You are on page 1of 45

โครงสร้างหนังสือ

ส่วนที่ 1 คำำนำำจำก ผู้บริหำร
คำำนำำจำก สำำนักงำนพัฒนำชุมชนจังหวัดสระบุรี
สำรบัญ
ส่วนที่ 2
• ทฤษฎีใหม่ (หลักการของทฤษฎี
ใหม่)
- หัวใจสำำคัญของทฤษฎีใหม่ (คิดบนพื้นฐำนที่
แตกต่ำง + หลักคิดที่เปลี่ยนไป)
- เปรียบเทียบทฤษฎีเก่ำ และทฤษฎีใหม่
 กำรจัดกำรที่ดน
ิ แบบเก่ำ / แบบใหม่
 กำรจัดกำรนำ้ำแบบเก่ำ / แบบใหม่
 กำรเกษตรแบบเก่ำ / แบบใหม่
- เปู ำหมำยของทฤษฎีใหม่ (พึ่งตนเองไดู พออย่้
พอกิน พอใชู)

• จากหลักการส่่การปฏิบัติ
- 3 ขั้นตอนของทฤษฎีใหม่ดูำนกำรบริหำรที่ดิน
จำำนวนนูอย
 ขั้นที่ 1 กำรพึ่งตนเอง
 ขั้นที่ 2 กำรแปรร้ป เก็บรักษำ คูำขำย ฯลฯ
 ขั้นที่ 3 กำรสรูำงควำมร่วมมือกับแหล่งทุน
ธนำคำร และบริษท ั พลังงำน
• ตัวอย่างการบริหารทีด ่ ินตาม
แนวทางทฤษฎีใหม่

ส่วนที่ 3 บทสรุป

• ทฤษฎีใหม่ แนวทางการดำาเนิ นชีวิต
ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
- เศรษฐกิจพอเพียง ทฤษฎีจำกแนวพระรำชดำำริ
- ทฤษฎีใหม่ กระบวนกำรจัดกำรอย่ำงเป็ นร้ป
ธรรม
- ควำมเชื่อมโยงของทฤษฎีใหม่กับเศรษฐกิจพอ
เพียง
ส่วนที่ 1

- คำำนำำจำก ผู้บริหำร
- คำำนำำจำก สำำนักงำนพัฒนำชุมชนจังหวัดสระบุรี
- สำรบัญ

ส่วนที่ 2

• ทฤษฎีใหม่

ทฤษฎีใหม่คืออะไร?
“ทฤษฎีใหม่ เป็ นแนวพระราชดำาริในพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอย่่หัว ทีพ ่ ระราชทานเป็ นแนวคิด
แนวทางในการดำารงชีวิต โดยเป็ นแนวทางดำาเนิ นการ
ทีน่ ำาไปส่่ความสามารถในการพึง ่ ตนเองในระดับต่างๆ
อย่างเป็ นขัน้ เป็ นตอน บนพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง เพื่อลดความเสีย ่ งในการเปลีย
่ นแปลงของ
ปั จจัยต่างๆ และความผันแปรของธรรมชาติ1”
ทฤษฎีใหม่เป็ นระบบควำมคิดเกี่ยวกับกระบวนกำรพัฒนำ
ที่ไม่เคยมีผู้ใดคิดมำก่อน และแตกต่ำงจำกแนวคิด ทฤษฎีและ
วิธีกำรที่เคยมีมำก่อนทั้งสิน ้ จึงไดูเรียกว่ำเป็ นทฤษฎีใหม่ซึ่งมี
มำกกว่ำ 30 ทฤษฎี อำทิ ทฤษฎีกำรจัดกำรควำมแหูงแลูง
ดูวยกำรทำำฝนเทียม ซึ่งไม่เคยมีมำก่อน ทฤษฎีกำรจัดกำรนำ้ำ
ดูวยกำรสรูำงฝำยชุ่มชื้น เป็ นลักษณะฝำยขนำดเล็ก กักนำ้ำ
และควำมชื้นใหูกระจำยตัวในผืนดิน สรูำงควำมชุ่มชื้นแก่ป่ำ
แตกต่ำงจำกทฤษฎีกำรจัดกำรนำ้ำในอดีตซึ่งใชูกำรกั้นเขื่อน
ขนำดใหญ่เป็ นหลัก หรือทฤษฎีกำรจัดกำรนำ้ำท่วมดูวยกำรทำำ
แกูมลิง เพื่อกักเก็บนำ้ำซึ่งไม่เคยมีใครคิดมำก่อนเหล่ำนี้ ลูวน
แต่เป็ นทฤษฎีใหม่ท้ังสิ้น และสำมำรถนำำมำใชูร่วมกัน เพื่อนำำ
ไปส่้เปู ำหมำยคือ ควำมสำมำรถในกำรพึ่งตนเองไดู พออย่้
พอกิน พอใชู และกูำวต่อไปส่้กำรร่วมมือกันจัดกำร
ทรัพยำกรธรรมชำติ และกำรสรูำงเครือข่ำยควำมร่วมมือ
1
จากหนั งสือ ทฤษฎีใหม่ หลักการพึ่งตนเองที่ยัง่ ยืน ของสำานั กงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อการ
ประสานงานโครงการอันเนื่ องมาจากพระราชดำาริ (กปร.)
อย่ำงเป็ นขั้นเป็ นตอน หรืออำจเรียกว่ำ จำกขั้นพื้นฐำนส่้ข้ัน
กูำวหนูำก็ไดู
ส่วน “ทฤษฎีใหม่” ในควำมหมำยที่ใชูในหนังสือเล่มนี้
หมำยถึง ทฤษฎีใหม่ดูำนกำรบริหำรที่ดินจำำนวนนูอย ซึ่งเป็ น
หนึ่ งในพระรำชดำำริของพระบำทสมเด็จพระเจูำอย่้หัวภ้มิพล
อดุลยเดช เกี่ยวกับกำรทำำกำรเกษตรบนที่ดินจำำนวนนูอย
โดยมีเปู ำหมำยเพื่อกำรอย่้อำศัยและกำรดำำเนิ นชีวิตอย่ำง
มั่นคง ยั่งยืน ซึ่งเป็ นกำรคิดบนหลักกำรใหม่แตกต่ำงจำก
แนวทำงกำรทำำกำรเกษตรอุตสำหกรรม ที่มุ่งผลิตผลผลิตใน
ปริมำณมำกเพื่อกำรคูำขำยเป็ นหลัก
พระบำทสมเด็จพระเจูำอย่้หัว ทรงใหูควำมสำำคัญกับ
กำรพัฒนำกำรเกษตรเป็ นอย่ำงยิ่ง ในช่วงแรกนั้นพระองค์
ทรงใชูพ้ ืนที่บริเวณวังสวนจิตรลดำรโหฐำนเป็ นสถำน
ที่ทำำกำรศึกษำ คูนควูำ ทดลอง จำกนั้นไดูขยำยไปยัง
โครงกำรอันเนื่ องมำจำกพระรำชดำำริตำมจังหวัดต่ำงๆ
ปั จจุบันมีมำกกว่ำ 3,000 โครงกำร โดยโครงกำรสำำคัญ
โครงกำรหนึ่ งตั้งอย่้ ณ วัดมงคลชัยพัฒนำ ตำำบลหูวยบง
อำำเภอเฉลิมพระเกียรติ ์ ในจังหวัดสระบุรี ซึ่งถือเป็ นพื้นที่แรก
ที่ไดูนำำ “ทฤษฎีใหม่” ส่ก
้ ำรปฏิบัติอย่ำงเป็ นร้ปธรรม จน
ประสบควำมสำำเร็จเป็ นตูนแบบของกำรทำำเกษตรทฤษฎีใหม่
ทั่วประเทศ

o หัวใจสำาคัญของทฤษฎีใหม่

“…ทฤษฎีใหม่ ยืดหย่่นได้
และต้องยืดหย่่นเหมือนชีวิตของเราท่กคนต้องมี
ยืดหย่่น…”

พระรำชดำำรัสในพระบำทสมเด็จพระเจูำอย่้หัว
ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทรำบรมรำชชนนี จังหวัด
เพชรบุรี
เมื่อวันที่ 14 กรกฏำคม 25412
2
จากหนั งสือ ทฤษฎีใหม่ หลักการพึ่งตนเองที่ยัง่ ยืน ของสำานั กงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อการ
ประสานงานโครงการอันเนื่ องมาจากพระราชดำาริ (กปร.)
แนวพระรำชดำำริเมื่อวันที่ 5 และ 15 มีนำคม 2537
พระบำทสมเด็จพระเจูำอย่้หัวทรงชี้ใหูเห็นว่ำ อำชีพของคน
ส่วนใหญ่ของประเทศ คือ กำรเกษตรกรรม โดยส่วนใหญ่แลูว
เป็ นเกษตรกรรำยย่อย มีสมำชิกครอบครัวเฉลี่ยประมำณ
ครอบครัวละ 5-6 คน ส่วนใหญ่มีฐำนะค่อนขูำงยำกจน มีท่ีดิน
ทำำกินนูอย หรือบำงรำยไม่มีท่ีดินทำำกินเลย
พระบำทสมเด็จพระเจูำอย่้หัวทรงพระรำชทำน “ทฤษฎี
ใหม่” เพื่อเป็ นแนวทำงแกูไขปั ญหำ โดยประยุกต์ใชูเศรษฐกิจ
พอเพียงเขูำกับกำรทำำกำรเกษตรอย่ำงเป็ นร้ปธรรมโดยเริ่ม
จำกกำรศึกษำขูอม้ลจนพบว่ำ เกษตรกรไทยส่วนใหญ่มีพ้ ืนที่
เฉลี่ยอย่้ประมำณครอบครัวละ 10-15 ไร่ จึงทรงคิดคำำนวณ
จำำแนกกำรใชูพ้ ืนทีดินเพื่อกำรดำำเนิ นชีวิต โดยมีเปู ำหมำย
หลัก คือ ทำำอย่ำงไรใหูมีขูำวปลำอำหำรเพียงพอตลอดปี จำก
ผืนดิน เพื่อที่จะไดูประหยัดค่ำใชูจ่ำยที่ตูองจ่ำยไปกับค่ำ
อำหำร และของกินของใชูต่ำงๆ เพื่อใหูมีรำยไดูเหลือพอ
สำำหรับจับจ่ำยใชูสอยในสิ่งที่จำำเป็ นสำำหรับชีวิต นอกจำกนั้น
ยังมีควำมมั่นคงในที่อย่้อำศัย เมื่อมีควำมมั่นคงในชีวิต ก็
ดำำเนิ นชีวิตดูวยควำมรัก ควำมสำมัคคีและเอื้ออำทรกัน
จำกนั้นจึงทรงพระรำชทำนดำำริใหูทดลอง “ทฤษฎีใหม่”
ขึ้นครั้งแรกที่ วัดมงคลชัยพัฒนำ เมื่อปี พ.ศ.2532 โดย
พระรำชทำนทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อซื้อที่ดินจำำนวน 15
ไร่ ใกลูวัดมงคลชัยพัฒนำ ทดลองทำำทฤษฎีใหม่ จำกนั้นขยำย
โครงกำรไปยังที่อ่ ืนๆ อีก เช่นที่อำำเภอเขำวง จังหวัดกำฬสินธ์ุ
และภำยหลังไดูทรงสรุปแนวคิด เป็ นวิธีกำรดำำเนิ นงำน
“ทฤษฎีใหม่” 3 ขั้นตอน ดังนี้
- ขัน
้ ตอนที่ 1 การผลิตเพื่อพออย่่ พอกิน และพึง

ตนเองได้
ทำำอย่ำงไรใหู พออย่่ พอกิน พึง
่ ตนเองได้ ?
คำำตอบ คือ ทำำอย่ำงไรใหูผืนดินที่มีอย่้ใชูประโยชน์ไดู
อย่ำงเต็มที่ เพื่อกำรพออย่้ (ที่อย่้อำศัย) พอกิน (อำหำร) พึ่ง
ตนเองไดู (อำชีพที่ม่ันคง) จึงตูองมีกำรแบ่งพื้นที่ออกเป็ น
ส่วนๆ และใชูพ้ ืนที่ใหูเกิดประโยชน์ส้งสุด โดยแบ่งพื้นที่ออก
เป็ นส่วนๆ ดังนี้
ส่วนที่ 1 พื้นที่รูอยละ 30 ขุดบ่อนำ้ำ ปล้กพืชนำ้ำ
เช่น ผักบูุง ผักกระเฉด ทำำเลูำสัตว์บนสระนำ้ำ
ส่วนที่ 2 พื้นที่รูอยละ 30 ทำำนำ
ส่วนที่ 3 พื้นที่รูอยละ 30 ปล้กพืชไร่ พืชสวน ไมู
ผล ไมูยืนตูน ไมูใชูสอย
ส่วนที่ 4 พื้นที่รูอยละ 10 บูำนพัก โรงเรือน โรง
เพำะเห็ด ผักสวนครัว ไมูประดับ กองฟำง กองปุ ุย
หมัก

- ขัน
้ ตอนที่ 2 การรวมพลังหรือร่วมแรงกันในร่ป
กลุ่มหรือสหกรณ์
ทำำอย่ำงไรใหูเข้มแข็ง
คำาตอบ คือ กำรรวมกลุ่มกัน เพื่อเป็ นกำรสรูำงควำมเขูม
แข็งโดยแปรพลังเกษตรกรส่ก ้ ำรสรูำงควำมเขูมแข็งและ
ยั่งยืนใหูกับชุมชน ในดูำนต่ำงๆ ดังนี้
1. การผลิต : กำรเตรียมดิน กำรจัดกำรแหล่งนำ้ำ พันธ์ุ
พืช ปุ ุย และปั จจัยกำรผลิตอื่นๆ
2. การตลาด : กำรเตรียมลำนตำกขูำว กำรจัดหำยูุง
ฉำง เครื่องสีขูำว กำรรวมกลุ่มกันขำยผลิตผลทำงกำร
เกษตร
3. การเป็ นอย่่ : กำรด้แลชีวิตควำมเป็ นอย่้ของคนใน
ชุมชนร่วมกัน เช่น อำหำร เครื่องน่ ุงห่ม ยำรักษำโรค
ดูวยกำรเผื่อแผ่ แบ่งปั นระหว่ำงคนในชุมชนหรือกำร
ตั้งรูำนคูำสหกรณ์ชุมชน
4. สวัสดิการ : กำรจัดกำรดูำนสำธำรณสุขของชุมชน
ดูวยกำรร่วมมือกันจัดหำบริกำรสวัสดิกำรสังคมพื้น
ฐำนสำำหรับชุมชน เช่น สถำนบริกำรสำธำรณสุขชุมชน
บริกำรดูำนสุขอนำมัย หรือกำรตั้งกองทุนกู้ยืมเพื่อกำร
ทำำกิจกรรมต่ำงๆ ของชุมชน
5. การศึกษา : ชุมชนรวมตัวกันสรูำงควำมเขูมแข็งดูำน
กำรศึกษำ โดยมีบทบำทดูำนกำรส่งเสริมกำรศึกษำ
ชุมชน กำรสิบทอดภ้มิปัญญำทูองถิ่น
6. สังคมและศาสนา : มีกำรสืบทอดทำงวัฒนธรรม
กำรส่งต่อประเพณี และกำรสืบทอดศำสนำ กำรปล้ก
ฝั งคุณธรรมจริยธรรมใหูกับคนในชุมชน

1. ขัน
้ ตอนที่ 3 การติดต่อประสานเพื่อหา
แหล่งทุนหรือแหล่งเงิน
ทำำอย่ำงไรใหูยัง่ ยืน
คำาตอบ คือ กำรประสำนควำมร่วมมือไปยังบริษท ั เอกชน
แหล่งทุน และบริษท ั ดูำนพลังงำน เพื่อกูำวเขูำส่้ข้ันที่ 3 ของ
กำรพึ่งตนเอง โดยกำรขอรับกำรสนับสนุนดูำนเงินทุนจำก
ธนำคำร บริษท ั หูำงรูำน หรือหน่ วยงำนเอกชน ใหูควำม
สำำคัญกับกำรไดูประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่ ำย เช่น บริษท ั หูำง
รูำน ไดูซ้ ือขูำว และผลผลิตทำงกำรเกษตรรำคำถ้กจำก
เกษตรกรโดยตรง แลกเปลี่ยนกับกำรใหูพ้ ืนที่ในกำรจำำหน่ ำย
สินคูำ

โดยรำยละเอียดของแต่ละขั้นตอน เมื่อนำำไปปฏิบัติจริงจะ
ทำำไดูอย่ำงไร จะไดูกล่ำวถึงต่อไป

ล้อมกรอบ
ทฤษฎีใหม่ : ทำาไมใหม่
1. มีกำรบริหำรและจัดแบ่งที่ดินเล็กออกเป็ นสัดส่วนที่
ชัดเจน เพื่อประโยชน์ส้งสุดของเกษตรกร ซึ่งไม่เคยมี
ใครคิดมำก่อน
2. มีกำรคำำนวณโดยหลักวิชำกำร เกี่ยวกับปริมำณนำ้ำที่จะ
กักเก็บใหูพอเพียงต่อกำรเพำะปล้กไดูอย่ำงเหมำะสม
ตลอดปี
3. มีกำรวำงแผนที่สมบ้รณ์แบบ สำำหรับเกษตรกรรำยย่อย
โดยมีถึง 3 ขั้นตอน
ปิดล้อมกรอบ
o ความแตกต่างของทฤษฎีเก่ากับทฤษฎีใหม่
ทฤษฎีใหม่ในพระรำชดำำริของพระบำทสมเด็จ
พระเจูำอย่้หัว นอกจำกจะเป็ นกำรบริหำรจัดกำรพื้นที่จำำนวน
นูอยแลูว สำำคัญกว่ำนั้นคือ เป็ น “แนวทำงในกำรดำำเนิ นชีวิต”
เพื่อนำำไปส่้กำรพึ่งตนเองไดู ซึ่งเป็ นควำมแตกต่ำงที่สำำคัญ
ของทฤษฎีใหม่ นอกจำกนั้นยังมีควำมแตกต่ำงในกำรจัดกำร
ดูำนต่ำงๆ ดังนี้

ทฤษฎีเก่า ทฤษฎีใหม่

การจัดการพื้นที่ เกษตรเชิงเดี่ยว ปล้ก
พืชชนิ ดเดียว แบ่งพื้นที่ 30 : 30 : 30 : 10
เต็มพื้นที่

การจัดการดิน ทำำนำแบบขั้นบันได ลด
กำรชะลูำงหนูำดิน ทำำนำแบบขั้นบันได ลด
กำรชะลูำงหนูำดิน
ปล้กแฝกยึดหนูำดิน ลด
กำรพังทลำย
ปล้กแฝกรอบโคนตูนไมูช่วยกัก
เก็บนำ้ำในดิน

การจัดการนำ้ า ระบบเขื่อนกักเก็บนำ้ำ
และปล่อยนำ้ำ ขุดสระโดยกำรคำำนวณปริมำณนำ้ำ
ตำมระบบชลประทำน ใหูเพียงพอต่อกำรทำำ
นำ ทำำสวน
จัดหำแหล่งนำ้ำเสริมโดย
กำรใชูทฤษฎี
อ่ำงใหญ่เติมอ่ำงเล็ก

อาหาร ขำยผลผลิตเพื่อนำำเงินไปซื้ออำหำร ปล้กขูำวพอกิน
ในครัวเรือน
ปล้กผักสวนครัว พืชนำ้ำ
ปล้กผลไมู
เลี้ยงปลำ เลี้ยงไก่ พึ่ง
ตนเองไดูดูำนอำหำร

ทีอ
่ ย่่อาศัย ขำยผลผลิตเพื่อนำำเงินไปสรูำงบูำน ปล้กไมูเพื่อสรูำง
บูำน ทำำเฟอร์นิเจอร์
และเครื่องเรือน

ทฤษฎีเก่า ทฤษฎีใหม่

เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ขำยผลผลิตเพื่อนำำเงิน
ไปซื้อเสื้อผูำ ลดค่ำใชูจ่ำยดูำนอำหำร พอมีเหลือ
ข้าวของทีจ ่ ำาเป็น ขัดสน เมื่อรำคำ
ผลผลิตตก หรือ เพื่อจับจ่ำยใชูสอยใน
สิ่งที่จำำเป็ น
ไดูรับควำมเสียหำยจำกภัยธรรมชำติ พึ่งตนเองไดูแมู
มีภัยธรรมชำติ

ยารักษาโรค เจ็บป่ วยจำกเกษตรเชิงเดี่ยว พึ่งตนเองดูวยปุ ุย
ชีวภำพ
กำรใชูยำฆ่ำแมลง และสำรเคมี ลดกำรใชูเคมี ใชูธรรมชำติสู้
ธรรมชำติ
ภ้มิปัญญำชำวบูำน
สมุนไพรตูำนโรค

พึ่งพำรำคำตลำด ขัน
้ ที่ 1 พอกิน
พึ่งพ่อคูำคนกลำง พออย่่
แลกผลิตผลเป็ น ปล้กของที่กิน กิน
เงินเพื่อซื้อ ของที่ปล้ก
สินคูำ/อำหำร พึ่งตนเองไดู
ขัน
้ ที่ 2 รวมกล่ม

ในร่ปสหกรณ์
ขำยที่ดินทำำกิน ร่ร่วมมือกันดูำนกำร
ทิ้งแผ่นดินเกิด ผลิต กำรตลำด
เดินทำงเขูำ ด้แลชควำมเป็ นอย่้
ทำำงำนในเมือง กำรศึกษำ
สำธำรณสุข สังคม
ศำสนำ

ขัน
้ ที่ 3 ประสาน
ปั ญหำครอบครัว ปั ญหำคุณภำพชีวิต แหล่งทุน
ควำมยำกจน กูำวส่้ข้ันพัฒนำ
ปั ญหำสังคม วิกฤตกำรณ์ควำมขัดแยูง ร่วมกลุ่มกำรคูำ
ชุมชนแออัด ทรัพยำกรธรรมชำติ พัฒนำอำชีพและ
คุณภำพชีวต ิ

ครอบครัวอย่้ร่วมกัน สรูำงงำน สรูำง
รำยไดู มีอำชีพเสริม
แกูปัญหำควำมยำกจน อย่้อย่ำงพอ
เพียง
ฟื้ นฟ้ทรัพยำกรธรรมชำติ ดิน นำ้ำ ป่ ำ

• จากทฤษฎีใหม่ ส่่การปฏิบัติ

ทฤษฎีใหม่ มีเปู ำหมำยขั้นตูน คือ พึ่งตนเองใหูไดู และ
กูำวส่้ควำมเขูมแข็งดูวยกำรรวมกลุ่ม
ชุมชน สรูำงควำมร่วมมือในร้ปแบบของ
สหกรณ์ เพื่อด้แลกันและกันในชุมชน
สืบทอดภ้มิปัญญำทูองถิ่น โดยมีศำสนำ อย่าติด
เป็ นศ้นย์กลำง ก่อนขยำยส่้ข้ันที่สำม คือ ตำารา
กำรต่อยอดควำมยั่งยืนในร้ปของกำรเชื่อมโยงแหล่งทุน
ภำยนอก และบริษท ั พลังงำนเพื่อขยำยร้ปแบบกำรผลิตส่้
วิสำหกิจชุมชนดูวยกำรสนับสนุนของธนำคำร และบริษท ั หูำง
รูำน หน่ วยงำนต่ำงๆ ในพื้นที่ เป็ นกำรสรูำงควำมยั่งยืนใน
ระยะยำว

แมูจำกทฤษฎีจะด้เหมือนว่ำสำมำรถดำำเนิ นกำรไดูเป็ นขั้น
เป็ นตอน และน่ ำจะสำำเร็จไดูโดยง่ำย แต่กำรจะนำำ 3 ขั้นตอน
ของทฤษฎีใหม่ ไปปฏิบัติใหูสำำเร็จนั้นมีส่ิงที่ตูองคำำนึ งถึงหลำย
ประกำร และที่สำำคัญตูองไม่ลืมเรื่องของ “ควำมยืดหยุ่น” ซึ่ง
พระบำทสมเด็จพระเจูำอย่้หัวไดูทรงกล่ำวไวูบ่อยครั้งว่ำ
“อย่าติดตำารา” เหตุเพรำะสิ่งที่พระองค์ท่ำนทรงพระ
รำชดำำริน้ันเป็ น “ทฤษฎีใหม่” ย่อมยังไม่มีในตำำรำใดๆ และ
ดูวยควำมเป็ นทฤษฎีใหม่น้ี สิ่งต่ำงๆ ที่กำำหนดขึ้นก็เป็ นเพียง
“Tentative Formula” หรือส้ตรคร่ำวๆ เมื่อนำำไปปฏิบัติ
จำำเป็ นอย่ำงยิ่งที่จะตูองคำำนึ งถึงควำมเหมำะสมของสภำพ
พื้นที่และปั จจัยอื่นๆ ที่แตกต่ำงกันไปตำมแต่ละครอบครัวซึ่งมี
ควำมแตกต่ำงกันไปตำมภ้มส ิ ังคม

ขัน
้ ตอนที่ 1 การผลิตเพื่อพออย่่ พอกิน และพึง
่ ตนเอง
ได้

ขั้นที่ 1 ของทฤษฎีใหม่ มีหลักสำำคัญ พออย่่
คือ กำรผลิตเพื่อพออย่้ พอกิน และพึ่ง พอกิน
ตนเองไดู ดูวยกำรจัดกำร 3 อย่ำง คือ พึง
่ ตนเอง
1. กำรจัดกำรที่ดน
ิ ขนำดเล็กเพื่อใหูไดู
ได้
ประโยชน์ส้งสุดตำมทฤษฎีใหม่
2. กำรจัดกำรบริหำรแหล่งนำ้ำ
3. กำรจัดกำรดูำนกำรเกษตร เพื่อกำรพออย่้ พอกิน พึ่ง
ตนเองไดู
1. การจัดการทีด
่ ินขนาดเล็กเพื่อให้ได้ประโยชน์
ส่งสุดตามทฤษฎีใหม่
ส่วนที่ 1 พื้นที่รูอยละ 30 ขุดบ่อนำ้ำ ปล้กพืชนำ้ำ
เช่น ผักบูุง ผักกระเฉด ทำำเลูำสัตว์บนสระนำ้ำ
ส่วนที่ 2 พื้นที่รูอยละ 30 ทำำนำ
ส่วนที่ 3 พื้นที่รูอยละ 30 ปล้กพืชไร่ พืชสวน ไมู
ผล ไมูยืนตูน ไมูใชูสอย
ส่วนที่ 4 พื้นที่รูอยละ 10 บูำนพัก โรงเรือน โรง
เพำะเห็ด ผักสวนครัว ไมูประดับ กองฟำง กองปุ ุย
หมัก

จำกหลักกำรนี้ ลองแบ่งที่ดินตำมสัดส่วนดังที่กำำหนดไวู
ซึ่งตูองไม่ลืมว่ำหลักกำรนี้ เป็ นแต่เพียง “ส่ตรคร่าวๆ”
เท่ำนั้น ดังนั้นสำมำรถปรับเปลี่ยนไดูตำมสภำพพื้นที่ โดยมี
สิ่งที่ตูองคำำนึ งถึงที่สำำคัญ คือ

1. ผืนที่นำ ตูองผลิตขูำวไดูเพียงพอเลี้ยงสมำชิกใน
ครอบครัว (เหลือแลูวจึงขำย)
2. บ่อนำ้ำ ตูองสำมำรถกักเก็บนำ้ำไวูไดูเพียงพอใชูตลอดทั้งปี
ทั้งสำำหรับที่นำ ที่ไร่ สวน ผักสวนครัว และนำ้ำกิน นำ้ำใชู
ในครัวเรือน (หำกขุดสระไดูปริมำณนำ้ำไม่พอใชูท้ังปี
ตูองร่วมมือกันบริหำรจัดกำรแหล่งนำ้ำ โดยใชูระบบอ่ำง
ใหญ่เติมอ่ำงเล็ก อ่ำงเล็กเติมสระนำ้ำ)
3. กำรจัดกำรดูำนกำรเกษตร เพื่อกำรพออย่้ พอกิน มีเปู ำ
หมำยเพื่อใหูพึ่งตนเองไดูโดยเลือกใหูเหมำะสมกับสภำพ
พื้นที่ ปริมำณนำ้ำ ควำมชำำนำญ และร้ปแบบของกำรใชู
ชีวิต
4. ทฤษฎีใหม่ เป็ นแนวทำงกำรดำำเนิ นชีวิตตำมแนวทำง
เศรษฐกิจพอเพียง มีเปู ำหมำยเพื่อใหูเกษตรกรสำมำรถ
เลี้ยงตัวเองไดูในระดับที่ประหยัดก่อน โดยอำศัยควำม
ร่วมมือร่วมใจ และควำมสำมัคคีของคนในชุมชน ช่วย
เหลือกันและกัน เพื่อ “ลดรำยจ่ำย” ใหูไดูมำกที่สุด ซึ่ง
จะนำำไปส่้กำรพึ่งตนเองไดูแบบ พออย่้ พอกิน พอใชู

ตัวอย่างการแบ่งพื้นที่ สำาหรับทีด
่ ินจำานวน 15 ไร่
บูำน นำยแสนยำ พื้นที่ 15 ไร่ จ.น่ ำน มีฝนตกปำนกลำง
ห่ำงไกลระบบชลประทำน

ทำำนำ พื้นที่เฉลี่ย ขุดสระนำ้ำ พื้นที่เฉลี่ย
ประมำณ 5 ไร่ ประมำณ 4 ไร่
ผลิตขูำวใหูเพียงพอทั้ง ขุดสระลึก 4 เมตร
ครอบครัว ทั้งปี เหลือจึง หรือพิจำรณำตำม
ขำยโดยกำรรวมกลุ่ม ลักษณะพื้นที่ เพื่อใหูมี
สหกรณ์ นำ้ำในปริมำณเพียงพอ
ต่อกำรใชูท้ังปี จำกนั้น
พื้นทีส
่ วน 4 ไร่ ปล้กผลไมู
ปล้กไมูยนื ตูน ไมูใชูสอย พื้นที่ 2 ไร่ สรูำง
สมุนไพร ปล้กป่ ำ 3 อย่ำง บูำน โรงเรือน
ประโยชน์ 4 อย่ำง เพื่อทำำฟื น โรงเห็ด ผักสวน
สรูำงบูำน บนพื้นที่ตำมคันนำ ครัว ไมูดอก ไมู
ประดับ สรูำงรำย

ตัวอย่างการแบ่งพื้นที่ สำาหรับทีด
่ ินจำานวน 15 ไร่
(พื้นทีม
่ ีฝนตกบ่อย)
บูำน นำยเหมือง พื้นที่ 15 ไร่ จ.ชุมพร มีฝนตกตลอดปี

ทำำนำ พื้นที่ 5 ไร่ ขุดสระนำ้ำ พื้นที่
ผลิตขูำวพอกินทั้ง 3 ไร่
ครอบครัว ทั้งปี ขุดสระลึก 4
เมตร
มีน้ ำำในปริมำณ
เพียงพอต่อกำร
ใชูท้ังปี
พื้นทีส
่ วน 5 ไร่ ปล้กผลไมู
ปล้กไมูยนื ตูน ไมูใชูสอย พื้นที่ 2 ไร่ สรูำง
สมุนไพร ปล้กป่ ำ 3 อย่ำง บูำน โรงเรือน
ประโยชน์ 4 อย่ำง เพื่อทำำฟื น โรงเห็ด ผักสวน
สรูำงบูำน บนพื้นที่ตำมคันนำ ครัว ไมูดอก ไมู
ประดับ สรูำงรำย

จะเห็นไดูว่ำ กำรจัดกำรแบ่งพื้นที่สำำหรับเป็ น ผืนนำ
แหล่งนำ้ำ ปล้กผลไมู ทำำสวน ปล้กป่ ำ 3 อย่ำง ประโยชน์ 4
อย่ำง สำมำรถปรับเปลี่ยนและยืดหย่น ุ ไดูตำมควำมเหมำะสม
ของพื้นที่ โดยเฉพำะอย่ำงยิง “ปริมำณนำ้ำฝน” และสภำพแวด
ลูอมอื่นๆ ดังตัวอย่ำง บูำนนำยแสนยำ และบูำนนำยเหมือง
ซึ่งอย่้กันคนละภำค คนหนึ่ งอย่ภ้ ำคเหนื อ คนหนึ่ งอย่ภ้ ำคใตู
ปริมำณนำ้ำฝนย่อมไม่เท่ำกัน ดังนั้นควำมจำำเป็ นในกำรกัก
เก็บนำ้ำไวูใชูจึงต่ำงกันตำมไปดูวย
ครำวนี้ หำกมำพิจำรณำถึงสภำพพื้นที่ในจังหวัดสระบุรี
แมูว่ำควำมแตกต่ำงของปริมำณนำ้ำฝนในธรรมชำติจะนูอย สิ่ง
ที่ตูองคำำนึ งถึง คือ ระบบชลประทำน และกำรจัดกำรนำ้ำของ
ชุมชน เช่น มีอ่ำงนำ้ำขนำดเล็กรับนำ้ำจำกเขื่อนป่ ำสักชลสิทธิ ์
หรือไม่ (ตำมระบบ อ่ำงใหญ่เติมอ่ำงเล็ก อ่ำงเล็กเติมสระนำ้ำ)

หลักการคำานวณพื้นที่
• พื้นที่นำ 5 ไร่
พื้นที่รูอยละ 30 หรือประมำณ 5 ไร่ ใชูทำำนำเพื่อปล้กขูำว
ไวูกินในครัวเรือน โดยพระบำทสมเด็จพระเจูำอย่้หัว ทรง
คำำนวณว่ำ คนไทยกินขูำวเฉลี่ยคนละ 200 กิโลกรัมต่อปี
ถูำครอบครัวหนึ่ งมีสมำชิก 5-6 คน จะกินขูำวเฉลี่ย
ประมำณ 1.200 กิโลกรัมต่อปี ดังนั้น จะตูองปล้กขูำวเพื่อ
นำำไปสีใหูไดูขูำวสำร 1,200 กิโลกรัม คือ ผลผลิตขูำว
เปลือกประมำณ 1,462.5 กิโลกรัมต่อปี หรือเฉลี่ย 325
กิโลกรัมต่อไร่ หรือประมำณ 21 ถังต่อไร่
ดังนั้น ถูำปล้กขูำวในพื้นที่ 5 ไร่ โดยกำรตัดเลือกพันธ์ุ
ขูำว และมีเทคโนโลยีท่ีเหมำะสม น่ ำจะไดูขูำวในปริมำณที่
พอเพียงต่อกำรเลี้ยงทั้งครอบครัว (21 ถัง/ไร่/ปี ) และอำจ
มีเหลือพอขำยไดู

ล้อมกรอบ
แรงดลพระรำชหฤทัยในเรื่องนี้ เกิดจำกที่พระบำทสมเด็จ
พระเจูำอย่้หัวเสด็จพระรำชดำำเนิ นทรงเยี่ยมรำษฎรในภำค
อีสำน บริเวณพื้นที่บูำนกุตตอแก่น ตำำบลกุตสิมคูุมใหญ่
อำำเภอเขำวง จังหวัดกำฬสินธิ ์ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกำยน
พ.ศ.2535 ซึ่งทรงมีพระมหำกรุณำธิคุณพระรำชทำนพระรำช
ดำำรัสแก่บรรดำคณะบุคคลต่ำงๆ ที่เขูำเฝู ำฯ ถวำยพระพร
ชัยมงคลในวโรกำสเฉลิมพระชนมพรรษำ วันที่ 4 ธันวำคม
2535 ณ ศำลำดุสิดำลัย สวนจิตรดำ พระรำชวังดุสิต ว่ำ
“...ถามชาวบ้านที่อยู่น่น ั วูาเป็ นอยูางไรบ้างปี นี้ เขาบอกวูา
เก็บข้าวได้แล้วข้าวก็อยู่ตรงนั้นกองไว้เราก็ไปด่ข้าว ข้าวนั้นมี
รวงจริงแตูไมูมเี มล็ดหรือรวงหนึ่งมีซักสองสามเมล็ด ก็
หมายความวูา 1 ไรู คงได้ข้าวประมาณซักถังเดียวหรือไมูถึง
ถังตูอไรู ่เขาทำาไมเป็ นอยูางนี้ เขาบอวูาเพราะไมูมีฝนเขา
ปล่กกล้าไว้แล้วเมื่อขึ้นมาก็ปักดำา ปั กดำาไมูได้เพราะวูาไมูมีน้ าำ
ก็ปักในทรายทำาร่ ในทรายแล้วก็ปักลงไป เมื่อปั กแล้วตอน
กลางวันก็เฉามันงอลงไป แตูตอนกลางคืนก็ต้ังตัวตรงขึ้นมา
เพราะมีน้ า ำ ค้าง และในที่สุด ก็ได้รวงแตูไมูมีข้าว ข้าวเทูาไร
อันนี้เป็ นบทเรียนที่ด.ี ..แสดงให้เห็นวูาข้าวนี้เป็ นพืชแข็งแกรูง
มากขอให้ได้มีน้ า ำ ค้างก็พอ แม้จะเป็ น ข้าวธรรมดา ไมูใชูข้าว
ไรู ถ้าหากวูาเราชูวยเขาเล็กน้อยก็สามารถที่จะได้ข้าวมาก
ขึ้นหนูอยพอที่จะกิน ฉะนั้นโครงการ ที่จะทำามิใชูต้องทำา
โครงการใหญูโตมากจะได้ผล ทำาเล็กๆก็ได้ จึงเกิดความคิด
ขึ้นมาวูาในที่เชูนนั้นฝนตกดีพอสมควร แตูลงมาไมูถ่กระยะ
เวลา...ฝนก็ทิ้งชูวง...”
จำกพระรำชดำำรัสขูำงตูนแสดงใหูเห็นถึงกำรที่ทรงรวบรวม
ขูอม้ลเบื้องตูนจำกปั ญหำขูอเท็จจริงแลูวทรงวิเครำะห์เป็ น
แนวคิดทฤษฏีว่ำ
“...วิธีการแก้ไขก็คือต้องเก็บนำ้าฝนที่ตกลงมา ก็เกิดความคิด
วูาอยากทดลองด่สัก 10 ไรู ในที่อยูางนั้น 3 ไรู จะเป็ นบูอนำ้า
คือเก็บนำ้าฝนแล้ว ถ้าจะต้องบุด้วยพลาสติกก็บุด้วยพลาสติก
ทดลองด่แล้ว อีก 6 ทำาไรูทำาเป็ นที่นา สูวนไรูท่ีเหลือก็เป็ น
บริการหมายถึงทางเดินหรือกระต๊อบหรืออะไรก็ได้แล้วแตู
หมายความวูา นำ้า 30 % ที่ทำานา 60 % ก็เชื่อวูาถ้าเก็บนำ้าไว้
ได้จากเดิมที่ เก็บเกี่ยวข้าวได้ไรูละ ประมาณ 1-2 ถัง ถ้ามีน้ า

เล็กน้อยอยูางนั้นก็ควรจะเก็บเกี่ยวข้าวได้ไรูละประมาณ 10
-20 ถังหรือมากกวูา ”

ปิดล้อมกรอบ

• พื้นทีส
่ ระนำ้า 3-4 ไร่ ลึก 4 เมตร (ตาม
ปริมาณนำ้าฝน และระบบชลประทาน)
หลักกำรสำำคัญ คือ ตูองมีน้ ำำในปริมำณที่เพียงพอต่อกำร
เพำะปล้กและสำำรองไวูใชูสำำหรับกำรบริโภคตลอดทั้งปี โดย
พระบำทสมเด็จพระเจูำอย่้หัวไดูพระรำชทำนะพระรำชดำำริ
ดังนี้ “ใหูขุดสระนำ้ำในพื้นที่ประมำณ 3 ไร่ ลึก 4 เมตร เพื่อ
เก็บนำ้ำในฤด้ฝนเสมือนเป็ นโอ่งนำ้ำขนำดใหญ่ ควำมจุประมำณ
19,000 ล้กบำศก์เมตร โดยแต่ละปี เกษตรกรมีควำมตูองกำร
ใชูน้ ำำประมำณ 10,000 ล้กบำศก์เมตรต่อครัวเรือน หรือตูอง
มีน้ ำำ 1,000 ล้กบำศก์เมตร ต่อกำรเพำะปล้ก 1 ไร่ โดย
ประมำณ ซึ่งแยกเป็ นกำรใชูน้ ำำทำำนำ 5 ไร่ ประมำณ 5,000
ล้กบำศก์เมตร และใชูปล้กพืชไร่ ไมูผลหรือพืชผัก สมุนไพร
ประมำณ 5,000 ล้กบำศ์กเมตร อย่ำงไรก็ตำมในวันหนึ่ งๆ
นำ้ำในสระจะระเหยและลดลงวันละประมำณ 1 เซนติเมตร ซึ่ง
ใน 1 รอบปี มี 365 วัน คำดว่ำนำ้ำในสระจะระเหยเฉลี่ย
ประมำณ 200 วันต่อปี ทำำใหูระดับนำ้ำในสระลดลงประมำณ
3 เมตรต่อปี จึงเหลือนำ้ำเพื่อใชูประมำณ 4,750 ล้กบำศก์
เมตรต่อครัวเรือนต่อปี จึงจำำเป็ นตูองหำนำ้ำมำเติมในสระใหู
เพียงพอ”

ทำำนำ 5 ไร่ สระนำ้ำ 3 ไร่ X 4
ใชูน้ ำำไร่ละ 1,000 ลบ.ม. เมตร
ปี ละ 5,000 ลบ.ม. จุน้ ำำไดู 19,000
ลบ.ม.
เพียงพอใชูตลอด
ทั้งปี
(ปี หนึ่ งใชู
พื้นทีส ่ วน 5 ไร่
ใชูน้ ำำไร่ละ 1,000 ลบ.ม. บูำน ที่อย่้อำศัย
ปี ละ 5,000 ลบ.ม. ครัวเรือน และผัก
สวนครัว 2 ไร่
บ่อลึก 4 เมตร นำ้ำเต็มบ่อเก็บไดู 19,000
ล้กบำศก์เมตร ควรจะพอใชูท้ังปี (ถูำนำ้ำ
ไม่ระเหย)

บ่อลึก 4 เมตร นำ้ำเต็มบ่อเก็บไดู 19,000
ล้กบำศก์เมตร
นำ้ำระเหยวันละ 1 ซม. ปี หนึ่ งฝนไม่ตก 300
วัน นำ้ำลดลงไป 300 ซม. = 3 เมตร เหลือ
นำ้ำปริมำณ ¼ ของบ่อ = 4,750 ล้กบำศก์

พระบำทสมเด็จพระเจูำอย่้หัวไดูคำำนวณโดยละเอียดถึง
ปริมำณนำ้ำที่กักเก็บไดูกับพื้นที่ทำำกำรเกษตรที่น้ ำำนั้นจะเพียง
พอใชู ส่วนพื้นที่กำรเกษตรส่วนที่เหลือนั้นพระองค์ทรงใชูคำำ
ว่ำ “จะตูองอำศัยเทวดำเลี้ยง” กระนั้นก็ตำมพระองค์ท่ำนยัง
ไดูทรงพระรำชทำนแนวทำงแกูไข โดยพระรำชดำำริใหูดำำเนิ น
งำนในลักษณะ “อ่ำงใหญ่เติมอ่ำงเล็ก อ่ำงเล็กเติมสระนำ้ำ”
ล้อมกรอบ
กำรขุดสระนำ้ำใหูเหมำะสมกับพื้นที่ โดยพิจำรณำจำก
- ถูำเป็ นพื้นที่ทำำกำรเกษตรอำศัยนำ้ำฝน สระนำ้ำควรมี
ลักษณะปู องกันไม่ใหูน้ ำำระเหยมำกเกินไป เพื่อที่จะ
เก็บนำ้ำไวูใชูไดูตลอดทั้งปี
- ถูำเป็ นพื้นที่ทำำกำรเกษตรในเขตชลประทำน สระนั้น
อำจมีลักษณะลึก หรือตื้น และแคบหรือกวูำงก็ไดู โดย
พิจำรณำตำมควำมเหมำะสม เพรำะสำมำรถมีน้ ำำมำ
เติมไดูเรื่อยๆ

ปิดล้อมกรอบ

2. การจัดการบริหารแหล่งนำ้า
กำรจัดกำรบริหำรแหล่งนำ้ำตำมแนวทำงพระรำชดำำริ ใชู
หลักกำร “อ่ำงใหญ่เติมอ่ำงเล็ก อ่ำงเล็กเติมสระนำ้ำ” ซึ่งเป็ น
หนึ่ งในทฤษฎีกำรจัดกำรนำ้ำร้ปแบบใหม่ท่ีพระองค์ท่ำนทรง
พระรำชดำำริขึ้น ซึ่งแตกต่ำงจำกระบบเดิมอย่ำงมำก อธิบำย
ไดู ดังภำพ

เขื่อน เขื่อน

อ่ำง อ่ำง
เล็ก เล็ก
ที่นำ ที่นำ

สระนำ้ำ

จำกภำพสระนำ้ำขนำดเล็ก คือ สระที่เกษตรกรขุดขึ้นตำม
ทฤษฎีใหม่ เมื่อเกิดช่วงขำดแคลนนำ้ำในฤด้แลูง เกษตรกร
สำมำรถส้บนำ้ำมำใชูประโยชน์ไดู และหำกนำ้ำในสระนำ้ำไม่
เพียงพอก็ขอรับนำ้ำจำกอ่ำงนำ้ำขนำดเล็กในระดับชุมชนไดู โดย
ตูองมีกำรจัดกำรวำงระบบส่งนำ้ำเชื่อมต่อท่อลงมำยังสระนำ้ำที่
ขุดไวูในไร่นำแต่ละแปลง
ดูวยระบบนี้ จะทำำใหูเกษตรกรมีน้ ำำใชูเพียงพอตลอดทั้งปี
เพรำะเมื่อนำ้ำในสระนำ้ำที่ขุดไวูในพื้นที่ของตนพร่อง ก็ยังไดูรับ
นำ้ำจำกระบบชลประทำนที่ใชูระบบอ่ำงใหญ่เติมอ่ำงเล็ก อ่ำง
เล็กเติมสระนำ้ำ หรือในบำงหม่้บูำน อำจเพิ่ม สระนำ้ำโครงกำร
เขูำไปอีกระดับขั้นหนึ่ ง เพื่อกักเก็บนำ้ำของชุมชนไวูท่ีส่วน
กลำง และส่งต่อไปยังสระนำ้ำ หรือบ่อนำ้ำในแต่ละบูำนเมื่อ
ขำดแคลน วิธีกักเก็บนำ้ำและเสริมนำ้ำร้ปแบบนี้ เป็ นวิธีกำรก
ระจำยนำ้ำ และกระจำยควำมชุ่มชื้นไปในพื้นที่กำรเกษตร
มำกกว่ำระบบเกษตรชลประทำนแบบดั้งเดิมกว่ำ 3-5 เท่ำ
เกษตรกรจะจัดกำรนำ้ำไดูมีประสิทธิภำพดีกว่ำ และเป็ นระบบ
ที่เหมำะสมกับพื้นที่ท่ีแหล่งนำ้ำชลประทำนหำยำกและมีจำำกัด
กำรมีสระเก็บนำ้ำเพื่อเกษตรกรไดูมีน้ ำำใชูอย่ำงสมำ่ำเสมอ
ตลอดทั้งปี เรียกว่ำ Regulator หมำยถึงกำรควบคุมใหูดี มี
ระบบนำ้ำหมุนเวียนใชูเพื่อกำรเกษตรตลอดเวลำอย่ำงต่อเนื่ อง
สระเก็บนำ้ำจะใชูเก็บกักนำ้ำในฤด้ฝนและจะใชูเสริมปล้กพืชใน
ฤด้แลูง รวมทั้งเลี้ยงปลำและสัตว์น้ ำำ โดยเกษตรกรควรทำำนำ
ในฤด้ฝน และเมื่อถึงฤด้แลูงหรือฝนทิ้งช่วง ก็ไม่ควรทำำนำ แต่
ควรใชูน้ ำำที่กก
ั เก็บไวูใหูเกิดประโยชน์ส้งสุด โดยกำรปล้กพืชที่
เหมำะสมตำมฤด้กำล เช่น หนูำฝนปล้กขูำว (ใชูน้ ำำมำก) หนูำ
แลูงปล้กถั่ว (ใชูน้ ำำนูอย) แต่หำกปี ใดที่น้ ำำฝนอุดมสมบ้รณ์ก็
สำมำรถนำำนำ้ำที่เหลือไปปล้กพืชที่มีรำคำดีในฤด้แลูงเพิ่มเติม
ไดูอีก
อย่ำงไรก็ตำม ระบบกำรบริหำรแหล่งนำ้ำ และกำรขุดสระ
นำ้ำนั้น เกษตรกรอำจประสบปั ญหำดูำนเงินทุน เพรำะเป็ น
โครงกำรที่ตูองใชูเงินลงทุนค่อนขูำงส้ง จำำเป็ นตูองประสำน
ขอควำมช่วยเหลือจำกหน่ วยงำนภำครัฐ เอกชน หรือม้ลนิ ธิ
ต่ำงๆ เขูำช่วยเหลือ เพื่อใหูค่ำดำำเนิ นกำรไม่กลำยเป็ นค่ำใชู
จ่ำยเพิ่มภำระใหูกับเกษตรกร

3. การจัดการด้านการเกษตร เพื่อการพออย่่ พอกิน
พึง
่ ตนเองได้

เปู ำหมำยของกำรแบ่งพื้นที่ทำำกิจตำมทฤษฎีใหม่ และกำร
บริหำรจัดกำรนำ้ำ ก็เพื่อไปส่้จุดหมำยที่ต้ังไวูในขั้นตอนนี้ คือ
พออย่้ พอกิน พึ่งตนเองไดู ดังนั้น กำรวำงแผนดูำนกำรเพำะ
ปล้กพืชในพื้นที่ส่วนที่เหลือ นอกเหนื อจำกพื้นที่สระนำ้ำ และ
บูำนพักโรงเรือนแลูว ควรจะเป็ นไปเพื่อกำรพออย่้ พอกิน และ
พึ่งตนเองไดูเป็ นหลัก
จะเห็นไดูว่ำ พื้นที่ 5 ไร่ กันไวูเป็ นส่วนของกำรปล้กขูำว
โดยคำำนวณใหูเพียงพอต่อทั้งครอบครัว ถือเป็ นหลักประกันว่ำ
อำหำรหลักของครอบครัวมีเพียงพอแลูว
กำรบริหำรจัดกำรพื้นที่ส่วนที่ 2 คือ ส่วนของพืชสวน พืช
ไร่ ไมูผล ควรดำำเนิ นกำรในลักษณะของไร่น่ำ สวนผสม
ประกอบกับกำรปล้กป่ ำ 3 อย่ำง ประโยชน์ 4 อย่ำง เพื่อใหู
สำมำรถนำำไมูไปใชูใหูเกิดประโยชน์ดูำนกำรสรูำงที่พักอำศัย
กำรนำำไปผลิตเครื่องเรือน และเครื่องมือต่ำงๆ นำำไปเป็ น
อำหำร และปล้กสมุนไพรไวูสำำหรับใชูสอยยำมจำำเป็ น หำก
เหลือก็นำำไปขำยเป็ นค่ำใชูจ่ำยในบูำนไดู
กำรเลือกชนิ ดของพืชสวน ไมูยืนตูนและพืชไร่ ควรเลือก
พืชที่เหมำะสมกับแต่ละพื้นที่ตำมควำมเหมำะสม
ตัวอย่างพืชทีค ่ วรปล่ก
ผลไม้ มะม่วง มะพรูำว ขนุน ละมุด สูม มะม่วง
กลูวย นูอยหน่ ำ มะละกอ กระทูอน
เป็ นตูน
ผัก แคบูำน มะรุม สะเดำ เหลียง เนี ยง ชะเอม
(ยืนต้น) ผักหวำน ขจร ขี้เหล็ก กระถิน
เป็ นตูน
ผัก พริก กระเพรำ โหระพำ ตะไครู ขิง ข่ำ
(ล้มลุก) แมงลัก สะระแหน่ มันเทศ เผือก
ถั่วฝั กยำว ถั่วพ้ มะเขือ เป็ นตูน
ดอกไม้ มะลิ ดำวเรือง บำนไม่รู้โรย กุหลำบ รัก
ซ่อนกลิ่น เป็ นตูน

เห็ด เห็ดนำงฟู ำ เห็ดฟำง เห็ดเปุ ำฮื้อ

สมุนไพร หมำก พล้ บุก บัวบก มะเกลือ ชุมเห็ด
และเครื่อง หญูำแฝก เป็ นตูน
เทศ
ผักสวนครัว กระเพรำ โหระพำ สะระแหน่ แมงลัก
ตะไครู พริกไทย พริกขี้หน้ เป็ นตูน
ไมูยน
ื ตูน ไผ่ มะพรูำว ตำล มะขำมเทศ สะแก
ทองหลำง จำมจุรี กระถิน ย้คำลิปตัส
สะเดำ ขี้เหล็ก ประด่้ ชิงชันและยำวนำ
เป็ นตูน
พืชไร่ ขูำวโพด ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ถั่วพุ่ม ถั่วมะ
แฮะ อูอย มันสำำปะหลัง ละหุ่ง น่ ุน

พืชบำำรุงดิน ปล้กแซมผลไมู เพื่อบำำรุงดิน หรือปล้ก
คลุมดิน หมุนเวียนกับขูำว ปล้กตำมหัวไร่ ปลำยนำ
เช่น ถั่วมะแฮะ ถั่วมะตูำ โสนอัฟริกน ั โสน
พื้นเมือง ปอเทือง ถั่วพรูำ ขี้เหล็ก กระถิน
ถั่วเขียว ถั่วเหลือง และถั่วพุ่ม เป็ นตูน

พืชหลำยชนิ ดใชูทำำประโยชน์ไดูมำกกว่ำหนึ่ งอย่ำง และ
ควรพิจำรณำถึงระยะเวลำในกำรด้แลรักษำ เช่น เลือกปล้ก
ไมูยืนตูน เพรำะตูองกำรกำรด้แลอย่ำงมำกเฉพำะช่วงแรก
ปล้ก จำกนั้นกำรด้แลระยะหลังจะนูอยลง มีผลผลิตทยอยออก
ตลอดทั้งปี
กำรเลือกปล้กไมูยืนตูน สำมำรถประยุกต์แนวทำงพระ
รำชดำำรัส ป่ ำ 3 อย่ำง ประโยชน์ 4 อย่ำงมำใชูร่วมดูวย ซึ่ง
เป็ นกำรเลือกชนิ ดของไมูท่ีปล้กเพื่อประโยชน์ใชูสอย 3
ประกำร คือ เพื่อที่อย่้อำศัย เพื่อเป็ นอำหำร และเพื่อ
ประโยชน์ใชูสอย และจะใหูประโยชน์อย่ำงที่ 4 คือไดูรับควำม
ร่มเย็น และสมดุลนิ เวศกลับคืนดูวยธรรมชำติของป่ ำนั่นเอง

การปล่กป่ าไม้ 3 อย่าง เพื่อประโยชน์ 4 อย่าง
ไมู เพื่อ เป็ นกำรปล้กตูนไมูสำำหรับใชูเนื้ อไมูมำ
สรูำงที่อย่้ ปล้กสรูำงอำคำรบูำนเรือนที่อย่้อำศัย เช่น
อำศัย ไมูตะเคียนทอง สัก ยำงนำ มะฮอกกำนี
กระทินเทพำ จำำปำทอง ปล้กกระจำยตำม
รอบคันนำ
ไมูเพื่อเป็ น เป็ นกำรปล้กตูนไมูสำำหรับใชูกิน เป็ น
อำหำร อำหำร เป็ นยำสมุนไพร เป็ นเครื่องดื่ม
ตลอดจนพืชที่ปล้กเพื่อกำรคูำขำยผลผลิต
เพื่อดำำรงชีพ เช่น ไมูผลต่ำง ๆ ไดูแก่ เงำะ
ทุเรียน มังคุด ลองกอง มะม่วง ฯลฯ ไมูท่ี
ใหูผลผลิตเพื่อขำย เช่น ปำล์ม มะพรูำว
ยำงพำรำ
ไมูเพื่อ กำรปล้กไมูสำำหรับใชูสอย ในครัวเรือน ใชู
ใชูสอย พลั ง งำน ใชู เ ป็ นเครื่ องมื อ ต่ ำ ง ๆ ในกำร
ประกอบอำชีพ ไดูแก่ ไมูไผ่,หวำย สำำ หรับ
จักสำนเป็ นเครื่องเรือน ของใชู ฯลฯ ไมูโต
เ ร็ ว บ ำ ง ช นิ ด ที่ ใ ชู เ ป็ น ไ มู ฟื น ถ่ ำ น ไ มู
พลั ง งำน เช่ น สบ่้ ดำำ ปำล์ ม ฯลฯ ไมู ทำำ
เครื่ องมื อ กำรเกษตร ไดู แ ก่ กำรทำำ ดู ำ ม
จอบ มี ด ขวำน ทำำ รถเข็ น โต๊ ะ เกู ำ อี้ ตู้
ฯลฯ

นอกจำกกำรปล้กพืชเพื่อใชูเป็ นอำหำร ยำสมุนไพร และ
ไมูยืนตูนแลูว พื้นที่อีกส่วนหนึ่ ง คือ พื้นที่บริเวณโดยรอบบูำน
ซึ่งควรปล้กพืช ผักสวนครัวเพื่อใชูในกำรประกอบอำหำร
นอกจำกนี้ ควรทำำโรงเรือนเพำะเห็ดเพื่อใชูเป็ นอำหำร
ส่วนกำรเลี้ยงสัตว์ ควรพิจำรณำเลือกเลี้ยงสัตว์น้ ำำ โดย
กำรขุดบ่อเลี้ยงปลำ เลี้ยงกบ หรืออำจเลี้ยงไก่บนสระนำ้ำ
เลือกใหูเหมำะสมกับแรงงำนในครัวเรือน พื้นที่ท่ีเหลือ และ
อำหำรสัตว์ควรมำจำกผลิตผลจำกไร่ นำ เป็ นกำรลดค่ำใชู
จ่ำยในครัวเรือน และกูำวส่้บันไดขั้นที่ 1 คือ กำรพึ่งตนเองไดู
หำกมีเหลือก็ยังไดูเผื่อแผ่ แบ่งปั น หรือนำำไปจำำหน่ ำยสรูำง
รำยไดูเสริมใหูกับครอบครัว

สัตว์เลี้ยงควรเลือกให้เหมาะสม ดังนี้
สัตว์น้ ำำ เช่น ปลำไน ปลำนิ ล ปลำตะเพียนขำว
ปลำดุก เพื่อเป็ นอำหำรเสริมประเภท
โปรตีน และยังสำมำรถนำำไปจำำหน่ ำยเป็ น
รำยไดูเสริมไดูอีกดูวย หรือในบำงพื้นที่
สำมำรถเลี้ยงกบไดู ก็อำจเลือกทำำบ่อเลี้ยง
กบเพื่อ หรือเลี้ยงร่วมกับปลำ หรือเลี้ยงใน
แปลงนำ (ลูอมแสลน) กรณีท่ีทำำนำโดยไม่
ใชูสำรเคมีก็สำมำรถทำำไดู
หม้ ไก่ เป็ ด กำรเลี้ยงหม้ ไก่ หรือเป็ ด สำมำรถทำำคอก
กั้นเลี้ยงบนสระนำ้ำไดู เป็ นกำรใหูอำหำร
ปลำไปในตัว จำกกำรขับถ่ำยของเสียของ
หม้และไก่

ทฤษฎีใหม่ ขั้นที่ 1 นี้ เป็ นกำรผลิตเพื่อพออย่้ พอกิน
สำำหรับเกษตรกรรำยย่อย มีท่ด ี ินทำำกินนูอย หรือไม่มีท่ีดินทำำ
กิน อย่ใ้ นเขตเกษตรกรรมนำ้ำฝนเป็ นหลัก พื้นดินมีสภำพที่ขุด
สระเก็บนำ้ำไดู ตัวเกษตรกรจะตูองกินอย่้อย่ำงประหยัด มี
ควำมขยันหมั่นเพียร มีควำมสำมัคคีช่วยเหลือเกื้อก้ลเพื่อน
บูำน มีควำมรอบรู้ รู้จก ั กำรบริหำรจัดกำรทรัพยำกรดินและ
นำ้ำ บริหำรเงินทุน บริหำรเวลำและกำำลังคน ซึ่งเป็ นกำรผลิต
เพื่อพออย่่ พอกิน พึง ่ ตนเองได้ เรียกว่ำ ขั้นพื้นฐำน จำก
นั้นจึงกูำวส่้ข้ันที่ 2 หรือเรียกว่ำ “ขั้นกูำวหนูำ”
ขัน
้ ตอนที่ 2 รวมพลังหรือร่วมแรง กันใน
ร่ปกลุ่มหรือสหกรณ์ ร่วมแรง
ร่วมใจ
ขั้นตอนที่ 2 นี้ ควรปฏิบัติเมื่อไดูทำำ สร้าง
ตำมขั้นตอนที่ 1 จนพออย่้ พอกิน และ ชุมชนเข้ม
พึ่งตนเองไดูแลูว จึงจะเป็ นกำร “ทำำเป็ น แข็ง
ขั้นเป็ นตอน” ตำมแนวทำงพระรำชดำำริ
ในขั้นตอนนี้ เป็ นกำรรวมพลังเกษตรกรที่ประสบควำม
สำำเร็จจำกขั้นตอนที่ 1 สำมำรถพึ่งตนเองไดู มีพออย่้ พอกิน
และมีผลิตผลเหลือพอที่จะนำำมำจำำหน่ ำยเพื่อสรูำงรำยไดูใหู
กับครอบครัว โดยกำรรวมกลุ่มกันนั้น นอกจำกจะมี
วัตถุประสงค์เพื่อทำำกำรคูำในร้ปแบบของสหกรณ์แลูว ยังมุ่ง
ประโยชน์เพื่อกำร “ด้แลกัน” “พึ่งพำอำศัยกัน” ในชุมชนเพื่อ
สรูำงควำมเขูมแข็งใหูกับชุมชนในดูำนต่ำงๆ 6 ดูำน ดังมีรำย
ละเอียด ดังนี้
1. การผลิต
กำรรวมกลุ่มกันของเกษตรกรเพื่อสรูำงควำมร่วมมือกัน
ในดูำนกำรผลิต ดูวยกำรแลกเปลี่ยนประสบกำรณ์ และร่วม
มือกันในกำรพัฒนำผลผลิตตั้งแต่ข้ันกำรเตรียมดิน กำร
จัดกำรแหล่งนำ้ำใหูเพียงพอต่อกำรทำำกำรเกษตรของทั้งชุมชน
กำรเตรียมคัดเลือก และเก็บเมล็ดพันธ์ุพืช กำรผลิตปุ ุยใชูเอง
ในชุมชน ตลอดจนปั จจัยกำรผลิตอื่นๆ เพื่อใหูตูนทุนกำรผลิต
ลดตำ่ำลงมำกที่สุด
ในกำรรวมกลุ่มกันของเกษตรกรนี้ อำจใชูวิธีกำรแลก
เปลี่ยนควำมรู้กับกลุ่มเกษตรกรอื่นๆ เพื่อนำำมำปรับปรุง
แนวทำงกำรทำำด้แลจัดกำรดิน และกำรพัฒนำกระบวนกำร
ผลิต เพื่อใหูไดูผลดี
2. การตลาด
เมื่อมีผลผลิตแลูว จะตูองเตรียมกำรต่ำงๆ เพื่อกำรขำย
ผลผลิตใหูไดูประโยชน์ส้งสุด เช่น ตูองมีกำรเก็บขูำวไวูขำยใน
เวลำที่เหมำะสม คนโบรำณมักสอนล้กหลำนว่ำ “ขำยขูำว
เดือนสี่จะอัปรีย์ จัญไร” ซึ่งเป็ นภ้มิปัญญำชำวบูำนในกำรสอน
ล้กหลำนใหูรู้จักกำรเก็บรักษำ นอกจำกจะเป็ นกำรไล่
ควำมชื้นในขูำวทำำใหูขูำวขำยไดูรำคำดีแลูว ยังเป็ นกำรเก็บไวู
เพื่อขำยใหูไดูรำคำดีท่ีสุดอีกดูวย
ในกำรเก็บรักษำขูำวนั้น เกษตรกรจำำเป็ นตูองมีกำร
จัดกำรที่ดี เช่น กำรเตรียมลำนตำกขูำวชุมชน กำรจัดหำยูุง
ฉำง หรือบำงชุมชนรวมตัวกันสรูำงโรงสีขูำวชุมชนเพื่อสีขูำว
เองในชุมชน เพิ่มม้ลค่ำขูำว และยังไดูผลผลิตอื่นๆ จำกกำรสี
ขูำว เช่น ปลำยขูำว แกลบ รำำ นำำไปจำำหน่ ำยนำำรำยไดูกลับ
มำหมุนเวียนเพื่อด้แลโรงสีชุมชน หรือนำำไปใชูในกำรบริหำร
จัดกำรดูำนสวัสดิกำรชุมชน จำกโรงสีชุมชนนั่นเอง
นอกจำกกำรเก็บรักษำ และกำรบริหำรจัดกำรเพื่อเพิ่ม
ม้ลค่ำผลผลิตแลูว กำรรวมกลุ่มกันขำยผลิตผลทำงกำร
เกษตรก็เป็ นอีกหนึ่ งช่องทำงที่เกษตรกรสำมำรถทำำไดูใน
หลำยร้ปแบบ เช่น วิสำหกิจชุมชนแปรร้ปผลผลิตจำำหน่ ำย
รวมกลุ่มกันนำำสินคูำไปจำำหน่ ำยในงำนแสดงสินคูำ หรือ
ตลำดนัดขนำดใหญ่ รวมกลุ่มกันสรูำงรูำนจำำหน่ ำยผลิตภัณฑ์
ชุมชนใหูกับนักท่องเที่ยว คนเดินทำง หรือรวมกลุ่มกันหำช่อง
ทำงเพื่อนำำผลผลิตส่งจำำหน่ ำยยังต่ำงประเทศ ฯลฯ
3. การเป็ นอย่่
ชุมชนจะเขูมแข็งไดู ตูองมีกำรร่วมมือ ร่วมใจกันด้แลชีวิต
ควำมเป็ นอย่้ของคนในชุมชนดูวยควำมสำมัคคี เอื้อเฟื้ อเผื่อ
แผ่ แบ่งปั น ทั้งดูำนปั จจัย 4 เช่น อำหำร เครื่องน่ ุงห่ม ยำ
รักษำโรค นอกจำกนั้นกำรตั้งรูำนคูำสหกรณ์ชุมชนก็เป็ นอีก
หนึ่ งแนวทำง ที่จะช่วยใหูคนในชุมชนไดูจับจ่ำยใชูสอยสินคูำที่
ไดูคณ ุ ภำพในรำคำที่เหมำะสม และผลกำำไรที่ไดูจำกรูำน
สหกรณ์ชุมชน ยังนำำกลับมำแบ่งปั นคืนใหูกับสมำชิกในชุมชน
หรือนำำไปขยำยผลเป็ นกองทุนชุมชนดูำนต่ำงๆ ตลอดจนจัด
ตั้งกลุ่มออมทรัพย์ชุมชนเพื่อเป็ นกำรพึ่งพำตนเองดูำนแหล่ง
ทุนไดูอีกทำงหนึ่ ง
4. สวัสดิการ
กำรจัดกำรดูำนสำธำรณสุขของชุมชน ดูวยกำรร่วมมือ
กันจัดหำบริกำรสวัสดิกำรสังคมพื้นฐำนสำำหรับชุมชน เช่น
จัดกำรดูำนสถำนบริกำรสำธำรณสุขชุมชน บริกำรดูำนสุข
อนำมัย หรือกำรตั้งกองทุนกู้ยืมเพื่อกำรทำำกิจกรรมต่ำงๆ
ของชุมชน มีกำรจัดตั้งกองทุนเพื่อกำรด้แลผู้ส้งอำยุ หรือผู้ท่ี
เจ็บป่ วย ช่วยเหลือตัวเองไม่ไดู โดยมองภำพรวมและกำรอย่้
ร่วมกันของชุมชนเป็ นที่ต้ัง
5. การศึกษา
เมื่อชุมชนรวมตัวกันเขูมแข็ง และมีกำรจัดกำรดูำนเงิน
ทุนหมุนเวียนของชุมชนเองแลูว สิ่งหนึ่ งที่ชุมชนควรใหูควำม
สนใจ คือ กำรสรูำงควำมเขูมแข็งดูำนกำรศึกษำ โดยชุมชน
ควรมีบทบำทดูำนกำรส่งเสริมกำรศึกษำชุมชน มีกำรจัดหำ
ทุนกำรศึกษำใหูกับล้กหลำนชุมชนที่ขำดแคลนทุนทรัพย์ จัด
ใหูมีกำรสืบทอดภ้มิปัญญำทูองถิ่นใหูกับล้กหลำนชุมชนเพื่อ
สรูำงจิตสำำนึ กของควำมเป็ นสมำชิกในชุมชน และควำมภำค
ภ้มิใจในประวัติควำมเป็ นมำ ตลอดจนถึงเอกลักษณ์ของชุมชน
นั้นๆ
6. สังคมและศาสนา
กำรสืบทอดวัฒนธรรม กำรส่งต่อประเพณีของแต่ละ
ชุมชนใหูกับล้กหลำนรุ่นต่อๆ ไป จะสรูำงใหูเกิดควำมเขูมแข็ง
และควำมรักสำมัคคีในชุมชน ผ่ำนทำงกำรอนุรักษ์ ฟื้ นฟ้
วัฒนธรรม ประเพณี ตลอดจนพิธีกรรมทำงศำสนำ เนูนใหู
เห็นควำมสำำคัญของวิถีกำรทำำบุญ ทำำทำน โดยมีศ้นย์กลำง
ควำมเจริญอย่้ท่ีวัด หรือ ศำสนสถำนของแต่ละศำสนำ ดังที่
พระบำทสมเด็จพระเจูำอย่้หัว เลือกสถำนที่แรกในกำรดำำเนิ น
โครงกำรทฤษฎีใหม่ โดยเลือก “วัดมงคลชัยพัฒนำ” เป็ นที่ต้ัง
ควำมสำำคัญของศำสนสถำน และศำสนำในอดีต มี
มำกกว่ำกำรสืบต่อศำสนำ เช่น วัดในศำสนำพุทธ นอกจำก
ทำำหนูำที่ถ่ำยทอดคำำสอนในศำสนำแลูว ยังเป็ นศ้นย์กลำง
กำรถ่ำยทอดศิลปวัฒนธรรม งำนช่ำง งำนฝี มือ เป็ นสถำนที่
รวมจิตใจของคนในชุมชน ฝึ กใหูคนละกิเลสและควำมโลภ
ดูวยกำรลดกำรสะสมเป็ นส่วนตัว แต่สอนใหูเป็ นกำรสะสมที่
วัด ผู้คนจึงคูุนเคยกับกำรใหู กำรทำำบุญ ทำำทำน เป็ นกำรฝึ ก
จิตใจในชีวิตประจำำวัน
กำรรวมกลุ่มกันของชุมชนในร้ปแบบต่ำงๆ จึงควรใหู
ควำมสำำคัญกับกำรฟื้ นคืนวิถีชีวิตที่มีศำสนำเป็ นแก่น เพื่อ
สรูำงสังคมที่มีคุณธรรมจริยธรรมกำำกับ โดยมีชุมชนทำำหนูำที่
เป็ นแก่นในกำรสรูำงสรรค์กิจกรรม และกำำหนดจำรีตขึ้น
กำำกับพฤติกรรมคนในชุมชน
อย่ำงไรก็ตำม กิจกรรมทั้ง 6 ประกำรที่กล่ำวขูำงตูนนี้ จะ
ประสบควำมสำำเร็จไดู ไม่เพียงแต่เฉพำะเกษตรกร หรือคนใน
ชุมชนเท่ำนั้นที่จะตูองเป็ นผู้มีส่วนร่วม แต่จำำเป็ นอย่ำงยิ่งที่
ชุมชนจะตูองประสำนไปยังผู้ท่ีเกี่ยวขูอง ทั้งหน่ วยงำนรำชกำร
องค์กรเอกชน โรงเรียนและสถำนศึกษำ ประชำสังคม และ
สื่อมวลชน เพื่อเขูำมำร่วมเป็ นส่วนหนึ่ งในกำรดำำเนิ น
โครงกำรต่ำงๆ ร่วมกัน เพรำะทุกคนลูวนเป็ นสมำชิกของ
ชุมชนหำกแต่ทำำหนูำที่และบทบำทต่ำงไป หำกไดูรับควำม
ร่วมมือร่วมใจจำกทุกส่วนของสังคม กำรกูำวต่อไปยังขั้นที่ 3
ของทฤษฎีใหม่กก ็ ระทำำไดูไม่ยำก

ขัน
้ ตอนที่ 3 การติดต่อประสานเพื่อ ประสานหา
แหล่งทุน แหล่งเงิน แหล่งทุน
พัฒนา
เมื่อชุมชนมีควำมสำมัคคีกัน รวม อาชีพ
กลุ่มกันทำำกิจกรรมทั้ง 6 ดูำนดังกล่ำว เพิ่ม
ขูำงตูนแลูว กำรประสำนไปยังหน่ วยงำน คุณภาพ
หรือองค์กรต่ำงๆ ที่เป็ นส่วนหนึ่ งของชุมชนไดู ชีวต ิ
ดำำเนิ นกำรไปพรูอมกันแลูวในขั้นตอนที่ 2 ก็
สำมำรถทำำตำมขั้นตอนที่ 3 คือ กำรเขูำหำแหล่งทุน แหล่ง
เงิน เพื่อแสวงหำควำมร่วมมือในกำรพัฒนำวิสำหกิจชุมชน
ตลอดจนยกระดับคุณภำพชีวิตของคนในชุมชน โดยกำร
ประสำนควำมร่วมมือนั้น ควรมองที่ประโยชน์ท่ีจะเกิดขึ้นกับ
ทั้งฝ่ ำยเกษตรกร ธนำคำร บริษท ั เอกชน และหน่ วยงำนอื่นๆ
เช่น
- เกษตรกรขำยขูำวไดูรำคำส้ง เพรำะไม่ถ้กกดรำคำ
- ธนำคำร หรือบริษท ั เอกชน ไดูซ้ ือขูำวคุณภำพดี สด
ใหม่ ในรำคำตำ่ำ (ซื้อขูำวเปลือกโดยตรง หรือซื้อขูำว
ที่สีจำกโรงสีชุมชน)
- เกษตรกรซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคไดูในรำคำตำ่ำ
เพรำะรวมกลุ่มกันซื้อตรงในปริมำณมำกจำกบริษท ั ผู้
ผลิต
- ธนำคำรหรือบริษท ั เอกชน สำมำรถกระจำยบุคลำกร
เพื่อไปดำำเนิ นกิจกรรมต่ำงๆ ใหูเกิดผลดีย่ิงขึ้น

ทั้ง 3 ขั้นตอนดังกล่ำว คือ แนวทำงปฏิบัติตำม “ทฤษฎี
ใหม่” ที่กล่ำวไดูว่ำดำำเนิ นไปเป็ นขั้นเป็ นตอน จำกขั้นพื้นฐำน
ส่้ข้ันกูำวหนูำ ดังนี้

ประสานเพื่อหา
แหล่งทุน
แหล่งเงิน

ขัน

รวมพลังหรือร่วม
แรงกันในร่ปกลุ่ม
ก้าวหน้า
หรือสหกรณ์
พออยู่ พอกิน ขัน
้ พื้นฐาน
พอใช้

ทฤษฎีใหม่ขัน
้ พื้นฐาน และขัน
้ ก้าวหน้า

โดยสรุปแลูว “ทฤษฎีใหม่” เป็ นร้ปแบบกำรดำำเนิ นชีวิต
กำรทำำกำรเกษตรที่พระบำทสมเด็จพระเจูำอย่้หัวไดู
พระรำชทำนไวูใหูดำำเนิ นกำรโดยใชูหลักปรัชญำของ
เศรษฐกิจพอเพียงมำเป็ นแนวคิดในกำรพัฒนำภำค
กำรเกษตรอย่ำงเป็ นขั้นเป็ นตอนในพื้นที่ท่ีเหมำะสม
ทฤษฎีใหม่ มีพ้ ืนฐำนควำมคิดจำกกำรเกษตรผสมผสำน
ผนวกกับกำรบริหำรจัดกำรพื้นที่จำำนวนนูอย กำรบริหำร
จัดกำรแหล่งนำ้ำ เพื่อใหูเป็ นกำรผลิตเพื่อยังชีพสำำหรับ
เกษตรกร ใหูเกษตรกรมีผลผลิตพอกินตลอดทั้งปี จนเมื่อ
ผลผลิตเหลือแลูวจึงนำำไปจำำหน่ ำยเพื่อเพิ่มรำยไดูใหูกับ
ครอบครัว นั่นจึงเป็ นทฤษฎีใหม่ข้ันพื้นฐำน
เมื่อกูำวขูำมขั้นพื้นฐำนส่้ข้ันกูำวหนูำแลูว ทฤษฎีใหม่
กล่ำวถึงกำรร่วมกลุ่มกันของเกษตรกร เพื่อพัฒนำกำรผลิต ส่้
วิสำหกิจชุมชน และเพื่อกำรด้แลกันดูวยควำมเอื้อเฟื้ อ เผื่อแผ่
แบ่งปั น ตลอดจนใหูควำมสำำคัญกับกำรพัฒนำกำรศึกษำโดย
ชุมชน กำรพัฒนำสังคมและกำรอย่้ร่วมกันโดยมีศำสนำเป็ น
ศ้นย์กลำง ก่อนขยำยผลส่้กูำวต่อไปดูวยกำรเสำะแสวงหำ
แหล่งทุนเพื่อกำรพัฒนำผลิตภัณฑ์และยกระดับคุณภำพชีวิต
+

• ถาม-ตอบ ทฤษฎีใหม่

ถาม : ทำาไมต้องทำาตาม “ทฤษฎีใหม่” ทำาแล้วได้
ประโยชน์อะไรของเก่าก็ดีอย่่แล้ว
ตอบ : กำรทำำเกษตรแบบเดิม หรือกำรปล้กพืชเศรษฐกิจ
พืชเชิงเดี่ยว อำจไดูรำยไดูดี เมื่อรำคำผลผลิตขึ้นส้ง เช่น เมื่อ
ขูำวรำคำดี แต่กต ็ ูองเสี่ยงกับปั จจัยหลำยประกำรที่คำดเดำไม่
ไดู เช่น ภัยแลูง ปริมำณนำ้ำไม่เพียงพอต่อกำรทำำนำ จน
ผลผลิตขูำวไดูนอ ู ย ขำยไดูไม่พอกับตูนทุนที่ลงไป ทั้งค่ำยำ
ค่ำปุ ุย ค่ำฮอร์โมนและเมล็ดพันธ์ุขูำว
แต่กำรทำำตำมทฤษฎีใหม่ เป็ นกำรทำำใหูเกษตรกรพออย่้
พอกิน พึ่งตนเองไดู ในระดับที่ไม่อดอยำก และยังมีกำร
บริหำรจัดกำรนำ้ำใหูสำมำรถมีน้ ำำใชูไดูตลอดทั้งปี และหำกปี
ไหนที่ฝนตกมำกพอ ยังสำมำรถเพิ่มรำยไดูมำกขึ้นไดูอีก

ถาม : ถ้าทำาจนครอบครัวพออย่่ พอกิน พึง ่ ตนเอง
ได้แล้ว ทำาไมต้องไปรวมตัวกันทำาสหกรณ์
ตอบ : กำรรวมตัวกันของเกษตรกรในชุมชน เป็ นกำร
สรูำงควำมเขูมแข็งใหูกับชุมชน และเป็ นกำรวำงรำกฐำนเพื่อ
กำรกูำวส่้ข้ันที่ 3 คือ กำรเขูำหำแหล่งทุน แหล่งเงิน นอกจำก
นั้นในขั้นตอนนี้ ยังเป็ นกำรร่วมมือกัน เพื่อพัฒนำคุณภำพของ
ผลผลิต ทั้งกำรจัดกำรดิน นำ้ำ และกำรจัดหำพันธ์ุพืช กำร
ทำำกำรตลำด และรวมกลุ่มกันเพื่อสรูำงสถำนที่เก็บผลผลิตรอ
เวลำขำยไดูรำคำ
นอกจำกนั้น กำรรวมกลุ่มกันของชุมชนที่เขูมแข็ง ยัง
เป็ นกำรช่วยสนับสนุนดูำนกำรศึกษำ สรูำงอนำคตใหูกับบุตร
หลำน และเมื่อคนในชุมชนรัก สำมัคคีกัน ก็พรูอมที่จะเอื้อ
อำทร ด้แลกันและกัน ฟื้ นคืนวิถีควำมเป็ นอย่้ท่ีเต็มไปดูวย
ควำมเอื้อเฟื้ อเผื่อแผ่ กำรทำำบุญ ทำำทำน วิถีชีวิตที่มีศำสนำ
เป็ นแกนกลำงกลับมำอีกครั้ง

ถาม : ถ้ามีทีด
่ ินจำานวนมาก หรือน้อยกว่า 15 ไร่ ยัง
สามารถทำาตามทฤษฎีใหม่ได้หรือไม่
ตอบ : ขนำดของที่ดิน ที่พระบำทสมเด็จพระเจูำอย่้หัว
ทรงแนะนำำและคำำนวณไวูท่ี 15 ไร่น้ัน เป็ นแค่ “ส้ตรคร่ำวๆ”
เท่ำนั้น ไม่ใช่หลักตำยตัว สำมำรถปรับเปลี่ยนไดูตำมควำม
เหมำะสมของพื้นที่ ซึ่งสำมำรถขอรับคำำแนะนำำไดูจำกเจูำ
หนูำที่
ถาม : การขุดบ่อนำ้า จำาเป็ นหรือไม่ หากทีด ่ ินเป็ น
พื้นทีไ่ ม่สามารถขุดบ่อนำ้าได้ จะทำาอย่างไร
ตอบ : กำรขุดบ่อหรือสระนำ้ำจำำเป็ นสำำหรับกำรทำำตำม
ทฤษฎีใหม่ หำกพื้นที่ใดไม่สำมำรถขุดสระนำ้ำไดูอำจไม่เหมำะ
สมที่จะทำำตำมทฤษฎีน้ี และที่สำำคัญ เมื่อขุดสระนำ้ำแลูว นำ้ำจะ
ตูองใชูในกำรทำำกำรเกษตรไดู ในกรณีท่ีดินเป็ นดินเค็ม นำ้ำก็
จะไม่สำมำรถนำำมำใชูไดู ควรขอคำำแนะนำำจำกเจูำหนูำที่ก่อน
ดำำเนิ นกำร และควรมีกำรวำงแผนกำรจัดกำรดินที่ไดูจำก
กำรขุดบ่อนำ้ำ หรือสระนำ้ำใหูเกิดประโยชน์ส้งสุด คือ แยกหนูำ
ดินซึ่งเป็ นดินดีนำำไปกองไวูต่ำงหำก แลูวนำำกลับมำเกลี่ยคลุม
ขอบสระหรือร่องที่ถมขึ้นจำกดินชั้นล่ำง เพื่อใหูสำมำรถใชู
เพำะปล้กพืช ผัก ริมสระนำ้ำไดูหลังจำกขุดเสร็จ

ถาม : จะเลือกปล่กไม้ดอก ไม้ผล ไม้ยืนต้นอย่างไร
ตอบ : ควรเลือกปล้กพืชหลำยชนิ ด โดยเฉพำะ พืชที่ใชู
เป็ นอำหำรของครอบครัว และพืชสมุนไพร และเลือกปล้กไมู
ยืนตูนโดยเลือกจำกประโยชน์ในอนำคตที่จะนำำไมูน้ันๆ มำทำำ
เช่น สรูำงบูำน ทำำฟื น ทำำเครื่องจักรสำน ปล้กสมุนไพรเพื่อไล่
แมลง ทำำยำปรำบศัตร้พืช หรือวำงแผนไวูสำำหรับจำำหน่ ำย
เมื่อมีผลผลิตเหลือพอจำกกำรกินใชูในครัวเรือน

ถาม : ถ้าจะตามทฤษฎีใหม่ให้ประสบความสำาเร็จ มี
ปั จจัยอะไรบ้างทีส ่ ำาคัญ
ตอบ : พระบำทสมเด็จพระเจูำอย่้หัว ไดูพระรำชทำนพระ
รำชดำำรัส เมื่อวันที่ 4 ธันวำคม 2538 ณ ศำลำดุสิดำลัย
ควำมตอนหนึ่ งว่ำ
“"...กำรทำำตำมทฤษฎีใหม่น้ี มิใช่ของง่ำยๆ แลูวแต่ท่ี แลูว
แต่โอกำส แลูวแต่งบประมำณ เพรำะว่ำเดีย ๋ วนี้ ประชำชน
ทรำบถึงทฤษฎีใหม่อย่ำงกวูำงขวำง และแต่ละคนก็อยำกไดู
ใหูทำงรำชกำรขุดสระแลูวช่วย แต่มันไม่ใช่ส่ิงที่ง่ำยนัก บำง
แห่งขุดสระแลูวไม่มีน้ ำำ แมูจะมีฝน นำ้ำก็อย่้ไม่ไดู เพรำะมันรั่ว
หรือบำงทีก็เป็ นที่ท่ีรับนำ้ำไม่ไดู ทฤษฎีใหม่น้ี จึงตูองมีพ้ ืนที่ท่ี
เหมำะสมดูวย...ฉะนั้น กำรที่ปฏิบัตต ิ ำมทฤษฎีใหม่ หรืออีก
นัยหนึ่ ง ปฏิบัติเพื่อหำนำ้ำใหูแก่รำษฎร เป็ นสิ่งที่ไม่ใช่ง่ำยตูอง
ช่วยกันทำำ...”
เมื่อประมวลจำกพระรำชดำำรัสแลูว จะเห็นไดูว่ำกำรทำำ
ตำมทฤษฎีใหม่น้ันแมูจะทรำบหลักกำรและวิธีกำรปฏิบัติแลูว
ก็ยังไม่ใช่ของง่ำย สำำนักงำนคณะกรรมกำรพิเศษเพื่อประสำน
งำนโครงกำรอันเนื่ องมำจำกพระรำชดำำริ (กปร.) ไดูกำำหนด
ปั จจัยที่ทำำใหูทฤษฎีใหม่ประสบผลสำำเร็จไวูดังนี้
1. เกษตรกรควรมีควำมขยันหมั่นเพียร ควำมตั้งใจ มีท่ ีดน

เป็ นของตนเอง และมีทุนในกำรดำำเนิ นงำนบูำงพอ
สมควร
2. เกษตรกรควรมีควำมเขูำใจที่ถ้กตูองเกี่ยวกับทฤษฎีใหม่
มีควำมรู้เกี่ยวกับกำรประกอบอำชีพกำรเกษตรพอ
สมควร เต็มใจและพรูอมรับวิทยำกำรใหม่ๆ
3. ทฤษฎีใหม่ตูองอำศัยควำมร่วมมือกัน กำรประสำนงำน
กันทั้งภำครัฐ เอกชน ชุมชน และเกษตรกรเองในดูำน
ต่ำงๆ เช่น งบประมำณกำรดำำเนิ นงำนตำมขั้นตอนและ
กำรตลำดอย่ำงจริงจังและต่อเนื่ อง
4. กำรจัดสรรพื้นที่ทำงกำรเกษตร ควรคำำนึ งถึงสิ่ง
แวดลูอม และปรับเปลี่ยนใหูเหมำะสมกับสภำพภ้มิ
อำกำศ และภ้มิประเทศของแต่ละพื้นที่
5. กำรดำำเนิ นงำนโดยอำศัยกระบวนกำรกลุ่มสนับสนุนใหู
ประชำชนรวมกลุ่มดำำเนิ นกิจกรรมร่วมกัน และก่อใหู
เกิดควำมสำมัคคีภำยในกลุ่มก่อนแลูวจึงขยำยออกไป
นอกกลุ่มภำยหลัง

ส่วนที่ 3 ทฤษฎีใหม่กับปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง
“..การพัฒนาประเทศจำาเป็ นต้องทำาตามลำาดับขั้น ต้องสร้าง
พื้นฐาน คือ ความพอมีพอกิน พอใช้ของประชาชนสูวนใหญู
เป็ นเบื้องต้นกูอน โดยใช้วิธีการและใช้อุปกรณ์ท่ีประหยัด แตู
ถ่กต้องตามหลักวิชา เมื่อได้พ้ ืนฐานมั่นคงพร้อมพอควรและ
ปฏิบัติได้แล้ว จึงคูอยสร้างคูอยเสริมความเจริญและฐานะ
เศรษฐกิจขั้นที่ส่งขึ้นโดยลำาดับตูอไป หากมูุงแตูจะทูุมเทสร้าง
ความเจริญ ยกเศรษฐกิจขึ้นให้รวดเร็วแตูประการเดียว โดย
ไมูให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของ
ประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไมูสมดุลในเรื่อง
ตูาง ๆ ขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็ นความยูุงยากล้มเหลวได้ใน
ที่สุด...”

พระบรมรำโชวำท ในพิธีพระรำชทำนปริญญำบัตร
ของ มหำวิทยำลัยเกษตรศำสตร์ ณ หอประชุม
มหำวิทยำลัยเกษตรศำสตร์ วันพฤหัสบดีท่ี 18
กรกฎำคม พ.ศ. 2517

• ทฤษฎีใหม่ แนวทางการดำาเนิ นชีวิตตาม
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ทฤษฎีใหม่ ไม่ใช่ เศรษฐกิจพอเพียง แต่เป็ นแนวทำงกำร
ดำำเนิ นชีวิตตำมปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง ที่เหมำะสมสำำหรับ
เกษตรกรที่มีท่ดี ินจำำนวนนูอย
แล้วเศรษฐกิจพอเพียง คืออะไร?
………………..

เศรษฐกิจพอเพียงเป็ นหนึ่ งในแนวพระรำชดำำริของ
พระบำทสมเด็จพระเจูำอย่้หัว ทีไดูพระรำชทำนปรัชญำใน
กำรดำำรงชีวิตที่ยึดหลักควำมพอเหมำะพอดี มีเหตุมีผล และ
ควำมไม่ประมำท ซึ่งพระเจูำอย่้หัวทรงถือปฏิบัติดูวยพระองค์
เองอย่ำงต่อเนื่ องยำวนำน ดำำรงชีวิตเป็ นแบบอย่ำงอย่ำง
สมบ้รณ์แบบ และทรงพระรำชทำนพระรำชดำำริใหูคนไทยไดู
นำำไปปฏิบัติต้ังแต่ปี พ.ศ.2517 ดังพระบรมรำโชวำทที่ยกมำ
ขูำงตูน และเมื่อครำววิกฤตเศรษฐกิจ พ.ศ.2540 คนไทยก็ไดู
ตระหนักถึงควำมสำำคัญของปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงของ
พระองค์ท่ำน เมื่อวิกฤตเศรษฐกิจมำเยือน อันเกิดจำกควำม
ฟู ุงเฟู อเห่อเหิมของสังคมไทยในยุคฟองสบ่้
พระบำทสมเด็จพระเจูำอย่้หัว ทรงใชูปรัชญำเศรษฐกิจพอ
เพียงเพื่อเป็ นแนวทำงในกำรแกูไขใหูรอดพูน และสำมำรถ
ดำำรงอย่้ไดูอย่ำงมั่นคงและยั่งยืนภำยใตูกระแสโลกำภิวัตน์
และควำมเปลี่ยนแปลงต่ำงๆ ที่เกิดขึ้นอย่ำงต่อเนื่ อง ทรงเห็น
ควำมสำำคัยของควำม “พออย่้พอกิน” ซึ่งมีผลต่อรำษฎรและ
ประเทศชำติ ที่สำำคัญ คือเป็ นแบบอย่ำงที่ดีใหูคนไทยดำำเนิ น
ชีวิตบนทำงสำยกลำง มีควำมขยันหมั่นเพียรในกำรประกอบ
สัมมำชีพ รูจ ้ ักใชูทรัพยำกรที่มีอย่้ใหูเกิดประโยชน์ส้งสุด รูจ
้ ัก
ประมำณตน และดำำรงชีวิตอย่ำงรู้จัก “คิด อย่่ ใช้ กิน
อย่างพอเพียง” และทฤษฎีใหม่ก็เป็ นหนึ่ งในแนวทำงกำร
ดำำเนิ นชีวิตตำมปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง ที่แปรส่้กำรปฏิบัติ
ใหูเหมำะสมกับกลุ่มเกษตรกรไทย หรืออำจกล่ำวไดูว่ำ คือ
เศรษฐกิจพอเพียงสำำหรับเกษตรกรนั่นเอง

- ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง ไดูรับกำรตีควำมหมำย ส่ก ้ ำร
ปฏิบัติในหลำยแนวทำง เนื่ องจำกเป็ นปรัชญำที่สำมำรถนำำไป
ประยุกต์ใชูไดูกับทุกกลุ่มคน ดังนั้นกำรตีควำมจึงขึ้นกับ
แนวทำงที่ตูองกำรนำำไปปฏิบัติ ตลอดจนกลุ่มเปู ำหมำยทั้งใน
ระดับปั จเจก ในระดับชุมชน และในระดับประเทศ

1. ความหมายตามแนวเศรษฐศาสตร์
สำำนักงำนคณะกรรมกำรพิเศษเพื่อกำรประสำน
งำนโครงกำรอันเนื่ องมำจำกพระรำชดำำริ (กปร.) ไดูใหูควำม
หมำยของเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งประมวลและกลั่นกรองจำก
พระรำชดำำรัสในโอกำสต่ำงๆ รวมทั้งพระรำชดำำริอ่ ืนๆ ที่
เกี่ยวขูอง โดยไดูรับพระรำชทำนพระบรมรำชำนุญำตใหูนำำ
ไปเผยแพร่เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกำยน พ.ศ.2542 เพื่อเป็ น
แนวทำงปฏิบัติของทุกฝ่ ำยและประชำชนทั่วไปดังนี้
o ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียง เป็ นปรัชญำชี้ถึงแนวกำรดำำรง
อย่้และปฏิบัติตนของประชำชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับ
ครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในกำรพัฒนำ
และบริหำรประเทศใหูดำำเนิ นไปใน ทำงสำยกลำง โดย
เฉพำะกำรพัฒนำเศรษฐกิจเพื่อใหูกูำวทันต่อโลกยุค
โลกำภิวัตน์ ควำมพอเพียง หมำยถึง ควำมพอประมำณ
ควำมมีเหตุผล รวมถึงควำมจำำเป็ นที่จะตูองมีระบบ
ภ้มคิ ูุมกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อกำรมีผลกระทบใดๆ
อันเกิดจำกกำรเปลี่ยนแปลงทั้งภำยนอกและภำยใน
ทั้งนี้ จะตูองอำศัยควำมรอบรู้ ควำมรอบคอบ และ
ควำมระมัดระวังอย่ำงยิ่งในกำรนำำวิชำกำรต่ำงๆ มำใชู
ในกำรวำงแผนและกำรดำำเนิ นกำรทุกขั้นตอน และ
ขณะเดียวกันจะตูองเสริมสรูำงพื้นฐำนจิตใจของคนใน
ชำติ โดยเฉพำะเจูำหนูำที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนัก
ธุรกิจในทุกระดับ ใหูมีสำำนึ กในคุณธรรมควำมซื่อสัตย์
สุจริต และใหูมีควำมรอบรู้ท่ีเหมำะสม ดำำเนิ นชีวิตดูวย
ควำมอดทน ควำมเพียร มีสติ ปั ญญำ และควำม
รอบคอบ เพื่อใหูสมดุลและพรูอมต่อกำรรองรับกำร
เปลี่ยนแปลงอย่ำงรวดเร็วและกวูำงขวำงทั้งดูำนวัตถุ
สังคม สิ่งแวดลูอม และวัฒนธรรมจำกโลกภำยนอกไดู
เป็ นอย่ำงดี

นอกจำกนั้น สำำนักงำนคณะกรรมกำรพัฒนำกำร
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ยังไดูจัดทำำแผนพัฒนำเศรษฐกิจ
และสังคมแห่งชำติ ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๔๕–๒๕๔๙) โดยไดู
อัญเชิญแนวปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงตำมพระรำชดำำรัส
ของพระบำทสมเด็จพระเจูำอย่้หัว มำเป็ นปรัชญำนำำทำงใน
กำรพัฒนำและบริหำรประเทศ โดยยึดหลักทำงสำยกลำง
เพื่อใหูประเทศรอดพูนจำกวิกฤต สำมำรถดำำรงอย่้ไดูอย่ำง
มั่นคง และนำำไปส่้กำรพัฒนำที่สมดุล มีคุณภำพและยั่งยืน
ภำยใตูกระแสโลกำภิวัตน์และสถำนกำรณ์เปลี่ยนแปลงต่ำงๆ
โดยยึดตำมควำมหมำยของสำำนักงำน กปร.

2. ความหมายตามแนวปราชญ์ชาวบ้าน
เศรษฐกิจพอเพียง ในควำมหมำยของปรำชญ์ชำวบูำน
หรือผู้นำำกลุ่มเกษตรกร จะมีควำมหมำยไปในแนวทำงเดียว
กับ “ทฤษฎีใหม่” นั่นคือ แนวทำงปฏิบัติเพื่อกำรพึ่งตนเอง
โดยเริ่มจำก “ปล้กของที่กิน กินของที่ปล้ก” ลดทอนค่ำใชูจ่ำย
และพยำยำมพึ่งตนเองใหูไดูมำกที่สุด และดำำเนิ นไปใน 3 ขั้น
ตอน ไดูแก่
1. กำรผลิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงที่เกษตรกรสำมำรถ
เลี้ยงตัวเองไดู
2. กำรรวมกลุ่มในกำรผลิต กำรตลำด ควำมเป็ นอย่้เพื่อ
สรูำงชุมชนใหูเขูมแข็ง และมีส่วนร่วมในกำรพัฒนำ
3. กำรสรูำงเครือข่ำยโดยกำรร่วมมือกับภำครัฐ ภำค
ธุรกิจ และภำค
องค์กรพัฒนำเอกชน เพื่อนำำไปส่้กำรลดตูนทุน กำร
พัฒนำคุณภำพชีวิต และสรูำง
ควำมเขูมแข็งในระดับประเทศ
จะเห็นว่ำเศรษฐกิจพอเพียงในควำมหมำยของปรำชญ์
ชำวบูำน ก็คือแนวทำงและขั้นตอนปฏิบัติของ “ทฤษฎีใหม่” ที่
เป็ นเช่นนี้ ก็เนื่ องมำจำก “ทฤษฎีใหม่” คือ แนวทำงสำำหรับ
เกษตรกรเพื่อใหูพออย่้ พอกินและเลี้ยงตัวเองไดูตำมหลัก
ปรัชญำ “เศรษฐกิจพอเพียง” นั่นเอง

3.ความหมายตามเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียง

เศรษฐกิจพอเพียง ในควำมหมำยของเครือข่ำยเศรษฐกิจ
พอเพียง อันประกอบดูวย 5 เครือข่ำยหลัก ไดูแก่ ม้ลนิ ธิ
กสิกรรมธรรมชำติ เครือข่ำยกสิกรรมไรูสำรพิษแห่ง
ประเทศไทยเครือข่ำยเกษตรกรรมทำงเลือก เครือข่ำย
ปรำชญ์ชำวบูำนและพหุภำคีภำคอีสำน เครือข่ำยเกษตร
สมดุล-ไร่ทกั สม กระจำยตัวอย่้ท่ัวประเทศในร้ปของศ้นย์เรียน
รู้เศรษฐกิจพอเพียงกว่ำ 120 ศ้นย์อบรม โดยนูอมนำำหลัก
ปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง และศำสตร์พระรำชำส่้กำรปฏิบัติ
โดยเนูนไปที่กำรใหูควำมสำำคัญกับคน แกูปัญหำที่คน
ทำงออกของปั ญหำ คือ กำรสรูำงปั ญญำ ใหูเกษตรกรฉลำด
รอบรู้ และไม่ตกเป็ นเหยื่อของกลไกที่ไม่ไดูมุ่งช่วยเกษตรกร
อย่ำงจริงใจอีกต่อไป โดยใชูปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงเป็ น
ยุทธศำสตร์หลัก ซึ่งมีอย่้ 5 คำำหลัก คือ ศรัทธา กล้าหาญ
เอกภาพ ความร้่ คุณธรรม และมีควำมเชื่อมั่นอย่ำงแรง
กลูำว่ำ เศรษฐกิจพอเพียง ของพระเจูำอย่้หัวฯ คือยุทธศำสตร์
ทำงรอดของชำติ และทำงออกจำกปั ญหำวิกฤตกำรณ์ใน
ปั จจุบัน แต่ตูองทำำอย่ำงเป็ นขั้นเป็ นตอน ดังคำำกล่ำวที่ว่ำ
“เดินทีละกูำว กินขูำวทีละคำำ ทำำทีละอย่ำง”
กำรปรับประยุกต์ปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงส่้กำรปฏิบัติ
ของเครือข่ำยกสิกรรมธรรมชำติ ซึ่งไดูดำำเนิ นกำรอย่ำงเป็ น
ร้ปธรรม ในร้ปแบบของบันได 9 ขั้น ส่ค ้ วำมยั่งยืนตำม
แนวทำงเศรษฐกิจพอเพียง

9 ขัน
้ ตอนการ ส่่การพึง
่ ตนเองอย่างยัง่ ยืนตาม
แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
ขั้นที่ 9 กองกำำลังเกษตร
โยธิน
ขั้นที่ 8 ขำย

ขั้นที่ 7 เก็บรักษำ

ขั้นที่ 6 ทำน

ขั้นที 5 บุญ

ขั้นที่ 4 พอร่มเย็น

ขั้นที่ 3 พออย่้

ขั้นที่ 2 พอใชู
ขั้นที่ 1 พอกิน

้ ที่ 1 พอกิน
ขัน
พื้นฐำนที่สุดของมนุษย์ คือ ควำมตูองกำรปั จจัย ๔ และ
ประกำรสำำคัญที่สดุ ของปั จจัย ๔ คือ อำหำร ขั้นที่ 1 ของ
แนวทำงแกูปัญหำที่ย่ังยืนคือ ตอบคำำถำมใหูไดูว่ำ “ทำำ
อย่ำงไรจึงจะพอกิน” โดยใหูควำมสำำคัญกับ ขูำวปลำอำหำร
ไม่ใหูควำมสำำคัญกับเงิน ซึ่งเป็ นเพียงแค่ “ตัวกลำง” ในกำร
แลกเปลี่ยนตำมมำตรฐำนสำกล โดยยึดหลักว่ำ “เงินทอง
เป็นของมายา ข้าวปลาสิของจริง”
เกษตรกรตูองเริ่มจำกกำรอย่้ใหูไดูโดยไม่ใชูเงิน มี
อำหำรพอมี พอกิน ดูวยกำรปล้กพืช ผัก ผลไมู ใหูพอกิน
ชำวนำตูองเก็บขูำวไวูใหูเพียงพอสำำหรับกำรมีกินทั้งปี ไม่ขำย
ขูำวเปลือกเพื่อนำำเงินไปซื้อขูำวสำร
นอกจำกนั้น หัวใจสำำคัญของ “พอกิน” ยังมีควำม
หมำยรวมไปถึงควำมปลอดภัยในอำหำร กินอย่ำงไรใหูมี
สุขภำพดี ไม่สะสมเอำควำมเจ็บไขูไดูป่วยไวูในร่ำงกำย นี่ คือ
ควำมหมำยของบันไดขั้นที่ 1 ที่เกษตรกรตูองกูำวขูำมใหูไดู

้ ที่ 2-4 พอใช้ พออย่่ พอร่มเย็น
ขัน
บันไดขั้นที่ 2-4 พอใชู พออย่้ พอร่มเย็น เกิดขึ้นไดูพรูอม
กัน ดูวยคำำตอบเดียวคือ “ปล้กป่ ำ 3 อย่ำง ประโยชน์ 4
อย่ำง” ซึ่งป่ ำ 3 อย่ำงจะใหูท้ัง อำหำร เครื่องน่ ุงห่ม สมุนไพร
สำำหรับรักษำโรคทั้งโรคคน โรคพืช โรคสัตว์ ใหูไมูสำำหรับทำำ
บูำนพักที่อย่้อำศัย และใหูควำมร่มเย็นกับบูำน กับชุมชน กับ
โลกใบนี้ ซึ่งเป็ นแนวทำงในกำรแกูปัญหำควำมยำกจนของ
เกษตรกรไทย ซึ่งไดูรับกำรพิส้จน์แลูวว่ำสำมำรถแกูปัญหำ
ไดูจริง และยังสำมำรถยูอนกลับไปแกูไขปั ญหำหนี้ สินซึ่ง
สะสมพอกพ้นจำกกำรทำำเกษตรเชิงเดี่ยว ปั ญหำควำม
เสื่อมโทรมของทรัพยำกร ปั ญหำควำมขำดแคลนนำำ ภัยแลูง
ทั้งหมดลูวนแกูไขไดูจำกแนวคิดป่ ำ 3 อย่ำงประโยชน์ 4
อย่ำงขององค์พระบำทสมเด็จพระเจูำอย่้หัว

้ ที่ 5 –6 บุญและทาน
ขัน
เครือข่ำยเศรษฐกิจพอเพียง เชื่อมั่นว่ำสังคมไทยเป็ น
สังคมบุญ สังคมทำน ไม่เนูนกำรแลกเปลี่ยนทำงกำรคูำ แต่
เนูนกำรทำำบุญ ไม่เนูนกำรสะสมเป็ นของส่วนตัว แต่เนูนกำร
ใหูทำนและสะสมโดยมอบใหูเป็ นทรัพย์สินส่วนร่วมโดยวัด
หรือศำสนสถำนตำมแต่ละศำสนำเป็ นศ้นย์กลำง เป็ นกำรฝึ ก
จิตใจ ใหูละซึ่งควำมโลภ และกิเลสในกำรอยำกไดู ใคร่ มี ลด
ปั ญหำช่องว่ำงระหว่ำงชนชั้น ตำมควำมหมำยอันลึกซึ้งของ
คำำ “Our Loss is Our Gain” หรือ “ยิ่งทำำยิ่งไดู ยิ่งใหูย่ิงมี”
กำรใหูไปคือไดูมำ และเชื่อมั่นในฤทธิข
์ องทำน ว่ำทำนมีฤทธิ ์
จริง และจะส่งผลกลับมำเป็ นเพื่อน เป็ นกัลยำณมิตร เป็ น
เครือข่ำยที่ช่วยเหลือกันในทุกสถำนกำรณ์ แมูในวันที่โลกนี้
ประสบกับวิกฤตกำรณ์

้ ที่ 7 เก็บรักษา
ขัน
ขั้นต่อไปหลังจำกสำมำรถพึ่งตนเองไดู พอมี พอเหลือ
ทำำบุญ ทำำทำนแลูว คือกำรรู้จักเก็บรักษำ ซึ่งเป็ นกำรตั้งอย่้ใน
ควำมไม่ประมำท และกำรรู้จักเก็บรักษำ ยังเป็ นกำรสรูำง
รำกฐำนของกำรเอำตัวรอดในเวลำเกิดวิกฤตกำรณ์ โดยยึด
แนวทำงตำมวิถีชีวิตชำวนำสมัยก่อนซึ่งเก็บรักษำขูำวไวูในยูุง
ฉำงเพื่อใหูพอมีกินขูำมปี คัดเลือกและเก็บรักษำ “ขูำวพันธ์” ุ
ไวูสำำหรับเป็ นพันธ์ุขูำวในปี ต่อไป ซึ่งผิดกับวิถีชำวนำใน
ปั จจุบันที่ใชูวิธีกำรขำยขูำวทั้งหมดแลูวนำำเเงินที่ขำยไดูไปซื้อ
พันธ์ุขูำวเพื่อปล้กในปี ต่อไป ส่งผลใหูเกิดกำรขำดควำมมั่นคง
และเปรียบเสมือนกำรใชูชีวิตอย่้บนเสูนทำงสำยควำม
ประมำท เพรำะหำกเกิดภัยแลูง นำ้ำท่วม ผลผลิตไม่ไดูตำมที่
ตั้งใจไวู ย่อมหมำยถึงปั ญหำหนี้ สินและกำรขำดแคลนพันธ์ุ
ขูำวสำำหรับปล้กในปี ต่อไป
นอกจำกเก็บพันธ์ุขูำวแลูว ยังเนูนใหูรู้จก
ั วิธีกำรถนอม
อำหำร กำรสะสมอำหำรไวูกินในยำมหนูำแลูง ดูวยกำร
แปรร้ปอำหำรหลำกชนิ ด อำทิ ปลำรูำ ปลำแหูง มะขำมเปี ยก
พริกแหูง หอม กระเทียม เพื่อเก็บไวูกินในอนำคต

้ ที่ 8 ขาย
ขัน
เนื่ องจำกเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่เศรษฐกิจกำรคูำ แต่ก็
ไม่ใช่เศรษฐกิจหลังเขำ กำรคูำขำยสำมำรถทำำไดู แต่ทำำภำย
ใตูกำรรู้จักตนเอง รูจ้ ักพอประมำณ และทำำไปตำมลำำดับ โดย
ของที่ขำย คือ ของที่เหลือจำกทุกขั้นแลูวจึงนำำมำขำย เช่น ทำำ
นำอินทรีย์ ปล้กขูำวปลอดสำรเคมี ไม่ทำำลำยธรรมชำติ ไดู
ผลผลิตเก็บไวูพอกิน เก็บไวูทำำพันธ์ุ ทำำบุญ ทำำทำน แลูวจึงนำำ
มำขำยดูวยควำมรู้สึกของกำร “ใหู” อยำกที่จะใหูส่ิงดีๆ ที่เรำ
ปล้กเอง เผื่อแผ่ใหูกับคนอื่นๆ ไดูรับสิ่งดีๆ นั้นๆ ดูวย
กำรคูำขำยตำมแนวทำงเศรษฐกิจพอเพียง จึงเป็ นกำร
คูำที่มองกลับดูำน “เพรำะรักคุณจึงอยำกใหูคณ ุ ไดูรับในสิ่ง
ดีๆ” พอเพียงเพื่ออูุมช้ เผื่อแผ่ แบ่งปั น ไปดูวยกัน

้ ตอนที่ 9 กองกำาลังเกษตรโยธิน
ขัน
ขั้นที่ 9 คือกำรสรูำงกองกำำลังเกษตรโยธิน หรือกำร
สรูำงเครือข่ำยเชื่อมโยงทั้งประเทศ เพื่อขยำยผลควำม
สำำเร็จตำมแนวทำงเศรษฐกิจพอเพียง ส่ก ้ ำรปฏิวัติแนวคิด
และวิถกี ำรดำำเนิ นชีวิตของคนในสังคม ในชุมชน เพื่อกำรแกู
ปั ญหำวิกฤต 4 ประกำร อันไดูแก่ วิกฤตกำรณ์ส่ิงแวดลูอม
ภัยธรรมชำติ (Environmental Crisis) วิกฤตกำรณ์โรค
ระบำดทั้งในคน สัตว์ พืช (Epidemic Crisis) วิกฤตเศรษฐกิจ
ขูำวยำกหมำกแพง (Economic Crisis) วิกฤตควำมขัดแยูง
ทำงสังคม/สงครำม (Political/Social Crisis)

• ทฤษฎีใหม่ กระบวนการจัดการอย่างเป็ นร่ป
ธรรม
โครงกำรพัฒนำพื้นที่บริเวณวัดมงคลชัยพัฒนำ อันเนื่ อง
มำจำกพระรำชดำำริ เป็ นโครงกำรทฤษฎีใหม่แห่งแรกของ
ประเทศ เริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2531 พระบำทสมเด็จ
พระเจูำอย่้หัว ทรงมีพระรำชกระแสใหูม้ลนิ ธิชัยพัฒนำ
พิจำรณำจัดซื้อที่ดินที่ติดกับวัดมงคล ตำำบลหูวยบง อำำเภอ
เมือง จังหวัดสระบุรี โดยต่อมำพระบำทสมเด็จพระเจูำอย่้หัว
ทรงพระกรุณำโปรดเกลูำฯ พระรำชทำนนำมจำกวัดมงคล
เป็ นวัดมงคลชัยพัฒนำ เมื่อวันที่ 3 ตุลำคม 2535 เป็ นตูนมำ
จำกพระรำชกระแสขูำงตูนม้ลนิ ธิชัยพัฒนำจึงไดูจัดซื้อ
และมีผู้บริจำคที่ดินบริเวณดังกล่ำวรวม 32-0-47 ไร่ เพื่อนำำ
มำพัฒนำกำรเกษตรตำมแนวทฤษฎีใหม่ ในพระบำทสมเด็จ
พระเจูำอย่้หัว โดยใหูใชูสถำนที่ดังกล่ำวดำำเนิ นโครงกำร
พัฒนำพื้นที่บริเวณวัดมงคลชัยพัฒนำอันเนื่ องมำจำกพระ
รำชดำำริ เพื่อใหูเป็ นศ้นย์สำธิตกำรดำำเนิ นเกษตรทฤษฎีใหม่
อย่ำงเป็ นร้ปธรรม สำมำรถใหูเกษตรกรนำำไปประยุกต์ใชู
ปฏิบัติในพื้นที่ของตนไดูอย่ำงมีประสิทธิภำพ สำมำรถพึ่งพำ
ตนเองไดูอย่ำงพออย่้พอกิน ซึ่งโครงกำรดังกล่ำวนับเป็ นจุด
กำำเนิ ดของ เกษตรทฤษฎีใหม่ แห่งแรกในประเทศไทย
โครงกำรพัฒนำพื้นที่บริเวณวัดมงคลชัยพัฒนำฯ แบ่ง
พื้นที่ดำำเนิ นงำนออกเป็ น 2 ส่วนคือ
- ส่วนทีห
่ นึ่ง แปลงสาธิตการเกษตรแบบ
ผสมผสาน จำำนวน 16-2-23 ไร่ ดำำเนิ นกำรทดสอบและ
พัฒนำระบบกำรปล้กพืชผักสวนครัวในร้ปแบบต่ำงๆ อำทิ
สวนพืชตระก้ลมะ สวนพืชสมุนไพร สวนผลไมูในที่ดอน
สวนพรรณไมูหอมเฉลิมพระเกียรติ รวมถึงกำรขุดสระนำ้ำ
สำำหรับเลี้ยงปลำและปล้กหญูำแฝกเพื่อปู องกันกำร
ชะลูำงพังทลำยของดิน เป็ นตูน
- ส่วนทีส่ อง แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่
จำำนวน 15-2-24 ไร่ แบ่งพื้นที่ดำำเนิ นงำนตำมแนวพระ
รำชดำำริทฤษฎีใหม่ โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็ น 4 ส่วน คือ 30-
30-30-10 โดยสัดส่วนดังกล่ำวไดูนำำมำปรับตำมควำม
เหมำะสมของสภำพพื้นที่ของวัดมงคลชัยพัฒนำ ใน
สัดส่วน 16-35.5-24.5-24 โดยแต่ละส่วนประกอบดูวย

• ส่วนที่หนึ่ ง รูอยละ 16 พื้นที่ประมำณ 2.5 ไร่
ดำำเนิ นกำรขุดสระกักเก็บนำ้ำขนำด 55 เมตร
ยำว 71 เมตร ลึก 5 เมตร สำมำรถเก็บกักนำ้ำไดู
ประมำณ 18,000 ล้กบำศก์เมตร เพื่อนำำนำ้ำมำ
ไวูใชูในฤด้แลูง นอกจำกนี้ ในสระยังไดูเลี้ยงปลำ
นิ ลและปลำตะเพียน เพื่อเป็ นรำยไดูเสริมอีกทำง
หนึ่ ง
• ส่วนที่สอง รูอยละ 35.5 พื้นที่ประมำณ 5.5 ไร่
พัฒนำพื้นที่เป็ นแปลงนำขูำว โดยหลังฤด้เก็บ
เกี่ยวสำมำรถปรับสภำพดินเพื่อทำำกำรปล้กพืช
ไร่ พืชผักชนิ ดต่ำงๆ เช่น ขูำวโพดหวำน มะระ
ถั่วเขียว เป็ นตูน
• ส่วนที่สำม รูอยละ 24.5 พื้นที่ประมำณ 3.8 ไร่
ทำำกำรเกษตรอื่นๆ เช่น ปล้กพืชไร่ ไมูผล ไมู
ยืนตูน และพืชสมุนไพร เพื่อใชูเป็ นอำหำร
ประจำำวัน หำกเหลือจำกกำรนำำบริโภคก็นำำไป
จำำหน่ ำย โดยเลือกปล้กใหูเหมำะสมกับสภำพ
แวดลูอมและควำมตูองกำรของตลำด ตัวอย่ำง
ของพืชที่ปล้กคือ อูอย กลูวย กระถิน พริกขี้หน้
มะกร้ด เป็ นตูน
• ส่วนที่ส่ี รูอยละ 24 พื้นที่ประมำณ 3.7 ไร่ เป็ น
ส่วนของที่อย่้อำศัย ถนนและเลี้ยงสัตว์ ตลอดจน
กำรปล้กผักสำรพิษเพื่อบริโภคในครัวเรือนและ
จำำหน่ ำยเป็ นกำรลดค่ำใชูจ่ำยและเสริมรำยไดู
ในครัวเรือน

อำจกล่ำวไดูว่ำวัดมงคลชัยพัฒนำ คือ แหล่ง
กำำเนิ ด “เกษตรทฤษฎีใหม่” ของพระบำทสมเด็จ
พระเจูำอย่้หัว และเป็ นศ้นย์สำธิตกำรทำำเกษตรทฤษฎีใหม่
อย่ำงเป็ นร้ปธรรม เพื่อใหูเกษตรกรนำำไปประยุกต์ใชูปฏิบัติใน
พื้นที่ของตนไดูอย่ำงมีประสิทธิภำพและพึ่งพำตนเองไดูอย่ำง
พออย่้พอกิน

• ความเชื่อมโยงของทฤษฎีใหม่กับเศรษฐกิจ
พอเพียง

หำกกล่ำวว่ำ วัดมงคลชัยพัฒนำ คือ แหล่ง
กำำเนิ ด “เกษตรทฤษฎีใหม่” และ ทฤษฎีใหม่ คือ
เศรษฐกิจพอเพียงสำาหรับเกษตรกร ดังนั้นในร้ปแบบ
เดียวกันนี้ เรำทุกคนสำมำรถนำำปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงไป
ประยุกต์ใชูใหูเหมำะสมไดูกับทุกกลุ่มคน และทุกองค์กร โดย
นูอมนำำเศรษฐกิจพอเพียงมำใชูเป็ นหลักในกำรดำำเนิ นชีวิต
เพรำะเศรษฐกิจพอเพียงเป็ นปรัชญำ เป็ นแนวปฏิบัติตนไม่ว่ำ
จะอย่้ในกิจกรรมหรืออำชีพใด ก็ตูองยึดวิถีชีวิตไทยที่อย่้แต่
พอดี ยึดเสูนทำงสำยกลำง อย่้กน ิ ตำมฐำนะ ใชูสติปัญญำใน
กำรดำำรงชีวิต เจริญเติบโตอย่ำงค่อยเป็ นค่อยไป อย่ำใชูหลัก
กำรลงทุนเชิงกำรพนันซึ่งตั้งอย่้บนควำมเสี่ยง กู้เงินมำลงทุน
โดยหวังรวยอย่ำงรวดเร็วแลูวก็ไปส่้ควำมลูมละลำยในที่สุด
ควรตั้งอย่้บนหลักของ “รู้ รัก สำมัคคี” ใชูสติปัญญำปกปู อง
ตนเองไม่ใหูหลงกระแสโลกำภิวัตน์โดยไม่รถ ู้ ึงเหตุและผล
ตำมสภำพแวดลูอมของไทย ใหูรู้จก ั แยกแยะสิ่งดี สิ่งเลว สิ่งที่
เป็ นประโยชน์ตำมสภำพควำมเป็ นจริงของบูำนเมืองของเรำ
เป็ นที่ต้ัง ใหูมค
ี วำมรัก ควำมเมตตำที่จะช่วยเหลือสังคมใหู
รอดพูนจำกภัยพิบัติ และรวมพลังกันดูวยควำมสำมัคคีเป็ น
หม่้เหล่ำ ขจัดขูอขัดแยูงไปส่้ควำมประนี ประนอมรักษำผล
ประโยชน์ส่วนรวมเป็ นที่ต้ัง
เศรษฐกิจพอเพียง คือ กำรดำำรงชีวิตในควำมพอดี มีชีวิต
ใหม่ คือ หวนกลับมำใชูวิถีชีวิตไทยเป็ นกำรสรูำงรำกฐำน
หรือพื้นฐำนของระบบเศรษฐกิจทั้งหมด ดังที่พระบำทสมเด็จ
พระเจูำอย่้หัวไดูพระรำชทำนพระรำชดำำรัสควำมตอนหนึ่ งว่ำ
“...อาคารบ้านเรือน ตัง ้ อย่่ได้อย่างมัน
่ คง ก็เพราะ
ความแข็งแรงของรากฐาน หรือเสาเข็ม ซึง ่ เรามองไม่
เห็น และมักจะลืมไปว่าเราอย่่ได้บนฐานรากอะไร...”
หำกรำกฐำนของประเทศ คือ เกษตรกร ไดูนอ ู มนำำ
ปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงส่้กำรปฏิบัติ ตำมแนวทำง “ทฤษฎี
ใหม่” ซึ่งพระองค์ท่ำนไดูแปลงทฤษฎี ส่ก ้ ำรปฏิบัติอย่ำงเป็ น
ร้ปธรรมที่จับตูองไดู เดินตำมไดู ทำำตำมไดู ดังตัวอย่ำง
โครงกำรทฤษฎีใหม่ วัดมงคลชัยพัฒนำ โครงกำรทฤษฎีใหม่
แห่งแรกของประเทศไทยที่ประสบควำมสำำเร็จ เป็ นตูนแบบ
และรอคอยใหูเกษตรกรในจังหวัดสระบุรี และทั่วประเทศไดู
นูอมนำำแนวทำงที่พระองค์ทรงพระรำชทำนใหูไวู เพื่อเป็ น
เครื่องมือในกำรดำำเนิ นชีวิตตำมแนวทำงเศรษฐกิจพอเพียง
ซึ่งเป็ นแนวทำงปฏิบัติท่ีทำำใหูชำติบูำนเมืองและตัวเรำหลุด
พูนจำกควำมทุกข์ มีควำมสุขอย่ำงมั่นคง ยั่งยืนและพอเพียง
+

บรรณานุกรม

สำำนักงำนคณะกรรมกำรพิเศษเพื่อกำรประสำนงำนโครงกำร
อันเนื่ องมำจำกพระรำชดำำริ (กปร.). ทฤษฎีใหม่ หลัก
การพึง ่ ตนเองทีย ่ ัง่ ยืน. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : รุ่ง
ศิลป์ กำรพิมพ์ (1977), 2552.
สำำนักงำนคณะกรรมกำรพิเศษเพื่อกำรประสำนงำนโครงกำร
อันเนื่ องมำจำกพระรำชดำำริ (กปร.). ปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงในศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่อง
มาจากพระราชดำาริ. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : อรุณ
กำรพิมพ์, 2551.
องค์กำรบริหำรส่วนจังหวัดสระบุร.ี เศรษฐกิจพอเพียงกับ
การพัฒนาทีย ่ ัง่ ยืนเพื่อแก้ปัญหาความยากจน.พิมพ์
ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : ประสำนมิตร, 2550.
ทฤษฎีใหม่ วัดมงคลชัยพัฒนา. (2553). [ออนไลน์]. เขูำ
ถึงไดูจำก : http://www.mochit.com/place/2317
(วันที่คูนขูอม้ล : 22 พฤษภำคม 2553)
โครงกำรพระรำชดำำริ (2553). [ออนไลน์]. เขูำถึงไดูจำก :
http://www.bpp.go.th/project/project_4.html (วัน
ที่คูนขูอม้ล : 22 พฤษภำคม 2553).
สำำนักงำนคณะกรรมกำรพิเศษเพื่อกำรประสำนงำนโครงกำร
อันเนื่ องมำจำกพระรำชดำำริ (กปร.). เศรษฐกิจพอ
เพียงปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดำาเนินชีวิต. พิมพ์ครั้ง
ที่ 2. กรุงเทพฯ : l สำำนักงำนกปร., 2550.
สำำนักงำนคณะกรรมกำรพิเศษเพื่อกำรประสำนงำนโครงกำร
อันเนื่ องมำจำกพระรำชดำำริ (กปร.). นำ้าคือชีวิต. พิมพ์
ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : l สำำนักงำนกปร., 2550.
สำำนักงำนคณะกรรมกำรพิเศษเพื่อกำรประสำนงำนโครงกำร
อันเนื่ องมำจำกพระรำชดำำริ (กปร.). ทฤษฎีใหม่ชีวิตที่
พอเพียง. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : l สำำนักงำนกปร.,
2550.