เอกสารประกอบกิจกรรมกลุ่มศึกษาอิสลามประจาสัปดาห์ ฮะละกอฮฺ

ชมรมมุสลิม มหาวิทยาลัยรังสิต

ฮะดีษเบื้องต้น

13 มกราคม 2554
ปู้รับปิดชอบ: อิบนฺอิสมาอีล อัลฮุซัยนียฺ

เอกสารประกอบกิจกรรมกลุ่มศึกษาอิสลามประจาสัปดาห์ 13 มกราคม 2554

ความรู้เกี่ยวกับหะดีษ
โดย อ.อันวา สะอุ

หะดีษ ‫حديث‬
ความหมายของหะดีษ
ความหมายทางภาษา คาว่า หะดีษ ในภาษาอาหรับมีความหมายดังนี ้
1. แปลว่า ใหม่ ซึง่ ตรงข้ ามกับคาว่า เกาะดีม ‫ قدٌم‬ซึง่ แปลว่า เก่า
2. แปลว่า คาพูด เช่น หะดีษของอับดุลลอฮฺ หมายถึง คาพูดของอับดุลลอฮฺ เป็ นต้ น
ความหมายทางวิชาการ หะดีษ คือ คาพูด การกระทา การยอมรับ และคุณลักษณะ ตลอดจน
ชีวประวัติของท่านนบีมฮุ มั หมัด(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวสั ลัม)
อิบนุ หะญัร อัล-อัสเกาะลานี ย์ให้ นิยามของหะดีษว่า “ทุกๆสิ่งที่พาดพิงถึงท่านนบี
(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวสั ลัม)”
คาที่มีความหมายใกล้ เคียงกับหะดีษ 1. อัซซุนนะฮฺ ‫ السنة‬2. อะษัร ‫ أثر‬3. เคาะบัร ‫خبر‬
1.อัซซุนนะฮฺ ‫السنة‬
เดิมนันแปลว่

า แนวทาง หรื อ แบบอย่ าง ส่วนความหมายทางวิชาการนัน้ มีหลาย
นิยาม
• นักปราชญ์วิชาหะดีษและปราชญ์อศุ ลู ลุ ฟิ กฮ์ให้ ความหมายอัซซุนนะฮฺเช่นเดียวกับคา
ว่าหะดีษ
• นักปราชญ์วิชาฟิ กฮฺให้ ความหมายอัซซุนนะฮฺว่า สิ่งที่มีบญ
ั ญัติพึ่งกระทา หากละเว้ น
ไม่กระทาก็ไม่มีบทลงโทษใดๆ ซึง่ ตรงข้ ามกับคาว่าวาญิบ(จาเป็ น)หรื อฟั รฎ(บั
ู งคับต้ องกระทา)
• นักปราชญ์ทวั่ ไปใช้ คาว่า อัซซุนนะฮฺในบางครัง้ หมายถึง สิ่งตรงข้ ามกับคาว่าบิดอะฮฺ
(อุตริ กรรม)
2.อะษัร ‫أثر‬
ความหมายเดิมคือ ร่ องรอย เครื่องหมาย หรือสิ่งที่หลงเหลือ
•นักปราชญ์วิชาหะดีษให้ ความหมายอะษัรเช่นเดียวกับคาว่าหะดีษ
•นักปราชญ์บางท่านให้ ความหมายว่าคาพูดหรื อการกระทาของเศาะหาบะฮฺและตาบิอีน
3.เคาะบัร ‫خبر‬
ความหมายเดิมคือ ข่ าว เรื่องราว
• นักปราชญ์วิชาหะดีษให้ ความหมายเคาะบัรเช่นเดียวกับคาว่าหะดีษ
1

เอกสารประกอบกิจกรรมกลุ่มศึกษาอิสลามประจาสัปดาห์ 13 มกราคม 2554

• นักปราชญ์ บางท่านให้ ความหมายว่า หะดีษคือสิ่งที่มาจากท่านรอซูล ส่วนเคาะบัร
คือสิง่ ที่มาจากผู้อื่น
*ปราชญ์ บางท่านก็จาแนกคาที่กล่าวมาข้ างต้ นดังนี ้
• หะดีษ ‫ حدٌث‬คือ สิง่ ที่มาจากท่านรอซูล
• อะษัร‫ أثر‬คือ สิง่ ที่มาจากเศาะหาบะฮฺ ตาบีอีนและผู้ที่มาหลังจากพวกเขา
• ส่วนเคาะบัร ‫ خبر‬คือ ชีวประวัติของบรรดากษัตริ ย์สมัยโบราณและบุคคลสาคัญใน
ประวัติศาสตร์
ความแตกต่ างระหว่ างอัลกุรอานกับหะดีษ
1. อัลกุรอานคือ ‫( كالم هللا‬คาดารัสของอัลลอฮฺ) ทังถ้
้ อยคาและความหมาย ส่วนหะ
ดีษเป็ น ً‫ وح‬วะห์ยู (วิวรณ์)จากอัลลอฮฺในด้ านความหมายเพียงอย่างเดียว
2. อัลกุรอานมีความเป็ นมหัศจรรย์ และความท้ าทาย ‫ إعجاز و تحدى‬ทังถ้
้ อยคาและ
ความหมายซึง่ ต่างกับหะดีษ
3. ผู้อา่ นอัลกุรอานจะได้ รับผลบุญถึง 10 เท่าในทุกพยัญชนะของการอ่าน
4. ผู้หญิ งที่ ม าประจาเดือ น ผู้ห ญิ ง มีเ ลือ ดหลังคลอด(นิ ฟาส) ผู้มีห ะดัษ (คือ ยัง ไม่
อาบน ้าละหมาดหลังจากได้ เสียน ้าละหมาดไม่ว่ากรณีใดๆ) หรื อผู้มีญุนุบ (คือยังไม่อาบน ้ายก
หะดัษหลังจากหลับนอนกับภรรยาหรื อฝั นเปี ยก)พวกเขาเหล่านันไม่
้ อนุญาตให้ แตะต้ องคัมภีร์อลั
กุรอานเด็ดขาด (บางทัศ นะก็ อนุญาตให้ ผ้ ูมีญุนูบ และผู้มีรอบเดือนอ่าน สัมผัส อัลกุรฺอานได้
เช่นกัน) ส่วนตาราหะดีษไม่มีข้อห้ ามแต่ประการใด
5. อัลกุรอานนันถู
้ กบัญญัติให้ นามาอ่านในละหมาด ส่วนหะดีษไม่อนุญาตนามาอ่านใน
ละหมาด
6. อัลกุรอานถูกถ่ายทอดรุ่ นแล้ วรุ่ นเล่าด้ วยกระบวนการ ‫ متواتر‬มุตะวาติรฺ (มีบคุ คล
จานวนมากรายงาน) ซึ่งต่างกับหะดีษบางส่วนเป็ นมุตะวาติรฺ บางส่วนเป็ น‫ آحاد‬อาหาด (หะดีษ
ไม่ถึงระดับมุตะวาติรฺ)
7. ไม่อนุญาตให้ รายงานอัลกุรอานด้ วยความหมาย แต่หะดีษสามารถรายงานด้ วย
ความหมายได้ ตามเงื่อนไขที่มหุ ดั ดิษีน(ปราชญ์หะดีษ)วางไว้

2

เอกสารประกอบกิจกรรมกลุ่มศึกษาอิสลามประจาสัปดาห์ 13 มกราคม 2554

ประเภทของหะดีษ
การจาแนกประเภทของหะดีษนันนั
้ กวิชาการได้ จาแนกหะดีษเป็ นดังนี ้
1. จาแนกตามลักษณะของกระแสรายงาน
2. จาแนกตามลักษณะของการนามาใช้ มาเป็ นหลักฐานอ้ างอิง
3. จาแนกตามลักษณะของผู้สืบ
จาแนกตามลักษณะของกระแสรายงาน
แบ่งออกเป็ นได้ สองประเภทคือ
1. หะดีษมุตะวาติรฺ‫متواتر‬
2. หะดีษอาหาด ‫آحاد‬
หะดีษมุะวาติรฺ‫ متواتر‬คือหะดีษที่มีบคุ คลจานวนมากในทุกสมัยได้ รายงานสืบทอดกัน
มายังต่อเนื่อง โดยไม่มีความเป็ นไปได้ เลยว่าบุคคลจานวนมากเหล่านันจะสมคบกั

นกล่าวเท็จโดย
จานวนผู้รายงานในแต่ละช่วงนันนั
้ กวิชาการได้ กาหนดว่าอย่างน้ อยต้ องมี 10 คนขึ ้นไป
สถานภาพของหะดีษมุตะวาติร ถือว่าเป็ นสุดยอดของความถูกต้ องโดยไม่มีข้อสงสัย
เคลือบแคลงใดๆ ผู้ใดที่ปฏิเสธหะดีษมุตะวาติรผู้นนจะตกศาสนาเป็
ั้
นกาฟิ รฺ
ตัวอย่ างหะดีษมุตะวาติร
‫من كذب علً متعمدا فلٌتبوأ مقعده من النار‬
“ผู้ใดที่กล่าวเท็จแก่ฉนั (กุหะดีษนบีมาอ้ าง)เขาผู้นนจงเตรี
ั้
ยมที่นงั่ ของเขาในนรกเถิด”
ตัวบทหะดีษนี ้มีศอหาบะฮ์มากกว่า 70 คนได้ รานงานสืบทอดกันมา
ข้ อสังเกต หะดีษประเภทนี ้มีจานวนน้ อยกว่าหะดีษอาหาด
หะดีษอาหาด ‫ آحاد‬คือ หะดีษที่ไม่ถึงระดับมุตะวาติร แม้ จะเป็ นเพียงช่วงเดียวของ
สายรายงาน
สถานภาพของหะดีษอาหาดนันมี
้ ผลเพียงคาดคะเนตามหลักเหตุผล คือยังไม่แน่นอนว่า
ถูกต้ องหรื อไม่ การที่จะนาหะดีษประเภทนี ้มาอ้ างต้ องตรวจสอบความถูกต้ องเสียก่อน
หะดีษอาหาด ‫ آحاد‬แบ่งออกเป็ น 3 ประเภท
1. หะดีษมัชฮูรฺ‫( مشهور‬หะดีษที่มีผ้ รู ายงานในแต่ละช่วงตังแต่
้ สามคนขึ ้นไป แต่ไม่ถึง
ขันมุ
้ ตะวาติร เช่น หะดีษ ( ‫“ العجلة من الشٌطان )رواه الترمذي حسنه‬การรี บร้ อนมาจาก
ชัยฏอน”
2. หะดีษอะซีซ ‫( عزيز‬หะดีษที่มีผ้ รู ายงานไม่น้อยกว่าสองคน) เช่น หะดีษ
3

เอกสารประกอบกิจกรรมกลุ่มศึกษาอิสลามประจาสัปดาห์ 13 มกราคม 2554

(‫الٌؤمن أحدكم حتى أكون أحب إلٌه من والده وولده والناس أجمعٌن ) رواه الشٌخان‬
“คนหนึง่ จากพวกท่านจะไม่เป็ นผู้มีศรัทธาที่สมบูรณ์จนกว่าฉันจะเป็ นที่รักแก่เขายิ่งกว่าพ่อของ
เขา ลูกของเขา และคนทังหมด”

หะดีษนี ้มีศอหาบะฮฺสองท่านรายงานจากท่านนบี คือท่านอะนัส กับท่าน อบูฮุรัยเราะฮ์
สายของท่านอะนัสมีผ้ รู ายงานต่อจากเขาสองคน คือ เกาะตาดะฮฺ กับ อับดุลอะซีซ
3. หะดี ษ ฆอรี บ ‫ غريب‬คือ หะดี ษ ที่ มีผ้ ูร ายงานเพี ยงคนเดี ย วโดดเดี่ ย ว ตลอดสาย
รายงาน หรื อในบางช่วงของสายรายงาน เช่นหะดีษ (‫إنما األعمال بالنٌات )رواه البخاري‬
“แท้ จริ งกิจการทังหลายนั

นขึ
้ ้นอยูก่ บั เจตนา”
หะดีษนี ้ท่านอุมรั บิน อัลค็อฏฏอบ รายงานเพียงคนเดียวจากท่านนบี ‫صلى هللا علٌه‬
‫ وسلم‬และผู้ที่รายงานต่อจากอุมรั ตลอดสายสืบก็เป็ นผู้รายงานคนเดียว ดังแผ่นภูมิตอ่ ไปนี ้

หะดีษทังสามประเภทนี

้ย่อมเป็ นไปได้ ทงั ้ หะดีษศอหีหฺถกู ต้ องที่สดุ หะซัน(ต่ากว่าระดับ
ศอหีหฺ) และเฎาะอีฟ (อ่อน) ทังนี
้ ้ขึ ้นอยูก่ บั คุณสมบัติของหะดีษแต่ละบท
จาแนกตามลักษณะของการนามาใช้ มาเป็ นหลักฐานอ้ างอิง
จาแนกหะดีษออกเป็ นสองประเภท คือ
1. หะดีษที่นามาเป็ นหลักฐานได้
2. หะดีษที่ใช้ เป็ นหลักฐานไม่ได้
หะดีษที่นามาเป็ นหลักฐานได้
แบ่งออกเป็ นสองประเภทคือ
1. หะดีษศอหี ้หฺ‫صحٌح‬
2. หะดีษหะซัน ‫حسن‬
4

เอกสารประกอบกิจกรรมกลุ่มศึกษาอิสลามประจาสัปดาห์ 13 มกราคม 2554

หะดีษศอหีห้ ฺ‫صحيح‬
หะดีษศอหีห้ ฺ คือหะดีษที่ มีสายรายงานติดต่ อกันอย่ างไม่ ขาดสายตัง้ แต่ต้นสาย
จนถึงปลายสาย โดยผู้รายงานแต่ละคนต้ องเป็ นผู้มีคุณธรรม มีความจาเป็ นเลิศ หะดีษนันต้
้ อง
ไม่ ขัดแย้ งกับผู้สายรายงานอื่นที่น่าเชื่อถือกว่ า และไม่ มีความบกพร่ องที่ซ่อนเร้ น
ตัวอย่ างหะดีษศอหีห้ ฺ
ท่านอิมามอัลบุคอรี ย์ได้ รายงานหะดีษบทหนึง่ ไว้ ในตาราหะดีษศอหี ้หฺของท่านดังนี ้
ُ‫ْن أَ ِبً َخالِد‬
ُِ ‫ل ب‬
َُ ٌ ِ‫ْن أَ ِبً ال َّس َف ُِر َوإِسْ مَاع‬
ُِ ‫هللا ب‬
َُِّ ‫ل َح َّد َث َنا شعْ َبةُ َعنُْ َع ْب ُِد‬
َُ ‫َح َّد َث َنا آدَ مُ بْنُ أَ ِبً إِ ٌَاسُ َقا‬
:‫ل‬
َُ ‫هللا َعلَ ٌْ ُِه َو َسلَّ َُم َقا‬
َُّ ‫صلَّى‬
َُّ ً
َُ ِ‫ْن َعمْ رو َرض‬
ُِ ‫هللا ب‬
َُِّ ‫َعنُْ ال َّشعْ ِبًُ َعنُْ َع ْب ُِد‬
َ ًُ‫هللا َع ْنه َما َعنُْ ال َّن ِب‬
ُ‫هللا َع ْنه‬
َُّ ‫ون مِنُْ ل َِسا ِن ُِه َو ٌَ ِدُِه َو ْالم َها ِجرُ َمنُْ َه َج َُر َما َن َهى‬
َُ ‫ْالمسْ لِمُ َمنُْ َسلِ َُم ْالمسْ لِم‬
“มุสลิม คือผู้ที่ไม่รังแกบรรดาพี่น้องมุสลิมด้ วยลิ ้นและมือของเขา และอัลมุฮาญิรฺ (ผู้อพยพ) คือผู้
ที่อพยพจากสิง่ ที่อลั ลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตาอาลา) ทรงห้ าม”
หะดีษบทนี ้เป็ นหะดีษที่ศอหีห้ ฺเนื่องจากมีคุณสมบัติห้าประการครบถ้ วน คือ
1. มีสายรายงานติดต่อกันไม่ขาดตอน
2. ผู้รายงานทุกคนมีคณ
ุ ธรรม
3. ผู้รายงานทุกคน มีความจาดีเลิศ
4. ไม่ขดั แย้ งกับหะดีษที่แข็งแรงกว่า
5. ไม่มีความบกพร่องอันซ่อนเร้ นใดๆในหะดีษ
ประเภทของหะดีษศอหีห้ ฺ
หะดีษศอหี ้หฺแบ่งออกเป็ นสองประเภท คือ
1. ศอหีห้ ลิษฺาติฮฺ ‫ صحيح لذاته‬คือหะดีษที่มีคณ
ุ สมบัติห้าประการครบถ้ วน (ศอหีหฺ
ด้ วยตัวเอง)
2. ศอหีห้ ฺ ลิฆอยริ ฮฺ ‫ صحيح لغيره‬คือ หะดีษที่แต่เ ดิมเป็ นหะดีษหะซัน แต่มีกระแส
รายงานอื่นซึ่งอยู่ในระดับเดียวกันหรื อสูงกว่ามาสนับสนุน จึงได้ ยกระดับขึ ้นเป็ นศอหี ้หฺ ลิฆอยริ ฮฺ
(ศอหี ้หฺ โดยอาศัยสายรายงานอื่นมาสนับสนุน)
ตารารวบรวมหะดีษศอหีห้ ฺ
นักปราชญ์ หะดีษคนแรกที่รวบรวมหะดีษที่ศอหี ้หฺเป็ นตารา คือ ท่านอิมาม มุฮั มหมัด
บิน อิสมาอีล อัลบุคอรี ย์ (มีชีวิตระหว่างปี ฮ.ศ. 194-256) ตาราหะดีษของท่านมีชื่อว่า ‫المسند‬
‫المختصر من حدٌث رسول هللا صلى هللا علٌه وسلم وسننه وأٌامه الجامع الصحٌح‬
5

เอกสารประกอบกิจกรรมกลุ่มศึกษาอิสลามประจาสัปดาห์ 13 มกราคม 2554

หรื อเรี ยกสันๆว่
้ า ศอหีห้ ฺ อัล-บุคอรีย์ ‫ صحيح البخاري‬ต่อมาท่าน อิมามมุสลิม บิน หัจญาจ
(มีชีวิตระหว่างปี ฮ.ศ.204-261) ศิษย์ของท่านอัลบุคอรี ย์ได้ รวบรวมหะดีษศอหี ้หฺเป็ นตาราอีกซึ่งมี
ชื่อว่า ศอหีห้ ฺมุสลิม ‫صحيح مسلم‬
ตาราหะดีษของท่านทังสองถื

อว่าเป็ นตาราที่ถูกต้ องที่สดุ หลังจากอัลกุรอาน นอกจาก
ท่านทังสองแล้

วยังมีปราชญ์คนอื่นๆที่พยายามรวบรวมหะดีษศอหี ้หฺ เช่น อิบนุ คุซัยมะฮ อิบนุ หิ
บบาน เป็ นต้ น แต่ตาราของท่านเหล่านันก็
้ ยงั ไม่ได้ มาตรฐานเท่าตาราศอหี ้หฺของอิมามบุคอรี ย์
และมุสลิม
หะดีษ หะสัน ‫حديث حسن‬
หะดีษหะสัน คือ หะดีษที่มีสายรายงานติดต่อกันอย่างไม่ขาดสายตังแต่
้ ต้นสายจนถึง
ปลายสาย โดยผู้รายงานต้ องเป็ นผู้มีคณ
ุ ธรรม แต่สมรรถภาพการจาหย่อน (กว่าหะดีษผู้รายงาน
หะดีษศอหี ้หฺ) ไม่ขดั แย้ งกับผู้สายรายงานอื่นที่นา่ เชื่อถือกว่า และไม่มีความบกพร่องที่ซอ่ นเร้ น
หะดีษหะสันมีคณ
ุ สมบัติเช่นเดียวกับหะดีษศอหี ้หฺ แต่จะต่ างกันตรงที่สายรายงานบาง
คนมีความจาไม่ดีเลิศ เหมือนสายรายงานของหะดีษศอหี ้หฺ แต่ก็ไม่ถึงขันเลอะเลื

อน
ข้ อแตกต่ างระหว่างหะดีษหะสันกับหะดีษศอหี ้หฺนนั ้ อยู่ที่การกาหนดเงื่อนไข ความจา
ของสายรายงาน หากสายรายงานมีความจาดีเลิศ ‫ ضبط تام‬ก็จดั อยูใ่ นระดับศอหี ้หฺ ถ้ าหากสาย
รายงานสมรรถภาพการจาหย่อนยาน ‫ قل ضبطه‬ก็จดั อยูใ่ นระดับหะสัน
ตัวอย่ างหะดีษหะสัน หะดีษที่บนั ทึกโดยอัตติรมิซีย์ ในกีตาบุ้ล อะด๊ าบ เลขที่ 2693 ว่า
َُ ‫َح َّد َث َنا م َحمَّدُ بْنُ َب َّشارُ َح َّد َث َنا ٌَحْ ٌَى بْنُ َسعٌِدُ َح َّد َث َنا َبهْزُ بْنُ َحكٌِمُ َح َّد َثنًِ أَ ِبً َعنُْ َجدي َقا‬
‫ل‬
‫ِك أَوُْ َما‬
َُ ‫ال مِنُْ َز ْو َجت‬
َُّ ِ‫ك إ‬
َُ ‫ظ َع ْو َر َت‬
ُْ ‫ل احْ َف‬
َُ ‫هللا َع ْو َراتَُنا َما َنأْتًِ ِم ْن َها َو َما َن َذرُ َقا‬
َُِّ ‫ل‬
َُ ‫ق ْلتُ ٌَا َرسو‬
ُ‫ل ق ْلت‬
ُْ ‫ال ٌَ َرا َها أَ َحدُ َفا ْف َع‬
ُ َ ُْ‫ت أَن‬
َُ ْ‫ل إِنُْ اسْ َت َطع‬
َُ ‫ل َقا‬
ُِ ‫ل الرَّ جلُ ٌَكونُ َم َُع الرَّ ج‬
َُ ‫ك َف َقا‬
َُ ‫ت ٌَمٌِن‬
ُْ ‫َملَ َك‬
ُ‫اّلل أَ َحقُ أَنُْ ٌسْ َتحْ ٌَا ِم ْنه‬
َُّ ‫ل َف‬
َُ ‫َوالرَّ جلُ ٌَكونُ َخالًٌِا َقا‬
ُ‫او ٌَةُ بْنُ َحٌْدَ َُة ْالق َشٌ ِْري‬
َُ ‫ َقا‬....
َ ِ‫ل أَبو ع‬
ِ ‫ َه َذا َحدٌِثُ َح َسنُ َو َجدُ َبهْزُ اسْ مهُ م َع‬:‫ٌسى‬
( ‫ماجاء فً حفظ العورة‬:‫ باب‬/‫ كتاب األدب‬3962 ‫)أخرجه الترمذي برقم‬
ความหมายของหะดี ษ (มุ อ าวิ ย ะฮฺ บิ น หัย ดะฮฺ ) กล่ า วว่ า “ฉั น ได้ กล่ า วถามท่ า นรอ
ซูลศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า เอาเราะฮฺของพวกเรานันเมื
้ ่อใดต้ องปกปิ ด และเมื่อใดที่ถูก
ยกเว้ น” ท่านนบีจึงกล่าวว่า “จงปกปิ ดเอาเราะฮฺของท่าน นอกเสียจากว่าเจ้ าอยู่กบั ภรรยาหรื อ
ทาสีของเจ้ า” เขาได้ กล่าวอีกว่า “หากผู้ชายอยู่ต่อหน้ าผู้ชายอีกคน ต้ องปกปิ ดเอาเราะฮฺไหม”
6

เอกสารประกอบกิจกรรมกลุ่มศึกษาอิสลามประจาสัปดาห์ 13 มกราคม 2554

ท่านนบีตอบว่า “ถ้ าหากว่าเจ้ าสามารถที่จะปกปิ ดมิให้ ใครเห็นมันแล้ วก็จงทา” เขาได้ ถามอีกว่า
“ถ้ าหากเขาอยู่คนเดียวตามลาพังเขาต้ องปกปิ ดเอาเราะฮฺหรื อไม่ ”ท่านนบีตอบว่า “แท้ จริ งเขา
ควรละอายต่ออัลลอฮฺ มากกว่าตัวเขาเสียอีก”
อบูอีซา (อัตติรมีซีย์) กล่าวว่า “หะดีษบทนี ้เป็ นหะดีษ หะสัน ปู่ ของบะฮฺซฺ มีชื่อว่า มุอาวิยะฮฺ
บิน หัยดะฮฺ อัล-กุชยั รี ย์....”
บันทึกโดย อัตติรมิซีย์ หมายเลขหะดีษ 2693/ กิตาบ อัล-อะด๊ าบ/ บาบ เกี่ยวกับการปกปิ ดเอา
เราะฮฺ
หะดีษบทนี เ้ ป็ นหะดีษหะซัน เนื่องจากผู้รายงานทังหมดเป็

นผู้เชื่ อถื อได้ ทงั ้ สิ ้น ‫ثقة‬
นอกจากบะฮฺ ซฺ บินหะกี ม เพราะนักวิจารณ์ หะดีษได้ จัดเขาอยู่ในระดับ เศาะดู๊ก ‫ (صدوق‬มี
สัจจะ) แต่สายรายงานที่เขารายงานจากพ่อของเขา พ่อจากปู่ จัดอยูใ่ นระดับสุดยอดหะดีษหะซัน
ประเภทของหะดีษหะซัน
หะดีษหะสันนันแบ่
้ งออกเป็ น สองประเภท ดังนี ้
1. หะดีษหะสัน ลิษฺาติฮฺ ‫حسن لذاته‬คือ หะดีษที่มีคณ
ุ สมบัติเช่นเดียวกับหะดีษศอหี ้
หฺ แต่จะต่างกันตรงที่สายรายงานบางคนมีความจาไม่ดีเลิศ เหมือนสายรายงานของหะดี ษศอหีหฺ
แต่ก็ไม่ถึงขันเลอะเลื

อนหรื อหะดีษศอหี ้หฺลฆิ อยริ ฮฺ ตามที่ได้ นิยามมาแล้ ว
ตัวอย่ างหะดีษหะสัน ลิษฺาติฮฺ หะดีษที่บนั ทึกโดยอัตติรมิซีย์
‫ن َح َّد َث َنا ْالح َسٌْنُ بْنُ َواقِدُ َح َّد َث َنا أَبو َغالِبُ َقال‬
ُِ ‫ل َح َّد َث َنا َعلًُِ بْنُ ْال َح َس‬
َُ ٌِ‫َح َّد َث َنا م َحمَّدُ بْنُ إِسْ َمع‬
‫ص َالته ُْم َآذا َنه ُْم‬
ُ َ ُ‫هللا َعُلَ ٌْ ُِه َو َسلَّ َُم َث َال َثة‬
َُّ ‫صلَّى‬
َُِّ ُ‫ل َرسول‬
َُ ‫َسمِعْ تُ أَ َبا أ َما َم َُة ٌَقولُ َقا‬
َ ُ‫اوز‬
َ ‫هللا‬
ِ ‫ال ت َج‬
َُ ‫اره‬
‫ون‬
ُْ ‫ْال َعبْدُ ْاْل ِبقُ َح َّتى ٌَرْ ِج َُع َوامْ َرأَةُ َبا َت‬
ِ ‫ت َو َز ْوج َها َعلَ ٌْ َها َساخِطُ َوإِ َمامُ َق ْومُ َوه ُْم لَهُ َك‬
ُ‫ٌسى َه َذا َحدٌِثُ َح َسنُ َغ ِرٌبُ مِنُْ َه َذا ْال َوجْ ُِه َوأَبو َغالِبُ اسْ مهُ َح َز َّور‬
َُ ‫َقا‬
َ ِ‫ل أَبو ع‬
(‫باب فٌمن أم قوما وهم له كارهون‬/ ‫ كتاب الصالة‬233: ‫)أخرجه الترمذي برقم‬
ความหมายของหะดีษ สามจาพวกที่การละหมาดของพวกเขานันเสี
้ ยเปล่าคือ ทาสที่
หนีจนกว่าเขาจะกลับมาหานายของเขา, สตรี ที่นอนในสภาพที่สามีของนางไม่พอใจต่อนาง และ
คนที่เป็ นผู้นาในการละหมาดแต่ผ้ ตู ามนันรั
้ งเกียจในตัวเขา
บันทึกโดย อัตติรมิซีย์ หมายเลขหะดีษ 328/ กิตาบ อัศ-เศาะลาฮฺ/ บาบ ผู้ทีเป็ นอิหม่าม
นาละหมาดในขณะที่มะอฺมมู (ผู้ตาม) รังเกียจตัวเขา

7

เอกสารประกอบกิจกรรมกลุ่มศึกษาอิสลามประจาสัปดาห์ 13 มกราคม 2554

หะดีษ นี เ้ ป็ นหะดีษหะสัน เนื่องจากผู้รายงานทัง้ สี่ต่างก็ เป็ นผู้ที่เ ชื่ อถื อได้ นอก
จากอะบูฆอลิบ เพียงคนเดียว เพราะนักวิจารณ์หะดีษระบุว่าเป็ น เศาะดู๊กยุคติ ‫صدوق ٌخطئ‬
(มีสจั จะและมีความผิดพลาดในการรายงานหะดีษในบางครัง้ )
2. หะดีษหะซันลิฆอยริฮฺ ‫ حسن لغيره‬คือ หะดีษอ่อน(ฎออีฟ)แต่ได้ รับการสนับสนุน
จากสายรายงานอื่นซึง่ มีฐานะเดียวกันหรื อเหนือกว่า จนสามารถเลื่อนฐานะเป็ น หะสัน ลิฆอยริ ฮฺ
( เป็ นหะสัน โดยมีสายรายงานอื่นมาสนับสนุน )
เงื่อนไขในการเลื่อนฐานะหะดีษ ฎออีฟเป็ นหะสันลิฆอยริฮฺ
•ผู้รายงานหะดีษนันต้
้ องไม่ถกู ระบุวา่ เป็ นกาซิบ ‫( كاذب‬คนพูดโกหก) หรื อฟาสิก ‫فاسق‬
(ผู้ทาบาปใหญ่หรื อบาปเล็กบ่อยๆ)
•มีสายรายงานอื่นมาสนับสนุนซึง่ มีฐานะเดียวกันหรื อเหนือกว่า
•ต้ องไม่เป็ นหะดีษ ชาษฺ ‫( شاذ‬ขัดแย้ งกับสายรายงานที่เหนือกว่า)
ตัวอย่ างหะดีษหะสัน ลิฆอยริฮฺ ท่านอิมามอัตติรมิซีย์ ได้ บนั ทึกว่า
ُ‫ن بْنُ َم ْهدِيُ َوم َحمَّدُ بْنُ َجعْ َفر‬
ُِ ‫َح َّد َث َنا م َحمَّدُ بْنُ َب َّشارُ َح َّد َث َنا ٌَحْ ٌَى بْنُ َسعٌِدُ َو َعبْدُ الرَّ حْ َم‬
ُْ‫ٌع َُة َعن‬
ُِ ‫ِر ب‬
ُِ ‫ْن َعام‬
َُ ‫هللا ب‬
َُِّ َُ‫ّللا َقال َسمِعْ تُ َعبْد‬
َِِ ‫ن ُع َب ْي ِِد‬
ِِ ‫َقالوا َح َّد َث َنا شعْ َبةُ َعنُْ َعاصِ ِِم ْب‬
َ ‫ْن َر ِب‬
‫هللا َعلَ ٌْ ُِه َو َسلَّ َُم‬
َُّ ‫صلَّى‬
َُِّ ُ‫ل َرسول‬
َُ ‫ْن َف َقا‬
ُِ ٌَ‫ت َعلَى َنعْ ُل‬
ُْ ‫ارَُة َت َز َّو َج‬
َ ‫هللا‬
َ ‫أَ ِبٌ ُِه أَنَُّ امْ َرأًَُة مِنُْ َبنًِ َف َز‬
َ ‫ل َفأ َ َج‬
ُ‫ازه‬
َُ ‫ت َن َع ُْم َقا‬
ُْ َ‫ْن َقال‬
ُِ ٌَ‫ت مِنُْ َن ْفسِ كُِ َو َمالِكُِ ِب َنعْ ل‬
ُِ ٌ ِ‫أَ َرض‬
( ‫ ماجاء من مهور النساء‬:‫ باب‬/‫ كتاب النكاح‬,1321 : ‫)أخرجه الترمذي برقم‬
ความหมายของหะดี ษ มีสตรี จ ากเผ่า ฟะซาเราะฮนางหนึ่ ง ได้ แต่ง งานโดยได้ รั บ
สินสอดเป็ นรองเท้ าหนึ่งคู่ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ กล่าวแก่นางว่า เจ้ ายินยอมที่
แต่งงานด้ วยสินสอดที่เป็ นรองเท้ าหนึง่ คูห่ รื อ นางตอบว่า ใช่ ดังนัน้ ท่านนบีจึงอนุญาตให้ แต่งงาน
ได้ บันทึกโดย อัตติรมิซีย์ หมายเลขหะดีษ 1031/ กิต าบ อัน-นิกาหฺ /บาบ เกี่ยวกับค่าสินสอด
ของสตรี
* ข้ อสังเกต ที่ไม่ได้ ขีดเส้ นใต้ กากับ คือ อิสน๊ าดหรื อสายรายงาน ที่ขีดเส้ นใต้ คือตัวบทหะดีษ ส่วน
ในวงเล็บคือ ที่มาของหะดีษ
จากตัวอย่า งหะดีษ ข้ า งต้ น พบว่าในสายรายงานนัน้ มี จุด บกพร่ องอยู่ที่ อาศิ ม บิ น
อุบยั ดิลลาฮฺ ‫هللا‬
َُِّ ‫ْن ع َب ٌْ ُِد‬
ُِ ‫عاصِ ُِم ب‬
َُ นักวิจารณ์หะดีษได้ กล่าวถึงตัวเขาว่า เป็ นผู้มีความจาอยู่ในขัน้
เลว ‫سؤ الحفظ‬

8

เอกสารประกอบกิจกรรมกลุ่มศึกษาอิสลามประจาสัปดาห์ 13 มกราคม 2554

ดังนันสายรายงานที

่มี อาศิมบิน อุบยั ดิลละฮฺ รวมอยู่ด้วยนันเป็
้ นสายรายงานที่อ่อน แต่
เนื่องจากหะดีษนี ้ยังมีกระแสรายงานอื่นอีกมาสับสนุนซึ่งได้ แก่ กระแสของ ท่านอุมรั อบูฮุรัย
เราะฮฺ สัหลฺ บิน สอัด อบีสะอีด อนัส อาอิชะฮฺ ญาบิร และอบีหดั ร็ อด อัล-อัสละมีย์ รอฎิยลั ลอฮุ
อันฮุม หะดีษนี ้จึงได้ เลือ่ นฐานะจากฎออีฟ (อ่อน) ขึ ้นเป็ น หะดีษหะสัน ลิฆอยริ ฮฺ
หุก่มของหะดีษหะซัน
บรรดาปราชญ์ไม่ขดั แย้ งเลยว่า หะดีษหะสัน นันสามารถน

ามาอ้ างอิงได้ เหมือนหะดีษ
ศอหี ้หฺ ดังนันมี
้ นกั ปราชญ์หะดีษบางคนเช่น อิบนุหิบบาน อิบนุคซุ ยั มะฮฺ อัลหากิม และอิบนุสะกัน
เป็ นต้ นได้ รวบรวมหะดีษศอหี ้หฺกบั หะสันในตาราเล่มเดียวกันและมีทศั นะว่าหะดีษทังสองประเภท

นันเป็
้ นหะดีษศอหี ้หฺทงหมด
ั้
สานวนการวินิจฉัยหะดีษของอัตติรมิซีย์
‫ حدٌث حسن صحٌح‬มี 2 ความหมาย
•หากหะดีษมีสองกระแสรายงานหรื อมากกว่า กระแสที่หนึ่งอยู่ในระดับหะสัน ส่วนอีก
กระแสหนึ่งอยู่ในระดับศอหี ้หฺหากหะดีษมีกระแสเดียว ก็หมายถึง บางปราชญ์ ถือว่าหะสัน ส่วน
อีกฝ่ ายก็วา่ ศอหี ้หฺ
1. ‫ حسن غرٌب والنعرفه إال من هذا الوجه‬หมายถึง หะดีษนี ้เป็ นหะดีษหะสัน
ลิษฺาติฮฺ
2. ‫ حسن غرٌب وإسناده لٌس بمتصل‬หมายถึง หะดีษนี ้ฎออีฟ(อ่อน)
3. ‫صحٌح حسن غرٌب‬/‫ حسن صحٌح غرٌب‬หมายถึง หะดีษหะสันที่ มีสาย
รายงานกระแสเดียว ซึง่ เกือบถึงขันหะดี

ษศอหี ้หฺ
ตาราที่มีหะดีษหะสัน
หะดีษหะสันส่วนใหญ่แล้ วเรามักจะพบใน ตาราดังต่อไปนี ้
1. สุนนั ‫ السنن‬เช่น สุนนั อัตติรมิซีย์, สุนนั อะบีดาวูด
2. มุสนัด๊ ‫المسند‬เช่น มุสนัด๊ อิมามอัฮหมัด, มุสนัด๊ อัลหุมยั ดีย์
3. มุศ็อนนัฟ๊ ‫ المصنف‬เช่น มุศ็อนนัฟ๊ อับดุรรอซาก, มุศ็อนนัฟ๊ อิบนุอะบีชยั บะฮฺ
หะดีษที่นามาเป็ นหลักฐานไม่ ได้
มีอยู่ 2 ประเภทด้ วยกัน คือ
1) หะดีษฎออีฟ ‫( حدٌث ضعٌف‬หะดีษอ่อน)
2) หะดีษเมาฎัว๊ ะ ‫( حدٌث موضوع‬หะดีษที่ถกู อุปโลกน์ขึ ้นมา)
9

เอกสารประกอบกิจกรรมกลุ่มศึกษาอิสลามประจาสัปดาห์ 13 มกราคม 2554

หะดีษฎออีฟ ‫حديث ضعيف‬
คือทุกๆหะดีษที่ขาดเงื่อนไขหรื อคุณสมบัติของหะดีษหะซัน(ซึ่งรวมถึงคุณสมบัติของหะ
ดีษศอหี ้หฺด้วย)องค์ประกอบที่ทาให้ เป็ นหะดีษฎออีฟ มีอยู่ 2 ประการ คือ
1) ผู้รายงานหะดีษนันถู
้ กวิจารณ์ด้านความจาหรื อความประพฤติ
2) การขาดตอนหรื อการตกหล่นของสายรายงาน
ระดับของหะดีษฎออีฟ
หะดีษฎออีฟมีหลายระดับทังนี
้ ้ขึ ้นอยูก่ บั ข้ อบกพร่องมากหรื อน้ อยเช่น ฎออีฟ ‫(ضعٌف‬
อ่อนธรรมดา) , ฏออีฟ ญิ ดดัน๊ ‫( ضعٌف جدا‬อ่อนมาก) , อัลวาฮี ً‫( الواه‬อ่อน) อัลมุงกัรฺ
‫( المنكر‬ถูกปฏิเสธ)
ตัวอย่ างหะดีษ ฎออีฟ
ُِ ‫ن ب‬
‫ْن‬
ُِ ‫ن الر َؤاسِ ًُ َعنُْ ْال َح َس‬
ُِ ‫اال َح َّد َث َنا ح َمٌْدُ بْنُ َع ْب ُِد الرَّ حْ َم‬
ُ َ ‫َح َّد َث َنا ق َت ٌْ َبةُ َوس ْف ٌَانُ بْنُ َوكٌِعُ َق‬
‫صلَّى‬
َُ ‫ل َقا‬
َُ ‫َّان َعنُْ َق َتادَ َُة َعنُْ أَ َنسُ َقا‬
َُ ٌ‫ْن َح‬
ُِ ‫ِل ب‬
ُِ ‫ون أَ ِبً م َحمَّدُ َعنُْ م َقات‬
َُ ‫صالِحُ َعنُْ َهار‬
َ ًُ‫ل ال َّن ِب‬
َ
‫هللا لَهُ ِبق َِرا َء ِت َها‬
َُّ ‫ب‬
َُ ‫آن ٌس َو َمنُْ َق َرُأَ ٌس َك َت‬
ُِ ْ‫هللا َعلَ ٌْ ُِه َو َسلَّ َُم إِنَُّ لِكلُ َشًْ ءُ َق ْلبًا َو َق ْلبُ ْالقر‬
َُّ
ُ‫آن َع ْش َُر َمرَّ ات‬
ُِ ُْ‫ق َِرا َءَُة ْالقر‬
‫باب ماجاء فً فضل ٌس‬/ ‫ كتاب فضائل القرآن‬/ 3313‫أخرجه الترمذي رقم الحدٌث‬
ความหมายหะดีษ “แท้ จริ งทุกสิง่ ทุกอย่างมีหวั ใจ ส่วนหัวใจของอัลกุรอานก็คือสูเราะฮฺ
ยาสีน ผู้ใดอ่านสูเราะฮฺยาสีน อัลลอฮฺจะทรงตอบแทนผลบุญแก่เขาเท่ากับการอ่านอัลกุรอาน(จบ
เล่ม)สิบครัง้ ”
บันทึกโดยอัตติรมิซีย์ หมายเลขหะดีษ:2812 กิตาบ:ฟาเฎาะอิล้ ลุ กุรอาน เรื่ อง: ความ
ประเสริ ฐของสูเราะฮฺยาสีน
หะดีษนี ้เป็ นหะดีษฎออีฟเพราะในสายรายงานมี ฮารู น อบูมหุ มั มัด ُ‫ون أَ ِبً م َحمَّد‬
َُ ‫َهار‬
ซึง่ นักวิจารณ์หะดีษระบุวา่ เขานันมั
้ ญฮูล (ไม่เป็ นที่ร้ ูจกั )
หุก่มรายงานหะดีษฎออีฟ
อนุญาตให้ รายงาน หะดีษฎออีฟ(อ่อนธรรมดา) ได้ โดยมีเงื่อนไข 2 อย่าง
1) ต้ องไม่เกี่ยวกับเรื่ องหลักการเชื่ อถื อ (อะกี ดะฮฺ ) เช่น หะดีษเกี่ยวกับคุณลักษณะ
ของอัลลอฮฺ
2) ไม่เกี่ยวกับการกาหนดบทบัญญัติวา่ เป็ นสิง่ ที่หะล้ าลหรื อหะรอม

10

เอกสารประกอบกิจกรรมกลุ่มศึกษาอิสลามประจาสัปดาห์ 13 มกราคม 2554

ดังนันหะดี

ษเกี่ยวกับคุณค่าของอามัล้ เรื่ องเล่าต่างๆ หรื อหะดีษที่กระตุ้นให้ ทาความดี
เป็ นต้ น สามารถรายงานได้ ถึงแม้ ว่าจะเป็ นหะดีษฎออีฟ แต่ต้องกล่าวสายรายงาน(อิสน๊ าด)และ
ระบุสถานภาพของหะดีษด้ วย ทังนี
้ ้เพื่อไม่ให้ ผ้ ทู ี่ฟังเข้ าใจผิดว่านันคื
้ อหะดีษศอหี ้หฺ
ในตาราหะดีษของอิมามหลายท่าน เช่น อิบนุมาญะฮฺ อะบูดาวูด ฯลฯ เราพบว่ามีหะดีษ
ที่ฎออีฟปรากฏอยู่ แต่ไม่ใช่ว่าเขาเหล่านันปฏิ
้ บตั ิตามหะดีษฎออีฟ ทังนี
้ ้การที่เขาเหล่านันบั
้ นทึก
หะดีษฎออีฟก็เพื่อการไตร่ ตรองและพิจารณาว่าหะดีษนันมี
้ สายรายงานอื่นมาสนับสนุนหรื อไม่
เผื่อว่าหะดีษนันจะได้

ยกฐานะจากฎออีฟเป็ นหะดีษหะสัน ลิฆอยริ ฮฺ
ส่วนหะดีษฎออีฟญิ ดดัน (อ่อนมากๆ) ไม่อนุญาตให้ รายงานโดยเด็ดขาด นอกจากจะ
ชี ้แจงถึงสถานภาพและผลเสีย ของหะดีษนันด้
้ วย ถ้ าหากรายงานหะดีษประเภทนี ้โดยมิได้ ระบุถึง
สถานภาพอย่างละเอียดแล้ ว ผู้รายงานหะดีษนันอาจถึ

งขันกล่
้ าวเท็ จต่อท่านนบี(ศ็อลลัลอฮุอะ
ลัยฮิวะสัลลัม)ได้
ส่วนสานวนในการรายงานหะดีษฎออีฟ ผู้รายงานไม่ควรใช้ สานวนฟั นธงว่าหะดีษนันมา

จากท่านรอซูล(ศ็อลลัลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) เช่นกล่าวว่า “ท่านรอซูล(ศ็อลลัลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)
ได้ กล่าวว่า.....................” แต่ควรกล่าวว่า “มีรายงานจากท่านรอซูล(ศ็อลลัลอฮุอะลัยฮิ
วะสัลลัม)ว่า........”
หุก่มปฏิบัติตามหะดีษฎออีฟ
การปฏิบตั ิตามหะดีษฎออีฟนันบรรดาปราชญ์

มีทศั นะแตกต่างกัน ซึง่ แบ่งเป็ น 3 ทัศนะดังนี ้
1) ไม่อ นุญ าตให้ ป ฏิ บัติ ต ามหะดีษ ฎออี ฟ ไม่ว่า จะเป็ นหะดี ษ ที่ เ กี่ ย วข้ อ งกับ คุ ณ ค่า
ของอะมัล้ หรื อหะดีษเกี่ยวกับเรื่ องเล่าต่างๆ เป็ นทัศนะของ ยะหฺยา บินมะอีน อิมามอัลบุคอรี ย์ อิ
มามมุสลิม อิบนุลหัซมฺ อิบนุลอะเราะบีย์ อิบนุลมุลกั๊ กิน ฯลฯ ทัศนะนี ้ใกล้ เคียงความถูกต้ องมาก
ที่สดุ
2) อนุญาตปฏิบตั ิตามหะดีษฎออีฟเมื่อในปั ญหานันไม่
้ มีตวั บทหลักฐานจากอัลกุรอาน
และหะดีษที่ศอหี ้หฺเลย เป็ นทัศนะของอิมามอะหฺมดั และอบูดาวูด ทังนี
้ ้เพราะพวกเขาเห็นว่าหะ
ดีษที่ฎออีฟ ดีกว่าการกียาส ‫( قٌاس‬การเทียบเคียงปั ญหาที่ไม่มีหลักฐานกับปั ญหาที่มีหลักฐาน)
อันที่จริ งหะดีษฎออีฟตามทัศนะของอิมามอะหฺมดั นันมิ
้ ใช่หะดีษฎออีฟที่รุนแรงนามาเป็ นหลักฐาน
ไม่ได้ แต่เป็ นฎออีฟที่มีสว่ นความเป็ นศอหี ้หฺแฝงอยู่ เพราะว่าปราชญ์ ยคุ ก่อนไม่ได้ จาแนกหะดีษ
เป็ นศอหีหฺ-หะสัน-ฎออีฟ เช่นยุคหลังแต่จะจาแนกหะดีษเป็ น 2 ประเภทเท่านันคื
้ อ ศอหี ้หฺกบั ฎอ
อีฟ อาจเป็ นไปได้ วา่ หะดีษฎออีฟที่อิหมามอะหฺมดั หมายถึงคือ หะดีษหะสัน ลิฆอยริ ฮฺ นันเอง

11

เอกสารประกอบกิจกรรมกลุ่มศึกษาอิสลามประจาสัปดาห์ 13 มกราคม 2554

3) อนุญ าตน าหะดีษ ฎออี ฟ ที่เ กี่ ยวข้ องกับคุณ ค่า ของอะมัล้ มาปฏิบัติ ตามได้ โดยมี
เงื่อนไขดังนี ้
• ต้ องเป็ นหะดีษที่ไม่ออ่ นมาก (‫)ضعٌف جدا‬
• ต้ องอยูภ่ ายใต้ หลักการทัว่ ไปที่ได้ รับการปฏิบตั ิ
• ต้ องไม่ยดึ มัน่ ว่าหะดีษนันมาจากท่

านรอซูลอย่างแน่นอน
• เป็ นทัศนะของญุมฮูรฺ(ปราชญ์สว่ นใหญ่)
สรุ ป ทางที่ดีควรหลีกเลีย่ งการปฏิบตั ิตามหะดีษฎออีฟ ทังนี
้ ้หะดีษที่ศอหี ้หฺนนมี
ั ้ เพียงพอ
ที่เราจะปฎิบตั ิตามศาสนบัญญัติ การยึดถือหะดีษศอหีห้ ฺนนท
ั ้ าให้ จิตใจของเรามัน่ ใจมากกว่า
ยึดถือกับหะดีษฎออีฟ
ส่วนเงื่อนไขที่นกั ปราชญ์บางท่านได้ กาหนดในการปฏิบตั ิตามหะดีษฎออีฟนันเป็
้ นเพียง
ทฤษฎีเท่านัน้ แต่ในทางปฏิบตั ิจริ งน้ อยคนที่จะทาตามเงื่อนไขเหล่านัน้ เนื่องจากผู้คนทัว่ ไปนันไม่

มีความสามารถพอในการที่จะพิจารณาว่าหะดีษไหนเป็ นหะดีษฎออีฟธรรมดาและหะดีษไหนเป็ น
หะดีษฎออีฟมากๆ
ตารารวบรวมหะดีษฎออีฟ
ตาราที่รวบรวมหะดีษฎออีฟมีอยูห่ ลายเล่ม ดังเช่นตาราดังต่อไปนี ้
1) กิตาบุ้ลมะรอสิล ของอะบูดาวูด‫كتاب المراسٌل ألبً داود‬
2) กิตาบุ้ลอิลลั ้ ของดารฺกอฏนีย์ً‫كتاب العلل للدار قطن‬
3) สิลสิละตุ้ล อะหาดี ษุฎ ฎออี ฟ ะฮฺ ของอัลอัลบานี ย์ ‫سلسلة األحادٌث الضعٌفة‬
ً‫ لأللبان‬เป็ นต้ น
ตารารวบรวมประวัติผ้ รู ายงานที่ถกู ระบุวา่ ฎออีฟ เช่น ตาราต่อไปนี ้
1) ‫ الضعفاء البن حبان‬อัฎฎอาฟาอ์
โดยอิบนุหิบบาน

2) ً‫ مٌزان اإلعتدال للذهب‬มิซานุ้ล อิอฺติดาล โดยษะฮะบีย์
3) ً‫ الضعفاء والمتروكون للدارقطن‬อัฎฎอาฟาอ์
วัล มัตรูกนู โดย อัด-ดารฺกฏุ นีย์

4) ‫ الكامل فً ضعفاء الرجال البن عدي‬อัลลกามิล ฟี ล ฎอาฟาอิ
รฺ ริ ญาล โดยอิบ

นุ อะดีย์
5) ً‫ الضعفاء الكبٌر للعقٌل‬อัลฎฎอาฟอุ
้ ล กะบีรฺ โดย อัลอุก็อยลีย์ เป็ นต้ น

12

เอกสารประกอบกิจกรรมกลุ่มศึกษาอิสลามประจาสัปดาห์ 13 มกราคม 2554

ประเภทของหะดีษฎออีฟ ดังที่ได้ กล่าวมาตอนที่แล้ วถึงองค์ประกอบที่ทาให้ หะดีษ
เป็ นฎออีฟมี 2 อย่างคือ ในสายรายงานนันมี
้ ผ้ รู ายงานที่ถกู วิจารณ์ และการขาดตอนหรื อตกหล่น
ของสายรายงาน จากองค์ประกอบทังสองนี

้ทาให้ หะดีษฎออีฟแบ่งออกเป็ นประเภทต่างๆดังนี ้
หะดีษที่เป็ นฎออีฟเนื่องจากการขาดตอนหรือตกหล่ นของสายรายงาน
หะดีษ มุอัลลั๊ก ‫المعلق‬
คือหะดีษที่มีผ้ รู ายงานถูกตัดออกจากอิสนาด(สายรายงาน)คนเดียวหรื อมากกว่าหนึ่ง
คน อาจจะถูกตัดออกตังแต่
้ ตอนต้ น หรื อช่วงสุดท้ ายของสายรายงานก็ตาม
สานวนการรายงานของหะดีษมุอัลลัก
• ผู้รายงานหะดีษถูกตัดออกทังหมด

โดยจะเริ่ มด้ วยการกล่าวว่า
‫قال رسول هللا صلى هللا علٌه وسلم‬......... (ท่านรสูล-ศ็อลฯ-ได้ กล่าวว่า.............)
• ผู้รายงานถูกตัดออกทังหมดยกเว้

น เศาะหาบะฮฺ เช่น
‫ عن ابن عمر رضً هللا عنهما أن النبً صلى هللا علٌه وسلم قال‬.........
(จากอิบนิ อุมรั –รอฎิยลั ลอฮุอนั ฮุมา- แท้ จริ งท่านรสูล-ศ็อลฯ-ได้ กล่าวว่า.............)
• ผู้รายงานถูกตัดออกทังหมดยกเว้

น ตาบิอีนและเศาะหาบะฮฺ เช่น
‫ عن الحسن عن ابن عمر رضً هللا عنهما أن النبً صلى هللا علٌه وسلم قال‬.........
(จากอัล-หะสัน จากอิบนิ อุมรั แท้ จริ งท่านรสูล-ศ็อลฯ-ได้ กล่าวว่า.............)
หุก่มของหะดีษมุอัลลั๊ก
หะดีษมุอลั ลัก๊ ใช้ เป็ นหลัฐานไม่ได้ เพราะสายรายงานขาดตอนและเราไม่สามารถทราบ
ว่าผู้รายงานที่ถกู ตัดออกจากสายรายงานนันมี
้ สถานภาพเช่นไร เชื่อถือได้ หรื อไม่
ในกรณีนี ้ยกเว้ นหะดีษมุอลั ลัก๊ ในตาราศอหี ้หของบุคอรี ย์ ซึ่งมีจานวน 1,341 หะดีษ ซึ่ง
ไม่ถือว่าเป็ นหะดีษฎออีฟที่ขาดตอนแต่อย่างใดเพราะท่านอิบนุหะญัร ได้ ติดตามตรวจสอบพบว่า
ทุกหะดีษมีสายรายงานติดต่อกันและถูกต้ อง ท่านอิบนุหะญัรได้ เรี ยบเรี ยงหนังสือ (ตัฆลีกุต ตะอฺ
ลีก)‫ تغلٌق التعلٌق‬เพื่อชี ้แจงสถานภาพหะดีษมุอลั ลัก๊ ในตาราศอหี ้หของบุคอรี ย์โดยเฉพาะ ส่วน
ในตาราศอหี ้หของอิมามมุสลิมมีหะดีษมุอลั ลัก๊ อยู่ 3 บท
ตัวอย่ างหะดีษมุอัลลั๊กจากตาราของอิมามอัลบุคอรีย์
1. ผู้รายงานหะดีษถูกตัดออกทัง้ หมด อิมามบุคอรี ย์กล่าวว่า ตัวแทนของเผ่าอับดุ
ก็อยสฺ ได้ กล่าวแก่ท่านรสูล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิ วะสัลลัม) ว่า .... ‫ُمرنا بجمل من األمرإن‬
13

เอกสารประกอบกิจกรรมกลุ่มศึกษาอิสลามประจาสัปดาห์ 13 มกราคม 2554

‫عملناها دخل الجنة‬ความว่ า “ท่านโปรดชี ้แจงแก่พวกเราถึงการงาน ซึง่ เมื่อพวกเราปฏิบตั ิแล้ วก็
จะได้ เข้ าสวนสวรรค์”
อิมามอัลบุคอรี ย์ได้ ตดั ผู้รายงานจากอิสนาดออกทังหมด

2. ผู้รายงานถูกตัดออกทัง้ หมดยกเว้ น เศาะหาบะฮฺ
อิมามบุคอรี ย์กล่าวว่า ท่านหญิงอาอิชะฮฺได้ เล่าว่า....
‫كان النبً صلى هللا علٌه وسلم ٌذكر هللا على كل أحواله‬
ความว่ า “ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะซิเกรฺ (ราลึกถึง)อัลลอฮฺทกุ เวลา”
3. ผู้รายงานถูกตัดออกเพียงคนเดียว
อิมามบุคอรี ย์กล่าวว่า ท่านมาลิก ได้ เล่าจาก อัซซุฮฺรีย์ จาก อบูสะละมะฮฺ จากอบูฮูรัย
เราะฮฺ จากท่านรสูล(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)ว่า
‫ال تفاضلوا بٌن األنبٌاء‬
ความว่า “พวกเจ้ าอย่าได้ ประชันความประเสริ ฐระหว่างบรรดานบี-ศาสนทูต-ของอัลลอ
ฮฺเลย”
อิมามบุคอรี ย์ตดั ผู้รายงานออกเพียงคนเดียวก่อนอิหม่ามมาลิก
หะดีษมุรสัล ‫حديث مرسل‬
คือหะดีษที่ตาบิอีน(บุคคลสมัยต่อจากเศาะหาบะฮฺ)ระบุวา่ นามาจากท่านนบี โดยไม่ได้
ระบุวา่ ใครเป็ นผู้รายงานหะดีษให้ แก่เขา
ตาบิอีนส่วนใหญ่ก็คือสานุศิษย์ของเหล่าเศาะหาบะฮฺ หากตาบิอีนคนใดจะรายงานหะ
ดีษเขาต้ องระบุเศาะหาบะฮฺที่รายงานหะดีษให้ แก่เขาเสียก่อน เพราะพวกเขาไม่ทนั กับสมัยของ
ท่านรสูล(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิ วะสัลลัม) ถ้ าการรายงานหะดีษของตาบิอีนแบบโดดข้ ามเศาะ
หาบะฮฺ มายังรสูลโดยตรง เราเรี ยกหะดีษประเภทนี ้ว่า มุรสัล คาว่า มุรสัล ทางภาษา หมายถึง
สิง่ ที่ถกู ส่ง หรื อสิง่ ที่ถกู ปล่อย
หุก่มของหะดีษมุรสัล
นักวิชาการมีความเห็นเกี่ยวกับการนาหะดีษมุสลั มาเป็ นหลักฐานแตกต่างกันไป
ก. นักวิชาการหะดีษส่วนใหญ่เห็นว่า หะดีษมุรสัลนามาเป็ นหลักฐานไม่ได้ เพราะไม่
สามารถรู้ได้ วา่ ผู้รายงานหะดีษที่ตกหล่นนันเป็
้ นเศาะหาบะฮฺหรื อไม่ ถ้ าไม่ใช่เศาะหาบะฮฺแล้ วเขา
ผู้นนเชื
ั ้ ่อถือได้ หรื อไม่
14

เอกสารประกอบกิจกรรมกลุ่มศึกษาอิสลามประจาสัปดาห์ 13 มกราคม 2554

ข. ท่านอบูหะนีฟะฮฺ มาลิก อะหฺมดั เห็นว่าหะดีษมุรสัลนามาเป็ นหลักฐานได้ เพราะตา
บิอีนเป็ นผู้ที่มีคุณธรรมย่อ มรายงานจากผู้ที่ มีคุณธรรมเช่น กัน และคงไม่มีเจตนาที่จะปกปิ ด
ข้ อบกพร่องใดๆ
ค. นักวิชาการสังกัดสานักคิดหะนะฟี ย์บางคนเห็นว่าหะดีษมุรสัลนามาเป็ นหลักฐานได้
ถ้ าหากผู้ที่รายงานนันอยู
้ ใ่ นยุคฮิจเราะห์ศตวรรษที่ 3
ง. อิหม่าม อัชชาฟิ อีย์ มีทศั นะว่าเห็นว่าหะดีษมุรสัลนามาเป็ นหลักฐานได้ หากหะดีษ
นันมี
้ หะดีษที่สายรายงานติดต่อกัน, ทัศนะของเศาะหาบะฮฺ, มติของนักวิชาการส่วนใหญ่, หรื อกี
ยาส มาสนับสนุน
นอกจากนี ้อิหม่ ามอัชชาฟิ อีย์ยงั ได้ กาหนดเงื่อนไขอื่นๆอีก
1. ตาบิอีนที่รายงานหะดีษมุรสัล ต้ องเป็ นตะบิอีนอวุโส เช่นท่าน สะอีด บินมุสยั ยับ ฯลฯ
2. เมื่อตาบิอีน(อวุโส)ระบุชื่อบุคคลที่ตกหล่นในที่อื่นๆบุคคลนันจะต้

องเป็ นผู้ที่เชื่อถือได้
เสมอ
3. หากมีกระแสรายงานอื่นที่เชื่อได้ กระแสรายงานนันจะต้

องไม่ขดั แย้ งกับตาบิอีย์คน
ดังกล่าว
ตัวอย่ างหะดีษมุรสัล
หะดีษที่บนั ทึกโดยอิหม่ามมาลิก ในตารา อัลมุวฏั เฏาะ หมายเลขหะดีษที่ 268 กิตาบ อันนิดา ลิศ
เศาะลาฮฺ
‫صلَّى‬
َُِّ ‫ل‬
َُ ‫ب أَنَُّ َرسو‬
ُِ ٌَّ ‫ْن ْالم َس‬
ُِ ‫ْن َحرْ َملَ َُة ْاألَسْ لَمًُِ َعنُْ َسعٌِ ُِد ب‬
ُِ ‫ن ب‬
ُِ ‫َعنُْ َمالِك َعنُْ َع ْب ُِد الرَّ حْ َم‬
َ ‫هللا‬
َ
ْ
ْ
َ
َ
َ
َ
َ
َ
‫ال ٌَسْ تطِ ٌعونه َما أوُْ نحْ َُو‬
ُ ‫ْح‬
ُِ ‫ٌِن شهودُ ال ِعشا ُِء َوالصب‬
َُ ‫ْن المنا ِفق‬
َُ ٌ‫ل َب ٌْ َن َنا َو َب‬
َُ ‫هللا َعلَ ٌْ ُِه َو َسلَّ َُم َقا‬
َُّ
‫َه َذا‬
ความว่ า จากมาลิก จากอับดุรเราะห์มาน จาก หัรมะละฮฺ อัลอัสละมีย์ จาก อิบนิมสุ ยั ยับ แท้ จริ ง
ท่านรสูล(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) ได้ กล่าวว่า “เส้ นแบ่งระหว่างเรา (บรรดามุอ์มิน)กับพวกมุ
นาฟิ ก(กลับกลอก)คือ การมาละหมาดอีชา และศุบหฺแบบญะมาอะฮฺ พวกเขาไม่สามารถมา
ละหมาดในเวลานันได้
้ ”
ปราชญ์หะดีษที่มกั รายงานหะดีษแบบอิรสาล (โดดข้ าม)
• ที่นครมะดีนะฮฺ มีทา่ นสะอีด บิน มุสยั ยับ
• ที่นครมักกะฮฺ มีทา่ น อะเฏาะอ์ บิน เราะบาหฺ
• ที่อิยิปต์ มีทา่ น สะอีด บิน ฮิลาล
15

เอกสารประกอบกิจกรรมกลุ่มศึกษาอิสลามประจาสัปดาห์ 13 มกราคม 2554

• ที่เมืองชาม มีทา่ น มักหูล อัดดิมชั กีย์
• ทีเ่ มืองบัศเราะฮฺ มีทา่ น อัลหะสัน อัลบัศรี ย์
• ทีเ่ มืองกูฟะฮฺ มีทา่ น อิบรอฮิม อันนะเคาะอีย์
มุรสัล เศาะหาบีย์ ‫مرسل صحابي‬
คือหะดี ษที่รายงานโดยเศาะหาบะฮฺ จากท่า นรสูล แต่ทว่าเขาไม่ได้ ฟัง จากท่านรสูล
(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) โดยตรง เนื่องจากเขายังเด็กฟั งยังไม่ร้ ู เรื่ อง หรื อเข้ าอิสลามในช่วง
ท้ ายของชีวิตท่านรสูล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) แต่เขารายงานหะดีษเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่
เขาไม่ได้ รวมอยูด่ ้ วย หรื อเหตุการณ์ที่เกิดในช่วงตอนต้ นของอิสลาม
หุก่มหะดีษมุรสัล เศาะหาบีย์
ปราชญ์ สว่ นใหญ่เห็นว่า หะดีษประเภทนี ้สามารถนามาใช้ เป็ นหลักฐานได้ เพราะผู้ที่มี
ฐานะเป็ นเศาะหาบะฮฺ จะจัดอยู่ในหมู่ผ้ ทู ี่มีคณ
ุ ธรรมทุกคน เป็ นไปไม่ได้ ที่พวกเขาจะพูดเท็จ และ
ส่วนใหญ่เศาะหาบะฮฺจะรายงานหะดีษจากเศาะหาบะฮฺด้วยกัน น้ อยมากที่พวกเขาจะรายงาน
จากตาบิอีน แต่ถ้ารายงานจากตาบิอีนแล้ วพวกเขาจะระบุชื่อตาบิอีนนันเสมอ

ตัวอย่ างหะดีษมุรสัล เศาะหาบีย์
‫ج َعا َُم‬
َُ ‫هللا َعلَ ٌْ ُِه َو َسُلَّ َُم َخ َر‬
َُّ ‫صلَّى‬
َُِّ ‫ل‬
َُ ‫هللا َع ْنه َما أَ َّنهُ أَ ْخ َب َرهُ أَنَُّ َرسو‬
َُّ ً
َُ ِ‫ْن َعبَّاسُ َرض‬
ُِ ‫َعنُْ اب‬
َ ‫هللا‬
َ
ْ
ْ
َ
ْ
ْ
َ
َّ
َ
َ
َ
‫صا َُم َحتى َبل َُغ الكدٌِدَُ ث َُّم أفط َُر‬
َُ ‫ض‬
ُِ ‫الفت‬
َ ‫ان ف‬
َ ‫ح فًِ َر َم‬
ความว่า “จากอิบนุอบั บาส เขาได้ เล่าว่า แท้ จริ งแล้ วท่านรสูล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิ
วะสัลลัม)ออกเดินทาง ในปี ที่มีการพิชิตนครมักกะฮฺ ในเดือนรอมฎอน ขณะนันท่
้ านได้ ถือศีลอด
อยู่ เมื่อถึง อัลเกาะดีด ท่านบีก็ได้ ละศีลอด”
หะดีษข้ างต้ นถือเป็ นหะดีษมุรสัล เศาะหาบีย์ เนื่องจากอิบนุอบั บาสได้ รายงานหะดีษ
เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เขามิได้ ร่วมอยู่ด้วย เพราะตอนที่ท่านรสูลเดินทางนันเขายั

งอยู่ที่มกั กะฮฺ ดัง
นันอิ
้ บนุอบั บาส ต้ องรับหะดีษนี ้จากเศาะหาบะฮฺทา่ นอื่นอย่างแน่นอน
หะดีษที่เป็ นมุรสัลเศาะหาบีย์สว่ นมากมาจากเศาะหาบะฮฺรุ่นเล็ก เช่น อิบนุอบั บาส อิบ
นุซุเบรฺ เป็ นต้ น
หะดีษ มุอฺฎ็อล ‫المعضل‬
หะดีษ มุอฺฎ็อลคือ หะดีษที่มีผ้ รู ายงานในอิสนาด(สายรายงาน)ตกหล่นในแห่งเดียวกัน
ติดต่อกันสองคนหรื อมากว่านัน้ มุอฺฎ็อล ทางภาษาหมายถึง สิง่ ที่หายาก หรื อสิง่ ที่เข้ าใจยาก
16

เอกสารประกอบกิจกรรมกลุ่มศึกษาอิสลามประจาสัปดาห์ 13 มกราคม 2554

ตัวอย่ างหะดีษ มุอฺฎ็อล
หะดีษที่บนั ทึกโดยอิมามมาลิกในตารา อัลมุวฏั เฏาะ/กิตาบ อัลญามิอฺ/บาบ อัลอัมรุ บิล
ริ ฟกฺ บิล มัมลูก
ُِ‫هللا َعلَ ٌْ ُِه َو َسلَّ َُم ل ِْل َممْ لوك‬
َُّ ‫صلَّى‬
َُِّ ُ‫ل َرسول‬
َُ ‫ل َقا‬
َُ ‫َح َّد َثنًِ َمالِك أَ َّنهُ َبلَ َغهُ أَنَُّ أَ َبا ه َرٌ َْرَُة َقا‬
َ ‫هللا‬
ُ‫ال َما ٌطِ ٌق‬
َُّ ِ‫ل إ‬
ُِ ‫ال ٌ َكلَّفُ مِنُْ ْال َع َم‬
ُ َ ‫َط َعامهُ َوكِسْ َوتهُ ِب ْال َمعْ روفُِ َو‬
ความว่ า “มี รายงานมาถึงอิมามมาลิกว่า แท้ จริ งอบูฮุรัยเราะฮฺ กล่าวว่า ท่านรสูล
(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิ วะสัลลัม) กล่าวว่า สาหรั บผู้ที่อยู่ใต้ ปกครอง(ทาสหรื อคนใช้ )นันพึ
้ ่งได้ รับ
อาหารและเครื่ องนุง่ ห่มที่ดี และไม่ควรใช้ งานเกินความสามารถของเขา”
จะสังเกตว่าสายรายงานของหะดีษนี ้มีผ้ รู ายงานตกหล่นติดต่อกันสองคนระหว่างมาลิก
กับอบูฮรุ ัยเราะ เพราะอิหม่ามมาลิกเกิดไม่ทนั กับยุคอบูฮรุ ัยเราะฮฺซึ่งเป็ นเศาะหาบะฮฺ
ในตาราหะดีษเล่มอื่นๆนอกจากอัลมุวฏั เฏาะแล้ ว อิหม่ามมาลิก จะรายงานหะดีษนี ้ โดย
ระบุอิสนาดดังนี ้ จากมาลิก จากมุหมั มัด บินอัจญลาน จากพ่อของเขา จากอบูฮรุ ัยเราะฮฺ.........
ดังนันเราจึ

งทราบว่าสายรายงานที่ปรากฏในอัลมุวฏั เฏาะนัน้ มีผ้ รู ายงานตกหล่ น 2 คน
คือมุหมั มัด บินอัจญลาน และพ่อของเขา(อัลอัจญลาน เมาลา ฟาฏิมะฮฺ)
หะดีษมุงเกาะฏิอฺ ‫المنقطع‬
หะดีษมุงเกาะฏิอฺ คือหะดีษ ที่มีผ้ รู ายงาน(ก่อนเศาะหาบะฮฺ)ตกหล่นหนึ่งหรื อสองคน
ไม่วา่ จะเป็ นตรงจุดไหนก็ตาม และไม่จาเป็ นต้ องตกหล่นติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง
การขาดตอนของมุง เกาะฏิ อฺ นัน้ แตกต่า งกับ การขาดตอนของ มุอัลลัก มุร ซัล และ
มุอฺฎ็อล คาว่ามุงเกาะฏิอฺ ทางภาษาหมายถึง สิง่ ที่ขาด
ตัวอย่ างหะดีษมุงเกาะฏิอฺ
หะดีษที่บนั ทึกโดยอิบนุมาญะฮฺ หะดีษที่7 63 /กิตาบ อัลมะสาญิ ด วัลญะมาอาต/บาบ
อัดดุอาอ์ อินดะ ดุคลู มัสญิด
َُِّ ‫او ٌَ َُة َعنُْ لٌَْثُ َعنُْ َع ْب ُِد‬
‫هللا‬
ِ ‫َح َّد َث َنا أَبُو َب ْك ُِر بْنُ أَ ِبً َش ٌْ َب َُة َح َّد َث َنا إِسْ َمعٌِلُ بْنُ إِب َْراهٌِ َُم َوأَبو م َع‬
َُِّ ُ‫ان َرسول‬
‫هللا‬
َُ ‫ت َك‬
ُْ َ‫هللا َعلَ ٌْ ُِه َو َسلَّ َُم َقال‬
َُّ ‫صلَّى‬
َُِّ ‫ول‬
ُِ ‫ت َرس‬
ُِ ‫ن َعنُْ أم ُِه َعنُْ َفاطِ َم َُة ِب ْن‬
ُِ ‫ْن ْال َح َس‬
ُِ ‫ب‬
َ ‫هللا‬
َّ
َّ
َّ
ْ
َ
َّ
َّ
َّ
َ
َ
َ
ْ
ُْ‫هللا الله َُّم اغفِر‬
ُِ ‫ول‬
ُِ ‫هللا َوالسَّالمُ َعلى َرس‬
ُِ ‫ل ال َمسْ ِجدَُ ٌَقولُ ِبسْ ُِم‬
َُ ‫هللا َعل ٌْ ُِه َو َسل َُم إِذا دَ َخ‬
ُ ‫صُلى‬
َ
َ
َّ
َّ
َ
َّ
ْ
َ
َ
‫هللا الُله َُّم‬
ُِ ‫ول‬
ُِ ‫هللا َوالسَّالمُ َعلى َرس‬
ُِ ‫ل ِبسْ ُِم‬
َُ ‫ج َقا‬
َُ ‫ِك َوإِذا َخ َر‬
َُ ‫اب َرحْ َمت‬
َُ ‫وبً َواف َتحُْ لًِ أب َْو‬
ِ ‫لًِ ذن‬
َ
ْ
ْ
َُ ‫اب َفضْ ل‬
‫ِك‬
َُ ‫وبً َواف َتحُْ لًِ أب َْو‬
ِ ‫اغفِرُْ لًِ ذن‬
17

เอกสารประกอบกิจกรรมกลุ่มศึกษาอิสลามประจาสัปดาห์ 13 มกราคม 2554

ความว่ า “จากอบูบกั รฺ บินอบี ชัยบะฮฺ จาก อิสมาอีล บินอิบรอฮีมและอบูมุอาวิยะฮฺ
จาก ลัยษฺ จากอับดุลลอฮฺ บิน หะสัน จาก แม่ของเขา(ฟาฏิมะฮฺ บินตฺ อัลฮุเซน บิน อะลี)จากท่าน
หญิ งฟาฏิมะฮฺ บุตรี ของท่านรสูล นางกล่าวว่า เมื่อท่านรสูล(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) เข้ า
ْ ‫هللا اللَّه َُّم‬
มัสยิดท่านจะกล่าวว่า... ًِ‫وبً َوا ْف َتحُْ ل‬
َُِّ ‫ول‬
ُِ ‫هللا َوالس ََّالمُ َعلَى َرس‬
َُِّ ‫ُ ِبسْ ُِم‬
ِ ‫اغفِرُْ لًِ ذن‬
َُ ‫اب َرحْ َمت‬
‫ِك‬
َُ ‫( َأ بْ َو‬ด้ ว ยพระนามของอัลลอฮฺ แ ละความสันติ สุขจงมีแ ด่ศ าสนทูต ของพระองค์
โอ้ อลั ลอฮฺ ได้ โปรดอภัยโทษบาปของข้ าฯด้ วยเถิด และได้ โปรดเปิ ดประตูแห่งความเมตตาของ
พระองค์แเก่ข้าฯด้ วยเถิด) และเมื่อท่านออกจากมัสยิดท่านกล่าวว่า.. ‫هللا َوالس ََّالمُ َعلَى‬
َُِّ ‫ُ ِبسْ ُِم‬
ْ ‫هللا اللَّه َُّم‬
َُ ‫اب َُفضْ ل‬
‫ِك‬
َُ ‫وبً َوا ْف َتحُْ لًِ أَب َْو‬
َُِّ ‫ول‬
ُِ ‫( َرس‬ด้ วยพระนามของอัลลอฮฺและความ
ِ ‫اغفِرُْ لًِ ذن‬
สันติสขุ จงมีแด่ศาสนทูตของพระองค์ โอ้ อลั ลอฮฺ ได้ โปรดอภัยโทษบาปของข้ าฯด้ วย และได้ โปรด
เปิ ดประตูแห่งความกรุณาของพระองค์แเก่ข้าฯด้ วยเถิด)”
สังเกตจากอิสนาดของหะดีษนี ้มีผ้ รู ายงานตกหล่นอยู่หนึ่งคน เนื่องจากฟาฏิมะฮฺ บินตฺ
อัลหุเซน บิน อะลี ไม่ทนั ได้ พบท่านหญิ งฟาฏิมะฮฺ บุตรี ของท่านรสูลซึ่งเป็ นยายของนางนันเอง

ระหว่างนางทังสองนี

้ต้ องมีผ้ รู ายงานอีกคนที่ตกหล่นอยู่ ดังนันหะดี

ษนี ้จึงถือเป็ นหะดีษเฎาะอีฟ
หะดีษมุดัลลัส ‫المدلس‬
คือหะดีษที่มีการปกปิ ดอาพรางในสายรายงานเพื่อให้ เ ห็นว่าเป็ นสายรายงานที่สมบูรณ์
ไม่มีข้อบกพร่องใดๆ
ในภาษาอาหรั บเรี ยกการกระทาดังกล่าวว่า ‫ تدلٌس‬ตัดลีส(การอาพราง) เรี ยกคนที่
กระทาดังกล่าวว่า ‫ مدلس‬มุดลั ลิส(ผู้อาพราง) ส่วนหะดีษนันเราเรี

ยกว่า ‫ حدٌث مدلس‬หะดีษ
มุดลั ลัส(หะดีษที่ถกู อาพราง)
เหตุท่ ที าให้ เกิดการตัดลีส
เหตุที่ทาให้ ผ้ รู ายงานหะดีษบางคนอาพรางกระบวนการรายงานมีหลายประการ ส่วน
ใหญ่แล้ วทาไปเพื่อปกปิ ดข้ อบกพร่ องในสายรายงาน เช่นในสายรายงานนันมี
้ ผ้ ทู ี่อ่อนแอรวมอยู่
ด้ วย แต่อยากให้ สายรายรายงานนันดู
้ มีคา่ ก็เลยตัดผู้ที่ออ่ นแอออกจากสายรายงานให้ เหลือแต่ผ้ ูที่
มีความเชื่อถือ
การตัดลีสนันมี
้ 2 ประเภท
1. ‫ تدليس اإلسناد‬ตัดลีส อัล-อิสนาด (ปกปิ ดอาพรางในกระบวนการรายงาน) ตัด
ลีส ประเภทนี ้ มี 4 รูปแบบด้ วย ดังต่อไปนี ้
18

เอกสารประกอบกิจกรรมกลุ่มศึกษาอิสลามประจาสัปดาห์ 13 มกราคม 2554

1.1 ‫ تدلٌس اإلسقاط‬ตัดลีส อัลอิสกอฏ คือการที่ผ้ รู ายงานได้ รายงานหะดีษจาก
บุคคลที่เขาได้ พบเจอกันและเคยฟั งหะดีษแต่ทว่าเขาไปรายงานในสิง่ ที่เขาไม่เคยฟั งมา เพื่อให้ คน
อื่นเข้ าใจว่าเขาได้ ฟังหะดีษนันจากบุ

คคลดังกล่าว หรื ออีกนัยหนึ่ง การที่ผ้ รู ายงานได้ รายงานหะ
ดีษจากบุคคลที่เขาได้ เคยเจอกันแต่ไม่เคยฟั งหะดีษจากบุคคลดังกล่าวเพื่อให้ คนอื่นเข้ าใจว่าเขา
ได้ ฟังหะดีษนันจากบุ

คคลดังกล่าว
ตัวอย่ าง หะดีษที่บนั ทึกโดยอบูอะวานะฮฺ
‫عن األعمش عن إبراهٌم التٌمً عن أبٌه عن أبً ذر رضً هللا عنه أن النبً صلى هللا‬
‫فالن فً النار ٌنادي ٌاحنان ٌامنان‬: ‫علٌه وسلم قال‬
ความว่ า จากอัล อะอฺ มัช จาก อิ บ รอฮี ม อัต ตัย มี ย์ จาก พ่ อ ของเขา จาก อะบี ซัร
รอฎิยลั ลอฮุอนั ฮฺ แท้ จริ งท่านนบีได้ กล่าวว่า บุคคลหนึ่งอยู่ในนรกแล้ วร้ องเรี ยกอัลลอฮฺว่า ยาหัน
นาน! ยามันนาน!
อบูอะวานะฮฺถามอัลอะอฺมชั ว่า ท่านได้ ยินหะดีษมาจากอิบรอฮีมด้ วยตัวท่านเองหรื อ
อัลอะอฺมชั ตอบว่า เปล่า! หะกีม บิน ญุบยั รต่างหาก ที่รายงานหะดีษนี ้แก่ฉนั
โดยทั่วไปแล้ วสานวนการรายงานที่ติดต่อต่อเนื่องการผู้รายงานจะใช้ คาว่า ً‫أخبرن‬
อัคบะเราะนี(ได้ เล่าแก่ฉนั ว่า...) ‫ حدثنا‬หัดดะษะนา(ได้ รายงานแก่ฉนั ว่า.....) ‫ سمعت‬สะมิอฺตุ
(ฉันได้ ยินว่า...)
ส่วนในการตัดลีสจะใช้ สานวนที่ไม่ชัดเจนและคลุมเครื อเช่น ‫ عن‬อัน(จาก....) ซึ่งไม่
สามารถเจาะจงได้ วา่ เขารายงานจากสายสืบหะดีษจริ งหรื อว่าเขารายงานมาจากบุคคลอื่นอีกที่
1.2 ‫ تدلٌس التسوٌة‬ตัด ลีส อัต -ตัสวียะฮฺ คือผู้รายงานได้ รายงานข้ ามคนเฎาะอี ฟ
(อ่อน) ซึ่งอยู่ระหว่างสองคนที่เชื่อถือได้ (ศิเกาะฮฺ)และสองคนนี ้อยู่ในสมัยเดียวกันเคยพบเจอกัน
เพื่อให้ ดวู า่ สายรายงานนันเป็
้ นสายรายงานที่ศอหี ้ห ซึง่ มีรูปแบบดังนี ้
• รูปแบบการรายงานก่อนการตัดลีส
ผู้รายงาน [ ผู้เชื่อถือได้ [ ผู้ที่ออ่ น [ ผู้เชื่อถือได้
• รูปแบบการรายงานหลังการตัดลีสแล้ ว (ผู้ที่ออ่ นจะถูกตัดไป)
ผู้รายงาน [ ผู้เชื่อถือได้ [ ผู้เชื่อถือได้
นักรายงานหะดีษที่มักกระทาการตัดลีสประเภทนีบ้ ่อยมีท่าน บะกียะฮฺ บิน วะลีด
อัลหิมศีย์ , อัลวะลีด บิน มุสลิม อัดดิมัชกีย์
19

เอกสารประกอบกิจกรรมกลุ่มศึกษาอิสลามประจาสัปดาห์ 13 มกราคม 2554

1.3 ‫ تدلٌس القطع‬ตัดลีส อัลกอฏอฺ คือ การที่มุดลั ลีสได้ ตดั สานวนการรายงานจาก
ผู้รายงานหะดีษ ดังเช่นเหตุการณ์ที่ อะลี บิน ค็อชรอม ได้ เล่าว่า “พวกเราได้ นงั่ ฟั ง อิบนุอยุ ยั นะฮฺ
รายงานหะดีษ ทัน่ ใดนัน้ อิบนุอยุ ยั นะฮฺกล่าวว่า อัซซุฮรี ย์ มีคนหนึง่ ถามเขาว่า อัซซุฮรี ย์ได้ เล่าหะ
ดีษแก่ทา่ นหรื อ? อิบนุอยุ ยั นะฮฺเงียบไปสักครู่ไม่ตอบคาถาม แล้ วก็กล่าวอีกครัง้ ว่า อัซซุฮรี ย์ ก็มี
คนถามเขาอีกว่า อัซซุฮรี ย์ได้ เล่าหะดีษแก่ทา่ นหรื อ? สุดท้ ายอิบนุอยุ ยั นะฮฺตอบว่า ฉันไม่ได้ ฟังหะ
ดีษจากอัซซุฮรี ย์หรอก ที่จริ งแล้ ว อับดุรรอซาก ต่างหากที่ได้ เล่าหะดีษแก่ฉัน จาก มะอฺมรั จาก
อัซซุฮรี ย์”
1.4 ‫ تدلٌس العطف‬ตัดลีส อัลอัฏฟฺ คือ การที่ผ้ รู ายงานได้ ยืนยันชัดเจนว่าเขาได้ ฟั งหะ
ดีษมาจากอาจารย์ของเขาจริ ง แต่ทว่าเขาไปผนวกเอาอาจารย์อีกคนมาใส่ในสายรายงานทังๆที
้ ่
เขาไม่ได้ ฟังหะดีษนันจากอาจารย์

คนดังกล่าวเลย
ดังเหตุการณ์ที่อลั หากิมได้ เล่าว่า “มีรายงานมาว่าบรรดาลูกศิษย์ของ ฮุชยั มฺ ได้ ตกลง
กันว่าในวันนี ้พวกเขาจะไม่รับหะดีษที่ฮชุ ยั มฺผ้ เู ป็ นอาจารย์ ทาการตัดลีส แต่ทว่าฮุชยั มฺได้ ร้ ู ทนั พวก
เขา ครั น้ เมื่อฮุชัยมฺได้ รายงานหะดีษ เขาจะกล่าวสายรายงานว่า ‫عن حصٌن ومغٌرة عن‬
‫( إبراهٌم‬จากหุศ็อยนฺและมุฆีเราะฮฺ จากอิบรอฮีม) เมื่อฮุชยั มฺรายงานหะดีษเสร็ จก็ถามลูกศิษย์
ของเขาว่า วันนี ้พวกเจ้ าพบว่าฉันตัดลีสหรื อ เปล่า? บรรดาลูกศิษย์ต่างตอบว่า ไม่พบว่าท่านทา
การตัดลีสแต่อย่างใด ฮุชยั มฺกล่าวว่า ที่จริ งแล้ วฉันไม่ได้ ฟังหะดีษนี ้จากมุฆีเราะฮฺเลยแม้ คาเดียว”
2. ‫ تدليس الشيوخ‬ตัดลีส อัช-ชุยคู (ปกปิ ดอาพรางในตัวอาจารย์)
คือการที่ผ้ รู ายงานได้ รายงานหะดีษจากอาจารย์ที่เขาได้ ฟังหะดีษมาด้ วยตัวเอง โดยระบุชื่อ,ฉายา
หรื อชื่อเรี ยก ของอาจารย์ท่านนันด้
้ วยชื่อที่คนทัว่ ไปไม่ร้ ู จักมักคุ้นทังนี
้ ้เพื่ออาพรางในตัวอาจารย์
ไม่ให้ คนอื่นรู้
ตัวอย่าง เคาะฏีบ อัลบัฆดาดีย์ ได้ บนั ทึกหะดีษบทหนึ่งในหนังสือ อัรริ หละฮฺ ฟี เฏาะละ
บิล หะดีษ โดยมีสายรายงานดังนี ้ ‫( عن الحسن بن محمد الخالل‬จากอัลหะสัน บินมุหมั หมัด
อัลค็อลล้ าล) เคาะฏีบ อัลบัฆดาดีย์ได้ ทาการตัดลีสชื่ออาจารย์ของเขาคนนี ้ ว่า ً‫الحسن بن أب‬
‫( طالب‬อัลหะสัน บิน อะบีฏอลิบ) ที่จริ งทังสองเป็

นคนเดียวกัน
สาเหตุท่ นี ักรายงานบางคนอาพรางชื่ออาจารย์ ของตน
1. เพื่อปกปิ ดสถานภาพของอาจารย์เพราะเขาเป็ นผู้ที่อ่อน ผู้ใดที่ตดั ลีสด้ วยจุดประสงค์
นี ้ถือว่าเป็ นการกระทาที่นา่ รังเกียจอย่างยิ่ง
20

เอกสารประกอบกิจกรรมกลุ่มศึกษาอิสลามประจาสัปดาห์ 13 มกราคม 2554

2. เนื่องจากบุคลลที่เขารับหะดีษมานันมี
้ ความอวุโสน้ อยกว่าเขา
3. เพื่อให้ เห็นว่าเขามีอาจารย์หลายคน
4. เพื่องลองภูมิหรื อทดสอบความไหวพริ บของนักวิ ชาการหะดีษที่คราหวอดกับสาย
รายงานว่ามีความละเอียดอ่อนเพียงใด
หุก่มของการตัดลีส
การตัดลีสทุกประเภทถือว่าเป็ นสิ่งที่น่ารังเกียจ ท่านชุอฺบะฮฺ บินหัจญาจ กล่าวว่า “ให้
ฉันซินา(ผิดประเวณี)ดีกว่าให้ ฉนั ทาการตัดลีส”และท่านยังกล่าวอีกว่า “การตัดลีสคือเพื่อนของ
การโกหก” รู ปแบบของการตัดลีสที่เลวที่สดุ คือ ตัดลีส อัตตัสวิยะฮฺ เนื่องจากเป็ นการตัดลีสอา
พรางผู้รายงานที่ออ่ นแอ เพื่อให้ สายรายงานนันดู
้ เป็ นสายรายงานที่ศอหี ้หฺ
ส่วนการตัดลีสรูปแบบอื่น อุลามาอ์จะแยกว่า
• หะดีษที่รายงานโดยมุดลั ลีสด้ วยสานวนการรายงานที่ไม่ชดั เจนคลุมเครื อและเขาก็
ไม่ได้ ยืนยันว่าหะดีษนันเขาฟั

งด้ วยตนเอง สายรายงานถือว่าไม่เป็ นที่ยอมรับเนื่องจากเป็ นสาย
รายงานที่ขาดตอน
• หากผู้รายงานเป็ นผู้ที่เชื่อถือได้ และเขาได้ ยืนยันว่าได้ ฟังหะดีษด้ วยตนเอง เขา สาย
รายงานนันก็
้ ถือว่ารับได้
อุลามะอ์หะดีษบางท่านมีทศั นะว่า “หากการตัดลีสนันมี
้ เจตนาที่จะปกปิ ดข้ อบกพร่ อง
บางอย่าง การกระทาของเขาถือว่าหะรอม(เป็ นสิง่ ต้ องห้ าม) แต่ถ้าหากเขามิได้ มีเจตนาดังที่กล่าว
มาก็ยงั อนุโลมให้ ”
นักวิชาการส่วนใหญ่(ญุมฮูรฺ) เห็นว่า อนุญาตให้ รับการตัดลีสของบุคคลที่เรารู้ ว่าเขาไม่
เคย ตัดลีส นอกจากผู้ที่เชื่อถือได้ เท่านัน้ เฉกเช่นท่าน สุฟยาน อัซเซารี ย์, เกาะตาดะฮฺ, อัลอะอฺ
มัช, อิบนุอยุ ยั นะฮฺ เป็ นต้ น
หะดีษมุรสัล เคาะฟี ย์ ‫المرسل الخفي‬
คือ หะดีษที่ผ้ รู ายงานได้ รายงานจากบุคคลที่มีชีวิตในสมัยเดียวกัน แต่ทว่าเขาไม่ได้ ฟัง
หะดีษนันจากบุ

คคลดังกล่าวด้ วยตัวเขาเอง และก็ไม่เคยพบเจอกันมาก่อน
หะดีษประเภทนี ้เป็ นชนิดหนึง่ ของการขาดตอนในสายรายงานแต่เป็ นการขาดตอนที่มอง
ไม่เห็นเนื่องจากผู้รายงานทังสองมี

ชีวิตในสมัยเดียวกัน
21

เอกสารประกอบกิจกรรมกลุ่มศึกษาอิสลามประจาสัปดาห์ 13 มกราคม 2554

ตัวอย่ างหะดีษที่อตั ติรมิซีย์ได้ บนั ทึกใน หนังสือ อัลอิลลั อัลกะบีร
‫عن إبرهٌم بن عبد هللا الهروي نا هشٌم أنا ٌونس بن عبٌد هللا عن نافع عن ابن عمر قال‬
‫ مطل الغنً ظلم وإذا أحلت على ملئ فاتبعه وال تبع‬:‫قال رسول هللا صلى هللا علٌه وسلم‬
‫بٌعتٌن فً بٌعة‬
ความว่ า จากอิบรอฮีม บินอับดุลลอฮฺ อัลฮะเราะวีย์ (ได้ เล่าแก่เรา) ฮุชยั มฺ (ได้ เล่าแก่เรา) ยุนสุ บิน
อุบยั ดิลลาฮฺ จากนาฟิ อฺ จาก อิบนุอุมรั ได้ กล่าวว่า ท่านเราะซูลศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้
กล่าวว่า “การผลัดหนี ้ของคนรวยนันถื
้ อเป็ นการกระทาที่อธรรมดังนันเมื
้ ่อบุคคลใดถูกโอนหนี ้ก็จง
ไปตามเก็บจากลูกหนี ้ที่รวยและอย่าซื ้อ-ขายที่มีข้อตกลงสองแบบในการซื ้อขายเดียว”
ความแตกต่ างระหว่ างมุรสัลเคาะฟี ย์ กับการตัดลีส
1. ในการตัดลีสผู้รายงานจะรายงานจากบุคคลที่เขาเคยพบเจอเคยได้ ยินแต่ไปรายงาน
ในสิ่งอื่นที่เขาไม่ได้ ฟังมา และใช้ สานวนทีคลุมเครื อ ส่วนมุรสัลเคาะฟี ย์นนผู
ั ้ ้ รายงานจะรายงาน
จากบุคคลที่เขาไม่เคยพบเจอไม่เคยได้ ยินมาก่อน แต่อยูใ่ นสมัยเดียวกันเท่านัน้
2. ในการตัดลีสผู้รายงานจะใช้ สานวนการรายงานที่คลุมเครื อทาให้ คนอื่นเข้ าใจว่าเขา
ฟั งหะดีษมาด้ วยตัวเอง แต่มุรสัลเคาะฟี ย์จะใช้ สานวนการรายงานที่ชัดเจน หากในการตัดลีส
ผู้รายงานระบุชดั เจนว่าเขาไม่ได้ ฟังหะดีษนันด้
้ วยตัวเอง หะดีษนันก็
้ จะกลายเป็ นมุรสัลทันที
เราจะรู้ว่าเป็ นมุรสัลเคาะฟี ย์ ได้ อย่ างไร?
1. รู้ได้ จากการที่อลุ ะมาอ์ระบุวา่ ทังสองไม่

เคยได้ พบเจอกัน หรื อจากการสืบปี ที่เกิด -ตาย
ของผู้รายงาน
2. รู้ได้ จากการที่อลุ ะมาอ์ระบุวา่ ผู้รายงานนันไม่
้ เคยได้ ยินจากบุคคลนันเลย

3. รู้ได้ จากการที่อลุ ะมาอ์ระบุวา่ ผู้รายงานนันไม่
้ เคยได้ ยินจากบุคคลนันเฉพาะหะดี

ษนัน้
เท่านัน้
4. ในกระแสรายงานอื่นๆปรากฏว่ามีผ้ รู ายงานหะดีษเพิ่มเติมจากสายรายงานแรก

22

รายงานจากฌาบิรฺ บินอับดุลเลาะ กล่าวว่า
รสุลลุลลอฮฺ ซล. ได้กล่าวว่า
‫ فإن أصدق الحديث كتاب هللا‬،‫أما بعد‬
‫ وشز األمىر‬،‫وأن أفضل الهدي هدي محمد‬
‫ فإن محدثة بدعة‬،‫محدثاﺗها‬
“อัมมา บะอฺดุ! แท้จริงคาพูดที่สัจจะนั้นคือกิ
ตาบอัลลอฮฺ(อัลกุรอาน) และแนวทางอันประเสริฐ
ยิง่ คือแนวทางของท่านนบีมุฮัมมัด ซล. และสิ่งที่
เลวทีส
่ ุดคือสิ่งอุปโลกน์ทั้งหลาย เนื่องจากแท้จริง
สิ่งอุปโลกน์นั้นล้วนเป็นสิ่งอุตริทั้งสิ้น”
(ฮะดีษบันทึกโดยมุสลิม : 1/392)

รสุลลุลลอฮฺ ซล. ได้กล่าวว่า
‫مه كذب علي متعمدا فليتبىأ مقعده مه النار‬
“ปู้ใดทีก
่ ล่าวเท็จแก่ฉัน(กุฮะดีษนบีมาอ้าง)เขา
ปูน
้ ั้นจงเตรียมที่นั่งของเขาในนรกเถิด”
(ฮะดีษบันทึกโดยบุคอรี : 1229)

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful