You are on page 1of 16

คูมือปริญญานิพนธ

สําหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี
ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอรและ
สารสนเทศ

ประจําปการศึกษา 2550

หนา 1 / 16
การจัดเนื้อหาในปริญญานิพนธสําหรับนักศึกษาระดับ ป.ตรี
ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอรและสารสนเทศ

คูมือฉบับนี้ทําเพื่อเปนแนวทางในการเขียนปริญญานิพนธสําหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี ของ
ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอรและสารสนเทศ โดยเนนเฉพาะการจัดเนื้อหาเทานั้น ไมไดครอบคลุมถึง
รูปแบบของการจัดพิมพปริญญานิพนธ

รูปแบบทัว่ ไปของการเขียนปริญญานิพนธ/รายงานวิจัย

จุดประสงคในการเขียนรายงาน เพื่อสื่อสารใหผูอา นเขาใจงานที่ไดดําเนินการจนเสร็จสิ้น (และ/


หรือกําลังดําเนินการอยู) เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่ผูวิจัยไดทํา เหตุผลในการทํา สิ่งที่ไดคนพบจากงาน และสิ่ง
ที่สําคัญที่ไดจากการคนพบนั้น โดยรอยเรียงหัวขอตาง ๆ อยางมีลําดับพรอมไปกับใหมุมมองที่ชัดเจน
เกี่ยวกับแนวคิดเกี่ยวกับปญหา แนวทางการแกปญหา ระเบียบวิธกี ารในการแกปญหา ผลลัพธท่ไี ดจาก
การทํางาน และบทสรุปของงาน ดังนั้นการเขียนรายงานวิจัย จึงถูกแบงออกเปนหัวขอตาง ๆ เพื่อให
ผูอานเลือกอานไดตามที่สนใจ เชนอาจสนใจเพียงวิธีการ ผลลัพธการทํางาน การวิเคราะหหรือแปลความ
ในผลงาน หรืออาจเพียงตองการบทสรุปจากผลงานเพื่อจะหาวาเกี่ยวของกับสิง่ ที่ผูอานกําลังศึกษาอยู
หรือไม

โดยทั่วไปจึงจัดแบงรายงานออกเปนหัวขอตาง ๆ เพื่อใหงายตอการอาน โดยแยกเปน หัวขอ


ดังนี้
- บทคัดยอ (Abstract)
- บทนํา (Introduction)
- ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวของ (Literature Review)
- ขั้นตอนการดําเนินงาน (Methodology)
- การพัฒนาระบบ (Development)
- ผลการดําเนินงาน (Results)
- สรุปและแนวทางการพัฒนาตอ (Conclusion and Future Extension)
- บรรณานุกรม/หนังสืออางอิง (Bibliography/References)

หนา 2 / 16
สิ่งสําคัญในการเขียนรายงาน
ผูเขียนควรเขียนโดยนําเสนอในลักษณะที่แสดงการเติบโตจากปญหาจนไปเปนคําตอบอยางมี
ลําดับ มีตรรกะ และเปนเหตุเปนผล โดยควรที่จะตองเขียนใหถูกตองทั้งในเชิงเทคนิคและตาม
หลั ก ภาษา ใช ภ าษาสละสลวย ไม ค วรเขี ย นในลั ก ษณะของภาษาพู ด หรื อ คํ า โฆษณาชวนเชื่ อ ถึ ง
ผลิตภัณฑ/ซอฟตแวรใด ๆ และที่สําคัญคือ ปญหาหรือคําถามที่ตั้งไวในบทเริ่มตน จะตองมี
คําตอบในตอนจบของรายงาน
สําหรับปริญญานิพนธในระดับปริญญาตรีของนักศึกษาภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร และ
สารสนเทศนั้น คณาจารยไดมีความเห็นรวมในการจัดเรียงเนื้อหาและรายละเอียด ดังตอไปนี้

บทคัดยอ
มี วั ต ถุ ป ระสงค เ พื่ อ สรุ ป งานที่ เ สร็ จ สมบู ร ณ ห รื อกํ า ลั ง ดํ า เนิ น การอย า งสั้ น กระชั บ ได ใ จความ
(Concise) โดยที่ผูอานสามารถเรียนรูถึงเหตุผลในการศึกษา แนวทางโดยรวมในการแกปญหา ผลลัพธที่
ได และขอสรุปที่สําคัญ โดยทั่วไปบทคัดยอจะเปนสวนสุดทายที่ถูกเขียน (แตถูกนําเสนอเปนสิ่งแรกใน
ปริญญานิพนธ)

บทที่ 1 บทนํา
มีวัตถุประสงคเพื่อแนะนําผูอานถึงมูลเหตุจูงใจของงานและจุดมุงหมายในการจะแกปญหานั้น จึง
เปนสวนที่จะตองอธิบายงานในเชิงเหตุผล เทคนิคอยางเปนตรรกะที่จะชวยทําใหผูอานเขาใจและชื่นชม
ในวัตถุประสงคของงานนั้นเปนบทแรกของปริญญานิพนธ
ทางภาควิชาฯ กําหนดใหเนื้อหาในบทที่ 1 ประกอบดวย
1.1 ความเปนมาหรือมูลเหตุจูงใจของการทําโครงงานและความสําคัญของโครงงาน นั่น
คือมีการระบุถึงปญหาสําคัญที่พบในงานปจจุบัน
1.2 วัตถุประสงคของโครงงาน ควรสั้นกระชับและสอดคลองกับปญหาที่กลาวมา
1.3 ขอบเขตของการทํ า โครงงาน ประกอบด ว ยความต อ งการ (requirement) ต า งๆ
เชน functional requirement นอกจากนี้ตองระบุถึงขอจํากัดหรือขอกําหนดที่ไม
ครอบคลุมของโครงงาน (limitation) ดวย
1.4 สรุปแนวความคิดที่จะนํามาใชในการทําโครงงานและวิธีการทําโครงงานโดยยอ
1.5 ประโยชน ที่ ได รับ จากโครงงานเมื่ อนํ า โครงงานไปใช ตามกลุม เป า หมายหรื อ
หนวยงาน
ที่พัฒนาให หมายเหตุ 1. ไมใชประโยชนที่ผูทําโครงงานจะไดรับ
2. ไมใชประโยชนที่คาดวาจะไดรับ

หนา 3 / 16
บทที่ 2 ทฤษฎีที่เกี่ยวของ
มีวัตถุประสงคเพื่อใหความรูพื้นฐานที่จําเปน รวมถึงงานวิจัยอื่น ๆ ที่ไดดําเนินการมากอนหนานี้
เพื่อใหพื้นฐานความรูที่จําเปนสําหรับการเขาใจงานที่ดําเนินการในโครงงาน รวมถึงแสดงใหเห็น
ขอแตกตางจากงานอื่นที่มีการดําเนินการมาแลวกอนหนานี้
เนื้อหาในบทนี้จะแบงออกเปน 3 สวน คือ
2.1 ทฤษฎีและหลักการในระบบงานที่จะเขาไปพัฒนา โดยมุงเนนที่ทฤษฎีและ
หลักการที่เกี่ยวของในโครงงานและจําเปนตองรูเพื่อใหเขาใจระบบงานเทานั้น ไมจําเปนตองบรรยายทุก
ทฤษฎีหรือหลักการทั้งหมดของระบบงาน เชน โครงงานที่พัฒนาระบบใหกรมสรรพากรควรมีคําอธิบาย
ขั้นตอนการคํานวณภาษีเปนตน
หากโครงงานนี้เปนการขยายตอโครงงานของรุนพี่หรือโครงงานอื่นๆ นักศึกษาตองระบุ
รายละเอียดของโครงงานกอนหนานี้ดวย
2.2 ทฤษฎีและหลักการสําคัญที่นํามาใชในการพัฒนาโครงงานเพื่อแกปญหาตามที่ระบุไว
โดยไม จํ า เป น ต อ งบรรยายทฤษฎี ที่ เ ป น ที่ รู จั ก กั น แพร ห ลาย เช น ในโครงงานที่ พั ฒ นานั้ น มี ก ารใช
ฐานขอมูลเพื่อจัดเก็บขอมูลในระบบ เนื่องจากทฤษฎีฐานขอมูล ทฤษฎี ER Diagram เปนที่รับรู
กันโดยทั่วไป จึงไมจําเปนตองเขียนลงไป แตตองอธิบายรายละเอียดของการออกแบบ และการ
พัฒนาตัวฐานขอมูลนั้นในบทตอไป ทั้งนี้นักศึกษาควรปรึกษาอาจารยที่ปรึกษากอนทุกครั้ง เพื่อจะ
ไดไมตองเสียเวลาเขียนในสิ่งที่ไมเกี่ยวของ
2.3 งานอื่นๆ ที่เกี่ยวของกับโครงงานนี้ เชน โครงงานของรุนพี่ หรือโครงงานประเภท
เดียวกันที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อแกปญหาเดียวกัน โดยทั่วไปเมื่อมีเนื้อหาตรงนี้ นักศึกษาจําเปนตอง
เปรียบเทียบใหเห็นถึงความแตกตางในประสิทธิภาพหรือผลการทํางานของโครงงานของนักศึกษากับ
งานอื่นๆ

บทที่ 3 ขั้นตอนการดําเนินงาน
มีวัตถุประสงคเพื่อรายงานสิ่งที่ตองดําเนินการเพื่อที่จะแกปญหาตามที่ระบุไว โดยอธิบายอยาง
เปนขั้นตอนตามหลักการวิเคราะหและออกแบบงานดานวิทยาการคอมพิวเตอร นั่นคือการตอบคําถาม
ของปญหาวา ใชอะไรแกปญหา ทําไมถึงเลือกใชเครื่องมือหรือวิธีการนั้น
เนื้อหาในบทนี้แบงออกเปน 2 สวนหลัก คือ
3.1 การศึกษาความเปนไปได (ถามี) และแนวทางแกปญหาที่โครงงานจะนํามาใช
3.2 การวิเคราะหระบบงานที่จะพัฒนา และออกแบบระบบเพื่อแกปญหาตามที่ระบุในบทนํา

บทที่ 4 การพัฒนาระบบ
มีวัตถุประสงคเพื่อรายงานการพัฒนาระบบที่ทําใหแนวคิดหรืองานนี้เปนจริง โดยอธิบายตาม
สถาปตยกรรมที่ไดออกแบบในบทที่ 3 วาแตละสวนนั้นพัฒนาอยางไร ทั้งนี้ตองระบุเครื่องมือที่ใชดวย
เนื้อหาในบทนี้แบงออกเปน 2 สวน คือ

หนา 4 / 16
4.1 เครื่องมือและอุปกรณที่ใชในการพัฒนาระบบ โดยรวมถึง platform ที่โครงงานจะ
สามารถนําไปใชงานได เชน Unix หรือ Windows
4.2 การพัฒนาระบบเพื่อสนองตอบ requirement ที่ไดรับมา ในสวนนี้นักศึกษาตองอธิบาย
โดยละเอียดถึงเทคนิคที่ใชเพื่อแกปญหา

บทที่ 5 ผลการดําเนินงาน
บทนี้มีวัตถุประสงคเพื่อแสดงหรือสาธิตระบบที่พัฒนาขึ้นมาวาสามารถทํางานไดตามขอบเขตที่
ระบุไวหรือไม โดยใหแสดงแยกตามหัวขอที่ระบุไว และในการสาธิตการใชงานนั้น นักศึกษาตองระบุ
รายละเอียดของขอมูลที่ใชในการแสดงผลดวยทุกครั้ง นั่นคือตองอธิบายตัวอยางขอมูล ปริมาณขอมูลที่
ใช

บทที่ 6 สรุปและแนวทางพัฒนาตอ
บทนี้มีวัตถุประสงคเพื่อรวมยอดสิ่งที่นําเสนอมาทั้งหมด โดยสรุปโครงงานตั้งแตเริ่มจนสิ้นสุด สิ่ง
ที่ไดรับจากโครงงาน
พรอมระบุปญหาอื่นๆ ที่พบในการทําโครงงานที่ยังรอการแกไขตอไป และสามารถใหคําแนะนํา
ถึงแนวทางในการพัฒนาโครงงานนี้ตอไป หรือแนวทางการทําโครงงานนี้ไปใชงานตอไปในอนาคต

ภาคผนวก
หากโครงงานมีเนื้อหาพิเศษที่ผูอานควรรูประกอบ เชน ความรูพื้นฐานในบางทฤษฎีที่คาดวา
ผูอานนาจะรูกอนการทําความเขาใจโครงงาน หรือ Data dictionary แบบละเอียด หรือ libraries พิเศษที่
นํามาใช ใหจัดทําไวใน ภาคผนวก

นอกจากเนื้อหาทั้ง 6 บท และภาคผนวกแลว นักศึกษายังตองจัดทํา

1. Installation Guide
รายละเอียดและขั้นตอนการติดตั้งโปรแกรม รวมถึงการ configuration ตางๆ
2. User’s Manual
คูมือการใชงาน
3. Source Code

โดย Installation Guide และ User’s manual จะถูกแนบไวทายเลม เฉพาะเลมที่ใหอาจารยที่


ปรึกษาเก็บรักษาไวเทานั้น และบันทึกรายละเอียดทั้งหมด คือ เนื้อหาทั้ง 6 บท, ภาคผนวก, Installation
Guide, User’s manual และ Source code ลงแผนซีดี 1 ชุด เพื่อใหอาจารยที่ปรึกษาเก็บรักษาไวเชนกัน

หนา 5 / 16
สรุปการสงเลมปริญญานิพนธ

ปริญญานิพนธ ปริญญานิพนธ
สําหรับ เพื่อ
อาจารยที่ปรึกษา เขาหองสมุด
(ตามจํานวนอาจารยที่ปรึกษา) (2 เลม)
เนื้อหา 6 บท + ภาคผนวก X X
Installation Guide X
User’s Manual X
Source code X
CD X

หนา 6 / 16
ตัวอยางที่ 1 ระบบผูเชี่ยวชาญวินิจฉัยโรคตับ

ประเภทโครงงาน – AI

บทที่ 1 บทนํา
1.1 แนะนํางานวินิจฉัยโรคตับ ปญหาที่พบในงาน และสาเหตุของการพัฒนาระบบผูเชี่ยวชาญขึ้นมา
1.2 วัตถุประสงค
1.2.1 ตองการพัฒนาระบบผูเชี่ยวชาญทางการวินิจฉัยโรคตับ
1.3 ขอบเขตโครงงาน
1.3.1 เมื่อคนพบองคความรูใหม ระบบสามารถนําองคความรูนั้นเขาสูฐานความรูได
1.3.2 ระบบสามารถใชฐานความรูที่มีวินิจฉัยโรคตับไดโดยมีแพทยเปนผูตรวจสอบผลการ
วินิจฉัย
1.4 สรุปแนวคิดที่จะแกปญหา เชน ใชวิธีการของ Ripple Down Rules ในการสราง Expert system
เพื่อใชในการวินิจฉัยโรค
1.5 ประโยชนของโครงงาน
1.5.1 ระบบนี้ชวยเก็บความรูของผูเชี่ยวชาญไวไมใหสูญเสียความรูนั้นไปหากผูเชี่ยวชาญไม
สามารถปฏิบัติงานหรือออกจากองคกรไปแลว
1.5.2 ระบบสามารถวินิจฉัยโรคตับ โดยอาศัยฐานความรูสนับสนุน

บทที่ 2 ทฤษฎีที่เกี่ยวของ
2.1 รายละเอียดของงานวินิจฉัยโรคตับที่แพทย (ที่ติดตอ) ทําอยูในปจจุบัน รวมถึงขอมูลที่ใชใน
การวินิจฉัยดวย
2.2 ทฤษฎี RDR ที่นํามาใชในการพัฒนาระบบ

บทที่ 3 ขั้นตอนการดําเนินงาน
3.1 ถามีการศึกษาความเปนไปได ก็ใหระบุในสวนนี้
3.2 วิเคราะหและออกแบบระบบที่โครงงานนี้กําลังจะพัฒนา
3.2.1 การสรางระบบผูเชี่ยวชาญดวย RDR
3.2.2 การวินิจฉัยของระบบผูเชี่ยวชาญ
3.2.3 วิธีการอื่นๆ ที่เกี่ยวของ
บทที่ 4 การพัฒนาระบบ
4.1 อธิบาย environment ของการพัฒนาโครงงานนี้
4.1.1 เครื่องมือที่ใชในการพัฒนาระบบ เชน ภาษา C#, Java เปนตน

หนา 7 / 16
4.1.2 ระบบปฏิบัติการ เชน Windows XP, Vista เปนตน โดยนักศึกษาไมตองบรรยาย
คุณสมบัติของเครื่องมือ เชน PHP ทําอะไรไดบาง, SQL เขียนอยางไร
4.1.3 รายละเอียดของเครื่องคอมพิวเตอรที่ใชพัฒนาระบบ เชน Pentium 4 ความถี่ 1.8
MHz, RAM = … เปนตน
4.2 บรรยายการพัฒนา RDR โดยละเอียด เชน โครงสราง tree ของ RDR, การเพิ่มองคความรูใส
ฐานความรู เปนตน

บทที่ 5 ผลการทดลอง
5.1 อธิบายขอมูลนําเขาระบบโดยละเอียด
5.2 สาธิตการนําองคความรูใหมเขาสูระบบไดอยางถูกตองตามแนวทางของ RDR
5.3 สาธิตการใชฐานความรูที่มีวินิจฉัยโรคตับ
5.4 ใบตอบรับผลการใชงานระบบเปนเวลาอยางนอย 1 เดือน จากเจาของระบบ

บทที่ 6 บทสรุปและแนวทางพัฒนาตอ
6.1 สรุปผลของโครงงานวา สามารถทําไดจริงตามเปาหมายที่วางไวหรือไม
6.2 รายงานปญหาที่พบจากการดําเนินงาน
6.3 ขอจํากัดของระบบ
6.4 แนวทางในการใชงานหรือแนวทางการพัฒนาโครงงานตอไปในอนาคต

หนา 8 / 16
ตัวอยางที่ 2 การจัดทําเว็บโครงงานระดับปริญญาตรีของนักศึกษา CS

ประเภท – Algorithm, Database & Web

บทที่ 1 บทนํา
1.1 แนะนําการจัดทําโครงงานของนักศึกษา ปญหาที่พบในงาน และสาเหตุของการพัฒนาโครงงานนี้
ขึ้นมา
1.2 วัตถุประสงค
1.2.1 จัดเก็บขอมูลทั้งหมดที่เกี่ยวของในการจัดทําโครงงานของนักศึกษาใหเปนระบบ และ
สามารถนําออกมาใชงานได
1.3 ขอบเขตโครงงาน
1.3.1 ศึกษาขอมูลที่เกี่ยวของในกระบวนการการจัดทําโครงงานของนักศึกษา
1.3.2 การออกแบบฐานขอมูล เพื่อจัดเก็บขอมูลตามที่ไดศึกษามา
1.3.3 การออกรายงานใหกับเจาหนาที่เพื่อจัดสงเกรด
1.3.4 การใชงานผานเว็บ
1.4 สรุปแนวคิดที่จะแกปญหา
1.4.1 ใชฐานขอมูลจัดเก็บขอมูล
1.4.2 CGI เปนตัวประมวลผลออกรายงานตามที่ผูใชกําหนด
1.5 ประโยชนของโครงงาน
1.5.1 ระบบมีการจัดเก็บขอมูลทั้งหมดที่เกี่ยวของในการจัดทําโครงงานของนักศึกษา ทําให
อาจารยและเจาหนาที่สามารถติดตามผลการดําเนินงานของโครงงานนักศึกษาไดในทุกชวงระยะ
1.5.2 การที่ระบบสามารถออกรายงานเพื่อใหเจาหนาที่จัดสงเกรดนั้น ทําใหเกิดความสะดวก
รวดเร็วในการใชงาน และลดความผิดพลาดในการฝนเกรดดวยมือ

บทที่ 2 ทฤษฎีที่เกี่ยวของ
2.1 รายละเอียดของงานที่เกี่ยวของกับการทําโครงงานของนักศึกษา เชน การกําหนดอาจารยที่
ปรึกษา การสอบหัวขอ การสอบเพื่อขอจบ เปนตน
2.2 เนื่องจากโครงงานนี้ เนนที่ การวิเคราะหขอมูล ที่ เกี่ย วของกับการทํ าโครงงานนักศึ ก ษาและ
ออกแบบฐานขอมูล เนื้อหาในสวนทฤษฎีของวิธีการแกปญหาจึงเปนที่ทราบกันโดยทั่วไป ไมจําเปนตอง
เขียนลงไป แตอาจสามารถสรุปเปนยอหนาเล็กๆ ไดวา จะใชฐานขอมูลเขามาชวยในการแกปญหา โดย
ใหเหตุผลวาทําไมถึงไดเลือกฐานขอมูลเขามาชวยแกปญหา
นอกจากนี้ โครงงานยังมีการพัฒนาเว็บเพื่อใชในการติดตอกับผูใช การพัฒนาเว็บในปจจุบันถือ
เปนเทคโนโลยีที่รูจักกันโดยทั่วไปจึงไมจําเปนตองเขียนลงไป แตใหสรุปวาทําไมถึงไดเลือกที่จะพัฒนาให
ใชงานผานเว็บ

หนา 9 / 16
บทที่ 3 ขั้นตอนการดําเนินงาน
3.1 ถามีการศึกษาความเปนไปได ก็ใหระบุในสวนนี้
3.2 การวิเคราะหและออกแบบฐานขอมูล
3.3 ขั้นตอนวิธีการออกรายงาน

บทที่ 4 การพัฒนาระบบ
4.1 อธิบาย environment ของการพัฒนาโครงงานนี้
4.1.1 เครื่องมือที่ใชในการพัฒนาระบบทั้งฐานขอมูล เชน SQL และเครื่องมือที่ใชในการ
สรางเว็บและประมวลผล เชน ภาษา C#, PHP เปนตน
4.1.2 ระบบปฏิบัติการ เชน Windows XP, Vista เปนตน
4.1.3 รายละเอียดของเครื่องคอมพิวเตอรที่ใชพัฒนาระบบ
4.2 บรรยายการพัฒนาระบบโดยละเอียด โดยแยกบรรยายทีละระบบยอยๆ
4.2.1 ระบบฐานขอมูลที่พัฒนาตามที่ออกแบบไว
4.2.2 ระบบการติดตอผูใชผานเว็บ โดยแสดง site map เปนตัวอธิบาย
4.2.3 ระบบการออกรายงาน

บทที่ 5 ผลการดําเนินงาน
5.1 อธิบายขอมูลนําเขา บอกปริมาณเชน 50 โครงงาน
5.2 สาธิตการใชงานระบบ เชน การเพิ่มโครงงานเขาสูระบบ การจัดเก็บสถานะของโครงงาน การ
เปลี่ยนสถานะ การแสดงผลสถานะโครงงาน การออกรายงาน เปนตน
5.3 ใบตอบรับผลการใชงานระบบเปนเวลาอยางนอย 1 เดือน จากเจาของระบบ

บทที่ 6 บทสรุปและแนวทางพัฒนาตอ
6.1 สรุปผลของโครงงานวา สามารถทําไดจริงตามเปาหมายที่วางไวหรือไม
6.2 รายงานปญหาที่พบจากการดําเนินงาน
6.3 ขอจํากัดของระบบ
6.4 แนวทางในการใชงานหรือแนวทางการพัฒนาโครงงานตอไปในอนาคต

หนา 10 / 16
ตัวอยางที่ 3 โปรแกรมแปลงขอมูลจากฐานขอมูลเชิงสัมพันธเปน XML

บทที่ 1 บทนํา
1.1 มูลเหตุและแรงจูงใจในโครงงาน
1.2 วัตถุประสงค
1.2.1 เพื่อพัฒนาโปรแกรมในการแปลงขอมูลจากระบบฐานขอมูลเชิงสัมพันธใหอยูในรูป
XML ซึ่งใชในการแลกเปลี่ยนขอมูลระหวางองคกรผานระบบเครือขาย
1.3 ขอบเขตโครงงาน
1.3.1 โปรแกรมสามารถดึงขอมูลจากระบบจัดการฐานขอมูลเชิงสัมพันธโดยใชภาษาคิวรีใน
การดึงขอมูล แลวแปลงขอมูลนั้นใหอยูในรูปของแท็ก XML เทานั้น
1.3.2 โปรแกรมไมสามารถเปลี่ยนแปลงหรือแกไข เชน Update หรือ Delete ขอมูลใน
ฐานขอมูลได
1.3.3 โปรแกรมสามารถแสดงผลไดทั้ง Standard output และ file output
1.4 สรุปแนวคิดที่จะแกปญหา
การใช Parser อาน Input Query แลวสรางเปน Tree ของฟงกชัน จากนั้นใช XML Generator
ดึงขอมูลจากฐานขอมูลเชิงสัมพันธ แลวนํามาประมวลผลรวมกับ Tree ที่ไดจาก Parser แลวนําไปสราง
เปนขอมูลในรูปแบบ XML
1.5 ประโยชนของโครงงาน
1.5.1 ชวยใหผูใชสามารถทดสอบการสรางขอมูล XML จากระบบฐานขอมูลเชิงสัมพันธได
สะดวก
1.5.2 ใชเปนเครื่องมือในการแปลงขอมูล
1.5.3 สรางขอมูลใหอยูในรูปแบบที่พรอมแลกเปลี่ยนระหวางองคกร

บทที่ 2 ทฤษฎีที่เกี่ยวของ
2.1 XML, Backus Naur Form, SQL, SQL/XML, Regular Expression, Compiler, Java Compiler
Compiler, Document Object Model

บทที่ 3 ขั้นตอนการดําเนินงาน
3.1 การออกแบบสถาปตยกรรมของระบบที่จะพัฒนา
3.2 การออกแบบการทํางานของแตละโมดูลในระบบ
3.2.1 Parser
3.2.2 XML Generator
3.2.3 XML Outputter

หนา 11 / 16
บทที่ 4 การพัฒนาระบบ
4.1 อธิบาย environment ของการพัฒนาโครงงานนี้
4.1.1 เครื่องมือที่ใชในการพัฒนาระบบทั้งฐานขอมูล เชน SQL และเครื่องมือที่ใชในการ
สรางเว็บและประมวลผล เชน ภาษา C#, PHP เปนตน
4.1.2 ระบบปฏิบัติการ เชน Windows XP, Vista เปนตน
4.1.3 รายละเอียดของเครื่องคอมพิวเตอรที่ใชพัฒนาระบบ
4.2 บรรยายการพัฒนาระบบโดยละเอียด โดยแยกบรรยายแตละระบบยอยๆ หรือแตละโมดูล
4.2.1 Parser
4.2.2 XML Generator
4.2.3 XML Outputter

บทที่ 5 ผลการดําเนินงาน
5.1 อธิบายขอมูลนําเขา เชนตัวอยางของ Query
5.2 สาธิตการใชงานระบบตามฟงกชันที่ไดพัฒนาขึ้นมา
5.2.1 การรับ Query
5.2.2 การแปลง Query เปน Tree
5.2.3 การดึงขอมูลจากฐานขอมูล
5.2.4 การสรางเอกสาร XML

บทที่ 6 บทสรุปและแนวทางพัฒนาตอ
6.1 สรุปผลของโครงงานวา สามารถทําไดจริงตามเปาหมายที่วางไวหรือไม
6.2 รายงานปญหาที่พบจากการดําเนินงาน
6.3 ขอจํากัดของระบบ
6.4 แนวทางในการใชงานหรือแนวทางการพัฒนาโครงงานตอไปในอนาคต

หนา 12 / 16
ตัวอยางที่ 4 เกมส Scrabble

ประเภท AI, Algorithm

บทที่ 1 บทนํา
1.1 ที่มาของปญหา และมูลเหตุจูงใจของการทําโครงงาน
1.2 วัตถุประสงค
1.2.1 เพื่อพัฒนาเกมส Scrabble ใหสามารถเลนเกมสโตตอบกับผูเลนไดโดยอัตโนมัติ
1.3 ขอบเขตโครงงาน
1.3.1 ออกแบบและพัฒนาเกมส Scrabble
1.3.2 ออกแบบและพัฒนาฟงกชันสําเนียก (Heuristic function) สําหรับประเมินความ
ไดเปรียบเสียเปรียบของผูเลนเกมส Scrabble
1.3.3 ออกแบบอินเตอรเฟสติดตอกับผูใชของเกมส
1.4 สรุปแนวคิดที่แกปญหา
1.4.1 อาศัยเทคนิคทางดาน AI เขามาชวยในการสรางเกมสที่มีความฉลาด
1.5 ประโยชนที่ไดรับจากโครงงาน
1.5.1 สรางความเพลิดเพลินใหแกผูเลน
1.5.2 ผูเลนสามารถพัฒนาทักษะทางภาษาอังกฤษของผูเลน

บทที่ 2 ทฤษฎีที่เกี่ยวของ
2.1 ขอมูลพื้นฐานเกี่ยวกับเกม Scrabble เชน ประวัติของเกม และวิธีการเลนเกมส คําศัพท เปนตน
2.2 ทฤษฏีการคนหาในทาง AI
2.3 ทฤษฎีการคนหาเพื่อเอาชนะที่นํามาใชในการพัฒนาเกมส เชน Minimax เปนตน
2.4 ศึกษางานวิจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวของกับการพัฒนาเกมส โดยใช AI

บทที่ 3 ขั้นตอนการดําเนินงาน
3.1 ออกแบบอินเทอรเฟสติดตอกับผูใชงาน หรือเมนูตางๆ
3.2 ศึกษาและเลือกโครงสรางขอมูลที่เหมาะสม
3.3 ออกแบบฟงกชันสําเนียกสําหรับประเมินความไดเปรียบเสียเปรียบของเกมส พรอมตัวอยาง
เหตุการณของเกมสอยางนอย 2 - 3 ตัวอยาง

หนา 13 / 16
บทที่ 4 การพัฒนาระบบ
4.1 อธิบาย environment ของการพัฒนาโครงงานนี้
4.1.1 เครื่องมือที่ใชในการพัฒนาเกมส เชน ภาษา C#, ภาษาจาวา เปนตน
4.1.2 ระบบปฏิบัติการ เชน Windows XP, Vista เปนตน
4.1.3 รายละเอียดของคุณสมบัติที่เ หมาะสมของเครื่ องคอมพิวเตอรสําหรับ รันงาน เช น
Pentium 4 ความถี่ของสัญญาณนาฬิกา 3.0 MHz, RAM…
4.2 บรรยายการพัฒนาเกมส Scabble เฉพาะในสวนสําคัญๆ เชน โครงสรางขอมูลที่นํามาเก็บสถานะ
ของบอรดเกมส โคดในสวนอัลกอริทึมการคนหาเพื่อเอาชนะ และโคดในสวนของฟงกชันสําเนียกที่ออก
แบบจากบทที่ 3 เปนตน

บทที่ 5 ผลการดําเนินงาน
5.1 สาธิตการใชงานโปรแกรมเกมส scrabble
5.2 สาธิตการใชงานของฟงกชันสําเนียกของเกมสที่ออกแบบวาใหผลอยางไร

บทที่ 6 สรุปและแนวทางการพัฒนาตอ
6.1 สรุปผลโครงงานวา สามารถทําไดจริงตามเปาหมายที่วางไวหรือไม
6.2 รายงานปญหาที่พบจากการดําเนินงาน
6.3 ขอจํากัดของเกมที่พบ
6.4 แนวทางในการพัฒนาโครงงานตอไปในอนาคต

หนา 14 / 16
ตัวอยางที่ 5 RSS Reader สําหรับผูพิการทางสายตา

ประเภท Application

บทที่ 1 บทนํา
1.1 ที่มาของปญหา และความสําคัญของการทําโครงงาน
1.2 วัตถุประสงค
1.2.1 เพื่อพัฒนาโปรแกรม RSS Reader ในการอาน (ออกเสียง) ขาวในรูป RSS บน
อินเทอรเน็ต
1.3 ขอบเขตโครงงาน
1.3.1 สามารถรับขาวสารไดทั้งขอความและรูปภาพ ผานทาง RSS Reader
1.3.2 สามารถอานออกขาวสารเหลานั้นได 2 ภาษาคือ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
1.3.3 สามารถกําหนดการอัพเดทขาวทั้งหมดหรืออัพเดทเฉพาะขาวหมวดใดหมวดหนึ่งได
1.4 สรุปแนวคิดที่แกปญหา
1.4.1 สรางระบบอานขาวสารบนอินเทอรเน็ต ในรูปแบบของ RSS สําหรับผูพิการทาง
สายตา
1.5 ประโยชนของโครงงาน
1.5.1 อํานวยความสะดวกใหกับผูพิการทางสายตาไดรับรูขาวสารที่เปลี่ยนแปลง

บทที่ 2 ทฤษฎีที่เกี่ยวของ
2.1 เทคโนโลยีคอมพิวเตอรสําหรับคนพิการทางการมองเห็น
2.2 ทฤษฏีของ RSS
2.3 ภาษา XML และ HTML
2.4 เทคโนโลยีของ Text to Speech เชน ตัวอยางของเทคโนโลยีที่มีในปจจุบัน ทั้งการอานออก
เสียงภาษาไทยและภาษาตางประเทศ

บทที่ 3 ขั้นตอนการดําเนินงาน
3.1 วิเคราะหแนวทางการพัฒนาโปรแกรม
3.2 ออกแบบระบบที่ใชงานในสวน RSS Reader
3.3 ออกแบบระบบในสวน parser

หนา 15 / 16
บทที่ 4 การพัฒนาระบบ
4.1 อธิบาย environment ของการพัฒนาโครงงานนี้
4.1.1 เครื่องมือที่ใชในการพัฒนาโปรแกรม เชน ภาษา C#, ภาษาจาวา เปนตน
4.1.2 ระบบปฏิบัติการ เชน Windows XP, Vista เปนตน
4.1.3 รายละเอียดของคุณสมบัติ ที่เ หมาะสมของเครื่ องคอมพิวเตอรสําหรับ รันงาน เช น
Pentium 4 ความถี่ของสัญญาณนาฬิกา 3.0 MHz, RAM…
4.2 บรรยายการพั ฒ นาโปรแกรมอ า นออกเสี ย ง เฉพาะในส ว นสํ า คั ญ เช น ส ว นของการเขี ย น
โปรแกรมอาน RSS การเขียนโปรแกรมติดตอกับไลบราลี PPA ตาทิพย

บทที่ 5 ผลการดําเนินงาน
5.1 สาธิตการใชงานของระบบ
5.1.1 การอานขาวสาร RSS
5.1.2 การอานออกเสียง
5.1.3 การอัพเดทขาว
5.2 ถามีการนําไปทดสอบกับผูพิการทางสายตา ควรเพิ่มผลการตอบรับหลังจากใชงานโปรแกรม

บทที่ 6 บทสรุปและแนวทางการพัฒนาตอ
6.1 สรุปผลโครงงานวา สามารถทําไดจริงตามเปาหมายที่วางไวหรือไม
6.2 รายงานปญหาที่พบจากการดําเนินงาน
6.3 ขอจํากัดของเกมที่พบ
6.4 แนวทางในการพัฒนาโครงงานตอไปในอนาคต

หนา 16 / 16