสารทําขึ้นไวหลายภาษา ไมวาจะเปBนฉบับเดียวกันหรือ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
หลายฉบับก็ตามโดยมีภาษาไทยดวย ถาขอความในหลายภาษานั้นแตกตางกัน และมิอาจหยั่งทราบ
กเจตนาของคู
ก กรณี
ก ไกดวาจะใชภาษาใดบั
ก งคับ กใหถือตามภาษาไทย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก กลักษณะ ๒ ก ก ก ก ก
บุคคล
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก หมวด ๑ ก ก ก ก ก
บุคคลธรรมดา
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
สวนที่ ๑
ก ก ก ก ก ก สภาพบุกคคลก ก ก ก ก ก ก ก
-๘- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๕ สภาพบุคคลยอมเริ่มแตเมื่อคลอดแลวอยูรอดเปBนทารกและสิ้นสุดลง
เมื่อตาย ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ทารกในครรภ"มารดาก็สามารถมีสิทธิตาง ๆ ได หากวาภายหลังคลอดแลวอยูรอด
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
เปBนทารก
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๖ การนับอายุของบุคคล ใหเริ่มนับแตวันเกิด ในกรณีที่รูวาเกิดในเดือนใด
กแตไมรูวันกเกิดกใหนั
ก บวันกที่หนึ่งแหงเดือนนัก้นเปBนวันเกิ
ก ด แตถาพนวิ
ก ก กสัยที่จะหยั่งรูเดือนและวั
ก นเกิกดของ
ก ก ก
บุคคลใด ใหนับอายุบุคคลนั้นตั้งแตวันตนป:ปฏิทิน ซึ่งเปBนป:ที่บุคคลนั้นเกิด
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๗ ในกรณีบุคคลหลายคนตายในเหตุภยันตรายรวมกัน ถาเปBนการพนวิสัย
กที่จะกําหนดไดวาคนไหนตายกอนหลั
ก ก ก ก ง ใหถืกอวาตายพรอมกั
ก ก นก ก ก ก ก ก ก


มาตรา ๑๘ กสิทธิกของบุ
ก ก ก
คคลในการที่จะใชนามอั นชอบทีก ก ก ก
่จะใชไดนั้นถามีบุคคลอื่น
โตแยงก็ดกี หรือกบุคกคลผูเปBก นเจาของนามนั้นกตองเสื่อมเสี

ยประโยชน"เพราะการที่มีผูอื่นมาใชนามเดี
ก ก ก ก ก
ยวกัน
ก ก ก ก
โดยมิไดรับอํานาจใหใชไดก็ดี บุคคลผูเปBนเจาของนามจะเรียกใหบุคคลนั้นระงับความเสียหายก็ได ถา
และเปBนที่พึงวิตกวาจะตองเสี
ก ยกหายอยู
ก สืกบไป จะรองขอตอศาลใหสั
ก ก ่งหามก็ไกด ก ก ก

ก ก ก ก ก ก สวนทีก่ ๒ ก ก ก ก ก ก ก ก
ความสามารถ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๑๙ บุ ค คลยอมพนจากภาวะผู
ก ก ก เยาว"
ก แ ละบรรลุ
ก นิติภาวะเมืก ่ อมี อายุกยี่สิ บกป: ก ก
บริบูรณ"
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๐ ผูเยาว"ยอมบรรลุ
ก นิติภกาวะเมื
ก ่อทํก าการสมรส
ก หากการสมรสนั
ก ้นไดทํกาตาม
ก ก ก
บทบัญญัติมาตรา ๑๔๔๘
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๑ ผูเยาว"จะทํานิติกรรมใด ๆ ตองไดรับความยินยอมของผูแทนโดยชอบ
กธรรมกอนก การใด
ก กๆ ที่ผกูเยาว"ไดทําลงปราศจากความยิ
ก ก นยอมเชนวานั
ก ก ก ้นเปBนโมฆียะ เวนแตจะบั
ก ญกญัติไกว ก ก
เปBนอยางอื่น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๒ ผูเยาว"อาจทําการใด ๆ ไดทั้งสิ้น หากเปBนเพียงเพื่อจะไดไปซึ่งสิทธิอันใด
กอันหนึ่ง หรื
ก อเปBกนการเพื
ก ก่อใหหลุดพนจากหนาที
ก ่อันใดอั
ก นหนึก ่ง ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๓ ผูเยาว"อาจทําการใด ๆ ไดทั้งสิ้น ซึ่งเปBนการตองทําเองเฉพาะตัว
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
-๙- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๒๔ ผูเยาว"อาจทําการใด ๆ ไดทั้งสิ้น ซึ่งเปBนการสมแกฐานานุรูปแหงตน


กและเปBนการอั
ก กนจํากเปBนในการดํ
ก ารงชีพตามสมควร
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ๒๕ กผูเยาว"กอาจทํ
มาตรา ก าพิกนัยกรรมไดเมื่ออายุกสิบหาป:บกริบูรกณ" ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๖ ถาผูแทนโดยชอบธรรมอนุญาตใหผูเยาว"จําหนายทรัพย"สินเพื่อการอัน
ใดอันหนึ่งอันไดระบุไกว ผูเยาว"จกะจําหนายทรั
ก ก พกย"สินนั้นเปBนประการใดภายในขอบของการที
ก ก ก ก ก ่ระบุไวนั้นก็
ทําไดตามใจสมัคร อนึ่ง ถาไดรับอนุญาตใหจําหนายทรัพย"สินโดยมิไดระบุวาเพื่อการอันใด ผูเยาว"ก็
กจําหนายไดตามใจสมั
ก ก ก ครก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๒๗ กผูแทนโดยชอบธรรมอาจใหความยิ
ก ก ก กนยอมแกผูก เยาว"
ก ในการประกอบธุ
ก ก รกิจ
ทางการคาหรือธุรกิจอื่น หรือในการทําสัญญาเปBนลูกจางในสัญญาจางแรงงานได ในกรณีที่ผูแทนโดย
กชอบธรรมไมใหความยิ
ก ก ก นกยอมโดยไมมีเหตุอันก สมควร กผูเยาว"กอาจรองขอตอศาลใหสั
ก ก ่งอนุญก าตได ก ก ก ก
ในความเกี่ยวพันกับการประกอบธุรกิจหรือการจางแรงงานตามวรรคหนึ่งใหผูเยาว"มี

ฐานะเสมือนดังบุคคลซึ ่งบรรลุนกิติภาวะแลว
ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก
ถาการประกอบธุรกิจหรืกอการทํากงานทีก่ไดรักบความยิ

นยอมหรือที่ไดรัก บอนุญาตตาม
ก ก ก ก
วรรคหนึ่ง กอใหเกิดความเสียหายถึงขนาดหรือเสื่อมเสียแกผูเยาว" ผูแทนโดยชอบธรรมอาจบอกเลิก
ความยินยอมที่ไดใหแกผู
ก เยาว"กเสียไดก หรื
ก อในกรณี
ก ที่ศาลอนุญาตก ผูแทนโดยชอบธรรมอาจรองขอตอ
ก ก ก ก
ศาลใหเพิกถอนการอนุญาตที่ไดใหแกผูเยาว"นั้นเสียได
ก ก ก กในกรณี ก ที่ผูแทนโดยชอบธรรมบอกเลิ
ก ก กกความยิ
ก นกยอมโดยไมมีเหตุอันกสมควร กผูเยาว"ก ก ก
อาจรองขอตอศาลใหเพิกถอนการบอกเลิกความยินยอมของผูแทนโดยชอบธรรมได
การบอกเลิ
ก กความยิ
ก ก นกยอมโดยผู
ก แทนโดยชอบธรรมหรื
ก อการเพิ
ก กกถอนการอนุ
ก ก ญาตโดย
ศาล ยอมทําใหฐานะเสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแลวของผูเยาว"สิ้นสุดลง แตไมกระทบกระเทือน
กการใด ๆกที่ผูเยาว"
ก กไดกระทํ
ก าไปแลวกอนมีการบอกเลิ
ก กกความยิ
ก นกยอมหรื
ก อเพิกถอนการอนุกญาต ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๘ บุคคลวิกลจริตผูใด ถาคูสมรสก็ดี ผูบุพการีกลาวคือ บิดา มารดา ปูRยา
กตายาย ทวดก็
ก ดกี ผูกสืบสันกดานกลาวคือ ลูก หลาน
ก เหลน
ก ลื่อกก็ดกี ผูปกครองหรื
ก อผูพิทักษ"กก็ดี ผูซึ่งปกครอง
ก ก ก ก
ดูแลบุคคลนั้นอยูก็ดี หรือพนักงานอัยการก็ดี รองขอตอศาลใหสั่งใหบุคคลวิกลจริตผูนั้นเปBนคนไร
ความสามารถ ศาลจะสั ก ่งใหบุคกคลวิกกลจริกตผูนัก้นเปBนคนไรความสามารถก็
ก ไดก ก ก ก
บุคคลซึ่งศาลไดสั่งใหเปBนคนไรความสามารถตามวรรคหนึ่ง ตองจัดใหอยูในความ
กอนุบาล การแตงตั
ก ก ก้งผูอนุก บาล อํานาจหนาที ก ่ของผูอนุก บาลก และการสิ
ก ก ้นสุดของความเปBก นผูอนุบกาล ให ก ก ก
เปBนไปตามบทบัญญัติบรรพ ๕ แหงประมวลกฎหมายนี้
คําสัก่งของศาลตามมาตรานี
ก ก ก ้ กใหประกาศในราชกิกจจานุเบกษา ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๙ การใด ๆ อักนบุคคลซึก่งศาลสั


ก ่งกใหเปBกนคนไรความสามารถไดกระทํ
ก ก าลง
ก ก ก
การนั้นเปBนโมฆียะ ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๐ การใด ๆ อักนบุคคลวิกกลจริกตซึ่กงศาลยักงมิไดสั่งใหเปBนคนไรความสามารถ


ก ก ก ก ก
- ๑๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ไดกระทําลง การนั้นจะเปBนโมฆียะตอเมื่อไดกระทําในขณะที่บุคคลนั้นจริตวิกลอยู และคูกรณีอีกฝRาย


กหนึ่งไดรูแลวดวยวาผู
ก ก ก กระทํก าเปBนคนวิกลจริกต ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ๓๑ กถาเหตุ
มาตรา ก ทกี่ทําใหเปB
ก นคนไรความสามารถไดสิ
ก ้นกสุดไปแลว
ก ก และเมื
ก ่อบุคคลผู
นั้นเองหรือบุคคลใด ๆ ดังกลาวมาในมาตรา ๒๘ รองขอตอศาลก็ใหศาลสั่งเพิกถอนคําสั่งที่ใหเปBนคน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ไรความสามารถนั้น
คําสัก่งของศาลตามมาตรานี
ก ก ก ้ กใหประกาศในราชกิกจจานุเบกษา ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๒ บุคคลใดมีกกายพิการหรื
ก อกมีจิตก ฟ;UนเฟV
ก อนไมสมประกอบก หรือประพฤติ
ก ก ก ก
สุรุยสุรายเสเพลเปBนอาจิณ หรือติดสุรายาเมา หรือมีเหตุอื่นใดทํานองเดียวกันนั้น จนไมสามารถจะ
จัดทําการงานโดยตนเองได
ก หรืก อจัดกกิจกการไปในทางที
ก ่อาจจะเสืก ่อมเสียแกทรั
ก กพย"กสินของตนเองหรื
ก อ
ครอบครัว เมื่อบุคคลตามที่ระบุไวในมาตรา ๒๘ รองขอตอศาล ศาลจะสั่งใหบุคคลนั้นเปBนคนเสมือน
กไรความสามารถก็
ก ก กได ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
บุคคลซึ่งศาลไดสั่งใหเปBนคนเสมือนไรความสามารถตามวรรคหนึ่ง ตองจัดใหอยูใน
ความพิทักษ" การแตงตัก ้งผูพิทักกษ" ใหเปB
ก ก ก
นไปตามบทบัญญัติบรรพ ก๕ แหงประมวลกฎหมายนี
ก ก ก ก

ก ก ก ก ก
ใหนําบทบัญญัติวาดวยการสิ ก
้นสุดของความเปB
ก ก ก ก
นผูปกครองในบรรพ ก๕ แหงประมวล
ก ก ก ก
กฎหมายนี้ มาใชบังคับแกการสิ้นสุดของการเปBนผูพิทักษ"โดยอนุโลม
คําสัก่งของศาลตามมาตรานี
ก ก ก ้ กใหประกาศในราชกิกจจานุเบกษา ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๓ ในคดีที่มีการรองขอใหศาลสั
ก ก ก ่งใหบุ
ก คคลใดเปB
ก นคนไรความสามารถเพราะ
ก ก ก ก ก
วิกลจริต ถาทางพิจารณาไดความวาบุคคลนั้นไมวิกลจริต แตมีจิตฟ;UนเฟVอนไมสมประกอบ เมื่อศาล
เห็นสมควรหรือเมื่อมีกคําขอของคู
ก ความหรื
ก ก อของบุก คคลตามที่ระบุกไวในมาตรา
ก ๒๘ ก ศาลอาจสั
ก ก ่งใหบุคคล
นั้นเปBนคนเสมือนไรความสามารถก็ได หรือในคดีที่มีการรองขอใหศาลสั่งใหบุคคลใดเปBนคนเสมือนไร
กความสามารถเพราะมี
ก ก ก จกิตฟ;UนเฟVอนไมสมประกอบ ก ก ก จารณาไดความวาบุ
ถาทางพิ ก ก คคลนั้นกวิกลจริตกเมื่อกมี ก ก
คํ า ขอของคู ความหรื อ ของบุ ค คลตามที่ ร ะบุ ไ วในมาตรา ๒๘ ศาลอาจสั่ ง ใหบุ ค คลนั้ น เปB น คนไร
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ความสามารถก็ได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๔ คนเสมือนไรความสามารถนั้น ตองไดรับความยินยอมของผูพิทักษ"กอน
แลวจึงจะทําการอยางหนึ ก ่งอยางใดดั
ก กงตอไปนี
ก ้ไกด ก ก ก ก ก
(๑) นําทรัพย"สินไปลงทุน
ก ก ก ก(๒) รับกคืนทรัพย"สินที่ไปลงทุ ก น ตนเงิก นหรืกอทุกนอยางอื
ก ่น ก ก ก ก ก
(๓) กูยืมหรือใหกูยืมเงิน ยืมหรือใหยืมสังหาริมทรัพย"อันมีคา
(๔)กรับประกักนโดยประการใด
ก ก ก ๆ อันมีผลใหตนตองถู ก กบังกคับชํการะหนี
ก ้ ก
(๕) เชาหรื อ ใหเชาสั ง หาริ ม ทรั พ ย" มี กํ า หนดระยะเวลาเกิ น กวาหกเดื อ น หรื อ
กอสังหาริมกทรัพกย"มกีกําหนดระยะเวลาเกิ
ก ก
นกวาสามป: ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๖)กใหโดยเสนหา เวนแตการใหที่พอควรแกฐานานุ
ก ก ก ก ก
รูป เพื ่อการกุศล การสังคม หรือ
ก ก ก ก
ตามหนาที่ธรรมจรรยา
ก ก ก ก(๗) รับกการใหโดยเสนหาทีก ่มีเงื่อนไขหรืก อกคาภาระติ ก กดพัน หรือไมรับการใหโดยเสนหา
ก ก ก ก ก
- ๑๑ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๘) ทําการอยางหนึ่งอยางใดเพื่อจะไดมาหรือปลอยไปซึ่งสิทธิในอสังหาริมทรัพย"
กหรือในสังกหาริมกทรักพย"อันกมีคา ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๙) กอสรางหรือดัดแปลงโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสรางอยางอื่น หรือซอมแซมอยางใหญ
(๑๐)ก เสนอคดี ก ตอศาลหรื
ก ก อกดําเนิ นกระบวนพิกจารณาใดก ๆ เวนแตการรองขอตาม
ก ก ก
มาตรา ๓๕ หรือการรองขอถอนผูพิทักษ"
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๑๑) ประนีประนอมยอมความหรือมอบขอพิพาทใหอนุญาโตตุลาการวินิจฉัย
ถามีกกรณี อื่นกใดนอกจากที
ก ก ่กก ลาวในวรรคหนึ่ งก ซึ่ ง คนเสมื ก อ นไรความสามารถอาจ
ก ก ก
จัดการไปในทางเสื่อมเสียแกทรัพย"สินของตนเองหรือครอบครัว ในการสั่งใหบุคคลใดเปBนคนเสมือนไร
กความสามารถ
ก กหรืกอเมื่อกผูพิทักษ"รองขอในภายหลั
ก ง กศาลมีกอํากนาจสัก่งใหคนเสมือนไรความสามารถนั
ก ก ก้น ก ก
ตองไดรับความยินยอมของผูพิทักษ"กอนจึงจะทําการนั้นได
ในกรณี
ก ที่คนเสมืก อนไรความสามารถไมสามารถจะทํ
ก ก ก ก าการอยางหนึ
ก ก ก่งอยางใดที
ก ่กลาวมา
ในวรรคหนึ่งหรือวรรคสองไดดวยตนเอง เพราะเหตุมีกายพิการหรือมีจิตฟ;UนเฟVอนไมสมประกอบ ศาล
กจะสั่งใหผูกพิทักกษ"เปBกนผูมีกอํานาจกระทําการนัก ้นแทนคนเสมื
ก กอนไรความสามารถก็
ก ก ก เชนนีก้ ใหนํกา
ได ในกรณี ก ก
บทบัญญัติที่เกี่ยวกับผูอนุบาลมาใชบังคับแกผูพิทักษ"โดยอนุโลม
คําสัก่งของศาลตามมาตรานี
ก ก ก ก
้ ใหประกาศในราชกิกจจานุเบกษา ก ก ก ก

ก ก ก ก ก
การใดกระทําลงโดยฝRาฝVนก บทบัญญักติมาตรานีก ก ก
้ การนั้นเปBนโมฆียะ ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๓๕ กในกรณีก ทก ี่ผูพิทกักษ"ไมยินยอมใหคนเสมื
ก อนไรความสามารถกระทํ
ก ก ก ก าการ
อยางหนึ่งอยางใดตามมาตรา ๓๔ โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร เมื่อคนเสมือนไรความสามารถรอง
กขอ ศาลจะมี
ก คกําสั่งกอนุญกาตใหกระทําการนั้นก โดยไมตองรั
ก บกความยิ
ก นกยอมจากผูพิทักษ"ก็ไกด ถาการนั
ก ้นจะ
ก ก ก
เปBนคุณประโยชน"แกคนเสมือนไรความสามารถ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๖ ถาเหตุที่ศาลไดสั่งใหเปBนคนเสมือนไรความสามารถไดสิ้นสุดไปแลว ให
กนําบทบัญกญัติมกาตรา
ก ๓๑ก มาใชบังคับโดยอนุ
ก โลม ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
สวนที่ ๓
ก ก ก ก ก ก ภูมิลํากเนา ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๗ ภูมิลําเนาของบุคคลธรรมดา ไดแกถิ่นอันบุคคลนั้นมีสถานที่อยูเปBน
กแหลงสําคักญ ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๓๘ กถาบุคกคลธรรมดามี
ก ก ถิ่นที่อยูหลายแหงซึ
ก ่งอยูกสับเปลี
ก ่ยกนกันกไปหรือมีหลัก
แหลงที่ทําการงานเปBนปกติหลายแหง ใหถือเอาแหงใดแหงหนึ่งเปBนภูมิลําเนาของบุคคลนั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา

๓๙ กถาภูมกิลํากเนาไมปรากฏ

ใหถือวาถิ่นกที่อยูเปBนกภูมิลกําเนาก ก

ก ก ก กมาตราก ๔๐ บุคคลธรรมดาซึ
ก ่งเปBนกผูไมมีกที่อกยูปกติกเปBนหลักแหลง หรืกอเปBนผูครองชี
ก พ ก ก ก
- ๑๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ในการเดินทางไปมาปราศจากหลักแหลงที่ทําการงาน พบตัวในถิ่นไหนใหถือวาถิ่นนั้นเปBนภูมิลําเนา
กของบุคคลนั
ก ้น ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ๔๑ กภูมิลกําเนายอมเปลี
มาตรา ก ก ่ยนไปดวยการยายถิ
ก ่นที่อกยู พรอมดวยเจตนาปรากฏ
ก ก ก
ชัดแจงวาจะเปลี่ยนภูมิลําเนา
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๔๒ กถาบุกคคลใดไดเลื
ก ก อกเอาถิ่นใด โดยมี ก เจตนาปรากฏชั
ก ก กดแจงวาจะใหเปB
ก น
ภูมิลําเนาเฉพาะการเพื่อทําการใด ใหถือวาถิ่นนั้นเปBนภูมิลําเนาเฉพาะการสําหรับการนั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๓ ภู มิ ลํ าเนาของสามี แ ละภริ ย า ไดแกถิ่ นที่ อยู ที่ ส ามี แ ละภริ ยาอยู กิ น
ดวยกันฉันสามีภริยา กเวนแตสามี
ก หรือกภริกยาไดแสดงเจตนาใหปรากฏวามี
ก ก ภูมกิลําเนาแยกตางหากจากกั
ก ก ก น
ก ก ก กมาตราก ๔๔ ภูมิลําเนาของผู
ก เยาว"ก ไดแกภู
ก กมิลําเนาของผู
ก ก ก่งเปBกน ก
แทนโดยชอบธรรมซึ ก
ผูใชอํานาจปกครองหรือผูปกครอง
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ในกรณี ที่ผูเยาว" อยูใตอํานาจปกครองของบิดามารดา ถาบิ ดาและมารดามีภูมิลําเนา
แยกตางหากจากกั
ก ก ก ก ก
น ภูมิลําเนาของผูเยาว"ไดแกภู

มิลํากเนาของบิ
ก ก ก
ดาหรือมารดาซึ่งตนอยูดวย
ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๔๕ กภูมิลํากเนาของคนไรความสามารถ
ก ก กไดแกภูมกิลําเนาของผู
ก ก อนุกบาล

ก ก ก กมาตราก ๔๖ ภูมิลําเนาของขาราชการ
ก ก กไดแกถิ
ก ่นอักนเปBนที่ทําการตามตํ
ก าแหนงหนาที
ก ก่ ก ก
หากมิใชเปBนตําแหนงหนาที่ชั่วคราวชั่วระยะเวลาหรือเปBนเพียงแตงตั้งไปเฉพาะการครั้งเดียวคราว
เดียว ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๔๗ ภูมิลําเนาของผู
ก ที่ถูกกจําคุกกตามคํ
ก าพิก พากษาถึงที่สุดของศาลหรื
ก กอตาม
ก ก ก
คําสั่งโดยชอบดวยกฎหมาย ไดแกเรือนจําหรือทัณฑสถานที่ถูกจําคุกอยู จนกวาจะไดรับการปลอยตัว
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก สวนทีก่ ๔ ก ก ก ก ก ก ก ก
สาบสูญ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๔๘ ถาบุคคลใดไปเสี
ก ยจากภู
ก มกิลํากเนาหรืก อถิ่นที่อยูโดยมิไดตั
ก ้งตัวแทนผู
ก รักบ ก ก
มอบอํานาจทั่วไปไว และไมมีใครรูแนวาบุคคลนั้นยังมีชีวิตอยูหรือไม เมื่อผูมีสวนไดเสียหรือพนักงาน
อัยการรองขอ ศาลจะสั ก ่งใหทํากการอยางหนึ
ก ก ่งกอยางใดไปพลางกอนตามที ก ก่จําเปBกนเพืก่อจัดกการทรัพย"สิน
ของบุคคลผูไมอยูนั้นก็ได
ก ก ก กเมื่อเวลาไดลวงเลยไปหนึ
ก ก่งป:นับแตวั
ก นทีก่ผูไมอยู
ก นัก้นไปเสียจากภูมิลํากเนาหรือถิก่นที่อกยู ก ก
และไมมีผูใดไดรับขาวเกี

่ยวกับกบุคคลนั ้นประการใดเลยก็ดี หรือกหนึ่งป:นับก แตวักนมีกผูไดพบเห็
ก ก ก ก
นหรือได
ทราบขาวมาเปBนครั้งหลังสุดก็ดี เมื่อบุคคลตามวรรคหนึ่งรองขอ ศาลจะตั้งผูจัดการทรัพย"สินของผูไม
กอยูขึ้นก็ไดก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๑๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ก ก ก กมาตราก ๔๙ ในกรณี ที่ ผกู ไมอยู ไดตัก ้ ง ตั วกแทนผู


ก รั บกมอบอํ า นาจทั่ วไปไว
ก และสักญ ญา
ก ก ก
ตัวแทนระงับสิ้นไป หรือปรากฏวาตัวแทนผูรับมอบอํานาจทั่วไปไดจัดการทรัพย"สินนั้นในลักษณะที่
ก งกลาว กใหนํากมาตรา
อาจเสียหายแกบุคคลดั ก ๔๘ก มาใชบังคับโดยอนุ
ก โลม ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๕๐ เมื่อผูมีสวนไดเสียหรือพนักงานอัยการรองขอ ศาลจะสั่งใหตัวแทนผูรับ
มอบอํานาจทั่วไปจัดทํกาบัญชีทรักพย"สกินของผู
ก ไมอยู
ก ขึ้นตามที่ศาลจะมี
ก คําสั่งก็กได ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๕๑ ภายใตบังคักบมาตราก๘๐๒ก ถาตั


ก วแทนผู
ก รับมอบอํานาจทั
ก ่วไปเห็กนเปBกน ก ก
การจําเปBนจะตองทําการอันใดอันหนึ่งเกินขอบอํานาจที่ไดรับไว ตองขออนุญาตตอศาล และเมื่อศาล
สั่งอนุญาตแลวจึงจะกระทํ
ก าการนัก ้นไดก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๕๒ ผูจัดการทรักพย"สินที่ศกาลไดตั
ก ้งกขึ้น ตองทํ
ก าบัญชีทรัพย"สกินของผูไมอยู
ก ให ก ก ก
เสร็จภายในสามเดือนนับแตวันทราบคําสั่งตั้งของศาล แตผูจัดการทรัพย"สินจะรองขอตอศาลใหขยาย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
เวลาก็ได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๕๓ บัญชีทรัพย"สินตามมาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๒ ตองมีพยานลงลายมือ
ชื่อรับรองความถูกตองอยางนอยสองคน
ก ก ก ก พยานสองคนนั
ก ้นตองเปB
ก นคูสมรสหรื
ก ก อกญาติขกองผูไมอยูซึ่ง
บรรลุนิติภาวะแลว แตถาไมมีคูสมรสหรือหาญาติไมได หรือคูสมรสและญาติไมยอมเปBนพยาน จะให
กผูอื่นซึ่งบรรลุ
ก นกิติภกาวะแลวเปB
ก นพยานก็ได ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๕๔ กผูจัดการทรั
ก ก พย"กสินมีอํานาจหนาที่กอยางเดียวกั
ก บตักวแทนผู
ก รักบมอบอํานาจ
ทั่วไปตามมาตรา ๘๐๑ และมาตรา ๘๐๒ ถาผูจัดการทรัพย"สินเห็นเปBนการจําเปBนจะตองทําการอันใด
กอันหนึ่งเกิกนขอบอํ
ก กานาจกตองขออนุญาตตอศาล
ก และเมื ก ่อศาลสั
ก ก่งอนุญก าตแลวจึงจะกระทํกาการนั้นได
ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๕๕ ถาผูไมอยูไดตั้งตัวแทนผูรับมอบอํานาจเฉพาะการอันใดไว ผูจัดการ
กทรัพย"สินกจะเขาไปเกี
ก ก ่ยวของกั
ก บการอันเปBนก อํานาจเฉพาะการนั
ก ก ก ้นไมไดก แตถาปรากฏวาการที
ก ่ตกัวแทนก ก ก
จัดทําอยูนั้นอาจจะเสียหายแกผูไมอยู ผูจัดการทรัพย"สินจะรองขอใหศาลถอดถอนตัวแทนนั้นเสียก็ได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๕๖ เมื่อผูมีสวนไดเสียหรือพนักงานอัยการรองขอ หรือเมื่อศาลเห็นสมควร
กศาลอาจสัก่งอยางหนึ
ก ก ่งอยางใดดั
ก งตอไปนี้ ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๑) ใหผูจัดการทรัพย"สินหาประกันอันสมควรในการจัดการทรัพย"สินของผูไมอยู
ตลอดจนการมอบคืนกทรัพย"สินกนั้น ก ก ก ก ก ก ก ก
(๒) ใหผูจัดการทรัพย"สินแถลงถึงความเปBนอยูแหงทรัพย"สินของผูไมอยู
ก ก ก ก(๓) ถอดถอนผู
ก จัดการทรักพย"สิน และตั
ก ้งผูกอื่นกใหเปBกนผูจัดการทรัพย"สินกแทนตอไปก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๕๗ ในคําสั่งตั้งผูจัดการทรัพย"สิน ศาลจะกําหนดบําเหน็จใหแกผูจัดการ
กทรัพย"สินกโดยจายจากทรั
ก ก กพย"สินของผูไมอยูกนั้นก็ได ถาศาลมิ
ก ก ไกดกําหนดก ผูจัดการทรัพย"กสินจะรองขอตอ
ก ก ก ก
- ๑๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ศาลใหกําหนดบําเหน็จในภายหลังก็ได
ก ก ก กถาผูจัดกการทรัพย"สิน หรือกผูมีสวนไดเสี ก ยก หรืกอพนักกงานอัยการรองขอกหรือเมื่อกมีกรณี
ก ก ก
ปรากฏแกศาลวา พฤติ การณ" เ กี่ ยวกั บ การจั ดการทรั พ ย" สิ นไดเปลี่ ยนแปลงไป ศาลจะสั่ งกํ า หนด
บําเหน็จ งด ลด เพิ่มกหรือกลับกใหบํากเหน็กจแกผูกจัดการทรัพย"สินอีกกก็ได ก ก ก ก
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๕๘ ความเปBนผูจัดการทรัพย"สินยอมสิ้นสุดลงในกรณี ดังตอไปนี้
(๑)กผูไมอยูนัก้นกลับกมาก ก ก ก ก ก ก
(๒) ผูไมอยูนั้นมิไดกลับมาแตไดจัดการทรัพย"สินหรือตั้งตัวแทนเพื่อจัดการทรัพย"สิน
กของตนแลว
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๓) ผูไมอยูถึงแกความตายหรือศาลมีคําสั่งใหเปBนคนสาบสูญ
(๔)กผูจัดการทรั
ก พย"กสินกลาออกหรื
ก อถึงแกความตาย
ก ก ก ก ก
(๕) ผูจัดการทรัพย"สินเปBนคนไรความสามารถหรือคนเสมือนไรความสามารถ
ก ก ก ก(๖) ผูจักดการทรัพย"สินเปBนก บุคคลลมละลาย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๗) ศาลถอดถอนผูจัดการทรัพย"สิน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก
มาตราก ๕๙ ในกรณีที่คกวามเปBนผูกจัดการทรัก ก ก
พย"สินสิ้นสุดลงเพราะเหตุ

ตามมาตรา
ก ก ก ก
๕๘ (๔) (๕) หรือ (๖) ผูจัดการทรัพย"สินหรือทายาทของผูจัดการทรัพย"สิน ผูจัดการมรดก ผูอนุบาล ผู
พิทักษ" เจาพนักงานพิก ทักษ"ทรักพย" กหรือกผูมีหกนาที่ดูแลทรัพย"สินกของผูจัดกการทรั
ก พกย"สินกแลวแตกรณี
จะตองแถลงใหศาลทราบถึ ง ความสิ้ น สุ ด นั้ น โดยไมชั ก ชาเพื่ อ ศาลจะไดมี คํ า สั่ ง เกี่ ย วกั บ ผู จั ด การ
กทรัพย"สินกตอไปตามที
ก ก ่เห็กนสมควร ในระหวางเวลาดัก งกลาวนั
ก ก ้นกบุคคลดัก งกลาวจะตองจัดกการตามควรแก ก ก ก ก
พฤติการณ"เพื่อรักษาประโยชน"ของผูไมอยู จนกวาจะไดสงมอบทรัพย"สินของผูไมอยูใหแกบุคคลหนึ่ง
บุคคลใดตามที่ศาลจะไดมี
ก คําสั่งก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๖๐ ใหนําบทบัญก ญัติวาดวยตั


ก วกแทนแหงประมวลกฎหมายนี
ก ก ก้ มาใชบังกคับแก
ก ก ก
การจัดการทรัพย"สินของผูไมอยูโดยอนุโลม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๖๑ ถาบุคคลใดไดไปจากภู
ก ก มิลกําเนาหรื
ก อกถิ่นที่อยู และไมมีใกครรูแนวาบุ
ก คคล
ก ก ก
นั้นยังมีชีวิตอยูหรือไมตลอดระยะเวลาหาป: เมื่อผูมีสวนไดเสียหรือพนักงานอัยการรองขอ ศาลจะสั่ง
ใหบุคคลนั้นเปBนคนสาบสูก ญก็ไดก ก ก ก ก ก ก ก ก
ระยะเวลาตามวรรคหนึ่งใหลดเหลือสองป:
ก ก ก ก(๑) นักบแตวันที่การรบหรืกอสงครามสิ ก ้นสุกดลง
ก ถาบุก คคลนั้นอยูในการรบหรื
ก อสงครามก ก ก ก
และหายไปในการรบหรือสงครามดังกลาว
(๒)กนับแตวันกที่ยานพาหนะที
ก ก ก่บุคคลนั้นเดินทางกอับปาง ถูกกทํากลายก หรือกสูญหายไป
(๓) นับแตวันที่เหตุอันตรายแกชีวิตนอกจากที่ระบุไวใน (๑) หรือ (๒) ไดผานพนไป
กถาบุคคลนั ก ้นตกอยู
ก กในอันกตรายเชนวานั้น ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๖๒ บุคคลซึ่งศาลไดมีคําสั่งใหเปBนคนสาบสูญ ใหถือวาถึงแกความตายเมื่อ
กครบกําหนดระยะเวลาดั
ก ก ก กงที่ระบุไวในมาตราก ๖๑ ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๑๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ก ก ก กมาตราก ๖๓ เมื่อบุคคลผูกถูกศาลสัก่งใหเปBก นคนสาบสู


ก ก ญนั้นเองหรือผูมีกสวนไดเสีกยหรืกอ ก ก
พนักงานอัยการรองขอตอศาล และพิสูจน"ไดวาบุคคลผูถูกศาลสั่งใหเปBนคนสาบสูญนั้นยังคงมีชีวิตอยูก็
ก ่นผิดไปจากเวลาดั
ดี หรือวาตายในเวลาอื ก ก ก งระบุ ก ไวในมาตรา ๖๒ ก ก็ดี ใหศาลสั
ก ก่งถอนคํ
ก ากสั่งใหเปBนคน
สาบสูญนั้น แตการถอนคําสั่งนี้ยอมไมกระทบกระเทือนถึงความสมบูรณ"แหงการทั้งหลายอันไดทําไป
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
โดยสุจริตในระหวางเวลาตั้งแตศาลมีคําสั่งใหเปBนคนสาบสูญจนถึงเวลาถอนคําสั่งนั้น
บุคกคลผูไดทรักพย"สกินมาเนื
ก ่องแตการที
ก ่ศาลสั่งใหบุ
ก คคลใดเปB
ก นคนสาบสู
ก ก ญก แตตองเสีย
สิทธิของตนไปเพราะศาลสั่งถอนคําสั่งใหบุคคลนั้นเปBนคนสาบสูญ ใหนําบทบัญญัติวาดวยลาภมิควรได
กแหงประมวลกฎหมายนี
ก ก ก ก้มาใชบังคับโดยอนุกโลม ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๖๔ กคําสั่งกศาลใหเปB
ก กนคนสาบสูญหรือกคําสั่งถอนคํ
ก าสัก่งใหเปB
ก นคนสาบสู
ก ญ ให
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
หมวด ๒
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
นิติบุคคล
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก กสวนที่ ๑ ก ก ก ก ก
บทเบ็ดเสร็จทัว่ ไป
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๖๕ กนิติบกุคคลจะมี
ก กขึ้นไดก็แตดวยอาศักยอํานาจแหงประมวลกฎหมายนี
ก ก ก ก ้หรือ
กฎหมายอื่น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๖๖ นิติบุคคลยอมมีสิทธิและหนาที่ตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายนี้
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
หรื อ กฎหมายอื่ น ภายในขอบแหงอํ า นาจหนาที่ ห รื อ วั ต ถุ ป ระสงค" ดั ง ไดบั ญ ญั ติ ห รื อ กํ า หนดไวใน
กกฎหมายกขอบักงคับก หรือกตราสารจัดตั้ง ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๖๗ กภายใตบั
ก กงคับมาตรา
ก ๖๖ นิติบุคกคลยอมมีกสิทธิแกละหนาที
ก ก่เชนเดียวกับ
บุคคลธรรมดา เวนแตสิทธิและหนาที่ซึ่งโดยสภาพจะพึงมีพึงเปBนไดเฉพาะแกบุคคลธรรมดาเทานั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๖๘ ภูมิลําเนาของนิติบุคคลไดแกถิ่นอันเปBนที่ตั้งสํานักงานใหญหรือถิ่นอัน
เปBนที่ตั้งที่ทําการ หรือกถิ่นที่ไดเลืก อกเอาเปB
ก ก นภูมกิลําเนาเฉพาะการตามขอบั
ก งคักบหรืกอตราสารจั
ก ก ดตั้ง

ก ก ก กมาตราก ๖๙ ในกรณีที่นกิติบุคคลมีกที่ตั้งทีก่ทํากการหลายแหงหรื
ก อมีสํานักกงานสาขา
ก ให
ก ก ก
ถือวาถิ่นอันเปBนที่ตั้งของที

่ทําการหรื อของสํานักงานสาขาเปBนภูมกิลําเนาในสวนกิ
ก ก ก ก ก ก ก ก
จการอันไดกระทํา ณ
ที่นั้นดวย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๑๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๗๐ นิ ติบุค คลตองมี ผู แทนคนหนึ่ งหรื อหลายคน ทั้ งนี้ ตามที่ กฎหมาย
กขอบังคับกหรือกตราสารจั
ก กดตั้งจะไดกําหนดไวก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ความประสงค"ของนิติบุคคลยอมแสดงออกโดยผูแทนของนิติบุคคล
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๗๑ ในกรณีที่นิติบุคคลมีผูแทนหลายคน การดําเนินกิจการของนิติบุคคลให
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
เปBนไปตามเสียงขางมากของผูแทนของนิติบุคคลนั้น เวนแตจะไดมีขอกําหนดไวเปBนประการอื่นใน
กฎหมาย ขอบังคับ หรืก อตราสารจั
ก ดตัก้ง ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตรา
ก ๗๒ การเปลีก่ ย นตั ว ผู แทนของนิ
ก ก ก ติ บกุ ค คล หรื อ การจํ ากกั ด หรื อกแกไข
ก ก ก
เปลี่ยนแปลงอํานาจของผูแทนของนิติบุคคล ใหมีผลตอเมื่อไดปฏิบัติตามกฎหมาย ขอบังคับหรือตรา
สารจัดตั้งแลว แตจะยกขึ
ก ้นเปBนกขอตอสู
ก บุกคคลภายนอกผู
ก กระทําการโดยสุ
ก จริกตมิไกด ก ก
ก ก ก กมาตราก ๗๓ ถามีตําแหนงวางลงในจํ
ก ก านวนผู
ก กแทนของนิ
ก ติบุคคล และมีกเหตุอันควรเชื
ก ก่อ ก ก
วาการปลอยตําแหนงวางไวนาจะเกิดความเสียหายขึ้นได เมื่อผูมีสวนไดเสียหรือพนักงานอัยการรอง
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ขอศาลจะแตงตั้งผูแทนชั ่วคราวขึ ้นก็ได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๗๔ ถาประโยชน"ไดเสียของนิติบุคคลขัดกับประโยชน"ไดเสียของผูแทนของ
นิติบุคคลในการอันใดก ผูแทนของนิ
ก ตกิบุคกคลนั้นกจะเปBนผูแทนในการอั
ก นนั้นไมได
ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๗๕ ถากรณีตามมาตรา
ก ก๗๔ เปB
ก นกเหตุใหไมมี
ก ผูแทนของนิตกิบุคคลเหลื
ก ออยู
ก ก ก
หรือผูแทนของนิติบุคคลที่เหลืออยูมีจํานวนไมพอจะเปBนองค"ประชุม หรือไมพอจะกระทําการอันนั้นได
หากกฎหมาย ขอบังคักบ หรือตราสารจั
ก ก ดกตั้งของนิ
ก ติบุคคลนั้น มิไดมี
ก ขอกําหนดในเรื
ก ก ก่องนี้ไวเปB
ก นอยางอื่น
ใหนําความในมาตรา ๗๓ มาใชบังคับเพื่อตั้งผูแทนเฉพาะการโดยอนุโลม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๗๖ ถาการกระทําตามหนาที่ของผูแทนของนิติบุคคลหรือผูมีอํานาจทําการ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
แทนนิติบุคคล เปBนเหตุใหเกิดความเสียหายแกบุคคลอื่น นิติบุคคลนั้นตองรับผิดชดใชคาสินไหม
กทดแทนเพืก ่อความเสี
ก ก ยหายนั ก ้น แตไมสูญเสียกสิทธิที่จะไลเบี
ก ก้ยเอาแกผู
ก กกอความเสียหาย ก ก ก ก ก
ถาความเสียหายแกบุคคลอื่นเกิดจากการกระทําที่ไมอยูในขอบวัตถุประสงค"หรือ
อํานาจหนาที่ของนิติบก ุคคล บรรดาบุ
ก กคคลดั
ก งกลาวตามวรรคหนึ
ก ่งกที่ไดเห็นชอบใหกระทํ
ก ก ก าการนั
ก ้นหรือได
เปBนผูกระทําการดังกลาว ตองรวมกันรับผิดชดใชคาสินไหมทดแทนแกผูที่ไดรับความเสียหายนั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๗๗ ใหนําบทบัญญัติวาดวยตัวแทนแหงประมวลกฎหมายนี้ มาใชบังคับแก
ความเกี่ยวพันระหวางนิ
ก ติบุคคลกั
ก บกผูแทนของนิ
ก ก ติบุคคล และระหวางนิ
ก กติบุคกคล กหรือผูกแทนของนิติ
บุคคลกับบุคคลภายนอก โดยอนุโลม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก
สวนที่ ๒ ก ก ก ก ก
สมาคม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๑๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ก ก ก กมาตราก ๗๘ การกอตั้งสมาคมเพื
ก ่อกกระทํกาการใด
ก ๆก อันมีลักษณะตอเนื
ก ่องรวมกักนและ
ก ก ก
มิใชเปBนการหาผลกําไรหรือรายไดมาแบงป;นกัน ตองมีขอบังคับและจดทะเบียนตามบทบัญญัติแหง
ประมวลกฎหมายนี้ ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๗๙ ขอบังคับของสมาคมอยางนอยตองมีรายการ ดังตอไปนี้
(๑)กชื่อสมาคมก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๒) วัตถุประสงค"ของสมาคม
ก ก ก ก(๓) ทีก่ตั้งสํานักงานใหญ และที
ก ่ตั้งสํกานักงานสาขาทั
ก ก ก้งปวง ก ก ก ก ก
(๔) วิธีรับสมาชิก และการขาดจากสมาชิกภาพ
(๕)กอัตราคาบํการุง ก ก ก ก ก ก ก ก
(๖) ขอกําหนดเกี่ยวกับคณะกรรมการของสมาคม ไดแก จํานวนกรรมการ การตั้ง
กกรรมการก วาระการดํ
ก ก ารงตํ ก าแหนงของกรรมการ ก ก ก ก าแหนงของกรรมการ
การพนจากตํ ก กและการประชุ
ก กม ก ก
ของคณะกรรมการ
(๗)กขอกําหนดเกี
ก ก ก ก
่ยวกับการจัดการสมาคม การบัก ญชี และทรั
ก ก ก ก
พย"สินของสมาคม
ก ก ก ก ก
(๘) ขอกําหนดเกี่ยวกับการประชุ

มกใหญก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๘๐ กสมาคมตองใชชื
ก ก ก่อซึ่งมีคําวา “สมาคม”
ก ประกอบกั
ก กบชืก่อของสมาคม

ก ก ก กมาตราก ๘๑ การขอจดทะเบี
ก ยนสมาคมนั
ก ก ้นกใหผูจะเปB
ก นสมาชิกของสมาคมจํ
ก านวนไม
ก ก ก ก
นอยกวาสามคน รวมกันยื่นคําขอเปBนหนังสือตอนายทะเบียนแหงทองที่ที่สํานักงานใหญของสมาคม
จะตั้งขึ้น พรอมกับแนบขอบั
ก งคักบของสมาคม
ก ก กรายชื่อ ที่อยู และอาชี
ก พของผู
ก จะเปB
ก นกสมาชิกกไมนอยกวา
สิบคน และรายชื่อ ที่อยูและอาชีพของผูจะเปBนกรรมการของสมาคมมากับคําขอดวย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๘๒ เมื่อนายทะเบียนไดรับคําขอจดทะเบียนพรอมทั้งขอบังคับแลวเห็นวา
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
คําขอนั้นถูกตองตามมาตรา ๘๑ และขอบังคับถูกตองตามมาตรา ๗๙ และวัตถุประสงค"ของสมาคมไม
กขัดตอกฎหมายหรื
ก ก กอศีลธรรมอั ก นดีของประชาชน
ก หรืกอไมเปBก นภยั
ก นตรายตอความสงบสุ
ก กขของประชาชน
ก ก ก ก
หรือความมั่นคงของรัฐ และรายการซึ่งจดแจงในคําขอหรือขอบังคับสอดคลองกับวัตถุประสงค"ของ
สมาคม และผูจะเปBนกกรรมการของสมาคมนั ก ก ก ก้นมีฐานะและความประพฤติ ก กเหมาะสมในการดํ
ก ก ก าเนินการ
ตามวัตถุประสงค"ของสมาคม ใหนายทะเบียนรับจดทะเบียนและออกใบสําคัญแสดงการจดทะเบียน
กใหแกสมาคมนั
ก ก้น และประกาศการจั
ก ก ดตั้งสมาคมในราชกิ
ก ก จกจานุกเบกษา ก ก ก ก ก ก
ถานายทะเบียนเห็นวาคําขอหรือขอบังคับไมถูกตองตามมาตรา ๘๑ หรือมาตรา ๗๙
หรือรายการซึ่งจดแจงในคํ ก าขอหรื ก อกขอบัก งคับกไมสอดคลองกับวัตกถุประสงค"ก ของสมาคม
ก ก กหรือผูจะเปBน
กรรมการของสมาคมมีฐานะหรือความประพฤติไมเหมาะสมในการดําเนินการตามวัตถุประสงค"ของ
กสมาคม กใหมีกคํ า สัก่ ง ใหผูก ยื่ น คํ า ขอจดทะเบีก ย นแกไขหรื
ก กอ เปลี ก ่ ย นแปลงใหถู
ก ก ตอง กเมื่ อ แกไขหรื
ก กอ ก ก
เปลี่ยนแปลงถูกตองแลว ก
ใหรับกจดทะเบีก ก ก
ยนและออกใบสําคัญแสดงการจดทะเบี

ยนใหแกสมาคมนั้น
ก ก ก ก
ถานายทะเบียนเห็นวาไมอาจรับจดทะเบียนไดเนื่องจากวัตถุประสงค"ของสมาคมขัด
กตอกฎหมายหรื
ก ก อศีกลธรรมอั ก นดีของประชาชน ก หรืออาจเปB
ก กนภยั ก นตรายตอความสงบสุ
ก กขของประชาชน
ก ก ก ก
- ๑๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หรือความมั่นคงของรัฐ หรือผูยื่นคําขอจดทะเบียนไมแกไขหรือเปลี่ยนแปลงใหถูกตองภายในสามสิบ
กวันนับแตวัก นทีก่ทราบคํ
ก ากสั่งของนายทะเบียกน ใหนายทะเบี ก ก ยนมีก คํากสั่งไมรับจดทะเบียกนและแจงคํ ก าสัก่ง ก ก
พรอมดวยเหตุผลที่ไมรับจดทะเบียนไปยังผูยื่นคําขอจดทะเบียนโดยมิชักชา
ผูยื่นก คําขอจดทะเบี
ก ก ยนมี
ก สิทกธิอุทธรณ"คําสั่งไมรักบจดทะเบี ก ยนนั
ก ้นกตอรัฐกมนตรีวาการ
กระทรวงมหาดไทย โดยทําเปBนหนังสือยื่นตอนายทะเบียนภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับแจงคําสั่ง
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ไมรับการจดทะเบียน
ใหรักฐ มนตรี วกาการกระทรวงมหาดไทยวิ
ก ก ก นิ จกฉั ย อุ ท ธรณ"
ก และแจงคํ
ก ก กา วิ นิ จ ฉั ย ใหผู
อุ ท ธรณ" ท ราบภายในเกาสิ บ วั น นั บ แตวั น ที่ น ายทะเบี ย นไดรั บ หนั ง สื อ อุ ท ธรณ" คํ า วิ นิ จ ฉั ย ของ
กรัฐมนตรีวกาการกระทรวงมหาดไทยใหเปB
ก ก ก นทีก่สุด ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๘๓ กสมาคมที
ก ก่ไดจดทะเบี
ก ยนแลวเปBนนิกติบุคคล ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๘๔ การแกไขเพิก่มเติมขอบั
ก งคักบของสมาคมจะกระทํ
ก ก าไดก็แกตโดยมติกของทีก ่ ก ก
ประชุมใหญ และสมาคมตองนําขอบังคับที่ไดแกไขเพิ่มเติมไปจดทะเบียนตอนายทะเบียนแหงทองที่ที่

สํานักงานใหญของสมาคมตั ้งอยูกภายในสิ
ก ก ก ก
บสี่วันนับแตวันที่ไดลงมติ และใหนํกาความในมาตรา
ก ก ก
๘๒ มาใช
บังคับโดยอนุ

โลม เมื่อนายทะเบียนไดจดทะเบี
ก ก ก ก ก
ยนแลวใหมี ผลใชบังคับได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๘๕ กการแตงตั ก ก ้งกรรมการของสมาคมขึ
ก ก ้นใหมทัก ้งชุดกหรืกอการเปลี
ก ่ยนแปลง
กรรมการของสมาคม ใหกระทําตามขอบังคับของสมาคม และสมาคมตองนําไปจดทะเบียนตอนาย
กทะเบียนแหงทองที
ก ก ก ่ที่สํากนักงานใหญของสมาคมตั
ก ้งอยู
ก ภายในสามสิ
ก ก ก บวันนับแตวันที่มกีการแตงตัก้งหรืกอ ก ก
เปลี่ยนแปลงกรรมการของสมาคม
ถานายทะเบี
ก กยนเห็กนวากรรมการของสมาคมตามวรรคหนึ
ก ก ก ก ่งกผูใดก มีฐานะหรื
ก อความ
ประพฤติไมเหมาะสมในการดําเนินการตามวัตถุประสงค"ของสมาคม นายทะเบียนจะไมรับจดทะเบียน
กกรรมการของสมาคมผู
ก ก ก กนั้นก็ได ในกรณีที่กนายทะเบีกยนไมรั ก บกจดทะเบี
ก ยนกรรมการของสมาคม ก ก นาย ก ก ก
ทะเบียนตองแจงเหตุผลที่ไมรับจดทะเบียนใหสมาคมทราบภายในหกสิบวันนับแตวันที่ยื่นคําขอจด
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ทะเบียน และใหนําความในมาตรา ๘๒ วรรคสี่และวรรคหา มาใชบังคับโดยอนุโลม
ก ก ก กในระหวางที
ก ่ยังไมมีการจดทะเบี
ก ยกนกรรมการของสมาคมชุ
ก ก ก ดใหม ถาขอบั
ก งคักบของก ก ก
สมาคมมิไดกําหนดไวเปBนอยางอื่น ใหกรรมการของสมาคมชุดเดิมปฏิบัติหนาที่กรรมการของสมาคม
ตอไปจนกวาจะไดมีกการจดทะเบีก ยนกรรมการของสมาคมชุ
ก ก ก ดใหมก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๘๖ คณะกรรมการของสมาคมเปB
ก ก ก นกผูดําเนิก นกิจการของสมาคมตามกฎหมาย
ก ก ก ก ก
และขอบังคับ ภายใตการควบคุมดูแลของที่ประชุมใหญ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๘๗ คณะกรรมการของสมาคมเปBนผูแทนของสมาคมในกิจการอันเกี่ยวกับ
กบุคคลภายนอก
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๘๘ บรรดากิจการที่คณะกรรมการของสมาคมไดกระทําไป แมจะปรากฏใน
กภายหลังกวามีขกอบกพรองเกี
ก ก ่ยวกับการตั้งหรืกอคุณสมบั
ก ติของกรรมการของสมาคม
ก ก ก กิจการนั
ก ้นยอมมี
ก ผกล ก ก
- ๑๙ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สมบูรณ"
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๘๙ สมาชิ ก ของสมาคมมี สิ ท ธิ ที่ จ ะตรวจตรากิ จ การและทรั พ ย" สิ น ของ
ก าการของสมาคมได
สมาคมในระหวางเวลาทํ ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๙๐ สมาชิกของสมาคมตองชําระคาบํารุงเต็มจํานวนในวันที่สมัครเขาเปBน
สมาชิกหรือในวันเริ่มกตนของระยะเวลาชํ
ก ก ก าระคาบํ
ก ารุง แลวแตกรณี
ก เวนแตขอบั
ก ก กงคับของสมาคมจะ

กําหนดไวเปBนอยางอื่น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๙๑ สมาชิกของสมาคมจะลาออกจากสมาคมเมื่อใดก็ได เวนแตขอบังคับ
ของสมาคมจะกําหนดไวเปB
ก นอยางอื
ก ่นก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๙๒ สมาชิกแตละคนมี
ก ความรั
ก บกผิดในหนี
ก ก้ของสมาคมไมเกินจํกานวนคาบํก ารุงกที่ ก ก
สมาชิกนั้นคางชําระอยู
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก
มาตราก ๙๓ คณะกรรมการของสมาคมตองจั
ก ก ก ก ก
ดใหมีการประชุมใหญสามั

ญอยางนอย
ก ก ก ก
ป:ละครั้ง
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๙๔ คณะกรรมการของสมาคมจะเรียกประชุมใหญวิสามัญเมื่อใดก็สุดแตจะ
กเห็นสมควร
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
สมาชิกจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในหาของจํานวนสมาชิกทั้งหมดหรือสมาชิกจํานวนไม
นอยกวาหนึ่งรอยคนหรื ก อสมาชิ ก กจํากนวนไมนอยกวาที
ก ก ่กําหนดไวในขอบั
ก งกคับจะทํ
ก กาหนังกสือรองขอตอ
คณะกรรมการของสมาคมใหประชุมใหญวิสามัญก็ได ในหนังสือรองขอนั้นตองระบุวาประสงค"ใหเรียก
กประชุมเพืก่อการใด
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
เมื่อคณะกรรมการของสมาคมไดรับหนังสือรองขอใหเรียกประชุมใหญวิสามัญตาม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
วรรคสอง ใหคณะกรรมการของสมาคมเรียกประชุมใหญวิสามัญโดยจัดใหมีการประชุมขึ้นภายใน
กสามสิบวันก นับแตวั
ก กนที่ไดรั
ก บคํารองขอ ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ถาคณะกรรมการของสมาคมไมเรียกประชุมภายในระยะเวลาตามวรรคสาม สมาชิก
ที่เปBนผูรองขอใหเรียกประชุ
ก มหรื
ก อสมาชิ
ก กกอื่นกรวมกันมีจํานวนไมนอยกวาจํ
ก กานวนสมาชิ
ก ก กกที่กําหนดตาม
วรรคสองจะเรียกประชุมเองก็ได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๙๕ ในการเรียกประชุมใหญ คณะกรรมการของสมาคมตองสงหนังสือนัด
ประชุมไปยังสมาชิกทุกกคนซึ่งมีกชื่อในทะเบี
ก ก ยนของสมาคมกอนวั
ก นก นัดประชุกมไมนอยกวาเจ็
ก ก ก ดวันหรือลง
พิมพ"โฆษณาอยางนอยสองคราวในหนังสือพิมพ"ที่แพรหลายในทองที่ฉบับหนึ่งกอนวันนัดประชุมไม
กนอยกวาเจ็
ก ดวันกก็ไกด ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
การเรี

ยกประชุ มใหญตองระบุสถานที่ วัน เวลา
ก ก ก ก ก
และระเบี ยบวาระการประชุมและ
ก ก ก ก
จัดสงรายละเอียดและเอกสารที่เกี่ยวของตามควรไปพรอมกันดวย สําหรับการเรียกประชุมใหญโดย
กการพิมพ"กโฆษณาก กรายละเอี
ก ยดและเอกสารดัก งกลาวตองจั
ก ดกไวและพรอมที
ก ก ่จะมอบใหแกสมาชิ ก กที่รกองขอ
ก ก ก
- ๒๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ณ สถานที่ที่ผูเรียกประชุมกําหนด
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๙๖ การประชุมใหญของสมาคมตองมีสมาชิกมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่ง
ของจํานวนสมาชิกทั้งกหมดจึงจะเปB ก นกองค"ก ประชุก ม เวนแตขอบังคับก ของสมาคมจะกํ
ก ก ากหนดองค"
ก ประชุมไว
เปBนอยางอื่น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ในการประชุมใหญครั้งใด ถาไมไดองค"ประชุมตามที่กําหนดไวและการประชุมใหญ
นั้นไดเรียกตามคํารองขอของสมาชิ
ก ก กก ก็ใกหงดการประชุ
ก ม แตถาเปBกนการประชุก มใหญที
ก ก ่สมาชิ
ก กมิไดเปBนผู
รองขอ ใหคณะกรรมการของสมาคมเรียกประชุมใหญอีกครั้งหนึ่งโดยจัดใหมีการประชุมขึ้นภายในสิบ
กสี่วันนับแตวั
ก นทีก่นัดกประชุกมครั้งแรก การประชุ
ก มครั้งหลั
ก งนี้ไกมบักงคับวาจํ
ก าตองครบองค"ประชุ
ก ม ก ก ก ก

มาตรา
ก ๙๗ กมติขกองทีก่ประชุก ม ใหถือเอาเสียงขางมากเปB
ก ก นประมาณ
ก ก เวนแตกรณี
ก ที่
ขอบังคับของสมาคมกําหนดเสียงขางมากไวเปBนพิเศษโดยเฉพาะ
ก ก ก กสมาชิกกคนหนึ่งมีเสียงหนึก่งในการลงคะแนนก ก ก ถาคะแนนเสี
ก ยงเทากันกใหประธานในที
ก ก่ ก ก
ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นไดอีกเสียงหนึ่งเปBนเสียงชี้ขาด
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก
มาตราก ๙๘ สมาชิ ก จะมอบอํ
ก ก ก
า นาจใหสมาชิ
ก ก ก ก
ก ผู ใดมาเขาประชุ มกและออกเสี
ก ก ก
ยง ก
ลงคะแนนแทนตนก็ได เวนแตขอบังคับของสมาคมจะกําหนดไวเปBนอยางอื่น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๙๙ ในกรณีที่จะมีมติในเรื่องใด ถาสวนไดเสียของกรรมการหรือสมาชิกของ
กสมาคมผูกใดขัดกกับกประโยชน"
ก ไดเสียของสมาคมก กรรมการหรื
ก ก ก อสมาชิ ก กของสมาคมผูนัก ้นจะออกเสี
ก ยกง ก ก
ลงคะแนนในเรื่องนั้นไมได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๐๐ ในการประชุมใหญครั้งใด ถาไดมีการนัดประชุมหรือการลงมติโดยไม
กปฏิบัติตาม
ก หรืกอฝRกาฝVนขอบั
ก งคับของสมาคมหรื
ก อบทบักญญักติในสวนนี
ก ก้ สมาชิก หรือพนักกงานอัยการอาจ
ก ก ก ก
รองขอใหศาลสั่งเพิกถอนมติในการประชุมใหญครั้งนั้นได แตตองรองขอตอศาลภายในหนึ่งเดือนนับ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
แตวันที่ที่ประชุมใหญลงมติ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๐๑ สมาคมยอมเลิกดวยเหตุหนึ่งเหตุใด ดังตอไปนี้
(๑)กเมื่อมีเหตุกตามทีก ่กํากหนดในขอบั
ก งคับ ก ก ก ก ก
(๒) ถาสมาคมตั้งขึ้นไวเฉพาะระยะเวลาใด เมื่อสิ้นระยะเวลานั้น
ก ก ก ก(๓) ถาสมาคมตั
ก ้งขึ้นเพื่อกระทํ
ก ากิจกการใดก เมืก่อกิจการนั
ก ้นสําเร็จแลว ก ก ก ก ก
(๔) เมื่อที่ประชุมใหญมีมติใหเลิก
(๕)กเมื่อสมาคมลมละลาย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๖) เมื่อนายทะเบียนถอนชื่อสมาคมออกจากทะเบียนตามมาตรา ๑๐๒
ก ก ก ก(๗) เมืก่อศาลสั่งใหเลิกตามมาตรา
ก ก ก ก ก
๑๐๔ ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๐๒ ใหนายทะเบียนมีอํานาจสั่งถอนชื่อสมาคมออกจากทะเบียนไดในกรณี
กดังตอไปนีก้ ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๒๑ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๑) เมื่ อ ปรากฏในภายหลั ง การจดทะเบี ย นวา วั ต ถุ ป ระสงค" ข องสมาคมขั ด ตอ


กกฎหมายหรื ก อศีกลธรรมอั
ก กนดีของประชาชน กหรืออาจเปB ก นภยั
ก นกตรายตอความสงบสุ
ก ขของประชาชนหรื
ก ก กอ ก ก
ความมั่นคงของรัฐ และนายทะเบียนไดสั่งใหแกไขแลวแตสมาคมไมปฏิบัติตามภายในระยะเวลาที่นาย
ทะเบียนกําหนด ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๒) เมื่อปรากฏวาการดําเนินกิจการของสมาคมขัดตอกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ของประชาชน หรืออาจเปBนภยันตรายตอความสงบสุขของประชาชนหรือความมั่นคงของรัฐ
(๓)กเมื่อสมาคมหยุ
ก กดดํกาเนินกิกจการติดตอกันตั้งแตสองป:
ก ขกึ้นไป ก ก ก
(๔) เมื่อปรากฏวาสมาคมใหหรือปลอยใหบุคคลอื่นซึ่งมิใชกรรมการของสมาคมเปBนผู
กดําเนินกิจกการของสมาคม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๕) เมื่อสมาคมมีสมาชิกเหลือนอยกวาสิบคนมาเปBนเวลาติดตอกันกวาสองป:
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๐๓ เมื่อนายทะเบียนมีคําสั่งใหถอนชื่อสมาคมใดออกจากทะเบียนตาม
กมาตรา ๑๐๒
ก กแลว
ก ใหนายทะเบี
ก ยนแจงคํก าสั่ งพรอมดวยเหตุ
ก ก ก ผ ลไปยั
ก ง สมาคมนั้ น โดยมิ
ก ชั ก ชาก และ
ก ก ก
ประกาศการเลิกสมาคมในราชกิจจานุเบกษา
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
กรรมการคนหนึ ่งคนใดหรือสมาชิกของสมาคมจํ านวนไมนอยกวาสามคน มีสิทธิ
อุทธรณ"คกําสั่งของนายทะเบี
ก ก ก ก
ยนตามวรรคหนึ

่งตอรัฐกมนตรี วาการกระทรวงมหาดไทยได
ก ก ก ก
โดยทํกาเปBกน ก ก
หนังสือยื่นตอนายทะเบียนภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับแจงคําสั่ง และใหนําความในมาตรา ๘๒
วรรคหา มาใชบังคับโดยอนุ
ก โลมก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๑๐๔ เมื่อมีกรณีกตามมาตรา


ก ๑๐๒
ก กผูมีสวนไดเสี
ก ยอาจรองขอใหนายทะเบี
ก ก ยกน ก ก
ถอนชื่อสมาคมออกจากทะเบียนได ถานายทะเบียนไมปฏิบัติตามคํารองขอโดยไมแจงเหตุผลใหผูรอง
ขอทราบภายในเวลาอั ก นสมควร ก หรืกอนายทะเบี
ก ก ยนไดแจงเหตุผกลใหทราบแลวแตผู
ก ก กรองขอไมพอใจใน

เหตุผลดังกลาว ผูรองขอนั้นจะรองขอตอศาลใหสั่งเลิกสมาคมนั้นเสียก็ได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๐๕ เมื่อสมาคมมีเหตุตองเลิกตามมาตรา ๑๐๑ (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) ให
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
คณะกรรมการของสมาคมที่อยูในตําแหนงขณะมีการเลิกสมาคมแจงการเลิกสมาคมตอนายทะเบียน
กภายในสิบกสี่วันกนับกแตวันกที่มีการเลิกสมาคมก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ในกรณีที่ศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งถึงที่สุดใหสมาคมลมละลายตามมาตรา ๑๐๑
(๕) หรือมีคําสั่งถึงที่สกุดใหเลิกสมาคมตามมาตรา
ก ก ก ก ๑๐๔ ใหศาลแจงคํ ก าพิพกากษาหรื
ก กอคํากสั่งดังกลาวให
นายทะเบียนทราบดวย
ก ก ก กใหนายทะเบี ก ยนประกาศการเลิ
ก กสมาคมในราชกิ
ก ก ก จกจานุเบกษา ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๑๐๖ก ในกรณี
ก ก ที่ มกี ก ารเลิ ก สมาคม ใหมี
ก ก ารชํกา ระบักญ ชีกส มาคมและใหนํ
ก า
บทบัญญัติในบรรพ ๓ ลักษณะ ๒๒ วาดวยการชําระบัญชีหางหุนสวนจดทะเบียน หางหุนสวนจํากัด
กและบริษกัทจํากักด มาใชบั
ก กงคับแกการชําระบักญชีสมาคมโดยอนุ
ก ก กโลม ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๐๗ เมื่อไดชําระบัญชีแลว ถามีทรัพย"สินเหลืออยูเทาใด จะแบงใหแก
กสมาชิกของสมาคมนั
ก ก ก ้นไมได
ก ทรัพย"สินที่เหลืกอนั้นจะตองโอนใหแกสมาคมหรื
ก ก ก ก อมูลนิธิ หรื
ก อนิติบุคกคลทีก่มี ก ก
- ๒๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

วัตถุประสงค"เกี่ยวกับการสาธารณกุศล ตามที่ไดระบุชื่อไวในขอบังคับของสมาคม หรือถาขอบังคับ


กไมไดระบุกชื่อไวก็
ก ใหเปB
ก นไปตามมติ
ก ของที่ประชุ
ก มใหญกแตถาขอบั
ก ก งคับกของสมาคมหรือทีก่ประชุมใหญมิก ไกด ก ก
ระบุผูรับโอนทรัพย"สินดังกลาวไว หรือระบุไวแตไมสามารถปฏิบัติได ใหทรัพย"สินที่เหลืออยูนั้นตกเปBน
ของแผนดิน ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๐๘ ผูใดประสงค"จะขอตรวจเอกสารเกี่ยวกับสมาคมที่นายทะเบียนเก็บ
รักษาไว หรือจะขอใหนายทะเบี
ก ก ยนคักดสํกาเนาเอกสารดั
ก งกลาว พรอมดวยคํ
ก การับรองวาถู
ก ก กกตอง ใหยื่นคํา
ขอตอนายทะเบียน และเมื่อไดเสียคาธรรมเนียมตามที่กําหนดในกฎกระทรวงแลวใหนายทะเบียน
กปฏิบัติตามคํ
ก าขอนั
ก ก้น ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๑๐๙ก ใหรักฐมนตรี
ก วาการกระทรวงมหาดไทยรั
ก ก กษาการตามบทบั
ก ก ก กญญัติในสวน
นี้ และใหมีอํานาจแตงตั้งนายทะเบียนกับออกกฎกระทรวงเกี่ยวกับ
ก ก ก ก(๑) การยื
ก ่นคําขอจดทะเบีกยนและการรั
ก บกจดทะเบี
ก ยกน ก ก ก ก ก
(๒) คาธรรมเนียมการจดทะเบียน การขอตรวจเอกสาร การคัดสําเนาเอกสารและ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
คาธรรมเนียมการขอใหนายทะเบี ยนดําเนินการใด ๆ เกี่ยวกับสมาคม รวมทั ้งการยกเวนคาธรรมเนียม
ดังกลาว ก ก ก ก
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๓) การดําเนินกิจการของสมาคมและการทะเบียนสมาคม
(๔)กการอื่นใดเพื
ก ่อปฏิ
ก บกัติใหเปB
ก นไปตามบทบัญญักติในสวนนี
ก้ ก ก ก
กฎกระทรวงนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลวใหใชบังคับได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
สวนที่ ๓
ก ก ก ก ก มูลนิธิ ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๑๐ มูลนิธิไดแกทรัพย"สินที่จัดสรรไวโดยเฉพาะสําหรับวัตถุประสงค"เพื่อ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
การกุศล สาธารณะ การศาสนา ศิลปะ วิทยาศาสตร" วรรณคดี การศึกษา หรือเพื่อสาธารณประโยชน"
กอยางอื่นกโดยมิก ไดมุ
ก งหาผลประโยชน"
ก มาแบงป;
ก นกันกและไดจดทะเบี
ก ก ก ยนตามบทบัญญักติแหงประมวล ก ก ก ก
กฎหมายนี้
การจั
ก ด การทรั
ก พ ย"กสิ นกของมูกล นิ ธิ ตองมิ ใ ชเปBกน การหาผลประโยชน"
ก ก ก เกพื่ อ บุ ค คลใด
นอกจากเพื่อดําเนินการตามวัตถุประสงค"ของมูลนิธินั้นเอง
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๑๑ มู ล นิ ธิ ต องมี ข อบั ง คั บ และตองมี ค ณะกรรมการของมู ล นิ ธิ
ประกอบดวยบุคคลอยางนอยสามคน
ก ก ก กเปBนผูดํก าเนินกิจการของมูกลนิธิตามกฎหมายและขอบั
ก ก ก ก งคับของ
มูลนิธิ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา

๑๑๒ก ขอบักงคักบของมู ก
ลนิธิอยางนอยตองมี

รายการ ดังตอไปนี้
ก ก ก ก
(๑) ชื่อมูลนิธิ
ก ก ก ก(๒) วัตกถุประสงค"ของมูลนิกธิ ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๒๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๓) ที่ตั้งสํานักงานใหญและที่ตั้งสํานักงานสาขาทั้งปวง
ก ก ก ก(๔) ทรักพย"สินของมูลนิธิขกณะจัดตั้งก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๕) ขอกําหนดเกี่ยวกับคณะกรรมการของมูลนิธิ ไดแก จํานวนกรรมการ การตั้ง
กรรมการ วาระการดํการงตําแหนงของกรรมการ
ก ก ก ก การพนจากตํากแหนงของกรรมการ ก ก ก และการประชุ
ก ม
ของคณะกรรมการ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๖) ขอกําหนดเกี่ยวกับการจัดการมูลนิธิ การจัดการทรัพย"สินและบัญชีของมูลนิธิ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๑๓ มูลนิธิตองใชชื่อซึ่งมีคําวา “มูลนิธิ” ประกอบกับชื่อของมูลนิธิ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๑๔ การขอจดทะเบียนมูลนิธินั้น ใหผูขอจัดตั้งมูลนิธิยื่นคําขอเปBนหนังสือ
ตอนายทะเบียนแหงทองที ก ่ที่สกํานักกงานใหญของมู
ก ก ลนิธิจะตั้งขึ้นก ในคําขออยางนอยตองระบุ ก ก ก ก เจาของ
ทรั พ ย" สิ น และรายการทรั พ ย" สิ น ที่ จ ะจั ด สรรสํ า หรั บ มู ล นิ ธิ รายชื่ อ ที่ อ ยู และอาชี พ ของผู จะเปB น
กกรรมการของมูก กลนิกธิทุกคน
ก พรอมกับแนบขอบั ก งคับของมู
ก ลกนิธิมก ากับกคําขอดวย ก ก ก ก ก


มาตรา ๑๑๕ก เมื่อกนายทะเบี
ก ก
ยนไดรับคําขอแลวเห็ ก
นวา กคําขอนั
ก ก ก
้นถูกตองตามมาตรา

๑๑๔ และขอบั งคับถูกตองตามมาตรา ๑๑๒
ก ก ก ก ก
และวัตกถุประสงค"
ก ก ก
เปBนไปตามมาตรา ๑๑๐ ก
และไมขั
ก ก
ดตอ ก ก
กฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือไมเปBนภยันตรายตอความสงบสุขของประชาชนหรือ
ความมั่นคงของรัฐ และรายการซึ
ก ก ่งจดแจงในคํ
ก ก กาขอหรือขอบังคับกสอดคลองกั ก บวักตถุกประสงค"ก ของมูลนิธิ
และผู จะเปB นกรรมการของมู ล นิ ธินั้ นมีฐ านะและความประพฤติ เหมาะสมในการดํ าเนิ นการตาม
กวัตถุประสงค"
ก ขกองมูก ลนิธกิ ใหนายทะเบียนรับก จดทะเบีกยนและออกใบสํก ก ก าคัญแสดงการจดทะเบี ก ยนใหแก
ก ก ก ก
มูลนิธินั้น และประกาศการจัดตั้งมูลนิธิในราชกิจจานุเบกษา
ถานายทะเบี
ก กยนเห็กนวาคํ
ก าขอหรื
ก อขอบังคับไมถูกกตองตามมาตรา ก ก ก ๑๑๔ก หรือมาตรา
๑๑๒ หรือรายการซึ่งจดแจงในคําขอหรือขอบังคับไมสอดคลองกับวัตถุประสงค"ของมูลนิธิ หรือผูจะ
กเปBนกรรมการของมู
ก ก ก ลนิธกิมีฐานะหรือความประพฤติก ก ก ก ก าเนินการตามวักตถุประสงค"
ไมเหมาะสมในการดํ ก ของ ก ก ก
มูลนิธิ ใหมีคําสั่งใหผูขอจดทะเบียนแกไขหรือเปลี่ยนแปลงใหถูกตอง เมื่อแกไขหรือเปลี่ยนแปลง
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ถูกตองแลว ใหรับจดทะเบียนและออกใบสําคัญแสดงการจดทะเบียนใหแกมูลนิธินั้น
ก ก ก กถานายทะเบี
ก ยนเห็นวาไมอาจรั
ก บจดทะเบี
ก ก ยกนไดเนื ก ่องจากวัตถุประสงค" ก ของมูลกนิธิไกม ก ก
เปBนไปตามมาตรา ๑๑๐ หรือขัดตอกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรืออาจเปBนภยันตราย
ตอความสงบสุขของประชาชนหรื
ก ก อความมั
ก ก ่นคงของรั
ก ฐ หรือผูขอจดทะเบีก ยกนไมแกไขหรื
ก ก อกเปลี่ยนแปลง
ใหถูกตองภายในสามสิบวันนับแตวันที่ทราบคําสั่งของนายทะเบียน ใหนายทะเบียนมีคําสั่งไมรับจด
กทะเบียน กและแจงคํ
ก ก าสั่งกพรอมดวยเหตุผลทีก่ไมรับจดทะเบี ก ยกนใหผู ก ขอจดทะเบี
ก ยนทราบโดยมิก ชักชาก ก ก ก
ผู ขอจดทะเบี ย นมี สิ ท ธิ อุ ท ธรณ" คํ า สั่ ง ไมรั บ จดทะเบี ย นนั้ น ตอรั ฐ มนตรี ว าการ
กระทรวงมหาดไทย โดยทํ ก าเปBนกหนังกสือยืก่นตอนายทะเบี
ก ยนภายในสามสิ ก บวักนนับกแตวักนที่ไดรั
ก บแจงคําสั่ง
ไมรับจดทะเบียน
ก ก ก กใหรัฐมนตรี
ก วาการกระทรวงมหาดไทยวิ
ก ก นก ิจฉักยอุทธรณ" ก และแจงคําวินิจกฉัยใหผูอุกทธรณ" ก ก ก
ทราบภายในเกาสิบวักนนับแตวักนที่นกายทะเบี ก ก
ยนไดรับหนังสืออุทกธรณ" คํากวินิจกฉัยของรั ก ก
ฐมนตรีวาการ
กระทรวงมหาดไทยใหเปBนที่สุด
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๒๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๑๑๖ กอนที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนมูลนิธิ ผูขอจัดตั้งมูลนิธิมีสิทธิขอ


กถอนการจักดตั้งกมูลนิก ธิไดโดยทํ
ก าเปBนหนังสือยืก่นตอนายทะเบี ก กยนกสิทธิกที่จะขอถอนการจัดกตั้งมูลนิธินกี้ไมตก
ก ก ก
ทอดไปยังทายาท
ในกรณีก ที่มีผูกขอจัดกตั้งกมูลนิธกิหลายคน ถาผูขอจักดตั้งมูลนิกธิคนหนึ
ก ก่งคนใดใชสิ
ก ทธิถอน
การจัดตั้งมูลนิธิ ใหคําขอจัดตั้งมูลนิธินั้นเปBนอันระงับไป
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๑๑๗ก ในกรณี ก ก ที่ผูขอจั
ก ดตั้งมู ลนิธิถึงแกความตายกอนนายทะเบี
ก ก ก ก ก ยนรับจด
ทะเบียนมูลนิธิ ถาผูตายมิไดทําพินัยกรรมยกเลิกการจัดตั้งมูลนิธิที่ขอจัดตั้งไวใหคําขอจัดตั้งมูลนิธิที่
กผู ตายไดยืก ่ น ไวตอนายทะเบี
ก ก ก ย นยั ง คงใชไดตอไป ก และใหทายาทหรื
ก ก ก ก อ ผู จั ด การมรดกหรื ก อ ผู ซึ่ งกผู ตาย
ก ก ก
มอบหมาย ดําเนินการในฐานะเปBนผูขอจัดตั้งมูลนิธิตอไป ถาบุคคลดังกลาวไมดําเนินการภายในหนึ่ง
รอยยี่สิบวันนับแตวันกที่ผูขอจัดกตั้งมูกลนิธกิถึงแกความตาย
ก บุคคลผูกมีสวนไดเสี
ก ยหรื
ก อกพนักงานอั
ก ยการจะ
ดําเนินการในฐานะเปBนผูขอจัดตั้งมูลนิธินั้นตอไปก็ได
ก ก ก กในกรณี ก ที่ไมสามารถจัดตัก้งมูลนิธิขึ้นกไดตามวั
ก กตถุประสงค"
ก ที่ผูตายกําหนดไว ก ถาหากไมมี ก ก ก ก
พินัยกรรมของผูตายสั่งการในเรื่องนี้ไวเปBนอยางอื่น ใหนําความในมาตรา ๑๖๗๙ วรรคสอง มาใช
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
บังคับโดยอนุโลม ถาไมสามารถดํ าเนินการตามมาตรา ๑๖๗๙ วรรคสอง หรื อมูลนิธิจัดตั้งขึ้นไมไดตาม

มาตรา ๑๑๕ก ก ก ก
ใหทรัพย"สินที่จัดสรรไวตกเปBกนมรดกของผู ตาย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา ก ๑๑๘ก ในกรณี ก กที่มีขอกํ


ก าหนดพินัยกรรมใหกอตั
ก ้งมูกลนิธกิตามมาตรา
ก ก ๑๖๗๖ ให
บุคคลซึ่งมีหนาที่ที่จะตองจัดตั้งมูลนิธิตามมาตรา ๑๖๗๗ วรรคหนึ่ง ดําเนินการตามมาตรา ๑๑๔ และ
กตามบทบักญญัตกิแหงมาตรานี
ก ก ้ ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ถาบุคคลซึ่งมีหนาที่ที่จะตองจัดตั้งมูลนิธิตามวรรคหนึ่ง มิไดขอจดทะเบียนกอตั้ง
มูลนิธิภายในหนึ่งรอยยี ก ่สิบวันกนับแตวั
ก นกที่บุคกคลดังกลาวไดรูหรืกอควรรูขอกํ
ก าหนดพิ
ก ก นัยกรรมใหกอตั
ก ้ง
มูลนิธิ บุคคลผูมีสวนไดเสียคนหนึ่งคนใดหรือพนักงานอัยการจะเปBนผูขอจดทะเบียนมูลนิธิก็ได
ก ก ก กถาผูยืก่นคําขอจดทะเบียนมู ก ลนิธิไมดํ
ก าเนิกนการแกไขหรื
ก ก อเปลี่ยนแปลงใหถู ก กตองตาม
ก ก ก ก
คําสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๑๑๕ จนเปBนเหตุใหนายทะเบียนไมรับจดทะเบียนมูลนิธิเพราะเหตุ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ดังกลาว บุคคลผูมีสวนไดเสียคนหนึ่งคนใดหรือพนักงานอัยการจะเปBนผูขอจดทะเบียนมูลนิธินั้นอีกก็
กได ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ผูยื่ นคํ าขอจดทะเบี ยนกอตั้ งมูล นิ ธิตามมาตรานี้ จะขอถอนการกอตั้ งมู ล นิ ธิตาม
มาตรา ๑๑๖ ไมได ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ในกรณีที่มีผูคัดคานตอนายทะเบียนวาพินัยกรรมนั้นมิไดกําหนดใหกอตั้งเปBนมูลนิธิ
กใหนายทะเบีก ยกนแจงใหผู
ก กคัดคานไปรองตอศาลภายในหกสิ
ก ก ก บวักนนับกแตวันที่ไดรับแจงจากนายทะเบี
ก ก ยกน ก ก
และใหนายทะเบียนรอการพิจารณาการจดทะเบียนไวกอน เพื่อดําเนินการตามคําพิพากษาหรือคําสั่ง
ของศาล ถาผูคั ดคานไมยื ก ่ นคํกา รองตอศาลภายในเวลาที
ก ก ก ่ กําหนด
ก ใหนายทะเบี
ก ก ยกนพิ จการณาการจด
ทะเบียนมูลนิธินั้นตอไป
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา

๑๑๙ก ในกรณี
ก ก ก
ที่มีขอกําหนดพินัยกรรมใหจั

ดตั้งกมูลนิกธิ ถาพิ
ก ก
นัยกรรมที่ทําไว
มิไดมีขอกําหนดเกี่ยวกับรายการตามมาตรา ๑๑๒ (๑) (๓) (๕) หรือ (๖) ใหผูยื่นคําขอตามมาตรา
ก๑๑๘ กํากหนดรายการดั
ก ก กงกลาวได ถาผูมีสวนไดเสี
ก ยคนหนึ
ก ก่งคนใดคั
ก ดกคาน ใหนายทะเบีกยนมีคําสั่งกตามที ก่ ก ก
- ๒๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

เห็นสมควร แลวแจงใหผูยื่นคําขอและผูคัดคานทราบพรอมทั้งแจงดวยวา หากผูยื่นคําขอหรือผูคัดคาน


กไมพอใจในคํ
ก ากสั่งดักงกลาว
ก ก็ใหไปรองคัดคานตอศาลภายในหกสิ
ก ก ก ก กบวันนับแตวันที่ไดรักบแจงจากนายก ก ก ก
ทะเบียน และใหนายทะเบียนรอการพิจารณาจดทะเบียนไวกอนเพื่อดําเนินการตามคําพิพากษาหรือ
คําสั่งของศาล แตถาไมมีก การรองคั
ก กดคานตอศาลภายในเวลาที
ก ก ก่กําหนด ใหนายทะเบี
ก ก ก ยนพิ ก จารณาจด
ทะเบียนมูลนิธิตามที่ไดมีคําสั่งไวนั้นตอไป
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๑๒๐ก ในกรณีก กที่มีบกุคคลหลายรายยื่นคํกาขอจดทะเบี
ก ยกนมูกลนิธิตกามพินัยกรรม
ของเจามรดกรายเดียวกัน ถาคําขอนั้นมีขอขัดแยงกัน ใหนายทะเบียนเรียกผูยื่นคําขอมาตกลงกัน
กและถาผูกยื่นคํากขอไมมาตกลงกั
ก ก น หรือตกลงกั
ก นไมไดภายในระยะเวลาที
ก ก ก ก ่นายทะเบียนกํ ก าหนด ใหนาย
ก ก ก ก
ทะเบียนมีคําสั่งตามที่เห็นสมควร และใหนําความในมาตรา ๑๑๙ มาใชบังคับโดยอนุโลม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๒๑ เมื่ อ ไดจดทะเบี ย นมู ล นิ ธิ แ ลว ถาผู ขอจั ด ตั้ ง มู ล นิ ธิ มี ชี วิ ต อยู ให
กทรัพย"สินกที่จัดกสรรไวเพื
ก ่อกการนั้นตกเปBนของมู
ก ลนิธิตั้งกแตวักนที่นก ายทะเบี
ก ยนรับจดทะเบียกนมูลนิธิเกปBนตน
ก ก ก
ไป
ก ก ก ก ก ก
ในกรณี ที่ผูขอจั ดตั้งมูลนิธิถึงแกความตายกอนนายทะเบี ยกนรับกจดทะเบี
ก ก
ยนมูลนิธิ เมื่อ
ไดจดทะเบี

ยนมูลนิธิแลว ใหทรัพย"สินที่จัดกสรรไวเพืก่อการนั
ก ก ก ก
้นตกเปBนของมูลนิธิตั้งแตเวลาที
ก ก ก ก
่ผูขอจั ดตั้ง
ก ก ก ก
มูลนิธินั้นถึงแกความตาย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๒๒ มูลนิธิที่ไดจดทะเบียนแลวเปBนนิติบุคคล
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๒๓ คณะกรรมการของมูลนิธิเปBนผูแทนของมูลนิธิในกิจการอันเกี่ยวกับ
บุคคลภายนอก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๑๒๔ บรรดากิจกการที่คณะกรรมการของมู


ก ก ก ก ลนิธิไดกระทําไป กแมจะปรากฏใน
ก ก ก ก
ภายหลังวามีขอบกพรองเกี่ยวกับการแตงตั้งหรือคุณสมบัติของกรรมการของมูลนิธิ กิจการนั้นยอมมี
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ผลสมบูรณ"
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๒๕ การแตงตั้งกรรมการของมูลนิธิขึ้นใหมทั้งชุดหรือการเปลี่ยนแปลง
กรรมการของมูลนิธิ ใหกระทํ
ก ากตามขอบั
ก กงคับของมู
ก ลนิธิ และมูลนิกธิตองนําไปจดทะเบี
ก ก ก ยนภายในสามสิ
ก บ
วันนับแตวันที่มีการแตงตั้งหรือเปลี่ยนแปลงกรรมการของมูลนิธิ
ก ก ก กถานายทะเบี ก ยนเห็นวากรรมการของมู
ก ก กลนิกธิตามวรรคหนึ
ก ่งผูใด มีฐกานะหรือกความก ก ก
ประพฤติไมเหมาะสมในการดําเนินการตามวัตถุประสงค"ของมูลนิธิ นายทะเบียนจะไมรับจดทะเบียน
กรรมการของมู ล นิ ธกิ ผู นั้ นก็ ไ ดก ในกรณี
ก กที่ น ายทะเบี
ก ยนไมรั บจดทะเบี
ก ยนกรรมการของมู
ก ก ก ก ล นิ ธิ นาย
ทะเบียนตองแจงเหตุผลที่ไมรับจดทะเบียนใหมูลนิธิทราบภายในหกสิบวันนับแตวันที่ยื่นคําขอจด
กทะเบียน กและใหนํ
ก กาความในมาตรา
ก ก ่และวรรคหามาใชบั
๑๑๕ วรรคสี ก ก ก ก งคับโดยอนุโลม ก ก ก ก ก
ในกรณี

ที่กรรมการของมู
ก ก ก ก
ลนิธิพนจากตําแหนงและไมมี

กกรรมการของมู
ก ก ก
ลนิธิเหลืออยู
หรือกรรมการของมูลนิธิที่เหลืออยูไมสามารถดําเนินการตามหนาที่ได ถาขอบังคับของมูลนิธิมิได
กกํ า หนดการปฏิ
ก ก บกั ติ ห นาทีก ่ ไ วเปB น อยางอื่ นก ใหกรรมการของมู
ก ก ก ล นิกธิ ที่ พ นจากตํ า แหนงปฏิ
ก บั ตกิ ห นาที
ก่ ก ก
- ๒๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

กรรมการของมูลนิธิตอไปจนกวานายทะเบียนจะไดแจงการรับจดทะเบียนกรรมการของมูลนิธิที่ตั้ง
กใหม ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
กรรมการของมูลนิธิที่พนจากตําแหนงเพราะถูกถอดถอนโดยคําสั่งศาลตามมาตรา
๑๒๙ จะปฏิบัติหนาทีก่ตามวรรคสามไมได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๒๖ ภายใตบังคับมาตรา ๑๒๗ ใหคณะกรรมการของมูลนิธิเปBนผูมีอํานาจ
แกไขเพิ่มเติมขอบังคักบของมูลกนิธิ กแตถาขอบั
ก ก งคับของมูลนิธิไดกํ
ก าหนดหลั
ก กเกณฑ"
ก ก และวิ
ก ธีการแกไข
เพิ่มเติมไว การแกไขเพิ่มเติมตองเปBนไปตามที่ขอบังคับกําหนด และใหมูลนิธินําขอบังคับที่แกไข
กเพิ่มเติมนัก้นไปจดทะเบี
ก ก กยนตอนายทะเบียนภายในสามสิ
ก ก กบวันกนับแตวั
ก นที่คณะกรรมการของมู
ก ลกนิธิไกด ก ก
แกไขเพิ่มเติมขอบังคับของมูลนิธิและใหนําความในมาตรา ๑๑๕ มาใชบังคับโดยอนุโลม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๒๗ การแกไขเพิ่มเติมรายการในขอบังคับของมูลนิธิตามมาตรา ๑๑๒ (๒)
กจะกระทํากไดแตเฉพาะในกรณี
ก ก ก ดังตอไปนี้ ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๑) เพื่อใหสามารถดําเนินการตามวัตถุประสงค"ของมูลนิธิ หรือ
(๒)กพฤติการณ"
ก ก ก ก
เปลี่ยนแปลงไปเปBนเหตุใหวัตถุปกระสงค"ขกองมูลกนิธกินั้นมีปกระโยชน"นอย
หรือไมอาจดํ

าเนินการใหสมประโยชน"ตามวัก ตถุประสงค"
ก ก ก ก
ของมูลนิธินั้นได และวัตถุประสงค"
ก ก ก ก ก
ของมูกลนิธกิที่ ก ก
แกไขเพิ่มเติมนั้นใกลชิดกับวัตถุประสงค"เดิมของมูลนิธิ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๒๘ ใหนายทะเบียนมีอํานาจตรวจตราและควบคุมดูแลการดําเนินกิจการ
กของมูลนิกธิใหเปB
ก นกไปตามกฎหมายและขอบั
ก ก งคับของมู
ก ลนิก ธิ กเพื่อการนี
ก ้ใหนายทะเบียกนหรือพนักกงาน
ก ก ก
เจาหนาที่ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายเปBนหนังสือ มีอํานาจ
(๑)กมีคําสั่งเปBกนหนักงสืกอใหกรรมการ
ก พนักงานกลูกจางหรืก อตัวกแทนของมู
ก ก ลนิธิ ชี้แจง
แสดงขอเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการของมูลนิธิ หรือเรียกบุคคลดังกลาวมาสอบถาม หรือใหสงหรือแสดง
กสมุดบัญชีกและเอกสารตาง
ก ก ก ๆ ของมูลนิธิเพื่อกตรวจสอบ ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๒) เขาไปในสํานักงานของมูลนิธิในเวลาระหวางพระอาทิตย"ขึ้น และพระอาทิตย"ตก
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
เพื่อตรวจสอบกิจการของมูลนิธิ
ก ก ก กในการปฏิ ก บัติการตามวรรคหนึ ก ่ง ถาเปB
ก นกนายทะเบี
ก ก ยนใหแสดงบัตรประจํก าตัวและถา
ก ก ก ก
เปBนพนักงานเจาหนาที่ซึ่งไดรับมอบหมาย ใหแสดงบัตรประจําตัวและหนังสือมอบหมายของนาย
ทะเบียนตอผูที่เกี่ยวของ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๑๒๙ ในกรณีทกี่กรรมการของมู


ก ก ลนิกธิผูใดดํ
ก าเนินกิจการของมู
ก ลนิธิผิดกพลาด
ก ก ก
เสื่อมเสียตอมูลนิธิ หรือดําเนินกิจการฝRาฝVนกฎหมายหรือขอบังคับของมูลนิธิ หรือกลายเปBนผูมีฐานะ
หรือความประพฤติไมเหมาะสมในการดํ
ก ก ก กาเนินกการตามวัตถุประสงค"
ก ของมูลกนิธิ กนายทะเบี
ก กยน พนักงาน
อัยการ หรือผูมีสวนไดเสียคนหนึ่งคนใดอาจรองขอตอศาลใหมีคําสั่งถอดถอนกรรมการของมูลนิธิผูนั้น
กได ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ในกรณี

ที่การกระทํ าตามวรรคหนึ่งเปBนการกระทํ
ก ก ก ก ก
าของคณะกรรมการของมู
ก ก ก ก
ลนิธิหรือ
ปรากฏวาคณะกรรมการของมูลนิธิไมดําเนินการตามวัตถุประสงค"ของมูลนิธิโดยไมมีเหตุอันสมควร
กนายทะเบีกยน กพนักกงานอักยการ หรือผูมีสวนไดเสี
ก ยคนหนึก ่งกคนใดอาจรองขอตอศาลใหมี
ก ก ก คําสั่งถอดถอน
ก ก ก ก
- ๒๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

กรรมการของมูลนิธิทั้งคณะได
ก ก ก กในกรณี ก ที่ศาลมีคําสั่งถอดถอนกรรมการของมู
ก ก ก ก ลนิกธิหรือคณะกรรมการของมู
ก ลนิกธิตามก ก ก
วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ศาลจะแตงตั้งบุคคลอื่นเปBนกรรมการของมูลนิธิ หรือคณะกรรมการของ

มูลนิธิแทนกรรมการของมู ลนิกธิ หรืกอคณะกรรมการของมู
ก ก ลนิธกิที่ศาลถอดถอนก็
ก ก กได เมืก่อศาลมีคําสั่ง
แตงตั้งบุคคลใดเปBนกรรมการของมูลนิธิแลว ใหนายทะเบียนดําเนินการจดทะเบียนไปตามนั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๑๓๐ก มูลนิกธิยกอมเลิกกดวยเหตุหนึ่งเหตุใกด ดังตอไปนี
ก ้ ก ก ก
(๑) เมื่อมีเหตุตามที่กําหนดในขอบังคับ
ก ก ก ก(๒) ถามู ก ลนิธิตั้งขึ้นไวเฉพาะระยะเวลาใด
ก ก ก เมืก่อสิ้นระยะเวลานั
ก ้น ก ก ก ก ก
(๓) ถามูลนิธิตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค"อยางใด และไดดําเนินการตามวัตถุประสงค"
สําเร็จบริบูรณ"แลว หรืกอวัตถุประสงค"
ก กนั้นกกลายเปBก นพนวิสัย ก ก ก ก ก
(๔) เมื่อมูลนิธินั้นลมละลาย
ก ก ก ก(๕) เมืก่อศาลมีคําสั่งใหเลิกกมูลนิธิตามมาตรา
ก ก ก๑๓๑ก ก ก ก ก ก


มาตรา ๑๓๑ก นายทะเบี
ก ก ก
ยน พนักงานอัยการกหรือผูมีสกวนไดเสี ก ก ก
ยคนหนึ่งคนใดอาจ
รองขอตอศาลใหมี
ก ก ก ก ก
คําสั่งใหเลิกมูลนิธิไดในกรณี

หนึ่งกรณี ใด ดังตอไปนี้
ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๑) เมื่อปรากฏวาวัตถุประสงค"ของมูลนิธิขัดตอกฎหมาย
(๒)กเมื่อปรากฏวามู
ก ก ลกนิธิกระทํ
ก าการขัดตอกฎหมายหรื ก อกศีลธรรมอั
ก ก นดีขกองประชาชน
หรืออาจเปBนภยันตรายตอความสงบสุขของประชาชนหรือความมั่นคงของรัฐ
ก ก ก ก(๓) เมืก่อปรากฏวามูลนิธิไกมสามารถดํ ก าเนิก นกิกจการตอไปไดไมวาเพราะเหตุ
ก ก ใด ๆก หรืกอ ก ก
หยุดดําเนินกิจการตั้งแตสองป:ขึ้นไป
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๓๒ เมื่อมูลนิธิมีเหตุตองเลิกตามมาตรา ๑๓๐ (๑) (๒) หรือ (๓) แลว ให
กคณะกรรมการของมู
ก ก ก ล กนิ ธิที่อยู ในตํ าแหนงขณะมี ก กการเลิกกมูกลนิธิแกจงการเลิกมูลนิธิตกอนายทะเบี
ก ยกน ก ก
ภายในสิบสี่วันนับแตวันที่มีการเลิกมูลนิธิ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ในกรณีที่ศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งถึงที่สุดใหมูลนิธิลมละลายตามมาตรา ๑๓๐
ก(๔) หรือมีกคําสัก่งถึงกที่สุดใหเลิ
ก กมูลนิธิตามมาตรา
ก ๑๓๑ก ใหศาลแจงคํ
ก ก ากพิพากษาหรือคําสั่งกดังกลาวใหนาย
ก ก ก ก
ทะเบียนทราบดวย
ใหนายทะเบี
ก ยกนประกาศการเลิ
ก ก ก กมูลนิธิในราชกิกจจานุเบกษา ก ก ก ก

ก ก ก กมาตรา
ก ๑๓๓ ในกรณีกที่ มี ก ารเลิก ก มูกล นิ กธิ ใหมีกก ารชํ า ระบั ญ ชี มกู ล นิ ธิ แ ละใหนํ
ก กา ก ก
บทบัญญัติในบรรพ ๓ ลักษณะ ๒๒ วาดวยการชําระบัญชีหางหุนสวนจดทะเบียน หางหุนสวนจํากัด
และบริษัทจํากัด มาใชบั
ก งคับแกการชํ
ก ก ากระบัญกชีมูลนิธิโดยอนุโลมก ทั้งนี้ ใหผู
ก ชํการะบั
ก ญชีกเสนอรายงาน
การชําระบัญชีตอนายทะเบียน และใหนายทะเบียนเปBนผูอนุมัติรายงานนั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา

๑๓๔ก เมื่อกไดชํก าระบักญชีแลว ใหโอนทรักพย"สินของมู ลนิธิใหแกมูลนิธิหรือนิติ
ก ก ก ก
บุคคลที่มีวัตถุประสงค"ตามมาตรา ๑๑๐ ซึ่งไดระบุชื่อไวในขอบังคับของมูลนิธิ ถาขอบังคับของมูลนิธิ
กมิไดระบุชกื่อมูลกนิธิหก รือนิกติบุคคลดังกลาวไว กพนักงานอัก ยการก ผูกชําระบั
ก ญชี หรือผูมีสวนไดเสี
ก ยคนหนึก ่งคน
ก ก ก
- ๒๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ใด อาจรองขอตอศาลใหจัดสรรทรัพย"สินนั้นแกมูลนิธิหรือนิติบุคคลอื่นที่ปรากฏวามีวัตถุประสงค"
กใกลชิดที่สกุดกับกวัตกถุประสงค"
ก ของมูลนิธินั้นไดก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ถามู ล นิ ธิ นั้ น ถู ก ศาลสั่ ง ใหเลิ ก ตามมาตรา ๑๓๑ (๑) หรื อ (๒) หรื อ การจั ด สรร
ทรัพย"สินตามวรรคหนึก่งไมอาจกระทํ ก กาไดก ใหทรักพย"สินของมูลนิธิตกกเปBนของแผนดิ
ก ก นก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๓๕ ผูใดประสงค"จะขอตรวจเอกสารเกี่ยวกับมูลนิธิที่นายทะเบียนเก็บ
รักษาไว หรือจะขอใหนายทะเบี
ก ก ยนคัก ดสํกาเนาเอกสารดั
ก งกลาวพรอมดวยคํ
ก การับรองวาถู
ก ก กกตอง ใหยื่นคํา
ขอตอนายทะเบียน และเมื่อไดเสียคาธรรมเนียมตามที่กําหนดในกฎกระทรวงแลว ใหนายทะเบียน
กปฏิบัติตามคํ
ก าขอนั
ก ก้น ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๑๓๖ก ใหรักฐมนตรี ก วาการกระทรวงมหาดไทยรั
ก ก กษาการตามบทบั
ก ก ก กญญัติในสวน
นี้ และใหมีอํานาจแตงตั้งนายทะเบียนกับออกกฎกระทรวงเกี่ยวกับ
ก ก ก ก(๑) การยื
ก ่นคําขอจดทะเบีกยนและการรั ก บกจดทะเบี
ก ยกน ก ก ก ก ก
(๒) คาธรรมเนียมการจดทะเบียน การขอตรวจเอกสาร การคัดสําเนาเอกสารและ
ก ก ก ก ก
คาธรรมเนียมการขอใหนายทะเบี ยนดําเนินการใด ๆ เกี่ยวกับมูกลนิธิรวมทั
ก ก ก ก
้งการยกเวนคาธรรมเนียม
ดังกลาว ก ก ก ก
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๓) แบบบัตรประจําตัวของนายทะเบียนและพนักงานเจาหนาที่
(๔)กการดําเนิกนกิจการของมู
ก ก กลนิธิและการทะเบียกนมูลนิธิ ก ก ก ก
(๕) การอื่นใดเพื่อปฏิบัติใหเปBนไปตามบทบัญญัติในสวนนี้
ก ก ก กกฎกระทรวงนั
ก ้น เมื่อประกาศในราชกิ
ก ก จจานุ
ก กเบกษาแลวใหใชบั
ก งคับไดก ก ก ก ก

ก ก ก ก กลักษณะ ๓ ก ก ก ก ก
ทรัพย"
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๓๗ ทรัพย" หมายความวา วัตถุมีรูปราง
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๓๘ ทรัพย"สิน หมายความรวมทั้งทรัพย"และวัตถุไมมีรูปราง ซึ่งอาจมีราคา
และอาจถือเอาได ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๑๓๙ อสังหาริมกทรัพย" หมายความวา


ก ก ก กที่ดินและทรัพย"อันกติดอยูกับกที่ดินกมี ก ก
ลักษณะเปBนการถาวรหรือประกอบเปBนอันเดียวกับที่ดินนั้น และหมายความรวมถึงทรัพยสิทธิอัน
เกี่ยวกับที่ดิน หรือทรักพย"อันติดกอยูกับกที่ดกินหรือกประกอบเปBนอันเดีกยวกับที่ดกินนั้นกดวยก ก
ก ก ก กมาตราก ๑๔๐ สังหาริมทรั
ก พย" หมายความวา
ก ก ก ทรักพย"สินอื่นนอกจากอสั
ก งหาริมกทรัพกย" ก ก
และหมายความรวมถึกงสิทธิอันกเกี่ยวกักบทรั
ก ก
พย"สินนั้นดวย ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๑๔๑ ทรัพย"แบงได


ก หมายความวา
ก ก ก ทรัพกย"อันอาจแยกออกจากกั
ก นเปBกนสวน
ก ก ก
- ๒๙ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ๆ ไดจริงถนัดชัดแจง แตละสวนไดรูปบริบูรณ"ลําพังตัว
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๔๒ ทรัพย"แบงไมได หมายความวา ทรัพย"อันจะแยกออกจากกันไมได
ก ก พก ย" กและหมายความรวมถึ
นอกจากเปลี่ยนแปลงภาวะของทรั ก ก พย"ที่มีกกฎหมายบั
งทรั ก ก ญญักติวาแบงไมได
ดวย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๑๔๓ก ทรักพย"กนอกพาณิ
ก ชย" หมายความวา
ก ทรัพกย"ที่ไมสามารถถื
ก ก ก อเอาไดและ
ทรัพย"ที่โอนแกกันมิไดโดยชอบดวยกฎหมาย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๔๔ สวนควบของทรัพย" หมายความวา สวนซึ่งโดยสภาพแหงทรัพย"หรือ
โดยจารีตประเพณีแหงทองถิ
ก ่นเปB
ก นสาระสํ
ก ก าคัญกในความเปBนอยูของทรั
ก พย"นกั้น และไมอาจแยกจากกั
ก ก ก นได
นอกจากจะทําลาย ทําใหบุบสลาย หรือทําใหทรัพย"นั้นเปลี่ยนแปลงรูปทรงหรือสภาพไป
ก ก ก กเจาของทรั
ก พย"ยอมมีกรรมสิ ก ทธิ์ในสวนควบของทรั
ก ก ก กพย"นั้น ก ก ก ก ก


มาตรา ๑๔๕ก ไมยืกนตนเปB
ก ก
นสวนควบกับที่ดินทีก่ไมนั้นขึ้นอยู
ก ก ก ก

ก ก ก ก ก
ไมลมลุกหรือธัญชาติอันจะเก็

บเกี่ยกวรวงผลไดคราวหนึ
ก ก ก
่งหรือหลายคราวตอป:

ไมเปBน
ก ก ก ก
สวนควบกับที่ดิน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๔๖ ทรัพย"ซึ่งติดกับที่ดินหรือติดกับโรงเรือนเพียงชั่วคราวไมถือวาเปBนสวน
กควบกับทีก่ดินหรื
ก อโรงเรื
ก อกนนั้น ความขอนี้ใหใชบั
ก งคับกแกโรงเรื
ก กอนหรืกอสิ่งปลูกสรางอยางอื
ก ่น ซึ่งผูกมีสิทกธิ ก ก
ในที่ดินของผูอื่นใชสิทธินั้นปลูกสรางไวในที่ดินนั้นดวย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๔๗ อุปกรณ" หมายความวา สังหาริมทรัพย"ซึ่งโดยปกตินิยมเฉพาะถิ่นหรือ
กโดยเจตนาชั
ก ดแจงของเจาของทรั
ก ก ก พย"ที่เปBนกประธาน กเปBนของใชประจํ
ก ก ก าอยูกับทรัพย"ที่เกปBนประธานเปB
ก กน ก ก
อาจิณเพื่อประโยชน"แกการจัดดูแล ใชสอย หรือรักษาทรัพย"ที่เปBนประธาน และเจาของทรัพย"ไดนํามา
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
สูทรัพย"ที่เปBนประธานโดยการนํามาติดตอหรือปรับเขาไว หรือทําโดยประการอื่นใดในฐานะเปBนของใช
กประกอบกั ก บทรักพย"กที่เปBนกประธานนั้น ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
อุปกรณ"ที่แยกออกจากทรัพย"ที่เปBนประธานเปBนการชั่วคราวก็ยังไมขาดจากการเปBน
อุปกรณ"ของทรัพย"ที่เปBก นประธานนั
ก ้นก ก ก ก ก ก ก ก
อุปกรณ"ยอมตกติดไปกับทรัพย"ที่เปBนประธาน เวนแตจะมีการกําหนดไวเปBนอยางอื่น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๔๘ ดอกผลของทรัพย" ไดแก ดอกผลธรรมดาและดอกผลนิตินัย
ดอกผลธรรมดา
ก ก หมายความวา
ก ก ก สิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
ก ก ของทรั
ก กพย" ซึก่งไดมาจากตัว
ทรัพย" โดยการมีหรือใชทรัพย"นั้นตามปกตินิยม และสามารถถือเอาไดเมื่อขาดจากทรัพย"นั้น
ก ก ก กดอกผลนิ ก ตินัย หมายความวา ก ทรัพกย"หรืกอประโยชน"
ก ก อยางอื่นที่ไดมาเปBก นครั้งคราวแก
ก ก ก ก
เจาของทรัพย"จากผูอืก่นเพื่อการที ่ไดใชทรัพย"นั้น และสามารถคํานวณและถื
ก ก ก ก ก
อเอาไดเปBนรายวันหรือตาม
ก ก ก ก
ระยะเวลาที่กําหนดไว
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๓๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ลักษณะ ๔
ก ก ก ก ก ก นิติกรรม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
หมวด ๑
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
บทเบ็ดเสร็จทัว่ ไป
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๑๔๙ นิติกรรมกหมายความวา


ก ก การใด
ก กๆ อันทําลงโดยชอบดวยกฎหมาย
ก ก ก ก ก
และดวยใจสมัคร มุงโดยตรงตอการผูกนิติสัมพันธ"ขึ้นระหวางบุคคล เพื่อจะกอ เปลี่ยนแปลง โอน
สงวน หรือระงับซึ่งสิทกธิ ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๑๕๐ การใดมีวัตกถุประสงค"ก เปBนกการตองหามชั


ก ก ดแจงโดยกฎหมายเปB
ก ก ก ก
นการพน ก
วิสัยหรือเปBนการขัดตอความสงบเรียบรอยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นเปBนโมฆะ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก
มาตราก ๑๕๑ การใดเปBนก การแตกตางกั
ก ก
บบทบัญญัติของกฎหมาย กถามิใชกฎหมาย
ก ก ก ก ก ก ก ก
อันเกี่ยวกับความสงบเรียบรอยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นไมเปBนโมฆะ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๕๒ การใดมิไดทําใหถูกตองตามแบบที่กฎหมายบังคับไว การนั้นเปBนโมฆะ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๕๓ การใดมิไดเปBนไปตามบทบัญญัติของกฎหมายวาดวยความสามารถ
ของบุคคล การนั้นเปBกนโมฆียะ ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก หมวดก ๒ ก ก ก ก ก ก ก ก
การแสดงเจตนา
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๕๔ การแสดงเจตนาใดแมในใจจริงผูแสดงจะมิไดเจตนาใหตนตองผูกพัน
ตามที่ไดแสดงออกมาก็ก ตาม หาเปB
ก นกมูลกเหตุใหการแสดงเจตนานั
ก ก ้นเปBนโมฆะไม
ก ก เวนแตคู
ก กกรณีอีกฝRาย
หนึ่งจะไดรูถึงเจตนาอันซอนอยูในใจของผูแสดงนั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๕๕ การแสดงเจตนาลวงโดยสมรูกับคูกรณีอีกฝRายหนึ่งเปBนโมฆะ แตจะ
ยกขึ้นเปBนขอตอสูบุคกคลภายนอกผู
ก กระทํ
ก ก าการโดยสุ
ก จริต และตองเสีก ยหายจากการแสดงเจตนาลวงนั
ก ก ก ก ้น
มิได
ก ก ก กถาการแสดงเจตนาลวงตามวรรคหนึ
ก ก ก ก ่ ง ทํก า ขึ้ นกเพื่ อ อํ า พรางนิ ติ กกรรมอื่ น กใหนํกา ก ก
บทบัญญัติของกฎหมายอั

นเกี่ยกวกับนิกติกกรรมทีก่ถูกอําพรางมาใชบักงคับ ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๑๕๖ การแสดงเจตนาโดยสํ


ก ก าคัก ญกผิดในสิก ่งซึ่งเปBนสาระสําคักญแหงนิตกิกรรม
ก ก ก
- ๓๑ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

เปBนโมฆะ
ก ก ก กความสํ
ก า คั ญ ผิ ด ในสิ่ ง ซึก่ ง เปB น สาระสํ
ก กา คั กญ แหงนิ
ก ติ ก รรมตามวรรคหนึ
ก ่ ง กไดแกก ก ก
ความสําคัญผิดในลักษณะของนิติกรรม ความสําคัญผิดในตัวบุคคลซึ่งเปBนคูกรณีแหงนิติกรรมและ
ความสําคัญผิดในทรัพกย"สินซึ่งเปBก นวัตกถุแกหงนิตกิกรรม เปBนตน ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๕๗ การแสดงเจตนาโดยสําคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย"สิน
เปBนโมฆียะ ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ความสําคัญผิดตามวรรคหนึ่ง ตองเปBนความสําคัญผิดในคุณสมบัติซึ่งตามปกติถือวา
กเปBนสาระสํ
ก าคัญ
ก ซึก่งหากมิ
ก ไดมีความสําคัญผิกดดังกลาวการอั
ก กนเปBก นโมฆี
ก ยะนั้นคงจะมิไดกระทํ
ก าขึ้น ก ก ก ก

มาตรา
ก ๑๕๘ก ความสํ
ก ก าคัญกผิดตามมาตรา ๑๕๖
ก หรือมาตรา
ก ก ๑๕๗ก ซึก่งเกิดขึ้นโดย
ความประมาทเลินเลออยางรายแรงของบุคคลผูแสดงเจตนา บุคคลนั้นจะถือเอาความสําคัญผิดนั้นมา
กใชเปBนประโยชน"
ก ก แกกตนไมได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก


มาตรา ๑๕๙ก การแสดงเจตนาเพราะถู
ก ก ก ก
กกลฉอฉลเปB ก ก ก ก
นโมฆี ยะ
ก ก ก ก ก
การถูกกลฉอฉลที่จะเปBนกโมฆียะตามวรรคหนึ
ก ก ก ก
่ง จะตองถึงขนาดซึ่งถามิ

ไดมีกลฉอฉล
ก ก ก ก
ดังกลาว การอันเปBนโมฆียะนั้นคงจะมิไดกระทําขึ้น
ถาคูกกรณีฝRากยหนึ่ งกแสดงเจตนาเพราะถู
ก ก กกลฉอฉลโดยบุ
ก ก ค คลภายนอก
ก ก ก การแสดง
เจตนานั้นจะเปBนโมฆียะตอเมื่อคูกรณีอีกฝRายหนึ่งไดรูหรือควรจะไดรูถึงกลฉอฉลนั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๖๐ การบอกลางโมฆียะกรรมเพราะถูกกลฉอฉลตามมาตรา ๑๕๙ หามมิ
ใหยกเปBนขอตอสูบุคคลภายนอกผู
ก ก กระทํ
ก กาการโดยสุ
ก จริต ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๑๖๑ ถากลฉอฉลเปB


ก นแตเพี
ก ยงเหตุ
ก กจูงใจใหคู
ก กรณีฝRายหนึ่งยอมรั
ก บขอกํกาหนด
ก ก ก
อันหนักยิ่งกวาที่คูกรณีฝRายนั้นจะยอมรับโดยปกติ คูกรณีฝRายนั้นจะบอกลางการนั้นหาไดไม แตชอบที่
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
จะเรียกเอาคาสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดจากกลฉอฉลนั้นได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๖๒ ในนิติกรรมสองฝRาย การที่คูกรณีฝRายหนึ่งจงใจนิ่งเสียไมแจงขอความ
จริงหรือคุณสมบัติอันกคูกรณีอีกกฝRายหนึ
ก ก่งมิไดรูก การนั้นจะเปBนกลฉอฉล
ก หากพิ
ก สกูจน"กไดวาถามิ
ก ไดนิ่งเสีย
เชนนั้น นิติกรรมนั้นก็คงจะมิไดกระทําขึ้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๖๓ ถาคูกรณีตางไดกระทําการโดยกลฉอฉลดวยกันทั้งสองฝRาย ฝRายหนึ่ง
ฝRายใดจะกลาวอางกลฉอฉลของอี
ก ก กฝRกายหนึ
ก ่ง เพื
ก ่อบอกลางการนั้นกหรือเรียกคาสิ
ก นก ไหมทดแทนมิ
ก ก ได

ก ก ก กมาตราก ๑๖๔ การแสดงเจตนาเพราะถู


ก ก กกขมขู
ก เปBนกโมฆียะ ก ก ก ก ก
การขมขู

ที่จะทํ าใหการใดตกเปBนโมฆียะนั้น จะตองเปB
ก ก ก ก ก
นก การขมขู
ก ก ก
ที่จะใหเกิดภัยอัน
ใกลจะถึง และรายแรงถึงขนาดที่จะจูงใจใหผูถูกขมขูมีมูลตองกลัว ซึ่งถามิไดมีการขมขูเชนนั้น การนั้น
กก็คงจะมิไกดกระทํ
ก ากขึ้น ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๓๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ก ก ก กมาตราก ๑๖๕ การขูวาจะใชสิ


ก ทธิตกามปกติ
ก นกิยม ไมถื
ก อวาเปBนการขมขูก ก ก ก ก
การใดที่กระทําไปเพราะนับถือยําเกรง ไมถือวาการนั้นไดกระทําเพราะถูกขมขู
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๖๖ การขมขูยอมทําใหการแสดงเจตนาเปBนโมฆียะแมบุคคลภายนอกจะ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
เปBนผูขมขู
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๖๗ ในการวิ นิ จ ฉั ย กรณี ค วามสํ า คั ญ ผิ ด กลฉอฉล หรื อ การขมขู ให
กพิเคราะห"กถึง เพศ
ก กอายุ ฐานะ
ก สุขภาพอนามักย และภาวะแหงจิ
ก ก กตของผู ก แสดงเจตนาตลอดจนพฤติ
ก กการณ"
ก ก ก
และสภาพแวดลอมอื่น ๆ อันเกี่ยวกับการนั้นดวย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๖๘ การแสดงเจตนาที่กระทําตอบุคคลซึ่งอยูเฉพาะหนาใหถือวามีผลนับ
กแตผูรับการแสดงเจตนาไดทราบการแสดงเจตนานั
ก ก ก ก ก ้กน ความขอนี
ก ก ้ใหใชตลอดถึ
ก งการที่บกุคคลหนึ่งกแสดงก ก ก
เจตนาไปยังบุคคลอีกคนหนึ่งโดยทางโทรศัพท" หรือโดยเครื่องมือสื่อสารอยางอื่น หรือโดยวิธีอื่นซึ่ง

สามารถติดตอถึงกันไดทํ านองเดีก ยวกักน ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๖๙ การแสดงเจตนาที่กระทําตอบุคคลซึ่งมิไดอยูเฉพาะหนาใหถือวามีผล
นับแตเวลาที่การแสดงเจตนานั
ก ก ้นไปถึ
ก งกผูรับการแสดงเจตนา
ก แตถาไดบอกถอนไปถึ
ก ก ก ก งผูกรับการแสดง
เจตนานั้น กอนหรือพรอมกันกับที่การแสดงเจตนานั้นไปถึงผูรับการแสดงเจตนา การแสดงเจตนานั้น
กตกเปBนอันก ไรผลก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
การแสดงเจตนาที่ไดสงออกไปแลวยอมไมเสื่อมเสียไป แมภายหลังการแสดงเจตนา
นั้ นผู แสดงเจตนาจะถึ
ก ง แกความตาย
ก ก กหรื อ ถูกก ศาลสั่ ง ใหเปB น คนไรความสามารถหรื
ก ก ก ก อกคนเสมื อ นไร
ความสามารถ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๗๐ การแสดงเจตนาซึ่ ง กระทํ า ตอผู เยาว" ห รื อ ผู ที่ ศ าลสั่ ง ใหเปB น คนไร
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ความสามารถหรือคนเสมือนไรความสามารถ จะยกขึ้นเปBนขอตอสูผูรับการแสดงเจตนาไมได เวนแต
กผูแทนโดยชอบธรรม
ก ก ก ผูอนุ ก บาล หรือผูพิทักษ"ก แลวแตกรณี ก กของผู
ก รับกการแสดงเจตนานั้นกไดรูดวย หรื ก อได
ก ก ก
ใหความยินยอมไวกอนแลว
ความในวรรคหนึ
ก ก ก่ ง มิ ใกหใชบัก ง คั บ ถาการแสดงเจตนานั
ก ก ้ น เกีก่ ย วกั
ก บ การที
ก ่ ก ฎหมาย
บัญญัติใหผูเยาว"หรือคนเสมือนไรความสามารถกระทําไดเองโดยลําพัง
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๗๑ ในการตีความการแสดงเจตนานั้น ใหเพงเล็งถึงเจตนาอันแทจริงยิ่ง
กวาถอยคําสํานวนหรืกอตัวอักษรก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก หมวดก ๓ ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก
โมฆะกรรมและโมฆี
ก ก ก
ยะกรรมก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๓๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๑๗๒ โมฆะกรรมนั้นไมอาจใหสัตยาบันแกกันได และผูมีสวนไดเสียคนหนึ่ง


กคนใดจะยกความเสี
ก ก ก ยเปลาแหงโมฆะกรรมขึ
ก ก้นกลาวอางก็
ก ไดก ก ก ก ก ก ก ก
ถาจะตองคืนทรัพย"สินอันเกิดจากโมฆะกรรม ใหนําบทบัญญัติวาดวยลาภมิควรได
ก ้มาใชบักงคับ ก ก ก
แหงประมวลกฎหมายนี ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๗๓ ถาสวนหนึ่งสวนใดของนิติกรรมเปBนโมฆะ นิติกรรมนั้นยอมตกเปBน
โมฆะทั้งสิ้น เวนแตจะพึ
ก งสันนิกษฐานไดโดยพฤติ
ก ก ก การณ"แหงกรณีกวา คูกรณี
ก เจตนาจะใหสวนที
ก ก ก ่ไมเปBน
โมฆะนั้นแยกออกจากสวนที่เปBนโมฆะได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๗๔ การใดเปBนโมฆะแตเขาลักษณะเปBนนิติกรรมอยางอื่นซึ่งไมเปBนโมฆะ
ใหถือตามนิติกรรมซึ่งกไมเปBนโมฆะ
ก ถาสั
ก กนนิษฐานไดโดยพฤติ
ก การณ"
ก แหงกรณี ก วาก หากคู
ก กรณีก ไดรูวาการ
นั้นเปBนโมฆะแลว ก็คงจะไดตั้งใจมาตั้งแตแรกที่จะทํานิติกรรมอยางอื่นซึ่งไมเปBนโมฆะนั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๗๕ โมฆียะกรรมนั้น บุคคลตอไปนี้จะบอกลางเสียก็ได
(๑)กผูแทนโดยชอบธรรมหรื
ก ก ก ก
อผูเยาว"ซึ่งบรรลุกนิติภาวะแลว
ก ก ก ก
แตผูเยาว" จะบอกลาง

กอนที่ตนบรรลุ นิติภาวะก็ไดถาไดรับความยิกนยอมของผู
ก ก ก ก
แทนโดยชอบธรรม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๒) บุคคลซึ่งศาลสั่งใหเปBนคนไรความสามารถหรือคนเสมือนไรความสามารถ เมื่อ
บุคคลนั้นพนจากการเปBก นคนไรความสามารถหรื
ก ก ก ก อคนเสมือนไรความสามารถแลว
ก ก ก กหรือผูกอนุบาลหรือผู
พิทักษ" แลวแตกรณี แตคนเสมือนไรความสามารถจะบอกลางกอนที่ตนจะพนจากการเปBนคนเสมือน
กไรความสามารถก็
ก ก กไดถาไดรัก บความยินยอมของผู
ก พิทักกษ" ก ก ก ก ก ก ก ก
(๓) บุคคลผูแสดงเจตนาเพราะสําคัญผิด หรือถูกกลฉอฉล หรือถูกขมขู
(๔)กบุคคลวิกกลจริกตผูกระทํ
ก กานิติกรรมอันเปBนโมฆี
ก ยะตามมาตรา
ก ก ก๓๐ ในขณะที
ก ่จริต
ของบุคคลนั้นไมวิกลแลว
ก ก ก กถาบุคกคลผูทํานิติกรรมอันกเปBนโมฆียกะถึงกแกความตายกอนมี
ก ก ก
การบอกลางโมฆี ก ก ก
ยะกรรม ก
ทายาทของบุคคลดังกลาวอาจบอกลางโมฆียะกรรมนั้นได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๑๗๖ โมฆียะกรรมเมื


ก ่อบอกลางแลว
ก ก ก ใหถื
ก อวาเปBนโมฆะมาแตเริ
ก ่มแรกก และ
ก ก ก
ใหผูเปBนคูกรณีกลับคืนสูฐานะเดิม ถาเปBนการพนวิสัยจะใหกลับคืนเชนนั้นได ก็ใหไดรับคาเสียหาย
ชดใชใหแทน ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ถาบุคคลใดไดรูหรือควรจะไดรูวาการใดเปBนโมฆียะ เมื่อบอกลางแลว ใหถือวาบุคคล
กนั้นไดรูวาการนั
ก ก้นเปB
ก นโมฆะ
ก นับแตวันที่ไดรูหรื
ก อควรจะไดรู
ก กวาเปB
ก นโมฆี
ก ยะ ก ก ก ก ก
หามมิใหใชสิทธิเรียกรองอันเกิดแตการกลับคืนสูฐานะเดิมตามวรรคหนึ่ง เมื่อพน
หนึ่งป:นับแตวันบอกลางโมฆี
ก ยะกรรม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๑๗๗ ถาบุคคลผูกมีสิทธิบอกลางโมฆี


ก ก กยะกรรมตามมาตรา
ก ก ผูหนึ่งผูกใด ได
๑๗๕ ก ก ก
ใหสั ต ยาบั น แกโมฆีกย ะกรรมก ใหถืก อ วาการนั
ก ก
้ น เปB น อั น สมบูกร ณ" ม าแตเริ ่ ม แรก แตทั้ ง นี้ ย อมไม
ก ก ก ก
กระทบกระเทือนถึงสิทธิของบุคคลภายนอก
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๓๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๑๗๘ การบอกลางหรือใหสัตยาบันแกโมฆียะกรรม ยอมกระทําไดโดยการ


กแสดงเจตนาแกคู
ก ก กรณี
ก อีกกฝRายหนึ่งซึ่งเปBนบุคกคลที่มีตัวกกําหนดไดแนนอน
ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ๑๗๙ก การใหสั
มาตรา ก ก ต ยาบั ก น แกโมฆี ย ะกรรมนั
ก ้ น จะสมบู
ก ก ร ณ"
ก ต อเมื
ก ่ อ ไดกระทํ า
ภายหลังเวลาที่มูลเหตุใหเปBนโมฆียะกรรมนั้นหมดสิ้นไปแลว
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
บุคคลซึ่งศาลไดสั่งใหเปBนคนไรความสามารถ คนเสมือนไรความสามารถหรือบุคคล
วิกลจริต ผูกระทํานิตกิกรรมอันเปB ก นโมฆี
ก ยกะตามมาตราก ๓๐ จะใหสักตยาบันแกโมฆี
ก กยะกรรมไดตอเมื
ก ก ่อไดรู
เห็ น ซึ่ ง โมฆี ย ะกรรมนั้ น ภายหลั ง ที่ บุ ค คลนั้ น พนจากการเปB น คนไรความสามารถ คนเสมื อ นไร
กความสามารถ ก กหรืกอในขณะที
ก ่จริตของบุคคลนั ก ้นไมวิกกล แลวแตกรณี
ก ก ก ก ก ก ก ก
ทายาทของบุคคลผูทํานิติกรรมอันเปBนโมฆียะ จะใหสัตยาบันแกโมฆียะกรรมไดนับ
แตเวลาที่ผูทํานิติกรรมนัก ้นถึงแกความตาย
ก ก ก เวนแตสิ ก ทธิที่จะบอกลางโมฆี
ก ยะกรรมของผู
ก ก ก ตายนั ก ้นไดสิ้นสุด
ลงแลว
ก ก ก กบทบัญกญัติวรรคหนึ่งและวรรคสองมิก ก ใหใชบั
ก กงคับ กถาการใหสัตยาบันกแกโมฆียะกรรม
ก ก ก ก
กระทําโดยผูแทนโดยชอบธรรม ผูอนุบาลหรือผูพิทักษ"
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก
มาตราก ๑๘๐ ภายหลังเวลาอั
ก ก ก
นพึกงใหสักตยาบั
ก ก
นไดตามมาตรา ๑๗๙กถามีพฤติกการณ"ก ก ก
อยางหนึ่งอยางใดดังตอไปนี้เกิดขึ้นเกี่ยวดวยโมฆียะกรรมโดยการกระทําของบุคคลซึ่งมีสิทธิบอกลาง
โมฆียะกรรมตามมาตราก ๑๗๕ กถามิไกดสงวนสิก ทกธิไวแจงชัดประการใดใหถื
ก อกวาเปBกนการใหสั
ก กตยาบัน
(๑) ไดปฏิบัติการชําระหนี้แลวทั้งหมดหรือแตบางสวน
ก ก ก ก(๒) ไดมีก การเรียกใหชําระหนีก ้นั้นแลวก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๓) ไดมีการแปลงหนี้ใหม
(๔)กไดมีการใหประกั
ก ก นกเพื่อหนี ก ้นั้น ก ก ก ก ก
(๕) ไดมีการโอนสิทธิหรือความรับผิดทั้งหมดหรือแตบางสวน
ก ก ก ก(๖) ไดมีก การกระทําอยางอืก ่นอันแสดงไดวาเปB
ก ก กนการใหสั ก ตยาบัน ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๘๑ โมฆียะกรรมนั้นจะบอกลางมิไดเมื่อพนเวลาหนึ่งป:นับแตเวลาที่อาจให
กสัตยาบันกได หรืกอเมืก ่อพนเวลาสิ
ก บป:นับแตไดทํ
ก านิติกรรมอั
ก นกเปBนกโมฆียกะนั้น ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก หมวด ๔ ก ก ก ก ก
เงื่อนไขและเงื่อนเวลา
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๑๘๒ก ขอความใดอั
ก ก ก น บั ง คั บ ไวใหนิกติ ก รรมเปB
ก น ผลหรื
ก ก อ สิ้ นกผลตอเมื่ อ มี
เหตุการณ"อันไมแนนอนวาจะเกิดขึ้นหรือไมในอนาคต ขอความนั้นเรียกวาเงื่อนไข
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา

๑๘๓ก นิ ตกิ กรรมใดมี
ก ก
เงื่ อนไขบั งคั บกอน

นิ ติ กกรรมนัก้ น ยอมเปB
ก ก
นผลตอเมื่ อ
เงื่อนไขนั้นสําเร็จแลว
ก ก ก กนิติกรรมใดมี
ก เงื่อนไขบังคักบหลัง นิตกิกรรมนั
ก ้นกยอมสิก้นผลในเมื่อเงื่อนไขนั ก ้นสําเร็จกแลว ก ก ก
- ๓๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ถาคูกรณีแหงนิติกรรมไดแสดงเจตนาไวดวยกันวา ความสําเร็จแหงเงื่อนไขนั้นใหมี
กผลยอนหลั
ก งไปถึ
ก งเวลาใดเวลาหนึ
ก ก ่งกอนสําเร็กจ ก็ใหเปBกนไปตามเจตนาเชนนั
ก ก ก ้น ก ก ก ก ก

ก ๑๘๔ก ในระหวางที
มาตรา ก ก ก่เงื่อนไขยังไมสําเร็จก คูกรณีฝกRายหนึ
ก ่งฝRกายใดแหงนิ
ก ติกรรม
อันอยูในบังคับเงื่อนไขจะตองงดเวนไมกระทําการอยางหนึ่งอยางใดใหเปBนที่เสื่อมเสียประโยชน"แก
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
คูกรณีอีกฝRายหนึ่ง ซึ่งจะพึงไดจากความสําเร็จแหงเงื่อนไขนั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๘๕ ในระหวางที่เงื่ อนไขยั งมิไดสําเร็จ นั้น สิ ทธิและหนาที่ ตาง ๆ ของ
กคูกรณีมีอกยางไร
ก จะจํ
ก าหนาย
ก จะรับมรดก จะจั
ก ดการปP ก องกักนรักกษา หรื
ก อจะทําประกันไวประการใดตาม
ก ก ก ก ก
กฎหมายก็ยอมทําได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๘๖ ถาความสําเร็จแหงเงื่อนไขจะเปBนทางใหคูกรณีฝRายใดเสียเปรียบ และ
กคูกรณีฝRากยนั้นกระทํ
ก ก าการโดยไมสุ
ก จริตจนเปBกนเหตุใหเงืก่อนไขนั
ก ้นก ไมสํากเร็จใหถือวาเงื่อนไขนั
ก ้นสําเร็จกแลวก ก ก
ถาความสําเร็จแหงเงื่อนไขจะเปBนทางใหคูกรณีฝRายใดไดเปรียบ และคูกรณีฝRายนั้น
กระทําการโดยไมสุจริกตจนเปBนกเหตุใหเงื
ก ก ก
่อนไขนั้นสําเร็จ ใหถือวาเงืก่อนไขนั้นกมิไดสํกาเร็กจเลยก
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๘๗ ถาเงื่อนไขสําเร็จแลวในเวลาทํานิติกรรม หากเปBนเงื่อนไขบังคับกอน
ใหถือวานิติกรรมนั้นไมมี
ก เงื่อนไขก หากเปB
ก กนเงื่อนไขบั
ก งคับหลังใหถือกวานิติกรรมนัก ้นกเปBนก โมฆะก
ถาเปBนอันแนนอนในเวลาทํานิติกรรมวาเงื่อนไขไมอาจสําเร็จได หากเปBนเงื่อนไข
กบังคับกอนใหถื
ก กอวานิ
ก ติกกรรมนั้นเปBนโมฆะ หากเปB
ก นเงืก่อนไขบั
ก งคัก บหลักงใหถือวานิติกรรมนัก้นไมมีเงื่อกนไข ก ก ก
ตราบใดที่คูกรณียังไมรูวาเงื่อนไขไดสําเร็จแลวตามวรรคหนึ่ง หรือไมอาจสําเร็จได
ตามวรรคสอง ตราบนัก้นคูกรณียกังมีสกิทธิแกละหนาที
ก ่ตามมาตรา ๑๘๔ ก และมาตราก ก๑๘๕ ก ก

ก ก ก กมาตราก ๑๘๘ นิติกรรมใดมี


ก เงื่อนไขอั
ก นกไมชอบดวยกฎหมาย
ก ก หรือขักดตอความสงบ
ก ก ก ก
เรียบรอยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน นิติกรรมนั้นเปBนโมฆะ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๑๘๙ นิติกรรมใดมี


ก เงื่อนไขบั
ก งกคับกกอนและเงื
ก ่อนไขนั้นเปBนกการพนวิสกัย นิกติ ก ก
กรรมนั้นเปBนโมฆะ
นิติกกรรมใดมีกเงื่อนไขบั
ก กงคับหลั
ก งและเงื่อนไขนั้นกเปBนการพนวิ
ก สกัย ใหถื
ก อวานิ
ก ติกรรมนั้น
ไมมีเงื่อนไข
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๙๐ นิติกรรมใดมีเงื่อนไขบังคับกอนและเปBนเงื่อนไขอันจะสําเร็จไดหรือไม
สุดแลวแตใจของฝRายลูก กหนี้ นิตกิกรรมนั
ก ้นกเปBนโมฆะ
ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตรา
ก ๑๙๑ นิ ติ ก รรมใดมี
ก เ งื่ อกนเวลาเริ
ก ก ่ ม ตนกํ
ก า หนดไว หามมิกใ หทวงถามให
ก ก ก ก
ปฏิบัติการตามนิติกรรมนั

้นกอนถึ งเวลาที่กําหนด
ก ก ก ก ก ก ก ก ก
นิติกรรมใดมีเงื่อนเวลาสิ้นสุดกําหนดไว นิติกรรมนั้นยอมสิ้นผลเมื่อถึงเวลาที่กําหนด
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๓๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๑๙๒ เงื่อนเวลาเริ่มตนหรือเงื่อนเวลาสิ้นสุดนั้น ใหสันนิษฐานไวกอนวา


กกําหนดไวเพื
ก ่อกประโยชน"
ก กแกฝRายลูกหนี้ เวนแตจะปรากฏโดยเนื
ก ก ก ก ้อความแหงตราสารหรื
ก อกโดยพฤติกการณ"ก ก ก
แหงกรณีวาไดตั้งใจจะใหเปBนประโยชน"แกฝRายเจาหนี้หรือแกคูกรณีทั้งสองฝRายดวยกัน
ถาเงืก ่อนเวลาเปB
ก นประโยชน"
ก ก กแกฝRายใด ฝRายนั้นกจะสละประโยชน"
ก ก กนั้นเสีกยก็ได หากไม
กระทบกระเทือนถึงประโยชน"อันคูกรณีอีกฝRายหนึ่งจะพึงไดรับจากเงื่อนเวลานั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๑๙๓ก ในกรณี ก กดังตอไปนี
ก ้ ฝRายลูกหนี้จะถื
ก อเอาประโยชน"
ก ก แหงเงื
ก ่อกนเวลาเริ่มตน
หรือเงื่อนเวลาสิ้นสุดมิได
ก ก ก ก(๑) ลูกกหนี้ถูกศาลสั่งพิทักกษ"ทรัพย"เกด็ดขาดตามกฎหมายวาดวยลมละลาย
ก ก ก ก ก ก ก ก
(๒) ลูกหนี้ไมใหประกันในเมื่อจําตองให
(๓)กลูกหนี้ไดทํก าลาย
ก หรื
ก อทํากใหลดนอยถอยลงซึก่งประกันกอันไดใหไว
ก ก ก
(๔) ลูกหนี้นําทรัพย"สินของบุคคลอื่นมาใหเปBนประกันโดยเจาของทรัพย"สินนั้นมิได
กยินยอมดวย ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ลักษณะ ๕
ก ก ก ก ก ก
ระยะเวลา
ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๙๓/๑ การนับระยะเวลาทั้งปวง ใหบังคับตามบทบัญญัติแหงลักษณะนี้
กเวนแตจะมี
ก กฎหมาย
ก ก คํากสั่งศาล ระเบียบขอบั
ก งคับ หรืกอนิตกิกรรมกํ
ก าหนดเปB
ก นอยางอื่น ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๑๙๓/๒ก การคํ
ก ก านวณระยะเวลา
ก ใหคํากนวณเปBนกวัน แตถากํ
ก ก าหนดเปB
ก นหนวย
เวลาที่สั้นกวาวัน ก็ใหคํานวณตามหนวยเวลาที่กําหนดนั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๙๓/๓ ถากําหนดระยะเวลาเปBนหนวยเวลาที่สั้นกวาวันใหเริ่มตนนับใน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ขณะที่เริ่มการนั้น
ก ก ก กถากําหนดระยะเวลาเปB
ก นกวัน สัปดาห"
ก เดืกอนหรื
ก อป:ก มิใหนับวันแรกแหงระยะเวลานั
ก ก ก้น ก ก
รวมเขาดวยกัน เวนแตจะเริ่มการในวันนั้นเองตั้งแตเวลาที่ถือไดวาเปBนเวลาเริ่มตนทําการงานกันตาม
ประเพณี ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตรา
ก ๑๙๓/๔ ในทางคดี
ก ค วาม
ก ในทางราชการ
ก ก ก หรื อ ทางธุ รกกิ จ การคาและ
ก ก ก ก
อุตสาหกรรม วัน หมายความวา เวลาทําการตามที่ไดกําหนดขึ้นโดยกฎหมาย คําสั่งศาล หรือระเบียบ
ขอบังคับ หรือเวลาทํากการตามปกติ
ก ขกองกิก จการนั
ก ้น แลวแตกรณี ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๑๙๓/๕ ถากําหนดระยะเวลาเปB


ก ก ก กนสัปดาห"
ก เดือนหรือป: ใหคํ
ก านวณตามป:
ก ก ก ก
ปฏิทิน ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ถาระยะเวลามิไดกําหนดนับแตวันตนแหงสัปดาห" วันตนแหงเดือนหรือป: ระยะเวลา
กยอมสิ้ น สุกด ลงในวั
ก ก น กอนหนาจะถึ
ก ง วั น แหงสั
ก ป ดาห"ก เดืกอ นหรื
ก อ ป:กสุ ด ทายอั น เปB น วั นกตรงกั บ วักน เริก่ ม ก ก
- ๓๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ระยะเวลานั้น ถาในระยะเวลานับเปBนเดือนหรือป:นั้นไมมีวันตรงกันในเดือนสุดทาย ใหถือเอาวัน


กสุดทายแหงเดื
ก กอนนัก้นเปBนกวันสิ้นสุดระยะเวลา
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ๑๙๓/๖
มาตรา ก กถาระยะเวลากํ
ก ก าหนดเปBนเดือกนและวันก หรือกกํากหนดเปB ก นเดือนและ
สวนของเดือน ใหนับจํานวนเดือนเต็มกอน แลวจึงนับจํานวนวันหรือสวนของเดือนเปBนวัน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ถาระยะเวลากําหนดเปBนสวนของป: ใหคํานวณสวนของป:เปBนเดือนกอนหากมีสวน
ของเดือน ใหนับสวนของเดื
ก อนเปB ก นวักน ก ก ก ก ก ก ก
การคํานวณสวนของเดือนตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ใหถือวาเดือนหนึ่งมีสามสิบ
กวัน ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๑๙๓/๗ก กถามีกการขยายระยะเวลาออกไปโดยมิ
ก ก ก ไดมีกการกํ
ก าหนดวั
ก นเริ่มตน
แหงระยะเวลาที่ขยายออกไป ใหนับวันที่ตอจากวันสุดทายของระยะเวลาเดิมเปBนวันเริ่มตน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๙๓/๘ ถาวันสุดทายของระยะเวลาเปBนวันหยุดทําการตามประกาศเปBน

ทางการหรือตามประเพณี ใหนัก บวันก ที่เกริ่มทํากการใหมตอจากวันกที่หยุดทํกาการนั
ก ก ก
้นเปBนวันสุดทายของ
ระยะเวลาก ก ก ก
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก กลักษณะ ๖ ก ก ก ก ก
อายุความ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก หมวด ๑ ก ก ก ก ก
บทเบ็ดเสร็จทัว่ ไป
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๙๓/๙ สิทธิเรียกรองใด ๆ ถามิไดใชบังคับภายในระยะเวลาที่กฎหมาย
กกําหนด สิกทธิเรีกยกรองนั
ก ก้นเปBนอันขาดอายุคกวาม ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๑๙๓/๑๐
ก ก สิทกธิเรียกกรองที่ขาดอายุความ
ก ลูกหนีก้มีสิทกธิทกี่จะปฏิกเสธการชําระ
หนี้ตามสิทธิเรียกรองนั้นได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๙๓/๑๑ อายุความที่กฎหมายกําหนดไวนั้น คูกรณีจะตกลงกันใหงดใช
หรือขยายออกหรือยนเขาไมได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๑๙๓/๑๒ อายุคกวามใหเริก่มนับกแตขณะที


ก ก่อาจบังคับสิทธิเรียกกรองไดเปB
ก นตน
ก ก ก
ไปถาเปBนสิทธิเรียกรองใหงดเวนกระทํ
ก ก ก ก ก
าการอยางใด ใหเริ่มนับแตเวลาแรกที

่ฝRาฝVนกระทําการนั้น
ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๑๙๓/๑๓ สิทธิเกรียกรองทีก่เจาหนี


ก ้ยกังไมอาจบั
ก งคับไดจนกวาจะไดทวงถามให
ก ก ก ก ก
- ๓๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ลูกหนี้ชําระหนี้กอน ใหเริ่มนับอายุความตั้งแตเวลาแรกที่อาจทวงถามไดเปBนตนไป แตถาลูกหนี้ยังไม


กตองชําระหนี
ก ้จกนกวาระยะเวลาหนึ
ก ก ่งจะไดลวงพนไปแลวนั
ก ก ก บกแตเวลาที
ก ่ไดทวงถามนั้นก ใหเริ่มนักบอายุ
ก ก ก
ความตั้งแตระยะเวลานั้นไดสิ้นสุดไปแลว
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๙๓/๑๔ อายุความยอมสะดุดหยุดลงในกรณีดังตอไปนี้
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๑) ลูกหนี้รับสภาพหนี้ตอเจาหนี้ตามสิทธิเรียกรองโดยทําเปBนหนังสือรับสภาพหนี้ให
ชําระหนี้ใหบางสวน กชําระดอกเบีก ้ยกใหประกั
ก กน หรือกระทําการใด ก ๆ อันกปราศจากขอสงสั
ก ก ก ยแสดงให
เห็นเปBนปริยายวายอมรับสภาพหนี้ตามสิทธิเรียกรอง
ก ก ก ก(๒) เจาหนี
ก ้ไดฟPองคดีเพื่อกตั้งหลักฐานสิ
ก ทกธิเรีกยกรองหรื
ก อเพื่อใหชําระหนี
ก้ ก ก ก ก
(๓) เจาหนี้ไดยื่นคําขอรับชําระหนี้ในคดีลมละลาย
(๔)กเจาหนี้ไดมอบขอพิ
ก ก กพาทใหอนุ ก ญาโตตุลาการพิ ก จารณาก ก ก ก
(๕) เจาหนี้ไดกระทําการอื่นใดอันมีผลเปBนอยางเดียวกันกับการฟPองคดี
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๙๓/๑๕ เมื่ออายุความสะดุดหยุดลงแลว ระยะเวลาที่ลวงไปกอนนั้นไมนับ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
เขาในอายุความ
ก ก ก ก
เมื่อเหตุ

ที่ทําใหอายุความสะดุ

ดหยุกดลงสิก ้นสุกดเวลาใด

ใหเริ่มนับอายุกความใหมตั ้งแต
ก ก ก ก
เวลานั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๙๓/๑๖ หนี้ใดซึ่งตามมูลแหงหนี้นั้น เจาหนี้จะไดรับชําระหนี้เปBนคราว ๆ
กเจาหนี้มีสกิทธิเกรียกใหลู
ก กกหนี้ทําหนังสือรับสภาพหนี
ก ้ใกหในเวลาใดเวลาหนึ
ก ก ก ่งกอนอายุความครบบริ
ก ก บูรณ"
ก ก ก
เพื่อเปBนหลักฐานวาอายุความสะดุดหยุดลง
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๙๓/๑๗ ในกรณีที่อายุความสะดุดหยุดลงเพราะเหตุตามมาตรา ๑๙๓/๑๔
ก(๒) หากคดี
ก นั้นก ไดมี
ก คําพิกพากษาถึงที่สุดใหยกคํ
ก าฟPอกง หรืกอคดี
ก เสร็จกไปโดยการจําหนายคดี
ก เพราะเหตุ
ก ก ก ก
ถอนฟPอง หรือทิ้งฟPอง ใหถือวาอายุความไมเคยสะดุดหยุดลง
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ในกรณีที่คดีนั้นศาลไมรับหรือคืนหรือใหยกคําฟPองเพราะเหตุคดีไมอยูในอํานาจศาล
กหรือศาลใหยกคํ
ก ก าฟPกองโดยไมตั
ก ดสิทธิโจทก"ทกี่จะฟPองใหม ก และปรากฏวาอายุ
ก ก ก ความครบกํกาหนดไปแลวใน
ก ก ก ก
ระหวางการพิจารณา หรือจะครบกําหนดภายในหกสิบวันนับแตวันที่คําพิพากษาหรือคําสั่งนั้นถึงที่สุด
ใหเจาหนี้มีสิทธิฟPองคดี
ก เพื่อตั้งกหลักฐานสิ
ก ก ทธิเกรียกรองหรือเพื่อใหชํ
ก าระหนีก้ภายในหกสิ
ก ก บวักนนับแตวันที่
คําพิพากษาหรือคําสั่งนั้นถึงที่สุด
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๙๓/๑๘ ใหนํามาตรา ๑๙๓/๑๗ มาใชบังคับแกกรณีที่อายุความสะดุด
หยุดลงเพราะเหตุตามมาตรา
ก ๑๙๓/๑๔
ก ก ก(๓) (๔)
ก และ (๕) โดยอนุกโลม ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๑๙๓/๑๙ ในขณะที


ก ่อายุคกวามจะครบกํ
ก ก าหนดนั
ก ้น ถามีเหตุสุดกวิสัยมาขักดขวาง
ก ก ก
มิใหเจาหนี้กระทําการตามมาตรา

๑๙๓/๑๔ ใหอายุความนั้นยังไมครบกํ
ก ก ก ก ก
าหนดจนกวาจะพนสามสิ
ก ก ก ก
บวัน
นับแตวันที่เหตุสุดวิสัยนั้นไดสิ้นสุดลง
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๓๙ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๑๙๓/๒๐ อายุความสิทธิเรียกรองของผูเยาว"หรือของบุคคลวิกลจริตอันศาล


กจะสั่งใหเปB
ก นคนไรความสามารถหรื
ก ก ก อไมก็ตกาม ถาจะครบกํ
ก ก าหนดลงในขณะที
ก ก ่บุคคลดังกกลาวยังกไมลุถกึง ก ก
ความสามารถเต็มภูมิ หรือในระหวางหนึ่งป:นับแตวันที่บุคคลดังกลาวไมมีผูแทนโดยชอบธรรมหรือผู
อนุบาล อายุความนั้นกยังไมครบกํ
ก าหนดจนกวาจะครบหนึ
ก ก ก ก นที่บุคกคลนัก้นไดลุ
่งป:นับแตวั ก ถึงความสามารถ

เต็มภูมิหรือไดมีผูแทนโดยชอบธรรมหรือผูอนุบาล แลวแตกรณี แตถาอายุความสิทธิเรียกรองนั้นมี
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ระยะเวลานอยกวาหนึ่งป:ก็ใหนํากําหนดระยะเวลาที่สั้นกวานั้นมาใชแทนกําหนดระยะเวลาหนึ่งป:
ดังกลาว ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๑๙๓/๒๑ อายุคกวามสิทธิกเรียกรองของผู


ก ก ก เยาว"หรือของคนไรความสามารถ
ก ก ก ก ก
หรือของคนเสมือนไรความสามารถ ที่จะฟPองรองผูแทนโดยชอบธรรมหรือผูอนุบาลหรือผูพิทักษ"ของ
ตนนั้น ถาจะครบกํากหนดลงในขณะที
ก ก ่บกุคคลดักงกลาวยังไมลุถึงความสามารถเต็
ก ก ก มภูก มิ หรืกอในระหวาง
หนึ่งป:นับแตวันที่บุคคลดังกลาวไมมีผูแทนโดยชอบธรรมหรือผูอนุบาลหรือผูพิทักษ" อายุความนั้นยังไม
กครบกําหนดจนกวาจะครบหนึ
ก ก ก ก ่งป:นับแตวันกที่บุคคลนัก้นไดลุก ถึงกความสามารถเต็
ก มภูมิหรืกอไดมีผูแทนโดย
ก ก ก ก
ชอบธรรมหรือผูอนุบาลหรือผูพิทักษ" แลวแตกรณี แตถาอายุความสิทธิเรียกรองนั้นมีระยะเวลานอย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
กวาหนึ่งป: ก็ใหนํากําหนดระยะเวลาที ่สั้นกวานั้นมาใชแทนกําหนดระยะเวลาหนึ ่งป:ดังกลาว
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๙๓/๒๒ อายุความสิทธิเรียกรองระหวางสามีภริยา ถาจะครบกําหนดกอน
หรือภายในหนึ่งป:นับกแตวันที่กการสมรสสิ
ก ก ้นสุดกลง อายุความนั้นยักงไมครบกํกาหนดจนกวาจะครบหนึ
ก ก ก ่งป:
นับแตวันที่การสมรสสิ้นสุดลง
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๙๓/๒๓ อายุความสิทธิเรียกรองอันเปBนคุณหรือเปBนโทษแกผูตาย ถาจะ
ครบกําหนดภายในหนึก ่งป:นับแตวั
ก นตาย
ก กอายุคกวามนั้นยังไมครบกํกาหนดจนกวาจะครบหนึ
ก ก ก ก ่งป:นับแตวัน
ตาย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๙๓/๒๔ เมื่ออายุความครบกําหนดแลว ลูกหนี้จะสละประโยชน"แหงอายุ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ความนั้นเสียก็ได แตการสละประโยชน"เชนวานี้ไมมีผลกระทบกระเทือนสิทธิของบุคคลภายนอกหรือผู
กค้ําประกันก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๑๙๓/๒๕
ก ก เมืก่ออายุกความครบกําหนดแลว
ก ใหมีผกลยอนหลั
ก ก งขึ้นกไปถึงวันที่เริ่ม
นับอายุความ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๙๓/๒๖ เมื่ อ สิ ท ธิ เ รี ย กรองสวนที่ เ ปB น ประธานขาดอายุ ค วามใหสิ ท ธิ
เรียกรองสวนที่เปBนอุปกกรณ"นั้นกขาดอายุ
ก คกวามดวย
ก แมวาอายุความของสิก ทธิกเรียกรองสวนที
ก ก ก ่เปBนอุปกรณ"
นั้นจะยังไมครบกําหนดก็ตาม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา

๑๙๓/๒๗ ผูรับจํานอง ผูรับจํานํา ผูทรงสิ
ก ก ก ก ก
ทธิยกึดหนวง หรือผูทรงบุริมสิทธิ
ก ก ก
เหนือทรัพย"สินของลูกหนี้อันตนไดยึดถือไว ยังคงมีสิทธิบังคับชําระหนี้จากทรัพย"สินที่จํานอง จํานํา
กหรือที่ไดยึก ดถือกไว กแมวาสิ
ก ทธิเรียกรองสวนทีก ่เปBนประธานจะขาดอายุ
ก ก ก ก ความแลวก็ตาม กแตจะใชสิกทธินกั้น ก ก
- ๔๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

บังคับใหชําระดอกเบี้ยที่คางยอนหลังเกินหาป:ขึ้นไปไมได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๙๓/๒๘ การชําระหนี้ตามสิทธิเรียกรองซึ่งขาดอายุความแลวนั้นไมวามาก
นอยเพียงใดจะเรียกคืกนไมได แมวาผู
ก กชําระหนี
ก ้จกะไมรูวาสิทธิเรียกรองขาดอายุ
ก ก ความแลวก็
ก ก ตกาม
บทบั ญ ญั ติ ใ นวรรคหนึ่ ง ใหใชบั ง คั บ แกการที่ ลู ก หนี้ รั บ สภาพความรั บ ผิ ด โดยมี
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
หลักฐานเปBนหนังสือ หรือโดยการใหประกันดวย แตจะอางความขอนี้ขึ้นเปBนโทษแกผูค้ําประกันเดิม
ไมได ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๑๙๓/๒๙ เมื่อไมไดยกอายุ


ก กความขึ
ก ้นกเปBนขอตอสู
ก ศาลจะอางเอาอายุ
ก ความมา
ก ก ก ก
เปBนเหตุยกฟPองไมได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
หมวด ๒
ก ก ก ก ก กํกาหนดอายุ
ก ความ
ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก
มาตราก ๑๙๓/๓๐ อายุคกวามนั้น ถาประมวลกฎหมายนี
ก ก ก ก ก ก
้หรือกฎหมายอื

่นมิไดบักญญักติ ก ก
ไวโดยเฉพาะ ใหมีกําหนดสิบป:
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๙๓/๓๑ สิทธิเรียกรองของรัฐที่จะเรียกเอาคาภาษีอากรใหมีกําหนดอายุ
กความสิบกป: สวนสิ
ก ทกธิเรียกกรองของรัฐที่จะเรีกยกเอาหนีก้อยางอื
ก ่นกใหบังกคับตามบทบัญญัติใกนลักษณะนี
ก้ ก ก ก

มาตรา
ก ๑๙๓/๓๒
ก กสิทกธิเรียกรองที
ก ่เกิดขึ้นโดยคํกาพิพากษาของศาลที
ก ก ก ่ถึงทีก ่สุด หรือโดย
สัญญาประนีประนอมยอมความ ใหมีกําหนดอายุความสิบป: ทั้งนี้ ไมวาสิทธิเรียกรองเดิมจะมีกําหนด
กอายุความเทาใด
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๙๓/๓๓ สิทธิเรียกรองดังตอไปนี้ใหมีกําหนดอายุความหาป:
ก ก ก ก(๑) ดอกเบีก ้ยคางชําระ ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๒) เงินที่ตองชําระเพื่อผอนทุนคืนเปBนงวด ๆ
(๓)กคาเชาทรักพย"สกินคางชํ
ก าระก เวนแตคาเชาสังหาริ
ก มทรัพกย"ตามมาตรา
ก ก ๑๙๓/๓๔ก (๖)
(๔) เงินคางจาย คือ เงินเดือน เงินป: เงินบํานาญ คาอุปการะเลี้ยงดูและเงินอื่น ๆ ใน
กลักษณะทํกานองเดี
ก กยวกับกที่มีการกําหนดจายเปB
ก นระยะเวลา
ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๕) สิทธิเรียกรองตามมาตรา ๑๙๓/๓๔ (๑) (๒) และ (๕) ที่ไมอยูในบังคับอายุความ
สองป: ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๑๙๓/๓๔ สิทธิเกรียกรองดักงตอไปนี


ก ้กใหมีกกําหนดอายุความสองป:
ก ก ก ก ก
(๑)กผู ประกอบการคาหรื
ก ก ก ก
อ อุ ต สาหกรรม ผู ประกอบหั

ต ถกรรม ผู ประกอบศิ ล ป
ก ก ก ก
อุตสาหกรรมหรือชางฝ:มือ เรียกเอาคาของที่ไดสงมอบ คาการงานที่ไดทํา หรือคาดูแลกิจการของผูอื่น
กรวมทั้งเงิกนที่ไดออกทดรองไป
ก ก ก เวนแตเปBนการทีก ่ไดทํากเพื่อกิกจการของฝR
ก ก ายลูกหนี้นั้นเอง ก ก ก ก ก
- ๔๑ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๒) ผูประกอบเกษตรกรรมหรือการปRาไม เรียกเอาคาของที่ไดสงมอบอันเปBนผลิตผล


กทางเกษตรหรืก อกปRากไม เฉพาะที ก ่ใชสอยในบานเรืก อนของฝR ก ายลู
ก กกหนี้นั้นกเอง ก ก ก ก ก
(๓) ผูขนสงคนโดยสารหรือสิ่งของหรือผูรับสงขาวสาร เรียกเอาคาโดยสาร คาระวาง
คาเชา คาธรรมเนียม กรวมทั้งเงิกนที่ไดออกทดรองไป
ก ก ก ก ก ก ก ก
(๔) ผูประกอบธุรกิจโรงแรมหรือหอพัก ผูประกอบธุรกิจในการจําหนายอาหารและ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
เครื่องดื่ม หรือผูประกอบธุรกิจสถานบริการตามกฎหมายวาดวยสถานบริการเรียกเอาคาที่พัก อาหาร
หรือเครื่องดื่ม คาบริกการหรือคาการงานที
ก ก ก ่ไดทํกาใหแกผูมาพักหรือกใชบริการก รวมทั ก ้งกเงินที่ไกดออกทดรอง
ไป
ก ก ก ก(๕) ผูกขายสลากกินแบง กสลากกินกรวบกหรืกอสลากที ก ่คลายคลึงกัน เรี ก ยกเอาคาขาย
ก ก ก ก
สลาก เวนแตเปBนการขายเพื่อการขายตอ
(๖)กผูประกอบธุ ก รกิกจในการใหเชาสั
ก ก งหาริมทรัพย"ก เรียกเอาคาเชา
ก ก ก ก
(๗) บุคคลซึ่งมิไดเขาอยูในประเภทที่ระบุไวใน (๑) แตเปBนผูประกอบธุรกิจในการ
กดูแลกิจการของผู
ก ก อืก่นหรือกรับทํางานการตางกๆ เรียกเอาสิ ก นกจางอั
ก นจะพึ ก งไดรับในการนั้นก รวมทั้งเงิกนที่ไกด ก ก
ออกทดรองไป
(๘)กลูกจางซึก่งรับใชการงานสวนบุ
ก ก ก ก
คคล เรียกเอาคาจางหรื ก ก ก ก
อสินจางอยางอื่นเพื่อการ

งานที่ทํากรวมทัก ้งเงิกนที่ไดออกทดรองไป

หรืกอนายจางเรี ยกเอาคืนซึ่งเงินเชนวานั้นที่ตนไดจายลวงหนา
ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ไป
(๙)กลูกจางไมวาจะเปB
ก ก กนลูกจางประจํ ก า ลูกจางชัก ่วคราว กหรือลูกกจางรายวั
ก ก น รวมทั้งผู
ฝYกหัดงาน เรียกเอาคาจางหรือสินจางอยางอื่น รวมทั้งเงินที่ไดออกทดรองไป หรือนายจางเรียกเอาคืน
กซึ่งเงินเชนวานั
ก ก้นทีก่ตนไดจายลวงหนาไป
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๑๐) ครูสอนผูฝYกหัดงาน เรียกเอาคาฝYกสอนและคาใชจายอยางอื่นตามที่ไดตกลง
กันไว รวมทั้งเงินที่ไดออกทดรองไป
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๑๑) เจาของสถานศึกษาหรือสถานพยาบาล เรียกเอาคาธรรมเนียมการเรียนและ
กคาธรรมเนี ก ยมอืก่น กๆ หรือกคารักษาพยาบาลและคาใชจายอยางอื
ก ก ก ก ่น รวมทั ก ้งเงินที่ไดออกทดรองไป
ก ก ก ก ก
(๑๒) ผูรับคนไวเพื่อการบํารุงเลี้ยงดูหรือฝYกสอน เรียกเอาคาการงานที่ทําใหรวมทั้ง
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
เงินที่ไดออกทดรองไป
ก ก ก ก(๑๓) กผูรับเลี้ยงหรือฝYกสอนสั ก ตว" เรีกยกเอาคาการงานที
ก ก ก ่ทําให รวมทั้งกเงินที่ไดออกทด ก ก ก ก
รองไป
(๑๔)ก ครูหรือกอาจารย"
ก กเรียกเอาคาสอน
ก ก ก ก ก ก
(๑๕) ผู ประกอบวิ ช าชี พ เวชกรรม ทั น ตกรรม การพยาบาล การผดุ ง ครรภ"
กผูประกอบการบํ
ก ก าบัก ดโรคสั ก ตว" หรือผูประกอบโรคศิ
ก ลปะสาขาอื
ก ก ก่น เรียกกเอาคาการงานทีก่ทําใหรวมทั ก ้งเงิกน ก ก
ที่ไดออกทดรองไป
(๑๖)ก ทนายความหรื
ก ก อกผูประกอบวิ ก ชาชีพทางกฎหมาย
ก รวมทั
ก ้งกพยานผู
ก เชีก่ยวชาญเรียก
เอาคาการงานที่ทําให รวมทั้งเงินที่ไดออกทดรองไป หรือคูความเรียกเอาคืนซึ่งเงินเชนวานั้นที่ตนได
กจายลวงหนาไปก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๑๗)

ผู ประกอบวิ
ก ก ก ก
ช าชี พ วิ ศ วกรรม สถาป; ต ยกรรม

ผูกสอบบั ญ ชี หรื อ ผู ประกอบ
ก ก ก
วิ ช าชี พ อิ ส ระอื่ น เรี ย กเอาคาการงานที่ ทํ า ให รวมทั้ ง เงิ น ที่ ไ ดออกทดรองไป หรื อ ผู วาจางให
กประกอบการงานดั
ก ก กงกลาวเรี ก ยกเอาคืนซึ่งเงินกเชนวานั้นกที่ตนไดจายลวงหนาไป
ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๔๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ก ก ก กมาตราก ๑๙๓/๓๕ ภายใตบั


ก งคับมาตรา
ก ก๑๙๓/๒๗
ก ก สิทธิเรียกรองที่เกกิดขึ้นจากการที
ก ก่ ก ก
ลูกหนี้รับสภาพความรับผิดโดยมีหลักฐานเปBนหนังสือหรือโดยการใหประกันตามมาตรา ๑๙๓/๒๘
ก ความสองป:
วรรคสอง ใหมีกําหนดอายุ ก ก นกับแตวักนที่ไดรับสภาพความรั
ก บผิดหรื
ก อใหประกั
ก ก นก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
บรรพ ๒
ก ก ก ก ก หนี้ ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ลักษณะ ๑
ก ก ก ก บทเบ็
ก ดเสร็จทัว่ ไป ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
หมวด ๑
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
วัตถุแหงหนี้
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๑๙๔ก ดวยอํก ากนาจแหงมู
ก ลหนี้ เจาหนี้ยกอมมีสิทธิกจะเรียกกใหลู
ก กหนี
ก ้ชําระหนี้ได
อนึ่งการชําระหนี้ดวยงดเวนการอันใดอันหนึ่งก็ยอมมีได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๙๕ เมื่อทรัพย"ซึ่งเปBนวัตถุแหงหนี้นั้นไดระบุไวแตเพียงเปBนประเภท และ
ถาตามสภาพแหงนิตกิกรรม หรืกอตามเจตนาของคู
ก ก ก กรณีไมอาจจะกํ ก าหนดไดวาทรั
ก ก พกย"นั้นจะพึก งเปBนชนิด
อยางไรไซร ทานวาลูกหนี้จะตองสงมอบทรัพย"ชนิดปานกลาง
ก ก ก กถาลูกกหนี้ไดกระทําการอักนตนจะพึกงตองทํก าเพื
ก ่อสงมอบทรั
ก พย"สิ่งนั้นทุกกประการแลวก็
ก ก ก ก
ดี หรือถาลูกหนี้ไดเลือกกําหนดทรัพย"ที่จะสงมอบแลวดวยความยินยอมของเจาหนี้ก็ดี ทานวาทรัพย"
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
นั้นจึงเปBนวัตถุแหงหนี้จําเดิมแตเวลานั้นไป
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๙๖ ถาหนี้เงินไดแสดงไวเปBนเงินตางประเทศ ทานวาจะสงใชเปBนเงินไทยก็
ได ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
การเปลี่ยนเงินนี้ ใหคิดตามอัตราแลกเปลี่ยนเงิน ณ สถานที่และในเวลาที่ใชเงิน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๑๙๗ ถาหนี้เงินจะพึงสงใชดวยเงินตราชนิดหนึ่งชนิดใดโดยเฉพาะ อันเปBน
ชนิดที่ยกเลิกไมใชกันกแลวในเวลาที
ก ก่จะตองสงเงิ
ก ก นใชหนี้นั้นไซร การสงใชเงิ
ก ก นทานใหถื
ก ก อเสมื
ก อนหนึ่งวา
มิไดระบุไวใหใชเปBนเงินตราชนิดนั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา

๑๙๘ก ถาการอั
ก ก ก
นมีกําหนดพึงกระทําเพืก่อชําระหนีก้นั้นมีกหลายอยาง
ก ก
แตจะตอง
กระทําเพียงการใดการหนึ่งแตอยางเดียวไซร ทานวาสิทธิที่จะเลือกทําการอยางใดนั้นตกอยูแกฝRาย
กลูกหนี้ เวนแตจะไดตกลงกั
ก ก ก ก นกําหนดไวเปBนอยางอื
ก ่น ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๔๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ก ก ก กมาตราก ๑๙๙ การเลือกนัก้นทานใหทํ


ก าดวยแสดงเจตนาแกคู
ก ก ก กรณีอีกฝRกายหนึ่ง ก ก ก ก
การชําระหนี้ไดเลือกทําเปBนอยางใดแลว ทานใหถือวาอยางนั้นอยางเดียว เปBนการ

ชําระหนี้อันกําหนดใหกระทํ ก ก ก ก
าแตตนมา ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๐๐ ถาจะตองเลือกภายในระยะเวลาอันมีกําหนด และฝRายที่มีสิทธิจะ
เลือกมิไดเลือกภายในระยะเวลานั
ก ก ้นไซร
ก กทานวาสิ
ก ทธิที่จะเลือกนั้นกยอมตกไปอยู
ก แกอี
ก กกฝRายหนึ
ก ่ง
ถามิไดกําหนดระยะเวลาใหเลือกไซร เมื่อหนี้ถึงกําหนดชําระ ฝRายที่ไมมีสิทธิจะเลือก
กอาจกําหนดเวลาพอสมควรแกเหตุ
ก ก ก ก แลวบอกกลาวใหฝR
ก ก ายโนนใชสิ
ก ก ทธิกเลือกภายในเวลาอักนนั้น ก ก ก ก

มาตรา
ก ๒๐๑ก ถาบุก คคลภายนอกจะพึ
ก ก งเปBนผูเลืก อก ทานใหกระทํ
ก ก กาดวยแสดงเจตนา

แกลูกหนี้ และลูกหนี้จะตองแจงความนั้นแกเจาหนี้
ก ก ก กถาบุคกคลภายนอกนั้นไมอาจจะเลื
ก อกกไดก็กดี หรื
ก อไมเต็
ก มใจจะเลือกก็ดี กทานวาสิทกธิที่จกะ ก ก
เลือกตกไปอยูแกฝRายลูกหนี้
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก
มาตราก ๒๐๒ ถาการอันก จะพึงตองทํ าเพื่อชําระหนี้นั้นมีหลายอยาง
ก ก ก ก ก
และอยางใด
ก ก ก ก
อยางหนึ่งตกเปBนอันพนวิสัยจะทําไดมาแตตนก็ดี หรือกลายเปBนพนวิสัยในภายหลังก็ดี ทานใหจํากัด
หนี้นั้นไวเพียงการชํากระหนี้อยางอื
ก ่นกที่ไมพนวิ
ก กสัย อนึ่งการจํากัดอักนนี้ยอมไมเกิ
ก ดกมีขกึ้น หากวาการชํ
ก าระ
หนี้กลายเปBนพนวิสัยเพราะพฤติการณ"อันใดอันหนึ่งซึ่งฝRายที่ไมมีสิทธิจะเลือกนั้นตองรับผิดชอบ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
หมวด ๒
ก ก ก ก กผลแหงหนี้ ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
สวนที่ ๑
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
การไมชําระหนี้
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๒๐๓ก ถาเวลาอัก ก นจะพึ
ก งชําระหนี้นั้นมิกไดกําหนดลงไว
ก ก หรื
ก อจะอนุ
ก มานจาก
พฤติการณ"ทั้งปวงก็ไมไดไซร ทานวาเจาหนี้ยอมจะเรียกใหชําระหนี้ไดโดยพลัน และฝRายลูกหนี้ก็
กยอมจะชํการะหนี
ก ้ขกองตนไดโดยพลั
ก นดุจกัน ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ถาไดกําหนดเวลาไว แตหากกรณีเปBนที่สงสัย ทานใหสันนิษฐานไวกอนวาเจาหนี้จะ
เรียกใหชําระหนี้กอนถึก งเวลานั้นกหาไดไม
ก กแตฝRกายลูกหนี้จะชําระหนี
ก ้กอนกําหนดนั
ก ก้นก็กได ก

ก ก ก กมาตราก ๒๐๔ ถาหนี้ถึงกํกาหนดชํากระแลว


ก กและภายหลั
ก ก ้ไดใหคํกาเตือกน ก
งแตนั้นเจาหนี ก
ลูกหนี้แลว ลูกหนี้ยังไมชํ

าระหนีก้ไซร กลูกกหนี้ไดชืก ่อวาผิดนัดเพราะเขาเตื

อนแลว
ก ก ก ก
ถาไดกําหนดเวลาชําระหนี้ไวตามวันแหงปฏิทิน และลูกหนี้มิไดชําระหนี้ตามกําหนด
กไซร ทานวาลู
ก กกหนีก้ตกเปBกนผูผิดนัดโดยมิพักกตองเตือกนเลยกวิธกีเดียวกัก นนี้ทานใหใชบังคักบแกกรณีกที่ตอง
ก ก ก
- ๔๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

บอกกลาวลวงหนากอนการชําระหนี้ ซึ่งไดกําหนดเวลาลงไวอาจคํานวณนับไดโดยปฏิทินนับแตวันที่ได
กบอกกลาวก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ๒๐๕ก ตราบใดการชํ
มาตรา ก ก ก าระหนี้ นั้นยั ง มิกไ ดกระทํ ากลงเพราะพฤติ
ก ก กการณ" อันใด
อันหนึ่งซึ่งลูกหนี้ไมตองรับผิดชอบ ตราบนั้นลูกหนี้ยังหาไดชื่อวาผิดนัดไม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๒๐๖ก ในกรณี
ก กหนี้อกันเกิดแตมูลละเมิดกลูกหนี้ไดชื
ก ่อวาผิ
ก ดกนัดมาแตเวลาที
ก ่ทํา
ละเมิด
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๐๗ ถาลูกหนี้ขอปฏิบัติการชําระหนี้ และเจาหนี้ไมรับชําระหนี้นั้นโดย
ปราศจากมูลเหตุอันจะอางกฎหมายไดไซร
ก ก ก ก ทานวาเจาหนี
ก ้ตกเปBนกผูผิดนัด ก ก ก ก
ก ก ก กมาตราก ๒๐๘ การชําระหนี
ก ้จะใหสํกาเร็จกผลเปB
ก นอยางใด
ก ก
ลูกหนี้จะตองขอปฏิ บกัติการก ก ก
ชําระหนี้ตอเจาหนี้เปBนอยางนั้นโดยตรง

แตถาเจาหนี ้ไกดแสดงแกลู
ก ก ก
กหนี้วา จะไมรับชําระหนีก ก ก ก ก
้ก็ดี หรื อเพื่อที่จะชําระหนี้จําเปBน
ที่เจาหนี้จกะตองกระทํ
ก ก ก ก
าการอยางใดอยางหนึ ก
่งกอนก็กดี ลูกกหนีก้จะบอกกลาวแกเจาหนี

้วาไดเตรี

ยมการที
ก ก ก
่ ก
จะชําระหนี้ไวพรอมเสร็จแลว ใหเจาหนี้รับชําระหนี้นั้น เทานี้ก็นับวาเปBนการเพียงพอแลว ในกรณี
เชนนี้ทานวาคําบอกกลาวของลู
ก กกหนีก้นั้นกก็เสมอกั
ก บคําขอปฏิบัติการชํก าระหนีก้ ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๐๙ ถาไดกําหนดเวลาไวเปB


ก ก นกแนนอนเพื
ก ก ่อใหเจาหนี้กระทํากการอันใดก ทาน
ก ก ก
วาที่จะขอปฏิบัติการชําระหนี้นั้นจะตองทําก็แตเมื่อเจาหนี้ทําการอันนั้นภายในเวลากําหนด
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๑๐ ถาลูกหนี้จําตองชําระหนี้สวนของตนตอเมื่อเจาหนี้ชําระหนี้ตอบแทน
กดวยไซร กแมถึงกวาเจาหนี
ก ก้จะไดเตรียมพรอมที ก ่จะรับชํการะหนี
ก ้ตกามทีก่ลูกหนี้ขอปฏิบัตินั้นกแลวก็ดี หากไม
ก ก ก ก
เสนอที่จะทําการชําระหนี้ตอบแทนตามที่จะพึงตองทํา เจาหนี้ก็เปBนอันไดชื่อวาผิดนัด
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๑๑ ในเวลาที่ลกูกหนี้ขอปฏิ


ก บัตกิการชํ
ก าระหนี
ก ้นั้นก็ดี หรือในเวลาที
ก ่กําหนดไว
ก ก ก ก
ใหเจาหนี้ทําการอยางใดอยางหนึ่ง โดยกรณีที่บัญญัติไวในมาตรา ๒๐๙ นั้นก็ดี ถาลูกหนี้มิไดอยูใน
ฐานะที่จะสามารถชํากระหนี้ไดไซรทานวาเจาหนี
ก ก ก ก ้ยังหาผิดนัดไม ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๑๒ ถามิไดกําหนดเวลาชํ


ก การะหนี
ก ้ไกวก็ดี กหรือถาลูกหนี้มีสิทธิกที่จะชําระหนี
ก ้ไกด ก ก
กอนเวลากําหนดก็ดี การที่เจาหนี้มีเหตุขัดของชั่วคราวไมอาจรับชําระหนี้ที่เขาขอปฏิบัติแกตนไดนั้น
หาทําใหเจาหนี้ตกเปBกนผูผิดนัดกไม เวนแตลู
ก ก กกหนี้จะไดบอกกลาวการชํ
ก าระหนี
ก ้ไกวลวงหนาโดยเวลาอั
ก ก น
สมควร
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา

๒๑๓ก ถาลูกกหนี
ก ก
้ละเลยเสียไมชําระหนีก้ของตน เจาหนี ้จะรองขอตอศาลใหสั่ง
ก ก ก ก
บังคับชําระหนี้ก็ได เวนแตสภาพแหงหนี้จะไมเปZดชองใหทําเชนนั้นได
ก ก ก กเมื่อสภาพแหงหนี
ก ้ไมเปZดกชองใหบักงคับชํการะหนี
ก ้ไกด ถาวัตถุแหงหนี้เปBกนอันใหกระทํ
ก กา ก ก
- ๔๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

การอันหนึ่งอันใด เจาหนี้จะรองขอตอศาลใหสั่งบังคับใหบุคคลภายนอกกระทําการอันนั้นโดยใหลูกหนี้
กเสียคาใชจายใหก็
ก ก กได แตถาวัก ตถุแหงหนี้เปBนก อันใหกระทํ ก ากนิติกกรรมอยางใดอยางหนึ
ก ่งไซร
ก ศาลจะสั
ก ่งให
ก ก ก
ถือเอาตามคําพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของลูกหนี้ก็ได
ก ้ซึ่งมีวกัตถุเปBกนอักนจะใหงดเวนการอั
สวนหนี ก นใด กเจาหนี้จะเรี
ก ยกรองใหรื
ก ก ้อกถอนการที่ได
กระทําลงแลวนั้นโดยใหลูกหนี้เสียคาใชจาย และใหจัดการอันควรเพื่อกาลภายหนาดวยก็ได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
อนึ่งบทบัญญัติในวรรคทั้งหลายที่กลาวมากอนนี้ หากระทบกระทั่งถึงสิทธิที่จะเรียก
เอาคาเสียหายไม ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๑๔ ภายใตบักงคับบทบักญญัตกิแหงมาตรา
ก ก ๗๓๓ เจาหนี้มีสกิทธิที่จะใหชํ
ก าระ
ก ก ก
หนี้ของตนจากทรัพย"สินของลูกหนี้จนสิ้นเชิง รวมทั้งเงินและทรัพย"สินอื่น ๆ ซึ่งบุคคลภายนอกคาง
ชําระแกลูกหนี้ดวย ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๑๕ เมื่อลูกหนีก้ไมชําระหนี


ก ้ใหตองตามความประสงค"
ก ก ก ก งแหงมู
อันแทจริ ก ลหนี
ก้ ก ก
ไซร เจาหนี้จะเรียกเอาคาสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแตการนั้นก็ได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก
มาตราก ๒๑๖ ถาโดยเหตุ
ก ก ก
ผิดนัด กการชํการะหนี
ก ก
้กลายเปBนอันไรประโยชน"

แกเจาหนี
ก ก ก
้ ก
เจาหนี้จะบอกป;ดไมรับชําระหนี้ และจะเรียกเอาคาสินไหมทดแทนเพื่อการไมชําระหนี้ก็ได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๑๗ ลู ก หนี้ จ ะตองรั บ ผิ ด ชอบในความเสี ย หายบรรดาที่ เ กิ ด แตความ
กประมาทเลิ
ก นเลอในระหวางเวลาที
ก ก ก ่ตนผิดนักด ทั้งจะตองรั
ก กบผิดกชอบในการที
ก ่การชําระหนี
ก ้กลายเปB ก นพน
ก ก ก
วิสัยเพราะอุบัติเหตุอันเกิดขึ้นในระหวางเวลาที่ผิดนัดนั้นดวย เวนแตความเสียหายนั้นถึงแมวาตนจะ
ไดชําระหนี้ทันเวลากํากหนดก็คงจะตองเกิ
ก ก กดมีอกยูนั่นเอง ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๑๘ ถาการชํการะหนี้กลายเปB


ก ก นพนวิ
ก สกั ยจะทํ าไดเพราะพฤติ
ก การณ"กอันใด
ก ก ก
อั น หนึ่ ง ซึ่ ง ลู กหนี้ ตองรั บ ผิ ดชอบไซร ทานวาลู ก หนี้ จ ะตองใชคาสิ น ไหมทดแทนใหแกเจาหนี้ เ พื่ อ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
คาเสียหายอยางใด ๆ อันเกิดแตการไมชําระหนี้นั้น
ก ก ก กในกรณี ก ที่การชําระหนี้กลายเปB
ก นพนวิก สัยกแตเพี
ก ยงบางสวน
ก ถาหากวาสวนที
ก ่ยังเปBกนวิสกัย ก ก
จะทําไดนั้นจะเปBนอันไรประโยชน"แกเจาหนี้แลว เจาหนี้จะไมยอมรับชําระหนี้สวนที่ยังเปBนวิสัยจะทํา
ไดนั้นแลว และเรียกคาสิ ก นไหมทดแทนเพื
ก ก ก ่อการไมชํ
ก าระหนี้เสียทั้งกหมดทีเดียกวก็ไกด ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๑๙ ถาการชํากระหนี้กลายเปB


ก กนพนวิ
ก สัยกเพราะพฤติการณ"อกันใดอันหนึ
ก ่งซึก่ง ก ก
เกิดขึ้นภายหลังที่ไดกอหนี้ และซึ่งลูกหนี้ไมตองรับผิดชอบนั้นไซร ทานวาลูกหนี้เปBนอันหลุดพนจาก
การชําระหนี้นั้น ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ถาภายหลังที่ไดกอหนี้ขึ้นแลวนั้น ลูกหนี้กลายเปBนคนไมสามารถจะชําระหนี้ไดไซร
กทานใหถือกเสมืกอนวาเปB
ก นกพฤติการณ"ที่ทําใหการชํ
ก าระหนีก ้ตกเปB
ก นก อันพนวิ
ก สัยฉะนั้น ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา ๒๑๔ แกไขเพิ่ มเติ มโดยพระราชบั ญ ญั ติแ กไขเพิ่ มเติ มประมวลกฎหมายแพงและ
กพาณิชย" พุกทธศักกราชก๒๔๗๘ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๔๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ก ก ก กมาตราก ๒๒๐ ลูกหนี้ตองรั


ก บผิดชอบในความผิ
ก ก ก ดของตั
ก วแทนแหงตนกักบทั้งของบุ
ก คคล
ก ก ก
ที่ตนใชในการชําระหนี้นั้นโดยขนาดเสมอกับวาเปBนความผิดของตนเองฉะนั้น แตบทบัญญัติแหง
มาตรา ๓๗๓ หาใชบังกคับแกกรณีก เชนนี
ก ้ดกวยไมก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๒๑ หนี้เงินอันตองเสียดอกเบี้ยนั้น ทานวาจะคิดดอกเบี้ยในระหวางที่
เจาหนี้ผิดนัดหาไดไมก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๒๒ การเรียกเอาคาเสี


ก ยกหายนั
ก ้นกไดแกเรี
ก ยกคาสินไหมทดแทนเพื
ก ่อกความก ก ก
เสียหายเชนที่ตามปกติยอมเกิดขึ้นแตการไมชําระหนี้นั้น
เจาหนี
ก ้ จ ะเรีกย กคาสิ
ก กน ไหมทดแทนได
ก แมกระทั
ก ่ ง เพื่ อก ความเสี
ก ก ย หายอั
ก น เกิ ด แต
พฤติ ก ารณ" พิ เ ศษ หากวาคู กรณี ที่ เ กี่ ย วของไดคาดเห็ น หรื อ ควรจะไดคาดเห็ น พฤติ ก ารณ" เ ชนนั้ น
กลวงหนากอนแลว
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก


มาตรา ๒๒๓ก ถาฝR ก ก ก ก
ายผูเสียหายไดมีสวนทําความผิ ก ก ก ก
ดอยางใดอยางหนึ ่งกอใหเกิด

ความเสียกหายดวยไซร
ก ก ก
ทานวาหนี้อันจะตองใชคาสิ

นกไหมทดแทนแกฝR
ก ก ก
ายผูเสียหายมากนอยเพี

ยงใดนั
ก ก ก
้น ก
ตองอาศัยพฤติการณ"เปBนประมาณ ขอสําคัญก็คือวาความเสียหายนั้นไดเกิดขึ้นเพราะฝRายไหนเปBนผูกอ
ยิ่งหยอนกวากันเพียงไร ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
วิธีเดียวกันนี้ ทานใหใชแมทั้งที่ความผิดของฝRายผูที่เสียหายจะมีแตเพียงละเลยไม
กเตือนลู กกหนี้ใ หรู
ก สึกกถึงอักนตรายแหงการเสีกยหายอันกเปB นกอยางรายแรงผิ
ก ก ดปกติ ซึ่งลูกกหนี้ไมรูหรื
ก อไม
ก ก ก
อาจจะรูได หรือเพียงแตละเลยไมบําบัดป;ดปPอง หรือบรรเทาความเสียหายนั้นดวย อนึ่งบทบัญญัติ
แหงมาตรา ๒๒๐ นั้นกทานใหนํากมาใชบั ก งกคับดวยโดยอนุ
ก โลม ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๒๔ หนี้เงินนั้นก ทานใหคิกดดอกเบี


ก ก้ยในระหวางเวลาผิ
ก ก
ดนัดรอยละเจ็ ดกกึ่งตอก ก ก
ป: ถาเจาหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยไดสูงกวานั้นโดยอาศัยเหตุอยางอื่นอันชอบดวยกฎหมาย ก็ใหคงสง
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ดอกเบี้ยตอไปตามนั้น
ก ก ก กทานหามมิก ใหคิดดอกเบี้ยกซอนดอกเบีก ้ยในระหวางผิ
ก ก ก ดนัด ก ก ก ก ก
การพิสูจน"คาเสียหายอยางอื่นนอกกวานั้น ทานอนุญาตใหพิสูจน"ได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๒๕ ถาลูกหนี้จําตองใชคาสินไหมทดแทนเพื่อราคาวัตถุอันไดเสื่อมเสียไป
กระหวางผิกดนัดกก็ดีกหรือวักตถุอันไมอาจสงมอบไดเพราะเหตุ
ก ก กอยางใดอยางหนึ
ก ก ่งอันเกิดขึ้นกระหวางผิกดนัดกก็ ก ก
ดี ทานวาเจาหนี้จะเรียกดอกเบี้ยในจํานวนที่จะตองใชเปBนคาสินไหมทดแทน คิดตั้งแตเวลาอันเปBน
ฐานที่ตั้งแหงการกะประมาณราคานั
ก ก ก ้นกก็ได วิกธีเดียวกันนี้ทานใหใชตลอดถึ
ก ก งการที
ก ก่ลูกหนีก้จําตองใชคา
สินไหมทดแทนเพื่อการที่ราคาวัตถุตกต่ําเพราะวัตถุนั้นเสื่อมเสียลงในระหวางเวลาที่ผิดนัดนั้นดวย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก
สวนที่ ๒ ก ก ก ก ก
รับชวงสิทธิ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๔๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ก ก ก กมาตราก ๒๒๖ บุค คลผูรักบชวงสิทกธิข องเจาหนี


ก ก ้ กชอบที่ จะใชสิท ธิทั้งกหลายบรรดาที
ก ก่ ก ก
เจาหนี้มีอยูโดยมูลหนี้ รวมทั้งประกันแหงหนี้นั้นไดในนามของตนเอง
ก พย" ไดแกเอาทรั
ชวงทรั ก ก ก พย"สกินอันหนึ่งเขาแทนที
ก ่ทรัพย"สกินอีกอักนหนึ
ก ่ง ในฐานะนิ
ก ตินัย
อยางเดียวกันกับทรัพย"สินอันกอน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๒๒๗ก เมื่อกเจาหนีก ้ไดรั
ก บคาสินไหมทดแทนความเสี
ก ก ยหายเต็
ก ก มตามราคาทรั
ก พย"
หรือสิทธิซึ่งเปBนวัตถุแหงหนี้นั้นแลว ทานวาลูกหนี้ยอมเขาสูฐานะเปBนผูรับชวงสิทธิของเจาหนี้อัน
กเกี่ยวกับทรั
ก พย"กหรือกสิทธินก ั้น ๆ ดวยอํานาจกฎหมาย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตราก ๒๒๘ก ถาพฤติ ก ก ก ารณ"ก ซึ่ ง ทํ า ใหการชํ ากระหนี้ เ ปBกน อั นกพนวิก สั ยนัก้ น เปB น ผลให
ลูกหนี้ไดมาซึ่งของแทนก็ดี หรือไดสิทธิเรียกรองคาสินไหมทดแทนเพื่อทรัพย"อันจะพึงไดแกตนนั้นก็ดี
กทานวาเจาหนี
ก ้จกะเรีกยกใหสงมอบของแทนที
ก ก่ไดรับไวหรืก อจะเขาเรี
ก ก ยกเอาคาสิ
ก นไหมทดแทนเสี ก ยเองก็ก ได ก ก ก
ถาเจาหนี้มีสิทธิเรียกรองคาสินไหมทดแทนเพราะการไมชําระหนี้ และถาใชสิทธินั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ดังไดระบุไวในวรรคตนไซร คาสิ นไหมทดแทนอันจะพึงใชแกเจาหนี ้นั้นยอมลดจํ านวนลงเพียงเสมอ

ราคาแหงของแทนซึ
ก ก ก ก
่งลูกหนี้ไดรับไว หรือเสมอจํ

านวนคาสิ
ก ก ก ก
นไหมทดแทนที่ลูกหนี้จะเรียกกรองไดนัก้น ก ก ก

มาตรา
ก ๒๒๙ก การรั ก บกชวงสิกทธิยอมมีขึ้นดวยอํกานาจกฎหมาย ก ก และยอมสํ
ก ก าเร็จเปBน
ประโยชน"แกบุคคลดังจะกลาวตอไปนี้ คือ
ก ก ก ก(๑) บุกคคลซึ่งเปBนเจาหนี้อกยูเอง และมาใชหนี
ก ก ก ้ใหแกเจาหนี
ก ้อีกคนหนึ่งกผูมีสิทธิจกะไดรักบ ก ก
ใชหนี้กอนตน เพราะเขามีบุริมสิทธิ หรือมีสิทธิจํานําจํานอง
(๒)กบุคคลผูไดไปซึ
ก ก่งอสัก งหาริก มทรัพย"ใด และเอาเงิ
ก นราคาคาซืก ก ้อใชใหแกผู
ก ก รับจํานอง
ทรัพย"นั้นเสร็จไป
ก ก ก ก(๓) บุกคคลผูมีความผูกพันกรวมกับผูกอื่น หรื
ก อกเพื่อผูกอื่นในอันจะตองใชหนี ก ้ มีสวนไดเสี
ก กย ก ก
ดวยในการใชหนี้นั้น และเขาใชหนี้นั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๓๐ ถาในการทีก่เจาหนี้นกําบังคักบยึกดทรัพกย"อันหนึ่งอันใดของลู


ก กหนี้นั้นกบุคคล
ก ก ก
ผูใดจะตองเสี่ยงภัยเสียสิทธิในทรัพย"อันนั้นเพราะการบังคับยึดทรัพย"ไซร ทานวาบุคคลผูนั้นมีสิทธิจะ
เขาใชหนี้เสียแทนไดก อนึ่งผูครองทรั
ก ก พกย"อันหนึก ่งอันใด ถาจะตองเสี
ก ่ยงภัยกเสียกสิทธิกครองทรั
ก พย"นั้นไป
เพราะการบังคับยึดทรัพย" ก็ยอมมีสิทธิจะทําไดเชนเดียวกับที่วามานั้น
ก ก ก กถาบุคกคลภายนอกผูใดมาใชหนี ก ้แทนจนเปB
ก ก นกที่พอใจของเจาหนี
ก ้แลว กบุคคลผูนัก้นยอมก ก ก
เขารับชวงสิทธิเรียกรองของเจาหนี้ แตสิทธิเรียกรองอันนี้จะบังคับใหเปBนที่เสื่อมเสียแกเจาหนี้หาไดไม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๓๑ ถาทรัพย"สินที่จํานอง จํานํา หรืออยูในบังคับบุริมสิทธิประการอื่นนั้น
กเปBนทรัพกย"อันไดเอาประกั
ก ก ก นภัยไวไซร ทานวาสิ
ก ทธิจํานอง
ก จํกานํกา หรือกบุริมสิทธิอยางอื่นนัก้นยอมครอบไป
ก ก ก ก
ถึงสิทธิที่จะเรียกรองเอาแกผู

รับกประกัก นภัก ยดวยก ก ก ก ก ก
ในกรณีที่เปBนอสังหาริมทรัพย" ถาผูรับประกันภัยไดรู หรือควรจะไดรูวามีจํานอง
กหรือบุริมกสิทธิอกยางอื
ก ่นไซร
ก ทานยังมิใหผูรักบประกันกภัยใชเงิ
ก นกใหแกผู
ก เอาประกันภัย จนกวาจะไดบอก
ก ก ก ก ก
- ๔๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

กลาวเจตนาเชนนั้นไปยังผูรับจํานอง หรือเจาหนี้มีบุริมสิทธิคนอื่นแลว และมิไดรับคําคัดคานการที่จะ


กใชเงิ น นั้ นกมาภายในเดื
ก ก กอ นหนึ่ ง นั บ แตวั น บอกกลาว
ก ก แตสิ
ก ทกธิ อ ยางใด
ก ๆ ที่ ไ ดไปจดทะเบี
ก ย น กณ หอ ก ก ก
ทะเบียนที่ดินนั้น ทานใหถือวาเปBนอันรูถึงผูรับประกันภัย วิธีเดียวกันนี้ทานใหใชตลอดถึงการจํานอง

สังหาริมทรัพย"ที่กฎหมายอนุ ญกาตใหทํ
ก าไดนั
ก ้นดวย
ก ก ก ก ก ก
ในกรณีที่เปBนสังหาริมทรัพย" ผูรับประกันภัยจะใชเงินใหแกผูเอาประกันภัยโดยตรงก็
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ได เวนแตตนจะไดรูหรือควรจะไดรูวาทรัพย"นั้นตกอยูในบังคับจํานํา หรือบุริมสิทธิอยางอื่น
ผูรับกประกันภักยไมตองรั
ก ก บผิดกตอเจาหนี้ ถาทรัพกย"สินอันไดเอาประกั
ก ก ก นภักยไวนั้นไดคืน
มา หรือไดจัดของแทนให
ก ก ก กวิธีเดียกวกันนี้ทานใหอนุโลมใชบั
ก งคักบแกกรณี
ก กบังคับก ซื้อกับทั้งกรณีที่ตกองใชคาเสีกยหาย
ก ก ก
อันควรจะไดแกเจาของทรัพย"สิน เพราะเหตุทรัพย"สินทําลายหรือบุบสลายนั้นดวย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๓๒ ถาตามความในมาตรากอนนี้เปBนอันวาจะเอาเงินจํานวนหนึ่งใหแทน
กทรัพย"สินกที่ทํากลายหรื
ก อบุก บสลายไซร เงินจํกานวนนี้ทกานยักงมิใกหสงมอบแกผู
ก รับจํานอง กผูรับจํานํกา หรืกอ ก ก
เจาหนี้มีบุริมสิทธิคนอื่น กอนที่หนี้ซึ่งไดเอาทรัพย"นี้เปBนประกันไวนั้นจะถึงกําหนด และถาคูกรณีไม
สามารถจะตกลงกับลูกกหนี้ไดไซร ก ก ก ก
ทานวาตางฝRายตางมีสิทธิที่จะเรี ก ก ก ก ก
ยกรองใหนํ าเงินจํานวนนั้นไปวางไว
ณ สํานักกงานวางทรั
ก ก ก ก
พย"เพื่อประโยชน"อันรวมกั

น เวนแตลู
ก ก ก ก
กหนี้จะหาประกันใหไวตามสมควรก ก ก ก ก

ก ก ก ก กสวนที่ ๓ ก ก ก ก ก
การใชสิทธิเรียกรองของลูกหนี้
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๒๓๓ก ถาลู ก กกหนี้ ขั ดกขื นไมยอมใชสิ ท ธิกเรี ยกรองหรื
ก อกเพิ กก เฉยเสี
ก ยไมใชสิ ท ธิ
เรียกรอง เปBนเหตุใหเจาหนี้ตองเสียประโยชน"ไซร ทานวาเจาหนี้จะใชสิทธิเรียกรองนั้นในนามของ
กตนเองแทนลู
ก กกหนีก้เพื่อปPกองกันสิทธิของตนในมู
ก ลหนีก้นั้นก็กได กเวนแตในขอที
ก ก กหนี้สกวนตักว ก
่เปBนการของลู ก
โดยแท
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๓๔ เจาหนี้ผูใชสิ


ก ทธิเรียกกรองของลู
ก ก กหนีก ้นั้นจะตองขอหมายเรี
ก ยกลูกกหนี้มกา ก ก
ในคดีนั้นดวย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๓๕ เจาหนี้จะใชสิทธิเรียกรองของลูกหนี้เรียกเงินเต็มจํานวนที่ยังคาง
กชําระแกลูกกหนีก้ โดยไมตองคํ
ก ก านึงถึงจํานวนทีก่คางชําระแกตนก็
ก ก ไกด ถาจํก าเลยยอมใชเงินเพีกยงเทาจํากนวนที
ก่ ก ก
ลูกหนี้เดิมคางชําระแกเจาหนี้นั้น คดีก็เปBนเสร็จกันไป แตถาลูกหนี้เดิมไดเขาชื่อเปBนโจทก"ดวย ลูกหนี้
เดิมจะขอใหศาลพิจารณาพิ
ก พากษาตอไปในสวนจํ
ก ก ก ก านวนเงินที่ยังเหลื ก อติดคางอยู
ก ก็กไดก ก
แตอยางไรก็ดี ทานมิใหเจาหนี้ไดรับมากไปกวาจํานวนที่คางชําระแกตนนั้นเลย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา

๒๓๖ก จําเลยมี
ก ก ก
ขอตอสูลูกหนี้เดิมอยูอยางใด

ๆ กทานวาจะยกขึ
ก ก ก
้นตอสูเจาหนี้
ไดทั้งนั้น เวนแตขอตอสูซึ่งเกิดขึ้นเมื่อยื่นฟPองแลว
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๔๙ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สวนที่ ๔
ก ก ก ก ก เพิก กถอนการฉอฉล
ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๓๗ เจาหนี้ชอบที่จะรองขอใหศาลเพิกถอนเสียไดซึ่งนิติกรรมใด ๆ อัน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ลูกหนี้ไดกระทําลงทั้งรูอยูวาจะเปBนทางใหเจาหนี้เสียเปรียบ แตความขอนี้ทานมิใหใชบังคับ ถาปรากฏ
วาในขณะที่ทํานิติกรรมนั
ก ้น บุคกคลซึก่งเปBกนผูไดลาภงอกแตการนั
ก ้นก มิไดรูเทาถึ
ก งขอความจริ
ก ก กงอันเปBนทาง
ใหเจาหนี้ตองเสียเปรียบนั้นดวย แตหากกรณีเปBนการทําใหโดยเสนหา ทานวาเพียงแตลูกหนี้เปBนผูรู
กฝRายเดียวเทานั
ก ก้นก็กพอแลวที
ก ่จะขอเพิกถอนได ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
บทบัญญัติดังกลาวมาในวรรคกอนนี้ ทานมิใหใชบังคับแกนิติกรรมใดอันมิไดมีวัตถุ
เปBนสิทธิในทรัพย"สิน ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๓๘ การเพิกถอนดั


ก งกลาวมาในบทมาตรากอนนั
ก ก ก ก ก ก ่งถึกง ก
้นไมอาจกระทบกระทั ก
สิทธิของบุคคลภายนอก อันไดมาโดยสุจริตกอนเริ่มฟPองคดีขอเพิกถอน
อนึ่งกความที่กกลาวมาในวรรคกอนนี
ก ก ก
้ ทานมิใหใชบัก งคับ ถาสิก ทธินกั้นไดมาโดยเสนหา
ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๓๙ การเพิกถอนนั้นยอมไดเปBนประโยชน"แกเจาหนี้หมดทุกคน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๔๐ การเรียกรองขอเพิกถอนนั้น ทานหามมิใหฟPองรองเมื่อพนป:หนึ่งนับ
กแตเวลาทีก่เจาหนี
ก ้ไดรู
ก ตนเหตุ
ก อันเปBนมูลใหเพิกกถอน หรืกอพนสิ
ก บกป:นับแตไดทํ
ก านิติกรรมนั้นก ก ก ก ก

ก ก ก ก กสวนที่ ๕ ก ก ก ก ก
สิทธิยึดหนวง
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๔๑ ผูใดเปBนผูครองทรัพย"สินของผูอื่น และมีหนี้อันเปBนคุณประโยชน"แก
กตนเกี่ยวดวยทรั
ก ก พย"กสินซึ่งกครองนั้นไซร ทานวาผู
ก นั้นจะยึ ก ดหนวงทรั
ก ก พย"กสินนั้นไวจนกวาจะไดชํ
ก าระหนี
ก ้ก็ไกด ก ก
แตความที่กลาวนี้ทานมิใหใชบังคับ เมื่อหนี้นั้นยังไมถึงกําหนด
อนึ่งกบทบัญญักติในวรรคกอนนี
ก ก ก ้ ทานมิใหใชบังคักบ ถาการที ก ่เขาครอบครองนั
ก ก ก ้นเริ่มมา
แตทําการอันใดอันหนึ่งซึ่งไมชอบดวยกฎหมาย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๔๒ สิทธิยึดหนวงอันใด ถาไมสมกับลักษณะที่เจาหนี้รับภาระในมูลหนี้ก็ดี
ไมสมกับคําสั่งอันลูกหนี
ก ้ไดใหไวกอนหรื
ก ก กอใหในเวลาที
ก ่สงมอบทรัพกย"สินนั้นก็กดี หรืก อเปB
ก นการขั
ก ดกับความ
สงบเรียบรอยของประชาชนก็ดี สิทธิยึดหนวงเชนนั้นทานใหถือวาหามีไมเลย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา

๒๔๓ก ในกรณี
ก ก ก
ที่ลูกหนี้เปBนคนสินลนพนตั ก
วไมสามารถใชหนี
ก ก ก ก
้ เจาหนี้มีสิทธิจะ
ยึดหนวงทรัพย"สินไวได แมทั้งที่ยังไมถึงกําหนดเรียกรอง ถาการที่ลูกหนี้ไมสามารถใชหนี้นั้นไดเกิดเปBน
กขึ้นหรือรูกถึงเจาหนี
ก ก ้ตอภายหลั
ก งเวลาที่ไดสงมอบทรั
ก กพย"สิกนไซร
ก ถึงแมวาจะไมสมกั
ก บลักกษณะที่เกจาหนีก ้ ก ก
- ๕๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

รับภาระในมูลหนี้ไวเดิม หรือไมสมกับคําสั่งอันลูกหนี้ไดใหไวก็ดี เจาหนี้ก็อาจจะใชสิทธิยึดหนวงได


ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๔๔ ผูทรงสิทธิยึดหนวงจะใชสิทธิของตนแกทรัพย"สินทั้งหมดที่ยึดหนวงไว
นั้นจนกวาจะชําระหนีก้สิ้นเชิงก็ไกด ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๔๕ ผูทรงสิทธิยึดหนวงจะเก็บดอกผลแหงทรัพย"สินที่ยึดหนวงไว และ
จัดสรรเอาไวเพื่อการชํการะหนี้แกกตนกอนเจาหนี
ก ก ก ้คนอื่นก็ได ก ก ก ก ก
ดอกผลเชนวานี้จะตองจัดสรรเอาชําระดอกเบี้ยแหงหนี้นั้นกอน ถายังมีเหลือจึงให
กจัดสรรใชตนเงิ
ก กน ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๒๔๖ก ผูทรงสิ ก กทธิยึดกหนวงจําตองจัดการดู ก แลรักษาทรั
ก กพย"กสินที่ยกึดหนวงไวนั้น
ตามสมควร เชนจะพึงคาดหมายไดจากบุคคลในฐานะเชนนั้น
ก ก ก กอนึ่งทรัก พย"สินซึ่งยึดหนวงไวนั ก ้น ถามิ ก ไดรักบความยิ
ก กนยอมของลูกหนี้ ทานวาผู
ก ก ทกธิ ก
ทรงสิ ก
ยึดหนวงหาอาจจะใชสอยหรือใหเชา หรือเอาไปทําเปBนหลักประกันไดไม แตความที่กลาวนี้ทานมิใหใช

บังคับไปถึงการใชสอยเชนที ่จํากเปBนเพืก ่อจะรั
ก ก
กษาทรัพย"สินนั้นเอง ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก
ถาผูทรงสิทธิยึดหนวงกระทํ ก
าการฝRก าฝVนกบทบั
ก ก
ญญัติใดที่กลาวมานี้ ทานวาลู

กกหนี้จกะ ก ก
เรียกรองใหระงับสิทธินั้นเสียก็ได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๔๗ ถาผูทรงสิทธิยึดหนวงตองเสียคาใชจายไปตามที่จําเปBนเกี่ยวดวย
กทรัพย"สินกอันตนยึ
ก ดกหนวงไวนั
ก ้นเพียงใด จะเรีกยกใหเจาทรั
ก พกย"ชดใชใหก็
ก ก ได ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๒๔๘ก ภายในบั
ก ก งคับกแหงบทบัญญัติมาตรา
ก ๑๙๓/๒๗
ก กการใชสิ
ก ทกธิยึดหนวงหา
ทําใหอายุความแหงหนี้สะดุดหยุดลงไม
ก ก ก ก[เลขมาตรา
ก ๑๙๓/๒๗ กแกไขเพิ่ มกเติ มกโดยมาตรา
ก ก ๑๕ แหงพระราชบั
ก ญ ญั ตกิ ใ หใช
ก ก ก
บทบัญญัติบรรพ ๑ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย"ที่ไดตรวจชําระใหม พ.ศ. ๒๕๓๕]
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๔๙ ลู กหนี้ จ ะเรี


ก ย กรองใหระงั
ก ก บกสิ ท ธิกยึดหนวงดวยหาประกั
ก นใหไวตาม
ก ก ก ก
สมควรก็ได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๕๐ การครองทรัพย"สินสูญสิ้นไป สิทธิยึดหนวงก็เปBนอันระงับสิ้นไปดวย
กแตความที
ก ่กลาวนี
ก ก้ทานมิกใหใชบังคับแกกรณีก ที่ทรัพย"กสินอันก ยึดกหนวงไวนั
ก ้นไดใหเชาไปหรื
ก อจํานํากไวดวย
ก ก ก
ความยินยอมของลูกหนี้
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
สวนที่ ๖
ก ก ก ก ก ก บุริมสิกทธิ ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๕๑ ผูทรงบุริมกสิทธิยอมทรงไวซึ


ก ก ่งกสิทธิเหนื
ก อทรัพย"สินของลูกกหนี้ในการที
ก ่จกะ ก ก
- ๕๑ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ไดรับชําระหนี้อันคางชําระแกตน จากทรัพย"สินนั้นกอนเจาหนี้อื่น ๆ โดยนัยดังบัญญัติไวในประมวล


กกฎหมายนีก ้ หรืกอบทกฎหมายอื
ก ก ่น ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ๒๕๒ก บทบั
มาตรา ก ญกญัติแกหงมาตรา ๒๔๔ นัก้น ทานใหใชบั
ก กงคับกตลอดถึ
ก งบุริมสิทธิ
ดวยตามแตกรณี
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ๑. บุก ริมสิทธิสามัญ ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๕๓ ถาหนี้มีอกยูเปBนคุณกแกบุกคคลผู
ก ใดในมู
ก ลอยางหนึ่งอยางใดดั
ก งจะกลาว
ก ก ก ก
ตอไปนี้ บุคคลผูนั้นยอมมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย"สินทั้งหมดของลูกหนี้ คือ
(๑)กคาใชจายเพื
ก ่อประโยชน"
ก ก กอันรวมกัน ก ก ก ก ก
(๒) คาปลงศพ
ก ก ก ก(๓) คาภาษีก อากร และเงินกที่ลูกจางมี ก สิทธิกไดรักบเพื่อกการงานที่ไดทําใหแกลู
ก กหนีก้ซึ่งเปBกน ก ก
นายจาง
(๔)กคาเครื่องอุก ปโภคบริ
ก ก ก
โภคอันจําเปBนประจําวันก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๕๔ บุริมสิทธิในมูลคาใชจายเพื่อประโยชน"อันรวมกันนั้นใชสําหรับเอา
คาใชจายอันไดเสียไปเพื
ก ่อประโยชน"
ก กของเจาหนี
ก ก ้หมดทุกคนรวมกักน เกี่ยวดวยการรั
ก ก กกษา การชํ
ก าระบัญชี
หรือการเฉลี่ยทรัพย"สินของลูกหนี้
ก ก ก กถาคาใชจายนั
ก ้นมิไดเสียไปเพื
ก ่อประโยชน"
ก กของเจาหนี
ก ก ้หมดทุกคนไซร บุกริมสิทธิยกอมจะ
ก ก ก
ใชไดแตเฉพาะตอเจาหนี้ผูที่ไดรับประโยชน"จากการนั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๕๕ บุริมสิทธิในมูลคาปลงศพนั้น ใชสําหรับเอาคาใชจายในการปลงศพ
กตามควรแกฐานานุ
ก ก กรูปของลู
ก กหนี้ ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๕๖ บุริมสิทธิในมูลคาภาษีอากรนั้น ใชสําหรับเอาบรรดาคาภาษีอากรใน
กที่ดิน ทรักพย"สินก หรืก อคาภาษี
ก อากรอยางอื่นกที่ลูกหนี้ยกังคางชํ
ก าระอยู
ก ในป:
ก ป;จจุบันและกอนนั
ก ้นขึ้นไปอี
ก กกป: ก ก
หนึ่ง
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา ๒๕๗ บุริมสิทธิในเงินที่ลูกจางมีสิทธิไดรับเพื่อการงานที่ไดทําใหแกลูกหนี้
กซึ่ ง เปB น นายจางนั
ก ก ก้ น ใหใชสํ
ก าหรั บคาจาง กคาลวงเวลาก คาทํ
ก กา งานในวั
ก นหยุ ด คาลวงเวลาในวั
ก กนหยุกด ก ก
คาชดเชย คาชดเชยพิเศษ และเงินอื่นใดที่ลูกจางมีสิทธิไดรับเพื่อการงานที่ไดทําให นับถอยหลังขึ้นไป
สี่เดือน แตรวมกันแลวตองไมเกิ
ก กนหนึก่งแสนบาทตอลู
ก ก กจางคนหนึ่งก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา ๒๕๓ แกไขเพิ่ มเติ มโดยพระราชบั ญ ญั ติแ กไขเพิ่ มเติ มประมวลกฎหมายแพงและ
ก ๒๕๔๑ ก ก ก ก
พาณิชย" (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ก ก ก ก ก

มาตรา ๒๕๗ แกไขเพิ่ มเติ มโดยพระราชบั ญ ญั ติแ กไขเพิ่ มเติ มประมวลกฎหมายแพงและ
กพาณิชย" (ฉบั
ก บทีก่ ๑๓)ก พ.ศ.ก๒๕๔๑ ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๕๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๒๕๘ บุริมสิทธิในมูลคาเครื่องอุปโภคบริโภคอันจําเปBนประจําวันนั้นใช


กสํ าหรั บเอาคาเครื
ก ก ก่ องอุ ปก โภคบริ โ ภค ซึ่ งยักงคางชํ าระอยู
ก กนั บถอยหลั
ก ก งขึ้ นไปหกเดื อน กเชน คาอาหาร
ก ก ก ก
เครื่องดื่ม โคมไฟ ฟVน ถาน อันจําเปBนเพื่อการทรงชีพของลูกหนี้ และบุคคลในสกุลซึ่งอยูกับลูกหนี้และ
ก บทั้งกคนใชของลู
ซึ่งลูกหนี้จําตองอุปการะกั ก ก กหนีก ้ดวย ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
๒. บุริมสิทธิพิเศษ
ก ก (ก)
ก บุกรมิ สิทกธิเหนือสังหาริมทรักพย" ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๕๙ ถาหนี้มีอกยูเปBนคุณกแกบุกคคลผู


ก ใดในมู
ก ลอยางหนึ่งอยางใดดั
ก งจะกลาว
ก ก ก ก
ตอไปนี้ บุคคลผูนั้นยอมมีบุริมสิทธิเหนือสังหาริมทรัพย"เฉพาะอยางของลูกหนี้ คือ
(๑)กเชาอสังหาริ
ก มทรัก พกย" ก ก ก ก ก ก
(๒) พักอาศัยในโรงแรม
ก ก ก ก(๓) รับกขนคนโดยสาร หรืกอของ ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๔) รักษาสังหาริมทรัพย"
(๕)กซื้อขายสักงหาริกมทรักพย" ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก
(๖) คาเมล็ดพันธุ" ไมพันธุก" หรือปุ]ย ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๗) คาแรงงานกสิกรรม หรืออุตสาหกรรม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๖๐ บุ ริ ม สิ ท ธิ ใ นมู ล เชาอสั ง หาริ ม ทรั พ ย" นั้ น ใชสํ า หรั บ เอาคาเชา
กอสั ง หาริกม ทรักพ ย" แก ละหนี
ก ้ อ ยางอื่ น ของผู เชาอั
ก น เกิ ดกจากความเกี
ก ก ่กย วพั น ในเรื่ อ งเชา กและมี อ ยูกเหนืกอ ก ก
สังหาริมทรัพย"ของผูเชาซึ่งอยูในหรือบนอสังหาริมทรัพย"นั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๖๑ บุริมสิทธิของผูใหเชาที่ดินนั้นมีอยูเหนือสังหาริมทรัพย"ทั้งหลายอันผู
กเชาไดนํากเขามาไวบนที
ก ก ก่ดินที่ใหเชา หรือนํกาเขามาไวในเรื ก กอนโรงอั ก นก ใชประกอบกับที่ดกินนั้น และมี ก อกยู ก ก
เหนื อ สั ง หาริ ม ทรั พ ย" เ ชนสํ า หรั บ ที่ ใ ชในที่ ดิ น นั้ น กั บ ทั้ ง เหนื อ ดอกผลอั น เกิ ด จากที่ ดิ น ซึ่ ง อยู ใน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ครอบครองของผูเชานั้นดวย
ก ก ก กบุริมสิกทธิของผูใหเชาเรือกนโรงยอมมี ก อยูกเหนื ก อสังกหาริมทรัพย"ซึ่งผูเชานํ
ก าเขามาไวในก ก ก ก
เรือนโรงนั้นดวย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๖๒ ถาการเชาอสังหาริมทรัพย"ไดโอนไปก็ดี หรือไดใหเชาชวงก็ดี บุริมสิทธิ
กของผูใหเชาเดิ
ก กมยอมครอบไปถึ
ก ก งสังหาริมทรักพย"ซึ่งผูรักบโอนก หรืกอผูเชาชวงไดนํ
ก าเขามาไวในทรั
ก พย"กสินนัก้น ก ก
ดวย ความที่กลาวนี้ทานใหใชไดตลอดถึงเงินอันผูโอน หรือผูใหเชาชวงจะพึงไดรับจากผูรับโอนหรือผู
เชาชวงนั้นดวย ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๖๓ ในกรณีทกี่ผูเชาตองชํ


ก าระบั
ก ญกชีเฉลีก่ยทรัพย"สินทั่วไปนัก้น บุริมสิทกธิของ
ก ก ก
ผูใหเชายอมมีอยูแตเฉพาะสํ

าหรั บเอาใชคาเชา และหนี้อยางอื่นกเทาที่มีในระยะกํ
ก ก ก ก ก ก ก ก
าหนดสงคาเชาเพียง
สามระยะ คือป;จจุบันระยะหนึ่ง กอนนั้นขึ้นไประยะหนึ่ง และตอไปภายหนาอีกระยะหนึ่งเทานั้น และ
กใชสําหรับกเอาคาเสี
ก ก ยหายซึ
ก ่งเกิดขึ้นในระยะกํ
ก าหนดสงคาเชาป;
ก ก ก จจุบกัน และกอนนั้นขึ้นกไปอีกระยะหนึ
ก ก่ง ก ก
- ๕๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ดวย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๖๔ ในการเรียกรองของผูใหเชา ถาผูใหเชาไดรับเงินประกันไว ผูใหเชา
ยอมมีบุริมสิทธิแตเพียกงในสวนทีก ่ไมมีกเงินกประกักน ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๖๕ บุริมสิทธิในมูลพักอาศัยในโรงแรมนั้น ใชสําหรับเอาเงินบรรดาที่คาง
ชําระแกเจาสํานักเพืก่อการพักกอาศัยกและการอื
ก ก ่น ๆ อันไดจัดใหสํ
ก าเร็จความปรารถนาแกคนเดิ
ก ก ก ก นทาง
หรือแขกอาศัย รวมทั้ งการชดใชเงินทั้งหลายที่ไ ดออกแทนไปและมีอยูเหนือเครื่องเดินทาง หรื อ
กทรัพย"สินกอยางอื
ก ่นกของคนเดิ
ก นทาง หรือแขกอาศั
ก ยอันกเอาไวในโรงแรม
ก ก ก โฮเต็ล หรือสถานที ก ่เชนนั้นก ก ก ก

มาตรา
ก ๒๖๖ก ผูใหเชาอสั
ก ก งกหาริมทรัพย" หรือเจาสํ
ก านักโรงแรม
ก ก โฮเต็ ก ลก หรือสถานที่
เชนนั้น จะใชบุริมสิทธิของตนบังคับทํานองเดียวกับผูรับจํานําก็ได บทบัญญัติทั้งหลายแหงประมวล
กกฎหมายนีก ้วาดวยการบั
ก ก งกคับจํานํานั้น ทานใหนํ
ก ามาใชบัก งคักบดวยโดยอนุ
ก ก โลม ก ก ก ก ก


มาตรา ๒๖๗ก บุรกิมสิทกธิในมูกลรับขนนั้น ใชสําหรั
ก ก ก ก ก
บเอาคาระวางพาหนะในการรั บขน
คนโดยสารหรื
ก ก ก ก ก
อของ กับทั้งคาใชจายอั นเปBก
นอุปกรณ" และเปBนบุริมสิ ทธิมี อยูเหนือกของและเครื
ก ก ก ก ก ก ก
่อง ก
เดินทางทั้งหมดอันอยูในมือของผูขนสง
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๖๘ ในกรณี ดั ง ไดปรารภไวในความแปดมาตรากอนนี้ นั้ น ผู ใหเชา
กอสังหาริมกทรัพกย"กก็ดี เจาสํก านักโรงแรมก็ดี หรืก อผูขนสงก็
ก ดี จะใชบุ
ก ก ริมกสิทธิของตนเหนือสักงหาริมทรักพย"อกัน ก ก
เปB น ของบุ ค คลภายนอกก็ ไ ด เวนแตตนจะไดรู ในเวลาอั น ควรรู ไดวาทรั พ ย" สิ น เหลานั้ น เปB น ของ
บุคคลภายนอก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ถาสังหาริมทรัพย"นั้นถูกลักหรือสูญหาย ทานใหบังคับตามบทกฎหมายวาดวยการ
กแสวงคืนครองทรั
ก ก พกย" ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๖๙ บุริมสิทธิในมูลรักษาสังหาริมทรัพย"นั้น ใชสําหรับเอาคาใชจายเพื่อ
กรักษาสังหาริ
ก มกทรัพกย" และมี
ก อยูเหนือสังหาริกมทรัพย"อกันนั้นก ก ก ก ก ก ก ก
อนึ่งบุริมสิทธินี้ยังใชสําหรับเอาคาใชจายที่จําเปBนอันไดเสียไปเพื่อที่จะสงวนสิทธิ
หรือรับสภาพสิทธิ หรืกอบังคับสิกทธิ อักนเกีก่ยวดวยสั
ก งหาริมทรัพย"นั้นกอีกดวย ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๗๐ บุริมสิทธิกในมูลซื้อขายสั


ก กงหาริ
ก มทรักพย"นั้น ใชสําหรับเอาราคาซื
ก ก้อขาย
ก ก ก
และดอกเบี้ยในราคานั้น และมีอยูเหนือสังหาริมทรัพย"อันนั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๗๑ บุริมสิทธิในมูลคาเมล็ดพันธุ" ไมพันธุ" หรือปุ]ยนั้น ใชสําหรับเอาราคา
กคาเมล็ดพัก นธุ" กไมพัก นธุ" หรื
ก อปุ]ย และดอกเบี
ก ้ยในราคานั
ก ้นก และมี
ก อกยูเหนือดอกผลอันกเกิดงอกในที
ก ่ดกิน ก ก
เพราะใชสิ่งเหลานั้นภายในป:

หนึก ่งนับกแตเวลาที
ก ก
่ใช ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๗๒ บุริมสิทธิใกนมูลคาแรงงานเพื


ก ก ก่อกสิกกรรมและอุตสาหกรรมนั
ก ้น ในสวน
ก ก ก ก
- ๕๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

บุคคลที่ไดทําการงานกสิกรรม ใชสําหรับเอาคาจางนับถอยหลังขึ้นไปป:หนึ่ง และในสวนบุคคลที่ไดทํา


กการงานอุกตสาหกรรม
ก ก ใชสํก าหรับเอาคาจางนั ก บถอยหลั
ก งขึก้นไปสามเดื
ก ก อน และเปBนบุริมกสิทธิมีอยูกเหนืกอ ก ก
ดอกผลหรือสิ่งของที่ประดิษฐ"ขึ้นอันเกิดแตแรงงานของบุคคลนั้น ๆ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(ข) บุรมิ สิทธิเหนืออสังหาริมทรัพย"
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๒๗๓ก ถาหนี ก ก้มีอยูเปBก นคุณแกบุคคลผูใดในมู
ก ลอยางหนึ
ก ก ่งกอยางใดดั
ก งจะกลาว
ตอไปนี้ บุคคลผูนั้นยอมมีบุริมสิทธิเหนืออสังหาริมทรัพย"เฉพาะอยางของลูกหนี้ คือ
ก ก ก ก(๑) รักกษาอสังหาริมทรัพย"ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๒) จางทําของเปBนการงานทําขึ้นบนอสังหาริมทรัพย"
(๓)กซื้อขายอสัก งหาริก มทรั
ก พย"ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๗๔ บุริมสิทธิกในมูลรักษาอสั


ก กงหาริ
ก มทรักพย"นั้นใชสําหรับเอาคาใชจายเพื
ก ก ก่อ ก ก
รักษาอสังหาริมทรัพย" และมีอยูเหนืออสังหาริมทรัพย"อันนั้น
อนึ่งกบทบัญญักติแหงมาตรา
ก ก ก
๒๖๙ วรรคสองนั้นกทานใหนํกามาใชบั
ก ก ก
งคับแกกรณีที่กลาว
มาในวรรคกอนนี
ก ก ก ก ก
้ดวย ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๒๗๕ก บุรกิมสิทก ธิในมูก ลจางทําของเปBนการงานทํ
ก กาขึ้นบนอสั
ก ก งหาริ
ก มทรัพย"นั้น
ใชสํ า หรั บ เอาสิ น จาง คาทํ า ของเปB น การงานอั น ผู กอสราง สถาปนิ ก หรื อ ผู รั บ จางไดทํ า ลงบน
กอสังหาริมกทรัพกย"ขกองลูกหนี
ก ้ และมีอยูเหนืออสั
ก งหาริมกทรัพย"กอันกนั้น ก ก ก ก ก ก
อนึ่ง บุริมสิทธินี้ยอมเกิดมีขึ้นตอเมื่ออสังหาริมทรัพย"นั้นมีราคาเพิ่มขึ้นในป;จจุบัน
เพราะการที่ไดทําขึ้นนัก้น และมีกอยูเพีกยงเหนื
ก อราคาที
ก ่เพิ่มขึ้นเทานัก้น ก ก ก ก

ก ก ก กมาตรา
ก ๒๗๖ บุ ริ ม สิ ทกธิ ใ นมู ล ซืก้ อ ขายอสั
ก ก ง หาริ
ก ม ทรั พ ย" นั้ น ใชสํ ากหรั บ เอาราคา
ก ก ก ก
อสังหาริมทรัพย"และดอกเบี้ยในราคานั้น และมีอยูเหนืออสังหาริมทรัพย"อันนั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ๓.กลําดับแหงบุ
ก ริมกสิทกธิ ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๒๗๗ก เมื่อกมีบกุริมสิทกธิสามัญหลายรายแยงกัก น ทานใหถื
ก กอวาบุก ริมกสิทธิทั้งหลาย
นั้นมีลําดับที่จะใหผลกอนหลัง ดังที่ไดเรียงลําดับไวในมาตรา ๒๕๓
ก ก ก กเมื่อมีบก ุริมสิทธิสามัญแยงกั
ก บบุริมสิกทธิพกิเศษก ทานวาบุ
ก ริมสิทธิพิเศษยอมอยู
ก ในลํ
ก าดักบ ก ก
กอน แตบุริมสิทธิในมูลคาใชจายเพื่อประโยชน"รวมกันนั้นยอมอยูในลําดับกอนในฐานที่จะใชสิทธินั้น
ตอเจาหนี้ผูไดรับประโยชน"
ก จากการนั ก ก้นหมดทุ
ก กกคนดวยกัน ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๗๘ เมื่ อ มี บุ รกิ ม สิ ท ธิ แ ยงกั


ก นกหลายรายเหนื
ก ก อ สั ง หาริ ม ทรักพ ย" อั น หนึ
ก ่ ง อักน ก ก
เดียวกัน ทานใหถือลํากดับกอนหลั งดังที่เรียงไวตอไปนี้ คือ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๑) บุริมสิทธิในมูลเชาอสังหาริมทรัพย" พักอาศัยในโรงแรมและรับขน
ก ก ก ก(๒) บุกริมสิทธิในมูลรักษาสัก งหาริมทรั
ก พย"กแตถามี
ก บกุคคลหลายคนเปBนผูกรักษา ทานวาผู
ก ก ก ก
- ๕๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ที่รักษาภายหลังอยูในลําดับกอนผูที่ไดรักษามากอน
ก ก ก ก(๓) บุกริ ม สิ ท ธิ ใ นมู ล ซื้ อ ขายสั
ก ง หาริ ก ม ทรั
ก พกย" คาเมล็
ก ด พั น ธุ" ไมพั น ธุก" หรื อ ปุ] ยก และ
ก ก ก
คาแรงงานกสิกรรมและอุตสาหกรรม
ถาบุกคคลผูใดมีก บุริมกสิทกธิอยูในลํ
ก าดับเปBนที่หนึ่ง กและรูอยูในขณะที
ก ก ่ตกนไดประโยชน" ก แหง
หนี้มานั้น วายังมีบุคคลอื่นซึ่งมีบุริมสิทธิอยูในลําดับที่สองหรือที่สามไซร ทานหามมิใหบุคคลผูนั้นใช
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
สิทธิในการที่ตนอยูในลําดับกอนนั้นตอบุคคลอื่นเชนวามา และทานหามมิใหใชสิทธินี้ตอผูที่ไดรักษา
ทรัพย"ไว เพื่อประโยชน" ก แกบุคคลผูก มีบก ุริมกสิทธิใกนลําดับที่หนึ่งนั้นเองดวย
ก ก ก ก ก
ในสวนดอกผล ทานใหบุคคลผูไดทําการงานกสิกรรมอยูในลําดับที่หนึ่ง ผูสงเมล็ด
กพันธุ" ไมพักนธุ" หรื
ก อกปุ]ย อยูก ในลําดับที่สอง และใหผู
ก เชาที
ก ่ดินกอยูในลํ
ก าดักบที่สาม ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๒๗๙ก เมื่อกมีบกุริมสิทกธิพิเศษแยงกันหลายรายเหนื
ก ก ออสั
ก งหาริ
ก มทรั
ก พย"อันหนึ่ง
อันเดียวกัน ทานใหถือลําดับกอนหลังดังที่ไดเรียงลําดับไวในมาตรา ๒๗๓
ก ก ก กถาไดซืก้อขายอสังหาริมทรักพย"นั้นสืบก ตอกักนไปอี
ก กไซรก ลําดับกอนหลังในระหวางผู
ก ก ขาย
ก ก ก
ดวยกันนั้น ทานใหเปBนไปตามลําดับที่ไดซื้อขายกอนและหลัง
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก
มาตราก ๒๘๐ เมื่อบุคคลหลายคนมี
ก ก ก
บุริมสิทธิในลําดับเสมอกันเหนือทรั
ก ก ก ก ก
พย"อันหนึ ่งอัน
ก ก ก ก
เดียวกัน ทานใหตางคนตางไดรับชําระหนี้เฉลี่ยตามสวนมากนอยแหงจํานวนที่ตนเปBนเจาหนี้
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
๔. ผลแหงบุริมสิทธิ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๘๑ บุ ริ ม สิ ท ธิ อั น มี อ ยู เหนื อ สั ง หาริ ม ทรั พ ย" นั้ น ทานหามมิ ใ หใช เมื่ อ
บุคคลภายนอกไดทรัพก ย"นั้นจากลู
ก กหนี
ก ้แกละไดสงมอบทรั
ก พย"ใหกันกไปเสร็จแลว ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๘๒ เมื่อมีบุริมกสิทธิแยงกักบสิทกธิจํากนําสังกหาริมทรัพย" ทานวาผู


ก รับจํานํกายอม
ก ก ก
มีสิทธิเปBนอยางเดียวกันกับผูทรงบุริมสิทธิในลําดับที่หนึ่งดังที่เรียงไวในมาตรา ๒๗๘ นั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๘๓ บุคคลผูมีกบุริมสิทธิกสามัญกตองรั


ก บชํการะหนี้เอาจากสังหาริ
ก มทรัพกย"ของ
ก ก ก
ลูกหนี้กอน ตอเมื่อยังไมพอจึงใหเอาชําระหนี้จากอสังหาริมทรัพย"ได
ในสวนอสั
ก งหาริ
ก มทรัก พกย"นั้น กก็ตองรับชําระหนี้เกอาจากอสักงหาริกมทรั
ก พย" กอันมิไดตกอยู
ในฐานเปBนหลักประกันพิเศษเสียกอน
ก ก ก กถาบุคกคลใดมีบุริมสิทธิสามั ก ญและละเลยดวยความประมาทเลิ
ก ก ก ก นเลอไมสอดเขาแยงขั
ก ก กด ก ก
ในการแบงเฉลี่ยทรัพย" ตามความที่กลาวมาในวรรคทั้งสองขางบนนี้ไซร อันบุคคลนั้นจะใชบุริมสิทธิ
ของตนตอบุคคลภายนอกผู ก ไดจดทะเบี
ก ก กยนสิทกธิไวแลวเพื่อจะเอาใชจนถึ ก งกขนาดเชนที
ก ก ่ตนจะหากไดรั
ก บ
เพราะไดสอดเขาแยงขัดนั้น ทานวาหาอาจจะใชไดไม
ก ก ก กอนึ่ง บทบั
ก ญญัติที่กลาวมาในวรรคทั
ก ก ้งสามขางตนนี
ก ก ก ้ทานมิใหใชบังคักบ หากวาเงิ ก นกที่ ก ก
ขายอสังหาริมทรัพย"ไกดนั้น จะพึก งตองเอามาแบงเฉลี
ก ก ก
่ยกอนเงินที่กขายทรัพย"กสินอยางอื
ก ก ก
่นก็ดี หรือหากวา
เงินที่ขายอสังหาริมทรัพย"อันตกอยูในฐานเปBนหลักประกันพิเศษนั้น จะพึงตองเอามาแบงเฉลี่ยกอน
กเงินที่ขายอสั
ก งหาริ
ก กมทรัพกย"อยางอื่นก็ดุจกัน ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๕๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ก ก ก กมาตรา
ก ๒๘๔ บุ ริ ม สิกท ธิ ส ามั ญ
ก นั้ นก ถึ กง แมจะมิ
ก ไ ดไปลงทะเบีก ย นเกี่ ยกวดวย
ก ก ก
อสังหาริมทรัพย"ก็ดี ยอมจะยกขึ้นเปBนขอตอสูเจาหนี้ใด ๆ ที่ไมมีหลักประกันพิเศษนั้นได แตความที่
กลาวนี้ทานมิใหใชไปถึก งการตอสูก บุคคลภายนอกผู
ก ก ก ไดไปลงทะเบียกนสิทธิไว ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๘๕ บุริมสิทธิในมูลรักษาอสังหาริมทรัพย"นั้น ถาหากวาเมื่อทําการเพื่อ
บํารุงรักษานั้นสําเร็จแลว
ก ไปบอกลงทะเบี
ก ก ก ยนไวโดยพลั
ก นไซร บุริมกสิทธิก็คงใหผลตอไป
ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๘๖ บุริมสิทธิกในมูลจางทํ


ก าของเปB
ก ก นการงานทํ
ก าขึ้นบนอสังกหาริมทรักพย"นกั้น ก ก
หากทํารายการประมาณราคาชั่วคราวไปบอกลงทะเบียนไวกอนเริ่มลงมือการทําไซร บุริมสิทธิก็คง
ใหผลตอไป แตถาราคาที
ก ่ทําจริกงนั้นกล้ําราคาที
ก ก่ไดประมาณไวชั่วคราว ก ทานวาบุ
ก รกิมสิกทธิในสวนจํ
ก านวนที่
ล้ําอยูนั้นหามีไม
ก ก ก กสวนการที
ก ่จะวินิจฉัยวาอสั ก งหาริมทรั
ก พย"กนั้นกมีราคาเพิ
ก ่มขึ้นเพราะการอั
ก นไดทํากขึ้นบน
ก ก ก
อสังหาริมทรัพย"มากนอยเพียงใดนั้น ทานใหศาลตั้งแตงผูเชี่ยวชาญขึ้นเปBนผูกะประมาณ ในเวลาที่มี
แยงขัดในการแบงเฉลีก่ย ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๘๗ บุริมสิทธิใดไดไปจดลงทะเบียนแลวตามบทบัญญัติแหงมาตราทั้งสอง
ขางบนนี้ บุริมสิทธินั้นกทานวาอาจจะใชไดกอนสิ
ก ก ก ก ทธิจํานอง ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๘๘ บุริมสิทธิใกนมูลซื้อขายอสั


ก ก งหาริ
ก มทรั
ก พย"นั้น หากวาเมืก่อไปลงทะเบี
ก ยกน ก ก
สัญญาซื้อขายนั้น บอกลงทะเบียนไวดวยวาราคาหรือดอกเบี้ยในราคานั้นยังมิไดชําระไซร บุริมสิทธินั้น
ก็คงใหผลตอไป ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๘๙ วาถึงผลแหงบุ


ก ริ ม สิก ทธิ กนอกจากที
ก ก ่ ไดบั ญญั ติไ วในมาตรา
ก ก ถึกง ก
๒๘๑ ก
๒๘๘ นี้แลว ทานใหนําบทบัญญัติทั้งหลายแหงลักษณะจํานองมาใชบังคับดวยตามแตกรณี
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก หมวดก ๓ ก ก ก ก ก ก ก ก
ลูกหนี้และเจาหนี้หลายคน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๙๐ ถาการชํากระหนี้เปBกนการอั


ก นกจะแบงกั
ก นชําระไดและมีกบุคคลหลายคน
ก ก ก ก
เปBนลูกหนี้ก็ดี มีบุคคลหลายคนเปBนเจาหนี้ก็ดี เมื่อกรณีเปBนที่สงสัย ทานวาลูกหนี้แตละคนจะตองรับ
ผิดเพียงเปBนสวนเทา กๆ กันและเจาหนี
ก ก ้แกตละคนก็ก ชอบที่จะไดรับแตเพีก ยงเปBกนสวนเทา
ก ก ๆ กักน

ก ก ก กมาตราก ๒๙๑ ถาบุ ค คลหลายคนจะตองทํ


ก ก ก ก าการชํ
ก าระหนี้ โ ดยทํ า นองซึ
ก ่ งแตละคน
ก ก ก ก
จําตองชําระหนี้สิ้นเชิกงไซร แมถึกงวาเจาหนี
ก ก ก
้ชอบที่จะไดรับชําระหนีก้สิ้นเชิงไดแตเพี
ก ก ก ก
ยงครั้งเดียว (กลาวคือ
ลูกหนี้รวมกัน) ก็ดี เจาหนี้จะเรียกชําระหนี้จากลูกหนี้แตคนใดคนหนึ่งสิ้นเชิงหรือแตโดยสวนก็ได
กตามแตจะเลื
ก อกก แตลู
ก กหนี ก ้ทั้งปวงก็ยังคงตองผู
ก กพันอยูกทั่วทุกกคนจนกวาหนี
ก ก ้นั้นจะไดชําระเสร็
ก จสิ้นกเชิง ก ก ก
- ๕๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ก ก ก กมาตราก ๒๙๒ การที่ ลู กกหนี้ ร วมกักนคนหนึ


ก ก่ งชํ าระหนี
ก ้ นั้น ยอมไดเปBกนประโยชน"
ก แกก ก ก
ลู ก หนี้ ค นอื่ น ๆ ดวย วิ ธี เ ดี ย วกั นนี้ ท านใหใชบั ง คั บแกการใด ๆ อั น พึ ง กระทํ าแทนชํ า ระหนี้ วาง
ทรัพย"สินแทนชําระหนีก ้ และหักกกลบลบหนี ก ก ้ดวย ก ก ก ก ก ก
ลูกหนี้รวมกันคนหนึ่งมีสิทธิเรียกรองอยางไร ลูกหนี้คนอื่น ๆ จะเอาสิทธิอันนั้นไปใช
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
หักกลบลบหนี้หาไดไม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๙๓ การปลดหนี้ใหแกลูกหนี้รวมกันคนหนึ่งนั้น ยอมเปBนไปเพื่อประโยชน"
กแกลูกหนีก้คนอืก่น ๆกเพียงเทาสวนของลู
ก กหนีก้ที่ไดปลดให
ก เวนแตจะไดตกลงกั
ก ก ก นเปBนอยางอืก ่น ก ก ก ก

มาตรา
ก ๒๙๔ ก การที
ก ก ่ เ จาหนี
ก ้ ผิ ด นั ด ตอลู ก หนี
ก ้ ร วมกักน คนหนึ
ก ก่ ง นั้ นกยอมไดเปB น
คุณประโยชน"แกลูกหนี้คนอื่น ๆ ดวย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๙๕ ขอความจริงอื่นใด นอกจากที่ระบุไวในมาตรา ๒๙๒ ถึง ๒๙๔ นั้น
เมื่อเปBนเรื่องเทาถึงตัวกลูกหนี้รวมกั
ก ก ก ก ก ก ก ก ก
นคนใดก็ยอมเปBนไปเพื่อคุณและโทษแตเฉพาะแกลู กหนี้คนนั้น เวน
แตจะปรากฏวาขั
ก ก ก ก ก
ดกับสภาพแหงหนี้นั้นเองก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ความที่วามานี้ เมื่อจะกลาวโดยเฉพาะก็คือวาใหใชแกการใหคําบอกกลาวการผิดนัด
การที่หยิบยกอางความผิ ก ด การชํก าระหนี
ก ก้อันเปBกนพนวิสัยแกฝRายลูกกหนี้รวมกักนคนหนึ
ก ก่ง กําหนดอายุ
ก ความ
หรือการที่อายุความสะดุดหยุดลง และการที่สิทธิเรียกรองเกลื่อนกลืนกันไปกับหนี้สิน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๒๙๖ ในระหวางลูกหนี้รวมกันทั้งหลายนั้น ทานวาตางคนตางตองรับผิด
เปBนสวนเทา ๆ กัน เวนแตจะไดกํ
ก ก ากหนดไวเปB
ก กนอยางอื่น ถาสวนที ก ่ลูกหนีก้รวมกัก นคนใดคนหนึ
ก ก ่งจะพึง
ชําระนั้น เปBนอันจะเรียกเอาจากคนนั้นไมไดไซร ยังขาดจํานวนอยูเทาไรลูกหนี้คนอื่น ๆ ซึ่งจําตองออก
กสวนดวยนั ก ้นก็ตกองรั
ก บใชกแตถาลูกหนี้รวมกักนคนใดเจาหนี
ก ก้ไดปลดใหหลุ
ก ก ดพนจากหนี้อันกรวมกันนัก้นแลว ก ก ก
สวนที่ลูกหนี้คนนั้นจะพึงตองชําระหนี้ก็ตกเปBนพับแกเจาหนี้ไป
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๙๗ ถาในสัญญาอั


ก นหนึ่กงอันใดมี
ก บกุคคลหลายคนรวมกั
ก นผูกกพันตนในอั
ก นจะ
ก ก ก
ทําการชําระหนี้ไซร หากกรณีเปBนที่สงสัย ทานวาบุคคลเหลานั้นจะตองรับผิดเชนอยางเปBนลูกหนี้
รวมกัน แมถึงวาเปBนการอั
ก นจะแบงกั
ก กนชํการะหนีก ้ได ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๒๙๘ ถาบุคคลหลายคนมี


ก ก สิทธิกเรียกกรองการชํ
ก าระหนี้ โดยทํก านองซึ่งกแตละก ก ก
คนอาจจะเรี ยกใหชํ าระหนี้ สิ้นเชิ งไดไซร แมถึ งวาลูกหนี้ จํ าตองชํ าระหนี้ สิ้นเชิ งแตเพี ยงครั้งเดี ยว
(กลาวคือเจาหนี้รวมกัก น) ก็ดี กทานวาลู
ก กกหนี้จกะชําระหนี้ใหแกเจาหนี
ก ้แตคนใดคนหนึ
ก ก ก ่งก็กไดตามแตจะ
เลือก ความขอนี้ใหใชบังคับได แมทั้งที่เจาหนี้คนหนึ่งจะไดยื่นฟPองเรียกชําระหนี้ไวแลว
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา

๒๙๙ก การที ่เจาหนี้รวมกันคนหนึ่งผิดนักดนั้น ยอมเปB
ก ก ก
นโทษแกเจาหนี้คนอื่น ๆ
ก ก ก ก
ดวย
ก ก ก กถาสิทกธิเรียกรองและหนีก้สินนั้นเปBกนอันกเกลืก่อนกลื
ก นกันไปในเจาหนีก้รวมกันคนหนึ
ก ก่ง ก ก
- ๕๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สิทธิของเจาหนี้คนอื่น ๆ อันมีตอลูกหนี้ก็ยอมเปBนอันระงับสิ้นไป
ก ก ก กนอกจากนี ก ้ ทานใหนําบทบั ก ญญัติแหงมาตรา
ก ก ก๒๙๒,ก ๒๙๓ และ ๒๙๕ กมาใชบังคักบดวย
ก ก ก
โดยอนุโลม กลาวโดยเฉพาะก็คือ แมเจาหนี้รวมกันคนหนึ่งจะโอนสิทธิเรียกรองใหแกบุคคลอื่นไปก็หา
กระทบกระทั่งถึงสิทธิกของเจาหนี
ก ้คนอื
ก ่น กๆ ดวยไม
ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๐๐ ในระหวางเจาหนี้รวมกันนั้น ทานวาตางคนชอบที่จะไดรับชําระหนี้
เปBนสวนเทา ๆ กัน เวนแตจะไดกํ
ก ก าหนดไวเปB
ก ก นกอยางอื่น ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๐๑ ถาบุ ค คลหลายคนเปB


ก ก นกหนีก้ อั น จะแบงกั
ก น ชํ า ระมิไ ดก ทานวาบุก ค คลก ก ก
เหลานั้นตองรับผิดเชนอยางลูกหนี้รวมกัน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๐๒ ถาการชําระหนี้เปBนการอันจะแบงกันชําระมิได และมีบุคคลหลายคน
กเปBนเจาหนี
ก ้ ถาบุ
ก คกคลเหลานั
ก ้นมิไดเปBนเจาหนี
ก ้รวมกันไซร
ก ทานวาลู
ก ก กกหนี้ไดแตจะชําระหนีก้ใหไดประโยชน"
ก ก ก ก
แกบุคคลเหลานั้นทั้งหมดดวยกัน และเจาหนี้แตละคนจะเรียกชําระหนี้ไดก็แตเพื่อไดประโยชน"ดวยกัน
หมดทุกคนเทานั้น อนึก ่งเจาหนีก้แตละคนจะเรี
ก ก ก
ยกใหลูกหนี้วางทรักพย"ที่เปBนกหนี้นกั้นไวเพื
ก ก
่อประโยชน"แหง
เจาหนี้หมดทุ

กคนดวยกันก็ได หรือถาทรัพกย"นั้นไมควรแกการจะวางไวก็
ก ก ก ก ก ก ก ก
ใหสงแกผูพิทักกษ"ทรัพย"ซกึ่งศาลก ก ก
จะไดตั้งแตงขึ้น
นอกจากนี
ก ้ ขอความจริ
ก ก ก งใดทีก่เทาถึงเจาหนี้คนหนึ
ก ่งเทานัก้นหาเปB ก นกไปเพื่อกคุณหรือโทษ
แกเจาหนี้คนอื่น ๆ ดวยไม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
หมวด ๔
ก ก ก ก โอนสิ
ก ทธิเรียกรอง ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๐๓ สิทธิเรียกรองนั้นทานวาจะพึงโอนกันได เวนไวแตสภาพแหงสิทธิ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
นั้นเองจะไมเปZดชองใหโอนกันได
ก ก ก กความทีก ่กลาวมานี้ยอมไมใชบั
ก งคับ กหากคูกกรณี
ก ไดแสดงเจตนาเปB
ก นอยางอื
ก ่น การแสดง
ก ก ก ก
เจตนาเชนวานี้ ทานหามมิใหยกขึ้นเปBนขอตอสูบุคคลภายนอกผูกระทําการโดยสุจริต
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๐๔ สิทธิเรียกรองเชนใด ตามกฎหมายศาลจะสั่งยึดไมได สิทธิเรียกรอง
กเชนนั้น ทานวาจะโอนกั
ก ก ก กนหาไดไม ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๓๐๕ก เมืก่อโอนสิก ทกธิเรียกรองไป สิทธิกจํานอง จํกานํากหรืกอหลักกประกันทาง
ธุรกิจที่มีอยูเกี่ยวพันกับสิทธิเรียกรองนั้นก็ดี สิทธิอันเกิดขึ้นแตการค้ําประกันที่ใหไวเพื่อสิทธิเรียกรอง
ก ก ก กรับโอนดวย๖
กนั้นก็ดี ยอมตกไปไดแกผู ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา ๓๐๕ วรรคหนึ่ง แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพง
กและพาณิชกย" (ฉบักบทีก่ ๒๒) พ.ศ.
ก ๒๕๕๘ ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๕๙ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

อนึ่งผูรับโอนจะใชบุริมสิทธิใด ๆ ที่ตนมีอยูเกี่ยวดวยสิทธิเรียกรองในกรณีบังคับยึด
กทรัพย"หรืกอลมละลายนั
ก ก ้นกก็ได ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ๓๐๖ก การโอนหนี
มาตรา ก ก ้อกันจะพึงตองชําระแกเจาหนี ก ้คกนหนึก่งโดยเฉพาะเจาะจงนั
ก ก ้น
ถาไมทําเปBนหนังสือ ทานวาไมสมบูรณ" อนึ่งการโอนหนี้นั้นทานวาจะยกขึ้นเปBนขอตอสูลูกหนี้หรือ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
บุคคลภายนอกไดแตเมื่อไดบอกกลาวการโอนไปยังลูกหนี้หรือลูกหนี้จะไดยินยอมดวยในการโอนนั้น
คําบอกกลาวหรือความยิ
ก นยอมเชนวานี
ก ก ้ทกานวาตองทํ
ก าเปBนหนังสือก ก ก ก ก
ถาลูกหนี้ทําใหพอแกใจผูโอนดวยการใชเงิน หรือดวยประการอื่นเสียแตกอนไดรับ
กบอกกลาวก หรืกอกอนไดตกลงใหโอนไซร
ก ก ลูกกหนี้นั้นก็เกปBนอันกหลุกดพนจากหนี
ก ้ ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๓๐๗ก ถาพิก พาทอางสิ
ก ก ทธิในการโอนตางราย
ก โอนรายใดไดบอกกลาวหรื
ก ก ก ก อตก
ลงกันกอน โอนรายนั้นมีสิทธิดีกวาโอนรายอื่น ๆ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๐๘ ถาลูกหนี้ไดใหความยินยอมดังกลาวมาในมาตรา ๓๐๖ โดยมิไดอิด

เอื้อน ทานวาจะยกขอตอสู ที่มกีตอผูโอนขึ
ก ก ก ก
้นตอสูผูรับโอนนั้นหาไดไม ก ก ก ก
แตถาเพื ่อจะระงับหนี้นั้นลูกหนี้ได

ใชเงินใหแกผู โอนไปไซร ลูกหนี้จะเรียกคืนกเงินนั้นก็ไกด หรืกอถาเพื
ก ก ก ก ก ก
่อการเชนกลาวมานั้นกลูกหนี้รับกภาระก ก ก
เปBนหนี้อยางใดอยางหนึ่งขึ้นใหมตอผูโอน จะถือเสมือนหนึ่งวาหนี้นั้นมิไดกอขึ้นเลยก็ได
ถาลูกกหนี้เปBนกแตไดรัก บกคําบอกกลาวการโอน
ก ทานวาลู
ก กหนี
ก ้มีขกอตอสู
ก ผูโอนกอนเวลาที
ก ่
ไดรับคําบอกกลาวนั้นฉันใด ก็จะยกขึ้นเปBนขอตอสูแกผูรับโอนไดฉันนั้น ถาลูกหนี้มีสิทธิเรียกรองจากผู
กโอน แตสิกทธินกั้นยังกไมถึงกกําหนดในเวลาบอกกลาวไซร
ก ก ทานวาจะเอาสิ
ก ก ก ทธิเรียกรองนั้นมาหั ก กกลบลบกั
ก กน ก ก
ก็ได หากวาสิทธินั้นจะไดถึงกําหนดไมชากวาเวลาถึงกําหนดแหงสิทธิเรียกรองอันไดโอนไปนั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๐๙ การโอนหนี้อันพึงตองชําระตามเขาสั่งนั้น ทานวาจะยกขึ้นเปBนขอ
กตอสูลูกหนี
ก ้ หรืกอบุกคคลภายนอกคนอื
ก ก ก่อการโอนนั
่นไดแตเฉพาะเมื ก ก ้นไดสลั
ก กหลังไวในตราสาร
ก และตัก วตรา
ก ก ก
สารนั้นไดสงมอบใหแกผูรับโอนไปดวย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๑๐ ในมูลหนี้อกันพึงตองชํ


ก าระตามเขาสั
ก ก ก่งนั้น ลูกหนี้มีสิทธิทก ี่จะสอบสวนถึ
ก กง ก ก
ตัวผูทรงตราสาร หรือสอบสวนความถูกตองแทจริงแหงลายมือชื่อหรือดวงตราของผูทรงได แตก็หามี
ความผูกพันที่จะตองทํก าถึงเพียงนั
ก ้นไม
ก แตถาลู
ก กกหนี้ทําการโดยทุจกริตหรือประมาทเลิ
ก ก กนเลออยางรายแรง

ไซร การชําระหนี้นั้นก็ไมเปBนอันสมบูรณ"
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๑๑ บทบัญญัติแหงมาตรากอนนี้ ทานใหใชบังคับตลอดถึงกรณีที่มีกําหนด
ตัวเจาหนี้ระบุไวในตราสาร
ก ซึ่งมีก ขอความจดไวดวยวาใหชํ
ก ก ก าระหนีก้แกผูทรงตราสาร
ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๑๒ ในมูลหนีก้อันพึงตองชํ


ก าระตามเขาสั
ก ก ก ่งนั้น ลูกหนี้จะยกขอตอสู
ก ซึก่งมีตกอ ก ก
เจาหนี้เดิมขึ้นเปBนขอตอสู

ผูรับโอนโดยสุ
ก ก ก ก
จริตนั้นหาไดไม เวนแตทีก่ปรากฏในตั วตราสารนั้นเอง หรือที่มี
ก ก ก ก
ขึ้นเปBนธรรมดาสืบจากลักษณะแหงตราสารนั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๖๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๓๑๓ บทบัญญัติแหงมาตรากอนนี้ ทานใหใชบังคับตลอดถึงหนี้อันพึงตอง


กชําระแกผูกถือนัก้นดวย
ก แลวแตกรณี
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก หมวด ๕ ก ก ก ก ก
ความระงับหนี้
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
สวนที่ ๑
ก ก ก ก ก ก การชําระหนี
ก ก้ ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๑๔ อันการชําระหนี้นั้น ทานวาบุคคลภายนอกจะเปBนผูชําระก็ได เวนแต
กสภาพแหงหนี
ก ้จกะไมเปZ
ก ดชองใหบุ
ก ก าระ หรื
คคลภายนอกชํ ก อจะขั
ก ดกกับเจตนาอั
ก ก
นคูกรณีไดแสดงไว ก ก ก ก
บุคคลผูไมมีสวนไดเสียดวยในการชําระหนี้นั้น จะเขาชําระหนี้โดยขืนใจลูกหนี้หาได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ไม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๑๕ อันการชําระหนี้นั้น ตองทําใหแกตัวเจาหนี้หรือแกบุคคลผูมีอํานาจรับ
ชําระหนี้แทนเจาหนีก้ การชําระหนี
ก ้กใหแกบุ
ก คคลผู
ก ไมมีอํานาจรับกชําระหนีก้นั้น ถาเจาหนี
ก ก ก้ใหสัตยาบันก็
นับวาสมบูรณ"
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๑๖ ถาการชําระหนี้นั้นไดทําใหแกผูครองตามปรากฏแหงสิทธิในมูลหนี้
ทานวาการชําระหนี้นกั้นจะสมบูกรณ"กก็แตเมืก ่อบุคกคลผูชําระหนี้ไดกระทํ
ก าการโดยสุ
ก จกริตก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๑๗ นอกจากกรณี


ก ที่กลาวไวในมาตรากอน
ก ก ก ก การชําระหนีก้แกบุคคลผู
ก ไมมี
ก ก ก
สิทธิจะไดรับนั้น ทานวายอมสมบูรณ"เพียงเทาที่ตัวเจาหนี้ไดลาภงอกขึ้นแตการนั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๑๘ บุคคลผูถือกใบเสร็จเปB


ก นสํากคัญก ทานนั
ก บวาเปBนผูมีสิทธิจกะไดรับชํากระหนี
ก้ ก ก
แตความที่กลาวนี้ทานมิใหใช ถาบุคคลผูชําระหนี้รูวาสิทธิเชนนั้นหามีไม หรือไมรูเทาถึงสิทธินั้นเพราะ
ความประมาทเลินเลอของตน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๑๙ ถาศาลสั่งใหลู


ก กหนี้คกนที่สกามงดเวนทํ
ก ก าการชําระหนี้แลวก ยังขืนชํากระหนี
ก้ ก ก
ใหแกเจาหนี้ของตนเองไซร ทานวาเจาหนี้ผูที่รองขอใหยึดทรัพย"จะเรียกใหลูกหนี้คนที่สามนั้นทําการ
ชําระหนี้อีกใหคุมกับความเสี
ก ยหายอั
ก กนตนไดรั
ก บกก็ได ก ก ก ก ก
อนึ่งขอความซึ่งกลาวมาในวรรคขางตนนี้หาเปBนขอขัดขวางในการที่ลูกหนี้คนที่สาม
กจะใชสิทธิกไลเบีก้ยเอาแกเจาหนี
ก ก ้ของตนเองนั้นกไม ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๒๐ อันจะบังคับใหเจาหนี้รับชําระหนี้แตเพียงบางสวน หรือใหรับชําระหนี้
กเปBนอยางอื
ก ่นผิกดไปจากที
ก ก่จะตองชําระแกเจาหนี
ก ้นั้น ทานวาหาอาจจะบั
ก ก ก ก งคับไดไม ก ก ก ก ก
- ๖๑ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ก ก ก กมาตราก ๓๒๑ ถาเจาหนี้ยกอมรับการชํ


ก าระหนี
ก ก ้อยางอื
ก ่นแทนการชําระหนี
ก ้ที่ไดตกลงกั
ก กน ก ก
ไว ทานวาหนี้นั้นก็เปBนอันระงับสิ้นไป
ก ่อที่จะทํกาใหพอแกใจเจาหนี
ถาเพื ก ก ก ้นั้น ลูกหนี้รับภาระเปB
ก ก ้อยางใดอยางหนึ
นหนี ก ก ก ่งขึ้นใหม
ตอเจาหนี้ไซร เมื่อกรณีเปBนที่สงสัย ทานมิใหสันนิษฐานวาลูกหนี้ไดกอหนี้นั้นขึ้นแทนการชําระหนี้
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ถาชําระหนี้ดวยออก-ดวยโอน-หรือดวยสลักหลังตั๋วเงินหรือประทวนสินคา ทานวา
หนี้นั้นจะระงับสิ้นไปตอเมื
ก ่อตั๋วกเงินหรืกอประทวนสิ
ก ก นคานั้นไดใชเงินกแลว ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๒๒ ถาเอาทรัพ


ก ย"ก็ดี สิทกธิเรียกกรองจากบุ
ก ก คคลภายนอกก็ดกี หรือสิทกธิอยาง
ก ก ก
อื่นก็ดี ใหแทนการชําระหนี้ ทานวาลูกหนี้จะตองรับผิดเพื่อชํารุดบกพรองและเพื่อการรอนสิทธิทํานอง
เดียวกับผูขาย ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๒๓ ถาวัตถุแหงหนี


ก ้เปBนอักนใหสงมอบทรั
ก ก ก พย"เฉพาะสิ่ง ทานวาบุ
ก คคลผูก ชําระ
ก ก ก
หนี้จะตองสงมอบทรัพย"ตามสภาพที่เปBนอยูในเวลาที่จะพึงสงมอบ
ก ก ก ก ก
ลูกหนี ้จําตองรั กษาทรัพย"นั้นไวดวยความระมักดระวังเชนอยางวิ
ก ก ก ก
ญaูชนจะพึงสงวน
ทรัพย"สินกของตนเอง
ก ก ก ก
จนกวาจะไดสงมอบทรัก พย"นั้น ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๓๒๔ก เมืก่ อ มิกไ ดมี แกสดงเจตนาไวโดยเฉพาะเจาะจงวาจะพึ
ก ก ก ก กง ชํ า ระหนี้ ณ
สถานที่ใดไซร หากจะตองสงมอบทรัพย"เฉพาะสิ่ง ทานวาตองสงมอบกัน ณ สถานที่ซึ่งทรัพย"นั้นไดอยู
กในเวลาเมืก ่อกอใหเกิ
ก ก ดหนี ก ้นั้น สวนการชําระหนี
ก ้โดยประการอื
ก ก ก ่น ทานวาตองชํ
ก าระ ณกสถานที่ซกึ่งเปBกน ก ก
ภูมิลําเนาป;จจุบันของเจาหนี้
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๒๕ เมื่อมิไดมีแสดงเจตนาไวในขอคาใชจายในการชําระหนี้ ทานวาฝRาย
กลูกหนี้พึงกเปBนผูกออกคาใชจาย
ก ก ก ้นมีจกํานวนเพิ
แตถาคาใชจายนั ก ก่มขึ้นเพราะเจาหนี
ก ้ยายภูมกิลําเนาก็ดกี หรืกอ ก ก
เพราะการอื่นใดอันเจาหนี้ไดกระทําก็ดี คาใชจายเพิ่มขึ้นเทาใดเจาหนี้ตองเปBนผูออก
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๒๖ บุคคลผูชํการะหนี้ชอบที


ก ่จกะไดรั
ก บใบเสร็
ก จเปBนสําคัญจากผู
ก รับชํากระหนี
ก้ ก ก
นั้น และถาหนี้นั้นไดชําระสิ้นเชิงแลว ผูชําระหนี้ชอบที่จะไดรับเวนคืนเอกสารอันเปBนหลักฐานแหงหนี้
หรือใหขีดฆาเอกสารนัก ้นเสีย ถาและเอกสารนั
ก ก ก ก้นสูญหาย บุคคลผูกชําระหนีก้ชอบทีก ่จะใหจดแจงความขอ
ก ก
ระงับหนี้ลงไวในใบเสร็จหรือในเอกสารอีกฉบับหนึ่งตางหากก็ได
ก ก ก กถาหนีก้นั้นไดชําระแตบางสวนก็ก ดี หรื
ก อถาเอกสารนั
ก ก ก ้นยังใหสิทธิอยางอืก ่นใดแกเจาหนี
ก ก้ ก ก
อยูก็ดี ทานวาลูกหนี้ชอบแตที่จะไดรับใบเสร็จไวเปBนคูมือ และใหจดแจงการชําระหนี้นั้นลงไวใน
เอกสาร ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๒๗ ในกรณีชกําระดอกเบี


ก ้ย หรื
ก อกชําระหนี
ก ้อยางอื่นอันมีกกําหนดชําระเปB
ก กน ก ก
ระยะเวลานั้น ถาเจาหนี

้ออกใบเสร็ จใหเพื่อระยะหนึ่งแลวโดยมิกไดอิดเอื้อกน ทานใหสั
ก ก ก ก ก ก ก
นนิษฐานไวกอน
วาเจาหนี้ไดรับชําระหนี้เพื่อระยะกอน ๆ นั้นดวยแลว
ก ก ก กถาเจาหนี ก ้ออกใบเสร็จใหเพื ก ่อการชํ
ก าระตนเงิ
ก ก น ทานใหสั
ก นนิษฐานไวกอนวาเจาหนี
ก ก ก้ ก ก
- ๖๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ไดรับดอกเบี้ยแลว
ก ก ก กถาเอกสารอั
ก นเปBนหลักฐานแหงหนี
ก ก้ไดเวนคื
ก นกแลวไซร
ก ทานใหสันนิษฐานไวกอนวาหนี
ก ก ก้ ก ก
นั้นเปBนอันระงับสิ้นไปแลว
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๒๘ ถาลูกหนี้ตองผูกพันตอเจาหนี้ในอันจะกระทําการเพื่อชําระหนี้เปBน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
การอยางเดียวกันโดยมูลหนี้หลายราย และถาการที่ลูกหนี้ชําระหนี้นั้นไมเพียงพอจะเปลื้องหนี้สินได
หมดทุกรายไซร เมื่อกทําการชํากระหนี
ก ้ ลูกกหนีก้ระบุวาชําระหนี้สินกรายใด ก็กใหหนี
ก ้สกินรายนั
ก ้นเปBนอันได
เปลื้องไป
ก ก ก กถาลูกกหนี้ไมระบุ ทานวาหนี ก ้สินรายไหนถึ
ก ก งกกําหนด ก ก็ใหรายนั้นเปBนกอันไดเปลืก้องไปก ก ก
กอน ในระหวางหนี้สินหลายรายที่ถึงกําหนดนั้น รายใดเจาหนี้มีประกันนอยที่สุด ก็ใหรายนั้นเปBนอัน
ไดเปลื้องไปกอน ในระหวางหนี
ก ก้สินหลายรายที
ก ก ก ่มีประกันเทา ๆ กักน ใหรายที ก ่ตกหนั
ก กที่สุดกแกลูกหนี้เปBน
อันไดเปลื้องไปกอน ในระหวางหนี้สินหลายรายที่ตกหนักแกลูกหนี้เทา ๆ กัน ใหหนี้สินรายเกาที่สุด
กเปBนอันไดเปลื
ก ้อกงไปกอน
ก กและถามีหนี้สินหลายรายเกาเทา
ก ก กๆ กกัน ก็ใกหหนี้สินทุกรายเปBนกอันไดเปลืก ้องไป
ก ก ก
ตามสวนมากและนอย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก
มาตราก ๓๒๙ ถานอกจากการชํ

า ระหนี้ อั น เปB น ประธาน ลู ก หนี้กยั ง จะตองชํ
ก ก ก ก
า ระ
ก ก ก ก
ดอกเบี้ยและเสียคาฤชาธรรมเนียมอีกดวยไซร หากการชําระหนี้ในครั้งหนึ่ง ๆ ไมไดราคาเพียงพอจะ
เปลื้องหนี้สินไดทั้งหมด
ก ทานใหเอาจั
ก กดใชเปB
ก นคาฤชาธรรมเนี
ก ยมเสีกยกอนแลวจึ ก งใชดอกเบี
ก ก ้ยก และในที่สุด
จึงใหใชในการชําระหนี้อันเปBนประธาน
ก ก ก กถาลูกกหนี้ระบุใหจัดใชเปBนกประการอื
ก ่น ทานวาเจาหนี
ก ก ก ้จะบอกป;ดไมยอมรั ก บชําระหนี
ก ก้ก็ ก ก
ได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๓๐ เมื่อขอปฏิบัติการชําระหนี้โดยชอบแลว บรรดาความรับผิดชอบอัน
กเกิดแตการไมชํ
ก การะหนี
ก ้กก็เปBนอันปลดเปลื้องไป
ก นับแตเวลาที
ก ก ่ขอปฏิ
ก บกัติการชําระหนี้นั้น ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๓๑ ถาเจาหนี้บอกป;ดไมยอมรับชําระหนี้ก็ดี หรือไมสามารถจะรับชําระ
กหนี้ไดก็ดกี หากบุ
ก คกคลผูชํการะหนี้วางทรัพย"อกันเปBนวัตถุก แหงหนี
ก ก้ไวเพื่อกประโยชน"แกเจาหนี
ก ้แลว ก็ยกอมจะ
ก ก ก
เปBนอันหลุดพนจากหนี้ได ความขอนี้ทานใหใชตลอดถึงกรณีที่บุคคลผูชําระหนี้ไมสามารถจะหยั่งรูถึง
สิทธิ หรือไมรูตัวเจาหนี
ก ้ไดแนนอนโดยมิ
ก ก ใกชเปBนกความผิดของตน ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๓๒ ถาลูกหนี้จกําตองชําระหนี


ก ก้ตอเมื
ก ่อเจาหนี
ก ้จะตองชําระหนี
ก ้ตอบแทนดวย
ก ก ก ก
ไซร ทานวาลูกหนี้จะกําหนดวาตอเมื่อเจาหนี้ชําระหนี้ตอบแทนจึงใหมีสิทธิรับเอาทรัพย"ที่วางไวนั้นก็
ได ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๓๓ การวางทรั


ก พ ย" นั้ นกตองวาง
ก กณ สํกา นั ก งานวางทรั พ ย"กป ระจํ าตํกาบลที
ก่ ก ก
จะตองชําระหนี้ ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ถาไมมีบทบัญญัติแหงกฎหมาย หรือกฎขอบังคับเฉพาะการในเรื่องสํานักงานวาง
กทรัพย" เมืก่อบุคกคลผูกชําระหนี
ก ้รองขอ ศาลจะตองกํ
ก าหนดสํ
ก ากนักกงานวางทรั
ก พย" และตั้งแตงผู
ก พิทักษ"กทรัพกย" ก ก
- ๖๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ที่วางนั้นขึ้น
ก ก ก กผูวางตองบอกกลาวใหเจาหนี
ก ก ้ทราบการที
ก ก่ไดวางทรั
ก กพย"นั้นโดยพลัน ก ก ก ก ก

ก ๓๓๔ก ลูกหนี
มาตรา ก ้มกีสิทธิจกะถอนทรัพย"ที่วางนัก ้นได ถาลูกกหนีก้ถอนทรั
ก พกย"นั้น ทานให
ถือเสมือนวามิไดวางทรัพย"ไวเลย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
สิทธิถอนทรัพย"นี้เปBนอันขาดในกรณีตอไปนี้
(๑)กถาลูกหนีก้แสดงตอสํ
ก ก านักกงานวางทรัพย"วาตนยอมละสิ
ก กทธิทกี่จะถอน
ก ก
(๒) ถาเจาหนี้แสดงตอสํานักงานวางทรัพย"วาจะรับเอาทรัพย"นั้น
ก ก ก ก(๓) ถาการวางทรั
ก พย"นั้นกไดเปBนไปโดยคํ
ก ก ากสั่ งหรืกออนุมัติของศาลและไดบอกกลาว
ก ก ก ก ก
ความนั้นแกสํานักงานวางทรัพย"
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๓๕ สิทธิถอนทรัพย"นั้น ตามกฎหมายศาลจะสั่งยึดหาไดไม
ก ก ก กเมื่อไดฟP
ก องคดีลมละลายเกี
ก ่ยวกับทรั
ก พย"กสินของลู
ก กกหนี้แลว ทานหามมิ
ก ใหใชสิทกธิถอน
ก ก ก
ทรัพย"ในระหวางพิจารณาคดีลมละลาย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก
มาตราก ๓๓๖ ถาทรัพย"อกันเปBนวัตกถุแหงการชํ
ก ก ก ก ก
าระหนี้ไมควรแกการจะวางไวก็

ดี หรือ
ก ก ก ก
เปBนที่พึงวิตกวาทรัพย"นั้นเกลือกจะเสื่อมเสีย หรือทําลาย หรือบุบสลายไดก็ดี เมื่อไดรับอนุญาตจาก
ศาล บุคคลผูชําระหนีก้จะเอาทรักพย"นกั้นออกขายทอดตลาด
ก ก แลวเอาเงิ
ก นที่ไกดแตการขายวางแทนทรั
ก ก ก พย"
นั้นก็ได ความขอนี้ทานใหใชตลอดถึงกรณีที่คารักษาทรัพย"จะแพงเกินควรนั้นดวย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๓๗ ทานไมอนุญาตใหเอาทรัพย"ออกขายทอดตลาดจนกวาจะไดบอกให
เจาหนี้รูตัวกอน การบอกนี
ก ้จะงดเสี
ก ยกก็ไกดถาทรักพย"นั้นอาจเสื่อมทรามลง
ก หรื
ก อภักยมีอกยูในการที
ก ่จะหนวง
การขายทอดตลาดไว
ก ก ก กในการทีก ่จะขายทอดตลาดนั ก ้น ทานใหลู
ก ก กหนี ก ้บอกกลาวแกเจาหนี
ก ้โกดยไมชักกชา ถาก ก ก
ละเลยเสียไมบอกกลาว ลูกหนี้จะตองรับผิดใชคาสินไหมทดแทน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
การบอกใหรูตัวและบอกกลาวนี้ ถาไมเปBนอันจะทําได จะงดเสียก็ได
ก ก ก กเวลาและสถานที
ก ่ที่จะขายทอดตลาด
ก ก กักบทั้งกคําพรรณนาลั
ก กษณะแหงทรั ก พย"นั้นก ทาน
ก ก ก
ใหประกาศโฆษณาใหประชาชนทราบ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๓๘ คาฤชาธรรมเนียมในการวางทรัพย"หรือขายทอดตลาดนั้น ใหฝRาย
กเจาหนี้เปBกนผูออก
ก กเวนแตลู
ก กหนี้จะไดถอนทรัก พย"ที่วางก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๓๓๙ก สิทธิกของเจาหนี
ก ก ้เหนือทรัพย"ที่วางไวนั
ก ้นเปBกนอันระงั
ก กบสิ้นไปเมื
ก ่อพนเวลา
สิบป: นับแตไดรับคําบอกกลาวการวางทรัพย"
ก ก ก กอนึ่ง เมื
ก ่อสิทธิของเจาหนีก้ระงับสิ้นกไปแลว
ก กถึงแมลูก กหนี้จะไดละสิทธิกถอนทรัพกย"ก็ยกัง ก ก
ชอบที่จะถอนทรัพย"นกั้นได ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก สวนทีก่ ๒ ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๖๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ปลดหนี้
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ๓๔๐ก ถาเจาหนี
มาตรา ก ก ้แสดงเจตนาตอลู
ก กหนีก้วาจะปลดหนี
ก ้ใกห ทานวาหนี
ก ก ้นั้นก็เปBน
อันระงับสิ้นไป
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ถาหนี้มีหนังสือเปBนหลักฐาน การปลดหนี้ก็ตองทําเปBนหนังสือดวย หรือตองเวนคืน
เอกสารอันเปBนหลักฐานแหงหนี
ก ก้ใหแกลู
ก กกหนี้ หรื
ก อขีดฆาเอกสารนัก้นเสีย ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก สวนทีก่ ๓ ก ก ก ก ก ก ก ก
หักกลบลบหนี้
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๔๑ ถาบุคคลสองคนตางมี


ก ก คกวามผู
ก กพักนซึ่งกันและกันโดยมู
ก ลหนี้อันกมีวัตกถุ ก ก
เปBนอยางเดียวกัน และหนี้ทั้งสองรายนั้นถึงกําหนดจะชําระไซร ทานวาลูกหนี้ฝRายใดฝRายหนึ่งยอมจะ

หลุดพนจากหนี้ของตนดวยหั กกกลบลบกั
ก ก ก
นไดเพียงเทาจํานวนที่ตกรงกันในมูกลหนีก้ทั้งกสองฝRกายนั้น เวนแต
สภาพแหงหนี

้ฝRายหนึ่งจะไมเปZดชองใหหักกลบลบกั
ก ก ก ก ก
นกได ก ก ก ก ก ก ก ก
บทบัญญัติดังกลาวมาในวรรคกอนนี้ทานมิใหใชบังคับ หากเปBนการขัดกับเจตนาอัน
คูกรณีไดแสดงไว แตเจตนาเชนนี
ก ก ้ทานหามมิ
ก ก ใหยกขึ
ก ้นเปBนขอตอสูกบุคคลภายนอกผู
ก ก กระทํ ก ากการโดยสุจริต

ก ก ก กมาตราก ๓๔๒ หักกลบลบหนี


ก ้นั้น กทําไดดวยคู
ก ก กรณี
ก ฝRายหนึ่งแสดงเจตนาแกอี
ก กกฝRากย ก ก
หนึ่ง การแสดงเจตนาเชนนี้ทานวาจะมีเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาเริ่มตนหรือเวลาสิ้นสุดอีกดวยหาไดไม
การแสดงเจตนาดั
ก ก กงกลาวมาในวรรคกอนนี
ก ก ้ ทานวามี
ก ผลยอนหลั
ก ก งกขึ้นไปจนถึ
ก งเวลาซึ่ง
หนี้ทั้งสองฝRายนั้นจะอาจหักกลบลบกันไดเปBนครั้งแรก
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๔๓ การหักกลบลบหนี้นั้น ถึงแมวาสถานที่ซึ่งจะตองชําระหนี้ทั้งสองจะ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ตางกัน ก็หักกันได แตฝRายผูขอหักหนี้จะตองใชคาเสียหายใหแกอีกฝRายหนึ่ง เพื่อความเสียหายอยาง
กหนึ่งอยางใดอั
ก นก เกิกดแตการนั
ก ้น ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๓๔๔ก สิทธิกเรียกกรองใดยั
ก งมีขอตอสูอยู กสิทธิเรียกรองนั
ก ก้นทานวาหาอาจจะเอา
ก ก
มาหักกลบลบหนี้ไดไม อนึ่ง อายุความยอมไมตัดรอนการหักกลบลบหนี้ แมสิทธิเรียกรองขาดอายุ
กความแลวก แตวาในเวลาที
ก ก ก ่อาจจะหักกลบลบกั ก บสิทธิเกรียกรองฝR
ก กายอื่นกไดนั้น สิทธิยังไมขาด
ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๓๔๕ก หนีก้รายใดเกิ
ก กดแตการอันมิชอบดวยกฎหมายเปB
ก ก ก นก มูล ทานหามมิ
ก ให
ลูกหนี้ถือเอาประโยชน"แหงหนี้รายนั้น เพื่อหักกลบลบหนี้กับเจาหนี้
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา

๓๔๖ก สิทกธิเรียกกรองรายใดตามกฎหมายศาลจะสั
ก ก
่งยึดมิได สิทธิเรียกรองราย
ก ก ก ก
นั้นหาอาจจะเอาไปหักกลบลบหนี้ไดไม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๖๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๓๔๗ ลูกหนี้คนที่สามหากไดรับคําสั่งศาลหามมิใหใชเงินแลว จะยกเอาหนี้


กซึ่งตนไดมาภายหลั
ก ก กงแตนัก้นขึ้นเปBนขอตอสูเจาหนี
ก ้ผูที่ขกอใหยึกดทรั
ก พย"นกั้น ทานวาหาอาจจะยกไดไม
ก ก ก ก ก

ก ๓๔๘ก ถาคูก กรณี


มาตรา ก ตางฝR
ก ายตางมีสิทธิเรียกกรองหลายรายอั
ก ก นกควรแกการที
ก ่จะใช
หักกลบลบหนี้ไดไซร ฝRายผูที่ขอหักหนี้จะระบุก็ไดวาพึงเอาสิทธิเรียกรองรายใดบางเขาหักกลบลบกัน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ถาการหักกลบลบหนี้ไดแสดงโดยมิไดระบุเชนนั้นก็ดี หรือถาระบุ แตอีกฝRายหนึ่งทวงขัดของโดยไม
ชักชาก็ดี ทานใหนําบทบั
ก ญญัติแกหงมาตรา
ก ก ๓๒๘ ก วรรค ๒ มาใชบักงคับโดยอนุ ก โลมก ก ก
ถาฝRายที่ขอหักกลบลบหนี้ยังเปBนหนี้คาดอกเบี้ยและคาฤชาธรรมเนียมแกอีกฝRาย
กหนึ่งอยู นอกจากการชํ
ก ก ก ากระหนี้อันเปBนประธานนัก ้นดวยไซร
ก ก ทานใหนํ
ก ก าบทบัญญัติแหงมาตราก ๓๒๙
ก มา ก ก ก
ใชบังคับโดยอนุโลม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
สวนที่ ๔
ก ก ก ก ก ก แปลงหนี
ก ้ใหมก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก
มาตราก ๓๔๙ เมื่อคูกรณีกที่เกี่ยวของไดทํ าสัญญาเปลี่ยนสิ่งซึ่งเปBนสาระสํ
ก ก ก ก ก
าคัญแหงหนี
ก ก ก
้ ก
ไซร ทานวาหนี้นั้นเปBนอันระงับสิ้นไปดวยแปลงหนี้ใหม
ถาทํกาหนี้มีเงื่อกนไขใหกลายเปB
ก ก ก นหนี้ปราศจากเงื่อกนไขก็ดี กเพิ่มเติกมเงืก่อนไขเขาในหนี
ก ้อัน
ปราศจากเงื่อนไขก็ดี เปลี่ยนเงื่อนไขก็ดี ทานถือวาเปBนอันเปลี่ยนสิ่งซึ่งเปBนสาระสําคัญแหงหนี้นั้น
ก ก ก กถาแปลงหนี ก ้ใหมดวยเปลีก่ยนตัวเจาหนี
ก ก้ ทานใหบั
ก กงคับดวยบทบั ญญักติทั้งหลายแหง ก ก ก ก
ประมวลกฎหมายนี้วาดวยโอนสิทธิเรียกรอง
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๕๐ แปลงหนี้ ใ หมดวยเปลี่ ยนตั ว ลู ก หนี้ นั้ น จะทํ า เปB น สั ญ ญาระหวาง
กเจาหนี้กับกลูกหนี
ก ้คกนใหมก็
ก ได แตจะทําโดยขืกนใจลูกหนีก ้เดิมกหาไดไม
ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๕๑ ถาหนี้อันจะพึงเกิดขึ้นเพราะแปลงหนี้ใหมนั้นมิไดเกิดมีขึ้นก็ดี ได
กยกเลิกเสีกยเพราะมู
ก กลแหงหนีก ้ไมชอบดวยกฎหมาย
ก หรืกอเพราะเหตุ
ก ก อกยางใดอยางหนึ่งอันกมิรูถึงคูกรณี
ก กก็ดี ก ก
ทานวาหนี้เดิมนั้นก็ยังหาระงับสิ้นไปไม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๕๒ คูกรณีในการแปลงหนี้ใหมอาจโอนสิทธิจํานําหรือจํานองที่ไดใหไวเปBน
กประกันหนี
ก ้เดิมกนั้นกไปเปBนกประกันหนี้รายใหมได
ก เพียงเทาที
ก ก่เปBนก ประกัก นวัตถุแหงหนี้เดิมกแตหลักประกั
ก กน ก ก
เชนวานี้ ถาบุคคลภายนอกเปBนผูใหไวไซร ทานวาจําตองไดรับความยินยอมของบุคคลภายนอกนั้น
ดวยจึงโอนได ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก สวนทีก่ ๕ ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก
หนีก้เกลื่อนกลืนกัน ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๖๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๓๕๓ ถาสิทธิและความรับผิดในหนี้รายใดตกอยูแกบุคคลคนเดียวกัน ทานวา


กหนี้รายนัก้นเปBนกอันกระงับกสิ้นไป เวนแตเมื่อกหนี้นั้นตกไปอยู
ก กในบั
ก งคับกแหงสิทธิของบุคคลภายนอก
ก ก หรืกอ ก ก
เมื่อสลักหลังตั๋วเงินกลับคืนตามความในมาตรา ๙๑๗ วรรค ๓
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ลักษณะ ๒
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
สัญญา
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก หมวดก ๑ ก ก ก ก ก ก ก ก
กอใหเกิดสัญญา
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๕๔ คําเสนอจะทํ


ก าสัญกญาอันก บงระยะเวลาใหทํ
ก ก ก ้น ทานวาไม
าคําสนองนั ก ก ก ก
อาจจะถอนไดภายในระยะเวลาที่บงไว
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก
มาตราก ๓๕๕ บุคคลทํากคําเสนอไปยั
ก ก
งผูอื่นซึ่งอยูหางกันโดยระยะทาง
ก ก ก ก ก
และมิกไดบงก ก ก
ระยะเวลาใหทําคําสนอง จะถอนคําเสนอของตนเสียภายในเวลาอันควรคาดหมายวาจะไดรับคําบอก
กลาวสนองนั้น ทานวาหาอาจจะถอนไดไม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๕๖ คําเสนอทํกาแกบุคคลผู


ก อยูก เฉพาะหนา
ก ก โดยมิไดบงระยะเวลาใหทํ
ก ก าคํกา ก ก
สนองนั้น เสนอ ณ ที่ใดเวลาใดก็ยอมจะสนองรับไดแต ณ ที่นั้นเวลานั้น ความขอนี้ทานใหใชตลอดถึง
การที่บุคคลคนหนึ่งทํกาคําเสนอไปยั
ก งกบุคกคลอีกกคนหนึ่งทางโทรศัพกท"ดวย ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๕๗ คําเสนอใดเขาบอกป;


ก ก ดไปยั
ก งกผูเสนอแลวก็
ก ก
ดี หรือมิไดสนองรั ก ก ก
บภายใน ก
เวลากําหนดดังกลาวมาในมาตราทั้งสามกอนนี้ก็ดี คําเสนอนั้นทานวาเปBนอันสิ้นความผูกพันแตนั้นไป
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๕๘ ถาคําบอกกลาวสนองมาถึ


ก ก ก งลวงเวลา
ก ก แตเปBนที่เห็นประจั
ก กษ"วาคํกาบอก
ก ก ก
กลาวนั้นไดสงโดยทางการ ซึ่งตามปรกติควรจะมาถึงภายในกําหนดไซร ผูเสนอตองบอกกลาวแก
คูกรณีอีกฝRายหนึ่งโดยพลั
ก นวาคํกาสนองนั
ก ก้นมาถึกงเนิ่นชา เวนแตจะไดบอกกลาวเชนนั
ก ก ก ก้นกอนแลว

ถาผูเสนอละเลยไมบอกกลาวดังวามาในวรรคตน ทานใหถือวาคําบอกกลาวสนองนั้น
กมิไดลวงเวลา
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๓๕๙กถาคํกาสนองมาถึ
ก ก งลวงเวลา ทานใหถื
ก อวาคํากสนองนั
ก ้นกกลายเปB
ก นคําเสนอ
ขึ้นใหม
ก ก ก กคําสนองอั
ก นมีขอความเพิก่มเติม มีขกอจํากกัด กหรือมีกขอแกไขอยางอื่นประกอบดวยนั
ก ก ก้น ก ก
ทานใหถือวาเปBนคําบอกป;

ดไมรักบ ทั้งกเปBกนคําเสนอขึ

้นใหมดวยในตักว ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๖๐ บทบัญญัตกิแหงมาตรา


ก ๑๖๙
ก กวรรคสอง
ก นั้น ทานมิใหใชบั
ก งคับ ถาหาก
ก ก ก ก
- ๖๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

วาขัดกับเจตนาอันผูเสนอไดแสดง หรือหากวากอนจะสนองรับนั้น คูกรณีอีกฝRายหนึ่งไดรูอยูแลววาผู


กเสนอตายหรื
ก อกตกเปB
ก นผูไรความสามารถ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
[เลขมาตรา ๑๖๙ วรรคสอง แกไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๑๕ แหงพระราชบัญญัติใหใช
ก ก ก ก ก
บทบัญญัติบรรพ ๑ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิ ก าระใหม
ชย"ที่ไดตรวจชํ ก กพ.ศ.ก ๒๕๓๕]

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๖๑ อันสัญญาระหวางบุคคลซึ่งอยูหางกันโดยระยะทางนั้น ยอมเกิดเปBน
สัญญาขึ้นแตเวลาเมื่อกคําบอกกลาวสนองไปถึ
ก ก ก งกผูเสนอ ก ก ก ก ก
ถาตามเจตนาอันผูเสนอไดแสดง หรือตามปรกติประเพณีไมจําเปBนจะตองมีคําบอก
กกลาวสนองไซร
ก ก ทานวาสั
ก ก ญ ญานั้ น เกิ ด เปBกน สั ญ ญาขึก ้ น ในเวลาเมื
ก ก ่ อกมี ก ารอั น ใดอั น หนึก่ ง ขึ้ น อั นกจะพึกง ก ก
สันนิษฐานไดวาเปBนการแสดงเจตนาสนองรับ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๖๒ บุคคลออกโฆษณาใหคํามั่นวาจะใหรางวัลแกผูซึ่งกระทําการอันใด
กทานวาจํากตองใหรางวั
ก ก ลแกบุ
ก คคลใด ๆ ผูไดกระทํ
ก าการอั
ก นกนั้นกแมถึงกมิใชวาผูนั้นจะไดกระทํ
ก าเพราะเห็
ก กน ก ก
แกรางวัล
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก
มาตราก ๓๖๓ ในกรณีที่กกลาวมาในมาตรากอนนี
ก ก ก ก ก ก
้ เมื่อยังไมมีใครทํากการสําเร็จกดังบงก ก ก
ไวนั้นอยูตราบใด ผูใหคํามั่นจะถอนคํามั่นของตนเสียโดยวิธีเดียวกับที่โฆษณานั้นก็ได เวนแตจะได
แสดงไวในโฆษณานั้นกวาจะไมถอน ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ถาคํ า มั่ น นั้ น ไมอาจจะถอนโดยวิ ธี ดั ง กลาวมากอน จะถอนโดยวิ ธี อื่ น ก็ไ ด แตถา
กเชนนั้นการถอนจะเปB
ก ก ก นอักนสมบูรณ"ใชไดเพียกงเฉพาะตอบุ ก คกคลทีก ่รู ก ก ก ก ก ก
ถาผูใหคํามั่นไดกําหนดระยะเวลาใหดวยเพื่อทําการอันบงนั้นไซร ทานใหสันนิษฐาน
ไวกอนวาผูใหคํามั่นไดสละสิ
ก ทธิกที่จะถอนคํ
ก ก ามั่นกนั้นเสียแลว ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๖๔ ถาบุคคลหลายคนกระทํ


ก ก ากการอั
ก นบงไวในโฆษณา
ก ก ก ก ก
ทานวาเฉพาะแตคน ก
ที่ทําไดกอนใครหมดเทานั้น มีสิทธิจะไดรับรางวัล
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ถาบุคคลหลายคนกระทําการอันนั้นไดพรอมกัน ทานวาแตละคนมีสิทธิจะไดรับ
กรางวัลเปBกนสวนแบงเทา
ก ก กๆ กัน แตถารางวัลกนั้นมีสภาพแบงไมไดก็
ก ก ก ดกี หรือถาตามขอความแหงคํ
ก ากมั่นนัก้น ก ก
บุคคลแตคนเดียวจะพึงรับรางวัลก็ดี ทานใหวินิจฉัยดวยวิธีจับสลาก
บทบัก ญญัติดังกกลาวมาในวรรคทั
ก ก ก ้งสองขางตนนัก้น ทานมิกใหใชบั
ก งคักบถาในโฆษณานั
ก ้น
แสดงเจตนาไวเปBนอยางอื่น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๖๕ คํามั่นจะใหรางวัลอันมีความประสงค"เปBนการประกวดชิงรางวัลนั้น
จะสมบูรณ"ก็ตอเมื่อไดกํก าหนดระยะเวลาไวในคํ
ก ก ก กาโฆษณาดวย ก ก ก ก ก
การที่จะตัดสินวาผูประกวดคนไหนไดกระทําสําเร็จตามเงื่อนไขในคํามั่นภายในเวลา
กกําหนดหรืก อไมก็
ก ดกี หรือกตัดสินในระหวางผูกประกวดหลายคนนั
ก ก ก ้นวาคนไหนดี
ก ก
กวากันอยางไรก็ ดกี ใหผูกชี้ ก ก
ขาดซึ่งไดระบุชื่อไวในโฆษณานั

้นเปBนผูตัดสิน หรือถามิไดระบุชื่อกผูชี้ขาดไวก ก็ใหผู
ก ก ก ก
ใหคํามั่นเปBนผูตัดสิน
ก ก ก
คําตัดสินอันนี้ยอมผูกพันผูที่เกี่ยวของดวยทุกฝRาย
ก ก ก กถาไดคะแนนทํก าดีเสมอกักน ทานใหนํ
ก าบทบั
ก กญญัตกิแหงมาตรา ๓๖๔ก วรรค ๒กมาใช ก ก ก
- ๖๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

บังคับ แลวแตกรณี
ก ก ก กการโอนกรรมสิ
ก ทธิ์ในทรักพย"ที่ทําขึก้นประกวดนั
ก ก ้น กผูใหคํามั่นจะเรียกใหโอนแกตนได
ก ก ก ก ก
ตอเมื่อไดระบุไวในโฆษณาวาจะพึงโอนเชนนั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๖๖ ขอความใด ๆ แหงสัญญาอันคูสัญญาแมเพียงฝRายเดียวไดแสดงไววา
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
เปBนสาระสําคัญอันจะตองตกลงกันหมดทุกขอนั้น หากคูสัญญายังไมตกลงกันไดหมดทุกขออยูตราบใด
เมื่อกรณีเปBนที่สงสัยก ทานนับกวายังกมิไกดมีสัญกญาตอกัน การที่ไกดทําความเขาใจกั
ก ก กนไวเฉพาะบางสิ
ก ่ง
บางอยาง ถึงแมวาจะไดจดลงไวก็หาเปBนการผูกพันไม
ก ก ก กถาไดตกลงกัก นวาสัญญาอัก นมุงจะทํก านั้นก จะตองทํ
ก กาเปBนหนังสือไซรกเมื่อกรณีกเปBนกที่ ก ก
สงสัย ทานนับวายังมิไดมีสัญญาตอกันจนกวาจะไดทําขึ้นเปBนหนังสือ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๖๗ สัญญาใดคูสัญญาไดถือวาเปBนอันไดทํากันขึ้นแลว แตแทจริงยังมิได
กตกลงกันกในขอหนึ
ก ก่งขอใดอั
ก นจะตองทําความตกลงใหสํ
ก กาเร็จก ถาจะพึ
ก งกอนุมานไดวา ถึงหากจะไมทํ
ก ากความก ก ก
ตกลงกันในขอนี้ได สัญญานั้นก็จะไดทําขึ้นไซร ทานวาขอความสวนที่ไดตกลงกันแลวก็ยอมเปBนอัน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
สมบูรณ"
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๖๘ สั ญ ญานั้ น ทานใหตี ค วามไปตามความประสงค"ใ นทางสุ จ ริ ต โดย
พิเคราะห"ถึงปรกติประเพณี
ก ดวยก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก หมวดก ๒ ก ก ก ก ก ก ก ก
ผลแหงสัญญา
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๖๙ ในสั ญ ญาตางตอบแทนนั


ก ก ก ้ นก คู สักญ ญาฝR า ยหนึ่ ง จะไมยอมชํ
ก ากระหนีก ้ ก ก
จนกวาอีกฝRายหนึ่งจะชําระหนี้ หรือขอปฏิบัติการชําระหนี้ก็ได แตความขอนี้ทานมิใหใชบังคับ ถาหนี้
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ของคูสัญญาอีกฝRายหนึ่งยังไมถึงกําหนด
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๗๐ ถาสัญญาตางตอบแทนมีวัตถุที่ประสงค"เปBนการกอใหเกิดหรือโอน
ทรัพยสิทธิในทรัพย"เฉพาะสิ
ก ่ง กและทรั
ก พกย"นั้นสูกญหรือเสียหายไปดวยเหตุ
ก อกยางใดอยางหนึ
ก ก ก ่งอันจะโทษ
ลูกหนี้มิไดไซร ทานวาการสูญหรือเสียหายนั้นตกเปBนพับแกเจาหนี้
ก ก ก กถาไมใชทรั
ก พย"เฉพาะสิ่ง กทานใหใชบทบั ก กญญักติที่กลาวมาในวรรคกอนนี
ก ก ้บังคับแตเวลา
ก ก ก ก
ที่ทรัพย"นั้นกลายเปBนทรัพย"เฉพาะสิ่งตามบทบัญญัติแหงมาตรา ๑๙๕ วรรค ๒ นั้นไป
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๗๑ บทบัญญัติที่กลาวมาในมาตรากอนนี้ ทานมิใหใชบังคับ ถาเปBนสัญญา
กตางตอบแทนมี
ก กเงื่อกนไขบักงคับกอน และทรัพกย"อันเปBนกวัตถุกแหงสั
ก ญญานั
ก ้นสูญหรือทําลายลงในระหวางที
ก ก ก่ ก ก
เงื่อนไขยังไมสําเร็จ ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ถาทรัพย"นั้นเสียหายเพราะเหตุอยางใดอยางหนึ่งอันจะโทษเจาหนี้มิได และเมื่อ
กเงื่อนไขนัก้นสํากเร็จกแลว เจาหนี
ก ้จะเรียกใหชํการะหนี้โกดยลดสวนอั
ก ก นตนจะตองชํ
ก าระหนีก้ตอบแทนนั
ก ้นลง
ก ก ก
- ๖๙ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หรือเลิกสัญญานั้นเสียก็ได แลวแตจะเลือก แตในกรณีที่ตนเหตุเสียหายเกิดเพราะฝRายลูกหนี้นั้น ทาน


กวาหากระทบกระทั
ก ก ก่งถึงสิกทธิของเจาหนี้ที่จะเรี
ก ยกคาสิกนไหมทดแทนไม
ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ๓๗๒ก นอกจากกรณี
มาตรา ก ก กที่กลาวไวในสองมาตรากอน ก ก ถาการชํ
ก ก าระหนี
ก ้ตกเปBนพน
วิสัย เพราะเหตุอยางใดอยางหนึ่งอันจะโทษฝRายหนึ่งฝRายใดก็ไมไดไซร ทานวาลูกหนี้หามีสิทธิจะรับ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ชําระหนี้ตอบแทนไม
ถาการชํ
ก าระหนี ก ้ ตกกเปBกนพนวิก สัย เพราะเหตุอยางใดอยางหนึ
ก ก ก่งอักนจะโทษเจาหนี
ก ้ได
ลูกหนี้ก็หาเสียสิทธิที่จะรับชําระหนี้ตอบแทนไม แตวาลูกหนี้ไดอะไรไวเพราะการปลดหนี้ก็ดี หรือใช
กคุณวุฒิคกวามสามารถของตนเปB
ก ก ก นประการอืก่นเปBนเหตุก ใหไดอะไรมา
ก ก ก หรือแกลงละเลยเสี ก ยไมขวนขวาย
ก ก ก ก
เอาอะไรที่สามารถจะทําไดก็ดี มากนอยเทาไร จะตองเอามาหักกับจํานวนอันตนจะไดรับชําระหนี้ตอบ
แทน วิธีเดียวกันนี้ทานใหใชตลอดถึ
ก ก กงกรณี ก ที่กการชําระหนี้อันฝRายหนึ
ก ่งยังคางชํ
ก าระอยู
ก กนั้นตกเปB
ก นพนวิสัย
เพราะพฤติการณ"อันใดอันหนึ่งซึ่งฝRายนั้นมิตองรับผิดชอบ ในเวลาเมื่ออีกฝRายหนึ่งผิดนัดไมรับชําระหนี้
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๗๓ ความตกลงทําไวลวงหนาเปBนขอความยกเวนมิใหลูกหนี้ตองรับผิดเพื่อ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
กลฉอฉล หรือความประมาทเลิ นเลออยางรายแรงของตนนั้น ทานวาเปB นโมฆะ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๗๔ ถาคูสัญญาฝRายหนึ่งทําสัญญาตกลงวาจะชําระหนี้แกบุคคลภายนอก
ไซร ทานวาบุคคลภายนอกมี
ก สิทกธิจะเรี
ก ยกกชําระหนี
ก ้จากลูกหนี้โดยตรงได
ก ก ก ก ก
ในกรณีดังกลาวมาในวรรคตนนั้น สิทธิของบุคคลภายนอกยอมเกิดมีขึ้นตั้งแตเวลาที่
กแสดงเจตนาแกลู
ก ก กกหนี้วาจะถื
ก อเอาประโยชน"กจากสัญญานั ก ้นก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๓๗๕ก เมืก่อสิทก ธิของบุ
ก คคลภายนอกไดเกิก ดมีขึ้นกตามบทบั
ก ก ญญักติแหงมาตรา
กอนแลว คูสัญญาหาอาจจะเปลี่ยนแปลงหรือระงับสิทธินั้นในภายหลังไดไม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๗๖ ขอตอสูอันเกิดแตมูลสัญญาดังกลาวมาในมาตรา ๓๗๔ นั้น ลูกหนี้
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
อาจจะยกขึ้นตอสูบุคคลภายนอกผูจะไดรับประโยชน"จากสัญญานั้นได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
หมวด ๓
ก ก ก มักดจําและกํ
ก าหนดเบี้ยปรับก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๗๗ เมื่อเขาทําสัญญา ถาไดใหสิ่งใดไวเปBนมัดจํา ทานใหถือวาการที่ใหมัด
จํานั้นยอมเปBนพยานหลั
ก กฐานวาสั
ก ญ ก ญานั
ก ้นไดทํ
ก ากันขึ้นแลว อนึ
ก ่ง มัดจํากนี้ยอมเปB
ก กนประกั
ก นการที่จะ
ปฏิบัติตามสัญญานั้นดวย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา

๓๗๘ก มัดกจํานัก้น ถามิ

ไดตกลงกันไวเปBกนอยางอื่นก ทานใหเปB
ก ก ก
นไปดังจะกลาว
ตอไปนี้ คือ
ก ก ก ก(๑) ใหสงคื
ก น หรือจัดเอาเปB
ก นการใชเงิ
ก นบางสวนในเมื
ก ก ก ่อชําระหนี้ ก ก ก ก ก
- ๗๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๒) ใหริบ ถาฝRายที่วางมัดจําละเลยไมชําระหนี้ หรือการชําระหนี้ตกเปBนพนวิสัย


กเพราะพฤติก การณ"
ก กอันใดอั
ก นหนึ่งซึ่งฝRายนั้นตองรั
ก บผิดกชอบกหรืกอถามีกการเลิกสัญญาเพราะความผิ
ก กดของ
ก ก ก
ฝRายนั้น
(๓)กใหสงคืนกถาฝRกายทีก่รับมักดจําละเลยไมชําระหนี
ก ้ หรือกการชํการะหนี
ก ้ตกกเปBนพนวิสัย
เพราะพฤติการณ"อันใดอันหนึ่งซึ่งฝRายนี้ตองรับผิดชอบ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๓๗๙ก ถาลูกกหนี
ก ้สัญกญาแกเจาหนี้วาจะใชเงิ
ก นจํานวนหนึ
ก ก ่งเปB ก นเบีก้ยปรับเมื่อตน
ไมชําระหนี้ก็ดี หรือไมชําระหนี้ใหถูกตองสมควรก็ดี เมื่อลูกหนี้ผิดนัดก็ใหริบเบี้ยปรับ ถาการชําระหนี้
กอันจะพึงกทํานั้นก ไดแกงดเวนการอั
ก ก นใดอันหนึ
ก ่ง หากทํก าการอั
ก นก นั้นฝRกาฝVนมูลหนี้เมื่อใด กก็ใหริบเบีก้ยปรักบ ก ก
เมื่อนั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๘๐ ถาลูกหนี้ไดสัญญาไววาจะใหเบี้ยปรับเมื่อตนไมชําระหนี้ เจาหนี้จะ
กเรียกเอาเบี
ก ้ยปรั
ก บอักนจะพึ
ก งริบนั้นแทนการชํการะหนี้กก็ได แตถาเจาหนี
ก ก ก ้แสดงตอลูกหนี้วาจะเรี
ก ยกเอาเบี
ก ก้ย ก ก
ปรับฉะนั้นแลว ก็เปBนอันขาดสิทธิเรียกรองชําระหนี้อีกตอไป

ถาเจาหนี ้มีสิกทธิเรียกกรองคาสิ
ก ก
นไหมทดแทนเพื่อกการไมชํการะหนี
ก ก ก
้ จะเรียกเอาเบี้ยปรับ
อันจะพึงกริบนั้นกในฐานเปB
ก ก ก
นจํานวนนอยที่สุดกแหงคาเสีกยหายก็ ได การพิสูจน"คาเสียหายยิก่งกวานั้นกทานก็ก ก
ก ก ก ก
อนุญาตใหพิสูจน"ได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๘๑ ถาลูกหนี้ไดสัญญาไววาจะใหเบี้ยปรับเมื่อตนไมชําระหนี้ใหถูกตอง
กสมควร เชนวาไมชํ
ก ก การะหนี ก ้ตรงตามเวลาที่กกําหนดไวเปB
ก นตนก นอกจากเรี
ก ก ยกใหชําระหนีก้ เจาหนี้จกะเรียกก ก ก
เอาเบี้ยปรับอันจะพึงริบนั้นอีกดวยก็ได
ถาเจาหนี
ก ้มีสกิทธิเรีกยกรองคาสิ
ก ก นไหมทดแทนในมู ก ลชําระหนี
ก ้ไมถู
ก กตองสมควร
ก ก ทานให
บังคับตามบทบัญญัติแหงมาตรา ๓๘๐ วรรค ๒
ก ก ก กถาเจาหนี ก ้ยอมรับชําระหนีก ้แลว จะเรี
ก ยกกเอาเบี
ก ้ยกปรับไดตอเมื่อไดบอกสงวนสิ
ก กทธิไกว ก ก
เชนนั้นในเวลารับชําระหนี้
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๘๒ ถาสัญญาวาจะทํ


ก าการชํ
ก การะหนี
ก ้อยางอื
ก ่นใหเปBนเบี้ยปรั
ก บ ไมใชใชเปB
ก กน ก ก
จํานวนเงินไซร ทานใหนําบทบัญญัติแหงมาตรา ๓๗๙ ถึง ๓๘๑ มาใชบังคับ แตถาเจาหนี้เรียกเอาเบี้ย
ปรับแลว สิทธิเรียกรองคาสิ
ก นไหมทดแทนก็
ก ก ก เปBกนอันขาดไป ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๘๓ ถาเบี้ยปรักบที่ริบนั้นกสูงเกิกนสวน


ก ศาลจะลดลงเปB
ก นจํานวนพอสมควรก็
ก ก ก ก ก
ได ในการที่จะวินิจฉัยวาสมควรเพียงใดนั้น ทานใหพิเคราะห"ถึงทางไดเสียของเจาหนี้ทุกอยางอันชอบ
ดวยกฎหมาย ไมใชแตเพี ก ยงทางไดเสี
ก กยในเชิ ก งทรั
ก พย"สิน เมื่อไดใชเงิกนตามเบีก้ยปรับก แลว
ก สิทกธิเรียกรองขอ
ลดก็เปBนอันขาดไป
ก ก ก กนอกจากกรณี
ก ก
ที่กลาวไวในมาตรา ก๓๗๙กและก ๓๘๒ ก ทานใหใชวิธีเดียกวกันนี้บังกคับ ใน
ก ก ก
เมื่อบุคคลสัญญาวาจะใหเบี

้ยปรักบเมืก่อตนกระทํ
ก ก
าหรืองดเวนกระทํกาการอันหนึ ่งอันใดนั้นดวย
ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๘๔ ถาการชํากระหนี้ตามที


ก ่สัญก ญาไวนั
ก ้นกไมสมบูรณ" การที่ตกกลงกันดวยขอ
ก ก ก ก
- ๗๑ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

เบี้ยปรับในการไมปฏิบัติตามสัญญานั้นก็ยอมไมสมบูรณ"ดุจกัน แมถึงคูกรณีจะไดรูวาขอสัญญานั้นไม
กสมบูรณ" ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ๓๘๕ก ถาลูกกหนี
มาตรา ก ้โตแยงการริ
ก บเบี้ยปรับกโดยอางเหตุ
ก วาตนไดชํ
ก ก าระหนี
ก ้แลวไซร
ทานวาลูกหนี้จะตองพิสูจน"การชําระหนี้ เวนแตการชําระหนี้อันตนจะตองทํานั้นเปBนการใหงดเวนการ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
อันใดอันหนึ่ง
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
หมวด ๔
ก ก ก ก ก ก เลิกสัญกญา ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๘๖ ถาคูสัญญาฝRายหนึ่งมีสิทธิเลิกสัญญาโดยขอสัญญาหรือโดยบทบัญญัติ
กแหงกฎหมาย
ก กการเลิ
ก กสักญญาเชนนั้นยอมทํกาดวยแสดงเจตนาแกอี
ก ก ก กกฝRายหนึ่ง ก ก ก ก ก
แสดงเจตนาดังกลาวมาในวรรคกอนนั้น ทานวาหาอาจจะถอนไดไม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก
มาตราก ๓๘๗ ถาคูสัญญาฝR
ก ก ก
ายหนึก่งไมชํก าระหนี
ก ก
้ อีกฝRายหนึ่งจะกํากหนดระยะเวลา
ก ก ก ก
พอสมควร แลวบอกกลาวใหฝRายนั้นชําระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได ถาและฝRายนั้นไมชําระหนี้
ภายในระยะเวลาที่กํากหนดใหไซร
ก อีกกฝRากยหนึ่งกจะเลิกสัญญาเสียก็กได ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๘๘ ถาวั ต ถุ ทกี่ ป ระสงค"กแ หงสั


ก ญกญานัก้ น วาโดยสภาพหรืกอ โดยเจตนาที
ก ก่ ก ก
คู สั ญ ญาไดแสดงไว จะเปB น ผลสํ า เร็ จ ไดก็ แ ตดวยการชํ า ระหนี้ ณ เวลามี กํ า หนดก็ ดี หรื อ ภายใน
ระยะเวลาอันใดอันหนึก ่งซึ่งกําหนดไวก็
ก ก ดกี และกํ ก าหนดเวลาหรือระยะเวลานั
ก ก ้นไดลวงพนไปโดยฝR
ก ก ก ายใด
ฝRายหนึ่งมิไดชําระหนี้ไซร ทานวาอีกฝRายหนึ่งจะเลิกสัญญานั้นเสียก็ได มิพักตองบอกกลาวดังวาไวใน
กมาตรากอนนัก ้นกเลยก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๘๙ ถาการชําระหนี้ทั้งหมดหรือแตบางสวนกลายเปBนพนวิสัยเพราะเหตุ
กอยางใดอยางหนึ
ก ก ่งกอันจะโทษลู
ก กหนี้ไดไซร เจาหนี
ก ้จะเลิ ก กสัญก ญานั
ก ้นเสีกยก็ได ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๓๙๐ก ถาในสัก กญญาใดคูก สัญญาเปBนบุคคลหลายคนดวยกั
ก ก ก นกอยูขางหนึก ่งหรืออีก
ขางหนึ่ง ทานวาจะใชสิทธิเลิกสัญญาไดก็แตเมื่อบุคคลเหลานั้นทั้งหมดรวมกันใช ทั้งใชตอบุคคล
กเหลานั้นกรวมหมดทุ
ก ก กคนดวยก ถาสิทธิเลิกกสัญญาอันกมีแกบุ
ก คกคลคนหนึ
ก ่งในจําพวกที่มกีสิทธินั้นเปB
ก นอักน ก ก
ระงับสิ้นไปแลว สิทธิเลิกสัญญาอันมีแกคนอื่น ๆ ก็ยอมระงับสิ้นไปดวย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๙๑ เมื่อคูสัญญาฝRายหนึ่งไดใชสิทธิเลิกสัญญาแลว คูสัญญาแตละฝRาย
กจํ า ตองใหอี
ก กฝRกายหนึ
ก ่ งไดกลั
ก บ คื น สู ฐานะดักงที่ เปB น อยู
ก เดิ มก แตทั
ก ้ ง นีก้ จ ะใหเปB น ที่ เ สื่ อ มเสี
ก ย แกสิ ทกธิ ข อง
ก ก ก
บุคคลภายนอกหาไดไม ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
สวนเงินอันจะตองใชคืนในกรณีดังกลาวมาในวรรคตนนั้น ทานใหบวกดอกเบี้ยเขา
กดวย คิดตัก้งแตเวลาที
ก ก ่ไดรักบไว ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๗๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สวนที่เปBนการงานอันไดกระทําใหและเปBนการยอมใหใชทรัพย"นั้น การที่จะชดใชคืน
กทานใหทํกาไดดวยใชเงิ
ก ก นตามควรคาแหงการนั
ก ก ้น ๆ หรืกอถาในสั
ก กญญามี ก กําหนดวาใหใชเงิกนตอบแทน
ก ก็ใกห ก ก
ใชตามนั้น
ก ทธิเลิกกสัญกญานั
การใชสิ ก ้นหากระทบกระทั
ก ่งถึงสิกทธิเรียกรองคาเสี
ก ก ยกหายไมก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๙๒ การชําระหนี้ของคูสัญญาอันเกิดแตการเลิกสัญญานั้น ใหเปBนไปตาม
บทบัญญัติแหงมาตราก ๓๖๙ ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๓๙๓ ถามิไดกํากหนดระยะเวลาไวใหใชสิ


ก ก ก กทธิเลิกสัญญา คูสัญกญาอีกฝRากยหนึก่ง ก ก
จะกําหนดระยะเวลาพอสมควร แลวบอกกลาวใหฝRายที่มีสิทธิเลิกสัญญานั้นแถลงใหทราบภายใน
ระยะเวลานั้นก็ได วาจะเลิ
ก กสัญก ญาหรื ก อกหาไมกถามิไดรับคําบอกกลาวเลิ
ก กกสัญญาภายในระยะเวลานั
ก ก ก ้น
สิทธิเลิกสัญญาก็เปBนอันระงับสิ้นไป
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๙๔ ถาทรัพย"อันเปBนวัตถุแหงสัญญานั้นบุบสลายไปในสวนสําคัญเพราะ

การกระทําหรือเพราะความผิ ดกของบุ
ก ก ก
คคลผูมีสิทธิเลิกสัญญาก็ดกี หรือบุคคลนั
ก ก ก ก
้นไดทําใหการคืนทรัพย"
กลายเปBนกพนวิกสัยกก็ดี เปลี
ก ก
่ยนแปลงทรัพย"นกั้นใหผิดแผกไปเปB
ก ก ก ก
นอยางอื่นดวยประกอบขึ้นกหรือดัดแปลงก็
ก ก ก ก
ดี ทานวาสิทธิเลิกสัญญานั้นก็เปBนอันระงับสิ้นไป
แตถาทรั
ก พย" อกันเปBกนวักตถุ แหงสั
ก ญ ญาไดสูญ หายหรื
ก อบุบกสลายไปโดยปราศจากการ
ก ก ก
กระทําหรือความผิดของบุคคลผูมีสิทธิเลิกสัญญาไซร สิทธิเลิกสัญญานั้นก็หาระงับสิ้นไปไม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ลักษณะ ๓
ก ก ก ก จัดการงานนอกสั
ก ่ง ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๙๕ บุคคลใดเขาทํากิจการแทนผูอื่นโดยเขามิไดวาขานวานใชใหทําก็ดี
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
หรือโดยมิไดมีสิทธิที่จะทําการงานนั้นแทนผูอื่นดวยประการใดก็ดี ทานวาบุคคลนั้นจะตองจัดการงาน
กไปในทางที
ก ่จะใหสมประโยชน"
ก ก ก ของตัวการ กตามความประสงค"
ก ก ก อันแทจริ
ก งของตัวการ หรื
ก อตามทีก่จะพึกง ก ก
สันนิษฐานไดวาเปBนความประสงค"ของตัวการ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๙๖ ถาการที่เขาจัดการงานนั้นเปBนการขัดกับความประสงค"อันแทจริงของ
กตัวการก็ดกี หรือก ขัดกกับความประสงค"
ก ตามทีก่จะพึงสันนิก ษฐานไดก็
ก ก ดี และผู
ก จัดการก็ควรจะไดรู
ก สึกเชนนั
ก ก้น ก ก
แลวดวยไซร ทานวาผูจัดการจําตองใชคาสินไหมทดแทนใหแกตัวการเพื่อความเสียหายอยางใด ๆ อัน
เกิดแตที่ไดเขาจัดการนั ก ้น แมทัก้งผูจัดกการจะมิ
ก ไกดมีความผิดประการอื ก ่น ก ก ก ก

ก ก ก กมาตรา
ก ๓๙๗ ถาผู จั ดกการทํ า กิกจ อั นกใดซึ
ก ่ ง เปBกน หนาที่ บั ง คั บ ใหตั
ก ว การทํกา เพืก่ อ ก ก
สาธารณประโยชน"ก็ดกี หรือเปBนกหนาที ่ตามกฎหมายที่จะบํารุงรักกษาผูอื่นก็กดี และหากผู
ก ก ก ก ก ก
จัดการมิไดเขา
ทําแลวกิจอันนั้นจะไมสําเร็จภายในเวลาอันควรไซร การที่ไดทําขัดกับความประสงค"ของตัวการเชนนั้น
กทานมิใหยกขึ
ก ้นกเปBนกขอวินก ิจฉัย ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๗๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ก ก ก กมาตราก ๓๙๘ ถาผูจัดการทํ


ก ากิจอักนใดเพื
ก ่อกประสงค"
ก จะป;ดปPองอันตรายอั
ก นมีมก าใกล
ก ก ก
ตัวการ จะเปBนภัยแกตัวก็ดี แกชื่อเสียงก็ดี หรือแกทรัพย"สินก็ดี ทานวาผูจัดการตองรับผิดชอบแตเพียง
ที่จงใจทําผิด หรือที่เปBกนความประมาทเลิ
ก ก กนเลออยางรายแรงเทานั
ก ก้น ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๓๙๙ ผูจัดการตองบอกกลาวแกตัวการโดยเร็วที่สุดที่จะทําไดวาตนไดเขา
จัดการงานแทน และตองรอฟ;
ก ก งคํ ากวิ นกิ จ ฉั ยของตั
ก วการ เวนแตภั
ก ยจะมี ขกึ้ นเพราะการที
ก ก ก่ ห นวงเนิ่ นไว
นอกจากนี้ทานใหนําบทบัญญัติแหงมาตรา ๘๐๙ ถึง ๘๑๑ อันบังคับแกตัวแทนนั้นมาใชบังคับแก
กหนาที่ของผู
ก จัดกการดวยโดยอนุ
ก ก โลม ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๔๐๐ก ถาผูก จัดกการเปB
ก นผูไรความสามารถ
ก ทานวาจะตองรั
ก ก ก บผิดกชอบแตเพียง
ตามบทบัญญัติวาดวยคาสินไหมทดแทนเพื่อละเมิด และวาดวยการคืนลาภมิควรไดเทานั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๐๑ ถาการที่เขาจัดการงานนั้นเปBนการสมประโยชน"ของตัวการ และตอง
ตามความประสงค"อันกแทจริงของตั
ก ก ก ก
วการ หรือความประสงค"ตามทีก
่จะพึงสักนนิษกฐานไดนั
ก ก
้นไซร ทานวา
ผูจัดการจะเรี

ยกใหชดใชเงินอันตนไดออกไปคื
ก ก ก ก ก
นแกตนเชนอยางตั
ก ก ก ก
วแทนก็ได และบทบั ก
ญญัติมกาตราก ก ก
๘๑๖ วรรค ๒ นั้น ทานก็ใหนํามาใชบังคับดวยโดยอนุโลม
อนึ่งก ในกรณีกที่กลาวมาในมาตรา
ก ก ก ๓๙๗ นั้น แมถึ ก งวาที่เขาจั
ก ดกการงานนั
ก ก้นจะเปBนการ
ขัดกับความประสงค"ของตัวการก็ดี ผูจัดการก็ยังคงมีสิทธิเรียกรองเชนนั้นอยู
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๐๒ ถาเงื่อนไขดังวามาในมาตรากอนนั้นมิไดมี ทานวาตัวการจําตองคืนสิ่ง
ทั้งหลายบรรดาที่ไดมาเพราะเขาเขาจั
ก ก ก ดกการงานนั
ก ้นใหแกผูจัดการก ตามบทบั
ก ญญัก ติวกาดวยการคื
ก นลาภมิ
ควรได
ก ก ก กถาตัวการใหสั
ก ก ่จัดทํกานั้นก ทานใหนํ
ตยาบันแกการที ก กาบทบัญญัติทั้งหลายแหงประมวล
ก ก ก ก ก
กฎหมายนี้วาดวยตัวแทนมาใชบังคับ แลวแตกรณี
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๔๐๓ ถาผูจัดการมิ


ก ไดมีบกุรพเจตนาจะเรี
ก ก ก ยกใหตัวการชดใชคื
ก น ผูจัดกการก็
ก ก ก
ยอมไมมีสิทธิเรียกรองเชนนั้น
การที
ก ่บิดามารดา
ก กปูRยกา ตายาย
ก บํารุงรักษาผูกสืบสันดานเปB
ก นกทางอุ
ก ปการะก็
ก ดี หรือ
กลับกันเปBนทางปฏิการะก็ดี เมื่อกรณีเปBนที่สงสัย ทานใหสันนิษฐานไวกอนวาไมมีเจตนาจะเรียกให
กผูรับประโยชน"
ก กชดใชคืก นก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๔๐๔ก ถาผู ก จักดการทํ
ก าแทนผูหนึ่งโดยสํ
ก าคัญวาทํก าแทนผู
ก กอื่นอีกกคนหนึ่งไซร
ทานวาผูเปBนตัวการคนกอนผูเดียวมีสิทธิและหนาที่อันเกิดแตการที่ไดจัดทําไปนั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตราก
๔๐๕ก บทบั ญญัติทั้งหลายที่กลาวมาในสิ
ก ก ก ก
บมาตรากอนนั
ก ก ก ก
้น ทานมิใหใชบังคับ
แกกรณีที่บุคคลหนึ่งเขาทําการงานของผูอื่นโดยสําคัญวาเปBนการงานของตนเอง
ก ก ก กถาบุคกคลใดถือเอากิจการของผูก อื่นกวาเปBกนของตนเอง
ก ก ทั้งที่รูแลววาตนไมมี
ก สิทธิกจะทํกา ก ก
- ๗๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

เชนนั้นไซร ทานวาตัวการจะใชสิทธิเรียกรองบังคับโดยมูลดังบัญญัติไวในมาตรา ๓๙๕, ๓๙๖, ๓๙๙


กและ ๔๐๐ ก นั้นกก็ไกด แตเมื
ก ่อไดใชสิทธิดังวามานี
ก ้แลวก ตัวการจะตองรั
ก ก ก บผิดตอผูจัดการดัก งบัญญักติไวใน
ก ก ก
มาตรา ๔๐๒ วรรค ๑
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ลักษณะ ๔
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ลาภมิควรได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๔๐๖ บุคคลใดไดมาซึ


ก ่งทรักพย"สกิ่งใดเพราะการที
ก ก ่บุคคลอีกคนหนึ
ก ่งกระทํก าเพืก่อ ก ก
ชําระหนี้ก็ดี หรือไดมาดวยประการอื่นก็ดี โดยปราศจากมูลอันจะอางกฎหมายได และเปBนทางให
บุคคลอีกคนหนึ่งนั้นกเสียเปรียกบไซรก ทานวาบุ
ก ก คคลนั้นจําตองคืกนทรัพย"ใหแกเขา
ก ก กอนึ่ง กการรับสภาพ
หนี้สินวามีอยูหรือหาไมนั้น ทานก็ใหถือวาเปBนการกระทําเพื่อชําระหนี้ดวย
ก ก ก กบทบัญกญัติอันนี้ทานใหใชบั ก งคับตลอดถึ
ก กงกรณี
ก ที่ไดทรั
ก พย"มา เพราะเหตุ
ก อยางใดอยาง
ก ก ก ก
หนึ่งซึ่งมิไดมีไดเปBนขึ้น หรือเปBนเหตุที่ไดสิ้นสุดไปเสียกอนแลวนั้นดวย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก
มาตราก ๔๐๗ บุคคลใดไดกระทํ
ก ก ก
าการอั นใดตามอําเภอใจเหมือนหนึ่งกวาเพื่อชํากระหนีก ้ ก
ก ก ก ก ก
โดยรูอยูวาตนไมมีความผูกพันที่จะตองชําระ ทานวาบุคคลผูนั้นหามีสิทธิจะไดรับคืนทรัพย"ไม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๐๘ บุคคลดังจะกลาวตอไปนี้ไมมีสิทธิจะไดรับคืนทรัพย" คือ
ก ก ก ก(๑) บุกคคลผูชําระหนี้อันมีกเงื่อนเวลาบั
ก งคักบเมืก่อกอนถึ
ก งกําหนดเวลานั้นก ก ก ก ก
(๒) บุคคลผูชําระหนี้ซึ่งขาดอายุความแลว
(๓)กบุคคลผูชํการะหนี
ก ้ตกามหนาที ก ่ศีลธรรม หรือตามควรแกอั
ก ก ธยาศั
ก ยกในสมาคม

ก ก ก กมาตราก ๔๐๙ เมื่อบุคคลผู


ก หนึ่งผูใดซึ
ก ่งมิไกดเปBกนลูกกหนี้ไดชําระหนี้ไปโดยสํ
ก าคัญผิกด เปBกน ก ก
เหตุใหเจาหนี้ผูทําการโดยสุจริตไดทําลาย หรือลบลางเสียซึ่งเอกสารอันเปBนพยานหลักฐานแหงหนี้ก็ดี
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ยกเลิกหลักประกันเสียก็ดี สิ้นสิทธิไปเพราะขาดอายุความก็ดี ทานวาเจาหนี้ไมจําตองคืนทรัพย"
ก ก ก กบทบัญกญัติที่กลาวมาในวรรคกอนนี
ก ก ้ไมขักดขวางตอการที
ก ก ่บุคคลผูไดชํการะหนี้นั้นก จะใชก ก ก
สิทธิไลเบี้ยเอาแกลูกหนี้และผูค้ําประกัน ถาจะพึงมี
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๑๐ บุคคลผูใดไดทําการชําระหนี้โดยมุงตอผลอยางหนึ่ง แตมิไดเกิดผลขึ้น
กเชนนั้น ถาและบุ
ก ก คกคลนั้นกไดรูมาแตแรกวาการที
ก ่จะเกิกดผลนัก้นเปB
ก นพนวิ
ก สัยก็ดี หรือไดเขาปP
ก องป;ดขักดขวาง
ก ก ก
เสียมิใหเกิดผลเชนนั้นโดยอาการอันฝRาฝVนความสุจริตก็ดี ทานวาบุคคลผูนั้นไมมีสิทธิจะไดรับคืนทรัพย"
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๑๑ บุคคลใดไดกระทําการเพื่อชําระหนี้เปBนการอันฝRาฝVนขอหามตาม
กกฎหมายหรื
ก อศีกลธรรมอั
ก กนดี ทานวาบุคคลนัก้นหาอาจจะเรี
ก ยกกรองคื
ก นกทรัพย"ไดไม ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๑๒ ถาทรัพย"สินซึ่งไดรับไวเปBนลาภมิควรไดนั้นเปBนเงินจํานวนหนึ่ง ทาน
กวาตองคืนกเต็มจํกานวนนั
ก ้นก เวนแตเมื่อบุคคลไดรั
ก บไวโดยสุ
ก จริกต จึกงตองคื
ก นลาภมิควรไดเพีกยงสวนที่ยกังมีอกยู ก ก
- ๗๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ในขณะเมื่อเรียกคืน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๑๓ เมื่อทรัพย"สินอันจะตองคืนนั้นเปBนอยางอื่นนอกจากจํานวนเงิน และ
บุคคลไดรับไวโดยสุจกริต ทานวาบุ ก คคลเชนนั
ก ก ้นกจําตองคืนทรัพย"สกินเพียงตามสภาพที
ก ก ก่เปBนอยู
ก และมิตอง
รับผิดชอบในการที่ทรัพย"นั้นสูญหายหรือบุบสลาย แตถาไดอะไรมาเปBนคาสินไหมทดแทนเพื่อการสูญ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
หายหรือบุบสลายเชนนั้นก็ตองใหไปดวย
ถาบุกคคลไดรับก ทรัพกย"สกินไวโดยทุ
ก จริต ทานวาจะตองรั
ก บผิดกชอบในการสู
ก ก ญก หายหรือบุบ
สลายนั้นเต็มภูมิ แมกระทั่งการสูญหายหรือบุบสลายจะเกิดเพราะเหตุสุดวิสัย เวนแตจะพิสูจน"ไดวาถึง
กอยางไรทรั
ก พย"สกินนัก้นก็คงตองสู
ก ญหายหรือบุกบสลายอยูกนั่นเอง
ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๔๑๔ก ถาการคืก ก นทรักพย"ตกเปBนพนวิสัยกเพราะสภาพแหงทรั
ก ก ก พย"กสินที่ไดรับไว
นั้นเองก็ดี หรือเพราะเหตุอยางอื่นก็ดี และบุคคลไดรับทรัพย"สินไวโดยสุจริต ทานวาบุคคลเชนนั้น
กจําตองคืนกลาภมิ
ก คกวรไดเพี
ก ยงสวนที่ยังมีอยูในขณะเมื
ก ่อกเรียกคื
ก นก ก ก ก ก ก ก
ถาบุคคลไดรับทรัพย"สินนั้นไวโดยทุจริต ทานวาตองใชราคาทรัพย"สินนั้นเต็มจํานวน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก
มาตราก ๔๑๕ บุ ค คลผูกไดรั บ ทรั พก ย" สิ นก ไวโดยสุ
ก ก
จ ริ ต ยอมจะไดดอกผลอั

น เกิก ด แตก ก ก
ทรัพย"สินนั้นตลอดเวลาที่ยังคงสุจริตอยู
ถาผูกที่ไดรับไวจะตองคื
ก ก กนทรัพกย"สินนั้นเมื่อใด ใหถื ก อวาผูนั้นก ตกอยู
ก ในฐานะทุ
ก ก จริตจําเดิม
แตเวลาที่เรียกคืนนั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๑๖ คาใชจายทั้ ง หลายอั น ควรแกการเพื่ อ รั ก ษาบํ า รุ ง หรื อ ซอมแซม
ทรัพย"สินนั้น ทานวาตองชดใชแกบุ
ก ก คกคลผูก คืนทรั
ก พย"สินนั้นเต็มจํานวน
ก ก ก ก ก
แตบุคคลเชนวานี้จะเรียกรองใหชดใชคาใชจายตามธรรมดาเพื่อบํารุง ซอมแซม
กทรัพย"สินกนั้น หรื
ก อกคาภาระติ
ก ดพันที่ตองเสียกไปในระหวางที
ก ก่ตนคงเก็
ก บกดอกผลอยูนั้นหาไดไม
ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๑๗ ในสวนคาใชจายอยางอื่นนอกจากที่กลาวมาในวรรคตนแหงมาตรา
กกอนนั้น กบุคคลผูก คืกนทรักพย"สินจะเรียกใหชดใชไดแตเฉพาะที
ก ก ก ก่เสียไปในระหวางที
ก ่ตนทํกาการโดยสุ
ก จริกต ก ก
และเมื่อทรัพย"สินนั้นไดมีราคาเพิ่มสูงขึ้นเพราะคาใชจายนั้นในเวลาที่คืน และจะเรียกไดก็แตเพียงเทา
ราคาที่เพิ่มขึ้นเทานั้นก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
อนึ่ง บทบัญญัติแหงมาตรา ๔๑๕ วรรค ๒ นั้น ทานใหนํามาใชบังคับดวย แลวแต
กกรณี ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๔๑๘ก ถาบุกคคลรั
ก บทรัก พย"สินอันมิควรไดไวโดยทุ
ก กจริต กและไดทํ
ก ากการดัดแปลง
หรือตอเติมขึ้นในทรัพย"สินนั้น ทานวาบุคคลเชนนั้นตองจัดทําทรัพย"สินนั้นใหคืนคงสภาพเดิมดวย
กคาใชจายของตนเองแลวจึ
ก ก ก ก งสงคืน เวนแตเจาของทรั ก พกย"สินกจะเลื
ก อกใหสงคื
ก นตามสภาพทีก่เปBนอยู ในกรณี
ก ก ก ก
เชนนี้เจาของจะใชราคาคาทํ

ากดัดแปลงหรื
ก ก ก
อตอเติม หรือใชเงินกจํานวนหนึ ่งเปBนราคาทรัพย"สินเทาที่
ก ก ก ก
เพิ่มขึ้นนั้นก็ได แลวแตจะเลือก
ก ก ก กถาในเวลาที
ก ่จะตองคืนทรั
ก พย"นั้นเปB
ก นพนวิ
ก กสัยจะทํ
ก าใหทรัพย"สินคืนกคงสภาพเดิ
ก มได
ก ก ก
- ๗๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หรือถาทําไปทรัพย"สินนั้นจะบุบสลายไซร ทานวาบุคคลผูไดรับไวจะตองสงคืนทรัพย"สินตามสภาพที่
กเปBนอยู และไมมี
ก ก สกิทธิเรีกยกคาสินไหมทดแทนเพื
ก ่อราคาทรั
ก ก พย"กสินทีก่เพิ่มขึ้นเพราะการดักดแปลงหรื
ก อตอ
ก ก ก
เติมนั้นได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๑๙ ในเรื่องลาภมิควรไดนั้น ทานหามมิใหฟPองคดีเมื่อพนกําหนดป:หนึ่งนับ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
แตเวลาที่ฝRายผูเสียหายรูวาตนมีสิทธิเรียกคืน หรือเมื่อพนสิบป:นับแตเวลาที่สิทธินั้นไดมีขึ้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ลักษณะ ๕
ก ก ก ก ก ก ละเมิกด ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
หมวด ๑
ก ก ก ก ก ก บผิดเพื
ความรั ก ่อละเมิ
ก กด ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก
มาตราก ๔๒๐ ผูใดจงใจหรืก
อประมาทเลิ นเลอ ทําตอบุคคลอื่นโดยผิดกกฎหมายใหเขา
ก ก ก ก ก ก ก ก
เสียหายถึงแกชีวิตก็ดี แกรางกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย"สินหรือสิทธิอยางหนึ่งอยางใดก็ดี
ทานวาผูนั้นทําละเมิดกจําตองใชคาสิ
ก นกไหมทดแทนเพื
ก ก ่อการนั้น ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๔๒๑ การใชสิทกธิซึ่งมีแตจะใหเกิ


ก ก ดกเสียหายแกบุ
ก คคลอื่นนั้นกทานวาเปBกนการก ก ก
อันมิชอบดวยกฎหมาย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๒๒ ถาความเสียหายเกิดแตการฝRาฝVนบทบังคับแหงกฎหมายใดอันมีที่
กประสงค"เกพื่อจะปกปP
ก ก องบุกคคลอื่น ๆ ผูใดทํากการฝRาฝVนกเชนนัก้น กทานใหสั
ก นนิษฐานไวกอนวาผู
ก นั้นเปBกนผูผิดก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๒๓ ผูใดกลาวหรือไขขาวแพรหลายซึ่งขอความอันฝRาฝVนตอความจริง เปBน
กที่เสียหายแกชื
ก ก่อเสีกยงหรืกอเกียรติคุณของบุกคคลอื่นก็กดี หรืกอเปBก นที่เกสียหายแกทางทํามาหาไดหรื
ก กอทาง
ก ก ก
เจริญของเขาโดยประการอื่นก็ดี ทานวาผูนั้นจะตองใชคาสินไหมทดแทนใหแกเขาเพื่อความเสียหาย
อยางใด ๆ อันเกิดแตการนั
ก ้น แมทั ก ้งเมื
ก ่อตนมิ
ก ไดรู
ก วาขอความนั้นไมจริ ก ง แตหากควรจะรู
ก ก ก ได ก
ผูใดสงขาวสารอันตนมิไดรูวาเปBนความไมจริง หากวาตนเองหรือผูรับขาวสารนั้นมี
กทางไดเสีกยโดยชอบในการนั
ก ก ก ้นดวยแลว ทานวาเพี ก ยงที
ก ่สงขาวสารเชนนั
ก ก ก ้นหาทําใหผูนั้นกตองรับผิกดใชคา ก ก ก
สินไหมทดแทนไม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๒๔ ในการพิพากษาคดีขอความรับผิดเพื่อละเมิดและกําหนดคาสินไหม
กทดแทนนัก้น ทานวาศาลไมจํ
ก ก ก าตองดําเนินตามตามบทบั
ก ก ญญักติแกหงกฎหมายลั
ก ก นวาดวยการ
กษณะอาญาอั ก ก ก ก
ที่จะตองรับโทษ และไมจํ

าตองพิ เคราะห"ถึงการที่ผูกระทําผิดตองคํ
ก ก ก ก ก
าพิพากษาลงโทษทางอาญาหรื
ก ก ก ก
อไม

ก ก ก กมาตราก ๔๒๕ นายจางตองรวมกั


ก กนรับกผิดกักบลูกกจางในผลแหงละเมิกด ซึ่งลูกกจางได
ก ก ก
- ๗๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

กระทําไปในทางการที่จางนั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๒๖ นายจางซึ่งไดใชคาสินไหมทดแทนใหแกบุคคลภายนอกเพื่อละเมิดอัน
ลูกจางไดทํานั้น ชอบทีก ่จะไดชดใชจากลู
ก ก กกจางนัก้น ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๒๗ บทบัญญัติในมาตราทั้งสองกอนนั้น ทานใหใชบังคับแกตัวการและ
ตัวแทนดวยโดยอนุโลม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๔๒๘ ผูวาจางทํากของไมตองรั


ก บกผิดเพื
ก ่อความเสี
ก ยหายอันผูรับกจางไดกอใหเกิ
ก กด ก ก
ขึ้นแกบุคคลภายนอกในระหวางทําการงานที่วาจาง เวนแตผูวาจางจะเปBนผูผิดในสวนการงานที่สั่งให
ทํา หรือในคําสั่งที่ตนใหไว
ก หรือกในการเลื
ก กอกหาผู
ก รับจาง ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๔๒๙ บุคคลใดแมไรความสามารถเพราะเหตุ


ก ก ก ก ก เปBนผูเยาว"หกรือวิกลจริกตก็ยกัง ก ก
ตองรับผิดในผลที่ตนทําละเมิด บิดามารดาหรือผูอนุบาลของบุคคลเชนวานี้ยอมตองรับผิดรวมกับเขา
ดวย เวนแตจะพิสูจน"กไดวาตนไดใชความระมั
ก ก ก ก ก
ดระวังตามสมควรแกหนาที ่ดูแกลซึ่งกทําอยู
ก ก
นั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๓๐ ครู บ าอาจารย" นายจาง หรื อ บุ ค คลอื่ น ซึ่ ง รั บ ดู แ ลบุ ค คลผู ไร
ความสามารถอยูเปBนกนิตย"ก็ดี ชัก่วครัก้งคราวก็
ก ดกี จําตองรับผิดรวมกักบผูไรความสามารถในการละเมิ
ก ก ก ก ด ซึ่ง
เขาไดกระทําลงในระหวางที่อยูในความดูแลของตน ถาหากพิสูจน"ไดวาบุคคลนั้น ๆ มิไดใชความ
กระมัดระวักงตามสมควร
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๔๓๑ก ในกรณี
ก ก ที่กลาวมาในสองมาตรากอนนั
ก ก ้นก ทานใหนํ
ก ก าบทบั
ก ญญัติแหง
มาตรา ๔๒๖ มาใชบังคับดวยโดยอนุโลม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๓๒ ถาบุคคลหลายคนกอใหเกิดเสียหายแกบุคคลอื่นโดยรวมกันทําละเมิด
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ทานวาบุคคลเหลานั้นจะตองรวมกันรับผิดใชคาสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้น ความขอนี้ทาน
กใหใชตลอดถึ
ก งกกรณี
ก ที่ ไกมสามารถสื บ รู ตั วกไดแนวาในจํ
ก ากพวกที ก ่ ทํ ากละเมิ ด รวมกั น นั้ นก คนไหนเปB
ก นกผู ก ก
กอใหเกิดเสียหายนั้นดวย
อนึ่งก บุคคลผูกยุยงสงเสริ
ก ก มหรืกอชวยเหลือในการทํก าละเมิดกทานก็ ก ใหถื
ก อวาเปB ก นผูกระทํา
ละเมิดรวมกันดวย
ก ก ก กในระหวางบุ
ก คคลทั้งหลายซึ ก ่งตองรักบผิดกรวมกั
ก นใชคาสิ
ก นไหมทดแทนนั ก ้น ทานวาตาง
ก ก ก ก
ตองรับผิดเปBนสวนเทา ๆ กัน เวนแตโดยพฤติการณ" ศาลจะวินิจฉัยเปBนประการอื่น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๓๓ ถาความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว" ทานวาเจาของสัตว"หรือบุคคลผูรับ
กเลี้ยงรับรักกษาไวแทนเจาของจํ
ก ก ก าตองใชคาสิก นไหมทดแทนใหแกฝR
ก ก ก ากยที่ตองเสียหายเพืก่อความเสีกยหาย
ก ก ก
อยางใด ๆ อันเกิดแตสัก ตว"นั้น เวนแตจะพิ
ก ก ก ก
สูจน"ไดวาตนไดใชความระมั

ดระวักงอันสมควรแกการเลี
ก ก ก
้ยงการ
รักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว" หรือตามพฤติการณ"อยางอื่น หรือพิสูจน"ไดวาความเสียหายนั้นยอม
กจะตองเกิกดมีขึ้นก ทั้งกที่ไดใชความระมั
ก ดระวังถึกงเพียงนั้นก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๗๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

อนึ่ง บุคคลผูตองรับผิดชอบดังกลาวมาในวรรคตนนั้น จะใชสิทธิไลเบี้ยเอาแกบุคคล


กผูที่เราหรืกอยั่วสักตว"กนั้นโดยละเมิ
ก ด หรือเอาแกเจาของสั
ก กตว"อกื่นอักนมาเราหรื
ก อยั่วสัตว"นั้น ๆกก็ได ก ก ก ก

ก ๔๓๔ก ถาความเสี
มาตรา ก ก ยกหายเกิดขึ้นเพราะเหตุ
ก ที่โรงเรืก อนหรื
ก อกสิ่งปลูกกสรางอยาง
อื่นกอสรางไวชํารุดบกพรองก็ดี หรือบํารุงรักษาไมเพียงพอก็ดี ทานวาผูครองโรงเรือนหรือสิ่งปลูก
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
สรางนั้น ๆ จําตองใชคาสินไหมทดแทน แตถาผูครองไดใชความระมัดระวังตามสมควรเพื่อป;ดปPองมิให
เกิดเสียหายฉะนั้นแลวก ทานวาผูก เปBนกเจาของจํ
ก กาตองใชคาสินไหมทดแทน
ก ก ก ก ก
บทบัญญัติที่กลาวมาในวรรคกอนนั้น ใหใชบังคับไดตลอดถึงความบกพรองในการ
กปลูกหรือกค้ําจุนกตนไมหรื
ก กอกอไผดวย ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ในกรณีที่กลาวมาในสองวรรคขางตนนั้น ถายังมีผูอื่นอีกที่ตองรับผิดชอบในการ
กอใหเกิดเสียหายนั้นกดวยไซร ทานวาผู
ก ก ครองหรื
ก ก อเจาของจะใชสิทกธิไลเบี้ยเอาแกผู
ก ก นั้นก ก็ได ก

ก ก ก กมาตราก ๔๓๕ บุคคลใดจะประสบความเสี


ก ก ก กยหายอั
ก นพึงเกิดจากโรงเรืกอนหรือสิก่งปลูกก ก ก
สรางอยางอื่นของผูอื่น บุคคลผูนั้นชอบที่จะเรียกใหจัดการตามที่จําเปBนเพื่อบําบัดป;ดปPองภยันตราย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
นั้นเสียได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๓๖ บุคคลผูอยูในโรงเรือนตองรับผิดชอบในความเสียหายอันเกิดเพราะ
ของตกหลนจากโรงเรืกอนนั้น หรืกอเพราะทิ
ก ก ้งขวางของไปตกในที
ก ่อันกมิควร ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๔๓๗ บุคคลใดครอบครองหรื


ก ก อกควบคุ
ก มดูกแลยานพาหนะอยางใด
ก ๆ อักนเดิกน ก ก
ดวยกําลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้นจะตองรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแตยานพาหนะนั้น เวนแต
จะพิสูจน"ไดวาการเสียกหายนั้นเกิก ดแตเหตุ
ก กสุดวิสกัย หรือเกิดเพราะความผิ
ก ดของผู
ก ตองเสี
ก ก ยหายนั
ก ้นเอง
ความขอนี้ใหใชบังคับไดตลอดถึงบุคคลผูมีไวในครอบครองของตน ซึ่งทรัพย"อันเปBน
กของเกิดอักนตรายไดโดยสภาพ
ก ก ก ก งหมายที
หรือโดยความมุ ก ่จะใช
ก กหรือโดยอาการกลไกของทรั
ก ก พย"นั้นกดวย ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
หมวด ๒
ก ก ก ก ก คาสินกไหมทดแทนเพื
ก ก่อละเมิ
ก ดก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๓๘ คาสินไหมทดแทนจะพึงใชโดยสถานใดเพียงใดนั้น ใหศาลวินิจฉัยตาม
กควรแกพฤติ
ก การณ"
ก กและความรายแรงแหงละเมิ
ก ก ด ก ก ก ก ก ก ก ก ก
อนึ่ง คาสินไหมทดแทนนั้น ไดแกการคืนทรัพย"สินอันผูเสียหายตองเสียไปเพราะ
ละเมิด หรือใชราคาทรั ก พย"สินนัก้น รวมทั
ก ก้งคาเสีกยหายอันจะพึงบังกคับใหใชเพื
ก ่อความเสี
ก ก ยหายอยางใด
ก ๆ
อันไดกอขึ้นนั้นดวย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา

๔๓๙ก บุคกคลผูก จําตองคื

นทรัพย"อันผูอืก่นตองเสียกไปเพราะละเมิ
ก ก ก
ดแหงตนนั้น
ยังตองรับผิดชอบตลอดถึงการที่ทรัพย"นั้นทําลายลงโดยอุบัติเหตุ หรือการคืนทรัพย"ตกเปBนพนวิสัย
กเพราะเหตุ
ก อยางอื
ก ก่นโดยอุ
ก บัติเหตุ หรือทรักพย"นั้นเสืก่อมเสีกยลงโดยอุ
ก ก บัติเหตุนั้นดวย เวนแตเมื
ก ่อกการทีก ่ ก ก
- ๗๙ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ทรัพย"สินทําลาย หรือตกเปBนพนวิสัยจะคืน หรือเสื่อมเสียนั้น ถึงแมวาจะมิไดมีการทําละเมิด ก็คง


กจะตองตกไปเปB
ก กนอยางนั
ก ก้นอยูเอง ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ๔๔๐ก ในกรณี
มาตรา ก ก ที่ตองใชราคาทรั
ก พย"อันกไดเอาของเขาไปก็
ก ก กดี ในกรณี
ก ที่ตองใช
ราคาทรัพย"อันลดนอยลงเพราะบุบสลายก็ดี ฝRายผูตองเสียหายจะเรียกดอกเบี้ยในจํานวนเงินที่จะตอง
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ใช คิดตั้งแตเวลาอันเปBนฐานที่ตั้งแหงการประมาณราคานั้นก็ได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๔๑ ถาบุคคลจําตองใชคาสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอยางใด ๆ
กเพราะเอาสั
ก งหาริ
ก มกทรัพกย"ของเขาไปก็ดี หรืกอเพราะทํกาของเขาใหบุ
ก ก บกสลายก็ดี เมื่อใชคาสิ
ก นไหมทดแทน
ก ก ก ก
ใหแกบุคคลซึ่งเปBนผูครองทรัพย"นั้นอยูในขณะที่เอาไป หรือขณะที่ทําใหบุบสลายนั้นแลว ทานวาเปBน
อันหลุดพนไปเพราะการที
ก ่ไดใชใหเชนนั
ก ก ก้น แมกระทัก ่งบุคคลภายนอกจะเปB
ก ก นเจาของทรั
ก ก พก ย"หรือมีสิทธิ
อยางอื่นเหนือทรัพย"นั้น เวนแตสิทธิของบุคคลภายนอกเชนนั้นจะเปBนที่รูอยูแกตนหรือมิไดรูเพราะ
กความประมาทเลิ
ก ก นกเลออยางรายแรงของตน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก


มาตรา ๔๔๒ก ถาความเสี
ก ก ก ก
ยหายไดเกิดขึ้นเพราะความผิ ดกอยางหนึ
ก ก ก
่งอยางใดของผูตอง
เสียหายประกอบดวยไซร
ก ก ก ก ก
ทานใหนําบทบัญกญัติแหงมาตรา
ก ก ก ก
๒๒๓ มาใชบังคับ โดยอนุโลม ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๔๔๓ก ในกรณี ก กทําใหเขาถึ
ก งตายนั้น คาสิกนไหมทดแทนไดแกคาปลงศพรวมทั
ก ก ก ก ้ง
คาใชจายอันจําเปBนอยางอื่น ๆ อีกดวย
ก ก ก กถามิไดตายในทั
ก นที คาสิกนไหมทดแทนไดแกคารั
ก ก ก กกษาพยาบาลรวมทั ก ้งคาเสียกหายที
ก่ ก ก
ตองขาดประโยชน"ทํามาหาไดเพราะไมสามารถประกอบการงานนั้นดวย
ถาวาเหตุ
ก ที่ตายลงนั
ก ก ้นทํก าใหบุกคคลหนึ่งคนใดตองขาดไรอุ
ก กปการะตามกฎหมายไปดวย
ก ก ก
ไซร ทานวาบุคคลคนนั้นชอบที่จะไดรับคาสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๔๔ ในกรณีทําใหเสียหายแกรางกายหรืออนามัยนั้น ผูตองเสียหายชอบที่
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
จะไดชดใชคาใชจายอันตนตองเสียไป และคาเสียหายเพื่อการที่เสียความสามารถประกอบการงาน
กสิ้นเชิงหรืกอแตบางสวน
ก ก กทั้งในเวลาป;จจุบันนัก้นและในเวลาอนาคตดวย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ถาในเวลาที่พิพากษาคดี เปBนพนวิสัยจะหยั่งรูไดแนวาความเสียหายนั้นไดมีแทจริง
เพียงใด ศาลจะกลาวในคํ
ก าพิพากษาวายั
ก ก กงสงวนไวซึก ่งสิทธิที่จะแกไขคํ
ก าพิพากษานั
ก ก้นอีกกภายในระยะเวลา

ไมเกินสองป:ก็ได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๔๕ ในกรณีทําใหเขาถึงตาย หรือใหเสียหายแกรางกายหรืออนามัยก็ดี ใน
กรณีทําใหเขาเสียเสรีกภาพก็ดี กถาผูตองเสี
ก ก ยหายมี
ก ความผูกพันตามกฎหมายจะตองทํ
ก ก ก ก าการงานใหเปB
ก น
คุณแกบุคคลภายนอกในครัวเรือน หรืออุตสาหกรรมของบุคคลภายนอกนั้นไซร ทานวาบุคคลผูจําตอง
กใชคาสินไหมทดแทนนั
ก ก ก ้นกจะตองใชคาสินไหมทดแทนใหแกบุ
ก ก ก คกคลภายนอกเพื
ก ก ก กน ก
่อที่เขาตองขาดแรงงานอั ก
นั้นไปดวย ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๔๔๖ ในกรณีทํากใหเขาเสีกยหายแกรางกายหรื


ก ก ก ออนามัยก็ดี ในกรณี
ก ทํากใหเขาก ก ก
- ๘๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

เสียเสรีภาพก็ดี ผูตองเสียหายจะเรียกรองเอาคาสินไหมทดแทนเพื่อความที่เสียหายอยางอื่นอันมิใชตัว
กเงินดวยอีกกก็ไกด สิกทธิเรีกยกรองอันนี้ไมโอนกั
ก นได และไมตกสื
ก ก กบไปถึก งทายาท เวนแตสิกทธินั้นจะไดรั
ก กบ ก ก
สภาพกันไวโดยสัญญาหรือไดเริ่มฟPองคดีตามสิทธินั้นแลว
อนึ่กง หญิงที่ตกองเสีกยหายเพราะผู
ก ก ใดทําผิดอาญาเปBก นทุรกศีลธรรมแกตนก็
ก ก ก ยอมมีสิทธิ
เรียกรองทํานองเดียวกันนี้
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๔๔๗ก บุคกคลใดทํ
ก าใหเขาตองเสี
ก ยหายแกชื
ก ่อเสียกง เมืก่อผูตองเสี
ก กยหายรองขอ
ศาลจะสั่งใหบุคคลนั้นจัดการตามควรเพื่อทําใหชื่อเสียงของผูนั้นกลับคืนดีแทนใหใชคาเสียหาย หรือ
กทั้งใหใชคาเสี
ก ยกหายดวยก็
ก กได ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๔๔๘ก สิ ทกธิ เรีกยกรองคาเสี
ก ยหายอันเกิก ดแตมูลกละเมิกดนัก้น ทานวาขาดอายุ

ความเมื่อพนป:หนึ่งนับแตวันที่ผูตองเสียหายรูถึงการละเมิดและรูตัวผูจะพึงตองใชคาสินไหมทดแทน
กหรือเมื่อพนสิ
ก บกป:นกับแตวักนทําละเมิด ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
แตถาเรียกรองคาเสียหายในมูลอันเปBนความผิดมีโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
และมีกําหนดอายุความทางอาญายาวกวาที ่กลาวมานั้นไซร ทานใหเอาอายุ ความที่ยาวกวานั้นมา

บังคับ ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก หมวด ๓ ก ก ก ก ก
นิรโทษกรรม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๔๔๙ก บุคกคลใดเมื
ก ่อกกระทําการปPองกันกโดยชอบดวยกฎหมายก็
ก ก ก ดกี กระทําตาม
คําสั่งอันชอบดวยกฎหมายก็ดี หากกอใหเกิดเสียหายแกผูอื่นไซร ทานวาบุคคลนั้นหาตองรับผิดใชคา
กสินไหมทดแทนไม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ผูตองเสียหายอาจเรียกคาสินไหมทดแทนจากผูเปBนตนเหตุใหตองปPองกันโดยชอบ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ดวยกฎหมาย หรือจากบุคคลผูใหคําสั่งโดยละเมิดนั้นก็ได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๕๐ ถาบุคคลทําบุบสลาย หรือทําลายทรัพย"สิ่งหนึ่งสิ่งใด เพื่อจะบําบัดป;ด
ปPองภยันตรายซึ่งมีมกาเปBนสาธารณะโดยฉุ
ก ก ก กกเฉิ น ทานวาไมจํากตองใชคาสิ ก นไหมทดแทน
ก ก ก หากความ
เสียหายนั้นไมเกินสมควรแกเหตุภยันตราย
ก ก ก กถาบุคกคลทําบุบสลาย หรืกอทําลายทรั ก พย"กสิ่งหนึ
ก ่งสิ่งกใด เพื่อจะบําบัดป;กดปPองภยันกตราย ก ก ก
อันมีแกเอกชนโดยฉุกเฉิน ผูนั้นจะตองใชคืนทรัพย"นั้น
ถาบุกคคลทําบุกบสลาย
ก กหรือทํกาลายทรัพย"สิ่งหนึ่งกสิ่งใด เพืก่อจะปPกองกัก นสิทกธิของตนหรือ
ของบุคคลภายนอกจากภยันตรายอันมีมาโดยฉุกเฉิน เพราะตัวทรัพย"นั้นเองเปBนเหตุ บุคคลเชนวานี้หา
กตองรับผิกดใชคาสิ
ก นกไหมทดแทนไม
ก ก
หากวาความเสี ยกหายนัก้นไมเกิ
ก นกสมควรแกเหตุ แตถาภยั ก นตรายนัก ก้น ก ก
เกิดขึ้นเพราะความผิดกของบุคคลนั ้นเองแลว ทานวาจําตองรับผิดกใชคาสินไหมทดแทนให
ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๔๕๑ บุคคลใชกํกาลังเพื่อปPกองกันกสิทกธิของตน


ก ถาตามพฤติการณ"
ก จะขอใหศาล
ก ก ก ก
- ๘๑ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หรือเจาหนาที่ชวยเหลือใหทันทวงทีไมได และถามิไดทําในทันใด ภัยมีอยูดวยการที่ตนจะไดสมดังสิทธิ


กนั้นจะตองประวิ
ก ก งไปมากหรื
ก ก อถึงแกสาบสูญกไดไซร ทานวาบุ
ก ก คกคลนั้นกหาตองรับผิดใชคาสิ
ก นไหมทดแทน
ก ก ก ก
ไม
ก าลังดักงกลาวมาในวรรคกอนนั
การใชกํ ก ก ก ก ากัดกครัดกเครงแตเฉพาะที
้น ทานวาตองจํ ก ก ่จําเปBน
เพื่อจะบําบัดป;ดปPองภยันตรายเทานั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ถาบุคคลผูใดกระทําการดังกลาวมาในวรรคตน เพราะหลงสันนิษฐานพลาดไปวามี
เหตุอันจําเปBนที่จะทํากไดโดยชอบดวยกฎหมายไซร
ก ก ก ก ทานวาผูนั้นจะตองรั ก บผิกดใชคาสิ
ก กนไหมทดแทนใหแก

บุคคลอื่น แมทั้งการที่หลงพลาดไปนั้นจะมิใชเปBนเพราะความประมาทเลินเลอของตน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๕๒ ผูครองอสังหาริมทรัพย"ชอบที่จะจับสัตว"ของผูอื่นอันเขามาทําความ
เสียหายในอสังหาริมกทรัพย"นั้นกและยึก ดไวเปB
ก นกประกันคาสินไหมทดแทนอั
ก กนจะพึกงตองใชแกตนได
ก ก และ
ถาเปBนการจําเปBนโดยพฤติการณ"แมจะฆาสัตว"นั้นเสียก็ชอบที่จะทําได
ก ก ก กแตวาผูกนั้นตองบอกกลาวแกเจาของสั
ก ก ตว"กโดยไมชั
ก กกชา ถาและหาตัวเจาของสั
ก ตว"กไมพบก ก ก
ผูที่จับสัตว"ไวตองจัดการตามสมควรเพื่อสืบหาตัวเจาของ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๘๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา
ก ก ก ก กใหใชบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิ
ก ก ก ก ก ชย" ก ก ก ก ก
บรรพ ๓
ก ก ก ก ที่ไดตรวจชํ
ก าระใหม๗ ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มี พกระบรมราชโองการ
ก ก ก กในพระบาทสมเด็ก จ พระปรมิ ก นกทรมหาประชาธิ
ก ก ปก
พระปกเกลาเจาอยูหัว ดํารัสเหนือเกลาฯ ใหประกาศจงทราบทั่วกันวา
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
จําเดิมแตไดออกประกาศประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย"บรรพ ๓ แตวันที่ ๑
มกราคม พุทธศักราชก๒๔๖๗ เปB ก นตนมา
ก ก ไดมีกความเห็นแนะนํามากหลายเพื
ก ก ่อยังกประมวลกฎหมายนี
ก ก ้ใ ห
สมบูรณ"ยิ่งขึ้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
และเมื่ อ ไดตรวจพิ จ ารณาโดยถองแทแลว เห็ น เปB น การสมควรใหตรวจชํ า ระ
บทบัญญัติในบรรพ ๓ก แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิ
ก ก ก ก
ชย"ที่กกลาวมาขางตนนั
ก ก ก ก
้นใหม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
จึ่ ง ทรงพระกรุ ณ าโปรดเกลาฯ สั่ ง วา บทบั ญ ญั ติ เ ดิ ม ในบรรพ ๓ แหงประมวล
กฎหมายแพงและพาณิ ก ชย" ที่ไดประกาศไวแต
ก ก ก ก ณ วันที่ ๑ มกราคม ก พุทธศักกราชก ๒๔๖๗ ก กนั้นใหยกเลิก
เสียสิ้น และใชบทบัญญัติที่ตรวจชําระใหมตอทายพระราชกฤษฎีกานี้แทน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ใหใชพระราชกฤษฎีกานี้ตั้งแตวันที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๗๒ เปBนตนไป
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ประกาศมา ณ วันที่ ๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๗๑ เปBนป:ที่ ๔ ในรัชชกาลป;จจุบัน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก๗ ราชกิกจจานุเบกษา เลม ๔๕/-/หนา


ก ก มกราคม
๑/๑ ก ก ๒๔๗๑
ก ก ก ก ก ก
- ๘๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

บรรพ ๓
ก ก ก ก ก กเอกเทศสักญญาก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ลักษณะ ๑
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ซื้อขาย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก หมวดก ๑ ก ก ก ก ก ก ก ก
สภาพและหลักสําคัญของสัญญาซื้อขาย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก สวนทีก่ ๑ ก ก ก ก ก ก ก ก
บทเบ็ดเสร็จทัว่ ไป
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๕๓ อันวาซื้อขายนั้น คือสัญญาซึ่ งบุคคลฝRายหนึ่ ง เรียกวาผูขาย โอน
กรรมสิทธิ์แหงทรัพย"สกินใหแกบุกคคลอีก กฝRกายหนึก่ง เรียกวาผูซื้อ และผู
ก ซื้อตกลงวาจะใชราคาทรั
ก ก ก ก พย"สินนั้น
ใหแกผูขาย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๕๔ การที่คูกรณีฝRายหนึ่งใหคํามั่นไวกอนวาจะซื้อหรือขายนั้น จะมีผลเปBน
การซื้อขายตอเมื่ออีกกฝRายหนึ่งกไดบอกกลาวความจํ
ก ก ก านงวาจะทําการซื ก ้อขายนั
ก ้นใหสํ
ก กาเร็จตลอดไป
ก และ
คําบอกกลาวเชนนั้นไดไปถึงบุคคลผูใหคํามั่นแลว
ก ก ก ถาในคํ
ก ากมั่นมิไดกําหนดเวลาไวเพื
ก ก ก ก ก ้นไซร ทานวาบุกคคลผูใหคํ
่อการบอกกลาวเชนนั ก ามัก่น ก ก
จะกําหนดเวลาพอสมควร และบอกกลาวไปยังคูกรณีอีกฝRายหนึ่งใหตอบมาเปBนแนนอนภายในเวลา
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
กําหนดนั้ นก็ไ ด วาจะทํ าการซื้ อขายใหสํ าเร็ จ ตลอดไปหรื อไม ถาและไมตอบเปB นแนนอนภายใน
กกําหนดเวลานั
ก ก้นไซร ก คํามัก่นซึ่งไดใหไวกอนนัก้นก็เปBนอันก ไรผลก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๔๕๕ก เมื่อกกลาวตอไปเบื
ก ก ้องหนาถึงเวลาซื
ก ้อขายกทานหมายความวาเวลาซึ
ก ก ก ่ง
ทําสัญญาซื้อขายสําเร็จบริบูรณ"
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา ๔๕๖ การซื้อขายอสังหาริมทรัพย" ถามิไดทําเปBนหนังสือและจดทะเบียน
ตอพนักงานเจาหนาทีก่เปBนโมฆะก วิธกีนี้ใหใชถึ
ก งกซื้อขายเรือมีระวางตั
ก ้งแตหาตั
ก นขึ้นก ไปก ทั้งซืก้อขายแพและ
สัตว"พาหนะดวย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา ๔๕๖ แกไขเพิ่ มเติ มโดยพระราชบั ญ ญั ติแ กไขเพิ่ มเติ มประมวลกฎหมายแพงและ
กพาณิชย" (ฉบั
ก บทีก่ ๑๔)ก พ.ศ.ก๒๕๔๘ ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๘๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สัญญาจะขายหรือจะซื้อ หรือคํามั่นในการซื้อขายทรัพย"สินตามที่ระบุไวในวรรคหนึ่ง
กถามิไดมีหก ลักฐานเปB
ก ก นหนั ก งสืออยางหนึ่งอยางใดลงลายมื
ก ก กอชืก่อฝRายผู ก ตองรับผิดเปBนสํากคัญ หรือกไดวาง
ก ก ก
ประจําไว หรือไดชําระหนี้บางสวนแลว จะฟPองรองใหบังคับคดีหาไดไม
บทบัก ญญัติที่กกลาวมาในวรรคกอนนี
ก ก ก ้ ใหใชบังคับกถึงสัญญาซื
ก ้อขายสั
ก กงหาริกมทรัพย"ซึ่งตก
ลงกันเปBนราคาสองหมื่นบาท หรือกวานั้นขึ้นไปดวย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๔๕๗ก คาฤชาธรรมเนี
ก ก ก ยมทําสัญญาซื้อขายนั
ก ้น ผูซืก้อผูขายพึ
ก ก งออกใชเทากั
ก นทั้ง
สองฝRาย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
สวนที่ ๒
ก ก ก ก การโอนกรรมสิ
ก ทธิ์ ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๕๘ กรรมสิทธิ์ในทรัพย"สินที่ขายนั้น ยอมโอนไปยังผูซื้อตั้งแตขณะเมื่อได
ทําสัญญาซื้อขายกัน ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๕๙ ถาสัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข หรือเงื่อนเวลาบังคับไว ทานวากรรมสิทธิ์
ในทรัพย"สินยังไมโอนไปจนกวาการจะไดเปB
ก ก ก ก นไปตามเงื
ก ่อนไขหรือถึกงกําหนดเงื
ก ่อนเวลานั
ก ก ้น ก

ก ก ก กมาตราก ๔๖๐ ในการซืก้ อ ขายทรักพ ย" สกิ น ซึก่ ง มิ ไ ดกํ


ก า หนดลงไวแนนอนนั
ก ้ น ทานวา
ก ก ก ก
กรรมสิทธิ์ยังไมโอนไปจนกวาจะไดหมาย หรือนับ ชั่ง ตวง วัด หรือคัดเลือก หรือทําโดยวิธีอื่นเพื่อให
บงตัวทรัพย"สินนั้นออกเปB
ก นแนนอนแลวก ก ก ก ก ก ก ก ก
ในการซื้อขายทรัพย"สินเฉพาะสิ่ง ถาผูขายยังจะตองนับ ชั่ง ตวง วัด หรือทําการ
กอยางอื่นกหรือกทําสิก่งหนึ่งกสิ่งใดอันเกี่ยวแกทรั
ก พย"สินเพื
ก ่อใหรู
ก กํกาหนดราคาทรั
ก พย"สินนั้นกแนนอน ทานวา
ก ก ก ก
กรรมสิทธิ์ยังไมโอนไปยังผูซื้อจนกวาการหรือสิ่งนั้นไดทําแลว
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก หมวดก ๒ ก ก ก ก ก ก ก ก
หนาที่และความรับผิดของผูขาย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก สวนทีก่ ๑ ก ก ก ก ก ก ก ก
การสงมอบ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๔๖๑ ผูขายจําตองสงมอบทรั


ก ก พกย"สินกซึ่งขายนั
ก ้นใหแกผูซื้อ ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๖๒ การสงมอบนั้ น จะทํ า อยางหนึ่ ง อยางใดก็ ไ ดสุ ด แตวาเปB น ผลให
กทรัพย"สินกนั้นไปอยู
ก กในเงื้อกมมือของผูซื้อ ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๘๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ก ก ก กมาตราก ๔๖๓ ถาในสัญญากํ


ก าหนดวาใหสงทรั
ก ก ก พย"กสินซึ่งขายนั้นจากที
ก ่แหงหนึก่งไปถึกง ก ก
อีกแหงหนึ่งไซร ทานวาการสงมอบยอมสําเร็จเมื่อไดสงมอบทรัพย"สินนั้นใหแกผูขนสง
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๖๔ คาขนสงทรัพย"สินซึ่งไดซื้อขายกันไปยังที่แหงอื่นนอกจากสถานที่อัน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
พึงชําระหนี้นั้น ผูซื้อพึงออกใช
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๖๕ ในการซื้อขายสังหาริมทรัพย"นั้น
ก ก ก ก(๑) หากวาผูก ขายสงมอบทรั ก พย"สินนอยกวาที
ก ก ก ่ไดสัญ ก ญาไว ทานวาผูซื้อกจะป;ดเสียกไมรักบ ก ก
เอาเลยก็ได แตถาผูซื้อรับเอาทรัพย"สินนั้นไว ผูซื้อก็ตองใชราคาตามสวน
(๒)กหากวาผูกขายสงมอบทรั
ก ก ก พ ย" สิ น มากกวาทีก่ ไ ดสั ญ ญาไว ก กทานวาผู
ก กซื้ อ จะรั บ เอา
ทรัพย"สินนั้นไวแตเพียงตามสัญญาและนอกกวานั้นป;ดเสียก็ได หรือจะป;ดเสียทั้งหมดไมรับเอาไวเลยก็
กได ถาผูซืก้อรับเอาทรั
ก ก พย"สกินอันเขาสงมอบเชนนัก ้นไวทัก้งหมดก ผูซืก้อก็ตองใชราคาตามสวน
ก ก ก ก ก ก
(๓) หากวาผูขายสงมอบทรัพย"สินตามที่ไดสัญญาไวระคนกับทรัพย"สินอยางอื่นอัน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มิไดรวมอยูในขอสัญญาไซร ทานวาผู ซื้อจะรับเอาทรัพย"สินไวแตตามสั ญญา และนอกกวานั้นป;ดเสียก็

ได หรือจะป; ดเสียทั้งหมดก็ได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตราก ๔๖๖ กในการซื ก ้อกขายอสั


ก งหาริมทรัพย"นั้นกหากวาไดระบุ
ก กจํานวนเนื
ก ก้อที่ทั้งหมดไว
และผูขายสงมอบทรัพย"สินนอยหรือมากไปกวาที่ไดสัญญาไซร ทานวาผูซื้อจะป;ดเสีย หรือจะรับเอาไว
กและใชราคาตามสวนก็
ก ก ก ไดก ตามแตจะเลือก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
อนึ่ง ถาขาดตกบกพรองหรือล้ําจํานวนไมเกินกวารอยละหาแหงเนื้อที่ทั้งหมดอันได
ระบุไวนั้นไซร ทานวาผู
ก ซื้อจําตองรั
ก บกเอาและใชราคาตามสวน
ก ก แตวาผู
ก ซื้ออาจจะเลิ
ก ก กกสัญญาเสี
ก ยไดในเมื่อ
ขาดตกบกพรองหรือล้ําจํานวนถึงขนาดซึ่งหากผูซื้อไดทราบกอนแลวคงจะมิไดเขาทําสัญญานั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๖๗ ในขอรับผิดเพื่อการที่ทรัพย"ขาดตกบกพรองหรือล้ําจํานวนนั้น ทาน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
หามมิใหฟPองคดีเมื่อพนกําหนดป:หนึ่งนับแตเวลาสงมอบ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๖๘ ถาในสัญญาไมมีกําหนดเงื่อนเวลาใหใชราคาไซร ผูขายชอบที่จะยึด
หนวงทรัพย"สินที่ขายไวไดจนกวาจะใชราคา
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๔๖๙ ถาผูซื้อลมละลายกอนสงมอบทรั


ก ก ก ก พกย"สินก็ดี หรือผูซื้อเปBกนคนลมละลาย
ก ก ก ก
แลวในเวลาซื้อขายโดยผูขายไมรูก็ดี หรือผูซื้อกระทําใหหลักทรัพย"ที่ใหไวเพื่อประกันการใชเงินนั้น
เสื่อมเสียหรือลดนอยลงก็
ก ดี ถึงกแมในสั
ก ญกญาจะมี
ก กําหนดเงื่อนเวลาใหใชราคา
ก ก ผูขายก็
ก ก ชอบที
ก ่จะยึดหนวง
ทรัพย"สินซึ่งขายไวได เวนแตผูซื้อจะหาประกันที่สมควรใหได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา

๔๗๐ก ถาผูก ซื้อกผิดนักด ผูขายซึ่งไดยึดหนวงทรั

พย"กสินไวตามมาตราทั
ก ก ก
้งหลายที่
กลาวมา อาจจะใชทางแกตอไปนี้แทนทางแกสามัญในการไมชําระหนี้ได คือมีจดหมายบอกกลาวไปยัง
กผูซื้อใหใชราคากั
ก ก บกทั้งคาจั
ก บจายเกี่ยวกับการภายในเวลาอั
ก ก กนควรซึก ่งตองกํ
ก าหนดลงไวในคํกาบอกกลาวนั ก ก้น ก ก
- ๘๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ดวย
ก ก ก กถาผู ซืก้ อ ละเลยเสี ย ไมทํ กา ตามคํ า บอกกลาว
ก ก ก ผู ขายอาจนํ
ก า ทรั พ ย" สกิ น นั้ น ออกขาย
ก ก ก ก
ทอดตลาดได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๗๑ เมื่ อ ขายทอดตลาดไดเงิ นเปB นจํ านวนสุ ท ธิ เทาใด ใหผู ขายหั กเอา
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
จํานวนที่คางชําระแกตนเพื่อราคาและคาจับจายเกี่ยวการนั้นไว ถาและยังมีเงินเหลือ ก็ใหสงมอบแกผู
ซื้อโดยพลัน ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก สวนทีก่ ๒ ก ก ก ก ก ก ก ก
ความรับผิดเพื่อชํารุดบกพรอง
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๔๗๒ ในกรณีที่ทก รัพย"สินซึก่งขายนั


ก ้นกชํารุดกบกพรองอยางหนึ่งกอยางใดอักนเปBกน ก ก
เหตุใหเสื่อมราคาหรือเสื่อมความเหมาะสมแกประโยชน"อันมุงจะใชเปBนปกติก็ดี ประโยชน"ที่มุงหมาย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
โดยสัญญาก็ดี ทานวาผู ขายตองรั บผิด
ก ก ก ก ก
ความที่ กลาวมาในมาตรานี

้ ยอมใชได ทั้งที่ ผู ขายรู อยู แลวหรื อไมรูก วาความชํ
ก ก ก ก
ารุ ด
ก ก ก ก
บกพรองมีอยู
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๗๓ ผูขายยอมไมตองรับผิดในกรณีดังจะกลาวตอไปนี้ คือ
ก ก ก ก(๑) ถาผู ก ซื้อไดรูอยูแลวแตในเวลาซื
ก ก ้อขายวามี
ก ก ความชํ
ก ารุดบกพรองหรื
ก อควรจะไดรู
ก ก ก ก
เชนนั้นหากไดใชความระมัดระวังอันจะพึงคาดหมายไดแตวิญaูชน
(๒)กถาความชํก ารุดกบกพรองนั
ก ก ้นเปBนอันเห็นประจั
ก กษ"แลวในเวลาสงมอบ
ก ก ก ก และผูซื้อรับ
เอาทรัพย"สินนั้นไวโดยมิไดอิดเอื้อน
ก ก ก ก(๓) ถาทรัก พย"สินนั้นไดขายทอดตลาด
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๗๔ ในขอรับผิดเพื่อชํารุดบกพรองนั้น ทานหามมิใหฟPองคดีเมื่อพนเวลาป:
กหนึ่งนับแตเวลาที
ก ก ่ไกดพบเห็
ก นความชํารุดบกพรอง
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก กสวนที่ ๓ ก ก ก ก ก
ความรับผิดในการรอนสิทธิ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๔๗๕ก หากวามี
ก ก บุคกคลผูใดมากอการรบกวนขั
ก ดกสิทธิขกองผู
ก ซื้อในอั
ก นจะครอง
ทรัพย"สินโดยปกติสุข เพราะบุคคลผูนั้นมีสิทธิเหนือทรัพย"สินที่ไดซื้อขายกันนั้นอยูในเวลาซื้อขายก็ดี
กเพราะความผิ
ก ดกของผู
ก ขายก็
ก ดี ทานวาผูขายจะตองรั
ก บกผิดในผลอั
ก กนนั้นก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๗๖ ถาสิทธิของผูกอการรบกวนนั้นผูซื้อรูอยูแลวในเวลาซื้อขาย ทานวา
กผูขายไมตองรั
ก บกผิดก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๘๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ก ก ก กมาตรา
ก ๔๗๗ เมื่ อ ใดการรบกวนขั
ก ก กด สิ กท ธิ นั้ นกเกิ ด เปB น คดี ขึ้ น ระหวางผู
ก กซื้ อ กั กบ ก ก
บุคคลภายนอก ผูซื้อชอบที่จะขอใหศาลเรียกผูขายเขาเปBนจําเลยรวมหรือเปBนโจทก"รวมกับผูซื้อในคดี
นั้นได เพื่อศาลจะไดวิกนิจฉัยชี้ขกาดขอพิ
ก พกาทระหวางผู
ก เปBนคูกรณีทกั้งหลายรวมไปเปB
ก ก นกคดีเดีกยวกัน

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๗๘ ถาผู ขายเห็ นเปB นการสมควร จะสอดเขาไปในคดี เพื่ อปฏิ เสธการ
เรียกรองของบุคคลภายนอก
ก ก็กชอบทีก ่จะทํ
ก าไดดวย
ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๔๗๙ ถาทรัพย"กสินซึ่งซื้อกขายกักนหลุ


ก ดไปจากผู
ก ซื้อทั้งหมดหรื
ก อแตบางสวน
ก ก ก ก
เพราะเหตุการรอนสิทธิก็ดี หรือวาทรัพย"สินนั้นตกอยูในบังคับแหงสิทธิอยางหนึ่งอยางใดซึ่งเปBนเหตุให
เสื่อมราคา หรือเสื่อมความเหมาะสมแกการที
ก ก ก ก ก ่จะใช หรือเสื่อมความสะดวกในการใชสอย
ก ก ก ก ก หรือเสื่อม
ประโยชน"อันจะพึงไดแตทรัพย"สินนั้น และซึ่งผูซื้อหาไดรูในเวลาซื้อขายไมก็ดี ทานวาผูขายตองรับผิด
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๘๐ ถาอสังหาริมทรัพย"ตองศาลแสดงวาตกอยูในบังคับแหงภาระจํายอม
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
โดยกฎหมายไซร ทานวาผู ขายไมตองรั บผิด เวนไวแตผูขายจะไดรั บรองไวในสั ญญาวาทรัพย"สินนั้น
ปลอดจากภาระจํ
ก ก ก ก ก
ายอมอยางใด ๆ ทั้งสิ้น หรืก อปลอดจากภาระจํ
ก ก ก ก
ายอมอันนั้น ก ก ก ก ก

มาตรา ก ๔๘๑ก ถาผูกขายไมไดเปB


ก ก นคูความในคดีเดิกม หรือถาผู ก ซื้อกไดประนี
ก กประนอมยอม
ความกับบุคคลภายนอก หรือยอมตามที่บุคคลภายนอกเรียกรองไซร ทานหามมิใหฟPองคดีในขอรับผิด
กเพื่ อ การรอนสิ
ก กท ธิกเมื่ อ พนกํ
ก า หนดสามเดื อกนนั บ แตวัก นคํ ากพิ พกากษาในคดี
ก เดิ ม ถึ งที่ สุ ดก หรื อนับกแตวักน ก ก
ประนีประนอมยอมความ หรือวันที่ยอมตามบุคคลภายนอกเรียกรองนั้น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๘๒ ผูขายไมตองรับผิดในการรอนสิทธิเมื่อกรณีเปBนดังกลาวตอไปนี้ คือ
ก ก ก ก(๑) ถาไมมีก การฟPองคดี และผู
ก ขายพิกสูจน"กไดวาสิ
ก ทธิกของผูซื้อไดสูญไปโดยความผิ
ก กดของ
ก ก ก
ผูซื้อเอง หรือ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๒) ถาผูซื้อไมไดเรียกผูขายเขามาในคดี และผูขายพิสูจน"ไดวา ถาไดเรียกเขามาคดี
กฝRายผูซื้อจะชนะ
ก ก หรื กอ ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๓) ถาผูขายไดเขามาในคดี แตศาลไดยกคําเรียกรองของผูซื้อเสียเพราะความผิดของ
ผูซื้อเอง ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
แตถึงกรณีจะเปBนอยางไรก็ดี ถาผูขายถูกศาลหมายเรียกใหเขามาในคดีและไมยอม
กเขาวาคดีกรวมเปBก นจํกาเลยหรื
ก อรวมเปBนโจทก"กกับผูซื้อไซร
ก ทานวาผู
ก ก ขายคงตองรั
ก บผิด ก ก ก ก ก

ก ก ก ก กสวนที่ ๔ ก ก ก ก ก
ขอสัญญาวาจะไมตองรับผิด
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๘๓ คูสัญญาซื้อขายจะตกลงกันวาผูขายจะไมตองรับผิดเพื่อความชํารุด
กบกพรองหรื
ก อเพื
ก ่อการรอนสิ
ก ก ทธิก็ได ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๘๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ก ก ก กมาตราก ๔๘๔ ขอสัญญาวาจะไมตองรั


ก ก บกผิดนัก ้น ยอมไมคุ
ก มผูขายใหพนจากการตองสง
ก ก ก ก ก
เงินคืนตามราคา เวนแตจะไดระบุไวเปBนอยางอื่น
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๘๕ ขอสัญญาวาจะไมตองรับผิดนั้น ไมอาจคุมความรับผิดของผูขายในผล
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ของการอันผูขายไดกระทําไปเอง หรือผลแหงขอความจริงอันผูขายไดรูอยูแลวและปกปZดเสีย
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
หมวด ๓
ก ก ก ก ก กหนาที่ของผู
ก ซืก้อ ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๘๖ ผูซื้อจําตองรับมอบทรัพย"สินที่ตนไดรับซื้อและใชราคาตามขอสัญญา
กซื้อขาย ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก


มาตรา ๔๘๗ก อันกราคาทรั
ก ก ก
พย"สินที่ขายนั้นจะกํ ก ก ก ก
าหนดลงไวในสั ญญาก็ได หรือจะ
ปลอยไปใหกํ
ก ก ก ก ก
าหนดกันดวยวิธีอยางใดอยางหนึ

่งดังไดตกลงกั
ก ก ก ก
นไวในสัญญานั้นก็ได หรืกอจะถือเอาตาม
ก ก ก ก
ทางการที่คูสัญญาประพฤติตอกันอยูนั้นก็ได
ถาราคามิ
ก ไดมีกกําหนดเด็
ก ก ดขาดอยางใดดั
ก งวามานัก้นไซร ทานวาผู
ก กซื้อกจะตองใชราคาตาม

สมควร
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๘๘ ถาผูซื้อพบเห็นความชํารุดบกพรองในทรัพย"สินซึ่งตนไดรับซื้อ ผูซื้อ
ชอบที่จ ะยึ ดหนวงราคาที
ก ่ ยัง ไมไดชํ
ก การะไวไดทั
ก ก ้ งหมดหรื อ แตบางสวน
ก เวนแตผู
ก ก ขายจะหาประกั
ก ก นที่
สมควรใหได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๘๙ ถาผูซื้อถูกผูรับจํานองหรือบุคคลผูเรียกรองเอาทรัพย"สินที่ขายนั้นขูวา
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
จะฟPองเปBนคดีขึ้นก็ดี หรือมีเหตุอันควรเชื่อวาจะถูกขูเชนนั้นก็ดี ผูซื้อก็ชอบที่จะยึดหนวงราคาไว
กทั้งหมดหรื
ก อบางสวนไดดุ
ก ก ก จกัน จนกวาผูขายจะไดบํก กาบัดกภัยกอันนั้นกใหสิ้นไป หรือจนกวาผู
ก ขายจะหา
ก ก ก ก
ประกันที่สมควรใหได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๙๐ ถาไดกําหนดกันไววาใหสงมอบทรัพย"สินซึ่งขายนั้นเวลาใด ทานให
กสันนิษฐานไวกอนวาเวลาอั
ก ก ก ก นเดียวกันนั้นเองเปB
ก นเวลากํ
ก าหนดใชราคา
ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก หมวด ๔ ก ก ก ก ก
การซื้อขายเฉพาะบางอยาง
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
สวนที่ ๑
ก ก ก ก ก ก ขายฝาก
ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๘๙ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๙๑ อันวาขายฝากนั้น คือสัญญาซื้อขายซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย"สินตกไปยัง
ผูซื้อ โดยมีขอตกลงกักนวาผูขายอาจไถทรั
ก ก กพย"นกั้นคืนได ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๙๒๙ ในกรณีที่มีการไถทรัพย"สินซึ่งขายฝากภายในเวลาที่กําหนดไวใน
สัญญาหรือภายในเวลาทีก ่กฎหมายกํ
ก กาหนดก หรืก อผูไถไดวางทรัพย"กอันเปBนสิกนไถตอสํ
ก กานักงานวางทรั
ก พย"
ภายในกําหนดเวลาไถโดยสละสิทธิถอนทรัพย"ที่ไดวางไว ใหทรัพย"สินซึ่งขายฝากตกเปBนกรรมสิทธิ์ของ
กผูไถตั้งแตเวลาที
ก ก ่ผกูไถไดชํการะสินไถหรือวางทรั
ก พย"อันเปB
ก นสินกไถกแลวแตกรณี
ก ก ก ก ก ก
ในกรณีที่ไดวางทรัพย"ตามวรรคหนึ่ง ใหเจาพนักงานของสํานักงานวางทรัพย"แจงให
ผูรับไถทราบถึงการวางทรั
ก พย"โดยพลั
ก กน โดยผู
ก ไถไมตองปฏิ
ก บัติตามมาตรา
ก ๓๓๓
ก วรรคสาม
ก ก ก

ก ก ก มาตรา
ก ก๔๙๓ ในการขายฝาก
ก คูสัญกญาจะตกลงกั
ก ก นกไมใหผูซื้อจําหนายทรั
ก พย"สินกซึ่งขาย
ก ก ก
ฝากก็ได ถาและผูซื้อจําหนายทรัพย"สินนั้นฝRาฝVนสัญญาไซร ก็ตองรับผิดตอผูขายในความเสียหายใด ๆ
อันเกิดแตการนั้น ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๙๔ ทานหามมิใหใชสิทธิไถทรัพย"สินซึ่งขายฝากเมื่อพนเวลาดังจะกลาว
ตอไปนี้ ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๑) ถาเปBนอสังหาริมทรัพย" กําหนดสิบป:นับแตเวลาซื้อขาย
ก ก ก ก(๒) ถาเปB
ก นสังหาริมทรัพย"ก กําหนดสามป:
ก กนับกแตเวลาซื
ก ้อขาย ก ก ก ก ก

มาตรา
ก ๔๙๕ก ถาในสั
ก กญญามีก กําหนดเวลาไถเกิกนไปกวานัก้น ทานใหลดลงมาเปB
ก ก ก นสิบป:
และสามป:ตามประเภททรัพย"
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๙๖ ๑๐ กํ า หนดเวลาไถนั้ น อาจทํ า สั ญ ญาขยายกํ า หนดเวลาไถได แต
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
กําหนดเวลาไถรวมกันทั้งหมด ถาเกินกําหนดเวลาตามมาตรา ๔๙๔ ใหลดลงมาเปBนกําหนดเวลาตาม
กมาตรา ๔๙๔
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
การขยายกํ าหนดเวลาไถตามวรรคหนึ่ งอยางนอยตองมี ห ลั กฐานเปB นหนั งสื อลง
ลายมือชื่อผูรับไถ ถาเปB
ก นทรัพย"กสินซึก่งการซื
ก ้อขายกั
ก นจะตองทําเปBกนหนังสือกและจดทะเบี
ก ก ยกนตอพนักงาน
เจาหนาที่ หามมิใหยกการขยายเวลาขึ้นเปBนขอตอสูบุคคลภายนอกผูไดสิทธิมาโดยเสียคาตอบแทน
กและโดยสุกจริตกและไดจดทะเบี
ก ก ยนสิทธิโดยสุก จริตแลวก เวนแตจะไดนํ
ก ก กาหนังสือหรือหลักกฐานเปBนหนั
ก งสืกอ ก ก
ดังกลาวไปจดทะเบียนหรือจดแจงตอพนักงานเจาหนาที่
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๙๗ สิทธิในการไถทรัพย"สินนั้น จะพึงใชไดแตบุคคลเหลานี้ คือ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

มาตรา ๔๙๒ แกไขเพิ่ มเติ มโดยพระราชบั ญ ญั ติแ กไขเพิ่ มเติ มประมวลกฎหมายแพงและ
ก ๒๕๔๑ ก ก ก ก
พาณิชย" (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ก ก ก ก ก
๑๐
มาตรา ๔๙๖ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพงและ
กพาณิชย" (ฉบั
ก บทีก่ ๑๒)ก พ.ศ.ก๒๕๔๑ ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
- ๙๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๑) ผูขายเดิม หรือทายาทของผูขายเดิม หรือ


ก ก ก ก(๒) ผูรักบโอนสิทธินั้น หรือก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๓) บุคคลซึ่งในสัญญายอมไวโดยเฉพาะวาใหเปBนผูไถได
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๙๘ สิทธิในการไถทรัพย"สินนั้น จะพึงใชไดเฉพาะตอบุคคลเหลานี้ คือ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
(๑) ผูซื้อเดิม หรือทายาทของผูซื้อเดิม หรือ
(๒)ก ผู รั บ โอนทรั
ก พก ย" สกิ น หรืก อ รั บ โอนสิ ท ธิ เ หนื
ก อ ทรั พ ย"กสิ น นัก้ น กแตในขอนี
ก ้ ถ าเปB น
สังหาริมทรัพย"จะใชสิทธิไดตอเมื่อผูรับโอนไดรูในเวลาโอน วาทรัพย"สินตกอยูในบังคับแหงสิทธิไถคืน
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
มาตรา ๔๙๙ สินไถนั้น ถาไมไดกําหนดกันไววาเทาใดไซร ทานใหไถตามราคาที่ขาย
ฝาก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ถาปรากฏในเวลาไถวาสินไถหรือราคาขายฝากที่กําหนดไวสูงกวาราคาขายฝากที่
กแทจริงเกิกนอัตกรารอยละสิ
ก ก บหาตอป: ใหไถไดตามราคาขายฝากที
ก ก ก ก ่แทจริ
ก งรวมประโยชน"ตกอบแทนรอยละ
ก ก ก ก
สิบหาตอป:๑๑
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก
มาตราก ๕๐๐ คาฤชาธรรมเนี
ก ก ก
ยมการขายฝากซึ
ก ก ก ก
่งผูซื้อไดออกไปนั้น ผูกไถตองใชใหแกผู
ก ก ก ก
ซื้อพรอมกับสินไถ
สวนคาฤชาธรรมเนี
ก ก กยมการไถทรั
ก ก พย"นั้น ผูไถพึงออกใช
ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๕๐๑ ทรัพย"สินซึก่งไถนั้น ทานวาตองสงคื


ก ก ก กนตามสภาพที่เปBนอยู
ก ในเวลาไถ
ก แต
ก ก ก
ถาหากวาทรัพย"สินนั้นถูกทําลายหรือทําใหเสื่อมเสียไปเพราะความผิดของผูซื้อไซร ทานวาผูซื้อจะตอง
ใชคาสินไหมทดแทน ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก

ก ก ก กมาตราก ๕๐๒ ทรัพย"สินกซึ่งไถนั้น กทานวาบุ


ก กคคลผูก ไถยอมไดรับคืนไปโดยปลอดจาก
ก ก ก ก ก
สิทธิใด ๆ ซึ่งผูซื้อเดิม หรือทายาท หรือผูรับโอนจากผูซื้อเดิมกอใหเกิดขึ้นกอนเวลาไถ
ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก
ถาวาเชาทรั พ ย" สิ น ที่ อ ยู ในระหวางขายฝากอั น ไดจดทะเบี ย นเชาตอพนั ก งาน
กเจาหนาทีก่แลวไซร
ก กทานวาการเชานั
ก ้นหากมิกไดท